NPU61512404
บทที่ 3
กระบวนการจัดทาหลักสตู ร
และการนาหลักสูตรไปใช้
Chapter III
42 / 228
Curriculum Development System [CDS]
แนว● คิดการพฒั นาหลกั สูตรของไทเลอร์ 1.จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.สาระการเรยี นรู้
[Learing Objectives] [Learning Cintent]
และคนอื่นๆ เม่อื ใชว้ ธิ กี ารเชงิ ระบบเป็นกรอบแนวคดิ
และเขยี นแผนภาพกระบวนการจดั ทาหลกั สตู ร ท่ี Curriculum & Instruction
แสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างข้ันตอน(Stages) ไดด้ ัง
ภาพประกอบท่ี 1
3.ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ 4.การประเมินผลการเรียนรู้
[Learning Experiences] [Evaluation of Learning
Outcome]
ภาพประกอบท่ี 1 ระบบการพัฒนาหลกั สตู ร
43 / 228
เมื่อนาคาถามของไทเลอร์มาเขียนเป็นแผนภาพ
ตามวิธีการเชิงระบบแบบลิเนียโมเดล ระบบการพัฒนา
หลักสูตร ประกอบด้วยสองระบบย่อย คือ มิติด้าน
หลักสูตร(สอนอะไร) และมิติด้านการเรียนการสอน
(สอน/จัดการเรียนรู้อยา่ งไร) ดงั ภาพประกอบ
44 / 228
มติ ิด้านหลกั สตู ร ประกอบดว้ ย สองคาถามแรกของไทเลอร์ คอื มติ ิดา้ นการสอน ประกอบด้วยสองคาถามหลงั ของไทเลอร์ คอื
1.มคี วามมงุ่ หมายทางการศกึ ษาอะไรบ้างท่ีโรงเรียนควรจะ 1. จะจัดประสบการณ์ทางการศกึ ษาอย่างไร จงึ จะทาให้การ
แสวงหาเปน็ การกาหนดจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เรยี นการสอน/การจัดการเรียนรมู้ ปี ระสิทธภิ าพเปน็ เร่ือง
2. มปี ระสบการณท์ างการศกึ ษาอะไรบ้างที่โรงเรยี นควรจัดข้นึ เกี่ยวกับการจดั ระบบหลักสตู รและการนาหลกั สูตรไปใช้ มี
เพื่อให้บรรลุจดุ ประสงค์ทก่ี าหนดไว้เป็นการเสนอแนะ สาระสาคญั เก่ยี วกับการบริหารหลักสตู รและการจดั
ประสบการณ์การเรียนร้ทู เี่ ปน็ ประโยชน์ ประสบการณ์การเรียนรู้ใหป้ ระสิทธิภาพสงู สดุ กับผู้เรียน
2. จะประเมินประสทิ ธิผลของประสบการณ์ในการเรียนอยา่ งไร
จึงจะตดั สนิ ใจไดว้ ่าบรรลุถงึ จุดประสงค์ทก่ี าหนดไว้เป็นการ
ประเมนิ กระบวนการและทบทวนสิ่งทีจ่ ะไม่ทาใหเ้ กดิ
ประสิทธิภาพ
45 / 228
“คาถามทง้ั สค่ี าถามน้ี มีความสมั พันธ์กับขอ้ มูลพื้นฐานในการพฒั นา
หลักสูตร อย่างนอ้ ย 3 ดา้ น คอื ด้านปรชั ญา ด้านจติ วิทยา และดา้ นสังคม และอาจ
รวมพืน้ ฐานข้อมลู ด้านอนื่ ๆ ทนี่ กั พฒั นาหลกั สูตรให้ความสนใจและความสาคญั
”และนามาใช้ในกระบวนการพัฒนาหลักสตู ร
46 / 228
กระบวนการจดั ทาหลักสตู ร รูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รของโอลิวา
หลกั สตู รมีลกั ษณะเดน่ ดงั ตอ่ ไปนี้
01 เป็นรปู แบบทม่ี ีความเปน็ ระบบและ วางแผนและ ระบบการใช้ ประเมนิ
02 สะท้อนรายละเอียดระบบการ ออกแบบ หลกั สูตร หลักสตู ร
03 พัฒนาหลกั สตู รและการจัดการ
เรยี นการสอนอย่างชดั เจน รปู แบบการพัฒนาหลักสูตรของโอลิวา มีองคป์ ระกอบ 3 สว่ น
ระบบการประเมินผลในรูปแบบ
สะท้อนการประเมินการจัดการ
เรียนการสอนและการประเมิน
หลักสูตรทม่ี คี วามเก่ยี วข้องกัน
สะทอ้ นความเช่ือมโยงกนั ระหวา่ ง
การพัฒนาหลกั สูตรและการเรยี น
การสอนชัดเจน
47 / 228
01
ระบบการวางแผนและออกแบบหลักสตู ร
สาหรับระบบการวางแผนและออกแบบหลกั สูตร ให้ความสาคญั กับการวิเคราะหค์ วาม
ตอ้ งการของผเู้ รียนและสงั คม สงั เคราะหร์ ว่ มกนั แล้วกาหนดเปน็ เปา้ หมายของการศกึ ษาท่ี
สะทอ้ นปรัชญาการศกึ ษา แล้วนาข้อมูลทไ่ี ดร้ บั มากาหนดความตอ้ งการของผู้เรยี น สังคม
และเนอ้ื หาแลว้ สงั เคราะห์เป็นจดุ มุง่ หมายของหลกั สตู ร เมือ่ ได้จุดมงุ่ หมายของหลักสูตร
แล้วจงึ กาหนดวตั ถุประสงค์ของหลกั สตู ร
48 / 228
02 ระบบการใชห้ ลักสตู ร
เม่ือได้จุดมุ่งหมายของหลกั สตู รแล้วจึงกาหนดวัตถุประสงค์ของหลกั สตู ร
รปู แบบของหลักสตู รสว่ นระบบการจัดการเรยี นการสอน (เป็นระบบย่อยอยูภ่ ายใน
ระบบการการวางแผนและออกแบบหลักสูตร) ประกอบด้วย การกาหนดจุดมุ่งหมาย
ของการเรียนการสอน การกาหนดวัตถุประสงค์ของการเรยี นการสอน การคัดเลอื ก
ยทุ ธศาสตรก์ ารเรยี นการสอน การคดั เลอื กแนวทางการประเมินผลการจดั การเรยี น
การสอน การคดั เลือกเทคนคิ การประเมินผล
49 / 228
03 การประเมินผลการเรยี นการสอน
การประเมินผลการเรียนการสอน เพื่อนาผลการประเมินไป
ปรับปรุงจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน และในขั้นตอนสุดท้าย
คือการประเมินหลักสูตร เพื่อนาผลการประเมินไปปรับปรุง
เป้าประสงคข์ องหลกั สตู รซง่ึ จะนาไปส่กู ารปรับปรุงวัตถุประสงคข์ อง
หลักสูตร รูปแบบของหลักสูตร จุดมุ่งหมายการเรียนการสอน
วัตถุประสงค์การเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน และการ
ประเมินผลการเรยี นการสอนอยา่ งเปน็ ระบบต่อไป
50 / 228
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของโอลวิ า
1. กาหนดความต้องการจาเปน็ 7. กาหนดจดุ มุ่งหมายของหลกั สูตร 14. จัดการเรียนการสอนตาม
ของผูเ้ รยี นในแบบทวั่ ๆ ไป สถานศกึ ษา กลยทุ ธทเี่ ลอื กไว้
2. กาหนดความตอ้ งการจาเปน็ 8. วัตถปุ ระสงคข์ องหลกั สตู ร 15. ตัดสินใจเลอื กใช้เทคนคิ การวัด
ของสงั คม สถานศึกษา และประเมินผล
3. เขียนปรัชญาการศึกษาเปน็ 9. จัดระบบระเบยี บและการนา 16. ประเมนิ การเรยี นการสอนและ
จุดหมายของการศกึ ษา หลักสตู รไปใช้ ปรบั ปรงุ องคป์ ระกอบทเี่ กย่ี วขอ้ ง
4. กาหนดความตอ้ งการจาเป็น 10. กาหนดจดุ มุง่ หมายของการ 17. ประเมินหลกั สตู รและปรับปรงุ
ของผเู้ รียนในสถานศึกษา เรียนการสอน องคป์ ระกอบทเ่ี กี่ยวข้อง
5. กาหนดความตอ้ งการจาเปน็ 11. กาหนดวตั ถุประสงค์ของการ
เฉพาะสงั คม เรียนการสอน
6. กาหนดความตอ้ งการจาเปน็ ที่ 12. เลอื กกลยุทธการเรยี นการสอน
เก่ยี วขอ้ งกับเนือ้ หาสาระวิชา 13. เร่ิมเลอื กเทคนิคการวดั และ
ประเมินผ5ล1 / 228
แผนภาพ รปู แบบการพัฒนาหลกั สตู รของโอลวิ า
52 / 228
การพัฒนาหลกั สูตรบรู ณาการ
โดย วัฒนาพร ระงับทุกข์
53 / 228
ขั้นเตรียม วางแผนเร่ืองระยะเวลาในการพัฒนาหลักสูตร
ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ งบประมาณที่จาเป็นเอกสาร
หลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
ควรจัดประชุมคณะครเู พ่อื สร้างความรู้ความเข้าใจ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 หรือหลักสูตรสถานศึกษา
เกีย่ วกบั กระบวนการพฒั นาหลกั สตู รบรู ณาการ และให้ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม ในระดับชั้นต่างๆ เพื่อ
เกิดความตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการจัดทา เปน็ ข้อมูลในการพัฒนาหลกั สูตรบรู ณาการ
หลักสูตรบูรณาการ
54 / 228
ข้ันพฒั นาหลักสตู ร 2. การตั้งหัวข้อเรื่อง คณะครูระดมสมองร่วมกนั ต้งั หัวข้อ
เรอ่ื งและควรมจี านวนท่ีเหมาะสมกบั จานวนวันหรอื
1. หลังจากท่ีศึกษากระบวนการพฒั นาหลักสูตรแล้ว สัปดาหท์ ่ีสอน เชน่ ในหนง่ึ ภาคเรียนมีเวลาเรยี นประมาณ
ใหค้ ณะครูทีท่ าการสอนกล่มุ สาระการเรยี นรู้ทง้ั 8 กลมุ่ 20 สัปดาห์ ชว่ งตน้ ภาคเรียนอาจต้องเตรียมนักเรียนทาให้
ร่วมกนั วางแผน เรอื่ งเวลาที่จะใช้ทาการสอนในแต่ละ มวี ันสอนนอ้ ย ส่วนช่วงปลายภาคเรยี นอาจต้องมีการวดั
หัวขอ้ เรอื่ งกอ่ นวา่ จะสอนหวั ขอ้ เร่ืองละก่วี ัน ประเมนิ ผลปลายภาค ดงั นัน้ จึงเหลือเวลาจดั การเรยี นรู้
เชน่ 3 วนั 5 วัน หรือก่ีวนั กไ็ ด้ตามความเหมาะสมหรอื ประมาณ 18 สัปดาห์ ครูอาจตงั้ หัวข้อเรอ่ื ง 18 หัวข้อ
ความตอ้ งการของครู หรือตง้ั ไวเ้ กนิ เผอ่ื เลือกใชก้ ็ได้ตัวอยา่ งหัวขอ้ เรื่อง เชน่
ท้องถน่ิ ของเรา ธรรมชาติและชีวิต สมนุ ไพรไทย แมน่ ี้เป็น
ทหี่ นงึ่ สยามเมอื งยม้ิ อาหารจานเด็ด อาชีพของคนไทย
ฉนั รกั การอา่ นและการเขียนภาษาไทย ความเป็นมาของ
ชาติไทย เปน็ ตน้
55 / 228
ข้ันพฒั นาหลักสูตร 4. วเิ คราะห์เน้อื หาสาระที่ใกลเ้ คยี งกันหรอื สอดคล้องกัน
ของกลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ่สี ามารถเชือ่ มโยงกันได้ โดยการ
3. วางแผนเรียงลาดบั หัวขอ้ เรือ่ งท่กี าหนดไว้ตามลาดับความ วิเคราะห์มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชวี้ ดั ของกลุ่มสาระ
เหมาะสม และเขยี นชือ่ หัวข้อเรื่องไว้ตรงกลางแผนผังความคดิ การเรียนรทู้ ่ตี อ้ งการบรู ณาการในระดับช้ันท่ีจะสอนจาก
เพ่อื เตรียมเขยี นแบบใยแมงมมุ (Web) พรอ้ มทั้งอภปิ รายวา่ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551
ในหวั ขอ้ เรอ่ื งนนั้ ๆน่าจะเรยี นร้เู กยี่ วกับเรอื่ งแบบใด เพ่ือเป็น หรือจากหลักสูตรสถานศกึ ษา หากในหัวข้อเรอ่ื งใดไม่
แนวทางในการเลอื กเนื้อหาสาระจากกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สามารถเลอื กเน้อื หาสาระเขา้ ไปบูรณาการได้ ครผู ้สู อนกไ็ ม่
ต่างๆ มาใสเ่ พ่ือบูรณาการเชอื่ มโยงกัน ต้องกงั วลใจเพราะการบูรณาการนน้ั ไมจ่ าเป็นต้องบูรณา
การครบท้ัง 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้
56 / 228
ขัน้ พฒั นาหลักสูตร 6. สง่ิ ท่ีควรทาเป็นลาดับตอ่ ไป คอื การนาเนื้อหาสาระหรอื
หัวขอ้ ยอ่ ยของแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรทู้ ป่ี รากฏใน Web
5. เขยี นแผนผังความคิดหรือ Web แสดงความเช่ือมโยงหรือ แต่ละ Web มาเขยี นคาอธิบายเพ่ิมเตมิ เพอื่ ใหม้ ีรายละเอียด
สัมพนั ธ์ของกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ละเนอ้ื หาสาระ ตรวจสอบ มากข้ึนจะไดเ้ ข้าใจถกู หรอื ดูงา่ ยยง่ิ ข้ึน และจดั ทาเปน็ หน่วย
อกี ครัง้ หน่ึงว่ามีเนอื้ หาสาระใดหลงเหลืออยูบ่ ้าง และพจิ ารณา การเรยี นรู้
ความเหมาะสมของ Web ทั้งหมด ตลอดจนการเรียงลาดับ 7. จัดทาแนวการสอนและกาหนดเวลาที่จะสอนให้เหมาะสม
Web ซ่งึ สามารถขยับไดจ้ นกวา่ จะเห็นว่าเหมาะสมทีส่ ุด 8. เขียนแผนการจัดการเรยี นรู้
57 / 228
ขัน้ นาหลักสตู รไปใช้ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ปรบั ปรุงแก้ไขขอ้ บกพรอ่ ง
เพ่อื ใหป้ ระสทิ ธิภาพการสอนของครูเพม่ิ ขน้ึ ผลสมั ฤทธิ์ของ
ขั้นนเิ ทศตดิ ตามผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนากระบวนการ นกั เรียน ซึง่ เปน็ ผลจากการส่ังสอนของครูในโรงเรียนกส็ งู ข้นึ
เรยี นการสอนของครู และการนเิ ทศการศึกษา ควรมกี ารบริหาร ด้วยครมู ที ศั นคติทดี่ ตี ่อหน่วยงาน มคี วามพงึ พอใจทจ่ี ะ
เปน็ กระบวนการเชงิ ระบบ มีการวางแผนการดาเนินงาน มขี ้ัน กระทาหน้าที่ของตนให้ดียิง่ ๆ ขึ้นไป
ตอนในการปฏบิ ัตงิ าน ถอื หลกั การมีส่วนร่วม ในการทางาน
มคี วามเปน็ ประชาธิปไตย มีการดาเนนิ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
มกี ารแกป้ ญั หาทเ่ี กดิ ขึ้นจากการเรียนการสอน
58 / 228
การนาหลกั สตู รไปใช้
วฒั นาพร ระงบั ทกุ ข์
“ยทุ ธศาสตรก์ ารนาหลกั สตู รไปใชไ้ ดส้ รปุ เป็ นหลกั การสาคญั ในการนาหลกั สตู รไปใช ้”
59 / 228
ยุทธศาสตร์การนาหลกั สูตรไปใช้
1.วางแผนและเตรยี มการ 3.กาหนดวถิ ที างและกระบวนการ
นาหลักสูตรไปใช้ นาหลกั สตู รไปใช้อย่างเปน็ ข้ันตอน
2.มีหนว่ ยงานส่งเสริม
การนาหลักสูตรไปใช้
60 / 228
ขอ้ 1 ข้อ 3 ขอ้ 5 ขอ้ 8 ข้อ 11
ธรรมชาตขิ อง การสรา้ งองคค์ วามรู้ การพิจารณา แรงจงู ใจภายในของ อทิ ธิพลทางสงั คม
กระบวนการเรียนรู้ เรอื่ งการคิด การเรียนรู้ ตอ่ การเรยี นรู้
ขอ้ 4
ข้อ 2 ขอ้ 6 ข้อ 9 ขอ้ 12
การคิดเชิงกลยุทธ์
เป้าหมายของ บรบิ ทของการเรียนรู้ ผลของแรงจงู ใจทมี่ ี ความแตกตา่ งของ
กระบวนการเรยี นรู้ ตอ่ ความพยายาม แตล่ ะบุคคลในการ
ขอ้ 7 เรยี นรู้
14 ข้อ 10
อิทธพิ ลจากแรงบนั ดาล ข้อ 13
ใจและอารมณใ์ นการ อิทธพิ ลในเชิงพฒั นา
เรียนรู้ การต่อการเรียนรู้ การเรยี นรูแ้ ละความ
หลากหลาย
ภาระกจิ สาคัญของการบรหิ ารหลกั สตู ร
ข้อ 14
61 / 228
มาตรฐานและการ
ประเมนิ ผล
วิชัย วงษใ์ หญ่
ได้ให้ความเห็นว่า ผมู้ บี ทบาทในการนาหลักสูตรไปใชใ้ หบ้ รรลุจุดหมาย
มี 3 กลุ่ม คือ ครใู หญ่ ครูประจาชัน้ และชุมชน ในจานวนนี้ครใู หญ่เป็นผทู้ ม่ี ี
บทบาทมากท่ีสุดท่จี ะตอ้ งศึกษาและวางแผนเกย่ี วกับการใช้หลกั สูตรโดยมี
ขนั้ ตอนสรปุ ส้ันๆ ได้ดงั นี้
1. เตรียมวางแผน
2. เตรียมจัดอบรม
3. การจัดครูเข้าสอน
4. การจัดตารางสอน
5. การจัดวัสดปุ ระกอบหลกั สตู ร
6. การประชาสมั พนั ธ์
7. กาCรRจัดEสDภITาSพ:แTวhดisลp้อrมeแseลnะtกaาtiรoเnลtอื eกmกpิจlaกtรeรwมaเสsรcิมreหaลteักdสูตร
8. การจbัดyโSคlรiidงnกefosาgรgrปoa,รpะihnเiccมlsuินd&inimg aicgoenssbbyyFFrleaetipciokn. , and
62 / 228
วิชัย วงษ์ใหญ่
กลา่ ววา่ เอกสารหลักสูตรเมื่อไดจ้ ัดทาเสร็จเรยี บร้อยแล้ว กอ่ นท่ีจะนาไปใช้
ควรจะได้ทบทวนตรวจสอบอีกคร้งั ดงั น้ัน ขน้ั ตอนการนาหลกั สูตรไปใชม้ ีดงั น้ี
1. ตรวจสอบทบทวนหลักสตู รตามหลกั การของทฤษฎหี ลักสตู ร
2. ทาโครงการและวางแผนการศึกษานารอ่ งเพอ่ื หาประสทิ ธิภาพของหลกั สูตร
3. ประเมนิ โครงการศึกษาทดลอง
4. ประชาสมั พันธห์ ลกั สตู ร
5. การอบรมครผู ้บู รหิ ารผทู้ เี่ กย่ี วข้องกับการใชห้ ลักสตู ร
6. นาหลกั สตู รไปปฏบิ ัติจรงิ หรอื เรยี กวา่ ขนั้ ดาเนินการใช้หลกั สูตรเตม็ รปู
7. การอบรมครเู พ่มิ เติมในส่วนทจ่ี าเปน็ ในระหว่างการใช้หลกั สูตร
8. การตดิ ตามและประเมนิ ผลการใช้หลกั สูตร
CREDITS: This presentation template was created
by Slidesgo, including icons by Flaticon, and
infographics & images by Freepik.
63 / 228
การตรวจสอบหลกั สตู ร
ปรบั แก้ ยอมรับ ใชไ้ มไ่ ด้
โครงการศึกษานาร่อง
ปรบั แก้ ยอมรบั ใชไ้ ม่ได้
การฝกึ อบรม นาไปปฏบิ ัตจิ รงิ การฝกึ อบรมครู
เพิ่มเตมิ บรกิ ารสนับสนนุ
CREDITS: This presentation template was created
by Slidesgo, including icons by Flaticon, and
infograตpิดhตicาsม&แลimะaปgรeะsเมbินyผFลreepik.
ภาพประกอบท่ี 2 ขน้ั ตอนการนาหลักสตู รไปใช้
64 / 228
ปรชั ญา วิสัยทศั น์/พันธกจิ
จุดหมายของหลักสตู ร
จุดประสงค์กลมุ่ วิชา
คาอธบิ าย ผลการเรียนรู้
รายวชิ า คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
แผนการ จุดประสงค์ สาระการ กระบวนการ นวตั กรรม/ การวดั /
จัดการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ เรยี นรู้ เรียนรู้ การเรยี นรู้ ประเมนิ ผล
ภาพประกอบท่ี 3 การนาหลกั สตู รไปใช้ในการจดั การเรยี นรู้ ใหเ้ กิดประสิทธผิ ลและมีประสิทธภิ าพ
65 / 228
แนวปฏิบัติในการนาหลักสตู รบูรณาการไปจัดการเรียนรู้
และประเมินผลการเรยี นรู้
เพื่อให้การวัดและประเมินมีความถูกต้องตรงตามสภาพจริงของผู้เรียน
การนาหลักสูตรบูรณาการไปจัดการเรียนรู้และประเมินผลการเรียนรู้ มี
ลาดับขนั้ ตอนดงั น้ี
1. กาหนดจุดประสงค์ในการวัดและประเมิน การวัดและประเมิน แต่ละ
คร้ังต้องกาหนดจดุ ประสงคข์ องการวัด เพื่อเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมือไดถ้ ูกต้อง
2. วิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้หรือลักษณะพฤติกรรม ท่ีคาดหวังจาก
การเรยี นการสอน กาหนดเป็นภาคความรู้
3. เลือกเคร่ืองมือวัด การเลือกใช้เคร่ืองมือและกาหนดวิธีการวัด ตาม
ลักษณะและสิ่งท่ีต้องการวัด เลือกใช้เคร่ืองมือและวิธีการวัดให้เหมาะสม
กบั แหล่งขอ้ มลู
66 / 228
แนวปฏิบตั ใิ นการนาหลกั สตู รบรู ณาการไปจดั การเรยี นรู้
และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สร้างเคร่ืองมือวัด เขียนข้อคาถามและพิจารณาเลือกข้อคาถามตาม
ขอบข่ายเนอ้ื หา ระดบั พฤติกรรมท่ตี ้องการวดั
5. การพฒั นาคุณภาพเคร่ืองมือวัดผล ซึ่งมีหลายประการ อาทิ ความเท่ียงตรง
(validity ) ความเชอื่ ม่ัน(reliability) ความเปน็ ปรนยั (objectivity) ความยาก
ง่าย (difficulty) ความมีอานาจจาแนก ( discrimination) และความมี
ประสิทธิภาพ (efficiency ) เป็นตน้
6. การใช้เครื่องมือวัดผล ในการใช้ เคร่ืองมือจะต้องดาเนินการวัดในรูปแบบ
เดียวกัน ในทานองเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงให้ผู้สอบได้แสดงความสามารถ
ทีแ่ ท้จรงิ ออกมาอย่างเต็มท่ี
7. ตรวจให้คะแนน และประเมินผล การตรวจให้คะแนนต้องดาเนินการให้
ถกู ต้องตามเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนท่กี าหนดไว้
67 / 228
ตารางท่ี 1 การวิเคราะห์หลักสตู ร( Table of specification)
ภาคความรู้ ภาคปฏิบตั ิ
หวั ข้อเร่อื ง จดุ ประสงค์
การเรยี นรู้
Kn Co Ap An Sy Ev Process Product
68 / 228
ตารางที่ 1 การวิเคราะห์หลกั สตู ร( Table of specification)
จะแสดงหัวเร่ือง และจุดประสงค์การ เรียนรู้ และแต่จุดประสงค์การเรียนรู้จะมีวิธีการวัดอยู่สองแบบ คือ
ภาคความรู้และ ภาคปฏิบัติ ในภาคความรู้มีการวัด 6 ระดับ ความรู้ความจา(Knowledge) ความเข้าใจ
(Comprehension) การนาไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ ( Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) และ การ
ประเมินค่า ( Evaluation) ทางปฏิบัติจริงอาจกาหนดตัวเลขแสดงถึงจานวนข้อ หรือน้าหนักในการวัด ส่วนการวัด
ภาคปฏิบัติน้ัน ผู้เรียนต้องลงมือทาจริง โดยใช้แบบวัดภาคปฏิบัติ (Performance test) ทั้งด้านกระบวนการ และ
ผลผลติ
69 / 228
ตวั อย่าง การนาหลกั สูตรบรู ณาการไปจดั การเรยี นรู้
70 / 228
กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา คือ
การออกแบบเชิงวิศวกรรมเข้ากับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของผู้เรียน นาไปสู่ทักษะการ
คิดเชงิ นวตั กรรม มกี ระบวนหลกั ๆ 5 ข้นั ตอน ดังนี้
ขนั้ ท่ี 1 การระบปุ ัญหา (Identify a challenge)
ขน้ั ที่ 2 การค้นหาแนวคิดทเี่ ก่ยี วขอ้ ง (Explore ideas)
ขน้ั ที่ 3 การวางแผนและการพฒั นา (Plan and develop)
ขั้นที่ 4 การทดสอบและประเมินผล (Test and evaluate)
ขัน้ ที่ 5 การนาเสนอผลลัพธ์ (Present the solution)
กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาของศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติ (2558) ดังกล่าวน้ี
เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดสิ่งใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาท่ีสามารถสร้างคุณค่าและ
ใช้ประโยชนใ์ นการดารงชีวติ ซึ่งควรปลูกฝังใหเ้ กดิ ข้ึนในตัวผูเ้ รียน
71 / 228
สรุป 9TH GRADE
มติ ดิ า้ นหลักสตู ร ประกอบดว้ ย สองคาถามแรกของไทเลอร์ คอื มิติดา้ นการสอน ประกอบด้วยสองคาถามหลงั ของไทเลอร์ คือ
1.มีความมงุ่ หมายทางการศกึ ษาอะไรบ้างที่โรงเรยี นควรจะ 1. จะจัดประสบการณ์ทางการศกึ ษาอยา่ งไร จึงจะทาใหก้ ารเรยี น
แสวงหาเปน็ การกาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ การสอน/การจดั การเรียนรู้มปี ระสทิ ธิภาพเปน็ เรื่องเกีย่ วกับการ
2. มีประสบการณ์ทางการศกึ ษาอะไรบ้างทโี่ รงเรยี นควรจดั ข้ึน จดั ระบบหลักสตู รและการนาหลกั สูตรไปใช้ มสี าระสาคญั เกี่ยวกบั
เพอ่ื ใหบ้ รรลุจุดประสงคท์ กี่ าหนดไว้เปน็ การเสนอแนะ การบรหิ ารหลกั สูตรและการจดั ประสบการณก์ ารเรียนร้ใู ห้
ประสบการณ์การเรยี นรูท้ เี่ ป็นประโยชน์ ประสทิ ธิภาพสูงสุดกบั ผ้เู รยี น
2. จะประเมินประสทิ ธผิ ลของประสบการณใ์ นการเรยี นอย่างไรจึง
จะตัดสินใจได้วา่ บรรลุถึงจุดประสงค์ท่กี าหนดไวเ้ ปน็ การประเมิน
กระบวนการและทบทวนสิ่งท่ีจะไมท่ าใหเ้ กิดประสิทธภิ าพ
72 / 228
9TH GRADE
เม่ือมีความชดั เจนเกีย่ วกบั หลกั สตู ร จุดหมาย โดยอาจตง้ั คาถามดังตอ่ ไปนี้
การเรยี นรู้ และหลักฐานท่ีเป็นรปู ธรรมแลว้ ความร้แู ละทกั ษะอะไรจะชว่ ยใหน้ ักเรียนมคี วามสามารถตาม
ผ้สู อนสามารถนาหลกั สตู รไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ เร่ิมจาก จุดหมายทกี่ าหนดไว้?
วางแผนการจดั การเรียนรู้ กิจกรรมอะไรจะช่วยพฒั นานักเรยี นไปส่จู ดุ หมายดังกลา่ ว?
ส่ือการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมสาหรับกิจกรรมการเรียนรู้?
ประเมินการออกแบบและการนาไปใชโ้ ดยรวมสอดคล้องและลงตัว
หรือไม?่
73 / 228
การนาหลักสูตรบูรณาการ ไปจดั การเรียนรู้ดาเนนิ การ
1. กาหนดจดุ ประสงค์ในการวัดและประเมิน
2. วิเคราะหจ์ ุดประสงคก์ ารเรยี นรู้หรือลักษณะพฤติกรรม ที่คาดหวังจากการ
เรยี นการสอน
3. เลือกเครื่องมือวัด การเลือกใช้เคร่ืองมือและกาหนดวิธีการวัด ตาม
ลกั ษณะและสง่ิ ทีต่ ้องการวดั
4. สร้างเคร่ืองมือวัด เขียนข้อคาถามและพิจารณาเลือกข้อคาถามตาม
ขอบขา่ ยเนือ้ หา ระดบั พฤติกรรมท่ตี อ้ งการวัด
5. การพัฒนาคุณภาพเครื่องมอื วดั ผล
6. การใชเ้ คร่อื งมอื วดั ผล
7. ตรวจใหค้ ะแนน และประเมินผล
CREDITS: This presentation template was created
by Slidesgo, including icons by Flaticon, and
infographics & images by Freepik.
74 / 228
บทที่ 4
การประเมนิ
คณุ ภาพหลกั สูตร
75 / 228
การประเมนิ หลกั สูตร
● การประเมนิ หลกั สูตร หมายถงึ กระบวนการการเก็บ
รวบรวมขอ้ มูลและการประมวลผลขอ้ มูลเพอ่ื นามาตดั สนิ ใจ
เกยี่ วกบั คณุ ภาพทงั้ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของ
หลกั สตู ร รวมถงึ สงิ่ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จากการใชห้ ลกั สูตรนั้นใน
อนาคต
●
แนวคดิ การประเมนิ หลกั สูตรประกอบดว้ ยคุณลกั ษณะสาคญั ดงั นี้
1. การประเมนิ เป็ นการประเมนิ คา่ ของเรอ่ื งทตี่ ดั สนิ ใจ
2. การตดั สนิ ใจมเี กณฑท์ ชี่ ดั เจน
3. เกณฑก์ ารตดั สนิ ใจมปี ระเด็นทค่ี รอบคลมุ และเหมาะสมกบั เนือ้ หา
4.เกณฑแ์ สดงใหเ้ ห็นดว้ ยบุคคลและสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของแบบจาลองเพอ่ื นาไปสกู่ ารตดั สนิ ใจ
76 / 228
แนวคดิ การประเมนิ หลกั สูตร
1 3 5
การประเมนิ ตาม การประเมนิ การประเมนิ
จดุ ประสงค ์ ตามหน้าที่ เพอื่ การรบั รอง
2 4
การประเมนิ ทไี่ ม่ การประเมนิ ที่
ยดึ จดุ ประสงค ์ มงุ่ การตดั สนิ ใจ
77 / 228
จดุ มุง่ หมายหลกั ของการประเมนิ
5 ขอ้
78 / 228
จดุ มงุ่ หมายหลกั ของการประเมนิ
ผลยอ้ นกลบั การควบคมุ การคน้ ควา้ (วจิ ยั )
- การเชอ่ื มโยงผลการเรยี นรู ้ กบั - การทาการเชอื่ มโยงจากการ - ขอ้ สรปุ ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
วตั ถปุ ระสงคแ์ ละการเตรยี ม ฝึ กอบรมสู่การปฏบิ ตั งิ านใน การเรยี นรู ้ , การฝึ กอบรม และ
องคก์ ร และสู่การพจิ ารณา การถา่ ยทอดการฝึ กอบรมสกู่ าร
รปู แบบของการควบคมุ คณุ ภาพ
ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ทางาน
การแทรกแซง อานาจการแขง่ ขนั
- ผลของการประเมนิ จะมี - การจดั การขอ้ มูลการประเมนิ
อทิ ธพิ ลตอ่ สภาพการณข์ องสง่ิ ที่ เพอ่ื อานาจขององคก์ ร
กาลงั เกดิ ขนึ้
79 / 228
การประเมนิ หลกั สูตร กอ่ น ระหวา่ ง และหลงั
การนาหลกั สูตรไปใช้
กอ่ น ระหวา่ ง หลงั
1) การประเมนิ หลกั สตู รกอ่ นนา 2) การประเมนิ หลกั สตู รระหวา่ ง 3) การประเมนิ หลกั สูตรหลงั นา
หลกั สตู รไปใช ้ ดาเนินการใชห้ ลกั สูตรและ หลกั สตู รไปใช ้
80 / 228
การประเมนิ หลกั สูตร กอ่ น ระหวา่ ง และหลงั
การนาหลกั สูตรไปใช้
กอ่ น ระหวา่ ง หลงั
1) การประเมนิ หลกั สตู รกอ่ นนา 2) การประเมนิ หลกั สตู รระหวา่ ง 3) การประเมนิ หลกั สูตรหลงั นา
หลกั สตู รไปใช ้ ดาเนินการใชห้ ลกั สูตรและ หลกั สตู รไปใช ้
81 / 228
1. การประเมนิ หลกั สูตร
กอ่ นนาหลกั สูตรไปใช้
เมอ่ื นักพฒั นาหลกั สูตรพฒั นาหลกั สตู รเรยี บรอ้ ยแลว้ จะตอ้ งมกี าร
ตรวจสอบทบทวนวา่ หลกั สตู รมคี ณุ คา่ หรอื สามารถตอบสนองความ
ตอ้ งการจาเป็ นของผูเ้ รยี นกลุ่มเป้ าหมายหรอื ไม
ขน้ั ตอนการประเมนิ หลกั สตู รกอ่ นนาไปใช ้ 4 ขน้ั ตอน
คอื
1) กาหนดจดุ มุ่งหมายการประเมนิ หลกั สตู ร
2) วางแผนดาเนินการประเมนิ
3) ทดลองใชห้ ลกั สตู รฉบบั รา่ ง
4) การประเมนิ ผลจากการทดลองใช ้ และนาผลมาวเิ คราะหเ์ พอ่ื
ปรบั ปรงุ หลกั สตู รกอ่ นนาไปใชจ้ รงิ
82 / 228
2. การประเมนิ หลกั สูตร
ระหวา่ งดาเนินการใชห้ ลกั สูตร
เมอื่ นักพฒั นาหลกั สตู รทดลองนารอ่ งแลว้
แนวคดิ การประเมนิ ไว ้ 3 ประเด็น คอื
1) การประเมนิ ระบบบรหิ ารและการจดั การหลกั สตู ร
2) การประเมนิ การจดั กระบวนการเรยี นการสอน
3) การประเมนิ ระบบบรหิ ารและวธิ กี ารนิเทศกากบั ดแู ล
83 / 228
3. การประเมนิ หลกั สูตร
หลงั นาหลกั สูตรไปใช้
เป็ นการประเมนิ ระบบหลกั สูตรในลกั ษณะทมี่ คี วามสมบูรณแ์ ละสลบั ซบั ซอ้ นมาก
จะประเมนิ ทกุ ๆ องคป์ ระกอบของหลกั สูตรอย่างละเอยี ด
ตารางท่ี สรปุ ขนั้ ตอนการประเมนิ หลกั สูตรและจุดมุ่งหมายในการประเมนิ
ขน้ั ตอนการประเมนิ หลกั สตู ร จดุ มุ่งหมายการประเมนิ
การประเมนิ หลกั สูตรกอ่ นนาหลกั สูตรไปใช ้ การประเมนิ เอกสารและคุณคา่ ของหลกั สูตร
การประเมินหลกั สูตรระหว่างดาเนินการใช ้ การประเมินการนาไปใชแ้ ละผลสมั ฤทธขิ์ อง
หลกั สูตร หลกั สตู ร
การประเมนิ หลกั สูตรหลงั นาหลกั สูตรไปใช ้ การประเมนิ ระบบหลกั สูตร
84 / 228
การประเมนิ ความกา้ วหน้า
และการประเมนิ ผลสรุป
กระบวนการในการตดั สนิ ในความสาคญั หรอื คณุ คา่ ของโปรแกรมหรอื วธิ ดี าเนินการ ดงั
รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
1.การประเมนิ ระหวา่ งโครงการ โดยทขี่ น้ั ตอนหลกั ในการประเมนิ ระหวา่ งโครงการ มดี งั นี้
- การประเมนิ ดว้ ยความเห็นของผูเ้ ชยี่ วชาญ
- การประเมนิ แบบหน่ึงตอ่ หนึ่ง การประเมนิ แบบกลมุ่ ยอ่ ย
- การประเมนิ แบบการลองภาคสนาม
- การประเมนิ ดว้ ยความเห็นของผูเ้ ชย่ี วชาญ
85 / 228
การประเมนิ ความกา้ วหน้าอาจใชป้ ระเมนิ สงิ่ ตอ่ ไปนี้
1) ทบทวนแผนของโครงการ
2) การสรา้ งแผนของโครงการ
3) การพฒั นาแบบสอบถาม หรอื รายการสาหรบั รวบรวมขอ้ มูลตามเรอื่ ง
ทตี่ อ้ งการ
4) การคดั เลอื กวธิ กี ารวดั ผลทเี่ หมาะสม
5) การกาหนดตารางเวลาการประเมนิ ผลใหส้ อดคลอ้ งกบั การดาเนิน
โครงการ
6 ) การเตรยี มขอ้ มูลทจี่ ะเป็ นสาระสนเทศสาหรบั การรายงานและเสนอแนะ
สาหรบั การตดั สนิ เกยี่ วกบั การดาเนินโครงการ
7) การแนะนาแนวทางปรบั ปรงุ การแกป้ ัญหา และการเปลย่ี นแปลงการ
ปฏบิ ตั โิ ครงการ
86 / 228
2. การประเมนิ ผลสรุป
เป็ นการประเมนิ เมอ่ื โครงการสนิ้ สดุ แลว้ ผูเ้ รยี นมผี ลสมั ฤทธติ ์ ามวตั ถปุ ระสงคห์ รอื ผลผลติ ทค่ี าดหวงั ของ
โปรแกรมหรอื ไม่ การประเมนิ ผลสรปุ เป็ นการประเมนิ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการศกึ ษาคณุ คา่ ของโครงการและเพอื่ การ
พจิ ารณานาลกั ษณะทด่ี ขี องโครงการไปใชใ้ นสถานการณท์ ค่ี ลา้ ยคลงึ ตอ่ ไป
รปู แบบของคาถามทใี่ ชใ้ นการประเมนิ ผลสรปุ ประกอบดว้ ย
- การฝึ กอบรมมผี ลอะไรตอ่ องคก์ ร
- ไดก้ าไรกลบั มาจากการลงทุนของเราหรอื ไม่
- ผูเ้ รยี นไดน้ าเทคนิคและกระบวนการกลบั ไปใชใ้ นสภาพการทางานหรอื ไม่
- หลกั สตู ร/โปรแกรมไดเ้ ปลย่ี น ทศั นคต,ิ พฤตกิ รรม, หรอื ทกั ษะหรอื ไม่
87 / 228
การประเมนิ หลกั สูตรเพอื่ พฒั นา
1) เตรยี มการประเมนิ หลกั สตู ร
2) ประเมนิ บรบิ ทของหลกั สตู ร
3) กาหนดประเด็นการประเมนิ
4) ออกแบบการประเมนิ หลกั สตู ร
5) นาแบบประเมนิ ไปใช ้
88 / 228
การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของการอบรม
แนวคดิ การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของการอบรมไว ้ โดยแบง่ การประเมนิ เป็ น 4 ระดบั
ระดบั ที่ 1 การประเมนิ ปฏกิ ริ ิยา คือ การประเมินน้ีมีระดบั เพยี งวา่ ผเู้ รียนมีปฏิกิริยาอยา่ งไร ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามความ
คิดเห็นหรือเจตคติ
ระดับท่ี 2 การประเมนิ การเรียนรู้
การประเมินการเรียนรเู้ ปน็ การประเมนิ ว่ากอ่ น/หลงั การอบรมมีความรู้แตกต่างกนั มากนอ้ ยเพียงใด
- ความรู้อะไรท่ีผเู้ รียนไดร้ ับ
- ทกั ษะอะไรที่ผเู้ รียนไดพ้ ฒั นา หรือเพมิ่ ข้ึน?
- เจตคติอะไรท่ีผเู้ รียนเปลี่ยนไป?
ระดบั 3 การประเมนิ พฤตกิ รรม มีเงื่อนไข 5 ประการ คือ
1) ผเู้ ขา้ อบรมจะตอ้ งปรับปรุงตนเอง
2) ตอ้ งรู้จุดอ่อนของตนเอง
3) ตอ้ งทางานในสภาพแวดลอ้ มท่ีช่วยในการเปล่ียนแปลง
4) ตอ้ งมีผทู้ ่ีสนใจและมีความชานาญงานเป็นผูช้ ่วยเหลือ
5) ตอ้ งมีโอกาสที่จะทาตามความคิดที่เกิดข้ึนใหม่
ระดับท่ี 4 การประเมนิ ผลลพั ธ์ การประเมินในระดบั น้ีเป็นการประเมินผลท่ีตอ้ งการจะใหเ้ กิดในองคก์ ร
89 / 228
หลกั เกณฑก์ ารประเมนิ หลกั สูตร
1. มีจุดประสงคใ์ นการประเมินท่ีแน่นอน
2. มีการวดั ท่ีเช่ือถือได้ โดยมีเครื่องมือและเกณฑก์ ารวดั ซ่ึงเป็นที่ยอมรับ
3. ขอ้ มูลเป็นจริงจาเป็นอยา่ งยง่ิ สาหรับการประเมินผล
4. มีขอบเขตท่ีแน่นอนชดั เจนวา่ เราตอ้ งการประเมินในเร่ืองใดแค่ไหน
5. ประเดน็ ของเร่ืองที่จะประเมินอยใู่ นช่วงเวลาของความสนใจ
6. การรวบรวมขอ้ มูลมาเพือ่ กาหนดกฎเกณฑ์ และกาหนดเคร่ืองมือในการประเมินผล จะตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบ
7. การวเิ คราะห์ผลการประเมินตอ้ งทาอยา่ งระมดั ระวงั รอบคอบ และใหม้ ีความเที่ยงตรงในการพิจารณา
8. การประเมินผลหลกั สูตรควรใชว้ ธิ ีการหลายๆวธิ ี
9. มีเอกภาพในการตดั สินผลการประเมิน
10. ผลต่างๆที่ไดจ้ ากการประเมินควรนาไปใชใ้ นการพฒั นาหลกั สูตรท้งั ในดา้ นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในโอกาสต่อไป
เพ่ือใหไ้ ดห้ ลกั สูตรที่ดีและมีคุณค่าสูงสุดตามที่ตอ้ งการ
https://sites.google.com/site/jirapornhoonsungnoen/kar-pramein-hlaksutr
90 / 228
ขนั้ ตอนในการประเมนิ หลกั สูตร
1. ข้นั กาหนดวตั ถุประสงคห์ รือจุดมุ่งหมายในการประเมินการ
2. ข้นั กาหนดหลกั เกณฑว์ ธิ ีการท่ีจะใชใ้ นการประเมินผล การกาหนดเกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมิน
3. ข้นั การสร้างเครื่องมือและวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการประเมินหรือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
4. ข้นั เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ในข้นั การรวบรวมขอ้ มูลน้นั ผปู้ ระเมินตอ้ งเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามขอบเขตและระยะเวลาที่กาหนดไว้
5. ข้นั วเิ คราะห์ขอ้ มูล ในข้นั น้ีผปู้ ระเมินจะตอ้ งกาหนดวธิ ีการจดั ระบบขอ้ มูล พจิ ารณาเลือกใชส้ ถิติในการวเิ คราะหท์ ี่เหมาะสม
แลว้ จึงวเิ คราะห์ สังเคราะห์ขอ้ มูลเหล่าน้นั โดยเปรียบเทียบกบั เกณฑท์ ี่ไดก้ าหนดไว้
6. ข้นั สรุปผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลและรายงานผลการประเมิน ในข้นั น้ีผปู้ ระเมินจะสรุปและรายงานผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลใน
ข้นั ตน้
7. ข้นั นาผลท่ีไดจ้ ากการประเมินไปพฒั นาหลกั สูตรในโอกาสต่อไป
https://sites.google.com/site/jirapornhoonsungnoen/khan-txn-kar-pramein
91 / 228