The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanna.j1996, 2021-09-19 12:44:41

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา

8. การวัดและประเมินผล

วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 3.13 ใบงานที่ 3.13 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มัน่ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

เรยี นรทู้ ่ี 3 3

ตรวจสมดุ บนั ทกึ ความดี เรื่อง การปฏบิ ัติ แบบประเมินสมุดบันทกึ ความดี เรื่อง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมทาง

พระพุทธศาสนา

9.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

9.1 สื่อการเรียนรู้
- ใบงานท่ี 3.13 เร่ือง คิดตดั สนิ ใจ

9.2 แหล่งการเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ชือ่ -สกุล/กลมุ่ .......................................................................................................ช้ัน...........เลขที.่ ............

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมนิ สมดุ บนั ทกึ ความดี เรอื่ ง การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม

ทางพระพทุ ธศาสนา

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432

1 การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมมรรคมีองค์ 8 ปญั ญา 3
สปั ปรุ สิ ธรรม 7 บญุ กริ ิยาวตั ถุ 10 และอบุ าสกธรรม 7

2 การปฏิบตั ติ นตามมงคล 38 ในเรอื่ ง มศี ลิ ปวทิ ยา พบ
สมณะ ฟงั ธรรมตามกาล และสนทนาธรรมตามกาล

3 การวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา

4 การแสดงหลกั ฐานการปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา

รวม

ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../..............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดีมาก

11 - 13 ดี

8 - 10 พอใช้

ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 19 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23203 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอ่ื งที่ 1 ความรูท้ ว่ั ไปเกย่ี วกับพระไตรปิฎก

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี น
นบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพอ่ื อย่รู ว่ มกัน
อย่างสันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนาไดถ้ กู รวบรวมไวใ้ นพระไตรปฎิ ก โดยจดั เปน็ หมวดพระวนิ ัยปฎิ ก

พระสตุ ตนั ตปฎิ ก และพระอภธิ รรมปฎิ ก ซ่ึงหลักคำสอนของพระพทุ ธศาสนาล้วนมีความสำคญั ตอ่ การนำไปเป็น
แนวทางการดำเนนิ ชวี ิตท่ถี กู ตอ้ ง

3. ตัวชวี้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตวั ชีว้ ดั

ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสงั ฆคณุ และข้อธรรมสำคญั ในกรอบอริยสจั 4 หรือหลกั ธรรมของศาสนาท่ี
ตนนับถือตามทกี่ ำหนด

3.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายโครงสรา้ งและสาระสำคัญของพระอภธิ รรมปฎิ กได้
2) อธบิ ายเรอื่ งน่ารใู้ นพระไตรปฎิ ก : พทุ ธปณิธาน 4 ในมหาปรนิ ิพพานสตู รได้

4. สาระการเรยี นรู้
พุทธศาสนสภุ าษิต เรอ่ื งน่ารจู้ ากพระไตรปฎิ ก : พทุ ธปณธิ าน 4 ในมหาปรนิ ิพพานสูตร

5.สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการทำใหก้ ระจา่ ง
2) ทักษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4
3. ครูนำหนังสอื หลายเลม่ คละกนั หลายๆ ประเภทมาวางกองไว้ประมาณ 5 กอง และวางไมเ่ ปน็ ระเบยี บ
4. ครใู หน้ ักเรยี นรวมกนั เปน็ กลุ่ม จำนวน 5 กลมุ่ ให้แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันจัดหนงั สอื แต่ละกองใหเ้ ปน็ ระเบยี บ

และเปน็ หมวดหมู่
5. ตวั แทนกลมุ่ เลา่ วิธกี ารจัดหนงั สือของกลุ่ม พรอ้ มแสดงเหตผุ ลประกอบ
6. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงถึงความสำคัญของการจดั หมวดหมู่กองหนังสอื และความสอดคลอ้ งกบั การจัด

หมวดหมู่ของพระไตรปฎิ ก
7. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

เพราะเหตใุ ด จงึ ตอ้ งจัดพระไตรปฎิ กเป็นหมวดหมู่
(เพอ่ื ใหส้ ะดวกตอ่ การค้นคว้าหาความรเู้ กย่ี วกับคำสอนทางพระพุทธศาสนา)
8. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน ตามความสมคั รใจ ใหส้ มาชกิ แต่ละกล่มุ จับค่กู นั ศึกษาความรเู้ ก่ยี วกบั
พระไตรปฎิ ก จากหนงั สือเรยี น หนงั สอื ค้นคว้าเพิม่ เติม ห้องสมุด หรอื แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ข้อตอ่ ไปนี้
1) โครงสรา้ ง ชอ่ื คมั ภรี ์ สาระสำคญั ของพระอภธิ รรมปิฎก
2) เรอื่ งน่ารจู้ ากพระไตรปฎิ ก (พทุ ธปณธิ าน 4)
แล้วบันทึกความรทู้ ีไ่ ด้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน
9. สมาชิกแต่ละคขู่ องกลุ่มผลดั กนั เล่าสาระสำคัญเก่ยี วกับพระไตรปฎิ ก ในหัวขอ้ ทีต่ นไดศ้ กึ ษามาใหส้ มาชิก
อีกคูห่ น่งึ ในกลมุ่ ฟัง แลว้ ครูส่มุ นักเรียนกลุ่มละ 1 คน เลา่ ประเดน็ สำคญั ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาหนา้ ช้นั เรียน
10. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด

พุทธปณธิ าน มคี วามสำคัญอย่างไร
แสดงถงึ ความม่งุ ม่ันของพระพทุ ธเจา้ ทต่ี อ้ งการใหพ้ ุทธบริษัทท้งั 4 มคี ณุ สมบัตคิ รบถว้ นดว้ ยการศึกษา
พระพุทธวจนะในพระไตรปฎิ ก แล้วนำไปปฏบิ ตั ิ ถ่ายทอดใหค้ นอนื่ เขา้ ใจ และปกปอ้ งพระพทุ ธศาสนา

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

8. การวัดและประเมินผล

วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 (ประเมินตามสภาพจรงิ )
เรียนรทู้ ี่ 4

ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบบันทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน

9.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสือค้นคว้าเพมิ่ เตมิ
- สุชพี ปญุ ญานภุ าพ. 2550. พระไตรปฎิ ก ฉบบั สำหรบั ประชาชน ตอนวา่ ดว้ ยพระอภธิ รรม.
กรงุ เทพมหานคร : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
3) หนงั สอื ประเภทตา่ งๆ

9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.onab.go.th/index.php?option...
- http://www.tarabuddhism.com/tripitaka/

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปัญหา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข / การพฒั นาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 20 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหสั วิชา ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรอ่ื งที่ 2 พทุ ธปณธิ าน 4

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน
นับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาที่ถกู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกนั
อย่างสันตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
หลกั ธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาได้ถกู รวบรวมไวใ้ นพระไตรปฎิ ก โดยจดั เปน็ หมวดพระวินยั ปฎิ ก

พระสตุ ตนั ตปฎิ ก และพระอภิธรรมปฎิ ก ซึ่งหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาล้วนมีความสำคญั ต่อการนำไปเปน็
แนวทางการดำเนนิ ชวี ิตที่ถกู ต้อง

3. ตัวชี้วัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตัวชีว้ ดั

ส 1.1 ม.3/6 อธบิ ายสงั ฆคณุ และขอ้ ธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลักธรรมของศาสนาที่
ตนนบั ถือตามท่กี ำหนด

3.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) วิเคราะหค์ ณุ ค่าจากเร่ืองนา่ รใู้ นพระไตรปฎิ ก : พทุ ธปณธิ าน 4 ในมหาปรินพิ พานสตู รได้

4. สาระการเรียนรู้
พทุ ธศาสนสภุ าษติ เรอื่ งนา่ รจู้ ากพระไตรปฎิ ก : พุทธปณธิ าน 4 ในมหาปรนิ พิ พานสตู ร

5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการทำให้กระจา่ ง
2) ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสวดมนต์บชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครูทบทวนความรเู้ ดิมเกีย่ วกับพระไตรปฎิ ก โดยให้นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) ถา้ ใหน้ กั เรียนคน้ ควา้ ความรจู้ ากพระไตรปิฎก นักเรยี นจะเลอื กคน้ ควา้ ในหมวดใด เพราะอะไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)

2) พทุ ธปณธิ าน 4 ในมหาปรนิ พิ พานสูตร มคี วามสำคญั อย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

3. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ นำความรูท้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาเกย่ี วกบั เร่ือง พระไตรปฎิ ก มาเปน็ พน้ื ฐานในการเขียน
กรณศี กึ ษาหรอื นิทานท่สี อดคลอ้ งกับเรอ่ื งนา่ รจู้ ากพระไตรปิฎก ในเร่ือง พุทธปณธิ าน 4

4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลงาน และนำเสนอผลงานการเขียนกรณีศกึ ษาหรอื
นิทานทสี่ อดคลอ้ งกับเรอ่ื งน่ารจู้ ากพระไตรปฎิ ก ในเร่อื ง พทุ ธปณธิ าน 4 หนา้ ชัน้ เรียน

5. สมาชิกกลุม่ ผฟู้ งั ผลัดกันแสดงความคดิ เห็นถึงขอ้ คดิ ที่ได้จากกรณศี ึกษาหรอื นิทาน ตามลำดับดงั นี้
➢ กลุ่มที่ 1 นำเสนอผลงาน กล่มุ ท่ี 2 แสดงความคดิ เห็น
➢ กลมุ่ ที่ 2 นำเสนอผลงาน กลมุ่ ท่ี 3 แสดงความคิดเหน็
➢ กลุ่มที่ 3 นำเสนอผลงาน กลมุ่ ท่ี 4 แสดงความคิดเหน็
➢ กลมุ่ ที่ 4 นำเสนอผลงาน กลุ่มท่ี 1 แสดงความคิดเหน็

6. ครตู รวจสอบความถกู ต้องในการนำเสนอผลงานและการแสดงความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นทุกกล่มุ
7. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

การปฏบิ ตั ิตนตามพทุ ธปณิธานน้ัน ส่งผลดีตอ่ นกั เรยี นอยา่ งไร จงยกตวั อย่าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)

8. นักเรียนรว่ มกนั สรุปความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งน่ารูใ้ นพระไตรปฎิ ก : พทุ ธปณิธาน 4 ในมหาปรนิ พิ พาน
สตู รครตู รวจสอบความถูกต้อง

8. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มัน่ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการทำงาน

9.ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้
--

9.2 แหลง่ การเรยี นรู้

--

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข / การพฒั นาส่งเสรมิ / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 21 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหสั วชิ า ส23203 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรอ่ื งที่ 3 พทุ ธศาสนสภุ าษิตควรรู้

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี น
นับถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาท่ีถูกตอ้ ง ยดึ มัน่ และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพอ่ื อย่รู ว่ มกนั
อย่างสันตสิ ขุ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พุทธศาสนสภุ าษติ มีขอ้ คดิ เตอื นใจใหบ้ ุคคลปฏิบตั ิตนไปในทางทีถ่ กู ตอ้ งดีงาม

3. ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวชี้วัด
ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสงั ฆคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่
ตนนบั ถือตามทกี่ ำหนด

3.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธิบายความหมายของพุทธศาสนสุภาษติ ท่กี ำหนดได้

4. สาระการเรียนรู้
พทุ ธศาสนสภุ าษติ
➢ อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย : ชนะตนนั่นแลดกี ว่า
➢ ธมฺมจารี สุขํ เสติ : ผปู้ ระพฤติธรรมยอ่ มอยเู่ ป็นสุข
➢ ปมาโท มจฺจุโน ปทํ : ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
➢ สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ : ฟังดว้ ยดยี อ่ มได้ปญั ญา

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการทำให้กระจ่าง
2) ทักษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้

5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสวดมนต์บชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครนู ำขา่ วเกย่ี วกบั การกระทำของบุคคลที่มกี ารฝกึ ตนให้เอาชนะความชวั่ ทำแต่ความดี ปฏบิ ตั ิตน

ตามศีลธรรม ตง้ั ใจศกึ ษาเลา่ เรยี นมาเลา่ ให้นักเรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

บคุ คลในขา่ วมีการกระทำใดท่ีควรนำไปเป็นแบบอยา่ ง อธิบายเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผ้สู อน)

3. ครอู ธิบายเชอื่ มโยงความรใู้ ห้นักเรียนเข้าใจวา่ การกระทำของบุคคลดังกลา่ วสอดคลอ้ งกบั การปฏิบัติ
ตนตามหลกั พทุ ธศาสนสภุ าษติ ชนะตนนัน่ แลดกี ว่า ผปู้ ระพฤตธิ รรมยอ่ มอยู่เปน็ สุข และฟังด้วยดียอ่ มไดป้ ญั ญา

4. นักเรียนกล่มุ เดิม ร่วมกันแสวงหาความรเู้ กีย่ วกบั พุทธศาสนสุภาษติ จากหนงั สือเรยี น หนังสือคน้ คว้า
เพม่ิ เติม หอ้ งสมดุ หรอื แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ ในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี

✓ อตตฺ า หเว ชติ ํ เสยโฺ ย : ชนะตนนนั่ แลดกี วา่
✓ ธมมฺ จารี สขุ ํ เสติ : ผู้ประพฤติธรรมยอ่ มอยเู่ ปน็ สุข
✓ ปมาโท มจจฺ ุโน ปทํ : ความประมาทเปน็ ทางแห่งความตาย
✓ สุสฺสูสํ ลภเต ปญญฺ ํ : ฟงั ดว้ ยดีย่อมได้ปัญญา
แลว้ บันทึกความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทึกการอา่ น
5. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

เพราะเหตุใด จึงต้องศึกษาความร้เู กย่ี วกบั พทุ ธศาสนสภุ าษิต
(เพราะทำใหไ้ ด้ขอ้ คิดเตือนใจ ซึง่ สามารถนำไปปฏบิ ัติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง และมผี ลดีตอ่ การดำเนินชวี ติ )

6. สมาชกิ ในกลุ่มร่วมกันสนทนาแลกเปล่ียนความรเู้ กี่ยวกบั พทุ ธศาสนสภุ าษิตท่แี สวงหาความรมู้ าใน
ประเดน็ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1) ความหมาย

2) ความสำคญั
3) ตัวอย่างการปฏิบตั ติ ามพุทธศาสนสุภาษิตและผลทไี่ ดร้ ับ
7. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

พทุ ธศาสนสภุ าษิตใดที่ผปู้ ฏบิ ตั ติ ามแลว้ ทำใหบ้ ุคคลทวั่ ไปให้ความไวว้ างใจ และผู้ปฏบิ ัตมิ ีความสขุ
(ธมมฺ จารี สขุ ํ เสติ ผปู้ ระพฤตธิ รรมยอ่ มอยเู่ ปน็ สุข กล่าวคอื เมอ่ื ปฏิบัตติ นตามศลี 5 และธรรม 5
ทำให้มีความประพฤติดีท้งั กาย วาจา ใจ)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

8. การวดั และประเมนิ ผล

วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการทำงาน

9.ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนงั สือค้นคว้าเพม่ิ เติม
- สชุ ีพ ปญุ ญานภุ าพ. 2550. พระไตรปฎิ ก ฉบบั สำหรบั ประชาชน ตอนวา่ ดว้ ยพระ
อภิธรรม. กรุงเทพมหานคร : กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม.
3) ตวั อย่างข่าวเก่ยี วกบั การกระทำของบุคคลในลกั ษณะตา่ งๆ และการกระทำของบุคคลหรอื
กลุ่มบคุ คลท่ปี ฏบิ ัตติ นตามพุทธศาสนสภุ าษิต

9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.fungdham.com/proverb.html
- http://www.dhammathai.org/proverb/proverbthai.php

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ตวั อยา่ งขา่ ว

แทก็ ซน่ี ำ้ ใจงาม เกบ็ เงนิ 5 แสนบาทสง่ คนื เจา้ ของ
หนุม่ ชาวอีสานอาชพี ขบั รถแท็กซนี่ ำ้ ใจงาม เกบ็ กระเป๋าพร้อมเงิน 5 แสนบาท ส่งคืนเจา้ ของนักธรุ กิจชาวญปี่ ุ่นเมอื่
เวลา 03.00 น. นายหรั่ง วนั ทมุ มา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขท่ี 61/3 หมู่ 11 ต.โคกภูมิ อ.ภพู าน จ.สกลนคร อาชพี
ขบั รถแท็กซร่ี ับจ้าง ไดข้ ับรถแทก็ ซสี่ ีชมพูคาดขาว ทะเบียน ทร 7721 กทม. เขา้ ไปยงั สถานวี ิทยุ สวพ.91 เพือ่ ขอให้
ทางรายการประสานตดิ ตามหาเจ้าของกระเป๋าหนงั ภายในมีโทรศพั ทม์ ือถือ เงนิ สกุลตา่ งๆ อาทิ ดอลลาร์สหรฐั
เงนิ เยนญปี่ นุ่ เงนิ ดองเวยี ดนาม รวมเปน็ เงินไทย 473,984 บาท และหนังสอื เดนิ ทางระบชุ ่อื นายทาเกชิ ไซโตะ ทวี่ างลมื
อยู่ในรถแทก็ ซ่ี
นายหรงั่ เล่าว่า เวลาประมาณตหี นึง่ เศษจำไดว้ ่ารบั ผโู้ ดยสารเปน็ ชาวญปี่ นุ่ 2 คนจากซอยธนยิ ะ ถนนสีลมไปส่ง
โรงแรมแกรนด์ เมอรเ์ คยี ว ฟอรจ์ นู แยก อสมท 1 คน และวง่ิ กลบั มาส่งทเี่ ดิมอีก 1 คน จากนัน้ กว็ ่ิงรบั ผโู้ ดยสารตอ่ โดย
ไม่รูว้ ่าผ้โู ดยสารลืมกระเป๋า กระทง่ั ผูโ้ ดยสารรายใหมเ่ ปดิ ประตูรถพบกระเปา๋ วางอยเู่ บาะหลัง จึงเช่ือว่ากระเปา๋ ดงั กลา่ วน่าจะ
เป็นของผ้โู ดยสารที่เปน็ ชาวญปี่ ุ่น
หลังจากสถานวี ิทยุ สวพ.91 ได้ออกประกาศไมน่ าน นายทาเกชิ เดินทางมายังสถานีวิทยุ สวพ.91 พรอ้ มนาย
สรรเสริญ บญุ มี ผูช้ ว่ ยผูจ้ ัดการโรงแรมแกรนด์ เมอรเ์ คยี ว ฟอร์จูน เพ่อื ขอรบั กระเป๋าคืนโดยนายทาเกชิ กลา่ ววา่
ทำธุรกิจเกีย่ วกับแอร์ ต้องเดนิ ทางมาประเทศไทยทกุ 5 เดอื น รสู้ กึ ประทบั ใจกับนำ้ ใจคนไทยมากและไม่มีวนั ลืมกบั
เหตกุ ารณค์ รงั้ น้ี
ด้านนายหรงั่ กล่าววา่ ขบั รถแทก็ ซมี่ าประมาณ 10 ปี ไมเ่ คยเกบ็ ของผ้โู ดยสารได้ และเมอ่ื เห็นทรพั ยส์ ินใน
กระเป๋าก็ไมเ่ คยคิดเก็บไว้เปน็ ของตนเอง เพราะคดิ วา่ หากเป็นเจา้ ของแล้วหายไปกค็ งเดอื ดรอ้ น จึงรสู้ กึ เอาใจเขามาใส่ใจเรา
อยากรบี นำมาคืนเจ้าของโดยเร็วเพราะกลวั เขาจะเดือดร้อน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ตวั อยา่ งขา่ ว

เสยี งจากครอบครวั คนเกง่ คะแนนสูงสดุ Admission
นายรตั น์ ปทมุ วัฒน์ อายุ 17 ปี ผู้ผ่านการคดั เลอื กในระบบกลางแอดมชิ ชนั สูงสุด ให้สัมภาษณท์ างโทรศัพท์
ระหวา่ งอยูท่ ่ีประเทศสหรฐั อเมริกากบั ครอบครัววา่ หลงั จากทราบขา่ ววา่ มีชอ่ื ตดิ คณะรฐั ศาสตร์ รู้สึกดีใจมาก เพราะตอน
สอบน้นั มคี วามตั้งใจเต็มทท่ี จ่ี ะทำใหด้ ีทส่ี ดุ และรู้สกึ เหนือความคาดหมายที่ไดค้ ะแนนสูงสดุ ดว้ ย เพราะตอนนั้นไม่ได้
คาดหวังเนอ่ื งจากขอ้ สอบคอ่ นข้างยากและมีบางวชิ าทไี่ มถ่ นดั ดว้ ย ขณะเดยี วกันไดส้ อบชงิ ทุนเล่าเรียนหลวงได้ดว้ ย เมอ่ื
ปรกึ ษากบั นายศริ พิ งษ์ ปทมุ วฒั น์ และนางดวงใจ ปทุมวฒั น์ พอ่ และแมแ่ ลว้ ตดั สนิ ใจเลอื กทนุ เลา่ เรียนหลวง โดยตอนนี้
มาดูมหาวทิ ยาลัยทแ่ี คลิฟอรเ์ นยี คาดว่าน่าจะเลือกเรียนทางด้านรฐั ศาสตร์ท่ี University of California Berkeley
หรือยูซี เบริ ์กลีย์ หนงึ่ ในมหาวิทยาลยั ช่ือดัง เน่ืองจากในอนาคตอยากเปน็ นกั การทูตหรือทำงานในกระทรวง การ
ต่างประเทศ
นายรตั น์ กลา่ วตอ่ วา่ จำเป็นจะตอ้ งสละสทิ ธ์ิทค่ี ณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั โดยจะเดนิ ทางกลบั มา
ประเทศไทยในวนั ที่ 6 พ.ค. น้ี และจะเรง่ ดำเนินเรอื่ งสละสิทธ์ิเพราะจะไดเ้ ปดิ โอกาสใหเ้ พื่อนท่ีตดิ สำรองอยูไ่ ดเ้ ขา้ มาเรยี น
ได้ ท้ังนีต้ ามปกติแล้วตนไม่คอ่ ยได้เรยี นพเิ ศษเท่าไรนักจะเน้นเรยี นทโ่ี รงเรียนแลว้ กลับมาอ่านหนังสอื ด้วยตวั เอง เพราะ
เป็นคนชอบอา่ นหนงั สอื หากเรยี นพิเศษจะเลือกเรยี นเสรมิ เกีย่ วกบั เพลง เล่นเปยี โนมากกวา่ วชิ าการ เนอื่ งจาก
คิดวา่ คนเราควรท่จี ะหาประสบการณ์ใหร้ อบด้าน อยา่ เครง่ เครยี ดกบั การเรยี นมากเกินไป ควรจะหาประสบการณ์
ตา่ ง ๆ อย่างไรกต็ ามอยากฝากเคล็ดลับถึงเพอ่ื น ๆ นอ้ ง ๆ วา่ เราควรทจี่ ะเชื่อม่ัน พยายามใหเ้ ตม็ ที่กับส่ิงท่เี ราทำ ส่ิง
เหลา่ นั้นจะนำเราไปประสบความสำเรจ็ ไดต้ ามทีต่ ้องการ และตนตอ้ งขอขอบคุณพ่อแม่ ครอู าจารย์ เพ่ือนๆ ท่มี สี ว่ นชว่ ย
ทำให้ ตนประสบความสำเรจ็ เชน่ น้ี
นายศริ ิพงษ์ กลา่ ววา่ รูส้ ึกภูมิใจท่ลี กู ทำคะแนนไดด้ ี ตามปกตแิ ลว้ จะเปิดโอกาสใหล้ ูกได้ทำในสิ่งทต่ี ้องการทำเพือ่
หาประสบการณ์ในดา้ นตา่ งๆ โดยลูกชายมีนสิ ยั ชอบอา่ นหนงั สือ เกบ็ เกยี่ วประสบการณจ์ ากการเดนิ ทางอยู่ ตลอดเวลา
จนขณะนีส้ ามารถเรยี นภาษาไดห้ ลายภาษาแลว้ ทั้งจนี ฝร่ังเศส และสเปน
น.ส.บุลพร แซ่ลิ่ม อายุ 17 ปี นกั เรยี นโรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั (ญ.ว.) จ.สงขลา กล่าวว่า ดใี จมาก
เน่ืองจากไดท้ ุ่มเทเวลาในการเตรยี มตวั สอบคร้ังนมี้ ากว่า 6 เดือน อา่ นหนังสอื วันละ 4 - 5 ชั่วโมง และไมค่ ิดวา่ จะได้
คะแนนสูงเพียงแตจ่ ะทำใหด้ ที สี่ ุด โดยเคลด็ ลับคือ ตงั้ ใจเรยี นท้ังในหอ้ งเรยี นและเรยี นพเิ ศษ จะมหี นังสือเลม่ เล็กๆ ตดิ ตัว
ตลอดเวลา เมอื่ มเี วลาว่างจะหยบิ มาอา่ นและทบทวนกบั เพอื่ นๆ ในอนาคตต้องการทำรายการโทรทัศนห์ รือละครเวที
เพราะชอบมาตง้ั แตเ่ ดก็
ด้านนางศริ ลิ กั ษณ์ แซล่ ่ิม อายุ 48 ปี แม่น้องซมิ กลา่ ววา่ ในชว่ งการสอบได้ยำ้ ใหล้ กู อย่าประมาท โดยคอย
บอกเสมอว่าทกุ คนมเี วลาเท่ากนั แตข่ น้ึ อยูก่ บั ว่าใครจะใช้เวลาใหม้ คี ่ากวา่ กนั
นพ.ประพันธ์ วงศ์เบญจรตั น์ ผูบ้ รหิ าร บริษทั นครชยั ขนส่ง จำกดั อ.เมอื ง จ.นครราชสมี า ซึ่งเปน็ พอ่ ของ
น.ส.ปริณดา วงศ์เบญจรตั น์ หรอื น้องปา่ น นกั เรยี นเก่งท่สี อบไดค้ ะแนนแอดมชิ ชนั ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั กลา่ ววา่ นอ้ งป่านเดนิ ทางไปเรียนที่ประเทศญ่ีปนุ่ เม่อื วนั ท่ี 14 เม.ย. ที่ผา่ นมา หลังจากสอบได้
ทุนจากรัฐบาลญป่ี ุน่ เรยี นทางดา้ นวศิ วกรรมโทรคมนาคม ที่ Kagawa National Coledge of Technology

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

เมืองคากาว่า ซงึ่ ต้องใช้เวลาเรยี น 5 ปี แตใ่ นปแี รกต้องเรยี นดา้ นภาษากอ่ นที่ Tokyo Japanese
Language Education Centre เมืองโตเกียว เบื้องตน้ ไดค้ ยุ กับลูกสาวแลว้ เรอ่ื งผลการสอบ ลกู สาวรสู้ ึกดีใจมาก
แตย่ นื ยันท่จี ะ เรียนต่อที่ประเทศญีป่ ุ่น เพราะมเี พ่ือนโรงเรียนเดยี วกนั ได้ทุนไปเรยี นด้วยกนั รวม 5 คนและมรี ุ่นพเี่ รียน
อยู่ทน่ี ่นั “ทีจ่ รงิ นอ้ งปา่ นสอบได้ทนุ ไปเรียนที่ญปี่ ุ่นต้ังนานแลว้ แตช่ ว่ งนั้นญป่ี นุ่ มปี ญั หาแผ่นดนิ ไหวจึงไมค่ ่อยม่นั ใจวา่ จะไป
เรยี นหรอื ไม่ ระหว่างนั้นกส็ อบแอดมิชชนั พอสถานการณ์ทญี่ ่ปี ุ่นเรม่ิ คลค่ี ลายและลองไปใชช้ วี ิตอยูใ่ นญปี่ ุน่ มา 2 สปั ดาห์
สุดท้ายกต็ ดั สินใจเลอื กเรยี นตอ่ ทญี่ ี่ปุ่น เพราะวา่ นอ้ งป่านชอบและถนดั ทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม ผมเปน็ พอ่ กพ็ ร้อม
สนบั สนนุ การตดั สนิ ใจของลกู ทั้งๆ ทีเ่ ป็นหว่ งเกยี่ วกบั สถานการณแ์ ผน่ ดินไหวเหมอื นกัน” นพ.ประพนั ธ์ กลา่ ว

นพ.ประพนั ธ์ กลา่ วตอ่ วา่ สำหรบั นอ้ งปา่ นมนี สิ ยั รกั การเรยี น เอาใจใส่และมีความรับผดิ ชอบกบั การเรียนมาตงั้ แต่
เด็ก เก่งด้านคณติ ศาสตร์ ได้รางวัลดา้ นคณติ ศาสตรร์ ะดบั ประเทศมาแลว้ ตลอดเวลาไมไ่ ดเ้ รียนแบบเอาเป็นเอาตาย
ตั้งใจเรยี นในหอ้ งเรยี น กลบั บา้ นกท็ ำการบ้าน ดหู นังสอื มีเวลาว่างกเ็ ลน่ อินเทอรเ์ นต็ ดูหนงั ออกกำลังกาย เปน็ เดก็ ร่า
เรงิ ไมเ่ ครยี ดกบั การเรยี น ทีส่ ำคญั น้องป่านเปน็ เดก็ มสี มาธิ ตอนเดก็ ๆ จะชอบเล่นต่อจิกซอว์ทำใหเ้ กดิ สมาธิ สว่ นเรอื่ ง
การเสรมิ สรา้ งพัฒนาการทางสมอง ให้รบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่ สว่ นการสละสิทธนิ์ ั้นคงจะปลอ่ ยให้เป็นไปตาม
ระเบียบตอ่ ไป

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 22 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เรอื่ งท่ี 4 การปฏบิ ัติตนตามพทุ ธศาสนสุภาษติ

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ น
นับถอื และศาสนาอนื่ มีศรัทธาทถี่ กู ตอ้ ง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพือ่ อยู่รว่ มกัน
อยา่ งสันตสิ ุข

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พุทธศาสนสภุ าษิตมขี ้อคิดเตอื นใจให้บคุ คลปฏบิ ัติตนไปในทางท่ถี ูกตอ้ งดีงาม

3. ตัวชวี้ ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตัวชว้ี ดั
ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสงั ฆคณุ และขอ้ ธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่
ตนนบั ถือตามที่กำหนด

3.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
1) วเิ คราะหค์ วามสำคัญ และวธิ ปี ฏบิ ัติตนตามพทุ ธศาสนสภุ าษติ ได้

4. สาระการเรียนรู้
พทุ ธศาสนสภุ าษติ
➢ อตตฺ า หเว ชิตํ เสยโฺ ย : ชนะตนนั่นแลดีกว่า
➢ ธมมฺ จารี สขุ ํ เสติ : ผปู้ ระพฤติธรรมยอ่ มอยเู่ ป็นสุข
➢ ปมาโท มจจฺ ุโน ปทํ : ความประมาทเปน็ ทางแหง่ ความตาย
➢ สุสสฺ ูสํ ลภเต ปญญฺ ํ : ฟังดว้ ยดียอ่ มได้ปัญญา

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
2) ทักษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธิก่อนเรยี น
2. ครูให้นักเรยี นดภู าพการดำเนนิ ชวี ิตของคนในสงั คม แลว้ สุ่มนกั เรียนออกมาเขยี นพุทธศาสนสภุ าษิต

ที่เคยเรียนมาใหต้ รงกับภาพ
3. ครขู ออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน บอกความหมาย ความสำคญั และยกตวั อย่างการปฏิบัติตน

ตามพุทธศาสนสภุ าษิต แลว้ ให้นักเรียนคนอ่นื ๆ ไดน้ ำเสนอเพ่มิ เตมิ ในส่วนท่แี ตกต่างกันออกไป
4. สมาชกิ แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันหาขอ้ มูล/ขา่ วสาร การกระทำของบคุ คล หรือกลมุ่ บคุ คลทีป่ ฏบิ ตั ิตน

ตามพุทธศาสนสภุ าษติ (ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นเตรยี มมาล่วงหนา้ ) แลว้ นำมาวิเคราะหต์ ามหัวข้อทก่ี ำหนดใน
ใบงานที่ 4.1 เร่ือง พทุ ธศาสนสภุ าษติ

5. สมาชิกแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของผลงานในใบงานท่ี 4.1 แล้วผลดั กนั นำเสนอ
ผลงานหนา้ ช้ันเรยี น

6. ครเู สนอแนะผลงานของนกั เรยี นแต่ละกลุม่ แลว้ ให้นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

นักเรียนพอใจในการกระทำของใครบา้ ง และตอ้ งการนำไปเปน็ แบบอยา่ งในเรอ่ื งใดบ้าง จงยกตวั อยา่ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

7. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั เสนอแนวทางการปฏบิ ัตติ นตามพทุ ธศาสนสภุ าษติ แล้วนำไปปฏบิ ตั ิ
จากน้นั รายงานผลการปฏิบัตติ นตามพุทธศาสนสภุ าษติ ตอ่ ครูผสู้ อนเป็นรายบคุ คล ตามกำหนดเวลาทีต่ กลงกัน
แลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด

นักเรยี นสามารถนำความรูเ้ รื่อง พทุ ธศาสนสภุ าษติ ไปประยกุ ต์ปฏบิ ตั ไิ ด้อยา่ งไรบา้ ง
อธบิ ายพรอ้ มยกตัวอย่าง

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผูส้ อน)

8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสำคญั ของพทุ ธศาสนสุภาษติ
9. นกั เรยี นแต่ละคนทำกิจกรรมตามตัวชวี้ ดั : กจิ กรรมที่ 4.1 - 4.4 จากแบบวัดฯ เปน็ การบา้ น
แลว้ นำสง่ ครูตามเวลาท่ตี กลงกัน
10. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4

ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนจดั ทำแผน่ พบั เรอ่ื ง พระไตรปฎิ กและพุทธศาสนสภุ าษติ
โดยให้ครอบคลมุ ประเดน็ ตามท่ีกำหนด ดังน้ี

1) การอธิบายสาระสำคญั ของพระไตรปฎิ กเก่ียวกบั เรื่องนา่ รจู้ ากพระไตรปิฎก (พทุ ธปณธิ าน 4)
2) การวิเคราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ิตนตามพุทธศาสนสภุ าษิต ในเร่ือง ชนะตนนั่นแลดกี ว่า ผู้

ประพฤติ
ธรรมยอ่ มอยเู่ ป็นสขุ ความประมาทเป็นทางแหง่ ความตาย ฟังดว้ ยดยี อ่ มไดป้ ัญญา

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

8. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 4.1 ใบงานท่ี 4.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรยี นรทู้ ่ี 4

ตรวจแผ่นพบั เรอ่ื ง พระไตรปฎิ กและ แบบประเมนิ แผ่นพับ เรอ่ื ง พระไตรปฎิ กและ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

พุทธศาสน- สุภาษิต พุทธศาสนสภุ าษติ

9.สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) แบบวดั และบันทึกผลการเรยี นรู้ พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) บตั รภาพ
3) ใบงานที่ 4.1 เร่อื ง พุทธศาสนสุภาษติ

9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
--

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

ชื่ อ - ส กุ ล / ก ลุ่ ม . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ช้ั น . . . . . . . . เ ล ข ที่ . . . . . . . . . .

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ แผน่ พบั เรอ่ื ง พระไตรปฎิ กและพทุ ธศาสนสภุ าษติ

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32

1 การอธบิ ายสาระสำคญั ของพระไตรปิฎกเก่ยี วกบั
เรือ่ งน่ารู้จากพระไตรปฎิ ก (พุทธปณิธาน 4)

การวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามพทุ ธศาสน-สภุ าษติ
2 ในเรอ่ื ง ชนะตนน่ันแลดีกว่า ผปู้ ระพฤติธรรมย่อมอยู่เปน็ สขุ
ความประมาทเปน็ ทางแหง่ ความตาย ฟงั ดว้ ยดยี ่อมไดป้ ญั ญา

รวม

ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............./.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรับปรงุ = 1 คะแนน 8 ดีมาก

6 - 7 ดี

4 - 5 พอใช้

ตำ่ กว่า 4 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

บตั รภาพ

ภาพบคุ คลทปี่ ระสบความสำเรจ็ ในการดำเนนิ ชวี ติ ภาพผดู้ ำรงตนอยูใ่ นศลี ธรรม ประกอบอาชพี สจุ รติ

ภาพอบุ ตั เิ หตใุ นการขบั ขยี่ วดยานพาหนะ ภาพการฟงั อยา่ งมสี ติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 23 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
รหสั วิชา ส23101 ปีการศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 เรอื่ งที่ 1 หนา้ ทข่ี องพระภกิ ษุ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนักและปฏบิ ัติตนเปน็ ศาสนิกชนที่ดี และธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทีต่ นนบั ถอื

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระภกิ ษเุ ปน็ ผู้ปฏิบตั ดิ ตี ามหลกั พระธรรมวินัยและมจี รยิ วตั รทเี่ หมาะสม สมควรทีช่ าวพุทธพึงปฏิบตั ติ น

ตอ่ พระภิกษตุ ามมารยาทชาวพทุ ธ

3. ตัวชีว้ ดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ตวั ชี้วดั
ส 1.2 ม.3/1 วิเคราะหห์ นา้ ท่แี ละบทบาทของสาวก และปฏิบัตติ นตอ่ สาวกตามทกี่ ำหนดได้
ถกู ต้อง

3.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) วิเคราะห์หนา้ ทีข่ องพระภิกษใุ นการปฏิบัตติ ามหลักพระธรรมวนิ ัย และจริยวัตรได้

4. สาระการเรยี นรู้
หนา้ ท่ขี องพระภิกษใุ นการปฏบิ ัตติ ามหลักพระธรรมวนิ ยั และจรยิ วัตรอย่างเหมาะสม

5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการปรับโครงสรา้ ง
2) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5
3. ครใู ห้นักเรียนวเิ คราะห์ภาพบทบาทของพระสงฆ์ในด้านต่างๆ แล้วให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกบั ผลของกจิ กรรมในภาพ แลว้ ตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) พระสงฆม์ บี ทบาทสำคญั อย่างไร
(ศกึ ษาพระพุทธวจนะใหเ้ ขา้ ใจแล้วนำไปเทศนา ส่งั สอนประชาชน และเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา)

2) นักเรยี นคิดว่า ควรปฏบิ ตั ติ นตอ่ พระสงฆอ์ ยา่ งไรบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของครผู สู้ อน)

4. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ ให้แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันศึกษาความรู้เรอื่ ง หน้าท่ี
ของพระภิกษุ จากหนงั สอื เรยี น ใบความรู้ หนังสือค้นคน้ ควา้ เพ่มิ เตมิ ห้องสมุด หรือแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
แล้วบนั ทึกความร้ทู ไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทกึ การอา่ น

5. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกันทำใบงานที่ 5.1 เรอื่ ง หน้าทข่ี องพระภกิ ษุ เมอื่ ทำเสรจ็ แลว้ ชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง

6. นักเรียนทกุ กล่มุ ช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงานที่ 5.1 ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
7. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ หนา้ ที่ของพระภิกษุในการปฏิบตั ิตนตามหลักพระธรรมวนิ ยั และจรยิ วตั ร

อย่างเหมาะสม
8. ครมู อบหมายให้นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่ือง มารยาทชาวพุทธทเ่ี ก่ยี วกับการปฏบิ ตั ติ อ่ พระภิกษุในงาน

ศาสนพิธที ่บี า้ น การสนทนา และการใชค้ ำพดู กับพระภิกษตุ ามฐานะ การแตง่ กายในพิธตี ่างๆ จากหนังสอื เรยี น
หนังสอื คน้ ค้นคว้าเพ่ิมเติม หอ้ งสมดุ หรอื แหล่งข้อมลู สารสนเทศ มาล่วงหน้าเพอื่ ใชใ้ นการเรียนในชวั่ โมงต่อไป

8. การวดั และประเมินผล

วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
เรยี นรทู้ ่ี 5

ตรวจใบงานที่ 5.1 ใบงานที่ 5.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

9.สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเตมิ
(1) ญาณวโรดม, พระ (สนธิ์ กิจจฺ กาโร). 2552. คู่มอื ปฏบิ ัติงานศาสนพธิ สี งั เขป.
กรุงเทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวิทยาลยั .
(2) เทพรัตนราชสุดา เจา้ ฟา้ มหาจกั รสี ิรินธร สยามบรมราชกมุ าร,ี สมเดจ็ พระ. 2546.
พทุ ธประวตั ิสังเขปและศาสนพิธีสงั เขป. กรงุ เทพมหานคร : มหามกุฏราชวทิ ยาลัย.
3) ใบความรู้ เรอื่ ง หนา้ ท่ขี องพระภกิ ษุ
4) บตั รภาพ
5) ใบงานที่ 5.1 เร่ือง หน้าท่ีของพระภกิ ษุ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.dhamma-gateway.com/dhamma/dhamma-vinai-01.html
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content...

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ใบความรู้

หนา้ ทข่ี องพระภกิ ษุ

พระภกิ ษุหรอื พระสงฆ์ เป็นส่วนหนงึ่ ของพระรัตนตรัย เป็นผู้ปฏิบตั ิดี ปฏบิ ัติชอบยง่ิ เปน็ แหล่งปลูกฝงั คุณธรรมแก่
ชาวโลกและช้ีแนะแนวทางการดำเนนิ ชีวิตทด่ี ีแก่สังคม ตลอดจนมหี นา้ ท่ีสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาด้วยการต้งั ใจศึกษาคำสอนของ
พระพุทธเจา้ ปฏบิ ตั ติ ามคำสอนของพระองค์ และเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา นบั ว่าพระสงฆไ์ ด้ทำประโยชน์แกส่ ังคมมใิ ช่น้อย
จงึ ควรท่ีชาวพทุ ธจะพึงเคารพนบั ถอื พระสงฆ์และปฏบิ ตั ิตนใหเ้ หมาะสมตอ่ พระสงฆ์ หนา้ ท่หี ลักของพระสงฆ์พอสรุปได้ 3 ประการ
ดังนี้

1) การศกึ ษา หมายถึง การเรียนพระพุทธวจนะ ซง่ึ ภายหลงั รวบรวมเป็นพระไตรปฎิ กเอาไว้ การเรียนสมยั กอ่ นใช้วธิ ี
ท่องจำ เรียกวา่ “มุขปาฐะ” ถ่ายทอดสบื ต่อกนั มา ไมม่ กี ารสอบไลเ่ อาปรญิ ญาบัตรเหมอื นสมยั ปัจจุบัน ซงึ่ ใช้วธิ กี ารแบบตา่ งคน
ต่างทอ่ งจำ มากน้อยตามความสามารถและความถนดั ถา้ อยู่ด้วยกันหมมู่ ากก็แบ่งกลุ่มหรอื สำนักทอ่ งจำกนั เชน่ กลุ่มน้ีท่องพระ
สูตร กล่มุ น้นั ท่องพระวินัย กลุม่ โนน้ ท่องพระอภิธรรม เป็นตน้ เม่ือกาลเวลา ล่วงไปก็มเี หตุการณ์ทำใหพ้ ระธรรมวินัย
คลาดเคลือ่ นหรอื กลัวว่าจะเกดิ ความคลาดเคลือ่ นขน้ึ กเ็ รียกประชมุ กัน “สงั คายนา” (รอ้ ยกรองหรือสวดสอบทานกนั ) เพ่ือความ
ถูกต้องสมบูรณย์ ิ่งขนึ้ พระพุทธวจนะเป็นจำนวนมากได้ถูกบนั ทึกลงในสมองของพระสาวกโดยระบบทอ่ งจำอย่างนี้ จงึ ไมน่ า่ สงสยั ว่า
ทำไมคำสอนของพระพุทธเจา้ จงึ สบื ทอดมาถึงพวกเราได้ เมอ่ื คำนงึ ถงึ ระยะเวลานานเปน็ พนั ๆ ปี การศกึ ษาเล่าเรียนพระพุทธ
วจนะนี้ตอ่ มาเรียกกันว่า “คันถธุระ” (หนา้ ที่ด้านการเรยี นพระคัมภีร)์ เป็นการเรยี นรู้หลกั วิชาเพื่อเก้ือกูลและสนับสนนุ การ
ปฏบิ ตั ิธรรมใหเ้ กดิ ผลดี

2) การปฏบิ ตั ิ ภาระหนา้ ทดี่ า้ นนีเ้ รียกตามศัพท์ศาสนาวา่ “วิปัสสนาธรุ ะ” (หน้าทีป่ ฏิบตั ิเพื่อความเห็นแจง้ ) หมายถึง
การฝกึ ฝนอบรมจิตให้เปน็ สมาธแิ ละใหม้ ีพลัง เพอ่ื นำไปใชใ้ นการขม่ หรือกำจดั กิเลสคอื ความเศรา้ หมองแหง่ จติ และใหเ้ กิดความรู้
แจง้ เหน็ จริง กลา่ วเพอ่ื ให้เขา้ ใจง่ายขนึ้ กค็ ือ การปฏิบัตติ ามทฤษฎที ่ไี ดศ้ ึกษามาขา้ งตน้ นัน้ ก็เพื่อดับทุกขเ์ ป็นข้นั ๆ จนถึงความ
ดับโดยสน้ิ เชิง การศึกษาเฉพาะในดา้ นปริยตั ิคอื คัมภีรต์ า่ งๆ เหล่านัน้ กเ็ ปรยี บเหมอื นการอ่านแผนทเ่ี พื่อให้ร้วู ่าถนนมกี สี่ าย
สายใดนำไปสูจ่ ุดหมายใด สว่ นการศึกษาในด้านการปฏบิ ตั ิน้ัน จะต้องนำมาปฏิบตั ิด้วยตนเองจริงๆ กเ็ หมือนกับการเดินทางตาม
เส้นทางท่ีแผนท่บี ่งไว้ เพ่อื ไปสูจ่ ุดหมายปลายทางท่ีตนต้องการ เม่ือพระสงฆ์ได้ศึกษาเล่าเรยี นธรรมจนเข้าใจแจ่มแจ้งและสามารถ
ปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรมนน้ั ไดแ้ ลว้ คณุ ค่าและประโยชน์ทไี่ ด้จากการปฏบิ ัตนิ ้นั ยอ่ มก่อให้เกิดผล ดังน้ี

1. สามารถควบคมุ กาย วาจาใหเ้ รียบรอ้ ย งดเวน้ จากขอ้ หา้ มที่พระพทุ ธเจ้าทรงบญั ญตั ิไว้ได้
2. สามารถฝกึ ฝนจติ ใจของตนเองใหม้ ีสมาธิอนั แน่วแน่จนจติ สงบ สามารถขจดั สิง่ มัวหมองทีเ่ ป็นอุปสรรค
ต่อการพัฒนาจติ ออกจากใจได้ และยังมีผลใหจ้ ิตสมบูรณ์ในหลายๆ ดา้ น เช่น มคี วามเมตตากรณุ า มีความเอ้อื เฟื้อเผื่อแผ่
มีความเขม้ แข็งอดทน ไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อุปสรรคต่างๆ สามารถยับยง้ั ชัง่ ใจ มคี วามเพยี ร ความกลา้ หาญ ความไมย่ ดึ มนั่ ถือมั่น รูจ้ ัก
เข้าใจ และใหอ้ ภยั คนอ่นื เป็นตน้
3. กอ่ ใหเ้ กิดปญั ญาที่เกิดจากการฝกึ ปฏิบตั นิ นั้ ทงั้ ยงั เข้าใจโลกและชีวติ อย่างแจ่มแจ้งจนสามารถปลอ่ ยวางจาก
ความยดึ ติด ลด ละ เลิกความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้ลดลงจนกระท่งั หมดไปโดยสิ้นเชิง

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

3) การสง่ั สอนและเผยแผพ่ ระธรรม ทง้ั สองขอ้ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นหนา้ ท่ที ี่เป็นประโยชน์สว่ นตน (ประโยชนเ์ ก้ือกูลแก่
ตนเอง) สว่ นขอ้ 3 นี้ เป็นการทำประโยชนแ์ กส่ งั คม (ประโยชน์เกอ้ื กูลแกผ่ อู้ นื่ ) หมายถึง การทำประโยชน์แก่ชาวบา้ นผูไ้ ด้
อนุเคราะห์ช่วยเหลือพระสงฆด์ ว้ ยปัจจัย 4 หรืออกี นยั หนึง่ หมายถงึ การทำประโยชนแ์ ก่ชาวโลกทง้ั มวล ในพระไตรปิฎกเล่ม
ท่ี 11 พระพุทธเจา้ ได้ตรัสถึงหนา้ ทข่ี องพระสงฆใ์ นด้านการสงั่ สอนและการเผยแผธ่ รรมแก่ประชาชนไว้ 6 ประการ ดังน้ี

(1) สอนให้เขาละเว้นจากความชวั่ คอื ชใ้ี หเ้ หน็ ว่าความชัว่ เป็นอย่างไร โทษของความช่วั เปน็ อย่างไร และ
พยายามชักจูงใหเ้ ขาละเวน้ จากความชัว่ นน้ั

(2) แนะนำใหเ้ ขาตั้งอยใู่ นความดี เพียงละเว้นจากการทำความชั่วอย่างเดยี วยังไม่นับว่าเป็นคนดสี มบูรณ์
และยงั ไมป่ ลอดภยั เผลอเมอื่ ไรกอ็ าจหันเขา้ หาความช่วั ได้อกี ดงั นน้ั พระสงฆ์ตอ้ งทำหน้าที่ที่ 2 คือ แนะนำให้ทำความดีเพ่มิ ขนึ้

(3) อนเุ คราะห์ดว้ ยจติ ใจอันงาม หมายถงึ แนะนำสง่ั สอนด้วยความปรารถนาดี มุง่ ประโยชนท์ ีเ่ ขาจะพงึ ได้รับ
เป็นสำคญั ไม่หวังอามสิ ลาภ ยศ หรอื ชอื่ เสยี งใดๆ เปน็ การตอบแทน

(4) สอนสิง่ ท่ีเขาไมเ่ คยสดบั ตรับฟังมาก่อน ประชาชนส่วนมากมักว่นุ วายอยู่กบั การทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่คอ่ ย
มีเวลาศึกษาและสดับพระธรรม พระสงฆ์ผู้ไดม้ โี อกาสศกึ ษาและปฏบิ ตั ิมากกว่าชาวบา้ น จงึ ตอ้ งนำเอาสง่ิ ทีต่ นเองเรียนรู้มา
ถา่ ยทอดให้ชาวบา้ นได้รู้ด้วย

(5) ชี้แจงส่งิ ที่เขาได้ยินได้ฟงั มาแลว้ ใหแ้ จ่มแจง้ ยิ่งข้นึ บางเรื่องเขาฟังมาแลว้ เกดิ ความสงสัยไมแ่ น่ใจ ก็ต้องชแ้ี จง
ใหเ้ ขาเขา้ ใจแจ่มแจ้งจนหายสงสัย โดยร้จู ักอธบิ ายยกั เย้ืองหลายแง่ หลายมุม จบั จดุ สำคัญมาขยายชแ้ี จงแตล่ ะประเด็นใหช้ ัดเจน

(6) บอกทางสวรรคใ์ ห้ หมายถงึ ทำหนา้ ท่เี ปน็ “มคั นายก” (ผนู้ ำทาง) แนะนำทางดำเนินชีวติ ทดี่ งี ามและ
เป็นประโยชนส์ ุขแกป่ ระชาชนการเผยแผพ่ ระธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจ้า อันเป็นการปฏบิ ัติภารกจิ ท่สี ำคัญของพระสงฆ์น้นั มี
ความสำคญั ดงั นี้

1. เปน็ การชว่ ยเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ ให้เปน็ ที่แพร่หลายท่ัวโลก โดยใน
ปัจจบุ นั มีผ้สู นใจหนั มานบั ถือพระพุทธศาสนามากขึน้ เพราะเขาเห็นว่าพระพุทธศาสนานั้นไดใ้ ห้วถิ ีทางในการดำเนนิ ชีวิตอนั สงบ
สขุ ได้

2. เปน็ การชว่ ยสืบทอดพระพทุ ธศาสนาและทำใหม้ ผี ูส้ นใจเขา้ มาบวชเรยี นศึกษาพระธรรม เพื่อเปน็ ศาสน-
ทายาทตอ่ ไป

3. เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจทถ่ี ูกต้องเกย่ี วกับพระพุทธศาสนา โดยพระสงฆ์ผ้ทู ีป่ ฏบิ ัตดิ ี ปฏิบัติ
ชอบ งดงามไปด้วยศลี สมบูรณไ์ ปดว้ ยคุณธรรม มสี ตปิ ัญญาเฉลยี วฉลาด ทำหนา้ ท่เี ป็นผูเ้ ผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้องให้แกผ่ ทู้ ่ยี ังไม่
เข้าใจหรือเข้าใจผิด ได้เขา้ ใจหลกั ธรรมอยา่ งแจ่มแจง้ และถูกต้องมากข้นึ

4. ลดการเกดิ ปญั หาสังคม เมื่อหลักธรรมของพระพทุ ธเจ้าไดเ้ ผยแผ่ออกไปจนทำใหป้ ระชาชนเลอื่ มใส
ศรัทธาในพระพทุ ธศาสนาแล้ว ปญั หาสังคมต่างๆ เชน่ การลักขโมย การเล่นการพนนั การดมื่ สรุ าเมรัย การเสพส่งิ เสพตดิ
ต่างๆ ก็จะลดน้อยลง จนกระทั่งปลอดจากอบายมุขในทีส่ ุด

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

บตั รภาพ

ภาพพระสงฆส์ อนธรรมศกึ ษา ภาพการปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนาของพระสงฆ์

ภาพการฟงั พระธรรมเทศนา ภาพการประเคนภตั ตาหาร

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แบบบนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสรมิ / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 24 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหสั วชิ า ส23101 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 เรอ่ื งที่ 2 มารยาทชาวพทุ ธ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัตติ นเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ตี นนบั ถอื

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ชาวพุทธทกุ คนพงึ ปฏิบัตติ นตอ่ พระภกิ ษตุ ามมารยาทชาวพทุ ธในศาสนพธิ ีท่บี า้ น สนทนาและใชค้ ำพูด

กับพระภกิ ษตุ ามฐานะ และแตง่ กายอยา่ งเหมาะสมในการเข้าพบพระภกิ ษุ

3. ตวั ชว้ี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวชี้วัด
ส 1.2 ม.3/1 วิเคราะหห์ น้าทแ่ี ละบทบาทของสาวก และปฏบิ ตั ิตนตอ่ สาวกตามท่ีกำหนดได้
ถูกต้อง

3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ปฏบิ ัตติ นตอ่ พระภิกษุสงฆ์ในโอกาสต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสม

4. สาระการเรียนรู้
การปฏิบัติตนต่อพระภกิ ษใุ นงานศาสนพธิ ที ี่บ้าน การสนทนา การแตง่ กาย มารยาทการพูดกบั พระภิกษุ

ตามฐานะ

5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการปรบั โครงสรา้ ง
2) ทกั ษะการทำให้กระจ่าง
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. ครูพานกั เรยี นไปหอ้ งเรยี นรวม หรอื หอ้ งพทุ ธศาสน์ แลว้ ใหน้ กั เรยี นดูวีดิทัศนห์ รอื ใหต้ วั แทนนกั เรียน

สาธิตมารยาทชาวพทุ ธเก่ยี วกบั การปฏบิ ัตติ นต่อพระภกิ ษใุ นงานศาสนพธิ ีท่ีบ้าน การสนทนาและการใชค้ ำพูดกบั
พระภกิ ษตุ ามฐานะ และการแตง่ กายในพิธีตา่ งๆ

3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันฝึกมารยาทชาวพทุ ธตามตวั อยา่ งทคี่ รนู ำมาใหด้ ู ซึง่ อาจจะเป็นวดี ิทัศน์
หรือการสาธิตเกีย่ วกบั มารยาทชาวพทุ ธ โดยครเู ป็นผชู้ ว่ ยเสนอแนะการปฏบิ ัตทิ ถ่ี กู ตอ้ ง

4. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

เพราะเหตใุ ด จึงตอ้ งปฏบิ ัตติ นตอ่ พระสงฆต์ ามแบบอย่างของมารยาทชาวพุทธ
(เพราะเป็นการแสดงออกถงึ มารยาทที่ดงี ามของชาวพุทธ และแสดงถงึ ความเคารพตอ่ พระสงฆ์ซ่ึงเปน็ ส่วนหน่งึ

ของพระรตั นตรยั )

5. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ฝกึ มารยาทชาวพุทธ โดยไม่ตอ้ งดูแบบอยา่ ง ครชู ว่ ยแนะนำความถกู ต้อง
6. ครูต้ังประเดน็ คำถามเก่ียวกบั อุปสรรคในการฝกึ มรรยาทชาวพุทธ
7. สมาชิกในแต่ละกลุ่มช่วยกันฝกึ ซ้อมมารยาทชาวพทุ ธใหถ้ ูกต้องจนมคี วามชำนาญและคลอ่ งแคลว่
8. สมาชิกแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงาน โดยการสาธิตมารยาทชาวพทุ ธท่หี นา้ ชนั้ เรยี น โดยใหค้ รอบคลมุ 3
หวั ข้อ ดงั น้ี

1) การปฏิบัติตนตอ่ พระภิกษใุ นงานศาสนพิธที บ่ี ้าน
2) การสนทนาและการใช้คำพดู กบั พระภกิ ษตุ ามฐานะ
3) การแตง่ กายในพธิ ตี า่ งๆ
9. สมาชกิ กลมุ่ ผชู้ มการสาธติ ผลดั กันแสดงความคดิ เหน็ และให้ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เตมิ ดงั นี้

✓ กล่มุ ท่ี 1 สาธิตมารยาทชาวพทุ ธ กลมุ่ ที่ 2 แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะ
✓ กลมุ่ ที่ 2 สาธติ มารยาทชาวพทุ ธ กลุ่มท่ี 3 แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ ้อเสนอแนะ
✓ กลุ่มที่ 3 สาธติ มารยาทชาวพทุ ธ กลมุ่ ที่ 4 แสดงความคิดเหน็ และใหข้ ้อเสนอแนะ
✓ กลมุ่ ท่ี 4 สาธิตมารยาทชาวพทุ ธ กลมุ่ ท่ี 5 แสดงความคิดเหน็ และใหข้ ้อเสนอแนะ
✓ กลุม่ ท่ี 5 สาธิตมารยาทชาวพทุ ธ กลุม่ ท่ี 1 แสดงความคิดเหน็ และใหข้ ้อเสนอแนะ
10. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งของการสาธิตมารยาทของนกั เรยี น และให้ข้อเสนอแนะ
11. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด

นักเรยี นมแี นวทางในการปฏบิ ตั ติ นตอ่ พระภกิ ษุอย่างไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)

12. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปแนวทางการปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมตอ่ พระภิกษุ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

8. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วธิ ีการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่ัน
ในการทำงาน

9.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

9.1 สื่อการเรียนรู้
วดี ทิ ศั น์สาธิตมารยาทชาวพทุ ธ

9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
ห้องจรยิ ธรรม หรือหอ้ งพุทธศาสน์

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสรมิ / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 25 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23101 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 เรอื่ งท่ี 3 หนา้ ทีช่ าวพทุ ธ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนท่ดี ี และธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ตี นนบั ถอื

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ชาวพุทธทุกคนพึงปฏบิ ตั ิตนตอ่ พระภกิ ษุตามมารยาทชาวพทุ ธในศาสนพธิ ีท่บี ้าน สนทนาและใช้คำพูด

กบั พระภกิ ษตุ ามฐานะ และแตง่ กายอยา่ งเหมาะสมในการเข้าพบพระภกิ ษุ

3. ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวชว้ี ัด
ส 1.2 ม.3/2 ปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลต่างๆ ตามหลักศาสนาตามท่กี ำหนด
ม.3/3 ปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องศาสนกิ ชนทดี่ ี

ม.3/6 แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ ชนของศาสนาท่ตี นนบั ถือ
ม.3/7 นำเสนอแนวทางในการธำรงรกั ษาศาสนาที่ตนนับถอื
3.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ปฏิบัติตนตอ่ บคุ คลต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสมตามแนวทางของพระพุทธศาสนา
2) ปฏบิ ตั ิหน้าท่ขี องศาสนกิ ชนทดี่ ี และแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะได้
3) เสนอแนวทางและมีสว่ นรว่ มในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาได้

4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) การเปน็ ศษิ ยท์ ีด่ ีตามหลักทศิ เบอื้ งขวาในทศิ 6 ของพระพทุ ธศาสนา
2) การปฏิบัตหิ นา้ ทช่ี าวพทุ ธตามพุทธปณธิ าน 4 ในมหาปรนิ พิ พานสตู ร
3) การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ
✓ ขนั้ เตรียมการ
✓ ข้ันพธิ กี าร
4) การศึกษาเรยี นรู้เรอ่ื งองค์ประกอบของพระพทุ ธศาสนา นำไปปฏบิ ตั ิและเผยแผ่ตามโอกาส
5) การศกึ ษาการรวมตวั ขององคก์ รชาวพทุ ธ
6) การปลกู จิตสำนกึ ในดา้ นการบำรงุ รักษาวดั และพุทธสถานใหเ้ กดิ ประโยชน์

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
3) ทกั ษะการทำให้กระจ่าง
4) ทักษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครูใหน้ ักเรยี นดูภาพที่แสดงถงึ การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทช่ี าวพุทธและการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา

แลว้ ให้นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ข้อ 1) - 2)

1) นกั เรยี นชอบภาพใด หรอื กิจกรรมใด
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)

2) เพราะเหตุใด นักเรียนจึงชอบกจิ กรรมของชาวพทุ ธ
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)

3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม เลอื กภาพกจิ กรรมทีแ่ สดงว่า เป็นหน้าท่สี ำคญั ของชาวพทุ ธ แลว้ ช่วยกันวาด
ภาพประกอบคำบรรยาย

4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันสรปุ ประเด็นสำคัญแลว้ บรรยายเป็นความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหนา้ ทส่ี ำคัญ
ของชาวพุทธ จากนั้นให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

หน้าทข่ี องชาวพุทธท่สี ำคญั ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)

5. นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาความรู้เรือ่ ง หน้าที่ของชาวพทุ ธ จากหนังสอื เรียน หนังสอื คน้ คว้า
เพิ่มเตมิ ห้องสมดุ หรอื แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ ในหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้

1) การปฏิบตั ติ นเป็นชาวพุทธที่ดีตามหลักทิศ 6 (ทิศเบอ้ื งขวา)
2) การปฏิบัติตนตามพุทธปณธิ าน 4
3) การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ
4) การศกึ ษาเรียนรอู้ งคป์ ระกอบของพระพุทธศาสนา เพอ่ื ปฏิบตั ิและเผยแผ่
5) การศึกษาการรวมตวั ขององค์กรชาวพทุ ธ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

6) การปลกู จิตสำนกึ ในดา้ นการบำรุงรกั ษาวัดและพทุ ธสถานให้เกดิ ประโยชน์
แลว้ บันทกึ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น
6. นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ

การปฏบิ ัติตนเป็นชาวพทุ ธทด่ี ตี ามแนวทางของพระพทุ ธศาสนา มผี ลดอี ย่างไรบ้าง
1. สามารถปฏิบตั ิตนตอ่ บคุ คลอน่ื และพระสงฆไ์ ดอ้ ย่างถกู ต้อง
2. เขา้ ใจหลักการปฏบิ ตั ิตนตามแนวทางพระพุทธศาสนา มีความศรัทธา และนำไปประยกุ ตใ์ ช้

ในการดำเนนิ ชวี ติ
3. มสี ว่ นรว่ มในการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา สรา้ งความมน่ั คงใหแ้ ก่พระพุทธศาสนา ฯลฯ)

8. การวดั และประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน
การทำงาน

9.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

9.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรียน พระพุทธศาสนา ม.3

2) หนังสอื คน้ คว้าเพิม่ เตมิ

(1) ญาณวโรดม, พระ (สนธ์ิ กจิ ฺจกาโร). 2552. คูม่ อื ปฏบิ ตั งิ านศาสนพิธีสงั เขป.

กรงุ เทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวิทยาลัย.

(2) เทพรตั นราชสุดา เจา้ ฟ้ามหาจักรสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกมุ ารี, สมเด็จพระ. 2546.

พุทธประวัตสิ งั เขปและศาสนพิธีสงั เขป. กรุงเทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวิทยาลยั .

3) บัตรภาพ
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ

- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content...

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทิศ

บตั รภาพ

ภาพการแสดงความเคารพตอ่ ครูอาจารย์ ภาพการแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ

ภาพการฟงั พระธรรมเทศนา ภาพการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาทางเวบ็ ไซต์

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอุทศิ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 26 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
รหสั วชิ า ส23101 ปีการศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 เรอ่ื งท่ี 4 การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทชี่ าวพทุ ธ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัตติ นเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี และธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาทต่ี นนับถือ

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ชาวพทุ ธทกุ คนควรปฏบิ ัติหน้าทพ่ี ุทธศาสนิกชนที่ดี แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ และร้จู ักเสนอแนวทางในการ

ธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนา

3. ตวั ชีว้ ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตัวช้วี ัด
ส 1.2 ม.3/2 ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ บคุ คลตา่ งๆ ตามหลกั ศาสนาตามทก่ี ำหนด
ม.3/3 ปฏิบัตหิ น้าท่ีของศาสนกิ ชนทดี่ ี

ม.3/6 แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทีต่ นนบั ถือ
ม.3/7 นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาทีต่ นนบั ถอื
3.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ปฏบิ ัตติ นต่อบุคคลตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสมตามแนวทางของพระพุทธศาสนา
2) ปฏบิ ตั หิ น้าท่ขี องศาสนกิ ชนทดี่ ี และแสดงตนเปน็ พุทธมามกะได้
3) เสนอแนวทางและมีสว่ นรว่ มในการธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาได้

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) การเป็นศิษยท์ ีด่ ตี ามหลกั ทศิ เบอื้ งขวาในทศิ 6 ของพระพุทธศาสนา
2) การปฏบิ ตั หิ น้าท่ชี าวพุทธตามพุทธปณธิ าน 4 ในมหาปรินพิ พานสตู ร
3) การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
✓ ข้นั เตรยี มการ
✓ ขน้ั พธิ ีการ
4) การศกึ ษาเรยี นรูเ้ รื่ององค์ประกอบของพระพทุ ธศาสนา นำไปปฏิบัตแิ ละเผยแผต่ ามโอกาส
5) การศกึ ษาการรวมตวั ขององคก์ รชาวพุทธ
6) การปลกู จิตสำนกึ ในดา้ นการบำรงุ รกั ษาวัดและพทุ ธสถานให้เกดิ ประโยชน์

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทศิ

5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรุปลงความเหน็
3) ทกั ษะการทำใหก้ ระจ่าง
4) ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. นักเรยี นดภู าพการบำเพญ็ ประโยชน์ของนกั เรียน หรือประชาชนทัว่ ไป แลว้ รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็

โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)

1) การกระทำของบุคคลในภาพเป็นการปลูกจิตสำนกึ ด้านการบำรงุ ศาสนสถานหรอื ไม่
อธบิ ายเหตผุ ล
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)

2) การปฏบิ ัติดงั กลา่ ว มผี ลตอ่ พระพุทธศาสนาอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

3. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันทบทวนความรเู้ กี่ยวกบั หนา้ ทีช่ าวพุทธทไ่ี ด้จากการศกึ ษามา แล้วผลัดกัน
ซกั ถามข้อสงสัยและอธิบายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชัดเจนตรงกัน

4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั เสนอความรทู้ ่ีได้จากการคน้ ควา้ ในรปู แบบที่หลากหลาย เช่น การบรรยายการ
อภิปราย การแสดงบทบาทสมมติ การบรรยายประกอบเพลง การสาธติ ฯลฯ โดยครคู อยเสนอแนะเพิ่มเตมิ

5. นกั เรียนช่วยกนั ตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ข้อ 1) - 4)

1) นักเรยี นสามารถนำความรู้จากหนา้ ทช่ี าวพทุ ธไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้อย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของครูผสู้ อน)

2) นกั เรียนคิดวา่ อปุ สรรคสำคญั ตอ่ การปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทีช่ าวพทุ ธ คอื อะไร จงอธบิ าย
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)

3) ถา้ ชาวพทุ ธทกุ คนปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทขี่ องชาวพทุ ธโดยเคร่งครัดยอ่ มสง่ ผลดี
ตอ่ ตนเองและสงั คมอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

4) นกั เรยี นมีแนวทางในการส่งเสริมให้ชาวพทุ ธทกุ คนปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทีข่ องชาวพทุ ธ
และมารยาทชาวพุทธไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ศิ

ครมู อบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวางแผนการปฏบิ ัตติ นตามมารยาทชาวพทุ ธและหนา้ ทช่ี าวพทุ ธ
แล้วนำไปปฏบิ ตั แิ ละรายงานผลเป็นรายบุคคล โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามที่กำหนด ดงั น้ี
1) การปฏิบตั ิตนตามมารยาทชาวพทุ ธ
2) การปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทชี่ าวพทุ ธ
3) การวิเคราะหผ์ ลการปฏิบตั ติ นตามมารยาทชาวพุทธ
4) การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ีชาวพุทธ

6. นกั เรียนแต่ละคนบนั ทกึ ผลการปฏิบัตติ นตามมารยาทชาวพทุ ธและหนา้ ทชี่ าวพุทธสง่ ครผู ูส้ อนแลว้
รว่ มกันวเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ัติ

7. นกั เรยี นผลัดกันเลา่ ประสบการณ์ใหส้ มาชิกคนอน่ื ฟงั ในโอกาสทเี่ หมาะสม
8. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปความสำคญั ของการปฏิบัติตนตามมารยาทชาวพุทธและหนา้ ทชี่ าวพทุ ธ
9. นกั เรียนแตล่ ะคนทำกจิ กรรมตามตัวชว้ี ดั : กจิ กรรมท่ี 5.1 - 5.5 จากแบบวัดฯ เป็นการบ้าน เสรจ็ แลว้
นำส่งครูตรวจตามกำหนดเวลาทตี่ กลงกนั
10. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5

8. การวัดและประเมนิ ผล

วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่นั ใน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการ แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

เรียนรู้ท่ี 5 ท่ี 5

ตรวจรายงานผลการปฏบิ ัตติ นตามมารยาท แบบประเมินรายงานผลการปฏิบัตติ นตาม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ชาวพุทธและหนา้ ทชี่ าวพทุ ธ มารยาทชาวพทุ ธและหน้าทช่ี าวพุทธ

9.สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 สอื่ การเรียนรู้
1) แบบวัดและบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ พระพุทธศาสนา ม.3
2) บตั รภาพ

9.2 แหลง่ การเรียนรู้
––

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบบันทึกการปฏิบัติตนตามมารยาทชาวพุทธและหน้าท่ีชาวพุทธ
คำชแ้ี จง 1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั วางแผนการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทชาวพุทธและหน้าท่ชี าวพุทธ ตามหัวขอ้ ท่กี ำหนด

2. นกั เรยี นแตล่ ะคนปฏบิ ตั ติ นตามรายการท่ีกำหนด
(ตวั อยา่ ง)

รายการ พฤตกิ รรม ผลการปฏบิ ตั ิ ผรู้ บั รอง/
1. การปฏิบัตติ นตาม ต้อนรับพระสงฆ์ในงาน - มีความสบายใจ หลกั ฐาน
ทำบญุ โรงเรยี น - ไดร้ บั คำชมเชยจากครู
มารยาทชาวพุทธ

2. การปฏิบตั ติ นตาม - เขา้ รว่ มพิธีกรรมการแสดง - เกิดความมั่นใจและศรทั ธา
หน้าท่ชี าวพุทธ ตนเป็นพุทธมามกะ ในพระพุทธศาสนา
ด้วยความสำรวม

- กลา่ วคำปฏญิ าณแสดงตน
เปน็ พทุ ธมามกะไดถ้ ูกต้อง

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

ช่อื -สกลุ /กลุ่ม...................................................................................................ชน้ั ................เลขท่ี...........................

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทชาวพทุ ธและหนา้ ทช่ี าวพทุ ธ

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432

1 การปฏิบัตติ นตามมารยาทชาวพทุ ธ

2 การปฏิบัตติ นตามหนา้ ท่ชี าวพทุ ธ

3 การวเิ คราะห์ผลการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทชาวพุทธ

4 การวเิ คราะหผ์ ลการปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีชาวพุทธ

รวม

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............/.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดมี าก

11 - 13 ดี

8 - 10 พอใช้

ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

เอกสารประกอบการสอน
แผนผงั การจดั การเรยี นรูแ้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ (4 MAT) เรอื่ ง หนา้ ทชี่ าวพทุ ธ

ซีกขวา ซีกขวา

นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ นักเรียนดภู าพการปฏิบตั ิ

นำเสนอผลงาน ตนตาม

ทหี่ น้าชน้ั เรียน หนา้ ทีช่ าวพทุ ธ นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ ราย
ถึงความสำคญั ของ
สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่ม 1 การปฏิบัตติ นตาม
2 หนา้ ทีช่ าวพุทธ
รว่ มกันวเิ คราะหแ์ ละปรบั ปรงุ แกไ้ ข 78
ผลการปฏบิ ตั งิ าน

6 3นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นกั เรยี นรว่ มกันวาดภาพ
5 4ร่วมกนั วางแผนเสนอแนวทาง และบรรยายกิจกรรม
การปฏบิ ัตติ นตามมารยาท
สำคัญซงึ่ เปน็ หนา้ ที่
ชาวพุทธและหนา้ ที่
ชาวพทุ ธ สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ของชาวพุทธ
ร่วมกันเสนอ
นักเรยี นแต่ละกลุ่ม
องคค์ วามรู้จากการคน้ คว้า คน้ ควา้ ความรเู้ กย่ี วกบั

ในรูปแบบทหี่ ลากหลาย หน้าที๋ชาวพทุ ธ

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

บัตรภาพ

ภาพนกั เรยี นชว่ ยกนั กวาดลานวดั

ภาพชาวบา้ นชว่ ยกนั ทำความสะอาดหอ้ งสขุ าทว่ี ดั

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ

แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………

ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................

…………/……………./……………

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 27 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23101 ปีการศกึ ษา 2563
ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอ่ื งท่ี 1 วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ัติตนเปน็ ศาสนิกชนท่ีดี และธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาที่ตนนับถอื

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในการเข้ารว่ มพธิ กี รรมในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา และ

ปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา

3. ตวั ชวี้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวชีว้ ดั
ส 1.2 ม.3/5 อธิบายประวัตวิ ันสำคัญทางศาสนาตามที่กำหนดและปฏิบตั ติ นได้ถกู ต้อง
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายประวตั วิ ันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาตามท่ีกำหนดได้

4. สาระการเรียนรู้
ประวตั วิ นั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนาในประเทศไทย
✓ วันวสิ าขบชู า (วนั สำคญั สากล)
✓ วันธรรมสวนะและเทศกาลสำคญั

5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการทำให้กระจา่ ง
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอุทิศ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6
3. ครูตัง้ คำถามถามนกั เรยี นเกย่ี วกับประสบการณข์ องนักเรียนทเ่ี คยไปรว่ มกจิ กรรมหรือพธิ กี รรมในวัน

สำคญั ทางพระพุทธศาสนา ดงั น้ี

นักเรยี นเคยไปรว่ มกจิ กรรมหรอื พธิ กี รรมในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนาในโอกาสใดบ้าง
และผลทไี่ ด้รบั เปน็ อย่างไร

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)

แล้วใหร้ ว่ มกันวเิ คราะหผ์ ลทไ่ี ด้รับ
4. ครูอธิบายเชอื่ มโยงใหน้ กั เรียนตระหนกั ถงึ ความสำคัญของวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
5. ครแู บง่ นักเรยี นเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 8 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง

ปานกลาง ค่อนข้างออ่ น และออ่ น แล้วให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกันศึกษาความรู้เก่ียวกับวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
จากหนงั สอื เรยี น หนังสอื ค้นควา้ เพม่ิ เตมิ หอ้ งสมุด หรอื แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ ในหัวขอ้ ต่อไปนี้

1) วันวสิ าขบชู า
2) วนั ธรรมสวนะ
3) วันเขา้ พรรษา และประเพณีสำคญั
4) วันออกพรรษา และประเพณสี ำคัญ
จากน้นั บันทกึ ความร้ทู ี่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทกึ การอ่าน
6. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนานั้น เปน็ วนั ทคี่ วรตระหนกั ถงึ ความสำคัญของสง่ิ ใดบา้ ง
1. เหตุการณส์ ำคญั ในพุทธประวตั ิ
2. หลกั ธรรมสำคัญ
3. แนวทางการปฏิบัตติ นของชาวพุทธ

7. นักเรียนแต่ละกลุ่มจบั คู่กันเป็น 4 คู่ ใหแ้ ต่ละค่แู บ่งหน้าที่กนั ทำใบงาน ดงั นี้
➢ คทู่ ี่ 1 ทำใบงานท่ี 6.1 เรอ่ื ง วันวิสาขบชู า และประเพณสี ำคัญ
➢ คทู่ ่ี 2 ทำใบงานท่ี 6.2 เรอ่ื ง วันธรรมสวนะ และประเพณีสำคัญ
➢ คู่ที่ 3 ทำใบงานท่ี 6.3 เรื่อง วันเขา้ พรรษา และประเพณสี ำคญั
➢ ค่ทู ่ี 4 ทำใบงานที่ 6.4 เรื่อง วันออกพรรษา และประเพณีสำคญั

แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ

ไทยอทุ ศิ

8. เม่อื ทำเสร็จแลว้ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคู่ผลดั กันอธิบายคำตอบในใบงานท่ีคู่ของตนรบั ผดิ ชอบใหส้ มาชิกใน
กลุ่มฟงั แลว้ สมาชิกภายในกลมุ่ ผลัดกันซักถามขอ้ สงสยั ในการทำใบงานท่ี 6.1 - 6.4 จากนน้ั ช่วยกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของคำตอบในใบงาน เสรจ็ แล้วนำส่งครูตรวจ

9. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันสรุปประเดน็ สำคญั เก่ียวกับวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา ประเพณีท่ี
เก่ยี วข้องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

10. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมมือกนั วางแผนสาธติ และการปฏบิ ัตติ นในประเพณีที่เกย่ี วขอ้ งเน่ืองในวันสำคญั
ดงั กลา่ ว แลว้ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ข้อ 1) - 2)

1) นกั เรยี นคดิ ว่า จะปฏบิ ตั ติ นเปน็ ชาวพทุ ธท่ดี ใี นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอยา่ งไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน)

2) เพราะเหตุใด ชาวพทุ ธทกุ คนจงึ ต้องรว่ มพธิ กี รรมในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา
(เพอ่ื เป็นการสืบทอดประเพณีวฒั นธรรมไทยที่เกย่ี วขอ้ งกบั พระพุทธศาสนา เปน็ สว่ นหนึง่
ของการ สืบทอดพระพุทธศาสนา)

8. การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6
เรยี นรู้ที่ 6 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 6.1 ใบงานที่ 6.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.2 ใบงานที่ 6.2 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.3 ใบงานท่ี 6.3 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 6.4 ใบงานท่ี 6.4

ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอา่ น

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ในการทำงาน

9.สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
9.1 ส่ือการเรียนรู้

1) หนังสอื เรียน พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนังสือคน้ ควา้ เพิม่ เตมิ

(1) เทพรตั นราชสุดา เจา้ ฟ้ามหาจักรสี ิรินธร สยามบรมราชกมุ ารี, สมเดจ็ พระ. 2546.
พุทธประวัติสงั เขป และศาสนพิธีสังเขป. กรุงเทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวิทยาลัย.

(2) บรรจบ บรรณรุจิ และเสนาะ ผดงุ ฉตั ร. 2550. วนั วิสาขบชู า : แนวทางการปฏบิ ัติสำหรบั
พุทธศาสนิกชน. กรุงเทพมหานคร : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.

3) ใบงานที่ 6.1 เร่อื ง วันวิสาขบชู า และประเพณสี ำคญั
4) ใบงานท่ี 6.2 เรื่อง วนั ธรรมสวนะ และประเพณีสำคัญ
5) ใบงานที่ 6.3 เรอ่ื ง วันเขา้ พรรษา และประเพณีสำคญั

แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ

ไทยอทุ ิศ


Click to View FlipBook Version