40 การโจมตีเป้าหมาย (ATTACK OF TARGETS) 2-58 การโจมตีเป้าหมายต้องตอบสนองคำแนะนำในการโจมตีที่พัฒนาขึ้นในขั้นการตกลงใจ การโจมตีเป้าหมายจำเป็นต้องมีการตกลงใจ และการปฏิบัติหลาย ๆ ประการ การตกลงใจเหล่านี้แบ่ง ออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การตกลงใจทางยุทธวิธีและการตกลงใจทางเทคนิค 2-59 การตกลงใจทางยุทธวิธี จะพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ - เวลาในการโจมตี - ผลกระทบที่ต้องการ ขนาดความเสียหาย หรือทั้งสองอย่าง - ระบบอาวุธที่ใช้โจมตี - ความเสียหายทางข้างที่อาจเกิดขึ้นได้ 2-60 การตกลงใจเหล่านี้จะมีผลต่อการโจมตีทางกายภาพของเป้าหมาย การตกลงใจทางยุทธวิธี (TACTICAL DECISIONS) เวลาโจมตี (Time of Attack) 2-61 เวลาโจมตี จะพิจารณาตามชนิดของเป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายตามแผน หรือเป้าหมาย ตามเหตุการณ์ เวลาโจมตีเป็นการพิจารณาผลกระทบที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อเป้าหมาย ผู้ตกลงใจจะต้องชั่งน้ำหนัก เกณ์เสี่ยงทางการยุทธ์ของความอดทนรอทางยุทธวิธีให้สมดุลกับความ รวดเร็วของหน่วยที่ปฏิบัติการโดยตรงในตารางคำแนะนำในการโจมตี เป้าหมาย (Targets) 2-62 การรบในปัจจุบัน การโจมตีเป้าหมายจะต้องมีการคาดการณ์ถึงสภาพของทั้งฝ่ายข้าศึก และฝ่ายเรา เป้าหมายบางเป้าหมายอาจไม่ปรากฏขึ้นตามที่ได้คาดการณ์ไว้ การค้นหา และการติดตามการปฏิบัติของข้าศึก และการดำเนินกลยุทธ์ของฝ่ายเราต้องสัมพันธ์กับจุดเริ่มสั่งการ โจมตีในการโจมตีต่อเป้าหมาย ทันทีที่ตรวจพบการปฏิบัติของข้าศึกที่ได้กำหนดไว้ คณะทำงานดำเนิน กรรมวิธิเป้าหมายจะดำเนินการดังต่อไปนี้ - นายทหารฝ่ายการข่าว หรือนายทหารฝ่ายยุทธการจะทำการพิสูจน์ทราบการ ปฏิบัติของข้าศึกซึ่งเป็นเป้าหมายตามแผนที่จะทำการโจมตี เฝ้าสังเกตจุดตกลงใจต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่สนใจที่กำหนด (NAIs) และเป้าหมายที่สนใจ (TAIs) ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เป้าหมายที่คุ้มค่า - สธ.2 ยืนยันความถูกต้องของเป้าหมาย โดยทำการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ แหล่งข่าว และความถูกต้องของเป้าหมาย(ทั้งเวลาและที่ตั้ง)เป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนั้นจึงทำการส่ง เป้าหมายไปยังส่วนยิงสนับสนุน
41 - นายทหารยุทธการทำการตรวจสอบกฎการโจมตี และถ้าจำเป็นอาจประสานกับเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมายด้านการรบเพื่อพิจารณาความถูกต้องตามกฎหมายของเป้าหมาย - นายทหารยุทธการพิจารณาว่าเครื่องมือโจมตีที่วางแผนไว้ยังมีอยู่ และยังเป็นระบบอาวุธที่ดี ที่สุดที่จะใช้โจมตีหรือไม่ - สธ.2 แจ้งเตือนเครื่องมือประเมินผลเสียหายในการรบที่เหมาะสม ซึ่งรับผิดชอบในการ ประเมินผลเสียหายในการรบ (เมื่อต้องการ) เป้าหมายตามเหตุการณ์ (Targets of Opportunity) 2-63 เป้าหมายตามเหตุการณ์จะดำเนินกรรมวิธีเช่นเดียวกับเป้าหมายตามแผน เป้าหมาตามเหตุการณ์ต้องมีการประเมินค่าก่อนเพื่อพิจารณาว่า ควรจะทำการโจมตีหรือไม่ หรือควรจะโจมตีเมื่อใด การตกลงใจโจมตีเป้าหมายตามเหตุการณ์ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำใน การโจมตีและขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หลายประการ เช่น - การปฏิบัติของเป้าหมาย - เวลาที่เป้าหมายยังคงอยู่ในที่ตั้งตามหลักนิยม - ความสำคัญของเป้าหมายเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายอื่น ๆ ที่อยู่ในระหว่าง ดำเนินกรรมวิธีในการโจมตีอยู่ในขณะนั้น 2-64 ถ้าตกลงใจจะทำการโจมตีทันที เป้าหมายนั้นจะนำมาดำเนินกรรมวิธีในลำดับต่อไป ทำการประเมินค่าเครื่องมือโจมตีที่มีอยู่ และขีดความสามารถในการโจมตี ถ้าเป้าหมายอยู่ไกลเกินขีด ความสามารถ หรือเกินกว่าที่เครื่องมือโจมตีที่หน่วยมีอยู่จะทำการโจมตีได้ ควรส่งเป้าหมายไปให้ กองบัญชาการหน่วยเหนือ เพื่อทำการโจมตีทันที ในกรณีที่ตกลงใจเลื่อนเวลาการโจมตีออกไป ต้องทำการติดตามเป้าหมาย พิจารณาจุดตกลงใจทำการโจมตีและพิจารณาปรับปรุงกิจในการ รวบรวมข่าวกรองตามความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่ต้องการ (Desired Effects) 2-65 ผลกระทบที่ต้องการอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความมุ่งมั่นในการสู้รบ หรือเกิดความสูญเสีย หรือการบาดเจ็บล้มตายต่อเป้าหมายที่เป็นบุคคล หรือยุทโธปกรณ์ ที่ผู้บังคับบัญชาต้องการใช้ปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ 2-66 ผลกระทบสามารถประเมินได้อย่างเหมาะสมจากผู้ตรวจการณ์หรือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ ที่ได้รับการฝึกมาแล้วเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ เป้าหมายแต่ละเป้าหมายจะมีทั้งผู้ตรวจการณ์หลัก และผู้ตรวจการสำรอง ผู้ตรวจการณ์แต่ละคนต้องเข้าใจผลกระทบที่ต้องการ ซึ่งประกอบด้วย ต้องการเมื่อไร และห้วงเวลาที่ต้องการยาวนานเท่าใด
42 ระบบโจมตี (Weapons System) 2-67 การตกลงใจทางยุทธวิธีลำดับสุดท้ายที่ต้องทำคือ การเลือกระบบโจมตีที่เหมาะสม สำหรับเป้าหมายตามแผนการตกลงใจนี้ต้องทำในขั้นตอนการตกลงใจของกระบวนการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่า ระบบโจมตีที่เลือกไว้แล้วนั้นยังมีอยู่และสามารถทำการ โจมตีได้ ถ้าไม่มีหรือไม่สามารถโจมตีได้ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องพิจารณาเลือก ระบบโจมตีที่ดีที่สุดที่มีอยู่เพื่อโจมตีเป้าหมาย 2-68 ส่วนสำคัญในการพิจารณาวิธีโจมตีที่เหมาะสมคือ การใช้อาวุธ การใช้อาวุธ (Weaponeering) เป็นคำนิยามของกระบวนการในการกำหนดจำนวนชนิดของเครื่องมือโจมตีเฉพาะ แบบสังหาร และแบบที่ไม่สังหารชนิดหนึ่ง ที่ต้องการนำมาใช้สร้างผลกระทบที่ต้องการต่อเป้าหมายที่ กำหนด (JP 3-60) การใช้อาวุธอาจพิจารณาในบางเรื่อง เช่น การปฏิบัติของข้าศึก (ผลของการปฏิบัติ และมาตรการต่อต้านต่าง ๆ ) ความแม่นยำ และความคลาดเคลื่อนของกระสุนที่โจมตี เกณฑ์การสูญเสีย และกลไกที่ทำให้เกิดความสูญเสีย โอกาสในการทำลายเป้าหมาย ความน่าเชื่อถือ ของระบบอาวุธ และกระสุนวิถี เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา และผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ ผลกระทบที่ต้องการ การแบ่งมอบกิจต่าง ๆ และคำแนะนำจะนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินการ ประเมินค่าการใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเป็นผู้กำหนดปริมาณการยิงต่อเป้าหมาย ตามลำดับความเร่งด่วนที่คาดการณ์ไว้เพื่อสร้างผลกระทบที่ต้องการ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาอาจ เป็นอุปสรรคต่อการคำนวณผลกระทบต่อเป้าหมายทั้งหมดที่อาจเป็นไปได้ ดังนั้น การคำนวณควร ดำเนินการไปตามลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมายที่จัดไว้ เพื่อเป็นการสะท้อนบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า 2-69 กระบวนการใช้อาวุธ แบ่งออกเป็นหลายขั้นตอนและไม่ได้มีการยึดโยงกับวิธีการ หรือการจัดหน่วยโดยเฉพาะ ขั้นตอนต่าง ๆ อาจไม่เข้มงวดมากนักและอาจทำให้ประสบผลสำเร็จด้วย การสั่งการหรือการผสมผสานการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป ขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการใช้อาวุธ ได้แก่ - การกำหนดความต้องการในการรวบรวมข่าวกรอง - การรับข้อมูลข่าวสารมาจากกองกำลังฝ่ายเรา - การกำหนดเป้าหมายที่จะทำการวิเคราะห์ - การกำหนดเกณฑ์ความสูญเสีย - การกำหนดตัวบ่งชี้ด้านประสิทธิผลของอาวุธ - การกำหนดพิกัดที่ถูกต้องของเป้าหมาย และตำบลกระสุนตก - การประเมินประสิทธิผลของอาวุธ - การทบทวนความต้องการในการรวบรวมข่าวกรอง
43 2-70 การประมาณการความสูญเสียทางข้าง เป็นวิธีการที่จะช่วยผู้บังคับบัญชาให้อยู่ในกรอบ ของกฎหมายว่าด้วยสงคราม และกฎการโจมตี กฎหมายว่าด้วยสงครามได้กำหนดในเรื่องต่อไปนี้ - ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้มั่นใจว่า เป้าหมายที่กำหนดขึ้นต้อง เป็นที่หมายทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น - ใช้กับนักรบหรือผู้ที่พร้อมจะทำการต่อสู้ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินกรรมวิธีต่อ เป้าหมายที่เป็นพลเรือน หรือประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างจงใจ - ต้องคาดการณ์ถึงการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตของพลเรือนหรือผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม การสู้รบ และการทำให้ทรัพย์สินของพลเรือนหรือผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากการ โจมตีโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องไม่มากเกินกว่าที่จะยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบกับความได้เปรียบทางทหาร ที่คาดการณ์ไว้ 2.71 ความผิดพลาดที่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัดเหล่านี้สามารถส่งผลให้เกิดผล กระทบในทางลบที่ไม่คุ้มค่าต่อพลเรือน และบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ และจะต้องถูกพิจารณาคดี ในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสงครามได้ ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกา และในทางทหารจะกลายเป็นหัวข้อการวิจารณ์ในระดับโลกได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางตรงข้ามต่อ การบรรลุผลสำเร็จต่อที่หมายทางทหาร และเป้าประสงค์ของชาติในปัจจุบัน และในอนาคตได้ 2-72 ในระหว่างการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ฝ่ายอำนวยการต้องรับผิดชอบต่อการลดความ เสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา หรือโดยบังเอิญ ต่อความสูญเสีย หรือการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน พลเรือน และบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โจมตีเร่งด่วน เป้าหมายต่างๆ ในบัญชีเป้าหมายที่ห้ามโจมตีและ/หรือจำกัดการโจมตี ฟาร์มปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม อากาศยานพลเรือน และสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อการปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วย ผู้บังคับบัญชาในการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงต่อความจำเป็นใน การปฏิบัติการทางทหาร และการประเมินถึงความเหมาะสมภายใต้กรอบของการแสวงข้อตกลงใจทาง ทหาร 2-73 กลับมาสู่เรื่องการใช้อาวุธต่อเป้าหมายที่ได้กำหนดขึ้น การประมาณการความสูญเสีย ทางข้างระดับ 2 (ดูใน CJSCI 3505.01B) ที่กำหนดหัวข้อการประเมินไว้ว่า เป้าหมายเป็นไปตาม ความต้องการต่ำสุดหรือไม่ (เกณฑ์และอำนาจอนุมัติ) สำหรับการโจมตีด้วยอาวุธผิวพื้นสู่ผิวพื้นที่ สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ ค่าที่กำหนดไว้ของอาวุธแต่ละชนิดกับเกณ์ที่ได้รับการรับรองในปัจจุบัน
44 จะช่วยผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการ ในการประเมินเกณฑ์เสี่ยงของความสูญเสียทางข้างต่อ เป้าหมายต่าง ๆ ในระหว่างขั้นการวางแผน และขั้นการปฏิบัติ 2-74 วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดความเสียหายทางข้างให้น้อยลงคือ การลดความคลาดเคลื่อนใน การกำหนดที่ ตั้งเป้าหมายโดยการวัดพิกัดเป้าหมาย การวัดพิกัดเป้าหมายเป็นการประยุกต์ใช้ หลักการทางคณิตศาสตร์ในการวัดขนาดพื้นผิว 3 ระนาบ เพื่อกำหนดความถูกต้องของที่ตั้งเป้าหมาย ให้มีความถูกต้องมากที่สุดทั้ง 3 ระนาบของพื้นผิวโลก การวัดพิกัดได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความ ผิดพลาดในการกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย เมื่อเทียบเคียงที่ตั้งเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้กับพิกัดที่ได้ ปรับปรุงแก้ไชแล้วจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย และจัดให้มีจุดเล็งที่ ถูกต้อง สามารถทำการโจมตีเป้าหมายด้วย กองกำลังที่จะทำให้ผลกระทบที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จ ได้เท่านั้น 2-75 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะพิจารณาเครื่องมือโจมตีตามที่ผู้บังคับบัญชา หน่วยดำเนินกลยุทธ์อนุมัติ ซึ่งควรพิจารณาเครื่องมือโจมตีทั้งหมดที่มีอยู่ การโจมตีเป้าหมายควรให้ เหมาะสมกับขีดความสามารถของ - กำลังภาคพื้นดินขนาดเบา และขนาดหนัก - อากาศยานของทหารบก - ปืนใหญ่สนาม - เครื่องยิงลูกระเบิด - ปืนใหญ่เรือ - การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด และการขัดขวางทางอากาศ - สงครามอิเล็กทรอนิกส์ - ขีดความสามารถของเครื่องมือรวบรวมข่าวสาร - ชุดกิจการพลเรือน 2-76 เครื่องมือแต่ละชนิดและขีดความสามารถต่าง ๆ ที่มีอยู่จะต้องนำมาพิจารณา โดยใช้ปัจจัยต่อไปนี้ - ผลกระทบที่ต้องการต่อเป้าหมาย - ระดับของเกณฑ์เสี่ยงในการใช้เครื่องมือนั้นต่อเป้าหมาย - ผลกระทบต่อการปฏิบัติการของฝ่ายเรา
45 การตกลงใจทางเทคนิค 2-77 ทันทีที่ได้ทำการตกลงใจทางยุทธวิธีแล้ว ฝอ.3 จะสั่งการให้ทำการโจมตีเป้าหมายตาม ความเหมาะสม ส่วนยิงสนับสนุนจะจัดเตรียมข้อมูลให้กับกับผู้รับผิดชอบระบบอาวุธดังนี้ - เวลาที่ทำการโจมตี - ผลกระทบที่ต้องการ - ข้อห้าม หรือคำร้องขอชนิดของกระสุนพิเศษต่าง ๆ แบบเจาะจง 2-78 ผู้รับผิดชอบเครื่องมือ หรือระบบอาวุธต่าง ๆ เช่น ฝอ.3 ของกองพันทหารปืนใหญ่ สนาม นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา นายทหารอากาศติดต่อ นายทหารฝ่ายการบินทหารบก นายทหารติดต่อปืนเรือของกรม จะเป็นผู้พิจารณาว่าระบบอาวุธของตนสามารถทำให้ความต้องการ ต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จหรือไม่ ในกรณีที่เครื่องมือ หรือระบบโจมตีไม่สามารถโจมตีให้บรรลุผลสำเร็จ ตามที่ต้องการได้ จะต้องแจ้งให้ส่วนยิงสนับสนุนทราบ มีเหตุผลมากมายที่เครื่องมือหรือระบบโจมตี อาจไม่สามารถทำการโจมตีให้บรรลุผลสำเร็จตามความต้องการได้ เช่น - เครื่องมือ หรือระบบโจมตีต่าง ๆ ไม่สามารถหาได้ในช่วงเวลานั้น - กระสุน หรือเครื่องมือที่ต้องการไม่สามารถหาได้ - เป้าหมายอยู่ไกลเกินระยะยิง 2-7 ส่วนยิงสนับสนุนจะต้องตกลงใจว่าเครื่องมือ หรือระบบโจมตีที่ได้เลือกไว้ควรจะทำการ โจมตีด้วยเกณฑ์/บรรทัดฐานการโจมตีที่แตกต่างกันหรือไม่ หรือควรจะใช้เครื่องมือหรือระบบโจมตี ชนิดอื่นหรือไม่ การประเมินผล (ASSESS) 2-80 ผู้บังคับบัญชาต้องประเมินสภาพแวดล้อมทางการยุทธ์ และความคืบหน้าในการ ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นกับทัศนะ และเจตนารมณ์ในขั้นต้นของตน ผู้บังคับบัญชาจะปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติการไปตามผลการประเมินของตน เพื่อให้มั่นใจว่า การปฏิบัติการจะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และผลลัพธ์สุดท้ายทางทหารที่ต้องการ 2-81 กระบวนการประเมินผล เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง และผูกมัดโดยตรงกับการตกลงใจ ของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่การวางแผน การเตรียมการ และการปฏิบัติการยุทธ์ ฝ่ายอำนวยการจะ ช่วยเหลือผู้บังคับบัญชาโดยการเฝ้าติดตามสถานการณ์ในหลาย ๆ รูปแบบที่สามารถสร้างอิทธิพลต่อ ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติการ และจัดหาข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการตกลงใจของผู้บังคับบัญชาอย่าง ทันเวลา ความต้องการข่าวสารสำคัญของผู้บังคับบัญชาจะถูกเชื่อมโยงกับกระบวนการประเมินผล โดยผู้บังคับบัญชาต้องการข้อมูลข่าวสารและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อทำการตกลงใจอย่างทันเวลา
46 การวางแผนสำหรับกระบวนการประเมินผลจะระบุรูปแบบการปฏิบัติการที่สำคัญ ๆ ซึ่งผู้บังคับบัญชา สนใจเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด และจุดที่ผู้บังคับบัญชาต้องการเพื่อทำการตกลงใจ 2-82 ภาพที่ 2-3 จะแสดงให้เห็นวิธีการประเมินผลที่เกิดขึ้นในทุกระดับหน่วย และทุกย่าน ของการปฏิบัติการทางทหาร แม้แต่ในการปฏิบัติการที่มิใช่การรบการประเมินความคืบหน้าก็มี ความสำคัญเช่นกัน ดังกฎที่ว่า ระดับหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้เข้าปฏิบัติการ ได้รับมอบกิจเฉพาะ หรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะ ระดับหน่วยที่ปฏิบัติการนั้นควรเป็นผู้ประเมินผลการ ปฏิบัตินั้น ในการดำเนินการ ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการจะต้องพิจารณาวิธีการประเมิน เครื่องมือที่จะนำมาใช้ และมาตรการ ต่าง ๆ ในระหว่างการวางแผน การเตรียมการ และการปฏิบัติ การกำหนดจุดเพ่งเล็งในการประเมิน และการรวบรวมข่าวกรองในหน่วยแต่ละระดับอย่างเหมาะสมนี้ จะช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการประเมินในภาพรวม ภาพที่ 2-3 ระดับ และมาตรการในการประเมินผล ระดับ คำแนะนำ ยุทธศาสตร์ชาติ • วัตถุประสงค์และผลลัพธ์ สุดท้ายที่ต้องการ ยุทธศาสตร์ยุทธบริเวณ • ภารกิจและผลลัพธ์สุดท้าย ที่ต้องการ - วัตถุประสงค์ ▪ ผลที่ต้องการ - กิจ ยุทธการ • ภารกิจ - วัตถุประสงค์ ▪ ผลที่ต้องการ - กิจ ยุทธวิธี • ภารกิจ - วัตถุประสงค์ - กิจ ระดับและมาตรการในการประเมิน การประเมินความ เสียหายในสนามรบ การประเมินประสิทธิผล ของกระสุน โจมตีซ้ำ หรือดำเนิน กรรมวิธีในอนาคต ประเมินด้วยการใช้มาตรการวัดประสิทธิผล เราทำถูกต้องหรือไม่ ประเมินด้วยการใช้มาตรการวัดความสำเร็จของการ ปฏิบัติการ เราทำถูกต้องหรือไม่ กิจในการรบ (โดยเฉพาะการยิง) ใช้การประเมินค่าการรบ
47 การประเมินผลการรบ (COMBAT ASSESSMENT) 2-83 การประเมินผลการรบ เป็นการพิจารณาประสิทธิผลของการใช้กำลังในระหว่างการ ปฏิบัติการทางทหาร 2-84 การประเมินผลการรบ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ - การประเมินความเสียหายในการรบ - การประเมินประสิทธิผลของลูกกระสุน - ข้อเสนอแนะในการโจมตีซ้ำ 2-85 การผสมผสานการประเมินความเสียหายในการรบ และการประเมินประสิทธิผลของลูก กระสุน/หัวรบ จะช่วยให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเป้าหมาย หรือกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจากข้อมูลข่าวสารนี้ จะทำให้การประมาณการถึงขีดความสามารถในการรบ และความหนุนเนื่อง ในการรบ และจุดศูนย์ดุลของข้าศึกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการทบทวนประสิทธิผลของการ ปฏิบัติการจะมีข้อเสนอแนะ หรือแนวทางการปฏิบัติใหม่ ๆ เกิดขึ้น การประเมินความเสียหายในการรบ (Battle Damage Assessment ) 2-86 การประเมินความเสียหายในการรบ ประกอบด้วย การพิสูจน์ทราบ หรือการประมาณ การสภาพความพร้อมรบของข้าศึก การลดประสิทธิภาพ การตัดรอนกำลัง หรือทำลายระบบอาวุธ ต่างๆ ของข้าศึก และกำลังพลข้าศึกที่ถูกจับกุม ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตทั้งหมดที่ทราบในระหว่าง ห้วงการรายงาน การประเมินความเสียหายในการรบในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหม าย จะเกี่ยวข้องกับผลการโจมตีเป้าหมายแบบสังหาร และแบบไม่สังหารที่ผู้บังคับบัญชาได้กำหนดไว้ การประเมินความเสียหายในการรบเป็นความรับผิดชอบหลักของฝ่ายข่าวกรอง แต่จำเป็นต้องมีการ ประสานกับฝ่ายยุทธการ เพื่อให้เกิดประสิทธิผล ความต้องการในการประเมินความเสียหายในการรบ อาจแปลงไปเป็นความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน การประเมินความเสียหายในการรบ จะทำให้วัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ประสบผลสำเร็จ - ผู้บังคับบัญชาใช้การประเมินความเสียหายในการรบเพื่อให้ทราบถึงผลกระทบต่อ ข้าศึกได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา ซึ่งจะช่วยให้ผู้บังคับบัญชาประมาณการประสิทธิภาพในการรบ ขีดความสามารถ และเจตนารมณ์ของฝ่ายข้าศึกได้ และการประเมินความเสียหายในการรบนี้จะช่วย ให้ฝ่ายอำนวยการพิจารณาได้ว่า ความพยายามในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของตนจะดำเนินการ เมื่อใดหรือประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ - ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การประเมิน ความเสียหายในการรบจะช่วยในการพิจารณาว่า จำเป็นต้องโจมตีซ้ำหรือไม่ ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ใน
48 การแบ่งมอบ หรือเปลี่ยนแปลงการใช้ระบบอาวุธยิงสนับสนุนใหม่ เพื่อให้การใช้อำนาจกำลังรบที่มีอยู่ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2-87 ความจำเป็นในการประเมินความเสียหายในการรบสำหรับเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ แบบเจาะจง จะพิจารณาในระหว่างขั้นตอนการตกลงใจในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ความต้องการในการประเมินความเสียหายในการรบควรจะบันทึกไว้ในตารางคำแนะนำในการโจมตี และแผนการรวบรวมข่าวสาร การตกลงใจของผู้บังคับบัญชานั้นต้องระลึกไว้เสมอว่า เมื่อนำเครื่องมือ ไปใช้ในการประเมินความเสียหายในการรบแล้ว อาจทำให้ไม่มีเครื่องมือในการค้นหา และพัฒนา เป้าหมาย ข่าวสารการประเมินความเสียหายในการรบจะได้รับและดำเนินกรรมวิธีในส่วนควบคุม และวิเคราะห์ (ACE) แล้วทำการวิเคราะห์ผลการโจมตีในรูปของผลกระทบที่ต้องการ ผลการวิเคราะห์ จะแจกจ่ายไปยังคณะทำงานดำเนินกรรมวิธิเป้าหมาย คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้อง คำนึงถึงหลักการประเมินความเสียหายในการรบต่อไปนี้ไว้เสมอ - การประเมินความเสียหายในการรบต้องวัดค่าปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อ ผู้บังคับบัญชาได้ - การประเมินความเสียหายในการรบต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง นายทหารฝ่ายการข่าวกรองควรทำการตรวจสอบข้อมูลการประเมินความเสียหายในการรบที่ได้รับมา จากหน่วยระดับอื่นๆ ถ้ามีเวลาเพียงพอ นายทหารฝ่ายการข่าวกรองต้องพยายามพิสูจน์ทราบ และแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่วิเคราะห์การประเมินความเสียหายในการรบของ กองบัญชาการหน่วยระดับต่าง ๆ ทุกระดับ - ระดับความน่าเชื่อถือ และค่าการยอมรับของการประเมินจะขึ้นอยู่กับแหล่ง รวบรวมข่าวสารเป็นสำคัญ จำนวนและคุณภาพของเครื่องมือรวบรวมข่าวสารมีอิทธิพลต่อความ น่าเชื่อถือสูง (เป็นรูปธรรม/จับต้องได้ บอกปริมาณได้ และมีความเที่ยงตรง) หรือมีความน่าเชื่อถือต่ำ (ใช้การคาดการณ์ที่ดีที่สุด) ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสารต้องวางแผน และประสานเครื่องมือ รวบรวมข่าวสารของหน่วยในอัตรา หรือหน่วยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หน่วยในอัตราให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารที่มี ความน่าเชื่อถือมากที่สุด เพื่อทำการประเมินความเสียหายในการรบต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าแต่ละ เป้าหมาย 2-88 การประเมินความเสียหายในการรบแต่ละครั้ง จะมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วน ได้แก่ - การประเมินความเสียหายทางกายภาพ - การประเมินความเสียหายทางพันธกิจ - การประเมินระบบเป้าหมาย
49 การประเมินความเสียหายทางกายภาพ (Physical Damage Assessment) 2-89 การประเมินความเสียหายทางกายภาพ เป็นการประมาณการความเสียหายทาง กายภาพจากการระเบิดของกระสุน จากชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิด และความเสียหายที่เกิดจากการโจมตี ต่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งในเชิงปริมาณ การประเมินความเสียหายทางกายภาพนี้จะขึ้นอยู่กับ ความเสียหายที่พบการตรวจการณ์ หรือความเสียหายที่ได้จากการตีความ การประเมินความเสียหายทางพันธกิจ (Functional Damage Assessment) 2-90 การประเมินความเสียหายทางพันธกิจ เป็นการประมาณการผลกระทบของการโจมตี ต่อเป้าหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจที่ตั้งใจไว้เมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ภารกิจที่กำหนดไว้ ของเป้าหมายนั้น การประเมินความเสียหายทางพันธกิจนี้ เป็นการอนุมานขึ้นจากแหล่งข่าวกรองทุก แหล่งข่าวและรวมถึงการประมาณการห้วงเวลาที่ต้องการที่เป้าหมายจะกลับไปปฏิบัติพันธกิจได้ อย่างเดิม การประเมินความเสียหายทางพันธกิจจะทำการประเมินเป็นครั้งคราว (เปรียบเทียบกับการ ประเมินระบบเป้าหมาย) ใช้สำหรับภารกิจเฉพาะเท่านั้น การประเมินระบบเป้าหมาย (Target System Assessment) 2-91 การประเมินระบบเป้าหมาย เป็นการประเมินผลกระทบโดยรวม และความมี ประสิทธิผลของระบบโจมตีทุกชนิดต่อขีดความสามารถของระบบเป้าหมายข้าศึกทั้งหมด แบบหยาบ ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ระบบปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานของข้าศึก และยังอาจประยุกต์ใช้กับการ ประเมินประสิทธิผลการรบของหน่วยฝ่ายข้าศึกอีกด้วย การประเมินระบบเป้าหมายหนึ่งอาจมองไปถึง ส่วนย่อย ๆ ของระบบเมื่อเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ของภารกิจแถลงใหม่ที่ผู้บังคับบัญชาได้แถลง ไว้อีกด้วย การประเมินระบบเป้าหมายเป็นการประเมินที่ค่อนข้างถาวร (เมื่อเปรียบเทียบกับการ ประเมินความเสียหายทางพันธกิจ) ซึ่งจะนำมาใช้กับภารกิจมากกว่าหนึ่งภารกิจ 2-92 การประเมินความเสียหายในการรบอาจมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกเหนือจาก การพิจารณาจำนวนผู้บาดเจ็บ หรือจำนวนยุทโธปกรณ์ที่ถูกทำลายแล้ว ข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ ที่คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะนำมาใช้ ได้แก่ - เป้าหมายมีการเคลื่อนที่ หรือทำให้การโจมตีมีความยุ่งยากหรือไม่ - การเปลี่ยนแปลงในเรื่องการลวง หรือเปลี่ยนแปลงเทคนิคใหม่ - ใช้ความพยายามในการติดต่อสื่อสารเพิ่มขึ้นเมื่อถูกส่งคลื่นก่อกวน - ความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีมีผลกระทบต่อประสิทธิผลในการรบของข้าศึก ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
50 2-93 การประเมินความเสียหายต่าง ๆ อาจประเมินแบบเชิงรับด้วยการรวบรวมข้อมูล ข่าวสารที่เกี่ยวของกับเป้าหมายเฉพาะหรือพื้นที่เฉพาะได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การหยุดยิงจาก พื้นที่หนึ่ง ถ้าการประเมินความเสียหายในการรบจำเป็นต้องกระทำ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่ระบบรวบรวมข่าวสารอย่างเพียงพอ เพื่อแจ้งเตือนให้เครื่องมือเฝ้า ตรวจทำการตรวจจับไปยังเป้าหมาย ณ เวลาที่เหมาะสม 2-94 ผลของการประเมินความเสียหายในการรบ อาจมีการเปลี่ยนแผน และการตกลงใจที่ได้ กระทำก่อนหน้านั้น คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องทำการปรับปรุงการตกลงใจที่ได้กระทำ ในระหว่างขั้นตอนการตกลงใจตามห้วงระยะเวลา โดยพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้ - ผลผลิตจากการเตรียมสนามรบด้านการข่าว - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) - มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย - ตารางคำแนะนำในการโจมตี - แผนการรวบรวมข่าวสาร - แผนยุทธการ การประเมินประสิทธิผลของกระสุน/หัวรบ (Munitions Effectiveness Assessment) 2-95 นายทหารฝ่ายยุทธการ โดยการประสานกับส่วนยิงสนับสนุน และคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย ทำการประเมินประสิทธิผลของลูกกระสุนควบคู่ไปกับและทำงานร่วมกับการ ประเมินความเสียหายในการรบ ในฐานะที่เป็นพันธกิจหนึ่งของการประเมินค่าการรบ การประเมินประสิทธิผลของลูกกระสุน เป็นการประเมินค่ากำลังรบทางทหารในรูปของประสิทธิผล ของระบบอาวุธและกระสุน การประเมินประสิทธิผลของระบบอาวุธจะดำเนินการโดยใช้ซอฟแวร์ที่ ผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธให้การรับรองแล้ว และจะใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานในการให้ข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่ม ประสิทธิผลของ : - วิธีการ - ยุทธวิธี - ระบบอาวุธ - กระสุน - ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการโจมตีด้วยอาวุธ 2-96 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอาจให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข คำแนะนำของผู้บังคับบัญชาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ : - อัตรากระสุนมูลฐานของหน่วย
51 - อัตรากระสุนที่ต้องการ - อัตรากระสุนที่ใช้ได้ คำแนะนำในการโจมตีซ้ำ (Reattack Recommendation) 2-97 ความล้มเหลวต่อความสำเร็จในการประเมินความเสียหายในการรบ หรือความล้มเหลว ต่อความสำเร็จในการสร้างผลกระทบที่ต้องการ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประเมินความเสียหาย ในการรบ เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บังคับบัญชาต้องตกลงใจว่า จะดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้แล้วต่อไป หรือไม่ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายและฝ่ายวางแผนการรบในปัจจุบันจะต้องประเมินค่า เกณฑ์เสี่ยงในการรบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ด้วยการกำหนดทางเลือกที่ทำให้ เกณฑ์เสี่ยงลดลง ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือ การโจมตีซ้ำ ตามผลการประเมินความเสียหายในการรบ และผลการวิเคราะห์จากการประเมินประสิทธิผลของลูกกระสุน นายทหารฝ่ายการข่าวกรองร่วมกับผู้ ประสานการยิงสนับสนุน หรือรองผู้ประสานการยิงสนับสนุน และนายทหารฝ่ายยุทธการจะต้อง พิจารณาถึงระดับที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ แล้วให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา การโจมตีซ้ำ หรือข้อเสนอแนะอื่น ๆ ควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้สัมพันธ์กับ - เป้าหมาย - ส่วนวิกฤติของเป้าหมาย - ระบบเป้าหมาย - ความพร้อมรบของข้าศึก - การดำเนินกลยุทธ์ของฝ่ายเรา ตัวชี้วัดการประเมินและการวัดค่า (ASSESSMENT METRICS AND MEASUREMENTS) ตัวชี้วัดการประเมิน (ASSESSMENT METRICS) 2-98 ตัวชี้วัดต่างๆ สามารถเป็นได้ทั้งแบบที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง (ภววิสัย : ใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ หรือเจ้าหน้าที่ทำการตรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง) หรือแบบการใช้จินตนาการของตน (จิตวิสัย : ใช้เครื่องมือในการพิสูจน์ทราบความเสียหายโดยอ้อม) ขึ้นอยู่กับตัวชี้วัดที่นำมาใช้กับวัตถุประสงค์หรือกิจนั้น ๆ ซึ่งควรจะนำมาใช้ทั้งตัวชี้วัดเชิงปริมาณ และตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่น่าเชื่อถือ หรือหลีกเลี่ยงผลการประเมินที่บิดเบือน ตัวชี้วัดสามารถเป็นได้ทั้งแบบอุปนัย (inductive ) (การตรวจการณ์โดยตรงต่อสภาพแวดล้อม ทางการรบและสร้างการรับรู้สถานการณ์ตามลำดับได้โดยตรง) หรือเป็นแบบนิรนัย (deductive) (การประมวลภาพจากสิ่งที่ได้ทราบมาก่อนแล้วเกี่ยวกับภัยคุกคาม และสภาวะแวดล้อมทางการรบ)
52 ภาพที่ 2-4 หลักการ D3A และเครื่องมือต่าง ๆ ความสำเร็จถูกวัดค่าด้วยการแสดงให้เห็นว่า ผลกระทบที่ประสบผลสำเร็จนั้นจะมีอิทธิพลต่อการ ปฏิบัติของระบบเป้าหมายที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ซึ่งเป็นไปตามทิศทางที่ฝ่ายเราต้องการ ประเภทของการวัดค่า (Measurement Types) 2-99 กระบวนการประเมินจะใช้การวัดด้วยเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ(MOP) และเกณฑ์ ประเมินประสิทธิผล(MOE) ที่ได้เลือกไว้ เพื่อประเมินความคืบหน้าเกี่ยวกับความสำเร็จของกิจ การสร้างผลกระทบ และความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เครื่องมือวัดที่ดีจะช่วยให้ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการเข้าใจความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุเป็นผลระหว่างกิจเฉพาะ และผลกระทบที่ต้องการ (JP 3-60) ภาพที่ 2-4 หน้า 52แสดงให้เห็นตัวอย่างของเครื่องมือที่อาจได้รับเมื่อดำเนินการตาม หลักการ D3A
53 เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ(Measures of Performance) 2-100 เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ (MOP) จะตอบคำถามว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่ หรือไม่ และเป็นเกณฑ์ที่จะใช้วัดความสำเร็จในการปฏิบัติกิจเฉพาะ หรือวัดความสำเร็จของสิ่งที่ได้ กำหนดไว้แล้ว เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติจะเป็นการวัดเชิงปริมาณ แต่สามารถประยุกต์ใช้กับ คุณลักษณะเชิงคุณภาพเพื่อวัดความสำเร็จของกิจได้ การวัดจะนำมาใช้ประเมินผลการรบเกือบทุก รูปแบบเนื่องจากการวัดโดยทั่วไปแล้วจะเป็นการค้นหาแบบเจาะจง ข้อมูลเชิงปริมาณ หรือการตรวจ การณ์โดยตรงต่อเหตุการณ์หนึ่งจะเป็นสิ่งที่กำหนดความสำเร็จของกิจทางยุทธวิธี เกณฑ์ประเมินการ ปฏิบัติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการที่มิใช่การรบ เช่น การยกสิ่งอุปกรณ์เป็นตัน ๆ เพื่อไป แจกจ่าย หรือการส่งกลับสายแพทย์กำลังพลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ เป็นต้น โดยปกติแล้วการ ประเมินในระดับยุทธวิธีจะใช้เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติเพื่อวัดความสำเร็จของกิจต่าง ๆ 2-101 เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติจะช่วยตอบคำถาม เช่น “มีการปฏิบัติการเกิดขึ้นหรือไม่, กิจต่าง ๆ บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานหรือไม่, หรือต้องใช้กำลังเท่าใด” ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีโดย ไม่คำนึงถึงว่าจะมีการปฏิบัติหรือไม่มีการปฏิบัติทางยุทธวิธี “หน่วยกำลังรบที่ได้รับมอบให้ปฏิบัติ “การยิง”, “การดำเนินกลยุทธ์” หรือ “การปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถด้านข้อมูล ข่าวสาร” การปฏิบัตินั้นเป็นไปตามกิจเฉพาะ หรือกิจแฝงที่ต้องการหรือไม่” ผู้บังคับบัญชาจะใช้ เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติเพื่อประเมินว่า คำสั่งการของตนได้รับการปฏิบัติจากหน่วยรองต่าง ๆ ตาม เจตนารมณ์หรือไม่ หรือหน่วยต่าง ๆ สามารถปฏิบัติกิจเฉพาะได้บรรลุผลสำเร็จหรือไม่ การวัดที่เป็น แบบทางการอาจประกอบไปด้วย - หน่วยที่กำหนดให้โจมตีทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ - ใบปลิวที่จะโปรยครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย : ข้อความข่าวสารสร้างความเข้าใจตาม เจตนารมณ์หรือไม่ และข่าวสารเหล่านั้นไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้หรือไม่ - มีจำนวนหลุมบ่อที่ต้องกลบจำนวนเท่าใดและรวมถึงเวลาที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ใช้เวลาเท่าใด - มีภาชนะบรรจุน้ำที่จะส่งไปยังหมู่บ้านจำนวนเท่าใด เกณฑ์ประเมินประสิทธิผล (Measures of Effectiveness) 2-102 โดยปกติแล้วการประเมินในระดับยุทธศาสตร์และระดับยุทธการ จะมีขอบเขตที่ กว้างขวางกว่าการประเมินในระดับยุทธวิธี ซึ่งจะใช้เกณฑ์ประเมินประสิทธิผลต่าง ๆ ที่สนับสนุนการ บรรลุภารกิจทางยุทธการ และทางยุทธศาสตร์ ความพยายามในการประเมินในระดับยุทธศาสตร์ และระดับยุทธการจะเพ่งเล็งไปที่กิจ ผลกระทบ วัตถุประสงค์ และความคืบหน้าไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ ต้องการในขอบเขตที่กว้างขวางกว่า เกณฑ์ประเมินประสิทธิผลจะตอบคำถาม “เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง
54 แล้วใช่หรือไม่” และใช้ในการประเมินการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของระบบ ขีดความสามารถ หรือสภาวะแวดล้อมในการรบ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการวัดความสำเร็จของผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ การบรรลุวัตถุประสงค์ หรือการสร้างผลกระทบที่ต้องการ เกณฑ์ประเมินประสิทธิผลจะไม่นำมาวัด ความสำเร็จของกิจ หรือการปฏิบัติเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลอาจเกิดขึ้นได้ยากกว่าเกณฑ์ประเมิน การปฏิบัติสำหรับกิจที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินประสิทธิผล (JP 3-60) 2-103 เกณฑ์ประเมินประสิทธิผล จะแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าไปสู่ความสำเร็จของ ผลกระทบที่ต้องการในแต่ละกิจ หรือแสดงถึงการหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่ต้องการ เกณฑ์ประเมิน ประสิทธิผลเป็นรูปแบบการวัดโดยตรงแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนประจักษ์พยานอธิบายช่วงของสะพาน ที่กำลังโค้งต่ำลง บางครั้งอาจเป็นตัวชี้วัดที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์มากกว่า เช่น การวัดสภาพการจราจร ที่อยู่ด้านหลังของสะพานที่โค้งต่ำลง เกณฑ์ประเมินประสิทธิผลเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมมากกว่า เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติแต่สามารถสร้างให้มองเห็นภาพได้เช่นเดียวกันกับตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ และตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ที่จะสะท้อนให้เห็นแนวโน้มหรือทิศทาง เช่น แสดงความคืบหน้าที่สัมพันธ์กับ เกณฑ์ที่สามารถวัดค่าได้ คุณลักษณะของตัวชี้วัด (Characteristics of Metrics) 2-104 ตัวชี้วัดในการประเมินควรมีความเกี่ยวข้อง วัดค่าได้ ตอบโต้ได้ และมีทรัพยากร ต้องไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นต่อกิจหรือการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยปกติแล้วทั้งเกณฑ์ประเมินการ ปฏิบัติ และเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลสามารถเป็นได้ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ แต่มีความหมาย ไปทางการวัดเชิงปริมาณมากกว่า เนื่องจากมีความอ่อนไหวน้อยกว่าการตีความในเรื่องที่เป็น นามธรรม (JP 3-60) ความเกี่ยวข้อง (Relevant) 2-105 เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลควรมีความเกี่ยวข้องกับกิจ ผลที่ต้องการ การปฏิบัติการ สภาวะแวดล้อมทางการรบ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ และการตกลงใจ และวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา เกณฑ์นี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสารที่ไม่มีคุณค่าต่อการปฏิบัติการเฉพาะ และยังช่วยสร้างความมีประสิทธิภาพด้วยการขจัดความ พยายามที่ซ้ำซ้อนออกไป วัดค่าได้ (Measurable) 2-106 เกณฑ์วัดค่าในการประเมินควรมีมาตรฐานทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพที่สามารถ วัดค่าได้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลการวัดที่ไม่น่าเชื่อถือหรือผลการวัดที่บิดเบือนจากความเป็นจริง
55 เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิผล เกณฑ์ชี้วัดหลักในการวัดค่าควรกำหนดขึ้นก่อนที่จะมี การปฏิบัติเพื่ออำนวยให้ การประเมินมีความถูกต้องตลอดห้วงการปฏิบัติการ ตอบโต้ได้ (Responsive) 2-107 กระบวนการประเมินค่าต่าง ๆ ควรค้นหาการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ได้รวดเร็ว เพียงพอที่จะช่วยให้ฝ่ายอำนวยการตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิผล และผู้บังคับบัญชาตกลงใจได้อย่าง ทันเวลาเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของตน ผู้ประเมินควรพิจารณาเวลาที่ต้องการที่จะปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือปฏิบัติการหลาย ๆ รูปแบบ เพื่อให้บังเกิดผลภายใต้สภาวะแวดล้อมทางด้าน การรบ และตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่จะพัฒนาขึ้น การปฏิบัติการในหลาย ๆ รูปแบบต้องการเวลาเพิ่มขึ้น และอาจใช้เวลามากขึ้นในการสร้างผลผลิตจากการวัดค่านั้น ทรัพยากร (Resourced) 2-108 เพื่อให้เกิดประสิทธิผล กระบวนการประเมินต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอ ฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ จะต้องแน่ใจว่า ความต้องการทรัพยากรในการรวบรว มข่าวสาร และการวิเคราะห์จะต้องกำหนดไว้ในแผน และมีการเฝ้าติดตาม กระบวนการประเมินที่มีประสิทธิผล สามารถช่วยหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของกิจ และหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ ลงได้ ซึ่งจะสามารถช่วยอนุรักษ์พลังอำนาจทางทหารได้ ----------------------------
56 บทที่ 3 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกองทัพน้อยและกองพล การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกองทัพน้อย และระดับกองพลอาจเป็นการปฏิบัติใน ระดับยุทธการ หรือระดับยุทธวิธีของการทำสงคราม ซึ่งผู้บังคับบัญชาและนายทหารฝ่ายอำนวยการ จะนำหลัก D3A (การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผล) มาใช้สนับสนุนการ ปฏิบัติการทางยุทธวิธี ตอนที่ 1 ส่วนยิงสนับสนุน 3-1 หน่วยงานที่ปฏิบัติการหลักในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกองทัพน้อย และกองพลคือ ส่วนยิงสนับสนุน โดยส่วนยิงสนับสนุนจะเป็นผู้ประสานระบบอาวุธต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั้งระบบอาวุธยิงเล็งจำลองของกองกำลังทางบก ระบบโจมตีร่วม ระบบโจมตีด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนยิงสนับสนุนจะเป็นส่วนที่ทำให้เจตนารมณ์ของ ผู้บังคับบัญชาบรรลุผลสำเร็จ โดยการโจมตีทั้งแบบสังหาร และแบบไม่สังหารต่อระบบ และขีดความสามารถต่าง ๆ ของข้าศึก 3-2 ส่วนยิงสนับสนุนจะใช้หลักการ D3A และดำเนินการตามวงรอบของการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายอย่างน้อยที่สุด ส่วนยิงสนับสนุนจะรับผิดชอบในการพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อรวมเข้าไปไว้ในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม และต้องเข้าใจกำหนดเวลาในการ ดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมาย และวิธีการที่จะทำให้กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายบรรลุตาม วัตถุประสงค์ของแม่ทัพน้อย หรือผู้บัญชาการกองพล 3-3 ส่วนยิงสนับสนุนจะเป็นส่วนที่รับผิดชอบจัดการให้ระบบอาวุธยิงสนับสนุนทั้งหมดทำงาน อย่างประสานสอดคล้องกัน และอำนวยการในการโจมตีต่อเป้าหมายด้วยระบบอาวุธยิงสนับสนุน รวมถึงการประสานการใช้ห้วงอากาศผ่านส่วนประสานห้วงอากาศ ส่วนยิงสนับสนุนจะประสานความ ต้องการการสนับสนุนทางอากาศสำหรับการปฏิบัติการปัจจุบันผ่านศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุน ทางอากาศ และความต้องการการสนับสนุนทางอากาศสำหรับการปฏิบัติการในอนาคตผ่านชุด ควบคุมอากาศยุทธวิธี (ชคอย.) ของกองพล เมื่อกำหนดลำดับอาวุโสในทางยุทธวิธีแล้ว ส่วนยิงสนับสนุนของกองทัพน้อยหรือกองพล อาจประสานโดยตรงกับส่วนประสานงานสนามรบส่วน แยกก็ได้
57 3-4 ส่วนยิงสนับสนุนในกองทัพน้อยและกองพล จะมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะอยู่ในที่ บัญชาการหลัก (ที่บัญชาการหลัก) และอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในที่บัญชาการทางยุทธวิธี (ทก.ยว.) สำหรับส่วนยิงสนับสนุนที่อยู่ในที่บัญชาการหลัก จะประกอบด้วย - กองบัญชาการและส่วนยิงสนับสนุน - ส่วนประสานการปฏิบัติการปัจจุบัน - ส่วนปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ - นายทหารฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนาม 3-5 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของส่วนยิงสนับสนุนให้ศึกษาได้ใน รส.3-09 ส่วนยิงสนับสนุน (FIRESSECTION) 3-6 ส่วนยิงสนับสนุนจะช่วยผู้ประสานการยิงสนับสนุน (ผปยส. : ผู้บังคับการกรมทหารปืน ใหญ่ของกองพล หรือผู้บัญชาการกองพลน้อยปืนใหญ่) ให้มีขีดความสามารถในการสร้างความ สอดคล้องในการใช้เครื่องมือของกองกำลังรบร่วม เครื่องมือของหน่วยงานต่าง ๆ เครื่องมือของกอง กำลังผสมนานาชาติ การยิงสนับสนุน และรับผิดชอบบริหารจัดการเครื่องมือเฝ้าตรวจของระบบเรดาร์ ต่อต้านปืนใหญ่ต่าง ๆ โดยนำเข้าไปไว้ในแผนการรวบรวมข่าวกรอง ตารางประสานสอดคล้องในการ รวบรวมข่าวสาร และกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 3-7 หน้าที่เฉพาะในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ประกอบด้วย - ประสานการใช้เครื่องมือของกำลังรบร่วม เครื่องมือของหน่วยงานต่างๆ และเครื่องมือของกองกำลังผสมนานาชาติให้มีความประสานสอดคล้องกัน - กำหนดเป้าหมายที่มีเวลาจำกัด(TST) บริหารจัดการ และปฏิบัติการต่อเป้าหมาย - ทำการพัฒนาเป้าหมาย - ทำการกำหนดพิกัด และขนาดของเป้าหมาย - ทำการวิเคราะห์ผลกระทบของลูกกระสุน (การใช้อาวุธ) - ทำการประมาณการความเสียหายทางข้าง - ทำการบริหารจัดการต่อเป้าหมาย - ทบทวน และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎการโจมตี - พัฒนา และดำรงไว้ซึ่งบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) - เฝ้าติดตาม และนำเสนอเป้าหมายต่างๆ เพื่อจัดไว้ในบัญชีเป้าหมายที่จำกัดการ โจมตีและบัญชีเป้าหมายที่ห้ามโจมตี - รวบรวม จัดลำดับความเร่งด่วน และนำเสนอเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อรวมเข้าไปไว้ใน บัญชีเป้าหมายตามลำดับความเร่งด่วนร่วม
58 - พัฒนามาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย - จัดเตรียมข้อมูลเพื่อบรรจุเข้าไปแผนการรวบรวมข่าวสาร; สร้างความประสาน สอดคล้องในการลาดตระเวน และการใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบต่าง ๆ กับเป้าหมายที่ได้ กำหนดไว้แล้ว - สนธิและผสมผสานการยิงสนับสนุน และกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (การโจมตีด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) เข้าไปในกระบวนการ D3A - แลกเปลี่ยนบัญชีเป้าหมายให้คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณา 3-8 ในกรณีที่กองบัญชาการทัพน้อย หรือกองบัญชาการพลกลายเป็นกองบัญชาการกอง กำลังทางบก กองกำลังเฉพาะกิจร่วม หรือเป็นกองบัญชาการส่วนกำลังทางบกของกองกำลังรบร่วม (JFLCC) ส่วนยิงสนับสนุนอาจจำเป็นต้อง - ประสานกับส่วนประสานงานสนามรบส่วนแยก และส่วนยิงสนับสนุนของกองกำลัง รบร่วมของหน่วยเหนือ - ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเครื่องมือต่าง ๆ ของกองกำลังทางบกร่วม ในการแบ่งมอบ เครื่องมือของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม - กำหนดลำดับความเร่งด่วน, เวลา, และผลของการขัดขวางทางอากาศภายในพื้นที่ ปฏิบัติการร่วมของกองกำลังทางบกร่วม - กำหนดแนวทาง และลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกอง กำลังทางบกร่วม - พัฒนาบัญชีเป้าหมาย และมาตรการประสานการยิงสนับสนุนต่าง ๆ ของกองกำลัง ทางบกร่วม - ปฏิบัติงานทั้งในคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายร่วม (คพปร.) และคณะทำงาน ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ส่วนประสานการปฏิบัติการปัจจุบัน 3-9 ส่วนนี้จะปฏิบัติงาน และประสานการปฏิบัติการปัจจุบัน เตรียมการ และปรับปรุง เงื่อนไขที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการในอนาคตไปพร้อม ๆ กัน ส่วนนายทหารฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนาม 3-10 ในฐานะที่มีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองพล กองทัพน้อย และการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม นายทหารฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะ ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายข่าวกรองต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกกองทัพน้อย และกองพลทั้งหมด
59 เพื่อเตรียมข้อมูลในการพัฒนา นำเสนอ และจัดลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมาย นายทหารฝ่ายการ ข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะนำเสนอเป้าหมายต่าง ๆ ที่รวบรวมได้จากแหล่งรวบรวมข่าวสารทุก แหล่งข่าวให้กับส่วนยิงสนับสนุน ส่วนปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 3-11 ส่วนปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะทำหน้าที่เป็นส่วนวางแผนหลักของฝ่าย อำนวยการในกองทัพน้อย และกองพล เนื่องจากการวางแผนทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะเกี่ยวข้อง กับการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการกำกับดูแลการใช้พลังงานเพื่อควบคุมย่านความถี่คลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า หรือเพื่อโจมตีข้าศึก ส่วนนี้จะทำการวางแผน ประสาน สนธิ ขจัดความซ้ำซ้อน และประเมินผลการโจมตีทางกายภาพ การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ การสนับสนุนสงคราม อิเล็กทรอนิกส์ การโจมตีเคลือข่ายคอมพิวเตอร์ และการใช้ประโยชน์จากเคลือข่ายคอมพิวเตอร์ สำหรับการปฏิบัติการปัจจุบันและการปฏิบัติการในอนาคต ซึ่งขีดความสามารถเหล่านี้มีเจตนาเพื่อลด ขีดความสามารถ ทำลาย และสร้างความได้เปรียบต่อขีดความสามารถในการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และเคลือข่ายโทรคมนาคมต่าง ๆ ของข้าศึก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษา ได้ใน รส.3-36 ส่วนยิงสนับสนุนในที่บัญชาการทางยุทธวิธี 3-12 การประสานการยิงสนับสนุนในที่บัญชาการทางยุทธวิธีระดับกองทัพน้อย หน้าที่เฉพาะ ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ได้แก่ - ทำการโจมตีด้วยเครื่องมือที่มีอำนาจสังหาร และไม่มีอำนาจสังหาร การประเมินผลการ โจมตี และให้ข้อเสนอแนะในการโจมตีซ้ำ - ประสานกับส่วนควบคุมการเคลื่อนย้าย และส่วนดำเนินกลยุทธ์ - ประสานการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของกองกำลังรบร่วม องค์กรต่าง ๆ และกองกำลังผสม นานาชาติให้มีความประสานสอดคล้องกัน - ประสานงานกับส่วนประสานงานสนามรบส่วนแยกและส่วนยิงสนับสนุนของกองบัญชาการ รบร่วมหน่วยเหนือ - ประสานการปฏิบัติกับส่วนอื่น ๆ - ประสานการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์ประสานงานการรบร่วมอากาศ-พื้นดิน 3-13 ศูนย์ประสานงานการรบร่วมอากาศ-พื้นดิน ได้รับการออกแบบมาเพื่อเติมเต็มการ สนับสนุน และช่วยให้การปฏิบัติการปัจจุบันในระดับกองพลปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว
60 และมีความปลอดภัยในการยิงสนับสนุน และการใช้ห้วงอากาศ เป็นศูนย์ที่แยกเป็นสัดส่วนจำเพาะ และสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งได้ออกแบบมาเพื่อสนธิและสร้างความประสาน สอดคล้องในการยิงสนับสนุน และการควบคุมห้วงอากาศในพื้นที่ปฏิบัติการของกองพล ตามคำแนะนำที่ได้รับมาจากผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม และส่วนควบคุม ห้วงอากาศ (ACA) ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในส่วนประสานการปฏิบัติการปัจจุบันของกองพล สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ประสานงานการรบร่วมอากาศ-พื้นดินให้ศึกษาใน ATP 3-91.1 ตอนที่ 2 ความต้องการ ๆ เพื่อให้การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายประสบผลสำเร็จ 3-14 สภาวะแวดล้อมในการรบ และขีดความสามารถในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่าง ๆ จะมีผลต่อหลักการ D3A การพัฒนาภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ฝ่ายอำนวยการของแต่ละ กองทัพน้อย และกองพลจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนเผชิญเหตุหลาย ๆ แผน เป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) และเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้วางแผนในแต่ละพื้นที่และต้องได้รับข้อมูล ข่าวกรองอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ วัตถุประสงค์ในการวางแผนเผชิญเหตุแต่ละแผน จะมีบัญชีหน่วย ทหารที่เกี่ยวข้องบรรจุอยู่ในบัญชีเครื่องมือรวบรวมข่าวสาร และเครื่องมือโจมตีของหน่วยนอกอัตราที่ มีอยู่ 3-15 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะมีการคัดเลือกเป้าหมาย และเลือกใช้ระบบโจมตีที่ เหมาะสมต่อเป้าหมายนั้น การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ประสานการปฏิบัติส่วน หนึ่งของวิธีการแก้ปัญหาของกองทัพบก ทั้งวงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม และหลักการ D3A จะนำมาใช้ประกอบกับการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร หลักการ D3A เป็นเพียงกลไกหนึ่งในการ รวมกลุ่มของกิจต่าง ๆ ของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ต้องดำเนินการเข้าด้วยกันเท่านั้น 3-16 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อย จะเป็นผู้วางแผน และเป็นผู้ ปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ซึ่งจะมีเครื่องมือที่จำเป็นในการกำกับดูแลวางแผน และปฏิบัติการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การโจมข้าศึกจะเกี่ยวข้องกับการประสานการใช้ทรัพยากร ต่าง ๆ ทั้งปวง ดังต่อไปนี้ - การข่าวกรอง - ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับขีดความสามารถ - การปฏิบัติเกี่ยวกับใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ - ระบบโจมตีแบบผิวพื้นสู่ผิวพื้น - หน่วยบินทหารบก - การสนับสนุนทางอากาศ
61 - หน่วยปฏิบัติการพิเศษ - ระบบอากาศยานไร้นักบิน - เครื่องมือของกองทัพเรือ และนาวิกโยธิน 3-17 กองทัพน้อยจะใช้เครื่องมือรวบรวมข่าวสารที่มีอยู่ในกองพลน้อยเฝ้าตรวจสนามรบ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วพื้นที่ปฏิบัติการ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อยยังมีระบบ อื่น ๆ ที่จะเชื่อมโยงเข้ากับหน่วยที่เหนือกว่าระดับกองทัพน้อยขึ้นไป และระบบรวบรวมข่าวสาร และระบบโจมตีในระดับชาติ ที่บัญชาการหลักของกองทัพน้อยจะมีเครื่องมือสื่อสาร เครื่องคอมพิวเตอร์ และฝ่ายข่าวกรองเพื่อประสานให้การปฏิบัติการโดยรวม และการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายในระยะไกลมีความประสานสอดคล้องกัน ตอนที่ 3 หลักการ D3A 3-18 การปฏิบัติและพันธกิจของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อย และกองพลมีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ขีดความสามารถของ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่มีอยู่ หน่วยในระดับกองพลจะขึ้นอยู่กับเครื่องมือของ กองทัพน้อย และหน่วยระดับที่เหนือกว่ากองทัพน้อย ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน การบังคับวิถีการรบของกองพล 3-19 แต่ละหน่วยจะต้องกำกับดูแลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของตน ในที่บัญชาการหลัก รองผู้ประสานการยิงสนับสนุนจะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และกำกับดูแลคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะใช้ภารกิจ แถลงใหม่ เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา และแนวความคิดในการปฏิบัติรวมเข้าด้วยกันในการ วิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมาย 3-20 เมื่อฝ่ายอำนวยการมีข้อมูลข่าวสารเหล่านี้แล้ว คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะ วิเคราะห์หนทางปฏิบัติของข้าศึกและระบุเป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) ที่สำคัญ ๆ ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ฝ่ายอำนวยการทำการวาดภาพการรบหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา คณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะพัฒนาเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) และคำแนะนำในการโจมตีขั้นต้นหลังจากที่ผู้บังคับบัญชา ได้เลือกหนทางปฏิบัติของฝ่ายเราขั้นสุดท้าย และให้คำแนะนำเพิ่มเติมแล้ว คณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายจะดำเนินการดังนี้ - ทบทวน และจัดลำดับความเร่งด่วนบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HTPL) - พัฒนาตารางคำแนะนำในการโจมตี - นำเสนอผลผลิตเหล่านี้ให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ
62 3-21 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายยังกำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องการประเมิน ความเสียหายในการรบด้วย ซึ่งจะเลือกเฉพาะเป้าหมายที่มีความสำคัญมากที่สุดเท่านั้น เนื่องจากเครื่องมือที่ทรงคุณค่าจะต้องเบี่ยงเบนความสนใจจากเป้าหมาย หรือจากการพัฒนา สถานการณ์ไปทำการประเมินความเสียหายในการรบ 3-22 สธ.2 ต้องมั่นใจว่า เป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ที่เหมาะสมได้รับการอนุมัติ ในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาแผนการรวบรวมความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน(PIR) และแผนการรวบรวมข่าวสารที่เพ่งเล็งไปที่การสนองตอบความต้องการข่าวกรองตามลำดับความ เร่งด่วนของผู้บังคับบัญชา ส่วนที่รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสารต้องจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรอง เพื่อ ทำการวิเคราะห์ นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองในกระบวนการนี้ นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะให้ความรู้เกี่ยวกับความต้องการในการพิสูจน์ทราบเป้าหมาย ที่มีความสำคัญมากที่สุด และจุดอ่อนของเป้าหมายต่าง ๆ นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม และเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองต้องแจ้งให้คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทราบ เมื่อสถานการณ์ทางยุทธวิธีมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อันเป็นเหตุให้สมควรต้องมีการประเมินค่าบัญชี เป้าหมายที่คุ้มค่าใหม่ คณะดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะทำการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน และความต้องการในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกันคณะทำงานดังกล่าวจำเป็นต้องมีการ ประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี ความต้องการในการประเมินความ เสียหายในการรบ และมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายใหม่ และปรับปรุงให้ทันสมัยตามความจำเป็น นายทหารฝ่ายข่าวกรองทหารปืนใหญ่สนามต้องทำงานร่วมกับส่วนที่รับผิดชอบในการรวบรวม ข่าวสารอย่างใกล้ชิด นายทหารข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะช่วยส่วนที่รับผิดชอบรวบรวมข่าวสารใน การแปลงความต้องการต่าง ๆ ของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายไปเป็นคำแนะนำในการ วางแผนรวบรวมข่าวสาร และให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบค้นหาเป้าหมายของทหารปืนใหญ่สนาม 3-23 ส่วนควบคุมวิเคราะห์และนายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม ทำการประเมินค่า ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากส่วนที่รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสารเปรียบเทียบกับมาตรฐานการ คัดเลือกเป้าหมาย และบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายยืนยัน หรือเป้าหมายสงสัย เป้าหมายยืนยันต้องส่งผ่านไปให้ส่วนยิงสนับสนุนเพื่อทำการโจมตีทันที การปฏิบัติของข้าศึกที่ไม่ เป็นไปตามมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายจะจัดเป็นเป้าหมายสงสัย การปฏิบัติของข้าศึกที่ปรากฏใน บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าแต่ได้รับการจำแนกเป็นเป้าหมายสงสัยจะต้องส่งไปที่ส่วนยิงสนับสนุนเพื่อ ตรวจสอบความสัมพันธ์กับข้อมูลข่าวสารที่ส่วนยิงสนับสนุนมีอยู่ การตรวจสอบความสัมพันธ์กับข้อมูล ที่มีอยู่นี้อาจได้ผลผลิตเป็นเป้าหมายที่ได้รับการยืนยันความถูกต้องแล้ว ขณะเดียวกันนายทหารฝ่าย ข่าวกรองปืนใหญ่สนามควรร้องขอไปยังผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสารให้เพ่งเล็งเครื่องมือ
63 รวบรวมข่าวสารที่ได้รับเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาเป้าหมายสงสัยที่ได้คัดเลือกไว้แล้วต่อไป นายทหารฝ่าย ข่าวกรองปืนใหญ่สนามต้องประสานกับผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสาร เพื่อดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ข้อมูลการประเมินความเสียหายในการรบที่ต้องการ 3-24 ฝ่ายอำนวยการแต่ละสายงาน จะเป็นผู้รับผิดชอบกำหนดขีดความสามารถต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการด้านข่าวสาร ซึ่งโดยปกติแล้วจะประกอบ ไปด้วย การปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสารทางทหาร (MISO) ภาพถ่ายการรบ การโจมตีกำลังพล และผู้นำการปฏิบัติการกิจการพลเรือน การรักษาความปลอดภัยทางการรบ (OPSEC) และการลวง ทางทหาร (ไม่จำกัดเพียงเท่านี้) สิ่งที่สำคัญคือ ฝ่ายอำนวยการจะต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงาน ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หน่วยงานของรัฐบาลหรือองก์กรอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลอาจเข้าร่วม ประชุมกับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามความจำเป็น ขีดความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด จะต้องทำการสนธิเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่า ความพยายามทั้งหมดได้มีการอำนวยการ เพื่อนำไปสู่การบรรลุผลกระทบที่ผู้บังคับบัญชาต้องการ 3-25 นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะสนธิการปฏิบัติการเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้า เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการทางทหารโดยรวม การปฏิบัติการเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็น ส่วนประกอบที่สำคัญประการหนึ่งของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ความพยายามด้านการปฏิบัติการ เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะแบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์, การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ การปฏิบัติการสงคราม อิเล็กทรอนิกส์เป็นการยึดครอง ดำรงรักษา และขยายผลจากความได้เปรียบเหนือฝ่ายข้าศึกของย่าน การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในพื้นที่ของกองทัพน้อย และกองพล การปฏิบัติเหล่านี้ประกอบด้วยการ ปฏิเสธ และการลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารของข้าศึก และเป็นการป้องกันระบบการควบคุมบังคับบัญชาทางยุทธวิธีของฝ่ายเราได้อีกด้วย นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และฝ่ายอำนวยการจะประสานความพยายามทั้งปวงของตนกับ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา นายทหารสงคราม อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะ ก่อนที่ส่วนควบคุมทางเทคนิคจะได้รับแผนการรวบรวม ข่าวสาร และบัญชีเป้าหมายที่ประกอบอยู่ในการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของกองพล ข้อจำกัดในด้านการแบ่งมอบเครื่องมือด้านการข่าวกรอง และเครื่องมือปฏิบัติการสงคราม อิเล็กทรอนิกส์จะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างแผนการรวบรวมข่าวสารกับบัญชีเป้าหมายที่ ประกอบอยู่ในแผนการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของกองพล สุดท้ายแล้วนายทหารฝ่าย ยุทธการจะเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายทหารฝ่ายการข่าวกรอง นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์และส่วนควบคุมทางเทคนิค
64 3-26 ส่วนยิงสนับสนุน และนายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะดำรงการทำงานร่วมกัน อย่างต่อเนื่องในการกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย และการโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ ส่วนยิงสนับสนุนจะ ได้รับเป้าหมายทั้งหมดที่นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามกำหนดขึ้น เมื่อได้รับเป้าหมายแล้วส่วน ยิงสนับสนุนจะทำการวิเคราะห์เป้าหมายดังกล่าวว่าเป็นไปตามมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย และคำแนะนำในการโจมตีหรือไม่ จัดลำดับความเร่งด่วนแล้วพิจารณาวิธีโจมตีที่เหมาะสม ส่วนยิงสนับสนุนอาจปรึกษากับองค์กรอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการโจมตีเป้าหมาย ซึ่งการปรึกษาดังกล่าวความจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อการได้มาซึ่งระบบอาวุธ กฎการโจมตี หรือมีข้อพิจารณาอื่น ๆที่จำกัดวิธีการโจมตี การโจมตีที่ได้มีการประสานไว้แล้ว หรือการใช้ระบบอาวุธ ใด ๆ ทำการโจมตีร่วมกัน ส่วนยิงสนับสนุนอาจมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นครั้ง คราว ส่วนยิงสนับสนุนจะสั่งการไปยังหน่วยยิงที่ได้เลือกไว้ทำการโจมตีต่อเป้าหมาย และเตรียมข้อมูล การประเมินความเสียหายในการรบให้กับนายทหารฝ่ายยุทธการ หรือผู้แทนของหน่วยในที่ บัญชาการหลักส่วนวิเคราะห์ของทุกแหล่งข่าว และนายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามจะวิเคราะห์ ข้อมูลการประเมินความเสียหายใน การรบของเป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้เลือกไว้ เพื่อประเมินประสิทธิผล ของการโจมตี อย่างไรก็ตาม คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเป็นผู้พิจารณาว่า บรรลุผลสำเร็จ ตามคำแนะนำในการโจมตีของผู้บังคับบัญชาแล้วหรือยัง จำเป็นต้องทำการโจมตีต่อไปหรือไม่ 3-27 เป้าหมายและภารกิจต่าง ๆ ที่อยู่เกินขีดความสามารถในการโจมตีอย่างมีประสิทธิผล ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ในอัตราของกองทัพน้อย หรือกองพล จะส่งต่อไปยังกองบัญชาการหน่วยเหนือ เพื่อดำเนินการต่อไป ฝ่ายอำนวยการต้องรู้วงรอบในการวางแผนเป้าหมายของหน่วยที่ให้การ สนับสนุนว่า ต้องส่งคำร้องขอไปให้พิจารณาเมื่อใด ความประสานสอดคล้องของภารกิจเหล่านี้กับการ ปฏิบัติการที่กำลังดำเนินอยู่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ภารกิจของหน่วยประสบผลสำเร็จ การประสานอย่าง ใกล้ชิดระหว่างหน่วยให้การสนับสนุน และหน่วยรับการสนับสนุนมีความจำเป็นเพื่อเป็นหลักประกัน ถึงการประสานกันในแนวดิ่งและความประสานสอดคล้องของแผนต่าง ๆ การใช้ชุดนายทหารติดต่อ อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ที่บัญชาการของหน่วยทุกระดับ จะเป็นหลักประกันถึงการสนับสนุนว่า ได้มีการประสานงานกันทั้งในขั้นการวางแผน และขั้นการปฏิบัติของการปฏิบัติการ 3-28 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายอำนวยการทั้งหมดกับ ผู้บังคับบัญชา เสธนาธิการ นายทหารฝ่ายการข่าวกรอง นายทหารฝ่ายยุทธการ ผู้บัญชาการหน่วยบิน ทหารบก ผู้ประสานการยิงสนับสนุน และรองผู้ประสานการยิงสนับสนุน หัวหน้าส่วนต่าง ๆ จะต้องดำรงการมอบจุดที่ต้องเพ่งเล็งให้กับความพยายามในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในขณะที่ การรบค่อย ๆ พัฒนาไป เพื่อให้ส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายสามารถปรับแผน และใช้ความได้เปรียบ จากสิ่งที่ปรากฏนั้น
65 3-29 กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง และดำเนินการเป็น วงรอบ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และผลผลิตที่เกี่ยวข้องจะได้รับการบริหารจัดการอย่างดีที่สุดด้วย การใช้ระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) ระเบียบปฏิบัติประจำต้องได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับ โครงสร้างการจัดหน่วย และสภาวะแวดล้อมในการรบ เพื่อให้มั่นใจว่าความพยายามในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายมีการประสานกันอย่างแน่นแฟ้น ตัวอย่างระเบียบปฏิบัติประจำของคณะทำงาน ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกองทัพน้อย และกองพลจะกล่าวไว้ในผนวก ฉ ตอนที่ 4 ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 3-30 ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพบกจะเริ่มต้นที่ ผู้บังคับบัญชา และกระบวนการในการวางแผน ซึ่งประกอบด้วย นายทหารฝ่ายยุทธการ นายทหารการยิงสนับสนุน นายทหารควบคุมห้วงอากาศ นายทหารฝ่ายการข่าวกรอง ฝ่ายอำนวยการอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุน และนายทหารติดต่อต่าง ๆ โครงสร้างการจัดอย่างเป็น ทางการของฝ่ายอำนวยการและส่วนของนายทหารติดต่อในหน่วยระดับกองทัพน้อยและกองพล จะขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่ได้รับการแบ่งมอบ และสภาวะแวดล้อมในการรบ การปรับโครงสร้างการจัด ฝ่ายอำนวยการอย่างเป็นทางการที่เหมาะสมเพื่อให้สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลจะมีการดำเนินการเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่า ความพยายามในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายมีการประสานกันอย่างแน่นแฟ้น เจ้าหน้าที่หลัก และความรับผิดชอบในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้ ผู้บังคับบัญชา 3-31 ผู้บังคับบัญชาจะให้แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเกี่ยวกับแนวความคิดใน การปฏิบัติ แนวความคิดในการปฏิบัติและภารกิจแถลงใหม่ของผู้บังคับบัญชาจะระบุเจตนารมณ์ของ ผู้บังคับบัญชา และการจัดโครงสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และจุดที่ควรเพ่งเล็งของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 3-32 ผู้ประสานการยิงสนับสนุนเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมกำกับดูแลการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และเป็นประธานคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย
66 นายทหารฝ่ายยุทธการ 3-33 หน้าที่ของนายทหารฝ่ายยุทธการมีดังต่อไปนี้ - พัฒนาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) ตารางคำแนะนำในการโจมตี และความต้องการ ประเมินความเสียหายในการรบ และมั่นใจว่า ข้อมูลเหล่านี้ได้นำไปรวมไว้ในแผ่นภาพ สนับสนุนการตกลงใจแล้ว และนำไปสนธิกับข้อมูลของสมาชิกคนอื่น ๆ ในคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย - ทำการประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และความต้อง ประเมินความเสียหายในการรบใหม่ตามห้วงระยะเวลาร่วมกับนายทหารผู้วางแผนรวบรวม ข่าวกรอง และนายทหารยุทธการอื่น ๆ - พิจารณาผลการโจมตีว่า ได้ผลเป็นไปตามความต้องการหรือไม่ หรือจำเป็นต้องทำการ โจมตีซ้ำหรือไม่ ร่วมกับผู้ประสานการยิงสนับสนุน นายทหารผู้วางแผนรวบรวมข่าวกรอง และนายทหารยุทธการอื่น ๆ - ประสานการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎการโจมตีให้มีความเหมาะสม เพื่อสนับสนุน นโยบายแห่งชาติ นายทหารฝ่ายการข่าว 3-34 นายทหารฝ่ายการข่าว เป็นผู้ทำให้แผนการรวบรวมข่าวสารมีความประสาน สอดคล้องกัน และเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ข้าศึกในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน ต้องจัดเตรียมประมาณการถึงขีดความสามารถของข้าศึกที่จะกระทำในอนาคตด้วย นายทหารฝ่ายการข่าวจะเป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลการประเมินต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติของข้าศึกที่ เป็นไปได้วิเคราะห์และพิสูจน์ทราบเป้าหมายตามคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา หน้าที่ของนายทหาร ฝ่ายการข่าว ประกอบด้วย - พัฒนา และจัดเตรียมผลผลิตต่าง ๆ จากการเตรียมสนามรบด้านการข่าวให้กับเจ้าหน้าที่ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอื่น ๆ - พัฒนา และกลั่นกรองเป้าหมายที่มีค่าสูง (HVT) - ส่งเป้าหมายที่คุ้มค่าทั้งที่เป็นเป้าหมายยืนยัน และเป้าหมายสงสัยไปให้ส่วนยิงสนับสนุน - พัฒนา และกลั่นกรองข้อมูลเป้าหมายที่คุ้มค่า - พัฒนา เฝ้าติดตาม และกลั่นกรองบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) ตารางคำแนะนำใน การโจมตี และความต้องการประเมินความเสียหายในการรบร่วมกับคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายอื่นๆ - แจกจ่ายแผนการรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ ไปยังผู้รับผิดชอบรวบรวมข่าวสาร
67 - จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายให้กับส่วนยิง สนับสนุน - ทำการประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และความต้อง ประเมินความเสียหายในการรบใหม่ตามห้วงระยะเวลา ร่วมกับแผนยุทธการ และนายทหาร ฝ่ายยุทธการ - รับทราบผลการประเมินความเสียหายในการรบ และพิจารณาว่าผลการโจมตีบรรลุผล ตามที่ต้องการหรือไม่ หรือจำเป็นต้องทำการโจมตีซ้ำหรือไม่ ร่วมกับรองผู้ประสานการยิง สนับสนุน - จัดเตรียมข้อมูลที่จะบันทึกลงในแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจ (DST) ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 3-35 ผู้ประสานการยิงสนับสนุนคือ ผู้บังคับหน่วยทหารปืนใหญ่อาวุโสในระดับกองทัพน้อย และกองพล โดยมีรองผู้ประสานการยิงสนับสนุนเป็นผู้ช่วย ผู้ประสานการยิงสนับสนุนเป็น ผู้รับผิดชอบในการให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรการยิงสนับสนุนที่มีอยู่ให้ เกิดประโยชน์สูงสุด จัดเตรียมข้อมูลที่ต้องใช้ในการจัดทำคำสั่งที่สำคัญต่าง ๆ และพัฒนา และเฝ้า ติดตามการปฏิบัติตามแผนการยิงสนับสนุนต่าง ๆ 3-36 ผู้ประสานการยิงสนับสนุนเป็นผู้รับผิดชอบการฝึก และการปฏิบัติพันธกิจของส่วนยิง สนับสนุน ผู้ประสานการยิงสนับสนุนจะทำงานประสานกับฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ ของหน่วยอย่าง ใกล้ชิด เพื่ออำนวยให้มีการสนธิ ผลการโจมตีทั้งแบบสังหาร และแบบไม่สังหารในการสนับสนุนการ ปฏิบัติการปัจจุบัน โดยการประสานอย่างใกล้ชิดกับนายทหารฝ่ายยุทธการ และนายทหารฝ่ายการ ข่าว และเป็นผู้นำส่วนยิงสนับสนุนในการคาดการณ์ และวางแผนสำหรับการปฏิบัติการในอนาคต ส่วนยิงสนับสนุนของกองทัพน้อยจะประสานระบบอาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งระบบอาวุธยิงเล็งจำลอง ของกองทัพบก ระบบโจมตีร่วม และระบบปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ผ่านการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย หน้าที่เฉพาะของผู้ประสานการยิงสนับสนุน ได้แก่ - วางแผน ประสาน และดำเนินการให้การยิงสนับสนุนทั้งปวงมีความประสาน สอดคล้องกัน ได้แก่ - การโจมตีทางกายภาพ - การโจมตีทางอากาศ - การโจมตีทางอิเล็กทรอนิคส์ - ให้ข้อเสนอแนะต่อแม่ทัพน้อย และฝ่ายอำนวยการเกี่ยวกับระบบอาวุธยิงสนับสนุน ที่มีอยู่ รวมถึงขีดความสามารถและขีดจำกัดต่าง ๆ
68 - สนับสนุนฝ่ายอำนวยการในการพัฒนา และวิเคราะห์หนทางปฏิบัติที่เป็นไปได้ - เป็นประธานคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - เข้าร่วมในการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร - ทำงานร่วมกับผู้บังคับหน่วย รองผู้บังคับหน่วย และเสนาธิการ ในการสนธิระบบ อาวุธยิงเล็งจำลอง และระบบการยิงสนับสนุนรวมเข้าไปในแนวความคิดในการปฏิบัติ - พัฒนา ให้ข้อเสนอแนะ และบรรยายสรุปแนวความคิดในการยิงต่อแม่ทัพน้อย หรือผู้บัญชาการกองพล และเป็นผู้จัดทำหัวข้อการยิงของแผนยุทธการ หรือคำสั่งยุทธการ ทั้งปวง - ประสานการฝึกส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยในอัตราที่เป็นหน่วยรองกับหน่วย ดำเนินกลยุทธ์ที่ต้องปฏิบัติการร่วมกัน และกับกองพันทหารปืนใหญ่สนามต่าง ๆ - ติดตามไปกับคณะผู้บังคับบัญชาของผู้บังคับหน่วย ในระหว่างการปฏิบัติการ ทางยุทธวิธี (ถ้าจำเป็น) รองผู้ประสานการยิงสนับสนุน 3-37 รองผู้ประสานการยิงสนับสนุน เป็นผู้จัดเตรียมสถานภาพล่าสุดของทรัพยากรการยิง สนับสนุน และจัดทำคำแนะนำในการโจมตีตามที่ผู้บังคับบัญชา และผู้ประสานการยิงสนับส นุน กำหนด หน้าที่ของรองผู้ประสานการยิงสนับสนุน ได้แก่ - ประสานการทำงานของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ให้คำแนะนำในการกำหนดลำดับความเร่งด่วนในการค้นหา และโจมตีเป้าหมาย ตามผลการวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมาย และการวาดภาพการรบ - ให้ข้อเสนอแนะวิธีการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ แก่ เสธนาธิการ - ให้การสนับสนุนสมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอื่น ๆ ในการพัฒนาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า(HPTL) ตารางคำแนะนำในการโจมตี และความต้องการ ในการประเมินความเสียหายในการรบ - พัฒนาตารางการใช้เวลา และให้แนวทางในการกำหนดค่าความถูกต้อง ในมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย เพื่อให้นายทหารฝ่ายการข่าวกรองปืนใหญ่สนาม และส่วนยิงสนับสนุน ได้นำไปใช้ร่วมกับฝ่ายวางแผน และนายทหารฝ่ายยุทธการ - ช่วยเหลือนายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในการพัฒนาเป้าหมายที่จะทำการ โจมตีด้วยระบบปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ - ติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ และประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี ค่าความถูกต้องของมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย และความต้องการประเมินความเสียหายในการรบใหม่
69 - ประสานห้วงเวลาในการโจมตีกับนายทหารฝ่ายยุทธการ และหน่วยรองต่างๆ ให้สอดคล้องกัน - ประสานความต้องการในการโจมตีสนับสนุนให้กับหน่วยรองต่าง ๆ - ประสานการยิงข่มระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึก และชุดโจมตีทางอากาศ ร่วม - รับทราบผลการประเมินความเสียหายในการรบ และพิจารณาผลการโจมตีร่วมกับ นายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารฝ่ายยุทธการว่า เป็นไปตามความเสียหายที่ต้องการ หรือไม่ หรือจำเป็นต้องทำการโจมตีเพิ่มเติมหรือไม่ - มั่นใจว่าการคัดเลือกเป้าหมายเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องการยืนยันความถูกต้อง ของเป้าหมาย เพื่อจัดเป้าหมายไปรวมไว้ในบัญชีเป้าหมายร่วมที่ได้มีการรวมการ และจัดลำดับความเร่งด่วนไว้แล้ว นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม 3-38 หน้าที่ของนายทหารข่าวกรองปืนใหญ่สนาม มีดังต่อไปนี้ - ทำงานร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รับผิดชอบในการ รวบรวมข่าวสาร และส่วนวิเคราะห์ข่าวกรองจากทุกแหล่งข่าว - จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้กับฝ่ายการข่าว เพื่อให้การโจมตีเป้าหมายบรรลุผลสำเร็จ - เร่งดำเนินการให้ข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจากส่วนควบคุม และวิเคราะห์ ส่งไปยังส่วนยิงสนับสนุนโดยเร็ว - เฝ้าติดตามสถานการณ์ข้าศึก และแจ้งให้รองผู้ประสานการยิงสนับสนุนทราบ ตลอดเวลา ให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงลำดับความเร่งด่วน และเครื่องมือที่ใช้ทำการ โจมตีเป้าหมาย - จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคาม มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย คำแนะนำใน การโจมตี และบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า - ควบคุมกำกับดูแลคณะทำงานหรือดำเนินการเลือกเครื่องมือโจมตีที่มีประสิทธิภาพ ที่สุดต่อเป้าหมายตามความเหมาะสม (ถ้ามีการจัดตั้ง) - ควบคุมกำกับดูแลคณะทำงาน หรือดำเนินการการประมาณการความเสียหาย ทางข้าง (ถ้ามีการจัดตั้ง) - จัดเตรียมข้อมูลข่าวสารให้กับฝ่ายข่าวกรองตามความถูกต้องที่ต้องการ และเวลาที่ต้องการข้อมูลข่าวสารของระบบอาวุธยิงสนับสนุน
70 - มั่นใจว่า ข้อมูลข่าวสารเป้าหมายที่สำคัญได้มีการเปรียบเทียบกับมาตรฐานการ คัดเลือกเป้าหมายก่อนที่จะส่งเป้าหมายไปให้ส่วนยิงสนับสนุน - ให้คำปรึกษากับผู้ประสานการยิงสนับสนุน หรือรองผู้ประสานการยิงสนับสนุน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่การประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า และตาราง คำแนะนำในการโจมตีใหม่ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อยและกองพล 3-39 หน้าที่ของนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อย และกองพล มีดังต่อไปนี้ - ให้คำปรึกษา และแจ้งข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และการยิงสนับสนุนให้รองผู้ประสานการยิงสนับสนุนทราบตลอดเวลา - เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองทัพน้อยหรือ กองพล ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่ง - ช่วยพิจารณาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า - ควบคุมกำกับดูแลคณะทำงาน หรือดำเนินการกำหนดที่ตั้ง และขนาดของ เป้าหมาย (ถ้ามีการจัดตั้ง) - ดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบของการใช้กระสุน (คณะทำงานเลือกใช้อาวุธ) (ถ้ามีการจัดตั้ง) - ควบคุมกำกับดูแลคณะทำงาน หรือดำเนินการการประมาณการความเสียหายทาง ข้าง (ถ้ามีการจัดตั้ง) - ประสานงานกับส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยรองต่าง ๆ - แจ้งให้นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามทราบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบัญชี เป้าหมายที่คุ้มค่า - ส่งเป้าหมายที่ได้รับจากนายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนามไปยังระบบโจมตี ต่างๆ ด้วยวิธีที่เร็วที่สุด นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร 3-40 หน้าที่ของนายทหารปฏิบัติการข่าวสาร มีดังต่อไปนี้ - ดำรงรักษาฐานข้อมูลเป้าหมาย - ประเมินค่า และวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารการรบร่วมกับนายทหารฝ่ายข่าวกรอง ปืนใหญ่สนาม เพื่อพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่มีค่าสูง และให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดเป็น เป้าหมายที่คุ้มค่า - ใช้เกณฑ์เวลา และค่าความถูกต้องจากมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย
71 - รายงานเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ ไปยังนายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม - ให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดพื้นที่สนใจที่กำหนด และพื้นที่เป้าหมายที่สนใจต่อ นายทหารฝ่ายการข่าว เพื่อสนับสนุนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ประสานกับผู้รับผิดชอบรวบรวมข่าวสารเพื่อให้แน่ใจว่า ได้มีการรวบรวมข้อมูล ข่าวสารไว้อย่างเพียงพอ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 3-41 นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะสนธิการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปใน กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และสนธิความต้องการข้อมูลข่าวสารการโจมตีทาง อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในแผนยุทธการ คำสั่งยุทธการ และผลผลิตของการวางแผนอื่น ๆ นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นผู้วางแผน และประสานการปฏิบัติเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นผู้ประสานงานระหว่างกองบัญชาการกองพล และกองบัญชาการหน่วยเหนือ กองบัญชาการรบร่วมทางอากาศ กองกำลังผสมนานาชาติ และส่วนอื่น ๆ นายทหารสงครามอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ - ช่วยในการประสานการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์, การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์, และการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ - ให้คำแนะนำกับฝ่ายอำนวยการของผู้บังคับบัญชา ว่าจะทำการโจมตีเป้าหมายด้วย การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ - พิจารณาความต้องการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าเฉพาะ - มั่นใจว่าการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์บรรลุผลกระทบที่ต้องการ เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ประสานการสนับสนุนสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์กับ ผู้รับผิดชอบรวบรวมข่าวกรองทางการสื่อสาร - จัดเตรียมข้อมูลความต้องการโจมตีทางอิเล็กทรอนิคส์ให้กับชุดโจมตีทาง อิเล็กทรอนิกส์จากทางอากาศผ่านชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี - ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการส่งคลื่นก่อกวน ในการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์จาก ภาคพื้นดินและจากทางอากาศ - ประสานกับรองผู้ประสานการยิงสนับสนุนในการสนธิการปฏิบัติการเกี่ยวกับคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าต่าง ๆ เข้าไปในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ประสานกับรองผู้ประสานการยิงสนับสนุน หรือนายทหารการยิงสนับสนุนในการ จัดทำผนวกการยิงของแผนยุทธการ และคำสั่งยุทธการ
72 - ประสาน จัดเตรียม และดำรงไว้ซึ่งบัญชีเป้าหมายสงครามอิเล็กทรอนิกส์ การมอบกิจการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ และคำร้องขอต่าง ๆ - ระบุโอกาสในการใช้การโจมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล - ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการ ในการประสานความต้องการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดกิจร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว ผู้บังคับหน่วยข่าวกรองทางทหาร และหน่วยงานอื่น ๆ ตามความจำเป็น - ประสานกับนายทหารฝ่ายการสื่อสารเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนในการใช้คลื่นความถี่ ต่าง ๆ และบัญชีความถี่ที่กองกำลังรบร่วมห้ามใช้กับเป้าหมายสงครามอิเล็กทรอนิกส์ - พิจารณาความต้องการ และร้องขอการสนับสนุนการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์จาก กองทัพบกยุทธบริเวณ - รายงานการปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายโดยเร็ว นายทหารช่าง 3-42 นายทหารช่าง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ - ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องกีดขวาง และแผนฉากขัดขวาง - ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการโจมตีต่อเป้าหมายด้วยทุ่นระเบิดวางแบบกระจาย - จัดทำแผนภาพเป้าหมายที่คุ้มค่าที่เป็นไปได้ (การเจาะช่องด้วยเครื่องจักรกล และผู้วางทุ่นระเบิด) - ช่วยในการพัฒนาแนวขั้นเวลาบนแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจ และอธิบาย ผลกระทบของภูมิประเทศต่อการดำเนินกลยุทธ์ - พัฒนาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และความต้องการ ประเมินความเสียหายในการรบร่วมกับสมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอื่น ๆ - ให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดพื้นที่สนใจที่กำหนด และพื้นที่เป้าหมายที่สนใจ เพื่อสนับสนุนการโปรยทุ่นระเบิดด้วยปืนใหญ่เพื่อสนับสนุนการสร้างเครื่องกีดขวาง - ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และประสานกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในการพิจารณาผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการปฏิบัติการ
73 นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา (PSYCHOLOGICAL OPERATIONS OFFICER) 3-43 นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ - ให้คำปรึกษาต่อผู้บังคับหน่วย และฝ่ายอำนวยการของหน่วยเกี่ยวกับการ ปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหาร - กำหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้ เช่น เป้าหมายที่คุ้มค่าที่จะใช้การปฏิบัติการทาง จิตวิทยา - จัดเตรียมข้อมูลข่าวสารเพื่อนำไปใช้ประกอบคำแนะนำในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายของผู้บังคับบัญชา - ประสานข้อเพ่งเล็งเกี่ยวกับการปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหารในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ส่วนยิงสนับสนุน ส่วนปฏิบัติการข่าวสาร และ นายทหารปฏิบัติการลวง - ดำเนินการวางแผน - ประเมินค่าประสิทธิผลของการปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหารกับ คณะกรรมการด้านการข่าวกรองของฝ่ายอำนวยการร่วม ผู้แทนด้านกิจการพลเรือน 3-44 นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ - ให้ปรึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิบัติการของฝ่ายเราที่มีต่อประชาชน - จัดเตรียมข้อมูลเพื่อบรรจุเข้าไปไว้ในบัญชีเป้าหมายห้ามโจมตี - ประสานและแจ้งเตือนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลเรือน ในการเตรียมสนามรบ ด้านการข่าว และการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย นายทหารฝ่ายการสารวัตร 3-45 นายทหารฝ่ายการสารวัตรจะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมด้าน อาชญากรรมที่สำคัญๆ พัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้านอาชญากรรมต่าง ๆ สถาปนาความร่วมมือที่สำคัญทั้งในแง่ของเวลา และสถานที่ หรือการพิสูจน์ทราบแนวโน้ม และรูปแบบการปฏิบัติอาชญากรรมที่จะช่วยในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ช่วยในการเลือก และจัดลำดับความเร่งด่วนของอาชญากร และเป้าหมายด้านอาชญากรรมต่าง ๆ หน้าที่ของนายทหาร ฝ่ายการสารวัตร มีดังต่อไปนี้ - พัฒนาผลผลิตด้านการข่าวกรองต่าง ๆ ของตำรวจ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย
74 - รวมผลผลิตด้านการข่าวกรองของตำรวจเข้าไปไว้ในภารกิจ กฎระเบียบ และข้อบังคับทางด้านนโยบายร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว - กำหนดเป้าหมายด้านอาชญากรรมที่คุ้มค่าและห้วงเวลา เพื่อให้ข้อเสนอแนะใน การโจมตี - กำหนดทหารสารวัตร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานด้านอาชญากรรมของ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา (ตามความจำเป็น) เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ การโจมตีทางกายภาพ เจ้าหน้าที่อื่น ๆ (OTHER PERSONNEL) 3-74 ในระหว่างการปฏิบัติการหนึ่ง เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ควรมีดังต่อไปนี้ - นายทหารพระธรรมนูญ - ผู้แทนของกองร้อยนายทหารติดต่อปืนเรือ - อากาศนาวี - ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชนอื่น ๆ - นายทหารอากาศติดต่อ - อนุศาสนาจารย์ - นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน - นายแพทย์ - นายทหารประชาสัมพันธ์
75 บทที่ 4 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกรม การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกรมและต่ำกว่า จะจัดตั้งอย่างไม่เป็นทางการเหมือน กองบัญชาการในหน่วยระดับสูง การตกลงใจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ณ กองบัญชาการหน่วย ระดับสูงจะมีผลต่อการตกลงใจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองบัญชาการหน่วยรอง ฝ่ายอำนวยการของกรม จะใช้ผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองพลในการประสาน และสนธิการปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม จะกำหนดเป้าหมายตามที่กองพลกำหนดให้กับกรม และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ภายใต้การควบคุม ของกรม บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HTPL) ในระดับกรม และต่ำกว่าจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียด และมีการกำหนดสิ่งที่ต้องเพ่งเล็งมากกว่า โดยจะต้องจัดเตรียมข้อมูลให้กับเครื่องมือเฝ้าตรวจสนาม รบ หรือผู้ตรวจการหน้าและระบบอาวุธ เพื่อทำการพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ตอนที่ 1 พันธกิจ 4-1 พันธกิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในหน่วยระดับกรม และต่ำกว่า ได้แก่ - พัฒนาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าเพื่อรวมไว้ในแผนการรวบรวมข่าวสาร และทำการโจมตี - กำหนดมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย - กำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ให้กองบัญชาการหน่วยเหนือพิจารณา - จัดทำแผนการรวบรวมข่าวสารให้มีความประสานสอดคล้องกัน - จัดทำแผนการดำเนินกลยุทธ์ และแผนการยิงสนับสนุนให้มีความประสาน สอดคล้องกัน - สนธิการปฏิบัติการต่อต้านความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ความคล่องแคล่วใน การเคลื่อนที่ และการปฏิบัติการเพื่อความอยู่รอดในสนามรบเข้าด้วยกัน - รับทราบข้อมูล และประเมินความเสียหายในการรบ - พัฒนา และวางแผนการรวบรวมข่าวสารให้ประสานสอดคล้องกับการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย (เพ่งเล็งไปที่การกำหนดที่ตั้งให้กับผู้ตรวจการณ์ต่าง ๆ แต่เนิ่น)
76 ตอนที่ 2 การวางแผน 4-2 นายทหารการยิงสนับสนุนในระดับกรม และกองพัน จะเป็นผู้ปรับลดเวลาในการส่ง ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงบัญชีเป้าหมายตามวงรอบปกติอย่างสมเหตุสมผลก่อนที่การรบจะเริ่มขึ้น การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่ดำเนินการเป็นวงรอบ และกระทำอย่างต่อเนื่อง ในกรณีฉุกเฉินและในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญอย่างยิ่งจะมีการปรับห้วงเวลาให้มีความ เหมาะสมถ้าจำเป็น อย่างไรก็ตาม เวลาในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามวงรอบปกติจะต้องจำกัดให้ น้อยลง เพื่อให้มีเวลาในการแจกจ่าย และซักซ้อมแผนการยิงสนับสนุนในขั้นตอนสุดท้าย เอกสารต้นฉบับระบุเป็นหน่วยระดับ “กองพลน้อย” ซึ่งจะเทียบเท่ากับหน่วยระดับกรมของ ทบ.ไทย เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดหน่วยของ ทบ.ไทย เอกสารเล่มนี้จะใช้ “กรม” แทน “กองพลน้อย” 4-3 พันธกิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับหน่วยเฉพาะกิจ ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่ กับผลผลิตการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรมชุดรบเป็นสำคัญ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะต้องทำความเข้าใจทั้งคำแนะนำในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของผู้บังคับการกรมชุดรบ และของผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ซึ่งประกอบด้วย - เกณฑ์ในการโจมตีและการสู้รบ - เป้าหมายที่คุ้มค่า และเงื่อนไขที่กำหนดในการโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่า - ข้อบังคับต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในแต่ละขั้นของการรบ 4-4 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ต้องทราบว่า - เป้าหมายที่ได้วางแผนไว้ในพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจมีเป้าหมายใดบ้าง - ความรับผิดชอบของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ในการดำเนินการต่อ เป้าหมายต่าง ๆ ของกรมชุดรบมีอะไรบ้าง - เครื่องมือค้นหาเป้าหมาย และเครื่องมือโจมตีเป้าหมายที่หน่วยเฉพาะกิจได้รับการ แบ่งมอบมีอะไรบ้าง ตอนที่ 3 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-5 ภาปที่ 4-1 หน้า 77 แสดงการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ต้องสนธิเข้า กับห้วงจังหวะการรบของกรมอย่างมีประสิทธิภาพ และวางซ้อนอยู่ในวงรอบการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายของกองบัญชาการหน่วยเหนือ เพื่อให้แน่ใจว่า การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายได้มีการ ดำเนินการรวมการที่จุดหนึ่งมากกว่าที่จะปฏิบัติแบบแยกกันทำ ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการจัด เฉพาะกิจ มีการปรับแก้แผนการรวบรวมข่าวสาร การกำหนดเป้าหมายที่อยู่เกินขีดความสามารถของ
77 เครื่องมือที่มีอยู่ในอัตราของหน่วย การร้องขอการสนับสนุนทางอากาศการเปลี่ยนแปลงบัญชี เป้าหมายที่คุ้มค่าและการยิงสนับสนุนที่กำหนดไว้ การปฏิบัติการข่าวสาร และการปฏิบัติการ สงครามอิเล็กทรอนิกส์กิจต่าง ๆ ทั้งหมดจะต้องดำเนินการด้วยความตระหนักอย่างที่สุดถึงเวลาในการ เตรียมการ และปฏิบัติที่มีอยู่คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องดำเนินการตามวงรอบนี้อย่าง ต่อเนื่องตลอดห้วงของการรบ ภาพที่ 4-1 ตัวอย่าง จังหวะการรบของกรมชุดรบ 4-6 ตารางเวลาในการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้ามายหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อเพ่งเล็งในเรื่องเวลาการประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในระดับกรม โดยปกติจะใช้เวลา 24 – 36 ชั่วโมงขึ้นไป กระบวนการใช้งานเครื่องมือที่ได้รับมา และการตกลงใจใน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่แน่นอนของกรม เช่น การกำหนดเป้าหมาย และการร้องขอการ สนับสนุนทางอากาศ ต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และต้องดำเนินการร่วมกับกองพล, กองทัพน้อย, กองทัพบกยุทธบริเวณ และวงรอบการมอบกิจทางอากาศร่วมด้วยเหตุนี้ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ของกรมชุดรบจึงต้องเพ่งเล็งทุก 24, 48 และ72 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาต้องเลือก ดำเนินการวงรอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามจังหวะของการรบ นายทหารการยิงสนับสนุน ห้วงจังหวะ การรบของ กรม คณะกรรมการ พิจารณาเป้าหมาย คณะท างาน ด าเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การประชุมของ ที่บังคับการ มีการเปลี่ยนแปลง ที่สา คัญ มีการเปลี่ยนแปลง ที่สา คัญ การประชุมของ ที่บังคับการ ผบ.กรมชุดรบ เรียกประชุม ผบ.ชาประชุมปรับแผน ให้สอดคล้อง/ทันสมัย กองพล เรียกประชุม ผบ.กรมชุดรบ เรียกประชุม ผบ.ชาประชุมปรับแผน ให้สอดคล้อง/ทันสมัย
78 ของกรมชุดรบจะกำหนดตารางเวลาในการประชุมย่อยภายในส่วนยิงสนับสนุนในเรื่องที่เกี่ยวกับการ ยิงสนับสนุน การปฏิบัติการข่าวสาร และการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การกำหนดเป้าหมาย ภายใต้กรอบการกำหนดเป้าหมายที่ได้รับมาจากกรมชุดรบ และกองบัญชาการ ของหน่วยที่สูงกว่าขึ้นไป 4-7 จำนวน และความถี่ของการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะแตกต่างกัน ไปขึ้นอยู่กับจังหวะการรบ และคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา การประชุมในเบื้องต้นภายใต้การ อำนวยการของส่วนยิงสนับสนุนจะทำให้แน่ใจว่า ผลของการยิงจะบรรลุตามคำแนะนำ และเจตนารมณ์ของผู้บังคับการกรม นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายแผนของส่วน ยิงสนับสนุน และคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะประเมินความพยายามในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายที่ได้ดำเนินการไป และแน่ใจว่าการร้องขอการสนับสนุนทางอากาศต่อเป้าหมายที่กำหนดขึ้น จะได้รับการส่งต่อไปยังกองบัญชาการหน่วยเหนือตามห้วงเวลาที่กำหนดของกองพล กองทัพน้อย กองทัพบกยุทธบริเวณ และกองกำลังเฉพาะกิจร่วม การประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีลักษณะ ที่เป็นทางการมากกว่าการประชุมครั้งแรก และจะเพ่งเล็งไปที่การปรับปรุงให้ทันสมัยตามคำแนะนำที่ ได้รับมาใหม่ และการได้รับอนุมัติแผนที่ได้วางไว้แล้ว และการปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ ได้วางแผนไว้เพื่อปฏิบัติการในอนาคต การประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอย่างน้อยควร จะมีเวลาเพียงพอในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเป้าหมาย ปรับปรุงสถานการณ์ที่ให้ทันสมัยจัดเตรียม ข้อเสนอแนะ และมีเวลาตกลงใจในประเด็นต่าง ๆ สมาชิกในคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม 4-8 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกลุ่มของผู้แทนฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งประชุมเพื่อทำการวิเคราะห์, ประสาน และทำให้กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายมีความประสานสอดคล้องกัน และจัดเตรียม ข้อเสนอแนะให้กับคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย (targeting board) 4-9 การประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นการรวมสมาชิกฝ่ายอำนวยการ ของกรมชุดรบเข้าด้วยกัน เพื่อดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้สอดคล้องกัน และได้มาซึ่งการอนุมัติการ เปลี่ยนแปลงใด ๆ ของผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะเพ่งเล็ง และทำให้อำนาจ กำลังรบ และทรัพยากรต่าง ๆ ของกรมชุดรบที่จะนำมาใช้ในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายและการโจมตีเป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ มีความสอดคล้องกัน โดยปกติแล้ว คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะประกอบด้วย - นายทหารการยิงสนับสนุนกรมชุดรบ (เป็นหัวหน้าคณะทำงาน) - นายทหารฝ่ายยุทธการของกรม
79 - นายทหารฝ่ายการข่าวของกรม - นายทหารปฏิบัติการข่าวสารของกรม - ผู้แทนหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ และผู้แทนหน่วยบินทหารบกของกรม - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของส่วนยิงสนับสนุน - ผู้แทนฝ่ายยุทธการ และฝ่ายการข่าวของกองพันทหารปืนใหญ่สนาม - ผู้แทนส่วนยิงสนับสนุนของกองพันดำเนินกลยุทธ์ หมู่ลาดตระเวน และผู้แทนกอง พันทหารช่างของกรม (ถ้ามี) - ผู้แทนนายทหารอากาศติดต่อ หรือผู้ควบคุมอากาศยานหน้า - นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้แทน - ผู้แทนฝ่ายปฏิบัติการด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการปฏิบัติการด้านไซเบอร์ 4-10 นอกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการแล้ว อาจมีเจ้าหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลข่าวสาร และให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา นายทหารฝ่ายยุทธการ หรือนายทหารการยิงสนับสนุนเข้าร่วม ด้วยตามความจำเป็น สมาชิกคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายของกรม 4-11 คณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย คือ กลุ่มของผู้แทนฝ่ายอำนวยการต่าง ๆ ที่ได้รับ มอบหมายให้มีอำนาจตกลงใจเพื่อวัตถุประสงค์หรือพันธกิจใดพันธกิจหนึ่งโดยเฉพาะ (FM 6-0) คณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย เป็นการรวมกลุ่มของผู้แทนฝ่ายอำนวยการที่ได้เลือกไว้เป็นการ ชั่วคราว ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ทำการตกลงใจเพื่อจัดเตรียมข้อเสนอแนะในการตกลงใจเกี่ยวกับการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ เมื่อกระบวนการหรือการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายได้ ทำให้มีความประสานสอดคล้องกันแล้ว และต้องการให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ คณะกรรมการเป็นคณะผู้ ร่วมประชุมอภิปรายที่เหมาะสมคณะหนึ่ง โดยปกติคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย จะประกอบด้วย - รองผู้บังคับการกรม (ประธานคณะกรรมการ) - นายทหารฝ่ายยุทธการของกรม - นายทหารฝ่ายการข่าวของกรม - ผู้ประสานการยิงสนับสนุน - นายทหารการยิงสนับสนุนกรม - นายทหารฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ และนายทหารฝ่ายบินทหารบกของกรม - นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของส่วนยิงสนับสนุน - นายทหารพระธรรมนูญของกรม
80 4-12 นอกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการแล้ว อาจมีผู้นำเสนอ ผู้จัดเตรียมข้อมูลข่าวสาร และผู้ให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชา นายทหารฝ่ายยุทธการ ผู้ประสานการยิงสนับสนุน หรือนายทหารการยิงสนับสนุนเข้าร่วมด้วยตามความจำเป็น ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายหลักของกรม 4-13 ความรับผิดชอบเฉพาะในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย สำหรับคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย สามารถกล่าวโดยสรุปได้ต่อไปนี้ ผู้บังคับการกรม 4-14 ผู้บังคับการกรมจะเป็นผู้ให้คำแนะนำด้วยการระบุภารกิจและวัตถุประสงค์ เจตนารมณ์ และแนวความคิดในการปฏิบัติของตน ทำการมอบภารกิจ และทำการจัดเฉพาะกิจ เจตนารมณ์ของ ผู้บังคับบัญชาจะเป็นสิ่งที่นำมาใช้เพ่งเล็ง และขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย รองผู้บังคับการกรม 4-15 รองผู้บังคับการกรมเป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการหลักของผู้บังคับบัญชา เป็นผู้อำนวยการ ประสานงาน ควบคุมกำกับดูแล ฝึก และทำให้งานของฝ่ายอำนวยการประสาน สอดคล้องกัน มั่นใจว่าการปฏิบัติของฝ่ายอำนวยการเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย โดยปกติแล้วผู้บังคับบัญชาจะมอบ อำนาจในการบริหารจัดการการดำเนินงานของฝ่ายอำนวยการประสานงาน และฝ่ายกิจการพิเศษ ให้กับรองผู้บังคับการกรม การตกลงใจนี้บ่อยครั้งจะรวมไปถึงการปรับปรุงแก้ไขผลผลิตจากการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การตกลงใจของรองผู้บังคับการกรมโดยปกติจะรวมถึงการให้ความเห็นชอบ หรือการปรับปรุงแก้ไข - การปรับปรุงบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า - ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - เป้าหมายขัดขวางทางอากาศ และเป้าหมายสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด หรือการปรับปรุงแก้ไขบัญชีเป้าหมายที่ได้ส่งไปก่อนหน้าแล้ว - เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ (MOP)และเกณฑ์ประเมินประสิทธิผล (MOE) นายทหารฝ่ายการข่าวของกรม (ฝอ.2) 4-21 นายทหารฝ่ายการข่าว เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมแผนการรวบรวมข่าวสาร และดำรงการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของข้าศึก เป็นผู้จัดเตรียมข้อมูลการ ปฏิบัติที่เป็นไปได้ของข้าศึก ทำการวิเคราะห์ และพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่าง ๆ ตามคำแนะนำที่ผู้
81 บังคับการกรมกำหนด หน้าที่เฉพาะในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารฝ่ายการข่าว ของกรม มีดังต่อไปนี้ - การพัฒนาภาพการปรากฏตัวของเป้าหมายตามลำดับ - จัดเตรียมข้อมูลขีดความสามารถของข้าศึก และหนทางปฏิบัติที่คาดการณ์ไว้ - จัดเตรียมผลผลิตด้านการเตรียมสนามรบด้านการข่าวให้กับคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย - พัฒนาเป้าหมายที่มีค่าสูงต่างๆ - พิจารณาร่วมกับนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรมว่า เป้าหมายที่คุ้มค่า ใดบ้างที่สามารถค้นหาได้ด้วยเครื่องมือในอัตรา - พัฒนาคำร้องขอการสนับสนุนให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่คุ้มค่า ที่เกินขีดความสามารถ ของเครื่องมือในอัตรา - ประสานการรวบรวม และแจกจ่ายข่าวสารการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกับ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในส่วนยิงสนับสนุน - พัฒนา และควบคุมกำกับดูแลแผนการรวบรวมข่าวสาร - ให้คำปรึกษากับนายทหารฝ่ายยุทธการ เกี่ยวกับการประเมินขีดความสามารถใน การรวบรวมข่าวสาร - ประสานกับนายทหารการยิงสนับสนุนของกรมเกี่ยวกับการยิงของระบบอาวุธยิง เล็งจำลองเพื่อสนับสนุนแผนการรวบรวมข่าวสาร นายทหารฝ่ายยุทธการของกรม 4-17ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารฝ่ายยุทธการของกรม ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายสำรอง หน้าที่เฉพาะในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้ - ทำงานร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ในการกำหนดลำดับความเร่งด่วนของบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ก่อนที่จะนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ - กำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องโจมตีอย่างฉับพลัน และผลกระทบที่ต้องการ - ทำการประสาน และสนธิการโจมตีกับการปฏิบัติการดำเนินกลยุทธ์ - ทำการตีความแนวความคิดในการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาโดยละเอียด - จัดเตรียมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเป้าหมายใดบ้างที่มีความสำคัญมากที่สุดให้กับ ผู้บังคับบัญชา - ตกลงใจว่าควรทำการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ เมื่อใดและที่ไหน
82 - ทำการประเมินค่าบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย เกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลใหม่ตามห้วง ระยะเวลา ร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม - พิจารณาร่วมกับนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม และนายทหารฝ่ายการข่าวว่า ผลกระทบที่ต้องการบรรจุผลสำเร็จหรือไม่ และจำเป็นต้องมีการโจมตีเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ประสานการยิงสนับสนุน 4-18ผู้ประสานการยิงสนับสนุนคือ ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่สนามของกรม ผู้ประสานการยิงสนับสนุน จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาหลักในการสนธิผลการโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหาร ทั้งปวง ในการสนับสนุนการปฏิบัติการของกรม นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 4-19 นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม จะเป็นผู้ที่ทำให้คำแนะนำในการโจมตีที่ผู้บังคับ การกรม และผู้ประสานการยิงสนับสนุนกำหนดขึ้นให้บรรลุผลโดยสมบูรณ์ และเป็นผู้นำใน คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หน้าที่เฉพาะในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหาร การยิงสนับสนุนของกรม ได้แก่ - การประสาน และสนธิการปฏิบัติ และร่วมปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - มั่นใจว่าได้มีการกำหนดแง่มุมในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทั้งหมด และได้ทำความเข้าใจในระหว่างดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - การพัฒนา ดำรงไว้ และปรับปรุงผลผลิตต่าง ๆ จากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ให้ทันสมัย ซึ่งประกอบด้วย บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ตารางการปฏิบัติของเครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบ-หน่วยที่ทำการยิง เกณฑ์ประเมินการ ปฏิบัติเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลการโจมตีทั้งแบบสังหาร และแบบไม่สังหารดำเนินการประเมินผล การโจมตีร่วมกับนายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารฝ่ายยุทธการ - กำหนดมาตรฐานในการกลั่นกรองเป้าหมาย เพื่ออำนวยให้แผนการยิงสนับสนุนมี ความสมบูรณ์ก่อนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ - รวบรวมเป้าหมายที่ได้กลั่นกรองแล้ว และเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้แล้วจาก นายทหารการยิงสนับสนุนของหน่วยรอง และหน่วยให้การสนับสนุน และส่วนยิงสนับสนุนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แล้วทำการขจัดความซ้ำซ้อน - จัดเตรียมข้อมูลเป้าหมายที่ได้กลั่นกรองแล้วส่งไปยังกองบัญชาการหน่วยเหนือ เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายของกองพล กองทัพน้อย และกองทัพบกยุทธบริเวณ
83 - การประสานร้องขอการยิงสนับสนุนเพิ่มเติมจากหน่วยรอง และนายทหารการยิง สนับสนุน และส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยให้การสนับสนุน - การประสานความต้องการ การขอรับสนับสนุนการโจมตีของหน่วยรอง - รับรายงานผลการประเมินความเสียหาย และพิจารณาร่วมกับนายทหารฝ่าย การข่าว และนายทหารยุทธการว่า การโจมตีได้ผลตามที่ต้องการหรือไม่หรือจำเป็นต้องทำการโจมตี เพิ่มเติมหรือไม่ - ให้ข้อเสนอแนะในการโจมตีเป้าหมายซ้ำ - แน่ใจว่าเป้าหมายต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นได้มีการยืนยันความถูกต้อง และได้รับการ ดำเนินกรรมวิธีแล้ว และมีการปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการมอบกิจทางอากาศ (ATO) - ประสานกับนายทหารอากาศติดต่อในการใช้ระบบปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-20 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในส่วนยิงสนับสนุน จะเป็นผู้อำนวยให้มีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างชุดควบคุม และวิเคราะห์ของกองร้อยข่าวกรองทางทหาร นายทหารฝ่ายการข่าวของกรม และส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยรอง และหน่วยให้การสนับสนุน และสมาชิกฝ่ายอำนวยการอื่น ๆ ตามความจำเป็น ความรับผิดชอบของนายทหารดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะคล้ายกับนายทหารข่าวกรองปืนใหญ่สนามในระดับกองพล และกองทัพน้อย หน้าที่ของ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ได้แก่ - ช่วยเหลือนายทหารฝ่ายการข่าวของกรมในการพัฒนาแผนการรวบรวมข่าวสาร และแผนการค้นหาเป้าหมาย - ช่วยทำการกำกับดูแลทางฝ่ายอำนวยการต่อระบบค้นหาเป้าหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน อัตรา ที่มาขึ้นสมทบหรือขึ้นควบคุมทางยุทธการกับกรม - ประสานกับนายทหารฝ่ายการข่าวของกรม เพื่อให้การค้นหาเป้าหมายครอบคลุม พื้นที่ และดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายที่คุ้มค่า - จัดทำตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของระบบค้นหา เป้าหมายต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนกรม - พัฒนา ให้ข้อเสนอแนะ และแจกจ่ายเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมิน ประสิทธิผลที่ได้รับอนุมัติแล้วให้กับหน่วยรอง และส่วนที่ให้การสนับสนุน - พัฒนา ให้ข้อเสนอแนะ และแจกจ่ายกิจในการยิงสนับสนุนต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติ แล้วให้กับหน่วยรอง และหน่วยที่ให้การสนับสนุน - ประสาน และแจกจ่ายบัญชีเป้าหมายจำกัดการยิง โดยประสานกับนายทหารการ ยิงสนับสนุนของกรม
84 นายทหารช่าง 4-21ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารช่างกรม ได้แก่ - จัดเตรียมข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับหน่วยทหารช่าง และยุทโธปกรณ์ของข้าศึก ที่มีความเป็นไปได้ที่จะกำหนดเป็นเป้าหมายที่มีคุ้มค่า รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของเป้าหมาย เหล่านั้นที่มีอยู่ภายในพื้นที่ปฏิบัติการ - จัดเตรียมข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดแบบวางกระจาย - จัดเตรียมข้อมูลเป้าหมายการมอบกิจทางอากาศ(ATO) ให้กับชุดปฏิบัติการทาง อากาศยุทธวิธีในการวางทุ่นระเบิดแบบวางกระจาย - ปรับปรุงข้อมูลการข่าวกรองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทหารช่างให้ทันสมัย ตามข้อมูลใหม่เกี่ยวกับหน่วยทหารช่าง การปฏิบัติ หรือเครื่องกีดขวางต่าง ๆ ของฝ่ายข้าศึกที่ ได้ข้อมูลใหม่มาจากการลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจสนามรบ - ประสานกับชุดทหารช่างภูมิปนวิทยา เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไขผลผลิต เกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศ เพื่อสนับสนุนการตกลงใจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - จัดเตรียมข้อมูลที่จะนำไปบรรจุไว้ในบัญชีเป้าหมายจำกัดการยิง ตามข้อพิจารณา เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 4-22ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารปฏิบัติการสงคราม อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ - ช่วยเหลือนายทหารฝ่ายการข่าวในการเตรียมสนามรบด้านการข่าว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการพิสูจน์ทราบขีดความสามารถในการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์และเป้าหมายการโจมตี ของข้าศึก - ให้ข้อเสนอแนะวิธีการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ในการโจมตีเป้าหมาย ช่วยเหลือคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในการพิจารณาความต้องการโจมตีทาง อิเล็กทรอนิกส์ต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าเฉพาะ - แน่ใจว่าการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถบรรลุผลตามที่ผู้บังคับการกรมชุด รบต้องการ - วางแผน และประสานการมอบกิจและส่งคำร้องขอต่างๆ เพื่อให้ความต้องการใน การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ และการสนับสนุนการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์บรรลุผล
85 - ประสานกับฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องกับข่าวกรองทางการสื่อสารผ่าน ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสาร เพื่อให้การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ และความต้องการ รวบรวมข่าวสารการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์บรรลุผล - ให้ข้อเสนอแนะต่อนายทหารยุทธการ และนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ว่าจะทำการโจมตีเป้าหมายด้วยการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ - รายงานการรบกวนทางคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังคณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายโดยเร็ว นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา 4-23ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา ได้แก่ - ทำการระบุเป้าหมายต่าง ๆ ขึ้นในระหว่างกระบวนการกำหนดเป้าหมาย และเสนอแนะเป้าหมายเหล่านั้นให้กับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย - จัดเตรียมข้อมูลการประเมินประสิทธิผลของการปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสาร ทางทหาร - พิสูจน์ทราบเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องหลีกเลี่ยง - ประสานการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสาร ทางทหารกับการลวง - ประสานกับหน่วยปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสารทางทหารอื่น ๆ ในพื้นที่ ปฏิบัติการ - จัดเตรียมคำขอข้อมูลข่าวสาร และข่าวกรองเกี่ยวกับการปฏิบัติการสนับสนุน ข่าวสารทางทหาร และความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วน เพื่อนำไปใช้ในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน 4-24ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารปฏิบัติการกิจการพล เรือน (ฝอ.9) กองพันหรือกรม ได้แก่ - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิบัติการของฝ่ายเราที่มีต่อบุคคล พลเรือน - จัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปบรรจุไว้ในบัญชีเป้าหมายจำกัดการโจมตี
86 - ทำการประเมินประสิทธิผลของการปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือน และการ ปฏิบัติการระหว่างพลเรือนกับทหาร นายทหารพระธรรมนูญของกรม 4-25ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารพระธรรมนูญของกรม ได้แก่ - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของกฎการโจมตีในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายสงครามที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย นายทหารสารวัตรของกรม 4-26 นายทหารสารวัตรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมด้านอาชญากรรมที่สำคัญ ๆ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านอาชญากรรมต่าง ๆ กำหนดความสัมพันธ์ที่ สำคัญทั้งในด้านเวลา และสถานที่ หรือการพิสูจน์ทราบแนวโน้ม และรูปแบบในการปฏิบัติของอาชญา กรที่จะช่วยในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ช่วยในการเลือก และจัดลำดับความเร่งด่วนของ อาชญากรและเป้าหมายต่าง ๆ ด้านอาชญากรรม นายทหารติดต่อ 4-27ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารติดต่อ ได้แก่ - ทำการแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อกังวลของผู้บังคับบัญชาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ในหน้าที่ของตน นำเสนอ และอธิบายความสำคัญของเป้าหมายที่กำหนดขึ้น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของหน่วยที่ตนให้การสนับสนุน - จัดเตรียมข้อมูลย้อนกลับไปยังผู้บังคับบัญชาที่ตนให้การสนับสนุน เกี่ยวกับเป้าหมายต่าง ๆ ที่จะบรรจุไว้ในบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า และการสร้างความ ประสานสอดคล้องเป้าหมายเหล่านั้นกับแผนการรวบรวมข่าวสาร - จัดเตรียมข้อมูลย้อนกลับไปยังผู้บังคับบัญชาที่ตนให้การสนับสนุน เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายที่ได้ส่งให้กับกองบัญชาการหน่วยเหนือแล้ว - แจ้งให้หน่วยต่าง ๆ ที่ตนให้การสนับสนุน หรือหน่วยในอัตราการจัดเฉพาะกิจ ในระดับที่เหนือขึ้นไปได้ทราบถึงเป้าหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการของตน พร้อมด้วยการแบ่งมอบกิจและมาตรการประสานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
87 - จัดเตรียมข้อมูลข่าวสารการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่กรมต้องการจาก หน่วยรอง หรือหน่วยที่ให้การสนับสนุนและหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของตน ตอนที่ 4 ส่วนยิงสนับสนุนของกรม 4-28ส่วนยิงสนับสนุน เป็นศูนย์กลางของโครงสร้างการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม และจะเพ่งเล็งทั้งผลการโจมตีแบบสังหาร และการโจมตีแบบไม่สังหาร คณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะเป็นการนำผู้แทนฝ่ายอำนวยการทั้งหมดมารวมกัน ส่วนยิงสนับสนุนจะทำหน้าที่ประสาน และทำให้งานของฝ่ายอำนวยการทั้งปวงประสานสอดคล้องกับงานของส่วนยิงสนับสนุน ส่วนยิงสนับสนุนจะประสานกับฝ่ายกฎหมายของกรมเพื่อทำการทบทวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ข้อกฎหมายของแผน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคำสั่งต่าง ๆ พันธกิจหลักในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายของส่วนยิงสนับสนุน มีดังต่อไปนี้ - ทำงานร่วมกับนายทหารปฏิบัติการข่าวสาร(ฝอ.7) นายทหารปฏิบัติการกิจการ พลเรือน นายทหารประชาสัมพันธ์ และนายทหารพระธรรมนูญในการสนธิข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง กับขีดความสามารถของตนเข้าไปในกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรมอย่างเหมาะสม - จัดเตรียมข้อมูลข่าวสารให้กับนายทหารยุทธการ เพื่อประสานการมอบกิจให้กับ เครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบต่าง ๆ ในระหว่างการพัฒนาแผนการรวบรวมข่าวสารกับนายทหารฝ่าย การข่าวของกรม ผู้บังคับกองร้อยข่าวกรองทางทหาร(ตามความจำเป็น) และหมู่ลาดตระเวนเพื่อให้ ได้มาซึ่งเป้าหมาย - บริหารจัดการการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม และอำนวยความสะดวกให้กับ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ประสานในเรื่องความปลอดภัยในการโจมตีต่อเป้าหมาย - ประสานในเรื่องการประเมินความเสียหายในการรบ ส่วนโจมตีแบบสังหารและแบบไม่สังหาร (LETHAL AND NONLETHAL EFFECTS ELEMENTS) 4-29ส่วนโจมตีเป็นองค์ประกอบหนึ่งของส่วนยิงสนับสนุน โดยปกติส่วนโจมตีจะอยู่รวมกับ ส่วนยิงสนับสนุนที่เป็นหน่วยแม่ของตน แต่อาจไปปฏิบัติงานอยู่กับที่บังคับการอื่นก็ได้ ส่วนโจมตี แบบสังหาร และแบบไม่สังหารจะวางแผนเพื่อสร้างผลกระทบจากการโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหารสนับสนุนการปฏิบัติการ และการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในอนาคตของกรม ที่บังคับการหลักของกรมจะอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหารกับพันธกิจการสู้รบอื่น ๆ ผ่านคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ส่วนโจมตีแบบ สังหาร และแบบไม่สังหารจะจัดเตรียมข้อมูล และผลผลิตต่าง ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ส่วนโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหารจะจัดเตรียมข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อประชุม
88 คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และสนับสนุนการตกลงใจ โดยการใช้ประโยชน์จากการ ลาดตระเวน และเครื่องมือเฝ้า ตรวจสนามรบต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้กับที่บังคับการหลัก เป็นส่วนที่วางแผน และสร้างความประสานสอดคล้องของการยิงกับส่วนที่สร้างผลกระทบแบบไม่สังหารอื่น ๆ ในการปฏิบัติการของกรม พันธกิจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของส่วนโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหาร ได้แก่ - จัดเตรียมข้อมูลการโจมตีแบบสังหาร เพื่อรวมเข้าไปในแผนการรวบรวมข่าวสาร - จัดเตรียมข้อมูลการโจมตีแบบไม่สังหาร เพื่อรวมเข้าไปในแผนการรวบรวมข่าวสาร - จัดเตรียมข้อมูลเป้าหมายที่จะจัดไปไว้ในบัญชีเป้าหมายห้ามโจมตี และการกำหนด มาตรการประสานการยิงสนับสนุนต่าง ๆ - พัฒนา และทบทวนแนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในแต่ละหนทางปฏิบัติ - พัฒนาเกณฑ์ในการคัดเลือกเป้าหมาย เพื่อป้อนเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ในแต่ ละหนทางปฏิบัติ - จัดทำบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และการมอบกิจการโจมตีแบบสังหารต่าง ๆ ประกอบแผน/คำสั่งยุทธการของกรม - จัดเตรียมผลผลิตต่าง ๆ ให้กับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - พัฒนาตัวชี้วัดเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมินประสิทธิผลในการ ประเมินการปฏิบัติการของกรม - ช่วยให้คำแนะนำในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้บรรลุผลสำเร็จ - ปรับปรุง และคัดแยกแฟ้มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ทันสมัย เจ้าหน้าที่ในส่วนโจมตีแบบสังหาร และแบบไม่สังหารและหน้าที่ความรับผิดชอบ ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 4-30ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม จะเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือนายทหารการ ยิงสนับสนุนของกรม และปฏิบัติหน้าที่แทนนายทหารการยิงสนับสนุนของกรมเมื่อนายทหารการยิง สนับสนุนของกรมไม่อยู่ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรมจะช่วยในการพัฒนาผลผลิตจากการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อให้คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายนำไปใช้ในการจัดทำบัญชี เป้าหมายที่คุ้มค่า 4-31 ทันทีที่บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าได้รับการอนุมัติ ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ต้องมั่นใจว่า การวางแผนการยิง และการร้องขอการยิงสนับสนุนได้มีการดำเนินการตามคำแนะนำ ของผู้บังคับการกรม ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนกรมต้องแน่ใจว่า กองพันทหารปืนใหญ่สนาม
89 และนายทหารการยิงสนับสนุนของกองพันเฉพาะกิจต่าง ๆ ได้รับผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายทั้งหมดที่ได้รับการอนุมัติแล้ว นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย (Targeting Officers) 4-32 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาต่อผู้บังคับการกรม ผู้ประสานการยิงสนับสนุน นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม และฝ่ายอำนวยการของกรม เกี่ยวกับการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทั้งปวง 4-33 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะทำงานร่วมกับฝ่ายวางแผนต่าง ๆ นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม และคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตลอดห้วงของการ ปฏิบัติการ เพื่อพิจารณาว่าเป้าหมายใดบ้างที่ต้องทำการโจมตี และผลเสียหายที่ต้องการในการโจมตี แต่ละเป้าหมายเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา ซึ่งการโจมตีแต่ละเป้าหมายเหล่านี้ ต้องกำหนดคำแนะนำในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคำแนะนำในการประเมินความเสียหาย แจกจ่ายไปพร้อมกับแผน/คำสั่งยุทธการของกรม โดยนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะต้อง พัฒนา - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า - ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้สัมพันธ์กับเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ และเกณฑ์ประเมินประสิทธิผล ในการประเมินการปฏิบัติการของกรม 4-34 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะเป็นผู้รวบรวม วิเคราะห์ ดำเนินกรรม วิธีผลิต และแจกจ่ายผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะ เป็นผู้จัดทำคำแนะนำในการต่อต้าน ป., และคำแนะนำในการใช้เรดาร์ให้กับ ฝอ.2 กองพันทหารปืน ใหญ่สนาม 4-35 ระบบการค้นหาเป้าหมายและเครื่องมือต่าง ๆ ที่กรมมีอยู่ มีความสำคัญต่อการกำหนด เป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) เพื่อทำการโจมตี นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะให้ข้อเสนอแนะใน การจัดทำประมาณการความเสียหายทางข้างต่อผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยของกรม 4-36 บทบาทของนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะคล้าย ๆ กับการทำงานของ นายทหารฝ่ายข่าวกรองปืนใหญ่สนาม ด้วยขีดความสามารถนี้ แต่ละคนจึงช่วยนายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ในการกำหนดจุดล่อแหลมที่สำคัญโดยเฉพาะของเป้าหมาย นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะเป็นผู้รวบรวมและแจกจ่ายบัญชีเป้าหมาย บัญชีเป้าหมายจำกัด การโจมตี และบัญชีเป้าหมายห้ามโจมตี โดยประสานกับนายทหารการยิงสนับสนุนกรม ในระหว่าง