The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yukoltorn17, 2022-06-16 02:26:00

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

รายงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2564

บันทกึ หลังการสอน

ผลการจดั การเรียนรู้
...................................................................................................... .............................................................. ................
.................................................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................... ..............................
ปญั หา/อุปสรรค
.......................................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................... .........................................................
.................................................................. ............................................................................................... ...................
.............................................................................................................................................. ......................................
............................................................................................... .....................................................................................
ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................... .............................................................
....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ..........................................
........................................................................................... ................................................ .........................................
......................................................................................................................................................... ...........................

ลงชือ่ ................................................................ ผ้สู อน
(นายภุชงค์ ยาด)ี

ตำแหนง่ ครู คศ.1

ชื่อ………………………………………………………………………………….เลขท.่ี ...................ชัน้ ...................

ใบกจิ กรรมเรื่อง ข้อความปริศนากบั เจา้ หนยู อดนกั สืบ
กิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง สมบัตชิ ้ินสดุ ท้าย

คำช้แี จง ให้นักเรยี นสบื คดี โดยการวิเคราะหภ์ าพและการจดั ลำดบั ขอ้ ความสถานการณ์ใหถ้ กู ต้อง พร้อมทง้ั หา
คำตอบว่าใครเปน็ คนขโมยแหวนประจำตระกลู

ชายชราสงสยั วา่ คนทขี่ โมยไปตอ้ งเปน็ ลกู คนใดคนหนง่ึ ของเขา
โคนนั เรยี กทกุ คนมาบรเิ วรที่เกิดเหตุ แล้วสอบปากคำทลี ะคน

..……………..เป็นคนขโมยแหวนประจำตระกูล
มินนใ่ี หก้ ารวา่ ในวันท่ีเกดิ เหตุ เขาได้ออกไปชอ็ ปปง้ิ ข้างนอก ฉนั จะเอาเวลาทไ่ี หนขโมยล่ะ
ชายชราไดเ้ ข้ามาในห้องแล้วพบวา่ แหวนประจำตระกลู ไดห้ ายไป
ชายชราใหก้ ารวา่ ไม่มีใครเคยเปดิ ตู้เซฟน้ีนอกจากเขา
โคนนั เดนิ ดรู อบ ๆ สถานทเี่ กิดเหตุอกี รอบ แลว้ ได้หลักฐานช้ินสำคัญ
ภูริให้การว่าเขาไปเลื่อยไมท้ ่หี ลงั บ้าน ไมไ่ ด้ขึน้ มาทีน่ เี่ ลย อกี อย่างตูเ้ ซฟน้ีกเ็ ปดิ ยาก
ผมทำงานทั้ง วันไม่มีแรง
เปิดหรอก
ชายชราจงึ ไมแ่ จ้งตำรวจแต่จ้างนกั สบื มาสบื วา่ ใครคือขโมย
หลกั ฐานอะไรท่ีทาให้ตดั สินไดว้ า่ คนน้ีคือขโมย
......................................................................................... .................................................................................
.....................................................ก..จิ...ก..ร..ร..ม...ท..่ี..2....เ.ร..อื่ ..ง....ท..า..ง..เ.ล...ือ..ก...ข..อ...ง..โ.ค...น..นั..........................................................

คำช้ีแจง จากตารางแผนท่ี ให้นักเรยี นวางแผนการเดินทางไปสบื คดอี ย่างเป็นลำดับขนั้ ตอน โดยหาเส้นทางที่ดี
ท่ีสุดเพื่อไปที่เกดิ เหตุให้เร็วท่ีสดุ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


โรงเรียนวดั โพทะเล



คำนำ

รายงานการจดั ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในระดบั ประถมศกึ ษา จดั ทำข้ึนเพ่อื ศกึ ษาเร่ืองราวสิ่งต่างๆ ท่ี
อยู่รอบตัวเราที่เด็กสนใจ เด็กๆ ได้ทดลองการปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่
สง่ เสรมิ พฒั นาการ ใหเ้ ดก็ สามารถ เรยี นรู้ไดจ้ ากการสงั เกตดว้ ยประสาทสมั ผัสทัง้ 5 เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหาจาก
สิ่งที่เรียนรู้ได้ตามวัยของเด็ก โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้จากการ
เรยี นรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้

ผูจ้ ัดทำหวงั เปน็ อยา่ งยิง่ วา่ การจัดทำเอกสารฉบบั นี้จะมีข้อมลู ท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผทู้ ่ีสนใจในการจัด
ประสบการณก์ ารทดลองวิทยาศาสตร์และสามารถนำไปประยกุ ต์ ตอ่ ยอดได้ไมม่ ากกน็ อ้ ย

นางสาวศศวิ ิมล สุขขงั
ครผู ู้สอนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ โรงเรียนวดั โพทะเล

โรงเรยี นวดั โพทะเล



สารบัญ
เรอ่ื ง หนา้
คำนำ................................................................................................................................................................. ก
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ........................................................................................................................................1
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 ..................................................................................................................................... 13
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ..................................................................................................................................... 26
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ..................................................................................................................................... 38
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ..................................................................................................................................... 50
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6……………………………………………………………………………………………………………………….60
สื่อการเรียนรู้……………………………………………………………………………………………………………………………..……73

โรงเรียนวดั โพทะเล

1

บทนำ

สง่ิ มชี ีวิต เช่น พืช ลว้ นมี ส่วนประกอบ หรือโครงสรา้ งต่างๆ ทจี่ ำเป็นต่อการ ดำรงชวี ติ ซงึ่ มลี ักษณะท่ี
แตกต่างกันไปตามหน้าที่ของ ส่วนประกอบ หรือโครงสร้างนั้นๆ ในหน่วยการเรียนนี้ นักเรียนจะได้ศึกษา
เกยี่ วกบั ส่วนประกอบตา่ งๆ ของพชื ผา่ นกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่ การเรียนรู้เกีย่ วกับพืช ผ่านแผนการ
จดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 ส่วนประกอบตา่ งๆ ของพืช ส่วนประกอบของพืชประกอบดว้ ย ราก ลำตน้ ใบ
ดอก ผล และเมล็ด

- ส่วนประกอบของพืชประกอบด้วย ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด

หวั ข้อ สนใจในพชื
ระดบั ช้นั ป.1
เวลา 2 ชัว่ โมง

แนวคิดหลัก

พืชและสัตว์เป็นสิ่งมีชีวติ ชนิดหนึ่งโดยพืชมีโครงสร้างภายนอกได้แก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก มีลักษณะ
และหน้าท่แี ตกต่างกัน พืชเหลา่ นีม้ ีความสำคัญตอ่ การดำรงชีวิต จงึ ต้องดแู ลรักษาและป้องกันไม่ให้พืชเหล่าน้ี
ไดร้ ับอันตราย

มาตรฐานและตวั ช้ีวัด

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบของต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธก์ ัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ระบบต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตัวชวี้ ดั ว 1.2 ป.1/1 ระบุช่อื บรรยายลักษณะ และบอกหนา้ ท่ีของส่วนต่างๆ พืช รวมทั้งบรรยายการ
ทำหน้าที่รว่ มกันของส่วนตา่ งๆ ของพืชในการทำกจิ กรรมต่างๆ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้

ความเขา้ ใจที่ยัง่ ยืน

นักเรยี นเขา้ ใจว่าพืชมโี ครงสร้างภายนอกประกอบด้วย ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมลด็ แต่ละสว่ นมี
หน้าที่ แตกตา่ งกันไป

โรงเรยี นวดั โพทะเล

2

คำถามสำคัญ

1. โครงสรา้ งภายนอกของพชื และสตั ว์มอี ะไรบา้ งและมคี วามสำคัญอยา่ งไร

ความรแู้ ละทกั ษะที่นกั เรยี นได้รบั
คำสำคญั : ราก ลำต้น ใบ
ทักษะ

- ทกั ษะการสงั เกต
- ทักษะการต้งั คำถาม
- ทักษะการพยากรณ์
เจตคติ
- การใช้เครอ่ื งมือทางวทิ ยาศาสตรอ์ ย่างระมัดระวังและปลอดภัย
- การใหค้ วามรว่ มมือในการทำงานกลุ่ม
- แรงบนั ดาลใจในการเรยี นวทิ ยาศาสตร์

หลกั ฐานการเรยี นรู้

ภาระงาน
- แบบบนั ทกึ กจิ กรรมต่างๆ

โรงเรียนวดั โพทะเล

3

กจิ กรรมการเรียนรู้

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 : สว่ นประกอบตา่ งๆ ของพชื

ขั้น กิจกรรม เวลา (นาท)ี
10
ขั้นต้งั คำถามเกี่ยวกบั นักเรียนสังเกตตน้ ไมใ้ นกระถางหน้าชนั้ เรียนพร้อมตง้ั คำถาม 5

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เพ่อื นำเขา้ สู่กจิ กรรมการเรียนรู้เรอ่ื งส่วนประกอบของพืช 60

ข้นั รวบรวมความคิด นักเรยี นรวบรวมความคิดเกี่ยวกบั ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช 10
25
และขอ้ สนั นิษฐาน และสันนษิ ฐานหนา้ ท่ขี องส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชเหลา่ น้ัน
10
ขน้ั ทดสอบและ นักเรยี นทำกิจกรรม 3 กิจกรรม ได้แก่

ปฏบิ ตั ิการ สบื เสาะ - กจิ กรรมที่ 1.1 ทำความรู้จกั กับรากพืช

- กิจกรรมท่ี 1.2 รากดูด – ใบคาย

- กจิ กรรมที่ 1.3 การคายน้ำของพืช

ข้นั สงั เกตและบรรยาย นักเรยี นรว่ มกนั บรรยายเก่ียวกบั ส่วนประกอบของพืช และ

หนา้ ที่

ของสว่ นประกอบของพชื

ขนั้ บนั ทกึ ข้อมูล นกั เรียนบันทกึ ข้อมลู ในแบบบนั ทึกกิจกรรมที่ 1.1 แบบบนั ทึก

กจิ กรรมที่ 1.2 และแบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 1.3

ขัน้ อภิปรายผล นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายสรุปหลังการทำกิจกรรมจนได้

ขอ้ สรปุ เกีย่ วกบั ส่วนประกอบของพืช และหน้าทข่ี อง

ส่วนประกอบ

ตา่ งๆ ของพืช

โรงเรียนวดั โพทะเล

4

สง่ิ มีชวี ิต

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1 : สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของพชื

บทนำ

สิ่งมีชีวิต เช่น พืชสัตว์ และมนุษย์ ล้วนมี ส่วนประกอบหรือโครงสร้างต่างๆ ที่จำเป็นต่อการ
ดำรงชวี ิต ซึง่ มีลักษณะท่แี ตกต่างกันไปตามหนา้ ท่ีของ ส่วนประกอบหรอื โครงสรา้ งนนั้ ๆ
ในหน่วยการเรียนนี้ นักเรียนจะได้ศึกษา เกี่ยวกับส่วนประกอบต่างๆ ของพืช โครงสร้างภายนอก ของสัตว์
และอวยั วะสำคัญของมนษุ ย์ จากกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ ง ๆ ไดแ้ ก่ การรู้เกีย่ วกบั พืชผา่ นแผนการจัดการ เรียนรู้
ที่ 1 สว่ นประกอบตา่ งๆ ของพชื ซึง่ ประกอบดว้ ย กจิ กรรมการเรียนรู้ยอ่ ย 3 กจิ กรรม การเรียนรเู้ ก่ยี วกับ สัตว์
ผ่านแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 : โครงสร้างร่างกาย ของสัตว์ และเรียนรู้เกี่ยวกับมนุษย์ผ่านแผนการจัดการ
เรยี นรู้ที่ 3 รา่ งกายมนุษย์

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ส่วนประกอบ ตา่ งๆ ของพชื ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ส่วนประกอบ
ต่าง ๆ ของพชื นี้ นกั เรยี นจะได้ศกึ ษาเกี่ยวกับ
ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพชื ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ โดยการทำกิจกรรมทใี่ หน้ กั เรียนได้สงั เกต สบื เสาะเกยี่ วกับ
พืช กิจกรรมที่นกั เรยี นจะได้ปฏบิ ัติได้แก่ กจิ กรรมที่ 1.1 นักเรียนทำความรจู้ กั กบั รากพืช กจิ กรรม
1.2 รากดดู – ใบคาย และกิจกรรม 1.3 การคายน้ำของพชื นักเรียนจะสามารถสรปุ เกีย่ วกับส่วนประกอบและ
หนา้ ท่ขี อง ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของพืช โดยใชเ้ วลาในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ : 3 ชั่วโมง

คำศัพท์
ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด

มาตรฐานและตัวชวี้ ัด

สาระท่ี 1 : วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มีชีวิต หน่วยพน้ื ฐานของส่ิงมชี ีวิต การลำเลียงสารผา่ นเซลล์ ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนษุ ยท์ ท่ี ำงานสัมพนั ธก์ ัน ความสมั พันธ์ของโครงสร้าง
และหนา้ ท่ีของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชทที่ ำงานสมั พันธ์กัน รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้ีวัด ว 1.2 ป.1/1 ระบุชื่อ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา้ ทข่ี องส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายมนุษย์ สัตว์
และพืชรวมทั้งบรรยายการทำหน้าที่ร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ในการทำกิจกรรต่าง ๆ จาก
ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้

โรงเรยี นวดั โพทะเล

5

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

พืชมสี ว่ นตา่ ง ๆ ท่ีมลี ักษณะและหนา้ ทีแ่ ตกตา่ งกนั เพือ่ ใหเ้ หมาะสมในการดำรงชีวติ โดยทั่วไป รากมี
ลักษณะเรียวยาวและแตกแขนงเป็นรากเล็ก ๆ ทำหน้าทด่ี ดู น้ำ ลำต้นมลี กั ษณะเปน็ ทรงกระบอกต้ังตรง และมี
กง่ิ ก้านทำหนา้ ที่ชูกง่ิ กา้ นใบและดอก ใบมีลกั ษณะเป็นแผ่นแบนทำหนา้ ทสี่ รา้ งอาหาร นอกจากน้พี ืชหลายชนิด
อาจมีดอกที่มีสีและรูปร่างต่าง ๆ ทำหน้าที่สืบพันธุ์ รวมทั้งมีผลที่มีเปลือก มีเนื้อห่อหุ้มเมล็ด และมีเมล็ดซึ่ง
สามารถงอกเปน็ ตน้ ใหมไ่ ด้

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ระบุสว่ นประกอบต่าง ๆ ของพืชได้
2. บอกหนา้ ทข่ี องสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของพชื ได้
3. อธิบายการทำงานรว่ มกันของราก ลำตน้ ใบได้
ขั้นตงั้ คำถามเกีย่ วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ

1. จดั สถานการณใ์ ห้นกั เรียนสังเกตตน้ ไม้ในกระถางหรือถงุ ดำ (ตน้ ไมค้ วรมขี นาดใหญท่ ่ีนกั เรยี น ทง้ั ชั้นสามารถ
มองเหน็ ได้ หรอื ครอู าจใช้ตน้ ไม้ทอี่ ยนู่ อกหอ้ งเรยี นท่นี ักเรยี นสามารถมองเหน็ ได้ จากในชั้นเรียนเป็นตัวอย่างก็
ได้) พร้อมตัง้ คำถาม ดงั น้ี

- ต้นไมม้ สี ่วนประกอบอะไรบ้าง (จากการสังเกตตน้ ไม้ นกั เรยี นมองเห็นอะไรในต้นไม้นบี้ ้าง) (คำตอบ : ใบ
ลำต้น ดอก และผล) ครูเขยี นคำตอบหรอื วาดรปู ท่แี สดงถงึ ส่วนประกอบของพืชท่ีนักเรยี นตอบบนกระดาน

- ถา้ ครูทดลองจบั ลำต้นแล้วยกขึ้นนักเรยี นคดิ ว่าถุงดำ/กระถางจะหลดุ ออกจากตน้ ไม้หรือไม่
นักเรยี นตอบคำถามวา่ หลดุ หรือไมห่ ลดุ เพราะเหตใุ ดจงึ คดิ เช่นน้ัน
2. จากนั้นครทู ดลองยกตน้ ไม้ขน้ึ โดยใชม้ ือจับท่ีลำต้นของต้นไม้ไม่ตอ้ งประคองสว่ นของถุงดำ/ กระถางเพ่ือให้
นักเรียนเกิดความสงสยั ว่า เหตุใดถุงดำ/กระถางจงึ ไม่หลุดออกจากลำตน้ (ครูควรเลือกตน้ ไม้ ที่มีรากแข็งแรง
พอสมควร) พรอ้ มตัง้ คำถามว่า
- อะไรทำใหถ้ ุงดำ/กระถางไมห่ ลดุ ออกจากต้นไม้

ขนั้ รวบรวมความคิดและขอ้ สนั นษิ ฐาน

ครูรวบรวมความคิดของนักเรียนเกี่ยวกับส่วนประกอบของพืช และหน้าที่ของส่วนประกอบของพืช เหล่าน้ัน
โดยครูรวบรวมความคิดของนักเรียนแล้วเขียนขึ้นบนกระดาน โดยครูอาจต้ังคำถามเพ่ือรวบรวมความคิดของ
นักเรียน ดงั น้ี

- พืชมสี ว่ นประกอบอะไรบา้ ง
- สว่ นประกอบของพืชแตล่ ะสว่ นทำหนา้ ทอ่ี ะไร

โรงเรียนวดั โพทะเล

6

- รากพชื มีลกั ษณะอย่างไร และมีไว้เพื่ออะไร
- พชื จำเป็นตอ้ งมรี ากหรือไม่
- พชื ทกุ ชนิดมีรากเหมือนกนั หรือไม่
สรุปข้อสันนิษฐานของนักเรียน เช่น พืชทุกชนิดมีส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน คือ มีราก ลำต้น ใบ ดอก
และผล แต่มีลักษณะและหน้าที่แตกต่างกนั โดยใบมีหน้าที่สร้างอาหารให้กับพืช รากมีหน้าที่ดูดน้ำ ลำต้นมี
หน้าที่ลำเลยี งน้ำข้นึ ไปสยู่ อด และลำเลียงอาหารจากยอดลงสรู่ าก

ข้ันทดสอบและปฏบิ ัติการสบื เสาะ

ขั้นตอนนี้นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมทั้งหมด 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 ทำความรู้จักกับรากพืช
กจิ กรรมที่ 2 พชื คายน้ำ และกจิ กรรมท่ี 3 การลำเลียงน้ำของพืช

กจิ กรรมท่ี 1.1 ทำความรจู้ กั กับรากพืช

1. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มคละความสามารถชายหญงิ กลุ่มละ 4 - 5 คน
2. ในกรณีที่ครูเตรียมพืชให้นักเรียนทำกิจกรรม คือ ต้นหญ้า ครูอาจพานักเรียนทำกิจกรรมนอก
ห้องเรียน จากนั้นให้ครูพานักเรียนทำกิจกรรมตามวิธีการทำระบุไว้ในกิจกรรม 1.1 จนนักเรียนแต่ละคน
สามารถ บันทกึ ขอ้ มลู ลงในแบบบนั ทึกกิจกรรม 1.1 จนเสรจ็ สิ้น
3. ในกรณีท่ีครเู ตรยี มต้นถ่ัวเขยี วใหน้ ักเรยี น ครอู าจเตรียมต้นถ่วั เขยี วตดั รากทิง้ แลว้ ปักลงใน ภาชนะใส่
ดินขนาดใหญ่ไว้หน้าชั้นเรียน โดยใช้ต้นถั่วเขียวปักลงในดินเท่ากับจำนวนนักเรียนในชั้น หรือน้อย กว่าก็ได้
กรณีที่ครู ไม่สามารถหาต้นถั่วเขียวครบตามจำนวนนักเรียน แต่ครูต้องปักต้นถั่วเขียวลงดินใหม่ ทุกครั้งท่ี
นักเรียนทดลองถอนตน้ ถั่ว ส่วนต้นถั่วเขียวที่มีราก ที่ครูปลูกเตรียมไว้ในกระถาง ให้ครูแจกกระถาง ต้นถั่วให้
นักเรียนกลุ่มละกระถาง (จำนวนต้นถั่วในกระถางอาจเท่ากับจำนวนนักเรียนในกลุ่ม) จากนั้นให้ ดำเนิน
กจิ กรรมตามวธิ กี ารทีร่ ะบุไวใ้ นกิจกรรม 1.1 จนนกั เรยี นแต่ละคนสามารถบันทกึ ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรม 1.1
จนเสร็จสิน้
ข้นั สังเกตและบรรยาย (1)
- นักเรียนเห็นความแตกต่างอะไรบ้าง ระหวา่ งพชื ท้ังสองต้น
- ต้นพืชที่ 1 กับต้นพชื ที่ 2 พืชต้นไหนทีถ่ อนยากกวา่ กัน เพราะเหตุใด (ต้นที่ 2 ถอนยากกว่า เพราะมี
รากยดึ ดนิ ไว)้
- นอกจากความยากง่ายในการถอนแลว้ นกั เรยี นสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างอน่ื ของพืชทั้งสองต้นน้ี
หรือไม่อยา่ งไร
- รากพชื มหี น้าทีท่ ำอะไร (รากมหี น้าทดี่ ดู น้ำ และยึดเกาะดนิ )
- รากเปน็ สว่ นประกอบท่ีสำคญั ของพืชหรือไมอ่ ย่างไร (สำคญั เพราะต้องทำหน้าท่ีดดู น้ำ และยึดเกาะดิน
ให้ลำต้นสามารถยืนตน้ อยูไ่ ด)้

โรงเรียนวดั โพทะเล

7

ขั้นบนั ทกึ ข้อมลู (1)
5. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ บันทกึ ขอ้ มูลโดยการวาดภาพต้นไมท้ ง้ั สองตน้ ลงในใบแบบบนั ทึกกิจกรรม 1.1
ให้เสร็จสิ้น จากนั้นครูควรใช้คำถามนำจนนักเรียนสามารถสรุปได้ว่า รากเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของพืช
หากไม่มีรากค้ำจุนพืชกไ็ ม่สามารถยนื ต้นอยู่ได้ เพราะรากมหี น้าท่สี ำคญั ซ่งึ ต่อไปนกั เรียนจะได้ทำกจิ กรรม เพอื่
ศกึ ษาหนา้ ท่ีของรากจากกิจกรรมท่ี 1.2 รากดูด – ใบคาย
กิจกรรมที่ 1.2 รากดดู – ใบคาย
6. ครแู จกกระถางตน้ ไม้ใหก้ บั นักเรียนกลุ่มละ 2 กระถาง (กระถางทตี่ น้ ไม้มีราก และกระถางที่ ตน้ ไม้ไม่
มีราก) อุปกรณใ์ นการทำกจิ กรรมท่ี 1.2
7. ครนู ำนักเรียนทำกจิ กรรม 1.2 ตามวธิ ีการท่รี ะบไุ ว้ในใบกิจกรรมจนเสร็จสิน้
ขั้นสงั เกตและบรรยาย (2)
8. ครใู ช้คำถามนำเพ่อื ใหน้ กั เรียนบรรยายสง่ิ ทนี่ กั เรียนสังเกตเห็นจากการทำกิจกรรม 1.2 รากดดู –
ใบคาย ดงั น้ี
- เมื่อนกั เรียนสังเกตใบไมใ้ นถุงพลาสติกทง้ั 2 ตน้ ต้นใดมีหยดน้ำในถงุ พลาสติกมากกวา่ กัน

(ตน้ ทม่ี รี าก)
- นักเรยี นคดิ วา่ เพราะเหตุใดจงึ มีน้ำในถุงพลาสตกิ มากกวา่ อีกตน้ (เพราะรากมกี ารดูดน้ำจากดนิ เพิ่ม

ใหก้ ับพืชตลอดเวลา)
- เหตุใดต้นไมท้ ไ่ี ม่มีราก จงึ เกดิ หยดน้ำในถงึ พลาสตกิ น้อยสว่ นตน้ ทมี่ รี ากจึงมีหยดน้ำในถุงพลาสตกิ

มากกวา่ (เนือ่ งจากไมม่ ีรากในการดูดน้ำให้ต้นพชื ทำให้น้ำทีเ่ หลืออยูใ่ นตน้ พืชมนี อ้ ย)
- ถา้ ครตู ัดรากของตน้ ไมท้ ม่ี นี ้ำในถงุ พลาสติกมากกวา่ ท้งิ ไป แลว้ นำถุงพลาสติกใบใหม่มาครอบมดั ไว้

(นำอนั เกา่ ทงิ้ ไป) นกั เรียนคดิ วา่ จะเกิดไอน้ำในถงุ พลาสตกิ มากเหมือนเดมิ หรอื ไมเ่ หตใุ ด จงึ เป็น
เช่นน้ัน (ไมเ่ หมือนเพราะไมม่ รี ากดูดน้ำให้พืชอกี ต่อไป)
- จากกจิ กรรม นักเรยี นคดิ ว่าน้ำไปอยูใ่ นถุงพลาสตกิ ได้อย่างไร (น้ำถกู ลำเลียงจากรากผ่านลำตน้ ไปสู่ใบ
และใบคายน้ำออกสู่อากาศ เม่อื นำถุงพลาสติกมาครอบใบไว้จึงเกิดไอน้ำ)
- ถา้ ครเู ด็ดใบพืชทิ้งจนหมดเหลอื แต่ต้นนกั เรยี นคิดว่าจะยังมีหยดน้ำอยใู่ นถุงพลาสติกหรือไม่อย่างไร
(ไมม่ ีหรืออาจมนี ้อยมาก)
- ลำต้นและใบของพืชมีความสำคัญหรือไม่อยา่ งไร (ลำตน้ ชว่ ยลำเลยี งน้ำและใบทำหน้าทีค่ ายน้ำ)
ขนั้ บนั ทึกขอ้ มลู (2)
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันบันทกึ ข้อมูลลงในแบบบนั ทึกกิจกรรม 1.2 รากดูด – ใบคาย ให้แล้วเสร็จ
จากกิจกรรมนักเรยี นควรสรปุ ไดว้ า่ ลำต้นมีหน้าทล่ี ำเลียงน้ำไปท่ีใบและใบของพชื มหี นา้ ทีค่ ายน้ำ นำ้ จงึ ไปเกาะ
อยู่ในถงุ พลาสติก ครอู าจอธบิ ายเพ่ิมเติมเก่ยี วกับหน้าที่ของใบท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการสร้างอาหารแลว้ นำอาหารเก็บ
ไวใ้ นรูปของผลและหัวก็ได้

โรงเรียนวดั โพทะเล

8

* ครูควรเตรียมชุดการทำลองการคายน้ำของพืชไว้ล่วงหน้า 1 ชุด เพื่อใช้ในการอภิปรายในชั้นเรียน
หรอื มีไว้ใช้ในกรณที ่นี ักเรียนทำการทดลองผดิ พลาด
กิจกรรมที่ 1.3 การลำเลยี งน้ำของพชื (45 นาที)

จากกิจกรรม 1.1 และกิจกรรม 1.2 นักเรียนทราบแลว้ วา่ พืชมีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง และแต่
ละส่วนมีหนา้ ที่ทำอะไร กิจกรรมสุดทา้ ยท่ีครูและนกั เรียนทำการทดลอง คือ กิจกรรม 1.3 การลำเลียงน้ำของ
พืช ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำใหเ้ หน็ ถึงการทำงานร่วมกันของราก ลำต้น และใบ ซึ่งครูอาจตัง้ คำถามเพ่ือนำเขา้ สู่
กิจกรรม ดงั น้ี

- จากกิจกรรมที่ 1.2 รากดูด – ใบคาย ใบจะทำหน้าที่คายน้ำออกไปในถุงพลาสติก นักเรียน ทราบ
หรอื ไมว่ ่าน้ำท่ีอยใู่ นดนิ ขน้ึ ไปท่ีใบของพืชไดอ้ ยา่ งไร

- นักเรยี นทราบหรือไมว่ ่า ราก ลำต้น และใบทำงานร่วมกนั อย่างไร
9. ครนู ำนกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 1.3 การลำเลยี งน้ำของพชื ตามวิธกี ารท่ีระบุไวใ้ นใบกจิ กรรมจนเสรจ็
ขั้นสงั เกตและบรรยาย (3)
10. ครูให้นักเรียนบรรยายสิ่งที่นักเรียนสังเกตเห็นจากการทำกิจกรรม 1.3 ซึ่งครูอาจใช้คำถามนำ
เพอ่ื ให้นกั เรยี นได้บรรยายสิ่งที่สังเกตได้ ดงั น้ี
- จากการทดลองนกั เรยี นสงั เกตเห็นส่ิงใดในบีกเกอร์น้ำทง้ั สามสี
- ที่ใบของต้นกระสงั กอ่ นการทดลอง และหลังการทดลองตา่ งกนั หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
- ลำต้นของตน้ กระสังเปลยี่ นสหี รอื ไม่ เปลี่ยนเป็นสอี ะไร อย่างไร
- รากทำหน้าทีอ่ ะไร (ดดู น้ำ)
- นำ้ สเี คลื่อนท่ีไปที่ใบได้อยา่ งไร (ผ่านทอ่ ลำเลียงในลำตน้ )
- นำ้ สีเมอ่ื ไปถงึ ใบแล้วหายไปไหน (ออกสูอ่ ากาศ)
- ราก ลำต้น ใบ ช่วยกันลำเลียงน้ำหรือไม่ อย่างไร (รากทำหน้าที่ดูดน้ำให้แก่พืช แล้วลำเลียงไปเลี้ยง
สว่ นตา่ งๆ ของพืชผ่านลำตน้ และน้ำสว่ นเกนิ จะถูกคายทงิ้ ออกไปผา่ นทางใบ)
ข้ันการบันทกึ ข้อมลู (3)

นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั บนั ทึกข้อมูลลงในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม 1.2 รากดดู – ใบคาย ใหแ้ ลว้ เสรจ็
ขัน้ อภิปรายผล

ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรปุ เกี่ยวกบั ส่วนประกอบและหนา้ ที่ของส่วนประกอบของพืช
โดยตอบคำถามดงั น้ี

- จากการทำกจิ กรรมท้งั สามกิจกรรม พชื มสี ว่ นประกอบท่ีสำคัญอะไรบา้ ง (ราก ลำต้น ใบ)
- สว่ นประกอบเหล่าน้นั มีหนา้ ที่อะไรบ้าง (รากมหี น้าท่ีดดู น้ำ ลำต้นมีหน้าท่ีลำเลยี งน้ำ และใบ มีหน้าที่
ในการคายน้ำ)

โรงเรียนวดั โพทะเล

9

- ราก ลำต้น และใบ ทำงานสัมพันธ์หรอื ประสานงานกันอยา่ งไร (ทั้งราก ลำต้น และใบต้องทำ หน้าที่
ประสานงานกัน โดยรากทำหนา้ ที่ดูดน้ำ ลำเลียงผ่านลำต้นและไปที่ใบเพ่ือใชใ้ นการสร้างอาหารและคายออก
ทางปากใบเป็นไอน้ำ)

ในขั้นตอนน้ีนักเรียนต้องสรุปให้ได้ว่า ราก ลำต้น และใบของพืชทำงานร่วมกันคือ รากมีหน้าที่ ดูดน้ำ
ลำต้นมหี น้าทลี่ ำเลียงน้ำและใบมีหนา้ ทใี่ นการคายน้ำซง่ึ ครูสามารถอธิบายเพมิ่ เติมให้นักเรียนทราบต่ออีกว่าน้ำ
มีความจำเป็นกับการดำรงชวี ติ ของพชื โดยพืชนำนำ้ ไปสร้างอาหารทใ่ี บ

ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ผลการเรยี นรู้และประสบการณท์ ี่ไดร้ ับร่วมกันวา่ พชื มีส่วนตา่ ง ๆ ทีม่ ีลักษณะ
และหน้าที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมในการดำรงชีวิตโดยทั่วไปรากมีลักษณะเรียวยาว และแตกแขนงเป็น
รากเลก็ ๆ ทำหน้าท่ีดูดนำ้ ลำตน้ มลี ักษณะเป็นทรงกระบอกตงั้ ตรงและมีกงิ่ ก้านทำหนา้ ท่ีชกู ิ่งกา้ นใบ และดอก
ใบมีลักษณะเป็นแผ่นแบนทำหน้าที่คายน้ำและสร้างอาหาร นอกจากนี้พืชหลายชนิดอาจมีดอกที่มีสี รูปร่าง
ตา่ งๆ ทำหนา้ ทีส่ บื พนั ธรุ์ วมท้ังมผี ลทมี่ เี ปลือก มีเนอื้ หอ่ หมุ้ เมลด็ และมเี มล็ดซึ่งสามารถงอกเป็นตน้ ใหมไ่ ด้

การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ หลกั ฐานการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
บันทกึ ผลได้ถูกตอ้ งร้อยละ 80
1. ระบุส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของ - แบบบนั ทกึ กิจกรรมท่ี 1 ทำ ข้นึ ไปผ่านเกณฑ์

พืชได้ ความรู้จกั กบั รากพืช บนั ทึกผลได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 80
ขนึ้ ไปผา่ นเกณฑ์
- แบบบนั ทกึ กิจกรรมท่ี 2
บนั ทึกผลไดถ้ กู ตอ้ งรอ้ ยละ 80
รากดูด – ใบคาย ขึ้นไปผา่ นเกณฑ์

2. บอกหน้าทีข่ องสว่ นประกอบ - แบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 1 ทำ

ตา่ ง ๆ ของพืชได้ ความรูจ้ กั กบั รากพืช

- แบบบันทึกกิจกรรมท่ี 2

รากดดู – ใบคาย

3. อธิบายการทำงานร่วมกัน ของ - แบบบันทึกกิจกรรมที่ 3 การ

ราก ลำตน้ และใบได้ คายน้ำของพืช

เครอ่ื งมอื ท่ีใช้

1. ต้นพชื ที่ปลกู ไว้ในกระถาง (กระถางพชื มรี ากและไมม่ รี าก)

2. ตน้ กระสัง

3. กิจกรรมที่ 1 ทำความรจู้ ักกบั ราก

4. กจิ กรรมท่ี 2 รากดูด – ใบคาย

5. กจิ กรรมท่ี 3 การคายน้ำของพชื

6. แวน่ ขยาย 7. สผี สมอาหาร 8. ถงุ พลาสติกใส

โรงเรียนวดั โพทะเล

10

กิจกรรมท่ี 1.3 การลำเลียงน้ำของพืช

อปุ กรณ์
1. ต้นกระสังติดรากมาดว้ ย (ครอู าจใช้พชื ชนิดอน่ื ทมี่ ลี ำต้นใส)
2. สผี สมอาหาร สแี ดง สเี ขยี ว สีฟา้ (หรอื อาจสอี นื่ กไ็ ด)้
3. บกี เกอร์ หรอื แก้วน้ำใส
4. น้ำ

วิธีการ
1. ครแู จกอปุ กรณใ์ หก้ บั นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ดังน้ี
-บกี เกอรข์ นาด 250 ml กล่มุ ละ 3 ใบ
-ต้นกระสงั กลุ่มละ 3 ต้น
2. ครเู ตรียมสารละลายสีผสมอาหารทั้ง 3 สี ไดแ้ ก่ สแี ดง สีเขยี ว และสฟี า้ ให้เพยี งพอสำหรบั แจก
นกั เรียนทกุ กลุ่ม
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำบีกเกอร์มารบั สารละลายสผี สมอาหารทั้ง 3 สี จากนั้นใหน้ กั เรยี นนำต้น
กระสงั ใสล่ งในในบีกเกอรส์ ารละสายสผี สมอาหาร บกี เกอร์ละ 1 ต้น ดงั รปู และใสต่ น้ กระสังใน
4. นำบีกเกอร์ทั้ง 3 ใบ ไปตั้งไวก้ ลางแดด 1 ชั่วโมง
5. นกั เรียนสงั เกตตน้ กระสัง พรอ้ มกับบนั ทกึ ขอ้ มูลลงในแบบบันทึกกิจกรรม 1.3

ตัวอย่าง การจุ่มตน้ กระสังในสารละลายสีผสมอาหารสแี ดง

โรงเรยี นวดั โพทะเล

11

แบบบนั ทึกกจิ กรรม 1.3 การคายน้ำของพืช
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนวาดภาพตน้ กระสังพรอ้ มระบายสี

ต้นกระสงั ในสีแดง ตน้ กระสังในสีเขียว

ตน้ กระสงั ในสีฟา้

โรงเรยี นวดั โพทะเล

12

การจดั กจิ กรรมโดยใช้รปู แบบทางออนไลน์

นักเรียนได้รับชมการทดลองของคณุ ครู นกั เรยี นมีความเข้าใจมากย่ิงหลังจากทีค่ รูอธิบาย เก่ยี วกับ
การลำเลียงน้ำ และสามารถนำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ได้มากยิง่ ขึ้น

ผลงานนักเรียน

นกั เรียนวาดภาพระบายสีหลังจากครทู ำการทดลองเสร็จเรียบร้อย

ปัญหาอุปสรรคที่พบ

นักเรยี นสว่ นมากไมม่ ีความพรอ้ มเร่ืองอุปกรณ์การทดลอง และนกั เรียนบางคนไม่สามารเขา้ เรยี นได้
เนือ่ งจากอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ไมพ่ ร้อมใช้งาน คุณครจู งึ ทำการทดลองให้นักเรยี นดเู ปน็ ตัวอยา่ ง

โรงเรียนวดั โพทะเล

13

บทนำ

น้องปีใหม่เด็กช่างสังเกต จึงพบว่าเวลาเล่น ของเล่นในตอนกลางวนั กับตอนกลางคืนมีความ แตกต่าง
กนั โดยเฉพาะเมอื่ ปิดไฟในบา้ น นอ้ งปีใหมไ่ ด้ ค้นพบเรื่องราวบางอย่างทซี่ อ่ นอยใู่ นความมดื ยามค่ำคนื
นกั เรยี นจะสวมบทบาทเป็นนอ้ งปีใหม่ และ เรยี นรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ในกจิ กรรมตามแผนการ เรียนรู้
แผนการเรยี นรู้ท่ี 1 แสงและการมองเหน็ นักเรยี นจะได้เรียนรู้การเดนิ ทางของแสงและการมองเหน็ โดยการท่า
กจิ กรรมเรามองเห็นวัตถไุ ด้อย่างไร และเงาของตุก๊ ตาจะทอดยาวเม่ือไร
แผนการเรียนรู้ที่ 2 เมื่อมองไม่เห็น นักเรียน จะได้เรียนรู้ความสำคัญของการมองเห็นและวิธีการ ป้องกัน
อันตรายจากการมองวตั ถทุ ีอ่ ย่ใู นบริเวณท่มี ีแสงสว่างไมเ่ หมาะสม โดยการทา่ กจิ กรรมแสงและภาพ

หัวข้อ เรามองเหน็ ไดอ้ ย่างไร
ระดบั ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 2
1 ช่ัวโมง
เวลา

แนวคิดหลัก

แสงเคลื่อนทีจ่ ากแหล่งกำเนิดแสงทุกทศิ ทางเป็นแนวตรง เม่อื มแี สงจากวัตถุมาเข้าตาจะท่าให้มองเห็น
วตั ถุนนั้ การมองเห็นวัตถทุ เ่ี ป็นแหล่งกำเนิดแสง แสงจากวัตถุนน้ั จะเขา้ สตู่ าโดยตรงส่วนการมองเห็นวตั ถุท่ีไม่ใช่
แหลง่ กำเนดิ แสงตอ้ งมแี สงจากแหลง่ กำเนิดแสงไปกระทบวตั ถแุ ล้วสะท้อนเข้าตาถ้ามีแสงที่สว่างมาก ๆ เขา้ สู่ตา
อาจ เกิดอันตรายต่อตาไดจ้ ึงต้องหลีกเลีย่ งการมองหรือแผ่นกรองแสงท่ีมีคุณภาพเมื่อจำเป็นและต้องจดั ความ
สว่างให้เหมาะสมกับการท่ากิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอ่านหนังสือ การดูจอโทรทัศน์ การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
และแท็บเล็ต

มาตรฐานและตวั ช้ีวัด

สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงานการเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งานปฏิสมั พันธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และ
คลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด ว 2.3 ป. 2/1 บรรยายแนวการเคลอื่ นทข่ี องแสงจากแหลง่ กำเนิดแสงและอธิบายการมองเห็นวัตถุจาก
หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.3 ป. 2/2 ตระหนกั ในคณุ คา่ ของความรูข้ องการมองเหน็ โดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอนั ตรายจากการ
มองวตั ถทุ ี่อยใู่ นบริเวณทม่ี แี สงสวา่ งไม่เหมาะสม

โรงเรยี นวดั โพทะเล

14

ความเขา้ ใจท่ีย่ังยนื
แสงเดินทางเป็นเสน้ ตรงและการมองเห็นวัตถเุ กิดจากแสงจากวตั ถุเข้าสตู่ าเรา

คำถามสำคญั
การเดนิ ทางของแสงมีลกั ษณะอย่างไร
เรามองเหน็ สิง่ ต่าง ๆ ได้อย่างไร

ความรแู้ ละทักษะสำคัญทีน่ กั เรยี นได้รบั
ความรู้

คำสำคญั : การเคลอื่ นทข่ี องแสง การมองเห็น
ทักษะ

บรรยายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสง อธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ เสนอแนวทางการป้องกนั อนั ตรายจากการมองวัตถทุ อี่ ยู่ในบรเิ วณที่มแี สงสวา่ งไมเ่ หมาะสม
เจตคติ
ตระหนักในคณุ ค่าของความรู้ของการมองเห็น
หลกั ฐานการเรียนรู้
ภาระงาน

-
หลักฐานการเรยี นรอู้ ่ืน ๆ โดยคำนงึ ถึงความแตกต่างของผู้เรียน

ผลการทา่ กจิ กรรมหรอื การตอบคา่ ถามระหวา่ งทา่ กจิ กรรม
การประเมนิ ตนเอง

การตอบค่าถามไดถ้ กู ตอ้ งหลงั จากท่ากิจกรรม

โรงเรียนวดั โพทะเล

15

กจิ กรรมการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 : แสงและการมองเห็น

ขัน้ กิจกรรม เวลา

ข้นั ตั้งคำถามเก่ียวกับ 1. ครูนำกล่องทึบที่เจาะรูไว้สองด้านมาให้นักเรียนสังเกต โดยปิดรู 15 นาที
ปรากฏการณธ์ รรมชาติ หนึ่งไว้ก่อน ให้เหลือเพียงหนึ่งรูที่ใช้ตาแนบขณะส่องเท่านั้นแล้วถาม

นกั เรียนวา่

- นักเรยี นทราบหรือไม่ว่าอะไรอยใู่ นกล่อง (ใหน้ กั เรยี นลองทาย)

- ให้นกั เรียนดูของในกล่องผ่านช่องทีเ่ จาะไว้ จากน้นั ครูถามนักเรียนว่า
เห็นหรือไม่ว่าในกล่องมีอะไร เหมือนหรือต่างกับส่ิงที่นักเรียนทาย
(นกั เรียนควรมองไม่เหน็ อะไรในกล่องหรอื มองเหน็ ไม่ชัด เพราะภายใน
กล่องเปน็ ภาพวาดบนกระดาษสีดำ)

- ครูให้นักเรยี นฉายไฟจากไฟฉายเข้าไปในกล่องผ่านรูอีกด้านท่ีเจาะไว้
แล้วถามนักเรยี นอีกครัง้ วา่ เหน็ หรอื ไม่ว่าในกลอ่ งมีอะไร จากน้ันให้วาด
ภาพส่ิงทเ่ี หน็ ภายในกลอ่ ง

- ครูเปิดกล่องให้นักเรียนดูว่าข้างในมีอะไรบ้างแล้วถามนักเรียนว่า
ความชัดเจนในการเห็นภาพเปน็ อยา่ งไร นักเรียนคดิ ว่าเป็นเพราะเหตุ
ใด

2. เหตุใดตอนปิดกล่องเราจงึ มองไม่เห็นภาพข้างกลอ่ งและเมอ่ื ฉายไฟ
เข้าไปในกล่องจึงมองเห็นภาพเพียงบางส่วน และเมื่อเปิดกล่องจึง
มองเหน็ ภาพทงั้ หมด (กิจกรรมบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย เรื่องแสงและ
ภาพ)

ข้นั รวบรวมความคดิ จากขอ้ สงสัยทว่ี า่ 10 นาที
และขอ้ สันนิษฐาน
- เหตุใดตอนปิดกล่องเราจึงมองไม่เห็นภาพข้างกล่องและเมื่อฉาย ไฟ
เข้าไปในกล่องจึงมองเห็นภาพเพียงบางส่วนและเมื่อเปิดกล่องจึง
มองเห็นภาพทั้งหมด นักเรียนร่วมกันอภิปราย และวิเคราะห์ว่าจะ
ตรวจสอบได้อยา่ งไร

ขั้นทดสอบและ นักเรียนทำกิจกรรม เรื่องมองเห็นฉันไหม และกิจกรรมบ้าน 10 นาที
ปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ นักวิทยาศาสตร์น้อย เงาของตุ๊กตาจะทอดยาวเมื่อไร โดยในกิจกรรม
จะมีแนวคดิ หลักคือ การมองเห็นวตั ถทุ ่ีเปน็ แหล่งกำเนิดแสง แสงจาก
วัตถุนั้นจะเข้าสู่ตาโดยตรง ส่วนการมองเห็น วัตถุที่ไม่ใช่แหล่งกำเนิด
แสง ตอ้ งมแี สงจากแหลง่ กำเนดิ แสงไปกระทบวัตถแุ ล้วสะท้อนเข้าตา

โรงเรยี นวดั โพทะเล

16

ขั้น กจิ กรรม เวลา

ขนั้ สังเกตและบรรยาย ในขณะทดลองให้นกั เรยี นสงั เกตและบรรยายในสงิ่ เหลา่ นี้ 10 นาที

- ก่อนท่าการเปิดไฟ รายละเอียดของตุ๊กตาเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ
ตอน เปิด

- นอกจากการมองเห็นรายละเอยี ดของตัวตกุ๊ ตาแลว้ นกั เรียนเหน็ การ
เปลี่ยนแปลงอย่างอื่นอีกหรือไม่ (นักเรียนสังเกตเห็นเงาของตุ๊กตา
หรอื ไม่ )

- ลักษณะของเงาเปน็ อย่างไร

ขั้นตงั้ คำถามเกี่ยวกบั ตั้งคำถามต่อเนื่องจากกิจกรรม ลักษณะของเงาเป็นอย่างไรเม่ือ 5นาที
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตำแหน่ง ของแหลง่ กำเนดิ แสงเปลีย่ นไป เพราะเหน็ ใดจงึ เปน็ เช่นนั้น

ขั้นรวบรวมความคดิ นักเรียนร่วมกันอภิปรายและวเิ คราะห์ว่าจะตรวจสอบได้อย่างไร 10นาที
และขอ้ สนั นิษฐาน

โรงเรยี นวดั โพทะเล

17

เรามองเหน็ ไดอ้ ยา่ งไร

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 : แสงและการมองเหน็

บทนำ

น้องปีใหมเ่ ด็กช่างสังเกต จึงพบว่าเวลาเล่นของเล่นในตอนกลางวันกบั ตอนกลางคืนมีความแตกต่างกัน
โดยเฉพาะเมอื่ ปดิ ไฟในบ้าน นอ้ งปีใหมไ่ ด้ค้นพบเรื่องราวบางอย่างทซ่ี ่อนอยู่ใน ความมดื ยามค่ำคนื นักเรียนจะ
สวมบทบาทเปน็ นอ้ งปใี หม่ และเรยี นรูส้ ิง่ ตา่ ง ๆ ด้วยตัวเอง ในกิจกรรมตาม แผนการเรียนรู้

แผนการเรยี นรทู้ ี่ 1 แสงและการมองเหน็ นักเรยี นจะได้เรียนร้กู ารเดินทางของแสง และการ มองเห็น
โดยการท่ากิจกรรม แสง เงา และการ มองเหน็

แนวคิดหลกั

แสงเคลอื่ นทีจ่ ากแหลง่ กำเนิดแสงทกุ ทิศทางเป็นแนวตรง เม่ือมีแสงจากวตั ถมุ าเข้าตาจะท่าให้มองเห็นวัตถุน้ัน
การมองเห็นวัตถุที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง แสงจากวัตถุนั้นจะเข้าสู่ตาโดยตรงส่วนการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่
แหล่งกำเนดิ แสงต้องมแี สงจากแหล่งกำเนิดแสงไปกระทบวัตถุแล้วสะทอ้ นเข้าตา

คำศพั ท์

แสง แหล่งกำเนดิ แสง การมองเห็น

จดุ ประสงค์

นกั เรยี นสามารถ : - บรรยายแนวการเคล่อื นท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนดิ แสงได้
- อธบิ ายการมองเหน็ วตั ถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจักษไ์ ด้

ขน้ั ต้งั คำถามที่เกยี่ วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ

ครนู า่ กล่องทบึ ท่เี จาะรูไว้สองดา้ นหน้าและดา้ นขา้ งมาใหน้ ักเรยี นสังเกต โดยปดิ รูหนงึ่ ไว้ก่อน ใหเ้ หลือ
เพยี งหนงึ่ รูท่ีใชต้ าแนบขณะสอ่ งเทา่ น้นั ตามใบงานในกิจกรรม เรามองเหน็ วตั ถไุ ดอ้ ยา่ งไร แลว้ ถามนกั เรยี นวา่
- นกั เรยี นทราบหรือไม่ว่าอะไรอยู่ในกลอ่ ง (ใหน้ ักเรยี นลองทาย)
- ให้นักเรียนดขู องในกล่องผ่านช่องท่ีเจาะรไู ว้ จากนัน้ ครถู ามนักเรียนว่า เหน็ หรอื ไม่ว่าในกลอ่ งมีอะไร เหมือน
หรือตา่ งกบั สิ่งทนี่ ักเรียนทาย (นกั เรยี นควรมองไม่เห็นอะไรในกลอ่ ง เพราะภายในกล่องเป็นภาพวาดหรือวัตถุ
ชนิดตา่ งๆ )
- ครูให้นักเรียนฉายไฟจากไฟฉายเข้าไปในกล่องผ่านรูอีกด้านที่เจาะไว้แล้วถามนักเรียนว่าเห็นอะไรที่
เปลยี่ นแปลงไปจากการมองครั้งแรกหรือไม่ จากนัน้ นักเรยี นบันทกึ สงิ่ ทีน่ ักเรยี นเห็นโดยการวาดภาพ

โรงเรียนวดั โพทะเล

18

ขนั้ รวบรวมความคิดและข้อสนั นษิ ฐาน

ครูกระตุ้นใหน้ ักเรยี นคดิ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- เหตุใดตอนปิดกล่องเราจึงมองไม่เห็นภาพและวัตถุข้างในกล่องและเมื่อฉายไฟเข้าไปในกล่องจึง

มองเหน็ ภาพและวตั ถเุ พยี งบางสว่ น
- นกั เรยี นช่วยกนั สรปุ ขอ้ สนั นษิ ฐานเก่ียวกบั เหตุใดจงึ มองไม่เหน็
แนวคำตอบ เพราะมีแสง
แสงมผี ลตอ่ การมองเหน็
- นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย และวิเคราะหว์ ่าจะตรวจสอบได้อยา่ งไร

ข้นั สงั เกตและบรรยาย

ให้นักเรียนทำกจิ กรรมเรื่อง เรามองเหน็ วตั ถไุ ด้อยา่ งไร
- ครนู ำกล่องอปุ กรณซ์ ่งึ ดา้ นในประกอบดว้ ยหลอดไฟ 2 ดวง ดวงท่ี 1 ตอ่ วงจรเพื่อสามารถส่องแสงได้

และหลอดที่สอง ไม่ได้ตอ่ วงจร โดยเจาะกล่องเป็นรสู ำหรบั สอ่ งดดู ้วยตาไว้ด้านหน้าและดา้ นขา้ งของกล่อง ด้าน
ละ 1 ชอ่ ง

- นกั เรยี นส่องดูภายในกล่อง และบนั ทกึ สิง่ ท่ีเหน็
- นำไฟฉายสอ่ งเข้าไปในรูดา้ นข้างกล่อง นกั เรยี นสังเกต และบันทึกสง่ิ ทเ่ี หน็
- เปดิ หลอดไฟ จากน้นั นกั เรียนบันทกึ ส่ิงท่เี ห็น
- ครเู ปิดกล่องให้นกั เรยี นดวู ่าข้างในมอี ะไรบา้ ง

ขน้ั ตั้งคำถามสิ่งทเ่ี กีย่ วกับปรากฏการทางธรรมชาติ
ตั้งคำถามต่อเนื่องจากกิจกรรม ลักษณะของเงาเป็นอย่างไรเมื่อตำแหน่งของแหล่งกำเนิดแสง

เปลีย่ นไป เพราะเหตใุ ดจงึ เป็นเช่นนัน้

ขัน้ รวบรวมความคิดและข้อสนั นษิ ฐาน 10 นาที

นักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย และวิเคราะหว์ า่ จะตรวจสอบได้อย่าง

ขนั้ ทดสอบและปฏบิ ตั ิการสบื เสาะ 10 นาที

ใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อยเร่ือง เงาของตกุ๊ ตาจะทอดยาวเม่ือใด
- นักเรียนใช้ไฟฉายสร้างเงาของวัตถุบนผนังกระดาษแข็งหรือกำแพงเพื่อศึกษาการเกิดเงาของวัตถุ

จากนั้นขยบั วตั ถเุ ขา้ ใกล้ผนงั หรอื กระดาษแขง็ และขยับไฟฉายไปยงั ตำแหนง่ ต่างๆ โดยสงั เกตการ เปลย่ี นแปลง
ของเงาโดยในกิจกรรมจะมีแนวคิดหลักคอื เมื่อแสงมากระทบวัตถุทึบแสงจะเกิดเงาเกิดขนึ้ เนอ่ื งจากวัตถุ ทึบ

โรงเรียนวดั โพทะเล

19

แสงขวางการเดินทางของแสง เพราะแสงเดินทางเป็นเส้นตรง เมื่อแหล่งกำเนิดแสงเปลี่ยนตำแหน่งจะทำให้
ลำแสงทล่ี ากจากแหล่งกำเนดิ ไปที่วตั ถแุ ละฉากหลังเปล่ียนตำแหน่งไป

ครูกระตุ้นให้นกั เรยี นคดิ สังเกต และบรรยาย ดังนี้
- แสงไฟส่องจากทิศใดบา้ ง เช่น ด้านข้าง ด้านหลัง หรือระยะท่ีไกลออกไปและแสงเหล่านั้นมี ผลต่อ

การเกดิ เงาของวตั ถหุ รอื ไม่

บันทึกผล

-นกั เรยี นบนั ทกึ ผลโดยการวาดภาพตามแบบกิจกรรม เรามองเหน็ วตั ถุไดอ้ ย่างไร

ข้นั อภิปรายผล
ครรู ว่ มอภิปรายกับนักเรียนโดยใชค้ า่ ถามเชน่

- แสงเดินทางอย่างไร ทำไมนักเรียนจึงคิดเช่นนั้นและหลักฐานในการสนับสนุนปรากฏการณ์นั้นคอื
อะไร

- การมองเห็นวัตถุที่มีแสงในตัวและไม่มีแสงในตัว แตกต่างกันอย่างไร เพื่อนำผลการทดลองไปสู่
ขอ้ สรุป

- แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดแสงทุกทิศทางเป็นแนวตรงเมื่อมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะทำให้
มองเหน็ วัตถนุ ั้น

- การมองเห็นวัตถุท่ีเป็นแหลง่ กำเนิดแสง แสงจากวัตถนุ ้ันจะเข้าสู่ตาโดยตรง ส่วนการมองเห็นวัตถุท่ี
ไมใ่ ช่แหล่งกำเนดิ แสง ต้องมแี สงจากแหล่งกำเนิดแสงไปกระทบวตั ถุแล้วสะท้อนเข้าตา

- แสงเดินทางเป็นเส้นตรงและไมส่ ามารถเดินทางผ่านวัตถุทึบแสงได้จึงท่าให้เกิดเงาขึ้นในตำแหนง่ ท่ี
แสงไมต่ กทีฉ่ าก ขนาดของเงาเกิดจากระยะระหวา่ งแหลง่ กำเนิดแสงกบั วตั ถุและฉากรับแสง

การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หลกั ฐานการประเมิน เกณฑ์การประเมิน
1. บรรยายแนวการเคลือ่ นทีข่ อง ใบกจิ กรรม บันทกึ ผลการทดลองได้
แสงจากแหลง่ กำเนดิ แสงได้ ถกู ตอ้ ง
2. อธิบายการมองเหน็ วตั ถุจาก ใบกจิ กรรม บนั ทกึ ผลการทดลองได้
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ได้ ถกู ตอ้ ง

โรงเรยี นวดั โพทะเล

20

สือ่ การเรียนการสอนทใ่ี ช้
กิจกรรม เรามองเหน็ วัตถุไดอ้ ย่างไร

เคร่อื งมือทใ่ี ช้
กระดาษแขง็ สีดำสำหรบั ทำไฟฉายกระดาษ กระดาษสีขาว กรรไกร เทปกาว แผ่นรองสำหรับรองภาพบนโตะ๊
ผ้ากันเปื้อน วัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม กระดาษสี แผ่น พลาสติกใส รูปภาพที่มีรายละเอียดมาก เช่น ภาพจาก
หนงั สือนทิ าน

โรงเรียนวดั โพทะเล

21

กจิ กรรมเรามองเห็นได้อยา่ งไร

อุปกรณ์ ตอนท่ี 1

1. กล่องทบึ 1 ใบ 2. ภาพวาดหรือวตั ถุชนิดต่างๆ 1 ช้นิ 3. ไฟฉาย 1 กระบอก/โทรศพั ทม์ ือถอื
ตอนท่ี 2

1. กล่องทึบ 1 ใบ 2. หลอดไฟ 2 ดวง 3. ไฟฉาย 1 กระบอก/โทรศพั ท์มอื ถอื

4. ภาพวาดหรอื วัตถุชนดิ ตา่ งๆ 1 ชนิ้

หมายเหตุ : กลอ่ งทบึ เจาะรใู นตอนที่ 1และ 2 สามารถใช้ด้วยกนั ได้

วิธกี าร
ตอนท่ี 1

1. ครเู จาะรกู ล่องทบึ สองดา้ น คอื ดา้ นหน้าและดา้ นข้าง พร้อมตดิ ภาพวาด หรอื วตั ถุ ในฝงั่ ตรงข้ามกบั รทู ่ี
เจาะไว้ ดา้ นใดด้านหนงึ่

โรงเรยี นวดั โพทะเล

22

2. ครูนำกลอ่ งทึบทเี่ จาะรูไว้ด้านหนา้ และด้านขา้ งมาใหน้ ักเรียนสงั เกต โดยปิดรหู นึ่ง ไวก้ ่อน ใหเ้ หลอื เพียงหน่ึง
รูทีใ่ ช้ตาแนบขณะสอ่ งเท่าน้นั
3. ให้นักเรียนดูของในกล่องผ่านช่องที่เจาะรูไว้ จากนั้นครูถามนักเรียนว่า เห็นหรือไม่ว่า ในกล่องมีอะไร
เหมือนหรอื ตา่ งกับสิ่งที่นักเรียนทาย (นักเรียนควรมองไม่เห็นอะไรในกลอ่ ง เพราะ ภายในกล่องเป็นภาพวาด
หรือวตั ถชุ นดิ ต่างๆ

4. ครใู หน้ กั เรยี นฉายไฟจากไฟฉายเขา้ ไปในกลอ่ งผา่ นรอู ีกด้านทีเ่ จาะไว้ แลว้ ถามนกั เรยี นว่า เหน็ อะไรท่ี
เปลย่ี นแปลงไปจากการมองครัง้ แรกหรือไม่ จากน้ันนกั เรียนบนั ทึกสงิ่ ทีน่ กั เรยี นเห็นโดยการ วาดภาพ และ
เขยี นบรรยาย
ตอนท่ี 2

1. ครูนำกลอ่ งอุปกรณ์ซึง่ ดา้ นในประกอบดว้ ยหลอดไฟ 2 ดวง ดวงที่ 1 ต่อวงจรเพ่อื สามารถ ส่องแสงได้ และ
หลอดที่สอง ไมไ่ ด้ต่อวงจร โดยเจาะกลอ่ งเป็นรูสำหรับสอ่ งดดู ้วยตาไวด้ ้านหนา้ และด้านขา้ งของกล่อง ด้านละ
1 ช่อง

โรงเรียนวดั โพทะเล

23

2. นักเรียนสอ่ งดูภายในกลอ่ งโดยไมใ่ หแ้ สงใดๆ สังเกตและบรรยายรายละเอยี ดภายใน บนั ทึกส่งิ ท่เี หน็

3. นำไฟฉายส่องเขา้ ไปในรูด้านข้างกลอ่ ง ใหน้ กั เรียนสังเกตรายละเอียดด้านในกลอ่ งเปน็ ว่าอยา่ งไร เมื่อเทยี บ
กบั ตอนที่ไมไ่ ดส้ ่องไฟฉาย และบนั ทกึ สิ่งทเ่ี หน็
4. เปดิ หลอดไฟรายละเอยี ดด้านในเป็นอยา่ งไรเม่อื เปรยี บเทยี บกบั ตอนสอ่ งไฟฉาย และรายละเอยี ดของ
หลอดไฟทั้งสองแตกต่างกันอยา่ งไร จากน้ันนกั เรยี นบันทกึ สง่ิ ทเ่ี ห็น
5. ครูเปิดกล่องให้นักเรยี นดวู า่ ข้างในมอี ะไรบา้ ง นกั เรยี นมองเหน็ ภาพและวัตถแุ ตกตา่ งอยา่ งไร

โรงเรยี นวดั โพทะเล

24

แบบบันทกึ กจิ กรรมเรามองเหน็ ได้อยา่ งไร

บนั ทกึ ข้อมูล วาดภาพ เขียนบรรยาย
วธิ ีการทดลอง

สงั เกตดว้ ยตาเปลา่

ไฟฉายส่อง

วตั ถทุ ี่มแี สงในตัวเอง (หลอดไฟ)

โรงเรียนวดั โพทะเล

25

การจดั กิจกรรมโดยใช้รปู แบบทางออนไลน์

นกั เรียนไดร้ ับชมนำเสนอของคณุ ครู นกั เรยี นมีความเขา้ ใจมากย่ิงหลงั จากทคี่ รอู ธิบาย เก่ยี วกบั
เรามองเห็นได้อย่างไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั ไดม้ ากยิ่งขน้ึ

ผลงานนกั เรยี น

นกั เรยี นวาดภาพหลงั จากครูทำการทดลองเสร็จเรียบรอ้ ย

ปัญหาอุปสรรคทพ่ี บ

นักเรียนส่วนมากไม่มคี วามพรอ้ มเร่ืองอปุ กรณก์ ารทดลอง และนักเรียนบางคนไมส่ ามารเข้าเรียนได้
เนอ่ื งจากอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ไม่พรอ้ มใช้งาน คุณครจู งึ ทำการทดลองใหน้ กั เรยี นดเู ป็นตวั อยา่ ง

โรงเรยี นวดั โพทะเล

26

บทนำ

ทีมนักอุตุนิยมวิทยาน้อย มีภารกิจสำคัญ ในการสำรวจสภาพอากาศในแต่ละวัน ซึ่งต้องมีความรู้

พื้นฐานเกี่ยวกับอากาศ ลม และกำเนิดลม โดยทีมนักอุตุนิยมวิทยาน้อยร่วมกันทำการทดลอง เพื่อศึกษาการ

เกดิ ลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม แล้วรายงานผลการทดลองให้กบั เพ่อื นๆ ทราบ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ใช้เวลาในการ จัดการเรียนรู้ 1 ชั่วโมง ทีมนักอุตุนิยมวิทยาน้อยร่วมกัน

ศึกษาการเกิดลมจากการทดลองง่ายๆ จากขวดน้ำและแก้วน้ำพลาสติกโดยเริ่มจากสังเกต ปรากฏการณ์ใน

ธรรมชาติ แล้วทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อทดลองการเกิด กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้ เรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดลม และ

ทักษะการสงั เกต การวิเคราะห์และการรายงานผลการศกึ ษาทดลอง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 ใช้เวลาในการ

จัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง ทมี นักอุตนุ ิยมวทิ ยาน้อย รว่ มกันศึกษาค้นควา้ พลังงานลม และการเคล่อื นทข่ี องอากาศ

โดยร่วมกนั ประดิษฐ์อุปกรณ์การทดลอง จากนน้ั ศึกษาปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องกับพลังงาน ลม ในกิจกรรมนี้นักเรียน

จะไดเ้ รยี นรูเ้ กีย่ วกับการ เกิดลม และการนำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวนั

หัวข้อ ลมไปทางไหน

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3

เวลา 3 ช่วั โมง

แนวคิดหลัก

ลม คือ อากาศทเ่ี คลือ่ นท่เี กดิ จากความแตกตา่ งกันของอุณหภูมอิ ากาศบรเิ วณทอ่ี ยใู่ กล้กัน โดยอากาศ
ทม่ี ีอุณหภมู สิ ูงจะลอยตัวสูงข้นึ และอากาศบริเวณทม่ี ีอณุ หภมู ิต่ำกวา่ จะเคลอื่ นทเี่ ขา้ ไปแทนที่

มาตรฐานและตวั ช้วี ัด

สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิต
และสิ่งแวดลอ้ ม
ตัวช้ีวัด ว 3.2 ป.3/1 ระบสุ ่วนประกอบของอากาศ บรรยายความสำคญั ของอากาศ และผลกระทบของมลพิษ
ทางอากาศต่อสงิ่ มีชวี ติ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
ว 3.2 ป.3/2 ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิด มลพิษ
ทางอากาศ
ว 3.2 ป.3/3 ป.3/4 อธิบายการเกิดลมและประโยชน์และโทษของลมจากข้อมลู ที่รวบรวมได้

โรงเรียนวดั โพทะเล

27

ความเข้าใจที่ย่งั ยนื

นกั เรยี นเขา้ ใจว่า
1. อากาศบนโลกโดยทั่วไป ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊ส

คารบ์ อนไดออกไซด์ แก๊สอน่ื ๆ รวมท้ังไอน้ำและฝนุ่ ละออง
2. ลมคืออากาศที่เคลื่อนที่ เกิดจากความแตกต่างกันของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดย

อากาศทม่ี อี ณุ หภูมสิ งู จะลอยตัวสูงขนึ้ และอากาศบรเิ วณต่ำกว่าจะเคล่อื นท่ีเขา้ ไปแทนท่ี

คำถามสำคัญ
ลมมาจากไหน

ความรแู้ ละทกั ษะสำคัญทนี่ กั เรียนไดร้ ับ
ความรู้

คำสำคญั : ลม, อากาศ, อุณหภมู ,ิ ความรอ้ น, การขยายตวั , แรง
ทกั ษะ

การต้งั คำถาม การสงั เกต การวางแผน
การสำรวจตรวจสอบเก่ยี วกบั ลมและอทิ ธิพลของลม การทำงานกลมุ่
การใหค้ วามร่วมมือในการทำงานกล่มุ
แรงบันดาลใจในการเรียนวิทยาศาสตร์
เจตคติ
การใหค้ วามรว่ มมือในการทำงานกลุม่
เจตคตทิ ดี่ ีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
ธรรมชาติของวทิ ยาศาสตร์

หลกั ฐานการเรยี นรู้

ภาระงาน
นกั เรยี นรายงานผลการทดลองเกยี่ วกับการเกดิ ลมและพลงั งานลม

หลักฐานการเรียนรู้อ่ืน ๆ โดยคำนงึ ถึงความแตกต่างของผูเ้ รียน
1. การทำงานเปน็ กลมุ่
2. สังเกตการตอบคำถาม การทำกจิ กรรมของนกั เรยี น

การประเมินตนเอง
การประเมินตนเองจากการทำกิจกรรมกลุ่ม

โรงเรยี นวดั โพทะเล

28

กิจกรรมการเรียนรู้

แผนการเรียนร้ทู ่ี 2 : ลมมาจากไหน

ขั้น กิจกรรม เวลา

ตั้งคำถามเกี่ยวกับ นกั เรยี นสังเกตทิศทางของก้อนสำลีท่ีแขวนไว้ริมหน้าต่างว่ามี 10 นาที

ปรากฏการณธ์ รรมชาติ การ เปลีย่ นแปลงอย่างไร ลมมาจากไหน ลมเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร

และลม

มีทิศทางการเคล่ือนที่อย่างไร

รวบรวมความคิด นักเรียนรวบรวมความคิด ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับทิศทาง 10 นาที

และขอ้ สนั นษิ ฐาน ของลม

และการเกิดลม

ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ นกั เรยี นทำการทดลองเก่ยี วกับการเกิดลม โดยในการทดลอง 60 นาที

จะใช้ ควันธูปแทนอากาศ เพือ่ ให้สามารถสงั เกต การเคลื่อนที่

ของอากาศเมือ่ อุณหภมู ิของสองบรเิ วณไมเ่ ท่ากนั

การสงั เกตและบรรยาย นักเรียนบรรยายสิ่งท่ีตนเองได้ทดลอง (ประเด็นที่ควรสังเกต 20 นาที

ได้แก่ ทิศและลักษณะการเคลื่อนท่ีของควันธปู ก่อน-หลังทำ

การจุดเทียน ซึ่งควรสังเกตทั้งสองฝั่ง หากเป็นไปได้ควรทำ

การวัดอุณหภูมิด้วย เทอร์มอมิเตอร์ของอุณหภูมิอากาศ

ภายในภาชนะทั้งสองฝั่งทั้งก่อนระหว่างและหลังทำการจุด

เทียน )

บันทกึ ข้อมลู นักเรียนบันทึกผลการทดลอง เพื่อแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิท่ี 10 นาที
แตกตา่ งกนั ทำให้เกดิ การเคล่อื นทีข่ องอากาศ หรอื ลม

อภิปรายผล นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงผลของอุณหภูมิต่อการ 10 นาที

เคลื่อนที่ของควันธูป และการเกิดลม

โรงเรียนวดั โพทะเล

29

ลมมาจากไหน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 : ลมมาจากไหน

บทนำ
ทีมนักอุตุนิยมวิทยาน้อย มีภารกิจสำคัญในการสำรวจสภาพอากาศในแต่ละวัน ซึ่งต้องมีความรู้

พื้นฐานเกี่ยวกับอากาศ ลม และกำเนิดลม โดยทีมนักอตุ ุนิยมวิทยาน้อยรว่ มกันทำการทดลอง เพื่อศึกษาการ
เกดิ ลม ประโยชน์และโทษของลม แล้วรายงานผลการทดลองใหก้ ับเพื่อนๆ ทราบ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง ทีมนักอุตุนิยมวิทยาน้อย ร่วมกัน
ศกึ ษาพลังงานลม และการเคลือ่ นท่ขี อง อากาศ โดยรว่ มกันประดิษฐ์อปุ กรณก์ ารทดลอง จากนนั้ ศึกษาปัจจัยที่
เกี่ยวข้องกับพลังงานลม ในกิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกดิ ลม และการนำไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจำวนั

คำศพั ท์

ลม, อณุ หภมู ,ิ ความร้อน

จดุ ประสงค์

นกั เรยี นสามารถ 1. ทดลองและอธบิ ายการเกดิ ลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์ได้
2. อธิบายผลของอุณหภูมติ ่อการเคลื่อนท่ีของอากาศได้
3. ทำงานรว่ มกบั สมาชิกในกลุม่ ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

ขั้นที่ 1 ตงั้ คำถามเกย่ี วกับปรากฏการณธ์ รรมชาติ

นักเรียนสังเกตทศิ ทางของก้อนสำลีทแี่ ขวนไว้ริมหนา้ ต่างวา่ กอ้ นสำลีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ลมมาจากไหน
ลมเกดิ ขึ้นได้อย่างไร และลมมที ศิ ทางการเคลอื่ นท่ีอยา่ งไร

1. นักเรยี นสังเกตทศิ ทางของกอ้ นสำลีที่แขวนไว้รมิ หน้าตา่ งว่ามีการเปล่ียนแปลงอย่างไร ทิศทางของ
ลมเป็นอย่างไร ทำไมจึงเปน็ เชน่ นั้น

2. กระตุ้นความสนใจของนักเรียนด้วยการตั้งคำถามว่า ลมมาจากไหน ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร เรา
สามารถทำใหเ้ กดิ ลมได้อยา่ งไร

3. นักเรียนเคยสังเกตไหมว่าในวันที่มีอากาศร้อนมากๆ หรือในช่วงฤดูร้อนมักเกิดมรสุมขึ้น อากาศ
รอ้ น หรืออณุ หภูมมิ ผี ลทำให้เกิดลมได้หรอื ไม่

โรงเรียนวดั โพทะเล

30

ขนั้ ที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
นกั เรยี นรวบรวมความคดิ ต้งั ข้อสนั นษิ ฐานเก่ยี วกับทศิ ทางของลม และการเกิดลม

1. หลังจากทน่ี กั เรียนได้สังเกตลมที่พัดผ่านหน้าต่างด้วยการสงั เกตก้อนสำลี นกั เรยี นจะสามารถบอก
ไดห้ รอื ไม่ว่าลมพัดจากทิศไหนไปทางทศิ ไหน แล้วนกั เรยี นต้ังขอ้ สมมติฐานเก่ียวกับอุณหภมู ิมีผลต่อการเกิดลม
หรอื ไม่ อย่างไร

2. ครูกระตุ้นให้นักเรียนตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการเกิดลมในธรรมชาติและทิศทางของล โดยให้
นกั เรียนร่วมกนั ระดมความคิดและนำเสนอแนวคดิ ในการตรวจสอบสมมติฐานนั้น
ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ตั ิการณ์สืบเสาะ
นักเรยี นทำการทดลองเกี่ยวกบั การเกิดลม โดยในการทดลองจะใช้ควันธปู แทนอากาศ เพอ่ื ใหส้ ามารถสงั เกต
การเคลื่อนทข่ี องอากาศเมอื่ อณุ หภูมขิ องสองบริเวณไมเ่ ท่ากัน

1. ครแู จกอปุ กรณ์การทดลอง เร่อื ง ลมมาจากไหน (รายการอุปกรณ์ตามใบกจิ กรรม 2.1 เรอ่ื ง ลมมา
จากไหน ได้แก่ 1. ดนิ น้ำมนั 2. ดินสอ 3. ขวดน้ำด่มื ขนาดกลาง 600 ml 1 ขวด 4. ธปู 1-2 ก้าน 5. เทยี น ไข
1 เล่ม 6. แกว้ พลาสตกิ ขนาดกลาง 1 ใบ พร้อมฝาปิดทมี่ ีรู 7. หลอดดดู น้ำ 1 หลอด)

2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเตรยี มการทดลองโดย
-ตดั ฐานขวดน้ำด้านลา่ งออกประมาณ 1 cm
-เจาะรูบริเวณด้านข้างของขวดน้ำและแก้วน้ า ในระดบั เดียวกัน โดยใหร้ สู ูงประมาณครึ่งหนึ่งของ
ความสูงของแก้วน้ำ
-ตัดธูปใหส้ ้นั ลง ใหม้ ีความสูงมากกวา่ รูประมาณ 2 - 3 cm แต่ไม่ทำใหธ้ ูปสูงจนไหมฝ้ าทใ่ี ชป้ ิด
-นำฝาขวดน้ำไปทำเปน็ ฐานรองเทียน โดยตัดเทยี นให้มีความสูงต่ำกว่ารูด้านข้างประมาณ 1-2 cm
-ต่อหลอดดูดน้ำเข้าระหว่างขวดน้ำและแก้วน้ำตรงรูที่เจาะไว้ ไม่ควรให้ปลายหลอดอยู่ใกล้ ปลาย

เทยี นหรือธูปมากนกั เพราะอาจเกิดอันตรายได้ เมอ่ื ประดิษฐ์อุปกรณ์เสร็จจะมีลักษณะดังนี้

โรงเรียนวดั โพทะเล

31

3. เมอ่ื นกั เรียนจุดธปู แต่ยังไมจ่ ดุ เทียน สงั เกตควันทีอ่ อกมาจากแกว้ และปลายหลอด รวมถึงลักษณะ
การเคลื่อนทขี่ องควนั ในแกว้ ดว้ ย บรรยายลกั ษณะ

4. เมอื่ นักเรียนจุดเทยี น จากนน้ั สังเกตควน ของควนั ในแก้วดว้ ย นักเรียนบรรยายลกั ษณะ
6. ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายผล ที่ออกมาจากแกว้ และปลายหลอด รวมถงึ ลักษณะการเคล่อื นที่
ข้อควรระวัง : ระวังอันตรายจากการใช้วัสดุเจาะกล่อง อันตรายจากการถูกธูปจี้หรือควันธูป อันตราย จาก
เปลวไฟเทียน น้ำตาเทียน

ข้ันที่ 4 การสงั เกตและบรรยาย
นกั เรียนบรรยายสิง่ ที่ตนเองได้ทดลอง(ประเด็นท่ีควรสังเกต ได้แก่ ทศิ ทางและลักษณะการเคลื่อนที่ของควัน
ธูป ก่อน – หลงั ทำการจุดเทียน ซ่ึงควรสงั เกตทง้ั สองฝง่ั หากเป็นไปได้ควรทำการวัดอณุ หภมู ิดว้ ยเทอร์มอมิเตอร์
ของอุณหภูมอิ ากาศภายในภาชนะท้ังสองฝง่ั ทั้งกอ่ น ระหว่างและหลังทำการจุดเทียน)
1. ในระหว่างการทดลองนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและบรรยายถึงปรากฏการณ์ที่ทำการทดลองจาก
กจิ กรรมเร่อื ง ลมมาจากไหน โดยครูอาจกระตนุ้ ด้วยการใชค้ ำถามต่อไปนี้

- ควันมีการเคลอ่ื นทอี่ ยา่ งไรกอ่ นจุดเทียนไข (เนน้ ให้นักเรียนสังเกตบริเวณปลายหลอดทงั้ สองขา้ ง)
- ควนั มีการเคลือ่ นที่อยา่ งไรหลงั จดุ เทยี นไข (เนน้ ให้นักเรียนสงั เกตบรเิ วณปลายหลอดทงั้ สองขา้ ง)
- ควนั ภายในแก้วนำ้ มีการเคลอื่ นท่ีอย่างไร
- อณุ หภูมิภายในภาชนะทัง้ สองเป็นอย่างไร (หากสามารถนำเทอร์มอมิเตอร์มาให้นกั เรียนวัดอุณหภูมิ
ของอากาศภายในภาชนะทั้งสองได้จะดีมาก หรือให้นักเรียนลองใช้มือสัมผัสขวดที่ครอบเทียน แต่อย่านาน
เพราะขวดร้อนมาก)

ข้นั ท่ี 5 บันทกึ ผล
นกั เรียนรายงานผลการทดลอง เชน่ การเคล่ือนที่ของควันธูป อุณหภมู ิ และการเกิดลม

1. นักเรียนบันทึกผลการทดลองในใบกิจกรรมที่ 2.1 ลมมาจากไหน รวมทั้งบันทึกผลการสังเกต
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การเคลื่อนที่ของควันธูป อุณหภูมิ และทิศทางการเกิดลม โดยนักเรียนสามารถ
บนั ทึกผลการทดลองดว้ ยการใชแ้ ผนภาพ หรอื การเขียนบรรยายเพม่ิ เติมจากใบกจิ กรรมได้

2. ครูถามกระตุน้ ให้นักเรยี นสังเกตและบันทึกผลการทดลอง เช่น อุณหภูมิ ณ จุดที่ลมเคลื่อนท่ี เป็น
อย่างไร ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ อณุ หภูมิ ณ ตำแหน่งต่างๆ ที่ลมเคล่ือนท่ีผ่าน แลว้ สังเกตทิศการเคล่ือนท่ีของลม ว่า
มกี ารเคล่อื นทีจ่ ากบรเิ วณทมี่ ีอุณหภูมิแตกต่างกนั อย่างไร

โรงเรียนวดั โพทะเล

32

ขนั้ ที่ 6 อภิปรายผล
นักเรยี นบนั ทกึ ผลการทดลอง เพือ่ แสดงให้เห็นว่าอุณหภมู ิท่ีแตกต่างกนั ทำให้เกิดการเคลื่อนท่ีของอากาศหรือ
ลม

1. หลงั จากทำกจิ กรรมการทดลอง นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันอภปิ รายถงึ ปัจจยั ที่เก่ียวข้องกับการเกิด
ลม และทศิ ทางของลม โดยครูอาจกระต้นุ ดว้ ยการใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี

- ควนั ธูปมที ศิ ทางการเคล่ือนที่อย่างไร
- ลมเกิดข้ึนได้อย่างไร
- ปจั จยั ใดบา้ งทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับทิศทางของลม
การประเมนิ โดยคำนงึ ถึงความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
การประเมินผลยอ่ ย
ครูสามารถประเมินความรูข้ องนักเรียนไดจ้ ากการทำกิจกรรม การสังเกตการเกดิ ลมและทิศทางของ
ลม การตอบคำถามของนักเรียน การเสนอแนวคิดและการแก้ปัญหาระหว่างการทำกิจกรรม และการสรุป
แนวคิดหลัก ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
ในกิจกรรมกลุ่ม การแบ่งกลุ่มจะคละความสามารถของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเก่งสามารถช่วย นักเรียนท่ี
เรียนอ่อนกวา่ ได้
ส่ือการเรยี นการสอนทใ่ี ช้
1. รายการอปุ กรณ์ตามใบกิจกรรมที่ 2.1 ไดแ้ ก่
1. ดนิ น้ำมัน 2. ดินสอ 3. ขวดน้ำ
4. ธูป 5. เทยี น 6. แกว้ พลาสติก
7. หลอดพลาสตกิ ใส
2. สำลีก้อน
3. ใบกจิ กรรม 2.1 ลมมาจากไหน

โรงเรียนวดั โพทะเล

33

เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้

ตั้งคำถามเกย่ี วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ
- สำลกี ้อน
- ด้าย/เชอื ก สำหรับผกู กอ้ นสำลี

รวบรวมความคิดและขอ้ สันนิษฐาน
- ไม่มี

ทดสอบและปฏิบัตกิ ารสบื เสาะ
- รายการอปุ กรณใ์ นใบกิจกรรม 2.1 เร่ือง ลมมาจากไหน

การสังเกตและบรรยาย
- ไม่มี

บนั ทึกข้อมูล
- ไม่มี

อภิปรายผล
- ไมม่ ี

โรงเรยี นวดั โพทะเล

34

ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………………………………………….ช้ัน……………………
ใบกจิ กรรม 2.1 เร่อื ง ลมมาจากไหน

จดุ ประสงค์

นกั เรียนสามารถทดลองและอธิบายการเกดิ ลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์

วัสดุอุปกรณแ์ ละสอ่ื การเรียนรู้

1. ดนิ น้ำมนั

2. ดินสอ

3. ขวดนำ้

4. ธูป

5. เทยี น

6. แกว้ พลาสติก

7. หลอดพลาสตกิ ใส 5

34

12

67

โรงเรียนวดั โพทะเล

35

วธิ ีการประดิษฐ์ 2

1

34

5 B
A

โรงเรียนวดั โพทะเล

36

บันทึกการทดลอง
ให้ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ ลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

การทดลอง สังเกตควัน

ด้าน A ด้าน B

AB

จดุ ธปู

AB

จุดเทียน + จุดธปู

สรุปผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

โรงเรยี นวดั โพทะเล

37

การจดั กิจกรรมโดยใชร้ ูปแบบทางออนไลน์

นักเรียนได้รบั ชมการนำเสนอของคุณครู นกั เรียนมีความเขา้ ใจมากยง่ิ หลังจากที่ครูอธบิ าย
เกย่ี วกับการเกดิ ลม และสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวนั ไดม้ ากยงิ่ ขนึ้

ผลงานนกั เรียน

นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั หลังจากครูทำการทดลองเสร็จเรียบรอ้ ย

ปัญหาอปุ สรรคทพ่ี บ

นักเรียนส่วนมากไม่มีความพร้อมเร่อื งอุปกรณ์การทดลอง และนักเรยี นบางคนไม่สามารเขา้ เรียนได้
เน่อื งจากอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ไมพ่ ร้อมใช้งาน คุณครูจึงทำการทดลองใหน้ กั เรยี นดเู ป็นตัวอย่าง

โรงเรยี นวดั โพทะเล

38

บทนำ นักเรียนแสดงบทบาทสมมติเป็นทีม นักดาราศาสตร์สมัครเล่น ได้รับมอบหมายภารกิจในการศึกษา

ดวงจันทร์และระบบสุริยะ นกั เรียนจะไดเ้ รยี นรูเ้ กย่ี วกบั การข้นึ – ตก ของดวงจันทร์ นกั เรียนทำกิจกรรมศกึ ษา

การเปลี่ยนแปลงรปู รา่ งของดวงจนั ทร์และสร้างแบบจำลองทส่ี ามารถพยากรณร์ ูปรา่ งของดวงจันทร์ในแต่ละวัน

นักเรียน ร่วมกันทำกิจกรรมสำรวจระบบสุริยะ เรียนรู้ เกี่ยวกับคาบการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในระบบ

สรุ ยิ ะ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ใช้เวลา ในการจัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง ทีมนักดาราศาสตร์ สมัครเล่นมี

ภารกจิ ตอ้ งศกึ ษาดวงจนั ทร์ โดยศกึ ษาข้อมูลการขน้ึ – ตก ของดวงจันทร์การโคจร รอบโลกของดวงจันทร์ ทำ

กิจกรรมการทดลองเพือ่ ศกึ ษาการเปลย่ี นรูปรา่ งของดวงจนั ทร์ในแตล่ ะวันและสร้างแบบจำลองพยากรณร์ ูปร่าง

ของดวงจันทร์ นำเสนอตอ่ เพอ่ื นๆ ในช้นั เรียน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ใช้เวลาในการ จัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง ทีมนักดาราศาสตร์ สมัครเล่น มี

ภารกิจในการศึกษาระบบสุริยะ โดยทำกิจกรรมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับคาบการโคจร ของดาวเคราะห์ในระบบ

สุรยิ ะ แลว้ เขยี นรายงาน นำเสนอตอ่ เพ่อื นๆ ในช้นั เรียน กจิ กรรมนนี้ ักเรียน จะไดเ้ รยี นรู้เก่ียวกับองค์ประกอบ

ของระบบสุรยิ ะ และคาบการโคจรของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

หัวข้อ การขน้ึ –ตก ของดวงจันทร์

ระดับชัน้ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4

เวลา 4 ช่ัวโมง

แนวคดิ หลกั
ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบโลก การหมุนรอบตัวเอง

ของ โลก ใน ทิศทว นเข็มนาฬิกาเมื่อมองจาก ขั้วโลก เหน ือท ำให้คน บนโลก มอง เห็นดว งจัน ทร์ขึ้นด้านทิศ
ตะวันออกและตกด้านทิศตะวันตกเป็นรูปแบบช้าๆและคนยังเห็นรูปร่างของดวงจันทร์เปลี่ยนไปเนื่องจาก
ตำแหน่งของดวงจันทร์ในแต่ละวันขณะโคจรรอบโลกเปลี่ยนไป โดยโลกของเราอยู่ในระบบสุริยะที่มี
องคป์ ระกอบ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์นอ้ ย ดาวหาง และวัตถเุ ล็กอนื่ ๆ ทโี่ คจรรอบดวงอาทติ ย์

มาตรฐานและตวั ชี้วัด

สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
ตัวชว้ี ัด ว 3.1 ป.4/1 อธิบายรปู แบบเสน้ ทางการขึน้ และตกของดวงจันทร์โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

โรงเรยี นวดั โพทะเล

39

ว.3.1 ป.4/2 สร้างแบบจำลองที่อธิบายรูปแบบการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และพยากรณ์
รปู รา่ งปรากฏของดวงจนั ทร์
ว.3.1 ป.4/3 สร้างแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะและอธิบายเปรียบเทียบคาบการโคจรของ
ดาวเคราะห์ต่างๆ จากแบบจำลอง
ความเข้าใจทีย่ งั่ ยืน
นกั เรียนเขา้ ใจว่า

1. ดวงจันทร์หมนุ รอบตวั เองขณะโคจรรอบโลกการหมุนรอบตวั เองของโลกในทิศทวนเข็มนาฬิกาเมื่อ
มองจากขั้วโลกเหนอื ทำใหค้ นบนโลกมองเหน็ ดวงจันทรข์ ้นึ ดา้ นทศิ ตะวันออกและตกดา้ นทิศตะวันตก

2. รูปร่างของดวงจันทร์เปลี่ยนไปเนื่องจากตำแหน่งของดวงจันทร์ในแต่ละวันขณะโคจรรอบโลก
เปลย่ี นไป ทำให้คนบนโลกมองเห็นแสงสะทอ้ นทผี่ ิวดวงจันทรเ์ ปลีย่ นไป

3. บริวารของระบบสรุ ยิ ะจะมีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์แตกต่างกนั เนอ่ื งจากมีระยะห่างจาก ดวง
อาทติ ยไ์ มเ่ ทา่ กัน

คำสำคญั

ดวงจันทร์, การหมุน, การโคจร, ดถี ีดวงจันทร์, ระบบสรุ ยิ ะ, คาบ
ความรแู้ ละทกั ษะทนี่ กั เรียนได้รบั
ความรู้

คำสำคญั : ดวงจันทร์, การหมุน, การโคจร, ดีถีดวงจนั ทร์, ระบบสุรยิ ะ, คาบ
ทักษะ

การตั้งคำถาม การสังเกต การวางแผน
การสำรวจตรวจสอบเกยี่ วกับลมและอิทธพิ ลของลม
การทำงานกลุม่
เจตคติ
ความเขา้ ใจธรรมชาติของวทิ ยาศาสตร์
การให้ความรว่ มมอื ในการทำงานกลุม่
เจตคตทิ ่ีดตี ่อการเรียนวทิ ยาศาสตร์
หลักฐานการเรยี นรู้
ภาระงาน
ภาพยนตร์ดวงจนั ทร์

โรงเรยี นวดั โพทะเล

40

หลักฐานการเรียนรู้อ่นื ๆ โดยคำนงึ ถงึ ความแตกต่างของผูเ้ รียน
1. การทำงานเปน็ กลมุ่
2. สงั เกตการตอบคำถาม การทำกจิ กรรมของนกั เรียน
3. การบันทกึ ผลในใบกิจกรรม

การประเมินตนเอง
การประเมินตนเองจากการทำกิจกรรมกล่มุ

หลักฐานการเรียนรู้

ขั้น กจิ กรรม เวลา
ต้งั คำถามเกี่ยวกับ ตั้งคำถามว่า นักเรียนเคยสงั เกตรูปร่างดวงจันทร์หรือไม่ ณ 10 นาที
ปรากฏการณธ์ รรมชาติ เวลาเดิมในแต่ละวันนักเรียนจะสังเกตเห็นดวงจันทร์ใน
ตำแหน่งเดิมหรือไม่ แล้วการเปลี่ยนไปนั้นมีรปู แบบหรือไม่ 15 นาที
รวบรวมความคดิ อย่างไร 40 นาที
และข้อสันนิษฐาน นกั เรยี นรวบรวมความคดิ ตั้งข้อสนั นษิ ฐานเก่ยี วกับการเห็น
ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ รูป ร่างที่ เปลี่ยน ไปของดวงจันทร์ ตำแหน่งและเวลาท่ี 30 นาที
สงั เกตเหน็ ดวงจันทร์ในแตล่ ะวนั 10 นาที
การสังเกตและบรรยาย นักเรียนสังเกตรูปร่างดวงจันทร์ในแต่ละวัน รูปร่างของดวง 15 นาที
จันทร์เปลี่ยนไป เริ่มจากดวงจันทร์เต็มดวงและหายไปทั้ง
บันทกึ ข้อมูล ดวง เราจะสามารถนำภาพปรากฏการณเ์ หลา่ นี้มาร้อยเรียง
ให้เห็น เป็นภาพเคลื่อนไหว เพื่ออธิบายการเปลี่ยนรูปร่าง
อภปิ รายผล ของดวงจนั ทร์
นักเรียนสังเกตและบรรยายรูปร่างดวงจนั ทรอ์ นั เกิดจากการ
ท่ี ดวงจนั ทรโ์ คจรรอบโลก รวมไปถึงตำแหน่งและเวลาท่ี
สงั เกตเหน็ ดวงจันทรใ์ นแตล่ ะวัน
นักเรียนบันทึกผลการสังเกตรูปร่างของดวงจันทร์โดยวาด
รูป ส่วนมืดส่วนสว่าง รวมไปถึงตำแหน่งและเวลาที่
สังเกตเห็นดวงจันทรใ์ นแตล่ ะวนั
นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายปรากฏการณ์ การมองเห็น
วิถี ของดวงจันทร์ที่เปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากการเปลี่ยน
ตำแหนง่ ดวงจันทร์ในรอบการโคจร

โรงเรียนวดั โพทะเล

41

การขน้ึ – ตกของดวงจนั ทร์

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1 : ภาพยนตรด์ วงจนั ทร์

บทนำ
นักเรียนมีบทบาทสมมติเป็นทีมนักดาราศาสตร์สมัครเล่น ได้รับมอบหมายภารกิจในการศึกษาดวง

จันทร์และระบบสุริยะ นักเรียนจะ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขึ้น – ตก ของดวงจันทร์ นักเรียนทำกิจกรรมศึกษา
การเปลีย่ นแปลงรูปรา่ ง ของดวงจันทร์ และสร้างแบบจำลองท่ีสามารถ พยากรณ์รูปร่างของดวงจันทรใ์ นแต่ละ
วัน นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมสำรวจระบบสุริยะ เรียนรู้เกี่ยวกับคาบการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในระบบ
สรุ ยิ ะ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ใช้เวลาในการจัดการ เรียนรู้ 2 ชั่วโมง ทีมนักดาราศาสตร์สมัครเล่น มี
ภารกจิ ต้องศึกษาดวงจนั ทร์ โดยศกึ ษาขอ้ มลู การขึ้น – ตก ของดวงจันทร์ การโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ ทำ
กิจกรรมการทดลองเพื่อศึกษา การเปลี่ยนรูปร่างของดวงจันทร์ในแต่ละวัน และ สร้างแบบจำลองพยากรณ์
รูปร่างของดวงจันทร์ โดยทำเป็นภาพยนตรด์ วงจนั ทร์ นำเสนอตอ่ เพ่ือนๆ ในช้นั เรียน
คำศัพท์

ดวงจนั ทร์, การหมุน, การโคจร, ดถี ีดวงจันทร์

จดประสงค์
นกั เรยี นสามารถ

1. สรา้ งแบบจำลองการเกิดดถิ ีดวงจันทรไ์ ด้
2. อธิบายการเปล่ียนแปลงของดิถดี วงจันทร์จากแบบจำลองได้
3. ทำงานร่วมกบั สมาชิกในกลุ่มได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

คำถามเก่ยี วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ

ตั้งคำถามว่า นักเรียนเคยสังเกตรูปร่างดวงจันทร์หรือไม่ ณ เวลาเดิมในแต่ละวันนักเรียนจะสังเกตเห็นดวง
จันทร์ในตำแหนง่ เดมิ หรือไม่ แล้วการเปล่ยี นไปน้นั มีรูปแบบหรือไม่ อย่างไร

1. ครถู ามถึงประสบการณก์ ารพบเหน็ ดวงจันทร์ของนักเรียน นักเรียนเคยสงั เกตรูปร่างดวงจันทร์ ใน
แตล่ ะวันหรือไม่ (แนวคำตอบ เคยเหน็ บางวันกม็ ืดไม่เหน็ ดวงจันทร)์

2. ณ เวลาเดิมในแต่ละวันนักเรียนจะสังเกตเห็นดวงจันทร์ในตำแหน่งเดิมหรือไม่ และดวงจันทร์ มี
รูปรา่ งเหมือนเดมิ หรือไม่

โรงเรยี นวดั โพทะเล

42

รวบรวมความคิดและข้อสันนษิ ฐาน
นักเรยี นรวบรวมความคิด ต้ังข้อสันนษิ ฐานเกยี่ วกบั การเห็นรปู รา่ งทเี่ ปล่ียนไปของดวงจนั ทร์ ตำแหน่งและเวลา
ท่สี งั เกตเหน็ ดวงจันทรใ์ นแตล่ ะวนั

1. กระตุ้นความสนใจของนกั เรียน ด้วยประเด็นคำถามเกีย่ วกบั สาเหตุที่ทำใหก้ ารเปลีย่ นไปรูปร่างและ
ตำแหนง่ ของดวงจันทรใ์ นแต่ละวัน นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย

- นกั เรียนเคยสงั เกตเหน็ รูปร่างของดวงจันทร์ ในแตล่ ะวนั หรือไม่
- ช่วงเวลาเดิมของแต่ละวนั นกั เรียนจะเหน็ ดวงจนั ทรใ์ นตำแหนง่ เดิมหรือไม่
2. ครูแจกลูกโฟมกลมขนาดประมาณลูกบอลขนาดเล็กและไฟฉาย เพื่อให้นักเรียนใช้ร่วมกันในการ
อภปิ ราย
3. ครูกระตุ้นให้นักเรียนตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการมองเห็นดวงจันทร์
เพื่อให้ได้ประเด็นการศึกษาว่าการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์หรือการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ ส่งผลต่อการ
มองเหน็ วถิ ีดวงจนั ทร์ (เชน่ ตำแหน่งของโลก ดวงจนั ทร์ ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เมฆบงั ดวงจันทร์
ฝนตกชุก ดวงจันทรโ์ คจรรอบโลกทำให้ไดร้ ับแสงจากดวงอาทิตยไ์ ม่เท่ากันในแต่ละวนั )
ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารณ์สบื เสาะ
นักเรียนสังเกตรูปร่างดวงจันทร์ในแต่ละวัน รูปร่างของดวงจันทร์เปลี่ยนไปเริ่มจากดวงจันทร์เต็มดวงและ
หายไปท้งั ดวง เราจะสามารถนำภาพปรากฏการณเ์ หลา่ นี้มาร้อยเรียงให้เหน็ เปน็ ภาพเคลอ่ื นไหว เพอื่ อธบิ าย
การเปล่ยี นรูปรา่ งของดวงจันทร์
1. ครูแจกอุปกรณ์การศึกษาแบบจำลองการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ (รายการอุปกรณ์ตาม ใบ
กจิ กรรม 1.1 เรอ่ื ง ดวงจันทรเ์ ปลยี่ นไป ได้แก่ 1. ลกู โฟมขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางประมาณ 10 cm
2. ไฟฉาย 3. ไมเ้ รยี วยาวประมาณ 1 เมตร)
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มประดิษฐ์แบบจำลองการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ โดยการเสยี บไม้เรยี ว กับ
ลกู โฟม วาดเส้นทางโคจรของดวงจนั ทร์เปน็ วงกลมโดยให้มีรัศมีประมาณ 1 เมตร

โรงเรียนวดั โพทะเล

43

ทม่ี า : http://scimath.org/ebook
3. ใหส้ งั เกตลกู โฟมในตำแหนง่ ตา่ งๆ
4. แตล่ ะกลมุ่ เปลีย่ นตัวนักเรียนที่ถือไม้ เพือ่ ให้ทุกคนได้สงั เกต
5. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายผล
ขอ้ ควรระวงั : ระวังอันตรายจากแสงสวา่ ง ถา้ แสงที่ครใู ชส้ วา่ งมากเกนิ ไป ควรเตรียมแว่นกนั แดดไว้ให้นักเรียน
และเตอื นนกั เรยี นเร่ืองการมองไปท่หี ลอดไฟ
6. ใหเ้ ด็กๆ ตดั กระดาษเปน็ สเี่ หลี่ยมมขี นาดเท่ากนั (10 x 5 cm) จำนวน 10 แผ่น โดยวัดขนาด และวาดก่อน
ล่วงหนา้ (ครูให้เดก็ ๆ ได้ใช้ไม้บรรทัดและดนิ สอ) สำหรับเด็กท่ียังท าไม่ได้ให้ครูช่วยเตรียมอุปกรณ์ ไว้ให้กอ่ น
ใชก้ ระดาษอกี 1 แผน่ เป็นแผน่ ปกท่ีเดก็ ๆ สามารถตกแตง่ ไดต้ ามชอบใจ
7. นกั เรียนสงั เกตและวาดรูปดวงจนั ทร์ลักษณะต่างๆ ทม่ี องเหน็ จากการทดลอง เรียงลงบนกระดาษทีละหน้า
8. สำหรับการประกอบให้เจาะรู 2 รู ที่ด้านขวาของกระดาษ ร้อยรูรดั ด้วยเชอื กให้แน่น ประกบด้วยกระดาษ
แข็งติดเทปกาวเป็นทีจ่ ับจะได้เป็นรปู เล่มคล้ายหนังสือท่ีจับด้วยมือซา้ ยแล้วเปิดดูได้ด้วยมือขวากรีดผ่านด้วย
น้วิ โป้ง การกรดี นิ้วลงบนกระดาษทวี่ าดรูปไว้ผ่านไปอย่างรวดเรว็ ทำใหเ้ กดิ ภาพที่เคลื่อนไหวเป็นการแสดงการ
เกิดปรากฏการณข์ า้ งขนึ้ – ขา้ งแรมของดวงจันทร์
รปู ละหน้า เทา่ กับจำนวนมมุ ท่ีเปล่ียนไป

โรงเรียนวดั โพทะเล

44

การสังเกตและบรรยาย
นักเรยี นสงั เกตและบรรยายรูปร่างดวงจันทร์อนั เกิดจากการที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก รวมไปถงึ ตำแหนง่ และเวลาที่
สังเกตเหน็ ดวงจันทร์ในแต่ละวัน

4.ในระหวา่ งการทดลองนักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สงั เกตและบรรยายถงึ ส่วนมืดและส่วนสวา่ งท่ี
ปรากฏในแต่ละตำแหน่ง โดยครูอาจกระตนุ้ ด้วยการใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- ส่วนมืดส่วนสวา่ งเกดิ ขึ้นไดอ้ ย่างไร
- แต่ละตำแหน่งบนโลกจะเกิดสว่ นมืดและสว่ นสว่างเหมือนกนั หรอื ไมอ่ ย่างไร
บนั ทกึ ผล
นักเรยี นบันทกึ ผลการสงั เกตรูปรา่ งของดวงจนั ทรโ์ ดยวาดรูปส่วนมดื สว่ นสว่าง รวมไปถึงตำแหนง่ และเวลา
ทีส่ ังเกตเห็นดวงจันทรใ์ นแตล่ ะวัน

นกั เรียนบนั ทกึ ผลการสังเกตเก่ยี วกบั ดถิ ีดวงจนั ทร์ และตำแหนง่ ของดวงจนั ทร์ ในแบบบันทกกจิ กรรม
ที่ 1.1
อภปิ รายผล
นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายปรากฏการณ์ การมองเห็นดถิ ีดวงจนั ทร์ทีเ่ ปลยี่ นไปอนั เนอื่ งมาจากการเปล่ียน
ตำแหนง่ ของดวงจนั ทร์ในรอบการโคจร

1. หลังจากทำกิจกรรมการทดลอง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการ
มองเหน็ ดถิ ีดวงจนั ทรท์ ี่เปลย่ี นไป โดยครูอาจกระตุ้นด้วยการใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี

- ทำไมเราจงึ เหน็ ดวงจนั ทรม์ รี ูปรา่ งเปลี่ยนไป
- รูปรา่ งของดวงจนั ทรท์ ่มี องเหน็ ข้นึ อยกู่ บั อะไร หรอื ปจั จยั ใดบ้าง
2. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มเล่าให้เพื่อนฟัง หรืออภิปรายเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการ
เปลยี่ นแปลงดถิ ีของดวงจันทร์
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงดิถีของดวงจันทร์
เช่น ตำแหน่งของผสู้ งั เกต จนนักเรยี นได้ข้อสรปุ วา่ การเห็นดิถขี องดวงจนั ทรท์ ี่เปลีย่ นไปนน้ั ขึน้ อยู่กบั ตำแหน่ง
ของดวงจันทร์ แหล่งกำเนดิ แสงหรือดวงอาทติ ย์ และตำแหนง่ ของโลกหรอื ผู้สงั เกตบนโลก ส่วนระยะระหวา่ ง
ดวงจันทร์กับโลกหรือดวงอาทิตย์จะไม่ส่งผลต่อดิถีหรือรูปร่างท่ีมองเห็น แต่จะส่งของต่อขนาดที่มองเห็น
เท่านน้ั

โรงเรยี นวดั โพทะเล


Click to View FlipBook Version