แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยดว้ ย scratch เวลาเรียน 6 ชวั่ โมง
เรอ่ื งการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์ scratch เบอ้ื งตน้ เวลา 1 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวกลั ยรัตน์ ดอนประดิษฐกลุ วันทสี่ อน.............เดือน.......................พ.ศ.............
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทีพ่ บในชวี ิตจรงิ อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนและ
เปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการ
แกป้ ญั หาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รู้เท่าทันและมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ป.4/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสอ่ื และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
และแก้ไข
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกองค์ประกอบตา่ งๆของโปรแกรม scratch ได้ (K)
2. นักเรียนสามารถปฏิบตั ติ ามข้ันตอนการเขียนโปรแกรม scratch เบ้อื งต้นได้ (P)
3. นกั เรียนเห็นความสำคญั ของการเขียนโปรแกรม scratch (A)
3. สาระสำคัญ
การเขยี นโปรแกรม scratch คอื การเขียนสครปิ ตใ์ ห้ตัวละครแตล่ ะตวั รวมท้งั ฉาก ทำงานร่วมกันโดยท่ีตวั
ละครแต่ละตัวรวมทง้ั ฉากสามารถมีไดห้ ลายสคริปต์หรือไม่มีสคริปต์ ซึง่ โปรแกรม scratch สามารถนำมาพฒั นา
ในเชงิ สรา้ งสรรค์ได้ เช่นการสร้างนทิ าน การสร้างเกม ดนตรี ภาพเคลือ่ นไหว เป็นตน้
โปรแกรม scratch มอี งคป์ ระกอบหลักทัง้ หมด 7 องคป์ ระกอบ ดังนี้
1. แถบเมนู
2. กลุ่มบล็อก
3. ข้อมลู เวทหี รือตวั ละครทถี่ กู เลอื ก
4. เวที
5. บลอ็ กในกลุม่ ที่ถกู เลือก
6. พนื้ ทท่ี ำงาน
7. รายการตวั ละคร และเวทที ่ีใช้ในโปรเจกต์ปัจจุบัน
4. สาระการเรยี นรู้
โปรแกรม Scratch
5. รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน
ใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem-based Learning)
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทักษะ 4 Cs
ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
ทักษะการส่ือสาร (Communication Skill)
8. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มีวนิ ยั
ใฝ่เรียนรู้
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
9. การจัดกระบวนการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ขน้ั นำ
1. ครูสนทนากบั นักเรียนโดยนำเข้าสูบ่ ทเรียน จากทีน่ ักเรยี นได้ศกึ ษาและสืบค้นเรื่องโปรแกรม scratch
ชวั่ โมงก่อนหนา้ น้นั คราวนเ้ี ราจะมีการฝกึ เขยี นโปรแกรมกันจรงิ ๆ
2. จากนัน้ ครใู ห้นักเรยี นเปดิ ใชโ้ ปรแกรมโดยเข้าบัญชีและรหัสทน่ี ักเรียนมีอยกู่ ่อนหน้านี้
ขนั้ สอน
ข้ันที่ 1 กำหนดปญั หา
1. ครอู ภิปรายว่า หากต้องการให้แมวหรอื ตัวละครทำตามคำสง่ั ของเรานำ้ เราจะต้องเขยี นโปรแกรมคำสั่ง
เพอ่ื ป้อนใหโ้ ปรแกรมทำตามคำสงั่ จากช่ัวโมงทีผ่ า่ นมานกั เรียนรูว้ ิธีการเข้าใชง้ านโปรแกรมแลว้ แต่การท่ี
จะเขียนโปรแกรมคำส่งั ได้นน้ั สิง่ ทจ่ี ะต้องศึกษาเพิ่มเติม องคป์ ระกอบของโปรแกรม scratch
ขั้นท่ี 2 ทำความเขา้ ใจ
1. ครอู ธบิ ายควบคู่กับภาพองค์ประกอบของโปรแกรม scratch จากหนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 34-35 ว่าองคป์ ระกอบหลักของโปรแกรม scratch มีดังนี้
1. แผน่ เมนูเครื่องมือ
2. เครอ่ื งมือเวที
3. ข้อมลู เวที หรอื ตัวละครท่ีถูกเลอื ก
4. บล็อกโปรแกรมคำส่งั
5. ชดุ คำส่ังของบล็อกทเ่ี ลอื ก
6. พ้นื ทีท่ ำงาน
7. เวที
8. รายการตัวละคร และเวทีท่ใี ช้ในโปรเจกต์ปจั จบุ นั
2.ครใู หน้ ักเรียนศึกษาความรูเ้ กี่ยวกบั องค์ประกอบของโปรแกรม Scratch จากหนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 36
3.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายว่า โปรเจกต์ในโปรแกรม Scratch มีโครงสรา้ งหลัก 3 ส่วน ดงั นี้
1) พนื้ ทเ่ี ขยี นสคริปต์ หรอื พนื้ ทเ่ี ขยี นโปรแกรมเพือ่ ส่งั ให้ตัวละครหรอื เวทที ำตามคำสั่งทีต่ ้องการ โดย
สามารถสง่ั การไดจ้ ากบลอ็ กโปรแกรมคำสั่ง
2) เวที เป็นสว่ นที่แสดงผลการทำงานของสครปิ ต์ เสียง ฉาก ซึ่งเวทจี ะมีขนาด 480 x 360 หนว่ ย
3) หอ้ งแตง่ ตวั เปน็ ภาพของตวั ละคร ซ่งึ สามารถเปล่ยี นแปลงภาพตัวละครได้ตามความต้องการ
โดยตัวละครสามารถเปลย่ี นแปลงชดุ หรือเคลอื่ นไหวในรูปแบบตา่ ง ๆ ตามที่ต้องการได้
4.ครใู หน้ กั เรียนพิจารณาบล็อกโปรแกรมคำสัง่ จากหนังสือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.4 หนา้ 37-39 ซง่ึ เป็นบล็อกคำสง่ั โปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์ท่ีใช้สั่งการให้โปรแกรม
Scratch ทำงานตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยมบี ลอ็ กคำส่งั พื้นฐาน ดงั น้ี
1)การเคล่ือนที่ เช่น เคลือ่ นทไ่ี ปข้างหน้า หมนุ ไปทางขวา
2)รูปร่าง เช่น สลับชุด เปลีย่ นขนาด
3)เสียง เช่น เลน่ กลอง เล่นเสียงสตั ว์
4)ปากกา เชน่ สปี ากกา ยกปากกาขึน้
5)ควบคมุ เช่น วนซ้ำ ตรวจสอบเง่ือนไข
6)กำลงั รบั รู้ เชน่ ระดับเสียง คลกิ เมาส์
7)เหตกุ ารณ์ เช่น สร้างตวั แปร สรา้ งรายการ
8)โอเปอเรเตอร์ เช่น บวก เชอ่ื ม และ
5.ครูให้นกั เรยี นคลิกเลอื กบลอ็ กโปรแกรมคำส่งั ตามที่ระบุข้างตน้ บนหนา้ จอโปรแกรม Scratch ในเครื่อง
คอมพิวเตอร์ เพ่อื ให้นกั เรียนเขา้ ใจคำส่งั พน้ื ฐานต่าง ๆ ในบล็อกคำส่ังมากข้นึ เม่ือนกั เรียนคลิกเลอื กคำสั่ง
ต่าง ๆ จากหน้าจอโปรแกรมคำสัง่ ครูอาจถามวา่ แต่ละคำสัง่ ทำหนา้ ทใี่ ดบ้าง ใหน้ ักเรยี นอภิปรายร่วมกนั
ในช้ันเรยี น
ข้นั ท่ี 3 ดำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยใหน้ ักเรียนสืบค้นและหาวิธีการทำให้ตัวละครในโปรแกรม
Scratch พูดคำวา่ “สวสั ดีประเทศไทย” โดยให้เวลาสืบคน้ และทำใหต้ วั ละครพดู ภายในเวลา 20 นาที
2. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอสิ่งที่นักเรียนสืบค้นได้หน้าช้ันเรียน ปัญหาอุปสรรคที่เจอจาก
การทำงานในโปรแกรม Scratch และสรุปว่ากลุ่มของนักเรียนสามารถทำให้ตัวละครพูดตามคำสั่งท่ี
กำหนดไดห้ รือไม่
3. ครูให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าการเขียนโปรแกรม Scratch จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 41-43
4. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม Scratch โดยให้ตัวละครพูดคำว่า “สวัสดี
ประเทศไทย” จนได้ข้อสรุปว่า การกำหนดให้ตัวละครพูดได้นั้นจะต้องออกแบบซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน
และนำไปเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ Scratch ซงึ่ การออกแบบซอฟต์แวร์จะต้องออกแบบโดยใช้
ผงั งาน
5. ครูให้นักเรียนแต่ละคนสร้างตัวละครและกำหนดคำพูดท่ีต้องการให้ตัวละครพูดตามความคิดสร้างสรรค์
ของนักเรียน โดยนำเสนอบนเวทีในโปรแกรม Scratch ตามข้ันตอนที่ได้ศกึ ษามาข้างตน้ ซึ่งเร่ิมจากการ
ออกแบบผงั งาน
ขน้ั ท่ี 4 สงั เคราะหค์ วามรู้
1. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนเดินเย่ียมชมผลงานการสร้างตัวละครของเพ่อื น ๆ ภายในชน้ั เรยี น ที่ได้
สรา้ งสรรค์ขึน้ ผ่านโปรแกรม Scratch และให้นกั เรียนแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นรว่ มกนั
2. ครูใหน้ ักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เร่อื ง สว่ นประกอบของโปรแกรม Scratch
3. ครูให้นกั เรียนทำใบงานที่ 2.2 เร่ือง บลอ็ กคำส่งั
ขั้นสรุป
ข้นั ท่ี 5 สรุปและประเมินค่าคำตอบ
1. ครูอภิปรายรว่ มกนั กบั นกั เรียนเก่ยี วกับโปรแกรม Scratch จนได้ข้อสรปุ ว่า โปรแกรม Scratch เป็น
โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรภ์ าษาหน่ึงท่ีพัฒนาขึน้ มา เพ่ือใช้ในการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใน
รูปแบบของกราฟกิ สามารถเรียนรไู้ ดง้ า่ ย และสนุกสนานกับการเรียนรู้ ฝึกกระบวนการคดิ เปน็ ขน้ั
เปน็ ตอนอย่างสร้างสรรค์ สามารถสรา้ งช้นิ งานไดต้ ามความต้องการหรอื จนิ ตนาการ
2. ครูถามคำถามนักเรยี นวา่ การฝกึ เขียนโปรแกรมมีประโยชนต์ ่อเราอยา่ งไร
(แนวตอบ : การฝึกเขียนโปรแกรมจะช่วยส่งเสรมิ ใหเ้ กิดความคดิ สร้างสรรค์ สะทอ้ นความคดิ ทีไ่ ด้
ออกมาเป็นผลงาน นอกจากน้ี การเขียนโปรแกรมจะช่วยให้เกิดการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเร่ิม
จากความคิดสรา้ งสรรค์ การวเิ คราะหป์ ญั หาและนำไปสู่การหาคำตอบอย่างเปน็ ระบบ)
ขนั้ ท่ี 6 นำเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูตรวจใบงานที่ 2.1 เรื่อง สว่ นประกอบของโปรแกรม Scratch
2. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง บล็อกคำส่งั
3. ครูประเมนิ การนำเสนองานหน้าช้ันเรยี นของนกั เรียนจากการทำกจิ กรรมกลุม่ เกี่ยวกบั การเขียน
โปรแกรม Scratch
10. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
2. ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง สว่ นประกอบของโปรแกรม Scratch
3. ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง บลอ็ กคำสัง่
4. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
11. การวัดและการประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ วธิ ีการประเมิน เครอ่ื งมือการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
1.นักเรยี นสามารถอธิบาย - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง - รอ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป
องคป์ ระกอบต่าง ๆ ของโปรแกรม เร่อื ง สว่ นประกอบ ส่วนประกอบของ ผ่านเกณฑ์
Scratch ได้ โปรแกรม Scratch
ของโปรแกรม
- ใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง
Scratch บล็อกคำสั่ง
- ตรวจใบงานที่ 2.2
เร่ือง บล็อกคำส่งั
2.นักเรียนสามารถปฏบิ ัตติ าม - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง - รอ้ ยละ 50 ขนึ้ ไป
สว่ นประกอบของ ผ่านเกณฑ์
ข้ันตอนการเขยี นโปรแกรม Scratch เรอ่ื ง ส่วนประกอบ
เบอื้ งตน้ ได้ โปรแกรม Scratch
ของโปรแกรม
Scratch
3.นักเรยี นเห็นความสำคญั ของการ - ยกตัวอยา่ ง - ใบงานที่ 2.2 - ร้อยละ 50 ขึ้นไป
เขยี นโปรแกรม Scratch ความสำคัญของการ เรอื่ ง บล็อก ผา่ นเกณฑ์
เขียนโปรแกรม คำสัง่
Scratch
แบบประเมินชิ้นงาน
ประเด็นการประเมนิ การใหค้ ะแนน
(3 คะแนน) (2 คะแนน) (1 คะแนน)
1.การออกแบบซอฟตแ์ วร์
2.การเขียนโปรแกรม Scratch
3.คดิ สร้างสรรค์
รวมคะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
8–9 3 หมายถึง ดี
5–7 2 หมายถึง พอใช้
1–4 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเดน็ การประเมิน คำอธิบายระดบั คุณภาพ / ระดับคะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรับปรุง (1 คะแนน)
1.การออกแบบ สามารถการออกแบบ สามารถการออกแบบ สามารถการออกแบบ
ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวรโ์ ดยใช้ผังงานอยา่ ง ซอฟต์แวรโ์ ดยใชผ้ ังงาน ซอฟตแ์ วร์โดยใช้ผงั งาน
เป็นลำดบั ขัน้ ตอน และ อยา่ งเป็นลำดับข้ันตอน อยา่ งเปน็ ลำดับข้นั ตอน และ
ถกู ต้องชัดเจน และถูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่ ถูกต้องเพยี งบางส่วน
2.การเขียนโปรแกรม สามารถนำผังงานท่ีออกแบบ สามารถนำผงั งานท่ี สามารถนำผังงานที่
Scratch
ซอฟตแ์ วร์ มาเขยี นโปรแกรม ออกแบบซอฟตแ์ วร์ มา ออกแบบซอฟตแ์ วร์ มา
Scratch ไดถ้ ูกต้อง ตรวจหา เขยี นโปรแกรม Scratch ได้ เขยี นโปรแกรม Scratch ได้
ข้อผดิ พลาด และแกไ้ ขได้ ถกู ต้อง ตรวจหา ถูกต้อง ตรวจหาขอ้ ผิดพลาด
สำเร็จ ข้อผดิ พลาด และแกไ้ ขได้ และแก้ไขได้เพยี งบางส่วน
เปน็ สว่ นใหญ่
3.คิดสร้างสรรค์ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ในการ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ใน มีความคิดสร้างสรรค์ ในการ
นำเสนอเร่อื งราวและการ การนำเสนอเรื่องราวและ นำเสนอเร่ืองราวและการ
ออกแบบโปรแกรมได้ การออกแบบโปรแกรมได้ ออกแบบโปรแกรมได้
นา่ สนใจดเี ย่ยี ม น่าสนใจเป็นสว่ นใหญ่ นา่ สนใจเพยี งบางส่วน
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครูพจิ ารณาใหค้ ะแนนนักเรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนักเรยี น
โดยใชเ้ กณฑใ์ นการประเมิน ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมที่สังเกต ระดับคะแนน
321
1. แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ
2. ยกตวั อย่างความสำคัญของการเขียนโปรแกรม
Scratch
3. มีวนิ ยั และม่งุ ม่ันในการทำงาน
4. เข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้
รวมคะแนน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
13 – 15 4 หมายถึง ดีมาก
10 - 12 3 หมายถงึ ดี
8–9 2 หมายถงึ พอใช้
1–7 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
ใบงานท่ี 2.1
เร่ือง ส่วนประกอบของโปรแกรม Scratch
คำชีแ้ จง : บอกส่วนประกอบและการทำงานของโปรแกรม Scratch ตามตัวเลขทร่ี ะบุ
21
3
1. หมายเลข 1
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หมายเลข 2
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. หมายเลข 3
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลยใบงานที่ 2.1
เรื่อง ส่วนประกอบของโปรแกรม Scratch
คำชแ้ี จง : บอกส่วนประกอบและการทำงานของโปรแกรม Scratch ตามตัวเลขท่รี ะบุ
21
3
1. หมายเลข 1
…พ…ื้น…ท…ีเ่ ข…ีย…น…ส…ค…ริป…ต…์ …หร…ือ…พ…ื้น…ท…ีเ่ ข…ีย…นโ…ป…ร…แก…ร…ม…เพ…อื่ …ส…่ังใ…ห…้ตวั…ล…ะ…คร…ห…ร…ือเ…ว…ท…ที ำ…ต…า…มค…ำ…ส…ัง่ ท…ตี่ …้อ…งก…า…ร…โ…ดย…ส…า…มา…รถ
…ส…งั่ ก…า…ร…ได…จ้ …าก…บ…ล…อ็ …กโ…ป…ร…แก…ร…ม…คำ…ส…่ัง…ซ…ึง่ แ…บ…ง่ …ออ…ก…เ…ปน็……8…ก…ล…ุ่ม………………………………………………………………
2. หมายเลข 2
……เ…วท…ี …เป…น็ …ส…ว่ น…ท…ีแ่ …ส…ด…งผ…ล…ก…าร…ท…ำง…า…น…ขอ…ง…ส…คร…ปิ …ต…์ เ…สยี…ง…ฉ…า…ก…ห…ร…อื พ…นื้…ห…ล…งั …ซ…ง่ึ เ…วท…ีจ…ะ…ม…ีข…นา…ด…4…8…0……x…………
……3…6…0…ห…น…่ว…ย…ถ…า้ …พ้ืน…ห…ล…ัง…ท…ใี่ ช…ม้ …ีขน…า…ด…ให…ญ…่ก…ว…่า…โป…ร…แ…ก…รม……Sc…ra…t…ch……จะ…ล…ด…ข…นา…ด…พ…นื้ …ห…ลัง…น…้นั …โด…ย…อ…ตั โ…น…ม…ัติ……
3. หมายเลข 3
……ห…้อง…แ…ต…่งต…ัว……เป…็น…ภ…าพ…ข…อ…งต…ัว…ล…ะค…ร…ซ…ึ่ง…ส…าม…า…รถ…เ…ป…ลี่ย…น…แ…ป…ล…งภ…า…พ…ตวั…ล…ะ…คร…ไ…ดต้…า…ม…ค…วา…ม…ต…้อง…ก…าร……โด…ย…ต…วั ……
……ล…ะค…ร…ส…าม…า…รถ…เ…ปล…ี่ย…น…แ…ป…ลง…ช…ดุ …ห…ร…อื เ…ค…ล…อื่ น…ไ…ห…วใ…น…รูป…แ…บ…บ…ต…า่ ง…ๆ……ตา…ม…ท…ี่ต…้อง…ก…า…รไ…ด…้ ………………………………
ใบงานที่ 2.2
เรื่อง บล็อกคำสงั่
คำชี้แจง : จงบอกชอ่ื พรอ้ มอธบิ ายหนา้ ท่ขี องบลอ็ กคำสงั่ ต่อไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง
บล็อกคำสงั่ การทำงาน
เฉลยใบงานที่ 2.2
เรื่อง บล็อกคำส่ัง
คำชี้แจง : จงอธบิ ายหนา้ ที่ของบล็อกคำส่งั ต่อไปนใ้ี ห้ถกู ต้อง
บลอ็ กคำสั่ง การทำงาน
การเคล่อื นท่ี เช่น เคลือ่ นท่ไี ปข้างหนา้ หมนุ ไปทางขวา
ควบคุม เช่น วนซำ้ ตรวจสอบเงื่อนไข
รปู ร่าง เชน่ สลับชุด เปลี่ยนขนาด
กำลังรบั รู้ เช่น ระดบั เสยี ง คลกิ เมาส์
เสยี ง เชน่ เล่นกลอง เล่นเสยี งสตั ว์
โอเปอเรเตอร์ เช่น บวก เชอื่ ม และ
ปากกา เชน่ สปี ากกา ยกปากกาขึน้
ตัวแปร เช่น สรา้ งตวั แปร สรา้ งรายการ
ส่อื การเรยี นรู้
เคร่อื งมอื นเิ ทศ
แบบบันทึกการนิเทศบรรยากาศชั้นเรียน ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา๖๐ (บ้านเขาตะพานนาก) สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาพิจิตร เขต ๒
การนิเทศคร้ังท่ี วันที่ เดือน พ.ศ.
ผู้นิเทศ 1. ตาแหน่ง
2. ตาแหน่ง
3. ตาแหน่ง
ผู้รับการนิเทศ ตาแหน่ง
สอนระดบั ปีการศกึ ษา จานวนนักเรียน คน
คาชี้แจง ให้คณะกรรมการนิเทศดาเนินการนิเทศครูผู้สอนตามหัวข้อต่อไปนี้ เพอื่ เป็นข้อมูลในการปรับปรุง
พัฒนาการเรียนการสอนต่อไป โดยแบ่งระดับคะแนนออกเป็น 5 ระดับ คือ
5 มีการปฏิบัติหรอื จัดทารายละเอียดสมบรู ณท์ ุกรายการอยู่ในระดับ ดีมาก
4 มีการปฏิบตั ิหรอื จัดทารายละเอียดสมบรู ณท์ ุกรายการอยู่ในระดับ ดี
3 มีการปฏิบัติหรอื จัดทารายละเอียดสมบรู ณ์ทกุ รายการอยู่ในระดับ ปานกลาง
2 มีการปฏบิ ัติหรอื จัดทารายละเอียดสมบรู ณท์ ุกรายการอยู่ในระดับ น้อย
1 มีการปฏิบตั ิหรอื จัดทารายละเอียดสมบูรณท์ ุกรายการอยู่ในระดับ น้อยที่สุด
ข้อ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ระดับการประเมิน ความคดิ เห็นผู้นิเทศ
54321
1 สัญลักษณ์สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2 ป้ายชื่อชั้น ช่ือครู
3 ตารางเรียน
4 ป้ายสถิติจานวนนักเรียน
5 ป้ายสมาชิกในชั้นเรียน
6 ป้ายเวรประจาวัน
7 การจัดป้ายนิเทศ แหล่งการเรียนรู้เป็นปัจจุบัน
8 ข้อตกลงของห้องเรียนและนักเรียนสามารถปฏิบัติได้
9 มุมส่งเสริมการอ่าน มุมบัณฑติ น้อย
10 มุมเกมการศึกษา/สาระการเรียนรู้ ทีม่ ากกว่า 1 สาระ
11 มุมสาหรับสุขนิสัย เช่น ท่แี ขวนแก้วน้า แปรงสีฟัน
12 มุมส่ือการเรียนรู้ท่จี ัดหาไว้เพอื่ พัฒนาผู้เรียน
13 นาฬิกาประจาห้องเรียนและปฏิทินเป็นปัจจุบัน
ขอ้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ระดับการประเมนิ ความคดิ เห็นผู้นิเทศ
54321
14 มีป้ายพุทธศาสนสุภาษิตประจาห้องเรียน
15 มุมแสดงผลงานของนักเรียนนเป็นปัจจุบัน
16 ทีเ่ ก็บอุปกรณ์ทาความสะอาด
17 โต๊ะเรียน เก้าอ้ี สะอาดไม่มีรอยขีดเขียนเลอะเทอะ
18 พ้ืนห้องเรียนสะอาด
19 จัดวางสิ่งของเป็นระเบียบเรียบร้อย
20 นักเรียนแต่งกายสะอาด
รวม
รวม/สรุปผลระดบั คุณภาพ
การแปลความหมาย 90 - 95 คะแนน ระดับคุณภาพดีมาก 71 - 89 คะแนน ระดับคุณภาพดี
48 - 70 คะแนน ระดับคุณภาพปานกลาง 26 - 47 คะแนน ระดับคุณภาพพอใช้
19 - 25 คะแนน ระดับคุณภาพปรับปรุง
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากกรรมการนิเทศ
ลงช่ือ กรรมการนิเทศคนท่ี 1
()
ลงช่ือ ผู้รับการนิเทศ
()
ลงช่ือ
(นางชุติมา บุตรชม)
ผู้อานวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา๖๐ (บ้านเขาตะพานนาก)
ผลงานนักเรยี น
ภาพกิจกรรม
แบบรายงานผลการดาเนิ นงาน
กิจกรรมการเรยี นร้บู ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา ประจาปี ๒๕๖๔
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต ๒
....................................................
ตอนที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐาน
๑.๑ โรงเรยี น วดั เขารวก สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพจิ ติ ร เขต ๒
๑.๒ งบประมาณทไ่ี ดร้ บั ทงั้ หมด จานวน ๔,๕๐๐ บาท
(ไดร้ บั จดั สรรจากสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ตามหนงั สอื ราชการ
ท่ี ศธ 04100/1044 ลงวนั ท่ี ๗ เมษายน ๒๕๖๔)
๑.๓ จานวนครผู สู้ อนทเ่ี ขา้ รบั การอบรม ๔ คน
(การสมั มนาโครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั ประถมศกึ ษา ใน
รปู แบบออนไลน์ (Online) ผ่านระบบ Zoom Meeting ตามหนงั สอื ราชการท่ี ศธ ๐๔๑๐๐/๑๘๕๒ ลงวนั ท่ี
๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔)
๑.๔ จานวนครผู สู้ อนทเ่ี ขา้ ร่วมกจิ กรรม ๔ คน
(ครผู สู้ อนวทิ ยาศาสตรท์ ุกระดบั ชนั้ ในโรงเรยี น)
๑.๕ จานวนนกั เรยี นทเ่ี ขา้ รว่ มกจิ กรรมระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖ จานวน 45 คน
ตอนที่ ๒ การดาเนินงานกิจกรรมการเรยี นร้บู ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ระดบั
ประถมศึกษา
ประจาปี ๒๕๖๔
๒.๑ วธิ ดี าเนินงาน
๒.๑.๑ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร/ู้ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
๑) การจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖ โดยใชร้ ูปแบบการจดั การเรยี นรู้ แบบวฏั จกั รการ
สบื เสาะ ซง่ึ มขี นั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี
ขนั้ ท่ี ๑ ตงั้ คาถามเกย่ี วกบั ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ขนั้ ท่ี ๒ รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นษิ ฐาน
ขนั้ ท่ี ๓ ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ
ขนั้ ท่ี ๔ สงั เกตและบรรยาย
ขนั้ ท่ี ๕ บนั ทกึ ขอ้ มลู
ขนั้ ท่ี ๖ อภปิ รายผล
ตวั อย่างการจดั การเรยี นรู้ ดงั น้ี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เร่อื ง พชื และสตั วร์ อบตวั
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เร่อื ง สว่ นประกอบของดนิ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เร่อื ง การดารงเผ่าพนั ธขุ์ องสตั ว์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เร่อื ง การเจรญิ เตบิ โตของพชื
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เรอ่ื ง สงิ่ มชี วี ติ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เรอ่ื ง รา่ งกายของเรา
๒) การจดั กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาการคานวณ เพื่อเพิ่มทักษะการคดิ แบบมีเหตผุ ล
และเป็นขนั้ ตอน(Coding) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖ โดยใชร้ ปู แบบการจดั การเรยี นรู้ แบบวฏั จกั รการสบื เสาะ
ซง่ึ มขี นั้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
ขนั้ ท่ี ๑ ตงั้ คาถามเกย่ี วกบั ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ขนั้ ท่ี ๒ รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นิษฐาน
ขนั้ ท่ี ๓ ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ
ขนั้ ท่ี ๔ สงั เกตและบรรยาย
ขนั้ ท่ี ๕ บนั ทกึ ขอ้ มลู
ขนั้ ท่ี ๖ อภปิ รายผล
ตวั อยา่ งการจดั การเรยี นรู้ ดงั น้ี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เรอ่ื ง อุปกรณ์เทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เร่อื ง การแกป้ ัญหาเบอ้ื งตน้
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เร่อื ง การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะเบอ้ื งตน้
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เรอ่ื ง เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละการใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ต
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เรอ่ื ง การเขยี นรหสั จาลอง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เรอ่ื ง การคน้ หาขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ต
๓) การจดั กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร ไดแ้ ก่ กจิ กรรมโครงงานวทิ ยาศาสตร์ กจิ กรรม
ค่ายวทิ ยาศาสตร์ กจิ กรรมสปั ดาหว์ ทิ ยาศาสตร์
๔) การจดั การเรยี นรโู้ ดยใชร้ ปู แบบออนไลน์ ผ่าน ZOOM Cloud Meetings
โดยการจดั ทาสอ่ื การเรยี นรใู้ นรปู แบบ Power Point รูปแบบ E-book
ตวั อย่างการจดั การเรยี นรู้ ดงั น้ี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เร่อื ง การจาแนกประเภทสตั ว์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เร่อื ง ปัจจยั ในการดารงชวี ติ ของสตั ว์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เร่อื ง โครงสรา้ งของพชื
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เร่อื ง หว่ งโซอ่ าหาร
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เรอ่ื ง สารอาหาร
๒.๑.๒ การนิเทศ ตดิ ตาม
การนิเทศตดิ ตามการจดั การเรยี นรู้ ดงั น้ี
๑) การนเิ ทศ ตดิ ตามจากศกึ ษานิเทศก์ สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ประถมศกึ ษาพจิ ติ ร เขต 2 โดยการนเิ ทศ ตดิ ตาม ณ โรงเรยี น และการนเิ ทศ ตดิ ตามในรปู แบบออนไลน์
๒) การนิเทศภายในโรงเรยี น จากผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ครวู ชิ าการ
โรงเรยี น
โดยการนเิ ทศ ตดิ ตาม ณ ชนั้ เรยี น และการนเิ ทศ ตดิ ตามในรปู แบบออนไลน์
๒.๒ ผลการดาเนินงาน
๒.๒.๑ ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นร/ู้ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
จากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูก้ ลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และ
กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร สง่ ผลใหน้ กั เรยี นมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ดงั น้ี
๑) ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นในกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ปีการศกึ ษา 2563 มคี ่าเฉลย่ี รอ้ ยละ 72.64 เป็นไปตามเป้าหมายทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
๒) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O-NET)
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ มคี ่าเฉลย่ี รอ้ ยละ ๓๘.๕๘ เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ปีการศกึ ษา
๒๕๖๒ พบวา่ มผี ลการทดสอบสงู ขน้ึ เท่ากบั ๑๑.๓๘
๒.๒.๒ ผลการนิเทศ ตดิ ตาม
จากการนิเทศ ตดิ ตาม พบว่า ครผู สู้ อนมกี ารจดั การเรยี นการสอนโดยใชร้ ปู แบบ
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ แบบวฏั จกั รการสบื เสาะ และจดั กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร เพอ่ื พฒั นาความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตรข์ องนกั เรยี นเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ซง่ึ พบครผู สู้ อนทม่ี กี ารพฒั นาสอ่ื การเรยี นร/ู้ วธิ กี ารจดั การเรยี นรูท้ เ่ี ป็นแบบอย่างทด่ี ี ไดแ้ ก่
1) นายกรี วฒั น์ ชน่ื จติ ต์
จดั การเรยี นรู้ เร่อื ง แรงลพั ธแ์ ละแรงเสยี ดทาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
2) นางสาวดารนิ ทร์ รอดช่นื
จดั การเรยี นรู้ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆในร่างกาย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๒.๓ ปัญหาอุปสรรค
-ปัญหาความไม่ต่อเน่อื งของการเรยี นการสอน เน่ืองจากในชว่ งภาวการณ์แพรร่ ะบาดของไวรสั
โควดิ ๑๙ สง่ ผลใหโ้ รงเรยี นตอ้ งหยดุ การเรยี นการสอนตามปกติ โดยใชก้ ารเรยี นการสอนแบบ On-Hand
และ Online
๒.๔ แนวทางการพฒั นา
-ครมู กี ารตดิ ตามความคบื หน้าในการเรยี นและการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นรอู้ ย่างสม่าเสมอ
-ครพู ดู คุยซกั ถามใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็
-มกี ารปรบั เปลย่ี นกจิ กรรมการเรยี นการสอนใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาวะปัจจุบนั
ภาคผนวก
แผนการจัดการเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยที่ 2 เร่ือง เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายด้วย Scratch จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
แผนการเรียนร้ทู ี่ 6 เร่ือง การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch เบอื้ งต้น (2) เวลา 3 ชั่วโมง
สอนวนั ท่ี………..…………...………...…เดือน…………………….…………………………...…..พ.ศ. 2563 ภาคเรียนที่ 1 /2563
ครูผสู้ อน นายกีรวฒั น์ ชื่นจติ ต์
ตัวชว้ี ดั
ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่อื และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
และแก้ไข
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายลำดบั ขน้ั ตอนการเขยี นโปรแกรม scratch ได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถออกแบบโปรแกรม scratch ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขได้ (P)
3. นกั เรียนเหน็ ประโยชน์ของการเขียนโปรแกรม scratch (A)
สาระสำคัญ
โปรแกรม scratch สามารถนำมาใชพ้ ฒั นาซอฟตแ์ วร์เชงิ สรา้ งสรรค์ เช่น การสร้างนทิ าน การสร้างเกม
เปน็ ต้น การเขียนโปรแกรมเป็นการสรา้ งลำดับของคำสัง่ ให้คอมพวิ เตอร์ทำงาน เพอื่ ใหไ้ ด้ผลลัพธ์ตามความต้องการ
หากมขี ้อผดิ พลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละข้ันตอน เมอ่ื พบโจทย์ที่ทำใหผ้ ลลพั ธไ์ ม่ถกู ตอ้ ง ใหท้ ำการแก้ไข
จนกวา่ จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
ตัวอย่างโปรแกรมทม่ี เี รื่องราว เช่น นิทานที่มกี ารตอบโต้กับผ้ใู ชก้ าร์ตูนสนั้ เลา่ กิจวตั รประจาํ วัน
ภาพเคล่ือนไหวการฝกึ ตรวจสอบข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อืน่ จะช่วยพัฒนาทักษะหาสาเหตุของปัญหาได้ดี
ยง่ิ ขนึ้
สาระการเรยี นรู้
โปรแกรม Scratch
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ยั รับผิดชอบ
- ทักษะการส่ือสาร 2. ใฝ่เรยี นรู้
2. ความสามารถในการคดิ 3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
- ทักษะการคิดเชิงคำนวณ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ทักษะการแก้ปญั หา
- ทักษะการสังเกต
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
การจัดกระบวนการเรียนรู้
ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
1. ครทู บทวนความรู้เดิมโดยถามคำถามกระตนุ้ นกั เรียนคิดวา่ โปรแกรม scratch สามารถทำใหต้ วั ละครพูด
มีเสยี งตอบโต้กันไดห้ รือไม่
(แนวตอบ: ตวั ละครสามารถพูดตอบโต้กันได)้
2. ครูสนทนาเพ่ือนำเข้าส่เู นอื้ หาวา่ เด๋ยี วเราจะมาสร้างโปรเจคเร่อื งราวของฉนั ก่อนอืน่ เราตอ้ งเรยี นรู้การ
สร้างเสียงใหต้ วั ละครก่อน
ขั้นสอน
1. นักเรียนเปดิ หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 เรือ่ งการเขียนโปรแกรม
scratch ใหม้ ีเสียง โดยครูอธบิ ายถงึ การใชง้ านโปรแกรม scratch สามารถทจี่ ะทำให้ตัวละครเคลอื่ นไหว
และมคี ำพูดประกอบได้ ยังสามารถใสเ่ สียงเพ่ือให้ตวั ละครพูดออกมาอย่างมเี สยี งได้
2. ครูอธิบายเนือ้ หาวา่ การเขยี นโปรแกรม scratch ให้มเี สยี งนั้นต้องเร่มิ จาก
1) ขั้นที่ 1 การกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ ปัญหาวา่ เราจะสรา้ งสรรคต์ ัวละครใหม้ ีบทบาทอย่างไร โดย
ควรกำหนดบทสนทนาใหเ้ ขา้ กบั ฉากหลังและสถานการณ์ต่าง ๆ ยกตวั อย่างตามหนังสือเรยี น เชน่
ต้องการใหต้ วั ละครพดู ว่า “สวสั ดีประเทศไทย” และมเี สยี ง “เหมียว”
2) ข้นั ที่ 2 การวางแผนการแก้ปัญหา ตอ้ งวางแผนการใช้ซอฟต์แวร์เพอ่ื จะนำไปเขียนโปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์
3) ขั้นที่ 3 การออกแบบซอฟต์แวร์ โดยออกแบบออกมาในรูปของผังงาน ตามหนงั สือเรียน ครู
อาจจะเขยี นการออกแบบและอธิบายขน้ั ตอนต่าง ๆ ของการเขียนผงั งานลงบนกระดานดำ
3. เมอ่ื นักเรยี นออกแบบการเขียนโปรแกรม scratch ให้มเี สียง ออกมาในรปู ของผงั งานเรยี บรอ้ ยจากน้นั นำ
ผงั งานท่ีเราออกแบบมาเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch โดยการเปิดโปรแกรม scratch ข้ึนมา
เพ่อื นำผงั งานท่ีออกแบบไว้ทำตามข้นั ตอน ตามตัวอยา่ ง ในหนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) ป.4
4. นกั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ จากเว็บไซต์ ท่ีได้จากการสแกน QR code ในหนงั สอื เรียนหน้า 50 เพื่อให้ศึกษา
เน้ือหาในเร่ืองน้ีให้เขา้ ใจมากขึน้
5. นักเรยี นศึกษาตวั อยา่ งการทำตัวละครเคลอื่ นท่จี ากหนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี(วิทยาการ
คำนวณ) ป.4
6. นักเรียนใช้โปรแกรม scratch สรา้ งตัวละครใหเ้ คล่ือนที่ตามขั้นตอนท่รี ะบุไว้ในหนงั สอื เรยี นรายวิชา
พ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
7. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม หรืออภิปรายร่วมกบั เพื่อนในชั้นเรยี นในประเดน็ ทเ่ี ปน็ ปัญหา เกดิ ข้อ
สงสยั
8. ครอู ภิปรายกับนักเรยี นวา่ ตัวละครสามารถเคล่ือนที่ไปยังตำแหน่งใดก็ได้ภายในกรอบเวที โดยตวั ละครจะ
เคลื่อนท่แี บบเส้นตรง
ช่วั โมงท่ี 2
ข้นั สอน
1. จากช่วั โมงที่แล้วนักเรียนได้เรียนรกู้ ารสรา้ งเสยี งใหต้ ัวละครแลว้ ในช่ัวโมงนเ้ี ราจะมาออกแบบโปรเจกต์
เรื่องราวของฉัน
2. นักเรยี นสำรวจคลังตัวละคร โดยเลือกตัวละครในคลงั ตัวละครไดโ้ ดยคลิกปุ่ม (1) และเปดิ (2) จะมีตัว
ละครให้เลือกมากมาย
(2)
(1)
3. นักเรยี นออกแบบโปรเจกต์เร่ืองราวของฉนั (เป็นโปรเจกต์จากหนังสอื Scratch in Action Animation)
นกั เรียนใช้โปรแกรม scratch ในการสรา้ งตวั ละคร โดยครูยกตัวอย่างโปรเจกต์ เช่น สร้างตวั ละคร เพิ่ม
คำสง่ั เสยี งให้ตวั ละคร ทดลองหาวธิ ีที่ทำให้เสียงตอบโต้กนั ระหว่างตวั ละครได้ โดยมขี ัน้ ตอน ดงั น้ี
1) นกั เรยี นเลือกตัวละคร และออกแบบซอฟตแ์ วรด์ ้วยผงั งานลงในสมดุ
2) ศึกษาบล็อกคำสงั่ ในหนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4
3) ศึกษาสคริปต์แนะนำและทดลองกับตวั ละครที่ออกแบบไว้ถ้ามขี ้อผดิ พลาดให้ใหแ้ ก้ไข
ข้อผดิ พลาดนน้ั และออกแบบตัวละครต่อไป
กำหนดระยะเวลาในการทำ 30 นาที จากน้นั ครูจะเดินตรวจชนิ้ งานของนักเรียนแต่ละคนภายในห้อง
4. หลงั จากสร้างชน้ิ งานเสรจ็ เรียบรอ้ ย ให้นกั เรยี นเขียนสรุปลำดบั ข้ันตอนการทำงานลงในสมุด โดยระบุวา่
ในการทำกจิ กรรมนักเรยี นคิดวา่ ขน้ั ตอนใดบ้างทที่ ำแล้วสนกุ ทีส่ ดุ ขั้นตอนใดยากท่สี ดุ พร้อมบอกเหตุผล
ประกอบ แนะนำมาพดู คยุ แลกเปลย่ี นกบั เพ่อื นในชนั้ เรยี น
ขั้นสรุป
1. ครูถามนักเรยี นวา่ เราจะนำความรเู้ รื่องการเขยี นโปรแกรมมาประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวันของเราได้
อยา่ งไรบ้าง ใหน้ ักเรียนภายในห้องชว่ ยกนั อภิปรายหาคำตอบ
ชว่ั โมงท่ี 3
ข้นั สอน
1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน ให้แต่ละกลุ่มฝกึ แกป้ ญั หาในโปรแกรมโดยใช้ความรู้ที่เรียนมากอ่ นหน้า
นี้
2. ครสู นทนากับนักเรยี นเรือ่ งการฝกึ แกป้ ัญหาหรือแกบ้ ๊ัก(Bug) ในโปรแกรม (Debugging) ว่าการฝกึ
แก้ปัญหาในโปรแกรม ทำให้เราเขยี นโปรแกรมไดเ้ ก่งขน้ึ
3. แตล่ ะกลุ่มเปดิ เว็บไซต์ไปยัง URL ( https://scratch.mit.edu/projects/282421428/editor/ )แลว้
อ่านโจทย์ ว่าตอ้ งการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างไร จากนน้ั ให้คลกิ ปุ่ม
4. เร่ิมแกโ้ จทยป์ ัญหาได้เลย (โจทยป์ ญั หามาจากหนังสอื Scratch in Action Animation) กำหนดเวลาให้
20 นาที
ขัน้ สรุป
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอการออกแบบซอฟต์แวร์ดว้ ยผงั งานท่ใี ช้ในการแกป้ ัญหาหนา้ ชั้นเรียนทลี ะกลุ่ม
2. ครูตรวจช้ินงานโดยใชแ้ บบประเมินช้ินงาน และเดนิ ดชู ้ินงานของแต่ละกลุ่ม
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐานเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
2. หนังสอื Scratch in Action Animation
3. แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
การวดั และประเมินผล
รายการประเมนิ วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือวัดและประเมินผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล/กล่มุ
1. สังเกต 2. แบบประเมินผลงานรายบุคคล/กลมุ่
3. ใบงาน
ดา้ นความรูค้ วามเข้าใจ 2. ซกั ถาม
3. ประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กล่มุ 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลุ่ม
2. แบบประเมินผลงานรายบุคคล/กลมุ่
4. ตรวจใบงาน 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลุ่ม
2. แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลุ่ม
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลุม่
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
2. ประเมินผลงานรายบคุ คล/กล่มุ
ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ 1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลุ่ม
2. ประเมินผลงานรายบุคคล/กลุ่ม
เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
เกณฑ์การให้คะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลมุ่
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 – 15 ดี
8 – 11 พอใช้
1 – 7 ปรับปรุง
ความเห็นของผ้สู อน
.......................................................................................................................................... ..........................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชือ่ ................................................................ ผู้สอน
(นายภชุ งค์ ยาดี)
ตำแหน่ง ครู คศ.๑
ความคิดเห็นของผตู้ รวจ/ผูท้ ่ีผู้บริหารมอบหมาย
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................................ ....................................
ลงชอ่ื ................................................................ ผตู้ รวจแผน
(นางวิภาวดี ชืน่ เรือง)
ตำแหนง่ หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ
ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้บริหาร
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................................................ ....................
ลงชอ่ื ................................................................ ผบู้ รหิ าร
(นางสาวสุนันทา ส้มอ่ำ)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดเขารวก
บันทกึ หลังการสอน
ผลการจัดการเรียนรู้
.................................................................................................................................................................... ................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................ ........................................
ปญั หา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................ ....................................
....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................... ...................................................... ...................
............................................................................................................................. .......................................................
ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................... .............................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงช่ือ ................................................................ ผู้สอน
(นายภุชงค์ ยาดี)
ตำแหน่ง ครู คศ.๑
ตวั อยา่ งเฉลย แก้ปัญหาหรือแก้บ๊ัก (สามารถแก้ปญั หาได้หลายวธิ ขี น้ึ อยกู่ ับครูผูส้ อน)
12
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2563
หนว่ ยท่ี 1 เรื่อง อลั อรทิ ึมกบั การแก้ปัญหา จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ขอ้ ความปรศิ นากับเจา้ หนยู อดนักสืบ เวลา 2 ชว่ั โมง
สอนวันท่ี………..…………...………...…เดือน…………………….…………………………..พ.ศ. ........ ภาคเรียนท่ี 1 /2564
ครผู ้สู อน นายภชุ งค์ ยาดี
ตวั ชว้ี ดั
ว 4.2 ป.4/1 ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก
ปญั หาอย่างง่าย
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการทำงานและคาดการณผ์ ลลพั ธ์ โดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ และอัลกอรทิ มึ ได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ และอัลกอรทิ ึมในการแกป้ ัญหาอย่างง่ายได้ (P)
3. นกั เรียนสามารถยกตวั อยา่ งการแก้ปญั หาโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะและอลั กอริทึมในชวี ติ ประจำวันได้ (A)
สาระสำคญั
เหตผุ ลเชิงตรรกะ คือ การใช้เหตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขทเ่ี กย่ี วข้อง เพ่ือตรวจสอบความสมเหตสุ มผล มี
ความสำคญั ในการวเิ คราะหห์ าเหตผุ ล สร้างการจัดลำดับเร่ืองราวก่อนหลงั โดยแยกแยะความสำคัญของเรื่องราว
ดว้ ยการเปรียบเทยี บปจั จัยต่าง ๆ ทำใหก้ ารตดั สินใจแก้ปัญหาเป็นไปตามหลักวทิ ยาศาสตร์
อลั กอริทึม คือ กระบวนการแกป้ ญั หาท่ีมลี ำดบั ข้ันตอน วธิ กี ารแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งอยา่ งเป็นขัน้ ตอนและ
ชัดเจน ซ่ึงการแก้ปัญหาโดยการใชอ้ ัลกอริทึมน้ี สามารถใช้แกป้ ัญหาทว่ั ๆ ไปและยังใช้กับการเขียนโปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ดว้ ย
การแสดงอลั กอริทึมด้วยข้อความ คือการใชข้ อ้ ความแสดงขน้ั ตอนการทำงาน มีส่วนประกอบ 2 สว่ น คือ
ลำดบั และขัน้ ตอนการทำงาน
สาระการเรียนรู้
- เหตผุ ลเชิงตรรกะและอลั กอริทมึ
- การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะและอัลกอริทมึ ในการแกป้ ัญหา
- การแสดงอลั กอริทึมด้วยข้อความ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ
- ทักษะการส่ือสาร 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน
2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดเชงิ คำนวณ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ทกั ษะการแกป้ ญั หา
- ทกั ษะการสังเกต
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
การจัดกระบวนการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขน้ั นำ
1. ครูนำเข้าสบู่ ทเรียนโดยถามนักเรยี นวา่ นกั เรียนเคยดูการต์ ูนโคนนั เจา้ หนูยอดนักสบื หรือไม่ โคนนั เปน็
นกั สืบท่ีมีไหวพริบดีมาก เดย๋ี วเราจะมาเป็นนักสืบแบบโคนนั กนั
2. ครูสนทนากบั นักเรียนวา่ นักเรยี นรไู้ หมวา่ ในสืบคดหี รือการแกป้ ญั หาต้องทำอย่างเป็นลำดับขัน้ ตอนและ
ต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะชว่ ยวเิ คราะหร์ ายละเอียดและหลักฐานต่าง ๆ
ขัน้ สอน
1. ครูอธิบายเหตผุ ลเชิงตรรกะเพ่ิมเตมิ ในหนงั สือเรยี นวทิ ยาการคำนวณ และยกตวั อย่างในชวี ติ ประจำวนั
ประกอบ
2. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรียน 3-4 คน แจกใบกจิ กรรมเรื่อง ข้อความปรศิ นากบั เจ้าหนยู อดนกั สืบ ใหน้ กั เรียนทำ
กิจกรรมที่1 เร่ือง สมบัติชิ้นสุดท้าย
3. ครูสมมติบทบาทให้นักเรยี นเป็นโคนนั แลว้ เล่าสถานการณ์ให้นกั เรียนฟังเพ่ือดงึ ดูดความสนใจ
4. นักเรียนภายในกลุ่มช่วยกันสืบคดีโดยการเรียงขอ้ ความในกจิ กรรมท่ี1 เร่อื ง สมบัตชิ นิ้ สุดท้าย ให้ถกู ต้อง
และวิเคราะห์หาคำตอบวา่ ใครคือขโมย พรอ้ มท้งั หลกั ฐาน ภายในเวลา 15 นาที
5. ครสู มุ่ ถามนักเรียนว่า ใครคือขโมย เพราะเหตุใดถึงคดิ ว่าคนนี้คอื ขโมย จากน้ันถามกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้คำตอบ
แตกต่าง พร้อมเหตผุ ล
ข้นั สรุป
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ลำดบั ข้อความ สรปุ ว่าใครคือขโมย พรอ้ มหลกั ฐาน
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปราย การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหามีความสำคญั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ มคี วามสำคญั ในการวเิ คราะหห์ าเหตุผล จดั ลำดับเรือ่ งราวก่อนหลัง โดยแยกแยะความสำคัญ
ของเร่ืองราว ทำให้การตัดสินใจแก้ปญั หามคี วามสมเหตุสมผล)
3. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมท่ี2 เร่ือง ทางเลือกของโคนัน อาจแบง่ เวลาทำท้ายคาบหรือใหเ้ ป็น
การบ้าน
ชัว่ โมงที่ 2
ขัน้ นำ
1. ครูและนกั เรียนทบทวนความรู้เดิมท่ีเรยี นในชว่ั โมงท่ีแล้ว
2. จากใบกจิ กรรมท่ี2 เรอ่ื ง ทางเลอื กของโคนนั ครูสุ่มนักเรยี นถามเส้นทางทด่ี ที ีส่ ดุ และใหน้ ักเรียนบอก
ข้ันตอนการเดินทาง ในขณะเดียวกนั ใหน้ ักเรียนกลุ่มอน่ื ๆ ลองเดนิ ตามขั้นตอนทเ่ี พ่ือนนำเสนอ
(ครคู วรสุ่มนักเรียน 1-2 กล่มุ เพ่ือให้นกั เรียนนำเสนอขั้นตอนการเดินทาง และตรวจสอบวา่ เพอื่ นคนอ่ืน
สามารถทำตามขั้นตอนทน่ี ักเรยี นนำเสนอไดห้ รือไม่)
3. ครูถามนักเรียนวา่ ทำไมจึงคิดว่าเสน้ ทางท่ีเลือกนน้ั เปน็ เสน้ ทางท่ีดที ีส่ ดุ
ข้ันสอน
1. ครถู ามคำถามนกั เรยี นวา่ ทำไมนักเรยี นสามารถเดินทางไปถงึ สถานทเ่ี กิดเหตตุ ามทเี่ พือ่ นนำเสนอได้
(แนวคำตอบ เพราะนักเรยี นสามารถใชข้ ้อความ แสดงลำดับขัน้ ตอนทช่ี ดั เจนได้ เม่ือใครอา่ นข้อความ
ดังกลา่ วกส็ ามารถเดินทางไปถงึ สถานทเ่ี กิดเหตุได้ )
2. ครูบอกนักเรียนว่า ข้นั ตอนวิธีทนี่ ักเรียนใช้แก้ปัญหา เรยี กว่าอลั กอริทมึ เป็นการแสดงอัลกอรทิ ึมดว้ ย
ขอ้ ความ
3. ครูอธิบายความหมายและขั้นตอนของอลั กอริทึมในหนงั สือเรยี น พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งในชวี ิตประจำวัน
ข้นั สรุป
1. นกั เรียนอภิปรายความหมายของเหตุผลเชิงตรรกะและอัลกอริทึม และสุม่ นักเรียนยกตวั อยา่ งการใช้
อลั กอริทึมดว้ ยข้อความในชวี ิตประจำวนั
ส่อื แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นวิชา เทคโนโลย(ี วิทยาการคำนวณ)
2. ใบกจิ กรรมเรื่อง ข้อความปรศิ นากบั เจ้าหนูยอดนักสบื
การวดั และประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วธิ กี ารวัดและประเมินผล เครื่องมือวดั และประเมนิ ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล/กลุม่
1. สังเกต 2. แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลุ่ม
3. ใบงาน
ดา้ นความรูค้ วามเขา้ ใจ 2. ซกั ถาม
3. ประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลมุ่ 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล/กลุ่ม
2. แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลมุ่
4. ตรวจใบงาน 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล/กลุ่ม
2. แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลุ่ม
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลมุ่
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
2. ประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กลมุ่
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล/กลมุ่
ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ
2. ประเมนิ ผลงานรายบุคคล/กล่มุ
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล/กลมุ่
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 – 15 ดี
8 – 11 พอใช้
1 – 7 ปรับปรงุ
ความเหน็ ของผสู้ อน
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ..................................................
ลงช่อื ................................................................ ผสู้ อน
(นายภชุ งค์ ยาดี)
ตำแหนง่ ครู คศ.1
ความคิดเหน็ ของผตู้ รวจ/ผทู้ ่ีผู้บรหิ ารมอบหมาย
............................................................. ..................................................................................................... ..................
......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................ ผู้ตรวจแผน
(นางวภิ าวดี ช่นื เรือง)
ตำแหน่ง หัวหนา้ ฝ่ายวิชาการ
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผบู้ รหิ าร
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ............................
ลงชอ่ื ................................................................ ผู้บรหิ าร
(นางสาวสุนนั ทา สม้ อ่ำ)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั เขารวก