197
ว32281 โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1.0 หน่วยการเรียน
2.0 หนว่ ยการเรียน
ว32202 ฟิสิกส์ 4 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 2.0 หน่วยการเรียน
2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว32222 เคมี 4 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ว32242 ชีววิทยา 4 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ว32262 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 2 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์
รายวิชาพ้ืนฐาน 1.0 หนว่ ยการเรียน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 0.5 หน่วยการเรียน
1.0 หน่วยการเรียน
ว33101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 3 (ฟิสกิ ส์) 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์
ว33102 การออกแบบเทคโนโลยี 2 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น
ว33103 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศพ้ืนฐาน 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น
2.0 หนว่ ยการเรยี น
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 1.0 หน่วยการเรยี น
2.0 หนว่ ยการเรยี น
ว33201 ฟิสกิ ส์ 5 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 2.0 หน่วยการเรยี น
1.5 หนว่ ยการเรยี น
ว33221 เคมี 5 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยการเรยี น
1.0 หนว่ ยการเรียน
ว33241 ชวี วทิ ยา 5 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์
ว33281 ระเบยี บวธิ วี ิจัยเบอ้ื งต้น 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ว33202 ฟสิ กิ ส์ 6 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ว33222 เคมี 6 (STEM สร้างสรรค์) 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
ว33242 ชวี วิทยา 6 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ว33261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ว30286 คอมพิวเตอรก์ ราฟกิ 1 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
198
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐานและเพม่ิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ม.ตน้ (หอ้ งเรยี นพเิ ศษ)
199
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ สํารวจ สืบค้นข้อมูลสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุ และการใช้
ประโยชนจ์ ากธาตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ และธาตกุ ัมมันตรังสี จุดเดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่น
ของสารบริสุทธ์ิและสารผสม ความสัมพันธร์ ะหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสรา้ งอะตอม การ
จดั เรยี งอนุภาค แรงยึดเหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค และการเคลื่อนที่ของอนภุ าค แบบจาํ ลองของสสารในแต่ละ
สถานะ พลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร เซลล์พืช เซลล์สัตว์ และหน้าท่ีของ
องค์ประกอบภายในเซลล์ รูปร่างและโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ การจัดระบบของสิ่งมีชีวิต การแพร่
และออสโมซสิ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ลักษณะและหน้าท่ีของท่อลาํ เลียงนํา้ และท่อลําเลียงอาหาร
ประโยชน์ของพืชท่ีมีต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ลักษณะและหน้าที่ของไซเล็มและโฟลเอ็ม การสืบพันธุ์
แบบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก โครงสร้างของดอก การถา่ ยเรณู การปฏิสนธิของพืชดอก การ
เกิดผลและเมล็ด ธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเนื้อเย่ือพืช การ
ขยายพันธ์ุพชื
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ
อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หา รวมทง้ั นาํ ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม ตลอดจนตระหนักถึงปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวช้ีวัด
ว 1.2 ม.1/1-18
ว 2.1 ม.1/1-10
รวมท้ังหมด 28 ตัวช้ีวัด
200
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว21102 วทิ ยาการคานวณ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ข้ันตอนการ
แก้ปัญหา การเขียนรหัสลําลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ยท่ีมีการใช้งาน
ตวั แปร เง่ือนไข และการวนซ้ํา เพ่ือแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรอื วิทยาศาสตร์การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
การประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพือ่ ตดั สนิ ใจซอฟต์แวร์และบริการบนอินเทอร์เน็ต
ท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เกดิ ประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสียหายใหแ้ ก่ผอู้ นื่
มาตรฐานและตวั ช้วี ัด
ว. 4.2 ม.1/1-4
รวมทัง้ หมด 4 ตัวชีว้ ัด
201
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว21103 วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษา วิเคราะห์ สํารวจ สืบค้นข้อมูล ดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก ปริมาณความร้อน
การเปล่ียนแปลงอุณหภมู แิ ละสถานะของสสาร การวัดอุณหภูมขิ องสสาร การขยายตวั หรือหดตัวของสสาร
การถ่ายโอนความร้อน สมดุลความร้อนการแบ่งชั้นบรรยากาศ ลมฟ้าอากาศ กระบวนการเกิดพายุฝนฟ้า
คะนองและพายุเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก แนวคิดหลักของเทคโนโลยี
ในชีวิตประจําวนั การใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยี เพอื่ แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจาํ วัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ และการ
อภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หา รวมทง้ั นําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ตลอดจนตระหนักถึงปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวชวี้ ัด
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1-7
ว 3.2 ม.1/1-7
รวมท้ังหมด 15 ตัวช้ีวัด
202
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว21104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลง
ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จําเป็นเพื่อออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
รวมทัง้ เลอื กใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ เคร่ืองมอื ในการแก้ปัญหาได้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย
มาตรฐานและตัวชวี้ ัด
ว. 4.1 ม.1/1-5
รวมทง้ั หมด 5 ตัวช้วี ัด
203
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ตระหนัก เปรียบเทียบ พยากรณ์ ออกแบบการทดลอง และทดลอง
โครงสร้าง หน้าที่และกลไกลของการทํางานระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ
ประสาท และระบบสืบพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเม่ือเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การคมุ กําเนิด การแยก
สารผสมด้วยวิธีการต่างๆ นําวิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหา ในชีวิตประจําวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ สารละลาย หาความเข้มข้นเป็น ร้อยละ ปริมาตรต่อ
ปริมาตร มวลตอ่ มวล และมวลตอ่ ปรมิ าตร และนาํ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย การ
เคลื่อนท่ีของวัตถุ แรงลัพธ์ แรงพยุง แรงเสียดทานสถิต แรงเสียดทานจลน์ และแรงอื่นๆท่ีกระทําต่อ
วัตถุ ประโยชน์ของความรู้เร่ืองแรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง และนําหลักการของโมเมนต์ไปใช้
ประโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล และการอภิปราย
สถานการณ์ที่กําหนดโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สารสนเทศ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
ความตระหนัก สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตวั ชว้ี ัด
ว 1.2 ม.2/1-17
ว 2.1 ม.2/1-6
ว 2.2 ม.2/1-2/10
รวมทง้ั หมด 33 ตัวช้ีวัด
204
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว22102 วทิ ยาการคานวณ 2 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหา ข้ันตอนการ
แก้ปัญหา การเขียนรหัสลําลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายท่ีมีการใช้งาน
ตวั แปร เง่ือนไข และการวนซํ้า เพ่ือแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตรก์ ารรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
การประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลอื กและประเมนิ ผลเพ่ือตัดสนิ ใจซอฟตแ์ วร์และบรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ต
ท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การ
พิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้ส่ือและแหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิง
นามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การแก้ปัญหาในชีวิตจริง
รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เกดิ ประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสยี หายใหแ้ กผ่ อู้ นื่
มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
ว. 4.2 ม.2/1-4
รวมทัง้ หมด 4 ตัวชวี้ ัด
205
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว22103 วทิ ยาศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย คํานวณ ตระหนัก เปรียบเทียบ นําเสนอ สร้างแบบจําลอง เขียน
แผนภาพ สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ แรงแมเ่ หล็ก
แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถ่วงท่ีกระทําต่อวัตถุในสนามนัน้ ๆ อัตราเรว็ และความเร็ว การกระจดั
งานและกําลงั หลกั การทํางานของเครื่องกลอยา่ งง่ายและประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจําวัน พลังงาน
จลน์ และพลังงานศักย์โนม้ ถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน เช้ือเพลิงซากดึกดําบรรพ์ พลงั งานทดแทนและ
แนวทาง
การใช้พลังงานทดแทนท่ีเหมาะสมในท้องถิ่น โครงสร้างภายในโลก กระบวนการผุพังอยู่กับที่
การกรอ่ น และการเกิดตะกอน กระบวนการเกิดดิน และลักษณะช้ันหน้าตัดดิน สมบัติบางประการของ
ดิน กระบวนการเกดิ แหล่งน้าํ ผวิ ดนิ และแหล่งน้าํ ใต้ดนิ แนวทางการใช้น้าํ อยา่ งยั่งยนื ในทอ้ งถ่ิน ผลกระทบ
ของน้าํ ท่วม การกัดเซาะชายฝัง่ ดินถล่ม หลุมยบุ แผน่ ดินทรดุ
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล สรา้ งแบบจําลอง
ออกแบบ และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสมโดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตัวชวี้ ัด
ว 2.2 ม.2/11-15
ว 2.3 ม.2/1-6
ว 3.2 ม.2/1-10
รวมท้งั หมด 21 ตัวชี้วัด
206
อธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว22104 การออกแบบเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย
กาํ หนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล เลือกวธิ ีการ ออกแบบและปฏิบัติการ ทดสอบ ปรับปรุง
แกไ้ ข และประเมินผล
ใช้กระบวนการเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในการสร้างส่ิงของเครื่องใช้
หรอื วธิ ีการ ใช้ความรู้เก่ียวกับกลไกและการควบคุม ไฟฟ้า - อเิ ล็กทรอนิกส์ โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพ
๓ มติ ิ หรอื ภาพฉาย เพ่ือนาํ ไปสู่การสรา้ งต้นแบบของส่งิ ของเครื่องใช้ หรือถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็น
แบบจําลองความคิดและรายงานผล มีความคิดสร้างสรรค์ได้แก่ ความคิดริเริ่ม ความคิดคล่อง ความคิด
ยดื หย่นุ และความคดิ ละเอียดลออในการแกป้ ัญหาหรือสนองความต้องการในงานที่ผลิตเอง
สามารถเลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สงั คม สิ่งแวดลอ้ ม และมีการจัดการเทคโนโลยี
ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการ
จัดการเทคโนโลยีด้วยเทคโนโลยสี ะอาด รวมถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้
ทรพั ยากร
มาตรฐานและตวั ช้วี ัด
ว. 4.1 ม.2/1-5
รวมทัง้ หมด 5 ตัวช้ีวัด
207
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะห์ ระบุ ออกแบบ วสั ดุประเภท
พอลเิ มอร์ เทอรม์ อพลาสตกิ และเทอรม์ อเซตของพอลิเมอรผ์ ลกระทบของการใชผ้ ลิตภัณฑพ์ อลิเมอร์ทม่ี ตี ่อ
สงิ่ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม เซรามกิ ส์ และวัสดุผสม การเกดิ ปฏิกิริยาเคมี ประเภทของปฏกิ ิริยาเคมี ปัจจัย
ทีม่ ีผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี กฎทรงมวล การเกิดปฏิกริ ิยาเคมีในชวี ิตประจําวัน ผลกระทบที่เกิด
จากปฏิกิรยิ าเคมีต่อส่งิ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม สารกมั มนั ตรังสี และคาํ นวณครึ่งชีวิต การสะท้อนแสง การ
หักเหของแสง การเล้ียวเบน และการรวมคลืน่ การเดินทางของแสงผ่านตวั กลาง ภาพท่ีเกิดจากกระจก
และเลนส์ ทัศนูปกรณ์ ความสว่างและการมองเห็น ความสัมพันธ์ระหวา่ ง ยีน ดีเอ็นเอและโครโมโซม
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ
และมัลติเปิลแอลลีล กฎของเมนเดล การแบ่งเซลล์ มิวเทชัน โรคทางพันธุกรรม การใช้ประโยชน์
จากความร้ดู ้านพันธุศาสตร์ ส่งิ มชี ีวติ ดัดแปรทางพันธกุ รรมและผลกระทบทม่ี ีต่อมนษุ ยแ์ ละส่งิ แวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่ได้เรียนรู้มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาํ วันโดยตลอดจนตระหนักถึงปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง จติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม
ตัวช้วี ัด
ว 1.3 ม.3/1-8
ว 2.1 ม.3/1-8
ว 2.3 3/13-21
รวม 25 ตัวชีว้ ดั
208
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว23102 วทิ ยาการคานวณ 3 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จําเป็นต่อการ
แก้ปัญหา ขั้นตอนการแก้ปัญหา การเขียนรหัสลําลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรม
อย่างงา่ ยที่มีการใชง้ านตัวแปร เงอื่ นไข และการวนซ้ํา เพ่ือแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์การ
รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพ่ือตัดสินใจซอฟต์แวร์
และบริการบนอินเทอรเ์ น็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย
การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา ข้อตกลงและข้อกําหนดการใช้สื่อและ
แหล่งข้อมูลนําแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ
การแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
ตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความ
เสยี หายใหแ้ ก่ผู้อนื่
มาตรฐานและตัวช้ีวัด
ว. 4.2 ม.3/1-4
รวมท้ังหมด 4 ตัวชี้วดั
209
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว23103 วิทยาศาสตร์ 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา อธิบาย ระบุ วเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า
และความต้านทาน กฎของโอห์ม การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน การคํานวณพลังงานไฟฟ้า การเลือก
เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย เทคโนโลยีท่ีนํามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ
ทางด้านพลังงาน การต่อวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น การเกดิ คลนื่ คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าและ สเปกตรมั คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า การโคจรของดวงเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดูกาล การเคล่ือนที่ปรากฏของดวง
อาทติ ย์ การสังเกตเหน็ ทางช้างเผอื กของคนบนโลก การเกดิ ข้างขึ้นขา้ งแรม การเปลยี่ นแปลงเวลาการขึ้น
และตกของดวงจันทร์ การเกิดนํ้าขึ้นน้ําลง เทคโนโลยีอวกาศ โครงการสํารวจอวกาศ องค์ประกอบของ
ระบบนเิ วศ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสง่ิ มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การถ่ายทอดพลังงานของส่ิงมีชีวิต สมดุลของ
ระบบนิเวศ ประชากร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมดุลระบบนิเวศ ปัญหาส่ิงแวดล้อมและ
ทรพั ยากรในท้องถิ่น การใช้ทรพั ยากรอย่างยัง่ ยนื ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่ได้เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มี จิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสมตลอดจนตระหนกั ถงึ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตวั ชว้ี ัด ม.3/1-6
ว 1.1 ม.3/9-11
ว 1.3 ม.3/1-12
ว 2.3 ม.3/1-4
ว 3.1
รวม 25 ตัวชว้ี ัด
210
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว23104 การออกแบบเทคโนโลยี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี การทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ีจําเป็นเพ่ือออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันในด้าน
การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
รวมท้งั เลือกใช้วสั ดุอปุ กรณ์ เครือ่ งมือในการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
ว. 4.2 ม.3/1-5
รวมท้ังหมด 5 ตัวช้วี ัด
211
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
221202 คอมพิวเตอรเ์ บ้ืองต้น กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษา ค้นคว้าเร่ือง วิวัฒนาการและความเป็นมาของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เข้าใจหลักการทํางาน
ของเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ ท้ังด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รแู้ ละเข้าใจหน้าท่ีการทาํ งานของอปุ กรณ์แตล่ ะส่วน
บทบาทและประโยชนข์ องคอมพวิ เตอรใ์ นการช่วยอํานวยความสะดวก
ในกิจกรรมต่าง ๆ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ บทบาทความสําคัญ
ความก้าวหน้า พัฒนาการและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความรู้ความเข้าใจเร่ืองข้อมูลและ
สารสนเทศ โครงสรา้ งของข้อมูล กระบวนการจดั ทําข้อมูลใหเ้ ป็นสารสนเทศ การสอื่ สารขอ้ มูล พัฒนาการ
ของการสื่อสารข้อมูล อุปกรณ์สื่อสารสําหรับเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ชนิดของเครือข่าย
คอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีการรบั ส่งข้อมลู ภายในเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ประโยชนข์ องเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์
โดยสามารถแยกประเภทของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชนิด เลือกใช้ซอฟต์แวร์สร้างงานได้
เหมาะสมกับประเภทของาน มีมารยาท มีจิตสํานึกในการบํารุงรักษาและการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อไว้ใช้
ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สามารถนําความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อตนเองและสังคมทั้งทางตรง และทางออ้ ม และใช้ในชีวิตประจําได้อยา่ งคมุ้ ค่าและเหมาะสม
สามารถคัดเลอื ก จดั เกบ็ ขอ้ มูลและสารสนเทศให้ถูกต้อง สามารถรบั ส่งข้อมูลภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ได้ รักการทํางาน และนําความรู้มาใช้แก้ปัญหาในการทํางาน ปฏิบัติงานด้วยความภูมิใจ และทํางาน
ร่วมกับผู้อนื่ ได้ มีพ้นื ฐานในการดํารงชวี ติ อยใู่ นสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข
ผลการเรยี นรู้
1. ผู้เรียนบอกความหมาย ความสาํ คัญและประโยชนข์ องข้อมูล
2. ผเู้ รียนบอกองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
3.ผเู้ รยี นสามารถบอกขั้นตอนระบบปิดเปิดคอมพิวเตอร์ได้และสามารถแก้ปญั หาเบอ้ื งต้นได้
4.ผู้เรียนสามารถบอกหน้าทีข่ องแป้นอกั ขระและวิธีการใชเ้ มาสอ์ ย่างถกู วธิ ี
5.ผู้เรยี นสามารถใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวสเ์ อ็กซพื ีได้อยา่ งถูกต้อง
6.ผูเ้ รยี นสามารถจัดการกบั แฟม้ งานและโฟลเดอร์ต่างได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
212
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว21204 วทิ ยาศาสตร์กับการแกป้ ญั หา กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
มีทักษะการกําหนดและควบคุมตัวแปร คํานวณ สื่อความหมายขอ้ มูล จัดทําข้อมูล จําแนกประเภท
ตั้งสมมติฐาน ทดลอง กําหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล ตีความหมาย
ข้อมูลลงข้อสรุป คาดคะเน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
13 กระบวนการ กระบวนการสบื เสาะหาความรเู้ พื่อให้เกดิ ทกั ษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ
สามารถส่อื สารส่ิงทเี่ รียนรแู้ ละนําความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วัน ดูแลรักษาสิง่ มีชีวิตอน่ื เฝ้าระวงั และพฒั นา
สง่ิ แวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรมมีจรยิ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามเข้าใจ สามารถอธบิ ายทกั ษะและฝกึ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 13 ทกั ษะ
2. กําหนดและควบคมุ ตัวแปร และการนําไปใช้ประโยชน์
3. มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ และความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้
วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์
4. มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นด้านประสาทสัมผสั และการสงั เกต
5. มีความสามารถในการจดั จําแนกประเภทสง่ิ ของ
6. สามารถวเิ คราะหห์ าเหตุและผลจากสถานการณ์ทีก่ ําหนดใหไ้ ด้
7. มีความสามารถในการออกแบบหนงั สอื อิเล็กทรอนิกสท์ างวทิ ยาศาสตร์
8. ตระหนักถึงบทบาทของผลกระทบของผลผลติ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทม่ี ีตอ่ มนษุ ย์
9. นาํ วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ไปใช้ในการแกป้ ัญหาและเปน็ ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั
10. มคี วามรักความสนใจและสนุกกับการเรียนรูท้ างวิทยาศาสตร์
รวม 10 ผลการเรียนรู้
213
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ว21205 ธรรมชาตแิ ละการสบื เสาะอยา่ งวิทยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
สืบเสาะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้วยประสบการณ์ตรงจากปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ั้ง เป็นรายบุคคล
และเป็นกลุ่ม ใช้ปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นเครื่องมือในการต้ังคําถาม ทีน่ ําไปสู่การสืบเสาะใช้เหตผุ ลและ
จนิ ตนาการ คิดวิธีสืบเสาะ วิธีทดลอง ลงขอ้ สรุปจากข้อมูลอย่างสมเหตสุ มผล เพื่อหาคําตอบเสนอผลงาน
การสืบเสาะในแบบวิธีการนําเสนอผลงานทางวิทยาศาสตร์ ท้ังการบรรยายและการทํารายงาน โดย ใช้
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต การสํารวจ การอธบิ าย การวิเคราะห์
และการอภิปราย เพือ่ ใหเ้ ขา้ ใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ เรยี นรู้การทํางานทางด้านวทิ ยาศาสตร์ พฒั นา
ทักษะในการทํางานกับผู้อ่ืน พัฒนาการคิดอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนานวัตกรรมการหาคําตอบในสิ่งท่ี
สงสัยผ่านกระบวนการสบื เสาะ นําไปส่กู ารทําโครงการวิจัย
ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจกระบวนการสร้างความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
2. เขา้ ใจจุดเริ่มของการเกิดความร้ทู างวิทยาศาสตร์
3. ใช้หลักการทางวิทยาศาสตรแ์ ละหลักเกณฑ์ท่สี มเหตุสมผลในการพิจารณาปรากฏการณท์ ่ีพบเห็น
หรอื สิ่งทีไ่ ด้ฟงั มา
4. สร้างคําถามท่ีพฒั นาไปสกู่ ารสืบเสาะจากการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ
5. ออกแบบการทดลองและทําการทดสอบเพื่อหาคาํ ตอบ
6. เขา้ ใจการกําหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั ิการและการกาํ หนดตวั แปรอิสระและตัวแปรควบคุม
7. เลือกเครอื่ งมอื ทเี่ หมาะสมในการเก็บข้อมลู ทีต่ ้องการ
8. เลือกวิธกี ารท่เี หมาะสมในการวิเคราะห์และแปลผลขอ้ มูลทางวิทยาศาสตร์
9. ลงข้อสรปุ อย่างเหมาะสมโดยใชฐ้ านข้อมูลจากการทดลอง
10. ใชข้ อ้ มูลจากหลายสาขาวชิ าในการคิดวิธแี กป้ ัญหา ประเด็นทเี่ ปน็ ปญั หาท่ีเกดิ ขน้ึ ในโลก
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้
214
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว21206 เรมิ่ ต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ตรวจสอบ วิเคราะห์ แก้ปัญหาและเข้าใจการต้ังสมมติฐานจากปญั หาหรือเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ออกแบบ
การทดลองเพ่ือ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกําหนดและควบคุมตัวแปรต่าง ๆ และกําหนดนิยามเชิง
ปฏิบัติการ ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์และลงมือทําการทดลอง บันทึกข้อมูลท่ีสามารถอ่าน
เขา้ ใจง่ายและสรุปผลของข้อมลู จากการศกึ ษาทดลอง สามารถที่จะวิเคราะห์โครงงานวทิ ยาศาสตรป์ ระเภท
ต่าง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงการจัดกระทํา เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
โดยมี ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ในการแสดงความคิด ออกแบบหรือดัดแปลงการทดลอง ตลอดจนวัสดุต่าง
ๆ ในการ ทํากิจกรรม ลงสู่การทําโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้เพ่ือให้เกิดทักษะ
กระบวนการ ความรคู้ วามคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู้ และนาํ ความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจําวัน
ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอนื่ เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม
และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ต้งั สมมติฐานจากปญั หาหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
2. ออกแบบการทดลองเพื่อ ตรวจสอบสมมุติฐาน โดยมีการกําหนดและควบคุมตวั แปรต่าง ๆ และ
กําหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั ิการได้อยา่ งเหมาะสม
3. ออกแบบวิธีการการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์และลงมอื ทํา การทดลองไดอ้ ย่างมีระบบ
4. บันทกึ ข้อมูลทีส่ ามารถอ่านเข้าใจง่ายและสรุปผลของข้อมูลจากการศกึ ษาทดลอง
5. วิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึง
การจดั ทํา เคา้ โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
6. มคี วามคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ในการแสดงความคดิ ออกแบบหรือดัดแปลงการทดลอง ตลอดจนวัสดุ
ต่าง ๆ ในการทํากจิ กรรมแกป้ ัญหา
7. เขา้ ใจการมีจติ วิทยาศาสตรแ์ ละมเี จตคตทิ ี่ดีต่อวิทยาศาสตร์
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้
215
คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
ว21207 ของเล่นเชิงวิทยาศาสตรห์ ลากหลาย กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
อธบิ าย ประดิษฐ์บูรณาการความรูป้ ระยุกต์ใชห้ ลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดษิ ฐข์ องเลน่ โดยใช้
วสั ดุเหลอื ใชท้ ี่มีในชีวิตประจําวนั และมีเจตคติท่ดี ตี ่อวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะ หาความรู้ เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ
ความรคู้ วามคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรยี นรู้ และนา ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน ดูแลรักษา
ส่งิ มชี ีวิตมีชีวิตอ่นื เฝา้ ระวังและพัฒนาส่งิ แวดลอ้ มอย่างยง่ั ยืนมีจติ วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมมีจรยิ ธรรม และ
ค่านยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนมีทกั ษะกระบวนการคิดสร้างสรรคแ์ ละการทํางานกลุ่ม
2. สามารถอธิบายหลกั การทางวทิ ยาศาสตรท์ ่เี กย่ี วกบั ของเลน่ ท่ีประดษิ ฐไ์ ด้
3. สามารถประดิษฐ์ของเล่นได้เองโดยอาศัยวัสดุอุปกรณ์ท่ีพอจะหาได้นํามาประยุกต์ใช้ให้เกิด
ประโยชน์
4. บรู ณาการความรหู้ ลักการทางวิทยาศาสตร์มาใชใ้ นการประดิษฐ์ของเลน่
5. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเก่ียวกับแนวคิด กระบวนการในการประดิษฐ์
ชิ้นงานให้ผอู้ ื่นเข้าใจไดร้ วมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้
216
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว22204 สนุกกบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ ทํากิจกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ในการทําโครงงาน
วิทยาศาสตร์ ลกั ษณะสําคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆ การเริ่มต้นทําโครงงานวิทยาศาสตร์
ด้วยการต้งั คําถามและการสืบคน้ ข้อมูล การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้า
โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ การทําโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเขียนรายงาน และการนาํ เสนอโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ
ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน ดูแลรักษา
สิ่งมชี ีวติ มีชวี ติ อนื่ เฝา้ ระวงั และพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยนื มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมมีจริยธรรม และ
ค่านิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ต้ังคําถามจากสถานการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ โดยมีประเด็นหรือตัวแปรท่ีสําคัญในการสํารวจ
ตรวจสอบหรอื ศึกษาได้อยา่ งครอบคลมุ และเชื่อถือได้
2. ออกแบบและวางแผนการสาํ รวจตรวจสอบ โดยมีการกําหนดและควบคุมตวั แปรต่างๆ กาํ หนดนิยาม
เชิงปฏิบตั ิการ เลือกวิธกี ารสํารวจตรวจสอบเชงิ ปริมาณ เชิงคุณภาพที่ได้ผลเท่ียงตรงและปลอดภัย โดย
ใชว้ ัสดุและเครือ่ งมอื ท่ีเหมาะสม
3. วเิ คราะห์และอธบิ ายผลการทดลองเชอ่ื มโยงกบั สมมติฐาน และสถานการณใ์ นชีวิตประจาํ วนั ได้
4. วิเคราะหโ์ ครงงานวิทยาศาสตร์ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงจัดทําเค้าโครงของ
โครงงานวิทยาศาสตร์ได้
5. ทําโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมีขั้นตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการ
แกป้ ัญหา และนําเสนอไดอ้ ย่างเหมาะสม
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้
217
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว22205 วทิ ยาศาสตรส์ ่ิงแวดล้อม กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาสิ่งมีชีวติ กับสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ การเปลีย่ นแปลงแทนท่ี คนกับทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม สาเหตปุ ญั หาและป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม เฝ้าระวงั การอนรุ กั ษ์ การพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน ศึกษาองค์ประกอบของเซลล์ การรักษาดุลยภาพของ
สิ่งมีชีวิต กลไกการรักษาดุลยภาพของน้า อุณหภูมิ กรด เบส และแร่ธาตุในร่างกายของส่ิงมีชีวิต ระบบ
ภูมิคุ้มกัน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
อภปิ ราย อธิบายนําเสนอ การใช้หลักเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ต์ใชก้ ับการจัดกิจกรรม เพอื่ ให้เกดิ ความรู้
ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ สามารถนําเสนอส่ิงที่เรียนรู้ มีจิตวิทยาศาสตร์ สามารถนําไป
ประยกุ ตใ์ ชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจําวันของตนเองได้อยา่ งมีคุณธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายเกี่ยวกบั สง่ิ มีชวี ติ กับส่งิ แวดล้อม และระบบนิเวศได้
2. อธิบายการเปลย่ี นแปลงแทนท่คี นกบั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมได้
3. อธบิ ายปัญหาการใช้ทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ มได้
4. อธิบายสาเหตุของปัญหาและการปอ้ งกันทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมได้
5. อธิบายการอนรุ กั ษ์ การพฒั นาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งยงั่ ยนื ได้
6. อธิบายเกีย่ วกับองค์ประกอบของเซลล์ ของส่ิงมชี ีวิตได้
7. อธิบายเก่ยี วกบั กลไกการรกั ษาดุลยภาพของน้า ของสิง่ มชี ีวติ ได้
8. อธิบายเกีย่ วกบั อุณหภูมิ กรด เบส และแรธ่ าตุในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้
9. อธบิ ายเกย่ี วกับแรธ่ าตุในรา่ งกายของสงิ่ มีชีวติ ได้
10. อธบิ ายเก่ยี วกบั ระบบภมู คิ ้มุ กนั ในรา่ งกายของสิ่งมชี ีวิตได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
218
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
ว22202 พันธกุ รรมกบั การอยรู่ อด กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของคน สัตว์ และพืช การทดลอง
การถ่ายทอดลักษณะบางประการ ประวัติและงานของเมนเดล โครโมโซมของส่ิงมีชีวิต การทดลองการ
จัดเรียงโครโมโซมอย่างง่าย การแยกตัวและรวมตัวของยีนและการทดลอง หลักการแบ่งตัวของเซลล์
ร่างกายและ เซลล์สบื พันธ์ุ หลักการเกดิ เพศ ผลของความผิดปกติบางชนิดทเี่ กิดจากโครโมโซมรา่ งกายและ
โครโมโซม เพศ ลักษณะพันธกุ รรมบางลักษณะในคน หมู่เลอื ด ความสมั พันธ์ของพันธุกรรมและสง่ิ แวดลอ้ ม
การเกิด การกลายและผลกระทบในส่งิ มชี วี ติ บางชนิด
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ สํารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล
อภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนําความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตประจาํ วันไดอ้ ย่างเหมาะสม มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม สามารถ
ทํางานรว่ มกับผูอ้ ื่นไดแ้ ละเห็นประโยชนก์ ารดํารงชีวติ ตามแนวทางปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายของพนั ธุกรรมและลักษณะทางพนั ธกุ รรมได้
2. สรุปความแปรผนั ทางพนั ธุกรรมที่เกิดขึน้ ในสงิ่ มีชีวิตได้
3. ทาํ กิจกรรมสํารวจและค้นหาความแปรผนั ของสงิ่ มีชีวิตได้
4. เขียนบทความ/เรยี งความเกย่ี วกับความแปรผันของสิง่ มีชีวิตได้
5. ระบุอิทธิพลทที่ ําให้เกิดความแปรผนั ทางพันธุกรรมได้
6. อธบิ ายความหมายและลกั ษณะของโครโมโซมและยนี ได้
7. สรุปและอธิบายการเกิดเพศชายและเพศหญงิ ได้
8. อธิบายความหมายของแอลลีล จีโนไทป์ ฟีโนไทป์ ลักษณะพันธ์ุแท้ ลักษณะพันทาง ยีนเด่น ยีนด้อย
ลกั ษณะเดน่ และลกั ษณะดอ้ ยได้
9. อธบิ ายกฎข้อท่ี ๑ และขอ้ ท่ี ๒ ของเมนเดลได้
10.เขยี นแผนภาพกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรมจาก พ่อแม่ไปสู่ลูกหลานได้
11. ระบุลักษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีถูกถ่ายทอดไปกบั โครโมโซมรา่ งกาย และโครโมโซมเพศได้
12. สรุปการกลายพันธแ์ุ ละสาเหตุท่ที ําใหส้ ิง่ มชี วี ิตมกี ารกลายพนั ธุ์ได้
13. อธิบายลักษณะของโรคทางพันธกุ รรมบางโรคที่เกดิ ในคนได้
14. สรุปสาเหตทุ ที่ ําใหเ้ กดิ โรคทางพันธกุ รรมในคนได้
15. ระบุไดว้ ่าลกั ษณะความผิดปกตขิ องโครโมโซมในพืชทําใหไ้ ด้พืชทีม่ คี ุณภาพดีขน้ึ สว่ นลกั ษณะท่ีไม่ดี จะ
ถูกกาํ จัดไปได้
รวมทงั้ หมด 15 ผลการเรยี นรู้
219
คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว22206 เคมีน่ารู้ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาวิเคราะห์ตรวจสอบและจําแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์
สมบัติของสารในแต่ละกลุ่ม สมบัติความเป็นกรด เบสของสารละลายค่า pH ของสารละลาย สมบัติและ
การเปล่ียนสถานะของสารโดยใช้แบบจาํ ลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร สมบัติของธาตุโลหะ อโลหะ กึ่ง
โลหะสารประกอบ สารกมั มันตรังสี การแยกสารโดยการกลน่ั การกรอง การสกัดด้วยตวั ทําละลาย
โครมาโทรกราฟี วธิ เี ตรียมสารละลายที่มคี วามเขม้ ขน้ เปน็ ร้อยละการเปลีย่ นแปลงสมบตั ิ มวลและ พลงั งาน
ของสารเม่ือสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะและการ ละลายของ
สาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะหา
ความรู้เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ี เรียนรู้และนํา
ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาส่ิงแวดล้อมอย่างย่ังยืน มีจิต
วทิ ยาศาสตรม์ ีคุณธรรมมีจรยิ ธรรม และค่านิยม
ผลการเรียนรู้
1. ทดลองและจําแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติ
ของสารในแตล่ ะกลุม่
2. ทดลองและอธบิ ายสมบัตคิ วามเป็นกรด เบส ของสารละลาย
3. ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนําความร้ไู ปใช้ประโยชน์
4. อธิบายสมบัตแิ ละการเปลย่ี นสถานะของสาร โดยใช้แบบจําลองการจัดเรียงอนภุ าคของสาร
5. สืบค้นขอ้ มลู และอธบิ ายสมบตั ิของธาตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ
6. ทดลองและอภปิ รายเก่ยี วกบั สารประกอบ
7. สบื คน้ ขอ้ มูลและอภปิ รายเก่ยี วกับสารกมั มันตรงั สี
8. อธิบายหลักการและทดลองการแยกสารโดยการกลนั่ การกรอง การสกดั ด้วยตวั ทาํ ละลาย โคร
มาโทรกราฟี
9. ทดลองและอธบิ ายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเปน็ ร้อยละและอภิปรายการนาํ ความรู้
เกย่ี วกบั สารละลายไปใช้ประโยชน์
10. ทดลองและอธบิ ายการเปล่ียน แปลงสมบัติ มวลและพลังงานของสาร เม่ือสารเปล่ียนสถานะ
และเกดิ การละลาย
11. ทดลองและอธบิ ายปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเปลีย่ นสถานะ และการละลายของสาร
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้
220
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว22203 เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษา และ ปฏิบัติเก่ียวกับ หลักการเบ้ืองต้นของการส่ือสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์
หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การค้นหาข้อมูล การติดต่อส่ือสาร
ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม และการใช้ซอฟต์แวร์ในการทํางานด้านต่าง ๆ
โดยนําทักษะกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการแก้ปัญหา การติดต่อส่ือสาร การ
สบื ค้นข้อมูลผ่านระบบเครอื ข่ายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนําซอฟต์แวร์มาประยุกต์ใช้ในการ
ทํางานเพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการทาํ งานได้อย่างเหมาะสม รวมทัง้ พัฒนาผเู้ รียนใหม้ ีวินยั ใฝ่เรียนรแู้ ละมี
ความม่งุ มน่ั ในการทาํ งาน
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลักการเบ้อื งตน้ ของการสื่อสารข้อมลู และเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
2. อธิบายหลักการและวธิ ีการแกป้ ญั หาดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. คน้ หาขอ้ มูล และตดิ ตอ่ สื่อสารผา่ นเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์อยา่ งมีคุณธรรมและจริยธรรม
4. ใช้ซอฟต์แวรใ์ นการทาํ งาน
รวมท้งั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
221
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว23201 วทิ ยาศาสตร์โลกท้งั ระบบ 1 กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา สํารวจ สงั เกต ความสัมพันธ์ของดิน นา้ํ บรรยากาศและสิง่ มีชวี ิต ซึ่งองค์ประกอบสําคญั
ของโลกทั้งระบบ ตั้งคําถามท่ีสนใจอยากรแู้ ละวเิ คราะหค์ าํ ถามที่จะนาํ ไปสู่การวิจยั วางแผนวจิ ยั ด้วยการ
สบื คน้ ตรวจวัด เขียนเค้าโครงงานวิจยั รายงานความก้าวหน้า นําเสนอและจัดแสดงผลงานวจิ ยั
ตระหนกั ในคุณค่าของการเรยี นรู้โลกทั้งระบบโดยเฉพาะในโรงเรยี นและชุมชน ท่ีใชเ้ ป็นจุดศกึ ษา
เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
และสามารถอา่ น คิด วเิ คราะห์ และเขยี นสอ่ื ความได้
การวัดและประเมินผล วัดทงั้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์โดย
การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การประเมินผลงานกลุ่มและรายบุคคล และ
เคร่อื งมือทีห่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจริง
ผลการเรยี นรู้
1. สํารวจองค์ประกอบความสัมพันธ์ของดิน น้ํา อากาศและสิ่งมีชีวิตภายในสภาพแวดล้อมของโรงเรียน
และชมุ ชน
2. สาํ รวจ สงั เกตความสัมพันธ์ระหว่างส่งิ มชี วี ติ กับสง่ิ แวดลอ้ มธรรมชาติ
3. วิเคราะห์คําถามท่ีสงสัย สนใจอยากรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมท่ีศึกษาเกี่ยวกับโลกทั้งระบบที่จะนําไปสู่
การวจิ ัย
4. สืบค้นความรทู้ ี่เก่ียวขอ้ งกับคําถามวจิ ยั วางแผนการทาํ งานวจิ ยั
5. สืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และศึกษาวิเคราะห์การเขียนเค้าโครงงานวิจัยโลกธรรมชาติศึกษา
ทดลอง รวบรวมบนั ทกึ
6. จัดกระทําวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทํางานวิจัย
และมคี วามถูกตอ้ งตามระเบียบวธิ ดี าํ เนนิ งานวจิ ยั
7. เสนอผลงานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการวิจัยผ่านการเขียนรายงานให้ผู้อื่นเข้าใจได้ตลอดจน
พัฒนาทกั ษะการส่อื สารทางวาจาและการใช้สื่ออปุ กรณแ์ ละเทคโนโลยปี ระกอบการนําเสนอผลงาน
8. อธิบายองค์ประกอบสภาพแวดล้อมธรรมชาติมีความสัมพันธ์กันและเก่ียวข้องกับการดํารงชีวิตของ
สง่ิ มีชวี ติ รวมถงึ มนุษย์ด้วยตลอดจนคน้ ควา้ หาสาเหตุของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ท่ีเกิดจาการเปล่ียนแปลง
ของสภาพแวดลอ้ ม
รวมท้งั หมด 8 ผลการเรยี นรู้
222
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว23205 พลังงานทดแทนกับการใช้ประโยชน์ กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนํ้า
พลังงาน ชีวมวลและพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ของ
พลงั งานดงั กล่าว และการนํามาใชเ้ ป็นพลังงานทดแทน และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของพลงั งาน
เหล่านัน้ ทีม่ ีต่อมนษุ ยแ์ ละส่งิ แวดล้อม
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และสามารถอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นส่ือความได้
การวัดและประเมินผล วดั ท้งั ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์โดย
การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติ การถาม การทดสอบ การประเมินผลงานกลุ่มและรายบุคคล และ
เคร่อื งมอื ท่หี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริง
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความสาํ คัญของพลังงานทดแทน
2. อธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนําพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนํ้า พลังงานชีว
มวลและพลงั งานนิวเคลียร์ ไปใช้ประโยชน์
3. อธิบายการใช้ประโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนํ้า พลังงานชีวมวลและพลังงาน
นิวเคลยี ร์ ในประเทศไทย
4. อธิบายข้อดีและข้อจํากัดเก่ียวกับการใช้ประโยชน์และแนวทางการพัฒนา ของพลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานลม พลังงานนาํ้ พลงั งานชีวมวลและพลงั งานนวิ เคลียร์
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู้
223
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว23203 จบั แสงอาทิตย์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษา ทดลอง ตรวจสอบ และริเริ่มการสร้างหรือดัดแปลงอุปกรณ์และเครื่องใช้บางชนิด ที่
เก่ียวข้องกับพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน ซ่ึงได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์เพ่ือให้มีความรู้ความ
เข้าใจในเร่ืองการนําพลังงานแสงอาทิตยม์ าใช้ในรปู ของพลังงานไฟฟ้า และพลังงานความร้อน มีทกั ษะใน
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของ
พลังงานเหล่านั้นท่ีมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การ
อภปิ ราย การอธบิ าย การวเิ คราะห์ การทํานายและการทดลอง
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
นําความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สบื ค้นข้อมูลและอธิบายความหมายของพลังงานศกั ย์ พลงั งานจลนแ์ ละปรากฏการณ์ เรือนกระจก
2. ทดลองและอธบิ ายการเปลี่ยนรปู พลังงานได้
3. สืบค้นข้อมูลและอธิบายพลังงานรูปอื่นๆ เช่น พลังงานความร้อน พลังงานเสียง พลังงานแสง พลังงาน
ไฟฟ้า พลังงานนวิ เคลยี ร์
4. สืบค้นข้อมูลและอธิบายหลักการและวิเคราะห์การนําพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยช น์ใน
ชีวิตประจาํ วนั ได้
5. ดัดแปลงและประดิษฐ์ อุปกรณ์เกี่ยวกับตู้อบแสงอาทิตย์ เคร่ืองกลั่นนํ้าแสงอาทิตย์ เครื่องป้ิงย่าง
พลงั งานแสงอาทิตย์ การทาํ น้าํ อุน่ จากพลงั งานแสงอาทิตย์
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
224
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว23206 วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ 2 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
รายงานความก้าวหน้า นําเสนอและจัดแสดงผลงานวิจัย ตระหนักในคุณค่าของโลกท้ังระบบ
โดยเฉพาะในโรงเรียน และชุมชน ที่ใช้เป็นจุดศึกษาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ สาํ รวจ ตรวจสอบ การสืบคน้ ข้อมลู และการอภิปราย
เพื่อให้เกิดความรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆ ศึกษาวิเคราะห์และปรับปรุงเค้าโครงงานวจิ ัย นําเสนอรวมถึง
การเขยี นอา้ งองิ
2. สํารวจข้อมูล ทดลอง บันทึกข้อมูล รวบรวมวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลการวิจัย ให้
สอดคล้องกับเค้าโครงงานวิจัย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทํางานวิจัยและมีความ
ถกู ต้องตามระเบียบวธิ ดี าํ เนินงานวจิ ัย
3. จดั ทํารายงานวิจัยและนาํ เสนอถ่ายทอดความรูท้ ีไ่ ด้จากการวิจยั ผ่านการเขียนรายงานใหผ้ อู้ ่ืนเข้าใจ
ได้ตลอดจนพัฒนาทักษะการส่ือสารทางวาจาและการใช้สื่ออุปกรณ์และเทคโนโลยีประกอบการ
นําเสนอผลงาน
4. อธบิ ายองค์ประกอบสภาพแวดล้อมธรรมชาตมิ ีความสัมพันธก์ ันและเกยี่ วข้องกบั การดํารงชวี ิตของ
สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ด้วยตลอดจนค้นคว้าหาสาเหตุของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดจาการ
เปล่ยี นแปลงของสภาพแวดล้อม
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้
225
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐานและเพม่ิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ม.ปลาย (ห้องเรียนพิเศษ)
226
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว31101 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
อธิบายโครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ที่สัมพันธ์กับการลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
เปรียบเทยี บการลาํ เลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์โดยการแพร่แบบธรรมดา ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซิ
ลเิ ทต แอกทฟี ทรานสปอร์ต เอนโดไซโทซสิ และเอกโซไซโทซสิ ระบโุ ครงสรา้ งและอธิบายการทาํ งานของไต
มนษุ ย์ กลไกการรักษาดุลยภาพของนํ้า และสารในรา่ งกายโดยการทํา งานของไต กลไกการรกั ษาดุลยภาพ
ของกรด-เบสของเลอื ดโดยการทํา งานของไตและปอด สาเหตแุ ละแนวทางปอ้ งกนั หรือรักษาโรคไตและโรค
ทีเ่ ก่ียวกบั ทางเดิน ปัสสาวะ กลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของอณุ หภูมภิ ายในรา่ งกายโดยการทาํ งานของหลอด
เลือดฝอย ต่อมเหงื่อ เส้นขนท่ีผิวหนัง และกล้ามเนื้อโครงร่าง บทบาทของอวัยวะหรือเน้ือเยื่อที่ทํา หน้าท่ี
ป้องกันและทํา ลายเช้ือโรคหรือส่ิงแปลกปลอม กลไกการต่อต้านหรือทําลายส่ิงแปลกปลอมแบบ ไม่จํา
เพาะและแบบจํา เพาะ สาเหตุอาการ แนวทางป้องกัน และการรักษาโรคท่ีเกิดจากความผิดปกติ ของ
ระบบภมู ิคมุ้ กัน ภาวะภมู ิคุ้มกันบกพรอ่ งท่ีมีสาเหตุมาจากการตดิ เช้ือ HIV สาเหตแุ ละวธิ ีการป้องกนั การติด
เช้ือ HIV ประเภทของสารอนิ ทรีย์ตา่ ง ๆ ท่ีพชื สร้างขน้ึ ทดสอบและบอกชนิดของสารอาหารท่พี ืชสังเคราะห์
ได้ การใช้ประโยชน์จากสารอินทรีย์ต่าง ๆ ท่ีพืชบางชนดิ สร้างข้ึน ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตและการ
ดํา รงชีวิตของพืช ปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการเจริญเตบิ โต ของพืช สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสารควบคุมการ
เจริญเตบิ โตของพืชท่ีมนษุ ย์สงั เคราะหข์ ้ึนเพ่ือนํา มาใชใ้ น การเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืชและนํา เสนอ
ข้อมลู ในรูปแบบตา่ ง ๆ การตอบสนองของพชื ตอ่ สง่ิ เร้าในรปู แบบตา่ ง ๆ ที่มผี ลตอ่ การดํารงชีวติ ของพืช
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มลู
การอภิปรายและการทดลอง เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และ
ค่านยิ มท่เี หมาะสม
มาตรฐานและตวั ช้ีวัด
ว 1.2 ม.4/1-12
รวมทง้ั หมด 12 ตัวชี้วัด
227
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว31102 วิทยาการคานวณ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการพัฒนาโครงงาน การพัฒนาโครงงานทางด้าน
เทคโนโลยี การนําแนวคิดเชิงคํานวณพัฒนาโครงงานท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจําวัน ตลอดจนใช้ในการพัฒนา
โครงงานที่มกี ารบูรณาการกับวชิ าอ่ืนอย่างสร้างสรรค์และเชอ่ื มโยงกับชีวิตจริงโดยอาศัยกระบวนการเรยี นรู้
โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-
based Learning) เพ่ือเนน้ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแกป้ ัญหาวาง
แผนการเรยี นรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนําเสนอผ่านการทํากิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้
ความเข้าใจ และทักษะในการวเิ คราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนําเอาแนวคิดเชิงคํานวณมาประยุกต์ใช้ใน
การสรา้ งโครงงานได้
เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสารเพื่อรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่างๆ และความรู้จากศาสตร์อื่น มาประยุกต์ใช้
สรา้ งความรู้ใหม่ เข้าใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการดําเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม
และใช้อย่างปลอดภยั มจี ริยธรรม ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ปใช้ให้
เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดํารงชวี ิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถ
ในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมี
จติ วิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์
มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว. 4.2 ม.4/1
รวม 1 ตัวชี้วดั
228
อธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว31103 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 2 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมในกรณีของมลั ติเพลิ แอลลีล และยนี ทอ่ี ยบู่ น โครโมโซมเพศ ซึ่งเปน็ สว่ น
ขยายของพันธุศาสตรเ์ มนเดล ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน การสังเคราะห์โปรตีน และลักษณะทางพนั ธุกรรม
มิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของ ส่ิงมีชีวิต และการนํา มิวเทชันไปใช้
ประโยชน์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอในด้านการแพทย์ และเภสัชกรรม ด้านการเกษตร และ
ด้านนิติวิทยาศาสตร์พร้อมท้ังความปลอดภัยทางชีวภาพ ชีวจริยธรรม และผลกระทบต่อมนุษย์และ
ส่ิงแวดล้อมของการนํา เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปใช้ ความหลากหลายทางพันธุกรรมของส่ิงมีชีวิต ทฤษฎี
การคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาลส์ดาร์วิน ความหลากหลายของส่ิงมีชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากวิวัฒนาการ
องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพที่เป็น ลักษณะเฉพาะของไบโอมชนิดต่าง ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทางภูมิศาสตร์และความหลากหลายของไบโอม และไบโอมชนิดต่าง ๆ การ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ีท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ และท่ีเกิดจากการกระทํา ของมนุษย์ การเปล่ียนแปลง
องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบ ทางชีวภาพที่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงขนาดของประชากร
สิ่งมีชีวิตใน ระบบประโยชน์จากทรัพ ยากรธรรมชาติของมนุษย์ สาเหตุของปัญ หาที่เกิดกับ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ในระดับประเทศและระดับโลก และผลกระทบท่ีเกิดกับมนุษย์และ
ส่ิงแวดล้อม และแนวทางในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหา สิ่งแวดลอ้ ม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมลู การอภปิ รายและการทดลอง เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสงิ่ ที่
เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาํ ความร้ไู ปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม
มาตรฐานและตวั ช้วี ัด
ว 1.1 ม.4/1-4
ว 1.3 ม.4/1-6
รวมทง้ั หมด 10 ตัวช้วี ัด
229
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว31104 การออกแบบเทคโนโลยี 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อ่ืนโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ
คณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดข้ึนต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น
แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี ศึกษาการระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม
วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการ
แก้ปัญหา โดยคํานึงถึงความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดย
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจําเป็นภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ นําเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการ
ออกแบบ วางแผนขนั้ ตอนการทํางานและดําเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้
เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข พร้อมท้ัง
เสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอด ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไกไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ
ปลอดภัยโดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการ
เรยี นรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เน้นให้ผู้เรยี นได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการ
คดิ เผชญิ สถานการณ์การแก้ปัญหาวางแผนการเรยี นรู้ และนําเสนอผ่านการทํากิจกรรมโครงงาน
เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นําไปสูก่ ารสร้างต้นแบบ
ตลอดจนสามารถนํากระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยี วิธกี าร เพ่ือเพม่ิ ประสิทธภิ าพในการดาํ รงชวี ิต
รวมท้ังคํานึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไป
ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และ
เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
สรา้ งสรรค์
มาตรฐานและตัวช้ีวัด
ว. 4.1 ม.4/1-5
รวมท้งั หมด 5 ตัวชวี้ ดั
230
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว32101 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1 (เคมี) กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย เปรียบเทยี บ เขยี น วิเคราะห์ ทดลอง อภิปราย และระบุ สารที่เปน็
ธาตุหรือสารประกอบ อย่ใู นรปู อะตอม โมเลกุล หรือไอออน เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกต่างของ
แบบจําลองอะตอมของโบวก์ ับแบบจําลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก ระบจุ ํานวนโปรตอน นวิ ตรอน อิเล็กตรอน
เขียนสัญลักษณ์นวิ เคลียร์ของธาตุ การเปน็ ไอโซโทป ระบหุ มูแ่ ละคาบของธาตทุ ่ีเป็น โลหะ อโลหะ กึ่ง
โลหะ ธาตุเรพรีเซนเททฟี ธาตุแทรนซชิ นั เปรยี บเทยี บสมบตั ิการนาํ ไฟฟ้า การให้และรบั อเิ ล็กตรอน
ระหว่างธาตุโลหะและอโลหะ สืบค้นและนําเสนอประโยชนแ์ ละอนั ตรายท่ีเกิดจากธาตุเรพรเี ซนเททฟี
ธาตแุ ทรนซิชนั ระบุวา่ พันธะโคเวเลน็ ตเ์ ป็นพันธะเด่ยี ว คู่ หรือสาม ระบจุ ํานวนคอู่ ิเลก็ ตรอนระหวา่ ง
อะตอมครู่ ว่ มพนั ธะ สภาพข้ัวของสารทโี่ มเลกุล ประกอบด้วย 2 อะตอม สารที่เกิดพันธะไฮโดรเจน อธิบาย
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งจุดเดอื ดของสารโคเวเลน็ ตก์ ับแรงดึงดดู ระหวา่ งโมเลกุลตามสภาพขัว้ หรอื การเกดิ
พนั ธะไฮโดรเจน เขียนสูตรเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนิก ระบุพร้อมให้เหตุผลว่าสารเกิด
การละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ นอนอิเล็กโทรไลต์ ระบุสารประกอบ
อินทรีย์ ประเภทไฮโดรคาร์บอนแบบอ่ิมตัวและไม่อิ่มตัว สมบัติทางกายภาพ มอนอเมอร์ พอลิเมอร์
ระบคุ วามเปน็ กรด-เบสของสารอนิ ทรยี ์ สมบตั ิการละลายในตวั ทําละลายชนดิ ต่าง ๆ ของสาร อธิบาย
ความสัมพนั ธ์ระหว่างโครงสรา้ งกบั สมบตั ขิ องเทอรม์ อพลาสตกิ เทอรม์ อเซต การใช้ประโยชน์ ผลกระทบ
ของการใชพ้ อลเิ มอรท์ ม่ี ีต่อสิ่งมีชวี ติ และส่งิ แวดล้อม ระบสุ ูตรเคมีของสารตง้ั ต้น ผลติ ภัณฑ์ สัญลักษณ์ใน
สมการเคมี ทดลองและอธบิ ายผลของความเขม้ ข้น พ้นื ทผี่ ิว อณุ หภูมิ ตัวเร่งปฏกิ ริ ยิ า ท่ีมีต่ออัตราการ
เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี อธบิ ายปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีท่ีใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวันหรือ
ในอุตสาหกรรม อธิบายความหมายปฏิกิริยารีดอกซ์ สมบัติของสารกมั มนั ตรงั สี คํานวณครึ่งชีวติ และ
ปรมิ าณสารกมั มันตรังสี สืบคน้ และนาํ เสนอตวั อย่างประโยชน์สารกมั มนั ตรงั สี การป้องกัน อนั ตรายทเ่ี กิดจาก
กมั มันตรงั สี
เพื่อให้ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสารและสมบัติของสาร โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ สามารถนาํ ความรู้ และหลักการไปใช้
ประโยชน์ เชื่อมโยง อธบิ ายปรากฏการณ์หรือแกป้ ัญหาในชีวิตประจําวัน สามารถจดั กระทาํ และวิเคราะห์
ขอ้ มูล ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ คา่
ของวทิ ยาศาสตร์ มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
ว 2.1 ม.5/1 – 25
รวมท้งั หมด 25 ตวั ชวี้ ัด
231
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว32102 วทิ ยาการคานวณ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศกึ ษาข้อมูลและสารสนเทศ การเลือกใช้แหล่งข้อมูล การเก็บข้อมูลและการจัดเตรียมข้อมลู การ
ประมวลผลข้อมูล และเครื่องมือ การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การประมวลผลข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล
การเพ่ิมมูลค่าของผลิตภัณฑ์ การนําความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้แก้ปัญหากับชีวิตจริง เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์
โจทยป์ ญั หา จนสามารถนาํ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจําวันได้
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอื่ สารเพ่ือรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่างๆ และความรู้จากศาสตร์อื่น มาประยุกต์ใช้ สร้างความรู้
ใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดําเนินชวี ิต อาชพี สังคม วัฒนธรรม และใช้อย่าง
ปลอดภัยมีจริยธรรม ตลอดจนนําความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อสงั คม และการดํารงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถใน
การแกป้ ัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยา
ศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์
มาตรฐานและตัวช้วี ัด
ว. 4.2 ม.5/1
รวมท้งั หมด 1 ตัวช้วี ดั
232
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว32103 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 (ฟิสิกส)์ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาสังเกตวิเคราะห์และแปลความหมายของอัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง การหาแรงลัพธ์
การเขียนแผนภาพการรวมเวกเตอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่กระทําต่อมวล
แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างแรงคู่หน่ึงๆ ความเร่งที่มีผลต่อการเคล่ือนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ ได้แก่
การเคล่ือนที่ของวัตถุในแนวตรง การเคลื่อนที่แบบอื่นๆ แรงจากสนามโน้มถ่วง การเคลื่อนท่ีของวัตถุใน
สนามความโน้มถ่วงของโลก แรงจากสนามแม่เหล็ก แรงแม่เหล็กและสนามแมเ่ หล็ก ผลของสนามแม่เหล็ก
ตอ่ อนุภาคที่มีประจุไฟฟา้ ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนําที่มีกระแสไฟฟ้า หลกั การทาํ งานของมอเตอร์ การ
เกิดอีเอม็ เอฟ แรงเข้มและแรงออ่ น รวมท้ังยกตวั อย่างการนําความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ความคิด สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม และนําความรู้และหลักการไปใช้อธิบายหรือ
แก้ปัญหาท่ีเกี่ยวกับเรอื่ งของแรงในชีวิตประจาํ วัน ผลของแรงที่กระทําต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ตา่ งๆ
ของวตั ถุ
มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด
ว 2.2 ม.5/1-10
รวมท้ังหมด 10 ตวั ชีว้ ัด
233
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว33101 วิทยาศาสตร์กายภาพ 3 (ฟสิ ิกส์) กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
สืบค้นข้อมูล สังเกต ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย อธิบายพลังงานนิวเคลียร์ ฟิชชันและฟิวชัน
ความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้าน
พลังงาน สมบัติของคลื่นกล ความถี่ธรรมชาติ การสั่นพ้อง ผลทีเ่ กิดจากการสั่นพ้อง การเกิดคล่ืนเสยี งและ
สมบตั ิของคลืน่ เสียง การรวมของคลื่นเสยี ง ความสัมพันธ์ระหวา่ งความเขม้ เสียงกบั ระดบั ความเข้มเสยี ง ผล
ของความถี่กับระดับความเข้มเสียงต่อการไดย้ ิน การเกิดเสียงสะทอ้ นกลบั บตี ดอปเพลอร์และการส่ันพอ้ ง
ของเสียง การนําเสียงไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการ
มองเห็นสี การทํางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสีและการนําไปใช้ คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า ส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หลักการทํางานของอุปกรณ์บางชนิดที่อาศัยคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า การส่ือสารโดยอาศัยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ เปรียบเทียบการส่ือสาร
ดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกบั สญั ญาณดิจิทัล
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา การสํารวจ
ตรวจสอบ การสังเกต สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรปุ เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สือ่ สารส่งิ ที่
เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสมและนําความรูแ้ ละหลักการไปใช้อธบิ ายหรือแก้ปัญหาท่ีเกี่ยวกับเรื่องของ
พลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานใน
ชวี ติ ประจาํ วนั ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเก่ยี วกบั เสียง แสงและคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้
มาตรฐานและตวั ช้วี ัด
ว 2.3 ม.6/1-12
รวมท้ังหมด 12 ตัวชีว้ ัด
234
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว33103 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 จานวน 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาวเิ คราะหแ์ ละอธิบาย การสาํ รวจตรวจสอบ การสงั เกต สืบค้นขอ้ มูล อภิปราย นําเสนอ
ข้อมูลสรปุ ทฤษฎกี ําเนดิ และการเปล่ียนแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด อุณหภมู ขิ องเอกภพหลังเกดิ บิกแบง
ในช่วงเวลาตา่ ง ๆ ทฤษฎีบิกแบง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความเร็วกับระยะทางของกาแลก็ ซี รวมทัง้ ข้อมูล
การคน้ พบไมโครเวฟพ้ืนหลงั จากอวกาศ โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแลก็ ซที างช้างเผือก ตําแหนง่
ของระบบสุรยิ ะ การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก กระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ การเปลี่ยนแปลง
ความดัน อณุ หภมู ิ ขนาด ปัจจยั ที่ส่งผลต่อความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความส่อง
สวา่ งกบั โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งสี อณุ หภูมิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลาํ ดบั
วิวฒั นาการท่สี ัมพนั ธ์กับมวลต้งั ต้น และวเิ คราะห์การเปลย่ี นแปลงสมบตั ิบางประการของดาวฤกษ์
กระบวนการเกดิ ระบบสรุ ิยะ และการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ และลกั ษณะของดาวเคราะห์ทีเ่ อ้อื ต่อ
การดํารงชวี ิต โครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสรุ ยิ ะ พายุสุรยิ ะ ผลของลมสรุ ยิ ะ และพายสุ รุ ิยะท่มี ี
ตอ่ โลกรวมทั้งประเทศไทย การสํารวจอวกาศ โดยใช้กล้องโทรทรรศนใ์ นช่วงความยาวคลื่น ต่าง ๆ
ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานอี วกาศ เทคโนโลยีอวกาศ การแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสรา้ งโลก หลกั ฐาน
ทางธรณีวทิ ยา การเคลื่อนทขี่ องแผน่ ธรณี รูปแบบแนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณี กระบวนการเกดิ ภเู ขาไฟ
ระเบดิ ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผ่นดนิ ไหว กระบวนการเกดิ และผลจากสนึ ามิ พื้นทเี่ สย่ี งภัย
การเฝ้าระวงั และการปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั ปัจจัยสาํ คญั ที่มีผลต่อการไดร้ ับพลังงานจากดวงอาทิตย์ การ
หมนุ เวยี นของอากาศ ความกดอากาศ ทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ การหมนุ เวยี นของอากาศ ปัจจยั ท่ี
ทําให้เกิดการหมนุ เวยี นของน้าํ ผิวหน้าในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของน้ําผิวหน้าในมหาสมุทร
ปัจจัยทีม่ ีผลต่อการเปลีย่ นแปลงและภมู ิอากาศของโลก สญั ลักษณ์ลมฟา้ อากาศ แผนทอี่ ากาศ และสภาพ
ลมฟา้ อากาศ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา การสาํ รวจ การ
สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย อภิปรายและสรปุ
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ ส่อื สารสง่ิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ
นําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มจี ริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
มาตรฐานและตัวช้ีวัด
ว 3.1 ม.6/1-10
ว 3.2 ม.6/1-14
รวมท้งั หมด 24 ตวั ชี้วัด
235
รายวิชาเพ่ิมเติม
คาอธิบายรายวชิ า
ว31201 ฟสิ ิกส์ 1 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะห์ เก่ยี วกับธรรมชาติและพฒั นาการทางฟสิ กิ ส์ ปรมิ าณทางกายภาพและหนว่ ย การ
วัด ความคลาดเคลื่อนในการวัดและการทดลองในวิชาฟิสิกส์ การหาเวกเตอร์ลัพธ์ การบอกตําแหน่งของ
วัตถุ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างประมาณตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วข้องกับการเคลือ่ นท่ีแนวตรงดว้ ยความเร่งคงตัว แรงและ
ผลของแรงที่มีต่อสภาพการเคล่ือนทขี่ องวัตถุ การเคลื่อนท่ีใน 1 มิติ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แรงดึงดูด
ระหว่างมวล แรงเสยี ดทาน และการประยกุ ตก์ ฎการเคลื่อนท่ี
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มูล
การอภปิ รายและการทดลอง
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ นําความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจําวันมีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
สาระฟสิ ิกส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสกิ ส์ ปริมาณและกระบวนการวดั การเคล่ือนที่แนวตรง แรง
และกฎการเคลื่อนท่ีของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวตั ถุ งาน
และกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตมั และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคล่ือนที่แนวโค้ง
รวมทงั้ นาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. สบื ค้นและอธบิ ายการค้นหาความรทู้ างฟิสกิ ส์ ประวัติความเป็นมา รวมท้งั พัฒนาการของหลักการ
และแนวคดิ ทางฟสิ กิ ส์ทม่ี ผี ลต่อ การแสวงหาความรใู้ หมแ่ ละการพัฒนาเทคโนโลยี
2. วดั และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟิสกิ สไ์ ด้ถูกตอ้ งเหมาะสม โดยนําความคลาดเคล่อื นในการ
วดั มาพิจารณาในการนําเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะหแ์ ละแปล
ความหมายจากกราฟเส้นตรง
3. ทดลองและอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่าง ตําแหนง่ การกระจัด ความเรว็ และความเรง่ ของการ
เคลื่อนท่ขี องวตั ถุในแนวตรงทม่ี ี ความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทง้ั ทดลองหาค่า
ความเรง่ โน้มถว่ งของโลก และ คาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
4. อธบิ ายแรงและผลของแรงลัพธ์ทมี่ ีตอ่ การเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมท้งั ทดลองหาแรงลัพธ์ของแรงสอง
แรงทที่ ํามุมต่อกัน และสามารถอธิบายทฤษฎีของแรง 3 แรงได้
236
5. เขยี นแผนภาพของแรงท่ีกระทําต่อวัตถอุ ิสระ และอธบิ ายกฎการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ รวมทั้ง
ทดลองและอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างแรง มวล และความเรง่ ตามกฎข้อท่สี องของนวิ ตนั
6. อธิบายกฎความโนม้ ถว่ งสากลและผลของสนามโน้มถ่วงทท่ี ําใหว้ ัตถมุ นี า้ํ หนกั รวมทัง้ คํานวณ
ปรมิ าณต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง และอธิบายความสัมพันธ์ของแตล่ ะสมการท่ีเก่ยี วข้องได้
7. วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวตั ถุคหู่ นึง่ ๆ ในกรณที ว่ี ัตถุหยดุ น่งิ และ
วตั ถเุ คล่ือนที่ รวมท้งั ทดลองหาสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างผิวสมั ผัสของวัตถุคู่หนง่ึ ๆ และ
นําความรเู้ ร่อื งแรงเสยี ดทานไปใช้ในชีวิตประจาํ วนั และสามารถคิดค้นและประดิษฐ์อปุ กรณท์ ี่ใช้
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจําวนั โดยใชห้ ลักการของเร่ืองแรงเสียดทานได้
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้
237
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว31221 เคมี 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมีในระบบ GHS และ NFPA ข้อควร
ปฏิบัติ ขณะทําปฏิบัติการ และหลังทําปฏิบัติการ การกําจัดสารเคมี และการปฐมพยาบาลเมื่อได้รับ
อุบตั เิ หตจุ ากสารเคมี ศึกษาการพิจารณาความน่าเช่ือถอื ของข้อมูลท่ีไดจ้ ากการวัดจากความเทีย่ งและความ
แม่น อุปกรณ์วัดปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสําคัญ หน่วยวัดในระบบเอสไอ แฟคเตอร์เปล่ียนหน่วย
รวมท้งั วธิ กี ารทางวิทยาศาตร์ ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
ศกึ ษาวิเคราะห์เปรียบเทยี บแบบจาํ ลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอรฟ์ อรด์ โบร์ และแบบ
กลุ่มหมอก เขียนและแปลความหมายสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ ศึกษาอนุภาคมูลฐานของอะตอม เลข
อะตอม เลขมวล ไอโซโทป ศึกษา ทดลองเกี่ยวกับสีของเปลวไฟจากสารประกอบและเส้นสเปกตรัมของ
ธาตุบางชนิด ศึกษาและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของระดับพลังงานของ
อเิ ลก็ ตรอน ออร์บิทัล เวเลนซ์อเิ ล็กตรอน ศึกษาวิเคราะห์การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุของนักวทิ ยาศาสตร์
ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ แนวโน้มสมบัติบางประการ ของธาตุในตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ กึ่ง
โลหะ และอโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเตทีพ และธาตุแทรนสิชันในตารางธาตุ บอกแนวโน้มสมบัติของธาตุ
เรพรีเซนเตทีฟตามหมู่และตามคาบ เก่ียวกับขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอออไนเซชัน ค่าอิเล็ก
โทรเนกาติวิตี สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน จุดหลอมเหลว จุดเดือด เลขออกซิเดชัน เปรียบเทียบสมบัติของ
ธาตุแทรนสิชันและธาตุเรฟรีเซนเททีฟ ศึกษาสมบัติของธาตุกัมมันตรังสี การเกิด กัมมันตภาพรังสี การ
สลายตวั ของธาตุกัมมนั ตรงั สี ศึกษาและคาํ นวณคร่ึงชวี ิตของธาตุกัมมันตรังสี ศกึ ษา ปฏกิ ริ ิยานิวเคลียร์ การ
ตรวจสอบสารกัมมันตรังสี และเทคโนโลยีท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการใช้สารกมั มันตรงั สี ธาตุและ สารประกอบบาง
ชนิดในส่งิ มีชีวติ ละสิ่งแวดลอ้ ม
ศกึ ษาพันธะเคมี สัญลักษณ์แบบจุดของลวิ อิสและกฏออกเตต การเกิดพนั ธะไอออนิก สูตรเคมีและ
ช่ือของสารประกอบไอออนิก พลงั งานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก
สมการไอออนกิ และสมการไอออนิกสทุ ธิ การเกิดพนั ธะโคเวเลนต์อโครงสร้างลิวอิส สูตรโมเลกุลและช่อื ของ
สารโคเวเลนต์ ความยาวและพลังงานพันธะ เรโซแนนซ์ การคํานวณพลังงานพันธะและพลังงานของ
ปฏิกิริยา รูปร่างและสภาพขั้วขอโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลและสมบัติของสารโคเว
เลนต์ สารโคเวเลนตร์ ่างตาข่าย การเกดิ พันธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ และการนาํ สารประกอบชนดิ ตา่ งๆ
ไปใชป้ ระโยชน์
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นขอ้ มูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
238
ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของ
ตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสมผลการเรยี นรู้ รายวชิ า ว31221 เคมี 1
• สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรอื ผลการทดลองท่ีเป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจําลอง
อะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธบิ ายวิวฒั นาการของแบบจาํ ลองอะตอม
• เขยี นสัญลักษณ์นิวเคลยี รข์ องธาตุ และระบจุ าํ นวนโปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอมจาก
สัญลกั ษณน์ วิ เคลยี ร์ รวมทัง้ บอกความหมายของไอโซโทป
• อธิบาย และเขียนการจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน ในระดับพลังงานหลักและระดบั พลงั งานย่อยเมื่อทราบเลข
อะตอมของธาตุ
• ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุ แทรนซิชันใน
ตารางธาตุ
• วิเคราะห์ และบอกแนวโน้มสมบัตขิ องธาตุเรพรเี ซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบ
• บอกสมบตั ิของธาตุโลหะแทรนซชิ นั และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกล่มุ ธาตุเรพรีเซนเททฟี
• อธิบายสมบตั ิ และคํานวณคร่งึ ชวี ติ ของไอโซโทปกัมมันตรังสี
• สืบคน้ ขอ้ มูล และยกตวั อย่างการนาํ ธาตุ มาใช้ประโยชน์ รวมท้ังผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม
• อธบิ ายการเกดิ ไอออนและการเกิดพนั ธะ ไอออนกิ โดยใช้แผนภาพหรือสญั ลกั ษณ์แบบจดุ ของลวิ อิส
• เขียนสูตร และเรียกชอื่ สารประกอบไอออนิก
• คาํ นวณพลังงานที่เกีย่ วข้องกับปฏกิ ิรยิ าการเกิดสารประกอบไอออนกิ จากวัฏจกั ร บอรน์ -ฮาเบอร์
• อธบิ ายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
• เขยี นสมการไอออนกิ และสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก
• อธิบายการเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์แบบพันธะเดย่ี ว พนั ธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสร้างลิวอิส
• เขยี นสูตร และเรียกชอ่ื สารโคเวเลนต์
• วิเคราะห์ และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมท้ังคํานวณ
พลงั งานที่เกย่ี วขอ้ งกบั ปฏกิ ริ ยิ าของสารโคเวเลนตจ์ ากพลงั งานพันธะ
• คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหวา่ งคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ
สภาพข้วั ของโมเลกุลโคเวเลนต์
• ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจดุ หลอมเหลว จุดเดือด และ
การละลายนา้ํ ของสารโคเวเลนต์
• สบื ค้นข้อมูล และอธบิ ายสมบัติของสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาข่ายชนิดตา่ ง ๆ
• อธิบายการเกดิ พนั ธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะ
239
• เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูลและ
นําเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อย่าง
เหมาะสม
• บอก และอธิบายข้อปฏิบัติเบ้ืองต้น และปฏิบัติตนท่ีแสดงถึงความตระหนักในการทําปฏิบัติการเคมี
เพอื่ ให้มคี วามปลอดภยั ทัง้ ตอ่ ตนเอง ผอู้ ่นื และสิง่ แวดล้อม และเสนอแนวทางแกไ้ ขเม่ือเกดิ อุบตั ิเหตุ
• เลอื ก และใช้อุปกรณ์หรอื เครือ่ งมือในการทําปฏบิ ัติการ และวดั ปรมิ าณต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
• ระบหุ นว่ ยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหนว่ ยวัดให้เปน็ หน่วยในระบบเอสไอด้วยการใชแ้ ฟก
เตอร์เปล่ียนหน่วย
• นําเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
รวมทงั้ หมด 25 ผลการเรยี นรู้
240
คาอธิบายรายวิชา
ว30241 ชีววทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 2.0 หน่วยกิต
ศึกษาสมบัติท่ีสําคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตที่ทําให้สิ่งมีชีวิต
ดํารงชีวิตอยู่ได้ ความสําคัญของการระบุปัญหา สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้ง
ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของนํ้าและบอก
ความสําคัญของสารชีวโมเลกุลท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิต และยกตัวอย่างธาตุชนิดต่าง ๆ ท่ีมีความสําคัญต่อร่างกาย
ส่ิงมีชีวิต อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลิอิก และความสําคัญของกรด
นิวคลิอกิ ที่มีต่อสิ่งมีชวี ิตสบื คน้ ข้อมูล และอธิบายปฏกิ ิริยาเคมีทีเ่ กิดขึ้นในส่ิงมีชวี ิต การทํางานของเอนไซม์
ในการเร่งปฏิกิรยิ าเคมใี นสิ่งมีชวี ิต ปัจจัยท่ีมีผลต่อการทํางานของเอนไซม์ วิธีการ เตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิต
เพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาดโดยประมาณ วาดภาพท่ีปรากฏภายใต้กล้อง บอก
วธิ กี ารใช้ และการดูแลรักษากล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสงทีถ่ ูกต้อง อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของส่วนท่ีหอ่ หุ้ม
เซลลข์ องเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ระบุชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องนิวเคลียส
อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลียงสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลลด์ ้วยกระบวนการเอกโซไซโทซิสและ
การลําเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการ เอนโดไซโทซิสสังเกตการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโท
ซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมทั้งอธิบายและเปรียบเทียบการแบ่ง
นิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส อธบิ าย เปรยี บเทียบ และสรุปข้ันตอน การหายใจระดับเซลล์ใน
ภาวะที่มีออกซเิ จนเพยี งพอ และภาวะท่ีมอี อกซิเจนไมเ่ พยี งพอ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ กระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และ
สรุป เพ่ือแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ หรือพัฒนางานอย่างมีความคิด
สรา้ งสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ การทํางาน และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง รู้เท่าทัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
1. อธิบาย และสรุปสมบัติที่สําคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทําให้
สิง่ มชี วี ติ ดํารงชีวิตอยู่ได้
2. อภิปราย และบอกความสําคัญของการระบุปัญหา ความสมั พันธ์ระหว่างปัญหา สมมตฐิ าน และวิธีการ
ตรวจสอบสมมติฐาน รวมทง้ั ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน
3. สืบค้นข้อมลู อธบิ ายเก่ียวกับสมบัติของน้ําและบอกความสาํ คัญของน้ําท่ีมีต่อส่ิงมีชีวติ และยกตวั อย่าง
ธาตชุ นดิ ตา่ ง ๆ ท่มี ีความสาํ คญั ต่อร่างกายส่ิงมีชวี ิต
241
4. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคารโ์ บไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสําคัญของ
คาร์โบไฮเดรตทม่ี ีตอ่ สงิ่ มีชีวติ
5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งของโปรตนี และความสาํ คัญของโปรตนี ทีม่ ตี ่อส่งิ มชี วี ติ
6. สบื คน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลิพิด และความสําคัญของลพิ ิดทมี่ ีตอ่ สง่ิ มีชวี ติ
7. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลอิ กิ และระบุชนิดของกรดนิวคลิอกิ และความสาํ คัญของกรดนิวคลิอิกที่
มตี ่อส่ิงมชี วี ติ
8. สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบายปฏิกิรยิ าเคมีทเี่ กิดข้นึ ในสง่ิ มชี วี ิต
9. อธิบายการทํางานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต และระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อการทํางาน
ของเอนไซม์
10. บอกวธิ ีการ และเตรยี มตัวอยา่ งสิ่งมีชีวิตเพ่ือศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาดโดยประมาณ
และวาดภาพทป่ี รากฏภายใต้กล้อง บอกวธิ ีการใช้ และการดูแลรกั ษากลอ้ งจุลทรรศน์ใชแ้ สงทถี่ กู ต้อง
11. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องส่วนทห่ี อ่ หุ้มเซลล์ของเซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์
12. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และระบุชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องนิวเคลียส
14. อธบิ าย และเปรยี บเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทฟี ทรานสปอร์ต
15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วยกระบวนการ
เอกโซไซโทซิสและการลาํ เลียงสารโมเลกลุ ใหญเ่ ขา้ สเู่ ซลล์ดว้ ยกระบวนการ เอนโดไซโทซิส
16. สงั เกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมท้ัง
อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส
17. อธบิ าย เปรียบเทยี บ และสรุปข้ันตอน การหายใจระดับเซลล์ในภาวะท่ีมีออกซเิ จนเพียงพอ และภาวะ
ทีม่ อี อกซิเจนไมเ่ พยี งพอ
18. อธิบายแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดํารงชีวิตใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตรแ์ ละศาสตร์อ่ืนๆเพอื่ แก้ปัญหาหรอื พัฒนางานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อชีวิตสังคมและ
สงิ่ แวดลอ้ ม
19. อธิบายและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจรงิ อย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้
เท ค โน โล ยีส าร ส น เท ศแ ล ะ ก าร ส่ื อ ส าร ใน ก าร เรีย น รู้ก าร ทํ าง าน แล ะ ก าร แ ก้ ปั ญ ห าได้อ ย่ าง มี
ประสทิ ธภิ าพรเู้ ทา่ ทันและมจี ริยธรรม
รวมทงั้ หมด 19 ผลการเรยี นรู้
242
คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เตมิ
ว30281 เทคนิคปฏิบัตกิ ารพ้ืนฐานทางวทิ ยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษากระบวนการคิดและการทดลองแก้ปัญหาทางฟิสิกส์ เก่ียวกับการวัดระยะทาง เวลา
อณุ หภูมิ ในระดับขนาดทแ่ี ตกตา่ งกันจากการใชใ้ นชีวิตประจาํ วัน การวัดปริมาณทางไฟฟ้า ความผิดพลาด
และขอบเขตของการวดั
ศึกษากระบวนการแกป้ ญั หา และสืบค้นขอ้ มูล เก่ียวกบั เทคนคิ ปฏบิ ัตกิ ารพน้ื ฐานทางชีววิทยา
เก่ียวกบั ระบบนิเวศ เน้อื เยื่อพืชและสัตว์ เทคนิคทางจลุ ชวี วิทยา และเทคนคิ การสกดั ดีเอนเอจากพืช
ศึกษาวิธีการแก้ปัญหาและสืบค้นข้อมูลทางเคมี เก่ียวกับการวิเคราะห์หาปริมาณของวิตามินซีใน
ผักและผลไม้ สมบัติของแร่ยิปซัมท่ีใช้ในอุตสาหกรรม ภาวะและปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ผลของ
สารประกอบแฮไลด์ท่ีมีผลตอ่ สุขภาพ
เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นผู้ใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้นในกระบวนการค้นคว้า มีทักษะในการใช้
เคร่ืองมือท่ีเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการพื้นฐานทางชีววิทยาและเคมี มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม
และค่านิยมท่พี ึงประสงค์
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้และความเข้าใจหลกั การเบอื้ งต้นเกย่ี วกับการวัด
2. มที ักษะในการใชเ้ ครอื่ งมอื วัดตา่ งๆ
3. มคี วามละเอียดรอบคอบและระมัดระวงั ในการใชเ้ ครื่องมอื วดั
4. มีความรใู้ นการสบื เสาะหาความรู้และมที ักษะปฏิบตั กิ ารเบอื้ งตน้ ทางเคมี
5. มคี วามรู้ในเทคนิคการไทเทรต และสามารถปฏิบัติการทดลองวิเคราะห์หาปรมิ าณวิตามินซีในผกั และ
ผลไม้
6. มีทักษะในการใช้วสั ดุอปุ กรณ์ เลอื กใช้หรอื ดัดแปลงอุปกรณ์และวสั ดุทางชวี วทิ ยาเพื่อใชใ้ นปฏิบัติการ
เทคนคิ ทางจลุ ชวี วทิ ยาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
7. มีความรู้เกีย่ วกับการคน้ คว้าหาข้อมูลในเรอ่ื งท่ีสนใจ รวมท้งั วธิ ีการทดลอง และเทคนคิ ที่เก่ียวขอ้ ง
8. สามารถนาํ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความรูท้ างชวี วทิ ยามาประยกุ ตใ์ ช้แกป้ ญั หาพื้นฐาน
ทางชวี วิทยา
9. มที กั ษะในการแกป้ ัญหาและสามารถหาความรู้ด้วยวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
10. มีความรู้และความคิดริเริ่มในการสรา้ งสรรค์ผลงานทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
11. มเี จตคติทางวทิ ยาศาสตร์และความสามารถในการตัดสินใจ
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรยี นรู้
243
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ว31202 ฟิสกิ ส์ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกติ
ศึกษาหลักการของกลศาสตร์ในเร่ือง สภาพสมดุลและเง่ือนไขทท่ี าํ ใหเ้ กิดสมดุล สภาพยดื หยนุ่ ของ
วัตถแุ ละมอดูลัส สมดุลต่อการหมุน งาน กําลงั พลังงานกล ความสมั พันธ์ระหว่างงานและพลังงานจลน์
กฎการอนุรักษ์พลังงาน เคร่อื งกลอย่างงา่ ยและประสิทธิภาพของเครื่องกล โมเมนตัม การชนกันของวัตถุ
และกฎการอนุรักษ์โมเมนตมั ทอรก์ และผลของทอรก์ ทมี่ ีตอ่ สภาพการหมุน การเคลื่อนทแี่ บบโพรเจกไทล์
และการเคล่ือนที่แบบวงกลม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล
การอภปิ รายและการทดลอง
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ นาํ ความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
สาระฟิสิกส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวดั การเคล่ือนที่แนวตรง แรง
และกฎการเคล่ือนท่ีของนิวตัน กฎความโน้มถว่ งสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวตั ถุ งาน
และกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตมั และกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนท่ีแนวโค้ง
รวมท้ังนําความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายสมดุลกลของวตั ถุ โมเมนตแ์ ละผลรวมของโมเมนต์ทีม่ ตี ่อการหมนุ แรงคูค่ วบและผลของแรง
คู่ควบที่มีต่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทําต่อวัตถุอิสระเม่ือวัตถุอยู่ในสมดุลกล
และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง และ
อธิบายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกบั แรง 3 แรงได้
2. สงั เกตและอธิบายสภาพการเคล่อื นท่ีของวตั ถุ เม่ือแรงท่ีกระทําต่อวตั ถผุ ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ
และผลของศูนย์ถว่ งที่มตี ่อเสถียรภาพของวัตถุ
3. วิเคราะห์ และคาํ นวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพ้ืนท่ใี ต้กราฟ ความสัมพันธ์ระหว่างแรง
กบั ตําแหนง่ รวมท้ังอธบิ ายและคํานวณกาํ ลงั เฉลย่ี ในกรณีต่าง ๆ ได้
4. อธบิ ายและคํานวณพลังงานจลน์ พลงั งานศกั ย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพนั ธร์ ะหว่างงานกับ
พลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ
แรงท่ีใช้ดึงสปริงกับระยะท่ีสปริงยืดออก และความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น
244
รวมท้ัง อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างงานของแรงลัพธ์และพลงั งานจลน์ และคํานวณงานท่ีเกิดขึ้น
จากแรงลพั ธ์
5. อธิบายกฎการอนุรักษ์พลังงานกลรวมทั้งวิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับ
การเคลื่อนท่ขี องวตั ถุในสถานการณต์ า่ ง ๆ โดยใชก้ ฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงานกล
6. อธิบายการทํางาน ประสิทธิภาพและ การได้เปรยี บเชิงกลของเครื่องกลอย่างง่ายบางชนิด โดยใช้
ความรู้เรอ่ื งงานและสมดุลกล รวมท้ังคํานวณประสิทธิภาพและการได้เปรียบเชิงกล และสามารถ
ประดิษฐเ์ ครอ่ื งกลเพื่อนํามาใช้ในชีวิตประจําวันได้
7. อธิบายและคํานวณโมเมนตัมของวัตถุ และการดลจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์
ระหวา่ งแรงลัพธก์ บั เวลา รวมทัง้ อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างแรงดลกับโมเมนตัม
8. ทดลอง อธบิ ายและคาํ นวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติทั้งแบบยืดหยุ่น ไม่
ยดื หย่นุ และการดดี ตัวแยกจากกัน ใน 1 มิติ และ 2 มิติ ซ่งึ เปน็ ไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม
9. อธิบาย วิเคราะห์ และคํานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ และ
ทดลองการเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล์ สามารถวิเคราะห์แบบทดสอบเกี่ยวกับการเคล่ือนท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ และความสมั พันธ์กบั การเคลอ่ื นท่แี นวโค้งและแนวเสน้ ตรง
10. ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนท่ี อัตราเร็วเชิงเส้น
อัตราเร็วเชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคล่ือนที่แบบวงกลมในระนาบระดับ รวมท้ังคํานวณ
ปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง และประยุกต์ใช้ความรกู้ ารเคลื่อนที่แบบวงกลมในการอธบิ ายการโคจร
ของดาวเทียม
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
245
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว30222 เคมี 2 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หน่วยกติ
ศึกษาความหมายและคํานวณมวลอะตอม มวลอะตอมสัมพัทธ์ มวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ โมล
มวลต่อโมล มวลโมเลกุลและมวลสูตร ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจํานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตร
ของแก๊สที่ STP ศึกษากฎสัดส่วนคงที่ คํานวณอัตราส่วนโดยมวล อัตราส่วนโดยโมล ร้อยละโดยโมล สูตร
โมเลกุลและสตู รเอมพริ คิ ัล
ศกึ ษาหน่วยความเข้มข้นและการคํานวณความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ ส่วนในลา้ น
สว่ น ส่วนในพันล้านส่วน โมลาริตี โมแลลติ ี และเศษส่วนโมล ศึกษาการเตรยี มสารละลายจากสารบริสุทธิ์
และจากการเจือจางสารละลายเข้มข้น เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และ
สารละลาย
ศึกษาการเขียนและดุลสมการเคมี อัตราส่วนโดยโมลของสารในปฏิกิริยาเคมี แปลความหมาย
สญั ลักษณ์ในสมการเคมี คํานวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมีตามกฎทรงมวล ศกึ ษากฎการรวมปริมาตร
แก๊สของเกย์-ลูสแซกและสมมติฐานของอาโวกาโดร คํานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีโดยใช้
ความสัมพันธ์ระหวา่ งโมล มวล ความเข้มข้น และปริมาตรแก๊ส คํานวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีหลาย
ข้นั ตอน ปรมิ าณสารเมื่อมสี ารกาํ หนดปริมาณ และผลไดร้ ้อยละ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการคิด
และการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสารสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
15. แปลความหมายสญั ลักษณใ์ นสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกริ ยิ าเคมี บางชนดิ
16. คาํ นวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมที ่ีเก่ยี วขอ้ งกบั มวลสาร
17. คํานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมี ทีเ่ กย่ี วข้องกับความเข้มขน้ ของสารละลาย
18. คํานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมี ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับปรมิ าตรแก๊ส
19. คาํ นวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมีหลายข้ันตอน
20. ระบุสารกําหนดปรมิ าณ และคํานวณปริมาณสารตา่ ง ๆ ในปฏิกิรยิ าเคมี
21. คาํ นวณผลไดร้ ้อยละของผลติ ภัณฑ์ในปฏกิ ิริยาเคมี
22. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคาํ นวณมวลอะตอมเฉล่ยี ของธาตุ มวลโมเลกลุ และ
มวลสตู ร
246
23. อธิบาย และคํานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จํานวนอนุภาค มวล และ
ปรมิ าตรของแกส๊ ท่ี STP
24. คํานวณอตั ราส่วนโดยมวลของธาตุองคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงท่ี
25. คาํ นวณสตู รอยา่ งงา่ ยและสูตรโมเลกุลของสาร
26. คาํ นวณความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยต่าง ๆ
27. อธิบายวิธีการ และเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตรสารละลาย
ตามท่ีกาํ หนด
28. เปรียบเทยี บจุดเดือดและจดุ เยือกแข็งของสารละลายกบั สารบริสุทธิ์ รวมท้ังคํานวณ จุดเดือดและ
จุดเยอื กแขง็ ของสารละลาย
รวมทงั้ หมด จานวน 14 ผลการเรยี นรู้