แบบรายงาน
การติดตาม การใช้งบประมาณ 2564
โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
งานนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลระบบบริหารและการจัดการศกึ ษา
กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา
สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาพจิ ิตร เขต 2
คำนำ
แบบรายงานการติดตาม การใชง้ บประมาณ 2564 โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานการ
ดำเนินงานการใช้งบประมาณ 2564 โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
ซึ่งดำเนินงานโดยกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
พิจิตร เขต 2 ภายใต้โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ในการรายงานคร้ังนี้มี
ประเด็นในการรายงาน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน ตอนที่ 2 การดำเนินการตามรายการที่จัดสรร
งบประมาณ และตอนท่ี 3 ความเห็นและข้อเสนอแนะ
ขอขอบคุณ ว่าที่ร้อยเอกสาโรช ยกให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร
เขต 2 นายเวียงชัย พิมพ์ศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2
นายทวี หาแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ท่ีได้ให้คำปรึกษา แนะนำ และ
ส่งเสริมสนบั สนนุ ในการจดั ทำรายงานในครัง้ นเี้ ปน็ อย่างดียง่ิ ตลอดจนขอขอบคุณผบู้ ริหารสถานศึกษา และคณะครู
ของโรงเรียนในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 ทั้ง 6 โรงเรียน ที่จัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดียิ่ง รายงานฉบับนี้จะเป็นแนวทาง
ในการดำเนินงานตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา สำหรับศึกษานิเทศก์
และผเู้ กยี่ วข้องในการปฏบิ ัตงิ านและพัฒนางานท่เี ก่ยี วข้องต่อไป
ยุคลธร สังขส์ อน
กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจดั การศึกษา
สารบัญ หนา้
1
ตอนที่ 1 ข้อมลู พนื้ ฐาน 1
ตอนที่ 2 การดำเนินการตามรายการท่ีจดั สรรงบประมาณ 3
ตอนที่ 3 ความเห็นและข้อเสนอแนะ 4
เอกสารประกอบ
รายงานการจัดการเรยี นการสอน ของโรงเรยี นในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตรน์ อ้ ย 17
ประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา
สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิจติ ร เขต 2
แบบรายงานการติดตาม การใชง้ บประมาณ 2564
โครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
สำนักบริหารงานความเป็นเลิศดา้ นวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ตอนท่ี 1 ข้อมลู พ้ืนฐาน
1.1 สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิจติ ร เขต 2
1.2 งบประมาณท่ีได้รับทง้ั หมด จำนวน ๓๖,๙๖0 บาท
1.3 จำนวนโรงเรียนทีเ่ ขา้ รบั การอบรมทัง้ สิน้ จำนวน 6 โรงเรียน ประกอบด้วย
1) โรงเรียนอนบุ าลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทศิ ”
2) โรงเรยี นอนบุ าลโพทะเล “รัฐบำรุง”
3) โรงเรียนวัดโพทะเล
4) โรงเรียนสำนักขุนเณร (หลวงพ่อเขยี นอทุ ิศ)
5) โรงเรยี นวดั เขารวก
6) โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 60 (บา้ นเขาตะพานนาก)
ตอนที่ 2 การดำเนนิ การตามรายการท่จี ดั สรรงบประมาณ
2.1 การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารพฒั นาศักยภาพครูผสู้ อน ระดบั ประถมศึกษา
2.1.1 จำนวนครผู สู้ อน ระดับประถมศึกษาทเ่ี ขา้ รับการอบรม จำนวนทง้ั สิ้น 20 คน
2.1.2 งบประมาณทใี่ ช้ จำนวน ๒๗,000 บาท
2.1.3 ระยะเวลาท่ีดำเนินการ
วันท่ี ๘ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
2.1.4 วธิ ีการดำเนินการอบรม
1) กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาพิจติ ร เขต 2 ดำเนินการแจ้งหนงั สือราชการ ท่ี ศธ 04๑๐๐/1044 ลงวันท่ี 7 เมษายน 2564
แจง้ จดั สรรงบประมาณเพอ่ื เป็นค่าใชจ้ ่ายในการจดั กิจกรรมบ้านนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับ
ประถมศึกษา ประจำปี 2564 ใหก้ บั โรงเรียนในโครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา ท้งั 6 โรงเรยี น
2) แจง้ หนงั สือราชการ ท่ี ศธ 04๑๐๐/1852 ลงวันที่ 24 มิถนุ ายน 2564 การสัมมนา
โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ในรปู แบบออนไลน์ (Online) ผา่ นระบบ
Zoom Meeting โดยมคี รูเข้าร่วมสัมมนาจำนวนทัง้ ส้นิ 20 คน ในการสมั มนาดังกล่าวช่วยสรา้ งความรู้
ความเขา้ ใจในการทบทวนการดำเนินงานการจดั การเรยี นการสอนด้านวทิ ยาศาสตร์ พร้อมทง้ั ไดแ้ ลกเปลยี่ น
เรยี นรู้ แบง่ ปนั ประสบการณ์การจดั การเรยี นการสอนด้านวิทยาศาสตรจ์ ากโรงเรยี นตา่ ง ๆ อกี ด้วย
-2–
3) จัดประชมุ รวมทงั้ นิเทศ ติดตามการดำเนินงานการจัดการเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตร์
ของโรงเรียนในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา ทง้ั 6 โรงเรียน ในรูปแบบ
ออนไลน์ ดว้ ย VooV Meeting
4) จดั สง่ เอกสารเพื่อสรา้ งความร้คู วามเข้าใจในการจดั การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตร์ ให้กับ
ครผู ู้สอนท่เี ขา้ รับการอบรม ในช่องทางไลน์
2.1.5 ผลการดำเนินการ
1) ครูผสู้ อน ของโรงเรยี นในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา ทงั้ 6 โรงเรียน จำนวน 20 คน มีความรู้ ความเข้าใจในการจดั การเรยี นการสอน
ดา้ นวิทยาศาสตร์
2) ครผู ้สู อน ของโรงเรยี นในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา ทั้ง 6 โรงเรียน จำนวน 20 คน ไดแ้ ลกเปล่ยี นเรียนรู้ แบง่ ปันประสบการณ์การจัดการเรียน
การสอนด้านวิทยาศาสตรจ์ ากโรงเรยี นต่าง ๆ ในเขตภาคเหนือตอนลา่ ง ของวทิ ยากรหลกั โรงเรยี นวิทยาศาสตร์
จฬุ าภรณ์ราชวทิ ยาลัย พษิ ณุโลก
2.1.6 ปญั หาและอุปสรรค
-
2.1.7 แนวทางการพฒั นา
1) การจดั ต้ังกลุ่มไลนข์ องโรงเรยี นโครงการบ้านนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับ
ประถมศึกษา ของสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิจติ ร เขต 2 เพ่ือส่งต่อความรู้ เอกสารต่าง ๆ
ใหก้ บั ครูผู้สอนได้นำไปพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนต่อไป
2) การรว่ มพฒั นาการจดั การเรียนการสอนของครูผู้สอน ของโรงเรียนโครงการ
บา้ นนกั วิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ของสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษา
พิจิตร เขต 2 โดยใชก้ ระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ (PLC)
2.2 การนเิ ทศติดตามผลการอบรม
2.2.1 งบประมาณที่ใช้ จำนวน 9,960 บาท
2.2.2 ระยะเวลาท่ีดำเนนิ การ
วันท่ี 1 – 30 เดอื น สิงหาคม พ.ศ. 2564
2.2.3 วธิ กี ารดำเนินการนิเทศติดตามผลการอบรม
นิเทศตดิ ตามการจดั การเรียนรขู้ องครูผสู้ อนวทิ ยาศาสตร์ ของโรงเรียนในโครงการ
บ้านวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา ท้งั 6 โรงเรยี น โดยใช้การนเิ ทศในรปู แบบออนไลน์
ดว้ ย VooV Meeting
2.2.4 ผลการดำเนินการ
ครูผู้สอน ของโรงเรียนในโครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา
ทงั้ 6 โรงเรยี น จำนวน 20 คน มีการจดั การเรยี นการสอนดา้ นวิทยาศาสตร์ และมีผลงานจากการรายงาน
การดำเนินงานของทุกโรงเรยี นอยา่ งครบถว้ น
-๓–
ตอนท่ี 3 ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
1) การสนบั สนนุ เอกสารความรู้ตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั การจดั การเรียนการสอนดา้ นวทิ ยาศาสตร์
ใหก้ บั โรงเรียนในโครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
2) การสนบั สนุนส่ือ วสั ดุอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ให้กับโรงเรียน
ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา
3) การสนับสนุนการการนิเทศ ติดตามครูผสู้ อน ของโรงเรยี นในโครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย
ประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา อย่างต่อเน่ืองสม่ำเสมอ
เอกสารประกอบ
-5–
ข้อมูลโรงเรียนและครูในโครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาพจิ ติ ร เขต 2
ปงี บประมาณ 2564
1. จำนวนโรงเรียนทเี่ ขา้ รับการอบรมทัง้ สิ้น จำนวน 6 โรงเรียน ประกอบดว้ ย
1) โรงเรยี นอนบุ าลบางมูลนาก “ราษฎรอ์ ุทศิ ”
2) โรงเรียนอนุบาลโพทะเล “รัฐบำรุง”
3) โรงเรยี นวดั โพทะเล
4) โรงเรยี นสำนักขุนเณร (หลวงพอ่ เขยี นอทุ ิศ)
5) โรงเรยี นวดั เขารวก
6) โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา 60 (บา้ นเขาตะพานนาก)
2. จำนวนครทู ีเ่ ข้ารบั การอบรมท้ังสนิ้ จำนวน 20 คน ประกอบดว้ ย
1. นางรจนา ทรพั ยส์ ม โรงเรยี นอนุบาลบางมลู นาก “ราษฎรอ์ ทุ ศิ
2. นางสาวสปุ รยี า จุลพันธ์ โรงเรยี นอนบุ าลบางมูลนาก “ราษฎร์อทุ ศิ
3. นางมัญชสุ า อมิ่ สิน โรงเรยี นอนุบาลบางมลู นาก “ราษฎร์อทุ ิศ
4 นางฐิตินนั ท์ สมบูรณ์สงค์ โรงเรยี นอนบุ าลบางมลู นาก “ราษฎร์อุทิศ
5. นางสาวณฎั ฐปภสั พรมสวสั ด์ิ โรงเรยี นอนบุ าลบางมูลนาก “ราษฎรอ์ ุทิศ
6. นายธนศู กั ด์ิ ยอดดำเนิน โรงเรยี นอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อทุ ศิ
7. นางสาวน้ำฝน ทพิ รงั สี โรงเรยี นอนบุ าลบางมูลนาก “ราษฎรอ์ ทุ ศิ
8. นางสาวบุญญิศา อนิ อ่วม โรงเรยี นอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ
9. นายอนุเดช จันทง โรงเรียนอนุบาลโพทะเล “รัฐบำรุง”
10. นางสาวเจนจิรา พงศ์สุวรรณ โรงเรยี นอนบุ าลโพทะเล “รัฐบำรุง”
11. นางสาวภสั นันท์ เอ่ยี มกล่ัน โรงเรยี นอนุบาลโพทะเล “รฐั บำรุง”
12. นางสาวพัชร์นรินทร์ ศรพี ธุ ภร โรงเรียนอนบุ าลโพทะเล “รฐั บำรุง”
13. นางสาวสุกัญญา บุญธรรม โรงเรยี นอนุบาลโพทะเล “รัฐบำรุง”
14. นางสาวศศวิ ิมล สขุ ขงั โรงเรยี นวัดโพทะเล
15. นางสาววนิดา พนั ลำ โรงเรียนสำนกั ขนุ เณร (หลวงพอ่ เขียนอุทศิ )
16. นายภุชงค์ ยาดี โรงเรยี นวดั เขารวก
17. นางทองดี โพธ์พิ ุก โรงเรียนวัดเขารวก
18. นางโสภา มัน่ สวน โรงเรียนวดั เขารวก
19. นางสาวจันทิมา เท่ียงตรง โรงเรยี นวัดเขารวก
20. นางสาวกัลยรตั น์ ประดิษฐกุล โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา 60 (บ้านเขาตะพานนาก)
-6–
-7–
-8–
-9–
- 10 –
- 11 –
- 12 –
- 13 –
- 14 –
- 15 –
ตวั อย่างภาพการนเิ ทศ
- 16 –
ตวั อย่างภาพการนเิ ทศ
รายงานการจัดการเรยี นการสอน
ของโรงเรยี นในโครงการบา้ นนักวิทยาศาสตร์น้อย
ประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา
สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาพจิ ติ ร เขต 2
รายงานผลการดาเนินงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย
ระดบั ประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔
โรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ ราษฎร์อทุ ศิ ”
สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพจิ ิตรเขต ๒
คานา
โครงการบา้ นนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย จดั ทาข้ึนเพ่ือส่งเสริมใหเ้ ดก็ มีทกั ษะกระบวนการ
พ้ืนฐานทางวทิ ยาศาสตร์และไดเ้ รียนรู้จากการลงมือปฏิบตั ิจริง มีการศึกษาสภาพปัจจุบนั
ปัญหาและความตอ้ งการ กาหนดเป้าหมายในการพฒั นา การวางแผนการปฏิบตั ิงานตาม
แผนการนิเทศติดตามผลและประเมินโครงการเพื่อนาผลการประเมินโครงการไปใชใ้ นการ
พฒั นางานอยา่ งต่อเนื่องและเป็นระบบ
ผลการดาเนินโครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ส่งผลใหน้ กั เรียนระดบั
ประถมศึกษาโรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ” มีทกั ษะกระบวนการพ้นื ฐานทาง
วทิ ยาศาสตร์และไดเ้ รียนรู้จากการลงมือปฏิบตั ิจริง
คณะผจู้ ดั ทา
แบบรายงานผลการดาเนินงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้บ้านนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔
สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพจิ ติ ร เขต ๒
ตอนท่ี ๑ ข้อมูลพืน้ ฐาน
๑.๑ โรงเรียนอนุบาลบางมูลนาก “ราษฎร์อุทิศ”
๑.๒ งบประมาณที่ไดร้ ับ ๔,๕oo บาท
๑.๓ จานวนครูผสู้ อนท่ีเขา้ รับการอบรม ๘ คน
๑.๔ จานวนครูผสู้ อนที่เขา้ ร่วมกิจกรรม ๘ คน
๑.๕ จานวนนกั เรียนที่เขา้ ร่วมกิจกรรมระดบั ช้นั ป.๖ จานวน ๑๔๑ คน
ตอนที่ ๒ การดาเนินงานกจิ กรรมการเรียนรู้บ้านนักวทิ ยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔
๒.๑ วธิ ีการดาเนินงาน
๒.๑.๑การดาเนินงานกจิ กรรมการเรียนรู้/ กจิ กรรมเสริมหลกั สูตร
๑. โรงเรียนจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Onsite ในช่วง ๑ มิถุนายน -๓o มิถุนายน
๒๕๖๔
๒.คุณครูไดอ้ ธิบายเน้ือหาเรื่อง แรงไฟฟ้าน่ารู้
๓. โรงเรียนจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Online ในช่วง ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔
คุณครูไดท้ าส่ือการสอนในรูปแบบวดิ ีโอ Online ใหน้ กั เรียนศึกษาเรียนรู้ที่บา้ น
๔.คุณครูอธิบายข้นั ตอนการทากิจกรรมผา่ นโปรแกรม Zoom เรื่องแรงไฟฟ้าน่ารู้
๕.นกั เรียนดาเนินการทากิจกรรมแบบจาลองแรงไฟฟ้าน่ารู้
๖.นกั เรียนส่งชิ้นงานทาง Line
๗. นกั เรียนทาใบงาน Liveworksheets สรุปความรู้เรื่อง ไฟฟ้าสถิต (ฟ้าผา่ )
๒.๑.๒ การนิเทศ ตดิ ตาม
แบบนิเทศติดตามการเรียนการสอน Online ผา่ น Google Form
๒.๒ ผลการดาเนินงาน
๒.๒.๑ ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้/กจิ กรรมเสริมหลกั สูตร
๑.นกั เรียนสามารถอธิบายการเกิดไฟฟ้าสถิต (ฟ้าผา่ )ได้
๒.นกั เรียนสามารถสรุปองคค์ วามรู้เรื่องไฟฟ้าสถิต (ฟ้าผา่ )
๒.๒.๒ ผลการนิเทศตดิ ตาม
นกั เรียนสามารถอธิบายการเกิดแรงไฟฟ้าได้ สงั เกตและอธิบายผลของแรงไฟฟ้าได้
ยกตวั อยา่ งการเกิดแรงไฟฟ้าในชีวติ ประจาวนั ได้
๒.๓ ปัญหาอปุ สรรค
การเกิดไฟฟ้าสถิตจะเกิดกบั สภาพอากาศท่ีอุณหภูมิต่าแต่เนื่องจากสภาพแวดลอ้ มบาง
พ้ืนท่ีท่ีนกั เรียนอาศยั อยอู่ ุณหภูมิสูง ทาใหเ้ กิดไฟฟ้าสถิตไดย้ าก
๒.๔ แนวทางการพฒั นา
ปรับช่วงเวลาการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงไฟฟ้าน่ารู้ ใหอ้ ยทู่ ี่ช่วงฤดูหนาว
(พฤศจิกายน-ธนั วาคม)จะทาใหเ้ กิดไฟฟ้าสถิตไดง้ ่ายและเห็นชดั เจน
ตอนที่ ๓ ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
อยากใหโ้ ครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย มีการจดั เตรียมอุปกรณ์การทดลองและเร่ือง
ท่ีส่งเสริมทกั ษะการทดลองของนกั เรียนช้นั ประถมเพ่ิมเติม
เอกสารประกอบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ แรงไฟฟา้ ระยะเวลา 4 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 แรงไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ีผ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิง
ประจกั ษ์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายการเกดิ แรงไฟฟ้าได้ (K)
2) สังเกตและอธบิ ายผลของแรงไฟฟา้ ได้ (K) (P)
3) ยกตัวอยา่ งการเกดิ แรงไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวนั ได้ (A)
3. สาระการเรียนรู้
การเกดิ แรงไฟฟา้ และผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกดิ จากวัตถุที่ผา่ นการขัดถู
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้ว เม่ือนาเข้าใกล้กันอาจดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นแรงไฟฟ้า
ซึ่งเป็นแรงไม่สัมผัส เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและ
ประจไุ ฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟา้ ชนดิ เดียวกันผลักกัน ชนดิ ตรงข้ามกนั ดงึ ดดู กนั
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) ความสามารถในการส่ือสาร 1) การสงั เกต 1) มีวนิ ัย
2) ความสามารถในการคิด 2) การทดลอง 2) ใฝเ่ รียนรู้
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 3) การลงความเห็นจากข้อมลู 3) มุ่งม่นั ในการทางาน
4) ความสามารถในการใชท้ ักษะ 4) การตีความหมายและลงข้อสรุป
ชวี ติ
6. กจิ กรรมการเรียนรแู้ นวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : 5Es Instructional Model
ชว่ั โมงท่ี 1
1. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า แบบปรนัย 4
ตวั เลือก จานวน 10 ข้อ
(หมายเหตุ : ครูตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น เพื่อประเมินความรู้เดิมและเข้าใจผู้เรียน เพ่อื ใชใ้ นการจัด
กจิ กรรม)
ขัน้ นา
ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ
1. นกั เรยี นตอบคาถามว่า นกั เรยี นร้จู ักแรงไฟฟ้าหรือไม่ แล้วแรงไฟฟ้าเกิดขึ้นไดอ้ ยา่ งไร
(แนวคาตอบ ตอบตามความคิดเหน็ นกั เรยี น)
2. นักเรียนรับลูกโป่งเล็กคนละ 1 ใบ จากนั้นให้นักเรียนเป่าลูกโป่งแล้วนาลูกโป่งถูกับเสื้อหรือถูกับ
กระดาษ แล้วนาไปติดกบั กระดานไวตบ์ อรด์ หรือกระจก ถา้ ใครตดิ ได้ถอื วา่ ทาภารกิจสาเร็จ
3. นกั เรยี นทากิจกรรม เกมรวมกลมุ่ ปฏิบัตดิ ังนี้
1) นักเรียนนาลูกโป่งมาถูกับผมตัวเอง จากนั้นให้นักเรียนนาไปต่อกับเพื่อน โดยครูจะเป็นคนกาหนด
ว่า ให้ตอ่ ลกู โป่งกใ่ี บ
2) รอบที่ 1 ใหต้ อ่ ลูกโปง่ 2-3 ใบ
3) รอบที่ 2 ให้ตอ่ ลกู โป่ง 4-5 ใบ
4. นักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
- ทาไมลูกโป่งจึงสามารถตอ่ กนั ได้
(แนวคาตอบ เพราะเม่ือนาลูกโป่งไปถกู ับเสื้อผ้าหรือกระดาษ จะทาให้เกิดแรงไฟฟา้ ลูกโปง่ จึง
เกาะติดกับกระดาน)
- ในชีวิตประจาวันของนักเรียนมเี หตกุ ารณ์ใดบ้างที่เกดิ จากแรงไฟฟา้
(แนวคาตอบ ตามความคดิ เห็นของนกั เรยี น)
5. นักเรียนอ่านกิจกรรม ชวนอ่านชวนคิดก่อนเรียน ตอน ขนของสุนัขติดที่หวีได้นะ ในหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1 หน้า 70 จากนนั้ ตอบคาถามชวนตอบต่อไปนี้
- เมื่อหวีขนให้สุนัขหลายๆ คร้ัง แล้วมีขนของสุนัขติดที่ปลายหวีขึ้นมาด้วย เพื่อนๆ คิดว่า
เก่ียวข้องกบั แรงไฟฟา้ หรอื ไม่ เพราะอะไร
(แนวคาตอบ เกี่ยวข้องกับแรงไฟฟ้า เพราะในฤดูหนาวอากาศจะแห้ง เม่ือใช้หวีหวีขนสุนัข
หลายๆ ครง้ั จะเกิดแรงไฟฟา้ จึงทาให้ขนตดิ หวีมาดว้ ย)
6. ครูสนทนากับนักเรียนเพ่ือนาเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ว่า เราจะมาเรียนรู้ว่าแรงไฟฟ้าเกิดข้ึนได้อย่างไร
จากกจิ กรรมต่อไปนี้
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
ข้นั สอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน นักเรียนศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรมที่ 1 การเกิดแรง
ไฟฟ้า ในหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 72
2. นักเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมท่ี 1 การเกดิ แรงไฟฟ้า ปฏบิ ตั ิดังนี้
1) ส่งตัวแทนกล่มุ มารบั วสั ดุ-อปุ กรณ์ในการทากิจกรรมที่ 1 การเกดิ แรงไฟฟา้ ดงั นี้
- ไมบ้ รรทัดพลาสติก 1 อัน - ผา้ แหง้ 1 ผนื
- เศษกระดาษชิน้ เลก็ ๆ 6-10 ชิ้น - ผา้ ชุบนา้ บิดหมาดๆ 1 ผนื
2) ทดลองวางเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ บนโต๊ะ จากน้ันนาไม้บรรทัดพลาสติกเข้าใกล้กับเศษกระดาษ
สงั เกต การเปลีย่ นแปลงและบันทกึ ผลลงในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 43
3) ใช้ผ้าแห้งถูปลายไม้บรรทัดพลาสติกด้านหน่ึงหลายๆ ครั้ง จากน้ันนาปลายไม้บรรทัดพลาสติก
ด้านน้ัน เขา้ ใกล้กบั เศษกระดาษที่วางบนโตะ๊ สังเกตการเปลี่ยนแปลงและบันทึกผล
4) ใช้ผ้าเปียกถูปลายด้านหน่ึงของไม้บรรทัดพลาสติกอีกด้านหน่ึงหลายๆ ครั้ง จากน้ันนาปลายไม้
บรรทัดพลาสติกด้านน้ันเข้าใกล้กับเศษกระดาษท่ีวางบนโต๊ะอีกคร้ัง สังเกตการเปล่ียนแปลงและ
บันทกึ ผล
5) ร่วมกนั อภิปรายผลการทากิจกรรมจนได้ข้อสรุปของกลุ่ม
ขน้ั อธิบายความรู้
1. นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
- เพราะเหตุใดเศษกระดาษจึงลอยขนึ้ มาติดไมบ้ รรทัด
(แนวคาตอบ เม่อื ใช้ผา้ แห้งถูกับไม้บรรทดั พลาสติก จะเกิดแรงดึงดดู เศษกระดาษได้)
- เพราะเหตุใดเศษกระดาษชิน้ เล็กๆ จึงไมล่ อยข้นึ มาติดไม้บรรทัดพลาสตกิ ทีถ่ ูกบั ผ้าเปียก
(แนวคาตอบ เพราะวัตถทุ ี่มีความชน้ื จะเกดิ แรงไฟฟ้าได้ค่อนขา้ งยาก เน่ืองจากแรงไฟฟ้าเกิด
จากแรงเสียดทาน จะเกดิ ข้ึนได้เมอ่ื มีความช้ืนน้อย)
2. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทากิจกรรมว่า เม่ือเรานาผ้าแห้งขัดถูไม้บรรทัดพลาสติกจะเกิดแรงดึงดูด
เศษกระดาษได้ แต่ถ้าไมบ้ รรทัดพลาสติกมีความช้นื เนือ่ งจากใช้ผ้าเปยี กถู จะเกิดแรงดึงดดู ไดค้ ่อนข้าง
ยาก
3. ครอู ธิบายเพ่มิ เติมว่า เมื่อนาวัตถุบางชนิดมาขัดถูกันจะทาให้เกดิ แรงไฟฟ้า ซึ่งเปน็ แรงไมส่ ัมผัส
4. นกั เรยี นตอบคาถามว่า แรงไฟฟา้ คืออะไร
(แนวคาตอบ แรงที่เกิดจากปะจุไฟฟ้าด้วยกนั มีทัง้ แรงดึงดดู และแรงผลัก)
5. นักเรียนดูภาพท่ี 3.4 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 73 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ประจุ
ไฟฟา้ มี 2 ชนดิ คอื ประจลุ บกับประจบุ วก โดยปกติวัตถจุ ะมปี ระจุทัง้ สองเทา่ ๆ กนั เช่น ภาพลูกโป่ง
กบั ผ้า แต่เมอ่ื นาวัตถมุ าขัดถกู นั จะทาใหว้ ัตถนุ ้ันเสียสมดลุ ของประจุไฟฟ้า จึงทาให้เกิดแรงฟ้าได้
6. นกั เรยี นตอบคาถามวา่ ปัจจัยใดบ้างท่ีส่งผลตอ่ การเกิดแรงไฟฟา้
(แนวคาตอบ ความช้ืนของวตั ถุ ประเภทของวสั ดุ และระยะเวลาหรอื จานวนครงั้ ในการขดั ถ)ู
7. นักเรียนทากิจกรรมหนูตอบได้ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 72 บันทึกลงสมุด
ประจาตวั นักเรยี นหรือทาในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 44
ชั่วโมงที่ 2
ข้ันสอน (ต่อ)
ขัน้ สารวจคน้ หา
1. ทบทวนความรเู้ ดมิ ชัว่ โมงที่แลว้ โดยตอบคาถามตอ่ ไปน้ี ถ้านาลกู โปง่ ไปถูกับผา้ เปยี ก ลูกโปง่ จะ
สามารถตดิ กระดานไวต์บอร์ดหรือกระจกได้หรอื ไม่ เพราะอะไร
(แนวคาตอบ ไม่ได้ เพราะผา้ เปยี กจะทาให้วัตถุมีความชื้นจะเกดิ แรงไฟฟ้าได้คอ่ นขา้ งยาก)
2. นักเรียนศกึ ษาขนั้ ตอนการทากจิ กรรมที่ 2 ผลของแรงไฟฟา้ ในหนงั สอื วิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า
75
3. นกั เรยี นปฏิบัติกจิ กรรมท่ี 2 ผลของแรงไฟฟ้า โดยปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1) แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนกลมุ่ มารับวัสดุ-อุปกรณใ์ นการทากิจกรรมที่ 2 ผลของแรงไฟฟ้า ดงั นี้
- ลกู โป่ง 2 ใบ - เทปกาวใส 1 ม้วน - เชือก 2 เส้น
- หนังยาง 2 เสน้ - ผา้ แห้ง 1 ผนื
2) แต่ละกลมุ่ เป่าลกู โป่ง 2 ใบ ใหม้ ีขนาดเท่าๆ กัน แล้วใชห้ นังยางรดั ปากลูกโป่งให้แนน่
3) ผกู เชือกกับลกู โป่ง แล้วใช้เทปกาวใสตดิ กบั เชือกห้อยลูกโปง่ ไว้ท่ขี อบโต๊ะห่างกนั ประมาณ 6-8
เซนติเมตร
4) เขียนอักษร ก และ ข ท่ีลูกโป่ง จากนั้นสงั เกตการวางตวั ของลูกโป่งทง้ั 2 ใบ
5) ใชผ้ ้าแห้งถลู กู โป่ง ก และ ข ด้านใน แล้วห้อยไวอ้ ยา่ งเดมิ สังเกตลกู โป่งท้ัง 2 ใบ แล้วบนั ทึกผลลง
ในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1 หน้า 45
6) ใชผ้ า้ แหง้ ถูลกู โป่ง ก และใชม้ ือทีแ่ หง้ ถอื ลูกโป่ง ข ด้านใน แลว้ ห้อยไว้อยา่ งเดิม สังเกตลกู โปง่ ทงั้ 2
ใบ แลว้ บนั ทกึ ผล
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )
ข้นั อธบิ ายความรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการทากิจกรรมที่ 2 ผลของแรงไฟฟา้
2. นักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
- เพราะเหตใุ ดลูกโป่งจึงเคลือ่ นที่ออกหา่ งกัน
(แนวคาตอบ เพราะถ้าขัดถูวัตถุชนิดเดียวกันด้วยสิ่งเดียวกันจะเกิดแรงผลัก เน่ืองจาก
ประจุเหมอื นกัน)
- ถ้านาหลอดพลาสติกไปถูกับผ้าเปียก แล้วนาไปไว้ใกล้ๆ กับเศษถุงพลาสติกเล็กๆ ผลจะเป็น
อยา่ งไร
(แนวคาตอบ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะผ้ามีความชื้นจึงทาให้เกิดแรงไฟฟ้าได้ค่อนข้าง
ยาก อีกทงั้ จานวนรอบที่ถนู อ้ ยคร้งั )
- ทาอยา่ งไรจึงจะทาให้เศษถงุ พลาสติกเล็กๆ ลอยขนึ้ มาติดหลอดพลาสติกได้
(แนวคาตอบ ใช้ผา้ แหง้ ถูกบั หลอดพลาสตกิ แล้วนาหลอดไปอยใู่ กล้กับเศษถุงพลาสติก)
- เพราะเหตุใดเศษถุงพลาสติกเล็กๆ ท่ีไม่ได้นาไปขัดถูกับวัตถุใด จึงเคลื่อนท่ีเข้าหาหลอด
พลาสตกิ
(แนวคาตอบ เพราะเมอื่ นาหลอดพลาสติกไปถูกับผ้าแห้งหลายๆ ครัง้ หลอดพลาสติกจะมีปะ
จุบวก ผ้าแห้งจะมีประจุลบ และเม่ือนาหลอดพลาสติกท่ีไม่เป็นกลางทางไฟฟ้าเข้าใกล้เศษ
ถุงพลาสติกเล็กๆ ที่มีน้าหนักเบา จะเกิดการเหน่ียวนาไฟฟ้า สามารถดึงดูดเศษถุงพลาสติก
เลก็ ๆ ได)้
3. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทากิจกรรมท่ี 2 ผลของแรงไฟฟ้าว่า ถ้าขัดถูวัตถุชนิดเดียวกันด้วยส่ิ ง
เดียวกันจะเกิดแรงผลักระหว่างวัตถุ แต่ถ้าขัดถูวัตถุชนิดเดียวกันกับส่ิงที่ต่างกันจะเกิดแรงดึงดูด
ระหวา่ งวตั ถุ
4. ครเู ปิด PowerPoint เรอ่ื ง แรงไฟฟ้า ให้นกั เรียนดู และอธิบายเพ่ือเพิ่มเตมิ ความเขา้ ใจของนกั เรยี น
5. นกั เรยี นตอบคาถามท้าทายการคิดข้ันสูงว่า ถา้ ใชผ้ ้าสกั หลาดขัดถูไม้บรรทดั พลาสติกเพียงคร้ังเดียว ไม้
บรรทัดจะดูดกระดาษชิ้นเลก็ ๆ ไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคาตอบ ดดู กระดาษไมไ่ ด้ เน่ืองจากจานวนครงั้ ในการขดั ถนู ้อยเกนิ ไปจึงไมท่ าใหเ้ กดิ แรงไฟฟ้า)
6. นักเรียนทากิจกรรมหนูตอบได้ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 75 หรือทาใน
แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 46
7. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้เก่ียวกับเรื่องท่ีได้เรียนรู้จากบทท่ี 1 ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนผัง
ความคดิ แผนภาพ ลงในสมดุ ประจาตวั นกั เรยี น
8. นักเรียนทุกคนศึกษาแผนผังความคิด สรุปสาระสาคัญประจาบทที่ 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ
ป.6 เลม่ 1 หนา้ 78 เพอ่ื ตรวจสอบการเขียนสรุปความร้ทู ีน่ กั เรียนทาไว้ในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
ชว่ั โมงท่ี 3
ขั้นสอน (ต่อ)
ขน้ั ขยายความรู้
1. นักเรยี นตอบคาถามเพอื่ ทบทวนความรูเ้ ดมิ วา่ เพราะเหตใุ ด ในช่วงฤดูหนาวจึงเกิดแรงไฟฟ้าขน้ึ บ่อย
(แนวคาตอบ เพราะความชืน้ ในอากาศตา่ ทาผวิ วัตถุแลกเปล่ียนประจไุ ฟฟา้ ไดง้ า่ ย)
2. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน (ใช้กล่มุ เดมิ ) เพ่อื ทากจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
1) แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมารบั อุปกรณ์ ดงั น้ี
- ลูกโป่ง 1ใบ - ถุงพลาสตกิ 1 ใบ
- หนงั ยาง 1 เสน้ - กระป๋องน้าอัดลมเปล่า 1 ใบ
2) วางกระป๋องน้าอัดลมเปล่าลงบนพื้นหอ้ ง เป่าลกู โปง่ ให้ใหญ่ แล้วใชห้ นังยางมัดปากลูกโปง่ ให้แน่น
ใชถ้ งุ พลาสติกขัดถลู ูกโป่งหลายๆ ครง้ั
3) นาลูกโป่งด้านที่ถูกขัดถูเข้าใกล้กระป๋อง จากนั้นสังเกตการเปล่ียนแปลงบันทึกผลลงในสมุด
ประจาตวั นักเรียน
4) แต่ละกลุ่มนาผลการทดลองมาอภปิ รายร่วมกันภายในชั้นเรยี น
3. ครจู ดั กจิ กรรมแข่งขันกระป๋องซิ่งของนักเรยี น โดยปฏบิ ัติดงั น้ี
1) ครูเตรยี มพ้ืนทีแ่ ข่งขันคอื บริเวณหนา้ ช้นั เรยี น จากนัน้ กาหนดจดุ เร่มิ ต้นและเสน้ ชยั ให้ชัดเจน
2) แต่ละกลุ่มจับสลากเพ่ือแบ่งสาย จากน้ันจับคู่ให้แต่ละกลุ่มแข่งขันกันโดยทาให้กระป๋องเคลื่อนที่
โดยใช้แรงไฟฟ้า กลุ่มที่ถึงเส้นชัยก่อนคือผู้ชนะในเกมนั้น โดยกติกาการแข่งขันเป็นแบบแพ้คัด
ออก
3) นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ แขง่ ขันไปเร่ือยๆ จนไดก้ ล่มุ ผู้ชนะ
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ )
4. นักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 80 บันทึกลงในสมุด
ประจาตัวนกั เรียน หรอื ทาในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 47-48
5. นกั เรียนทากจิ กรรมทา้ ทายการคดิ ข้นั สงู ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 49
ขนั้ สอน (ตอ่ ) ช่วั โมงที่ 4
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ทบทวนความรู้เดิม โดยนักเรียนตรวจสอบว่า ตัวอย่างการเกิดแรงไฟฟ้าในชีวิตประจาวันที่นักเรียน
บอกมาตง้ั แต่กจิ กรรมข้นั กระตุ้นความสนใจว่า เกิดจากแรงไฟฟ้าจรงิ หรือไม่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร
2. ครูสุ่มให้นักเรียนนาเสนอตัวอย่างการเกิดแรงไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน พร้อมท้ังอธิบายวิธีการเกิดแรง
ไฟฟ้า
3. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน เพอ่ื ทากิจกรรมสรา้ งสรรค์ผลงาน โดยปฏบิ ตั ิดังน้ี
1) สมาชกิ แต่ละกลุ่มผลดั กันเล่าเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจาวันที่เกิดจากแรงไฟฟ้า จากนน้ั ร่วมกันแสดง
ความคิดเห็นวา่ เหตุการณ์ของแต่ละคนเกิดข้นึ ไดอ้ ย่างไร
2) สืบคน้ ข้อมลู จากแหล่งต่างๆ เกี่ยวกับการเกิดแรงไฟฟา้ ในชีวิตประจาวัน และการใช้ประโยชนจ์ าก
แรงไฟฟา้
3) แต่ละกลุม่ ระดมสมองเลือกเรอ่ื ง การเกิดแรงไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวันมา 1-2 เรือ่ ง
4) จากนนั้ นาขอ้ มลู มาทาเปน็ แผ่นพับใหม้ ีเนือ้ หาท่ีถกู ต้อง โดยในแผ่นพบั มขี ้อมลู ต่อไปนี้
- ความหมายของแรงไฟฟ้า
- แรงไฟฟ้าทเี่ กดิ ขึ้นในชีวติ ประจาวัน
- การใช้ประโยชนจ์ ากแรงไฟฟา้ ในชวี ติ ประจาวัน
5) ให้แตล่ ะกลมุ่ นาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- ตัวอยา่ งเหตุการณ์การเกดิ แรงไฟฟ้าในชวี ิตประจาวนั (อาจใชว้ ิธกี ารสาธติ เหตกุ ารณ์)
- อธิบายการเกดิ และผลของแรงไฟฟ้า
- ยกตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชน์จากแรงไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน
6) นกั เรยี นนาผลงานไปตัง้ ไวใ้ นบรเิ วณตา่ งๆ ทเี่ หมาะสมของโรงเรียนเพอ่ื ใหค้ วามรู้ เชน่ ในหอ้ งสมุด
บอรด์ ประชาสมั พนั ธ์
ขน้ั สรุป
1. นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรจู้ ากกิจกรรมไดว้ า่ เมื่อนาวัตถุ 2 ชนิดที่ผา่ นการขดั ถูแลว้ เมือ่ นาเข้าใกล้กัน
อาจดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นน้ีเป็นแรงไฟฟ้า ซ่ึงเป็นแรงไม่สัมผัส เกิดข้ึนระหว่างวัตถุท่ีมีประจุ
ไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุท่ีมีประจุไฟฟ้าชนิด
เดียวกนั ผลักกัน ชนิดตรงขา้ มกนั ดงึ ดดู กนั
ขน้ั ประเมนิ
ข้ันตรวจสอบผล
1. ตรวจบันทกึ ผลกจิ กรรมที่ 1 การเกดิ แรงไฟฟา้ ในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรฯ์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 43
2. ตรวจบนั ทกึ ผลกจิ กรรมที่ 2 ผลของแรงไฟฟา้ ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 45
3. ครูประเมนิ ผลงานแผน่ พบั ความรูเ้ ร่ืองการเกิดแรงไฟฟ้า
4. ครตู รวจแผนผังความคดิ สรุปสาระสาคญั ประจาบทที่ 1
5. ครูตรวจกจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรูใ้ นสมุดประจาตัวนักเรยี น
6. ครตู รวจกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจาตวั นกั เรยี นหรือในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 เล่ม 1
หน้า 45 และ 46
7. ครตู รวจกิจกรรมฝึกทกั ษะในสมดุ ประจาตวั นกั เรียน หรอื ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า
47-48
8. ครตู รวจกจิ กรรมทา้ ทายการคิดขน้ั สงู ในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ฯ ป.6 เล่ม 1 หน้า 49
7. การวัดและประเมินผล
รายการวดั วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
- แบบประเมนิ ผลงาน
1) ผลงานแผน่ พับ - ประเมนิ ผลงาน - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
ผ่านเกณฑ์
ความรู้ เรือ่ ง
การเกิดแรงไฟฟา้
2) กิจกรรมที่ 1 - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ฯ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเกดิ แรงไฟฟ้า วิทยาศาสตร์ฯ ป.6 ป.6 เลม่ 1 หน้า 43
เลม่ 1 หนา้ 43
3) กิจกรรมท่ี 2 - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ฯ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ผลของแรงไฟฟ้า วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 ป.6 เล่ม 1 หน้า 45
เลม่ 1 หน้า 45
4) สรปุ สาระสาคัญ - ตรวจสมุดประจาตัว - สมดุ ประจาตัวนักเรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประจาบทที่ 1 นักเรียน
หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤติกรรมประเมินรายเทอม
5) กิจกรรมพฒั นา - ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมุดประจาตวั นกั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรียนรู้ นกั เรยี น
6) กิจกรรมหนูตอบ - ตรวจสมุดประจาตวั - สมุดประจาตวั นักเรียน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ได้ นักเรยี นหรอื แบบฝึกหัด หรือแบบฝกึ หดั
วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 เลม่ 1
เล่ม 1 หนา้ 45 และ 46 หน้า 45 และ 46
7) กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - ตรวจสมุดประจาตัว - สมดุ ประจาตัว หรือ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
บทที่ 1 หรอื แบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ฯ
วทิ ยาศาสตรฯ์ ป.6 ป.6 เลม่ 1 หนา้ 47-48
เลม่ 1 หนา้ 47-48
8) กิจกรรมท้าทาย - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ฯ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การคิดขนั้ สูง วทิ ยาศาสตร์ฯ ป.6 ป.6 เล่ม 1 หนา้ 49
เล่ม 1 หนา้ 49
9) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - คุณภาพอย่ใู นระดับดี
การทางาน การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
10) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอย่ใู นระดับดี
การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เลม่ 1
2) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.6 เล่ม 1
3) วัสดุ-อปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในกิจกรรมที่ 1 การเกดิ แรงไฟฟ้า
4) วัสดุ-อุปกรณ์ท่ใี ช้ในกจิ กรรมท่ี 2 ผลของแรงไฟฟา้
5) วสั ดุ-อปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นกิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้
6) PowerPoint เร่อื ง แรงไฟฟ้า
7) ลกู โป่งขนาดเลก็
8) สมดุ ประจาตวั นักเรียน
9) สือ่ วดิ โี อyoutube
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) อินเทอรเ์ นต็
3) หอ้ งสมดุ
ส่ือการเรียนรู้
สื่อการสอนคลิปวดิ ีโอ https://youtu.be/E1mhubSdvhc
เคร่ืองมือวดั ผล
ผลงานนกั เรียน
เคร่ืองมือนิเทศ
ติดตามโดยใชเ้ คร่ืองมือทาง Line
ติดตามโดยใชเ้ ครื่องมือ Liveworksheets
ภาพถา่ ยกิจกรรม
ปกี ารศึกษา
ตาแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
รายงานผลการดาเนนิ งาน
กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย
ระดับประถมศึกษา ปีการศกึ ษา 2564
นายอนุเดช จันทง ตาแหนง่ ครูผูช้ ่วย
ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
โรงเรียนอนุบาลโพทะเล “รัฐบารงุ ”
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2
คานา
โครงการกิจกรรมการเรียนรู้บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา จัดทาข้ึนเพ่ือส่งเสริมให้
นักเรียนมีทักษะกระบวนการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร์ การลงมือปฏิบัติจริง โดยมีการศึกษาสภาพปัญหา รายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ความต้องการของ
ครผู ู้สอนและนักเรียน การกาหนดเปา้ หมายพัฒนา การประชมุ วางแผนการดาเนินงาน การปฏิบัติตามแผนการ
เนินงาน การนิเทศและติดตาม รวมถึงการประเมินผล เพื่อนาผลการพัฒนาไปใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง
และเป็นระบบ ซึ่งผลผลการดาเนินการส่งผลให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และได้
ประสบการณจ์ ากการเรียนรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
ขอขอบคุณบคุ ลากรท่ีเกย่ี วข้องกับการดาเนินการโครงการทุกท่าน ท่ีร่วมมือในการดาเนินงานให้
สาเร็จบรรลุผลตามเป้าหมายที่กาหนด ซึ่งทาให้เกิดผลประโยชน์สาหรับครูผู้สอน ผู้เก่ียวข้องและนักเรียน
สาหรับใชใ้ นการพฒั นางานใหม้ คี วามกา้ วหนา้ ต่อไป
อนเุ ดช จันทง
ผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ
สารบญั หนา้
1
ตอนที่ 1 ข้อมูลพ้นื ฐาน 1
ตอนที่ 2 การดาเนินงานกจิ กรรมการเรยี นรูบ้ ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย
ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔ 5
ตอนท่ี 3 ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ 6
เอกสารประกอบอนื่ ๆ 7
15
- ตัวอยา่ งแผนการจัดการเรียนรู้ 19
- ตัวอยา่ งรูปภาพกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ 21
- ตวั อยา่ งรูปภาพส่ือการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 22
- ตัวอย่างรูปภาพสื่อออนไลน์การเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
- แบบรายงานผลการจดั การเรียนรอู้ อนไลนท์ ีใ่ ชใ้ นการนิเทศและติดตาม
แบบรายงานผลการดาเนนิ งาน
กิจกรรมการเรียนรบู้ า้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔
สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต ๒
....................................................
ตอนที่ ๑ ข้อมูลพน้ื ฐาน
๑.๑ โรงเรียนอนุบาลโพทะเล “รฐั บารงุ ”
๑.๒ งบประมาณที่ไดร้ บั ทงั้ หมด จานวน ๔,๕๐๐ บาท
(ไดร้ บั จัดสรรจากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ตามหนังสอื ราชการ
ท่ี ศธ 04100/1044 ลงวันท่ี 7 เมษายน 2564)
๑.๓ จานวนครูผสู้ อนทเ่ี ข้ารับการอบรม ๕ คน
(การสัมมนาโครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา ในรปู แบบ
ออนไลน์ (Online) ผ่านระบบ Zoom Meeting ตามหนังสอื ราชการที่ ศธ 04100/1852 ลงวนั ที่ 24
มถิ ุนายน 2564)
๑.๔ จานวนครผู ู้สอนทีเ่ ขา้ รว่ มกจิ กรรม 5 คน
(ครผู ้สู อนวิทยาศาสตร์ทุกระดบั ช้นั ในโรงเรยี น)
๑.๕ จานวนนกั เรยี นทเี่ ข้าร่วมกจิ กรรมระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 – 6 จานวน 736 คน
ตอนท่ี ๒ การดาเนนิ งานกจิ กรรมการเรยี นรบู้ า้ นนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
ประจาปี ๒๕๖๔
๒.๑ วธิ ีดาเนินงาน
๒.๑.๑ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู/้ กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร
1 หลกั การและเหตุผล
วิทยาศาสตร์มีความจาเป็นต่อการดารงชีวิตในประจาวันของมนุษย์ การนาความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์ไปใชใ้ นทางทีถ่ ูกต้องและเหมาะสมจะช่วยให้เกิดการพัฒนาความคิดให้เป็นคนทมี่ ีเหตุผล
มคี วามคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ รู้จักการคดิ วเิ คราะหแ์ ละสามารถแก้ปญั หาตา่ งๆได้ ทางโรงเรยี นอนบุ าลโพทะเล
“รัฐบารุง” ไดเ้ ห็นความสาคญั ของการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรท์ ่จี ะนาความรทู้ ไ่ี ด้ไปพฒั นานักเรียนให้รู้จักต้ังคาถาม
อย่างมีเหตุมีผล ใช้ทักษะท่ีเหมาะสมกับวัย รู้จักใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัยเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์
และใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ดอ้ ย่างเป็นระบบ สามารถนาไปใช้ในชวี ิตของนักเรียนได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพอื่ ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นได้เรยี นรู้ประสบการณต์ รงของกิจกรรมการเรยี นรู้จากครูผ้สู อน
2.2 เพ่อื ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นมีทกั ษะพ้ืนฐานทางวทิ ยาศาสตร์
3. เป้าหมาย
3.1 ด้านปรมิ าณ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-6 โรงเรียนอนุบาลโพทะเล “รัฐบารุง” จานวน ได้เข้าร่วม
กิจกรรมการเรยี นรู้
3.2 ดา้ นคุณภาพ
1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-6 ร้อยละ 90 ได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงของกิจกรรม
การเรยี นรจู้ ากครผู ู้สอน
2) นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 ร้อยละ 90 มีทกั ษะพ้นื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์
4. ขัน้ ตอนการดาเนินงานโครงการ ( พฤษภาคม – สิงหาคม พ.ศ.2564)
ลาดับ รายการกิจกรรม ระยะเวลา ผู้รับผดิ ชอบ หมายเหตุ
ท่ี พฤษภาคม
1 ประชุมวางแผนโครงการร่วมกับคณะครผู ู้สอน นายอนุเดช จนั ทง
ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ พฤษภาคม และครูผู้สอนใน
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์
2 ประชุมวางแผนหนา้ ท่รี ับผิดชอบในแต่ละ พฤษภาคม นายอนเุ ดช จนั ทง
สว่ นงาน มิถนุ ายน – และครผู สู้ อนใน
สงิ หาคม รายวชิ าวิทยาศาสตร์
3 สั่งซ้ืออุปกรณก์ ารเรยี นการสอนท่ีเก่ียวข้องกับ สิงหาคม นายอนุเดช จนั ทง
วทิ ยาศาสตร์ สงิ หาคม
นายอนุเดช จันทง
4 ดาเนนิ การตามแผนดาเนนิ งาน และครผู ู้สอนใน
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์
5 ประเมินผลโครงการ นายอนเุ ดช จันทง
6 รายงานผลการดาเนินโครงการ นายอนุเดช จันทง
5. งบประมาณ
5.1 งบประมาณที่ไดร้ ับ
เงนิ อุดหนนุ
(งบดาเนินงาน: ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ) 4,500 บาท
เงนิ อน่ื ๆ (………………………….) - บาท
รวม 4,500 บาท
5.2 งบประมาณทีใ่ ช้ไป
เงนิ อดุ หนุน
(งบดาเนนิ งาน: คา่ ตอบแทนใช้สอยและวสั ดุ) 4,500 บาท
เงินอนื่ ๆ (………………………….) - บาท
รวม 4,500 บาท
สรุปดา้ นงบประมาณ
ใช้ไป 4,500 บาท
เหลอื - บาท
6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงไม่สามารถจัด
กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยในรูปแบบ On-Site (การจัดการเรียนการสอนแบบปกติ) ครูรับผิดชอบ
โครงการและครูผู้สอนที่เข้าร่วมกิจกรรมจึงได้หาแนวทางในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้าร่วมกิจ กรรม
โครงการบา้ นนกั วิทยาศาสตรน์ ้อย ดงั น้ี
On-line เป็นการเรียนการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต การใช้วิดีโอการเรียนรู้ของบ้าน
นักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย
On-demand เป็นการเรียนรูผ้ า่ นแอพพลิเคชั่นต่างๆ ท่คี รแู ละนักเรยี นตกลงใช้ร่วมกนั เช่น การ
เรยี นออนไลน์ ผา่ น ZOOM, Google Meet และLine เป็นต้น
On-hand เป็นการเรียนรู้ที่บ้านโดยครูจัดทาเอกสาร หรือใบงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับ
นกั เรยี นได้ทาท่ีบ้านของตนเอง
ตัวอยา่ งการจัดการเรยี นรู้ ดงั น้ี
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 เรอื่ ง การสบื เสาะหาความรู้
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 เรื่อง สมบตั ิของวสั ดุ
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 เรื่อง การสร้างแบบจาลอง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 เรอื่ ง การวดั และการใช้จานวน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เรื่อง การเปลีย่ นแปลงของสาร
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 เรือ่ ง ระบบย่อยอาหาร
การจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนได้นาเนื้อหาสาระ กิจกรรมต่างๆที่เก่ียวข้องกับโครงการ
บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเข้ามาสอดแทรก และใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้
ข้างต้น เช่น กิจกรรมการทดลองในรายการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ครูได้
จัดเตรียมขึ้น ใบงานหรือใบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ครบกระบวนการแล้ว
ครผู ู้สอนไดน้ าแบบฝึกหัด แบบทดสอบหรอื ใบงาน เพ่ือเป็นการประเมินความรู้จากสิง่ ท่นี ักเรยี นได้เรียนรู้ ซ่ึงจะ
สามารถทาให้ครูผู้สอนนาผลการประเมินไปตรวจสอบ ปรับปรงุ แกไ้ ขตอ่ ไป
7. การประเมนิ โครงการ
ลาดบั ท่ี ตัวบ่งช้ีสภาพความสาเรจ็ เคร่อื งมอื ที่ใช้วัดและประเมินผล
1
ร้อยละ 90 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-6 ได้ แบบบันทึกคะแนน/กิจกรรมของ
2
เรียนรู้ประสบการณ์ตรงของกิจกรรมการเรียนรู้จาก ครูผสู้ อนวิทยาศาสตร์
ครูผสู้ อน
รอ้ ยละ 90 ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 มี แบบบันทึกคะแนน/กิจกรรมของ
ทกั ษะพ้นื ฐานทางวิทยาศาสตร์ ครผู ู้สอนวทิ ยาศาสตร์
๒.๑.๒ การนิเทศ ตดิ ตาม
1) การนิเทศ ติดตามจากศึกษานเิ ทศก์ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพิจติ ร เขต 2 โดย
การนเิ ทศ ตดิ ตาม ณ โรงเรียน และการนเิ ทศ ตดิ ตามในรูปแบบออนไลน์
2) การนิเทศภายในโรงเรียน จากผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ครูวิชาการโรงเรยี นโดยการนเิ ทศ ตดิ ตาม ณ
ชนั้ เรยี น และการนิเทศ ติดตามในรปู แบบออนไลน์
๒.๒ ผลการดาเนินงาน
๒.๒.๑ ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้/กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร
ท่ี เป้าหมายโครงการ สภาพความสาเรจ็ ผลการดาเนินงาน
1 นักเรยี นสว่ นใหญ่ได้เรียนรู้ประสบการณ์
บรรลุ ไมบ่ รรลุ
ตรงของกิจกรรมการเรยี นร้จู ากครูผสู้ อน
นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1-6
2 นกั เรยี นส่วนใหญ่มีทักษะพืน้ ฐานทาง
วิทยาศาสตร์ ได้เรยี นรเู้ กย่ี วกับวทิ ยาศาสตร์ เชน่
ความรวู้ ิทยาศาสตร์ การสารวจ
การทดลอง เนื้อหาในบทเรียน
เปน็ ต้น
นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1-6
มีทกั ษะพื้นฐานทางวทิ ยาศาสตร์
เช่น การบนั ทกึ การสงั เกต
การทดลอง เป็นต้น
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกิจกรรม
เสริมหลกั สตู ร สง่ ผลใหน้ กั เรยี นมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ดงั น้ี
1) ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนในกลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2563 มี
ค่าเฉล่ยี ร้อยละ 75 เปน็ ไปตามเป้าหมายทส่ี ถานศึกษากาหนด
2) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา
2563 มคี ่าเฉล่ยี ร้อยละ 40.08 เม่อื เปรยี บเทียบกับปีการศึกษา 2562 พบว่า มีผลการทดสอบสงู ขน้ึ
รอ้ ยละ 4.69
๒.๒.๒ ผลการนเิ ทศ ติดตาม
จากการนิเทศ ติดตาม พบว่า ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการ
เรียนรู้ แบบวัฏจักรการสืบเสาะ และจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพ่ือพัฒนาความรู้ ทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ และเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ของนกั เรยี นเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ซง่ึ พบครผู ู้สอนที่มีการพัฒนาส่อื การเรียนร/ู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เป็นแบบอยา่ งทดี่ ี ได้แก่
1) นางสาวเจนจิรา พงษส์ ุวรรณ
จดั การเรยี นรู้ เรือ่ ง การสบื เสาะหาความรู้ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1
2) นายอนุเดช จนั ทง
จัดการเรียนรู้ เรอ่ื ง สมบตั ิของวัสดุ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
3) นางสาวพชรน์ รินทร์ ศรพี ุธภร
จดั การเรียนรู้ เร่อื ง การสร้างแบบจาลอง ประถมศึกษาปีที่ 3
4) นางสาวภสั นนั ท์ เอี่ยมกลั่น
จัดการเรียนรู้ เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงของสาร ประถมศึกษาปีท่ี 5
นักเรียนส่วนใหญ่ได้เรียนเรียนรู้และมีความเข้าใจในเนื้อหาวิทยาศาสตร์ และทักษะพื้นฐานทาง
วทิ ยาศาสตร์ รวมถงึ ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนนิ งาน ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาในการ
จัดการเรียนการสอนทุกสปั ดาห์ ทาใหก้ ารดาเนนิ งานเปน็ ไปอย่างเรียบรอ้ ย
๒.๓ ปัญหาอปุ สรรค
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมบ้าน
นักวิทยาศาสตร์น้อยในรูปแบบ On-Site (การจัดการเรียนการสอนแบบปกติ) ทาให้ครูผู้สอนปรับเปลี่ยนกิจกรรม
เป็นรูปแบบออนไลน์หรือรูปแบบตามท่ีครูผู้สอนกาหนด ส่งผลให้นักเรียนบางส่วนท่ีไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือไม่มี
โทรศัพท์ คอมพวิ เตอรท์ ี่ใช้ในการเรียนการสอนไมส่ ามารถดาเนนิ กจิ กรรมการเรียนได้
๒.๔ แนวทางการพฒั นา
กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้ปรับเปล่ียนในรูปแบบออนไลน์หรือรูปแบบท่ีครูผู้ส อนวิทยาศาสตร์
กาหนด ส่งผลใหน้ กั เรียนบางส่วนทมี่ ขี อ้ จากัดในเรอื่ งของโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ไมส่ ามารถดาเนินกิจกรรมได้
ทาให้ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ดาเนินการแจกใบงาน ใบความรู้ในรูปแบบ On-Hand เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และทา
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้
หากสถานการณ์สามารถกลับมาเรียนในรูปแบบปกติ On-Site ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์จะดาเนินกิจกรรม
บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยในรูปแบบปกติ เพ่ือท่ีนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้และประสบการณ์เต็ม
ประสทิ ธภิ าพ
ตอนท่ี ๓ ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ
-
เอกสารประกอบ
ตวั อยา่ ง
แผนการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์