The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pcr07.nfe, 2022-09-26 06:55:02

บทที่ 1

บริบทพื้นฐาน




ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการวางแผน

1.1 ประวัติความเป็นมา

เมื่อประมาณ 100 ปีทผานมา มีชนกลมหนึ่งซึ่งเรียกตนเองว่า “ชาวญ้อ” ประมาณ 5-6
ี่
ุ่

ครอบครัว ได้อพยพจากอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้ตั้งถิ่นฐานทำมาหากินอยู่บริเวณลำน้ำอีเพิ่ม





ต่อมาชมชนแหงนี้ไดขยายใหญ่ขึ้นเปนหมู่บ้าน เรียกว่า “บ้านอีเพิ่ม” ลักษณะของบริเวณหมู่บ้านจะเปน

ป่าไม้ดงดิบทำให้ราษฎรในหมู่บานเกิดเป็นไข้ป่าล้มตายเป็นจำนวนมากจึงได้อพยพมาทางตอนใต้ของบ้าน

ั้
อีเพิ่ม โดยห่างจาก ทเดมประมาณ 7-8 กิโลเมตร และไดตงเป็นหมู่บ้านใหม่ เรียกว่า “บ้านสร้างทา


ี่
แคน”



ั้
ประมาณ พ.ศ. 2438 การทำมาหากินเริ่มลำบากขึ้น จงไดอพยพอีกครั้งหนึ่ง โดยไดไปตงหลก




ื่
ั้
แหลงอยู่บริเวณริมห้วยลก และตงชอหมู่บ้านใหม่ว่า“บ้านห้วยลก” ซึ่งมีประมาณ 20 ครอบครัว ตอมา








ี่
ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทวัดห้วยลึกมีต้นกลวยตาปล 7 ลก ชาวบ้านกลวจะมีภัยจงทำบุญตกบาตรเพื่อลาง
ภัยและเพื่อเป็น ศริมงคล จึงเปลี่ยนชอหมู่บ้านใหม่ว่า “บ้านโพนสวรรค”มีหัวหน้าการปกครองมีศกด ิ์



ื่
ั้
เป็นกำนันคนแรก คือ“หลวงพิมูล” ตงเป็นหมู่บ้านได้ประมาณ 30 ปี


ประมาณปี พ.ศ. 2460 ไดรับการจัดตั้งเป็นตำบลโพนสวรรค ซึ่งเปนตำบลหนึ่งของอำเภอท่าอุเทน



ั้
ี่

ี่
เนื่องจากบริเวณทตงของหมู่บ้านมีความอุดมสมบูรณตอมาไดมีราษฎรอพยพมาจากทตางๆ เพิ่มมากขึ้น


อาทิเช่น กลุ่มไทโส จากอำเภอกุสมาลย์ จงหวัดสกลนคร มาตงถิ่นฐานบริเวณพื้นทตำบลโพนจานตำบลนา

ั้
ี่



ขมิ้น ตำบลบ้านคอ และตอมาก็ไดรับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอโพนสวรรค ตามประกาศ



ี่
ี่

กระทรวงมหาดไทย ลงวันท 3 มกราคม 2529 และเริ่มมีผลบังคบใชตงแตวันท 7 มกราคม 2529 และ

ั้
ได้รับการยกฐานะให้เป็นอำเภอโพนสวรรค์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2535
1.2 อาณาเขตที่ตั้งของชุมชน
อำเภอโพนสวรรค์ ตงอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดนครพนม พิกัด VE 438298 ห่าง
ั้
จากจงหวัดนครพนม ประมาณ 45 กิโลเมตร มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2028 สายกุสุมาลย์–ท่าอุเทน

ผ่านพื้นที่มีประมาณ 718.835 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 449,271.88 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอท่าอุเทน และอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
ทิศใต ้ ติดต่อกับอำเภอเมืองนครพนม และอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองนครพนม และอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอศรีสงคราม อำเภอโพนสวรรค จังหวัดนครพนม

และอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร

1.3 ลักษณะภูมิประเทศ


ี่
อำเภอโพนสวรรค มีเนื้อทประมาณ 718,835 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 449,271.88 ไร่
ี่

ื่




ี่
ี่

สภาพพื้นทสวนใหญ่เป็นทราบสง ๆ ตำ ๆ ลกษณะลกคลนลอนลาดและลอนตน ประกอบดวยพื้นทนา
ื้


พื้นทไร่สลบกับป่าโปร่ง สภาพพื้นทลาดเทจากทางทศตะวันตกไปทางทศตะวันออก มีความสงจาก
ี่
ี่



ี่
ุ่





ี่


ระดบน้ำทะเลประมาณ 140 เมตร ลกษณะดนในทดอนเปนดนผสมลกรัง และทราบลมเปนดนร่วนปน
ทราย โดยแบ่งตามลักษณะพื้นที่ดังนี้
1. ที่ดอน พื้นที่ 289,623 ไร่
2. ที่ราบ พื้นที่ 158,710 ไร่
3. ทราบลุ่ม พื้นที่ 462 ไร่
ี่
4. พื้นที่น้ำจืด พื้นที่ 477 ไร่
1.4 ลักษณะภูมิอากาศ


อำเภอโพนสวรรค มีสภาพอากาศแบบร้อนชน 3 ฤดอุณหภูมิ สงสดเฉลย 38.5 องศาเซลเซียส

ื้

ี่
ต่ำสุดเฉลี่ย 9.7 องศาเซลเซียส


1. ฤดร้อนเริ่มตงแตกลางเดอนกุมภาพันธ์ – กลางเดอนพฤษภาคม ของทกปี ฤดร้อนจะมี

ั้



อากาศร้อน อบอ้าว อุณหภูมิเฉลย 25-35 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสงสดอยู่ระหว่าง 37-40


ี่
องศาเซลเซียส

ั้








2. ฤดฝนเริ่มตงแตกลางเดอนพฤษภาคม – กลางเดอนตลาคมมีฝนตกชกในชวงระหว่างเดอน

กรกฎาคม –กันยายน ของทกปี และมีฤดน้ำหลากในช่วงระหว่างเดอนสงหาคม–กันยายน ปริมาณน้ำฝน



เฉลี่ย 2,616.5มิลลิเมตร/ปี
3. ฤดหนาว เริ่มตงแต่กลางเดือนตลาคม – กลางเดอนกุมภาพันธ์ของทกปี โดยทวไปอากาศจะ


ั้
ั่


หนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 16-25 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วง 8-15 องศาเซลเซียส
1.5 ข้อมูลการปกครอง/ประชากร
1.5.1 ข้อมูลการปกครอง


อำเภอโพนสวรรคแบ่งการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 92 หมู่บ้าน องคกรปกครองสวน

ท้องถิ่น ประกอบด้วย 1 องค์การบริหารส่วนตำบล 8 ตำบล และ 1 เทศบาลตำบล ได้แก่

1) เทศบาลตำบลโพนสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโพนสวรรค และบางส่วนของ
ตำบล โพนจาน

2) องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสวรรค์ครอบคลมพื้นที่ตำบลโพนสวรรค์ (เฉพาะนอกเขต
เทศบาลตำบลโพนสวรรค์)
3) องค์การบริหารส่วนตำบลนาหัวบ่อครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาหัวบ่อทั้งตำบล
4) องค์การบริหารส่วนตำบลนาขมิ้นครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาขมิ้นทงตำบล
ั้
5) องค์การบริหารส่วนตำบลโพนบกครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนบกทั้งตำบล
6) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านค้อทั้งตำบล

ี่
7) องคการบริหารสวนตำบลโพนจานครอบคลมพื้นทตำบลโพนจาน (เฉพาะนอกเขตเทศบาล



ตำบล โพนสวรรค์)
8) องค์การบริหารส่วนตำบลนาในครอบคลุมพื้นทตำบลนาในทั้งตำบล
ี่

ตารางแสดงข้อมูลหมู่บ้าน

ตำบล โพนจาน โพนบก นาขมิ้น นาหัวบ่อ บ้านค้อ

หมู่ท ี่ โพนสวรรค์ นาใน
1 โพนสวรรค์ นาซอ โพนเพ็ก นาใน อ้อ โพนเพ็ก ค้อ
2 เสาเล้าใหญ่ โพนจาน โพนบก นาผักหม ดอนยาง นาล้อม ค้อ

3 เสาเล้าน้อย บงคำ แมด นาหมากแงว นาขมิ้น นาหัวบ่อ สมบูรณ์

4 โคกก่อง ต้าย ทุ่งโพธิ์ หนองด ู่ ขามเตี้ยใหญ่ หนองผักตบ ห้วยไห
5 โพธิ์ศร ี กลางจาน เหล่าบะดา นาหมากหมี้ ขามเตี้ยน้อย หนองแสง นาคำ

6 หนองหญ้าปล้อง กุดตะกล้า ท่าสะอาด โนนขาม โคกนาด ี โพนตูม นาเต่า

7 หนองสะโน ทรายคำ โพนบกน้อย หนองดู่ใต ้ ทุ่งน้อย หนองบัวแดง ขว้างคลี
8 หนองนางเลิง หนองท่ม โนนอุดม โชคชัย ดง เจริญศิลป์ งิ้ว

9 ท่าเรือ ทรายทอง โพนพัฒนา นาน้ำคำ นาหัวบ่อ หนองท่ม

10 เสาเล้าเหนือ โพนเจริญ โพนเจริญ ท่าศาลา นาล้อม ขว้างคลี
11 โพนสวรรค์ น้อยศรีวิลัย โพนบก วังหมากเห็บ ห้วยไห

12 โพนสวรรค์ ต้าย ขามเตี้ยใหญ่ สร้างแก้ว

13 เสาเล้าทุ่ง โคกปากดง หนองชูชาต ิ

14 โพธิ์ทอง ดอนสวรรค์ สมบูรณ์
15 หนองนางเลิง ขามเตี้ยพัฒนา ค้อพัฒนา

16 ขามเตี้ยเหนือ นาคำ

17 ห้วยไหพัฒนา
ุ่
18 ค้อรงเรือง
19 ขว้างคลี

20 ขว้างคลี
รวม 15 12 11 8 16 10 20

1.5.2 ข้อมูลประชากร


ั้

อำเภอโพนสวรรคมีประชากรทงหมด 39,651 คน จำแนกเป็นชาย 19,435 คน เป็น
หญิง 20,216 คน จำนวนครัวเรือน 12,917 หลงคาเรือน (ข้อมูลจปฐ. ปี พ.ศ. 2565)โดยมีข้อมูลราย

ตำบล ดังนี้

จำนวน จำนวน ประชากร
ตำบล
หมู่บ้าน ครัวเรือนทั้งหมด ชาย หญิง รวม

โพนสวรรค ์ 15 2,504 3,206 3,495 6,701
นาหัวบ่อ 10 1,317 2,158 2,196 4,354

นาขมิ้น 16 2,143 3,133 3,163 9,296

โพนบก 11 1,233 2,063 2,088 4,151
บ้านค้อ 20 3,224 5,088 5,252 10,340

โพนจาน 12 1,485 2,131 2,314 4,445

นาใน 8 1,011 1,656 1,708 3,364
รวม 92 12,917 19,435 20,216 39,651



1.6 ข้อมูลศาสนา/ขนบธรรมเนียม/วัฒนธรรมประเพณี

ประชาชนในอำเภอโพนสวรรค สวนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 97 % รองลงมาคอศาสนาคริสต ์



1.9% และศาสนาอื่นๆ 1.1% นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมต่าง ๆ ดังนี้
แหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญภายในอำเภอโพนสวรรค์ดังต่อไปนี้
1.6.1) หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่า


ตารางแสดงรายชื่อหมู่บานวัฒนธรรมชนเผ่าอำเภอโพนสวรรค ์
ที่ ชนเผ่า หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ

1 เผ่าไทญ้อ บ้านโพนสวรรค ์ โพนสวรรค ์ โพนสวรรค ์
2 เผ่าไทโส ้ บ้านโพนจาน โพนจาน โพนสวรรค ์

3 เผ่าไทกะเลิง บ้านโพนบก โพนบก โพนสวรรค ์

4 เผ่าไทอีสาน บ้านหนองด ู่ โพนบก โพนสวรรค ์
1.6.2) วัฒนธรรมพื้นบ้านการแสดงและการละเล่น ต่าง ๆ มีดังนี้

2.1 รำไทญ้อ

2.2 รำโส้ทั่งบั้ง
ู้
2.3 ฟ้อนผไทกะเลิง .
2.4 ฟ้อนไทพวน
1.7 สภาพทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

1.7.1) ด้านสาธารณสุข

1.1) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

โรงพยาบาลขนาด 30 เตียง จำนวน 1 แห่ง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล จำนวน 10 แห่ง

1.2) สถานบริการเอกชน
ร้านขายยาแผนปัจจุบัน จำนวน 4 แห่ง

สถานพยาบาลและผดุงครรภ์ จำนวน 2 แห่ง


1.3) สาธารณสุขมลฐาน
ศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน จำนวน 92 แห่ง

อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 987 คน

1.7.2) ด้านการคมนาคม




การคมนาคมตดตอระหว่างอำเภอโพนสวรรคกับอำเภอข้างเคยงจะเปนการตดตอทาง








รถยนตสวนการติดตอกับจงหวัดนครพนม สามารถตดตอโดยทางรถยนตโดยสาร ใชเสนทางหลวงแผนดน






ั้

หมายเลข 2028 สายทาอุเทน - กุสมาลย์ มีพื้นททงหมดประมาณ 718.835 ตารางกิโลเมตร หรือ

ี่
ประมาณ 449,271.88 ไร่
2.1) ทางหลวงแผ่นดินทสำคัญ
ี่
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2028 ระหว่างอำเภอท่าอุเทน – อำเภอกุสุมาลย์
2.2) การโทรคมนาคมติดต่อสื่อสาร
ี่
ททำการไปรษณีย์ จำนวน 1 แห่ง
หอกระจายข่าวสารประจำหมู่บาน จำนวน 92 แห่ง

2.3) หน่วยบริการผู้ใช้ไฟฟ้าสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 1 แห่ง
1.7.3) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.1) ห้วยจำนวน 2 แห่ง ได้แก่
3.1.1) ลำห้วยทวย ไหลผานตำบลโพนจาน ตำบลนาหัวบ่อ ตำบลโพนสวรรค ์

ิ้
และตำบลนาขมน รวมความยาวที่ไหลผานท้องที่อำเภอโพนสวรรค์ ประมาณ 25 กิโลเมตร

3.1.2) ลำห้วยเซกา ไหลผานตำบลโพนบก ตำบลนาใน และตำบลนาขมิ้น

รวมความยาวที่ไหลผ่านท้องที่อำเภอโพนสวรรค์ ประมาณ 15 กิโลเมตร

ี่
3.2) อ่างเก็บน้ำจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำหนองเข็มอยู่ในเขตท้องทตำบลนาหัวบ่อ
3.3) ฝายน้ำล้น จำนวน 3 แห่ง ได้แก่

3.3.1) ฝายน้ำล้นโพนสวรรค ์
3.3.2) ฝายน้ำล้นบ้านโคกนาดี ตำบลนาขมิ้น

3.3.3) ฝายน้ำล้นเซกา บ้านเหล่าบะดา ตำบลโพนบก



1.8 ข้อมูลด้านการศึกษา


ิ้
1.8.1 จำนวนสถานศึกษาอำเภอโพนสวรรค์ ปีการศกษา 2565 พบว่ามีจำนวนสถานศึกษาทงสน
ั้
ี่


ั้


34 แหง แบงออกเป็น สถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศกษาขนพื้นฐานมากทสุด 33 แหง


ี่
และสถานศกษาทสงกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ) สังกัด
กระทรวงวัฒนธรรมมีสถานศึกษาคือ 1 แห่ง




หากพิจารณาความครอบคลมของสถานศกษาในอำเภอโพนสวรรค พบว่าสถานศกษาใน



สงกัดกระทรวงศกษาธิการ คอ สำนักงานคณะกรรมการการศกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานสงเสริม


การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพนสวรรค์ มีสถานศึกษาครอบคลุมทุกตำบล
ตารางแสดงจำนวนสถานศึกษาอำเภอโพนสวรรค์ ปีการศึกษา 2565 จำแนกตามสังกัดและรายตำบล
รวม สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
อำเภอ สพฐ.
ทั้งสิ้น รวม สช. สอศ. สกอ. กศน. รวม พศ. อปท อบจ ตชด
สพป สพม.
โพนสวรรค ์ 8 8 4 2 1 1 - 1 - - - - -
นาหัวบ่อ 4 4 3 1 - - - - - - - - -
นาขมิ้น 6 6 4 2 - - - - - - - - -
โพนบก 3 3 2 1 - - - - - - - - -

บ้านค้อ 6 6 3 3 - - - - 1 1 - - -
โพนจาน 3 3 2 1 - - - - - - - - -

นาใน 4 4 2 - - - - - - - - - 2

รวม 34 34 20 10 1 - 1 1 1 1 - - 2
(ที่มา : หน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดในอำเภอโพนสวรรค์ ปีการศึกษา 2565 )

ตัวย่อ

สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โรงเรียนประถมศึกษา/มัธยมศึกษา)
สช. สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(โรงเรียนเอกชน)

สอศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สกอ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(ม.นพ./มร./มจร.)
พศ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ)

เทศบาล โรงเรียนเทศบาล สังกัดสำนักบริหารการศึกษาส่วนท้องถิ่น
สตช. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน


กศน. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครพนม


2. ข้อมูลพื้นฐานอำเภอโพนสวรรค์

2.1 ชื่อหน่วยงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโพนสวรรค ์
สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครพนม สำนักงาน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ



2.2 ที่ตั้ง 582 ถนนกุสุมาลย์-ท่าอุเทน ตำบลโพนสวรรค อำเภอโพนสวรรค จังหวัดนครพนม
รหัสไปรษณีย์ 48190 โทร 042-595078 โทรสาร 042-595078 E-mail : http://
[email protected]

2.2 ประวติความเป็นมา

ั้
ศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค ตงขึ้นเมื่อปี









พ.ศ. 2534 เป็นสถานศกษาในสงกัดสำนักงานสงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย

จงหวัดนครพนม สำนักงานสงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย สำนักงาน







ปลดกระทรวงศกษาธิการ กระทรวงศกษาธิการ ขณะนั้นใชชอว่า “ศนย์ประสานงานการศกษานอก

ื่



โรงเรียน” และ ศนย์การศึกษานอกโรงเรียนจงหวัดนครพนม ได้แต่งตงผู้ประสานงานอำเภอมาทำหน้าท ี่

ั้

ติดต่อประสานงาน

ี่

วันท 1 มกราคม 2537 กรมการศกษานอกโรงเรียน ในขณะนั้นไดแตงตงให้ นางพิชญ์สนี ปา


ั้
ู้
พรหม มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษา และเปนผบริหารคนแรกของสถานศึกษาแห่งนี้ จนถึง

วันท 3 มิถุนายน 2548
ี่

ั้


ี่
วันท 4 มิถุนายน 2548 ศนย์การศกษานอกโรงเรียนจงหวัดนครพนม ไดแตงตงให้ นายวิรุฬห์




ู้


เจยรสคนธ์ ผอำนวยการศนย์บริการการศกษานอกโรงเรียนอำเภอทาอุเทน มารักษาการในตำแหน่ง

ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโพนสวรรค์ จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548
ั้
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2548 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครพนม ได้แต่งตงให้ นายมงคล
ู้
จองลีพันธ์ มาดำรงตำแหน่งผอำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโพนสวรรค์ก่อนจะย้าย
ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค ใน




วันที่ 14 ตุลาคม 2552




ี่
วันท 15 ตลาคม 2552 สำนักงานสงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย ไดมี



ู้




ั่
คำสงแตงตงให้ นายภักด คงปาน ผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย

ั้




ู้
อำเภอบ้านแพง จงหวัดนครพนม ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและ

ู้



ี่

การศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค ก่อนทจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผอำนวยการศนย์การศกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครพนม ในวันที่ 17 เมษายน 2554


วันท 18 เมษายน 2554 สำนักงานสงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย
ี่


ั่
จังหวัดนครพนม ไดมีคำสงแตงตงให้ นายมงคล จองลพันธ์ ผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและ



ู้

ั้




การศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค มารักษาการในตำแหน่งผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบ

ู้

และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ โพนสวรรค์ ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2554





ี่
วันท 8 ตลาคม 2554 สำนักงานสงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย ไดมี

ั้

ู้

คำสงแตงตงให้ นางสาวรังรอง ไชยเชษฐ รองผอำนวยการศนย์ฝกและพัฒนาอาชพราษฎรไทยบริเวณ


ั่

ู้


ชายแดนสระแก้ว มาดำรงตำแหน่ง ผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย


อำเภอโพนสวรรค์ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560
วันท 1 พฤศจิกายน 2560 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศย
ี่


ู้


ั่
ั้

ไดมีคำสงแตงตงให้ นางรัชนีกร บุโพธิ์ ผอำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตาม

อัธยาศัยอำเภอ ศรีสงคราม มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตาม



อัธยาศัยอำเภอ โพนสวรรค์ จนถึงปัจจุบัน
ศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค ปัจจบันมีอาคาร







สำนักงาน เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว 1 หลง อาคารห้องสมุดประชาชน 1 หลัง และอาคาร
กศน.ตำบล โพนสวรรค์ 1 หลัง ในบริเวณเดียวกัน
2.3 อาณาเขตที่ตั้งสถานศึกษา
ศนย์การศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศยอำเภอโพนสวรรค ตงอยู่ทางทศตะวันตก
ั้







เฉยงเหนือของจงหวัดนครพนม พิกัด VE 438298 ห่างจากจงหวัดนครพนมประมาณ 45 กิโลเมตร มี




ี่

ทางหลวงแผ่นดนหมายเลข 2028 สายกุสุมาลย์ - ทาอุเทน ผาน มีพื้นทประมาณ 1 ไร่ 49 ตารางวา มี
อาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับบ้านพักนายอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
ทิศใต้ ติดต่อกับโรงพยาบาลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
ทิศตะวันออก ตดตอกับโรงเรียนโพนสวรรคราษฎร์พัฒนา อำเภอโพนสวรรค จงหวัด





นครพนม
ทิศตะวันตก ติดต่อกับศาลาประชาคมอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


หลักการ

1. เป็นหลกสตรทมีโครงสร้างยืดหยุ่นดานสาระการเรียนรู้ เวลาเรียน และการจดการเรียนรู้



ี่

โดยเน้นการบูรณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความแตกต่างของบุคคล และชุมชน สังคม

2. สงเสริมให้มีการเทยบโอนผลการเรียนจากการศกษาในระบบ การศกษานอกระบบ และ



การศึกษาตามอัธยาศย

3. สงเสริมให้ผเรียนไดพัฒนาและเรียนรู้อย่างตอเนื่องตลอดชวิต โดยตระหนักว่าผเรียนมี




ู้
ู้
ความสำคัญ สามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
4. ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
จุดหมายของหลักสูตร

หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมี

คณธรรม จริยธรรม มีสตปัญญา มีคณภาพชวิตทด มีศกยภาพในการประกอบอาชพและการเรียนรู้
ี่







อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคุณลกษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการ จึงกำหนดจุดหมาย ดังต่อไปนี้
ี่
1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมทดีงาม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข
2. มีความรู้พื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง


3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชพ ให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดและตามทน
ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง


4. มีทักษะการดำเนินชวิตทด และสามารถจดการกับชวิต ชมชน สงคม ไดอย่างมีความสขตาม
ี่






ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

5. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเปนไทย โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม
ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา
6. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม



7. เปนบุคคลแหงการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถเข้าถึงแหลงเรียนรู้และบูรณา
การความรู้มาใชในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาต ิ

กลุ่มเป้าหมาย
ั่
กลุ่มเป้าหมายผใชแรงงาน กลุ่มเกษตรกร ประชาชนทวไป
ู้



ระดับการศกษา
มัธยมศึกษาตอนปลาย




สาระการเรียนร ู้

สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 สาระ ดังนี้
ู้
1. สาระทักษะการเรียนร เป็นสาระเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การ
จัดการความรู้ การคิดเป็น และการวิจัยอย่างง่าย

2. สาระความรู้พื้นฐาน เป็นสาระเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี

3. สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับการมองเห็นช่องทาง และการตัดสินใจประกอบ


อาชีพ ทักษะในอาชีพ การจัดการอาชีพอย่างมีคณธรรม และการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง
4. สาระทักษะการดำเนินชีวิต เป็นสาระเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สุขภาพอนามัย


และความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ศลปะและสุนทรียภาพ
5. สาระการพัฒนาสังคม เป็นสาระที่เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์

การเมือง การปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หน้าที่พลเมือง และการพัฒนาตนเอง ครอบครัว
ชุมชน สังคม



กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต
กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามเงื่อนไขการจบหลักสูตรการศึกษา

ู้
นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้ผเรียนพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน
สังคม และกำหนดให้ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาต้องเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 200

ชั่วโมง


มาตรฐานการเรียนร ู้




หลักสตรการศกษานอกระบบระดบการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดมาตรฐาน
ั้
การเรียนรู้ ตามสาระการเรียนรู้ทง 5 สาระ ที่เป็นข้อกำหนดคุณภาพของผู้เรียน ดังนี้

ู้
1. มาตรฐานการเรยนรการศึกษานอกระบบระดบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นมาตรฐานการ


เรียนรู้ในแตละสาระการเรียนรู้ เมื่อผเรียนเรียนจบหลกสตรการศกษานอกระบบระดบการศกษาขั้น




ู้

พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ู้

ู้


2. มาตรฐานการเรยนรระดบ เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแตละสาระการเรียนรู้ เมื่อผเรียน
เรียนจบในแต่ละระดับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

เวลาเรียน


ในแต่ละระดบใช้เวลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเว้นกรณีที่มีการเทยบโอนผลการเรียน ทังนี้ผู้เรียน
ต้องลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาอย่างน้อย 1 ภาคเรียน


หน่วยกิต

ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต

ั้
ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนได้ภาคเรียนละไม่เกิน 23 หน่วยกิต รวมทงการลงทะเบยนรายวิชาท ี่
ได้ผลการเรียนเป็น “0” แต่ไม่นำรวมรายวิชาที่นำมาเทียบโอนผลการเรียน

โครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทธศักราช 2551

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


จำนวนหน่วยกิต
ท ี่ สาระการเรียนรู้
วิชาบังคับ วิชาเลือก

1 สาระทักษะการเรียนรู้

ทักษะการเรียนรู้ 5
การทำวิจัยอย่างง่ายในชนเรียน 3
ั้
2 สาระความรู้พื้นฐาน

ภาษาไทย 5
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 5

คณิตศาสตร์ 5
วิทยาศาสตร์ 5

การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3 3

วัสดุศาสตร์ 3 3
ภาษาอังกฤษสำหรับการท่องเที่ยว 2

หลักไทย 2

คณิตศาสตร์เพื่อการศึกษาต่อ 1 5
3 สาระการประกอบอาชพ

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 2

ทักษะการพัฒนาอาชีพ 4
พัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง 2

4 สาระทักษะการดำเนินชีวิต

จำนวนหน่วยกิต
ท ี่ สาระการเรียนรู้
วิชาบังคับ วิชาเลือก

เศรษฐกิจพอเพียง 1
สุขศึกษา พลศึกษา 2

ศิลปศึกษา 2

ทำบัญชีมีใช้ให้พอเพียง 2
กัญชาและกัญชงศึกษาเพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด 3

5 สาระพัฒนาสังคม

สังคมศึกษา 3
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง 2

การพัฒนาตนเองชุมชนสังคม 1
การเงินเพื่อชีวิต3 3


การเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาต 3 3

ประวัติศาสตร์ชาตไทย 3
ลูกเสือ กศน. 3

ื่
คุณธรรมจริยธรรมในการใช้สอสังคมออนไลน์ 2
อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ 2
รวม 44 39

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต 200 ชั่วโมง





ู้


โครงสร้างรายวิชาบังคบทกรายวิชา ผเรียนตองลงทะเบียนเรียน สวนรายวิชาเลอกผเรียนสามารถ
ู้
เลอกเรียนไดตามความตองการ โดยสถานศกษาพัฒนาหลกสตรขึ้นเอง หรือเลอกใชจากสถานศกษาอื่น











ู้


ี่



หรือทสวนกลางกำหนด วิชาเลอกในแตละระดบ สถานศกษาตองจดให้ผเรียน เรียนรู้จากการทำ
โครงงาน จำนวนอย่างน้อย 3 หน่วยกิต
เกณฑ์การจบหลักสูตร
1) ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 76 หน่วยกิต แบ่งเป็นวิชาบังคับ 44 หน่วยกิต
และวิชาเลือกไม่น้อยกว่า 32 หน่วยกิต
2) ผ่านกระบวนการประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมง
กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. กิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตของตนเองและครอบครัวในด้านต่าง ๆ
เชน ดานสขภาพกาย-จต คณธรรมจริยธรรม เศรษฐกิจพอเพียง ยาเสพตด เพศศึกษา






ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

ี่

2. กิจกรรมการเรียนรู้ทมุ่งเน้นการพัฒนาชมชนและสังคม เชน การอนุรักษ์ทรัพยากรและ
ิ่
สงแวดลอม กิจกรรมดานศาสนา ศลปะ วัฒนธรรมประเพณ ภูมิปัญญาทองถิ่น





แหล่งเรียนรู้ ประชาธิปไตย เป็นต้น
ี่


3) ผานกระบวนการประเมินคณธรรมในระดบพอใชขึ้นไป คณธรรมทกำหนด ไดแก่ สะอาด









สภาพ กตญญูกตเวท ขยัน ประหยัด ซื่อสตย์ สามัคค มีน้ำใจ และมีวินัย เพิ่มเตมอีก 2 ข้อ




คือ การรักชาต ศาสน์ กษัตริย์ และรักความเปนไทย และยึดมั่นในวิถีชวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
4) เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาต ิ
สาระและมาตรฐานการเรียนร ู้
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกสตรการศกษานอกระบบระดบการศกษาขั้นพื้นฐาน





พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยสาระและมาตรฐานเรียนรู้ ดังนี้
1. สาระทักษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วย ตนเอง
มาตรฐานที่ 1. 2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้
มาตรฐานที่ 1. 3 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการจัดการความรู้
มาตรฐานที่ 1. 4 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น
มาตรฐานที่ 1. 5 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย
2. สาระความรู้พื้นฐาน ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐานที่ 2. 2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร
มาตรฐานที่ 2. 2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทกษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาตร์

และเทคโนโลยี


3. สาระการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้

มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดในงานอาชีพ มองเห็นช่องทางและ

ตัดสินใจประกอบอาชีพ ได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง

มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม


มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาอาชพให้มีความมั่นคง

4. สาระทักษะการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดังนี้

มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคตที่ดีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม


มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ
อนามัย และความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต



มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดเกี่ยวกับศลปะและสุนทรียภาพ
5. สาระการพัฒนาสังคม ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์

ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรับใชในการดำรงชีวิต

มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรมประเพณี

เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะเพื่อ ความสงบ
สุขของสังคม

มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถ
พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน/สังคม



หมายเหต สาระการเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับ

ภาษาและการสื่อสาร ซึ่งภาษาในมาตรฐานนี้ หมายถึง ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ

สาระทักษะการเรียนรู้
สาระทักษะการเรียนรู้

สาระทักษะการเรียนรู้


ู้
ู้
สาระทักษะการเรียนร เปนสาระการเรียนรู้ทเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผเรียนใน
ี่



เรื่องของการเรียนรู้ดวยตนเอง การใช้แหลงเรียนรู้ การจัดการความรู้ การคดเปน และการวิจยอย่างง่าย



ู้

โดยมีวัตถุประสงคเพื่อให้ผเรียนสามารถกำหนดเป้าหมาย วางแผนการเรียนรู้ดวยตนเอง เข้าถึงและ




เลอกใชแหลงเรียนรู้ จดการความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา และตดสนใจอย่างมีเหตผลทสามารถใชเปน




ี่

เครื่องมือในการชี้นำตนเองในการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดังนี้
มาตรฐาน 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ี่
มาตรฐาน 1.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้
ี่
ี่
มาตรฐาน 1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทดีต่อการจัดการความรู้
มาตรฐาน 1.4 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทดีต่อการคดเป็น
ี่

ี่
มาตรฐาน 1.5 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติทดีต่อการวิจัยอย่างง่าย
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

มาตรฐาน 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดต่อการเรียนรด้วยตนเอง
ู้

มาตรฐานการเรียนรระดับ สามารถประมวลความรู้ ทำงานบนฐานข้อมูล และมีความชำนาญในการ
ู้
อ่าน ฟัง จดบันทึก เป็นสารสนเทศอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ประมวลความรู้ และสรุปเป็นสารสนเทศ

2. ทำงานบนฐานข้อมูลด้วยการแสวงหาความรู้จนเป็นลักษณะนิสัย
3. มีความชำนาญในทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง และทักษะการจดบันทึก
อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว

มาตรฐาน 1.2 มีความรความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดต่อการใช้แหล่งเรียนร ู้
ู้

ู้
มาตรฐานการเรียนรระดับ สามารถวางแผนและใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างคล่องแคล่วจนเป็นลักษณะนิสัย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. วางแผนการใช้แหล่งเรียนรู้ตามความต้องการจำเป็นของ แต่ละบุคคล

2. ใช้แหล่งเรียนรู้จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามความต้องการจำเป็น
3. ใช้แหล่งเรียนรู้อย่างแคล่วคล่องจนเป็นลักษณะนิสัย



มาตรฐาน 1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดตอการจัดการความร ู้




ู้
มาตรฐานการเรียนรระดับ สามารถสรุป องคความรู้ใหม่ นำไปสร้างสรรค์สงคมอุดมปญญา
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ออกแบบผลิตภัณฑ์ สร้างสูตร สรุปองค์ความรู้ใหม่ของขอบเขต

ความรู้
2. ประพฤติตนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้

3. สร้างสรรค์สงคมอุดมปัญญา


มาตรฐาน 1.4 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดต่อการคิดเป็น


มาตรฐานการเรียนรระดับ ความสามารถในการฝึกทักษะการคิดเป็นที่ซับซ้อนเชื่อมโยงกับคุณธรรม
ู้
จริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาคิดเป็นและสามารถระบุถึงปัญหา

อุปสรรคการพัฒนากระบวนการคิดเปน และการแก้ไข


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. อธิบายหรือทบทวนปรัชญาคดเป็น และการใชระบบข้อมูลทาง


ิ่
วิชาการ ตนเอง และสังคม สงแวดลอม มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อ

ประกอบกระบวนการคิด การตัดสินใจ ในการแก้ปัญหา

2. อธิบายและปฏิบัติการใช้เทคนิควิธีการฝึกทักษะการคิดเปนที่ซับซ้อน
และนำคุณธรรม จริยธรรม ที่เกี่ยวข้องมาส่งเสริมกระบวนการคิดเป็นให้
มากขึ้น


3. อภิปราย ถกแถลงถึงปัญหาและอุปสรรค ในการใช้กระบวนการคด
เป็น ประกอบการแก้ปัญหา

4. เชื่อมโยงปรัชญา คดเป็น กระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบ
ได ้



5. บอกลักษณะของ คนคดเป็น ไดอย่างน้อย 8 ประการ
มาตรฐาน 1.5 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดต่อการวิจัยอย่างง่าย


ู้
มาตรฐานการเรียนรระดบ สามารถวางแผนการวิจัย ดำเนินการตามแบบแผนอย่างถูกต้อง

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ออกแบบการวิจัย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริงที่ต้องการคำตอบ

2. ดำเนินการตามแบบแผนการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูล สรุป

สารสนเทศความรู้ ความจริงที่ต้องการคำตอบ

สาระทักษะการเรียนร ู้

รายวิชาบังคับ


มาตรฐานที่ รหัสวิชา รายวิชา หน่วยกิต

1.1 – 1.5 ทร 31001 ทักษะการเรียนรู้ 5






สาระทักษะการเรียนร ู้
รายวิชาเลือก



มาตรฐานที่ รหัสวชา รายวิชา หน่วยกิต

1.5 ทร 33010 การทำวิจัยอย่างง่าย 1

คำอธิบายรายวิชาบังคับ




และ






รายละเอียดคำอธิบายรายวิชาบังคับ

ู้
คำอธิบายรายวิชา ทร 31001 ทักษะการเรียนร จำนวน 5 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ

1. สามารถประมวลความรู้ ทำงานบนฐานข้อมูล และมีความชำนาญในการอ่าน ฟัง

จดบันทึก เป็นสารสนเทศอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว
2. สามารถวางแผนและใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างคลองแคล่วจนเป็นลกษณะนิสัย


3. สามารถสรุป องค์ความรู้ใหม่ นำไปสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา

ื่
ี่



4. ความสามารถในการฝกทกษะการคดเปนทซับซ้อนเชอมโยงกับคณธรรม จริยธรรม





ทเกี่ยวข้องกับปรัชญาคดเป็นและสามารถระบุถึงปัญหาอุปสรรคการพัฒนากระบวนการคดเปน และการ
ี่
แก้ไข
5. สามารถวางแผนการวิจัย ดำเนินการตามแบบแผนอย่างถูกต้อง


ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องดงต่อไปนี้
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ทบทวน ความหมาย ความสำคัญ และกระบวนการของการเรียนรู้ด้วยตนเอง



ฝึกทกษะพื้นฐานทางการศกษาหาความรู้ ทกษะการแก้ปัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้
ด้วยตนเอง ด้านการอ่าน การฟัง การสังเกต การจำ และการจดบันทึก


ทบทวนการวางแผนการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้ดวยตนเอง มีทกษะ

พื้นฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ดวยตนเองในเรื่องการวางแผน การประเมินผลการเรียนรู้ดวยตนเอง

การวิเคราะห์วิจารณ ์
ฝึกทักษะความรู้ทักษะการพูด และการทำแผนผังความคิด

ี่


เจตคต/ปัจจย ททำให้การเรียนรู้ดวยตนเองประสบความสำเร็จ การเปิดรับโอกาสการ




เรียนรู้ การคดริเริ่มและเรียนรู้ดวยตนเอง การสร้างแรงจงใจ การสร้างวินัยในตนเอง การคดเชงบวก

ความคิดสร้างสรรค์ ความรักในการเรียน การใฝ่รู้ใฝ่เรียน และความรับผิดชอบ
2. การใช้แหล่งเรียนร
ู้
ทบทวน ความหมาย ความสำคัญ ประเภทแหล่งเรียนรู้
ทบทวนการใชห้องสมุดประชาชน การเขาถึงสารสนเทศห้องสมุดประชาชน ห้องสมุด


อื่น ๆ แหลงเรียนรู้อื่น ๆ ทสำคญเชนผรู้ในชมชน พิพิธภัณฑ์ ศนย์การเรียนรู้ สอมวลชน รวมทงการใช ้
ั้

ี่

ู้

ื่


อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง
ศึกษา สำรวจ แหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน จัดกลุ่ม ประเภท และความสำคัญ

ศึกษาเรียนรู้กับภูมิปัญญา ปราชญ์ ผู้รู้ในท้องถิ่น
3. การจัดการความร ู้





ทบทวนความหมาย ความสำคญ หลกการของการจดการความรู้ กระบวนการจดการ

ความรู้ การรวมกลมเพื่อตอยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลม การจดทำสารสนเทศ

ุ่
ุ่
เผยแพร่ความรู้

ุ่


ฝึกทกษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและดวยการรวมกลมปฏบัติการโดยการ
ี่


กำหนดเปาหมายการเรียนรู้ ระบุความรู้ทตองใช้ การแสวงหาความรู้ สรุปองค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้
แลกเปลี่ยนความรู้ การรวมกลุ่มปฏิบัติการเพื่อต่อยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม

สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จดทำสารสนเทศองค์ความรู้ใหม่และการนำไปใช้ในการพัฒนา
ตนเอง ครอบครัว
4. การคิดเป็น
ศกษาความหมาย ความสำคญ ของการคดเปน การรวบรวมสภาพปัญหา ของตนเอง







ครอบครัว ชมชน และคดวิเคราะห์ โดยใชข้อมูลดานตนเอง ดานวิชาการ และดานสงคมสงแวดลอม มา



ิ่




ี่
กำหนดแนวทางทางเลอกทหลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตผล มีคณธรรม จริยธรรม และมี


ความสุข การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตผลเหมาะสมกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน/สังคม



ดานตนเอง เป็นการพิจารณาข้อมูลของตนเองเกี่ยวกับจดอ่อน จดแข็ง ลกษณะนิสย



ิ่
คานิยม ความตองการ ความรู้พื้นฐาน ทรัพยากร สงแวดลอม วัฒนธรรม ประเพณ และจารีตประเพณ ี



ของตนเอง ก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด

ี่

ดานวิชาการ เป็นความรู้หลกวิชาการทมีคนคดสะสมไว้แลว และมีความเกี่ยวข้องกับ


การแก้ปัญหา สามารถนำมาพิจารณาประกอบในการแก้ปัญหาได ้

ิ่

ด้านสงคมสงแวดล้อม เป็นการพิจารณาการกระทำใด ๆ ของตนเองทจะมีผลกระทบตอ
ี่
คนอื่น และสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง
5. การวิจัยอย่างง่าย
ทบทวนความหมาย ความสำคญการวิจยอย่างง่าย กระบวนการและขั้นตอนของการ


ดำเนินงาน สถิติง่าย ๆ เพื่อการวิจัย เครื่องมือการวิจัย และการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย ๆ
ศึกษา ฝึกทักษะ การวิจัยในบ้าน การเขียนรายงานวิจัย การนำเสนอและเผยแพร่งานวิจัย
การจัดประสบการณการเรียนร
ู้

1. การเรียนรด้วยตนเอง
ู้





ควรจดในลกษณะของการบูรณาการทกษะตาง ๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณใน

การเรียนรู้ทหลากหลาย ซับซ้อน อย่างสร้างสรรค เพื่อ 1) ฝึกให้ผู้เรียนไดกำหนดเป้าหมาย และวางแผน

ี่


การเรียนรู้ 2) เพิ่มพูนให้มีทกษะพื้นฐานทกษะการพูด และการทำแผนผงความคดโดยการปฏิบัตจริง








3) มีเจตคตที่ดต่อการเรียนรู้ดวยตนเองที่ทำให้การเรียนรู้ดวยตนเองประสบผลสำเร็จ และนำความรู้ไปใช ้
ในวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง และชุมชน/สังคม
2. การใช้แหล่งเรียนร ู้
ู้





ให้ผเรียนทกคนไปสำรวจ ศกษา รวบรวมแหลงเรียนรู้ ภายในชมชน จงหวัด ประเทศ
ี่
ั้

และโลก รวมทงการใชอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศทสนใจ ทำความเขาใจ บทบาท หน้าท ี่

ข้อดีข้อเสียของแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
3. การจัดการความร ู้

ศกษาคนคว้าหลกการ และกระบวนการของการจดการความรู้ การฝกปฏิบัตจริงโดย





ุ่




การรวมกลุ่มปฏิบติการ/ชมชนปฏิบตการ (Community of practice = Cops) สรุปองคความรู้ของกลม

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม ยกระดับความรู้/สร้างองค์ความรู้ใหม่และจัดทำสารสนเทศเผยแพร่ความรู้
ี่
ด้วยวิธีการทหลากหลาย
4. การคิดเป็น
ู้



ควรจัดให้ผเรียนไดฝกการวิเคราะห์ สงเคราะห์ และเก็บรวบรวมข้อมูลในการแก้ปัญหา
ี่



อย่างมีเหตผล และหลกการทซับซ้อนจากสภาพจริง หรือเรื่องเกี่ยวกับชวิตจริงของตนเอง หรือ

ี่

สถานการณจริง หรือ กรณศกษา ทใชแก้ปัญหาและตดสนใจ อย่างมีเหตผล มีคณธรรม จริยธรรม และมี






ความสุข
5. การวิจัยอย่างง่าย



ี่

ู้
จัดให้ผเรียนได้ศกษา คนคว้า เอกสารทเกี่ยวข้อง การใชเทคโนโลยีเพื่อสบคนข้อมูล ฝก


ี่
ทักษะการสังเกตและค้นหาปัญหาที่พบในชวิตประจำวัน / ในการประกอบอาชีพ / ในสาระทเรียน การตง

ั้


คำถาม การแลกเปลยนเรียนรู้กับเพื่อน / ผู้รู้ การคาดเดาคำตอบอย่างมีเหตผล การฝกปฏิบัตการเขียน

ี่

โครงการวิจัยตามหลักการ การเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างเครื่องมือ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใชสถิตอย่าง


ง่ายๆที่เหมาะสมกับขอมูล การนำเสนอข้อมูล การสรุปข้อมูลและเขียนรายงานผลตามหลักการ การเผยแพร่
ข้อค้นพบด้วยวิธีการหลากหลาย
การวัดและประเมินผล
1. การเรียนรู้ดวยตนเอง


ใช้การประเมินจากสภาพจริงของผู้เรียนที่แสดงออกเกี่ยวกับ การกำหนดเปาหมาย และ



ี่
วางแผนการเรียนรู้ รวมทกษะพื้นฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ตาง ๆ ตลอดจนปัจจยททำให้การเรียนรู้
ประสบความสำเร็จ
2. การใช้แหล่งเรียนร ู้
ผลงานจากการศึกษาสำรวจ และการนำไปใช้ประโยชน์
3. การจัดการความร ู้

ประเมินจากสภาพจริงโดย การสังเกต ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วม
การให้ความร่วมมือ

ุ่
ในกลมปฏิบัตการ ผลงาน/ชนงานจากการรวมกลมปฏิบัตการ ใชวิธีการประเมินแบบมี
ิ้


ุ่



ู้
ส่วนร่วมระหว่างครู ผู้เรียนและผเกี่ยวข้องร่วมกันประเมินตีคาความสามารถ ความสำเร็จกับเปาหมายท ี่
กำหนดไว้ และระบุข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ส่วนที่ทำได้ดีแล้วก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
4. การคิดเป็น
วัดจากการเก็บรวบรวมข้อมูล การคดวิเคราะห์ การตดสนใจแก้ปัญหาจากข้อมูลตาม



ข้อเท็จจริง
5. การวิจัยอย่างง่าย
ประเมินจากสภาพจริงโดย การสังเกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ จาก
ผลงาน / ชิ้นงานที่มอบหมายให้ฝึกปฏิบัติ ในระหว่างเรียน และการสอบปลายภาคเรียน

รายละเอียดคำอธิบายรายวิชา ทร 3101 ทักษะการเรียนร จำนวน 5 หน่วยกิต
ู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ


1. สามารถประมวลความรู้ ทำงานบนฐานข้อมูล และมีความชำนาญในการอ่าน ฟัง จดบันทก
เป็นสารสนเทศอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว
2. สามารถวางแผนและใช้แหล่งเรียนรู้ได้อย่างคล่องแคล่วจนเป็นลักษณะนิสัย

3. สามารถสรุป องค์ความรู้ใหม่ นำไปสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา
ื่

4. ความสามารถในการฝึกทกษะการคิดเปนที่ซับซ้อนเชอมโยงกับคุณธรรม จริยธรรม ที่เกี่ยวข้อง

กับปรัชญาคิดเป็นและสามารถระบุถึงปัญหาอุปสรรคการพัฒนากระบวนการคิดเป็น และการแก้ไข
5. สามารถวางแผนการวิจัย ดำเนินการตามแบบแผนอย่างถูกต้อง


จำนวน
หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา

(ชั่วโมง)
1. การเรียนร 1.1 อธิบายความหมาย ความสำคัญ 1. ความหมาย ความสำคัญ และ 5
ู้
ด้วยตนเอง และกระบวนการของการเรียนรู้ด้วย กระบวนการของการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง ตนเอง

1.2 ปฏิบัติการฝึกทักษะพื้นฐานทาง 2. ทักษะพื้นฐานทางการศึกษา 10

การศึกษาหาความรู้ ทักษะการ หาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา
แก้ปัญหา และเทคนิคในการเรียนรู้ และเทคนิคในการเรียนรู้ดวย

ด้วยตนเองได้ และการวางแผนการ ตนเอง รวมทั้งการวางแผนการ

เรียนรู้ และการประเมินผลการ เรียนรู้ และการประเมินผลการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง


1.3 ฝึกปฏิบัตทักษะการพูด 3. ทักษะการพูด 15
และการทำแผนผังความคิด และการทำแผนผังความคิด

1.4 อธิบายปัจจัย ที่ทำให้การเรียนรู้ 4. ปัจจัย ที่ทำให้การเรียนรู้ด้วย 10

ด้วยตนเองประสบความสำเร็จ ตนเองประสบความสำเร็จ

จำนวน
หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา

(ชั่วโมง)
2. การใช้ 2.1 อธิบายความหมาย 1. ความหมาย ความสำคัญ ประเภท 10
แหล่งเรียนร ความสำคัญ ประเภทแหล่ง แหล่งเรียนรู้ เข้าถึงสารสนเทศ แหล่ง
ู้
เรียนรู้ การใช้ห้องสมุดและ เรียนรู้อื่น ๆ ที่สำคัญ รวมทั้งการใช ้
แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ที่สำคัญ อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของ

รวมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อ ตนเอง

การเรียนรู้ของตนเอง
2.2 บ่งชี้ข้อดีข้อเสียของแหล่ง 2. ข้อควรคำนึงในการศึกษาเรียนรู้ 30


เรียนรู้ กับแหล่งข้อมูลตาง ๆ รวมทั้ง
2.3 ปฏิบัติการเรียนรู้กับแหล่ง นวัตกรรมและเทคโนโลยี
เรียนรู้ต่างๆได้เหมาะสม

3. การจัดการ 3.1 อธิบายความหมาย 1. ความหมาย ความสำคัญ หลักการ 10

ความร ู้ ความสำคัญ หลักการ กระบวนการจัดการความรู้ การ
กระบวนการจัดการความรู้ การ รวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ การ

รวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ การ พัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การ
พัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม จัดทำสารสนเทศเผยแพร่ความรู้

การจัดทำสารสนเทศเผยแพร่

ความรู้ได ้
3.2 ปฏิบัติการด้านทักษะ 2. ทักษะกระบวนการจัดการความรู้ 15

กระบวนการจัดการความรู้ด้วย ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่ม
ตนเองและด้วยการรวมกลุ่ม ปฏิบัติการ

ปฏิบัติการได ้

3.3 สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม 3. สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำ 15
จัดทำสารสนเทศองค์ความรู้ใน สารสนเทศองค์ความรู้ในการพัฒนา

การพัฒนาตนเอง ครอบครัวได ตนเอง ครอบครัว


จำนวน
หัวเรอง ตัวชี้วด เนื้อหา
ื่

(ชั่วโมง)
4. การคิดเป็น 4.1 อธิบายความหมาย 1.ความหมาย ความสำคัญ ของการ 6

ความสำคัญ ของการคิดเป็น คิดเป็น
4.2 รวบรวมและวิเคราะห์ 2. การรวบรวมและวิเคราะห์สภาพ 14

สภาพปัญหา ของตนเอง ปัญหา ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน

ครอบครัว ชุมชน และคิด และคิดวิเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลดาน
วิเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลด้าน ตนเอง ด้านวิชาการ และด้านสังคม

ตนเอง ด้านวิชาการ และด้าน สิ่งแวดล้อม
สังคมสิ่งแวดล้อม

4.3 กำหนดแนวทางทางเลือก 3. การกำหนดแนวทางทางเลือกท ี่ 20

ที่หลากหลายในการแก้ปัญหา หลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมี
อย่างมีเหตุผล มีคณธรรม เหตุผล มีคณธรรม จริยธรรม และมี


จริยธรรม และมีความสุข การ ความสุข การประยุกต์ใช้อย่างมี
ประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผล เหตุผลเหมาะสมกับตนเอง

เหมาะสมกับตนเอง ครอบครัว ครอบครัว และชุมชน/สังคม


และชุมชน/สงคม
5. การวิจัย 5.1 อธิบายความหมาย 1. ความหมาย ความสำคัญการวิจัย 5


อย่างง่าย ความสำคญการวิจัยอย่างง่าย อย่างง่าย กระบวนการและขั้นตอน
กระบวนการและขั้นตอนของ ของการดำเนินงาน
การดำเนินงาน

5.2 อธิบาย และฝึกปฏิบัต ิ 2. สถิติง่าย ๆ เพื่อการวิจัย 5
เกี่ยวกับสถิต ิ

ง่าย ๆ เพื่อการวิจัย

5.3 สร้างเครื่องมือการวิจัย 3. การสร้างเครื่องมือการวิจัย 10
อย่างง่าย ๆ

5.4 ปฏิบัติการเขียน 4. การเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย ๆ 10

โครงการวิจัยอย่างง่าย ๆ และ 5. ทักษะการวิจัยในอาชีพ การเขียน 10
มีทักษะการวิจัยในอาชีพ การ รายงานวิจัย การนำเสนอและเผยแพร่

เขียนรายงานวิจัย การนำเสนอ งานวิจัย

และเผยแพร่งานวิจัย

คำอธิบายรายวิชาเลือก




และ






รายละเอียดคำอธิบายรายวิชาเลือก

คำอธิบายรายวิชา ทร 33010 การทำวิจัยอย่างง่าย จำนวน 1 หน่วยกิต

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย



มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคตที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย

ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับการวิจัย
2. กระบวนการและขั้นตอนการทำวิจัยอย่างง่าย

3. การเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย

4. ฝึกปฏิบัติการทำวิจัยอย่างง่าย
5. การเขียนรายงานการวิจัยอย่างง่าย

6. การนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยอย่างง่าย


การจัดประสบการณการเรียนร ู้

1. ศึกษาจากใบความรู้
2. ศึกษาจากเอกสารประกอบการเรียนการสอน

3. ศึกษาจากอินเตอร์เน็ต
ู้
4. ศึกษาจากผรู้ / ผู้เชี่ยวชาญ
5. ศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง

6. การทำใบงาน
7. การทำแบบฝึกทักษะ

8. การฝึกปฏิบัติจริง

9. การทำแบบทดสอบ
10. การแลกเปลยนเรียนรู้
ี่

การวัดและประเมินผล

1. การสังเกต การซักถามของนักศึกษา

2. การตรวจใบงาน
3. การตรวจแบบทดสอบ

4. แบบสังเกตพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
5. การตรวจแบบฝึกทักษะการเขียนโครงการวิจัย

6. การประเมินชิ้นงานรายงานการวิจัยอย่างง่าย


รายละเอียดคำอธิบายรายวิชา ทร 33010 การทำวจัยอย่างง่าย จำนวน 1 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ สามารถวางแผนการวิจัย ดำเนินการตามแบบแผนอย่างถูกต้อง


จำนวน

ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา
(ชั่วโมง)
1 แนวคิดเกี่ยวกับการ รู้และเข้าใจเกี่ยวกับ 1. ความหมายของการวิจัย 2

วิจัย แนวคิดการวิจัย 2. ความสำคัญของการวิจัย
3. ประโยชน์ของการวิจัย


2 ขั้นตอนของการทำ รู้และเข้าใจขั้นตอนการ 1. กำหนดปัญหาและสาเหตของปัญหา 8

วิจัยอย่างง่าย ทำวิจัยอย่างง่าย 2. การกำหนดวิธีการแก้ปัญหา หรือ
แนวทางแก้ปัญหา

3. วิธีดำเนินการวิจย หรือการดำเนินการ

แก้ปัญหา

4. การสรุปและการเขียนรายงานการทำ

วิจัยอย่างง่าย

3 การเขียนโครงการวิจัย 1. รู้และเข้าใจวิธีการ 1. ชื่อปัญหาการวิจัย 15
อย่างง่าย และขั้นตอน 2. ความสำคัญของปัญหา


การเขียนโครงการวิจัย 3. วัตถประสงค์ของการวิจัย

อย่างง่าย 4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
2. การเขียน 5. วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการ

โครงการวิจัยอย่างง่าย แก้ปัญหา


- กลุ่มเปาหมายที่ศึกษา
- เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล

6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

7. สรุปผลการวิจัย
8. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย

จำนวน
ที่ หัวเรอง ตัวชี้วัด เนื้อหา
ื่
(ชั่วโมง)
4 การเขียนรายงานการ 1. รู้และเข้าใจวิธีการและขั้นตอน 1. ชื่อปัญหาการวิจัย 9
วิจัยอย่างง่าย การเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย 2. ความสำคัญของปัญหา

2. การเขียนรายงานการวิจัย 3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
4. ประโยชน์ทคาดว่าจะ
ี่
ได้รับ

5. วิธีดำเนินการวิจัย /
วิธีดำเนินการแก้ปัญหา

- กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา

- เครื่องมือที่ใช้เก็บ
รวบรวมข้อมูล

6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
7. สรุปผลการวิจัย

5 การนำเสนอและ 1. รู้และเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการ รูปแบบการนำเสนอและ 6

เผยแพร่ผลงานวิจัย นำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยอย่าง เผยแพร่ผลงานวิจัยอย่าง
อย่างง่าย ง่าย ง่าย

2. ตระหนักและเห็นความสำคัญของ - การจัดนิทรรศการ

กระบวนการทำวิจัยอย่างง่าย - จัดกิจกรรมตลาดนัด
3. จัดกิจกรรมนำเสนอและเผยแพร่ งานวิจัยอย่างง่าย

ผลงานวิจัยอย่างง่าย - การจัดประกวด
ผลงานวิจัย

สาระความรู้พื้นฐาน
สาระความรู้พื้นฐาน

สาระความรู้พื้นฐาน


สาระความรู้พื้นฐาน เป็นสาระเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน ดังนี้

มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทกษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร

มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง



มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสอสาร
ื่

วิชาภาษาไทย

มาตรฐานการเรียนรระดับ การฟัง การด ู
ู้
1. สามารถเลือกสื่อในการฟัง และดูอย่างสร้างสรรค ์

2. สามารถฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ

3. เป็นผู้มีมารยาทในการฟังและด ู

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. เห็นคุณค่าของสื่อในการฟังและด ู

2. วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดบความ และความเป็นไปได้ ของ
เรื่องที่ฟังและด ู

3. นำเสนอความรู้ ความคดเห็นที่ได้จากการฟังและด ู

ู้
4. ปฏิบัติตนเป็นผมีมารยาทในการฟัง และด ู

ู้
มาตรฐานการเรียนรระดับ การพูด
1. สามารถพูด ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้อง

เหมาะสม



2. สามารถแสดงความคดเหนเชิงวิเคราะห์ และประเมินค่าการใช้ภาษาพูด
จากสื่อต่าง ๆ
3. มีมารยาทในการพูด

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ใช้ศลปะการพูดที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการได้อย่างเหมาะสมกับ


โอกาสและบุคคล
2. วิเคราะห์ ประเมินค่าการใช้ภาษาพูดจากสื่อต่าง ๆ

3. ปฏบัติตนเป็นผมีมารยาทในการพูด
ู้


ู้
มาตรฐานการเรียนรระดับ การอ่าน
1. สามารถอ่านอย่าง มีวิจารณญาณ จัดลำดับความคิดจากเรื่องที่อ่าน
2. สามารถศึกษาภาษาถิ่น สำนวน สุภาษิตที่มีอยู่ในวรรณคดี วรรณกรรม

ปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถิ่น

3. สามารถวิเคราะห์ วิจารณ ประเมินค่าองค์ประกอบของวรรณคด ี

4. สามารถค้นคว้าหาความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์และสอสารสนเทศ
ื่
5. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการอ่าน และนิสัยรักการอ่าน


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ตีความ แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่าน

2. วิเคราะห์ วิจารณความสมเหตสมผล การลำดับความคิดและความเป็น ไป

ได้ของเรื่องทอ่าน
ี่
3. อธิบายความหมาย ของภาษาถิ่น สำนวน สุภาษิตที่ปรากฏใน
วรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน วรรณกรรมท้องถิ่น

4. วิเคราะห์ วิจารณประเมินค่าวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน วรรณกรรม

ท้องถิ่นในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ แล้วนำไปประยุกต์ใช ้

ในการดำเนินชวิต

5. เลือกใช้สื่อในการค้นคว้าหาความรู้ที่หลากหลาย
6. มีมารยาทในการอ่านและนิสัยรักการอ่าน


มาตรฐานการเรียนรระดับ การเขียน
ู้
1. รู้และเข้าใจหลักการเขียนประเภทต่าง ๆ โดยใช้คำในการเขียนได้ตรง

ความหมาย และถูกต้องตามอักขระวิธีและระดับภาษา

2. สามารถวิพากษ์วิจารณและประเมินงานเขยนของผู้อื่น เพื่อนำมา

พัฒนางานเขียน
3. สามารถแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง

4. มีมารยาทในการเขียน และนิสัยรักการเขียน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. กรอกแบบพิมพ์ประเภทต่าง ๆ ได้ถูกต้อง เขียนย่อความ เรียงความ

ี้

จดหมาย เขียนอธิบาย ชแจง โน้มน้าวใจ แสดงทศนะ และการเขียน

เชิงสร้างสรรค์ โดย ใชหลักการเขียนและโวหารต่าง ๆ ได้ถูกต้องตาม
อักขระวิธีและระดับภาษา
2. แต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง ได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์และใช ้

ถ้อยคำที่ไพเราะ

3. ปฏิบัตตนเป็นผู้มีมารยาทในการเขียน และมีการจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอ

มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ หลักการใช้ภาษา

1. รู้และเข้าใจธรรมชาติของภาษา

2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสมพันธ์ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น และ

ใช้คำราชาศัพท์ คำสุภาพได้ถูกต้องตามฐานะของบุคคล


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. อธิบายธรรมชาติของภาษาและใชประโยคตามเจตนาของการสื่อสาร

2. เลือกใช้ถ้อยคำสำนวน สุภาษิต คำพังเพยให้ตรงความหมาย
3. ใช้ประโยคได้ถูกต้องตามเจตนาของผส่งสาร
ู้
4. ใชคำราชาศัพท และคำสุภาพได้ถูกต้องตามฐานะและบุคคล




มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ วรรณคดี วรรณกรรม

1. สามารถวิเคราะห์และเห็นคณคาวรรณคด วรรณกรรมปัจจุบัน และ



วรรณกรรมท้องถิ่น โดยใชหลกการพินิจวรรณคด ี

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. วิจารณ์ และอธิบายคุณค่าวรรณคด วรรณกรรมปัจจุบัน และ


วรรณกรรมท้องถิ่น


วิชาภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

มาตรฐาน พต 2.1 มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร


มาตรฐานการเรียนรระดับ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง
ู้
พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคทซับซ้อนมากขึ้นใน
ี่

ชีวิตประจำวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลกภาษา
วัฒนธรรม และกาลเทศะของเจาของภาษา

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. เข้าใจเกี่ยวกับภาษา ท่าทาง ฟัง พูด อ่าน เขียน ด้วยประโยคท ี่

ซับซ้อนมากขึ้นในชีวิตประจำวันและงานอาชีพ
2. ปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามมารยาทและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

3. มีทักษะที่ถูกต้องตามหลักภาษา วัฒนธรรม และกาลเทศะของ
เจ้าของภาษา



มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี



วิชาคณิตศาสตร ์


มาตรฐานการเรียนรระดับ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนและการดำเนินการ เลขยกกำลัง
ู้
ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ เซต และการให้เหตุผล อัตราสวน

ตรีโกณมิติ และการนำไปใช้ การใชเครื่องมือและการออกแบบ


ผลิตภัณฑ์ สถิติเบื้องตนและความน่าจะเป็น
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวง 1. ระบุหรือยกตัวอย่างเกี่ยวกับจำนวนและการดำเนินการ เลข ยกกำลัง

ี้

ที่มีเลขชกำลังเป็นจำนวนตรรกยะ เซต และการให้เหตผล อัตราส่วน

ตรีโกณมิต การใชเครื่องมือและการออกแบบผลตภัณฑ์ สถิตเบื้องต้น



และ ความน่าจะเป็น
2. สามารถคดคำนวณและแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับจำนวนจริง เลขยกกำลัง

อัตราส่วนตรีโกณมิติ สถิติและความน่าจะเป็น

วิชาวิทยาศาสตร ์


มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเข้าใจและทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี





มาตรฐานการเรียนร ู้ มีความรู้ ความเข้าใจ ทกษะ และเห็นคณคาเกี่ยวกับกระบวนการทาง

ระดับ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ในท้องถิ่นประเทศและโลก สาร แรง พลังงาน กระบวนการ

ี่
เปลยนแปลงของโลก และดาราศาสตร์ มีจตวิทยาศาสตร์และนำความรู้ไปใช ้
ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต


ผลการเรียนรที่คาดหวง 1. ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์
ู้

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เจตคตทางวิทยาศาสตร์ ทำโครงงาน
วิทยาศาสตร์และนำผลไปใชได้


2. อธิบายเกี่ยวกับการแบ่งเซลล พันธุกรรมและการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

การผ่าเหล่า ความหลากหลายทางชวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ การใช ้
ประโยชน์ และผลกระทบที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีชีวภาพต่อสังคม และ

สิ่งแวดล้อมได ้
3. อธิบายเกี่ยวกับปญหาที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาต และ


ิ่
สงแวดล้อมในระดับท้องถิ่น ประเทศและโลกปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่มี

ผลกระทบต่อชวิต และสิ่งแวดล้อม วางแผนและปฏิบัติร่วมกับชุมชนเพื่อ
ป้องกัน และแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได ้

4.อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอมตารางธาตุ สมการและปฏิกิริยาเคมีที่พบ
ในชวิตประจำวัน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ปิโตรเลียมและ


ผลิตภัณฑ์ พอลิเมอร์ สารเคมีกับชีวิต การนำไปใชและผลกระทบต่อชีวิต
และสิ่งแวดล้อมได ้

5.อธิบายเกี่ยวกับแรงและความสัมพันธ์ของแรงกับการเคลื่อนทในสนามโน้ม
ี่
ถ่วง สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า การเคลอนทแบบต่าง ๆ และการนำไปใช ้
ื่
ี่
ประโยชน์ได ้
6. อธิบายเกี่ยวกับ สมบัติ ประโยชน์และมลภาวะจากเสียง ประโยชน์และ

โทษของธาตุกัมมันตรังสีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมได ้
7. ศึกษา ค้นคว้าและอธิบายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอวกาศในการศึกษา

ปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนโลกและในอวกาศ

สาระความรพื้นฐาน
ู้
รายวิชาบังคับ



มาตรฐานที่ รหัสรายวิชา รายวิชา หน่วยกิต

2.1 พท31001 ภาษาไทย 5
2.1 พต31001 ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม 5

2.2 พค31001 คณิตศาสตร์ 5

2.2 พว31001 วิทยาศาสตร์ 5
รวม 20



สาระความรู้พื้นฐาน
รายวิชาเลือก



มาตรฐานที่ รหัสรายวิชา รายวิชา หน่วยกิต
2.1 พว32023 การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3 3

2.1 พท33015 หลักไทย 2

2.1 พค33011 คณิตศาสตร์เพื่อการศึกษาต่อ 1 5
2.2 พต32006 ภาษาอังกฤษสำหรับการท่องเที่ยว 2

2.2 พว32024 วัสดุศาสตร์ 3 3

รวม 15

คำอธิบายรายวิชาบังคับ




และ




รายละเอียดคำอธิบายรายวิชาบังคับ

คำอธิบายรายวิชา พท31001 ภาษาไทย จำนวน 5 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร

การฟัง การด ู


1. สามารถเลือกสื่อ ในการฟัง และดอย่างสร้างสรรค์
2. สามารถฟังและดู อย่างมีวิจารณญาณ


3. เป็นผู้มีมารยาท ในการฟังและด
การพูด
1. สามารถพูด ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม

2. สามารถแสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ และประเมินค่าการใชภาษาพูดจากสื่อต่าง ๆ

3. มีมารยาทในการพูด
การอ่าน

1. สามารถอ่านอย่าง มีวิจารณญาณ จดลำดับความคิดจากเรื่องที่อ่าน

2. สามารถศึกษาภาษาถิ่น สำนวน สุภาษิตที่มีอยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และ

วรรณกรรมท้องถิ่น

3. สามารถวิเคราะห์ วิจารณ ประเมินค่าองค์ประกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน
วรรณกรรมท้องถิ่น

ื่
4. สามารถค้นคว้าหาความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์และสอสารสนเทศ

ู้
5. ปฏิบัตตนเป็นผมีมารยาทในการอ่าน และนิสัยรักการอ่าน
การเขียน

1. รู้และเข้าใจหลักการเขียนประเภทต่าง ๆ โดยใช้คำในการเขียนได้ตรงความหมาย
และถูกต้องตามอักขระวิธีและระดับภาษา

2. สามารถวิพากษ์วิจารณ์และประเมินงานเขียนของผู้อื่น เพื่อนำมาพัฒนางานเขียน

3. สามารถแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง

4. มีมารยาทในการเขียน และนิสัยรักการเขียน
หลักการใช้ภาษา
1. รู้และเข้าใจธรรมชาติของภาษา



ู้

2. สามารถใชภาษาสร้างมนุษยสมพันธ์ในการปฏิบัตงานร่วมกับผอื่น และใชคำราชา

ศัพท์ คำสุภาพได้ถูกต้องตามฐานะของบุคคล

วรรณคดี วรรณกรรม





1. สามารถวิเคราะห์และเห็นคณคาวรรณคด วรรณกรรมปัจจบัน และวรรณกรรมทองถิ่น โดยใช ้
หลักการพินิจวรรณคด ี

ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรองดงต่อไปนี้
ื่
การฟัง การด ู



ี่

ื่
การวิจารณความสมเหตสมผล การลำดบความและความเปนไปไดของเรื่องทฟังและดจากสอท ี่


หลากหลาย ตลอดจนมารยาทของการฟังและด ู
การพูด
ศิลปะการพูดที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และมารยาทในการพูด
การอ่าน

การอ่านเพื่อตความ แปลความ ขยายความ ความหมายของภาษาถิ่น สำนวน สภาษิต




องคประกอบ ของการประเมินคาวรรณคด วรรณกรรมปัจจบัน และวรรณกรรมทองถิ่น ตลอดจน


มารยาทในการอ่าน
การเขียน
หลักการเขียนประเภทต่างๆ และการแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง ตลอดจนมารยาทใน
การเขียน
หลักการใช้ภาษา


ธรรมชาตของภาษา การใช้ถ้อยคำ ประโยค สำนวน สุภาษิต คำพังเพย คำสุภาพ คำราชาศัพท ์
วรรณคดีและวรรณกรรม

หลักการพินิจและประเมินคุณคาเกี่ยวกับวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถิ่น


การจัดประสบการณการเรียนร ู้
จัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจำวันให้ผู้เรียนไดฝึกปฏิบติจริงเกี่ยวกับทักษะการฟัง


การด การพูด การอ่าน การเขียน และหลักการใช้ภาษาเป็นรายบุคคลหรือใช้กระบวนการกลุ่ม


การวัดและประเมินผล

การสงเกต การฝกปฏิบัต การทดสอบ ตรวจสอบ ตอบคำถาม และการประเมินชนงานในแตละ
ิ้



กิจกรรม

รายละเอียดคำอธิบายรายวิชา พท3101 ภาษาไทย จำนวน 5 หน่วยกิต
ระดับมธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร


จำนวน
ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา

(ชั่วโมง)

ื่

1. การฟัง การดู 1. เห็นคณคาของสอในการฟังและด 1. หลักการฟัง และดู 10

(20) 2. วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การ 2. สรุปความ จับประเด็น 4
ลำดบความและความเป็นไปได ้ ใจความสำคัญของเรื่องท ี่

ของเรื่องที่ฟัง และด ู ฟังและด ู

ี่
3. นำเสนอความรู้ ความคิดเห็นท 3. การวิเคราะห์ข้อเทจจริง 4
ได้จากการฟังและด ู ข้อคิดเห็นและสรุปความ

ู้
4
.
4. ปฏิบัตตนเป็นผมีมารยาท มารยาทในการฟัง และด ู 2
ในการฟังและด ู
2. การพูด 1. ใช้ศลปะการพูดทเป็นทางการ 1. หลักการแสดงความคดเห็น 2
ี่


(20) และไม่เป็นทางการได้อย่าง 2. การพูดเป็นทางการ และ 8
เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล ไม่เป็นทางการ
2. วิเคราะห์ ประเมินค่าการใช ้ 3. ศิลปะการพูดประเภท 8

ภาษาพูดจากสื่อ ต่าง ๆ ต่าง ๆ เช่น

- พูดแนะนำตนเอง
- พูดกล่าวต้อนรับ

- พูดกล่าวขอบคุณ
- พูดโน้มน้าวใจ/ปฏิเสธ

- พูดเจรจาต่อรอง

- พูดแสดงความคิดเห็น
- พูดอธิบาย


- พูดสนทรพจน์ /โต้วาท ี
3. ปฏิบัติตนเป็นผมีมารยาทใน 4. มารยาทในการพูด 2
ู้
การพูด

จำนวน

ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา
(ชั่วโมง)

3. การอ่าน 1. ตีความ แปลความ และขยาย 1. หลักการตความ แปล 2
ี่
(40) ความเรื่องทอ่าน ความและขยายความ
2. วิเคราะห์ วิจารณความ 2. การอ่านบทประพันธ์ที่ 7

สมเหตสมผล การลำดับ ไพเราะทั้งร้อยแก้ว

ความคิดและความเป็น ไปได ้ ร้อยกรอง

ของเรื่องที่อ่าน

3. อธิบายความหมายของภาษาถิ่น 3. การอ่านวรรคตอน 10
สำนวน สุภาษิตที่ปรากฏใน ในวรรณคดี จากเรื่อง

วรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน ขุนช้างขุนแผน

วรรณกรรมท้องถิ่น พระอภัยมณี อิเหนา
นิทานเวตาล นิราศ

พระบาท นิราศภูเขาทอง
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก

มัทนพาธา พระมหาชนก

(ทศชาติชาดก)

4. วิเคราะห์ วิจารณประเมินค่า 4. หลักการวิเคราะห์ วิจารณ ์ 20
วรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และประเมินค่าวรรณคดี
วรรณกรรมท้องถิ่นในฐานะ ท ี่ วรรณกรรมปัจจุบันและ

เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ของ วรรณกรรมท้องถิ่น เช่น



ชาต แล้วนำไปประยุกต์ ใชใน วรรณกรรมปัจจุบัน
การดำเนินชีวิต ได้แก่ บทละครโทรทัศน์
5. เลือกใช้สื่อในการค้นคว้าหา นวนิยาย เรื่องสั้น บทเพลง

ความรู้ที่หลากหลาย ต่างๆ วรรณกรรมท้องถิ่น
ไดแก่ ไกรทอง นางสิบสอง

ปลาบู่ทอง ผาแดงนางไอ่คำ

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ฯลฯ
6. มีมารยาทในการอ่านและ 5. หลักการอ่านอย่างถูกวิธี 1

มีนิสยรักการอ่าน และมารยาทในการอ่าน


จำนวน

ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา
(ชั่วโมง)


4. การเขียน 1. กรอกแบบพิมพ์ประเภทต่าง ๆ 1. การเขียนแผนภาพความคด 2

(40) ได้ถูกต้อง เขียนย่อความ 2. การเขียนย่อความ 2

เรียงความ จดหมาย เขียน 3. การเขียนเรียงความ 2
อธิบาย ชี้แจง โน้มน้าวใจ แสดง 4. การเขียนจดหมาย 2

ทัศนะ และการเขยน เชิง 5. การเขียนอธิบาย 2

สร้างสรรค์ โดยใช้หลักการ 6. การเขียนชี้แจง 2
เขียนและโวหารต่าง ๆ ได ้ 7. การเขียนแสดงทัศนะ 2

ถูกต้องตามอักขระวิธีและระดับ 8. การเขยนคำขวัญ 2

ภาษา 9. การเขียนคำโฆษณา 2
2. แต่งคำประพันธ์ประเภท 10. หลักการเขียนโวหาร 6

ร้อยกรองได้ถูกต้องตามฉันท แบบต่าง ๆ

ลักษณ์และใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ 11. การเขียนพรรณนาและ 7
การเขียนบรรยาย

เหตุการณ์
12. หลักการเขียนรายงาน 5

ทางวิชาการ

13. หลักการเขียนอ้างอิง 1
3. การกรอกแบบพิมพ์ประเภท 14. การกรอกแบบพิมพ์ 2

ต่าง ๆ ได้ถูกต้อง ประเภทต่าง ๆ เช่น
กรอกใบสมัครงาน

กรอกใบสมัครเรียน กรอก

ใบคำร้องต่าง ๆ
4. ปฏิบัตตนเป็นผมีมารยาท 15. การปฏิบัติตนเป็น 1
ู้

ในการเขียน และมีการจดบันทึก ผู้มีมารยาทในการเขียน

อย่างสม่ำเสมอ และมีนิสัยรักการเขียน

จำนวน
ที่ หัวเรื่อง ตัวชี้วด เนื้อหา

(ชั่วโมง)
5. หลักการใช้ภาษา 1. อธิบายธรรมชาติของภาษา 1. ธรรมชาติของภาษา 10

(40) และใช้ประโยคตามเจตนา - การเปลี่ยนแปลง
ของการสื่อสาร ของภาษา

- ลักษณะของภาษา

- พลงของภาษา
2. เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวน 2. การใช้ถ้อยคำ สำนวน 4

สุภาษิต คำพังเพยให้ สุภาษิต คำพังเพย
ตรงความหมาย

3. ใช้ประโยคได้ถูกต้อง 3. โครงสร้างของประโยค 10

ตามเจตนาของผู้ส่งสาร รูปประโยค และชนิด
ของประโยค

4. ใช้คำสุภาพ และคำราชา 4. ระดับภาษา 8
ศัพท์ให้ถูกต้องตาม 5. คำสุภาพ

ฐานะและบุคคล 6. คำราชาศัพท ์

5. แต่งคำประพันธ์ประเภทร้อย 7. การแต่งคำประพันธ์ 8
กรอง ประเภทร้อยกรอง



6. วรรณคดีและ อธิบายคุณค่าวรรณคด 1. ความหมายของวรรณคด ี 10

วรรณกรรม วรรณกรรมปัจจุบัน และ วรรณกรรมและ

(40) วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมท้องถิ่น
2. คุณค่าของวรรณคดีและ 15

วรรณกรรม ด้าน

วรรณศิลป์ และด้านสังคม

3. แนวคิดและคานิยม 15
ที่ปรากฏในวรรณคดี

และวรรณกรรม

คำอธิบายรายวิชา พต 31001 ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม จำนวน 5 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย


มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ



มีความรู้ ความเข้าใจ ทกษะและเจตคตเกี่ยวกับ ภาษาทาทาง การฟัง พูด อ่าน เขียน

ี่



ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคทซับซ้อนมากขึ้นในชีวิตประจำวัน และงานอาชพของตน ถูกตองตามหลก
ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา


ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องดงต่อไปนี้

1. การตความหมายจากน้ำเสยงของผอื่นว่ามีความรู้สกดใจ เสยใจ พึงพอใจ ไม่พึงพอใจ




ู้



ื่


ซาบซึ้ง ผดหวัง ปรารถนาด ชนชมหรือเห็นใจ และการใชน้ำเสยงแสดงความรู้สึกของตวเองในโอกาสตาง ๆ

การอ่าน ทำความเข้าใจและปฏิบัตตามข้อมูลทปรากฏอยู่ในสลากสนคา การพูดทางโทรศพทในสถานการณ ์

ี่




ต่าง ๆ ที่ถูกต้อง การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมอังกฤษและวัฒนธรรมไทย รวมทั้งสามารถ
ปฏิบัติตนได้ถูกตองตามวัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ

ื่

2. การอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลจากสอตาง ๆ เชน หนังสอพิมพ์ วิทยุ โทรทศน์ ภาพยนตร์






ี่


ในดานตาง ๆ ทหลากหลาย การสบคนข้อมูลจาก Internet เพื่อนำมาใชประโยชน์ในการดำรงชวิตในสงคม


ี่
การรับและตอบ e-mail ทั้งในเรื่องสวนตว ในการศึกษาและในการประกอบอาชีพ วิธีการแลกเปลยนข้อมูล


ั้

ู้
ข่าวสารและความรู้ ตาง ๆ กับผอื่น ทงอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยเข้าใจโครงสร้างของ
ประโยคทซับซ้อน (Complex Sentence) และใช Tense ตาง ๆ ในการแสวงหาข่าวสาร ข้อมูล ความรู้และ
ี่


ในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์

การจัดประสบการณ์การเรียนร ู้
เน้นการฟัง พูด อ่าน เขียน จากสถานการณจริงหรือสถานการณจำลอง โดยใชสอท ี่



ื่
เหมาะสมและสอดคล้องกับเนื้อหาในการเรียนรู้

การวัดและประเมินผล


1. พิจารณาจากความสามารถในการนำความรู้และทกษะไปใชในสถานการณตาง ๆ


ไดอย่างถูกต้องเหมาะสม





2. พิจารณาจากความสามารถในการนำความรู้และทกษะไปใชในสถานการณตาง ๆ
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


Click to View FlipBook Version