The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanna.j1996, 2021-09-19 12:44:41

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

บคุ คลที่ 2
สวุ รรณ กนั ภยั
ตวั อยา่ ง "เศรษฐกจิ พอเพยี ง" ทค่ี วรเอาอยา่ ง
ถา้ วนั พรงุ่ น้ี หรอื วนั ตอ่ ๆ ไป หากโลกนไี้ มม่ ไี ฟฟา้ ใช้ เราจะนกึ ถงึ อะไร...หรอื นกึ ถงึ ใคร"
จวั่ หวั ไวแ้ บบนี้ ไมใ่ ชว่ ่าผมอยากจะกลบั ไปใชช้ วี ติ แบบย้อนยคุ นะครับ เพยี งแตเ่ ปน็ หนึ่งในหลายๆ ความ
ประทบั ใจต่อบคุ คลทผ่ี มพานพบและคิดว่าน่าจะเปน็ สาระและมมุ มองในอีกแง่หนึง่ บนโลกท่ีเตม็ ไปดว้ ยเทคโนโลยใี นวนั น้ี ก็
เท่าน้นั เองครบั บ่ายของวนั หน่ึง หากดูตามปฏทิ นิ กค็ งจะยา่ งเขา้ สูว่ สนั ตฤดูแลว้ แต่อุณหภูมิของโลกยงั ดูเหมือนจะไมไ่ ยดกี บั
วนั เวลาของปฏิทินท่ถี กู กำหนดข้ึนโดยมนุษย์ เพื่ออาศัยกลไกของธรรมชาตใิ นการดำรงอยขู่ องชวี ติ ทไ่ี มจ่ รี งั ผมบ่งึ รถไปตาม
ถนนลาดยางจากอำเภอศขี รภูมิ มงุ่ หนา้ สู่อำเภอสนม จดุ หมายปลายทางที่ห่างกันเพยี ง 30 กโิ ลเมตร ทิวทัศนส์ องข้างทางที่
เปน็ ทอ้ งทงุ่ เรมิ่ มสี เี ขยี วของหญา้ ทร่ี ะบดั ใบ หลังจากทอ้ งฟา้ ประพรมความชุ่มฉำ่ พอใหค้ ลายร้อน ชาวนาบางส่วนทข่ี ยันทำมา
หากนิ จบั จอบเสียมท่ีวางไวห้ ลายเดือนมาปรบั แต่งคนั นาเตรยี มกกั เก็บนำ้ เพ่ือรอฝนใหญ่ทจี่ ะมาถึงในวนั ขา้ งหนา้ สองขา้ ง
ทางทด่ี ูโปรง่ ตา เรม่ิ หนาทึบไปด้วยไม้ใหญ่ เม่อื เข้าสู่เขตอำเภอสนม ผมแวะซอ้ื ยาเสน้ จำนวนหนึ่งเพื่อนำไปฝากผทู้ ี่ผม
กำลังจะไปหาผา่ นถนนคอนกรตี ในตวั เมอื งท่ีบ่งบอกถึงการทำงานของผูม้ ีส่วนรบั ผิดชอบไดเ้ ป็นอย่างดี ไม่วา่ จะไปทีไ่ หนใน
ชนบท สังคมไทยเปน็ อย่างนี้มานมนาน และอาจจะเป็นแบบน้อี กี นาน จากถนนคอนกรตี กลายเปน็ ถนนดนิ ผ่านปา่ ทบึ ท่ี
เปรียบเสมือนแหล่งอาหารของชมุ ชน รถจักรยานท่สี วนมามผี ักปังเตม็ ตะกร้า ในรัศมีไมก่ ม่ี ากนอ้ ยเทา่ นน้ั ทเ่ี ห็น และแหล่ง
อาหารน้นั กำลังหดหายไปตามวัฏฏะของโลก ห่างจากหมบู่ า้ นไมไ่ กลนัก ทา่ มกลางท้องนาทีว่ ่างเปลา่ หากใครมาพบเหน็
จะตอ้ งสะดดุ ตากบั ความเขียวขจบี นพน้ื ท่ปี ระมาณ 9 ไร่ ของลงุ สวุ รรณ กนั ภยั เกษตรกรผูท้ รหดทถ่ี ือเป็นตำนานทยี่ งั คงมี
ชวี ิตอยู่ แมอ้ ากาศโดยทว่ั ไปในยามนจ้ี ะรอ้ นปานใด หากแตย่ ่างเขา้ ไปในบรเิ วณ “ไร่นา-สวนผสม” ของลุงสุวรรณแลว้ เรา
จะรู้สกึ ถึงความแตกตา่ งแมจ้ ะไม่มากนกั แต่ก็สมั ผสั ได้ ทางเดนิ ขนาดสองคนเดินเคียงกนั ได้จากปากทางเขา้ สบู่ า้ นของลงุ ดู
สะอาดตา ตลอดสองขา้ งทางดาษดาไปด้วยพรรณไมห้ ลากชนิด ทงั้ ไม้ผลและผักสวนครวั ในส่วนทีจ่ ัดแบ่งไว้ทำนา ข้าวใน
นาสูงราวศอก ขณะที่ผา่ นมาน้ันเกือบ99 เปอรเ์ ซน็ ตย์ ังไม่ทำอะไรกบั ผนื นา คงเปน็ เวลาเดยี วกนั กบั ขา้ วในนาของลงุ สวุ รรณ
และครอบครวั ต้งั ท้อง โดยที่ชาวนาส่วนใหญก่ ำลังลงกลา้ กนั ลานขา้ งๆ กระท่อมหลังนอ้ ยของลงุ สุวรรณกลายเป็นหอ้ งรบั แขก
กลางทงุ่ ไปโดยปรยิ าย ปา้ คำตนั คู่ชีวติ ของลงุ กำลังนั่งหอ่ ใบตองเพอ่ื ทำขนมตาลกบั หลานสาว “จำผมไดบ่ ป่ ้า” ผมยกมือไหว้
ทักทายพรอ้ มกับสง่ ของฝากทม่ี ีชอื่ เสียงของอำเภอศีขรภูมิ … กาละแม“น่ยี าเสน้ ของลุง ลงุ ไปไสละ”
ปา้ ทกั ทายอยา่ งเปน็ กนั เอง แมค้ ร้ังสดุ ทา้ ยทม่ี าเยอื นจะผา่ นไปเกอื บปีแล้วก็ตาม “ผมว่าจะแวะมาขอมะกรดู ปา้ ไป
สระผมนะครับ” คร้งั ทแ่ี ล้ว ป้าเกบ็ มะกรูดถงุ ใหญ่ใหผ้ ม เพอ่ื ใหผ้ มเอาไป “สระผม” เพราะเห็น “ผม” ของผม ดูอาวโุ สเกนิ
วยั และนับแตน่ ้ันมาเกอื บปีแลว้ ทผี่ ม “สระผม” ดว้ ยมะกรดู อย่างต่อเน่ืองมากระทั่งทกุ วนั นี้ แรกๆ ก็ไมค่ ่อยชินเท่าไร แต่
ผมก็ลองใชก้ ระท่งั แน่ใจว่า มะกรดู ทำให้ “ผม” ของผมดขี น้ึ จริงๆ ทีแ่ น่ๆ ผมไมเ่ คยมรี ังแคและไมเ่ คยคนั ศรี ษะเลยตัง้ แต่ใช้
มะกรดู สระผม ใชแ้ บบสดๆ บีบนำ้ ใส่ “ผม” และเอาเปลอื กถูใหท้ ว่ั ศีรษะ หรอื จะตม้ ทัง้ ลูกแล้วป่ันเกบ็ ไว้กไ็ ด้ ไม่ใชว่ ่าผมจะ
กลับไปสูย่ คุ อดตี นะครบั แตผ่ มลองใช้แล้วไมเ่ สียหลาย อกี ทั้งบา้ นผมเองก็มีตน้ มะกรูดที่ออกผลทง้ั ปหี ากทเ่ี กบ็ มาหมดแลว้
ผมก็จะไปเกบ็ “ยาสระผม” มาใช้ ใช้แรกๆ ผมไมท่ ราบว่ามนั จะเปน็ อย่างไรหรอกครบั มอี ยู่หนหน่ึงผมไปเยย่ี มเพอ่ื นพ้อง
นอ้ งพี่ท่ีมลู นิธิพัฒนาอสี านพวกเขาถามผมว่า “ไปยอ้ มผมมาเหรอ” ทำไมไม่หงอกแลว้ ผมกอ็ ธบิ ายใหฟ้ งั และอกี หลายคนที่
ไมเ่ จอะหนา้ คา่ ตากท็ กั แบบเดยี วกัน จนผมต้องกลบั ไปสำรวจดู “ศีรษะ” ตัวเองใหม่ เรื่องน้ผี มเล่าให้เพ่ือนๆ ฟัง หลายคน
สนใจ แมก้ ระทั่งเพอ่ื นทีเ่ ปน็ นายแพทย์อยู่ที่สุรินทรน์ ี่ยงั ขอไปทดลองใชเ้ ลย

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

ลุงสุวรรณกับป้าคำตันนี่แหละที่แนะนำผม และหากใครได้เห็น “ผม” ของทั้งสองท่านนี้ จะดำสนิทเลยครับ ป้า
เล่าให้ฟังว่า ก็เก็บดอกอญั ชันหนา้ กระท่อมนั่นแหละมาใช้ด้วย ทักทายกันตามสมควร ผมกับปา้ เดินไปหาลุงสุวรรณท่มี า
พักผ่อนทา้ ยสวนกับหลานชาย ป้าตะโกนเรยี กจนลุงตื่น พลอยให้หลานชายทีห่ ลับอุตุตนื่ ขึน้ มาด้วย
ผมยกมือไหว้ขอโทษขอโพยลงุ เลยไปถึงหลานชายดว้ ยทีม่ ารบกวนเวลาพักผ่อน “น่าอจิ ฉานะลุง” ผมกล่าวด้วยใจจรงิ ลุงเชื้อ
เชญิ ให้ผมข้ึนมานงั่ บนเถยี งนาน้อยด้วยกัน ลงุ เลา่ ใหฟ้ ังวา่ เพ่ิงมีนกั เรยี นจากโรงเรยี นวิวฒั นพ์ ลเมือง มาเยยี่ มเยยี นดูงาน
เร็วๆ นี้เอง ต้งั หลายรุ่นแลว้ ลงุ สวุ รรณมคี วามรู้ทางการศกึ ษาในระบบแค่ ป.4 และเคยผ่านงานกุลใี นเหมืองแร่ที่ปกั ษ์ใต้
กวา่ 6 ปี กอ่ นจะมาทำงานในโรงงานยา่ นสมทุ รปราการและในเมอื งหลวงอกี หลายปีในวยั หน่มุ กระทั่งตดั สนิ ใจใชช้ ีวติ คู่
กับป้าคำตันเม่อื 30 ปีทแี่ ลว้ และนำคูช่ วี ติ ไปทำงานที่กรงุ เทพฯ ด้วยความมุงานและเป็นคนจรงิ ของลุงสวุ รรณทำใหเ้ ป็นท่ี
ช่นื ชอบของนายจา้ ง ทำให้ลงุ ทำงานหนักข้นึ ไปอกี เพ่ือส่งเงินมายงั บา้ น สดุ ทา้ ยกร็ ูต้ ัววา่ สุขภาพย่ำแย่ จึงตัดสินใจลาออก
เพอ่ื มุ่งหนา้ สู่อาชพี ของบรรพบุรุษกับทุนรอนไม่กพี่ ันบาทผนวกกบั ท่ีนาท่ีพอ่ ตายกให้สว่ นหน่งึ แรกๆ ลุงกท็ ำนาเหมือนกบั
ชาวนาท่วั ๆ ไป ทำไปทำมาก็มแี ตห่ นสี้ ิน เลยเปลย่ี นวิถีใหมห่ นั มาทำแบบผสมผสานแต่ไมม่ ที ฤษฎี เรยี กวา่ “ทำหา” วา่
ง้นั เถอะ เปน็ ใครกต็ ้องอา้ ปากคา้ งหรือหาวา่ ลุงเสยี สติ เมอื่ รูว้ า่ สระนำ้ บอ่ นำ้ ที่ในผนื นาทัง้ หมดนน้ั ลงุ ขุดด้วยมอื ของลงุ เอง
ท้งั สน้ิ ดว้ ยหวงั จะใช้นำในบอ่ เพื่อรดพชื ผกั ทปี่ ลูกไว้

ในไร่นาสวนผสมของลุงสุวรรณ แบ่งเป็นเนื้อที่ปลูกข้าว 2 ไร่ มีสระน้ำขนาดใหญ่ 3-4 บ่อ มีต้นมะนาวที่ให้
ผลผลิตทั้งปีกว่า 100 ต้น ชมพู่กว่า 100 ต้น พืช ผักสวนครัว อาทิ หอม ยี่หร่า สาระแหน่ กะเพรา โหระพา ฯลฯ
สารพัดชนดิ รวมถงึ ปลาในสระ ทัง้ หมดนีก้ ินไดไ้ ม่รู้จบ ผมประทับประโยคหนึง่ ทลี่ งุ ตอบคำถามว่า “ลุงใช้อะไรเล้ียงปลาในสระ”
ลงุ ตอบวา่ “ลุงไมไ่ ดเ้ ลยี้ งปลา ปลาเลย้ี งลงุ ”

จากนาเชิงเดี่ยวในปี 2516 อีก และกว่า 5 ปีที่มุ “ทำหา” (ทำไปเรื่อยเปื่อย) กระทั่งทุกวันนี้ สิ่งที่ลุงสุวรรณ
กับปา้ คำตนั “ทำหา” นั้นกลบั กลายเป็นทรพั ยส์ นิ ทีเ่ ก็บกนิ ไม่รูห้ มด ลกู หญงิ -ชาย ทไ่ี ปทำงานในเมอื งหลวงก่อนก็ถูกเรียก
กลบั มาชว่ ย “ทำหา” ลุงสวุ รรณสรา้ งบา้ นหลังงามให้ลูกบนผืนนานั้นเอง

ทกุ วนั น้ี นอกจากจะทำในสิ่งท่ีลุงรกั แลว้ และอาศัยอยูใ่ นกระท่อมหลังน้อยท่ปี ราศจากเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทกุ ชนิด ซ่ึง
ในครัวปา้ คำตนั ยงั คงใชฟ้ นื ที่เกบ็ จากไรน่ าน่ันเองในการหุงหาอาหาร แมจ้ ะมคี วามรูแ้ ค่ ป.4 ลุงสวุ รรณ แต่ลุงยงั ทำหน้าที่
เป็นวทิ ยากรในดา้ นการทำเกษตรแบบพอเพยี งใหก้ ับหนว่ ยงานราชการ เกษตรกรทัง้ ไทยและต่างประเทศรวมถงึ ผู้ที่สนใจ
ในอาชีพนี้อกี ด้วย

ด้วยการศึกษาเพยี ง ป.4 ลุงสวุ รรณยนื หยดั ต่อสกู้ บั อปุ สรรคทง้ั หลายกระทง่ั ประสบผลสำเรจ็ ในชวี ติ ทำใหผ้ มท่ึง
และนอ้ มรบั ยอมรบั ในความสามารถ หากเทยี บกบั คนทม่ี ีการศกึ ษาสูงแลว้ (ถ้าหากเอาปรญิ ญาเปน็ ตัวตัง้ -- รวมทัง้ ผม
ดว้ ย) ลุงสวุ รรณสมควรทจ่ี ะไดร้ บั การยกย่องให้เป็นครูของแผน่ ดนิ แน่นอนทสี่ ุดใบประกาศเกียรติคณุ และเกยี รติยศที่คน
จบ ป.4 อยา่ งลงุ สวุ รรณไดร้ บั ท้งั ในระดบั ท้องถ่นิ และในระดับประเทศยอ่ มแสดงให้เหน็ ว่าคณุ ค่าของคนนน้ั ไม่ได้อยู่ที่
การศกึ ษาเสมอไป

ลุงสุวรรณ ป้าคำตัน สระน้ำและต้นไม้ในสวนของลุงสอนผมหลายๆ อย่าง รวมทั้งหลักธรรมในการดำเนินชีวติ
การพึ่งพาอาศัยกันของสิ่งมีชีวิต ที่อยู่กันอย่างสมดุลและเอื้อต่อกัน เกียรติ ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ ทั้งหลายเป็น
เพียงสิ่งสมมุติเท่านั้น ยกมือไหว้ล่ำลา พร้อมกับมะกรูดถุงใหญ่ ขากลับผมแวะซื้อลูกปลานิล เอาไปปล่อยในสระที่บ้าน
สวน ศีขรภูมิ

ผมนึกถึงเรื่องลุงสุวรรณ ขณะดูทีวีเหน็ ข่าวรถไฟใต้ดินในประเทศไทยจะเปิดใช้ในชว่ งต้นปีหน้า นึกถึงความเจรญิ
ของประเทศสหรัฐอเมรกิ าที่ผมไดไ้ ปเหน็ แคเ่ ส้ียว นึกถึงตอนตัวเองนั่งรถไฟฟ้าลอดใตอ้ ุโมงค์ใต้นำ้ จาก Oakland ไปซานฟ
รานซิสโก นึกถึงหลายอย่างที่พานพบ ผมตั้งคำถามเลน่ ๆ ให้กับตัวเอง “นับแต่พรุ่งนี้ ถ้าโลกไม่มีไฟฟ้า – ใครจะอยู่ได้
โดยไม่เดือนรอ้ นเลย”

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

หมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งบา้ นทา่ สม้ ปอ่ ย หมทู่ ี่ 1 ตำบลทงุ่ ฝาย
อำเภอเมอื งลำปาง จงั หวดั ลำปาง
วสิ ยั ทศั นข์ องชมุ ชน

เกษตรกรรมกา้ วหน้า อนุรักษภ์ มู ิปัญญาท้องถ่ิน สบื สานประเพณวี ัฒนธรรม นำพาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สู่
ความยังยนื บ้านท่าส้มปอ่ ย หมทู่ ี่ 1 ตำบลทงุ่ ฝาย อำเภอเมอื งลำปาง จังหวดั ลำปาง เป็นชุมชนทมี่ ีการพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
ผ่านกระบวนการคดิ การพัฒนาและการลงมอื ปฏบิ ตั อิ ยา่ งผสมผสานทง้ั ในแบบวถิ ดี ง้ั เดิมที่เปน็ ทุนของชุมชนเอง และกระแส
การพฒั นาจากภายนอกชุมชน ดว้ ยแกนนำของบ้านทา่ สม้ ป่อยต่างยึดแนวคดิ การพฒั นาที่ใหค้ วามสำคัญกบั การพฒั นาคน
เป็นเร่อื งสำคญั และเชอื่ วา่ ถ้าคนทา่ สม้ ปอ่ ยมคี ุณภาพแลว้ กจ็ ะสง่ ผลตอ่ การพฒั นาในเร่อื งอ่ืนๆ ตอ่ ไป รางวลั แหง่ ความ
ภาคภูมใิ จทีห่ มบู่ ้านทา่ สม้ ปอ่ ยไดร้ ับอย่างตอ่ เน่ือง ต้ังแตป่ ี 2516 นายนอ้ ง สนั ตบ์ ุรุษ ไดร้ บั เลอื กเปน็ ผู้ใหญบ่ ้านดเี ดน่ ปี
2517 ชนะเลิศประกวดหมบู่ ้านพฒั นาตัวอยา่ งระดบั ภาค และ ปี 2520 พอ่ ครูเตา้ ณ ลำปาง ไดร้ บั คดั เลือกเปน็ บคุ คล
ตวั อย่างที่มูลนิธธิ ารน้ำใจ ในสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ ยกย่องสรรเสรญิ ประกาศเกยี รตคิ ุณใหเ้ ป็น คนไทยตัวอยา่ ง
ผ่านมาถงึ วนั นี้บา้ นท่าส้มป่อยมชี อ่ื เสียงกล่าวขาน ไดร้ บั การประกาศเกยี รตคิ ุณ เกยี รตบิ ตั ร และโล่รางวัลมากมาย
กลายเปน็ ชุมชนต้นแบบในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรือ่ งทไ่ี ด้รบั รางวลั รองชนะเลิศ หมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง “อยูเ่ ย็น
เปน็ สุข” โครงการเชดิ ชูเกียรตผิ ู้นำเครือข่ายพัฒนาชมุ ชนดเี ดน่ ประจำปี 2553 ซงึ่ เป็นความรูส้ กึ ภาคภูมิใจของ
คณะกรรมการ ทไ่ี ด้เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารงานของหม่บู า้ น เพอ่ื ใหเ้ กดิ การพัฒนาหมบู่ ้านอยา่ งต่อเนื่อง และยงั่ ยืน
ส่งิ ที่ปรากฏขึ้นจากการรว่ มกันบรหิ ารงานภายใต้การนำของผู้ใหญบ่ ้าน และชมุ ชนไดร้ ับประโยชน์ คอื ชุมชนเกดิ ความ
รกั ใคร่ สามคั คี มกี ารชว่ ยเหลอื เอ้อื อาทรกัน ทงั้ ในดา้ นเศรษฐกจิ สังคม การเมือง การปกครอง และสิ่งแวดลอ้ มอย่าง
ยง่ั ยืน

กระบวนการขบั เคลอ่ื นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง บา้ นทา่ สม้ ปอ่ ย
เมื่อกล่าวถึงคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ชาวบ้านท่าส้มป่อยเห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บน
รากฐานของวิถีชีวิตของคนไทย เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดย
คำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานใน
การดำรงชวี ติ ท่ีตอ้ งมี “สติปญั ญาและความเพยี ร” ซงึ่ จะนำไปสู่ “ความสุข” ในการดำรงชีวติ อยา่ งแทจ้ ริง
จากหลกั การขบั เคลื่อนของหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง “อยเู่ ย็น เปน็ สขุ ” ประกอบกับขอ้ มลู หม่บู า้ นทำใหม้ องเหน็
ว่า การดำเนินชีวติ ของชาวบ้านทา่ ส้มป่อยมกี ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ กระบวนการ ตวั อย่างเชน่ การทำปยุ๋ อินทรยี ช์ วี ภาพชนดิ
เมด็ ทำให้คนในชมุ ชนใชป้ ยุ๋ อินทรยี ์ชวี ภาพแทนการใชป้ ยุ๋ เคมี และการทำนาหญา้ แพงโกล่า สำหรบั การปลกู หญา้ แพงโก
ลา่ ยงั เป็นมติ รต่อสง่ิ แวดล้อม เน่อื งจาก ใช้ปยุ๋ ชวี ภาพที่ทำเอง และไมใ่ ช้สารกำจัดวัชพชื และแมลง ทำใหเ้ กษตรกรมี
คุณภาพชีวติ ที่ดี และไมต่ ้องกงั วลกับสภาพดินฟ้าอากาศ ไมว่ า่ จะอยู่ในช่วงฤดแู ล้ง หรือฤดูฝน พายตุ ่างๆ อีกทั้งยังมีการ
เตรยี มแปลงปลูกครั้งเดยี ว ตอนปลูกครัง้ แรกเทา่ นน้ั แตส่ ามารถเกบ็ ผลผลติ ได้ 6-8 ปี ปลี ะประมาณ 6 ครั้ง จึงทำให้
ชาวบา้ นกลมุ่ นี้ มรี ายไดพ้ อเลีย้ งครอบครวั ได้ อย่างไมเ่ ดอื ดร้อน ครอบครัวก็อบอนุ่ เนื่องจาก สว่ นใหญ่กใ็ ชง้ านใน
ครอบครวั แมบ่ ้านบางคน ภาระหน้ีสนิ ลดลงเนอ่ื งจากมรี ายไดส้ มำ่ เสมอ และเป็นแหลง่ เรยี นรูข้ องผทู้ ี่สนใจ มาศกึ ษาดูงาน
จากทต่ี ่างๆ มากมาย ชาวท่าส้มปอ่ ยได้ตระหนกั ถงึ การนำปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการดำรงชีวติ ตงั้ แตอ่ ดตี จนถึง
ปัจจุบัน โดยไดร้ บั ทราบจากการประชุม สมั มนา และจากสอ่ื ต่างๆ แล้วน้อมนำมาปฏบิ ัตกิ บั ตนเองครอบครวั และชมุ ชน
ซง่ึ พอสรปุ ไดด้ ังน้ี
1. ระดับคนในชุมชน ทุกคนมีพื้นฐานอาชีพด้านการเกษตร มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันทางด้านแรงงาน และ
ความรู้ (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) การดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย การรักษาวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันก็
ศึกษาหาความรู้เพ่ือใหท้ นั กบั เหตุการณท์ ่ีเปลย่ี นแปลง รู้จกั การวิเคราะห์ปญั หา และวางแผนการดำเนนิ ชีวติ ของตนเอง

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

2. ระดบั ครอบครวั มกี ารวางแผนการใชจ้ ่ายร่วมกนั ของครอบครวั ใชพ้ ้ืนทวี่ า่ งในบรเิ วณบา้ นปลกู สมนุ ไพรและ
พืชสวนครัวไวบ้ ริโภคอยา่ งพอเพยี ง ลดต้นทุนการประกอบอาชพี หาอาชีพเสรมิ เพื่อเพิ่มรายได้ และสรา้ งความอบอนุ่ ใน
ครอบครวั

3. ระดับหมบู่ า้ น
- มกี ารเสริมสร้างภาวะผูน้ ำ และใช้ขอ้ มูลความจำเป็นพืน้ ฐาน (จปฐ.) และข้อมลู พ้นื ฐานระดบั หม่บู า้ น
(กชช. 2ค) มาแก้ไขปัญหาของครวั เรือนและของหมู่บา้ น
- มีการรณรงค์การประหยดั อดออม และจดั ทำบญั ชีครัวเรอื นอยา่ งต่อเนอื่ ง
- เสรมิ สรา้ งการรักษาวินยั คุณธรรม และจริยธรรมใหม้ ผี ลอยา่ งเป็นรูปธรรม
- เสริมสร้างความเขม้ แขง็ ให้แก่ กลมุ่ /องค์กรชมุ ชน ให้มีความมน่ั คงและยัง่ ยืนตอ่ ไป

การดำเนนิ การขบั เคลือ่ นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยอาศยั ตวั ชี้วดั 6 x 2 เป็นแนวทาง
1. ดา้ นการลดรายจ่าย

1.1 ครัวเรือนทำสวนครัว
ครัวเรือนจำนวน 276 ครัวเรอื น คดิ เป็นรอ้ ยละ 95 โดยการใชพ้ นื้ ท่วี า่ งบรเิ วณหนา้ บา้ นและบ้านปลกู

ผกั สวนครวั ไวก้ นิ เอง หากมเี หลอื พอก็นำไปแบง่ ปนั หรือจำหนา่ ยสรา้ งรายไดแ้ ก่ครอบครวั เช่น นางสภุ าภรณ์ สวุ รรณ
อัตถ์การใชป้ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ ปยุ๋ ชวี ภาพ แทนการใชป้ ุ๋ยเคมี เพื่อลดตน้ ทุนในการผลติ

1.2 ครวั เรอื นปลอดอบายมขุ
คนในครัวเรือนทุกคนจำนวน 218 ครัวเรือน ยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา และถือปฏิบัติ ในเขต

วัดเปน็ เขตปลอดเหลา้ ในงานศพไม่มกี ารเลยี้ งเหลา้ และปลอดจากการพนันทกุ ชนิดโดยได้กฎระเบยี บท่ีถอื ปฏิบัตกิ ันมา
2. ด้านการเพิ่มรายได้
2.1 ครัวเรือนมอี าชีพเสรมิ
ครวั เรอื นจำนวน 233 ครวั เรือน คดิ เปน็ ร้อยละ 80 ของจำนวนประชากรในพืน้ ท่ี นอกจากประกอบ

อาชีพหลักคือการทำการเกษตร ท้ังขา้ วนาปแี ละขา้ วนาปรงั ปลกู ถ่วั เหลอื ง และยงั มีอาชพี เสรมิ อีก เชน่ การปลกู ผัก
สวนครวั รว้ั กนิ ได้ การเลยี้ งสตั ว์ การจัดต้ังกลุ่ม องค์กรต่างๆ ในชมุ ชน เพื่อเป็นอาชีพเสริมเม่ือเสรจ็ จากฤดูทำนา การ
รวมกลมุ่ ของชมรมผสู้ ูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการหารายไดเ้ สรมิ จากการสานเขง่ ปลาทู การทำผางประทปี การทำลกู ประคบ
การทำตุง 12 ราศี และอืน่ ๆ ประชากรในชมุ ชนมกี ารนำวสั ดุทเ่ี หลอื ใช้ เชน่ ฟางขา้ วและเปลือกถวั่ เหลอื ง นำมาเป็น
อาหารสตั ว์ ทำปยุ๋ หมกั ชวี ภาพแทนการใชป้ ยุ๋ เคมี ฟางขา้ วใชค้ ลุมดนิ ในการปลูกพืช นำมาเพาะเหด็

2.2 ครัวเรือนใชเ้ ทคโนโลยที เี่ หมาะสม
ครวั เรือนจำนวน 218 ครวั เรอื น เรยี นรกู้ ารใชว้ ชั พชื และเศษพืช ในการนำมาผสมดินเพอื่ ปลกู ตน้ ไม้ การ
ทำและใชป้ ยุ๋ หมกั ปุ๋ยน้ำชวี ภาพ รว่ มกบั ปยุ๋ คอก และปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ในการทำการเกษตรของตนเอง
3. ด้านการประหยัด
3.1 ครัวเรอื นมีการออมทรัพย์

ครวั เรือนสว่ นใหญ่เปน็ สมาชกิ กลมุ่ ออมทรพั ย์ทีจ่ ัดต้งั ขนึ้ ในหม่บู า้ น ซง่ึ มอี ยู่ 5 กลมุ่ ประกอบดว้ ย
กลุม่ ออมข้าว (ธนาคารขา้ ว) กลมุ่ ออมทรัพยเ์ พื่อการผลิตและศูนยส์ าธติ การตลาด กลุม่ ออมทรพั ย์ผูส้ ูงอายุ กลมุ่ ออม
ทรัพย์ศูนยส์ วสั ดกิ ารครอบครวั และกลุ่มสัจจะสมาชิกกองทุนหม่บู า้ น นอกจากน้ี บางครวั เรอื นยงั มกี ารฝากเงนิ ไว้กบั
ธนาคาร หรอื สถาบันการเงนิ ดว้ ย

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

3.2 ชมุ ชนมกี ลมุ่ ออมทรพั ย์ การออมทรัพย์ในหมู่บา้ นมดี ังตอ่ ไปน้ี
3.2.1 กลุม่ ออมขา้ ว (ธนาคารขา้ ว) เพอื่ ช่วยเหลอื คนยากจน กระทำโดยเชญิ ชวนประชาชนทงั้ คนมี

คนจน ให้มาเปน็ สมาชกิ ของกลมุ่ สมาชกิ เหล่าน้ีจะนำขา้ วมาฝากไวก้ ับกลุ่มอย่างนอ้ ย 12 ถงั ต่อปี ชาวนาผยู้ ากจน ขาด
แคลนขา้ วบริโภคหรือทำพันธุ์ซ่ึงอาจเป็นสมาชกิ หรอื ไมก่ ็ได้ จะสามารถยมื ขา้ วจากกลมุ่ ได้ แต่ต้องนำมาคืนหลงั ฤดูเกบ็ เกยี่ ว
แตห่ ากผลผลิตเกดิ เสียหายอาจจะรอไปคืนในปตี อ่ ไปก็ได้

3.2.2 กลมุ่ ออมทรพั ยเ์ พ่อื การผลติ และศูนย์สาธิตการตลาด ซึ่งเรม่ิ จากออมอยา่ งนอ้ ยเดือนละ 30
บาท ขึน้ ไป ปัจจบุ ันมีสมาชิกฝากเงนิ ออมสงู สดุ เดือนละ 1,000 บาท

3.2.3 กลุ่มออมทรัพย์ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการออมเพื่อพัฒนาช่วยเหลือเกื้อกูลในหมู่ผู้สูงอายุและชุมชน
เช่น เมอ่ื สมาชกิ ในกลุ่มเสยี ชวี ิตกจ็ ะมอบเงนิ สงเคราะหช์ ว่ ยเหลืองานศพ

3.2.4 กลุ่มออมทรัพยศ์ ูนย์สวสั ดิการครอบครวั ตำบลเปน็ การออมเงินเดือนละ 10 บาท และมีสมาชิก
ในหม่บู า้ นร่วมโครงการจำนวน 169 คน

4. ด้านการเรียนรู้
4.1 ชมุ ชนมีการสบื ทอดและใช้ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่
คนในชุมชนมกี ารบนั ทึกภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ในรูปแบบต่าง ๆ มกี ารถ่ายทอดและนำไปใช้ในการ

ประกอบพธิ กี รรม การทำการเกษตร การประกอบอาชพี ของหมบู่ า้ นการนำความรูจ้ ากผทู้ ีม่ ีภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ด้าน
สมุนไพรมาแปรรูป เช่น สมนุ ไพรลูกประคบ ฟา้ ทะลายโจร มะรมุ ฮวานง็อก (พญาวานร) มาแปรรูปบรรจแุ คปซูล
เปน็ ต้น มกี ารจดั การความรชู้ ุมชนบันทึกภูมปิ ญั ญา เชน่ ดา้ นสมนุ ไพร ดา้ นการจดั ทำป๋ยุ ชีวภาพอดั เมด็ การทำนาหญา้
การเพาะเห็ดฟางการเพาะเห็ดนางฟา้ เป็นตน้ โดยจัดเกบ็ องคค์ วามรู้ มแี หลง่ ความรู้ ศนู ย์เรยี นรู้ มีระบบการจดั การ
ความรู้ในชุมชน โดยจดั เกบ็ ไว้ที่

1) แหล่งความรู้ คอื หอ้ งสมุดชมุ ชน และพิพิธภณั ฑ์พระธรรม ในวัดศรภี ูมิมา
2) แหล่งการเรยี นรู้ คอื แหลง่ การเรียนรูน้ าหญา้ แพงโกล่า แหลง่ การเรยี นรู้โรงงานปุย๋ ชีวภาพ
3) ศูนยเ์ รียนรู้ คอื ศูนยข์ ้อมลู พน้ื ฐานของหมูบ่ า้ น
4.2 ครวั เรอื นมกี ารเรยี นรูป้ รชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงในชีวติ ประจำวัน
คนในครัวเรือนทุกครัวเรือน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กร
เครือข่ายชุมชน มีการจัดเวทีเพื่อพูดคุยกัน เป็นประจำทุกเดือน เพื่อการเรียนรู้การดำรงชีวิต/การประกอบอาชีพ ตาม
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งที่เหมาะสมกับสถานการณป์ จั จบุ ัน
5. ด้านการอนุรักษส์ ิง่ แวดล้อมและใชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งยั่งยืน
5.1 ชุมชนใช้วัตถุดบิ อยา่ งย่ังยนื ในการประกอบอาชพี
กลุ่มเกษตรกรได้มีการนำสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนด้าน คุณภาพของดิน สภาพแวดล้อม และ
ทรัพยากรท่เี ร่มิ จะเสอ่ื มโทรม เนื่องมาจากการใชป้ ยุ๋ เคมีตดิ ตอ่ กนั เปน็ เวลานาน การใช้สารเคมี ในการกำจดั วชั พืช, ยาฆา่
แมลง ทำให้สภาพดนิ และนำ้ เร่ิมเส่ือมโทรม ทำให้ต้นทนุ ในการผลิตอาหาร สูงขน้ึ เร่ือยๆ ในขณะเดียวกัน ผลผลิตก็เร่ิม
ต่ำลง จากสภาพปัญหา และสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงต้องหาแนวทางแก้ไข โดยการคืนชีวิตใหก้ ับผืนดินหันมาใช้วธิ ี
ธรรมชาติ หมักปุ๋ยคอก และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เป็นอินทรียวัตถุเติมลงไปในดนิ
ให้ชีวติ กบั ดนิ
5.2 ชุมชนปลูกตน้ ไม้ร่มรนื่ เป็นหม่บู า้ นน่าอยู่
ชุมชนมีการปลูกต้นไมใ้ นบริเวณบ้าน ทำให้บ้านเรือนร่มเย็นน่าอยู่พื้นที่สาธารณะ มีการปลูกต้นไม้
และอนุรกั ษ์ จำนวน 6 แห่ง คือ บรเิ วณสุสาน บรเิ วณวัด พนื้ ท่ีวา่ งตามหวั ไรป่ ลายนา ลำเหมอื ง และสองข้างถนน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

6. ด้านการเอ้อื อารีต่อกนั
6.1 ชุมชนมกี ารดูแลชว่ ยเหลอื คนจน คนดอ้ ยโอกาส และคนประสบปญั หา
ทุกคนทป่ี ระสบปญั หาจะไดร้ ับการดูแลจากชมุ ชน เช่น การรบั เบยี้ ยงั ชพี ของผูส้ ูงอายุ ผพู้ กิ าร การ

มอบทุนการศึกษาแกเ่ ดก็ เรียนดีแต่ยากจน การซอ่ มแซมบา้ นใหแ้ กผ่ ถู้ กู กระทบจากภยั ทางธรรมชาติ กลมุ่ ออมทรพั ยฯ์ มี
การจดั สวัสดกิ ารใหแ้ กส่ มาชกิ

6.2 ชมุ ชนรูร้ ักสามัคคี
บา้ นทา่ ส้มปอ่ ยมีการจัดทำแผนชมุ ชนและมกี ารจดั เวทเี พื่อปรบั แผนชมุ ชนเพื่อให้สอดคล้องกบั

สถานการณอ์ ยูเ่ สมอ ตลอดจนนำแผนชุมชนมาดำเนนิ การในหมบู่ า้ น เม่อื ไดด้ ำเนินการอยา่ งนเี้ รือ่ ยมา ชาวบา้ นกอ็ ยากมี
ส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ เพราะเป็นการแกไ้ ขปัญหาไดต้ รงประเดน็ ทันเวลา ทำให้การอาศยั อยู่รว่ มกันของ
ชาวบ้านทา่ สม้ ป่อย สงบสขุ และเกิดความเรยี บรอ้ ย ภายใตก้ ารดำเนนิ การของคณะกรรมการหมบู่ า้ นในการจัดเวที
ประชาคม

บา้ นท่าสม้ ปอ่ ย มพี ้นื ที่ตง้ั ในเขตอำเภอเมอื ง มคี วามสะดวกสบายในการเดนิ ทางและการ
ตดิ ตอ่ สื่อสารกบั ภายนอกชมุ ชน ดังนน้ั โอกาสของชมุ ชนท่จี ะไดร้ บั จากภายนอกเกดิ ข้นึ ไดต้ ลอดเวลา ไมว่ า่ จะเปน็ เรอื่ ง
การศกึ ษา การเมอื งการปกครอง สงั คม ประเพณวี ัฒนธรรม หรอื กระแสความเจริญ คา่ นยิ ม สอ่ื ต่างๆ และแหล่งทนุ
ด้วยเงอื่ นไขนบ้ี ้านท่าส้มป่อย จงึ เป็นชุมชนท่เี ปดิ รบั และปรับตวั เปลี่ยนแปลงตามสภาพและสถานการณ์ได้อย่างพอดี
เหมาะสม ทำให้เปน็ หม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง “อยู่เย็น เปน็ สขุ ” ดีเดน่

บ้านท่าส้มป่อยมีฐานทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ทั้งที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์ และ
ทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชน เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการจัดการศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่นี่ เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีอาชพี
ทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์และน้ำเป็นหัวใจของการเกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
ตลอดท้ัง ทนุ ทางสังคมมากมาย ต่างเออื้ ตอ่ การดำเนินชีวิตของคนบา้ นทา่ สม้ ป่อย

เงื่อนไขเรื่องบุคลากรของบ้านท่าส้มปอ่ ย น่าจะเป็นเง่ือนไขสำคัญที่สุด เพราะคนจะเป็นตัวกำหนด
ชีวิตของตนเองและของคนทุกคนในชุมชนด้วยกัน คนบ้านท่าสม้ ป่อยเป็นเครือญาติกันเกือบทั้งชุมชน ความคิด ความเช่อื
ประเพณี วัฒนธรรม ตา่ งซมึ ซับและถา่ ยโอนถึงกนั ผา่ นระบบเครือญาติ ผา่ นระบบการปกครองหมูบ่ า้ นจากแกนนำทตี่ า่ งก็
นบั ญาตกิ นั ได้ และผ่านกระบวนการพฒั นา กระบวนการเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ืองยาวนาน แกนนำบ้านท่าส้มป่อยลว้ นแตเ่ ป็น
ต้นแบบเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งให้ความสำคัญกับการศึกษาและเรียนรู้ ทำให้
เปน็ ชุมชนทีค่ นมีศักยภาพ และเป็นชุมชนเข้มแข็ง

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 36

สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาพระพทุ ธศาสนา

รหัสวชิ า ส23101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 8 เรอื่ งที่ 2 พระพทุ ธศาสนากับปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื
และศาสนาอนื่ มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยูร่ ว่ มกันอยา่ ง
สนั ติสขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระพทุ ธศาสนามีหลักธรรมซ่งึ สอดคลอ้ งกับการพฒั นาท่ียง่ั ยืน เป็นหลักสำคญั ของแนวความคดิ ปรชั ญา

ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ส่งผลต่อการดำเนนิ ชวี ิตของมนุษยอ์ ย่างมคี ณุ ภาพ

3. ตัวชวี้ ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตวั ชว้ี ดั
ส 1.1 ม.3/3 อภิปรายความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถอื กับปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี ง และการพฒั นาอย่างยง่ั ยนื
3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายความสัมพันธข์ องพระพทุ ธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
2) อธบิ ายหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาท่สี อดคล้องกบั การพฒั นาที่ย่ังยืนได้

4. สาระการเรียนรู้
สมั มนาพระพุทธศาสนากบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและการพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
2) ทกั ษะการจดั โครงสรา้ ง
3) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. นักเรยี นเปรียบเทยี บภาพที่กำหนด วา่ ภาพใดเปน็ การดำเนนิ ชวี ติ ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พร้อมอธิบายเหตุผล
➢ ภาพที่ 1 การใช้เทคโนโลยเี กนิ ความจำเป็น
➢ ภาพท่ี 2 การใช้ชวี ติ แบบชาวบ้าน พออยู่พอกนิ อยา่ งมีความสุข

3. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกับพระพทุ ธศาสนากับหลักการเศรษฐกิจพอเพยี ง ครแู สดงความคิดเห็น
เพ่ิมเตมิ

4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันสืบค้นข้อมลู บุคคลทปี่ ฏิบตั ิตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยใช้หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จากหนังสอื พิมพ์ หนงั สือค้นคว้าเพม่ิ เตมิ ห้องสมดุ หรอื แหล่งขอ้ มูล
สารสนเทศ มาวิเคราะหแ์ ลว้ สรุปผล

5. ตวั แทนกลุม่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน โดยกลมุ่ ผฟู้ งั มหี นา้ ทแี่ สดงความเหน็ และให้ขอ้ เสนอแนะ
เพม่ิ เติม ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ดงั น้ี

➢ กลุ่มท่ี 1 นำเสนอผลงาน กลมุ่ ท่ี 2 แสดงความคิดเห็นและให้ขอ้ เสนอแนะ
➢ กลุ่มที่ 2 นำเสนอผลงาน กลุม่ ที่ 3 แสดงความคิดเห็นและใหข้ อ้ เสนอแนะ
➢ กลมุ่ ท่ี 3 นำเสนอผลงาน กลุ่มท่ี 4 แสดงความคิดเหน็ และให้ข้อเสนอแนะ
➢ กลุ่มที่ 4 นำเสนอผลงาน กลุ่มท่ี 5 แสดงความคิดเหน็ และใหข้ ้อเสนอแนะ
➢ กล่มุ ท่ี 5 นำเสนอผลงาน กลุ่มท่ี 1 แสดงความคดิ เห็นและใหข้ ้อเสนอแนะ
6. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 1) - 2)

1) นักเรียนมีความประทบั ใจในการกระทำของบคุ คลใดทป่ี ฏิบัตติ นตามหลักธรรม
ของพระพทุ ธศาสนา ซึง่ นำไปสกู่ ารพฒั นาที่ยัง่ ยืน จงยกตัวอย่าง พรอ้ มแสดงเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

2) นักเรยี นคิดว่า จะนำความรูจ้ ากการศึกษาเรอ่ื ง พระพุทธศาสนากบั เศรษฐกิจพอเพยี ง
และการพฒั นาทย่ี ั่งยืนไปประยุกต์ใช้อย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน)

7. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนนำความร้ทู ี่ได้จากการศึกษา เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากบั เศรษฐกิจพอเพียงและ
การพัฒนาท่ียง่ั ยืนไปประยกุ ตใ์ ช้ แลว้ นำมาเลา่ สูก่ ันฟงั ในโอกาสทีเ่ หมาะสม

8. ครมู อบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั วางแผนอภิปรายและเตรยี มเสนอผลงาน เรอ่ื ง
พระพุทธศาสนากบั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงกับการพฒั นาท่ียง่ั ยืน ในช่วั โมงเรยี นตอ่ ไป โดยใหค้ รอบคลุม
ประเดน็ สำคัญ ดังน้ี

1) ความสอดคลอ้ งของแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
2) หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนามีแนวปฏบิ ตั ทิ ีส่ อดคลอ้ งกับการพฒั นาท่ยี ั่งยืน
3) การดำเนินการอภิปรายเปน็ ไปอย่างมขี น้ั ตอน และมวี ธิ ีการนำเสนอแปลกใหมแ่ สดงถงึ ความคดิ

สรา้ งสรรค์

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

8. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมนั่ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ในการทำงาน

9.ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
9.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1) หนังสือเรียน พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพ่มิ เติม

- สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำร.ิ 2548.
กษตั รยิ น์ ักพัฒนา. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พด์ อกเบ้ยี .

3) บัตรภาพ
9.2 แหล่งการเรียนรู้

1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

- http://www.learners.in.th/blog/thammarat
- http://www.dhammakid.com>...>ธรรมะ>บทความธรรมะ
- http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/theravade34.htm

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

บัตรภาพ

ภาพการใชเ้ ทคโนโลยเี กนิ ความจำเปน็

ภาพการใชช้ วี ติ แบบชาวบา้ น พออยูพ่ อกนิ อยา่ งมคี วามสขุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 37 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหัสวชิ า ส23101 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 เรอื่ งที่ 3 หลกั ธรรมที่สอดคลอ้ งกับการพฒั นาท่ยี ง่ั ยืน

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื
และศาสนาอนื่ มีศรัทธาทถี่ ูกตอ้ ง ยดึ มน่ั และปฏิบตั ิตามหลักธรรม เพือ่ อยูร่ ว่ มกันอยา่ ง
สันตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระพุทธศาสนามหี ลักธรรมซ่ึงสอดคลอ้ งกับการพัฒนาท่ียงั่ ยนื เป็นหลกั สำคญั ของแนวความคิดปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียง สง่ ผลตอ่ การดำเนนิ ชวี ิตของมนษุ ยอ์ ย่างมคี ุณภาพ

3. ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ตวั ชี้วัด
ส 1.1 ม.3/3 อภปิ รายความสำคญั ของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนบั ถอื กบั ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี ง และการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1)วิเคราะหค์ วามสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาท่เี ป็นแนวทางของหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

4. สาระการเรียนรู้
สัมมนาพระพุทธศาสนากบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและการพฒั นาอย่างยงั่ ยืน

5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสร้างความรู้

2) ทกั ษะการจัดโครงสร้าง
3) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนสวดมนต์บชู า พระรตั นตรยั และทำสมาธิก่อนเรียน
2. ครูนำภาพการปลูกป่า มาให้นกั เรียนดู แล้วให้นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ข้อ 1) - 3)

1) การปลกู ปา่ ใหป้ ระสบความสำเร็จนนั้ จะตอ้ งนำหลักธรรมใดมาเปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ิ
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

2) ถ้าปา่ ไม้มคี วามอุดมสมบรู ณจ์ ะสง่ ผลตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

3) ถา้ นักเรียนไปร่วมกิจกรรมปลกู ต้นไม้ หรอื ปลกู ป่า นักเรยี นจะนำหลกั ธรรมใดมาเปน็ หลกั
ในการทำงานดงั กลา่ วจนประสบความสำเร็จ
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

นักเรยี นสามารถตอบได้อยา่ งหลากหลายขึ้นอยูก่ บั ความคดิ ของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน

ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นนำหลกั ธรรมทีไ่ ด้จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง พระพุทธศาสนา
กับการพัฒนาทย่ี ่ังยนื มาเปน็ พนื้ ฐานในการอภปิ ราย ในหวั ขอ้

“หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนามแี นวปฏิบัตทิ ีส่ อดคล้องกับการพัฒนาท่ียัง่ ยนื ไดอ้ ยา่ งไร”
โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามท่ีกำหนด ดงั นี้

1) ความสอดคลอ้ งของแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
2) หลักธรรมของพระพุทธศาสนามแี นวปฏบิ ตั ิทสี่ อดคลอ้ งกับการพฒั นาท่ยี ั่งยนื

3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการอภปิ ราย เรือ่ ง พระพุทธศาสนากับปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั
การพฒั นาทย่ี ั่งยืน

4. ครูให้ทกุ ฝ่ายมสี ว่ นรว่ มในการประเมนิ การอภปิ ราย ดงั น้ี
1) สมาชิกในกลุ่มประเมินตนเอง
2) สมาชกิ กลุ่มอืน่ เป็นผู้ประเมิน
3) ครูเป็นผ้ปู ระเมนิ

5. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนากบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ
การพฒั นาทย่ี ั่งยนื

6. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ แนวทางการปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนากับการพัฒนาทยี่ งั่ ยนื
7. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1) - 2)

1) บุคคลในสงั คมจะรว่ มมือกนั พฒั นาถิน่ ทอ่ี ยูใ่ หม้ ีความเจรญิ กา้ วหน้าทีย่ งั่ ยืนน้ัน สมาชกิ
ในสงั คมจะต้องนำหลกั ธรรมใดมาเป็นหลักปฏบิ ัติ
(ศลี สมาธิ ปัญญา มรรคมีองค์ 8 อิทธิบาท 4 ทิฏฐธัมมิกตั ถะประโยชน์ 4 นักเรยี นอาจตอบเปน็
อยา่ งอื่น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)

2) นักเรียนมสี ่วนแนะนำผ้อู นื่ ใหร้ ว่ มกนั พฒั นาสังคมและประเทศชาตใิ หม้ กี ารพฒั นาที่ยั่งยนื
ไดอ้ ย่างไรบา้ ง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

8. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่นั แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 8
เรยี นรูท้ ี่ 8

สังเกตการอภิปราย เรอ่ื ง แบบประเมนิ การอภปิ ราย เรอื่ ง พระพทุ ธ-
พระพุทธศาสนากบั ปรัชญาของ ศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งกบั
เศรษฐกจิ พอเพยี งกับการพฒั นา การพฒั นาทย่ี งั่ ยืน
ที่ยั่งยืน

9.สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสือคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
- สำนกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำร.ิ 2548.

กษัตริยน์ กั พัฒนา. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พด์ อกเบี้ย.
3) บัตรภาพ
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
---

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

ช่ื อ - ส กุ ล / ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ชั้ น . . . . . . . เ ล ข ท่ี . . . . . . . . . . . . . . .

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การอภปิ ราย เรอื่ ง พระพทุ ธศาสนากบั ปรชั ญาขอเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32

1 ความสอดคลอ้ งของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี งกับหลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา

2 หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนามแี นวปฏบิ ตั ิทสี่ อดคลอ้ งกบั
การพฒั นาทีย่ งั่ ยืน

รวม

ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดีมาก

11 - 13 ดี

8 - 10 พอใช้

ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

บัตรภาพ

ภาพการปลูกปา่

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 38 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3
รหัสวิชา ส23101 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 9 เรอ่ื งท่ี 1 วิถีการดำเนินชีวติ ของพทุ ธศาสนกิ ชน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถือ
และศาสนาอืน่ มีศรัทธาที่ถูกตอ้ ง ยึดมน่ั และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม เพือ่ อยู่รว่ มกนั อยา่ ง
สันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมมรรคมีองค์ 8 ยอ่ มจะเปน็ แนวทางนำไปสคู่ วามดบั ทกุ ข์หรือหมดปัญหา

3. ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ตัวชวี้ ดั
ส 1.1 ม.3/10 วเิ คราะหค์ วามแตกต่างและยอมรบั วิถีการดำเนินชวี ิตของศาสนกิ ชนในศาสนา
อืน่ ๆ

3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วิเคราะหว์ ิถีการดำเนินชวี ติ ของพุทธศาสนิกชนได้

4. สาระการเรียนรู้
วิถีการดำเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนศาสนาอ่ืนๆ

5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 9
3. ครนู ำภาพการทำกจิ กรรมตา่ งๆ ของชาวพทุ ธ มาใหน้ ักเรียนดูและชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ ถงึ ผลของ

การปฏบิ ตั ติ นในภาพ แล้วครอู ธบิ ายเชอื่ มโยงใหน้ กั เรียนเขา้ ใจว่า ภาพกจิ กรรมดังกลา่ วเป็นวถิ กี ารดำเนนิ ชวี ติ ของ
ชาวพุทธ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

นกั เรียนมคี วามประทบั ใจในวถิ ีการดำเนนิ ชวี ิตของชาวพุทธในเร่อื งใดบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

4. ครแู บง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 6 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเกง่
ปานกลางคอ่ นข้างออ่ น และออ่ น

5. สมาชิกแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง วิถกี ารดำเนนิ ชีวิตของพุทธศาสนิกชน จากหนงั สอื เรียน
หนงั สือค้นควา้ เพม่ิ เตมิ หอ้ งสมดุ หรือแหล่งข้อมลู สารสนเทศ แลว้ บันทกึ ความร้ทู ไ่ี ด้จากการศกึ ษาลงในแบบ
บันทึกการอา่ น

6. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุม่ รว่ มกันสนทนาแลกเปลี่ยนความรูก้ ัน และผลัดกันยกตวั อยา่ งการกระทำที่
สอดคลอ้ งกบั หัวข้อตอ่ ไปนี้

1) ทาน
2) ศลี
3) ภาวนา
7. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งการปฏบิ ัติตนตามหลัก ทาน ศีล ภาวนา
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)

2) การปฏบิ ัติตนตามหลกั ทาน ศลี ภาวนา มีความสำคญั อย่างไร
(ทำใหก้ ารดำเนนิ ชีวติ เปน็ ไปอยา่ งปกติสขุ และมีผลตอ่ การพฒั นาประเทศดว้ ย)

8. สมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ทำใบงานที่ 9.1 เรือ่ ง วถิ กี ารดำเนนิ ชวี ิตของพทุ ธศาสนิกชน
9. ครูและนักเรียนช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงานที่ 9.1
10. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปความสำคัญของการปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมในการดำเนนิ ชวี ิต
11. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) นักเรยี นจะปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมบญุ กริ ยิ าวัตถุ 3 ไดอ้ ย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)

2) ถ้าทกุ คนปฏบิ ตั ิตนตามหลกั บุญกิรยิ าวัตถุ 3 จะส่งผลดตี อ่ สังคมอยา่ งไร
(สมาชกิ ในสงั คมจะมคี วามสามัคคีกัน ช่วยกันพัฒนาสงั คมในรูปแบบต่างๆ ทำใหส้ งั คม
เจรญิ กา้ วหน้า สงั คมมคี วามสงบเรยี บรอ้ ย มีความเอ้ือเฟอ้ื ตอ่ กัน ไมป่ ระพฤติสง่ิ ทไี่ ม่ดี)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

12. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ วางแผนการปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมบญุ กริ ยิ าวตั ถุ 3 และนำไปปฏบิ ัติ แล้ว
รายงานผลการปฏบิ ัติตอ่ ครูผสู้ อนตามทีก่ ำหนด

8. การวัดและประเมนิ ผล

วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9
เรยี นรู้ที่ 9 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 9.1 ใบงานท่ี 9.1 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอา่ น

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการทำงาน

9.ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสอื คน้ ควา้ เพ่มิ เตมิ

- บญุ มี แท่นแกว้ . 2546. ประวัตศิ าสนาตา่ งๆ และปรชั ญาธรรม. กรงุ เทพมหานคร :
โอเดยี นสโตร.์

3) บัตรภาพ
4) ใบงานที่ 9.1 เรื่อง วถิ กี ารดำเนนิ ชีวิตของพุทธศาสนิกชน
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

- http://watchiangmai.pongkorn.net/.../ศาสนากบั สงั คมไทย-ID1000000011.ht
- http://www.thaigoodview.com/node/73843

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

บตั รภาพ

ภาพการใสบ่ าตร ภาพการถวายสงั ฆทาน

ภาพการนงั่ สมาธิ ภาพการฟงั พระธรรมเทศนา

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 39 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วิชา ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 9 เรอ่ื งที่ 2 ศาสนากบั การอยรู่ ว่ มกนั (1)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทตี่ นนับถอื
และศาสนาอื่น มศี รทั ธาทีถ่ ูกต้อง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพอ่ื อย่รู ว่ มกันอย่าง
สันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การยอมรับในความแตกตา่ งทางความเชอ่ื และหลกั ธรรมของศาสนาอนื่ ย่อมทำใหเ้ กิดการยอมรับในวิถี

การดำเนนิ ชวี ติ ทแ่ี ตกต่างกันของศาสนกิ ชน

3. ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ตวั ช้ีวัด
ส 1.1 ม.3/10 วิเคราะห์ความแตกตา่ งและยอมรบั วถิ ีการดำเนินชวี ิตของศาสนกิ ชนในศาสนา

อืน่ ๆ
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายวิถีชวี ติ ของผทู้ น่ี ับถือศาสนาครสิ ต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้
2) เปรียบเทียบความแตกต่างทางความเชอื่ และหลักธรรมของศาสนิกชนในศาสนาอน่ื ๆ ได้
3) เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตนในการอยรู่ ว่ มกนั กับผทู้ ่นี ับถือศาสนาอน่ื ได้

4. สาระการเรยี นรู้
วิถกี ารดำเนินชวี ิตของศาสนิกชนศาสนาอืน่ ๆ

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครใู ห้นกั เรียนตอบคำถามแสดงถึงความประทบั ใจในกิจกรรมต่างๆ ทป่ี ระชาชนชาวไทยซึง่ นบั ถือศาสนา

ต่างกันได้รว่ มกจิ กรรม เพอ่ื ประโยชน์ต่อสว่ นรวม เชน่
✓ การร่วมกนั ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั สึนามิ นำ้ ทว่ ม ไฟไหม้ ภยั แลง้
✓ การรว่ มมอื กันบรจิ าคโลหติ
✓ การร่วมมือกนั ปลกู ปา่ พัฒนาสวนสาธารณะ ฯลฯ

3. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)

1) นักเรยี นมีความประทบั ใจในกจิ กรรมใดทแี่ สดงถงึ ความรว่ มมอื ของผทู้ ี่นบั ถอื
ศาสนาทตี่ า่ งกนั
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

2) เพราะเหตใุ ด ผู้ทนี่ บั ถอื ศาสนาตา่ งกนั จึงสามารถทำกจิ กรรมร่วมกนั ได้
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

4. นักเรียนร่วมมอื กันเขยี นแผนผงั ความคิดแสดงประโยชน์ของการรว่ มมือกนั ในการทำงานหรอื ทำ
กจิ กรรมของประชาชนตา่ งศาสนา โดยเขียนบนกระดานหนา้ ช้ันเรยี น

5. ครนู ำภาพผู้ท่ีนบั ถือศาสนาต่างๆ ร่วมกันทำงานหรอื ทำกจิ กรรมเพอื่ ประโยชน์ของสงั คมและ
ประเทศชาติ มาใหน้ ักเรียนดู แลว้ ให้ชว่ ยกันอภิปรายสรุปเป็นความคิดรวบยอดเก่ียวกับหลกั หรอื แนวทางการ
ดำเนินชวี ติ ของศาสนกิ ชนในสังคมอย่างสงบสขุ

6. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

นักเรียนคดิ วา่ การท่ีผูน้ บั ถือพระพุทธศาสนา และศาสนาอ่นื ๆ สามารถรว่ มมอื กันทำกิจกรรมได้
จะสง่ ผลดีตอ่ สงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร

(เป็นการสร้างความสามคั คกี ลมเกลยี วกนั อนั เป็นฐานของความมัน่ คงของประเทศชาติ และทำให้
การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมเป็นไปอยา่ งสงบเรยี บร้อย สมาชกิ ในสังคมมีความสัมพันธอ์ ันดตี อ่ กัน)

7. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ จับสลาก เพอื่ สืบค้นขอ้ มลู ความรู้ กลมุ่ ละ 1 หัวข้อ ดังนี้
➢ กลุม่ หมายเลข 1 สบื ค้นข้อมลู ความรู้เร่ือง วถิ กี ารดำเนินชวี ติ ของชาวครสิ ต์
➢ กลุ่มหมายเลข 2 สบื ค้นขอ้ มลู ความรู้เรอื่ ง วิถกี ารดำเนินชวี ิตของชาวมสุ ลิม
➢ กล่มุ หมายเลข 3 สบื คน้ ขอ้ มลู ความรเู้ รื่อง วิถกี ารดำเนนิ ชวี ิตของพราหมณ์-ฮินดู

โดยใหน้ ักเรียนสบื ค้นความรจู้ ากหนงั สอื เรียน หนงั สอื คน้ ควา้ เพ่มิ เตมิ ห้องสมุด หรอื แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
และจากการสัมภาษณศ์ าสนกิ ชนในศาสนาต่างๆ

8. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

ศาสนกิ ชนควรยดึ ส่งิ ใดเป็นแนวทางการดำเนนิ ชวี ติ
1. คำสอนของศาสนา
2. การร่วมพิธีกรรมและกิจกรรมตา่ งๆ ตามบทบญั ญัตขิ องศาสนา

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

8. การวัดและประเมินผล

วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการทำงาน

9.สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
9.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสอื ค้นคว้าเพ่มิ เติม
- บุญมี แทน่ แก้ว. 2546. ประวตั ิศาสนาตา่ งๆ และปรัชญาธรรม. กรุงเทพมหานคร :
โอเดยี นสโตร์.

3) บัตรภาพ
9.2 แหล่งการเรียนรู้

1) ศาสนิกชนในศาสนาตา่ งๆ
2) หอ้ งสมดุ
3) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://watchiangmai.pongkorn.net/.../ศาสนากับสงั คมไทย-ID1000000011.ht

- http://www.thaigoodview.com/node/73843

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

บตั รภาพ

ภาพการชว่ ยเหลอื และอพยพผปู้ ว่ ย ภาพการจดั กจิ กรรมเฉลมิ ฉลอง
ในภาวะวกิ ฤตทางทะเล เทศกาลครสิ ตม์ าส

ภาพการจดั กจิ กรรมรว่ มกนั ของผนู้ บั ถอื ภาพกจิ กรรมรณรงคก์ ารเลอื กตง้ั
พระพทุ ธศาสนาและศาสนาอสิ ลาม ของชาวมสุ ลมิ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 40 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วิชา ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 9 เรอ่ื งที่ 3 ศาสนากบั การอยรู่ ว่ มกนั (2)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทตี่ นนับถอื
และศาสนาอื่น มศี รทั ธาท่ีถกู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพอ่ื อย่รู ว่ มกันอย่าง
สันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การยอมรับในความแตกตา่ งทางความเชอื่ และหลกั ธรรมของศาสนาอนื่ ยอ่ มทำใหเ้ กิดการยอมรับในวิถี

การดำเนนิ ชวี ติ ทแ่ี ตกตา่ งกนั ของศาสนิกชน

3. ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตวั ช้ีวัด
ส 1.1 ม.3/10 วิเคราะห์ความแตกต่างและยอมรบั วถิ ีการดำเนนิ ชวี ิตของศาสนกิ ชนในศาสนา

อืน่ ๆ
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายวิถีชวี ติ ของผทู้ น่ี ับถอื ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูได้
2) เปรียบเทียบความแตกต่างทางความเชอ่ื และหลักธรรมของศาสนิกชนในศาสนาอน่ื ๆ ได้
3) เสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนในการอยู่รว่ มกันกับผู้ท่นี ับถือศาสนาอน่ื ได้

4. สาระการเรยี นรู้
วิถกี ารดำเนินชวี ิตของศาสนิกชนศาสนาอ่นื ๆ

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธิก่อนเรยี น
2. ครใู ห้นักเรียนทน่ี ับถอื ศาสนาตา่ งๆ ออกมาเล่าประสบการณแ์ ละวิถีการดำเนนิ ชวี ิตของแต่ละศาสนาให้

เพอื่ นฟงั พอสังเขป ครูคอยเสนอแนะเพ่มิ เติม
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำความรู้ทสี่ ืบคน้ มาเป็นพ้นื ฐานในการทำใบงาน ดงั น้ี
➢ กลุ่มหมายเลข 1 ทำใบงานท่ี 9.2 เร่ือง วถิ กี ารดำเนนิ ชีวติ ของผนู้ ับถอื ศาสนาคริสต์
➢ กลุ่มหมายเลข 2 ทำใบงานท่ี 9.3 เรื่อง วถิ กี ารดำเนินชวี ติ ของผ้นู ับถอื ศาสนาอิสลาม
➢ กลุ่มหมายเลข 3 ทำใบงานที่ 9.4 เรือ่ ง วิถกี ารดำเนนิ ชวี ติ ของผู้นับถอื ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานในใบงานท่ี 9.2 - 9.4 หนา้ ชั้นเรยี น ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
5. นกั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายเปรียบเทียบความแตกต่างของการดำเนินชีวิตของคนแต่ละศาสนา และเสนอ

แนวทางการปฏิบัติตนในการอย่รู ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข
6. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 3)

1) การดำเนินชีวิตของศาสนิกชนศาสนาตา่ งๆ มคี วามแตกตา่ งกันอย่างไรบา้ ง
(ศาสนกิ ชนบางศาสนานับถอื พระเจา้ เชอื่ วา่ พระเจ้าเปน็ ผบู้ นั ดาลวถิ ีการดำเนินชวี ติ ของมนุษย์
บางศาสนาไมน่ ับถือพระเจา้ โดยเชอื่ วา่ สง่ิ ทง้ั หลายเปน็ ผลมาจากการกระทำของตนเอง จงึ เชอื่
ในกฎแห่งกรรม)

2) นกั เรียนคิดวา่ จะนำหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนบั ถือไปใชป้ ฏบิ ัตใิ นการดำเนนิ ชวี ติ ได้
อย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
3) นกั เรยี นสามารถนำหลักธรรมของศาสนาอืน่ ไปประยุกตใ์ ชอ้ ย่างไรบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)

ครูมอบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันเขยี นบทความ เรอื่ ง ศาสนากบั การอยรู่ ่วมกนั
ในประเทศไทย โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามที่กำหนด ดงั นี้

1) การอธิบายวิถกี ารดำเนนิ ชีวติ ของผ้ทู ี่นับถอื ศาสนาตา่ งๆ
2) การเปรียบเทียบความแตกต่างของวถิ ีการดำเนนิ ชวี ติ ของผู้ท่นี บั ถือแต่ละศาสนา
3) การเปรยี บเทียบความคลา้ ยคลึงกนั ในวถิ ีการดำเนนิ ชวี ติ ของผทู้ ี่นับถอื แตล่ ะศาสนา
4) การเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติสุข

7. สมาชิกแตล่ ะกลุม่ รว่ มมือกนั ตรวจสอบผลงานการเขยี นบทความ แลว้ ปรับปรงุ แก้ไข เสร็จแล้วนำสง่
ครูผู้สอน เพอื่ ตรวจสอบคุณภาพของผลงาน ครเู ลือกกลุ่มที่มผี ลงานดีมีคณุ ภาพตามเกณฑ์ประกาศชมเชย และ
นำผลงานติดปา้ ยนิเทศเพอ่ื แสดงผลงานของนักเรียน

8. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 9

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

8. การวดั และประเมนิ ผล

วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 9.2 ใบงานที่ 9.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 9.3 ใบงานที่ 9.3 ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 9.4 ใบงานที่ 9.4 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 9
เรียนรู้ที่ 9

ตรวจบทความ เรอื่ ง ศาสนากบั การอยู่ แบบประเมนิ บทความ เรื่อง ศาสนากับการอยู่

ร่วมกันในประเทศไทย ร่วมกนั ในประเทศไทย

9.ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) ใบงานท่ี 9.2 เรอื่ ง วถิ ีการดำเนนิ ชวี ิตของผนู้ ับถือศาสนาครสิ ต์
2) ใบงานที่ 9.3 เรือ่ ง วถิ ีการดำเนนิ ชวี ติ ของผนู้ บั ถือศาสนาอสิ ลาม
3) ใบงานท่ี 9.4 เร่อื ง วถิ กี ารดำเนินชวี ิตของผนู้ บั ถอื ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู

9.2 แหล่งการเรยี นรู้
––

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

ชื่ อ - ส กุ ล / ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . เ ล ข ที่ . . . . . . . . . . . . . . .

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ บทความ เรอื่ ง ศาสนากบั การอยรู่ ว่ มกนั ในประเทศไทย

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32

1 การอธิบายวิถีการดำเนินชวี ติ ของผ้ทู น่ี บั ถือ
ศาสนาตา่ งๆ

2 การเปรยี บเทยี บความแตกต่างของวิถกี ารดำเนิน
ชีวติ ของผ้ทู น่ี บั ถอื แต่ละศาสนา

3 การเปรยี บเทียบความคล้ายคลงึ กันในวิถกี าร
ดำเนนิ ชวี ิตของผู้ท่นี บั ถอื แต่ละศาสนา

4 การเสนอแนวทางการปฏิบัตติ นในการอยรู่ ่วมกัน
อยา่ งสันตสิ ขุ

รวม

ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดีมาก

11 - 13 ดี

8 - 10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

เอกสารประกอบการสอน
แผนผงั การจดั การเรยี นรูแ้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ (4 MAT) เรอื่ ง ศาสนากบั การอยูร่ ว่ มกนั ในประเทศไทย

ซกี ขวา ซกี ขวา

นักเรยี นเลา่ ความประทับใจ
นักเรยี นแต่ละกล่มุ นำเสนอ ในการทำกจิ กรรมรว่ มกนั ของ
ผลงานหน้าช้นั เรยี น
ศาสนกิ ชนตา่ ง ๆ

ในประเทศไทย

นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั 78 1 2 ครูอภิปรายรว่ มกบั นักเรยี น
ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ ผลงาน

6 3นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสรา้ งสรรค์ นกั เรยี นดภู าพผูท้ ี่นับถือ
5 4ผลงานการเขยี นบทความ ศาสนาต่างกนั ทำกจิ กรรม

เรือ่ ง ศาสนากับการ ร่วมกนั แลว้ ชว่ ยกนั สรปุ วิถี

อยู่รว่ มกนั ใน นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม การดำเนินชีวติ
ของศาสนกิ ชน
ประเทศไทย นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาความรูถ้ งึ วถิ ีการดำเนนิ
ทำใบงาน ชีวติ ของศาสนกิ ชนในแต่ละ

ศาสนาทีน่ ำหลกั ธรรมของ

ศาสนาทตี่ นนบั ถือมาเปน็ หลกั

ปฏิบตั ิ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสรมิ / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ


Click to View FlipBook Version