The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ratchaneekorn2553, 2022-02-06 06:08:04

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องคลื่นและสมบัติของคลื่น

a แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5/2,3,4

หน่วยท่ี 1 คลนื่ และสมบตั ขิ องคลน่ื เรือ่ ง คลน่ื กล

รายวชิ า ฟิสกิ ส์3 (ว32205) เวลา 2 ชัว่ โมง
ครผู สู้ อน นางสาวรชั นกี ร นึกสม

1. ผลการเรียนรู้
1. อธิบายปรากฏการณค์ ลื่น ชนิดของคล่ืน ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นดว้ ยหลักการของฮอย

เกนส์ และการรวมกันของคลนื่ ตามหลกั การซอ้ นทับ พร้อมทั้งคำนวณอตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่นื

2. สาระการเรยี นรู้
คลื่นเปน็ ปรากฎการณ์การถา่ ยโอนพลงั งานจากทีห่ นงึ่ ไปอกี ที่หนึง่
คลื่นทีถ่ า่ ยโอนพลงั งานโดยตอ้ งอาศยั ตัวกลาง เรียกว่า คลน่ื กล
สว่ นคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ถ่ายโอนพลังงานโดยไมต่ อ้ งอาศยั ตวั กลาง
นอกจากน้ียงั จำแนกชนิดของคลน่ื ออกเป็นสองชนดิ ได้แก่ คลน่ื ตามขวาง และคลน่ื ตามยาว

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธบิ ายลกั ษณะของคล่นื กลได้
2. อธิบายประเภทของคล่ืนได้
ดา้ นทกั ษะ (Process)
3. ทดลองเพ่อื ศกึ ษาลกั ษณะของคล่นื กลได้
ดา้ นเจตคติ (Affective)
4. รับผิดชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย
5. นักเรยี นมคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติงาน

4. ความคิดรวบยอด
คลื่นคอื การถา่ ยโอนพลังงานจากแหล่งกำเนดิ ออกไปโดยผ่านตัวกลางหรอื ไมผ่ ่านตัวกลางก็ได้
คล่ืนที่อาศยั ตัวกลางในการเคลอ่ื นทเี่ รียนวา่ คล่ืนกล

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว32205) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรัชนกี ร นกึ สม

คลื่นที่ไม่อาศยั ตวั กลางในการเคลือ่ นทเี่ รียกว่าคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแกป้ ญั หา

 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์  ความซื่อสัตย์สจุ รติ  มวี นิ ยั
 ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  มุ่งมัน่ ในการทำงาน
 ใฝ่เรยี นรู้  มจี ิตสาธารณะ
 รักความเป็นไทย

7. แนวความคดิ เพื่อการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21  ทักษะด้านการเรยี นร้แู ละนวตั กรรม
 สาระวิชาหลัก (Core Subjects)  ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ
 ทักษะดา้ นสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี

8. การบรู ณาการการเรียนรู้
 พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของ ร.10

 ด้านที่ 1 มีทัศนคติทถี่ กู ตอ้ งต่อบา้ นเมือง

 ดา้ นท่ี 2 มพี ้ืนฐานชีวิตท่มี ่ันคง มีคณุ ธรรม
 ด้านท่ี 3 มงี านทำ มอี าชีพ

 ด้านที่ 4 เป็นพลเมืองดี

 หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 หลกั สตู รเขตพัฒนาเศรษฐกจิ พิเศษ( หลกั สูตรท้องถ่ิน)
 หลักสูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา
 สะเตม็ ศึกษา

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟิสิกส์ 3 (ว32205) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครูรชั นีกร นกึ สม

9. คำถามหลัก
- คลน่ื กลคอื อะไร
- คลน่ื มีลกั ษณะการเคลอ่ื นท่ีอย่างไร

10. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
วธิ ีสอน ใช้กระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E)
1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)

ส่อื การเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชนั่ Google meet
2. หนังสือเรียนเพม่ิ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดเู คชั่น
3. Power Point คล่ืนกล

1. ครูถามนักเรียนว่าคลื่นคืออะไร มีลักษณะเป็นอย่างไร โดยไม่คาดหวังคำตอบ (แนวการตอบ : คลื่นเป็น
ปรากฎการณ์การเคลื่อนที่อย่างหนึง่ มีการเคลื่อนที่แบบแผ่กระจาย กวัดแกว่งและกระเพื่อม โดยจะเกิดการ
ถา่ ยโอนพลังงานไปพรอ้ มกบั การเคลอื่ นที่)
2. ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)
สื่อการเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคชน่ั Google meet

2. แอพพลิเคช่ัน Google classroom
3. หนงั สอื เรยี นเพิ่มเติม ฟิสิกส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดเู คชนั่
4. Power Point คล่นื กล
5. ใบกิจกรรมที่ 1 เรอื่ ง ลกั ษณะของคลนื่ กล
6. วิดีโอจาก https://www.youtube.com/watch?v=bu6I6_JjhqY&t=12s
2. ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง ลักษณะของคล่ืนกล โดยการดูวิดโี อจาก
https://www.youtube.com/watch?v=bu6I6_JjhqY&t=12s ประกอบการทำใบกจิ กรรม
3. ใหน้ ักเรียนถา่ ยใบกิจกรรมทท่ี ำเสร็จแล้ว สง่ ใน Google classroom
4. ส่มุ นกั เรยี น 2-3 คน ให้นำเสนอสรุปผลจากใบกิจกรรมทีไ่ ดท้ ำไป
3. ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
สอื่ การเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คช่นั Google meet
2. หนังสือเรยี นเพมิ่ เติม ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคชั่น
3. Power Point คลนื่ กล

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสิกส์ 3 (ว32205) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครูรัชนีกร นึกสม

4. ใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง ลกั ษณะของคลื่นกล
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายกจิ กรรมท่ี 1 เร่อื ง ลักษณะของคลน่ื กล จนได้ขอ้ สรุปวา่
“เมอื่ เกิดคลื่นในสปริงไมว่ ่าจะเปน็ คลน่ื ที่เกิดจากการสะบดั หรอื อัดสปริงเขา้ –ออก ริบบ้ินที่ผูกไว้ จะไมเ่ คล่อื นท่ี
ไปพรอ้ มกบั คลนื่ แต่จะสน่ั ขึ้นลงอยู่กับทใ่ี นแนวตงั้ ฉากกับคลนื่ เมอ่ื สะบัดสปริงไปมาในแนวราบและจะส่นั ไปมาในแนว
เดยี ว กับคล่นื เมื่ออัดสปรงิ เข้า–ออก”
6. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายความรู้เกี่ยวกับคล่ืนกล ในหนังสือหน้า 27-33 หรือในสไลด์ Power Point
คลนื่ กล
4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
ส่อื การเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชนั่ Google meet

2. หนังสือเรียนเพ่ิมเตมิ ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคช่นั
3. Power Point คลืน่ กล
7. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ว่า “เมอ่ื นักเรยี นไปเทีย่ วหาดบานชน่ื แลว้ เห็นคลนื่ ท่ีทะเลนั่นแปลว่ามีการรบกวนอนุภาค
ของนำ้ ทำใหเ้ กดิ การถ่ายโอนพลังงานพลังงานจากที่หนึ่งไปอีกทหี่ นง่ึ จงึ ทำให้เกิดคลนื่ น่นั เอง”
8.ครยู กตัวอย่างคลน่ื ในชีวติ ประจำ เชน่ การเล่นกตี า้ รท์ ำใหเ้ กิดเสียง เป็นคลื่นตามยาวและอาศยั ตัวกลางในการ
เคลือ่ นท่ี การออกกำลังกายโดยเชอื กบาร์เทอโร เป็นคลน่ื ตามขวางและอาศยั ตัวกลางในการเคล่ือนท่ี รังสอี ลั ตาไวโอเลต
ในทางการแพทย์ ใช้ฆ่าเชื่อโรค เป็นคลื่นตามขวางและไม่อาศัยตัวกลางในการเคลื่อนท่ี คลื่นแสงอาทิตย์ เป็นคลื่นตาม
ขวางและไม่อาศยั ตวั กลางในการเคลื่อนที่
5. ข้ันประเมนิ (Evaluation)
สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชน่ั Google meet
2. แอพพลเิ คชน่ั Google classroom
3. หนงั สือเรียนเพิม่ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอ็ดดเู คชน่ั
4. Power Point คลืน่ กล
9. ครูให้นกั เรยี นทำผังมโนทศั นเ์ กีย่ วกับคล่ืนกล ลงในสมดุ และถา่ ยรปู อัพโหลดขึน้ Google classroom
10. ครูสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรูข้ องนกั เรียน
11. สอ่ื การสอน/แหลง่ การเรียนรู้
สอื่ การสอน
1. แอพพลเิ คชน่ั Google meet
2. แอพพลิเคชั่น Google classroom

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว32205) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ครูรชั นีกร นกึ สม

3. หนงั สือเรยี นเพ่มิ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดูเคชน่ั
4. Power Point คล่ืนกล
5. ใบกิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง ลกั ษณะของคล่ืนกล
6. วดิ โี อจาก https://www.youtube.com/watch?v=bu6I6_JjhqY&t=12s
แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมดุ
2. เว็บไซต์ต่าง ๆ เพอื่ การเรียนรู้

12. กระบวนการวัดและการประเมนิ ผล

1. ความรู้

ภาระ/ช้นิ งาน วิธีการวดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน ผปู้ ระเมนิ
การทำผงั มโนทศั น์ - ตรวจสอบการทำ - แบบประเมินผล - ตอ้ งไดไ้ ม่ตำ่ กวา่ ระดับ ครู
สรุปเรอ่ื ง คล่นื กล ผงั มโนทัศนส์ รุปเร่อื ง งานผงั มโนทัศน์ คุณภาพ 11
คลน่ื กล

2. ทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระ/ช้นิ งาน วิธกี ารวัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน ผ้ปู ระเมิน
กจิ กรรมท่ี 1 เร่อื ง - ตอ้ งไดไ้ ม่ต่ำกวา่ ระดบั ครู
- ตรวจสอบการ - แบบประเมินการ คุณภาพ 7
คลน่ื กล
บนั ทกึ การตอบ บันทึก การตอบ

คำถามและสรุปผล คำถามและสรุปผล

การทดลอง การทดลอง

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 3 (ว32205) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ครูรชั นกี ร นกึ สม

3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

คุณลกั ษณะ

อนั พึงประสงค์/ วิธกี ารวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ ผู้ประเมิน
ครู
พฤตกิ รรม
ครู
พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ พฤติกรรมการ - ต้องได้ไม่ตำ่ กว่า

เรียนรู้ การเรียนรู้ เรยี นรู้ ระดบั 8

รายบคุ คล

คุณลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมินคุณลักษณะ - ตอ้ งไดไ้ มต่ ำ่ กว่า

อนั พงึ ประสงค์ อันพึงประสงค์ ระดบั 20

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 3 (ว32205) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรัชนกี ร นึกสม

กจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง ลักษณะของคลื่นกล

ชือ่ .............................. นามสกลุ ....................................ช้ัน ............. เลขท่ี ..............
จุดประสงค์

1. เพอ่ื ทดลองและอธบิ ายลักษณะของการเกิดคลื่นตามยาวและคล่ืนตามขวาง
2. เพื่อทดลองและอธิบายลักษณะการเคล่ือนที่ของตัวกลางในขณะทีค่ ลืน่ ตามยาวและคลื่นตามขวางเคลือ่ นที่
ผ่าน
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. รบิ บ้นิ ผ้าสแี ดงยาว 10-15 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
2. สปริงคลื่น จำนวน 1 อัน
วิธีปฏิบัติ
1. ผกู รบิ บ้นิ ผ้าบริเวณตรงกลางของสปริงคลื่นแลว้ างสปริงบนพ้นื ราบ
2. ให้เพือ่ นยดึ ปลายดา้ นหนงึ่ ของสปรงิ คล่นื ไว้ แลว้ ดึงปลายอกี ด้านหน่งึ ออกไปให้ยาวพอประมาณ
3. สะบดั ปรงิ ไปมาในแนวราบ ดังรูป สงั เกตรปู ร่างของคล่ืนและการเคลื่อนทขี่ องริบบิน้ ที่ผูกไว้

4. บันทึกผลลงในตารางบนั ทกึ ผล
5. ทำการทดลองต่อโดยวางสปริงบนพืน้ ราบเช่นเดิม แล้วใหเ้ พอ่ื นยดึ ปลายดานหน่งึ ของสปริงคล่ืนไว้จากนนั้น
ดึงปลายอกี ดา้ นหนงึ่ ออกให้ยาวพอประมาณ
6. อดั ขดลวดสปรงิ คลน่ื เขา้ -ออกเป็นจงั หวะช้าๆ ดงั รปู สังเกตรปู รา่ งของคล่ืนและการเคล่ือนท่ีของริบบ้ินท่ีผูก
ไว้

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 3 (ว32205) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรชั นีกร นกึ สม

7. บันทึกผลลงในตารางบันทกึ ผล ผลการสงั เกตการทดอง
ตารางบนั ทึกผล

การทดลอง

คำถามท้ายกิจกรรม
1. เมอ่ื นักเรยี นสะบัดปลายสปริงไปมาในแนวราบ คลืน่ มรี ูปร่างเป็นอยา่ งไร ริบบ้ินทผ่ี ูกไว้เคลอ่ื นทีไ่ ปพรอ้ มกบั คลนื่ ท่ี
เกิดข้ึนหรือไม่ อย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. เมอ่ื นกั เรียนอดั สปริงเข้า-ออก คล่นื มีรปู รา่ งเป็นอยา่ งไร รบิ บ้นิ ทผ่ี ูกไว้เคลอ่ื นท่ีไปพรอ้ มกับคล่นื ท่เี กิดขนึ้ หรือไม่
อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 3 (ว32205) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรัชนีกร นึกสม

3. คล่นื ท่เี กดิ จากสะบัดสปรงิ ไปมาในแนวราบแตกต่างจากคล่นื ที่เกิดจากการอดั สปริงเข้า-ออกอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4. การเคล่ือนที่ของริบบน้ิ ท่ีผกู ติดกบั สปริงคลน่ื เมื่อสะบัดสปริงไปมาในแนวราบแตกตา่ งจากการอดั สปริงเขา้ -ออก
อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

5. นกั เรยี นคิดว่าคลืน่ ทเี่ กดิ ข้ึน 2 กรณเี ป็นแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะเหตุใด
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว32205) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรัชนกี ร นึกสม

เฉลย กจิ กรรมท่ี 1 เร่อื ง ลกั ษณะของคลน่ื กล

ชื่อ .............................. นามสกลุ ....................................ช้นั ............. เลขท่ี ..............
จุดประสงค์

1. เพ่ือทดลองและอธิบายลักษณะของการเกดิ คล่ืนตามยาวและคลน่ื ตามขวาง
2. เพื่อทดลองและอธบิ ายลักษณะการเคลื่อนท่ีของตวั กลางในขณะท่ีคลื่นตามยาวและคลื่นตามขวางเคลือ่ นที่
ผ่าน
วสั ดอุ ุปกรณ์
1. รบิ บน้ิ ผา้ สีแดงยาว 10-15 เซนติเมตร จำนวน 1 เสน้
2. สปริงคล่นื จำนวน 1 อนั
วิธีปฏบิ ัติ
1. ผกู ริบบิน้ ผา้ บริเวณตรงกลางของสปริงคลนื่ แล้วางสปริงบนพน้ื ราบ
2. ให้เพ่อื นยึดปลายด้านหน่ึงของสปรงิ คลื่นไว้ แลว้ ดึงปลายอีกด้านหนึง่ ออกไปให้ยาวพอประมาณ
3. สะบัดปริงไปมาในแนวราบ ดังรูป สังเกตรปู รา่ งของคลน่ื และการเคลื่อนท่ีของริบบ้ินทผ่ี ูกไว้

4. บันทกึ ผลลงในตารางบันทกึ ผล
5. ทำการทดลองต่อโดยวางสปรงิ บนพืน้ ราบเช่นเดมิ แลว้ ให้เพ่อื นยดึ ปลายดานหนงึ่ ของสปรงิ คล่ืนไว้จากนน้ัน
ดึงปลายอีกด้านหน่งึ ออกใหย้ าวพอประมาณ
6. อัดขดลวดสปริงคลื่นเขา้ -ออกเปน็ จงั หวะช้าๆ ดังรูป สังเกตรูปรา่ งของคลน่ื และการเคลื่อนที่ของริบบิ้นที่ผูก
ไว้

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 3 (ว32205) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ครูรัชนีกร นกึ สม

7. บันทึกผลลงในตารางบันทึกผล ผลการสังเกตการทดอง
เมือ่ สังเกตตำแหน่งการเคลอื่ นท่ีของรบิ บิน้ สีแดง
ตารางบนั ทึกผล ทผี่ ูกกบั สปรงิ จะมีทศิ ทางการส่ันขน้ึ ลงตงั้ ฉากกับ
สปริง
การทดลอง
ในขั้นตอนนอ้ี าจให้นักเรยี นวาด
รูปแสดง การทดลองได้

ในขั้นตอนน้ีอาจให้นกั เรียนวาด เมอ่ื สังเกตตำแหน่งการเคลอ่ื นทขี่ องรบิ บนิ้ สแี ดง
รปู แสดง การทดลองได้ ที่ผูกกบั สปริงจะมีทิศทางการสั่นขนานกบั ทิศ
แนวเดิมกบั สปรงิ

คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เมื่อนักเรยี นสะบัดปลายสปริงไปมาในแนวราบ คลน่ื มรี ูปรา่ งเปน็ อยา่ งไร รบิ บน้ิ ที่ผูกไว้เคลื่อนทไ่ี ปพร้อมกับคล่นื ที่
เกดิ ขึน้ หรอื ไม่ อย่างไร

คลืน่ สปริงมีรูปร่างโคง้ ไปมา สว่ นรบิ บน้ิ ทีผ่ ูกไวไ้ มไ่ ด้เคล่อื นท่ีไปพรอ้ มกับคลืน่ แต่จะเคลอ่ื นทีก่ ลับไปกลบั มาอยู่
ท่ีตำแหน่งเดมิ ในแนว ตัง้ ฉากกบั สปรงิ
2. เมือ่ นกั เรยี นอัดสปรงิ เข้า-ออก คล่ืนมีรูปรา่ งเป็นอย่างไร รบิ บ้ินที่ผูกไว้เคล่อื นทไ่ี ปพร้อมกับคล่ืนทเี่ กดิ ขนึ้ หรือไม่
อยา่ งไร

คลื่นสปริงมรี ปู ร่างยดื และหดไปตามเส้นสปริง สว่ นรบิ บ้ินที่ผูกไว้ไม่ไดเ้ คล่ือนทีไ่ ปพรอ้ มกบั คลื่น แต่จะเคลื่อนท่ี
กลบั ไปกลับมาอยู่ที่ ตำแหน่งเดมิ ในแนวเดียวกับสปรงิ
3. คลน่ื ทเี่ กิดจากสะบัดสปริงไปมาในแนวราบแตกตา่ งจากคลน่ื ทีเ่ กิดจากการอัดสปริงเข้า-ออกอย่างไร

การสะบัดสปริงไปมา ทำให้เกิดคล่ืนที่มีรูปร่างโคง้ สว่ นการอัดสปริงเข้า–ออก ทำให้เกิดคลืน่ ทม่ี ีลกั ษณะยืดและ
หดไปตามเสน้ สปริง

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 3 (ว32205) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครูรชั นีกร นกึ สม

4. การเคลอ่ื นที่ของริบบ้นิ ท่ีผกู ตดิ กบั สปริงคล่นื เม่ือสะบดั สปรงิ ไปมาในแนวราบแตกตา่ งจากการอัดสปริงเขา้ -ออก
อยา่ งไร

การสะบดั สปริงไปมา ริบบ้นิ ท่ีผกู ไวจ้ ะเคล่อื นที่กลับไปกลบั มาในแนวตัง้ ฉากกับสปรงิ สว่ นการอัดสปริงเขา้ –
ออก รบิ บ้นิ ทผ่ี ูกไว้ จะเคล่อื นทกี่ ลบั ไปกลับมาในเดยี วกับสปรงิ
5. นกั เรยี นคดิ ว่าคล่ืนทเี่ กิดขน้ึ 2 กรณเี ปน็ แบบเดยี วกนั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

ไมใ่ ช่แบบเดยี วกัน เพราะการเคลือ่ นท่ขี องริบบ้ินซ่งึ เปรยี บเทียบไดก้ บั ตวั กลางของคล่ืนมกี ารเคล่อื นทีแ่ ตกต่าง
กนั
สรุปผลการทดลอง

จากผลการทดลองสรุปไดว้ า่ เมอ่ื เกดิ คล่ืนในสปริงไมว่ า่ จะเปน็ คลนื่ ที่เกิดจากการสะบดั หรืออัดสปริงเข้า–ออก
ริบบิน้ ที่ผกู ไว้ จะไม่เคลื่อนทไี่ ปพรอ้ มกบั คลนื่ แต่จะส่ันขนึ้ ลงอยู่กบั ทใี่ นแนวตงั้ ฉากกบั คล่ืนเมือ่ สะบัดสปรงิ ไปมาใน
แนวราบ และจะสนั่ ไปมาในแนวเดียว กับคลืน่ เมือ่ อดั สปริงเขา้ –ออก

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 3 (ว32205) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ครูรชั นกี ร นึกสม









































a แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5/2,3,4

หน่วยที่ 1 คล่ืนและสมบัติของคลนื่ เรื่อง ส่วนประกอบของคล่นื

รายวชิ า ฟสิ กิ ส์3 (ว32205) เวลา 2 ชั่วโมง
ครูผ้สู อน นางสาวรัชนกี ร นึกสม

1. ผลการเรียนรู้
1. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลืน่ การแผ่ของหน้าคลื่นดว้ ยหลักการของฮอย

เกนส์ และการรวมกันของคลื่นตามหลกั การซอ้ นทบั พรอ้ มท้ังคำนวณอตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่นื

2. สาระการเรียนรู้
คลนื่ ทีเ่ กิดจากแหลง่ กำเนดิ คลืน่ ท่ีสง่ คลน่ื อย่างต่อเนอ่ื งและมรี ูปแบบทซ่ี ำ้ กนั บรรยายไดด้ ้วยการกระจัดสันคล่ืน

ท้องคล่นื เฟส ความยาวคลน่ื ความถี่ แถบ แอมพลิจูดและอัตราเร็ว

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายและบอกความหมายส่วนประกอบของคลน่ื ได้
ดา้ นทกั ษะ (Process)
2. คำนวณและแกโ้ จทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั คลนื่ ได้
ดา้ นเจตคติ (Affective)
4. รับผิดชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
5. นักเรยี นมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติงาน

4. ความคิดรวบยอด
ส่วนประกอบของคลื่นมีดังนี้คือสันคลื่นหรอื ยอดคลื่น ท้องคลื่น แอมพลิจูด ความยาวคลื่น คาบ ความถี่ เฟส

และหนา้ คลนื่
ความถ่แี ละคาบเวลาของคลืน่ มีความสมั พนั ธก์ นั ตามสมการ = 1⁄
อัตราเร็วของคลนื่ โดยอตั ราเรว็ ความถ่ีและความยาวคลื่นมคี วามสมั พนั ธต์ ามสมการ =

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครรู ชั นกี ร นึกสม

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแกป้ ญั หา

 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์  ความซือ่ สตั ย์สุจริต  มีวินัย
 ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
 ใฝเ่ รียนรู้  มีจิตสาธารณะ
 รกั ความเปน็ ไทย

7. แนวความคิดเพ่อื การเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21  ทกั ษะดา้ นการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม
 สาระวิชาหลัก (Core Subjects)  ทกั ษะด้านชวี ติ และอาชีพ
 ทกั ษะดา้ นสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี

8. การบูรณาการการเรยี นรู้
 พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของ ร.10

 ด้านที่ 1 มีทศั นคตทิ ่ีถูกต้องต่อบา้ นเมอื ง

 ดา้ นท่ี 2 มีพื้นฐานชีวติ ที่มนั่ คง มคี ุณธรรม

 ด้านที่ 3 มีงานทำ มอี าชีพ

 ดา้ นท่ี 4 เป็นพลเมอื งดี

 หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 หลักสูตรเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษ( หลกั สูตรทอ้ งถน่ิ )
 หลักสูตรตา้ นทจุ ริตศกึ ษา
 สะเตม็ ศกึ ษา

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์3 (ว32205) ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ครรู ชั นกี ร นึกสม

9. คำถามหลัก
- คล่ืนมีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง
- ความเรว็ ของคลื่นมคี วามสมั พันธก์ ับความถี่และคาบอย่างไรบา้ ง

10. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
วธิ สี อน ใชก้ ระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E)
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)

สอื่ การเรียนรู้ : 1. แอพพลเิ คช่นั Google meet
2. หนังสือเรียนเพมิ่ เตมิ ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดเู คชน่ั
3. Power Point สว่ นประกอบของคลน่ื

1. ครูทบทวนความรูเ้ รือ่ งคล่ืนกล
2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ คลน่ื มีสว่ นประกอบอะไรบ้าง โดยไมค่ าดหวังคำตอบ (แนวการตอบ : ส่วนประกอบ

ของคล่ืน ประกอบด้วย สันคลื่นหรือยอดคล่ืน ความยาวคล่ืน ท้องคล่ืน แอมพลิจูด หน้าคลื่น เป็นต้น)
2. ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)

ส่ือการเรียนรู้ : 1. แอพพลิเคชัน่ Google meet
2. แอพพลเิ คช่นั Google classroom
3. หนังสือเรยี นเพม่ิ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคช่ัน
4. Power Point สว่ นประกอบของคลน่ื
5. เวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ

3. ครูใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ข้อมลู เกี่ยวกบั ส่วนประกอบต่างๆ ของคลืน่ และทำผงั มโนทัศน์ลงในสมุด
4. ให้นักเรียนถ่ายรปู ส่งใน Google Classroom
3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
สื่อการเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชั่น Google meet

2. หนังสือเรียนเพ่มิ เตมิ ฟิสกิ ส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคชนั่
3. Power Point สว่ นประกอบของคลนื่
5. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายสว่ นประกอบของคลืน่ จนไดข้ ้อสรปุ ว่า
“คลืน่ ประกอบไปดว้ ย สนั คลืน่ หรือยอดคลน่ื คอื ตำแหน่งสูงสดุ ของคลนื่ ท้องคลน่ื คอื ตำแหนง่ ตำสุดของคล่นื
แอมพลิจูดคือระยะการกระจัดมากสุดทั้งค่าบกและคา่ ลบ ความยาวคลื่นคือความยาวของคล่นื 1 ลูกคล่ืน คาบคือเลาท่ี

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์3 (ว32205) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ครูรชั นีกร นกึ สม

จดุ ใดๆบนตัวกลางส่ันครบ 1 รอบ หรือเป็นเวลาทีเ่ กดิ คลน่ื 1 ความยาวคลื่น ความถ่ีคอื จำนวนลูกคลน่ื ทเ่ี กิดข้ึนใน 1
หนว่ ยเวลา มุมเฟสคอื การบอกตำแหนง่ ตา่ งๆ บนคลนื่ และหนา้ คล่ืนคือแนวของตำแหนง่ ใดๆ บนคล่นื ทม่ี ีเฟสเดียวกนั ”

6. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายความรู้เกี่ยวกับสว่ นประกอบของคลน่ื และความสัมพนั ธข์ องคาบและความถี่
อตั ราเร็ว ในหนังสอื หนา้ 35-39 หรือในสไลด์ Power Point ส่วนประกอบของคลน่ื
4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)

ส่อื การเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชั่น Google meet
2. หนงั สอื เรียนเพ่ิมเตมิ ฟสิ กิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอ็ดดเู คชนั่
3. Power Point สว่ นประกอบของคลน่ื

7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทำโจทย์ปัญหาในหนังสอื หนา้ 39-40 หรือในสไลด์ Power Point สว่ นประกอบของ
คล่ืน ตวั อยา่ งที่ 2.1, 2.2 และ 2.3
5. ขั้นประเมิน (Evaluation)

สือ่ การเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคช่นั Google meet
2. แอพพลิเคช่นั Google classroom
3. หนังสือเรยี นเพิ่มเติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดเู คช่ัน
4. Power Point สว่ นประกอบของคลน่ื

8.ครูใหน้ ักเรียนทำคำถามท้ายหน่วยการเรียนรใู้ นหนังสอื หนา้ ที่ 66 หรอื ในสไลด์ Power Point ส่วนประกอบ
ของคล่ืน ขอ้ ที่ 5 และ 6 และถา่ ยรปู ส่งใน Google Classroom

9. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนร้ขู องนักเรียน

11. ส่ือการสอน/แหล่งการเรยี นรู้
สือ่ การสอน

1. แอพพลิเคชัน่ Google meet
2. แอพพลิเคชน่ั Google classroom
3. หนงั สอื เรียนเพิม่ เตมิ ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แมค็ เอ็ดดูเคชน่ั
4. Power Point ส่วนประกอบของคล่ืน
แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งสมุด
2. เว็บไซตต์ ่าง ๆ เพ่อื การเรยี นรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟิสิกส์3 (ว32205) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรัชนกี ร นึกสม

12. กระบวนการวัดและการประเมนิ ผล

1. ความรู้ วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน ผ้ปู ระเมนิ
ภาระ/ช้ินงาน - ตรวจสอบการทำผงั - แบบประเมินผล - ต้องได้ไม่ตำ่ กว่าระดบั ครู
มโนทัศน์สว่ นประกอบ งานผังมโนทัศน์ คณุ ภาพ 11
การทำผงั มโนทัศน์ ของคลื่น
ส่วนประกอบของ
คลน่ื

2. ทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระ/ช้ินงาน วธิ ีการวัด เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ ผปู้ ระเมนิ
- ต้องได้ไมต่ ำ่ กว่าระดับ ครู
การแก้โจทย์ปญั หา - ตรวจสอบการทำ - แบบประเมนิ การ คณุ ภาพ 3

คำถามท้ายหนว่ ย โจทย์ปัญหา ทำโจทย์ปญั หา

การเรียนรู้ หนา้

65 ข้อ 5-6

3. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะ

อนั พงึ ประสงค์/ วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน ผปู้ ระเมิน
ครู
พฤตกิ รรม
ครู
พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรมการ - ตอ้ งไดไ้ มต่ ่ำกวา่

เรียนรู้ การเรยี นรู้ เรียนรู้ ระดับ 8

รายบุคคล

คณุ ลักษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินคุณลักษณะ - ตอ้ งไดไ้ ม่ต่ำกว่า

อนั พงึ ประสงค์ อนั พึงประสงค์ ระดบั 20

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์3 (ว32205) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครูรชั นกี ร นกึ สม
























Click to View FlipBook Version