6) ใบงานที่ 6.4 เรือ่ ง วนั ออกพรรษา และประเพณสี ำคญั
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://th.wikipedia.org/wiki/วันวสิ าขบชู า
- http://www.dhammathai.org/day/buddhismday.php
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ิศ
แบบบนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหนง่ …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 28 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
รหัสวิชา ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6 เรอื่ งที่ 2 การปฏบิ ัตติ นในวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเปน็ ศาสนิกชนที่ดี และธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทตี่ นนับถือ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมในการเข้ารว่ มพธิ กี รรมในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา และปฏิบัตติ นตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาน้ัน เปน็ หนา้ ท่ขี องชาวพุทธ ซึง่ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการสบื ทอดพระพุทธศาสนา
3. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวช้ีวัด
ส 1.2 ม.3/5 อธิบายประวตั วิ นั สำคัญทางศาสนาตามท่กี ำหนดและปฏบิ ตั ติ นได้ถกู ต้อง
3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ปฏิบตั ติ นในพธิ กี รรมหรอื กิจกรรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาไดถ้ กู ต้อง เหมาะสม
4. สาระการเรยี นรู้
ประวตั วิ นั สำคญั ทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย
✓ วนั วสิ าขบชู า (วนั สำคญั สากล)
✓ วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสำคญั
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. ครูตดิ ภาพพุทธประวัตทิ เี่ กย่ี วเนอ่ื งในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา จำนวน 5 ภาพ ดงั นี้
➢ ภาพที่ 1 ภาพประสูติ
➢ ภาพที่ 2 ภาพตรสั รู้
➢ ภาพท่ี 3 ภาพการแสดงปฐมเทศนา
➢ ภาพท่ี 4 ภาพการแสดงโอวาทปาฏโิ มกข์
➢ ภาพท่ี 5 ภาพปรนิ พิ พาน
แล้วสุ่มนกั เรียนออกมาเขียนชือ่ วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกบั ภาพ ครแู ละเพ่อื นนกั เรียน
ช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. สมาชิกแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกบั วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา และประเพณที เ่ี กยี่ วขอ้ ง
4. สมาชิกแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานสาธติ การปฏบิ ัติในพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา สมาชิก
กลุ่มอื่นซึ่งเป็นผฟู้ ังรว่ มกนั ชนื่ ชมในการปฏบิ ัติตนอย่างถูกตอ้ ง ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
5. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)
1) นกั เรยี นสามารถเขา้ ร่วมกจิ กรรมหรอื พธิ ีกรรมตา่ งๆ ในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนาได้
ในวนั ใดบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน)
2) นักเรยี นคิดวา่ เมอื่ นักเรียนเข้าร่วมพธิ กี รรมหรอื กจิ กรรมตา่ งๆ ในวนั สำคญั ทาง
พระพุทธศาสนาแลว้ จะเกิดประโยชน์อยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินิจของครูผสู้ อน)
6. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนประยุกต์ใช้ความรเู้ กยี่ วกับการปฏิบตั ิตนในพธิ กี รรมหรอื กจิ กรรมในวนั สำคญั
ทางพระพทุ ธศาสนาในการดำเนินชวี ติ จากน้นั ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ถา้ นักเรียนไม่สามารถเข้ารว่ มพธิ กี รรมหรอื กจิ กรรมในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาทว่ี ดั
นักเรยี นจะมวี ธิ ีการปฏบิ ัตติ นอย่างไร เพอื่ แสดงวา่ มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมดงั กล่าว
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
7. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และประเพณที ่เี กี่ยวข้อง
ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
8. การวัดและประเมินผล
วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่ัน แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ในการทำงาน
9.ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
9.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) วสั ดุ อุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการสาธิตการปฏิบัติตนในพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
2) บตั รภาพ
9.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งจริยธรรม หรอื หอ้ งพทุ ธศาสน์
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
บตั รภาพ
ภาพประสูติ ภาพตรสั รู้
ภาพการแสดงปฐมเทศนา ภาพการแสดงโอวาทปาฏโิ มกข์
ภาพปรนิ พิ พาน
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทศิ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 29 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3
รหสั วชิ า ส23101 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอ่ื งที่ 3 ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนกิ ชนทด่ี ี และธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาทต่ี นนบั ถือ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พุทธศาสนกิ ชนทกุ คนพึงปฏบิ ัติตนในศาสนพธิ ี พิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา ทัง้ ในงานมงคลและ
งานอวมงคลอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
3. ตัวช้ีวดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตัวชว้ี ัด
ส 1.2 ม.3/4 ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรมได้ถูกตอ้ ง
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายขน้ั ตอนของพธิ ีทำบญุ งานมงคล และงานอวมงคลได้ถูกตอ้ ง
2) ปฏิบตั ติ นในพธิ ีทำบุญ งานมงคล และงานอวมงคลตามขัน้ ตอนไดถ้ กู ตอ้ ง
4. สาระการเรียนรู้
ปฏบิ ัตติ นในศาสนพธิ ี
✓ พิธีทำบญุ งานมงคล และงานอวมงคล
✓ การนมิ นต์พระภิกษุ การเตรยี มทีต่ ัง้ พระพุทธรูปและเครือ่ งบชู า การวงดา้ ยสายสิญจน์ การปลู าด
อาสนะ การเตรยี มเคร่อื งรบั รอง การจุดธปู เทียน
✓ ขอ้ ปฏบิ ัติในวนั เลยี้ งพระ การถวายขา้ วพระพทุ ธ การถวายไทยธรรม การกรวดนำ้
5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการทำใหก้ ระจ่าง
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ อ่ นเรยี น
2. ครูให้นกั เรียนดูภาพหรอื วดี ิทัศนเ์ ก่ียวกับพธิ ีทำบญุ ขน้ึ บา้ นใหม่ การทำบุญแต่งงาน และการทำบญุ
คล้ายวันเกิด
3. ครูให้นกั เรียนวเิ คราะหภ์ าพ แลว้ ตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
พิธกี ารทำบญุ มคี วามสำคญั อยา่ งไร
(เป็นการสืบทอดประเพณวี ฒั นธรรมทางพระพทุ ธศาสนา เป็นการสรา้ งความมรี ะเบยี บวนิ ยั การสรา้ ง
ความสมั พนั ธท์ ี่ดีระหวา่ งกัน ฯลฯ)
4. นกั เรยี นกลุ่มเดิม ร่วมกนั หาข้อมลู เกย่ี วกบั ศาสนพธิ ี ในเร่ือง พิธีทำบญุ งานมงคลและงานอวมงคล
จากหนงั สือเรียน หนังสือคน้ คว้าเพม่ิ เติม ห้องสมุด หรอื แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
1) การเตรยี มศาสนพธิ ี
2) ข้อพงึ ปฏิบัติในวนั เลี้ยงพระ
แลว้ บนั ทกึ ความรู้ที่ไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอา่ น
5. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)
1) การทำบุญในงานมงคล ไดแ้ ก่การทำบญุ ในโอกาสใดบา้ ง
(ทำบุญขน้ึ บา้ นใหม่ ทำบุญวนั ขึ้นปใี หม่ ทำบุญในงานมงคลสมรส ทำบญุ คลา้ ยวนั เกดิ )
2) การทำบญุ ในงานอวมงคล ไดแ้ กก่ ารทำบญุ ในโอกาสใดบ้าง
(ทำบญุ หน้าศพ ทำบุญอัฐ)ิ
6. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั วิเคราะห์ และตอบคำถามตามหัวข้อทีก่ ำหนดในใบงานที่ 6.5 เร่อื ง
ศาสนพิธี
7. นักเรียนและครชู ว่ ยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 6.5 แลว้ รว่ มกันสรปุ หลักการเตรียมศาสนพธิ ี
และขอ้ พึงปฏบิ ัติในวันเลีย้ งพระ
8. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
ถา้ ชาวพทุ ธทุกคนปฏบิ ตั ติ นอย่างถูกตอ้ งในศาสนพธิ จี ะเกิดผลดอี ย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
8. การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 6.5 ใบงานท่ี 6.5 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอา่ น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมน่ั แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ในการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
9.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
9.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) หนงั สอื คน้ คว้าเพิ่มเตมิ
(1) เทพรตั นราชสดุ า เจ้าฟ้ามหาจกั รสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกมุ ารี, สมเด็จพระ. 2546.
พทุ ธประวตั สิ งั เขป และศาสนพธิ ีสงั เขป. กรงุ เทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั .
(2) บรรจบ บรรณรุจิ และเสนาะ ผดงุ ฉตั ร. 2550. วันวิสาขบชู า : แนวทางการปฏบิ ัติสำหรบั
พุทธศาสนกิ ชน. กรงุ เทพมหานคร : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
3) วดี ทิ ิศนเ์ กี่ยวกบั พธิ ีการทำบญุ ในงานมงคล
4) บตั รภาพ
5) ใบงานท่ี 6.5 เรอื่ ง ศาสนพธิ ี
9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- http://www.dhammathai.org/practice/main.php
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ิศ
บตั รภาพ
ภาพการทำบญุ ขน้ึ บา้ นใหม่
ภาพการทำบญุ แตง่ งาน
ภาพการทำบญุ คลา้ ยวนั เกดิ
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 30 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3
รหัสวิชา ส23101 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 6 เรอ่ื งท่ี 4 การปฏบิ ัติตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ัตติ นเปน็ ศาสนกิ ชนท่ดี ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทต่ี นนบั ถอื
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปฏิบตั ติ นในศาสนพิธี พธิ กี รรมทางพระพุทธศาสนาอยา่ งถกู ต้องเหมาะสมนน้ั เปน็ สว่ นหน่งึ ของการ
ธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา
3. ตัวชีว้ ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตัวช้ีวดั
ส 1.2 ม.3/4 ปฏบิ ตั ิตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรมไดถ้ กู ต้อง
3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายข้นั ตอนของพิธที ำบญุ งานมงคล และงานอวมงคลได้ถูกตอ้ ง
2) ปฏบิ ตั ิตนในพธิ ที ำบุญ งานมงคล และงานอวมงคลตามขั้นตอนได้ถกู ตอ้ ง
4. สาระการเรียนรู้
ปฏบิ ัตติ นในศาสนพธิ ี
✓ พธิ ีทำบุญ งานมงคล และงานอวมงคล
✓ การนมิ นตพ์ ระภิกษุ การเตรยี มทตี่ ง้ั พระพุทธรูปและเคร่ืองบูชา การวงดา้ ยสายสิญจน์ การปูลาด
อาสนะ การเตรยี มเคร่ืองรบั รอง การจุดธูปเทียน
✓ ข้อปฏิบตั ิในวนั เลย้ี งพระ การถวายข้าวพระพทุ ธ การถวายไทยธรรม การกรวดนำ้
5.สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการทำใหก้ ระจ่าง
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรยั และทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. ครูขออาสาสมัครนักเรยี น 1-2 คน อธบิ ายความรเู้ ก่ยี วกับพิธที ำบุญ งานมงคล และงานอวมงคล
ในเรอ่ื ง การเตรยี มศาสนพธิ ี และข้อพงึ ปฏิบตั ใิ นวันเลย้ี งพระ แลว้ ใหน้ ักเรยี นคนอนื่ ๆ ได้นำเสนอเพม่ิ เติม เพอ่ื
ทบทวนความรเู้ ดมิ ครูตรวจสอบความถูกต้อง
3. สมาชกิ ในกลุ่มช่วยกนั เลอื กและตดั สนิ ใจสาธติ การเข้ารว่ มพธิ ีกรรมในพธิ ีทำบญุ เลีย้ งพระในงานมงคล
เชน่ ทำบญุ ขน้ึ บา้ นใหม่ ทำบุญแตง่ งาน ทำบุญเนอ่ื งในวันคล้ายวนั เกดิ เปน็ ตน้ หรอื การทำบุญเลีย้ งพระในงาน
อวมงคล เชน่ ทำบญุ หนา้ ศพ ทำบญุ 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วนั เป็นตน้
4. นักเรยี นแต่ละกล่มุ วางแผนฝกึ ซ้อมการสาธติ เกยี่ วกับศาสนพธิ ีตามหัวขอ้ ทีก่ ำหนด
5. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
การทำบญุ ในโอกาสตา่ งๆ นน้ั จะมขี ้ันตอนในศาสนพธิ ที ค่ี ล้ายกัน คอื อะไร
1. การบชู าพระรัตนตรยั
2. การอาราธนาศลี และรบั ศลี
3. พระสงฆเ์ จรญิ พระพทุ ธมนต์และสวดใหพ้ ร
4. การกรวดนำ้
5. การถวายเครอ่ื งไทยธรรมแดพ่ ระสงฆ์
6. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสาธิตการปฏบิ ัติตนในศาสนพิธตี ามหัวขอ้ ท่ีนกั เรยี นเลอื กและตดั สนิ ใจ
7. นกั เรยี นกลุ่มผ้ชู มชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ ครูตรวจสอบความถูกต้องและใหข้ ้อเสนอแนะ
8. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
นักเรียนคิดว่า การปฏบิ ตั ติ นอย่างถกู ตอ้ งในศาสนพธิ ยี ่อมทำให้เกิดประโยชนอ์ ย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน)
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ แนวคดิ หรอื ประสบการณท์ ไี่ ดร้ บั จากการปฏิบัติ
10. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6
ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนเข้าร่วมพธิ ีกรรมหรอื กิจกรรมในวนั สำคญั ทาง
พระพุทธศาสนา และรายงานผลการปฏบิ ตั ิตนตอ่ ครู ตามกำหนดเวลา 1-2 เดอื น
หรอื ตามความเหมาะสม โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังน้ี
1) การปฏบิ ัตติ นในวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา
2) การปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี หรอื พธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
3) การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ัตติ นในวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
4) การวเิ คราะหผ์ ลการปฏิบัตติ นในศาสนพธิ ี หรือพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรียนร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
8. การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6
เรยี นรทู้ ่ี 6
ตรวจรายงานผลการปฏบิ ตั ิตนในการ แบบประเมนิ รายงานผลการปฏิบตั ิตนในการ
เขา้ ร่วม เข้าร่วมพิธีกรรมหรอื กจิ กรรมในวนั สำคญั ทาง
พธิ ีกรรมหรอื กิจกรรมในวนั สำคญั ทาง พระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี
พระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี
9.ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรียนรู้
- วสั ดุ อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการสาธติ การปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ี
9.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องจรยิ ธรรม หรอื หอ้ งพุทธศาสน์
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
ชื่อ-สกลุ /กลมุ่ ...............................................................................................ชัน้ .............เลขท.ี่ .................
การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การรายงานผลการปฏบิ ตั ติ นในการเขา้ รว่ มพธิ กี รรม หรอื กจิ กรรมในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การปฏิบัตติ นในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา
2 การปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ หี รือพธิ ีกรรมทางพระพทุ ธศาสนา
3 การวเิ คราะหผ์ ลการปฏิบตั ิตนในวนั สำคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา
4 การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ิตนในศาสนพิธหี รอื พิธีกรรมทาง
พระพุทธศาสนา
รวม
ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดมี าก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ิศ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 31 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
รหัสวชิ า ส23101 ปกี ารศกึ ษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 เรอื่ งท่ี 1 การบรหิ ารจติ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 1.1 รูแ้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ
และศาสนาอื่น มศี รัทธาท่ีถกู ตอ้ ง ยึดมั่น และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพือ่ อยรู่ ว่ มกนั อย่าง
สนั ติสุข
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การบริหารจิตดว้ ยอานาปานสติทำใหจ้ ติ มสี มาธสิ ่งผลต่อการพฒั นาการเรยี นรแู้ ละการทำงานอย่างมี
ประสิทธิภาพ
3. ตัวชวี้ ดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ตัวช้ีวัด
ส 1.2 ม.3/8 เห็นคณุ คา่ ของการพัฒนาจติ เพ่อื การเรยี นรู้และดำเนินชีวิต ดว้ ยวธิ ีคดิ แบบโยนิโส
มนสกิ าร คอื วิธคี ดิ แบบอรยิ สัจ และวิธคี ดิ แบบสบื สาวเหตุปจั จยั หรอื การพฒั นา
จิตตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถอื
ม.3/9 สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม
แนวทางของศาสนาท่ตี นนับถอื
3.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สวดมนตแ์ ปล แผ่เมตตา และบูชาพระรัตนตรัยได้
2) บริหารจิตตามหลักอานาปานสติได้
4. สาระการเรยี นรู้
สวดมนต์แปลและแผเ่ มตตา
➢ รูแ้ ละเขา้ ใจวิธีปฏบิ ตั แิ ละประโยชน์ของการบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญา
➢ ฝกึ การบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญาตามหลักสตปิ ัฏฐานเน้นอานาปานสติ
➢ นำวิธีการบรหิ ารจติ และเจริญปัญญาไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
5.สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการทำใหก้ ระจา่ ง
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรยั และทำสมาธิก่อนเรยี น
2. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 7
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1) - 3)
1) นักเรียนสวดมนตแ์ ปลและแผเ่ มตตาในเวลาใดบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
2) การสวดมนตม์ ีผลดอี ยา่ งไร
(ทำให้จติ ใจสงบ สบาย ไม่เครยี ด)
3) เพราะเหตุใด คนทวั่ ไปจงึ นยิ มฝกึ สมาธแิ บบอานาปานสติ
(เพราะทำได้งา่ ย ไม่ตอ้ งหาอปุ กรณ์อ่ืนมาฝกึ และสามารถฝึกปฏบิ ตั ติ อ่ เนอ่ื งไปจนสำเร็จข้ัน
สูงสุด)
4. นกั เรยี นทกุ คนกราบบชู าพระรตั นตรยั สวดมนต์แปลและแผเ่ มตตา พรอ้ มกบั เสยี งสวดมนต์จากแถบ
บนั ทกึ เสยี งท่คี รเู ปิดใหฟ้ ัง (ครแู จกใบความรู้ เรอื่ ง การสวดมนต์แปลและแผเ่ มตตา ให้นกั เรยี นใชส้ วดตาม)
5. ครใู หน้ ักเรยี นฝกึ สมาธติ ามหลกั อานาปานสติแบบอยา่ งจากวดี ทิ ศั นเ์ ก่ยี วกับการทำสมาธทิ ี่ครเู ปดิ ให้ดู
6. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)
1) เพราะเหตุใด จงึ ตอ้ งกราบบชู าพระรตั นตรัยกอ่ นสวดมนต์
(เป็นการเตรยี มความพร้อมก่อนสวดมนต์ และเป็นการปฏิบตั ติ นตามมารยาทชาวพทุ ธ)
2) นักเรียนมอี ปุ สรรคหรือปญั หาในขณะทำสมาธอิ ยา่ งไรบา้ ง และคดิ วา่ จะแก้ปญั หาอย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
7. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเกยี่ วกับวธิ กี ารแก้ไขปญั หาอุปสรรคท่ีเกิดจากการทำสมาธิ
8. นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรัย และฝึกสมาธิตามหลักอานาปานสติ ตามขนั้ ตอนท่เี คยฝกึ ปฏิบตั ิ
ดว้ ยตนเอง ครูสังเกตการฝกึ สมาธิของนักเรยี นแตล่ ะคนและคอยใหค้ ำแนะนำ
9. นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายตามประเดน็ ของคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1) - 2)
1) การทำสมาธอิ ยา่ งสม่ำเสมอทำใหเ้ กดิ ผลดอี ย่างไรบา้ ง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู ้สู อน)
2) นกั เรยี นมีแนวทางพัฒนาตนในการทำสมาธอิ ย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
10. ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละคนฝกึ สมาธิอย่างสมำ่ เสมอในเวลาท่ีเหมาะสม เชน่ กอ่ นนอน ตอนเช้า
ก่อนเรยี น เวลาพกั กลางวนั หรอื ในชว่ งเวลาที่นง่ั รอครู รอเพื่อน เปน็ ต้น
11. ครใู ห้นกั เรียนทำสมาธอิ ย่างสม่ำเสมอในเวลาทเ่ี หมาะสม แล้วบันทกึ ผลของการปฏบิ ัติสง่ ครู
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทิศ
12. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้เรอื่ ง การสวดมนตแ์ ปลและแผเ่ มตตา และหลักการฝึกสมาธติ ามหลัก
อานาปานสติ
8. การวดั และประเมินผล
วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 7
เรียนรทู้ ่ี 7 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการทำงาน
9.สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1) ใบความรู้ เรอ่ื ง การสวดมนตแ์ ปลและแผเ่ มตตา
2) แถบบันทึกเสยี งการสวดมนต์
3) วีดทิ ัศนเ์ กีย่ วกบั การบริหารจติ ตามหลักอานาปานสติ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องจรยิ ธรรม หรอื หอ้ งพทุ ธศาสน์
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
ใบความรู้
การสวดมนตแ์ ปลและแผเ่ มตตา
1. การสวดมนตแ์ ปล
พุทธศาสนิกชนควรไหวพ้ ระสวดมนต์เปน็ ประจำทุกวนั อย่างนอ้ ยวนั ละ 1 ครั้งกอ่ นนอน เพ่ือความเปน็ สริ ิ
มงคลแก่ชวี ติ และช่วยให้จติ ใจสงบ นอนหลบั สบาย โดยเรม่ิ สวดตง้ั แต่คำบูชาพระรตั นตรัย 1 จบ แล้วตอ่ ดว้ ยคำ
นมัสการพระสัมมาสมั พุทธเจา้ บทสรรเสรญิ คุณพระรตั นตรยั เสร็จแล้วจึงแผเ่ มตตา ซึ่งบทสวดมนตต์ า่ งๆ ทสี่ ำคัญ
มีดงั น้ี
คำบูชาพระรตั นตรยั
อะระหงั สมั มาสมั พทุ โธ ภะคะวา
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหนั ต์ ดบั เพลิงกเิ ลส เพลิงทกุ ขส์ ้นิ เชงิ ตรัสรู้ชอบไดโ้ ดยพระองคเ์ อง
พทุ ธงั ภะคะวนั ตงั อภวิ าเทมิ
ข้าพเจา้ อภิวาทพระผูม้ ีพระภาคเจา้ ผ้รู ู้ ผตู้ ่ืน ผเู้ บกิ บาน (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม
พระธรรม เปน็ ธรรมที่พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ตรสั ไวด้ ีแลว้
ธมั มงั นะมสั สามิ
ข้าพเจา้ นมสั การพระธรรม (กราบ)
สปุ ะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ
พระสงฆ์สาวกของพระผูม้ ีพระภาคเจ้า ปฏบิ ตั ดิ แี ลว้
สงั ฆงั นะมามิ
ข้าพเจา้ นอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต คำนมสั การพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
อะระหะโต ขอนอบนอ้ มแดพ่ ระผูม้ พี ระภาคเจา้ พระองคน์ น้ั
สมั มาสมั พทุ ธสั สะ ซึง่ เปน็ ผูไ้ กลจากกเิ ลส
ตรสั รชู้ อบได้โดยพระองค์เอง (ว่า 3 ครงั้ )
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทศิ
บทสรรเสรญิ คณุ พระรตั นตรยั
บทสรรเสริญพระพทุ ธคุณ (ทำนองสรภัญญะ)
(นำ) อิติปิ โส ภะคะวา (รบั ) อะระหงั สัมมาสมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสัมปันโน สคุ ะโต โลกะวิทู
อะนตุ ตะโร ปุริสะทมั มะสาระถิ สัตถา เทวะ มะนสุ สานัง พทุ โธ ภะคะวาติ
(นำ) องคใ์ ดพระสัมพทุ ธ (รับ) สุวิสทุ ธสนั ดาน
ตัดมลู เกลศมาร บ มิหมน่ มหิ มองมัว
หนึ่งในพระทยั ท่าน ก็เบกิ บานคอื ดอกบัว
ราคี บ พนั พัว สวุ คนธกำจร
องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดงั สาคร
โปรดหมปู่ ระชากรมละโอฆกนั ดาร
ชี้ทางบรรเทาทุกข์ และช้ีสขุ เกษมสานต์
ช้ที างพระนฤพาน อันพน้ โศกวโิ ยคภยั
พรอ้ มเบญจพธิ จกั ษจุ รัสวิมลใส
เหน็ เหตทุ ใ่ี กล้ไกล ก็เจนจบประจักษจ์ ริง
กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปแห่งชายหญิง
สัตว์โลกได้พ่งึ พงิ มละบาปบำเพญ็ บุญ
ขา้ ฯ ขอประณตนอ้ ม ศิรเกลา้ บงั คมคณุ
สัมพุทธการุญ ญภาพนน้ั นริ นั ดร ฯ
บทสรรเสรญิ พระธรรมคณุ
(นำ) สวากขาโต (รับ) ภะคะวะตา ธมั โม สันทฏิ ฐิโก อะกาลิโก เอหิปสั สิโก โอปะนะยิโก ปัจจตั ตงั
เวทิตัพโพ วญิ ญูหตี ิ
(นำ) ธรรมะคอื คณุ ากร (รบั ) สว่ นชอบสาธร
ดุจดวงประทีปชชั วาล
แหง่ องค์พระศาสดาจารย์ สอ่ งสตั วส์ นั ดาน
สวา่ งกระจ่างใจมล
ธรรมใดนบั โดยมรรคผล เป็นแปดพึงยล
และเก้ากบั ทัง้ นฤพาน
สมญาโลกอดุ รพิสดาร อันลึกโอฬาร
พิสทุ ธ์ิพิเศษสุกใส
อีกธรรมตน้ ทางครรไล นามขนานขานไข
ปฏบิ ตั ิปรยิ ตั ิเปน็ สอง
คือทางดำเนนิ ดุจคลอง ใหล้ ่วงลปุ อง
ยังโลกอุดรโดยตรง
ขา้ ฯ ขอโอนอ่อนอุตมงค์ นบธรรมจำนง
ด้วยจติ และกายวาจา
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
บทสรรเสรญิ คณุ พระสงั ฆคณุ
(นำ) สุปะฏปิ นั โน (รบั ) ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชปุ ะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจปิ ะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ ยะทิทงั จัตตาริ ปุรสิ ะยคุ านิ
อฏั ฐะ ปรุ สิ ะปคุ คะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ อาหเุ นยโย ปาหุเนยโย ทกั ขเิ นยโย อญั ชะลีกะระณีโย อะนุต
ตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกัสสาติ
(นำ) สงฆใ์ ดสาวกศาสดา (รบั ) รบั ปฏิบตั ิมา
แต่องคส์ มเดจ็ ภควนั ต์
เหน็ แจ้งจตุสจั เสร็จบรร- ลทุ างทีอ่ ัน
ระงบั และดบั ทุกขภ์ ยั
โดยเสดจ็ พระผูต้ รสั ไตร ปญั ญาผ่องใส
สะอาดและปราศมวั หมอง
เหินห่างทางข้าศกึ ปอง บ มลิ ำพอง
ดว้ ยกายและวาจาใจ
เป็นเนอ้ื นาบญุ อันไพ- ศาลแด่โลกัย
และเกดิ พบิ ูลยพ์ ูนผล
สมญาเอารสทศพล มีคุณอนนต์
อเนกจะนบั เหลอื ตรา
ข้าฯ ขอนบหมพู่ ระศรา- พกทรงคุณา
นคุ ณุ ประดุจรำพนั
ดว้ ยเดชบญุ ข้าอภิวันท์ พระไตรรตั น์อัน
อดุ มดเิ รกนริ ตั สิ ัย
จะชว่ ยขจดั โพยภัย อนั ตรายใดใด
จงดับและกลับเส่ือมสูญ (กราบ 3 ครัง้ )
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทศิ
2. คำแผเ่ มตตา
การแผ่เมตตา คอื การส่งความปรารถนาดไี ปยงั เพอ่ื นมนุษยแ์ ละสรรพสตั วท์ ั้งหลายใหม้ แี ตค่ วามสุข เปน็
การคดิ ดี กบั คนอืน่ ไมโ่ กรธไมเ่ กลียดใคร การแผเ่ มตตาโดยปกติจะเริม่ จากตนเองกอ่ น เพราะทกุ คนรกั ตนเองเป็น
พนื้ ฐาน อยูแ่ ลว้ การแผเ่ มตตาใหต้ นเองกอ่ นกเ็ พอ่ื ให้เขา้ ใจว่า เมอื่ เรารักตวั เราเองมากท่สี ุด และเรารักสุข เกลยี ดทุกข์
ฉันใด คนอ่ืนและสตั ว์โลกอน่ื ๆ กฉ็ ันนน้ั ด้วยเหตนุ ้ี เราจงึ ไม่ควรเบยี ดเบยี นผ้อู นื่ เมื่อแผ่ให้ตนเองแล้วกแ็ ผไ่ ปใหบ้ คุ คล
อน่ื ๆ โดยเรมิ่ จากคนในครอบครวั เพือ่ น และเจา้ กรรมนายเวรของเรา
การแผ่เมตตาเปน็ ส่งิ ทป่ี ฏบิ ตั ติ อ่ กันมาช้านาน เพราะประโยชนข์ องการแผ่เมตตานนั้ จะทำใหผ้ ูท้ ป่ี ฏบิ ตั เิ ป็นประจำ
มจี ติ ใจออ่ นโยน สงบ เยือกเยน็ ไมใ่ จรอ้ น ทำใหเ้ ห็นวา่ การท่ีมนษุ ยห์ วงั ดตี ่อกันเป็นการนำทางใหโ้ ลกเกดิ สันตสิ ุข เมอื่ เรา
แผเ่ มตตาไปยงั เพอื่ นมนษุ ย์ ก็ทำใหม้ นุษย์และสตั วส์ ามารถอยดู่ ้วยกันและมนี ้ำใจท่ีดีต่อกนั และปราศจากความระแวงต่อกนั
และกนั จงึ ทำให้ไม่เบยี ดเบียนกนั บทแผเ่ มตตานั้นจะมที ้ังบทแผเ่ มตตาให้แกต่ นเอง และบทแผ่เมตตาแก่สรรพสัตวท์ ัง้ หลาย
ดังบทแผ่เมตตาต่อไปนี้
บทแผเ่ มตตาแกต่ นเอง
อะหัง สขุ โิ ต โหมิ ขอให้ขา้ พเจา้ จงมคี วามสขุ
อะหงั นิททุกโข โหมิ ขอใหข้ ้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์
อะหงั อะเวโร โหมิ ขอใหข้ ้าพเจ้าจงปราศจากเวร
อะหงั อัพยาปชั โฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความลำบาก
อะหัง อะนโี ฆ โหมิ ขอใหข้ ้าพเจา้ จงปราศจากอปุ สรรค
สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรามิ ขอให้ขา้ พเจ้าจงมคี วามสุขกายสุขใจ
รักษาตนของตน ใหพ้ น้ จากทุกขภ์ ัยทั้งส้ิน...เทอญ
บทแผเ่ มตตาแกส่ รรพสตั ว์
สัพเพ สตั ตา สตั ว์ท้ังหลาย ทเ่ี ปน็ เพอ่ื นทกุ ข์ เกิด แก่ เจบ็ ตาย
อะเวรา โหนตุ ดว้ ยกนั ทงั้ หมดทั้งส้นิ
อพั ยาปชั ฌา โหนตุ จงเปน็ สขุ เปน็ สขุ เถดิ อย่าไดม้ ีเวรแกก่ นั และกนั เลย
อะนฆี า โหนตุ จงเปน็ สุขเปน็ สขุ เถดิ อย่าได้เบยี ดเบียนซงึ่ กนั และกัน
สขุ ี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตุ เลย
จงเปน็ สขุ เป็นสขุ เถิด อยา่ ได้มีความทกุ ข์กายทกุ ข์ใจ
เลย
จงมีความสขุ กายสุขใจ รักษาตนให้พน้ จากทุกขภ์ ยั
ทั้งสิน้ เถดิ ท่านท้ังหลายท่ไี ดท้ กุ ข์ ขอให้ท่านมี
ความสุข ท่านท้งั หลายท่ไี ดส้ ุข ขอให้ท่านสุขย่งิ ๆ
ข้นึ ไป...เทอญ
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 32 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
รหัสวชิ า ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 เรอื่ งที่ 2 การพัฒนาวิธกี าร บริหารจิต
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถอื
และศาสนาอน่ื มศี รัทธาทีถ่ กู ตอ้ ง ยึดมนั่ และปฏิบตั ิตามหลักธรรม เพอื่ อยู่รว่ มกันอย่าง
สันตสิ ขุ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การบรหิ ารจติ ดว้ ยอานาปานสติทำให้จติ มีสมาธสิ ่งผลตอ่ การพฒั นาการเรียนรแู้ ละการทำงานอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
3. ตัวชีว้ ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตัวชว้ี ัด
ส 1.2 ม.3/8 เหน็ คุณค่าของการพัฒนาจติ เพ่อื การเรียนรแู้ ละดำเนนิ ชีวติ ดว้ ยวธิ ีคดิ แบบโยนโิ ส
มนสกิ าร คอื วิธคี ิดแบบอริยสัจ และวิธีคดิ แบบสืบสาวเหตปุ จั จัย หรอื การพฒั นา
จติ ตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถือ
ม.3/9 สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรอื ตาม
แนวทางของศาสนาที่ตนนับถอื
3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สวดมนต์แปล แผเ่ มตตา และบชู าพระรตั นตรยั ได้
2) บริหารจิตตามหลักอานาปานสตไิ ด้
4. สาระการเรียนรู้
สวดมนตแ์ ปลและแผเ่ มตตา
➢ รแู้ ละเข้าใจวิธปี ฏบิ ตั ิและประโยชน์ของการบรหิ ารจิตและเจริญปญั ญา
➢ ฝกึ การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปานสติ
➢ นำวธิ กี ารบรหิ ารจติ และเจริญปญั ญาไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1.) ทักษะการทำให้กระจ่าง
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ิปฐวี
กลุม่ สาระการเรียนร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธิก่อนเรยี น
2. ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพการนง่ั สมาธแิ ละการเดนิ จงกรม แล้วรว่ มกันแสดงความคิดเห็นวา่ การทำสมาธิ
ในแตล่ ะวิธนี นั้ มีความแตกตา่ งกนั หรือคล้ายคลงึ กนั อยา่ งไร
3. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ การทำสมาธนิ ้ันมหี ลายวธิ ี โดยสามารถเลอื กปฏบิ ตั ไิ ด้ตาม
ความเหมาะสม แลว้ ให้นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
นกั เรียนชอบวธิ กี ารทำสมาธแิ บบใด อธบิ ายเหตผุ ล
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
4. ครใู หน้ กั เรยี นกราบบชู าพระรัตนตรัย สวดมนตแ์ ปล และแผ่เมตตาพรอ้ มกันตามที่เคยปฏิบตั ิในแผนการ
จัดการเรียนรทู้ ่ี 31 จากน้ันรว่ มกันฝกึ สมาธติ ามหลักอานาปานสติ
5. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกยี่ วกับวธิ กี ารแก้ไขปญั หาและอุปสรรคท่เี กดิ จากการนั่งสมาธิใหน้ กั เรยี นฟงั แลว้ ให้
นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ
นกั เรียนคดิ วา่ การทำสมาธมิ ปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
6. นักเรียนฝกึ สมาธิตามข้นั ตอนด้วยตนเองอกี ครง้ั โดยไมต่ ้องมคี รคู อยบอกขั้นตอน เป็นเวลา 20 นาที
7. นกั เรยี นแตล่ ะคนผลัดกนั เลา่ ปัญหาและอุปสรรคในการทำสมาธิ โดยมีครชู ว่ ยเสนอแนะในการแกไ้ ขปัญหา
อปุ สรรค และการพัฒนาตนในการทำสมาธิ
8. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1) - 2)
1) นักเรียนมปี ญั หาหรอื อปุ สรรคในการทำสมาธิอยา่ งไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครูผูส้ อน)
2) นักเรยี นทำสมาธใิ นเวลาใดบา้ ง และผลทีไ่ ดจ้ ากการทำสมาธเิ ปน็ อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
9. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นทุกคนไดใ้ ช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในการทำสมาธอิ ยเู่ สมอ และบันทึกผล
การปฏิบตั ิ เมอื่ มปี ัญหาและอปุ สรรคทไี่ มส่ ามารถแก้ไขไดใ้ หส้ อบถามครู
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทศิ
8. การวดั และประเมินผล เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ เครื่องมอื ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มั่น แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ในการทำงาน
9.ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
9.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) บัตรภาพ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งจรยิ ธรรม หรือหอ้ งพทุ ธศาสน์
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
บัตรภาพ
ภาพการนง่ั สมาธิ
ภาพการเดนิ จงกรม
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .........................................
(.......................................................)
ตำแหน่ง ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 33 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหสั วชิ า ส23101 ปีการศึกษา 2563
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7 เรอื่ งท่ี 3 การเจรญิ ปญั ญา
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ
และศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถ่ี กู ตอ้ ง ยึดม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพอ่ื อยูร่ ว่ มกนั อยา่ ง
สนั ตสิ ขุ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การนำวธิ ีคดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร แบบอริยสจั และแบบสบื สาวเหตุปัจจัย มผี ลตอ่ การพัฒนาจิต
เพือ่ การเรยี นรู้และการดำเนนิ ชวี ิตอยา่ งมสี ติ
3. ตวั ชวี้ ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ตัวชว้ี ดั
ส 1.2 ม.3/8 เหน็ คุณค่าของการพัฒนาจิตเพอ่ื การเรียนรู้และดำเนินชีวติ ดว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนิโส
มนสกิ าร คอื วิธคี ดิ แบบอริยสัจ และวิธคี ดิ แบบสบื สาวเหตปุ ัจจยั หรือการพัฒนา
จิตตามแนวทางของศาสนาทตี่ นนบั ถอื
ม.3/9 สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรอื ตาม
แนวทางของศาสนาทตี่ นนบั ถอื
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วิเคราะหผ์ ลการนำวธิ ีคิดแบบอรยิ สจั และวธิ คี ิดแบบสืบสาวเหตปุ จั จยั ไปใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ ได้
4. สาระการเรียนรู้
พฒั นาการเรียนรดู้ ว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนโิ สมนสกิ าร 2 วธิ ี คอื วิธคี ดิ แบบอริยสจั และวธิ คี ดิ แบบสืบสาวเหตุ
ปจั จยั
5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการเช่อื มโยง
3) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทิศ
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. ครูนำภาพภยั ธรรมชาตแิ ละภัยที่เกิดจากการกระทำของมนษุ ย์ มาใหน้ ักเรยี นดู แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกัน
วเิ คราะหว์ า่ ภาพใดมีปัญหามากท่ีสดุ และจะแก้ไขปญั หาได้อยา่ งไร
3. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรียนเข้าใจวา่ นักเรียนสามารถใช้วธิ คี ดิ ในการตอบคำถามไดห้ ลากหลาย แตม่ วี ธิ คี ิด
แบบโยนโิ สมนสิการเป็นการคิดทีถ่ ูกวธิ ี ซง่ึ นกั เรยี นสามารถนำไปใช้ในเหตกุ ารณต์ ่างๆ ได้
4. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1) - 2)
1) นกั เรียนคิดว่า ปัญหาท่สี ำคญั ที่สุดของนักเรยี น คอื อะไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
2) นักเรียนคิดว่า จะแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างไรจึงจะเหมาะสม
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผูส้ อน)
5. นกั เรยี นกลมุ่ เดิม ช่วยกันคน้ ควา้ หาความรเู้ รอื่ ง การเจรญิ ปัญญาโดยการคิดแบบโยนโิ สมนสิการ จาก
หนังสอื เรยี น ใบความรู้ หนังสือค้นคว้าเพมิ่ หอ้ งสมุด หรอื แหล่งข้อมูลสารสนเทศ โดยให้แตล่ ะกล่มุ แบ่งเป็น 2
กล่มุ ยอ่ ย แลว้ ศึกษาความรู้กลมุ่ ละ 1 เรอ่ื ง ดังน้ี
1) คิดแบบสืบสาวเหตปุ จั จยั
2) คิดแบบอรยิ สจั หรอื คิดแบบแกป้ ัญหา
จากนน้ั บันทกึ ความร้ทู ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอา่ น
6. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
เพราะเหตใุ ด จึงตอ้ งนำวิธคี ดิ แบบโยนิโสมนสิการมาใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ
(เพราะเป็นวธิ คี ดิ ทถี่ ูกวิธี มกี ารคดิ อยา่ งเป็นระบบถูกต้องนำไปสู่การตดั สินใจทเี่ หมาะสม)
7. นกั เรียนกลุม่ ย่อยแตล่ ะกลมุ่ นำความรทู้ ไี่ ดศ้ กึ ษามาแลกเปลย่ี นความรกู้ ันและผลดั กันเล่าประเดน็
สำคญั ของวธิ ีคิด พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
8. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มสนทนาซักถามกนั จนมีความเข้าใจกระจ่างชดั เจน จากน้นั ตอบคำถามกระตนุ้
ความคดิ
ถา้ นักเรยี นพบปัญหาตา่ งๆ นกั เรยี นจะใช้วธิ ีคดิ แบบใด ยกตวั อย่างประกอบ
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
8. การวดั และประเมินผล
วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอา่ น ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ในการทำงาน
9.ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
9.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนงั สอื ค้นคว้าเพม่ิ เตมิ
- ราชวชิราภรณ์, พระ (สนี วล ปญั ญาวชโิ ร ป.ธ.9). 2545. ทำวัตรสวดมนต์ฉบบั คณะสงฆ์
วัดพระเชตุพนฯ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สหธรรมกิ .
3) ใบความรู้ เรอ่ื ง การเจรญิ ปญั ญาโดยการคิดแบบโยนิโสมนสกิ าร
4) บัตรภาพ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.bp-smakom.org/BP_School/Social/.../Ba-ri-Jit.htm
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
ใบความรู้
การเจรญิ ปญั ญาโดยการคดิ แบบโยนโิ สมนสกิ าร
พระพทุ ธเจ้าตรสั สอนวา่ การศึกษาท่ีแทจ้ ริงจะเกดิ กต็ ่อเมื่อมนุษยร์ ูจ้ กั คดิ การรูจ้ กั คิดวเิ คราะห์ วจิ ารณอ์ ย่าง
รอบคอบรอบด้าน ทำใหเ้ กิดปญั ญาแตกฉาน เรียกว่า “โยนิโสมนสกิ าร” การคดิ แบบโยนโิ สมนสกิ าร มี 10 วิธี คือ คดิ
แบบแยกแยะสว่ นประกอบ คิดแบบคณุ โทษและทางออก คดิ แบบสืบสาวเหตปุ ัจจยั คิดแบบอรรถสมั พนั ธ์ คดิ แบบ
แก้ปญั หา คดิ แบบรเู้ ทา่ ทนั ธรรมดา คดิ แบบคณุ คา่ แท้ คุณค่าเทยี ม คดิ แบบปลกุ เร้าคุณธรรม คดิ แบบอยูใ่ นปัจจบุ นั
และคดิ แบบแยกประเดน็ ในทน่ี ี้จะกลา่ วเฉพาะการคดิ แบบสบื สาวเหตปุ ัจจัย และคิดแบบอริยสัจ หรอื คดิ แบบแกป้ ญั หา
ดังน้ี
1. คดิ แบบสบื สาวเหตปุ จั จยั
เหตุ หมายถึง เหตุใหญ่ เหตสุ ำคัญ ปจั จยั หมายถึง เงอื่ นไขอนื่ ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ทา่ นสอนให้มองวา่
ปรากฏการณบ์ างอย่างทเี่ กดิ ขน้ึ มใิ ช่เกดิ เพราะเหตเุ พยี งอยา่ งเดียว ดูให้ดแี ล้วจะเหน็ วา่ ปจั จยั หรอื เง่อื นไขอ่ืนๆ กม็ สี ่วนดว้ ย
เช่น ถา้ ถามวา่ ตน้ ไมเ้ จรญิ เติบโตเพราะอะไร ถา้ ตอบวา่ ตน้ ไมต้ ้นนีเ้ จรญิ เตบิ โตก็เพราะเมล็ด ต้นไมต้ น้ น้มี าจากเมล็ด
เพราะฉะนัน้ เมลด็ จึงเปน็ สาเหตทุ ่ที ำให้มตี ้นไม้ตน้ น้ี ตอบแบบนก้ี ็ถกู แต่ถกู สว่ นเดยี ว ถา้ จะใหถ้ กู ครบถ้วนต้องตอบว่า
เมล็ดเปน็ เพยี งเง่อื นไขหนึง่ แตย่ ังมปี จั จยั อ่ืนอีกทช่ี ว่ ยใหต้ ้นไมต้ น้ นีเ้ จรญิ งอกงามได้ เชน่ ดิน ปยุ๋ นำ้ อณุ หภูมิ การดแู ล
เอาใจใสข่ องคน เป็นต้น เหล่านลี้ ้วนมสี ่วนชว่ ยให้ต้นไมต้ ้นนเี้ จรญิ งอกงามท้ังส้ิน ทั้งหมดนเี้ รียกวา่ “เหตปุ จั จัย” การคิด
อะไรต้องคดิ ใหร้ อบคอบ อย่างน้เี รียกวา่ “คดิ เปน็ ” เหน็ ผลปรากฏเฉพาะหน้าใหค้ ดิ สืบสาวหาเหตปุ จั จัยว่า เพราะอะไรจงึ
เปน็ เช่นนี้
ในนทิ านชาดกเลา่ วา่ คนเลยี้ งลิงส่งั ใหห้ ัวหนา้ ลงิ พาลงิ บรวิ ารรดนำ้ ต้นไม้ท่ีตนเพิ่งปลูกใหม่ให้ดว้ ยขณะที่ตน
ไม่อยู่ หวั หนา้ ลงิ จงึ พาบรวิ ารรดนำ้ ต้นไมท้ ุกวนั โดยสัง่ ให้ถอนต้นไม้นัน้ ขึ้นมาดหู ลังจากรดน้ำลงไปวา่ รากชมุ่ นำ้ หรือยัง
ถา้ ยงั ก็ให้ใส่ลงในดนิ ใหมแ่ ลว้ รดนำ้ ซ้ำ ลงิ ทง้ั หลายก็ถอน-ใส่ ถอน-ใส่ อยา่ งน้ีทุกครัง้ ทร่ี ดนำ้ ต้นไม้ เมื่อเจ้าของกลบั มา
หวั หนา้ ลงิ ไปรายงานว่า ได้ทำตามท่ีนายสั่งทุกประการ เจ้าของเดนิ ไปดสู วนเห็นแลว้ แทบเป็นลม เพราะตน้ ไม้
ทพ่ี ง่ึ ปลูกใหม่ ๆ เฉาตายหมดหวั หนา้ ลิงและบริวารลิงนนั้ คดิ ตื้นๆ ว่าต้นไม้ทรี่ ดนำ้ จะตอ้ งมีรากชมุ่ นำ้ จงึ จะเจรญิ งอกงาม
การคดิ เชน่ น้ันก็ถกู เพราะการรดน้ำถา้ รากไมช่ ุ่มนำ้ ต้นไมก้ ็ไดน้ ำ้ ไมเ่ พยี งพอ แตก่ ารถอนต้นไมม้ าดเู พือ่ ความแน่ใจ แล้ว
ใสล่ งไปในดนิ ใหมน่ ัน้ ไม่ถกู ต้อง เพราะจะทำใหต้ น้ ไมเ้ ฉาตาย ยังมวี ธิ ีอืน่ ทจี่ ะมน่ั ใจได้โดยไมต่ ้องถอนต้นไม้ เช่น ประมาณ
เอาจากปรมิ าณนำ้ ที่เทรดลงไปแตล่ ะครง้ั แต่คดิ ไมก่ วา้ งและไมไ่ กลไปถึงว่าการถอนต้นไมท้ กุ คร้ังทรี่ ดนำ้ ตน้ ไมจ้ ะไม่มี
โอกาสหย่งั รากลงดนิ ในทส่ี ุดกเ็ ฉาตาย หวั หนา้ ลงิ และบริวารลิงมองเหตปุ ัจจยั ไมอ่ อก ถงึ คิดเปน็ อยูบ่ า้ งกค็ ิดเปน็ แบบลิง
ไม่ไดค้ ดิ เปน็ แบบมนุษย์ มนุษยท์ ่มี คี วามคดิ แบบลิงฝงู น้นี ่าเปน็ หว่ ง ถ้าหลีกเล่ียงไดใ้ หห้ ลกี เล่ียงและไมค่ วร
มอบหมายงานรบั ผิดชอบที่สำคัญๆ ใหท้ ำเป็นเดด็ ขาด เพราะคนพวกนม้ี ีดีอยา่ งเดียว คอื ความขยนั แตต่ อ้ ง
ไม่ลมื วา่ คนขยันอย่างโงๆ่ เปน็ อนั ตรายต่อสว่ นรวมที่สดุ
ในพระไตรปฎิ กพระพทุ ธเจ้าสอนวธิ ีคดิ ไวม้ ากมายหลายนยั เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ เพราะปญั หาน้ัน
เกิดไดห้ ลายทาง บางคนกไ็ ดป้ ัญญาเพราะคดิ เอง วเิ คราะห์ วจิ ยั ดว้ ยตนเอง บางคนกไ็ ดป้ ัญญาเพราะลงมือกระทำ จนเกดิ
ประสบการณต์ รง เม่ือพระพทุ ธเจ้าท่านมเี ปา้ หมายคอื การฝึกฝน อบรมคนใหเ้ กิดปญั ญาทแี่ ทจ้ รงิ เพือ่ ใช้
ปัญญาในการดำเนินชวี ติ ทางใดท่ีจะกอ่ ให้เกดิ ปัญญาพระองค์ก็จะทรงสอนหรือแนะนำ และเนื่องจากพื้นฐาน
การรบั รหู้ รอื ภูมหิ ลังของแต่ละคนแตกตา่ งกนั ไป วิธกี ารสอน วธิ ีการฝึกจงึ หลากหลาย ในหมคู่ นที่รู้ไดเ้ พราะการคดิ ท่านก็
จะสอนวิธีคดิ ใหถ้ กู คดิ ใหเ้ ป็น เม่อื คดิ ถูก คดิ เป็นกไ็ ดป้ ัญญา แต่ถ้าคิดไม่ถกู คดิ ไมเ่ ปน็ ถึงแม้วา่ ผู้นนั้ จะมีศกั ยภาพใน
การคดิ ก็อาจไมเ่ กิดปญั ญาหรอื เกดิ ชา้ ก็ได้
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทิศ
2. คดิ แบบอรยิ สจั หรอื คดิ แบบแกป้ ญั หา
อรยิ สจั คอื หลักคำสอนที่สอนให้รูว้ ่าสภาพปัญหาคอื อะไร สาเหตขุ องปญั หาอยูท่ ่ีไหน อะไรบ้าง
ปญั หา มีทางแกไ้ หม ถา้ มมี ีกวี่ ธิ ี และวิธไี หนดีท่สี ดุ เปน็ ขั้นตอนของการแก้ปัญหา ซ่งึ ปญั หาเปน็ องค์ธรรมทส่ี ำคญั ท่สี ดุ
การกระทำ (กรรม) และการตอ่ เนื่องของการกระทำ (วิรยิ ะ) เปน็ ส่วนประกอบทำใหส้ มบรู ณ์ย่งิ ขน้ึ การแกป้ ญั หาจะตอ้ ง
รูส้ ภาพปัญหา รู้สาเหตขุ องปญั หา รู้ว่าปญั หาตา่ งๆ นั้นหมดไปได้ และต้องลงมือทำหรอื แกป้ ญั หานน้ั อยา่ งตอ่ เน่อื ง เมอื่
ครัง้ พระพทุ ธเจา้ ยงั ทรงเป็นเจ้าชายสทิ ธัตถะทรงรปู้ ญั หาท่รี ุมเรา้ จติ ใจมนุษย์ทั้งปวงคอื การเวยี นว่ายตายเกดิ อยู่ใน
สงั สารวฏั ตามแรงกรรมดกี รรมชว่ั ทแ่ี ตล่ ะคนทำไว้ เบื้องแรกน้นั ทรงรูว้ ่าตัวปญั หา คืออะไร และรดู้ ว้ ยว่าสาเหตุมาจาก
อะไร แตด่ ูเหมอื นวา่ วิธีแกป้ ญั หานพี้ ระองคย์ งั ไม่ทรงทราบแนช่ ดั คอื ทรงคดิ ว่าการทรมานตนเองใหล้ ำบากด้วยตบะวธิ ี
ต่างๆ น้ันเป็นทางแกป้ ญั หา ทางที่จะพน้ จากการเวยี นวา่ ยตายเกดิ ในสงั สารวัฏ พระองค์จงึ ทรงบำเพ็ญตบะด้วยการ
ทรมานตนต่างๆ นานา ท้ายท่สี ดุ ทรงลดอาหารลงทีละนดิ ๆ จนกระทง่ั ไม่เสวยอะไรเลยจนร่างกายผา่ ยผอมเหลือแตห่ นงั
หุม้ กระดกู เรียกวา่ “ทรงบำเพญ็ ทุกรกิรยิ า”เมือ่ การกระทำเช่นนน้ั มใิ ชท่ างแก้ปญั หา พระองค์จึงไมป่ ระสบความสำเรจ็
พูดง่ายๆ วา่ ทรงลม้ เหลวโดยสิน้ เชงิ แทบจะเอาชีวติ ไมร่ อดเลยทีเดยี ว ถา้ ไมเ่ ลกิ อาจถงึ แกช่ ีวติ ก็ได้ แตพ่ ระองคท์ รงได้คดิ
ว่าทางแกป้ ญั หามใิ ช่อยู่ท่ีการอดอาหาร เรอ่ื งอย่างนเ้ี ปน็ เรอ่ื งของจิตใจ การจะหลดุ พ้นจากกเิ ลส แตไ่ ปทรมานรา่ งกาย
ย่อมเปน็ ไปไม่ไดจ้ งึ ควรจะต้องฝึกฝนอบรมจิตใจ และร่างกายเองกต็ อ้ งบำรงุ ใหม้ พี ลังพอทจี่ ะทำความเพยี รตอ่ ไป เมื่อ
ร่างกายมีสุขภาพทแี่ ข็งแรง จติ ใจกม็ ีสขุ ภาพทด่ี ดี ว้ ย ดงั คำกลา่ วที่วา่ “จติ ใจท่ีสมบรู ณ์ ย่อมอยู่ในร่างกายทแี่ ข็งแรง”ความ
พอดขี องรา่ งกายและจติ ใจ ความพอดีของแนวความคดิ ไมส่ ดุ โตง่ ไปทางขา้ งใดข้างหน่งึ และความพอดขี องการปฏบิ ตั ิ ไมย่ อ่
หยอ่ นเกนิ ไปและไมต่ งึ เกนิ ไปจนกลายเปน็ ความทรมาน เราเรยี กการคน้ พบทางที่ถกู ของพระองคว์ ่า“มัชฌิมาปฏปิ ทา”
(ทางสายกลาง) คอื ทางแกป้ ญั หาทวี่ ่ามาขา้ งตน้ เม่อื ทรงรชู้ ดั วา่ ทางแก้ปัญหาคอื อะไร จากนน้ั พระองคล์ งมอื ปฏบิ ตั ดิ ว้ ย
ความวริ ยิ ะ อตุ สาหะ จนในทีส่ ดุ ก็แก้ปญั หาเรอ่ื งการเวยี นวา่ ยตายเกดิ ได้ อนั เรยี กตามศพั ทศ์ าสนาว่า “บรรลุนพิ พาน”
คอื บรรลุถงึ ความดบั สนิทแห่งกเิ ลสและกองทกุ ขท์ ง้ั มวล จะเหน็ ไดว้ า่ วิธีการแกป้ ญั หาของพระพุทธเจา้ กอ่ นตรสั รู้น้ัน แม้จะ
รู้วา่ ปญั หาคอื อะไร สาเหตขุ องปญั หาคอื อะไร แตห่ ากไมร่ ูว้ ิธีการแก้ไขท่ีถูกตอ้ งเหมาะสมก็จะไมส่ ามารถแกป้ ญั หาได้
เหมอื นเชน่ เจา้ ชายสทิ ธัตถะในตอนแรก
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาส่งเสรมิ / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………………………….ครผู สู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 34 รายวิชาพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23101 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 เรอื่ งท่ี 4 การเจรญิ ปญั ญาในชีวิตประจำวนั
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื
และศาสนาอ่ืน มศี รัทธาท่ีถูกต้อง ยดึ มนั่ และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม เพอื่ อยูร่ ว่ มกนั อย่าง
สันติสุข
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การนำวธิ คี ดิ แบบโยนโิ สมนสกิ าร แบบอริยสจั และแบบสบื สาวเหตปุ จั จยั มผี ลต่อการพฒั นาจิต
เพอื่ การเรยี นรู้และการดำเนนิ ชวี ติ อย่างมีสติ
3. ตวั ช้วี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ตวั ชว้ี ดั
ส 1.2 ม.3/8 เห็นคณุ ค่าของการพัฒนาจติ เพอ่ื การเรยี นร้แู ละดำเนินชวี ติ ด้วยวธิ คี ิดแบบโยนโิ ส
มนสิการ คอื วธิ ีคิดแบบอรยิ สจั และวธิ คี ดิ แบบสืบสาวเหตุปจั จัย หรอื การพัฒนา
จิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ
ม.3/9 สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม
แนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถอื
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วิเคราะห์ผลการนำวิธีคิดแบบอรยิ สจั และวธิ ีคิดแบบสืบสาวเหตปุ จั จยั ไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตได้
4. สาระการเรยี นรู้
พฒั นาการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสิการ 2 วิธี คอื วิธีคิดแบบอรยิ สัจ และวธิ ีคิดแบบสืบสาวเหตุ
ปัจจัย
5.สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
5.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรียนร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธกิ ่อนเรยี น
2. ครนู ำภาพน้ำเนา่ เสีย มาให้นักเรียนดู แล้วใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1) ปญั หาสำคญั ในภาพ คอื อะไร
2) สาเหตเุ กิดจากอะไร
3) คนท่วั ไปต้องการใหส้ ภาพแวดล้อมในภาพนั้นเปน็ อย่างไร
4) มีวิธีการใดจะทำใหป้ ญั หาในภาพนน้ั หมดไปได้
3. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่ม รว่ มกันอภิปรายความรเู้ กยี่ วกบั การ
เจรญิ ปญั ญาโดยการคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจยั และคดิ แบบอรยิ สจั หรอื คดิ แบบแกป้ ญั หา
4. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั วเิ คราะห์กรณศี กึ ษาในใบงานที่ 7.1 เรอื่ ง ช่วยกนั คิดตามแนวพทุ ธวธิ ี
5. ครูสุ่มตัวแทนกลมุ่ 2-3 กลุ่ม นำเสนอผลงานในใบงานท่ี 7.1 แล้วให้กลุม่ อน่ื ทมี่ ีผลงานแตกตา่ งกนั
ไดน้ ำเสนอเพ่มิ เตมิ จากนัน้ ครอู ธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเกีย่ วกับการใชว้ ธิ คี ิดแบบสืบสาวเหตุปจั จยั และ
วิธีคิดแบบอรยิ สัจ
6. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ถ้านกั เรยี นมคี วามทุกข์ใจในผลการเรียนทต่ี กต่ำลง นกั เรยี นจะใช้วธิ คี ดิ แบบใดมาแกป้ ัญหา
ยกตวั อย่างประกอบ
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)
7. สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวางแผนเสนอแนวทางการปฏบิ ัตติ นโดยใช้วธิ ีคดิ แบบสืบสาวเหตปุ ัจจัย และ
วิธีคิดแบบอรยิ สัจ พร้อมกับเสนอผลการปฏบิ ัตติ นหนา้ ช้นั เรียนในโอกาสท่ีเหมาะสม
8. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ คณุ คา่ ของการใชว้ ิธีคดิ แบบสบื สาวเหตุปัจจยั และวิธคี ดิ แบบอริยสจั ทม่ี ผี ล
ตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต
9. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1) - 3)
1) นักเรยี นไดน้ ำวิธคี ดิ แบบใดไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั บา้ ง และผลทีไ่ ด้รับเป็นอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
2) การนำวธิ คี ดิ แบบสบื สาวเหตปุ ัจจัย และวิธคี ดิ แบบอริยสัจไปใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต
จะส่งผลดตี อ่ การอยรู่ ว่ มกันในสงั คมอย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ิศ
3) นักเรยี นสามารถนำวธิ ีคิดแบบสืบสาวเหตุปจั จัย และวธิ คี ิดแบบอริยสัจไปใช้ในการ
ดำเนนิ ชีวติ อย่างไรบา้ ง และเกดิ ผลดตี อ่ ตนเองอยา่ งไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมตามตัวชว้ี ัด : กิจกรรมที่ 7.1 - 7.3 จากแบบวดั ฯ เปน็ การบ้าน
แลว้ นำสง่ ครูตามกำหนดเวลาท่ีตกลงกนั
11. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 7
ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนปฏบิ ัติตนในการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาทุกวนั
ในโอกาสทเี่ หมาะสม แล้วรายงานผลการปฏบิ ตั ติ อ่ ครูผ้สู อน โดยใหค้ รอบคลุมประเด็ตามทก่ี ำหนด ดังน้ี
1) การฝึกสมาธใิ นชวี ิตประจำวัน
2) การวิเคราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ติ นในการทำสมาธิ
3) การนำวธิ คี ดิ แบบสบื สาวเหตุปัจจัย และวธิ คี ดิ แบบอรยิ สจั ไปประยุกตใ์ ช้
4) การวเิ คราะห์ผลการใช้วธิ คี ดิ แบบสืบสาวเหตุปจั จัย และวธิ คี ิดแบบอริยสจั
8. การวัดและประเมินผล
วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 7.1 ใบงานที่ 7.1 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ในการทำงาน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการ แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7
เรียนรูท้ ่ี 7
ตรวจรายงานผลการปฏบิ ัติตนในการ แบบประเมินการรายงานผลการปฏิบตั ิตน
บริหารจติ และเจรญิ ปญั ญา ในการบริหารจิตและเจรญิ ปญั ญา
9.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
9.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ พระพทุ ธศาสนา ม.3
2) บัตรภาพ
3) ใบงานท่ี 7.1 เร่อื ง ชว่ ยกนั คิดตามแนวพุทธวิธี
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
––
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
ชอื่ -สกุล/กลมุ่ ..................................................................................ชั้น........เลขท.ี่ .................
การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมนิ การรายงานผลการปฏบิ ตั ติ นในการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การฝกึ สมาธิในชวี ิตประจำวนั
2 การวเิ คราะห์ผลการปฏบิ ตั ิตนในการทำสมาธิ
3 การนำวิธีคดิ แบบสบื สาวเหตปุ ัจจยั และวิธีคดิ แบบอรยิ สัจไป
ประยกุ ตใ์ ช้
4 การวเิ คราะห์ผลการใชว้ ิธคี ิดแบบสบื สาวเหตปุ จั จยั และวธิ คี ดิ
แบบอริยสจั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ดีมาก = 4 คะแนน
ดี = 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรับปรงุ = 1 คะแนน 14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
บตั รภาพ
ภาพนำ้ เนา่ เสยี
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
แบบบนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา / อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแกไ้ ข / การพัฒนาสง่ เสริม / ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน
(……………………………………………….)
ตำแหน่ง …………………………..
…………/……………./……………
ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .........................................
(.......................................................)
ตำแหนง่ ......................................................
…………/……………./……………
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ศิ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 35 รายวชิ าพระพทุ ธศาสนา
สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
รหัสวิชา ส23101 ปกี ารศึกษา 2563
ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรอ่ื งท่ี 1 พระพทุ ธศาสนากับการพฒั นาท่ีย่ังยนื
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือ
และศาสนาอื่น มีศรทั ธาทถี่ กู ตอ้ ง ยึดมน่ั และปฏิบตั ิตามหลักธรรม เพื่ออย่รู ว่ มกันอย่าง
สันติสขุ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พระพทุ ธศาสนามีหลกั ธรรมซงึ่ สอดคลอ้ งกบั การพฒั นาท่ยี งั่ ยืน เป็นหลกั สำคญั ของแนวความคดิ ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ส่งผลต่อการดำเนินชวี ิตของมนุษยอ์ ย่างมีคุณภาพ
3. ตัวช้วี ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ตวั ช้ีวัด
ส 1.1 ม.3/3 อภิปรายความสำคญั ของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือกบั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และการพฒั นาอยา่ งยั่งยนื
3.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายความสมั พนั ธข์ องพระพุทธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
2) อธิบายหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาทส่ี อดคลอ้ งกับการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ได้
4. สาระการเรียนรู้
สมั มนาพระพุทธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพฒั นาอย่างยั่งยนื
5.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการเช่อื มโยง
3) ทักษะการนำความร้ไู ปใช้
5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทิศ
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรัตนตรัยและทำสมาธิกอ่ นเรยี น
2. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8
3. ครูนำภาพการประกอบอาชพี ตา่ งๆ และการบำเพญ็ ประโยชนเ์ พื่อส่วนรวม มาให้นกั เรยี นดู แล้วใหน้ กั เรียน
ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นว่า บคุ คลในภาพบุคคลใดทีม่ กี ารกระทำท่สี อดคลอ้ งกับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ครเู ลา่ ตัวอยา่ งกจิ กรรมของหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากเอกสารประกอบการสอน ให้นกั เรยี นฟัง
แล้วเช่ือมโยงใหน้ ักเรยี นเห็นความสำคญั ของกิจกรรมของหมบู่ ้านทส่ี อดคล้องกบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับการพฒั นาที่ยงั่ ยนื
5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
นกั เรยี นคิดว่า ผทู้ ป่ี ฏบิ ตั ิตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ควรมีการกระทำอยา่ งไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
6. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง
ปานกลางคอ่ นข้างออ่ น และอ่อน ใหช้ ว่ ยกันศึกษาความรู้เกย่ี วกบั พระพทุ ธศาสนากับการแก้ปญั หาและการ
พัฒนา จากหนงั สอื เรยี น ใบความรู้ หนังสอื ค้นควา้ เพมิ่ เตมิ หอ้ งสมดุ หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ คู่ละ 1 หัวขอ้
ดงั น้ี
➢ ค่ทู ่ี 1 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากบั เศรษฐกิจพอเพยี ง
➢ คู่ที่ 2 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากับการพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื
7. นกั เรียนแตล่ ะคู่นำความรทู้ ่ีได้มาวเิ คราะห์ประเดน็ สำคญั พรอ้ มกบั บันทกึ ความรู้ที่ได้จากการศึกษา
ลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน
8. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 1) - 2)
1) พระพทุ ธศาสนามคี วามเก่ยี วขอ้ งกบั เศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร
(แนวคดิ สำคัญของเศรษฐกิจพอเพยี งสอดคลอ้ งกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา คือ
การพึง่ ตนเอง การเดนิ ทางสายกลาง)
2) หลกั ธรรมใดของพระพุทธศาสนาทสี่ อดคล้องกบั การพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื
(ไตรสิกขา, อรยิ สจั 4, อิทธบิ าท 4 และทฏิ ฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4)
9.นักเรียนแตล่ ะครู่ ่วมกนั ทำใบงาน โดยนำความรู้เดมิ และความรู้ใหมม่ าเป็นพนื้ ฐานในการทำใบงาน ดังน้ี
➢ คทู่ ี่ 1 ทำใบงานที่ 8.1 เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากบั เศรษฐกจิ พอเพียง
➢ คทู่ ี่ 2 ทำใบงานที่ 8.2 เร่อื ง พระพุทธศาสนากบั การพฒั นาทีย่ ั่งยนื
10. นกั เรยี นแตล่ ะค่ผู ลัดกนั อธิบายความรทู้ ต่ี นไดศ้ กึ ษามา และเล่าผลงานในใบงานที่ตนเองรับผดิ ชอบ
ใหเ้ พอื่ นสมาชกิ อกี คหู่ นง่ึ ฟงั
11. ตวั แทนกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานในใบงานท่ี 8.1 - 8.2 หนา้ ชั้นเรียน ครตู รวจสอบความถกู ต้อง
12. สมาชกิ แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันสรปุ ความร้เู กยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนากบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและ
การพฒั นาทย่ี ั่งยนื
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ิศ
13. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด ขอ้ 1) - 2)
1) ถ้านักเรยี นตอ้ งการมสี ภาพความเป็นอยู่ท่ดี ีกว่าเดมิ จะตอ้ งนำหลกั ธรรมใดมาเปน็
แนวทางการพฒั นา
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
2) ถา้ คนไทยทุกคนนำหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนามาเปน็ หลักในการแกป้ ญั หาเศรษฐกิจ
จะสง่ ผลดีอยา่ งไร
(ทำใหส้ ามารถแกไ้ ขปัญหาไดต้ รงตามสาเหตทุ ี่ทำให้เกดิ ปญั หาอยา่ งแท้จรงิ และทำใหร้ จู้ กั
ปรบั ตนให้เขา้ กบั สภาพความเป็นจรงิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง)
8. การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์
(ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 8
เรยี นรู้ที่ 8 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 8.1 ใบงานที่ 8.1 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 8.2 ใบงานท่ี 8.2 ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอา่ น แบบบันทึกการอ่าน
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่
สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ในการทำงาน
9.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
9.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.3
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพิ่มเตมิ
- สำนักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำร.ิ
2548.
- กษตั รยิ ์นักพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พด์ อกเบีย้ .
3) เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง หมู่บ้านเศรษฐกจิ พอเพียง
4) ใบความรู้ เรอ่ื ง ตัวอย่างบุคคลผซู้ ึง่ ปฏิบัตติ นตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
5) ใบความรู้ เรอื่ ง ตัวอยา่ งหมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง
6) บตั รภาพ
7) ใบงานที่ 8.1 เรอ่ื ง พระพุทธศาสนากับเศรษฐกจิ พอเพียง
8) ใบงานท่ี 8.2 เร่อื ง พระพทุ ธศาสนากับการพัฒนาทีย่ ัง่ ยืน
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ศิ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.learners.in.th/blog/thammarat
- http://www.dhammakid.com>...>ธรรมะ>บทความธรรมะ
- http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/theravade34.htm
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอทุ ิศ
เอกสารประกอบการสอน
หมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บา้ นสวนสวรรค์ หมทู่ ี่ 3 ตำบลบา้ นใหม่
ไดร้ บั การคดั เลือกเปน็ หมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง อยเู่ ยน็ เป็นสขุ ของอำเภอสชี มพู จังหวดั ขอนแกน่ โดยยึด
หลกั พนื้ ฐานของการพฒั นาชมุ ชนและกิจกรรมทเ่ี กิดข้ึนในหมบู่ า้ นทช่ี าวบ้านรว่ มกันจดั ตัง้ ขน้ึ เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ของคน
ในหมบู่ ้าน โดยยดึ แนวทางในการขบั เคลอื่ นปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง คอื การลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ ตามหลักการ
พฒั นาตามขอ้ 6 X 2 คอื
1. ด้านการลดรายจ่าย ชุมชน/ครัวเรือน ปลูกผักสวนครัวโดย ปลูกไว้กินเองในครัวเรือนเหลือกินก็ขายเป็น
รายได้ และปลกู หมอ่ นเลยี้ งไหมใชว้ ัสดเุ หลือใช้ เป็นรายได้
2. ดา้ นการเพม่ิ รายได้ ส่งเสริมอาชพี ใหก้ ับราษฎรในหมบู่ ้านหลังฤดูการทำนา เช่น ปลูกหมอ่ นเล้ียงไหม, กลุ่ม
ปลูกไผน่ อกฤดู, กล่มุ ปลูกผกั , ปลูกแกว้ มังกรและเล้ียงสัตว์
3. ด้านการประหยัด ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการออมทรัพย์ การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต, และ
กิจกรรมเครอื ข่าย (ศูนยส์ าธติ การตลาด)
4. ด้านการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านได้มีการเข้ารับการอบรมศึกษาดูงานเพิ่มเติมความรู้ให้กับ
ตนเอง โดยการใชภ้ ูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ในการพัฒนาชมุ ชน
5. ดา้ นการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ การปลูกต้นไมบ้ ริเวณทสี่ าธารณะและปรับปรงุ สภาพแวดลอ้ มในบริเวณ
หม่บู ้านน่าอยูส่ วยงาม เป็นระเบียบ
6. ด้านการเอื้ออารีต่อกัน มีการช่วยเหลอื ผู้ด้อยโอกาส โดยการจัดงบสนับสนุนช่วยเหลอื ครวั เรอื นที่ด้อยโอกาส
หรือยากจน เพื่อเป็นสวัสดิการในครัวเรือน
สรุปได้ว่า บ้านสวนสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่กำลังมีการพัฒนาในหมู่บ้านเพื่อให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างและพัฒนา
ผู้นำและประชาชน มีความพร้อมที่จะร่วมพัฒนากิจกรรม ริเริ่มในการทำงานอยู่เสมอ มีผลการดำเนินงานเกี่ยวกับ
เศรษฐกิจพอเพียงมาเพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นรากฐานของชีวิตของคนในหมู่บ้านชุมชน โดยการใช้ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพียง มาเปน็ ตัวขบั เคลื่อนให้ชาวบ้านรู้จักคำว่า ความพอประมาณ, ความมเี หตุผล, ความมีภูมคิ มุ้ กันท่ีดใี นตัว และ
ก่อให้เกิดความสามัคคี ความเอ้ืออารีตอ่ กัน ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในหมู่บ้าน โดยยดึ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตามข้อปฏิบัติ 6 X 2 จนทำให้บ้านสวนสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่กำลังพัฒนาไปสู่แหล่งเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์ในชุมชน
โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาชุมชน หมู่บา้ น ครัวเรอื น ให้เกดิ รายได้ ลดรายจา่ ย ทำให้คนใน
ชุมชนมีความพร้อม จนเป็นหมู่บ้านที่สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหมู่บ้าน “พออยู่ พอกิน” และสามารถชนะการ
ประกวดเปน็ ตวั แทนของอำเภอสีชมพู และจังหวดั ขอนแกน่ คือ หม่บู า้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง “อยูเ่ ยน็ เปน็ สขุ ”
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ปิ ฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งี คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทศิ
ใบความรู้
เรอ่ื ง ตวั อยา่ งบคุ คลผซู้ งึ่ ปฏบิ ตั ติ นตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บคุ คลท่ี 1
กญั ญา ออ่ นศรี
แบบอยา่ ง "เศรษฐกจิ พอเพยี ง"
กญั ญา ออ่ นศรี เป็นธิดาคนโตจากพน่ี อ้ ง 4 คนของคณุ พ่อเสมอื น และคณุ แมส่ มนิ ระบือนาม ปจั จุบนั อาศัย
อยูบ่ ้านเลขที่ 24 หมู่ 10 บ้านทพั ไทย ตำบลทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสรุ ินทร์ จบการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน จากนนั้
กัญญาได้ออกมาช่วยครอบครวั ประกอบอาชพี เกษตรกรรม กระทง่ั ย่างเขา้ สูว่ ยั สาว กญั ญาก็มคี วามฝันเช่นเดยี วกบั หญงิ
สาวชนบทโดยท่ัวไป พอหมดหนา้ นา กอปรกบั ความแห้งแล้งของชนบทในครง้ั นนั้ ทำให้เธอตอ้ งมงุ่ หนา้ สู่เมืองหลวง เพือ่
หารายไดแ้ ละเพิ่มประสบการณใ์ หก้ บั ตนเอง
โดยในชว่ งปี 2529 กญั ญาไดเ้ ขา้ ไปเป็นคนฝกึ หัดทำครวั แถวๆ ยานนาวา ซงึ่ น่เี องทำใหเ้ ธอได้ฝมี อื ในการ
ทำอาหารมาชว่ ยพนี่ อ้ ง ผองเพ่อื นในหมูบ่ ้านเนื่องในเทศกาลงานบญุ ตา่ งๆ ทำไดป้ สี องปี ถึงฤดูทำนา กัญญากก็ ลบั มาช่วย
ครอบครัวทำนาอกี คำรบหน่งึ และพอหมดหนา้ นาในคราน้ี เธอไดก้ ลบั ไปเปน็ สาวโรงงานท่บี รษิ ทั สุรพลซฟี ูด้ สย์ า่ น
สมทุ รปราการ และไดพ้ บรกั กบั สนุ ทร ออ่ นศรี ชายหน่มุ จากราชบุรี
ปี 2533 ท้ังคู่ไดต้ ัดสนิ ใจใชช้ วี ติ คูร่ ่วมกัน โดยกลบั มาแตง่ งานทบี่ า้ นเกดิ ของเธอ หลังจากนน้ั กไ็ ดก้ ลับไปทำงาน
เป็นสาวโรงงานเชน่ เดิม เพื่อหาทนุ รอนสำหรบั กลบั มาทำงานอยู่ทบ่ี ้านเกดิ สว่ นสามกี ็ทำงานเป็นคนขบั รถอยูท่ เี่ ดยี วกนั
หลังจากเก็บเงินเกบ็ ทอง ไดต้ ามท่ีตงั้ ใจ ปี 2536 กญั ญาและสามไี ด้กลับมาปักหลักยดึ อาชพี เดิมของบรรพบรุ ุษอยูท่ ีบ่ า้ น
เกิดจงั หวดั สรุ ินทร์
สูว่ ถิ เี กษตรธรรมชาติ
แรกๆ น้นั ครอบครัวของกัญญากท็ ำนาเชงิ เดยี่ วเชน่ เดยี วกบั เพอ่ื นบา้ น แตค่ วามท่ีบดิ าเปน็ คนขยันในแปลงนาก็
เลยมพี ชื ผักสวนครวั ไวส้ ำหรบั รบั ประทาน อีกประการหน่งึ สามีของเธอเปน็ คนราชบรุ ี แมไ้ มเ่ คยทำสวนแตก่ เ็ คยได้เหน็
การทำไร่ทำสวนของเพือ่ นบ้านมาบา้ ง เลยมีแนวคดิ วา่ น่าจะหาอะไรมาปลูกเสรมิ ในช่วงท่ไี มไ่ ดท้ ำนา ช่วงปี 2536-2537
ท้ังคู่ได้ทดลองปลูกพืชเสรมิ ในชว่ งหนา้ แล้ง โดยลงถวั่ , ถั่วฝักยาวและขา้ วโพด ปรากฏวา่ ไดผ้ ลผลิตอย่างน่าพอใจ และสรา้ ง
รายไดเ้ ปน็ กอบเป็นกำ จากนน้ั เปน็ ต้นมา กญั ญาไมม่ คี วามคดิ ทหี่ วนกลบั สู่เมืองหลวงอีกเลย กลบั มีความมุง่ มน่ั ทจ่ี ะพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สีงคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศ
ไทยอุทิศ
ผืนที่นาเพือ่ สร้างผลผลติ ในทุกฤดกู าล ไมผ้ ลตา่ งๆ จึงมหี มุนเวยี นเกบ็ กนิ ไดต้ ลอดปี เช่น มะมว่ ง ฝรง่ั มะขาม มะพร้าว
กระทอ้ น ฯลฯ นอกจากน้แี ลว้ พชื ผักสวนครวั จำพวก พรกิ มะเขือ หอม กระเทยี ม ยหี่ รา่ ขงิ
ขา่ ตะไคร้ คะนา้ ผกั กาด ฯลฯ
กไ็ มต่ อ้ งไปซือ้ หามารับประทานเชน่ เดยี วกนั อยา่ งไรกต็ าม เธอยงั ตอ้ งพง่ึ พาปจั จัยการผลิตจากภายนอกอยู่ อาทิ ยา
กำจัดศตั รพู ชื และปุ๋ยเคมี
การท่กี ญั ญาไดม้ ีโอกาสเขา้ รว่ มกจิ กรรมกบั กล่มุ องคก์ รพัฒนาเอกชนในเร่อื งเกย่ี วกบั บทบาทหญงิ ชายกับการ
อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ทำใหเ้ ธอมีโอกาสไดเ้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม การศกึ ษาดูงาน ตลอดจนไดแ้ ลกเปลย่ี นแนวคิดกับ
เกษตรกรกลุ่มอ่นื ๆ จดุ เปลี่ยนทส่ี ำคัญคอื เธอมโี อกาสไดไ้ ปศกึ ษาดูงานเกยี่ วกับเกษตรธรรมชาติทไี่ ม่ตอ้ งพึ่งพาสารเคมี
ทีจ่ ังหวัดรอ้ ยเอ็ด ในปี 2542 กญั ญาไดต้ ดั สินใจเลกิ ใชจ้ ำพวกสารเคมเี ดด็ ขาด ไมว่ า่ จะเป็นป๋ยุ เคมี หรอื ยากำจดั ศตั รพู ชื
เข้ารว่ มโครงการ
ปี 2544 กัญญาไดเ้ ขา้ รว่ มโครงการนำรอ่ ง เพ่ือพฒั นาเกษตรกรรมย่งั ยนื รายย่อยภูมนิ เิ วศน์สุรนิ ทร์ โดยมพี น้ื ท่ี
เขา้ ร่วมโครงการราว 15 ไร่ ซงึ่ เป็นพน้ื ทท่ี ำการเกษตรมากอ่ นหน้าแล้ว การท่ีไดเ้ ข้ารว่ มโครงการนำรอ่ งฯ น้นั ทำใหไ้ ดร้ บั
แนวคดิ เรอื่ งการทำเกษตรแบบยงั่ ยืนหรอื เกษตรแนวธรรมชาตมิ ากข้นึ และการที่กญั ญาไดเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมบอ่ ยคร้ังทำให้
ประสบการณต์ ่างๆ ท่ีเก่ยี วเนอื่ งกบั งานของตนเอง ไมว่ ่าบทบาทของหญงิ ชายในสงั คมหรืองานด้านเกษตรกรรม กัญญา
ผสานส่ิงเหล่านเี้ พือ่ มาปรบั ใช้กบั ตนเองอยา่ งลงตวั
นอกจากความรู้ทางวิชาการท่ีได้รบั ทง้ั นักวชิ าการ จากกล่มุ เพอ่ื นเกษตรกรในโครงการเดยี วกนั แลว้ การแลก
เปลย่ี นเรยี นรูจ้ ากการศกึ ษาดูงานกเ็ ป็นอกี ปจั จัยหนึ่งทท่ี ำให้ใหเ้ กดิ องค์ความรูใ้ นการท่ีจะนำมาพฒั นาพื้นท่ีของตนเอง อกี
ส่วนหนงึ่ ทไี่ ด้รบั จากการเข้าร่วมโครงการฯ คือ การสนบั สนุนปจั จยั การผลติ อกี หลายๆ อยา่ ง ไม่วา่ จะเป็นเงินทนุ
สนบั สนุนการขดุ สระการสร้างโรงเรือนสำหรบั เลย้ี งสตั ว์ และทำปยุ๋ หมกั
ปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมของกัญญา ไม่เคยว่างเว้นจากผลผลิต หมดฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เธอและครอบครัวก็
ชว่ ยกันลงถั่วเขยี ว ถั่วฝกั ยาว ข้าวโพด หรอื อนื่ ๆ บ้างแล้วแต่ฤดูกาล ส่วนไม้ผลตา่ งๆ ท่ีปลูกไวต้ ง้ั แตก่ อ่ นเขา้ รว่ มโครงการ
ผสานกับทีเ่ พ่งิ ลง กใ็ ห้ผลผลิตเป็นทนี่ ่าพอใจ
นอกจากจะบริโภคสำหรับครอบครัวแล้ว ที่เหลือก็นำไปขายเพิ่มรายได้ในอีกทางหนึ่ง ประสบการณ์ต่างๆ ที่
กัญญาได้รับมาจากการเรียนรู้ภายนอกและการค้นพบเอง เธอก็นำมาถ่ายทอดเลา่ สูห่ มู่เพ่ือนเกษตรกรด้วยกัน เช่น เรื่อง
การทำและใช้น้ำหมักชีวภาพ การปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ รวมไปถึงการจัดการกลุ่มองค์กรเพื่อให้เกิดความ เข้มแข็ง
อย่างไรก็ดี อุปสรรคและปัญหาตา่ งๆ ก็ย่อมมบี ้างเป็นธรรมดา การที่กัญญาต้องออกไปร่วมประชุมสัมมนาบ่อยครั้งในแต่
ละสปั ดาห์ ทำใหม้ เี วลาในการจัดการแปลงนอ้ ยลงบา้ ง
สรา้ งโรงเรียนใหล้ ูก
แต่กระนั้น สง่ิ ทท่ี ำลงไปก็ไดส้ ร้างความภาคภูมใิ จให้กัญญาและครอบครวั คือ เธอไดส้ รา้ งโรงเรียนชีวิตให้กับลูก
คนโตของเธอ “ชนิษฐา” หรือ “น้องวันดี” การปลูกฝังวิถีชีวิตเกษตรแบบเรียบง่าย และสร้างวินัยให้กับลูกไปแบบไม่รู้ตัว
ทกุ ๆ เชา้ วันดีจะเก็บผลผลิตในสวนใส่ตะกร้าไวท้ า้ ยจักรยาน ถีบเร่ขายในหม่บู า้ นก่อนไปโรงเรยี น จนเปน็ ท่ีรักใคร่เอ็นดู
ของคนในหมู่บ้าน และทุกๆ วันเสาร์ท่ีตลาดนัดสีเขยี วเทศบาลเมืองสุรินทร์ วันดีก็จะนำผลผลติ ไปขายให้คนเมอื งได้ซือ้ หา
รบั ประทานผักไรส้ าร อยูเ่ ปน็ ประจำ
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑิรา ทองผาภมู ปิ ฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอทุ ศิ
ต้นปี 2545 สิ่งที่กัญญาและวันดีได้ทำไปนั้น ได้กลายเปน็ ตวั อย่างที่สวยสดงดงาม ถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชนใน
รายการ “ทุ่งแสงตะวนั ” ซึง่ ถอื ว่าเปน็ รายการสารคดีเก่ยี วกบั เดก็ ทีไ่ ด้รบั การยอมรับอย่างแพร่หลาย
กัญญาเล่าให้ฟังว่า วันที่ออกอากาศนั้น คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่มานั่งดูด้วยกันถึงกับนั่งน้ำตาซึมด้วยความ
ภาคภูมิใจทีล่ กู หลานได้ทำสิง่ ดีๆ เปน็ ที่เชิดหน้าชูตาของหม่บู า้ น สว่ นลกู ชายคนเล็กของเธอท่เี พง่ิ อายไุ ม่กข่ี วบ ก็เริ่มช่วยเธอ
รดน้ำตน้ ไม้ได้แลว้
วิถีเกษตรธรรมชาติทกี่ ัญญาและครอบครัวไดร้ ว่ มสรา้ งกนั มานน้ั หาไดเ้ กดิ ในชั่วข้ามคนื ไม่ หากเกิดจากความมุ
มานะ ตง้ั ใจ จนกลายเปน็ แบบอยา่ งทด่ี งี ามของคนในชุมชนและสังคมเกษตรกรรมในวงกวา้ ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ นางสาวมณฑริ า ทองผาภมู ิปฐวี
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงี คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศ
ไทยอุทิศ