บทท่ี 5
บริหารจดั การหลักสูตร
92 / 228
บริหารจัดการหลกั สูตร
การบริหาร (administration) เปน็ คาที่ใช้ในการบริหารหน่วยงานราชการ (public
administration) ส่วนคาวา่ การจดั การ (management) จะเน้นการปฏิบตั กิ ารใหเ้ ปน็ ไปตาม
นโยบาย แผนทว่ี างไว้ นยิ มใชใ้ นการจดั การธุรกิจการบริหาร (administration) และ การ
จัดการ (management) ในบางกรณีใช้คาว่า การบริหารจดั การหมายถึง การดาเนนิ งานของ
บุคคลในองคก์ รรว่ มกันทากจิ กรรมให้บรรลุตามเปา้ หมายทกี่ าหนดไว้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพโดย
มกี ารวางแผน การจดั องค์การ การจดั บุคคลเขา้ ทางาน การประสานงาน และการควบคมุ งาน
การบริหารการจัดหลักสตู ร เปน็ การบรหิ ารงานทม่ี ีขอบข่ายกวา้ งขวาง เกีย่ วขอ้ งกับบคุ คล
หลายฝา่ ย และต้องอาศยั องค์ประกอบต่าง ๆมากมาย กิจกรรมทกุ ชนดิ ในโรงเรยี นท่ีเกี่ยวข้อง
กบั การปรบั ปรุง พัฒนาการเรียนการสอน ให้ได้ผลดี และมปี ระสทิ ธิภาพสงู สุด
93 / 228
01
ใจทพิ ย์ เชือ้ รตั พงศ์(2539).
94 / 228
กล่าวถึง บทบาทของผูบ้ ริหารโรงเรยี น ในด้านการบริหารหลักสตู ร การนิเทศตดิ ตาม
ผล การเสริมสร้างขวญั และกาํ ลงั ใจ การประชาสมั พันธ์ มีแนวปฏบิ ตั ิดงั นี้
ศกึ ษาทาความเขา้ ใจเก่ยี วกบั หลกั สตู ร จดั ครเู ข้าสอนใหเ้ หมาะสมกบั ความรู้
และเอกสารประกอบหลักสูตรให้ ความสามารถ ความสนใจ ความถนัด
กระจ่าง และประสบการณ์
จดั เตรียมบุคลากรโดยวิธกี ารตา่ ง ๆ ให้บริการและสนบั สนนุ การสอนของ
เชน่ การประชุมช้ีแจง การฝึกอบรม ครโู ดยจดั ทา จัดหาเอกสารหลักสูตร
การประชุมสมั มนา และเอกสารประกอบหลักสูตร
งบประมาณ วัสดอุ ปุ กรณแ์ ละสอ่ื การ
95 / 228 เรียนการสอน การจดั สภาพแวดล้อม
และบรรยากาศท่เี อ้อื ต่อการเรยี นการ
สอน
ดาเนนิ การนเิ ทศติดตามและ ประชาสมั พันธ์การใช้หลกั สูตรแก่
ประเมินผลการใชห้ ลกั สูตรอย่าง นกั เรียน ครผู ู้สอน ผปู้ กครองและคน
สมา่ เสมอ ในชุมชน
ใหข้ วัญและกาลังใจ สง่ เสรมิ ปฏบิ ัตติ นเป็นแบบอย่างทด่ี ที ้ังในดา้ น
ความก้าวหน้าในหนา้ ที่การงานอย่าง การทางาน และการอยูร่ ่วมกันใน
เหมาะสมและยุติธรรม สังคม
96 / 228
02
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2551).
97 / 228
ไดก้ าํ หนดกระบวนการดําเนินงานในการพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษาประกอบดว้ ยการดาํ เนนิ งานใน 3 ด้าน
ดา้ นการส่งเสริมสนับสนุน ด้านการจัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษา ดา้ นการกากบั ดูแลคณุ ภาพ
98 / 228
03
อุทัย บญุ ประเสรฐิ (2540)
99 / 228
อทุ ยั บญุ ประเสรฐิ (2540)
ให้แนวทางการกาหนดเค้าโครงหรือกาหนดกรอบในการทางาน
เพื่อใหบ้ รรลผุ ลลพั ธ์หรือผลที่ตอ้ งการซงึ่ ได้กาหนดไว้กอ่ นอยา่ ง
ชัดเจนแลว้ กระบวนการจดั ทาแผนเพ่อื ให้ไดเ้ คา้ โครงการทางานที่
นาไปสู่ผลตามท่กี าหนดไว้นน้ั จะต้องมกี ารตัดสนิ ใจวา่ จะทาอะไร
(What) ใครทา (Who) ทาเม่ือใด (When) และทาอยา่ งไร (How) และ
อาจมีรายละเอียดอย่างอืน่ ๆทีเ่ ก่ียวข้องไดอ้ ีกตามความเหมาะตาม
ความเหมาะสมแล้วสรา้ งกลไกผูกต่อกนั อย่างเป็นระบบ
100 / 228
มีข้ันตอนต่อเน่อื งในการปฏิบัติดงั นี้
การศึกษาและวเิ คราะห์สภาพ การกาหนดวตั ถุ การกาหนดแผน แผนงาน การกาหนดดา้ นการ
ปจั จุบันเพ่ือกาหนดปัญหา ประสงคแ์ ละเป้าหมาย และโครงการ ประเมินผล
และความตอ้ งการพัฒนา การทางานทถ่ี กู ต้อง
การจดั ทารายละเอยี ดของแผน การกาหนดดา้ นงบประมาณค่าใช้จา่ ย กาหนดดา้ นการติดตาม ควบคุมกากับ
แผนงานและโครงการ (กาหนดกจิ กรรม การปฏบิ ตั ิตามแผนงาน โครงการ
ลาดบั ขัน้ ตอน และรายละเอยี ดอนื่ ๆท่ี
เก่ยี วข้อง)
101 / 228
การบรหิ ารหลักสูตร
ให้บรรลผุ ลสาเร็จจะตอ้ งคานงึ ถึงจุดมุ่งหมายของ
หลักสตู ร ในแต่ละระดบั เปน็ เป้าหมายท่สี าคญั การ
ดาเนนิ การหรอื การจดั กจิ กรรมทกุ อย่างต้องนาเข้าสู่
เป้าหมายนั้น ข้อมลู ย้อนกลบั ในการบริหารหลกั สตู ร
มงุ่ ที่การจดั การเรียนรู้บรรลุพนั ธกจิ หรือไม่ มคี วาม
จาเปน็ ต้องมกี ารปรับเปลีย่ นอะไรบ้าง เพอื่ การบรรลุ
เป้าหมายของหลักสตู รหรอื โปรแกรมการศกึ ษา การ
ประเมินเพื่อพัฒนาประสิทธผิ ลในการจัดการเรยี นรู้
102 / 228
การบรหิ ารหลักสูตร
103 / 228
การบูรณาการการเรียนรู้
แบบเรียนรวม
104 / 228
การบรู ณาการการเรยี นรแู้ บบเรยี นรวม หมายถึง การบรหิ าร
จดั การให้ผู้เรยี นได้เรยี นรูแ้ ละพฒั นาการตามความตอ้ งการจาเป็น
เปน็ รายบุคคล โดยไม่แบ่งแยกหรอื คัดแยกผเู้ รยี นทีบ่ กพรอ่ งหรอื ด้อย
กว่าผู้เรยี นสว่ นใหญอ่ อกจากชนั้ เรียน
105 / 228
สถานศึกษาคานึงวา่ ผู้เรียน แต่ หลกั การจดั การศกึ ษา สถานศกึ ษา
ละคนมีความแตกต่างกัน และ จะต้องปรบั ระบบนเิ วศ
ผ้เู รยี นในวยั เดยี วกนั ทุกคนเข้า 106 / 228 การเรยี นรูท้ ุกด้านเพื่อให้
เรียนในสถานศกึ ษาพร้อมกนั สามารถสอนผู้เรยี นได้ทกุ
คน
สถานศกึ ษาจะต้องใหบ้ รกิ ารส่ิง
อานวยความสะดวก และความ สถานศกึ ษาสามารถ
ช่วยเหลอื ตา่ ง ๆ ทางการศกึ ษา จัดการศกึ ษาได้หลาก
ให้ผู้เรียนที่มคี วามต้องการ หลายรปู แบบในสถาน
จาเปน็ นอกเหนอื จากผู้เรียนปกติ ศกึ ษาปกติท่วั ไป โดย
จัดระบบนิเวศการเรยี นรู้
ทมี่ ีขีดจากัดนอ้ ยทส่ี ุด
การศกึ ษาแบบเรยี นรวม
107 / 228
การบรู ณาการผู้สอน
การบรู ณาการในแนวต้งั (Vertical Integration) การบรู ณาการในแนวราบ (Horizontal Integration)
108 / 228
ข้อแตกต่างทส่ี าํ คัญระหว่างการรวมแนวนอนและแนวตงั้
การรวมแนวนอนเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งสอง การบูรณาการแนวนอนมีวัตถปุ ระสงค์เพ่อื ข้อได้เปรยี บที่ยงิ่ ใหญ่ทีส่ ดุ ของการบรู ณาการ
บริษัท ทม่ี รี ะดับผลติ ภณั ฑ์และการผลติ เพ่ิมขนาดของธุรกจิ และขนาดของการผลิต ในแนวนอนคอื การกาจดั การแข่งขันระหว่าง
เหมอื นกนั Vertical Integration เป็นการ ในขณะทีก่ ารบรู ณาการในแนวต้งั ม่งุ เนน้ ไปที่ บริษัท ซง่ึ ท้ายทส่ี ุดจะขยายสว่ นแบง่
รวมตวั กันของสอง บรษิ ทั ท่ดี าเนินงาน การเสรมิ สรา้ งและทาใหก้ ระบวนการกระจาย การตลาดของ บริษทั ในทางกลับกันการ
ในขั้นตอนตา่ ง ๆ ของกระบวนการผลิต บูรณาการในแนวตั้งส่งผลให้ต้นทุนการผลิต
การผลิตงา่ ยข้นึ
และการสญู เสียลดลง
การรวมในแนวนอนจะนามาซึง่ การรวมตวั การรวมในแนวนอนชว่ ยใหส้ ามารถควบคมุ
กันเทา่ น้นั แต่ไมใ่ ชก่ ารพง่ึ ตวั เองในขณะที่ ตลาดได้ แต่การรวมในแนวดิง่ เป็นกลยุทธท์ ี่
การรวมในแนวต้ังชว่ ยให้ บรษิ ทั ได้รบั ใช้ในการควบคุมอตุ สาหกรรมทงั้ หมด
ความสามารถในการพงึ่ พาตนเอง
109 / 228
โฟการต์ ้ี
(Forgarty อา้ งถงึ ใน ประเด่น แบนปงิ 2561 )
เสนอการบรู ณาการเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
110 / 228
1. การบูรณาการภายใน( Within single discipline) มี 3 แบบ
รูปแบบการกระจดั รูปแบบการเชอื่ มโยงกัน
กระจาย
การนาสิ่งท่ใี กล้เคียงกันให้อยภู่ ายในเน้ือหา
การจดั หวั ข้อรายละเอียดความคิดรวบยอด เดียวกัน โดยการเชื่อมโยงทักษะ ความคิด
หรือทักษะภายในบนบิ ทของเน้อื หาเดียวกัน รวบยอดท่ีเหมือนกัน เข้าหากันอย่างมี
ให้สัมพันธ์กนั ความสัมพันธก์ นั ภายใน
รูปแบบทบั ซอ้ นกัน
การบรู ณาการ 3 มติ ทิ ับซอ้ นกัน 3
ดา้ น เช่น การออกแบบ การฝึก
ทักษะ และการแกไ้ ขปัญหา
สภาพแวดล้อม
111 / 228
2.การบรู ณาการข้ามฝา่ ย (Across several disciplines) มี 5 รปู แบบ
1. รปู แบบการแบ่งสว่ นกัน (Shared model) 2. รปู แบบการลาดบั เหตุกาณณ์ 3. รปู แบบเครือข่ายใยแมงมมุ (Webbed
ได้แก่ การนาสว่ นของการทับซอ้ นกนั (Sequenced model) ไดแ้ ก่ การนาส่วนท่ี model) ได้แก่ การนาภาพรวมของส่งิ ท่ี
บางสว่ นมารว่ มกันวางแผนงาน และ แยกกันมาจัดเรียงลาดับภายในกรอบของ เกี่ยวข้องกนั เปน็ เครือขา่ ย โดยใชห้ วั เรือ่ ง
แนวทาง แนวคิดท่ีเหมือนกนั สัมพันธก์ นั ให้เข้ากันได้ (Theme) และเสนอแนวคิดเกย่ี วกับรปู แบบ
สอดคล้องกันและสมั พนั ธ์คู่ขนาน ดว้ ย
4. รปู แบบเสน้ ดา้ ย (Threaded model) 5. รูปแบบการบรู ณาการทเี่ ปน็ สหวิทยาการ
ไดแ้ ก่ การขยายแนวคิดหลักให้มา (Integrated modelโดยการนาส่วนเดมิ ของ
ผสมผสานไวใ้ นเนือ้ หาต่าง ๆ การผกู วิทยาการท่ีเกี่ยวขอ้ งกัน ทบั ซอ้ นกันทางความคดิ
ความสมั พนั ธ์ดา้ นทักษะทางสังคม ทักษะ รวบยอด ทกั ษะทัศนคติ มาแยกออกจากกัน แล้ว
ความคิด ทักษะการเรียนรู้ ทกั ษะการ ผสมผสานกับส่วนของวิทยาการอื่น ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
ประสานสัมพันธ์เทคโนโลยี ซึง่ เปน็ คิดดา้ น สมั พันธก์ นั
พหปุ ัญญา
112 / 228
3.การบูรณาการภายใน และข้ามสาขาผูเ้ รียนรู้ (Within and across learners)
รูปแบบการชุมตวั เอง รปู แบบการทางานท่มี คี วามเปน็ เครอื ข่าย
113 / 228
จอห์นลอ็ ค (John Locks)
นกั ปรัชญาชาวองั กฤษ อธิบายว่า เดก็ สนใจเฉพาะส่งิ ท่ีจาเปน็ และใช้ได้บ่อย
ในชวี ติ เพราะเดก็ ไม่มเี วลา และกาลังอาอทจ่ี ะเรยี นรู้ทกุ ส่งิ ทกุ อยา่ งได้หมด
การสอนจงึ จะตอ้ งเลอื กสอนเฉพาะส่ิงทีจ่ าเป็นท่จี ะสามารถใชป้ ระโยชนใ์ น
การดารงชีวิต
114 / 228
แนวคิดการปรบั ปรงุ คณุ ภาพ
การศึกษาในโรงเรียน
การประชมุ วางแผนครผู สู้ อนจะตอ้ งทางานร่วมกนั เพื่อมงุ่
ปรับปรงุ คณุ ภาพการศึกษาในโรงเรยี น Ghaye, T (1995)
เสนอแนวคิดการปรับปรุงคุณภาพการศกึ ษาในโรงเรยี น
จะต้องพิจารณาคาถาม 5 ขอ้ คือ
115 / 228
แนวคดิ การปรับปรงุ คณุ ภาพการศึกษาในโรงเรยี น มี 5 ข้อ ดงั นี้
01 02 03 04 05
คาถามเกยี่ วกับเวลา คาถามเกย่ี วกับความไม่ คาถามเก่ยี วกับการเมืองใน คาถามเกีย่ วกับการลงลกึ ใน
แน่นอน โรงเรยี น การปฏิบตั ิการ
-การปรบั ปรงุ ควรจะเกิดขึน้ เมือ่ ไร
-ผลของการปรบั ปรงุ ควรจะไดผ้ ล -จะแน่ใจไดอ้ ยา่ งไรวา่ สงิ่ ท่ี การเมอื งในโรงเรยี นมคี วามสาคญั ถ้าการปรบั ปรุงมจี ุดออ่ นและมีแรง
อยา่ งชัดเจนเมอื่ ไร เกดิ ขนึ้ ใหม่ ไม่ว่าจะเปน็ ตอ่ ความพยายามในการปรบั ปรงุ กดดนั จากภายนอก การปรับปรุงก็
สภาพแวดลอ้ ม การปฏบิ ัติ เน่ืองจากการปรบั ปรงุ มีแนวคิด จะมีลักษณะฉาบฉวย จนทาให้
คาถามเกยี่ วกบั ขนาดของงาน แรงจงู ใจ หรอื ทศิ ทางใหมเ่ ป็น พ้นื ฐานมาจากค่านยิ มและเป็น ละเลยสง่ิ ที่เปน็ รากฐานทีค่ วรให้
การปรบั ปรุงจรงิ ๆ กระบวนการทม่ี ีระบบ ความสนใจ สิ่งสาคัญจะตอ้ งทา
-ขอบเขตของการปรบั ปรงุ ควรมี -จะตรวจสอบจากหลักฐานใดว่า ความเขา้ ใจวา่ การปรบั ปรุง
ขนาดเทา่ ไร เพียงใด มกี ารปรับปรุงเกิดขน้ึ แลว้ โรงเรียนและการปฏริ ปู ในโรงเรยี น
-ผู้เก่ยี วข้องมีกี่คน จะต้องใช้ แตกต่างกัน
ทรพั ยากรอะไรบา้ ง
-ผลของการปรับปรงุ ทค่ี าดการณ์
ไวม้ ีลกั ษณะอยา่ งไร
116 / 228
การประเมินอิงมาตรฐาน
117 / 228
การประเมินอิงมาตรฐาน
การประชมุ การประเมนิ คณุ ภาพ มาตรฐานมี การนามาตรฐานมาใชเ้ พอ่ื
วางแผนครผู ู้สอนจะต้อง การเรียนรอู้ ิงมาตรฐาน(Standard ความสาคญั อยา่ งยงิ่ ในช้ันเรียน กาหนดวา่ เนอ้ื หาและทักษะใด
ทางานร่วมกันเพอื่ กาหนด Based Assessment )โดยใช้ มาตรฐานเป็นตัวกระต้นุ การสอน สมั พนั ธ์กบั มาตรฐานใด แตก่ าร
แนวทางการประเมินการ แนวคิดพ้นื ฐานโครงสรา้ งการ ท่ปี ระสบผลดีทสี่ ดุ สาหรบั ผ้สู อน เช่ือมโยงระหวา่ งเน้อื หาและ
เรยี นรูข้ องผเู้ รียนรว่ มกัน มี สงั เกตผลการเรียนรู้ (Structure ที่มคี วามสามารถสงู สุด เมอื่
ความรคู้ วามเข้าใจสอดคล้อง of Observed Learning ผสู้ อนมองการสอนเทยี บกบั ทักษะกบั มาตรฐานอาจไม่
ตรงกันเกย่ี วกบั การประเมิน มาตรฐานจะพบว่า การสอน เพียงพอ ส่งผลใหม้ าตรฐาน
คุณภาพการเรียนรูอ้ ิง ตอบสนองต่อมาตรฐาน เพ่ือ บางอยา่ งถกู ละเลย เม่อื มีขอ้ มูล
มาตรฐาน ความชัดเจนผ้สู อนต้องตอบ ว่ามาตรฐานใดบ้างที่จะนามาใช้
คาถามเรอ่ื งการเรยี นการสอนกับ ในการสอนและการประเมนิ ผล
มาตรฐาน ดังน้ี แล้ว กจ็ ะชว่ ยให้ตัดสนิ ใจไดว้ ่า
ควรจะสอนและประเมนิ ผลอะไร
Outcomes รวมถึงมาตรฐานการ -ใครกาลังสอนมาตรฐานใด ในระดับช้นั ใด และวิชาใด โดย
วธิ ีใด สามารถระบุได้ชัดเจนวา่
ประเมินคุณภาพภายในและการ เพอื่ ตอบคาถามวา่ ใครสอน มาตรฐานไดน้ ามาใช้ในการสอน
และการประเมินผลอยา่ งไร
ประเมนิ คุณภาพภายนอก มาตรฐานอะไร ไมใ่ ช่ ใคร
สอนหัวข้อใด
-ใครประเมนิ ผลมาตรฐาน
ใดบา้ ง โดยวิธใี ด เพอ่ื ตอบ
คาถามว่า ใครประเมนิ
118 / 228 มาตรฐานใด โดยวิธใี ด
องคป์ ระกอบท่มี ีอทิ ธิพลต่อ
การเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
Glickman (2002) เสนอแนวคิดในการพัฒนาโดยใช้วิธี
จดั องค์กรความรู้ด้านวิชาชีพ ดังภาพประกอบที่ 14
ภาพประกอบท่ี 14 องคป์ ระกอบทมี่ อี ิทธิพลตอ่ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
ทมี่ าปรบั ปรุงจาก Glickman, Carl D (2002)
119 / 228
องคป์ ระกอบท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ การเรียนร้ขู องผ้เู รยี น
120 / 228
องคป์ ระกอบท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ การเรียนร้ขู องผ้เู รยี น
121 / 228
องคป์ ระกอบท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ การเรียนร้ขู องผ้เู รยี น
122 / 228
Glickman, Carl D (2002)
นกั แปลเครอื ขา่ ยของกรมวิชาการ(2546 :131)
123 / 228
สรปุ คาถามนาเพอื่ เชือ่ มโยงความสมั พนั ธ์กับภาพองคป์ ระกอบท่ีมอี ทิ ธพิ ลต่อการเรยี นรูข้ องผู้เรยี น ดังต่อไปนี้
เป้าหมายของโรงเรยี นคืออะไร จะ แผนพฒั นาวิชาชพี ครทู ่ี สอดคล้องกบั ประเมนิ ความก้าวหนา้ ทั้งหมด อะไรคอื จดุ มุ่งเน้นในการสอน
บรรลุเปา้ หมายของโรงเรียนได้ เปา้ หมายของโรงเรียนคืออะไร แผนนี้ มุ่งสูเ่ ป้าหมายการเรียนรขู้ อง และการเรยี นรูท้ ีผ่ ู้สอนทุกคน
อย่างไร และใชเ้ ป้าหมายนอ้ี ย่างไร เปิดโอกาสให้บคุ คลภายนอกตรวจ ผูเ้ รียนท้งั โรงเรยี นได้อยา่ งไร ต้องปฏิบัติ
สอบการสอนของผ้สู อนและการเรยี น
ของผ้เู รียนไดอ้ ย่างไร
จะใช้รปู แบบการนเิ ทศแบบใด (แบบคลินกิ จะใชว้ ิธกี ารอะไรในการทางานรว่ มกบั ผู้อืน่ ผู้สอนแต่ละคนจะมกี ารปรบั เปลี่ยนอะไร ใน
แบบเพอ่ื นแนะเพอื่ น แบบกลุ่มวจิ ัยฯลฯ) และ (แบบไม่สงั่ การ แบบรว่ มคิดรว่ มทา แบบส่ัง การประเมนิ ผลการเรียนร้ขู องผู้เรยี น
เคร่ืองมือใด (การสงั เกต ผลงานท่ีได้รับ การและให้ข้อมูล แบบสัง่ การและควบคมุ )
มอบหมาย การปฏิบตั ิ แฟม้ ผลงาน ฯลฯ)
ผู้สอนแต่ละคนจะเปลย่ี นแปลงวธิ ีการสอน ผ้สู อนแต่ละคนจะเปลยี่ นเนอื้ หาท่สี อน
อย่างไร อย่างไร
124 / 228
Ghaye, Anthony (1998)
กล่าวสรปุ ไว้วา่ การเรียนการสอนนั้นสามารถปรับปรุงใหด้ ขี ้ึนไดด้ ้วยการทบทวนตนเอง กระบวนการทบทวนตนเองทาใหค้ รู
เขา้ ใจการสอนของตัวเอง เขา้ ใจว่าอะไรสามารถทาได้และอะไรไดน้ ้อย ช่วยให้ตัดสนิ ใจอย่างฉลาด และเข้าใจความหมายของ
สิ่งท่เี กิดขึ้นในห้องเรียนและในโรงเรียนได้ กระบวนการในการทบทวนตนเองจะกา้ วหนา้ ไปไดต้ อ้ งอาศยั กรอบโครงสรา้ งทีด่ ี
ความท้าทาย และแรงสนบั สนุน การทบทวนตนเองหลงั การสอนไม่ไดเ้ ป็นเป็นเพยี งการเรียนรู้จากประสบการณข์ องใครคนใด
คนหน่ึงเปน็ การส่วนตวั ตามลาพัง แตเ่ ปน็ การสร้างองคค์ วามรู้ท่ีมศี กั ยภาพท่จี ะช่วยให้ครูรู้แจ้งเหน็ จริงและมคี วามม่ันใจในการ
ทางาน การทบทวนตนเองเป็นกระบวนการทสี่ ร้างสรรค์ สามารถช่วยใหค้ รูมีวสิ ัยทศั น์ มองเห็นภาพการเรยี นการสอนท่ดี ี และ
ประคบั ประคองทานุบารุงสถานภาพท่ดี ีเชน่ นัน้ ไว้ได้ กระบวนการทบทวนตนเองจะต้องปฏิบัติอย่างสมา่ เสมอ การจะปฏบิ ตั ิ
ใหไ้ ด้ประโยชน์สูงสดุ จะต้องปฏบิ ตั อิ ย่างสม่าเสมอ และการทบทวนตนเองหลงั การสอนเป็นเร่อื งเกี่ยวกับการตงั้ ข้อสงสยั หรอื
ทบทวนสิง่ ทค่ี รูและโรงเรียนปฏบิ ตั อิ ยู่ เป็นการถามถึงวิธกี ารและเปา้ หมายของการศึกษา
125 / 228
Schon,D(1983)
อธิบายวา่ การใชค้ วามคิดพจิ ารณาระหวา่ งการเรยี นการสอน
เรยี กว่า “การทบทวนตนเองระหว่างการสอน” (reflection-in-action) สว่ น
การคิดไตรต่ รองหลังการเรยี นการสอน เรยี กว่า “การทบทวนตนเองหลงั การ
สอน” (reflection – on- practice) ซง่ึ จะเกิดขนึ้ หลงั จากเหตกุ ารณไ์ ดจ้ บลง
แล้ว เมอื่ ครไู ดม้ องยอ้ นหลงั ไปคิดถึงสง่ิ ทเ่ี กิดขึน้
126 / 228
การประเมนิ คณุ ภาพภายนอก
127 / 228
การประเมินคณุ ภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอก คอื การประเมิน
คุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม การ
ตรวจสอบคณุ ภาพและมาตรฐานการศกึ ษาของ
สถานศึกษา ซึง่ กระทาโดยสานักงานรับรอง
มาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา
(องคก์ ารมหาชน) (สมศ.)หรอื ผู้ประเมนิ ภายนอก
ทไ่ี ด้รบั การรบั รองจาก โดยผู้ประเมนิ ภายนอกท่ี
ได้รบั การรบั รองจาก สมศ.เพือ่ มุ่งใหม้ กี าร
พฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาให้ดี
ยง่ิ ขน้ึ
128 / 228
การประเมนิ คุณภาพภายนอก มคี วามสาคญั และมีความหมายต่อสถานศกึ ษา หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้องและสาธารณชน ดงั ต่อไปน้ี
1.เปน็ การสง่ เสรมิ ให้ 2.เพิ่มความมั่นใจ และคมุ้ ครอง 3.สถานศึกษาและหนว่ ยงานท่ี 4.หนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้องใน
สถานศกึ ษาพัฒนาเขา้ สู่ ประโยชนใ์ หผ้ รู้ ับบริการทาง กากบั ดแู ล เชน่ คณะกรรมการ ระดบั นโยบายมขี ้อมลู สาคญั
เกณฑม์ าตรฐาน และพฒั นา การศึกษาให้มัน่ ใจ ได้ว่า สถานศึกษา หน่วยงานตน้ สงั กดั ในภาพรวมเกี่ยวกบั
ตนเอง ใหเ้ ต็มตามศักยภาพ สถานศึกษาจัดการศกึ ษามุ่งสู่ สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา คุณภาพและมาตรฐานของ
อยา่ งต่อเนื่อง คุณภาพตามมาตรฐาน รวมทัง้ หน่วยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง และ สถานศึกษาทกุ ระดับทกุ
การศกึ ษาท่ีเนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นเปน็ - ชมุ ชนท้องถ่ินมขี อ้ มูลท่จี ะช่วย สังกัดเพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางใน
คนดี มคี วามสามารถ และมี ตดั สินใจในการวางแผน และ การกาหนด นโยบาย
ความสขุ เพือ่ เป็นสมาชิกทดี่ ี ดาเนนิ การเพื่อพัฒนา คณุ ภาพ ทางการศกึ ษาและการ
ของสังคม การศกึ ษาของสถานศึกษาให้ จัดสรรงบประมาณเพือ่
เป็นไปในทิศทางทีต่ ้องการและ การศึกษาอยา่ งมี
บรรลุเปา้ หมาย ตามที่กาหนด ประสทิ ธิภาพ
129 / 228
130 / 228
หลักการสาคญั 5 ประการ ดงั ตอ่ ไปนี้
เป็นการประเมนิ เพอ่ื มุ่งใหม้ ีการพฒั นา ยึดหลักความเที่ยงตรง เปน็
คุณภาพการศกึ ษา ไม่ไดม้ ุ่งเน้นเร่อื งการ ธรรม โปรง่ ใส มีหลักฐานขอ้ มลู ตาม
ตัดสิน การจบั ผดิ หรือการให้คุณ –ให้ สภาพความเปน็ จริง(evidence–
โทษ based) และมคี วามรบั ผดิ ชอบที่
ตรวจสอบได้(accountability)
ส่งเสริมการมสี ว่ น มุง่ สรา้ งความสมดลุ ระหวา่ งเสรภี าพทาง มุ่งเนน้ ในเร่อื งการสง่ เสรมิ
ร่วมในการประเมินคุณภาพ การศกึ ษากับจุดมงุ่ หมายและหลกั และประสานงานในลักษณะ
และการพัฒนาการจัด การศกึ ษาของชาตติ ามท่กี าหนดไวใ้ น กลั ยาณมิตรมากกว่าการกากับ
การศกึ ษาจากทุกฝ่ายที่ พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ ควบคมุ
เก่ียวขอ้ ง พ.ศ.2542
131 / 228
แนวคิดการประเมินคุณภาพภายนอก
Clark,H.(1991) กล่าววา่ วา่ การประเมินคณุ ภาพภายนอก(External evaluation) เป็นการ
ประเมินหลังการจดั การเรยี นรหู้ รอื การจัดการเรียนการสอน เพอ่ื นาผลการประเมนิ ไปใชใ้ นการตัดสิน
คุณค่าของโปรแกรมการเรียนการสอน ให้ความสาคญั ที่ผลลพั ธ์ (outcome) โดยสรุปการประเมินเพื่อ
ศึกษาประสทิ ธิผลของระบบโดยรวม เป็นการประเมินท่มี งุ่ ตอบคาถามว่าการเรียนร้หู รอื การจัดการ
เรียนการสอนประสบความสาเร็จตามแผนท่วี างไว้หรือไม่ ผเู้ รยี นบรรลุจดุ หมายและจุดประสงคก์ าร
เรยี นรูห้ รอื ไม่ผลการดาเนินการมีประสิทธภิ าพหรือไม่การออกแบบการเรียนการสอนตลอดกระบวนการ
มีขัน้ ตอนใดทีไ่ มเ่ ป็นไปตามข้ันตอนบ้าง เพอ่ื นาไปเปน็ ขอ้ มลู สาหรับผอู้ อกแบบการเรยี นการสอนได้
พัฒนาตอ่ ไป
132 / 228
133 / 228
เสนอแนะแนวคิดการประเมนิ ไว้ ดงั น้ี
1. จุดมงุ่ หมายทั้งหมดไดร้ บั 2. หลงั จากการเรียนการสอนผ่านไป 3. การใชว้ ัสดุตา่ งๆ ง่ายต่อ 4. ส่ิงอานวยความสะดวก
การบรรลุผลในระดบั ใดบา้ ง แล้ว การปฏบิ ัตงิ านของผ้เู รยี น การจัดการสาหรับผู้เรยี น กาหนดการ และการนิเทศ มี
เกี่ยวกับการใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และการ จานวนมาก ๆ หรือไม่ ความเหมาะสมกับโปรแกรม
สร้างเจตคตมิ ีความเหมาะสมหรอื ไม่ หรอื ไม่
5. มกี ารระวงั รักษาการหยิบ การใช้ 6. วสั ดตุ ่าง ๆ ทเ่ี คยใชแ้ ล้ว ถกู นามาใชอ้ กี 7. ผเู้ รียนมเี จตคตอิ ย่างไรบ้างต่อวชิ าที่
เครอ่ื งมอื และวสั ดตุ ่าง ๆ หรอื ไม่ หรอื ไม่ เรยี น วิธีการสอน กิจกรรมและเก่ยี วกับ
ความสัมพนั ธ์ที่มีตอ่ ผูส้ อน และผเู้ รยี นคน
อื่น ๆ
134 / 228
สรุป
การบริหารจัดการหลักสูตรเปน็ ผู้บริหารสถานศกึ ษา และครูผู้สอนจะต้องศึกษา การบรหิ ารหลกั สูตรจะ
กระบวนการดาเนนิ งานเพื่อส่งเสริมสนับสนุน เพอื่ วิเคราะห์หลักสูตรวา่ จุดมงุ่ หมายเปน็ อย่างไรในการนา เก่ยี วขอ้ งกับการบูรณาการบริหาร
จัดกิจกรรมตา่ ง ๆ ในการพัฒนาผเู้ รียน ตาม หลกั สูตรไปใช้นัน้ ทางสถานศกึ ษามีการวางแผนอย่างไร จดั การ (Integrated by
วตั ถปุ ระสงคท์ ่กี าหนดไว้ ในหลกั สตู ร เริม่ ตง้ั แต่การ ทงั้ ในดา้ นตวั ครูวสั ดุอาคารสถานที่ ตลอดจนแหล่งขอ้ มลู management)ตัวอยา่ งของการบรู ณา
วางแผนใชห้ ลักสูตร การนิเทศ กากับตดิ ตาม และ ตา่ งๆ เพอ่ื ใหก้ ารใช้หลกั สูตรเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ การประเภทน้ี เชน่ การนานกั เรยี นมา
ประเมินการใช้หลักสตู ร โดยใชท้ รัพยากรการ อุทยั บญุ ประเสริฐ (2540) ให้แนวทางการกาหนดเคา้ โครง เรียนรวมกัน (Cross-age integrated
บรหิ ารให้เกดิ ประโยชนแ์ ละประสิทธภิ าพสงู สุดการ หรอื กาหนดกรอบในการทางาน เพื่อใหบ้ รรลผุ ลลพั ธห์ รอื curriculum) การให้ผ้สู อนสอนร่วมกัน
บรหิ ารหลกั สูตรเปน็ ดาเนนิ งานเพ่ือใหห้ ลกั สูตร ผลที่ตอ้ งการซ่ึงไดก้ าหนดไวก้ อ่ นอย่างชัดเจนแลว้ (Team teaching)
เป็นไปตามเป้าหมายทกี่ าหนดไวใ้ นหลักสตู ร กระบวนการจดั ทาแผนเพ่ือใหไ้ ดเ้ คา้ โครงการทางานท่ี
ผู้บริหารจะเป็นแกนนาโดยมผี ชู้ ่วยในฝา่ ยต่าง ๆ นาไปสูผ่ ลตามท่กี าหนดไว้น้ัน จะต้องมกี ารตัดสนิ ใจวา่ จะ
วิชาการ ครูผ้สู อนและหนว่ ยงานอ่ืน ๆ ทีส่ ง่ เสรมิ ทาอะไร (What) ใครทา (Who) ทาเม่อื ใด (When) และทา
การบรหิ ารหลักสูตร เช่น กรรมการสถานศกึ ษา อย่างไร (How) และอาจมีรายละเอียดอย่างอน่ื ๆท่ีเกี่ยวขอ้ ง
กรรมการบริหารหลกั สูตร เปน็ ตน้ ได้อีกตามความเหมาะตามความเหมาะสมแล้วสรา้ งกลไก
ผูกตอ่ กนั อยา่ งเปน็ ระบบ
135 / 228
บทที$ 6
การเตรยี มความพรอ้ มของครู
136 / 228
การเตรียมตวั ของครูก่อนการจดั การเรียนรู้
01. การเตรียมตวั ของครูก่อนการ 02. การจดั กจิ กรรมตามความสนใจของผู้เรียน
จดั การเรียนรู้
§ การจดั กิจกรรมตามความสนใจของผเู้ รียน เป็นการจดั
§ การเตรียมตวั ของครูก่อนการจดั การเรียนรู้ ในการจดั การ กิจกรรมท>ีใหผ้ เู้ รียนเลือกศึกษาโครงงานจากส>ิง ที>สนใจ
เรียนรู้แต่ละคร9ัง ครูจะตอ้ ง เป็นผทู้ >ีมีความพร้อมและมี อยากรู้ท>ีมีอยใู่ นชีวติ ประจาํ วนั สิ>งแวดลอ้ มในสงั คม หรือ
ความแม่นยาํ ใน เน9ือหาเพ>ือใหก้ ารจดั การเรียนรู้เป็นไป จากประสบการณ์ต่างๆ ที>ยงั ตอ้ งการคาํ ตอบ ขอ้ สรุป ซ>ึง
อยา่ ง ราบรื>น และสามารถอาํ นวยความสะดวกให้ ผเู้ รียน อาจจะอยนู่ อกเหนือจากสาระการเรียนรู้ในบทเรียนของ
เกิดการเรียนรู้ไดข้ ณะกิจกรรม หลกั สูตร
03. การจดั กจิ กรรมตามสาระการเรียนรู้ 04. แบบทดสอบ
§ การจดั กิจกรรมตามสาระการเรียนรู้ เป็นการจดั § แบบทดสอบ 1. ขอ้ ใดไม่ใช่เหตุผลหลกั ในการเตรียมตวั ของครู
กิจกรรมการเรียนรู้โดยยดึ เน9ือหาสาระตามท>ี ก่อนการ จดั การเรียนรู้ ก. เพ>ือใหน้ กั เรียนมีความแม่นยาํ ใน
หลกั สูตรกาํ หนด ผเู้ รียนเลือกทาํ โครงงานตามที> เน9ือหา ข. เพื>อใหค้ รูมีความแม่นยาํ ในเน9ือหา ค. เพื>อใหก้ าร
สาระการ เรียนรู้ จากหน่วยเน9ือหาท>ีเรียนในช9นั จดั การเรียนรู้เป็นไปอยา่ งราบร>ืน ง. เพื>อใหส้ ามารถอาํ นวย
เรียน นาํ มาเป็นหวั ขอ้ โครงงาน ความสะดวกแก่ผเู้ รียน ขณะจดั กิจกรรม
137 / 228
ขนั5 ตอนการวางแผนเกยี$ วกบั การใชห้ ลกั สตู ร
เตรียมวางแผน 5 การจดั วสั ดุ
1 งาน ประกอบหลกั สูตร
2 เตรียมจดั อบรม 6 การประชาสัมพนั ธ์
3 การจดั ครูเข้าสอน 7 การเลือกกจิ กรรม
หลกั สูตร
4 การจดั การเรียน 8 การจดั โครงการ
การสอน ประเมนิ ผล
138 / 228
ความสําคญั ทเีI กยIี วข้องในการเตรียมความพร้อมครู
ความสําคญั ของการเตรียมการสอน
ในระบบการเรียนการสอนน9นั . การเตรียมการสอนเป็นกิจกรรมข9นั แรกสุดท>ีจะตอ้ งทาํ ก่อนท>ีจะลงมือ
ทาํ การสอนใดๆ กต็ าม ครูจะตอ้ งมีการวางแผนหรือเตรียมการสอนและกาํ หนดกิจกรรมต่างๆ ไวอ้ ยา่ ง
ชดั เจน เพื>อเป็นแนวทางในการสอนคร9ังน9นั ๆเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพมากท>ีสุด
139 / 228
สิIงทผIี ู้สอนจะต้องรู้จกั เกยีI วกบั การเรียนการสอน
0หล1กั ส.ูตร (Curriculum) 0เค้า3โคร.งรายวชิ า (Course Outline)
ความรู้และประสบการณ์ที>มหาวทิ ยาลยั จดั ข9ึนตาม การกาํ หนดโครงร่างของการสอนแต่ละรายวชิ า
วตั ถุประสงค์ โดยไดร้ ับการรับรองมาตรฐานของหลกั สูตรจาก
ทบวงมหาวทิ ยาลยั เพ>ือกาํ หนดรายวชิ าต่าง ๆ ให้ นกั ศึกษา
ไดร้ ับตามจาํ นวนหน่วยกิต และปี สาํ หรับการศึกษาท>ีกาํ หนด
02. 0แผน4กา.รสอน (Lesson Plan)
คาํ อธิบายรายวชิ า (Course Description)
รายละเอียดของกิจกรรม วธิ ีการสอน เน9ือหาในแต่ละหน่วย
สาระท>ีกาํ หนดเป็นหลกั ของแต่ละรายวชิ าในหลกั สูตรท>ีไดร้ ับ หรือแต่ละชว>ั โมงที>ผสู้ อนไดก้ าํ หนดไว้ เพื>อสอนในแต่ละ
การอนุมตั ิแลว้ ส่วนใหญ่จะเขียนเพียงหลกั สาํ คญั ของวชิ า ชว>ั โมง โดยอาจกาํ หนดเป็น
เท่าน9นั
140 / 228
ประโยชน์ของการเตรียมการสอน
1. เพIือปรับปรุงการเรียนการสอน เพราะ
ผู้สอนสามารถวเิ คราะห์ข้อบกพร่องหรือ
ปัญหาทผีI ่านมา แล้ว นําไปปรับปรุงการ
เรียนการสอนครLังต่อไป
2 . ช่วยให้ผู้สอนมกี ารเตรียมการ และมคี วาม
รอบคอบในการเลือกจุดมุ่งหมายและ
กจิ กรรมการเรียน
3 . ช่วยให้ผู้สอนสามารถเตรียมการเลือกสIือ
กจิ กรรมการสอน วธิ ีการประเมนิ ผล ทีI
เหมาะสมและมี ประสิทธิภาพ ตรง
จุดมุ่งหมายทวีI างไว้
141 / 228