ชุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
สงวนลขิ สิทธ์ิ
นางสาวสัทธา สืบดา
ศึกษานิเทศก์ชานาญการพเิ ศษ
ส่งเสริมนิสัยรักการ
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๒ มาตรา ๖ กาหนดวา่ การจดั
การศึกษาเพ่ือพฒั นาคนไทยให้เป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้งั ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความรู้ มี
คุณธรรม จริยธรรมและวฒั นธรรมในการดารงชีวติ สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข ซ่ึง
ตอ้ งอาศยั ความร่วมมือจากทุกฝ่ าย ท้งั ครูผูส้ อน ผูป้ กครองอยา่ งใกลช้ ิด จากสังคมปัจจุบนั กาลงั
ประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย ท้งั ดา้ นขอ้ มูลข่าวสารท่ีมีหลากหลาย ดา้ นเทคโนโลยีท่ีทนั สมยั
ส่งผลกระทบต่อการดารงชีวติ ของผคู้ นจานวนมาก โดยเฉพาะนกั เรียนซ่ึงกาลงั เป็นอนาคตท่ีสาคญั
ของชาติ จาเป็ นตอ้ งไดร้ ับการดูแลอยา่ งใกลช้ ิด โดยเฉพาะเร่ืองการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ซ่ึงจะ
ส่งผลต่อการพฒั นาความรู้ความเขา้ ใจเพื่อใหส้ ามารถพฒั นาตนเองให้อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ รวบรวมเอกสารงานวจิ ยั
และวาดภาพประกอบเพ่ือให้ง่ายต่อความเขา้ ใจ ท้งั น้ีจดั ทาข้ึนเพื่อเป็ นแนวทางให้ครูผูส้ อนนาไป
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ซ่ึงมีเน้ือหา จานวน ๔ ชุด ไดแ้ ก่ ชุดท่ี ๑
เล่าขานประสานการอ่าน ชุดที่ ๒ สืบสานส่งเสริม ชุดที่ ๓ เสริมเติมต่อกิจกรรม ซ่ึงเน้ือหาใน
ชุดน้ีเป็ นกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน จานวน ๓๐ กิจกรรม โดยแยกเป็ น กิจกรรมหลัก
จานวน ๕ กิจกรรม และกิจกรรมเสนอแนะ จานวน ๒๕ กิจกรรม และชุดที่ ๔ อ่านสร้างสุข
สนุกกบั การปฏิบตั ิ เป็ นแนวทางในการดาเนินงานของโรงเรียนในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
ใหก้ บั นกั เรียน
การจดั ทาเอกสารเล่มน้ีไดร้ ับความอนุเคราะห์จากผเู้ ชี่ยวชาญหลายท่าน ผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งและพี่
น้องศึกษานิเทศก์ หวงั เป็ นอยา่ งย่ิงวา่ ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านจะเป็ นประโยชน์กบั ครู
และผูเ้ ก่ียวขอ้ ง ในการเสริมสร้างและปลูกฝังให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านได้ตามศกั ยภาพ และ
ความตอ้ งการความสนใจของนกั เรียนซ่ึงจะเกิดประโยชนส์ ูงสุดต่อคุณภาพชีวติ ของนกั เรียนตอ่ ไป
สัทธา สืบดา
ก
หนา้
คานา ..................................................................................................................................... ก
สารบญั .................................................................................................................................. ข
วตั ถุประสงค์ ......................................................................................................................... ง
คาช้ีแจง ................................................................................................................................. จ
บทท่ี ๑ เล่าขานประสานการอ่าน .......................................................................................... ๑
บทท่ี ๒ สืบสานส่งเสริม ....................................................................................................... ๑๘
บทที่ ๓ เสริมเติมต่อกิจกรรม ................................................................................................ ๓๗
ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม ......................................................................................................... ๓๙
กิจกรรมหลกั ............................................................................................................ ๔๐
วางทุกงานอ่านทุกคน ............................................................................................ ๔๑
ทอ่ งใหค้ ิดสะกิดใหจ้ า ........................................................................................... ๕๒
สารานุกรมอุดมปัญญา .......................................................................................... ๕๗
ยอดนกั อา่ น ........................................................................................................... ๖๓
สปั ดาห์รักการอ่าน ................................................................................................ ๖๖
กิจกรรมเสนอแนะ .................................................................................................... ๗๐
ภาษาไทยวนั ละคา ................................................................................................. ๗๑
การจดั นิทรรศการหนงั สือ .................................................................................... ๗๕
พาเหรดหนงั สือ .................................................................................................... ๘๑
บอกเล่าเกา้ สิบ ....................................................................................................... ๘๔
อา่ นใหฟ้ ัง ............................................................................................................... ๘๘
บดั ด้ีคูซ่ ้ืการอ่าน ..................................................................................................... ๙๓
หรรษากบั หนงั สือเล่มเล็ก ...................................................................................... ๙๘
เล่านิทานพาเพลิน ................................................................................................ ๑๐๖
หอ้ งสมุดเคลื่อนที่ ................................................................................................. ๑๑๔
ตน้ ไมพ้ ดู ได้ .......................................................................................................... ๑๑๙
คนตน้ แบบขวญั ใจนกั อา่ น ................................................................................... ๑๒๔
ข
หนา้
หนงั สือในดวงใน ................................................................................................. ๑๓๐
ออมสินนกั อา่ น .................................................................................................... ๑๓๔
แฟ้มการอ่าน ....................................................................................................... ๑๔๐
เวทีคนเก่ง ........................................................................................................... ๑๔๔
รวมพลงั โตว้ าที ................................................................................................... ๑๕๑
พีอ่ า่ นคล่องนอ้ งฟังเพลิน .................................................................................... ๑๕๖
แขง่ ขนั เล่าเรื่อง ................................................................................................... ๑๖๓
คาถามหลายคาตอบ ............................................................................................ ๑๖๗
จุดประกายความคิด ............................................................................................ ๑๗๒
เสียงเพลงบรรเลงภาพ ......................................................................................... ๑๗๙
HELLO อาเซียน .................................................................................................. ๑๘๖
อ่านสร้างสุขดว้ ยความพอเพยี ง ............................................................................ ๑๙๗
Reading Rally ..................................................................................................... ๒๐๓
ค่ายรักการอ่าน ...................................................................................................... ๒๐๘
บทที่ ๔ อ่านสร้างสุขสนุกกบั การปฏิบตั ิ ............................................................................. ๒๑๘
บรรณานุกรม ........................................................................................................................ ๒๒๔
ค
การสร้างชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน มีวตั ถุประสงค์ ดงั น้ี
๑. เพือ่ ใหค้ รูผสู้ อนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๖ ใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั กิจกรรม
เพื่อพฒั นาทกั ษะการอ่านของนกั เรียน และใชป้ ระโยชน์ในการศึกษาคน้ ควา้ และอา้ งอิง
๒. เพ่ือใหโ้ รงเรียนนาชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ไปใชจ้ ดั กิจกรรมส่งเสริม
นิสัยรักการอ่านในโรงเรียน
๓. เพ่ือเสนอแนะกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ที่มุง่ ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม
และเกิดทกั ษะดา้ นการอ่าน การเขียนอยา่ งถูกวธิ ี
๔. เพ่อื ใหค้ รูผสู้ อนมีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๕. เพอ่ื ให้นกั เรียนมีทกั ษะดา้ นการอา่ นดีข้ึน สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ประจาวนั ได้
๖. เพอื่ ใหผ้ ทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง หรือผสู้ นใจใชเ้ ป็นคู่มือสาหรับศึกษาคน้ ควา้ นาความรู้ต่างๆ
ท่ีไดร้ ับไปใชป้ ระโยชน์ในการพฒั นาคุณภาพนกั เรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
หรือวางแผนในการพฒั นาการศึกษาในกิจกรรมอ่ืนๆ
ง
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น เป็นเอกสารสาหรับครูใชเ้ ป็นแนวทางในการ
จดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน โดยแบ่งเน้ือหา ออกเป็น ๔ ชุด มีรายละเอียดดงั น้ี
ชุดท่ี ๑ เล่าขานประสานการอ่าน เน้ือหาในชุดน้ีกล่าวถึง ความสาคญั ของการอ่าน วสิ ัยทศั น์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สมรรถนะสาคญั ของผเู้รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เรียนรู้อะไรใน
ภาษาไทย สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ คุณภาพผเู้รียน องคป์ ระกอบของการอ่าน จุดมุ่งหมายของการ
อา่ น และคุณสมบตั ิของนกั อ่านที่ดี ซ่ึงเป็นความรู้พ้นื ฐานเพื่อสร้างความตระหนกั ในการพฒั นาการ
อา่ นใหแ้ ก่นกั เรียน
ชุดท่ี ๒ สืบสานส่งเสริม เน้ือหาในชุดน้ีกล่าวถึง แนวคิดในการส่งเสริมนิสัย
รักการอา่ น ขอ้ เสนอแนะในการจดั กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การสร้างนิสยั รักการอ่าน องคก์ รที่
เก่ียวขอ้ งกบั การจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน บทบาทของครูกบั การส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น
ข้นั ตอนในการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น และวธิ ีการในการเลือก และจดั กิจกรรม
ส่งเสริมนิสยั รักการอ่านใหก้ บั เด็ก
ชุดที่ ๓ เสริมเตมิ ต่อกจิ กรรม เน้ือหาในชุดน้ีเป็นกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น
จานวน ๓๐ กิจกรรม โดยแยกเป็น กิจกรรมหลกั จานวน ๕ กิจกรรม และกิจกรรมเสนอแนะ
จานวน ๒๕ กิจกรรม ซ่ึงในแตล่ ะกิจกรรมจะมีรายละเอียด ดงั น้ี ๑) แนวคิด ๒) จุดมุ่งหมาย
๓) สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๔) วิธีดาเนินกิจกรรม ๕) การติดตามประเมินผล ๖) ขอ้ เสนอแนะ และ
๗) เครื่องมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลผลการดาเนินการ เช่น แบบบนั ทึก แบบสงั เกต ใบกิจกรรม
ชุดท่ี ๔ อ่านสร้างสุขสนุกกับการปฏิบัติ เป็นแนวทางในการดาเนินงานของโรงเรียนใน
การส่งเสริมนิสัยรักการอา่ นใหก้ บั นกั เรียน
จ
ความสาคญั ของการอา่ น
ภาษาไทยเป็นเอกลกั ษณ์ของชาติ เป็นสมบตั ิทางวฒั นธรรม อนั ก่อให้เกิดความเป็ น
เอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติใหม้ ีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการ
ติดต่อส่ือสาร เพ่อื สร้างความเขา้ ใจและความสมั พนั ธ์ที่ดีต่อกนั ทาใหส้ ามารถประกอบกิจธุระ
การงาน และดารงชีวติ ร่วมกนั ในสังคมประชาธิปไตยไดอ้ ยา่ งสนั ติสุข และเป็นเคร่ืองมือ ในการ
แสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศต่าง ๆ เพ่ือพฒั นาความรู้ กระบวนการ
คิดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และสร้างสรรคใ์ หท้ นั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทางสงั คม และความกา้ วหนา้ ทาง
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใชใ้ นการพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมน่ั คงทางเศรษฐกิจ
นอกจากน้ียงั เป็ นส่ือแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็น
สมบตั ิล้าคา่ ควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานใหค้ งอยคู่ ูช่ าติไทยตลอดไป ซ่ึงใน
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔ : ปฐมบท) ไดก้ ล่าวถึง
หลกั การสาคญั ในการพฒั นาประเทศ ใหบ้ รรลุเป้าหมายในระยะ ๕ ปี โดยยดึ “คนเป็ นศูนยก์ ลาง
การพฒั นา” มุ่งสร้างคุณภาพชีวติ และสุขภาวะท่ีดีสาหรับคนไทยพฒั นาคนใหม้ ีความเป็นคนท่ี
สมบูรณ์มีวนิ ยั ใฝ่ รู้ มีความรู้ มีทกั ษะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทศั นคติท่ีดีรับผดิ ชอบต่อสังคม
มีจริยธรรมและคุณธรรม พฒั นาคนทุกช่วงวยั และเตรียมความพร้อมเขา้ สู่สังคมผสู้ ูงอายอุ ยา่ งมี
คุณภาพ รวมถึงการสร้างคนใหใ้ ชป้ ระโยชน์และอยกู่ บั ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งเก้ือกลู อนุรักษฟ์ ้ื นฟู
ใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งเหมาะสม (http://www.nesdb.go.th :
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒)
องคก์ ารสหประชาชาติไดเ้ สนอใหป้ ระเทศสมาชิกทุกประเทศช่วยกนั รณรงคใ์ หท้ ุกคน
ในโลกอา่ นหนงั สือใหไ้ ดท้ ้งั หมด ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เพราะตระหนกั ถึงความสาคญั ของการอา่ น
ผทู้ ่ีอา่ นหนงั สือไม่ออกมกั จะเสียเปรียบกลายเป็นคนลา้ หลงั ไม่ทนั โลก ไมท่ นั เหตุการณ์ อาจจะ
ถูกหลอก เสียรู้ไดง้ ่าย และไม่เช่ือมน่ั ตนเอง ไมม่ ีความสุขในการเขา้ สังคม ท้งั น้ีประเทศที่เจริญ
แลว้ จานวนประชากรที่อา่ นออกเขียนไดจ้ ะมีมาก ในชีวติ ประจาวนั เราตอ้ งอาศยั การอา่ นเพ่ือ
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๒
การดารงชีวติ แทบทุกเร่ืองราว เช่นอ่านเคร่ืองมือเคร่ืองใชใ้ นการทางาน อา่ นรายละเอียดสินคา้
อุปโภคบริโภค ตลอดจนยารักษาโรค เป็ นตน้ การไปติดต่อหน่วยงานราชการต่างๆ ซ่ึงจาเป็นตอ้ ง
อ่านหนงั สือออกจึงจะช่วยเหลือตนเองได้ (อจั ฉรา ประดิษฐ์ ๒๕๕๐ : ๑๙)
การอ่านเป็นรากฐานสาคญั ของการศึกษา เพราะทาให้นกั เรียนไดเ้ รียนรู้สิ่งตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็วกวา้ งขวางยงิ่ ข้ึน เนื่องจากการเรียนวชิ าตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็นในห้อง หรือนอกหอ้ งเรียน
ลว้ นแต่ใชก้ ารอา่ นเป็ นส่ือในการเรียนรู้ท้งั สิ้น กิจกรรมในสถานศึกษา ๘๐ – ๙๐ % ตอ้ งอาศยั การ
อ่าน ผเู้ รียนจะตอ้ งมีความสามารถในการอา่ น จึงจะสามารถร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนไดเ้ ป็น
อยา่ งดี การอ่านทาใหผ้ เู้ รียนมีความคิดกวา้ งขวางข้ึน การอ่านหนงั สือเพยี งอยา่ งเดียวก็สามารถ
ทาใหผ้ เู้ รียนคิดไปตามลาดบั ข้นั ได้
นอกจากน้ีการอา่ นเป็นพ้ืนฐานที่สาคญั ยงิ่ ของการเรียนรู้ และการพฒั นาสติปัญญา และ
การอ่านยงั มีความสัมพนั ธ์โดยตรงกบั การศึกษา เพราะการอ่านคือแบบแห่งความรู้ การศึกษา
ทุกอยา่ งตอ้ งอาศยั การอ่าน สภาพปัจจุบนั ในชีวิตจริงตอ้ งใชก้ ารอา่ นจึงจะอยใู่ นสงั คมอยา่ งมีความ
ทดั เทียม ดว้ ยเหตุน้ีใน พ.ศ. ๒๕๒๕ องคก์ ารศึกษา วทิ ยาศาสตร์และวฒั นธรรมแห่ง
สหประชาชาติ ไดจ้ ดั ประชุมแห่งโลกวา่ ดว้ ยหนงั สือ (World
Congress on Book) ณ กรุงลอนดอน ท่ีประชุม
พจิ ารณาวา่ การอ่านมีความสาคญั ยงิ่ ยวด เพราะหนงั สือ
เป็นเครื่องมือถ่ายทอดวชิ าการ ส่งเสริมการคน้ ควา้ ทาง
วทิ ยาศาสตร์ และมีคุณค่าทางวฒั นธรรม ช่วยพฒั นาคน
และพฒั นาสังคม สร้างความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งบุคคล
แตล่ ะชาติและระหวา่ งชาติ เสริมพลงั แห่งปรารถนาสนั ติภาพข้ึนในใจคน ท่ีประชุมจึงได้
ประกาศปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยการสร้างสังคมการอา่ นหนงั สือข้ึนเรียกวา่ London Declaration
Towards a Reading Society” เชิญชวนให้รัฐสมาชิกช่วยกนั เสริมสร้างสังคม ซ่ึงไม่เพียง
ประกอบดว้ ยประชากรท่ีอา่ นออกเขียนไดเ้ ท่าน้นั หากประกอบดว้ ยประชากรท่ีอา่ นหนงั สือเป็น
นิสยั ทว่ั ทุกคน
สาหรับประเทศไทยน้นั รัฐบาลไดต้ ระหนกั ถึงความสาคญั ของการอ่านและการปลูกฝังนิสัย
รักการอ่านแก่เยาวชน จึงมีมติเห็นชอบสนบั สนุนการดาเนินงานดา้ นการศึกษาของประเทศไทย
กระทรวงศึกษาธิการไดเ้ ห็นความสาคญั และความจาเป็ นของการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านหนงั สือ
จึงนาเสนอคณะรัฐมนตรีใหก้ าหนดวนั ที่ ๒ เมษายน ของทุกปี เป็น “วนั หนงั สือแห่งชาติ”
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๓
และเน่ืองจากวนั ท่ี ๒ เมษายน ตรงกบั วนั
คลา้ ยวนั พระราชสมภพของสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ผทู้ รง
สนพระราชหฤทยั ดา้ นการส่งเสริมการอ่าน
แก่เดก็ และเยาวชนตลอดมา และวนั ท่ี ๒
เมษายนยงั เป็นวนั หนงั สือสากลอีกดว้ ย
จึงเป็นนิมิตหมายอนั ดียงิ่ ในการรณรงคส์ ่งเสริม
การอา่ นและพฒั นาหนงั สือเด็ก หลงั จากน้นั
กระทรวงศึกษาธิการไดด้ าเนินการ
เร่ืองการส่งเสริมนิสัยรักการอา่ นมาอยา่ งต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๔๙ จดั ทา
เป็นแผนเพ่อื ส่งเสริมสนบั สนุนการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่านสู่เด็ก เยาวชน และ
ประชาชนทวั่ ไป เพื่อมุ่งสร้างพ้ืนฐานค่านิยมท่ีดีตอ่ การอา่ น เพราะผทู้ ่ีอ่านไมอ่ อกมกั จะเป็นผทู้ ่ีขาด
ความเชื่อมน่ั ไมก่ ลา้ แสดงออก ไมช่ อบเขา้ สังคม และมกั จะเป็นผเู้ สียเปรียบในดา้ นการดารงชีวติ
ทางสงั คม ในชีวติ ประจาวนั ของเราน้นั ตอ้ งอาศยั การอ่านเพื่อการดาเนินชีวติ การอา่ นแทรกอยใู่ น
กิจกรรมทุกประเภท ทุกแห่ง ในการส่ือสารในชีวติ ประจาวนั ตอ้ งอาศยั การอ่าน เพ่ือความเขา้ ใจ
จะเห็นไดว้ า่ ชีวติ ของคนเราน้นั ตอ้ งผกู พนั อยกู่ บั การอา่ นการเขียนท้งั สิ้น (สมาคมผจู้ ดั พิมพแ์ ละ
จาหน่ายหนงั สือแห่งประเทศไทย ๒๕๕๑ : ๒)
นอกจากน้ีสานกั งานสถิติแห่งชาติ (๒๕๔๙) ไดศ้ ึกษาการอา่ นหนงั สือของคนไทยโดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พอ่ื นาเสนอพฤติกรรมการอ่านหนงั สือของประชากรในแตล่ ะวยั คือ วยั เดก็
(อายุ ๖-๑๔ ปี ) วยั รุ่น (อายุ ๑๕-๒๔ ปี ) วยั ทางาน (อายุ ๒๕-๕๙ ปี ) และผสู้ ูงอายุ (อายุ ๖๐ ปี ข้ึนไป)
โดยใชข้ อ้ มูลจากการสารวจพฤติกรรมการอา่ นหนงั สือของประชากรปี พ.ศ.๒๕๔๖ และคร้ัง
สุดทา้ ยเม่ือปี พ.ศ.๒๕๔๘ พบประเดน็ ท่ีสาคญั
เกี่ยวกบั การอ่านหลายประการ คือประชากรมี
แนวโนม้ อา่ นหนงั สือเพมิ่ ข้ึน จากร้อยละ ๖๑.๒
ในปี ๒๕๔๖ เพ่มิ ข้ึนเป็นร้อยละ ๖๙.๑
ในปี ๒๕๔๘ ผชู้ ายอ่านหนงั สือมากกวา่ ผหู้ ญิงแต่
ผหู้ ญิงมีอตั ราการเพิ่มของการอ่านหนงั สือมากกวา่ ผชู้ าย
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๔
นอกจากน้ีเดก็ รุ่นใหม่ จะสามารถใชอ้ อนไลนบ์ ุค๊ ส์ในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นแหล่งคน้ ควา้
หาความรู้ได้ แตก่ ็ยงั คงทดแทนหนงั สือที่เราอา่ นกนั อยเู่ ป็ นประจาไดย้ ากและเป็นท่ียอมรับกนั วา่
สถานท่ีที่คนส่วนใหญไ่ ดร้ ับความสะดวกจากการอา่ นหนงั สือคือ B-Bed (บนเตียงนอน), B-Bus
(ในรถเมล)์ และ B-Bathroom (ในห้องน้า) ซ่ึงแตล่ ะคนจะสามารถปรับตวั กบั การอา่ นหนงั สือได้
ในสภาวะแวดลอ้ มตา่ ง ๆ กนั ไม่วา่ แสงสวา่ งจะมากหรือนอ้ ย ในรถเมล์ รถไฟ หรือในเคร่ืองบิน
รวมถึงหอ้ งท่ีมีเสียงดงั หรือสวนสาธารณะที่สงบเงียบ ข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องการอา่ นเป็ น
สาคญั (ฝ่ ายวชิ าการบิสคิต ๒๕๔๘ : ๑๔๔)
การสนบั สนุน และส่งเสริมการอา่ นไม่ไดเ้ ป็นหนา้ ท่ี
ของหน่วยงานใดหน่วยงานหน่ึง แต่คนไทยทุกคนควรร่วมกนั
รณรงค์ และพฒั นาการอ่านหนงั สือของประชากรท้งั ประเทศอยา่ ง
เอาจริงเอาจงั ไม่วา่ จะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน
รวมถึงบุคลากรชุมชนตา่ ง ๆ และสมาชิกในทุกๆ ครอบครัว ในปี
๒๕๕๑ รัฐบาลไดป้ ระกาศ “การอ่านหนงั สือเป็ นระเบียบวาระ
แห่งชาติ” ที่ทุกฝ่ ายจะตอ้ งใหค้ วามสาคญั ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวคิด
ของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวโุ ส ซ่ึงไดก้ ล่าวในการประชุม
ระดมความคิดเห็นเร่ือง “ยทุ ธศาสตร์การเสริมสร้างปัญญาดว้ ย
การอา่ น” ที่เมืองทองธานี เม่ือวนั ท่ี ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ วา่ “ขณะน้ีปัญหาทางสังคม และ
การเมืองซบั ซอ้ นมาก เราตอ้ งนาการอ่านหนงั สือมาช่วยแกป้ ัญหา ซ่ึงฟังดูอาจไม่เกี่ยวกนั แต่
ประชาชนมีนิสัยรักการอา่ น โดยรู้จกั อา่ นเอาเร่ืองและเขา้ ใจ ปัญหาท่ีซบั ซอ้ นก็จะคลี่คลายได้
ดงั น้นั เราตอ้ งเร่งสร้างนิสัยรักการอ่านอยา่ งเร่งด่วน เร่ิมจากภาครัฐจะตอ้ งหาหนงั สือดีๆ เขา้
หอ้ งสมุดชุมชนใหไ้ ดอ้ ยา่ งนอ้ ย ๗-๘ หม่ืนเล่มโดยหางบประมาณจากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ส่วนฝ่ ายการเมืองจะตอ้ งชูนโยบายมาตรการการเงินการคลงั เพอื่ สงั คม อยา่ หลงชูแต่นโยบายทาง
เศรษฐกิจ เพราะปัญหาเศรษฐกิจจะคลี่คลายไดเ้ มื่อสงั คมดี นอกจากน้ีตอ้ งดูแลการบริหารจดั การ
หนงั สือ โดยเฉพาะหนงั สือในหอ้ งสมุดตอ้ งป้องกนั การทุจริตคอรัปชน่ั ใหค้ รอบครัวมาช่วยสร้าง
นิสยั รักการอา่ นต้งั แต่วยั แรกเกิด ตอ้ งทาให้เด็กอา่ นหนงั สือแลว้ รู้สึกสนุก ไมใ่ ช่การบงั คบั อ่าน
เนน้ อา่ นวเิ คราะห์ อ่านเอาเรื่อง รวมท้งั จดั ประกวดการอ่าน และควรสร้างสัญลกั ษณ์การอา่ นโดย
ใหศ้ ิลปิ นมาเป็นตน้ แบบการอ่านหนงั สือ ซ่ึงการสร้างนิสัยรักการอา่ นตอ้ งร่วมมือกนั เป็นภาคี”
(เดลินิวส์ออนไลน์ ๒๕๕๐)
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๕
แต่อยา่ งไรก็ตามการเรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่องตลอดชีวติ จะเกิดข้ึนไดจ้ าเป็ นตอ้ งสร้างนิสัย
รักการอ่านและเน่ืองจากการอ่านเป็ นทกั ษะท่ีไม่ไดเ้ กิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ตอ้ งมีการปลูกฝังและ
ฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสยั ดงั น้นั การสร้างนิสยั รักการอ่านใหเ้ กิดข้ึนในตวั ผูเ้ รียนจึงเป็นหนา้ ท่ี ของ
ทุกคนไม่วา่ จะเป็น พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครูและชุมชน ท่ีจะช่วยกนั ส่งเสริมสนบั สนุน เพื่อใหผ้ เู้ รียน
เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมีนิสัยรักการอ่านที่ยง่ั ยนื โดยการปลูกฝังนิสยั รักการอ่าน
ควรนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านเป็นเครื่องช้ีนาใหเ้ ยาวชนรักการอา่ น และจาเป็นตอ้ งทากนั ต้งั แตย่ งั
เดก็ และเมื่อเจริญวยั ข้ึนมาก็ยงั ตอ้ งพยายามรักษานิสัยท่ีดีน้นั ไว้
เพอื่ จะไดเ้ ป็ นนกั อ่านท่ีมีความสามารถตอ่ ไป
โดยการส่งเสริมนิสัยรัก การอ่านจะตอ้ งกระทา
อยา่ งตอ่ เน่ืองและสม่าเสมอ
(ฉววี รรณ คูหาภินนั ท์ ๒๕๔๒ : ๑๒๐)
การส่งเสริมยงั ตอ้ งทาเป็นข้นั ตอน
อยา่ งต่อเน่ือง จากเดก็ เลก็ มาสู่เดก็ ระดบั
ประถมศึกษาซ่ึง ไพพรรณ อินทนิล
(๒๕๔๖ : ๑๐๐) ไดก้ ล่าวไวว้ า่ เมื่อเด็กอ่าน
หนงั สือออกแลว้ ควรจะมีข้นั ตอนการส่งเสริมอยา่ งต่อเนื่องไป
เพ่อื ใหเ้ ดก็ มีนิสยั รักการอา่ นตลอดชีวิต ลกั ษณะของผทู้ ี่มีนิสยั
รักการอา่ นคือ ชอบอ่านหนงั สือมาก อ่านไดท้ ุกคร้ังท่ีมีโอกาส และติด
หนงั สือ ตอ้ งอา่ นทุกวนั ถา้ ไม่ไดอ้ ่านจะรู้สึกเหมือนทากิจวตั รประจาวนั ไมค่ รบถว้ น ผูท้ ี่มีบทบาท
ในการส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ไดแ้ ก่ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครู และบรรณารักษ์
สอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบบั แกไ้ ขเพิ่มเติม
๒๕๔๕) ไดก้ ล่าวถึง ความเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธ์กนั ระหวา่ งการศึกษา
กระบวนการเรียนรู้และการอ่านใน มาตรา ๔ มาตรา ๒๔ (๓)
และ (๕) โดยในมาตรา ๔ กล่าวไวว้ า่ การศึกษา หมายความวา่
กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและ
สังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสาน
ทางวฒั นธรรม การสร้างสรรคจ์ รรโลงความกา้ วหนา้ ทางวิชาการ การ
สร้างองคค์ วามรู้อนั เกิดจากการจดั สภาพแวดลอ้ ม สงั คม และปัจจยั เก้ือหนุนใหบ้ ุคคล
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๖
เรียนรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิต และในมาตรา ๒๔ (๓) และ (๕) ไดร้ ะบุไวว้ า่ การจดั กระบวนการ
เรียนรู้ใหส้ ถานศึกษาและหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งจดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนรักการอา่ น และเกิดการใฝ่ รู้
อยา่ งต่อเน่ือง รวมท้งั ส่งเสริมสนบั สนุน ใหผ้ สู้ อนสามารถจดั บรรยากาศ สภาพแวดลอ้ ม ส่ือการ
เรียนและอานวยความสะดวก เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้ (กระทรวงศึกษา :
๒๕๔๖) ดงั ในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ี
คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ซ่ึงการพฒั นาผเู้ รียนใหบ้ รรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดน้นั จะ
ช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ไดก้ าหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซ่ึงภาษาไทยเป็นทกั ษะท่ีตอ้ งฝึ กฝนจนเกิดความชานาญในการใชภ้ าษา
เพ่ือการสื่อสารการเรียนรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ และเพ่ือไปใชใ้ นชีวติ จริง ใน ๕ สาระการเรียนรู้
ไดแ้ ก่สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู สาระท่ี ๔
หลกั การใชภ้ าษาไทย และสาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม เป็ นตน้
วสิ ัยทศั นก์ ลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ภาษาไทยเป็นเครื่องมือของคนในชาติ เพื่อการสื่อสารทาความเขา้ ใจกนั และใชภ้ าษาไทย
ในการประกอบกิจการงานท้งั ส่วน ครอบครัว กิจกรรมทางสงั คมและประเทศชาติเป็ นเคร่ืองมือ
การเรียนรู้ การบนั ทึกเรื่องราวจากอดีตถึงปัจจุบนั และเป็นวฒั นธรรมของชาติ ดงั น้นั การเรียน
ภาษาไทย จึงตอ้ งเรียนรู้ต่อเพ่ือใหเ้ กิดทกั ษะอยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั การส่ือสาร เป็นเคร่ืองมือใน
การเรียนรู้ แสวงหาความชื่นชม ซาบซ้ึง และภูมิใจในภาษาไทย โดยเฉพาะคุณคา่ ของวรรณคดี และ
ภูมิปัญญาทางภาษาของบรรพบุรุษที่ไดส้ ร้างสรรคไ์ ว้ อนั เป็นส่วนเสริมความงดงามในชีวติ
การเรียนรู้ภาษาไทยยอ่ มเกี่ยวกบั ความคิดของมนุษย์ เพราะภาษาเป็นส่ือของความคิด
การเรียนรู้ภาษาไทยจึงตอ้ งส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนไดค้ ิดอยา่ งสร้างสรรค์ คิดวพิ ากษว์ จิ ารณ์ คิดตดั สินใจ
แกป้ ัญหา และวนิ ิจฉยั อยา่ งมีเหตุผล ใชใ้ นทางสร้างสรรค์ และใชภ้ าษาอยา่ งสละสลวยงดงาม ยอ่ ม
สร้างเสริมบุคลิกของผใู้ ชภ้ าษาให้เกิดความน่าเชื่อถือดว้ ย
ภาษาไทยเป็นทกั ษะที่ตอ้ งฝึกฝนจนเกิดความชานาญในการใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสาร การอ่าน
และการฟังเป็นทกั ษะของการรับรู้เร่ืองราว ความรู้และประสบการณ์ ส่วนการพูดและการเขียนเป็น
ทกั ษะของการการแสดงออกดว้ ยความคิดและความเห็น ความรู้และประสบการณ์การเรียน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๗
ภาษาไทยจึงตอ้ งเรียนเพื่อการส่ือสารใหส้ ามารถรับรู้ขอ้ มูลขา่ วสารไดอ้ ยา่ งพนิ ิจพิเคราะห์ สามารถ
เลือกใชค้ า เรียบเรียงความคิด ความรู้ และใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งตามกฎเกณฑ์ ไดต้ รงตามความหมาย
และถูกตอ้ งตามกาลเทศะ บุคคล และมีประสิทธิภาพ
ภาษาไทยมีส่วนที่เป็นเน้ือหาสาระ ไดแ้ ก่ กฎเกณฑท์ างภาษา ซ่ึงผใู้ ชภ้ าษาจะตอ้ งรู้และใช้
ภาษาใหถ้ ูกตอ้ ง นอกจากน้นั วรรณคดีและวรรณกรรม ตลอดจนบทร้องเล่นของเดก็ เพลงกล่อมเด็ก
ปริศนาคาทาย เพลงพ้ืนบา้ น เป็นส่วนหน่ึงของวฒั นธรรมซ่ึงมีคุณคา่ การเรียนภาษาไทยจึงตอ้ งมี
วรรณคดี วรรณกรรม ภูมิปัญญาทางภาษาที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด คา่ นิยม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เรื่องราวของสงั คมในอดีต และความงดงามของภาษาในบทประพนั ธ์ท้งั ร้อยแกว้ และร้อย
กรองประเภทตา่ งๆ เพ่ือใหเ้ กิดความซาบซ้ึง และความภาคภูมิใจในสิ่งท่ีบรรพบุรุษไดส้ ่งั สม และ
สืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๘
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ ล่าวถึงสมรรถนะสาคญั
ของผเู้ รียน ไวด้ งั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวฒั นธรรมใน
การใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเองเพือ่ แลกเปลี่ยน
ขอ้ มูลข่าวสาร และประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การ
เจรจาต่อรองเพ่ือขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ตา่ งๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ย
หลกั เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ธิ ีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึง
ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสงั เคราะห์
การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคิดเป็ นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้าง
องคค์ วามรู้หรือสารสนเทศเพอ่ื การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เขา้ ใจ
ความสมั พนั ธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้
มาใชใ้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการตดั สินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคานึงถึงผลกระทบท่ี
เกิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ เป็ นความสามารถในการนากระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้
ในการดาเนินชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งตอ่ เน่ือง การทางาน และการอยู่
ร่วมกนั ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การปัญหาและความ
ขดั แยง้ ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ใหท้ นั กบั การเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม
และการรู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่ืน
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็ นความสามารถในการเลือก และใชเ้ ทคโนโลยี
ดา้ นตา่ ง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้
การส่ือสาร การทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๙
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ ี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เพอื่ ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็ น
พลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๑๐
เรยี นรอู้ ะไรในภาษาไทย
การอ่าน การอา่ นออกเสียงคา ประโยค การอ่านบทร้อยแกว้ คาประพนั ธ์ชนิดตา่ ง ๆ
การอ่านในใจเพือ่ สร้างความเขา้ ใจ และการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งท่ีอ่าน เพ่ือนาไป
ปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
การเขยี น การเขียนสะกดตามอกั ขรวธิ ีการเขียนส่ือสาร โดยใชถ้ อ้ ยคาและรูปแบบต่าง ๆ
ของการเขียน ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ยอ่ ความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ
วเิ คราะห์วิจารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์
การฟัง การดู และการพูด การฟังและดู
อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การพดู แสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก พูดลาดบั เร่ืองราวต่างๆ อยา่ งเป็นเหตุ
เป็นผล การพดู ในโอกาสต่างๆ ท้งั เป็นทางการ
และไมเ่ ป็นทางการ และการพูดเพอื่ โนม้ นา้ วใจ
หลกั การใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและ
กฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง
เหมาะสมกบั โอกาสและบุคคล การแต่ง
บทประพนั ธ์ประเภทตา่ งๆ และอิทธิพล
ของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วเิ คราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาขอ้ มูล แนวความคิด
คุณค่าของงานประพนั ธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทาความเขา้ ใจบทเห่ บทร้องเล่นของ
เด็ก เพลงพ้นื บา้ นที่เป็ นภูมิปัญญาที่มีคุณคา่ ของไทย ซ่ึงไดถ้ ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม
ขนบธรรมเนียมประเพณี เร่ืองราวของสงั คมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิด
ความซาบซ้ึง และภูมิใจในบรรพบุรุษท่ีไดส้ งั่ สมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๑๑
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน
การดาเนินชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็นวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น
คุณค่าและนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๑๒
คุณภาพผู้เรียน
จบช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓
อา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ เร่ืองส้นั ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ
ไดถ้ ูกตอ้ งคล่องแคล่ว เขา้ ใจความหมายของคาและขอ้ ความที่อ่าน
ต้งั คาถามเชิงเหตุผล ลาดบั เหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุป
ความรู้ขอ้ คิดจากเร่ืองที่อา่ น ปฏิบตั ิตามคาส่ัง คาอธิบายจากเรื่องที่
อา่ นได้ เขา้ ใจความหมายของขอ้ มูลจากแผนภาพ แผนที่ และ
แผนภูมิ อ่านหนงั สืออยา่ งสม่าเสมอ และมีมารยาทในการอ่าน
มีทกั ษะในการคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั
เขียนบรรยาย บนั ทึกประจาวนั เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องเก่ียวกบั
ประสบการณ์ เขียนเร่ืองตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขียน
เล่ารายละเอียดและบอกสาระสาคญั ต้งั คาถาม
ตอบคาถาม รวมท้งั พูดแสดงความคิดความรู้สึกเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟัง
และดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนา หรือพูดเชิญชวน
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ิตาม และมีมารยาทในการฟัง ดู และพดู
สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา ความแตกต่างของคา และพยางค์
หนา้ ท่ีของคา ในประโยค มีทกั ษะการใชพ้ จนานุกรมในการคน้ หาความหมายของคา แต่งประโยค
ง่าย ๆ แต่งคาคลอ้ งจอง แต่งคาขวญั และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสม
กบั กาลเทศะ
เขา้ ใจและสามารถสรุปขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านวรรณคดี และวรรณกรรมเพ่อื
นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อา่ น รู้จกั เพลงพ้นื บา้ น เพลงกล่อมเด็ก
ซ่ึงเป็นวฒั นธรรมของทอ้ งถิ่น ร้องบทร้องเล่นสาหรับเดก็ ในทอ้ งถิ่นท่องจาบทอาขยาน และ
บทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจได้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๑๓
จบช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ เป็นทานองเสนาะไดถ้ ูกตอ้ ง อธิบายความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนยั ของคา ประโยค ขอ้ ความ สานวนโวหารจากเรื่องที่อ่าน เขา้ ใจคาแนะนา
คาอธิบายในคูม่ ือต่างๆ แยกแยะขอ้ คิดและขอ้ เทจ็ จริง จบั ใจความสาคญั ของท่ีอ่านและนาความรู้
ความคิดจากเรื่องท่ีอา่ นไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ มีมารยาทและมีนิสัยรักการอา่ น
และเห็นคุณค่าของสิ่งที่อ่าน
มีทกั ษะในการคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และเคร่ืองบรรทดั เขียนสะกดคา
แต่งประโยค และเขียนขอ้ ความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใชถ้ อ้ ยคาชดั เจนเหมาะสม ใชแ้ ผนภาพ
โครงเร่ือง และแผนภาพความคิด เพื่อพฒั นางานเขียน เขียนเรียงความ ยอ่ ความ จดหมายส่วนตวั
กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจินตนาการอยา่ ง
สร้างสรรค์ และมีมารยาทในการเขียน
พดู แสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟังและดู เล่าเร่ืองยอ่ หรือสรุปจากเร่ืองท่ี
ฟังและดู ต้งั คาถาม ตอบคาถามจากเร่ืองที่ฟังและดู รวมท้งั ประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟัง
และดูโฆษณาอยา่ งมีเหตุผล พูดตามลาดบั ข้นั ตอนเร่ืองต่าง ๆ อยา่ งชดั เจน พูดรายงานหรือประเด็น
คน้ ควา้ จากการฟัง การดู การสนทนา และพดู โนม้ นา้ วไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล รวมท้งั มีมารยาทในการ
ฟัง ดู และพดู
สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา สานวน คาพงั เพย และสุภาษิต รู้และเขา้ ใจ
ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค ชนิดของประโยค คาภาษาถ่ินและคาภาษาตา่ งประเทศใน
ภาษาไทยใชร้ าชาศพั ทแ์ ละคาสุภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แต่ง
ประโยค แต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ
และกาพยย์ านี 11
เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ วรรณคดีและ
วรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพ้ืนบา้ น ร้องเพลงพ้ืนบา้ น
ของทอ้ งถ่ิน นาขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอา่ นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวติ จริง และทอ่ งจาบทอาขยานตามที่กาหนดได้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๑๔
องคป์ ระกอบของการอา่ น
ก่อนท่ีจะสอนหรือฝึกใหเ้ ดก็ อา่ นไมว่ า่ จะเป็ นอา่ นคล่อง อ่านเก่งและอา่ นเป็น ควรศึกษา
องคป์ ระกอบซ่ึงจะส่งผลต่อการอ่าน ดงั น้ี
๑. ระดบั สตปิ ัญญา เดก็ มีสติปัญญาไม่เทา่ กนั ยอ่ มมีผลอยา่ งยงิ่ ตอ่ การอ่าน จึงไม่ควรเนน้
ใหอ้ ่านไดเ้ ทา่ กนั ในเวลาเดียวกนั
๒. วฒุ ิภาวะและความพร้อม การอา่ นตอ้ งอาศยั ทกั ษะตา่ งๆ เป็นองคป์ ระกอบยอ่ ย ๆ เช่น
ทกั ษะการใชส้ ายตา การใชอ้ วยั วะเกี่ยวกบั การออกเสียง ดงั น้นั การเตรียมความพร้อมทางดา้ น
ร่างกายของเด็กจึงเป็นสิ่งสาคญั อยา่ งยงิ่ ในการเริ่มตน้ การสอนอ่าน
๓. แรงจูงใจ แรงจูงใจมีท้งั ภายนอกและภายใน ภายนอกไดแ้ ก่ พอ่ แม่ ครู ภายในไดแ้ ก่
การคน้ พบดว้ ยตนเองวา่ ชอบหรือไม่อยา่ งไร
๔. สภาพร่างกาย สภาพร่างกายท่ีสมบูรณ์จะช่วยใหส้ ุขภาพจิตดี ร่าเริง แจม่ ใส มีความ
กระตือรือร้นมากกวา่ ร่างกายที่ออ่ นแอและเจบ็ ป่ วย
๕. สภาพอารมณ์ อารมณ์ที่มนั่ คงสม่าเสมอ แจ่มใส ไม่มีแรงกดดนั จากความคาดหวงั
ของครูหรือผปู้ กครองจะทาใหเ้ ดก็ อา่ นไดด้ ี
๖. สภาพแวดล้อม ท้งั ที่บา้ นและที่โรงเรียนจะมีอิทธิพลต่อการอ่านสูงมาก เช่น
บุคคลใกลช้ ิดชอบอ่านที่โรงเรียนมีหนงั สือใหอ้ า่ น มีหอ้ งสมุดท่ีน่าเขา้ ไปศึกษาคน้ ควา้ มีกิจกรรม
ส่งเสริมการอ่านที่น่าสนใจและเหมาะสมกบั ความพร้อมของเดก็ อยา่ งต่อเน่ืองและสม่าเสมอ
๗. การวางแผนการอ่านให้เด็ก นอกจากวธิ ีสอน
และส่ือแลว้ การวางกาหนดใหอ้ า่ นก็มีส่วนช่วยส่งเสริม
การอา่ นใหม้ ากกวา่ เดิม
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๑๕
จดุ มงุ่ หมายของการอา่ น
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ ไดร้ ะบุจุดมุง่ หมายในการสอนการอ่านใหแ้ ก่นกั เรียนใน
ระดบั ช้นั ต่างๆ เพื่อมุ่งหวงั ใหน้ กั เรียนมีความสามารถดงั น้ี
๑. ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๑ - ๒ เพ่ือใหม้ ีทกั ษะใน
การอา่ นในใจ และอ่านออกเสียง อา่ นไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน มีความ
เขา้ ใจในการอ่าน จบั ใจความสาคญั และตอบคาถามได้ รู้หลกั เกณฑ์
ง่ายๆ เกี่ยวกบั การอ่านและนาไปใชไ้ ด้ มีนิสัยที่ดีในการอ่าน และ
รักการอา่ น
๒. ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๓ – ๔ เพ่อื ใหม้ ีความรู้
เก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ารอา่ น คล่องแคล่วรวดเร็ว สามารถจบั
ใจความสาคญั คิดเชิงวจิ ารณ์และวเิ คราะห์ใจความสาคญั
ปฏิบตั ิตนจนเป็นนิสัยที่ดีในการอา่ น การใชพ้ จนานุกรม การเลือก
การใช้ การเก็บรักษาหนงั สือและการใชห้ อ้ งสมุด ในการแสวงหา
ความรู้เพ่มิ เติมและความเพลิดเพลินในยามวา่ ง
๓. ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ – ๖ เพอื่ ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั หลกั เกณฑใ์ นการอา่ น มี
ทกั ษะในการอา่ นในใจและอ่านออกเสียงไดถ้ ูกตอ้ งคล่องแคล่วรวดเร็วสามารถถ่ายทอดอารมณ์
ความรู้สึกจากเร่ืองราวท่ีอ่านได้ สามารถจบั ใจความสาคญั คิดเชิงวจิ ารณ์และวเิ คราะห์ใจความ
สาคญั ปฏิบตั ิตนจนเป็ นนิสัยที่ดีในการอา่ นหนงั สือ การใชพ้ จนานุกรม การเลือก การใช้ การเกบ็
รักษาหนงั สือและการใชห้ อ้ งสมุดในการแสวงหาความรู้เพิม่ เติม และหาความเพลิดเพลินในยามวา่ ง
และรักการอา่ นหนงั สือ การใชม้ ุมหนงั สือและการใชห้ อ้ งสมุด
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๑๖
คณุ สมบตั ขิ องนกั อา่ นทด่ี ี
นกั อ่านหนงั สือที่ดีควรมีสิ่งท่ีจะกล่าวตอ่ ไปน้ี
๑. มีความสนใจในการอา่ นหนงั สือ อ่านหนงั สือจนเป็นกิจวตั รประจาวนั อา่ นหนงั สือ
ทุกวนั อยา่ งมีความสุข อ่านติดต่อกนั เป็นเวลานานได้ อ่านหนงั สือได้ ทุกประเภทของนกั เขียนทุก
คน ไม่วา่ จะเป็นหนงั สือเก่า หรือใหมก่ ็ตาม
๒. รู้จกั วธิ ีการอ่านหนงั สือใหไ้ ดเ้ ร็ว
๓. มีประสบการณ์เพียงพอที่จะ
เขา้ ใจและซาบซ้ึงกบั ความหมาย
ของเน้ือเร่ือง
๔. ติดตามความเคล่ือนไหว
ทางวทิ ยาการตา่ ง ๆ และติดตามวงการ
หนงั สืออยเู่ สมอ มีความรู้เรื่องหนงั สือ
รู้จกั ลกั ษณะและประเภทของหนงั สือ
สามารถเลือกหนงั สือไดต้ รงกบั ความ
ตอ้ งการและความสนใจ
๕. มีวจิ ารณญาณในการอา่ นคือ อ่านอยา่ งไตร่ตรองก่อนที่จะเชื่อหรือไม่เช่ือ และเป็นการ
เชื่ออยา่ งมีเหตุผล มีใจกวา้ งในการรับฟัง
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๑๗
แนวคดิ ในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
การอ่านมีความสาคญั เป็ นอยา่ งยง่ิ และถือไดว้ า่ เป็นทกั ษะพ้นื ฐานในการดาเนินชีวติ
ของมนุษย์ การอา่ นมีอิทธิต่อพฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา เพราะจะทาใหม้ นุษยเ์ ฉลียวฉลาด
สามารถคิดวเิ คราะห์ และสรุปเน้ือหาสาระสาคญั ได้ การอา่ นช่วยเพม่ิ พูนประสบการณ์ต่าง ๆ และ
ความรอบรู้ ทาใหม้ นุษยเ์ กิดความคิดสร้างสรรคแ์ ละจินตนาการอยา่ งไม่มีท่ีสิ้นสุด ช่วยเสริมสร้าง
พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา ใหเ้ ป็นทรัพยากรบุคคลที่สาคญั ของประเทศชาติตอ่ ไป จะเห็นไดว้ า่
ทุกประเทศตอ้ งรณรงคส์ ่งเสริมใหป้ ระชาชนในประเทศของตนทุกคนอา่ นออกเขียนได้
นอกจากน้ีการอา่ นมีความสาคญั ต่อชีวติ มนุษยท์ ุกช่วงวยั เพราะทาใหร้ ู้ขา่ วสารขอ้ มูล
และสามารถติดตามความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาการตา่ ง ๆ ซ่ึงเป็นส่ิงสาคญั ในยคุ ขอ้ มูลข่าวสาร
เช่นในปัจจุบนั การอ่านทาใหม้ ีความสุข มีความหวงั และสนองความอยากรู้อยากเห็น อนั เป็น
ธรรมชาติของมนุษยโ์ ดยทว่ั ไป นอกจากน้ีการอ่านยงั เป็นวธิ ีการที่สาคญั และสะดวก ในการพฒั นา
ตนเองในดา้ นต่าง ๆ เช่น ดา้ นการศึกษา อาชีพ และคุณภาพชีวติ เป็นตน้ อยา่ งไรก็ตามใน
ประเทศไทยการอ่านยงั ไมเ่ ป็ นกิจกรรมในชีวติ ประจาวนั ของคนส่วนใหญ่ การส่งเสริมการอา่ น
จึงเป็นงาน สาคญั อยา่ งหน่ึงซ่ึงทุกฝ่ ายท้งั ภาครัฐ และภาคเอกชนตอ้ งดาเนินการ โดยเฉพาะ
การส่งเสริมการอา่ นต้งั แตย่ งั เยาวว์ ยั
การอา่ นหนงั สือเป็ นการพฒั นาตนเอง และใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ซ่ึงเป็ น
ส่ิงจาเป็นมากในการพฒั นาคนและพฒั นาสังคม การอา่ นหนงั สือของคนไทยเป็นกิจกรรมท่ีไม่
แพร่ หลายแมใ้ นหมูผ่ ูร้ ู้หนงั สือแลว้ โดยเฉพาะการอา่ นหนงั สือท่ีดีและมีสาระยงิ่ มีนอ้ ยลงไปอีก
สาเหตุมีอยหู่ ลายประการนบั ต้งั แต่การขาดแคลนหนงั สือท่ีดีและตรงกบั ความสนใจของผอู้ า่ น
การขาดแหล่งหนงั สือที่จะยมื อา่ นไดไ้ ปจนถึงการดึงความสนใจและการแยง่ เวลาของส่ืออ่ืน ๆ เช่น
โทรทศั น์ วทิ ยกุ ระจายเสียง รวมท้งั ขาดการชกั จูง การกระตุน้ และมีนิสยั รักการอา่ นท้งั ในและ
นอกโรงเรียน เมื่อเทียบกบั ความเพลิดเพลินและการไดฟ้ ังไดร้ ู้เห็นเร่ืองตา่ ง ๆ จากโทรทศั น์
และวทิ ยกุ ระจายเสียงแลว้ การอา่ นหนงั สือเพ่อื วตั ถุประสงคด์ งั กล่าวตอ้ งใชค้ วามพยายามมากกวา่
และตอ้ งมีทกั ษะในการอา่ น ถา้ จะใหก้ ารอ่านหนงั สือเกิดเป็นนิสัย จาเป็นตอ้ งมีการปลูกฝังและ
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๑๙
ชกั ชวนใหเ้ กิดความสนใจการอ่านอยา่ งต่อเน่ืองและสม่าเสมอ โดยการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั
รักการอ่าน ซ่ึงควรมีลกั ษณะ ดงั น้ี
๑. เร้าใจใหเ้ กิดความอยากอา่ นหนงั สือ
๒. ใหเ้ กิดความพยายามที่จะอา่ นเพ่ือจะไดร้ ู้เรื่องที่น่ารู้ที่มีอยใู่ นหนงั สือ และน่าสนุก
ตามกิจกรรมท่ีจดั ข้ึน
๓. แนะนากระตุน้ ใหอ้ ยากรู้อยากเห็นเรื่องน่ารู้ตา่ ง ๆ เกิดความรอบรู้คิดกวา้ ง มีการอา่ น
ต่อเน่ืองจนเป็ นนิสัย
๔. สร้างบรรยากาศท่ีน่าอา่ น รวมท้งั ใหม้ ีวสั ดุการอา่ น มีแหล่งการอ่านท่ีเหมาะสม
และเพยี งพอ
ข้อเสนอแนะในการจดั กจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
กิจกรรมส่งเสริมนิสยั การอ่านมีหลายรูปแบบ การจดั ประเภทของกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รัก
การอา่ นมีหลายวธิ ี วธิ ีหน่ึงท่ีพบบอ่ ย คือ การจดั กลุ่มตามลกั ษณะกิจกรรมท่ีดึงดูดความสนใจโดย
ทางประสาทสัมผสั อยา่ งใดอยา่ งหน่ึงหรือหลายอยา่ งรวมกนั ดงั น้ี
กิจกรรมเร้าโสตประสาท
กิจกรรมเร้าโสตประสาท หมายถึง กิจกรรมที่ใช้
เสียงและคาพูดเป็นหลกั ผรู้ ่วมกิจกรรมใชท้ กั ษะการฟัง
ตวั อยา่ งกิจกรรมประเภทน้ี ไดแ้ ก่ การเล่านิทาน การเล่าเรื่อง
จากหนงั สือ การอ่านหนงั สือใหฟ้ ัง การแนะนาหนงั สือดว้ ย
ปากเปล่า การบรรยาย การอภิปราย และการบรรเลงดนตรี
หรือร้องเพลงเป็นตน้ กิจกรรมเหล่าน้ีทาใหเ้ กิดความเพลิดเพลิน
ในอรรถรส และกระตุน้ ความสนใจหนงั สือและการอ่าน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๒๐
กิจกรรมเร้าจักษุประสาท
กิจกรรมเร้าจกั ษุประสาท หมายถึงกิจกรรมท่ีชวนใหด้ ู เพง่ พนิ ิจ และอา่ นความหมายของ
ส่ิงท่ีเห็น กิจกรรมประเภทน้ีไดแ้ ก่ การจดั แสดงสิ่งต่าง ๆ อาทิ การจดั แสดงภาพถ่าย ภาพเขียน
ภาพประกอบหนงั สือ การจดั นิทรรศการหนงั สือและสิ่งของท่ีดีจะมีคาบรรยายอธิบายสิ่งท่ีแสดง
สรุปขอ้ คิดเห็นเกี่ยวกบั สิ่งที่จดั แสดงหรือประวตั ิความเป็นมาตามความเหมาะสม
กิจกรรมเร้าโสตและจักษุประสาท
กิจกรรมเร้าโสตและจกั ษุประสาท หมายถึง กิจกรรมซ่ึงชวนใหฟ้ ังและดูไปพร้อม ๆ กนั
กิจกรรมประเภทน้ีสามารถดึงดูดความสนใจของเยาวชนไดด้ ีเพราะมีท้งั เสียง ภาพ และความ
เคล่ือนไหว ตวั อยา่ งกิจกรรมประเภทน้ี เช่น การเล่านิทานประกอบภาพแบบตา่ ง ๆ และการเล่า
นิทานโดยใชโ้ สตทศั นวสั ดุประกอบ การฉายภาพนิ่งประกอบการบรรยาย การฉายภาพยนตร์
วดี ิทศั น์ การสาธิตเทคนิควธิ ีการ เหตุการณ์ หรือขอ้ เทจ็ จริงทางธรรมชาติ และการแสดงเร่ือง
จากหนงั สือประกอบดนตรีหรือการขบั ร้อง เป็ นตน้
กิจกรรมท่ีใช้ทักษะการเขียน
กิจกรรมท่ีใชท้ กั ษะการเขียน เป็นกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รัก
การอ่านโดยการสานตอ่ การอ่านหรือฟังเร่ืองจากหนงั สือ โดยการ
เขียนในรูปแบบตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ การสรุปเน้ือเร่ืองหรือประเด็นสาคญั
การแตง่ ดดั แปลงหรือเรียบเรียงเรื่องใหมก่ ารเขียนแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องท่ีอ่านหรือไดร้ ับฟังในแง่มุมตา่ ง ๆ รวมท้งั การ
วาดภาพประกอบเร่ือง เป็ นตน้
กิจกรรมที่มีการปฏิบัติหรือแข่งขัน
กิจกรรมท่ีมีการปฏิบตั ิหรือแขง่ ขนั หมายถึง กิจกรรมที่
ผเู้ ขา้ ร่วมมีส่วนร่วมดว้ ยอยา่ งเตม็ ที่โดยการลงมือทาท้งั เพือ่ เรียนรู้
ฝึกฝน หรือการแขง่ ขนั กิจกรรมทานองน้ี นอกจากใหค้ วามรู้และ
ส่งเสริมการอ่านแลว้ ยงั ส่งเสริมบุคลิกภาพของผรู้ ่วมกิจกรรม เช่น ช่วยใหก้ ลุ่มเป้าหมายเกิด
ความสนุกและภาคภูมิใจ รู้สึกวา่ ตนเองมีความสามารถและมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง ตวั อยา่ ง
กิจกรรมท่ีมีการปฏิบตั ิหรือแขง่ ขนั เช่น การอา่ นหรือฟังนิทานหรือเรื่องต่าง ๆ แลว้ วาดภาพ หรือ
แสดงทา่ ทางประกอบ การแข่งขนั แต่งเพลงหรือร้องเพลงประกอบนิทาน นวนิยายหรือบทละคร
การแข่งขนั เรียบเรียงที่ไดฟ้ ัง การแขง่ ขนั เขียนเรื่องข้ึนใหม่ตามแก่นเรื่องที่ไดฟ้ ัง การตอบปัญหา
การแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ตวั ละครหรือเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอา่ น เป็นตน้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ๒๑
การจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั การอ่านใหม้ ีประสิทธิภาพควรมีการเตรียมพร้อมและ
คานึงถึงในเรื่องต่อไปน้ี
๑. จดั หอ้ งสมุด สาหรับใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ อยา่ งเพยี งพอ จดั สิ่งแวดลอ้ มใน
โรงเรียนให้เอ้ือต่อการเรียนรู้สาหรับนกั เรียน เพ่ือใหน้ กั เรียนไดเ้ ขา้ สู่บรรยากาศของการอ่าน และ
ใกลช้ ิดกบั หนงั สือมากยง่ิ ข้ึน เช่น จดั นิทรรศการหนงั สือในโอกาสต่าง ๆ จดั กิจกรรมเพอ่ื เชิญชวน
ใหอ้ า่ นหนงั สือสม่าเสมอ
๒. ครูผจู้ ดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั การอา่ น ควรมีการศึกษา เตรียมพร้อมท้งั ในดา้ น
วธิ ีการดาเนินการ ส่ือ อุปกรณ์ เพอ่ื ใหก้ ารจดั กิจกรรมดาเนินไปดว้ ยความเรียบร้อยบรรลุตาม
เป้าหมาย และจุดประสงคท์ ่ีกาหนดไว้ รวมท้งั ตอ้ งเป็ นแบบอยา่ งที่ดีในเรื่องนิสยั รักการอา่ นดว้ ย
๓. การจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั การอา่ น ตอ้ งเป็นกิจกรรม
ที่เร้าใจ ท้งั ยงั ทา้ ทายความสนใจ ความสามารถของผเู้ รียน รวมท้งั มี
ความหลากหลายเพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ อยา่ งมี
ความสุข และเป็นกิจกรรมที่เนน้ ใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิจริง สามารถ
แสวงหาความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง
๔. ครูผจู้ ดั กิจกรรมส่งเสริมการอ่านควรเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ในดา้ นการอ่านของนกั เรียนรายบุคคล เพือ่ ท่ีจะจดั กิจกรรมสนองกบั
ความตอ้ งการ และความสนใจของผเู้ รียนแต่ละคนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๕. นอกจากโรงเรียนจะมีบทบาทสาคญั ในการสร้างนิสยั
รักการอา่ น ใหแ้ ก่นกั เรียนจาเป็น ตอ้ งอาศยั ความร่วมมือจากพอ่ แม่
ผปู้ กครองอีกทางหน่ึงดว้ ย เพื่อใหก้ ารปลูกฝังนิสยั รักการอ่านเป็นไปอยา่ งสม่าเสมอและต่อเนื่อง
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๒๒
การสร้างนิสัยรักการอ่าน
นิสัย น. หมายถึง ความประพฤติที่เคยชิน
เช่น ทาจนเป็นนิสัย ; ท่ีพ่ึง, ท่ีพกั พงิ , ที่อาศยั
(พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒)
รักการอา่ น หมายถึง มีจิตใจฝักใฝ่ มุ่งมนั่
ตอ่ การอ่านอยา่ งแทจ้ ริง ดว้ ยเห็นความสาคญั ของ
การอ่านอยา่ งยงิ่
นิสยั รักการอ่าน หมายถึง การใฝ่ มุง่ มนั่ แตก่ ารอ่านและอ่านจนเคยชิน อ่านจนเป็ นนิสยั
แมบ้ างคร้ังจะมีปัญหาและอุปสรรคต่อการอ่านบา้ งก็ไมย่ อ่ ทอ้ คนที่มีนิสัยรักการอา่ นยอ่ มอา่ นทุก
อยา่ งที่เป็นวสั ดุสาหรับอ่าน ไมว่ า่ จะเป็นหนงั สือ ส่ิงพมิ พอ์ ่ืน ๆ ป้ายโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ต่าง ๆ
หรือแมแ้ ต่กระดาษห่อของ อา่ นไดท้ ุกสถานท่ี ทุกโอกาส แมแ้ ตอ่ ยใู่ นห้องสุขา และไม่ปล่อยเวลา
วา่ งไปกบั กิจกรรมอื่นใดนอกจากการอา่ น
กจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น หมายถึงการกระทาเพ่ือใหก้ ลุ่มเป้าหมายสนใจการอา่ น
เห็นความสาคญั และความจาเป็นของการอา่ น และอา่ นจนเป็นนิสัย เหตุที่ตอ้ งจดั กิจกรรมส่งเสริม
นิสยั การอา่ น เน่ืองจากการอ่านเป็นทกั ษะท่ีตอ้ งศึกษาและฝึกฝน เมื่อวา่ งเวน้ ไปกอ็ าจจะลืมเลือนจน
เสียทกั ษะท่ีเคยมี เป็นผลใหข้ าดโอกาสที่จะไดร้ ับประโยชนจ์ ากการอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
ทาใหส้ ามารถรักษาความสนใจในการอา่ นใหต้ ่อเน่ือง หรือกระตุน้ ใหเ้ กิดความสนใจในการอา่ น
เพม่ิ ข้ึนอนั จะทาใหผ้ อู้ า่ นไดร้ ับประโยชน์นานาประการจากการอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ดี
ควรก่อให้เกิดความเร้าใจ จูงใจ กระตุน้ หรือแนะนาให้อยากรู้อยากเห็นเร่ืองราวในหนงั สือ
จุดมุ่งหมายของการจดั กิจกรรมส่งเสริมการอา่ นโดยทวั่ ไปมี ดงั น้ี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๒๓
๑. สร้างบรรยากาศท่ีจูงใจในการอ่าน
๒. ช้ีใหเ้ ห็นความสาคญั และความจาเป็นของการอ่าน
๓. กระตุน้ หรือเร้าใหเ้ กิดความอยากรู้อยากอา่ นหนงั สือ โดยเฉพาะหนงั สือที่มีคุณภาพ
๔. แนะนาชกั ชวนใหเ้ กิดความพยายามท่ีจะอา่ นใหแ้ ตกฉาน เกิดความเขา้ ใจในเร่ืองตา่ ง
ๆ และสามารถนาความรู้จากการอ่านไปใชป้ ระโยชน์
๕. ส่งเสริมใหม้ ีการอา่ นอยา่ งตอ่ เนื่องจนเป็ นนิสยั
องค์กรทเี่ กย่ี วข้องกบั การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
๑. สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
เป็นองคก์ รท่ีกาหนดนโยบายที่ชดั เจนของการส่งเสริมนิสัย
การอ่านของประเทศ ประสานส่งต่อไปให้ สานกั งาน
เขตพ้นื ท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ไดด้ าเนินกิจกรรมตอ่
รวมท้งั การสนบั สนุนใหม้ ีการบริหารแหล่งความรู้ หอ้ งสมุด
ส่งเสริมใหม้ ีการจดั กิจกรรมการประกวดปัจจยั ตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะ
เป็นงบประมาณวสั ดุอุปกรณ์ บุคลากร
๒. สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นหน่วยงานที่จะตอ้ ง
ใหก้ ารสนบั สนุนโรงเรียนใหเ้ ป็นผปู้ ระสานแหล่งการเรียนรู้อีกเพื่อเป็น
ผปู้ ระสาน อีกท้งั องคค์ วามรู้ท่ีมีท้งั
ในทอ้ งถ่ินและองคก์ รบุคคลากรที่
เกี่ยวขอ้ งกบั การอา่ น ตลอดจนช่วยแกป้ ัญหา ท่ีอนั จะ
เกิดข้ึนกบั โรงเรียนอยา่ งจริงจงั เพือ่ ใหโ้ รงเรียนไดพ้ ฒั นา
ตนเองเพ่ือมุ่งไปสู่ความสาเร็จตามนโยบายที่วางไว้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๒๔
๓. สถานศึกษา เป็นหน่วยงานสาคญั ที่จะปฏิบตั ิ จึงตอ้ งกาหนดแนวทางนโยบาย
ในการอ่านของนกั เรียนใหช้ ดั เจน บทบาทน้ีจึงตอ้ งมีการวางแผนร่วมกนั ของ คณะครู ผบู้ ริหาร
และกรรมการสถานศึกษา การจดั กิจกรรมการอ่านท้งั ในและนอกเวลาเรียน การจดั การเรียนการ
สอนเพือ่ ให้เกิดนิสยั รักการอ่าน จาตอ้ งเป็นผสู้ นบั สนุนการจดั กิจกรรมส่งเสริมการอา่ นเป็นไปอยา่ ง
สม่าเสมอ และต่อเนื่อง คอยกากบั ติดตามนิเทศ แกป้ ัญหาและเป็นกาลงั ใจ ตลอดจนการ
สนบั สนุนงบประมาณเพื่อให้กิจกรรม ดาเนินไปอยา่ งราบรื่น ท้งั น้ีผบู้ ริหารจะตอ้ งเป็ นบุคคลหลกั
และเป็นผนู้ าในการกาหนดนโยบายของโรงเรียน และการปรับพฤติกรรมการจดั การเรียนการสอน
ที่ใชก้ ารอ่านเป็ นตวั มุง่ ไปสู่ความสาเร็จ ตลอดจนปรับกระบวนการเรียนการสอน เพื่อใหน้ กั เรียน
มีกระบวนการเรียนรู้ดว้ ยการคน้ ควา้ ซ่ึงจะติดตวั ไปตลอดชีวติ นอกจากน้ีครูผสู้ อนตอ้ งมีความ
มนั่ ใจและเขา้ ใจวา่ การอ่านเป็ นความจาเป็ นท่ีใหต้ ิดตวั นกั เรียนไปตลอดชีวติ และนกั เรียนจะตอ้ ง
เป็นผมู้ ีนิสยั รักการอา่ น การฝึกใหน้ กั เรียนอา่ นอยา่ งตอ่ เน่ือง และสม่าเสมอจึงเป็ นหนา้ ท่ีของครู
การฝึกท่ีดีที่สุดก็คือ การสอนของครูที่มุ่งฝึกใหน้ กั เรียนไดอ้ า่ น การเตรียมการวางแผนการสอน
ที่ใหน้ กั เรียนไดอ้ ่านจึงตอ้ งทาอยา่ งแนบเนียน นอกจากน้ียงั ตอ้ งมีกิจกรรม
การอ่านเสริมนอกเวลาเรียนอีกอยา่ งต่อเน่ือง
๔. ครอบครัวเป็นหน่วยงานท่ีเลก็
ท่ีสุดในชุมชนแต่มีบทบาทที่ยง่ิ ใหญใ่ นการ
ส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ใหแ้ ก่บุตรหลาน
เพราะช่วงอายุ ๐-๓ ขวบแรก ส่วนใหญ่เด็ก
จะตอ้ งอยกู่ บั พอ่ แม่ ป่ ูยา่ ตายาย ตอ่ จากอายุ
๒ ขวบ อาจจะเขา้ สู่ศูนยร์ ับเล้ียงเด็ก หรือ
โรงเรียนอนุบาล ผใู้ หญใ่ นครอบครัวจึงมี
ส่วนสาคญั เป็นอยา่ งยง่ิ ในการส่งเสริมการอา่ น นบั ต้งั แต่เริ่มใหเ้ ดก็ มีประสบการณ์กบั ตวั อกั ษร
ง่ายๆ การออกเสียง สมาธิตา่ งๆ การสร้างบรรยากาศการอ่านในครอบครัว เริ่มต้งั แต่การสมั ผสั
การเล่านิทาน การอ่าน การไดด้ ู เป็นการเตรียมความพร้อมไปสู่การอ่านท่ีสมบูรณ์ ซ่ึงเด็กวยั ๐-๓
ขวบ เป็นช่วงท่ีเราจะพฒั นา ความฉลาด อารมณ์ของเด็กไดด้ ีที่สุด สัมผสั ของพอ่ แม่ ป่ ูยา่ ตายาย จะ
เป็นสัมผสั ที่อบอุ่นของบุตรหลาน การใหล้ ูกหลานนงั่ ตกั แลว้ เล่านิทาน พดู คุย เป็นความอบอุ่นที่
ลูกตอ้ งการ พร้อมท่ีจะรับทุกส่ิงทุกอยา่ งที่ผใู้ หญ่จดั ให้ ซ่ึงควรทาทุกวนั อยา่ งนอ้ ยวนั ละ ๑๐ นาที
๕. ชุมชน มีบทบาทจะช่วยใหเ้ กิดการส่งเสริมนิสยั รักการอา่ นไดด้ ว้ ยการบริการตา่ ง ๆ
รวมท้งั ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น สถานท่ีสาคญั ท่ีเป็นองคค์ วามรู้ จะช่วยใหเ้ กิดการอา่ นท่ีโรงเรียน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๒๕
สามารถนาสิ่งตา่ งๆ ใหเ้ กิดการอ่านดว้ ยการร่วมมือซ่ึงกนั และกนั ตลอดเวลา อาจต้งั สโมสร ชมรม
ท่ีเก่ียวกบั การอ่าน หรือใหว้ ดั เป็นสถานท่ีรวบรวมหรือศูนยก์ ลางการจดั กิจกรรมอนั จะเป็นการ
สร้างบรรยากาศของการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านไดอ้ ยา่ งดี
บทบาทของครูกบั การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
ครูเป็นตวั จกั รสาคญั ยงิ่ ท่ีจะเป็นผเู้ ร่งปฏิกิริยาใหผ้ เู้ รียน
เป็นผมู้ ีนิสยั รักการอา่ น ครู อาจารยท์ ุกคนควรถือเป็ นภาระหนา้ ที่
จะตอ้ งส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ผเู้ รียน ปลูกฝังทกั ษะการเรียนรู้
สอนวธิ ีการหาความรู้ และรู้แหล่งเรียนรู้ อนั จะช่วยใหผ้ เู้ รียน
สามารถพฒั นาการเรียนรู้ ตลอดจนมีทกั ษะ จนสามารถบูรณาการ
นาความรู้ท่ีไดไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวนั การพฒั นาคุณภาพ
ของผเู้ รียนจะตอ้ งเริ่มตน้ ท่ีการส่งเสริมการอ่านดว้ ยวธิ ีการต่อไปน้ี
๑. ครูควรจดั ต้งั ชมรมหรือชุมนุม นกั อ่านโดย
รับสมคั รสมาชิกท่ีสนใจเขา้ ร่วมกิจกรรม มีการแนะนาวธิ ีพฒั นา
ทกั ษะการอ่านมีการประกวดยอดนกั อา่ น
ประจาเดือน/ภาคเรียน หรือประจาปี
๒. หมวดวชิ าแต่ละหมวด/
งาน ควรมีหอ้ งสมุดหมวด หรือมุม
หนงั สือประจาหมวดวชิ า/งาน เพือ่
อานวยความสะดวกใหก้ บั ผเู้ รียนใน
การท่ีจะคน้ หาหนงั สือที่เกี่ยวกบั วชิ าน้นั
โดยเฉพาะ อีกท้งั จะสะดวกใน
การจดั การเรียนการสอนท่ีเปิ ดโอกาสให้
นกั เรียนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองไดส้ ะดวกยง่ิ ข้ึน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๒๖
๓. ครูที่สอนแต่ละวชิ าควรจดั สภาพการเรียนการสอนที่เอ้ือใหก้ บั ผเู้ รียน ไดศ้ ึกษา
คน้ ควา้ หาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน เพื่อส่งเสริมผูเ้ รียนได้
ฝึกฝนรู้วธิ ีหาความรู้และรู้แหล่งเรียนรู้อนั จะส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาศกั ยภาพของตนเองไดอ้ ยา่ ง
เตม็ ที่ ท่ีจะนาไปสู่การศึกษาตลอดชีวิต
๔. ส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดจ้ ดั ทาหนงั สือหรือเอกสารเพ่อื ส่งเสริมการอ่าน โดยอาจให้
ผเู้ รียนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ทารายงานเกี่ยวกบั ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ประวตั ิทอ้ งถิ่น สารคดีท่องเท่ียว
ศิลปวฒั นธรรม ตานาน ประวตั ิ อาชีพ การทามาหากินของชุมชนรอบโรงเรียน จะช่วยส่งเสริม
ใหผ้ เู้ รียนเกิดความภาคภูมิใจในทอ้ งถิ่น และเป็นการฝึกทกั ษะการเขียน และการศึกษาคน้ ควา้ หา
ขอ้ มูลอีกดว้ ย
๕. ก่อนการสอนแตล่ ะชว่ั โมงของครู อาจจดั กิจกรรมรายงานข่าวเหตุการณ์ สารคดี
ที่น่าสนใจ โดยใหผ้ เู้ รียนหมุนเวยี นกนั นาเสนอคาบละ ๓-๕ นาที เพื่อช่วยส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนได้
อา่ น และยงั เป็นการฝึกทกั ษะการพดู ไดเ้ ช่นกนั
๖. ควรส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนไดน้ าความรู้จาก
การเรียนเร่ืองตา่ ง ๆ มาร่วมกนั จดั นิทรรศการ หรือ
ป้ายนิเทศ เพอื่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึกการทางานเป็น
กลุ่ม และใชค้ วามรู้ใหเ้ กิดประโยชน์
จากท่ีกล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ถา้ ครู โรงเรียน
และผปู้ กครอง ไดร้ ่วมกนั จดั สภาพเพ่ือส่งเสริมสร้าง
นิสัยรักการอ่าน โดยประสานสมั พนั ธ์กนั อยา่ งใกลช้ ิด
ส่งเสริมอยา่ งจริงจงั มีการยกยอ่ งเชิดชูเกียรติผทู้ ่ี
ประสบผลสาเร็จจากการมีนิสัยรักการอา่ นแลว้ เยาวชน
กจ็ ะไดร้ ับการพฒั นาไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ มีนิสัยรักการอา่ น มีทกั ษะ
ในการอ่าน อนั จะเป็นเครื่องมือสาคญั ท่ีจะทาใหผ้ เู้ รียนเป็ นบุคคลแห่งการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้
ตลอดชีวิต
การจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยการอา่ น เป็นกิจกรรมที่มุ่งกระตุน้ ใหก้ ลุ่มเป้าหมายเกิด
ความสนใจอยากรู้ อยากอ่าน จนสามารถนาความรู้เหล่าน้นั ไปใชป้ ระโยชน์ไดห้ ลากหลาย
สถานศึกษาสามารถนาการอา่ นเขา้ ไปอยใู่ นกระบวนการเรียนการสอน เพ่อื พฒั นาผเู้ รียนไดต้ าม
ศกั ยภาพ และตอ้ งจดั กิจกรรมการอา่ นเป็นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่เป็นกิจกรรมเสริมน้ี อาจจดั ใน
ลกั ษณะเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม หรือจดั ใหก้ บั ผเู้ รียนทุกคนโดยกาหนดระยะเวลาไวอ้ ยา่ งชดั เจน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๒๗
เช่น กิจกรรมสื่อสารผา่ นเสียง เนน้ กลุ่มเป้าหมาย คือนกั เรียนผนู้ าการอา่ นหรือนกั เรียนที่สมคั รใจ
เผยแพร่ความรู้ ขา่ วสาร หรือแสดงออกทางดา้ นการพดู โดยแต่ละคนจะตอ้ งอา่ นและคน้ ควา้ เร่ือง
จากแหล่งเรียนรู้ หอ้ งสมุดหรือภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นนามาเล่าหรืออา่ นผา่ นส่ือโทรทศั น์ หนงั สือพมิ พ์
นิตยสาร และอ่ืน ๆ กิจกรรมคา่ ยการอา่ น เนน้ กลุ่มเป้าหมายตามความพร้อมดา้ นงบประมาณ โดย
ใชเ้ วลาจดั ๑–๒ วนั ตามความเหมาะสม เพอ่ื กระตุน้ ใหเ้ กิดการอา่ น ตลอดจนเสริมสร้างความ
สามคั คีในหมู่คณะ และสร้างภาวะการเป็นผนู้ า และผตู้ ามที่ดี กิจกรรมเสริมน้ี จะตอ้ งทาอยา่ ง
สม่าเสมอ และต่อเนื่องจึงจะบงั เกิดผลอยา่ งยงั่ ยนื
ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
การดาเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอา่ นในโรงเรียน ถือเป็นภารกิจหลกั ของโรงเรียน
ท่ีจะตอ้ งส่งเสริมนิสัยรักการอ่านใหเ้ กิดข้ึนในโรงเรียน ท้งั น้ีเพราะการอ่านเป็นทกั ษะที่จาเป็นใน
การแสวงหาความรู้เพอ่ื พฒั นาตนเองใหส้ ามารถเรียนรู้ได้ สื่อสารได้ และสามารถสร้างองคค์ วามรู้
ได้ ซ่ึงนบั วา่ เป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ที่สาคญั และจาเป็นอยา่ งยง่ิ ในปัจจุบนั โดยมีข้นั ตอนการ
ดาเนินงานดงั น้ี
๑. ขั้นเตรียมงาน
โรงเรียนควรมีการประชุมปรึกษาหารือกนั ระหวา่ งผบู้ ริหารโรงเรียน ครู ผปู้ กครอง ผนู้ า
ชุมชนและนกั เรียน เพอื่ วางแผนการจดั ทาโครงการ/กิจกรรม/
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ส่งเสริมการอา่ นในโรงเรียน โดย
อภิปรายใหเ้ ห็น ถึงความสาคญั จาเป็ นของการอ่าน ซ่ึงเป็น
กิจกรรมท่ีสาคญั มากที่สุดกิจกรรมหน่ึงของมนุษยห์ รืออาจกล่าว
ไดว้ า่ “การอา่ นเป็นส่วนหน่ึงของชีวติ ” กน็ ่าจะเป็นคากล่าวที่
ไมเ่ กินความเป็นจริงนกั เมื่อทุกฝ่ ายเห็นความสาคญั จาเป็ น
ดงั กล่าวแลว้ จึงควรดาเนินการดงั น้ี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๒๘
๑.๑ ผบู้ ริหารแตง่ ต้งั คณะทางาน ซ่ึงประกอบดว้ ยครู อาจารย์ บรรณารักษ์ อาจมี
นกั เรียนร่วมอยดู่ ว้ ย แลว้ แต่ความเหมาะสม เขียนโครงการ และทาหนา้ ที่ดาเนินงานตามโครงการ/
กิจกรรมใหส้ ่งผลต่อการปฏิบตั ิจริงของนกั เรียน เช่น อาจมีการบนั ทึกกิจกรรมกาหนดรางวลั ส่ือ
อุปกรณ์การติดตอ่ กบั ผปู้ กครอง เป็นตน้
๑.๒ คณะทางานพิจารณาปรับปรุงใหเ้ ป็นโครงการ/กิจกรรม/การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ท่ีสมบูรณ์กาหนดการ และสื่อตา่ ง ๆ ในโครงการ ตอ้ งสามารถนามาปฏิบตั ิได้ โดยไม่ตอ้ งใชเ้ งิน
ใชเ้ วลาและแรงงานเกินไป โดยครูผสู้ อนสามารถนากิจกรรมต่าง ๆ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นช้นั เรียนได้
ต้งั แต่การเขียนแผนการสอนและ แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เป็นตน้
๑.๓ เตรียมสื่อและอุปกรณ์ที่จาเป็นในการจดั กิจกรรมตามโครงการ โดยการจดั หา
คดั เลือกหรือบางคร้ังจาเป็นตอ้ งซ้ือก็ควรพิจารณาตามสมควร ซ่ึงไมค่ วรเป็นสื่อหรืออุปกรณ์ที่มี
ราคาแพงเกินไป
๑.๔ กาหนดเกณฑห์ รือกติกาต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั ความสามารถในการอ่านของ
นกั เรียน
๑.๕ กาหนดวธิ ีประเมินผล เช่น การสร้างแบบบนั ทึกการอ่านใหเ้ ล่าเร่ือง ตอบคาถาม
ใหว้ าดภาพประกอบเร่ือง
๒. ข้ันประชาสัมพันธ์โครงการ/กิจกรรม/การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การประชาสัมพนั ธ์เป็นความสาคญั และจาเป็นอยา่ งยง่ิ เพราะจะช่วยใหค้ รู นกั เรียนและ
ผปู้ กครองมีความรู้ความเขา้ ใจ ตลอดจนเขา้ ร่วมกิจกรรมน้นั ๆ
๒.๑ การประชาสมั พนั ธ์อาจทาไดห้ ลายวธิ ีตามความเหมาะสมตามความสะดวก และ
อุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีมี เช่น ปิ ดประกาศในหอ้ งเรียน ประกาศเสียงตามสาย ประกาศในวารสารของ
โรงเรียน เขียนจดหมายส่งผปู้ กครอง
๒.๒ ใหค้ รูและนกั เรียนท่ีอยใู่ นคณะกรรมการมีเวลาช้ีแจงในโครงการในห้องเรียน
ใหม้ ีขอ้ มูลท่ีเกี่ยวขอ้ ง เช่น การรับสมคั รสมาชิกชมรม การเลือกหนงั สือท่ีจะอ่าน การกรอกแบบ
บนั ทึก แหล่งที่จะอา่ นหนงั สือ กิจกรรม
การส่งเสริมการอา่ น เป็ นตน้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๒๙
๒.๓ โรงเรียนจดั กิจกรรมรณรงค์ โครงการส่งเสริมนิสัยการอ่านทุกรูปแบบมีท้งั
เอกสาร การสื่อสาร การบรรยาย เสนอแนะ ประกาศ เป็ นตน้ ซ่ึงจะเป็นการช่วยกระตุน้ ใหท้ ุกคน
ตระหนกั ในความสาคญั ของการอา่ นมากข้ึน
๓. ข้ันดาเนินการ
เป็นข้นั ตอนที่สาคญั ท่ีสุด เน่ืองจากทุกกิจกรรมในโครงการ ควรจะไดบ้ งั เกิดผลเป็ น
รูปธรรม สามารถนาเสนอภาพท่ีชดั เจนของกิจกรรมต่าง ๆ ดงั น้ี
๓.๑ การเตรียมกิจกรรม ส่ืออุปกรณ์และข้นั ตอนการจดั กิจกรรมตามที่กาหนดไว้ เพ่อื ดู
ความพร้อมของการจดั กิจกรรม
๓.๒ การปฏิบตั ิกิจกรรมของนกั เรียน ซ่ึงการปฏิบตั ิกิจกรรมส่งเสริม ใหค้ รอบคลุม
ท้งั การฟัง พดู อ่านและเขียน หรือสมั พนั ธ์กนั ท้งั ๔ ทกั ษะ
๓.๓ การพฒั นางานของนกั เรียน จากการปฏิบตั ิกิจกรรม นกั เรียนจะวางแผน
การจดั เก็บสะสมผลงาน คดั เลือกงาน ปรับเปรียบผลงาน และนาเสนอผลงานในรูปแบบการใช้
แฟ้มสะสมผลงาน
๓.๔ การประยกุ ตใ์ ชก้ ิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ใหเ้ หมาะสมกบั โรงเรียน และ
สภาพแวดลอ้ มของโรงเรียน ซ่ึงเป็นหนา้ ท่ีของ
คณะทางานจะตอ้ งหาแนวทางพฒั นาปรับปรุง
กิจกรรมใหส้ ัมพนั ธ์สอดคลอ้ งกบั สภาพต่าง ๆ
ดงั กล่าวยง่ิ ข้ึน
๔. ข้นั ประเมินผล
การประเมินผลเป็นข้นั ตอนที่สาคญั ของโครงการ/กิจกรรม/การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ส่งเสริมการอา่ นที่โรงเรียนควรได้ ประเมินผลความกา้ วหนา้ ในการดาเนินงานตามโครงการของ
โรงเรียน ดงั น้ี
๔.๑ ความกา้ วหนา้ ในการอ่านของนกั เรียน ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และความพึงพอใจของนกั เรียน
๔.๒ การจดั กิจกรรมตามโครงการ/กิจกรรม/กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ของโรงเรียน
ประเมินไดจ้ ากร่องรอยหลกั ฐานการจดั กิจกรรมตามสภาพที่แทจ้ ริง ไดช้ ่วยส่งเสริมใหน้ กั เรียนมี
ความกา้ วหนา้ ในการอ่าน
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๓๐
รักการอ่านเพยี งใด โดยใชแ้ บบสารวจแบบประเมินผลการดาเนินการ รวมท้งั ผลที่ไดจ้ ากการ
รวบรวมสะสมผลงาน และการนาเสนอผลการดาเนินงานท้งั หมด
การเลือกหนังสือในกจิ กรรมส่งเสริมนสิ ัยรักการอ่านให้เหมาะกบั เดก็
เดก็ ในช่วงวยั แรกเกิดถึง ๖ ปี เป็นช่วงที่
มีพฒั นาการสูงสุดในชีวิตทุกดา้ น เดก็ ทุกคนมี
พฒั นาการทางร่างกาย ตามวยั เร่ิมต้งั แต่ การ
เคล่ือนไหว ไดย้ นิ มองเห็น การพลิกคว่า–หงาย
กระดืบ คืบคลาน การรู้จกั ใชอ้ วยั วะ นง่ั ยนื และ
เดิน เป็ นตน้ พฒั นาการที่กา้ วหนา้ ท้งั หมดน้ี
เกิดข้ึนในช่วงเวลาเพียงไม่ถึงหน่ึงปี สาหรับเด็กท่ี
มีร่างกายสมบูรณ์แขง็ แรงไดร้ ับสารอาหารอยา่ ง
เพียงพอ ไดร้ ับการโอบอุม้ ดูแลและส่งเสริม
สมองของเด็กแรกเกิดเจริญเติบโต และมี
พฒั นาการอยา่ งรวดเร็ว หากไดร้ ับการกระตุน้ ส่งเสริมให้
ถูกทาง จะเกิดการพฒั นาการไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี และมี
ประสิทธิภาพ ปัจจุบนั มีการศึกษาเร่ืองการทางานของสมอง
อยา่ งแพร่หลายและมีขอ้ มูลความรู้ใหม่ ๆ อยเู่ สมอ
นกั วชิ าการดา้ นสมองกล่าววา่ เซลลส์ มองของมนุษยจ์ ะ
เติบโตงอกงามไดม้ ากนบั ลา้ นลา้ นเซลล์ รศ.พญ.ศนั สนีย์
ฉตั รคุปต์ ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นสมองของไทยอธิบายวา่
“สมองคนเรามีเซลลป์ ระสาทอยู่ ๑ แสนลา้ นเซลล์ และมี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๓๑
จุดเชื่อมต่อกนั เป็นพนั ลา้ นลา้ นจุด ในสมองผใู้ หญม่ ีเส้นใยประสาทท่ีส่งขอ้ มูลออกและรับเขา้
ประมาณ ๑ พนั เส้นใยประสาท แตเ่ ดก็ ๖ ปี จะมีเส้นใยประสาทประมาณ ๕-๗ เท่าของสมองเดก็
๑๘ เดือน ในสมองเด็ก ๖-๗ ปี จะมีการเช่ือมโยงหรือการติดต่อกบั เซลลป์ ระสาทอื่น ๆ ไดถ้ ึง
๖๐,๐๐๐ – ๗๐,๐๐๐ เซลลป์ ระสาทดว้ ยกนั หลงั จากอายุ ๑๐-๑๑ ปี ไปแลว้ หากเส้นใยประสาท
ไม่ไดร้ ับการกระตุน้ จากขอ้ มูลภายนอก ก็จะไม่เกิดประจุไฟฟ้าข้ึน หรือถา้ ไม่ไดใ้ ชง้ านก็จะถูก
กาจดั ออกไป
จากการเกบ็ ขอ้ มูลกรณีศึกษาครอบครัวที่ส่งเสริมใหล้ ูกรักการอ่าน ๓ ครอบครัว ซ่ึงเริ่ม
อ่านหนงั สือใหเ้ ด็กฟังต้งั แต่อายุ ๒ ขวบ ไดพ้ บวา่ เด็กวยั ๓ ขวบ มีสมาธิฟังนิทานที่มีภาพประกอบ
ติดต่อกนั ต้งั แต่ ๑๐ – ๒๐ เล่ม ใน ๑ ชวั่ โมง เร่ิมฟังนิทานท่ีไมม่ ีภาพประกอบต้งั แต่ ๔ ขวบ อ่าน
นิทานดว้ ยตนเองต้งั แตป่ ระมาณ ๕ ขวบ และเมื่ออายุ ๗ ขวบ อา่ นหนงั สือพอ็ คเก็ตบุค๊ เฉลี่ยวนั ละ
๑ เล่ม ในเวลา ๑ ปี เด็กอ่านหนงั สือ ต้งั แต่ ๑๐๐ – ๓๐๐ เล่ม เดก็ เล็กที่ทาการวจิ ยั ฟังนิทานท่ีอ่าน
ใหฟ้ ังซ้าๆ ไดถ้ ึง ๕๐-๖๐ เท่ียว ตอ่ นิทาน ๑ เล่ม และจาขอ้ ความไดห้ มดทุกคาโดยไม่ตอ้ งทอ่ งจา
จากการเก็บขอ้ มูลแบบเจาะจงเวลาไดพ้ บวา่ เด็ก ๗ ขวบ สามารถจดจาขอ้ ความในหนงั สือภาพ
ภาษาองั กฤษหนา ๑๐ หนา้ ความยาวเฉลี่ย ๔ บรรทดั ต่อหนา้ ไดถ้ ึง ๖๐ เล่ม ในเวลา ๖ เดือน จาก
การอา่ นใหฟ้ ังประมาณ ๑ ชวั่ โมงอยา่ งสม่าเสมอ ซ่ึงเปรียบการพฒั นาสมองมนุษยก์ บั การฝน
เหรียญ เมื่อฝนดา้ นใดมากเหรียญกจ็ ะเอียงไป
มากกวา่ อีกดา้ นหน่ึง
(ทกั ษิณ ชินวตั ร และคณะ, ๒๕๔๘)
แสดงใหเ้ ห็นวา่ การอ่าน
หนงั สือนิทานใหเ้ ดก็ ฟัง เป็ นการกระตุน้
ใหเ้ ส้นใยประสาทเกิดประจุไฟฟ้า
เชื่อมโยงกนั จะส่งผลถึงการพฒั นาใน
ทุก ๆ ดา้ น ของเด็ก เพราะขณะที่เดก็ ๆ
ฟังนิทาน เด็กตอ้ งใชค้ วามคิด จินตนาการ
สมาธิ และความต้งั อกต้งั ใจ เม่ือเดก็ เติบโตข้ึนมีร่างการและสติปัญญาท่ีพร้อม ถึงแมไ้ ดร้ ับ
การปลูกฝังนิสยั รักการอ่านมาต้งั แต่เลก็ ๆ ก็จาเป็นตอ้ งมีการส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ใหก้ บั เดก็ เม่ือ
มีอายมุ ากข้ึน หนงั สือเป็นสิ่งจาเป็นท่ี ผใู้ หญค่ วรใหค้ วามสนใจ และใหค้ วามสาคญั ในการดูแล
จดั หา หรือใหค้ าแนะนาในการเลือกอา่ นหนงั สือใหเ้ หมาะกบั ช่วงอายขุ องเด็ก เพ่อื ใหม้ ุ่งหวงั ใหเ้ ด็ก
อา่ นอยา่ งมีความสุข และมีนิสัยรักการอ่านตามมา จากการศึกษาจากเอกสาร งานวจิ ยั ต่าง ๆ และ
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๓๒
จากผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นการจดั ทาหนงั สือสาหรับเด็ก ท่ีเกี่ยวกบั การเลือกหนงั สือสาหรับเด็ก ทาใหไ้ ด้
ขอ้ สรุปวา่ ในการเลือกหนงั สือสาหรับเด็ก ดงั น้ี
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๑ ปี
หนงั สือสาหรับเด็กวยั น้ีจะเก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองของตวั เอง และสิ่งใกลต้ วั มีวธิ ีการเล่า
เร่ืองราวอยา่ งง่าย ๆ ไม่ซบั ซอ้ นใชค้ านอ้ ยไม่มีการอธิบายความ มีภาพประกอบชดั เจน
ใกลเ้ คียงกบั ของจริงหรือภาพถ่ายท่ีเขา้ ใจง่ายอยบู่ นพ้ืนท่ีสะอาดตา
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๒ ปี
หนงั สือสาหรับเดก็ อายุ ๒ ปี มกั เก่ียวขอ้ งกบั ส่ิงรอบตวั สัตวเ์ ล้ียงและสัตวอ์ ่ืน ๆ
ยวดยานพาหนะ ของเล่น หนงั สือประเภทที่เดก็ วยั น้ีชื่นชอบคือ หนงั สือคากลอน หนงั สือท่ีมีภาษา
เป็นจงั หวะ ใหค้ าสัมผสั คลอ้ งจอง
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๓-๔ ปี
เด็กวยั น้ีเป็ นวยั ท่ีสนุก ต่ืนเตน้ ชอบเรียนรู้เร่ืองราว
ใหม่ ๆ ช่างสงสยั ชอบซกั ถาม กาลงั ตื่นตวั ที่จะ
พฒั นาทกั ษะในดา้ นตา่ ง ๆ เริ่มมีความคิดต่อโลก
รอบตวั มากข้ึน สนใจคนอื่น ส่ิงตา่ ง ๆ ท่ี
ไกลจากตวั เอง อยากรู้จกั เพ่ือใหม่ สนใจ
ส่ิงมีชีวติ ส่ิงแวดลอ้ มใหม่ ๆ เริ่มมี
จินตนาการที่น่าตื่นเตน้ หนงั สือสาหรับเดก็ วยั
น้ีมีใหเ้ ลือกมากมาย หลากหลาย เนื่องจากเดก็ วยั น้ีเร่ิม
แสดงออกถึงความเป็ นตวั ของตวั เอง การเลือกหนงั สือตอ้ ง
ดูความชอบ ความสนใจของเดก็ เป็นหลกั บางคนชอบเร่ือง
จริง เร่ืองแต่ง เร่ืองต่ืนเตน้ ผจญภยั รวมถึงเรื่องตลก
เด็กผชู้ ายมกั จะชอบหนงั สือ
เกี่ยวกบั ยวดยานพาหนะ เคร่ืองยนตก์ ลไก ในขณะท่ีเด็กผูห้ ญิงชองเร่ืองราวของสิ่งมีชีวิตมากกวา่
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๕ ปี
การเลือกหนงั สือสาหรับเด็กวยั น้ี ข้ึนอยกู่ บั ความชอบ ความสนใจชองเดก็ เป็นหลกั
เน่ืองจากเด็กวยั น้ีสามารถ ตดั สินใจไดว้ า่ หนงั สือเล่มใดใช่หรือไมใ่ ช่ส่ิงที่ตนเองชื่นชอบ เด็กวยั น้ี
อยากฟังเรื่องราวที่ลึกลบั ซบั ซอ้ น ต่ืนเตน้ เตม็ ไปดว้ ย อารมณ์ความรู้สึก นอกจากน้นั เด็กวยั น้ีมี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๓๓
ความสามารถในการคิดภาพไดไ้ มจ่ าเป็นตอ้ งอา่ นหนงั สือภาพอยา่ งเดียว การเล่านิทานปากเปล่า
เช่นนิทานพ้ืนบา้ น นิทานปรัมปรา นิทานกริมส์ ใหเ้ ด็ก ๆ ฟังกเ็ ป็นหนทางที่ใชส้ าหรับเด็ก
ในวยั น้ีได้
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๖-๗ ปี
เด็กวยั น้ียงั สนใจหนงั สือภาพ และเร่ืองราวที่ชวน
ใหค้ ิด เก่ียวกบั ชีวติ จริงมากข้ึน ชอบเรื่องราวที่เกี่ยวกบั
ชีวติ ประจาวนั เด็กผชู้ ายชอบอ่านหนงั สือ เก่ียวกบั
วทิ ยาศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ และชีวประวตั ิต่าง ๆ ส่วน
เด็กผหู้ ญิงชอบนวนิยายเก่ียวกบั อารมณ์ หนงั สือที่เหมาะสม
กบั เดก็ วยั น้ี ไดแ้ ก่ หนงั สือภาพ นิทาน หนงั สือนวนิยายส้นั
ขนาดส้นั หนงั สือบทร้อยกรอง หนงั สือการ์ตูน หนงั สือความรู้ทวั่ ไป
หนังสือสาหรับเดก็ อายุ ๑๐-๑๒ ปี
เด็กวยั น้ีจะเขา้ ใจคาเปรียบเทียบสนใจเร่ืองเป็นจริง เดก็ ชายสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์
การผจญภยั การต่อสู้ เรื่องมีจินตนาการกวา้ งไกลเก่ียวกบั วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การทดลองง่าย ๆ
ตามท่ีเรียนมาจากโรงเรียน เด็กหญิงจะชอบการแต่งกายเส้ือผา้ การบา้ นการเรือน ยงั คงชอบเร่ือง
เก่ียวกบั เทวดา นางฟ้า ท้งั เด็กหญิงและเดก็ ชายจะ
ชอบเหมือน ๆ กนั เช่น วรรณคดี นิทาน นิยาย
สาหรับเดก็ ง่าย ๆ เกี่ยวกบั เทพบุตร ชาดก สุภาษิต
คาพงั เพย นิทานพ้นื บา้ น เรื่องตลก การ์ตูนขาขนั
เขา้ ใจปัญหาสงั คม ศาสนา เด็กวยั น้ีจะชอบ
หนงั สือท่ีมีเร่ือง และรูปเท่า ๆ กนั หรือรูปอาจจะ
ลดนอ้ ยลงได้ ลดรูปสีลงได้ เน้ือเร่ืองยาวข้ึน
สามารถอ่านเร่ืองสารเคมีง่าย ๆ รู้เร่ืองตลกง่าย ๆ
เขา้ ใจไดด้ ี เรื่องความรู้ต่างๆ วรรณคดีง่าย ๆ
นอกจากน้ีบางคนอา่ นหนงั สือเก่งมกั หนั ไปอ่าน
หนงั สือในวยั ถดั ไปไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ๓๔
หนังสือสาหรับเด็กอายุ ๑๒-๑๔ ปี
เด็กวยั ๑๒ – ๑๔ ปี เป็นเด็กก่อนวยั รุ่นชอบเร่ืองวทิ ยาศาสตร์ ชีวประวตั ิบุคคลสาคญั
เร่ืองเดก็ วยั เดียวกนั เรื่องโรงเรียน กีฬา งานอดิเรก สตั ว์ แมลงต่าง ๆ เรื่องทอ้ งถิ่น ประเพณี
พ้นื บา้ น เด็กวยั น้ีจะรู้จกั วินิจฉยั การอา่ น หาขอ้ เทจ็ จริงมาพิสูจน์ รู้จกั คน้ ควา้ เพ่มิ เติมในสิ่งท่ีสงสยั
และอยากรู้อยากเห็น เด็กชายจะสนใจ วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ การทดลองต่าง ๆ เรื่องที่
ขมวดปมใหค้ ิด เร่ืองผจญภยั ในอวกาศ
ประวตั ิศาสตร์ เกมคอมพิวเตอร์ ส่วน
เด็กหญิงยงั สนใจในเรื่องครอบครัว และเร่ิม
สนใจอา่ นหนงั สือนิยายรัก ท้งั
เด็กหญิง และเด็กชายชอบเร่ือง
สัตว์ เดก็ วยั น้ีจะเขา้ ใจหลกั เกณฑ์
ตา่ ง ๆ ไดด้ ี เด็กวยั น้ีจะชอบอ่าน
หนงั สือที่มีเร่ืองมากกวา่ รูป ส่วนมากจะชอบหนงั สือขนาดฉบบั กระเป๋ า (Pocket book) ชอบอา่ น
หนงั สือการ์ตูน และชอบอา่ นนิตยสารที่มีเรื่องสนใจเป็นพเิ ศษ
หนังสือสาหรับเดก็ อายุ ๑๕-๒๐ ปี
เด็กวยั ๑๕ – ๒๐ ปี (วยั รุ่น)
สนใจเรื่องการแตง่ กาย วธิ ีการเรียนให้
เก่ง การจา การเป็นคนเก่ง เด่น จิตวทิ ยา
ง่าย ๆ งานอดิเรก มรรยาทในสังคม การ
วางตน การคบเพ่ือน การคบเพศตรงขา้ ม
ชอบอ่านเน้ือเรื่องเกี่ยวกบั การปรับปรุงบุคลิกภาพ การรักษาสุขภาพอนามยั วรรณคดี โคลงกลอน
นิยายรัก ประวตั ิศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์กา้ วหนา้ คอมพวิ เตอร์ การทดลอง เรื่องที่เป็นความรู้ เครื่องบิน
จรวด ดาวเทียม เทคโนโลยี เกษตร ภาษา กีฬาการต่อสู้ อาวธุ ที่ใชใ้ นสงคราม ปัญหาสงั คม การเมือง นกั สืบ
ผจญภยั การท่องเท่ียว และศิลปวฒั นธรรม เป็นตน้ เดก็ วยั รุ่นผชู้ ายจะชอบเนน้ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี กีฬา การผจญภยั และดนตรี วยั รุ่นท้งั หญิง และชายชอบอ่านวารสาร นิตยสาร และการ์ตูนมาก
จากที่กล่าวมาสรุปไดว้ า่ ในการเลือกหนงั สือสาหรับให้เด็กอ่านเพอ่ื ใหเ้ ด็กอา่ นอยา่ งมี
ความสุข และส่งเสริมนิสยั รักการอา่ นน้นั ตอ้ งเลือกให้ตรงกบั ความตอ้ งการ และความสนใจของเด็ก
ซ่ึงเดก็ ในแต่ละวยั จะมีความสนใจท่ีแตกต่างกนั ไป
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๓๕
ดงั น้นั จึงเป็นคาตอบวา่ ทาไมตอ้ งบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านต้งั แต่วนั เยาว์ ก็เพื่อสร้างคืน
วนั ท่ีเตม็ ไปดว้ ยความสุข ความรัก ความอบอุน่ ของพอ่ แม่ลูก จากการอ่านหนงั สือเพ่ือเป็นสายใย
เชื่อมร้อยหวั ใจ และเม่ือลูกค่อย ๆ เติบโตข้ึน โรงเรียนจึงมีบทบาทสาคญั ในการสานต่อใหก้ ารอ่าน
หนงั สือไดส้ ร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย พร้อมกบั เป็ นเครื่องมือพฒั นาและยกระดบั จิตวิญญาณ
ของผอู้ า่ น เม่ือถึงตรงน้นั สิ่งหน่ึงที่ไม่เคยเปล่ียนแปลง ก็คือ ยามเม่ือเปิ ดหนงั สือคร้ังใด จะเตม็ ไป
ดว้ ยพลงั ของความทรงจาแห่งความสุข เพราะประทบั ใจแรก
ที่มีต่อการอ่านหนงั สือ หาใช่ความเบื่อหน่าย
เคร่งเครียด การอา่ นจะค่อย ๆ เป็น
ส่วนหน่ึงของชีวติ โดยที่เราแทบจะ
ไม่รู้ตวั เพราะเป็นการอา่ นท่ีเตม็ ไป
ดว้ ยความสุข
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ๓๖
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๓๗
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน จดั ทาข้ึนเพื่อใหโ้ รงเรียนใชเ้ ป็นแนวทาง
ในจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ซ่ึงประกอบดว้ ยกิจกรรมหลกั และกิจกรรมเสนอแนะ
ในการดาเนินงานของโรงเรียนน้นั โรงเรียนสามารถดาเนินกิจกรรมตามกิจกรรมหลกั
และจดั กิจกรรมเสนอแนะไดต้ ามความพร้อมและบริบทของโรงเรียน รายละเอียด ดงั น้ี
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๓๘
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ท่ีส่งเสริมนิสัย
รักการอ่าน ดงั น้นั เพื่อใหก้ ารจดั กิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ ครูผูส้ อนควร
ดาเนินการเป็ นข้นั ตอน ดงั น้ี
๑. ศึกษาคาช้ีแจงการใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอ่านใหเ้ ขา้ ใจ
๒. ศึกษารายละเอียดองคค์ วามรู้ในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านใหเ้ ขา้ ใจ
๓. ศึกษาแนวคิด จุดมุง่ หมาย ส่ือแหล่งเรียนรู้ วธิ ีดาเนินกิจกรรม การติดตามและ
ประเมินผล และขอ้ เสนอแนะของกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น
๔. จดั กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ นในแตล่ ะกิจกรรม ในขณะทากิจกรรมครูผสู้ อน
ควรใหค้ าแนะนานกั เรียน และอานวยความสะดวกใหน้ กั เรียนตลอดการดาเนินกิจกรรม
๕. ครูผสู้ อนและคณะทางานประเมินผลการเรียนรู้ของนกั เรียนในดา้ นความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๓๙
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๔๐
แนวคดิ
การจดั กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน หรือ “DEAR” (Drop Everything And Read)
เป็นกิจกรรมหลกั ที่ทุกโรงเรียนควรดาเนินการ ดว้ ยการจดั เวลาใหน้ กั เรียนอ่านหนงั สือตอนเชา้ หลงั
กิจกรรมหนา้ เสาธง หรือหลงั อาหารกลางวนั ก่อนเร่ิมเรียนในช่วงบ่าย ในหอ้ งเรียนของตนเอง
โดยมีครูประจาช้นั เป็นผคู้ วบคุม หลงั จากน้นั ครูประจาช้นั จะใหเ้ ด็กเขียนบนั ทึกการอา่ นในสมุดที่
โรงเรียนจดั ให้ หรือเด็กนามาเอง
จุดมุ่งหมาย
๑. เพื่อฝึกทกั ษะการอ่านและการเขียน
๒. เพอ่ื ส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน
๓. เพอ่ื ฝึกใหน้ กั เรียนแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองและสามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๔๑
สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สือ หนงั สือพมิ พ์ วารสาร สิ่งพมิ พ์ หรือสาเนาบทความที่เป็นประโยชน์
น่าสนใจและใหค้ วามเพลิดเพลิน
๒. อุปกรณ์ใหส้ ญั ญาณ เช่น กริ่ง ระฆงั หรือเสียงเพลง เป็นตน้
วธิ ีดาเนินกจิ กรรม
๑. กาหนดเวลาใหน้ กั เรียนอ่านพร้อมกนั ทุกวนั หรือทุกสัปดาห์
วนั ละประมาณ ๕- ๑๐ นาที
๒. นกั เรียนหรือครูเตรียมหนงั สือหรือเอกสารที่เป็นประโยชน์ น่าสนใจและใหค้ วาม
เพลิดเพลิน มาอา่ น โดยฟังสัญญาณเร่ิมอา่ น และหยดุ อ่านอยา่ งพร้อมเพรียงกนั โดยมีครูดูแลความ
เรียบร้อย
๓. เมื่อนกั เรียนอ่านหนงั สือเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนหรือครูบนั ทึกเรื่องท่ีอา่ นลงใน
แบบบนั ทึกกิจกรรม “วางทุกงาน อ่านทุกคน”
การตดิ ตามและประเมนิ ผล
๑. การสังเกต โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการอ่าน
๒. ตรวจผลงาน โดยตรวจแบบบนั ทึกการอา่ น
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๔๒
ข้อเสนอแนะ
๑. หนงั สือที่นกั เรียนใชส้ าหรับอ่าน อาจเป็นหนงั สือเรียน หนงั สือจากมุมหนงั สือ
ในหอ้ งเรียนหรือหนงั สือในหอ้ งสมุด หนงั สือพมิ พ์ บทความ วารสาร แผน่ พบั
ป้ายนิเทศในหอ้ งเรียน เป็นตน้
๒. เวลาท่ีใชใ้ นการอ่านใหส้ ถานศึกษากาหนดตามความเหมาะสม เช่น ก่อนเรียนตอน
เชา้ หรือตอนบา่ ย
๓. ผบู้ ริหารสถานศึกษาควรช้ีแจงข้นั ตอนการดาเนินกิจกรรม “วางทุกงาน อ่านทุกคน”
กบั คณะครูในโรงเรียน ใหค้ ณะครูและนกั เรียนไดร้ ับทราบอยา่ งทวั่ ถึงและมีการประเมินการดาเนิน
กิจกรรมของครูอยา่ งสม่าเสมอ
๔. แบบบนั ทึกพฤติกรรมการอ่าน โรงเรียนสามารถเลือกแบบที่เสนอแนะหรือ
ปรับเปล่ียนตามความเหมาะสม
๕. โรงเรียนควรจดั กิจกรรมใหห้ ลากหลายไมซ่ ้ากนั ในแตล่ ะวนั เพื่อไม่ใหเ้ ดก็ เบ่ือหน่าย
จนทากิจกรรมน้ีนอ้ ยลง อาจจดั รายละเอียดของกิจกรรมดงั น้ี
วนั จันทร์ นกั เรียนอ่านหนงั สือในกล่องท่ีโรงเรียนจดั ใส่กล่องใหใ้ นโครงการ
DEAR ซ่ึงแจกไปทุกหอ้ งเรียน
วนั องั คาร นกั เรียนอา่ นข่าว สารคดี บทความ แลว้ วิเคราะห์สิ่งที่ไดจ้ ากการอ่าน
วนั พุธ นกั เรียนฟังเพลงที่มีเน้ือหาดี มีขอ้ คิด แลว้ วเิ คราะห์เพลงท่ีฟัง
(ประมาณ ๑๕ นาที)
วนั พฤหัสบดี นกั เรียนอา่ น
หนงั สือในกล่อง DEAR ตอ่ จากวนั จนั ทร์
วนั ศุกร์ นกั เรียนเล่าเร่ืองหนา้
หอ้ ง ผลดั กนั คราวละ ๓ – ๕ คน ตลอด
ท้งั ภาคเรียน แลว้ เพ่อื น ๆ ช่วยกนั วจิ ารณ์แสดง
ความคิดเห็น
ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ๔๓