The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนจัดการเรียนรู้ม.1เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศตวรรษ บึงสพาน, 2024-01-30 22:29:11

แผนจัดการเรียนรู้ม.1เทอม 2

แผนจัดการเรียนรู้ม.1เทอม 2

• ปัจจัยที่มีผลต่อความดันอากาศ ได้แก่อะไรบ้าง (แนวตอบ: จำนวนโมเลกุลของอากาศ อุณหภูมิอากาศ และระดับความสูง) • ความดันอากาศมีประโยชน์และโทษต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไรบ้าง (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ส่งผล ต่อการหดและขยายตัวของปอด เป็นต้น) 17. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการทำกิจกรรมเพื่อให้ได้แนวข้อสรุปว่า “ในการวัดความดันอากาศ ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า บารอมิเตอร์ มีด้วยกันหลายแบบขึ้นอยู่กับการใช้งาน” 18. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใช้แนวคำถาม เช่น • เครื่องมือที่ใช้วัดความดันอากาศมีอะไรบ้าง (แนวตอบ: บารอมิเตอร์แบบปรอท บารอมิเตอร์แบบแอนิรอยด์ อัลติมิเตอร์ และบารอกราฟ) • ให้อธิบายหลักการทำงานของบารอมิเตอร์แบบต่าง ๆ (แนวตอบ:บารอมิเตอร์แบบปรอท อากาศจะดันปรอทที่อยู่ภายในภาชนะ ทำให้ระดับปรอทใน หลอดแก้วสูงขึ้น ซึ่งแสดงถึงค่าความดันอากาศบารอมิเตอร์แบบแอนิรอยด์ ตลับโลหะภายในจะยุบตัว เมื่อความดันอากาศสูงขึ้นอัลติมิเตอร์ใช้หลักการทำงานเดียวกับบารอมิเตอร์แบแอนิรอยด์ บารอกราฟ ใช้หลักการเดียวกับบารอมิเตอร์แบบแอนิรอยด์แต่จะต่อกับแขนปากกาให้ขีดบนกระดาษกราฟ) • บรรยากาศมีค่าเป็นเท่าไร (แนวตอบ: บรรยากาศ มีค่าเท่ากับ 760 มิลลิเมตรปรอท) • ความดันอากาศบนดอยอินทนนท์มีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่า 760 มิลลิเมตรปรอท (แนวตอบ: น้อยกว่า 760 มิลลิเมตรปรอท) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง เครื่องมือวัดความดันอากาศ 2. ครูประเมินการปฏิบัติการจากกิจกรรม เรื่อง การสร้างแบบจำลองความดันอากาศ โดยใช้แบบประเมิน การปฏิบัติการ 3. ครูประเมินนักเรียนจากการทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบประเมินสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่ม 4. ครูประเมินชิ้นงานแบบจำลองความดันอากาศ โดยใช้แบบประเมินชิ้นงาน


การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงความดัน อากาศได้ (K) 2) อธิบายวิธีการใช้เครื่องมือ วัดความดันอากาศได้ (K) - ตรวจใบงานที่ 5.5.1 - แบบจำลองความดัน อากาศ - ใบงานที่ 5.5.1 - แบบประเมินชิ้นงาน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 3) สร้างแบบจำลองที่ อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างความดัน อากาศกับความสูง จากพื้นโลกได้ (P) - ประเมินการเสนอ ผลงาน - แบบจำลองความดัน อากาศ - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 4) รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย (A) - ประเมิน การปฏิบัติการ - แบบประเมินการ ปฏิบัติการ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 2) วัสดุอุปกรณ์กิจกรรมการสร้างแบบจำลองความดันอากาศ 3) ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง เครื่องมือวัดความดันอากาศ 4) สลากหัวข้อเครื่องมือวัดความดันอากาศ 5) เครื่องมือวัดความดันอากาศ


ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง เครื่องมือวัดความดันอากาศ คำชี้แจง ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือวัดความดันอากาศในหัวข้อเครื่องมือที่กลุ่มของตนเอง ได้รับ แล้วเขียนรายละเอียดลักษณะและการทำงานของเครื่องมือดังกล่าวลงใต้รูปให้สอดคล้องกับเครื่องมือที่ หัวข้อที่กลุ่มนักเรียนได้รับ ภาพเครื่องมือวัด ความดันอากาศ ชื่อเครื่องมือวัด ความดันอากาศ ลักษณะ หลักการทำงาน


ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง เครื่องมือวัดความดันอากาศ คำชี้แจง ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือวัดความดันอากาศในหัวข้อเครื่องมือที่กลุ่มของตนเอง ได้รับ แล้วเขียนรายละเอียดลักษณะและการทำงานของเครื่องมือดังกล่าวลงใต้รูปให้สอดคล้องกับ เครื่องมือที่หัวข้อที่กลุ่มนักเรียนได้รับ ภาพเครื่องมือวัด ความดันอากาศ ชื่อเครื่องมือวัด ความดันอากาศ ลักษณะ หลักการทำงาน แอนิรอยด์ บารอมิเตอร์ เป็นตลับโลหะปิดผนึกที่ นำอากาศออกไปบางส่วน และเชื่อมต่อกับกลไกที่ แสดงค่าความดันอากาศ โดยตรง ใช้หลักการยุบตัวหรือพองตัวของ ตลับโลหะตามความดันของ บรรยากาศ แอลติมิเตอร์ ลักษณะคล้ายกับแอนิ รอยด์บารอมิเตอร์ แต่ ปรับหน้าปัดให้บอก ความสูงได้ ความกดอากาศจะลดลง 1 มิลลิเมตรปรอท ทุก ๆ ความสูงที่ เพิ่มขึ้น 11 เมตร มักใช้บอก ระดับความสูงของเครื่องบิน บารอมิเตอร์ แบบปรอท ประกอบด้วยหลอดแก้ว ปลายปิดข้างหนึ่งที่มี ปรอทบรรจุอยู่เต็ม คว่ำ อยู่ในภาชนะที่บรรจุ ปรอท แรงดันจากอากาศภายนอกจะ ดันปรอทในภาชนะให้ไหลเข้าไป ในหลอดแก้ว ซึ่งความสูงของ ปรอทในหลอดแก้วจะแสดงค่า ความดันอากาศ บารอกราฟ คล้ายกับบารอมิเตอร์ แบบแอนิรอยด์ แต่จะต่อ กับแขนปากกาให้ขีดบน กระดาษกราฟท ี ่ หุ้ ม กระบอกหมุนที่หมุนด้วย นาฬิกา ใช้หลักการยุบตัวหรือพองตัวของ ตลับโลหะตามความดันของ บรรยากาศ


สลากหัวข้อเครื่องมือวัดความดันอากาศ บารอมิเตอร์แบบปรอท แอนิรอยด์บารอมิเตอร์ แอลติมิเตอร์ บารอกราฟ


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................... .................... ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เรื่องลม ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลม ฟ้า อากาศจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สาระการเรียนรู้ ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดย หยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของ อากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดลมในแต่ละบริเวณได้ (K) 2) นำเสนอแผนภาพการเกิดลมได้ (P) 3) นำความรู้เกี่ยวกับลมไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้(A) สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนการสอน: แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง ลม โดยครูถามนักเรียนว่า “เคยสังเกตเห็นใบไม้ไหว หรือไม่ และคิดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร” (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น เคย สังเกตเห็นใบไม้ไหว ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศ เป็นต้น) 2. ครูเชื่อมโยงคำตอบ พร้อมยกข่าวเกี่ยวกับการเกิดลมแรงให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดง ความคิดเห็นว่า “ลมแรงเกิดจากสาเหตุใด” 3. ครูให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับการเกิดลม และโยงไปสู่ความหมายของลม ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูเตรียมชุดการทดลองสาธิตเรื่อง ลม โดยจัดตั้งอุปกรณ์ตามรูป โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ตัดก้นขวดพลาสติกใส 2 ขวด แล้วนำปากของขวดหนึ่งต่อกับด้านข้างของอีกขวดหนึ่งโดยให้มีช่อง เชื่อมต่อกัน 1.2 นำชุดขวดพลาสติกที่ต่อกันนี้ไปครอบบนเทียนที่จุดไฟ 1.3 นำธูปมาจ่อในขวดที่วางแนวนอน ดังภาพ ขวดพลาสติก ใส ขวดพลาสติกใส เทียน ธูป


2. ครูถามนักเรียนว่า “จากชุดการทดลองสาธิตที่ครูเตรียม นักเรียนคิดว่า เมื่อครูนำธูปที่จุดไฟมาจ่อในขวด แนวนอน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร” (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ควันธูป จะลอยไปยังขวดในแนวตั้ง แล้วลอยขึ้นออกจากปากขวดแนวตั้ง เป็นต้น) 3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม 4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง การเกิดลม ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ หรือสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วบันทึกผลการสืบค้นลงในใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม ในตอนที่ 1 5. ครูถามนักเรียนต่อว่า เราจะทราบความเร็วและทิศทางลมในชีวิตประจำวันได้อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ทราบ ความเร็วลมได้จากอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนธนูชี้ไปยังทิศทางที่ลมพัดมา ทราบความเร็วลมได้จาก ความเร็วของกังหัน เป็นต้น) 6. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลการวัดความเร็วและทิศทางลม ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ หรือสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วบันทึกผลการสืบค้นลงใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม ในตอนที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 7. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่ม เพื่อออกมานำเสนอผลการบันทึกกิจกรรมลงในใบงานที่ 5.7.1 เรื่อง ลม 8. ครูเฉลยคำตอบ โดยนำธูปที่จุดไฟมาจ่อในขวดแนวนอน เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 9. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้ • เมื่อจุดนำขวดไปครอบเทียนที่จุดไฟ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น (แนวตอบ: มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในอากาศที่แตกต่างกัน ทำให้ความดันอากาศแตกต่างกัน ด้วย) • การเคลื่อนที่ของอากาศในเกิดขึ้นในทิศทางใด และสังเกตจากชุดสาธิตการทดลองได้อย่างไร (แนวตอบ: อากาศจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความดันอากาศสูง (อุณหภูมิต่ำ) ไปยังบริเวณที่มีความ ดัน อากาศต่ำ (อุณหภูมิสูง) สังเกตได้จากการเคลื่อนที่ของควันธูปจากขวดที่ไม่มีเทียนจุดไฟไปยังขวด ที่มีเทียนที่จุดไฟไว้) • ผลสรุปของการทดลองนี้คืออะไร (แนวตอบ: นักเรียนควรสรุปได้ว่า เมื่ออากาศได้รับอุณหภูมิสูงหรือได้รับความร้อนจะขยายตัว ทำให้ ความหนาแน่นของอากาศลดลง จะมีความดันอากาศต่ำ เมื่อความดันอากาศในสองบริเวณมีความ


แตกต่างกัน จะทำให้เกิดการเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความดันอากาศสูงกว่า ไปยังบริเวณที่มีความดัน อากาศต่ำกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศลักษณะนี้เรียกว่า ลม) • เครื่องมือที่ใช้ในการวัดอัตราเร็วและทิศทางลม ได้แก่อะไรบ้าง แนวตอบ: ศรลม ใช้วัดทิศทางลม แอนิมอมิเตอร์ ใช้วัดอัตราเร็วลม และแอโรแวน สามารถวัดได้ทั้ง ทิศทางและอัตราเร็วลม) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 10. ครูให้นักเรียนสังเกตภาพการทดลองต่อไปนี้ 11. ครูถามคำถามนักเรียน จากการสังเกตภาพการทดลอง ดังนี้ • หากจุดไฟที่ตะเกียง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดขึ้น (แนวตอบ: ใบพัดจะหมุน เนื่องจากอากาศเกิดการเคลื่อนที่ลอยตัวสูงขึ้นในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่ง เป็นบริเวณตะเกียงแอลกอฮอล์ อากาศบริเวณรอบข้างที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ อากาศเหนือตะเกียงแอลกอฮอล์ที่ลอยตัวสูงขึ้น) • การเกิดลมมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ส่งผล ต่อความรู้สึกร้อนเย็น หากลมพัดจะทำให้เหงื่อจากร่างกายระเหยได้ดี จึงช่วยระบายความร้อนออก จากร่างกาย เป็นต้น) 12. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นเกี่ยวกับการเกิดลมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศหรือสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 13. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอเกี่ยวกับการเกิดลมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 14. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใช้แนวคำถาม ดังนี้ • ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ: เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ) • ลมมีประโยชน์และโทษอะไรบ้าง


(แนวตอบ: ประโยชน์คือทำให้รู้สึกเย็น ทำให้ผ้าแห้ง โทษ คือ ถ้าลมแรงเกินไปอาจทำให้บ้านเรือน เสียหายได้) • ความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำหมายถึงอะไร (แนวตอบ: ความกดอากาศสูง หมายถึง บริเวณที่มีปริมาณของอากาศอยู่มาก ทำให้อากาศหนักและ ลอยตัวอยู่ต่ำ ส่วนความกดอากาศต่ำ หมายถึง บริเวณที่มีปริมาณของอากาศอยู่น้อย ทำให้อากาศเบา และลอยตัวสูง) • ลมมีทิศทางการพัดในลักษณะใดในบริเวณชายหาด (แนวตอบ: ในตอนกลางวันพื้นดินจะมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นน้ำ อุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นดินจึงสูงกว่า อุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นน้ำ ส่วนในตอนกลางคืน พื้นน้ำจะคายความร้อนอย่างช้า ๆ ทำให้อากาศ เหนือพื้นน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศเหนือพื้นดิน โดยลมจะพัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยัง บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Expand) 15. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการทำกิจกรรมว่า “เมื่ออากาศได้รับอุณหภูมิสูงหรือได้รับความร้อน จะขยายตัว ทำให้ความหนาแน่นของอากาศลดลง จะมีความดันอากาศต่ำ เมื่อความดันอากาศในสอง บริเวณมีความแตกต่างกัน จะทำให้เกิดการเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความดันอากาศสูงกว่าไปยังบริเวณ ที่มีความดันอากาศต่ำกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศลักษณะนี้เรียกว่า ลม” ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม 2. ครูประเมินการนำเสนอใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ การเกิดลมในแต่ละบริเวณได้ (K) - ตรวจใบงานที่ 5.7.1 - ใบงานที่ 5.7.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) นำเสนอแผนภาพการเกิด ลมได้ (P) - ประเมินการเสนอ ผลงาน - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 3) นำความรู้เกี่ยวกับลมไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ (A) - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 2) ชุดการทดลองสาธิตเรื่อง ลม 3) ใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม 4) ภาพการทดลอง


ใบงานที่ 6.7.1 เรื่อง ลม ตอนที่ 1 ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดลม จากนั้นระบุผลการทดลองจากรูปที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นและ สาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นและสาเหตุที่คิดว่า เป็นเช่นนั้น 3. ให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครูนำธูปไปจ่อภายในขวดแนวนอน 4. ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน และเขียนสรุปและอภิปรายผล ผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริง ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ขวดพลาสติก ใส ขวดพลาสติกใส เทียน ธูป


ตอนที่ 2 ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือวัดทิศทางและอัตราเร็วลม ในหนังสือเรียนสัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บรรยากาศหรือจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 2. บันทึกผลการสืบค้นลงในตารางบันทึกผล ดังนี้ ชื่อเครื่องมือ ลักษณะ หน้าที่/การทำงาน ศรลม คล้ายลูกดอกธนู ส่วนหัวเป็น ปลายแหลม ส่วนท้ายจะเป็นครีบ แบน ใช้วัดทิศทางลม โดยหาก หัวลูกศรชี้ไปทิศใด แสดงว่า กระแสลมมาจากทิศนั้น แอนีมอมิเตอร์ ประกอบด้วยถ้วยที่เป็นโลหะ น้ำหนักเบาจำนวน 3 – 4 อัน อยู่ ตรงปลายก้านที่หมุนได้อย่างอิสระ ใช้วัดความเร็วลม โดยความเร็วใน การหมุนของถ้วยแสดงถึงขนาด ของความเร็วลม ซึ่งสามารถอ่าน ค่าความเร็วลมได้ที่หน้าปัดเครื่อง แอโรแวน มีลักษณะคล้ายเครื่องบิน โดยส่วน หัวจะเป็นใบพัด และส่วนหางจะ แบน ใช้วัดความเร็วและทิศทางลม โดย ส่วนหัวมีใบพัดวัดความเร็วลม ส่วนหางจะมีลักษณะแบนช่วยให้ แอโรแวนชี้ไปทางทิศที่ลมพัดมา


ใบงานที่ 5.7.1 เรื่อง ลม ตอนที่ 1 ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดลม จากนั้นระบุผลการทดลองจากรูปที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นและ สาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่า เป็นเช่นนั้น 3. ให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครูนำธูปไปจ่อภายในขวดแนวนอน 4. ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน และเขียนสรุปและอภิปรายผล ผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน ผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริง ควันธูปจะลอยจากขวดแนวนอนไปยังขวดแนวตั้งแล้วลอยออกจากปากขวดแนวตั้ง สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง จากผลการที่ลองที่ว่า ควันธูปจะลอยจากขวดแนวนอนไปยังขวดแนวตั้ง เนื่องจากอากาศในขวด แนวตั้งมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศในขวดแนวนอน อากาศที่มีอุณหภูมิสูงและมีความดันอากาศต่ำในขวด แนวตั้งจะลอยตัวสูงขึ้นออกไปจากปากขวดแนวตั้ง ส่วนอากาศจากขวดแนวนอนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า หรือมีความดันอากาศต่ำกว่าจะไหลเข้ามาแทนที่ การเคลื่อนที่ของอากาศนี้เรียกว่า ลม ขวดพลาสติก ใส ขวดพลาสติกใส เทียน ธูป


ตอนที่ 2 ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือวัดทิศทางและอัตราเร็วลม ในหนังสือเรียนสัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บรรยากาศหรือจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 2. บันทึกผลการสืบค้นลงในตารางบันทึกผล ดังนี้ ชื่อเครื่องมือ ลักษณะ หน้าที่/การทำงาน ศรลม คล้ายลูกดอกธนู ส่วนหัวเป็นปลาย แหลม ส่วนท้ายจะเป็นครีบแบน ใช้วัดทิศทางลม โดยหากหัวลูกศร ชี้ไปทิศใด แสดงว่ากระแสลมมา จากทิศนั้น แอนีมอมิเตอร์ ประกอบด้วยถ้วยที่เป็นโลหะ น้ำหนักเบาจำนวน 3–4 อัน อยู่ ตรงปลายก้านที่หมุนได้อย่างอิสระ ใช้วัดความเร็วลม โดยความเร็วใน การหมุนของถ้วยแสดงถึงขนาด ของความเร็วลม ซึ่งสามารถอ่าน ค่าความเร็วลมได้ที่หน้าปัดเครื่อง แอโรแวน มีลักษณะคล้ายเครื่องบิน โดยส่วน หัวจะเป็นใบพัด และส่วนหางจะ แบน ใช้วัดความเร็วและทิศทางลม โดย ส่วนหัวมีใบพัดวัดความเร็วลม ส่วนหางจะมีลักษณะแบนช่วยให้ แอโรแวนชี้ไปทางทิศที่ลมพัดมา


ภาพการทดลอง


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................... ................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................. ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เรื่องความชื้น ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลม ฟ้า อากาศจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สาระการเรียนรู้ ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดย หยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของ อากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศในแต่ละบริเวณได้ (K) 2) ทดลองและรวบรวมข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศในแต่ละบริเวณได้ (P) 3) นำความรู้เกี่ยวกับความชื้นอากาศไปใช้ในชีวิตประจำวันได้(A) สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนการสอน: แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์กิจกรรมความชื้นอากาศ ดังนี้ • ผ้าเปียกขนาดประมาณ 2x2 ตารางเซนติเมตร 4 ชิ้น • บีกเกอร์ขนาด 100 ml 4 อัน และ • ตะแกรงเหล็ก 4 อัน 2. ครูจัดชุดอุปกรณ์เป็น 4 ชุด แต่ละชุดนำบีกเกอร์ขนาด 100 ml วางหงายขึ้น จากนั้นนำตะแกรงวาง บนปากบีกเกอร์ และนำผ้าเปียกหนึ่งชิ้นวางบนตะแกรง 3. ครูเตรียมชุดอุปกรณ์ดังข้อ 2 เป็น 4 ชุด ชุดที่ 1 ใส่น้ำในบีกเกอร์ ชุดที่สองไม่ต้องใส่น้ำ ชุดที่ 3 ใส่น้ำ ชุดที่ 4 ไม่ใส่น้ำ 4. ครูนำชุดที่ 1 2 และ 3 ไปตากแดด ชุดที่ 4 ไว้ในที่ร่ม แต่ละชุดใช้เวลา 4 ชั่วโมง จากนั้นนำผ้าแต่ละผืน ใส่ถุงพลาสติกแยกกัน แล้วปิดถุงให้มิดชิด เพื่อเตรียมไว้สำหรับการสอนในชั้นเรียน ดังรูป ที่มา: ดัดแปลงภาพจาก http://www.istockphoto.com/th/vector/graphic-set-science-and-chemical-objects-on-whitebackground-ve-gm626592724-110731701?st=_p_beaker%20 5. ครูถามนักเรียนว่า “ปัจจัยใดที่มีผลทำให้บางวันรู้สึกเหนียวตัว บางวันรู้สึกผิวแห้ง บางวันผ้าจึงแห้งเร็ว และบางวันผ้าแห้งช้า” (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ความชื้นอากาศ เป็นต้น) ตะแกรง แสงแดด ผ้าเปียก ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ชุดที่4


ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนรับม้วนกระดาษจากครูคนละ 1 ชิ้น ซึ่งกระดาษทุกใบจะมีเลขติดอยู่เลขใดเลขหนึ่ง ได้แก่ เลข 1, 2, 3 หรือ 4 กระดาษที่มีหมายเลข 1 จะมีคำว่าผู้นำเขียนอยู่ด้วย โดยครูแจ้งว่าในกระดาษที่ นักเรียนได้รับไปนั้น จะมีกระดาษแห่งผู้นำอยู่จำนวน 1 ใน 4 ของกระดาษทั้งหมด 2. ครูแจ้งให้นักเรียนส่งต่อกระดาษวนกันไปเรื่อย ๆ โดยระหว่างที่นักเรียนส่งกระดาษ ครูอาจร้องเพลง หรือเปิดเพลง แล้วหยุดเพลงในช่วงใดช่วงหนึ่ง เมื่อเพลงหยุดนักเรียนจะต้องหยุดส่งกระดาษ 3. นักเรียนคลี่ม้วนกระดาษออก จากนั้นนักเรียนคนที่ได้กระดาษหมายเลข 1 ซึ่งเป็นผู้นำจะเป็นหัวหน้า กลุ่ม หัวหน้ากลุ่มเลือกสมาชิก 3 คนที่มีหมายเลข 2 3 และ 4 ตามลำดับ จากนั้นครูแจ้งหน้าที่ของ นักเรียน ดังนี้ สมาชิกที่ได้หมายเลข 1: ทำหน้าที่นำเสนอใบงานหน้าชั้นเรียน สมาชิกที่ได้หมายเลข 2: ทำหน้าที่จดบันทึกลงในงาน และเขียนคำตอบบนกระดานหน้าชั้นเรียนใน ช่วงที่มีการนำเสนอ สมาชิกที่ได้หมายเลข 3: ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มโดยวางแผนลำดับการทำงานกลุ่มของสมาชิก สมาชิกที่ได้หมายเลข 4: ทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่มแล้วช่วยอธิบายให้กับ สมาชิก ที่ทำหน้าที่จดบันทึกลงในใบงาน และจัดเตรียมอุปกรณ์และใบ งาน สมาชิกทุกคน: ทำหน้าที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับใบงาน 4. สมาชิกหมายเลข 4 ออกมารับใบงานที่ 6.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ จากนั้นนักเรียนศึกษาวัตถุประสงค์ คำชี้แจง และขั้นตอนการทำกิจกรรม 5. ครูนำตัวอย่างผ้าทั้ง 4 ชิ้นที่เตรียมไว้มาแสดงหน้าชั้นเรียน และอธิบายเกี่ยวกับการจัดเตรียมชุด อุปกรณ์สาธิต ว่าผ้าทั้ง 4 ชิ้นถูกจัดอยู่ในสภาวะแวดล้อมแบบใดบ้างทั้ง 4 แบบ จากนั้นให้นักเรียน เปรียบเทียบผ้าจากชุดสาธิตชุดที่ 1 กับ 2 และ 3 กับ 4 โดยครูตั้งคำถามเกริ่นนำว่า “นักเรียนคิดว่า ผ้าชิ้นใดที่เปียกชื้นกว่า ผ้าผืนใดที่แห้งมากกว่า เพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น” 6. สมาชิกหมายเลข 3 ของแต่ละกลุ่มออกมาจับผ้าทั้ง 4 ชิ้น แล้วบอกความแห้งของผ้าโดยเปรียบเทียบ ผืนที่ 1 กับ 2 และเปรียบเทียบผืนที่ 3 กับ 4 ให้เพื่อนในกลุ่มฟัง 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนบันทึกผลลงในตารางเปรียบเทียบความแห้งของผ้าจากชุดสาธิตทั้ง 4 ชิ้น ลง ในใบงานที่ 6.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ 8. ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วย การเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)


9. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมในใบงานที่ 5.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 10. ครูเกริ่นนำว่า ความชื้นอากาศในสิ่งแวดล้อมแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกัน ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นหากเราทราบปริมาณความชื้นอากาศในแต่ละบริเวณก็จะเป็นประโยชน์ต่อ การดำรงชีวิต แต่เราจะสามารถหาค่าความชื้นอากาศในอากาศได้อย่างไร (แนวตอบ: ใช้เครื่องมือวัดความชื้นอากาศ) 11. ครูอธิบายเกี่ยวกับค่าความชื้นสัมบูรณ์และค่าความชื้นสัมพัทธ์ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และครู เขียนโจทย์ตัวอย่างเกี่ยวกับการคำนวณความชื้นสัมบูรณ์และความชื้นสัมพัทธ์ให้นักเรียนฝึกทำหน้าชั้นเรียน 12. ครูตั้งคำถามเกริ่นนำว่า “จากการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมเนื่องจากความชื้นอากาศในอากาศ สามารถ นำการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมนี้มาใช้ในการบอกความชื้นอากาศได้หรือไม่ อย่างไร” 13. ให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือวัดความชื้นอากาศไฮกรอมิเตอร์ ในหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 14. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อหาความชื้นสัมพัทธ์โดยใช้ไฮกรอมิเตอร์ จากการทำ กิจกรรมการหาความชื้นสัมพันธ์ จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการหาค่าความชื้น สัมพัทธ์ในบริเวณเดียวกันที่ช่วงเวลาแตกต่างกัน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุอุปกรณ์ กิจกรรมการหาค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่หน้าชั้นเรียน 15. ครูมอบหมายให้นักเรียนนำไฮกรอมิเตอร์ไปวัดความชื้นอากาศในช่วงเช้าและช่วงบ่ายล่วงหน้าและ บันทึกผลลงในใบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง การหาค่าความชื้นสัมพัทธ์ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 16. ครูให้แต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลและกราฟความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาและความชื้นสัมพัทธ์ 17. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม การหาความชื้นสัมพัทธ์ 18. ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยมีแนวคำถาม ดังนี้ • ความชื้นสัมพันธ์ที่หาได้จากการทดลองในช่วงเช้าและช่วงบ่ายต่างกันหรือไม่ (แนวตอบ: ต่างกัน โดยความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงเช้ามีค่ามากกว่าความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงบ่าย) • นักเรียนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงเช้าและช่วงบ่ายมีความแตกต่างกันคืออะไร (แนวตอบ: ความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงเช้ามีค่ามากกว่าช่วงบ่าย เนื่องจากในช่วงเช้ามีอุณหภูมิอากาศต่ำ กว่าช่วงบ่าย ทำให้อากาศสามารถรอบรับไอน้ำได้น้อย ปริมาณไอน้ำอิ่มตัวจึงน้อย ซึ่งเมื่อปริมาณไอ น้ำอิ่มตัวในอากาศลดลง จึงส่งผลให้ความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น) • ค่าความชื้นสัมพัทธ์ ณ เวลาเดียวกัน จากบริเวณที่ต่างกันในโรงเรียนจะมีค่าเป็นอย่างไร


(แนวตอบ: ค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่วัดได้ในเวลาเดียวกันในแต่ละบริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันจะมี ค่าความชื้นสัมพัทธ์ต่างกัน เช่น อากาศในห้องน้ำจะมีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่าในอากาศในเรือน เพาะชำ อากาศในบริเวณระเบียง และอากาศในบริเวณกลางแจ้ง ตามลำดับ) • ค่าความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงเวลาต่างกันในสถานที่เดียวกันแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ: ในช่วงเวลาต่างกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่เดียวกันก็จะมีค่าความชื้นสัมพัทธ์แตกต่างกัน เพราะในแต่ละวัน อุณหภูมิของอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยในช่วงเช้ามืด อุณหภูมิอากาศจะต่ำ อากาศมีปริมาณไอน้ำอิ่มตัวน้อย ส่วนในตอนบ่าย อุณหภูมิอากาศจะสูงขึ้น อากาศมีปริมาณไอน้ำ อิ่มตัวมากกว่าและเนื่องจากเป็นสถานที่เดียวกัน เมื่อให้ปริมาณไอน้ำจริงในอากาศเท่ากัน ค่าความชื้น สัมพัทธ์ของอากาศในตอนเช้าจะมีค่าสูงกว่าความชื้นสัมพัทธ์ในตอนบ่าย) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 19. ให้นักเรียนศึกษาไฮกรอมิเตอร์แบบเส้นผม ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 20. ครูถามคำถามนักเรียนว่า ในวันที่มีความชื้นอากาศสูงและต่ำจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม หรือไม่อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น มีผลต่อ เส้นผม โดยความชื้นอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้เส้นผมยืดหรือหดตัวได้แตกต่างกัน) 21. ครูมอบหมายให้นักเรียนออกแบบเครื่องมือวัดความชื้นอากาศไฮกรอมิเตอร์แบบเส้นผมโดยแสดงถึง การนำวัสดุอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันมาประยุกต์ใช้ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 22. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอเครื่องมือวัดความชื้นอากาศของตนเอง พร้อมทั้งอธิบายวัสดุอุปกรณ์ที่ นำมาใช้ รวมทั้งอธิบายหลักการทำงานของเครื่องมือวัดความชื้นอากาศของกลุ่มตนเอง 23. ครูเพิ่มเติมความรู้หรือข้อมูลให้กับการนำเสนอเครื่องมือแต่ละกลุ่ม 24. นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม และการนำ ความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ 25. ครูถามคำถามเพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน ดังนี้ • ความชื้นอากาศคืออะไร (แนวตอบ: ความชื้นอากาศ คือ ปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศในแต่ละวัน) • ให้อธิบายหลักการทำงานของไซครอมิเตอร์ (แนวตอบ: น้ำในกระเปาะจะระเหยโดยดูดความร้อนจากกระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์ทำให้อุณหภูมิที่ อ่านได้จากเทอร์มอมิเตอร์กระเปาะเปียกมีค่าต่ำลง ทำให้อุณหภูมิที่อ่านได้จากเทอร์มอมิเตอร์ กระเปาะเปียกมีค่าต่ำกว่ากระเปาะแห้ง จากนั้นนำค่าผลต่างอุณหภูมินี้ไปอ่านค่าความชื้นสัมพัทธ์ใน ตาราง)


• ความชื้นสัมพัทธ์คืออะไร (แนวตอบ: ความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity) คือ อัตราส่วนระหว่างมวลของไอน้ำที่มีอยู่จริงใน อากาศขณะนั้น กับมวลของไอน้ำที่อากาศซึ่งมีปริมาตรและอุณหภูมิเดียวกันจะรับได้เต็มที่ (อากาศ อิ่มตัว) มีหน่วยวัดเป็นเปอร์เซ็นต์) • ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศได้แก่อะไรบ้าง (แนวตอบ: ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ ได้แก่ ลักษณะพื้นที่ในแต่ละบริเวณและ อุณหภูมิ) • ค่าความชื้นอากาศที่นิยมใช้คือค่าความชื้นอากาศใด และสามารถคำนวณหาค่าความชื้นอากาศ ดังกล่าวได้อย่างไร (แนวตอบ: ค่าความชื้นอากาศที่นิยมใช้คือ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ คำนวณได้จากค่าความชื้นอากาศใน อากาศที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น หารด้วยค่าความชื้นอากาศที่มากที่สุดที่อากาศบริเวณนั้นสามารถรับได้และ คูณด้วย 100) • ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อค่าความชื้นสัมพัทธ์ และหากปัจจัยดังกล่าวมีค่าสูงขึ้น จะส่งผลต่อความชื้นสัมพัทธ์ อย่างไร (แนวตอบ: ปัจจัยที่มีผลต่อค่าความชื้นสัมพัทธ์คือ อุณหภูมิ หากอุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้ความสามารถ ในการรองรับความชื้นอากาศของอากาศสูงขึ้น ทำให้ค่าความชื้นสัมพัทธ์ลดต่ำลง) • เครื่องมือใดนำมาหาค่าความชื้นอากาศ และมีหลักการในการวัดความชื้นอากาศอย่างไร (แนวตอบ: สามารถหาค่าความชื้นอากาศได้โดยใช้ไฮกรอมิเตอร์แบบกระเปาะเปียก-กระเปาะแห้ง มี หลักการในการวัดคือ วัดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่ได้จากเทอร์มอมิเตอร์ปกติ และอุณหภูมิ จากเทอร์มอมิเตอร์ที่มีผ้าเปียกหุ้มกระเปาะ หากอากาศมีความชื้นอากาศน้อย น้ำจากผ้าเปียกจะ ระเหยทำให้วัดค่าอุณหภูมิของกระเปาะที่มีผ้าเปียกได้ต่ำลง ผลต่างระหว่างอุณหภูมิทั้งสองกระเปาะ จึงมีค่ามากขึ้นเมื่ออุณหภูมิต่ำ จากนั้นนำผลต่างอุณหภูมิที่ได้ไปอ่านค่าในตาราง) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Expand) 26. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าเรื่อง ผลกระทบของความชื้นอากาศที่มีต่อการดำรงชีวิตเพิ่มเติมใน หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศหรือจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จากนั้นทำ แผนผังสรุปเกี่ยวกับ ความชื้นอากาศมีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างไรบ้าง โดยยกตัวอย่างและ อธิบายผลของความชื้นอากาศที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ 27. ให้นักเรียนทำ Exercise 2.1 ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ


ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจใบงานที่ 5.6.1 เรื่อง ความชื้นอากาศ 2. ครูตรวจExercise 2.1 ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วย การเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 3. ครูประเมินการนำเสนอใบงานที่ 5.6.1 เรื่อง ความชื้นอากาศ โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงความชื้น อากาศในแต่ละบริเวณได้ (K) - ตรวจใบงานที่ 6.6.1 - ตรวจ Exercise 2.1 - ประเมินแผนผังสรุป เรื่อง ผลของความชื้น อากาศต่อการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ - ประเมินชิ้นงาน เรื่อง เครื่องมือวัดความชื้น แบบเส้นผม - ใบงานที่ 6.6.1 - Exercise 2.1 - แบบประเมินชิ้นงาน - แบบประเมินชิ้นงาน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 2) ทดลองและรวบรวม ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ ในแต่ละบริเวณได้ (P) - ประเมินการเสนอ ผลงาน - ประเมินแผนผังสรุป เรื่อง ผลของความชื้น อากาศต่อการ ดำรงชีวิตของมนุษย์ - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 3) นำความรู้เกี่ยวกับ ความชื้นอากาศไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้(A) - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 2) ใบงานที่ 5.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ 3) ใบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง การหาค่าความชื้นสัมพัทธ์


ใบงานที่ 6.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาชุดสาธิตที่ครูเตรียมมาให้ แล้วบันทึกผลลงในตารางและตอบคำถามท้ายกิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ (ชุดสาธิต) วิธีทำ 1. ตัวแทนกลุ่มออกมาจับตัวอย่างผ้าจากชุดสาธิต โดยเปรียบเทียบความแห้งของผ้าเป็นคู่ ดังนี้ ผ้าชุดที่ 1 กับ ผ้าชุดที่ 2 และ ผ้าชุดที่ 3 กับ ผ้าชุดที่ 4 2. ตัวแทนกลุ่มกลับมาอธิบายความแห้งของผ้าให้สมาชิกในกลุ่มฟัง และบันทึกผลลงตาราง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายสาเหตุที่ทำให้ผ้ามีความแห้งแตกต่างกัน 4. ตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตารางบันทึกผลเปรียบเทียบความแห้งของผ้าชุดที่ 1 กับ ผ้าชุดที่ 2 ชุดสาธิต ภาพประกอบ คำอธิบายชุดสาธิต ความแห้งของผ้า (มากกว่า/น้อยกว่า) 1 เป็นการจำลองการตากผ้าในพื้นที่ ที่มีแหล่งน้ำ 2 เป็นการจำลองการตากผ้าในพื้นที่ ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ตารางบันทึกผลเปรียบเทียบความแห้งของผ้าชุดที่ 3 กับ ผ้าชุดที่ 4 ชุดสาธิต ภาพประกอบ คำอธิบายชุดสาธิต ความแห้งของผ้า (มากกว่า/น้อยกว่า) 3 เป็นการจำลองการตากผ้าใน บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง 4 เป็นการจำลองการตากผ้าใน บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ


คำถามท้ายกิจกรรม 1. กระบวนการเปลี่ยนสถานะของน้ำที่ทำให้ผ้าแห้งคืออะไร ............................................................................................................................. .............................. 2. สาเหตุที่ทำให้ผ้ามีความแห้งแตกต่างกันคืออะไร ........................................................................................................................................................... 3. สาเหตุที่ทำให้น้ำในผ้ามีการระเหยแตกต่างกันคืออะไร ......................................................................................................... .................................................. 4. จากชุดสาธิตชุดที่ 1 และ ชุดที่ 2 ตอบคำถาม ดังนี้ 4.1 ชุดใดมีความชื้นอากาศมากกว่ากัน ............................................................................................................................. ........................ 4.2 ปัจจัยใดที่ทำให้ความชื้นอากาศทั้งสองชุดนี้แตกต่างกัน ............................................................................................................................. ........................ ..................................................................................................................................................... 5. จากชุดสาธิตชุดที่ 3 และ ชุดที่ 4 ตอบคำถาม ดังนี้ 5.1 ชุดใดมีความชื้นอากาศมากกว่ากัน ..................................................................................................................................................... 5.2 ปัจจัยใดที่ทำให้ความชื้นอากาศทั้งสองชุดนี้แตกต่างกัน .......................................................................................................... ...........................................


ใบงานที่ 6.6.1 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นอากาศ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาชุดสาธิตที่ครูเตรียมมาให้ แล้วบันทึกผลลงในตารางและตอบคำถามท้ายกิจกรรม วัสดุอุปกรณ์(ชุดสาธิต) วิธีทำ 1. ตัวแทนกลุ่มออกมาจับตัวอย่างผ้าจากชุดสาธิต โดยเปรียบเทียบความแห้งของผ้าเป็นคู่ ดังนี้ ผ้าชุดที่ 1 กับ ผ้าชุดที่ 2 และ ผ้าชุดที่ 3 กับ ผ้าชุดที่ 4 2. ตัวแทนกลุ่มกลับมาอธิบายความแห้งของผ้าให้สมาชิกในกลุ่มฟัง และบันทึกผลลงตาราง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายสาเหตุที่ทำให้ผ้ามีความแห้งแตกต่างกัน 4. ตอบคำถามท้ายกิจกรรม ตารางบันทึกผลเปรียบเทียบความแห้งของผ้าชุดที่ 1 กับ ผ้าชุดที่ 2 ชุดสาธิต ภาพประกอบ คำอธิบายชุดสาธิต ความแห้งของผ้า (มากกว่า/น้อยกว่า) 1 เป็นการจำลองการตากผ้าในพื้นที่ ที่มีแหล่งน้ำ มากกว่า 2 เป็นการจำลองการตากผ้าในพื้นที่ ที่ไม่มีแหล่งน้ำ น้อยกว่า ตารางบันทึกผลเปรียบเทียบความแห้งของผ้าชุดที่ 3 กับ ผ้าชุดที่ 4 ชุดสาธิต ภาพประกอบ คำอธิบายชุดสาธิต ความแห้งของผ้า (มากกว่า/น้อยกว่า) 3 เป็นการจำลองการตากผ้าใน บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง น้อยกว่า 4 เป็นการจำลองการตากผ้าใน บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ มากกว่า


คำถามท้ายกิจกรรม 1. กระบวนการเปลี่ยนสถานะของน้ำที่ทำให้ผ้าแห้งคืออะไร กระบวนการระเหย 2. สาเหตุที่ทำให้ผ้ามีความแห้งแตกต่างกันคืออะไร การระเหยของน้ำในผ้าที่แตกต่างกัน 3. สาเหตุที่ทำให้น้ำในผ้ามีการระเหยแตกต่างกันคืออะไร ความชื้นอากาศ ณ บริเวณนั้น 4. จากชุดสาธิตชุดที่ 1 และ ชุดที่ 2 ตอบคำถาม ดังนี้ 1.1 ชุดใดมีความชื้นอากาศมากกว่ากัน ชุดที่ 1 มีความชื้นอากาศมากกว่า ชุดที่ 2 1.2 ปัจจัยใดที่ทำให้ความชื้นอากาศทั้งสองชุดนี้แตกต่างกัน ลักษณะพื้นที่ ณ บริเวณนั้น โดยพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจะมีความชื้นอากาศสูงกว่าพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ เนื่องจากพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจะมีการระเหยได้มากกว่า 5. จากชุดสาธิตชุดที่ 3 และ ชุดที่ 4 ตอบคำถาม ดังนี้ 1.3 ชุดใดมีความชื้นอากาศมากกว่ากัน ชุดที่ 4 มีความชื้นอากาศมากกว่า ชุดที่ 3 1.4 ปัจจัยใดที่ทำให้ความชื้นอากาศทั้งสองชุดนี้แตกต่างกัน อุณหภูมิของพื้นที่ ณ บริเวณนั้น โดยพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะมีความชื้นอากาศต่ำกว่าพื้นที่ที่มี อุณหภูมิต่ำกว่า


เรื่อง ความชื้นอากาศ จุดประสงค์ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ระบุปัญหา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................... ............................................... สมมติฐาน .............................................................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................... ............................................... ............................................................................................................................. ................................................. บันทึกผลการทดลอง เวลา อุณหภูมิจาก กระเปาะเปียก อุณหภูมิจาก กระเปาะแห้ง เวลา อุณหภูมิจาก กระเปาะเปียก อุณหภูมิจาก กระเปาะแห้ง 08.00 13.00 09.00 14.00 10.00 15.00 11.00 16.00 .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. อภิปรายผลการทดลอง


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน้ำฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................. ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................... ................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................. ลงชื่อ………………………………ผู้สอน (นายศตวรรษ บึงสพาน) วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง (ตรวจสอบ / นิเทศ / เสนอแนะ / รับรอง ) องค์ประกอบของแผนการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/และสาระการเรียนรู้ ( ) ครบถ้วน ( ) ไม่ครบถ้วน ( ) มี ( ) ไม่มี การวิเคราะห์ผู้เรียน ( ) มี ( ) ไม่มี กิจกรรมกรรมการเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา สื่อและแหล่งเรียนรู้ ( ) สอดคล้องเหมาะสม ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา การวัดและประเมินผล ( ) หลากหลายครบถ้วน ( ) ควรปรับปรุงพัฒนา อื่นๆ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………... (นางน ้าฝน อินทะสร้อย) ครูพี่เลี้ยง วันที่............เดือน........................พ.ศ.............. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ น าไปปรับปรุงแก้ไขก่อนน าไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ………………………………………. (นางมยุเรศ มหาโยธี) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ อนุมัติ ไม่อนุมัติ เพราะ ..................................................................................................................... อื่นๆ ........................................................................................................................................ ลงชื่อ……………………………………… (นางปาณิสรา บญุณะสิทธิ์) รองผู้อ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่............เดือน........................พ.ศ..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 รหัสวิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เรื่องเมฆและฝน ชื่อผู้สอน ศตวรรษ บึงสพาน มาตรฐานการเรียนรู้ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลม ฟ้า อากาศจากข้อมูลที่รวบรวมได้ สาระการเรียนรู้ ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลา หนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดย หยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของ อากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเมฆและฝนได้ (K) 2) นำเสนอปัจจัยที่ผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณเมฆและฝนและเครื่องมือวัดปริมาณเมฆและฝนได้ (P) 3) นำความรู้เกี่ยวกับเมฆและฝนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ (A) สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนการสอน: แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง เมฆและฝน โดยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นนักเรียน ดังนี้ • ครูให้นักเรียนสังเกตลักษณะและปริมาณของเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า แล้วถามนักเรียนว่าเมฆมีรูปร่างลักษณะเป็น อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น มีลักษะเป็นก้อน มี ลักษณะเป็นแผ่นหนาสีเทา เป็นต้น) • ครูถามนักเรียนว่า เมฆทำให้เกิดฝนตกได้อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น เมฆมีละอองน้ำอยู่ ละอองน้ำเหล่านี้จะรวมตัวใหญ่ขึ้นจนตกลงมาเป็นฝน) • ครูถามนักเรียนว่า การเกิดเมฆและฝนมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น สัมพันธ์ กัน หากเกิดเมฆมากก็จะมีโอกาสเกิดฝนมากด้วย เป็นต้น) 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับ เมฆและฝน และโยงไปสู่การเกิดเมฆ การ เกิดฝน และการวัดปริมาณน้ำฝน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกตรูปร่างลักษณะของเมฆ โดยให้นักเรียนถ่ายรูปหรือวาดรูปเมฆลักษณะ ต่าง ๆ มาอย่างน้อย 3 รูป รูปละ 1 ลักษณะ แล้วนำรูปมาแปะบนใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน ตอนที่ 1 ในช่องบันทึกผลรูปภาพเมฆ 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง เมฆและฝน จาก) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ หรือสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วบันทึกผลการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพเมฆที่ นักเรียนแปะบนใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน ตอนที่ 1 ลงในช่องตารางบันทึกผลการสืบค้น 4. ครูถามนักเรียนต่อว่า “นักเรียนคิดว่า เมฆและฝนมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร”


5. ครูจัดเตรียมชุดการทดลองสาธิต เรื่อง เมฆและฝน โดยนำบีกเกอร์ที่มีน้ำตั้งบนที่บังลม ดังนี้ 6. ครูให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้ • นักเรียนคาดคะเนผลการทดลองก่อนการทดลอง • นักเรียนสังเกตผลการทดลองเมื่อครูจุดไฟที่ตะเกียง แล้วนำไปวางใต้บีกเกอร์เพื่อต้มน้ำในบีกเกอร์ให้ เดือด • นักเรียนสังเกตน้ำในบีกเกอร์เมื่อเริ่มเดือดให้นำแผ่นกระจกมาอังไว้เหนือบีกเกอร์ จากนั้นดับไฟแล้ว และบันทึกผลการเปลี่ยนแปลง • นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับการเกิดเมฆและฝนในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ หรือสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จากนั้นสรุปและอภิปรายผลการทดลอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 7. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่ม เพื่อออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมของแต่ละกลุ่มหน้าชั้น เรียน 8. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรมในใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆ และฝน ตอนที่ 1 โดยร่วมกันอภิปรายว่ารูปภาพเมฆของกลุ่มเพื่อนที่นำเสนอควรเป็นเมฆชนิดใด อยู่ ในชั้นระดับความสูงใด และมีลักษณะอย่างไร 9. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรมในใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและ ฝน ตอนที่ 2 โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้ • เมื่อจุดไฟตะเกียง มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น (แนวตอบ: มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในอากาศที่แตกต่างกัน ทำให้ความดันอากาศแตกต่างกัน ด้วย) • มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำในบีกเกอร์อย่างไรบ้าง (แนวตอบ: น้ำในบีกเกอร์ระเหยขึ้นไปกระทบกับแผ่นกระจกข้างบน รวมกันเป็นหยดน้ำแล้วหยดตกลง มาที่บีกเกอร์อีกครั้ง) • ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปวัฏจักรการเกิดเมฆและฝน แผ่นกระจก บีกเกอร์ใส่น้ำ ตะเกียงแอลกอฮอล์


• ครูให้นักเรียนสรุปปัจจัยที่ทำให้เกิดวัฏจักรการเกิดเมฆและฝน ซึ่งหากขาดปัจจัยบางตัวไป อาจจะ ส่งผลกระทบต่อการเกิดเมฆและฝน • ผลสรุปของการทดลองนี้คืออะไร (แนวตอบ: นักเรียนควรสรุปได้ว่า เมื่อน้ำได้รับอุณหภูมิสูงหรือได้รับความร้อน น้ำจะระเหยกลายเป็น ไอน้ำขึ้นไปในอากาศ จนถึงระดับที่อากาศมีอุณหภูมิต่ำ เสมือนอากาศอิ่มตัวด้วยไอน้ำ จะเกิดการ ควบแน่นเป็นละอองน้ำรวมตัวกันเรียกว่า เมฆ และเมื่อละอองน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเมฆไม่สามารถ พยุงน้ำไว้ได้จะตกลงมาในรูปของน้ำฝน) • ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน คืออะไรบ้าง (แนวตอบ: ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่ ความชื้นอากาศ และความดันอากาศ) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Expand) 10. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการทำกิจกรรม เพื่อให้ได้แนวข้อสรุป ดังนี้“เมื่อน้ำได้รับอุณหภูมิ สูงหรือได้รับความร้อน น้ำจะระเหยกลายเป็นไอน้ำขึ้นไปในอากาศ จนถึงระดับที่อากาศมีอุณหภูมิต่ำ เสมือนอากาศอิ่มตัวด้วยไอน้ำ จะเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้ำรวมตัวกันเรียกว่า เมฆ และเมื่อ ละอองน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเมฆไม่สามารถพยุงน้ำไว้ได้ จะตกลงมาในรูปของ น้ำฝน” ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 11. ครูถามนักเรียนว่า “เมฆและฝนมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไร” (แนวตอบ: พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ส่งผล ต่อการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ส่งผลต่อการตัดสินใจปลูกพืชผักทางการเกษตร เป็นต้น) 12. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นเกี่ยวกับการเกิดเมฆและฝนที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในหนังสือ เรียนสัมฤทธิ์มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บรรยากาศ หรือสืบค้นจากแหล่ง เรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จากนั้นสรุปและอภิปรายผลการทดลอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 13. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอเกี่ยวกับการเกิดลมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม 14. ครูถามนักเรียนว่า หยาดน้ำฟ้าคืออะไร จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสืบค้นข้อมูล แล้ว สรุปว่า “หยาดน้ำฟ้า คือ น้ำหรือน้ำแข็งที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำบนฟ้าแล้วตกลงมาสู่พื้นดิน” 15. ครูถามนักเรียนว่า เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงไม่มีหิมะตก (แนวตอบ: เพราะอุณหภูมิอากาศบริเวณประเทศไทยสูงกว่าจุดเยือกแข็ง) 16. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใช้แนวคำถาม เช่น • ใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งชนิดของเมฆ (แนวตอบ: ระดับความสูงของเมฆ รูปร่างเมฆ เป็นต้น) • การเกิดเมฆเกี่ยวข้องกับการเกิดฝนอย่างไร


(แนวตอบ: เมฆเกิดจากไอน้ำที่เกิดจากการระเหยและการคายน้ำของพืชรวมตัวกันเป็นละอองน้ำลอย อยู่ในอากาศ หากละอองน้ำในเมฆรวมตัวและมีขนาดใหญ่จนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้ ละอองน้าจะ ตกลงมาเป็นฝน) 17. ครูถามนักเรียนว่า “จงเปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างการเกิดเมฆและการเกิดฝน” (แนวตอบ: เมฆเกิดจากการระเหยของน้ำจากแหล่งน้ำ ไอน้ำจะรวมกลุ่มกันเป็นละอองน้ำกลายเป็น เมฆ ซึ่งอากาศพยุงไว้อยู่ได้ ส่วนฝนเกิดจากละอองน้ำในก้อนเมฆรวมกลุ่มกัน ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจน อากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้ จึงตกลงมา ดังนั้น ขนาดของละอองน้ำฝนจึงใหญ่กว่าละอองน้ำในก้อน เมฆ) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (Expand) 18. ครูถามคำถามเพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของบรรยากาศ องค์ประกอบ บรรยากาศ ชั้นบรรยากาศและของประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละชั้น องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ ปัจจัยที่มีผลต่อองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ และเครื่องมือวัดองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 19. ให้นักเรียนทำ Thinking Skills ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ20. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบพัฒนา ผู้เรียนในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน 2. ครูตรวจ Thinking skills จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 3. ครูประเมินการนำเสนอใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน


การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงเมฆและฝนได้ (K) - ตรวจใบงานที่ 6.8.1 - ใบงานที่ 6.8.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) นำเสนอปัจจัยที่ผลต่อการ เปลี่ยนแปลงปริมาณเมฆและฝน และเครื่องมือวัดปริมาณเมฆและ ฝนได้ (P - ประเมินการ เสนอ ผลงาน - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 3) นำความรู้เกี่ยวกับเมฆและฝน ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ (A) - สังเกต พฤติกรรม การทำงานราย กลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.1 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 2) ใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน 3) ชุดการทดลองสาธิต เรื่อง เมฆและฝน 4) ภาพการทดลอง


ใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน ตอนที่ 1 ชนิดของเมฆ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนถ่ายภาพหรือวาดรูปเมฆที่สังเกตเห็นได้อย่างน้อย 3 ลักษณะ แล้วสืบค้นหาชื่อชนิดเมฆ ประเภทของเมฆแบ่งตามระดับความสูง และรูปร่างลักษณะของเมฆ จากนั้นบันทึกลงในตารางบันทึกผล ดังนี้ ชื่อเมฆ ภาพประกอบ ประเภทของเมฆแบ่ง ตามระดับความสูง รูปร่างลักษณะของเมฆ ตอนที่ 2 การเกิดเมฆและฝน ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเมฆและฝน จากนั้นระบุผลการทดลองจากรูปที่คาดว่าน่าจะ เกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่า เป็นเช่นนั้น 3. ให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครูจุดตะเกียงแอลกอฮอล์


4. ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน และเขียนสรุปและอภิปรายผลเปรียบเทียบกับการเกิดเมฆ และฝน ผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ............................................................................................................................. ......................................... .................................................................................................................................................................... .. ...................................................................................................................................... ................... ผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริง ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง ............................................................................................................................. ...................................... ........................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................................ ....... คำถามท้ายกิจกรรม ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่อะไรบ้าง และมีผลต่อการเกิดเมฆและฝนอย่างไร ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ ....................... ....................................................................................................................................................... ............ ....................................................................................................................... ............................................ ............................................................................................................................................... แผ่นกระจก บีกเกอร์ใส่น้ำ ตะเกียง


ใบงานที่ 6.8.1 เรื่อง เมฆและฝน ตอนที่ 1 ชนิดของเมฆ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนถ่ายภาพหรือวาดรูปเมฆที่สังเกตเห็นได้อย่างน้อย 3 ลักษณะ แล้วสืบค้นหาชื่อชนิดเมฆ ประเภทของเมฆแบ่งตามระดับความสูง และรูปร่างลักษณะของเมฆ จากนั้นบันทึกลงในตารางบันทึกผล ดังนี้ ชื่อเมฆ ภาพประกอบ ประเภทของเมฆแบ่ง ตามระดับความสูง รูปร่างลักษณะของเมฆ ตอนที่ 2 การเกิดเมฆและฝน ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเมฆและฝน จากนั้นระบุผลการทดลองจากรูปที่คาดว่าน่าจะ เกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่า เป็นเช่นนั้น 3. ให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครูจุดตะเกียงแอลกอฮอล์


4. ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน และเขียนสรุปและอภิปรายผลเปรียบเทียบกับการเกิดเมฆ และฝน ผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน ผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริง เมื่อจุดตะเกียงแอลกอฮอล์ น้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเดือดและระเหยกลายเป็นไอน้ำ ไอน้ำจะลอย ไป ยึดเกาะและรวมกลุ่มกันบริเวณแผ่นกระจก หากไอน้ำรวมกลุ่มกันจนมีขนาดหยดน้ำใหญ่มากจะ ตกลงมา สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง จากผลการทดลอง การะเหยของน้ำในบีกเกอร์เปรียบเสมือนการะเหยของน้ำจากแหล่งน้ำบน พื้นผิวโลก รวมถึงการคายน้ำของพืช จากนั้นไอน้ำจะรวมกลุ่มกันบริเวณแผ่นกระจก ซึ่ง เปรียบเสมือนการก่อตัวของเมฆ และเมื่อไอน้ำรวมกลุ่มกันจนมีขนาดใหญ่มากจนตกลงมาเป็นหยด น้ำ จะเปรียบเสมือนการเกิดฝน คำถามท้ายกิจกรรม ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่อะไรบ้าง และมีผลต่อการเกิดเมฆและฝนอย่างไร ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่ ความชื้น และความดันอากาศ ถ้าอากาศมีความชื้น อากาศสูง ความดันอากาศต่ำ จะทำให้เกิดเมฆและฝนปริมาณมาก ถ้าอากาศมีความชื้นอากาศต่ำ ความดันอากาศสูง จะทำให้เกิดเมฆและฝนปริมาณน้อย แผ่นกระจก บีกเกอร์ใส่น้ำ ตะเกียง


Click to View FlipBook Version