247
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ว30242 ชวี วทิ ยา 2 กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาเกี่ยวกับโครโมโซม และสารพันธุกรรม โครงสร้างของDNA การจําลอง DNA การควบคุม
ลักษณะทางพันธุกรรมของ DNA มิวเทชันและการเกิดมิวเทชัน ศึกษาการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
การศกึ ษาพนั ธุกรรมของเมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพนั ธุกรรมท่เี ป็นส่วนขยายของ
พันธุศาสตร์เมนเดล การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน ศึกษาเทคโนโลยีทางดี
เอ็นเอ พันธุวิศวกรรมและการโคลนยีน การหาขนาดของ DNA และการหาลําดับนิวคลีโอไทด์ การ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอกับความปลอดภัยทางชีวภาพและชีวจริยธรรม ศึกษาเก่ียวกับ
วิวฒั นาการ หลักฐานและข้อมลู ทีใ่ ช้ในการศึกษาววิ ัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเก่ียวกับวิวฒั นาการของ
สิ่งมีชวี ิต พันธุศาสตร์ประชากรวิวัฒนาการของมนษุ ย์ ปัจจัยที่ทําให้เกิดการเปล่ียนแปลงความถ่ีของแอลลีล
และกําเนิดของสปชี สี ์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต วเิ คราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ
มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ
ตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
16. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และสรุปผลการทดลอง ของเมนเดล
17. อธิบาย และสรุปกฎแห่งการแยก และกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ และนํากฎของเมนเดลนี้ ไป
อธิบายการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมและใชใ้ นการคาํ นวณโอกาสในการเกิดฟีโนไทปแ์ ละจโี นไทป์
แบบตา่ ง ๆ ของรุน่ F1 และ F2
18. สบื คน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรปุ เก่ียวกบั การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ที่เป็นส่วนขยาย
ของพันธุศาสตรเ์ มนเดล
19. สบื คน้ ข้อมลู วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพนั ธุกรรมท่ีมกี ารแปรผันไม่ต่อเนื่องและลักษณะ
ทางพันธกุ รรมทมี่ ีการแปรผนั ต่อเนอ่ื ง
20. อธิบายการถา่ ยทอดยนี บนโครโมโซม และยกตัวอย่างลักษณะทางพันธกุ รรมที่ถูกควบคมุ ดว้ ยยนี บนออ
โตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ
21. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายสมบตั ิและหน้าท่ขี องสารพันธกุ รรม โครงสรา้ งและองค์ประกอบทางเคมีของ DNA
และสรุปการจําลอง DNA
248
22. อธิบาย และระบุข้ันตอนในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนและหน้าทขี่ อง DNA และ RNA แต่ละชนิด
ในกระบวนการสังเคราะห์ โปรตนี
23. สรุปความสัมพันธ์ระหว่างสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลักษณะทางพันธุกรรม และเช่ือมโยงกับ
ความรูเ้ รื่องพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
24. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายการเกดิ มวิ เทชนั ระดับยีนและระดบั โครโมโซม สาเหตกุ ารเกิดมิวเทชัน รวมท้ัง
ยกตวั อยา่ งโรคและกลุ่มอาการท่ีเป็นผลของการเกดิ มิวเทชัน
25. อธบิ ายหลกั การสร้างสง่ิ มชี วี ติ ดัดแปรพันธกุ รรมโดยใชด้ ีเอน็ เอรีคอมบิแนนท์
26. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนําเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ท้ังในด้าน
สงิ่ แวดล้อม นติ ิวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม และข้อควรคํานึงถึงดา้ นชีวจริย
ธรรม
27. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานที่สนับสนุนและข้อมูลท่ีใช้อธิบายการเกิดวิวัฒนาการของ
สิ่งมชี ีวติ
28. อธิบาย และเปรียบเทียบแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามาร์ก และทฤษฎี
เก่ยี วกับวิวฒั นาการของส่งิ มชี วี ติ ของชาลส์ ดารว์ ิน
29. ระบุสาระสําคัญ และอธิบายเง่ือนไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์ก ปัจจัยท่ีทําให้เกิดการ
เปลยี่ นแปลงความถขี่ องแอลลลี ในประชากร พรอ้ มทั้งคํานวณหาความถขี่ องแอลลลี และจีโนไทปข์ อง
ประชากรโดยใชห้ ลักของฮาร์ดี-ไวน์เบริ ์ก
30. สบื ค้นข้อมูล อภปิ ราย และอธิบายกระบวนการเกิดสปีชีสใ์ หมข่ องส่งิ มชี วี ติ
รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้
249
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
ว31261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาวิเคราะห์ อธิบาย ตรวจสอบเก่ียวกับการแบ่งช้ันและสมบัติของโครงสร้างโลก แบ่งช้ัน
โครงสร้างโลกตามเกณฑ์การเคล่ือนท่ีของคลื่นและองค์ประกอบทางเคมีของหิน อธิบายลักษณะของ
โครงสร้างโลกในแตล่ ะชั้น อธิบายทฤษฏีทวปี เลื่อน ทฤษฏกี ารแผ่ขยายตวั ของมหาสมุทร การเคลื่อนท่ขี อง
แผ่นธรณีในรูปแบบต่างๆ ยกตัวอย่างของการเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณีแต่ละชนิดท่ีปรากฏบนพื้นผิวโลก
อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด ผลกระทบและแนวทางปอ้ งกัน การเกดิ ธรณีพิบตั ิภัย ท้ัง แผน่ ดนิ ไหว ภเู ขา
ไฟระเบิด และสึนามิ สืบค้นข้อมูลและวิเคราะห์ปัจจัยท่ีมีผลตอ่ ความรุนแรงของการปะทุ และรูปร่างของ
ภเู ขาไฟ ศึกษา วเิ คราะห์ และอธิบายลําดบั เหตุการณท์ างธรณวี ิทยาที่กาํ หนดให้ได้ โดยใช้กฎการลําดบั ช้ัน
หนิ บอกลกั ษณะโครงสร้างทางธรณที ่ีพบ เรียงลําดับอายขุ องหนิ เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาไดถ้ กู ต้อง ศกึ ษา
วิเคราะห์ อธบิ าย ทรัพยากรแร่ การใช้ประโยชน์ลกั ษณะเดน่ ของแร่ จําแนกชนิดของหิน ระบุช่อื หิน รวมทั้ง
วเิ คราะห์สมบัตแิ ละนําเสนอการใช้ ประโยชน์ของ ทรัพยากรหินท่เี หมาะสม ศึกษาอธิบายการสาํ รวจแหล่ง
ปิโตรเลียมและถ่านหินโดยใช้ข้อมูลทางธรณีวิทยา อ่านและแปลความหมายจากแผนท่ีภูมิประเทศ และ
แผนที่ธรณวี ิทยาได้ถูกต้อง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สอ่ื สารสิ่งท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีความสามารถในการตดั สินใจ นาํ ความรู้ไปใชใ้ น
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ นาํ ความรแู้ ละหลักการไปใช้อธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แก้ปัญหาเก่ียวกับการดํารงชีวิต
ผลการเรียนรู้
13. อธิบายการแบ่งช้ันและสมบัติของโครงสร้างโลกพร้อมยกตัวอยา่ งขอ้ มลู ท่ีสนับสนุน
14. อธบิ ายหลกั ฐานทางธรณีวิทยาท่ีสนับสนนุ การเคลือ่ นที่ของแผ่นธรณี
15. ระบุสาเหตแุ ละอธิบายแนวรอยตอ่ ของแผน่ ธรณี ทสี่ ัมพันธ์กับการเคลือ่ นท่ขี องแผน่ ธรณี พรอ้ ม
ยกตัวอย่างหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่พบ
16. วเิ คราะห์หลักฐานทางธรณวี ิทยาทพี่ บ ในปัจจุบนั และอธบิ ายลาํ ดับเหตกุ ารณ์ ทางธรณวี ทิ ยาใน
อดีต
17. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิดภเู ขาไฟระเบดิ และปัจจัยที่ทําให้ความรุนแรงของการปะทุ และ
รูปรา่ งของภเู ขาไฟแตกตา่ งกันรวมทง้ั สบื ค้นข้อมลู พนื้ ทเ่ี สี่ยงภยั ออกแบบและนาํ เสนอ แนว
ทางการเฝา้ ระวังและการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัย
250
18. อธบิ ายสาเหตกุ ระบวนการเกิดขนาดและความรุนแรงและผลจากแผน่ ดนิ ไหวรวมท้ัง สืบค้นข้อมูล
พน้ื ที่เสยี่ งภัย ออกแบบและนําเสนอแนวทางการเฝ้าระวังและการปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั
19. อธบิ ายสาเหตุกระบวนการเกดิ และผลจากสึนามิรวมทั้งสบื ค้นข้อมลู พนื้ ที่เส่ยี งภัยออกแบบและ
นําเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏบิ ัติ ตนให้ปลอดภัย
20. ตรวจสอบ และระบุชนดิ แร่ รวมทัง้ วิเคราะห์ สมบัติและนําเสนอการใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรแร่
ท่เี หมาะสม
21. ตรวจสอบ จําแนกประเภท และระบุชอื่ หิน รวมท้ังวิเคราะหส์ มบัตแิ ละนําเสนอการใช้ ประโยชน์
ของ ทรัพยากรหนิ ที่เหมาะสม
22. อธบิ ายกระบวนการเกิดและการสาํ รวจแหล่งปิโตรเลยี มและถ่านหนิ โดยใชข้ อ้ มูลทางธรณีวทิ ยา
23. อธบิ ายสมบตั ิของผลิตภัณฑ์ทไ่ี ด้จากปิโตรเลียม และถา่ นหินพรอ้ มนําเสนอการใชป้ ระโยชน์ อย่าง
เหมาะสม
24. อ่านและแปลความหมายจากแผนท่ีภมู ปิ ระเทศ และแผนที่ธรณีวิทยาของพื้นที่ท่ีกําหนด พร้อมทั้ง
อธิบายและยกตัวอย่างการนําไปใชป้ ระโยชน์
รวมทง้ั หมด 12 ผลการเรยี นรู้
251
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว31282 การสบื เสาะและการแกป้ ัญหาทางวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห์ สํารวจ ตรวจสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จติ
วทิ ยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การแก้ปญั หาทางวิทยาศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู และการอภปิ รายมาคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ความรู้
ท่ไี ด้ เพือ่ ให้เกิดการเรียนรู้ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ การใชห้ ลักเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ชก้ บั การจัดกิจกรรม
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สอื่ สารสิ่งท่ีเรยี นรู้ใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ รวมทั้งสามารถนาํ ไปประยกุ ต์ใช้ให้
เกดิ ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันของตนเองไดอ้ ยา่ งมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. มีความร้เู ขา้ ใจและอธบิ ายธรรมชาติของวิทยาศาสตร์
2. ทดลองและอธิบายทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั พื้นฐาน
3. ทดลองและเลือกใช้เครือ่ งมอื บางชนดิ มาใชใ้ นการวดั และการขยายขอบเขตจํากดั ของประสาทสมั ผสั ได้
อย่างเหมาะสม
4. นําวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ไปใชใ้ นการแก้ปญั หาและเป็นประโยชนใ์ นชีวติ ประจําวัน
5. อธิบายคุณลกั ษณะนิสยั ที่สาํ คญั ของนักวิทยาศาสตร์และสามารถฝึกฝนให้มีคุณลกั ษณะดังกลา่ ว
6. ตระหนกั ถึงบทบาทของผลกระทบของผลผลิตทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีทมี่ ีตอ่ มนษุ ย์
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
252
คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว32201 ฟสิ ิกส์ 3 กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศึกษา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ สํารวจตรวจสอบ อภิปราย ทดลอง และอธิบาย การเคล่ือนท่ี
แบบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ยของวัตถตุ ิดปลายสปรงิ และลูกตมุ้ อย่างง่าย ความถ่ธี รรมชาติ การถ่ายโอนพลงั งาน
ของคลื่นกล คล่ืนผิวน้ํา สว่ นประกอบของคลื่น การซ้อนทับของคลื่น สมบัติของคลื่น ธรรมชาติของเสียง
อัตราเร็วของเสียง การเคลื่อนท่ีของคลื่นเสียง ความเข้มเสียงและการได้ยิน เสียงดนตรี การส่ันพ้อง บีต
และคลื่นนิ่งของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์และคล่ืนกระแทก การประยุกต์ความรู้เรื่องเสียง การ
เคล่ือนท่ีและอัตราเร็วของแสง การสะท้อนของแสง การหักเหของแสง เลนส์บาง ปรากฏการณ์ทเี่ กี่ยวกับ
แสง ทัศนอุปกรณ์ ความสวา่ ง การถนอมสายตา ตาและการมองเห็นสี การผสมแสงสี พรอ้ มทั้งนาํ เสนอ
ตวั อย่างที่นักเรียนพบในชวี ติ ประจําวนั ได้ และการใช้ประโยชนใ์ นทางสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และสามารถอ่าน คิด วเิ คราะห์ และเขียนสอ่ื ความได้
การวัดและประเมินผล วัดทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ โดยการสังเกตพฤตกิ รรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน
การประเมินผลงานกล่มุ และรายบคุ คล และเคร่ืองมอื ทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริง
สาระฟิสกิ ส์
2. เข้าใจการเคล่ือนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ธรรมชาติของคลื่น เสียงและ การได้ยิน
ปรากฏการณ์ท่ีเก่ยี วข้องกับเสียง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ ทีเ่ กี่ยวข้องกบั แสง รวมท้ังนํา
ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. ทดลองและอธบิ ายการเคลื่อนท่แี บบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถตุ ิดปลายสปรงิ และลกู ตุ้มอย่างงา่ ย เป็น
ฟงั ก์ชนั แบบไซน์ รวมท้ังคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกีย่ วข้อง และสามารถนําเสนอข้อมูลในรูปแบบของ
กราฟ สมการ และผังมโนทศั น์ได้
2. อธิบายความถ่ีธรรมชาตขิ องวตั ถุและการเกดิ การสนั่ พอ้ ง พร้อมบอกปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อการส่นั พอ้ งของวัตถุ
253
3. อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคล่ืน ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหน้าคล่ืนด้วย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกัน ของคล่ืนตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทั้ง คํานวณอัตราเร็ว
ความถ่ี และความยาวคลื่น
4. สังเกตและอธิบายและทําการทดลองเกี่ยวกับ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเล้ียวเบน
ของ คลื่นผิวน้ํา รวมทั้งคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง พร้อมท้ังสามารถสร้างชุดการทดลองอย่าง
ง่ายได้
5. อธิบายการเกดิ เสียง การเคล่ือนท่ีของเสยี ง ความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นการกระจัดของอนุภาคกับคลื่น
ความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ข้ึนกับอุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส
สมบัตขิ องคลื่นเสียง ไดแ้ ก่ การสะทอ้ น การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมท้ังคํานวณปริมาณ
ตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง
6. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และ มลพิษทางเสียง
รวมท้งั คํานวณปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง วิเคราะหส์ ถานการณ์เกี่ยวกับคลน่ื เสียงในชีวิตประจําวัน และ
จัดทําโครงงานเกยี่ วกบั คลื่นเสยี งอย่างสร้างสรรคไ์ ด้
7. ทดลองและอธิบาย และพิสูจน์ที่มาของสมการการเกิดการสั่นพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหน่ึงด้าน
รวมท้ังสังเกต และอธิบายการเกิดบีต คล่ืนน่ิง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสียง ใน
ชีวิตประจําวัน คํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และนําความรู้เรื่องเสียงไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจําวัน
8. ทดลองและอธบิ ายการแทรกสอดของแสง ผ่านสลติ คู่และเกรตติงการเล้ียวเบนและการแทรกสอดของ
แสงผ่านแผน่ สลติ เดี่ยว รวมทงั้ คาํ นวณปรมิ าณต่างๆทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
9. ทดลองและอธบิ ายการสะท้อนของแสงทผ่ี ิวของวัตถตุ ามกฎการสะท้อน เขียนรังสีของแสง และคํานวณ
ตําแหนง่ และขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสง ตกกระทบ กระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทงั้
อธิบายการนาํ ความร้เู ร่อื งการสะทอ้ น ของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม รวมทั้ง
อธิบายการนาํ ความรไู้ ปใช้สรา้ งนวตั กรรมทม่ี ปี ระโยชนใ์ นชีวิตประจําวัน
10. ทดลองและพิสูจน์หาความสัมพันธ์ระหว่าง ดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมท้ังอธิบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างความลึก จริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของแสง
และคาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
11. ทดลองและเขียนรังสีของแสงเพ่ือแสดงภาพทีเ่ กิดจากเลนส์บาง หาตําแหน่ง ขนาด ชนิดของภาพ และ
ความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมท้ังคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวข้อง และอธิบายการนําความรู้เรื่องการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใช้สร้างนวัตกรรมที่มี
ประโยชน์ในชวี ิตประจาํ วนั
12. อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติท่ีเกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มิราจ และการเห็น ท้องฟ้าเป็นสี
ตา่ ง ๆ ในชว่ งเวลาตา่ งกัน
254
13. สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี รวมทั้งอธิบาย
สาเหตุของการบอดสี
รวมท้ังหมด 13 ผลการเรยี นรู้
255
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ว32221 เคมี 3 เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
ศกึ ษา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภปิ ราย ทดลอง คํานวณ บอกความสมั พันธแ์ ละอธิบาย ปริมาตร
ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมล หรือมวลของแก๊ส ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก กฏ
รวมแก๊ส กฎของอาโวกาโดร กฎแก๊สอุดมคติ กฎความดันย่อยของดอลตนั ทฤษฎีจลน์ของแกส๊ กฎการแพร่
ผ่านของ เกรแฮม การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่างๆของแก๊ส ในการอธิบายปรากฏการณ์
หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม ทดลองและเขียนกราฟการเปล่ียนแปลงของสารใน
ปฏิกิริยาเคมี คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการเปล่ียนแปลงของสารท่ีไม่ได้วัดใน
ปฏิกิริยา แนวคิดเก่ียวกับ การเกิดปฏิกิริยา พลังงานกับการดําเนินไปของปฏิกิริยาเคมี ผลของ
ปัจจัยตา่ งๆ ท่ีมีตอ่ อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีในชีวิตประจาํ วันหรืออุตสาหกรรม ความหมายของปฏิกิริยา
ผนั กลับได้และภาวะสมดุล การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารในอัตราการเกิดปฏิกิริยาไปขา้ งหน้าและ
ย้อนกลับเมื่อเริ่มปฏิกิริยาจนกระท่ังอยู่ในภาวะสมดุล คํานวณค่าคงท่ีสมดุล และความเข้มข้นของสารที่
ภาวะสมดุล ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุลและคา่ คงท่ีของสมดุล การเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นเมื่อภาวะสมดุล
ของระบบถูกรบกวนโดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมีของกระบวนการท่ีเกิดข้ึนในส่ิงมีชีวิต
ปรากฏการณใ์ นธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของแก๊ส อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลเคมีใน
ส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดล้อมโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การ
สํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจําวัน สามารถจัดกระทาํ และวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถ
ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม
สาระเคมี รายวชิ าเพ่มิ เติม
1. เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมี และสมบัติของสาร
แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลเิ มอร์ รวมทง้ั การนาํ ความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพันธ์และคํานวณปรมิ าตรความดนั หรืออณุ หภูมขิ องแกส๊ ทภ่ี าวะตา่ ง ๆ ตามกฎของ
บอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์–ลสู แซก
2. คํานวณปรมิ าตร ความดัน หรอื อุณหภูมขิ องแก๊สทภ่ี าวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแกส๊
3. คํานวณปริมาตร ความดนั อุณหภูมิ จาํ นวนโมล หรอื มวลของแก๊ส จากความสัมพนั ธต์ ามกฎของอาโว
กาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ
4. คํานวณความดันย่อยหรือจาํ นวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดันย่อยของดอลตนั
5. อธิบายการแพร่ของแกส๊ โดยใชท้ ฤษฎีจลน์ของแกส๊ คํานวณและเปรียบเทยี บอตั ราการแพร่ของแก๊ส
โดยใชก้ ฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
6. สบื ค้นข้อมูล นาํ เสนอตวั อย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกบั สมบัติและกฎต่าง ๆ ของ
แก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาในชีวิตประจาํ วันและในอตุ สาหกรรม
256
2. เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิรยิ าเคมี อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี สมดุล
ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบตั แิ ละปฏกิ ริ ิยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซแ์ ละเซลลเ์ คมีไฟฟ้า รวมท้ังการนําความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. ทดลอง และเขยี นกราฟการเพิม่ ขึ้นหรือลดลงของสารท่ที ําการวดั ในปฏิกริ ยิ า
2. คํานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มข้ึนของสารที่ไม่ได้วัดใน
ปฏกิ ิริยา
3. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตรากา
เกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
4. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเขม้ ข้น พน้ื ท่ผี ิวของสารต้ังตน้ อุณหภมู ิ และตัวเรง่ ปฏกิ ิรยิ าที่มตี ่อ
อตั ราการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
5. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปล่ียนแปลงความเข้มข้น พ้ืนท่ีผิวของสารตั้งต้น
อณุ หภมู ิ และตัวเรง่ ปฏิกริ ิยา
6. ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันหรือ
อุตสาหกรรม
7. ทดสอบ และอธบิ ายความหมายของปฏิกิรยิ าผนั กลบั ไดแ้ ละภาวะสมดลุ
8. อธิบายการเปล่ียนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ ายอ้ นกลบั เมื่อเรม่ิ ปฏิกิริยาจนกระทัง่ ระบบอยูใ่ นภาวะสมดลุ
9. คํานวณค่าคงที่สมดุลของปฏกิ ิรยิ า
10. คํานวณความเข้มข้นของสารทีภ่ าวะสมดุล
11. คาํ นวณค่าคงที่สมดลุ หรือความเขม้ ขน้ ของปฏิกริ ยิ าหลายขัน้ ตอน
12. ระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อภาวะสมดลุ และค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปล่ียนแปลงท่ี
เกดิ ข้นึ เม่ือภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ
13. ยกตัวอยา่ ง และอธบิ ายสมดลุ เคมีของกระบวนการที่เกิดขนึ้ ในสิ่งมีชวี ติ ปรากฏการณ์ในธรรมชาติ
และกระบวนการในอุตสาหกรรม
รวมทง้ั หมด 19 ผลการเรยี นรู้
257
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว32241 ชวี วิทยา 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศึกษาการดํารงชวี ิตของพชื ลักษณะและหน้าที่ของเนอ้ื เย่ือพืช โครงสร้างและหน้าท่ีของโครงสรา้ ง
ในอวัยวะของพืชจากราก ลําต้นและใบ ซึ่งพืชท่ีดํารงชีวิตในสภาวะแวดล้อมแตกต่างกันจะมีลักษณะของ
โครงสร้างต่าง ๆ แตกต่างกัน โดยโครงสรา้ งแต่ละโครงสรา้ งของพืชดอกทําหน้าที่เฉพาะ พชื ใบเลี้ยงคู่และ
พชื ใบเลย้ี งเดยี่ วบางชนิดมีการเจรญิ เติบโตปฐมภูมแิ ละทตุ ิยภมู ิ การแลกเปลี่ยนแกส๊ และการคายนํ้าของพืช
การลําเลียงน้ําของพืช การลาํ เลียงธาตุอาหารของพืชและการลาํ เลียงอาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพืช การค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ข้ันตอนของกระบวนการ
สงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพ่ิมความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช
C4 และพืช CAM ปัจจัยบางประการที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง รวมทั้งการปรับตัวของพืช
ทางด้านโครงสร้างของใบ ทิศทางของใบและการจัดเรียงใบของพืชเพื่อรับแสง ศึกษาการสืบพันธ์ุของพืช
ดอกและการเจริญเตบิ โต วฏั จักรชวี ิตและการสบื พันธ์ุแบบอาศยั เพศของพืชดอกที่เก่ยี วข้องกับโครงสรา้ งของ
ดอก การสร้างเซลล์สบื พันธุ์และการปฏิสนธิ การเกดิ และโครงสรา้ งของผลและเมล็ด การงอกของเมล็ดและปจั จัย
ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด การสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก รวมท้ังการวัดการเจริญเติบโตของพืช
ศกึ ษาสารควบคมุ การเจรญิ เติบโตของพชื และการตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อมท้ังภายในและภายนอก การนํา
ความรเู้ กีย่ วกับพชื มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจําวัน
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสงั เกต
การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ นาํ ความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
สาระชวี วิทยา
3. เขา้ ใจส่วนประกอบของพชื การแลกเปลย่ี นแก๊สและคายน้าํ ของพืช การลําเลยี งของพืช การ
สงั เคราะห์ดว้ ยแสง การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอกและการเจรญิ เติบโต และการตอบสนองของพืช รวมทง้ั นํา
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายเกีย่ วกบั ชนดิ และลักษณะของเนื้อเย่อื พืช และเขียนแผนผังสรปุ ชนิดของเนอื้ เยื่อพืช
2. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บลกั ษณะของเซลลท์ ี่เปน็ องค์ประกอบของโครงสร้างภายในของรากแต่
ละบริเวณจากการตัดตามยาวบรเิ วณปลายราก
3. สังเกต อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสร้างภายในของรากพชื ใบเลย้ี งเดยี่ วและรากพืชใบเล้ยี งคู่จากการ
ตัดตามขวาง
258
4. สงั เกต อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสร้างภายในของลําตน้ พืชใบเล้ยี งเดีย่ วและลําต้นพืชใบเล้ียงคู่จาก
การตดั ตามขวาง
5. สังเกต อภปิ รายและสรปุ เกย่ี วกบั การเจรญิ เตบิ โตปฐมภูมแิ ละทตุ ยิ ภูมขิ องรากและลําตน้ ในพชื ใบเลย้ี งคู่
และพืชใบเลย้ี งเดี่ยวบางชนดิ
6. สังเกต และอธิบายโครงสร้างภายนอกของใบพืชและโครงสรา้ งภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง
7. สืบคน้ ขอ้ มูล สังเกต และอธิบายการแลกเปล่ยี นแกส๊ และการคายนํา้ ของพืช
8. สืบค้นขอ้ มูล สํารวจตรวจสอบ วิเคราะห์และอภปิ รายเก่ยี วกับปัจจัยต่าง ๆ ทม่ี ีผลตอ่ การคายนาํ้ ของพชื
9. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายกลไกการลาํ เลยี งนํ้าและธาตุอาหารของพืช
10. สาํ รวจตรวจสอบ และอธิบายโครงสรา้ งท่ใี ช้ในการลาํ เลียงน้ําและธาตุอาหารของพชื
11. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายความสาํ คญั ของธาตอุ าหาร ยกตวั อยา่ งธาตอุ าหารที่สําคัญทม่ี ีผลตอ่ การ
เจรญิ เตบิ โตของพืช
12. อธิบายกลไกการลําเลียงอาหารในพืช และเปรยี บเทยี บทิศทางการลําเลยี งอาหารและทศิ ทางการ
ลําเลยี งน้าํ
13. สบื ค้นขอ้ มูล และสรปุ การศกึ ษาที่ไดจ้ ากการทดลองของนกั วทิ ยาศาสตรใ์ นอดตี เกีย่ วกับกระบวน การ
สงั เคราะหด์ ้วยแสง
14. อธบิ ายขัน้ ตอนท่ีเกดิ ขนึ้ ในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื C3 และโฟโตเรสไพเรชัน
15. เปรียบเทียบกลไกการตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์ในพชื C3 พืช C4 และพืช CAM
16. สืบค้นข้อมูล สํารวจตรวจสอบ วิเคราะห์และอภปิ รายเกีย่ วกบั ปัจจัยบางประการท่ีมีผลต่ออัตราการ
สังเคราะหด์ ้วยแสง
17. อธบิ ายวัฏจักรชวี ติ แบบสลับของพืชดอก
18. สบื ค้นข้อมูล สํารวจตรวจสอบและอธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องดอก
19. สังเกต วเิ คราะหแ์ ละจําแนกชนิดดอก
20. อธิบาย และเปรยี บเทยี บกระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพนั ธเ์ุ พศผ้แู ละเพศเมยี ของพืชดอก
21. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายและสรปุ ขน้ั ตอนการปฏิสนธขิ องพืชดอก
22. สาํ รวจตรวจสอบ อธบิ ายและสรปุ เกย่ี วกบั การเกดิ ชนดิ สว่ นประกอบของผลและเมล็ด และ
ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของผลและเมล็ด
23. สาํ รวจตรวจสอบ และอธบิ ายเก่ียวกบั ปัจจัยต่าง ๆ ท่มี ีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตวั ของเมล็ด
และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตวั ของเมล็ด
24. สืบค้นข้อมูล สํารวจตรวจสอบ และอธิบายบทบาทและหน้าทข่ี องออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลิน เอ
ทลิ ีนและกรดแอบไซซิกท่ีมีผลต่อสว่ นต่าง ๆ ของพืช และอภิปรายเกีย่ วกับการนําไปใช้ประโยชน์ทาง
การเกษตร
25. สบื ค้นข้อมูล ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอกท่ีมผี ลต่อการเจริญเติบโตของพืช
รวมท้งั หมด 25 ผลการเรียนรู้
259
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รหสั วชิ า ว32281 โครงงานวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ตรวจสอบความรเู้ บื้องต้นด้านกระบวนการคิด การแก้ปัญหา การต้ังสมมติฐาน การออกแบบการ
ทดลอง โดยการดําเนนิ การตรวจสอบเบื้องต้นดว้ ยตนเอง และนาํ ทกั ษะปฏบิ ัติการพ้ืนฐานทางเคมี ชีววทิ ยา
ฟิสิกส์ คอมพวิ เตอร์ และคณติ ศาสตร์มาประยกุ ต์ใชฝ้ ึกเขยี นเค้าโครงยอ่ ของโครงงานกอ่ นลงมอื ปฏิบัติจริง
และปฏิบตั ิการทําโครงงานวิทยาศาสตรอ์ ยา่ งมีระบบ มรี ะเบยี บ มีทฤษฎีรองรบั ในการต้ังสมมติฐาน มีการ
ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาในการค้นหาคาํ ตอบ และทดสอบสมมติฐาน ให้สอดคล้องกับเค้าโครง
ของโครงงาน สามารถปฏิบัติและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ นําขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ แปลผล อภิปรายผล
สรปุ ผลการปฏิบตั ิการ เขียนรายงานการวิจยั ถกู ต้องในเชงิ วิชาการ ขยายผลในการทาวิจัยเพ่ิมเตมิ สามารถ
นาํ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ การสังเกต
การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารส่ิงท่ี
เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาํ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย คณุ ค่า และประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์
2. จัดทําเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ท่จี ะดําเนนิ การวิจัยดว้ ยตนเอง
3. นาํ เสนอเคา้ โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ตอ่ ทีป่ ระชมุ
4. เตรียมวสั ดุอุปกรณ์ สารเคมี เครื่องมือรวบรวมข้อมูลไดถ้ กู ตอ้ งครบถ้วนตามหัวขอ้ วจิ ัย
5. ปฏบิ ัติการรวบรวมข้อมลู วเิ คราะหข์ อ้ มลู แปลผล อภปิ ราย และสรุปผลการปฏบิ ตั กิ าร
6. อธิบายรูปแบบวิธีการเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ และเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ได้
ถกู ตอ้ งและสมบรู ณ์
7. นาํ เสนอและเผยแพรโ่ ครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
8. เสนอแนวทางในการทาํ วิจัยเพ่อื ขยายผลและนําไปประยกุ ต์ใช้
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้
260
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ว32202 ฟิสิกส์ 4 (หอ้ งเรยี นพเิ ศษ) กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา สบื คน้ ข้อมูล วิเคราะห์ คาํ นวณและอธิบายเกยี่ วกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติของไฟฟ้า
ประจไุ ฟฟ้า กฎการณ์อนุรักษ์ไฟฟ้า ตัวนําและฉนวนการเหน่ียวนําไฟฟ้า แรงระหว่างประจแุ ละกฎของ
คูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุ การนําความรู้เก่ียวกับไฟฟ้าสถิตไปใช้
ประโยชน์ การเกิดกระแสไฟฟ้า แหล่งกําเนิดไฟฟ้า การนําไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในตัวนํา กฎของโอห์ม
และความตา้ นทาน ผลของอุณหภูมทิ ่ีมตี ่อความต้านทาน แรงเคล่ือนไฟฟา้ และความต่างศักย์ไฟฟ้า การ
ต่อความต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า ค่าอีเอ็มเอฟ พลังงานไฟฟ้าและกําลังไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าและ
เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ในบ้าน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมลู และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนําเสนอ
ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจําวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คุณธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม
สาระฟสิ ิกส์
3. เข้าใจแรงไฟฟา้ และกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟา้ ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และกฎ
ของโอหม์ วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลงั งานไฟฟ้า และกํา ลังไฟฟ้า การเปลย่ี นพลังงานทดแทนเป็นพลังงาน
ไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก แรงแมเ่ หลก็ ท่ีกระทํา กับประจไุ ฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า การเหนี่ยวนํา แมเ่ หล็กไฟฟ้า
และกฎของฟาราเดย์ ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการส่ือสาร รวมท้ังนํา ความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. ทดลองและอธิบายการทําวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้า ให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการ
เหนย่ี วนาํ ไฟฟ้าสถติ พร้อมสาธิตการเกิดไฟฟ้าสถติ ในกรณีตา่ ง ๆ ได้
2. อธิบายและคํานวณแรงไฟฟ้าตามกฎของคลู อมบ์
3. อธิบายและคํานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟา้ ท่กี ระทาํ กบั อนุภาคที่มปี ระจไุ ฟฟา้ ทีอ่ ยูใ่ นสนามไฟฟ้า
รวมท้ังหาสนามไฟฟ้าลัพธ์เน่ืองจากระบบจุดประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร์ ทั้งในรูปแบบ 2 มิติ
และ 3 มติ ิ
4. อธิบายและคํานวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และความต่างศักย์ระหว่างสองตําแหน่งใด ๆ
รวมทง้ั คาํ นวณปริมาณตา่ งๆ ที่ เกีย่ วขอ้ ง
5. อธิบายส่วนประกอบของตวั เก็บประจุ ความสมั พันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความต่างศักย์ และความ
จุของตัวเก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล นําเสนอข้อมูล
ความสมั พนั ธ์ในรปู แบบกราฟและสมการ รวมทั้งคํานวณปริมาณต่างๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง
261
6. นําความรู้เร่ืองไฟฟ้าสถติ ไปอธิบายหลักการทํางานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด และปรากฏการณ์
ในชวี ติ ประจาํ วนั เพอ่ื ช่วยปอ้ งกนั อันตรายที่อาจเกดิ ขน้ึ
7. อธิบายการเคลอื่ นที่ของอเิ ล็กตรอนอิสระ และกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนํา หาความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนํากับความเร็วลอยเล่ือนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อิเลก็ ตรอนในลวดตวั นํา และพืน้ ท่ีหน้าตดั ของลวดตวั นาํ และคํานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง
8. ทดลองและอธิบายกฎของโอห์ม ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว พ้ืนที่หน้าตัด
และสภาพต้านทานของตัวนําโลหะ ท่ีอุณหภูมิคงตัว และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
รวมทั้งอธบิ ายและคาํ นวณความต้านทานสมมูล เมื่อนําตวั ตา้ นทานมาต่อกันแบบอนกุ รมและแบบ
ขนาน
9. ทดลอง อธบิ ายและคาํ นวณอเี อม็ เอฟของแหลง่ กาํ เนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธบิ ายและคํานวณ
พลงั งานไฟฟ้า และกาํ ลังไฟฟา้
10. ทดลองและคํานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจาก การต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมท้ัง
คํานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซ่ึงประกอบด้วย แบตเตอร่ีและตัว
ต้านทาน
11. อธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็น พลังงานไฟฟ้า รวมท้ังสืบค้นและอภิปราย เกี่ยวกับ
เทคโนโลยี ท่ีนํามาแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นด้าน
ประสทิ ธภิ าพและความคุม้ คา่ ดา้ นค่าใชจ้ ่าย
12. นาํ ความรู้และเทคโนโลยีตา่ ง ๆ มาแกป้ ญั หาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการดา้ นพลังงาน เป็นการนํา
ความรู้และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาสร้างอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยใน
การใชพ้ ลงั งานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
รวมทัง้ หมด 12 ผลการเรยี นรู้
262
ว32222 เคมี 4 คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย ทดลอง คํานวณ และอธิบาย สารท่ีเป็นกรดหรือเบส
โดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี และลิวอิส ระบุคู่กรด – เบสของสารตาม
ทฤษฎีของ เบรินสเตด–ลาวรี คาํ นวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตวั หรือความแรงของกรด
และเบส คํานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน ระบุความเป็นกรดเบสของสารละลายหลังการสะเทิน
เขียนปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และระบุความเป็นกรด–เบสของเกลือ หลักการไทเทรต การเลือกใช้อินดิเค
เตอร์ท่ีเหมาะสม และคํานวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
สมบัติ องค์ประกอบ และประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ นําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการ
แก้ปัญหาโดยใช้ความรูเ้ กี่ยวกับกรด-เบส คํานวณ เลขออกซิเดชัน ระบุปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารี
ดอกซ์ การเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชัน ระบุตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์ ครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ครึ่ง
ปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์
เขียนแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์ ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีคร่ึงปฏิกิริยา ระบุ
องค์ประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี เขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด ปฏิกิริยารวมและแผนภาพ
เซลล์ คํานวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ ระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ข้ัวไฟฟ้า และปฏิกิริยา
เคมีท่ีเกิดขึ้น หลักการทํางาน สมการเคมแี สดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์ทุติยภูมิ การชุบโลหะ
และแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า หลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วย
กระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บริสุทธ์ิ การป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ ตัวอย่างความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยที ีเ่ กย่ี วข้องกบั เซลลเ์ คมีไฟฟา้ ในชีวิตประจาํ วัน
เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับกรด-เบส และไฟฟ้าเคมี โดยใชก้ ารเรียนรดู้ ้วยกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สามารถนําความรู้ และหลักการไปใช้
ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน สามารถจัดกระทําและ
วิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์
เหน็ คณุ ค่าของวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม
สาระเคมี รายวิชาเพมิ่ เติม
2. เข้าใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธ์ในปฏิกริ ยิ าเคมี อัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี สมดุล
ในปฏิกิรยิ าเคมี สมบัติและปฏกิ ริ ยิ าของกรด-เบส ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์และเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า รวมทง้ั การนาํ ความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
263
ผลการเรียนรู้
1. ระบุ และอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรี
และลิวอิส
2. ระบุคกู่ รด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด – ลาวรี
3. คํานวณ และเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
4. คํานวณคา่ pH ความเข้มขน้ ของไฮโดรเนียมไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรด
และเบส
5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการ
สะเทิน
6. เขียนปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ สิ ของเกลือ และระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารละลายเกลอื
7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ท่ีเหมาะสมสําหรับการ
ไทเทรตกรด-เบส
8. คาํ นวณปรมิ าณสารหรอื ความเข้มขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
9. อธิบายสมบตั ิ องคป์ ระกอบ และประโยชน์ของสารละลายบฟั เฟอร์
10. สืบค้นข้อมูล และนําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เก่ียวกับ
กรด–เบส
11. คํานวณเลขออกซิเดชนั และระบุปฏิกิริยาทเ่ี ปน็ ปฏิกริ ิยารดี อกซ์
12. วเิ คราะห์การเปลี่ยนแปลงเลขออกซเิ ดชนั และระบุตวั รดี วิ ซ์และตวั ออกซไิ ดส์ รวมทั้งเขยี นคร่ึง
ปฏิกิริยาออกซเิ ดชันและครึ่งปฏิกริ ยิ ารดี ักชันของปฏกิ ิริยารีดอกซ์
13. ทดลอง และเปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตัวรีดวิ ซ์หรือตวั ออกซไิ ดส์ และเขียนแสดง
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
14. ดุลสมการรีดอกซ์ดว้ ยการใชเ้ ลขออกซเิ ดชัน และวธิ คี ร่งึ ปฏกิ ิรยิ า
15. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้า และเขียนสมการเคมีของปฏิกิรยิ าที่แอโนดและแคโทด
ปฏกิ ิรยิ ารวม และแผนภาพเซลล์
16. คาํ นวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลลแ์ ละระบปุ ระเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้า และ
ปฏิกิรยิ าเคมที เี่ กดิ ขนึ้
17. อธิบายหลกั การทาํ งาน และเขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภูมแิ ละเซลล์ทุตยิ ภมู ิ
18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าท่ีใช้ใน
การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทําโลหะให้บริสุทธ์ิ และการป้องกันการกัดกร่อนของ
โลหะ 19.สบื ค้นขอ้ มลู และนาํ เสนอตวั อย่างความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องกับเซลลเ์ คมไี ฟฟ้าใน
ชีวติ ประจําวัน
รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรียนรู้
264
ว32242 ชวี วทิ ยา 4 คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเกี่ยวกับการย่อยอาหารของจลุ ินทรีย์ การยอ่ ยอาหารของสัตว์ทไี่ ม่มีทางเดินอาหาร สัตวท์ ี่มี
ทางเดนิ อาหารแบบไมส่ มบูรณ์และสัตวท์ ่ีมที างเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์ กระบวนการยอ่ ยอาหารและการดูด
ซึมสารอาหารของมนุษย์ ศึกษาระบบหายใจของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของ
สิง่ มีชวี ิตเซลล์เดียวและของสัตว์ โครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลย่ี นแก๊สและกระบวนการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของ
มนุษย์ ศึกษาการลําเลียงสารและระบบหมุนเวียนเลือดของส่ิงมีชีวิต ส่วนประกอบของเลือด ทิศทางการ
ไหลเวียนของเลือด หลักการใหแ้ ละรับเลือดในมนุษย์ ระบบน้ําเหลืองและภมู ิคุ้มกัน ศกึ ษาการขบั ถ่ายของ
ส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวและของสัตว์ อวัยวะและการขับถ่ายของมนุษย์ การรักษาสมดุลของร่างกายและการนํา
ความรู้เกีย่ วกับการรกั ษาสมดลุ ของร่างกายมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสงั เกต
การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่
เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจําวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม
สาระชีววทิ ยา
4. เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส การลําเลียงสาร
และการหมุนเวียนเลือด ภูมคิ ุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรบั รู้และการตอบสนอง การเคล่ือนที่ การ
สืบพันธุ์และการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกับการรักษาดลุ ยภาพ และพฤติกรรมของสตั ว์ รวมทั้งนาํ ความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ สัตว์ท่ีไม่มี
ทางเดินอาหาร สตั วท์ ม่ี ที างเดนิ อาหารแบบไม่สมบรู ณ์และสัตวท์ ่มี ที างเดินอาหารแบบสมบูรณ์
2. อธิบายเก่ียวกับโครงสร้าง หน้าที่และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบ
ย่อยอาหารหารของมนุษย์
3. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งท่ที ําหน้าทแี ลกเปลย่ี นแก๊สของส่งิ มีชีวิตเซลล์เดยี ว สตั ว์
นํ้าที่ไม่มีอวัยวะที่ทําหน้าท่ีแลกเปลี่ยนแก๊สโดยเฉพาะ สัตว์นํ้าที่มีอวัยวะที่ทําหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส
โดยเฉพาะ และสตั ว์บก
4. สํารวจตรวจสอบ และอธบิ ายโครงสรา้ งของปอดในสัตวเ์ ลีย้ งลูกด้วยน้ํานม
5. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างที่ใชใ้ นการแลกเปลยี่ นแก๊ส และกระบวนการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของมนุษย์
6. อธิบายการทํางานของปอด และวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
265
7. สบื คน้ ข้อมูล อภปิ ราย สรุปและนําเสนอผลงานท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ปอดและโรคของระบบทางเดนิ หายใจ การ
ป้องกันและดูแลรักษาโรคของระบบทางเดินหายใจ
8. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ ายและเปรยี บเทยี บระบบหมุนเวยี นเลือดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบปดิ
9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนท่ีของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลาและสรุป
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเร็วในการไหลของเลือด
10. อธิบายและสรุปโครงสร้างและการทํางานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนุษย์
11. สังเกต อภปิ ราย และอธิบายโครงสรา้ งหัวใจของสัตว์เล้ียงลูกด้วยนํ้านม ทิศทางการไหลของเลอื ดผ่าน
หวั ใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรปุ การหมนุ เวียนเลือดของมนุษย์
12. สืบค้นข้อมลู สาํ รวจตรวจสอบ อธิบายและสรุปเก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าที่ของเลือด พรอ้ มระบุ
ความแตกต่างของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาว เพลตเลต และพลาสมา
13. อธิบายหมู่เลือด หลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh และเขียนตารางสรุปเก่ียวกับ
การใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบายและสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าท่ีของน้ําเหลือง ทิศทางการ
ไหลเวยี นของนา้ํ เหลือง รวมทงั้ โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องหลอดน้ําเหลือง และต่อมนา้ํ เหลอื ง
15. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทําลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จาํ เพาะและ
แบบจําเพาะ และยกตัวอยา่ งการทาํ ลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจ่ ําเพาะและแบบจาํ เพาะ
16. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย การสร้างภูมคุ้มกัน ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างภูมิคมุ้ กันของร่างกาย
และเปรยี บเทียบการสร้างภมู ิค้มุ กนั ก่อเองและภูมคิ ุ้มกันรับมา
17. สืบค้นขอ้ มูลและอธบิ ายเกี่ยวกบั ความผิดปกติของระบบภูมคิ มุ้ กันทที่ ําใหเ้ กดิ เอดส์ ภูมิแพ้ การสร้างภูมิ
ต้านทานตอ่ เนือ้ เย่ือตนเอง
18. สืบค้นข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ งและหน้าทใ่ี นการกําจัดของเสียออกจากรา่ งกายของสิ่ง
ทีชวี ติ เซลล์เดยี ว ฟองน้าํ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดอื นดิน แมลง กุ้ง และสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั
19. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องไต และโครงสรา้ งทใี่ ช้ลําเลียงปสั สาวะออกจากร่างกาย
20. อธิบายกลไกการทํางานของหน่วยไตในการกําจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผังสรุป
ข้ันตอนการกาํ จัดของเสยี ออกจากรา่ งกายโดยหน่วยไต
21. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และยกตัวอยา่ งเกี่ยวกบั ความผิดปกติของไตอนั เน่อื งมาจากโรคตา่ ง ๆ
22. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเก่ียวกับการรักษาสมดุลน้ํา เกลือแร่ กรดเบส และอุณหภูมิ ยกตัวอย่างการ
หลบหลีกจากสภาวะแวดล้อมท่ไี ม่เหมาะสม
รวมทัง้ หมด 22 ผลการเรียนรู้
266
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว32261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศกึ ษาวเิ คราะห์ อธบิ าย ตรวจสอบเกี่ยวกับปัจจยั สาํ คัญที่มีผลตอ่ การรบั และคายพลังงาน จากดวง
อาทิตย์ ผลที่มีต่ออุณหภูมิ อากาศ กระบวนการท่ีทําให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ผลของแรงเน่ืองจาก
ความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงส่ศู ูนย์กลาง แรงเสยี ดทานที่มีต่อการหมุนเวยี นของ
อากาศ การหมุนเวียงของอากาศตามเขตละตจิ ูด และผลที่มตี ่อภูมิอากาศ ปัจจัยทท่ี ําให้เกดิ การแบ่งชนั้ น้ํา
ในมหาสมุทร ปัจจัยที่ทําให้เกิดการหมุนเวียนของนํ้าในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของนํ้าใน
มหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของนํ้าในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศต่อส่ิงมีชีวิต แ ละ
ส่ิงแวดลอ้ ม ความสัมพันธ์ระหว่างเสถยี รภาพอากาศและการเกดิ เมฆ การเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ งๆ
และลักษณะลมฟ้าอากาศที่เก่ียวข้อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก ยกตัวอย่างข้อมูล
สนับสนุน วิเคราะห์และอภิปรายเหตุการณ์ท่ีเป็นผลมากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก นําเสนอแนว
ปฏิบัติของมนุษย์ที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ
แผนทอี่ ากาศ วเิ คราะห์ คาดการณ์ ลกั ษณะลมฟ้าอากาศและขอ้ มูลสารสนเทศได้
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ส่อื สารสง่ิ ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรไู้ ปใช้ใน
ชีวิตของตนเอง เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะกระบวนการและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของ
วทิ ยาศาสตร์ นําความรู้และหลักการไปใช้อธบิ ายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหาเกย่ี วกับการดาํ รงชวี ิต
ผลการเรยี นรู้
14. อธิบายปัจจัยสําคัญที่มีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และผลท่ีมีต่อ
อุณหภมู ิ อากาศในแต่ละบรเิ วณของโลก
15. อธบิ ายกระบวนการทที่ ําใหเ้ กดิ สมดุลพลงั งานของโลก
16. อธบิ ายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอรอิ อลสิ แรงสู่ศนู ยก์ ลาง และ
แรงเสยี ดทานที่มตี ่อการหมนุ เวียนของอากาศ
17. อธบิ ายการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละติจดู และผลที่มตี ่อภมู ิอากาศ
18. อธบิ ายปัจจยั ทีท่ ําให้เกดิ การแบ่งชน้ั นาํ้ ในมหาสมุทร
19. อธิบายปัจจัยท่ีทําให้เกิดการหมุนเวียนของน้ําในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของนํ้าใน
มหาสมุทร
267
20. อธิบายผลของการหมุนเวียนของนํ้าในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศส่ิงมีชีวิต และ
ส่ิงแวดลอ้ ม
21. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างเสถยี รภาพอากาศและการเกิดเมฆ
22. อธบิ ายการเกดิ แนวปะทะอากาศแบบต่างๆ และลกั ษณะลมฟา้ อากาศท่เี กย่ี วขอ้ ง
23. อธิบายปจั จัยต่าง ๆ ทมี่ ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลก พรอ้ มยกตวั อยา่ งข้อมลู สนบั สนุน
24. วิเคราะห์ และอภิปรายเหตกุ ารณ์ทีเ่ ปน็ ผลจาก การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลกและ นําเสนอ แนว
ปฏิบตั ิ ของมนุษย์ท่ีมสี ่วนช่วยในการชะลอการเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลก
25. แปลความหมายสญั ลกั ษณล์ มฟ้าอากาศบนแผนทอ่ี ากาศ
26. วิเคราะห์และคาดการณ์ลักษณะลมฟ้าอากาศเบ้ืองต้น จากแผนที่อากาศและข้อมูล สารสนเทศ
อืน่ ๆ เพื่อวางแผนในการประกอบอาชพี และการดําเนนิ ชวี ิตใหส้ อดคล้อง กบั สภาพลมฟ้าอากาศ
รวมทง้ั หมด 13 ผลการเรียนรู้
268
ว33201 ฟิสิกส์ 5 คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
เวลา 80 ช่ัวโมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาหลักการของสสารและฟสิกสแผนใหม่ในเร่ือง ความร้อน การเปลี่ยนสถานะของสาร
การถ่ายโอนพลังงานความร้อนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน สภาพยืดหยุ่น ความเค้น ความเครียด
และมอดุลัสของยัง ความดันในของไหลและกฎพาสคัล แรงพยุงและหลักอารคิมีดีส ความตึงผิว การ
เคลื่อนท่ีในของไหล และหลักแบร์นูลลี แก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กฎของแก๊สและพลังงานภายใน
ระบบของแกส แนวคิดเกี่ยวกับแบบจําลองอะตอม สมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ การเกิด
เส้นสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน การคนพบอเิ ล็กตรอน ปรากฏการณโฟโตอเิ ล็กทริก ทวภิ าวะของคลื่น
และอนภุ าค กมั มนั ตภาพรังสี การสลายกมั มันตรงั สี ปฏิกริ ิยานิวเคลียร พลังงานนวิ เคลยี ร รังสใี นธรรมชาติ
การปองกนั อนั ตรายและการใชประโยชนจากกัมมันตภาพรงั สี และพลงั งานนิวเคลียร
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสาํ รวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย สร้างสรรค์ชิ้นงาน/โครงงาน เพ่ือให้เกิด
ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารส่ิงท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ การแก้ปญั หา การ
นาํ ความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจาํ วนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
การวัดและประเมินผล วดั ท้ังด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์ โดยการสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การนําเสนอรายงาน
การประเมนิ ผลงานกลุ่มและรายบคุ คล และเคร่ืองมือทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจริง
สาระฟสิ ิกส์
4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกับการเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะของสสาร
สภาพยืดหยุ่นของวัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุง และหลัก ของอาร์คิ
มดี สิ ความตึงผวิ และแรงหนืดของของเหลว ของไหลอุดมคติ และ สมการแบร์นลู ลี กฎของแก๊ส
ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติและพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิ
เล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและ อนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรงนิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์
พลงั งานนวิ เคลยี ร์ ฟสิ ิกสอ์ นภุ าค รวมทัง้ นาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย และคํานวณความร้อนท่ีทําให้สสาร เปล่ียนอุณหภูมิความร้อนท่ีทําให้สสารเปล่ียน สถานะ และ
ความรอ้ นที่เกดิ จากการถา่ ยโอน ตามกฎการอนรุ ักษ์พลังงาน
269
2. อธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืด และหดตวั ของวัสดุท่ีเป็นแทง่ เมื่อถูกกระทํา ด้วยแรงค่า ต่าง
ๆ รวมทั้งทดลอง อธบิ ายและ คํานวณความเค้นตามยาว ความเครยี ดตามยาว และมอดลุ ัสของยัง และ
นําความรเู้ ร่ือง สภาพยืดหย่นุ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวัน
3. อธิบาย และคํานวณความดันเกจ ความดัน สัมบูรณ์และความดันบรรยากาศ รวมท้ัง อธิบายหลักการ
ทาํ งานของแมนอมเิ ตอร์ บารอมิเตอรแ์ ละเครอ่ื งอัดไฮดรอลกิ
4. ทดลอง อธิบาย และคํานวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล
5. ทดลอง อธบิ าย และคาํ นวณความตงึ ผิวของ ของเหลว รวมทง้ั สังเกตและอธิบายแรงหนืด ของของเหลว
6. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติสมการ ความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลีรวมท้ัง คํานวณปริมาณ
ต่างๆ ท่เี กี่ยวข้อง และนําความรู้ เก่ียวกบั สมการความต่อเนื่องและสมการแบร์นูลลี ไปอธบิ ายหลักการ
ทํางานของอปุ กรณต์ า่ ง ๆ
7. อธบิ ายกฎของแก๊สอุดมคตแิ ละคาํ นวณปริมาณ ต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
8. อธิบายแบบจําลองของแกส๊ อดุ มคตทิ ฤษฎจี ลน์ ของแกส๊ และอัตราเรว็ อารเ์ อ็มเอสของโมเลกุล ของแก๊ส
รวมทั้งคํานวณปรมิ าณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
9. อธบิ ายและคาํ นวณงานที่ทาํ โดยแก๊สในภาชนะปิด โดยความดนั คงตัว และอธบิ ายความสัมพันธ์ ระหวา่ ง
ความร้อน พลังงานภายในระบบ และงาน รวมท้ังคาํ นวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และนาํ ความรเู้ รอ่ื ง
พลงั งานภายในระบบ ไปอธบิ ายหลักการทํางานของเครือ่ งใชใ้ นชวี ติ ประจําวัน
10. อธิบายสมมติฐานของพลังค์ ทฤษฎีอะตอม ของโบร์และการเกิดเส้นสเปกตรัมของ อะตอมไฮโดรเจน
รวมทั้งคํานวณปรมิ าณ ต่าง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง
11. อธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกและ คํานวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลน์ของ โฟโตอิเล็กตรอน
และฟังกช์ ันงานของโลหะ
12. อธิบายทวิภาวะของคลนื่ และอนุภาค รวมทง้ั อธบิ ายและคาํ นวณความยาวคลนื่ เดอบรอยล์
13. อธิบายกมั มนั ตภาพรังสีและความแตกตา่ ง ของรังสีแอลฟา บตี า และแกมมา
14. อธบิ าย และคํานวณกมั มนั ตภาพของ นวิ เคลียสกัมมันตรังสีรวมท้ังทดลอง อธิบาย และคํานวณจํานวน
นิวเคลียสกัมมันตภาพรงั สี ทเ่ี หลอื จากการสลาย และคร่งึ ชวี ติ
15. อธิบายแรงนิวเคลยี รเ์ สถียรภาพของนวิ เคลยี ส และพลังงานยึดเหน่ียว รวมท้งั คํานวณปริมาณ ตา่ ง ๆ ท่ี
เก่ียวข้อง
16. อธบิ ายปฏกิ ริ ิยานวิ เคลียรฟ์ ิชชนั และฟิวชนั รวมท้ังคํานวณพลงั งานนวิ เคลยี ร์
17. อธบิ ายประโยชนข์ องพลังงานนิวเคลยี รแ์ ละ รงั สรี วมทั้งอนั ตรายและการป้องกันรังสี ในดา้ นตา่ ง ๆ
18. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาค แบบจําลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์ จากการ
ค้นควา้ วจิ ยั ด้านฟสิ ิกส์อนภุ าค ในดา้ นต่าง ๆ
รวมท้งั หมด 18 ผลการเรยี นรู้
270
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว33221 เคมี 5 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
สบื ค้นข้อมูลและนําเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเด่ียว พันธะคู่ หรือพันธะสาม ท่ี
พบในชีวิตประจําวัน เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้าง แบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอินทรีย์ วิเคราะห์โครงสร้างและระบุประเภทของ สารประกอบอินทรยี ์จากหมู่ฟังก์ชัน เขียน
สูตรโครงสร้างและเรียกช่ือ สารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ
IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุด
เดือดและการ ละลายในน้ําของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุลหรือโครงสร้างต่างกัน
ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับ
โบรมนี หรือปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต เขียนสมการเคมแี ละอธบิ ายการเกิดปฏกิ ิริยาเอสเทอ
ริฟเิ คชัน ปฏกิ ิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลิซสิ และปฏิกริ ิยาสะปอนนิฟเิ คชนั ทดสอบปฏิกิรยิ า
เอสเทอริฟเิ คชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏกิ ิริยาสะปอนนิฟิเคชัน สืบค้นข้อมูลและนาํ เสนอตัวอย่างการ
นํา สารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันและอุตสาหกรรม ระบุประเภทของปฏิกิริยาการ
เกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรือพอลิเมอร์ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง
โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนําไปใช้ประโยชน์ ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติก
และผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนําไปใช้ประโยชน์ อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการ
สังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลเิ มอร์ สืบค้นข้อมลู และนาํ เสนอตัวอยา่ งผลกระทบจากการใช้และ
การกําจัดผลิตภณั ฑพ์ อลิเมอรแ์ ละแนวทางแก้ไข
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่น เฝ้าระวัง และพัฒนา
ส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม นําความรู้และหลักการไปใช้
อธบิ ายหรอื แก้ปัญหาทเ่ี ก่ียวกับประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลเิ มอร์
สาระเคมี รายวชิ าเพมิ่ เติม
2. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัติอของธาตุ พันธะเคมแี ละสมบัตขิ อง
สาร แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรีย์และพอลเิ มอร์ รวมท้ัง
การนําความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
271
ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ ข้อมูลและนําเสนอตัวอยา่ งสารประกอบอนิ ทรีย์ท่ีมีพันธะเดย่ี ว พันธะคู่ หรอื พนั ธะสาม ที่พบใน
ชีวิตประจําวัน
2. เขยี นสูตรโครงสร้างลวิ อสิ สตู รโครงสรา้ ง แบบยอ่ และสตู รโครงสรา้ งแบบเสน้ ของ สารประกอบอนิ ทรีย์
3. วเิ คราะหโ์ ครงสร้างและระบปุ ระเภทของ สารประกอบอนิ ทรยี จ์ ากหมู่ฟงั ก์ชนั
4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อ สารประกอบอินทรยี ป์ ระเภทตา่ ง ๆ ท่มี หี มู่ ฟงั กช์ นั ไมเ่ กิน 1 หมู่ ตาม
ระบบ IUPAC
5. เขียนไอโซเมอรโ์ ครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรยี ป์ ระเภทต่าง ๆ
6. วิเคราะห์และเปรยี บเทียบจุดเดอื ดและการ ละลายในนาํ้ ของสารประกอบอินทรีย์ท่ีมหี มู่ ฟังก์ชนั ขนาด
โมเลกุล หรอื โครงสรา้ งต่างกัน
7. ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและเขียนผลติ ภัณฑจ์ ากปฏกิ ิรยิ าการเผาไหม้ ปฏกิ ิริยากับ
โบรมนี หรอื ปฏิกริ ิยากบั โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยา เอสเทอรฟิ เิ คชนั ปฏกิ ริ ยิ าการสงั เคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยา
ไฮโดรลิซสิ และปฏกิ ริ ิยาสะปอนนิฟเิ คชนั
9. ทดสอบปฏกิ ริ ิยาเอสเทอรฟิ เิ คชัน ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลิซิส และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟิเคชัน
10. สืบคน้ ขอ้ มูลและนําเสนอตวั อยา่ งการนาํ สารประกอบอินทรียไ์ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันและ
อตุ สาหกรรม
11. ระบุประเภทของปฏิกริ ยิ าการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรอื พอลเิ มอร์
12. วิเคราะห์และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่าง โครงสร้างและสมบตั ิของพอลเิ มอร์ รวมทัง้ การนาํ ไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบและระบปุ ระเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑย์ าง รวมทั้งการนาํ ไปใช้ประโยชน์
14. อธิบายผลของการปรบั เปลย่ี นโครงสรา้ ง และการสงั เคราะหพ์ อลเิ มอร์ทมี่ ตี ่อสมบัติของพอลิเมอร์
15. สบื คน้ ขอ้ มูลและนาํ เสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกําจัดผลิตภัณฑพ์ อลิเมอรแ์ ละแนว
ทางแก้ไข
รวมทั้งหมด 15 ผลการเรยี นรู้
272
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
ว33241 ชีววทิ ยา 5 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับดุลยภาพของชีวิตและการดํารงชีวิต การรักษาดุลยภาพในร่างกายของสัตว์และ
มนุษย์ศึกษาระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว ของ
สัตว์ และมนุษย์ เซลล์ประสาทและการทํางานของเซลล์ประสาท สมองและไขสันหลังท่ีเป็น
ศนู ย์ควบคุมระบบประสาทการทํางานของระบบประสาทโซมาติกและระบบ-ประสาทอัตโนวัติ โครงสร้าง
และการทํางาน ของอวัยวะ รับความรู้สึกที่เกี่ยวกับ นัยน์ตากับการมองเห็น หกู บั การได้ยนิ จมูก
กบั การดมกล่ิน ล้ินกับการ รับรส และผิวหนังกับการรับความรู้สึก ศึกษาโครงสรา้ งและอวัยวะที่ใช้ใน
การเคล่ือนท่ีของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ โครงสร้างและการทํางานของระบบ
สืบพนั ธแ์ุ ละการเจรญิ เตบิ โตของสตั ว์และมนุษย์ ศึกษาระบบต่อมไร้ทอ่ โครงสรา้ งและการทาํ งานของต่อม
ไรท้ ่อ ฮอร์โมนจากต่อมไรท้ ่อและอวยั วะทีส่ ําคัญ การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายด้วยฮอรโ์ มนและฟีโรโมน
ในสัตว์ ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่กําเนิดและ
พฤติกรรมเรียนรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม กับพัฒนาการของระบบประสาท การส่ือสาร
ระหว่างสัตว์โดยการใช้เสียง ทา่ ทาง และ สารเคมี
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู การสังเกต
การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งทศวรรษท่ี 21 ใน
ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปญั หา ดา้ นการส่อื สารสามารถสือ่ สารสิ่งท่เี รียนรู้
และนาํ ความร้ไู ปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม
สาระการเรยี นรู้
4. เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลยี่ นแก๊สการลําเลียงสาร
และการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถา่ ย การรับรู้และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การ
สืบพนั ธ์ุและการเจริญเตบิ โต ฮอร์โมนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤติกรรมของสตั ว์ รวมทง้ั นําความร้ไู ปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1.สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย
ไส้เดือนดนิ กงุ้ หอย แมลง และสัตว์มีกระดูกสนั หลงั
2.อธบิ ายเกย่ี วกบั โครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องเซลล์ประสาท
273
3.อธิบายเกยี่ วกับการเปลี่ยนแปลงของศกั ย์ไฟฟา้ ท่ีเย่อื หุ้มเซลลข์ องเซลล์ประสาท และกลไกการถา่ ยทอด
กระแสประสาท
4.อธบิ าย และสรปุ เกย่ี วกับโครงสร้างของระบบประสาทสว่ นกลางและระบบประสาทรอบนอก
5.สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของสว่ นต่าง ๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองสว่ น
หลงั และไขสนั หลัง
6.สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่างการทาํ งานของระบบประสาท โซมาตกิ และระบบ
ประสาทอัตโนวตั ิ
7.สบื ค้นข้อมลู ทดลอง อภปิ รายและสรุปเก่ยี วกับการทาํ งานของระบบประสาทและอวัยวะรับความรสู้ ึก
8.สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของ ตา หู จมูก ลนิ้ และผวิ หนงั ของมนุษย์ ยกตัวอยา่ งโรค
ต่างๆ ท่ีเกีย่ วข้อง และบอกแนวทางในการดแู ลป้องกัน และรกั ษา
9.สังเกต และอธบิ ายการหาตําแหนง่ ของจุดบอด โฟเวยี และความไวในการรบั สัมผสั ของผิวหนัง
10.สืบคน้ ข้อมลู ทดลอง อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าท่ขี องอวยั วะท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การ
เคล่อื นทขี่ องแมงกะพรนุ หมึก ดาวทะเล ไสเ้ ดอื นดนิ แมลง ปลา และนก
11.สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าที่ของกระดูกและกลา้ มเนอ้ื ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การเคลือ่ นไหว
และการเคล่ือนท่ีของมนษุ ย์
12.สืบคน้ ขอ้ มลู ทดลอง อภปิ รายและสรุปเกี่ยวกับการเคลอ่ื นท่ีของสง่ิ มชี ีวิต
13.สงั เกต และอธบิ ายการทํางานของขอ้ ตอ่ ชนิดต่าง ๆ และการทํางานของกลา้ มเนือ้ โครงรา่ งทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กับการเคล่ือนไหวและการเคล่อื นทข่ี องมนษุ ย์
14.สืบค้นข้อมลู อธบิ าย และยกตัวอย่าง การสืบพันธ์แุ บบไม่อาศยั เพศและการสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศในสตั ว์
15.สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าทีข่ องอวัยวะในระบบสบื พันธเุ์ พศชายและระบบสบื พนั ธุเ์ พศหญงิ
16.อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลลไ์ ข่ และการปฏสิ นธิในมนุษย์
17.อธบิ ายการเจรญิ เตบิ โตระยะเอม็ บริโอและระยะหลงั เอม็ บริโอของกบ ไก่ และมนษุ ย์
18.สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และเขยี นแผนผังสรุปหน้าที่ของฮอร์โมนจากตอ่ มไรท้ ่อและเนื้อเยอ่ื ทสี่ รา้ ง
ฮอรโ์ มน
19.สบื ค้นข้อมลู อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และยกตวั อย่างพฤตกิ รรมทเ่ี ป็นมาแตก่ ําเนดิ และพฤติกรรมที่เกิดจาก
การเรยี นรู้ของสัตว์
20. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และยกตัวอยา่ งความสมั พันธร์ ะหวา่ งพฤติกรรมกับววิ ฒั นาการของระบบ
ประสาท
21. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตวั อยา่ งการสื่อสารระหวา่ งสตั วท์ ี่ทําให้สัตว์แสดงพฤตกิ รรม
22. สบื ค้นขอ้ มูล ทดลอง อภปิ รายและสรปุ เกยี่ วกับพฤตกิ รรมของสัตว์
รวมทงั้ หมด 22 ผลการเรยี นรู้
274
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ว30285 ระเบียบวิธวี ิจยั เบอื้ งตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาผลงานวจิ ัยด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีจากแหล่งเรยี นรู้ โดยมีการสืบค้น
ข้อมูล วิเคราะห์ นําเสนอ อภปิ รายและสรุปผล ศกึ ษาสถิติเพ่ือการวิจัย รปู แบบการเขียนงานวิจยั เขียนเค้า
โครงงานวิจยั และนาํ เสนอเคา้ โครงงานวจิ ยั
เพอื่ ให้เกดิ การเรียนรกู้ ระบวนการวิจัยทางวทิ ยาศาสตร์ จากความรคู้ วามเข้าใจในงานวิจยั ที่ศกึ ษา
สอื่ สารส่ิงที่เรียนรู้ มีคุณสมบัติและจรรยาบรรณของนักวิทยาศาสตร์ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายระเบยี บวธิ ีวจิ ยั
2. สืบคน้ ขอ้ มลู งานวจิ ยั ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
3. เขยี นและนาํ เสนอเคา้ โครงงานวิจัยของตนเองในสาขาทีส่ นใจ
รวมทงั้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้
ว33202 ฟิสิกส์ 6 275
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2
คาอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
เวลา 80 ชว่ั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาวิเคราะห์ ความหมายและคุณค่าของการทําโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเภท
ของ โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิธีดําเนินการทําโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษา
วเิ คราะห์และ อภปิ รายตวั อย่างโครงงานเก่ียวกบั ชอื่ เรอ่ื ง บทคดั ย่อ การออกแบบการทดลอง การอภิปราย
และสรุปผล การเขียนเอกสารอา้ งอิง แนวคดิ ในกรดดั แปลง ขยาย เพมิ่ เติม จากโครงงานทไี่ ด้ศึกษา กาํ หนด
ปญั หา สืบค้นข้อมูล และเสนอแนวทางแก้ปัญหาในเรอื่ งที่สนใจเป็นพิเศษโดยนําความร้ทู างฟิสิกส์มาใช้ใน
การแก้ปัญหา นําเสนอเค้าโครงของ โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทําการทดลองเบื้องต้น ศึกษา
ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและ จรรยาบรรณในการใช้สัตว์ทดลอง สืบค้นข้อมูล ปฏิบัติการทดลอง
สํารวจตรวจสอบสมมติฐานของปัญหาทีส่ นใจเปน็ พเิ ศษ บนั ทกึ และ รวบรวมข้อมลู วเิ คราะหแ์ ละจัดกระทํา
ข้อมลู สรุปผล เขียนรายงาน และนําเสนอผลงาน
โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีความคิด
ระดบั สูง สามารถเสนอเคา้ โครงโครงงานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี มีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีความคดิ ระดบั สูง
ในการสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ คา่ นิยมท่พี ึงประสงคค์ ุณธรรม
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย คุณค่า และประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร์(ฟิสิกส์)
2. จัดทําเคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์(ฟสิ ิกส)์ ที่จะดําเนินการวิจัยด้วยตนเอง
3. นําเสนอเคา้ โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟสิ ิกส)์ ตอ่ ท่ีประชมุ
4. ดาํ เนนิ การทําโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟิสกิ ส์) ตามแผนการปฏบิ ตั งิ าน
5. เขยี นรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟิสกิ ส์)
6. เสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์(ฟสิ กิ ส์) ในโรงเรยี นหรอื ชุมชน
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
276
ว30226 เคมี 6 (STEM สรา้ งสรรค์) คาอธบิ ายรายวชิ า
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
การศึกษา กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจาก
สถานการณ์ที่ เกดิ ข้ึนในชวี ิตประจําวัน การประกอบอาชีพ หรืออุตสาหกรรม แสดงหลักฐานถึงการ บูรณา
การความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอ่ืน รวมทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ เพ่ือ แก้ปัญหาใน
สถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจ นําเสนอผลงานหรือชิ้นงานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือ
ประเด็นที่สนใจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้าร่วมประชุม
วชิ าการ หรอื การแสดงผลงานสิง่ ประดษิ ฐใ์ นงานนิทรรศการ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการคิด
ทักษะการสื่อสาร ทักษะการใช้เทคโนโลยี เพือ่ การคน้ ควา้ และการส่ือสาร ซ่งึ สามารถทาํ ได้หลายระดบั โดย
อาจเป็นระดบั ชัน้ เรยี น โรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ชมุ ชน ระดบั ชาติ หรือนานาชาติ โดย การบูรณาการ
ความรแู้ ละทกั ษะในการอธิบายปรากฏการณ์ในชีวิตประจําวันและการแกป้ ญั หา ทางเคมี
สาระเคมี รายวชิ าเพ่มิ เติม
3. เข้าใจหลักการทําปฏิบัติการเคมี การวัดปริมาณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหน่วย การคํานวณ
ปริมาณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมท้ังการบูรณาการความรู้และทักษะในการอธิบาย
ปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจาํ วนั และการแกป้ ญั หาทางเคมี
ผลการเรียนรู้
1.กําหนดปัญหาและนําเสนอแนวทางการ แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ ที่เกิดข้ึนใน
ชีวิตประจาํ วัน การประกอบอาชพี หรืออุตสาหกรรม
2.แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอ่ืน รวมทั้งทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตรห์ รือกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการคดิ วิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิด
สร้างสรรค์ เพ่ือ แก้ปญั หาในสถานการณห์ รอื ประเดน็ ที่สนใจ
3. นําเสนอผลงานหรือช้ินงานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจโดยใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ
4.แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนา การเข้าร่วมประชุมวิชาการ หรือการแสดงผลงานส่ิงประดิษฐ์ใน
งานนิทรรศการ
รวมทงั้ หมด 4 ผลการเรยี นรู้
277
คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว33207 ชวี วิทยา 6 กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรม
ความหลากหลายของสปีชีส์ และความหลากหลายของระบบนิเวศการเกิดเซ ลล์เร่ิมแรกของส่งิ มีชีวติ และ
วิวัฒนาการของส่ิงมชี ีวิตเซลล์เดียว อธบิ ายลักษณะสําคัญและยกตัวอย่างสิ่งมชี ีวิตกลมุ่ แบคทีเรียสิ่งมีชีวิต
กลุ่มโพรทิสต์สงิ่ มีชวี ิตกลุ่มพืช สงิ่ มีชีวิตกลุ่มฟังไจและส่ิงมีชีวติ กลุ่มสัตว์ การจําแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมู่
ใหญ่จนถึงหมวดหมู่ย่อยและวิธีการเขียนช่ือวิทยาศาสตร์ในลําดับข้ันสปีชีส์สรา้ งไดโคโทมัสคีย์ในการระบุ
สงิ่ มีชีวิตหรือตัวอย่าง ที่กําหนดออกเป็นหมวดหมู่วิเคราะห์อธบิ ายและยกตัวอย่างกระบวนการถ่ายทอด
พลังงานในระบบนเิ วศ
การเกิดไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนฟิ ิเคชนั เขียนแผนภาพเพอ่ื อธิบาย
วัฏจักรไนโตรเจนวฏั จักรกํามะถันและวัฏจักรฟอสฟอรัส อธิบายลักษณะของไบโอมท่ีกระจายอยู่ตามเขต
ภมู ิศาสตรต์ ่างๆการเปลี่ยนแปลงแทนทีแ่ บบปฐมภมู ิและการเปล่ียนแปลงแทนที่แบบทุตยิ ภูมสิ รุปเก่ียวกับ
ลักษณะเฉพาะของประชากรของสิ่งมีชวี ิตบางชนิดสบื คน้ ข้อมลู การเพ่ิมของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล
และการเพิ่มของประชากรแบบลอจิสตกิ อธบิ ายตัวอย่างปจั จัยท่ีควบคุมการเติบโตของประชากรวิเคราะห์
อภปิ รายและสรปุ ปัญหาการขาดแคลนนํา้ การเกดิ มลพษิ ทางน้ําและผลกระทบทมี่ ีตอ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งเสนอแนวทางการวางแผนการจัดการน้ําและการแก้ไขปัญหาวิเคราะห์อภิปรายและสรุปปัญหา
มลพิษทางอากาศและผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อมรวมท้ังเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสรุป
ปัญหาท่ีเกิดกับทรัพยากรดินและผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อมรวมท้ังเสนอแนว ทางการแก้ไข
ปญั หาสรุปปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการทําลายปา่ ไม้รวมท้งั เสนอแนวทางในการปอ้ งกันการทําลายป่าไม้
และการอนุรักษ์ป่าไม้วิเคราะห์อภิปรายและสรุปปัญหาผลกระทบท่ีทําให้สัตว์ป่ามีจํานวนลดลงและ
แนวทางในการอนุรกั ษส์ ตั วป์ ่า
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู การสังเกต
การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งทศวรรษที่ 21 ใน
ด้านการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปญั หา ดา้ นการส่ือสารสามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้
และนําความรู้ไปใชใ้ นชีวิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
สาระชวี วิทยา
สาระท่ี 2 เข้าใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม สมบัติและ
หน้าท่ีของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ หลักฐานข้อมูลและแนวคิดเกี่ยวกับ
278
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กการเกิดสปีชีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ
กําเนดิ ของสิ่งมชี วี ติ ความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ และอนุกรมวธิ าน รวมท้ังนาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. อภิปรายความสําคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเช่ือมโยงระหว่าง ความหลากหลาย
ทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปชี ีส์ และความหลากหลายของระบบนิเวศ
2. อธิบายการเกิดเซลลเ์ ร่ิมแรกของส่ิงมชี ีวิตและวิวฒั นาการของสงิ่ มีชีวติ เซลลเ์ ดียว
3. อธิบายลักษณะสําคัญ และยกตัวอย่างส่ิงมีชีวิตกลุ่มแบคทีเรีย สิ่งมีชีวิตกลุ่มโพรทิสต์ ส่ิงมีชีวิตกลุ่มพืช
สง่ิ มีชีวิตกลมุ่ ฟงั ไจ และสงิ่ มชี ีวติ กลมุ่ สตั ว์
4. อธิบาย และยกตัวอย่างการจําแนกส่ิงมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถงึ หมวดหมู่ย่อย และวิธีการเขียนชื่อ
วทิ ยาศาสตร์ในลําดับขัน้ สปีชสี ์
5. สร้างไดโคโทมัสคยี ์ในการระบสุ ่ิงมชี ีวติ หรอื ตัวอย่างทีก่ ําหนดออกเปน็ หมวดหมู่
6. สบื ค้นขอ้ มูล อภิปลายและอธิบายเกย่ี วกับชนิดพนั ธต์ุ ่างถน่ิ ทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ สภาพแวดลอ้ ม
7. สืบค้นข้อมูล อภิปลาย และนําเสนอคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพกับการใช้ประโยชน์ของ
มนษุ ย์ที่มีผลตอ่ สงั คมและสง่ิ แวดล้อม
สาระที่ 5 เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงานและการหมุนเวียนสารใน
ระบบนเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ยี นแปลงแทนท่ีของส่ิงมชี ีวิตในระบบนิเวศ ประชากรและ
รปู แบบการเพ่ิมของประชากรทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการใช้
ประโยชนแ์ ละแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
1. วิเคราะห์ อธิบาย และยกตวั อยา่ งกระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ
2. อธิบาย ยกตวั อยา่ งการเกดิ ไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนฟิ เิ คชนั
3. สบื คน้ ข้อมูล และเขียนแผนภาพ เพื่ออธิบายวฏั จักรไนโตรเจน วฏั จกั รกาํ มะถัน และวัฏจกั รฟอสฟอรัส
4. สบื ค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอธบิ ายลักษณะของไบโอมท่ีกระจายอยู่ตามเขตภูมศิ าสตรต์ า่ ง ๆ บนโลก
5. สืบค้น ข้อมูล ยกตัวอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบปฐมภูมิ
และการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีแบบทุติยภมู ิ
6. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย ยกตวั อย่าง และสรุปเกี่ยวกบั ลักษณะเฉพาะของประชากรของสงิ่ มีชวี ิตบางชนดิ
7. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการเพ่ิมของประชากรแบบเอก็ โพเนนเชียลและการ
เพมิ่ ของประชากรแบบลอจิสตกิ
8. อธิบาย และยกตวั อย่างปัจจยั ท่คี วบคุมการเติบโตของประชากร
9. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปปัญหา การขาดแคลนนํ้า การเกดิ มลพษิ ทางน้าํ และผลกระทบทมี่ ีต่อมนษุ ย์
และสงิ่ แวดลอ้ ม รวมท้ังเสนอแนวทางการวางแผนการจดั การน้าํ และการแกไ้ ขปญั หา
10. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
11. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหาที่เกิดกบั ทรพั ยากรดิน และผลกระทบที่มตี ่อมนุษย์และสง่ิ แวดล้อม
279
รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
12. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และสรุปปัญหา ผลกระทบท่ีเกดิ จากการทาํ ลายป่าไม้ รวมทง้ั เสนอแนวทางในการ
ป้องกนั การทําลายปา่ ไมแ้ ละการอนรุ ักษ์ปา่ ไม้
13. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบที่ทําให้สัตว์ป่ามีจํานวนลดลง และแนวทางในการ
อนุรกั ษ์สตั ว์ป่า
14. ออกแบบสถานการณ์จําลองที่แสดงถึงการเปล่ียนแปลงปัจจัยต่างๆของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการอยู่
รอดของสงิ่ มีชีวิต
15. สืบค้นข้อมูล อธิบายและสรุปความสําคัญ ของโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช
รวมทง้ั หมด 22 ผลการเรยี นรู้
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว33261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาวิเคราะห์ อธบิ าย ตรวจสอบเกี่ยวกบั การกําเนดิ และการเปลยี่ นแปลงพลังงาน สสาร ขนาด
อณุ หภูมขิ องเอกภพ หลังเกดิ บิกแบง ววิ ัฒนาการของเอกภพ ทฤษฎีบิกแบง ความเรว็ และระยะทาง ของ
กาแล็กซี การคน้ พบไมโครเวฟพืน้ หลังจากอวกาศ โครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแลก็ ซี ระบตุ าํ แหน่ง
ของระบบสรุ ยิ ะทเ่ี ชอื่ มโยงกับการมองเหน็ ทางชา้ งเผอื กบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ ขนาดจากดาว
ฤกษ์ การสรา้ งพลังงานของดาวฤกษ์ ปฏกิ ิรยิ าลกู โซ่ โปรตอน-โปรตอน วฏั จกั รคารบ์ อน ไนโตรเจน
ออกซเิ จน ปัจจัยทีส่ ง่ ผลตอ่ ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสี
อุณหภูมิผวิ สเปกตรัมของดาวฤกษ์ การหาระยะทาง ของดาวฤกษ์ หลกั การแพรัลแลกซ์ ลําดบั วิวัฒนาการ
ทีส่ ัมพันธ์กับมวลต้ังต้น การเปล่ยี นแปลงสมบัตบิ างประการของดาวฤกษ์ แผนภาพ เฮริ ์ซปรงุ -รัสเซลล์
กระบวนการเกดิ ระบบสุรยิ ะ การแบง่ เขตบรวิ ารของ ดวงอาทติ ย์ ลักษณะของดาวเคราะห์ การโคจรของ
ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ กฎเคพเลอร์ กฎ ความโนม้ ถว่ งของนวิ ตันคาบการโคจร ของดาวเคราะห์
โครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุรยิ ะ พายสุ ุรยิ ะ การสร้างแบบจําลองทรงกลมฟา้ จุดและเส้นสําคัญ
ของแบบจําลองทรงกลมฟา้ การระบพุ กิ ดั ของดาว ระบบขอบฟา้ ระบบศูนย์สูตร การขึ้นการตกของดวง
อาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์ เวลาสรุ ิยคตปิ รากฏ เวลาของแต่ละเขตเวลาบนโลก ตาํ แหน่งปรากฏของดาวเคราะห์
สํารวจอวกาศ กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวเทียม ยานอวกาศสถานอี วกาศ เทคโนโลยีอวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จติ วทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การสาํ รวจ
ตรวจสอบ การสงั เกต การสบื คน้ ข้อมูล การอภปิ ราย สรปุ เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สอ่ื สารส่ิงที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรู้ไปใชใ้ น
280
ชวี ิตของตนเอง เฝา้ ระวงั และพัฒนาส่ิงแวดล้อมอยา่ งยั่งยืน มจี รยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ี
เหมาะสม
เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการและเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ เหน็ คุณคา่ ของ
วิทยาศาสตร์ นาํ ความรู้และหลักการไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาเกย่ี วกับการดํารงชวี ติ
ผลการเรียนรู้
20. อธิบายการกาํ เนิดและการเปลยี่ นแปลงพลงั งาน สสาร ขนาดอุณหภูมิของเอกภพ หลังเกดิ บิกแบง
ในช่วงเวลาตา่ งๆ ตามวิวฒั นาการของเอกภพ
21. อธบิ ายหลกั ฐานทีส่ นับสนนุ ทฤษฎบี ิกแบง จากความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเรว็ กบั ระยะทาง ของ
กาแล็กซรี วมทง้ั ขอ้ มูลการค้นพบไมโครเวฟ พื้นหลังจากอวกาศ
22. อธิบายโครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของกาแล็กซีทางช้างเผอื กและระบตุ าํ แหนง่ ของระบบสรุ ยิ ะ
พร้อมอธบิ ายเช่ือมโยงกับการสังเกตเห็นทางชา้ งเผือกของคนบนโลก
23. อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลีย่ นแปลงความดนั อณุ หภูมิ ขนาดจากดาว
ฤกษ์ ก่อนเกิดจนเป็นดาวฤกษ์
24. อธิบายกระบวนการสรา้ งพลงั งานของดาวฤกษแ์ ละผลทเ่ี กิดข้นึ โดยวเิ คราะหป์ ฏกิ ริ ยิ า ลูกโซ่
โปรตอน-โปรตอนและวฏั จักรคารบ์ อน ไนโตรเจน ออกซเิ จน
25. ระบุปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์และอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ความส่องสว่าง
กับโชติมาตรของดาวฤกษ์
26. อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสี อณุ หภมู ิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์
27. อธบิ ายวิธกี ารหาระยะทางของดาวฤกษด์ ้วยหลักการแพรัลแลกซ์พรอ้ มคาํ นวณหาระยะทาง ของ
ดาวฤกษ์
28. อธบิ ายลําดับวิวฒั นาการที่สัมพันธก์ ับมวลต้งั ต้น และวิเคราะห์การเปลีย่ นแปลงสมบตั ิบางประการ
ของดาวฤกษ์ในลําดบั วิวัฒนาการจากแผนภาพ เฮริ ซ์ ปรุง-รัสเซลล์
29. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ิยะ การแบง่ เขตบริวารของดวงอาทิตย์และลักษณะของดาว
เคราะห์ ท่ีเอ้ือต่อการดาํ รงชวี ติ
30. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะห์ รอบดวงอาทติ ย์ ด้วยกฎเคพเลอร์และกฎความโน้มถ่วงของนิว
ตัน พรอ้ มคํานวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์
31. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทติ ย์ การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายุสรุ ยิ ะและวิเคราะห์นําเสนอ
ปรากฏการณ์ หรอื เหตุการณ์ทีเ่ กี่ยวข้องกับผลของลมสุรยิ ะและพายุสุรยิ ะทีม่ ีต่อ โลก รวมทั้ง
ประเทศไทย
32. สรา้ งแบบจาํ ลองทรงกลมฟ้า สังเกตและเช่อื มโยง จดุ และเสน้ สาํ คญั ของแบบจาํ ลอง ทรงกลมฟ้า
กับท้องฟ้าจริง และอธบิ ายการระบพุ กิ ัด ของดาวในระบบขอบฟ้าและ ระบบศนู ยส์ ูตร
281
33. สังเกตทอ้ งฟ้า และอธิบายเส้นทางการขนึ้ การตกของดวงอาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์
34. อธิบายเวลาสรุ ิยคตปิ รากฏ โดยรวบรวมข้อมลู และเปรียบเทยี บเวลาขณะท่ี ดวงอาทิตยผ์ ่าน เม
รเิ ดียนของผสู้ งั เกตในแตล่ ะวนั
35. อธิบายเวลาสุริยคติปานกลางและการเปรียบเทียบ เวลาของแตล่ ะเขตเวลาบนโลก
36. อธิบายมุมห่างทส่ี ัมพันธก์ บั ตาํ แหนง่ ในวงโคจร และอธิบายเชือ่ มโยงกับตาํ แหนง่ ปรากฏของ ดาว
เคราะหท์ ่สี ังเกตไดจ้ ากโลก
37. สบื ค้นข้อมูล อธิบายการสํารวจอวกาศ โดยใชก้ ล้องโทรทรรศน์ในชว่ งความยาวคลืน่ ตา่ งๆ
ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานอี วกาศ และนาํ เสนอ แนวคิด การนําความรู้ ทางด้านเทคโนโล
ยอวกาศ มาประยกุ ต์ ใชใ้ นชีวติ ประจําวันหรือในอนาคต
38. สบื ค้นขอ้ มูล ออกแบบและนําเสนอกจิ กรรม การสงั เกตดาวบนทอ้ งฟา้ ด้วยตาเปลา่ และ/ หรือ
กล้องโทรทรรศน์
รวมทัง้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้
282
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว33282 คอมพิวเตอร์กราฟกิ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกการใช้ซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก
หลักการสร้างงานกราฟิก องค์ประกอบศิลป์ทฤษฎีสี เทคนิควิธีการออกแบบกราฟิก การเขียนรูป การ
วาดรูปการสร้างภาพกราฟิกพ้ืนฐาน การปรับและตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก
สําหรบั งานทําป้ายประกาศ ข้อความและภาพเคลื่อนไหว การพมิ พร์ ูปภาพงานศิลป์ดว้ ยคอมพิวเตอร์ โดย
การปฏิบัติการสรา้ งภาพ ตกแต่งภาพ โดยใช้คาํ สงั่ พน้ื ฐานจากโปรแกรมกราฟิก จดั เก็บภาพ แก้ไขภาพ ทํา
สําเนาภาพ สร้างรูปแบบตัวอักษรขยายและลดขนาดภาพ การพิมพ์ป้ายประกาศ การนําเสนอข้อมูล
ประกอบดว้ ยภาพ ขอ้ ความและภาพเคลอ่ื นไหว
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะการสร้างภาพ ตกแตง่ ภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
กราฟิกในการออกแบบช้ินงานได้อย่างมีจินตนาการและสร้างสรรค์ ตลอดจนมีจิตสํานึกและความ
รับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู้รายวชิ า
9. เขา้ ใจหลกั การและวิธกี ารแกป้ ญั หาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
10. มีความรคู้ วามเข้าใจเร่ืองขอ้ มลู คอมพวิ เตอรก์ ราฟฟิก
11. สามารถเลือกเทคโนโลยเี พือ่ สร้างงานกราฟฟิก 2 มิตไิ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
12. สามารถประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื การออกแบบและสร้างงานกราฟฟกิ ได้
13. สามารถประมวลผลชิ้นงานกราฟิกใหเ้ ป็นสารสนเทศได้
14. สามารถนาํ เสนองานได้อย่างเหมาะสม
15. สามารถประเมนิ ผลงานกราฟฟกิ ได้
16. มเี จคติทดี่ ีต่อการใช้คอมพวิ เตอร์กราฟกิ
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรียนรู้
283
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ฯ
284
คาอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ฯ
285
โครงสรา้ งหลกั สูตรกลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 สงั คมศกึ ษา 1 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
รายวิชาพ้นื ฐาน ประวัติศาสตร์ 1 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สังคมศกึ ษา 2 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยกติ
ส21101 ประวัตศิ าสตร์ 2 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกิต
ส21102
ส21103
ส21104
มัธยมศึกษาปที ี่ 2 สงั คมศึกษา 3 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยกติ
รายวิชาพนื้ ฐาน ประวัตศิ าสตร์ 3 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
สังคมศกึ ษา 4 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยกิต
ส22101 ประวตั ศิ าสตร์ 4 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
ส22102
ส22103
ส22104
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 สงั คมศึกษา 5 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
รายวชิ าพื้นฐาน ประวตั ิศาสตร์ 5 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สังคมศกึ ษา 6 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยกิต
ส23101 ประวัติศาสตร์ 6 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกติ
ส23102
ส23103
ส23104
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 หนา้ ทพี่ ลเมือง 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 286
รายวชิ าเพ่ิมเติม
หน้าทพ่ี ลเมือง 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
ส20231 0.5 หน่วยกิต
ส20232 IS1 การศกึ ษาคน้ คว้าและสร้างองค์ความรู้ 1.0 หน่วยกติ (ภาค 2)
I20201
0.5 หน่วยกติ
2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกติ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 หนา้ ทพี่ ลเมอื ง 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
รายวิชาเพมิ่ เติม หน้าทพ่ี ลเมือง 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
ส20233
ส20234
มธั ยมศึกษาปีที่ 3 หนา้ ท่พี ลเมือง 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
รายวิชาเพ่ิมเตมิ หนา้ ที่พลเมอื ง 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
ส20235
ส20236
287
โครงสรา้ งหลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
มัธยมศึกษาปที ี่ 4 สังคมศึกษา 1 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกติ
รายวชิ าพน้ื ฐาน ประวตั ิศาสตร์ 1 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สังคมศกึ ษา 2 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต
ส31101
ส31102 สงั คมศึกษา 3 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกติ
ส31103 ประวัตศิ าสตร์ 2 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
สงั คมศกึ ษา 4 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกิต
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ประวตั ิศาสตร์ 3 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 0.5 หน่วยกิต
รายวิชาพ้นื ฐาน
สังคมศึกษา 5 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ
ส32101 ประวัตศิ าสตร์ 4 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกิต
ส32102 สังคมศกึ ษา 6 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ
ส32103
ส32104
มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
รายวิชาพืน้ ฐาน
ส33101
ส33102
ส33103
288
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 หนา้ ท่ีพลเมือง 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ 0.5 หนว่ ยกิต
รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ ที่พลเมือง 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกติ
สิ่งแวดลอ้ มศึกษา 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกติ (คณติ -อังกฤษ)
ส30231 ภมู ิปัญญาไทย 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต (คณิต-อังกฤษ)
ส30232
ส31281 หน้าทพี่ ลเมอื ง 1ช่วั โมง/สปั ดาห์ 0.5 หน่วยกติ
ส31262 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 1ช่ัวโมง/สัปดาห์ 0.5 หนว่ ยกิต
กฎหมายน่ารู้ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกิต (คณิต-อังกฤษ)
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เหตกุ ารณโ์ ลกปัจจุบัน 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ (คณติ -อังกฤษ)
รายวชิ าเพิ่มเตมิ อาเซียนศึกษา 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกิต (ภาคเรยี น 2)
ส30233 (คณิต-อังกฤษ,จีน,ญป่ี ุ่น)
ส30234
ส32221 ภมู ิศาสตรป์ ระเทศไทย 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกติ (คณติ -องั กฤษ)
ส32283 การเงิน ธนาคารและการคลัง 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยกิต (คณิต-อังกฤษ)
ส32210
มัธยมศึกษาปที ่ี 6
รายวชิ าเพิ่มเติม
ส33282
ส33241
289
คาอธบิ ายรายวิชา
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น
290
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ส21101 สังคมศึกษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห์ ลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในประเทศไทยและ
ภูมิภาคของโลก ใช้เครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์ท่ีแสดงลักษณะทางกายภาพ และสังคมของประเทศไทย ทวีป
เอเชยี ออสเตรเลยี และโอเชียเนียพกิ ัดภูมิศาสตร์ (ละติจูด และลองจิจดู ) เส้นแบ่งเวลาของประเทศไทยกับ
ทวีปต่างๆ และเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก ภัยธรรมชาติและการระวังภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทวีป
เอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนยี ทาํ เลที่ตัง้ กจิ กรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยทางกายภาพและสังคม
ท่มี ีต่อการเลื่อนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้าและประชากร ประเด็นปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
สภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และความร่วมมือของ
ประเทศต่างๆ แนวทางการจัดการภัยพิบัติ ที่มีผลต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของทวีป
เอเชีย ออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ กระบวนการต้ัง
คําถามเชิงภูมิศาสตร์กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการ
กลมุ่
เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ปฏิสัมพันธ์ ระหวา่ งมนุษยก์ ับสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ ท่ีก่อให้เกิด
การสร้างสรรคว์ ฒั นธรรม มจี ติ สํานึก มสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดลอ้ ม เพ่ือการพัฒนาท่ยี ัง่ ยนื
ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายและความสาํ คัญของเศรษฐศาสตร์ ค่านิยมและพฤตกิ รรมการบริโภค
ของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมาหลักการและความสําคัญของ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหนา้ ที่และความแตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภท
และธนาคารกลาง การพ่ึงพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ
การกาํ หนดอุปสงคแ์ ละอุปทาน และกฎหมายเก่ียวกับทรัพยส์ นิ ทางปัญญา
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการกลุ่ม
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์เศรษฐกิจและความ
จาํ เป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลิตและการ
บรโิ ภค การใชท้ รพั ยากรที่มีอย่จู ํากัดได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพียง เพือ่ การดาํ รงชวี ิตอยา่ งมีดุลยภาพ
ตวั ชี้วัด
ส 5.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 5.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
291
ส 3.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ส 3.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม.1/4
รวม 14 ตวั ชวี้ ัด
หมายเหตุ : คาํ อธบิ ายรายวชิ าและโครงสรา้ งสาระภูมศิ าสตร์ฯ (จัดอย่ใู นสาระที่ 5)
ซ่ึงในการจดั ทําหลกั สูตรของสถานศึกษา ให้ครผู ้สู อนนาํ ไปปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม
คาํ อธบิ ายรายวิชาและโครงสร้างสาระเศรษฐศาสตร์ (จดั อย่ใู นสาระท่ี 3)
ซึง่ ในการจดั ทําหลักสตู รของสถานศกึ ษา ให้ครูผสู้ อนนาํ ไปปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม
292
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส21102 ประวัติศาสตร์ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิเคราะห์ความสําคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ เทียบศักราชตามระบบต่างๆ ท่ีใช้
ศึกษาประวัติศาสตร์ และนําวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ อธิบาย
พฒั นาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของประเทศตา่ งๆ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
เพอ่ื รว่ มมอื กันในการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์และสังคมศาสตร์
มีทักษะทจี่ ําเป็นตอ่ การเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณ เขา้ ใจพฒั นาการของรับไทยในดา้ นต่างๆ ของ
สมัยสุโขทัย ทําให้เกิดความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต รกั ความเปน็ ไทย มีความกตญั ญูกตเวที
ตอ่ แผน่ ดินเกดิ
รหัสตัวชี้วัด
ส 4.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.2 ม. 1/1 ,ม. 1/2
ส 4.3 ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
รวม 8 ตัวชว้ี ัด
293
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ส21103 สังคมศึกษา 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทหน้าที่ของเยาวชนที่มตี ่อสงั คมและประเทศชาติ เคารพสิทธิ เสรีภาพของ
ตนเองและผู้อื่น หลักการ เจตนารมณ์โครงสร้างและสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจุบันโดยสังเขป บทบาทการถ่วงดุลของอํานาจอธิปไตยจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ความ
คล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ และวัฒนธรรมท่ีเป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรืออาจนําไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน
ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา
กฎหมายคุ้มครองผบู้ รโิ ภค กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจบุ นั ทเ่ี กีย่ วข้องกับตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกล่มุ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแก้ปญั หา
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดําเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรมมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย
มจี ิตสาธารณะ สามารถดาํ เนนิ ชวี ติ อยา่ งสันตสิ ุขในสังคมไทยและสังคมโลก
ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ สู่ประเทศไทยจากอดีตถงึ ปัจจุบันได้มีการสังคายนารวบรวม
คําสง่ั สอนของพระพุทธเจา้ อย่างเป็นระบบ ตลอดทัง้ วิเคราะหค์ วามสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนา พุทธประวัติ
ของพระพุทธเจ้าต้ังแต่ประสูติจนประกาศศาสนา วิเคราะห์คุณธรรมจากชาดก หลักธรรมอริยสัจ 4 ซึ่งมี
อิทธิพลต่อสภาพสังคมไทยในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว รจู้ ักบําเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน และสวด
มนต์ แผเ่ มตตา ประพฤติตนได้อย่างเหมาะสมถูกต้องตามหลกั ของศาสนาทีต่ นนับถือ
โดยใช้กระบวนการสรา้ งองค์ความรู้ ด้วยการสบื ค้น รวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งเรียนรู้ กระบวนการ
คิด กระบวนการกลมุ่ ร้จู กั ทาํ งานอยรู่ ่วมกันในสงั คมดว้ ยความเข้าใจท่ีดี
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่นั ในการทํางานและรัก
ความเปน็ ไทยและมสี ่วนในการพัฒนาสังคม/ตนเอง/ครอบครวั
ตัวชว้ี ัด
ส 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11
ส 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4ม.1/5
รวม 23 ตวั ชวี้ ดั
294
หมายเหตุ :คําอธบิ ายรายวชิ าและโครงสรา้ งสาระหน้าท่พี ลเมืองฯ (จัดอยู่ในสาระที่ 2)
ซึง่ ในการจัดทาํ หลักสูตรของสถานศึกษา ให้ครผู ู้สอนนําไปปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม
คําอธิบายรายวิชาและโครงสร้างสาระศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม (จัดอยูใ่ นสาระที่ 1)
ซ่ึงในการจัดทาํ หลักสูตรของสถานศกึ ษา ให้ครูผูส้ อนนาํ ไปปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส21104 ประวัตศิ าสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ระบคุ วามสําคัญของแหล่งอารยธรรมในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และอธิบายเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตรส์ มัยก่อนสโุ ขทัยในดนิ แดนไทยโดยสังเขป วิเคราะหพ์ ัฒนาการของอาณาจกั รสุโขทัยในด้าน
ต่างๆ วเิ คราะหอ์ ิทธิพลของวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทยสมัยสุโขทยั และสังคมไทยในปจั จุบัน
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
เพ่ือรว่ มมอื กันในการศกึ ษาค้นควา้
เห็นคุณค่าและความสําคัญของผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของอารยธรรมไทย มีความรักชาติ
ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซือ่ สัตยส์ จุ รติ มุง่ มนั่ ในการทํางานและรักความเปน็ ไทย
รหัสตวั ชี้วดั ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.1 ม. 1/1 ,ม. 1/2
ส 4.2 ม. 1/1 ,ม. 1/2 , ม. 1/3
ส 4.3
รวมทง้ั หมด 8 ตัวช้ีวดั
295
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส22101 สังคมศึกษา3 กล่มุ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษาการใช้เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนําเสนอข้อมลู เก่ยี วกับลักษณะ
ทางกายภาพและสังคมของทวีปยุโรปและแอฟรกิ า วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพ
และสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่งแวดล้อมใหม่ทางสังคม อันเป็นผลจากการ
เปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสังคม ของทวีปยุโรปและแอฟริกา ระบุแนวทางการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรปและแอฟริกา สํารวจ อภิปรายประเด็นปัญหาเก่ียวกับ
สิ่งแวดล้อมท่ีเกิดขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะห์เหตุและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการ
เปล่ียนแปลงของสิ่งแวดลอ้ มในทวีปยโุ รปและแอฟริกา
ศึกษา ประวตั แิ ละความสําคญั ของพระพทุ ธศาสนาเก่ียวกบั การเผยแผ่พระพทุ ธสาสนาในประเทศ
เพื่อนบ้าน การสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และความสําคัญของพระพุทธ ศาสนาต่อ
สังคมไทยในฐานะเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม ความเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติ กับการพัฒนา
ชมุ ชนและการจดั ระเบยี บสังคม ด้วยการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างเป็นระบบ และดําเนินชวี ติ อย่างมีสติ
วิเคราะห์ พุทธประวัติเกี่ยวกับการผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน ประวัติพุทธสาวก พุทธ
สาวกิ า เร่อื งพระสารบี ุตร พระโมคคัลลานะ นางขชุ ชุตรา พระเจา้ พมิ พิสาร ชาวพทุ ธตัวอย่างคอื พระมหา
ธรรมราชาลิไท สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส นําวิธีปฏิบัติของท่านมาประยกุ ต์ใช้
ในชีวิตประจําวนั
ศึกษา หลักธรรมคําสอนเรื่องพระรัตนตรัย หัวข้อธรรมคุณ 6 อริยสัจ 4 ทุกข์(ธรรมท่ีควรรู้)
เก่ียวกับขันธ์ 5 สมุทัย(ธรรมท่ีควรละ)เกี่ยวกับหลักในหัวข้อสมบัติ 4 วิบัติ 4 อกุศลกรรมบถ 10
อบายมุข 6 นิโรธ(ธรรมที่ควรบรรลุ)เกี่ยวกับสุข (สามิส นิรามิส) มรรค(ธรรมท่ีควรเจริญ)เก่ียวกับบุพ
พนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรณุ ธรรม 6 กุลจิรฏั ฐิติธรรม 4 กุศลกรรมบถ 10 สตปิ ัฏฐาน 4 มงคล 38
เร่ือง ประพฤติธรรม เว้นจากความช่ัว เว้นจากการด่ืมนํ้าเมา เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า
และศรัทธาในพระรตั นตรัย ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและดําเนินชีวติ อย่างมสี ติ
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม การค้นคว้าข้อมูล แสดงความคิดเห็น การนําเสนอ อภิปรายเพ่ือให้
เกิดทกั ษะ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาํ ความรู้ทไ่ี ดม้ าไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาํ วัน
รหัสตวั ชว้ี ัด
ส 5.1 ม.2/1 , ม.2/2
ส 5.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4
ส 1.1 ม.2/1 ,ม.2/2 , ม.2/3,ม.2/4,ม.2/5, ม.2/6,ม.2/8,ม.2/11
รวมทัง้ หมด 14 ตัวชว้ี ัด
296
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ส22102 ประวตั ศิ าสตร์ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห์วิธีการประเมินค่าความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ
ตัวอย่างการประเมินค่าความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยในท้องถ่ิน ของตนเอง
วเิ คราะห์ข้อมลู จากเอกสารต่างๆในสมยั อยุธยาและธนบรุ ี ข้อความบางตอนในพระราชพงศาวดารอยุธยา
จดหมายเหตุชาวต่างชาติการแยกแยะระหว่างข้อมูลกับความคิดเหน็ ความจริงกับข้อเทจ็ จริง ตวั อย่างการ
ตีความข้อมูลจากหลักฐานท่แี สดงเหตุการณ์สําคัญในสมัยอยุธยาและธนบรุ ีเห็นคุณค่าและความสําคัญของ
การวิเคราะห์ขอ้ มลู และการตคี วามทางประวัติศาสตร์
ศกึ ษา การสถาปนาอาณาจักรอยุธยาวิเคราะห์ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร
อ ยุ ธ ย าศึ ก ษ า พั ฒ น า ก า ร ข อ ง อ าณ าจั ก ร อ ยุ ธ ย าใน ด้ าน ก าร เมื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง สั ง ค ม เศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศวิเคราะห์การเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังที่ 1 และการกู้เอกราช ภูมิปัญญาและ
วัฒนธรรมไทยในสมัยอยุธยาในด้านการควบคุมกําลงั คนศิลปวัฒนธรรมการเสียกรงุ ครงั้ ท่ี 2 การกู้เอกราช
การสถาปนากรงุ ธนบุรี ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี
ศึกษา วีรกรรมของบรรพบุรุษไทย ผลงานของบุคคลสาํ คัญของไทยที่มีส่วนสร้างสรรค์ ชาติไทย
คอื สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ 2พระสุริโยทัยพระนเรศวรมหาราชพระนารายณ์มหาราชพระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช(ดว้ ง)และสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสรุ สงิ หนาถ(บญุ มา)
โดยใช้กระบวนการสืบค้น การสังเกต การปฏบิ ัติ วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ เพื่อใหเ้ กิดความรู้
ความเข้าใจ เหน็ คุณคา่ และความสําคัญของการตีความทางประวตั ศิ าสตร์ มีความรกั และหวงแหน
ประเทศ
รหัสตวั ชี้วัด ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
ส 4.1 ม.2/1, ม.2/2 , ม.2/3
ส 4.3
รวมท้งั หมด 6 ตัวช้วี ัด