สรปุ ประเดน็ การห้ามเลอื ด (ตอ่ )
❑ เลือดออกทไี่ ม่เปน็ อันตรายถึงชีวิต ควรใหก้ ารรักษาในระยะถดั ไปทอ่ี ยู่ใน
ระยะเวลาหลังการปะทะ
❑ ในระยะปะทะ การรัดสายยางรัดหา้ มเลอื ด หรอื CAT ให้รัดบนเสอื้ ผา้ ได้เลย
ไมจ่ าเป็นต้องถอดเสอ้ื ผ้าออก
❑ รัดใหแ้ นน่ พอ เพ่อื ทาใหเ้ ลือดหยดุ ไหล
❑ รดั เสน้ ที่สองใหเ้ หนอื เส้นแรกขึน้ ไป
❑ ไม่รัดบนข้อศอก หรอื ขอ้ เขา่
❑ ไม่รดั บนกระเปา๋ ซ่งึ อาจจะมสี ่ิงของอยู่ภายใน ทาใหไ้ มม่ ีประสิทธิภาพ
41
สรปุ ประเดน็ สาคญั ระหว่างการปะทะ
❑ ทาการยิงตอบโต้
❑ แนะนาใหพ้ ลรบ และ คนทีบ่ าดเจบ็ ใหท้ าการยิงต่อสตู้ ่อไป
❑ บอกใหผ้ ู้บาดเจ็บเข้าทีก่ าบัง
❑ ปอ้ งกันไมใ่ หม้ กี ารบาดเจบ็ เพิ่มเตมิ
❑ นาผู้บาดเจ็บออกจากยานพาหนะ อาคารที่กาลังลุกไหม้
❑ การเปดิ ทางเดินหายใจไมค่ วรทาในระยะน้ี แตค่ วรทาหลังการปะทะส้นิ สุดลง
❑ ควรรบี ทาการห้ามเลอื ดให้ได้
❑ บอกให้ผบู้ าดเจบ็ ทาการห้ามเลอื ดด้วยตนเอง ถ้าเป็นไปได้
42
การดแู ลใน
พนื้ ที่หลงั
การปะทะ
Tactical
Field
Care
43
(3) สามารถอธบิ ายขน้ั ตอนการดแู ลในพนื้ ที่รบหลงั การปะทะ (Tactical Field Care)
❑ เน้นการห้ามเลอื ดเพิ่มเตมิ ดว้ ยแตง่ แผล และอุปกรณห์ ้ามเลือดอน่ื ๆ
❑ การเปดิ ทางเดนิ หายใจ การดแู ลการหายใจและบาดแผลทรวงอก
❑ การประเมินระดับการรู้สติ การประเมนิ อาการผ้บู าดเจบ็
การดูแลในพืน้ ที่รบหลงั การปะทะ (Tactical Field Care)
➢ เป็นสถานการณ์เมอ่ื ผู้ช่วยเหลอื และผ้บู าดเจ็บไมอ่ ยู่ในพ้ืนท่กี ารรบ แตม่ ี
อปุ กรณ์ทางการแพทยจ์ ากดั
➢ การดูแลในระยะนี้มีเปา้ หมาย คอื ผู้เข้าชว่ ยเหลอื สามารถดแู ลผ้บู าดเจบ็ ปฐม
พยาบาลบาดแผลทไ่ี มเ่ ป็นอนั ตรายถงึ ชวี ิต
44
แนวทางการปฏบิ ัตเิ พอื่ ความปลอดภัย ณ ท่เี กิดเหตุ (Scene safety)
1. สวมถงุ มือทุกครั้งทที่ าการประเมินอาการผ้บู าดเจบ็
2. ตรวจสอบความปลอดภัยของสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ชว่ ยชีวติ เชิง
ยุทธวธิ ี และ ผบู้ าดเจบ็
3. รายงานสถานการณใ์ ห้ผู้บังคับบญั ชารบั ทราบ โดยยอ่ เชน่ ผู้ปว่ ยเจบ็ กี่นาย
และหรอื รอ้ งขอความช่วยเหลอื เมือ่ เกินความสามารถ
4. ปลดอาวุธ และ เริ่มทาการคดั แยก
45
แนวทางการประเมินผู้บาดเจ็บ
❑ ประเมนิ อาการสาคญั และสิ่งที่บง่ บอกอาการทจี่ ะเปน็ สาเหตแุ ห่งการเสยี ชีวิต
❑ ตรวจร่างกายอย่างรวดเร็ว: - ประเมินรา่ งกายทุกสว่ นครา่ วๆ
- หาจุดเลอื ดออกหรือกระดกู หกั เพ่ิมเติม
- ประเมินดบู าดแผลและปริมาณการเสียเลอื ด
- ดเู ลอื ดทีเ่ ปยี กชุม่ บนเสอ้ื ผา้
- ดทู างเขา้ และทางออกของบาดแผล
- ตรวจหา และหา้ มเลอื ดบาดแผลอื่นๆ
46
แนวทางการประเมินผู้บาดเจ็บและปฐมพยาบาล (ต่อ)
❑ การประเมนิ เบ้อื งตน้ ในหว้ งที่ไม่มีการปะทะ หรือภยั คุกคามผา่ นพ้นไปแล้ว อยู่
ในทก่ี าบงั อยา่ งปลอดภยั
❑ ให้เร่ิมทาการประเมนิ และปฐมพยาบาล ตามลาดบั ตัวอกั ษรย่อ MARCH
M: Massive hemorrhage การหา้ มเลือดออกปริมาณมาก
A: Airway การประเมิน และจัดการทางเดนิ หายใจ
R: respiration การประเมนิ การหายใจ และจดั การบาดแผลท่ีทรวงอก
C: Circulation การประเมินการไหลเวยี นโลหิต
H: Hypothermia and Head injury การป้องกันภาวะอุณหภมู ิตา่
และประเมนิ การบาดเจ็บที่ศีรษะจากระดับความรู้สึกตวั
47
Massive hemorrhage
การหา้ มเลอื ดออกปรมิ าณมากในพนื้ ท่หี ลงั การปะทะ
ขั้นตอน การหา้ มเลอื ดออกปรมิ าณมากในพน้ื ทห่ี ลงั การปะทะ
❑ ให้ตรวจสอบการหา้ มเลือดทไี่ ด้ทาไปแลว้ จากการใชส้ ายรัดห้ามเลอื ด
และตรวจหาบาดแผลอืน่ ๆ ท่ยี งั ไม่ได้ทาการหา้ มเลอื ด
❑ ใหต้ ัดเสอ้ื ผา้ ออก แลว้ ใช้สายรัดห้ามเลอื ดอีกเส้น รัดแล้วขนั เหนือแผล
ประมาณ 2-3 น้ิว จนเลอื ดหยุดไหล (คลาชีพจรสว่ นปลายไม่ได)้
❑ แล้วคลายสายรดั หา้ มเลอื ดเดิมทีข่ นั ไว้ตงั้ แตห่ ว้ งการดแู ลระหว่างการปะทะ
หรือ care under fire ออก
❑ หากสายรัดหา้ มเลอื ดเส้นท่ีรัดเหนอื แผล 2-3 น้วิ ไม่สามารถห้ามเลือดได้
ใหใ้ ชส้ ายรดั หา้ มเลอื ดอกี เส้นรดั ขันไวเ้ หนอื ต่อสายรดั หา้ มเลือดเส้นน้ัน
48
ข้ันตอน การหา้ มเลอื ดออกปรมิ าณมากในพนื้ ท่หี ลงั การปะทะ (ตอ่ )
❑ หากพบบาดแผลมเี ลอื ดออกปรมิ าณมากทบ่ี รเิ วณรอยตอ่ ของแขนขา เชน่ ท่ี
ขาหนบี หรอื รกั แร้ ให้ทาการห้ามเลือดโดยใช้ผา้ ก๊อซชุบสารห้ามเลอื ด
คอ่ ยๆยดั เขา้ ไปในโพรงบาดแผลใหแ้ น่น โดยยัดไปในทศิ ทางของศรี ษะ แล้ว
กดดว้ ยแรงคงที่ให้แนน่ อย่างนอ้ ยเปน็ เวลา 3 นาที จนเลอื ดหยุด แตถ่ ้าใช้ผา้
กอ๊ ซทไ่ี มช่ บุ สารหา้ มเลอื ดใหก้ ดแผลนาน 10 นาที
❑ หลังจากนัน้ ให้ปดิ ผ้าพันแผล พนั คล้องกบั เอวหรอื เขม็ ขัดไวเ้ พื่อชว่ ยเพม่ิ แรง
กดลงบนแผล
49
วธิ กี ารหา้ มเลอื ดเพม่ิ เติมในระยะน้ี ไดแ้ ก่
1.) การขันชะเนาะแบบแสวงเครอ่ื ง
2.) การกดโดยตรงที่บาดแผล
3.) การใช้ผา้ แตง่ แผล
4.) การใช้ผา้ มว้ นแบบยดื ได้
5.) การใชผ้ า้ สามเหลีย่ ม
1.) วธิ กี ารใชข้ นั ชะเนาะแบบแสวงเครื่อง
❑ สามารถประกอบข้นึ จากวสั ดุท่ียืดหยุ่น มคี วามแขง็ แรง เชน่ ผ้ากอ๊ ซ
ผ้ามสั ลิน (Muslin) หรือเส้ือผา้ ควรมีความกว้างประมาณ 2 น้วิ
❑ ใชร้ ว่ มกับวัตถุแข็งเปน็ แทง่
50
ข้นั ตอน การใช้ขนั ชะเนาะแบบแสวงเครอ่ื ง (APPLIED TOURNIQUET)
1. ใช้ผา้ สามเหล่ียมทาเปน็ ผา้ คราวาท หรือ
ใช้วัสดุทมี่ ีความกวา้ งไม่นอ้ ยกว่า 2 นวิ้
(ไมค่ วรใชห้ วาย เชอื ก ลวด หรอื วสั ดุทม่ี ี
ขนาดเล็ก เพราะอาจบาด หรอื ตดั เน้ือได้)
2. วางผา้ ขันชะเนาะแบบแสวงเคร่ือง
ท่ีบริเวณต้นแขน ตน้ ขา
3. ผูก 1 เงอ่ื น
51
4. วาง/สอดไม้ท่จี ะใชใ้ นการขนั ชะเนาะลงไป
5. ผกู เงอ่ื นอกี หน่ึงคร้งั รอบๆไมท้ ีใ่ ช้ในการ
ขนั ชะเนาะ
6. หมนุ แทง่ ขันจนกระทั่งขันชะเนาะแบบ
แสวงเครอ่ื งแน่น และเลือดแดงสดๆหยุดไหล
และคลาชีพจรไม่ได้
52
7. การผกู ยดึ ปลายไม้ดว้ ยเงื่อนตาย
เพอ่ื ไมใ่ ห้ไม้คลายหมุนกลบั
8. บรเิ วณขนั ชะเนาะไม่ควรใหอ้ ะไรมาบดบงั สายตา เพอ่ื ให้สังเกตไดง้ า่ ย
53
9. ทาเครอื่ งหมายตัว T บนหน้าผากผู้บาดเจบ็
ถ้าไม่มีอะไรเขยี น อาจใชเ้ ลือดของผบู้ าดเจบ็ เขียน
10. จดเวลาท่ีทาการขันชะเนาะ รวมไปถงึ การจบั ชพี จรและการหายใจ
11. ควรเกบ็ และสง่ แขน, ขา หรอื ชิน้ ส่วน ท่ขี าดไปกบั ผบู้ าดเจบ็
อย่าใหผ้ บู้ าดเจ็บเห็น
54
2.) การกดโดยตรงท่บี าดแผล (Direct pressure)
ขัน้ ตอน การกดโดยตรงท่ีบาดแผล ไดผ้ ลดี ถา้ เป็นแผลเล็กน้อย
❑ ให้ใชน้ ิว้ มือทสี่ ะอาดหรอื ผ้าสะอาด วางและกดโดยตรงบนบาดแผลจนกว่าเลือดจะ
หยุดไหล เป็นการอดุ หลอดเลอื ดไม่ให้เลอื ดไหลออก หรอื ชะลอใหเ้ ลือดไหลช้า
(เลือดจะแข็งตวั ภายใน 3-5 นาท)ี ใช้เวลากดประมาณ 5-10 นาที เลอื ดจะหยุด
❑ เมอ่ื เลือดหยุดใหใ้ ชผ้ า้ แต่งแผลปดิ หรอื พนั ด้วยผ้าพนั แผล
❑ แลว้ รบี ทาการสง่ กลับทางการแพทย์
การกดลงบนบาดแผล
55
❑ ถ้าเลือดยงั ไหลออกอกี ให้ใชผ้ ้าแต่งแผลอีกผืนวางทับบนผืนเดิม
❑ แล้วพนั ใหแ้ น่นดว้ ยผา้ พันแผลมว้ นแบบยดื ได้ โดยดงึ ใหย้ ดึ พอควรแล้วจึงพนั
ทับลงไป เป็นการเพ่ิมแรงกดลงบนบาดแผลช่วยหา้ มเลือด
❑ ห้ามเปลย่ี นผา้ แต่งแผลผนื เดิมเพราะจะทาใหล้ ิม่ เลือดทแ่ี ข็งแลว้ หลดุ ออก
เลือดจะไหลออกมาอกี
การใชผ้ า้ ผืนใหมพ่ นั ซา้ บนผา้ ผนื เดิม
56
3.) การใช้ผา้ แต่งแผล (FIELD DRESSING)
❑ เปน็ ผ้าสะอาดปราศจากเชอื้ ใช้ปดิ บาดแผลโดยตรงเพ่อื ห้ามเลือด ป้องกนั
แบคทเี รยี เขา้ สู่บาดแผล
❑ ชว่ ยลดความเจ็บปวดของบาดแผล
❑ เพ่มิ แรงกดท่บี าดแผลรว่ มกับการพนั ด้วยผ้าพนั แผล
❑ เปดิ หาบาดแผล
- ตดั เสอื้ ผา้ ออก, ฉีก หรือดึงเสือ้ ผ้าขน้ึ รอบๆบาดแผล เพ่ือหาขอบเขตของแผล
- ในกรณีสงสัยสารเคมี ปนเป้อื น เสอื้ ผา้ ท่ีติดอยู่กบั บาดแผลให้ใสค่ ลุมแผลไว้
- ไมท่ าความสะอาดบาดแผล
57
การใช้ผา้ แตง่ แผล (FIELD DRESSING) (ตอ่ )
❑ ตรวจปากแผลทง้ั ทางเขา้ และทางออก อย่างระมดั ระวงั
❑ บาดแผลทางออกมักจะใหญ่กวา่ ปากแผลทางเข้า
❑ ถา้ มีทง้ั แผลทางเข้าและทางออก ตอ้ งพนั แผลทง้ั สองแผล
❑ ถา้ วัตถุฝังอยทู่ ี่แผล ไมแ่ ตะตอ้ งวตั ถุนัน้ ไม่ดึงออก หรอื
ดันเข้าไปในแผล ใหพ้ นั ผ้าทาแผลรอบๆวตั ถุ
เพือ่ พยงุ วัตถใุ ห้อยู่กับทแี่ ละป้องกันการบาดเจ็บมากข้ึน
58
แสดงขนั้ ตอนการใชผ้ า้ แต่งแผล (FIELD DRESSING)
ขัน้ ตอนท่ี 1 แกะกล่องกระดาษ และถงุ พลาสติกออก ใช้มอื ทงั้ สองขา้ งจับหางผา้ ไว้
ขั้นตอนที่ 2 ถือผ้าแตง่ แผลไว้เหนือแผล โดยดา้ นสีขาวคว่าลงบนบาดแผล
ไม่สัมผสั ด้านสขี าว (ฆา่ เชอ้ื ) ไมใ่ หด้ า้ นสีขาวสัมผัสกับส่งิ อน่ื
59
ข้นั ตอนที่ 3. ดงึ ผา้ แตง่ แผลน้ันให้กางออก แล้วปิดลงบนบาดแผล
ขนั้ ตอนที่ 4 จบั ผา้ แตง่ แผลไว้ดว้ ยมอื ข้างหน่ึง เพ่ือใหผ้ า้ อยกู่ ับท่ีมืออีกขา้ งหนง่ึ
พนั หางผา้ พันรอบๆผ้าพนั แผลประมาณครึ่งหนงึ่ ของผา้ พนั แผลนั้น
เหลอื หางผ้าไวย้ าวพอผกู เง่อื นได้
60
ขั้นตอนท่ี 5 พันหางผ้าอีกข้างทับอกี ครึ่งหน่ึงของผ้าแตง่ แผลทเ่ี หลอื ให้ปดิ มดิ
บาดแผล ควรพันหางผ้าไปทางดา้ นขา้ งของผ้าแตง่ แผล
ขั้นตอนท่ี 6 ผกู หางผ้าท้ังสองข้างเปน็ เงือ่ นตายไว้ริมด้านนอกของผา้ แตง่ แผล
อยา่ ! ผกู เงื่อนไวบ้ นแผล เพื่อให้เลือดไปเลย้ี งขาท่ีบาดเจบ็ ในสว่ นทย่ี งั ดอี ยู่ ผูกผา้
แตง่ แผลใหแ้ น่นพอทจ่ี ะไม่หลดุ แต่อยา่ แนน่ มากจนกระท่ังเกิดการขาดเลอื ดไป
เลี้ยงส่วนทด่ี ีตามขน้ั ตอนที่ 5
61
ขอ้ ควรระวงั การใช้ผ้าแตง่ แผล
❑ ควรมกี ารตรวจสอบว่ายังมกี ารไหลเวียนของเลือดดา้ นล่างหรือไม่
❑ หากผวิ ผนังดา้ นล่างของผา้ แตง่ แผล เย็น เขียว ซีด มีสีช้า
ผู้บาดเจบ็ มีอาการชาและชีพจรเตน้ ชา้ ลง แสดงว่าพนั ผ้าแนน่
เกนิ ไป ให้คลายผ้าแตง่ แผลออกแล้วจงึ ผกู ใหมอ่ ีกครัง้
62
ขนั้ ตอน การใช้ผา้ แตง่ แผล (FIELD DRESSING)
63
ข้นั ตอน การใช้ผา้ แตง่ แผล (FIELD DRESSING)
❑ แผลสะเกด็ ระเบดิ /ถูกกระสุนปืนทแี่ ขนขา
❑ ใช้ผา้ แตง่ แผล
❑ ปิดตามบาดแผลให้ทั่วแลว้ พนั ให้แนน่
64
❑ ถ้ายังมเี ลือดออก(แผลสะเกด็ ระเบิดขนาดใหญ่) ใหใ้ ชผ้ ้าแต่ง
แผลผืนใหม่ พันทบั ผา้ ผืนเดมิ หลายๆช้ัน แลว้ พันด้วย
ผา้ พันแผลม้วนแบบยดื ได้ (Elastic Bandage) พนั ให้แน่น
ตั้งแตข่ ้อเท้าขึ้นมาจนถึงระดบั เหนอื บาดแผล
❑ ถา้ ยงั มีเลือดออกมากใหใ้ ช้สายยางรดั ตน้ แขนหรอื ต้นขา
65
ถกู กระสุนปืนท่แี ขนขา
ถา้ เลอื ดออกภายนอกใหเ้ หน็ ไม่มาก แตก่ ลบั ออกภายในเปน็ จานวนมาก
สังเกตจากแขน/ขานน้ั บวมขึน้ เรอ่ื ยๆ อยา่ งรวดเร็ว
ตอ้ งหา้ มเลอื ดจนกว่าจะหยุดเพ่มิ การบวม
66
วธิ ีใช้ผา้ แต่งแผลบรเิ วณส่วนบนของศรี ษะ ตามข้ันตอน
12 34 5
1. รวบหางผา้ แตง่ แผลไว้ในมอื ทั้งสองขา้ ง
2. ถอื ผ้าแตง่ แผลใหส้ ว่ นสีขาวลงขา้ งลา่ งวางผ้าแต่งแผลบนแผล (ภาพที่ 1)
3. พนั ส่วนปลายของผา้ แต่งแผลไปใต้คาง (ภาพที่ 2)
4. พันปลายส่วนทีเ่ หลือของผ้าแต่งแผลไปในทิศทางตรงขา้ ม (ภาพท่ี 3)
5. พนั ปลายของผ้าแตง่ แผลอ้อมมาทางหนา้ ผาก (ภาพท่ี 4 )
6. ผกู ปลายของผา้ บรเิ วณด้านข้างเหนอื ใบหูดว้ ยเง่อื นตาย (ภาพที่ 5)
67
4.) การใช้ผา้ มว้ นแบบยดื ได้ (elastic bandage)
12 3 4
1. จับถอื ผ้าพันแผลแบบยดื หดได้(ภาพท่ี 1) พันยดึ จุดเรม่ิ ตน้ ของผ้าพนั แผล
2. วางปลายผา้ พนั แผลบนฝ่ามือ ปลอ่ ยให้ปลายผา้ อยบู่ นส่วนทจ่ี ะพันผา้
ปลายผา้ พบั ข้ึนได้ ( ภาพที่ 2 ) ใช้มือพันผ้าทับลงบนปลายผา้ พันแผล
3. พันผ้ากลบั มาทางมอื ขวา พบั ปลายผ้าลง ( ภาพที่ 3 ) แลว้ พันทับอกี รอบหน่งึ
เพื่อใหจ้ ดุ เริม่ ตน้ ของผา้ พนั แผลอยู่กบั ท่ี ( ภาพท่ี 4)
68
4 56
4. ตอ่ มาพนั เปน็ เกลยี วขึ้นมาบนมือ (ภาพท่ี 5)
5. ใช้ผ้าพันทับซ้อนกันพอสมควร พนั ถึงข้อศอก ให้พันทับซอ้ นกนั หลายรอบ
(ภาพท่ี 6)
6. ผกู เงือ่ นทบั ไว้พันปลาย ผ้าพันแผลกลบั มา
แล้วคลใ่ี ห้รอบส่วนนั้นๆ ทาให้เกิดปลายท่ีจะผูกขึน้ สองปลาย
7. ผกู ปมส่เี หล่ยี มทับบนผ้าพนั แผลทีไ่ ดพ้ นั ไว้ หรือตดั แยกปลายของผา้ พนั แผล
ออกเป็นสองแฉก ผูกแฉกท้ังสองตรงโคนผ้าทีแ่ ยก แล้วผกู ปมสเ่ี หลี่ยมทบั บน
ผ้าพันแผลท่ไี ดพ้ ันไว้ (ภาพที่ 6)
69
บาดแผลชอ่ งทอ้ งท่มี อี วยั วะในชอ่ งท้องออกมานอกชอ่ งท้อง
อาการ เจ็บปวดอยา่ งรนุ แรง คลื่นไส้ อาเจียน เกรง็ กล้ามเนอ้ื หนา้ ทอ้ ง ช็อกได้
70
รักษาบาดแผลช่องท้อง ที่มีอวยั วะในช่องทอ้ งออกมานอกชอ่ งทอ้ ง
❑ ใหผ้ ูบ้ าดเจบ็ นอนหงาย ยกเขา่ ชันขน้ึ ทัง้ สองข้าง เพ่ือชว่ ยให้กลา้ มเน้อื หนา้ ทอ้ ง
ผ่อนคลาย
❑ งดนา้ และอาหาร ให้ความอบอนุ่ แก่ผบู้ าดเจ็บ
❑ กรณีผบู้ าดเจ็บหมดสติ ใหเ้ อยี งศรี ษะไปข้างใดข้างหน่ึง เพอื่ ปอ้ งกนั ผบู้ าดเจบ็
สาลกั เมอื่ อาเจียน
❑ ตอ้ งได้รบั การผา่ ตัดช่วยเหลือดว่ น ไม่แตะต้องหรือดนั กลบั เข้าไป
❑ ไมต่ อ้ งทาความสะอาดบาดแผล เพราะอาจทาใหอ้ าการตา่ งๆมากขน้ึ
❑ ใชผ้ า้ กอ๊ ซชบุ นา้ เกลอื หรือ นา้ สะอาดปดิ ไว้ แลว้ ใช้ผา้ แตง่ แผลผืนใหญท่ ี่สะอาด
ปดิ คลุมทั้งหมด
❑ พนั ผ้าใหแ้ นน่ เพียงพอเพอื่ ยึดส่วนตา่ งๆอยู่กบั ที่
71
5.) การใชผ้ า้ สามเหล่ยี ม
72
การพบั ผ้าสามเหล่ยี มเป็นผา้ คราวาท (Cravat)
ขัน้ ที่ 1.ผา้ สามเหลย่ี มและผา้ ผูกคอนิยมทาจากผา้ ฝา้ ยตัดเปน็ รปู สามเหลีย่ ม
1 ขนาด 37x37x52 นว้ิ เมอื่ พบั เป็นแถบเรยี กวา่ ผ้าผกู คอ การทาผา้
สามเหล่ียมตัดทแยงมมุ ผา้ ส่ีเหลยี่ มกวา้ ง 3 X 3 ฟุต จะไดผ้ ้า
สามเหลย่ี ม 2 ผืน (ขน้ั ที่ 1)
2. การพับผา้ สามเหล่ียมเป็นผ้าคราวาท (Cravat) นา
2 ยอดมมุ ของผ้าสามเหลย่ี ม พับลงมาทฐ่ี านของผา้ (ข้ันท2่ี )
3. พับด้านบนของผ้าสามเหลยี่ มมาทฐี่ าน ของผ้า
3 สามเหลยี่ ม (ขน้ั ที่3)
4 4. พบั ด้านบนของผา้ สามเหล่ียมลงมาทฐ่ี านอกี ครั้งหนงึ่
(ขนั้ ที่ 4)
73
ขนั้ ตอน การใชผ้ ้าสามเหลย่ี มกบั บาดแผลทีศ่ รี ษะ
123
1. วางผา้ สามเหล่ยี ม ให้ฐานของสามเหล่ยี มอยู่ตรงกงึ่ กลางหนา้ ผาก ปล่อยให้สว่ นยอด
ของสามเหลย่ี มมาอยู่ด้านหลงั ของคอ (ภาพท่ี 1)
2. จับปลายทัง้ สองข้างไขว้กนั มาทางดา้ นหลังของศรี ษะ และพันข้าม ส่วนยอดของ
สามเหลี่ยม นาสว่ นปลายทัง้ สองข้างมาผกู ไว้ด้านหนา้ ผาก (ภาพท่ี 2)
3. พับยอดสามเหลยี่ มซ่อนไวใ้ ต้ส่วนของผ้าแตง่ แผลท่ที ้ายทอย ใช้เข็มกลัดยดึ ไวถ้ า้ มี
(ภาพท่ี 3)
74
Airway
การประเมนิ และจัดการทางเดนิ หายใจ
ขนั้ ตอน การประเมนิ และจัดการทางเดนิ หายใจ ในพื้นทีห่ ลงั การปะทะ
❑ ใหท้ าการประเมนิ ทางเดนิ หายใจดว้ ยการถาม ชอ่ื หากผู้บาดเจ็บร้สู กึ ตวั และ
ตอบคาถามได้ แสดงวา่ ทางเดินหายใจโลง่ ไมม่ ีปญั หาทางเดนิ หายใจอุดกนั้
ไม่ต้องจัดการทางเดินหายใจ
75
ขนั้ ตอน การประเมนิ และจดั การทางเดนิ หายใจ ในพนื้ ทห่ี ลงั การปะทะ (ต่อ)
❑ หากผู้บาดเจบ็ ไมต่ อบ หรอื ไม่รูส้ กึ ตัว
❑ ให้ตรวจสอบว่ามสี ่งิ แปลกปลอม (Foreign body) เชน่ ฟันปลอม
เศษกระดกู ทแ่ี ตกหกั , เศษอาหาร ในชอ่ งปากหรือไม่
❑ ถา้ มองเหน็ ส่งิ แปลกปลอม ถึงจะทาการใชน้ ว้ิ ลว้ งออก ถา้ เห็นเลือดออก
ในปาก ใช้ลูกยางแดง หรือ syringe ดดู เลือดออก
❑ หากไมม่ ีปัญหาทางเดินหายใจอุดกัน้ ให้จัดอยใู่ นทา่ พักฟน้ื
(Recovery position)
76
Recovery position (ท่าพักฟ้นื )
➢ โดยเฉพาะผ้บู าดเจบ็ บริเวณใบหน้า
➢ หมดสตแิ ต่ยังสามารถหายใจเองไดด้ แี ละระบบไหลเวยี นดี
➢ ชว่ ยใหเ้ ลือดและเมือกไหลออกจากปากและจมกู ไม่ ย้อนกลับเขา้ ไปปดิ
ก้นั ทางเดินหายใจ
➢ ไม่ควรใช้ในรายท่สี งสัยการบาดเจ็บทีค่ อ และกระดกู สนั หลงั
ขัน้ ตอน
- หมุนตวั ผ้บู าดเจ็บพรอ้ มกันทั้งลาตัวใหน้ อนตะแคงข้าง
- วางมือข้างท่ีอยดู่ ้านล่างใหส้ อดไว้ใต้คาง
- งอขาขา้ งทอ่ี ยดู่ า้ นบน
77
แสดงทา่ นอนพกั ฟนื้ ( Recovery position ) ของผบู้ าดเจ็บ
78
❑ หากผูบ้ าดเจบ็ ไม่ตอบ หรือ ไม่ร้สู กึ ตัว (ต่อ)
❑ หากผู้บาดเจบ็ มีปญั หาทางเดนิ หายใจอดุ กน้ั เชน่ มีล้นิ ตก หายใจมี
เสียงดังคล้ายเสียงกรน หรอื มีเลือดออกทางปากและจมกู ปรมิ าณมาก
ใหเ้ ปดิ ทางเดนิ หายใจดว้ ยท่า กดหนา้ ผาก ยกคาง (Head-tilt,
Chin-lift) หรอื ดนั กรามไปดา้ นหนา้ (Jaw thrust)
❑ แล้วใช้ท่อพยงุ ทางเดนิ หายใจแบบสอดทางจมกู (NPA) ตรงึ ท่อไว้
ดว้ ยเทป
79
❑ การเปิดทางเดนิ หายใจที่ดี เปน็ การป้องกนั การเสียชวี ติ ทท่ี าไดเ้ ป็นอนั ดบั ท่ี 3
❑ สามารถรอได้จนสถานการณ์ปลอดภัย ถ้ายงั อยภู่ ายใตก้ ารยงิ จะยงั ไมท่ า
การเปดิ ทางเดนิ หายใจ
❑ ลิน้ เปน็ อวัยวะทีจ่ ะไปอดุ ทางเดินหายใจทีพ่ บบอ่ ยท่ีสุด โดยเฉพาะเม่อื ไม่รูส้ กึ ตวั
พบวา่ กล้ามเน้ือคลาย ทาให้ลน้ิ เลอ่ื นไปดา้ นหลงั อุดทางเดนิ หายใจ
❑ วิธีเปดิ ทางเดนิ หายใจ 2 วิธี
Head-Tilt/Chin-Lift
Jaw Thrust
80
Head-Tilt , Chin-Lift
❑ ใช้เป็นมาตรฐาน
❑ ใช้ในกรณี ไม่สงสยั ว่ามีการบาดเจ็บของกระดกู คอ
❑ ไมจ่ าเป็นตอ้ งจากัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนคอ
ถา้ กลไกการบาดเจ็บเป็นแบบถูกยิง หรอื ถกู แทง
การกดหนา้ ผากเชยคาง
81
ขน้ั ตอน Head-Tilt , Chin-Lift
❑ คกุ เข่าขา้ งผูบ้ าดเจ็บระดบั เดียวกนั กับไหลค่ นเจ็บ
❑ ใช้มือขา้ งใดข้างหนึ่งวางบนหนา้ ผากคนเจ็บ
❑ ใช้อุง้ มอื กดไปดา้ นหลังเพือ่ ใหศ้ ีรษะเงยไปดา้ นหลงั
❑ ใชป้ ลายนว้ิ ของมอื อีกขา้ งวางที่กระดูกปลายคางเพ่อื ยกข้นึ ด้านหนา้
❑ ยกคางขึ้นด้านหนา้ จนฟนั บนและล่างเกือบติดกัน แตป่ ากต้องไมถ่ ูกปิด เพ่ือ
ปอ้ งกนั หากรจู มูกอดุ ตัน หรอื เสยี หาย
ขอ้ ควรระวัง - ต้องแน่ใจว่าไมม่ ีการบาดเจบ็ ของกระดูกต้นคอ
- อยา่ ออกแรงกดเนือ้ บริเวณใต้คางด้วยนิว้ มือ เพราะอาจทาใหป้ ิด
ช่องทางเดนิ หายใจได้
- อย่าทาใหป้ ากของผบู้ าดเจบ็ ปดิ สนทิ
82
Jaw Thrust
➢ ในกรณีสงสยั วา่ มีการบาดเจ็บทต่ี น้ คอ,กระดูกต้นคอ ให้เปดิ ทางเดนิ หายใจด้วย
วิธีนี้
การยกกราม
83
ขน้ั ตอน Jaw Thrust
❑ คกุ เข่าเหนอื ศีรษะผู้บาดเจ็บ
❑ วางศอกบนพืน้ ท่ีผู้บาดเจ็บนอน
❑ วางมือแต่ละข้างลงบนขากรรไกรทัง้ สองข้างของผบู้ าดเจ็บ
ตามแนวขากรรไกร ใตห้ ู
❑ ยดึ ศรี ษะผูบ้ าดเจบ็ ให้นิ่งดว้ ยแขนท้งั สองขา้ ง
❑ ใช้นว้ิ ช้ีดนั ขากรรไกรลา่ งลงไปดา้ นหน้า
❑ ใชน้ ิ้วหัวแมม่ อื เปิดรมิ ฝีปากเพ่ือทาให้ปากเปดิ ถา้ จาเปน็
84
การใช้ Nasopharyngeal Airway (NPA) ในพืน้ ท่ีหลงั การปะทะ
ขอ้ ดี : สามารถใชไ้ ด้ในผูบ้ าดเจ็บท่ี
- Conscious,
Semi-Conscious (การร้สู กึ ตัวไม่เตม็ ที่),
Unconscious
- การหายใจผดิ ปกติ
- ไมส่ ามารถหายใจเองไดด้ ี
ห้ามใช้
-ในคนทบ่ี าดเจ็บบรเิ วณใบหน้าอยา่ งมาก
-ในคนทม่ี ีการแตกแถวเพดานปาก
85
การใส่ Nasopharyngeal Airway (NPA)
วธิ กี ารวดั ขนาด:
❑ จาก ปลายจมกู -ตง่ิ หู
วิธีการใส่:
❑ ใหน้ อนราบ
❑ จัดทางเดนิ หายใจและเอาสิ่งแปลกปลอมออก
❑ ใส่เจลหลอ่ ล่นื /น้าสะอาดที่ NPA
❑ เปดิ รจู มูกและใสป่ ลายแหลมของ NPA เข้าในรจู มกู
❑ ใสจ่ นส่วน NPA เข้าไปจนขอบสว่ นปลายทอ่ ชนรจู มูก
86
การเปดิ รูจมกู ผบู้ าดเจ็บใหเ้ หน็ ชดั เจน
การสอดใสท่ ่อทางเดนิ หายใจจนขอบดา้ นหลงั ทอ่ ติดรจู มูก
87
การใส่ Nasopharyngeal Airway (NPA) (ตอ่ )
ข้อควรระวงั
❑ ห้ามฝนื หรอื พยายามดนั ถา้ มแี รงต้าน
❑ ให้หลอ่ ลน่ื เพิม่ และลองใส่รจู มูกอีกข้าง
❑ ถ้ายงั มีแรงตา้ น ให้เชค็ ขนาดNPA อีกครง้ั หรือเปลี่ยน
วิธีการเปดิ ทางเดินหายใจแบบอนื่
❑ การเอาออก ใหค้ อ่ ยดึงออกตามความโคง้ ของโพรงจมูก
88
respiration
การประเมนิ การหายใจ และจดั การบาดแผลทีท่ รวงอก
ขน้ั ตอน การประเมินการหายใจ ในพื้นทหี่ ลังการปะทะ
❑ ดกู ารขยบั ของทรวงอกทัง้ สองข้างว่าเทา่ กนั หรอื ไม่ ให้เปดิ เสอื้ ผา้ ออกเพือ่
หาบาดแผล
❑ หากพบแผลทะลุที่เกิดจากกระสุนหรอื ระเบดิ ทที่ รวงอก (Sucking
chest wound) และมกี ารหายใจลาบาก ใหส้ งสยั ว่ามีภาวะลมคงั่ ใน
ชอ่ งเยอ่ื ห้มุ ปอดชนิดมรี เู ปดิ ทที่ รวงอก ( Open pneumothorax )
89
ขนั้ ตอน การประเมนิ การหายใจ ในพ้ืนทห่ี ลงั การปะทะ (ต่อ)
❑ ให้ทาการปิดแผลดว้ ยแผน่ ปิดแผลทม่ี วี าล์วระบายทางเดยี วสาหรบั ทรวงอก
(Vented Chest Seal) ตดิ ให้แนบกับอก ในขณะหายใจออก โดยให้แผลอยู่
ตรงกบั วาลว์ ระบายกลางแผ่น และใหล้ ูกศรบนแผ่นปดิ ช้ีออกไปดา้ นข้างของ
ลาตัว ใช้เทปตรงึ ขอบแผน่ ให้แน่น เพอ่ื ป้องกนั การเลือ่ นหลดุ
❑ บาดแผลถกู ยงิ ท่ีทรวงอก อาจมีแผลทางออกของกระสุนทีห่ ลงั ให้ทาการพลกิ
ตัวเพือ่ หาและปดิ แผลทางออกดว้ ยแผน่ ปดิ แผลทม่ี วี าลว์ ระบายทางเดียว
สาหรับทรวงอก (Vented Chest Seal) เช่นกัน ติดใหแ้ นบกบั อก ในขณะ
หายใจออก ให้แผลอยู่ตรงกบั วาลว์ ระบายกลางแผน่ ใหล้ ูกศรบนแผ่นปดิ ชี้ไป
ด้านล่างของลาตัว ใชเ้ ทปตรึงขอบแผน่ ให้แนน่ เพอ่ื ป้องกนั การเลื่อนหลุด
90