The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yukoltorn17, 2022-06-16 02:26:00

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว13101

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรียนรสู้ ง่ิ ตา่ งๆ รอบตวั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3

เรือ่ ง เรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ 1 เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง

ผู้สอน นางสาวพัชร์นรินทร์ ศรพี ุธภร วันที่สอน……………เดือน……………………พ.ศ…………

1. มาตรฐานการเรียนรู้
-

2. ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี
-

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายวธิ ีการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถแสดงทกั ษะการจาแนกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ (P)
3. นักเรยี นใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน และมวี นิ ยั ในการเรียน (A)

4. สาระสาคญั
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง พฤติกรรมท่ีเกิดจากการปฏิบัติและการฝึกฝนความคิด

อยา่ งเป็นระบบ ซ่ึงก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านสติปัญญา การแก้ปัญหาและการค้นคว้าหาความรู้ใหม่อย่างมี
ประสิทธิภาพและเชอ่ื ถอื ได้

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- การอธบิ าย การเขยี น การตอบคาถาม
2. ความสามารถในการคิด
- การสังเกต การสารวจ การคิดวิเคราะห์ การสร้างคาอธิบาย การอภิปราย
การส่ือความหมาย การทากิจกรรมโดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
การสบื คน้ โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
- สามารถแกป้ ัญหาท่เี กดิ ขึน้ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- มวี ินยั
- มุง่ ม่ันในการทางาน
- ใฝ่เรยี นรู้

7. สาระการเรียนรู้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะการคิดของนักวิทยาศาสตร์ท่ีนามาใช้ในการศึกษา

คน้ ควา้ สบื เสาะหาความรู้ และแกป้ ัญหาต่างๆ ทกั ษะกระบวนทางวทิ ยาศาสตร์ ขัน้ พนื้ ฐาน มี 8 ทกั ษะ ดงั นี้
1. ทักษะการสังเกต เป็นการใช้ประสาทสัมผัสท้ัง 5 อย่างใดอย่างหน่ึงหรือ ใช้หลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ตา หู
จมูก ลิ้น และผิวกาย เพ่ือค้นหาและบอกรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่สังเกต โดยท่ีไม่ใส่ความคิดเห็นของผู้
สงั เกตลงไป
2. ทักษะการจาแนกประเภท เป็นการแบ่งพวกการจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ หรือการเรียงลาดับ วัตถุ หรือเหตุการณ์
ต่าง ๆออกเป็นหมวดหมู่ โดยใช้ความเหมือนกัน หรือความแตกต่างกัน มาเป็นเกณฑ์ในการจาแนกวัตถุ
เหตกุ ารณ์ หรอื ส่ิงตา่ ง ๆ ออกจากกัน
3. ทกั ษะการวดั เป็นการเลอื กและการใชเ้ ครื่องมือต่าง ๆ เพื่อหาค่าของสิ่งต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขได้ถูกต้อง
และเหมาะสมกับส่ิงที่ตอ้ งการวัดรวมทัง้ บอกหรอื ระบหุ นว่ ยของตัวเลขท่ไี ด้มาจากการวดั อย่างถูกตอ้ ง
4. ทักษะการใช้จานวน เป็นการใช้ความรู้สึกเชิงจานวนและการคานวณ โดยการนับจานวนหรือคิดคานวณ
เพอื่ บรรยายหรือระบรุ ายละเอยี ดเชงิ ปริมาณของสง่ิ ท่ีสังเกตหรอื ทดลองได้
5. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล เป็นการใช้ความคิดเห็นจากความรู้หรือประสบการณ์เดิม เพ่ืออธิบาย
ขอ้ มูลที่ได้จากการสังเกตอยา่ งมเี หตผุ ล โดยอาศยั ข้อมลู หรอื สารสนเทศทเ่ี คยเก็บรวบรวมไว้ในอดีต
6. ทักษะการจัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล เป็นการนาข้อมูลที่รวบรวมได้จากวิธีการต่าง ๆ มาจัด
กระทาให้อยู่ในรูปแบบท่ีมีความหมาย หรือมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น รวมท้ังนาข้อมูลมาจัดกระทาในรูปแบบ
ต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนภูมิ ตาราง กราฟ การเขยี นบรรยาย สมการ เพื่อใหผ้ อู้ ่นื เข้าใจความหมายได้ง่ายขนึ้
7. ทักษะการหาความสัมพันธ์ของสเปซกับเวลา แบ่งได้ 2 แบบคือการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซ
กับสเปซ เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างพนื้ ท่ีท่ีวัตถุต่าง ๆ ครอบครองอยู่ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซ
กับเวลา เปน็ การหาความสมั พันธ์ระหวา่ งพื้นทีท่ ่วี ัตถุครอบครอง เมอ่ื เวลาผ่านไป
8. ทกั ษะการพยากรณ์ เป็นการคาดคะเนผลลัพธ์ของปรากฏการณ์ สถานการณ์ การสังเกต หรือการทดลอง
ไว้ล่วงหน้า โดยอาศยั ขอ้ มูล หรอื ประสบการณข์ องเรอื่ งนน้ั ที่เกดิ ซ้า ๆ เป็นแบบรูปมาช่วยในการคาดการณ์ส่ิงที่
จะเกิดขน้ึ

แหล่งที่มา : https://www.aksorn.com/edu-047

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้5E (60 นาที)
ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) (5 นาท)ี

1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเก่ียวกับทักษะการจัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล
ทักษะการสร้างแบบจาลอง และหลักฐานกับส่ือสารทางวิทยาศาสตร์ โดยนาภาพแมว 2 ตัว ตัวละภาพ มาให้
นกั เรยี นสงั เกต โดยแมวทั้งสองตัวมีขนาดแตกต่างกัน และในภาพแมวท่ีตัวมีขนาดใหญ่กว่ามีชามอาหารวางอยู่
ด้วยจากน้ันใช้คาถาม ดังน้ี

- จากการสังเกตแมวในภาพนกั เรียนได้ขอ้ มูลอะไรบา้ ง (ข้อมูลลักษณะของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ขนาดของร่างกาย)

- จากการสังเกตแมวทั้งสองตัวมีข้อมูลใดบ้างท่ีเหมือนกัน และมีข้อมูลใดบ้างท่ีแตกต่างกัน
(นักเรียนตอบตามส่ิงท่ีสังเกตได้ เช่น ข้อมูลท่ีเหมือนกันได้แก่ มีขา 4 ขา มีหัว หู หาง ตีน ข้อมูลที่แตกต่างกัน
ได้แก่ ขนาดรา่ งกาย สีขน สตี า)

- ถ้าต้องการบอกเล่าข้อมูลท่ีได้จากการสังเกตภาพแมวทั้ง 2 ตัว ให้กับคนที่ไม่เคยเห็นภาพแมวน้ี
นกั เรียนจะทาไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ เช่น เล่าลักษณะของแมวจากความจาให้คนอ่นื ฟัง
วาดภาพและชีส้ ว่ นต่าง ๆ ของแมว แล้วนาไปให้ผ้อู น่ื ดหู รอื ถา่ ยภาพแมวแล้วนาไปให้ผู้อ่นื ดู)

- จากภาพของแมว นักเรียนคิดว่าแมวมีขนาดแตกต่างกัน เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตามความ
เข้าใจ เช่น แมวมีขนาด แตกต่างกันเพราะมีอายุไม่เท่ากันแมวที่อายุมากกว่ามีขนาดลาตัวใหญ่กว่าแมวที่อายุ
น้อย หรือแมวมีขนาดแตกต่างกัน เพราะมีอาหารกินไม่เท่ากันแมวในภาพที่มีชามอาหารวางอยู่มีขนาดลาตัว
ใหญ่กว่าแสดงวา่ มีอาหารกนิ มากกว่า)
ข้นั ที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration) (40 นาที)

1. นักเรียนศึกษาเรื่องการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยให้อ่านชื่อหน่วย และอ่านคาถามสาคัญ
ประจาหน่วยที่ 1 ดังนี้ จัดกระทาข้อมูลและนาเสนอความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมีหลักฐานท่ีน่าเชื่อถือได้
อย่างไร

2. ครูให้นกั เรียนอ่านชอื่ บท และจุดประสงค์การเรียนรู้ประจาบท ในหนังสือเรียน หน้า 1 จากน้ัน
ครใู ช้คาถามเพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจ ดังนี้

- บทน้จี ะได้เรยี นเรื่องอะไร (เร่ืองการเรียนรแู้ บบนกั วิทยาศาสตร)์
- จากจุดประสงค์การเรียนรู้เม่ือเรียนจบบทน้ีนักเรียนสามารถทาอะไรได้บ้าง (สามารถใช้
ทักษะการจดั กระทาและส่ือความหมายข้อมูล ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และสเปซกับ
เวลา และทักษะการสร้างแบบจาลองในการสืบเสาะและอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสามารถใช้
หลักฐานทน่ี ่าเช่ือถอื มาประกอบการอธบิ ายความรูท้ าง วิทยาศาสตร์)
3. นักเรียนอ่านแนวคิดสาคัญในหนังสือเรียนหน้า 2 จากนั้นครูใช้คาถามดังนี้จากการอ่านแนวคิด
สาคัญ นกั เรยี นคดิ ว่าจะได้เรียนเกีย่ วกับเรอ่ื งอะไรบา้ ง (เรียนเร่ืองทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซของ
วัตถุ ทักษะการจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูลทักษะ การสร้างแบบจาลอง และการใช้หลักฐานท่ี
นา่ เชือ่ ถือมาสนบั สนนุ คาตอบอย่างสมเหตุสมผล)
4. นกั เรยี นสง่ ตัวแทนออกมารับใบงาน เร่ือง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายและลงขอ้ สรุป (explanation) (5 นาท)ี
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายจากจุดประสงคก์ ารเรียนรู้และแนวคดิ สาคัญ โดยใช้คาถาม เชน่
- จากจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูน้ ักเรียนไดอ้ ะไรบ้าง
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ จากบทเรียน โดยรว่ มกนั สรุปว่า

- จากจุดประสงค์และแนวคิดสาคัญเราสามารถใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อธิบาย
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และใช้หลกั ฐานที่น่าเชอ่ื ถือมาสนับสนนุ คาตอบอย่างสมเหตุสมผล
ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration) (5 นาที)

1.ครูให้นักเรียนใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาหัวข้อเรื่อง “ทาไมปลูกถ่ัวงอกได้ถ่ัว
เขียว” นักเรียนสรา้ งแบบจาลองการปลกู ถวั่ งอกได้ถั่วเขยี ว

2. นักเรียนศึกษาค้นคว้าทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการและข้ันตอนท่ี
นกั วทิ ยาศาสตร์ใชด้ าเนินการเพ่ือคน้ คว้าหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
ขั้นท่ี 5 ประเมนิ (evaluation) (5 นาท)ี

1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันเฉลยใบงานและแบบทดสอบ
2. ครูตัง้ คาถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น
3. นักเรยี นถามในส่งิ ท่สี งสยั และยังไม่รแู้ ละครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ

9. สือ่ การเรียนรู้
1. ภาพแมว
2. หนงั สือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เล่ม 1
3. ใบงาน เรอ่ื ง ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

10. การวดั ผลและประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ ผปู้ ระเมิน
ผู้เรียนผา่ นเกณฑ์ ครผู สู้ อน
1.ด้านความรู้ (K) ความถกู ตอ้ งของ ใบงานเร่ือง ทักษะ ระดบั พอใช้ข้นึ ไป ครผู ้สู อน
กระบวนการทาง
นกั เรยี นสามารถอธบิ าย คาตอบในใบงาน วิทยาศาสตร์ ผเู้ รียนผา่ นเกณฑ์ ครูผู้สอน
ระดับพอใช้ขน้ึ ไป
วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ แบบประเมนิ การ
สังเกตการให้ความ ผเู้ รียนผา่ นเกณฑ์
ได้ ร่วมมอื ในการทา ระดบั พอใช้ขนึ้ ไป
กจิ กรรม
2.ดา้ นทักษะ/ สงั เกตการให้ความ
แบบประเมิน
กระบวนการ (P) ร่วมมือในการทา พฤติกรรมบง่ ช้ี
คุณลักษณะอนั พงึ
นกั เรยี นสามารถแสดง กิจกรรมภายในห้อง ประสงค์

ทกั ษะการจาแนกทกั ษะ

กระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ได้

3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะ(A) ประเมินความตง้ั ใจ

นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั เรียน ต้ังใจในการ

ในการทางาน และมีวินัย ทางาน และความตรง

ในการเรยี น ตอ่ เวลาในการสง่ งาน

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑ์ประเมินด้าน K

รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ

นักเรยี นสามารถ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
อธบิ ายวิธกี ารทาง
วิทยาศาสตร์ได้ นกั เรยี นสามารถอธบิ าย นกั เรยี นอธบิ ายวิธีการทาง นักเรียนอธบิ ายวธิ ีการทาง

วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ได้ วิทยาศาสตรไ์ ด้ ถูกต้องเปน็ วทิ ยาศาสตร์ได้ เพยี งสว่ น

อย่างถูกต้องและครบถ้วน สว่ นใหญ(่ 5-7คะแนน) นอ้ ย(ตา่ กวา่ 5คะแนน)

(8-10คะแนน)

*หมายเหตุ นักเรียนต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับ 2 ขนึ้ ไป

เกณฑ์ประเมินด้าน P

รายการประเมนิ ดี (3) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (1)
พอใช้ (2)

นักเรียนสามารถแสดง นกั เรียนสามารถแสดง นกั เรียนสามารถแสดงทกั ษะ นักเรียนสามารถแสดง

ทักษะการจาแนก ทกั ษะการจาแนกทักษะ การจาแนกทักษะ ทกั ษะการจาแนกทักษะ

ทักษะกระบวนการ กระบวนการทาง กระบวนการทาง กระบวนการทาง

ทางวิทยาศาสตร์ได้ วิทยาศาสตร์ได้อยา่ ง วทิ ยาศาสตรไ์ ด้ไดถ้ ูกต้องเป็น วทิ ยาศาสตรไ์ ด้ไดเ้ พยี ง

ถกู ต้องและครบถว้ น สว่ นใหญ่ ( 5-7 คะแนน) สว่ นน้อย

( 8-10 คะแนน) (ต่ากว่า 5 คะแนน)

*หมายเหตุ นกั เรียนตอ้ งผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ 2 ข้ึนไป

เกณฑ์ประเมนิ ดา้ น A

รายการประเมิน ดี (3) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง (1)
พอใช้ (2)

นักเรยี นใฝ่เรียนรู้ มคี วามตั้งใจเรียน ต้ังใจใน มีความตัง้ ใจเรยี น ต้ังใจใน ไมม่ ีความต้ังใจเรียน ไม่

มุ่งมั่นในการทางาน การทางาน และส่งงานตรง การทางาน และสง่ งานตรง ตง้ั ใจในการทางาน และสง่

และมีวนิ ัยในการเรียน เวลาทุกคร้ัง(4คะแนน) เวลาบางครั้ง (2-3 คะแนน) งานไม่ตรงเวลา(ตา่ กวา่ 2

คะแนน)

*หมายเหตุ นกั เรยี นต้องผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั 2 ขนึ้ ไป

การตรวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้

 แผนการจดั การเรยี นรมู้ ีองค์ประกอบครบถ้วน ทุกองค์ประกอบสอดคลอ้ งกันและมคี วาม
เหมาะสมสาหรับนาไปใช้จดั การเรียนรใู้ ห้แก่นกั เรยี น

 แผนการจัดการเรยี นรู้มีองคป์ ระกอบครบถ้วน มีบางองคป์ ระกอบทย่ี ังสอดคล้องกนั ควรปรับปรุง
แก้ไข ไดแ้ ก.่ .........................................................................................กอ่ นนาไปนาไปใชจ้ ัดการเรียนรใู้ ห้แก่
นกั เรียน

 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................................................
(นางสพุ ัตรา ชัยรตั นศักดา)

ผ้อู านวยการโรงเรียนอนบุ าลโพทะเล “รัฐบารงุ ”

บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

ผลการประเมนิ นักเรยี นทั้งหมด………………คน

ด้าน (K) นักเรียนสามารถอธิบายวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้

ผ่านเกณฑ์การประเมินมีคณุ ภาพอยใู่ นระดับดี จานวน……………….คน คิดเป็นรอ้ ยละ…………….

ผ่านเกณฑ์การประเมินมคี ณุ ภาพอยู่ในระดับพอใช้ จานวน……………….คน คดิ เป็นร้อยละ……………..

ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จานวน………...........คน คิดเป็นรอ้ ยละ…………….

ดา้ น (P) นกั เรียนสามารถแสดงทกั ษะการจาแนกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ด้

ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ มีคณุ ภาพอยใู่ นระดับดี จานวน……………….คน คดิ เป็นร้อยละ…………….

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ มีคุณภาพอยใู่ นระดบั พอใช้ จานวน……………….คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ……………..

ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จานวน………...........คน คิดเปน็ ร้อยละ…………….

ด้าน (A) นักเรียนใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มนั ในการทางาน และมีวินัยในการเรียน

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินมคี ณุ ภาพอยูใ่ นระดบั ดี จานวน……………….คน คดิ เป็นร้อยละ……………

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ มคี ุณภาพอยใู่ นระดบั พอใช้ จานวน……………….คน คดิ เปน็ ร้อยละ……………..

ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ จานวน………...........คน คิดเป็นร้อยละ…………….

รายช่ือนักเรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ

ลาดบั ช่ือ-สกลุ สาเหตุ-ปัญหา แนวทางแก้ไข

1

2

3

4

5

ลงชื่อ..............................................................ผู้สอน
(นางสาวพชั รน์ รนิ ทร์ ศรีพุธภร)
ครู คศ.1

ตวั อยา่ งรูปภาพกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์







ตวั อย่างรปู ภาพผลงานกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ตวั อย่างรูปภาพสื่อการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์

ตัวอย่างรปู ภาพสอ่ื ออนไลน์การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนการสอนในชว่ งสถานการณโ์ รคระบาดโควดิ -19

การจดั การเรียนรู้รูปแบบออนไลน์ของครูวิทยาศาสตร์

การจดั การเรยี นรู้รปู แบบออนไลนโ์ ดยใช้สอ่ื ออนไลน์

ตวั อยา่ ง

รายงานผลการจัดการเรียนการสอนออนไลน์
เพอ่ื ใช้ในการนเิ ทศและการติดาม









ปกี ารศึกษา

รายการผลการดำเนินงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 0

แบบรายงานผลการดำเนินงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้บา้ นนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ประจำปี ๒๕๖๔

สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาพจิ ติ ร เขต ๒

....................................................
ตอนที่ ๑ ข้อมูลพืน้ ฐาน

๑.๑ โรงเรียน สำนักขนุ เณร(หลวงพอ่ เขยี นอทุ ิศ)
๑.๒ งบประมาณที่ไดร้ บั ทงั้ หมด จำนวน ๔,๕๐๐ บาท

(ไดร้ บั จัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ตามหนงั สอื ราชการ
ที่ ศธ 04100/1044 ลงวนั ที่ 7 เมษายน 2564)

๑.๓ จำนวนครูผูส้ อนท่เี ข้ารบั การอบรม ๑ คน
(การสมั มนาโครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ในรปู แบบออนไลน์

(Online) ผา่ นระบบ Zoom Meeting ตามหนงั สอื ราชการท่ี ศธ 04100/1852 ลงวันที่ 24 มิถนุ ายน 2564)
๑.๔ จำนวนครูผ้สู อนทีเ่ ขา้ รว่ มกิจกรรม ๑ คน
(ครูผ้สู อนวทิ ยาศาสตรท์ ุกระดับช้นั ในโรงเรียน)
๑.๕ จำนวนนกั เรียนที่เขา้ ร่วมกิจกรรมระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1-6 จำนวน 183 คน

ตอนท่ี ๒ การดำเนินงานกจิ กรรมการเรียนรูบ้ ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา
ประจำปี ๒๕๖๔
๒.๑ วธิ ดี ำเนนิ งาน
เนอื่ งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่อเชื้อไวรสั โคโรนา่ ๒๐๑๙ จึงใหก้ ารจดั กิจกรรมการ

เรียนรู้ต้องหยุดเรยี นอยทู่ บ่ี ้าน คณุ ครจู ึงหาแนวทางในการเรียนรู้กจิ กรรมเกี่ยวกบั บ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ระดับ
ประถมศกึ ษา โดยการจดั กจิ กรรมการเรียนรผู้ ่าน ON-DEMAND ผ่านชอ่ งทางเพจ ครูวทิ ยค์ ิดบวก เพ่ือใหน้ ักเรยี นได้
ศกึ ษาเน้ือหาจากคลิปวดี ีโอ ซ่ึงมกี ารมารบั อุปกรณแ์ ละมีรนุ่ พี่มธั ยมเปน็ พี่เล้ียงในการจัดกิจกรรมท่ีบา้ น โดยมีการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี

๒.๑.๑ การจัดกจิ กรรมการเรียนร/ู้ กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร
1) การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ในรายวชิ าวิทยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 โดยใชร้ ปู แบบการจดั การเรยี นรู้โดยใช้รูปแบบออนไลน์ ผ่าน ON-DEMAND โดย
การจัดทำส่ือการเรยี นรู้ในรูปแบบ Power Point โดยใช้วิธีการสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งมีข้ันตอนดังตอ่ ไปนี้

ขัน้ ท่ี 1 ตง้ั คำถามเก่ยี วกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ข้ันท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สันนษิ ฐาน
ขั้นท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ตั ิการสืบเสาะ
ขน้ั ท่ี 4 สังเกตและบรรยาย
ขั้นท่ี 5 บันทึกข้อมูล
ข้ันท่ี 6 อภิปรายผล

รปู ที่ ๑ วฏั จักรการสืบเสาะ

รายการผลการดำเนินงาน กิจกรรมการเรยี นร้บู ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 1

ตัวอย่างการจดั การเรียนรู้
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เรอ่ื ง ตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 เรื่อง เจลลา้ งมอื
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 เรื่อง น้ำยาล้างจาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 เรือ่ ง สบูเ่ หลว
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เรือ่ ง แชมพสู ระผม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรือ่ ง ผ้ามดั ยอ้ มหลากสี

๒) การจัดกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร ได้แก่ กจิ กรรมโครงงานวทิ ยาศาสตร์ กิจกรรมสัปดาห์
วทิ ยาศาสตร์

๒.๑.๒ การนิเทศ ติดตาม
การนเิ ทศติดตามการจัดการเรยี นรู้ ดังนี้
1) การนิเทศ ตดิ ตามจากศกึ ษานิเทศก์ สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา

พิจิตร เขต 2 โดยการนิเทศ ตดิ ตาม ณ โรงเรยี น และการนิเทศ ตดิ ตามในรปู แบบออนไลน์
2) การนเิ ทศภายในโรงเรยี น จากผู้บริหารสถานศึกษา ครูวิชาการโรงเรยี น

โดยการนิเทศ ติดตาม ณ ชน้ั เรียน และการนเิ ทศ ติดตามในรปู แบบออนไลน์
๒.๒ ผลการดำเนินงาน
๒.๒.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนร้/ู กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร
จากการจดั กิจกรรมการเรยี นร้กู ลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกิจกรรม

เสริมหลกั สูตร ส่งผลใหน้ ักเรยี นมีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ดังน้ี
1) ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ปกี ารศกึ ษา 2563 มีคา่ เฉล่ียรอ้ ยละ 63.02 เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด
2) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ัน้ พ้นื ฐาน (O-NET) ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

ปกี ารศกึ ษา 2563 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ ๓๔.๒๘ เม่ือเปรียบเทียบกบั ปีการศึกษา 2562 พบวา่ มีผลการทดสอบสงู ขึ้น
เท่ากับ ๓.๑๙

๒.๒.๒ ผลการนเิ ทศ ติดตาม
จากการนเิ ทศ ติดตาม พบวา่ ครูผสู้ อนมีการจัดการเรยี นการสอนโดยใชร้ ูปแบบ

รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการสบื เสาะ และจดั กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร เพือ่ พัฒนาความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และเจตคติทางวิทยาศาสตรข์ องนักเรยี นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ซ่งึ พบครผู ู้สอนท่ีมีการพัฒนาสือ่ การเรียนร/ู้ วธิ ีการจดั การเรียนรู้ที่เป็นแบบอย่างทีด่ ี ไดแ้ ก่

1) นางสาววนิดา พนั ลำ จดั การเรยี นรู้ เรื่อง ผา้ มดั ยอ้ มหลากสี ชน้ั ป.๖
2) นางสาววนดิ า พนั ลำ จดั การเรยี นรู้ เร่ือง ตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ ช้ัน ป.๑
๒.๓ ปญั หาอุปสรรค
๑. เน่ืองจากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดต่อเช้ือไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ จึงให้การจดั กิจกรรม
การเรียนรตู้ อ้ งหยุดเรียนอยู่ท่ีบ้าน
๒. การใชอ้ ปุ กรณ์ในการทำกิจกรรมท่ีอาจเสี่ยงตอ่ อันตรายได้
๒.๔ แนวทางการพัฒนา
๑. คุณครูจงึ หาแนวทางในการเรียนรู้กิจกรรมเก่ียวกบั บ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ระดับประถมศกึ ษา โดย
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ผา่ น ON-DEMAND ผา่ นช่องทางเพจ ครวู ทิ ย์คดิ บวก

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรยี นรูบ้ ้านวทิ ยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 2

๒.ให้รุ่นพม่ี ัธยมเปน็ พีเ่ ลี้ยงในการจดั กิจกรรมท่บี า้ นโดยใหน้ ักเรียนได้ศึกษาเนอื้ หาจากคลิปวีดีโอและมีการ
มารบั อปุ กรณท์ โ่ี รงเรยี น
ตอนที่ ๓ ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ

๑. อยากให้ทาง สพฐ.จัดอบรมกิจกรรมเกยี่ วกับบ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ระดบั ประถมศึกษา ใหก้ ับ
ครูผูส้ อนเยอะๆคะ เพอ่ื จะได้นำแนวทางมาปฏบิ ตั ิให้กบั ผู้เรยี นเปน็ แนวปฏบิ ัติเดยี วกัน

รายการผลการดำเนินงาน กิจกรรมการเรียนรูบ้ ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 3

เอกสารประกอบ

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรียนรูบ้ ้านวทิ ยาศาสตรน์ ้อยประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา 4

ตวั อย่างการจดั กจิ กรรม

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 5

ตวั อยา่ งการจดั กิจกรรม

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 6

เครือ่ งมือวดั ผล

แบบบนั ทกึ การสังเกตและประเมนิ ผลการทำงาน

ครงั้ ที่ ………… เรอื่ ง ................................................................
รหัสวชิ า .......................... ภาคเรยี นที่…....ปีการศกึ ษา………… ช้นั ................ โรงเรียน ..................................
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี √ ลงในชอ่ ง
ท่ตี รงกับระดบั คะแนน

พฤตกิ รรม / ระดับคะแนน

ความสนใจ การมสี ่วน การตอบ การยอมรบั ทำงาน
ลำดบั ชอ่ื – สกลุ ในการทำ ร่วมในการ คำถาม ฟังความ ตามทีไ่ ด้รบั รวม
ท่ี
กิจกรรม แสดงความ คดิ เห็นผ้อู ่นื มอบหมาย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมายถงึ ดี
ระดบั 2 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 9 - 12 หมายถึง ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมายถงึ ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน รอ้ ยละ 60 ( 9 คะแนน )

ลงชอื่ ................................................
()
ครูผสู้ อน / ผปู้ ระเมิน

รายการผลการดำเนินงาน กิจกรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 7

เกณฑ์การสงั เกตและประเมินผลการทำงาน

รายการประเมนิ คณุ ภาพ/ระดับคะแนน

ดี(3) ปานกลาง(2) ปรบั ปรุง (๑)

๑.ความสนใจในการทำ มีความสนใจในการทำ มีความสนใจในการทำ ขาดความสนใจในการ
กจิ กรรมบางกจิ กรรม ทำกจิ กรรม
กิจกรรม กจิ กรรมตลอดทุกกิจกรรม การมีสว่ นรว่ มในการ ขาดการมสี ่วนร่วมใน
แสดงความคิดเหน็ บาง การแสดงความคดิ เห็น
๒.การมสี ว่ นร่วมในการแสดง การมสี ว่ นร่วมในการแสดง กิจกรรม
มีการตอบคำถาม ๓ ข้อ ไม่มีการร่วมตอบคำถาม
ความคดิ เห็น ความคดิ เหน็ ตลอดทุก เลย
มกี ารยอมรับฟังความ ไม่การยอมรับฟังความ
กจิ กรรม คดิ เหน็ ผู้อ่นื บางกิจกรรม คิดเหน็ ผูอ้ ื่น
ทำงานเสรจ็ แตเ่ สรจ็ ชา้ สง่ งานล้าช้ามาก
๓.การตอบคำถาม มีการตอบคำถาม 5 ข้อข้นึ กว่าในเวลาทกี่ ำหนด เกดิ ทำงานไมส่ ำเรจ็
ปัญหาในการทำงาน
ไป

๔.การยอมรับฟังความคดิ เห็น มีการยอมรบั ฟังความ

ผู้อืน่ คดิ เห็นผอู้ ่ืนทุกกจิ กรรม

๕.ทำงานตามท่ีได้รับ ทำงานเสรจ็ ในเวลาท่ี

มอบหมาย กำหนดและประสบ

ความสำเร็จอยา่ งสมบูรณ์

รายการผลการดำเนนิ งาน กิจกรรมการเรยี นร้บู ้านวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา 8

เคร่อื งมือการนเิ ทศ

รปู แบบการดำเนินการกจิ กรรมได้ดำเนินการตามรูปแบบการบริหารโรงเรยี นคุณภาพ
P I R A S A K MODEL ของ ผอ.พรี ศกั ด์ิ โตคำวรพจน์ ดังนี้

รูปแบบการบรหิ ารโรงเรยี นคณุ ภาพ P I R A S A K MODEL

ข้นั ตอนการดำเนนิ การ รายละเอยี ดการดำเนินการ

การวางแผน(PLAN) เตรยี มเนื้อหา ใบงาน สื่อการสอน การติดต่อนักเรียนสร้างกลุ่ม FACEBOOK

การใช้นวัตกรรม(INNOVATION) การสอนดว้ ย CANVA & POWERPOINT

ความพร้อม(READY)  ผู้สอน นกั เรยี น ผปู้ กครองงบประมาณ วสั ดอุ ปุ กรณ์ การจัดการ

การดำเนินการ(ACT) ดำเนนิ การสอนดว้ ย CANVA & POWERPOINT โดยผ่านเพจครวู ิทยค์ ิดบวก

กลยทุ ธ์การทำงาน(STRATEGY) การทำงานเป็นทีมกบั คณะครู (Team Work)

การประเมนิ ผล(ASSESSMENT) ผลงานนกั เรยี น แบบสอบถาม แบบสังเกต

องค์ความรู้ท่ีได(้ KNOWLEDGE) กระบวนการทำงานการจดั การเรยี นการสอนดว้ ย CANVA & POWERPOINT โดย

ผ่านเพจครูวทิ ยค์ ิดบวกทีส่ ามารถนำไปเปน็ ต้นแบบการเรียนออนไลน์

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรสั โควิด-19

รายการผลการดำเนินงาน กจิ กรรมการเรียนรูบ้ ้านวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 9

รายการผลการดำเนินงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 10

รายการผลการดำเนินงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 11

ประมวลภาพการทำกจิ กรรม

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรียนร้บู ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา 12

ประมวลภาพการทำกจิ กรรม

รายการผลการดำเนนิ งาน กจิ กรรมการเรียนร้บู ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 13

รายการผลการดำเนินงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้บ้านวทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา 14



แบบรายงานผลการดำเนินงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้บ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา ประจำปี ๒๕๖๔

สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิจติ ร เขต ๒
....................................................

ตอนท่ี ๑ ข้อมูลพ้ืนฐาน
๑.๑ โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๖๐ (บ้านเขาตะพานนาก)
๑.๒ งบประมาณท่ีได้รับทัง้ หมด จำนวน ๔,๕๐๐ บาท
(ไดร้ บั จัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสอื ราชการ

ที่ ศธ 04100/1044 ลงวนั ที่ 7 เมษายน 2564)
๑.๓ จำนวนครผู ู้สอนทเี่ ข้ารับการอบรม 1 คน
(การสมั มนาโครงการบ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดับประถมศกึ ษา ในรูปแบบ

ออนไลน์ (Online) ผ่านระบบ Zoom Meeting ตามหนงั สอื ราชการที่ ศธ 04100/1852 ลงวันที่ 24
มถิ ุนายน 2564)

๑.๔ จำนวนครผู ้สู อนทเ่ี ขา้ รว่ มกจิ กรรม 1 คน
(ครูผู้สอนวทิ ยาศาสตร์ทุกระดบั ชั้นในโรงเรยี น)

๑.๕ จำนวนนักเรียนทเี่ ข้ารว่ มกจิ กรรมระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1-6 จำนวน 102 คน

ตอนที่ ๒ การดำเนนิ งานกิจกรรมการเรียนรู้บ้านนกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา
ประจำปี ๒๕๖๔
๒.๑ วธิ ีดำเนนิ งาน
๒.๑.๑ การจดั กจิ กรรมการเรียนร/ู้ กจิ กรรมเสริมหลักสตู ร
1) การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในรายวชิ าวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1-6 โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการสบื เสาะ ซ่งึ มขี ั้นตอน
ดังต่อไปนี้

ขัน้ ท่ี 1 ตง้ั คำถามเกย่ี วกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคดิ และข้อสันนษิ ฐาน
ขนั้ ท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสืบเสาะ
ขน้ั ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย
ขัน้ ท่ี 5 บันทกึ ข้อมูล
ขน้ั ที่ 6 อภปิ รายผล
ตวั อยา่ งการจดั การเรยี นรู้ ดังน้ี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เร่อื ง สำรวจพืชและสตั ว์ในบรเิ วณต่าง ๆ
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 เรอ่ื ง แสงกับการดำรงชีวิตของพชื
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 เรื่อง การประกอบวัตถชุ ้นิ ใหม่จากชน้ิ สว่ นย่อย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 เร่ือง การคายนำ้ ของพืช
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 เรอื่ ง การลดแรงเสียดทานและการเพิ่มแรงเสียดทาน
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 เรอื่ ง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน

2) การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาการคำนวณ เพ่ือเพม่ิ ทักษะการคิดแบบมีเหตผุ ล
และเปน็ ขั้นตอน(Coding) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1-6 โดยใช้รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ แบบวฏั จกั รการสืบเสาะ ซง่ึ มี
ขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี

ขั้นท่ี 1 ตงั้ คำถามเก่ยี วกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สันนษิ ฐาน
ขั้นท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ
ขน้ั ที่ 4 สังเกตและบรรยาย
ขั้นท่ี 5 บันทกึ ข้อมูล
ขัน้ ท่ี 6 อภิปรายผล
ตัวอยา่ งการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 เรอ่ื ง การใช้อปุ กรณเ์ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 เรอื่ ง ลำดบั ขัน้ ตอนการแกป้ ัญหา
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 เรื่อง การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 เรอื่ ง การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์ scratch

เบอ้ื งต้น
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เร่ือง การติดต่อสอื่ สารผ่านอนิ เทอร์เนต็
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เรื่อง กระบวนการทำงานแบบวนซ้ำ
3) การจดั กจิ กรรมเสรมิ หลักสตู ร ได้แก่ กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ กจิ กรรม
ค่ายวิทยาศาสตร์ กจิ กรรมสัปดาห์วทิ ยาศาสตร์
4) การจดั การเรยี นรู้โดยใช้รูปแบบออนไลน์ ผา่ น ZOOM Cloud Meetings
โดยการจัดทำสือ่ การเรียนรู้ในรูปแบบ Power Point รปู แบบ E-book
ตัวอยา่ งการจดั การเรียนรู้ ดงั น้ี
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 เรอื่ ง สำรวจพืชและสัตว์ในบริเวณต่าง ๆ
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 เรอ่ื ง แสงกบั การดำรงชีวติ ของพชื
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 เรอื่ ง การประกอบวัตถุช้นิ ใหม่จากชิ้นสว่ นยอ่ ย
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 เรื่อง การคายนำ้ ของพืช
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เรอ่ื ง การลดแรงเสยี ดทานและการเพ่มิ แรงเสียดทาน
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เรื่อง การตอ่ หลอดไฟแบบอนกุ รมและแบบขนาน
๒.๑.๒ การนิเทศ ตดิ ตาม
การนิเทศติดตามการจัดการเรยี นรู้ ดังน้ี
1) การนิเทศ ติดตามจากศกึ ษานเิ ทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษา
ประถมศึกษาพจิ ิตร เขต 2 โดยการนเิ ทศ ตดิ ตาม ณ โรงเรียน และการนิเทศ ติดตามในรปู แบบออนไลน์
2) การนิเทศภายในโรงเรียน จากผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครวู ิชาการโรงเรียน
โดยการนิเทศ ตดิ ตาม ณ ช้นั เรยี น และการนเิ ทศ ติดตามในรูปแบบออนไลน์

๒.๒ ผลการดำเนนิ งาน
๒.๒.๑ ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู/้ กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร
จากการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และ

กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร ส่งผลให้นักเรียนมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ดังน้ี
1) ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ปีการศกึ ษา 2563 มคี ่าเฉลี่ยรอ้ ยละ 76.97 เปน็ ไปตามเป้าหมายทส่ี ถานศึกษากำหนด
2) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้นั พื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6

ปกี ารศกึ ษา 2563 มีค่าเฉล่ยี ร้อยละ 32.75 เมอ่ื เปรยี บเทียบกบั ปีการศกึ ษา 2562 พบวา่ มีผล
การทดสอบสงู ขึ้น เทา่ กบั 7.78

๒.๒.๒ ผลการนเิ ทศ ติดตาม
จากการนเิ ทศ ติดตาม พบวา่ ครูผู้สอนมกี ารจัดการเรยี นการสอนโดยใชร้ ปู แบบ

รปู แบบการจดั การเรียนรู้ แบบวัฏจกั รการสบื เสาะ และจดั กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร เพอ่ื พัฒนาความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเจตคติทางวิทยาศาสตรข์ องนักเรียนเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ซึง่ พบครูผู้สอนท่มี ีการพฒั นาสอื่ การเรยี นรู/้ วธิ กี ารจัดการเรียนร้ทู ีเ่ ป็นแบบอย่างที่ดี ไดแ้ ก่

1) นางสาวกลั ยรตั น์ ดอนประดิษฐกลุ
จดั การเรยี นรู้ เรื่อง การคายน้ำของพชื ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4

๒.๓ ปญั หาอุปสรรค
ในการทำกจิ กรรมการเรียนรู้ ตอ้ งใช้เวลาในการสังเกตผลการเปล่ียนแปลง การเรยี นออนไลน์มเี วลา
นอ้ ย อาจทำใหน้ ักเรยี นเบื่อหนา่ ย
๒.๔ แนวทางการพฒั นา
มอบหมายชิ้นงานให้นักเรยี นทำล่วงหนา้ และนำผลการบันทึกมานำเสนอในชว่ งเวลาเรียนแทนการ
ทำกิจกรรมในชว่ั โมงเรยี นออนไลน์

ตอนที่ ๓ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบวัฏจกั รการสบื เสาะ ทำใหน้ ักเรยี น

ได้ฝกึ ทักษะกระบวน เช่น การคิด การสงั เกต การต้งั คำถาม ซ่งึ เป็นประโยชน์ตอ่ นักเรียนเป็นอย่างยิ่ง

แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ความหลากหลายของสงิ่ มชี ีวติ เวลาเรียน 5 ชั่วโมง

เรือ่ ง การคายนำ้ ของพชื เวลา 1 ชวั่ โมง

ผู้สอน นางสาวกัลยรัตน์ ดอนประดิษฐกลุ วันทส่ี อน.............เดอื น.......................พ.ศ.............

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสง่ิ มีชวี ิต หนว่ ยพน้ื ฐานของสิ่งมชี วี ิต การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์
ความสัมพันธข์ องโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องระบบต่าง ๆ ของสัตว์ทที่ ำงานสมั พนั ธ์กนั
ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหน้าท่ีของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมท้ัง
นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัด ป.4/1 บรรยายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอก ของพชื ดอกโดยใช้ข้อมลู ท่ี
รวบรวมได้

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สงั เกตและบรรยายหนา้ ทใ่ี บของพชื ดอกได้ (K)
2. ปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ืออธิบายการคายน้ำของพืชได้ครบถ้วนตามขน้ั ตอน (P)
3. ใหค้ วามรว่ มมือในการทำกิจกรรมและรับผิดชอบตอ่ งานที่ได้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้
ใบพชื ทำหนา้ ทสี่ รา้ งอาหาร อาหารท่ีพืชสร้างข้นึ คอื นำ้ ตาล ซึ่งจะถูกสะสมไว้ในรปู แปง้

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ใบเป็นโครงสรา้ งทส่ี ำคัญของพชื ทำหนา้ ที่สรา้ งอาหาร และหายใจซ่งึ เปน็ การแลกเปล่ยี นแกส๊ เช่นเดยี วกับ

คนและสัตว์ ใบของพืชทำหน้าท่ีคายน้ำ ซ่ึงการคายน้ำมีประโยชน์ต่อพืช เพราะช่วยทำให้เกิดการลำเลียงน้ำ
และแรธ่ าตอุ ยา่ งตอ่ เนื่อง
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการตั้งสมมติฐาน
3) ทกั ษะการทดสอบสมมตฐิ าน
4) ทักษะการสรุปอา้ งอิง
5) ทกั ษะการให้เหตุผล
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูนำภาพรปู ร่างลักษณะของใบมาให้นักเรียนดู แล้วสนทนากับนักเรยี นว่า นักเรยี นเคยสังเกตหรือไม่

วา่ ใบของพชื ส่วนใหญ่มลี กั ษณะอย่างไร

(แนวตอบ : ขึ้นอยู่กบั สิ่งทนี่ กั เรยี นสังเกตเห็น เชน่ ใบสเี ขียว ใบเรียวยาว เปน็ เส้นขนาน เปน็ ต้น)
2. ครใู หน้ ักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิดว่า ลักษณะท่ีแตกตา่ งกนั ของใบพืชข้ึนอย่กู ับส่ิงใด

(แนวตอบ : ชนดิ ของใบพืช)
ขน้ั สอน
ขน้ั สำรวจค้นหา (Explore)

1. ครแู บง่ กลุ่มใหน้ ักเรียนกล่มุ ละ 3-4 คน จากนั้นให้แตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาความร้เู รอื่ ง ใบของพืช จาก

แหล่งการเรยี นรู้ตา่ งๆ เช่นหนงั สอื เรียน ห้องสมดุ อนิ เทอร์เนต็ เปน็ ตน้

2. เมื่อสืบค้นข้อมูลได้แล้ว ครูให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาอภิปรายร่วมกัน

โดยผลัดกันเลา่ ทีละคนเรียงตามลำดับแบบเล่าเร่อื งรอบวงในประเดน็ สำคญั ดังน้ี

• โครงสร้างสำคญั ของใบ

• หนา้ ท่ีสำคัญของใบ

3. ครูแจกใบงานที่ 1.8 เรื่อง ใบของพืช ให้นักเรียนแต่ละคนทำ จากนั้นให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลัด

กนั อธิบายคำตอบในใบงานที่ 1.8 โดยเรียงตามลำดับทลี ะคนแบบเลา่ เรอื่ งรอบวง

ขั้นอธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าช้ันเรียน จากน้ันครูเฉลยคำตอบในใบ

งานท่ี 1.8 แลว้ ให้สมาชกิ แต่ละกล่มุ ตรวจสอบผลงาน พร้อมปรับปรงุ แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง

ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. ครถู ามคำถามกระตุน้ ความคดิ วา่ จากน้ันสมุ่ เลอื กนักเรยี นตามลำดับเลขที่ 2-3 ใหต้ อบคำถาม ดังนี้

1) ใบมีความสำคัญต่อการดำรงชวี ิตของพชื อยา่ งไร

(แนวตอบ : สรา้ งอาหาร แลกเปลีย่ นแก๊ส และคายนำ้ )
2) การคายน้ำของพชื มีประโยชน์อยา่ งไร

(แนวตอบ : ช่วยใหใ้ บพชื มคี วามชุ่มชน้ื ชว่ ยลดความร้อนในใบ และลำต้นพืช)
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูให้นักเรยี นช่วยกันอภิปรายความรู้จากการทำกิจกรรมจนไดข้ ้อสรุปวา่ ใบเป็นโครงสร้างที่สำคญั ของ

พืช มีลักษณะแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช ใบมีหน้าที่สร้างอาหารมาใช้ในการเจริญเติบโตของพืช

หายใจ และคายนำ้

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล

พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าชัน้ เรยี น

3. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 1.8 เร่ือง ใบของพชื

ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)

1. ครูสนทนากับนักเรียนว่า พืชคายน้ำได้อย่างไร และด้วยวิธีใด จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม
อย่างอสิ ระ โดยทคี่ รยู ังไม่เฉลยคำตอบ
(แนวตอบ : ขนึ้ อย่กู ับคำตอบของนกั เรียน ให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ูส้ อน)

ข้ันสำรวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรียนจับกลุ่มกันร่วมกันสืบค้นความรู้เรื่อง การคายน้ำของใบไม้ จากหนังสือเรียน ห้องสมุด และ
แหล่งขอ้ มูลอ่ืนๆ จากนน้ั ร่วมกนั สรุปข้อมลู
2. ครูแจ้งจุดประสงค์การทดลองให้นักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการคายน้ำ
ของใบไมจ้ ากน้ันถามคำถามเพื่อกระต้นุ ความคดิ ของนกั เรียนกอ่ นทำกจิ กรรมวา่ พืชมีการหายใจหรือไม่
และหายใจอย่างไร
(แนวตอบ : พืชหายใจผ่านรูปากใบ ซึ่งอยู่ท่ีท้องใบ โดยรูปากใบจะเปิดเพ่ือเป็นทางผ่านของน้ำและ
อากาศ)
3. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมใบงานที่ 1.9 เร่ือง การคายน้ำของพืช เพ่ือศึกษาการ
คายนำ้ ของใบ โดยปฏิบตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
1) ศกึ ษาข้ันตอนการทำกิจกรรมใบงานท่ี 1.9 เรือ่ ง การคายน้ำของพืช อย่างละเอียด หากมีข้อ
สงสัยใหส้ อบถามครู
2) สมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ตั้งปัญหาและตั้งสมมติฐานก่อนการทำกิจกรรม แล้วบนั ทึกผลลงใน
ใบงาน
3) ทำกิจกรรมตามขั้นตอน แล้วบันทึกผล จากน้ันร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม

4. ให้ครูคอยดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติกิจกรรมและให้คำแนะนำในส่วนที่
บกพรอ่ ง

ขั้นอธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองหน้าช้ันเรียน แล้วให้เพ่ือนกลุ่มอื่น
ชว่ ยเสนอแนะเพิม่ เตมิ ในสว่ นท่แี ตกต่าง
2. ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันจนได้ข้อสรุปว่า พืชมีการคายน้ำและการ
คายน้ำของพืชมีผลต่อการลำเลยี งน้ำของพืช สังเกตจากภายในถุงพลาสติกทค่ี รอบกิง่ ไม้ท่ีมใี บมีหยดน้ำ
เกาะทข่ี ้างถุงและน้ำในหลอดทดลองมีปริมาตรลดลง ส่วนภายในถุงพลาสตกิ ที่ครอบกิ่งไม้ที่ ไมม่ ีใบไมม่ ี
การเปล่ียนแปลง

ขั้นสรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)

1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดู PPT เรื่อง การคายน้ำของพืช และศึกษาเนื้อหาเพ่ิมเติมจากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ รวมทั้งศึกษาข้อมูลเพ่ิมเติมจากส่ือดิจิทัลจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ โดยให้ใช้
โทรศพั ท์มอื ถอื สแกน QR Code เร่อื ง การคายน้ำของพืช จากนั้นรว่ มกนั สรุปความร้ทู ไี่ ด้จากการศกึ ษา

2. ครูถามคำถามท้าทายการคิดข้ันสูงจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 44 แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบ
คำถามอยา่ งอิสระ โดยครคู อยเฉลยและอธิบายเพม่ิ เติม ดังนี้

• นกั เรียนคดิ ว่า สว่ นต่างๆ ของพืชสามารถทำหนา้ ท่แี ทนใบได้หรอื ไม่ เพราะอะไร

(แนวตอบ : ไม่ได้ เพราะส่วนตา่ งๆ ของพชื มหี น้าที่แตกต่างกันไป โดยใบทำหน้าท่ีสร้างอาหาร
เน่ืองจากมีคลอโรฟิลล์ และทำหน้าที่หายใจ และคายน้ำ ซึ่งภายในโครงสร้างของใบมีใบปาก
ทำหน้าท่ีในการแลกเปล่ียนแก๊สต่างๆ จากภายนอกและภายในใบพืช และปากใบก็ทำหน้าที่
คายนำ้ เพอ่ื ลดอณุ หภมู ภิ ายในต้นพชื )
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเก่ยี วกับการคายนำ้ ของพชื โดยใหค้ รอู ธิบายเสรมิ ในสว่ นทบี่ กพรอ่ ง

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล

พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น

3. ครตู รวจผลการทำใบงานท่ี 1.8 เรอื่ ง ใบของพืช

4. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมที่ 2 เรอื่ ง การคายนำ้ ของพืช ในสมดุ ประจำตัวนกั เรียน

8. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
รายการวดั ประเมนิ - ตรวจใบงานที่ 1.9 - ใบงานที่ 1.9 - รอ้ ยละ 60

1) ผลบนั ทึกการทำ - ตรวจใบงานท่ี 1.8 - ใบงานที่ 1.8 ผ่านเกณฑ์
กจิ กรรมใบงานท่ี 1.9
2) ใบของพชื - แบบประเมินการ - รอ้ ยละ 60
นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
3) การนำเสนอผล - ประเมินการนำเสนอ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำกิจกรรม ผลการทำกิจกรรม การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
คณุ ลักษณะ
6) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม อันพึงประสงค์ - ระดบั คุณภาพ 2
กล่มุ การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

7) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน

9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
9.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 ความหลากหลายของส่ิงมีชีวติ

2) วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรมที่ 2 เชน่ ดนิ น้ำมนั ถุงพลาสตกิ หลอดทดลอง เปน็ ตน้

3) PowerPoint เรอ่ื ง การคายนำ้ ของพืช

4) QR Code เร่อื ง การคายน้ำของพืช

5) ใบงานที่ 1.8 เร่ือง ใบของพืช

6) ต้นพชื ขนาดไม่ใหญม่ าก

7) ภาพรปู ร่างลกั ษณะของใบ

8) สมุดประจำตวั นักเรยี น

9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน

2) ห้องสมดุ

3) อินเทอรเ์ น็ต

บตั รภาพ



ภาพใบรูปสเี่ หล่ยี มขนมเปยี กปูน ภาพใบรปู รี ภาพใบรปู กลม

ภาพใบรปู หยกั ภาพใบเป็นเส้น ภาพใบรูปใบโพธิ์

ใบงานท่ี 1.8
เรอ่ื ง ใบของพืช
ให้นักเรียนศกึ ษาลักษณะปากใบของพืชตามขน้ั ตอนท่ีกำหนด แลว้ บันทึกขอ้ มลู ดังน้ี
1. พบั ใบพชื แล้วฉกี แฉลบดา้ นหลงั ใบใหไ้ ดเ้ ย่ือบางๆ
2. วางเยื่อผวิ ใบลงบนแผน่ สไลด์และหยดน้ำ สงั เกตดูจากกล้องจุลทรรศน์
 วาดภาพปากใบท่ีสังเกตได้จากกลอ้ งจุลทรรศน์

 สรปุ หน้าท่ขี องใบ

ใบงานท่ี 1.8
เรอ่ื ง ใบของพืช

ใหน้ กั เรยี นศึกษาลักษณะปากใบของพชื ตามข้นั ตอนที่กำหนด แล้วบนั ทึกขอ้ มูล ดังน้ี
1. พับใบพชื แล้วฉีกแฉลบด้านหลังใบใหไ้ ด้เย่ือบางๆ
2. วางเยื่อผวิ ใบลงบนแผน่ สไลด์และหยดน้ำ สังเกตดูจากกล้องจุลทรรศน์

 วาดภาพปากใบที่สังเกตได้จากกลอ้ งจุลทรรศน์

(ตัวอยา่ ง)

(รูปากใบเปิด) (รปู ากใบปดิ )

 สรุปหนา้ ทีข่ องใบ

1. สร้างอาหารมาใชใ้ นการเจรญิ เตบิ โตของพชื
2. หายใจ ซ่งึ เปน็ การแลกเปลยี่ นแก๊สทางปากใบ
3. คายนำ้ ซง่ึ เป็นการกำจดั น้ำของพชื ในรูปของไอน้ำ

ใบงาน 1.9

การคายน้ำของใบไม้
คำช้แี จง ให้นักเรียนทำการทดลองต่อไปนีแ้ ลว้ บนั ทกึ ผล การทดลองการคายนำ้ ของใบไม้
จดุ ประสงค์ ทดลองและแสดงให้เห็นวา่ การคายนำ้ เกิดขน้ึ ที่ใบ

อุปกรณ์ วิธีทำ
1. แบ่งกลมุ่ ให้แตล่ ะกลุ่มนำต้นไมม้ า แล้วเลอื กก่ิงไม้ท่ีมี
1. ต้นไม้ตน้ ไม่ใหญ่มาก
2. ถงุ พลาสติกใส 2 ใบ ขนาดเท่า ๆ กนั 2 กิ่ง กิ่งหนึ่งใหเ้ ด็ดใบทิ้งให้หมด ส่วนอีก
3. หนงั ยาง ก่งิ ไมต่ อ้ งเด็ดใบ
2. นำถุงพลาสติกใสมาครอบก่งิ ไม้ทง้ั 2 กิง่ แล้วใช้หนังยาง
รดั ปากถงุ ให้แนน่
3. ตั้งต้นไม้ไว้ในที่ที่มแี ดดส่องถึง ประมาณ 10-15 นาที
4. สังเกตการเปลี่ยนแปลงแลว้ บันทึกผล จากนัน้ นำผลการ
ทดลองมาอภิปรายร่วมกนั ในช้ัน

สมมติฐาน............................................................................................................................. ........................

บนั ทึกผล

การเปล่ยี นแปลงในถงุ ของก่ิงท่ีมีใบ การเปลี่ยนแปลงในถุงของก่ิงทไ่ี ม่มใี บ

..................................................................... .....................................................................
..................................................................... .....................................................................

สรปุ ผลจากการทดลอง
จากผลการทดลอง แสดงใหเ้ ห็นว่า....................................................................................................

............................................................................................................................. ..................………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..………………………………………………………………………………………………………

เฉลยใบงาน 1.9
การคายนำ้ ของใบไม้
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นทำการทดลองต่อไปนแี้ ลว้ บันทกึ ผล การทดลองการคายนำ้ ของใบไม้
จดุ ประสงค์ ทดลองและแสดงใหเ้ หน็ วา่ การคายน้ำเกิดข้ึนที่ใบ

อปุ กรณ์ วิธที ำ
1. แบง่ กลุม่ ให้แตล่ ะกลุ่มนำตน้ ไม้มา แลว้ เลอื กก่งิ ไม้ที่มี
1. ต้นไม้ตน้ ไม่ใหญ่มาก
2. ถุงพลาสติกใส 2 ใบ ขนาดเทา่ ๆ กนั 2 กิ่ง กิง่ หนึ่งให้เดด็ ใบท้ิงให้หมด สว่ น
3. หนงั ยาง อกี ก่ิงไม่ตอ้ งเด็ดใบ
2. นำถุงพลาสติกใสมาครอบก่ิงไมท้ ้ัง 2 ก่ิง แลว้ ใชห้ นังยาง
รัดปากถงุ ใหแ้ นน่
3. ตั้งตน้ ไม้ไวใ้ นท่ีท่ีมีแดดส่องถึง ประมาณ 10-15 นาที
4. สังเกตการเปลยี่ นแปลงแลว้ บันทึกผล จากนั้นนำผลการ
ทดลองมาอภิปรายรว่ มกันในช้ัน

สมมติฐาน ภายในถงุ พลาสติกทคี่ รอบกิ่งไม้ท่ีมีใบมีหยดนำ้ เกาะทีข่ า้ งถงุ และน้ำในหลอดทดลองมปี ริมาตรลดลง
ส่วนภายในถงุ พลาสตกิ ท่ีครอบก่งิ ไมท้ ่ี ไมม่ ใี บไม่มีการเปลี่ยนแปลง

บนั ทกึ ผล

การเปลี่ยนแปลงในถุงของก่ิงทม่ี ใี บ การเปลี่ยนแปลงในถงุ ของกิ่งท่ีไม่มีใบ

มหี ยดนำ้ ไม่เปล่ยี นแปลง

สรปุ ผลจากการทดลอง

จากผลการทดลอง แสดงใหเ้ ห็นวา่ หยดนำ้ ในถุงเกิดจากการคายนำ้ ของใบไม้ เพราะกงิ่ ที่เด็ดใบท้ิงไม่มี
การคายน้ำออกมา


Click to View FlipBook Version