The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by maymethinee1304, 2022-03-06 06:37:15

แผนการสอน

แผนการสอน

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตวั รีดวิ ซ์หรอื ตวั ออกซิไดส์ได้

ด้านคุณลกั ษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง

ความคิดเหน็ ของผู้อื่น และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย

สาระการเรียนรู้
ปฏกิ ิริยาท่ีสารจา่ ยอเิ ล็กตรอน เรียกว่า ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชนั โดยสารทีใ่ ห้อิเลก็ ตรอนกับสารอืน่

แลว้ มเี ลขออกซิเดชันเพม่ิ ข้นึ เรยี กวา่ ตวั รีดิวซ์
ปฏิกิริยาที่สารรับอิเล็กตรอน เรียกว่า ปฏิกิริยารีดักชัน โดยสารที่รับอิเล็กตรอนจากสารอื่น

แลว้ มเี ลขออกซเิ ดชนั ลดลง เรยี กว่า ตวั ออกซไิ ดส์
ปฏิกิริยาออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดักชันจัดเป็นครึ่งปฏิกิริยา เมื่อรวมทั้งสองปฏิกิริยา

เข้าด้วยกนั จะไดป้ ฏกิ ริ ยิ าทเี่ รียกวา่ ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการทดลอง
2) ทักษะการตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

การจัดกจิ กรรมการเรียนร้ดู ว้ ยรูปแบบ 5E
ขั้นท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครตู งั้ คำถามวา่ ในปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ มที ั้งสารทีม่ ีเลขออกซเิ ดชันเพิ่มข้ึน และสารท่ีมี

เลขออกซิเดชันลดลง เหตใุ ดจึงเปน็ เช่นนนั้
(แนวคำตอบ : เน่อื งจากมีการถ่ายโอนอิเลก็ ตรอน)

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
2. ครูอธิบายว่าในปฏิกิริยารีดอกซ์ สารที่มีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการให้

อิเลก็ ตรอน เรียกว่า ตวั รดี วิ ซ์ (reducing agent) สว่ นสารที่มีเลขออกซิเดชันลดลง ซ่ึงเกิดจากการรับ
อเิ ล็กตรอน เรยี กวา่ ตัวออกซไิ ดส์ (oxidizing agent)

3. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน เพอื่ ทำการทดลอง เรือ่ ง เปรยี บเทยี บความสามารถ
ในการเปน็ ตัวรีดิวซแ์ ละตวั ออกซิไดสข์ องโลหะและไอออนของโลหะ

4. สมาชิกทกุ คนในกลมุ่ ชว่ ยกันลงมอื ทำการทดลอง

ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนั้นให้

นักเรยี นทกุ คนร่วมกันอภปิ รายผลการทดลองจนมีความเขา้ ใจท่ตี รงกัน
6. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปผลจากการทำการทดลอง ซง่ึ ได้ข้อสรปุ ดงั นี้
• ความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของสารชนิดต่าง ๆ สามารถ

พิจารณาเปรยี บเทยี บไดจ้ ากการทดลองทำปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ระหว่างคู่สารท่ีสนใจ
• ธาตุโลหะหมู่หลักเป็นตัวรีดิวซ์ที่ดีกว่าธาตุแทรนซิชัน ในขณะที่ไอออนของธาตุ

โลหะแทรนซชิ ันเป็นตัวออกซิไดส์ท่ีดกี วา่ ไอออนของธาตุโลหะหมหู่ ลกั
7. ครตู ง้ั คำถามให้นกั เรียนร่วมกนั อภิปราย เรอ่ื ง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ ดงั นี้
จงเขยี นสมการแสดงครง่ึ ปฏิกริ ิยาทีเ่ ป็นปฏิกิริยาออกซเิ ดชันและคร่ึงปฏิกิริยาท่ีเป็น

ปฏิกิรยิ ารีดักชนั ของปฏกิ ิริยารีดอกซ์ทกี่ ำหนดให้ พรอ้ มทั้งระบุตัวออกซิไดส์และตวั รีดิวซ์
• Mg (s) + 2H+ (aq) → Mg2+ (aq) + H2 (g)
(แนวตอบ : ปฏกิ ิริยาออกซิเดชัน คือ Mg (s) → Mg2+ (aq) + 2e-

ปฏกิ ริ ิยารดี ักชนั คอื 2H+ (aq) + 2e- → H2 (g)
ตวั ออกซไิ ดส์ คือ H+ (aq)
ตวั รดี วิ ซ์ คือ Mg (s) )
• Zn (s) + 2Ag+ (aq) → Zn2+ (aq) + 2Ag (s)
(แนวตอบ : ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั คือ Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e-
ปฏิกิรยิ ารีดักชัน คือ Ag+ (aq) + e- → Ag (s)
ตัวออกซไิ ดส์ คอื Ag+ (aq)
ตวั รดี ิวซ์ คอื Zn (s) )
• Ca (s) + Cl2 (aq) → Ca2+ (aq) + 2Cl- (aq)
(แนวตอบ : ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชัน คอื Ca (s) → Ca2+ (aq) + 2e-
ปฏิกริ ิยารดี กั ชนั คือ Cl2 (aq) + 2e- → 2Cl- (aq)
ตัวออกซไิ ดส์ คือ Cl2 (aq)
ตวั รีดิวซ์ คือ Ca (s) )
8. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับปฏิกิริยารีดอกซ์ ซึ่งได้
ขอ้ สรปุ ดังนี้
• ปฏิกิริยาที่สารจ่ายอิเล็กตรอน เรียกว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยสารที่ให้
อิเลก็ ตรอนกบั สารอน่ื แล้วมีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึน้ เรียกวา่ ตัวรดี วิ ซ์
• ปฏิกิริยาที่สารรับอิเล็กตรอน เรียกว่า ปฏิกิริยารีดักชัน โดยสารที่รับอิเล็กตรอน
จากสารอน่ื แล้วมเี ลขออกซเิ ดชันลดลง เรียกว่า ตัวออกซิไดส์
• ปฏิกิริยาออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดักชันจัดเป็นครึ่งปฏิกิริยา เมื่อรวมทั้งสอง
ปฏิกริ ยิ าเข้าดว้ ยกนั จะได้ปฏิกริ ยิ าที่เรียกว่า ปฏิกิริยารดี อกซ์

ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
9. ครใู หน้ กั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง ปฏิกิริยารดี อกซ์ จากนั้นสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยหน้า

ชัน้ เรียน

ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
10. ครใู หน้ ักเรียนสรปุ ความรู้ เร่ือง ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
11. ครตู รวจใบงาน เรอื่ ง ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์

สอื่ การเรยี นการสอน/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ เคมี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 4
2. Power point เรอ่ื ง ปฏิกริ ิยารดี อกซ์
3. ปฏิบัติการ เรื่อง เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะ

และไอออนของโลหะ
4. ใบงาน เร่ือง ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
5. ใบความรู้ เรือ่ ง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์

การวัดและการประเมนิ ผล วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- การตอบคำถาม - ถามตอบ ร้อยละ 60 ผา่ น
จุดประสงค์ - ตรวจใบงาน - ใบงาน
ดา้ นความรู้ (K) เกณฑ์
1. วเิ คราะห์การเปล่ยี นแปลง - สงั เกต - แบบประเมินการ
พฤติกรรม ปฏิบัติการ ระดับคุณภาพ 2
เลขออกซเิ ดชัน และระบุตัว ผ่านเกณฑ์
- สงั เกต - แบบสงั เกต
รดี ิวซ์และตวั ออกซิไดสไ์ ด้ พฤติกรรมการ พฤติกรรม ได้เกณฑ์ในระดบั
ทำงาน การทำงาน ดขี ้นึ ไป
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ทดลองและเปรียบเทียบ

ความสามารถในการเปน็ ตัว

รดี วิ ซห์ รอื ตัวออกซิไดสไ์ ด้

ด้านคุณลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผอู้ ื่น
มสี ว่ นรว่ มในการแสดง
ความคดิ เห็นภายในกลุม่
ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของ
ผู้อ่นื และรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ปฏบิ ัตกิ าร

เรื่อง เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรดี ิวซ์และตัวออกซิไดส์
ของโลหะและไอออนของโลหะ

จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
1. ทดลองปฏกิ ิริยารีดอกซ์ระหวา่ งโลหะและไอออนของโลหะคูต่ ่าง ๆ
2. เปรยี บเทยี บความสามารถในการเปน็ ตวั รดี ิวซแ์ ละตัวออกซไิ ดส์ของโลหะและไอออนของโลหะ

วสั ดุ อุปกรณ์ และสารเคมี ปริมาณต่อกลุ่ม
รายการ
10 mL
สารเคมี 10 mL
1. สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต (CuSO4) 0.10 mol/L 10 mL
2. สารละลายซิงก์ซัลเฟต (ZnSO4) 0.10 mol/L 2 ชิน้
3. สารละลายแมกนีเซยี มซลั เฟต (MgSO4) 0.10 mol/L 2 ช้ิน
4. แผ่นโลหะแมกนีเซียม (Mg) ขนาด 0.5 cm x 11 cm 2 ชน้ิ
5. แผน่ โลหะสังกะสี (Zn) ขนาด 0.5 cm x 11 cm
6. แผน่ โลหะทองแดง (Cu) ขนาด 0.5 cm x 11 cm 6 หลอด
วสั ดุและอุปกรณ์ 3 อัน
1. หลอดทดลองขนาดเลก็ 3 อัน
2. กระบอกตวง ขนาด 10 mL 3 ชิ้น
3. แท่งแกว้ คน
4. กระดาษทราย ขนาด 3 cm x 3 cm

วิธที ำการทดลอง
1. ขดั แผ่นโลหะ Mg Zn และ Cu ดว้ ยกระดาษทราย
2. ใส่ CuSO4 0.10 mol/L ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก 2 หลอด หลอดละ 5 mL กำหนดใหเ้ ป็น
หลอดท1ี่ และ 2 สงั เกตสีของสารละลาย
3. จุม่ แผน่ โลหะ Mg ลงในหลอดท่ี 1 และแผน่ โลหะ Zn ลงในหลอดที่ 2

4. ตง้ั ไว้ 1-2 นาที สงั เกตการเปลย่ี นแปลงท่เี กดิ ขน้ึ ทัง้ ทส่ี ารละลายและแผ่นโลหะ ถ้ามสี ารมาเกาะ
บนแผ่นโลหะให้เขยี่ ออกโดยใชแ้ ท่งแก้วคน และสังเกตแผ่นโลหะอีกคร้ัง

5. ทำการทดลองเช่นเดียวกับข้อ 1-4 โดยเปลี่ยนจาก CuSO4 เป็น ZnSO4 0.10 mol/L และใช้
โลหะ Mg และ Cu

6. ทำการทดลองเช่นเดียวกับข้อ 1-4 โดยเปลี่ยนจาก CuSO4 เป็น MgSO4 0.10 mol/L และใช้
โลหะ Zn และ Cu

ใบบันทกึ กิจกรรมการทดลอง

เรอ่ื ง เปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั รีดวิ ซ์และตวั ออกซไิ ดส์
ของโลหะและไอออนของโลหะ

กลุ่มท.ี่ ......................... จำนวนสมาชิก ........................
ชือ่ ผ้รู ายงาน …………………………………………………………………....... เลขที่………………………….
ชอ่ื ผรู้ ่วมรายงาน 1. ………………………………………………………………….. เลขท่…ี ……………………….

2. ……………………………………………………………........ เลขท…ี่ ……………………….
3. .……………………………………………………………....... เลขท…ี่ ……………………….
4. …………………………………………………….………....... เลขท่ี………………………….
5. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….

ชนั้ …………………………………

ผลการทดลอง Mg Zn Cu
โลหะ

สารละลาย

CuSO4

โลหะ Mg Zn Cu
สารละลาย

ZnSO4

MgSO4

อภปิ รายผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................ ....
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

สรุปผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ใบงาน

เรือ่ ง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์

คำชีแ้ จง : ตอบคำถามเกี่ยวกบั ปฏกิ ิริยารีดอกซ์

1. พิจารณาปฏกิ ิริยารีดอกซ์ท่ีกำหนดให้ แล้วตอบคำถาม

ปฏกิ ริ ิยาที่ 1 : 2FeS + 3O2 → 2FeO + 2SO2
ปฏกิ ริ ิยาที่ 2 : 5ClO3- + 3I2 + 3H2O → 6IO3- + 6H+ + 5Cl-
ปฏิกริ ิยาท่ี 3 : 2HCl + Na2S2O3 → 2NaCl + SO2 + H2O + S
ปฏิกิรยิ าที่ 4 : SO2 + Ag2CO3 + H2O → 2Ag + CO2 + H2SO4
ปฏกิ ิรยิ าที่ 5 : 2MnO4- + 6H+ + 5SO32- → 2Mn2+ + 3H2O + 5SO42-

1) ปฏกิ ิรยิ าท่ี 1 ตัวรีดวิ ซ์ คือ มีการเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ....
ตัวออกซิไดส์ คือ มีการเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเท่ากับ....
มกี ารเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ....
2) ปฏกิ ิรยิ าที่ 2 ตัวรดี ิวซ์ คอื มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ....
ตวั ออกซไิ ดส์ คือ มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเทา่ กับ....
มกี ารเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ....
3) ปฏกิ ริ ยิ าท่ี 3 ตัวรดี วิ ซ์ คือ มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ....
ตัวออกซิไดส์ คือ มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ....
มีการเปล่ยี นแปลงเลขออกซิเดชันไปเท่ากับ....
4) ปฏิกิริยาที่ 4 ตัวรดี วิ ซ์ คือ มกี ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั ไปเทา่ กับ....
ตัวออกซไิ ดส์ คือ

5) ปฏิกริ ิยาท่ี 5 ตัวรีดิวซ์ คือ
ตวั ออกซไิ ดส์ คือ

2. จงระบุวา่ ปฏกิ ิริยาที่กำหนดใหเ้ ปน็ ปฏิกริ ิยารีดอกซ์หรือไม่ ถา้ เปน็ ปฏิกิริยารีดอกซ์ ให้ระบุว่าสารใด
เปน็ ตัวรดี วิ ซ์ และสารใดเป็นตัวออกซไิ ดส์

ปฏิกิรยิ า ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์ ตวั รีดวิ ซ์ ตวั ออกซไิ ดส์
เป็น ไม่เปน็
Sn2+ + 2Fe3+ → Sn4+ + 2Fe2+
2CrO42- + 2H3O+ → Cr2O72- + 3H2O
CS2 + 3Cl2 → CCl4 + S2Cl2
CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
PCl3 + 3H2O → 3HCl + H3PO3
NaH + H2O → NaOH + H2
Zn + 2HCl → ZnCl2 + H2
Cr2O72- + 2OH- → 2CrO42- + H2O
2CuCl → CuCl2 + Cu

ใบความรู้

เรอ่ื ง ปฏกิ ิริยารีดอกซ์

ปฏิกริ ิยารดี อกซ์ (Redox reaction)
ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ เปน็ กระบวนการเผาไหม้ การเกดิ สนมิ และการหายใจ เดมิ หมายถงึ ปฏิกิริยาท่ีมี

การเกี่ยวข้องกับออกซิเจนและไฮโดรเจน ปัจจุบันหมายถึง ปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอน เกิด
เป็นพลังงานทางเคมี แล้วปล่อยออกมาในรูปพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพบในเชลล์ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่
รถยนต์

Redox มาจากคำว่า Reduction + Oxidation
ปฏกิ ริ ิยา Reduction รดี กั ชนั ) หมายถึง ปฏิกิริยาทีม่ ีการรับอิเลก็ ตรอน
ปฏกิ ริ ิยา Oxidation (ออกซิเดชนั ) หมายถงึ ปฏกิ ริ ยิ าที่มีการใหอ้ เิ ล็กตรอน
ดังนั้น ปฏิกิริยารีดอกซ์ (รีดักชัน + ออกซิเดชัน) จึงหมายถึง ปฏิกิริยาที่มีการให้และรับอิเล็กตรอน
หรอื ปฏิกิรยิ าที่มกี ารถ่ายโอนอิเล็กตรอนจากสารหน่ึงไปยังอีกสารหนึง่

ปฏกิ ริ ิยาเคมีแบง่ โดยการใช้การถ่ายโอนอเิ ลก็ ตรอนเปน็ เกณฑ์มี 2 ชนดิ คอื
1. ปฏิกริ ิยารดี อกซ์ (Redox reaction)

ปฏิกิริยารีดอกซ์ หรือปฏิกิริยาออกชิดชัน-รีดักชัน คือ ปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอน หรือ
เป็นปฏกิ ริ ยิ าทีม่ ีการให้ และรับอิเล็กตรอน เชน่

ถา่ ยโอน e-

Cu2+(aq) + Zn(s) Cu(s) + Zn2+(aq)

รบั e-

ให้ e-

เขียนแยกสมการไดด้ ังนี้

Zn (S) → Zn2+(aq) + 2e-

Cu2+(aq) + 2e- → Cu(s)

จะเห็นว่า ปฏกิ ิรยิ าทีม่ ีกรถา่ ยโอนอิเลก็ ตรอนจะมีเลขออกซเิ ดชันเปลี่ยนแปลง คือสว่ นของสารท่ีให้

อิเล็กตรอน (e-) จะมีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น และส่วนของสารที่รับอิเล็กตรอนจะมีเลขออกซิเดชัน

ลดลง

ตวั อยา่ งปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
1. ปฏกิ ิริยาการรวมตวั เชน่

ธาตุ 1 + ธาตุ 2 → สารประกอบ
เช่น

2Mg(s) +O2(g) → 2MgO(s)
2H2(g) + O2(g) →2H2O (l)
สารประกอบ 1 + ธาตุ → สารประกอบ 2
เช่น
2FeCl2 (s) + Cl2(g) → 2FeCl3 (s)
2CO(g) + O2(g) → 2CO2 (g)
ZnS (s) + 2O2(g) →ZnSO4(s)

2. ปฏิกริ ิยานอนรีดอกซ์ (Non-redox reaction)

ปฏิกิริยานอนรดี อกซ์ คือ ปฏิริยาท่ีไม่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนหรอื เป็นปฏกิ ิรยิ าทีไ่ ม่มีการให้และ

รับอเิ ล็กตรอนในปฏกิ ริ ยิ านั้น เช่น

+1 -2 +1 +1 -1 +1 -2

NaOH(aq) + HCI → NaCl(aq) + H2O (l)
จากสมการของปฏิกิริยาข้างตัน ไม่มีธาตุใดเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันเลย แสดงว่า ไม่มีธาตุให้

หรอื รับอิเลก็ ตรอนเลย ปฏกิ ิริยานอนรีดอกซ์ มีดงั นี้

1. ปฏิกิรยิ าการรวมตัวแลว้ เกิดกรดหรอื เบสหรือสารอ่ืน ๆ

ออกไซดข์ องอโลหะ + H2O → กรด

SO4(g) + H2O(l) → H2SO3 (aq)
CO2(g) + H2O (l) → H2CO3 (aq)

ออกไซดข์ องโลหะ + H2O → เบส

Na2O (s) + H2O(l) → 2NaOH (aq)

CaO(s) + H2O (l) → Ca(OH)2 (aq)
2. ปฏิกริ ิยาระหว่างกรดกับเบส

กรด + เบส → เกลือ + H2O

HCl(aq) + NH3 (g) → NH4 (s)

SO2(aq) + 2NaOH(aq) → Na2SO3 (aq) + H2O(l)

HNO3(aq) + KOH(aq) → KNO3 (aq) + H2O (l)

ตัวออกซิไดซแ์ ละตวั รีคิวชของสารในปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์
ปฏิกิริยารีดอกซ์ หรือปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน เป็นปฏิกิริยาที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอน หรือ

เป็นปฏกิ ริ ยิ าทม่ี ีเลขออกซเิ ดชันของธาตุเปลี่ยนแปลง ซง่ึ เขียนแยกเป็นสองส่วนได้ และแต่ละส่วนของ
ปฏิกริ ยิ ามชี ่อื เรยี กแตกตา่ งกนั ซ่ึงประกอบดว้ ย 2 ปฏิกิรยิ าดังนี้

ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation Reaction) คือ ปฏิกิริยาที่มีการให้อิเล็กตรอนเกิดขึ้น โดย
เรียกสารท่ใี หอ้ เิ ลก็ ตรอนว่า ตวั รีดวิ ซ์ (Reducer หรอื Reducing agent)

ปฏิกิริยารีดักชัน (Reduction Reaction) คือ ปฏิกิริยาที่มีการรับอิเล็กตรอนเกิดขึ้น โดย
เรยี กสารทรี่ ับอิเลก็ ตรอนวา่ ตัวออกซไิ ดส์ (Oxidizing agent)
การพิจารณาปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะ Zn กบั Cu2+ ซ่งึ เขียนแทนดว้ ยสมการ

ถ่ายโอน e-

Cu2+(aq) + Zn(s) Cu(s) + Zn2+(aq)

รบั e-

ให้ e-

ปฏิกริ ิยาทีม่ ีกkรให้และรับอิเล็กตรอน เรยี กว่า ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์

เขยี นแยกเปน็ ปฏิกริ ิยายอ่ ย ดังน้ี

ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั Zn (S) → Zn2+ (aq) + 2e- ..........(1)

ปฏกิ ริ ิยารีดักชัน Cu2+ (aq) + 2e- → Cu(s) ..........(2)

ปฏิกิริยาที่ 1 เป็นปฏิกิริยาออกซิเดชัน เพราะมีการให้อิเล็กตรอน โดยมี Zn ให้อิเล็กตรอน เรียกว่า

ตวั รดี วิ ซ์

ปฏิกิริยาที่ 2 เป็นปฏิกิริยารีดักชัน เพราะการรับอิเล็กตรอน โดยมี Cu2+ รับอิเล็กตรอน เรียกว่า

ตวั ออกซไิ ดซ์

สรุป ปฏกิ ิริยาระหว่าง Zn กับ Cu2+ ดว้ ยสมการดังนี้

Cu2+(aq) + Zn(s) Cu(s) + Zn2+(aq)

ปฏกิ ิริยารีดกั ชนั

ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชัน

ตวั ออกซิไดส์ ตวั รีดวิ ซ์

การพิจารณาปฏิกิรยิ าต่าง ๆ ดว้ ยแผนภาพสมการเคมดี งั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้

1.

+7 +4 +2 +6

2MnO4- + 6H+ + 5SO32- 2Mn2+ + 3H2O + 5SO42-

ปฏิกริ ิยาออกซิเดชัน S4+ → S6+ + 2e-

ปฏกิ ริ ยิ ารีดกั ชนั Mn7+ + 5e- → Mn2+

ตวั ออกซิไดส์ ตวั รีดวิ ซ์

MnO4- เปน็ ตวั ออกซิไดส์ จะไดว้ า่ MnO4- ออกซไิ ดส์ SO32- แต่ถกู รดี วิ ซโ์ ดย SO42-
SO32- เปน็ ตวั รีดิวซ์ จะได้ว่า SO32- รีดิวซ์ MnO4- แต่ถูกออกซิไดสโ์ ดย MnO4-

2.

0 -1 +5

6Cl2(g) + 6Ba(OH)2(aq) 5BaCl2 (aq) + Ba(ClO3)2 + 6H2O

ปฏกิ ิรยิ ารดี ักชนั Cl0 + e- → Cl-

ปฏิกริ ยิ าออกซิเดชนั Cl0 → Cl5+ + 5e-
ตวั ออกซไิ ดส์และตัวรดี วิ ซ์

Cl2 เป็นตัวออกซิไดส์ และตัวรีดิวซ์ จะได้ว่า Cl2 ออกซิไดส์ และรีดิวซ์ Cl2 ด้วยกันเอง เรียกปฏิกิริยา
แบบนว้ี า่ Auto-redox reaction หรอื Self-redox reaction หรือ Disproportion reaction





แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพ่ิมเติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ชั่วโมง
บทที่ 11 เคมไี ฟฟา้
เรือ่ ง การดลุ สมการรีดอกซโดยวิธีเลขออกซิเดชัน จำนวน 2 ชวั่ โมง
ครูผู้สอน นางสาวเมทินี สุภาพันธ

ผลการเรียนรู้
ดุลสมการรีดอกซ์ดว้ ยการใช้เลขออกซเิ ดชนั และวิธคี รง่ึ ปฏกิ ริ ยิ า

สาระสำคัญ
ปฏิกิริยารีดอกซ์เขียนแทนได้ด้วยสมการรีดอกซ์ ซึ่งการดุลสมการรีดอกซ์ทําได้โดยการใช้

เลขออกซิเดชันและวิธีครงึ่ ปฏกิ ิรยิ า

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลังจบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายหลกั การดุลสมการรดี อกซ์โดยใชเ้ ลขออกซเิ ดชันได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. ดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยวธิ ีเลขออกซเิ ดชนั ได้
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง

ความคดิ เห็นของผูอ้ ่ืน และรับผดิ ชอบต่อหน้าทที่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย

สาระการเรยี นรู้
ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ เป็นปฏิกริ ยิ าท่มี ีการเปลีย่ นแปลงเลขออกซิเดชนั ของธาตทุ ่ีอยู่ในารประกอบ

ในสมการเคมี หรือปฏิกิริยาท่ีมกี ารรบั และจ่ายอิเล็กตรอน
การดลุ สมการรีดอกซ์ มี 2 วธิ ี คอื การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ทเ่ี ปล่ียนแปลง

และการดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช้คร่งึ ปฏิกริ ยิ า

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการใช้จำนวน
2) ทกั ษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูด้ ้วยรปู แบบ 5E
ข้ันที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความรู้ เรื่อง การเขียนและดุลสมการเคมีทั่วไป ซึ่งต้องเป็นไปตาม

กฎทรงมวล โดยให้นักเรียนชว่ ยกนั เขียนตัวอยา่ งสมการเคมี แลว้ รว่ มกนั อภิปรายวา่ สมการเคมีที่นำมา
เสนอนั้นยงั ตอ้ งปรบั ปรงุ แก้ไข เพม่ิ เตมิ อะไรอกี บา้ งเพ่ือให้สมบรู ณ์

2. ครูยกตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิริยารีดอกซ์และไม่ใช่ปฏิกิริยารีดอกซ์ จากนั้นให้
นักเรียนร่วมกันดุลสมการ และอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่การดุลสมการรีดอกซ์โดยการใช้
เลขออกซิเดชัน

ขัน้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)

3. ครูยกตัวอย่างการดลุ สมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซเิ ดชันในสภาวะกรด ดงั นี้

Cr2O72-(aq) + H2S(aq) Cr3+(aq) + S(s)
ขน้ั ท่ี 1 พจิ ารณาเลขออกซิเดชันทเ่ี ปลยี่ นแปลง

Cr2O72-(aq) + H2S(aq) Cr3+(aq) + S(s)

เลขออกซิเดชนั +6 -2 +3 0

S มเี ลขออกซเิ ดชนั เพิม่ ขึ้น 2 สว่ น Cr มีเลขออกซเิ ดชนั ลดลง 3

ขัน้ ที่ 2 ดลุ เลขออกซิเดชันทีเ่ พ่ิมข้ึนให้เท่กันกับเลขออกซิเดชันทล่ี ดลง โดยเติมเลขสัมประสิทธิ์

หน้าสารต้งั ตน้ และผลติ ภัณฑ์ เพ่มิ ข้นึ 6

Cr2O72-(aq) + 3H2S(aq) 2Cr3+(aq) + 3S(s)

ลดลง 6

ขั้นที่ 3 ดุลจำนวนอะตอมของธาตุที่ไม่เปลี่ยนเลขออกซิเดชัน ซึ่งในท่ีนี้ต้องดุลจำนวนอะตอม

O โดยเติม 7H2O และดุลอะตอม H โดยเตมิ 8H+ เพื่อทำใหจ้ ำนวนอะตอมของ O เป็น 7 และ H เป็น

14 เทา่ กันทง้ั สองขา้ งของสมการ

Cr2O72-(aq) + 3H2S(aq) + 8H+ 2Cr3+(aq) + 3S(s) + 7H2O(l)

ตรวจสอบความถูกต้องโดยนับผลรวมของจำนวนอะตอมของแต่ละธาตุและประจุไฟฟ้าทางด้านซ้ าย

และดา้ นขวาของสมการ ซึ่งตอ้ งได้จำนวนเท่ากนั

4. นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยให้แต่ละคู่ศึกษาเกี่ยวกับหลักการดุลสมการรีดอกซ์โดย

ใช้เลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลง และร่วมกันฝึกการดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันที่

เปลี่ยนแปลง

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. ครูสุ่มนักเรียน 5 คู่ ออกมาแสดงวิธีการดุลสมการจากตัวอย่างแต่ละข้อหน้าชั้น

เรียน จากนั้นตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติมในกรณีที่นักเรียนมีความเข้าใจที่
คลาดเคล่อื นจนนักเรยี นเกิดความเขา้ ใจท่ีตรงกัน

6. ครูยกตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับ การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันที่
เปล่ียนแปลง โดยครูเขียนโจทยแ์ ละแสดงวธิ ที ำให้นักเรียนดูบนกระดาน ดังน้ี

จงดลุ สมการรดี อกซ์ต่อไปน้ี Fe2O3 + C → Fe + CO2 โดยใชเ้ ลขออกซเิ ดชัน
วธิ ที ำ เพ่มิ ข้นึ 4 × 3 = 12

+3 0 0 +4

Fe2O3 + C → Fe + CO2

ลดลง 3 × 4 = 12


2Fe2O3 + 3C → 4Fe + 3CO2

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
7. ครสู ่มุ ถามนักเรียนแต่ละกลุ่ม ดังน้ี
1) การพจิ ารณาว่าปฏิกริ ยิ าใดเป็นปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ข้ึนอยู่กบั ปจั จยั ใด
(แนวคำตอบ : การเปล่ยี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั )
2) เมื่อนักเรียนแน่ใจแล้วว่าเปน็ ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ ซึ่งปฏิกิริยารีดอกซ์สามารถระบสุ ่ิง

ใดไดบ้ ้าง
(แนวคำตอบ : ระบุได้ว่าสารใดเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารใดเกิดปฏิกิริยารีดักชนั

ตัวออกซิไดสแ์ ละตัวรีดิวซ)์
8. ครใู ห้นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง การดลุ สมการรดี อกซ์โดยวิธเี ลขออกซิเดชัน

ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
9. ครูให้นกั เรยี นสรุปความร้ทู ่ีได้
10. ครูตรวจใบงาน เร่อื ง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยวิธเี ลขออกซเิ ดชนั

ส่อื การเรยี นการสอน/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เติม เคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 เล่ม 4
2. Power point เรอื่ ง การดลุ สมการรีดอกซ์โดยวธิ ีเลขออกซเิ ดชัน

3. ใบงาน เรื่อง การดลุ สมการรีดอกซ์โดยวิธีเลขออกซเิ ดชนั

การวัดและการประเมินผล วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ 60 ผ่าน
จุดประสงค์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
ด้านความรู้ (K) - ตรวจใบงาน - ใบงาน เกณฑ์
1. อธิบายหลกั การดลุ สมการ
- สงั เกต - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2
รีดอกซ์โดยใชเ้ ลขออกซเิ ดชัน พฤติกรรม ปฏิบัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์

ได้ - สังเกต - แบบสังเกต ไดเ้ กณฑใ์ นระดบั
พฤติกรรมการ พฤติกรรม ดขี ึ้นไป
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงาน การทำงาน
2. ดลุ สมการรีดอกซ์โดยวิธี

เลขออกซเิ ดชันได้

ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผู้อนื่
มีส่วนร่วมในการแสดง
ความคดิ เหน็ ภายในกลุ่ม
ยอมรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้อื่น และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่
ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ใบงาน

เรื่อง การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช้เลขออกซเิ ดชันทเ่ี ปลยี่ นแปลง

คำชแ้ี จง : ดุลสมการรดี อกซ์ทกี่ ำหนดใหโ้ ดยใช้เลขออกซิเดชนั ทีเ่ ปล่ียนแปลง
1. SnCl2 + H2SO4 + HCl → SnCl4 + H2S + H2O

2. I2 + KOH → KIO3 + KI + H2O

3. Fe2+ + Cr2O72- + H+ → Fe3+ + Cr3+ + H2O
4. KIO3 + KI + H2SO4 → KI3 + K2SO4 + H2O





แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 21 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ชว่ั โมง
บทที่ 11 เคมไี ฟฟ้า จำนวน 2 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การดลุ สมการรีดอกซโดยวธิ ีเลขออกซิเดชัน
ครผู ู้สอน นางสาวเมทนิ ี สภุ าพนั ธ

ผลการเรียนรู้
ดลุ สมการรีดอกซด์ ว้ ยการใช้เลขออกซเิ ดชนั และวธิ คี ร่งึ ปฏิกริ ิยา

สาระสำคัญ
ปฏิกิริยารีดอกซ์เขียนแทนได้ด้วยสมการรีดอกซ์ ซึ่งการดุลสมการรีดอกซ์ทําได้โดยการใช้

เลขออกซิเดชันและวธิ ีคร่งึ ปฏิกริ ยิ า

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายหลกั การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้วิธีครึง่ ปฏกิ ิรยิ าได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. ดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยวิธีครึ่งปฏกิ ิรยิ าได้
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง

ความคิดเห็นของผู้อนื่ และรับผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

สาระการเรยี นรู้
ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ เปน็ ปฏิกริ ยิ าที่มีการเปลยี่ นแปลงเลขออกซิเดชนั ของธาตุท่ีอยใู่ นารประกอบ

ในสมการเคมี หรือปฏกิ ิรยิ าที่มกี ารรับและจา่ ยอเิ ล็กตรอน
การดุลสมการรดี อกซ์ มี 2 วิธี คอื การดลุ สมการรดี อกซ์โดยใช้เลขออกซเิ ดชันทีเ่ ปลย่ี นแปลง

และการดุลสมการรีดอกซ์โดยใชค้ ร่ึงปฏิกิรยิ า

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการใชจ้ ำนวน
2) ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ดู ว้ ยรูปแบบ 5E
ขัน้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนการดลุ มการรดี อกซโ์ ดยใช้เลขออกชดิ ชนั ดงั นี้
การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชัน เป็นการทำให้เลขออกชิดชันของธาตุ

หรือไอออนที่เพิ่มขึ้นกับเลขออกซิเดชัน หรือไอออนที่ลดลงให้เท่ากัน จากนั้นจึงดุลอะตอมอื่นที่
เลขออกซิเดชันไม่เปลี่ยนและตรวจสอบความถูกต้อง โดยนับจำนวนอะตอมของธาตุและประจุไฟฟ้า
ทางด้านท่เี ป็นสารต้ังต้นและผลติ ภณั ฑ์ซึง่ ตอ้ งเท่ากัน

2. ครูต้ังคำถามเพื่อความสนใจของนักเรียน ดงั น้ี "นักเรยี นคดิ ว่าการดุลสมการรีดอกซ์
โดยใช้คร่ึงปฏิกริ ิยา มหี ลกั การสำคญั อยา่ งไร"

(แนวคำตอบ : แยกสมการออกเปน็ ครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชนั และครึ่งปฏิกริ ิยารีดักชัน
แล้วดุลทั้งจำนวนอะตอมและประไฟฟ้าของสารในแต่ละครึ่งปฏิกิริยาให้เท่ากัน จากนั้นรวมสองครึ่ง
ปฏิกิริยาเขา้ ดว้ ยกันและตัดสารท่ีเหมอื นกนั ออกทั้งสองด้าน)

ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
3. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยให้มีเด็ก เก่ง อ่อน ปานกลาง คละกัน

จากนนั้ แต่ละกลมุ่ เลอื กประธาน รองประธาน และเลขานุการ เพอ่ื ทำหน้าที่ภายในกลมุ่
4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นการดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา แล้ว

อธิบายขนั้ ตอนการดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใช้ครึ่งปฏกิ ริ ิยาใหส้ มาชิกทุกคนในกลุ่มเข้าใจ
5. นักเรียนที่เป็นสมาชิกในกลุ่มที่มีความเข้าใจในการดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้คร่ึง

ปฏกิ ริ ยิ า อธบิ ายหลักการให้สมาชิกในกล่มุ คนอื่น ๆ ทย่ี ังไม่เขา้ ใจให้สมาชิกในกลมุ่ ทุกคนเกิดเข้าใจ
6. นักเรียนร่วมกนั ทำใบงาน เร่อื ง การดุลสมการรีดอกซ์โดยใชค้ รง่ึ ปฏกิ ิรยิ า

ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)

7. ครูสุ่มนักเรียน 6 คู่ ออกมาแสดงวิธีการดุลสมการจากตัวอย่างแต่ละข้อหน้าชั้น

เรียน จากนั้นตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายเพิ่มเติมในกรณีที่นักเรียนมีความเข้าใจที่

คลาดเคลอ่ื นจนนกั เรยี นเกดิ ความเข้าใจท่ีตรงกัน

8. ครูสรุปการดุลสมการรดี อกซ์โดยใชค้ รึ่งปฏิกิริยาจากตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับ การดุล

สมการรีดอกซโ์ ดยใช้ครง่ึ ปฏกิ ิริยา โดยครูเขียนโจทยแ์ ละแสดงวิธีทำให้นักเรยี นดูบนกระดาน ดังน้ี

1) จงดุลสมการรดี อกซ์ต่อไปนี้ NO2- + Al → NH3 + AlO2- โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยาใน
กรด

วธิ ีทำ ปฏิกิรยิ ารดี กั ชัน : +3 -3 ….. (1)

NO2- → NH3
NO2- + 6e- → NH3
NO2- + 6e- → NH3 + 2H2O
NO2- + 6e- + 7H+ → NH3 + 2H2O
ปฏิกริ ิยาออกซิเดชัน : 0 +3

Al → AlO2-

Al → AlO2- + 3e-

Al + 2H2O → AlO2- + 3e-
2(Al + 2H2O → AlO2- + 3e- + 4H+)

2Al + 4H2O → 2AlO2- + 6e- + 8H+ ….. (2)

(1) + (2) NO2- + 2Al + 4H2O → NH3 + 2AlO2- + H+)

2) จงดุลสมการรีดอกซ์ต่อไปนี้ Fe2+ + MnO4- → Fe3+ + Mn2+ โดยใช้ครึ่ง
ปฏกิ ริ ิยาในเบส

วิธีทำ: ปฏิกิรยิ ารดี ักชัน : +7 +2

MnO4- → Mn2+

MnO4- + 5e- → Mn2+
MnO4- + 5e- → Mn2+ + 4H2O

MnO4- + 5e- + 8H+ → Mn2+ + 4H2O ….. (1)
ปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชนั : +2 +3

Fe2+ → Fe3+

5(Fe2+ → Fe3+ + e-)

5Fe2+ → 5Fe3+ + 5e- ….. (2)

(1) + (2) 5Fe2+ + MnO4- + 8H+ → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O

5Fe2+ + MnO4- + 8H+ + 8OH- → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-

5Fe2+ + MnO4- + 8H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 4H2O + 8OH-

5Fe2+ + MnO4- + 4H2O → 5Fe3+ + Mn2+ + 8OH- )
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายเพ่อื สรุปความรู้เก่ยี วกับวิธีการดลุ สมการรดี อกซ์โดย

ใช้เลขออกซิเดชันที่เปลี่ยนแปลงและวิธีครึ่งปฏิกิริยา โดยครูควรชี้ให้นักเรียนเห็นว่าการดุลสมการ

รดี อกซท์ ง้ั 2 วิธนี ้ี จะให้คำตอบที่เหมือนกนั

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

10. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยใชค้ รงึ่ ปฏกิ ริ ยิ า ดงั นี้

1) MnO2(s) + Fe2+(aq) + H+(aq) Mn2+(aq) + Fe3+(aq) + H2O(l)
2) Cl2(g) + SO2(g) + H2O(l) SO42-(aq) + Cl-(aq) + H+(aq)

3) Cr(OH)3(s) + ClO-(aq) + OH-(aq) CrO42-(aq) + Cl-(aq) + H2O(l)

4) MnO4-(aq) + SO32-(aq) + H2O(l) MnO2(s)+SO42-(aq)+OH-(aq)

5) Cl2(aq) + OH-(aq) Cl-(aq) + ClO3-(aq) + H2O(l)

11. นักเรียนกลุ่มใดสามารถแสดงวิธีทำการดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยาได้

ก่อนและถกู ตอ้ ง โดยครแู ละนกั เรยี นกลุ่มอน่ื ๆ คอยตรวจสอบความถกู ต้อง จะไดร้ บั 2 คะแนน

ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
12. ครใู ห้นักเรยี นสรปุ ความรู้ที่ได้
13. ครตู รวจใบงาน เรือ่ ง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยวิธใี ช้ครง่ึ ปฏิกริ ิยา

ส่ือการเรยี นการสอน/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์เพิม่ เตมิ เคมี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เลม่ 4
2. Power point เร่อื ง การดุลสมการรดี อกซ์โดยวิธใี ช้ครึง่ ปฏกิ ิรยิ า
3. ใบงาน เร่ือง การดลุ สมการรดี อกซโ์ ดยวธิ ีใช้คร่ึงปฏิกริ ยิ า

การวัดและการประเมินผล วิธีวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ

จุดประสงค์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ ร้อยละ 60 ผา่ น
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจใบงาน - ใบงาน เกณฑ์
1. อธิบายหลกั การดุลสมการ
- สงั เกต - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2
รดี อกซโ์ ดยใช้วิธีครง่ึ ปฏกิ ริ ิยา พฤติกรรม ปฏิบัติการ ผ่านเกณฑ์

ได้ - สังเกต - แบบสังเกต ไดเ้ กณฑ์ในระดบั
พฤติกรรมการ พฤติกรรม ดขี ้ึนไป
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงาน การทำงาน
2. ดลุ สมการรีดอกซ์โดยวธิ ี

ครึ่งปฏิกริ ิยาได้

ดา้ นคุณลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่นื
มสี ่วนร่วมในการแสดง
ความคิดเห็นภายในกลมุ่

จุดประสงค์ วธิ วี ดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ยอมรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้อื่น และรบั ผิดชอบต่อหน้าท่ี
ที่ไดร้ บั มอบหมาย

ใบงาน

เรอื่ ง การดลุ สมการรดี อกซ์โดยใช้วิธีครง่ึ ปฏกิ ิรยิ า

คำชี้แจง : ดุลสมการรีดอกซ์ท่กี ำหนดใหโ้ ดยใช้วธิ ีครึง่ ปฏิกริ ยิ า
1. H2MoO4 + Cr2+ → Mo + Cr3+ (ใช้คร่งึ ปฏิกิริยาในกรด)

2. Mn2+ + NaBiO3 → Bi3+ + MnO4- + Na+ (ใช้คร่งึ ปฏกิ ริ ิยาในกรด)

3. Al + NO2- → NH3 + Al(OH)4- (ใชค้ รึ่งปฏกิ ิรยิ าในเบส)

4. Br2 → BrO3- + Br- (ใช้คร่งึ ปฏกิ ิรยิ าในเบส)





แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 22 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ชวั่ โมง
บทท่ี 11 เคมีไฟฟา้ จำนวน 2 ช่วั โมง
เรื่อง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ และสมการไอออน
ครผู ูส้ อน นางสาวเมทินี สุภาพนั ธ

ผลการเรียนรู้
ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด

ปฏิกริ ยิ ารวม และแผนภาพเซลล์

สาระสำคัญ
เซลล์เคมีไฟฟ้าประกอบด้วยแอโนด แคโทด และสารละลายอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งอาจเชื่อมต่อกัน

ด้วยสะพานเกลือ โดยที่แอโนดเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและแคโทดเกิดปฏิกิริยารีดักชัน ทําให้
อเิ ล็กตรอนเคลอ่ื นท่ีจากแอโนดไปแคโทด เซลล์เคมีไฟฟา้ สามารถเขียนแสดงได้ด้วยแผนภาพเซลล์

จุดประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ นกั เรียนสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. ระบุองคป์ ระกอบของเซลล์เคมีไฟฟา้ ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. เขยี นสมการเคมขี องปฏกิ ิรยิ าท่ีแอโนด แคโทด และปฏิกริ ยิ ารวมได้
3. เขียนแผนภาพครงึ่ เซลล์และแผนภาพเซลล์ได้
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
4. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง

ความคิดเห็นของผ้อู ่นื และรับผิดชอบต่อหน้าท่ที ่ีไดร้ บั มอบหมาย

สาระการเรียนรู้
เซลล์กัลวานิก หรือเซลล์โวลตาอิก เป็นเซลลไ์ ฟฟ้าเคมที ีเ่ ปลีย่ นพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟา้

เกิดจากสารเคมีทำปฏิกิริยากันในเซลล์ แล้วเกิดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงมากขึ้น โดยทั่วไป
เซลล์กลั วานกิ จะประกอบด้วยครึ่งเซลล์ 2 คร่ึงเซลลม์ าตอ่ กัน และเชื่อมให้ครบวงจรด้วยสะพานเกลือ
ทต่ี อ่ ไวใ้ นสารละลายในแต่ละครง่ึ เซลล์

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยรูปแบบ 5E
ขั้นที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูนำอุปกรณ์ ของใช้ ท่ใี ช้ในชีวติ ประจำวนั มาให้นกั เรียนสังเกต เชน่ โทรศพั ทม์ อื ถือ

เครอื่ งคิดเลข นาฬกิ า หลงั จากนักเรยี นสงั เกตแล้วครูถามนักเรียนด้วยคำถามต่อไปนี้
1) แหลง่ พลงั งานในโทรศพั ทม์ อื ถือ เครื่องคดิ เลข นาฬกิ าข้อมอื ไดม้ าจากแหลง่ ใด
(แนวคำตอบ : ถ่ายไฟฉาย แบตเตอร)ี่
2) เพราะเหตุใดถา่ ยไฟฉายจงึ ใหพ้ ลังงานไฟฟ้าได้
(แนวคำตอบ : ปฏิกิรยิ าในถา่ นไฟฉายเปลยี่ นพลงั งานเคมีเป็นพลังงานไฟฟา้ )
3) แหล่งพลงั งานไฟฟ้าในรถยนต์ คืออะไร
(แนวคำตอบ : แบตเตอร่)ี

4) เพราะเหตใุ ดแบตเตอร่ีจึงสามารถให้พลังานไฟฟ้าได้
(แนวคำตอบ : เนื่องจากปฏกิ ิรยิ าภายในเซลล์สามารถใหก้ ระแสไฟฟ้าได้)
2. ครูอธิบายนิยามคำศัพท์ "ไฟฟ้าเคมี" "เซลล์ไฟฟ้าเคมี" และ "ครึ่งเซลล์ไฟฟ้าเคมี"
เซลล์ไฟฟ้าเคมแี บ่งได้ 2 ประเภท คอื
• เซลล์กัลวานิก เป็นเซลล์ไฟฟา้ เคมีทเี่ มอื่ เกิดปฏิกริ ิยาแล้วทำให้เกดิ กระแสไฟฟา้
• เซลล์อิเล็กโทรไลต์ เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมที ี่ต้องผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเซลล์จึงจะ
เกิดปฏิกิรยิ าได้
• คร่ึงเซลล์ หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยโลหะจุ่มอยู่ในสารละลายที่มีไอออนของ
โลหะนนั้ เชน่ จุ่ม Zn (s) ในสารละลายท่มี ี Zn2+ (aq) และเขยี นแทนสญั ลักษณ์ไดด้ ังน้ี Zn(s)|Zn2+
3. ครูถามนักเรียนว่าเซลล์กัลวานิกและเซลล์อิเล็กโทรไลต์ มีส่วนประกอบและ
หลักการทำงานอยา่ งไร

ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
4. นักเรียนแต่ละคนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมี จากนั้น

นักเรียนร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปเกี่ยวกับองค์ประกอบของเซลล์ไฟฟ้าเคมี หน้าที่ของสะพาน
เกลอื ความหมายของคร่ึงเซลล์

5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพื่อทำการทดลอง เรื่อง การถ่ายโอนอิเล็กตรอน
ในเซลล์กัลวานกิ

6. สมาชิกทกุ คนในกลมุ่ ช่วยกนั ลงมอื ทำการทดลอง

ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนั้นให้

นักเรยี นทุกคนรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองจนมคี วามเขา้ ใจที่ตรงกนั
8. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง ซึ่งได้ข้อสรุปว่า “เมอ่ื นำ 2 ครึ่งเซลล์

ต่างชนิดกันมาตอ่ ด้วยสะพานเกลือ แล้วต่อเข้ากบั โวลตม์ ิเตอร์ พบว่า เข็มของโวลต์มิเตอร์เบนไปจาก
ขีดศูนย์ แสดงว่า มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนจากขั้วโลหะหนึ่งไปยังอีกขั้วโลหะหนึ่งซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าไม่

เทา่ กัน และเม่ือนำหลอดไฟมาต่อเขา้ กบั วงจร พบวา่ หลอดไฟจะสว่าง แสดงวา่ มีกระแสไฟฟ้าไหลใน
วงจร และเรยี กเซลลไ์ ฟฟ้าเคมลี ักษณะนีว้ ่า เซลลก์ ลั วานกิ ”

ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
9. ครใู ห้นักเรียนฝึกเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิกจากการทดลอง จากนัน้ ร่วมกันค้นหา

คำตอบ ดังนี้
Cu(s)|Cu2+(aq)||Zn(s)|Zn2+(aq)
Zn(s)|Zn2+(aq)||Mg(s)|Mg2+(aq)
Cu(s)|Cu2+(aq)||Fe(s)|Fe2+(aq)
Zn(s)|Zn2+(aq)||Fe(s)|Fe2+(aq)
Fe(s)|Fe2+(aq)||Mg(s)|Mg2+(aq)

10. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ และสมการไอออน

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
11. ครูตั้งคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความรู้ ดังนี้
1) เซลล์กลั วานกิ มปี ระโยชน์ต่อชีวิตประจำวนั ของเราอยา่ งไร
2) ถา้ ไมม่ ีเซลลก์ ัลวานิกมีสิ่งใดท่สี ามารถใช้ทดแทนไดห้ รอื ไม่
12. ครูตรวจใบงาน เร่อื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ และสมการไอออน

สอื่ การเรยี นการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์เพิม่ เติม เคมี ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 เล่ม 4
2. Power point เรอ่ื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ และสมการไอออน
3. ปฏบิ ัติการ เรือ่ ง การถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั วานิก
4. ใบงาน เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานิกและสมการไอออน

การวัดและการประเมินผล

จุดประสงค์ วธิ วี ดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
- ถามตอบ รอ้ ยละ 60 ผา่ น
ด้านความรู้ (K) - การตอบคำถาม - ใบงาน
1. ระบอุ งค์ประกอบของ - ตรวจใบงาน เกณฑ์
- แบบประเมินการ
เซลล์เคมไี ฟฟ้าได้ ปฏิบตั กิ าร ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) - แบบสังเกต
2. เขยี นสมการเคมีของ - สงั เกต พฤติกรรม ไดเ้ กณฑ์ในระดับ
ปฏกิ ริ ิยาทีแ่ อโนด แคโทด และ พฤติกรรม การทำงาน ดีขนึ้ ไป

ปฏกิ ิรยิ ารวมได้

3. เขยี นแผนภาพครึง่ เซลล์

และแผนภาพเซลล์

ด้านคณุ ลักษณะ (A) - สังเกต
4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื พฤติกรรมการ
มสี ่วนรว่ มในการแสดง ทำงาน
ความคดิ เห็นภายในกลมุ่
ยอมรับฟังความคดิ เห็นของ
ผอู้ ื่น และรับผิดชอบต่อหน้าที่
ทไี่ ด้รบั มอบหมาย

ปฏิบัตกิ าร

เรอ่ื ง การถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานิก

จุดประสงคก์ ารทดลอง
1. ทดลองเพ่ือศึกษาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานกิ
2. บอกทิศทางการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั วานิกได้
3. บอกได้วา่ ครึง่ เซลลใ์ ดเกดิ ปฏกิ ิริยาออกซิเดชันและคร่ึงเซลลใ์ ดเกดิ ปฏิกิรยิ ารีดักชนั
4. บอกหนา้ ท่ีของสะพานเกลือได้

วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี ปรมิ าณต่อกลุ่ม
รายการ
20 mL
สารเคมี 20 mL
1. สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต (CuSO4) 1.0 mol/L 20 mL
2. สารละลายซงิ กซ์ ัลเฟต (ZnSO4) 1.0 mol/L 1 แผน่
3. สารละลายโพแทสเซยี มไนเทรต (KNO3) อ่มิ ตัว 1 แผ่น
4. แผ่นโลหะสงั กะสี (Zn) ขนาด 0.5 cm x 0.5 cm
5. แผ่นโลหะทองแดง (Cu) ขนาด 0.5 cm x 0.5 cm 2 ใบ
วสั ดแุ ละอุปกรณ์ 1 แผ่น
1. บีกเกอร์ ขนาด 50 mL 1 เคร่อื ง
2. กระดาษกรอง 1 อัน
3. โวลตม์ เิ ตอร์
4. หลอดไฟ ขนาด 1.0 V

วธิ ีทำการทดลอง
1. จุ่มแผ่นทองแดง ลงในบกี เกอร์ ทีบ่ รรจุสารละลาย CuSO4 ปริมาตร 20 mL และจุม่ แผ่นสงั กะสี

ลงในบีกเกอรอ์ กี ใบท่บี รรจุสารละลาย ZnSO4 ปริมาตร 20 mL
2. นำบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ในข้อ 1. มาวางชิดกัน ใช้สะพานเกลือที่ทำจากกระดาษกรองขนาด

1.0 cm x 0.8 cm ชบุ สารละลาย KNO3 อ่ิมตัว วางพาดบกี เกอร์ทั้งสองโดยให้ปลายกระดาษกรองจุ่ม
อยู่ในสารละลายในแตล่ ะบีกเกอร์

3. ต่อแผ่นทองแดงและแผ่นสังกะสีเข้ากับโวลต์มิเตอร์ แล้วสังเกตทิศทางการเบนของ
เข็มโวลต์มิเตอรแ์ ละอ่านคา่ ความต่างศกั ย์ จากนั้นสลับขัว้ ของโวลต์มิเตอร์ แล้วสงั เกตทิศทางการเบน
ของเขม็ โวลตม์ ิเตอร์ และอ่านค่าความตา่ งศกั ย์

4. นำหลอดไฟมาตอ่ กับแผ่นทองแดงและแผ่นสังกะสีแทนโวลต์มิเตอร์ แลว้ สงั เกตการเปลีย่ นแปลง

ใบบนั ทกึ กจิ กรรมการทดลอง

เร่อื ง การถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ

กลุม่ ท.ี่ ......................... จำนวนสมาชิก ........................
ช่ือผู้รายงาน …………………………………………………………………....... เลขที่………………………….
ช่อื ผู้รว่ มรายงาน 1. ………………………………………………………………….. เลขท…่ี ……………………….

2. ……………………………………………………………........ เลขท่ี………………………….
3. .……………………………………………………………....... เลขท…่ี ……………………….
4. …………………………………………………….………....... เลขท…่ี ……………………….
5. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….

ช้ัน …………………………………

ผลการทดลอง ทิศทางการเบนของ ความต่างศกั ย์ (V)
เข็มโวลต์มเิ ตอร์
ครึ่งเซลลท์ ี่นำมาต่อกัน

Cu (s) | Cu2+ (aq) กับ
Zn (s) | Zn2+ (aq)

อภิปรายผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....

สรปุ ผลการทดลอง
.............................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ใบงาน

เรือ่ ง การเขยี นแผนภาพเซลล์กลั วานกิ และสมการไอออน

คำชี้แจง : ตอบคำถามเกี่ยวกบั การเขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานกิ และสมการไอออน
1. เขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานิกจากสมการแสดงปฏกิ ิริยารดี อกซท์ ่กี ำหนดให้

1) Ni (s) + Ag+ (aq) → Ni2+ (aq) + Ag (s)

2) Mg (s) + 2Fe3+ (aq) → Mg2+ (aq) + 2Fe2+ (aq)

3) Sn2+ (aq) + 2Cr3+ (aq) → Sn4+ (aq) + 2Cr2+ (aq)

4) Fe2+ (aq) + MnO4- (aq) → Fe3+ (aq) + Mn2+ (aq)

5) Zn (s) + H+ (aq) → Zn2+ (aq) + H2 (g)

2. เขียนสมการแสดงปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์จากแผนภาพเซลล์กลั วานิกทกี่ ำหนดให้
1) Zn (s) | Zn2+ (aq) ∥ Pb2+ (aq) | Pb (s)

2) Cr (s) | Cr3+ (aq) ∥ Fe2+ (aq) | Fe (s)
3) Pt (s) | Cu+ (aq), Cu2+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)
4) Mg (s) | Mg2+ (aq) ∥ H+ (aq) | H2 (g) | Pt (s)
5) Pt (s) | Fe2+ (aq), Fe3+ (aq) ∥ Ag+ (aq) | Ag (s)





แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 23 ภาคเรียนที่ 2/2564
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชาเพ่มิ เตมิ เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ช่ัวโมง
บทที่ 11 เคมไี ฟฟา้
เร่อื ง ศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ ศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครงึ่ เซลล์ จำนวน 2 ช่ัวโมง

และเซลลความเข้มขน้
ครผู ู้สอน นางสาวเมทนิ ี สุภาพันธ

ผลการเรียนรู้
คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า และ

ปฏิกิรยิ าเคมที ่เี กิดขึ้น

สาระสำคญั
ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์คํานวณได้จากค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์

ถ้าค่าศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เป็นบวก แสดงว่าปฏิกิริยารีดอกซ์เกิดขึ้นได้เอง ซึ่งทําให้เกิดกระแสไฟฟ้า
เรียกเซลลช์ นิดน้ีวา่ เซลลก์ ลั วานกิ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และตัวรีดิวซ์โดยพิจารณาจาก

คา่ ศักยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของครง่ึ เซลลร์ ดี กั ชนั ได้
2. ระบุข้ัวไฟฟ้า และเขียนปฏกิ ิริยาออกซิเดชัน ปฏิกิริยารดี ักชนั และปฏิกิรยิ ารดี อกซไ์ ด้

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
3. ทดลองหาคา่ ศักย์ไฟฟา้ ของเซลลไ์ ด้
4. คำนวณค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลล์ได้

ดา้ นคุณลักษณะ (A)
5. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง

ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืน และรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย

สาระการเรียนรู้
ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ (E0) เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการรับอิเล็กตรอน

ของธาตุหรือไอออน เมื่อเปรียบเทียบกับกับครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานที่มีค่า E0 เป็นศูนย์ ค่า E0
ท่ีมเี ครอ่ื งหมายเป็นบวก แสดงว่า ธาตหุ รอื ไอออนในครง่ึ เซลล์นนั้ มีความสามารถในการรับอิเล็กตรอน
สูงกว่า H+ ในครึ่งเซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐาน ถ้าค่า E0 มีเครื่องหมายเป็นลบ แสดงว่า ธาตุหรือไอออน
ในครง่ึ เซลลน์ ัน้ มีความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนต่ำกวา่ H+ ในครึง่ เซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐาน

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการทดลอง
2) ทกั ษะการตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

การจดั กิจกรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยรปู แบบ 5E
ขน้ั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูใหน้ กั เรียนพจิ รณาแผนภาพของเซลล์กัลวานกิ ตอ่ ไปนี้
Zn(s)|Zn2+(aq, 1 mol/dm3)||Cu2+(aq, 1 mol/dm3)|Cu(s)

แล้วรว่ มอภิปรายตามแนวคำถามดงั นี้


Click to View FlipBook Version