สาร H2O CH3COOH + CH3COONa
pH
อภิปรายผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
สรุปผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................... .......................
............................................................................................................ ....................................................
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 14 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 26 ชวั่ โมง
บทที่ 10 กรด-เบส
จำนวน 1 ช่วั โมง
เร่ือง ประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์
ครผู ้สู อน นางสาวเมทนิ ี สภุ าพนั ธ
ผลการเรียนรู้
อธิบายสมบตั ิ องคป์ ระกอบ และประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
สาระสำคญั
สารละลายบัฟเฟอร์เป็นสารละลายของกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนนั้น หรือเบสอ่อนกับ
เกลือของเบสอ่อนนั้น เมื่อเติมกรด เบส หรือน้ำจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่า pH น้อยกว่า
สารละลายท่ัวไป สมบัตเิ ฉพาะของสารละลายบัฟเฟอรเ์ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การควบคุม pH ของระบบใน
สงิ่ มีชีวิตและส่ิงแวดล้อม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
หลังจบกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)
1. บอกวธิ กี ารเตรียมสารละลายบัฟเฟอรไ์ ด้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. สบื ค้นการใช้ประโยชน์จากสารละลายบัฟเฟอร์ได้
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผ้อู น่ื และรบั ผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
สาระการเรียนรู้
สารละลายบัฟเฟอร์ เป็นสารละลายที่มสี มบัติในการควบคุม pH ของสารละลายให้คงที่ เมื่อมี
การเติมกรดแก่หรือเบสแก่ลงไปเล็กน้อย ประกอบด้วยกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อน หรือเบสอ่อน
กบั เกลือของเบสออ่ น
สารละลายที่มีกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนชนิดนั้น หรือกรดอ่อนกับคู่เบสของกรดอ่อน
เรยี กว่า บัฟเฟอร์กรด เมื่อเติม H+ จากกรดแกล่ งไป ค่เู บสจะทำปฏิกริ ยิ ากบั H+ ทีเ่ ตมิ ลงไป ทำให้ pH
ลดลงไมเ่ กิน 0.01 ซึ่งถอื วา่ คงท่ี เมอื่ เติม OH- จากเบสแกล่ งไป กรดออ่ นจะทำปฏกิ ิรยิ ากับ OH- ที่เติม
ลงไป ทำให้ pH เพม่ิ ข้ึนไมเ่ กนิ 0.01 ซงึ่ ถือว่าคงที่
สารละลายที่มีเบสอ่อนกับเกลือของเบสอ่อนชนิดนั้น หรือเบสอ่อนกับคู่กรดของเบสอ่อน
เรียกว่า บัฟเฟอร์เบส เมื่อเติม H+ จากกรดแก่ลงไป เบสอ่อนจะทำปฏิกิริยากับ H+ ที่เติมลงไป ทำให้
pH ลดลงไม่เกิน 0.01 ซึ่งถือว่าคงที่ เมื่อเติม OH- จากเบสแก่ลงไป คู่กรดจะทำปฏิกิริยากับ OH- ท่ี
เติมลงไป ทำให้ pH เพิม่ ขึน้ ไมเ่ กนิ 0.01 ซึ่งถือวา่ คงท่ี
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการตคี วามหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรดู้ ้วยรูปแบบ 5E
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความรูเ้ ก่ยี วกับสารละลายบฟั เฟอร์
2. ครตู ง้ั คำถามว่า วธิ กี ารเตรียมสารละลายบัฟเฟอรส์ ามารถเตรียมได้อยา่ งไร จากนั้น
ครเู ชอ่ื มโยงคำตอบของนกั เรียนเพ่อื นำเขา้ สู่ เรือ่ ง วิธีการเตรยี มสารละลายบฟั เฟอร์
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพื่อศึกษาวิธีการเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์
จากปฏิกิริยาระหว่างกรดอ่อนและเบสแก่ โดยใช้ตัวอย่างการทำปฏิกิริยาระหว่างสารละลาย
CH3COOH กับ NaOH
ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทน ออกมานำเสนอผลการศกึ ษาตามรูปแบบทนี่ ักเรียนได้
จัดทำ เชน่ กราฟ รปู ภาพ หลงั จากนน้ั ให้นกั เรยี นทุกคนร่วมกนั อภิปรายผลการศึกษาจนมีความเข้าใจ
ทตี่ รงกนั
5. ครตู ัง้ คำถามเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น ดงั น้ี
สารละลายผสมคู่ใดตอ่ ไปนค้ี วบคมุ pH ได้ดีทส่ี ดุ
• H3PO4 0.10 mol/L ปริมาตร 10 mL และ NaOH 0.10 mol/L ปริมาตร
5 mL
• CH3COOH 0.10 mol/L ปริมาตร 10 mL และ NaOH 0.10 mol/L ปริมาตร
10 mL
• NH3 0.10 mol/L ปริมาตร 10 mL และ HCl 0.10 mol/L ปรมิ าตร 10 mL
• HCl 0.50 mol/L ปริมาตร 10 mL และ NaOH 0.50 mol/L ปรมิ าตร 10 mL
(แนวคำตอบ : สารละลายผสมระหว่าง H3PO4 0.10 mol/L ปริมาตร 10 mL และ
NaOH 0.10 mol/L ปริมาตร 5 mL ควบคุม pH ได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นสารละลายที่ประกอบด้วย
กรดอ่อน H3PO4 และคู่เบส H2PO4- ที่ได้จากการทำปฏิกิริยาในอัตราส่วนความเข้มขน้ เท่ากับ 1 ส่วน
สารละลายผสมค่อู นื่ ไม่เป็นสารละลายบัฟเฟอร์เนื่องจากกรดและเบสทำปฏิกริ ิยาพอดีกนั จนเกือบไม่มี
กรดหรอื เบสทเี่ ปน็ สารต้ังตน้ เหลอื อยู่)
6. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ผลจากการศึกษา ซงึ่ ไดข้ อ้ สรุปว่า “โดยท่วั ไปสารละลาย
บัฟเฟอร์เตรียมได้จากสารละลายผสมที่เป็นคู่กรด-เบสของกรดอ่อนหรือเบสอ่อน แต่ในการเตรียม
สารละลายบฟั เฟอร์ทมี่ ี pH ตำ่ ๆ อาจเตรียมจากสารละลายผสมระหวา่ งกรดแกแ่ ละเกลือของกรดแก่
เช่น สารละลายผสมระหว่าง HCl กบั KCl”
ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
7. นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยแต่ละคู่ร่วมกันศึกษา เรื่อง สารละลายบัฟเฟอร์ใน
รา่ งกายและในธรรมชาติ
8. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 1 คู่ ออกมาอธิบายเรื่องที่ได้ศึกษาให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน
โดยครูคอยเสริมความรู้เพมิ่ เตมิ เพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจท่ีถกู ต้อง
9. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย เรื่อง สารละลายบัฟเฟอร์ในร่างกายและ
ในธรรมชาติ ดงั นี้
1) คนไข้รายหนึ่งถูกตรวจพบว่า มี pH ของเลือดสูงกว่าปกติ แพทย์จึงให้คนไข้
หายใจเขา้ -ออกในถงุ กระดาษเป็นระยะเวลาส้นั ๆ แพทย์ทำเชน่ นีเ้ พอื่ อะไร
(แนวตอบ : การหายใจเข้า-ออกในถุงกระดาษเป็นระยะเวลาสั้น ๆ จะช่วยเพ่ิม
ความเข้มข้นของ CO2 ในถุงกระดาษ เมื่อคนไข้หายใจเข้าจะทำให้ความดันย่อยของ CO2 ในเลือด
เพิ่มข้นึ CO2 จะละลายในเลอื ดเกิดเปน็ กรด H2CO3 เพิ่มขนึ้ สง่ ผลให้ pH ของเลือดลดลง)
2) เพราะเหตุใดนำ้ ทะเลจึงมคี ่า pH คอ่ นข้างคงท่อี ยทู่ ปี่ ระมาณ 8.1-8.2
(แนวตอบ : เนื่องจากน้ำทะเลมีสารและไอออนที่คอยควบคุมบัฟเฟอร์ เช่น
กรดคารบ์ อนิก (H2CO3) ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (HCO3-) และคาร์บอเนตไอออน (CO32-) ดงั น้ัน
เมอ่ื นำ้ ทะเลถกู รบกวน เช่น เตมิ กรดลงไป จงึ ทำให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงไปเลก็ นอ้ ย ดังสมการ
HCO3- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ H2CO3 (aq) + H2O (l)
CO32- (aq) + H3O+ (aq) ⇌ HCO3- (aq) + H2O (l)
นอกจากน้ใี นน้ำทะเลยังมี CaCO3 ซ่ึงสามารถกำจดั H3O+ ได้ ดังสมการ
CaCO3 (s) + H3O+ (aq) → Ca2+ (aq) + HCO3- (aq) + H2O (l) )
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
10. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 10.8 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เคมี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เลม่ 4 เพือ่ ทบทวนความรู้
สือ่ การเรียนการสอน/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรเ์ พม่ิ เติม เคมี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 4
2. Power point เรื่อง ประโยชนข์ องสารละลายบฟั เฟอร์
การวดั และการประเมินผล วิธวี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
รอ้ ยละ 60 ผ่าน
จดุ ประสงค์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจสมุด - สมดุ ประจำตวั เกณฑ์
1. บอกวิธกี ารเตรยี ม ประจำตวั
สารละลายบฟั เฟอร์ได้ - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2
- สังเกต ปฏิบตั กิ าร ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) พฤติกรรม
2. สืบค้นการใช้ประโยชน์ - แบบสงั เกต ไดเ้ กณฑ์ในระดบั
จากสารละลายบฟั เฟอร์ได้ - สงั เกต พฤติกรรม ดขี ึน้ ไป
พฤติกรรมการ การทำงาน
ด้านคุณลกั ษณะ (A) ทำงาน
3. ทำงานร่วมกบั ผู้อ่นื
มีสว่ นรว่ มในการแสดง
ความคดิ เหน็ ภายในกลุ่ม
ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของ
ผู้อน่ื และรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 15 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชาเพมิ่ เตมิ เคมี 4 ว 32224 เวลา 26 ชว่ั โมง
บทท่ี 10 กรด-เบส จำนวน 2 ชว่ั โมง
เรื่อง การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้เกย่ี วกับกรด-เบส1
ครผู ้สู อน นางสาวเมทินี สภุ าพันธ
ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ
กรด–เบส
สาระสำคญั
ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส สามารถนำมาใช้ประโยชน์ และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
เกษตรกรรม อตุ สาหกรรม และการแพทย์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
หลังจบกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)
1. สบื ค้นข้อมลู และนำเสนอตวั อย่างการแกป้ ัญหาโดยใชค้ วามรู้เกยี่ วกับกรด-เบสได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. ทดลองเพอ่ื กำจดั ความกระดา้ งของนำ้ ได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผอู้ ่นื และรบั ผิดชอบต่อหนา้ ทท่ี ่ีได้รับมอบหมาย
สาระการเรยี นรู้
น้ำกระด้าง (Hard Water) เป็นน้ำที่มีแคทไอออนของโลหะบางชนิดละลาย เช่น Ca2+ Mg2+
และ Fe2+ ซงึ่ มผี ลต่อสิ่งแวดล้อมและอตุ สาหกรรม ทำให้น้ำทใี่ ช้อยู่ในชีวติ ประจำวันมีความสามารถใน
การทำความสะอาดของสบู่และยังเกิดฟองได้ยาก นอกจากนี้ในทางอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำร้อนใน
โรงงาน จะพบว่ามีตะกรันเกิดขึ้นในหม้อต้มน้ำของโรงงาน ถ้าน้ำที่ใช้เป็นน้ำกระด้าง ทำให้สิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายในการกำจัดตะกรัน และมีผลต่อการขนน้ำผ่านทางท่อ เพราะคาร์บอเนตที่เกิดขึ้นจะไป
อดุ ตันและเคลือบทแ่ี ทงค์นำ้ ได้ และอาจจะมีผลต่อกระบวนการทางเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม
น้ำกระด้างแบ่งออกได้ 2 ชนดิ ตามชนดิ ของเกลือ
1. น้ำกระด้างชั่วคราว (temporary hardness) เป็นน้ำกระด้างที่สามารถกำจัดความกระด้าง
ออกไป ด้วยวธิ ีการต้ม เป็นน้ำท่ีมีไอออนไฮโดรเจนคารบ์ อเนต (HCO3-) ปนอยู่ เม่ือนำไปต้มจะเกดิ การ
ตกตะกอนของโลหะ ทำให้นำ้ หายกระด้างได้
Ca2+(aq) + 2HCO3-(aq) → CaCO3(s) + H2O(l) + CO2(g)
Mg2+(aq) + 2HCO3-(aq) → MgCO3(s) + H2O(l) + CO2(g)
2. น้ำกระด้างถาวร (permanent hardness) นำ้ กระดา้ งชนิดนไี้ ม่สามารถกำจัดความกระด้าง
ออกไปด้วยวธิ กี ารตม้ ได้ เนอ่ื งจากมีแอนไอออนของคลอไรด์ไอออน (Cl-) หรอื ซลั เฟตไอออน (SO42-)
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการทดลอง
2) ทกั ษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ดว้ ยรูปแบบ 5E
ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูต้ังคำถามเพือ่ กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน ดังนี้
• ขณะที่นกั เรียนอาบนำ้ ฟองสบูม่ จี ำนวนมากหรือน้อยเพียงใด
• นักเรียนคดิ ว่านำ้ แต่ละแหล่งนำ้ มสี มบตั ิเหมอื นหรือไม่ อยา่ งไร
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับสมบัติของน้ำ จากนั้นครูเชื่อมโยง
คำตอบของนกั เรยี นเพ่อื นำเขา้ สู่ เร่ือง ความกระดา้ งของน้ำ
ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพื่อทำการทดลอง เรื่อง การทดสอบ
ความกระด้างด้วยสารละลายสบู่ และการทดสอบความกระดา้ งโดยเทคนคิ การไทเทรตของ EDTA
4. สมาชกิ ทุกคนในกลมุ่ ช่วยกนั ปฏบิ ตั กิ ารทดลอง
ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนั้นให้
นักเรยี นทุกคนรว่ มกันอภิปรายผลการศกึ ษาจนมีความเข้าใจทตี่ รงกัน
6. ครูตง้ั คำถามเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน ดงั นี้
เมื่อสบู่ทำปฏิกิริยากับไอออนของโลหะต่อไปนี้ จะได้สารผลิตภัณฑ์เป็นอะไร
(สูตรทั่วไปของสบู่ = C17H35COONa)
• Mg2+
(แนวคำตอบ : (C17H35COO)2Mg และ Na+)
• Al3+
(แนวคำตอบ : (C17H35COO)3Al และ Na+)
7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการศึกษา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า “วิธีการหาความ
กระด้างของนำ้ สามารถหาได้ด้วย 2 วิธี วธิ ีที่ 1 คอื การคำนวณความกระด้างของนำ้ สามารถคำนวณ
ได้จากการแยกหาความเข้มข้นของแคลเซียมและเมกนีเซียม วิธีที่ 2 คือ การไทเทรตด้วย EDTA โดย
การทำปฏิกริ ิยาของโลหะกบั สารละลาย EDTA ซ่งึ 1 โมลของ EDTA ทำปฏิกิรยิ าพอดีกบั โลหะ 1 โมล
เกิดเป็นไอออนเชิงซ้อนที่ไม่มีสี ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งอาศยั อินดิเคเตอรเ์ พื่อสงั เกตการเกิดปฏกิ ิริยา”
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
8. ครูตั้งคำถามนำว่า “วิธีการกำจัดไอออนที่พบในน้ำ ควรทำวิธีการใด” จากนั้นครู
เชือ่ มโยงคำตอบของนักเรียนเพ่ือเขา้ สู่การทดลอง
9. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน (กลุ่มเดิม) เพื่อทำการทดลอง เรื่อง การกำจัด
ความกระด้างของน้ำ
10. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันปฏิบัติการทดลอง จากนั้นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน
ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนั้นให้นักเรียนทุกคนร่วมกันอภิปรายผลการศึกษาจนมีความ
เข้าใจที่ตรงกัน
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
11. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน 3 คน มาแข่งกันเขียนสมการที่เกิดจากการ
แลกเปล่ยี นไอออนของแคลเซยี มไอออนในนำ้ กระดา้ ง กบั สารลดความกระด้าง ดงั นี้
• โซเดียมฟอสเฟต (Na3PO4)
• โซเดยี มคารบ์ อเนต (Na2CO3)
• โซเดียมเตตระโบเรต (Na2B4O7)
สือ่ การเรยี นการสอน/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เติม เคมี ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 4
2. Power point เรือ่ ง การประยุกตใ์ ชค้ วามรเู้ ก่ียวกบั กรด-เบส
3. ปฏิบตั กิ าร เรื่อง น้ำกระดา้ ง
การวัดและการประเมินผล วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
รอ้ ยละ 60 ผา่ น
จุดประสงค์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจสมุด - สมุดประจำตวั เกณฑ์
1. สบื คน้ ข้อมูลและนำเสนอ ประจำตวั
- แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2
ตัวอย่างการแกป้ ัญหาโดยใช้ - สงั เกต ปฏิบัติการ ผา่ นเกณฑ์
พฤติกรรม
ความรู้เกย่ี วกับกรด-เบสได้ - แบบสังเกต ได้เกณฑใ์ นระดบั
- สงั เกต พฤติกรรม ดขี ึ้นไป
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) พฤติกรรมการ การทำงาน
2. ทดลองเพ่ือกำจัดความ ทำงาน
กระด้างของน้ำได้
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผ้อู ื่น
มสี ่วนรว่ มในการแสดง
ความคดิ เหน็ ภายในกลมุ่
ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของ
ผอู้ ื่น และรับผิดชอบต่อหนา้ ท่ี
ท่ไี ด้รับมอบหมาย
ปฏิบตั กิ าร
เร่ือง นำ้ กระด้าง
จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม
1. ศึกษานำ้ กระด้างแตล่ ะประเภท
2. วเิ คราะหห์ าความกระดา้ งของนำ้
3. ศกึ ษาเทคนิคในการกำจดั ความกระด้างของน้ำ
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี ปรมิ าณตอ่ กลุ่ม
รายการ
5 cm3
สารเคมี 5 cm3
1. สารละลายโซเดียมคลอไรด์ เขม้ ข้น 0.1 mol/dm3 5 cm3
2. สารละลายแคลเซยี มคลอไรด์ เข้มข้น 0.1 mol/dm3 5 cm3
3. สารละลายแมกนเี ซยี มคลอไรด์ เขม้ ขน้ 0.1 mol/dm3 5 cm3
4. สารละลายเฟอริกคลอไรด์ เข้มข้น 0.1 mol/dm3 1g
5. สารละลายอลูมเิ นยี มคลอไรด์ เข้มขน้ 0.1 mol/dm3 1g
6. โซเดยี มคาร์บอเนต 1g
7. โซเดยี มบอเรต 20 cm3
8. ไตรโซเดียมฟอสเฟต 5g
9. สารละลายสบู่เจือจาง 10 cm3
10. แคลเซยี มคาร์บอเนต เกรด A.R. 10 cm3
11. สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ เข้มขน้ 0.5 mol/dm3 10 cm3
12. สารละลายบฟั เฟอร์ pH 10 50 cm3
13. สารละลาย EDTA เข้มข้น 0.01 mol/dm3
14. เอริโอโครม แบล็คที (Eriochrome Black T) 1 อนั
วัสดุ และอปุ กรณ์ 1 อัน
1. บีกเกอร์ ขนาด 50 cm3
2. บวิ เรตต์ ขนาด 25 cm3
รายการ ปรมิ าณตอ่ กลุ่ม
3. ขวดรปู ชมพู่ ขนาด 250 cm3 2 อัน
4. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 7 อนั
5. หลอดทดลองขนาดเลก็ 4 อนั
5. หลอดหยด 2 อัน
6. ชอ้ นตักสาร 2 อนั
7. ขาตงั้ พร้อมทจ่ี ับ 1 ชุด
8. ลูกยาง 1 อัน
วธิ ีการทดลอง
ตอนท่ี 1 ทดสอบความกระด้างด้วยสารละลายสบู่
1. นำสารละลายชนิดตา่ ง ๆ ใสห่ ลอดทดลองขนาดใหญ่ อย่างละ 5 mL เตมิ สารละลายสบู่ลงไปที
ละหยด (นบั หยดทุกคร้งั ทีเ่ ติม) เขย่าให้สารละลายเข้ากัน
2. เตมิ สารละลายสบู่ต่อไปอีกจนกระทง่ั เกิดฟองที่เสถยี รอยา่ งนอ้ ย 1 นาที บนั ทึกผลการทดลอง
ตอนที่ 2 ทดสอบความกระด้างโดยเทคนิคการไทเทรตของ EDTA
1.1 หาความเขม้ ขน้ ทแ่ี นน่ อนของสารละลาย EDTA
1. ชัง่ แคลเซยี มคารบ์ อเนต เกรด A.R. จำนวน 0.10 กรมั ใส่ในบีกเกอร์ขนาด 50 mL
2. ละลายด้วยสารละลายกรดไฮโดรคลอริก เข้มข้น 0.5 mol/dm3 ทีละน้อย ๆ จนของแข็ง
ละลายหมด เทใส่ขวดวัดปริมาตร ขนาด 100 mL ล้างบีกเกอร์ด้วยน้ำกลั่น ใส่รวมลงในขวดวัด
ปรมิ าตร (ทำ 2 คร้ัง) แลว้ เตมิ น้ำกลัน่ ให้มีปรมิ าตรครบ 100 mL
3. ปิเปตสารละลายในข้อ 2 มา 25 mL ใส่ขวดรูปชมพู่ เติม 3 mL ของสารละลายบัฟเฟอร์
pH 10 แล้วหยด Eriochrome Black T จำนวน 3 หยด
4. นำมาไทเทรตกับสารละลาย EDTA ที่บรรจุอยู่ในบิวเรต จนสีของสารละลายเปลี่ยนจากสี
ไวนแ์ ดงเป็นสีนำ้ เงนิ บันทึกผลการทดลอง
5. ทำการทดลองซ้ำข้อ 3-4 อีกครั้ง แล้วนำไปคำนวณหาความเข้มข้นที่แน่นอนของ
สารละลาย EDTA
1.2 หาความกระด้างของนำ้
1. ปิเปตน้ำตัวอย่างมา 100 mL ใส่ขวดรูปชมพู่ ขนาด 250 mL เติม 3 mL ของสารละลาย
บัฟเฟอร์ pH 10 แล้วหยด Eriochrome Black T จำนวน 3 หยด
2. นำไปไทเทรตกับสารละลาย EDTA
3. ทำการทดลองซำ้ อกี ครง้ั แล้วคำนวณหาความเขม้ ข้นของ CaCO3
ตอนที่ 3 การกำจดั ความกระดา้ งของน้ำ
1. เตรียมน้ำกระด้างใส่น้ำกลั่นประมาณ 20 mL ลงในบีกเกอร์ เติม CaCl2 และ Mg(NO3)2
อย่างละ 5 หยด
2. ตวงน้ำกระด้างในข้อ 1 ใส่หลอดทดลองขนาดเล็ก 4 หลอด หลอดละ 3 mL แล้วเติมสาร
ตอ่ ไปนปี้ รมิ าณเลก็ นอ้ ยลงไปในหลอดทดลอง
หลอดที่ 1 Na3PO4 หลอดที่ 2 Na2CO3
หลอดท่ี 3 Na2B4O7 หลอดที่ 4 (NaPO3)6
3. เขยา่ หลอดทดลอง นำไปป่นั เหวี่ยง แยกนำ้ ใสใสห่ ลอดทดลองใหม่
4. นำหลอดทดลองในข้อ 3 เติมสารละลายสบู่ลงไปทีละหยด สังเกตการเปลี่ยนแปลง เขย่า
นับจำนวณหยดทท่ี ำให้สารละลายเกิดฟองท่ีเสถยี รประมาณ 1 นาที บันทกึ ผลการทดลอง
ใบบันทกึ กจิ กรรมการทดลอง
เรื่อง นำ้ กระดา้ ง
กลมุ่ ท.ี่ ......................... จำนวนสมาชกิ ........................
ชื่อผู้รายงาน …………………………………………………………………....... เลขที่………………………….
ชือ่ ผูร้ ่วมรายงาน 1. ………………………………………………………………….. เลขท่…ี ……………………….
2. ……………………………………………………………........ เลขที…่ ……………………….
3. .……………………………………………………………....... เลขที่………………………….
4. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….
5. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….
ชนั้ …………………………………
ผลการทดลอง
ตอนที่ 1 ทดสอบความกระด้างด้วยสารละลายสบู่
ประเภท จำนวนหยดของ การเปลีย่ นแปลงที่เกิดข้นึ
สบู่
นำ้ ประปา
น้ำกลัน่
0.1 M NaCl
0.1 M MgCl2
0.1 M Mg(NO3)2
0.1 M FeCl3
0.1 M AlCl3
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
ตอนที่ 2 ทดสอบความกระด้างโดยเทคนิคการไทเทรตของ EDTA
2.1 หาความเขม้ ขน้ ทแ่ี นน่ อนของสารละลาย EDTA
น้ำหนกั ของ CaCO3 ………………………………………………………………………. g
จำนวนโมลของ CaCO3 ………………………………………………………………………. mol
ปรมิ าตรของสารละลาย CaCO3 ทเี่ ตรียม 100 mL
ความเขม้ ขน้ ของ CaCO3 ………………………………………………………………………. Mol/dm3
ในการไทเทรตแต่ละ flask จะใช้สารละลาย Ca2+ 25 mL
จำนวน mol ของ Ca2+ ใน flask ……………………………………………………………… mol
ใชอ้ ินดิเคเตอร์ ................................................................................
เปล่ียนสีสารละลายจากสี .......................................... ไปเป็นสี ............................
Flask ท่ี 1 Flask ที่ 2
1. ขดี ปริมาตรก่อนไทเทรต
2. ขีดปริมาตรหลงั ไทเทรต
3. ปริมาตรของ EDTA ทีใ่ ช้ (2-1) mL
4. ปรมิ าตรเฉล่ียของ EDTA ท่ใี ช้ (mL)
5. ความเข้มขน้ ของสารละลาย EDTA (mol/dm3)
2.2 หาความกระด้างของน้ำ
ปรมิ าตรของนำ้ ตวั อยา่ งท่ีใชแ้ ต่ละครัง้ ........................................................ mL
ความเขม้ ข้นของ EDTA จาก 2.1 ........................................................ mol/dm3
ใช้อนิ ดิเคเตอร์ .........................................................
เปลย่ี นสสี ารละลายจากสี ....................................... ไปเป็นสี ....................................
Flask ที่ 1 Flask ท่ี 2
1. ขีดปรมิ าตรก่อนไทเทรต
2. ขดี ปริมาตรหลงั ไทเทรต
3. ปริมาตรของ EDTA ทใ่ี ช้ (2-1) mL
4. ปริมาตรเฉลยี่ ของ EDTA ทใ่ี ช้ (mL)
5. ความเขม้ ข้นของสารละลาย EDTA (mol/dm3)
น้ำตัวอยา่ งท่ีใชป้ ริมาตร 100 mL มีไอออนของโลหะ = ...................................... mol
ในน้ำ 1000 mL จะมีไอออนของโลหะ = …………………………………………………
= ………………………………………………… mol
ความกระดา้ งของน้ำ 1 L เทียบไอออนของโลหะกับ CaCO3
ดงั น้ัน น้ำตวั อยา่ งมีความกระด้าง = ………………………………………………… g/L
= ………………………………………………… mg/L
= ………………………………………………… ppm
น้ำตัวอย่างมีความกระดา้ งอยู่ในระดบั ................................................................
สรุปผลการทดลอง
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...................................
ตอนที่ 3 การกำจดั ความกระด้างของนำ้
สารลดความกระดา้ งของน้ำ จำนวนหยด ลักษณะของตะกอน
ของน้ำสบู่
Na3PO4
Na2CO3
Na2B4O7
(NaPO3)6
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 16 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพิม่ เตมิ เคมี 4 ว 32224 เวลา 26 ช่ัวโมง
บทที่ 10 กรด-เบส
จำนวน 1 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การประยุกตใ์ ช้ความรเู กยี่ วกบั กรด-เบส2
ผลการเรยี นรู้
สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ
กรด–เบส
สาระสำคัญ
ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส สามารถนำมาใช้ประโยชน์ และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการแพทย์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
หลังจบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. สบื คน้ ข้อมลู การใช้ประโยชนโ์ ดยใช้ความรเู้ ก่ียวกบั กรด-เบสได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. นำเสนอตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์โดยใช้ความรเู้ กย่ี วกับกรด-เบสได้
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคดิ เห็นของผู้อืน่ และรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
สาระการเรยี นรู้
ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และสามารถ
บรูณาการกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ
ตามต้องการหรืออาจสร้างนวัตกรรมเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดจากกรด-เบส โดยใช้ความรู้
เก่ยี วกบั กรด-เบส เช่น การแก้ปญั หาดินเปรย้ี ว การบำบดั น้ำเสยี เป็นตน้
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสังเกต
2) ทักษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรดู้ ้วยรูปแบบ 5E
ข้ันท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครสู นทนากบั นักเรียนเกยี่ วกบั กรด-เบสในชีวิตประจำวัน เช่น ปฏกิ ิริยาของกรดกับ
โลหะ ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งกรดกับเบส และปฏกิ ิรยิ าของเบสกับโลหะ
2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า ปฏิกิริยาของกรด-เบสที่เกิดขึ้นใน
ชวี ิตประจำวนั มีประโยชนแ์ ละโทษตอ่ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งไร
(แนวตอบ : ขึน้ อยูก่ ับคำตอบของนักเรียน)
3. ก่อนเข้าสู่บทเรียนครูนำภาพประกอบการสอนเกี่ยวกับผู้ได้รับความเสียหายจาก
ปฏิกริ ยิ ากรด-เบส เชน่ ภาพส่ิงก่อสร้างที่ไดร้ ับผลกระทบจากฝนกรดมาให้นักเรยี นศึกษา รวมทั้งภาพ
ผลติ ภณั ฑ์ เช่น สบู่ซงึ่ เป็นผลติ ภัณฑท์ ี่ผลติ มาจากปฏิกิรยิ าเคมีกรด-เบส
4. ครูนำฉลากของผลิตภัณฑ์สารเคมี เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ มาให้นักเรียนศึกษา
เกี่ยวกับคำเตือน วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อได้รับอันตรายที่เป็นผลมาจากปฏิกิริยาเคมีกรด-เบส แล้ว
อภิปรายรว่ มกันเพือ่ ให้ได้ข้อสรุปวา่ “เคมภี ณั ฑ์มีทง้ั ประโยชน์และโทษ ดังน้ัน นักเรยี นจงึ จำเป็นต้องมี
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และหลีกเลี่ยง
อนั ตรายจากปฏิกริ ิยาเคมี รวมทง้ั สามารถวางแนวทางการป้องกนั ไดจ้ ากอันตรายทเี่ กิดขน้ึ ”
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
5. ใหน้ ักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้เก่ียวกับกรด-เบส
6. ให้นักเรียนจับคู่ร่วมกันอภิปรายการนำความรู้กรด-เบสไปใช้ประโยชน์หรือ
แก้ปญั หาในชวี ิตประจำวนั ลงในกระดาษ A4
7. ครูสุ่มเรยี นนกั เรียน 2-3 คู่ เสนอตวั อยา่ งของการใช้ประโยชน์โดยใชค้ วามรู้เก่ียวกับ
กรด-เบส
8. เมื่อนักเรียนทราบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบสแล้ว ให้
นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ทำกิจกรรม ตัวอย่างการใช้ประโยชน์โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด-
เบส โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระและหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อจัดทำเป็นรายงานและป้ายนิเทศ
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
9. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอป้ายนิเทศ เรื่อง การนำความรู้กรด-เบสไปใช้
ประโยชน์หรือแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั เมอ่ื นำเสนอจบแล้วให้ตวั แทนกลมุ่ นำรายงานมาส่งครู
10. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “การนำความรู้
กรด-เบสไปใชป้ ระโยชนห์ รือแก้ปญั หาในชีวิตประจำวันมีมากมาย เช่น การบำบดั น้ำเสยี ใหม้ ีค่า pH ที่
เหมาะสม เค้กเรดเวทที่มีเนื้อสีแดงสดน่ารับประทาน และการปรับสมดุล pH ในแชมพูเพื่อควบคุม
pH ให้อยใู่ นชว่ งทเ่ี หมาะสมกับสภาพเสน้ ผมของมนุษย์ เป็นตน้ ”
11. ครูถามคำถามท้ายกิจกรรมว่า นักเรียนมีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิด
จากปฏิกิรยิ าเคมกี รด-เบสในชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งไร
(แนวตอบ : ขึน้ อยู่กบั คำตอบของนกั เรียน)
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
12. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วครูกำหนดสถานการณ์เกี่ยวกับปฏิกิริยา
เคมีกรด-เบสที่อาจเป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น ราวตากผ้าเกิดสนิม พื้นห้องน้ำสึกกรอ่ น หรือให้
นักเรียนเลือกกำหนดปัญหาเอง แล้วให้นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์แล้วนำความรู้เรื่อง ประโยชน์
และโทษของปฏกิ ิริยาเคมี มาบรู ณาการกับวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์
เพือ่ วางแผน ออกแบบวิธีการแกป้ ญั หา ปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ์ หรือสรา้ งนวัตกรรมทีใ่ ช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
จากปฏกิ ิริยา
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
13. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี แล้วให้นักเรียนสรุปเป็น
รปู แบบผงั มโนทศั น์ลงในกระดาษ A4 แล้วนำมาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
14. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ทา้ ยบทเพื่อทบทวนความรู้
สือ่ การเรียนการสอน/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 เลม่ 4
2. Power point เรือ่ ง การประยุกต์ใช้ความรเู้ กีย่ วกับกรด-เบส
การวัดและการประเมินผล วิธวี ัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ถามตอบ ร้อยละ 60 ผ่าน
จุดประสงค์ - การตอบคำถาม - สมดุ ประจำตัว
ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจสมุด เกณฑ์
1. สบื คน้ ขอ้ มลู การใช้ ประจำตวั - แบบประเมินการ
ประโยชน์โดยใช้ความรู้ ปฏิบตั กิ าร ระดับคุณภาพ 2
เกย่ี วกบั กรด-เบสได้ - สงั เกต ผ่านเกณฑ์
พฤติกรรม
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. นำเสนอตัวอย่างการใช้
ประโยชน์โดยใชค้ วามรู้
เกย่ี วกบั กรด-เบสได้
จุดประสงค์ วธิ ีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผอู้ ่ืน - สงั เกต - แบบสงั เกต ไดเ้ กณฑ์ในระดับ
มีสว่ นรว่ มในการแสดง พฤติกรรมการ พฤติกรรม ดขี น้ึ ไป
ความคิดเห็นภายในกลมุ่ ทำงาน การทำงาน
ยอมรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้อื่น และรับผิดชอบต่อหนา้ ที่
ที่ไดร้ ับมอบหมาย
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 17 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ชัว่ โมง
บทท่ี 11 เคมไี ฟฟ้า จำนวน 1 ชัว่ โมง
เรื่อง เลขออกซิเดชนั
ครผู ูส้ อน นางสาวเมทินี สภุ าพนั ธ
ผลการเรียนรู้
คำนวณเลขออกซิเดชนั และระบปุ ฏิกริ ิยาทเ่ี ป็นปฏกิ ิริยารดี อกซ์
สาระสำคัญ
เคมีไฟฟ้าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างพลังงานไฟฟ้าและการเกิดปฏิกิริยา
เคมีที่มีการถา่ ยโอนอิเล็กตรอนแล้วทําใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ซ่งึ เปน็ เลขที่แสดงประจุ
ไฟฟา้ หรือประจุไฟฟ้าสมมติของอะตอมธาตุเรยี กปฏกิ ิริยาชนิดนี้วา่ ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จบกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ นักเรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. ระบุเลขออกซิเดชันของธาตตุ า่ ง ๆ ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
2. คำนวณเลขออกซเิ ดชนั ของธาตใุ นสารประกอบและไอออนตา่ ง ๆ ได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผอู้ ื่น และรับผดิ ชอบตอ่ หน้าทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย
สาระการเรยี นรู้
เลขออกซิเดชันเป็นค่าประจุไฟฟ้าที่สมมติขึ้นมาของไอออนหรืออะตอมของธาตุ โดยคำนวณ
จากการรับหรือการจ่ายอิเล็กตรอน หรือการใช้พันธะร่วมกัน ซึ่งการเขียนเลขออกซิเดชันจะเขียน
เครือ่ งหมาย + หรอื – ไว้หนา้ ตวั เลขเสมอ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการใชจ้ ำนวน
2) ทักษะการตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
การจดั กจิ กรรมการเรียนรูด้ ว้ ยรูปแบบ 5E
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูยกตัวอย่างแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้าที่ได้จากแหล่งตา่ ง ๆ รวมทั้งที่ได้จากปฏิกิริยาเคมี
เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ ถ่านไฟฉาย เพื่อชี้ให้เห็นว่าปฏิกิริยาเคมีสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้ และ
การศึกษาเก่ยี วกับการเกิดปฏกิ ิริยาเคมแี ละพลังงานไฟฟา้ เรยี กวา่ เคมีไฟฟา้
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
2. ครอู ธิบายว่าพลงั งานไฟฟ้าเกดิ จากการถ่ายโอนอิเล็กตรอน ปฏิกิรยิ าเคมีท่มี ีการถ่าย
โอนอเิ ลก็ ตรอนระหว่างสารเรยี กว่า ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์ โดยการถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนระหวา่ งสารพิจารณา
ไดจ้ ากการเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั ของธาตุในสารทท่ี ำปฏิกริ ยิ าเคมีน้ัน
3. ครูอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดและวิธีการหาเลขออกซิเดชันของธาตุ และให้ความรู้
เพิ่มเติมว่าในสารประกอบ ธาตุที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวืตีมากกว่าจะมีเลขออกซิเดชันเป็นลบ จากนั้น
นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยแต่ละคู่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการหาเลขออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบ
หรือไอออน และรว่ มกันฝึกการคำนวณเลขออกซเิ ดชันของธาตใุ นสารประกอบหรือไอออน
ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. ครูต้งั คำถามใหน้ กั เรียนร่วมกันอภปิ ราย เรอ่ื ง เลขออกซิเดชัน ดังนี้
1) ธาตอุ สิ ระทุกชนดิ จะมีเลขออกซเิ ดชันเทา่ กบั เทา่ ใด
(แนวคำตอบ : ศูนย)์
2) เลขออกซิเดชันของออกซิเจนในสารประกอบซูเปอร์ออกไซด์และสารประกอบ
เปอรอ์ อกไซดม์ ีคา่ เท่ากันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : ไม่เท่ากัน ในสารประกอบซูเปอร์ออกไซด์ ออกซิเจนจะมีเลข
ออกซิเดชนั เท่ากับ - 1/2 ส่วนในสารประกอบเปอรอ์ อกไซด์ ออกซเิ จนจะมีเลขออกซิเดชันเทา่ กับ -1)
3) ธาตแุ ทรนซิชนั ทุกตัวจะมีเลขออกซิเดชนั ไดห้ ลายคา่ ใช่หรือไม่
(แนวคำตอบ : ไม่ใช่ Ag Zn และ Sc จะมีเลขออกซิเดชันได้ค่าเดยี ว โดย Ag มีเลข
ออกซเิ ดชันเท่ากับ +1 Zn มีเลขออกซเิ ดชนั เท่ากบั +2 และ Sc มเี ลขออกซิเดชันเทา่ กบั +3)
4) สารประกอบจะมีผลรวมของเลขออกซิเดชันเปน็ เท่าใด
(แนวคำตอบ : ศูนย์)
5. ครูใหน้ ักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ ดังน้ี
เลขออกซิเดชันของโครเมียม (Cr) ในโครเมียม(I)ออกไซด์ (CrO) และโครเมตไอออน
(CrO42-)มคี า่ เปน็ เท่าใด
(แนวคำตอบ : คำนวณเลขออกซิเดชนั ของ Cr ใน CrO
ผลรวมของเลขออกซิเดชันของธาตทุ ง้ั หมดใน CrO เทา่ กบั 0 จะได้
[เลขออกซิเดชันของ Cr] + [เลขออกซิเดชนั ของ O] = 0
[เลขออกซเิ ดชันของ Cr]+ (-2) = 0
เลขออกซิเดชันของ Cr = +2
ดงั นัน้ เลขออกซเิ ดชันของโครเมยี ม (Cr) ในโครเมียม(I)ออกไซด์ (CrO) มคี า่ เทา่ กบั +2
คำนวณเลขออกซิเดชนั ของ Cr ใน CrO42-
ผลรวมของเลขออกซิเดชนั ของธาตทุ ้ังหมดใน CrO : เท่ากบั -2 จะได้
[เลขออกซเิ ดชนั ของ Cr] + [4 x เลขออกซเิ ดชนั ของ O] = -2
[เลขออกซิเดชันของ Cr] + [4 x (-2)] = -2
เลขออกซิเดชนั ของ Cr = +6
ดังนั้น เลขออกซิเดชนั ของโครเมียม (Cr) ในโครเมตไอออน (CrO42-) มคี า่ เท่ากับ +6)
ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
6. ครูชี้ให้เห็นว่า เลขออกซิเดชันของธาตุออกซิเจนมีได้หลายค่า จากนั้นให้นักเรียน
พิจารณาเลขออกซิเดชนั ของธาตอุ ืน่ ๆ แลว้ ครูแสดงรูปตารางธาตทุ ่ีมคี า่ เลขออกซิเดชันของธาตุ ดงั น้ี
จากนั้นครใู ห้นักเรียนพจิ ารณาร่วมกนั เกย่ี วกบั เลขออกซิเดชนั
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
7. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปเก่ยี วกับเลขออกซเิ ดชัน ดงั นี้
นอกจากธาตุหมู่ IA IIA IIIA (ยกเว้น Tl) และ IIIB แล้ว ธาตุที่เหลือส่วนใหญ่มีเลข
ออกซิเดชนั ไดห้ ลายค่า และมคี ่าไดส้ ูงสุดเทา่ กบั หมหู่ รือจำนวนเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนของธาตุนน้ั
8. ครใู ห้นกั เรียนทำใบงาน เร่ือง เลขออกซเิ ดชัน
สอื่ การเรียนการสอน/แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์เพิม่ เติม เคมี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 เลม่ 4
2. Power point เรือ่ ง เลขออกซเิ ดชนั
3. ใบงาน เรอื่ ง เลขออกซิเดชัน
การวดั และการประเมินผล วิธีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
จดุ ประสงค์ - การตอบคำถาม - ถามตอบ รอ้ ยละ 60 ผ่าน
ด้านความรู้ (K) - ตรวจใบงาน - ใบงาน เกณฑ์
1. ระบุเลขออกซิเดชนั ของ
ธาตตุ า่ ง ๆ ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - สังเกต - แบบประเมินการ ระดับคุณภาพ 2
2. คำนวณเลขออกซิเดชัน พฤติกรรม ปฏิบตั ิการ ผา่ นเกณฑ์
ของธาตุในสารประกอบและ - สงั เกต - แบบสงั เกต ได้เกณฑ์ในระดบั
พฤติกรรมการ พฤติกรรม ดขี ้ึนไป
ไอออนต่าง ๆ ได้ ทำงาน การทำงาน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผู้อืน่
มสี ว่ นร่วมในการแสดง
ความคิดเหน็ ภายในกลุ่ม
ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของ
ผู้อ่ืน และรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ใบงาน
เรื่อง เลขออกซเิ ดชัน
คำชแี้ จง : ตอบคำถามเกยี่ วกบั เลขออกซิเดชนั
1. ไอออนธาตหุ มู่ 1A และหมู่ 2A มเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กับเทา่ ใด ตามลำดบั
2. จงระบุเลขออกซเิ ดชันของแตล่ ะธาตุในสารประกอบ NH4Cl
3. จงระบเุ ลขออกซิเดชันของแตล่ ะธาตุในสารประกอบ KMnO4
4. สารต่อไปน้ี P4 S2- NH3 S8 CO32- CO2 NO2- และ CO สารใดมเี ลขออกซเิ ดชันเท่ากบั ศูนย์
5. ธาตุ O และ Cr ในสารประกอบ OF2 และ K2Cr2O7 มเี ลขออกซิเดชันเทา่ กบั เท่าใด ตามลำดบั
6. สารต่อไปนี้ O2 CO2 H2O และ H2O2 สารใดทอ่ี อกซิเจนมเี ลขออกซเิ ดชนั เทา่ กับศูนย์
7. สารตอ่ ไปน้ี NH3 H2O NaH และ HClO3 สารใดทไี่ ฮโดรเจนมเี ลขออกซิเดชนั เทา่ กับ -1
8. สารต่อไปนี้ HCl HClO HClO2 และ HClO3 สารใดทีค่ ลอรีนมเี ลขออกซเิ ดชนั สูงทีส่ ุด
9. เลขออกซิเดชันของ X ใน KX(SO4)2 [X(NH3)6]Cl2 K2X(CN)6 และ [X(H2O)6]Br3 มีค่าเท่าใด
ตามลำดบั
10. เลขออกซิเดชันของ Cr ใน Cr2O3 Cr2O72- CrO42- PbCrO4 KCr(SO4)2 K3Cr(CN)6 และ
(NH4)2Cr2O7 มีค่าเทา่ ใด ตามลำดับ
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 18 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ช่วั โมง
บทท่ี 11 เคมไี ฟฟา้ จำนวน 2 ชัว่ โมง
เรือ่ ง ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ 1
ครูผูส้ อน นางสาวเมทนิ ี สุภาพนั ธ
ผลการเรียนรู้
1. คำนวณเลขออกซเิ ดชัน และระบปุ ฏกิ ิริยาท่เี ปน็ ปฏกิ ิริยารดี อกซ์
2. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทั้งเขียน
ครง่ึ ปฏิกิรยิ าออกซิเดชนั และคร่งึ ปฏิกิริยารดี กั ชนั ของปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
สาระสำคัญ
ปฏิกิริยารีดอกซ์มีทั้งครึ่งปฏิกิริยาที่มีการให้อิเล็กตรอน เรียกว่า ครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชันและ
คร่ึงปฏกิ ิรยิ าทม่ี ีการรบั อิเลก็ ตรอน เรียกวา่ ครึ่งปฏิกิริยารีดักชัน โดยสารที่ให้อิเล็กตรอนจะมีเลข
ออกซิเดชันเพิ่มขึ้น เรียกว่า ตัวรีดิวซ์ ส่วนสารที่รับอิเล็กตรอนจะมีเลขออกซิเดชัน ลดลง เรียกว่า
ตวั ออกซไิ ดส์
จุดประสงค์การเรียนรู้
หลงั จบกิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการถ่ายโอนอิเล็กตรอนของปฏิกิริยารีดอกซ์
ระหวา่ งโลหะกบั ไอออนของโลหะ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ทดลองเพ่อื ศกึ ษาการเกิดปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ได้
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่ และรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
สาระการเรียนรู้
ปฏิกิริยาออกซิเดชันและปฏิกิริยารีดักชันจัดเป็นครึ่งปฏิกิริยา เมื่อรวมทั้งสองปฏิกิริยา
เขา้ ด้วยกนั จะได้ปฏิกริ ยิ าทเ่ี รียกว่า ปฏิกิริยารีดอกซ์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการทดลอง
2) ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรปู แบบ 5E
ข้ันที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “ธาตุแต่ละชนิดสามารถมี
เลขออกซิเดชันได้หลายค่าหรอื ไม”่ แล้วให้นักเรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนร่วมกัน
อภิปราย
(แนวตอบ : ธาตบุ างชนิดจะมีเลขออกซิเดชนั ได้เพียงค่าเดียว แต่ธาตุบางชนิดสามารถ
มีเลขออกซเิ ดชันไดห้ ลายค่า)
2. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับเลขออกซิเดชัน จากนั้นครูอธิบาย
เพิ่มเติมว่า “ในปฏิกิริยาบางปฏิกิริยาธาตุชนิดหนึ่งอาจมีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้นได้ ส่วนธาตุอีกชนิด
หนึ่งอาจมีเลขออกซิเดชันลดลงได้ ซึ่งเรียกปฏิกิริยาที่มีการเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันของธาตุนี้ว่า
ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ”์
ขนั้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เพื่อทำการทดลอง เรื่อง การเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์
ระหวา่ งโลหะกบั ไอออนของโลหะ
4. สมาชิกทกุ คนในกลมุ่ ชว่ ยกันลงมือทำการทดลอง
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมานำเสนอผลการทดลอง หลังจากนั้นให้
นักเรียนทกุ คนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองจนมคี วามเข้าใจท่ตี รงกัน
6. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปผลจากการทำการทดลอง ซ่ึงได้ขอ้ สรปุ ดังนี้
• สารละลาย CuSO4 มีสีฟ้า และในสารละลายมี Cu2+ ส่วนสารละลาย ZnSO4 ไม่
มสี ี และในสารละลายมี Zn2+
• การทดลองที่เกดิ ปฏิกิรยิ า คือ Zn จุ่มอยูใ่ นสารละลาย Cu2+ และมี Cu กบั Zn2+
เกิดขึ้น แสดงว่า มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่าง Zn กับ Cu2+ หลังเกิดปฏิกิริยาแล้วในสารละลาย
จะมี Zn2+ เพ่มิ ขึ้น ส่วน Cu2+ ลดลง ส่งผลใหส้ ารละลายมีสฟี ้าจางลง
ข้ันท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
7. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ปฏิกิริยารีดอกซ์ จากนั้นสุ่มนักเรียนแกมาเฉลยหน้า
ช้ันเรยี น
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
8. ครูให้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรื่อง การถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนของปฏิกิริยารีดอกซ์
ระหวา่ งโลหะกบั ไอออนของโลหะ
9. ครูตรวจใบงาน เร่อื ง ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์
ส่ือการเรยี นการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์เพิม่ เตมิ เคมี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 4
2. Power point เรื่อง ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์
3. ปฏิบัตกิ าร เรื่อง การเกิดปฏกิ ิรยิ ารีดอกซร์ ะหว่างโลหะกับไอออนของโลหะ
4. ใบงาน เรอ่ื ง ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
การวัดและการประเมนิ ผล วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
- การตอบคำถาม - ถามตอบ
จุดประสงค์ - ตรวจใบงาน - ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผา่ น
ด้านความรู้ (K) เกณฑ์
1. อธิบายการเปล่ยี นแปลงที่ - สังเกต - แบบประเมินการ
พฤติกรรม ปฏิบัติการ ระดับคุณภาพ 2
เกิดขน้ึ จากการถา่ ยโอน ผ่านเกณฑ์
- สังเกต - แบบสงั เกต
อิเลก็ ตรอนของปฏิกิริยา พฤติกรรมการ พฤติกรรม ได้เกณฑ์ในระดบั
ทำงาน การทำงาน ดขี ึน้ ไป
รดี อกซ์ระหว่างโลหะกับ
ไอออนของโลหะ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ทดลองเพ่ือศึกษาการ
เกดิ ปฏิกิริยารดี อกซ์ได้
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
3. ทำงานรว่ มกับผ้อู ืน่
มสี ่วนรว่ มในการแสดง
ความคิดเห็นภายในกลุม่
ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของ
ผู้อ่ืน และรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี
ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ปฏบิ ตั กิ าร
เรอื่ ง การเกิดปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ระหว่างโลหะกับไอออนของโลหะ
จุดประสงคก์ ารทดลอง
1. ทดลองการเกิดปฏิกริ ิยารดี อกซ์
2. อธิบายการเปลยี่ นแปลงที่เกดิ ข้ึนจากการถ่ายโอนอิเล็กตรอนของปฏกิ ิริยารีดอกซ์ระหว่างโลหะ
กบั ไอออนของโลหะ
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี ปรมิ าณต่อกลุ่ม
รายการ
25 mL
สารเคมี 1 ช้นิ
1. สารละลายคอปเปอร(์ II)ซัลเฟต (CuSO4) 0.10 mol/L
2. แผน่ โลหะสงั กะสี (Zn) ขนาด 2 cm x 5 cm 1 ใบ
วสั ดแุ ละอุปกรณ์ 1 อัน
1. บกี เกอร์ ขนาด 50 mL 1 อัน
2. กระบอกตวง ขนาด 25 mL 1 ช้นิ
3. แท่งแกว้ คน
4. กระดาษทราย ขนาด 3 cm x 3 cm
วิธีทำการทดลอง
1. ขดั แผน่ โลหะ Zn ดว้ ยกระดาษทราย
2. ใส่ CuSO4 0.10 mol/L ปริมาตร 25 mL ลลงในบกี เกอร์ สงั เกตสีของสารละลาย
3. จุ่มแผ่นโลหะ Zn ลงในบกี เกอร์ สงั เกตการเปลี่ยนแปลง
4. ตงั้ ไว้ 1-2 นาที สังเกตการเปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ ทั้งท่ีสารละลายและแผ่นโลหะ ถา้ มีสารมาเกาะ
บนแผน่ โลหะให้ใชแ้ ท่งแกว้ คนเข่ยี ออก และสังเกตแผ่นโลหะอีกคร้ัง
ใบบนั ทกึ กจิ กรรมการทดลอง
เรอ่ื ง การเกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ระหวา่ งโลหะกบั ไอออนของโลหะ
กลมุ่ ท.่ี ......................... จำนวนสมาชิก ........................
ชอ่ื ผู้รายงาน …………………………………………………………………....... เลขท…่ี ……………………….
ชื่อผรู้ ่วมรายงาน 1. ………………………………………………………………….. เลขท…่ี ……………………….
2. ……………………………………………………………........ เลขท…ี่ ……………………….
3. .……………………………………………………………....... เลขท…่ี ……………………….
4. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….
5. …………………………………………………….………....... เลขที่………………………….
ช้นั …………………………………
ผลการทดลอง การเปล่ยี นแปลงท่ีสังเกตได้
การทดลอง
สารละลาย แผ่นโลหะ
กอ่ นการทดลอง
เม่ือทดลอง
อภปิ รายผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................... .......................
............................................................................................................ ....................................................
ใบงาน
เรื่อง ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์
คำชแ้ี จง : ตอบคำถามเกี่ยวกับปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์
จงระบวุ ่าปฏกิ ริ ยิ าที่กำหนดใหเ้ ปน็ ปฏิกริ ิยารดี อกซ์หรอื ไม่
ปฏิกิริยา ปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์
เป็น ไมเ่ ป็น
Sn2+ + 2Fe3+ → Sn4+ + 2Fe2+
2CrO42- + 2H3O+ → Cr2O72- + 3H2O
CS2 + 3Cl2 → CCl4 + S2Cl2
CH4 + 2O2 → CO2 + 2H2O
PCl3 + 3H2O → 3HCl + H3PO3
NaH + H2O → NaOH + H2
Zn + 2HCl → ZnCl2 + H2
Cr2O72- + 2OH- → 2CrO42- + H2O
2CuCl → CuCl2 + Cu
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 19 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ าเพิม่ เติม เคมี 4 ว 32224 เวลา 27 ชวั่ โมง
บทท่ี 11 เคมีไฟฟ้า จำนวน 2 ชัว่ โมง
เรอื่ ง ปฏิกริ ิยารีดอกซ์ 2
ครผู ู้สอน นางสาวเมทินี สภุ าพันธ
ผลการเรยี นรู้
1. คำนวณเลขออกซิเดชัน และระบุปฏกิ ิริยาทเี่ ป็นปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
2. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทั้งเขียน
ครง่ึ ปฏิกิริยาออกซิเดชันและครึง่ ปฏกิ ริ ิยารีดักชันของปฏิกริ ิยารดี อกซ์
3. ทดลอง และเปรยี บเทยี บความสามารถในการเปน็ ตวั รดี ิวซ์หรอื ตวั ออกซิไดส์ และเขยี นแสดง
ปฏิกริ ิยารีดอกซ์
สาระสำคัญ
ปฏิกิริยารีดอกซ์มีทั้งครึ่งปฏิกิริยาที่มีการให้อิเล็กตรอน เรียกว่า ครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชันและ
ครึ่งปฏกิ ิรยิ าท่ีมกี ารรบั อิเล็กตรอน เรียกว่า ครึ่งปฏิกิริยารีดักชัน โดยสารที่ให้อิเล็กตรอนจะมีเลข
ออกซิเดชันเพิ่มขึ้น เรียกว่า ตัวรีดิวซ์ ส่วนสารที่รับอิเล็กตรอนจะมีเลขออกซิเดชันลดลง เรียกว่า
ตัวออกซิไดส์
การเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์สามารถพิจารณาได้จาก
ผลการทดลองของปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จบกจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)
1. วิเคราะหก์ ารเปลยี่ นแปลงเลขออกซเิ ดชนั และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซไิ ดส์ได้