The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naytipong Thepyakorn, 2023-02-06 10:42:51

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

เล่ม รส.3-60 ล่าสุด

90 การปฏิบัติการแต่ละคนจะเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อจำกัดต่าง ๆ และรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในกรณีที่มีการละเมิดข้อจำกัด 4-37 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย จะเป็นผู้จัดเตรียมข้อเสนอแนะต่าง ๆ ให้กับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเกี่ยวกับปรับปรุงลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายให้ทันสมัย โดยจัดเตรียมผลผลิตต่าง ๆ ให้กับคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามการ สั่งการของนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ซึ่งอาจสั่งให้ทำการปรับปรุง และคัดแยกแฟ้มข้อมูล การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามความจำเป็น นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องแน่ใจว่า ได้ดำรงการทำงานร่วมกับเครื่องมือรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ ของกรมอยู่ตลอดเวลา 4-38 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต้องใช้ประสบการณ์ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ของตน เพื่อให้การปฏิบัติการและการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกรม ทั้งส่วนโจมตีแบบสังหาร และส่วนโจมตีแบบไม่สังหารสามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และนายทหารดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะไปปฏิบัติงานอยู่ในที่บังคับการทางยุทธวิธี ถ้าจำเป็น นายสิบยุทธการส่วนยิงสนับสนุน (Fires Cell Operations Sergeant) 4-39 นายสิบยุทธการส่วนยิงสนับสนุน เป็นนายสิบอาวุโสผู้ให้ความช่วยเหลือนายทหารการ ยิงสนับสนุนของกรม ซึ่งแต่ละคนต้องมีความรู้ความเข้าใจ และเข้าร่วมในการแสวงข้อตกลงใจ ทางทหาร และเป็นผู้จัดทำแผนหรือคำสั่งยุทธการ นายสิบยุทธการทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานในส่วนยิง สนับสนุน ทั้งในที่บัญชาการหลัก และที่บัญชาการทางยุทธวิธี ความรับผิดชอบหลักของนายสิบ ยุทธการส่วนยิงสนับสนุน มีดังนี้ - มั่นใจว่า ส่วนยิงสนับสนุนมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และยุทโธปกรณ์ทั้งหมดสามารถใช้การได้ - มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยรองได้รับการฝึกเป็นอย่างดี - มั่นใจว่า ส่วนยิงสนับสนุนของหน่วยรองได้ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติประจำ ของกรม - ทำการประสานการสนับสนุนให้กับหน่วยรอง - ทำการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาข่ายดิจิตอลในส่วนยิงสนับสนุน เพื่อให้แน่ใจ ว่าสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน และภายนอกได้ - ให้คำแนะนำ กำกับดูแลเจ้าหน้าที่นายสิบในส่วนยิงสนับสนุน และดำเนินงาน ธุรการทั้งปวงในส่วนยิงสนับสนุน - ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของส่วนยิงสนับสนุน ที่จะดำเนินการป้อนข้อมูลเข้า ไปในภาพการปฏิบัติการโดยรวมของกรม


91 - จัดเตรียมข้อมูลที่ต้องรายงานตามระเบียบปฏิบัติประจำของกรม - ดำรงรักษาแฟ้มข้อมูล และเอกสารต่าง ๆ - พัฒนาและบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติประจำของส่วนยิงสนับสนุน นายสิบการยิงสนับสนุน 4-40 นายสิบการยิงสนับสนุน ทำหน้าที่เป็นนายสิบที่คอยให้ความช่วยเหลือนายทหารการ ยิงสนับสนุน และผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม นายสิบการยิงสนับสนุนจะทำหน้าที่ ช่วยเหลือนายสิบหัวหน้างานของส่วนยิงสนับสนุนตามความจำเป็น เพื่อให้การปฏิบัติงานทั้งส่วนโจมตี แบบสังหาร และส่วนโจมตีแบบไม่สังหารสามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง นายสิบดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-41 นายสิบดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะทำงานร่วมกับนายทหารการยิงสนับสนุน เพื่อให้การวางแผน และการประสานการปฏิบัติในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายสามารถปฏิบัติงานได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ความรับผิดชอบหลักของนายสิบดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้ - เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และดำรงไว้ซึ่งการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของ ส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ดำรงการแสดงจอภาพการปฏิบัติการในภาพรวมของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ดำรงไว้ซึ่งการแสดงผลผลิตเป้าหมาย - ทำการปรับปรุง และคัดแยกแฟ้มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ทันสมัย ตามคำสั่งของนายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - แน่ใจว่า ข่ายการติดต่อสื่อสารทั้งแบบคำพูด และระบบดิจิตอลได้มีการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายภายใน และภายนอกส่วนยิงสนับสนุน เจ้าหน้าที่การยิงสนับสนุน (Fire Support Specialist) 4-42เจ้าหน้าที่การยิงสนับสนุนต่างๆ จะปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของนายสิบยุทธการ ส่วนยิงสนับสนุน โดยจะให้การสนับสนุนส่วนโจมตีแบบสังหาร และส่วนโจตีแบบไม่สังหารตามที่ได้รับ มอบหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบหลักในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของเจ้าหน้าที่การยิงสนับสนุน ได้แก่ - สนับสนุนการพัฒนาผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ตามคำสั่งของ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย


92 สมาชิกอื่น ๆ ของคณะทำงานงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-43สมาชิกอื่น ๆ ในคณะทำงานการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของส่วนโจมตีแบบไม่สังหาร ได้แก่ นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ นายทหารปฏิบัติการ สนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหาร นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน นายทหารประชาสัมพันธ์ และนายทหารพระธรรมนูญ นายทหารปฏิบัติการข่าวสาร 4-44 นายทหารปฏิบัติการข่าวสารเป็นผู้รับผิดชอบในการวางแผน ประสาน สนธิ และสร้าง ความประสานสอดคล้องของข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับขีดความสามารถต่าง ๆ ให้กับกรม หน้าที่ความ รับผิดชอบหลักในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้ - ให้คำปรึกษาต่อผู้บังคับการกรมชุดรบ และฝ่ายอำนวยการเกี่ยวกับการปฏิบัติการ ข่าวสารทั้งปวง - มั่นใจว่าการปฏิบัติการข่าวสารได้มีการสนธิเข้าไปในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ทำการประสานเกี่ยวกับการปฏิบัติการข่าวสารกับส่วนโจมตีแบบไม่มีอำนาจ สังหารในส่วนยิงสนับสนุน - ดำรงการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของฝ่ายเรา และจัดเตรียม ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภาพการปฏิบัติการโดยรวมของกรมชุดรบ - ทำการพิสูจน์ทราบช่องว่างต่าง ๆ เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการวางแผน การปฏิบัติ และการประเมินค่าผลกระทบที่เกิดจากเครื่องมือเฝ้าฟังที่ได้เลือกไว้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการ นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ 4-45 นายทหารปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ จะใช้ความเชี่ยวชาญในด้านสงคราม อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นในการสนับสนุนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การปฏิบัติ และการประเมินค่า การปฏิบัติการด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวงของกรมชุดรบ หน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย ประกอบด้วย - การร้องขอ และดำเนินการให้ได้มาซึ่งรายงานข่าวกรองต่าง ๆ และทำการพิสูจน์ ทราบเป้าหมายด้านการข่าวกรองของข้าศึก - กำหนดลำดับความเร่งด่วนในการสร้างผลกระทบและเป้าหมายต่าง ๆ ด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์กับนายทหารการยิงสนับสนุน โดยให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับที่หมายที่จะทำ การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการพัฒนาเป้าหมายที่มีลำดับความเร่งด่วนสูง


93 - กำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ที่จะทำการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ - พัฒนาการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ให้สัมพันธ์กับเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติ และเกณฑ์ประเมินประสิทธิผล เพื่อประเมินการปฏิบัติการของกรมชุดรบ - ประสานกับหมู่ลาดตระเวน เพื่อทำการขัดขวางการปฏิบัติการโจมตีทาง อิเล็กทรอนิกส์ของข้าศึก - ให้ข้อเสนอแนะในการใช้การโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรวมเข้าไปในตาราง ประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับที่หมายในการโจมตีด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และการปฏิบัติของ หมู่ลาดตระเวนให้มีความประสานสอดคล้องกัน - พิสูจน์ทราบและขจัดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้สัญญาณคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้า ของเครื่องมือปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ - ทำการตกลงใจว่า กิจในการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ใดบ้างที่มี ความสำคัญต่อความสำเร็จในการปฏิบัติการในอนาคต - เพ่งเล็งว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ใดบ้าง เพื่อค้นหาเป้าหมายที่คุ้มค่า - ตกลงใจว่า ผลกระทบที่ต้องการจากการปฏิบัติการโจมตีด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่ กำหนดไว้ประสบผลสำเร็จหรือไม่ - จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้มาจาก ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทางยุทธวิธีให้กับนายทหารการยิงสนับสนุน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก รส.3-36 นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา 4-46 นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา จะใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของตนให้ข้อมูลที่มีความจำเป็น ต่อการสนับสนุนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย การปฏิบัติ และการประเมินค่าขีดความสามารถด้าน ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดในระดับกรม หน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้ - พัฒนาและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูล ข่าวสารทางทหาร(MISO) และเป้าหมายต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ต่อผู้บังคับการกรม - พัฒนาเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมินประสิทธิผล และเฝ้าติดตาม ประสิทธิผลของการปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหารต่าง ๆ เพื่อประเมินผลการปฏิบัติการ ของกรม


94 - ประสานกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการบรรเทาผลกระทบจากข้อมูลข่าวสาร ชองฝ่ายตรงข้าม - ประสานข้อมูลข่าวสารและการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้ผลกระทบด้านการปฏิบัติการ จิตวิทยาประสบผลสำเร็จ - ทำหน้าที่เป็นนายสิบหัวหน้าส่วนโจมตีแบบไม่ทำลายล้าง - สถาปนาการเชื่อมต่อการสื่อสารแบบคำพูด และแบบดิจิตอลกับหน่วยปฏิบัติการ สนับสนุนข้อมูลข่าวสารทางทหารที่มาขึ้นสมทบ - ประสานความต้องการทรัพยากรต่าง ๆ ให้กับหน่วยปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูล ข่าวสารทางทหารที่มาขึ้นสมทบ นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน 4-47 นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน จะช่วยเหลือนายทหารฝ่ายการข่าว และนายทหารฝ่ายยุทธการ ด้วยการอธิบายและทำให้มองเห็นภาพพื้นที่ปฏิบัติการ ด้วยการกลั่นกรอง และอธิบายตัวแปรทางการรบในแง่ของการเพ่งเล็งด้านข้อมูลด้านประชากร นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนจะช่วยสนธิการปฏิบัติการกิจการพลเรือนด้วยขีดความสามารถ ด้านการรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติการกิจการพลเรือนจะเสริมงานด้านการ ปฏิบัติการข่าวสาร และจะอำนวยให้ภารกิจบรรลุผลสำเร็จด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง ประชาชนพลเรือนกับหน่วยกำลังรบที่เข้าปฏิบัติการทั้งหมด นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนจะ ใช้ความเชี่ยวชาญทางด้านกิจการพลเรือนมาช่วยในการวางแผน ประสาน และเฝ้าติดตามด้านการ ปฏิบัติการกิจการ พลเรือนในพื้นที่ปฏิบัติการของกรม ได้แก่ การควบคุมประชากร และทรัพยากร (รวมถึงการปฏิบัติการส่งกลับสายแพทย์พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรบ และการปฏิบัติการ เคลื่อนย้ายพลเรือน) การช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนจากต่างชาติ การจัดการด้านข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับพลเรือน การช่วยเหลือประชาชน และให้การสนับสนุนด้านธุรการแก่พลเรือน นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนจะเป็นผู้ระบุข้อพิจารณาด้านพลเรือนในระหว่างการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยลดการกีดขวางของพลเรือนต่อการปฏิบัติการทาง ยุทธวิธีของกรม และระบุผลกระทบของการปฏิบัติการทางทหารที่มีต่อประชาชน นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนจะมีส่วนช่วยในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ดังนี้ - ควบคุมกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ด้านกิจการพลเรือนในการปฏิบัติกิจต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบในเชิงลบของการปฏิบัติการทางทหารต่อประชาชนพลเรือน และช่วยลดการ กีดขวางของพลเรือนในระหว่างปฏิบัติการรบ -ช่วยเหลือในการพัฒนาแผน นโยบาย และโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อขจัดความ ขัดแย้งระหว่างกิจกรรมของประชาชนกับการปฏิบัติการทางทหารภายในพื้นที่ปฏิบัติการ


95 ของกรม ซึ่งกระทำได้ด้วยการใช้มาตรการปฏิบัติการอพยพประชาชน และการควบคุมประชาชน และทรัพยากรต่าง ๆ - ให้คำปรึกษากับผู้บังคับการกรม เกี่ยวกับความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจากผลกระทบ ของการปฏิบัติการของกรมที่มีต่อประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว (ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสุขอนามัย) - ดำเนินการ ประสานงาน และสนธิการปฏิบัติการกิจการพลเรือน เพื่อสนับสนุน คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - สนธิที่หมายต่าง ๆ ด้านกิจการพลเรือนเข้ากับเป้าหมายที่คุ้มค่าของกรม - พัฒนาเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติและเกณฑ์ประเมินประสิทธิผล ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับงานด้านกิจการพลเรือน เพื่อใช้ในการประเมินการปฏิบัติการของกรม - ให้คำปรึกษาต่อผู้บังคับการกรม และฝ่ายอำนวยการในการป้องกันทรัพย์สินที่มี ความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ( สิ่งก่อสร้างทางศาสนา ปูชนียสถาน และสถานที่ที่สร้างไว้เพื่อเป็นเกียรติ พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ ศิลปะ สิ่งจารึกที่มีความสำคัญ และห้องสมุดต่าง ๆ ) - ทำการโจมตีหน่วยงาน และผู้นำด้านพลเรือนที่สำคัญ ๆ ในพื้นที่ปฏิบัติการ ของกรม นายทหารประชาสัมพันธ์ 4-48 บทบาทของนายทหารประชาสัมพันธ์ของกรมชุดรบ ได้แก่ การเป็นที่ปรึกษาหลักให้กับ ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในการโจมตีด้วยสื่อ และปฏิบัติการรบด้านการใช้สื่อต่างๆ นายทหารประชาสัมพันธ์มีความรับผิดชอบตามกฎหมายในการให้ข้อเท็จจริง และแจ้งสื่อสาธารณะ ต่างๆ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศอย่างถูกต้อง โดยปราศจากเจตนาในการโฆษณาชวนเชื่อ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ นายทหารประชาสัมพันธ์จะวางแผน และปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ ต่อทหาร และชุมชนให้ทั่วถึงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ นายทหารประชาสัมพันธ์ และฝ่ายอำนวยการจะจัดให้มีการฝึก และสนับสนุนการปฏิบัติการเพื่อเสถียรภาพโดยประสานกับ นายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน และฝ่ายกิจการพลเรือนของส่วนโจมตีแบบไม่สังหารในส่วนยิง สนับสนุน ฝ่ายกฎหมายของกรม 4-49ฝ่ายกฎหมายของกรม อย่างน้อยที่สุดจะมีเจ้าหน้าที่ทหารพระธรรมนูญ 2 นาย ได้แก่ นายทหารพระธรรมนูญและที่ปรึกษาด้านการสอบสวน และทนายความที่เป็นนายสิบอาวุโสของกรม ฝ่ายกฎหมายของกรมจะทำงานอยู่ในที่บัญชาการหลัก เพื่อสนับสนุนส่วนโจมตีแบบ สังหาร


96 และแบบไม่สังหาร ส่วนนี้อาจจัดขึ้นไปปฏิบัติงานในส่วนหน้าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้ตามการสั่ง การของนายทหารพระธรรมนูญของกรม ฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายในระหว่าง การแสวงข้อตกลงใจ และการวางแผนอื่น ๆ และในการประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย ที่ดำเนินการโดยฝ่ายอำนวยการของกรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของกรมจะทำให้หน้าที่ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎการปะทะ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายสงคราม (ประกอบด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน บุคคลพลเรือนในสนามรบ และบุคคลที่ไม่ เกี่ยวข้องกับการรบอื่น ๆ ) และข้อกฎหมายอื่น ๆ ทั้งปวงในการปฏิบัติการของกรม ส่วนปฏิบัติการร่วมและส่วนของกองทัพบกอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุนส่วนยิงสนับสนุน 4-50 ส่วนปฏิบัติการร่วม และส่วนของกองทัพบกที่ให้การสนับสนุนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การปฏิบัติการของกรม นอกจากชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีของกองทัพอากาศแล้ว ส่วนปฏิบัติการร่วม อื่นที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ นายทหารติดต่อที่ช่วยในการวางแผน และประสานการยิงสนับสนุน ภาคพื้นดินของปืนเรือ และการสนับสนุนของนาวิกโยธิน เป็นต้น ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี 4-51ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี กองทัพอากาศ จะปฏิบัติงานอยู่กับส่วนยิงสนับสนุนในที่ บัญชาการหลักของกรม ภารกิจของชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีกรม คือ การวางแผน ประสาน และอำนวยการสนับสนุนทางอากาศให้กับหน่วยกำลังภาคพื้นดิน นายทหารอากาศติดต่อ ของกองทัพอากาศจะการให้คำปรึกษาต่อผู้บังคับการกรม และฝ่ายอำนวยการเกี่ยวกับการสนับสนุน ทางอากาศในการปฏิบัติการของกรม นายทหารอากาศติดต่อจะใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของชุด ควบคุมอากาศยุทธวิธีในการประสานกับชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีในระดับกองพล และกองทัพน้อย ในการวางแผน ประสาน สร้างความประสานสอดคล้อง และปฏิบัติในการปฏิบัติการสนับสนุนทาง อากาศ ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีต้องดำรงการติดตามสถานการณ์ภาพของการสนับสนุนทางอากาศ โดยรวม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีสามารถศึกษาได้จาก รส. 3-52 นายทหารติดต่อปืนเรือ 4-52 นายทหารติดต่อปืนเรือ เป็นผู้กำกับดูแลชุดยิงสนับสนุนของเรือผิวน้ำซึ่งอาจสมทบ ให้กับส่วนยิงสนับสนุนของกรม และทำการประสานและควบคุมการยิงของเรือผิวน้ำ ชุดยิงสนับสนุน เรือผิวน้ำของกรมจะติดต่อสื่อสารกับชุดยิงสนับสนุนเรือผิวน้ำระดับกองพล กองทัพน้อย หรือระดับ กองทัพบกยุทธบริเวณ ด้วยข่ายคลื่นความถี่สูงเพื่อเพิ่มเติมการยิงของเรือผิวน้ำ ซึ่งข่ายนี้จะใช้ในการ วางแผนประจำวันระหว่างกรม กองพล กองทัพน้อย และกองทัพบกยุทธบริเวณ สำหรับรายละเอียด เพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ใน รส.3-09


97 นายทหารติดต่อนาวิกโยธิน (ของสหรัฐ) 4-53 นายทหารติดต่อนาวิกโยธิน (หรืออาจจัดเป็นชุดติดต่อ) อาจมาช่วยสนับสนุนการปฏิบัติ ของส่วนยิงสนับสนุน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามภารกิจที่ได้รับมอบ ข้าศึก สภาพภูมิประเทศ และสภาพอากาศ กำลังและการสนับสนุนที่มีอยู่ เวลาที่มีอยู่ ข้อพิจารณาด้านพลเรือน เพื่อประสานการสนับสนุนทางอากาศของกองทัพเรือ และนาวิกโยธินให้กับกรม ส่วนยิงสนับสนุนจะ ทำการร้องขอการสนับสนุนทางอากาศของกองทัพเรือ และนาวิกโยธินผ่านนายทหารติดต่อ หรือชุดติดต่อนี้ชุดควบคุมการยิงอาจจัดไปขึ้นสมทบกองพันดำเนินกลยุทธ์ หรือหมู่ลาดตระเวน เพื่อทำการควบคุมตำบลปลายทางของการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพเรือ และหน่วยนาวิกโยธิน ในกรณีที่ไม่มีผู้ตรวจการณ์จากชุดควบคุมการยิง กองร้อยชุดยิงสนับสนุนหรือผู้ควบคุมการโจมตี ปลายทางของกองทัพอากาศร่วม อาจเป็นผู้ควบคุมอากาศยานของกองทัพเรือ และหน่วยนาวิกโยธิน ได้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก รส.3-09 เจ้าหน้าที่ในส่วนยิงสนับสนุนและเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของกองพัน 4-54 องค์กรการยิงสนับสนุนในกองพันดำเนินกลยุทธ์ และหมู่ลาดตระเวน จะให้การสนับสนุนผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องของตน แต่จะทำงานประสานอย่างใกล้ชิดกับส่วนยิง สนับสนุนของกรม กองพันดำเนินกลยุทธ์และหมู่ลาดตระเวนจะได้รับการสนับสนุนจากส่วนยิง สนับสนุน และแต่ละส่วนจะมีชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีของกองทัพอากาศ 1 ชุด โดยชุดยิงสนับสนุน จะมีส่วนร่วมในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ด้วยการกำหนดเป้าหมาย และกลั่นกรองเป้าหมาย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดยิงสนับสนุนสามารถศึกษาได้จาก ATP 3-09 และ FM 3-09 เจ้าหน้าที่ในส่วนยิงสนับสนุนของกองพัน ส่วนยิงสนับสนุนของกองพัน 4-55 ส่วนยิงสนับสนุนของกองพัน จะจัดให้มีขีดความสามารถในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และการประสานการยิงสนับสนุนให้กับกองพันดำเนินกลยุทธ์ หมู่ลาดตระเวน และกองพันทหารช่างของกรม นายทหารการยิงสนับสนุนของกองพัน 4-56 นายทหารการยิงสนับสนุนกองพัน เป็นผู้รับผิดชอบในการให้ข้อเสนอแนะผู้บังคับกอง พันเกี่ยวกับเรื่อง ทั้งปวงในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเพื่อทำการยิงสนับสนุน ความรับผิดชอบใน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของนายทหารการยิงสนับสนุน ได้แก่


98 - ให้ข้อเสนอแนะในการสนธิเครื่องยิงลูกระเบิดต่าง ๆ ของกองพันเข้าไปในแผนการ ยิง - กำกับดูแลการปฏิบัติงานทั้งปวงในส่วนยิงสนับสนุนของกองพัน - จัดเตรียม และแจกจ่ายตารางการปฏิบัติการยิงสนับสนุน และแผนการยิง สนับสนุน - ทำการกลั่นกรองเป้าหมายต่าง ๆ สำหรับการจัดทำแผนการยิงสนับสนุน ของกองพัน และกรมจากหน่วยระดับล่างขึ้นบน - ทำการประสานกับชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี และเจ้าหน้าที่ควบคุมตำบลปลายทาง ในภารกิจการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด - จัดให้มีช่องทางในการประสานกับส่วนโจมตีแบบไม่สังหารในส่วนยิงสนับสนุน ของกรม ในการปฏิบัติการข่าวสาร หรือการสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยิง - ทำการแปลงเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาไปเป็นคำแนะนำในการโจมตี - แจกจ่ายบัญชีเป้าหมาย และตารางการปฏิบัติที่ได้รับอนุมัติแล้ว ไปให้กับส่วนต่าง ๆ ของหน่วยรอง - ให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงบัญชีเป้าหมาย และคำแนะนำในการโจมตี เมื่อจำเป็น ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุน 4-57ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนกองพัน จะปฏิบัติหน้าที่แทนนายทหารการยิง สนับสนุนกองพันเมื่อนายทหารการยิงสนับสนุนกองพันไม่อยู่ ผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนกองพัน จะทำงานร่วมกับนายทหารการข่าวกองพัน และช่วยจัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับจุดล่อแหลมของ เป้าหมายต่าง ๆ ให้กับนายทหารการข่าว และนายทหารการยิงสนับสนุนกองพัน ความล่อแหลมต่าง ๆ ของเป้าหมาย ได้แก่ ความต้องการเฉพาะในการประกันว่าการกำหนดที่ตั้ง เป้าหมายนั้นมีความถูกต้อง ระดับของการบรรยายลักษณะเป้าหมาย และห้วงระยะเวลาที่เป้าหมาย อยู่ในที่ตั้งที่อาจพิจารณาทำการโจมตีด้ายระบบอาวุธยิงสนับสนุนได้ หน้าที่ความรับผิดชอบในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุน ได้แก่ - พัฒนา ให้ข้อเสนอแนะผู้บังคับบัญชา และแจกจ่ายตารางคำแนะนำในการโจมตี ให้กับส่วนต่าง ๆ ของหน่วยรอง รวมถึงให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการโจมตี - กำหนด ให้ข้อเสนอแนะ และดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายที่คุ้มค่า และเป้าหมาย ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปยังส่วนยิงสนับสนุนของกรม - ประสานกับนายทหารการข่าว หรือหมู่การข่าวของกองพัน ในการค้นหาเป้าหมาย ให้ครอบคลุม และดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าของกองพัน


99 - จัดทำตารางมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายให้กับเครื่องมือค้นหาเป้าหมายต่าง ๆ ร่วมกับ นายทหารการข่าว นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกองพัน (Battalion Targeting Officer) 4-58 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกองพัน จะปฏิบัติงานอยู่ที่กองพันปืนใหญ่สนาม และทำหน้าที่กำกับดูแลส่วนปฏิบัติการต่อต้าน ป. และส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายภายในที่ บังคับการกองพัน นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายทำหน้าที่เป็นนายทหารต่อต้าน ป.ของกองพัน นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายอาจไปทำงานอยู่ ณ ที่บัญชาการกรม เพื่อกำกับดูแลส่วนต่อต้าน ป.ในกรณีที่กรมได้รับมอบหมายให้จัดตั้งเป็นกองบัญชาการต่อต้าน ป. หน้าที่ความรับผิดชอบของ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายกองพัน มีดังนี้ - ให้คำปรึกษากับผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการใช้ระบบค้นหาเป้าหมาย ขีดความสามารถ และขีดจำกัดต่าง ๆ - ดำเนินการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ที่ตั้งระบบอาวุธยิงสนับสนุนต่าง ๆ ของข้าศึก - ให้ความช่วยเหลือในการสนธิด้านการข่าวกรอง และพันธกิจการสู้รบอื่น ๆ - ให้ความช่วยเหลืองานด้านการข่าวกรองการรบ ด้วยการสนธิเข้ากับการ ลาดตระเวน เครื่องมือรวบรวมข่าวสาร และเครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบต่าง ๆ - ให้ความช่วยเหลือในการผลิตเป้าหมาย ด้วยการพัฒนาบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย นายสิบการยิงสนับสนุนและดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-59 นายสิบการยิงสนับสนุน และดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ร่วมกับผู้ช่วยนายทหารการยิง สนับสนุน และนายสิบการยิงสนับสนุนจะช่วยให้มีขีดความสามารถในการวางแผน และประสานการ ปฏิบัติการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายได้ตลอด 24 ชั่วโมง หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ได้แก่ - เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และดำรงการปฏิบัติงานของระบบคอมพิวเตอร์ดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย - ดำรงการแสดงจอภาพการปฏิบัติงานในภาพรวมของส่วนดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - ดำรงการแสดงจอภาพการผลิตเป้าหมาย - ปรับปรุง และลบล้างแฟ้มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ตามคำสั่งของ นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย - แน่ใจว่า เป้าหมายต่างๆ ที่ค้นหาได้ ได้มีการดำเนินกรรมวิธีต่อไปยังระบบอาวุธยิง สนับสนุนที่เหมาะสม ตามตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย


100 นายสิบการยิงสนับสนุน 4-60 นายสิบการยิงสนับสนุนกองพัน เป็นนายทหารประทวนที่ให้ความช่วยเหลือทั้ง นายทหารการยิงสนับสนุน และผู้ช่วยนายทหารการยิงสนับสนุนกองพัน หน้าที่ความรับผิดชอบในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ได้แก่ การดำรงไว้ และปรับปรุงผลผลิตต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายทหารการยิงสนับสนุนมอบหมาย ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี กองทัพอากาศ 4-61ส่วนติดต่อของกองทัพอากาศที่ประจำอยู่ที่กองพันคือ ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี ภารกิจ หลักของชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีคือ การให้คำปรึกษากับผู้บังคับกองพันเกี่ยวกับขีดความสามารถ และขีดจำกัดของ อำนาจกำลังรบทางอากาศ และช่วยเหลือหน่วยภาคพื้นดินด้วยการวางแผน ร้องขอ และการประสานการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด ชุดควบคุมอากาศยุทธวิธีจะมีผู้ควบคุมการ โจมตีตำบลปลายทางหนึ่งคน ซึ่งมีขีดความสามารถ และมีอำนาจในการดำเนินการควบคุมการโจมตี ตำบลปลายทางของการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดให้กับกองพันได้ ตอนที่ 5 การเตรียมการและการดำเนินการของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ประสาน สอดคล้องกัน การเตรียมการประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-62การเตรียมการ และการให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย ผู้แทนของแต่ละส่วน จะต้องเข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้งที่ได้เตรียมการไว้แล้ว เพื่อทำการถกแถลงถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ ขีดความสามารถ ขีดจำกัด และความต้องการในการประเมินความเสียหายในการรบในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับสายงานฝ่ายอำนวยการ หรือพันธกิจการรบอื่น ๆ แต่ละส่วน โดยผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละ คนจะต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดและมีการเตรียมการจัดทำข้อมูลที่จะต้องนำเสนอ ในที่ประชุม การเตรียมการนี้จะต้องเพ่งเล็งไปที่เจตนารมณ์ของผู้บังคับการกรม และทำความเข้าใจ กับสถานการณ์ในปัจจุบันทั้งหมด 4-63 นายทหารยุทธการของกรม จะต้องจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารดังต่อไปนี้ - สถานการณ์ของฝ่ายเราในปัจจุบัน - เครื่องมือในการดำเนินกลยุทธ์ที่มีอยู่ - อำนาจกำลังรบในปัจจุบัน - ความต้องการต่าง ๆ จากกองบัญชาการหน่วยเหนือ (รวมถึงคำสั่งเป็นส่วน ๆ และกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้)


101 - การเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา - การเปลี่ยนแปลงกิจในการยิงสนับสนุนต่าง ๆ ที่มีอยู่ - การเปลี่ยนแปลงการจัดเฉพาะกิจ - การปฏิบัติการที่ได้วางแผนไว้แล้ว 4-64 นายทหารการข่าวของกรม จะต้องจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารดังต่อไปนี้ - สถานการณ์ข้าศึกในปัจจุบัน - แผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน - หนทางปฏิบัติของข้าศึกที่ได้วางแผนไว้แล้ว (แผ่นภาพสถานการณ์) ตัดทอนมา เฉพาะในห้วงเวลาที่ต้องใช้ในการถกแถลง - เครื่องมือในการลาดตระเวน เครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบ และเครื่องมือค้นหา เป้าหมายที่มีอยู่ และเครื่องมือที่นายทหารการข่าวต้องร้องขอจากกองบัญชาการหน่วยเหนือ 4-65 นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม จะต้องจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารดังต่อไปนี้ - ระบบอาวุธยิงสนับสนุน และทรัพยากรการยิงสนับสนุนต่าง ๆ ที่มีอยู่ - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า และตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายที่จะนำไปใช้ถกแถลงในห้วงเวลาประขุม 4-66สถานการณ์เฉพาะที่คาดการณ์ว่า จะมีการเพิ่มจำนวนสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมของ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายหรือคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย สมาชิกต่าง ๆ จะถกแถลง ในรายละเอียด (ภายในขอบเขตพันธกิจการรบ หรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายอำนวยการของตน) เกี่ยวกับเครื่องมือ และขีดความสามารถต่าง ๆ ที่มีอยู่ การสนธิเครื่องมือของตนเข้าไปในกระบวนการ ตกลงใจในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และขีดความสามารถและขีดจำกัดต่าง ๆ ของเครื่องมือฝ่าย ข้าศึก เครื่องมือต่าง ๆ ที่ควรจะมีไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการของคณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย ได้แก่ บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางที่รวมข้อมูลการดำเนินการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน (เช่น ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย) หรือผลผลิตอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติประจำ บัญชีเครื่องมือ/ ทรัพยากรในการโจมตี และบัญชีเครื่องมือ/ทรัพยากรในการรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น - ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย : ซึ่งแสดงให้เห็น เป้าหมายทีคุ้มค่าและเป็นตารางที่ได้ออกแบบมาเพื่อแสดงบัญชีเป้าหมายเฉพาะต่าง ๆ ในแต่ละประเภทของเป้าหมายพร้อมที่ตั้งให้เห็นด้วยสายตา ตารางจะบันทึกข้อมูลเพื่อระบุว่า เป้าหมายได้กำหนดไว้ในพื้นที่สนใจที่กำหนด(NAI)หรือไม่ มีเครื่องมือค้นหา เครื่องมือโจมตี และเครื่องมือประเมินผลสูญเสียในแต่ละเป้าหมายแบบเจาะจงหรือไม่ และมีคำแนะนำในการโจมตี


102 หรือไม่ ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเมื่อทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะนำไปใช้เป็นมูลฐานในการปรับปรุงแผนการรวบรวมข่าวสาร และแจกจ่ายคำสั่งเป็นส่วนๆ ในทันที ที่ ที่ประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายได้สรุปผลการ ประชุมของตน นอกจากนี้แล้ว ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายยังอำนวย ความสะดวกในการแจกจ่ายสรุปผลการประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายได้ด้วย - บัญชีเครื่องมือค้นหา และเครื่องมือโจมตีทั้งหมดที่มีอยู่ในกรม จะช่วยให้ผู้เข้าร่วม ประชุมทั้งหมดได้มองเห็นว่า เครื่องมือใดบ้างอาจต้องมีไว้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการค้นหา และโจมตีเป้าหมาย สิ่งสำคัญคือ สมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการ พิจารณาเป้าหมายต้องมีการเตรียมการ เพื่อถกแถลงถึงความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้กับงาน ในความรับผิดชอบทางฝ่ายอำนวยการ หรือพันธกิจการรบที่เกี่ยวข้องของตน การดำเนินการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ความรับผิดชอบของนายทหารการยิงสนับสนุนของกรม 4-67 นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม จะเป็นหัวหน้าของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย นายทหารการยิงสนับสนุนจะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลให้คณะทำงานดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายดำเนินการตามที่ได้มีการเพ่งเล็งไว้ และเป็นผู้คอยตัดสินในกรณีคณะทำงานที่มี ความเห็นที่แตกต่างกันเกิดขึ้น (ยกเว้น ในกรณีที่รองผู้บังคับการกรมเข้าร่วมประชุมด้วย) และแน่ใจว่า ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดได้มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น และปฏิบัติอยู่ในกรอบตามวัตถุประสงค์ และวาระการประชุมที่ได้กำหนดไว้ ฝ่ายอำนวยการที่เข้าร่วมประชุม 4-68 การจัดให้ฝ่ายอำนวยการเข้าร่วมประชุมให้มากที่สุดเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ สมาชิกฝ่ายอำนวยการ และและผู้แทนหน่วยที่เข้าร่วมทำการรบจะต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต้องทำการประมาณการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับขีดความสามารถ และขีดจำกัดต่าง ๆ ทั้งระบบปฏิบัติการของฝ่ายข้าศึก และฝ่ายเราในส่วนที่เกี่ยวข้องของตน ผู้ร่วมประชุมควรพิจารณา ความซ้ำซ้อนของเครื่องมือค้นหา เครื่องมือโจมตี และเครื่องมือประเมินผลเสียหายต่อเป้าหมายต่าง ๆ ด้วย วาระการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-69 นายทหารการยิงสนับสนุนของกรม ควรเปิดการประชุมโดยเริ่มต้นด้วยการเช็คชื่อ ผู้เข้าร่วมประชุม แจ้งวัตถุประสงค์ของการประชุม แจ้งวาระการประชุม และระบุห้วงระยะเวลาหรือ


103 เหตุการณ์ที่กำลังถกแถลงใน ที่ประชุมขณะนั้น การประชุมอาจดำเนินการไปตามตารางที่กำหนดหรือ ปรับลดเวลาลง เพื่อสนับสนุนวงรอบคำสั่งการมอบกิจทางอากาศ หรือการปฏิบัติการเฉพาะอย่างใด อย่างหนึ่งก็ได้ 4-70ตัวอย่างวาระการประชุมต่อไปนี้ (ตาราง 4-1)จะมีข้อมูลข่าวสารที่ครอบคลุมงานของ สมาชิกคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่เป็นแกนหลัก ซึ่งวาระการประชุมจะช่วยให้คณะทำงาน ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายได้จินตนาการเห็นภาพได้อย่างสมบูรณ์ ภาพที่ได้จากการจินตนาการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้บังคับบัญชาพัฒนาเจตนารมณ์และแนวทางการวางแผนปฏิบัติการของตนได้ วาระการประชุม ใคร อะไร ผู้แทนนายทหารการข่าว - สภาพอากาศ - สถานการณ์ข้าศึก และจุดตกลงใจต่าง ๆ (แผ่นภาพเหตุการณ์) - ผลการประเมินความเสียหายจากการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ที่ได้โจมตี แล้วตั้งแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมา - ผลการวิเคราะห์หนทางปฏิบัติที่เป็นไปได้มากที่สุด และหนทางที่ อันตรายที่สุดในอีก 24 - 72 ชั่วโมงข้างหน้า - ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงความต้องการข่าวกรองตามลำดับ ความเร่งด่วน - บรรยายสรุปแผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ผู้แทนนายทหาร ยุทธการ - ความต้องการใหม่ต่าง ๆ จาก บก.หน่วยเหนือ - สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน - ข้อมูลสถานภาพของอำนาจกำลังรบ - แนวทางและเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา - การปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ในระหว่างห้วงเวลาที่เพ่งเล็ง ในการประชุม ผู้แทนส่วนยิงสนับสนุน หรือนายทหารดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายกรม - บรรยายสรุปผลผลิตจากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี มาตรฐานการ คัดเลือกเป้าหมาย ตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย และกิจในการยิงสนับสนุนต่าง ๆ - สถานภาพของระบบอาวุธยิงสนับสนุน


104 - แผนการร้องขอการสนับสนุนทางอากาศที่ได้รับอนุมัติแล้ว และเป้าหมายต่าง ๆที่ได้วางแผนไว้สำหรับการโจมตีทางอากาศใน 2 วงรอบต่อไป - นำเสนอบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่าที่วางแผนไว้แล้วพร้อมพิกัดที่ตั้ง เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา และอนุมัติ - ให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงคำร้องขอการสนับสนุนทางอากาศ ที่ได้วางแผนไว้แล้วร่วมกับนายทหารอากาศติดต่อ นายทหารอากาศติดต่อ - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางอากาศ - ให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงการร้องขอการสนับสนุนทาง อากาศในการปฏิบัติกิจต่าง ๆ ที่ได้วางแผนไว้แล้วร่วมกับนายทหารการ ยิงสนับสนุนกรม ผู้แทนนายทหารปฏิบัติ การข่าวสาร - จัดเตรียมการประเมินค่าข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องในขีดความสามารถ - ให้ข้อเสนอแนะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการข่าวสารใหม่ ๆ ผู้แทนหน่วยปฏิบัติการ สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร ทางทหาร (MISO) - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้หน่วยปฏิบัติการสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร ทางทหาร (MISO) - จัดเตรียมการประเมินผลกระทบจากข้อมูลข่าวสารทางทหาร - เสนอแนะเป้าหมาย เนื้อหาข่าวสาร และการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบด้านจิตวิทยา นายทหารปฏิบัติการ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ - บรรยายสรุปแผนการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรม เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ตาม ความจำเป็น - นายทหารฝ่ายพระธรรมนูญ นายสิบปฏิบัติการจิตวิทยา นายทหาร ปฏิบัติการกิจการพลเรือน นายทหารติดต่อ และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่จะช่วยให้การประชุมมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามความจำเป็น ตาราง 4-1 (ตัวอย่าง) วาระการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-71 นายทหารการข่าวทำการปรับปรุงข่าวกรองให้ทันสมัย นายทหารการข่าวบรรยายสรุป สถานการณ์ข้าศึกในปัจจุบัน และแผ่นภาพเหตุการณ์ เป้าหมายที่มีค่าสูงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมที่ตั้ง ความต้องการข่าวสารที่วิกฤติของผู้บังคับบัญชา พื้นที่สนใจที่กำหนด และทบทวนแผนการ รวบรวมข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นายทหารการข่าวทำการบรรยายสรุปการประเมินความสียหายต่อ เป้าหมายที่ได้ทำการโจมตีไปแล้วตั้งแต่การประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายครั้งที่ผ่านมา


105 ล่าสุด และผลกระทบต่อหนทางปฏิบัติของข้าศึก สิ่งที่สำคัญที่สุด นายทหารการข่าวจะต้องทำการ วิเคราะห์คาดการณ์ถึงหนทางปฏิบัติของข้าศึกที่จะเกิดขึ้นในอีก 24 – 72 ชั่วโมงข้างหน้า โดยใช้แผ่นภาพเหตุการณ์ และบัญชีเป้าหมายที่มีค่าสูง และห้วงท้ายสุดนายทหารการข่าวจะบรรยาย สรุปการเปลี่ยนแปลงหัวข้อความต้องการข่าวสารสำคัญของผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ฝ่ายอำนวยการ ได้ร่วมกันพิจารณา ผลผลิตต่าง ๆ ของนายทหารการข่าวจะต้องมีการตัดทอนลงให้อยู่ในกรอบเวลา ของการประชุม โดยทั่วไปจะประกอบด้วย - สถานการณ์ข้าศึก - ทบทวนแผนการรวบรวมข่าวสารในปัจจุบัน - การประเมินความเสียหายของเป้าหมายที่ได้ทำการโจมตีไปแล้ว ตั้งแต่การประชุม คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หรือคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายครั้งล่าสุดที่ผ่านมา และผลกระทบต่อหนทางปฏิบัติของข้าศึก - วิเคราะห์หนทางปฏิบัติของข้าศึกที่เป็นไปได้มากที่สุดและที่ตั้งต่าง ๆ ในอีก 24 - 36 ชั่วโมงข้างหน้า (ควรวางแผนขยายเวลาออกไปถึง 72 ชั่วโมงสำหรับเป้าหมายที่ต้องการให้ทำ การโจมตีทางอากาศ) - ให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงหัวข้อข่าวสารสำคัญตามลำดับความเร่งด่วน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ (ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาร่วมอยู่ในที่ประชุมด้วย) หรือเพื่อให้ฝ่าย อำนวยการได้ร่วมกันพิจารณา 4-72 นายทหารยุทธการหรือผู้แทน จะบรรยายสรุปถึงคำแนะนำเฉพาะใด ๆ ที่ผู้บังคับบัญชา กำหนด การเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การ ประชุมคณะดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายหรือคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยการจัดเฉพาะกิจ ความต้องการต่าง ๆ จากกองบัญชาการหน่วยเหนือ ได้แก่ คำสั่งเป็นส่วน ๆ และกิจที่ได้รับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ อำนาจกำลังรบในปัจจุบัน สถานการณ์ปัจจุบัน ของหน่วยรอง การปฏิบัติการที่ได้วางแผนไว้แล้ว และเครื่องมือ/ทรัพยากรในการดำเนินกลยุทธ์ที่มีอยู่ และห้วงสุดท้ายนายทหารยุทธการจะแจ้งให้ฝ่ายอำนวยการได้ทราบถึงสถานภาพของเครื่องมือ/ ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อใช้ในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ผลผลิตต่าง ๆ ของนายทหารยุทธการอาจต้อง ตัดทอนลงให้อยู่ในกรอบเวลาการประชุมที่ได้กำหนดไว้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยสถานการณ์ ของฝ่ายเราที่ปรับปรุงให้ทันสมัยแล้ว ได้แก่ - บรรยายสรุปความต้องการใหม่ ๆ จากกองบัญชาการหน่วยเหนือ ตั้งแต่ที่ได้มีการ ประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หรือคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายครั้งล่าสุดที่ผ่านมา - สรุปสถานการณ์ทางยุทธวิธีในปัจจุบัน


106 - แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงสถานภาพเครื่องมือ/ทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ (อำนาจกำลังรบ) - บรรยายสรุปคำแนะนำเฉพาะใด ๆ ที่ผู้บังคับบัญชากำหนด และการเปลี่ยนแปลง เจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา - บรรยายสรุปการปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ในระหว่างห้วงเวลาการ ประชุมของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย 4-73 นายทหารดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย หรือผู้แทนส่วนยิงสนับสนุน จะบรรยายสรุป เครื่องมือในการยิงสนับสนุนที่มีอยู่ รวมถึงสถานภาพกิจการยิงสนับสนุน เรดาร์ เที่ยวบินสนับสนุนทาง อากาศใกล้ชิดที่มีอยู่ สถานภาพการยิงสนับสนุนจากเรือผิวน้ำ กระสุนที่มีอยู่ บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายตารางคำแนะนำในการโจมตี และตารางประสานสอดคล้องในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย 4-74 นายทหารการยิงสนับสนุนกรม จะทบทวนแผนการร้องขอการสนับสนุนทางอากาศ ที่ได้รับอนุมัติแผนไว้แล้ว (อาจบรรยายสรุปโดยนายทหารอากาศติดต่อของกองทัพอากาศก็ได้) ครอบคลุมห้วงเวลาปฏิบัติการซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาอยู่ รวมไปถึงแผนปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ได้วางไว้ สำหรับปฏิบัติในวงรอบการมอบกิจทางอากาศ 2 วงรอบต่อไป ซึ่งปกติจะดำเนินการในอีก 24 ชั่วโมง ข้างหน้า นายทหารการยิงสนับสนุนจะให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติตามคำร้องขอ การสนับสนุนทางอากาศที่ได้วางแผนไว้แล้ว และเปลี่ยนแปลงการกำหนดวงรอบในการวางแผน โดยประสานกับนายทหารอากาศติดต่อของกองทัพอากาศ นายทหารการยิงสนับสนุนจะจัดเตรียม แนวทางในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่เคยเสนอไว้ให้ปฏิบัติในห้วงเวลาที่กำหนด และตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายใหม่พร้อมกับบัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า และที่ตั้งที่เคยเสนอไว้แล้ว เพื่อให้ฝ่ายอำนวยการได้ร่วมกันพิจารณา และปรับปรุงแก้ไข ดำเนินการในลำดับการต่อไป 4-75 เมื่อการประชุมคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเสร็จสิ้นลงแล้ว ผลผลิตต่าง ๆ จากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายจะได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย จัดทำเป็นเอกสาร และจัดเตรียมให้ คณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย ผลผลิตต่าง ๆ ของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย ได้แก่ - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายที่ ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยแล้ว ผลผลิตเหล่านี้พร้อมด้วยข้อมูลที่ได้รับมาจากแผนการรวบรวมข้อมูล ข่าวสารอาจนำไปรวมไว้ในตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเฉพาะของหน่วย


107 - ปรับปรุงแผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสารให้ทันสมัย นายทหารการข่าวจะปรับเปลี่ยนแนว ทางการใช้เครื่องมือค้นหาเป้าหมายของตนใหม่ แล้วปรับปรุงและแจกจ่ายแผนการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร การดำเนินการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมาย 4-76คณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายจะจัดประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การตกลงใจ ของผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของคณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายมีความ รอบคอบมากขึ้น คณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายจะดำเนินการตามวาระการประชุมเช่นเดียวกันกับ คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย โดยมีผู้บังคับการกรมชุดรบ หรือผู้แทนที่ผู้บังคับการกรมชุดรบ แต่งตั้งเป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายควรจะดำเนินการให้สัมพันธ์กับ วงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของหน่วยเหนือ 4-77 หลังจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายเสร็จสิ้นแล้ว จะทำการแจกจ่าย ผลผลิตจากการพิจารณาเป้าหมายที่ได้รับอนุมัติแล้วไปยังหน่วยรองต่าง ๆ ผลผลิตจากการพิจารณา เป้าหมาย ประกอบด้วย - บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า ตารางคำแนะนำในการโจมตี และมาตรฐานการคัดเลือก เป้าหมายที่ได้รับอนุมัติแล้ว ผลผลิตเหล่านี้พร้อมข้อมูลที่ได้มาจากแผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสารอาจ รวมเข้าไปไว้ในตารางประสานสอดคล้องในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของหน่วยใดหน่วยหนึ่ง โดยเฉพาะก็ได้ - แผนการรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ได้รับอนุมัติแล้ว ฝอ.2 จะทำการปรับแนวทางการ ใช้เครื่องมือค้นหาเป้าหมายต่าง ๆ ของตนใหม่ แล้วปรับปรุงและแจกจ่ายแผนการรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร - กิจที่มอบให้กับหน่วยรองและเครื่องมือต่าง ๆ ฝอ.3 ควรจัดเตรียมและออกคำสั่ง เป็นส่วน ๆ ให้กับส่วนต่าง ๆ ของหน่วยรอง เพื่อปฏิบัติการโจมตีและประเมินความเสียหายต่อ เป้าหมายที่คณะทำงานดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และคณะกรรมการพิจารณาเป้าหมายได้พัฒนาขึ้น ตามแผนที่วางไว้ 4-78 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและดำเนินการเป็นวงรอบ ฝ่ายอำนวยการจะได้รับกิจใหม่ที่ผู้บังคับบัญชาอนุมัติแล้ว หลังจากนั้นจะทำการจัดเตรียมคำสั่ง เป็นส่วน ๆ ส่งไปยังหน่วยรองต่าง ๆ ตามความจำเป็น


108 ความประสานสอดคล้อง 4-79ความประสานสอดคล้อง เป็นการเตรียมการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องเวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลกระทบให้สูงที่สุดที่สัมพันธ์กับอำนาจการรบ ณ เวลา และสถานที่ที่ทำ การรบแตกหัก (JP-20) 4-80 สิ่งสำคัญในการสร้างความประสานสอดคล้องของการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้ ประสบผลสำเร็จคือ การใช้การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายในการวางแผน การเตรียมการ และการปฏิบัติตามแผนการดำเนินกลยุทธ์ในห้วงที่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการดำเนินการ จัดทำแผนปฏิบัติการในระหว่างการวาดภาพการรบ จะมีการพัฒนาแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจขึ้น ซึ่งแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความประสานสอดคล้องของ แผนการยิงสนับสนุนกับแผนการดำเนินกลยุทธ์ การวาดภาพการรบจะอำนวยให้ฝ่ายอำนวยการของ กรมชุดรบพัฒนาแผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจได้ แผ่นภาพนี้ยังระบุจุดที่จะเริ่มทำการยิงสนับสนุนที่ สำคัญในการรบ และยังเป็นเครื่องช่วยในการสร้างความประสานสอดคล้องของพันธกิจการรบอื่น ๆ อีกด้วย กระบวนการวาดภาพการรบจะระบุจุดตกลงใจต่าง ๆ ให้กับผู้บังคับบัญชา แผ่นภาพสนับสนุน การตกลงใจจะแสดงให้เห็นภาพจุดตกลงใจและทางเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้กับผู้บังคับบัญชาในกรณีที่มี การปฏิบัติการเกิดขึ้น แผ่นภาพสนับสนุนการตกลงใจจะมีข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ทำการยิง สนับสนุนหน่วยกำลังรบอย่างมีประสิทธิผล 4-81 หน่วยต่าง ๆ จะต้องระบุหัวข้อ อย่างไร เมื่อใด ด้วยข้อห้าม/ข้อจำกัดใด และลำดับ ความเร่งด่วนใดในการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน ในระดับหน่วยกองพันเฉพาะกิจ นายทหารการยิงสนับสนุนกองพันจะจัดเตรียมตารางปฏิบัติการยิงสนับสนุน โดยประสานกับ นายทหารการยิงสนับสนุนกองร้อย และผู้บังคับหมวดเครื่องยิงลูกระเบิด ประสานกับ ฝอ.3 ในการกำหนดที่ตั้ง และควบคุมการใช้เครื่องยิงลูกระเบิดในอัตราของกองพันเฉพาะกิจ และประสานกับ ฝอ.2 ในการกำหนดที่ตั้งและใช้งานเครื่องมือตรวจการณ์ต่าง ๆ การประสานงานนี้มี ความสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่า แผนการยิงสนับสนุนจะเป็นไปตามคำแนะนำในการโจมตีของ ผู้บังคับบัญชา และหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนอันเกิดจากการที่ไม่มีการวางแผนไว้ก่อน แผนการยิง สนับสนุนซึ่งนายทหารการยิงสนับสนุนและผู้ตรวจการหน้าแต่ละคนรับผิดชอบ ในระหว่างการปฏิบัติ อาจมีการเพิ่มเติมข้อมูลในรายละเอียด เช่น - การจัดทหารปืนใหญ่ทำการรบ - จำนวนกระสุนที่มีอยู่ - ที่ตั้งเครื่องมือที่ใช้โจมตี - มาตรการประสานการยิงสนับสนุน และข้อห้ามต่าง ๆ


109 - คำแนะนำในการประสาน - เป้าหมายที่คุ้มค่าต่าง ๆ และคำแนะนำในการโจมตี


110 ผนวก ก การค้นหา เกาะติด ติดตาม กำหนดเป้าหมาย โจมตี และประเมินความเสียหาย การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน เป็นการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ดำเนินการต่อ เป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้มีการกำหนดขึ้นภายหลัง หรือดำเนินการต่อเป้าหมายที่ไม่ได้รับการคัดเลือกไป ปฏิบัติการในห้วงเวลาที่มีการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต (JP 3-60) การดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายแบบเร่งด่วน จะเกิดขึ้นในระหว่างพันธกิจการค้นหา การโจมตีและการประเมินความ เสียหายตามหลักการ D3A และเกิดขึ้นในวงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วมขั้นที่ 5 ได้แก่ ขั้นการวางแผนและการปฏิบัติเป้าหมายตามเหตุการณ์หนึ่งอาจปรากฏขึ้นเมื่อสถานการณ์มีการ เปลี่ยนแปลงอาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนไปเป็นเป้าหมายตามแผนได้ เป้าหมายเหล่านี้ยังคงต้องมี การยืนยัน พิสูจน์ทราบ ตรวจสอบความถูกต้อง และมีอำนาจในการดำเนินการ แต่มีกรอบเวลาการ ปฏิบัติที่สั้นกว่าเวลาที่กำหนดในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วนได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการโจมตีเป้าหมายที่มีเวลา จำกัด (TSTs) และเป้าหมายที่คุ้มค่าเป็นหลัก เป้าหมายที่มีเวลาจำกัดต้องไม่สับสนกับเป้าหมายที่ อ่อนไหว (sensitive targets) เป้าหมายหนึ่งอาจเป็นได้ทั้งเป้าหมายที่มีเวลาจำกัดเนื่องจากปรากฏตัว และคุกคามต่อฝ่ายเราทันทีและเป็นเป้าหมายที่อ่อนไหวซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการโจมตีตามหนทางที่ เลือกไว้ โดยปกติแล้วเป้าหมายที่มีลำดับความเร่งด่วนต่ำกว่าจะไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะหันเห เครื่องมือต่าง ๆ ไปจากแผนที่ได้วางไว้หรือภารกิจที่ได้มีการแบ่งมอบไว้ก่อนแล้ว กระบวนการที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบ เร่งด่วน ณ ระดับหน่วยปฏิบัติการร่วม คือ การค้นหา การเกาะติด การติดตาม การกำหนดเป้าหมาย การโจมตีและการประเมินความเสียหาย (F2T2EA) ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ได้จัดเรียงตามลำดับการ นำเสนอเพื่อให้ง่ายต่อการอธิบาย ซึ่งหลายขั้นตอนอาจกระทำสำเร็จไปพร้อม ๆ กันและหลายขั้นตอน อาจสำเร็จในเวลาที่ล้ำเหลื่อมกัน ยกตัวอย่างเช่น ขั้นตอนการติดตามบ่อยครั้งที่ต้องดำเนินการ ต่อเนื่องไปจนกระทั่งขั้นตอนการประเมินความเสียหายจะเสร็จสมบูรณ์


111 การค้นหา ก-1 ขั้นตอนการค้นหาของ F2T2EA จะเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข่าวกรองตามการเตรียม ข่าวกรองด้านสภาวะแวดล้อมทางการรบร่วม (JIPOE) ซึ่งในส่วนของกองทัพบกจะเรียกว่า การเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB) เครื่องมือรวบรวมข่าวกรอง เครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบ และการลาดตระเวน (ISR) ที่เป็นทางการ รวมถึงเครื่องมือที่ไม่เป็นทางการอื่น ๆ อาจนำมาใช้ในการ ค้นหาสิ่งที่ปรากฏขึ้นในขั้นต้นได้ ก-2 สิ่งที่ปรากฏขึ้นแต่ละสิ่งอาจถูกประเมินค่าเป็นเป้าหมายในทันทีได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และคำแนะนำของผู้บังคับบัญชา สิ่งที่ปรากฏขึ้นบางอย่างอาจระบุได้ชัดเจนว่าไม่ใช่เป้าหมาย สิ่งที่ปรากฏอื่นๆ บางอย่างอาจระบุได้แน่ชัดว่าเป็นเป้าหมายและได้นำเข้าสู่กระบวนการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ปรากฏ อื่น ๆ ที่เหลืออยู่ซึ่งได้แสดงคุณลักษณะบางอย่างของ เป้าหมาย แต่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อกำหนดประเภทของเป้าหมายอย่างเหมาะสม สิ่งที่ปรากฏต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ต่อไปเหล่านี้ เรียกว่า เป้าหมายเกิดใหม่ (emerging targets) เป้าหมายเกิดใหม่ (emerging targets.) ก-3 คำว่า “เป้าหมายเกิดใหม่” ได้นำมาใช้อธิบายการค้นหาอย่างหนึ่งที่เป็นไปตามเกณฑ์/ บรรทัดฐานเพียงพอที่จะนำไปพัฒนาเป็นเป้าหมายด้วยการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วนได้ ความสำคัญ และข้อกำหนดในเรื่องเวลาและโอกาสที่เป็นไปได้ในการพัฒนาไปเป็นเป้าหมายของ เป้าหมายเกิดใหม่ไม่ได้มีการกำหนดไว้ก่อนในขั้นต้น โดยปกติแล้ว เป้าหมายเกิดใหม่ต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการลาดตระเวนและวิเคราะห์เพื่อพัฒนา ยืนยัน และดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบ เร่งด่วนต่อไป ภาพที่ ก-1 จะแสดงการพิจารณาในขั้นการค้นหา และการปฏิบัติในขั้นต่อไป ก-4 ในระหว่างขั้นตอนการค้นหา เป้าหมายเกิดใหม่เป้าหมายหนึ่งจะได้รับการพิจารณา ดังนี้ • กำหนดเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้เป้าหมายหนึ่งหรือระบุว่าเป็นเป้าหมายที่มีเวลา จำกัดเป้าหมายหนึ่ง และต้องนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วนต่อไป • กำหนดเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้เป้าหมายหนึ่งแต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายแบบเร่งด่วน แล้วนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบประณีต


112 • ลบทิ้ง หรือบันบึกไว้ในบัญชีเป้าหมายที่ไม่ทำการโจมตี • ทำการวิเคราะห์ต่อไปจนกว่าจะทราบโดยแน่ชัด (หมายความว่าต้องดำเนินการใน ขั้นตอนการค้นหาต่อไป) ปัจจัยนำเข้า การพิจารณา การปฏิบัติขั้นต่อไป ภาพที่ ก-1 การพิจารณาในขั้นการค้นหา และการปฏิบัติในขั้นต่อไป ก-5 ในบางครั้งกระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วนทั้งหมดสามารถเกิดขึ้น ภายในห้วงระยะเวลาสั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์โจมตีลำหนึ่งกำลังบินกลับจากการปฏิบัติ ภารกิจ ได้ค้นพบ และพิสูจน์ทราบเป้าหมายเกิดใหม่เป้าหมายหนึ่ง และพิจารณาได้ว่าสิ่งที่พบนั้นเป็น เป้าหมาย ผู้บังคับอากาศยานได้ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารไปยังหน่วยเหนือและได้รับอนุมัติให้ทำการ โจมตีเป้าหมายนั้นได้ ก-6 ในตัวอย่างนี้ ขั้นตอนการค้นหา และขั้นตอนการเกาะติดเป้าหมายเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ ในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องทำการลาดตระเวนแบบปกติผู้บังคับอากาศยานทำการติดตาม เป้าหมายไปอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่ดำเนินการประสาน และขออนุมัติในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้หรือเป็นเป้าหมายที่ มีเวลาจำกัด จำเป็นต้องดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายแบบเร่งด่วน เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้ แต่ไม่จำเป็นต้อง ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเร่งด่วน ไม่จัดเป็นเป้าหมาย ไม่ทราบ เป้าหมาย เกิดใหม่ นำเข้าสู่กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย แบบประณีต ลบทิ้งหรือบันทึกไว้ในบัญชีเป้าหมายที่ไม่โจมตี ดำเนินการค้นหาต่อไป บันทึกลงในไฟล์เป้าหมายที่เป็นไปได้แล้วทำ การเกาะติด ติดตาม และกำหนดเป็น เป้าหมายร่วมกัน


113 สิ่งที่ปรากฏขึ้นนั้นได้กำหนดเป็นเป้าหมาย ได้ ทำการโจมตี และได้ประเมินความเสียหายในขั้นต้น แล้วโดยใช้ระบบเดียวกันกับที่ค้นพบเป้าหมายในครั้งแรก ปัจจัยนำเข้า ก-7 ปัจจัยนำเข้าในขั้นตอนการค้นหา • แนวทางและลำดับความเร่งด่วนในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน ที่ผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมได้กำหนดไว้โดยแน่ชัด • เพ่งเล็งไปที่การเตรียมข่าวกรองด้านสภาวะแวดล้อมทางการรบร่วม (JIPOE) ซึ่งประกอบด้วยการพิสูจน์ทราบพื้นที่สนใจที่กำหนด พื้นที่เป้าหมายสนใจ และที่ตั้งในการวางกำลัง องค์กรชี้นำของส่วนข่าวกรองร่วมต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ทราบเป้าหมาย หรือสภาวะแวดล้อมทางการรบ (ในส่วนของกองทัพบกยังคงใช้กระบวนการเตรียมสนามรบด้านการข่าว(IPB) • แผนการรวบรวมข่าวสารตามการเตรียมข่าวกรองด้านสภาวะแวดล้อมทางการรบ ร่วม (JIPOE) ผลผลิต ก-8 ผลผลิตของขั้นตอนการค้นหา • เป้าหมายต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ซึ่งค้นพบและได้กำหนดไว้เพื่อพัฒนาต่อไป ด้วยการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน การเกาะติด (FIX) ก-9 ขั้นตอนการเกาะติดของ F2T2EA ประกอบด้วย การปฏิบัติเพื่อพิจารณากำหนดที่ตั้ง ของเป้าหมายที่เป็นไปได้ ขั้นตอนนี้ยังมีผลในเชิงบวกต่อการพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่เป็นไปได้ว่า มีค่าเพียงพอที่จะทำการโจมตีหรือไม่ เช่นเดียวกันกับการกำหนดที่ตั้งและข้อมูลอื่น ๆ ด้วยความ ถูกต้องเพียงพอที่จะทำการโจมตี ก-10 ขั้นตอนการเกาะติดจะเริ่มขึ้นหลังจาก มีการตรวจพบเป้าหมายที่เป็นไปได้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน เมื่อได้มีการกำหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้ขึ้น แล้ว เครื่องมือเฝ้าตรวจต่าง ๆ จะต้องเพ่งเล็งไปยังเป้าหมายนั้นเพื่อยืนยันลักษณะของเป้าหมาย


114 และความถูกต้องของที่ตั้งเป้าหมาย ซึ่งการดำเนินการนี้อาจจำเป็นต้องมีการหันเหเครื่องมือเฝ้าตรวจ ต่าง ๆ จากการใช้งานในกิจอื่น ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวสาร อาจต้องให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การหันเหเครื่องมือลาดตระเวนไปจากแผนการรวบรวมข่าวสารที่ได้กำหนดไว้ก่อนแล้วให้มีความ เหมาะสมยิ่งขึ้น ฝอ.3 จะเป็นผู้ตกลงใจว่า การรวบรวมข้อมูล ความเกี่ยวพันของข้อมูล และผสมผสานข้อมูลเพื่อยืนยันว่า เป้าหมายนั้นเป็นไปตามเกณฑ์/บรรทัดฐานในการจัดประเภทเป็น เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด หรือเป็นเป้าหมายอื่นที่จำเป็นต้องดำเนินกรรมวิธีแบบเร่งด่วนหรือไม่ ก-11 เมื่อขั้นตอนการเกาะติดเสร็จสิ้นในเวลาที่เหมาะสมแล้ว จำเป็นต้องมีการลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจด้วยเครื่องมือที่มีขีดความสามารถในการกำหนดเป้าหมายอยู่กับที่ และเป้าหมายเคลื่อนที่ กลางวันหรือกลางคืน ในทุกสภาพอากาศ ในทุกสภาพภูมิประเทศ ทุกสภาพ การพลาง หรือทุกสภาพการกำบัง ด้วยระดับความถูกต้องที่ระบบอาวุธที่จะทำการโจมตีต้องการ ก-12 เป้าหมายที่ไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน หรือเป้าหมายที่ไม่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า อาจต้องมีการกำหนดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการเกาะติด ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมจำเป็นต้องมี การยืนยัน และกำหนดประเภทของเป้าหมายเป็นเป้าหมายที่มีเวลาจำกัดเป้าหมายหนึ่ง การพิจารณา หรือประมาณการสภาพที่เป็นจุดอ่อนของเป้าหมายจะช่วยกำหนดเวลาที่ต้องการเพื่อให้การ ปฏิบัติการบรรลุผลสำเร็จ และมีผลต่อการจัดลำดับความเร่งด่วนของเครื่องมือ และการประเมินค่า เกณฑ์เสี่ยงที่ต้องการอีกด้วย เป้าหมายที่มีเวลาจำกัดจะได้รับความ เร่งด่วนสูงสุดในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายแบบเร่งด่วน ปัจจัยนำเข้า ก-13 ปัจจัยที่นำเข้ามาใช้ในขั้นตอนการเกาะติด • เป้าหมายที่เป็นไปได้ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องทำการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายแบบ เร่งด่วน • ข้อมูลข่าวสารจากการเฝ้าตรวจเป้าหมาย ผลผลิต ก-14 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการเกาะติด • ลักษณะเป้าหมาย การจัดประเภทเป้าหมาย และการยืนยันเป้าหมาย


115 • ความถูกต้องของที่ตั้งเป้าหมายได้รับการกลั่นกรองให้อยู่ในระดับความถูกต้องที่ ต้องการสำหรับการโจมตีเป้าหมาย • การพิจารณา หรือการประมาณการคุณลักษณะเฉพาะในด้านเวลาของเป้าหมาย การติดตาม ก-15 ในระหว่างขั้นตอนการติดตาม เป้าหมายจะถูกสังเกต และเฝ้าติดตามพฤติกรรม และการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย ทันทีที่เป้าหมายได้มีการกำหนดที่ตั้ง และกำหนดลักษณะเป้าหมาย จะต้องดำรงการติดตามต่อไปจนกระทั่งมีการตกลงใจโจมตีและปฏิบัติการโจมตี ก-16 ขั้นตอนการติดตามของ F2T2EA จะเริ่มทันทีที่ได้มีการเกาะติดเป้าหมายชัดเจนแล้ว และจะสิ้นสุดเมื่อผลการโจมตีต่อเป้าหมายได้ผลตามที่ต้องการแล้ว บางเป้าหมายอาจจำเป็นต้องมี การติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการค้นพบครั้งแรกเช่นเดียวกับเป้าหมายเกิดใหม่เป้าหมายหนึ่ง อาจจำเป็นต้องมีการประสานระบบเฝ้าตรวจสนามรบต่าง ๆ ให้ดำรงการแจ้งเตือนสถานการณ์หรือทำ การเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง สภาพที่เป็นจุดอ่อนของเป้าหมายควรมีการปรับปรุงเมื่อมีเหตุผล อันสมควร ลำดับความเร่งด่วนของความต้องการข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายจะขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์และคำแนะนำของผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วม ในกรณีที่การติดตามขาดความต่อเนื่อง ขั้นตอนการเกาะติดจะต้องดำเนินการให้สมบูรณ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง (และอาจรวมถึงขั้นตอนการค้นหา ด้วยเช่นกัน) ปัจจัยนำเข้า ก-17 ปัจจัยที่จะนำมาใช้ในขั้นตอนการติดตาม • เป้าหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว • ที่ตั้งเป้าหมาย และตำแหน่งการเคลื่อนย้ายที่ได้กรุยไว้ (ถ้ามี) ผลผลิต ก-18 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการติดตาม • ดำรงการติดตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือเฝ้าตรวจที่เหมาะสม หรือการใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจหลาย ๆ ระบบร่วมกัน


116 • มีการจัดลำดับความเร่งด่วนให้กับเครื่องมือเฝ้าตรวจ • ปรับปรุงสภาพที่เป็นจุดอ่อนของเป้าหมายให้ทันสมัย การกำหนดเป้าหมาย ก-19 ขั้ น ต อ น ก า ร ก ำ ห น ด เป้ า ห ม า ย เป็ น ก า ร ก ำ ห น ด ลั ก ษ ณ ะ เป้ า ห ม า ย แบ่งประเภทเป้าหมาย กำหนดที่ตั้ง และกำหนดลำดับความเร่งด่วนของเป้าหมาย การกำหนดผลลัพธ์ ที่ต้องการในขั้นตอนสุดท้าย และการใช้ระบบอาวุธต่อเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงการได้รับอนุมัติให้โจมตี เป้าหมาย ขั้นตอนการกำหนดเป้าหมายเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลามากเนื่องจากมีความต้องการต่าง ๆ จำนวนมากที่ต้องดำเนินการให้เกิดความพึงพอใจ ถ้าการดำเนินการในขั้นตอนการกำหนดเป้าหมาย สามารถริเริ่ม หรือเสร็จสิ้นคู่ขนานไปกับขั้นตอนอื่น ๆ การตกลงใจที่ทันเวลามีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ก-20 ขั้นตอนการกำหนดเป้าหมายของ F2T2EA จะเริ่มด้วยการตรวจสอบเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ทางด้านยุทธการต้องมั่นใจว่า การโจมตีต่อเป้าหมายต้องเป็นไปตามคำแนะนำในการโจมตี กฎหมายสงคราม และกฎการปะทะ ขั้นตอนการกำหนดเป้าหมายจะต้องสัมพันธ์กับเครื่องมือเฝ้า ตรวจและระบบโจมตีต่าง ๆ ที่มีอยู่เพื่อให้ผลการโจมตีเป็นไปตามที่ต้องการ เป้าหมายจะต้องมีการ กำหนดแนวทางการใช้อาวุธ กำหนดทางเลือกในการโจมตี กำหนดข้อเสนอแนะ กำหนดผลเสียหายที่ ต้องการต่อเป้าหมาย และมีการส่งความต้องการในการประเมินความเสียหายไปให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ข้อจำกัดต่าง ๆ จะต้องได้รับการแก้ไข และการปฏิบัติต่อเป้าหมายต้องมีการประสาน และขจัดข้อขัดแย้งต่าง ๆ ก่อน การประเมินค่าเกณฑ์เสี่ยงต้องกระทำก่อนการเลือกใช้เครื่องมือ เมื่อเลือกเครื่องมือโจมตีและเครื่องมือประเมินความเสียหายแล้วต้องส่งข้อมูลให้ส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย ปัจจัยนำเข้า ก-21 ปัจจัยที่จะนำมาใช้ในขั้นตอนการกำหนดเป้าหมาย • ลักษณะเป้าหมาย ประเภทของเป้าหมาย ที่ตั้งเป้าหมาย และลำดับความเร่งด่วน ของเป้าหมาย • ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่นำมาพิจารณา ได้แก่คำแนะนำในการประมาณการความเสียหาย ทางข้างจากการโจมตี ระบบอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างเป็นวงกว้าง การปฏิบัติใน ขั้นตอนต่อไป กฎหมายสงคราม กฎการปะทะ บัญชีเป้าหมายที่ห้ามโจมตี และบัญชี


117 เป้าหมายที่จำกัดการโจมตี เส้นแบ่งเขต และมาตรการประสานการยิง สนับสนุนต่าง ๆ • เครื่องมือแจ้งเตือนสถานการณ์ที่สามารถจัดหาได้จากหน่วยต่าง ๆ ผลผลิต ก-22 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการกำหนดเป้าหมาย • ระดับผลการโจมตีเป้าหมายที่ต้องการได้มีการพิจารณาอย่างเหมาะสม • ข้อมูลเป้าหมายที่ได้ข้อสรุปแล้ว และบันทึกในแบบฟอร์มที่ระบบโจมตีสามารถ นำไปใช้ได้ • ข้อพิจารณาเกี่ยวกับการขจัดความซ้ำซ้อนของเครื่องมือ และความปลอดภัยใน บริเวณพื้นที่เป้าหมายได้รับการแก้ไขแล้ว • การอนุมัติให้ดำเนินการต่อเป้าหมาย เป็นไปตามคำแนะนำของผู้บัญชาการกอง กำลังรบร่วม และคำแนะนำของผู้บังคับบัญชาของส่วนที่เกี่ยวข้อง • ได้มีการส่งคำร้องขอการประเมินความเสียหายไปยังเครื่องมือรวบรวมข่าวสารที่ เกี่ยวข้อง • ได้มีการคาดการณ์การปฏิบัติในขั้นต่อไป และการประเมินความเสียหายสำหรับการ โจมตีเป้าหมายด้วยระบบอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างเป็นวงกว้าง การโจมตี ก-23 ในขั้นตอนการโจมตีของ F2T2EA เป้าหมายต่าง ๆ ได้รับการยืนยันว่าเป็นฝ่ายข้าศึก และได้มีการปฏิบัติการต่อเป้าหมาย ก-24 ได้มีการสั่งการโจมตีเป้าหมายและได้ส่งคำสั่งไปยังระบบโจมตีเป้าหมายที่ได้ เลือกไว้แล้วคำสั่งการโจมตีต้องถูกส่งไปและเครื่องมือที่ทำการโจมตีได้รับ และทำความเข้าใจในคำสั่ง ดังกล่าวแล้ว การโจมตีจะต้องดำเนินการ และเฝ้าติดตามโดยส่วนที่เกี่ยวข้อง และระดับความเสียหาย ที่ต้องการต่อเป้าหมายต้องบรรลุผลสำเร็จ


118 ปัจจัยนำเข้า ก-25 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการโจมตี • การตกลงใจอนุมัติให้ทำการโจมตีเป้าหมาย • ระบบโจมตีที่ได้เลือกไว้แล้ว • ลักษณะสภาพของสนามรบก่อนการโจมตีและตลอดห้วงของการโจมตีเป้าหมาย ผลผลิต ก-26 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการโจมตี • การออกคำสั่งการโจมตีและการส่งผ่านคำสั่งการโจมตีไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง • การโจมตีเป้าหมายด้วยเครื่องมือโจมตีแบบสังหาร หรือแบบไม่สังหาร • การอำนวยการ และควบคุมการโจมตี การประเมินผล ก-27 ขั้นตอนการประเมินผลของ F2T2EA ก็เหมือนกับขั้นการประเมินความเสียหายของ หลักการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย D3A และขั้นที่ 6 ของวงรอบการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายร่วม ซึ่งทั้ง 2 ขั้นตอนดังกล่าว เป็นการตรวจสอบผลของการโจมตีต่อเป้าหมาย และผลการโจมตีดังกล่าว ต้องมีการสนธิเข้าไปในกระบวนการประเมินค่าการรบในภาพรวมด้วย ก-28 ในระหว่างขั้นตอนการประเมินผล ต้องมีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลของ การโจมตีเพื่อพิจารณาว่าความเสียหายที่ต้องการนั้นบรรลุผลหรือไม่ เป้าหมายที่มีเวลาจำกัด หรือเป้าหมายที่คุ้มค่าอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องทำการประเมินความเสียหายทันทีเพื่อให้ได้รับทราบผล การโจมตีอย่างรวดเร็ว และให้ข้อเสนอแนะในการโจมตีซ้ำได้ทันที ปัจจัยนำเข้า ก-29 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการประเมินผล


119 • คำร้องขอให้ทำการประเมินความเสียหาย ที่สัมพันธ์กับผลผลกระทบ หรือระบบการ โจมตีที่ต้องการ ผลผลิต ก-30 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการประเมินผล • ยืนยันการโจมตีเป้าหมาย • มีการประมาณการ หรือยืนยันผลการโจมตีต่อผู้มีอำนาจตกลงใจอย่างทันเวลา • ข้อเสนอแนะในการโจมตีซ้ำ


120 ผนวก ข การสืบหา เกาะติด ปิดงาน ขยายผล วิเคราะห์ และการแจกจ่าย การสืบหา เกาะติด ปิดงาน ขยายผล วิเคราะห์ และการแจกจ่าย (F3EAD) จะช่วยให้ผู้บังคับหน่วย ดำเนินกลยุทธ์ในทุกระดับ ได้มีหลักการที่จะนำมาใช้ในการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ และจัดวางกำลังให้ ครอบคลุมทุกย่านการปฏิบัติการทางทหาร ในขณะที่การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายตามหลักการ F3EAD ก็มีองค์ประกอบเช่นเดียวกันกับหลักการ D3A ได้แก่ การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผล หลักการ F3EAD เป็นเครื่องมือเพิ่มเติมให้กับผู้บังคับหน่วยดำเนินกลยุทธ์ในการกำหนดความท้าทายในการ ดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้มีความแน่ชัด โดยเฉพาะความท้าทายที่พบในสถานการณ์การป้องกัน และปราบปรามการก่อความไม่สงบ หลักการ F3EAD ไม่ได้นำมาใช้แทนที่หลักการ D3A และไม่ได้ใช้เฉพาะใน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเท่านั้น หลักการนี้ยังเป็นเทคนิคที่ผู้บังคับหน่วยในทุกระดับนำมาใช้ในการทำงาน เพื่อทำความเข้าใจกับสภาวะแวดล้อมทางด้านการยุทธ์ของตน และทำให้มองเห็นภาพผลกระทบที่ตนต้องการ ให้บรรลุผลสำเร็จ ในการปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามการก่อความไม่สงบ การโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ด้วยการสร้าง ผลกระทบแบบไม่สังหารจะมีความสำคัญมากกว่าการโจมตีเป้าหมายด้วยการสร้างผลกระทบแบบสังหาร และหลักการ F3EAD ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ การโจมตีทั้งสองแบบได้อย่างดีพอ ๆ กัน การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพจะช่วยกำหนดทางเลือกเพื่อสนับสนุนความมุ่งหมาย และเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาได้สำหรับผลการโจมตีแบบไม่สังหาร ทางเลือกอาจประกอบด้วย ก า ร ป ฏิ บั ติ ก ารร่ ว ม ร ะ ห ว่ างท ห าร กั บ พ ล เรือ น ก าร ป ฏิ บั ติ ก า ร ด้ า น ค ลื่ น แ ม่ เห ล็ ก ไฟ ฟ้ า และไซเบอร์การปฏิบัติการข่าวสาร การปฏิบัติการสนับสนุนข่าวสารทางทหาร(MISO) และโครงการ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม การโจมตีเป้าหมายด้วยผลการโจมตีแบบสังหารเกือบทั้งหมด โดยปกติจะออกแบบมาเพื่อการฆ่า F3EAD เหมาะสมอย่างยิ่ง และเป็นเครื่องมือหลักในการโจมตีต่อตัวบุคคลสำคัญ (HVI) บุคคลสำคัญ คือ บุคคลที่สนใจซึ่งได้กำหนดบุคลิกลักษณะ ต้องเฝ้าจับตาดูติดตาม บังคับควบคุม หรือต้อง โจมตีบุคคลสำคัญอาจกลายเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าที่ต้องดำเนินการให้ได้มา และทำการโจมตีให้สำเร็จ (การใช้ประโยชน์การจับกุม หรือสังหาร) เพื่อให้ภารกิจของผู้บังคับบัญชาฝ่ายเราประสบผลสำเร็จ ในบทบาทนี้ F3EAD มีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนจำนวนมาก เกี่ยวข้องกับการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา


121 หรือเกี่ยวข้องกับการเฝ้าตรวจเพื่อชี้นำไปถึงบุคคลสำคัญคนหนึ่ง และต้องใช้เครื่องมือรวบรวมข่าวกรองจากทุก แหล่งข่าวแบบแยกการในการค้นหาบุคคลสำคัญที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มประชากรจำนวนมาก และค้นหาที่อยู่ที่ แท้จริงของบุคคลสำคัญนั้น ตำแหน่งที่อยู่ที่แน่ชัดนี้จะช่วยให้การปฏิบัติการยุติลงแบบเฉียบขาด (แบบสังหารหรือไม่สังหาร) ที่เน้นด้านความรวดเร็วในการจับกุมเป้าหมายเคลื่อนที่ การใช้ความรวดเร็วไม่ เพียงแต่การเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการออกจากพื้นที่ปฏิบัติการเท่านั้น แต่ยังต้องใช้โอกาสนี้ดำเนินการ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามด้วย บ่อยครั้งที่ขั้นตอนการขยายผล และขั้นการวิเคราะห์จะเป็น ความพยายามหลักของ F3EAD เนื่องจากขั้นตอนเหล่านี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายของข้าศึกอย่าง ลึกซึ้ง และอาจนำไปสู่การดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมายใหม่ๆ ข้อมูลข่าวสารที่ได้รวบรวมไว้ได้ในระหว่างขั้นการ ขยายผลและขั้นการวิเคราะห์บ่อยครั้งที่จะนำวงรอบการปฏิบัติที่ดำเนินการจบสิ้นแล้วมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการค้นหา หรือเป็นจุดเริ่มต้นในการเจาะเข้าไปในเครือข่ายที่สามารถ เฝ้าสังเกตและติดตามได้ วิธีการดำเนินการตามกระบวนการ F3EAD ข -1 เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ F3EAD จะอธิบายให้เห็นวิธีการนำ F3EAD มาใช้ ภายใต้หลักการ D3A และสามารถจะเริ่มที่ขั้นตอนใด ๆ ของหลักการ D3A ก็ได้ กระบวนการ F3EAD จะยังคง เริ่มต้นด้วยขั้นตอนการตกลงใจ การตกลงใจเป็นการกำหนดลำดับความเร่งด่วนและการแบ่งมอบทรัพยากร ต่าง ๆ ขั้นตอนการตกลงใจจะกระทำอย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องขยายห้วงเวลาออกไปเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายยุทธการ และฝ่ายข่าวกรองจะต้องทำการวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องทำการวิเคราะห์รายงาน ข่าวกรองจากแหล่งข่าวทั้งหมดจำนวนมากเพื่อพิจารณา • ภัยคุกคามที่แท้จริง • ความสำคัญของเป้าหมายที่เป็นไปได้ • เครื่องมือที่ดีที่สุดในการโจมตีเป้าหมาย • ผลกระทบจากการโจมตีเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ (ซึ่งจะเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อลด ผลกระทบในทางลบให้เหลือน้อยที่สุด) • การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต่อแผนการขยายผล ข-2 ตามรูปที่ ข-1 หน้า 103 จะแสดงให้เห็นว่า ขั้นตอนการค้นหาจะแยกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การค้นหาและการเกาะติด ในระว่างขั้นตอนการค้นหา บุคคลสำคัญจะถูกกำหนดขึ้น และเครือข่ายของ เป้าหมายจะจัดทำเป็นแผนผัง และทำการวิเคราะห์ ในขั้นตอนการเกาะติดจะทำการกำหนดตำแหน่งที่อยู่ที่ แน่ชัด และเวลาที่จะทำการโจมตีต่อบุคคลสำคัญนั้นต้องมีการพิสูจน์ทราบ และยืนยันความถูกต้องของ เป้าหมาย


122 ภาพที่ ข-1 กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่อบุคคลสำคัญ ข-3 ในการปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามการก่อความไม่สงบ ชุดเป้าหมายจะประกอบด้วยบุคคล สำคัญที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ หรือต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากความผิดพลาดในการโจมตี หรือทำการโจมตีอย่างไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามตามมา ด้วยเหตุผลดังกล่าว ขั้นตอนการ การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายบุคคลสำคัญด้วยกระบวนการ F3EAD ภายใต้หลักการ D3A แนวทางการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายของผู้บังคับบัญชา - คำแนะนำในการโจมตีซ้ำ - จัดหาข้อมูลเชิงลึกของเครือข่ายข้าศึก - เสนอแนวทางปฏิบัติใหม่ - จัดหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการค้นหาหรือ จุดเริ่มต้น - กำหนดตัวบุคคลสำคัญ - กำหนดผลกระทบที่ต้องการ - กำหนดลำดับความเร่งด่วน - แบ่งมอบเครื่องมือรวบรวมข่าวสาร - แบ่งมอบเครื่องมือที่จะจัดการให้เป็นผลสำเร็จ - ขยายผลจากเป้าหมาย - ขยายผลจากเอกสาร - ขยายผลจากตำแหน่งที่อยู่ - ขยายผลจากผู้ถูกคุมขัง - ดำรงการติดตาม - ดำรงลักษณะของบุคคลสำคัญ - ปรับตำแหน่งที่อยู่ใหม่ - ปรับเวลาที่มีอยู่ - ยืนยันบุคคลที่อาจเป็น บุคคลสำคัญ - เพ่งเล็งด้วยเครื่องมือเฝ้า ตรวจต่าง ๆ - กำหนดตำแหน่งที่อยู่ - พิจารณาเวลาที่มีอยู่ - ทำการโจมตี - จับกุม - สังหาร ตกลงใจ โจมตี ค้นหา สืบหา เกาะติด ปิดงาน ขยายผล วิเคราะห์ แจกจ่าย ประเมินผล ผลล


123 สืบหาอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมากจากหนึ่งวันไปจนถึงหลาย ๆ สัปดาห์จนกว่าจะกำหนดเป้าหมายได้ และเครือข่ายของเป้าหมายต้องมีการจัดทำแผนผัง และทำการวิเคราะห์ด้วย ข-4 ขั้นตอนการปิดงานของ F3EAD จะเป็นภาพสะท้อนขั้นตอนการโจมตีของหลักการ D3A เมื่อการปฏิบัติต่อเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ได้เริ่มขึ้น และเสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่ขั้นตอนการปิดงานจะ แตกต่างจากขั้นตอนการโจมตีของหลักการ D3A คือ ลักษณะของเครื่องมือที่ผู้บังคับบัญชาจะนำมาใช้ต่อชุด เป้าหมายที่กำหนดขึ้น นอกเหนือจากระบบปกติทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการโจมตีตามหลักการ D3A แล้วเครื่องมือที่ผู้บังคับหน่วยดำเนินกลยุทธ์นำมาใช้ในการปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการก่อความ ไม่สงบ ได้แก่ พลซุ่มยิง การต่อต้านพลซุ่มยิง การเรียกกำลังเสริมทางยุทธวิธี การขัดขวางยานพาหนะ และชุดซุ่มโจมตีขนาดเล็ก ข-5 ขั้นตอนการขยายผล การวิเคราะห์ และการแจกจ่ายเป็นการขยายขั้นตอนการประเมินผล หน่วยที่ทำการโจมตีต้องใช้โอกาสรวบรวมข่าวสารเพิ่มเติมในระหว่างขั้นตอนการขยายผล พิจารณาสิ่งที่ เกี่ยวข้อง และความ สัมพันธ์ของข้อมูลข่าวสารในขั้นตอนการวิเคราะห์ แล้วจัดพิมพ์ผลสรุปที่ได้ในขั้นตอนการ แจกจ่าย ข-6 สิ่งสำคัญต้องระลึกไว้เสมอว่า กระบวนการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายใด ๆ ก็ตามที่ได้รับมอบแล้ว กระบวนการควรต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่แสดงไว้ใน ภาพที่ข-1 อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกันนั้นบางหน่วยอาจจะอยู่ในขั้นตอนการสืบหาเป้าหมาย อยู่ในขั้นตอน ของการขยายผลไปสู่หลาย ๆ เป้าหมาย และอยู่ในขั้นตอนการเกาะติด ปิดงาน วิเคราะห์ หรือขั้นตอนการ แจกจ่ายเป้าหมายอื่น ๆ หรือบางหน่วยอาจแจกจ่ายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมายก่อน ขั้นตอนการปิดงาน หรือขั้นตอนการขยายผลในลักษณะเดียวกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการจะเลื่อนไหลไป ตามขั้นตอนที่แสดงไว้ในรูป แต่ต้องไม่ทำให้กระบวนการต้องจำกัดการดำเนินการต่อสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติใน ลำดับต่อไป การสืบหา ข-7 แผนการรวบรวมข่าวสารที่สนับสนุนกระบวนการ F3EAD จะมีการขับเคลื่อนด้วยความต้องการ ต่าง ๆ ที่บีบบังคับด้วยเวลา การเตรียมสนามรบด้านการข่าว และการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่จะต้อง กระทำอย่างต่อเนื่อง ทันทีที่กลุ่มก่อความไม่สงบ หรือบุคคลสำคัญได้กำหนดขึ้น แฟ้มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายจะต้องมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่แฟ้มข้อมูลเป้าหมายได้รับอนุมัติให้ทำการรวบรวม


124 ข่าวสารแล้ว ต้องทำการรวบรวมข้อมูลข่าวสารตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมายที่จะทำการโจมตีแบบเจาะจงอย่าง รวดเร็วโดยไม่ให้บุคคลสำคัญรู้ตัว ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จำเป็นต้องมีการแบ่งชั้นของความพยายามในการ รวบรวมข่าวสาร และเครื่องมือรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ ข-8 การดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่อบุคคลสำคัญ จะเกิดขึ้นมากที่สุดในการปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามการก่อความไม่สงบ ซึ่งบ่อยครั้งที่ฝ่ายข้าศึกจะแฝงตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มประชาชนพลเรือน ความต่อเนื่อง และการข่าวกรองที่มีความเที่ยงตรงสูง จะเป็นกุญแจไปสู่การเอาชนะฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีระบบการ ป้องกันในการเข้าถึงเป้าหมายของฝ่ายเราอย่างเข้มงวด ข-9 เครื่องมือในการลาดตระเวน และเครื่องมือเฝ้าตรวจสนามรบ จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการ รวบรวมข้อมูลฝ่ายข้าศึกเมื่อมีการใช้งานเป็นกลุ่มก้อน ขีดความสามารถของผู้ก่อความไม่สงบในการแฝงตัวให้ รอดพ้นจากการถูกตรวจพบต้องมีการรวบรวมข่าวสารอย่างต่อเนื่องในการค้นหาการปรากฏตัวของเป้าหมาย การรวบรวมข่าวสารอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องใช้เวลานาน และต้องมีการเพ่งเล็งด้วยการใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ หลายอย่างทำงานแยกกันเป็นเครือข่าย เพื่อที่ให้ได้มาซึ่งข่าวสารที่มีความถูกต้องเที่ยงตรงสำหรับใช้ในการ ดำเนินกรรมวิธีต่อเป้าหมาย ข-10 ประสิทธิภาพในการลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจจะก่อให้เกิดผลเป็นทวีคูณ เมื่อได้รับการชี้นำ และขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือรวบรวมข่าวกรองอื่น ๆ มากกว่าการปฏิบัติการตามลำพัง ยิ่งข้าศึกแผงตัวได้ดียิ่ง ต้องใช้แหล่งข่าวกรองหลาย ๆ แหล่งในการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ยกตัวอย่างเช่น ข่าวกรองทางการสื่อสาร สามารถกำหนดตำแหน่งที่อยู่เป้าหมายได้ แต่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเขาเป็นใคร เครื่องมือเฝ้าตรวจทาง อากาศที่บันทึกภาพการเคลื่อนไหวได้สามารถติดตามเป้าหมายได้แต่ไม่สามารระบุเป้าหมายที่แน่ชัดได้ ข่าวกรองบุคคลสามารถบอกเจตนารมณ์ได้แต่อาจไม่สามารถเกาะติดเป้าหมายไปยังตำแหน่งที่อยู่ที่ถูกต้อง แน่นอนได้ อย่างไร ก็ตาม ถ้านำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้งานร่วมกันสามารถจะชี้ชัดไปยังตัวบุคคลสำคัญที่แฝงตัว อยู่ในกลุ่มประชาชนทั่วไปได้ เครือข่ายด้านการข่าวกรองที่ทำงานร่วมกันหลาย ๆ แหล่งข่าวสามารถชี้นำไปยัง เป้าหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังมากมาย เครื่องมือเฝ้าตรวจต่าง ๆ บ่อยครั้งที่จะนำมาใช้ในรูปแบบเชิง รับซึ่งเป็นการลบล้างขีดความสามารถที่แท้จริง และนำไปสู่การลดศักยภาพของเครื่องมือให้เหลือน้อยลง แหล่งข่าวกรองเหล่านี้จะให้ข้อมูลที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายของข้าศึก ที่สามารถทำการ ขยายผลผ่านการเฝ้าสังเกตการณ์ที่ต่อเนื่องและอดทน การเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ หน่วยสามารถใช้ชุดลาด ตระเวนต่าง ๆ รวมเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อให้แน่ใจว่า เครื่องมือต่าง ๆ จะไม่ถูกละเลยไปโดยเปล่า ประโยชน์


125 ข-11 การใช้เครื่องมือด้านการข่าวกรองทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนนี้เป็นการชี้ให้เห็นถึงการมีจุดเพ่งเล็ง และมีการจัดลำดับความเร่งด่วน ส่วนต่าง ๆ ของเครือข่ายข้าศึกที่ได้เลือกไว้จะได้รับการเพ่งเล็ง ซึ่งควรจะกระทำอย่างจริงจังในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อเป้าหมายมีความแตกต่างเพียง เล็กน้อยหรือเป้าหมายปรากฏขึ้นแล้วหายไปอย่างรวดเร็วคือ การปฏิบัติต่าง ๆ ของข้าศึกจะไม่สามารถ คาดการณ์ได้โดยง่าย ถ้าไม่สามารถคาดการณ์ได้แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่ต้องปฏิบัติต่อไปคือ การใช้เครื่องมือ แบบซ้ำซ้อน และใช้เครื่องมือจำนวนมาก การที่ไม่สามารถใช้เครื่องมือรวบรวมข่าวสารทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ให้ครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์อันกว้างใหญ่ได้ย่อมก่อให้เกิดการขาดประสิทธิภาพในการรวบรวมข่าวสาร ข-12 เทคนิคอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการก่อความไม่สงบ คือ การวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อ หรือการวิเคราะห์ความเชื่อมโยง เครือข่ายการก่อความไม่สงบจะไม่สามารถดำรง อยู่ได้ในสุญญากาศ ผู้ก่อความไม่สงบต้องมีการคบหาสมาคมกับผู้ให้การสนับสนุนที่อยู่ในหมู่ประชาชนในพื้นที่ และจะไม่ติดต่อโดยตรงกับผู้ให้การสนับสนุนซึ่งฝังตัวอยู่ในโครงสร้างแห่งอำนาจ บุคคลสำคัญจะมีปฏิสัมพันธ์ กับผู้นำคนสำคัญทางการเมือง ผู้นำด้านความมั่นคง ผู้นำด้านเศรษฐกิจ และผู้นำในด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ข-13 การวิเคราะห์รูปแบบการใช้ชีวิตเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ และตัวบุคคล ด้วยการติดตามรูปแบบของการใช้ชีวิต ในขณะที่ข้าศึกมีการเคลื่อนไหวจากตำบลหนึ่งไปยังอีก ตำบลหนึ่ง ชุดลาด ตระเวนหรือชุดเฝ้าตรวจจะติดตาม และบันทึกตำแหน่งที่อยู่ทุกที่ และทุกคนที่เขาไปพบ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่งที่อยู่และบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้นกับเป้าหมายและจุดเชื่อมโยงต่าง ๆ ของเครือข่ายข้าศึกจะปรากฏขึ้น การวิเคราะห์ความเชื่อมโยง และการวิเคราะห์รูปแบบการใช้ชีวิตจะระบุ ความสัมพั น ธ์เห ล่านี้ เพื่ อจัดท ำแฟ้ มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้ าห มายให้ มีความสมบู รณ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลจะต้องมีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายที่บุคคลสำคัญเกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ เพื่อให้รับรู้ถึงผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญนั้น เนื่องจากเขาเป็นผู้นำเครือข่ายอาจไม่ใช่เหตุผล ที่ดีเพียงพอที่จะกำหนดตัวเขาเป็นเป้าหมาย เราจะมีวิธีทำลายเครือข่ายจากการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างไร ? อีกนานเท่าใดที่เขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ? ข-14 การวิเคราะห์นี้จะเผยให้เห็นภาพเคร่า ๆ ของสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของ บุคคลสำคัญ เช่น ด้านเงินทุน การประชุม ส่วนควบคุม ส่วนจัดทำสื่อ และตำบลส่งกำลังอาวุธยุทธภัณฑ์ ด้วยข้อมูลดังกล่าวจะทำให้มองเห็นเครือข่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและมองเห็นความล่อแหลมมากขึ้น การวิเคราะห์ จุดเชื่อมต่อจะใช้จุดเริ่มต้นจุดแรกในการสร้างจุดเริ่มต้นเพิ่มเติมอื่น ๆ เพื่อที่จะพัฒนาโอกาสในการดำเนิน


126 กรรมวิธีเป้าหมายที่มีอยู่ภายในเครือข่ายของข้าศึกได้มากยิ่งขึ้น ผลที่ได้รับจากการวิเคราะห์นี้มีคุณค่ามหาศาล แต่ต้องใช้ความอดทนในการพัฒนาเป้าหมายซึ่งต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน เพื่อช่วยให้มองเห็นภาพของ เครือข่าย ข-15 เครือข่ายต่าง ๆ จะมีการป้องกันการสูญเสียจุดเชื่อมต่อจุดใดจุดหนึ่งหรือหลาย ๆ จุดอย่างดี เยี่ยม จุดเพ่งเล็งในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายคือ ไม่เพียงแต่การกำหนดตัวบุคคลที่เป็นผู้นำในเครือข่าย เท่านั้น แต่ต้องกำหนดผู้นำที่มีความสำคัญซึ่งถ้ากำจัดออกแล้วจะเป็นเหตุให้สร้างความสูญเสียให้กับเครือข่าย มากที่สุด ความสำเร็จสูงสุดคือ การกำจัดจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มีความสำคัญไปพร้อม ๆ กันอย่างเพียงพอ หรือเกือบจะทำให้เครือข่ายไม่สามารถเชื่อมต่อกันโดยอัตโนมัติด้วยข่ายงานเดิมได้ แต่ความผิดพลาดจะนำไปสู่ ความหายนะอย่างใหญ่หลวง ปัจจัยนำเข้า ข-16 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการสืบหา ได้แก่ • คำแนะนำของผู้บังคับบัญชา และลำดับความเร่งด่วน • การเตรียมสนามรบด้านการข่าว ซึ่งประกอบด้วย การกำหนดพื้นที่สนใจที่กำหนดที่หมายที่ สนใจ และการผสมผสานการชี้นำของหน่วยงานด้านการข่าวกรองเพื่อกำหนดตำแหน่งที่อยู่ ของเป้าหมาย หรือสภาวะแวดล้อมด้านยุทธการ • การวิเคราะห์รูปแบบการใช้ชีวิต • แผนการรวบรวมข่าวสารตามข้อมูลการเตรียมสนามรบด้านการข่าว ผลผลิต ข–17 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการสืบหา ได้แก่ • ค้นพบตัวบุคคลที่มีศักยภาพเป็นบุคคลสำคัญ และกำหนดตัวบุคคลไว้เพื่อการพัฒนาใน อนาคต • แฟ้มข้อมูลการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายต่าง ๆ • การวิเคราะห์และพิสูจน์ทราบเครือข่ายบุคคลสำคัญ การเกาะติด ข-18 การรวบรวมข่าวสารอย่างต่อเนื่องจะทำให้มองเห็นภาพของตัวบุคคลสำคัญ นายทหารฝ่ายการ ข่าวกรอง (ฝอ.2) สามารถที่จะวาดภาพรูปแบบพฤติกรรมอย่างคร่าว ๆ ที่จะเพ่งเล็งความต้องการเครื่องมือ รวบรวมข่าวสารแบบเจาะจงจากการวิเคราะห์ข่าวกรองได้ ข้อมูลข่าวสารที่เก็บเกี่ยวได้จากการเพ่งเล็ง


127 และการรวบ รวม ข่าวสารอย่างต่อเนื่ องจะแสดงให้ เห็ น รูป แบบ การใช้ชีวิตของบุ คคลสำคัญ ประกอบด้วย ตำแหน่งที่อยู่ในเวลากลางคืน การเดินสายในเวลากลางวัน การพบปะ และกลุ่มเพื่อนที่ไว้ วางใจได้ หลังจากนั้นเครื่องมือรวบรวมข่าวกรองในระดับชาติและระดับหน่วยจะช่วยยืนยันรูปแบบในการ ดำเนินชีวิตต่าง ๆ เมื่อได้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าบุคคลสำคัญจะใช้เวลาหรือไป เยี่ยมเยือนใครมากที่สุด ข-19 การดำรงการสนับสนุนด้านการข่าวกรองอย่างไม่ลดละ และต่อเนื่องตลอดเวลา เป็นงานที่หนักมากโดยเฉพาะในหน่วยระดับล่างของสายการบังคับบัญชา และหน่วยขนาดเล็ก ซึ่งมีเครื่องมือ รวบ รวม ข่าวกรองน้ อยกว่าห น่ วยใน ระดั บ กองพ ลน้ อ ย ห รือเห นื อกว่า ใน ห น่ วยระดับ ล่าง ผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องจัดชุดสนับสนุนด้านการข่าวกรองพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รู้จักเป้าหมาย และได้รับการฝึก ตามระเบียบปฏิบัติประจำของหน่วยในการจัดเตรียมเครื่องมือเฝ้าตรวจและบรรยายสรุป ชุดซักถาม ชุดรวบรวมข้อมูล และสามารถเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารนี้กับแผนยุทธการของหน่วยเพื่อปิดงานต่อ เป้าหมาย ข-20 เมื่อตำแหน่งที่อยู่ที่เป็นไปได้ของบุคคลสำคัญที่เป็นเป้าหมายแคบลงเหลือเพียง 2-3 แห่ง หน่วยสามารถกำหนดหนทางปฏิบัติที่เป็นไปได้และเริ่มทบทวนแผนการปฏิบัติของหน่วยกำลังที่จะปิดงาน ข้อมูลข่าวสารในบางจุดอาจเป็นประโยชน์ต่อหน่วยในการกำหนดเป้าหมายที่เป็นบุคคลสำคัญเป้าหมายหนึ่ง ที่มีตำแหน่งที่อยู่ที่แน่ชัด(เกาะติด) ณ เวลาเฉพาะเวลาหนึ่ง หรือภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร หน่วยอาจเลือกตรวจสอบข้อมูลข่าวสารกับ เครื่องมือรวบรวมข่าวสารอื่น ๆ เมื่อหน่วยมั่นใจว่าเป้าหมายที่เกาะติดอยู่นั้นถูกต้อง หน่วยอาจเลือกที่จะส่ง กำลังเข้าไปปิดงานได้ ปัจจัยนำเข้า 21 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการเกาะติด ได้แก่ • บุคคลสำคัญที่เป็นไปได้ • ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเป้าหมาย และเครือข่ายของเป้าหมาย ผลผลิต ข -22 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการเกาะติด ได้แก่ • การกำหนดลักษณะเป้าหมาย และการยืนยันเป้าหมาย


128 • การตรวจสอบความถูกต้องของตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมายให้อยู่ในระดับที่ต้องการที่จะใช้ทำ การโจมตีเป้าหมาย • การพิจารณา หรือประมาณการลักษณะเฉพาะด้านการใช้เวลาของเป้าหมาย การปิดงาน ข-23 โอกาสทองในการโจมตีเป้าหมาย มีความจำเป็นที่กองกำลังที่ปิดงานต้องได้รับการฝึก และมีการซักซ้อมมาเป็นอย่างดีและมีระเบียบปฏิบัติประจำที่กำหนดไว้เป็นอย่างดี โดยปกติแล้วกองกำลังปิด งานจะไม่มีเวลาจัดทำแผนอย่างละเอียด กองกำลังปิดงานจำเป็นต้องปรับการฝึกที่เคยฝึกมาแล้วให้เป็นไปตาม เงื่อนไขที่เกิดขึ้นจริงแล้วทำการปฏิบัติตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เช่น การเข้าจู่โจม การซุ่มโจมตี หรือการปิด ล้อมและตรวจค้น กองกำลังยังต้องเตรียมการที่จะปฏิบัติการในขั้นต่อไปตามข้อมูลข่าวสารที่พบในระหว่างการ ขยายผลต่อที่หมายอีกด้วย ปัจจัยนำเข้า ข-24 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการปิดงาน ได้แก่ • ตำแหน่งที่อยู่ของบุคคลสำคัญภายใต้กรอบเวลาที่ได้รับ ผลผลิต ข-25 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการปิดงาน ได้แก่ • การโดดเดี่ยว และโจมตีเป้าหมาย • ตำแหน่งที่อยู่ของเป้าหมายได้รับการเสริมความมั่นคง • กองกำลังขยายผลได้เข้าควบคุมต่อตำแหน่งที่อยู่นั้น การขยายผล ข-2 6 F3EAD จ ะ แ ต ก ต่ า ง จ า ก รู ป แ บ บ ก า ร ด ำ เนิ น ก ร ร ม วิ ธี เป้ า ห ม า ย แ บ บ อื่ น เนื่องจากจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการขยายผล และขั้นตอนการวิเคราะห์เป็นเสมือนความพยายามหลัก ซึ่งตระหนึกถึงความสำคัญของข้อมูลข่าวสารในการต่อสู้กับภัยคุกคามที่มีความขัดแย้งในระดับต่ำ และใช้จุดเริ่ม งานเชิงรุกจากหลายแหล่งข่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารใหม่ การดำเนินการแบบนี้จะกำหนดวงรอบการ ปฏิบัติการข่าวกรองมากกว่าขั้นตอนอื่น ยิ่งได้ผลผลิตจากการข่าวกรองมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งนำไปสู่การปฏิบัติ การต่าง ๆ เพิ่มมากขี้นเท่านั้น การให้ความสำคัญในเรื่องของการจู่โจมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรวบรวมข่าว กรองเกี่ยวกับเครือข่ายของข้าศึก การสังหารข้าศึกแบบธรรมดาจะไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำลายเครือข่าย ต่าง ๆ ของข้าศึกสูงขึ้น ความจริงแล้ว การจับกุมข้าศึกเพื่อวัตถุประสงค์ในการซักถามถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


129 ข-27 เมื่อยึดรักษาแหล่งที่อยู่ของเป้าหมายได้แล้วจะต้องมีการขยายผล การขยายผลจากแหล่งที่อยู่ เป็นเสมือนการลำดับกิจกรรมในการรับรู้รวบรวม ดำเนินกรรมวิธี คุ้มครองรักษา และทำการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสาร เจ้าหน้าที่ และวัสดุที่ค้นพบในระหว่างปฏิบัติการ (JP 3-31) การขยายผลจากแหล่งที่อยู่ที่มี ประสิทธิผล จำเป็น ต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า รวมถึงการกำหนดระเบียบปฏิบัติประจำ แผนการตรวจค้น การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการขยายผลจากแหล่งที่อยู่ และแผนการซักถามทางยุทธวิธี หน่วยต่าง ๆ จะต้องเตรียมการในเรื่องเหล่านี้ไว้ก่อนจะถึงขั้นการปิดงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติการต่อที่หมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติและความเป็นไปได้ในการขยายผลจากแหล่งที่อยู่ สามารถศึกษาได้จาก คู่มือของกองทัพบกว่าด้วย ยุทธวิธี เทคนิค และระเบียบปฏิบัติ 3-90.15 ข-28 ชุดขยายผลจากแหล่งที่อยู่อาจต้องมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายให้การสนับสนุนโดยตรง หรืออาจจัดเป็นชุดปฏิบัติการเพียงลำพังมาจากหน่วย ไม่ว่าจะจัดกรณีใดก็ตาม ชุดขยายผลจะต้องได้รับการสั่ง การโดยแน่ชัดว่าอะไรบ้างที่ต้องค้นหาในแหล่งที่อยู่ที่เจาะจงแห่งนั้น และต้องได้รับการฝึกการตรวจค้น และการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร บางหน่วยจะใช้บัตรสมาร์ตการ์ดในการบันทึกข้อมูลข่าวสารเป้าหมาย และข้อซักถามแบบเจาะจงที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เครื่องช่วยดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อการเตรียมการ และใช้เป็นแนวทางให้กับชุดขยายผล การจัดหน่วยบางครั้งจะกำหนดหน่วยโจมตีและหน่วยขยายผลไว้อย่าง เหมาะสม การเตรียมการอย่างต่อเนื่องสำหรับภารกิจเหล่านี้จะช่วยให้มีการพัฒนา และทบทวนระเบียบปฏิบัติ ประจำของหน่วย ข-29 การขยายผลจากเป้าหมายและการขยายผลจากเอกสารเป็นการปฏิบัติการที่มีความสำคัญ และการปฏิบัติการด้านการข่าวกรองมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ F3EAD เอกสารต่าง ๆ และเศษกระดาษ ในกระเป๋า รวมไปถึงข้อมูลข่าวสารในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถให้ร่องรอยที่นักวิเคราะห์ ต้องการ ในการประเมินการจัดหน่วย ขีดความสามารถ และเจตนารมณ์ของข้าศึกได้ การศึกษาเครือข่ายของ ข้าศึกจะได้รับความกระจ่างขึ้นทีละเล็กละน้อยจากการอ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ บันทึกด้านการเงิน สื่อ และอุปกรณ์ให้บริการข้อมูลของข้าศึก การขยายผลจากเป้าหมาย และการขยายผลจากเอกสารจะช่วยให้ มองเห็นภาพของข้าศึกอย่างเป็นระบบ ข-30 การซักถามทางยุทธวิธีต่อผู้ถูกควบคุมตัวมีความสำคัญต่อการเปิดเผยให้เห็นเครือข่ายของข้าศึก ขีดความสามารถในการพูดคุยกับผู้นำในการก่อความไม่สงบ ผู้อำนวยความสะดวก และผู้ให้การสนับสนุนด้าน การเงินเกี่ยวกับวิธีการทำงานของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น จะได้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการแยกหน่วยงาน ที่จัดตั้งขึ้นนั้นออกจากกัน ข่าวกรองที่ได้จากผู้ถูกควบคุมตัวจะนำมาใช้ขับเคลื่อนการปฏิบัติการ ยิ่งได้ข้อมูล ข่าวสารจากผู้ถูกควบคุมตัวมากเท่าใดก็จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผล และการข่าวกรองเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น


130 ปัจจัยนำเข้า ข-31 ปัจจัยที่จะนำมาใช้ในขั้นตอนการขยายผล ได้แก่ • แหล่งที่อยู่ของเป้าหมายที่ยึดรักษาไว้แล้ว • หัวข้อซักถามเป้าหมาย • การเตรียมการขยายผลจากแหล่งที่อยู่และระเบียบปฏิบัติประจำ ผลผลิต ข-32 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการขยายผล ได้แก่ • ได้ข้อมูลข่าวสารจากเอกสาร • การรายงานต่างๆ แบบละเอียด • การติดตามเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติการแบบฉับพลัน การวิเคราะห์ ข-33 ผลสรุปสุดท้ายของขั้นตอนการวิเคราะห์คือ การตรวจสอบและประเมินค่าข้อมูลข่าวสาร และนำกลับไปสู่การปฏิบัติการด้านการข่าวกรองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเอาชนะเครือข่ายของข้าศึก ได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลข่าวสารบางอย่างสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที เช่น ข้อมูลข่าวสารที่ให้ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ ของบุคคลสำคัญ เป็นต้น ข้อมูลข่าวสารบางอย่างอาจจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ต่อไป ข-34 ฝ่ายอำนวยการจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลข่าวสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ข้อมูลนี้สามารถจัดเก็บ วิเคราะห์ เรียกกลับมาใช้ใหม่ และทำการแจกจ่ายได้ตามความจำเป็น เจ้าหน้าที่ใหม่ หรือเจ้าหน้าที่ที่จัดมาเพิ่มเติมต้องเข้าร่วมในกระบวนการรวบรวม และการประเมินค่าข่าวสาร เครื่องมือทางเทคนิคในระดับชาติและระดับยุทธบริเวณยังคงมีความสำคัญ และเป็นกลไกอำนวยความสะดวก ในการสนธิข้อมูลที่ต้องพัฒนาขึ้น ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกลไกการวางแผน และระเบียบ ปฏิบัติต่าง ๆ ที่มีอยู่ และเรียนรู้วิธีการนำแหล่งข่าวใหม่ ๆ มาใช้งานร่วมกัน ข-35 วัตถุประสงค์คือ การจัดทำให้เป็นข่าวกรองไม่ใช่ข้อมูลข่าวสาร การที่จะทำได้จะต้องมีการลงทุน ด้านทรัพยากรและเพ่งเล็งในด้านการเตรียมการ ระดับของการแบ่งมอบทรัพยากร (หลัก ๆ คือเจ้าหน้าที่) จะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับปริมาณและคุณภาพของข่าวกรองที่พัฒนาขึ้น ถ้าทรัพยากรมีน้อยเกินไป จะมีผลกระทบต่อความยากลำบากในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งข้อมูลดิบ แทนที่จะมีผลต่อการดำเนินการด้าน การวิเคราะห์และการทำความเข้าใจข้อมูล การจัดจำนวนเจ้าหน้าที่ และทรัพยากรให้มีความสมดุลกันจะ ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่มากขึ้น ชุดที่มีทรัพยากรมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ลดลง


131 ปัจจัยนำเข้า ข-36 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการวิเคราะห์ ได้แก่ • ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสาร • รายงานต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดเพียงพอ ผลผลิต ข-37 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการวิเคราะห์ ได้แก่ • ข่าวกรองที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการได้ • ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง • การประเมินค่าข่าวกรอง การแจกจ่าย ข-38 ขั้นตอนการแจกจ่ายเป็นเรื่องที่ง่ายแต่ใช้เวลามาก จุดมุ่งหมายคือ ทำให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับรู้ใน สิ่งที่ควรรู้แม้แต่ข้อมูลข่าวสารที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อาจเป็นข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยเครือข่าย สำหรับใครบางคนก็ได้โชคดีที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเครือข่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายสามารถช่วยใน กระบวนการแจกจ่ายได้เป็นอย่างดี ข-39 การจัดลำดับความเร่งด่วนในการแจกจ่ายมีความสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลข่าวสารบางอย่างจะตอบ คำถามหัวข้อความต้องการข่าวกรองตามลำดับความเร่งด่วนได้และควรจะต้องส่งไปยังหน่วยงานที่ ร้องขอในทันทีข้อมูลข่าวสารบางอย่างอาจมีความสำคัญตามสภาวะแวดล้อมทางการยุทธ์หรือข่าวสาร บางอย่างอาจเป็นข่าวสารที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และสามารถดำเนินกรรมวิธีแบบปกติได้ ปัจจัยนำเข้า ข-40 ปัจจัยที่นำมาใช้ในขั้นตอนการแจกจ่าย ได้แก่ • ข้อมูลข่าวสารที่มีความเกี่ยวข้อง และสัมพันธ์กัน • ข่าวกรองที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการได้ • การประเมินค่าข่าวกรอง ผลผลิต ข-41 ผลผลิตที่ได้จากขั้นตอนการแจกจ่าย ได้แก่ • ฐานข้อมูล ตัวชี้วัด และการประเมินค่าได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย


132 • ข่าวกรองและข้อมูลข่าวสารได้ถูกส่งไปยังหน่วยเหนือ หน่วยรอง และหน่วยข้างเคียงต่าง ๆ • ข้อมูลข่าวสารที่พร้อมแจกจ่ายให้กับทุกคนที่จำเป็นต้องรู้ การวัดความสำเร็จ ข-42 การวัดความสำเร็จในการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายด้วยหลักการ F3EAD นั้นจำเป็นต้องแบ่งการ วิเคราะห์ ออกเป็น 2 ห้วง ห้วงแรกจะเกิดขึ้นในทันทีภายหลังขั้นตอนการปิดงาน และควรตอบคำถามที่ เกี่ยวข้องโดยตรงกับเป้าหมายและเครื่องข่ายของเป้าหมาย ตัวอย่างของตัวชี้วัดในห้วงแรก ได้แก่ • ผู้ก่อความไม่สงบที่ถูกสังหาร หรือถูกจับกุม • การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อความไม่สงบ • อาวุธยุทโธปกรณ์และเอกสารต่าง ๆ ที่ยึดได้ ข-43 ห้วงที่สองของการวิเคราะห์จะใช้เวลาทบทวนที่ยาวนานกว่า ตัวชี้วัดต่าง ๆ เหล่านี้ใช้เป็นหน่วย วัดมาตรฐานให้กับผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมในการตรวจสอบความคืบหน้าว่า เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่กำหนดไว้ในแผนการทัพร่วมหรือไม่ ซึ่งประกอบด้วย • การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนในท้องถิ่นต่อกองกำลังของสหรัฐอเมริกา และประเทศ เจ้าภาพรวมไปถึงแนวความคิดสาธารณะ • การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพของข้อมูลข่าวสารที่บุคคลหรือกลุ่มคนจัดหาให้ • การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจหรือด้านการเมืองในพื้นที่


133 ผนวก ค เครื่องมือวิเคราะห์คุณค่าของเป้าหมาย CARVER เป็นเครื่องมือหนึ่งที่นำมาใช้กำหนดและจัดลำดับ(ความเร่งด่วน)เป้าหมาย เฉพาะต่าง ๆเพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ CARVER เป็นคำย่อที่ใช้แทน คำว่า ความวิกฤติ(criticality), ความสามารถในการเข้าถึง (accessibility), การฟื้นคืนสภาพ (recuperability), ความล่อแหลม (vulnerability), ผลกระทบ (effect) และความสามารถในการ จ ด จ ำ (recognizability) CARVER เป็ น เค รื่ อ งมื อเลื อ ก แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ค่ า เก ณ ฑ์ เสี่ ย ง หรือความล่อแหลมของเป้าหมายแบบหนึ่งที่นำมาใช้ในการคำนวณคุณค่าของเป้าหมายที่เป็นไปได้ และง่ายต่อการสร้างผลกระทบต่อเป้าหมายนั้น CARVER จะช่วยในการพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่ ล่อแหลมต่อการโจมตีและใช้ในวัตถุประสงค์ในการตั้งรับ ตาราง CARVER สามารถแสดงให้เห็น เป้าหมายที่มีเกณฑ์เสี่ยงสูงต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการจัดสรรเครื่องมือระวังป้องกันเพิ่มเติม ต่อเป้าหมายเพื่อป้องกันการลดขีดความสามารถของเครื่องมือเหล่านี้จากการโจมตีของข้าศึกหรือการ ก่อการร้าย เครื่องมือแบบ CARVER ความวิกฤติ (Criticality) ค-1 ความวิกฤติหมายถึง คุณค่าของเป้าหมาย ความวิกฤติเป็นข้อพิจารณาหลักในการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมาย เป้าหมายหนึ่งจะเป็นเป้าหมายวิกฤติเมื่อการทำลาย หรือการสร้างความสูญเสียต่อ เป้าหมายนั้นมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการทางการเมือง หรือการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจ เป้าหมายต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบเป้าหมายหนึ่งต้องนำมาพิจารณา ความสัมพันธ์กับส่วนอื่น ๆ ของระบบเป้าหมาย คุณค่าของเป้าหมายจะเปลี่ยนแปลงไปตาม สถานการณ์ที่พัฒนาไป จำเป็นต้องใช้วิธีการแบบที่ใช้เวลาจำกัดที่สามารถตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสถานีหนึ่งมีหัวรถจักรเพียง 2-3 หัว สะพานข้ามทาง รถไฟอาจมีความสำคัญน้อยที่จะกลายเป็นเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การป้องกันสะพานอาจมี ความสำคัญต่อหน่วยดำเนินกลยุทธ์ตามแบบซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้สะพานนั้น


134 ความสามารถในการเข้าถึง (Accessibility) ค-2 เป้าหมายสามารถเข้าถึงได้เมื่อส่วนปฏิบัติการหนึ่งสามารถไปถึงเป้าหมายด้วยกำลังพล และยุทโธปกรณ์เพียงพอที่จะปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จได้ เป้าหมายหนึ่งสามารถเข้าถึงได้แม้ว่า เป้าหมายนั้นต้องการความช่วยเหลือของคนในที่มีความรู้ การประเมินค่านี้เป็นการพิสูจน์ทราบ และศึกษาส่วนที่สำคัญโดยละเอียดที่หน่วยที่เข้าปฏิบัติการต้องนำไปใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ของหน่วย และเป็นการวัดสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือหรือขัดขวางการเข้าถึง การฟื้นคืนสภาพ (Recuperability) ค-3 การฟื้นคืนสภาพของเป้าหมายจะวัดด้วยเวลา กล่าวคือ การทดแทนกำลัง การซ่อม หรือ การอ้อมผ่าน การทำลาย หรือสร้างความเสียหายต่อเป้าหมายจะต้องใช้เวลานานเท่าใด การฟื้นคืนสภาพจะแปรผัน ไปตามแหล่งที่มา และชนิดขององค์ประกอบของเป้าหมาย และความสามารถในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอะไหล่ ความล่อแหลม (Vulnerability) ค-4 เป้าหมายมีความล่อแหลมเมื่อ ส่วนที่เข้าปฏิบัติการมีเครื่องมือ และมีความเชี่ยวชาญที่ จะทำการโจมตีเป้าหมายนั้นให้ประสบผลสำเร็จได้เมื่อพิจารณาถึงความล่อแหลมของเป้าหมาย มาตราวัดองค์ประกอบที่สำคัญจำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบกับขีดความสามารถของส่วนโจมตีที่จะ ทำลาย หรือสร้างความสูญเสียต่อเป้าหมาย ผลกระทบ (Effect) ค-5 ผลกระทบของการโจมตีเป้าหมายหนึ่งคือ การวัดความเป็นไปได้ของผลกระทบ ทางทหารทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางจิตวิทยา และทางสังคม ณ เป้าหมาย และพื้นที่ ห่างไกลออกไป ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการวัดความวิกฤติของของเป้าหมายชนิด และขนาดของผลกระทบที่ต้องการที่กำหนดไว้จะช่วยผู้วางแผนเลือกเป้าหมายและองค์ประกอบของ เป้าหมายเพื่อทำการโจมตี ผลกระทบในบริบทนี้จะเป็นการกำหนดผลกระทบที่มีนัยสำคัญทั้งหมดที่ อาจส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบของเป้าหมายที่เลือกไว้เมื่อทำการโจมตีไม่ว่าผลกระทบนั้นจะต้อง


135 การหรือไม่ต้องการก็ตาม ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา ส่วนนี้จะกำหนดผลกระทบต่อประชาชนใน พื้นที่ แต่ในปัจจุบันมีข้อพิจารณาที่กว้างขวางออกไป ความสามารถในการจดจำ (Recognizability) ค-6 ความสามารถในการจดจำของเป้าหมายหนึ่งคือ ระดับของเป้าหมายที่หน่วยที่เข้า ปฏิบัติการและส่วนปฏิบัติการข่าวกรองและเครื่องมือลาดตระเวนต่าง ๆ สามารถจดจำได้ภายใต้ สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สามารถมองเห็นได้ชัดหรือสภาพแวดล้อมที่มี ผลกระทบต่อการมองเห็นก็ตาม ฝนตก หิมะตก หรือหมอกปกคลุมพื้นดินอาจเป็นอุปสรรคต่อการ ตรวจการณ์ ส่วนของเส้นทางถนนที่มีพืชพันธ์ไม้และพื้นที่สูงข้างทางเบาบางจะช่วยให้มีสภาพที่ดี เยี่ยมทำให้ตรวจการณ์ได้ดี ระยะทาง ความสูง และฤดูกาลต้องนำมาพิจารณาด้วย ตาราง ค-1 เป็นตัวอย่างหนึ่งของตารางเครื่องมือ CARVER คุณค่า ความวิกฤติ ความสามารถ ในการเข้าถึง การฟื้นคืน สภาพ ความล่อแหลม ผลกระทบ ความสามารถ ในการจดจำ 5 การสูญเสียจะ ทำให้ภารกิจ หยุดชงัก เข้าถึงได้ง่าย ขาดการระวัง ป้องกัน การทดแทน กำลังทำได้ ยากยิ่ง และ ใช้เวลา ยาวนาน มีเครื่องมือและ ความเชี่ยวชาญ ในการโจมตี ชัดเจน มีผลเป็นที่ ชื่นชอบของ ประชาชน พลเรือน จดจำได้ง่ายจาก ทุกฝ่ายโดยไม่มี ความสับสน 4 การสูญเสียจะ ทำให้ลดขีด ความสามารถ ในการ ปฏิบัติการ เข้าถึงได้ง่าย จากภายนอก ยากต่อการ ทดแทน กำลังต้องใช้ เวลามาก (<1 ปี) มีเครื่องมือและ ความเชี่ยวชาญ ในการโจมตีที่ เป็น ไปได้ ผลเป็นที่ชื่น ชอบ ไม่มี ผลกระทบ ทางลบต่อ ประชาชน พลเรือน จดจำได้ง่ายจาก เกือบทุกฝ่าย โดยมีความ สับสนเล็กน้อย 3 การสูญเสียจะ ทำให้ลดขีด ความสามารถ สามารถเข้าถึง ได้ สามารถ ทดแทน กำลังได้ โดย อาจมีเครื่องมือ และความ เชี่ยวชาญในการ ผลเป็นที่ชื่น ชอบ มี ผลกระทบ จดจำได้เฉพาะ บางหน่วยที่ ได้รับการฝึกมา


136 ในการ ปฏิบัติการ ใช้เวลา น้อยลง (หลายเดือน) โจมตี ทางลบ บางอย่างต่อ ประชาชน พลเรือน ดี 2 การสูญเสียอาจ ทำให้ลดขีด ความสามารถ ในการ ปฏิบัติการ เข้าถึงได้ยาก ทดแทน กำลังได้ง่าย โดยใช้เวลา น้อย (หลาย สัปดาห์) มีขีด ความสามารถใน การโจมตีน้อย ไม่มีผลต่อ กำลังฝ่ายตรง ข้าม แต่มี ผลกระทบ ทางลบต่อพล เรือน ยากแก่การ จดจำ เป็นไปได้ ที่จะเกิดความ สับสน 1 การสูญเสียจะ ทำให้ลดขีด ความสามารถ ในการ ปฏิบัติการ เข้าถึงได้ยาก มาก ทดแทน กำลังได้ง่าย โดยใช้เวลา น้อย (หลาย วัน) มีขีด ความสามารถใน การโจมตี น้อยมาก ไม่เป็นที่ชื่น ชอบ มี ผลกระทบ ทางลบต่อพล เรือนแน่ชัด จดจำได้ยากยิ่ง ถ้าไม่ได้รับการ ชี้นำเพิ่มเติม ตารางที่ ค-1 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ CARVER เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์คุณค่าของ เป้าหมาย ให้ศึกษาได้จาก ATP 2-33.4 และ ATP 3-05.20 ตาราง ค-1 ตารางเครื่องมือแบบ CARVER


138 ผนวก ง ตัวอย่างแบบฟอร์ม และการรายงานเป้าหมาย ผลผลิตต่าง ๆ จากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายที่ได้พัฒนาขึ้นในระหว่างกระบวนการดำเนิน กรรมวิธีเป้าหมายเป็นเครื่องมือที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ผู้บังคับบัญชา คณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมาย หน่วยให้การสนับสนุน และหน่วยรับการสนับสนุนต่าง ๆ จะเป็นผู้ใช้ผลผลิตเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้หน่วยสามารถควบคุม และดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายให้มีความประสานสอดคล้องกันอย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลแบบฟอร์มต่าง ๆ ไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้แน่ชัด แต่ละหน่วยสามารถ พัฒนาเครื่องมือที่ใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับหน่วยของตนขึ้นมาใช้เองได้ปัจจัยที่จะนำมาใช้พิจารณาใน การพัฒนาแบบฟอร์มมีดังนี้ • ประเภท และระดับของการบังคับบัญชา • สภาวะแวดล้อมในการทำงาน • เครื่องมือที่มีอยู่ • ภารกิจ • ระเบียบปฏิบัติประจำ หากไม่คำนึงถึงแบบฟอร์มที่นำมาใช้ต้องดำเนินการตามหลักการ D3A ได้แก่ การตกลงใจ การค้นหา การโจมตี และการประเมินผล ผลผลิตต่าง ๆ จากการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมายสามารถที่ จะนำเสนอได้ในหลาย ๆ รูปแบบ รูปแบบต่าง ๆ ดังกล่าวอาจได้แก่ การนำเสนอด้วยวาจา เอกสารสิ่งพิมพ์ หรือนำเสนอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุประสงค์ของผนวกนี้คือ การให้ข้อมูลรายการแบบฟอร์มต่าง ๆ และข้อเพ่งเล็งเกี่ยวกับ ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกรรมวิธีเป้าหมาย และข้อมูลข่าวสารที่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการ ต้องการแบบฟอร์มต่าง ๆ อาจทำการคัดลอกไปใช้หรือปรับปรุงแก้ไขโดยคณะทำงานดำเนินกรรมวิธี เป้าหมายเพื่อสนับสนุนความต้องการของผู้บังคับบัญชา


139 บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HIGH-PAYOFF TARGET LIST) ง–1 บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า (HPTL) ในตาราง ง – 1 หน้า 134 เป็นตัวอย่างหนึ่งของ แบบฟอร์มพื้นฐานที่ได้อธิบายไว้แล้วในบทที่ 2 การปฏิบัติขั้นที่ 1 การโดดเดี่ยวหน่วยข้าศึก ลำดับความเร่งด่วน ประเภทเป้าหมาย เป้าหมายที่คุ้มค่า 1 การยิงสนับสนุน ปืนใหญ่ 2 การดำเนินกลยุทธ์ หน่วยลาดตระเวนข้าศึก 3 การควบคุม และการ บังคับบัญชา ส่วนปฏิบัติการของข้าศึก 4 การดำเนินกลยุทธ์ ผู้นำกลุ่มก่อความไม่สงบ 5 การดำเนินกลยุทธ์ ส่วนโจมตีด้วยระเบิดแสวง เครื่องหรือระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุบนรถยนต์/คาร์บอมบ์ ตารางที่ ง-1 (ตัวอย่าง) บัญชีเป้าหมายที่คุ้มค่า มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย (TARGET SELECTION STANDARDS) ง–2 มาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย (TSS) (ดูตัวอย่างแบบฟอร์มในตารางที่ ง–2 หน้า 117) โดยปกติแล้ว จะประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ ๆ ที่ได้จัดทำรายการไว้ในตารางมาตรฐานการคัดเลือก เป้าหมายหน่วยต่าง ๆ อาจพัฒนาแบบฟอร์มมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมายของตนขึ้นใช้เองก็ได้ • เป้าหมายที่คุ้มค่า (HPT) ในช่องนี้หมายถึงเป้าหมายที่คุ้มค่าที่กำหนดขึ้น โดยมอบกิจให้ผู้ที่มีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารดำเนินการเพื่อให้ได้มา


140 • ความทันเวลา เป้าหมายต่าง ๆ ที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว จะต้องรายงานให้ ระบบอาวุธที่ทำการโจมตีทราบภายในเกณฑ์เวลาที่กำหนดไว้ • ความถูกต้อง เป้าหมายต่าง ๆ ที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว จะต้องรายงานไปยัง ระบบอาวุธตามเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของที่ตั้งเป้าหมายที่ระบบอาวุธนั้นต้องการ เกณฑ์ดังกล่าวจะ กำหนดความคลาดเคลื่อนของที่ตั้งเป้าหมายให้น้อยที่สุด โดยพิจารณาจากขีดความสามารถของระบบ อาวุธที่มีอยู่ เป้าหมายที่คุ้มค่า ความทันเวลา ความถูกต้อง กองรักษาด่านรบ 3 ชม. 200 ม. RISTA 30 นาที 150 ม. กองร้อยจรวด 30 นาที 100 ม. ฐานยิงอาวุธนำวิถี 30 นาที 100 ม. ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 15 นาที 100 ม. ที่บัญชาการ 3 ชม. 200 ม. ตำบลพักคอยกระสุน 6 ชม. 200 กม. กำลังฝ่ายข้าศึก 1 ชม. 1 ม. หมายเหตุ RISTA : การลาดตระเวน การข่าวกรอง การเฝ้าตรวจสนามรบ และการค้นหาเป้าหมาย ตาราง ง-2 (ตัวอย่าง) ตารางมาตรฐานการคัดเลือกเป้าหมาย ตารางคำแนะนำในการโจมตี(ATTACK GUIDANCE MATRIX) ง-3 ตารางคำแนะนำในการโจมตี (AGM) ตามตัวอย่างในตาราง ง-3 หน้า 118 จะให้ คำแนะนำว่า เป้าหมายที่คุ้มค่าใดควรจะทำการโจมตีและควรทำการโจมดีเมื่อใดและด้วยวิธีการใด


Click to View FlipBook Version