The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naytipong Thepyakorn, 2023-02-06 10:42:51

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

กองทัพบก คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย รส.๓-๖๐ ------------------------------------ พ.ศ. ๒๕๖๔


คำนำ คู่มือราชการสนาม 3-60 ( รส. 3-60) ว่าด้วย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เล่มนี้ได้เรียบเรียงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมาย ได้นำไปประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติการรบ ในคู่มือเล่มนี้ได้นำเสนอข้อพิจารณาต่าง ๆ ให้กับผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการ สำหรับเตรียมการเพื่อเผชิญต่อความท้าทายในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ซึ่งมีความอ่อนตัวเพียงพอที่จะ ปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์การรบที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาได้การวิจัย และพัฒนา รส.3–60 เล่มนี้ได้ ดำเนินการคู่ขนานกันไปพร้อมกับเหล่าสายวิทยาการอื่นของกองทัพบก ซึ่งได้มีการพัฒนาหลักนิยม ยุทธวิธีและการปฏิบัติของเหล่าสายวิทยาการของตน ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติการของกองพล กรม ชุดรบเฉพาะกิจ และหน่วยรองของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์พัฒนาหลักนิยม กรมยุทธศึกษาทหารบก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาหลักนิยมทางทหารของ กองทัพบก ได้พิจารณาแล้วว่า คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย การดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมาย เล่มนี้เป็นประโยชน์ ต่อกองทัพบก หากหน่วยใดนำไปใช้แล้วพบข้อบกพร่อง มีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะประการใด โปรดแจ้งให้ ศพย.ยศ.ทบ.ทราบ โดยส่งความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะมาที่ ศพย.ยศ.ทบ. เลขที่ 41 ถนนเทอดดำริแขวงถนน นครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 เพื่อปรับปรุงให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป พล.ท. ( .................................) เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก


สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข กล่าวนำ 1 บทที่ 1 ปรัชญาและแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 3 ตอนที่ 1 แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4 - พื้นฐานหลักนิยม 4 - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 5 - แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 6 - ประเภทของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 10 - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต 10 - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน 10 - เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด (TST) 11 - เป้าหมายที่มีความอ่อนไหว (SENSITIVE TARGETS) 12 ตอนที่ 2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 13 - หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย (TARGETING METHODOLOGY) 13 - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายและกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 14 - หลักการ D3A ในกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 15 - การตกลงใจ 16 - การค้นหา 16 - การโจมตี 17 - การประเมินผล 17 - ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 18 - ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 20 บทที่ 2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 22 ตอนที่ 1 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกล่าวทั่วไป 22 - หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกล่าวทั่วไป 22


สารบัญ(ต่อ) หน้า ตอนที่ 2 การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผล (D3A) 23 - การตกลงใจ 23 - การเตรียมสนามรบด้านการข่าว 24 - การวิเคราะห์คุณค่าเป้าหมายและการวาดภาพการรบ 25 - การเลือกเป้าหมาย 27 - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า 28 - มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย 29 - คำแนะนำในการโจมตี 31 - ตารางคำแนะนำในการโจมตี 32 - ช่องเป้าหมายที่คุ้มค่า 32 - ช่องเมื่อใด 32 - ช่องวิธีโจมตี 32 - ช่องผลที่ต้องการ 33 - ช่องหมายเหตุ 33 - แบบฟอร์ม 33 - การค้นหา 33 - ขั้นตอนการค้นหา 34 - ตารางการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร 35 - ข้อมูลข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับเป้าหมาย 35 - การพัฒนาเป้าหมาย 36 - การตรวจสอบเป้าหมาย 37 - การยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย 37 - การโจมตี 39 - การโจมตีเป้าหมาย 40 การตกลงใจทางยุทธวิธี (TACTICAL DECISIONS) 40


สารบัญ(ต่อ) หน้า - เวลาโจมตี 40 - เป้าหมาย 40 - เป้าหมายตามเหตุการณ์ 41 - ผลกระทบที่ต้องการ 41 - ระบบโจมตี 42 - การตกลงใจทางเทคนิค 45 - การประเมินผล 45 - การประเมินผลการรบ 47 - การประเมินความเสียหายในการรบ 47 - การประเมินความเสียหายทางกายภาพ 49 - การประเมินความเสียหายทางพันธกิจ 49 - การประเมินระบบเป้าหมาย 49 - การประเมินประสิทธิผลของกระสุน/หัวรบ 50 - คำแนะนำในการโจมตีซ้ำ 51 ตัวชี้วัดการประเมินและการวัดค่า 51 - ตัวชี้วัดการประเมิน 51 - ประเภทของการวัดค่า 52 - เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ 53 - เกณฑ์ประเมินประสิทธิผล 53 - คุณลักษณะของตัวชี้วัด 54 - ความเกี่ยวข้อง 54 - วัดค่าได้ 54 - ตอบโต้ได้ 55 - ทรัพยากร 55


สารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 3 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกองทัพน้อยและกองพล 56 ตอนที่ 1 ส่วนยิงสนับสนุน 56 - ส่วนยิงสนับสนุน 57 - ส่วนประสานการปฏิบัติการปัจจุบัน 58 - ส่วนนายทหารฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนาม 58 - ส่วนปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 59 - ส่วนยิงสนับสนุนในที่บัญชาการทางยุทธวิธี 59 - ศูนย์ประสานงานการรบร่วมอากาศ-พื้นดิน 59 ตอนที่ 2 ความต้องการต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ประสบผลสำเร็จ 60 ตอนที่ 3 หลักการ D3A 61 ตอนที่ 4 ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 65 - ผู้บังคับบัญชา 65 - ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 65 - นายทหารฝ่ายยุทธการ 66 - ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 67 - รองผู้ประสานการยิงสนับสนุน 68 - นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม 69 - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อยและกองพล 70 - นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร 70 - นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 71 - นายทหารช่าง 72 - นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา 73 - ผู้แทนด้านกิจการพลเรือน 73 - นายทหารฝ่ายการสารวัตร 73 - เจ้าหน้าที่อื่น ๆ 74


สารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกรม 75 ตอนที่ 1 พันธกิจ 75 ตอนที่ 2 การวางแผน 76 ตอนที่ 3 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 76 - สมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม 78 - สมาชิกคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายของกรม 79 - ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายหลักของกรม 80 - ผู้บังคับการกรม 80 - รองผู้บังคับการกรม 80 - นายทหารฝ่ายการข่าวของกรม (ฝอ.2) 80 - นายทหารฝ่ายยุทธการของกรม 81 - ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 82 - นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 82 - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 83 - นายทหารช่าง 84 - นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 84 - นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา 85 - นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน 85 - นายทหารพระธรรมนูญของกรม 86 - นายทหารสารวัตรของกรม 86 - นายทหารติดต่อ 86 ตอนที่ 4 ส่วนยิงสนับสนุนของกรม 87 - ส่วนโจมตีแบบสังหารและแบบไม่สังหาร 87 เจ้าหน้าที่ส่วนยิงสนับสนุนและเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกองพัน 88 - ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 88


สารบัญ(ต่อ) หน้า - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 89 - นายสิบยุทธการส่วนยิงสนับสนุน 90 - นายสิบการยิงสนับสนุน 91 - นายสิบดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 91 - เจ้าหน้าที่การยิงสนับสนุน 91 - สมาชิกอื่น ๆ ของคณะทำงานงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 92 - นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร 92 - นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 92 - นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา 93 - นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน 94 - นายทหารประชาสัมพันธ์ 95 - ฝ่ายกฎหมายของกรม 95 ส่วนปฏิบัติการร่วมและส่วนของกองทัพบกอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุนส่วนยิงสนับสนุน 96 - ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี 96 - นายทหารติดต่อปืนเรือ 96 - นายทหารติดต่อนาวิกโยธิน (ของสหรัฐ) 97 เจ้าหน้าที่ในส่วนยิงสนับสนุนและเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ของกองพัน 97 - เจ้าหน้าที่ในส่วนยิงสนับสนุนของกองพัน 97 - นายทหารการยิงสนับสนุนของกองพัน 97 - ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุน 98 - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกองพัน 99 - นายสิบการยิงสนับสนุนและดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 99 - นายสิบการยิงสนับสนุน 100 - ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี กองทัพอากาศ 100


สารบัญ(ต่อ) หน้า ตอนที่ 5 การเตรียมการและการดำเนินการของคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายให้ประสานสอดคล้องกัน 100 - การเตรียมการประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 100 การดำเนินการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 100 - ความรับผิดชอบของนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 100 - ฝ่ายอำนวยการที่เข้าร่วมประชุม 100 - วาระการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 100 - ดำเนินการในลำดับการต่อไป 106 - การดำเนินการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย 107 - ความประสานสอดคล้อง 107 ผนวก ก การค้นหา เกาะติด ติดตาม กำหนดเป้าหมาย โจมตี และประเมินผล 110 ผนวก ข การสืบหา เกาะติด ปิดงาน ขยายผล วิเคราะห์ และการแจกจ่าย 120 ผนวก ค เครื่องมือวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมาย 133 ผนวก ง ตัวอย่างแบบฟอร์มและการรายงานเป้าหมาย 137 ผนวก จ รายการตรวจสอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 159 ผนวก ฉ ตัวอย่างระเบียบปฏิบัติประจำของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 162 ผนวก ช พื้นหลักฐานอ้างอิงร่วม 177 ผนวก ซ การกำหนดหมายเลขเป้าหมาย 180


สารบัญรูปภาพ หน้า ภาพที่ 1-1 ประเภทของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 12 ภาพที่ 1-2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 14 ภาพที่ 1-3 หลักการ D3A กับกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 15 ภาพที่ 2-1 วงรอบการดำเนินการของหลักการ D3A 22 ภาพที่ 2-2 ข้อพิจารณาในการยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย 39 ภาพที่ 2-3 ระดับและมาตรการในการประเมินผล 46 ภาพที่ 2-4 หลักการ D3A และเครื่องมือต่าง ๆ 52 ภาพที่ 4-1 ตัวอย่างห้วงจังหวะการรบของกรมชุดรบ 77 ภาพที่ ก-1 การพิจารณาในขั้นการค้นหาและการปฏิบัติในขั้นต่อไป 111 ภาพที่ข-1 กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่อบุคคลสำคัญ 121 ภาพที่ ง-1 (ตัวอย่าง) แผนผังรูปบัตรเบสบอล (ด้านหน้า) 152 ภาพที่ ง-2 (ตัวอย่าง) แผนผังรูปบัตรเบสบอล (ด้านหลัง) 153 ภาพที่ ง-3 (ตัวอย่าง) รูปที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญ 154 ภาพที่ ง-4 (ตัวอย่าง) แผนผังความเชื่อมโยงบุคคลสำคัญ 155 ภาพที่ ง-5 (ตัวอย่าง) การรายงานบุคคลสำคัญ 156 ภาพที่ ง-6 (ตัวอย่าง) สรุปผลการประเมินบุคคลสำคัญ 157 ภาพที่ ฉ-1 (ตัวอย่าง) รอยต่อเวลาการประชุมระหว่างกองทัพน้อยและกองพล 165 ภาพที่ ช-1 (ตัวอย่าง) พื้นหลักฐานอ้างอิงที่ขอบระวางแผนที่ 178


สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1-1 ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติการรบ วงรอบการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายร่วม หลักการ D3A และการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 18-19 ตารางที่ 4-1 (ตัวอย่าง) วาระการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 103-104 ตารางที่ ค-1 ตารางเครื่องมือแบบ CARVER 134-135 ตารางที่ ง-1 (ตัวอย่าง) บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า 137 ตารางที่ ง-2 (ตัวอย่าง) ตารางมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย 138 ตารางที่ ง-3 (ตัวอย่าง) ตารางคำแนะนำในการโจมตี 140 ตารางที่ ง-4 (ตัวอย่าง) ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 142 ตารางที่ ง-5 (ตัวอย่าง) ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 145 ที่รวมทั้งแบบสังหารและแบบไม่สังหาร ตารางที่ ง-6 (ตัวอย่าง) แบบฟอร์มตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธี 146 เป้าหมายแบบสังหารและแบบไม่สังหารสำรอง ตารางที่ ง-7 (ตัวอย่าง) ตารางมาตรฐานการโจมตี 148 ตารางที่ ง-8 (ตัวอย่าง) รายงานเป้าหมาย 149 ตารางที่ ฉ-1 (ตัวอย่าง) คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองพล 162 ตารางที่ ฉ-2 (ตัวอย่าง) วาระการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 163 ตารางที่ซ-1 (ตัวอย่าง) การแบ่งมอบตัวอักษรตัวแรก 180 ตารางที่ ซ-2 (ตัวอย่าง) การแบ่งมอบตัวอักษร 181 ตารางที่ ซ-3 (ตัวอย่าง) การแบ่งมอบห้วงกลุ่มตัวเลข 181 ตารางที่ ซ-4 (ตัวอย่าง) การแบ่งมอบห้วงกลุ่มตัวเลขให้กับหน่วยรอง 182 บรรณณานุกรม ค


1 กล่าวนำ ขอบเขต รส. 3-60 ว่าด้วย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะอธิบายถึงการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของ กองทัพบก ในแต่ละบทและแต่ละผนวกจะกล่าวถึงวิธีการที่หลักการ D3A ได้แก่ การตกลงใจ, การค้นหา, การโจมตีและการประเมินผลเสียหาย ว่าจะสนับสนุนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายได้อย่างไร หลักการ D3A เป็นหลักการที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้สนธิและสร้างความประสานสอดคล้องของการดำเนินกลยุทธ์, การยิงสนับสนุน, การข่าวกรอง, การควบคุมบังคับบัญชา และข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถต่าง ๆ ตั้งแต่การ ปฏิบัติการในระดับกองกำลังเฉพาะกิจไปจนถึงการปฏิบัติการในระดับกองทัพน้อย รส. 3-60 จะกล่าวถึงหลักการ D3A ทำให้วงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม, กระบวนการแสวง ข้อตกลงใจทางทหาร(MDMP) และกระบวนการทางยุทธการต่าง ๆ มีการเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำของคณะทำงานและฝ่าย อำนวยการของตน มีความรู้ความเข้าใจในพันธกิจต่าง ๆ และทำการตกลงใจอย่างมีจริยธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย รส. 3-60 ได้พัฒนาขึ้นด้วยการรวบรวมองค์ความรู้, ประสบการณ์ที่ ได้รับจากการปฏิบัติการที่ผ่านมา และการฝึกมาอย่างโชกโชน เนื้อหาที่ได้จัดทำขึ้นใหม่และที่เปลี่ยนแปลงไปจาก รส.3-60 โดยสรุป คู่มือเล่มนี้ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาใหม่ให้สอดคล้องกับเทคนิค และหลักการของการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายในปัจจุบัน ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ตามยุทธศาสตร์การจัดทำหลักนิยมปี 2015 บทที่ 1 กล่าวถึงแนวทางการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายและหลักการที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย บทที่ 2 กล่าวถึงหลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเกี่ยวกับการสร้างผลกระทบต่อเป้าหมาย แบบสังหาร และแบบไม่สังหาร โดยจะอธิบายถึงหลักการ D3A และการสนธิการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ ประสานสอดคล้องกับหน่วยดำเนินกลยุทธ์ บทที่ 3 กล่าวถึงความต้องการในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในหน่วยระดับกองทัพน้อย และกองพล และรายละเอียดต่าง ๆ ของหลักการ D3A ที่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการจะนำมาใช้สนับสนุนการ ปฏิบัติการทางยุทธวิธี บทที่ 4 กล่าวถึงการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในหน่วยระดับกองพลน้อย


2 ผนวก ก กล่าวถึงพันธกิจการค้นหา การตรึง การติดตาม กำหนดเป้าหมาย โจมตี และประเมินผลที่ เกี่ยวข้องกับเทคนิคในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ผนวก ข กล่าวถึงพันธกิจการค้นหา การตรึง การติดตาม การทำลาย(finish) การขยายผล การวิเคราะห์ และการแจกจ่ายที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ผนวก ค กล่าวถึงการวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมายโดยใช้เครื่องมือด้านความสำคัญ ความสามารถใน การเข้าถึงได้ การฟื้นตัว ความล่อแหลม ผลกระทบ และเครื่องมือที่ทำให้สามารถจดจำได้ ผนวก ง แสดงตัวอย่าง แบบฟอร์มและแบบรายงานการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่าง ๆ ผนวก จ แสดงบัญชีรายการตรวจสอบความทันสมัยของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย โดยใช้หลักการ D3A ผนวก ฉ แสดงตัวอย่างระเบียบปฏิบัติประจำของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ผนวก ช แสดงข้อมูลเกี่ยวกับพื้นหลักฐานร่วม ผนวก ซ แสดงตัวอย่างระบบหมายเลขเป้าหมาย


3 บทที่ 1 ปรัชญาและแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป้าหมาย คือ 1.อัตลักษณ์หรือวัตถุที่แสดงให้เห็นได้แน่ชัดว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม และได้พิจารณาแล้วว่าจะทำ การโจมตีหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง 2. เมื่อใช้กับงานด้านการข่าวกรองได้แก่ ประเทศ พื้นที่ ที่ตั้ง หน่วยงาน หรือบุคคลที่อยู่ฝ่าย ตรงกันข้ามที่การปฏิบัติการข่าวสารได้กำหนดไว้แล้ว 3. พื้นที่ที่กำหนดขึ้น และกำหนดหมายเลขไว้เพื่อทำการโจมตีในอนาคต 4. เมื่อใช้กับงานด้านการยิงสนับสนุนคือ ตำบลกระสุนตกที่ถูกเป้าหมาย (ตามบรรณสารร่วม (JP)3-60) เป้าหมายประกอบด้วย กองกำลังที่หยุดอยู่กับที่หรือกำลังเคลื่อนที่ ยุทโธปกรณ์ และสิ่ง อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ผู้บังคับบัญชาฝ่ายข้าศึกนำมาใช้ทำการรบ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป็นกระบวนการในการคัดเลือก และการจัดลำดับความ เร่งด่วนของเป้าหมาย และการแบ่งมอบอาวุธที่จะใช้ทำการโจมตีต่อเป้าหมายเหล่านั้นอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาถึง ขีดความสามารถ และความต้องการทางด้านยุทธการ (JP 3-0) สิ่งที่ต้องให้ ความสำคัญในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายคือ การระบุทรัพยากรของข้าศึก (เป้าหมาย) ที่เมื่อทำลาย หรือลดประสิทธิภาพได้แล้ว จะช่วยให้ภารกิจของผู้บังคับบัญชาฝ่ายเราประสบผลสำเร็จ ซึ่งคาดว่าผล การโจมตีเพื่อทำลายทรัพยากรที่ประสบผลสำเร็จจะเป็นจุดเริ่มต้นในการจำกัดหนทางเลือกในการ ปฏิบัติการทางยุทธวิธีของผู้บังคับบัญชาฝ่ายข้าศึก คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องระบุ เป้าหมายย่อย ๆ ที่มีความสำคัญ ซึ่งเมื่อค้นพบและทำการโจมตีประสบผลสำเร็จแล้วจะส่งผลกระทบ ที่สำคัญต่อการลดขีดความสามารถของฝ่ายข้าศึก การที่ทำให้ข้าศึกไม่สามารถใช้ทรัพยากรที่สำคัญได้ ย่อมทำให้เกิดความล่อแหลม และเพิ่มโอกาสในการบรรลุผลสำเร็จในการรบของฝ่ายเรา การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องสร้างความประสาน สอดคล้องของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถ การข่าวกรอง การดำเนินกลยุทธ์ ระบบ อาวุธยิงสนับสนุน ระบบโจมตีแบบไม่สังหาร และกำลังปฏิบัติการพิเศษต่าง ๆ ในการโจมตี และทำลายเป้าหมายที่สำคัญ ๆ โดยใช้ระบบโจมตีที่มีประสิทธิผลสูงสุด ณ เวลา และสถานที่ที่ ต้องการอย่างสอดคล้องกัน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน และต้อง ใช้ความพยายามของทุกภาคส่วน ที่จำเป็นต้องมีการประสานงานกันระหว่างผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ส่วนทีเกี่ยวข้องต่าง ๆ จำเป็นต้องร่วมมือกันด้วยการจัดส่ง ผู้แทนเข้าไปร่วมเป็นคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย


4 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ( Targeting working group) เป็นคณะบุคคลที่เป็น ผู้แทนของฝ่ายอำนวยการที่ได้กำหนดไว้แล้วเข้าประชุมร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ ประสาน และให้ ข้อเสนอแนะตามหน้าที่หรือวัตถุประสงค์เฉพาะด้านของตน (รส.6-0) ผู้แทนเหล่านี้ประกอบด้วย ผู้แทนระบบอาวุธยิงสนับสนุน ผู้แทนฝ่ายการข่าวกรอง ผู้แทนฝ่ายปฏิบัติการยุทธ์ปัจจุบัน ผู้แทนฝ่ายปฏิบัติการยุทธ์ในอนาคต และผู้แทนส่วนที่ทำหน้าที่ในการวางแผน ผู้แทนจากส่วนต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญต่อการปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย สมาชิกคนอื่นๆ ของฝ่ายอำนวยการ อาจช่วยคณะทำงานดำเนินดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในการวางแผน และการปฏิบัติในขั้นต่าง ๆ ของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การประสานอย่างใกล้ชิดของทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ความสำเร็จในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ขีดความสามารถของเครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบ และ เครื่องมือรวบรวมข่าวสารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานภายนอก ต้องมีการประสานอย่าง ใกล้ชิดและสนธิเข้ากับการปฏิบัติการโจมตีอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเป้าหมายที่เคลื่อนย้ายได้อย่าง รวดเร็ว เป้าหมายที่ปรากฏตัวในระยะเวลาอันสั้น และเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อการปฏิบัติการของ ฝ่ายเรา นอกจากนี้ต้องพิจารณาระบบโจมตีและกระสุนที่เหมาะสมในการโจมตีต่อจุดล่อแหลมของ เป้าหมายชนิดต่างๆ ตอนที่ 1 แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย พื้นฐานหลักนิยม (DOCTRINAL BASIS) 1-1 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป็นกระบวนการหนึ่งของพันธกิจการสู้รบด้วยอาวุธยิง สนับสนุนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง พันธกิจการสู้รบด้วยระบบการยิงสนับสนุน เป็นกิจ และระบบที่ เกี่ยวข้องกันที่ก่อให้เกิดการรวมการ และการประสานการใช้ระบบอาวุธยิงเล็งจำลองของกองทัพบก การป้องกันภัยทางอากาศ และขีปนาวุธ และการยิงสนับสนุนรวมเข้าด้วยกันผ่านกระบวนการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย (ADRP 3-0) ซึ่งรวมถึงกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนธิและการสร้างความ ประสานสอดคล้องของผลการโจมตีของระบบอาวุธชนิดต่าง ๆ และผลที่เกิดจากพันธกิจการรบอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ผู้บังคับบัญชาจะสนธิกิจต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปในแนวความคิดในการปฏิบัติในระหว่างการ วางแผน และปรับปรุงกิจให้เป็นไปตามแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย โดยปกติแล้วการยิง สนับสนุนจะช่วยสร้างผลกระทบต่อการดำเนินกลยุทธ์ในภาพรวม แต่ผู้บังคับบัญชาอาจใช้การยิง สนับสนุนเพื่อบังคับวิถีการรบและใช้ทำการรบแตกหักโดยลำพังก็ได้ พันธกิจการ สู้รบด้วยระบบการ ยิงสนับสนุน ประกอบด้วยกิจต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ - โจมตีด้วยระบบอาวุธยิงสนับสนุน - สนธิระบบอาวุธยิงสนับสนุนชองกองทัพบก, ระบบอาวุธยิงสนับสนุนร่วม และระบบ อาวุธยิงของกองกำลังผสมนานาชาติทั้งปวงเข้าด้วยกัน


5 - ทำการดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมาย 1-2 กิจต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกสนธิเข้าไปในการปฏิบัติการทางทหารในระหว่างการวางแผน และทำการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 1-3 ข้าศึกจะปรากฏตัวขึ้นเป็นเป้าหมายต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งต้องทำการโจมตีด้วยเครื่องมือ ทางด้านการข่าวกรอง เครื่องมือค้นหาเป้าหมาย และเครื่องมือโจมตีที่มีอยู่ กระบวนการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายจะชั่งน้ำหนักถึงความได้เปรียบ และต้นทุนต่อการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อที่จะพิจารณาว่า เป้าหมายใดบ้างถ้าทำการโจมตีแล้วจะทำให้บรรลุผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการได้ โดยดำเนินการตามหลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 5 ประการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสของการสร้าง ผลกระทบที่ต้องการ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดผลกระทบที่ไม่ต้องการ หรือเกิดผลเสียหายทางข้าง ให้เหลือน้อยที่สุด หลักการเหล่านี้ ได้แก่ - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเพ่งเล็งไปที่การบรรลุวัตถุประสงค์ของ ผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นพันธกิจของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่จะทำให้วัตถุประสงค์ต่างๆ ของผู้บังคับบัญชาบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระดับยุทธการ ข้อจำกัด ในด้านการควบคุม กฎการโจมตีหรือกฎการใช้กำลัง กฎหมายว่าด้วยการสงคราม และคำแนะนำอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมาย เป้าหมายที่กำหนดขึ้นทุกเป้าหมายจะต้องช่วยให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะมุ่งไปสู่การสร้างผลกระทบที่ต้องการเป็นการ เฉพาะ ผ่านการปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการปฏิบัติการแบบสังหารและการปฏิบัติการแบบไม่สังหาร การวิเคราะห์เป้าหมายจะต้องพิจารณาเครื่องมือที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่จะทำให้บรรลุผลกระทบที่ ต้องการ โดยคัดเลือกจากขีดความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ ศิลปะในการดำเนินดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะต้องแสวงหาแนวทางให้บรรลุผลกระทบที่ต้องการด้วยความเสี่ยงน้อยที่สุด และใช้เวลา และทรัพยากรน้อยที่สุด - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะชี้นำไปสู่การปฏิบัติการแบบต่าง ๆ ทั้งการปฏิบัติการแบบสังหาร และการปฏิบัติการแบบไม่สังหาร เพื่อสร้างผลกระทบที่ต้องการ - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกิจพื้นฐานของพันธกิจการสู้รบด้วยระบบการยิง สนับสนุน ที่ครอบคลุมงานหลายด้าน และจำเป็นที่ฝ่ายอำนวยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้า มามีส่วนร่วม - การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเป็นการสร้างผลกระทบอย่างเป็นระบบ หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เหตุผล และทำซ้ำ ๆ มีการวิเคราะห์อย่าง


6 มีแบบแผนจัดลำดับ ความเร่งด่วน และแบ่งมอบเครื่องมือที่จะดำเนินการต่อเป้าหมายอย่าง เป็น ระบบเพื่อสร้างผลกระทบที่ต้องการ อันจะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา ถ้า ผลกระทบที่ต้องการไม่บรรลุผลสำเร็จ เป้าหมายต่าง ๆ อาจต้องนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินกรรมวิธี ใหม่หรืออาจต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติการ แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 1-4 แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของผู้บังคับบัญชาต้องชัดเจน และง่ายต่อการทำ ความเข้าใจ แนวทางต้องทำให้ส่วนที่เข้าร่วมทำการรบทั้งหมดเข้าใจได้โดยง่าย แนวทางในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายต้องเพ่งเล็งต่อพันธกิจ และขีดความสามารถที่สำคัญของข้าศึกที่ขัดขวางความสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายเรา 1-5 แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของผู้บังคับบัญชาจะบ่งบอกถึงผลกระทบที่ ต้องการจากการโจมตีด้วยระบบอาวุธยิงสนับสนุน การโจมตีทางกายภาพ การปฏิบัติการโจมตีด้วย ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์/การโจมตีด้วยคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับขีดความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการปฏิบัติการของข้าศึก ผลกระทบ คือ 1. สภาพทางกายภาพ หรือพฤติกรรมของระบบที่มีผลมาจากการปฏิบัติการอย่างใดอย่าง หนึ่ง การปฏิบัติการหลาย ๆ ระบบผสมผสานกัน หรือผลกระทบอย่างอื่น 2. ผลลัพธ์ ผลที่ได้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการ 3. การเปลี่ยนแปลงสภาพ พฤติกรรม หรือระดับของเสรีในการปฏิบัติ(JP 3-0) การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายสามารถช่วยผู้บังคับบัญชาด้วยขีดความสามารถต่าง ๆ ทั้งการปฏิบัติการ แบบสังหาร และการปฏิบัติการแบบไม่สังหารซึ่งสามารถสร้างผลกระทบต่าง ๆ ที่ต้องการได้ ขีดความสามารถที่นำไปใช้สร้างผลกระทบที่ต้องการอย่างหนึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ต้องการอื่น ๆ ตามมาได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การรั้งหน่วง อาจมีผลกระทบมาจากการรบกวน การหันเห หรือการทำลายขีดความสามารถหรือทำลายเป้าหมายต่าง ๆ ของข้าศึกก็ได้ 1-6 คำนิยามศัพท์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้อธิบายถึงลักษณะของผลกระทบต้องการ มีดังต่อไปนี้ ลวง ผู้นำทางทหารมักจะพยายามทำให้ผู้ตกลงใจของฝ่ายข้าศึกเข้าใจไปในทางที่ผิด ด้วยการบิดเบือนความรู้ความเข้าใจจากสภาพที่แท้จริง เอาชนะ การเอาชนะ เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีที่เกิดขึ้นเมื่อกำลังฝ่ายข้าศึก ได้สูญเสียเครื่องมือทำการรบทางกายภาพ หรือความมุ่งมั่นในการรบแบบชั่วคราว หรือแบบถาวร ผู้บังคับหน่วยของกำลังรบที่ถูกเอาชนะจะไม่มีความมุ่งมั่นหรือไม่สามารถดำเนินการตามหนทาง


7 ปฏิบัติที่ได้ตนได้เลือกไว้ให้บรรลุผลสำเร็จได้จึงต้องยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความมุ่งมั่น/ ความพยายามของผู้บังคับบัญชาฝ่ายเรา และไม่สามารถขัดขวางอย่างมีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติการ ของกำลังฝ่ายเรา การเอาชนะสามารถมีผลมาจากการใช้กำลังของฝ่ายเราหรือเกิดจากการใช้กำลัง ของฝ่ายข้าศึกเอง (FM 3-90-1). การเอาชนะจะปรากฏให้เห็นได้ชัดในตัวมันเองจากการแสดงออก ทางกายภาพบางอย่าง เช่น การยอมแพ้ของกำลังส่วนใหญ่ การละทิ้งที่มั่น อาวุธยุทโธปกรณ์ และสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติการร่นถอย เป็นต้น ผู้บังคับบัญชาสามารถสร้างผลกระทบต่อ ฝ่ายข้าศึกเพื่อเอาชนะกำลังเหล่านั้นในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น การใช้การยิงของปืน ใหญ่สนามทำการโจมตีกองกำลังข้าศึก อาจเป็นผลให้ข้าศึกไม่มีกำลังพล ระบบอาวุธ ยุทโธปกรณ์ หรือสิ่ง อุปกรณ์เพียงพอที่จะทำให้ภารกิจของข้าศึกบรรลุผลสำเร็จได้นอกจากนี้แล้ว การรวมอำนาจ การยิง การยิงอย่างประสานสอดคล้อง และการระดมยิงอย่างหนักหน่วงสามารถส่งผลให้กำลังพลฝ่าย ข้าศึกสูญเสียความมุ่งมั่นในการรบต่อไปได้ ลดประสิทธิภาพ การลดประสิทธิภาพ เป็นการลดประสิทธิภาพ หรือลดประสิทธิผลของ การคุกคาม รั้งหน่วง การรั้งหน่วง เป็นการทำให้เวลาในการมาถึงของกำลัง หรือขีดความสามารถ อื่น ๆ ของข้าศึกช้าลง หรือการทำให้กำลังของข้าศึกหรือฝ่ายตรงข้ามฟื้นคืนสภาพ หรือฟื้นคืนขีด ความสามารถได้ช้าลง เมื่อกำลังฝ่ายข้าศึกถูกรั้งหน่วงไว้จะทำให้กำลังฝ่ายเรามีเวลาเพิ่มขึ้น เพื่อให้การรั้งหน่วงส่งผลกระทบที่สำคัญต่อข้าศึก ต้องทำให้เผชิญกับความต้องการในการเคลื่อนย้าย อย่างเร่งด่วน หรือการรั้งหน่วงต้องทำให้การปฏิบัติการของฝ่ายเราได้ผลมากขึ้น เมื่อกำลังฝ่ายข้าศึกที่ ถูกรั้งหน่วงให้รวมกันอยู่ด้านหลังของเส้นทางที่ถูกทำลายจำนวนมาก จะทำให้เป้าหมายต่าง ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น และมีเวลาปรากฎตัวนานขึ้น ทำให้การยิงของฝ่ายเราได้ผลมากขึ้น ปฏิเสธ ตัวอย่างหนึ่งของการปฏิเสธคือ การทำลายเครื่องมือสื่อสารของข้าศึก ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการปฏิเสธการใช้เครื่องมือส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ห้วง เวลาในการปฏิเสธจะขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการฟื้นฟูสภาพขึ้นมาใหม่ของข้าศึก การปฏิบัติการ เพื่อปฏิเสธเป็นการปฏิบัติการเพื่อลบล้าง หรือทำลายการใช้พื้นที่ กำลังพล สิ่งอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆ ของฝ่ายข้าศึก (FM 3-90-1) ทำลาย ทำลาย เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีที่ทำให้กำลังด้านกายภาพของฝ่าย ข้าศึกทำการรบอย่างไร้ประสิทธิภาพจนกว่าจะได้มีการฟื้นฟูสภาพขึ้นมาใหม่ หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การทำลายระบบปฏิบัติการหนึ่งของข้าศึกให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถปฏิบัติพันธกิจใด ๆ ได้ หรือไม่สามารถกลับเข้าสู่การรบได้โดยปราศจากการฟื้นฟูสภาพขึ้นมาใหม่ทั้งหมด


8 การทำลาย การทำลายคือ 1. ในบริบทของผลกระทบจากการยิงด้วยปืนใหญ่สนามที่คำนวณ ไว้ การทำลายเป็นการทำให้เป้าหมายหนึ่งต้องออกจากการรบเป็นการถาวร หรือไม่สามารถทำการรบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเวลายาวนาน กำลังพลหรือยุทโธปกรณ์สูญเสีย 30% 2. เป็นการปรับการยิงแบบหนึ่ง เพื่อการทำลายเป้าหมายที่ กำหนดให้ (FM 3-09) รบกวน การรบกวน คือ 1. เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีซึ่งผู้บังคับบัญชาทำการสนธิ อาวุธยิงเล็งตรง และอาวุธยิงเล็งจำลอง ภูมิประเทศ และเครื่องกีดขวางเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความ สับสนให้กับกองกำลัง หรือจังหวะการรบของข้าศึก ขัดจังหวะของข้าศึก หรือบีบบังคับให้ข้าศึกต้องใช้ กำลังก่อนกำหนด หรือบีบให้ข้าศึกทำการโจมตีแบบกระจายกำลัง (FM 3-90-1) 2. ผลกระทบของเครื่องกีดขวางอันหนึ่งที่เพ่งเล็งไปที่การวาง แผนการยิง และความพยายามในการสร้างเครื่องกีดขวางเพื่อทำให้กำลังข้าศึกต้องกระจายกำลัง หรือทำให้สูญเสียจังหวะการรบ ขัดจังหวะการรบ บีบบังคับให้ใช้เครื่องมือในการเจาะช่องก่อนเวลา อันควร และบีบให้ข้าศึกทำการโจมตีแบบกระจายกำลัง (FM 3-90-1) การหันเห การหันเห เป็นการเปลี่ยนทิศทาง เปลี่ยนเส้นทาง หรือเปลี่ยน หนทางปฏิบัติ การหันเห เป็นการปฏิบัติเพื่อดึงความสนใจ และดึงกำลังของข้าศึกออกไปจากจุดที่จะ ปฏิบัติการหลัก; โดยการโจมตี การสร้างความตื่นตระหนก หรือการโจมตีลวงที่จะหันเหความตั้งใจ (JP 3-03) การหันเหจะทำให้กำลังฝ่ายข้าศึกใช้ทรัพยากรหรือขีดความสามารถต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการ ปฏิบัติการของฝ่ายข้าศึกจนหมดสิ้นอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติการของฝ่ายเรา การหันเหจะเป็นการดึงความสนใจของกำลังฝ่ายข้าศึกออกไปจากการปฏิบัติการที่สำคัญของฝ่ายเรา และเป็นการป้องกันไม่ให้ข้าศึกใช้กำลังและทรัพยากรสนับสนุนต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้ การหันเหยังสามารถทำให้มีการใช้เส้นทางคมนาคมที่อ้อมไกลมากขึ้น อันจะส่งผลให้เกิดการรั้งหน่วง กำลังฝ่ายข้าศึกได้อีกด้วย การเลือกใช้ปืนใหญ่สนามในการสนับสนุนการหันเหของผู้บังคับบัญชาจะ เป็นการใช้การยิงด้วยกระสุนระเบิดเพื่อบีบบังคับให้ข้าศึกปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น การขยายผล การขยายผลเป็นกิจในการปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุก ซึ่งโดยปกติจะปฏิบัติเมื่อการโจมตีประสบผลสำเร็จแล้ว และเป็นการออกแบบเพื่อทำให้หน่วยทหาร ข้าศึกในทางลึกเสียระเบียบ (ADRP 3-90) ขัดขวาง การขัดขวาง เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีที่ผู้บังคับบัญชา นำมาใช้ในการป้องกัน รบกวน หรือรั้งหน่วงการใช้พื้นที่หรือเส้นทางของข้าศึก (FM 3-90-1)


9 ตัดรอน/ริดรอน การตัดรอน เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีที่ทำให้กำลังพล หรือยุทโธปกรณ์ของข้าศึกไร้ขีดความสามารถในการขัดขวางการปฏิบัติเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งของ ฝ่ายเรา (FM 3-90-1) การตัดรอนกำลัง การตัดรอนกำลังในบริบทที่เป็นผลกระทบจากการยิงของ ปืนใหญ่สนาม การตัดรอนกำลังเป็นการทำให้เป้าหมายไร้ขีดความสามารถในห้วงเวลาสั้น ๆ ด้วยการสร้างความเสียหายให้กับกำลังพลและยุทโธปกรณ์ 10 % ข่ม การข่ม เป็นกิจหนึ่งของภารกิจทางยุทธวิธีที่ทำให้ลดขีดความสามารถในการ ปฏิบัติการของกองกำลัง หรือระบบอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งของข้าศึกให้ต่ำลงกว่าระดับที่ต้องการเป็น การชั่วคราว เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของฝ่ายเราประสบผลสำเร็จ (FM 3-90-1) หรือจะดูที่คำจำกัด ความของคำว่า การยิงข่ม ก็ได้ (FM 3-09) 1-7 ผู้บังคับบัญชายังสามารถสั่งการให้มีการปฏิบัติการแบบไม่สังหารได้หลากหลายวิธี หรือสร้างผลกระทบแยก หรือร่วมกับการปฏิบัติการแบบสังหารด้วยก็ได้ 1-8 ผู้บังคับบัญชายังสามารถกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ ไว้ในแนวทางการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายของตนด้วยก็ได้ข้อจำกัดในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ บัญชีเป้าหมายห้ามโจมตีและบัญชีเป้าหมายจำกัดการโจมตี 1-9 บัญชีเป้าหมายที่ห้ามโจมตีประกอบด้วยเป้าหมายหรือสิ่งทั้งปวงที่ได้รับการคุ้มครองจาก - กฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธ - กฎหมายระหว่างประเทศ - กฎการโจมตี - ข้อพิจารณาอื่น ๆ 1-10 บัญชีเป้าหมายจำกัดการโจมตี เป็นเป้าหมายที่สามารถโจมตีได้โดยมีข้อจำกัดเป็นการ เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น - จำกัดการสูญเสียทางข้าง - สงวนกระสุนที่กำหนดไว้เพื่อทำการยิงป้องกันขั้นสุดท้าย - ห้ามทำการโจมตีในห้วงเวลากลางวัน - โจมตีได้เฉพาะระบบอาวุธที่กำหนดไว้เท่านั้น - พื้นที่โดยรอบของที่ตั้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องทำการป้องกัน


10 หมายเหตุ : ข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิจารณาทางกฎหมายและข้อจำกัดต่าง ๆ ในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก FM 1-04, FM 3-57, JP 1-04, JP 3-57, JP 2-0 และ JP 3-60 ประเภทของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 1-11 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายแบบประณีต และการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน (dynamic targeting) การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต 1-12 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต จะดำเนินการต่อเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้ แล้ว ซึ่งเป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเป้าหมายที่ทราบแล้วว่ามีอยู่ในพื้นที่ยุทธบริเวณจริง และได้มีการกำหนดตารางการปฏิบัติต่อเป้าหมายเหล่านี้ไว้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ระยะไปยังเป้าหมาย ต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในบัญชีเป้าหมายอยู่ในระยะที่นำมาใช้ในการวางแผนหรือจัดทำคำสั่ง เป้าหมายที่ตรวจ พบมีเวลาเพียงพอที่จะจัดเข้าไปไว้ในวงรอบของการมอบกิจทางอากาศร่วม คำสั่งยุทธการแบบมอบ ภารกิจ หรือจัดเข้าไปไว้ในแผนการยิงสนับสนุน 1-13 เป้าหมายตามแผน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เป้าหมายตามตารางเวลา และเป้าหมายตามคำขอ - เป้าหมายตามตารางเวลา เป็นเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ และอยู่ในที่ตั้งนาน เพียงพอที่จะทำการยิงหรือปฏิบัติการอื่น ๆ ต่อเป้าหมายเหล่านั้น เพื่อทำการโจมตี ณ เวลาที่กำหนด ตามแผนที่วางไว้ - เป้าหมายตามคำขอ เป็นเป้าหมายที่มีการวางแผนการปฏิบัติการต่อเป้าหมายไว้แล้ว แต่ไม่ได้กำหนดเวลาโจมตีที่แน่ชัดไว้ผู้บังคับบัญชาคาดการณ์ว่าจะสามารถกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย เหล่านี้ได้อย่างมีเวลาเพียงพอที่จะปฏิบัติตามแผนต่าง ๆ ที่วางไว้ได้ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน 1-14 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน จะดำเนินการต่อเป้าหมายตามเหตุการณ์ ต่างๆ แล้วปรับเปลี่ยนไปเป็นเป้าหมายหรือที่หมายตามแผน เป้าหมายตามเหตุการณ์เป็นเป้าหมายที่ กำหนดได้ล่าช้าเกินไปที่จะนำไปรวมพิจารณาในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต หรือเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้มีการปฏิบัติการใด ๆ ในห้วงเวลานั้น เป้าหมายต่าง ๆ ที่ทำการโจมตีในห้วงของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วนเป็นเป้าหมายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ ก่อน ไม่ได้วางแผนไว้ หรือเป็นเป้าหมายที่ตรวจพบใหม่


11 1-15 เป้าหมายตามเหตุการณ์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เป้าหมายที่ไม่ได้วางแผนไว้ และเป้าหมายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ - เป้าหมายที่ไม่ได้วางแผนไว้ เป็นเป้าหมายที่มีอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการซึ่งทราบที่ตั้งแล้ว แต่ไม่ได้วางแผนการปฏิบัติการต่อเป้าหมายเหล่านั้นไว้ หรืออาจเป็นเป้าหมายที่มีการตรวจพบ หรือกำหนดที่ตั้งได้ไม่ทันกำหนดเวลาในการวางแผน หรืออาจเป็นเป้าหมายที่ได้กำหนดที่ตั้งไว้ เรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีความสำคัญเพียงพอที่จะได้รับการพิจารณาให้ทำการโจมตีในห้วงเวลาก่อนหน้า นี้ - เป้าหมายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ เป็นเป้าหมายที่ไม่ทราบมาก่อนหรือไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในพื้นที่ปฏิบัติการ เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด (TST) 1-16 เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด (TST) เป็นเป้าหมาย หรือกลุ่มเป้าหมายที่ผู้บัญชาการ กองกำลังรบร่วมกำหนดขึ้นโดยมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อเป้าหมายนั้นอย่างทันทีทันใด เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่มีค่าสูงมาก, เป็นเป้าหมายตามเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นในห้วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือเป็นเป้าหมายที่มีลักษณะ(หรือในไม่ช้าจะมีลักษณะ)ที่จะเป็นอันตรายต่อกำลังฝ่ายเรา (JP 3-60) เป้าหมายที่มีเวลาจำกัดเป็นเป้าหมายที่ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมกำหนดไว้หรือเป็นชนิดเป้าหมาย ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุภารกิจ และบรรลุวัตถุประสงค์ของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม หรือเป็นเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์หรือทางยุทธการต่อกำลังฝ่ายเราหรือพันธมิตร ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมได้กำหนดเครื่องมือรวบรวมข่าวกรอง และเครื่องมือโจมตีไว้แล้ว 1-17 เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด ประกอบด้วยเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้แล้วจำนวนน้อยเล็กน้อย หรือมีจำนวนจำกัดมาก ๆ เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่มีความจำเป็นต้องลงทุนด้านเครื่องมือ และศักยภาพในการปฏิบัติการ ตามแผน ต้องเป็นเป้าหมายที่ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมเป็นผู้ กำหนด และต้องระบุไว้ในคำแนะนำ และเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมเท่านั้น ตามปกติแล้วเป้าหมายที่มีเวลาจำกัดจะต้องปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ เป้าหมายเหล่านี้จำเป็นต้องมีการเตรียมการ และมีการวางแผนแบบประณีตใน วงรอบของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วมเพื่อให้เกิดความรอบคอบ 1-18 ผู้บัญชาการของเหล่าทัพต่าง ๆ ในกองกำลังรบร่วม อาจกำหนดเป้าหมายที่มีลำดับ ความเร่งด่วนสูงที่มีลักษณะที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงต่อหน่วยกำลังรบ และภารกิจต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วเป้าหมายเหล่านี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ จะเป็นผู้กำหนดไว้ใน บัญชีเป้าหมายที่มีเวลาจำกัดของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมแต่ไม่ได้รับอนุมัติให้เป็นเป้าหมายที่มี เวลาจำกัด เป้าหมายจำพวกนี้เป็นเป้าหมายสำคัญที่อาจยังคงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการโดยเร็ว


12 ประเภทของการด าเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การด าเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต การด าเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน ชนิดของเป้าหมาย เป้าหมายตามแผน เป้าหมายตามเหตุการณ์ ผ ภาพที่ 1-1 ประเภทของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ด้วยความช่วยเหลือ และการประสานทางข้างในเวลาที่รวดเร็ว ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม และผู้บัญชาการเหล่าทัพควรกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ให้แน่ชัดก่อนที่จะมีการปฏิบัติการทางทหาร เนื่องจากเป้าหมายเหล่านี้โดยปกติแล้วจะต้องดำเนินการโดยใช้การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย แบบเร่งด่วน เป้าหมายเหล่านี้ควรจะได้รับการจัดลำดับความเร่งด่วนที่สูงสุดรองจากเป้าหมายที่มีอยู่ ในบัญชีเป้าหมายที่มีเวลาจำกัดของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมเท่านั้น เป้าหมายที่มีความอ่อนไหว (SENSITIVE TARGETS) 1-19 เป็นเป้าหมายเฉพาะที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หรือต้องปฏิบัติการอย่าง ระมัดระวัง เนื่องจากความผิดพลาดในการปฏิบัติการต่อเป้าหมายเหล่านี้หรือโจมตีอย่างไม่เหมาะสม แล้ว จะก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามที่ร้ายแรงตามมา เช่น เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้นำ (เป้าหมาย บุคคลที่มีค่าสูง(HVI)) ที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเนื่องจากมีศักยภาพต่อผลกระทบทางการเมือง เป้าหมายที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดผลสูญเสียทางข้างสูง และเป้าหมายที่เป็นระบบ อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างเป็นวงกว้าง ซึ่งหากทำการโจมตีอย่างไม่เหมาะสมแล้วจะนำไปสู่การทำลาย สภาวะแวดล้อมในระยะยาวอย่างใหญ่หลวง เป้าหมายเหล่านี้บ่อยครั้งจะมีลักษณะที่ “อ่อนไหว” ต่อความน่าเชื่อถือหรือในรูปแบบอื่นทางใดทางหนึ่ง โดยไม่สามารถระบุคุณลักษณะที่แท้จริงตามคำ จำกัดความของเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวได้อย่างไรก็ตาม การโจมตีเป้าหมายเหล่านี้จะมีความ อ่อนไหวและอาจจำเป็นต้องมีการประสานและได้รับอนุมัติจากผู้บัญชาการ กองกำลังรบร่วมหรือ หน่วยเหนือขึ้นไป การกำหนดบรรทัดฐานในการโจมตีเป้าหมายเหล่านี้ทุกเป้าหมาย ในระหว่างการ วางแผนก่อนการรบจะเริ่มขึ้นจะต้องพิจารณารายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เป้าหมายตาม ตารางเวลา เป้าหมายตาม ค าขอ เป้าหมายที่ไม่ได้ วางแผนไว้ล่วงหน้า เป้าหมายที่ไม่ได้ คาดการณ์มาก่อน เป้าหมายที่มีความอ่อนไหว เป้าหมายที่มีเวลาจ ากัด


13 ตอนที่ 2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย (TARGETING METHODOLOGY) 1-20 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และหลักการ D3A (การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผลสูญเสีย) ได้ออกแบบมาเพื่อให้ฝ่ายอำนวยการของผู้บังคับบัญชา ดำเนินการวางแผนโจมตีเป้าหมาย ในหลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะมีพันธกิจอยู่ 4 พันธกิจ รายละเอียดของแต่ละพันธกิจจะกล่าวไว้ในบทที่ 2 หลักการ D3A จะมีการจัดตั้งคณะทำงานของ ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการขึ้นมาเพื่อให้การดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายที่สำคัญ ๆ บรรลุผล สำเร็จ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะพัฒนามาจากการตกลงใจของผู้บังคับบัญชา และกำหนดความ ต้องการในการพัฒนาแผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร และข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตกลงใจว่า เป้าหมายใดบ้างที่ต้องดำเนินการค้นหา และต้องทำ การโจมตีการจัดตั้งคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายสามารถจัดให้มีจำนวนเจ้าหน้าที่ และขนาดขององค์กรให้มีความเหมาะสม ตามที่ผู้บังคับบัญชากำหนด หรือตามระเบียบปฏิบัติประจำ ของหน่วย (รปจ.) การจัดและหน้าที่ของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะมีการกล่าวถึงเป็น ห้วง ๆ อย่างต่อเนื่องในทุกส่วนของคู่มือเล่มนี้ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นการพัฒนาทางเลือก เพื่อนำมาใช้ในการโจมตีเป้าหมาย ทางเลือกต่าง ๆ เป็นได้ทั้งการโจมตีด้วยระบบอาวุธที่มีอำนาจ สังหารหรือระบบอาวุธที่ไม่มีอำนาจสังหาร การใช้หน่วยในอัตราหรือหน่วยสนับสนุนในทุกระดับ ตลอดห้วงของการปฏิบัติการทางทหาร ได้แก่ การดำเนินกลยุทธ์ การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ การ ปฏิบัติการจิตวิทยา อากาศยานโจมตี ระบบอาวุธยิงผิวพื้นสู่ผิวพื้น ระบบอาวุธทางอากาศสู่ผิวพื้น การ ใช้ขีดความสามารถด้านข้อมูลข่าวสาร หรือการใช้ระบบปฏิบัติการหลาย ๆ ระบบผสมผสานกัน นอกจากนี้แล้ว การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายยังช่วยในการตกลงใจว่า ใครจะเป็นผู้โจมตีเป้าหมายใน แต่ละห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และยังช่วยคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในการพิจารณาความ ต้องการในการประเมินผลสูญเสียในการรบ ด้วยการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และประสิทธิผลในการโจมตี (ดูภาพที่ 1-2 หน้า 14)


14 ภาพที่ 1-2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายและกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 1-21 หลักการ D3A เป็นส่วนประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของกระบวนการแสวงข้อตกลงใจ ทางทหาร (MDMP) การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเริ่มด้วยการรับภารกิจ และต่อเนื่องไปจนถึงขั้น การปฏิบัติตามคำสั่งยุทธการ และขั้นการประเมินผล การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่ ต้องใช้ความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเช่นเดียวกันกับกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร ในขณะที่ทำการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเพ่งเล็งลึกลงไปใน เจตนารมณ์และคำแนะนำของผู้บังคับบัญชาได้มากกว่า (ภาพที่ 1-3 หน้า 15) จะแสดงให้เห็น ความสัมพันธ์ระหว่างหลักการ D3A และกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร ตลอดจนผลผลิตที่ พัฒนาขึ้นในระหว่างการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย กระบวนการของ ผบ.และ ฝอ. หลักการ D3A รับภารกิจ วิเคราะห์ภารกิจ เจตนารมณ์และแนวทางในการวางแผน พัฒนาหนทางปฏิบัติ วิเคราะห์หนทางปฏิบัติ (วาดภาพการรบ) เปรียบเทียบหนทางปฏิบัติ อนุมัติหนทางปฏิบัติ จัดทำคำสั่ง การตกลงใจ (กลยุทธ์/การยิง, บัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง, แผนการรวบรวมข่าวสาร, ตารางคำแนะนำ ในการโจมตี, มาตรฐานการคัดเลือก เป้าหมาย) ซักซ้อม ปฏิบัติ ประเมินผล/ส่งข้อมูลย้อนกลับ การค้นหา ปฏิบัติตามแผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร การโจมตี ปฏิบัติตามตารางคำแนะนำในการโจมตี การประเมินผลสูญเสีย การประเมินค่าการรบ


15 หลักการ D3A ในกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร 1-22 พันธกิจการตกลงใจ จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหารตั้งแต่ขั้น การวิเคราะห์ภารกิจไปจนถึงขั้นการอนุมัติแผนหรือคำสั่ง พันธกิจการค้นหาจะเริ่มขึ้นเมื่อ ผู้บังคับบัญชาอนุมัติแผน หรือคำสั่ง และจะเสร็จสมบูรณ์ในขณะที่มีการปฏิบัติการตามแผน หรือคำสั่ง เมื่อทำการโจมตีเป้าหมาย และทำการประเมินผลสูญเสียได้ตามที่ต้องการแล้ว หลักการ D3A การสนธิกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเข้าไปในกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร กระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร รับภารกิจ วิเคราะห์ภารกิจ พัฒนา ห/ป วิเคราะห์ ห/ป (วาดภาพการ รบ) เปรียบเทียบ ห/ ป อนุมัติ ห/ป จัดทำคำสั่ง รวบรวมเครื่องมือ : - แบบฟอร์ม TSM - แบบฟอร์มประเมิน - แบบฟอร์ม AGM -แบบฟอร์ม HPTL และ TSS พิจารณาเครื่องมือที่ มีอยู่ พัฒนา HPTL พัฒนา NAIs พัฒนา TSS/AGM ปรับปรุงข้อมูลการ ค้นหา, การโจมตี, การประเมินผลใน แบบฟอร์มที่มีอยู่ ร้องขอ ATO ได้รับ HPTL จัดทำ TSM เสร็จ พร้อมข้อมูลที่ได้จาก ทุกฝ่ายที่ร่วมทำการ รบ ปรับปรุง AGM และ TSS พัฒนาบัญชี ปม. และมาตรการ ประสานการยิง สนับสนุน จัดพิมพ์ TSM นำ HPTL, AGM, TSS เข้าไปเป็นส่วน หนึ่งในคำสั่ง รายการ : AGM - ตารางคำแนะนำในการโจมตี ATO - คำสั่งการมอบกิจทางอากาศ ห/ป - หนทางปฏิบัติ D3A - ตกลงใจ ค้นหา โจมตี และ ประเมินผล FSCM - มาตรการประสานการยิงสนับสนุน HPTL - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า HVT - เป้าหมายที่มีค่าสูง MDMP - กระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร TSM - ตารางประสานสอดคล้องเป้าหมาย TSS - มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี การ ประเมินผล ปรับปรุง TSM ด้วยข้อมูลที่ได้ จากทุกหน่วยที่ร่วมทำการรบ ปรับปรุง AGM และ TSS พัฒนาบัญชี ปม.และมาตรการ ประสานการยิงสนับสนุน คำ สั่งเตือน ค าสั่งเตือน ค าสั่งเตือน ภาพที่ 1-3 หลักการ D3A กับกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร


16 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายก็จะถูกใช้เป็นเสมือนส่วนขับเคลื่อนหนึ่งในการเพ่งเล็ง กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามห้วงเวลาที่กำหนดไว้ 1-23 พันธกิจต่างๆ ตามหลักการ D3A จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และกระทำต่อเนื่องกัน ตามลำดับในระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของการบ การตกลงใจต่าง ๆ จะกระทำในระหว่างการ วางแผนปฏิบัติการในอนาคต สำหรับการปฏิบัติการในปัจจุบัน การค้นหา การโจมตี และการประเมินผลสูญเสียของเป้าหมายจะกระทำพร้อมกันขึ้นอยู่กับการตกลงใจในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายในปัจจุบัน การตกลงใจ 1-24 พันธกิจการตกลงใจ เป็นพันธกิจที่มีความสำคัญมากที่สุดและจำเป็นต้องมีการร่วมมือ กันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้บังคับบัญชา และฝ่ายการข่าวกรอง ฝ่ายแผน ฝ่ายยุทธการ ส่วนยิงสนับสนุน และฝ่ายพระธรรมนูญ ฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ ต้องมีความเข้าใจอย่างแน่ชัดในเรื่องต่อไปนี้ - ภารกิจของหน่วย - จุดอ่อน/จุดล่อแหลมของฝ่ายคุกคาม - เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา - แนวทางในการวางแผนของผู้บังคับบัญชา - กฎการโจมตี 1-25 ด้วยข้อมูลข่าวสารนี้ นายทหารฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ สามารถจัดทำประมาณการใน ส่วนที่เกี่ยวข้องของตนได้ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย, ส่วนยิงสนับสนุน, ฝ่ายการข่าวกรอง, ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถต่าง ๆ, และการประมาณการยุทธ์ ต่างๆ ต้องมีความสัมพันธ์กัน และมีการประสานกันอย่างใกล้ชิดระหว่างส่วนต่าง ๆ ผลผลิตของฝ่าย อำนวยการหลักประกอบด้วย การวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมาย และการประมาณการด้านการข่าว กรองจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และนายทหารฝ่ายการข่าวกรอง การวาดภาพการรบจะช่วย รองผู้ประสานการยิงสนับสนุน หรือนายทหารการยิงสนับสนุน(นยส.) ในการพัฒนาผลผลิตต่าง ๆ ของพันธกิจการตกลงใจ การค้นหา 1-26 พันธกิจการค้นหา จะกระทำในขั้นตอนการปฏิบัติการตามคำสั่งยุทธการ เครื่องมือ ค้นหาเป้าหมายต่าง ๆ จะรวบรวมข้อมูลข่าวสารแล้วรายงานกลับไปยังกองบัญชาการควบคุมของตน โดยส่งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องไปยังที่หน่วยงานที่ทำการกำหนดกิจ เครื่องมือรวบรวมข้อมูลข่าวสาร บางชนิดสามารถกำหนดเป้าหมายยืนยันได้ ในขณะที่เครื่องมืออื่นอาจต้องนำข้อมูลข่าวสารเข้าสู่


17 กระบวนการจึงจะพัฒนาเป็นเป้าหมายยืนยันได้ ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับรายงานทั้งหมดอาจจะไม่ได้เป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทั้งหมด แต่อาจมีคุณค่าต่อการพัฒนาสถานการณ์ใน ภาพรวม ลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมายที่พัฒนาขึ้นในพันธกิจการตกลงใจจะนำไปใช้เพื่อให้การ ดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อทำการ โจมตีเป้าหมายหนึ่งอาจเป็นได้ทั้งทำการโจมตีไม่ได้ (เช่น อยู่ไกลเกินระยะยิง) หรือเป็นเป้าหมายที่ไม่ ต้องการโจมตี(อยู่ไกลเกินระยะยิงแต่เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่การโจมตีที่ได้เปรียบ) ขึ้นอยู่กับที่ตั้ง และ ลักษณะของเป้าหมาย เป้าหมายสำคัญที่เราไม่สามารถโจมตีได้หรือเลือกที่จะไม่ทำการโจมตีตาม คำแนะนำในการโจมตีควรต้องมีการติดตาม เพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายเหล่านั้นจะไม่หายไป การติดตามเป้าหมายสงสัยต่าง ๆ จะทำให้การปฏิบัติการตามแนวทางการโจมตีทำได้รวดเร็วขึ้น การติดตามเป้าหมายสงสัยจะทำให้เป้าหมายเหล่านั้น อยู่ในสายตาในขณะที่อยู่ในระหว่างการ พิจารณา ผู้วางแผน และผู้ปฏิบัติจะต้องระลึกไว้เสมอว่า เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามเป้าหมายอาจไม่ เพียงพอที่จะใช้ทำการค้นหาเป้าหมาย การโจมตี 1-27 วัตถุประสงค์หลักของพันธกิจการโจมตี คือ การโจมตีเป้าหมายตามแนวทางการโจมตีที่ ได้กำหนดไว้ การแก้ปัญหาทางยุทธวิธี (การเลือกใช้ระบบอาวุธใดระบบหนึ่งหรือเลือกใช้ระบบอาวุธ หลายระบบร่วมกัน) จะนำไปสู่การแก้ปัญหาทางเทคนิคสำหรับระบบอาวุธที่เลือกใช้ การแก้ปัญหา ทางเทคนิค ประกอบด้วย - ระบุหน่วยที่จะทำการโจมตี - ชนิดของกระสุนหรือหัวรบ - เวลาที่จะโจมตี - คำแนะนำในการประสานต่างๆ การประเมินผล 1-28 ผู้บังคับบัญชาจะต้องประเมินสภาวะแวดล้อมของการรบ และความคืบหน้าของการรบ อย่างต่อเนื่อง แล้วเปรียบเทียบสภาพเหล่านั้นกับทัศนะ และเจตนารมณ์ขั้นต้นของตน ผู้บังคับบัญชา จะปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติการตามผลการประเมินของตน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ ต้องการ และบรรลุผลลัพธ์สุดท้ายทางทหาร ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการของตนจะต้องทำการ ประเมินผลของการปฏิบัติภารกิจ ถ้าการประเมินผลการรบปรากฏว่า แนวทางของผู้บังคับบัญชา หรือสภาพของความสำเร็จในการรบไม่บรรลุผล พันธกิจการค้นหา และการโจมตีในกระบวนการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องดำเนินการต่อไป เพื่อเพ่งเล็งต่อเป้าหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง


18 1-29 กระบวนการในการประเมินผลสูญเสียเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง และเชื่อมโยง โดยตรงกับการตกลงใจของผู้บังคับบัญชาตลอดห้วงของการวางแผน การเตรียมการ และการปฏิบัติการรบ ฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ มีหน้าที่ช่วยผู้บังคับบัญชาในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การปฏิบัติการบรรลุผลสำเร็จ และจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการตกลงใจ ของผู้บังคับบัญชาอย่างทันเวลา ความต้องการข่าวสารสำคัญของผู้บังคับบัญชาจะเชื่อมโยงกับ กระบวนการประเมินผลสูญเสียตามที่ผู้บังคับบัญชาต้องการ โดยสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาต้องการคือข้อมูล ข่าวสาร และข้อเสนอแนะในการตกลงใจที่ทันเวลานั่นเอง การวางแผนในการประเมินผลสูญเสียเป็น การกำหนดรูปการณ์ที่สำคัญของการรบที่ผู้บังคับบัญชาสนใจเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นจุดที่ ผู้บังคับบัญชาต้องการทำการตกลงใจ ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 1-30 ในขณะที่กิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่าง ๆ อาจมีการกำหนดกิจที่แตกต่างกันใน ระดับการปฏิบัติการร่วม แต่กิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทุกกิจจะต้องดำเนินการให้สำเร็จตาม วงรอบของ D3A เหมือน ๆ กัน ดังที่ได้แสดงไว้ในตารางที่ 1-1 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม สามารถศึกษาได้จากเอกสารร่วม JP 3-60 กระบวนการ ปฏิบัติการรบ วงรอบการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย ร่วม D3A ก ร ะ บ ว น ก า ร แ ส ว ง ข้อตกลงใจ ทางทหาร กิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ทำการประเมินค่าอย่างต่อเนื่อง การวางแผน 1. วัตถุประสงค์ของ ผบ.ชา และผลลัพธ์ สุดท้ายที่ต้องการ 2. พัฒนาและจัดลำดับ ความเร่งด่วนข อง เป้าหมาย การตกลง ใจ การวิเคราะห์ ภารกิจ - ทำการวิเคราะห์คุณค่าเป้าหมายเพื่อพัฒนาการยิงสนับสนุน (รวมถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์/คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูล ข่าวสาร/กิจกรรมที่ใช้ควบคุมการรบอื่นๆ)ต่อเป้าหมายที่คุ้มค่า - จัดให้การยิงสนับสนุน,เครือข่ายคอมพิวเตอร์/คลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูลข่าวสาร/กิจกรรมที่ใช้ควบคุมการรบ อื่นๆ เข้าไปไว้ในแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของ ผบ.ชา และผลการโจมตีที่ต้องการ ก า ร พ ั ฒ น า หนทางปฏิบัติ - กำหนดเป้าหมายที่มีศักยภาพเป็นเป้าหมายที่มีค่าสูง - ประสาน และขจัดความซ้ำซ้อนเป้าหมายที่มีศักยภาพเป็น เป้าหมายที่มีค่าสูง - พัฒนาบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง - จัดทำมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย - พัฒนาตารางคำแนะนำในการโจมตี - พัฒนากิจในการยิงสนับสนุน และกิจในการปฏิบัติการผ่าน เครือข่าย/การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างๆ


19 3. การวิเคราะห์ขีด ความสามารถ 4. การตกลงใจของ ผบ.ชา และการแบ่ง มอบกำลัง 5. การวางแผนและ การปฏิบัติภารกิจของ หน่วยกำลังรบ 6. การประเมินผล - พัฒนามาตรการวัดผลการปฏิบัติและมาตรการวัดประสิทธิผล ที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ หนทางปฏิบัติ - ปรับปรุงบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง - ปรับปรุงมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย - ปรับปรุงตารางคำแนะนำในการโจมตี - ปรับปรุงกิจในการยิงสนับสนุน - ปรับปรุงมาตรการวัดผลการปฏิบัติและมาตรการวัด ประสิทธิผลที่เกี่ยวข้อง - พัฒนาตารางประสานสอดคล้องเป้าหมาย - ร่างคำร้องขอเครื่องมือควบคุมห้วงอากาศ ก า รจ ั ด ท ำ คำสั่ง - ตรวจสอบบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูงครั้งสุดท้าย - ตรวจสอบมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายครั้งสุดท้าย - ตรวจสอบตารางคำแนะนำในการโจมตีครั้งสุดท้าย - ตรวจสอบตารางประสานสอดคล้องเป้าหมายครั้งสุดท้าย - ตรวจสอบกิจการยิงสนับสนุนครั้งสุดท้าย - ตรวจสอบมาตรการวัดผลการปฏิบัติและมาตรการวัด ประสิทธิผลที่เกี่ยวข้องครั้งสุดท้าย - ส่งความต้องการข้อมูลข่าวสารให้กับ ฝอ.2 การเตรียมการ การ ค้นหา - ปฏิบัติตามแผนการรวบรวมข่าวสาร, การเฝ้าตรวจสนามรบ และการลาดตระเวน - ปรับปรุงหัวข้อความต้องการข้อมูลข่าวสารเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว - ปรับปรุงบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง, ตารางคำแนะนำในการโจมตี, ตารางประสานสอดคล้องเป้าหมาย - ปรับปรุงกิจการยิงสนับสนุน และกิจในการปฏิบัติการผ่าน เครือข่าย/การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่าง ๆ - ปรับปรุงมาตรการวัดผลการปฏิบัติและมาตรการวัด ประสิทธิผลที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติ การโจมตี - ปฏิบัติการยิงสนับสนุน และการโจมตีด้วยระบบปฏิบัติการ สงครามอิเล็กทรอนิคส์ตามตารางคำแนะนำในการโจมตีและ ตารางประสานสอดคล้องเป้าหมาย การประเมิน การประ เมินผล - ประเมินผลสำเร็จของกิจ(ซึ่งพิจารณาตามหัวข้อมาตรการ วัดผลการปฏิบัติ) - ประเมินประสิทธิผล(ซึ่งพิจารณาตามหัวข้อมาตรการวัด ประสิทธิผล) ตารางที่ 1-1 ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติการรบ วงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม หลักการ D3A และกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร


20 1-31 วิธีการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายโดยทั่วไปจะสะท้อนถึงพันธกิจตามหลักการ D3A ตามที่ได้แสดงไว้ในคู่มือเล่มนี้ แต่ละเหล่าทัพที่ร่วมปฏิบัติการจะดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายโดย ประยุกต์ใช้หลักการของตนเองภายใต้กรอบการปฏิบัติการร่วมที่กำหนดโดยผู้บัญชาการ กองกำลังรบร่วม ความท้าทายของหน่วยในอัตราการจัดสำหรับผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมคือ การหลอมรวมโครงสร้างของหน่วยที่ร่วมปฏิบัติการเข้าไปในคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม เพื่อให้สามารถกำหนดเป้าหมายในระดับยุทธการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ภารกิจหลักใน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนหน่วยรับการสนับสนุนของตนด้อยประสิทธิภาพลง 1-32 จากทัศนะของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม เมื่อเป้าหมายหนึ่งได้กำหนดขึ้นมา เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่ปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการที่มีผลกระทบทางยุทธศาสตร์ หรือทางยุทธการตามมา ซึ่งต่อมาได้ทำการตกลงใจว่าจะทำการโจมตีเป้าหมายด้วยเครื่องมือโจมตี หรือด้วยการใช้ขีดความสามารถด้านอื่น เป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้เลือกไว้แล้วในขั้นตอนนี้ต้องสนับสนุน แผนการทัพของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม และจะช่วยให้การปฏิบัติการยุทธ์หลักในปัจจุบัน และอนาคตประสบผลสำเร็จ ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมต้องอาศัยผู้บังคับบัญชาในระดับยุทธวิธีใน การวางแผน และเตรียมการ เพื่อปฏิบัติการโจมตีเป้าหมาย หรือกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้น ที่เป็นไปตาม เกณฑ์แห่งความสำเร็จของผู้บังคับบัญชา มาตรการควบคุมต่าง ๆ เช่น แนวประสานการยิงสนับสนุน ต้องกำหนดขึ้นใหม่เมื่อจำเป็น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเครื่องมือโจมตีทุกชนิดที่มีอยู่ในกองกำลัง รบร่วม ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมจะควบคุมให้การรบในระดับยุทธวิธีในอนาคตประสบผลสำเร็จได้ ดีที่สุดด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมให้กับสนามรบเหล่านั้น การมอบภารกิจ และการแบ่งมอบ ทรัพยากรให้กับหน่วยกำลังรบต่าง ๆ ที่เข้าร่วมทำการรบ ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 1-33 ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายนายทหารฝ่ายการข่าว กรอง, นายทหารยุทธการ และนายทหารการยิงสนับสนุน จะเป็นแกนหลักของคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายในแต่ละระดับ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะมีพันธกิจหลักในการ ช่วยเหลือผู้บังคับบัญชาอยู่ 3 ประการ ได้แก่ - ช่วยให้การปฏิบัติการมีความประสานสอดคล้องกัน - ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเป้าหมายที่ต้องทำการค้นหา และโจมตีและยังให้ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่มีอยู่ในการค้นหา และโจมตีเป้าหมายเหล่านั้น ด้วย


21 - กำหนดระดับของการประเมินค่าการรบที่ต้องการ การประเมินค่าการรบจะ สามารถให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ และทันเวลาในการวิเคราะห์ความสำเร็จของแผน หรือริเริ่มในการ แก้ไขแผน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินค่าการรบให้ดูในบทที่ 2 1-34 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ สายการบังคับบัญชา ความต่อเนื่องจะสำเร็จได้ด้วยการวางแผนคู่ขนานตั้งแต่คณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อยไปจนถึงระดับกองพันเฉพาะกิจการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายไม่ใช่ งานที่ต้องกระทำเฉพาะในห้วงการรบเท่านั้น ถ้าต้องการให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการนี้ต้องได้รับการฝึกฝนก่อนทำการรบ สมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องมี ความคุ้ยเคยกับบทบาทของตน และบทบาทของสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมอีกด้วย ซึ่งความคุ้นเคย ดังกล่าวจะทำให้เพิ่มพูนขึ้นมาได้ก็ด้วยการฝึกฝ่ายอำนวยการเท่านั้น


22 หลักการ D3A บทที่ 2 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของหลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายคือ เพื่อสนธิและสร้างความประสาน สอดคล้องของขีดความสามารถทั้งปวงที่มีอยู่เข้ากับการปฏิบัติการของหน่วยดำเนินกลยุทธ์ ในบทนี้จะได้อธิบายถึงหลักการ D3A (การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผลเสียหาย) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการวางแผนภารกิจ และการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ตอนที่ 1 หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายโดยทั่วไป หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายโดยทั่วไป 2-1 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องระบุทางเลือกในการดำเนินการ ต่อเป้าหมาย ว่าจะใช้การปฏิบัติการแบบสังหาร หรือแบบไม่สังหารในการสนับสนุนวัตถุประสงค์ของ ผู้บังคับบัญชา หลักการ D3A จะอำนวยให้ทำการโจมตีเป้าหมายที่ถูกต้อง ด้วยอาวุธที่เหมาะสม ณ เวลาที่ต้องการได้ ตัวอย่างของวงรอบการดำเนินการตามหลักการ D3A ดูในภาพที่ 2-1 หน้า 22 ภาพที่ 2-1 วงรอบการดำเนินการของหลักการ D3A การตกลงใจ การโจมตี การประเมินผล การค้นหา


23 2-2 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป็นวิธีการที่จะช่วยให้เกิดการจับคู่ขีดความสามารถของ กำลังฝ่ายเราต่อเป้าหมายต่าง ๆ ของฝ่ายข้าศึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายต่าง ๆ จะกำหนดให้ มีการโจมตีด้วยระบบโจมตีแบบสังหาร หรือระบบโจมตีแบบไม่สังหาร หรืออาจใช้ทั้งระบบโจมตี แบบสังหาร และระบบโจมตีแบบไม่สังหารผสมผสานกัน 2-3 สิ่งที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายคือ การกำหนดสถานการณ์ที่ เป็นไปได้ที่อาจมีการโจมตีฝ่ายเดียวกันเอง และการกำหนดมาตรการประสานต่าง ๆ ที่จำเป็นในการ จัดการ และควบคุมการโจมตีต่อเป้าหมาย มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะกำหนดไว้ในคำแนะนำในการ ประสาน และผนวกที่เหมาะสมของแผนและ/หรือคำสั่งยุทธการ 2-4 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องตามให้ทันกับสถานการณ์ในพื้นที่ปฏิบัติการซึ่งมีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เครื่องมือ และผลผลิตต่าง ๆ ที่จะได้อธิบายไว้ในบทนี้ต้องได้รับการ ปรับปรุงให้ทันสมัยตามการประเมินค่าการรบ ต้องระลึกไว้เสมอว่า การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายนั้น ต้องทำเป็นวงรอบ บ่อยครั้งมากที่การตกลงใจต่าง ๆ กระทำโดยปราศจากข้อมูลข่าวสารจากวงรอบ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านั้น ตอนที่ 2 การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี การประเมินผล (D3A) 2-5 หลักการ D3A ประกอบด้วยพันธกิจ 4 ประการ ดังนี้ - การตกลงใจเลือกเป้าหมายที่จะทำการโจมตี - การค้นหาเป้าหมาย - การโจมต่อเป้าหมาย (ปฏิบัติการยุทธ์) - การประเมินผลของการโจมตี การตกลงใจ 2-6 พันธกิจการตกลงใจ เป็นขั้นตอนแรกของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ขั้นตอนนี้จะ กำหนดจุดเพ่งเล็งในภาพรวม กำหนดลำดับความเร่งด่วน และหลักเกณฑ์ในการรวบรวมข่าวกรอง และการวางแผนการโจมตี พันธกิจการตกลงใจจะเน้นหนักไปที่การเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารข้าศึก ของฝ่ายอำนวยการ (ประกอบด้วย ยุทธวิธี หลักนิยม และอุดมการณ์) การเตรียมสนามรบด้านการ ข่าวอย่างละเอียด และการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ลำดับความเร่งด่วนในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายต้องกำหนดไว้ในแต่ละขั้น หรือแต่ละเหตุการณ์สำคัญของการปฏิบัติการ การตกลงใจจะกระทำตามภาพที่ปรากฏจากผลผลิต สำหรับผลผลิตต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้


24 - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) คือ บัญชีลำดับความเร่งด่วนของ เป้าหมายที่คุ้มค่าต่างๆ (HPT) ในแต่ละขั้นของการปฏิบัติการ (FM 3-09) เป้าหมายที่คุ้มค่า คือ เป้าหมายที่ซึ่งหากข้าศึกสูญเสียแล้วจะทำให้หนทางปฏิบัติของฝ่ายเราประสบผลสำเร็จ (JP 3-60) เป้าหมาย ที่คุ้มค่า(HPT) คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) ที่ต้องดำเนินการให้ ได้มา และทำการโจมตีจนประสบผลสำเร็จเพื่อให้ภารกิจของผู้บังคับบัญชาฝ่ายเราบรรลุผล สำเร็จ เป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) คือ เป้าหมายที่ผู้บังคับบัญชาฝ่ายข้าศึกต้องการเพื่อให้ ภารกิจประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ (JP 3-60) - พันธกิจการตกลงใจจะช่วยก่อให้เกิดแผนการรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ มักจะเป็นความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน (PIR) เสมอ - มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย (TSS) จะกำหนดค่าความถูกต้อง หรือหลักเกณฑ์เฉพาะอื่น ๆ เป้าหมายที่จะโจมตีต้องมีความถูกต้อง หรือเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดนั้น - ตารางคำแนะนำในการโจมตี (AGM) เป็นผลผลิตจากการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว ซึ่งได้กำหนดวิธีโจมตี เวลาโจมตี และผลที่ต้องการไว้แล้ว 2-7 ผลผลิตของพันธกิจการตกลงใจจะต้องบรรยายสรุปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เมื่อผู้บังคับบัญชาอนุมัติและทำการตกลงใจแล้วก็จะแปลงไปเป็นคำสั่งยุทธการต่อไป การเตรียมสนามรบด้านการข่าว(INTELLIGENCE PREPARATION OF THE BATTLEFIELD : IPB) 2-8 การเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB) เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องในการ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความผันแปรต่อภารกิจ ข้าศึก สภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศ หน่วยทหาร และการสนับสนุนที่มีอยู่ เวลาที่มีอยู่ และข้อพิจารณาด้านพลเรือน เพื่อวิเคราะห์หลักนิยม และขีดความสามารถของข้าศึก การเตรียมสนามรบด้านการข่าวจะเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์หลักนิยม และขีดความสามารถ ต่าง ๆ ของข้าศึกในพื้นที่ปฏิบัติการ การเตรียมสนามรบด้านการข่าวจะเพ่งเล็ง สภาพภูมิประเทศ และผลกระทบของสภาพอากาศต่อภูมิประเทศนั้น รวมถึงยุทธวิธี เทคนิค และการปฏิบัติที่กำลังฝ่ายข้าศึกนำมาใช้ ผลผลิตต่าง ๆ ของการเตรียมสนามรบด้านการข่าว ได้แก่ ข้อพิจารณาด้านพลเรือน แผ่นบริวารเครื่องกีดขวางผสม รูปแบบของภัยคุกคาม ขีดความสามารถของ ข้าศึก ตารางผลกระทบของสภาพอากาศ และตารางแผ่นภาพเหตุการณ์ ผลผลิตต่าง ๆ เหล่านี้จะ นำมาใช้เพื่อให้มองเห็นภาพคุณลักษณะของข้าศึก คาดการณ์เจตนารมณ์ของข้าศึก


25 และพัฒนาหนทางปฏิบัติของข้าศึกพร้อมข้อความประกอบ ผลผลิตเหล่านี้จะช่วยในการวิเคราะห์ คุณค่าของเป้าหมาย และกำหนดเป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) ขั้นต้น แผ่นภาพภัยคุกคามต่าง ๆ จะแปลงคุณลักษณะของภัยคุกคามไปเป็นภาพสังเขปต่าง ๆแผ่นภาพสถานการณ์โดยสังเขปจะช่วยใน การกลั่นกรองเป้าหมายที่คุ้มค่าในพื้นที่ปฏิบัติการ และหนทางปฏิบัติเฉพาะของข้าศึก 2-9 สิ่งที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาแผ่นภาพสถานการณ์โดยสังเขปคือ การตรวจสอบจุด ตกลงใจ และจุดวิกฤติต่าง ๆ ในแต่ละหนทางปฏิบัติของข้าศึก การตรวจสอบจะแสดงให้เห็นสิ่งที่อาจ เกิดขึ้นถ้าแผนของผู้บัญชาการฝ่ายข้าศึกล้มเหลว และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อความล้มเหลวนั้น การประเมินค่าหนทางปฏิบัติของข้าศึกพร้อมข้อความประกอบจะนำไปสู่การกำหนดการพันธกิจที่ สำคัญของข้าศึกในแต่ละหนทางปฏิบัติ และเป้าหมายที่มีค่าสูงที่เกี่ยวข้องกับแต่ละพันธกิจนั้น 2-10 การประยุกต์ใช้การเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB) จะช่วยผู้บังคับบัญชาในการ เลือกใช้และเพิ่มอำนาจการรบให้สูงสุด ณ จุดวิกฤติต่าง ๆ ในแต่ละห้วงเวลา และพื้นที่การรบ โดยการเตรียมสนามรบด้านการข่าวจะช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของสนามรบ สภาพแวดล้อมทาง ธรรมชาติมีผลกระทบต่อหน่วยทหารฝ่ายเรา และหนทางปฏิบัติที่เป็นไปได้ของข้าศึกอย่างไร แผ่นภาพสถานการณ์โดยสังเขปจะสนับสนุน การพัฒนาแผ่นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ แผ่นภาพเหตุการณ์จะช่วยกำหนดกิจกรรมที่สำคัญ ๆ ของข้าศึก การเตรียมสนามรบด้านการข่าวยัง ช่วยกำหนดพื้นที่สนใจที่กำหนด (NAI) ในที่ซึ่งการปฏิบัติหรือเหตุการณ์เฉพาะต่าง ๆ ของข้าศึกจะ ช่วยยืนยัน หรือปฏิเสธหนทางปฏิบัติที่เลือกไว้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก ATP 2-01.3 การวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมายและการวาดภาพการรบ (TARGET VALUE ANALYSIS AND WAR GAMING 2-11 นายทหารฝ่ายการข่าวกรอง และนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะประเมินค่า และสนธิตัวแปรที่มีผลต่อภารกิจ และปัจจัยทางการรบของสภาวะแวดล้อมทางด้านยุทธการที่มี ผลกระทบต่อการปฏิบัติการ ทั้งฝ่ายเรา และฝ่ายข้าศึก การประสานนี้จะช่วยในการพัฒนาสรุป ข่าวกรอง ซึ่งประกอบด้วยบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) และอาจประกอบด้วยบัญชีเป้าหมายบุคคล ที่มีค่าสูง (HVI) การวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมายเพื่อผลิตเป้าหมายที่มีค่าสูงในหนทางปฏิบัติเฉพาะ หนทางหนึ่งของข้าศึก การวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมายจะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์หลักนิยม ยุทธวิธี อาวุธยุทโธปกรณ์ การจัดหน่วย และพฤติกรรมที่คาดการณ์ไว้แล้วอย่างละเอียดสำหรับหนทาง ปฏิบัติที่ได้เลือกไว้ กระบวนการวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมายจะกำหนดชุดของเป้าหมายที่มีค่าสูง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจที่สำคัญของข้าศึกที่เป็นไปได้ ซึ่งสามารถขัดขวางหนทางปฏิบัติ ของฝ่ายเราหรือเป็นเป้าหมายที่มีความความสำคัญต่อความสำเร็จของฝ่ายข้าศึก


26 2-12 ตารางจำแนกเป้าหมาย (spreadsheets) (หรือโฟลเดอร์เป้าหมาย ตามความ เหมาะสม) จะกำหนดเป้าหมายที่มีค่าสูงที่สัมพันธ์กับชนิดของการปฏิบัติการ ตารางจำแนกเป้าหมาย จะให้ข้อมูลข่าวสาร การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอย่างละเอียดสำหรับเป้าหมายที่มีค่าสูงแต่ละ เป้าหมาย ข้อมูลข่าวสารในตารางจำแนกเป้าหมาย และแผ่นบันทึกเป้าหมายจะนำมาใช้ในระหว่าง การเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB) และการวาดภาพการรบ ส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่อยู่ที่ อยู่ในส่วนควบคุมและวิเคราะห์ (ACE) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมทางยุทธการของรองเสธนาธิการ นายทหารฝ่ายการข่าวกรอง (สธ.2) จะรวบรวมข้อมูลจากแหล่งผลิตข่าวกรองทั้งหมดเข้าด้วยกัน ในการพัฒนาตารางจำแนกเป้าหมาย และแผ่นบันทึกเป้าหมาย 2-13 ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการวิเคราะห์พันธกิจในสนามรบที่วิกฤติของฝ่ายเรา โดยเพ่งเล็งไปที่หนทางปฏิบัติหนึ่งโดยเฉพาะ พื้นที่ที่ดีที่สุดในการโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่ากลายเป็น เรื่องที่ต้องนำมาพิจารณากลั่นกรองในระหว่างการวาดภาพการรบ พื้นที่เหล่านี้เรียกว่า พื้นที่เป้าหมาย ที่สนใจ (TAI) พื้นที่เป้าหมายที่สนใจคือ จุดหรือพื้นที่ที่ผู้บังคับบัญชาสามารถกำหนด และโจมตี เป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ จุดตกลงใจ(DP) หรือแนวขั้นเวลาสำหรับตกลงใจจะนำมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่า การตกลงใจโจมตีหรือไม่โจมตีจะเกิดขึ้น ณ เวลาที่เหมาะสม จุดตกลงใจต่าง ๆ และพื้นที่เป้าหมายที่ สนใจจะถูกบันทึกไว้ในแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจ วัตถุปะสงค์ของการวาดภาพการรบคือ เพื่อจัดทำประมาณการของแต่ละสายงานครั้งสุดท้าย และเพื่อพัฒนาในเรื่องต่อไปนี้ - แผนดำเนินกลยุทธ์ - แผนการยิง - แผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจของฝ่ายเรา 2-14 เป้าหมายที่มีค่าสูงต่าง ๆ จะถูกกำหนดขึ้น และจัดลำดับความเร่งด่วนในระหว่างการ วาดภาพการรบของการวางแผน นอกจากนี้แล้วยังต้องกำหนดเป้าหมายย่อยของเป้าหมายที่มีค่าสูง ต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการให้ได้มา และทำการโจมตีเพื่อให้ภารกิจของฝ่ายเราประสบผลสำเร็จ เป้าหมายที่มีค่าสูงอาจกำหนดเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าเมื่อเป้าหมายเหล่านี้สามารถค้นหามาได้และมี ความล่อแหลมต่อการโจมตี และการโจมตีนั้นสนับสนุนแผนการดำเนินกลยุทธ์ของผู้บังคับบัญชา ทันทีที่กำหนด และเลือกเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าแล้ว เป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ จะถูกจัดเป็นกลุ่มเข้าไปไว้ ในบัญชีหนึ่งเพื่อทำการพิสูจน์ทราบในห้วงเวลาเฉพาะอันหนึ่งของการรบ บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ สมบูรณ์แล้วจะส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอนุมัติ บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ได้รับอนุมัติแล้ว จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตที่เป็นทางการของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 2-15 รองผู้ประสานการยิงสนับสนุน (รอง ผปยส.) หรือนายทหารการยิงสนับสนุน(นยส.) จะเป็นผู้ ให้คำแนะนำนายทหารฝ่ายยุทธการในการใช้ระบบอาวุธยิงสนับสนุนที่มีอยู่ และเป็นผู้บันทึก ความต้องการในการยิงสนับสนุน นายทหารฝ่ายยุทธการใช้การวาดภาพการรบในการพิจารณาความ


27 พอเพียงของการยิงสนับสนุน นายทหารฝ่ายยุทธการต้องทำงานร่วมกับฝ่ายการข่าวกรองอย่าง ใกล้ชิดเพื่อประกันว่า ได้ใช้เครื่องมือค้นหาเป้าหมายของหน่วยยิงสนับสนุนทั้งหมดในแผนการรวบรวม ข่าวกรอง นายทหารฝ่ายอำนวยการที่สำคัญอื่น ๆ เป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญ และควรขอคำปรึกษา ประกอบด้วย - สธ.3 อากาศ หรือนายทหารฝ่ายการบินทหารบกของกองพลน้อย สำหรับการสนธิ การใช้ห้วงอากาศ - นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน และนายทหารประชาสัมพันธ์ สำหรับขีด ความสามารถด้านกิจการพลเรือน และด้านการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง - นายทหารฝ่ายการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหาร - นายทหารฝ่ายส่งกำลังบำรุง สำหรับข้อพิจารณาต่าง ๆ ด้านขีดความสามารถใน การสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง - นายทหารช่าง สำหรับความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ การต่อต้านความ คล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ความอยู่รอด และข้อพิจารณาด้านสภาพแวดล้อม - นายทหารป้องกันภัยทางอากาศ สำหรับให้การคุ้มครองด้านการป้องกันภัยทาง อากาศ 2-16 ข้อมูลที่ได้มาจากฝ่ายอำนวยการที่เหลืออื่น ๆ จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ในการวิเคราะห์ ผลกระทบของพันธกิจในการรบทั้งปวงได้ ข้อมูลนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี (AGM) ประสานสอดคล้องกับแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจ และการเลือกเป้าหมายที่คุ้มค่าได้รับ การสนับสนุนจากกิจในการรวบรวมความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน และกิจในการ รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ การเลือกเป้าหมาย (TARGET SELECTION) 2-17. ขั้นการวาดภาพการรบจะระบุเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ และช่วยผู้บังคับบัญชาใน การสร้างความประสานสอดคล้องของเครื่องมือในการรวบรวมเป้าหมายที่คุ้มค่าเหล่านั้น ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมของส่วนควบคุม และวิเคราะห์ (ACE) จะช่วยระบุ และนายทหารฝ่าย ยุทธการจะเป็นผู้มอบกิจให้กับเครื่องมือเฝ้าตรวจที่จำเป็นต่อการรวบรวมเป้าหมายที่คุ้มค่า ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมจะเป็นผู้กำหนดเครื่องมือเฝ้าตรวจที่ดีที่สุด และการจัดให้มีเครื่องมือ เหล่านั้นด้วยการอ้างอิงตารางประสานสอดคล้องในการรวบรวมข่าวสาร การอธิบายรายละเอียด ของตารางประสานสอดคล้องในการรวบรวมข่าวสารจะกล่าวไว้ใน ATP 2-01


28 บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HIGH-PAYOFF TARGET LIST) 2-18 บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า จะระบุเป้าหมายที่คุ้มค่าตามขั้นต่าง ๆ ของการรบ และจัดตามลำดับความเร่งด่วน ข้อพิจารณาอื่นๆ มีดังนี้ - ลำดับเหตุการณ์หรือลำดับที่ปรากฏขึ้นของเป้าหมาย - ขีดความสามารถในการค้นหา การพิสูจน์ทราบ การจำแนกประเภท การกำหนด ที่ตั้ง และการติดตามเป้าหมาย (การตกลงใจนี้ต้องพิจารณาถึงเครื่องมือเฝ้าตรวจที่มีอยู่ และข้อพิจารณาในเรื่องห้วงระยะเวลาในการดำเนินกรรมวิธีประกอบด้วย) - ระดับความถูกต้องแม่นยำของระบบค้นหาเป้าหมาย - ขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมาย - ขีดความสามารถในการสร้างผลกระทบที่ต้องการให้เป็นไปตามคำแนะนำในการ โจมตี 2-19 เป้าหมายต่าง ๆ ได้มีการจัดลำดับความเร่งด่วนไว้แล้วตามข้อพิจารณาที่ได้กล่าว มาแล้วด้านบนภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเป็นผู้ให้ ข้อเสนอแนะการจัดลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมายตามผลการประมาณการ และตามข้อเสนอแนะของนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของส่วนยิงสนับสนุน และนายทหาร ฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนาม ตารางจำแนกเป้าหมายจะช่วยกำหนดลำดับความเร่งด่วนและ ลำดับในการโจมตีถ้าตารางจำแนกเป้าหมายหรือการวาดภาพการรบเบี่ยงเบนไปจากแนวทางของ ผู้บังคับบัญชา จะต้องทำการบันทึกไว้ที่บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ได้วางแผนไว้ เพื่อแจ้งข้อขัดแย้ง ดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ประเภทเป้าหมายที่คุ้มค่าจะแสดงไว้ในบัญชีเป้าหมายทั้งชื่อ เป้าหมาย และหมายเลขเป้าหมาย ชื่อเป้าหมาย และหมายเลขเป้าหมายจะแสดงไว้ในตาราง จำแนกเป้าหมาย จำนวนของเป้าหมายที่มีลำดับความเร่งด่วนสูงไม่ควรมีมากจนเกินไป การมีเป้าหมายที่มีความเร่งด่วนสูงมากจนเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องมือ รวบรวมข่าวสาร และเครื่องมือโจมตีลดประสิทธิภาพลง บัญชีที่ได้รับอนุมัติแล้วจะส่งให้กับฝ่าย ยุทธการ ฝ่ายการข่าว และส่วนยิงสนับสนุน ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนเพื่อกำหนด แนวทางการโจมตีและปรับปรุงแผนการรวบรวมข่าวกรอง บัญชีนี้อาจแสดงให้เห็นถึงความ ต้องการทางด้านยุทธการของผู้บังคับบัญชาในการประเมินผลเสียหายจากการรบ (BDA) ของ เป้าหมายเฉพาะ และกรอบเวลาในการรวบรวมข่าวสารและการรายงานอีกด้วย หมายเหตุ : บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ได้จัดทำไว้ในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดง การเชื่อมโยงเป้าหมายที่คุ้มค่าเข้ากับขั้นต่าง ๆ ของการรบ


29 2-20 การจัดทำบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าวิธีหนึ่งคือ จัดกลุ่มเป้าหมายที่คุ้มค่าทั้งหมดลงไปไว้ใน ชุดเป้าหมายที่สะท้อนขีดความสามารถ และพันธกิจที่ผู้บังคับบัญชาตกลงใจทำการโจมตี ชุดเป้าหมายต่าง ๆ จะถูกกำหนด และจัดลำดับความเร่งด่วนไว้แล้วในแต่ละขั้นของการรบ ภายในชุดเป้าหมาย เป้าหมายเดี่ยวต่าง ๆ แต่ละเป้าหมายจะจัดเรียงลำดับตามคุณค่าของเป้าหมาย ลำดับในการปรากฏตัว ความสำคัญ หรือเกณฑ์อื่น ๆ ที่ตอบสนองผลกระทบที่ต้องการของ ผู้บังคับบัญชา วิธีนี้คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะปรับลดจำนวน ปรับปรุงแก้ไข และจัดลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมายที่มีค่าสูงใหม่ (HVT) ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่า เป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ต่าง ๆ สามารถสนับสนุนแนวความคิดในการปฏิบัติได้ 2-21 คำแนะนำของผู้บังคับบัญชาอาจจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งควรทำหมายเหตุ ประกอบไว้ในบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ชื่อเป้าหมาย หรือหมายเลขเป้าหมาย และคำบรรยายลักษณะ เป้าหมายจะบันทึกไว้ในบัญชีเป้าหมายของเป้าหมายที่คุ้มค่าเฉพาะในแต่ละประเภทเป้าหมาย เมื่อผู้บังคับบัญชาอนุมัติหรือแก้ไขบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าแล้ว บัญชีเป้าหมายนั้นจะถูกส่งกลับไปยัง คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เพื่อใช้จัดทำตารางคำแนะนำในการโจมตี (AGM) และแผนการ รวบรวมข่าวกรอง สำหรับตัวอย่างบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าให้ดูในผนวก ง มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย (TARGET SELECTION STANDARDS) 2-22 มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย (TSS) คือ เกณฑ์ที่นำมาใช้กับการปฏิบัติของข้าศึก (การค้นหาเป้าหมายและข้อมูลข่าวสารสนามรบ) และใช้ในการตกลงใจว่าการกระทำใดจึงจะจัดว่า เป็นเป้าหมาย มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายได้แบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ประเภท คือ เป้าหมาย ยืนยัน และเป้าหมายสงสัย เป้าหมายยืนยันต้องเป็นไปตามความต้องการในด้านความถูกต้อง และความทันเวลาในการโจมตี เป้าหมายสงสัยต้องได้รับการยืนยันก่อนทำการโจมตี สำหรับตัวอย่าง ของแผ่นบันทึกมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายให้ดูในผนวก ง หน่วยต่าง ๆ อาจพัฒนารูปแบบของ แผ่นบันทึกมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายของตนขึ้นมาใช้เองก็ได้ 2-23 มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของข้าศึกภายใต้ข้อพิจารณา และระบบอาวุธที่มีอยู่ โดยใช้ปัจจัยดังต่อไปนี้ - ความต้องการด้านความถูกต้องของที่ตั้งเป้าหมายที่เป็นระบบอาวุธ (คลาดเคลื่อน ของที่ตั้งเป้าหมาย) - ขนาดของการปฏิบัติของข้าศึก (เป็นจุดหรือเป็นพื้นที่) - สถานภาพของการปฏิบัติ (เคลื่อนที่หรืออยู่กับที่) - ความทันเวลาของข้อมูลข่าวสาร


30 2-24 การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายสำหรับการปฏิบัติอันหนึ่ง ของข้าศึกอาจแตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับระบบอาวุธที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง เช่น ที่ตั้งกองร้อย ปืนใหญ่ข้าศึกอาจมีความต้องการความคลาดเคลื่อนของเป้าหมาย 150 เมตร สำหรับโจมตีด้วย ปืนใหญ่ลำกล้อง และต้องการความคลาดเคลื่อนของเป้าหมาย 1 กิโลเมตร สำหรับการโจมตีด้วย อากาศยาน เป็นต้น มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายจะพัฒนาขึ้นโดยส่วนยิงสนับสนุนร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองทางทหาร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองจะใช้มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย เป็นเครื่องมือในการกำหนดเป้าหมายจากข้อมูลข่าวสารสนามรบได้อย่างรวดเร็ว และจะส่งเป้าหมาย ไปให้ส่วนยิงสนับสนุน ผู้รับผิดชอบระบบอาวุธต่าง ๆ เช่น ส่วนยิงสนับสนุน ส่วนควบคุมการยิง หรือศูนย์อำนวยการยิงจะใช้มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายเพื่อระบุเป้าหมายในการโจมตีได้อย่าง รวดเร็ว ผู้บังคับบัญชาสามารถพัฒนามาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายตามลักษณะของภัยคุกคาม และตามหลักนิยมที่สัมพันธ์กับระบบอาวุธมาตรฐานที่มีอยู่ 2-25 ส่วนยิงสนับสนุนจะมอบแผ่นบันทึกมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายให้กับนายทหาร ฝ่ายการข่าวกรอง นายทหารฝ่ายการข่าวกรองทหารปืนใหญ่สนาม (FAIO) จะใช้มาตรฐานการ คัดเลือกเป้าหมาย ในการกำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ที่จะส่งต่อไปให้ส่วนยิงสนับสนุน เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ ข่าวกรองจะประเมินค่าแหล่งข่าวเพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของข่าว ยืนยันว่าขนาด และสถานภาพของการปฏิบัติเป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย และหลังจากนั้นจะเปรียบเทียบเวลาที่ตรวจพบกับห้วงเวลาตามหลักนิยมที่คาดว่าเป้าหมายยังคงอยู่ ในที่ตั้ง ถ้าห้วงเวลาผ่านเลยไปเกินกว่าห้วงเวลาตามหลักนิยมที่คาดว่าเป้าหมายยังคงอยู่ในที่ตั้งเดิม ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเรื่องความถูกต้องของที่ตั้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ก่อนที่จะประกาศเป็น เป้าหมายยืนยัน 2-26 ในบางสถานการณ์อาจต้องการเครื่องมือรวบรวมข่าวกรองเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่าย เราหรือฝ่ายข้าศึกก่อนที่จะอนุมัติให้ทำการโจมตี เป้าหมายที่คุ้มค่าที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งหมดควรจะติดตามจนกระทั่งเป้าหมายเหล่านั้นถูกโจมตีตามตารางคำแนะนำในการโจมตี ที่ตั้งเป้าหมายต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย ควรต้องได้รับการยืนยันก่อนทำ การโจมตี มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายสามารถอธิบายให้ชัดเจนได้ในรูปของตารางมาตรฐานการ คัดเลือกเป้าหมาย สำหรับตัวอย่างตารางมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายให้ดูในผนวก ง 2-27 ในตารางมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายจะมีรายชื่อระบบอาวุธแต่ละชนิดที่จะส่งเป็น เป้าหมายไปให้ส่วนยิงสนับสนุน ส่วนควบคุมการยิง หรือศูนย์อำนวยการยิง ผลกระทบของ สภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศที่มีผลต่อเครื่องมือรวบรวมข่าวกรอง และมีผลต่ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ของข้าศึกต้องนำมาพิจารณา มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายเป็นกุญแจที่ใช้ในการแก้ไข


31 สถานการณ์ อย่างไรก็ตาม จุดเพ่งเล็งที่สำคัญที่สุดคือ สถานการณ์ข้าศึก ข้อพิจารณาด้านการลวง และความเชื่อถือได้ของแหล่งข่าวหรือองค์กรที่รายงาน คำแนะนำในการโจมตี (ATTACK GUIDANCE) 2-28 การรู้จักจุดล่อแหลมต่าง ๆ ของเป้าหมาย และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการโจมตีที่มีต่อการปฏิบัติการของข้าศึก จะช่วยให้ฝ่ายอำนวยการวางแผนเลือกใช้เครื่องมือโจมตี ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คำแนะนำที่สำคัญคือ ไม่ว่าผู้บังคับบัญชาจะมีความประสงค์ที่จะทำ การรบกวน รั้งหน่วง สร้างความสูญเสีย หรือทำลายข้าศึกหรือไม่ก็ตาม ในระหว่างการวาดภาพการ รบจะต้องมีการกำหนดจุดตกลงใจที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ พื้นที่ที่สนใจ หรือจุดต่าง ๆ ในสนามรบ จุดตกลงใจต่างๆ เหล่านี้จะชี้นำการตกลงใจของผู้บังคับบัญชา และชี้นำการปฏิบัติของ ฝ่ายอำนวยการ ในจุดที่มีความจำเป็นต้องตกลงใจทางยุทธวิธี 2-29 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะให้ข้อเสนอแนะว่าควรจะทำการโจมตีเป้าหมาย แต่ละเป้าหมายอย่างไร โดยจะกำหนดในรูปของผลกระทบที่ต้องการ และการเลือกใช้เครื่องมือการ โจมตีตามคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา ผลกระทบที่ต้องการจะถูกแปลงไปเป็นค่าคงที่ในระบบ อัตโนมัติเพื่อให้การโจมตีเป้าหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2-30 การตกลงใจเลือกใช้ระบบโจมตีหรือเครื่องมือโจมตี จะกระทำไปพร้อมกับการตกลงใจ ว่าจะทำการค้นหาและโจมตีเป้าหมายเมื่อใด การตกลงใจโจมตีโดยใช้เครื่องมือโจมตีตั้งแต่ 2 ชนิด ขึ้นไป เช่น การโจมตีด้วยระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) และการโจมตีทางอากาศ เป็นต้น การโจมตีในลักษณะนี้ การประสานข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถของเครื่องมือโจมตีแต่ละชนิดเป็น สิ่งที่มีความจำเป็น 2-31 ผู้บังคับบัญชาจะต้องเป็นผู้อนุมัติคำแนะนำในการโจมตี โดยมีคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งคำแนะนำในการโจมตีควรมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ได้จัดลำดับความเร่งด่วนไว้แล้ว - โจมตีเมื่อใด, อย่างไร และผลการโจมตีที่ต้องการ - คำแนะนำพิเศษอื่น ๆ - ความต้องการในการประเมินผลเสียหายในการรบ 2-32 ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการพัฒนาขึ้นในระหว่างการวาดภาพการรบ คำแนะนำในการ โจมตีจะนำมาใช้กับทั้งเป้าหมายตามแผน และเป้าหมายตามเหตุการณ์ ดังนั้น คำแนะนำในการโจมตี อาจกำหนดลักษณะเป้าหมายว่า เป็นเป้าหมายเฉพาะหรือเป็นเป้าหมายทั่วไป คำแนะนำในการโจมตี จะต้องส่งไปให้กับผู้รับผิดชอบระบบอาวุธต่าง ๆ ในรูปของตารางคำแนะนำในการโจมตี (AGM)


32 ตารางคำแนะนำในการโจมตี (ATTACK GUIDANCE MATRIX) 2-33 ตารางคำแนะนำในการโจมตี อย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย - เป้าหมายที่คุ้มค่าที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ - เวลาโจมตี - วิธีโจมตีเป้าหมาย - ผลกระทบที่ต้องการ - หมายเหตุเกี่ยวกับข้อห้ามต่าง ๆ หมายเหตุ : ตัวอย่างคำแนะนำในการโจมตีจะแสดงไว้ในผนวก ง ช่องเป้าหมายที่คุ้มค่า (High-Payoff Target Column) 2-34 ในช่องนี้จะเป็นรายชื่อเป้าหมายที่คุ้มค่า ซึ่งกำหนดขึ้นในระหว่างการวาดภาพการรบ เป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการกำหนดลำดับความเร่งด่วนในการโจมตีไว้แล้ว ช่องเมื่อใด (When Column) 2-35 เวลาโจมตีเป้าหมาย มีความสำคัญต่อผลการโจมตีที่จะบังเกิดประสิทธิผลสูงสุด ในระหว่างการวาดภาพการรบ เวลาที่เหมาะสมที่สุดจะถูกกำหนดขึ้น และบันทึกไว้ในช่องเมื่อใด (when) ตัวอักษร P แสดงว่าเป้าหมายไม่ควรทำการโจมตีในเวลานี้แต่ควรวางแผนไว้สำหรับโจมตี ในอนาคต หรือเพียงแค่บันทึกไว้ในแฟ้มข้อมูลเป้าหมายเท่านั้น ตัวอักษร I แสดงว่าให้โจมตีทันที ซึ่งเป็นลำดับที่มีความเร่งด่วนเหนือกว่าเป้าหมายอื่น ๆ ทั้งปวง และให้ดำเนินการในทันทีแม้ว่า จำเป็นต้องมีการหันเหระบบอาวุธจากการโจมตีเป้าหมายอื่นที่กำลังดำเนินการโจมตีอยู่ก็ตาม ตัวอักษร A หมายถึงเป้าหมายที่ควรทำการโจมตีเมื่อตรวจพบ 2-36 นายทหารฝ่ายยุทธการ ผู้ประสานการยิงสนับสนุน และนายทหารการยิงสนับสนุนของ กรมดำเนินกลยุทธ์ต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติภายในที่บังคับการหลัก เพื่อให้สามารถทำการโจมตี เป้าหมายได้ทันที ช่องวิธีโจมตี (HOW Column) 2-37 วิธีโจมตี จะเชื่อมโยงเครื่องมือโจมตีไปยังเป้าหมายที่คุ้มค่า การกำหนดเครื่องมือโจมตี หลัก และเครื่องมือโจมตีสำรองในการโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่าไว้จะเป็นการดีที่สุด


33 ช่องผลที่ต้องการ (EFFECTS Column) 2-38 ผลที่ต้องการจะอ้างอิงเกณฑ์/บรรทัดฐานในการโจมตีเป้าหมาย คณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายควรกำหนดเกณฑ์/บรรทัดฐานในการโจมตีเป้าหมายตาม คำแนะนำของ ผู้บังคับบัญชา เกณฑ์/บรรทัดฐานในการโจมตีเป้าหมายควรกำหนดในรูปของเชิงปริมาณ ช่องหมายเหตุ (REMARKS Column) 2-39 ช่องนี้ควรทำหมายเหตุไว้ว่า เป้าหมายใดบ้างที่ไม่ควรโจมตีในสถานการณ์ทางยุทธวิธี บางสถานการณ์ (เช่น ไม่ควรโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ของข้าศึกที่กำลังถอนตัว เป็นต้น) ตัวอย่างของ บางรายการที่ควรบันทึกไว้ในช่องนี้ ได้แก่ - ข้อจำกัดเกี่ยวกับการประมาณการความสูญเสียทางข้าง - บันทึกข้อบังคับเกี่ยวกับค่าความถูกต้องหรือเวลา - บันทึกความต้องการด้านการประสาน - ข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวน และชนิดของกระสุน - ความต้องการในการประเมินผลเสียหายในการรบ 2-40 ในขณะที่การรบได้ดำเนินการคืบหน้าไป ตารางคำแนะนำในการโจมตีอาจมีการ เปลี่ยนแปลงได้ ตารางคำแนะนำในการโจมตีเป็นเครื่องมือที่ต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ข้าศึกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งควรมีการถกแถลง และปรับปรุงแก้ไขในระหว่างการประชุม วางแผนของฝ่ายอำนวยการตามห้วงระยะเวลา โดยพิจารณาแยกตารางคำแนะนำในการโจมตีตาม แนวความคิดในการปฏิบัติของแต่ละขั้นการรบออกจากกัน แบบฟอร์ม (FORMATS) 2-41 แบบฟอร์มบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย และตารางคำแนะนำในการโจมตีที่ได้แสดงไว้ในย่อหน้าต่าง ๆ ก่อนหน้านี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องเข้าใจข้อพิจารณาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการสร้าง เครื่องมือในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอำนวยการที่มีประสบการณ์อาจ พัฒนาแบบฟอร์มของตนเองขึ้นมาใช้เองก็ได้ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตน การค้นหา (DETECT) 2-42 การค้นหาเป็นพันธกิจที่สำคัญในลำดับต่อไปของกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย นายทหารยุทธการทุกระดับหน่วย เป็นผู้รับผิดชอบในการอำนวยการใช้เครื่องมือในการค้นหา เป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ ที่ได้กำหนดขึ้นในขั้นตอนการตกลงใจ เพื่อให้สามารถกำหนดหน้าที่เฉพาะ


34 ให้กับเครื่องมือค้นหาเป้าหมายว่า ใคร, อะไร, เมื่อไร และอย่างไร นายทหารยุทธการต้องทำงานด้วย การประสานอย่างใกล้ชิดกับส่วนต่าง ๆ ดังนี้ - นายทหารฝ่ายการข่าว - ส่วนวิเคราะห์และควบคุม - นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร (IO) - นายทหารข่าวกรองปืนใหญ่สนาม - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - นายทหารการยิงสนับสนุน 2-43 เป้าหมายต่าง ๆ จะต้องทำการค้นหา และติดตามด้วยการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดให้มากที่สุด สธ.2/ฝอ.2 ต้องเพ่งเล็งการใช้เครื่องมือรวบรวมข่าวกรองไปที่เป้าหมาย ที่คุ้มค่า และความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้แล้ว ผู้รับผิดชอบใน การรวบรวมข่าวกรองจะต้องพิจารณาจำนวน และขีดความสามารถของเครื่องมือรวบรวมข่าวกรองที่ มีอยู่ นายทหารฝ่ายการข่าวจะต้องแปลงความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน และความต้องการข่าวกรองต่าง ๆ ไปเป็นความต้องการข้อมูลข่าวสารเฉพาะ และคำสั่งและคำร้องขอ เฉพาะต่าง ๆ ถ้าเป็นไปได้นายทหารฝ่ายการข่าวต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการแจกจ่ายข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจากเครื่องมือรวบรวมข่าวกรองต่าง ๆ ไปยังส่วนดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย หรือแจกจ่ายข่าวกรองเป้าหมายไปยังส่วนยิงสนับสนุน 2-44 ปัจจัยด้านการข่าวกรองของสภาพแวดล้อมทางการรบที่ส่งผลกระทบกับประชาชน จำเป็นต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น ข่าวกรองที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างทาง การเมือง สังคม และทางเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวกรองต้องทำการวิเคราะห์ข่าวกรองจากการ รายงานของแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่มีปริมาณมหาศาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะพิจารณา - ยืนยังถึงภัยคุกคามที่มีอยู่ - เป้าหมายสำคัญที่มีศักยภาพที่แท้จริง - เครื่องมือโจมตีเป้าหมายที่ดีที่สุด - ผลที่คาดการณ์ไว้ต่อการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ (ซึ่งจะเป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อลด ผลกระทบทางลบให้ลดน้อยลง) ขั้นตอนการค้นหา (DETECTION PROCEDURES) 2-45 เป้าหมายที่คุ้มค่าต้องทำการค้นหาได้ทันเวลาด้วยความถูกต้องตามที่กำหนดไว้ ต้องมอบกิจที่กะทัดรัด และชัดเจนให้กับหน่วยลาดตระเวนหรือระบบเฝ้าตรวจสนามรบต่าง ๆ ที่สามารถค้นหาเป้าหมายที่แบ่งมอบให้ได้ เป้าหมายที่คุ้มค่าที่เป็นเป้าหมายเคลื่อนที่ได้


35 ต้องมีการค้นหา และติดตามเพื่อกำหนดที่ตั้งปัจจุบันของเป้าหมาย การติดตามเป้าหมายต้องติดตาม อย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหาให้พบ ลำดับความเร่งด่วนในการติดตามจะขึ้นอยู่กับแนวความคิดในการปฏิบัติ ของผู้บังคับบัญชา และลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ส่วนยิงสนับสนุนจะแจ้งให้ สธ.2/ฝอ.2 ทราบถึงขนาดความถูกต้องของเป้าหมายที่ต้องการ และเวลาที่ต้องการของเป้าหมายที่ เหมาะสำหรับการโจมตี สธ.2/ฝอ.2 ต้องกำหนดความต้องการด้านความถูกต้องของเป้าหมายให้ สอดคล้องกับความคลาดเคลื่อนในการกำหนดเป้าหมายของระบบรวบรวมข่าวกรองแต่ละระบบ ถ้าทราบชนิดของเป้าหมาย และลักษณะที่สำคัญของเป้าหมาย (ระบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบเฝ้าตรวจ ด้วยสายตา, ระบบตรวจจับคลื่นรังสีความร้อน และอื่น ๆ) เครื่องมือรวบรวมข่าวกรองที่มีขีด ความสามารถสูงสุดจะได้รับเลือกให้รับผิดชอบต่อเป้าหมายนั้น เครื่องมือดังกล่าวสามารถนำไปวาง กำลังในที่ตั้งที่เหมาะสมที่สุดตามที่ได้ประมาณการไว้ว่า เป้าหมายข้าศึกนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด และเกิดขึ้นที่ไหน 2-46 ในขณะที่เครื่องมือต่าง ๆ ทำการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาเป้าหมายนั้น ข่าวสารจะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองในส่วนวิเคราะห์ และควบคุม เจ้าหน้าที่จะใช้ข้อมูล ข่าวสารดังกล่าวทำการพัฒนาสถานการณ์ และพัฒนาเป้าหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่วิเคราะห์พิสูจน์ทราบ เป้าหมายที่กำหนดให้ทำการโจมตีแล้ว จะส่งเป้าหมายดังกล่าวไปยังส่วนยิงสนับสนุน หลังจากนั้นส่วน ยิงสนับสนุนจะปฏิบัติตามคำแนะนำในการโจมตีเป้าหมายต่อไป การประสานกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ฝ่ายข่าวกรอง และส่วนยิงสนับสนุนมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะดำเนินการภายใต้การอำนวยความ สะดวกของนายทหารข่าวกรอง ปืนใหญ่สนาม ตารางการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร 2-47 ตารางการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเป็นผลผลิตหนึ่งที่นายทหารฝ่ายการข่าวกรองนำมาใช้ เพื่อให้แน่ใจว่า กิจในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สอดคล้องกับแผนการดำเนินกลยุทธ์ทั้งเวลา และสถานที่ เชื่อมโยงการลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจสนามรบเข้ากับการดำเนินกลยุทธ์ และ ผลกระทบที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับเป้าหมาย (ESSENTIAL TARGET INFORMATION) 2-48 เป้าหมายยืนยัน และเป้าหมายสงสัยต่าง ๆ อาจถูกส่งจากเครื่องมือรวบรวมข่าวกรอง หลายชนิดไปยังคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย สิ่งที่สำคัญคือ ข้อมูลข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับ เป้าหมายจะต้องส่งไปเพื่อทำการวิเคราะห์ และทำการโจมตีอย่างเหมาะสม อย่างน้อยที่สุดรายงาน เป้าหมายต้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ - หน่วยงานที่รายงาน - หมู่วันเวลาที่เครื่องมือเฝ้าตรวจได้ตรวจพบเป้าหมาย


36 - ลักษณะของเป้าหมาย - ขนาดของเป้าหมาย - พิกัดที่ตั้งเป้าหมาย และความสูง - ความคลาดเคลื่อนของที่ตั้งเป้าหมาย - ห้วงเวลาที่ข้าศึกอยู่ในที่ตั้ง (ตามหลักนิยม) - สถานภาพเป้าหมาย (อยู่กับที่หรือเคลื่อนที่) 2-49 หมู่วันเวลาที่ตรวจพบเป้าหมายมีความสำคัญ เนื่องจากต้องนำมาใช้วิเคราะห์เวลาที่ เป้าหมายยังคงอยู่ในที่ตั้งแห่งนั้น ห้วงเวลาที่ข้าศึกอยู่ในที่ตั้งตามหลักนิยมจะนำมาพิจารณาว่า จะทำการโจมตีหรือไม่ตามความเป็นไปได้ที่เป้าหมายจะเคลื่อนย้ายออกไป 2-50 ลักษณะ และขนาดของเป้าหมาย จะนำมาเปรียบเทียบกับตารางคำแนะนำในการโจมตี ซึ่งข้อมูลนี้จะนำมาใช้เพื่อพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ - เครื่องมือโจมตี - ระดับความรุนแรงในการโจมตี - จำนวนเครื่องมือที่จะนำมาใช้ - ข้อพิจารณาอื่น ๆ เช่น การประมาณการความสูญเสียทางข้าง การวัดขนาด เป้าหมาย และการใช้อาวุธ 2-51 สำหรับตัวอย่างการรายงานเป้าหมาย ให้ดูในผนวก ง การพัฒนาเป้าหมาย (TARGET DEVELOPMENT) 2-52 การพัฒนาเป้าหมาย คือ การตรวจสอบศักยภาพของระบบ และส่วนประกอบของ เป้าหมาย เป้าหมายที่เป็นบุคคล และส่วนต่าง ๆ ของเป้าหมายอย่างเป็นระบบ เพื่อพิจารณาถึงชนิด และห้วงเวลาของการปฏิบัติการที่จำเป็นต้องทุ่มเทต่อเป้าหมายแต่ละเป้าหมาย เพื่อสร้างผลกระทบ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เฉพาะของผู้บังคับบัญชา (เอกสารร่วม [JP] 3-60) การพัฒนาเป้าหมาย ประกอบด้วยพันธกิจต่าง ๆ หลายประการ เช่น การวิจัยเป้าหมาย การคัดเลือกเป้าหมาย การขจัดความซ้ำซ้อนของเป้าหมาย การให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัด วัสดุเกี่ยวกับ เป้าหมาย และการประมาณการความเสียหายทางข้าง การพัฒนาเป้าหมายตามปกติจะได้ผลผลิต 4 ประการ ได้แก่ การกำหนดชื่อเป้าหมายที่พัฒนาขึ้น แฟ้มเป้าหมาย ความต้องการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร และการใช้ประโยชน์ และการบรรยายสรุปเป้าหมาย รายละเอียดในการวิเคราะห์ควรแสดง ลักษณะพิเศษในด้านพันธกิจ ความสำคัญของเป้าหมาย ความล่อแหลมของแต่ละเป้าหมาย การเชื่อมโยงเป้าหมายต่าง ๆ ไปยังวัตถุประสงค์ของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และมาตรการวัด


37 ประสิทธิผล การพัฒนาเป้าหมายประกอบด้วย การตรวจสอบเป้าหมาย และการยืนยันความถูกต้อง ของเป้าหมาย การตรวจสอบเป้าหมาย (TARGET VETTING) 2-53 การตรวจสอบ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเป้าหมายที่ทำการประเมินค่าความถูกต้อง ของเครื่องมือสนับสนุนด้านการข่าวกรองที่ใช้ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย (JP 3-60) การตรวจสอบถือว่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในกระบวนการพัฒนาเป้าหมาย เพื่อกำหนดระดับของความน่าเชื่อถือ ในการอธิบายถึงลักษณะทางพันธกิจของเป้าหมายที่นำมาเปรียบเทียบกันอย่างมีเหตุผล ในการตรวจสอบเป้าหมาย นายทหารฝ่ายการข่าวจะประสานกับฝ่ายข่าวกรองต่าง ๆ ในการทบทวน ข้อมูลความถูกต้องของเป้าหมายจากแหล่งข่าวกรองที่ให้การสนับสนุน การประเมินค่าแหล่งข่าวกรอง ที่ให้การสนับสนุนอย่างน้อยที่สุดควรประกอบด้วย การพิสูจน์ทราบเป้าหมาย ลักษณะที่สำคัญของ เป้าหมาย การประมาณการข้อมูลทางข้าง ข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศหรือที่ตั้ง ผลกระทบต่อกำลังฝ่าย ข้าศึก และฝ่ายเรา ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ดำเนินการต่อเป้าหมาย ผลกระทบด้าน สภาพแวดล้อม ข้อกังวลเกี่ยวกับความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบด้านการข่าวกรอง การตรวจสอบจะ ไม่รวมถึงการประเมินค่าของการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสงครามหรือกฎการโจมตี การยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย (TARGET VALIDATION) 2-54 การยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเป้าหมาย เพื่อประกันว่า เป้าหมายทั้งหมดที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกณฑ์/ เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา และมั่นใจว่าเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ สงคราม หรือกฎการโจมตี (JP 3-60) เป้าหมายต่างๆ ต้องได้รับการยืนยันแล้วไม่ขัดแย้งกับข้อกังวล ของนานาชาติเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของคู่ขัดแย้ง การตรวจสอบและการยืนยันความถูกต้องของ เป้าหมายควรได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้งเมื่อได้รับข่าวกรองมาใหม่หรือเมื่อสถานการณ์ เปลี่ยนแปลงไป การยืนยันความถูกต้องของเป้าหมายจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ภายใต้การให้คำปรึกษาของผู้วางแผน หน่วยงานที่ให้บริการสนับสนุนทั่วไป และผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานอื่น ๆ ตามความจำเป็น 2-55การยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย ต้องตอบคำถามต่อไปนี้ - ผลกระทบที่ต้องการต่อเป้าหมายจะช่วยให้วัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา ผลกระทบทางด้านการยุทธ์หรือกิจย่อยของหน่วยให้การสนับสนุนบรรลุผลสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่าหรือไม่ - ผลกระทบที่ต้องการต่อเป้าหมายสนับสนุนผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการหรือไม่


38 - ผลกระทบที่ต้องการต่อเป้าหมายสอดคล้องกับคำแนะนำ และเจตนารมณ์ของ ผู้บังคับบัญชาหรือไม่ - การโจมตีเป้าหมายเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ ข้อพิจารณาในด้านกฎหมายว่า ด้วยการสงครามหรือกฎการโจมตีมีอะไรบ้าง - เป้าหมายมีส่วนสนับสนุนขีดความสามารถ และความมุ่งประสงค์ในการเข้าสู่ สงครามของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ - เป้าหมายยังคงปฏิบัติการได้อยู่ใช่หรือไม่ เป้าหมายังเป็นส่วนหนึ่งของระบบ เป้าหมายที่ยังปฏิบัติการได้อยู่หรือไม่ เป้าหมายมีที่ตั้งอยู่ที่ใด - การโจมตีเป้าหมายจะเป็นการกระตุ้น “ความอ่อนไหว” ทางด้านการเมือง หรือทางวัฒนธรรมหรือไม่ - การโจมตีเป้าหมายจะมีผลกระทบต่อความคิดเห็นของประชาชนอย่างไร (ฝ่ายข้าศึก, ฝ่ายเรา และฝ่ายที่เป็นกลาง) - ยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือเป้าหมายอื่น ๆ ในบันชีเป้าหมายที่ห้ามโจมตี หรือบัญชีเป้าหมายจำกัดการโจมตี อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของ เป้าหมายหรือไม่ - ความเป็นไปได้ที่อาจมีความเสียหายทางข้าง หรือผลกระทบทางข้างเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการบาดเจ็บล้มตายคืออะไร พิจารณาข้อกังวลเกี่ยวกับความเสียหายทางข้างที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายว่าด้วยสงคราม กฎการโจมตี และคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา - ผลกระทบทางด้านจิตวิทยาที่จะเกิดจากปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่มีต่อฝ่ายตรงข้าม กองกำลังฝ่ายเรา หรือพันธมิตรนานาชาติคืออะไร - ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ดำเนินการปฏิบัติการต่อเป้าหมายคืออะไร - เป็นไปได้หรือไม่ที่จะโจมตีเป้าหมายนี้ ในขณะนี้ ถ้าไม่โจมตีขณะนี้แล้ว สามารถกำหนดเป็นเป้าหมายในห้วงเวลาอื่นได้หรือไม่ เกณฑ์เสี่ยงคืออะไร - การโจมตีเป้าหมายจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ หรือกระตุ้นให้เกิดความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมหรือไม่ - การโจมตีเป้าหมายจะเกิดผลกระทบทางลบต่อการปฏิบัติการของฝ่ายเราใน ปัจจุบัน หรือการขยายผลต่อเป้าหมายของฝ่ายเราที่ได้วางแผนไว้แล้วหรือไม่ - การปฏิบัติการต่อเป้าหมายจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติการอื่น ๆ อย่างไร 2-56 ตัวอย่างของผลกระทบทั้งที่น่าพอใจและที่ไม่น่าพอใจ ที่ต้องนำมาพิจารณาในระหว่าง การพิจารณาเพื่อยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย แสดงอยู่ในภาพที่ 2-2 หน้า 39


39 ภาพที่ 2-2 ข้อพิจารณาในการยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย การโจมตี (DELIVER) 2-57 พันธกิจการโจมตีของกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย เป็นการปฏิบัติตาม คำแนะนำในการโจมตีเป้าหมาย และสนับสนุนแผนการรบของผู้บังคับบัญชา ทันทีที่กำหนดที่ตั้ง และพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่คุ้มค่าได้ ข้อพิจารณาในการยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย โจมตี ( ผลกระทบที่น่าพอใจ) ไม่โจมตี ( ผลกระทบที่ไม่น่าพอใจ) • ด้านการทหาร - ลดขีดความสามารถและ/หรือความมุ่งประสงค์ ของฝ่ายตรงข้าม - แสวงประโยชน์จากจุดอ่อนของข้าศึก - ทำให้หนทางปฏิบัติของฝ่ายเราเป็นไปได้ - ลบล้างหนทางปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม • ด้านการเมือง/การทูต - ปรับปรุงจุดยืนในสังคมโลกหรือสร้างความ สมดุลด้านพลังอำนาจ - ทำให้สถานภาพ หรือพลังอำนาจในโลกหรือใน ภูมิภาคของข้าศึกอ่อนแอลง • ด้านข้อมูลสารสนเทศ - สร้างข่าวสารที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ - ทำให้เกิดความเหนือว่าด้านข้อมูลสารสนเทศ • ด้านเศรษฐกิจ - ลดทอนขีดความสามารถด้านความหนุนเนื่องใน การรบของฝ่ายตรงข้าม • ด้านการทหาร - สงวนการใช้สิ่งอุปกรณ์ของหน่วยที่ตามมา - อันตรายจากเคมี, ชีวะ, รังสี หรือนิวเคลียร์ • ด้านการเมือง/การทูต - การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการสงคราม, กฎการ โจมตี, สนธิสัญญา หรือข้อตกลงต่าง ๆ - ผลกระทบต่อฝ่ายตรงข้ามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ภายในประเทศและระหว่างประเทศ - ความเสียหายทางข้าง • ด้านข้อมูลสารสนเทศ - การสูญเสียด้านการข่าวกรองทำให้คุณค่า เป้าหมายลดลง - สร้างข่าวสารที่ไม่น่าพอใจ - ความเสี่ยงจากข้อมูลข่าวสารที่ย้อนกลับมา • ด้านเศรษฐกิจ - ต้นทุของการสร้างพลังอำนาจขึ้นมาใหม่ - ผลกระทบทางตรงกันข้ามต่อสหรัฐ และมิตร ประเทศ


Click to View FlipBook Version