The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นำเสนอการออกแบบหลักสูตรบูรณาการและการประเมินตามสภาพจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Toei's Shattarikah, 2022-05-14 11:31:04

นำเสนอการออกแบบหลักสูตรบูรณาการและการประเมินตามสภาพจริง

นำเสนอการออกแบบหลักสูตรบูรณาการและการประเมินตามสภาพจริง

การออกแบบหลกั สตู ร
และการประเมนิ ตามสภาพจริง

หลกั สูตร

วางแผนและ ประเมนิ
ออกแบบ หลกั สูตร

เสนอ
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.พจิ ิตรา ธงพานิช

คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

คณะผู้จัดทำ

1. นำยไตรวิท มงคล รหสั นกั ศกึ ษำ 646150710234
2. นำงสำวณัฎฐธิิดำ พณิ รตั น์ รหัสนกั ศกึ ษำ 646150710226
3. นำงสำวิติ มิ ำ พมิ ปดั ชำ รหสั นกั ศึกษำ 646150710218
4. นำงสำวกมลชนก ิรรมสำน รหสั นักศึกษำ 646150710291
5. นำงสำวลดั ดำวัลย์ บวรศักดิ์ รหัสนักศกึ ษำ 646150710200
6. นำงสำวสวุ ิชำดำ สุนันทำ รหสั นักศกึ ษำ 646150710242
7. นำงสำวฉัตรทรกิ ำ ก้อนคำ รหสั นักศกึ ษำ 646150710275

QR Code เว็บไซตเ์ ผยแพร่บทเรียน

คานา

เอกสารนี้เป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาการออกแบบหลักสูตรบูรณาการและการประเมินตามสภาพจริง
รหสั วิชา 61512404 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นครพนม โดยอา้ งอิงจากหนังสือ การออกแบบหลักสูตร
บูรณาการและการประเมินตามสภาพจริง (Integrated Curriculum Design and Authentic
Assessment) ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิจิตรา ธงพานิช มีวัตถุประสงค์เพ่ือนาเสนอความรู้เกี่ยวกับ
หลกั สูตรบรู ณาการ การบรู ณาการจดั การเรียนรู้ และการประเมินการเรียนร้ตู ามสภาพจริง จัดเรยี บเรียงเป็น
9 บท ดังน้ี บทท่ี 1 หลักสูตรบูรณาการ บทท่ี 2 การวางแผนและออกแบบหลักสูตร บทท่ี 3 กระบวนการ
จดั ทาหลักสตู รและการนาหลักสูตรไปใช้ บทที่ 4 การประเมินคุณภาพหลักสูตร บทที่ 5 การบริหารจัดการ
หลักสตู ร บทท่ี 6 การเตรยี มความพร้อมของครู บทท่ี 7 การประเมินตามสภาพจริง บทที่ 8 การประเมิน
การเรียนรู้ภาคปฏบิ ัติ และ บทที่ 9 การประยตุ ์ใชห้ ลักสูตรบรู ณาการ

หากผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดทา ยินดีน้อมรับคาชี้แนะจากท่านผู้รู้เพ่ือช่วยให้คาแนะนาในการ
พฒั นาต่อไป และขอขอบพระคุณลว่ งหน้ามา ณ โอกาสน้ี'

คณะผูจ้ ดั ทำ

สารบัญ หนา้

บทที่ 1
2
1 หลกั สตู รบูรณาการ 3
หลักการ และแนวคิดเกี่ยวกบั หลักสตู รบรู ณาการ 4
การบูรณาการหลักสูตร 11
เหตผุ ลและพื้นฐานความคดิ 14
รปู แบบหลักสูตรบรู ณาการ
สรุป 15
23
2 การวางแผนและการออกแบบหลักสูตร 28
แนวคดิ ในการวางแผนพฒั นาหลกั สูตร 30
การออกแบบหลกั สตู ร 31
นิยามการออกแบบหลักสูตร 35
แนวคดิ การออกแบบหลกั สูตร 39
การออกแบบหลกั สูตรตามแนวคดิ ของปร้ินส์ 40
การออกแบบหลกั สูตรดว้ ยแนวคิดวัตถุประสงค์เป็นฐาน 41
การออกแบบการเรยี นรแู้ บบยอ้ นกลับ
สรปุ

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 42
47
3 กระบวนการจดั ทาหลักสตู รและการนาหลกั สตู รไปใช้ 53
กระบวนการจดั ทาหลักสูตร 59
กระบวนการพฒั นาหลกั สูตรบรู ณาการ 66
การนาหลักสตู รไปใช้ 70
แนวปฏบิ ัติในการนาหลักสตู รบรู ณาการไปจดั การเรยี นรแู้ ละประเมินผลการเรียนรู้ 72
ตวั อยา่ งการนาหลักสูตรบูรณาการไปจัดการเรยี นรู้
สรุป 75
76
4 การประเมินคณุ ภาพหลกั สตู ร 77
นิยามการประเมนิ หลักสตู ร 80
แนวคิดการประเมินหลกั สตู ร 85
การประเมินหลกั สูตร กอ่ น ระหว่าง และหลงั การนาหลกั สตู รไปใช้ 88
การประเมนิ ความก้าวหน้า และประเมนิ ผลสรุป 90
การประเมินหลกั สตู รเพ่อื พัฒนา 91
หลักเกณฑ์การประเมนิ หลกั สตู ร
สรุป

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 92
104
5 บรหิ ารจดั การหลกั สตู ร 108
การบูรณาการการเรยี นรแู้ บบเรียนรวม 115
การบูรณาการครผู สู้ อน 117
แนวคดิ การปรบั ปรงุ คณุ ภาพการศกึ ษาในโรงเรยี น 119
การประเมินอิงมาตรฐาน 127
องคป์ ระกอบที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรูข้ องผู้เรยี น 135
การประเมนิ คุณภาพภายนอก
สรปุ 136
137
6 การเตรยี มความพร้อมของครู 139
การเตรยี มบุคลากรท่เี ก่ยี วข้อง 140
สาระสาคัญที่เกยี่ วข้องในการเตรียมครู 141
สง่ิ ท่ีผ้สู อนจะตอ้ งรู้จักเกี่ยวกบั การเรียนการสอน 142
ประโยชน์ของการเตรยี มสอน
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการนาหลักสูตรบูรณาการไปใช้ในชั้นเรยี น
สรุป

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 143
144
7 การประเมนิ ตามสภาพจริง 155
การประเมินผลตามสภาพจรงิ 157
ลักษณะของการประเมินผลตามสภาพจริง 159
แนวทางในการประเมนิ ตามสภาพจริง 161
เครือ่ งมอื การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ 162
วิธีการประเมินผลตามสภาพจรงิ 164
ขอ้ ควรคานงึ ถงึ ในการประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ 169
การประเมินจากแฟม้ สะสมงาน
สรปุ 170
172
8 การประเมนิ การเรียนรภู้ าคปฏิบตั ิ 174
การประเมินการปฏิบัติ 175
ความหมายของการวดั ภาคปฏิบัติ 178
หลกั การและแนวคิดพื้นฐานการวัดภาคปฏบิ ัติ 184
จุดประสงคข์ องการวัดภาคปฏบิ ัติ 185
เกณฑ์การวดั ภาคปฏบิ ัติ 190
แบบทดสอบวดั ภาคปฏบิ ตั ิ 194
รปู แบบของงานสาหรบั ประเมินการปฏิบตั ิ
สรปุ

สารบัญ (ต่อ) หนา้

บทท่ี 195
199
9 ประยุกตใ์ ชห้ ลกั สตู รบูรณาการ 200
การจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ 204
แผนการบริหารจดั การการเรียนการสอน 221
การจดั การเรียนรู้ 227
การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ภาคปฏบิ ตั ิ
สรุป

สารบัญตาราง หนา้

ตารางที่ 68
84
1 การวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร (Table of specification)
2 สรปุ ขัน้ ตอนการประเมนิ หลักสตู รและจดุ มงุ่ หมายในการประเมนิ

หลกั สตู รบรู ณาการ

1 / 228

จอห์น ดวิ อ้ี ปราชญ์ทางการศกึ ษาชาวอเมรกิ า ได้อธบิ ายถึงความจาเป็นทีโ่ รงเรียน

ต้องจดั ให้มีการสอนแบบ “บรู ณาการ” ( Integrate curriculum) หรือการ

เช่ือมโยงเน้ือหาวิชาการต่าง ๆ เข้าดว้ ยกนั โดยไมเ่ นน้ การเรยี นเปน็ รายวชิ า ว่า

ปัญหาอุปกสรรค รวมทงั้ ประสบการณต์ ่าง ๆ ในชวี ติ ของมนุษยน์ ้นั จะผสมผสานกัน

มิไดแ้ ยกออกเป็นสว่ น ๆ ทงั้ นี้ มนษุ ยจ์ าเป็นต้องใช้ทักษะหลายประการในการเรียนรู้

จากประสบการณ์ รวมทั้งในการแกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในชีวติ ไมว่ า่ จะเปน็

ปัญหาง่าย ๆ หรือซับซ้อนเพยี งใดกต็ าม แตก่ ารทโี่ รงเรียนเนน้ การสอนแยก

เนื้อหาวชิ า จะทาให้การเรยี นนน้ั ไม่สอดคลอ้ งกับชีวติ จริงของนักเรยี น เพราะเด็ก

มองไมเ่ ห็นความเช่ือมโยงของสิ่งที่เรียน กบั ส่งิ ท่ีเปน็ ไปในชวี ิตจรงิ นอกโรงเรียน

ดังน้ัน หลักสตู ท่เี น้นการสอนแบบบูรณาการจะสอดคลอ้ งกับชวี ิตจริงของเด็ก

มากกวา่ โดยจะช่วยใหน้ ักเรียนเขา้ ใจและมองเห็นความสมั พันธ์เชือ่ มโยงของ

เนือ้ หาวชิ าตา่ ง ๆ ทง้ั ยงั กระตนุ้ ใหเ้ ดก็ ใฝ่เรียนรู้ เนอื่ งจากเขาสามารถนาเนอ้ื หาและ

ทักษะท่ีเรยี นไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ 2 / 228

หลกั สูตรบูรณาการ

หลกั สูตรบูรณาการ
หลักสูตรบูรณาการ (The Integrated Curriculum) หมายถงึ เปน็ หลกั สูตรทีพ่ ัฒนามาจาก
หลักสตู รกวา้ งโดยนาเอาเน้อื หาของวชิ าตา่ งๆ มาหลอมรวม ทาใหเ้ ปน็ เอกลักษณ์ของแต่ละวิชาหมดไป
การผสมผสานเนอื้ หาของวิชาตา่ งๆ เขา้ เป็นเนื้อเดียวกนั ทาได้หลายวิธี ซ่งึ จะไดช้ ้ีใหเ้ หน็ ตอ่ ไปอยา่ งไรก็
ตามทีม่ กี ารจดั ทาหลกั สูตรบูรณาการข้ึนไมใ่ ชเ่ พยี งเพอ่ื แกไ้ ขข้อบกพร่องของหลักสูตรหลายวิชาเท่าน้ันมี
เหตุผลและความคดิ พื้นฐานซ่งึ สนับสนนุ อยู่ด้วยจะขออธบิ ายให้ทราบโดยสังเขปดงั ตอ่ ไปนี้
การสอนแบบบรู ณาการ หมายถึง การจดั การเรียนรโู้ ดยการเช่อื มโยงเนื้อหาความรู้ทีเ่ กย่ี วขอ้ งจาก
ศาสตร์ต่างๆ ของรายวิชาเดยี วกันหรอื รายวิชาต่างๆ มาใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถนา
ความคิดรวบยอดของศาสตรต์ ่างๆ มาใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้
สาหรับการจัดการเรยี นร้แู บบบรู ณาการ (Integrated Learning Management) หมายถงึ
กระบวนการจัดประสบการณ์การเรยี นร้ตู ามความสนใจ ความสามารถ โดยเชอ่ื มโยงเน้อื หาสาระของ
ศาสตร์ต่างๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งสัมพันธ์กนั ให้ผู้เรยี นเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรม สามารถนาความรู้ ทักษะและ เจตคติ
ไปสร้างงาน แก้ปญั หาและใช้ในชีวติ ประจาวนั ไดด้ ้วยตนเอง

3 / 228

เหตผุ ลและพน้ื ฐานความคดิ

1. สง่ิ ต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในชีวิตประจาวนั นั้นจะเปน็ ส่ิงที่เก่ียวเนอ่ื งสัมพันธ์กันกบั ศาสตรใ์ น สาขาตา่ งๆ
ผสมผสานกันทาให้ผู้เรยี นทเี่ รียนรศู้ าสตร์เดี่ยวๆ มาไม่สามารถนาความร้มู าใชใ้ นการ แก้ปญั หาได้
ดังน้ันการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการจะชว่ ยให้สามารถนาความรู้ ทกั ษะจากหลายๆ ศาสตร์มา
แกป้ ญั หาได้กับชวี ิตจรงิ
2. การจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ ทาใหเ้ กดิ ความสัมพนั ธเ์ ชือ่ มโยงความคิดรวบยอด ของศาสตร์
ตา่ งๆ เขา้ ด้วยกนั ทาให้เกดิ การถา่ ยโอนการเรียนรู้ (Transfer of learning) ของศาสตร์ต่างๆ เขา้
ด้วยกันทาให้ผูเ้ รียนมองเหน็ ประโยชนข์ องสง่ิ ที่เรยี นและนาไปใชจ้ ริงได้
3. การจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการชว่ ยลดความซา้ ซ้อนของเนอื้ หารายวิชาตา่ งๆ ใน หลกั สูตรจึงทา
ใหล้ ดเวลาในการเรียนรูเ้ น้ือหาบางอย่างลงได้ แล้วไปเพมิ่ เวลาใหเ้ นือ้ หาใหมๆ่ เพิ่มข้นึ
4. การจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถในหลายๆ ด้านของ ผเู้ รยี นช่วยสร้าง
ความรู้ ทกั ษะและเจตคติ “แบบพหปุ ญั ญา” (Multiple intelligence)
5. การจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการจะสอดคลอ้ งกบั ทฤษฎีการสร้างความรูโ้ ดยผูเ้ รยี น
(Constructivism) ท่กี าลงั แพรห่ ลายในปัจจบุ นั

4 / 228

ลักษณะของหลกั สตู รบูรณาการทด่ี ี

1. บรู ณาการระหว่างความรู้และกระบวนการเรยี นรู้ แต่เดมิ เมอ่ื สภาพและปัญหาสงั คม
ยงั ไม่สลบั ซบั ซอ้ น และปรมิ าณเน้อื หาก็ยงั ไม่มีมากนกั การเรียนรู้ซง่ึ ใชว้ ธิ กี ารถ่ายทอด
ความรู้อยา่ งง่ายๆ เชน่ การบอกเล่า การบรรยาย และการทอ่ งจา อาจทาได้โดยไม่มี
ปญั หาอะไรในกรณนี ้ีความสมั พนั ธ์ระหว่างความร้กู บั กระบวนการเรยี นรู้เกือบไม่มีอยเู่ ลย
และการเรยี นรู้ก็นบั วา่ มปี ระสทิ ธภิ าพพอสมควร แต่ในปจั จบุ ันปริมาณความรมู้ ีมาก
สภาพและปัญหาสงั คมสลับซบั ซ้อน การเรียนรู้จะกระทาอยา่ งเดิมยอ่ มไมไ่ ดผ้ ลดี ถ้าจะ
ให้การเรียนรู้มปี ระสทิ ธภิ าพเราจาเป็นต้องใหก้ ระบวนการการเรียนรู้มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ ง
ใกล้ชดิ กับความรู้ ทง้ั นหี้ มายความว่าผเู้ รียนจะตอ้ งทราบวา่ ตนจะแสวงหาความร้ไู ด้
อยา่ งไรและด้วยกระบวนการอยา่ งไร

5 / 228

ลกั ษณะของหลักสตู รบูรณาการทด่ี ี

2. บรู ณาการระหว่างพัฒนาการทางความรูแ้ ละพฒั นาการทางจติ ใจ มีผู้กลา่ วตาหนิว่า
การศึกษามกั จะให้ความเอาใจใส่ต่อการพฒั นาจติ ใจน้อยไป คือมงุ่ ในดา้ นพทุ ธพิ สิ ยั อนั
ได้แก่ความร้คู วามคดิ และการแกป้ ัญหา มากกว่าด้านจิตพสิ ัย คือ เจตคติ คา่ นยิ ม ความ
สนใจ และความสนุ ทรียภาพซ่งึ ตามความเปน็ จริงแล้วทง้ั พทุ ธิพสิ ัยและจติ พิสยั ก็มี
ความสาคัญไม่ยิง่ หย่อนไปกว่ากนั และเป็นสิ่งที่แยกกันไมอ่ อก เพราะการเรียนรู้วชิ าการ
หรือทกั ษะในดา้ นหน่งึ ด้านใดโดยปราศจากความรสู้ ึกในคุณคา่ ของส่ิงทเ่ี รยี น ยอ่ มเป็นไป
ไมไ่ ด้ ในทางกลับกันถา้ ผู้เรยี นได้รบั ประสบการณท์ ส่ี ร้างความรูส้ ึกพึงพอใจและประทบั ใจ
ก็จะมงุ่ ม่ันในการเรยี นและเรียนร้ไู ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพด้วยเหตุน้กี ารสรา้ งบรู ณาการ
ระหว่างความรู้และจติ ใจจึงเป็นส่งิ จาเป็น

6 / 228

ลักษณะของหลักสตู รบูรณาการทด่ี ี

3. บรู ณาการระหวา่ งความร้แู ละการกระทา การสรา้ งสหสมั พันธร์ ะหวา่ งความรู้
และ การกระทามีความสาคญั ไม่ยงิ่ หยอ่ นไปกวา่ ระหว่างความรแู้ ละจติ ใจ โดยเฉพาะใน
ดา้ นจรยิ ศึกษาการเรยี นรู้เรื่องค่านิยมและการส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการ
เลือกค่านิยมท่เี หมาะสมจะปรากฏผลดหี รอื ไมย่ อมข้ึนอย่กู บั พฤติกรรมหรือการ
แสดงออกของผู้เรยี น การแยกความรูอ้ อกจากการกระทากเ็ หมอื นกับการแยกหลกั สตู ร
ออกเป็นส่วนๆ ซ่ึงเป็นไปไม่ได้ ดงั นัน้ การบูรณาการความรูแ้ ละการกระทาเข้าด้วยกัน จึง
เป็นสิ่งทจี่ าเปน็

7 / 228

ลกั ษณะของหลกั สตู รบรู ณาการท่ดี ี

4. บูรณาการระหวา่ งส่ิงที่เรยี นในโรงเรียนกบั สิ่งที่เป็นอยใู่ นชีวติ ประจาวนั ของผู้เรียนส่ิง
หนง่ึ ทจี่ ะพิสจู น์วา่ หลักสตู รดหี รือไม่ดี คอื ผลทีเ่ กดิ แกค่ ุณภาพของชวี ิตผเู้ รยี น ด้วยเหตุน้ี
การบูรณาการวิชาต่างๆ ในหลกั สูตรเราจงึ ต้องแน่ใจว่าสงิ่ ท่ีสอนในหอ้ งเรยี นน้นั มี
ความหมายและมีคณุ คา่ ตอ่ ชวี ิตของผ้เู รียนไม่ว่าผเู้ รยี นจะอยู่ทีใ่ ด การที่ใหเ้ กดิ ผลดงั กลา่ ว
ได้ หลกั สูตรจะต้องกาหนดให้ความสนใจและความตอ้ งการมีความเกี่ยวข้องกบั
ชวี ติ ประจาวนั ของผ้เู รียน และให้เป็นศนู ยก์ ลางของกระบวนการเรยี นการสอน

8 / 228

ลกั ษณะของหลกั สตู รบรู ณาการทีด่ ี

5. บูรณาการระหวา่ งวิชาตา่ งๆ ถ้าเรายอมรับว่าบูรณาการระหวา่ งความรูก้ ับจิตใจ และ
ระหว่างความรกู้ ับการกระทาเปน็ สง่ิ ทจ่ี าเปน็ และสาคัญ และเปน็ ส่งิ ท่ีสามารถทาได้ เราก็
ย่อมจะมองเห็นความจาเปน็ และความสาคญั ของการทีจ่ ะบูรณาการวชิ าต่างๆ เข้า
ดว้ ยกนั ซึง่ อาจทาไดโ้ ดยนาเอาเนื้อหาของวชิ าหนงึ่ มาเสรมิ อกี วิชาหนึง่ เพ่ือให้ผ้เู รียน
ได้รบั ความรแู้ ละเกดิ เจตคตติ ามทีต่ อ้ งการ หรือโดยกาหนดปญั หาหรอื ความต้องการของ
ผเู้ รียนเป็นหวั ข้อแล้วกาหนดหลักสูตรหรอื โปรแกรมการเรยี นการสอนขึ้น โดยอาศยั
เนื้อหาของหลายๆ วิชามาชว่ ยในการแก้ปญั หานั้น

9 / 228

ลักษณะของหลักสูตรท่ีดี

1) ตรงตามความมุง่ หมายของการศกึ ษา
2) ตรงตามลกั ษณะของพฒั นาการของเดก็ ในวัยตา่ งๆ
3) ตรงตามลกั ษณะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณีเอกลกั ษณข์ องชาติ
4.)มีเน้ือหาสาระเรื่องทีส่ อนเพยี งพอท่จี ะชว่ ยใหน้ กั เรียนคดิ เปน็ และมีพฒั นาในการทกุ ด้าน
5) สอดคลอ้ งกับชวี ิตประจาวนั ของผู้เรียน คอื จดั วชิ าทกั ษะ และวชิ าเนอื้ หาให้เหมาะสมกนั ในท่ีจะส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนเจริญงอกงามทกุ ดา้ น
6) หลักสูตรทีด่ ีควรสาเร็จขนึ้ ด้วยความร่วมมือของทกุ ฝ่าย เพื่อจะใหผ้ ลดคี วรจดั ใหเ้ ปน็ คณะกรรมการ
7) หลกั สูตรทด่ี จี ะตอ้ งให้นักเรยี นได้เรยี นรตู้ ่อไป และจะต้องเรียงลาดับความยากง่ายไมใ่ หข้ าดตอนจากกนั
8) หลักสตู รทด่ี จี ะตอ้ งเปน็ ประสบการณท์ ่ีเกย่ี วกับชีวติ ประจาวันของเด็กเพ่ือให้เดก็ ไดม้ ีโอกาสแกป้ ญั หาตา่ งๆ ในชีวติ เพอ่ื ให้เปน็ อยอู่ ย่างผาสกุ
9) หลกั สตู รทีด่ ีจะต้องเพิม่ พนู และส่งเสรมิ ทักษะเบื้องต้นทจี่ าเป็นของเด็ก
10) หลักสตู รท่ดี ียอ่ มสง่ เสริมให้เดก็ เกิดความรู้ ทกั ษะ เจตคติ ความคิดริเรม่ิ มีความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการดาเนินชีวิต
11) หลกั สูตรท่ดี ีจะตอ้ งส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กทางานเป็นอสิ ระ และทางานร่วมกนั เป็นหมคู่ ณะเพื่อพฒั นาใหร้ จู้ กั การอยรู่ ่วมกนั ในสังคมประชาธปิ ไตย
12) หลักสูตรที่ดียอ่ มบอกแนวทาง วิธสี อน และสอ่ื อปุ กรณป์ ระกอบเนื้อหาสาระที่สอนไว้อย่างเหมาะสม
13) หลกั สูตรท่ดี ีย่อมมกี ารประเมินผลอยู่ตลอดเวลา เพอ่ื ทราบขอ้ บกพร่องในการที่จะนาไปปรบั ปรุงใหด้ ีย่งิ ๆ ขน้ึ ไป
14) หลักสตู รที่ดจี ะตอ้ งจัดประสบการณ์ให้เดก็ เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และมโี อกาสแกป้ ัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปญั หาครอบครวั ชุมชน ประเทศชาติ
15) หลกั สตู รทด่ี ตี ้องส่งเสรมิ ให้เด็กรจู้ ักแก้ปัญหา
16) หลักสตู รทด่ี ีตอ้ งจดั ประสบการณท์ ่ีมีความหมายตอ่ ชีวิตของเด็ก
17) หลักสตู รทด่ี ตี ้องจัดประสบการณ์และกิจกรรมหลายๆ อย่าง เพื่อเปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลอื กอย่างเหมาะสมตามความสนใจ ความตอ้ งการ และ
ความสามารถของแต่ละบุคคล
18) หลักสตู รที่ดจี ะต้องวางกฎเกณฑไ์ วอ้ ย่างเหมาะสมแกก่ ารนาไปปฏิบัติแ1ล0ะ/ส2ะ28ดวกแกก่ ารวดั และประเมินผล

รูปแบบของบูรณาการ

1. การบรู ณาการแบบสอดแทก (Infusion)

การเรยี นรแู้ บบนคี้ รจู ะนาเน้อื หาของวิชาตา่ งๆ มาสอดแทรกในรายวิชาของตนเองเป็นการ วาง
แผนการสอนและทาการสอนโดยครูเพยี งคนเดยี ว

2. การบูรณาการแบบขนาน (Parallel)

การเรยี นรแู้ บบนี้ครตู ง้ั แต่ 2 คนข้นึ ไปต่างคนตา่ งสอนวชิ าของตนเองแตจ่ ะมาวางแผน ตดั สนิ ใจ
รว่ มกนั ว่าจะจัดแผนการเรียนรู้และจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยมงุ่ สอนในหัวเรอื่ ง
(Theme) ความคิดรวบยอด (Concept) และปัญหา (Problem) เดียวกนั ในส่วนหนง่ึ

3. การบรู ณาการแบบสหวทิ ยาการ (Multidiscipline)

การเรยี นรูแ้ บบน้ีคล้ายกบั แบบคูข่ นาน ครูตัง้ แต่ 2 คนข้นึ ไปตา่ งคนตา่ งสอนวิชาของตน จัดกจิ กรรม
การเรยี นรู้ของตนเองเปน็ สว่ นใหญ่ มาวางแผนการสอนรว่ มกนั ในการใหง้ านหรือโครงการท่มี หี วั
เร่ือง แนวคิดหรือความคดิ รวบยอดและปัญหาเดียวกนั

4. การบรู ณาการแบบขา้ มวิชา (Transdisciplinary)

การเรียนรู้แบบน้ีผสู้ อนในรายวชิ าต่างๆ จะมารว่ มกนั สอนเป็นคณะ ร่วมกันวางแผน กาหนดหวั
เรื่อง ความคิดรวบยอดและปัญหาเดียวกัน 11 / 228

หลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ
บรู ณาการ

1. จดั กิจกรรมทใี่ ช้ให้ผูเ้ รยี นมสี ่วนร่วมทุกด้าน ได้แก่ ร่างกาย สติปญั ญา สงั คม และ อารมณ์

2. ยดึ การบรู ณาการวิชาเปน็ สาคญั โดยการบรู ณาการทงั้ ภายในวชิ าเดียวกนั หรือระหว่าง วชิ า
เชื่อมโยงหรอื บูรณาการเข้าด้วยกนั ใหเ้ ปน็ ความรู้แบบองคร์ วม

3. ยดึ กล่มุ เป็นแหล่งเรยี นร้ทู ส่ี าคญั โดยให้ผ้เู รยี นมีโอกาสไดป้ ฏิสัมพนั ธ์กันในกลมุ่ ปรึกษาหารือ
และแลกเปล่ยี นความคิดเห็น ประสบการณซ์ ึง่ กนั และกัน

4. ยดึ การค้นพบด้วยตนเองเปน็ สาคัญ

5. เน้นกระบวนการควบคไู่ ปกบั ผลงานโดยการส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนวเิ คราะหถ์ ึง กระบวนการต่างๆ
ทท่ี าใหเ้ กิดผลงาน โดยคานึงถงึ ประสทิ ธิผลของงานด้วย

6. เนน้ การนาความรไู้ ปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ส่งเสริมให้เกดิ การปฏิบัตจิ รงิ และ การ
ติดตามผลการปฏบิ ัตขิ องผเู้ รยี น

7. เน้นการเรียนรู้อยา่ งมคี วามสขุ และมีความหมาย

8. เน้นการเป็นคนดแี ละมีคุณคา่ ตอ่ สงั คม ประเทศชาติ เหน็ คณุ คา่ ของสรรพสิ่งหรือ ส่วนรวม
มากกว่าส่วนตน

12 / 228

จดั การเรียนการสอนในหลกั สูตรบรู ณาการ

1. จดั การเรยี นการสอนโดยเน้นนักเรยี นเป็นสาคญั ให้ผเู้ รยี นมีส่วนรว่ มในกระบวนการ
เรยี นการสอนอยา่ งกระตือรือร้น
2. สง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นไดร้ ว่ มกนั ทางานกลมุ่ ดว้ ยตนเอง โดยสง่ เสรมิ ให้มีกิจกรรมกลมุ่ ลกั ษณะต่างๆ
หลากหลายในการเรยี นการสอน และสง่ เสริมให้ผเู้ รยี นมโี อกาสได้ลงมอื ทา
3. จดั ประสบการณต์ รงให้แก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้สิง่ ท่เี ปน็ รปู ธรรมเขา้ ใจงา่ ยตรง กบั ความ
จรงิ สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งมเี หตุผล
4. จดั บรรยากาศในชัน้ เรยี นทส่ี ง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นเกดิ ความรูส้ ึกกลา้ คิดกล้าทา สง่ เสริมให้ ผูเ้ รียนได้
แสดงออกซง่ึ ความร้สู ึกนึกคิดของตนเองต่อสาธารณะชนหรือเพ่อื นร่วมชนั้ เรยี น
5. เน้นการปลกู ฝังจิตสานกึ คา่ นยิ ม และจริยธรรมทถี่ ูกตอ้ งดงี าม ใหผ้ ู้เรียนสามารถ วางแผน
แยกแยะความถกู ต้องดีงามและความเหมาะสมได้ สามารถขจัดความขัดแย้งไดด้ ้วยเหตุผล มีความ
กลา้ หาญทางจรยิ ธรรม และแก้ไขปญั หาดว้ ยปัญญาและสามคั คี

13 / 228

การออกแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
ออกเป็น 2 ลกั ษณะ

1. ลกั ษณะทีเ่ ปน็ หวั เรื่อง (Theme) แบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ คือ
1.1 การจดั การเรยี นการสอนแบบจัดหนว่ ยบรู ณาการ (Integrated Unit) ซงึ่ จะตอ้ ง
มี เน้อื หาและกระบวนการ วิธกี าร และเน้ือหาวิชาท่ีจะบรู ณาการต้ังแต่ 2 วิชาข้ึนไป
1.2 การจัดการเรียนการสอนแบบมหี วั เรื่อง (Theme) จะไม่มกี ารบรู ณาการเชิง
เนอ้ื หาวิชา เรียกว่า เปน็ การบูรณาการแบบหน่วยการเรยี นหรอื หน่วยรายวิชา
2. ลกั ษณะทเ่ี ปน็ โครงการ เปน็ การสอนตง้ั แต่ 2 วิชาขึน้ ไป ใหผ้ เู้ รียนสามารถจัดใน
รปู ของโครงการท่บี ูรณาการเชอื่ มโยงเนือ้ หา ความร้จู ากหลายหลากวิชาในเรอ่ื ง
เดียวกนั มอบหมายใหผ้ ้เู รยี นทาโครงการรว่ มกนั ครูวางแผนการสอนรว่ มกัน และ
กาหนดงานหรือโครงการรว่ มกัน

14 / 228

บทท่ี 2
การวางแผนและการออกแบบหลกั สูตร

Here is where your presentation begins

15 / 228

การวางแผนหลักสตู รมคี วามสาคญั ในระบบการศึกษา โดยทก่ี าร
วางแผนเปน็ ความจาเปน็ ของความสาเรจ็ ในการสอนและการเรยี นรู้
การวางแผนหลักสูตรมุ่งสนบั สนนุ ผเู้ รยี นทุกคนให้ได้รับโอกาสการ
พัฒนาเป็นอย่างสงู ในการเรียนและการพฒั นาดังกล่าวผู้เรียนจะเพยี ง

พอทจี่ ะกา้ วหนา้ ในการเรยี นตามหลกั สตู ร

16 / 228

เซลเลอรอ์ เลก็ ซานเดอร์และเลวสี กลา่ วถงึ ขอ้ ตกลงเบ้ืองตน้ ในการวางแผนหลักสตู รไว้วา่

1. คุณภาพของโปรแกรมการศึกษา เรมิ่ แรกให้พจิ ารณาจากจุดหมายของการศกึ ษา
2. หลกั สตู รตอ้ งมคี วามเปน็ พลวตั ร และมีการเปลีย่ นแปลงเชน่ เดยี วกันกบั การ
พัฒนาและความตอ้ งการจาเปน็ ของสงั คมท่เี กดิ ขึ้น
3. กระบวนการของการวางแผนหลกั สูตรตอ้ งมีความตอ่ เนื่อง ไมม่ ขี ดี จากดั และต้อง
มคี วามเป็นพลวัตร
4. ไม่มีการวางแผนหลักสูตรเพียงหนง่ึ เดียวแลว้ ใช้ไดก้ บั โรงเรียนทุกแห่ง
5. การวางแผนหลกั สูตรตอ้ งมผี ู้เขา้ ร่วมรายบคุ คลเป็นจานวนมาก
6. กระบวนการของการวางแผนแปรเปลีย่ นจากระบบหนง่ึ ไปอีกระบบหนงึ่ จาก
โรงเรยี นหนง่ึ ไปอกี โรงเรยี นหนึ่ง และจากหอ้ งเรยี นหนึง่ ไปอกี ห้องเรียนหนง่ึ แต่การ
วางแผนตอ้ งมีความเปน็ เหตเุ ป็นผล มคี วามคงท่ี และมีความเป็นหนึง่ เดยี วใน
สถานการณ์แบบเดียวกัน

17 / 228

ฮารเ์ ด็น (Harden. 1986) ได้กลา่ วถึงคาถามที่ใช้ในการวางแผนหลกั สูตรไว้ 10 ข้อ ดังน้ี

1.ความต้องการจาเปน็ ของหลกั สูตรหรือโปรแกรมการศกึ ษาท่ีจะต้องได้รับการตอบสนอง
2.ผลการเรียนรขู้ องผู้เรยี นท่ีคาดวา่ จะเกดิ ข้นึ
3.ขอบข่ายเนือ้ หาสาระของหลกั สูตร
4.การจัดระเบยี บระบบเนอ้ื สาระของหลักสูตร
5.กลยทุ ธการศกึ ษาที่นามาใชใ้ นการสอน
6.วิธีสอนที่นามาใช้ในการสอนทัง้ กลุ่มใหญ่กลุ่มย่อย รวมถึงเทคโนโลยกี ารเรยี นรใู้ หมๆ่
7.การประเมินความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ และการสอน
8.การส่อื สารในเรื่องที่เกีย่ วขอ้ งกบั หลักสตู รกบั บุคคลท่เี กยี่ วขอ้ ง รวมถึงผ้เู รียน
9.บริบทของการศกึ ษา
10.การบรหิ ารจัดการหลักสตู ร

18 / 228

มีโอ (Meo, G. 2008).เสนอแนวคิดในการวางแผนได้นาหลกั การและแนวคิด
การวจิ ยั เป็นฐาน กระบวนการ PAL (ดังภาพประกอบ 11) จะชว่ ยครผู สู้ อนให้
ปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนต่าง ๆ ในการวางแผนหลกั สูตรเพอ่ื ปรับปรงุ ผลการเรยี นรู้
สาหรบั ผ้เู รยี น การวางแผนหลกั สูตรดงั กล่าวจะออกแบบหลกั สตู รเพื่อให้ม่ันใจ
ว่าผ้เู รยี นทุกคนจะมีความรูแ้ ละทกั ษะเพ่มิ ขึ้น และมีความกระตอื รอื รน้ ท่จี ะ
เรียนรู้ ความรว่ มมอื กันเปน็ กญุ แจสาคัญในระหว่างคณะทางาน ท่ีทุกคนต่างมงุ่
พัฒนาหลักสตู รใหย้ ดื หยุ่นท่สี ามารถสนบั สนนุ ใหผ้ ้เู รยี นประสบความสาเร็จใน
จุดหมาย (goals) ของการเรยี นรู้

19 / 228

มีโอ (Meo, G. 2008). ได้เสนอแนวคิด การวางแผนหลักสตู รสาหรบั ผูเ้ รยี นทุกคน
สามารถนาไปประยุกต์ใช้กบั เนอื้ หาวชิ าต่าง ๆ ได้อยา่ งหลากหลาย กระบวนการ
วางแผนสาหรับผเู้ รียนทกุ คนช่วยครูผูส้ อนด้วยขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ดิ ้วยการวางแผน
หลกั สตู รเพอ่ื ปรบั ปรุงผลการเรยี นรู้สาหรับผ้เู รียนทกุ คน กอ่ นเรมิ่ กระบวนการ
วางแผน จาเปน็ ต้องมกี ารกาหนดคณะทางาน โดยคณะทางานประกอบดว้ ย
ครูผ้สู อน (ประจา) และนักการศกึ ษาท่มี ีความสามารถเฉพาะด้าน หรอื ผู้เช่ยี วชาญ
เฉพาะด้านท่เี ป็นพ้นื ฐานในการเรยี นการสอน-ตามหลกั สูตร

20 / 228

การวางแผนหลักสตู รสาหรับผ้เู รียนทกุ คน

ขน้ั 1 กาหนดจดุ หมาย
หน้าที่ลาดับแรกของคณะกรรมการวางแผนพัฒนาหลักสูตร คือ กาหนด
จดุ มุ่งหมายของหลักสตู รให้เหมาะสมและทา้ ทายสาหรับผเู้ รียน
ข้ัน 2 การวเิ คราะห์หลักสูตรปัจจบุ นั และชน้ั เรยี น
คณะกรรมการรวบรวมขอ้ มลู พนื้ ฐานเกยี่ วกับวิธกี ารในการเรียนการสอนใน
ปจั จบุ ัน การประเมนิ การเรยี นรู้ และส่ือการเรยี นรู้ และความเขา้ ใจในธรรมชาติ
ของผู้เรยี นในช้นั เรยี น คณะกรรมการจะไมพ่ ิจารณาเฉพาะเจาะจงไปทโ่ี ปรไฟล์
ของผู้เรียนคนใดคนหน่ึงในการออกแบบหลกั สูตรแตใ่ หค้ วามสาคญั ดว้ ยการทา
ความเข้าใจในภาพรวมเป็นช้ันเรียน

ภาพประกอบท่ี การวางแผนหลกั สูตรสาหรับผเู้ รยี นทกุ คน
ที่มาปรับปรงุ จาก Meo, G. ( 2008 )

21 / 228

ขน้ั 3 การใช้การออกแบบสากลเพ่ือการเรยี นรู้ (UDL) กับ
บทเรียนหรอื การพัฒนาหนว่ ย การเรยี น
ขน้ั 4 การสอนดว้ ยบทเรยี นหรือหนว่ ยการเรยี น
การนาบทเรียนหรือหน่วยการเรียนไปใช้สอนในช้ันเรียนขอ
เสนอแนะว่าให้สอนโดยครูผู้สอนในปัจจุบันและครูผู้สอนท่ี
ชานาญพิเศษ การวางแผนบทเรียนเพ่ือการเรียนรู้ นาไปลด
ปัญหาอุปสรรคของหลักสูตร ให้สภาพความเป็นจริงกับผู้เรียน
แต่ละคนในการเรียนรู้ ความน่าเช่ือถือในประสิทธิผลของการ
เรียนการสอน และการประยุกต์ที่ท้าทายและเหมาะสมกับ
ผเู้ รียนแต่ละคน

22 / 228

แนวคิดในการวางแผนพฒั นาหลักสตู ร

การวางแผนพัฒนาหลกั สตู รทดี่ คี วรนาวิธกี ารเชิงระบบมาใช้ โดยเฉพาะการนาแนวคดิ หรือกระบวนการ
การวิจัยมาใช้เพอ่ื ใหไ้ ดค้ าตอบว่าหลักสูตรทพ่ี ฒั นาขึ้นจะตอบสนองความตอ้ งการจาเปน็ ของผูเ้ รยี น มงุ่
พัฒนาใหผ้ เู้ รียนมคี วามรู้ มที กั ษะ มีคณุ ลกั ษณะ และสมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์
จากการศกึ ษาสรุปแนวคิดในการวางแผนพฒั นาหลกั สตู ร /โปรแกรม มีขนั้ ตอนหลกั 5 ข้ัน ดงั น้ี
1. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
2. การวิเคราะหเ์ ชื่อมโยงขอ้ มูล
3. การรายงานข้อค้นพบ
4. การนาเสนอความคิดเหน็ ที่มีตอ่ ขอ้ ค้นพบ
5. สรุปรายงาน

23 / 228

1. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู

นักวางแผนพัฒนาหลักสตู รเกบ็ รวบรวมข้อมลู ท่ี
หลากหลาย เปน็ ขอ้ มูลที่เก่ียวข้องในเรอื่ งตอ่ ไปนี้
การกาหนดจุดมงุ่ หมาย ของหลักสูตร วิเคราะหไ์ ด้จากการปฏิบัติ

หลงั จากเรียนรู้สาเรจ็ หลักสูตร
ข้อมลู พ้ืนฐานอันเปน็ ผลของเทคโนโลยที ่ีมีตอ่ ผู้เรียน
ระดับความสามารถของผเู้ รียนปัจจุบันและความตอ้ งการจาเปน็ ท่ีต้อง

ไดร้ ับการตอบสนอง
วธิ ีการเรยี นรู้และวิธีการสอนท่ีนามาใช้
วธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย:
การสมั ภาษณผ์ เู้ รยี นกลุม่ เปา้ หมายและผู้ท่เี กี่ยวข้อง
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู จากเอกสาร และส่งิ พมิ พท์ ี่ใหข้ อ้ มูลเชิงวิชาการ

ใหม่ ๆ

24 / 228

2. การวิเคราะหเ์ ช่อื มโยงข้อมลู 3. การรายงานข้อค้นพบและช่องว่างหรอื ปัญหา
ข้อคน้ พบเปน็ ผลจากการวเิ คราะห์เช่อื มโยง
การวเิ คราะห์เช่ือมโยงข้อมลู เพือ่ ชว่ ยใหม้ นั่ ใจในขอ้ มูลทเ่ี กบ็ รวบรวมมา ขอ้ มลู และตรวจสอบยืนยันจากแหล่งต่าง ๆ
การเช่อื มโยงขอ้ มูลเปน็ การสังเคราะหข์ ้อมลู เพ่อื นาไปสู่การค้นพบ ช่องวา่ งเป็นขอ้ มูลย้อนกลับเพอื่ นาไปสู่การจัด
กระบวนการเชื่อมโยงข้อมลู การวเิ คราะห์เช่อื มโยงจดุ มุ่งหมายของ หลกั สูตรหรือโปรแกรมการฝึกอบรม
สถาบนั การศึกษา, ความตอ้ งการของสถาบนั การศกึ ษาและหนว่ ยงาน 4. การนาเสนอความคิดเห็นท่มี ตี อ่ ขอ้ ค้นพบ
และความต้องการภาระงานและงาน เพอ่ื หาคาตอบว่าจะตอ้ งมกี ารให้ การนาเสนอความคดิ เห็นตอ่ หลกั สตู ร/โปรแกรม
การศึกษาในเรอ่ื งใด การฝกึ อบรมดังนี้
5. สรุปรายงาน วธิ กี ารสอน/วธิ กี ารในการจดั การเรยี นร/ู้ วิธีการ
ฝึกอบรม เคา้ โครงเนื้อหาหรอื อะไรทีเ่ ปน็ ความ
25 / 228 ตอ้ งการจาเป็นทีจ่ ะตอ้ งสรา้ งสรรค์
ข้อเสนอแนะในการเรยี นการสอน/วธิ ีการ
ฝกึ อบรม วิทยากร การศึกษาด้วยตนเอง การ
เรยี นรู้จากส่ือวีดทิ ศั น์ และอื่น ๆ

ฮาเด็น (Harden. 1986)

ฮาเด็น (Harden. 1986) ได้นาแนวคิดเก่ียวกับ “ผลการ
เรียนรู้มาเป็นตัวขับเคล่ือนที่สาคัญในการวางแผนหลักสูตร
แนวคิดเก่ียวกบั ผลการเรยี นรู้ไม่ใช่เป็นเร่ืองใหม่ โดยที่แนวคิด
ดงั กล่าวน้ี ปรากฏในงานของบลูม (1956) และเพอ่ื นร่วมงาน
ซ่ึงบลูมได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการศึกษาเป็น 3 ด้าน
ได้แก่ ด้านพุทธิพิสัย (cognitive domain) เป็น
วัตถุประสงค์เก่ียวกับความรู้ ด้านจิตพิสัย (affective
domain) เป็นวัตถุประสงค์เก่ียวกับทัศนคติ และด้านทักษะ
พิสัย (psychomotor domain) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
ทกั ษะการเคล่อื นไหว

26 / 228

ดา้ นพุทธิพิสัยถกู นาไปใชม้ ากที่สดุ บลมู และคณะเสนอกรอบการพัฒนา
ความคดิ ระดับตา่ (lower order thinking skills) คอื ระดบั 1 – 3
ประกอบด้วย
ระดับ 1 : ความรู้ (ระลึก และการเรยี กสารสนเทศกลับ)
ระดบั 2 : ความเข้าใจ (แปลความหมาย และการแสดงออกวา่ มีความเข้าใจ)
ระดบั 3 : นาไปใช้ (การประยุกต์ใชค้ วามรู้ในสถานการณ์ใหม่)
ส่วนการพัฒนาความคิดระดับสงู (higher order thinking skills) คือ ระดับ
4 – 6 ประกอบด้วย
ระดบั 4 : การวเิ คราะห์ ( ระบุความสมั พนั ธ์ และเหตจุ งู ใจ)
ระดบั 5: การสงั เคราะห์ (การเชอื่ มโยงขอ้ เท็จจรงิ โดยเหตผุ ลหรือรูปแบบ
ใหม)่
ระดบั 6: การประเมิน (ใช้เกณฑแ์ ละสถานการณ์เพ่อื วินิจฉัยและการตัดสิน
ผล)

27 / 228

การออกแบบหลกั สูตร

28 / 228

การออกแบบหลกั สตู ร

การออกแบบหลักสูตร (Curriculum Design) จะนาจุดหมาย(Goals)และ
จุดมุ่งหมาย(Objectives)ของหลักสูตร มาจัดทากรอบการปฏิบัติ หลักสูตรท่ีจัดทาขึ้นจะมุ่ง
พัฒนาผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาตามกระบวนการของหลักสูตร และหรือมีผลสัมฤทธ์ิตาม
เจตนารมณ์ของหลักสูตร การออกแบบหลักสูตรมีสาระสาคัญทั้งในด้านกระบวนการและด้าน
การพัฒนาผู้เรียน หรือการออกแบบหลักสูตรมุ่งเน้นความรู้ตามหลักสูตรหรือเน้ือหาสาระและ
ผลผลิตของหลักสูตร การออกแบบหลักสูตรก็เพื่อให้มีจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ท่ี
ตอบสนองเปา้ หมาย (aim) และจดุ หมาย (goal)ของหลกั สูตร

29 / 228

นยิ าม การออกแบบหลักสตู ร

คาวา่ “การออกแบบหลักสูตร” ในที่นใี้ ชเ้ ปน็ คา “กริยา”
หมายถึง การออกแบบกระบวนการ เมื่อใช้เปน็ “คานาม” จะแสดง
รายละเอยี ดผลลัพธ์ของแผนจากกระบวนการออกแบบ กลา่ วโดยสรุป การ
ออกแบบหลกั สตู ร เป็นการนาการปฏิบตั ิของสถาปัตยกรรมและวศิ วกรใน
การสรา้ งสรรค์หลักสตู รใหม่ กระบวนการออกแบบหลกั สตู รวิธหี นึ่งกระทา
ด้วยการสารวจโดยไม่ได้มีข้อตกลงหรอื ตรงตามตามนิยามของหลกั สูตร

30 / 228

แนวคดิ การออกแบบหลกั สูตร

เพตรนิ า (Petrina, 1998) เสนอแนวคดิ การออกแบบหลกั สตู รตามความสมั พนั ธร์ ว่ ม
ระหวา่ งสาขาวิชา การออกแบบจะเปน็ การพัฒนาผู้เรียนท้ังเฉพาะหนว่ ยและทงั้ ระบบ โดยสง่ เสริมให้
ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในความรูพ้ ื้นฐาน การพัฒนาหน่วยและปญั หาการเรยี นรจู้ ะช่วยให้มคี วามเขา้ ใจใน
โครงสร้างขององคค์ วามรู้ในแต่ละสาขาวชิ า

ออร์นสไตนแ์ ละฮันกิน(Ornstein and Hunkins, 1998: 264) ไดจ้ ัดกลุม่ แนวคิดการ
ออกแบบหลกั สูตรเป็น 3กลุ่ม คือ 1) การออกแบบท่เี น้นเน้อื หาสาระเปน็ ศนู ยก์ ลาง 2) การออกแบบท่ี
มุง่ เน้นผเู้ รียนเปน็ ศนู ย์กลาง และ3) การออกแบบท่มี งุ่ เนน้ ปญั หาเปน็ ศนู ยก์ ลาง

31 / 228

การออกแบบหลกั สูตรท่ีเน้นเนอื้ หาวิชา (Subject-centered Designs)

การออกแบบหลกั สตู รทเ่ี นน้ เนื้อหาวชิ า (Subject-centered Designs)พน้ื ฐานแนวคิดทเี่ กี่ยวขอ้ งคอื แนวคิดปรัชญา
การศึกษาที่สาคญั คอื สารตั ถะนิยม (essentialism) และ นิรนั ตรนิยม (perennialism)ออกแบบหลักสูตรได้หลากหลาย
ได้แก่

หลกั สตู รแบบรายวชิ า (subject design)
หลักสตู รแบบสาขาวิชา (discipline design)
หลกั สูตรหมวดวิชา (broad fields design)
หลักสตู รสมั พันธว์ ชิ า (correlation design)
หลักสูตรเน้นกระบวนการ (process design)

32 / 228

การออกแบบหลกั สตู รทเี่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ (Learner-centered Designs)

การออกแบบหลักสตู รที่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั (Learner-centered Designs) เป็น
หลักสูตร ท่มี องถึงประโยชนข์ องผเู้ รียนคานึงถึงความตอ้ งการ และความสนใจของ
ผู้เรยี น ไดแ้ ก่
หลักสตู รเน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั (child – centered designs)
หลักสตู รเน้นประสบการณ์ (experience – centered designs)
หลักสตู รแบบจติ นยิ ม (romantic /radical designs)
หลักสตู รมนุษยนยิ ม (humanistic designs)

33 / 228

3. การออกแบบหลักสตู รทเ่ี นน้ ปญั หาสังคมเป็นสาคญั (Problem-centered Designs)

เป็นการออกแบบหลักสูตรท่ีมุ่งยึดถือภาระหน้าท่ี หรือชีวิตภายในสังคม สถานการณ์ใน
สังคมเป็นหลัก เป็นหลักสูตรที่เน้นสภาพของสังคม หรือปัญหาของสังคมเป็นตัวตั้งในการจัดทาหลักสูตร
โดยตอ้ งมีการวเิ คราะหส์ ภาพและความต้องการของชมุ ชนทอ้ งถิ่น ได้แก่
หลักสตู รเน้นสถานการณข์ องชีวิต (life – situations designs)
หลักสูตรแกนกลาง (core designs)
หลกั สูตรเน้นปัญหาและปฏิรูปสังคม (social problems and reconstructionist designs)

34 / 228

การออกแบบหลักสูตรตามแนวคดิ ของปร้นิ ส์

1. การออกแบบหลักสูตรท่เี น้นเนื้อหาสาระเป็นสาคัญ ( Subject-centered curriculum design ) แนวคิดนีม้ ุ่งเน้นท่เี น้ือหา

สาระของหลกั สตู ร

2. การออกแบบหลักสูตรท่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั (Learner-centered curriculumdesign) แนวคิดนม้ี สี าระสาคัญอยู่ท่ีความ

คาดหวังเกีย่ วกบั ผูเ้ รยี นทัง้ หลายจะได้สารวจความต้องการในชีวิตของตนเอง หรือครอบครวั หรอื สงิ่ แวดลอ้ มในทอ้ งถน่ิ ของ
ตนเองบคุ คลท่นี าเสนอแนวคิดการออกแบบหลกั สูตรที่ให้ความสาคญั กับผู้เรียนในประเดน็

3. การออกแบบหลักสตู รทใ่ี หค้ วามสาคัญกบั ความเปน็ มนษุ ย์ของผ้เู รยี น(Learner-centered curriculum humanistic

design)บคุ คลทนี่ าเสนอแนวคดิ ดงั กลา่ วนคี้ อื มาสโลว์และโรเจอร์ (Abraham Maslow and Carl Rogers) มาสโลว์ได้
เสนอวัตถุประสงคข์ องการเรียนรู้ ในอุดมคติของมนุษย์ ทีเ่ ก่ยี วข้องกบั ความคิด ความรู้สึก และการกระทา สอดคลอ้ งกับ

แนวคดิ การพฒั นาตนเองในทางบวก(positive self-concept ) และทกั ษะระหวา่ งบคุ คล(interpersonal skills)

4. ออกแบบหลกั สตู รแบบปญั หาเปน็ ฐาน(Problem-centered curriculumdesign) การออกแบบหลกั สูตรท่เี นน้ การเรยี นรู้

แบบปญั หาเปน็ ฐาน

5. การออกแบบหลักสูตรตามกระบวนการพฒั นาหลกั สูตร(Curriculum development modelsdesign) แนวคดิ การ

ออกแบบหลักสตู รกล่มุ นี้มพี ืน้ ฐานมาจากทฤษฎที ีเ่ กยี่ วขอ้ งกับการสอนและการเรยี นรู้ แนวคิดการออกแบบหลกั สตู รมีดงั นี้

35 / 228

การออกแบบหลกั สตู รตามแนวคดิ ของปรน้ิ ส์

5.1 การออกแบบหลักสูตรกลุ่ม Deductive Models นักพัฒนาหลักสูตรกลุ่มนี้ คือ ไทเลอร์ (Tyler)
และ เวเลอร์อเล็กซานเดอรแ์ ละเลวีส (Saylor, Alexander, and Lewis)
5.2 การออกแบบหลักสูตรกลุ่ม Inductive Model นักพัฒนาหลักสูตรกลุ่มนี้ คือTaba การออกแบบ
หลักสูตรตามแนวคิดของทาบาถูกนาไปใช้อ้างอิงอย่างหลากหลาย แนวคิดดังกล่าวมีความเชื่อว่า
ผู้สอนเป็นผู้ที่ออกแบบหลักสูตร โดยท่ีผู้สอนจะต้องเป็นผู้เร่ิมต้นกระบวนการด้วยการสร้างหน่วยการ
เรียนการสอนสาหรับผู้เรียนในโรงเรียน

36 / 228

การออกแบบหลกั สูตรรายวชิ า

เวสมนิ สเ์ ตอรเ์ อ็กเชงจม์ หาวิทยาลยั เวสมินส์เตอร์ (Westminster Exchange, University of Westminster . 2009) ให้
ขอ้ เสนอแนะในการออกแบบหลกั สูตรรายวิชา (Course design)โดยตอบคาถาม ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ผู้ออกแบบคาดหวงั ว่าอะไรทช่ี ่วยใหห้ ลกั สูตรนีป้ ระสบความสาเร็จ
2. สถาบนั การศึกษาหรือส่ิงแวดลอ้ มภายนอกอะไรบ้างทม่ี อี ิทธพิ ลตอ่ หลกั สูตรรายวิชา
3. การประกนั คณุ ภาพมคี วามสัมพันธ์กับหลักสตู รอย่างไร
4. อะไรเป็นแบบจาลองทตี่ รงกับความประสงค์ในการออกแบบหลกั สูตร
5. อะไรเป็นจดุ หมายและผลการเรยี นร้ขู องหลักสูตร
6. การประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวังอย่างไร
7. อะไรเป็นกลวธิ ใี นการเรยี นรู้ การสอน และการประเมิน
8. จะต้องปรบั พืน้ ฐานความรู้ก่อนที่จะเรียนรายวชิ าหรอื ไม่
9. จะสง่ เสรมิ การเรียนร้ขู องผู้เรียนอย่างไร การวางแผนพฒั นาผเู้ รียนในการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างไร
10. หลกั สูตรจะพัฒนาผเู้ รียนทม่ี ีความหลากหลายหรือไม่
คาถามทง้ั หมดน้แี สดงวา่ หลกั สตู รรายวชิ าเปน็ มากกว่าเนือ้ หาสาระของรายวชิ าและโมดุล

37 / 228

การออกแบบหลกั สตู ร : การเลือกประสบการณใ์ นการเรยี นรู้

ความต่อเน่อื ง ความเชือ่ มโยง แนวคิดการออกแบบหลกั สูตร (Curriculum Design) ท่ี
ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนการเลอื กประสบการณก์ ารเรียนรู้
การจดั ลาดับการ หลกั สตู รที่ การบรู ณาการ และการจดั ระบบระเบยี บประสบการณก์ ารเรียนรู้ตาม
เรยี นรู้ มคี ณุ ภาพ ความสมดลุ
กระบวนการพฒั นา
การจดั โดยสรุปแล้ว หลักสูตรท่ีดีมีคณุ ภาพนัน้ นักออกแบบ
ขอบข่าย หลักสตู รต้องจดั หลกั สูตรในระดับชั้นเดียวกนั และหลกั สตู ร
เนอ้ื หา ระดับชั้นปีทส่ี ูงขน้ึ ให้มีความสมั พนั ธต์ ่อเน่ืองกันเป็นโครง
รา่ งหลกั สูตรทเี่ รยี กว่ากรอบโครงรา่ งหลกั สตู ร (curriculum

framework)

ภาพ: การออกแบบหลกั สูตรที่มคี ณุ ภาพ
ท่มี า:ปรบั ปรุงจาก Henson. 2001:172

38 / 228

การออกแบบหลกั สตู รดว้ ยแนวคิดวัตถุประสงคเ์ ปน็ ฐาน

ข้อดีและขอ้ จากัดของการนาวัตถปุ ระสงคเ์ ปน็ ฐาน(objectives-based approach)มาใชใ้ นการออกแบบหลกั สูตร
ขอ้ ดี (Advantages) ของการนาวัตถุประสงคเ์ ปน็ ฐานมาใช้ในการออกแบบหลักสูตรวัตถุประสงคท์ ี่เขียนดแี ละมี
รายละเอยี ด ผลการเรียนรู้ หรือการพรรณนาความสามารถ ชว่ ยใหผ้ สู้ อนและผูเ้ รยี นเห็นภาพพฤติกรรมทีค่ าดหวัง
ไดอ้ ยา่ งชัดเจนเม่ือสอนหรอื เรยี นจบรายวิชา
สุดทา้ ย การพัฒนารายวชิ าหรือหลักสตู รเป็นกระบวนการวัฏจกั รตอ่ เนื่อง ท้ังวัตถปุ ระสงค์และผลการเรยี นรู้ควร
ทบทวนบ่อย ๆ ไม่ใชพ่ จิ ารณาเมื่อใกล้จะประสบผลสาเรจ็ ในรายวิชาแต่ควรจะพสิ ูจน์ว่า วตั ถปุ ระสงคแ์ ละผลการ
เรยี นรสู้ ะทอ้ นการตีความทถ่ี ูกตอ้ งของการเนน้ และทิศทางรายวชิ า หากไมเ่ ป็นเชน่ น้นั กค็ วรเปลี่ยนวตั ถุประสงค์
และผลการเรยี นรู้

39 / 228

การออกแบบการเรียนรู้แบบยอ้ นกลับ

Wiggin ได้เสนอเสนอกระบวนการออกแบบการเรียนรู้ที่ยอ้ นกลับ(Backward Design) จากจุดหมายการ
เรียนรู้และมาตรฐานทก่ี าหนดไว้ โดยเรม่ิ จากจดุ หมายการเรียนร้ทู พี่ ึงประสงค์ จากน้ันจงึ ออกแบบ
หลักสตู ร ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และออกแบบการประเมนิ ผลการเรียนร้ไู ปพร้อมๆ กนั เร่มิ จาก
จะวิเคราะห์ตง้ั แต่ช่วงแรกของการออกแบบหลักสูตรวา่ หากนกั เรียนบรรลจุ ดุ หมายทก่ี าหนดไว้ จะตอ้ ง
พิจารณาจากส่ิงใดหรอื จากหลกั ฐานอะไร จึงจะถอื วา่ นกั เรียนได้เกดิ ความเขา้ ใจในระดบั ทพ่ี งึ ประสงค์
วธิ ีการนีจ้ ะช่วยให้ครูมีความชัดเจนในเรอ่ื งจดุ หมาย และออกแบบใหม้ คี วามสอดคล้องกนั ระหวา่ ง
กิจกรรมการเรยี นการสอนและจุดหมายที่พึงประสงค์การออกแบบแบบยอ้ นกลบั (backward design)จะมี
3 ข้ันตอนดงั นี้
1. การกาหนดจดุ หมายในการจดั การเรยี นรู้
2. การกาหนดหลกั ฐานท่แี สดงวา่ นกั เรยี นไดบ้ รรลจุ ุดหมายการเรยี นรู้ทีก่ าหนดไว้
3. การวางแผนจัดประสบการณ์การเรียนรู้

40 / 228

สรุป

การวางแผนหลกั สูตร
ในการพัฒนาหลกั สตู รจะตอ้ งอาศัยความรู้เกย่ี วกับการประมวลข้อมลู พ้ืนฐาน โดยมพี ื้นฐานสาคญั ท่ี

เกี่ยวขอ้ งในการนาไปสร้างหลกั สตู รในดา้ นปรัชญา ดา้ นจิตวิทยา และดา้ นสงั คม อาจเพมิ่ เตมิ ด้านอื่น ๆ อกี อาทิ
ด้านสาขาวชิ า และด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีเป็นตน้ จากการศึกษาแนวคดิ ของนักการศกึ ษา ในการวางแผน
พฒั นาหลักสตู ร มีขน้ั ตอนหลกั 5 ขน้ั ดังน้ี 1)การเก็บรวบรวมขอ้ มลู 2)การวเิ คราะหเ์ ช่อื มโยงข้อมลู 3)การรายงาน
ขอ้ ค้นพบ 4)การนาเสนอความคดิ เห็นที่มตี อ่ ข้อค้นพบและ5)สรปุ รายงาน
การออกแบบหลักสูตร

การออกแบบหลักสตู ร (Curriculum Design) ประกอบด้วยขั้นตอนการเลือกประสบการณ์การเรียนรู้
และการจัดระบบระเบียบประสบการณ์เรยี นรู้ ผูอ้ อกแบบหลักสตู รต้องมีการจัดโครงสร้างของหลกั สตู รมอี งค์ประกอบ
4 สว่ นหลัก ๆ คือ เป้าหมาย จุดมงุ่ หมาย และวัตถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร เนือ้ หาสาระ กิจกรรมการเรยี นการสอน และ
การประเมินผลหลักการสาคัญในการออกแบบหลกั สตู ร คณุ ลักษณะของการออกแบบหลักสตู ร ในการออกแบบ
หลักสูตรตอ้ งไดค้ ณุ ลักษณะท่ซี บั ซอ้ น การปฏบิ ตั ใิ นระหวา่ งผลประโยชน์ ทงั้ ค่าใช้จ่าย การบบี บงั คับและความเสยี่ ง
การออกแบบหลักสูตรถงึ แม้วา่ จะไมม่ กี าหนดเปน็ ลาดับขน้ั แตห่ ลกั สตู รยังสามารถทาเปน็ ขน้ั ตอนได้ โดยกาหนด
คณุ ลักษณะของการออกแบบหลักสตู ร กาหนดกรอบแนวคดิ การพฒั นา เป็นต้น

41 / 228


Click to View FlipBook Version