แผนจัดการเรียนรู้
วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 นายศตวรรษ บึงสพาน รหัสนักศึกษา 63040113104 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนหนองหานวิทยา
โครงสร้างรายวิชา วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนหนองหานวิทยา จำนวน 3 คาบต่อสัปดาห์ จำนวน 60 ชั่วโมง ครูผู้สอนศตวรรษ บึงสพาน ลำดับ ชื่อหน่วย แผนจัดการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 หน่วยที่5 พลังงานความร้อน 24 24 บทที่1ความร้อนกับ การเปลี่ยนแปลง ของสสาร แผนที่1 แบบจำลอง อนุภาคของสสารใน แต่ละสถานะ สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสาร ชนิดเดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาค การเคลื่อนที่ของอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่ง มีผลต่อรูปร่างและปริมาตรของสสาร • อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มี แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาค สั่นอยู่กับที่ ทำให้มีรูปร่างและปริมาตรคงที่ • อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มี แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็ง แต่มากกว่าแก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็น อิสระเท่าแก๊ส ทำให้ มีรูปร่างไม่คงที่แต่ปริมาตร คงที่ • อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มี แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาค เคลื่อนที่ได้ อย่างอิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่าง และปริมาตร ไม่คงที 3 3 แผนที่2 ความร้อน กับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร • เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อนอาจทำให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะหรือเปลี่ยน รูปร่าง • ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ขึ้นกับมวลความร้อนจำเพาะและอุณหภูมิที่ เปลี่ยนไป • ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ ขึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะโดยขณะที่ สสารเปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะไม่เปลี่ยนแปลง 3 3 แผนที่3 ความร้อน กับการขยายตัวหรือ หดตัวของสสาร • ความร้อนทำให้สสารขยายตัวหรือ หดตัวได้เนื่องจากเมื่อสสารได้รับความร้อนจะทำ ให้ อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้นทำให้เกิดการขยายตัว 3 3
แต่เมื่อสสารคายความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่ช้าลงทำให้เกิดการหดตัว • ความรู้เรื่องการหดและขยายตัวของ สสาร เนื่องจากความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ ด้านต่างๆ เช่น การสร้างถนน การสร้างราง รถไฟ การทำเทอร์มอมิเตอร์ แผนที่ 4ความร้อน กับการเปลี่ยน สถานะของสสาร ความร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ ของสสาร เมื่อให้ความร้อนแก่สสาร อนุภาคของ ของสสารจะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึง ระดับหนึ่ง ซึ่งสสารจะใช้ความร้อนในการเปลี่ยน สถานะจากสถานะหนึ่งเป็นสถานะหนึ่ง เรียก ความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะว่า ความ ร้อนแฝง ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารมวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะโดยไม่เปลี่ยนอุณหภูมิ เรียกว่าความร้อนแฝงปริมาณความร้อนที่ทำให้ สสารเปลี่ยนสถานะ ขึ้นอยู่กับมวลของสสาร และความร้อนแฝงจำเพาะของสาร ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน สถานะขึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะที่สสารเปลี่ยนสถานะ อุณหภูมิจะไม เปลี่ยนแปลง เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาค จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและเคลื่อนที่ออกห่างกันมาก ขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะลดลง จน สสารเปลี่ยนสถานะ นักเรียนสามารถวิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะโดยใช้ สมการ Q = mL 3 3 บทที่2 การถ่ายโอน ความร้อน แผนที่5การถ่ายโอน ความร้อนใน ชีวิตประจำวัน(การ นำความร้อน) การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การนำ ความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสี ความร้อน การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางไม่ เคลื่อนที่ การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง 3 3
เคลื่อนที่ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง แผนที่6การถ่ายโอน ความร้อนใน ชีวิตประจำวัน(การ พาความร้อน) การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การ นำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสี ความร้อน การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางไม่ เคลื่อนที่ การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง เคลื่อนที่ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง 3 3 แผนที่7การถ่ายโอน ความร้อนใน ชีวิตประจำวัน (การแผ่รังสีความ ร้อน) การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การนำ ความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสี ความร้อน การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางไม่ เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง เคลื่อนที่ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง 3 3 แผนที่ 8สมดุลความ ร้อน ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มี อุณหภูมิสูงกว่าไปยังสสารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จนกระทั่งอุณหภูมิของสสารทั้งสองเท่ากัน สภาพที่สสารทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน เรียกว่า สมดุลความร้อน เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อน จากสสารที่มีอุณหภูมิต่างกันจนเกิดสมดุลความ ร้อน ความร้อนที่เพิ่มขึ้นของสสารหนึ่งจะเท่ากับ ความร้อนที่ลดลงของอีกสสารหนึ่ง ซึ่งเป็นไป ตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน 3 3 3 สอบกลางภาค 3 20 4 หน่วยที่6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 30 26 บทที่ 1 ลมฟ้า อากาศรอบตัว แผนที่9 บรรยากาศ ของเรา - โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติ และองค์ประกอบของบรรยากาศในการแบ่ง บรรยากาศของโลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลาย รูปแบบตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลง 3 3 แผนที่10บรรยากาศ ของเราต่อ
อุณหภูมิตามความสูงแบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพส-เฟียร์ ชั้นสตราโทสเฟียร์ ชั้นมี โซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟียร์ - บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต แตกต่างกัน โดยชั้นโทรโพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ ลมฟ้าอากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต ชั้นสตราโทสเฟียร์ช่วยดูดกลืนรังสี อัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังโลกมาก เกินไป ชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่ ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาด เล็ก ลดโอกาสที่จะทำความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบน โลก ชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุ และชั้นเอกโซสเฟียร์เหมาะสำหรับการโคจรของ ดาวเทียมรอบโลกในระดับต่ำ แผนที่11 อุณหภูมิ อากาศ ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศ ในเวลาหนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้า ที่พบบ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบ ลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิของ อากาศ อุณหภูมิของอากาศและปริมาณไอน้ำ ส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ 3 3 แผนที่12เรื่องความ กดอากาศ ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหนึ่ง ของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อย ในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้า อากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัย ต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์และ ลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ 3 3
อุณหภูมิอากาศ และปริมาณไอน้ำส่งผลต่อ ความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้น และลมส่งผลต่อเมฆ แผนที่13เรื่องลม ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้า ที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณ รังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผล ต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของอากาศและ ปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศ ส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ 3 3 แผนที่14 เรื่อง ความชื้น ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้า ที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณ รังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผล ต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของอากาศและ ปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศ ส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ 3 3 แผนที่15 เรื่องเมฆ และฝน ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้า ที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณ รังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผล 3 3
ต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของอากาศและ ปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศ ส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ แผนที่16เรื่องการ พยากรณ์อากาศ การพยากรณ์อากาศเป็นการ คาดการณ์ลมฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการตรวจวัดองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้า อากาศระหว่างพื้นที่ การวิเคราะห์ข้อมูลและ สร้างคำพยากรณ์อากาศ การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ ประโยชน์ ด้านต่างๆ เช่น การใช้ ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร การ ป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3 3 บทที่ 2 มนุษย์และ การเปลี่ยนแปลงลม ฟ้าอากาศ แผนที่17พายุ พายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากการที่อากาศที่มี อุณหภูมิและความชื้นสูงเคลื่อนที่ขึ้นสู่ระดับ ความสูงที่มีอุณหภูมิต่ำลงจนกระทั่งไอน้ำใน อากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้ำและ เกิด ต่อเนื่องเป็นเมฆขนาดใหญ่พายุฝนฟ้าคะนองทำ ให้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรงฟ้าแลบฟ้าผ่าซึ่ง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน 3 2 แผนที่18การ เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการ เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกิจกรรม ของมนุษย์ในการปลดปล่อย แก๊สเรือนกระจกสู่ บรรยากาศแก๊สเรือนกระจก ที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุดได้แก่ แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งหมุนเวียนอยู่ในวัฏจักร คาร์บอน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ก่อให้เกิดผล กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น การหลอมเหลว ของน้ำแข็งขั้วโลก การ เพิ่มขึ้น ของระดับทะเล การเปลี่ยนแปลง วัฏ จักรน้ำ การเกิดโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำและ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นมนุษย์ จึงควร เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนภายใต้ 3 3
สถานการณ์ ดังกล่าวทั้งแนวทางการปฏิบัติตน ให้เหมาะสม และแนวทางการลดกิจกรรมที่ ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก 5 สอบปลายภาคเรียน 3 30 รวมทั้งหมด 60 100
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 5 พลังงานความร้อน เรื่องแบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง สาระสำคัญ สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสาร ชนิดเดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อรูปร่างและ ปริมาตรของสสาร • อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาคสั่นอยู่กับที่ ทำให้มี รูปร่างและปริมาตรคงที่ • อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าแก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็นอิสระเท่าแก๊ส ทำให้ มีรูปร่างไม่คงที่แต่ปริมาตรคงที่ • อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาคเคลื่อนที่ได้ อย่าง อิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่างและปริมาตร ไม่คงที จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสาร ชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊สได้ (K) 2. นักเรียนเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ของอนุภาคของ สสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊สได้ (K) 3. นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะได้ (P) 4. นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับแบบจำลองอนุภาคของสสารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ (A)
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.มุ่งมั่นในการทำงาน 2.ใฝ่เรียนรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้แบบSTAD ขั้นที่ 1.ขั้นนำเสนอเนื้อหา 1.คุณครูให้นักเรียนสังเกตภาพเหรียญกษาปณ์ แล้วร่วมกันอภิปรายการผลิตเหรียญกษาปณ์ ว่า เป็นอย่างไร (แนวคำตอบ ผลิตจากโลหะ เช่น ทองแดง นิกเกิล โลหะผสม ผ่านการหลอมโลหะ ด้วยการให้ ความ ร้อน) 2. คุณครูทบทวนความรู้ก่อนเรียน โดยให้นักเรียนเขียนเครื่องหมายถูก ✔ หน้าสิ่งที่เป็นสสาร ได้แก่ ความร้อน อากาศ ก้อนหิน ฟ้า แสง น้ำคลอง ไอน้ำ และเสียง ร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สสารเป็น สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา มีมวล และต้องการที่อยู่ พบได้ทั้งในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สสารใน สถานะที่แตกต่างกันมีสมบัติทั้งที่เหมือนกันและแตกต่างกัน 3. คุณครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เรื่อง สสาร แล้วร่วมกันอภิปรายเนื้อหาในวีดิทัศน์
4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยคุณครูใช้คำถามนำการอภิปราย ดังนี้ 5. นักเรียนคิดว่าสารต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราสามารถจำแนกออกเป็นกี่สถานะ และมีสถานะอะไรบ้าง (แนวคำตอบ 3 สถานะ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส) 6. นักเรียนใช้เกณฑ์ใดมาใช้สำหรับการจำแนกสถานะของสาร (แนวคำตอบ ใช้เกณฑ์การจัดเรียงอนุภาคของสาร รูปร่างและปริมาตรของสาร เป็นต้น) 7. แล้วนักเรียนทราบหรือไม่ว่าสารแต่ละชนิดมีการจัดเรียงอนุภาคเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ ฟังความคิดเห็นของนักเรียนโดยครูยังไม่เฉลย) 8. ครูชี้แจงว่า “วันนี้เราจะได้ทำการทดลอง เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส” 9. คุณครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เรื่อง สถานะกับการจัดเรียงอนุภาคของสาร แล้วร่วมกันอภิปรายเนื้อหา ในวีดิทัศน์ ขั้นที่ 2.ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม 1.คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยในแต่ละกลุ่มต้องมีนักเรียน เก่ง 1 คน ปานกลาง 2 คนและอ่อน 3 คน 2. คุณครูนำเข้าสู่การทดลอง เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยนักเรียนเรียนเก่งจะ เป็นคนอธิบายการทดลองให้เพื่อนในกลุ่มฟัง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมอุปกรณ์การทดลอง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนการทดลองในใบกิจกรรมการทดลองที่ 5.1 เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้เวลาในการทดลอง 20 นาที โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลง มือทำกิจกรรม โดยครูเดินสังเกตนักเรียนทุกกลุ่ม เพื่อให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 5. นักเรียนบันทึกผลการดำเนินการทดลองลงในใบกิจกรรมการทดลองที่ 5.1 เรื่อง อนุภาคของ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
6.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง 1. การเป่าลมในขวดอย่างช้าๆ เบาๆ ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียง อนุภาคของสารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมอย่างช้าๆ เบาๆ ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการ จัดเรียงอนุภาคของสารในสถานะของแข็ง ที่ทุกอนุภาคมีการสั่นสะเทือนตลอดเวลาแต่อยู่ตำแหน่งเดิม และอนุภาคอยู่ชิดติดกันมีแรงระหว่างอนุภาคมากทำให้ของแข็งคงรูปอยู่ได้) 2. การเป่าลมในขวดแรงขึ้น ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียงอนุภาคของ สารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมแรงขึ้น ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียงอนุภาค ของสารในสถานะของเหลวที่ทุกอนุภาคมีการสั่น อนุภาคอยู่ห่างกันเล็กน้อย มีการเคลื่อนตัวและการ กระจายตัวทั่วก้นภาชนะจึงมีปริมาตรเพิ่มขึ้นทำให้ความหนาแน่นและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค น้อยกว่าของแข็งเมื่อเป่าลมแรงที่สุด) 3. การเป่าลมในขวดแรงที่สุด ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียงอนุภาค ของสารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมอย่างแรงที่สุด ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียง อนุภาค ของสารในสถานะแก๊ส ที่ทุกอนุภาคมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว ฟุ้งกระจายเต็ม ภาชนะ ทำให้ความหนาแน่นและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของเหลวและของแข็งมาก ขั้นที่ 2. ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม 1.คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยในแต่ละกลุ่มต้องมีนักเรียน เก่ง 1 คน ปานกลาง 2 คนและอ่อน 3 คน 2.คุณครูนำเข้าสู่กิจกรรมกิจกรรมที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร 3. คุณครูให้นักเรียนที่เรียนเก่งในแต่ละกลุ่มชี้แจงจุดประสงค์การทดลองให้เพื่อนในห้องฟังฟัง ดังนี้ 3.1 ลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนได้ 3.2 ออกแบบตารางการทดลองได้
3.3 อภิปรายและสรุปผลการทดลองได้ 3.4 สามารถนำเสนอรายงานผลการทดลองต่อสมาชิกในห้องได้ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนการทดลองในใบกิจกรรมที่ 5.1 โดยใช้เวลาในการ ทดลอง 20 นาที โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรม โดยครูเดินสังเกตนักเรียนทุกกลุ่ม เพื่อให้ คำแนะนำในการสร้างแบบจำลองอนุภาคแก่นักเรียนอย่างใกล้ชิด 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองลงในใบกิจกรรมที่ 5.1 แล้วบันทึกผลการดำเนิน กิจกรรม ลงไปในตารางที่ออกแบบไว้ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลการทดลองมาอภิปรายและลงข้อสรุปผลการทดลองลงไปในใบกิจกรรมที่ 5.1 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการดำเนินกิจกรรม โดยใช้เวลาในการนำเสนอกลุ่มละ 3 นาที 8. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม โดยติดผลการทำกิจกรรมรอบผนังห้องเรียนหรือจัด แสดงที่โต๊ะ 9. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมและเปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมของกลุ่มอื่นกับ ของกลุ่มตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยแบบจำลองของแต่ละกลุ่ม 10. คุณครูและนักเรียนอภิปรายคำตอบร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า อนุภาคของของแข็งจะสั่นอยู่กับที่และเรียง ชิดกัน โดยมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากกว่าของเหลวและแก๊ส อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน โดยมี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าแก๊ส อนุภาคของของเหลวจึงเคลื่อนที่ได้ แต่ไม่เป็น อิสระ โดยจะเคลื่อนที่รอบ ๆ อนุภาคใกล้เคียง อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก โดยมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาคน้อยมาก อนุภาคจึงเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกทิศทาง ขั้นที่3.ขั้นทำแบบทดสอบ 1.การทดสอบจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบด้วยตัวเองโดยทดแบบทดสอบผ่าน Quizizz ขั้นที่ 4. ขั้นคิดคะแนนความก้าวหน้า 1.คะแนนที่นักเรียนทำได้จะถือว่าเป็นคะแนนรายบุคคลแล้วนำคะแนนรายบุคคลมาแปลงเป็นคะแนนกลุ่ม ขั้นที่5 ขั้นชมเชยและยกย่อง 1.บุคคลใดที่ทำคะแนนมากกว่าครั้งก่อนจะได้รับความชมเชย 2.กลุ่มใดที่ทำคะแนนดีกว่าครั้งก่อนจะได้รับความยกย่องทั้งกลุ่ม
สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. Power Point เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสารในแต่ละสถานะ 2. หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 แหล่งเรียนรู้ 1. การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ อนุภาคของสาร การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิด เดียวกันในสถานะ ของแข็ง ของเหลว และ แก๊สได้ (K) ตรวจใบงานที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของ สสารในแต่ละสถานะ ใบงานที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของ สสารในแต่ละสถานะ นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 2. นักเรียนเปรียบเทียบ การจัดเรียงอนุภาค แรง ยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาคและการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของสสาร ชนิดเดียวกันในสถานะ ของแข็ง ของเหลว และ แก๊สได้ (K) สังเกตพฤติกรรมการทำ การปฏิบัติการทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ แบบประเมินการ ปฏิบัติการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 3. นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองอนุภาคของ สสารในแต่ละสถานะได้ (P) ตรวจใบกิจกรรมที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของ สสารในแต่ละสถานะ เป็นอย่างไร ตรวจใบกิจกรรมที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของ สสารในแต่ละสถานะ เป็นอย่างไร นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 4. นักเรียนอภิปราย เกี่ยวกับแบบจำลอง อนุภาคของสสารไปใช้ให้ เกิดประโยชน์ (A) การสังเกตนักเรียน นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน แบบประเมินการ นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................... .................... ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 5 พลังงานความร้อน เรื่องความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ม.1/1วิเคราะห์แปลความหมายข้อมูลและคำนวณ ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน อุณหภูมิ และเปลี่ยนสถานะโดยใช้ สมการ Q = mc∆t และ Q = mL ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการวัดอุณหภูมิของสสาร สาระสำคัญ • เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อนอาจทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะหรือเปลี่ยน รูปร่าง • ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิขึ้นกับมวลความร้อนจำเพาะและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป • ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ ขึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะโดยขณะที่ สสาร เปลี่ยนสถานะอุณหภูมิจะไม่เปลี่ยนแปลง จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการเปลี่ยนอุณหภูมิของสสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสียความร้อน (K) 2. นักเรียนสามารถใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการวัดอุณหภูมิของสสารได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ (P) 4. นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง การเปลี่ยนอุณหภูมิของสสารไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้(A)
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.มุ่งมั่นในการทำงาน 2.ใฝ่เรียนรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต กระบวนการเรียนรู้วิธีสอนแบบSTAD ขั้นที่ 1.ขั้นนำเสนอเนื้อหา 1. ให้นักเรียนสังเกตภาพ การใช้เทอร์มอคัปเปิลวัดอุณหภูมิของอาหาร ร่วมกันอภิปรายและตอบ คำถามว่า นักเรียนสังเกตเห็นอะไรในภาพ (แนวคำตอบ เทอร์มอคัปเปิลวัดอุณหภูมิของอาหาร) 2. คุณครูตั้งคำถามชวนคิดกับนักเรียนมนุษย์ได้รับพลังงานความร้อนมาจากที่ใดบ้าง? (แนวคำตอบ - ดวงอาทิตย์ - พลังงานในของเหลวร้อนใต้พื้น - การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง - พลังงานไฟฟ้า - พลังงานนิวเคลียร์ 3. คุณครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความร้อน และให้นักเรียนสังเกตภาพการทำอาหารโดยตั้งคำถาม กับนักเรียนว่า ทำอย่างไรถึงจะต้มน้ำในหม้อให้เร็วที่สุด? (แนวคำตอบ ลดปริมาณน้ำ เพิ่มความแรงของไฟ) 4. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็น เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การทดลอง เรื่อง ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร ขั้นที่ 2.ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม
1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน เก่ง กลาง อ่อน 2. คุณครูให้อ่านวิธีดำเนินกิจกรรมที่ 5.2 ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของสสาร ตอนที่ 1 - 2 และร่วมกันอภิปรายในประเด็นดังต่อไปนี้ - กิจกรรมนี้เกี่ยวกับอะไร ( ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำและสารอื่น ๆ ) - กิจกรรม ตอนที่ 1 นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง และมีวิธีบันทึก ผลอย่างไร (นักเรียนต้องสังเกตและบันทึกอุณหภูมิของน้ำในบีกเกอร์ ทุก ๆ 30 วินาที เป็นเวลา 3 นาที) - ร่วมกันระบุปัญหา สมมติฐาน และตัวแปรที่เกี่ยวข้องของการทดลองตอนที่ 1 ปัญหา จำนวนเทียนไขมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำหรือไม่ สมมติฐาน เช่น น้ำที่ได้รับความร้อนจากเทียนไขจำนวนมากกว่า จะมี อุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า ตัวแปรต้น จำนวนเทียนไข ตัวแปรตาม อุณหภูมิของน้ำ ตัวแปรควบคุม ชนิด ขนาด และความสูงของเทียนไข ปริมาณน้ำ ขนาด และชนิดของบีกเกอร์ ระยะเวลาที่ให้ความร้อน ลักษณะการติดตั้งหรือตำแหน่งของเทอร์มอมิเตอร์ - การทำกิจกรรม ตอนที่ 2 ต้องใช้วัสดุและอุปกรณ์ใดบ้าง ( นักเรียนตอบตามรายการวัสดุอุปกรณ์ ครูควรแนะนำวิธีและข้อควรระวังในการใช้ชุดตะเกียง แอลกอฮอล์และเทอร์มอมิเตอร์ การควบคุมตัวแปรเพื่อให้ผลการทดลองน่าเชื่อถือ เช่น ควรใช้ชุด ตะเกียงแอลกอฮอล์ชุดเดียวกันเป็นแหล่งความร้อนให้กับน้ำทั้ง 2 บีกเกอร์) - นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง และมีวิธีบันทึกผลอย่างไร ( นักเรียนต้องสังเกตและบันทึกอุณหภูมิของน้ำในบีกเกอร์ ทุก ๆ 1 นาที เป็นเวลา 5 นาที) - ร่วมกันระบุปัญหา สมมติฐาน และตัวแปรที่เกี่ยวข้องของการทดลองตอนที่ 2 ปัญหา มวลของน้ำมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำหรือไม่ สมมติฐาน เช่น น้ำที่มีมวลน้อยกว่าจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า ตัวแปรต้น มวลของน้ำ ตัวแปรตาม อุณหภูมิของน้ำ ตัวแปรควบคุม ปริมาณความร้อนที่น้ำได้รับ ขนาดและความสูงของเปลวไฟ จากตะเกียงแอลกอฮอล์ (แหล่งความร้อนจากตะเกียงแอลกอฮอล์ชุดเดียวกัน) ขนาดและชนิดของบีก เกอร์ ระยะเวลาที่ให้ความร้อน ชนิดของเทอร์มอมิเตอร์ ลักษณะการติดตั้งหรือตำแหน่งของเทอร์มอ มิเตอร์ 3. คุณครูใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบค่อย ๆ ปล่อยความรับผิดชอบ (Gradual Release of Responsibility: GRR) โดย
ตอนที่ 1 ครูเป็นผู้สาธิตการทำการทดลองหน้าชั้นเรียน ตอนที่ 2 นักเรียนทำการทดลองเป็นกลุ่มย่อยตามวิธีการทดลองในหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ตอนที่ 3 นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบและทำการทดลองด้วยตัวเองเพื่อตอบคำถาม ที่ครูกำหนดให้ 4. เตรียมชุดอุปกรณ์ จำนวน 1 ชุด ไว้หน้าชั้นเรียน จากนั้นครูให้ตัวแทนนักเรียน 2 – 3 คน ออกมาสาธิตการทดลอง โดยครูให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด 5. ให้ตัวแทนนักเรียนบันทึกผลการทดลองในตารางที่ออกแบบไว้บนกระดานเพื่อให้ นักเรียนร่วมกันสังเกตผลการทดลอง 6. แสดงวิธีการเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลาเป็นตัวอย่างหน้าชั้น เรียน 7. ร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรมเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ปริมาณความร้อนที่ น้ำได้รับส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ โดยน้ำในบีกเกอร์ที่ได้รับความร้อนจากเทียนไข 2 เล่ม มีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า ในบีกเกอร์ที่ได้รับความร้อนจากเทียนไข 1 เล่ม 8. แจกอุปกรณ์ให้นักเรียนทำกิจกรรมตอนที่ 2 ร่วมกัน นักเรียนทำกิจกรรมตามขั้นตอน พร้อมกับบันทึกผลการสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 9. เดินสังเกตนักเรียนทุกกลุ่ม เพื่อแนะนำการทำกิจกรรมแก่นักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเน้น ให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม นอกจากนี้ครูควรสังเกตการบันทึกผลการสังเกตของ นักเรียนเพื่อให้ข้อแนะนำหากเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วนในการบันทึกผล รวมทั้งนำข้อมูลที่ควร จะปรับปรุงและแก้ไขมาใช้ประกอบการอภิปรายหลังทำกิจกรรม 10. ครูนำอภิปรายว่า จากการทดลองตอนที่ 1 และ 2 นักเรียนทราบแล้วว่า ปริมาณความ ร้อนที่น้ำได้รับและมวลของน้ำมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ นักเรียนคิดว่าชนิดของสสารมี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารหรือไม่ อย่างไร (มี สสารแต่ละชนิดมีการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิแตกต่างกัน เมื่อได้รับความร้อนเท่ากัน) เพื่อนำไปสู่การออกแบบการทดลอง 11. ร่วมกันระบุปัญหา สมมติฐาน และตัวแปรที่เกี่ยวข้องของการทดลองตอนที่ 3 ปัญหา ชนิดของสสารมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารหรือไม่ สมมติฐาน เช่น สสารต่างชนิดกันจะมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแตกต่างกัน ตัวแปรต้น ชนิดของสสาร ตัวแปรตาม อุณหภูมิของสสาร ตัวแปรควบคุม ปริมาณความร้อนที่สสารได้รับ มวลของสสาร ขนาดและความสูง ของเปลวไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์(แหล่งความร้อนจากตะเกียงแอลกอฮอล์ชุดเดียวกัน) ขนาดและ ชนิดของ บีกเกอร์ ระยะเวลาที่ให้ความร้อน ชนิดของเทอร์มอมิเตอร์ ลักษณะการติดตั้งหรือตำแหน่ง ของเทอร์มอมิเตอร์
12. แจกอุปกรณ์ให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกัน นักเรียนทำกิจกรรมตามขั้นตอนพร้อมกับ บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 13. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นนำเสนอและ เปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมกับกลุ่มอื่น ๆ หากมีข้อมูลใดคลาดเคลื่อนควรอภิปรายแก้ไขให้ถูกต้อง ตอนที่ 1 สรุปว่า ปริมาณความร้อนที่น้ำได้รับส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของน้ำ โดยน้ำในบีกเกอร์ที่ได้รับความร้อนจากเทียนไข 2 เล่ม มีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า ใน บีกเกอร์ที่ได้รับความร้อนจากเทียนไข 1 เล่ม ตอนที่ 2 สรุปได้ว่า มวลของน้ำมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำ โดยน้ำมวล 75 กรัมมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่าน้ำมวล 150 กรัม เมื่อได้รับความร้อนปริมาณเท่ากัน ตอนที่ 3 สรุปว่า ชนิดของสสารมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยเมื่อเวลาผ่าน ไป กลีเซอรอลหรือน้ำมันพืชมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำ 14. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสารจากความร้อน ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง (แนวคำตอบ มวล ความร้อนจำเพาะของสาร และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปของสาร) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม) 15. คุณครูให้นักเรียนดูภาพเท้าคนเดินบนทราย 16. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความร้อนที่ได้รับและตั้งคำถามว่าสสารแต่ละ ชนิดได้รับปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารมวล 1หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 หน่วย เรียกว่าอะไร (แนวคำตอบ ความร้อนจำเพาะมวล) ขั้นที่ 1.ขั้นนำเสนอเนื้อหา
1. คุณครูถามคำถามทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่า ปริมาณความร้อนที่ทำให้สาร เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง (แนวคำตอบ มวล ความร้อนจำเพาะ และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง) 2. คุณครูเขียนสมการคำนวณหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สารเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบน กระดาน Q = mcΔt จากนั้นครูอธิบายความหมายของตัวแปร และหน่วยของตัวแปรที่ใช้คำนวณ Q คือ ปริมาณความร้อนที่ได้รับหรือสูญเสียไปมีหน่วยเป็นแคลอรี ( cal ) m คือ มวลของวัตถุ มีหน่วยเป็นกรัม (g) c คือ ความจุความร้อนจำเพาะของวัตถุมีหน่วยเป็นแคลอรีต่อกรัมองศาเซลเซียส (cal/g ํC) ∆t คือ อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปมีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส ( ํC) 3. คุณครูยกตัวอย่างโจทย์การคำนวณหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สารเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 และให้นักเรียนฝึกการคำนวณ โดยทำแบบฝึกหัด เรื่องความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 ลงใน สมุด 4. คุณครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันถึงเทอร์มอมิเตอร์ว่าคืออะไร
(แนวคำตอบ เครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิ เรียกว่า เทอร์มอมิเตอร์ (thermometer) ซึ่งมักผลิตมาจากปรอทหรือแอลกอฮอล์ เมื่อของเหลวได้รับความร้อน จะมีการขยายตัวไปตามช่อง เล็กๆ ซึ่งมีสเกลบอกอุณหภูมิเป็นตัวเลข) 5. คุณครูสอนอธิบาย เรื่อง การคำนวณหน่วยที่ใช้วัดอุณหภูมิว่าหน่วยของอุณหภูมิได้แก่ องศาเซลเซียส องศาฟาเรนไฮต์และเคลวิน มีความสัมพันธ์กัน สามารถเปลี่ยนจากหน่วยหนึ่งเป็น หน่วยหนึ่งได้ โดยมีความสัมพันธ์ ดังนี้ 6. คุณครูยกตัวอย่างโจทย์การคำนวณหาหน่วยที่ใช้วัดอุณหภูมิ การเปลี่ยนอุณหภูมิองศาเซลเซียสเป็นองศาเคลวิน การเปลี่ยนอุณหภูมิองศาฟาเรนไฮต์เป็นองศาเซลเซียส
ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน โดยในแต่ละกลุ่มต้องมีนักเรียน เก่ง 1 คน ปานกลาง 2 คนและอ่อน 3 คน 2.คุณครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 5.2 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร โดยคุณครู แนะนำการคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของสสารเปลี่ยนแปลง และร่วมกันอภิปรายนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ขั้นที่3.ขั้นทำแบบทดสอบ 1.การทดสอบจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบด้วยตัวเองโดยทดแบบทดสอบผ่าน Quizizz ขั้นที่ 4. ขั้นคิดคะแนนความก้าวหน้า 1.คะแนนที่นักเรียนทำได้จะถือว่าเป็นคะแนนรายบุคคลแล้วนำคะแนนรายบุคคลมาแปลงเป็นคะแนนกลุ่ม ขั้นที่5 ขั้นชมเชยและยกย่อง 1.บุคคลใดที่ทำคะแนนมากกว่าครั้งก่อนจะได้รับความชมเชย 2.กลุ่มใดที่ทำคะแนนดีกว่าครั้งก่อนจะได้รับความยกย่องทั้งกลุ่ม สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. Power Point เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร 2. หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 แหล่งเรียนรู้ 1. การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ ความร้อนกับ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการเปลี่ยน อุณหภูมิของสสารเนื่องจากได้รับ หรือสูญเสียความร้อน (K) ตรวจใบงานที่ 5.2 เรื่อง ความร้อนกับการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ สสาร ใบงานที่ 5.2 เรื่อง ความ ร้อนกับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 2. นักเรียนสามารถใช้ เทอร์มอมิเตอร์ในการวัดอุณหภูมิ ของสสารได้อย่างถูกต้อง (P) สังเกตพฤติกรรมการทำ การปฏิบัติการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินการ ปฏิบัติการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 3. นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์ แปลความหมายข้อมูล และ คำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยน สถานะ (P) ตรวจแบบฝึกหัดเรื่อง ความร้อนกับการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ สสารในสมุด แบบฝึกหัดเรื่อง ความ ร้อนกับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 4. นักเรียนสามารถนำความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนอุณหภูมิของ สสารไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้(A) การสังเกตนักเรียน นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน แบบประเมินการ นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................... .................... ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงการคำนวณหาค่าปริมาณความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของสสารเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้ โดยละเอียด( 6 คะแนน) 1. ความร้อนที่ทองสูญเสียมีค่ากี่แคลอรี เมื่อทองมวล 100 กรัม มีอุณหภูมิลดลงจาก 50 องศาเซลเซียส เป็น 20 องศาเซลเซียส (ความร้อนจำเพาะของทอง มีค่า 0.03 แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส) (2 คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ถ้าต้องการทำให้แท่งแก้วมวล 0.5 กิโลกรัม มีอุณหภูมิสูงขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 200 องศา เซลเซียสต้องให้ความร้อนแก่แท่งแก้วนี้กี่แคลอรี (ความร้อนจำเพาะของแท่งแก้ว มีค่า 0.2 แคลอรี/กรัม องศา เซลเซียส) (2 คะแนน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ........... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................... ........................ 3. ต้องให้ความร้อนแก่ทองแแดงมวล 100 กรัม ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส กี่แคลอรี เพื่อให้ทองแดงเริ่ม หลอมเหลว (จุดหลอมเหลวของทองแดง มีค่า 1,083 องศาเซลเซียส ความร้อนจำเพาะของทองแดง มีค่า 0.09 แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส) (2 คะแนน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ใบงานที่ 5.2 เรื่อง ความร้อนกบัการเปลี่ยนแปลงอณุหภมูิของสสาร ชื่อ....................................................................ชั้น............. เลขที่.......... คะแนน ตอนที่1
คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงการคำนวณหาค่าของอุณหภูมิดังต่อไปนี้โดยละเอียด ( 4 คะแนน) 1. ถ้านิดหน่อยเปิดแอร์ในห้องเรียนให้มีอุณหภูมิเท่ากับ 25 ˚C แสดงว่ามีค่าอุณหภูมิกี่เคลวิน (K) (2 คะแนน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................................... .... .............................................................................................................................................................................. 2. อิ่มเอมวัดอุณหภูมิของน้ำได้323 K สามารถคิดอุณหภูมิได้กี่องศาฟาเรนไฮต์(˚F) (2 คะแนน) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ************************************** ตอนที่2
คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงการคำนวณหาค่าปริมาณความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของสสารเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้ โดยละเอียด( 6 คะแนน) 1. ความร้อนที่ทองสูญเสียมีค่ากี่แคลอรี เมื่อทองมวล 100 กรัม มีอุณหภูมิลดลงจาก 50 องศาเซลเซียส เป็น 20 องศาเซลเซียส (ความร้อนจำเพาะของทอง มีค่า 0.03 แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส) (2 คะแนน) วิธีทำ จากสมการ Q = mcΔt Q = 100 g x 0.03 cal/g °C x (50 °C - 20 °C) Q = 100 g x 0.03 cal/g °C x 30 °C Q = 90 cal ตอบ ทองสูญเสียความร้อนปริมาณ 90 แคลอรี 2. ถ้าต้องการทำให้แท่งแก้วมวล 0.5 กิโลกรัม มีอุณหภูมิสูงขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 200 องศา เซลเซียสต้องให้ความร้อนแก่แท่งแก้วนี้กี่แคลอรี (ความร้อนจำเพาะของแท่งแก้ว มีค่า 0.2 แคลอรี/กรัม องศา เซลเซียส) (2 คะแนน) วิธีทำ จากสมการ Q = mcΔt Q = 500 g x 0.2 cal/g °C x (200 °C - 25 °C) Q = 500 g x 0.2 cal/g °C x 175 °C Q = 17,500 cal ตอบ แท่งแก้วต้องได้รับความร้อนปริมาณ 17,500 แคลอรี 3. ต้องให้ความร้อนแก่ทองแแดงมวล 100 กรัม ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส กี่แคลอรี เพื่อให้ทองแดงเริ่ม หลอมเหลว (จุดหลอมเหลวของทองแดง มีค่า 1,083 องศาเซลเซียส ความร้อนจำเพาะของทองแดง มีค่า 0.09 แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส) (2 คะแนน) วิธีทำ จากสมการ Q = mcΔt Q = 100 g x 0.09 cal/g °C x (1,083 °C - 30 °C) Q = 100 g x 0.09 cal/g °C x 1,053 °C Q = 100 g x 0.09 cal/g °C x 1,053 °C Q = 9,477 cal ตอบ ต้องให้ความร้อนแก่ทองแดง 9,477 แคลอรี ใบงานที่ 5.2 เรื่อง ความร้อนกบัการเปลี่ยนแปลงอณุหภมูิของสสาร ชื่อ....................................................................ชั้น............. เลขที่.......... คะแนน 10 ตอนที่1
คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงการคำนวณหาค่าของอุณหภูมิดังต่อไปนี้โดยละเอียด ( 4 คะแนน) 1. ถ้านิดหน่อยเปิดแอร์ในห้องเรียนให้มีอุณหภูมิเท่ากับ 25 ˚C แสดงว่ามีค่าอุณหภูมิกี่เคลวิน (K) (2 คะแนน) วิธีทำ จาก C/100 = K-273/100 (C/100)*100 = K-273 C = K-273 แทนค่า 25 = K-273 K = 25+273 K = 298 K ตอบ ห้องเรียนที่มีอุณหภูมิเท่ากับ 25 ˚C มีค่าอุณหภูมิ 298 เคลวิน 2. อิ่มเอมวัดอุณหภูมิของน้ำได้323 K สามารถคิดอุณหภูมิได้กี่องศาฟาเรนไฮต์(˚F) (2 คะแนน) วิธีทำ จาก K-273/100 = F-32/180 แทนค่า 323-273/100 = F-32/180 นำ20มาหารทั้ง2ข้าง 323-273/5 = F-32/9 323-273/5 = F-32/9 50/5 = F-32/9 10 = F-32/9 90 = F-32 F = 90+32 F = 122 ˚F ตอบ น้ำอุณหภูมิ 323 K สามารถคิดอุณหภูมิได้ 122 องศาฟาเรนไฮต์ ตอนที่2
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 5 พลังงานความร้อน เรื่องความร้อนกับการขยายตัวและหดตัวของสสาร ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการขยายตัวหรือ หดตัวของสสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย ความร้อน ม1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหด และขยายตัวของสสารเนื่องจากความ ร้อนโดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะ วิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สาระสำคัญ • ความร้อนทำให้สสารขยายตัวหรือหดตัวได้เนื่องจากเมื่อสสารได้รับความร้อนจะทำให้ อนุภาค เคลื่อนที่เร็วขึ้นทำให้เกิดการขยายตัว แต่เมื่อสสารคายความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่ช้าลงทำให้เกิดการ หดตัว • ความรู้เรื่องการหดและขยายตัวของสสาร เนื่องจากความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้านต่างๆ เช่น การสร้างถนน การสร้างรางรถไฟ การทำเทอร์มอมิเตอร์ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองที่อธิบายการขยายตัวและหดตัวของสสารเนื่องจากได้รับหรือ สูญเสียความร้อน (K) 2. นักเรียนปฏิบัติการทดลองความร้อนกับการขยายตัวและหดตัวของสสาร (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดและขยายตัวของสสารเสนอแนะวิธีการนำ ความรู้มาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ (A)
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.มุ่งมั่นในการทำงาน 2.ใฝ่เรียนรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้วิธีสอนแบบSTAD ขั้นที่ 1.ขั้นนำเสนอเนื้อหา 1. คุณครูให้นักเรียนดูภาพบอลลูน 2. คุณครูร่วมกันอภิปรายกับนักเรียนเกี่ยวกับความร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสาร ดังนี้ - นักเรียนสังเกตเห็นอะไรในภาพ ( แนวคำตอบ การลอยตัวของบอลลูน) - บอลลูนสามารถลอยอยู่ในอากาศได้อย่างไร (แนวคำตอบ ความหนาแน่นอากาศภายในบอลลูนน้อยกว่าความหนาแน่นอากาศภายนอก) 3. คุณครูนำภาพการยกตัวของถนนมาให้นักเรียนดู
4. ร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสังเกตเห็นอะไรในภาพ (แนวคำตอบ การยกตัวของถนน) - จากภาพนักเรียนคิดว่าเกิดจากสาเหตุใด (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง ) 5. ชี้แจงนักเรียนว่า นักเรียนจะสามารถอธิบายได้ว่าความร้อนสามารถทำให้ถนนยกตัวขึ้นได้อย่างไร หลังจากที่นักเรียนได้ทำกิจกรรมที่ 5.3 ความร้อนส่งผลต่อสสารแต่ละสถานะอย่างไร ขั้นที่ 2.ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน เก่ง กลาง อ่อน 2. นักเรียนอ่านจุดประสงค์ของกิจกรรม จากนั้นครูใช้คำถามเพื่ออภิปรายดังนี้ - กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ ผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของอากาศ น้ำ และเหล็ก) - หลังการทำกิจกรรมแล้ว นักเรียนจะรู้อะไร (แนวคำตอบ อธิบายผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของอากาศ น้ำ และเหล็ก) - คุณครูให้นักเรียนแบ่งนักเรียนออกเป็น 9 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาผล ของความร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของสสารที่แตกต่างกัน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 2 และ 3 ทำกิจกรรมตอนที่ 1 ศึกษาผลของความร้อนต่อการ เปลี่ยนแปลงขนาดของอากาศ กลุ่มที่ 4 5 และ 6 ทำกิจกรรมตอนที่ 2 ศึกษาผลของความร้อนต่อการ เปลี่ยนแปลงขนาดของน้ำ กลุ่มที่ 7 8 และ 9 ทำกิจกรรมตอนที่ 3 ศึกษาผลของความร้อนต่อการ เปลี่ยนแปลงขนาดของเหล็ก 3. คุณครูให้นักเรียนอ่านวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีดำเนินกิจกรรม จากนั้นครูอภิปรายวิธีการทำ กิจกรรมให้นักเรียนทราบ และแสดงวีดิทัศน์สาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง การขยายตัวและหดตัวของ สสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร 4. คุณครูแจกอุปกรณ์ให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกัน นักเรียนทำกิจกรรมตามขั้นตอนพร้อมกับ บันทึกผลการสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสารที่แต่ละกลุ่มได้รับ โดยครูเดินสังเกตนักเรียนทุก กลุ่ม เพื่อแนะนำการทำกิจกรรมแก่นักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการ ทำกิจกรรม
5. นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นนำเสนอและ เปรียบเทียบผลการทำกิจกรรมกับกลุ่มอื่น ๆ 6. นักเรียนอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เมื่ออากาศ น้ำ และลูกกลมเหล็กได้รับความร้อนจะมี ปริมาตรเพิ่มขึ้นและขยายตัว ในทางตรงกันข้ามเมื่ออากาศ น้ำ และลูกกลมเหล็กสูญเสียความร้อนจะมี ปริมาตรลดลงและหดตัว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับอนุภาคของสสาร 7. คุณครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 5.3 เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร 8. คุณครูมอบหมายงานให้แก่นักเรียน โดยจากสถานการณ์ถนนยกตัวขึ้นเนื่องจากความร้อน คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำแผ่นพับเพื่ออธิบายสาเหตุของการยกตัวของถนน พร้อมทั้งเสนอแนะ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อสื่อสารให้คนในชุมชนเข้าใจเหตุการณ์ดังกล่าว โดย นักเรียนต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและใช้แบบจำลองอนุภาคของสสารประกอบการอธิบาย ขั้นที่ 2.ขั้นปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม (ชั่วโมงที่ 3-4) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน เก่ง กลาง อ่อน 2. คุณครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 9 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มอภิปรายเกี่ยวกับแผ่นพับที่มอบหมายไป ในชั่วโมงที่แล้ว นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันเล่าสิ่งที่ตนได้ศึกษามาให้สมาชิกในกลุ่มฟัง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิด แล้วสรุปข้อมูลเป็นความรู้ของกลุ่ม - สาเหตุของการยกตัวของถนน - แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น - ผลกระทบต่อคนในชุมชน 4. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างแบบจำลองการขยายและหดตัวของสสารแต่ละสถานะ เมื่อได้รับความร้อน โดยการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและหนังสือเรียน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการสืบค้นข้อมูลหน้าชั้นเรียน แนวคำตอบ
5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ - การขยายตัวหรือหดตัวของสสารแต่ละสถานะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - การขยายตัวหรือหดตัวของวัตถุที่ได้รับความร้อน นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง (แนวคำตอบ การวางรางรถไฟ การเว้นรอยต่อของสะพาน การขึงสายไฟ เป็นต้น) 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม ขั้นที่3.ขั้นทำแบบทดสอบ 1.การทดสอบจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบด้วยตัวเองโดยทดแบบทดสอบผ่าน Quizizz
ขั้นที่ 4. ขั้นคิดคะแนนความก้าวหน้า 1.คะแนนที่นักเรียนทำได้จะถือว่าเป็นคะแนนรายบุคคลแล้วนำคะแนนรายบุคคลมาแปลงเป็นคะแนนกลุ่ม ขั้นที่5 ขั้นชมเชยและยกย่อง 1.บุคคลใดที่ทำคะแนนมากกว่าครั้งก่อนจะได้รับความชมเชย 2.กลุ่มใดที่ทำคะแนนดีกว่าครั้งก่อนจะได้รับความยกย่องทั้งกลุ่ม สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. Power Point เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร 2. หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 3. วีดิทัศน์สาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง การขยายตัวและหดตัวของสสารในแต่ละ สถานะเป็นอย่างไร แหล่งเรียนรู้ 1. การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ ความร้อนกับ การขยายตัวหรือหดตัวของสสาร การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองที่อธิบายการขยายตัว และหดตัวของสสารเนื่องจาก ได้รับหรือสูญเสียความร้อน (K) ตรวจใบงานที่ 5.3 เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัว หรือหดตัวของสสาร ใบงานที่ 5.3 เรื่อง ความ ร้อนกับการขยายตัวหรือ หดตัวของสสาร นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. นักเรียนปฏิบัติการทดลอง ความร้อนกับการขยายตัวและหด ตัวของสสาร (P) สังเกตการปฏิบัติการ ทดลองทางวิทยาศาสตร์ แบบประเมินการ ปฏิบัติการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ระดับดี ขึ้นไป 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ ของความรู้ของการหดและ ขยายตัวของสสารเสนอแนะ วิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันได้ (A) สังเกตการนำเสนอหน้าชั้น เรียน แบบประเมินการ นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................... .................... ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............
แบบประเมินการปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ เรื่อง ............................................. ชั้น ม . 1/ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ……….…. ผู้สอน …………………………………………… วันที่ประเมิน...................... คำชี้แจง 4 หมายถึง ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับดีมาก 3 หมายถึง ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับดี 2 หมายถึง ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง 1 หมายถึง ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุง กลุ่มที่ รายการประเมิน คะแนน การทดลอง ตามแผน ที่กำหนด การใช้ อุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ การบันทึก ผล การทดลอง การจัด กระทำ ข้อมูล และการ นำเสนอ การสรุปผล การทดลอง การดูแล และการ เก็บ อุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 24 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมินและระดับคุณภาพ คะแนน 21 – 24 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนน 17 – 20 คะแนน หมายถึง ดี คะแนน 12 – 16 คะแนน หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 – 11 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง