The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

New โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบริการฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by itscphyala, 2022-01-03 22:15:30

New โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบริการฯ

New โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบริการฯ

Keywords: โครงการวิจัยและพัฒนาระบบบริการ

Barosinusitis

 เป็ นการเจ็บปวดหรอื อาการอกั เสบของโพรง
อากาศ (Sinuses) เนอ่ื งจากความกดดนั

 ทเี่ ป็ นบอ่ ยๆไดแ้ ก่ Frontal Sinuses และ
Maxillary Sinuses

 วธิ ปี ้ องกนั แกไ้ ข
1.ไมค่ วรบนิ ทงั้ ทเี่ ป็ นหวดั
2.ถา้ จาเป็ นตอ้ งบนิ ใหใ้ ชย้ าพน่ จมกู ดว้ ย
3. Valsalva Maneuver

Barodontalgia

 เป็ นอาการปวดฟัน เนอ่ื งจากความกดบรรยากาศ
 ฟันผุ หรอื อดุ มาใหมๆ่ จะมกี า๊ ซขงั อยไู่ ด ้
 วธิ แี กไ้ ข:ไมส่ ามารถทเุ ลาอาการดว้ ยวธิ ใี ดได ้

นอกจากบนิ ลดระดบั ลงมา จนกวา่ อาการจะหาย

Lung

 ถา้ เกดิ การลดความกดดันอยา่ งรวดเร็ว และหลอดลม
ไมโ่ ลง่ สะดวก อากาศในปอดทขี่ ยายตวั จะระบายออก
ไมท่ ัน

 Air Embolism
 Pneumothorax
 Pneumomediastinum

 วธิ แี กไ้ ข: -Pressurized Cabin
- เมอ่ื เกดิ เหตขุ นึ้ ตอ้ งรบี ลงสสู่ นามบนิ

Decompression Sickness

 เมอื่ บนิ ขน้ึ ไปสรู่ ะยะสงู ความกดดนั รอบตวั ลดลง
Nitrogen ในรา่ งกายจงึ คอ่ ยคนื ตวั จาก
สารละลาย กลายเป็ นกา๊ ซระบายออกมากบั ลม
หายใจออก ตงั้ แตร่ ะยะ 18,000 ฟตุ

 Nitrogen จะรบี รอ้ นคนื ตวั กลายเป็ นฟองกา๊ ซ
(Gas Bubble) อยทู่ ัว่ ไป จงึ เกดิ อาการตา่ งๆ ขน้ึ

Bends

 Nitrogen คนื ตัวกลายเป็ นฟองกา๊ ซอยตู่ ามขอ้
ตา่ งๆ มักเป็ นขอ้ ขนาดใหญ่

 ยงิ่ บนิ สงู ขนึ้ จะปวดมากขนึ้ จนทาอะไรไมไ่ ด ้
หรอื ชอ็ กหมดสติ

 วธิ แี กไ้ ข
1.อยา่ ถกู ตอ้ งหรอื เคลอ่ื นไหวขอ้ ทเ่ี จ็บปวด
2.ใหบ้ นิ ลดระดบั ลงมาถงึ 6,000-8,000 ฟตุ
3.ป้องกนั ได ้ โดยการทา Denitrogenation
( หายใจ 100% Oxygen นาน 30 นาที กอ่ นขน้ึ

บนิ ซง่ึ จะลา้ ง Nitrogen ออกไดป้ ระมาณ 30%)

Chokes

 เป็ นอาการไอแหง้ ๆ และปวดแสบปวดรอ้ นในหนา้ อก
 เขา้ ใจวา่ เกดิ จากมี Gas Bubbles ขนึ้ ตามผวิ หนา้ ของ

หลอดลม
 False Chokes เกดิ เพราะหายใจ 100% Oxygen อยู่

นานความแหง้ ของมนั ทาใหแ้ สบในหวั อกและไอ
 วธิ แี กไ้ ข:
1.ทา Denitrogenation กอ่ นขน้ึ บนิ สงู
2.เมอ่ื เกดิ อาการควรลดระดบั ความสงู ลงมา

Neurological Manifestation

 มฟี องอากาศไปอดุ ตนั ทรี่ ะบบประสาทโดยตรง
หรอื ไปอดุ ตนั เสน้ เลอื ดขนาดเล็กทไ่ี ปเลย้ี งระบบ
ประสาท อาการทเี่ กดิ ขน้ึ นัน้ สดุ แตฟ่ อง

 อาการมองไมเ่ ห็นเป็ นจดุ ๆ พดู ตดิ อา่ ง กลา้ มเนอ้ื
หมดแรงหรอื อมั พาต

 วธิ แี กไ้ ข:
1.ทา Denitrogenation กอ่ นขนึ้ บนิ สงู
2.เมอ่ื เกดิ อาการควรลดระดบั ความสงู ลงมา

Skin Manifestation

 เกดิ ฟองอากาศใตผ้ วิ หนัง รสู ้ กึ คนั ยบุ ยบิ คลา้ ย
มดไต่ หรอื เย็นซรู่ อ้ นซา่ ตามตวั

 เกดิ ขน้ึ ประมาณรอ้ ยละ 80

การทา Denitrogenation

 ใหห้ ายใจ 100% Oxygen ทร่ี ะดบั น้าทะเล เมอื่ อากาศ
ในปอดไมม่ ี Nitrogen เลย เลอื ดทม่ี าถงึ ปอดก็จะ
ระบาย Nitrogen ออกจากตวั ทง้ิ ไปกบั ลมหายใจออก

 เลอื ดทผี่ า่ นปอดแลว้ จงึ มี Nitrogen Tension ตา่
สามารถรบั ระบายจาก Tissues ตา่ งๆไดส้ ะดวก

 ถา้ ทานาน 30 นาที จะลา้ ง Nitrogen ออกไปได ้
ประมาณ 30% ทาใหม้ โี อกาสเกดิ อาการ ณ ทสี่ งู ได ้
นอ้ ย

Altitude Hypoxia

 จากระยะ 10,000 - 15,000 ฟตุ รา่ งกายมกี าร
ปรับตวั โดยการหายใจ , ชพี จร,ความดนั โลหติ
และแรงบบี ตวั ของหวั ใจ เพม่ิ ขนึ้

 ถา้ Hypoxia นาน 10-15 นาที จะเรม่ิ เกดิ
อาการงว่ งนอน การตดั สนิ ใจผดิ พลาด และไม่
สามารถปฏบิ ตั งิ านงา่ ยๆได ้

การรักษาAltitude hypoxia

 ใช ้ 100% Oxygen หายใจทนั ที
 ตรวจสอบระบบ Oxygen
 ควบคมุ อตั ราการหายใจ
 บนิ ลดระดบั ทันที ใหต้ า่ กวา่ 10,000 ฟตุ
 ใหม้ ี Cabin Pressurization

Hyperventilation

 ควบคมุ การหายใจใหช้ า้ ลง
 อาจใช ้ Paper Bag
 บนิ ลง
 ใชว้ ธิ ี COUNTER PRESSURE

การปรับความดนั ในห้องโดยสาร
และ การสูญเสียความกดดนั อย่างรวดเร็ว

 การบนิ ทรี่ ะยะสงู ทาใหส้ น้ิ เปลอื งเชอื้ เพลงิ นอ้ ย
เครอื่ งบนิ ไมโ่ คลง

 การบนิ ทร่ี ะยะสงู เสยี่ งตอ่ การเกดิ
Decompression Sickness และการขยายตัว
ของกา๊ ซในรา่ งกายยง่ิ มากขนึ้

 วธิ กี ารแกไ้ ขทดี่ ที ส่ี ดุ คอื การสรา้ งหอ้ งโดยสาร
ทปี่ รับความกดดนั ได ้

Motion Sickness

 ประกอบดว้ ย ตา ระบบกลา้ มเนอ้ื (เอน็ ,ผวิ หนัง)
และระบบการทรงตวั ของหชู นั้ ใน

 ถา้ อวยั วะทงั้ 3 ระบบทางานไมส่ มั พันธก์ นั ทาให ้
เกดิ อาการเมาอากาศ หรอื เวยี นศรี ษะ (Vertigo)
ในผปู ้ ่ วย

การป้ องกนั และการรักษา

 ควรทานอาหารทกุ มอ้ื ตามเวลาอยา่ ใหท้ อ้ งวา่ ง
 พยายามพดู คยุ ใหก้ าลงั ใจ ใหห้ ลบั
 ยาทใ่ี ช ้ ถา้ อาเจยี นมาก อาจตอ้ งฉีดเขา้

กลา้ มเนอื้ หรอื เขา้ เสน้ เลอื ดดา เชน่
Dramamine , Plasil
 เศษอาเจยี นทเ่ี ป้ือนพน้ื ใชก้ าแฟผงโรยกลบ
กลนิ่ หรอื ใชผ้ า้ หม่ คลมุ ทับ
 บรเิ วณ Wing Area จะเป็ นสว่ นโคลงนอ้ ยทส่ี ดุ
ทางหางเครอ่ื งโคลงมากทสี่ ดุ

Flying Fatigue

 อาการลา้ จากการบนิ หมายถงึ ประสทิ ธภิ าพ
หรอื ทักษะในการทางานเลวลง เกย่ี วขอ้ งกับ
ระยะเวลาในการทางานหรอื ทางานซ้าซาก
เกดิ จากความเครยี ดทางกาย ทางใจ และทาง
สรรี วทิ ยา

 วธิ แี กไ้ ข
1.ทางานโดยมขี ดี จากดั หลงั จากนัน้ ใหพ้ ักผอ่ น

เพยี งพอ
2.พยายามออกกาลงั กายอยเู่ สมอ
3.แพทยใ์ หค้ าแนะนา

Circadian Rhythms or Jet Lag
(การเปลยี่ นเวลา)

 มนุษยม์ กั ตอ้ งใชเ้ วลาเป็ นชว่ั โมงหรอื เป็ นวัน ใน
การปรับตวั เมอื่ เปลยี่ น Time Zone

 อาการ
-ในวนั แรกจะรสู ้ กึ ออ่ นเพลยี มากกวา่ ธรรมดาทเี่ กดิ

จากการเดนิ ทางไกล

-สมาธิ ความจา การทางาน ปฏกิ ริ ยิ าตอบสนอง
เลวลง

-ระบบขบั ถา่ ยไมป่ กติ เชน่ ทอ้ งผกู หรอื ทอ้ งเดนิ
-หงดุ หงดิ ปวดศรี ษะ ทรมาน

-นอนไมห่ ลบั เบอื่ อาหาร มขี ดี จากดั Night Vision
และ Peripheral Vision

วธิ ีแกไ้ ข

 ทานอาหารเบาๆ ในวนั เดนิ ทาง งดไขมนั ดม่ื
น้ามากๆ ลดกาแฟ

 งด Alcohol เพราะทาใหอ้ าการมากขนึ้ 2-3
เทา่

 ถา้ เป็ นไปไดพ้ ยายามออกกาลงั กาย
เคลอ่ื นไหวเทา่ ทที่ าได ้ พยายามเขา้ สงั คม

 ปรับตวั ใหมใ่ หเ้ ร็วขน้ึ โดยพยายามอยตู่ าม
นาฬกิ า ตนื่ ตามเวลาปลกุ กนิ อาหารตามเวลา
นอนตามปกติ

Spatial Disorientation
(การหลงสภาพการบนิ )

 คอื การทบี่ คุ คลนัน้ ไมส่ ามารถรอู ้ ยา่ งถกู ตอ้ งวา่
ตาแหน่งทา่ ทางการบนิ และการเคลอื่ นทใี่ นของ
ตวั เองและหรอื อากาศยานทตี่ นเองบงั คบั อยใู่ น
ขณะนัน้ วา่ มคี วามสมั พันธอ์ ยา่ งไรกบั เสน้ ขอบฟ้า
หรอื ศนู ยก์ ลางของโลก



 นยั นต์ า โดยทท่ี อ้ งฟ้ามแี ตค่ วามเวง้ิ วา้ งสดุ ลกู
หลู กู ตา ทาใหน้ ัยนต์ าขาดสง่ิ อา้ งองิ (Visual
reference) มากยง่ิ ขน้ึ

 กลา้ มเนอื้ เนอ่ื งจากเครอ่ื งบนิ เป็ น Movable
plateform ตา่ งกบั โลกซงึ่ เป็ น Fixed
platefrom

อวยั วะในหูช้ันใน (Vestibular organs)

 ไมว่ า่ จะเป็ น Otolith หรอื Semicircular canalsl กต็ าม
ตา่ งมลี ักษณะเป็ นขนออ่ น ๆ ลอยชชู นั อยใู่ นของเหลว
ถา้ มอี ตั ราเรง่ เกดิ ขนึ้ จะทาใหข้ นเหลา่ นม้ี กี ารเอนเอยี ง
เปลยี่ นทศิ ทาง

 การลดอตั ราเรง่ จะทาใหข้ นเอนเอยี งไปในทศิ ทาง
ตรงกนั ขา้ มได ้ ทัง้ ๆ ทที่ ศิ ทางการเคลอ่ื นทย่ี งั คงเดมิ
ทาใหเ้ กดิ ความรสู ้ กึ หลอนวา่ เกดิ การเคลอ่ื นที่
เปลยี่ นแปลงในทศิ ทางตรงขา้ มโดยกระทนั หนั

ผหู ้ ญงิ ตงั้ ครรภ์

 ผทู ้ ที่ อ้ งเกนิ 36 สปั ดาหข์ น้ึ ไป สายการบนิ สว่ น
ใหญจ่ ะปฏเิ สธไมใ่ หเ้ ดนิ ทาง

เด็กและทารก

 เดก็ คลอดใหมค่ วรรอ 48 ชวั่ โมงกอ่ นการ
เดนิ ทางบนเครอื่ งบนิ เพอื่ รอใหร้ ะบบการ
หายใจเป็ นปกตสิ มบรู ณด์ ี

 ปัญหาสาคญั กค็ อื การปวดหขู องเด็ก จงึ แกไ้ ข
ไดโ้ ดยการพยายามใหเ้ ด็กดดู น้าหรอื นมขณะ
เปลย่ี นแปลงระดบั ความสงู

MI

 โดยทั่วไปควรรอถงึ 6 สปั ดาห์ และไมม่ ภี าวะ
หวั ใจวาย หรอื ไมเ่ จ็บหนา้ อก กส็ ามารถเดนิ ทาง
ได ้

 สามารถเดนิ ไดไ้ กล 50 เมตร หรอื ขน้ึ บนั ได
เครอ่ื งบนิ ได ้ โดยไมเ่ หนอ่ื ยหรอื เกดิ อาการ

ผู้โดยสารทเี่ ป็ นลมบ้าหมู

 ในรายทคี่ วบคมุ ไดด้ ว้ ยยา ไมม่ ปี ัญหาในการ
เดนิ ทาง

 ในรายทส่ี งสยั วา่ อาจมโี อกาสชกั เกดิ ขนึ้ ได ้ ควร
ให ้ VALIUM 10 MG. ทานกอ่ นเดนิ ทาง 1 ชม.
หรอื ฉีด 15 นาทกี อ่ นเดนิ ทาง

ภาวะฉุกเฉนิ ของอากาศ
ยาน

อปุ กรณ์ฉุกเฉินประจาอากาศยาน

 ขวาน (FIRE AXES)
 หมอ้ ดบั เพลิง (FIRE EXTINGUISHERS)
 หนา้ กากป้ องกนั ควนั ไฟและถงั ออกซิเจน (SMOKE MASKS AND

WALK AROUNE O2 CYLINDERS)
 ชุดปฐมพยาบาล (FIRST AID KITS)
 ไฟฉายฉุกเฉิน (EMERGENCY LIGHT)
 เชือกและบนั ได (ESCAPE ROPES AND LADDERS)
 ทางล่ืนออกฉุกเฉิน (ESCAPE SLIDES)

 ชุดยงั ชีพ (SURVIVAL KITS)
 วทิ ยแุ ละเครื่องส่ือสาร (RADIO-

TRANSMITTER/RECEIVER)
 ถุงมือป้ องกนั ความร้อน (ASBESTOS GLOVE)
 สาหรับการลาเลียงผา่ นทะเลจะตอ้ งเตรียมอุปกรณ์เหล่าน้ีไปดว้ ย

-ชูชีพ (LIFE PRESERVERS) ชูชีพ 1 อนั สาหรับ 1 คน
-แพยาง (LIFE RAFTS) จะตอ้ งเตรียมไปใหเ้ พียงพอกบั จานวนผปู้ ่ วย
และเจา้ หนา้ ที่ทุกคนในเท่ียวบินน้นั ตามปกติแพยาง 1 อนั จะบรรจุได้ 20 คน

อปุ กรณ์ทงั้ หมด

 ตรวจสอบวา่ ใชง้ านไดด้ ี กอ่ นการลาเลยี งทกุ ครัง้
 ตอ้ งรวู ้ ธิ ใี ชอ้ ปุ กรณเ์ หลา่ นแ้ี ละตดิ ตงั้ อยตู่ รงสว่ น

ไหนของอากาศยาน
 พรอ้ มใชเ้ มอื่ เกดิ ภาวะฉุกเฉนิ


Click to View FlipBook Version