๔๓
๗. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ขนั้ นา
๗.๑.๑ นักเรียนพิจารณาประโยคต่อไปน้ี แล้วช้ีให้เห็นความเปลี่ยนแปลง และสาเหตุของ
การเปลีย่ นแปลงความหมายของประโยคแต่ละคู่
• แม่ซ้อื เส้ือ แมซ่ ้ือเสอ่ื
• ฉนั รกั ปา้ ฉนั รักป่า
• นอ้ งกลัวพ่ี น้องกลัวผี
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ นักเรยี นศกึ ษาเร่ืองเสียงวรรณยุกต์
๗.๒.๒ ครใู หน้ ักเรียนจาแนกเสียงพยัญชนะทง้ั ๒๑ เสยี ง ตามหลกั อักษร ๓ หมู่
๗.๒.๓ ครูพานักเรยี นฝกึ ผันวรรณยกุ ต์ ตามอกั ษร ๓ หมใู่ นหนังสือเรยี น
๗.๒.๔ ครกู าหนดคาใหน้ กั เรียนฝกึ ผนั วรรณยุกตใ์ หค้ รบ ๕ เสยี ง โดยใหเ้ ขียนลงในสมุดก่อน
จงึ อา่ นออกเสยี ง คามีดังน้ี
ป่า ขา้ ทู มัน ยา
๗.๒.๕ ให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของคาที่กาหนดว่ามีเสียงพยัญชนะ สระ และ
วรรณยกุ ต์
ใดบา้ ง
๗.๒.๖ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑
๗.๓ ขน้ั สรปุ
๗.๓.๑ นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปบทเรยี นพร้อมท้งั เฉลยกิจกรรมส่งเสริมการเรยี นรขู้ อ้ ๕-๖
๗.๓.๒ นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ เป็นการบา้ น
๘. ส่อื การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑
๘.๒ แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑
๘.๓ ห้องเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
๘.๔ Google Classroom
๘.๕ DLTV
๙. การวดั และประเมนิ ผล
๙.๑ วธิ ีการวัดผลและประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครอื่ งมือวัดผลและประเมนิ ผล
- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
๔๔
- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
- แบบประเมินชนิ้ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ
๔๕
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
มีกจิ กรรมการเรียนรูเ้ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั ใช้สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรียนรโู้ ดยใชว้ ิธกี ารที่หลากหลาย
แผนการจัดการเรยี นรู้นาไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกับหลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชมุ ชน
ลงช่ือ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย)์
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
วันที.่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรียนรูเ้ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั
มีการใชส้ อ่ื และแหลง่ เรยี นรูท้ ี่หลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพสิ ยั จติ พิสัย ทกั ษะพสิ ัย
ลงชือ่ .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ)์
หัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นเิ ทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ เพ่อื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
วันท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๔๖
บันทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครูผ้สู อน
(นางสกาว แหมง่ ปงั )
การออกแบบ
รายวิชาภาษาไทย ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ สรา้ งคานาความหมาย
รหัส สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ วธิ ีการสอน วธิ กี
ตัวชีว้ ดั
การสรา้ งคาในภาษาไทยมี -คามลู -บรรยาย -สงั เกตพฤ
ท ๔.๑ ความสาคัญยงิ่ เพราะทาใหม้ ี -คาประสม -ปฏบิ ัติ เขา้ ร่วมก
- ม.๑/๒ -เกม -ประเมิน
คาใหม่ในภาษาเพิ่มมากข้ึน -คาซา้ รายบุคคล
และสามารถนาคาใหม่ -คาซ้อน -ตรวจใบง
เหลา่ น้ันไปใชใ้ นการสอ่ื สาร -ตรวจแบ
-ตรวจแบ
ให้เกดิ ประโยชนไ์ ด้ ก่อน – ห
หนว่ ยการ
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
๑.ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒.ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑.มวี ินยั
๒.ใฝเ่ รยี นรู้
๓.ม่งุ มนั่ ในการทางาน
๔๗
บหน่วยการเรยี นรู้
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
เวลา ๖ ชวั่ โมง คะแนนเต็ม ๖ คะแนน
การวัดผล เคร่ืองมือการวัดผล สอ่ื และ ช้ินงาน
แหลง่ เรยี นรู้ ภาระงาน
ฤตกิ รรมการ -แบบประเมนิ -ใบความรู้ -ใบงานที่ ๒.๑
กิจกรรม พฤตกิ รรมการเข้าร่วม
-วดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง การสร้างคา
นการทางาน กจิ กรรม
ล -แบบประเมินการ -หนงั สอื เรยี น -ใบงานท่ี ๒.๒
งาน ทางานรายบคุ คล
ภาษาไทย ม.๑ เรื่อง การสรา้ งคา
บบฝกึ หัด -ใบงาน
บบทดสอบ -แบบฝกึ หัด -บตั รคา
หลังเรียน -แบบทดสอบกอ่ น – -Google
รเรยี นรูท้ ่ี ๒ หลงั เรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ Classroom
-DLTV
๔๘
แผนการจัดการเรียนรู้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑
เวลาเรยี น ๖ ชั่วโมง
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ สร้างคานาความหมาย ผู้สอน นางสกาว แหม่งปงั
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๗ เรื่อง คามูล
สอนวนั ที.่ ..........เดอื น...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
ม.๑/๒ สรา้ งคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
คาด้ังเดิมในภาษาไทยส่วนใหญ่มักเป็นคาพยางค์เดียวเรียกวา่ คามูล การเพ่ิมคาในภาษาไทยนนั้ ทาได้
ด้วยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามูลมาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซ้อน และยังรับคาภาษาอ่ืนมาใช้อีก
ดว้ ย
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
เมื่อเรยี นจบบทเรียนนีแ้ ล้ว นักเรียนสามารถ
๔.๑ บอกลักษณะของคามูลไดถ้ กู ต้อง (K)
๔.๒ อา่ นออกเสยี งคามูลแต่ละพยางค์ได้ (P)
๔.๓ ตัง้ ใจฟงั ครสู อน (A)
๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการจาแนกประเภท
- ทักษะการนาความรไู้ ปใช้
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การสรา้ งคา
๑) ลักษณะและยกตวั อยา่ งของคามลู
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคามลู ไปใช้ในกระบวนการสรา้ งคา
๖.๓ ดา้ นคุณลักษณะ
๖.๓.๑ มีวินัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มงุ่ มัน่ ในการทางาน
๔๙
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ข้นั นา
๗.๑.๑ สนทนาซักถามนักเรียนเก่ียวกับการสร้างคาขึ้นใช้ในภาษาไทยว่ามีวิธีใดบ้าง ให้
นกั เรยี นรว่ มกันอภิปราย กอ่ นเข้าสบู่ ทเรยี น
๗.๑.๒ นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
๗.๒ ข้นั สอน
๗.๒.๑ ครใู ห้นกั เรียนเปดิ หนังสอื เรยี นภาษาไทยชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เลม่ ๑ เรอื่ ง คามลู
๗.๒.๒ ครูซักถามนกั เรยี นเพอ่ื เป็นการตรวจสอบความรู้ท่ไี ด้จากการศกึ ษา
๗.๒.๓ ครูส่มุ เรยี กนกั เรียนบางคนใหย้ กตัวอย่างคามลู
๗.๒.๔ ครูซกั ถามเพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจในบทเรียน
๗.๓ ขน้ั สรุป
๗.๓.๑ ครูและนกั เรยี นสรุปพรอ้ มทง้ั แสดงความคดิ เหน็ ร่วมกัน
๗.๓.๒ ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี ๒.๑ เรื่องการสร้างคา
๘. สอื่ การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
๘.๑ หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑
๘.๒ ใบงานท่ี ๒.๑ เร่อื งการสรา้ งคา
๘.๓ ห้องเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
๙. การวัดและประเมินผล
๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมินผล
- สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครือ่ งมอื วัดผลและประเมินผล
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
- แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
๕๐
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรียนรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั ใชส้ ือ่ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรียนรโู้ ดยใชว้ ธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนร้นู าไปสูก่ ารปฏิบตั ิได้ สอดคล้องกับหลกั สูตร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงชอ่ื .............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย)์
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
วนั ท.ี่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ
มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพสิ ัย
ลงชือ่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)์
หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วันที.่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่อื นาไปพฒั นางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี
รองผูอ้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๕๑
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครผู ู้สอน
(นางสกาว แหม่งปัง)
๕๒
แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๖ ชั่วโมง
เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๒ สรา้ งคานาความหมาย ผูส้ อน นางสกาว แหมง่ ปงั
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๘ เร่อื ง คาประสม
สอนวนั ท่ี...........เดอื น...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วัด
ม.๑/๒ สรา้ งคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
คาดงั้ เดิมในภาษาไทยสว่ นใหญ่มักเปน็ คาพยางค์เดียวเรียกวา่ คามูล การเพม่ิ คาในภาษาไทยนั้น ทาได้
ดว้ ยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามลู มาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซอ้ น และยังรบั คาภาษาอื่นมาใช้อีกด้วย
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมื่อเรียนจบบทเรียนน้ีแลว้ นักเรียนสามารถ
๔.๑ มีความร้คู วามเข้าใจเรือ่ งการสรา้ งคา (K)
๔.๒ การสรา้ งคาประสม (P)
๔.๓ มีความกระตือรอื รน้ ในการทางาน (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การสรา้ งคา
๑) คาประสม
๖.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคาประสมไปใช้ในกระบวนการสรา้ งคา
๖.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี นิ ัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ ม่งุ มนั่ ในการทางาน
๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ข้ันนา
๕๓
๗.๑.๑ ครเู ลน่ เกมทดสอบสมาธิ โดยการลกุ -นง่ั สลับกันไป แลว้ ครบู อกใหน้ ักเรยี นลกุ แต่ครู
นั่งลง เพ่อื ทดสอบสมาธนิ กั เรยี น
๗.๑.๒ ครูถามนักเรยี นว่า เพราะเหตใุ ดจงึ มกี ารสรา้ งคาในภาษาไทย
๗.๑.๓ นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
๗.๒ ขนั้ สอน
๗.๒.๑ ครูเฉลยใบงานที่ ๒.๑ เรอ่ื งการสร้างคา
๗.๒.๒ นักเรยี นศกึ ษาเร่อื ง คาประสม ในหนังสือเรยี นวิชาภาษาไทย ๑
๗.๒.๓ ครูซกั ถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ
๗.๒.๔ ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ให้นักเรียนแข่งกันหาคาประสมที่มีอยู่ภายใน
ห้องเรียน
๗.๒.๕ ครใู ห้นักเรยี นฝึกอ่านออกเสยี งคาประสมพร้อมกนั ท่ปี รากฏบนกระดาน
๗.๓ ขนั้ สรุป
๗.๓.๑ ครแู ละนักเรียนสรปุ เร่อื งคาประสมพร้อมทง้ั แสดงความคิดเหน็ รว่ มกัน
๘. สือ่ การเรยี นร/ู้ แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
๘.๒ หอ้ งเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
๘.๓ สอื่ คาประสม
๙. การวัดและประเมินผล
๙.๑ วิธกี ารวดั ผลและประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครื่องมอื วัดผลและประเมินผล
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบคุ คล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ
- แบบประเมนิ ช้ินงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
๕๔
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใชส้ อื่ และแหลง่ เรยี นรูท้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชุมชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านชิ ย์)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสัย ทักษะพิสัย
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ์)
หัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ท.่ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๕๕
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครูผู้สอน
(นางสกาว แหมง่ ปงั )
๕๖
แผนการจัดการเรียนรู้ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ สร้างคานาความหมาย ผสู้ อน นางสกาว แหมง่ ปงั
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๙ เรอ่ื ง คาซ้า
สอนวนั ที่...........เดอื น...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
๒. ตัวชี้วัด
ม.๑/๒ สร้างคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
คาด้ังเดิมในภาษาไทยส่วนใหญม่ ักเป็นคาพยางค์เดียวเรียกวา่ คามูล การเพ่ิมคาในภาษาไทยนั้น ทาได้
ด้วยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามูลมาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซ้อน และยังรับคาภาษาอื่นมาใช้อีก
ดว้ ย
๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เมือ่ เรียนจบบทเรียนนแี้ ล้ว นกั เรยี นสามารถ
๔.๑ บอกลกั ษณะ ชนดิ ข้อสังเกตของคาซ้าไดถ้ ูกต้อง (K)
๔.๒ อา่ นออกเสียงคาซา้ ได้ถกู ต้อง (P)
๔.๓ ตั้งใจฟงั ครสู อน (A)
๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการจาแนกประเภท
- ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ การสรา้ งคา
๑) ลกั ษณะ ชนิด และขอ้ สังเกตของคาซา้
๖.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคาซ้าไปใช้ในกระบวนการสร้างคา
๖.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวินัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ มุง่ มัน่ ในการทางาน
๕๗
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขัน้ นา
๗.๑.๑ นกั เรยี นทบทวนความร้ทู ่เี รียนไปแล้ว
๗.๑.๒ ครูต้ังคาถามวา่ การสร้างคาในภาษาไทยนอกจากจะมคี าประสมแล้วยังมีคาอะไรอีก
๗.๑.๓ นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ ครใู ห้นกั เรยี นเปิดหนังสอื เรยี นภาษาไทยชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เลม่ ๑ เร่อื ง คาซา้
๗.๒.๒ ครอู ธบิ ายความหมาย ชนดิ และหลักการสังเกตของคาซา้ ใหน้ ักเรยี นฟัง
๗.๒.๓ ครูสุ่มเรียกนกั เรยี นให้อธบิ ายความหมาย ชนิด และหลักการสงั เกตของคาซ้า
๗.๒.๔ ครูซกั ถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจในบทเรยี น
๗.๓ ขน้ั สรปุ
๗.๓.๑ ครูและนกั เรียนสรปุ พร้อมท้ังแสดงความคดิ เหน็ ร่วมกัน
๗.๓.๒ นกั เรยี นสรุปและบันทึกเร่อื งคาซา้ ลงในสมดุ
๘. ส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
๘.๒ ห้องเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
๘.๓ สอื่ คาซ้า
๙. การวดั และประเมินผล
๙.๑ วธิ กี ารวดั ผลและประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- ประเมินการทางานรายบคุ คล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
- แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบคุ คล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
- แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ
๕๘
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใช้ส่ือและแหลง่ เรยี นรูท้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชย)์
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพสิ ยั
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)์
หัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๕๙
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครผู ู้สอน
(นางสกาว แหมง่ ปัง)
๖๐
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑
เวลาเรยี น ๖ ชวั่ โมง
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ สรา้ งคานาความหมาย ผสู้ อน นางสกาว แหมง่ ปัง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๐ เรอื่ ง คาซอ้ น
สอนวนั ท่ี...........เดือน...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
๒. ตัวช้ีวัด
ม.๑/๒ สร้างคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
คาด้ังเดิมในภาษาไทยส่วนใหญม่ ักเป็นคาพยางค์เดียวเรียกว่า คามูล การเพิ่มคาในภาษาไทยนั้น ทาได้
ด้วยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามูลมาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซ้อน และยังรับคาภาษาอ่ืนมาใช้อีก
ด้วย
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
เมอื่ เรยี นจบบทเรียนนแี้ ล้ว นกั เรยี นสามารถ
๔.๑ บอกความหมาย ยกตัวอย่าง และข้อสังเกตของคาซอ้ นไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
๔.๒ อ่านออกเสียงคาซอ้ นได้ถูกต้อง (P)
๔.๓ อธบิ ายลกั ษณะของคาซ้อนได้ (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการจาแนกประเภท
- ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การสร้างคา
๑) ความหมาย ลักษณะ ตวั อยา่ ง และขอ้ สังเกตของคาซ้อน
๖.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคาซอ้ นไปใชใ้ นกระบวนการสรา้ งคา
๖.๓ ด้านคณุ ลักษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓.๓ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖๑
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขั้นนา
๗.๑.๑ ใหน้ กั เรียนฝกึ นง่ั สมาธิ ๕ นาที
๗.๑.๒ ครูตง้ั คาถามว่า การสร้างคาในภาษาไทยนอกจากจะมีคาซา้ แลว้ ยังมีคาอะไรอีก
๗.๑.๓ นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนงั สอื เรียนภาษาไทยชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ เลม่ ๑ เรื่อง คาซอ้ น
๗.๒.๒ ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นความหมาย ลักษณะ และหลกั การสังเกตของคาซ้อน
๗.๒.๓ ครูอธบิ ายความหมาย ลกั ษณะ และหลักการสงั เกตของคาซอ้ นใหน้ กั เรียนฟงั
๗.๒.๔ ครูซักถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจในบทเรียน
๗.๒.๕ ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นให้ยกตวั อยา่ งคาซอ้ น
๗.๓ ข้ันสรปุ
๗.๓.๑ ครแู ละนักเรียนสรปุ พร้อมทัง้ แสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั
๗.๓.๒ นกั เรยี นสรปุ และบนั ทกึ เรือ่ งคาซอ้ นลงในสมุด
๘. สอื่ การเรยี นร้/ู แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
๘.๒ ห้องเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
๘.๓ ส่อื คาซอ้ น
๙. การวดั และประเมินผล
๙.๑ วธิ กี ารวดั ผลและประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมินผล
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมนิ การทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
- แบบประเมินชนิ้ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ
๖๒
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวิชาการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สาคญั ใชส้ อื่ และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลาย
แผนการจัดการเรียนร้นู าไปสู่การปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลักสตู ร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงช่อื .............................................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชย)์
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วนั ที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ
มกี ารใช้สื่อและแหลง่ เรยี นร้ทู ี่หลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสยั ทักษะพสิ ัย
ลงชอื่ .............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)์
หวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
วนั ท.ี่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานต่อไป
ลงช่อื .............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผูอ้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วันท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๖๓
บันทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………ครูผสู้ อน
(นางสกาว แหม่งปงั )
๖๔
แผนการจดั การเรียนรู้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
เวลาเรียน ๖ ชว่ั โมง
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ สร้างคานาความหมาย ผู้สอน นางสกาว แหมง่ ปัง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑๑ เรือ่ ง คามลู คาประสม คาซา้ และคาซอ้ น
สอนวนั ท.่ี ..........เดือน...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
๒. ตัวชี้วดั
ม.๑/๒ สรา้ งคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
คาดั้งเดิมในภาษาไทยส่วนใหญ่มักเป็นคาพยางค์เดียวเรียกว่า คามูล การเพิ่มคาในภาษาไทยน้นั ทาได้
ด้วยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามูลมาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซ้อน และยังรับคาภาษาอ่ืนมาใช้อีก
ดว้ ย
๔. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เมอ่ื เรียนจบบทเรียนนีแ้ ล้ว นักเรียนสามารถ
๔.๑ บอกความหมาย ยกตวั อย่างและขอ้ สังเกตของคามลู คาประสม คาซา้ และคาซ้อนไดถ้ ูกต้อง (K)
๔.๒ อา่ นออกเสยี งคามลู คาประสม คาซ้าและคาซอ้ นไดถ้ กู ต้อง (P)
๔.๓ มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน (A)
๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการจาแนกประเภท
- ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การสร้างคา
๖.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคามูล คาประสม คาซ้าและคาซอ้ นไปใชใ้ นกระบวนการสรา้ งคา
๖.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะ
๖.๓.๑ มวี ินัย
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มุ่งมน่ั ในการทางาน
๖๕
๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ขัน้ นา
๗.๑.๑ ให้นักเรยี นทากจิ กรรมขยับกายขยายสมอง จีบ-แอล
๗.๑.๒ ครูต้ังคาถามว่า การสร้างคาในภาษาไทยมีก่ีชนิด อะไรบ้าง เพ่ือเป็นการทบทวน
ความรู้
๗.๑.๓ นักเรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
๗.๒ ขนั้ สอน
๗.๒.๑ ครูใหน้ กั เรยี นเปดิ หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ เลม่ ๑ เรื่อง การสร้างคา
๗.๒.๒ ครูอธิบายแผนผงั ความคิดประกอบด้วยอะไรบา้ ง
๗.๒.๓ ใหน้ กั เรียนทาแผนผังความคดิ เรื่อง การสรา้ งคา ระบายสตี กแตง่ ใหส้ วยงาม
๗.๒.๔ ครูซักถามเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจในบทเรยี นและใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง
การสรา้ งคา
๗.๓ ข้ันสรุป
๗.๓.๑ ครแู ละนักเรียนสรุปพรอ้ มทง้ั แสดงความคดิ เห็นรว่ มกนั
๘. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑
๘.๒ สอ่ื อนิ เทอร์เนต็
๘.๓ หอ้ งเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
๙. การวดั และประเมินผล
๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมนิ ผล
- สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
- ประเมินการทางานรายบคุ คล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เคร่อื งมือวดั ผลและประเมินผล
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ
- แบบประเมินชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
๖๖
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั ใชส้ ือ่ และแหล่งเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์และกระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธกี ารทห่ี ลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสู่การปฏิบัติได้ สอดคล้องกับหลกั สูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชมุ ชน
ลงช่ือ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานิชย)์
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
วันท่ี.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นร้ทู ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพสิ ัย
ลงช่อื .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)
หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่อื นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงชอ่ื .............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผอู้ านวยการกลุม่ บริหารงานวิชาการ
วันท.่ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
๖๗
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครผู ูส้ อน
(นางสกาว แหมง่ ปัง)
๖๘
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
เวลาเรียน ๖ ชว่ั โมง
รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๒ สรา้ งคานาความหมาย ผูส้ อน นางสกาว แหม่งปัง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๒ เรือ่ ง คามลู คาประสม คาซา้ และคาซอ้ น
สอนวันที่...........เดือน...................พ.ศ............
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วัด
ม.๑/๒ สร้างคาในภาษาไทย
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
คาด้ังเดิมในภาษาไทยส่วนใหญ่มักเป็นคาพยางค์เดียวเรียกว่า คามูล การเพิ่มคาในภาษาไทยนนั้ ทาได้
ด้วยการสร้างคาใหม่ โดยนาคามูลมาประกอบกันเป็นคาประสม คาซ้า คาซ้อน และยังรับคาภาษาอ่ืนมาใช้อีก
ด้วย
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เมอ่ื เรยี นจบบทเรยี นน้แี ล้ว นักเรียนสามารถ
๔.๑ บอกความหมาย ยกตวั อย่างและข้อสังเกตของคามลู คาประสม คาซ้าและคาซอ้ นได้ถูกตอ้ ง (K)
๔.๒ อา่ นออกเสียงคามลู คาประสม คาซา้ และคาซอ้ นไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
๔.๓ มคี วามกระตอื รือรน้ ในการทางาน (A)
๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการจาแนกประเภท
- ทักษะการนาความรูไ้ ปใช้
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ดา้ นความรู้
๖.๑.๑ การสร้างคา
๖.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาคามูล คาประสม คาซา้ และคาซอ้ นไปใชใ้ นกระบวนการสรา้ งคา
๖.๓ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี ินัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓.๓ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๖๙
๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ข้นั นา
๗.๑.๑ ใหน้ กั เรยี นเตรยี มความพร้อมโดยเลน่ กจิ กรรมปรบมอื เขา้ จงั หวะ
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ ใหน้ ักเรยี นทบทวนความรู้เดมิ
๗.๒.๒ ครูสรปุ โดยใชส้ ื่อพาวเวอรพ์ อยทช์ ่วยสอน
๗.๒.๓ ครูซกั ถามเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจในบทเรยี น
๗.๒.๔ แจกใบงานท่ี ๒.๒ เร่อื งการสรา้ งคา ให้นักเรียนทา
๗.๓ ขน้ั สรปุ
๗.๓.๑ ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงานที่ ๒.๒ เร่ืองการสร้างคา และให้นักเรียนทา
แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๒ เป็นการบา้ น
๘. สอื่ การเรียนร/ู้ แหล่งเรียนรู้
๘.๑ ใบงานท่ี ๒.๒ เรอ่ื งการสรา้ งคา
๘.๒ หอ้ งเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
๘.๓ สื่อพาวเวอร์พอยท์
๙. การวัดและประเมนิ ผล
๙.๑ วิธีการวัดผลและประเมนิ ผล
- สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบคุ คล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครื่องมือวดั ผลและประเมนิ ผล
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ตอบไดค้ รบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบคุ คล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
- แบบประเมินชิ้นงาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ
๗๐
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใชส้ อื่ และแหลง่ เรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และกระบวนการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทีห่ ลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลักสูตร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชมุ ชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ย)์
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสยั ทักษะพิสัย
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที.่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานต่อไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
วนั ท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๗๑
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรียนรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………ครผู ู้สอน
(นางสกาว แหม่งปงั )
การออกแบบ
รายวชิ าภาษาไทย ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๓ พดู หรือเขยี นเรียนให้ถูก
รหัส สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ วธิ ีการสอน วธิ ีก
ตัวชวี้ ัด
ภาษาพดู และภาษาเขยี นต้อง -ภาษาพูด -บรรยาย -สงั เกตพฤ
ท ๔.๑ ใช้ให้ถูกตอ้ งตามหลักภาษา -ภาษาเขียน -ปฏิบตั ิ เขา้ รว่ มก
- ม.๑/๔ -ประเมิน
กาลเทศะและบคุ คล เพือ่ ให้ -ระดบั ของภาษา -เกม รายบุคคล
การส่อื สารน้นั บรรลุตาม -ตรวจใบง
เป้าหมายที่กาหนดไว้ ภาษา -ตรวจแบ
พูดกบั ภาษาเขยี นนั้นมคี วาม -ตรวจแบ
แตกต่างกัน การใช้ภาษาจึง
ท้ายหน่วย
ตอ้ งมีความระมดั ระวังเพอื่ ใช้ ที่ ๓
ใหเ้ หมาะสม
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๑.ความสามารถในการสือ่ สาร
๒.ความสามารถในการคดิ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑.มวี นิ ยั
๒.ใฝ่เรียนรู้
๓.มงุ่ มน่ั ในการทางาน
๗๑
บหน่วยการเรยี นรู้
รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
เวลา ๖ ช่ัวโมง คะแนนเตม็ ๖ คะแนน
การวดั ผล เครอ่ื งมือการวัดผล ส่ือและ ชนิ้ งาน
แหล่งเรียนรู้ ภาระงาน
ฤติกรรมการ -แบบประเมนิ -ใบความรู้ -ใบงานท่ี ๓.๑
กิจกรรม พฤตกิ รรมการเข้ารว่ ม
นการทางาน -วีดิทศั น์ เร่อื ง ภาษาพูดและภาษา
ล กิจกรรม
งาน -แบบประเมินการ -หนงั สอื เรียน เขียน
บบฝกึ หดั ทางานรายบุคคล
ภาษาไทย ม.๑ -ใบงานท่ี ๓.๒
บบทดสอบ -ใบงาน
-แบบฝึกหัด -บตั รคา เรอื่ ง ภาษาพดู และภาษา
ยการเรยี นรู้
-แบบทดสอบทา้ ย -Google เขียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓
Classroom
-DLTV
๗๒
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เวลาเรียน ๖ ช่ัวโมง
รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ พูดหรอื เขยี นเรียนให้ถูก
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๑๓ เร่ือง ภาษาพดู ผสู้ อน นางสกาว แหม่งปงั
สอนวนั ที่...........เดือน...................พ.ศ........
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วดั
ม.๑/๔ วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพดู และภาษาเขยี น
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ในการส่ือสารกัน เราใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนเพอ่ื ส่งสาร ภาษาพูดใช้เสียงสื่อสารส่วนภาษาเขียนใช้
ตัวอักษรส่ือสาร ภาษาพูดมักใช้ในการสนทนาปราศรัย ส่วนภาษาเขียนมักใช้ในการบันทึกเร่ืองราวที่เป็นแบบ
แผน อยา่ งไรก็ดีภาษาพดู กใ็ ชใ้ นการเขียนได้ และภาษาเขียนกใ็ ชใ้ นภาษาพูดไดเ้ ช่นกนั
๔. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เม่ือเรยี นจบบทเรยี นนแ้ี ล้ว นกั เรยี นสามารถ
๔.๑ มีความร้คู วามเข้าใจเรื่องลกั ษณะของภาษาพดู (K)
๔.๒ อธบิ ายลักษณะของภาษาพูดได้ (P)
๔.๓ ต้งั ใจฟังครสู อน (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ ภาษาพูด
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาภาษาพูดไปใช้ในระดบั ภาษา
๖.๓ ด้านคุณลักษณะ
๖.๓.๑ มวี ินยั
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มุ่งมั่นในการทางาน
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขน้ั นา
๗.๑.๑ ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั ลกั ษณะของภาษาทใี่ ชพ้ ดู สือ่ สารกันในชวี ิตประจาวัน
๗๓
๗.๑.๒ นักเรียนชว่ ยกันอธบิ ายลักษณะภาษาที่ใช้พดู กับคนที่สนิทสนมคนุ้ เคย และกับคนท่ี
ไมส่ นิทสนมคนุ้ เคยวา่ มีความเหมือนหรือมคี วามแตกต่างกนั อยา่ งไร
๗.๑.๓ นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ นักเรียนศกึ ษาความแตกต่างของภาษาพดู และภาษาเขยี นในหนงั สือเรียน ภาษาไทย
๑ เลม่ ๑
๗.๒.๒ ครูเขียนคาตอ่ ไปนีบ้ นกระดานแล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า เป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน
แสตมป์ บตุ รหลาน รถโดยสารประจาทาง
รถจักรยานยนต์ น้าขวด คนขับรถเมล์
พ่อแม่ บอรด์ โทรศพั ท์เคลอ่ื นที่
๗.๒.๓ เมื่อนักเรียนได้พิจารณาเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียนแล้วให้นักเรียนแก้ไขให้เป็น
ภาษาตรงขา้ ม เช่น ถ้าเป็นภาษาพดู ใหเ้ ปล่ยี นเปน็ ภาษาเขียน ถา้ เป็นภาษาเขยี นให้เปล่ียนเป็นภาษาพูด
๗.๓ ขนั้ สรุป
๗.๓.๑ นักเรียนรวบรวมความรู้ความคิดท่ีได้ฟัง แล้วสรุปเป็นความคิดของนักเรียนเอง
พรอ้ มท้ังจดบนั ทึกลงสมดุ
๘. ส่ือการเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
๘.๑ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
๘.๒ ห้องเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
๘.๓ ส่ือเทคโนโลยี
๘.๔ Google Classroom
๘.๕ DLTV
๙. การวดั และประเมินผล
๙.๑ วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผล
- สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เคร่อื งมอื วัดผลและประเมินผล
- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ
- แบบประเมินชน้ิ งาน/ใบงาน
๗๔
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
๗๕
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใชส้ อื่ และแหลง่ เรยี นรูท้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชย)์
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสัย ทักษะพสิ ยั
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)์
หัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๗๖
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครผู ู้สอน
(นางสกาว แหมง่ ปัง)
๗๗
แผนการจดั การเรยี นรู้ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เวลาเรียน ๖ ชั่วโมง
รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓ พูดหรอื เขยี นเรยี นใหถ้ กู
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑๔ เรื่อง ภาษาพดู ผู้สอน นางสกาว แหม่งปัง
สอนวันที.่ ..........เดอื น...................พ.ศ........
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วัด
ม.๑/๔ วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพดู และภาษาเขียน
๓. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ในการสื่อสารกัน เราใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนเพอื่ ส่งสาร ภาษาพูดใช้เสียงส่ือสารส่วนภาษาเขียนใช้
ตัวอักษรสื่อสาร ภาษาพูดมักใช้ในการสนทนาปราศรัย ส่วนภาษาเขียนมักใช้ในการบันทึกเร่ืองราวที่เป็นแบบ
แผน อยา่ งไรกด็ ภี าษาพดู ก็ใชใ้ นการเขยี นได้ และภาษาเขียนกใ็ ช้ในภาษาพดู ได้เชน่ กนั
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
เม่อื เรยี นจบบทเรยี นนแี้ ลว้ นักเรียนสามารถ
๔.๑ มคี วามรคู้ วามเข้าใจเร่ืองลกั ษณะของภาษาพูด (K)
๔.๒ อธบิ ายลักษณะของภาษาพดู ได้ (P)
๔.๓ ตง้ั ใจฟังครูสอน (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทักษะการเปรียบเทยี บ
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ ภาษาพูด
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาภาษาพูดไปใช้ในระดบั ภาษา
๖.๓ ด้านคุณลกั ษณะ
๖.๓.๑ มวี ินยั
๖.๓.๒ ใฝ่เรียนรู้
๖.๓.๓ มุ่งมน่ั ในการทางาน
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขนั้ นา
๗๘
๗.๑.๑ ครูซกั ถามนักเรียนเกี่ยวกับข้อแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขียนเพ่อื ทบทวนความรู้
๗.๑.๒ นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
๗.๒ ขนั้ สอน
๗.๒.๑ ครูให้นกั เรยี นศึกษาความหมายของภาษาพดู
๗.๒.๒ ครูอธิบายภาษาพูดใหน้ กั เรยี นฟงั
๗.๒.๓ ครยู กตวั อย่างภาษาพูดใหน้ กั เรยี นดู
ตัวอยา่ ง
- แดงนายจะไปดูหนงั หรอ ฉันไปด้วยนะ
- ฉนั ไม่สนหรอกวา่ เธอจะทายงั ไง
- คุณพ่อทา่ นไมช่ อบขับรถ
๗.๒.๔ ใหน้ กั เรยี นยกตวั อย่างภาษาพูดมาคนละ ๑ ประโยค
๗.๓ ขั้นสรุป
๗.๓.๑ นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปเกี่ยวกับภาษาพูด พร้อมท้ังให้นักเรียนจดบันทึกลงสมดุ
๘. สอื่ การเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
๘.๑ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
๘.๒ ห้องเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
๘.๓ สื่อเทคโนโลยี
๙. การวัดและประเมนิ ผล
๙.๑ วธิ ีการวดั ผลและประเมินผล
- สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครอื่ งมือวัดผลและประเมินผล
- แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมินการทางานรายบุคคล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง
- แบบประเมินชน้ิ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
๗๙
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใชส้ อ่ื และแหลง่ เรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคล้องกบั จุดประสงค์และกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏบิ ตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลักสูตร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย์)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤติกรรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสยั ทักษะพสิ ัย
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์)
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที.่ ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชาร)ี
รองผู้อานวยการกลุม่ บริหารงานวิชาการ
วนั ท่.ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
๘๐
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………ครูผู้สอน
(นางสกาว แหมง่ ปงั )
๘๑
แผนการจดั การเรยี นรู้ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เวลาเรียน ๖ ชวั่ โมง
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ พูดหรือเขียนเรียนใหถ้ ูก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ เรือ่ ง ภาษาเขียน ผู้สอน นางสกาว แหมง่ ปัง
สอนวันท.่ี ..........เดือน...................พ.ศ........
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒. ตวั ชี้วดั
ม.๑/๔ วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพดู และภาษาเขียน
๓. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ในการส่ือสารกัน เราใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนเพอื่ ส่งสาร ภาษาพูดใช้เสียงส่ือสารส่วนภาษาเขียนใช้
ตัวอักษรส่ือสาร ภาษาพูดมักใช้ในการสนทนาปราศรัย ส่วนภาษาเขียนมักใช้ในการบันทึกเร่ืองราวที่เป็นแบบ
แผน อย่างไรก็ดีภาษาพดู กใ็ ชใ้ นการเขยี นได้ และภาษาเขยี นกใ็ ช้ในภาษาพดู ไดเ้ ช่นกัน
๔. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เม่อื เรียนจบบทเรียนนแ้ี ล้ว นกั เรยี นสามารถ
๔.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจเรอื่ งความหมายของภาษาเขยี น (K)
๔.๒ อธิบายความหมายของภาษาเขยี นได้ (P)
๔.๓ ตัง้ ใจฟังครูสอน (A)
๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคิด
- ทักษะการเปรียบเทยี บ
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ ภาษาเขยี น
๖.๒ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาภาษาเขยี นไปใชใ้ นระดบั ภาษา
๖.๓ ด้านคณุ ลักษณะ
๖.๓.๑ มีวนิ ยั
๖.๓.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓.๓ ม่งุ มน่ั ในการทางาน
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ขนั้ นา
๗.๑.๑ ครูสนทนากบั นักเรียนเกยี่ วกับลักษณะของภาษาที่ใช้เขยี นสอ่ื สารกันในชวี ติ ประจาวัน
๘๒
๗.๑.๒ นกั เรียนช่วยกนั อธิบายลักษณะภาษาท่ีใช้เขยี นกบั คนท่ีสนิทสนมคุน้ เคย และกบั คนท่ไี ม่
สนิทสนมคนุ้ เคยว่ามีความเหมอื นหรือมีความแตกต่างกนั อย่างไร
๗.๑.๓ นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิด
๗.๒ ขน้ั สอน
๗.๒.๑ นกั เรียนศึกษาความหมายของภาษาเขยี นในหนงั สอื เรยี น ภาษาไทย ๑ เล่ม ๑
๗.๒.๒ ครูเขียนคาต่อไปน้บี นกระดานแลว้ ใหน้ กั เรยี นพิจารณาวา่ เป็นภาษาพูดหรอื ภาษาเขียน
แสตมป์ บุตรหลาน รถโดยสารประจาทาง
รถจกั รยานยนต์ น้าขวด คนขบั รถเมล์
พ่อแม่ บอรด์ โทรศพั ท์เคล่อื นที่
๗.๒.๓ ครูอธบิ ายความหมายของภาษาเขยี นให้นกั เรียนฟัง
๗.๒.๔ ครเู ฉลยภาษาเขยี นบนหน้ากระดาน
๗.๓ ขัน้ สรุป
๗.๓.๑ นกั เรียนและครรู ่วมกันสรุปเก่ยี วกับความหมายของภาษาเขียน พร้อมทั้งจดบันทกึ ลงสมดุ
๘. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
๘.๑ หนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
๘.๒ ห้องเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
๘.๓ สอื่ เทคโนโลยี
๙. การวัดและประเมินผล
๙.๑ วธิ กี ารวดั ผลและประเมินผล
- สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เครื่องมอื วดั ผลและประเมินผล
- แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมนิ การทางานรายบคุ คล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ
- แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง
๘๓
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั ใชส้ ่ือและแหลง่ เรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจัดการเรียนรโู้ ดยใชว้ ิธกี ารที่หลากหลาย
แผนการจัดการเรยี นรู้นาไปสู่การปฏบิ ัติได้ สอดคลอ้ งกับหลกั สตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชมุ ชน
ลงช่ือ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานชิ ย)์
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
วันที.่ ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั
มีการใชส้ อ่ื และแหล่งเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤติกรรมพุทธิพิสยั จติ พิสัย ทกั ษะพสิ ัย
ลงชือ่ .............................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ)์
หัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันที่.........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ เิ ทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานตอ่ ไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
วันท่.ี ........เดือน……..……………. พ.ศ. .………..
๘๔
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ……………………………………………ครูผู้สอน
(นางสกาว แหม่งปงั )
๘๕
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
รหสั วิชา ท๒๑๑๐๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เวลาเรยี น ๖ ชั่วโมง
รายวชิ า ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๒ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๓ พูดหรือเขยี นเรียนให้ถกู
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๖ เร่ือง ภาษาพดู ภาษาเขียน ผสู้ อน นางสกาว แหมง่ ปงั
สอนวันที่...........เดอื น...................พ.ศ........
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
ม.๑/๔ วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพดู และภาษาเขยี น
๓. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ในการส่ือสารกัน เราใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนเพอื่ ส่งสาร ภาษาพูดใช้เสียงสื่อสารส่วนภาษาเขียนใช้
ตัวอักษรส่ือสาร ภาษาพูดมักใช้ในการสนทนาปราศรัย ส่วนภาษาเขียนมักใช้ในการบันทึกเร่ืองราวที่เป็นแบบ
แผน อย่างไรก็ดภี าษาพูดก็ใช้ในการเขียนได้ และภาษาเขียนกใ็ ช้ในภาษาพูดไดเ้ ชน่ กัน
๔. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เมื่อเรยี นจบบทเรยี นน้ีแล้ว นักเรยี นสามารถ
๔.๑ มีความร้คู วามเข้าใจเรอ่ื งความหมายของภาษาเขยี น (K)
๔.๒ อธิบายความหมายของภาษาเขยี นได้ (P)
๔.๓ ต้ังใจฟังครูสอน (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการเปรยี บเทียบ
๖. สาระการเรียนรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ ภาษาพดู
๖.๑.๑ ภาษาเขียน
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาภาษาพูดภาษาเขยี นไปใช้ในระดบั ภาษา
๖.๓ ด้านคุณลกั ษณะ
๖.๓.๑ มีวินยั
๖.๓.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๖.๓.๓ มุง่ ม่ันในการทางาน
๘๖
๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๗.๑ ขน้ั นา
๗.๑.๑ ให้นักเรียนนง่ั สมาธิ ๕ นาที
๗.๑.๒ นกั เรียนทบทวนความรูท้ ่ีเรยี นไปแล้ว
๗.๒ ขั้นสอน
๗.๒.๑ ครอู ธบิ ายทบทวนเกยี่ วกบั ภาษาพูดภาษาเขยี นใหน้ กั เรียนฟัง
๗.๒.๒ ครูให้นกั เรยี นทาใบงานที่ ๓.๑ ภาษาพูดและภาษาเขยี น
๗.๒.๓ นกั เรยี นทางานที่ไดร้ บั มอบหมาย
๗.๒.๔ ครเู ฉลยใบงานที่ ๓.๑ ภาษาพูดและภาษาเขียนบนหน้ากระดาน
๗.๓ ขั้นสรปุ
๗.๓.๑ นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปเก่ียวกบั ความหมายของภาษาพดู และภาษาเขียน พรอ้ มทั้งจด
บันทึกลงสมุด
๘. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
๘.๑ หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
๘.๒ ห้องเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
๘.๓ ส่อื ภาษาพูด ภาษาเขียน
๘.๔ ใบงานท่ี ๓.๑ ภาษาพดู และภาษาเขียน
๙. การวัดและประเมินผล
๙.๑ วิธีการวดั ผลและประเมินผล
- สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- ประเมนิ การทางานรายบุคคล
- ตรวจใบงาน
๙.๒ เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมินผล
- แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม
ตอบได้ครบ ๕ คาถาม ให้ ๔ คะแนน
ตอบได้ ๔ คาถาม ให้ ๓ คะแนน
ตอบได้ ๓ คาถาม ให้ ๒ คะแนน
ตอบได้ ๑-๒ คาถาม ให้ ๑ คะแนน
- แบบประเมนิ การทางานรายบคุ คล
คะแนน ๑๕ – ๒๐ คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนน ๑๑ – ๑๔ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๖ – ๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ - ๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
- แบบประเมนิ ช้นิ งาน/ใบงาน
คะแนน ๑๐ – ๑๒ คะแนน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๗ – ๙ คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนน ๔ – ๖ คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนน ๐ – ๓ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
๘๗
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
มีองค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มกี ิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใชส้ อื่ และแหล่งเรยี นรูท้ ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทหี่ ลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปส่กู ารปฏิบัตไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผู้เรยี นและชุมชน
ลงชื่อ.............................................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชย)์
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
วันที่.........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นร้เู นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใชส้ ่อื และแหลง่ เรยี นรูท้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จิตพิสัย ทักษะพิสัย
ลงช่ือ.............................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)์
หัวหน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ท.่ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพัฒนางานต่อไป
ลงชื่อ.............................................................
(นายพฤทธิ์พล ชาร)ี
รองผูอ้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท.่ี ........เดอื น……..……………. พ.ศ. .………..
๘๘
บันทึกหลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ……………………………………………ครูผ้สู อน
(นางสกาว แหม่งปัง)
๘๙
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑
รหสั วชิ า ท๒๑๑๐๑
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เวลาเรียน ๖ ชว่ั โมง
รายวิชา ภาษาไทย ๑ เวลาเรยี น ๑ ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ พดู หรอื เขียนเรยี นใหถ้ กู
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ เร่ือง ระดับของภาษา ผูส้ อน นางสกาว แหมง่ ปงั
สอนวนั ท.่ี ..........เดอื น...................พ.ศ........
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
ม.๑/๔ วิเคราะหค์ วามแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขยี น
๓. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ในการส่ือสารกัน เราใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนเพอื่ ส่งสาร ภาษาพูดใช้เสียงสื่อสารส่วนภาษาเขียนใช้
ตัวอักษรส่ือสาร ภาษาพูดมักใช้ในการสนทนาปราศรัย ส่วนภาษาเขียนมักใช้ในการบันทึกเร่ืองราวที่เป็นแบบ
แผน อย่างไรก็ดภี าษาพูดกใ็ ชใ้ นการเขยี นได้ และภาษาเขยี นก็ใช้ในภาษาพดู ได้เช่นกนั
๔. จุดประสงค์การเรยี นรู้
เม่อื เรียนจบบทเรยี นนีแ้ ลว้ นกั เรียนสามารถ
๔.๑ มีความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกับระดบั ของภาษา (K)
๔.๒ บอกภาษาทใี่ ช้ในแตล่ ะระดับของภาษาได้ (P)
๔.๓ ตัง้ ใจฟงั ครสู อน (A)
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๕.๒ ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการเปรยี บเทยี บ
- ทักษะการจาแนกประเภท
- ทักษะการนาความรไู้ ปใช้
๖. สาระการเรยี นรู้
๖.๑ ด้านความรู้
๖.๑.๑ ระดับของภาษา
๖.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ
๖.๒.๑ การนาระดบั ภาษาไปใชใ้ นการสอื่ สารในชวี ิตประจาวนั
๖.๓ ด้านคณุ ลักษณะ
๖.๓.๑ มวี นิ ัย
๖.๓.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๖.๓.๓ มุ่งมั่นในการทางาน