The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รส.21-60 คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย ทัศนสัญญาณและเสียงสัญญาณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by training7005, 2024-05-24 02:24:56

รส.21-60 คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย ทัศนสัญญาณและเสียงสัญญาณ

รส.21-60 คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย ทัศนสัญญาณและเสียงสัญญาณ

๑๒ รูปที่ ๑๙ ขบวนแถวตอนเดินทาง ยกแขนทั้งสองข้างตรงขึ้นไป แสดงเป็นรูปวงกลม โดยแกว่งแขนออกไปทางหลังตั้งฉากกับลำตัว หมายเหตุใช้ในเมื่อหมู่ปืนเล็กเคลื่อนที่อยู่ในรูปขบวนเดียวกันในชุดยิง รูปที่ ๒๐ รูปขบวนล ิ่ ม เหยียดแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ งอข้อศอกเล็กน้อย และนิ้วมือทั้งสองมือจรดกัน


๑๓ รูปที่ ๒๑ รูปขบวนรูปตัววีเหยียดแขนทั้งสองขึ้นช้างบนและไปทางข้างทำมุม ๔๕ องศา เหนือระดับไหล่ รูปที่ ๒๒ รูปขบวนขั้นบันไดไปทางขวา (ซ้าย) หันหน้าเข้าหาหน่วยที่รับสัญญาณและเหยียดแขนไปในทิศทาง ในที่ซึ่งหน่วยต้องทำรูปรบวนขั้นบันใดและไปข้างล่างข้างตัว ทำมุม ๔๕ ต่ำกว่าระดับไหล่ หันฝ่ามือ ไปทางหน้า เหยียดแขนอีกข้างหนึ่งขึ้นข้างบนและไปทางข้าง ทำมุม ๔๔ องศา หันฝ่ามือไปทางหน้า


๑๔ รูปที่ ๒๓ รูปขบวนหน้ากระดาน ยกแขนทั้งสองไปทางข้างเสมอระดับไหล่ มือ และแขนทั้งสองเหยียดตรง ฝ่ามือทั้งสองคว่ำลง รูปที่ ๒๔ รูปขบวนหน้ากระดาน ปลก. ซ้าย (ขวา) ยกแขนทั้งสองออกไปทางข้างเสมอแนวไหล่ มือและแขนทั้งสองเหยียดตรงคว่ำฝ่ามือลง แกว่งแขนที่ต้องการให้ ปลก. เคลื่อนที่ไป ทางข้างและขึ้นข้างบน เหยียดตรง แล้วลดลงมาอยู่ในท่าเดิม จนกระทั่งเลิกให้สัญญาณ


๑๕ รูปที่ ๒๕ พบข้าศึก ยกอาวุธประจำกายขึ้นเหนือศีรษะด้วยแขนข้างเดียว แขนเหยียดตรง พร้อมกับอาวุธขนานกับพื้นดิน และช ี้ไปในทิศทางข้าศึก รูปที่ ๒๖ ติดดาบ ใช้มือขวาทำท่าคล้ายกับถอดดาบปลายยืนออกจากฝั่ ก แล้วทำท่านำมาติดกับปืน


๑๖ รูปที่ ๒๗ เตรียมปฏิบัติการ ยกแขนท่อนล่างขึ้นเสมอข้อศอก มือกำ หมุนตามเข็มนาฬิกา เปน็รูปวงกลมหลาย ๆ ครั้ง รปูที่ ๒๘ ปฏิบัติการตรงหน้า (ขวา, ข้าย หรือหลัง) เดินยิงหรือการยิงตะลุมบอน ยกแขนขึ้น เสมอระดับไหล่แล้วงอเล็กน้อย กำมือแล้ว เหยียดตรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง ไปในทิศทาง ทต ี่ ้องการให้ปฏิบัติการ


๑๗ รูปที่ ๒๙ คุ้มครองการรุกของฝ่ายเรา ยกมือขึ้นตบลงบนศีรษะหรือหมวกเหล็ก หลาย ๆ ครั้ง รูปที่ ๓๐ ยิง ยกแขนขึ้นต ั้ งตรงเหนือศีรษะ แลัวฟาดลงมาข้างตัวอย่างแรง ในเม ื่ อต้องการให้อาวุธ อย่างเดียวของหมู่ทำการยิง เหยียดแขนพร้อมกับชี้ไปที่อาวุธนั้นโดยเฉพาะ แล้วฟาดแขน โดยแรงไปทางข้าง สัญญาณนี้ใช้สั่ งยิงสำหรับอาวุธที่มีความกว้างปากลำกล้องขนาดใหญ่


๑๘ รูปที่ ๓๑ เริ่มยิง เหยียดแขนออกไปช้างหน้าเสมอเอว ฝ่ามือคว่ำลง แล้วแกว่งแขนเป็นรูปครึ่งวงกลม หลาย ๆ ครั้ง ยิงจังหวะเร็ว ปฏิบัติสัญญาณสำหรับเร ิ่ มยิงโดยทำให้เร็วขน ึ้ ยิงจังหวะช้า ปฏิบัติสัญญาณสำหรับเริ่มยิง โดยทำให้ช้าลง รูปที่ ๓๒ ระยะยิงหรือศูนย์รบ หันหน้าไปทางบุคคลหรือหน่วยซึ่งเป็นผู้รับสัญญาณ เหยียดแขนไป ข้างหน้าได้ระดับกับแนวไหล่ กำมือ สัญญาณ นี้ใช้สำหรับระยะยิงที่ทราบกันอยู่แล้ว ถ้าไม่มี สัญญาณอื่นตามมา ก็ให้ตั้งศูนย์รบที่มาตราระยะยิง ๑ นิ้วมือ สำหรับแต่ละ ๑๐๐ เมตร ของ ระยะที่มาตราระยะยิง


๑๙ รูปท ี่ ๓๓ ส่ายไปทางขวาหรือซ้าย / เพ ิ่ มมุมยังหรือลดมุมยิ่ง เหยียดแขน ข้างหน ึ่ งไปยังพลประจำปืน ที่เกี่ยวข้อง กระดกแขนและมือไปในทิศทางที่ต้องการแก้ไข (เพิ่มมุมสูง ลดมุมสูง ขวา หรือ ช้าย) งอแขนตรง ข้อมือ และชี้นิ้วขึ้น ๑ น ิ้ ว สำหรับแต่ละมิลเลียม ( หรือสำหรับแต่ละ ๑๐๐ เมตร ของระยะยิง ) ที่ต้องการแก้ไข สำหรับปืนกลเหยียดนิ้วมือ ช ี้ นิ้ว 2 มิลเลียม สำหรับปืน ที่มขีาหยั่ง และ ๑ เมตร สำหรับยืนที่มีขาทราย รูปที่ ๓๔ หยุดยิง ยกมือขึ้นข้างหน้าเสมอหน้าผาก ฝ่ามือหันไปข้างหน้า โบกมือ และแขนท่อนล่าง ขึ้นลงหลาย ๆ ครั้งตรงกับใบหน้า


๒๐ รูปที่ ๓๕ เลิกปฏิบัติการ (หุบกำบั้นลงบนฝ่ามืออีกข้างหน ึ่ งเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้งติดกัน รูปที่ ๓๖ สัญญาณเตือนภัยนิวเคลียร์ ปิดตาทง ั้ สองข้างด้วยมือขวา เป็นการเตือนให้หน่วยทหาร เข้าที่กำบัง ก่อนท ี่ อาวุธนิวเคลียร์จะเกิดการระเบิดขึ้น


๒๑ รูปที่ ๓๗ ติดเครื่องยนต์หรือเตรียมเคลื่อนที่ ทำท่าเหมือนกับหมุนเครื่องยนต์ ของยานพาหนะ โดย หมุนแขนเป็นวงกลมในระดับเอว รูปที่ ๓๘ ดับเครื่องยนต์ คว่ำฝ่ามือลง ดึงมือขวาผ่านลำคอ จากซ้ายไปขวา ในท่า " ตัดคอ"


๒๒ รูปที่ ๓๙ ขน ึ้ รถ เหยียดแขนลงขา้งล่าง อยู่ข้างขา พร้อมกับหงายฝ่ามือออก ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นลง ทำมุม ๔๕ องศา เหนือพื้นระดับ อาจใช้แขนทั้งสองเมื่อทำสัญญาณนี้ ทำซ้ำๆ จนกระทั่งเข้าใจ รูปที่ ๔๐ ลงรถ เหยียดแขนไปทางข้าง ทำมุม ๔๕ องศา เหนือระดับ คว่ำฝ่ามือลง แล้วลดลงข้างขา อาจใช้แขนท ั้ งสองข้างในเม ื่ อ ใช้สัญญาณนี้ ทำช้าๆ จนกระท ั่ งเข้าใจ


๒๓ รูปที่ ๔๑ ถอยหลัง หันหน้าไปยังหน่วยรับสัญญาณ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเสมอไหล่หันฝ่ามือไปข้างหน้า เหยียดแขนไปทางหน้าจนสุดแล้วชักกลับมา คอยระวังให้ฝ่ามือหันไปข้างหน้าอยู่เสมอ รูปที่ ๔๒ เปลี่ยนทิศทาง ( ใช้นำทิศทางยานพาหนะทางพื้นดิน ) หันหน้าไป ยังผู้รับสัญญาณ ยกมอืทง ั้ สองขึ้นข้างหน้าเสมอไหล่ กำมือสองแขน ข้างที่ต้องการให้ทำการเลี้ยว พร้อมกับ กวักมืออีกข้างหนึ่งเรียก ยานพาหนะไปทางหน้า, ถอยหลัง


๒๔ รูปที่ ๔๓ ปลดเกียร์วา่ง ไขว้ข้อมือเสมอคอ ชี้นิ้วไปในทิศทางที่จะให้ปลดเกียร์ อีกมือหน ึ่ งกำไว้ รูปที่ ๔๔ ปิดระยะระหว่างยานพาหนะและหยุด หันหน้าไปทางยานพาหนะ ที่รับสัญญาณ และ เหยียดแขนท่อนล่างไปข้างหน้า หันฝ่ามือเข้าข้างใน และแขนท่อนล่างห่างกัน ประมาณ ความกว้างขอบไหล่ นำฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันในระยะใกล้ ยานพาหนะต้องหยุด เมื่อฝ่ามือ ทั้งสองมาบรรจบกัน


๒๕ รูปที่ ๔๕ เปิดระยะ ( ระยะต่อระหว่างยานพาหนะ ) เหยียดแขนข้างหน ึ่ งไป ทางข้างเสมอไหล่ หันฝ่ามือไปข้างหน้า แล้วโบกแขนลงข้างล่าง ทำมุม ๔๕ องศา ต่ำกว่าระดับ ทำช้าๆ หลายๆ ครั้ง หมายเหตุสัญญาณนี้ใช้สำหรับ ผบ. หน่วยยานยนต์ล้อ ผบ. หน่วยยานยนต์สายพาน พลิกไปดูรูปที่ ๑๒ รูปที่ ๔๖ ปิดระยะ เหยียดแขนชัายไปทางข้างในระดับไหล่ หงายฝ่ามือขึ้น และ ยกตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ ทำซำ้หลาย ๆ ครั้ง หมายเหตุผบ. หน่วยยานยนต์ล้อใช้สัญญาณนี้ ผบ. หน่วยยานยนต์สายพาน พลิกไปดูรูปที่ ๑๓


๒๖ รูปที่ ๔๗ เลี้ยวขวา เหยียดและยกแขนชัายไปทางข้างทำมุม ๔๔ องศา เหนือระดับไหล่หันฝ่ามือไปข้างหน้า จนกระทั่งเริ่มต้นเลี้ยว รูปที่ ๔๘ เลี้ยวซ้าย เหยียดและยกแขนซ้ายไปทางข้างเสมอไหล่ หันผ่ามือไปข้างหน้า จนกระท ั่ งเริ่มต้นเล ี้ ยว


๒๗ รูปที่ ๔๙ หยุดและเคลื่อนที่ต่อไป เหยียดแขนซ้ายไปทางข้างเสมอแนวไหล่หมุนฝ่ามือไปข้างหน้าและหมุนมือ เป็นวงกลมขนาดใหญ่ไปข้างหน้าโดยหมุนมือตามเข็มนาฬิกาจากข้อศอก รูปที่ ๕๐ ช้าหรือหยุด เหยียดแขนซ้ายลงข้างล่างทำมุม ๔๕ องศา ต่ำกว่าระดับไหล่หันฝ่ามือไปทางหลัง


๒๘ รูปที่ ๕๑ ติดเครื่องยนต์ ถือไฟฉายไปข้างหน้าในระดับไหล่แล้วแฉลบไฟฉาย ขึ้นลงเป็นรูปเลข ๘ รูปที่ ๕๒ หยุดหรือดบัเครื่องยนต์ ถือไฟฉายประมาณระดับไหล่ แล้วดึงผ่านหน้าอกไปมาหลาย ๆ ครั้ง ที่แนวเส้นทางเคลื่อนที่เพ ื่ อให้รถหยุด เม ื่ อต้องการให้ดับเครื่องยนต์ก็คงใช้สัญญาณเช่นเดียวกัน


๒๙ รูปที่ ๕๓ ไป,ไปข้างหน้า,เคล ื่ อนที่ได้, เพิ่มความเร็ว, หรือเดินจังหวะเร็ว ถือไฟฉายขึ้นลงตรง ๆ ข้างหน้าตัวหลาย ๆ ครั้ง รูปที่ ๕๕ ถอยหถัง ถือไฟฉายระดับไหล่และปิดเปิดหลาย ๆ ครั้ง ไปทางยานหาหนะ


๓๐ รูปที่ ๕๕ เลี้ยวซ้าย ( ขวา ) หมุนไฟฉายเป็นวงกรมในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒ ถึง ๑๘ นิ้ว ไปในทิศทางที่ต้องการเลี้ยว ๕. ท่าสัญญาณการฝึกหมู่ทำการรบสำหรับทหารราบ รูปที่ ๕๖ แสดงภาพสัญญาณการฝึกหมู่ทำการรบ จากรูปขบวนแถวตอนหมู่สั่งการพร้อมกับให้สัญญาณ ก . ดำเนินกลยุทธทางขวา กำมือและผลักไปในทิศทางที่ต้องการให้ดำเนินกลยุทธ รูปที่ ๕๖ สัญญาณการฝึกหมู่ทำการรบสำหรับทหารราบ


๓๑ ข. ดำเนินกลยุทธทางซ้าย กำมือและผลักไปในทิศทางท ี่ ต้องการให้ดำเนินกลยุทธ ค. ดำเนินกลยุทธข้างหน้าทางช้าย (ขวา) จากหมู่แถวตอน ยกแขนที่ต้องการให้ดำเนินกลยุทธขึ้น เหนือศีรษะ แล้วโบกแขนลงมาเสมอระดับไหล่ ไปในทิศทางที่ต้องการให้ดำเนินกลยุทธ รูปที่ ๔๖ (ต่อ)


๓๒ ๖. ท่าสัญญาณสำหรับปักหลักเล็ง รูปที่ ๕๗ เป็นภาพแสดงท่าสัญญาณ สำหรับปักหลักเล็งซึ่ง พลประจำปืนของอาวุธประจำหน่วยเป็นผู้ใช้ ก. ย้ายหลักไปทางขวาของพลยิง ข. ย้ายหลักไปทางซ้ายของพลยิง ค. ตอกหลัก ง. เอียงหลักไปทางขวาของพลยิง รูปที่ ๕๗ ท่าสัญญาณสำหรับปักหลักเล็ง


๓๓ จ. เอียงหลักไปทางซ้ายของพลยิง ฉ. หลักถูกต้อง รูปที่ ๕๗ ท่าสัญญาณสำหรับปักหลักเล็ง (ต่อ)


ตอนที่ ๓ ธง ๗. กล่าวทั่วไป ธงที่จ่ายให้หน่วยยานเกราะ มีความมุ่งหมายเพื่อใช้ในการควบคุมและเป็นเครื่องมือสำรองในการ ติดต่อสื่อสาร ซึ่งมีอยู่ภายในหน่วยเหล่าน ี้ เครื่องยุทธภัณฑ์ของยานรบแต่ละคันนั้นจะมีธง ๑ ชุดด้วย อันประกอบด้วยธงสีแดง สีส้ม และสีเขียว อย่างละหนึ่งธง ๘. การใช้ สัญญาณธงนั้น เราอาจใช้ธงเดียว หรือผสมกันใน ๒ หรือ ๓ ธงก็ได้ ฉะนั้นต้องเตรียมประมวลสัญญาณ ไว้ก่อน สัญญาณธงต่าง ๆ นั้นเพื่อที่จะให้เข้าใจ เราต้องทำซ้ำ ๆ และติดต่อกันไป ในรูปที่๕๘ ถึงรูปท ี่ ๖๒ แสดงถึงการใช้ทั่วๆ ไป ในรูปที่๖๓ แสดงสัญญาณธงต่างๆ ที่ใช้ในการฝึกทำการรบสำหรับรถถังและหมวด ทหารม้ายานเกราะต่าง ๆ รูปที่ ๕๘ สำหรับสัญญาณต่าง ๆ ดังต่อไปน ี้ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นตรงไปเหนือศีรษะ ถือธงสีไว้ อันตรายหรือพบข้าศึก - สีแดง ปลอดภัย พร้อม หรือเข้าใจ - สีเซียว ไม่ต้องสนใจหรือรถไม่ใช้งาน – สีส้ม แดง


๓๕ รูปที่ ๕๙ ปฏิบัติการทางขวา (ทางซ้าย ทางหน้าหรือทางหลัง) ถือธงแดง ตั้งตรงไว้ ให้ข้อศอกประมาณ ระดับไหล่ และฟาดธงลงไปหลาย ๆ ครั้ง ในทิศทางที่ต้องการให้ปฏิบัติการ รูปที่ ๖๐ การโอบขวา ( ซ้ายหรือโอบสองบีก ) ถือธงแดงตั้งตรงไว้ แล้วเหยียดแขนไปทางขวา ( ช้าย, ขวา และช้าย ) แกว่งแขนไปข้างหน้า ในระดับไหล่ เป็นรูปครึ่งวงกลมหลาย ๆ ครั้ง แดง แดง


๓๖ รูปที่ ๖๑ รวมพลหรือปิดระยะ ถือธงสีส้มและสีเขียวไว้ด้วยมือขวา เหนือศีรษะ ยกขึ้นไปตรง รูปที ๖๒ ปรากฏสารเคมี ( ไอพิษ) ถือธงแดงและสีส้มไว้เหนือศีรษะด้วยมือขวา และถือธงเขียวไว้ด้วย มือซ้ายในวิธีเดีวยกัน เขียว ส้ม ส้ม เขียว แดง


๓๗ ก. รูปขบวนหน้ากระดาษ รูปที ๖๓ สัญญาณธง การฝึกทำการรบ ข. รูปขบวนแถวตอน รูปที่ ๖๓ (ต่อ) เขียว ส้ม ส้ม เขียว


๓๘ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) ง. เปลปลายปีกขวา (ซ้าย) ค. รูปขบวนขั้นบันไดทางขวา (ซ้าย) ส้ม เขียว เขียว ส้ม


๓๙ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) จ. ขบวนรูปลิ่ม เขียว ส้ม ฉ. ขบวนรูปลิ่มกลับ เขียว ส้ม


๔๐ ช. หยุด, เข้าที่กำบัง, ยังอยู่ประจำรถ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) หยุด เขียว ส้ม ส้ม แดง


๔๑ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) ด. ขบวนแถวตอนทางขวา ต. ขบวนแถวตอนทางซ้าย ส้ม เขียว


๔๒ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) รูปที่ ๖๓ (ต่อ) เขียว ส้ม ถ. ขึ้นรถ ท. เคลื่อนที่ได้ ส้ม เขียว


๔๓ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) น. ลงรถ โบกธงทั้งสองจากข้างบนในทางด ิ่ ง ลงมาทางข้างได้ระดับกับแนวไหล่ บ. ลงรถ และตลุมบอน โบกธงทั้งสองจากข้างถนนในทางดิ่ง ลงมาทางข้างได้ระดับกับแนวไหล่ เขียว ส้ม เขียว เขียว แดง แดง


๔๔ รูปที่ ๖๓ (ต่อ) ป. ขบวนหน้ากระดานไปทางขวา ผ. ขบวนหน้ากระดานไปทางซ้าย ฝ. รูปขบวนดาวว่าว เขียว เขียว เขียว ส้ม ส้ม ส้ม


๔๕ พ. แบบตัว ทีถือธงเขียวด้วยมือซ้าย พร้อมกับเหยียดตรงข ึ้ นไป โบกธง สีส้มในมือขวาเป็นรูปคร ึ่ งวงกลม จากขวาไปซ้ายและกลับมา ฟ. แบบตัว วี. โบกธงสีส้มในมือขวา และธงสีเขียวในมือซ้าย เป็นรูปครึ่งวงกลมจากขวาไปซ้าย รูปที่ ๖๓ ( ต่อ) ส้ม เขียว ส้ม เขียว ส้ม


๔๖ ๙. สัญญาณธงต่าง ๆ ในการยิงปืนในสนามยิงปืนของรถถัง ธงสัญญาณต่าง ๆ ชักขึ้นแสดงไว้ ณ ตำบลควบคุมและบนรถถังในระหว่างทำการยิงปืนในสนามยิงปืน ก. ชักธงไว้ ณ ตำบลควบคุม เพื่อแสดงว่าจะปฏิบัติการยิงปืนหรือไม่ ธงแดง หมายความว่า อนุญาตให้ทำการยิงได้ ธงเขียว หมายความว่า สนามยิงปืนไม่ปลอดภัยในการยิง ข. ความหมายของธงสัญญาณต่าง ๆ ที่แสดงไว้บนรถถังในการปฏิบัติการยิง มีดังต่อไปนี้. ๑. ธงแดง หมายความว่า รถถังบรรทุกกระสุนจริง และจะเริ่มทำการยิง ปืนต้องเล็งไปยังพื้นที่ เป้าหมาย ๒. ธงเขียว หมายความว่าปืนรถถังทั้งหมด ไม่มีกระสุนและยกลำกล้องขึ้นแล้วและลูกกระสุนจริงใน รถถังได้เก็บเข้าที่เรียบร้อย ๓. ธงสีส้ม หมายความว่ารถถังไม่สามารถทำการยิง หรือเกิดการติดขัด หมายเหตุสำหรับหลักการยิงปืนใหญ่รถถังแล้ว ธงสีสัมอาจใช้ร่วมกับธงแดง หรือธงเขียวอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างเสมอ ๆ ๔. ธงแดง และธงเขียว หมายความว่ารถถังกำลังเตรียมทำการยิงหรือฝึกยิงโดยไม่ใช้กระสุนปืนทุก กระบอกไม่มีระสุน แต่ลำกล้องไม่ยกขึ้น ๕. ธงแดง และธงสีส้ม หมายความว่ารถถังเกิดการติดขัดหรือกระสุนต้านในลำกล้อง ปืนยังคงมี กระสุน และปืนเล็งไปยังพื้นที่เป้าหมาย ๖. ธงสีเขียว และธงสีส้ม หมายความว่ารถถังเกิดการติดขัด ปืนทั้งหมดไม่มีกระสุน ๗. ธงแดง ธงเขียว และธงสีส้ม หมายความว่ารถถังเสร็จสิ้นการยิง และได้ยกลำกล้องขึ้นแล้วปืน ทั้งหมดไม่มีกระสุน


ตอนที่ ๔ พลุสัญญาณ ๑๐. กล่าวทั่วไป ( รูปที่ ๖๔-๗๓ ) ก. ในตอนนี้ได้กล่าวถึงวิธีการติดต่อสื่อสารด้วยพลุสัญญาณ มีภาพแสดงประกอบ ข้อจำกัดในการใช้ พลุสัญญาณมีอยู่ว่าต้องกำหนดการใช้ไว้โดยแน่นอน หรือสัญญาณนั้น ๆ ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า สัญญาณเหล่านี้ได้กำหนดบังคับไว้ในระดับกองทัพ, กองทัพน้อย, กองพล, กองพลน้อย, กรม, กองพัน ลงมา จนถึงระดับกองร้อย และภายใต้สภาวะการณ์ที่ แน่นอน โดยปกติความหมายเบ ื้ องต้นจะกำหนดไว้ในคำแนะนำ ปฏิบัติการสื่อสาร ข. พลุสัญญาณเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดแสงและควันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน อาจจะเป็น ชนิดดาวเดียวมีร่ม หรือดาวหลายดวงไม่มีร่ม และพร้อมด้วย หรือปราศจากดินส่องวิถีด้วยก็ได้ ๑๑. คำจำกัดความ "พลุสัญญาณ" ในที่นี่หมายถึงพลุสัญญาณท ี่ไช้สำหรับให้สัญญาณเท่านั้น ความหมายอย่างแท้จริง ของ Pyrotechnics นั้น "ศิลป์ของไฟ" ดังนั้นพลุสัญญาณ คือ สิ่งที่ก่อให้เกิดการลุกไหม้ เคร ื่ องกลไกและ เครื่องกำเนดิควันเคมี, สัญญาณไฟฟ้า เป็นเพียงยุทธภัณฑ์เท่านั้น หาใช่พลุสัญญาณหรือไม่กระสุนส่องแสง กระสุนควันสีและส่องวิถี เป็นพลุสัญญาณอย่างแท้จริงแต่พราะว่าส ิ่ งเหล่านั้นมีความเก ี่ ยวเนื่องกันอย่างใกล้ชิด กับกระสุนปืนใหญ่จึงได้กล่าวไว้ใน คท. ๔ - ๑๙๐๐ รายละเอียดของลูกระเบิดขว้างและยิง ก. ดาวเดียว ข. เป็นช่อ รูปที่ ๖๔ ผลของการส่องสว่างแต่ละชนิด ก. ดาวเดียว ข. เป็นช่อ


๔๘ ค. ดาวคู่ ง. ดาวคู่ส่องวิถี (ส่องวิถีก่อนแล้วจึงมีดาวคู๋) รูปที่ ๖๔ ผลของการส่องสว่างแต่ละชนิด ค. ดาวคู่ ง. ดาวคู่ส่องวิถี (ส่องวิถีก่อนแล้วจึงมีดาวคู๋) ชนิดควันจากปืนเล็ก ได้กล่าวไว้ใน รส. ๒๓ - ๒๐ ในเรื่องเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปและทางเทคนิคของ พลุสัญญาณทางทหาร มีอยู่ใน คท. ๙-๑๓๗๐-๒๐๐ ๑๒. คุณลักษณะ ก. พลุสัญญาณที่จ่ายให้ไปนั้น มักจะเป็นพลุสัญญาณทั้งนัด ซึ่งหมายถึงว่ามีส่วนต่าง ๆ ทั้งหมดท ี่ จำเป็นสำหรับใช้งาน ๑) สารประกอบท ี่ใช้ออกซิเจนเพื่อให้เกิดการลุกไหม้ ๒) เชื้อเพลิง ๓) ตัวยึดและกันน้ำ ๔) ตัวให้แสงสี ข. ในบางกรณีวัตถุอย่างหน ึ่ งอาจทำหน้าที่ดังกล่าวมาแล้วข้างตน้หลายอย่างด้วยกัน ๑๓. สัญญาณควัน อาจใช้ควันส่งสัญญาณได้ทั้งทางพื้นดินและพ ื้ นดินสู่อากาศ ควันขาวและควันสีสามารถใช้ เพอ ื่ ความมุ่งหมายอันน ี้ได้โดยทำการยิงกระสุนจากเคร ื่ องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็ก จากเครื่องยิงลูกระเบิดหรือ จากปืนใหญ่ลูกระเบิดขว้างควัน ออกแบบสำหรับให้ทหารใช้เป็นบุคคล เราสามารถเห็นสัญญาณควันได้ ในระยะไกลๆ ในเมื่อฉากหลังของภูมิประเทศตรงกันข้ามมีสีตัดกัน สัญญาณควันไม่เหมาะในการส่งข่าว


๔๙ แต่เรานำไปใช้สำหรับการติดต่อส ื่ อสาร โดยเตรียมสัญญาณนั้นๆ ไว้ล่วงหน้า ระหว่างหน่วยเล็กๆ กับเคร ื่ องบิน ฝ่ายข้าศึกอาจตรวจการณ์พบสัญญาณควันได้ด้วยเหตุนี้สมควรพิจารณาปกปิดความลับ โดยไม่เปิดเผยที่ต ั้ ง ที่ม ั่ นหรือความมุ่งหมาย สำหรับรายละเอียดที่พอเปรียบเทียบในการใช้ควันด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่นั้น ดูใน รส. ๖-๒๐ ๑๔. ลูกระเบิดขว้างควัน ก. ลูกระเบิดขว้างควัน HC ชนิดนี้ เป็นลูกระเบิดเพลิงชนิดหนึ่ง ใช้เป็นเครื่องหมายสัญญาณ และ ทำฉากควัน เมื่อลูกระเบิดนี้ถูกจุดจะทำให้เกิดควันสีขาวทึบ ควันนี้ไม่เป็นอันตรายแก่หน่วยทหารเมื่อหายใจ เอาควันเข้าไปเพียงบาง ๆ และในระยะเวลาอันสั้น ข. ลูกระเบิดขว้างควันสีมีลักษณะเช่นเดียวกันกับลูกระเบิดขว้างควันขาว เอช.ชี. ลำตัวลูกระเบิด มีแถบสีเหลืองคาด แต่ตัวทาสีแสดงสีของควันที่บรรจุอยู่ภายในบรรจุสารผสมสีชนิดลุกไหม้ทำให้เกิดสีต่างๆ ได้หลายสีแต่ในบัจุบันนี้มีมาตรฐานอยู่เพียง ๔ สีเท่านั้น คือ สีแดง , สีเขียว , สีม่วง, และสีเหลือง เป็นลูก ระเบิดชนิดลุกไหม้ใช้ชนวนจุด ค. ลูกระเบิดขว้างควันฟอสฟอรัสขาว ถึงแม้ว่าในขั้นต้นในการใช้จะก่อให้เกิดการลุกไหม้เผาผลาญได้ แล้วยังอาจใช้สำหรับทำฉากควันกำบังได้ด้วย หรือชี้ตำแหน่งเป้าหมาย เป็นลูกระเบดิชนิดระเบิดพร้อมด้วย ชนวนระเบิด ส่วนท้ายของลูกระเบิดขว้าง M34 ฟอสฟอรัสขาวอาจจะมีหางนำทิศสำหรับใช้เช่นเดียวกับลูก ระเบิดยิงจากปืนเล็ก ประกอบเข้ากับหางนำทิศ M1A1 หรือ M1A2 ลูกระเบิด M15 ฟอสฟอรัสชาว ไม่มีขีด ความสามารถอันน ี้ ๑๕. ลูกระเบิดยิงจากปืนเล็กและพลุสัญญาณพื้นดิน กล่าวทว ั่ ไป โดยทั่วไปเราใช้พลุสัญญาณสำหรับส่งสัญญาณด้วยการใช้ยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กและ พลุสัญญาณพื้นดินมากที่สุด เครื่องมือ รูปที่ ๖๕ ลข. ควัน HC M8


๕๐ รูปที่ ๖๖ ลข. ควันฟอสฟอรัสขาว M15 รูปที่ ๖๗ ลข. ควันฟอสฟอรัสขาว M34


๕๑ ของทั้งสองอย่างนี้มีลักษณะเหมือนกันมาก ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดก็คือว่าลูกระเบิดยิงจากปืนเล็ก มีหัวกลม และพลุสัญญาณพื้นดินมีรูปเป็นทรงกระบอก, ทั้งสองอย่างอาจทำการยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิดจาก ปืนเล็ก ๑๖. ลูกระเบิดควันยิงจากปืนเล็ก ก. ลูกระเบิดควันฟอสฟอรัสขาวยิงจากปืนเล็ก ชนวนที่ติดตั้งไว้เป็นชนวนกระทบแตก ในเมื่อกระทบ กับเป้าหมายหรือบนพื้นดิน เมื่อลูกระเบิดแตกออกระกระจายฟอสฟอรัสขาวออกโดยรอบตัว ส่วนที่น้อยที่สุด ครอบคลุมพื้นที่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐ เมตร และทำให้เกิดควันขาวทึบ ลูกระเบิดควันฟอสฟอรัสขาวยิงจากปืน เล็กก็เหมือนกันกับ ลข. ควันฟอสฟอรัสขาว มีความมุ่งหมายอยู่ ๔ อย่าง ซึ่งอาจใช้สำหรับเผาผลาญและการ สูญเสีย กับสำหรับให้อาณัติสัญญาณและทำฉากกำบัง ข. ลข. ควันสี ใช้สำหรับให้อาณัติสัญญาณโดยเฉพาะ เป็นแบบชนวนกระทบแตก และมีอยู่ ๔ สี คือ สีแดง, สีเหลือง , สีม่วง , และสีเขียว ค. ลูกระเบิดยิงจากปืนเล็กควันสีทางยาว ลูกระเบิดนี้คล้ายกับลูกระเบิดยิงจากปืนเล็กควันสี แต่ไม่ใช้ ชนวนกระทบแตกและสลักนิรภัยลูกระเบิดนี้ถูกจุดด้วยประกายเพลิงของดินส่งกระสุนที่ปากลำกล้องปืน จะ เริ่มปล่อยควันออกเป็นควันทางยาว ในเมื่อลูกระเบิดหลุดออกจากเครื่องยิงไปแล้วประมาณ ๕๐ ฟุต และควัน จะออกแล่นเป็นทางยาวไปอย่างน้อยที่สุด ๑๒ วินาที ( ประมาณ ๒๕๐ ฟุต ) ลูกระเบิดนี้มีสีแดง , สีเหลือง , สี ม่วง และสีเขียว ๑๗. พลุสัญญาณพื้นดิน ก. พลุสัญญาณพื้นดิน อาจจะให้แสงหรือควันอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เป็นรายการของพลุสัญญาณ พื้นดินที่มีอยู่ ๑) พลุสัญญาณพื้นดิน ร่มขาว ๒) พลุสัญญาณพื้นดิน ช่อขาว ๓) พลุสัญญาณพื้นดิน ร่มเขียว ๔) พลุสัญญาณพื้นดิน ช่อเขียว ๕) พลุสัญญาณพื้นดิน ร่มเหลือง ๖) พลุสัญญาณพื้นดิน ช่อเหลือง ๗) พลุสัญญาณพื้นดิน ร่มแดง ๘) พลุสัญญาณพื้นดิน ช่อแดง ๔) พลุสัญญาณพื้นดิน ควันแดง ๑๐) พลุสัญญาณพื้นดิน ควันเหลือง ๑๑) พลุสัญญาณพื้นดิน ควันเขียว ข. กำหนดชนิดพลุสัญญาณพื้นดิน โดยมีเครื่องหมายที่หีบห่อและที่ตัวพลุเพิ่มเติมจากเครื่องหมาย ตามปกติ กับมีสีแสดงสีของแสงหรือควันที่เกิดจากพลุชนิดนั้น ๆ และมีอักษรย่อแสดงแบบของพลุเป็นรูปนูน


๕๒ เพื่อให้กำหนดชนิดได้ในท ี่ มืด ส่วนบนทั้งหมดของพลุสัญญาณพ ื้ นดินทาสีและมีเคร ื่ องหมาย พลุสัญญาณพ ื้ นดิน ชนิดควันมีแถบสี แสดงสีของควันไว้ที่ปลายดา้นใดด้านหนึ่งโดยรอบ กว้าง ๑/๒ นิ้ว ๑๘. พลุลัญญาณพื้นดินแบบจรวดชนิดมือจับ ก. ต่อไปน ี้ เป็นแบบของจรวดสัญญาณที่มีอยู่ ๑) ช่อเขียว ๒) ช่อแดง ๓) ร่มขาว ๔) แดงทางยาว ข. พลุสัญญาณเหล่านี้มีส่วนประกอบพร้อมอยู่ในตัว ครีบหางนำทิศพลุสัญญาณพื้นดิน พลุสัญญาณ แต่ละอันประกอบด้วยกระบอกสามอันรวมศูนย์เดียวกัน กระบอกชั้นนอกสำหรับบรรจุพลุชั้นต่อไปเป็น กระบอก เคร ื่ องยิงและชั้นในกระบอกเคร ื่ องยิงเป็นกระบอกครีบหางนำทิศ ซึ่งบรรจุดินส่งจราด และช ั้ นส่วน ของสัญญาณพร้อมด้วยร่มหรือช่อ ต่อไปเป็นการเตรียมพลุสำหรับทำการยิง ถอดฝาครอบออกจากหัวกระบอก เครื่องยิง แล้วนำไปสวมที่ท้ายกระบอกเครื่องยิง (จอกกระทบแตก) ยิงพลุสัญญาณ โดยการใช้มือข้างหนึ่งถือ พลุไว้ในทางด่ิง และพร้อมกันน ั้ นก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งกระแทกฝาครอบ (ที่ท้ายกระบอกเคร ื่ องยิง) ในระหว่างทำ การยิง ถือพลุสัญญาณด้วยแขนทั้งสองเหยียดตรงและเหนือระดับสายตาเล็กน้อย เมื่อทำการยิงขึ้นไป กระบอกครีบหางนำทิศจะแล่นขึ้นไปสูงประมาณ ๗๕๐ ฟุต พร้อมกับชิ้นส่วนของสัญญาณจะถูกขับออกและ เผาไหม้จาก ๔ ถึง ๓๖ วินาทีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสัญญาณที่ใช้(เป็นช่อหรือเป็นร่ม) พลุสัญญาณทั้งกล่อง ยาว ๑๐ ๕/๘ นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว ๑ ๓/๔ นิ้ว และมีน้ำหนัก ๑.๒๙ ปอนด์


๕๓ ๑๙. เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็ก ก. เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็ก M7 M7A1 M7A2 และ M7A3 ซึ่งใช้สำหรับยิงลูกระเบิดยิงจาก ปืนเล็กและพลุสัญญาณพื้นดินจาก ปลยบ.M1 ทั้งสองอย่าง เครื่องยิงนี้จะสวมติดอยู่ที่ปลายปากลำกล้องปืน เครื่องยิงทั้ง ๔ แบบน ี้ ที่ตัวเครื่องยิงทำแว่นแว่นหลาย ๆ แว่น สำหรับใช้ยิงลูกระเบิดในเม ื่ อทำการยิงด้วยมุมยิง สูงในระยะต่าง ๆ กัน ที่ตอนปากกระบอกเครื่องยิงมีขดแหนบยึดถูกระเบิด สำหรับยึดลูกระเบิดให้ติดกับ กระบอกเครื่องยิงตามแว่นต่าง ๆ เพื่อจัดระยะยิง เครื่องยงิลูกระเบิดจากปืนเล็กแบบ M7A3 มีวงแว่นเคร ื่ องยิง และร่องเกลียวเพิ่มอีก ๓ แว่น คือหมายเลข 2A, 3A, และ 4A ซึ่งโดยปกติจะพบว่าตัวเครื่องยิงอื่น ๆ มีเพียง ๖ แว่น วงแว่นที่เพ ิ่ มเหล่านี้ใช้ในเมื่อทำการยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กชนิดใหม่กว่า ซึ่งมีท่อหางนำทิศที่ยาวกว่า เครื่องยิง M7A2 ซึ่งไม่ได้แสดงไว้ในที่นี้รูปร่างเหมือนกันกับ M7A3 แต่สั้นกว่าประมาณ ๑ ๑/๒นิ้ว และไม่มี แว่นจัดระยะยิงหมายเลข 2A , 3A และ 4A ตามที่กล่าวมาแล้ว รูปที่ ๗๐ เครื่องยิงลูกระเบิดจากปืนเล็ก


๕๔ ข. เครื่องยิงลูกระเบิด M76 ใช้สำหรับทำการยิงลูกระเบิดจาก ปลยบ.M14 เครื่องยิงลูกระเบิด M76 ก็มีรูปร่างเหมือนกันกับเครื่องยิง M7A3ซง่ึใช้ยิงด้วย ปลยบ.M1เว้นแต่ว่ามีการแก้ไขแหนบยึดลูกระเบิดให้ดีขึ้น และไม่มีแผ่นเหล็กยึดเครื่องยิงและแหนบปล่อยให้เคร ื่ องยิ่งสะท้อนถอยหลังเป็นอิสระจากปืน ข้อควรระวัง เมื่อลูกระเบิดยิงจากเคร ื่ องยิง M76 ดิ้นระบายแก๊ซของจุกเกลียวฝาบีดหัวกระบอกสูบท ี่ ปลยบ.M14 ต้องหมุนกลับไปอยู่ในท่าปิด การเตรียมการสำหรับทำการยิง จงนำวีธีต่อไปนี้ไปใช้สำหรับลูกระเบิดและพลุสัญญาณพื้นดินต่างๆ ก. เปิดกล่องแล้วนำลูกระเบิดหรือพลุออกมา ข. ตรวจสอบว่าใช้งานได้ ค. ถอดจุกไม้ค๊อร์กแล้วนำลูกระเบิดหรือพลุไปติดที่เคร ื่ องย ิ่ ง ง. ถ้างวดงานของลูกระเบิดหรือพลุสัญญาณยังใหม่ จะเห็นว่ากระสุนแยกเก็บไว้ต่างหาก กระสุนท ี่ งวดงานเก่า กว่าจะพบกระสุนที่หางลูกระเบิดภายใต้จุกไม้ค๊อร์ก จ. ถ้าลูกระเบดิหรือพลุที่ไม่ยิง ให้นำกลับไปไว้ที่เดิมและไม่ต้องห่อ รูปที่ ๗๑ กระสุนใช้ในการยิงลูกระเบิดจากปืนเล็กและพลุสัญญาณพื้นดิน ขนาด ๓๐ M3 ๒๑. ข้อระมัดระวังและการรักษา ก. ดินส่งกระสุนสำหรับลูกระเบิดจากปืนเล็ก โดยปกติไม่ใช้กระสุนซ้อมรบหรือกระสุนจริง ในการขับ ดันลูกระเบิดจากปืนเล็ก หรือพลุสัญญาณพื้นดิน เราใช้กระสุนยิงลูกระเบิดจากปืนเล็ก ขนาด .๓๐ นว ิ้ M3 ใช้ กับ ปลยบ.M88 และกระสุนยิงถูกระเบิดขนาก ๗.๖๒ มม.ใช้กับ ปลยบ. M14 ข. ข้อควรระวังเป็นพิเศษสำหรับการยิงพลุสัญญาณพื้นดิน ๑) เมื่อทำการยิงด้วยมุมยิงสูงโดยวีธีเล็งสำรอง ใช้ท่านั่งคุกเข่ายิง หรือท่านั่งราบยิง ได้กล่าว ไว้ใน รส. ๒๓-๓๐ ข้อ ๔๙ ๒) เมื่อทำการยิงด้วยมุมยิงต่ำโดยวิธีเล็งตรง ท่านอาจทำการยิง ปลยบ. จากไหล่ในท่ายืนยิง หรือนั่งคุกเข่ายิง ได้กล่าวไว้ใน รส. ๒๓-๓๐ ข้อ ๓๘ ข. และ ค. ๓) ให้ก้มศีรษะลง และไม่ต้องเฝ้าดูในขณะที่พลุสัญญาณกำลังพุ่งขึ้น เพราะว่ามันอาจเกิด "การพน่มาข้างหลัง" จากดินส่งกระสุนได้


๕๕ ๔) ในการฝึก ควรระวังเมื่อทำการยิงพลุ อย่าให้ตัวลูกระเบิดที่ยิงแล้วตกถูกทหารฝ่ายเดียวกัน หน่วยทหารที่ร่วมในการฝึกควรจะต้องสวมหมวกเหล็ก หรือนำมาตรการในการป้องกันอื่น ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง มาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงจากการที่ปลอกพลุสัญญาณตกถูก ๕) การหยิบยกพุลสัญญาณพื้นดิน ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ส่วนหางได้รับความ กระทบกระเทือนเสียหาย ห้ามใช้ลูกระเบิดหรือพลุที่บุบ โค้งงอ หรือท่อนำทิศที่มีรูปร่างผิดไป ๖) ต้องเป็นที่มั่นใจได้ว่าท่อนำทิศสะอาดและลูกระเบิดหรือพลุสัญญาณหมุนได้คล่องบน เครื่องยิง ๗) อย่าสวมพลุสัญญาณทั้งไว้กับเครื่องยิง จนกว่าจะถึงเวลาใช้พลุสัญญาณนั้น อย่าถอดจุก ไม้ค๊อร์กจากหางลูกระเบิดจนกว่าจะถึงเวลาสวมพลุสัญญาณกับเครื่องยิง ๒๒ . พลุสัญญาณยิงจากปืนยิงพลุ และเครื่องยิงพลุ ก. พลุสัญญาณเบบนี้เป็นแบบเก่าซึ่งมีมาแต่ตั้งเดิม มีความมุ่งหมายใช้สำหรับให้อาณัติสัญญาณ ระหว่างเครื่องบินไปยังเครื่องบินหรือเครื่องบินไปยังพื้นดิน อย่างไรก็ดี จากการทดลองมาแล้วปรากฏว่าทหาร บนภาคพื้นดินใช้พลุชนิดนี้ได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นเครื่องยิงที่เบาและกระทัดรัด ข. พลุสัญญาณเครื่องบิน (ข้อ ๒๓) ก่อให้เกิดประกายและเสียงทำด้วยอลูมิเนียมรีดเป็นชั้นเดียวกัน มีขอบคัดปลอกใช้ยิงจากปืนยิงพลุ ANM8 และเครื่องยิงพลุ M9 เครื่องยิงพลุสัญญาณ M1A1 ใช้เป็นเครื่องยิง สัญญาณกำหนดด้วยสูงกระสุนแตก M27 เครื่องยิงเหล่านี้และการปฏิบัติ ได้กล่าวไว้ใน คท.๙-๑๒๙๐ ๒๓. พลุสัญญาณเครื่องบิน ก. พลุสัญญาณเครื่องบิน แบบที่ใช้กันอยู่ในบัจจุบันนี้เป็นอลูมิเนียมชั้นเดียวมีขอบคัดปลอก แบบเก่า ซึ่งยังคงใช้อยู่ ตัวทำด้วยอลูมิเนียมหรือกระดาษ หัวทำด้วยทองเหลือง รูปร่างเหมือนกระสุนปืนลูกซองขนาด ใหญ่ ลูกพลุมีแบบดาวเดียว ดาวคู่และดาวคู่ส่องวิถี พลุสัญญาณเหล่านี้ในเวลากลางคืนอาจจะเห็นได้ไกลถึง ๕ ไมล์ และ ๒-๓ ไมล์ในระหว่างเวลากลางวัน ข. พลุสัญญาณชนิดดาวเดี่ยวมีแถบสีกว้าง ๑/๒ นิ้ว ๑ แถบ คาดโดยรอบปลอกกระสุนซึ่งใช้สี เหมือนกับสีของดาว พลุสัญญาณชนิดดาวคู่มีแถบสีกว้าง ๑/๔ นิ้ว ๒ แถบ แสดงสีของดาวแต่ละดวงตามลำดับ พลุสัญญาณดาวคู่ส่องวีถี มีแถบสีกว้าง ๑/๔ นิ้ว ๑ แถบ ตามสีของส่องวิถีและแถบสีกว้าง ๑/๒ นิ้ว ๒ แถบ แสดงสีของดาว ค. ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการหยิบยกขนย้าย มีดังต่อไปนี้ ๑) จะต้องระวังป้องกันไม่ให้กระทบกระแทกชนวน เพราะอาจทำให้ดินส่งกระสุนขับวัตถุส่อง แสงซึ่งติดไฟ ออกจากปลอก ๒) พลุสัญญาณที่หีบเปิดแล้ว จะต้องตรวจดูปลอกก่อนนำไปไช้ ถ้าปลอกบุบมีรอยแตก หลวม คลอน ผิดรูปร่างห้ามนำไปใช้


๕๖ ๓) ในการยิงพลุสัญญาณจากอากาศ ควรหาทางระวังป้องกันและแก้ปัญหาไว้ในเม ื่ อพลุหมด กำลัง ปลอกกระสุนตกลงในหน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน ๒๔. พลุลัญญาณแบบทำให้เกิดประกายแสงและเสียง ก. พลุสัญญาณนี้มีรูปร่างเหมือนกันกับพลุสัญญาณเคร ื่ องบิน มีความมุ่งหมายสำหรับให้กรรมการใช้ ในระหว่างการฝึกการยิงของปืนใหญ่ด้วยกระสุนปืนใหญ่เทียมแตกอากาศ ข. ข้อควรระวังอย่างกว้าง ๆ ในการนำพลุสัญญาณไปใช้มีดังต่อไปน ี้ รูปที่ ๗๒ เครื่องหมายแสดงพลุสัญญาณที่ใช้กับเครื่องยิงพลุ


๕๗ ๑.) เมื่อทำการยิงข้ามศีรษะของหน่วยทหาร ต้องตั้งมุมสูงที่กระบอกหรือเครื่องยิงไม่ต่ำกว่า ๔๕ องศา ซึ่งจะประกันได้ว่าการระเบิดของพลุจะอยู่สูงในเกณฑ์นิรภัย (เมื่อตั้งมุมสูง ๔๕ องศา พลุจะระเบิด ออกที่ความสูงประมาณ ๑๐๐ ฟุต) ๒.) ชี้แจงไม่ให้ทหารหันหน้าไปยังตำบลระเบิด ๓) ชี้แจงให้ทหารที่อยู่นอกที่กำบังทราบว่าต้องสวมหมวกเหล็ก ๒๔. พลุสัญญาณพื้นดินชนิดกำหนดด้วยความสูงกระสุนแตก ก. พลุสัญญาณชนิดนี้มีความมุ่งหมายในการใช้ และการยิง ผิดกันกับพลุสัญญาณพื้นดินอื่น ๆ และ คล้ายคลึงกันกับพลุสัญญาณ เครื่องบินยิงจากเครื่องยิงพลุสัญญาณพื้นดิน M1A1 และใช้สำหรับการฝึกของ ปืนใหญ่สนามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พลุนี้พ่นก้อนควันออกมาในระยะสูงสุดประมาณ ๖๕๐ ฟุต รูปที่ ๗๓ สัญญาณพื้นดินชนิดกำหนดด้วยความสูงกระสุนแตก ข. ข้อควรระวังเพิ่มเติม นอกจากข้อควรระวังของพลุสัญญาณอื่น ๆ ตามข้อ ๒๑ แล้ว ในการฝึกผู้ยิง ต้องระวังตลอดเวลาให้ทุกส่วนของร่างกายอยู่ต่ำกว่าปากกระบอกเครื่องยิง เมื่อทำการยิงพลุสัญญาณน ี้


ตอนที่ ๕ สัญญาณอากาศ/พื้นดิน ๒๖. ระบบแผ่นผ้าสัญญาณ กล่าวโดยทั่วไป ระบบแผ่นผ้าสัญญาณ เป็นวิธีเบื้องต้นที่ซึ่งหน่วยทหารทางภาคพื้นดิน อาจจะทำการติดต่อกับ เครื่องบินในขั้นที่จำกัด โดยปูแผ่นผ้าสัญญาณบนพื้นดิน ๒๗. ขนาดของแผ่นผ้าสัญญาณ แผ่นผ้าสัญญาณ ควรจะมีขนาดพอเพียงเพื่อที่จะมองเห็นจากทางอากาศได้ง่าย และควรจะต้องมีสีตัด กันในระหว่างเครื่องหมายกับฉากหลังซึ่งต้องอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง แผ่นผ้าสัญญาณอย่างน้อยที่สุดควรมีขนาดยาว ๖ ฟุต และกว้าง ๒ ฟุต ในเมื่อเราไม่ได้เตรียมแผ่นผ้าสัญญาณเอาไว้ก่อนอาจกระทำได้โดย ก. ใช้แถบผ้า หรือวัตถุที่อ่อนตัวที่คล้ายคลึงกัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ข. วางท่อนไม้ ก้อนหิน หรือวัตถุอื่น ๆ บนพื้นดิน ค. เขียนสัญญาณบนหิมะ พื้นดิน หรือทราย ๒๘. ลานปูแผ่นผ้าสัญญาณ ปราบพื้นที่ให้ราบเรียบ ถากถางพื้นดินหย่อมหนึ่ง ประมาณ ๔๐ - ๑๓๐ ฟุต ในพื้นที่นี้ควรเลือกพื้นที่ๆ ดีที่สุด เพื่อเป็นลานปูแผ่นผ้าสัญญาณ มีความพอเพียงสำหรับแสดงข่าวสารและเครื่องหมายพิเศษ ให้ผู้ตรวจ การณ์ทางอากาศสามารถอ่านข่าวและปฏิบัติการ ทิ้งข่าว ตกข่าว ได้อย่างพอเพียง ๒๙. เครื่องหมายกำกับ ความมุ่งหมายในการใช้เครื่องหมายกำกับ (รูปที่ ๗๔) เพื่อบอกผู้ตรวจการณ์ให้ทราบว่าการปูนั้นอ่าน เป็นตัวอักษร (รูปที่ ๗๖) เป็นจำนวนเลข (รูปที่ ๗๗) หรือเป็นประมวล (รูปที่ ๗๘) ๓๐. เครื่องหมายกำกับการอ่าน (เครื่องหมาย "พร้อมแล้วอ่านได้") ก. เครื่องหมายกำกับการอ่าน เป็นแผ่นผ้าสัญญาณผืนเดี่ยว ปูอยู่กึ่งกลางตั้งได้ฉากกับแผ่นผ้าหลัก (รูปที่ ๗๔) เป็นแผ่นผ้าสัญญาณแผ่นสุดท้ายที่จะปู และเป็นแผ่นแรกที่จะเก็บในเมื่อจะเปลี่ยนหรือย้าย ข. เมื่อใช้โดยไม่มีเครื่องหมายกำกับอย่างอื่น หมายความว่า "จงอ่านเป็นประมวล" (รูปที่ ๗๕) ค. ในประการอื่นๆ หมายความว่า "ด้านบนของจำนวนเลขแผ่นผ้าหรือหมู่คำ" และการปู "พร้อมแล้ว อ่านได้" ๓๑. เครื่องหมายกำกับอักษร เมื่อปูเหนือเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" หมายความว่า "จงอ่านเป็นตัวอักษร" (รูปที่ ๗๖)


๕๙ ๓๒. เครื่องหมายกำกับจำนวนเลข เมื่อปูเหนือเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" (รูปที่๗๔) ก็หมายความว่า "จงอ่านเป็นจำนวนเลข" (รูปที่ ๗๗) ๓๓. เครื่องหมายกำกับประมวล (รูปที่ ๗๘) ก. เมื่อปูเหนือเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" ก็หมายความว่า "จงอ่านจุดและขดีเป็นประมวล" ข. เมื่อส่งสัญญาณตัวอักษรเป็นประมวล เราแทน จุด โดยให้แผ่นผ้าสัญญาณตั้งได้ฉากกับเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" และแทน ขีด โดยให้แผ่นผ้าสัญญาณขนานกับเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" (รูปที่ ๗๔) รูปที่ ๗๔ เครื่องหมายกำกับแผ่นผ้า


๖๐ รูปที่ ๗๕ การใช้ประมวลแผ่นผ้าสัญญาณ การปูนี้ เป็นการส่งสัญญาณแรกของข่าวประเภทร้องขอ เลข ๔ และ ๐ แสดงจำนวนเลข ๔๐ ใน ประมวลแผ่นผ้าสัญญาณ ๓๔. ระเบียบปฏิบัติ ก. แผ่นผ้าตั้งฉากอันหน ึ่ งในหมายเลขแต่ละตัว และในเครื่องหมาย "จงอ่านเป็นตัวอักษร" และ "จงอ่านเป็นตัวเลข" นั้น ใช้เป็นแผ่นผ้าหลัก ตั้งอยู่ประมาณกึ่งกลางของเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" การปูให้ปูแผ่นผ้าหลักก่อน แล้วคงไว้ในที่เดิมตลอดเวลาที่การส่งสัญญาณด้วยแผ่นผ้ายังคงดำเนินอยู่ ข. เมื่อจะส่งตัวเลข (หรือเคร ื่ องหมาย) ๑ ตัว ให้ปูแผ่นผ้าหลัก ๑ แผ่น แต่ถ้าจะส่งตัวเลข (หรือเครื่องหมาย) ๒ ตวั ให้ปูแผ่นผ้าหลัก ๒ แผ่น ในแนวเดียวกัน โดยให้แผ่นหนึ่งอยู่เหนืออีกแผ่นหนึ่ง ค. การติดต่อสื่อสารด้วยแผ่นผ้า ในขั้นแรกเริ่มต้นด้วยการปูแผ่นผ้าหลัก ๒ แผ่น เอาแผ่นหนึ่งปูเหนือ อีกแผ่นหนึ่ง เมื่อเราปูเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" เข้าไป ด้วยก็หมายความว่า "มีข่าวถึงท่าน" น ี่ เป็นการปฏิบัติ โดยปกติ อย่างไรก็ดีการส่งข่าวยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่ต้องมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นน ั้ นเลย ซึ่งใช้วิธีดึงดูด ให้เครื่องบินเกิดความสนใจในเมื่อไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน


๖๑ ง. เมื่อเปลี่ยนจำนวนเลขเป็นจำนวนอื่น วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือ โดยการเลื่อนตำแหน่งแผ่นผ้า เพ ิ่ มแผ่นผ้า หรือเก็บแผ่นผ้าอื่นๆนอกจากแผ่นผ้าหลัก แผ่นผ้าเครื่องหมาย "กำกับการอ่าน" ให้เก็บเป็นแผ่น แรกในเมอ ื่ เปลี่ยน และปูเป็นแผ่นสุดท้าย ในเมื่อการปูแผ่นผ้าใหม่พร้อมที่จะให้อ่านแล้ว แผ่นผ้าท ี่ เหลือท ั้ งหมด ที่ไม่ใช้ให้เก็บให้พ้นสายตา ๓๕. การเว้นช่องว่างระหว่างแผ่นผ้าสัญญาณ ก. การเว้นช่องว่างระหว่างแผ่นผ้าสัญญาณ ตามที่แสดงในภาพนั้น เป็นการเว้นช่องว่างตามปกติ มีผล สมความมุ่งหมายและรวดเร็วมากที่สุด ที่จะกล่าวต่อไปน ี้ เป็นการเว้นช่องว่างในระยะที่ชิดกันมาก ซึ่งอาจจะ เกิดขึ้นได้ รูปที่ ๗๖ การใช้ตัวอักษร การส่งตัวอักษร ปูเครื่องหมายกำกับอักษรตรงกลาง ให้อยู่เหนือเครื่องหมายกำกับการอ่านข ึ้ นไป ระยะครง ึ่ ช่วงความยาวของแผ่นผ้า เลขที่ ๔ ที่เห็นอยู่นี้หมายถึง ตัวอักษร ลำดับที่ ๔ คือ ตัว ง. ข. เมื่อใดก็ตาม ถ้ามีโอกาสจะกระทำได้แล้ว ให้ใช้เว้นช่องว่างสองช่วงความยาวของแผ่นผ้า อย่างไรก็ดี ถ้าพื้นที่จำกัด เช่น ถนน อาจต้องลดขนาดลง แต่ไม่เปลี่ยนแปลงแบบเบื้องต้น ด้วยเหตุนี้การเว้นช่องว่าง


Click to View FlipBook Version