The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanna.j1996, 2021-09-19 12:44:41

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

คำอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ า พระพทุ ธศาสนา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1
รหัสวชิ า ส23203
เวลา 40 ชั่วโมง/ปี

ศึกษา วิเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
ในฐานะที่ช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสุขแก่โลก ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ การประพฤติตนตาม
แบบอย่างการดำเนินชวี ติ และข้อคิดจากประวัติพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา (พระอัญญาโกณฑัญญะ พระนางมหา
ปชาบดีโคตมีเถรี พระเขมาเถรี พระเจ้าปเสนทิโกศล) ชาดก (นันทิวิสาลชาดก สุวัณณหังสชาดก) ศาสนิกชน
ตวั อย่าง (หม่อมเจา้ หญงิ พูนพิศมัย ดศิ กลุ ศาสตราจารย์สญั ญา ธรรมศักด์)ิ

อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 ในเรื่องทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้) ประกอบด้วยขันธ์ 5
(ไตรลักษณ์) สมุทัย (ธรรมทีค่ วรละ) ประกอบดว้ ย หลักกรรม (วัฏฏะ 3) ปปัญจธรรม 3 (ตัณหา, มานะ, ทิฏฐิ)
นิโรธ (ธรรมที่ควรรู้) ประกอบด้วย อัตถะ 3 มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ) ประกอบด้วย มรรคมีองค์ 8 ปัญญา 3
สัปปุริสธรรม 7 บุญกิริยาวัตถุ 3 อุบาสกธรรม 1 มงคล 38 (มีศิลปวิทยา พบสมณะ ฟังธรรมตามกาล สนทนา
ธรรมตามกาล) พุทธศาสนสภุ าษิตในเรอ่ื ง อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย, ธมมฺ จารี สขุ ํ เสติ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ, สุสฺสูสํ
ลภเต ปญญํ เรื่องน่ารู้จากพระไตรปิฎก : พุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร การปฏิบัติตนตามหลักธรรม
ในการพัฒนาตน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานและการมีครอบครัว การพัฒนาจิต เพื่อการเรียนรู้
และดำเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ (วิธีคิดแบบอริยสัจ วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย สวดมนต์แปล
แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ) หน้าที่และบทบาทของสาวกและการปฏิบัติตนต่อ
สาวกได้ถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ บุคคลต่างๆ ตามหลกั ศาสนา ตามหนา้ ทข่ี องศาสนิกชนทด่ี ี
ศาสนพิธี พิธีกรรม ประวัติวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การเสนอแนวทางใน
การธำรงรกั ษาศาสนาทต่ี นนบั ถือ การยอมรบั ความแตกต่างและวถิ ีการดำเนินชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่น

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปญั หา กระบวนการกลุม่ เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนำ
ไปปฏบิ ัติในการดำเนินชวี ติ นำไปพัฒนาและแกป้ ัญหาของชมุ ชนและสงั คม มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ น
ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็น
ไทย มีจติ สาธารณะ สมารถดำเนนิ ชวี ิตอยู่รว่ มกนั ได้อยา่ งสันติสุข

ตวั ช้วี ัด
ส 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9
ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7

รวม 17 ตัวชว้ี ัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า พระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
รหสั วชิ า ส23203
เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี

ลำดับที่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
1 เรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน

2 ประวัติและความสำคญั ส 1.1 ม.3/1 พระพทุ ธศาสนาไดเ้ ผยแผ่เขา้ สปู่ ระเทศ 4
3
ของพระพุทธศาสนา ม.3/2 ตา่ งๆ ทว่ั โลก ส่งผลใหม้ ีการนับถือ
4
พระพุทธศาสนาอยา่ งกวา้ งขวางในหลาย
5
ประเทศโดยเฉพาะดินแดนในภมู ภิ าค

เอเชยี พระพทุ ธศาสนามีความสำคัญใน

การสร้างสรรคอ์ ารยธรรมและความสงบ

สขุ แกช่ าวโลก

พทุ ธประวัติ พระสาวก ส 1.1 ม.3/4 การศกึ ษาพทุ ธประวัติ ประวตั สิ าวก 4

ศาสนิกชนตัวอยา่ ง ม.3/5 ชาดก เรอ่ื งเลา่ และศาสนิกชนตวั อยา่ ง

และชาดก ยอ่ มทำใหไ้ ด้ขอ้ คิดและแบบอย่างการ

ดำเนินชวี ติ ไปเป็นแนวทางในการปฏิบตั ิ

ตนอยา่ งเหมาะสม

หลักธรรมทาง ส 1.1 ม.3/6 ขอ้ ธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 10

พระพทุ ธศาสนา ม.3/7 เปน็ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา

ซ่ึงทำใหผ้ ูป้ ฏิบตั ิไดน้ ำไปใช้ เพือ่ การ

พัฒนาตน เตรยี มพร้อมสำหรบั การทำงาน

และมคี รอบครวั โดยมพี ระสงฆ์เปน็ ผทู้ ่ีมี

ความสำคัญในการเผยแผ่หลกั ธรรมทาง

พระพทุ ธศาสนา

พระไตรปฏิ กและ ส 1.1 ม.3/6 หลกั ธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา 4
พทุ ธศาสนสภุ าษิต
ได้ถูกรวบรวมไวใ้ นพระไตรปฎิ ก โดย

จดั เป็นหมวดพระวินัยปฎิ ก พระ

สุตตนั ตปฎิ ก และพระอภธิ รรมปฎิ ก

ในพระไตรปิฎกมพี ุทธศาสน-สุภาษติ ซึ่ง

มขี ้อคดิ เตือนสติใหบ้ คุ คลดำเนินชีวติ ไป

ในทางทด่ี ีงาม

หนา้ ทีช่ าวพทุ ธ ส 1.2 ม.3/1 ชาวพุทธทุกคนพึงปฏบิ ัตติ นอย่าง 4
และมารยาทชาวพุทธ ม.3/2
ม.3/3 เหมาะสมตอ่ สาวก และบุคคลตา่ ง ๆ
ม.3/6
ม.3/7 ตามมารยาทชาวพุทธ ปฏบิ ัตหิ น้าท่ี

ของศาสนกิ ชนทด่ี ี แสดงตนเปน็

พทุ ธมามกะ เสนอแนวทางในการธำรง

รักษาพระพุทธศาสนา

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

ลำดบั ที่ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
6 เรยี นรู/้ ตวั ชวี้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน
7
วันสำคญั ทาง ส 1.2 ม.3/4 การปฏบิ ตั ิตนในศาสนพิธี พธิ กี รรม 4
8
พระพุทธศาสนา ม.3/5 อยา่ งถกู ตอ้ ง เป็นการแสดงความเคารพ
9
และศาสนพิธี ในหลักคำสอนและธำรงรกั ษาไวซ้ ่งึ ศาสนา

ท่นี บั ถอื

การบริหารจิตและ ส 1.1 ม.3/8 การบริหารจติ และการเจรญิ ปญั ญา 4

การเจรญิ ปญั ญา ม.3/9 ดว้ ยอานาปานสติ การนำวธิ คี ดิ แบบ

โยนิโสมนสกิ าร แบบอรยิ สจั และ วธิ คี ิด

แบบสบื สาวเหตุปจั จยั มีผลตอ่ การพฒั นา

จติ เพอ่ื การเรยี นรแู้ ละ การดำเนินชวี ติ

อยา่ งมสี ติ

พระพุทธศาสนา ส 1.1 ม.3/3 พระพุทธศาสนามหี ลกั ธรรม ซง่ึ 3

กับการแก้ปัญหา สอดคลอ้ งกับการพัฒนาที่ยง่ั ยนื เปน็ หลกั

และการพฒั นา สำคัญของแนวความคิดของเศรษฐกิจ

พอเพยี ง ส่งผลตอ่ การดำเนนิ ชีวติ ของ

มนษุ ยอ์ ย่างมคี ณุ ภาพ

ศาสนากบั การอยู่ ส 1.1 ม.3/10 การยอมรับในความแตกตา่ งทาง 3

รว่ มกนั ในประเทศไทย ความเชอื่ และหลักธรรมของศาสนาอนื่

ยอ่ มทำใหเ้ กิดการยอมรบั ในวถิ ีการดำเนนิ

ชีวติ ทแ่ี ตกตา่ งกันของ

ศาสนกิ ชน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

การออกแบบหน่วยการเรียนรู้

รายวชิ า พระพทุ ธศาสนา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1
รหสั วชิ า ส23203
เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จัดการเรียนรู้ (ช่ัวโมง)

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 1. การเผยแผ่และการนับถือ วิธสี อนตามรปู แบบ 1. ทักษะการสรุปยอ่ 1

ประวัติและ พระพุทธศาสนา (1) โมเดลซปิ ปา 2. ทักษะการจดั โครงสรา้ ง

ความสำคญั ของ (CIPPA Model) 3. ทักษะการสรา้ งความรู้

พระพทุ ธศาสนา 2. การเผยแผแ่ ละการนับถอื วธิ สี อนตามรปู แบบ 1. ทักษะการสรุปย่อ 1

พระพทุ ธศาสนา (2) โมเดลซิปปา 2. ทกั ษะการจดั โครงสรา้ ง

(CIPPA Model) 3. ทักษะการสร้างความรู้

3. ความสำคญั ของพระพุทธ วธิ ีสอนโดยใช้ทักษะ 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

ศาสนา กระบวนการเผชญิ 2. ทักษะการสรปุ ลง

สถานการณ์ ความเหน็

4. พระพทุ ธศาสนาสรา้ งสรรค์ วิธสี อนโดยใช้ทกั ษะ 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

อารยธรรมและความสงบ กระบวนการเผชิญ 2. ทักษะการสรปุ ลง

สขุ แก่โลก สถานการณ์ ความเหน็

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 1. พุทธประวัติ วิธสี อนแบบสืบเสาะ 1. ทักษะการสำรวจค้นหา 1

พทุ ธประวัติ หาความรู้ 2. ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง

พระสาวก ศาสนิกชน (Inquiry Method : 5E)

ตวั อยา่ ง และชาดก 2. ชาดก วิธสี อนแบบสืบเสาะ 1. ทักษะการสำรวจค้นหา 1

หาความรู้ 2. ทักษะการทำให้กระจ่าง

(Inquiry Method : 5E)

3. คณุ ธรรมอนั เป็น วิธสี อนโดยใชก้ ารแสดง 1. ทกั ษะการสรุปยอ่ 1

แบบอยา่ งของพทุ ธสาวก บทบาทสมมติ 2. ทักษะการวเิ คราะห์

พุทธสาวกิ า และศาสนิก 3. ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้

ชนตัวอยา่ ง ความรู้

4. การปฏบิ ตั ิตนตาม วธิ สี อนโดยใช้การแสดง 1. ทกั ษะการสรุปย่อ 1

คณุ ธรรมอนั เป็นแบบ บทบาทสมมติ 2. ทกั ษะการวเิ คราะห์

อย่างของพุทธสาวก พทุ ธ 3. ทักษะการประยุกตใ์ ช้

สาวิกา และศาสนิกชน ความรู้

ตวั อย่าง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 1. พระรัตนตรยั วธิ สี อนตามรูปแบบ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

หลักธรรมทาง โมเดลซปิ ปา 2. ทกั ษะการสรา้ งความรู้

พระพทุ ธศาสนา (CIPPA Model) 3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วธิ ีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ (ชว่ั โมง)
2. ขนั ธ์ 5 : ไตรลกั ษณ์
วธิ สี อนแบบสบื เสาะ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1
3. วัฏฏะ 3 และ ปปญั จ
ธรรม 3 หาความรู้ 2. ทักษะการสรปุ ยอ่

4. อตั ถะ 3 (Inquiry Method: 5E) 3. ทักษะการสร้างความรู้

5. มรรคมอี งค์ 8 4. ทักษะการนำความรู้ไปใช้

6. การปฏิบตั ิตนตาม วธิ สี อนโดยการจดั การ 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1
หลกั ธรรมมรรคมีองค์ 8
เรียนรู้แบบร่วมมือ : 2. ทักษะการสรุปยอ่
7. ธรรมที่ควรเจรญิ
เทคนิคคู่คิดส่สี หาย 3. ทักษะการสร้างความรู้
8. การปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมทค่ี วรเจรญิ 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้

9. มงคล 38 วธิ สี อนโดยการจัดการ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

10. การปฏิบัตติ นตาม เรยี นรแู้ บบร่วมมือ : 2. ทกั ษะการสร้างความรู้
หลักธรรมมงคล 38
เทคนิคคู่คดิ สี่สหาย 3. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้

วธิ สี อนแบบธรรม 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

สากจั ฉา 2. ทักษะการสรปุ ย่อ

3. ทกั ษะการสร้างความรู้

4. ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้

วิธสี อนแบบธรรม 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

สากัจฉา 2. ทักษะการสรปุ ยอ่

3. ทักษะการสรา้ งความรู้

4. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้

วธิ สี อนแบบธรรม 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

สากจั ฉา 2. ทักษะการสรปุ ย่อ

3. ทกั ษะการสรา้ งความรู้

4. ทกั ษะการจัดโครงสร้าง

5. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้

วธิ สี อนแบบธรรม 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

สากจั ฉา 2. ทกั ษะการสรปุ ย่อ

3. ทกั ษะการสรา้ งความรู้

4. ทกั ษะการจัดโครงสรา้ ง

5. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้

วธิ สี อนโดยใชท้ ักษะ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

กระบวนการเผชญิ 2. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้

สถานการณ์

วิธสี อนโดยใชท้ ักษะ 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

กระบวนการเผชิญ 2. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้

สถานการณ์

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วธิ ีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จดั การเรียนรู้ (ชั่วโมง)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 1. ความรูท้ ั่วไปเก่ยี วกับ วิธีสอนแบบสบื เสาะ 1. ทักษะการทำให้กระจา่ ง 1

พระไตรปิฎกและ พระไตรปฎิ ก หาความรู้ 2. ทกั ษะการประยุกต์ใช้

พทุ ธศาสนสภุ าษติ (Inquiry Method : 5E) ความรู้

2. พทุ ธปณธิ าน 4 วิธสี อนแบบสืบเสาะ 1. ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง 1

หาความรู้ 2. ทักษะการประยกุ ต์ใช้

(Inquiry Method : 5E) ความรู้

3. พุทธศาสนสภุ าษิตควรรู้ วธิ ีสอนแบบธรรม 1. ทกั ษะการทำใหก้ ระจา่ ง 1

สากัจฉา 2. ทักษะการประยุกต์ใช้

ความรู้

4. การปฏิบตั ิตนตามพุทธ วิธสี อนแบบธรรม 1. ทักษะการทำให้กระจา่ ง 1

ศาสนสุภาษิต สากัจฉา 2. ทกั ษะการประยกุ ต์ใช้

ความรู้

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 1. หน้าทีข่ องพระภกิ ษุ วธิ ีสอนโดยเนน้ 1. ทกั ษะการปรบั โครงสรา้ ง 1

หนา้ ทช่ี าวพทุ ธและ กระบวนการ : 2. ทกั ษะการทำใหก้ ระจ่าง

มารยาทชาวพทุ ธ กระบวนการปฏบิ ตั ิ

2. มารยาทชาวพุทธ วธิ ีสอนโดยเนน้ 1. ทกั ษะการปรับโครงสรา้ ง 1

กระบวนการ : 2. ทกั ษะการทำให้กระจ่าง

กระบวนการปฏิบัติ

3. หน้าที่ชาวพทุ ธ วิธีสอนตามแนววฏั จกั ร 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

การเรยี นรู้ (4 MAT) 2. ทักษะการสรปุ ลง

ความเหน็

3. ทกั ษะการทำใหก้ ระจา่ ง

4. ทักษะการประยุกตใ์ ช้

ความรู้

4. การปฏบิ ัตติ นตาม วธิ ีสอนตามแนววฏั จักร 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

หน้าท่ีชาวพทุ ธ การเรยี นรู้ (4 MAT) 2. ทกั ษะการสรุปลง

ความเห็น

3. ทักษะการทำใหก้ ระจา่ ง

4. ทักษะการประยุกตใ์ ช้

ความรู้

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 1. วันสำคญั ทาง วธิ สี อนตามรูปแบบ 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1

วันสำคญั ทาง พระพทุ ธศาสนา โมเดลซปิ ปา 2. ทกั ษะการทำให้กระจ่าง

พระพทุ ธศาสนา (CIPPA Model)

และศาสนพิธี 2. การปฏิบัติตน วธิ สี อนตามรูปแบบ 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1

ในวันสำคญั ทาง โมเดลซปิ ปา 2. ทกั ษะการทำใหก้ ระจา่ ง

พระพุทธศาสนา (CIPPA Model)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั วิธีสอน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จัดการเรยี นรู้ (ชว่ั โมง)
1. ทกั ษะการสรปุ ลง
3. ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม วิธสี อนโดยใชท้ ักษะ ความเหน็ 1
กระบวนการเผชิญ
4. การปฏบิ ตั ิตนใน 2. ทักษะการทำให้กระจ่าง 1
ศาสนพธิ ี พธิ กี รรม สถานการณ์ 1. ทักษะการสรปุ ลง
วิธสี อนโดยใช้ทกั ษะ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 7 1. การบริหารจิต กระบวนการเผชญิ ความเหน็
การบริหารจิตและ 2. ทักษะการทำใหก้ ระจา่ ง
การเจรญิ ปญั ญา สถานการณ์
วธิ ีสอนโดยเน้น 1. ทกั ษะการปรบั โครงสรา้ ง 1
2. การพฒั นาวธิ กี าร กระบวนการ : 2. ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
บรหิ ารจติ กระบวนการปฏบิ ัติ
วธิ สี อนโดยเนน้ 1. ทักษะการปรบั โครงสรา้ ง 1
3. การเจริญปญั ญา กระบวนการ : 2. ทักษะการทำใหก้ ระจา่ ง
กระบวนการปฏิบตั ิ
4. การเจรญิ ปญั ญา วิธสี อนแบบธรรม 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1
ในชีวิตประจำวนั 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 1
สากจั ฉา 3. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 8 1. พระพุทธศาสนากับการ 1
พระพุทธศาสนา พฒั นาทย่ี ัง่ ยนื วิธสี อนแบบธรรม 1. ทักษะการวเิ คราะห์ 1
กบั การแก้ปญั หา สากจั ฉา 2. ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 1
และการพัฒนา 3. ทักษะการนำความร้ไู ปใช้ 1
2. พระพทุ ธศาสนากับ วิธสี อนตามรูปแบบ
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ โมเดลซิปปา 1. ทักษะการสร้างความรู้
พอเพียง 2. ทกั ษะการจัดโครงสรา้ ง
(CIPPA Model) 3. ทักษะการสรุปลง
3. หลกั ธรรมทส่ี อดคล้อง
กับการพัฒนาทย่ี ั่งยนื วธิ สี อนตามรูปแบบ ความเห็น
โมเดลซปิ ปา
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 9 1. วิถกี ารดำเนนิ ชีวติ ของ 1. ทักษะการสรา้ งความรู้
ศาสนากับการ พทุ ธศาสนิกชน (CIPPA Model) 2. ทักษะการจัดโครงสรา้ ง
อยูร่ ว่ มกนั 3. ทักษะการสรุปลง
ในประเทศไทย 2. ศาสนากบั การอยู่ วธิ สี อนโดยเน้น
ร่วมกนั (1) กระบวนการ : ความเหน็
กระบวนการสรา้ ง
ความตระหนัก 1. ทกั ษะการสร้างความรู้
วธิ สี อนแบบธรรม 2. ทกั ษะการจดั โครงสร้าง
3. ทกั ษะการสรปุ ลง
สากัจฉา
ความเห็น
วิธสี อนตามแนววฏั จกั ร
การเรียนรู้ (4 MAT) 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์
2. ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ช้

ความรู้

1. ทกั ษะการวเิ คราะห์
2. ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้

ความรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัด วิธีสอน/กระบวนการ ทักษะการคดิ เวลา
การเรยี นรู้ จัดการเรยี นรู้ (ชั่วโมง)

3. ศาสนากบั การอยู่ - วธิ สี อนตามแนววฏั จกั ร 1. ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1
รว่ มกัน (2)
การเรยี นรู้ (4 MAT) 2. ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้

ความรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 รายวิชาพระพุทธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วิชา ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรอื่ งที่ 1 การเผยแผแ่ ละการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา (1)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตน
นบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ถี ูกต้อง ยึดมน่ั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออย่รู ว่ มกนั
อย่างสนั ตสิ ุข

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
พระพุทธศาสนาไดเ้ ผยแผเ่ ข้าสู่ประเทศต่างๆ ทว่ั โลก สง่ ผลใหม้ กี ารนับถอื พระพุทธศาสนาอย่าง

กว้างขวาง โดยเฉพาะดนิ แดนในทวีปเอเชยี

3. ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ตัวชว้ี ัด
ส 1.1 ม.3/1 อธิบายการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนับถือสู่ประเทศตา่ งๆ ทว่ั โลก

3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายแนวทางการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในสมัยโบราณและสมยั ปจั จุบนั ได้
2) อธบิ ายแนวทางการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในทวปี เอเชีย ทวปี ยโุ รป ทวปี อเมริกาเหนือ
ทวปี อเมรกิ าใต้ ทวปี ออสเตรเลยี และทวปี แอฟริกาได้

4. สาระการเรียนรู้
การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเขา้ สู่ประเทศต่างๆ ทัว่ โลก และการนับถอื พระพุทธศาสนาของประเทศ

เหลา่ น้นั ในปจั จุบัน

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสรุปย่อ
2) ทกั ษะการจัดโครงสร้าง
3) ทักษะการสร้างความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
3. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพเกี่ยวกับการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในสมยั โบราณและในสมยั ปจั จบุ ัน แล้วให้

นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ขอ้ 1) - 2) เพื่อเปน็ การทบทวนความรเู้ ดมิ

1) นักเรยี นชอบวธิ ีการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาในภาพใดบา้ ง อธบิ ายเหตุผล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)

2) วิธกี ารเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาในสมยั โบราณและในสมยั ปัจจบุ นั มีความแตกตา่ งกัน
และความคลา้ ยคลงึ กันอย่างไรบ้าง
ความแตกต่างกัน

คือ สมยั ปจั จุบนั มีการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาทางแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ภาพยนตร์ วซี ดี ี วีดทิ ัศน์ การใช้สื่อ
เทคโนโลยี การรวมกลุม่ เปน็ องคก์ ร ชมรม สว่ นสมยั โบราณจะเนน้ การเผยแผด่ ว้ ยการเทศนห์ รอื แสดงธรรมและ

ปฏบิ ัติธรรม กลมุ่ ผู้นำในทางสงั คม คือ พระมหากษตั ริย์ ความคล้ายคลงึ กนั คอื การเทศนา การแสดงธรรม
และการปฏิบตั ธิ รรม

4. ครูอธบิ ายความรเู้ พ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั แนวทางการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในสมัยโบราณและในสมัย
ปจั จบุ นั

5. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่
ปานกลางคอ่ นข้างออ่ น และอ่อน แลว้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ รว่ มกันศกึ ษาความรู้เกย่ี วกับการเผยแผแ่ ละการนับถอื
พระพทุ ธศาสนาในประเทศตา่ งๆ ท่ัวโลก จากหนงั สอื เรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม หอ้ งสมดุ หรอื แหลง่ ขอ้ มูล
สารสนเทศ จากนัน้ บันทกึ ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน

6. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด

การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาให้ประโยชน์แก่ชาวโลกอย่างไรบ้าง
เพราะจะทำให้ประชาชนในดนิ แดนต่างๆ เห็นคุณคา่ และความสำคัญของพระพุทธศาสนาและสามารถนำไปใช้

ในการดำเนินชวี ิตอยา่ งปกติสขุ

7. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ จบั คูก่ นั เปน็ 2 คู่ แบ่งหนา้ ท่กี นั ทำใบงาน ดังนี้
➢ คู่ที่ 1 ทำใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การเผยแผแ่ ละการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนาในทวีปเอเชีย
➢ ค่ทู ี่ 2 ทำใบงานที่ 1.2 เร่ือง การเผยแผ่และการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนาในทวีปตา่ งๆ

8. นักเรยี นแต่ละคู่นำความรเู้ ดิมและความรใู้ หมท่ ี่ได้ศกึ ษาคน้ คว้ามาเชอื่ มโยงกนั เพอ่ื เป็นฐานความรู้
ในการทำใบงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

8. การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 (ประเมินตามสภาพจริง)
เรยี นรทู้ ี่ 1

ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอา่ น ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงารายบุคคล ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมวี นิ ัย และใฝเ่ รยี นรู้ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

9.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

9.1 ส่ือการเรยี นรู้

1) หนงั สือเรียน พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนังสอื ค้นคว้าเพ่ิมเตมิ

- บุญมี แทน่ แกว้ . 2546. ประวัติศาสนาตา่ งๆ และปรชั ญาธรรม. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดียนสโตร์.

3) บตั รภาพ
4) ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การเผยแผ่และการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนาในทวปี เอเชยี
5) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง การเผยแผ่และการนับถอื พระพทุ ธศาสนาในทวปี ตา่ งๆ

9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.aksorn.com/LC/RE/M3/01
- http://www.dhammathai.org/thailand/missionary/index.php
- http://www.oknation.net/blog/Duplex/2008/10/28/enter-8
- http://www.tlcthai.com/club/view_topic.php?...
- http://www.th.wikipedia.org/wiki/ประวตั ศิ าสนาพุทธ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

บตั รภาพ

ภาพพระพทุ ธเจา้ แสดงพระธรรมเทศนา ภาพพระธดุ งคอ์ อกเดนิ ทางไปปฏบิ ตั ธิ รรม
และเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา

ภาพชาวบา้ นเดนิ ทางไปทำบญุ และฟงั ธรรมทวี่ ดั ภาพการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาโดยใชห้ นงั สอื ธรรมะ

ภาพการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาโดยใชภ้ าพยนตร์ ภาพการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาโดยใชส้ อื่ อนิ เทอรเ์ นต็

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข / การพฒั นาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 รายวิชาพระพุทธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วิชา ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรอื่ งที่ 1 การเผยแผแ่ ละการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา (2)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตน
นบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ถี ูกต้อง ยึดมน่ั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออย่รู ว่ มกนั
อย่างสนั ตสิ ุข

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
พระพุทธศาสนาไดเ้ ผยแผเ่ ข้าสู่ประเทศต่างๆ ทว่ั โลก สง่ ผลใหม้ กี ารนับถอื พระพุทธศาสนาอย่าง

กว้างขวาง โดยเฉพาะดนิ แดนในทวีปเอเชยี

3. ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ตัวชว้ี ัด
ส 1.1 ม.3/1 อธิบายการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนับถือสู่ประเทศตา่ งๆ ทว่ั โลก

3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายแนวทางการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในสมัยโบราณและสมยั ปจั จุบนั ได้
2) อธบิ ายแนวทางการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในทวปี เอเชีย ทวปี ยโุ รป ทวปี อเมริกาเหนือ
ทวปี อเมรกิ าใต้ ทวปี ออสเตรเลยี และทวปี แอฟริกาได้

4. สาระการเรียนรู้
การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเขา้ สู่ประเทศต่างๆ ทัว่ โลก และการนับถอื พระพุทธศาสนาของประเทศ

เหลา่ น้นั ในปจั จุบัน

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสรุปย่อ
2) ทกั ษะการจัดโครงสร้าง
3) ทักษะการสร้างความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนต์บูชาพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครใู หน้ กั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิดเกยี่ วกับการเผยแผแ่ ละการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ดงั น้ี

1) เพราะเหตุใด พระพุทธศาสนาในระยะเรมิ่ แรกจึงมีความเจรญิ ร่งุ เรอื งในดินแดนของทวปี
เอเชียมากกวา่ ภมู ภิ าคอน่ื
เพราะพระพทุ ธศาสนากำเนดิ ในทวีปเอเชยี บรเิ วณชมพทู วปี หรอื ประเทศอินเดยี ในปจั จบุ นั
และพระเจา้ อโศกมหาราชไดส้ ง่ สมณทูตไปเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาในภูมภิ าคเอเชยี กอ่ น
ภูมิภาคอืน่

2) ประชาชนประเทศใดในทวีปเอเชียท่ีปฏิบตั ิตนตามคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างเครง่ ครัด
เปน็ สว่ นใหญ่ อธบิ ายเหตผุ ล
ประชาชนในประเทศศรลี ังกา ประเทศภูฏาน ประเทศทเิ บต เพราะประชาชนจะสวดมนต์
ภาวนาและปฏิบตั ธิ รรมในวิถกี ารดำเนินชวี ติ

3) การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาไปยงั ดินแดนต่างๆ ในโลก มคี วามสำคัญอยา่ งไร
ทำใหช้ าวโลกมีความรูเ้ กีย่ วกับพระพุทธศาสนา และสามารถนำหลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธ-
ศาสนาไปประยุกตใ์ ช้ตามความเหมาะสม

3. นักเรยี นแต่ละคผู่ ลัดกันอธบิ ายผลงานในใบงานที่ 1.1 - 1.2 ท่ตี นรบั ผดิ ชอบ และผลัดกนั ซกั ถามขอ้
สงสัยจนมคี วามกระจ่างชดั เจน

4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของผลงานในใบงานท่ี 1.1 - 1.2
5. ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 1.1 - 1.2
6. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั สรุปความรเู้ กยี่ วกับวธิ กี ารเผยแผ่พระพุทธศาสนา และสภาพการนบั ถือ
พระพุทธศาสนาของดินแดนในทวีปต่างๆ ของโลก
7. ครูส่มุ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น แลว้ ใหก้ ล่มุ อนื่ ไดน้ ำเสนอเพม่ิ เติมในสว่ น
ท่ีแตกต่างกนั ออกไป
8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำผลงานของกลมุ่ ตนเองมาจดั ป้ายนิเทศ เพ่อื แสดงผลงาน
9. ครูมอบหมายให้นักเรยี นนำความรเู้ ก่ียวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปเป็นแนวทางในการมีสว่ นร่วม
ในการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา
10. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2)

1) นกั เรยี นได้ข้อคิดสำคญั เกี่ยวกับวิธีการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาไปยงั ดนิ แดนต่าง ๆ อย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู ้สู อน)

2) นักเรยี นจะมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาอย่างไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

8. การวดั และประเมินผล

วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานท่ี 1.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.2 ใบงานท่ี 1.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตความมีวินยั และใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

9.ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

9.1 ส่อื การเรียนรู้
1) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง การเผยแผแ่ ละการนับถอื พระพทุ ธศาสนาในทวปี เอเชยี
2) ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การเผยแผ่และการนับถอื พระพุทธศาสนาในทวปี ตา่ งๆ

9.2 แหล่งการเรียนรู้
––

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
รหสั วิชา ส23203 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ งที่ 2 ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทตี่ น
นับถือและศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถี่ กู ตอ้ ง ยดึ มน่ั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพอื่ อยรู่ ว่ มกนั
อย่างสันตสิ ขุ

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
พระพุทธศาสนามีความสำคญั ในการสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความสงบสขุ แก่ชาวโลก

3. ตัวชวี้ ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ตัวชวี้ ัด
ส 1.1 ม.3/2 วิเคราะห์ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื ในฐานะที่ชว่ ย
สรา้ งสรรคอ์ ารยธรรม และความสงบสขุ แก่โลก

3.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
1) วเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะทชี่ ่วยสร้างสรรค์อารยธรรมใหแ้ กโ่ ลกได้
2) วิเคราะห์ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะทช่ี ว่ ยสร้างความสงบสขุ ให้แกช่ าวโลกได้

4. สาระการเรยี นรู้
ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะท่ีชว่ ยสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรม และความสงบสุขให้แก่โลก

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรุปลงความเห็น

5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นดูบัตรภาพตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี วกบั การสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรมและการอย่รู ว่ มกนั ในสงั คม

อยา่ งปกตสิ ุข และให้นกั เรยี นแสดงความคดิ เห็นถึงผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนนิ กจิ กรรมในภาพ
3. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

นักเรียนคิดว่า พระพทุ ธศาสนามีสว่ นในการสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรมใหแ้ กโ่ ลกอย่างไรบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

4. ครอู ธิบายเชอื่ มโยงความรจู้ ากการตอบคำถามกระตุ้นความคิด เพื่อให้นักเรยี นเหน็ ความสำคญั ของ
พระพทุ ธศาสนา

5. นกั เรยี นกลมุ่ เดิม ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู ความรเู้ กี่ยวกบั ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา จาก
หนังสือเรยี น หนงั สือค้นควา้ เพิ่มเติม ห้องสมดุ หรอื แหล่งขอ้ มูล สารสนเทศ ในหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้

1) พระพทุ ธศาสนาในฐานะทีช่ ว่ ยสร้างสรรค์อารยธรรมใหแ้ ก่โลก
2) พระพุทธศาสนาในฐานะท่ีชว่ ยสรา้ งความสงบสุขให้แก่โลก
แล้วบันทึกความรทู้ ี่ได้จากการศึกษาลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น
6. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

พระพทุ ธศาสนามีความสำคญั ตอ่ ชาวโลกอยา่ งไรบา้ ง
1. เปน็ หลักในการดำเนนิ ชวี ิตไปในทิศทางท่ถี กู ตอ้ ง
2. ทำใหส้ มาชิกในสังคมอยรู่ ว่ มกันอยา่ งสงบสขุ
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันทำใบงานที่ 1.3 เร่อื ง ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา
8. ครสู มุ่ ตัวแทนกลุ่ม 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี นและให้กลมุ่ อืน่ ทม่ี คี วามคดิ เหน็
แตกต่างกนั ได้นำเสนอขอ้ มลู ในส่วนท่แี ตกตา่ งกนั
9. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

ถ้าพลโลกทกุ คนปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนายอ่ มส่งผลดตี อ่ การอยู่รว่ มกนั อยา่ งไร
ไม่มกี ารวิวาทบาดหมางกัน รจู้ กั ใหอ้ ภยั กัน มคี วามรักสามคั คีปรองดองกัน
ช่วยกนั พฒั นาสังคมใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

8. การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.3 ใบงานที่ 1.3 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มนั่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ในการทำงาน

ตรวจใบงานที่ 1.3 ใบงานที่ 1.3

9 .ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

9.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนงั สอื คน้ คว้าเพม่ิ เตมิ
(1) บุญมี แทน่ แกว้ . 2546. ประวัตศิ าสนาตา่ งๆ และปรัชญาธรรม. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดยี นสโตร.์
(2) สชุ พี ปญุ ญานภุ าพ. 2551. คณุ ลกั ษณะพิเศษแหง่ พระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพมหานคร :
มูลนิธมิ หามกฏุ ราชวทิ ยาลัย.
3) บัตรภาพ
4) ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา

9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?...
- http://gotoknow.org/blog/piyatum/213754

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

บตั รภาพ

ภาพการปกครองระบอบราชาธปิ ไตย ภาพการปกครองระบอบสามคั คธี รรม

ภาพการทำงานบา้ นรว่ มกนั ของสมาชกิ ในครอบครวั ภาพการรว่ มกนั ปลูกปา่ ของครแู ละนกั เรยี น

ภาพการประกอบอาชพี สจุ รติ ภาพการประชมุ ของคนในองคก์ รตา่ งๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพฒั นาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 4

สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา

รหัสวชิ า ส23203 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ งท่ี 3 พระพทุ ธศาสนาสร้างสรรคอ์ ารยธรรมและความสงบสุขแกโ่ ลก

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี น
นบั ถอื และศาสนาอ่นื มศี รทั ธาทถ่ี กู ตอ้ ง ยึดมัน่ และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกัน
อยา่ งสนั ตสิ ขุ

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
พระพุทธศาสนามคี วามสำคญั ในการสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความสงบสขุ แก่ชาวโลก

3. ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ตัวชีว้ ัด
ส 1.1 ม.3/2 วเิ คราะห์ความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนับถือในฐานะทีช่ ว่ ย
สรา้ งสรรค์อารยธรรม และความสงบสุขแก่โลก

3.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วเิ คราะหค์ วามสำคัญของพระพทุ ธศาสนาในฐานะทชี่ ว่ ยสร้างสรรค์อารยธรรมให้แกโ่ ลกได้
2) วเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาในฐานะทช่ี ว่ ยสร้างความสงบสขุ ให้แก่ชาวโลกได้

4. สาระการเรียนรู้
ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะท่ชี ว่ ยสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรม และความสงบสุขใหแ้ ก่โลก

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น

5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม รว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะชว่ ย

สรา้ งสรรค์อารยธรรมให้แกโ่ ลกหรอื สร้างความสงบสุขใหแ้ ก่โลก
3. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันคดิ หาแนวทางในการรว่ มมือกันหาขอ้ มูลหลกั ฐานมา

สนับสนนุ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะช่วยสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรมใหแ้ ก่โลกหรอื สรา้ งความสงบสุข
ใหแ้ ก่โลก และตดั สินใจเลอื กแนวทางท่สี ามารถปฏบิ ตั ิได้

4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

นกั เรียนคดิ วา่ หลักฐานสำคญั ท่ีจะนำมาสนบั สนนุ ว่าศาสนามคี วามสำคญั นนั้ ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามแผนงาน หรอื แนวทางทก่ี ล่มุ ตัดสนิ ใจเลอื กแนวทาง หรือวธิ กี ารหาขอ้ มลู
หลกั ฐานท่ีแสดงถึงความสำคญั ของพระพุทธศาสนา แลว้ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน

6. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

นกั เรยี นมบี ทบาทสำคญั ในการมีสว่ นร่วมในการสร้างศรทั ธาให้สมาชิกในสงั คมเห็นความสำคญั
ของพระพุทธศาสนาไดอ้ ยา่ งไรบ้าง

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)
7. นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้เกยี่ วกบั ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาในฐานะช่วยสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรม
ใหแ้ กโ่ ลกหรอื สรา้ งความสงบสุขให้แก่โลก ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
8. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1

ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะคนทำรายงาน เรอื่ ง การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาและความสำคญั
ของพระพุทธศาสนา โดยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นตามท่กี ำหนด ดังนี้
1) การอธิบายการเผยแผแ่ ละการนบั ถือพระพทุ ธศาสนาในทวปี เอเชีย
2) การอธบิ ายการเผยแผ่และการนับถอื พระพุทธศาสนาในทวปี ต่างๆ
3) การวเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

8. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

เรยี นรู้ท่ี 1

ตรวจรายงาน เรือ่ ง การเผยแผ่ ตรวจรายงาน เรือ่ ง การเผยแผ่พระพทุ ธ- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

พระพุทธศาสนาและความสำคัญของ ศาสนาและความสำคัญขอพระพทุ ธศาสนา
พระพทุ ธศาสนา

9.ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสือคน้ คว้าเพม่ิ เติม
(1) บุญมี แทน่ แกว้ . 2546. ประวัตศิ าสนาตา่ งๆ และปรชั ญาธรรม. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดียนสโตร์.
(2) สุชพี ปญุ ญานภุ าพ. 2551. คณุ ลักษณะพิเศษแหง่ พระพทุ ธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร :
มลู นธิ ิมหามกฏุ ราชวิทยาลยั .

9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?...
- http://gotoknow.org/blog/piyatum/213754

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

ชื่ อ - ส กุ ล / ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . เ ล ข ท่ี . . . . . . . . . . . . . . . .

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงาน เรอ่ื ง การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาและความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การอธิบายการเผยแผแ่ ละการนบั ถพื ระพทุ ธศาสนาในทวปี เอเชีย
2 การอธิบายการเผยแผ่และการนบั ถืพระพุทธศาสนาในทวปี ตา่ งๆ
3 การวเิ คราะหค์ วามสำคัญของพระพุทธศาสนา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรับปรงุ = 1 คะแนน 11 - 12 ดมี าก

9 - 10 ดี

6 - 8 พอใช้

ต่ำกวา่ 6 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
รหัสวชิ า ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 เรอื่ งท่ี 1 พทุ ธประวตั ิ

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ น
นับถือและศาสนาอืน่ มศี รัทธาที่ถูกตอ้ ง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกัน
อย่างสนั ตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระพทุ ธศาสนามีความสำคญั ในการสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสุขแกช่ าวโลก

3. ตัวชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.3/4 วิเคราะห์พทุ ธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปางต่างๆ หรอื ประวตั ศิ าสดาทีต่ นนับถือ
ตามที่กำหนด

3.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) วิเคราะห์พุทธประวตั ติ อนแสดงปฐมเทศนา และแสดงโอวาทปาฏโิ มกข์ได้
2) วิเคราะห์พทุ ธประวัตจิ ากพระพทุ ธรูปปางต่างๆ ได้

4. สาระการเรยี นรู้
1. ศกึ ษาพทุ ธประวตั ิจากพระพทุ ธรปู ปางตา่ งๆ เช่น
➢ ปางมารวชิ ัย
➢ ปางปฐมเทศนา
➢ ปางลลี า
➢ ประจำวนั เกิด
2. สรุปและวเิ คราะหพ์ ุทธประวัติ
➢ ปฐมเทศนา
➢ โอวาทปาฏิโมกข์

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
2) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
3. ครใู หน้ กั เรียนเลา่ ประสบการณค์ วามรู้เดิมเกีย่ วกบั ข้อคดิ และคุณธรรมอนั เป็นแบบอยา่ งของ

พระพุทธเจา้ ทีน่ กั เรยี นนำไปปฏิบตั ิจรงิ ในการดำเนนิ ชวี ติ
4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

นักเรียนได้นำแบบอยา่ งการดำเนินชวี ิตของพระพทุ ธเจา้ ไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ ริงในชวี ติ ประจำวันอยา่ งไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน)

5. ครแู บง่ นักเรียนเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 6 คน คละกนั ตามความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเก่ง
ปานกลางค่อนขา้ งออ่ น และอ่อน โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาความรจู้ ากหนงั สอื เรยี น หนงั สือ คน้ คว้า
เพิม่ เตมิ ห้องสมดุ หรือแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ เรอ่ื ง พทุ ธประวตั เิ กยี่ วกับการแสดงปฐมเทศนาโอวาทปาฏโิ มกข์
พทุ ธประวัตจิ ากพระพุทธรปู ปางตา่ งๆ แล้วบนั ทกึ ความรทู้ ่ีได้จากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทึกการอ่าน

6. นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันอภปิ รายความรู้ทไ่ี ด้จากการศึกษา แลว้ ครูอธิบายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี น
เหน็ ความสำคญั ของการศกึ ษาพุทธประวัติ

7. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แบง่ เปน็ 2 กลุ่มย่อย กลุม่ ละ 3 คน และแบ่งหนา้ ที่กันทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง
พุทธประวัติ ดงั น้ี กล่มุ ยอ่ ยท่ี 1 ทำตอนที่ 1

กล่มุ ยอ่ ยที่ 2 ทำตอนท่ี 2
8. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มผลัดกันซกั ถามความรู้จนมีความเขา้ ใจกระจ่างชดั จากนน้ั ครูและนักเรยี นรว่ มกนั
เฉลยคำตอบในใบงานที่ 2.1
9. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้เรอ่ื ง พทุ ธประวตั ิเก่ียวกบั การแสดงปฐมเทศนา โอวาทปาฏิโมกข์
พทุ ธประวัติจากพระพุทธรปู ปางต่าง ๆ
10. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)

1) พระพุทธรปู ปางประจำวนั เกดิ ของนักเรยี นคอื ปางอะไร และพระพทุ ธรปู ปางนท้ี ำใหร้ ู้
เหตุการณใ์ นพทุ ธประวตั เิ รอ่ื งใด

2) นักเรยี นมคี วามประทบั ใจในพทุ ธประวตั ติ อนใดบา้ ง อธบิ ายเหตุผล
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

8. การวัดและประเมนิ ผล

วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยการเรียนรู้ที่2 (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
เรยี นรทู้ ี่ 2

ตรวจใบงานท่ี 2.1 ใบงานท่ี 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

9.สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

9.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนังสือค้นควา้ เพมิ่ เติม

(1) เทพรัตนราชสุดา เจา้ ฟ้ามหาจกั รสี ริ ินธร สยามบรมราชกุมารี, สมเดจ็ พระ. 2546.
พทุ ธประวัตสิ ังเขป และศาสนพิธีสังเขป. กรงุ เทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวิทยาลัย.

(2) เสฐยี รพงษ์ วรรณปก. 2544. บางแงม่ มุ เกยี่ วกบั พทุ ธองค์. กรุงเทพมหานคร : หอรตั นชัย-
การพมิ พ์.

3) ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง พทุ ธประวตั ิ
9.2 แหลง่ การเรียนรู้

1) ห้องสมดุ
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

- http://th.wikipedia.org/wiki/พุทธประวัติ
- http://www.learntripitaka.com/History/Buddhist.html
- http://www.dhammathai.org/chadoknt/chadoknt317.php
- http://th.wikisource.org/wiki/นันทวิ ิสาลชาดก
- http://www.watkoh.com>watkoh>ศาสนธรรม>นทิ านธรรมชาดก

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข / การพฒั นาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรอื่ งท่ี 2 ชาดก

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ตี น
นับถือและศาสนาอน่ื มศี รทั ธาท่ีถูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพือ่ อย่รู ว่ มกนั
อย่างสันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การศึกษาพุทธประวตั ิจากพระพุทธรูปปางต่างๆ ยอ่ มทำใหไ้ ดข้ อ้ คดิ และหลักธรรม ซง่ึ สามารถนำไปเปน็

แนวทางในการปฏบิ ตั อิ ย่างเหมาะสม

3. ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตวั ชีว้ ัด
ส 1.1 ม.3/5 วเิ คราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชวี ิตและขอ้ คดิ จากประวตั ิ

สาวก ชาดก เรอื่ งเล่า และศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามทกี่ ำหนด
3.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) วเิ คราะหค์ ุณธรรมจากการศกึ ษานันทิวสิ าลชาดกและสวุ ณั ณหังสชาดกได้

4. สาระการเรยี นรู้
ชาดก
➢นนั ทวิ สิ าลชาดก
➢ สุวัณณหังสชาดก

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
2) ทักษะการทำให้กระจา่ ง

5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสวดมนต์บชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. นกั เรียนตอบคำถามเพอื่ ทบทวนความรูเ้ กยี่ วกบั พทุ ธประวัติ ดังนี้

1) เพราะเหตใุ ด จึงตอ้ งศึกษาพทุ ธประวตั จิ ากพระพทุ ธรปู ปางต่างๆ
(เพราะทำใหเ้ ขา้ ใจพทุ ธประวตั ดิ ขี ึ้น และได้ขอ้ คดิ และคุณธรรมทีส่ ามารถนำไปปฏบิ ัติในชวี ิต
ประจำวัน)

2) เพราะเหตใุ ด จึงมคี ำกลา่ ววา่ “โอวาทปาฏิโมกข์ เปน็ หลักสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา”
(เพราะทำใหผ้ ้ปู ฏบิ ตั นิ ำหลกั โอวาทปาฏโิ มกข์ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ัติ มกี ารดำเนินชีวติ ท่ี
ถูกตอ้ ง คอื ไม่ทำความช่วั ทำความดี ทำจิตใจใหผ้ อ่ งแผว้ )

3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม รว่ มกันศึกษาความรเู้ กี่ยวกบั ชาดกในหวั ข้อ นันทิวสิ าลชาดก และสวุ ณั ณหงั สชาดก
จากหนังสือเรียน หนงั สือค้นคว้าเพิม่ เติม ห้องสมดุ หรอื แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ แลว้ บนั ทกึ ความรทู้ ่ไี ด้จาก
การศึกษาลงในแบบบนั ทึกการอ่าน

4. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั อภิปรายความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศกึ ษา
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มแบง่ เปน็ 2 กล่มุ ย่อย กลมุ่ ย่อยละ 3 คน และแบง่ หน้าท่กี นั ทำใบงานที่ 2.2 เรอ่ื ง
ชาดก เม่ือทำเสร็จแลว้ ครูและนักเรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงาน
6. สมาชิกแต่ละกลุ่มรว่ มกันเสนอแนวทางการนำขอ้ คดิ และคณุ ธรรมทไ่ี ด้จากการศกึ ษาพทุ ธประวตั ิ
และชาดกไปประยกุ ตใ์ ช้และนำไปปฏิบตั ิในการดำเนินชวี ติ แลว้ รายงานผลตอ่ ครผู สู้ อนเปน็ ระยะ ๆ ตาม
ข้อตกลงระหว่างครแู ละนกั เรยี น
7. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

นักเรยี นสามารถนำคณุ ธรรมอันเปน็ แบบอยา่ งของพระพทุ ธเจ้าและจากชาดกไปพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ของนกั เรยี นไดอ้ ย่างไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ ง

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)

8. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรุปประเดน็ สำคญั ของพุทธประวัตเิ กี่ยวกบั การแสดงปฐมเทศนา โอวาท-
ปาฏิโมกข์ พทุ ธประวัตจิ ากพระพทุ ธรูปปางตา่ งๆ และชาดก

8. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.2 ใบงานท่ี 2.2 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่ัน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

9.สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
9.1 ส่อื การเรียนรู้
1. ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง ชาดก
9.2 แหล่งการเรียนรู้

––

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
รหัสวิชา ส23203 ปีการศกึ ษา 2563
ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื งท่ี 3 คณุ ธรรมอนั เป็นแบบอยา่ งของพทุ ธสาวก
พุทธสาวิกาและศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง

1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตน
นบั ถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาทถี่ ูกต้อง ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพอ่ื อยู่รว่ มกนั
อย่างสันตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การศึกษาประวตั ขิ องพทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา ศาสนิกชนตวั อยา่ งย่อมทำให้ได้ข้อคิด คุณธรรมอนั เปน็

แบบอยา่ ง ซงึ่ สามารถนำไปเปน็ แนวทางการปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสม

3. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตวั ช้วี ดั

ส 1.1 ม.3/5 วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการดำเนินชวี ิตและข้อคดิ จากประวัติ
สาวก ชาดก เรอ่ื งเลา่ และศาสนกิ ชนตัวอย่างตามท่ีกำหนด

3.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
1) วเิ คราะหข์ ้อคิดและคณุ ธรรมอนั เปน็ แบบอย่างในการดำเนนิ ชีวติ ของพทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า
และศาสนิกชนตวั อยา่ งได้

4. สาระการเรยี นรู้ 3) ทกั ษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้
1) พุทธสาวก พุทธสาวิกา
➢ พระอญั ญาโกณฑญั ญะ
➢ พระนางมหาปชาบดีโคตรมเี ถรี
➢ พระเขมาเถรี
➢ พระเจ้าปเสนทโิ กศล
2) ศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง
➢ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมยั ดศิ กลุ
➢ ศาสตราจารยส์ ญั ญา ธรรมศกั ด์ิ

5.สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสรปุ ย่อ 2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธิกอ่ นเรยี น

2. ครูตัง้ คำถามถามนักเรยี นเกยี่ วกบั ความประทบั ใจในพุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนิกชนตัวอยา่ งที่

นกั เรยี นรูจ้ ัก หรอื เคยศึกษามาพรอ้ มให้เหตุผล

3. ครูอธิบายเชอ่ื มโยงความรใู้ ห้นักเรียนเห็นความสำคัญของคุณธรรมอนั เปน็ แบบอยา่ งของพทุ ธสาวก

พุทธสาวิกา และศาสนิกชนตวั อย่าง

4. นกั เรียนกลุ่มเดิม จับสลากเพือ่ ศึกษาความรเู้ ก่ยี วกบั พทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตัวอย่าง

กลมุ่ ละ 1 เรื่อง โดยใหค้ รอบคลุมหวั ข้อสำคญั ในใบงานท่ี 2.3 เร่อื ง พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนิกชน

ตวั อย่าง ดงั นี้

1) พระอญั ญาโกณฑญั ญะ 2) พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี

3) พระเขมาเถรี 4) พระเจา้ ปเสนทิโกศล

5) หมอ่ มเจ้าหญงิ พูนพศิ มัย ดศิ กุล 6) ศาสตราจารยส์ ญั ญา ธรรมศกั ดิ์

5. ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานจากการค้นคว้าเกย่ี วกับพทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา

และศาสนิกชนตวั อย่างในรูปแบบการแสดงบทบาทสมมติ

6. สมาชกิ แต่ละกล่มุ รว่ มกนั วางแผนการนำเสนอผลงานด้วยการแสดงบทบาทสมมติ

7. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มเลอื กผแู้ สดงท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกบั บทบาท และแบ่งหนา้ ทใ่ี หท้ ุกคนมีส่วนรว่ ม

ในกจิ กรรม

8. สมาชิกทุกกลมุ่ เตรียมความพร้อมก่อนการแสดง มีการซอ้ มบทบาทตามหน้าที่ที่ได้รบั มอบหมาย

8. การวดั และประเมินผล เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ เคร่ืองมอื ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่น แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ในการทำงาน

9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

9.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสอื ค้นควา้ เพิม่ เติม
(1) วมิ ลพรรณ ปีตธวชั ชัย. 2546. สญั ญา ธรรมศกั ดิ์ คนของแผน่ ดิน. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพเ์ ดอื นตลุ า.
(2) เสฐยี รพงษ์ วรรณปก. 2544. พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภา.
3) กระดาษชาร์ต และอปุ กรณป์ ระกอบการแสดง
4) ใบงานท่ี 2.3 เร่ือง พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตัวอย่าง

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/พระอญั ญาโกณฑญั ญะ
- http:// th.wikipedia.org/wiki/พระนางมหาปชาบดี
- http://th.wikipedia.org/wiki/สญั ญา_ธรรมศักด์ิ
- http://th.wikipedia.org/wiki/หม่อมเจา้ พูนพิศมยั _ดิศกลุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8

สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา

รหสั วิชา ส23203 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอ่ื งที่ 4 การปฏบิ ตั ิตนตามคุณธรรมอนั เปน็ แบบอย่าง เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

ของพทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี น
นับถอื และศาสนาอืน่ มีศรทั ธาท่ถี ูกต้อง ยึดมน่ั และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยรู่ ว่ มกนั
อยา่ งสนั ตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏิบตั ติ นตามคณุ ธรรมอนั เป็นแบบอย่างของพุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง ย่อมทำ

ให้ปฏบิ ัตติ นได้อยา่ งเหมาะสม

3. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตัวช้ีวดั

ส 1.1 ม.3/5 วเิ คราะห์และประพฤตติ นตามแบบอย่างการดำเนินชวี ิตและข้อคดิ จากประวัติ
สาวก ชาดก เรอ่ื งเล่า และศาสนกิ ชนตัวอย่างตามท่กี ำหนด

3.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ิตนตามแบบอย่างการดำเนนิ ชีวิตของพุทธสาวก พุทธสาวกิ า และศาสนิกชนตวั อยา่ งได้

4. สาระการเรียนรู้
1) พุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า
➢ พระอญั ญาโกณฑญั ญะ
➢ พระนางมหาปชาบดีโคตรมเี ถรี
➢ พระเขมาเถรี
➢ พระเจา้ ปเสนทิโกศล
2) ศาสนิกชนตวั อยา่ ง
➢ หม่อมเจา้ หญิงพนู พิศมัย ดิศกุล
➢ ศาสตราจารย์สญั ญา ธรรมศกั ด์ิ

5.สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน

5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5.2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการสรุปย่อ 2) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 3) ทักษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนสวดมนต์บชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. ครูตั้งคำถามถามนกั เรยี นเกี่ยวกบั ประเดน็ สำคัญ หรือขอ้ คิดสำคญั ทน่ี ักเรยี นไดร้ บั จากการศึกษา

ประวัตพิ ุทธสาวก พุทธสาวกิ า และศาสนิกชนตวั อย่าง
3. ครถู ามความพรอ้ มของนักเรยี นในการนำเสนอผลงานการแสดงบทบาทสมมตติ ามเรอ่ื งทจี่ ับสลากได้

เมอ่ื ทุกกลุ่มพรอ้ มแลว้ ใหอ้ อกมาแสดงบทบาทสมมติตามกำหนดเวลาท่ีตกลงกัน
4. ตวั แทนกลุ่มผู้แสดงนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ คดิ และคณุ ธรรมที่ได้รบั จากเรอ่ื งทต่ี นแสดง
5. สมาชิกกลมุ่ ผู้สังเกตการณน์ ำเสนอขอ้ คดิ เพมิ่ เตมิ หลงั จากชมการแสดง
6. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

คณุ ธรรมอนั เปน็ แบบอย่างของพุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า และศาสนิกชนตวั อย่าง ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง

1. การรู้จักศกึ ษาหาความรูท้ งั้ ทางโลกและทางธรรม 2. ความสันโดษ

3. การทำตนเป็นแบบอยา่ งทดี่ ี 4. การเปน็ ผูท้ ่ีมีความคิดมองการณไ์ กล

5. ความตง้ั ใจแนว่ แน่ 6. ความอดทน

7. การเป็นผมู้ คี ุณธรรม 8. การมีปัญญามาก

9. การมีปฏภิ าณ 10. ความม่นั คงในพระรตั นตรยั

11. ความใจกว้างยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื 12. การใฝร่ ู้ใฝ่ศึกษา

13. ความกตัญญูกตเวที 14. ความซื่อสัตย์สุจริต

7. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ คณุ ธรรมอันเปน็ แบบอยา่ งของพทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
ท่สี ามารถนำไปเปน็ แบบอยา่ งในการดำเนนิ ชีวิต

8. ครูมอบหมายให้นกั เรยี นนำหลกั คณุ ธรรมของพุทธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนิกชนตัวอย่างไปปฏบิ ัติ

และรายงานผลการปฏบิ ตั ติ ามกำหนดเวลาทต่ี กลงกัน
9. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)

1) นักเรียนสามารถนำหลักคุณธรรมของพทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
ในเรอื่ งใดไปปฏิบตั ิได้บา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน)

2) การทนี่ ักเรียนปฏบิ ตั ติ นตามหลกั คณุ ธรรมอนั เป็นแบบอย่างของพทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า
และศาสนกิ ชนตวั อยา่ งนนั้ ทำใหเ้ กดิ ผลดีในเรอ่ื งใด

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

10. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2

ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันทำหนังสือเลม่ เลก็ เร่ือง พทุ ธประวตั ิ ประวัตพิ ทุ ธสาวก
พุทธสาวกิ า ศาสนิกชนตัวอยา่ ง และชาดก
โดยให้ครอบคลมุ ประเดน็ ตามท่กี ำหนด ดังนี้

1) การวเิ คราะหข์ อ้ คดิ และคณุ ธรรมในพุทธประวตั ิ
2) การวิเคราะหค์ ุณธรรมอันเปน็ แบบอยา่ งของพทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า ศาสนิกชนตัวอยา่ ง

และชาดก

8. การวดั และประเมินผล

วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 2.3 ใบงานท่ี 2.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตการแสดงบทบาทสมมติ แบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรียนรู้ที่ 2

ตรวจหนงั สอื เลม่ เล็ก เรอื่ ง พทุ ธประวัติ แบบประเมินหนงั สอื เล่มเลก็ เรือ่ ง ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ประวตั ิพทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ศาสนกิ พทุ ธประวตั ิ ประวตั พิ ทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า

ชนตวั อย่าง และชาดก ศาสนิกชนตัวอยา่ ง และชาดก

9.สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 สอื่ การเรยี นรู้
กระดาษชาร์ต และอุปกรณป์ ระกอบการแสดง

9.2 แหลง่ การเรียนรู้
––

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

ชื่ อ - ส กุ ล / ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . เ ล ข ท่ี . . . . . . . . . . . . . . . .

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ หนงั สอื เลม่ เลก็ เรอ่ื ง พทุ ธประวตั ิ ประวตั พิ ทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า

ศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง และชาดก

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432

1 การวเิ คราะหข์ อ้ คดิ และคณุ ธรรมในพุทธประวตั ิ

2 การวเิ คราะหค์ ุณธรรมอนั เป็นแบบอย่างของพุทธสาวก
พุทธสาวิกา ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดก

รวม

ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ดี = 3 คะแนน
พอใช้ = 2 คะแนน 11 - 12 ดมี าก
ปรับปรงุ = 1 คะแนน
9 - 10 ดี

6 - 8 พอใช้

ต่ำกว่า 6 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข / การพฒั นาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
รหัสวชิ า ส23203 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เรอ่ื งท่ี 1 พระรตั นตรัย

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ตี น
นับถอื และศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาท่ีถกู ตอ้ ง ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพื่ออยู่รว่ มกนั
อยา่ งสันตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระรตั นตรยั ประกอบดว้ ย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึง่ ชาวพุทธพงึ ศึกษาคณุ ของพระรัตนตรยั

เห็นคณุ ค่าของสงั ฆคุณและปฏิบัตติ นตอ่ พระสงฆอ์ ยา่ งเหมาะสม

3. ตัวชว้ี ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตวั ช้วี ัด
ส 1.1 ม.3/6 อธบิ ายสงั ฆคณุ และขอ้ ธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาท่ี

ตนนบั ถือตามทีก่ ำหนด
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายสังฆคุณ 9 และแนวทางการปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมต่อพระสงฆ์ได้

4. สาระการเรยี นรู้
พระรตั นตรยั (สังฆคุณ 9)

5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสร้างความรู้
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนต์บชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3
3. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพชาวพุทธหลายกล่มุ หลายวัย ท่สี วดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั ภาพชาวพุทธนง่ั ฟงั

พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา และการสนทนาธรรม แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันแสดงความคดิ เห็นถงึ ผลดีของ
กจิ กรรมในภาพ

4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) เพราะเหตุใด ชาวพทุ ธจงึ กราบบชู าพระรัตนตรยั
(เพราะตอ้ งการรำลกึ ถึงคณุ ของพระรตั นตรยั )

2) พระสงฆ์มพี ระคณุ แก่ชาวพทุ ธอยา่ งไรบ้าง
(ทา่ นเปน็ ผู้นำหลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจา้ มาเผยแผแ่ กท่ ุกคน เพ่ือให้ทกุ คนปฏิบตั ิตน
ตามหลกั ธรรมอันจะทำให้การดำเนนิ ชวี ิตเป็นไปในทิศทางที่ถกู ต้อง)

5. ครูแบ่งนกั เรยี นเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 8 คน คละกนั ตามความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่
ปานกลางคอ่ นข้างออ่ น และออ่ น

6. ครูแจ้งให้นกั เรยี นทราบว่า กลุ่มของนกั เรียนจะตอ้ งทำกิจกรรมรว่ มกันตลอดจนจบการเรยี นรู้ เรอื่ ง
หลกั ธรรมทุกหัวขอ้ คอื แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1-10

7. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาความรใู้ หม่เรือ่ ง สังฆคณุ 9 จากใบความรู้ หนงั สอื เรยี น หนังสอื
คน้ คว้าเพ่ิมเตมิ หอ้ งสมุด หรอื แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

8. สมาชิกแต่ละกลมุ่ จบั คกู่ นั ทำความเขา้ ใจขอ้ มลู ความรู้จากใบความร้ทู ศ่ี ึกษาและเปรยี บเทียบความรเู้ ดมิ
กับความรใู้ หมท่ ไ่ี ด้

9. สมาชกิ แตล่ ะคขู่ องแต่ละกลุ่มผลดั กันอภิปรายประเด็นความรสู้ ำคัญทไ่ี ดร้ บั จากการศึกษาความรเู้ รอ่ื ง
สงั ฆคณุ 9 แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

นกั เรียนคดิ วา่ คณุ ของพระสงฆ์ในเรอื่ งใดทที่ ำใหน้ ักเรยี นเกดิ ศรทั ธาตอ่ พระสงฆ์
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู สู้ อน)

10. สมาชิกในแต่ละกลมุ่ ร่วมกันเขยี นผงั มโนทศั นเ์ กยี่ วกับคุณของพระสงฆ์ 9 ประการ
11. สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ฝกึ การปฏบิ ัติตนตอ่ พระสงฆอ์ ยา่ งเหมาะสม และนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน

แลว้ รว่ มกันสรปุ ความสำคัญและแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตอ่ พระสงฆ์
12. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัตติ นตอ่ พระสงฆอ์ ย่างเหมาะสมอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน)

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

13. นักเรยี นแตล่ ะคนทำกิจกรรมฝกึ ทักษะ : กจิ กรรมท่ี 1 จากแบบวดั ฯ เปน็ การบ้าน เสรจ็ แลว้ นำสง่

ครูตรวจตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
14. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นทกุ คนนำความรู้เก่ียวกบั สงั ฆคณุ 9 และวธิ กี ารปฏิบตั ติ นตอ่ พระสงฆไ์ ปปฏิบัติ

จรงิ ในการดำเนินชวี ิต และนำผลการปฏบิ ัตไิ ปเล่าให้เพอ่ื นฟังท่ีหนา้ ช้ันเรียนในโอกาสทเ่ี หมาะสม
15. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ

นักเรยี นไดม้ สี ว่ นแนะนำผอู้ น่ื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจและศรทั ธาต่อพระสงฆ์ตามหลักสงั ฆคณุ 9 อยา่ งไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)

8. การวดั และประเมินผล เกณฑ์
(ประเมินตามสภาพจรงิ )
วิธีการ เครื่องมอื
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เรยี นรู้ที่ 3

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

สังเกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มัน่ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ในการทำงาน

9.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนงั สือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.3

2) แบบวัดและบนั ทึกผลการเรยี นรู้ พระพุทธศาสนา ม.3
3) หนงั สอื ค้นคว้าเพ่ิมเตมิ

(1) บุญมี แทน่ แก้ว. 2546. ประวตั ศิ าสนาตา่ งๆ และปรชั ญาธรรม. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดียนสโตร.์

(2) วศิน อินทสระ. 2548. หลกั ธรรมอนั เป็นหวั ใจพระพทุ ธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร :
เอ.ไอ.เอ (เครอื นำทอง).

4) ใบความรู้ เรอ่ื ง สงั ฆคณุ 9
5) ปา้ ยโปสเตอร์ หรอื ป้ายนเิ ทศ
6) บตั รภาพ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

- http://www.kanlayanatam.com/sara/sara29.htm
- http://www.pantown.com/board.php?id=13834&area...

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

ใบความรู้

สงั ฆคณุ 9
สงั ฆคณุ 9 หมายถึง คณุ ของพระสงฆ์ มี 9 ประการ ได้แก่
1. สปุ ฏปิ นโฺ น : เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ดิ ี คือ ปฏิบตั ิถูกธรรม ถูกวินยั หรอื ปฏบิ ัติตามแนวทางแห่งอรยิ มรรคมีองค์ 8
2. อชุ ปุ ฏปิ นโฺ น : เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ติ รง คอื ไม่เป็นคนเจา้ เลห่ ห์ ลอกลวงไม่คด ไมโ่ กง ปากกบั ใจตรงกัน ไมพ่ ูด
เทจ็ เพื่อรกั ษาประโยชนต์ นหรอื เบียดเบยี นคนอื่น เป็นคนตรง ต่อหน้าประพฤตเิ ช่นไร ลับหลงั กป็ ระพฤตเิ ชน่ นน้ั
3. ญายปฏปิ นโฺ น : เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั เิ ปน็ ธรรม หรือปฏบิ ตั ิถูกทาง เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรเู้ หน็ สภาวะท้ังหลายตาม
ความเปน็ จริง
4. สามจี ปิ ฏปิ นโฺ น : เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั สิ มควร คอื ควรแก่การกราบไหว้ กล่าวโดยใจความกค็ อื “ทำความดี
เพอื่ ความด”ี นน่ั เอง เมื่อท่านเหน็ วา่ อะไรเปน็ ความดีที่ควรกระทำท่านก็ทำโดยไมห่ วังผลตอบแทน เชน่ ลาภ ยศ
สรรเสรญิ เปน็ ต้น เพราะทา่ นปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งน้จี ึงสมควรแก่การยกยอ่ งนับถอื
5. อาหเุ นยโฺ ย : เปน็ ผคู้ วรแกข่ องคำนบั กลา่ วคอื มนษุ ย์ที่อยู่รว่ มกนั ไม่ว่าในสังคมใดยอ่ มมบี ุคคลท่มี ีวัยวฒุ ิ
คุณวุฒิ และชาตวิ ุฒิ ท่ีเป็นที่เคารพนบั ถอื ของคนอนื่ แม้กระทงั่ ในครอบครัวกม็ บี ดิ ามารดา ญาติผู้ใหญ่
เป็นท่ี เคารพของลกู หลาน เวลาผูน้ อ้ ยจะไปแสดงความเคารพผู้ใหญเ่ นอ่ื งในโอกาสสำคญั ๆ เชน่ วนั ข้ึนปใี หม่
วนั เกดิ เรียกวา่ “ไปไหว้” ของทีน่ ำตดิ มอื เพ่อื ใหแ้ กญ่ าตผิ ูใ้ หญเ่ รยี กว่า “ของไหว้” หรอื “ของคำนับ” (อาหุนะ)
ของ คำนบั นค้ี นเขาจะนำไปใหเ้ ฉพาะญาตผิ ูใ้ หญห่ รอื ผู้เฒ่าผแู้ กท่ เี่ ปน็ ท่ีเคารพนับถอื เทา่ นน้ั ดงั นน้ั ญาตผิ ูใ้ หญ่
หรือ ผู้เฒา่ ผ้แู ก่จงึ เรยี กว่า ผทู้ ี่ควรรับของไหวห้ รอื ของคำนบั ของบตุ รหลาน พระสงฆเ์ ปน็ ผ้คู วรแกก่ ารรับไหว้
หรอื ของคำนับเชน่ น้ันเปน็ อย่างย่งิ เพราะท่านเปน็ ผู้ที่สมบรู ณ์ดว้ ยศลี าจารวตั ร ควรแกก่ ารเคารพนบไหว้ของชาวโลก
หรอื อีกนยั หนง่ึ ก็คอื ญาตผิ ูใ้ หญใ่ นตระกูลกค็ วรรับของไหวห้ รอื ของคำนับเฉพาะจากบตุ รหลานของตนเทา่ นั้น ส่วน
พระสงฆน์ น้ั ควรรบั ของคำนบั ไหวห้ รือของคำนับจากประชาชนท้ังปวง
6. ปานเุ นยโฺ ย : เปน็ ผคู้ วรแกข่ องตอ้ นรบั กล่าวคือ เวลาท่ีมคี นมาเยย่ี มถึงบา้ น เจา้ ของบ้านผูม้ อี ธั ยาศยั
ไมตรีย่อมยนิ ดตี อ้ นรับ นำเครื่องดมื่ ของขบเคยี้ วมาใหต้ ามความเหมาะสมและตามความสะดวก สิ่งเหล่านเ้ี รยี กวา่
“ของตอ้ นรบั ” (ปาหุนะ) แขกบางคนพอเจ้าของบา้ นเผลอก็อาจหยบิ ฉวยทรพั ยส์ นิ ของเจา้ ของบ้านก็มีผูห้ ากนิ ทางทจุ รติ
มิจฉาชพี บางคนอาจแฝงมา ในรูปแขกผ้มู าเยอื นก็มี จึงไมป่ ลอดภยั สำหรบั เจ้าของบา้ น แตแ่ ขกทีเ่ ป็นพระสงฆน์ อกจาก
ไมส่ รา้ งความเดือดรอ้ นแกเ่ จา้ ของบ้านแลว้ ยังนำสิรมิ งคลมาใหด้ ว้ ย เพราะฉะน้นั พระสงฆ์จึงนบั ว่าเป็นแขก (ปาหุนะ)
ผู้ยอดเยยี่ มควรแกก่ ารตอ้ นรบั อย่างย่งิ
7. ทกขฺ เิ นยโฺ ย : เปน็ ผคู้ วรแกข่ องทำบญุ วตั ถสุ ง่ิ ของทถ่ี วายแดพ่ ระสงฆ์ เรียกวา่ “ทกั ษณิ า” หรอื ของ
ทำบุญ การทำบญุ ท่จี ะให้ไดบ้ ญุ จริงๆ ทา่ นวา่ ขึน้ อยกู่ ับองคป์ ระกอบ 3 อยา่ ง คือ ของที่ทำบญุ นัน้ ต้องบรสิ ุทธิ์
เจตนา ของผู้ทำบญุ ต้องบรสิ ุทธิ์ และผรู้ ับจะต้องมศี ีลบริสทุ ธิ์ ซึ่งพระสงฆเ์ ปน็ ผูร้ ับทมี่ ีศีลบริสทุ ธ์ิ เพราะเปน็ ผู้
ปฏบิ ัตดิ ี ปฏบิ ตั ชิ อบ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

8. อญชฺ ลกี รณโี ย : เปน็ ผคู้ วรกราบไหว้ คือ การทใี่ ครๆ จะยกมือไหว้ (อญั ชลกี รรม) จริงอยู่การยกมอื
ไหวแ้ สดงความเคารพ ใครๆ ก็ทำได้และกระทำตอ่ ใครก็ไดใ้ นทุกโอกาส แต่การไหวบ้ ุคคลบางคนอาจมีเงือ่ นไข ดงั น้ี

1) ไหวเ้ พราะจำเปน็ ตอ้ งไหว้ เชน่ ขา้ ราชการผูน้ ้อยจำต้องไหว้ผบู้ ังคบั บญั ชาทง้ั ๆ ทไี่ ม่อยากไหว้ เพราะ
มีความรู้สกึ วา่ เขาผูน้ ั้นไม่มคี ณุ สมบัติที่จะไหวไ้ ด้อย่างสนทิ ใจ เป็นต้น

2) ไหวเ้ พราะเตม็ ใจไหว้ คือ มคี วามรู้สกึ วา่ ผูน้ ้นั สมควรไหวด้ ว้ ยความเตม็ ใจเน่อื งจากพระสงฆเ์ ป็นผู้
ปฏบิ ตั ดิ ี ปฏบิ ตั ิชอบดงั กลา่ วแลว้ จงึ ควรแก่การยกมือไหว้อย่างยิ่ง เพราะทำให้ผ้ไู หว้มคี วามสนทิ ใจ มคี วามเล่ือมใส
อยา่ งภาษาสามัญวา่ “ไหว้ไมเ่ สียมอื ”

9. อนตุ ตฺ รํ ปญุ ญฺ กเฺ ขตตฺ ํ โลกสสฺ : เปน็ เนอ้ื นาบญุ อนั ยอดเยย่ี มของชาวโลก คุณข้อนเี้ ป็นคำเปรยี บเทียบ
คือ เปรียบพระสงฆเ์ หมือนทนี่ า เปรียบการทำบุญดว้ ยการถวายทานแดพ่ ระสงฆเ์ ปน็ การหวา่ นพืชลงในที่นา นาดี คอื
ไม่ใชท่ ลี่ ุม่ เกินไป ดนิ ดี ไมม่ กี รวดหนิ ดนิ ทราย เม่ือชาวนาหวา่ นพนั ธขุ์ ้าวลงไปแล้ว ขา้ วกลา้ ก็ยอ่ ม เจรญิ งอกงามดี
เม่อื ถงึ ฤดูเกบ็ เกยี่ วกไ็ ดข้ า้ วเปลอื กมากมายเพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการฉนั ใด ทานที่บคุ คลถวายแดพ่ ระสงฆผ์ มู้ ศี ีลบริสุทธิ์
ยอ่ มมผี ลดุจเดยี วกบั การทำนาในที่นาอนั อุดมสมบรู ณฉ์ นั น้ัน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ


Click to View FlipBook Version