The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phuwadon Nikonphan, 2022-05-19 05:42:21

Full_ม.ปลาย

Full_ม.ปลาย

49

รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 โครงสร้างรายวิชา ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1 หนว่ ยกติ
รหัสวิชา ว32103

จำนวน 40 ชั่วโมง

หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรียนรู้
ตัวชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน
1 การเคลือ่ นทแ่ี ละ
แรง - การเคลอ่ื นทีข่ องวตั ถุที่มี
การเปลยี่ นความเรว็ เปน็
การเคลอื่ นทดี่ ว้ ยความเรง่
ความเรง่ เป็น อัตราสว่ น
ของความเร็วท่เี ปลยี่ นไป
ตอ่ เวลาและ เปน็ ปรมิ าณ
เวกเตอร์ในกรณที ่ีวตั ถุทีอ่ ยู่
นงิ่ หรอื เคล่ือนทีใ่ นแนว
ตรงด้วยความเร็วคงตวั วัตถุ
นนั้ มคี วามเร่งเปน็ ศูนย์
- วัตถมุ คี วามเร็วเพ่ิมข้ึน
ถ้าความเร็วและความเร่ง
มีทิศเดยี วกัน และมี
ความเรว็ ลดลง ถา้
ความเรว็ และความเรง่ มี
ทศิ ตรงกันขา้ ม
- เมือ่ มแี รงหลายแรง
กระทำตอ่ วัตถหุ น่งึ โดย

แรง ทกุ แรงอยใู่ นระนาบ
เดยี วกันสามารถหาแรง
ลัพธ์ ที่กระต่อวัตถนุ ้ันได้
โดยรวมแบบเวกเตอร์

50

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ 2 รหัสวชิ า ว32104 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5

ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาหลักการของวิทยาการข้อมูลและหลกั การคิดเชิงออกแบบเพ่ือเพิ่มมูลค่าใหบ้ ริการหรือผลติ ภัณฑ์
วิธีการเกบ็ ขอ้ มูลและเตรียมขอ้ มูล การวิเคราะหข์ อ้ มูล การประมวลผลขอ้ มูล เครือ่ งมอื ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทใ่ี ช้ในการประมวลผลข้อมูล การจดั เก็บขอ้ มูล การนำเสนอข้อมูล การแปลงขอ้ มูลให้เปน็ ภาพ การเลือกใช้ข้อมูล
จากฐานขอ้ มูลขนาดใหญ่ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและตวั อยา่ งกรณศี ึกษา

ตวั ชีว้ ัด ม. 5/1
ว 4.2

รวมทงั้ หมด 1 ตัวช้ีวัด

51

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ 2 โครงสร้างรายวิชา ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
รหสั วิชา ว32104

จำนวน 20 ชัว่ โมง

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก

ท่ี การเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

1 ขอ้ มูลมคี ุณค่า ว 4.2 - การนําความรู้ด้าน 4 10

ม.5/1 วิทยาการคอมพวิ เตอร์

สือ่ ดิจทิ ัลและเทคโนโลยี

สารสนเทศ มาใช้แก้ปัญหา

กบั ชีวิตจริง

-การเพม่ิ มูลคา่ ให้บริการ

หรือผลติ ภัณฑ์

2 การเกบ็ รวบรวม ว 4.2 การเกบ็ ข้อมลู และการ 4 10

และสำรวจข้อมูล ม.5/1 จัดเตรียมข้อมูลใหพ้ รอ้ ม

กบั การประมวลผล

3 การวเิ คราะห์ ว 4.2 -การวเิ คราะหข์ ้อมูลทาง 4 10

ข้อมูล ม.5/1 สถติ ิ

-การประมวลผลขอ้ มูล

และเครอ่ื งมอื

4 การทำข้อมลู ให้ ว 4.2 -การทําขอ้ มูลใหเ้ ปน็ ภาพ 6 20

เป็นภาพ และการ ม.5/1 (data visualization)

สื่อสารด้วยขอมูล เชน่ bar chart, scatter,

histogram

- การเลือกใช้แหล่งขอ้ มูล

เช่น data.go.th,

wolfram alpha,

OECD.org, ตลาด

หลกั ทรัพย์, world

economic forum

- คุณค่าของขอ้ มูลและ

กรณศี ึกษา

- กรณีศกึ ษาและวธิ กี าร

แกป้ ัญหา

หนว่ ยการเรียนรู้ 18 50

กลางภาค 1 20

ปลายภาค 1 30

รวม 20 100

52

คำอธบิ ายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาวิทยาศาสตร์โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วิชา ว33101 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6

ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 40 ช่วั โมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ เกี่ยวกับการกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด
อุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิกแบงในช่วงเวลาต่างๆ ตามวิวัฒนาการของเอกภพ หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎี

บิกแบงจากความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกับระยะทางของกาแล็กซี การค้นพบไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศ

โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก ตำแหนง่ ของระบบสุริยะ การสงั เกตเหน็ ทางช้างเผือกของ
คนบนโลก กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดนั อุณหภูมิ ขนาด จากดาวฤกษ์ก่อนเกิด

จนเป็นดาวฤกษ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และความสมั พันธ์ระหวา่ งความส่องสว่างกับโชติ
มาตรของดาวฤกษ์ ความสมั พนั ธ์ระหว่างสี อุณหภูมผิ วิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ ลำดบั วิวัฒนาการทสี่ ัมพนั ธก์ ับ

มวลตั้งต้น และการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ และการแบ่งเขต
บรวิ ารของดวงอาทติ ย์ และลักษณะของดาวเคราะหท์ ่ีเออ้ื ต่อการดำรงชวี ิต โครงสร้างของดวงอาทติ ย์ การเกิดลม

สุริยะ พายุสุริยะ และผลของลมสุริยะ พายุสุริยะที่มีต่อโลกรวมทั้งประเทศไทย การสำรวจอวกาศโดยใช้กล้อง

โทรทรรศน์ในชว่ งความยาวคล่นื ตา่ ง ๆ ดาวเทยี ม ยานอวกาศ สถานอี วกาศ การแบ่งชนั้ และสมบัติของโครงสร้าง
โลก หลักฐานทางธรณีวทิ ยาท่สี นับสนุนการเคลื่อนท่ีของแผน่ ธรณี รปู แบบแนวรอยตอ่ ของแผน่ ธรณีที่สัมพันธ์การ

เคลื่อนที่ของแผ่นธรณี กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิด กระบวนการเกิด ขนาด ความรุนแรง และผลจาก
แผ่นดินไหว กระบวนการเกดิ และผลจากสนึ ามิ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่าง

กันในแต่ละบริเวณของโลก การหมุนเวียนของอากาศที่เป็นผลมาจากความแตกต่างของความกดอากาศ ทิศ
ทางการเคลอื่ นที่ของอากาศที่เป็นผลมาจากการหมนุ รอบตวั เองของโลก การหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละติจูด

และผลที่มตี อ่ ภมู ิอากาศ ปัจจัยทีท่ ำใหเ้ กดิ การหมนุ เวียนของนำ้ ผิวหน้าในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของ

นำ้ ผวิ หน้าในมหาสมทุ ร ผลของการหมุนเวียนของอากาศและนำ้ ผวิ หนา้ ในมหาสมทุ รทมี่ ตี ่อลกั ษณะภูมิอากาศ ลม
ฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและภูมิอากาศของโลก สัญลักษณ์ลมฟา้

อากาศทสี่ ำคัญจากแผนทอ่ี ากาศ เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอ การเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมี
ผลตอ่ การดำเนินชวี ติ อาชพี สังคม และวฒั นธรรม

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะประยุกต์ใช้ อธิบาย ระบุ วิเคราะห์ สืบคน้
ขอ้ มลู นำเสนอ ยกตวั อยา่ ง ออกแบบ ปฏบิ ตั ติ น แปลความหมาย วางแผน และใชเ้ ทคโนโลยี

เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้อย่างถูกตอ้ ง ปฏิบัติตนให้ปลอดภัย

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั มจี ริยธรรม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ
ในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

ตัวชี้วัด ม. 6/1, ม. 6/2, ม. 6/3, ม. 6/4, ม. 6/5, ม. 6/6, ม. 6/7, ม. 6/8, ม. 6/9, ม.
ว 3.1 6/10
ม. 6/1, ม. 6/2, ม. 6/3, ม. 6/4, ม. 6/5, ม. 6/6, ม. 6/7, ม. 6/8, ม. 6/9, ม.
ว 3.2 6/10, ม. 6/11, ม. 6/12, ม. 6/13, ม. 6/14

รวมทัง้ หมด 24 ตัวชี้วดั

53

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ าวิทยาศาสตรโ์ ลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว33101 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก

ท่ี การเรียนรู้ ตวั ชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน

1 โครงสร้างโลกและ ว 3.2 - การศึกษาโครงสร้างโลก 4 5

การเปล่ียนแปลง ม. 6/1 ใช้ข้อมูลหลายด้าน เชน่

ม. 6/2 องคป์ ระกอบทางเคมีของ

ม. 6/3 หินและแร่ องคป์ ระกอบ

ทางเคมขี องอกุ กาบาต

ข้อมลู คลื่นไหวสะเทอื น ที่

เคลอื่ นที่ผา่ นโลก จึง

สามารถแบง่ ช้ันโครงสร้าง

โลกได้ 2 แบบ คอื

โครงสร้างโลกตาม

องคป์ ระกอบทางเคมี แบง่

ได้เปน็ 3 ชัน้ ไดแ้ ก่

เปลือกโลก เนอื้ โลก และ

แก่นโลก และโครงสร้าง

โลกตามสมบตั เิ ชงิ กล แบ่ง

ได้เปน็ 5 ชนั้ ได้แก่ ธรณี

ภาค ฐานธรณภี าค มัชฌมิ

ภาค แก่นโลกชัน้ นอก และ

แก่นโลกชัน้ ใน

- แผน่ ธรณีต่างๆ เปน็

ส่วนประกอบของธรณีภาค

ซ่ึงเปน็ ชัน้ นอกสุดของ

โครงสร้างโลก โดยมีการ

เปล่ยี นแปลงขนาดและ

ตำแหน่งตงั้ แต่อดีตจนถงึ

ปัจจบุ นั การเคล่ือนท่ขี อง

แผ่นธรณดี งั กลา่ วอธบิ าย

ได้ตามทฤษฎธี รณแี ปร

สณั ฐาน ซ่ึงมรี ากฐานมา

จากทฤษฎีทวปี เลอ่ื นและ

ทฤษฎกี ารแผข่ ยาย

54

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน

พื้นสมุทร โดยมีหลกั ฐานที่

สนับสนุน ได้แก่ รูปร่าง

ของขอบทวปี ทีส่ ามารถ

เชื่อมตอ่ กนั ได้ ความ

คลา้ ยคลึงกันของกลมุ่ หิน

และแนวเทือกเขา ซากดึก

ดำบรรพ์ รอ่ งรอยการ

เคลอื่ นที่ของตะกอนธาร

นำ้ แขง็ ภาวะแมเ่ หลก็ โลก

บรรพกาล อายหุ นิ ของพืน้

มหาสมทุ ร รวมทงั้ การ

คน้ พบสันเขากลางสมทุ ร

และรอ่ งลึกกน้ สมุทร

- การพาความร้อนของ

แมกมาภายในโลก ทำให้

เกิดการเคลื่อนที่ของแผน่

ธรณี ตามทฤษฎีธรณีแปร

สัณฐาน ซง่ึ

นักวทิ ยาศาสตร์ได้สำรวจ

พบหลกั ฐาน ทาง

ธรณวี ทิ ยา ไดแ้ ก่ ธรณี

สณั ฐานและธรณโี ครงสรา้ ง

ที่บริเวณแนวรอยต่อของ

แผ่นธรณี เชน่ รอ่ งลึกก้น

สมุทร หมูเ่ กาะภเู ขาไฟรูป

โค้ง แนวภูเขาไฟ แนว

เทอื กเขา หบุ เขาทรดุ และ

สนั เขากลางสมุทร รอย

เลื่อน นอกจากน้ยี งั พบการ

เกดิ ธรณพี ิบัติภัยที่บริเวณ

แนวรอยตอ่ ของแผ่นธรณี

เช่น แผ่นดินไหว ภเู ขาไฟ

ระเบิด สึนามิ ซง่ึ หลักฐาน

ดังกลา่ วสมั พันธ์กบั รปู แบบ

การเคลื่อนที่ของแผน่ ธรณี

55

หนว่ ย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน

นักวิทยาศาสตร์จงึ สรุปได้

วา่ แนวรอยตอ่ ของแผ่น

ธรณมี ี 3 รูปแบบ ได้แก่

แนวแผน่ ธรณแี ยกตัว แนว

แผ่นธรณเี คลอ่ื นที่เข้าหา

กัน แนวแผ่นธรณีเคลอื่ นท่ี

ผา่ นกนั ในแนวราบ

2 ปรากฏการณ์ทาง ว 3.2 - ภูเขาไฟระเบิด เกิดจาก 6 10

ธรณวี ทิ ยา ม. 6/4 การแทรกดนั ของหินหนืด

ม. 6/5 ขึ้นมาตามสว่ นเปราะบาง

ม. 6/6 หรือรอยแตกบนเปลอื ก

โลก มักพบหนาแนน่

บริเวณรอยต่อระหวา่ งแผ่น

ธรณที ำให้บริเวณดงั กลา่ ว

เป็นพน้ื ทเี่ ส่ียงภยั ผลจาก

การระเบิดของภูเขาไฟมที ั้ง

ประโยชนแ์ ละโทษ จงึ ตอ้ ง

ศึกษาแนวทางในการเฝา้

ระวงั และการปฏิบตั ิตนให้

ปลอดภัย

- แผน่ ดินไหวเกดิ จากการ

ปลดปล่อยพลังงานท่สี ะสม

ไว้ของเปลอื กโลกในรปู ของ

คล่ืนไหวสะเทอื น

แผ่นดนิ ไหวมีขนาดและ

ความรุนแรงแตกต่างกนั

มักเกิดข้ึนบริเวณรอยตอ่

ของแผ่นธรณี และพ้นื ท่ี

ภายใตอ้ ิทธิพลของการ

เคลอื่ นของแผน่ ธรณี ทำให้

บริเวณดังกล่าวเปน็ พืน้ ท่ี

เส่ียงภัยแผ่นดินไหว ซึง่

ส่งผลให้ส่ิงก่อสรา้ งเสียหาย

เกิดอนั ตรายต่อชีวิตและ

ทรพั ย์สนิ จงึ ต้องศกึ ษา

แนวทางในการเฝ้าระวัง

56

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน

3 เอกภพ และการปฏิบัตติ นให้
ปลอดภยั
- สนึ ามิ คอื คลนื่ น้ำทเี่ กิด
จากการแทนที่มวลนำ้ ใน
ปรมิ าณมหาศาล ส่วนมาก
จะเกดิ ในทะเล หรือ
มหาสมุทร โดยคล่นื มี
ลกั ษณะเฉพาะ คอื ความ
ยาวคลนื่ มากและเคลอ่ื นท่ี
ด้วยความเร็วสูง เมื่ออยู่
กลางมหาสมทุ รจะมคี วาม
สงู คล่ืนนอ้ ย และอาจเพม่ิ
ความสูงขนึ้ อยา่ งรวดเรว็
เมื่อคลน่ื เคลือ่ นทีผ่ ่าน
บริเวณนำ้ ต้นื จึงทำให้
พ้นื ที่บรเิ วณชายฝั่งบาง
บริเวณเปน็ พน้ื ท่ี เสย่ี งภยั
สนึ ามิ กอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตราย
แกม่ นษุ ยแ์ ละสงิ่ กอ่ สรา้ งใน
บรเิ วณชายหาดนัน้ จงึ ต้อง
ศกึ ษาแนวทางในการเฝ้า
ระวงั และการปฏิบัตติ นให้

ปลอดภยั

ว 3.1 - ทฤษฎกี ำเนิดเอกภพท่ี 6 10
ม. 6/1 ยอมรบั ในปัจจุบนั คอื
ม. 6/2 ทฤษฎบี กิ แบง ระบุวา่ เอก

ม. 6/3 ภพเรมิ่ ตน้ จากบิกแบง ท่ี
เอกภพมีขนาดเล็กมาก

และมีอณุ หภมู สิ ูงมาก ซ่งึ
เป็นจดุ เร่มิ ตน้ ของเวลา
และววิ ัฒนาการของเอก
ภพ โดยหลังเกดิ บิกแบง
เอกภพเกิดการขยาย
ตัวอย่างรวดเรว็ มอี ณุ หภูมิ
ลดลง มีสสารคงอย่ใู นรูป
อนภุ าคและปฏิยานภุ าค

57

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน

หลายชนดิ และมี

ววิ ฒั นาการต่อเน่อื งจนถึง

ปัจจบุ ัน ซง่ึ มเี นบิวลา

กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และ

ระบบสุรยิ ะเปน็ สมาชิก

บางสว่ นของเอกภพ

- หลักฐานสำคัญท่ี

สนบั สนุนทฤษฎบี ิกแบง

คือ การขยายตัวของเอก

ภพ ซ่ึงอธบิ ายดว้ ย กฎ

ฮบั เบลิ โดยใช้

ความสมั พันธ์ระหวา่ ง

ความเร็วและระยะทางของ

กาแลก็ ซีทเี่ คลอ่ื นท่หี า่ ง

ออกจากโลก และหลักฐาน

อีกประการ คือ การคน้ พบ

ไมโครเวฟ พนื้ หลังท่ี

กระจายตัวอย่างสมำ่ เสมอ

ทุกทิศทางและสอดคล้อง

กับอณุ หภมู เิ ฉลี่ยของ

อวกาศ มคี ่าประมาณ

2.73 เคลวนิ

- กาแลก็ ซี ประกอบดว้ ย

ดาวฤกษจ์ ำนวนหลายแสน

ล้านดวง ซง่ึ อยกู่ นั เป็น

ระบบของดาวฤกษ์

นอกจากนยี้ งั ประกอบด้วย

เทห์ฟ้าอ่ืน เช่น เนบวิ ลา

และสสารระหว่างดาว โดย

องค์ประกอบตา่ งๆ ภายใน

ของกาแล็กซอี ยรู่ วมกัน

- กาแล็กซีมรี ูปรา่ งแตกตา่ ง

กนั โดยระบบสุรยิ ะ อยใู่ น

กาแลก็ ซที างช้างเผือกซง่ึ

เป็นกาแล็กซกี งั หันแบบมี

คาน มโี ครงสร้าง คอื

58

หน่วย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้
ตัวชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
4 ดาวฤกษ์และ
ระบบสุริยะ นวิ เคลียส จาน และฮาโล

ดาวฤกษ์จำนวนมากอย่ใู น

บรเิ วณนิวเคลยี สและจาน

โดยมรี ะบบสุรยิ ะอยหู่ ่าง

จากจดุ ศนู ยก์ ลางของ

กาแล็กซีทางชา้ งเผอื ก

ประมาณ 30,000 ปแี สง

ซ่ึงทางชา้ งเผอื กท่ี

สังเกตเห็นในทอ้ งฟ้าเปน็

บรเิ วณหนง่ึ ของกาแล็กซี

ทางชา้ งเผือกในมุมมอง

ของคนบนโลก แถบฝ้าสี

ขาวจางๆ ของทาง

ชา้ งเผอื กคอื ดาวฤกษ์ ท่ีอยู่

อย่างหนาแนน่ ในกาแล็กซี

ทางชา้ งเผอื ก

ว 3.1 - ดาวฤกษ์ส่วนใหญอ่ ยู่ 9 10

ม. 6/4 รวมกนั เป็นระบบดาวฤกษ์

ม. 6/5 คือ ดาวฤกษ์ทีอ่ ย่รู วมกัน

ม. 6/6 ตง้ั แต่ 2 ดวงขึน้ ไป ดาว

ม. 6/7 ฤกษ์ เปน็ ก้อนแกส๊ รอ้ น

ม. 6/8 ขนาดใหญ่ เกดิ จากการ

ม. 6/9 ยบุ ตัวของกลมุ่ สสารใน

เนบวิ ลาภายใต้แรงโนม้ ถ่วง

ทำให้บางสว่ นของเนบวิ ลา

มขี นาดเลก็ ลง ความดนั

และอุณหภูมิเพมิ่ ขึ้น เกดิ

เปน็ ดาวฤกษ์ก่อนเกิด เมือ่

อุณหภมู ิท่ีแก่นสูงขนึ้ จน

เกดิ ปฏิกิริยาเทอรโ์ ม

นวิ เคลียร์

ดาวฤกษ์ กอ่ นเกิดจะ

กลายเปน็ ดาวฤกษ์ ดาว

ฤกษ์อยใู่ นสภาพสมดุล

ระหวา่ งแรงดนั กบั แรงโนม้

ถ่วงซ่งึ เรียกว่าสมดุลอุทก

59

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั

ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน

สถติ จึงทำให้ดาวฤกษม์ ี

เสถยี รภาพและปลดปลอ่ ย

พลังงานเป็นเวลานาน

ตลอดชว่ งชวี ติ ของดาว

ฤกษ์

- ปฏกิ ิรยิ าเทอรโ์ ม

นิวเคลยี ร์ เป็นปฏิกริ ยิ า

หลักของกระบวนการสรา้ ง

พลงั งานของดาวฤกษ์ที่

แกน่ ของดาวฤกษ์ ทำให้

เกิดการหลอมนิวเคลียส

ของไฮโดรเจนเป็น

นิวเคลยี สฮเี ลียมแลว้

ก่อใหเ้ กิดพลังงานอย่าง

ต่อเนือ่ ง

- ความสอ่ งสวา่ งของดาว

ฤกษ์เป็นพลังงานจาก ดาว

ฤกษ์ท่ีปลดปลอ่ ยออกมาใน

เวลา 1 วนิ าทีตอ่ หนว่ ย

พน้ื ที่ ณ ตำแหน่งของผู้

สงั เกต แตเ่ นอ่ื งจากตาของ

มนุษย์ไม่ตอบสนองต่อการ

เปลยี่ นแปลง ความส่อง

สว่างทีม่ คี ่านอ้ ยๆ จึง

กำหนดคา่ การ

เปรยี บเทยี บความส่อง

สวา่ งของดาวฤกษ์ดว้ ยคา่

โชตมิ าตร ซ่งึ เปน็ การแสดง

ระดบั ความส่องสวา่ งของ

ดาวฤกษ์ ณ ตำแหนง่ ของผู้

สงั เกต

- สีของดาวฤกษ์สมั พันธ์กับ

อณุ หภูมิผวิ และสเปกตรมั

ของดาวฤกษ์ ซง่ึ นักดารา

ศาสตร์ใช้สเปกตรัมในการ

จำแนกชนิดของดาวฤกษ์

60

หน่วย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั

ท่ี การเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน

- มวลของดาวฤกษข์ ้นึ อยู่

กับมวลของดาวฤกษ์ ก่อน

เกดิ ดาวฤกษท์ ีม่ ีมวลมาก

จะผลติ และใชพ้ ลังงานมาก

จงึ มีอายสุ นั้ กว่าดาวฤกษ์ท่ี

มีมวลนอ้ ย

- ดาวฤกษ์มกี าร

ววิ ัฒนาการทแ่ี ตกตา่ งกนั

การววิ ัฒนาการและจดุ จบ

ของดาวฤกษ์ขึ้นอยูก่ บั มวล

ตั้งตน้ ของดาวฤกษ์ สว่ น

ใหญเ่ ทียบกับจำนวนเทา่

ของมวลดวงอาทติ ย์

- ระบบสรุ ิยะเกิดจากการ

รวมตวั กนั ของกลมุ่ ฝนุ่ และ

แกส๊ ท่เี รยี กว่า เนบวิ ลา

สุรยิ ะ โดยฝุ่นและแก๊ส

ประมาณรอ้ ยละ 99.8

ของมวล ได้รวมตัวเป็นดวง

อาทิตย์ซง่ึ เปน็ กอ้ นแก๊ส

รอ้ น หรือ พลาสมา สสาร

ส่วนท่เี หลอื รวมตัวเป็นดาว

เคราะห์และบรวิ ารอื่นๆ

ของดวงอาทติ ย์ ดังน้ันจงึ

แบง่ เขตบริวารของ ดวง

อาทิตยต์ ามลักษณะการ

เกิดและองค์ประกอบได้แก่

ดาวเคราะหช์ ัน้ ใน ดาว

เคราะหน์ ้อย ดาวเคราะห์

ช้ันนอก และดงดาวหาง

- โลกเป็นดาวเคราะหใ์ น

ระบบสรุ ิยะท่ีมีส่งิ มชี วี ติ

เพราะโคจรรอบดวง

อาทติ ย์ในระยะทางที่

เหมาะสม อยูใ่ นเขตท่เี อือ้

ตอ่ การมีสิง่ มีชวี ิต มี

61

หน่วย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรียนรู้ ตัวช้ีวัด (ช่ัวโมง) คะแนน

อุณหภมู ิเหมาะสมและ

สามารถเกดิ น้ำทัง้ 3

สถานะ ปจั จุบนั มีการ

คน้ พบดาวเคราะห์ที่อยู่

นอกระบบสรุ ยิ ะจำนวน

มาก และมดี าวเคราะห์บาง

ดวงทีอ่ ยู่ในเขตท่เี อื้อตอ่

การมีส่ิงมีชีวติ คล้ายโลก

- ดวงอาทิตยม์ โี ครงสร้าง

ภายในแบง่ เปน็ แก่น เขต

การแผ่รังสี และเขตการพา

ความรอ้ น และมชี ัน้

บรรยากาศอยู่เหนือ เขต

พาความรอ้ น ซงึ่ แบง่ เป็น

3 ชัน้ คอื ชัน้ โฟโตสเฟียร์

ช้ันโครโมสเฟยี ร์ และ คอ

โรนา ในชั้นบรรยากาศของ

ดวงอาทติ ยม์ ีปรากฏการณ์

สำคัญ เชน่ จดุ มดื ดวง

อาทิตย์ การลุกจา้ ทท่ี ำให้

เกิดลมสรุ ยิ ะ และพายุ

สรุ ิยะ ซง่ึ สง่ ผลตอ่ โลก

- ลมสุรยิ ะ เกิดจากการ

แพร่กระจายของอนภุ าค

จากช้นั คอโรนาออกสู่

อวกาศตลอดเวลา อนุภาค

ทห่ี ลุดออกสอู่ วกาศเป็น

อนุภาคทม่ี ีประจุ ลมสรุ ยิ ะ

สง่ ผล ทำให้เกดิ หางของ

ดาวหางท่ีเรอื งแสงและชไ้ี ป

ทาง ทิศตรงกันข้ามกบั ดวง

อาทติ ย์ และเกิด

ปรากฏการณแ์ สงเหนือ

แสงใต้

- พายุสรุ ิยะ เกิดจากการ

ปลดปล่อยอนภุ าคมปี ระจุ

62

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน

พลังงานสูงจำนวนมหาศาล

มักเกดิ บ่อยคร้ังในช่วงท่มี ี

การลกุ จ้า และในชว่ งที่มี

จดุ มืดดวงอาทติ ย์จำนวน

มาก และในบางครง้ั มีการ

พ่นกอ้ นมวลคอโรนา พายุ

สุริยะอาจส่งผลต่อ

สนามแม่เหลก็ โลก จึงอาจ

รบกวนระบบการส่ง

กระแสไฟฟา้ และการ

สือ่ สาร รวมท้งั อาจสง่ ผล

ตอ่ วงจรอเิ ล็กทรอนิกสข์ อง

ดาวเทียม นอกจากน้ัน มัก

ทำใหเ้ กิดปรากฏการณแ์ สง

เหนอื แสงใต้ที่สังเกตได้

ชัดเจน

5 เทคโนโลยีอวกาศ ว 3.1 ม.6/10 - มนุษยใ์ ชเ้ ทคโนโลยี 45

อวกาศในการศึกษาเพื่อ

ขยายขอบเขตความร้ดู ้าน

วิทยาศาสตร์และใน

ขณะเดยี วกันมนุษย์ได้นำ

เทคโนโลยอี วกาศมาใช้

ประโยชนใ์ นด้านตา่ งๆ เชน่

วัสดศุ าสตร์ อาหาร

การแพทย์

- นักวทิ ยาศาสตรไ์ ด้สร้าง

กลอ้ งโทรทรรศนเ์ พ่อื ศึกษา

แหล่งกำเนิดของรังสหี รือ

อนุภาคในอวกาศ ในชว่ ง

ความยาวคลืน่ ต่างๆ ไดแ้ ก่

คลื่นวทิ ยุ ไมโครเวฟ

อนิ ฟราเรด แสง

อลั ตราไวโอเลต และรงั สี

เอก็ ซ์

- ยานอวกาศ คอื

ยานพาหนะท่ีนำมนษุ ย์

63

หนว่ ย ช่ือหนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้
ตวั ชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน
6 ลม ฟา้ และการ
พยากรณ์ หรืออุปกรณ์ทางดารา

ศาสตรข์ ้ึนไปสอู่ วกาศ เพือ่

สำรวจหรือเดนิ ทางไปยงั

ดาวดวงอน่ื ส่วนสถานี

อวกาศ คือ ห้องปฏิบัตกิ าร

ลอยฟา้ ท่ีโคจรรอบโลก ใช้

ในการศึกษาวจิ ัยทาง

วิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ

ในสภาพไรน้ ำ้ หนกั

- ดาวเทียม คืออุปกรณ์ที่

ใช้ในการสำรวจวัตถุ

ทอ้ งฟา้ และนำมา

ประยุกต์ใชใ้ นดา้ นต่างๆ

เชน่ การสอ่ื สาร

โทรคมนาคม การระบุ

ตำแหน่งบานโลก การ

สำรวจทรพั ยากรธรรมชาติ

อตุ นุ ิยมวทิ ยา โดย

ดาวเทียมมีหลายประเภท

สามารถแบง่ ไดต้ ามเกณฑ์

วงโคจรและ การใชง้ าน

ว 3.2 - โลกมีความกดอากาศ 9 10

ม. 6/10 แตกตา่ งกันในแตล่ ะ

ม. 6/11 บรเิ วณรวมท้ังอิทธิพลจาก

ม. 6/12 การหมนุ รอบตวั เองของ

ม. 6/13 โลกทำใหอ้ ากาศในแต่ละ

ม. 6/14 ซีกโลกเกดิ การหมุนเวยี น

ของอากาศตามเขตละติจดู

แบง่ ออกเปน็ 3 แถบ โดย

แตล่ ะแถบมภี ูมิอากาศ

แตกต่างกัน ได้แก่ การ

หมุนเวยี น แถบข้วั โลกมี

ภมู อิ ากาศแบบหนาวเย็น

การหมุนเวียนแถบละตจิ ดู

กลางมภี ูมิอากาศแบบ

อบอนุ่ และ การหมนุ เวยี น

64

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน

แถบเขตรอ้ นมภี มู ิอากาศ

แบบร้อนชนื้

- นอกจากนบ้ี รเิ วณรอยตอ่

ของการหมนุ เวียนอากาศ

แต่ละแถบละติจดู จะมี

ลกั ษณะลมฟา้ อากาศ ท่ี

แตกต่างกนั เช่น บรเิ วณ

ใกล้ศนู ยส์ ูตรมีปรมิ าณ

หยาดนำ้ ฟ้าเฉลย่ี สงู กวา่

บรเิ วณอื่น บรเิ วณละติจูด

30 องศามอี ากาศแห้งแล้ง

ส่วนบรเิ วณละติจูด 60

องศา อากาศมีความ

แปรปรวนสงู

- การหมุนเวียนของ

กระแสนำ้ ผวิ หน้าใน

มหาสมุทร ไดร้ ับอิทธิพล

จากการหมนุ เวยี นของ

อากาศในแต่ละแถบ

ละตจิ ูดเป็นปัจจยั หลกั ทำ

ให้บริเวณซกี โลกเหนือมี

การหมนุ เวียนของ

กระแสนำ้ ผวิ หนา้ ใน

ทิศทางตามเขม็ นาฬิกา

และทวนเขม็ นาฬิกาในซกี

โลกใต้ ซึง่ กระแสนำ้

- การหมนุ เวยี นอากาศ

และนำ้ ในมหาสมทุ ร ส่งผล

ต่อภมู ิอากาศ ลมฟ้า

อากาศ ส่ิงมีชีวติ และ

สง่ิ แวดล้อม เชน่ กระแส

นำ้ อ่นุ กลั ฟ์ สตรมี ท่ีทำให้

บางประเทศ ในทวปี ยุโรป

ไมห่ นาวเย็นเกินไป และ

เมอ่ื การหมุนเวียนอากาศ

และนำ้ ในมหาสมุทร

65

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั

ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน

แปรปรวน ทำใหเ้ กิด

ผลกระทบต่อสภาพลมฟา้

อากาศ เชน่ ปรากฏการณ์

เอลนีโญและลานญี า ซง่ึ

เกิดจากความแปรปรวน

ของลมค้าและสง่ ผลตอ่

ประเทศท่อี ยู่บริเวณ

มหาสมุทรแปซฟิ ิก

- โลกไดร้ ับพลงั งานจาก

ดวงอาทิตย์ โดยปรมิ าณ

พลงั งานเฉลย่ี ทโี่ ลกได้รบั

เทา่ กบั พลังงานเฉล่ียทโี่ ลก

ปลดปลอ่ ยกลับสอู่ วกาศ

ทำใหเ้ กิดสมดุลพลงั งาน

ของโลก สง่ ผลใหอ้ ุณหภูมิ

เฉลี่ยของโลกในแต่ละปี

ค่อนข้างคงทแ่ี ละมลี ักษณะ

ภูมอิ ากาศท่ีไม่

เปลย่ี นแปลง หากสมดุล

พลงั งานของโลกเกิดการ

เปลย่ี นแปลงไปจะทำให้

อุณหภมู ิเฉล่ียของโลกและ

ภูมิอากาศเกดิ การ

เนอื่ งจากปจั จัยหลาย

ประการทง้ั ปัจจยั ทีเ่ กดิ ข้ึน

ตามธรรมชาติและการ

กระทำของมนษุ ย์ เช่น

แก๊สเรือนกระจก ลกั ษณะ

ผวิ โลก และละอองลอย

- มนุษย์มสี ่วนชว่ ยในการ

ชะลอการเปล่ยี นแปลง

ภูมอิ ากาศโลกได้โดยการ

ลดกิจกรรมทท่ี ำให้เกิดการ

เปลย่ี นแปลงสมดุล

พลงั งาน เช่น ลดการ

66

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน

ปลดปล่อยแกส๊ เรอื น

กระจกและละอองลอย

- แผนทอ่ี ากาศผิวพื้นแสดง

ข้อมูลการตรวจอากาศ ใน

รูปแบบสญั ลกั ษณ์หรอื

ตัวเลข เชน่ บรเิ วณความ

กดอากาศสูง หยอ่ มความ

กดอากาศต่ำ พายหุ มนุ เขต

ร้อน รอ่ งความกดอากาศ

ต่ำ การแปลความหมาย

สญั ลักษณ์ลมฟ้าอากาศทำ

ใหท้ ราบลักษณะลมฟ้า

อากาศ ณ บริเวณหน่งึ

- การแปลความหมาย

สญั ลักษณท์ ปี่ รากฏบน

แผนท่ีอากาศ ร่วมกบั

ข้อมูลสารสนเทศตา่ ง ๆ

เช่น โปรแกรมประยุกต์

เกีย่ วกับการพยากรณ์

อากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ

ภาพถ่ายดาวเทยี ม

สามารถนำมาวางแผนการ

ดำเนินชีวิตใหส้ อดคล้อง

กับสภาพลมฟ้าอากาศเชน่

การเลอื กชว่ งเวลาในการ

เพาะปลกู ใหส้ อดคลอ้ งกบั

ฤดูกาล การเตรยี มพรอ้ ม

รบั มือสภาพอากาศ

แปรปรวน

หนว่ ยการเรยี นรู้ 36 50

กลางภาค 2 20

ปลายภาค 2 30

รวม 40 100

67

คำอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ 3 รหสั วิชา ว33102 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การสร้าง
ช้นิ งาน และ เผยแพร่ผา่ นสอ่ื ต่าง ๆ ที่คำนงึ ถึงจริยธรรม ลิขสทิ ธิ์ ทรัพยส์ ินทางปัญญา และกฎหมาย หลักการ
ของปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีในอนาคต กรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ
ชีวิตประจำวัน อาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างผลกระทบของเทคโนโลยี

สารสนเทศ

ตัวช้ีวัด ม. 6/1
ว 4.2

รวมทั้งหมด 1 ตัวช้ีวัด

68

รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ 3 โครงสรา้ งรายวชิ า ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
รหัสวิชา ว33102

จำนวน 20 ช่วั โมง

หน่วย ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรียนรู้ ตวั ชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน

1 การแบ่งปนั ข้อมูล ว 4.2 -การนาํ เสนอและแบ่งปัน 5 15

ม.6/1 ข้อมลู เชน่

การเขียนบลอ็ ก อัปโหลด

วดิ โี อ ภาพอินโฟกราฟิก

- การนําเสนอและแบง่ ปัน

ข้อมูลอยา่ งปลอดภัยเชน่

ระมัดระวงั ผลกระทบท่ี

ตามมา เมอื่ มีการแบง่ ปัน

ข้อมลู หรือเผยแพร่ข้อมูล

ไมส่ ร้างความเดอื ดร้อนตอ่

ตนเองและผอู้ ืน่

2 นวตั กรรมและ ว 4.2 - เทคโนโลยเี กดิ ใหม่ 15

เทคโนโลยี ม.6/1 แนวโนม้ ในอนาคต

สมัยใหม่ การเปล่ยี นแปลงของ

เทคโนโลยี

- นวตั กรรมหรอื เทคโนโลยี

ด้านตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับ

ชวี ติ ประจาํ วนั

3 พลเมอื งดจิ ทิ ลั ว 4.2 -จริยธรรมในการใช้ 4 10

ม.6/1 เทคโนโลยีสารสนเทศ

-ผลกระทบของเทคโนโลยี

สารสนเทศตอ่ การดําเนนิ

ชีวิต อาชีพ สงั คม และ

วฒั นธรรม

4 อาชีพในยคุ ดจิ ิทัล ว 4.2 อาชีพเกยี่ วกบั เทคโนโลยี 4 10

ม.6/1 สารสนเทศ

หน่วยการเรียนรู้ 18 50

กลางภาค 1 20

ปลายภาค 1 30

รวม 20 100

69

คำอธบิ ายและโครงสรา้ งรายวิชาเพมิ่ เตมิ

70

คำอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 รหัสวชิ า ว31211 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4
ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาความรู้ทางฟิสิกส์ ประวัติความเป็นมา พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์ การวัด

ปริมาณทางฟิสกิ ส์ ความคลาดเคลอื่ นในการวัด การแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ ความหมายจากกราฟ
เสน้ ตรง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างตำแหน่ง การกระจดั ความเรว็ ความเร่งของการเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุในแนวตรงที่มี
ความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ ค่าความเร่งโน้มถ่วงของโลก แรงลัพธ์ของแรงสองแรงที่ทำมมุ ต่อกัน กฎ

การเคลอ่ื นทีข่ องนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล การใชก้ ฎการเคลอ่ื นทข่ี องนิวตนั กับสภาพการเคล่อื นทีข่ องวัตถุ
แรงเสยี ดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคูห่ นึ่งๆ และนำความรเู้ รือ่ งแรงเสียดทานไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะ การสังเกต การทดลอง การเปรียบเทียบ
คำนวณ เขียน สืบค้นข้อมลู วเิ คราะห์ แปลความหมาย อภิปราย อธบิ ายและนำไปใช้ประโยชน์

เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ความเช้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เกิด

ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ผลการเรียนรู้

1. สืบคน้ และอธิบายการคน้ หาความร้ทู างฟสิ กิ ส์ ประวัติความเปน็ มา รวมทัง้ พัฒนาการของหลกั การ
และแนวคิดทางฟิสกิ ส์ทีม่ ผี ลตอ่ การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพฒั นาเทคโนโลยี

2. วัด และรายงานผลการวัดปริมาณทางฟสิ ิกส์ได้ถูกต้องเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลื่อนในการ
วัดมาพิจารณาในการนำเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห์และแปลความหมาย
จากกราฟเสน้ ตรง

3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเร่งของการ
เคลื่อนทข่ี องวัตถใุ นแนวตรงทีม่ ีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทงั้ ทดลองหาค่าความเร่งโน้มถ่วงของ
โลก และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง

4. ทดลอง และอธบิ ายการหาแรงลพั ธ์ของแรงสองแรงทที่ ำมุมตอ่ กนั
5. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนวิ ตันและ
การใช้กฎการเคลื่อนท่ีของนวิ ตนั กบั สภาพการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง
6. อธิบายกฎความโน้มถ่วงสากลและผลของสนามโน้มถ่วงที่ทำให้วัตถุมีน้ำหนัก รวมทั้งคำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วขอ้ ง
7. วเิ คราะห์ อธิบาย และคำนวณแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผสั ของวัตถคุ ู่หน่ึง ๆ ในกรณีที่วัตถุหยุด
นิ่งและวัตถุเคลื่อนที่ รวมทั้งทดลองหาสมั ประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคูห่ นึ่ง ๆ และนำ
ความรู้เรอ่ื งแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

71

รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 โครงสร้างรายวิชา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกติ
รหัสวิชา ว31211
หน่วย ชอื่ หน่วย
ท่ี การเรยี นรู้ จำนวน 60 ชว่ั โมง
1 ธรรมชาตแิ ละ
พฒั นาการทาง ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
ฟสิ กิ ส์
(ช่วั โมง) คะแนน

1. สบื คน้ และอธิบาย - ฟิสิกส์เปน็ วทิ ยาศาสตร์ 18 10

การค้นหาความร้ทู าง แขนงหนึง่ ที่ศึกษาเกยี่ วกับ

ฟสิ ิกส์ ประวตั คิ วาม สสาร พลังงาน อันตรกริ ิยา

เป็นมา รวมทัง้ ระหว่างสสารกบั พลังงาน

พฒั นาการของ และแรงพน้ื ฐานใน

หลกั การและแนวคิด ธรรมชาติ

ทางฟิสกิ ส์ที่มีผลตอ่ - การคน้ ควา้ หาความรู้ทาง

การแสวงหาความรู้ ฟิสิกส์ได้มาจากการสังเกต

ใหม่และการพฒั นา การทดลอง และเก็บ

เทคโนโลยี รวบรวมข้อมลู มาวเิ คราะห์

2. วัด และรายงานผล หรือจากการสรา้ ง

การวัดปริมาณทาง แบบจำลองทางความคิด

ฟสิ กิ สไ์ ด้ถกู ต้อง เพ่อื สรุป เปน็ ทฤษฎี

เหมาะสม โดยนำ หลกั การหรือกฎ ความรู้

ความคลาดเคลื่อนใน เหล่านี้ สามารถนำไปใช้

การวัดมาพิจารณาใน อธบิ ายปรากฏการณ์

การนำเสนอผล ธรรมชาติ หรือทำนายส่ิงที่

รวมทงั้ แสดงผลการ อาจจะเกดิ ขึ้นในอนาคต

ทดลองในรปู ของกราฟ - ประวตั คิ วามเปน็ มาและ

วเิ คราะห์และแปล พัฒนาการของหลักการ

ความหมายจากกราฟ และแนวคิดทางฟิสกิ ส์เปน็

เสน้ ตรง พ้ืนฐานในการแสวงหา

ความร้ใู หมเ่ พ่ิมเติม รวมถงึ

การพัฒนาและความ

ก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีกม็ ี

ส่วนในการคน้ หา ความรู้

ใหม่ทางวิทยาศาสตรด์ ้วย

- ความรู้ทางฟสิ กิ ส์ส่วน

หนึง่ ได้จากการทดลอง

ซึ่งเกย่ี วข้องกับ

กระบวนการวัดปริมาณ

ทางฟสิ กิ ส์

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 72
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
(ช่วั โมง) คะแนน

ซ่ึงประกอบด้วยตวั เลขและ
หน่วยวัด
- ปริมาณทางฟสิ ิกส์
สามารถวดั ได้ดว้ ย
เครอื่ งมือ
ตา่ ง ๆ โดยตรงหรือ
ทางออ้ ม หน่วยท่ีใช้ในการ
วัด
ปรมิ าณทางวิทยาศาสตร์
คือ ระบบหน่วย
ระหวา่ งชาติเรยี กย่อว่า
ระบบเอสไอ
- ปริมาณทางฟสิ กิ สท์ ี่มีค่า
น้อยกวา่ หรอื มากกว่า
๑ มากๆ นิยมเขยี นในรปู
ของสญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์
หรือเขยี นโดยใชค้ ำนำหน้า
หนว่ ยของระบบเอสไอ
การเขียนโดยใชส้ ญั กรณ์
วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ การเขยี น
เพ่ือแสดงจำนวนเลข
นัยสำคญั ท่ถี ูกตอ้ ง
- การทดลองทางฟิสกิ ส์
เกี่ยวกับการวดั ปรมิ าณ
ตา่ งๆ
การบนั ทึกปรมิ าณทไี่ ดจ้ าก
การวดั ดว้ ยจำนวน
เลขนยั สำคัญท่ีเหมาะสม
และคา่ ความคลาดเคลื่อน
การวิเคราะหแ์ ละการแปล
ความหมายจากกราฟ
เชน่ การหาความชันจาก
กราฟเสน้ ตรง จุดตดั แกน
พน้ื ท่ีใตก้ ราฟ เปน็ ต้น
- การวัดปรมิ าณตา่ งๆจะมี
ความคลาดเคล่อื นเสมอ

73

หน่วย ชอ่ื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรียนรู้ คะแนน
(ช่วั โมง)
2 การเคล่ือนที่แนว 20
ตรง ข้นึ อย่กู บั เคร่อื งมอื วธิ กี าร

วดั และประสบการณ์

ของผวู้ ดั ซึง่ ค่าความ

คลาดเคลอื่ นสามารถแสดง

ในการรายงานผลท้งั ใน

รูปแบบตัวเลขและกราฟ

- การวัดควรเลือกใช้

เครื่องมือวัดให้เหมาะสม

กับ

สิง่ ทตี่ ้องการวัด เช่นการวัด

ความยาวของวตั ถุ

ทต่ี ้องการความละเอียดสูง

อาจใช้เวอรเ์ นยี ร์

แคลลเิ ปริ ์ส หรือ

ไมโครมิเตอร์

- ฟิสิกส์อาศัยคณิตศาสตร์

เปน็ เครือ่ งมอื ในการศึกษา

คน้ คว้า และการสอ่ื สาร

3. ทดลอง และ - ปริมาณท่ีเกี่ยวกับการ 20

อธบิ ายความสมั พันธ์ เคลื่อนที่ ได้แก่ ตำแหน่ง

ระหว่างตำแหนง่ การ การกระจัด ความเร็ว

กระจัด ความเร็ว และ และความเร่ง โดย

ความเร่งของการ ความเร็วและความเร่งมี

เคลื่อนท่ขี องวัตถุใน ท้ังค่าเฉล่ียและค่า

แนวตรงทีม่ คี วามเร่ง ขณะหน่ึง ซง่ึ คดิ ใน

คงตัวจากกราฟและ ชว่ งเวลาสนั้ ๆ สำหรับ

สมการ รวมท้งั ทดลอง ปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

หาคา่ ความเรง่ โน้มถว่ ง กับการเคลอ่ื นที่แนวตรง

ของโลก และคำนวณ ด้วยความเรง่ คงตัวมี

ปริมาณตา่ ง ๆ ที่ ความสัมพนั ธต์ ามสมการ

เก่ยี วขอ้ ง v = u + at
(u + v)
∆x = 2 t

∆x = ut + 1 at2
2

74

หน่วย ช่ือหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
v2 = u2 + 2a∆x
3 แรงและกฎการ
เคลอ่ื นที่ - การอธิบายการเคล่ือนที่

ของวัตถุสามารถเขียนอยู่

ในรูปกราฟตำแหน่งกับ

เวลา กราฟความเร็วกบั

เวลา หรอื กราฟความเร่ง

กบั เวลา ความชนั ของ

เส้นกราฟตำแหนง่ กบั เวลา

เป็นความเรว็ ความชันของ

เสน้ กราฟความเรว็ กับเวลา

เป็นความเร่ง และพ้ืนที่ใต้

เส้นกราฟความเร็วกับ

เวลาเป็นการกระจัด ใน

กรณีท่ีผู้สังเกตมีความเร็ว

ความเร็วของวัตถุที่สังเกต

ได้เป็นความเร็วที่เทยี บกับ

ผู้สงั เกต

- การตกแบบเสรีเปน็

ตัวอย่างหนง่ึ ของการ

เคลื่อนที่ในหนึง่ มติ ทิ ี่มี

ความเร่งเท่ากบั ความเรง่

โนม้ ถว่ งของโลก

4. ทดลองและอธบิ าย - แรงเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์

การหาแรงลัพธข์ อง จึงมีทง้ั ขนาดและทศิ ทาง

แรงสองแรงทีท่ ำมมุ ต่อ กรณที ีม่ แี รงหลาย ๆ แรง

กนั กระทำตอ่ วตั ถุสามารถหา

5. เขียนแผนภาพของ แรงลพั ธ์ท่กี ระทำต่อวตั ถุ

แรงทกี่ ระทำตอ่ วัตถุ โดยใชว้ ิธเี ขยี นเวกเตอร์ของ

อิสระ ทดลองและ แรงแบบหางตอ่ หัว วิธสี ร้าง

อธบิ ายกฎการ รูปสี่เหล่ยี มด้านขนานของ

เคลือ่ นทขี่ องนวิ ตนั แรงและวธิ คี ำนวณ

และการใช้กฎการ - สมบัตขิ องวตั ถทุ ่ตี ้านการ

เคลื่อนทีข่ องนิวตันกบั เปล่ียนสภาพการเคลอื่ นท่ี

สภาพการเคล่อื นท่ี เรยี กว่า ความเฉ่อื ย มวล

ของวตั ถุ รวมทัง้ เป็นปริมาณทบ่ี อกให้ทราบ

75

หนว่ ย ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก

ท่ี การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน

คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ วา่ วตั ถุใดมคี วามเฉ่อื ยมาก

ทเี่ ก่ยี วข้อง หรือนอ้ ย

6. อธิบายกฎความ - การหาแรงลัพธ์ทีก่ ระทำ

โนม้ ถว่ งสากลและผล ตอ่ วัตถสุ ามารถเขยี นเปน็

ของสนามโนม้ ถว่ งท่ีทำ แผนภาพของแรงทก่ี ระทำ

ใหว้ ัตถมุ ีนำ้ หนกั ตอ่ วัตถอุ สิ ระได้

รวมท้งั คำนวณปรมิ าณ - กรณที ี่ไม่มแี รงภายนอก

ตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง มากระทำ วตั ถุจะไม่

7. วเิ คราะห์ อธิบาย เปลี่ยนสภาพการเคลอื่ นที่

และคำนวณแรงเสยี ด ซง่ึ เป็นไปตามกฎการ

ทานระหวา่ งผิวสัมผสั เคลอื่ นทีข่ อ้ ทห่ี นึ่งของนวิ

ของวตั ถคุ หู่ นึ่ง ๆ ใน ตนั

กรณีที่วตั ถุหยดุ นงิ่ และ - กรณที ่มี ีแรงภายนอกมา

วตั ถเุ คลอ่ื นท่ี รวมท้งั กระทำโดยแรงลพั ธ์ที่

ทดลองหาสมั ประสิทธิ์ กระทำตอ่ วตั ถไุ ม่เป็นศูนย์

ความเสยี ดทาน วัตถจุ ะมคี วามเร่ง โดย

ระหวา่ งผวิ สัมผัสของ ความเร่งมที ศิ ทางเดียวกับ

วตั ถุคู่หนึ่ง ๆ และนำ แรงลัพธ์ ความสัมพนั ธ์

ความรเู้ รื่องแรงเสยี ด ระหว่างแรงลัพธ์ มวลและ

ทานไปใชใ้ น ความเร่ง เขียนแทนไดด้ ว้ ย

ชวี ิตประจำวัน สมการ
n

∑ ⃑Fi = m⃑a

i=0

ตามกฎการเคลอ่ื นท่ีขอ้

ทส่ี องของนิวตนั

เมื่อวัตถุสองก้อนออก

แรงกระทำต่อกัน แรง

ระหว่างวัตถุท้ังสองจะมี

ขนาดเท่ากัน แต่มีทิศ

ทางตรงข้ามและกระทำ

ต่อวัตถุคนละกอ้ น เรยี กว่า

แรงคู่กิริยา-ปฏิกิริยา ซ่ึง

เป็นไปตามกฎการ

เคลื่อนที่ข้อท่ีสามของนิว

ตัน และเกดิ ข้นึ ได้ทั้งกรณี

76

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน

ทว่ี ัตถุทงั้ สองสัมผัสกัน
หรอื ไมส่ ัมผัสกันกไ็ ด้
- แรงดึงดดู ระหว่างมวล
เปน็ แรงทม่ี วลสองกอ้ น
ดงึ ดูดซึง่ กนั และกันดว้ ย
แรงขนาดเท่ากันแต่ทิศ
ทางตรงขา้ มและเป็นไป
ตามกฎความโน้มถ่วงสากล
เขียนแทนไดด้ ว้ ยสมการ

FG = G m1m2
R2

รอบโลกมีสนามโน้มถ่วงทำ

ให้เกดิ แรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็น
แรงดึงดดู ของโลกทีก่ ระทำ
ตอ่ วตั ถุ ทำใหว้ ัตถุมี

น้ำหนกั
- แรงทเี่ กดิ ข้นึ ท่ีผวิ สมั ผัส

ระหว่างวัตถุสองก้อนในทิศ
ทางตรงข้ามกับทิศทาง
การเคล่อื นท่ี หรือแนวโนม้

ท่ีจะเคลื่อนที่ของวตั ถุ
เรยี กวา่ แรงเสียดทาน

แรงเสยี ดทานระหวา่ ง
ผวิ สมั ผัสค่หู นึง่ ๆ ขึ้นกับ
สมั ประสิทธิค์ วามเสยี ด

ทาน และแรงปฏิกริ ยิ าตง้ั
ฉากระหวา่ งผวิ สัมผสั คนู่ ้นั


- ขณะออกแรงพยายามแต่
วัตถยุ ังคงอย่นู ่งิ แรงเสยี ด

ทานมขี นาดเท่ากับ
แรงพยายามทีก่ ระทำต่อ

วตั ถุนัน้ และแรงเสยี ดทาน
มีคา่ มากท่ีสดุ เม่ือวตั ถุเริ่ม
เคล่ือนที่ เรียกแรงเสียด

77

หนว่ ย ชอื่ หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
หน่วยการเรียนรู้ ทานน้ีว่า แรงเสียดทาน
**ปรบั จำนวนเวลา** กลางภาค สถิต แรงเสียดทานที่ 58 50
ปลายภาค กระทำต่อวัตถุขณะกำลัง 1 20
รวม เคล่ือนท่ี เรียกว่า แรง 1 30
เสียดทานจลน์ โดยแรง 60 100
เสียดทานท่ีเกดิ ระหว่าง
ผิวสัมผัสของวตั ถคุ ่หู นง่ึ ๆ
คำนวณได้จากสมการ

fs ≤ μsN
fk = μkN

การเพ่ิมหรือลดแรงเสียด
ทานมีผลต่อการเคลื่อนท่ี
ของวัตถุ ซ่ึงสามารถ
นำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

78

คำอธบิ ายรายวิชา

กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาเคมี 1 รหัสวิชา ว31231 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษา ข้อปฏิบัติเบื้องต้นในการทำปฏิบัติการเคมี การเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำ

ปฏิบัติการ การระบุหน่วยวัดปริมาณต่างๆของสาร การเปลี่ยนหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอร์
เปลี่ยนหน่วย ศึกษาแบบจำลองอะตอม สัญลักษณ์นวิ เคลียรข์ องธาตุ อนุภาคมูลฐานของอะตอม การจัดเรียง
อิเล็กตรอนในอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ แนวโนม้ สมบัตบิ างประการของธาตุในตารางธาตุตามหมู่

และตามคาบ สมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน การเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุรีพรีเซนเททฟี
ศึกษาและอธิบายสมบัติและคำนวณคร่ึงชีวิตของไอโซโทปกัมมนั ตรงั สี ยกตัวอย่างการนำธาตุมาใชป้ ระโยชน์

รวมทั้งผลกระทบต่อส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ แวดล้อม ศกึ ษาการเกดิ พันธะไอออนกิ สูตรและการเรียกช่ือสารประกอบ
ไอออนกิ การเปลย่ี นแปลงพลงั งานในการเกดิ สารประกอบไอออนิก สมบตั ิของสารประกอบไอออนกิ ปฏิกิริยา
ของสารประกอบไอออนิก ศึกษาการเกิดพันธะและชนิดของพนั ธะโคเวเลนต์ การเขียนสูตรและเรียกชื่อสาร

โคเวเลนต์ ความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ พลังงานที่เก่ียวข้องกบั ปฏิกิริยาของสารโคเว
เลนต์ รปู รา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ สภาพข้วั โมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ สมบัติของ

สารโคเวเลนต์โครงร่างตาขา่ ย ศึกษาการเกิดโลหะและสมบัตขิ องโลหะ
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่อื ฝกึ ทกั ษะ การสบื ค้นข้อมูล การอธบิ าย เสนอแนวทาง เลือก

ใช้ วัดปริมาณ การนำเสนอ การทดลอง การเขียนรายงาน การระบุหน่วยวัด การเปลี่ยนหน่วยวัด การเขียน

ระบจุ ำนวน อธิบาย วเิ คราะห์ บอกแนวโน้ม บอกสมบัติ เปรียบเทยี บ คำนวณ ยกตัวอย่าง เขยี นสตู ร เรียกช่ือ
คำนวณพลงั งาน อธิบายสมบัติ เขียนสมการ คาดคะเนรปู รา่ ง ระบสุ ภาพขว้ั นำเสนอตวั อย่าง

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์อย่างถูกต้อง ตระหนัก สามารถ
นำความรแู้ ละหลกั การไปใชป้ ระโยชน์ เช่อื มโยง อธบิ ายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั สามารถ
จัดกระทำและวเิ คราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจแกป้ ัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์

เห็นคุณค่าของวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑. บอก และอธิบายข้อปฏิบัติเบื้องต้น และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทำปฏิบัติการ

เคมเี พอื่ ใหม้ ีความปลอดภัยทง้ั ต่อตนเอง ผอู้ ื่นและสง่ิ แวดล้อม และเสนอแนวทางแกไ้ ขเมอื่ เกิดอุบตั ิเหตุ
๒. เลือก และใช้อุปกรณ์หรอื เครือ่ งมอื ในการทำปฏิบตั ิการ และวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
๓. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง
๔. ระบุหน่วยวัดปรมิ าณต่าง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหน่วยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วยการใช้

แฟกเตอรเ์ ปล่ยี นหนว่ ย
๕. สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ

แบบจำลองอะตอมของนกั วทิ ยาศาสตรแ์ ละอธบิ ายววิ ัฒนาการของแบบจำลองอะตอม
๖. เขียนสญั ลักษณ์นิวเคลยี ร์ของธาตุ และระบุจำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม

จากสญั ลกั ษณน์ ิวเคลียร์ รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป

79

๗. อธิบาย และเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยเมื่อทราบ
เลขอะตอมของธาตุ

๘. ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแทรนซิชันใน
ตารางธาตุ

๙. วิเคราะห์ และบอกแนวโน้มสมบัติของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหมูแ่ ละตามคาบ
๑๐. บอกสมบตั ิของธาตุโลหะแทรนซิชนั และเปรียบเทียบสมบัติกบั ธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเท
ทฟี
๑๑. อธบิ ายสมบัติ และคำนวณครึง่ ชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรงั สี
๑๒. สืบค้นข้อมูล และยกตัวอย่างการนำธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ
ส่ิงแวดลอ้ ม
๑๓. อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกิดพนั ธะไอออนกิ โดยใชแ้ ผนภาพหรอื สัญลักษณแ์ บบจุดของลิว
อิส
๑๔. เขยี นสตู ร และเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนิก
๑๕. คำนวณพลงั งานท่ีเก่ียวข้องกบั ปฏิกริ ยิ าการเกดิ สารประกอบไอออนกิ จากวัฏจกั รบอร์น-ฮาเบอร์
๑๖. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก
๑๗. เขียนสมการไอออนกิ และสมการไอออนกิ สุทธขิ องปฏกิ ิริยาของสารประกอบไอออนิก
๑๘. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนตแ์ บบพนั ธะเดย่ี ว พนั ธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลิวอสิ
๑๙.เขียนสูตร และเรยี กชอื่ สารโคเวเลนต์
๒๐. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้งคำนวณ
พลงั งานท่เี กีย่ วข้องกับปฏกิ ิริยาของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพนั ธะ
๒๑. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยใชท้ ฤษฎกี ารผลักระหว่างคู่อเิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์ และ
ระบสุ ภาพข้วั ของโมเลกุลโคเวเลนต์
๒๒. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด
และการละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์
๒๓. สบื ค้นข้อมูล และอธบิ ายสมบัตขิ องสารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายชนดิ ตา่ ง ๆ
๒๔. อธบิ ายการเกดิ พันธะโลหะและสมบัติของโลหะ
๒๕. เปรยี บเทยี บสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สบื ค้นข้อมูล
และนำเสนอตวั อย่างการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อย่างเหมาะสม

รวมท้ังหมด 25 ผลการเรยี นรู้

80

รายวชิ าเคมี 1 โครงสร้างรายวชิ า ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1 หนว่ ยกติ
รหสั วิชา ว31231

จำนวน 40 ชัว่ โมง

หน่วย ชอ่ื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก

ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน

1 ความปลอดภัย ๑. บอก และอธิบาย - การทำปฏิบตั กิ ารเคมี 4 15

และทกั ษะในการ ข้อปฏิบตั เิ บื้องตน้ ต้องคำนงึ ถึงความ
ปฏิบัติการเคมี และปฏิบัติตนที่แสดง ปลอดภยั
ถงึ ความตระหนกั ใน
การทำปฏบิ ตั ิการเคมี และความเป็นมิตรต่อ
เพ่ือใหม้ คี วาม สิ่งแวดลอ้ ม ดังนนั้ จงึ ควร
ปลอดภัยท้งั ต่อตนเอง
ผู้อนื่ และสิง่ แวดล้อม ศึกษาขอ้ ปฏบิ ัตขิ องการทำ
และเสนอแนว ปฏิบัติการเคมีเชน่
ทางแกไ้ ขเม่ือเกิด ความปลอดภัยในการใช้
อุบัตเิ หตุ
๒. เลือก และใช้ อปุ กรณ์และสารเคมี
การปอ้ งกันอุบตั เิ หตุ

ระหว่างการทดลอง
การกำจดั สารเคมี
- อุปกรณ์และเครื่องมือช่งั
อุปกรณ์หรือเครือ่ งมอื ตวง วดั แตล่ ะชนิด

ในการทำปฏบิ ตั ิการ มวี ธิ กี ารใชง้ านและการ
และวดั ปรมิ าณต่าง ๆ ดูแลแตกตา่ งกนั ซงึ่ การ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม วัดปริมาณต่าง ๆ ให้ได้
ขอ้ มลู ท่ีมีความเท่ียงและ
๓. นำเสนอแผนการ
ทดลอง ทดลองและ ความแม่นในระดับ
เขยี นรายงานการ นยั สำคัญทตี่ อ้ งการ ตอ้ งมี
ทดลอง การเลอื กและใช้อุปกรณใ์ น
๔. ระบุหน่วยวดั การทำปฏิบัตกิ าร
ปริมาณตา่ ง ๆ ของ อย่างเหมาะสม
- การทำปฏิบตั กิ ารเคมี
สาร และเปล่ยี นหน่วย ตอ้ งมกี ารวางแผน
วัดให้เปน็ หนว่ ยใน การทดลอง การทำการ
ระบบเอสไอดว้ ยการ ทดลอง การบันทึกขอ้ มูล

ใช้แฟกเตอรเ์ ปลีย่ น สรปุ และวเิ คราะห์นำเสนอ

หน่วย ข้อมลู และการ
เขยี นรายงานการทดลองที่
๕. สืบค้นข้อมูล
สมมติฐาน การทดลอง ถูกตอ้ ง โดยการทำ

หรือผลการทดลองที่

81

หน่วย ช่อื หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั

ท่ี การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน

เปน็ ประจักษ์พยานใน ปฏิบัตกิ ารเคมีต้องคำนงึ ถงึ

การเสนอแบบจำลอง วิธีการทางวิทยาศาสตร์
ทกั ษะกระบวนการทาง
อะตอมของ
นักวทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์
และจติ วิทยาศาสตร์
อธบิ ายววิ ัฒนาการของ - การทำปฏิบตั ิการเคมี
แบบจำลองอะตอม ต้องมีการวดั ปริมาณตา่ ง ๆ

ของสาร การบอกปรมิ าณ

ของสารอาจระบุ

อยู่ในหน่วยต่าง ๆ ดังน้ัน

เพ่อื ใหม้ มี าตรฐาน

เดยี วกนั จึงมีการกำหนด

หน่วยในระบบเอสไอ

ใหเ้ ป็นหนว่ ยสากล ซึง่ การ

เปล่ียนหนว่ ย

เพอ่ื ให้เป็นหน่วยสากล

สามารถทำได้ด้วยการใช้

แฟกเตอรเ์ ปลี่ยนหน่วย

- มวลอะตอมของธาตุ เปน็

มวลของธาตุ๑ อะตอม

ซึ่งเป็นผลรวมของมวล

โปรตอน นิวตรอน และ

อิเล็กตรอน แต่เนอื่ งจาก

อิเล็กตรอนมมี วลนอ้ ยมาก

เมอ่ื เทยี บกบั โปรตอนและ

นวิ ตรอน ดงั นนั้

มวลอะตอมจงึ มีคา่

ใกล้เคียงกับผลรวมของ

มวลโปรตอนและนวิ ตรอน

- มวลอะตอมเฉล่ยี ของธาตุ

เปน็ ค่าเฉล่ียจากคา่

มวลอะตอมของแตล่ ะ

ไอโซโทปของธาตุชนดิ นั้น

ตามปริมาณทม่ี ใี น

ธรรมชาติ

82

หนว่ ย ชื่อหนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
๖. เขียนสญั ลกั ษณ์ - มวลโมเลกุลและมวลสูตร
2 อะตอมและตาราง นิวเคลียร์ของธาตุ และ เป็นผลรวมของ 14 15
ธาตุ ระบุจำนวนโปรตอน มวลอะตอมเฉลยี่ ของธาตทุ ่ี
นิวตรอน และ เป็นองค์ประกอบ
อเิ ลก็ ตรอนของอะตอม ของสารนน้ั
จากสญั ลกั ษณ์ - โมลเป็นปริมาณสารทีม่ ี
นวิ เคลยี ร์ รวมท้งั บอก จำนวนอนุภาคเทา่ กับ
ความหมายของ เลขอาโวกาโดรคอื 6.02
ไอโซโทป × 1023 อนุภาค
๗. อธบิ าย และเขียน มวลของสาร ๑ โมล ท่มี ี
การจดั เรียงอเิ ล็กตรอน หน่วยเป็นกรมั เรยี กว่า
ในระดับพลังงานหลัก มวลต่อโมล ซึง่ มคี ่าตัวเลข
และระดับพลังงาน เท่ากบั มวลอะตอม
ย่อยเมื่อทราบเลข มวลโมเลกลุ หรอื มวลสูตร
อะตอมของธาตุ ของสารนนั้ สำหรับสาร
๘. ระบุหมู่ คาบ ความ ที่มสี ถานะแก๊ส ๑ โมล จะ
เป็นโลหะ อโลหะ และ มีปรมิ าตรเท่ากบั
กง่ึ โลหะ ของธาตุเรพรี 22.4 ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร
เซนเททีฟและธาตุแท ท่ี STP
รนซชิ ันในตารางธาตุ - สารประกอบเกดิ จากการ
๙. วิเคราะห์ และบอก รวมตวั ของธาตุตัง้ แต่
แนวโน้มสมบัติของ ๒ ชนดิ ขนึ้ ไป โดยมี
ธาตุเรพรเี ซนเททีฟ อตั ราสว่ นโดยมวลของธาตุ
ตามหมแู่ ละตามคาบ องค์ประกอบคงทเี่ สมอ
๑๐. บอกสมบตั ิของ ตามกฎสดั ส่วนคงที่
ธาตุโลหะแทรนซิชัน - สตู รเคมสี ามารถแสดงได้
และเปรยี บเทยี บ ด้วยสูตรเอมพิรคิ ลั หรือ
สมบตั ิกับธาตุโลหะใน สูตรอยา่ งง่ายและสูตร
โมเลกลุ ซง่ึ สูตรอย่างง่าย
คำนวณไดจ้ ากรอ้ ยละโดย
มวลและมวลอะตอม
ของธาตุองคป์ ระกอบ และ
ถา้ ทราบมวลโมเลกุล

83

หน่วย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั

ท่ี การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน

กลมุ่ ธาตเุ รพรเี ซนเท ของสารจะสามารถคำนวณ

ทฟี สตู รโมเลกุลได้

๑๑. อธิบายสมบัติ - สารทพ่ี บใน

และคำนวณครง่ึ ชวี ิต ชีวติ ประจำวนั จำนวนมาก

ของไอโซโทป อยู่ในรูป

กัมมนั ตรงั สี ของสารละลาย การบอก

๑๒. สืบคน้ ขอ้ มูล และ ปรมิ าณของสาร

ยกตวั อยา่ งการนำธาตุ ในสารละลายสามารถบอก

มาใชป้ ระโยชน์ รวมทง้ั เปน็ ความเขม้ ข้น

ผลกระทบตอ่ สง่ิ มีชีวติ ในหน่วยร้อยละ ส่วนใน

และส่ิงแวดล้อม ล้านสว่ น

ส่วนในพนั ลา้ นส่วน โมลาริ

ตโี มแลลิตี

และเศษสว่ นโมล

- การเตรียมสารละลายให้

มีความเข้มข้นและ

ปรมิ าตรของสารละลาย

ตามที่กำหนด ทำได้โดย

การละลายตัวละลายท่ีเปน็

สารบรสิ ทุ ธิ์ใน

ตัวทำละลายหรือนำ

สารละลายที่มคี วามเขม้ ข้น

มาเจอื จางดว้ ยตัวทำ

ละลายโดยปริมาณของสาร

ทใี่ ช้ข้นึ อย่กู ับความเขม้ ขน้

และปริมาตรของ

สารละลายทีต่ อ้ งการ

- สารละลายมีจุดเดอื ดและ

จดุ เยือกแขง็ แตกต่างไป

จากสารบริสทุ ธิท์ ีเ่ ปน็ ตวั ทำ

ละลายในสารละลาย

โดยสมบัติท่เี ปล่ียนแปลง

ไปขนึ้ อยู่กับปรมิ าณ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 84
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
(ชั่วโมง) คะแนน

ของตวั ละลายในตัวทำ
ละลาย และชนดิ ของ
ตัวทำละลาย
- นกั วิทยาศาสตรศ์ ึกษา
โครงสร้างของอะตอม
และเสนอแบบจำลอง
อะตอมแบบต่าง ๆ จาก
การศึกษาข้อมูล การ
สังเกตการต้ังสมมติฐาน
และ ผลการทดลอง
- แบบจำลองอะตอมมี
ววิ ัฒนาการ โดยเรมิ่ จาก
ดอลตนั เสนอวา่ ธาตุ
ประกอบดว้ ยอะตอมซ่ึง
เป็น
อนุภาคขนาดเล็กไม่
สามารถแบง่ แยกได้ต่อมา
ทอมสนั เสนอวา่ อะตอม
ประกอบดว้ ยอนุภาค
ท่มี ปี ระจลุ บ เรียกวา่
อเิ ลก็ ตรอน และอนุภาค
ประจบุ วก รัทเทอรฟ์ อรด์
เสนอวา่ ประจุบวก
ที่เรียกวา่ โปรตอน รวมตวั
กนั อยู่ตรงกง่ึ กลาง
อะตอม เรียกว่า นิวเคลียส
ซ่งึ มขี นาดเลก็ มาก
และมอี เิ ล็กตรอนอย่รู อบ
นวิ เคลยี ส โบรเ์ สนอวา่
อเิ ลก็ ตรอนเคลือ่ นที่เป็น
วงรอบนวิ เคลียส

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 85
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
(ชวั่ โมง) คะแนน

โดยแต่ละวงมีระดับ
พลังงานเฉพาะตัว ใน
ปัจจบุ นั
นกั วิทยาศาสตรย์ อมรับว่า
อิเลก็ ตรอนมีการ
เคลื่อนทรี่ วดเรว็ รอบ
นิวเคลียส และไม่สามารถ
ระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้
จึงเสนอแบบจำลอง
อะตอมแบบกล่มุ หมอก ซง่ึ
แสดงโอกาสการพบ
อิเล็กตรอนรอบนวิ เคลยี ส
- สญั ลักษณน์ ิวเคลยี ร์ของ
ธาตุ ประกอบดว้ ย
สัญลักษณธ์ าตุ เลขอะตอม
ซงึ่ แสดงจำนวนโปรตอน
และเลขมวลซ่งึ แสดงผล
รวมของจำนวน
โปรตอนกบั นวิ ตรอน
อะตอมของธาตชุ นิด
เดียวกนั
ท่ีมจี ำนวนโปรตอนเทา่ กัน
แต่มีจำนวนนวิ ตรอน
ต่างกนั เรียกว่า ไอโซโทป
- การศกึ ษาสเปกตรัมการ
เปลง่ แสงของอะตอมแก๊ส
ทำให้ทราบว่า อเิ ลก็ ตรอน
จดั เรยี งอย่รู อบ ๆ
นวิ เคลยี สในระดับพลังงาน
หลักตา่ ง ๆ และ
แต่ละระดับพลังงานหลกั
ยงั แบง่ เป็นระดับ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 86
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
(ชวั่ โมง) คะแนน

พลังงานย่อยซงึ่ มีบรเิ วณที่
จะพบอเิ ล็กตรอน
เรยี กว่า ออร์บทิ ลั ได้
แตกตา่ งกนั และ
อเิ ล็กตรอน
จะจัดเรียงในออร์บทิ ัลให้มี
ระดับพลังงานต่ำทสี่ ดุ
สำหรับอะตอมในสถานะ
พื้น
- ตารางธาตุในปัจจบุ ัน
จดั เรียงธาตตุ ามเลข
อะตอม
และสมบัติทค่ี ล้ายคลึงกัน
เปน็ หม่แู ละคาบ
โดยอาจแบ่งธาตุในตาราง
ธาตเุ ป็นกลุม่ ธาตุโลหะ
กึง่ โลหะ และอโลหะ
นอกจากน้อี าจแบง่ เปน็
กลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททีฟ
และกลุ่มธาตแุ ทรนซิชนั
- ธาตเุ รพรเี ซนเททฟี ในหมู่
เดียวกนั มีจำนวนเวเลนซ์-
อิเล็กตรอนเท่ากัน และ
ธาตุที่อย่ใู นคาบเดยี วกนั
มีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนใน
ระดบั พลงั งานหลกั
เดียวกัน
ธาตุเรพรีเซนเททีฟมีสมบตั ิ
ทางเคมคี ลา้ ยคลงึ กนั
ตามหมู่และมแี นวโน้ม
สมบัตบิ างประการเปน็ ไป
ตามหมู่และตามคาบ เช่น
ขนาดอะตอม รศั มีไอออน

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 87
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
(ชั่วโมง) คะแนน

พลงั งานไอออไนเซชนั
อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ิตี
สมั พรรคภาพอเิ ล็กตรอน
- ธาตุแทรนซชิ ันเป็นโลหะ
ท่สี ว่ นใหญม่ เี วเลนซ์-
อเิ ลก็ ตรอนเท่ากบั ๒ มี
ขนาดอะตอมใกล้เคยี งกนั
มจี ุดเดือด จดุ หลอมเหลว
และความหนาแน่นสงู
เกดิ ปฏิกิริยากบั นำ้ ไดช้ า้
กวา่ ธาตโุ ลหะในกลุม่ ธาตุ
เรพรเี ซนเททีฟ เม่อื เกดิ
เป็นสารประกอบ
สว่ นใหญ่จะมีสี
- ธาตุแต่ละชนิดมไี อโซโทป
ซ่ึงในธรรมชาติบางธาตุ
มไี อโซโทปทีแ่ ผร่ ังสีได้
เนอื่ งจากนิวเคลยี ส
ไม่เสถียร เรยี กว่า
ไอโซโทปกัมมันตรังสี
สำหรับ
ธาตุกัมมนั ตรงั สเี ปน็ ธาตุที่
ทุกไอโซโทปสามารถ
แผร่ ังสีไดร้ ังสีที่เกดิ ข้นึ เช่น
รังสแี อลฟา รังสีบีตา
รังสีแกมมา โดยครึ่งชวี ิต
ของไอโซโทปกมั มนั ตรงั สี
เปน็ ระยะเวลาท่ีไอโซโทป
กมั มันตรงั สีสลายตวั
จนเหลอื ครงึ่ หนง่ึ ของ
ปริมาณเดิม ซึ่งเปน็ คา่ คงที่
เฉพาะของแตล่ ะไอโซโทป
กัมมันตรังสี

88

หน่วย ชือ่ หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรยี นรู้
(ช่วั โมง) คะแนน
๓ พนั ธะเคมี
- สมบัตบิ างประการของ

ธาตุแตล่ ะชนดิ ทำให้

สามารถนำธาตไุ ปใช้

ประโยชน์ในด้านตา่ ง ๆ

ได้อย่างหลากหลาย ท้งั น้ี

การนำธาตไุ ปใช้ต้อง

ตระหนกั ถึงผลกระทบท่มี ี

ตอ่ ส่ิงมชี ีวติ และ

ส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะสาร

กมั มันตรงั สีซง่ึ ต้องมี

การจดั การอย่างเหมาะสม

๑๓. อธบิ ายการเกดิ - สารเคมเี กิดจากการยึด 22 20

ไอออนและการเกิด เหน่ยี วกันดว้ ยพันธะเคมี
พันธะไอออนิก โดยใช้ ซงึ่ เก่ียวขอ้ งกับเวเลนซ์
แผนภาพหรือ
อิเลก็ ตรอนที่แสดงได้ด้วย
สญั ลกั ษณแ์ บบจดุ ของ
ลวิ อิส สัญลกั ษณ์แบบจุดของลิว
อสิ โดยการเกดิ
๑๔. เขยี นสูตร และ พันธะเคมีสว่ นใหญ่เปน็ ไป
เรียกชอื่ สารประกอบ ตามกฎออกเตต
- พนั ธะไอออนกิ เกดิ จาก
ไอออนิก
๑๕. คำนวณพลังงาน
ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ปฏิกริ ยิ า การยดึ เหน่ยี วระหวา่ ง
การเกิดสารประกอบ ประจไุ ฟฟา้ ของไอออน
ไอออนกิ จากวัฏจักร บวกกบั ไอออนลบ
ส่วนใหญ่ไอออนบวกเกดิ
บอรน์ -ฮาเบอร์

๑๖. อธบิ ายสมบัติ จากโลหะเสียอิเล็กตรอน
ของสารประกอบไอออ และไอออนลบเกดิ จาก
นกิ อโลหะรับอเิ ล็กตรอน
๑๗. เขยี นสมการไอ
ออนิกและสมการไอ สารประกอบที่เกดิ จาก
ออนิกสุทธขิ อง พนั ธะไอออนกิ เรยี กว่า
ปฏกิ ิรยิ าของ สารประกอบไอออนกิ
สารประกอบไอออนกิ สารประกอบไอออนิก
๑๘. อธิบายการเกดิ ไม่อยู่ในรปู โมเลกุล แต่เปน็
พันธะโคเวเลนต์แบบ โครงผลึกทีป่ ระกอบ

89

หนว่ ย ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก

ท่ี การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน

พนั ธะเดยี่ ว พันธะคู่ ด้วยไอออนบวกและ

และพันธะสาม ด้วย ไอออนลบจัดเรียงตวั
โครงสรา้ งลิวอสิ
ตอ่ เนื่อง
๑๙.เขยี นสตู ร และ กันไปทง้ั สามมิติ
เรียกชือ่ สารโคเวเลนต์
- สารประกอบไอออนิก
๒๐. วเิ คราะห์ และ เขยี นแสดงสูตรเคมโี ดยให้
เปรยี บเทียบความยาว สญั ลักษณธ์ าตุทีเ่ ป็น
ไอออนบวกไวข้ า้ งหน้าตาม
พันธะและพลงั งาน ดว้ ยสญั ลกั ษณธ์ าตุท่เี ป็น
พนั ธะในสารโคเวเลนต์
รวมท้งั คำนวณ
พลงั งานทีเ่ กี่ยวข้องกบั ไอออนลบ โดยมีตัวเลข
ปฏกิ ริ ยิ าของสารโคเว แสดงอัตราสว่ นอยา่ งตำ่
เลนต์จากพลังงาน ของจำนวนไอออนทเ่ี ป็น
พนั ธะ องคป์ ระกอบ

๒๑. คาดคะเนรูปรา่ ง - การเรียกชอ่ื สารประกอบ
โมเลกลุ โคเวเลนต์ โดย ไอออนิกทำได้โดย
ใช้ทฤษฎีการผลัก เรียกชอื่ ไอออนบวกแล้ว
ระหวา่ งค่อู เิ ล็กตรอน ตามด้วยช่อื ไอออนลบ
ในวงเวเลนซ์ และระบุ
สภาพขวั้ ของโมเลกุล สำหรับสารประกอบไอ
ออนกิ ทเ่ี กิดจากโลหะท่มี ี
โคเวเลนต์ เลขออกซิเดชันได้หลายค่า
๒๒. ระบชุ นดิ ของแรง ต้องระบุเลข
ออกซเิ ดชันของโลหะดว้ ย
ยดึ เหนยี่ วระหวา่ ง
โมเลกุลโคเวเลนต์
และเปรยี บเทยี บจดุ - ปฏกิ ิรยิ าการเกิด
หลอมเหลว จุดเดอื ด สารประกอบไอออนิกจาก
และการละลายนำ้ ของ ธาตุ

สารโคเวเลนต์ เกี่ยวขอ้ งกบั ปฏิกริ ยิ าเคมี

๒๓. สืบคน้ ขอ้ มูล หลายขั้นตอน มีทง้ั
และอธบิ ายสมบตั ิของ ทเี่ ปน็ ปฏกิ ิริยาดดู พลังงาน
สารโคเวเลนต์โครงรา่ ง และคายพลังงาน
ตาขา่ ยชนดิ ต่าง ๆ ซง่ึ แสดงได้ดว้ ยวัฏจกั ร
๒๔. อธบิ ายการเกิด
พนั ธะโลหะและสมบตั ิ บอร์น-ฮาเบอร์และ
ของโลหะ พลังงานของปฏกิ ิริยาการ
เกดิ สารประกอบ

90

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั

ท่ี การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน

๒๕. เปรียบเทียบ ไอออนกิ เป็นผลรวมของ

สมบตั บิ างประการของ พลงั งานทุกข้นั ตอน
สารประกอบไอออนกิ - สารประกอบไอออนกิ
สารโคเวเลนต์ และ
โลหะ สืบคน้ ขอ้ มูล สว่ นใหญม่ ลี กั ษณะเปน็
ผลึกของแข็ง เปราะ มจี ุด
และนำเสนอตวั อย่าง หลอมเหลวและ
การใชป้ ระโยชน์ของ จดุ เดอื ดสงู ละลายน้ำแลว้
แตกตัวเปน็ ไอออน
สารประกอบไอออนิก เรยี กวา่ สารละลายอิเล็ก
สารโคเวเลนต์ และ โทรไลต์เม่อื เปน็ ของแข็ง
โลหะ ไดอ้ ยา่ ง
ไมน่ ำไฟฟ้า แต่ถา้ ทำให้
เหมาะสม

หลอมเหลวหรือละลาย

ในน้ำจะนำไฟฟ้า

- สารละลายของ

สารประกอบไอออนกิ

แสดงสมบตั ิ

ความเปน็ กรด-เบส ต่างกนั

สารละลายของ

สารประกอบคลอไรดม์ ี

สมบตั ิเป็นกลาง และ

สารละลายของ

สารประกอบออกไซดม์ ี

สมบัติ

เปน็ เบส

- ปฏิกริ ิยาของ

สารประกอบไอออนิก

สามารถเขยี น

แสดงด้วยสมการไอออนิก

หรือสมการไอออนิก

สุทธโิ ดยที่สมการไอออนิก

แสดงสารต้งั ตน้ และ

ผลิตภัณฑท์ ุกชนิดท่แี ตกตวั

ไดใ้ นรปู ของไอออน

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ 91
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
(ชัว่ โมง) คะแนน

สว่ นสมการไอออนิกสทุ ธิ
แสดงเฉพาะไอออนท่ี
ทำปฏิกริ ยิ ากัน และ
ผลิตภัณฑท์ เ่ี กดิ ขึ้น
- พันธะโคเวเลนตเ์ ป็นการ
ยึดเหนยี่ วทเ่ี กิดข้นึ ภายใน
โมเลกุลจากการใช้เวเลนซ์
อเิ ลก็ ตรอนรว่ มกัน
ของธาตซุ ่งึ ส่วนใหญเ่ ป็น
ธาตุอโลหะ โดยท่วั ไป
จะเป็นไปตามกฎออกเตต
สารท่ยี ดึ เหนีย่ วกันดว้ ย
พนั ธะโคเวเลนตเ์ รียกว่า
สารโคเวเลนตพ์ ันธะ
โคเวเลนตเ์ กดิ ได้ทง้ั พันธะ
เดย่ี ว พนั ธะคู่และ
พนั ธะสาม ซง่ึ สามารถ
เขยี นแสดงไดด้ ว้ ย
โครงสร้างลวิ อสิ โดยแสดง
อิเล็กตรอนครู่ ว่ มพนั ธะ
ด้วยจดุ หรือเสน้ และแสดง
อิเล็กตรอนคโู่ ดดเด่ียว
ของแต่ละอะตอมดว้ ยจุด
- สตู รโมเลกลุ ของสารโคเว
เลนต์โดยท่วั ไป
เขียนแสดงดว้ ยสัญลกั ษณ์
ของธาตเุ รียงลำดับ
ตามคา่ อิเล็กโทรเนกาตวิ ติ ี
จากน้อยไปมาก
โดยมีตัวเลขแสดงจำนวน
อะตอมของธาตุ
ที่มมี ากกวา่ ๑ อะตอมใน
โมเลกุล

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ 92
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
(ช่วั โมง) คะแนน

- การเรียกชื่อสารโคเว
เลนต์ทำไดโ้ ดยเรยี กช่ือ
ธาตทุ ่อี ยู่หนา้ กอ่ น แล้ว
ตามดว้ ยช่อื ธาตุท่อี ยถู่ ดั มา
โดยมคี ำนำหน้าระบุ
จำนวนอะตอมของธาตทุ ี่
เป็น
องคป์ ระกอบ
- ความยาวพันธะและ
พลงั งานพันธะในสาร
โคเวเลนต์ข้ึนกบั ชนดิ ของ
อะตอมคู่ร่วมพนั ธะ
และชนิดของพนั ธะ โดย
พันธะเด่ียว พนั ธะคู่
และพนั ธะสาม มีความยาว
พันธะและพลงั งาน
พนั ธะแตกตา่ งกัน
นอกจากน้ีโมเลกุลโคเว
เลนต์
บางชนิดมคี า่ ความยาว
พันธะและพลังงานพนั ธะ
แตกตา่ งจากของพันธะ
เดยี่ ว พนั ธะคแู่ ละพันธะ
สาม
ซึง่ สารเหล่านี้สามารถเขียน
โครงสรา้ งลิวอิส
ทเี่ หมาะสมได้มากกว่า ๑
โครงสร้าง ทีเ่ รียกว่า
โครงสร้างเรโซแนนซ์
- พลงั งานพันธะนำมาใช้ใน
การคำนวณพลังงาน
ของปฏกิ ิริยา ซงึ่ ไดจ้ าก
ผลต่างของพลังงาน

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ 93
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
(ช่วั โมง) คะแนน

พนั ธะรวมของสารตั้งต้น
กับผลติ ภัณฑ์
- รปู รา่ งของโมเลกุลโคเว
เลนตอ์ าจพจิ ารณาโดยใช้
ทฤษฎีการผลกั ระหว่างคู่
อเิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์
(VSEPR) ซึ่งขึ้นอยู่กับ
จำนวนพนั ธะและจำนวน
อเิ ล็กตรอนค่โู ดดเดยี่ วรอบ
อะตอมกลาง
โมเลกุลโคเวเลนตม์ ีทง้ั
โมเลกลุ มีขั้วและไม่มีขัว้
สภาพขว้ั ของโมเลกลุ โคเว
เลนต์เป็นผลรวม
ปรมิ าณเวกเตอรส์ ภาพข้วั
ของแต่ละพนั ธะตาม
รปู รา่ งโมเลกลุ
- แรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
โมเลกลุ ซง่ึ อาจเป็น
แรงแผก่ ระจายลอนดอน
แรงระหวา่ งข้วั
และพนั ธะไฮโดรเจน มผี ล
ตอ่ จดุ หลอมเหลว
จุดเดือด และการละลาย
นำ้ ของสาร นอกจากน้ี
สารโคเวเลนตส์ ว่ นใหญย่ ัง
มจี ดุ หลอมเหลว
และจุดเดอื ดต่ำกว่า
สารประกอบไอออนิก
เนื่องจากแรงยึดเหนยี่ ว
ระหวา่ งโมเลกลุ
มคี า่ น้อยกวา่ พันธะไอออ
นกิ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ 94
ท่ี การเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
(ช่วั โมง) คะแนน

- สารโคเวเลนต์สว่ นใหญม่ ี
จดุ หลอมเหลวและ
จดุ เดือดตำ่ และไมล่ ะลาย
ในนำ้ สำหรบั สาร
โคเวเลนตท์ ่ีละลายนำ้ มีทงั้
แตกตวั และไมแ่ ตกตวั
เป็นไอออน สารละลายที่
ได้จากสารท่ไี ม่แตกตัว
เปน็ ไอออนจะไมน่ ำไฟฟา้
เรียกวา่ สารละลายนอนอิ
เลก็ โทรไลต์ส่วนสารละลาย
ทไ่ี ด้จากสาร
ทแ่ี ตกตัวเปน็ ไอออนจะนำ
ไฟฟ้า เรียกว่า
สารละลายอิเล็กโทรไลต์
สารละลายของ
สารประกอบคลอไรดแ์ ละ
ออกไซด์จะมีสมบตั ิ
เป็นกรด
- สารโคเวเลนตบ์ างชนิดท่ี
มีโครงสรา้ งโมเลกุล
ขนาดใหญแ่ ละมีพนั ธะโคเว
เลนต์ตอ่ เนอ่ื ง
เปน็ โครงร่างตาข่าย จะมี
จุดหลอมเหลวและ
จุดเดอื ดสูง สารโคเวเลนต์
โครงร่างตาข่ายท่ีมี
ธาตุองค์ประกอบ
เหมือนกนั แต่มีอญั รปู
ตา่ งกนั
จะมสี มบตั ิต่างกนั เชน่
เพชร แกรไฟต

95

หน่วย ช่ือหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้
(ชั่วโมง) คะแนน

- พันธะโลหะเกดิ จาก

เวเลนซอ์ ิเล็กตรอนของ

ทกุ อะตอมของโลหะ

เคลอ่ื นทีอ่ ยา่ งอสิ ระไปทัว่

ทงั้ โลหะ และเกิดแรงยดึ

เหนยี่ วกบั โปรตอน

ในนิวเคลยี สทุกทศิ ทาง

- โลหะส่วนใหญ่เป็น

ของแข็ง มผี ิวมันวาว

สามารถ

ตีเป็นแผ่นหรอื ดึงเปน็ เสน้

ได้นำความรอ้ นและ

นำไฟฟ้าไดด้ ีมจี ุด

หลอมเหลวและจุดเดอื ดสงู

- สารประกอบไอออนกิ

สารโคเวเลนตแ์ ละโลหะ

มสี มบัตเิ ฉพาะตวั บาง

ประการทีแ่ ตกต่างกัน เช่น

จดุ เดอื ด จดุ หลอมเหลว

การละลายน้ำ การนำ

ไฟฟ้า จงึ สามารถนำมาใช้

ประโยชน์ในด้านตา่ ง ๆ

ไดต้ ามความเหมาะสม

หน่วยการเรยี นรู้ 40 50

กลางภาค 20

ปลายภาค 30

รวม 40 100

** ปรบั เวลา **

96

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาชีววิทยา 1 รหสั วิชา ว31251 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 40 ช่วั โมง จำนวน 1 หน่วยกติ

ศึกษาชวี วิทยาเก่ียวกบั สมบตั ิที่สำคัญของส่ิงมชี ีวิต ความสัมพันธข์ องการจดั ระบบในส่ิงมีชวี ติ การระบุ

ปญั หา ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปัญหา สมมตฐิ าน และวิธกี ารตรวจสอบสมมติฐาน การทดลองเพ่ือตรวจสอบ
สมมตฐิ าน สมบัตขิ องน้ำ ความสำคัญของนำ้ ที่มตี อ่ สิ่งมีชวี ิต ธาตุชนิดตา่ ง ๆ ท่ีมีความสำคญั ตอ่ รา่ งกายสง่ิ มชี วี ิต
โครงสรา้ งของคารโ์ บไฮเดรต กลมุ่ ของคารโ์ บไฮเดรต ความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตทีม่ ีต่อสิง่ มชี วี ติ โครงสรา้ ง

ของโปรตนี ความสำคญั ของโปรตนี ทม่ี ีตอ่ สง่ิ มชี วี ิต โครงสร้างของลพิ ิด ความสำคญั ของลพิ ิดท่มี ีตอ่ ส่งิ มชี วี ิต
โครงสร้างของกรดนวิ คลีอิก ชนดิ ของกรดนวิ คลีอกิ ความสำคญั ของกรดนิวคลีอิกทม่ี ีต่อส่ิงมีชีวติ ปฏกิ ริ ิยาเคมที ี่

เกดิ ขนึ้ ในสิ่งมชี ีวิต การทำงานของเอนไซมใ์ นการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิง่ มีชวี ิต ปัจจัยทม่ี ีผลตอ่ การทำงานของ
เอนไซม์ วิธีการ และการเตรียมตวั อยา่ งสิ่งมีชีวติ เพือ่ ศึกษาภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศนใ์ ช้แสง การวัดขนาด และการ
วาดภาพท่ปี รากฏภายใตก้ ลอ้ ง การบอกวธิ ีการใช้ และการดูแลรกั ษากลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสง โครงสร้าง และ

หนา้ ที่ของส่วนท่ีหอ่ หุม้ เซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ ชนดิ และหน้าทข่ี องออรแ์ กเนลล์ โครงสร้างและหน้าทีข่ อง
นวิ เคลยี ส การแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลเิ ทต และแอกทฟี ทรานสปอรต์ การลำเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่

ออกจากเซลล์ดว้ ยกระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่เขา้ สู่เซลล์ด้วยกระบวนการเอน
โดไซโทซิส การแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ ขน้ั ตอนการหายใจระดบั เซลล์ในภาวะทมี่ ี
ออกซิเจนเพยี งพอ และภาวะท่ีออกซเิ จนไมเ่ พียงพอ

โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือฝึกทกั ษะอธิบาย สรปุ อภิปราย บอก ออกแบบการ
ทดลอง สืบคน้ ข้อมูล ยกตวั อย่าง ระบุ เตรียมตัวอย่างสงิ่ มีชีวิต วัดขนาด วาดภาพ เปรยี บเทียบ เขยี นแผนภาพ

และสังเกต
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง เกดิ ความสามารถใน

การคดิ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต และ

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย และสรปุ สมบตั ทิ ี่สำคญั ของสิ่งมีชีวิต และความสำคญั ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิต ที่ทำให้

สง่ิ มีชีวิตดำรงชีวติ อยู่ได้
2. อภิปราย และบอกความสำคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ

วธิ ีการตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมท้งั การออกแบบการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
3. สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้ำ และบอกความสำคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และ

ยกตัวอยา่ งธาตุชนดิ ตา่ งๆ ที่มีความสำคญั ตอ่ ร่างกายสง่ิ มีชีวติ
4. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลมุ่ ของคารโ์ บไฮเดรต รวมท้ังความสำคัญ

ของคารโ์ บไฮเดรตท่มี ีตอ่ ส่งิ มีชวี ติ
5. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างของโปรตีน และความสำคญั ของโปรตนี ทีม่ ตี ่อสิง่ มีชวี ติ
6. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งของลพิ ดิ และความสำคญั ของลิพิดท่มี ีต่อสง่ิ มีชวี ิต

97

7. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลอี กิ ระบุชนดิ ของกรดนิวคลีอิก และความสำคัญของกรดนวิ คลีอิก
ท่มี ตี ่อสิง่ มชี วี ิต

8. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายปฏิกิริยาเคมที เี่ กดิ ข้ึนในส่ิงมชี วี ติ
9. อธิบายการท้างานของเอนไซม์ ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต และระบุปัจจัยที่มีผลต่อการ
ทำงานของเอนไซม์
10. บอกวิธีการ และเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวติ เพื่อศกึ ษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง วัดขนาด
โดยประมาณ และวาดภาพทป่ี รากฏภายใตก้ ลอ้ ง บอกวธิ ีการใช้ และการดูแลรักษากลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสง
ท่ถี กู ตอ้ ง
11. อธิบายโครงสร้างและหน้าทีข่ องสว่ นท่ีห่อหมุ้ เซลล์ ในเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์
12. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และระบุชนดิ หน้าทขี่ องออรแ์ กเนลล์
13. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องนิวเคลียส
14. อธิบาย และเปรยี บเทยี บการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลเิ ทต และแอกทฟี ทรานสปอร์ต
15. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการล้าเลียงสารในโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ ด้วย
กระบวนการเอกโซไซโทซิส และการลา้ เลยี งสารโมเลกุลใหญเ่ ขา้ สูเ่ ซลล์ดว้ ยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
16. สังเกตการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ พรอ้ ม
ทั้งอธบิ ายและเปรียบเทียบการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรยี บเทียบ และสรุปขน้ั ตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพยี งพอ และ
ภาวะทมี่ อี อกซิเจนไม่เพยี งพอ

รวมท้ังหมด 17 ผลการเรียนรู้

98

รายวชิ าชวี วิทยา 1 โครงสร้างรายวิชา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1 หนว่ ยกติ
รหสั วชิ า ว31251
หนว่ ย ชอ่ื หน่วย
ท่ี การเรยี นรู้ จำนวน 40 ชว่ั โมง
1 การศึกษา
ชีววิทยา ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก

(ชวั่ โมง) คะแนน

1. อธบิ าย และสรุป - สง่ิ มชี ีวิตทุกชนดิ ตอ้ งการ 8 10

สมบตั ทิ ี่สำคญั ของ สารอาหารและพลงั งาน มี

ส่ิงมีชวี ติ และ การเจริญเติบโต มกี าร

ความสำคัญของการ ตอบสนองตอ่ สิ่งเร้ามกี าร

จดั ระบบในสง่ิ มีชีวติ ท่ี รกั ษาดลุ ยภาพของร่างกาย

ทำให้สิ่งมีชีวิต มกี ารสืบพนั ธุ์ มีการ

ดำรงชีวติ อยไู่ ด้ ปรับตวั ทางววิ ัฒนาการ

2. อภิปราย และบอก และมีการทำงานรว่ มกัน

ความสำคัญของการ ขององค์ประกอบตา่ ง ๆ

ระบุปญั หา อยา่ งเปน็ ระบบ ส่งิ เหล่าน้ี

ความสมั พันธ์ระหวา่ ง จัดเปน็ สมบัติที่สำคัญของ

ปัญหา สมมติฐาน และ ส่งิ มีชวี ิต

วธิ ีการตรวจสอบ - การจัดระบบในสง่ิ มชี วี ติ

สมมตฐิ าน รวมท้ังการ เริ่มจากหนว่ ยเลก็ ไปหน่วย
ออกแบบการทดลอง ใหญ่ ไดแ้ ก่ เซลล์ เนอื้ เยื่อ
อวัยวะ ระบบ
เพื่อตรวจสอบ อวยั วะ และสงิ่ มีชวี ิต
สมมตฐิ าน

ตามลำดบั

- วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์

ในการค้นหาคำตอบ

เกีย่ วกับสิง่ มชี ีวติ เริม่ จาก

การตัง้ ปัญหาหรือคำถาม

ตั้งสมมตฐิ าน ตรวจสอบ

สมมตฐิ าน เกบ็ รวบรวม

ขอ้ มูล วเิ คราะห์ข้อมูล

และสรุปผล

- การศึกษาส่งิ มีชวี ิตตอ้ ง

อาศัยความรูจ้ ากแขนงวิชา

ต่าง ๆ ของชีววิทยาและ

สาขาวชิ าอืน่ ทเี่ กีย่ วข้อง

และควรคำนงึ ถงึ ชีวจรยิ


Click to View FlipBook Version