The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒฯ-2564-2567-เกาะพะงันศึกษา-มีปกหน้า-ปกหลัง (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by finance, 2022-05-08 13:11:50

แผนพัฒฯ-2564-2567-เกาะพะงันศึกษา-มีปกหน้า-ปกหลัง (2)

แผนพัฒฯ-2564-2567-เกาะพะงันศึกษา-มีปกหน้า-ปกหลัง (2)

คำนำ

โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2564 – 2567
เพ่ือเป็นกรอบทิศทาง แนวทางการพัฒนาการศึกษา และปรบั แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2562
– 2565 มุ่งให้เกิดความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐานทาง
การศึกษาสภาพของหน่วยงาน ทิศทางการพัฒนาการศึกษา กลยุทธ์/แนวทางการพัฒนาการศึกษา และ
โครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐ าน
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร โดยเกิดจากการระดมความคิดของผู้มีส่วนได้เสีย
ทุกระดับ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน
คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน นกั เรียน

โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา หวังเป็นอย่างยิ่งในการนำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ปีการศึกษา 2564 – 2567 ฉบบั น้ี จะเปน็ กรอบทิศทางและแนวทางในการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ขั้นพื้นฐานได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำไปสู่เป้าหมายในการบริหารการจัดการศึกษาสำเร็จตามที่มุ่งหวัง
สอดรับกับบริบทโรงเรยี น ท้องถ่ินในทุกประการ

โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี ชมุ พร

คำเหน็ ชอบ

คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐานโรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา
ไดพ้ จิ ารณาและมี มตเิ หน็ ชอบ แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ปีการศึกษา 2564 – 2567
โรงเรียนเกาะพะงนั ศึกษา สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาสุราษฎรธ์ านี ชุมพร
ในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ครั้งที่ 1/2564
เม่อื วนั ท่ี 15 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2564 ณ หอ้ งประชุมผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา

จงึ ลงลายมอื ช่ือประธานคณะกรรมการฯ ไวเ้ ปน็ หลักฐาน

ลงชอ่ื .........................................................
(นายจรญู จงจติ ต)์

ประธานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา

สารบัญ

หนา้
ส่วนท่ี 1 บทนำ

ความเปน็ มาและความสำคัญ …………………………………………………………………………………………… 1
ข้อมลู ท่วั ไป ……………………………………………………………………………………………………………………. 2
โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การการศึกษาโรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ………………………………………….. 8
ข้อมลู จำนวนขา้ ราชการครู และบคุ ลากรทางการศึกษา (ปีการศกึ ษา 2564) …………………………. 10
ขอ้ มลู จำนวนนักเรยี น ……………………………………………………………………………………………………… 12
ผลการดำเนนิ การ …………………………………………………………………………………………………………… 12
ส่วนท่ี 2 สถานภาพของสถานศกึ ษา
สรปุ ผลการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มและศักยภาพ (SWOT) …………………………………………………. 16
ขั้นตอนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน (7S) ………………………………………………………………... 16
ขน้ั ตอนการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอก (C-PEST) ……………………………………………………… 23
สว่ นที่ 3 ทศิ ทางการบริหารจดั การศึกษา
แผนการศกึ ษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) ……………………………………………………………………. 38
แผนพฒั นาการศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) …………………… 41
มาตรฐานการศึกษาระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ………………………………………………………………….. 44
วสิ ัยทัศน์ พันธกจิ เปา้ ประสงคข์ องโรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ………………………………………………. 46
กลยทุ ธ์โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา (พ.ศ. 2564 – 2567) ............................................................... 47
กลยุทธ์ยอ่ ย/แนวทางการพัฒนาการจดั การศึกษาของสถานศกึ ษา ……………………….……….………. 47
สว่ นท่ี 4 กลยุทธ์พัฒนาการศกึ ษา
กลยทุ ธ์ที่ 1 ............................................................................................................................. ....... 48
กลยทุ ธ์ท่ี 2 .................................................................................................................................... 52
กลยุทธ์ที่ 3 ............................................................................................................................. ....... 53
กลยทุ ธ์ท่ี 4 .................................................................................................................................... 54
โครงการและงบประมาณ
สว่ นที่ 5 การบรหิ ารแผนสกู่ ารปฏบิ ัติ
บทบาทหนา้ ที่ของผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………… 95
บทบาทหนา้ ท่ีของครู ………………………………………………………………………………………….…………… 97
บทบาทหนา้ ที่ของนักเรียน ………………………………………………………………………………………….…. 104
บทบาทหน้าที่ของผปู้ กครองนกั เรียน ………………………………………………………………….…………… 105
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ............................................................ 106

สารบญั (ต่อ)

หนา้

แนวทางการติดตามวัดและประเมนิ ผล ……………………………………………………………………………… 109
ภาคผนวก

- ประกาศโรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา เร่ืองการใช้มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐานเพอื่ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาตามมาตรฐาน การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน

- คำส่ังแต่งต้งั คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ประจำปี
การศึกษา 2564-2567

สว่ นที่ 1
บทนำ

1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั

คุณภาพผเู้ รียนที่สงั คมต้องการ ไดร้ ะบุไว้อยา่ งชดั เจนในพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 6 ท่ีวา่ “การจดั การศึกษาต้องเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้
เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ (หมายถึง สุขกาย สุขใจ) สติปัญญา ความรู้ (หมายถึง เป็นคนเก่ง) และ
คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข(หมายถึงเป็น
คนดีของคนรอบข้างและสังคม)” และในมาตรา 7 ที่ว่า “ในกระบวนการ เรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสานึกท่ี
ถูกตอ้ งเกยี่ วกบั การเมอื ง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข รจู้ ักรกั ษา
และส่งเสริม สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภูมิใจ
ในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้ง ส่งเสริมศาสนา ศิลปะ
วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่ม
สรา้ งสรรค์ ใฝร่ ู้และเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง อย่างต่อเน่ือง” และกระทรวงศึกษาธิการ ไดจ้ ัดทำแผนพัฒนาการศึกษา
ของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) สำหรับเป็นเครื่องมือในการกำกับทิศทางการ
ปฏิบัติงานของ กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัด โดยได้น้อมนําหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจ พอเพียงมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการดําเนินงาน เพื่อสร้างผลผลิต ผลลัพธ์ให้เกิดกับผู้เรียนได้
อย่างมี ความสอดคล้องกับทิศทางการพฒั นาประเทศในช่วงของแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับ
ที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ซึ่งได้ระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ
ยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายของ การพัฒนาประเทศ
ได้ทั้งมิติความมน่ั คง มตเิ ศรษฐกิจ มติ ิสังคม และมิตกิ ารบรหิ ารจดั การภาครัฐ ไดอ้ ย่างเปน็ รูปธรรม

แผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากการรวบรวม
ปัจจัยพื้นฐานของโรงเรียนที่มีในปัจจุบันในแต่ละด้าน เพื่อนำสู่การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี นเพอ่ื
เกิดผลโดยองคร์ วมในการพฒั นาการจัดการศึกษา มคี วามสอดรับกบั แผนพฒั นาประเทศ ตามแนวนโยบายของ
รัฐที่ได้ดำเนินการพัฒนาทางเศรษฐกิจ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาสังคม โครงสร้างทางการเมืองและ
จริยธรรม และนโยบายการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาสู่มาตรฐานสากล โรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา มีภารกิจท่ี
จะตอ้ งดำเนินการจัดการและบริหารการศึกษาให้เป็นไปตามเจตนา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร และสนอง
นโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาตามแนวการปฏิรูปที่ได้ประกาศไว้อย่าง ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตาม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ตลอดระยะเวลา

ที่ผ่านมาโรงเรียนดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ใน แผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนมาโดยตลอด
เป็นที่น่าพอใจ มีระบบการบริหารขับเคลื่อนการศึกษาภายใต้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน และ
นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ การส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสู่การรับรางวัลในการ
แข่งขันระดับประเทศ ระดับนานาชาติ มีการส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถ
พัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาที่ขับเคลื่อนภายใต้นโยบายในแผนพัฒนา
การศกึ ษาจงึ ได้รบั การพัฒนาปรบั ปรงุ ใหส้ อดรบั กบั การพฒั นาและบริบทของโรงเรยี นตอ่ ไป

ดงั นั้น โรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา โดยคณะผู้บรหิ าร คณะครูและบุคลากรทางการศกึ ษา คณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และผู้ปกครองได้ร่วมกันเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT)
ปรับปรุงและพัฒนาแผนพัฒนาโรงเรียน ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นและให้เกิดผลต่อการพัฒนา และบูรณา
การ กระบวนการเรียนการสอนของครูและของนักเรียนให้ก้าวหน้าไปสู่อนาคต และหวังว่า แผนพัฒนา
การศึกษาฉบบั นี้ (พ.ศ.2564 – 2567) จะเปน็ ทิศทางในการขบั เคลอ่ื นการบรหิ ารการจดั การศึกษาของโรงเรียน
เกาะพะงันศึกษา แบบมีส่วนร่วมตามนโยบายของแผนงานหลัก เพื่อการบริหารจัดการ แนวทางการพัฒนา
การส่งเสริมศักยภาพทางวิชาการและพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุ เต็มตามศักยภาพ อีกทั้งเป็นแนวทางการจัด
กระบวนการเรียนการสอน การบูรณาการตามหลักสูตร การพัฒนาศักยภาพทุกมิติของบุคลากรไปสู่เป้าหมาย
และความสำเรจ็ ทพี่ ึงประสงคร์ ว่ มกนั

1.2 ขอ้ มูลทวั่ ไป

1.2.1 ประวตั โิ รงเรียนเกาะพะงนั ศกึ ษา
โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ตั้งอยู่เลขที่ 145 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน จังหวดั
สุราษฎร์ธานี ประวัติการก่อต้ังโรงเรยี นเกาะพะงนั ศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2515 มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อตั้งโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอเกาะพะงัน โดย
ประชาชนและกรรมการวัดอมั พวนั นำโดย นายบัญชา แท่งทองคำ และกำนัน จิ๋ว พิริยสถิต ได้ดำเนินการมา
ไดบ้ างส่วน
ปี พ.ศ.2516 ได้มีการดำเนินการต่อโดย นายนำ บุญช่วย กำนันตำบลบ้านใต้ และนาย
นรินทร์ พูลทรัพย์ สารวัตรกำนัน เป็นแกนนำ ดำเนินงานทั้งส่วนราชการและเอกชน ได้มีการระดม
ทรพั ยากรด้านต่าง ๆ ทงั้ การขอซ้ือท่ีดนิ บริเวณบางจามารุ (บางแก้มโหลก) บางส่วนและได้รับบริจาคที่ดินจาก
สกลุ “ธนวนชิ นาม” ท้ังขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาบ้าง จนสามารถตั้งโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ในบริเวณ
ที่ตั้งปัจจุบัน รวมจำนวนเนื้อที่ 35 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา และในปีเดียวกันน้ี จังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งให้
เปิดรับนักเรียน แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการจึงไม่สามารถจะเปิดทำการเรียนการสอนได้ แกนนำผู้ก่อต้ัง
โรงเรียนตอ้ งดำเนนิ การจนกระทง่ั ถึง
ปี พ.ศ.2517 แกนนำและชาวบา้ นยังคงดำเนินการต่อเน่ืองเพ่ือขอเปิดโรงเรียน จนกระทง่ั ใน
วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2517 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีวิทยุแจ้งว่า กรมสามัญศึกษาสั่งให้โรงเรียนเปิดรับ
นักเรยี น ดำเนนิ การสอนได้ในปีการศกึ ษา 2517 ซ่ึงขณะนัน้ มีนายยทุ ธชยั ศรสี วา่ ง ปลัดอำเภอ ผู้เปน็ หัวหน้า

กิ่งอำเภอเกาะพะงัน เมื่อได้รับแจ้งให้เปิดดำเนินการสอนได้แกนนำและชาวบ้าจึงช่วยกันปรับปรุงสถานที่ให้
เกิดความพร้อมตามสมควร แต่ยังติดขัดเรื่องครูผู้สอน จนในที่สุด นายโพธิ์ วิมล ได้มาทำหน้าที่ครูผู้สอนและ
ครูใหญ่ชั่วคราว ถือได้ว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อโรงเรยี นเกาะพะงันศึกษาเป็นอย่างมาก ในการรับนักเรียนรุ่น
แรก จำนวน 35 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2517 ได้ทำพิธีเปดิ อาคารเรยี น ในเวลา 09.39 น. ถือเป็น
ปฐมฤกษ์ให้นักเรียนได้เข้าห้องเรียน วันที่ 17 พฤษภาคม 2517 ทำพิธีเปิดป้ายโรงเรียน โดยนายกระจ่าง
ศิรินทรนนท์ โดยชื่อเดิมของโรงเรียนคือ โรงเรียนพงัน กระทรวงศึกษาธิการจึงสั่งให้เพิ่มคำว่า ศึกษา
จนกลายเปน็ โรงเรียนเกาะพงันศึกษา

วนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2517 ไดม้ ี นายทะนุ นติ ย์นรา เขา้ รับตำแหน่งครใู หญ่ โดยในระยะแรก
ไดร้ ่วมสอนกับคณะครู คอื ครูวริ ะยา เพชรเจรญิ ครบู ุปผา พุ่มเจริญ ครูณรงค์ พรหมรกั ษ์ โดยมอี าคารเรียน
เริ่มแรกท่ีมุงและกันด้วยจาก จึงถูกเรียกว่า “อาคารคอกไก่” หรือ “อาคารคอกเป็ด” หรือบางคนเรียกว่า
“โรงเรียนคอกเป็ด”

วันที่ 19 ธันวาคม 2519 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษอ์ าคารหลงั แรก ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณแ์ ต่ได้เปดิ
ให้นกั เรียนไดเ้ ขา้ ใช้เรยี น ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2519

ปี พ.ศ. 2520 อาคารหลงั แรกได้สร้างเสรจ็ สมบูรณ์ และมกี ารเปล่ียนชื่อโรงเรียนอย่างไม่เป็น
ทางการจากเดิมคือ โรงเรียนเกาะพงันศึกษา เป็น โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ด้วยเหตุมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอ
เกาะพงนั ไม่มี สระอะ เปน็ อำเภอเกาะพะงัน มสี ระอะ

โรงเรียนเกาะพะงันศึกษาเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดกลาง ปัจจุบัน (ปีการศึกษา
2564) มีผบู้ รหิ าร จำนวน 1 คน ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษารวม จำนวน 35 คน จำนวนนักเรียน
624 คน (ขอ้ มลู 15 พ.ค. 2564) เวบ็ ไซต์ของโรงเรียน http://www.kss.ac.th

วันสถาปนาโรงเรียน : 17 พฤษภาคม 2517

1.2.2 รายชื่อผบู้ รหิ ารโรงเรียน

ชอื่ - สกุล ปที ่ีดำรงตำแหนง่
2517 – 2524
นายทนุ นติ ย์นรา 2524 – 2531
2531 – 2533
นายพรเทพ มีเดช 2533 – 2536
2536 – 2539
นายจนั ทร พลสงิ ห์ 2539 – 2543
2543 – 2543
นายจารกึ พญาพนงั 2543 – 2546
2546 – 2551
นายจำเนียร เจรญิ สขุ 2546 – 2554

นายทวี ทองปลูก

นายปราโมทย์ จนั ทรธ์ ำรง

นายทวี ทองปลูก

นายพสิ ิษฐ ศกั ดา

นายเกรยี งไกร แกว้ มศี รี

ชอ่ื - สกุล ปีทด่ี ำรงตำแหนง่
2554 – 2556
นางเสาวนิตย นาคะสิงห์ 2556 – 2562
2562 – ปัจจุบนั
นายศกั สินธ์ ตันเกียรตพิ งนั

ว่าทร่ี อ้ ยโทพลากร ประสงค์

1.2.3 ตราประจำโรงเรยี น

โรงเรียนเกาะพะงนั ศกึ ษา มยี อ่ อกั ษรย่อ “ ก.ศ.
สัญลักษณ์ของโรงเรียน : เป็นรูปเสมาธรรมจักร (ตามแบบของกรมสามัญศึกษา) ในวงกลมเป็น
ภาพดอกบวั บานมีหนังสือและเทยี นไขเปลง่ รัศมี หมายถึง ความแตกฉานแหง่ ปญั ญา เหนอื วงกลมเปน็ คติพจน์
ภาษาบาลีว่า “สุสฺสูสํ ลภเต ปัญฺญํ” ใต้วงกลมเป็นรูปตรี ตามสัญลักษณ์ของกรมสามัญศึกษา แนบข้างด้วย
ตวั อักษร ก.ศ.

1.2.4 คตพิ จน์ ปรชั ญา คำขวัญ อัตลักษณแ์ ละเอกลกั ษณ์
คติพจน์ของโรงเรียน : สสุ ฺสูสํ ลภเตปญั ญํ หมายถึง ตั้งใจศกึ ษายอ่ มได้ปญั ญา
คำขวญั โรงเรียน : พัฒนา สามคั คี มีวนิ ัย ใฝ่คุณธรรม
ปรชั ญาโรงเรยี น : เกง่ และดี เปน็ คณุ สมบตั ิของยวุ ชน
สีประจำโรงเรยี น
สเี ขยี ว หมายถงึ ความเจริญงอกงาม สดชืน่
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ คุณธรรม จรยิ ธรรม

อตั ลักษณ์ สัมมาคารวะดี มีจิตสาธารณะ
คำอธบิ าย

สมั มาคารวะดี ( Respectation ) หมายถึง นักเรียนโรงเรียนเกาะพะงนั
ศึกษาแสดงออกถึงความเคารพ นบนอบต่อผใู้ หญ่ หรือผู้ท่อี าวโุ สกวา่ ครู
อาจารย์ ตลอดจนแขกผมู้ าเยี่ยมโรงเรียน
มีจิตสาธารณะ (Public mind) หมายถงึ นกั เรยี นโรงเรียนเกาะพะงนั
ศึกษามคี วามรู้สึกตระหนักของปญั หาทีเ่ กิดขึ้นในสงั คม ทำให้เกดิ ความรสู้ ึก
ทจ่ี ะรว่ มช่วยเหลอื สังคม
เอกลกั ษณ์ มแี หล่งเรียนรู้ คู่บริการชุมชน

บริบท : โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ตั้งอยู่บนเกาะพะงัน ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด

สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือของเกาะสมุย ประมาณ 20
กิโลเมตร อำเภอเกาะพะงัน ประกอบด้วย 3 ตำบล คือ ตำบลเกาะพะงัน (แบ่งเป็น เขตเทศบาลตำบล
เกาะพะงัน 2 หม่บู ้าน คอื หมู่ที่ 1 และหมทู่ ี่ 2 เขตเทศบาลตำบลเพชรพงัน คอื หมูท่ ี่ 3,หมู่ท่ี4,หมู่ท่ี5,หมู่ท่ี6,
หมู่ที่7 และ หมู่ที่ 8) ตำบลบ้านใต้ (แบ่งเป็นเขตเทศบาลตำเกาะพะงัน คือ หมู่ที่ 1 เขตเทศบาลตำบลบา้ นใต้
คอื หมูท่ ่ี 2, หม่ทู ี่ 3, หมูท่ ่ี 4 , หมทู่ ่ี 5, หมู่ท่ี 6) ตำบลเกาะเตา่ ประกอบดว้ ย 3 หมู่บา้ น อย่ใู นสังกัดองค์การ
บริหารส่วนตำบลเกาะเต่า ซึ่งอำเภอเกาะพะงันมีพื้นที่ 170 ตารางกิโลเมตร และตำบลเกาะเต่ามีพื้นท่ี
17.96 ตารางกโิ ลเมตร

สภาพทางภูมิศาสตร์ มีพื้นที่เป็นเกาะหนึ่งในจำนวน 48 เกาะ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่เกาะอ่างทอง
ภูมิประเทศของเกาะมีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะทอดตัวจากทิศเหนือจดทิศใต้ ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะ
ส่วนทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเลบางแห่งก็มีอ่าวเล็ก อ่าวน้อย เรือเข้าจอดได้เป็นบางฤดู ช่วงมรสุม
ตงั้ แต่เดอื นตลุ าคม ถึง เดือนมกราคม จะมีลมตะวันออกพดั ผ่าน ซ่ึงไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
อาคารท่ีดนิ ส่ิงก่อสร้าง

1. ทีด่ ินโรงเรียนจำนวนท้ังส้ิน 1 แปลง รวมเนอื้ ท่ี 35 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา
2. อาคารเรยี นถาวร จำนวน 2 หลัง

2.1 อาคาร 216 ก (12 หอ้ งเรยี นไมเ่ ตม็ รูป)
2.2 อาคาร CS 208 A
3. อาคารเรยี นชวั่ คราวจำนวน 1 หลงั (ชำรดุ ปรับปรุงเปน็ อาคารเรยี นชัว่ คราว)
4. อาคารโรงฝึกงาน จำนวน 2 หลงั 3 หนว่ ย

4.1 โรงฝึกงาน GEN A
4.2 โรงฝกึ งาน GEN H,I

5. หอประชุมโรงอาหาร จำนวน 1 หลัง (100/27)
6. บา้ นพักครู จำนวน 3 หลงั

6.1 บ้านพักครู 203/27 จำนวน 2 หลัง
6.2 บา้ นพักครูแบบ (ไม่ทราบชอื่ ) จำนวน 1 หลัง
7. บ้านพกั ภารโรง 1 หลงั (ชำรดุ )
8. สว้ มนกั เรียนนอกอาคาร จำนวน 2 หลัง
8.1 แบบมาตรฐาน 6 ที่ (ชำรุด)
8.2 แบบไม่ทราบชื่อ 8 ที่ (ปรบั ปรงุ )
9. โรงรถจำนวน 1 หลัง
10. สนามบาสเกตบอล จำนวน 1 สนาม
11. สนามฟตุ บอล จำนวน 1 สนาม
12. หอถงั บอ่ พักน้ำ บ่อน้ำตน้ื พร้อมเครื่องสูบ 1 ชดุ
13. ฝ 33 2 ชุด
14. หมอ้ แปลงไฟฟ้า 100 KVA 1 ลกู ระบบไฟฟา้ ในโรงเรยี น 3 เฟส

เบอรโ์ ทรศัพทต์ ิดตอ่

โทรศัพท์ 077-377357 ติดต่อห้องธุรการ กด 11, ติดต่อห้องผอู้ ำนวยการ กด 12,
ติดตอ่ ห้องการเงิน/พสั ดุ กด 13, ติดตอ่ หอ้ งวชิ าการ กด 14, ตดิ ต่อห้องบรหิ ารทวั่ ไป กด 15
ตดิ ตอ่ ห้องศิษย์เกา่ กด 16, ติดต่อห้องสมดุ กด 17

โทรสาร 077-377066

1.2.6 ทต่ี งั้ ของโรงเรยี น
ในปจั จุบันโรงเรยี นมอี าณาเขต ดังน้ี
ทศิ เหนอื จรดกบั ถนนสายทอ้ งศาลา-บา้ นใต้
ทศิ ใต้ จรดกับ ถนนสว่ นบคุ คล
ทศิ ตะวนั ออก จรดกบั ถนนสว่ นบคุ คล
ทศิ ตะวนั ตก จรดกับ ทางสาธารณะประโยชน์ และคลองบางเจมารุ



1.3 โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การศึกษา โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ปกี ารศึกษา 2564-

คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ผ้อู ำนวยการ

ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ ฝ่ายบรหิ ารงานงบประมาณ

1. การพัฒนาหรอื การด าเนนิ การเกย่ี วกับการใหค้ วามเห็นการ 1. การจัดท าแผนงบประมาณและค าขอตงั้ งบประมาณ
พัฒนาสาระหลักสตู รทอ้ งถิน่ เพอ่ื เสนอตอ่ ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร หรอื
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
2. การวางแผนงานด้านวชิ าการ แลว้ แตก่ รณี
3. การจดั การเรยี นการสอนในสถานศึกษา
4. การพัฒนาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา 2. การจดั ท าแผนปฏบิ ัตกิ ารใชจ้ ่ายเงินตามทไี่ ด้รบั จัดสรร
5. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ งบประมาณจากส านักงานคณะกรรมการ การศกึ ษา
6. การวัดผล ประเมินผล และด าเนนิ การเทียบโอนผลการ ขัน้ พนื้ ฐานโดยตรง

เรียน 3. การอนมุ ัติการใชจ้ ่ายงบประมาณที่ไดร้ ับจดั สรร
7. การวิจัยเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศกึ ษา 4. การขอโอนและการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
8. การพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหลง่ เรยี นรู้ 5. การรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ
9. การนเิ ทศการศกึ ษา 6. การตรวจสอบติดตามและรายงานการใชง้ บประมาณ
10. การแนะแนว 7. การตรวจสอบตดิ ตามและรายงานการใชผ้ ลผลติ จาก
11. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน
งบประมาณ
การศกึ ษา 8. การระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพ่ือการศึกษา
12. การส่งเสรมิ ชุมชนให้มคี วามเข้มแข็งทางวชิ าการ 9. การปฏิบัตงิ านอนื่ ใดตามท่ไี ด้รับมอบหมายเกี่ยวกับ
13. การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวชิ าการกบั
กองทุนเพ่ือการศกึ ษา
สถานศกึ ษาและองคก์ รอื่น 10. การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรเพ่อื การศกึ ษา
14. การสง่ เสริมและสนบั สนุนงานวชิ าการแกบ่ ุคคล ครอบครวั 11. การวางแผนพัสดุ
12. การก าหนดรูปแบบรายการ หรอื คณุ ลกั ษณะเฉพาะ
องคก์ ร หน่วยงานสถานประกอบการ และสถาบันอื่นท่จี ดั
การศึกษา ของครภุ ณั ฑ์ หรอื สง่ิ กอ่ สรา้ งท่ีใชเ้ งนิ งบประมาณ
15. การจดั ท าระเบียบและแนวปฏบิ ัตเิ กยี่ วกบั งานด้านวิชาการ เพอ่ื เสนอตอ่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือ
ของสถานศกึ ษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
16. การคัดเลือกหนังสือ แบบเรียนเพื่อใชใ้ นสถานศึกษา แลว้ แต่ กรณี
17. การพัฒนาและใช้สอ่ื เทคโนโลยเี พอ่ื การศึกษา

13. การพฒั นาระบบข้อมูลและสารสนเทศเพ่อื การจัดทำ

2567 เครอื ขา่ ยผู้ปกครองนักเรียน
สภานกั เรียน/คณะกรรมการนกั เรยี น
รโรงเรียน

ฝา่ ยบริหารงานบคุ คล ฝา่ ยบรหิ ารงานทั่วไป

1. การวางแผนอัตรากำลงั 1. การพฒั นาระบบและเครอื ข่ายขอ้ มลู สารสนเทศ 8
2. การจดั สรรอตั รากำลังขา้ ราชการครแู ละบุคลากร 2. การประสานงานและพัฒนาเครอื ขา่ ยการศกึ ษา
3. การวางแผนการบรหิ ารงานการศกึ ษา
ทางการศึกษา 4. งานวจิ ยั เพอ่ื พฒั นานโยบายและแผน
3. การสรรหาและบรรจแุ ตง่ ตง้ั 5. การจดั ระบบการบรหิ ารและพฒั นาองคก์ ร
4. การเปลยี่ นตำแหนง่ ใหส้ ูงขนึ้ การย้ายขา้ ราชการครู 6. การพฒั นามาตรฐานการปฏบิ ัติงาน
7. งานเทคโนโลยเี พ่อื การศกึ ษา
และบุคลากรทางการศกึ ษา 8. การด าเนินงานธรุ การ
5. การดำเนนิ การเกย่ี วกับการเลือ่ นขนั้ เงนิ เดือน 9. การดแู ลอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดลอ้ ม
6. การลาทกุ ประเภท 10. การจดั ทำสำมะโนผ้เู รยี น
7. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน 11. การรบั นกั เรยี น
8. การด าเนนิ การทางวนิ ยั และการลงโทษ 12. การเสนอความเหน็ เกย่ี วกับเรอื่ งการจดั ตง้ั ยบุ รวม
9. การสง่ั พกั ราชการและการสง่ั ให้ออกจากราชการไว้
หรอื เลกิ สถานศึกษา
กอ่ น 13. การประสานการจัดการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ
10. การรายงานการดำเนนิ การทางวนิ ยั และการลงโทษ
11. การอทุ ธรณแ์ ละการรอ้ งทุกข์ และตามอธั ยาศัย
12. การออกจากราชการ 14. การระดมทรพั ยากรเพอื่ การศกึ ษา
13. การจดั ระบบและการจัดท าทะเบยี นประวตั ิ 15. การทัศนศกึ ษา
14. การจดั ทำบญั ชรี ายช่อื และใหค้ วามเห็นเกย่ี วกบั การ 16. งานกจิ การนกั เรยี น
17.การประชาสัมพนั ธ์งานการศึกษา
เสนอขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์ 18. การสง่ เสรมิ สนับสนุนและประสานการจัดการศึกษา
15. การสง่ เสรมิ การประเมนิ วทิ ยฐานะข้าราชการครแู ละ
ของบคุ คล ชุมชน องคก์ ร หนว่ ยงานและ สถาบนั
บุคลากรทางการศึกษา สังคมอ่ืนท่จี ดั การศกึ ษา
16. การสง่ เสรมิ และยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ
17. การสง่ เสรมิ มาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณวิชาชพี 19. งานประสานราชการกับส่วนภูมิภาคและสว่ นทอ้ งถน่ิ
18. การส่งเสรมิ วนิ ยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมสำหรบั (ท) การรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา

19. การรเิ รม่ิ ส่งเสรมิ การขอรับใบอนุญาต

โครงสร้างการบรหิ ารจดั การศึกษา โรงเรียนเกา

ฝา่ ยบริหารงานวิชาการ ฝา่ ยบริหารงานงบประมาณ

13. การพฒั นาระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการจดั ทำ
และจัดหาพสั ดุ

14. การจดั หาพสั ดุ
15. การควบคมุ ดูแล บำรุงรกั ษาและจำหนา่ ยพสั ดุ
16. การจดั หาผลประโยชน์จากทรพั ยส์ ิน
17. การเบกิ เงนิ จากคลัง
18. การรับเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงิน และการจา่ ยเงนิ
19. การน าเงนิ ส่งคลัง
20. การจดั ท าบญั ชกี ารเงนิ
21. การจดั ท ารายงานทางการเงนิ และงบการเงนิ
22. การจดั ท าหรือจดั หาแบบพมิ พบ์ ญั ชี ทะเบยี น และ

รายงาน

าะพะงนั ศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2564- 2567 (ตอ่ )

ฝา่ ยบริหารงานบคุ คล ฝา่ ยบริหารงานท่ัวไป

ำ 19. การริเรมิ่ สง่ เสริมการขอรบั ใบอนญุ าต 19. งานประสานราชการกบั ส่วนภมู ภิ าคและส่วนทอ้ งถนิ่
20. การพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา (ท) การรายงานผลการปฏบิ ัติงาน
การด าเนนิ การท่เี ก่ียวกบั การบริหารงาน บคุ คลให้
เป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนน้ั 20. การจดั ระบบการควบคุมภายในหนว่ ยงาน
21. แนวทางการจดั กิจกรรมเพื่อปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมใน

การลงโทษนกั เรยี น

นักเรยี น

9

1.4 จำนวนครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา (อัตรากำลงั ปีการศึกษา 2564)

จำนวนข้าราชการครู จำนวน 26 คน (จำแนกตามวิทยฐานะ)

จำนวนตามวทิ ยฐานะ

ท่ี กลมุ่ สาระฯ จำนวน ครูชว่ ย ชำนาญ ชำนาญ รวม
ราชการ การ การพเิ ศษ
ครู ครูผูช้ ว่ ย ครู คศ.1 เช่ียวชาญ

1 บรหิ าร สนบั สนุน 1---- 1- 1
-- 1
2 ภาษาไทย 1-1- - 1- 4
1- 6
3 คณติ ศาสตร์ 4- -12 -- 3
-- -
4 วทิ ยาศาสตรฯ์ 6 -221 -- 3
-- 3
5 สงั คมศกึ ษาฯ 3-1-2 -- 5
3- 26
5 สุขศกึ ษาและพลศึกษา - - - - -
จำแนกเพศ รวม
6 ศิลปะ 3 - -3- ชาย หญงิ
1- 1
7 การงานอาชพี 31-2- -1 1
13 4
8 ภาษาตา่ งประเทศ 5- -32 15 6
12 3
รวม 26 1 4 11 7 -- -
12 3
จำนวนข้าราชการครู จำนวน 26 คน (จำแนกตามวุฒิการศกึ ษา) 12 3
23 5
ที่ กลุ่มสาระฯ จำนวน จำแนกวุฒิการศึกษา รวม 8 18 26
ครู
ป.ตรี ป.โท ป.เอก

1 บรหิ าร สนบั สนนุ 1 - 1 -1

2 ภาษาไทย 1 1 - -1

3 คณิตศาสตร์ 4 3 1 -4

4 วทิ ยาศาสตร์ฯ 6 4 2 -6

5 สงั คมศกึ ษาฯ 3 2 1 -3

5 สุขศึกษาและพลศกึ ษา - - - --

6 ศลิ ปะ 3 3 - -3

7 การงานอาชพี 3 3 - -3

8 ภาษาต่างประเทศ 5 4 1 -5

รวม 26 20 6 - 26

จำนวนบุคลากรทางการศกึ ษา จำนวน 8 คน
ลูกจา้ งประจำ จำนวน 3 คน

บุคลากรทางการศกึ ษา ภารโรง ตำแหน่ง แม่บ้าน รวม
1 ยาม 1 3
ลูกจา้ งประจำ 1 1 1 3
รวม 1
รวม
พนกั งานราชการ จำนวน 2 คน
2
บคุ ลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง วชิ าชีพ เชี่ยวชาญ 2
เฉพาะ เฉพาะ
บรกิ าร เทคนคิ บรหิ าร (ครู) รวม
ทว่ั ไป - 3
พนกั งานราชการ - - 2 - 3
- -
รวม - - 2

ครอู ัตราจา้ ง / สนับสนุน จำนวน 3 คน

บคุ ลากรทางการศึกษา ธุรการ นักการ ตำแหน่ง ครู
1- พัสดุ ห้องสมุด 2
ลกู จา้ งชวั่ คราว 1- 2
รวม --
--

เพศ ระดบั การศกึ ษาสงู สุด ประสบการณ์
การสอนเฉลย่ี
ประเภทบคุ ลากร ชาย หญิง ต่ำกวา่ สูงกวา่ อายเุ ฉลยี่
ป.ตรี ป.ตรี ป.ตรี 13.00
ผอู้ ำนวยการ 1- 37.00 -
รองผูอ้ ำนวยการ -- -- 1 -
ขา้ ราชการครู 8 18 6.32
ครูอตั ราจ้าง/สนับสนุน 21 -- - 33.76 7.50
ลูกจ้างประจำ 21 35.67 2.00
พนักงานราชการและ 2- - 23 3 51.00 14.00
พนกั งานจ้าง 44.00
-3 -
รวม
3- -

-2 -

15 20 3 28 4 - -
35

1.5 ขอ้ มลู จำนวนนักเรียน (ปีการศกึ ษา 2562 – 2564)

นกั เรียนระดบั ช้ัน ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563 ปกี ารศกึ ษา 2564
(จำนวน)
(จำนวน) (จำนวน) 139
131
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 150 126 128
91
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 128 143 74
61
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 106 114 624

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 80 74

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 43 70

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 66 66

รวม 573 593

1.6 ผลการดำเนนิ การ

1.6.1 ผลการทดสอบระดบั ชาติ O-net (ปี 2564)

ผลการประเมินระดับชาตขิ ั้นพืน้ ฐาน (O-net) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 และ

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศกึ ษา 2561-2563

ปีการศกึ ษา 2561 ปีการศกึ ษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563

รายวิชา ระดบั ช้ัน ระดบั ชั้น ระดบั ช้นั ระดบั ช้ัน ระดบั ชน้ั ระดับชน้ั
มัธยมศกึ ษา มธั ยมศึกษา มัธยมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา มัธยมศึกษา มธั ยมศกึ ษา

ปีที่ 3 ปีท่ี 6 ปีที่ 3 ปีท่ี 6 ปีที่ 3 ปีท่ี 6

Mean Mean Mean Mean Mean Mean

ภาษาไทย 51.75 37.84 34.11 31.95 46.11 35.85

สงั คมศึกษาฯ - 29.53 - 31.16 - 31.18

คณติ ศาสตร์ 28.80 24.75 23.92 17.77 25.69 21.62

วิทยาศาสตร์ 34.49 27.57 28.15 23.71 29.19 29.02

1.6.2 ผลการประเมนิ และขอ้ เสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ของ สมศ.
โรงเรียนเกาะพะงนั ศึกษา ได้รับการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสามจาก สมศ.

ระหวา่ งวนั ท่ี 5-7 มกราคม 2559
ผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกของสถานศกึ ษา ซงึ่ สามารถสรปุ ผลการประเมินดงั ตาราง

สรปุ ดงั ตาราง ดังน้ี

การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน (มธั ยมศกึ ษา) นำ้ หนัก คะแนน ระดบั คุณภาพ
(คะแนน) ที่ได้

กลุ่มตวั บ่งชพี้ ื้นฐาน 10.00 9.44 ดีมาก
ตวั บ่งชี้ที่ 1 ผเู้ รียนมสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจิตท่ดี ี 10.00 9.27 ดีมาก
ตัวบ่งชี้ที่ 2 ผเู้ รียนมีคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ มท่ีพงึ ประสงค์ 10.00 8.54
ตวั บง่ ช้ีที่ 3 ผเู้ รยี นมคี วามใฝ่รู้ และเรียนร้อู ยา่ งต่อเนื่อง 10.00 8.39 ดี
ตัวบง่ ชท้ี ี่ 4 ผเู้ รียนคดิ เปน็ ทำเป็น 20.00 8.96 ดี
ตัวบ่งชี้ที่ 5 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของผู้เรยี น 10.00 8.00 พอใช้
ตวั บ่งชท้ี ่ี 6 ประสิทธผิ ลของการจดั การเรยี นการสอนท่ีเน้นผเู้ รยี น 5.00 4.80 ดี
5.00 4.79 ดมี าก
เป็นสำคัญ ดมี าก
ตวั บ่งชี้ที่ 7 ประสทิ ธิภาพของการบรหิ ารจดั การและการพัฒนา 5.00 5.00
5.00 4.00 ดมี าก
สถานศกึ ษา ดี
ตัวบ่งชท้ี ่ี 8 พัฒนาการของการประกันคุณภาพภายในโดยสถานศกึ ษา 5.00 4.00
5.00 5.00 ดี
และต้นสงั กัด ดมี าก
กลุ่มตวั บง่ ชอ้ี ตั ลกั ษณ์ 100.00 80.19
ดี
ตวั บ่งชท้ี ี่ 9 ผลการพฒั นาให้บรรลุตามปรัชญา ปณิธาน/วสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ
และวัตถปุ ระสงค์ของการจดั ต้ังสถานศกึ ษา

ตัวบง่ ชีท้ ี่ 10 ผลการพัฒนาตามจดุ เน้นและจุดเด่นทส่ี ง่ ผลสะท้อน
เป็นเอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา
กลมุ่ ตวั บง่ ช้ีมาตรการสง่ เสริม

ตัวบ่งชท้ี ี่ 11 ผลการดำเนนิ งานโครงการพิเศษเพื่อสง่ เสริมบทบาท
ของสถานศกึ ษา

ตวั บง่ ชที้ ี่ 12 ผลการสง่ เสรมิ พฒั นาสถานศึกษาเพ่ือยกระดับมาตรฐาน
รักษามาตรฐานและพฒั นาสูค่ วามเป็นเลิศท่สี อดคล้อง
กบั แนวทางการปฏริ ปู การศึกษา

คะแนนรวม

การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน (มัธยมศึกษา) น้ำหนกั คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
(คะแนน) ทีไ่ ด้

การรบั รองมาตรฐานสถานศึกษา ระดบั มัธยมศกึ ษา

● ผลคะแนนรวมทุกตวั บ่งช้ี ตง้ั แต่ 80 คะแนนขน้ึ ไป  ใช่ ❑ ไม่ใช่

● มีตัวบ่งชี้ทไ่ี ดร้ ะดับดขี นึ้ ไปอย่างนอ้ ย 10 ตัวบง่ ชี้จาก 12 ตัวบ่งช้ี  ใช่ ❑ ไม่ใช่

● ไม่มตี วั บ่งชใี้ ดที่มีระดบั คุณภาพตอ้ งปรบั ปรงุ หรือต้องปรบั ปรุงเรง่ ดว่ น  ใช่ ❑ ไม่ใช่

สรุปผลการจัดการศึกษาระดับการศึกษาข้นั พน้ื ฐานของสถานศึกษาในภาพรวม

สมควรรบั รองมาตรฐานการศกึ ษา ❑ ไม่สมควรรบั รองมาตรฐานการศึกษา

จุดเดน่ จดุ ท่คี วรพัฒนา และขอ้ เสนอแนะจากการประเมินคณุ ภาพภายนอกรอบสาม

จุดเดน่

1. ด้านผลการจดั การศึกษา
ผู้เรียนมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี มีร่างกายแข็งแรงร่าเริงแจ่มใส มีบุคลิกดี จัดการดูแล

ตนเองให้ห่างไกลจากสารเสพติด มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ระเบียบวินัย และมีความ
ประพฤตทิ ีด่ เี ป็นลกู ท่ีดีของพอ่ แม่ ผปู้ กครอง ตัง้ ใจเรยี นมมุ านะในการศกึ ษาหาความรู้ เช่ือฟังคำส่ังสอนไม่สร้าง
ความเดือดรอ้ น และเป็นนักเรยี นท่ีดขี องโรงเรียน มีความสภุ าพ นอบนอ้ ม โอบอ้อมอารชี อบช่วยเหลือผอู้ ืน่ รับ
ฟังความคดิ เห็นของคนอื่น รูจ้ กั ดูแลรกั ษาสถานที่ สงิ่ ของท้งั ส่วนรวมและส่วนตัว อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ยึดมั่นในวิถี
ชีวติ การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข และมีจติ อาสา มีความรักและ
ชื่นชอบเสียงเพลง ดนตรีและศิลปะ รวมทั้งมีคุณลักษระตามอัตลักษณ์ตามที่สถานศึกษากำหนด คือ โรงเรียน
เกาะพะงันศึกษาสง่ เสริมกระบวนการการเรยี นรู้ที่มุ่งเน้นการพฒั นาทักษะกระบวนการคิด การแสวงหาความรู้
และจิตสำนกึ รักษ์สิง่ แวดล้อม ผลการพฒั นาบรรลุตามวสิ ยั ทศั น์ทก่ี ำหนดเป็นท่ยี อมรบั ของชมุ ชน

2. ด้านการบริการจัดการศกึ ษา
ผู้บริหารประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและการพัฒนาสถานศึกษาโดยผู้บริหารมีภาวะผู้นำ

มีความรอบรู้และวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษา ดำเนินการบริหารเชิงคุณภาพทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ
บุคลากร และบริหารทั่วไป มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความสามารถในการระดมทรัพยากร
ในการจัดการศึกษา การจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายใน/ภายนอกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สะอาด ถูกหลักอนามัย
ปรับปรุงอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ภายในเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน มีผลการส่งเสริม
พัฒนาสถานศึกษาเพื่อรักษามาตรฐาน ที่สอดคล้องกับแนวทางการปฎิรูปการศึกษา มีการพัฒนาคุณภาพ
ผูเ้ รยี น ครู สถานศกึ ษา แหล่งเรยี นรู้ และการบริหารจัดการโดยการมสี ่วนรว่ มจากทุกฝ่ายท่ีเกย่ี วขอ้ ง

3. ด้านจดั การเรยี นการสอนท่เี น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ไมม่ ี
4. ดา้ นการประกันคุณภาพภายใน

พัฒนาการของการปร ะกัน คุณภา พภา ยในโดยส ถาน ศึ กษา แล ะต้ นสัง กั ดมี การด ำเนิ น ง า น
ครอบคลุมมาตรฐานที่ว่าด้วย ผลการจัดการศึกษา การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอน
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการประกันคุณภาพภายใน มีกระบวนการประเมินผลคุณภาพภายในที่ชัดเจน
สอดคล้องกบั รายงานการประเมนิ ตนเองและแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปี

จดุ ท่คี วรพฒั นา

1. ด้านผลการจดั การศกึ ษา
1) การจดบนั ทกึ การเรยี นรู้ให้มีที่มาจากหลายๆ แหล่ง และบันทึกโดยบูรณาการร่วม

กับการใชแ้ ผนผงั ความคิด รวมถงึ การใหผ้ ู้เรียนได้มสี ่วนร่วมในการปรับปรงุ ตนเองในดา้ นกระบวนการเรยี น
2) ผ้เู รยี นมผี ลสัมฤทธิท์ ุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ตำ่ กวา่ ระดบั ดี
3) การกำหนดเอกลักษณ์ของสถานศึกษาใหม้ ีความชดั เจน ใหเ้ กิดผลเป็นทปี่ ระจักษแ์ กอ่ งค์กร

ท่ัวไปและการดำเนินงานโครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ซึง่ เปน็ โครงการพเิ ศษใหส้ ามารถเป็นแบบอย่าง
ของการเปลย่ี นแปลงที่ดีขึ้นในการแกป้ ัญหาในสถานศกึ ษา

2. ดา้ นการบริหารจดั การศึกษา -ไมม่ ี
3. ดา้ นการจัดการเรียนการสอนท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญ

การออกแบบการเรียนรขู้ องครูยังไมช่ ัดเจนท่จี ะต่อการส่งเสริมผเู้ รียนใหบ้ รรลุเปา้ หมายของการ
จัดการเรยี นรแู้ ละการบนั ทกึ ผลหลงั การสอนไมม่ คี วามชดั เจน

4. ด้านการประกันคณุ ภาพภายใน -ไมม่ ี

สว่ นที่ 2
สถานภาพของสถานศกึ ษา

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตามรปู แบบ 7S and C-PEST

ข้ันตอนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน (7S)
ขน้ั ตอนที่ 1 สมาชิกวางแผนรว่ มกันตรวจสอบและวิเคราะห์

สถานการณ์ ข้อมูลสารสนเทศปัจจุบันในแต่ละประเด็นการวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุ /ข้อสรุป
ผลกระทบต่อหน่วยงานทั้งในส่วนที่เป็น จุดแข็ง (Strengths) ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา/ต่อยอดให้
หน่วยงานดีข้ึนกวา่ เดมิ ข้นึ และในสว่ นทเี่ ป็น จุดอ่อน (Weaknesses)ที่จะต้องแก้ไข หรอื ปรับปรุงใหด้ ขี ึ้น แล้ว
เขียนข้อความในช่องประเด็นการวเิ คราะห์ที่เป็นจุดแข็ง (Strengths) และประเด็นการวิเคราะห์ที่เป็นจุดอ่อน
Weaknesses) ตามแบบบันทึกผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตารางที่ 1 การวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมภายใน โดยเขียนข้อความ สถานการณ์ที่มีปัจจัยเหตุที่ส่งผลต่อการจัดการศึกษาของ
หน่วยงาน/สถานศึกษา

ขั้นตอนท่ี 2 สมาชิกร่วมกันอภิปรายว่า ปัจจัยสำคัญที่เป็น จุดแข็ง (Strengths) และปัจจัยที่เป็น จุดอ่อน
(Weaknesses) ครอบคลุมทุกเรื่องของปัจจัย 7S เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอะไรบ้าง ที่ทำให้การบริหารจัดการ
บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่กำหนดเป็นจุดแข็ง (Strengths) หรือสาเหตุที่แท้จริงอะไรบ้าง ที่การบริหาร
จัดการบรรลไุ ม่วตั ถปุ ระสงค์ เป้าหมายทก่ี ำหนด เป็นจุดออ่ น (Weaknesses)

ขัน้ ตอนท่ี 3 สมาชิกร่วมกันอภปิ รายสรปุ ประมวลผลภาพรวมวา่
หนว่ ยงานของเรามีปัจจัยภายในภาพรวมวา่ เปน็ จดุ แข็ง (Strengths) หรอื เป็น จุดอ่อน

(Weaknesses) ต่อการบรหิ ารจัดการและพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์

1. ด้านโครงสร้าง (Structure : S1)

หน่วยงานที่ได้ตั้งขึ้นตามกฎหมาย การแบ่งหน่วยงาน การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบและสาย
การบังคบั บญั ชา มีความสะดวกในการติดตอ่ ประสานงาน ผูป้ ฏบิ ัติงานสามารถตัดสินใจในการบรหิ ารจัดการได้
ถูกต้องและรวดเร็ว ส่งผลดีต่อการผลกั ดันใหก้ ารดำเนินงานบรรลุความสำเร็จตามวตั ถุประสงค์ถ้าหน่วยงานมี
หรอื เป็นก็จะเปน็ จดุ แขง็ ทำให้การดำเนินงาน ไมบ่ รรลคุ วามสำเรจ็ ตามวัตถุประสงคก์ จ็ ะเป็น จุดอ่อน เป็นต้น

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ท่จี ุดแข็ง ประเดน็ ท่ีจดุ อ่อน
(Strengths) (Weaknesses)
- ขาดการพรรณางานของแต่ละ
1. การจดั โครงสรา้ งการบรหิ าร - โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา มีการ ฝา่ ยงานในการบริหารใหเ้ กดิ
ความชัดเจน
ของ หนว่ ยงาน บริหารตามโครงสร้างการบริหาร 4
- บคุ ลากรขาดความต่อเนื่องใน
ฝา่ ยงาน (บริหารวิชาการ, บริหารงาน การบรหิ ารงานร่วม เพราะมีการ
ยา้ ยบคุ ลากร ทุกปี
ทั่วไป, บรหิ ารงานบุคคล, บริหารงาน - บุคลากรท่มี ารับปฏิบตั หิ นา้ งาน
จะเป็นบคุ ลากรใหม่ จึงต้อง
งบประมาณ) เรียนรงู้ านตลอดเวลา

- การจัดการดำเนนิ งานตามระเบียบ

กฎหมายกำหนด

2. การกำหนดบทบาทหน้าท่ี - การแบง่ การบรหิ ารฝ่ายงาน แบง่

ความรับผิดชอบ และมาตรฐาน หน้าที่ชดั เจน เนอื่ งจากจัดบุคลากรให้

ของหน่วยงาน ปฏบิ ัตงิ านได้ ดว้ ยการเลือกบุคลากรท่ี

มีความรูร้ ่วมดูแลบริหารฝา่ ยงานนนั้

2. ด้านกลยทุ ธ์ของหน่วยงาน (Structure : S2)

วิเคราะหท์ ิศทางและขอบเขตทีห่ น่วยงานจะดำเนินการทีผ่ ่านมากลยทุ ธ์ของหน่วยงานมีความสมั พันธ์

กับโครงสร้างของหน่วยงานหรือไม่ เน่ืองจากการจัดโครงสร้างของหนว่ ยงานจะเปน็ เคร่อื งมอื ให้การบริหาร

จดั การตามตามกลยุทธ์ของหนว่ ยงานนน้ั ๆ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคแ์ ละวิสัยทศั น์ทีก่ ำหนด

ประเด็นการวิเคราะห์ ประเดน็ ที่จุดแขง็ ประเดน็ ทีจ่ ุดอ่อน
(Strengths) (Weaknesses)

1. การกำหนดทิศทางของ - มกี ารประชุมวางแผนรว่ มกันตาม - ขาดการทำ SWOT องคก์ ร

หนว่ ยงาน วาระ /ภาระงาน วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ ขาด

ความเปน็ ปัจจบุ ัน ขาดเปา้ หมาย

การวางแผนร่วมกนั การ

ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานให้

บุคลากรไมช่ ัดเจน

2. การกำหนดโครงการ - มโี ครงการและจดั สรรงบประมาณ - โครงการและกิจกรรมขาดความ

กจิ กรรม ไดต้ ามงบประมาณ ชัดเจน ไมไ่ ด้บรรลตุ รงตาม

วสิ ยั ทัศน์ ของสถานศึกษา ขาด

การประชาสมั พันธ์

3. ดา้ นระบบในการดำเนนิ งานของหน่วยงาน (System : S3)

วิเคราะห์ในเรื่อง ระบบหรือขั้นตอนการดำเนินงานภายในหน่วยงานทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็น
ทางการที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการหน่วยงานบรรลุ
วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ ตอบสนองกลยุทธ์ของหน่วยงาน เช่น ระบบงานมาตรฐานการศึกษา ระบบการ
วางแผน ระบบการนิเทศติดตามและรายงานผลระบบด้านงบประมาณและระบบบัญชี /การเงิน การพัสดุ
ระบบในการสรรหาและคัดเลือกพนักงานระบบในการฝึกอบรม ระบบในการติดต่อสื่อสาร ระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ ระบบตดิ ตามประเมินผล เป็นต้น โดยระบบหรือขัน้ ตอนการทำงานเหลา่ นจ้ี ะบ่งบอกถงึ วิธกี าร
ทำงานต่างๆของหนว่ ยงาน

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ท่จี ุดแข็ง ประเด็นทีจ่ ดุ อ่อน
(Strengths) (Weaknesses)

1. ระบบขัน้ ตอนการ โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษามี - ความล่าชา้ ของระบบงานที่ยัง

ดำเนนิ งานภายในของ กระบวนการบรหิ ารจัดการภายใน ยดึ ตดิ กบั รูปแบบเดิม ทง้ั ๆ ท่ี

หนว่ ยงาน เปน็ ระบบตามลำดับข้นั ของฝ่าย สามารถลดขนั้ ตอนบางขัน้ ตอนได้

บรหิ ารงาน โดยยดึ การบริหารจัดการ และไมท่ ำให้เกดิ ความเสยี หาย

ท่สี อดคล้องกับระเบียบ กฎหมาย - ขาดการวางแผนการบริหารโดย

ข้อบังคับ นโยบาย มาตรฐานของตน้ การประชมุ รว่ มกันอย่างตอ่ เน่ือง

สังกดั และทำใหเ้ กดิ ความเข้าใจท่ี

ผดิ พลาดจากการทำงานเดยี วกนั

2. ระบบดา้ นงบประมาณ การ - การยดึ หลกั การปฏิบัตดิ า้ นการเงนิ - มขี ั้นตอนที่มากเกนิ ไป จน

บญั ชี พสั ดุ บัญชี พัสดุ เป็นไปตามระเบยี บ บางครัง้ เปน็ ภาระให้กับผปู้ ฏบิ ัติ

ข้อบังคับ อยา่ งเครง่ ครัด - บคุ ลากรในการทำงานมจี ำนวน

- สรา้ งระบบการดำเนินการ ใหเ้ กิด นอ้ ย และมีความคล่องตัวในการ

ความรัดกุม ทำงานนอ้ ยสำหรบั บุคลากร ทำให้

- มีการตรวจสอบอยา่ งเครง่ ครัด เกิดผลกระทบกับภาระงานหลกั

ชัดเจน เพอื่ ให้เป็นไปตามระเบียบ ของบุคลากร

- การดำเนนิ การตรวจสอบ กับ

การนำเสนอไมม่ ีความสอดคล้อง

กับการปฏิบตั ิให้เกิดความรวดเรว็

เทา่ ทคี่ วรจะเป็น

- ควรนำระบบเทคโนโลยเี ข้า

มาร่วมบริหารจัดการรว่ มดว้ ย

เพอื่ ให้เกดิ ความรวดเร็วในการ

ประเดน็ การวิเคราะห์ ประเดน็ ทจี่ ดุ แข็ง ประเด็นทีจ่ ดุ อ่อน
(Strengths) (Weaknesses)
3. ระบบการสรรหาและ ตรวจสอบ และลดปญั หาบาง
คัดเลอื กการฝกึ อบรม - โรงเรียนมกี ารสรรหาบคุ ลากรเพื่อ ข้นั ตอนได้
พฒั นาทักษะดา้ นการบรหิ ารฝ่ายงาน - การพัฒนาบคุ ลาการยังไม่มี
4. ระบบการติดต่อสือ่ สาร ต่าง ๆ ในชว่ งระยะเวลา ปีละ 1 – 2 ความตอ่ เน่ือง ท้งั ทบี่ ุคลากรมีการ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ครงั้ เปล่ยี นผู้ปฏิบตั ิงานอย่างต่อเน่ือง
- โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา มีการนำ
5. ระบบการตดิ ตาม ระบบการส่ือสารออนไลน์มาใช้ใน - ควรมีการนำเทคโนโลยีในการ
ประเมินผล การประสานงานรว่ มกนั ท้ังภายใน ติดตอ่ หรือจัดรปู แบบการ
และภายนอกสถานศึกษา ปฏบิ ตั งิ านผ่านระบบเทคโนโลยี
ออนไลน์ เพื่อลดภาระงานบาง
- โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา มีระบบ ขัน้ ตอน รวมทงั้ การใชท้ รัพยากรท่ี
การตดิ ตาม นเิ ทศภายในตาม มปี ระสทิ ธิภาพมากย่งิ ขนึ้
มาตรฐานการศึกษา - โรงเรยี นควรมีการประเมนิ ที่เปน็
เครื่องมอื สำหรบั การบริหารและมี
ข้อมลู สำหรบั การวางแผนเนือ่ ง
ด้วยการกำหนดรูปแบบการกำกบั
ตดิ ตาม แลละประเมนิ ผลเปน็
ระบบสอดคลอ้ ง กับตัวชี้วัดและ
วัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงาน
น้ันๆ

4. ดา้ นแบบแผนหรือพฤตกิ รรมในการบริหารจัดการ (Style : S4)

เปน็ การวิเคราะห์ในเรื่องของ รูปแบบระบบการบรหิ ารจดั การของผู้บริหารหน่วยงาน รวมถึง
บุคลกิ ภาพ ภาวะผูน้ ำและคณุ ธรรมของผบู้ ริหารเนื่องจากการกระทำหรอื พฤติกรรมของผู้บรหิ ารจะเป็น
แบบอยา่ งและมีอทิ ธิพลตอ่ ความสำเร็จหรอื ความล้มเหลวของหน่วยงานรวมถงึ ความรู้สึกนกึ คดิ ของเจา้ หนา้ ที่
ภายในหน่วยงานมากกว่าคำพูดของผบู้ ริหาร หากผบู้ ริหารมีภาวะผู้นำที่ดจี ะสามารถนำพาหนว่ ยงานไปสู่
ความสำเร็จพร้อมดว้ ยคุณธรรม

ประเด็นการวิเคราะห์ ประเดน็ ท่ีจดุ แขง็ ประเดน็ ทีจ่ ุดอ่อน
1. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ภาวะ
ผนู้ ำ ความสามารถในการ (Strengths) (Weaknesses)
บรหิ ารจัดการศกึ ษา
- ผูบ้ รหิ าร และคณะผบู้ รหิ าร รวมทงั้ - ผบู้ ริหาร และคณะผูบ้ ริหาร
2. การกระจายอำนาจ
ตัดสนิ ใจ ใหบ้ คุ ลากรไดใ้ ช้ หวั หนา้ ฝ่ายการบริหารมี รวมทงั้ หวั หน้าฝา่ ยการบริหาร มี
ศักยภาพที่มีอยู่ปฏบิ ตั ิงาน
อย่างเตม็ ที่ ความสามารถ การปฏิบัตงิ าน มี วฒุ ภิ าวะโดยเฉล่ีย ยงั นอ้ ย ทำให้
3. การใช้รูปแบบบรหิ าร
จัดการท่เี หมาะสมในการ ความเอื้ออาธร บนพื้นฐานของ ขาดทกั ษะในบางดา้ นทีค่ วร
บริหารงาน
คุณธรรม จรยิ ธรรม มปี ระสบการณ์ เพม่ิ เติมด้วยการพฒั นาทักษะ วาง

ในการบริหารอย่างต่อเนอ่ื ง ไม่นอ้ ย กระบวนการบริหารอยา่ ง

กว่า 5 ปี โดยเฉลีย่ รอบคอบ มีการวางแผน ทำ

ขอ้ ตกลงรว่ มกันภายในของฝ่าย

และรวมทงั้ การวางแผนรว่ มกันทงั้

โรงเรยี นเพื่อให้เกิดเปน็

กระบวนการบรหิ ารร่วมกนั

- การบรหิ ารงานมกี ารแบ่งออกเปน็ - ขาดการกระจายภาระงานอย่าง

4 ฝา่ ยงานอย่างชดั เจน มหี ัวหน้าฝ่าย เหมาะสม รวมถึงการขาดการ

บรหิ ารที่มีการแบง่ ภาระงานต่าง ๆ พรรณางานตามความถี่ของภาระ

ตามโครงสรา้ งการบริหาร งานนั้นให้เหมาะสมกับจำนวน

บคุ ลากรท่ีควรปฏบิ ตั ิ

- การบริหารท่มี กี ารแบง่ ไว้ 4 ฝา่ ย - ขาดการประชุมวางแผนร่วมกัน

งาน ทำให้การกระจายงานให้มคี วาม ต้งั แตต่ น้ การวางแผนแลว้ ไม่ได้

รับผิดชอบในแต่ละฝา่ ย บรหิ าร ปฏิบตั ิ หรือไม่ได้วางแผนแต่

กันเอง และนำมาบรหิ ารร่วมกนั จาก ปฏบิ ตั ิหรอื บางครง้ั เกิดปญั หาจาก

การบรหิ ารนำจากฝ่ายเจา้ ของเรือ่ ง งานที่เขา้ มาเฉพาะทำให้เกิดผล

กระทบตอ่ การทำงาน หรือ

กระจายงาน

5. ด้านบคุ ลากร / สมาชิกในหนว่ ยงาน (Staff : S5)

วเิ คราะหบ์ คุ ลากรทุกระดับภายในหนว่ ยงาน ทั้งในเร่ืองจำนวนบุคลากรเพียงพอ เหมาะสมกบั เกณฑ์
รวมถงึ ตอบสนองต่อการเจริญเตบิ โตของหนว่ ยงานในอนาคต การปฏิบตั ิต่อบุคลากรภายในหน่วยงาน เช่น
การพัฒนาทมี งาน การมอบหมายให้ฝา่ ยบุคคลเป็นผดู้ ูแลเกี่ยวกบั ดา้ นบคุ ลากรท้ังหมด หรือการทผี่ บู้ ริหารเขา้
มาเกี่ยวข้องต่อการจงู ใจและพัฒนาบคุ ลากร

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเด็นที่จดุ แข็ง ประเด็นทจ่ี ุดอ่อน
1. จำนวนบคุ ลากรมเี พียงพอ
เหมาะสมกบั ความต้องการ (Strengths) (Weaknesses)
ของหนว่ ยงาน
- บคุ ลากรในการบริหารการศึกษา - การแบง่ ภาระงานสำหรับการ
2. บุคลากรมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม ความรู้ โรงเรยี นเกาะพะงนั ศกึ ษามีจำนวน บริหารจดั การศึกษา ยงั ขาดการ
ความสามารถ ตรงกับงาน
ทรี่ บั ผดิ ชอบ หม่นั พฒั นา บุคลากรเพียงพอกับการบริหารการ กระจายภาระงานทเ่ี ท่าเทียมกนั
ตนเอง
จัดการศกึ ษาของแตล่ ะฝา่ ยการ หรือให้ตามความสามารถของ

บรหิ าร บุคลากร

- บคุ ลากรในการจดั การเรยี นการ - การจัดการเรียนการสอนในบาง

สอน โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา มี กลุ่มสาระครูไมต่ รงตามวิชาเอก

จำนวนบุคลากรในการจดั การเรียน หรือครูในกลมุ่ สาระน้นั ไม่เพียงพอ

การสอนแบง่ เปน็ กลุ่มสาระการ เชน่ กลุม่ สาระสังคมศกึ ษา

เรียนรู้ โดยไดม้ กี ารแบ่งวิชาสอน ศาสนาและวฒั นธรรม มคี รูไม่ครบ

และจดั การเรยี นการสอนชัดเจน ตามสาระ

- บุคลากรมคี ุณธรรม มีความ - บคุ ลากรขาดแรงจงู ใจในการ

รบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตงิ านตาม ปฏบิ ตั ิงาน ขาดการบรหิ าร

ภาระงานท่ีได้รับมอบหมาย พร้อมท้ัง จัดการทเี่ สริมกำลงั ใจให้แก่การ

ได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองในการ ปฏิบตั งิ านของบุคลากร

พัฒนาตนเองในการปฏบิ ัตงิ านทัง้

ดา้ นการจดั การเรียนการสอนให้แก่

นักเรยี นและการพัฒนาทักษะด้าน

การปฏิบัติงาน

6. ด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถของบคุ ลากร (Skills : S6)

วิเคราะห์ ความรคู้ วามสามารถและทักษะในการปฏบิ ตั งิ านของบุคลากรการใหบ้ ริการผูร้ ับบรกิ าร

ความสามารถในด้านการวจิ ัยและพฒั นา สมรรถนะ(Competency) ของบคุ ลากร ทัง้ สมรรถนะหลักและ

สมรรถนะประจำสายงาน และจรรยาบรรณวชิ าชีพ ซึง่ จะทำให้บุคลากรสามารถปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบ

และบริหารจดั การให้สำเร็จ มีภาวะผู้นำสามารถทำงานเปน็ ทมี ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

ประเดน็ การวิเคราะห์ ประเดน็ ทจ่ี ุดแขง็ ประเดน็ ที่จดุ อ่อน
(Strengths) (Weaknesses)

1. บุคลากรมคี วามรู้ - บุคลากรของโรงเรียนเกาะพะงนั - บคุ ลากรยังขาดความร้คู วาม

ความสามารถ และทักษะใน ศกึ ษา มีความรูค้ วามสามารถ และ เขา้ ใจในการจัดการปฏบิ ัตงิ าน

การปฏบิ ัตงิ าน ทกั ษะในการปฏบิ ตั งิ าน จากการ และทักษะความสามารถด้าน

เทคโนโลยี จำนวน 27 คน จากครู

ประเด็นการวิเคราะห์ ประเดน็ ที่จดุ แข็ง ประเดน็ ท่ีจดุ อ่อน
(Strengths) (Weaknesses)
และบคุ ลากรท้ังสิน้ 38 คน คิด
เรยี นรูภ้ าระงาน ประสบการณ์การ เป็นรอ้ ยละ 71.03
ปฏิบัตงิ านอยา่ งต่อเนื่อง - บุคลากรของโรงเรียนยงั ขาดการ
ทำแผนพฒั นาตนเองอย่าง
ต่อเน่ือง หรอื ขาดการกำหนด
แผนพัฒนาตนเอง

7. ด้านคา่ นยิ มร่วมกันของสมาชิกในหนว่ ยงาน (Shared Values :S7)

วเิ คราะหใ์ นเร่ืองแนวคิดรว่ มกัน คา่ นิยม ความคาดหวงั ของหนว่ ยงานพงึ ปฏิบัติจนกลายเปน็

วัฒนธรรมในการทำงาน ทำให้เกดิ ปทัสถาน (Norm)ของหน่วยงานร่วมกัน เช่น “ บรหิ ารเชิงกลยุทธ์ เป็น

ธรรม โปรง่ ใส ตรวจสอบได้”“ธรรมาภบิ าลคืออดุ มการณ์ของเรา” ซึ่งเป็นปัจจัยแหง่ ความสำเรจ็ ในการ

บริหาร เปน็ ตน้

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ทจี่ ดุ แข็ง ประเดน็ ท่จี ุดอ่อน
(Strengths) (Weaknesses)

1.ค่านยิ มและบรรทัดฐานที่ - โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษามีการวาง - ยงั ขาดการวางแผนรว่ มกันเพ่อื ให้

ยดึ ถือร่วมกนั รปู แบบการบริหารจัดการอย่างเปน็ เกิดเปน็ บรรทัดฐานที่ควรยดึ ถือ

ระบบ มีความคล่องตัว ยดื หยุ่น รว่ มกนั

รองรับการเปลย่ี นแปลง

- บุคลากรมีความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต มี

คุณธรรมทด่ี ีต่อการปฏบิ ัติงาน

2. วิธีการปฏิบตั ิของ - โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา มีการ - การบริหารงานรว่ มกนั ยังมจี ุด

บคุ ลากรและผ้บู ริหาร บริหารดว้ ยการแบง่ การบรหิ ารเปน็ 4 ชัดเจนอยู่ในสว่ นของฝ่ายบริหาร

ภายในหน่วยงาน หรืออาจ ฝา่ ยการบริหาร โดยมคี ณะกรรมการ ทั่วไปในการจัดกจิ กรรม การบรหิ าร

เรยี กว่าวฒั นธรรม สถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน เครอื ข่าย เพอื่ พฒั นาระบบดูแลชว่ ยเหลือ

หน่วยงาน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการศิษย์ นกั เรียน แต่ในสว่ นการบริหารส่วน

เกา่ โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา ที่มกี าร อืน่ การมสี ว่ นรว่ มยงั ขาดการ

บรหิ ารรว่ มกัน ขบั เคล่ือนไปดว้ ยกนั เช่น การจดั ทำ

หลกั สูตรทอ้ งถน่ิ การรบั ทราบ

เก่ียวกับการบรหิ ารงบประมาณ ใน

การทำ SWOT การทำโครงการท่ี

ประเด็นการวเิ คราะห์ ประเด็นทจี่ ดุ แขง็ ประเด็นที่จุดอ่อน
(Strengths) (Weaknesses)
สะท้อนยุทธศาสตร์ หรือส่งผลไปถึง
วิสยั ทศั น์ขององคก์ ร

ขั้นตอนการวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอก (C-PEST)

ขน้ั ตอนท่ี 1 สมาชิกวางแผนร่วมกนั ตรวจสอบและวเิ คราะห์สถานการณ์
ปัจจุบันในแต่ละประเด็นเพื่อหาข้อสรุปที่มีผลกระทบต่อหน่วยงานในส่วนที่เป็น โอกาส

(Opportunities)และในส่วนที่เป็นอุปสรรค (Threats) แล้วเขียนข้อความในช่องประเด็นที่เป็นโอกาส
(Opportunities)และประเด็นที่เป็นอุปสรรค (Threats) ตามแบบ ตารางที่ 2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ภายนอกหน่วยงาน โดยเขียนข้อความที่มีปัจจัยเหตุที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการศึกษาของหน่วยงานให้
ครอบคลมุ ทกุ เรอ่ื งของปัจจยั C-PEST

ขัน้ ตอนที่ 2 สมาชิกรว่ มกนั อภิปรายว่าปจั จยั สำคัญท่เี ป็นโอกาส
(Opportunities) และปัจจยั ทเ่ี ปน็ อุปสรรค (Threats) ครอบคลุมทุกเรื่องของปจั จยั C-PEST เพ่ือหา

ปจั จัยภายนอกที่สำคัญอะไรบ้าง เปน็ โอกาสเอ้ือ (Opportunities) หรือเปน็ อปุ สรรค (Threats)ต่อการบริหาร
จัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ขั้นตอนที่ 3 สมาชิกร่วมกันอภิปรายสรุป
ประมวลผลภาพรวมวา่ หนว่ ยงานของเรามีปัจจยั ภายนอกเป็นโอกาส (Opportunities) เอื้อ หรือเป็นอุปสรรค
(Threats) ต่อการบรหิ ารจดั การและพฒั นาคุณภาพการศึกษาใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงค์

ขน้ั ตอนท่ี 3 สมาชิกรว่ มกันอภปิ รายสรปุ ประมวลผลภาพรวมวา่
หนว่ ยงานของเรามีปัจจยั ภายนอกเปน็ โอกาส (Opportunities) เอ้อื หรอื เปน็ อุปสรรค (Threats) ตอ่

การบริหารจัดการและพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์

1. ดา้ นพฤตกิ รรมของลูกค้า (Customer Behavior : C)

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเด็นท่เี ปน็ โอกาส ประเด็นทเ่ี ปน็ อุปสรรค
(Opportunities) (Threats)

1. กลุ่มผู้รบั บรกิ ารโดยตรง 1.1 นักเรียน เป็นนักเรยี นในเขตพน้ื ที่ - ชุมชนรอบโรงเรียน ไมเ่ กนิ 300

บรกิ าร เฉลีย่ 5 ปยี อ้ นหลัง อยทู่ ร่ี ้อย เมตรมสี ภาพเสอ่ื มโทรมเป็นแหลง่
ละ 67 โดยมนี กั เรยี นนอกเขตพ้ืนที่ อบายมขุ ส่งผลให้นักเรยี นมพี ฤติกรรม
บรกิ าร มีความพรอ้ มในการรบั โอกาส ไม่พงึ ประสงค์ได้

ทางการศึกษา ความพรอ้ มด้านการ

รบั รู้

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ท่ีเปน็ โอกาส ประเดน็ ทเ่ี ป็นอุปสรรค
2. กลุ่มคู่แข่งและการแขง่ ขัน (Opportunities) (Threats)
1.2 ผูป้ กครอง ท่เี ป็นคนในพ้ืนทมี่ ี
3. องคก์ ร /หน่วยงานท่ีมี ความพร้อมในการสนบั สนนุ การจดั ในรปู แบบของคู่แข่งจะแบง่
อิทธพิ ลต่อการทำงาน การศึกษาของนักเรียน มีความเข้าใจ ออกเปน็ 3 กล่มุ ดังนี้
เก่ียวกบั บริบทโดยรวมของการ กลมุ่ ที่ 1 โรงเรียนขยายโอกาส
บรหิ ารการจดั การศกึ ษา มีความ โรงเรยี นบา้ นโฉลกหลำ จะมกี าร
ใกล้ชิดกับคณะครู ผบู้ รหิ าร เปิดการเรยี นการสอนในระดับ
คณะกรรมการสถานศึกษา ทำให้การ มัธยมศึกษาตอนตน้ ซง่ึ จะมี
บรหิ ารจดั การศกึ ษา นกั เรยี นในเขตพ้นื ท่ีบ้านโฉลกห
1.3 ชุมชน ลำและพนื้ ท่ีใกลเ้ คยี งในการเข้า
- โรงเรียนเกาะพะงนั ศึกษาเป็น ศึกษาตอ่
โรงเรียนระดบั มัธยมศึกษาเพียงแห่ง กลุม่ ท่ี 2 ศูนย์การศึกษานอก
เดียวในเขตพ้ืนทีอ่ ำเภอเกาะพะงัน ระบบ และการศึกษาตาม
อธั ยาศยั ท่เี ป็นทั้งคู่แขง่ ในการ
3.1 สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา ใหบ้ รกิ ารการศึกษาในระดบั
การแนวทางการดำเนินการด้าน เดยี วกนั และคู่ขนานการ
ขับเคลือ่ นการศึกษารว่ มกัน
กลมุ่ ท่ี 3 กล่มุ โรงเรียน
มัธยมศกึ ษา นอกเขตพ้ืนท่บี ริการ
ทีผ่ ู้ปกครอง และนักเรียนที่มี
ความพร้อมด้านเศรษฐกิจให้ความ
นยิ มกบั การเข้ารบั บริการ
- สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ด้วยระยะทางในการบริหาร

ประเด็นการวเิ คราะห์ ประเด็นทเี่ ป็นโอกาส ประเดน็ ทเ่ี ป็นอุปสรรค
(Opportunities) (Threats)

นโยบาย ขอ้ มลู และการได้รบั การ รว่ มกนั ระยะไกล ทำให้เกิดปัญหา

บรกิ ารท่มี ีความชดั เจน การใช้ระบบ ดา้ นการสง่ เอกสารท่ีไมส่ ามารถ

การใหบ้ ริการหรือสง่ หนังสือระบบ สง่ ผ่านระบบ e-Office ได้ ทำให้

ราชการผา่ น ระบบ e-Office เสยี งบประมาณดา้ นการเดนิ ทาง

3.2 องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มากกวา่ พ้ืนที่อน่ื

(สำนกั งานเทศบาลตำบลเกาะพะงนั , - องคก์ ารบรหิ ารส่วนท้องถิ่น ให้

สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านใต้, การสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณ

สำนักงานเทศบาลตำบลเพชรพะงนั ) น้อย หรือไม่ได้เล็งเหน็

ซง่ึ มกี ารร่วมบริหารการจดั การศกึ ษา ความสำคญั ของกจิ กรรมในบาง

ร่วมกันในรูปแบบการสนับสนนุ ดา้ น จดุ ที่โรงเรียนมคี วามจำเป็นและ

กิจกรรม และทนุ สนับสนนุ ไมไ่ ด้รบั การสนบั สนุนจากภาครฐั

3.3 ภาคเอกชน เชน่ สมาคมสง่ เสริม - ภาคเอกชน มกี ารแลกเปลยี่ น

การทอ่ งเทยี่ ว, สมาคมโรงแรมเกาะ ดา้ นผลประโยชน์ รวมท้ังการร่วม

พะงัน, หา้ งสรรพสนิ ค้า (Big C, จดั กิจกรรมจะตอ้ งเกดิ เป็นรปู ของ

Lotus, Mackro, 7-11 เปน็ ต้น) ทใี่ ห้ ธรุ กิจแอบแฝง

การสนับสนนุ กับการจดั กจิ กรรมใน

การพัฒนานักเรยี นร่วมกนั โดยการ

วางแผนร่วมกนั

2. ดา้ นการเมอื งและกฎหมาย (Political and Legal: P)

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ที่เปน็ โอกาส ประเดน็ ท่เี ป็นอปุ สรรค
(Opportunities) (Threats)

1. นโยบายการศกึ ษาของ - นโยบายของรัฐบาลเปน็ จดุ หมายที่ - การมนี โยบายท่หี ลากหลายด้าน

รฐั บาล สามารถทำใหโ้ รงเรยี นเกาะพะงัน มกี ารบูรณาการร่วมกบั หน่วยงาน

ศึกษาสามารถบริหารการจดั ที่มากเกินไป ทำให้เกิดภาระงาน

การศึกษาท่ีมีเป้าหมายชัดเจนมากขึน้ ท่มี ากเกินไป และไม่สามารถทำ

ใหเ้ กดิ ไดท้ ุกจดุ แมม้ ีการบรู ณา

การ เกดิ การทำเอกสารมากกวา่

งานทป่ี ฏิบัติ เพ่ือให้รายงานผลที่

รฐั บาลต้องการ

2. นโยบายการศึกษาของ - นโยบายการบรหิ ารการจดั - นโยบายสำนกั งานเขตพื้นที่

หนว่ ยงานตน้ สังกดั การศึกษาจากสำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษา ในกรณที ่เี รง่ ดว่ นใน

ประเดน็ การวิเคราะห์ ประเดน็ ท่เี ป็นโอกาส ประเด็นทเี่ ปน็ อุปสรรค

3. บทบาทของกล่มุ (Opportunities) (Threats)
ผลประโยชน์กลมุ่ พลังทาง
การเมืองพฤติกรรมทาง การศกึ ษามธั ยมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี การปฏิบตั ทิ ำให้ไมส่ ามารถทำได้
การเมือง
ชมุ พร มคี วามชัด ทันในชว่ งเวลา
4. ระเบียบกฎหมายและ
ขอ้ กำหนดที่เกย่ี วข้องในการ - ดว้ ยโรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษาเปน็ -
บริหารจัดการศึกษา(การ
บรหิ ารวิชาการ การบริหาร โรงเรียนระดบั มัธยมศึกษา เขตพนื้ ที่
งบประมาณการบริหารงาน
บคุ คลและการบริหารงาน เกาะพะงัน ในการเขา้ มาเพ่ือ
ทั่วไป)
สนบั สนนุ ขององค์กรเพื่อ

ผลประโยชนท์ างพลงั งานเขา้ มา

สนับสนุนการใหค้ วามรู้เชิงเสรมิ

ความรู้, ด้านการเมืองจะมีการขอ

ความรว่ มมอื ในการให้ความรู้ หรอื ใช้

สถานท่ี

- การกระจายการบริหารในรูปแบบ - การไมเ่ ข้าใจระเบียบกฎหมาย

แบบ 4 ฝ่ายบริหารที่มีการบริหาร ขอ้ กำหนดทำให้การบรหิ าร

ภายในแต่ละฝ่าย และบูรณการ จดั การในบางกรณีไมส่ ามารถ

ร่วมกัน ทำให้การบริหารมีความ บรหิ ารจัดการได้

สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับ อย่าง - ขาดการกระจายองค์ความรู้

ต่อเนื่อง มีความยืดหยุ่นกับการ เรอ่ื งกฎหมาย ระเบียบ

บรหิ ารจัดการภายในไดเ้ ป็นอยา่ งดี ข้อกำหนดในการบรหิ ารงาน

3. ด้านเศรษฐกิจ (Economic : E)

ประเดน็ การวิเคราะห์ ประเด็นทีเ่ ปน็ โอกาส ประเด็นทเี่ ปน็ อุปสรรค
(Opportunities) (Threats)

1. สภาวะทางเศรษฐกจิ เช่น - โรงเรียนเกาะพะงนั ศึกษา อยูใ่ น - มีความแตกต่างของสภาพ
เศรษฐกิจของคนในท้องถ่นิ และ
ราคาน้ำมนั อัตราการว่างงาน พ้นื ที่เกาะพะงนั ทีม่ ีการท่องเที่ยว ผู้ปกครอง ทำใหก้ ารดำเนินการ
บริหารการจัดการศกึ ษาให้แก่
อัตราคา่ ครองชีพ ผลผลิตทาง เติบโตมาก ทำใหส้ ภาพเศรษฐกจิ มี นักเรียนจะต้องคำนงึ ถึงความ
แตกตา่ งด้านน้ี
การเกษตร ความคล่องตัวสงู - งบประมาณไมส่ อดคล้องกับ
ความต้องการในการบรหิ าร
2. งบประมาณ/การสนับสนนุ - รัฐบาลใหก้ ารสนับสนุนงบประมาณ จัดการตามสภาพจริง

งบประมาณของรฐั บาล รายหัวนกั เรียน ตามนักเรยี นทีม่ ีอยู่

จริง

ประเด็นการวเิ คราะห์ ประเดน็ ทเี่ ป็นโอกาส ประเด็นท่เี ปน็ อุปสรรค
(Opportunities) (Threats)

- การสนบั สนนุ เก่ยี วกับโครงการ - โครงการพิเศษในบางกรณีไม่

พเิ ศษตามวาระของรัฐบาล และ ตรงกับความต้องการของการ

หนว่ ยงานภาครฐั บรหิ ารตามบริบทของโรงเรยี น

และสภาพปจั จุบนั

4. ดา้ นสงั คมและวัฒนธรรม (Social – cultural : S)

ประเด็นการวิเคราะห์ ประเดน็ ทีเ่ ปน็ โอกาส ประเดน็ ที่เปน็ อปุ สรรค
(Opportunities) (Threats)

1 .จำนวนประชากรและ - โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษาเป็น - การเข้ามาของประชากรแฝงทำ

โครงสรา้ งประชากร โรงเรยี นระดบั มธั ยมศึกษา เพียง ใหม้ ีนกั เรียนในเขตพน้ื ท่ีบริการไม่

กลุ่มเป้าหมาย โรงเรยี นเดียว จึงมีโรงเรยี นระดบั แนน่ อน

ประถมศึกษาในเขตพน้ื ท่ีบรกิ าร - ความเชอื่ มนั่ ของผู้ปกครองทม่ี ี

เดยี วกนั น้นั จำนวน 8 โรง โดยในแต่ ศักยภาพด้านเศรษฐกจิ ในการให้

ละปี จะมีการสำรวจจำนวนนักเรียน นักเรยี นศึกษาต่อในโรงเรยี นเกาะ

ของโรงเรยี นแต่ละโรงเรยี น เพือ่ พะงนั ศึกษา แตจ่ ะเปน็ การ

วางเปา้ หมายการรับนักเรยี นให้มี เดนิ ทางไปศึกษาต่อในเมือง ใน

ความสอดคล้องกบั การบริหารจดั การ โรงเรียนที่มีชอื่ เสยี ง

ในทกุ ดา้ น

2. สภาพของชุมชน โรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษาเป็นพื้นที่ที่ - บรบิ ทโดยรวมของโรงเรยี นเกาะ

ครัวเรือนกลุ่มเปา้ หมาย มคี วามเจริญด้านการท่องเทยี่ ว การ พะงนั ศึกษาเป็น 2 บรบิ ท ของ

สนับสนนุ การศกึ ษาจึงมีความ ชมุ ชนในท้องถิน่ เดยี วกนั คือ

คล่องตวั บริบทรปู แบบที่ 1 เปน็ ธุรกิจการ

ทอ่ งเทย่ี ว คือ การประกอบธุรกิจ

เชงิ การทอ่ งเทย่ี วทำให้มีความ

พรอ้ มในการสนับสนนุ การศกึ ษา

มาก รูปแบบที่ 2 เปน็ การเกษตร

หรือผู้ใช้แรงงาน จะเปน็ กลมุ่ ที่

จะตอ้ งมกี ารดูแล

3. คุณภาพชีวิตของ - พ้นื ทเ่ี กาะพะงันมีคุณภาพชวี ิตดี - ประชากรแฝงทเ่ี ขา้ มอยใู่ นพ้ืนที่

ประชาชน ประชาชนมีสภาพเศรษฐกิจดี เกาะพะงัน ซ่ึงคนกลุ่มนีม้ ักมี

- มคี วามเชือ่ ค่านิยม และวฒั นธรรมที่ ปญั หาด้านคณุ ภาพชวี ิต

เปน็ เอกลักษณ์

ประเด็นการวเิ คราะห์ ประเด็นทีเ่ ปน็ โอกาส ประเด็นที่เป็นอุปสรรค
(Opportunities) (Threats)
ขนบธรรมเนียมประเพณี
ความเช่ือคา่ นยิ ม และ - มคี วามหลากหลายดา้ น
วัฒนธรรม วัฒนธรรม ความเช่อื และค่านยิ ม

5. ดา้ นเทคโนโลยี (Technological : T )

ประเดน็ การวเิ คราะห์ ประเดน็ ท่เี ปน็ โอกาส ประเดน็ ทเี่ ป็นอปุ สรรค
(Opportunities) (Threats)

1. ความก้าวหน้าและความ - การยอมรบั ในการเปลยี่ นแปลงดา้ น - การใช้เทคโนโลยเี พื่อให้เกิด

เปลย่ี นแปลงทางด้าน เทคโนโลยี โดยภาพรวมมคี วาม ประโยชนย์ งั น้อย

เทคโนโลยี คลอ่ งตวั ด้านการพฒั นาด้าน

เทคโนโลยีสงู

2. ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ - มีภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ท่ีมคี วามพร้อม - อายขุ องภูมิปัญญาท้องถน่ิ

ในการตอบรบั ใหก้ ารสนับสนุนกบั คอ่ นข้างจะมาก มีความเปน็ ไปได้

โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา มีความ นอ้ ยกับการเขา้ มาเป็นวทิ ยากร

ใกลช้ ดิ กบั โรงเรียนมาก และการขยายผล สบื ทอดน้อย

การกำหนดค่านำ้ หนกั คะแนนการประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายใน
1. ให้สมาชกิ รว่ มกันอภิปรายสรปุ และทบทวน อีกครงั้ แล้ว

มีมติร่วมกันว่าหนว่ ยงานของเรามปี จั จัยภายในเปน็ จดุ แข็ง (Strengths) หรือเปน็ จุดอ่อน
(Weaknesses) ต่อการบริหารจัดการและพฒั นาคุณภาพการศึกษาใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์
2. การใหค้ ะแนนในแตล่ ะดา้ น โดยให้สมาชิกวเิ คราะหจ์ าก

ข้อมลู สนบั สนุนในแต่ละประเด็นสรุปผลเปน็ เป็นคะแนนเท่าไร แล้วกรอกคะแนนในช่องค่าคะแนน
เฉลยี่ จากมตสิ มาชิก โดยกำหนดคะแนนเต็มด้านละ 5 คะแนน โดยมีเกณฑ์การใหค้ ะแนน ดังน้ี

5 คะแนน หมายถึง สง่ ผลตอ่ การปฏบิ ตั งิ านของหนว่ ยงานมากทส่ี ดุ
4 คะแนน หมายถงึ สง่ ผลต่อการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานมาก
3 คะแนน หมายถงึ ส่งผลตอ่ การปฏบิ ัติงานของหนว่ ยงานปานกลาง
2 คะแนน หมายถงึ สง่ ผลตอ่ การปฏิบัติงานของหน่วยงานน้อย
1 คะแนน หมายถึง ส่งผลต่อการปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานน้อยทสี่ ุด

3. การให้คะแนนต้องวเิ คราะห์ ให้ครบทุกด้าน น่นั คือ
สภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจุดแข็ง (Strengths) หรือเป็นจุดอ่อน (Weaknesses) ครบทั้ง 7 ด้าน :

7 S พร้อมสรุปผลว่าหน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานที่มีจุดแข็งหรือมีจุดอ่อนโดย พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของ
สภาพแวดลอ้ มภายใน : จดุ แข็ง (+) เทียบกับคา่ คะแนนเฉล่ียของสภาพแวดลอ้ มภายใน : จดุ อ่อน (-)

ตารางท่ี 3 การให้คะแนนสภาพแวดล้อมภายใน

สภาพแวดลอ้ มภายใน : จุดแข็ง (+) สภาพแวดล้อมภายใน : จดุ อ่อน (-)

ประเดน็ สำคญั ค่าคะแนน ข้อมูลสนบั สนุน คา่ คะแนน ขอ้ มูลสนับสนุน
เฉล่ียจาก เฉลี่ยจาก
มตสิ มาชิก มติสมาชกิ

1. ด้านโครงสรา้ ง 2 มกี ารแบ่งภาระงานเป็น 4 ฝ่าย 3 ขาดการพรรณนางานตาม

(Structure : S1) งานตามระเบยี บการ โครงสร้างให้ชดั เจน เปน็ เพยี งการ

บรหิ ารงานสถานศึกษา ทำงานตามวาระความจำเปน็

2. ดา้ นกลยทุ ธข์ อง 1 มโี ครงการกจิ กรรมตามวาระ 4 ขาดการทำ SWOT จงึ ขาด

หนว่ ยงาน วิสัยทศั นท์ ีม่ ีความสอดคล้องกับ

(Structure : S2) แนวทางการพัฒนาสถานศึกษา

3. ดา้ นระบบในการ 3 การบรหิ ารใชก้ ารทำงานตาม 2 ประสบการณ์ในการทำงานของ

ดำเนนิ งานของ ระบบระเบยี บ ตามภาระงาน บคุ ลากร กบั กฎระเบียบท่ียัง

หน่วยงาน (System ตอ้ งการทำความเขา้ ใจมากยิ่งข้ึน

: S3)

4. ด้านแบบแผน 3 - การบรหิ ารงานมีการแบง่ 2 - ขาดการกระจายภาระงานอย่าง
เหมาะสม รวมถึงการขาดการ
หรอื พฤตกิ รรมใน ออกเปน็ 4 ฝา่ ยงานอย่าง พรรณางานตามความถี่ของภาระ
งานนัน้ ให้เหมาะสมกับจำนวน
การบริหารจัดการ ชัดเจน มหี ัวหน้าฝ่ายบรหิ ารที่ บคุ ลากรท่ีควรปฏิบตั ิ

(Style : S4) มีการแบ่งภาระงานต่าง ๆ ตาม 3 การปฏิบตั ิหน้างานยังขาด
แรงจูงใจ
โครงสรา้ งการบริหาร

5. ดา้ นบคุ ลากร / 2 จำนวนบุคลากรในหนว่ ยงานมี

สมาชิกในหน่วยงาน จำนวนเพียงพอกบั การ

(Staff : S5) บริหารงาน

6. ดา้ นทักษะ 2 บุคลากรสามารถปฏบิ ตั ิงานได้ 3 การปฏิบตั ิงานยังขาด
ประสบการณ์ ขาดทักษะการรว่ ม
ความรู้ ตามภาระงานท่ไี ดร้ บั บริหารงาน

ความสามารถของ มอบหมาย

บคุ ลากร (Skills :

S6)

สภาพแวดล้อมภายใน : จุดแข็ง (+) สภาพแวดล้อมภายใน : จุดออ่ น (-)

ค่าคะแนน ขอ้ มูลสนบั สนุน ค่าคะแนน ขอ้ มูลสนับสนนุ
เฉลย่ี จาก
ประเดน็ สำคญั เฉลีย่ จาก

มตสิ มาชกิ มตสิ มาชิก

7. ด้านค่านยิ ม 2 - โรงเรยี นเกาะพะงันศึกษา มี 3 - การบริหารงานรว่ มกนั ยังมจี ุด

ร่วมกนั ของสมาชกิ การบริหารดว้ ยการแบง่ การ ชดั เจนอยใู่ นส่วนของฝ่ายบรหิ าร

ในหน่วยงาน บรหิ ารเป็น 4 ฝา่ ยการบรหิ าร ทัว่ ไปในการจัดกจิ กรรม การ

(Shared Values โดยมีคณะกรรมการ บริหารเพอื่ พัฒนาระบบดูแล

:S7) สถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ช่วยเหลือนกั เรยี น แตใ่ นสว่ นการ

เครอื ข่ายผู้ปกครอง และ บริหารสว่ นอน่ื การมีสว่ นรว่ มยงั

คณะกรรมการศษิ ย์เก่า ขาดการขับเคลื่อนไปด้วยกัน เชน่

โรงเรยี นเกาะพะงนั ศึกษา ที่มี การจัดทำหลกั สูตรทอ้ งถนิ่ การ

การบริหารรว่ มกัน รับทราบเก่ียวกับการบรหิ าร

งบประมาณ ในการทำ SWOT

การทำโครงการทส่ี ะทอ้ น

ยทุ ธศาสตร์ หรือสง่ ผลไปถึง

วสิ ยั ทัศน์ขององคก์ ร

4. ให้สมาชกิ รว่ มกนั กำหนดน้ำหนกั ของสภาพแวดล้อมภายใน โดยใหค้ ะแนนเต็มเทา่ กับ 1 น้ำหนักในแต่ละ
ดา้ นอาจเทา่ กันหรือไม่เทา่ กนั กไ็ ด้ ขึ้นอยู่กบั ความสำคัญ โดยมีหลกั การวา่ ปจั จยั ดา้ นใดทเี่ ปน็ จุดแขง็ หรอื ปัญหา
ตอ่ หนว่ ยงานมากก็กำหนดนำ้ หนักคะแนนมากกว่ารายการเปน็ จุดแขง็ หรือปัญหาต่อหนว่ ยงานน้อยเพื่อนำไป
กำหนดกลยทุ ธแ์ ละจดั ลำดบั ความสำคญั ของการพัฒนา

ตารางที่ 4 การกำหนดนำ้ หนักของสภาพแวดลอ้ มภายใน ผลการพจิ ารณานำ้ หนัก
ปจั จัยสภาพแวดล้อมภายใน 0.15
0.15
1. ด้านโครงสรา้ ง (Structure : S1) 0.18
2. ดา้ นกลยุทธข์ องหน่วยงาน (Structure : S2) 0.15
3. ด้านระบบในการดำเนนิ งานของหน่วยงาน (System : S3) 0.12
4. ด้านแบบแผนหรือพฤตกิ รรมในการบรหิ ารจดั การ (Style : S4) 0.15
5. ด้านบคุ ลากร / สมาชกิ ในหน่วยงาน (Staff : S5) 0.10
6. ดา้ นทักษะ ความรู้ ความสามารถของบคุ ลากร (Skills : S6) 1.00
7. ด้านค่านยิ มร่วมกันของสมาชกิ ในหน่วยงาน (Shared Values :S7)

นำ้ หนักคะแนนรวม

ตารางที่ 5 การสรปุ ผลการวเิ คราะหส์ ถานภาพของสภาพแวดล้อมภายใน

คะแนนเฉลยี่ คะแนนเฉล่ีย
x น้ำหนกั
รายการปัจจยั สภาพแวดล้อมภายใน น้ำหนกั (5 ระดับ) จดุ แขง็ จุดออ่ น สรปุ ผล
0.30 0.45 -0.15
จดุ แขง็ จดุ อ่อน 0.15 0.60 -0.45
0.15
1. ดา้ นโครงสรา้ ง (Structure : S1) 0.15 2 3 0.45 0.30 0.15
-0.15
2. ด้านกลยทุ ธ์ของหน่วยงาน 0.15 1 4 0.45 0.30 -0.15
-0.15
(Structure : S2) 0.30 0.45

3. ด้านระบบในการดำเนินงานของ 0.18 3 2 0.30 0.45

หนว่ ยงาน (System : S3) 0.30 0.45

4. ด้านแบบแผนหรอื พฤตกิ รรมในการ 0.15 3 2 +2.25 -3.00
-0.75
บรหิ ารจัดการ (Style : S4)

5. ดา้ นบคุ ลากร / สมาชกิ ในหนว่ ยงาน 0.12 2 3

(Staff : S5)

6. ดา้ นทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ 0.15 2 3

ของบคุ ลากร (Skills : S6)

7. ด้านค่านิยมร่วมกันของสมาชกิ ใน 0.10 2 3

หนว่ ยงาน (Shared Values :S7)

เฉลีย่ ปัจจยั ภายใน

สรุปปัจจัยภายใน

1. ใหส้ มาชกิ ร่วมกันอภปิ รายสรุปและทบทวน อีกคร้งั แล้วมมี ติรว่ มกนั วา่ หน่วยงานของเรามีปัจจยั
ภายในเปน็ โอกาส (opportunities) หรือเป็นอุปสรรค (threats) ต่อการบริหารจัดการและพฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษาใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์

2. การใหค้ ะแนนในแต่ละด้าน โดยให้สมาชกิ วเิ คราะห์จากข้อมลู สนบั สนนุ ในแตล่ ะประเด็นสรปุ ผล
เป็นเป็นคะแนนเท่าไร แลว้ กรอกคะแนนในชอ่ งค่าคะแนนเฉลย่ี จากมติสมาชิก โดยกำหนดคะแนนเตม็ ด้านละ
5 คะแนน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดังน้ี

5 คะแนน หมายถึง ส่งผลต่อการปฏิบัตงิ านของหน่วยงานมากท่สี ดุ
4 คะแนน หมายถึง ส่งผลต่อการปฏบิ ตั งิ านของหนว่ ยงานมาก
3 คะแนน หมายถงึ สง่ ผลตอ่ การปฏบิ ัตงิ านของหน่วยงานปานกลาง
2 คะแนน หมายถงึ สง่ ผลตอ่ การปฏิบตั ิงานของหนว่ ยงานน้อย
1 คะแนน หมายถึง ส่งผลต่อการปฏิบตั งิ านของหนว่ ยงานน้อยที่สุด

3. การให้คะแนนต้องวิเคราะห์ ให้ครบทุกด้าน นั่นคือสภาพแวดล้อมภายในที่เป็นโอกาส
(opportunities) หรอื เปน็ อุปสรรค (threats) ครบทั้ง 5 ดา้ น : C-PEST พรอ้ มสรปุ ผลว่าหนว่ ยงานของเราเป็น
หน่วยงานที่มีโอกาสหรือมีอุปสรรคโดยพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของสภาพแวดล้อมภายนอก : โอกาส (+) เทียบ
กบั ค่าคะแนนเฉล่ียของสภาพแวดลอ้ มภายนอก : อุปสรรค (-)

ตารางที่ 6 การให้คะแนนสภาพแวดลอ้ มภายนอก

สภาพแวดล้อมภายนอก : โอกาส (+) สภาพแวดลอ้ มภายนอก : อุปสรรค(-)

คา่ คะแนน ข้อมูลสนบั สนุน ค่าคะแนน ข้อมูลสนับสนนุ
เฉล่ียจาก
ประเดน็ สำคัญ เฉลยี่ จาก

มติสมาชกิ มติสมาชิก

C: ด้านพฤตกิ รรม 4 ดา้ นผ้รู ับบรกิ ารมีความพึง 1 มปี ระชากรแฝงในการรบั บริการ
ลกู ค้า (Customer พอใจและเป็นคนในท้องที่ ท้งั
Behaviors / องค์กรภายนอกพร้อมให้การ รวมทั้งโรงเรยี นคู่แข่งภายนอก
Competitors สนบั สนนุ
Factors) มากกว่า

P: ดา้ นการเมอื งและ 4 ด้านการเมืองไดร้ บั การ 1 ระยะทางในการรว่ มบริหาร และ
กฎหมาย ( Political สนบั สนนุ เพอ่ื ใหเ้ กิดการพัฒนา การต้องการข้อมลู เชิงเร่งด่วน
and Legal Factors) รว่ มกนั ภายในองคก์ ร เกนิ ไป

แนวนโยบายของหนว่ ยงานต้น

สงั กัด มคี วามชัดเจนเอือ้ ให้

การบริหารมที ิศทาง

E: ดา้ นเศรษฐกิจ 3 สภาพเศรษฐกจิ มีความเข้มแข็ง 1 ประชากรแฝงจะมเี ศรษฐกจิ ไม่
แนน่ อน
( Economic Factors ) ในดา้ นของธุรกิจ สำหรับผทู้ ี่มี
1 มีความหลากหลายจากประชากร
การประกอบธุรกิจ แฝง

S: ด้านสังคม – 4 มีความเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะ 1 การใชเ้ ทคโนโลยีท่ไี มเ่ กิด
วัฒนธรรม ทอ้ งถิ่น ประโยชน์
(Social –cultural
1.0
Factors)

T: ดา้ นเทคโนโลยี 4 มีความพร้อมและสามารถ
(Technological ยอมรับการเปลย่ี นแปลงของ
Factors) เทคโนโลยี พร้อมสนับสนนุ

ด้านเทคโนโลยี

คา่ เฉลี่ย 3.8

4. ให้สมาชิกร่วมกันกำหนดน้ำหนักของสภาพแวดล้อมภายนอก โดยให้คะแนนเต็มเท่ากับ 1
น้ำหนักในแต่ละด้านอาจเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสำคัญ โดยมีหลักการว่าปัจจัยด้านใดที่เปน็
จุดแข็งหรือปัญหาต่อหน่วยงานมากก็กำหนดน้ำหนักคะแนนมากกว่ารายการเป็นจุดแข็งหรือปั ญหาต่อ
หน่วยงานน้อยเพ่อื นำไปกำหนดกลยุทธ์และจดั ลำดับความสำคัญของการพัฒนา

ตารางที่ 7 การกำหนดน้ำหนกั ของสภาพแวดล้อมภายนอก ผลการพิจารณาน้ำหนัก
ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก 0.30
0.20
C: ด้านพฤติกรรมลกู ค้า (Customer Behaviors /Competitors Factors) 0.30
P: ดา้ นการเมืองและกฎหมาย ( Political and Legal Factors) 0.15
E: ดา้ นเศรษฐกิจ ( Economic Factors ) 0.20
S: ดา้ นสงั คม – วัฒนธรรม (Social –cultural Factors) 1.00
T: ดา้ นเทคโนโลยี (Technological Factors)

นำ้ หนักคะแนนรวม

ตารางท่ี 8 การสรุปผลการวิเคราะหส์ ถานภาพของสภาพแวดล้อมภายนอก

คะแนนเฉลยี่ คะแนนเฉลย่ี
x นำ้ หนกั
รายการปจั จยั สภาพแวดล้อมภายนอก นำ้ หนัก (5 ระดับ) โอกาส อปุ สรรค สรุปผล
+1.20 -0.30
โอกาส อุปสรรค +0.90
+1.20 -0.30 +0.90
C: ดา้ นพฤตกิ รรมลูกคา้ (Customer 0.30 4 1 +0.60
Behaviors /Competitors Factors) +0.90 -0.30 +0.90
+1.20 -0.30 +0.90
P: ด้านการเมืองและกฎหมาย ( Political 0.20 4 1
+1.20 -0.30
and Legal Factors)
+5.70 -1.50
E: ดา้ นเศรษฐกจิ ( Economic Factors ) 0.30 3 1 +4.20

S: ดา้ นสังคม – วฒั นธรรม (Social – 0.15 4 1
cultural Factors)

T: ดา้ นเทคโนโลยี (Technological 0.20 4 1
Factors)

เฉลย่ี ปัจจยั ภายนอก

สรุปปัจจัยภายนอก

การประเมินสถานภาพของหน่วยงาน
“จากคา่ คะแนนทไ่ี ด้จะนำไปสกู่ ารจดั ทำกราฟแสดงสถานภาพของหน่วยงาน”
การแสดงสถานภาพของหนว่ ยงานจะแสดงออกมาในรปู ของกราฟเพ่ือใหเ้ ห็นวา่ หลังจากการวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ด้วยเทคนิค SWOT Analysis แล้ว จะสามารถประเมินสถานภาพของ
หน่วยงานเปน็ ลกั ษณะใด ซ่งึ การแสดงสถานภาพของหนว่ ยงาน จะบ่งบอกถงึ สถานภาพ 4 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. Stars (เอื้อและแข็ง) เป็นตำแหน่งทีบ่ ่งบอกวา่ หน่วยงานโดยภาพรวมส่วนใหญม่ ีปจั จัยภายนอกที่
เป็นโอกาส และมีปัจจัยภายในที่แข็ง เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมสูง เช่น เป็นโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพได้
มาตรฐาน หน่วยงานเมื่อมีสถานภาพเป็น Stars ให้กำหนดกลยุทธ์เชิงรุก(Aggressive) ต้องรักษาความเป็น
Stars ใหย้ นื ยงตอ่ ไปและพัฒนางานต่อยอด
2. Question Marks (เอื้อแต่อ่อน) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวมส่วนใหญ่มี
ปัจจัยภายนอกเอื้อ มีความพร้อมสูงให้การสนับสนุน แต่ปัจจัยภายในหน่วยงาน อ่อน หากแก้ปัญหาจุดอ่อน
ของหนว่ ยงานได้ จะนำไปส่สู ภาพทีเ่ ออื้ และแข็ง Stars ได้ ให้กำหนดกลยุทธ์พฒั นาองคก์ ร (Turnaround)
3. Cash Cows (ไม่เอื้อแต่แข็ง) เปน็ ตำแหน่งทบ่ี ง่ บอกว่า หน่วยงานโดยภาพรวม ส่วนใหญภ่ ายนอก
หนว่ ยงานมอี ปุ สรรค มปี ญั หา แตภ่ ายในหน่วยงานแข็ง มีความพรอ้ มมีความเขม้ แข็ง หากรอให้ปัจจัยภายนอก
เปน็ โอกาสเอื้อตอ่ การพฒั นาหนว่ ยงาน หรอื พลิกวกิ ฤติใหเ้ ปน็ โอกาสก็จะสามารถพฒั นาหนว่ ยงานนำไปสู่สภาพ
ทเ่ี ออ้ื และแขง็ Stars ได้ ใหก้ ำหนดกลยทุ ธ์ปอ้ งกัน /แตกตวั (Defend / Diversify)
4. Dogs (ไม่เอื้อและอ่อน) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวมส่วนใหญ่อยู่ใน
สภาพแวดล้อมท่ีทั้งภายนอกไม่เอือ้ ภายในอ่อน มีปัญหาล่อแหลมต่อการประสบความล้มเหลวคอ่ นข้างสูง จึง
เป็นไปได้ว่าต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเพราะหากดำเนินการต่อไปปัญหาจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ ถึงอาจขั้นแก้ไข
ไมไ่ ดต้ ้องยบุ หนว่ ยงานให้กำหนดกลยุทธ์ประคองตัว /ถอย (Retrenchment)

การสร้างกราฟสถานภาพของหน่วยงาน
การสรา้ งกราฟสถานภาพของหนว่ ยงานใชข้ อ้ มลู จากการวเิ คราะห์ สภาพแวดล้อมภายนอกและ

ภายใน มีกระบวนการในการสรา้ ง ดงั นี้
1. ลากเส้นแนวนอนจดุ แขง็ อยู่ทางซ้าย และจุดอ่อนอยู่ทางขวาเปน็ สญั ลกั ษณ์แทนปจั จัยภายในโดย

คา่ ที่ออกไปด้านซ้ายคือจุดแข็ง (+) และค่าท่ีออกไปดา้ นขวา คือจดุ อ่อน(-)
2. ลากเสน้ แนวดิง่ โอกาส และอุปสรรค เปน็ สัญลักษณ์แทนปัจจัยภายนอกตดั กบั เส้น แนวนอน จดุ ตดั

มคี ่าเท่ากบั 0 โดยทคี่ ่าท่ีขน้ึ ไปด้านบน คอื โอกาส(+)ค่าท่ีลงมาดา้ นลา่ ง คือ อุปสรรค(-)

3. นำค่าเฉลย่ี ปจั จัยภายนอกและคา่ เฉลย่ี ปัจจัยภายในมากำหนดจดุ ลงใน แกนโอกาส อุปสรรค และ
จดุ อ่อน จุดแข็ง เพือ่ หาจดุ ตัดแรเงาซึง่ จดุ แรเงาอยู่ในสว่ นใดแสดงว่าหนว่ ยงานมที ิศทางตามตารางนั้น

4. นำค่าสรปุ คะแนนปัจจัยภายนอกที่เป็นโอกาสมากำหนดจดุ เปน็ แกนโอกาส อปุ สรรค และสรปุ
ปัจจัยภายในมากำหนดลงในแกนจดุ แข็งจดุ อ่อน

5. ลากเสน้ ให้ผ่านจดุ ตดั ทั้ง 4 จดุ เป็นรปู ไข่
6. ลากเสน้ ลูกศรตัดจดุ แรเงา หากลกู ศรช้ไี ปทิศทางใดจะบอกสถานภาพ
ของหน่วยงานน้นั ดงั ตวั อย่าง

¤ โอกาส

O

+5.70

+4.20

จดุ แข็ง +2.25 -0.75 -3.00 จดุ อ่อน

SW

-1.50

อปุ สรรค

T

จากกราฟการวเิ คราะห์นี้พบวา่ การวเิ คราะห์เปน็ ไปตามทศิ ทางของ Question Marks (เอ้ือแต่
อ่อน) แสดงให้เหน็ ว่าหน่วยงานแห่งนม้ี สี ภาพภายนอก/ภายในเอ้ือและแขง็ แต่ยังขาดความเข้มแขง็ จากภายใน
ควรมีการปรับปรงุ ระบบการบริหารใหเ้ กดิ ความชดั เจนเพิ่มมากขน้ึ และนำเอาโอกาสทเ่ี ปน็ จุดทเ่ี อื้อต่อการ
พัฒนาเข้ามาสนับสนนุ ใหม้ ากยง่ิ ข้ึน

การกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ สำหรบั สถานศึกษาจะต้องนำเอาผลของการวเิ คราะห์สถานศึกษามา
เป็นตัวกำหนด โดยในทีน่ ้ีจะเป็นในส่วนของ Question Marks (เอ้ือแตอ่ ่อน)

การวิเคราะห์ SWOT ทีม่ โี อกาสมากกวา่ ปัญหาอปุ สรรค และมจี ุดออ่ นมากกวา่ จดุ แข็ง (เอื้อแตอ่ ่อน) “ Question
Marks ”การกำหนดยุทธศาสตรต์ อ้ งมีลักษณะ ดังนี้

- วสิ ัยทัศน์ ต้องมงุ่ เน้นการพัฒนาคุณภาพองค์การภายใตป้ จั จยั ท่ีสนบั สนุนจากภายนอก
- พนั ธกจิ ต้องทำภารกจิ ใหบ้ รรลวุ ิสยั ทัศน์
- เปา้ ประสงค์ กำหนดจดุ สำคญั ทตี่ ้องการจะทำให้สำเร็จไดต้ ามวสิ ัยทศั น์
- กลยุทธ์ มุ่งเน้นการเพม่ิ มาตรการการพฒั นาคณุ ภาพภายในองคก์ ร

วิสัยทัศน์ (Vision) คอื สภาพการณ์ทีห่ น่วยงานต้องการให้เกดิ ข้นึ ในอนาคตโดยจะต้องมีพ้นื ฐาน ข้อมลู จา

การวิเคราะห์ SWOT มาประกอบการกำหนดวสิ ัยทัศน์
วิสยั ทัศนท์ ีด่ ี ตอ้ งมีลักษณะ ดังน้ี

1. เข้าใจง่าย มจี ุดมุ่งหมายทิศทางและเหน็ ภาพได้
2. มีความเป็นไปไดม้ ีจุดเน้น ยืดหยุ่น ท้าทายและเรา้ ใจอยากนำไปปฏบิ ัติ
3. วัดผลได้และเป็นท่ียอมรบั

สว่ นท่ี 3
ทศิ ทางการบรหิ ารจัดการศึกษา

นโยบาย ยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงานที่เกีย่ วข้องในการนำข้อมลู มาวางแผนกำหนดทศิ ทางบริหาร จัดการ
ของโรงเรียนเกาะพะงันศกึ ษา

3.1 แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตรห์ ลัก ดงั น้ี
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การจัดการศึกษาเพื่อความม่นั คงของสงั คมและประเทศชาติ
เปา้ หมาย
1. คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ
2. คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษา
และเรียนรอู้ ย่างมีคณุ ภาพ
3. คนทกุ ชว่ งวยั ได้รับการศึกษา การดูแล และป้องกนั จากภัยคกุ คามในชวี ิตรูปแบบใหม่
แนวทางการพฒั นา
1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัด
ชายแดนภาคใต้
3. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พ้ืนที่สูงพื้นที่ตาม แนว
ตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชือ้ ชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่ม ชนชาย
ขอบ และแรงงานตา่ งด้าว)
4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ
อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจาก
ไซเบอรเ์ ปน็ ตน้
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถ
ใน การแขง่ ขนั ของประเทศ
เป้าหมาย
1. กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงานและ การ
พัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ
2. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานทีจ่ ัดการศึกษาผลิตบณั ฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศ เฉพาะ
ดา้ น
3. การวจิ ัยและพัฒนาเพ่ือสร้างองคค์ วามรู้และนวตั กรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทาง เศรษฐกจิ

แนวทางการพฒั นา
1. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและ การ
พัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ
2. สง่ เสริมการผลติ และพัฒนากำลงั คนทีม่ คี วามเชย่ี วชาญและเปน็ เลศิ เฉพาะดา้ น
3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่ม ทาง
เศรษฐกิจ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 การพฒั นาศกั ยภาพคนทกุ ชว่ งวยั และการสร้างสังคมแหง่ การเรียนรู้
เปา้ หมาย
1. ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็น ใน
ศตวรรษที่ 21
2. คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐาน
วิชาชีพ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตได้ตามศักยภาพ
3. สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรได้ อย่างมี
คุณภาพและมาตรฐาน
4. แหล่งเรียนรู้สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และประชาชน
สามารถเขา้ ถงึ ได้โดยไม่จำกดั เวลาและสถานที่
5. ระบบและกลไกการวดั การติดตามและประเมนิ ผลมปี ระสิทธิภาพ
6. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาไดม้ าตรฐานระดบั สากล
7. ครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษาได้รบั การพฒั นาสมรรถนะตามมาตรฐาน
แนวทางการพฒั นา
1. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
อยา่ งเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแตล่ ะชว่ งวัย
2. ส่งเสรมิ และพัฒนาแหลง่ เรียนรู้ สือ่ ตำราเรยี น และสื่อการเรียนรตู้ ่าง ๆ ใหม้ ีคณุ ภาพ มาตรฐานและ
ประชาชนสามารถเขา้ ถึงแหล่งเรียนรู้ไดโ้ ดยไม่จำกดั เวลาและสถานที่
3. สร้างเสริมและปรบั เปลี่ยนค่านิยมของคนไทยใหม้ วี นิ ัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมทพ่ี ึง ประสงค์
4. พฒั นาระบบและกลไกการตดิ ตาม การวัดและประเมินผลผเู้ รียนให้มีประสทิ ธภิ าพ
5. พัฒนาคลงั ขอ้ มลู สอ่ื และนวัตกรรมการเรียนรทู้ ี่มีคุณภาพและมาตรฐาน
6. พฒั นาคณุ ภาพและมาตรฐานการผลติ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
7. พฒั นาคุณภาพครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา
เปา้ หมาย
1. ผเู้ รียนทกุ คนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถึงการศกึ ษาที่มีคุณภาพ
2. การเพิ่มโอกาสทางการศกึ ษาผา่ นเทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่ือการศึกษาสำหรับคนทุกชว่ งวัย

3. ระบบขอ้ มูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาท่ีครอบคลุม ถกู ต้อง เปน็ ปจั จุบัน เพื่อการวาง
แผนการบรหิ ารจัดการศกึ ษา การติดตามประเมิน และรายงานผล

แนวทางการพัฒนา
1. เพ่ิมโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถงึ การศึกษาท่ีมคี ุณภาพ
2. พัฒนาระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั เพ่อื การศึกษาสำหรบั คนทุกชว่ งวยั
3. พัฒนาฐานขอ้ มูลดา้ นการศึกษาท่ีมีมาตรฐาน เชอื่ มโยงและเข้าถึงได้ 26
ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 การจดั การศึกษาเพอ่ื สร้างเสริมคณุ ภาพชวี ติ ท่ีเปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย
1. คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตาม หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ารปฏิบตั ิ
2. หลกั สตู ร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ทส่ี ง่ เสริมคุณภาพชวี ติ ที่เป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อม คุณธรรม
จริยธรรม และการนำแนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏบิ ัติ
3. การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม
แนวทางการพฒั นา
1. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิด ตาม
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบตั ใิ นการดำเนนิ ชีวิต
2. ส่งเสริมและพฒั นาหลักสูตร กระบวนการเรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้ และสอ่ื การเรียนร้ตู ่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง
กับการสรา้ งเสรมิ คุณภาพชีวติ ท่เี ป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อม
3. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
ส่งิ แวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบรหิ ารจดั การศกึ ษา
เปา้ หมาย
1. โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและ สามารถ
ตรวจสอบได้
2. ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐาน
การศึกษา
3. ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน และ
พื้นที่
4. กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่แตกต่างกัน ของ
ผเู้ รยี น สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ
5. ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมสร้าง ขวัญ
กำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏบิ ัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ

แนวทางการพฒั นา
1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศกึ ษา
2. เพม่ิ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจัดการสถานศึกษา
3. ส่งเสรมิ การมีสว่ นรว่ มของทกุ ภาคส่วนในการจัดการศึกษา
4. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพ การ
จัดการศกึ ษา
5. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา

3.2 แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ประกอบด้วย 6
ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 ยทุ ธศาสตร์พัฒนาหลักสตู ร กระบวนการเรยี นการสอน การวัดและประเมนิ ผล
ผลผลิต /ผลลัพธ์
ผเู้ รียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ีสูงขึน้ สามารถท่องจำและนำส่งิ ท่ีจำไปฝึกคดิ วิเคราะห์ คิด

สงั เคราะห์คิดในเชิงสร้างสรรค์และแก้ไขปญั หาทีเ่ กิดขน้ึ ได้มีทักษะการทางานรว่ มกับผู้อื่น สอดคล้องกับทักษะ
ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรมจริยธรรม ผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับ/ประเภท ได้รับการศึกษาที่มี
คณุ ภาพมาตรฐาน มจี ติ สำนกึ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ รวมทั้งสามารถอยู่ในสังคมได้
อย่างมีความสามคั คปี รองดอง

กลยทุ ธ์
1.1 พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และจัดกิจกรรมเสริมทักษะพัฒนาผู้เรียน
ในรูปแบบทห่ี ลากหลาย สอดคล้องกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในศตวรรษท่ี 21
1.2 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การวัดและประเมินผลการศึกษาทุกระดับ/ประเภท
การศึกษา ใหท้ ันสมยั สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิทยาการและการเปลีย่ นแปลงของสังคมโลก
1.3 ส่งเสริมการพัฒนาเนื้อหาสาระที่ทันสมัยในทุกระดับ/ประเภทการศึกษา เพื่อการผลิต
สื่อการเรยี นการสอน ตำราเรยี นทมี่ ีคณุ ภาพ รวมทง้ั ตำราเรยี นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
1.4 ปรับปรุงระบบทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติให้สอดคล้องกับหลักสูตรและกระบวนการ
จดั การเรียนการสอน
1.5 ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองและพลโลก ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งในระบบการศกึ ษาอย่างเข้มขน้
ยทุ ธศาสตร์ท2่ี ยทุ ธศาสตรผ์ ลิต พัฒนาครูคณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษา
ผลผลิต /ผลลัพธ์
มีการผลติ ครไู ดส้ อดคลอ้ งกับความต้องการในการจัดการศึกษาทุกระดับทกุ ประเภท มีครคู รบ
ตามเกณฑ์มีครูประจำชั้นครบทุกห้อง และมีครูที่จบตรงวุฒิตามสาขาวิชาที่สอน ผู้มีใบอนุญาตประกอบ

วิชาชีพครูมีจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งมีคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาที่มีสมรรถนะตาม
มาตรฐานวิชาชีพ สามารถใช้ศักยภาพในการสอนได้อยา่ งเต็มท่ีและขวญั กาลงั ใจทดี่ ใี นการปฏิบัติหน้าท่ี

กลยุทธ์
2.1 วางแผนการผลติ และพัฒนาครูคณาจารย์อย่างเปน็ ระบบใหส้ อดคล้องกับความต้องการ
ในการจัดการศกึ ษาทุกระดับ / ประเภทการศกึ ษา
2.2 ปรบั ระบบการผลติ ครคู ณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษาให้มปี ระสิทธิภาพ
2.3 เร่งรดั พัฒนาผ้บู รหิ ารสถานศึกษา รวมทงั้ ครูประจำการที่สอนไมต่ รงวฒุ ิครูท่ีสอนคละชั้น
และครใู นสาขาวิชาที่ขาดแคลน
2.4 สรา้ งขวญั กำลังใจ สร้างแรงจงู ใจให้กบั ครูคณาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษา
2.5 พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาให้มี
ประสิทธภิ าพ
ยุทธศาสตรท์ ่ี3 ยุทธศาสตรผ์ ลิตและพัฒนากำลังคน รวมทั้งงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการ
ของการพัฒนาประเทศ
ผลผลิต /ผลลพั ธ์
มีการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่มีคุณภาพ
เพิ่มจำนวนบัณฑิตในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน มีสมรรถนะ มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน ตาม
มาตรฐานวชิ าชีพ และสามารถแข่งขนั ได้ในระดับสากล ประชาชนได้รับการฝึกอาชีพตามความถนัด และความ
สนใจ รวมทั้งมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ การให้การ
รักษาพยาบาล และการพฒั นาความเป็นศนู ย์กลางด้านการศึกษาของภูมิภาค
กลยุทธ์
3.1 เร่งผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ อาทิด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยแี พทย์และพยาบาล
3.2 เร่งผลิตและพัฒนาสมรรถนะกำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยีและรองรบั พืน้ ท่เี ขตเศรษฐกจิ พิเศษ
3.3 ส่งเสริมภาพลักษณ์การอาชีวศึกษา เร่งปรับค่านิยม และวางรากฐานทักษะอาชีพให้แก่
ผูเ้ รยี นตัง้ แต่วัยการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
3.4 สง่ เสริม สนับสนุนการพฒั นาผู้มีความสามารถพิเศษอย่างตอ่ เนื่องทุกระดับ
3.5 เสริมสร้างความเข้มแข็งของกระบวนการผลิตและพัฒนากำลังคน โดยสร้างเครือข่าย
ความร่วมมอื ตามรปู แบบประชารัฐ ทงั้ ระหว่างองค์กรภายในและตา่ งประเทศ
3.6 ส่งเสรมิ งานวิจัยและนวตั กรรมท่สี ามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จริง
ยุทธศาสตร์ท่ี4 ยุทธศาสตร์ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา และการเรียนรู้อย่าง
ตอ่ เนื่อง ตลอดชีวิต
ผลผลิต /ผลลัพธ์

ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันในทุกระดับและประเภท
การศึกษา ได้รับการสนับสนุนคา่ ใชจ้ ่ายต้ังแต่ระดบั อนบุ าลจนจบการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน และสามารถเรียนรู้จาก
แหล่งเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สถานศึกษาในภูมิภาค/ชนบท ได้รับการยกระดับคุ ณภาพใน การ
ให้บริการ เด็กพิการและด้อยโอกาสได้รับโอกาสทางการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบ โรงเรียน
รวมท้งั สามารถเทียบโอนผลการเรยี นและทกั ษะประสบการณเ์ พ่ือขอรบั วฒุ ิการศึกษาเพ่ิมข้ึนได้

กลยุทธ์
4.1 ประกันโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐานให้แก่ผู้เรยี นใน
ทกุ พืน้ ท่คี รอบคลมุ ถึงคนพิการ ผู้ดอ้ ยโอกาส และผ้มู ีความต้องการพเิ ศษ
4.2 ส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบ และการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความ
สนใจ และวิถีชวี ิตของผูเ้ รยี นทุกกลุ่มเปา้ หมาย
4.3 เร่งสร้างความเข้มแข็งของระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ให้เกิดผลเป็น
รปู ธรรมอย่างกว้างขวาง
4.4 จดั หาทุนและแหลง่ ทนุ ทางการศึกษา
4.5 เร่งพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพมี
ความหลากหลาย และสามารถให้บรกิ ารได้อย่างทว่ั ถงึ
ยุทธศาสตร์ท5่ี ยุทธศาสตรส์ ่งเสริมและพฒั นาระบบเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพื่อการศึกษา
ผลผลติ /ผลลพั ธ์
ผู้เรียน สถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับทุกประเภทการศึกษาเข้าถึง
ทรัพยากร และระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ มีองค์ความรู้เทคโนโลยี
เพื่อ การศึกษาเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น รวมทั้งมีศูนย์กลางในการจัดเก็บรวบรวมสื่อการเรียน
การสอนแบบดจิ ทิ ัลทท่ี ันสมัย และระบบฐานข้อมลู กลางทางการศึกษาของประเทศทีถ่ ูกตอ้ งและเปน็ ปจั จุบนั
กลยทุ ธ์
5.1 พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาและการบริหารจัดการที่ทันสมัย
และไม่ซำ้ ซ้อน ใหผ้ ู้รบั บริการสามารถเขา้ ถึงไดอ้ ยา่ งทั่วถึงและมปี ระสิทธภิ าพ
5.2 พัฒนากระบวนการจัดทาระบบฐานข้อมูลกลางทางการศึกษาของประเทศ ระบบ การ
รายงานผล ของฐานข้อมูลโดยเชื่อมโยงข้อมูลการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษา ให้เป็นอกภาพ เป็น
ปัจจุบัน และมมี าตรฐานเดียวกัน
5.3 ผลติ และพัฒนาโปรแกรมประยุกตห์ รอื สื่อการเรียนรูอ้ เิ ล็กทรอนิกสใ์ หผ้ ้เู รยี น สถานศึกษา
และหน่วยงานทางการศกึ ษาทุกระดบั /ประเภทการศึกษา นามาใช้เพิม่ คณุ ภาพการเรยี นร้อู ยา่ งเป็นระบบ
5.4 จัดหาอุปกรณ์/ทรัพยากรพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับผู้เรียนอย่างเพียงพอ
ท่ัวถึง และเหมาะสมกบั การแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างตอ่ เน่ือง


Click to View FlipBook Version