๒๖ คณะ เป็นยาที่ กระทำให้อิ่มเอิบให้เกิดน้ำนม ให้เจริญอายุ แก้ปิตตะ แก้วาตะ แก้เลือดหาย เป็นยาที่ดีสำหรับ ผู้หญิงฯ ยาแก้รัตตะปิตตะโรค แก้กระหายน้ำ แก้นอนไม่หลับ แก้ไข้เพื่อดี แก้ราก แก้ร้อนที่มีกำลังกล้าหาย (หมายความว่ามันร้อนแทบจะขาดใจ) รากอบเชย ๑ รากบัวหลวง ๑ แฝกหอม ๑ ชะเอม ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ส้มเสี้ยว ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่า สาริภาทีคณะ เป็นยาแก้รัตตะปิตตะโรค แก้กระหายน้ำ แก้นอนไม่หลับ แก้ไข้เพื่อดี แก้ราก แก้ร้อนที่มีกำลังกล้าหาย (หมายความว่ามันร้อนแทบจะขาดใจฯ ยาแก้ปิตตะ แก้พิษ แก้ร้อน แก้โรคดังกล่าวมานี้ ระสาอันนะนะ ๑ โตอันนะนะ ๑ โผฏา ๑ เกสร บุนนาค ๑ ชะเอม ๑ ยาหมู่นี้ ชื่อ ว่า อัญชนาทีคณะ เป็นยาแก้ปิตตะ แก้พิษ แก้ร้อน แก้โรคดังกล่าวมานี้ฯ ยานี้ชื่อว่า วะจาทีคณะ ว่านน้ำ ๑ แห้วหมู ๑ สมอ ๑ เทียนสัตตะบุษย์ ๑ ขิง ๑ อิวะทะ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ ว่า วะจาทีคณะฯ ยาแก้โทษแห่ง อามาจะ ให้สุกได้ แก้อามะ อติสาร คือ ลงแดง ถ่ายเป็นเลือด คือเป็นที่ยังอ่อน ๆให้ หาย แก้โทษน้ำนมสตรี ให้บริสุทธิ์ได้ ขมิ้น ๑ มัดสะแวนนะ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ชะเอม ๑ โมกมัน ๑ ยาหมู่นี้ ชื่อ หะริตาทีคณะ ยา ๒ ขนานนี้ เป็นยาแก้โทษ แห่ง อามาจะ ให้สุกได้ แก้อามะ อติสาร คือ ลงแดง ถ่ายเป็นเลือด คือเป็นที่ยังอ่อน ๆให้หาย แก้โทษน้ำนม สตรี ให้บริสุทธิ์ได้ฯ ยาแก้หอบ แก้ไอ แก้ลม อุทธังคะมาวาต คือ ลมขึ้นเบื้องบน แก้คุรุมมะโรค แก้ รุชาโรค คือ ปวดขบ ในท้องหาย ก้นปิด ๑ ทัมเทวุสุนุ ๑ สิหิงแมฑหังคุ ๑ ขิง ๑ เทียนสัตตะบุษย์ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่า ปาทาทีคณะ เป็น ยาแก้หอบ แก้ไอ แก้ลม อุทธังคะมาวาต คือ ลมขึ้นเบื้องบน แก้คุรุมมะโรค แก้ รุชาโรค คือ ปวดขบในท้อง หายฯ ยาแก้ เป็น โรคนิ่ว เมทะ สักขรา สมริโรค คือ เป็นนิ่ว ,กรวด,หิน, ที่อยู่ในร่างกายให้หาย เมล็ดฝ้าย ๑ น้ำประสารดีบุก ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ กสิล ๑ มละกสิละ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ คิริชคลัมทะ ๑ (แปลจากภาษาบาลี ว่า ศิลา คือ เนื้อหิน) ตุ๊กต่ำ ทั้งสอง ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่า อุปะสารา ทีคณะ ยาแก้ เป็น โรค นิ่ว เมทะ สักขรา สมริโรค คือ เป็นนิ่ว ,กรวด,หิน, ที่อยู่ในร่างกายให้หายฯ ยา แก้นิ่วหิน แก้นิ่วกรวด นิ่วเบาในเส้นปัสสาวะ มักมีนิ่วเป็น อาทิ แก้มุตกิจใน สตรีเพศ แก้วาตะวิรต รุ อันธระ (ภาษาบาลี แปลว่า ) กระถินป่า ๑ คนทิสอใหญ่ ๑ อ้อยเครือ ๑ โผฏา ๑ หญ้าแพรก ๑ ธารุสกะ ๑ รากอบเชย ๑ โกวะกา คือ นมพิจิตร ๑ เพกา ๑ โคกกระสุน ๑ นิริลยาปุระ ๑ โคกกระสุนแดง ๑( ถ้าไม่ได้ให้ เอา เข็มแดงแทน ) หญ้าคา ๑ ดอกคำเขียว หรือ ดอกตำเหลือง ๑ ยา หมู่นี้ ชื่อว่า วิระรุกขทีคณะ แก้นิ่วหิน แก้นิ่วกรวด นิ่วเบาในเส้นปัสสาวะ มักมีนิ่วเป็น อาทิ แก้มุตรกฤษฉ์ แก้ วาตะหายฯ ยาแก้ประเมหะ แก้มูลพยาธิ แก้ระสะมะนิโรค ยามุกาทีคณะเผาไฟเป็นยาด่าง เตลัมพุ คือ สำโรง ๑ กระเบียน ๑ รากโมกทั้ง สอง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สลัดไดเล็ก ๑ แทวตัล ๑ ทองกวาว ๑ แอฏระ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ มุกาทีคณะ ยาแก้ประเมหะ แก้มูลพยาธิ แก้ระสะมะนิโรค ยามุกาทีคณะ เผาไฟเป็นยาด่างฯ ยาแก้เสมหะ แก้ผอมเหลือง แก้ขัดเบา แก้กุฏฐโรค แก้ประเมหะ ยาหมู่นี้เอาแต่เปลือกอย่างเดียว รั ง ๑ โกมพุ ๑ ทองกวาว ๑ แทวตัส ๑ แสโทลมัน ๑ กุ่มบก ๑ ประดู่ ๑ มหริ ๑ แอฏฏระ ๑ จันทน์เกาะ ๑ ปุรุทะ ๑ สีเสียดต้น ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ สิหิงปุรุท ๑ รัตตะมุรุต ๑ สิริส ๑ กาลวลิ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ สาลาทีคณะ ยาแก้ เสมหะ แก้ผอมเหลือง แก้ขัดเบา แก้กุฏฐโรค แก้ประเมหะ ยาหมู่นี้เอาแต่เปลือกอย่างเดียว
๒๗ ยาแก้ปิตตะ แก้โลหิต แก้รัตตะปิตตะ แก้พิษ แก้ราก ยาหมู่นี้ เอา เหง้า กับ เกสร อุบล ๑ กมุท ๑ บัว หลวง ๑ เหลมลิ ๑ สัตตะบุษย์แดง ๑ ชะเอม ยาหมู่นี้ ชื่อว่า อุปลาทีคณะ เป็น ยาแก้ปิตตะ แก้โลหิต แก้รัต ตะปิตตะ แก้พิศม์ แก้ราก ยาหมู่นี้ เอา เหง้า กับ เกสรฯ ยาแก้เจ็บในเวลาเป็น โรคขัดเบา คือ เยี่ยวกั้น แก้เจ็บในอก แก้ อุลุมะโรค แก้ผอมเหลือง แก้ประเม หะแก้พิษหายแล ตะกั่วเกรียบ ๑ ทองแดง ๑ สังข์ ตะกั่วดำ ๑ ทองคำ ๑ เงิน ๑ ยาหมู่นี้แก้เจ็บในเวลาเกิด อาการขัดเบายาแก้เจ็บในเวลาเป็นโรคขัดเบา คือ เยี่ยวกั้น แก้เจ็บในอก แก้ อุลุมะโรค แก้ผอมเหลือง แก้ประ เมหะ แก้พิศม์หายแลฯ ยาแก้ มิกิโรค แก้เสมหะโรค แก้ไอกินอาหารไม่มีรสอร่อย แก้ไข้หวัด แก้โรคหอบให้หาย ชำระแผล ยาหมู่นี้ใช้ได้มาก ตุระสิ คือ กระเพราขาว ๑ กระเพราดำ ๑ รุวระ ๑ กรวุตลา ๑ อนุตลา ๑ ไม้ไผ่ ๑ ข้าว ฟ่าง ๑ เตทุมะ คือ ข้าวละมาร ๑ กะริยะ ๑ โกละ ๑ มันฑปลา ๑ ค้อนกลองนา ๑ (อ่านว่า ค้อน กอง นา ) ชะเอม ๑ อักแมล์ละ ๑ กระเพราเครือ ๑ (บางอาจารย์ก็ว่า อบเชย กระเพราดำ ) เรรุ คือ เพชรสังฆาต ๑ พิลังกาสา ๑ แก่นแมร ๑ แมฑหังคุ ทั้งสอง ๑ โกคุรุแพททะ ๑ ซ้องแมวใหญ่ ยาหมู่นี้ชื่อว่า สุรษาทีวัค เป็น ยาแก้ มิกิโรค แก้เสมหะโรค แก้ไอกินอาหารไม่มีรสอร่อย แก้ไข้หวัด แก้โรคหอบให้หาย ชำระแผล ยาหมู่นี้ ใช้ได้มากฯ ยาแก้ลม ให้ชื่นใจเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้โทษปัสสาวะ ยานี้ให้เอา แต่ผล ทั้งหมด มะปราง ๑ ซ้องแมวใหญ่ ๑ ทับทิม ๑ ผลจันทน์ ๑ กิลิมูล ๑ คือ ไม้เกตุ มะขามป้อม ๑ พระยามือเหล็ก ๑ คนทิสอใหญ่ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่า ปาระสุกาทีคณะ ยาแก้ลม ให้ชื่นใจเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้โทษปัสสาวะ ยานี้ให้เอา แต่ผล ทั้งหมด แก้โรคเกิดแต่เสมหะหาย กระทำให้บริสุทธิ์ กระทำให้สุข ให้เกิดน้ำนม แก้เพศสตรีในทางเดิน ปัสสาวะ วิเศษนักแล เป็นยาสำหรับผู้หญิงดีนัก แห้วหมู ๑ เครือก้นปิด ๑ ขมิ้น ทั้งสอง ๑ ตำแยแมว ๑ เหมวดี คือ ขันทศกร ๑ กระวาน ๑ อีวะทะ ๑ โกศกระดูก ๑ รักเทศ ตรีผลา ๑ หังคุรุ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ ว่า มุตาที คณะ แก้โรคเกิดแต่เสมหะหาย กระทำให้บริสุทธิ์ กระทำให้สุข ให้เกิดน้ำนม แก้เพศสตรีในทางเดิน ปัสสาวะ วิเศษนักแล เป็นยาสำหรับผู้หญิงดีนักฯ ยาแก้ ลม อุทธังคะมาวาต คือ ลมตีขึ้นเบื้องบน แก้โรคท้องมาร แก้ลมกระทำให้ทองขึ้น แก้พิษ แก้คุ ลุมะโรค เป็นอาทิหายแล โผตา ๑ ตองแตก ๑ มะซาง ๑ ไทรย้อย ๑ สลัดไดเล็ก ๑ รากจิงจ้อเหลี่ยม ๑ บอระเพ็ด ๑ พรมมิ ๑ ยักเพรีย คือ คอบตลับ ๑ เสตะกัลป์ ๑ ราชพฤกษ์ ๑ แวนลิวัน ๑ กฏุเวลังค ๑ สะตือ ๑ เตละกิริยะ คือ ต้นรงทอง ๑ ยาหมู่นี้ ชื่อว่า สามาทีคณะ ยาแก้ ลม อุทธังคะมาวาต คือ ลมตีขึ้นเบื้องบน แก้ โรคท้องมาร แก้ลมกระทำให้ทองขึ้น แก้พิษ แก้คุลุมะโรค เป็นอาทิหายแลฯ ยาทำให้เจริญไฟธาตุ แก้วาตะ แก้เสมหะหาย มะตูม ๑ คนทิสอใหญ่ ๑ เพกา ๑ ซ้องแมวใหญ่ ๑ แค ป่า ๑ ยาหมู่นี้มี มะตูมเป็น อาทิ ชื่อว่า ทีละวะ ทีคณะ ยาทำให้เจริญไฟธาตุ แก้วาตะ แก้เสมหะหายฯ ยานี้แก้ ปิตตะ, เสมหะ,วาตะ,กระทำให้ตัวเบา ขัดมอญ ๑ ผักโหมหิน ๑ ละหุ่ง ๑ มุแวนนะ ๑ มัสสุ แวนนะ ๑ ยานี้แก้ ปิตตะ, เสมหะ,วาตะ,กระทำให้ตัวเบาฯ ยาแก้ วาตะ,แก้เสมหะ, ให้หาย หญ้าเกล็ดหอยเล็ก หรือ เกล็ดหอยใหญ่ ก็ได้๑ ละหุ่ง ๑ มะเขือทั้ง สอง ๑ (คือ มะเขือหนาม คือมะเขือขื่น และ มะเขือขาว) ยาหมูนี้ชื่อว่า ปัญจะมูลเหล็ก แก้ วาตะ,เสมหะหาย, แก้มุตกิจ แก้วาตะ,แก้ปิตตะ, ให้หายหัวเบ็ญจะปัตตะ ๑ รากอบเชย ๑ สิหิงเมฑหังคุ ๑ บอระเพ็ด ๑ โผฏา ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ยา ๖ สิ่งนี้ แก้มุตรกฤจฉ์ แก้วาตะ,แก้ปิตตะ, ให้หาย ยาแก้ เสมหะ,วาตะ,ให้หายกะฏุเวลังคะ ๑ โคกกระสุน ๑ ดอกคำทั้งสอง ๑ กะรัมพะ คือ มะนาวเทศ ๑ รากหญ้าหนาม ๑ ยา ๕ ประการนี้ แก้ เสมหะ วาตะ หาย
๒๘ ยาแก้ ปิตตะ,แก้มุตกิจ,ชำระลำไส้, หญ้าแพรก ๑ อ้อยเครือ ทั้งสอง ๑ หญ้าคา ๑ ไม้รวก ๑ แปปะละ ๑ รากหญ้า ๕ ประการนี้ เอาสิ่งเดียวก็ได้ เอาทั้ง ๕ อย่างก็ได้ แก้ ปิตตะ แก้มุตรกฤจฉ์ ชำระลำไส้ ยานี้ เอา แต่รากทั้งหมด ยาแก้ วาตะ, เสมหะ,เมทะ, แก้คุลุมะโรค, แก้หวัด แก้ไข้ ,แก้เมื่อย แก้ขบ แก้เปื่อย โ ม ก มั น ๑ แมฑะหังคุ ๑ สิริเตกกุ ๑ ตำแยเครือ ๑ พริกไทย ๑ แห้วใหญ่ ๑ ว่านเสมา ๑ กระวาน ๑ ก้นปิด ๑ เทียนดำ ๑ เพกา ๑ กระเบียน ๑ เทียนเยาวะภาณี ๑เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาว ๑ ว่านน้ำ ๑ ยาหมู่นี้ก็ดี เทียน ๑ มหาหิงคุ์ ๑ พิลังกาสา๑ ผักเสี้ยนไทย ๑ ใบ ๕ ประการดังกล่าวมานี้ ชื่อว่า วัชกาทีคณะยาแก้วาตะ, เสมหะ,เมทะ, แก้คุ ลุมะโรค, แก้หวัด แก้ไข้ ,แก้เมื่อย แก้ขบ แก้เปื่อยหายฯ ยาแก้เสมหะ แก้เมทะ แก้พิษ แก้กิมิโรค แก้กุฏฐโรตหาย แก้บาดแผล รักขาว ๑ มะแว้งเครือ ๑ ดองดึง ๑ ทัมเทวุสุทุ ๑ แรตตะ ๑ อัสสะติยะ ๑ หอระดาน คือกำมะถันเหลือง ๑ หญ้าพันธุ์งู ๑ แกมเมรีย ๑ สะตือ ๑ เหละกัดตะโกลุ คือ อัญชันขาว ๑ ดอกจันทน์เกาะ ๑ โคกกระออม ๑ แหตินิยะ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ อักกา ทีคณะ ยาแก้เสมหะ แก้เมทะ แก้พิษ แก้กิมิโรค แก้กุฏฐโรตหาย แก้บาดแผล วิเศษนัก ยาแก้ลมทั้งปวง เทียนสัตตะบุษย์ ๑ ตะวรณะ คือ เนื้อไม้ ๑ โกศสอ ๑ เอาทศมูล๑ ด้วย (อ่านว่า ทด-สะ-มูน มีตัวยา อยู่ในทศมูลนั้น ๑๐ อย่าง) ขัดมอญเล็ก ๑ ข้าวตอกขั้ว ๑ เอา ยา ขนานที่ ชื่อว่า วิระตะรา ทีคณะ เข้ามาผสมเป็นยาขนานเดียวกัน และ เอายาที่ชื่อว่า พิทาทีคณะ เข้ามาผสมอีกขนานหนึ่ง ด้วย เป็นยา แก้ ลม ทั้งปวงฯ ยาแก้มือด่าง เท้าด่าง แก้กุฏฐโรค แก้เสมหะ แก้ประเมหะ แก้กิมิโรค แก้โรคผอมเหลือง แก้เมทโทษ หาย ประดู่ ๑ โกมะพุรุกกะตะ ๑ พุรุทะ ๑กุพุ คือ กุ่มบก ๑ ตะเคียน หรือสีเสียด ก็ว่า ๑ แกกระ ๑ มะหะริ ๑ แอดตะระ ๑ แมฑหังคุ ทั้งสอง ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ตรีติหะมะ ๑ เอาราก เอาใบ ตาลโตนด ๑ ใบ ทองกวาว ๑ หิกะระมัตตะ ๑ ดอกรัง ๑ ต้นเตวะ คือ ต้นหมากเมีย ๑ เมล็ดโมกมัน ๑ ผลยอ ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่า อัสสะนาทีคณะยาแก้มือด่าง เท้าด่าง แก้กุฏฐโรค แก้เสมหะ แก้ประเมหะ แก้กิมิโรค แก้โรคผอมเหลือง แก้ เมทโทษหายฯ เอา ยา ทุรุวา ทีคณะก็ดี แก้เสมหะหาย เอา หญ้าแพรก ๑ ตำแยเครือ ๑ สะเดา ๑ เสนียด ๑ วัตทุรุ ๑ อุปะลาทีคณะ ก็ดี อัศษนาทีคณะก็ดี สุระลาทีคณะ ก็ดี มุตตาทีคณะก็ดี วะจาทีคณะก็ดี คณะทัง หลายนี้ แก้เสมหะหายฯ ยารากใหญ่ห้าประการ หัวปัญจะปัต ๑ ละหุ่ง ๑ แอสะติยะ ๑ ผักโหมหิน ๑ สะตือ ๑ กัมพุลุแวนนะ ๑ มุงแวนนะ ๑ ถั่วดำ ๑ ชิวะนะ ๑ รสสัญญา ๑ อภิรุ ๑ วิระวันนิ ๑ ชิระโกหัดจะปัง ๑ ยาหมู่นี้ชื่อว่าชิวะ สัญญา เป็นรากใหญ่ห้วประการฯ ยาแก้ให้ชื่นอกชื่นใจกระทำให้อิ่ม แก้เสมหะ แล ปิตตะ แก้บวม แก้คุลุมะโรค แก้โรคให้กลับเนื้อกลับ ตัว แก้ลม อุทธังคะมาวาต แก้ไอหายแล รสสัญญาปะหะติ ๑ คัณฐการิ ๑ สาละปันนิ ๑ ปัญญาหะปันนิ ๑ โตขุรุกะ ๑ ยาหมู่นี้รากเล็ก ๕ ประการ อบเชย ๑ ยาหมู่นี้ชื่อ พีทาริกาทีคณะ เป็นยาแก้ให้ชื่นอกชื่นใจกระทำ ให้อิ่ม แก้เสมหะ แล ปิตตะ แก้บวม แก้คุลุมะโรค แก้โรคให้กลับเนื้อกลับตัว แก้ลม อุทธังคะมาวาตา แก้ไอ หายแลฯ อันว่าคณะทั้งหลายนี้ ก็ดี น้ำมัน น้ำมันเนย ทาก็ดี แพทย์ดูด้วยอาการอันควร แลไม่ควร แล้วพึง กระทำโดยฉลาด อันยาสิ่งใดก็ดีคือ ดอก และ ผล หรือ เปลือก และ ราก หรือ ใบ เป็นอาทิ ที่ต้องนำมา ทำ เป็นยา ยังมิได้บอกให้แจ้งนั้น ก็ให้แพทย์ เอา รากของ ยามาใช้เถิด ถ้ายาสิ่งใด หรือ ขนานใดมิได้บอกประมาณ หรือน้ำหนักไว้ ก็ให้เอายาสิ่งนั้น ขนานนั้น แต่ละอย่าง นั้นเสมอกัน หรือ เท่ากันเถิด ถ้าน้ำกระสาย ยา ยังมิได้ บอกให้แจ้งก็ดี ก็ให้ละลายน้ำสุก ทิ้งให้เย็นแล้ว ละลายยากินเถิด ยาผงสิ่งใดเมื่อจะให้กินนั้น ให้ดูประมาณเห็น ว่าควรจะให้กินเท่าใด อะกะหนึ่งก็ดี หรือ ๒-๓-๔ อะกะก็ดี นิสะกะหนึ่งก็ดี หรือ ๒-๓ นิสะกะก็ดี มากกว่านี้ หน่อยหนึ่งก็ดี ดูประมาณอันสมควรแล้วจึงให้กินยานั้นเถิด
๒๙ อนึ่ง ยาสิ่งใด เจือด้วยน้ำนม นั้นควรจะให้กิน ปะสะตะ ๑ ก็ดี หรือ ๒-๓ ปะสะตะ ก็ดี ให้ดูประมาณ อันสมควรแล้วพึงให้กินยานั้นเถิด อนึ่งเห็นว่าวันใดมันจะเย็นอยู่ ใกล้ค้ำแล้ว หรือว่า เย็นแล้ว ก็ อย่าให้กินเลย แพทย์จะรักษาโรคสิ่งใด ให้ดูประมาณเห็นว่าควรจะให้กินยานั้น ๓ วันก็ดี ๗ วันก็ดี ๑๒ วันก็ดี มันฎล คือ ๓๐ วันก็ดี ประมาณดูแล้วว่าสมควรตามที่กล่าวมานี้ก็พึงให้กินยาเถิด ถ้าให้ยาสิ่งใดกินเห็นว่าโรคนั้นหยุดอยู่ก็ดี บรรเทาลงก็ดีพึงให้ยานั้นกินไปเถิด ถ้าโรคนั้นทวีมากไปก็ให้ ยกยานั้นทิ้งไปเสีย เอายาขนานอื่นให้กินแทนใหม่ โรคสิ่งใด บังเกิดขึ้นได้ในการเท่าใด พึงให้กินยาไปเท่านั้น หายแล เช่น เป็น ๑ วัน ให้กิน ๑ วัน เป็น ๑๐ วัน ให้กิน ๑๐ วัน เป็น ๑ เดือน ให้กิน ๑ เดือน เป็น ๑ ปี ให้ กิน ๑ ปีอนึ่งโรคบังเกิดได้ ๑ ปี ให้รักษาดู ๗ วันแล้ว ถ้ากำลังโรคมีเสมออยู่ พึงให้กินยาอื่นเถิดฯ ถ้าให้กินยาสิ่งใดแลยังไม่เห็นคุณ คือยังไม่ได้ผล ก็อย่าพึ่งให้กินยาอื่น ซ้ำเข้าไปในขณะนั้น ให้หยุดยา ขนานอื่นไว้ก่อน เหตุดังฤา เหตุเพราะว่ายาที่กินไปก่อนนั้น มีกำลังโอชารสของยายังสงบอยู่ ยาที่กินภายหลัง นั้น เข้าไปปะทะกันแล้วก็จะให้คุณของยาต่างกันไปจะหาประโยชน์มิได้ ถ้าเป็นไข้จับใน ฤดู อันเสมอกัน ไม่ร้อนไม่หนาวก็มีโทษที่จับอยู่นั้น ยังมิได้ระงับอยู่ดี อนึ่งในปรเมหะ โรคธาตุยังบริบูรณ์ก็ดี อนึ่งในรัตตะคุลุมะโรค นั้นเรื้อรังอยู่นานก็ดี ลักษณะโรคทั้งหลายดังที่ได้กล่าวมานี้ แพทย์พึงว่าจะรักษาหายง่าย หรือ ยาก อันว่า สมอเทศ สมอไทย นั้นมีรสหวาน สุขุม มีรสฝาด,รสแห้ง,รสเค็ม,รสเบา,ให้จำเริญไฟธาตุ กระทำ ให้สุกชอบเมทะ มีคุณอุ่น ๆ ชำระมลทินในร่างกายให้บริสุทธิ์ เจริญอายุให้เกิดปัญญา ให้เกิดกำลัง เจริญ อินทรีย์ทั้งหลาย มี จักษุ เป็นอาทิ แก้กุฏฐโรค กระทำให้เจริญวรรณะ แก้เสียงแหบเสียงแห้ง แก้เสียงแข็ง แก้ ปุราณะชวร แกศีรษะโรค โรคจักษุ แก้โรคผอมเหลือง แก้หฤทัยโรค แก้กามิละ แก้ตระหนี่โรค แก้บวมเดินเหิน ไม่ได้ แก้ประเมหะ มุตระ แก้อติสาร แก้วาตะ แก้ราก แก้กิมิโรค แก้หอบ แก้หวัด แก้ไข้ป่า ท้องโร ให้ท้องขึ้น ให้ขัดหนัก แล้วกลายเป็น คุลุมะโรค ให้ขัดเบา แล้วกินอาหารไม่มีรส แก้โรคอันเกิดแต่ เสมหะ วาตะหายแลฯ อนึ่งกินข้าวแล้วกินสมอ แลว่าสมอนั้นบำรุงอินทรีย์ทั้ง ๕ ระงับวาตะ ระงับ เสมหะ ระงับ ปิตตะ กระทำกระเพราะอาหารเก่าให้บริสุทธิ์เป็นยาอันประเสริฐ สมออันมีคุณรสหวาน รสเปรี้ยว เหตุดังนั้นจึงแก้ลม สมอที่มีรสเผ็ด รสขม เหตุดังนั้นจึงเป็นยาแก้เสมหะ สมอที่มีรสฝาด รสหวาน เหตุดังนั้นจึงเป็นยาแก้ปิตตะฯ มะขามป้อมบำบัดโรคทั้งปวงชอบในการบำรุงตา มีรสแห้ง รสเปรี้ยว จึงแก้ลม มีรสหวาน รสเย็น มีรส ฝาด รสแห้ง จึงเป็นยาแก้เสมหะ แลมะขามป้อมนี้มีผล อันอุดมกว่าผลอื่น ๆ สมอพิเภก กระทำให้สุกให้ร้อนให้เย็นชอบกับเส้นผม มีคุณคล้ายกันกับ มะขามป้อม สมอเทศ สมอ ไทย ก็ดีเอาส่วน ๑ สมอพิเภก ๒ส่วน มะขามป้อม ๔ ส่วน เอา ตรีผลา ดังกล่าวมานี้มารวมกันเป็นยาเข้ากัน แล้วละลายด้วยน้ำท่าฯ อนึ่งยาอุดมวิเศษนัก ๑) เอา สมอ หนัก ๖ บาท (สมอ)พิเภก หนัก ๓ บาท มะขามป้อมหนัก ๖ สลึง เป็นยา ตรีผลาดังที่ได้กล่าวมานี้ พึงรู้ว่าอุดมวิวิเศษนัก เอา สมอ ๓ ส่วน (สมอ) พิเภก ๔ ส่วน มะขามป้อม ๕ ส่วน เป็นส่วน ๆ ดังนี้ บางอาจารย์เรียกว่าตรีผลา บางอาจารย์ก็เรียกว่า สมอทั้ง ๓ฯ ๒) ขัดมอนใหญ่ ๑ ขัดมอนเล็ก ๑ ต้นทองกวาว ๑ อโนชา ๑ ทรัพย์พระยานี้ เรียกว่ากำลังแข็ง มี คุณสร้างเลือดให้บังเกิดกำลังฯ ๓) เปลือกอบเชย ๑ กระวาน ๑ พิมเสนต้น ๑ ทรัพยาทั้ง ๓ นี้เรียกตรีสุคนธ์ ซ้องแมวใหญ่ ซ้องแมวเล็ก ทั้งสอง ๑ ต้นทองกวาว ๑ อโนชา ๑ ทรัพยาดังนี้ นี้ เรียกว่ากำลังแข็ง มีคุณสร้างเลือดให้บังเกิดกำลัง
๓๐ ยาตรีสุคนธ์ เปลีอกอบเชย ๑ กระวาน ๑ พิมเสนต้น ๑ ทรัพยาทั้ง ๓ นี้ เรียกว่าตรีสุคนธ์ยาเทวะ สุคนธ์ ยาทะเวสุคนธ์ มะซาง ๑ เกสรบุนนาค ๑ ทั้งสองนี้ชื่อว่า เท์วสุคนธ์ ยาทั้ง สอง หมู่นี้ทำให้ปิตตะ คือ ดี กำเริบ ฉุนแหลมกำเริบร้อนกระทำให้สว่างให้จำเริญรสอาหาร พริกไทย นั้นมีรสสุขุมรสเผ็ด เป็นสัตรู กับ เสมหะ มีคุณเบา ดีปลี นั้น ถ้ายังสด ทำให้เสมหะกำเริบ มี รสหวาน,รสเย็น,มีรสขม, รสหนัก, ถ้าแห้งมีคุณผิด กันกับ สด ๆ กระทำให้แห้งมีรสเผ็ด แก้ลม,แก้หอบ,แก้เสมหะ,แก้ไอหาย, กระทำให้อิ่ม ขิง นั้น ถ้า สด ๆ ทำให้ จำเริญไฟธาตุ ให้จำเริญรสอาหาร กระทำให้แห้ง ให้ประชุมไฟธาตุแก้หทัยโรคคือโรคอันผูกหัวใจ ถ้าแห้งมี รส หวาน,รสเบา,รสละเอียด,ให้เกิดรสอาหาร ระงับ วาตะคือระงับ ลม เสมหะ คือ เสลด มีคุณดั่งขิงสด (ขิงแห้งพริกไทย-ดีปลี-) ทั้ง ๓ประการนี้ประชุมกันแล้วเรียกว่า ตรีกฏุก แก้ถูละภาพให้ผอมแน่นแก้มันทาคินี แก้หอบ หืดแก้ไอสิปะโรคให้เท้าทู่หายฯ สะค้าน ช้าพลู ทั้ง สองนี้มีคุณเสมอกัน เจตมูลเพลิง มีคุณให้สุขุม ให้ร้อน เสมอกัน แก้กิมิโทษ แก้ บาดแผล แก้บวมหาย ตรวจแล้ว ต่อ ๗๓ ยกพริกไทยออกเสีย พึงรู้เถิดว่าเป็นยาเบญจกูล แก้คุลุมะโรค แก้ปลิโหทรโรคท้องมาร แก้ อะนาหะโรค แก้สะ ละโรค ชนะกระทำให้สว่างอกสว่างใจยิ่งนัก ให้แพทย์พิจารณาให้วิเศษ แล้วพึงประกอบใช้ เถิด ถ้าจะยกสิ่ง หนึ่งสิ่งใดออกเสียจะเอาตัวยาอื่นประกอบเข้ามาถ้ามีคุณเสมอกันแล้วพึงให้ประกอบเถิด อนึ่งถ้าสิ่งใดไม่ชอบ กับโรค ให้ยกสิ่งนั้นออกเสียเถิด บัดนี้จักได้ยาที่เป็นเอกเป็นประธาน เริ่มแต่ โกศจุฬาลำพา สิ่งเดียวนั้นเป็นใหญ่ ในโรคไข้จับ เสนียด นั้นเป็นใหญ่ ในรัตตะปิตตะโรค รักเทศ กับโมกมัน นั้น เป็นใหญ่ในโรคเหน้า โรคเปื่อย ข้าวตอกขั้ว เป็นใหญ่ ใน ฉะทิโรค ให้ราก โกศกระดูกเป็นใหญ่ ใน หิกาโรค ที่ให้ สะอึก ยอดไทรย้อย เป็นใหญ่ใน บีปาสะโรค ให้ ระหายน้ำ มะเขือหนาม เป็นใหญ่ใน กาสะโรค ให้ไอ ชฎามังษี เป็นใหญ่ใน สาสะโรค ให้หอบ ดอกคำฝอย เป็นใหญ่ใน สุริยาวัตตะโรค ให้ปวดศีรษะ เรียกว่า ลมปะกัง คนทิสอใหญ่ เป็นใหญ่ใน มัดทะตะยะ คือ ว่า การมัวเมา สิริละ เป็นใหญ่ใน คะหะนิโรค โรคตานซาง พิลังกาสา เป็นใหญ่ใน กิมิโรค แห้วหมู เป็นใหญ่ใน อติสาร คือ โรคบิด ที่ถ่ายเป็นเลือด โคกกระสันเป็นใหญ่ใน มุตรกฤจฉ์โรค (ในมุตกิจโรค) ดีปลี เป็นใหญ่ใน ปลิ โหทรโรค ขมิ้น เป็นใหญ่ใน ประเมหะโรค แผ่นเหล็ก เป็นใหญ่ใน โรคผอมเหลือง ตรีผลา เป็นใหญ่ใน จักษุ โรค นะวะแนะ พิสิยะ เป็นใหญ่ใน กามิโรค คือ โรคผอมเหลือง , รุวะรา เป็นใหญ่ใน สระโรค ยางรง เป็น ใหญ่ใน มะโหทรโรค ท้องโร, ครั่งเป็นใหญ่ใน ภินนะสัณฐานที่แตก, รงทองเป็นใหญ่เใน วณะโรค , มะรุม เป็น ใหญ่ใน วิทราทิโรค , เจตมูลเพลิง เป็นใหญ่ ใน คุลุมะโรค เครือโคกกระออม เป็นใหญ่ใน วุฒิโรค คือโรคอัณฑะ ใหญ่ , ผลกระเบียน เป็นใหญ่ใน วณะ โรค, ราชพฤกษ์ เป็นใหญ่ใน มุทุวิเรจนะลงอ่อน คือละบายอ่อนๆ, สลัดได เป็นใหญ่ใน ติขิณะวิเรจะนะลงหนักคือถ่ายมาก, จิงจ้อ เป็นใหญ่ใน วิเรจะนะ ลงสบาย ทำให้ถ่ายสบาย , ต้นทองกวาว แล ขัดมอญ เป็นใหญ่ในนิ่ว ให้ขัดเบาแก้นิ่ว แก้ขัดเบา , ตรีกฏุก เป็นใหญ่ใน สุละโรค, ทองคำเป็นใหญ่ใน โรคพิศ คือแก้พิษ, มังษะ เป็น ใหญ่ใน ขัยโรค, บอระเพ็ด เป็นใหญ่ใน ลม,เลือด แก้ลม แก้เลือด , เทียนสัตตะบุษย์ เป็นใหญ่ใน โสภะโรค คือ โรคบวม, สะเดา เป็นใหญ่ใน วะสุริกาโรคแก้ ฝีดาษ, กระเทียม เป็นใหญ่ใน ไข้จับให้หนาว, รากอบเชย เป็น ใหญ่ใน วิลับปะโรค, ตะเคียน สีเสียด เป็นใหญ่ใน กุฏฐโรค, เมล็ดในชะมด เป็นใหญ่ใน แก้โรคมือด่าง ตีนด่าง, มะขามป้อม เป็นใหญ่ใน ภุควิการ, ให้เกิดวิปริตร เพราะปีศาจ ให้เจริญอายุ ผักโหมหิน เป็นใหญ่ใน แก้โรค ชราให้แก่, อุฑุตตะ เป็นใหญ่ใน แก้รุจี คือให้เจริญอาหาร, ว่านนำ เป็นใหญ่ใน แก้กุมารโรค, สรร่ายหิน เป็น ใหญ่ในการแก้ สรรพโรค ทั้งปวง ยาดังกล่าวมานี้แต่ละสิ่งเป็นยาอันประเสริฐอาจรักษาโรคนั้น ๆ ได้ ให้
๓๑ ประกอบ ตามวิธี แพทย์จงประกอบยานี้ไว้เถิด หรือ จะต้มกินก็ได้ (กล่าวมาด้วยสรรพคุณ ติกิจฉา วิธี จบแต่ เพียงเท่านี้) ลำดับนี้จะกล่าวด้วย อันนะปานะ วิธีติกิจฉาต่อไป โดยบาพี เป็น อาทิ ว่า อันยะปานาทะรุเตนาน์ยะ ทะมะวังตะชะตะโตภะยะตะ หินาหินะปะริจ์ฉิท์ทะวิธิตัส์สะนิท์ยะเต แปลว่า ต่อ ๗๕ตรวจแล้ว แปลว่าธรรมดา สัตว์ทั้งหลาย ในโลกย์ นี้ จะเลี้ยงชีวิต ด้วยอาหารและสิ่งอื่น นอกกว่าข้าวน้ำนี้หามิได้ฯ บัดนี้จะกล่าวในวิธีข้าวน้ำ และ ข้าวนั้น คือ ข้าวรัตตะสาลี ๑ มหาสาลี ๑ กาลมันทะสาลี ๑ โลมัน ทะสาลี ๑ กาลสาลี ๑ โปตะกะปัณณะสาลี ๑ กุมปันทะสาลี ๑ ปะทัมสาลี ๑ วะราหะสาลี ๑ โทวะสาลี ๑ ทีฆะสาลี ๑ หัตถีสาลี ๑ มะยุระสาลี ๑ โกตัมพุรุสาลี ๑ ทั้งนี้เป็น คำลังกา(คือภาษาลังกา ) ข้าวสาลีทั้งปวงนี้ เกิดในภูเขา มีรสอันหวานบังเกิดรสสนิทมีมลทินน้อยสุดระงับ ลม ข้าวรัตตะสาลี สิ่งเดียวนั้นแก้ตรีโทษได้ เป็นยาอันอุดม จุลมะธุสาลี ๑ สักขระสาลี ๑ ปันนะทุกะสาลี ๑ ปิยามังษะสาลี ๑ ชิระกะสาลี ๑ ขาระสาลี ๑ มะชุระกาวิธี อันว่าข้าว ดังกล่าวมานี้ บังเกิดในท้องนา กระทำให้อาหารทั้งปวงสุก มีรสหวาน ระงับ วาตะ แล ปิตตะ หาย ให้เกิด เสมหะ แล สัมภวะ ข้าว ดังกล่าว มานี้ ข้าวจำพวกใดมีผลใน ๖๐ วัน ข้าวจำพวกนั้น อุดม อันว่า ข้าวใหม่ทั้งปวง ชอบกับ จักษุ คือ ดวงตา ให้บังเกิดโทษทั้งปวง มี เสมหะ เป็นอาทิ กระทำให้ จำเริญกำลัง ข้าวกับแก้ ข้าวเดือย ข้าวละมาน ข้าวฟ่างเล็ก ข้าวทั้ง ๔ ประการ นี้ กระทำให้แห้ง ระงับ ปิตตะ เสมหะ หาย ข้าวยะวะสาลี ให้ลมกำเริบ บังเกิด มละมาก ระงับ ปิตตะ เสมหะ หาย ข้าวโตธุมะสาลี ให้บังเกิดเสลดมีรสหนัก, รสเย็น,รสหวาน, ระงับ ลม อันว่าถั่ว-งา-ทั้งปวง ถั่วเขียวมีรสฝาด , รสหวาน, รสเบา, กระทำให้แห้ง ระงับ ปิตตะ กระให้บังเกิด ลม ถั่วดำวานร ให้บังเกิดเสลดระงับปิตตะ ระงับเสมหะ บังเกิด ลม แก้หอบ,แก้ไอ,แก้สะอึก, แก้ลม อะสุ กะ วาตะ งา มี รส ฝาด,หวาน,ขม, ให้บังเกิดกำลัง กระทำให้อุ่น กำเริบปิตตะ สามัญผลชาติ กระทำให้ถอยกำลัง ไม่มีรส สนิทมีพิษเย็น เมล็ดขนุนมี รสหวาน,รสฝาด, หนัก ให้เกิดปัญญา กระทำให้แห้ง กำเริบลม ระงับซึ่ง ปิตตะ เมล็ดขนุนป่า มี รสฝาด,รสหวาน,รสเบา กำเริบ รัตตะปิตตะโรค ระงับ กิมิโทษ แล เสมหะโทษ เมล็ดมะขาม บังเกิดมวก มี รสหนัก,รสเย็น, กระทำที่ต่อที่หัก ติดกันได้ เนื้อปลาช่อนมีรสเบา ชอบกับธาตุทั้งปวง ให้บังเกิดเสลด บังเกิด เมทะ ระงับ วาตะ มีรสบำรุงรส หวาน รสอาหารให้สุก ตรวจแล้ว จบตำรา วรโยคสาร
๓๒ บทที่ ๔ ว่าด้วยมนุษย์มีร่างกายเป็นรูปหญิง-รูปชายอันมีโรคติตตัวมาแต่กำเนิดในครรภ์ พระคัมภีร์มหาโชตรัต เล่ม ๑ โดยสังเขป โสทายะ สิท์ธิพุท์ธายะ สิท์ธัมมายะ สิท์ธิสังฆายะ สิท์ธิปัจเจกพุท์ธายะ สิท์ธฺสัพ์พัญ์ญูสาวกา สิท์ธิอริ ยานํ สิท์ธิวาจาทิหิริยํ สิท์ธิมารพลํโยธํ สิท์ธฺนิพ์พานมุต์ตมํ สิท์ธิสิโรหริหโร สิท์ธิพ์รหมาธตรัฏ์ฐโก สิท์ธินาโค วิรุฬ์หโก วิรูปัก์โข สิท์ธิจันทิมา รวิ สิท์ธิอิน์โทจเวนัต์เตโยจ กุเวโร วรุโณปิจ สิท์ธิอัค์ติ จ วายุกํ ปชุน์โน จ กุมา โรจ สิท์ธิอัฏ์ฐารสเทวตา จตุปาลัญ์จเทวตา สิท์ธิราโม สิท์ธิเทโว สิท์ธิยัก์โข จรัก์ขโส สิท์ธิวิช์ชาธรานํ จ สิท์ธิ อิสีมเหสโร สิท์ธิปัพ์พเตเทวานํ สิท์ธิการิยเทวตา สิท์ธิปาสาทเทวานํ สิท์ธิ เจติยเทวตา สิท์ธิ โพธิรุก์ขเทวานํ สิท์ธิ อารัก์ขเทวานํ สิท์ธิ วิหารเทวานํ พุท์ธรูปเทวานํ สิท์ธิ ติณาจรุก์ขานํ วัล์ลิยาฆรเทวตา สิท์ธิ ชลถลัฏ์ ฐานาวา สิท์ธิ อากาสเทวา สิท์ธิมุนีจราชาโน สิท์ธิ ปุริสสัก์ขณา สิท์ธิ ภูมัฏ์ฐเทวานํ สิท์ธิกัม์มพลํวรํ สิท์ธิ ปา ทาอปาทาวา ทวิปาทาจตุป์ปตา พหุป์ปาทาจสัต์ตกา สิท์ธิ ปัก์ขาจวายุกํ เอเตน สิท์ธิ เตเชน ชยโสต์ถิ ภวันตุ เต ตํรัก์ขันตุ สัพ์พทา ตํปริปาล ยัน์ตุ สัพ์พทา ตํ สัพ์พสิท์ธิ ภวัน์ตุ สัพ์พทา ตํ สัพ์พโสต์ถิ ภวัน์ตุเต สัพ์พทา ทุก์ขโรคภยา เวรา โสกา สัต์ตุจุปัท์วา อัน์ตรายา อเนกาปิ วินัส์สัน์ตุจเตชสา ชยสิท์ธิ ธนํ ลาภํ โสต์ถิภาค์คยํ สุขํ พลํ สิริอายุจวัณ์โณ จ โภคํ วุฒีจยสวา สตวัส์สจ อายู จ ชีวสิท์ธี ภวัน์ตุเต พุท์โธจ มัช์ฌิโมเสฏ์โฐ สาริปุต์ โตจทัก์ขิเณ ปัจ์ฉิเมปิจอานันโท อุต์ตเรโมต์ตัล์ลานโก โกณ์ทัญ์โญ ปุรภาเตจ พายัพ์เพจควัม์ปติ อุปาลี หรติฏ์ ฐาเน อาคเณย์เยจกัศ์สโป ราหุโลเจวอีสาเณ สัพ์เพเต พุท์ธมังคลา โยญัต์ตะวา ปูชิโตโลเกนิท์ทุก์โข นิรุปัท์ทโว มหาเตโชสทาโหตุ สทาโสต์ถี ภวัน์ตุเต สิทธิการิยะ พระอาจารย์ผู้ชื่อว่า ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่กว่าพรหม ๑๖ ชั้น ท่านผู้นั้นจึงลงมา ประดิษฐาน จารึกอักษร เป็นต้นคัมภีร์ของ มหาโชตรัต ว่าด้วยปฐมสัตว์ มนุษย์ อันเกิดมาเป็นรูปสตรีภาพ ตั้งแต่คลอดออกจากครรภ์แห่งมารดา ก็มีกายประเภทต่างออกกว่าที่เป็นผู้ชายนั้น ๔ ประกาย คือ มี ถันประ โยธรนั้น ประการ ๑ มีจริตกิริยานั้น ประการ ๑ มี ประเวณี นั้น ประการ ๑ คือ มีต่อมเลือด ระดู (ศัพท์เก่า เป็น ฤดู) นั้น ประการ ๑ จึงเป็น ๔ ประการด้วยกันดังนี้ จะว่าในคัมภีร์ มหาโชตรัตนี้ก่อน มี พระบาลี ดังนี้ โลหิต หทยํ ชาตํ อันว่า ระดู โลหิตแห่งหญิง อัน เกิดมาแต่หัวใจ อันชื่อว่า หทัย วัตถุ กำเก่าที่เกิดมา ว่าเมื่อหญิงมี ระดูมานั้น ให้คลั่งเพ้อไป เจรจาด้วย ผี ให้ นอนสะดุ้งหวาด มักขึ้งมักโกรธ ไปต่าง ๆ ครั้น ระดู มีออกมาแล้ว ก็หายเพศที่เป็นนั้นแลฯ ปิตฺตํ ชาตํ โลหิต อันเกิดแต่ขั้วดีนั้น เมื่อจะมี ระดู มานั้นให้คลั่งไคร้ละเมอเพ้อเจรจาด้วย ผี ให้นอน สะดุ้งหวาดไป ครั้นมี ระดู ออกมาแล้ว ก็หายเพศนั้นแลฯ มํสํ ชาตํอันว่า ระดู เกิดแต่ผิวเนื้อนั้น ให้นอนร้อนผิวเนื้อผิวหนัง ให้แดงดังผลตำลึงสุก ลางทีให้ผุดขึ้น ทั้งตัว ดุจดังออกหัด แลฟกดังไข้รากสาด เป็นไปถึง ๒-๓ วัน ตรั้นมี ระดู ออกมาแล้ว ก็คลายไป นหารูชาโต อันว่าโลหิตบังเกิดมาแต่เส้นเอ็นทั้งปวงนั้นเมื่อจะใกล้มี ระดู มาให้เป็นดังดุจไข้จับ ให้ สะบัดร้อนสะบัดหนาว ปวดศีรษะเป็นกำลัง ครั้นมี ระดู ออกมาแล้วก็หายไป อัตฐิกํ ชาตํ อันว่า โลหิต อันเกิดมาแต่กระดูกนั้น เมื่อจะใกล้มี ระดูมา ให้เมื่อยให้ขบทุกข้อดังจะขาด ออกจากกัน ให้เจ็บบั้นเอวสันหลังยิ่งนัก มักบิดเกียจคร้านบ่อย ๆ ครั้นมี ระดู ออกมาแล้วก็หายไปแล สิทธิการิยะ พระครูผู้เฒ่า ท่านกล่าวไว้ว่า ถ้าแพทย์ผู้ใด จะรักษาโลหิต ระดู แห่งหญิงอันมี ระดู มาแล้ว แลกลับให้แห้งไปก็ดี แต่รุ่นสาวขึ้นมา แลอายุควรจะมี ระดู มาแล้ว แลไม่มี ระดู มาตามประเวณี ลางทีมี ระดู มาแล้วกลับแห้งไปก็ดี ลางคนแต่รุ่นสาวได้ ๑๔ ปี ๑๕ ปี ก็ยังไม่มี ระดู ต่อมีผัวแล้วจึงมี ระดู มา หญิงเหล่านี้ท่านว่าเป็น ประเวณี โลกทั้งหลายแล
๓๓ ถ้าแลหญิงคนใดมี ระดู มาแล้ว กลับแห้งไปนั้น เป็นเหตุด้วยโทษ ๕ ประการดังนี้ พระอาจารย์เจ้าจึง กล่าว บาฬี อย่างนี้ สมทบไว้ว่า มหาโชตรัต (๑)ยานาริปุปฺผมาธรํอุปฺปันฺนกามตักฺกินี ตัสฺสาพลวาราคัคฺคินปฏิสันฺธิวิเสโสสติ. (๒)ยานาริปุปฺผมาธรํ ภุญฺชติกฏุกาทิกํ ตัสฺสาปิคัพฺภปาตนํ, สมุฏฺฐานสัมฺมเตอิทํ (๓)ยานาริปุปฺผมาธรํ โทเสนอสัตฺตมนาอัตฺตานํ ปฏิโกเฏติปเร หิ มหัตฺตาปิวา เตกิลันฺตกายา คัพฺภ ปาตัปฺปตาวสา อาโปสมุฏฺฐานํอิทํ (๔)ยานารีคัพฺภมาธรํโมหจิตฺตํสกิตานานากิฬาปสุตาวเสยฺโยเตชํปมุญฺจติ. (๕)เตนวายกุปฺปาปัสฺสา ปฏิสันฺธิวิเสโสสติ วาโยสมฏฺฐานํ อิทํ วิญฺญายํ กุสเลหิปิ. ต่อ ๘๐ ตรวจ แล้ว โดยอรรถ่ธิบายว่า หญิงจำหวกใดเมื่อมีอายุ (ศัพท์เดิมใช้คำว่าชนมายุ) ได้ ๑๔ –๑๕ ปี ขึ้นไปก็สิ้น กำหนด ตานซาง แล้ว (เดิม คำว่า ตานทราง) ต่อมโลหิต แห่งหญิงนั้นก็ให้บังเกิดขึ้นมา ตามประเวณีแห่งสตรี ภาพ ให้แพทย์ทั้งพิจารณาดู ให้รู้ว่าโลหิตนั้นเกิดแต่ที่ใด ๆ แล้ว ให้ประกอบยา อันชื่อว่า พรหมพักตร์ ประจุ โลหิตร้ายเสียให้สิ้น เชิงแล้ว จึง ทำยา บำรุงไฟธาตุ (ศัพท์เดิม ใช้คำว่าแต่งยาบำรุงไฟธาตุ) ให้กินให้ธาตุทั้ง ๔ เสมอกันแล้ว จึงแต่งยาอันชื่อว่า กำลังราชสีห์ หรือทำยา กำลัง แสงอาทิตย์ บำรุงโลหิตให้ บริบูรณ์แล้ว เมื่อใด อันว่าสัตว์ที่จะมาปติสนธินั้น จะตั้งขึ้นได้เมื่อนั้นแลฯ ยาชื่อว่า ยากำลังราชสีห์ เป็นยาบำรุงโลหิตชาย-หญิงให้บริบูรณ์เป็นยาขนานที่ ๓๐ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.ลูกจันทน์ ๒.ดอกจันทน์ ๓.กระวาน ๔.กาลพลู ๕.เลือดแรด เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ๖.โกศสอ ๗.โกศเขมา ๘.โกศหัวบัว ๙.โกศเชียง ๑๐.โกศจุฬาลำพา ๑๑.เทียนดำ ๑๒.เทียนแดง ๑๓.เทียนขาว ๑๔.เทียน ข้าวเปลือก ๑๕.เทียนตาตั๊กแตน หนักสิ่งละ ๒ ส่วน ๑๖.ดีปลี ๑๗.รากช้าพลู ๑๘.สะค้าน ๑๙.เจตมูลเพลิง ๒๐.ขิงแห้ง ๒๑.ดอกพิกุล ๒๒.ดอกบุนนาค ๒๓.ดอกสารภี ๒๔.ดอกมะลิ ๒๕.เกสรบัวหลวง ๒๖.ดอก จำปา ๒๗.ดอกกระดังงา ๒๘.ดอกคำ ๒๙.กฤษณา ๓๐.กระลำพัก ๓๑.ขอนดอก ๓๒.ชะลูด ๓๓.อบเชย ๓๔.ชะเอมเทศ ๓๕.จันทน์แดง ๓๖.จันทน์ขาว เอาหนักสิ่งละ ๔ ส่วน ๓๗.ฝางเสน หนัก ๙ ส่วน ต้มกินหาย (ยาของ พ่อ) && ยาพรหมพักตร์ น้อย ขนานนี้ท่านอาจารย์ ให้เอาตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.ดอกจันทน์ หนัก ๑ บาท ๒.ผลจันทน์ หนัก ๑ บาท ๓.กานพลู หนัก ๑ บาท ๔.มหาหิงคุ์ หนัก ๔ บาท ๕. ยาดำ หนัก ๔ บาท ๖.การบูร หนัก ๔ บาท ยา ๖ อย่างนี้ บดเป็นผง เอา พริกหอม เท่ายาทั้งหลาย หรือ พริกไทยล่อน ก็ได้ บดเป็นผง เปลือกต้นมะรุมต้มเอาน้ำ มาเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นเม็ดเท่าผลมะแว้ง เครือ กินครั้งละ ๙ เม็ด กิน ให้ได้ ๑๑ วัน และไม่เกิน ๑๕ วัน ต่อไปกินครั้งละ ๑ เม็ด ถ้าหากว่า ชักมือกำเท้ากำ น้ำตาตกน้ำลายฟูมปากลิ้นกระด้างคางแข็ง มิรู้สึกตัว เอายานี้พ่นด้วยเปลือกน้ำต้มมะรุม หรือน้ำร้อนก็ได้ กิน บ้างทาบ้าง หายแล ถ้าจะแก้ให้หายจากพรรดึก ละลายด้วยน้ำ มะขามเปียก น้ำมะนาว ฝนยานี้ ๑๑-๑๓-๑๗ เม็ด ตามธาตุหนัก เบา ดีนัก && ยาพรหมพักตร์กลาง ท่านให้เอาตัวยาสมุนไพ ดังนี้ ๑.ผลจันทน์ ๒.ดอกจันทน์ ๓.กระวาน ๔.ดีปลี ยา ๔ อย่างนี้ หนัก สิ่งละ ๑ บาท ๕.มหาหิงคุ์ ๖.การบูร ๗. พริกไทยล่อน ยา ๓ อย่างนี้ หนัก สิ่งละ ๔ บาท ๘.ยาดำ หนัก ๑๒ บาท ๙.รงทอง หนัก ๑๒ บาท นำไปห่อ ใบตองหลาย ๆ ชั้น ปิ้งไฟให้สุก ยาทั้งเก้าสิ่งนี้ บดเป็นผง เอา สุราเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นเม็ด เท่าผลมะแว้ง เครือ ตามน้ำกระสายยาที่กล่าวไว้แล้ว ในยาพรหมพักตร์น้อย กินประจุเสมหะ และแก้เลือดเน่าเสีย ไขในข้อ ข้นเข้า แก้ธาตุดินพิการหาแล ฯ
๓๔ สิทธิการิยะ ถ้าแพทย์ผู้ใดรู้วิชาในคัมภีร์ มหาโชตรัต จะแก้โลหิตสตรีภาพ อันพิการต่าง ๆ หญิงบาง จำพวกโลหิต นั้น เป็นก้อนกลม เข้าเท่าฟองไข่เป็ด อยู่ในท้องน้อยและหัวเหน่า บางจำพวกติดอยู่ในทรวงอก บางจำพวกกลมกลิ้งขึ้นกลิ้งลงอยู่ในท้องน้อย แล้วก็เจ็บปวดท้องดุจดังเป็นบิด ลางทีให้ไปจุกอยู่ที่ยอดอก เจ็บปวดดังจะขาดใจตาย ทั้งกลางวันแลกลางคืน ถ้าถึงกำหนด ๗ วันตายแลฯ ถ้าแพทย์ ผู้ใดจะรักษาสตรีภาพ ไปเมื่อหน้า ถ้าแลหญิงจำพวกใด ตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี ๑๕ ปี แล้วยังไม่มี ระดู มาก็ดี ลางทีมี ระดู มาแล้ว แต่ กลับแห้งไปก็ดี ท่านให้แต่ง ยาบำรุงไฟธาตุเสียก่อน ให้ธาตุ ทั้ง ๔ บริบูรณ์ พร้อมแล้ว จึงแต่งยา บำรุงโลหิต ให้ โลหิตนั้นชุมออกมาแล้ว จึงแต่งยาขับโลหิตต่อไปเถิด ให้ทำยาบำรุงไฟธาตุนั้น @ยาบำรุงไฟธาตุ ท่านให้เอา ลูกเบญจกูล หนักสิ่งละ ๑ บาท ผลผักชี ๑ ว่านน้ำ ๑ หัวแห้วหมู ๑ พิลังกาสา ๑ บอระเพ็ด ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งหมดนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ทำเป็นยาผง เอาน้ำส้มซ่า เป็นน้ำกระสายยา ละลายยากิน บำรุงธาตุไฟ ให้บริบูรณ์ แล้ว จึงแต่งยาบำรุงโลหิตต่อไปนั้น ยาบำรุงโลหิต ของสตรี ท่านให้เอา ยาเบญจกูล หนักสิ่งละ ๑ บาท โกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ผลจันทน์ หนัก ๑ สลึง ดอกจันทน์ หนัก ๑ สลึง กระวาน หนัก ๑ สลึง กาลพลูหนัก ๑ สลึง เลือด แรด หนัก ๑ บาท ดอกคำไทย หนัก ๑ บาท ฝางเสน หนัก ๒ บาท เกสรดอกพิกุล หนัก ๑ บาท ดอกบุนนาค หนัก ๑ บาท ดอกสารภี หนัก ๑ บาท ดอกบัวหลวง หนัก ๑ บาท ดอกมะลิ หนัก ๑ บาท ดอกจำปา หนัก ๑ บาท ดอกกระดังงา หนัก ๑ บาท กฤษณา หนัก ๑ บาท กระลำพัก หนัก ๑ บาท ชะลูด หนัก ๑ บาท ขอน ดอก หนัก ๑ บาท อบเชยเทศ หนัก ๑ บาท ชะเอมเทศ หนัก ๑ บาท จันทน์ทั้งสอง หนักสิ่งละ ๑ บาท ขมิ้นเครือ หนัก ๑ บาท เอาเสมอภาคต้มให้กิน โลหิตนั้นงามดี อย่าสนเท่ห์เลย อีกภาคหนึ่ง หรือ อีกขนาน ๑ เอา รากช้าพลู ๑ ผลช้าพลู ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ว่านน้ำ ๑ ฝักส้ม ปล่อย ๑ เมล็ดสลอด ๑ หัสคุณเทศ ๑ ยาทั้งนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท เปล้าน้อย หนัก ๙ บาท พริกไทยล่อน หนัก ๓ ตำลึง กระเทียม หนัก ๒ ตำลึง หัวดองดึง หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งหลวง ก็ดี น้ำส้ซ่า ก็ดดี สุราก็ดี ถ้าจะแช่ดองสุราให้ฝังข้าวเปลือกไว้ กินแก้สารพัดโลหิตที่เหน้าที่โลหิตเป็นพิษร้าย ทั้งปวงแก้ เสมหะริสีดวงผอมเหลืองก็ได้ ดีทุกประการแล อนึ่งพระฤาทั้ง ๔ ตน ให้เอา ใบหนาด ๑บอระเพ็ด ๑ ใบมะตูม ๑ ใบผักคาด ๑ ยาทั้งนี้ เอาแต่น้ำ อย่าง ละ ๑ ทะนาน เคี่ยวให้คงเหลือแต่ ทะนาน หนึ่ง เอาใส่หม้อ ผนึกด้วยชันแล้วฝังดินไว้เดือน ๑ จึงนำมา กิน หายโรคทั้งหลายได้ ถ้าฝังไว้ ๓ เดือนกินเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อจะนำมากินก็ได้ จะนำมาผสมยาก็ดี ให้ออก ชื่อพระฤาษี นารท ชื่อพระฤาษีนาไลย พระฤาษีเตาไฟ พระฤาษีตาวัว ทั้ง ๔ พระองค์ซึ่งได้ประดิษฐานตำรานี้ไว้ แล้ว ให้กินแต่วันละช้อนเถิด ประสิทธิทุกประการแล สิทธิการิยะ พระตำรานี้ ท่านกล่าวไว้ในคัมภีร์ มหาโชตรัต ได้ทำมากแล้ว ตำราสำหรับใช้แก้ ระดู ขัด แล คลอดบุตร โลหิตไม่ออกสิ้นเชิงก็ดี แลคนทั้งหลายย่อมว่าเป็นบ้า พุทยักษ์ บางคนก็ว่าผีพรายเข้ามาอยู่ใน ตัวคนไข้บ้าง ลางคนก็เป็นไข้สันนิบาตบ้าง เพราะว่าโลหิตนั้นตีขึ้น จับหัวใจก็ทำให้คลั่งเพ้อ ลางทีก็ให้ขบฟัน จักษุเหลือก แลบชิวหา (คือแลบลิ้นออกมาเหมือนผี) ให้เท้าเย็น มือเย็น เพราะโลหิตที่เสียออกจากร่างกายไม่ หมดสิ้นเชิง จึงทำให้เป็นต่าง ๆ นานา กล่าวมาทั้งนี้ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ ให้กินยาผายโลหิตเสียก่อน ( ใช้ยาสูตรสังขแพทย์ใหญ่ตามตำราที่บอกกล่าวข้างล่างต่อไปนี้เถิดคือยา ละลายโลหิตที่ให้กระจายตัว เสียก่อน) จึงแต่งยาให้กินแก้โลหิตเหน้า จึงดองยาให้กินแก้โลหิตเหน้า ให้ออกสิ้นเชิง ถ้าออกไม่หมดสิ้นจะ กลายเป็น ฝีหัวคว่ำ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ท่านให้ทำ ตาม ตำรานี้เถิด หญิงคลอดบุตรได้ ๑, ๒,๓,วันก็ดี จนถึง ๑ เดือนก็ดี กำหนดโลหิตร้ายนั้นยังอยู่ ถ้าถึง ๒ เดือนแล้วจึง พ้นหมดกำหนดโลหิตเหน้าร้ายแล
๓๕ ถ้าว่า กำลังโลหิตกล้ามากนัก ให้ตีขึ้นไปไม่ สมปฤดี ให้สลบชักมือกำ เท้ากำ อ้าปากมิออก ลิ้นกระด้าง คางแข็งพูดไม่ชัด ทำให้คนทั้งหลายกลัว อันนี้ชื่อว่าโลหิตเหน้าเป็นใหญ่ กว่าลมทั้งหลาย จึงให้มีโทษดุจ ดังกล่าวมานี้แล @@ สิทธิการิยะ ตำรายาอันชื่อว่า สังขแพทย์ (น้อย) ท่านให้ เอา สังข์ หนัก ๖ บาท ดินประสิวขาว หนัก ๑ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ สลึง เทียนดำ หนัก ๒ สลึง เทียนขาว หนัก ๒ สลึง เกลือ หนัก ๑ สลึง ขมิ้น อ้อย หนัก ๑ บาท หัวกระชาย หนัก ๒ สลึง ไพล หนัก ๒ สลึง หัวหอมหนัก ๒ สลึง หักระเทียมหนัก ๒ สลึง บดเป็นผง ทำเป็นแท่งไว้ ฝนละลายน้ำส้มซ่า แก้โลหิตเหน้า โลหิตร้าย มิให้ตีขึ้นไปเลย ถ้าผู้ใดได้กินยานี้เหมือน ได้อยู่ไฟเดือน ๑ อย่าสนเท่ห์เลยได้ทำมามากแล้ว (ยานี้มีชื่อว่า ยาสังขแพทย์น้อย) ยานี้มีชื่อว่า ยาสังขแพทย์(ใหญ่) รุถ่ายสรรพโลหิตเหน้าร้าย ทั้งปวง ท่านให้เอา เทียนทั้ง ๕ โกศทั้ง ทั้ง ๕ สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ผลผักชีลา ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ นำประสารทองสะตุ ๑ หัวอุตระพิศ ๑ เบี้ยผู้ ๑ สังข์ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ขิงแห้ง ๑ พริกไทยล่อน ๑ (ของเดิมว่า พริกล่อน) การบูร ๑ ยาทั้งหมดนี้ เอา เสมอภาค เอาหนักสิ่งละ ๑ บาทเท่ากัน ถ้าจะทำเป็นยารุยาถ่ายใหญ่ ให้เอา ผลสลอดเท่ายาทั้งหลาย (แต่ต้อง ฆ่าพิษร้ายของสลอดเสียก่อน คือที่เรียกว่าสะตุนั่นเอง) ถ้าจะทำเป็นยาผาย พึงเอาสลอดหนักเพียง ๒ ส่วนก็พอ บดเป็นยาผง ปั้นลูกกลอนกินครั้งละหนัก ๒ ไพ ถ้าผู้หญิงกินครั้งละหนัก ๑ ไพ ผู้ชายกินครั้งละหนัก ๒ ไพ แก้ โลหิตร้ายทั้งปวง แก้ริดสีดวง แก้คุณผี แก้คุณคนก็ได้ ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแลฯ ตรวจแล้วต่อ ๘๔ @@@ ยานี้ชื่อว่า สังข์วิไชย ท่านให้เอา รากพันธุ์งูแดง หนัก ๔ บาท หัวแห้วหมู หนัก ๔ บาท บอระเพ็ด หนัก ๔ บาท ไพลแห้ง หนัก ๔ บาท ขมิ้นอ้อยแห้ง หนัก ๑ บาท รากมะตูม หนัก ๑ บาท รากจิงจ้อ หนัก ๑ บาท รากปีบ หนัก ๑ บาท ผิวมะกรูด หนัก ๑ บาท เอื้องเพชรม้า หนัก ๒ บาท เปลือกกุ่มทั้งสอง หนักสิ่งละ ๒ บาท ไฟเดือนห้า หนัก ๒ บาท สมุลแว้ง หนัก ๒ บาท กรุงเขมา หนัก ๒ บาท โกศทั้ง ๙ หนักสิ่ง ละ ๑ เทียนทั้ง ๗ หนักสิ่งละ ๑บาท ชะเอม ทั้งสอง หนักสิ่งละ ๑ บาท รากทนดี หนัก ๑ บาท รากหนาด หนัก ๑ บาท พริกหอม หนัก ๑ บาท รากพุงดอ หนัก ๑ บาท รากช้าพลู หนัก ๑ บาท รากส้มกุ้ง ทั้งสอง หนัก สิ่งละ ๒ บาท รากเจตพังคี หนัก ๑ บาท การบูร หนัก ๕ บาท เมล็ดในกระวาน หนัก ๒ บาท ผลเอ็น หนัก ๘ บาท รากมะรุม หนัก ๓ บาท รากมะแว้งเครือ หนัก ๒ บาท รากมะเขือขื่น หนัก ๒ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ บาท ดอกจันทน์ หนัก ๑ บาท กาลพลู หนัก ๒ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๕ บาท แก่นแสม ทั้งสอง หนักสิ่ง ละ ๑๐ สลึง สะค้าน หนัก ๒ บาท สนเทศ หนัก ๑ บาท หญ้ายองไฟ หนัก ๘ บาท สังข์เป่า หนัก ๒ บาท สังข์ หนาม หนัก ๔ บาท ยาขนานนี้ ทำเป็น ยาผง ละลายน้ำส้มซ่าให้หญิงกิน เป็นไข้เพื่อโลหิตทำพิษต่าง ๆ เพราะ ต้นโลหิตขัดก็ดี โลหิตออกไม่สะดวกก็ดี ริดสีดวงปากเปื่อยก็ดี ริดสีดวงแห้งก็ดี กระษัยท้องมารก็ดี ไจ้ป้างก็ดี ม้ามท้องโรก็ดี กินยานี้หาย ถ้า ระดู ไม่สะดวกให้ ละลายน้ำไพลกินเถิดออกดีแลฯ ตรวจแล้ว ต่อ ๘๕ ถ้าเป็น ลมปัจจุบัน ละลายน้ำกระเทียมกินหาย ถ้าเป็นโลหิตปัจจุบัน ละลายน้ำไพลกินหาย ถ้าริดสีดวงงอกทวาร ทั้ง ๙ ละลายน้ำผึ้งกินหาย ถ้าเป็นลมเปลี่ยวดำ ละลายน้ำมะนาว น้ำส้มซ่า กินหายแล ยานี้เป็นมหาวิเศษนัก ยาก ที่บุคคลจะทำได้ ท่านตีค่าไว้ชั่งทองแล ถ้าผู้ใดพบให้เร่งรีบทำใช้เถิด สิทธิการิยะ ตำรานี้ อยู่ในคัมภีร์มหาโชตรัต สำหรับจะแก้โลหิตเหน้าร้าย ระดู ขัดแล คลอดบุตรโลหิต ตีขึ้นก็ดี แลโลหิตแห้งเข้าเป็นก้อนเป็นจาบที่จะกลายเป็นฝีในมดลูก จะให้เป็นมารโลหิต มารกระษัยก็ดี แล โลหิตจับที่หัวใจให้คลั่งเพ้อ เป็นบ้าก็ดี ลางทีจับชักให้เท้ากำมือกำตาเหลือกแลตาช้อน ให้เป็นไปต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ ลางทีเป็นดังให้ไข้จับ ลางทีแล่นเข้าจับเอาหัวใจ จับเอาขั้วดี ให้คลั่งเพ้อเป็นบ้าไปแก้ไม่ฟัง ๗วันผู้ นั้นตาย ถ้ามิตายจะเป็นคนเสียจริต เป็นบ้าไป แก้มิฟังเลย ลางทีกลายเป็นฝีหัวคว่ำ เป็นมารโลหิต ลางทีเป็นฝี ทั้ง ๕ ประการ คือ ฝีมะเร็งทรวง กระสุกฝีทะรุนเป็นต้น ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้โลหิตเหล่านี้ให้ทำตามตำรานี้เถิด
๓๖ ถ้าคลอดบุตร ได้ ๑,๒,๓,วันก็ดี จนถึงเดือน ๑ ก็ดี กำหนดโลหิตร้ายยังอยู่ ถ้าถึง ๒ เดือนจึงพ้นกำหนด โลหิตเหน้าร้าย นั้นแลฯ @ยาแก้ลมกล้าร้ายนัก ถ้ากำลัง ลม กล้านัก ก็ให้ตีขึ้น ไม่เป็นสมปฤดี มันทำให้สลบไป ลางทีให้ชักมือ แลเท้าอ้าปากมิออก ให้ลิ้นกระด้างคางแข็งมักทำให้คนกลัว อันว่ากำลัง ลม นี้ กล้ากว่าโลหิตทั้งหลาย ให้มีโทษ ต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ท่านให้เอายาขนานนี้ ไพล ๑ เปลือกกุ่มทั้งสอง ๑ กำมะถันแดง ๑ รากละหุ่งแดง ๑ ผลกระวาน ๑ กาลพลู ๑ ข่า ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากพันธุ์งูแดง ๑ รากอังกาบ ๑ ผลสมอไทย ๑ ผลสมอพิเภก ๑ ผลผักชีทั้งสอง ๑ หัวเหง้าตะไคร้หอม ๑ ผลช้าพลู ๑ ขิงแครง ๑ ขิงแห้ง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เปลือกราชพฤกษ์ ๑ รากกระพังโหมทั้งสอง ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ เปลือกโลท ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศกระดูก ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศพุงปลา ๑ เครื่องสมุนไพร หนัก สิ่งละ ๑ เครื่องเทศ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ทำเป็นยาผง ทำท่าผงไว้ ละลายกับ สุราก็ได้ น้ำขิงก็ได้ น้ำข่าก็ได้ แก้สรรพคุณในปัสสาวะ นั้นแล @ยาต้นชื่อ เบญจขันธ์(น้อย) แก้โลหิตเหน้าอันกลัดทวารท่านให้เอา เปลือกต้นมะยมตัวผู้ ๑ เปลือก ต้นมะไฟ ๑ เปลือกต้นสะท้อน ๑ รากตองแตก ๑ ใบสมอทะเล ๑ เอาเสมอภาค คือตัวยาแต่ละสิ่งเอาเท่ากัน ต้ม ๓ เอา ๑ ให้กินแต่พอกำลัง @ยาชื่อ เบญจขันธ์ (ใหญ่) แก้โลหิตตกหมกอยู่ เอาหัวหอม ๑ ขิง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ไพล ๑ ใบคนทิสอ ๑ เทียนดำ ๑ ยาทั้งนี้เอาแต่สดๆ คั้นเอาแต่น้ำ สิ่งละ ๑ จอก เอา เหล้า เป็นน้ำกระสายยาต้ม ๓ เอา ๑ ให้กิน พอกำลังหายแลฯ @ยาแก้โลหิตตีขึ้นเอา ลำพัน ๑ กระเทียม๑ มหาหิงคุ์ ๑ ตะไคร้หอม ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือแต่ ละอย่างเอาเท่ากัน ทำเป็นยาผง บดด้วยน้ำมะนาว ให้กินแก้ลิ้นหด แลคางแข็ง แก้โลหิตให้กระจาย ทาคางแข็ง ให้อ่อน อ้าปากออกได้แลฯ @ยาผายโลหิตเอา รากขี้กาแดง ๑ ขี้เหล็ก ทั้งห้า ๑ ใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ หญ้าไซ ๑ ผลคัดเค้า ๑ ต้มให้งวดแล้วกรองเอาแต่น้ำ เอาใส่ลงไปใหม่แล้วขยำต้มให้งวดข้นดีแล้ว ปรุงยาดำลงไป หนัก ๑ สลึง กับ ๑ เฟื้อง ดีเกลือ หนัก ๑ บาท กินประจุ โลหิตร้ายทั้งปวง (คำว่าประจุ หมายความ ว่าขาดจากกัน หมดความเป็นเจ้าของ ขับไล่มันไปให้ หมดสิ้น) แก้สันนิบาต แก้ฝีดาษ @ ยาผายโลหิตเหน้า ทั้งปวง เอา ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ โขกเอาแต่น้ำ สิ่งละ ๑ทะนาน เกลือ หนัก๑ บาทเขี้ยวให้ข้น ให้เอา มะขามเปียกละลายลงไป พอประมาณ แล้วจึงเอา ยาดำ หนัก ๑ สลึงปรุงลงไป ดีปลีผง หนัก ๑ ใส่ลงปั้นเป็นลูกกลอน กินประจุ โลหิตเหน้า โลหิตร้าย ตกออกมาดีนักแลฯ @ ยาบำรุงโลหิต เอา แก่นแสมทะเล หนัก ๑ บาท เปลือกมะซาง หนัก ๑ บาท กานพลู หนัก ๑ บาท สารส้ม หนัก ๑ บาท ดินประสิวขาว หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายสุรากิน ได้ทำมามากแล้ว โลหิตตกสิ้นดีนักแลฯ อนึ่งยาขับไล่โลหิต เอา หัสคุณเทศ ๑ แก่นแสมทะเล ๑ หญ้ายองไฟ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ทำเป็นยาผง ละลายกับ สุรากินขับไล่โลหิตดีนักแล @ ยากินแก้อยู่ไฟไม่ได้เอา สารส้ม หนัก ๑ บาท เกลือ หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท ทำเป็น ยาผง ละลายสุรากินก็ได้ ละลายน้ำร้อนกินก็ได้ ถ้าจะทำเป็นยาก้อน เอามะนาว ๑๐ ผล บีบเอาแต่น้ำขึ้นตั้งไฟ เอายานั้นใส่ลงไปกวนให้เหนียวปั้นเป็นลูกกลอน กินแก้อยู่ไฟไม่ได้ดีนักแลฯ ยาแก้โลหิตตกหมก ถ้าโลหิต ตกหมกขังอยู่ในท้องน้อยก็ดี ให้เจ็บท้องหนักก็ดี เอาสารส้มบดใส่ กระเบื้อง สะตุแล้ว เอาหนัก ๒ ตำลึง พริกไทย บดแล้ว หนัก ๒ ตำลึง แช่สุรากลั่น ๒ ทะนาน ผนึกชันฝัง
๓๗ ข้าวเปลือกไว้ ๗ วัน เมื่อจะฝัง ให้ลงด้วยมนต์ คาถานี้ (โอมพิษ ๆ มหาพิศ ๆ กูจะบอกเด็จก้านพิศนานา โอม ตรี ภยันตุ ภุญชันตุสวาหะ) ๗ หนกินเถิด หายปวดท้อง มวนท้อง ดีนักแล @ ยาชื่อสุรามฤตย์ (ใหญ่) เอา น้ำประสารทอง ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ เมล็ดผักชี ทั้งสอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลจริงจ้อใหญ่ ๑ โกศสอ ๑ สมอเทศ ๑ ตรีกฏุก ๑ ยานี้เอาเสมอภาคเท่ากัน เอา เมล็ดสลอด ๑๒ เม็ด ฝังเข้าในผลมะนาว เผาไฟให้ ระอุ ชั่งให้ได้ หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผงไว้ เมื่อจะกิน กินครั้งละหนัก ๒ ไพ ถาธาตุหนักกิน ๑ เฟื้อง ลงสิ้นเสมหะแล โลหิตร้าย ลงจนสิ้นเชิง แล ถ้าลมจุกเสียดโลหิตขึ้นมาปะอก ตก ช้าง,ม้า,ควาย,วัว,ตกต้นไม้,แลคลอดบุตรโลหิตตีขึ้น ปะอก รก มิออก ได้กินยานี้โลหิตออกแล สรรพโรคของ ผู้หญิงกินยานี้หายสิ้นแลฯ ถ้าหญิงโลหิตตกทางทวารหนัก ทวารเบา ออกไม่สะดวกให้เอา ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ผลผักชีล้อม ๑ บดละลายด้วยน้ำมูตรโคดำ (คือ เยี่ยว วัวดำ) ยาจำเพราะโลหิตให้สะดวก เอา รากผักไห่ ๑ รากมูลกาแดง ๑ (คือ รากขี้กาแดง) ขมิ้นอ้อย ๑ ผล คัดเค้า ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินให้ผายโลหิตร้าย ครอบฝีภายในด้วยดีนักแลฯ ต่อ๘๙ ตรวจแล้ว ยาแก้บิดลูกเมื่อ มีครรภ์ เอา ดินกิน ๑ เปลือกมะขามป้อม ๑ กระเทียม ๑ น้ำตาลหม้อ ๑ ดีปลี ๑ ตัวยาแต่ละอย่างเอาเท่ากัน ทำเป็นยาผง ปั้นลูกกลอน กิน แก้บิดดีนักแลฯ @ ยาต้มถ่าย รุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง เอา เปลือกต้นเงาะ ๑ เปลือกต้นมะยมตัวผู้ ๑ เปลือกต้น มะซาง ๑ เปลือกต้นประยงป่า ๑ เอาเสมอภาคต้มแต่ละอย่างเท่ากัน ต้ม ๓ เอา ๑ กินแต่พอกำลังหายจับไข้ ต่าง ๆ ดีนักแล ยานี้ มีชื่อว่า ยาอินทร์จรสุรามฤตย์ ประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง ท่านให้เอา น้ำประสารทอง ๑ ผล จันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ผลผักชีลา ๑ พริกล่อน ๑ ขิงแห้ง ๑ ผลจิงจ้อ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ ผลสะบ้าเผา ๑ กานพลู ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง ผลเสมอเทศ หนัก ๑ บาท เอา ผลสลอดแกะ เปลือกออกเอาแต่กลีบเมล็ด จาวในที่งอกเป็นต้น เอาทิ้งเสียไม่เอา ใส่ในผลมะพร้าวนาฬิเก เอาผลอ่อน ๆ คือ มะพร้าวไฟลูกแดง ๆ เอากลีบเมล็ดสลอดใส่ลงไป สุมไฟแกลบแต่หรค่ำไปจนยันออกก็ดี รุ่งเช้า เอาออกทับให้ หมดน้ำแล้ว จึงจัดเข้ากับยานั้นนำไปตากแดดให้แห้ง ทำเป็นยาผงละลายน้ำผึ้ง ย้ำร้อนก็ได้ ถ้าธาตุหนักกินครั้ง ละ ๑ เฟื้อง ลงจนเสมหะออกหมดสิ้น ถ้าธาตุเบากินครึ่งเฟื้อง ขับโลหิตร้ายสิ้นเชิง ทั้งแก้ลมจุกเสียดก็ดี โลหิตตี ขึ้นก็ดี คลอดลูกรก มิออกก็ดี อย่าสมเท่ห์เลยยานี้ดีนัก แกสรรพโรคแล ท่านตีไว้ชั่งทองหนึ่งแล ยาแก้โลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ปวดมวน เอา กุ่มน้ำ ๑ กุ่มบก ๑ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ ใบหนาด ๑ ใบคนทิสอ ๑ ผลคัดเค้า ๑ รากฟักเข้า ๑ รากตำลึง ๑ รากมูลกาแดง (รากขี้กาแดง) ๑ รากมูลกาขาว (รากขี้กา ขาว) ๑ รากผักไห่ ๑ รากผักเป็ด ๑ รากผักคราด ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ กระเม็ง ๑ หญ้าไซ ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบมะยมตัวผู้ ๑ ใบรักขาว ๑ ใบเสนียด ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ยาทั้งนี้เอาแต่สด ๆ มาตำคั้นเอาแต่น้ำ สิ่งละ ๑ ทะนาน จึงเอาน้ำผึ้ง ๑ ทะนานใส่ลงไปเอา พายหรือ ทับพี กวนให้เข้ากันดีแล้ว ยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวให้เป็น ยาง มะตูม จึงเอาพริกไทยล่อน บดผง หนัก๒ บาท ปรุงลงไป สลอด ฆ่าฤทธิ์แล้ว บดเป็นผง หนัก ๒ บาท การบูร หนัก ๑ บาท แล้วกวนให้เป็นลูกกลอน กินครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้โลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ปวดมวน แล ลม จุกเสียด เป็นกร่อนลงฝัก หญิงถึง ระดู มาไม่สะดวก กินยานี้หายแลฯ @ยาแก้หญิง มี ระดู ไม่สะดวก เอา เบี้ยผู้ ๓ เบี้ย หอยขม ๓ หอย เผาไฟให้โชน เอา สมอร่องแร่ง ๑ เทียนดำ ๑ สารส้ม ๑ รากฟักเข้า ๑ รากอ้อยช้าง ๑ ยาขนานนี้เอา เสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง กินหนักครั้ง ละ ๑ สลึง ละลายน้ำมะนาวให้กินเดือน ๑ มี ระดู มาแล ได้ทำมาแล้วดีนักแลฯ
๓๘ ยาประจุโลหิตเหน้า โลหิตร้าย โลหิตขัด อีกขนานหนึ่ง เอา สมอร่องแร่ง ๑ หญ้าไซ ๑ ตรีกฏุก ๑ กระเทียม ๑ ผิวมะกรูด ๑ เทียนดำ ๑ การบูร ๑ ยาทั้งนี้ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินจำ เพราะประจุโลหิตเหน้า โลหิตร้าย โลหิตขัด นั้นออกได้ดังใจแล ยานี้แก้จำเพราะโลหิตอย่างเดียวฯ อนึ่งยานี้เป็นยาขับโลหิต ท่านให้เอา ใบสะบ้ากำมือ ๑ พริกไทย ๗ ขิง ๗ เกลือ ๗ เม็ด บดเป็นผง ละลายเหล้ากิน ๓ วัน วันละ๓ เวลา โลหิตออกแล ได้ทำมาแล้วดีนักแลฯ ยาขนานนี้ เป็นยาต้มแก้โลหิตมีพิษอันคลั่งก็ดี เอา เป้าทั้งสอง ๑ หัสคุณเทศ ๑ หัสคุณไทย ๑ โกศ พุงปลา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากกระชับ ๑ ยา ๒ สิ่งนี้ให้พลีแต่ต้นโทน ๆ ต้มด้วย สุรากลั่น เอาเงินผูกคอหม้อ ๑ บาท กินครั้งละ ฝาหอย ขนาดกลาง แก้โลหิตอันคลั่งมีพิษก็ดี โลหิตแห้งกรังก็ดี ระดูขัด เป็นริดสีดวงก็ดี ผอม เหลืองก็ดี เป็น มุตกิจ ก็ดี ได้กินยานี้หายแลฯ ต่อ ๙๑ ตรวจแล้ว ยาแก้ ระดูมาไม่สะดวก ถ้าหญิงถึง วันมี ระดู แต่มาไม่สะดวก โลหิตเหน้าร้ายคั่งอยู่ท่านให้เอา ราก ละหุ่งแดง ๑ เมล็ดฝ้ายหีบ ๑ เทียนดำ ๑ ขิง ๑ ดินประสิวขาว ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันต้มกิน แก้ช้ำรั่ว แก้ โลหิตด้วยแลฯ ถ้าหญิงคลอดบุตร แลโลหิตร้ายไม่สิ้น จะกลายเป็นฝีในมดลูก ก็ดี จะเป็นฝีหัวคว่ำก็ดี ท่านให้เอา น้ำมันนี้ให้กิน เอา ขิงสด ๕ ตำลึง บอระเพ็ด ๕ ตำลึง น้ำงา ทะนาน ๑ น้ำมันมะพร้าวไฟ ทะนาน ๑ หุงให้ คงเหลือแต่น้ำมัน ให้เอา ตัวยาปรุงลงไป คือ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ผลเบญจกานี ๑ เนระพูสี ทั้งสอง ๑ ดีปลี ๑ เทียนสัตตบุษย์ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน บดเป็นผงให้ ละเอียด ปรุงให้กินแต่พอกำลัง น้ำมันนี้วิเศษ นัก แลฯ ถ้ามิฟังให้หุงน้ำมันนี้ใหม่อีกที เอา น้ำมะนาว ๒ ทะนาน ขิงสด ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เปลือกกุ่มทั้งสอง ๑ เปลือกทองหลางใบมน ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ เปลือกมะรุม ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละทะนาน เอาน้ำผักเสี้ยนผี ๕ ทะนาน เกลือลำหัด ใส่ลงไปหุงให้เหลือแต่น้ำมันแล้วจึงปรุงด้วย ดีงูเหลือม หนัก ๒ สลึง ผลจันทน์ หนัก ๑ สลึง ดอกจันทน์หนัก ๑ สลึง กระวาน หนัก ๒ สลึง กาลพลู หนัก ๑ บาท ตำระแนงให้เป็นผง เอาปรุงลงไป แล้วจึงกินจำเพราะถ่ายโลหิตเหน้าร้าย ครอบฝีในมดลูก และ ฝีหัว คว่ำดีนักแล ฯ ต่อ ๙๒ ตรวจแล้ว ถ้าหญิงอยู่ๆฟไม่ได้เลือดเหน้าตกหมกอยู่ มักจะเป็นต่างๆ ถ้าจะแก้ท่านให้ เทียน ทั้งห้า หนักสิ่งละ ๑ บาท พริกล่อน หนัก ๓ บาท เอา แก่นสมอทะเล เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง เมื่อจะกินชั่งเอา หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง บดละลายเหล้ากิน ขับโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวงตกสิ้นแลฯ ยาชื่อว่า ไฟประไลย์กัลป์ ขับโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง เอา ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท พริกเทศ หนัก ๑ พริกไทย หนัก ๑ บาท ผลจันทน์ หนัก ๒ สลึง การบูรณ์ หนัก ๒ สลึง เอา แก่นแสมทะเลเท่ายาทั้งหลาย ทำ เป็นยาผงละลายน้ำปั้นเป็นลูกกลอนกิน ยาขนานนี้เป็นยาร้อน เวบากินร้อนดีนักแลฯ ยาชื่ออินทรชวร จำเพราะประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ริดสีดวง มองคร่อได้ด้วย ท่านให้เอา ผล สลอด ปะสะแล้ว หนัก ๑ บาท ผลสมอเทศ หนัก ๑ บาท ผลผักชีล้อม หนัก ๑ บาท เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ สลึง โกศสอ หนัก ๑ สลึง พริก หนัก๑ สลึง ขิง หนัก ๑ สลึง ดีปลี หนัก ๑ สลึง น้ำประสารทองหนัก ๑ สลึง ทำเป็นยาผง ทำแท่งไว้ ถ้าธาตุหนักกิน ๑ เฟื้อง ถ้าธาตุเบา กิน ๒ ไพ ลงถึง เสมหะ ละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ ดีนักแลฯ ยาชื่อ ตรีภักตร์ จำเพราะประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้โรคสรรพทุกข์ทุกประการ ท่านให้เอา ผล สลอด ประสะแล้ว หนัก ๑ บาท เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ บาท งาเมล็ด หนัก ๑ บาท ยาทั้งให้คั่วด้วยน้ำมันงา แต่ละสิ่ง เวลาคั่ว คั่วทีละอย่างไม่คั่วปนกัน เหตุผล สลอดเม็ดใหญ่ งาเม็ดเล็ก สลอดยังไม่สุก งาก็ไหม้ แล้ว นำมารวมกัน ทำเป็นยาผง ปั้นก้อนกินครั้งละเท่าผลพุทรา ยานี้จะถ่ายมากกว่ายาทุกขนานแลฯ
๓๙ ยาประจุโลหิตเมื่อคลอดบุตรท่านให้ เอา สะค้าน ๑ ดีปลี ๑ ยารากขาว ๑ กระเทียม ๑ ราก เจตมูลเพลิง ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันทำเป็นยาผง ละลาย สุรากิน เมื่อจะกินเอาสารส้มผงปรุงลงไปหน่อยหนึ่ง ชู โลหิตหญิงไม่ถึง ระดู ขัด ระดูผอมเหลืองมันให้ลงท้อง กลายเป็นริดสีดวงพวก ให้กินยานี้หายแลฯ ต่อ ๙๓ @อนึ่งเมื่อจะรุโลหิตขับโลหิตแก้ระดูขัด เอา เปลือกมะเฟือง หนัก ๑ บาท เปลือกโลท หนัก ๑ บาท หญ้าแพรก หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๑ บาท ขิงแห้ง หนัก ๑ ดีปลี หนัก ๑ บาท กะทือ หนัก ๑ บาท ไพล หนัก ๑ บาท กระชาย หนัก๑ บาท หอม หนัก ๑ บาท กระเทียม หนัก ๑ บาท ผิวมะกรูด หนัก ๑ บาท เอา ฝักส้มปล่อย มาต้มให้ข้น เอาน้ำเป็นกระสายา บดแทรก ข่าแก่ หนัก ๒ สลึง ทำเป็นยาผง ปั้นเท่าเม็ดพริกไทย กินครั้งละ ๑๑ เม็ด เมื่อจะรุโลหิตขับโลหิตแก้ระดูจัดนั้นออกสะดวกดีนัก อย่าสนเท่ห์เลยฯ ตรวจแล้ว ยานี้ชื่อว่า ยามหาชุมนุมธาตุ ให้รู้ธาตุผู้นั้น อ่อนเบา หรือ ธาตุหนัก แลจะเผาย่อยอาหารมิแหลก เพราะว่าไฟธาตุนั้นดับไป ท่านจึงให้แต่งยาขนานนี้มาปลูกธาตุไฟ ให้บริบูรณ์ มิให้หย่อน มิให้หนัก แต่พอ บริบูรณ์ไว้นั้น ท่านให้เอา หวดองดึง หนัก ๒ บาท ผักแพวแดง หนัก ๒ บาท ขิงแห้ง หนัก ๒ บาท พริกไทย หนัก ๕ บาท ยาทั้งนี้ทำเป็นยาผงแล้วเอา น้ำใบคนทิสอ มาเป็นน้ำกระสายยา บดให้เหนียวทำเป็นแท่งไว้ ปั้น เท่าเม็ดพริกไทย กินครั้ง ละ ๙-๑๐ เม็ด ธาตุหนักกิน ๑๓ เม็ด เพื่อให้ปลูกไฟธาตุ ถ้าจะให้ผายเอารากตองแตก หนัก ๒ บาท ใบสลอด หนัก ๒ บาท พริกไทย หนัก ๒ บาท บดเป็นผงเข้าด้วยกันกินเป็นยาเจริญอาหาร แก้ไอ แก้ท้องขึ้นก็ได้ ยานี้วิเศษนัก ถ้าผู้ใดพบอุตส่าห์ทำกินเถิด ต่อ ๙๔ ยาปลูกไฟธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะด้วย ท่านให้ เอา ดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ ผักแพวแดง ๑ สะค้าน ๑ ขิง แห้ง ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ว่านน้ำ ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน เอา พริกล่อน เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งกินก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ สุราก็ได้ ปลูกไฟธาตุ ให้ โลหิตงาม ถ้าไม่มี ระดู มา ก็จะทำให้ ระดู มาตามปกติ ถ้าแม่ลูกกินยานี้จะมีน้ำนมมาก ทั้งหาโทษมิได้เลย ดี นักแลฯ ยาปลูกไฟธาตุอีกขนานหนึ่ง ยาขนานนี้ ท่านให้เอา รากช้าพลู หนัก ๑ บาท ผลช้าพลู หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๑ บาท ขิงแห้ง หนัก๑ บาท ดีปลี หนัก ๑ บาท สะค้าน หนัก ๑ บาท หัวแห้วหมู หนัก ๑ บาท ว่านน้ำ หนัก ๑ บาท ฝักส้มปล่อย หนัก ๑ บาท ผลสลอด หนัก ๑ บาท หัสคุณ เทศ หนัก ๑ ตำลึง เปล้าน้อย หนัก ๙ บาท พริกล่อน หนัก ๑ ตำลึง กระเทียม หนัก ๓ ตำลึง หัวดองดึง หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้ง ก็ได้ น้ำส้มซ่า ก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ น้ำขิงก็ได้ สุราก็ได้ ถ้าจะแช่สุราฝัง ข้าวเปลือกไว้ก็ได้ แก้สรรพโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ลม แก้เสมหะ แก้ริดสีดวงผอมเหลือง แก้ไอ แลท้องโร แล ขัดโลหิต กินยานี้ออกดีนักแลฯ ยาแก้ระดูขัด ถ้าขัด ระดู ไป ปี ๑ ก็ดี ๒ ปี ก็ดี แลโลหิตรั้งอยู่นั้นมันจะกลายเป็น มารโลหิต มารหิน มารน้ำ เป็นริดสีดวง ก็ดี ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา หัวดองดึง หนัก ๘ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๒ บาท ดีปลี หนัก ๑ บาท เทียนขาว หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผงละลาย สุรากิน หายแลฯ ถ้าโลหิตข้นแข็งเป็นไต อยู่ในท้องก็ดี ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผี มาให้น้ำผักเสี้ยนผีออกมา แล้วกรองเอา แต่น้ำ เคี่ยวให้ข้น แล้วยกลง ปรุงด้วยเครื่องยาดังต่อไปนี้ พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ กระเทียม ๑ เอาแต่ละอย่าง เท่ากัน ทำเป็นผงแล้ว ปรุงลงไปในยาตั้งไฟเคี่ยวให้เหนียว แต่ระวังยาจะไหม้ ปั้นลูกกลอนกินแก้โลหิตร้ายตก สิ้นแลฯ ยาชื่อฤทธาจร อาจารย์ติ๊กไว้ เอา มหาหิงคุ์ ๑ ขิงแห้ง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ ดอกช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เกลือเทศ ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทะเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งก็ได้ นำร้อนก็ได้ แก้ลมขึ้นทั้งตัว ลมเป็นก้อน โลหิตเป็นก้อน ในท้อง ให้ปวดขัดเจ็บไปทุกเมื่อก็ดี ให้กินยานี้หายแลฯ
๔๐ ยาดองขับโลหิต ท่านให้เอา โลทนง ๑ ไฟเดือนห้า ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ หางไหลแดง ๑ เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกมะม่วงพรวน ๑ เปลือกกระทุ่มมูลหมู ๑ ยาเข้าเย็น ๑ แก่นสน ๑ สารส้ม ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาทเท่ากัน เทียนทั้งห้า หนักสิ่งละ ๑ สลึง ผลจันทน์ ๓ ผล ดองด้วยสุรา ๓ ทะนาน ให้พลีจงดี กินครั้ง ละ ๑ ช้อนหอยก่อน ถ้าโลหิตไม่ตกให้เติม หางไหล ลงไป อีก หนัก ๒ สลึง กินแก้โลหิตเป็นก้อนเป็นลิ่ม อยู่นั้น ออกมาสิ้น ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแลฯ ยาขับโลหิต เอา ตีกฏุก ๑ แก่นแสมทะเล ๑ ไฟเดือนห้า ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ กระเทียม ๑ หญ้ายองไฟ ๑ โลทนง ๑ เทียนดำ ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลาย สุรา ให้กินตามกำลังเถิด มี ระดู มาแลฯ ถ้าหญิงคลอดบุตร โลหิตนั้นกลับแห้งไป ท่านให้แต่งยานี้กิน ท่านให้เอา แก่นแสมทั้งสอง ๑ หญ้าพันธุ์ งูแดง ๑ หญ้าพันธุ์งูขาว ๑ รากผักโหมหิน ๑ รากสะแก ๑ หัวบุก ๑ เบี้ยผู้เผา ๑๑ เบี้ย แช่สุรากิน แช่ให้มดลูกแห้งแลฯ ยาขับโลหิต เอา เปลือกจำปา ๑ ใบคนทิสอ ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบถั่วแระ ๑ ยา ๔สิ่งนี้เอาสิ่งละ ๑ กำมือ ยาเข้าเย็นหนัก ๕ตำลึงต้มด้วยสุรากินหายฯ ยาแก้โลหิตโทษ อีกขนานหนึ่ง หัสคุณเทศ หนัก ๑ บาท เปล้าน้อย หนัก ๑ บาท แก่นสน หนัก ๑ บาท หัวแห้วหมู หนัก ๑ บาท พริกล่อน หนัก ๑ บาท ดีปลี หนัก ๑ บาท ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ บาท เทียนหลอด หนัก ๑ สลึง เทียนขาว หนัก ๑ สลึง เทียนสัตตบุษย์ หนัก ๑ สลึง เทียนดำ หนัก ๑ สลึง เทียนข้าวเปลือก หนัก ๑ สลึง ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งรวง กินครั้งละ หนัก ๑ สลึง แก้สรรพเลือดอันพิการ ต่าง ๆ ถ้าผู้หญิงโลหิตจับหัวใจ เป็นเหตุให้เกิดพิกลจริต ต่าง ๆ ก็เป็นเพราะโทษโลหิตนั้นถ่ายเดียว ให้กินยานี้ ไปโลหิตนั้นก็จะมีมา ตามกำหนด ของ ระดู นั้นแลฯ ยาขับโลหิต เอา การบูรณ์ ยัดใส่เข้าไปในหัวขมิ้นอ้อย วิธีทำ ทำเหมือน มะระ ยัดไส้ สุมไฟแกลบให้ สุก แล้วฝานหน้าแว่น ผึ่งแดดให้แห้ง แช่ดอง สุรากิน โลหิตออกดีนักแลฯ ยาแก้ประจำเดือน อาจารย์จำเนียร ได้ ติ๊กไว้ ชื่อว่า ยาแก้โลหิตร้ายทั้งปวง ต่าง ๆ ท่านให้เอา เทียน ดำ ๑ โกศหัวบัว ๑ สมอไทย ๑ การบูรณ์ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินให้เลือดโลหิตนั้นชุ่มออกมาแล้วหายเจ็บทั้งปวงแลฯ ยาชื่อ มาศคุณ ให้โลหิตออกดีนักท่านให้เอา เปลือกกุ่มทั้งสอง ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลางใบ มน ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ ดีปลี ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ยาทั้งนี้ เอาเสมอภาคเอา ทุกอย่างเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินโลหิตออกสะดวกดีนักแล เคยทำใช้ได้ผลมาแล้วฯ ยาผายโลหิตเหน้าร้าย ทั้งปวง หญิงถึงวัน ระดู มา แต่มาไม่สะดวก โลหิตเป็นก้อนจุกอยู่ในท้องก็ดี ลง ไปจุกอยู่ที่ ทวารเบาก็ดี โลหิตไม่ สะดวก ตามประเวณี จึงเป็น พิกลต่าง ๆ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ ท่านให้เอา ใบ มะขาม หนัก ๑๐ ตำลึง ใบส้มปล่อย หนัก ๑๐ ตำลึง ผลคัดเค้า หนัก ๒ ตำลึง ฝักราชพฤกษ์ หนัก ๑ ตำลึง ผล ขี้กาแดง แห้ง หนัก ๑ บาท ผลขี้กาขาวแห้ง หนัก ๑ บาท ใส่หม้อเคี่ยวให้ข้นแต่พอดี เอา ยาดำ ตำผง หนัก ๑ บาท เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ บาท เคี่ยวให้เหนียวแต่พอดี ระวังยา ไหม้ พอเริ่มเหนียวจะพอดี ให้เอา มะขามเปียกใส่ลงไปกวนพอมะขามเปียกสุก ยกยาลง แล้วปั้นก้อนกินเป็นยาประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวงตก หมกอยู่นั้น ละลายออกสิ้น ยานี้วิเศษนักแลฯ ยาแก้เลือดตก ถ้าถึงวันที่ ระดู มา เมื่อ ระดู มาแล้ว โลหิตตกมาก เกินกว่ากำหนดที่เคยมีมา ท่านให้ ทำยาแก้ หรือป้องกัน ที่เรียกว่าตกเลือด ท่านให้เอา พริกไทย หนัก ๑ บาท หัวหอม หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท กระเทียมแห้ง หนัก ๑ บาท ทำเป็นยายาผง บดด้วยน้ำมะนาว ทำแท่งไว้ กินแก้โลหิตอันตกมาก เหลือกำหนด หายแลฯ
๔๑ ยาประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง ถ้าถึงวัน ระดู มา แต่ ระดู แล้ว ออกมาไม่สะดวก ระดู ไม่งาม ก็ดี เขา ทุบถองโบยตีก็ดี ตกต้นไม้ก็ดี แลโลหิตห่อเข้าไปอยู่ในอกก็ดีถ้าจะแก้ ให้เอา เทียนดำ หนัก ๑ บาท กระเทียม สุก หนัก ๑ บาท กระเทียมที่แก่เต็มที่) ดีเกลือ หนัก ๑ บาท บดเป็นผง ทำเป็นยาแท่งเก็บไว้กิน ทำเป็นยาผง ทำแท่งไว้ กินแก้โลหิตเหน้าร้าย ยาแก้ฝี แก้ริดสีดวง โรคริดสีดวงที่มีชื่อว่า ริดสีดวงมหากาฬ ขึ้นในลำคอทำให้เปื่อยเป็นแผลก็ดี เป็น ยอด เป็นตุ่มก็ดี ให้แสบร้อนในคอก็ดี แล้วก็กินอาหารมิได้ ท่านให้ เอา ใบผักหนอก ๑ รากหญ้าคา ๑ ใบ มหากาฬ ๑ ใบแพงพวยเทศ ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือ เท่ากัน ทำเป็นยาผงแล้วปั้นก้อนไว้ เวลากิน ให้เอา ผ้าแพรห่อ แล้วอมจนยานั้นละลายหมดแล้ว ก็เอาผ้าแพรอีก แล้วก็อมไปจนกว่าจะหาย ตำรายาขนานนี้ เป็นของพระอุดมญาณฯ อนึ่ง เอา ผลมะกรูด ๓ ผล ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ โกฐกักกรา ๑ เอาเสมอภาค ทำผง ปั้นลูกกลอนกิน ๓ วัน แล้ว จึงกินยาดองนั้นไปเถิด เป็นยาคู่กันแลฯ ยาแก้โลหิตร้าย อันจะกลายเป็นริดสีดวง ท่านให้เอา รากส้มกุ้ง หนัก ๘ บาท ผักแพวแดง หนัก ๒ บาท แก่นแสมทั้งสอง ตรีกฏุก ๑ สะค้าน ๑มดยอบ ๑ สารส้ม ๑ ตัวยาทั้งหมดนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท สำหรับอยู่ไฟไม่ได้ ให้ขัด ระดู วิเศษนักแลฯ ยาแก้บ้าดีเดือด ยาขนนานนี้อาจารย์จำเนียร ติ๊กไว้ บ้าเพื่อโลหิต เพื่อลม บ้าเงื่อง บ้าเหงา บ้าเขลา เป็นทุกข์ บ้าขุกรำพึง บ้าพิกลจริตต่าง ๆ บางจำพวกก็ให้กลัวคน บางทีก็ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะ ลางทีก็ให้คลั่ง ไคร้ พรั่งพรายเข้าอยู่ เพราะโลหิตนั้นเข้าจับหัวใจ จึงให้เป็นบ้าต่าง ๆ ท่านให้ทำยานี้กิน เอา พริกล่อน หนัก ๔ บาท ขิงแห้ง หนัก ๑ ชั่ง กระเทียมดิบ หนัก ๑ ชั่ง ผลมะกรูด ๑๕ ผล ยานี้ให้ต้มด้วยน้ำมะพร้าวนาฬิเก ๓ ผล ต้มให้งวด กรองเอาแต่น้ำ ให้ได้ ๒ ทะนาน ตวงด้วย ทะนาน ๑๐๘ ใส่นำผึ้งลงไป ๑ ทะนาน ตั้งไฟกวน แต่พอ สบกัน เสกด้วย พระ อิติปิโส เสกให้ได้ ๑๐๘ จบ แล้ว เอา พิมเสน ปรุงลง แต่พอสมควร ถ้าคนบ้าไม่กิน ก็ให้ เอาใส่ลง ในข้าวปลาอาหารทั้งปวงให้กิน ให้กินให้ได้ ๓ มื้อ หายแลฯ ยาขนานหนึ่ง ชื่อสังขไชย เอา สังข์ หนัก ๑ สลึงเอาไฟ แก่นแสมทะเล หนัก ๒ สลึง เทียนดำ หนัก ๑ บาท ว่านน้ำ หนัก ๑ สลึง ผลสมอไทย หนัก๑ บาท พริกไทย หนัก ๒ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๒ สลึง ดีปลี หนัก ๒สลึง เปลือกตาเสือ หนัก ๒ สลึง เปลือกสะท้อน หนัก ๒ สลึง รากทนดี หนัก ๑บาท ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากิน ขับโลหิตพิกลนั้น ให้ออกสะดวกดี ยานี้มีชื่อว่า สังขไชยฯ ยาขนานนี้ ชื่อว่า มหาหิงคุ์ ๙ สลึง อนึ่ง เอา มหาหิงคุ์ หนัก ๙ สลึง เทียน หนัก ๓ สลึง ราก เจตมูลเพลิง หนัก ๕ สลึง เปล้าน้อย หนัก ๕ สลึง เปล้าใหญ่ หนัก ๕ สลึง หัสคุณเทศ หนัก ๕ สลึง เมล็ด พันธุ์ผักกาด หนัก ๕ สลึง ใบกระวาน หนัก ๗ สลึง กานพลู หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง สะค้าน หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง ช้าพลู หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท ๑เฟื้อง รากจิงจ้อใหญ่ หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง ว่าน น้ำ หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง ว่านหางช้าง หนัก ๑ บาท ๑ เฟื้อง พริกล่อน เท่ายาทั้ง หลาย คือ หนัก ๗ บาท ๔๔ สลึง ๗ เฟื้อง (ถ้าผู้ใดจะทำยาขนานนี้ ก็ให้คิดใหม่) ทำเป็นยาผง เอาน้ำต้นกระเม็ง เป็นน้ำกระสายยา ละลาย น้ำผึ้งรวงกิน ถ้าจะแก้ลม ละลายน้ำส้มซ่ากิน ละลายน้ำดอกไม้ปรุงด้วยพิมเสนกิน ถ้าหาแรงมิได้ ให้กระวน กระวายผอมแห้งไป ให้ละลาย น้ำมะงั่ว กิน ถ้าเมื่อยในกระดูก ให้ละลายด้วย น้ำใบกระเม็งปรุงด้วย การบูรณ์ กิน ถ้าตัวร้อน ละลาย น้ำซาวข้าวกิน ถ้าหนาว ให้ ละลาย กับ น้ำขิง หรือ น้ำข่า ก็ได้ ตัดด้วย ดีงู แทรก กิน หายแล ถ้าปวด ศีรษะ ละลายน้ำขิง เอา คราบแมงมุมตายซาก ๓ ตัว บดเป็นผงใส่ลงไปในยา ทาหน้าผาก ปิด ขมับ โปะที่กระหม่อมหายปวดหัว ถ้าจะกิน รุโลหิต ละลายน้ำใบว่านหางช้าง แทรกมูลหนูพุก อุ่นไฟให้ร้อน ทา หน้าผากหาย ถ้าเป็น ลมป่วง เอา น้ำต้มหูกระแชงละลายยานี้กินหาย ถ้าลงท้อง ละลาย สุรากินหาย ถ้า ท้องผูกเป็นพรรดึก ละลายน้ำมะขามเปียก ถ้ากินข้าวไม่ได้ ละลายน้ำ บอระเพ็ด ถ้าเจ็บหลังเจ็บบั้นเอวเอา ไม้
๔๒ ไผ่สีสุก ต้มกับน้ำท่า เคี่ยวให้งวด มาละลายยานี้กินหาย ถ้าจะกินเป็นยาอายุวัฒนะทุกวัน ให้ละลายน้ำผึ้ง ปั้น เป็นลูกกลอน กินครั้งละหนัก ๑ สลึงก่อนนอน จะให้ธาตุทั้ง ๔ เจริญบริบูรณ์ดี ยานี้เป็น มหาวิเศษนัก ถ้าผู้ใด พบให้เร่งรีบทำกินให้จงได้เถิดได้ทำมามากแล้วฯ พระคัมภีร์มหาโชตรัต เล่ม ๒ โดยสังเขป ************************************** อีกขนานหนึ่ง ท่านให้เอา รากสลอดกินลง หนัก ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๒ สลึง หัสคุณเทศ หนัก ๑ บาท หญ้าพันธุ์งูแดง หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท เปล้าทั้งสอง หนักสิ่งละ ๕ สลึง ดองดึง หนัก ๒ สลึง ดีปลี หนัก ๖ สลึง เบี้ยผู้เผา หนัก ๒ สลึง ผลจันทน์ หนัก ๒ สลึง ดอกจันทน์ หนัก ๒ สลึง กานพลู หนัก ๑ สลึง ขมิ้นเครือ หนัก ๒ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๒ สลึง พริกไทย หนัก ๒ สลึง ทำเป็นยาผง ไว้ รุ โลหิตร้าขัด มันทำให้เจ็บปวด ต่าง ๆ แลเวลาคลอดบุตรแล้วโลหิตไม่ตก ให้เอา สมอร่องแร่ง ใบตองแตก ๗ ใบ ตำคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับ สุรา ทำเป็นน้ำกระสายยาละลายยานี้กินดีนัก ถ้าธาตุเบา กินครั้งละหนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ธาตุหนัก กินครั้งละหนัก ๒ สลึง ละลายน้ำผึ้งก็ได้ โลหิตออกแล ยานี้วิเศษนักได้ทำมาแล้วฯ ยาเจือโลหิตเมื่อโลหิตตก เอา น้ำกะทือ ๑ น้ำไพล ๑ น้ำกระชาย ๑ น้ำมะนาว ๑ เอาสิ่งละ ๑ จอก ปรุง ด้วย พริก ๑ ขิง ๑ หัวหอม ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ อุ่นไฟให้ร้อนกินแก้โลหิตหมกแห่งหญิง ให้จุดเสียดแทงก็ดี กินยานี้หาย ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล ฯ ถ้าหญิงคลอดบุตรก็ดี แท้งบุตรก็ดี ถึงวันที่ ระดูมา แต่มาไม่สะดวกก็ดี ท่าน ให้เอา ผิวมกรูด หนัก ๖ บาท หญ้าไซ หนัก ๕ บาท ไพล หนัก ๘ บาท เทียนดำ หนัก ๘ บาท สมอไทย หนัก ๑ บาท สมอเทศ หนัก ๑ บาท เทียนขาว หนัก ๒ สลึง เทียนเยาวพาณี หนัก ๒ สลึง ทำเป็นยาผง ละลายสุรากินก็ได้ น้ำส้มซ่า ก็ได้ ให้ กินตามกำลัง มาก กำลังน้อย ถ้าใคร่จะรู้ว่าโลหิตร้ายนั้น จะหมดสิ้นแล้วหรือยัง เอา เทียนดำ หนักบาทหนึ่ง กระเทียม หนัก ๒ สลึง บดให้ละเอียด ละลายสุรากิน แก้พิษโลหิตขับให้ออกมาสิ้นแลฯ ต่อ ๑๐๑ ตรวจแล้ว ยาผายแก้โลหิต พิษฝีในท้อง ท่านให้เอา ใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มปล่อย ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๑ ใบตองแตก ๑ ผลคัดเค้า ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ต้ม ๓ เอา ๑ ปรุงด้วย รง หนัก ๑ สลึง ยาดำ หนัก ๑ สลึง กินแต่พอกำลัง ผายแก้โลหิต พิษฝีในท้อง ฝีในมดลูก อันเจ็บปวดหนักหนา นั้นหายแลฯ ยาแก้โลหิตอันขัดอยู่ แล ฝีในมดลูก อนึ่งให้เอา ผลขี้กาแดง ๑ ผล ผ่า ๔ ซีก ทิ้งไปซีกหนึ่ง เอา ๓ ซีก ขมิ้นอ้อย ๓ ท่อน บอระเพ็ด ๓ ท่อน ต้มกับ สุราแก้โลหิตอันขัดอยู่ แล ฝีในมดลูกก็หายแลฯ อนึ่งยาแก้พิษโลหิตคับคลั่ง เอา ดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ รากเจตมูลเพลิงดอกแดง ๑ สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ ไพล ๑ ผิวมะกรูด ๑ ใบคนทิสอ ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินแก้พิษโลหิต คับคลั่งดีนัก มิให้กลายเป็นมารโลหิต แล ฝีได้เลยฯ อนึ่ง ยาดองสำหรับโลหิตเหน้าแล ร้าย อันทำให้ ระดู ขัดนั้น ท่านให้เอา แก่นประดู่ส้ม หนัก ๔ บาท เทพทาโร หนัก ๒ บาท จันทน์หอม หนัก ๑ บาท สนเทศ หนัก ๔ บาท เปลือกอบเชย หนัก ๒ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ บาท ใบกระวาน หนัก ๑ บาท กานพลู หนัก ๑ บาท การบูรณ์ หนัก ๑ บาท รากมะขาม หนัก ๑ บาท เปลือกตาเสือ หนัก ๑ บาท เปลือกสะท้อน หนัก ๑ บาท โลทนง หนัก ๑ บาท เปลือกมะยมตัวผู้ หนัก ๒ สลึง มะไฟเดือนห้า หนัก ๑ บาท เอื้องเพชรม้า หนัก ๑ บาท สมอร่องแร่ง หนัก ๑ บาท แก่นแสมสาร หนัก ๑ บาท แก่แสมทะเล หนัก ๑ บาท นำไปแช่ในสุรา เอา สุรา ๕ ทะนาน นำไปฝังในข้าวเปลือก ๓ วัน แล้ว พลี พูดแต่ คำดี ๆ กินแต่พอกำลัง ขับโลหิตเหน้าเหม็นดังน้ำคาวปลา ดังน้ำล้างเนื้อหายสิ้นแลฯ สิทธิการิยะ หญิงใดมี ระดู มาแล้ว นั้นแต่กลับหายแห้งไปไม่มีกลับมาตาม ประเวณี คือถึงเวลามาแล้ว กลับไม่มา หญิงนั้นไปทุกข์สัตว์ คือ เสพกามกับสามี เวลาเบามันขัดที่หัวเหน่า หาแรงมิได้มันให้เสียดสีข้าง ลางทีให้จุกอกขึ้นมา ครั้นนวดแล้วค่อยสบายขึ้น แล้วก็กลับมาเป็นใหม่อีก หลายครั้ง หลายที จึงให้กลลายเป็น
๔๓ ฝีในมดลูก ลางทีก็กลายเป็น ลมก้อน ลมเถา โรคนั้นชื่อว่า โรคกระษัย ดานเถา ท่านได้แต่งยานี้ไว้สำหรับ ผู้หญิง ด้วยว่าจะถึงซึ่งความตาย เพราะโลหิตนั้น ท่านให้เอา น้ำข่า ๑ จอก น้ำขิง ๑ จอก น้ำไพล ๑ จอก น้ำ ผักเสี้ยนผี ๑ จอก น้ำมะนาว ๑ จอก พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ บดเป็นผงปรุงลงรวมกัน ใส่ในถ้วย ตั้งในบนปาก หม้อข้าวให้ร้อน แล้วเอาเหล็กสรรพคุณเผาไฟให้แดง แล้วใส่ลงในน้ำยานั้นให้ได้ ๓ หน เสกด้วยบท สักกัตตะ วา ๓ จบแล้ว จึงเสกด้วย (ปุป์ผํสาอุป์ปัช์ชติ) ตามกำลังวัน แล้วจึงกินเถิดดีนักแลฯ ยาขับโลหิต ขนานหนึ่ง เอา ขิง ๑ ดีปลี ๑ กานพลู ๑ สมอเทศ ๑ สมอพิเภก ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ โกศ สอ ๑ โกศเขมา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ผลกระวาน ๑ หัวแห้วหมู ๑ ว่านน้ำ ๑ ฝักราช พฤกษ์ ๑ บอระเพ็ด ๑ ยาดำ ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินขับโลหิตออกดีนักแลฯ ยาขับโลหิต เอา ผลกระวาน ๑ หัวแห้วหมู ๑ เทพทาโร ๑ ขิงแครง ๑ หัวอุตระพิษ ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ ข่า ๑ รากสะแก ๑ ขมิ้นชัน ๓ หัว รากหนามแดง ๑ รากกรด ๑ รากพุดนา ๑ ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งกิน ขับโลหิต มากดีนักแลฯ ยา ดองสำหรับอยู่ไฟไม่ได้ยาขนานนี้ อาจารย์จำเนียรติ๊กไว้ ย่อมให้อาเจียนกินเผ็ดกินร้อนไม่ได้ แก้ได้ ไปถึง มุตรกฤจฉ์ มุตรฆาฏ (แก้มุตกิจ มุตฆาต) ได้ด้วย เอา รากส้มกุ้ง หนัก ๑ สลึง ยาเข้าเย็น หนัก ๑ สลึง เจตมูลเพลิง หนัก ๒ สลึง มะแว้งทั้ง สอง หนักสิ่งละ ๑ สลึง ตรีผลา ๑ ตรีกฏุก ๑ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ราก ช้าพลู หนัก ๑ สลึง รากเสนียด หนัก ๓ สลึง สมุลแว้ง หนัก ๑ สลึง ขมิ้นเครือ หนัก ๑ สลึง เทียนดำ หนัก ๒ สลึง เทียนขาว หนัก ๒ สลึง ผลจันทน์ หนัก ๑ สลึง ผลเอ็น หนัก ๑ สลึง จันทน์ทั้งสอง หนัก สิ่งละ ๑ สลึง แช่ สุราพอท่วมยา ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน กินหายแล ฯ ยาต้มวิเศษนัก อนึ่งเอา แก่นขี้เหล็ก ๑ เปลือกทองหลางใบมน ๑ รากฝ้ายเทศ ๑ ต้มกินวิเศษนักแล ได้เชื่อมาแล้วอย่า สนเท่ห์เลยฯ ยาแก้ ขัด ระดู อยู่ไฟไม่ได้ เอา สน ๑ แก่นแสมสาร ๑ พริกไทย ๑ รากเจตมูล ๑ เทียนดำ ๑ สารส้ม ๑ เอา เสมอภาคเท่ากันแช่ สุรากินดีนักแลฯ ยาแก้ ระดู มาแล้ว แต่ออกไม่สะดวก เอา หญ้าไซ กำมือ ๑ พริก ๑๓ เม็ด กระเทียม ๓ หัว ขิง ๑ ดีปลี ๑ ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินดีนัก แก้โลหิตแก้ริดสีดวงดีนักแลฯ ยาแก้โลหิตขัด อนึ่ง เอา พริกไทย หนัก ๑ เฟื้อง ไพล หนัก ๑ สลึง แก่นแสมทะเล หนัก ๑ เฟื้อง สมอ ร่องแร่ง หนัก ๑ เฟื้อง บดละลายสุรากินแก้โลหิต ขัด ๔ เดือน ๕ เดือน ก็ออกแลฯ ต่อ ๑๐๔ อีก ขนานหนึ่ง ข่า ๑ ไพล ๑ ผิวมะกรูด ๑ การบูรณ์ หนัก ๒ สลึง กระเทียม หนัก ๕ สลึง พริก ๑ ขิง สด ๑ ดองดึง ๑ ดีปลี ๑ ใบสันพร้ามอน ๑ สมอร่องแร่ง ๑ ดินประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ เอาน้ำผักเป็ดแดงเป็น น้ำกระสายยา ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผักเป็ดแดง เอาเหล็กสรรพคุณเผาให้ไฟแดง จุ่มลงในยา ๓ ครั้งให้ยานั้น ร้อน กินแก้ ระดู อันขัด ออกสะดวกดีแลฯ ยาแก้โลหิตจับหัวใจทำให้คลั่งถ้าจะแก้ท่านให้เอา แก่นแสมทะเล ๑ แก่ไม้ปรู ๑ แก่นมะซาง ๑ ฝัก ส้มป่อย ๑ มูลโคที่ติดอยู่ข้างกระพ้อมใส่ข้าวเปลือก ๑ ยาทั้งหมดนี้เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท แช่สุราพอท่วมยาแล้วฝังไว้ในข้าวเปลือก ๓ คืน กินแก้โลหิตอันแห้งกรัง อยู่ ๓ ปี ออกมาแลฯ ยาทาพอกปิดที่ สะดือ บุตรตายในท้องให้ออกมา เอา หัวดองดึงสด ๑ มูลโคสด ๑ บดละเอียดเข้ากัน ดีแล้ว เสกด้วย มนต์นี้ (ปุพฺพะมะโธฏฺฐิตะมะสะรํสะเรนะวิโยชะเย) บำราบพยัญชนะตัวต้นออกมาเบื้องต่ำ (นะ เยปะรํยุตฺเต) หน้พยัญชนะนั้นหาสระมิได้ ไปสู่ทวาระเบื้องต่ำ (ปุปผํสาอุปปัชฺชะติ) แล้วเอายา ปิดที่ สะดือ ถ้า บุตรตายอยู่ในท้องก็ดี รกไม่ออกก็ดี โลหิตกรัง ระดู ขัดก็ดีออกได้ ถ้าไข้ให้กลัดมูตร คูถ ก็ออกแล ฯ
๔๔ ยาสตรีไม่มี ระดู มา หรือ ระดูมาไม่สะดวก ไม่เป็นปรกติ โลหิตนั้นมีกลิ่นเหม็นเหน้า ลางทีเหม็นดัง น้ำคาวปลา และขาวดังน้ำซาวข้าว แลย่อมทำให้จุกเสียด ลางทีทำให้สะบัดร้อนสะบัดหนาว ให้เมื่อยขบไปทั่ว สารพรางกาย ลางทีให้บวมที่หน้าที่เท้า ที่มือ ทั้งสองข้าง บวมที่ท้องและเจ็บหัวเหน่าแล บั้นเอว แล ตะโพก แลให้หน้านั้นเขียวคล้ำ ดำหมองศรี ให้หัวนมของสตรีนั้นดำดุจกำลังมีครรภ์อยู่ก็ดี แลให้คลั่งเพ้อเป็นบ้า แลให้ ปวดศีรษะหนักก็ดี ลางคนให้ตาเหลือง ลางคนให้ตาขาว ลางทีให้ตาแดงเป็นต้อ โทษดังนี้เหตุว่า ระดู นั้น มาไม่ ตามปรกติจึงให้โทษ ถ้าแลแพทย์จะพยาบาลไข้ ก็พึงให้กินยาประจุโลหิตเสียก่อน แล้วจึงให้ชำระมลทิน แล ธาตุในร่างกายนั้นให้หมดโทษโดยสิ้นเชิงเสียก่อน จึงให้กินยาปลูกโลหิต แล้วจึงให้กินยา ชำระโลหิต อันพิการ นั้นต่อเมื่อภายหลัง โทษโลหิตนั้นจะคลายแล ยาชำระโลหิตนั้น ท่านให้เอา ตาอ้อยแดง หนัก ๑๒ บาท ใบมะนาว หนัก ๘ บาท ดีปลี หนัก ๔ บาท น้ำส้มสายชู ๔ จอก น้ำใบมะขามเคี่ยวจนข้นแล้ว ๔ จอก เอาผ้ากรองหมดทุกอย่างแล้ว ได้น้ำยาเท่าใดตีเป็น ส่วน ๑ แล้วเอาน้ำท่าเติมลงไป ๓ ส่วน ยาก็จะกลายเป็นน้ำยา ๔ ส่วน เคี่ยวให้เหลือ ๑ ส่วน แล้วใส่เกลือ ทะเลลงไปแต่พอควร อย่าใส่มากระวังยาจะเค็ม กินวันละ ๒ เวลา เช้า-เย็น เป็น อัตรากินไปถึง ๓ –หรือ ๔ หม้อ ถ้าเติมทีหนึ่งอย่ากินเลย ให้ต้มเอาใหม่ กินไปวันหนึ่งแล้ว จึงให้ชำระด้วยยาประจุโลหิตอีกเล่า จงให้กินยา ขับโลหิตเหน้าร้าย ให้ออกจงสิ้นเชิงแล้ว ให้นัดถ์ยาแก้โลหิตนั้นต่อไป แล้วจึงแก้ดี แก้ลม ตามอันดับกันไปเถิด ฯ ถ้าจะทำยาสำหรับปลูกโลหิต เอา ตาอ้อยแดง ๑ ใบมะนาว ๑ น้ำส้มสายชู ๓ ส่วน เอาน้ำท่า ส่วน ๑ ต้มให้งวด กิน เช้า-ค่ำ หน้า ๑๐๖ หลุดหายไป เป็นยาบำรุง โลหิต ถ้าโลหิตกรังก็ดี เหน้าดำเป็นดังน้ำชาน หมากก็ดี ขาวดังน้ำซาวข้าวก็ดี ให้ละลายน้ำมะขามเปียก เอาน้ำตาลทราย รำหัด กินหายแล ฯ ตรวจแล้ว สะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ รากเจตมูล ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ตำผงแต่ละสิ่งแล้ว ชั่งเอาสิ่งละ หนัก ๑๒ บาท แล้วเอา หัสคุณเทศ ทั้งสอง หนักสิ่งละ ๘ บาท ข่าแห้ง ๑ พริกล่อน ๑ รากคนทา ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท เบญจหอย ทั้งห้า เป็นต้นเผาให้ ไหม้ ระอุ เอาหนักสิ่งละ ๔ บาท ทำเป็นยาผง ละลาย สุรา ก็ได้ น้ำไพลก็ได้ กินแก้ โรคโลหิตสตรีอันขัด ระดู ดีนัก แก้สันนิบาต แล ลม เอา น้ำส้มซ่าก็ได้ แล ผายโลหิตด้วย เดือน ๕-๖-๗-๘-เป็นบ้าเพื่อโลหิต เดือน ๙-๑๐-๑๑-๑๒-เป็นบ้าเพื่อ ลม เดือน ๑ อ้าย--๒ ยี่— ๓—๔-เป็นบ้าเพื่อเสมหะ ถ้าคลอดบุตรนั้น ขัดขวางอยู่ ให้เอา กระเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ รง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ประสมกัน ตำผง ละลาย สุรากิน โลหิตออกดีแลฯ แล้วให้ประกอบ ยาต้ม ยาผง สำหรับจะแก้ โลหิต แก้ ดี แก้เสมหะ แก้ ลม แก้ใจ แลเป็นบ้าสิ่งใด สิ่ง นั้น ๆ แลธาตุทั้ง ๔ ประการ คือ ปถวี ธาตุดิน ๑ วาโย ธาตุลม ๑ อาโป ธาตุ น้ำ ๑ เตโช ธาตุไฟ ๑ แล วาโย ธาตุ นั้นกล้าหาญกว่าธาตุทั้ง ๓ ประการนั้น แลทำให้ ตึงหน้า ตึงตา เหียนน้ำลาย เป็น ลมหาวกลุ้มหน้าตาให้ มืด ก็ย่อมให้เป็นไข้เพื่อลมนั้นก่อน แล ลมนั้นย่อม ระคนไปในธาตุทั้ง ๔ ประการนั้น แลชื่อว่า ลมป่วง นั้นแล ฯ ยาขนานนี้ชื่อว่า เจียรในเพชร แก้โลหิตพิการ แก้ลมจับหัวใจ ท่านให้เอา ผลช้าพลู ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๒ บาท เมล็ด โหระพาต้น หนัก ๒ บาท สะค้าน หนัก ๒ บาท ผักแพวแดง หนัก ๔ บาท หัสคุณเทศ หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๑๙ บาท ทำเป็นยาผง เวลาจะกินยาให้เอา รำหัดกับ การบูรณ์ ปรุงลงในยาหน่อยหนึ่ง ละลายน้ำร้อนก็ ได้ น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า ก็ได้ กินแก้สรรพลมทั้งปวงก็ได้ แก้โลหิตเหน้าร้ายก็ได้ ถ้าคลอดบุตรใหม่ ๆ ก็ดี อยู่ไฟ ไม่ได้ก็ดีจะกลายเป็นริดสีดวงแห้ง เป็นฝีภายในมดลูกถ้าผู้ใได้กินยานี้หายแลฯ
๔๕ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาบวรนาภี แก้โลหิตเหน้าร้าย อันขัดปัสสาวะ ขัดที่หัวเหน่า ให้อาเจียนมีแต่ลม เปล่า ๆ ไม่สะดวก ให้เจ็บขัดในท้องน้อยดังจะคลอดบุตร ให้ร้องคางอยู่ดังจะขาดใจตาย ท่านให้เอา เปลือกกุ่ม บก ๑ ไพล ๑ ลำพันแดง ๑ รากอังกาบ ๑ สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ผลผักชีลา ๑ รากพันธุ์งู แดง ๑ รากละหุ่งแดง ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ข่า ๑ ตระไคร้หอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ผลช้าพลู ๑ เมล็ดในฝักราช พฤกษ์ ๑ รากผักโหมหิน ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ เปลือกโลท ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ โกศทั้งห้า ๑ ยา สมุนไพรนั้นเอาหนักสิ่งละ ๑ บาท เครื่องเทศนั้นให้เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง( เทียนทั้ง ๕ คือ ๑ เทียนดำ ๒ เทียนแดง ๓ เทียนขาว ๔ เทียนข้าวเปลือก ๕เทียนตั๊กแตน) (โกศทั้ง ๕ คือ ๑ โกศสอ ๒ โกศเขมา ๓ โกศ หัวบัว ๔ โกศเชียง ๕ โกศจุฬาลำพา) ทำเป็นยาผง ละลาย น้ำขิง,น้ำไพล,น้ำข่า,กินเถิดฯ ยาแก้โลหิตพิการ อนึ่งเอา ผลช้าพลู ๑ เมล็ดในฝักราชพฤกษ์ ๑ รากผักโหมหิน ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ เปลือกโลท ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ โกศทั้งห้า ๑ แลยาสมุนไพรนั้น เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท เครื่องเทศ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ( เทียนทั้ง ๕ คือ ๑ เทียนดำ ๒ เทียนแดง ๓ เทียนขาว ๔ เทียนข้าวเปลือก ๕ เทียน ตั๊กแตน) (โกศทั้ง ๕ คือ ๑ โกศสอ ๒ โกศเขมา ๓ โกศหัวบัว ๔ โกศเชียง ๕ โกศจุฬาลำพา) ทำเป็นยาผง แล้วปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ฝนด้วย น้ำข่า,น้ำขิง,น้ำไพล,กินแก้โลหิตพิการ เป็นโรคต่าง ๆนั้นแลฯ ยาต้มแก้พิษโลหิตกรัง ระดู อันขัด ต่าง ๆ ให้เอา ผักไห่ ต้น,ราก,ลูก,ใบ,๑ รากฟักเข้า ๑ รากขี้กาแดง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ผลคัดเค้า ๑ เอาเสมอภาคเท่าทุกอย่าง ต้ม ๓ เอา ๑ กินขับ โลหิตเหน้าร้ายทั้งปวงนั้นออก สิ้นเชิง แลฯ ยาชื่อ อัษฎางคุลีแก้ลมจับหัวใจ ท่านให้เอา เปลือกผลเงาะ ๑ โกศเขมา ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ ตรีกฏุก ๑(คือ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง) เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำส้มซ่า น้ำขิงก็ได้ กินหาย แก้ลมจับที่หัวใจ ฯ ยาชื่อ อัษฐังควุคิ แก้ลม ๘๐ จำพวก ท่านให้เอา เปลือกต้นเงาะ ๑ ตรีกฏุก ๑ (ตรีกฏุกคือ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง) โกศกระดูก ๑ โกศเขมา ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ เทียนทั้งห้า หนักสิ่งละ ๑ สลึง (เทียนทั้ง ๕ คือ ๑ เทียนดำ ๒ เทียนแดง ๓ เทียนขาว ๔ เทียนข้าวเปลือก ๕ เทียนตั๊กแตน) ชะเอมเทศ ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันทุกอย่างทำเป็นยาผง ละลายน้ำส้มซ่า กินแก้ระส่ำระสาย แก้สรรพลม และ ริดสีดวง หอบ ไอ ผอมเหลือง แก้ลมจุกเสียด แก้ลมวิงเวียน แก้ลมทั้ง ๘๐ จำพวกหายแล เป็นยาร้อนห้ามใช้ กับหญิงตั้งครรภ์ อีกขนานหนึ่ง แก้สรรพโรคที่ทำให้บวม ๕ ประการ เอา หัสคุณเทศ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ว่านน้ำ ๑ ราก เจตพังคี ๑ ข่าลิง ๑ รากผักโหมหิน ๑ โกศทั้งห้า หนักสิ่งละ ๒ สลึง เทียนทั้งห้า หนักสิ่งละ ๒ สลึง (เทียนทั้ง ๕ คือ ๑ เทียนดำ ๒ เทียนแดง ๓ เทียนขาว ๔ เทียนข้าวเปลือก ๕ เทียนตั๊กแตน) กุ่มน้ำ ๑ ส่วน ราก จิงจ้อ ๒ ส่วน แล้วเอา รากเจตมูลเพลิง ๙ ส่วน รากตองแตก ๑๐ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำส้มซ่า น้ำผึ้ง ก็ ได้ กินแก้สรรพโรค ให้กินข้าวได้แล แก้อาเจียนที่มีแต่ลมเปล่า ๆ เป็นหืด แล้วไอ ให้สะอึกแห้ง ให้บวม ๕ ประการ แล ลมตีขึ้น แก้ริดสีดวงทั้งปวงหายแลฯ ต่อ ๑๑๐ ตรวจแล้ว ถ้าชายหญิงผู้ใดให้ไอแห้ง ไม่มีเสมหะ ท่านให้เอา ตรีกฏุก ๑ (ตรีกฏุก คือ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง) ราก ส้มกุ้งทั้งสอง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน บอระเพ็ด ๔ ส่วน ทำเป็นยาผงแล้ว จึงปรุงลง ด้วย ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนทั้ง ห้า( เทียนทั้ง ๕ คือ ๑ เทียนดำ ๒ เทียนแดง ๓ เทียนขาว ๔ เทียนข้าวเปลือก ๕ เทียนตั๊กแตน) เอาสิ่งละ ๕ สลึง ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งรวง กิน ๗ วัน ถ้าชอบด้วย โรคแล้วให้ต้มยานี้กินล้างเสียให้สิ้นเถิด ยานี้ ท่านให้เอา โคกกระสุน ๑ ราชพฤกษ์ ทั้งห้า คือ ราก,เปลือก,เนื้อ ไม้, ใบ,ดอกฝัก,ตรีกฏุก ๑ เบญจขี้เหล็ก คือ ราก,เปลือก,เนื้อไม้,ใบ,ดอกฝักเมล็ด, ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑
๔๖ หัวแห้วหมู ๑ ใบมะกา ๑ ส้มทั้งสาม ๑ ยาดำหนัก ๒ บาท ต้มกินแก้ ริดสีดวง แก้กร่อนแห้ง แก้ไข้สันนิบาต หายแลฯ พระตำราหลวง เสียงเจรจากระสาบ ๆ แหบเครือ ดังคล้ายเสียงเป็ด เสียงแตร ก็ดี เสียงไม่ ออกเลยก็ดี ให้ทำยานี้สุมเอา ใบค้อนกลอง ๑ ไพล สด ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เมล็ด พรรณผักกาด ๑ เปลือกต้นสลอดกินลง ๑ ทำเป็นยาผง บดด้วยน้ำมะนาวเปียกเหลว ๆสุมที่กระหม่อม ๓ วัน หายแล (แต่ในหนังสือลงว่า สูบ ๓ วันหายแลมันค้านกับต้นเค้า ว่าเป็นยาสุม) การหุงน้ำมัน จึงหุงน้ำมันนี้ใส่ เอา ผลมะแว้งต้น ๑ ผลมะแว้งเครือ ๑ ผลมะเขือขื่น ๑ เอาสด ๆ มาตำ คั้นเอาแต่น้ำอย่างเดียว สิ่งละ ๑ จอก น้ำมันงา ๑ จอก หุงให้คงเหลือแต่น้ำมัน แล้วเสกด้วย บทพระคาถา (สักกัตตะวา) ให้ได้ ๓ จบ เอาน้ำมันเป็นยานัตถุ์ ๓ วัน ให้ระงับเสมหะได้แล้ว ให้ทำยานี้กิน ถ้าจะกินยานี้ให้อด ของแสลงไป ๗ วัน กินแต่ปลาแห้งที่มีเกล็ด คบ ๗ วันแล้ว แต่งยานี้ให้กิน ท่านให้เอา รากมะเดื่อดิน ๑ ว่านน้ำ ๑ ตรีกฏุก ๑ (ตรีกฏุก คือ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง) เอาเสมอภาคเท่ากันทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งกินครั้งละ หนัก ๑ สลึง วิเศษนักแลฯ ถ้าหญิงใดโลหิตเหน้าอยู่ในท้องก็ดี อยู่ไฟมิได้ก็ดี เอา ใบกระเม็ง ๑ เกลือ กับน้ำผึ้งเอาเท่ากันเคี่ยวให้ งวด ใส่ในทวารเบา เป่าโลหิตตกสิ้นแล ฯ ถ้าเสมหะออกทางปาก ถ้าจะให้ลงทางทวารหนัก เอา รากสลอดกินลง ๑ รากก้างปลาแดง ๑ รากคาง ๑ รากซ้องแมว ๑ ใบซ้องแมว ๑ ฝักส้มป่อย ๑ ยาทั้งนี้ต้ม ๓ เอา ๑ กินตามกำลังเสมหะ ตกทางทวารหนัก ท่านตีค่าไว้ชั่งทองแลฯ ถ้าผู้หญิงโลหิตตกทางโยนี (คือตกที่ อวัยวะของเพศหญิง) โลหิตนั้นร้ายนัก ลางทีออกสด ๆ ลางที เหน้าออกมาเหม็นดังน้ำคาวปลา ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา ผลมะตูมแห้ง ๑ ใบคนทิสอ ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ เอาเสมอ ภาคคือเอาเท่ากัน ต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแลฯ ยาแก้ ริดสีดวงพลวก ท่านให้เอา ดีปลี ๑ ผลจันทน์๑ พริกไทย ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาค คือเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งรวง กินหายมามากแล้ว อย่าสนเท่ห์เลย ท่านสมภารวัด ป่าเลไลย เหนือขนอนหลวง ท่านนั้นได้เป็นมาแต่ ๓ ปี ก็ยังหายฯ ถ้าจะแก้ท้องมารทั้ง ๕ จำพวก เอา น้ำประสารทอง สะตุ ดีแล้ว ๑ รากตองแตก ๑ ฝานบาง ๆ แล้ว นำไปคั่วกับ สุรา จนแห้ง ๓ หน แล้ว เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท เกลือ สินเธาว์ หนัก ๒ สลึง มหาหิงคุ์ หนัก ๔ บาท ยาดำหนัก ๖ บาท ละลายน้ำผึ้ง กินเช้า-กินเย็น-แก้ท้องมาร-และ มารทะรุนหายแลฯ ยาแก้หืด เป็นมาแล้ว ๔ ปี แก้ไอเป็นมาแล้ว ๕ ปี ก็ดี เอา ยาสูบที่ดี คือใบยาฉุน ๆ สด ๆ คั้นกับน้ำปูน ใส ใส่ถ้วยกินทีละจิบจนยานั้นหมด แล้วจึงทำยาดองให้กินต่อไป ท่านให้เอา รากสลอดกินลง ๑ แก่แสมทะเล ๑ รากผักคราด ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางทั้งสอง ๑ รากเจตมูล ๑ เอาเท่ากนดองกับ สุรา ฝังข้าวเปลือก ไว้ ๓ วันแล้วนำมากินหายแล เหตุผลที่ให้นำไปฝังในข้าวเปลือกนั้นมันมีอุณหภูมิที่ร้อนเหมาะสมกับยา แต่ เดี๋ยวนี้เราประหลอดวัดอุณหภูมิในข้าวเปลือกว่ามีความร้อนเท่าใดใช้เตาไมโคเว็บก็ได้ใส่ไว้ในนั้น ๓ วัน เหมือนกัน ได้ทำใช้รักษาหายมามากแล้วฯ ต่อ ๑๑๒ ตรวจแล้ว ขนานหนึ่ง ยาสุมจมูก ริดสีดวง จมูกตึง เอา เปลือกตาเสือ ๑ รากค้อนกลอง ๑ ใบสลอดกินลง ๑ ดิน ประสิวขาว ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บดผงสมุมที่จมูก ๗ วัน หายแลฯ ยาแก้ลมขึ้นมาแต่หัวแม่เท้า ให้ปวด ศีรษะ เมื่อยต้นคอเป็นกำลัง ท่านให้ เอา กุ่ม ๑ ข่า ๑ ไพล ๑ หัว หอม ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดพอกที่หัวแม่เท้า ๓ วัน หายแลฯ
๔๗ ยาพอกท้องน้อย ขับโลหิต เอา ว่านน้ำ ๑ ใบเจตมูลเพลิง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ หางไหลแดง ๑ สนเทศ ๑ แก่แสมสาร ๑ ตัวยาทั้งหมดนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน เอาน้ำข่าเป็น กระสายยา บดพอกท้องน้อย ออกสะดวกดีนักแลฯ แม้นจะแก้ ลมอุทธังคมาวาต อันจับหัวใจ ชักให้มือกำ ชักให้เท้ากำ ลิ้นกระด้างคางแข็ง ตีขึ้นไปปะทะ อก หายใจสะอึกสะอื้น เป็นประหนึ่งจะสิ้นใจ ท่านให้ทำยานี้ เอา มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ รงทอง ๑ หัวอุตระพิษ ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวกระดาดทั้งสอง ๑ สนเทศ ๑ สักขี ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ รากช้าพลู ๑ กัญชา ๑ ผล สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ สะค้าน ๑ ดีปลี ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ว่านนางคำ ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบเฉียงพร้าหอม ๑ ใบสวาด ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ โกศเชียง ๑ อบเชย ๑ พริกไทย ๑ ผล มะตูมอ่อน ๑ แก่นแสมทั้งสอง ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งกินหายแลฯ ยาขับโลหิตเหน้าร้าย อาจารย์จำเนียรติ๊กไว้ อีกขนานหนึ่ง เอา ใบหนาดแห้ง ๑ ผิวมะกรูด ๑ ขิง กระเทียม ๑ ดีปลี ๑ เทียนดำ ๑ ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท การบูรณ์ หนัก ๒ บาท ไพลแห้ง หนัก ๒บาท หัวดองดึง หนัก ๒ บาท ว่านเปราะ หนัก ๒ บาท ว่านน้ำ หนัก ๒ บาท เปราะหอม หนัก ๔ บาท ทำเป็นยาผง ละลายน้ำมะกรูด กินเป็นยาขับโลหิตเหน้าร้ายออกสิ้นเชิงแล เราได้ทำมาแล้วอย่าสนเท่ห์เลย ท่านตีค่าไว้ ๕ ตำลึงทองแลฯ สิทธิการิยะจะกล่าวกำเนิด ริดสีดวง มหากาฬ ๔ จำพวก จำพวกหนึ่งขึ้นใน ลำคอ จำพวกหนึ่ง ขึ้นในอก จำพวกหนึ่งขึ้นใน ทวาร ,ในทวารเบา จำพวกหนึ่งขึ้นใน ลำไส้ ตลอดถึงลำคอ เมื่อขึ้นนั้น ตั้งขึ้นเป็น กอง เป็นหมู่กัน ประมาณ ๙,ถึง ๑๐ เม็ด ๆ เท่าถั่วเขียวเมื่อ สุกแตกออกมา เป็นบุพโพโลหิต คือหนอง ระคน กัน กับโลหิตออกมา แล้วเลื่อนเข้าหากัน ให้บานออกมีสัณฐาน ดังดอกบุก เป็นบุพโพโลหิตไหลซึมอยู่ ไม่รู้ว่า เป็นฝีปลวกแลฝีหัวคว่ำ เพราะบริวารนั้นตั้งเป็นเม็ด ขึ้นตามลำไส้ตลอดถึงลำคอ ให้ปากคอนั้นเปื่อยกินเผ็ดกิน ร้อนมิได้ถ้าจะแก้ให้ปรุงยานี้ให้กินภายในเสียก่อน แล้วจึงเอา เทียนทั้งห้า ๑ โกศกรักกา ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศก้านพร้าว ๑โกศจุฬาลำพา ๑ โกศสอ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ตีกฏุก ๑ สะค้าน ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง มดยอบ หนัก ๑ บาท สนเทศ หนัก ๑ บาท สมุลแว้ง หนัก ๑บาท อบเชย หนัก ๑ บาท ขอบชะ นางทั้งสอง ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ชาติก้อน หนัก ๑ เฟื้อง เอา ชาดก้อน นั้น ใส่กระเบื้องตั้งไฟขึ้น บดให้ ละเอียด ป่นเป็นผง ใส่หม้อดินคั่วให้ร้อน เอาน้ำมะกรูด บีบลงใส่ในชาติผง คั่วไฟให้แห้ง บีบใส่ ๓ ครั้ง คั่วให้ แห้ง ๓ หน พอ ชาติก้อน ให้กรอบ ดีแล้ว นำมารวมกับตัวยาทั้งหมด บดทำเป็นยาผง เอา สุราที่จุดไฟติด เหล้าที่มีดีกรีสูง ๆ มาทำเป็นนำกระสายยา แทรก พิมเสน หนัก ๑ เฟื้อง ฝิ่น หนัก ๑ เฟื้อง ทำแท่งโตขนาดเท่า เม็ดพริกไทย ละลาย สุรากินครั้งละ ๓ เม็ด ถ้าจะกินเกินกินได้เพียงเม็ดเดียว ยานี้แก้ริดสีดวงเปื่อยที่ทวาร ทั้ง ๙ ริดสีดวงในอก เป็น ปรวด เป็นรัง เป็นหนองฟูมอยู่ก็ดี นะระคุดทะราด แก้สรรพริดสีดวงเรื้อรัง ฝีเปื่อย ทั้งตัว ยาอันใดไม่ฟัง อุปทุม ไส้ด้วน ไส้ลาม ไส้เลื่อนก็ดี เป็นฝีนานก็หาย แลหญิง เป็นมุตกิจ ชาย-หญิงเป็น ช่ำรั่ว ใน ทวารหนัก ทวารเบา ถ้าได้กินยานี้หายทุกประการอย่าสนเท่ห์เลย ยานี้เป็นมหาวิเศษนักแลฯ ต่อ ๑๑๔ ขนานหนึ่งเป็นยาต้มสมานลำไส้ เอา รากมะแว้งทั้งสอง ๑ รากมะเขือขื่น ๑ รากกล้วยตีบ ๑ รากต่อไส้ ๑ รากมะเกลือ ๑ รากปุ่มไก่ ๑ รากโพกพาย ๑ รากลำเพาะ ๑ รากกำจาย ๑ รากพุงจาบ ๑ มูกหลวง ๑ ราก ทองภู ๑ ยาเข้าเย็นทั้งสอง ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑๐ บาท หนอนตายหยาก หนัก ๑๒ บาท ขันทองพยาบาท หนัก ๑๐ บาท รากพุงแก หนัก ๔ บาท เปลือกกันเกรา หนัก ๔ ตำลึง เทียนดำ หนัก ๔ บาท เทียนขาว หนัก ๔ บาท ตรีกฏุก หนัก ๑ ตำลึง กำมะถันเหลือง หนัก ๓ ตำลึง ต้มกินแก้สมานลำไส้หายแลฯ ขนานหนึ่งเป็นยาดองแก้ริดสีดวง เอา กานพลู หนัก ๑ ตำลึง มดยอบ หนัก ๓ ตำลึง เจตมูล หนัก ๓ บาท ผักแพวแดง หนัก ๒ ตำลึง น้ำประสารทอง หนัก ๑ ตำลึง แก่นประดู่ หนัก ๑ ตำลึง แก่นมะหาด หนัก ๑ ตำลึง สน หนัก ๑ ตำลึง หัวอุดตะพิษ ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวกระดาด ทั้งสอง ๑ ตากแดดให้แห้งเอาสิ่ง
๔๘ ละ หนัก ๒ บาท หัวเข้าข้า หนัก ๓ บาท พริกไทย หนัก ๑๐ บาท ห่อผ้าขาว แช่ สุรา ที่มีดีกรีสูง ๆ ๕ ทะนาน ฝังข้าวเปลือกไว้ ๕ คืน ๕ วัน กินแต่น้อย แก้ริดสีดวง และโรคที่ได้กล่าวมา นั้น หายสิ้นอย่าสนเท่ห์เลยฯ สิทธิการิยะถ้าผู้ใดเป็นไข้ แลให้ร้อนภายใน ให้อยากน้ำเป็นยิ่งนัก แลตัวคนไข้นั้นให้แข็งกระด้าง ดุจดัง ท่อนไม้ แลท่อนฟืน ให้ตัวนั้นเป็นเหน็บชาไปทั้งตัวทั่วทั้งกายหยิกไม่เจ็บ ท่านว่าเกิดกาฬภายใน แลให้ปากแห้ง คอแห้งฟันแห้ง นมหดหู่ ให้เป็นต่าง ๆ นั้น ท่านว่ากาฬมันยังผุดออกมาไม่หมดสิ้น ยังอยู่ในหัวใจนั้น ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา รากกระตังบาย ๑ จันทน์ ทั้งสอง ๑สนเทศ ๑ ระย่อม ๑ พิศนาศ ๑ แตงเถื่อน ๑รากหมู่ปล่อย ๑ หัวมหากาฬ ๑ หัวกระเช้าผีมด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบระงับ ๑ ใบพิมเสน ๑ ใบเฉียงพร้าหอม ๑ ใบทองพันชั่ง ๑ เขากวาง ๑ งาช้าง ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวหมี ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑ เขี้ยวหมูป่า ๑ เขี้ยวแรด ๑ กรามนาคราช ๑ เขี้ยวปลาพะยูน ๑ เกสรดอกบัวน้ำทั้งเจ็ด ๑ ผลสมอพิเภก ๑ เทียนดำ ๑ ใบสะเดา ๑ เปลือกไข่เป็ดสด ๆ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ สมอไทย ๑ รากมะรุมบ้าน ๑ รวมตัวยาทั้งหมดนี้เอาเสมอภาค สิ่งละเท่ากัน ทำ เป็นยาผง แล้ว บดทำแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำดอกไม้ ทั้งกินทั้งพ่น แก้สรรพไข้ทุกอันดังกล่าวมานั้นหายแล ถ้าไข้ทำให้หนาว ฝน กับน้ำร้อน ตั้งไว้ให้เย็นก่อนจึงให้กิน ถ้าไข้ลิ้นกระด้างคางแข็ง เอา มูตรของเจ้าตัวคนไข้ ส่วน ๑ น้ำครำที่ใสสะอาดส่วน ๑ น้ำสงพระเจ้า ห้ามสมุทร ส่วน ๑ เอาดีงูแทรกลงให้กินหายแล ถ้าเสมหะ ตีขึ้น ฝนด้วย น้ำหัวหอม กินหาย ถ้าเป็นไข้ ๗ วัน ๙ วัน ๑๑ วัน แล้วยังมัวอยู่ ให้คลั่งไม่รู้ สติสมปฤดี นั้น ท่านว่า กาฬ มันยังผุดออกมาไม่หมดสิ้น เร่งกินยานี้จงหนักเถิดหาย ยานี้มหาวิเศษนัก ท่านตี ค่าไว้ทองแสนตำลึงแลฯ ถ้าจะทำยานี้แก้ไข้ ให้เอา หวายตะค้า ๑ หวายตะมอย ๑ ใบมะระ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบพิมเสน ๑ ใบสมี ๑ ใบเนระพูสี ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ มหาสะดำ ๑ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบพลูแก ๑ ใบรักขาว ๑ มูลโคแห้ง ๑ ดินประสิวขาว ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำซาวข้าวกินเป็นยาล้อม ตับ ดับพิษฝีกาฬ แก้หอบสะอึก ฝนด้วยน้ำจันทน์กินหาย แก้อาเจียนฝนด้วยน้ำมะตูมต้ม น้ำผลยอต้มให้กิน หายแลฯ ยารักษาริดสีดวง ขนานนี้อาจารย์จำเนียรได้ติ๊กไว้ว่าเป็นยารักษาริดสีดวงขนานถ้าจะทำยานี้แก้ไข้เอก @สิทธิการิยะ จะกล่าวกำเนิดริสีดวง มหากาฬ ๔ จำพวก จำพวกหนึ่งขึ้นในลำคอ ในทวารหนัก ใน ทวารเบา จำพวกหนึ่งขึ้นที่ลำไส้ตลอดมาถึงลำคอ เมื่อขึ้นนั้น ตั้งขึ้นเป็นกองเป็นหมู่รวมกัน ประมาณ ๙, ถึง ๑๐,เม็ด เม็ดเท่าถั่วเขียว เมื่อสุกแล้วแตกออกเป็น บุพโพคือหนองไหลออกมาเป็นโลหิต ระคนกัน แล้วก็เลื่อน เข้าหากัน ให้บานออกมีสัณฐานดังดอกบุก เป็น บุพโพโลหิตไหลซึมอยู่ ไม่รู้ก็ว่าฝีปลวกแลฝีหัวคว่ำ เพราะว่า บริวารนั้นตั้งเป็นเม็ด ขึ้นตามลำไส้ตลอดขึ้นลำคอ ให้ปากคอนั้นเปื่อย กินเผ็ดกินร้อนมิได้ ถ้าจะแก้ท่านให้ปรุง ยานี้ให้กินรักษาภายในเสียก่อน แล้วจึงเอา เทียนทั้ง ห้า ๑ โกศกักกรา ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศจุฬา ลำพา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ตรีกฏุก ๑ กัญชา ๑ สะค้าน ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง มดยอบ หนัก ๑ บาท แก่นสนเทศ หนัก ๑ บาท สมุลแว้ง หนัก ๑ บาท อบเชยเทศ หนัก ๑ บาท ขอบชะนาง ทั้งสอง หนักสิ่งละ ๑ บาท ชาติก้อน หนัก ๑ สลึง สารหนู หนัก ๑ เฟื้อง ชาติ=กับ สารหนู นั้นใส่กระเบื้อง ขึ้น ตั้งไฟ เอาน้ำมะนาวบีบใส่ลงไปให้ท่วมยา แล้วคั่วให้แห้งทำ ๓ ครั้งบีบ ๑ ครั้งคั่วให้แห้ง ๑ ครั้ง ทำอย่างนี้ให้ ครบ ๓ ครั้ง ให้ชาติ กับสารหนูนั้นให้เกรียมกรอบดีแล้วยกลงแล้วเอามาประสมกันเข้ากับตัวยาทั้งหมดทำเป็น ยาผงแล้ว เอาสุราชั้นดีที่จุดไฟติดเป็นน้ำกระสายละลายยา เอา พิมเสน หนัก ๑ เฟื้อง ยาฝิ่น หนัก ๑ เฟื้อง ปรุงลงไปในยาเมื่อจะทำเป็นยาเม็ด ปั้นเท่า เมล็ดพริกไทย กินครั้งละ ๓ เม็ด ถ้าจะกินเกินได้เพียงแค่เม็ดเดียว เท่า ถ้าเกินกว่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างยิ่ง เหตุผลเพราะมันเข้าสารหนู กินก่อนอาหารเช้าวันละ ๑ ครั้ง ยานี้แก้ริดสีดวงเปื่อยทางทวาร ทั้ง ๙ ริดสีดวงในอก เป็นปรวด (เป็นปะหรวด) เป็นรัง เป็นหนองฟูมอยู่ก็ดี
๔๙ เป็น มะเร็ง คุดทะราด ฝีเปื่อยทั้งตัวก็ดี ยาอันใดไม่ฟัง อุปะทุม ไส้ด้วน ไส้ลาม ไส้เลื่อนก็ดี เป็นฝีนานหายก็ดี ชาย-หญิง เป็น ช้ำรั่ว ก็ดี ถ้าได้กินยานี้หายสิ้นทุกประการอย่าสนเท่ห์เลย ยานี้เป็นมหาวิเศษนักแลฯ ================================ Xมีบรรยายไว้แล้ว ให้ดูซ้ำหน้า ๑๑๓ แต่อธิบายแปลกออกไปจากเดิมบ้างจึงลงบันทึกไว้ด้วย @ต่อ ๑๑๗ บัดนี้พระอาจารย์เจ้า จะกล่าวซึ่งมหาโชตรัต เล่ม ๒ ว่า ด้วย กองธาตุ โดยสังเขป ตาม พระบาฬี ว่า อันว่า ธาตุทั้ง ๔ นั้น อันพระอาจารย์กล่าวแล้ว คือ ว่า มหาภูตรูปทั้ง ๔ (มหาภูตรูป คือ รูปใหญ่) เป็น อเนก ปริยายต่าง ๆ พึงรู้ด้วย ประการดังนี้ กายแห่งเราท่านทั้งหลายนี้ โลหิตเป็นปัจจัยชุ่มแช่ให้สดชื่น มี ธาตุทั้ง ๔ เป็นเหตุ มีธาตุทั้ง ๔ ให้ก่อ เกิด คือ เวียนตาย แล เวียนเกิด อยู่ในภพสงสาร ถึงจะเป็น เทวดา และ มนุษย์ก็ดี จะเป็นเดียรัจฉานก็ดี แต่ บรรดามีจิตรวิญญาณ ก็ย่อมมีธาตุทั้ง ๔ ทุก ๆ ตัวสัตว์ กายแห่งเราท่านทั้งหลายนี้ เมื่อจะอันตรทานนั้นก็ย่อม อันตรทานด้วยธาตุทั้ง ๔ ธาตุทั้งหลาย ๔ บังเกิดแก่มนุษย์หลาย จึงตั้งกองรูปขันธ์ ทั้งกายอินทรีย์ทั้งปวง เมื่อ จะทำลายเบญจขันธ์ ก็ทำลายด้วยธาตุทั้ง ๔ มิได้เว้นจากบุคคลเลย พระอาจารย์เจ้าผู้วิเศษนำมากล่าวแล้ว แพทย์ทั้งหลายแลจะอภิบาลรักษาซึ่งโรคโลหิต อันบังเกิดแก่ หญิงมนุษย์ทั้งปวง อันบังเกิดในชมพูทวีป นี้ มี ธาตุ ทั้ง ๔ เป็น ประธาน ท่านย่อมแจ้งด้วยประการดังนี้ ฯ ต่อ ๑๑๘ ตรวจแล้ว อันว่าธาตุทั้งหลาย ๔ มีปถวีธาตุ ๒๐ ประการ (ปถวีธาตุคือธาตุดิน) มี เกสา เป็นตัน อาโปธาตุ ๑๒ ประการ (คือธาตุน้ำ) มี ปิตตัง เป็นต้น ธาตุเพลิง มี ๔ กอง (คือ ธาตุไฟ) มีสันตัปปัคคี เป็นต้น ธาตุลม มี จำพวก (คือ วาโยธาตุ) อุทธังคมาวาต เป็นต้น รวมกัน เป็น ธาตุ ๔๒ ด้วยกันดังนี้ จัดเป็น ขันธ์ ทั้ง ๕ มีรูป ขันธ์ เป็นต้น แล ธาตุทั้ง ๔ ซึ่งกล่าวมาแล้วนั้น ก็เกิดในรูปขันธ์ทั้งสิ้น อาศัยแก่กันและกัน คือ รูปธรรม , นามธรรม,เนื่องถึงกัน รูปมิได้บังเกิดมี นามก็มิได้มี รูปบังเกิดมีแต่จิตรปติสนธิ เนื่องกันจนกว่าจะนิพพาน นับ ได้หลายแสนโกฏิชาตินั้น ลักษณะอากาศธาตุนั้น มีอยู่ทั้งภายใน ภายนอก สุดแต่มีระหว่างในที่ใดที่นั้น ก็ เรียกว่าอากาศธาตุ ความพิสดารอยู่ในคัมภีร์ อากาศตัณฐีโน้น ลำดับนี้ จะกล่าว โลหิต ระดู ประเภทแห่ง สตรีทั้งหลาย ตามธรรมดาอาศัย ซึ่งกองธาตุมิได้บริบูรณ์ แล้วโลหิตก็มิได้งามบริบูรณ์ขึ้นได้ อาศัยซึ่งกองธาตุจึงตั้งเป็นร่างกายอยู่ได้ โรคทั้งปวงก็อาศัยซึ่งกองธาตุนั้น วิบัติ โรคจึงตั้งขึ้นได้ อันว่า กุมารี ทั้งหลาย เมื่อยังเยาว์ ยังเล็กอยู่นั้น กำเนิดตานซางก็เหมือนกุมารผู้ชาย ต่อเมื่อได้อายุ ล่วงกำหนดตานซาง ถึงกำหนดที่จะมีระดู แล้ว จึงประเภทต่างกันกับผู้ชาย ๔ ประการที่จะ ให้สัตว์ได้ ปติสนธิ จะเกิดโรค ก็เกิดด้วยโลหิตนั้นมากกว่าโรคอื่นๆ มีประเภทแปลกกันกับผู้ชาย ๔ ประการนั้น คือ ถันประโย ธร ประการ ๑ คือ จริตกิริยาประการ ๑ คือประเวณีประการ๑ คือต่อมโลหิตประการ ๑ เป็น ๔ ประการ ด้วยกันดังนี้ อนึ่ง บาฬี ว่าต่อมหรือ ดอกโลหิตแห่งหญิงผู้นั้นก็บังเกิดขึ้นมา ตามประเพณีแห่งสตรีภาพ แลจะ ว่าตามพระบาฬี นั้น ว่าหญิงจำพวกใดเมื่อพ้นกำหนดแห่งตานซางแล้ว อายุล่วงขึ้นไปได้ ๑๔,๑๕,ปี ต่อมโลหิต ก็ตั้งขันมาตามประเพณีแห่งโลกทั้งหลาย แลหญิงนั้นเมื่อยังเป็นสาวพรมจารีอยู่ จะได้รู้ว่าประเพณี สังวาส ยัง ไรก็มิได้ ให้บังเกิดปติพัทธ์ ขึ้นมาเอง คือฝันเห็นว่ามีชายมาร่วมประเวณีด้วย ตั้งแต่นั้นก็มี ระดู มาตามประเวณี ถันประโยธร นั้นก็วัฒนาเจริญขึ้น พระอาจารย์เจ้าจึงกล่าวลักษณะโลหิต ระดู ปรกติมี ๕ ประการ ดังพระบาฬี โดยอธิบายว่า ระดู แห่งสตรีทั้งหลาย ซึ่งบังเกิดนั้นท่านยกขึ้นว่าไว้พอให้เห็นซึ่งลักษณะแห่งโลหิต ปรกติโทษ แต่ ๕ ประการ โดยประเภทต่างกันดังนี้
๕๐ คือ โลหิต บังเกิดแต่หัวใจนั้น เนื่องมาแต่ หฤทัย วัตถุ กำเดาประการ ๑ โลหิตเนื่องมาแต่ ดี ประการ ๑ โลหิต เนื่องมาแต่ผิวเนื้อประการ ๑ โลหิต บังเกิดมาแต่ เส้นเอ็นประการ๑ คือ โลหิตบังเกิดเนื่องมาแต่ กระดูกประการ ๑ เป็น ๕ ประการด้วยกันดังนี้ โลหิตบังเกิดแต่หัวใจนั้น เมื่อจะมี ระดู มามักให้ละส่ำระสาย มักขึ้งโกรธ บ้าบ่น บางทีให้คลั่งละเมอ เพ้อพก เมื่อจะเป็นนั้นทำให้ริมขอบจักษุเขียว (คือจะทำให้ขอบตาเขียว) ถ้าแพทย์ผู้ใดแก้ มิได้ฟังคำจากปาก หญิงนั้น จะเสียจริตเป็นบ้าฯ ลักษณะโลหิตบังเกิดแต่ ขั้วดี นั้น เมื่อ ระดู มีมาให้เป็นไข้ไป ๔,๕,วันให้เชื่อมไปไม่รู้ว่าต่ำ หรือ รุ่งเช้า แลนอนสะดุ้งหวาด เจรจาด้วยผี คนสมมุติว่า ขวัญไปกินเถื่อน เพราะโลหิตนั้นทำเอง บางทีผุดขึ้นมาเห็นดำ เห็นแดงก็มี เท่าแว่นงบน้ำอ้อยก็มี ถ้าผู้ใดแก้มิฟัง บุคคลผู้นั้นจะกลายเป็นไข้ ลากสาด สันนิบาต ต่อ ๑๒๐ ตรวจแล้ว อันว่า ลักษณะ โลหิตอันบังเกิด แต่ผิวเนื้อนั้น เมื่อจะมี ระดู มาให้ร้อนผิวเนื้อ ให้ร้อนผิวหน้า แลแดง ดังผลตำลึงสุก บางทีผุดขึ้นดังเม็ดเหงื่อ แลเป็นวงเท่าใบพุทรา เท่างบน้ำอ้อยก็มี ดุจไข้ลากสาด สันนิบาต ไป ๒ วัน ไป ๓ วัน บางทีสมมุติว่า เป็นประดง ครั้น ระดู มีมาก็หาย อันว่าลักษณะโลหิตอันเกิดแต่เส้นเอ็นทั้งปวงนั้น เมื่อ ระดู จะมีมานั้นให้เป็นดุจไข้จับ ให้สะบัดร้อน สะท้านหนาว ปวดศีรษะเป็นกำลัง ครั้น ระดู มา ก็หายแลฯ อันว่าลักษณะโลหิตอันเกิดแต่อัฐินั้น เมื่อ ระดู จะมีมานั้นให้เมื่อยทุกข้อทุกลานั้น ดังอัฐิจะแตกจะ คลาดกันไป ให้เจ็บเอว ให้เจ็บท้อง ให้บิดขี้คร้านนอนไป ครั้น ระดู มาก็หาย โลหิตปรกติโทษทั้ง ๕ ประการนี้ ท่านสงเคราะห์ไว้พอเป็น ที่สังเกตแห่งแพทย์ ใช่โลหิต ระดู ปรกติโทษ จะมีแต่เท่านี้หามิได้ ก็ย่อมมีทั่วทั้ง อาการ ๓๒ ธาตุทั้ง ๕ ใช่ว่าโลหิตนั้น จะถึง ระดู แล้ว โลหิตไหลเดินมาจากหัวใจ,จาก ดี,จากเนื้อ,จากเส้นเอ็น, จากอัฐิ ,ก็หามิได้ โลหิตปรกตินั้นก็ชุ่มแช่ กรัชกายอยู่ทั่วทั้งตัว ด้วยสามารถ ลม ทั้ง ๖ จำพวก แล ลมทั้ง ทั้งหลายพัดให้เดินไปมา ตามระหว่างเส้นเอ็น แล เนื้อ แลหนัง อีกทั้งอวัยวะ (อะวะยะวะ) ในกรัชกายทั้งปวง เป็นธรรมดาทุกตัวสัตว์ เตโชธาตุทั้ง ๔ ก็อบอุ่น ให้โลหิตนั้นร้อนอยู่เป็นธรรมดา ถ้าเตโชธาตุกล้า เดินเกินปรกติ เมื่อใด โลหิตนั้นร้อนทนมิได้ก็ผุดขึ้นออกมานอกผิวหนัง แพทย์ทั้งปวงสมมุติว่าเม็ดกำเดา ลากสาด ปานดำ แดง แล กาฬทั้งปวงนั้น ก็คือโลหิตนั่นเอง ท่านจึงว่าไว้ ว่า ดี ว่า กำเดา นั้น คือ เตโช โลหิตนั้นเป็นเจ้าของ สมุฏฐาน อันว่า โลหิต ระดู นี้เป็น ชาติธรรมดา สตรีผู้ใดเคยถึง ระดู นั้น ลมกองใดเคยกำเริบ ลมกองนั้นกำเริบ ขึ้นทุกเดือนทุกครั้ง จึงเรียกปรกติโลหิต ถ้าถึงกำหนด ระดู มา อาการแปลกไปอย่างอื่น ลมกองอื่นทำแล้ว จัด ได้ชื่อว่า ทุจริตโทษอาการโลหิต ปรกติโทษนั้น ใช่จะมีแต่ ๕ ประการนั้นหามิได้ ก็ย่อมมีต่าง ๆ ตามลักษณะ โลหิตที่เป็นนั้น ตั้งแต่แรกเมื่อ ระดู มา อาศัยธาตุ อาศัยสมุฏฐาน อาศัย ฤดู ที่เคยเป็นนั้น บัดนี้ จะกล่าวอาการ แลสรรพยา จะแก้โลหิตปรกติ โทษนั้นก่อน โดยสังเขป ในที่นี้จะกล่าวปรกติ โลหิต อันบังเกิดแต่ก้อน หทัย นั้นก่อน เป็น ปฐม เมื่อจะบังเกิดนั้น กระทำให้จิตร ระส่ำระสาย ใจนั้นลอยไป แลให้เพ้อบ่นไปหาสติมิได้ มักให้ขึ้งให้โกรธเป็นกำลัง ต่อมี ระดู มาแล้วจึงคลาย เอา เทียนทั้ง ๕ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ อบเชยเทศ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ ชะลูด ๑ สมุลแว้ง ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกมะลิ ๑ ดอกพิกุล ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบุนนาค ๑ เอาสิ่ง ละ ๒ ส่วน เลือดแรด ๑ ยาเบญจกูล หนัก สิ่งละ ๔ ส่วน ฝางเสน หนัก ๘ ส่วน พระคัมภีร์ มหาโชตรัต เล่ม ๓ โดยสังเขป ****************************
๕๑ ดอกคำฝอย ๑๖ ส่วน ตรีผลา ตามพิกัด ต้มตามวิธีให้กิน แก้ปรกติโทษดวงหทัยนั้น หายวิเศษนักฯ ขนานหนึ่ง ชื่อ อุดมโอสถ (น้อย) เอาโกศทั้งห้า ๑ เทียนดำ ๑ ลูกจันทน์เทศ ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ ขาว ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ อบเชยเทศ ๑ สมุลแว้ง ๑ สน ๑ สักขี ๑ ชะเอมเทศ ๑ เปราะหอม ๑ สารพัด พิษ ๑ สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ เจตพังคี ๑ ว่านน้ำ ๑ บอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ เกสรบุนนาค ๑ เกสรสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน สารส้ม ๔ ส่วน ดอกคำฝอย ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง บดทำแท่งไว้ ละลาย น้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิด แต่กอง หทัยนั้น วิเศษนักฯ ลำดับนี้จะกล่าวลักษณะโลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ ปิตตะสมุฏฐาน กล่าว คือ ดี เป็น คำรบ ๒ เมื่อ จะเกิดนั้นให้คลั่งมักขึ้งโกรธให้สวิง สวาย หาแรงมิได้ กระทำให้ตัวร้อนเป็นเปลว หาสมปฤดี มิได้ ต่อมี ระดู ทา จึงคลาย ถ้าจะแก้ เอา ยาชื่อ ประทุมเกสรา ขนานนี้ ท่านให้เอา จันทน์ทั้ง สอง ๑ อบเชยทั้งสอง ๑ กระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน โกศทั้งห้า ๑ บัวน้ำทั้งห้า ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ยาเบญจกูล ตามพิกัด ต้มตามวิธี ให้กินแก้โลหิต ปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ขั้วดีนั้น ที่กระทำให้สวิงสวาย หายวิเศษนักแลฯ ขนานหนึ่ง ยาชื่อ มหาทิพรศ ท่านให้เอา โกศทั้งเกล้า ๑ เทียนทั้งเจ็ด ๑ เปราะหอม ๑ กระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ ตรีผลา ๑ จุกโรหินี ๑ ผลสารพัดพิษ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ อบเชยทั้งสอง ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ดอกสะเดา ๔ ส่วน ตรีกฏุก ตามพิกัด ทำเป็นยาผง ทำแท่ง แทรก พิมเสน ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิด แต่ขั้ว ดี นั้นหายแลฯ ขนานหนึ่งชื่อ โอสถทิพคุณ ท่าน ให้เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ จันทน์ทั้งสาม ๑ สมอทั้งสาม ๑ มะขามป้อม ๑ พริกไทย ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ ชะเอม เทศ ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ชะลูด ๑ ขอนดอก ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ บอระเพ็ด ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน แห้ว หมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ จุกโรหินี ๑ สังกรณี ๑ เนระพูสี ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทพทาโร ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ โลทนง ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เลือดแรด ๑ ฝางเสน ๑ เอาสิ่งละ ๕ ส่วน ดอกคำฝอย ๖ ส่วน ยา เบญจกูล ตามพิกัด ทำเป็นยาผง บดทำแท่งไว้ละลายน้ำกระสายยา อันควรแก่โรค แทรก พิมเสน ให้กิน แก้ โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ขั้วดี นั้นหายวิเศษนักฯ ลำดับนี้จะกล่าวลักษณะ ปรกติโลหิต อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น เป็นคำรบ ๓ เมื่อจะบังเกิดนั้นกระทำให้ ร้อนผิวเนื้อผิวหนัง ให้แดงไปทั้งกายดุจผลตำลึงสุก บางทีเป็นดวงเป็นลายดุจไข้รากสาด มีพิษร้อนเป็นกำลัง ต่อ ระดู มีมาจึงคลายฯ ถ้าจะแก้เอา ยาชื่อ เทพรังษิต ขนานนี้ ให้เอา โกศสอ ๑ โกศกระดูก ๑ โกศเชียง ๑ เทียนดำ ๑ เทียน ขาว ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ใบสันพร้ามอน ๑ ใบพิมเสน ๑ ผักกระโฉม ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เปราะหอม ๒ โกศหัวบัว ๖ ส่วน ทำเป็นยาผง บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำดอกไม้ แทรกพิมเสนให้กิน แก้พิษโลหิตอันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น หายวิเศษนักแลฯ ขนานหนึ่ง ยาชื่อ บัณฑิตพระพรหม เอา เปลือกโลท ๑ เปลือกมะเฟือง ๑ โลทนง ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ อบเชย ๑ ชะลูด ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ไพล ๑ กระชาย ๑ ตรีกฏุก ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน เกสรสารภี ๑ เกสรบุนนาค ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน คำฝอย ๕ ส่วน ดอกพิกุล ๖ ส่วน ทำเป็นยาผง เอา เทียน ดำต้ม เป็นน้ำกระสายยา บดให้เหนียวแล้วทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ เอาน้ำต้มจากต้นโคกกระสุน เป็นน้ำกระสาย ยาแทรก พิมเสน,ชะมด, ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้นหาย วิเศษนักแลฯ ตรวจแล้ว ๑๒๔ ขนานหนึ่ง ชื่อยา อุดมโอสถ (ใหญ่) ท่านให้เอา ดินประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ การบูรณ์ ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เถามวกทั้งสอง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ สักขี ๑ เถาวัลย์เปรียงแดง ๑ เถาหญ้านาง ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า
๕๒ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ อบเชย ๑ ชะลูด ๑ ตรีกฏุก ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกพิกุล ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เลือดแรด ๖ ส่วน ฝางเสน ๑๐ ส่วน คำฝอย ๒๔ ส่วน ตรีผลา ตาม พิกัด ทำเป็นยาผง บดทำแท่งหรือเม็ด ไว้ ละลายน้ำดอกไม้แทรกชะมด,พิมเสน,ให้กินแก้โลหิต ปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น หายวิเศษนักแลฯ ลำดับนี้จะด้วยลักษณะโลหิต อัน บังเกิดแต่เส้นเอ็นนั้น เป็นคำรบ ๔ เมื่อจะบังเกิดกระทะให้สะบัด ร้อน สะท้านหนาว แลให้ ผิวเนื้อร้อน,สะอึก,ให้ปวดศีรษะเป็นกำลัง ให้เชื่อมมัวหาเวลามิได้ ต่อ ระดู มีมาจึง คลายฯ ถ้าจะแก้เอา ยาชื่อ จักรพรรติ ขนานนี้ เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ชะลูด ๑ แก่นสน ๑ สมุลแว้ง ๑ ชะเอมทั้งสอง ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกพิกุล๑ รากระงับพิษ ๑ มะตูมอ่อน ๑ แห้วหมู ๑ แฝกหอม ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน แก่นประดู่ ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑แก่นราชพฤกษ์ ๑ แก่นมะเกลือ ๑ เอาหนักสิ่งละ ๕ ส่วน ขมิ้นเครือ ๑ เบญจกูล ๑ เอาหนักสิ่งละ ๘ ส่วน เถาวัลย์เปรียง ๑๐ ส่วน ตรีผลา ตามพิกัด ทำเป็นยาผง เอา เลือดแรด ต้มน้ำร้อนให้ละลายเป็นน้ำกระสาย บดทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ เวลาจะกิน ละลายน้ำดอกคำต้ม แทรก ชะมด ๑ พิมเสน ๑ หญ้าฝรั่น ๑ ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษอันบังเกิดแต่เส้นเอ็นนั้นหายวิเศษนักแลฯ ตรวจแล้ว ขนานหนึ่ง ยาชื่อ มหิศรนิมิต เอา แก่นแสม ทั้งสอง ๑ แก่นไม้ปรู ๑ แก่นไม้มะหาด ๑ ฝักส้มป่อย ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นราชพฤกษ์ ๑ เอา สิ่งละ ๒ ส่วน ตรีผลา ๑ พริกไทย ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เถาวัลย์เปรียง ๕ ส่วน เถาวัลย์เหล็ก ๑๐ ส่วน ยาเบญจ กูลเอาหนักสิ่งละ ๑๒ ส่วน ดินประสิว ๑ สารส้ม ๑ แต่พอ รำหัด เอา ฝางต้มเคี่ยวเอาแต่น้ำ วิธีต้น เอาน้ำใส่ไป ๓ ส่วนของยา เอา ๑ ส่วน สมมุติว่า ยาหนัก ๑ ขีด ใส่น้ำลงไป ๓ ขีด ต้มให้เหลือเพียง ๑ ขีด แล้วนำมาต้มรวม กับยา ต้มตามวิธีให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษ อันเกิดแต่เส้นเอ็นนั้น หายวิเศษนักแลฯ ลำดับนี้จะกล่าวลักษณะโลหิต อันเกิดแต่ข้ออัฐิ นั้นเป็นคำรบ ๕ เมื่อจะบังเกิด กระทำให้เมื่อย ทุกข้อ ทุกสำ อัฐินั้นดังจะคลาดออกจากกันให้เจ็บเอวเจ็บหลังยิ่งนัก มักให้ครั่นตนบิดตัวอยู่บ่อย ๆ แล้วให้เล็บระบม ไปทั่วทั้งตัว บางทีให้สะบัดจับร้อน สะท้านหนาวแลทำพิษนั้นต่าง ๆ ต่อ ระดู มีมาจึงหายฯ ถ้าจะแก้เอายา ชื่อ เทพนิมิตขนานนี้ ท่านให้เอา โกศสอ ๑ โกศเชียง ๑ โกศเขมา ๑ โกศน้ำเต้า ๑ สมุลแว้ง ๑ อบเชยเทศ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ดอก ลำดวน ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกจำปา ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอน ดอก ๑ แก่นพรม ๑ ชะเอมเทศ ๑ หวายตะคล้า ๑ ดอกคำฝอย ๑ เลือดแรด ๑ สารส้ม ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน การบูรณ์ ๑ พริกไทย ๑ เอาสิ่งละ ๕ ส่วน แก่นแสมทะเล เอา ๑๖ ส่วน ยาเบญจกูล ตามพิกัด ทำเป็นยาผง แล้วเอาน้ำต้มจากหัวแห้วหมู เป็นน้ำกระสายยา บดให้เหนียว ทำแท่งหรือปั้นเม็ดไว้ ละลายน้ำเนื้อไม้ต้ม แทรก พิมเสนให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่กระดูกนั้น หายวิเศษแลฯ ต่อ ๑๒๗ ตรวจแล้ว ขนานหนึ่ง ยาชื่อ จิตรเกสร เอา ดอกมะกรูด ๑ ดอกมะนาว ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ เกสรบัว หลวง ๑ เกสรสัตตะบุษย์ ๑ ดอกชะลูด โกศทั้งห้า ๑ แก่นสน ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน แก่นสะเดา ๑ แก่นไม้ปรู ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ดอกสะเดา ๕ ส่วน ตรีกฏุก ตามพิกัด ทำเป็นยาผงละลายน้ำ ฝาง บดทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ แทรก พิมเสน ให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษ อันเกิดแต่อัฐินั้น หายวิเศษนักแลฯ อีกขนานหนึ่ง ยาชื่อ ขจรทิพรศ เอา โกศจุฬาลำพา ๑ โกศสอเทศ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ชะเอม ๑ สมอทั้งสาม ๑ พริกไทย ๑ ผลผักชี ๑ ผลมะขามป้อม ๑ ผลมะแว้งทั้งสอง ๑ เอา
๕๓ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกจำปา ๘ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำต้ม จาก เทียนดำ บดให้เหนียว ทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ แทรก ชะมด,พิมเสน, ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่อัฐินั้น หายวิเศษนักแลฯ พระอาจารย์เจ้ากล่าว สตรีอีก ๒ จำพวก เรียกว่า ชาติโทษ คือหญิงบางจำพวกมีอายุได้ ๑๔,๑๕,ปีก็ดี ควรมี ระดู มา แต่ก็หามี ระดู ไม่ บางทีมี ระดู มา คราวหนึ่ง หรือ สองคราว ก็แห้งไป ต่อมี สามีแล้ว จึงมี ระดู มาตามปรกติก็มี บางทีมี ระดู ล้างหน้า ก็มีครรภ์ทีเดียว ลักษณะดังนี้เป็นชาติประเวณี แห่งนั้น มาแต่ ตระกูลแห่ง บิดามารดา แล ย่า ยาย ของสตรีผู้นั้น เนื่องกันมาแต่ บุราณ ประเพณี ถ้าแพทย์จะรักษา ให้แต่ง ยาบำรุงธาตุให้บริบูรณ์ กาลควรที่โลหิตจะมีเมื่อใด ก็คงจะมีเมื่อนั้น พระอาจารย์เจ้าท่านกล่าวไว้ว่า หญิง เหล่านี้เกิดด้วย รากกำหนัด เพราะความกระสันด้วนกรามราคะหนัก โลหิตจึงแห้งไป ครั้นมีสามีเสพสมตาม ความปรารถนา รากกำหนัดนั้นก็คลายลง โลหิตนั้นก็บริบูรณ์ขึ้นมาเองฯตรวจแล้ว ต่อ ๑๒๘ หญิงจำพวกหนึ่งเมื่อหาสามีมิได้ โลหิตนั้นบริบูรณ์งามดี ครั้นมีสามีแล้วได้ ๑ ปี ๒ ปี เดือน ๑ ก็ดี ๒ เดือน ก็ดี โลหิตนั้นจางซีดไป บางทีแห้งติดกระดูก สันหลัง มีอาการให้เจ็บสันหลัง ให้เจ็บเอว ให้เมื่อยทุกข้อทุก ลำข้อ ให้แดกให้จุก ให้ท้องขึ้นท้องพอง ให้เป็นไปต่าง ๆ ให้ผิวเนื้อชา ให้ผิวเนื้อซีด หน้าตาอิดโรย หิวโหยเป็น กำลัง ให้นอนมิหลับกินข้าวมิได้ แพทย์ผู้ใดมิได้รู้ก็สมมุติว่าเถา ว่ากาล ริดสีดวงก็ว่า เพราะโทษโลหิตนั้นเอง เพราะว่าสตรีผู้นั้นมักมากด้วยรากกิเลส ซ่องเสพกามคุณด้วยสามีนั้นเหลือกำลังนัก ไม่เป็นที่จะกินจะนอน บาง ทีสามีนั้นมากด้วยกามคุณนัก สตรีมิอาจทนทานกำลังสามีได้ โลหิตนั้นจึงแห้งไป ถ้าแพทย์จะรักษา พึงให้เอายา ประจุโลหิตจงหนัก แล้วจึงแต่งยาบำรุงธาตุ บำรุงกาม ให้กินแล้ว จึงแต่งยาชื่อว่า กำลังราชสีห์ แลยาชื่อว่า แสงพระอาทิตย์ บำรุงโลหิตให้บริบูรณ์ แล้วเมื่อใด สัตว์ที่จะมาปติสนธิ ก็จะตั้งขึ้นไก้เมื่อนั้น ลำดับนี้จักกล่าวด้วยลักษณะโลหิต อันเกิดในกองธาตุทั้ง ๔ นั้นสืบต่อไป ตามอาจารย์ท่านกล่าวไว้ อัน ว่าลักษณะโลหิตอัน เกิดแต่กองอาโปธาตุนั้น ถ้าสตรีผู้ใดยังมิได้มีสามีก็ดี มีสามีแล้งก็ดี เมื่อ ระดู จวน จะมีมา นั้นกระทำให้ลงไปวันละ ๕ ครั้งวันละ ๖ ครั้ง ระดู นั้นเดินออกมาเป็นมวก เป็นมัน เหม็นคราวยิ่งนัก โลหิตนั้น บางทีใส บางทีเป็นเปลว ดุจประเมหะ แลไข่ขาว แล ระดู นั้นเดินมิได้สะดวก ให้ปวดท้องเป็นกำลัง ให้บริโภค อาหารมิได้ฯ @@ อาจารย์จำเนียรทดลองรักษาเบาหวานแล้ว ถ้าจะแก้ให้เอา สมุลแว้ง ๑ แก่นสน ๑ กฤษณา ๑ เปราะหอม ๑ อบเชย ๑ ชะเอมเทศ ๑ เจตพังคี ๑ ว่านน้ำ ๑ แห้วหมู ๑ รากมะแว้งทั้งสอง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สมอพิเภก ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน สมอไทย ๑ สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน มะขามป้อม ๑ รากช้าพลู ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน มะตูมอ่อน ๑๖ ส่วน กระเทียมสุก ๒๔ ส่วน (กระเทียมสุก คือแก่เต็มที่) ทำเป็นยาผง เอาน้ำ กระเทียมต้มเป็นน้ำกระสายยา (บดแบบบดข้าวเด็กน้อยเกิดใหม่ให้เหนียว) ทำแท่งหรือทำเม็ดเก็บไว้ เวลาจะ กินละลายน้ำกระเทียมต้มแทรก การบูรณ์ กินแก้โลหิตอันเกิดแต่ใน กองอาโปธาตุ นั้นหาย วิเศษนัก แลฯ ขนานหนึ่งอันบังเกิดแต่กองธาตุ เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ มะตูมอ่อน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ ขิงแห้ง เอาสิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทย ๘ ส่วน ดีปลี ๑๒ ส่วน ไพล ๕๗ ส่วน ทำเป็นยาผง เอาน้ำมะนาว แทรก พิมเสน บดให้เหนียว ทำแท่งหรือเม็ดไว้ เวลาจะกินละลายน้ำกินแก้โลหิตวิเศษนัก อันบังเกิดแต่กองอาโปธาตุนั้นหายแลฯ @@ ยา ๒ ขนานนี้ ทำมาแล้ว อาจารย์จำเนียรทดลองรักษาเบาหวาน ได้ผลดี ขนานหนึ่ง เอา แก่น ขี้เหล็ก ๑ แก่นมะซาง ๑ แก่นกันเกรา ๑ รากจิงจ้อ ๑ รากส้มป่อย ๑ ผลราชดัด ๑ รากกรุงเขมา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เจตมูลเพลิง ๔ ส่วน สะค้าน ๘ ส่วน รากช้าพลู ๑๒ ส่วน มะตูมอ่อน ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลาย น้ำกานพลูต้ม แทรกพิมเสน ให้กินวิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองอาโปธาตุนั้น หายวิเศษนักแลฯ
๕๔ ลำดับนี้จะกล่าวโลหิตอันเกิดแต่กอง เตโช ธาตุ ถ้าแลเกิดแก่สตรีผู้ใด มีสามีแล้วก็ดี หาสามีมิได้ก็ดี ลักษณะเมื่อจะมี ระดู มานั้น กระทำให้ตึงทั้งตัว แล้ว ระดู จึงมีมา ให้ร้อนทางช่องครรภ์ดุจดังถูกพริก แล โลหิตที่ออกมาเป็นฟอง มีสีดุจน้ำฝาง อันบุคคลเอาน้ำส้มมะนาวบีบลงสีนั้นก็เหลืองไป แล้วกระทำให้ร้อนผิว เนื้อ ดังจะปอกลอก แลให้อาเจียน ให้เหม็นอาหาร บริโภคอามิได้ ให้สะบัดร้อนสะท้านหนาว แลให้จุกแดก ดังกล่าวมานี้ ฯ ถ้าจะแก้ เอา โกศสอ ๑ โกศกระดูก ๑ โกศหัวบัว ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ เทียนดำ ๑ ผลผักชี ๑ เมล็ดในมะนาว ๑ รากมะกล่ำทั้งสอง ๑ ใบหนาด ๑ ผิวมะกรูด ๑ ว่านน้ำ ๑ สารส้ม ๑ เกลือมูตร ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สะค้าน ๑ สมอไทย เอาสิ่งละ ๔ ส่วน รากช้าพลู ๑ มะขามป้อม ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สมอพิเภก ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อน แทรก พิมเสน ให้กินวิเศษ โลหิต อันบังเกิดแต่ เตโชธาตุ นั้น หายวิเศษนักแลฯ ขนานหนึ่ง เอา โกศจุฬาลำพา ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ จันทน์ชะมด ๑ กานพลู ๑ รากสารพัดพิษ ๑ ราก อัญชัน ๑ สารส้ม ๑ ดินประสิว ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สะค้าน ๔ ส่วน รากช้าพลู ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑๒ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายรากน้ำมะกล่ำเครือต้ม แทรกพิมเสน ให้กินวิเศษโลหิต อันเกิดแต่กอง เตโชธาตุนั้นหาย วิเศษนักแลฯ ขนานหนึ่ง เอา โกศสอ ๑ โกเขมา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ กระเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ แห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เกลือเทศ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ สมอไทย ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน รากช้าพลู ๑ ดีปลี ๑ รากมะขามป้อม ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ ขิง แห้ง ๑ สมอพิเภก ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำข่าต้ม แทรก การบูรณ์ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองเตโชธาตุ นั้นหายวิเศษนักแลฯ ลำดับนี้จะกล่าวด้วยโลหิต อันเกดแต่กองวาโยธาตุ ถ้าเกิดแก่สตรีผู้ใด ที่มีสามีแล้วก็ดี ที่มิได้มีสามีก็ดี ลักษณะเมื่อจะมี ระดู มานั้น กระทำให้ท้องขึ้นท้องพอง ให้จุกเสียดเป็นกำลัง ให้ตัวร้อนให้จับเป็นเวลา ให้คลื่น ให้เหียนให้อาเจียนแต่ลมเปล่า ๆ เมื่อมี ระดู มาไม่สะดวก มีสีดุจ น้ำดอกคำอันจาง ให้ปวดเป็นกำลัง ถ้าจะแก้ เอา เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ เทียนสัตตบุษย์ ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ แก่นสน ๑ แห้วหมู ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน มหาหิงคุ์ ๓ ส่วน ขิงแห้ง ๘ ส่วน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ หัสคุณเทศ ๑ เปล้า น้อย ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ดีปลี ๔ ส่วน พริกไทย ๑๒ ส่วน เกลือสินเธาว์ ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำส้ม ซ่า บดให้เหนียวทำแท่งหรือเม็ด ให้กินครั้งละ ๑ สลึง เวลาจะกินละลายน้ำส้มซ่าอีกที กินแก้วิเศษ โลหิต อัน บังเกิดแต่กอง วาโยธาตุ นั้นแลฯ ตรวจแล้วต่อ ๑๓๒ ขนานหนึ่ง เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ขมิ้นเครือ ๑ ดองดึง ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน รากพันธุ์งูแดง ๑ เทียนดำ ๑ รากสลอดกินลง ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ สหัสคุณ ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ขิงแห้ง ๑ เจตมูลเพลิง เอาสิ่วละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ สะค้าน ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน เกลือสินเธาว์ ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อนเป็นกระสาย แทรกพิมเสนให้กิน แก้วิเศษโลหิต อัน เกิดแตกองวาโยธาตุนั้นหายแลฯ ขนานหนึ่ง เอา เปลือกกุ่มบก ๑ เปลือกมะรุม ๑ ว่านน้ำ ๑ รากอังกาบ ๑ รากพันธุ์งูแดง ๑ รากละหุ่ง แดง ๑ เปลือกโลท ๑ เมล็ดในราชพฤกษ์ ๑ เปราะหอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน หัวหญ้า ชันกาด ๒ ส่วน กระวาน ๑ กานพลู ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน ดีปลี ๑ มะขามป้อม ๑ รากช้าพลู ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ขิงแห้ง ๑ สมอพิเภก ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ สมอไทย ๑ สะค้าน ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน มหาหิงคุ์ ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อนน้ำข่า บดทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ ละลายน้ำร้อน แทรก พิมเสน การบูรณ์ ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กอง วาตะ สมุฏฐาน กระทำให้จุกเสียด ให้แดกนั้นหายวิเศษ นักแล ฯ
๕๕ ลำดับนี้จะกล่าวด้วยโลหิต อันเกิดแต่กองปฐวีธาตุ ถ้าแลเกิดแก่สตรีผู้ใด ที่มีสามีแล้วก็ดี หาสามีมิได้ นั้นก็ดี แล ลักษณะเมื่อ ระดู จะมีมานั้น ให้เมื่อยทุกข้อ ทุกลำ ทุกกระดูก ระดู เดินหยดย้อยมิได้สะดวก บางที เป็นมันเป็นเมือก บางทีเป็น ประเมหะ ระคนออกมากับโลหิตเหนียวดุจยางมะตูม กระทำให้ร้อนให้แสบ แล้ว จุกเสียดให้ท้องขึ้นเป็นกำลัง แลว่า ระดู นั้นมีสีดำ สีแดง สีขาว สีเหลือง ระคน กันออกมา มีกลิ่นอันคราวยิ่ง นัก ให้ปวดในอุทร เป็นกำลัง ถ้าจะแก้เอา สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑ ผลจันทน์เทศน์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ หอยสังข์เผา ๑ เกลือสมุทร ๑ แห้วหมู ๑ กระเทียม ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ เอา สิ่งละ ๔ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน สมอเทศ ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง ทำแท่ง ไว้ละลายน้ำร้อน แทรก พิมเสนให้กินแก้วิเศษ โลหิต อันเกิดแต่กอง ปฐวีธาตุนั้น หายวิเศษดีนักแลฯ ขนานหนึ่งเอา ลำพัน ๑ สารพัดพิษ ๑ เมล็ดราชพฤกษ์ ๑ ดอกคำฝอย ๑ ฝางเสน ๑ รากพันธุ์งูแดง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ตรีกฏุก เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เจตมูล ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ สมอไทย ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน รากจิงจ้อ ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง บดทำแท่งหรือเม็ดไว้ ละลาย น้ำร้อน แทรก ชะมด แทรก พิมเสน ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กอง ปถวีธาตุ นั้นหายวิเศษนักแลฯ ขนานหนึ่ง เอา มหาหิงคุ์ ๑ ลำพัน ๑ ว่านน้ำ ๑ กระเทียม ๑ ตะไคร้หอม ๑ กระชาย ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑๒ ส่วน เปลือกกันเกรา ๑๖ ส่วน ทำเป็นยาผง บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำร้อนแทรก การบูรณ์ ให้กินแก้โลหิต อันเกิดแต่กอง ปถวีธาตุนั้นหายวิเศษนักแลฯ ลำดับนั้นพระอาจารย์เจ้า ท่านกล่าวด้วยยา แก้สาธารณะโลหิตปรกติโทษต่อไป ยาชื่อ มหาทิพรส ขนานนี้ ท่านให้เอา พิมเสน ๑ ชะมดเชียง ๑ หญ้าฝรั่น ๑ เอา สิ่งละ ๑ ส่วน ผลเร่ว ๑ อบเชย ๑ ใบกระวาน ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ เลือดแรด ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน เกสรบุนนาค ๑๖ ส่วน ทำเป็นจุณ บดด้วย น้ำดอกไม้ ละลายน้ำกระชายกิน แก้ หทัยโรค เกิดเพื่อ ปิตตะ เกิดเพื่อ วาตะ เสมหะ โลหิตสมุฏฐาน หายวิเศษ นักแลฯ ยาชื่อ กำลังราชสีห์ท่านให้เอา กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ โกศสอเทศ ๑ โกศเชียง ๑ โกศ พุงปลา ๑ โกศบัว ๑ โกศก้านพร้าว ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ เทียน เยาวพาณี ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกจำปา ๑ เกสรบัวขาว ๑ เกสรบุนนาค ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบัวแดง ๑ เกสรบัวขม ๑ เกสรบัวเผื่อน ๑ เกสรสัตตะบงกช ๑ อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ เถาวัลย์เปรียงแดง ๑ กำลังวัวเถลิง ๑ เถามวกทั้งสอง ๑ รากหญ้านาง ๑ ตรีกฏุก ๑ ฝางเสน ๑ เลือดแรด ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ การบูรณ์ ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง ดอกคำไทย หนัก ๕ ตำลึง ทำเป็นจุณ น้ำดอกไม้ เป็นกระสายบดทำแท่งไว้ ถ้าจะให้ชูกำลัง เอา น้ำตาลกรวด,พิมเสน,รำหัด,ให้กิน ถ้าจะแก้โลหิต แก้ลม แก้เส้น ละลาย น้ำผึ้ง,พิมเสน,รำหัด,ให้กินหาย วิเศษนักแลฯ ตรวจแล้ว ๑๓๕ ยาชื่อ แสนคำทิพ ขนานนี้ เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ดอกคำทั้งสาม ๑ เลือดแรด ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สารส้ม ๑ แก่นแสมทะเล ๑ แก่นประดู่ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ เถาวัลย์เปรียง ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ กะทกรก ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาสิ่งละ ๕ ส่วน ครั่ง ๖ ส่วน หัวหญ้าชันกาด ๑ แห้วหมู ๑ ฝางเสน ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน เบญจกูล ตามพิกัด ต้มตาม วิธีให้กินบำรุงโลหิต ทั้ง ๑๐ ประการวิเศษนักแลฯ ยาชื่อ ประสะคัดเค้า เอา ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ ใบมะกา ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน รากขี้กาทั้งสอง ๑ ยาดำ ๑ รงทอง ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ผลคัดเค้า ๙ ส่วน ตำครั้นเอาแต่น้ำใส่กระทะเขี้ยวให้ ข้นจนปั้นก้อนได้ ให้กินครั้งละหนัก ๒ สลึง ละลายน้ำ มะขามเปียก แทรกดีเกลือ ตามธาตุ หนักเบาประจุ
๕๖ โลหิต แลขัดโลหิต ขัดขัง มิสะดวกดี ออกสิ้น แก้โลหิตนอนไฟมิได้ก็ดี แลโลหิตเป็นลิ่ม เป็นแท่งอยู่ทำให้เสียด ให้คลั่ง นั้นหายแลฯ ยาชื่อ ตรีจักร เอา ใบเทียน ๑ ใบแก้ว ๑ ใบทับทิม ๑ เอาสิ่งละ ๑ กำมือ รากคัดเค้า ๑ รากจำปา ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ ตำลึง ข่า ๑ กระชาย ๑ เอาสิ่งละ ๑ ตำลึง ฟางข้าวเมืองจีน หนัก ๑๐ บาท ดอกจำปา ๑ ตรี กฏุก ตามพิกัด ต้มชู โลหิต ๑๐ ประการดีนักแลฯ ยาชื่อ มงคลโอสถ เอา โกฏทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ดอกดำ ๑ฝางเสน ๑ ยาเข้าเย็น เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ดอกบุนนาค ๑ ดอกสะเดา ๑ ดอกบัวหลวง ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ แก่นสน ๑ ชะลูด ๑ อบเชย ๑ แก่น แสมทั้งสอง ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ แห้วหมู ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน หอมแกง ๑๒ หัว อ้อยแดง ๑ ลำ เอาน้ำมะพร้าว นาฬิเก เป็นกระสายยา ( มะพร้าวนาลิเก คือ มะพร้าวไฟผิวลูกสีแดงคล้ายทองแดง) ต้มกินบำรุงโลหิตดีนักแลฯ ยาแดงโลหิต ขนานนี้ ท่านให้เอา หัวกระดาดแดง ๑ หัวกระดาดขาว ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวอุ ตระพิษ ๑ ดองดึง ๑ ตรีกฏุก ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ว่านน้ำ ๑ ใบว่านหางช้าง ๑ เจตมูล ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ ส้มกุ้งทั้งสอง ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท สารส้มหนัก ๒ สลึง ดินประสิว หนัก ๒ สลึง ๑ เฟื้อง เกลือสินเธาว์ หนัก ๓ สลึง ดอกคำ หนัก ๒๒ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง มะกรูด ๑ มะนาว ๑ มะงั่ว ๑ ส้มซ่า ๑ เอาสิ่งละ ๑ ผล ทำเป็นจุณ ละลายน้ำส้มซ่า น้ำมะนาว,น้ำส้มสายชู,ให้กินบำรุงโลหิตคับคลั่ง แล ริดสีดวง ทั้งปวง ถ้างอกทางทวารหนัก ทวารเบา ให้ฉาบรม ถ้าขึ้นนาสิกให้นัตถุ์เข้าทางรูจมูก ถ้าขึ้นลำคอ เป็น ลำลาบ ให้กินผิดร้อนมิได้ ให้แสบร้อนเป็นกำลัง ให้ทำตามวิธีเถิด ฯ ยาชื่อ โลหิตพินาศ เอา เทียนทั้งห้า ๑ ตรีกฏุก ๑ ตรีผลา ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ดอกจำปา ๑ รากจำปา ๑ เปลือกต้นคัดเค้า ๑ รากคัดเค้า ๑ เลือดแรด ๑ ฟางข้าวเจ้า ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ดอกคำทั้งสาม ๑ ฝางเสน ๑ เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกพิกุล ๑ เปลือกมะซาง ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ เอาสิ่ง ละ ๔ ส่วน เปลือกนนทรี ๖ ส่วน สารส้ม กึ่งส่วน ดินประสิวเท่าส่วนต้น คือ ๒ ส่วน เบญจกูลตามพิกัด ๓๕ ต้มตามวิธีให้กิน ขับโลหิตปรกติโทษ ๕ ประการ อันขัดขังมิได้เดินตามปรกติแล้วสำแดงอาการต่าง ๆ มีหอบและ ชัก เป็นต้น มีจุกแดกเสียดเป็น ที่สุด อันเกิดเป็นชาติ จะละนะ แลอาคันตุกะสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ดี แลโลหิตมิได้มีตามกำหนด แลหย่อนกว่ากำหนด เกินกว่ากำหนด ก็ดี ยาขนานนี้อาจารย์เจ้ากล่าวสรรเสริญไว้ว่าวิเศษนักได้มาแล้ว ถ้าผู้ใดจะประกอบขึ้นให้ บุคคลเกิดโลหิตโรคนั้นบริโภค ก็พึงให้พิจารณาในปรกติโลหิต แลทุจริตโลหิต สันนิจจะโลหิต นั้นให้แม่นยำ ก่อนแล้วจึงประกอบให้ต้องตามสมุฏฐานโรค ถ้าสมุฏฐานโรคธาตุ ระดู อันมีอยู่ในคัมภีร์ มหาพิกัดนั้น จึงเสื่อม หายโดยเร็วยิ่งนัก แลฯ ยาชื่อชาติเจริญ เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ กระลำพัก ๑ สมุลแว้ง ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ตรีกฏุก ๒ ส่วน กะทือ ๑ ไพล ๑ ข่าตาดแดง ๑ กระชาย ๑ ฝางเสน ๑ ตรีผลา ๑ ดอกสารภี ๑ ดอก พิกุล ๑ ผลคัดเค้า ๑ เลือดแรด เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ดอกจำปา ๑ ดอกคำฝอย ๑ ใบเทียน ๑ ใบทับทิม เอาสิ่งละ ๘ ส่วน อ้อยแดง ๓ ป้อง สารส้ม ๑ ส่วน เท่าส่วนต้น เอาแต่ส่วน ๑ ดินประสิวขาว ๑ เท่าส่วนต้ม เต็ม ๓๗ ต้มให้กินบำรุงโลหิตปรกติโทษ แลขับกำเดาให้เดินสะดวก ในผิวหนังมังสาบริบูรณ์ งามดีวิเศษนักแลฯ ตรวจ ๑๓๘ ยาชื่อ ปรกติโลหิต เอา โกศกระดูก ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ โกศบัว ๑ เทียนขาว ๑ บอระเพ็ด ๑ ผล กระดอม ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน คำฝอย ๑ แห้วหมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ เอาสิ่งละ ๘ ส่วน รากไม้แดง ๑ รากเสนียด ๑ รากมะกรูด ๑ รากมะนาว ๑ ฝางเสน ๑ เอาสิ่งละ ๑๖ ส่วน ดินประสิวเท่าส่วนต้น คือ ๔ ส่วน) สารส้มกึ่ง ส่วนต้น คือ ๒ ส่วน) ตรีกฏุก ตามพิกัด คือ ๒๓ ต้มตามวิธีให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ ก็หยุดแต่เพียงนี้ฯ ยาชื่อ เบญจธาตุ เอา สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ เจตมูล ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑ บอระเพ็ด ๑ ข่า ๑ ตะไคร้ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แห้วหมู ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคคือเอาเท่ากันทุกอย่าง ทำเป็นยาผง
๕๗ ละลายน้ำผึ้ง,น้ำร้อน,น้ำขิง,น้ำข่า,น้ำกระเทียม,น้ำไพล,แก้ธาตุทั้ง ๔ แก้ลม ทั้งปวง แก้โลหิต แก้เส้น จำเริญ อาหารดีนัก ฯ ยา ประจุโลหิตเหน้า โลหิตร้าย แลโลหิตตกหมกอยู่ แลสารพัดโลหิตร้ายทั้งปวง ท่านให้เอา น้ำ ประสารชั่งทอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกศสอ ๑ ผลผักชีทั้งสอง ๑ พริกล่อน ๑ ขิง ๑ ผลจิงจ้อใหญ่ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ ผลสะบ้าเผา ๑ กานพลู ๑ ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง สมอเทศ หนัก ๑ บาท จึงเอา ผล สลอด เท่า ยาทั้งหลาย เปลือกออกเอาแต่ไส้ใน แล้วเอาใส่ในผลมะพร้าวนาฬิเก หมกไฟแกลบ ๑ คืน ยันรุ่ง ผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปรวมกับยาทั้งหมดนั้นทำเป็นยาผง เมื่อจะ กิน ละลายน้ำร้อนก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ น้ำส้มก็ได้ เวลาจะกินแทรกเกลือลงนิดหนึ่ง ธาตุเบากิน ๒ ไพ ธาตุหนักกิน ๑ เฟื้อง ลงจนถึงเสมหะขับโลหิตร้ายสิ้นแล ถ้า เป็นลมจุกเสียด แลโลหิต ตีขึ้นมาปะแน่นที่อก หรือ ตกช้าง,ม้า, โค,กระบือ, ตกต้นไม้,ก็ใช้ได้ คลอดบุตร รก มิออกก็ดี กินยานี้หาย แก้สารพัดโรคทั้งปวงหายวิเศษนักแล ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแลฯ ยาชื่อ ดาวดึงษา ทศวิเวก แก้บวม เพื่อ ริดสีดวง เลือด,ลม,เอา โกศกัดตรา ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศเขมา ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศสอ ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ เทียนสัตตะบุษย์ ๑ ผลสมอไทย ๑ ยาทั้งนี้ เอาสิ่งละหนัก ๑ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ สลึง ดอกจันทน์ หนัก ๑ สลึง กระวาน หนัก ๑ สลึง กานพลู หนัก ๑ สลึง เจตมูลเพลิง หนัก ๕ บาท จิงจ้อเหลี่ยม หนัก ๖ บาท พริกไทย หนัก ๔ บาท ดีปลี หนัก ๔ บาท ขิง หนัก ๑ บาท สหัสคุณเทศ หนัก ๑ บาท รากตองแตก หนัก ๑ บาท ว่านน้ำ หนัก ๑ บาท มหาหิงคุ์ หนัก ๑ บาท การบูรณ์ หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผงใส่กระทะคั่วให้เหลือง เวลาคั่ว เอาน้ำมะนาวพรมไปเลื่อย ๆ แล้วก็คั่วไปเลื่อย ละลายน้ำผึ้งแก้ลมทั้งปวง แก้บวม น้ำร้อนแก้ลมในเนื้อ ชื่อลมกัศวาต ลม ๓๒ จำพวก ลม เถา ลมดาล ลมทั้งหลายหายสิ้นแลฯ ยาขนานนี้ชื่อ ฝนแสนห่าสิงคาทิจร แก้สันนิบาต ๗ จำพวก เป็นเพื่อ เสมหะโลหิต แลเพื่อกินของคาว เป็นเพื่อทำการหนัก ชื่อสิงคาทิจร คือน้ำมูกตกเบื้องบนอากาศธาตุ จึงให้เสียงแห้ง ให้หอบสะอึก ให้แต่งยานี้ แก้ เอา เมล็ดพรรณผักกาด ๑ ผลผักชี ๑ ขิงฝอย ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ ทำเป็นยาผงบดกินหายแลฯ ยาแก้บวม แก้ท้องรุ้ง พุงมาร เอา มหาหิงคุ์ หนัก ๑เฟื้อง ผลจันทน์เทศน์ หนัก ๑ เฟื้อง ดอกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง น้ำประสารทองหนัก ๑ เฟื้อง ผลสมอเทศ หนัก ๑ เฟื้อง ยาดำ หนัก ๑ เฟื้อง เกลือสินเธาว์หนัก ๑ สลึง กานพลู เท่ายาทั้งหลาย ๑ ผลสลอด ฆ่าฤทธิ์ แล้ว หนัก ๒ สลึง เมื่อบด เอาอ้อยแดงต้มเดือด ๓ พลุ่ง เป็นน้ำกระสายยา บดให้เหนียว ปั้นเท่าเม็ดนุ่น หรือเม็ดพริกไทย ธาตุเบา กินครั้งละหนัก ๑ เฟื้อง ธาตุหนักกิน ครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้โรคทั้งหลายริดสีดวงผอมเหลือง แก้บวมแก้ท้องรุ้งพุงมาร เสพมาตุคาม รึงฟกบวม รุ ฝีในท้อง แลคุดทะราด ฝีดาษ หายสิ้นแลฯ ยาชื่อ สมุทรจร เอา ขิง ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ ผักแพวแดง ๑ ผลช้าพลู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เทยีนดำ ๑ เทียนขาว ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เกลือเทศ ๑ ยาทุกอย่างนี้ เอาหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อน ก็ได้ น้ำผึ้งก็ ได้ ลมเป็นก้อนในท้อง ก็กินยานี้หายแลฯ ยาชื่อ มาลาสันนิบาต เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ลำพัน ๑ การบูรณ์ ๑ ขิง แห้ง ๑ ผลสมอ ๑ น้ำประสารทอง ๑ เถาหญ้านาง ๑ ดอกกระดังงา ๑ โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ดีปลี เท่า ยาทั้งหลาย ทำผงละลายน้ำร้อนแทรกขิงผงกินแก้ลมจุกคอแก้แน่นหน้าอกแก้จุกเสียดแก้สะอึกหายแลฯ ยาแก้ลง แก้บิด ให้ปวดให้มวนท้อง เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ยา ทั้งหมดนี้คั่วให้ไหม้ กัญชา ๑ ดินกินได้ ๑ น้ำกระสายอันใดสมควรแก่โรคใดเถิด ฯ ยาเด็กผอมแห้งแต่ไม่ลง ต้มยานี้ให้กิน เอา ใบมะกา ๑ รากกระเพรา ๑ รากชุมเห็ดเทศ ๑ รากหวาย ขม ๑ เปลือกต้นไข่เหน้า ๑ เปลือกหอยขม ๓๓ ตัว เปลือกหอยแครง ๓๓ ฝา ขมิ้นอ้อย ๗ แว่น บอระเพ็ด ๗
๕๘ ท่อน ต้มกินหายแล ฯยาแก้เสมหะ ให้เอา ใบมะกา ๑ ใบมะยม ๑ ใบมะเฟือง ๑ ใบหนาด ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก แช่น้ำให้อ่อนแล้ว ขยำ เอาแต่น้ำต้ม ใส่เกลือลงไป ๑ กำมือ แล้วเอาตัวยา ๔ อย่างใส่ลงไป ต้มเอาน้ำยากิน หายแลฯ ยาหอมแก้พิษโลหิต เอา ใบพิมเสน ๑ ใบสันพร้ามอน ๑ เปราะหอม ๑ จันทน์เทศน์ ๑ ยาทั้งนี้เอา เสมอภาคเท่ากัน จันทน์แดงเท่ายาทั้งหลาย ดีหมูเถื่อน ๑ ดี (คือหมูป่า) ดีงูเหลือม ๑ ดี ดีวัวเถื่อน ๑ เอา พิมเสน แทรกเป็นน้ำกระสาย บดกินเถิดหายแลฯ (จบมหาโชตรัต เล่ม ๓) +++++++++++++++ บทที่ ๕ ว่าด้วยอาการทั้ง ๓๒ให้เกิดโรคต่างๆตามอายุไข คัมภีร์ ชวดาร เล่ม ๑ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ โลกเสฏ์ฐัญ์ จ สัม์พุท์ธํ สัท์ธัม์มํ คณมุต์ตมํ ปณาเมย์ย เวช์ชคัน์ฒถํ นานาปุล์ลํ ภาสิส์สามิ. (อหัง) อันว่าข้าปณาเมย์ยะไหว้แล้วซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าโลกทั้งปวง อนึ่งโสตข้าไหว้ พระธรรม กับหมู่พระอริยะสงฆ์อันอุดม ภา สิส์สามิ จักกล่าว เวช์ชคัน์ถํ ซึ่งคัมภีร์แพทย์ นานาปุล์ลํ อันไพบูลย์ ต่าง ๆ แลข้านี้โสตได้เห็นแล้ว ซึ่งโรคแห่งมนุษย์ แลยาต่าง ๆ แลเลือกสรรแล้ว ในคัมภีร์แพทย์ทั้งหลายต่าง ๆ อาทิยะ ถือเอาแล้ว สาธิป์ปายํ กับทั้งอธิบาย อาจาริยัส์สะ แห่งอาจารย์ ปุพ์เพ ในก่อน ปวัก์ขามิ จักกล่า ชว ดารคัน์ถํ ซึ่งคัมภีร์ ชวดาร อุป์ปัน์นํ อันบังเกิด มัช์เฌ ในท่ามกลาง เวช์ชานํ แห่งหมอทั้งหลาย วินิจ์ฉยํ พึง พิพากษา สภาเค ในที่ประชุม โดยจะมีไปในเบื้องหน้า เอวัง ด้วยการดังนี้ สิทธิการิยะ อาจารย์กล่าวไว้ว่ามนุษย์ทั้งหลาย จะเกิดสรรพโรคต่าง ๆ ตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดา ตราบเท่าจนถึงอายุขัย อาศรัย โลหิต แล ลม แล ลำดับนั้นจักสำแดง ซึ่ง ลม อันบังเกิดโทษ ให้ถึงพินาศฉิบหาย เป็นอันมาก เหตุว่าแพทย์มิได้กำหนดเห็น แล กำหนดรู้ อุปมา ดุจดังบุคคลอันประมาท ในท้องพระมหาสมุทร ก็ฉิบหายเป็นเหยื่อแก่มัจฉา เป็นอันมาก แล อาจารย์จะกล่าวไปในเบื้องหน้า อุท์ธํ คมาวาตา จ อโธคมาวาตา จ. อันว่า ลม ทั้งสอง อุทธังคะมาวาต พัด จากล่าง ขึ้นบน (คือ ลม ข้างล่าง พัดจากท้องน้อย ขึ้นมาข้างบนไป จนถึงศีรษะ ได้แก่ลมขึ้นเบื้องสูง ), อโธคะมาวาต. พัดจากข้างบน คือ ศีรษะ ลงไปจนถึงปลายเท้า (คือ ลมพัด ลง จากศีรษะ ไปจนถึงปลายเท้าได้แก่ลมลงเบื้องต่ำ )แต่สะดือขึ้นมาจนศีรษะ เรียกว่าเบื้องบน แล ลมทั้งสอง ระคน กันเข้าเมื่อใด โลหิตนั้นประดุจเดียวกันกับไฟ อันเกิดได้ วันละ ๑๐๐ หน อาการทั้ง ๓๒ ก็พิกลจากภาค ที่อยู่ เตโชธาตุก็มิปรกติ จึงมีคำถามเข้ามาว่า เหตุประการใดจึงลมทั้งสอง ระคน เข้ากันได้ ให้โทษแก่มนุษย์ทั้ง ปวง? จึงกล่าวแก้ว่ามนุษย์ทั้งหลาย บริโภคอาหารมิได้เสมอ บางจำพวกมากกว่าอิ่ม บางจำพวกกินอาหารดิบ, เหน้า,บูด,หยาบ, น้อย,ยิ่งนัก บางจำพวกล่วงผิดเวลา,อยากเนื้อผู้อื่นยิ่งนัก, ๘ จำพวกนี้ เป็น อาหารที่ให้โทษใช่ แต่เท่านั้นก็หาไม่ บุคคลบางจำพวก อติสีตํ อจุณ์หํ ต้องร้อน แล เย็นยิ่งนัก เหตุดังนั้น ลม อโธคมาวาต จึงพัด ขึ้นไปหา ลม อุทธังคมาวาต บางทีลม อุทธังคมาวาต ก็พัดลงมาหา ลม อโธคมาวาต จึงพัดโลหิตจนเป็นฟอง อาการ ๓๒ จึงเคลื่อนจากที่อยู่ จึงมีกระทู้ถามแพทย์ผู้ใหญ่ว่า เกิดเหตุใด จึงเป็นไข้เยียวยายากยิ่งนัก?.แพทย์ ผู้ใหญ่ วิสัชนาว่า อาศรัย ลม อันหนึ่ง ชื่อ หทัยวาต เกิดขึ้นในน้ำเลี้ยงหัวใจ พยาธิ มรณะ สัญกรรมบังเกิดขณะ ใด ลมบังเกิดขึ้นขณะ นั้น มรณํ นิยตํ ขยํ ชีวิตํ ถ้าแล มนุษย์ผู้ใดมีความตายอันเที่ยง เป็นชีวิตขัย จนสิ้นไปแห่ง ชีวิตโดยแท้แล้วเยียวยารักษามิหาย ถ้าเป็นประจุโทษยังมิตัด พึงให้รวมยาระงับ ลม ใน หทัยวัตถุ เสียก่อน = จึงให้แต่งยานี้ ชื่อจิตรารมณ์ ท่านให้เอา ตรีผลา หนัก สิ่งละ ๒ สลึง เปลือกส้ม แปดประการ เอาสิ่งละหนัก
๕๙ ๑ สลึง ขอนดอก หนัก ๑ บาท กฤษณา หนัก ๑ บาท กระลำพัก หนัก ๑ บาท ชะลูด หนัก ๑ สลึง อบเชย หนัก ๑ บาท ชะเอมทั้งสอง หนักสิ่งละ ๖ สลึง ดอกพิกุล หนัก ๓ สลึง ดอกบุนนาค หนัก ๒ สลึง ดอกสารภี หนัก ๑ บาท ผลจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง ดอกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง เทียนทั้งห้า หนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง โกศสอ หนัก ๑ บาท โกศพุงปลา หนัก ๒ สลึง เปราะหอม หนัก ๖ สลึง พริกไทยล่อน หนัก ๑ บาท จันทน์ทั้งสอง หนักสิ่ง ละ ๓ สลึง ๑ เฟื้อง ชะมดเชียง หนักสิ่งละ ๑ บาท การบูรณ์ หนัก ๑ บาท พิมเสน หนัก ๗ สลึง ผลสะเดา อ่อน หนัก ๑ ตำลึง กระแจะตะนาว หนัก ๑ บาท ดอกมะลิสด เท่ายาทั้งหลาย เอาน้ำดอกไม้เทศเป็นน้ำ กระสายยา ทำเป็น ยาผง บดทำแท่ง หรือปั้นเม็ดไว้ เท่าผลมะแว้ง ละลายน้ำร้อน น้ำผึ้ง น้ำส้มซ่า น้ำสุรา น้ำ กระสายต่าง ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมา ให้แทรกน้ำตาลกรวด กินแก้ลมสวิง สวาย แล ดวงจิตรให้ระส่ำระสาย แลให้ วิงเวียน ลมตรีโทษ เกิดใน หทัย แล ดวงจิตรขุ่นมัว แลให้ร้อนในอก ในท้อง ในสันหลัง กินหายแลฯ ยาชื่อกล่อมอารมณ์ แก้ลมปัจฉิมที่สุด ลมตรีโทษ หทัยวาต มาบังเกิดดุจหม้อข้าวเดือด ชื่อว่าลม ทักขิณคุณ ท่านให้เอา ผลกัญชาเทศ ๑ ถ้ามิได้ผลเอาใบกัญชาเทศก็ได้ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ชะลูด ๑ อบเชย ๑ ชะเอม ทั้งสอง ๑ ดอกส้มทั้งแปด ประการ ๑ ดอกขิง ๑ ดอกข่า ๑ ดอกขมิ้น ๑ ดอกกะทือ ๑ ดอกไพล ๑ เทียนทั้งห้า ๑ โกศสอ ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ผลผักชีทั้งสอง ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ใบกะท่อม ๑ กระเทียม ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง ดอกมะลิ หนัก ๒ ตำลึง จันทน์ทั้งสอง หนัก ๒ สลึงพิมเสน หนัก ๕ สลึง กานพลู กึ่งยาทั้งหมดนั้น การบูรณ์ เท่ายาทั้งหมดนั้น น้ำผึ้งเป็น กระสาย บดให้เหนียวปั้นเม็ด เท่า ลูกหวาย ถ้าจะแก้โรคใด ให้เอาน้ำกระสายยา ยักใช้ตามสนควรแก่โรคนั้น ๆเถิดฯ ต่อ ๑๔๖ ตรวจแล้วจักแสดงไปใหม่เล่า อันว่าลมเกิดในทิศเบื้องต่ำ คือ ลม อัมพฤกษ์ อัมพาต ลม ทั้ง ๒ นี้ บังเกิด ปลายแม่เท้าไปตราบเท้าเบื้องบน หวาดหวั่นไหวทั้ง ๖ สรีระกาย ย่อมถึงแก่พินาศเป็นอันมาก โดยอธิบายใน คัมภีร์ทั้งหลายต่าง ๆ ในคัมภีร์ ชวดาร ว่าจะได้สมควรหามิได้ อัมพฤกษ์ อัมพาต ทั้ง ๒ นั้น เป็นที่ตั้งเป็นฐาน แห่งลม ทั้งหลาย อันบังเกิด จร ได้ ละ ๑๐๐ ละ ๑๐๐๐ แพทย์จะได้หยั่งรู้นั้นหามิได้ กำหนดได้แต่ อัมพฤกษ์ อัมพาต ก็เรียกว่า อัมพฤกษ์ อัมพาต มีครุวรรณนาดุจปืน เป็นที่จั้งแห่งดินประสิว ลูกกระสุนแลเพลิง จึงแล่น ออกจากลำก้อง ประหารชีวิตสรรพสัตว์ทั้งปวง ให้วินาศฉิบหาย อัมพฤกษ์ อัมพาต เหมือนลำก้องปืน สิ่งอัน ประกอบเหมือน ลม อันจรมานั้นแลฯ อันว่าลมอันมีพิษ นั้น มี ๖ จำพวก เราจะกล่าวไปในเบื้องหน้า คือ ลมกาฬสิงคลี่ ๑ ลมชิวหาสดมภ์ ๑ ลมมหาสดมภ์ ๑ ลมทักขิณโรธ ๑ ลมตะติยาวิโรธ ๑ ลมอีงุ้ม อีแอ่น ๑ นอกกว่าลม หก จำพวกนี้ ก็มีเพิ่มคือ ลมอินทรธนู ลมกุมภัณฑยักษ์ ๑ ลมอัศมูขี ๑ ลมราทธยักษ์ ๑ ลมบาทจิตร ๑ ลมพุทธยักษ์ ๑ แล ลมจำพวกเหล่านี้ บังเกิดกับมนุษย์ผู้ใด มนุษย์ผู้นั้นตกอยู่ในเนื้อมือ ของพระ ยามัจจุราช เยียวยาเป็นยากนักฯ ลมกาฬสิงคลี่ นั้น ถ้าจับทำให้หน้าเขียว ให้ขอบตาเขียว ลางทีให้จับหัวใจ ให้ใจสั่น ลางทีให้ถอน หายใจดัง ฮืด ฮือ ลางทีให้ดิ้นดุจตีปลา ให้ผุดเป็นวงดำ วงแดง วงเหลือง วงเขียว เท่าใบพุทรา เท่าแว่นงบ น้ำอ้อย กำหนด ๓ วัน ลม ชิวหาสดมภ์ เมื่อแรกจับ ให้หาวให้เรอ แลเหียนลมเหียนไส้ แลขากรรไกรแข็ง ปากอ้าขบลงมิได้ ให้นิ่งแน่ไปมิรู้สึกตัวปลุกมิตื่น กำหนด ๓ วัน ๗ วัน ลม มหาสดมภ์ เวลาจับนั้นทำให้หาวนอนเป็นกำลัง ให้หวาดหวั่นไหวอยู่แต่ในใจ ให้นอนนิ่งแน่ไป มิ รู้สึกกายแล ลม ทักขิณโรธ นั้น เป็นไข้อันใด ๆ ก่อน ให้จับที่มือให้เท้าเย็น ให้จักษุมัว ห้ามมิให้วางยาผาย (คือห้าม ไม่ให้กินยาถ่าย) ให้ดิ้นรนหยุดมิได้อยู่ เจรจามิได้ ลิ้นกระด้างคางแข็ง ถ้าแพทย์จะแก้คิดแก้ให้จงดี ต่อ ลม ตติยาวิโรธ นั้นให้มือให้เท้าเย็นเป็นลูกกลิ้งอยู่ในท้องให้จุกร้อง
๖๐ ดังสัตว์ตอดต่อยกัดบางทีปวดแต่แม่เท้าขึ้นมาจนถึงหัวใจนิ่งแน่ไปดุจดังพิษงูเห่าฯ ลม อีงุ้มอีแอ่น นั้น เมื่อล้มไข้เหมือน สันนิบาต เมื่อจับนั้น อีงุ้ม งอไปข้างหน้า อีแอ่นงอแอ่นไปข้าง หลัง ถ้าลั่นเสียงเผาะ เมื่อใดตายเมื่อนั้น ลม อินทรธนู เมื่อ ลมไข้มีลักษณะเหมือน ลากสาด เป็นวงล้อมสะดือดำ สะดือแดง สะดือเขียว สะดือ เหลือง เท่าวงงบน้ำอ้อย แต่ชายโครงตลอดจนหน้าผาก พิษนั้นให้อื้ออึงคะนึงอยู่ในใจ ให้เพ้อพก ดังผีเข้าอยู่ ถ้า หญิงเป็นซ้าย ชายเป็นขาว อาการตัด ต่อ ๑๔๘ ตรวจแล้ว ลม กุมภัณฑยักษ์ นั้น ถ้าล้มไข้ลงดุจอย่างสันนิบาต เมื่อจับให้ชัก มือกำชักเท้างอ มิได้สมปฤดี มิเรียก มิรู้สมปฤดี เลย กำหนด ๑๑ วัน ลม อัศมูขี นั้น เป็นได้ ทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก ให้ดิ้นร้องแล้วชักแน่นิ่งไป มิได้สมปฤดี เลย ลม ราทธยักษ์ เมื่อล้มไข้ลง ดุจอย่างสันนิบาต เมื่อจับทำให้มือกำ ชักเท้างอ ลิ้นกระด้างคางแข็ง กำหนด ๑๑ วัน ลม บาทจิตร์ เมื่อล้มไข้ลง ดุจอย่างสันนิบาต แรกจับให้ ละเมอเพ้อพก ว่านั่นว่านี่ ทำอาการดุจ ปีศาจ เข้าอยู่ ลางทีว่าบ้า สันนิบาตก็ถูก เพราะเหตุ จิตรระส่ำ ระสาย กำหนด ๑๐ วัน ลมพุทธยักษ์ ให้ชัก กระสับกระส่าย ให้ขบฟัน เหลือกตา ให้มือกำ เท้างอ ปากเบี้ยว จักษุแหก แยก แข้งแยกขา หาสมปฤดีบ่มิได้ ลมจำพวกเหล่านี้เยียวยายากนัก เป็นปัจฉิมที่สุดแห่งโรค แล้วพิจารณาดูทาง ทวารหนัก ทวารเบา ถ้ายังอุ่นอยู่ให้แก้ต่อไป อีกประการหนึ่งให้ดูที่ผิวเนื้อ นิ้วมือกดลงแล้วยกขึ้นดูหาโลหิตมิได้ รอยนิ้วกดแล้วยกขึ้นเป็นรอยเขียวซีด อาการตัดแล อนึ่งในคัมภีร์ มหาโชตรัต คัมภีร์มหาไชยรัต ว่าโลหิตให้โทษ แก่สตรีคลอดบุตร แลชายต้องบาดโลหิตตี ขึ้นไป ถึงแก่วินาศเป็นอันมาก แลโลหิตทำพิษตีขึ้นดังนี้ ในคัมภีร์ ชวดาร ว่า แต่กำลังโลหิตนั้นตีขึ้นไปเองไม่ได้ ต่อเมื่ออาศรัยแรงลมจึงตีขึ้นไปได้ อุปมาเหมือนคลื่นอันอาศัยลม ๆอัน กล้า แล้วซัดท่วมขึ้นไปบนฝั่งและ ภูเขา อันโลหิตตีขึ้นไป ให้ชาย ให้หญิงถึงแก่พินาศนั้น ก็อาศรัยลมจำพวกเหล่านี้ โลหิตจึงเป็นฟอง ดังบุคคลเขี้ยว ด้วยเพลิงละร้อยละพันหน มีไออันฟุ้งขึ้นไป ด้วยกำลัง วาโยธาตุ ยัง หทัย ยังดี ยังตับ ยังม้าม ให้เศร้าหมอง เชื่อมมึน มีหัวใจระส่ำระสายซบเซา ก็บังเกิดลม สัตถะกะวาต ลม หทัยวาต กำเริบ กระทำให้จักษุไม่เห็น โสต ระประสาทมิได้ยิน ชิวหา และ นาสิก มิรู้จักรสและกลิ่นสิ่งใด ๆ หาสติสมปฤดีมิได้ มีหทัย วัตถุก็แตกออก ถึง แก่พินาศ เพราะด้วยกำลังลม พัดเอาโลหิตตีขึ้นไป มีไออุ่นร้อนประดุจลมอันพัดน้ำ กระทำให้เป็นคลื่นตีล้นตลิ่ง ขึ้นไปนั้นแลฯ ถ้าลม ๕ จำพวกเหล่านี้มิได้พัดโลหิต ๆก็มิได้ให้โทษ อนึ่งให้แพทย์พึงพิจารณา ว่าลมนั้นบังเกิดเพื่อใน เส้น แลเนื้อแลโลหิต แลกระดูก แลผิวหนัง แลหัวใจ พึงพิจารณาลมนั้นก่อน แล้วจึงพิจารณา ยา ที่จะทราบไป ในที่นั้น ๆ ให้ควรแก่โรคลม ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดขึ้นในเส้น ชอบนวดแลยาประคบ กินยาแก้ลมในเส้นจึงหาย ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดแต่โลหิต ให้ปล่อยหมอน้อย กอกศีรษะ กินยาในทางลม ทางโลหิตจึงหาย ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดแต่ผิวหนัง ชอบทายาแลรม แลกอก ลม กินยาในทางลม แลรักษาผิวหนังให้ บริบูรณ์ จึงหายแลฯ แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าจะกล่าวถึง ยาขนานหนึ่ง ชื่อว่า วาตาพินาศ แก้ลมร้าย เอา เบญจกูล หนักสิ่งละ ๒ สลึง ผลคนทิสอ ๑ ตรีผลา ๑ ลำพัน ๑ เทียนทั้งห้า ๑ มหาหิงคุ์๑ ยาดำ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบหัสคุณ ๑ ใบ กระวาน ๑ ใบสลอด ๑ ผักชีล้อม ๑ ผักชีลา ๑ ผลโหระพาเทศ ๑ กระเทียม ๑ เอาหนักสิ่งละ ๓ สลึง ๑ เฟื้อง ผิวมะกรูด ๗ ผล ดีเกลือหนัก ๑ ตำลึง สมอไทยที่กินผลลงนั้นหนัก ๒ ตำลึง ผลสลอดเม็ดแก่ ๓ เม็ดบดด้วย น้ำส้ม ๘ ประการจำเพราะหนักไว้สดๆ กินไปประจุ ลมร้ายทั้งปวงแลลมทั้งหลายดังกล่าวมานั้นแลฯตรวจแล้ว ต่อ๑๕๐
๖๑ ยาขนานนี้ชื่อว่า เบญจขันธ์ เอา เบญจมูลเหล็ก ๑ เบญจเทียน เบญจโกศ ๑ เบญจสมอ ๑ เบญจเกลือ ๑ ยาทั้งนี้ต้ม ๓ เอา ๑ กินผายลมทั้งปวง อันบังเกิดในเส้นในเอ็นหายแลฯ ภาคหนึ่ง ชื่อ เขียวประทานพิษ เอา พริกไทย ๑ ใบสะค้าน ๑ ใบดีปลี ๑ ใบมะตูม ๑ ใบสมี ๑ ใบลำพัน ๑ ใบหัสคุณ ๑ ใบกระวาน ๑ ใบผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ ใบเถาวัลย์เปรียง ๑ ใบโหระพา ๑ ใบแมลงลัก ๑ ใบกระ เพรา ๑ ใบมะระ ๑ ใบผักกระโฉม ๑ ใบพรมมิ ๑ ใบผักกาด ๑ ใบมูลเหล็ก ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบมะกรูด ๑ ใบ มะนาว ๑ ใบประคำไก่ ๑ ใบมะผู้ ๑ ใบมะเมีย ๑ ใบมะยม ๑ ใบมะเฟือง ๑ ใบสลอด ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง กะทือ ๑ ไพล ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ตะไคร้หอม ๑ เปลือกกุ่ม ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ เจตมูล ๑ ผักแพวแดง ๑ กระดอม ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ผักชีล้อม ๑ ผักชีลา ๑ เทียนทั้งห้า ๑ มะแว้งทั้งสอง ๑ มะเขือขื่น ๑ สมุลแว้งทั้งสอง ๑ เอาหนัก สิ่งละ ๗ สลึง เปราะหอม หนัก ๕ สลึง ใบเดา หนักกึ่งหนึ่งของยา ใบพิมเสน หนักเท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง น้ำกระสายยา เอา แก่นสน ๑ กฤษณา ๑ แก่นไม้ปรู ๑ สักขี ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ชะลูด ๑ โกศทั้งห้า ๑ เกสรบัวน้ำทั้งห้า ๑ เกสร ดอกไม้สดทั้งห้า ๑ ดอกมะลิสดเท่ายาทั้งหลาย ตัวยาทั้งหมดนี้ ต้ม ๓ เอา ๑ มาทำเป็นน้ำกระสายยา ผสมกับ ยาผงข้างต้นนั้น บดให้เหนียว ทำเป็นเม็ดเท่าเม็ด พุทธรักษา กินครั้งละ ๕ เม็ด หรือ ๗ เม็ด ถ้าลมกาฬสิงคลี่ เอาเม็ดยาละลาย สุรา กิน ถ้าลมชิวหาสดมภ์ ลม มหาสดมภ์ ละลาย น้ำมะกรูด น้ำมะนาว น้ำมะงั่ว กิน ถ้า ลมทักขิณโรธ ละลายน้ำผึ้ง น้ำข่ากิน ถ้าลม ตติยาวิโรธ ละลายน้ำผึ้งน้ำขิงกิน ถ้าลมอีงุ้มอีแอ่น ละลายน้ำเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำมะขามเปียก ถ้าลมอิทร์ธนู ละลายน้ำยาเบญจกูลต้มกิน ถ้าลมกุมภัณฑยักษ์ ละลายน้ำร้อน น้ำ ขิง น้ำข่าก็ได้ ถ้าลมอัศมูขี ละลายน้ำไพล ถ้าลมราทยักษ์ ละลาย น้ำร้อน น้ำผึ้ง ถ้าลมบาทจิตร์ ละลายน้ำ จันทน์หอม น้ำต้มหญ้าแห้วหมู ถ้าลม พุทธยักษ์ ละลายน้ำผึ้ง น้ำขิง น้ำไพล ลมนอกกว่านี้ก็แก้ได้ ทั้งกินทั้งทา สรรพลม ทั้งหลาย ลมกระไษย (กระษัย) ลมริดสีดวง ลมกาฬวิงเวียน ลมโฮกเหียน แลลมต่าง ๆ น้ำกระสายยา ต่าง ๆ ตามแต่จะใช้ ขนานหนึ่ง ชื่อยาเหลือง แก้ลมพิษงูเห่า แก้แต่ต้นจนที่สุด เอา ตุ๊กต่ำ ๑ สุพรรณถันเหลือง ๑ สุพรรณถันแดง ๑ ชาดหรคุณ ๑ เมล็ดในมะนาว ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ เปล้าน้อย ๑ พาดไฉน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ผลผักชีทั้งสอง ๑ ตัวยาทั้งหมดนี้เอาเสมอภาค คือ เท่ากัน ทุกอย่าง เอา สหัสคุณ กึ่งยา ยาหนัก ๑๖ บาท ก็หนัก ๘ บาท ไพล เท่ายาทั้งหลาย ก็หนัก ๑๖ บาท ทำเป็น ยาผงไว้ แก้ลมทั้งหลายต่าง ๆ แก้ลมแก้พิษต่าง ๆ แก้ซางอันเกิด แต่ลมเสมหะ แก้ลมริดสีดวง แก้ลมเถาลม ดาลก็ได้ น้ำกระสายยา น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำสุรา น้ำส้ม ก็ได้ ตามควรแก่โรคเถิด แก้สรรพลมแลฯ ลมอันใดนิ่งแน่ไป ยาใดแก้มิฟัง ท่านให้เอา ผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ ใบละหุ่ง ๑แดง ๑ ใบลำโพง ๑ บดพอก แต่สะดือ จนถึงหน้าอก แล้ว เอา พริกไทย ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ข่า ๑ พริกเทศเท่ายา ตำพอกฝ่าเท้าทั้ง ๒ แล้ว เผาเหล็กนาบ เอา หอม ๑ ไพล ๑ มะกรูด ๑ ผลตำพอกกระหม่อม เอาเหล็กแดงอังเข้าให้ชิด ยาให้ถึงยา แล้ว ปากกัดที่หัวแม่เท้าให้แรงๆ หน่อยถ้าร้องโอยแล้วมิเป็นไรหายแลฯ ขนานหนึ่งแก้ลม มหาสดมภ์ แก้ลม อัมพาต คู่กัน เมื่อจับนั้นทำให้ลิ้นหดเข้า ให้แก้ด้วยยานี้ เอา ผัก คราด ๑ ใบแมงลัก ๑ ข่า ๑ สารส้ม ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ พรหมมิ ๑ ทำเป็นยาผง ละลาย สุรา น้ำขิง น้ำข่า น้ำ ใบกระเพรา น้ำกระเทียม ทาแก้ลิ้นหด ฯ ขนานหนึ่งแก้ลม ราทยักษ์ ลม ปัฏฆาต คู่กัน แล ลมพิษก็ได้ ให้เอา ยานี้แก้ มหาหิงคุ์ ๑ ว่านน้ำ ๑ ผลช้าพลู ๑ ขิง ๑ ผักแพวแดง ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ โกศสอ ๑ บดละลายน้ำร้อน แก้ ลม ๘ ประการ แต่ต้นจน ปัจฉิมที่สุด แก้ลมพัดเสมหะในอก ให้เป็นหืดไอ ลมนั้นให้เย็นไป ทั้งกายก็ดี เอาน้ำขิงละลายกิน หายลม อติสารให้ปิดให้ลงละลายน้ำผึ้ง ลมพัดให้แสบไส้เป็นก้อนในท้อง แลคอแห้ง ละลายน้ำส้มซ่าแทรกยาเบญจกูล กินหายแลฯ
๖๒ ขนานหนึ่งชื่อยาชุมนุมวาโย แก้ลมในเส้นแลผิวหนังในโลหิตในกระดูกในเนื้อ แล อาการที่ต่าง ๆ เอา ผลช้าพลู ๑ สะค้าน ๑ ดีปลี ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ ตรีผลา ๑ไพล ๑ข่า ๑ กะทือ ๑ กระชาย ๑ คนทิสอทั้งใบ ทั้งผล ๑ เข้าข้า ๑ สมุล แว้ง ๑ ดองดึง ๑ ผิวมะกรูด ๑ มะนาว ๑ สหัสคุณทั้งสอง ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ กระ วาน ๑ กานพลู ๑ เทียนทั้งห้า โกศสอ ๑ สารส้ม ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ น้ำประสารทอง ๑ กรุงเขมา ๑ ใบสะเดา ๑ ใบเปราะหอม ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง พริกไทย หนัก ๔ บาท กระเทียม หนัก ๕ บาท ขิงสด หนัก ๘ บาท ผลสลอด หนัก ๓ สลึง เอาน้ำส้ม ๓ ประการเป็น น้ำกระสาย ทำเป็นยาผง ปั้นเป็นเม็ด เท่าผลมะแว้ง ละลาย น้ำผึ้งรวง แทรกพิมเสน ลำหัด กินบำบัดลม ๔๐๐ จำพวก ดังที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นนั้นหายแลฯ ลมจำพวกหนึ่งนั้น ปถวีธาตุ กำเริบ ลมพัดอาโปธาตุเป็นฟองสำแดงโทษบวมทุกสะถาน เอา สำโรงทั้ง เปลือกทั้งราก ทั้งฝัก เผา แช่เอาน้ำด่าง ทั้งกินทั้งทาหายแลฯ ถ้ายังมิฟังเอา ผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ ผลมะกรูด ๑ ผลมะนาว ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ใบลำโพง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท สหัสคุณ ทั้งสอง หนักสิ่งละ ๖ สลึง เทียนทั้งห้า หนักสิ่งละ ๑ บาท เกลือ หนัก ๔ บาท ไพล หนักเท่ากับยาทั้งหมด เอา น้ำมันหมู ๑ น้ำมันมะพร้าวนาฬิเก ๑ น้ำมันงูเหลือม ๑ น้ำมัน ปลาสร้อย ๑ น้ำมันงา ๑ น้ำมันกระทุงลาย ๑ น้ำมันสลอด ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันเตี่ยวรวมกับยาทั้งหมดนั้น ให้แห้งคงเหลือแต่น้ำมัน แล้วกรากยาทั้งหมดไปตากแห้งแล้วนำมาบด มาผสมกับน้ำมันที่เก็บไว้ พอกบ้าง ทา บ้าง แก้ลมบวม แก้ลมเมื่อย แก้ลมเหน็บชา แก้ลมแสบเสียวตามเส้นสายแล ยาชื่อ พระแสงจักร ให้เอา พริกไทยล่อน ๑ สหัสคุณ ๑ เปล้าน้อย ๑ ยาเบญจกูล ๑ ขิง ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ตรีผลา ๑ ไพล ๑ ดองดึง ๑ สมุลแว้ง เท่ายาทั้งหมด ๑ เจตมูลกึ่งยา ๑ สารส้มเท่ายาทั้งหมด ๑ทำเป็นยาผง พอกแก้ลมจับแต่หัวแม่เท้าจนถึงศีรษะ แก้ลมกลิ้งในท้อง แก้ลมมือตายเท้าตาย ๑ ลมจับเท้าทำให้เท้าเย็น ๑ อันมีพิษในกายหายแลฯ ยาแก้ลมกล่อน อัณฑะเจ็บเมื่อยตายไปข้างหนึ่ง ทั้งกายก็ดี เอา หัวยาเข้าเย็น ๑ โพกพราย ๑ พรมคต ตีนเต่า ๑ หางนกกระลิง ๑ กำลังวัวเถลิง ๑ หนวดนาคราช ๑ เอาเท่ากันต้มทากล่อนลมหายแลฯ ขนานหนึ่ง เอา ผลผักคราด ๑ ผลผักชีล้อม ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ จุกโรหินี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ ผล แตงกวา ๑ กุ่มน้ำ ๑ บอระเพ็ด ๑ ตองแตก ๑ เอาเท่ากัน ใบสลอด เท่ากับยาทั้งหมด ทำเป็นยาผง ละลายน้ำ ร้อน น้ำสุรา กินแก้ลมทั้งหลาย ลมขัดตะโพก ลมพรรดึก ลมปวดท้อง ลมจุกอก ลมขัดข้อ ลมดังที่กล่าวมาแต่ ต้นนั้นหายแลฯ ลมจำพวกหนึ่งพัดในลำไส้ ให้เป็นลูก กลิ้งขึ้นกลิ้งลง อยู่ในท้องให้จุกอก เสียดแทงตามชายโครง ทั่ว สารพางค์กาย แลเสียดหัวใจ ท่านให้เอา เทียนดำ หนัก ๑ บาท สารส้ม หนัก ๑ บาท ขิง หนัก ๑ บาท กระเทียม หนัก ๑ บาท พริกล่อน หนัก ๑ บาท ดองดึง หนัก ๑ บาท กระลำพัก หนัก ๒ สลึง ขอนดอก หนัก ๒ สลึง ดีปลี เท่า ยาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลาย สุรากินแลฯ ภาคหนึ่งใช้คู่กันเอา พริกไทย หนัก ๒ สลึง เกลือสินเธาว์ หนัก ๒สลึง ดีปลี หนัก ๒ สลึง เบญจกูล หนักสิ่งละ ๓ สลึง กระเทียมเท่ายา ทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อน น้ำผึ้ง กินแก้ลมกลิ้งขึ้นกลิ้งลงหายแลฯ ลมจำพวกหนึ่งเข้าในไส้ใหญ่ไส้น้อย มันให้ชักมือ ชักเท้าแข็งงอ จะเปิบข้าวใส่ปากเองก็มิได้ จะจับสิ่ง อันใด ๆก็มิได้ สมมุติเรียกว่า ลมตะคิว เอาน้ำมันหมู หนัก ๑ บาท หัวดองดึง หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๒๐ บาท ใส่หม้อฝังดินไว้ ๓ วัน แล้วนำมาหุงให้คงเหลือแต่น้ำมัน จึงเอา การบูรณ์ ๑ พิมเสน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ น้ำมันงูเหลือม ๑ ใส่ลงทาผึ่งแดด สำหรับรมที่เท้าตายหายแลฯ ขนานหนึ่ง เอา เจตมูล ทั้งสอง ๑ หัวกระดาษ ทั้งสอง ๑ หัวอุดตะพิษ ๑ หัวกลอย ๑ พิลังกาสา ๑ สหัสคุณ ๑ ผักคราด ๑ เปลือกมูกมัน ๑ ข้าวกับแก้ ๑ กระเทียม ๑ ช้าพลู ๑ ผลจันทน์ ๑ พริกไทย เท่ายา
๖๓ ทั้งหลาย ทำเป็นยาผง คุลีการด้วยกันละลายน้ำผึ้งกินครั้งละเท่าผลพุทรา แก้สารพัดทุกลม ทั้งริดสีดวง มองคร่อ หืดไอ หายแลฯ ขนานหนึ่ง ชื่อ ประสรรณี แก้ลมบาทาทึก อันให้สลบ ทั้งลง ทั้งอาเจียน มิรู้ว่าสันนิบาตสองคลอง ให้ มือเขียวให้เท้าเขียว ให้ชัก มิรู้ว่าป่วงให้ลงกำหนด ๓ วัน เอา พิศนาด ๑ ระย่อม ๑ ไคร้เครือ ๑ เนระพูสีทั้งสอง ๑ เบญจกานี ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ว่านนางตำ ๑ กฤษณา ๑ กะลำพัก ๑ ชะลูด ๑ ขอนดอก ๑ ตุ๊กต่ำ ๑ ดินถนำ ๑ น้ำประสารทอง ๑ ชาติจอแส ๑ สุพรรณถันเหลือง ๑ สุพรรณถันแดง ๑ ชาดก้อน ๑ ชาด หระคุณ ๑ สน ๑ สัก ๑ กรักขี ๑ มหาสดำ ๑ เทพทาโร ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ พริกหอม ๑ พริกหาง ๑ พริกล่อน ๑ พิกุล ๑ บุนนาค ๑ สารภี ๑ มะลิ ๑ จำปา ๑ สังกรณี ๑ สรรพโกศ ๑ สรรพเทียน ๑ หิงทอง ๑ ยาดำ ๑ เบญจกูล ๑ ตรีผลา ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ผักชีลา ๑ โหระพา ๑ กระเทียม ๑ ดองดึง ๑ ตัวยาที่กล่าวมานี้เอาหนัก สิ่งละ ๑ เฟื้อง ชะมด ๑ พิมเสน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ยา ๔ สิ่งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง เปล้าน้อย หนัก ๒ สลึง ใบสลอดหนัก ๕ ตำลึง สหัสคุณ หนัก ๒ ตำลึง ใบมะตูมเท่ายาทั้งหมด ทำเป็นยาผง ปั้นเป็นเม็ดเท่าผล มะแว้ง ละลายน้ำผึ้งกินแก้ลมอาการดังกล่าวมา ก็หาย แล ลมหทัยวาต ก็หายสิ้นแลฯ ยาชื่อ ยาประสะการบูร แก้สรรพลมใหญ่ทั้งหลาย แลผายธาตุ เอา ผลจันทน์ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ สะค้าน ๑ เปราะหอม ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ ตรีกฏุก ๑ ตรีผลา ๑ ไพล ๑ ใบคนทิสอ ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผิว มะกรูด ๑ เอาแต่ละสิ่งเสมอภาคเท่ากัน การบูรณ์ เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อนกินครั้งละเท่า ผลพุทรานา แก้ลมใหญ่ลมน้อย ทั้งปวงหายแลฯ ยาตัดรากลมทั้งปวง เอา คาบงูมาเผาไฟให้ไหม้ แล้วใส่ลงในน้ำมันดิบทาก็ได้กินก็ได้หายแลฯ ลมจำพวกหนึ่ง สมมุติว่าลมพานไส้ ให้อาเจียนให้จุกอก ถ้าเป็นไปถึงกำหนด ๗ เดือน มักเป็นตัวจุก เสียดอยู่ที่สีโครงข้างซ้ายให้ผอมเหลืองพอใจแต่ของสด ๆคาว ๆ ครั้นถึง ๓ ปีก็จะตาย ถ้าจะแก้เอาน้ำมะงั่ว น้ำ สุรา น้ำมะนาว น้ำข่า น้ำน้ำเต้าขม เอาสิ่งละ ๑ จอก เคี่ยวให้เป็นยางมะตูมกินหายแลฯ ยาแก้ลมอำมะพฤกษ์ อำมะพาธ ทำให้มือให้เท้าตาย เอาน้ำมะนาว เอาน้ำมะงั่ว เอาน้ำมะกรูด เปลือกทองหลางใบมน ๑ ไพล ๑ ข่า ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ กุ่มทั้งสอง ๑ กระเทียม ๑ รากเจตมูล ๑ พริกไทย ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ เกลือ ๑ การบูรณ์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เอาตัวยาแต่ละอย่างเท่ากัน ทำเป็นยาผง น้ำ กระสายยานั้นให้ใช้ตามสมควรแก่โรคนั้น ๆเถิดฯ ต่อ ๑๕๗ ตรวจแล้ว ขนานหนึ่งแก้ลมออกตามหู ออกตามตา เอา ทลายหมากที่เป็นรูปเขาควาย หนัก ๒ สลึง บอระเพ็ด หนัก ๒ สลึง ผักแพวแดง หนัก ๒ สลึง ดีปลี หนัก ๒ สลึง แห้วหมู หนัก ๒ บาท ใบสลอด หนัก ๒ บาท ใบ มะตูม หนัก ๒ บาท กรุงเขมา หนัก ๒ สลึง ยาทั้งนี้ตำผงละลายน้ำผึ้งกิน จำเพราะแก้ลม ออกหู ออกตา หาย แลฯ ลมอันหนึ่ง ชื่อลมสูบพิษขึ้นในลำไส้ ให้เวียนหัว ให้อาเจียน ให้จุกอก ให้ปากหวานแลเปรี้ยว ถ้าเป็น แก่บุคคลผู้ใด ครั้นแก่เข้ากลายเป็นตัว เข้าเสียดที่ชายโครงข้างซ้าย ครั้นแก่หนักเข้าให้ผอมเหลือง ถ้าจะแก้ให้ เอา หญ้าปากควาย ตำให้ละเอียดครั้นเอาแต่น้ำจอก ๑ น้ำบวบขม จอก ๑ น้ำมะกรูดจอก ๑ เคี่ยวให้งวดเป็น ยางมะตูม เอาฝิ่น หนัก ๑ สลึง มหาหิงคุ์ บดเป็นผง หนัก ๑ บาท คลุกคุลีการให้เข้ากันดีแล้ว กินแก้ลมสูบพิษ หายแลฯ ลมอันหนึ่ง ชื่อลมตุลาราก มันบังเกิดแต่คอหอย ให้เหม็นคราวเข้าคอเฝ้าถ่ม แต่ เขฬะ (คือ น้ำลาย) อยู่บ่อย ๆ จะหายใจก็ขัดอก ถ้าเกิดแก่บุคคลผู้ใด ได้ ๕ เดือน เสียจักษุจึงหาย ถ้าจะแก้เอา หน่อไม้ตาตับเต่า ๑ ฝ้ายแดง ๑ กานพลู ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ดีปลี ๑ ตำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งกิน หายแลฯ ยาแก้ลมกระไษย ลมพานไส้ เอา แก่นสน ๑ แก่นคูณ ๑ แก่นมูลเหล็ก ๑ แก่นไม้มะหาด ๑ เชือกเขา หนัง ๑ ยังทั้งนี้เอาแต่ละสิ่งเท่า ๆกัน ดองด้วย สุรา ไว้ ๗ วัน กินหายแลฯ ต่อ ๑๕๘
๖๔ ลมกระไษย (กระษัย) จำ พวกหนึ่งให้จุกอก แล้วมักกลายเป็นบิด ให้เกิดโลหิตแลเสมหะ ให้ลำไส้นั้นร้อน ประดุจดังใจจะขาด ถ้าจะแก้เอา มะกรูด ๑ มะนาว ๑ ส้มปล่อย ๑ กำแพงทะลาย ๑ หญ้าเกล็ดหอย ๑ ใบ หนาด ๑ ข่อยหยอง ๑ ไคร้น้ำ ๑ มูตรโค ๑ ผลมะเกลือ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ เอาเสมอภาคแต่ ละอย่างเอาเท่ากัน เอา น้ำมันงา ๑ ทะนาน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ เทียน ดำ ๑ เทียนขาว ๑ ปรุงรวมกันแล้วนำไปหุงกับไฟอ่อน ๆ ให้เหลือแต่น้ำมัน ทั้งกินทั้งทาแก้ลมกระษัยจุกอก และเสียดหายแลฯ ลมกระไษย (กระษัย) จำพวกหนึ่งทำให้ร้อนอก เกิดเพราะเสมหะ ถ้าจะแก้เอา เปลือกถั่วเขียว ๑ ผล พิลังกาสา ๑ ส้มกุ้ง ๑ มะรุม ๑ เอาเสมอภาค เผไฟให้เป็นด่าง ละลายน้ำสุรารับประทานฯยาแก้ลมปะกรัง เอา พริกไทย หนัก ๒ สลึง ขิงสด หนัก ๑ บาท ผิวมะกรูดสด หนัก ๖ สลึง หญ้าแพรก หนัก ๓ บาท สารส้ม หนัก ๘ บาท ตำให้ละเอียด พอกแก้ลมปะกังแลลมเข้าข้อ ฯ ยานัตถุ์ แก้ลมปะกัง เอา มะกรูดยอด ๑ มะนาวยอด ๑ ขิง ๑ พริกไทย หญ้าแพรก ๑ ตำเป็นน้ำนัตถุ์ คือตำให้ละเอียดครั้นเอาแต่น้ำที่สะอาดนัตถุ์เข้าทางจมูก ฯ พระตำราหลวงเป็นยาสุม เอา ขิงสด ๑ พลูแก ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ กำยาน ๑ อบเชย ๑ ตำให้ละเอียด สุม ที่กระหม่อม แก้ปวดศีรษะ ดีนักแลฯ ยาแก้ลมประกัง เอา ดินรังหมาร่า ๑ หญ้าลังกา ๑ ผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ มูลนกพิราบคั่วให้เหลืองเกือบ เกรียม ๑ พริกไทยร่อน ๑ ขิง ๑ เอาเสมอภาค ตำพอกแก้ลมประกังฯ ยาขนานหนึ่ง ชื่อยาหงส์ทอง เอา สังข์ ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ผิว มะกรูด ๑ ส้มกุ้ง ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ เทียนทั้งห้า ๑ เกสรสารภี ๑ พิกุล ๑ บุนนาค ๑ บัวหลวง ๑ จันทน์ ทั้งสอง ๑ กานพลู ๑ หัวหอม ๑ อบเชยเทศ ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง โกศ หัวบัว หนัก ๒ สลึง โกศกระดูก หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง โกศน้ำเต้า หนัก ๓ สลึง โกศเชียง หนัก ๒ สลึง ๑ เฟื้อง โกศกักกรา หนัก ๓ สลึง โกศจุฬาลำพา หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง โกศสอ หนัก ๗ สลึง ชะเอมเทศ หนัก ๕ บาท ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ทองคำเปลวทองแท้ ๕ แผ่นทำเป็นยาผงเป็นยานัตถุ์ แก้ลม ๑๐๐จำพวกฯ ขนานหนึ่งแก้สลบ แก้ชัก เอา เชือกเถามวก ทั้งสอง ๑ รากฟักข้าว ๑รากครอบจักรวาล ๑จันทน์ทั้ง สอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์๑ กระลำพัก ๑ ชะเอมเทศ ๑ ชะลูด ๑ ขอนดอก ๑ กฤษณา ๑ สรรพเกสร ๑ สรรพโกศ ๑ สรรพเทียน ๑ เปราะหอม ๑ เอาเสมอภาคใบกระวาน เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละน้ำ กระสายยาตามควรแก้โรค ปั้นเป็นเม็ดเท่าผลมะแว้ง กินครั้งละ ๕ เม็ด แก้ลมสันนิบาตแล แก้ลมทั้งปวงฯ ต่อ ๑๕๙ ตรวจแล้ว ยาสุมลมกำเดา ขึ้นให้วิงเวียนให้จักษุ ตาลาย จักษุมืด จักษุฝ้าแลตาขาว ให้ศีรษะหนักซุนแลเจ็บจักษุ โทษลม ระคน กับ กำเดา ถ้าจะแก้ เอา มะกรูด ๓ ผล ไพล หนัก ๑ บาท ต้มให้สุก ดินประสิว หนัก ๑ บาท หัวหอมโทน หนัก ๔ บาท ตำเค้ากับส้มมะขามเปียก บดพอละเอียด พอกที่ ศีรษะ กระหม่อม ขมับ เบ้าตาสัน ดั้งจมูก หายแลฯ ขนานหนึ่งคู่กัน เอา ใบละหุ่งแดง ๑ ใบลำโพงกาสลัก ๑ มะกรูด ๑ ผล ดองดึง ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ต้มด้วยน้ำส้มมะขามเปียก แทรกดินประสิว ต้มให้งวด เอา หัวหอมกึ่งยา ไพล เท่า ยาทั้งหลาย บดสุม ที่กระหม่อม ที่ศีรษะ ที่ขมับ ที่เบ้าตา ที่สันดั้งจมูก ดีนักแลฯ ลมหนึ่ง ผูกธาตุให้เป็นพรรดึก ครั้นนานไปก็กลายเป็นเสมหะกลัดเข้า ให้ผอมแห้งกายเหลือง ครั้นนาน ต่อไปอีกก็กลายเป็น หอบ เป็นไอ กินข้าวนมมิได้ อาโปธาตุเป็นกำลังให้บวม แพทย์มิรู้ว่า เป็นริดสีดวง ถ้าจะ แก้ให้เอา น้ำบวบขม ๑ น้ำมะขามเปียก ๑ น้ำเถาวัลย์เปรียง ๑ น้ำหญ้าไซ ๑ เอาเสมอภาค กานพลู ๑
๖๕ มหาหิงคุ์ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ สหัสคุณ ๑ รากส้มกุ้งทั้งสอง ๑ เบญจกูล ๑ ฝักส้มปล่อย ๑ ตรีผลา ๑ ทำเป็นยาผง แล้วเอาน้ำยาข้างบนมาเทใส่กวนให้เข้ากันดีแล้ว กวนให้เหนียวพอปั้นได้ รับประครั้งละเท่าผลพุทรานาฯ ภาคหนึ่ง เอา เบญจกูล ๑ เถาวัลย์เปรียง ๑ ตรีผลา ๑ กระเทียม ๑ ใบมัดกา ๑ น้ำอ้อย ๓ งบ ข่า ๗ ท่อน ใบสลอดเท่ายาทั้งหลาย ต้มด้วยน้ำท่าครึ่งหนึ่ง น้ำมะพร้าวนาเก ครึ่งหนึ่ง (คือ มะพร้าวไฟลูกแดง ๆ คล้ายสีทองแดง) รับประทานฯ พระตำราหลวงแก้ปวดมวนสวิงสวาย เอา เบญจกูล หนักสิ่งละ ๑ สลึง โกศก้านพร้าว หนัก ๑ สลึง เปลือกกุ่มทั้งสอง หนัก สิ่งละ ๑ สลึง โกศพุงปลา หนัก ๒ สลึง ดอกบุนนาค หนัก ๒ สลึง ดอกลำดวน หนัก ๒ สลึง โกศเชียง หนัก ๒ สลึง เทียนทั้งห้า หนัก สิ่งละ ๒ สลึง การบูรณ์ หนัก ๑ เฟื้อง ทำเป็นยาผง ละลาย น้ำผึ้งน้ำร้อน น้ำส้มซ่าก็ได้ รับประทานตามทวีกำลังวันฯ พระตำราหลวงแก้โลหิตแห้ง ให้ร้อนให้เย็น เอา ขมิ้นอ้อย ๑ ไคร้เครือ ๑ ว่านน้ำ ๑ โกศสอ ๑ เปราะหอม ๑ ดีปลี ๑ เทียนขาว ๑ ขิงแห้ง ๑ อบเชย ๑ ทำเป็น ยาผง ละลายน้ำผึ้งรับประทานฯ ต่อ ๑๖๑ พระตำราหลวง ชื่อปฐมสักรัง บำรุงโลหิต เอา เทียนทั้งห้า ๑ กานพลู ๑ แห้งหมู ๑ ใบกระวาน ๑ ผล เอ็น ๑ กระเช้าผีมด ๑ โกศสอ ๑ แฝกหอม ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรสัตตะบุษย์ ๑ เกสรจงกลนี ๑ เกสรสัตตะ บงกช ๑ เกสรบุนนาค ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ยาทั้งนี้เอาหนัก สิ่งละ ๒ สลึง ผลจันทน์ ๑ ตรีกฏุก ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง ทำเป็นยาผง ละลายน้ำตาลกรวด น้ำตาล ทราย น้ำส้มซ่า ก็ได้ แก้ริดสีดวงแห้ง แก้หอบฟัก บำรุงโลหิต แลเจริญอาหาร ฯ พระตำราหลวงฉบับหนึ่ง ชื่อ มหาสมมิทธิ์ เอา เกสรสัตตะบงกช ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกสัตตะบุษย์ ๑ ดอกสันตะวา ๑ เกสรปาริกชาด ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกจงกลนี ๑ โกศสอ ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศ เชียง ๑ กฤษณา ๑ จันทน์ขาว ๑ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ สรรพยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ทำเป็นยาผง ละลายด้วย น้ำดอกไม้บดให้เหนียว รับประทานแก้ได้ชโลมก็ได้ ฯ พระตำราหลวงเป็นยาดม ขนานหนึ่ง เอา ไพล ๑ ผิวมะกรูด ๑ ข่าทั้งสอง ๑ เอาสิ่งละน้อย ๆ แทรก ยานัตถุ์ พิมเสน บดเป็นยาผงใช้ เป็น ยาดมฯพระตำราหลวงเป็นยานัตถุ์ขนานหนึ่ง เอา น้ำประสารทอง ๑ โกศ สอ ๑ โกศเชียง ๑ โกศพุงปลา ๑ กานพลู ๑ เบี้ยผู้เผาไฟ ๑ ชาดหรคุณ ๑ เปลือก สมุลแว้ง ๑ เกสรบุนนาค ๑ อบเชย ๑ สรรพยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง ตรีกฏุก หนัก ๒ สลึง ชะมด พิมเสน เอาพอควร ทำระแนงผง ห่อผ้าขาวบาง รมก็ได้ แก้ปวดศีรษะ แก้ไข้สันนิบาต แก้พิษในศีรษะ เพื่อ โลหิตพิการ แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงในลำตอ ก็ได้ฯ ยานัตถุ์ชื่อ ธนูกากะ ขนานนี้ เอา ตรีกฏุก สิ่งละ ๑ เฟื้อง กฤษณา ๑ แก่นจันทน์เทศน์ ๑ ขอนดอก ๑ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ ผลเอ็น ๑ กระลำพัก ๑ น้ำประสารทองเทศสะตุ ๑ ลิ้นทะเล ๑ เกลือกระตัง ๑ แก้วแกลบ ๑ ศิลายอน ๑ สะตือลูกอ่อน ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูรณ์ ๑ เทียนดำ ๑ สรรพยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง ทำ เป็นจุณใช้นัตถุ์ฯ ยาแก้ลักปิดลักเปิด เอา ผ้าดำที่ย้อมด้วยผลมะเกลือ ชุบลงในน้ำผลมะพลับ ตากให้แห้งเผาไฟให้ไหม้ แล้วนำมารับประทานแก้ลักเปิด ฯ ยาต้มแก้ฝีเกล็ดแรดขนานนี้ เอาตะขบทั้ง ๕ เหล็กตะปูตรึงโลงศพ ๕ ตัวกินเมื่อจะรับประทานนั้นเอา ปรอท หนัก ๑ สลึง ระคนลงด้วย รับประทานให้ได้ ๗ ครั้ง ฝีเกล็ดแรดมิได้เป็นเลย ฯ ยาทาแก้ฟันและเหงือกเป็นบุพโพโลหิต เอา เบี้ยจั่น ๑ เบี้ยหางปลาแห้งเผา ๓ หาง น้ำประสารทอง สะตุหนัก ๑ เฟื้องบดกับน้ำมันงาดิบทาตามลายฟัน จะว่าด้วยโรคสำหรับบุรุษและ สตรี ก็เหมือนกัน แต่จะว่าด้วย บุรุษ นั้นก่อน ถ้าผู้ใดเป็นโทษ สัณฑ ฆาฏ แลกล่อนแห้ง มักให้ท้องผูกเป็นพรรดึก แลลมเสียดแทง ให้เป็นลูกเป็นก้อน เป็นดานในท้อง ให้เมื่อยขบ
๖๖ ทั่วสาพางกาย มักให้เจ็บบั้นเอว ให้มือเท้าตาย เป็นเหน็บชา มักขัดหัวเหน่าขัดหน้าตะโพกตึงสองราวข้าง ตลอดทวารหนักปัสสาวะเป็นโลหิตให้ปวดศีรษะวิงเวียนหน้าตา ปากเบี้ยว ตาแหกเสียงแห้ง เจรจาไม่ใคร่ได้ยิน จักษุมืด หูหนัก แลจุกเสียดขึ้นแน่นหน้าอก เสพย์อาหารไม่มีรส โรคทั้งนี้เป็นเพื่อ วาตะ,เสมหะโลหิต,กำเริบ เมื่อจะเป็นนั้นให้เหม็นเนื้อเหม็นตัว แลอาหารถอย บางทีให้จับสะบัดร้อน สะท้านหนาว มักอยากของ เปรี้ยวหวาน แลเย็น เป็นทั้งนี้เพราะโลหิตแห้งติดกระดูกสันหลัง บุรุษ แล สตรีเป็นเหมือนกัน จะแก้ท่านให้ แต่งยานี้ ฯ ยาแก้โรคสำหรับบุรุษ ขนานนี้ เอา เถาสะค้าน ๑ ผักแพวแดง ๑ หัวดองดึง ๑ ว่านน้ำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เนื้อในฝักราชพฤกษ์ ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ กัญชา ๑ หัวอุดคะพิษ ๑ ชะเอมเทศ ๑ ดีปลี ๑ แก่นแสมทะเล ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค พริกไทย กึ่งยา แต่ว่าผ่อนตามกำลัง ทำผงแล้ว เอา น้ำใบกระ เม็ง ๑ น้ำผลประคำดีควาย ๑ เอาเท่ากัน เคล้าให้ได้ ๗ หน ผึ่งให้แห้งแล้วบดกับน้ำผึ้ง รับประทาน ครั้งละ หนัก ๑ สลึง แก้โรคดังกล่าวที่มาแล้ว แต่หนหลังฯ ขนานหนึ่ง เอา เปลือกมูลเหล็ก หนัก ๑ สลึง รากส้มกุ้งทั้งสอง ๑ รากโคกกระออม ๑ รากช้าพลู ๑ รากผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ รากทรงบาดาล ๑ แก่นแสมทั้งสอง ๑ แก่นมะเกลือ ๑ รากเจตมูลเพลิงแดง ๑ แก่นไม้ มะหาด ๑ จุกกระเทียม ๑ กรักขี ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูรณ์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ยาทั้นี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท พริกไทย หนัก ๑๐ สลึง ดีปลี หนัก ๑๐ สลึง ๑ เฟื้อง กระเทียม หนัก ๑๐ สลึง ๑ เฟื้อง ทำเป็นยาผงแล้ว จึง เอาเถาวัลย์เปรียงที่สดๆมาทุบบิดเอาน้ำมาเป็นน้ำกระสายยา คลุกกับยาให้เปียกแล้วนำไปตากให้แห้ง ทำให้ได้ ๗ ครั้ง แล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้ง แทรก รำหัด เกลือสินเธาว์ รับประทานแก้โรคดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นฯ ยาบำรุงโลหิต เอา รากเจตมูลเพลิง ๑ รากช้าพลู ๑ สะค้าน ๑ รากดีปลี ๑ ขิง ๑ โกศทั้งห้า ๑ เทียน ทั้ง ห้า ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ผลสมอทั้งสาม ๑ ชะลูด ๑ อบเชย ๑ จันทน์ทั้ง สอง ๑ สน ๑ กรักขี ๑ เปล้าทั้ง สอง ๑ แก่นแสม ทั้งสอง ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง ขมิ้นเครือ ๑ เถามวก ๑ กำลังวัวเถลิง ๑ เกสรพิกุล ๑ เกสรบุนนาค ๑ เกสรสารภี ๑ เกสรบัวหลวง ๑ ดอกข่า ๑ ครั่ง ๑ ฝางเสน ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ต้มรับประทานฯ ยาต้มแก้สันนิบาตโลหิต ให้เจ็บให้ไอให้เสียงแหบ แลเป็นเม็ดดังเม็ดทราย แต่ลำคอลงไปถึงช่อง อุจจาระปัสสาวะ ให้คันละคลาย บางทีให้ลงบางทีให้ผูก ให้ฟกบวมทั่วสารพางค์กาย ถ้าแลเส้นประธานทับจักร แล้วแก้ไม่ได้ ถ้าห่างจักรอยู่ถึงจะหอบไอเสียงแห้งฟกบวม แลสันนิบาต ๗ จำพวก แก้ลม อุทธังคมาวาต แล อโธคมาวาต ก็ดี ยานั้น คุลีการ เป็นยาดับพิษ เสมหะอันร้อน นอนมิหลับ บริโภคอาหารมิได้ ให้แต่งยาต้ม รับประทานเวลาเช้า เอา หีบลม ๑ หนังหมูเถื่อน ๑ รากเจตมูลเพลิงแดง ๑ รากช้าพลู ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ข่า หนัก ๕ บาท ดอกคำ หนัก ๑๐ สลึง เทียนดำหนัก ๒ บาท ผลกระดอม ๑ ก้าน สะเดา ๑ ผลสมอ เทศ ๑ ผลสมอไทย ๑ ผลสมอพิเภก ๑ หัวยาเข้าเย็นเหนือ ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ดอกบัวแดง ๑ ดอกบัว ขาว ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ เอาหนักสิ่งละ ๖ สลึง ต้มด้วย น้ำเถาวัลย์เปรียง แทรกดีเกลือตามกำลังวัน รับประทานชำระเม็ดยอดตกสิ้นแล้วจึงประกอบยา มหาสมมิตร ใหญ่ แก้ไข้แก้ลมให้รับประทานคู่กันยาต้มขนานนี้ ยามหาสมมิตรใหญ่ เอา ดอกบัวแดง ๑ ดอกบัวขาว ๑ ดอกลินจงขาว ๑ ดอกลินจงเขียว ๑ ดอกมะลิ ลา ๑ ดอกมะลิซ้อน ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกการะเกด ๑ ดอกลำเจียก ๑ ดอกมะกรูด ๑ ดอกมะนาว ๑ ดอกส้มโอ ๑ ดอกส้มซ่า ๑ ดอกสะเดา ๑ ดอกพะยอม ๑ ดอกโยทะกา ๑ ดอกกุ่มน้ำ ๑ ดอกกุ่มบก ๑ ดอกมหาหงส์ ๑ ดอกข่า ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ใบพิมเสน ๑ อบเชยเทศ ๑ อบเชยไทย ๑ ชะลูด ๑ ชะเอมทั้งสอง ๑ ระย่อม ๑ ราก
๖๗ ไคร้เครือ ๑ ค้อนกลอง ๑ ทองพันชั่ง ๑ พิศนาด ๑ กรุเขมา ๑ เนระพูสี ๑ เบญกานี ๑ เทียนทั้งเจ็ด ๑ โกศทั้ง สิบเอ็ด ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ชะมดเชียง ๑ ชะมดสด ๑ พิมเสน ๑ อำพันทอง ๑ อำพันมูล ปลา ๑ หญ้าฝรั่น ๑ รวมยา ๖๗ สิ่งนี้ เอาเสมอภาคเท่ากันทุกสิ่งทำเป็นยาผง บดด้วยน้ำดอกไม้เทศ ปั้นเป็น เม็ดเท่าเมล็ดพริกไทยผึ่งไว้ในร่มจนแห้ง น้ำกระสายยายักใช้ตามสมควรแก่โรคนั้น ๆเถิด แก้ลมจุกเสียด ลม แน่นในอกในท้อง ท้องรุ้งพุงมารแลไส้เลื่อน แก้หืด แก้หอบแก้ไอแก้โลหิต แก้เสมหะแก้ลมทั้ง ๑๐๘ จำพวก แก้ ชักสะดุ้ง แก้จักษุมืดจักษุมัว แลหูหนักเสียงแห้งผอมเหลือง แก้กาฬในอกแลลมมีพิษ แก้มะเร็ง คุดทะราด แล ลมกระษัยลมดานทะคุณ ลมชักปากเปี้ยวจักษุแหก มือตายเท้าตายแลเหน็บชา ไอจามเมื่อยขากรรไกร ลิ้น กระด้างคางแข็ง ลมปัฏฆาฏ ราทยักษ์ แลลมกะทกทั่วสารพางค์กาย ลมอาเจียนให้บวมที่มือที่เท้า ลมอัศวาต ลมจับหัวใจ ให้คลั่งเพ้อไปต่าง ๆยานี้บำรุงธาตุทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์ ยาแก้มะเร็ง แก้ท้องรุ้งพุงมาร แลแก้ได้แทบ สารพัดโรคแลฯ ตรวจแล้ว ต่อ ๑๖๖ ยาชื่อ สมมิตรน้อย แก้ไข้ดำแดง แลกาฬภายใน เข้าเกสรดอกไม้เหมือนกันกับ ยา มหาสมมิตรใหญ่ ยกออกเสียแต่เครื่องร้อน แลเทียนทั้งห้า กับดอกไม้ที่มีรสร้อนนั้นด้วย แล เอา โกศหัวบัว ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศ จุฬาลำพา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ โกศกระดูก ๑ คุคะ ๑ มหาสดำ ๑ แลเครื่องหอม รสเย็น หวานหอม เอามาบด เป็นยาสมมิตรน้อยแก้ไข้พิษฯ ยาหอมสรรพคุณ เอา โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ สมอทั้งสาม ๑ มะขามป้อม ๑ เบญจกูลทั้งห้า ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ แห้วหมู ๑ เกสรบัวหลวงแดง ๑ เกสรบัวหลวงขาว ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกมะลิทั้งสอง ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกสามหาว ๑ ดอกละหุ่งแดง ๑ ดอกว่านหางช้าง ๑ ดอกสลิด ๑ กรุงเขมา ๑ ชะลูด ๑ อบเชย ๑ กฤษณา ๑ กะลำพัก ๑ อำพัน ๑ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ ดีงูเหลือม ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำ เป็นยาผง บดด้วยน้ำมะนาว วันเดียวทำให้แล้วเสร็จ รับประทานแก้ลม จับลิ้นกระด้างคางแข็ง แก้พิษลมพิษไข้ เพื่อโลหิตและเสมหะ แก้นอนมิหลับให้กระสับกระส่าย น้ำกระสายยาใช้ตามสมควรแก่โรคเถิดฯ ขนานหนึ่ง ชื่อฝนแสนห่าสิงคาทิจร แก้สันนิบาต ๗ จำพวก อันเป็นเพื่อ เสมหะโลหิต แลเพื่อ รับประทานของคาว เป็นเพื่อทำการหนัก เพื่อสิงคาทิจร คือน้ำมูกตกลงมาแต่เบื้องบน อากาศธาตุ จึงให้ไอ เสียงแห้งให้หอบ ให้สะอึก เอา เมล็ดพรรณผักกาด ๑ ผลผักชี ๑ ขิงฝอย ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบหนาด ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ดีปลี ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ เปล้าทั้งสอง ๑ เนระพูสี ๑ อบเชย ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกศทั้งห้า ๑ เทียนทั้งห้า ๑ เนื้อในฝักราชพฤกษ์ ๑ ผลประคำดีความ ๑ ผักโขมหิน ๑ใบกระเพรา ๑ รากมูลกาทั้งสอง ๑ ผลกระดอม ๑การบูรณ์ ๑ พิมเสน ๑ สมอ ๑ ทั้งสอง ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นยาผง ใช้นัตถุ์ก็ได้ รับประทานแก้โลหิต ละลายน้ำส้มป่อย แก้ ป่วง ละลายน้ำสุรา แก้ลมละลายน้ำอ้อยแดง แก้เสมหะละลายน้ำมะนาว แก้สะอึกละลายน้ำขิงก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ ได้ แก้จุกเสียดลมขึ้นตามเท้า ละลายน้ำ ข่า ฯ ยาแก้บวมทั่วสารพางค์กาย แก้ริดสีดวง ๙ ประการ ให้ไอนอนมิหลับ เอา หัวดองดึง ๑ หัวบุกรอ ๑ รากมะนาว ๑ ใบมะนาว ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท รากส้มกุ้ง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู หนักสิ่งละ ๒ บาท ขิงแห้ง หนัก ๖ สลึง ดีปลี เท่าทั้งหลาย ทำเป็นยาผงละลายสุรา รับประทานฯ สิทธิการิยะ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษาพยาธิใหญ่น้อย แลเกลื้อน กลาก พรรณใน มะเร็งคุดทะราด ก็ดี ท่านให้พิจารณาธาตุกำเนิด แล ปี เดือน วัน ยามผู้ไข้นั้น จะเป็นด้วยธาตุสิ่งอันใดให้โทษ จึงประกอบยาตาม โทษนั้นฯ สิทธิการิยะ ยาประจุไข้ ๑๐ จำพวก แก้บวม ๑๐ จำพวก แลเมื่อยขบเหน็บชา เป็นตะคิว มือตาย เท้า ตาย เป็น ป้าง ท้องรุ้งพุงมาร จุกกระผาม ม้ามย้อย แลท้องขึ้นเป็นลูกกลิ้ง อยู่ในท้อง แลแม่พยาธิทั้งปวง เอา
๖๘ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ แห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ราก เจตมูลเพลิง ๑ กรุงเขมา ๑ เถาสะค้าน ๑ ยาทั้งนี้ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน บอระเพ็ด ๕ ส่วน รากมวกหลวง ๔ ส่วน ผลสลอด ๔ ส่วน ยา ๑๒ สิ่งนี้ ทำเป็นยาผง ละลวยบดด้วยน้ำร้อน ปั้นเม็ดเท่าเมล็ดพริกไทย รับประทาน ๑ เม็ดลง ๑ ครั้ง รับประทานทวีตามกำลัง ถ้ามิลงให้รับประทานน้ำร้อนตามหลังจึงลง ถ้าลงหนักให้อาบน้ำทา แป้ง รับประทานข้าวต้มจึงหยุด ฯ ยาต้มแก้โรคเรื้อน กินกระดูกให้ขัดในข้อ เอา กระดูกช้าง ๑ กระดูกแพะ ๑ กระดูกกระบือเผือก ๑ กระดูกสุนัขข์ดำ ๑ เถาโคคลาน ๑ ป่าช้าหมอง ๑ หญ้าหนวดแมว ๑ ยาเข้าเย็นเหนือ ๑ ยาเข้าเย็นใต้ ๑ยาทั้งนี้ เอาเสมอภาคดองสุราก็ได้ต้มก็ได้ รับประทาน แก้พยาธิ แล โรคเรื้อน ยาเผาพยาธิใหญ่ เอา รากเจตมูลเพลิงแดง ๑ ผลสลอด ๑ ปูนขาว ๑ ดินประสิว ขาว๑ เมล็ดใน มะนาว ๑ หัวดองดึง ๑ จุณสี ๑ สารปากนก ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บดด้วยน้ำมะนาวทา เผาพยาธิใหญ่ ฯ น้ำมันใส่พยาธิ เอา เปลือกพิกุล ๑ เปลือกสมี ๑ เปลือกโพกพาย ๑ ผักบุ้งขัน ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวกระดาดแดง ๑ หัวกระดาดขาว ๑ หัวอุตพิด ๑เปลือกสะเดา ๑ เปลือกหว้า ๑ เปลือกเลี่ยน ๑ เปลือก กรวย ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละเสมอภาค เท่ากัน ตำให้ละเอียดครั้นเอาแต่น้ำ แล้วจึงเอาน้ำมันดิบเท่ายาหุงให้ คงเหลือแต่น้ำมัน แล้วเอา ยางตะเคียน ๑ ยาดำ ๑ สีเสียดไทย ๑ สีเสียดเทศ ๑ ปรุงลงทั้งกัดทั้งเรียกเนื้อ ฯ ยาสูบแก้ริดสีดวง ในคออันงอกขึ้นมานั้น เอา หอระดาร ๑ ดีปลี ๑ พริกไทย ๑ลำโพงกาสลัก ๑หัว หอม ๑ มะเขือขื่น ๑ตำเอาน้ำชุบกระดาษผึ่งแดด ให้แห้ง ๓ หน มวนยาสูบ ฯ พระคัมภีร์ ชวดาร จบบริบูรณ์แต่เพียงนี้***ฯ ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ บทที่ ๖ ว่าด้วยคนถึงการมรณะ สิ้นอายุนั้น เทวทูตในธาตุทั้ง ๔ สำแดงฤทธิ์ให้แจ้งปรากฏ ว่าคัมภีร์ โรคนิทาน เล่ม ๑ แพทย์ศาสตร์ สงเคราะห์เล่ม ๒ อหํ อันว่าข้า ชีวกโกมารพัจ์โจ ผู้มีนามโกมารพัจแพทย์ อภิวัน์ทิต์ตะวา ถวายนมัสการแล้ว พุท์ธคุณํ ซึ่งคุณแก้ว ๓ ประการ มีพระพุทธะรัตนะเป็นต้น เสฏ์ฐํ ประเสริฐโดยวิริยะยิ่งนัก เทวิน์ทํ ย่อมเป็นที่นมัสการ ของเทพยดาทั้งหลาย กิต์ตยิส์สามิ จักตกแต่งไว้ คัน์ถํ ซึ่งคัมภีร์แพทย์ โรคนิทานํนาม ชื่อว่าโรคนิทาน ปมุขํ เฉภวะภักตร อสสิท์ธิโน แห่งท่านมีนามชื่อว่า ฤาษี สิทธิดาบส ปติฏ์ฐิตุง์ เพื่อจะให้เป็นที่พึ่ง โลกานํ แก่สัตว์โลก ทั้งหลาย อิติเมวะ อิมินาปกาเรนะ ด้วยประการดังนี้ มีวาระพระบาฬี ในคัมภีร์ พระบรมมรรถธรรม นั้น ว่าด้วยคนจะถึงความ มรณะ สิ้นอายุนั้น เทวทูตใน ธาตุทั้ง ๔ ก็มีพรรณสำแดงออกให้แจ้งปรากฏ โดยมโนทวารอินทรีย์ประสาท ธาตุอันใดจะขาดจะหย่อน จะ พิการ อันตรธานประการใด ๆก็ดี ก็แจ้งอยู่ในพระคัมภีร์ มรณะญาณสูตรนั้นแล้ว แต่ว่ามาทั้งนี้ อาศรัยเป็นหลัก เป็นประธาน ที่ มรณะด้วยโบราณโรค ฤามรณะ ด้วยปัจจุบันโรค ฤาปัจจุบันกรรมนั้น ก็มีอยู่ต่าง ๆ ถึงดังนั้นก็ จริง เทวะทูตมหัศจรรย์ก็หากสำแดงอยู่แต่ผู้จะหยั่งรู้หยั่งเห็นเป็นอันยากนักหนาท่านโกมารพัจแพทย์ผู้ ประเสริฐจึงมีนิคมบทลงไว้ในคัมภีร์โรคนิทานว่ามนุษย์ทั้งหลายถึงความมรณะ ด้วยประจุบันโรคนิคมนั้น คือ ปักกะมิกาพาธ ท่าน ทุบ ถอง โบยรับบอบช้ำ แลต้องราชอาญา ของพระมหากษัตริย์ ให้ประหารชีวิตเสียด้วย หอกดาบปืนไฟก็ตายดุจเดียวกัน แต่ว่าโดยเร็วโดยด่วน มิได้ตายโดยปรกติ มิได้ตายโดยลำดับขันธ์ ลำดับชะวะ นะธาตุทั้ง ๔ ไม่ได้ล่วงเป็นลำดับกันเลย อันบุคคลตายโดยกำหนดสิ้นอายุปริโยสานเป็นปรกตินั้น ธาตุทั้ง ๔ ก็ อันตรธานสูญหายเป็นลำดับกันไป คือ ธาตุดิน ๒๐ ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุลม ๖ ธาตุไฟ ๔ เมื่อจะอันตรธานนั้น หา สูญพร้อมกันที่เดียวทั้ง ๔ ธาตุไม่ ย่อมสูญไป ขาดไป แต่ทีละ ๒ สิ่ง ๓ สิ่ง ๔ สิ่ง ๕ สิ่ง ก็มี บางทีธาตุดินขาด
๖๙ ก่อนธาตุน้ำ ขาดก่อนธาตุลม ขาดก่อนธาตุไฟ แลเมื่อจะสิ้นอายุดับสูญนั้น ปถวีธาตุดิน ๒๐ ขาดไป ๑๙ ยัง หฤทัย ๑ อาโปธาตุน้ำ ๑๒ ขาดไป ๑๑ ยังแต่น้ำลาย ๑ วาโยธาตุลม ๖ ขาดไป ๕ ยังเหลือแต่ลมหายใจ เข้า ออก ๑ เตโชธาตุไฟ ๔ ขาดไป ๓ ยังเหลือแต่ไฟสำหรับเผาให้กายอุ่น ๑ ถ้าธาตุทั้งหลายสิ้นสูญไปดังกล่าวมานี้ อาการตัดทีเดียว แพทย์ผู้จะเยียวยาต่อไปไม่ได้เลย ถ้าธาตุทั้ง ๔ ขาด หย่อน ไปแต่ละสิ่งสองสิ่ง สามสิ่ง สี่สิ่ง ดังนั้น ก็ยังจะพยาบาลได้อยู่ ให้ดูอันจะกล่าวไปในข้างหน้าโน้น อันลักษณะธาตุจะ กำเริบ พิการ พระอาจารย์ เจ้ากล่าวไว้ในคัมภีร์ แพทย์ มี ฤดู ๔ จัดออกไว้ใน ฤดูหนึ่งมี ๓ เดือน เดือน ๕,๖,๗,ทั้ง ๓ เดือนนี้ ว่าด้วย เตโชธาตุอันชื่อว่า สันตัปปัคคี อันพิการ ให้เย็นในอกกินอาหารพลันอิ่ม มักให้จุกเสียดขัดอกอาหารพลันแหลก มักอยากบ่อบ ๆ จึงมักให้เกิดลม ๖ จำพวก จำพวกหนึ่ง ชื่อ อุตะรันตะ พัดแต่สะดือไปถึงลำคอ , จำพวกหนึ่ง ชื่อปัตตะรันตะ ให้ขัดแต่อกถึงลำคอ, จำพวกหนึ่ง ชื่อ อัสวาตะ ให้ขัดจมูก, จำพวกหนึ่ง ชื่อปรามาศ ให้หายใจ ขัดอก, จำพวกหนึ่งชื่อ อนุวาตะ คือหายใจขาดไป คือลมจับนิ่งไป, จำพวกหนึ่งชื่อ มหาสดมภ์ แล ลม ๖ จำพวกนี้ เกิดเพื่อเตโชธาตุพิการ แพทย์พึงรู้เกิด ถ้าจะแก้ท่านให้เอายานี้ประกอบฯ ยาชื่อ กาลาทิจร แก้เตโชธาตุพิการ เอา ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑ แห้วหมู ๑ เปลือกโมกมัน ๑ ผลผักชี ๑ อบเชย ๑ เถาสะค้าน ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำเป็นยาผงละลายน้ำ ร้อน กินแก้เตโชธาตุพิการฯ เดือน ๘,๙,๑๐,ทั้ง ๓ เดือนนี้ คือ วาโยธาตุ อันชื่อว่า ชิระนัคคีพิการ ให้ผอมเหลืองให้ครั่นตัว ให้ เมื่อยทุกข้อ ทุกลำทั่วสารพางค์กาย ให้แดกขึ้นแดกลง ให้ลั่นโครก ๆ มักให้หนาวให้ร้อน ให้วิงเวียนหน้าตา ให้ หูหนัก ให้ร้อนในอก มักให้รันทดรันทวยกาย ให้หายใจสั้นให้เหม็นปาก ให้หวานปากตัวเอง ให้หิตออกจากปาก จากจมูก จากหู กินอาหารไม่รู้จักรส (คือ วาโยธาตุพิการ) ถ้าจะแก้ให้ประกอบยานี้ ยาชื่อ ชิระนัคคีจร แก้วาโยธาตุพิการ ท่านให้เอา ดีปลี ๑ รากแฝกหอม ๑ พริกไทย ๑ เปราะหอม ๑ ว่านน้ำ ๑ แห้วหมู ๑ ยานี้เอาเสมอภาคเท่ากันใส่รากกระเทียมเท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผงละลายน้ำร้อน กิน แก้วาโยธาตุพิการต่าง ๆ ฯเดือน ๑๑,๑๒,๑ คือเดือนอ้าย,ทั้ง ๓ เดือนนี้ กินผักแล อาหาร ทั้งปวงผิดสำแดง อาโปธาตุ (คือ ดี พิการ) มักครึ่งโกรธ มักสะดุ้งใจ (เสมหะพิการ) กินอาหารไม่รู้จักรส(หนองพิการ) มักให้เป็น หืดไอ (โลหิตพิการ) มักให้คลั่งเพ้อพก ให้ร้อน (เหงื่อพิการ) มักให้เชื่อมซึม (มันข้น) พิการมักให้ตัวชาสากไป (น้ำตาพิการ) มักให้ปวดศีรษะเจ็บตา (มันเหลวพิการ) มักให้บวมมือบวมเท้าเป็นน้ำเหลืองตกมักให้ผอมแห้งไป (น้ำลายพิการ) มักให้เป็นไข้มักให้คอแห้งฟันแห้ง (น้ำมูกพิการ) มักให้ปวดศีรษะ (ไขข้อพิการ) มักให้เมื่อยทุก ข้อทุกกระดูก (มูตร์พิการ) ให้ปัสสาวะแดง ขัดปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นโลหิต ปวดเจ็บเนือง ๆ แลธาตุน้ำทั้งนี้ ประมาณเข้าด้วยกัน ทั้ง ๑๒ จำพวกนั้น จึงเรียกว่าธาตุน้ำพิการ แพทย์พึงรู้เถิด ถ้าจะแก้ให้ประกอบยานี้ ยาแก้อาโปธาตุพิการ เอา รากเจตมูลเพลิง ๑ โกศสอ ๑ ผลผักชี ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ เถาสะค้าน ๑ แห้วหมู ๑ กกลังกา ๑ รากขัดมอน ๑ เปลือกโมกมัน ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ เปลือกสมุลแว้ง ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ บัวหลวง ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่า ต้ม ๓ เอา ๑ กินแก้อาโปธาตุ พิการฯ เดือน ๒คือเดือน ยี่ เดือน, ๓,เดือน ๔,ถ้าไข้ใน ๓ เดือนนี้ เป็นด้วยนอนผิดเวลา คือ ปถวีธาตุดิน กำเริบตั้งแต่ (ผมพิการ) ให้คันศีรษะนัก มักเป็นรังแค ให้เจ็บหนังศีรษะเป็นเนือง ๆไป (ขนพิการ) มักให้เจ็บทั่ว สารพางค์กาย ทุกรูขุมขน ให้ขนรุกขนพองทั่วทั้งตัว (เล็บพิการ) มักให้เจ็บต้นเล็บ (คือเจ็บที่โคนเล็บ) ให้ต้นเล็บ เขียว ต้นเล็บดำช้ำเป็นโลหิตที่โคนเล็บ ให้เจ็บเสียว ๆ ที่นิ้วมือนิ้วเท้า (ฟันพิการ) มักให้เจ็บรายฟัน บางทีเป็นฝี รำมะนาด บางทีเป็นโลหิตให้ไหลออกมาที่รายฟันให้ฟันคลอนฟันถอนออก (หนังกำเริบ) ให้ร้อนผิวหนังทั่ว สารพางค์กาย บางทีให้เป็นผื่นดุจดังเม็ดผดแสบร้อนอยู่เนือง ๆ (เนื้อกำเริบ) มักนอนให้สะดุ้งไม่หลับสนิท มัก ให้ฟกให้บวม บางทีให้เป็นวงผุดขึ้น เป็นหัวดำหัวแดงหัวเขียวทั้งตัว บางทีเป็นดุจลมพิษ สมมุติว่าเป็นประดง
๗๐ เหือดหัดต่าง ๆ (เอ็นกำเริบ) มักให้เจ็บสะบัดร้อนสะท้านหนาว ให้ปวดศีรษะ ท่านเรียกว่าลมอัมพฤกษ์กำเริบ (กระดูกพิการ) ให้เมื่อยขบทุกจ้อทุกกระดูก (สมองกระดูกกำเริบ) มักให้ปวดศีรษะเนือง ๆ (ม้ามพิการ) มักให้ ม้ามหย่อน (หฤทัยพิการ) ให้คุ้มให้คลั่งดุจเป็นบ้า ถ้ามิฉะนั้นให้หิวโหยหาแรงมิได้ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก (ตับพิการ) ให้ตับโต ตับทรุด เป็นฝีในตับ แลตับพิการต่าง ๆ (พังผืด หรือ พั้งพืด พิการ) ให้เจ็บให้อาเจียน ให้จุกเสียดกลับ เข้าเป็นเพื่อลม (พุงพิการ) มักให้ปวดท้องแดกขึ้นแดกลงปวดขบอยู่เนือง ๆ (ปอดพิการ) มักให้ปวดเป็นพิษ ให้ กระหายน้ำอยู่เนือง ๆ (ลำไส้ใหญ่พิการ) มักให้สะอึกให้หาวให้เรอ (ลำไส้น้อยพิการ) มักให้พะอืดพะอมท้องขึ้น ท้องพอง มักเป็นท้องมารกระษัย บางทีให้ลงท้องตกมูกตกเลือดเป็นต่าง ๆ (อาหารใหม่พิการ) มักให้ลงท้องลง แดง มักให้อาเจียน มักให้เป็นป่วง ๗ จำพวก (อาหารเก่าพิการ) มักให้กินอาหารไม่รู้จักรสเป็นต้น ที่จะให้เกิด โรคต่าง ๆ เพราะอาหารแปลกสำแลง สมองศีรษะ เมื่ออยู่ดี ๆ เป็นปรกตินั้น อันว่ามันในสมองเราท่านทั้งหลาย นี้ พร่องจากกระบานศีรษะประมาณเส้นตอกใหญ่เส้นหนึ่ง (คือ บกพร่องอยู่ในกะโหลกศีรษะ) ก็เดือดจนเต็ม กระบานศีรษะก็ให้ปวดศีรษะยิ่งนัก ให้ตาแดงให้คลั่งเรียกว่าสันนิบาต ต่อกันกับลม ให้ใช้ยาเป็นสุขุม มันใน สมองยอบลงเป็นปรกติ จึงหายปวดศีรษะ แล อันว่า ปถวีธาตุ ๒๐ ประการ ซึ่งกล่าวมาทั้งนี้ ใช้ยาขนานเดียว แก้ตลอดถึงกันทั้งสิ้นแลฯ ยาชื่อ ตรีวาสัง แก้ ปถวีธาตุ (คือ ธาตุดิน) ๒ ประการ คือ สมองกระดูก, ม้าม, พิการ ให้เอา กระเทียม ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบสะเดา ๑ เปลือกต้นตีนเป็ด ๑ เบญจกูล ๑ สมอทั้งสาม ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ตรีกฏุก ๑ ยาทั้งนี้เอา สิ่งละ ๑ ส่วน เปลือกกันเกรา เอา ๒ ส่วน เปลือก สมุลแว้ง เอา ๓ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้งกินแก้ ปถวีธาตุ ๒ ประการ ขนานหนึ่งแก้ปถวีธาตุ ๓ ประการ คือ พั้งพืด (คือ พังผืด) ปอด,พุง,พิการ ให้เอา แห้วหมู ๑ แฝกหอม ๑ เปราะหอม ๑ ใบสะเดา ๑ กานพลู ๑ ผลเอ็น ๑ หญ้าตีนนก ๑ การบูรณ์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกศ สอ ๑ โกศเขมา ๑ ผลบุนนาค ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ ดอกกรุงเขมา ๑ ผลผักชี ๑ ดีงูเหลือม ๑ เนระพูสี ๑ ดอก ผักปอด ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากันทำเป็นจุณบดทำแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำดอกไม้ แทรก ชะมด พิมเสน น้ำ จันทน์ทั้ง ๒ กินแก้ ปถวีธาตุพิการทั้ง ๓ ประการ คือ พั้งพืด (คือ พังผืด) ปอด,พุง,พิการ ยาชื่อ ประสะพิมเสน แก้ปถวีธาตุ ๓ ประการ คือ หัวใจ,ตับ,ปอด,พิการ ให้เอาตัวยาดังนี้มาประกอบ กัน ชะมดเชียง ๑ พิมเสน ๑ ดอกกรุงเขมา ๑ ผลเอ็น ๑ ฤาษีผสมแล้ว ๑ เปลือกต้นตีนเป็ด ๑ ใบสะเดา ๑ ใบ เสนียด ๑ หญ้าตีนนก ๑ สมอทั้งสาม ๑ มะขามป้อม ๑ อบเชย ๑ ลำพัน ๑ โกศสอ ๑ ใบกระวาน ๑ ดอก บุนนาค ๑ เปราะหอม ๑ ดอกผักปอด ๑ เกสรบัวน้ำทั้งห้า ๑ ดอกคำลาว ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำ เป็นยาผง ฝนด้วยน้ำ จันทน์กินแก้ ปถวีธาตุ ๓ ประการทำเภทต่าง ๆ แล คือ หัวใจ,ตับ,ปอด,พิการ ฯ ต่อ ๑๗๖ ขนานหนึ่ง ให้เอา ใบบอระเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ ชีรากากี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ กระเทียม ๑ ชะเอมเทศ ๑ โกศสอ ๑ เทียนดำ ๑ ตรีกฏุก ๑ เปลือกต้นตีนเป็ด ๑ สมอไทย ๑ ใบสะเดา ๑ โกศ ก้านพร้าว ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ บดทำแท่งด้วยน้ำผึ้ง ปั้นเท่าผลพุทรานา กินเช้าเย็น บำบัด ปถวี ธาตุ ๘ จำพวก ตั้งแต่ ผม,ขน,เล็บ,ฟัน,หนัง,เนื้อ,เอ็น,กระดูก, ถ้าพิการกำเริบดังกล่าวมานี้หายแลฯ ขนานหนึ่งเอา ใบเสนียด ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เปลือกโมกมัน ๑ แห้วหมู ๑ โกศพุงปลา ๑ ผลผักชี ๑ สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ รากตองแตก ๑ แฝกหอม ๑ ผลกระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ กระถินแดง ๑ ขิงแห้ง ๑ รากไคร้ เครือ ๑ หญ้าตีนนก ๑ ต้มด้วยน้ำท่าน้ำมูตรโคก็ได้เมื่อจะกินปรุงด้วย น้ำตาล ขันทศกร ใส่กินแก้ไข้ตรีโทษในปถวีธาตุคือไส้ใหญ่ ไส้น้อยทั้ง ๒ ประการหายแลฯ
๗๑ ขนานหนึ่ง ให้เอา เปลือกหอยขม ๑ หอยแครง ๑ ผักแพวแดง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ การบูรณ์ เอาเสมอภาคเท่ากัน พริกไทยล่อน เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลายน้ำผึ้ง กินแก้ ปถวีธาตุพิการ ๒ ประการ คือ อาหารใหม่ อาหารเก่า หายแลฯ (๑ ) ขนานหนึ่ง เอา รากช้าพลู ๑ รากสะค้าน ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ สมอไทย ๑ สมอเทศ ๑ ผลผักชี ๑ กฤษณา ๑ จันทน์หอม ๑ มะขามป้อม ๑ แห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ราก ขัดมอนหลวง ๑ กกลังกา ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บอระเพ็ด ๒ ส่วน ดีปลี ๔ ส่วน ต้มกินแก้ ปถวีธาตุ คือ สมอง ศีรษะ เมื่อ เหมันตะฤดู คือ ฤดูหนาวมาถึง หายแลฯ (๒) ยาแก้ปวดศีรษะ ให้เอา ชะเอมทั้งสอง ๑ อบเชยเทศ ๑ เปลือกคนทา ๑ จันทน์หอม ๑ โกศสอ ๑ ใบสมี ๑ ผลผักชี ๑ ขิง ๑ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ ทำเป็นจุณ ตำผง กวนเป็นยานัตถุ์ แก้ปวดศีรษะหายแลฯ (๓)ยาสุมสำหรับใช้ด้วยกัน ให้เอา ผักหนอก คือใบบัวบก ๑ ขิงสดแต่น้อย ๑ หอม ๕ หัว เทียนดำ ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดสุมกระหม่อมเมื่อใน เหมันตะฤดู แล ยา ๓ ขนานนี้ใช้รักษาเกี่ยวกับ สมอง ในกอง ปถวี ธาตุ เมื่อ ฤดู หนาวมาถึงเท่านั้น จบแต่เพียงเท่านี้ฯ (๔)เมื่อ คิมหันตะฤดู คือ ฤดูร้อน ให้ เอา ใบเสนียด ๑ เทียนดำ ๑ งาเม็ด ๑ งาช้าง ๑ ข้าวสาร ๑ ดิน ประสิวขาว ๑ บดสุมสมองยุบหายปวดศีรษะ โลหิตที่จมูก และ รายฟัน นั้นหายแล ยาขนานนี้ใช้สุมที่กระ หม่อนบนกระโลกศีรษะใน ฤดุร้อน เท่านั้นจบแต่เพียงเท่านี้ฯ (๕)เมื่อ วสันตะฤดู คือ ฤดูฝน ให้เอา ใบน้ำดับไฟ ๑ เทียนดำ ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ ดอกพิกุล ๑ ผักขวง ๑ ใบหางนกยูง ๑ ฆ้องสามย่าน ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดสุมเพื่อห้ามปวดศีรษะ ห้ามจมูกตึงดีนัก แล ยาขนานนี้ใช้สุมที่กระหม่อนบนกระโลกศีรษะใน ฤดูฝน เท่านั้นจบแต่เพียงเท่านี้ฯ ทีนี้จะว่าด้วยธาตุแตกต่อไป แพทย์พึงรู้เถิด อันว่าลักษณะเตโชธาตุแตกนั้น (เตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ) คือ ให้ขัดในอก ในใจประการหนึ่ง ให้บวมมือบวมเท้าประการ๑ ให้ไอเป็นมองคร่อประการ ๑ ลักษณะ ๔ ประการ นี้ คือ เตโชธาตุ อันชื่อว่า ปรินามมัคคี แตกแล ตรวจแล้ว ต่อ ๑๗๘ ถ้าจะแก้ให้เอา ผักแพวแดง ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ชะเอมเทศ ๑ ผลมะขามป้อม ๑ ตะไคร้ต้น ๑ ว่านเปราะ ๑ รากสวาด ๑ หญ้ารังกา ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันตำเป็นจุณ ละลายน้ำนมโค ก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ กิน แก้เตโชธาตุอันชื่อว่า ปรินามมัคคี แตก มหาวิเศษ แลฯ อันว่า เตโชธาตุ ชื่อว่า ปริทัยหัคคี มักให้มือเย็นเท้าเย็น ชีพจรไม่เดิน อีกประการหนึ่ง ชีพจรขาดหลัก บางทีให้ตัวเย็นดุจน้ำ แต่ภายในร้อนให้รดน้ำอยู่มิได้ขาด บางทีให้ตัวเย็น แล้วเสโทธาตุไหลออกมาโตดุจเมล็ด ข้าวโพด อันนี้ เตโชธาตุ ชื่อ ว่า ปริทัยหัคคีแตก ถ้าจะแก้ให้เอา เขาควายเผือก ๑ นอแรด ๑ เปลือกหอยขม ๑ เปลือกหอยแครง ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑ ยา ๕ สิ่งนี้สุมให้เป็นถ่าน หวายตะค้า ๑ ผลจันทน์ ๑ แก่นแสมทะเล ๑ แห้วหมู ๑ รากขัดมอน ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน กระเทียม ๓ ส่วน พริกไทย ๕ ส่วน ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อน แทรก พิมเสน กินให้ขับไฟธาตุ ให้ร้อน ตลอดปลายมือปลายเท้า ให้ชีพจรเดินแลฯ ขนานหนึ่งแก้เสโทพิการตกหนัก (คือเหงื่อพิการ) ให้เอา นางกุ่มรุ่น ๆ เท่าด้ามพร้า (คือด้ามมีด) โต ขนาดเท่าข้อมือเด็ก หรือโตกว่านิดหน่อย) เอามาปอกเปลือกออกเสียแล้ว ขูดเอาแต่เมือกที่ติดอยู่กับเนื้อไม้นั้น ๑ แสลก หรือสาแหลกของ ถั่วแปบ ๑ ดินสอพอง ๑ เทียนดำ ๑ พิมเสน ใส่ให้มาก ๆ หน่อย ประสมกวนให้ เข้ากัน ใช้ทาให้ทั่วตัวของคนไข้นั้น เสโทหยุดไหล ตัวคนไข้ก็อุ่นออกมาแลฯ ขนานหนึ่งแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนภายใน ให้เอา ดินถนำ เผาไฟให้ไหม้โชน ๑ รากบัวหลวง ๑ ฝุ่นจีน ๑ รังหมาร่า ๑ ชาดก้อน ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ เกสรบัวหลวง ๑ รากสลอดน้ำ ๑ ราก
๗๒ คันทรง หรือรากแก่นทรง อย่างเดียวกัน ๑ ก้ามปูทะเลเผา ๑ ดินประสิวขาว ๑ ทำเป็นผง บดให้เหนียวทำเป็น แท่งเก็บไว้ ละลายน้ำดอกไม้ทั้งกินทั้งพ่น หรือทั้งกินทั้งทาก็ได้ แก้กระหายน้ำแก้ร้อนแลฯ ต่อ ๑๗๙ อันว่า ชิระนัคคีแตกนั้น เสโทตก คือ ความชรานำพา พระยามัจจุราช ให้มาเล้าโลมสัตว์ทั้งปวง จะให้ ชีวิตออกจากร่างกายนั้นก็ให้คนไข้มีกาย วิปริตต่าง ๆ คือให้หน้าผากตึง ตาไม่รู้จักหน้าคน แล้วกับรู้จักอีกเล่า กายน้ำสัมผัสสิ่งใด ๆก็ไม่รู้สึกตัว เล่า แต่ไป ๆมา ๆอยู่จะได้เที่ยงลงยังไม่ได้ก่อน แต่ว่าแตกร้าวอยู่แล้ว ท่านว่า เตโชธาตุ ชื่อ ชิระนัคคี แตก จึงเป็นตามที่กล่าวมานี้ให้แพทย์พึงรู้เถิด ถ้าจะแก้เอา ผลพิลังกาสา ๑ ผักแพวแดง ๑ ผลโมกมัน ๑ ใบย่านทราย ๑ เอาเสมอภาคทำเป็นจุณยา ผง ละลายน้ำเถามวกก็ได้ น้ำนมโคก็ได้ กินแก้ ชิระนัคคี แตกพิการหายแลฯ อันว่า เตโชธาตุ ชื่อว่า สันตัปปัคคี แตกเมื่อใดแก้มิได้ตายแลฯ ** จบเรื่องเตโชธาตุแต่เท่านี้ ** ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ลำดับนี้จะกล่าวด้วย วาโยธาตุ ๖ จำพวก แตกต่อไป คือ อุทธังคะมาวาตา แตกนั้น (คือ ลมพัดจาก ล่างขึ้นบนถึงศีรษะ) มักให้ดิ้นรนมือเท้าขวักไขว่ ให้พลิกตัวไป ๆมา ๆ ทุรุนทุรายให้หาวเรออยู่บ่อย ๆคือ ลม อุทธังคมาวต ๑)ยาแก้ลมอุทธังตมาวาต ถ้าจะแก้ เอา โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ผลราชดัด ๑ ผลสารพัดพิษ ๑ ผล มะแว้งเครือ ๑ รากจิงจ้อทั้งสอง ๑ ผลจันทน์ ดอกจันทน์ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เอาเสมอ ภาคเท่ากันทำเป็นจุณ ละลายน้ำมะงั่วก็ได้ น้ำมะนาวก็ได้ กินแก้ลม อุทธังคมาวาต หายแลฯ ต่อ๑๘๐ ลมชื่อ อโทคมาวาตาคือลมพัดจากบนลงล่างตั้งแต่ศีรษะถึงหัวแม่เท้า แตกนั้นให้ยกมือยกเท้าไม่ได้ ให้เมื่อยขบทุกข้อคือทุกกระดูก เจ็บปวดยิ่งนัก ๒)ยาแก้ลม อโทคมาวาตา ถ้าจะแก้ให้เอา เปลือกมูกหลวง ๑ พริกไทย ๑ รากไคร้เครือ ๑ เอาเสมอ ภาคเท่ากันทำเป็นยาผง ละลาย น้ำมูตรโคดำ น้ำส้มซ่าก็ได้ กินแก้ลม อโธคมาวาตา หายแลฯ ลมกุจฉิสยาวาตา แตกนั้น มักให้ท้องขึ้นท้องลั่นให้เจ็บอก ให้สวิงสวาย ให้แดกขึ้นแดกลง ถ้าจะแก้ ๓)ยาแก้ให้เอา มหาหิงคุ์ ๑ ลำพัน ๑ ดีปลี ๑ เมล็ดในสวาด ๑ ผลราชดัด ๑ ชะเอมเทศ ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ใบย่านทราย ๑ กรุงเขมา ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ตำเป็นจุณ ละลายน้ำขิง น้ำร้อน ก็ได้ กินแก้ลม กุจฉิสยาวาตา หายแลฯลม โกฏฐาสยาวาตา แตกนั้น มักให้เหม็นคาวคอ ให้อาเจียน ให้จุกเสียดให้แดกในอก ถ้าจะแก้ ๔)ยาแก้ให้เอา ใบสลอด ต้มกับเกลือ ให้สุกแล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ๑ ชะเอมเทศ ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ รากตองแตก ๑ รากจิงจ้อใหญ่ ๑ ลำพัน ๑ พริกล่อน ๑ ดีปลี ๑ ใบหนาด ๑ การบูรณ์ ๑ เอาเสมอภาคเท่า ทำเป็นจุณยาผง ละลาย น้ำนมโค น้ำผึ้ง น้ำร้อน ก็ได้ กินแก้ ,ลม โกฏฐาสยาวาตา หายแลฯ อันว่าลมชื่ออังคมังคานุสารีวาตาคือลมพัดไปทั่วสารพางค์กายนั้นแตก ให้หูตึงคนอื่นเจรจาไม่ได้ยิน แล้วเป็นดุจหิงห้อยออกจากตาให้เมื่อยต้นขาทั้ง ๒ ข้างดุจกระดูกจะแตกให้ปวดกระดูกสันหลังให้สะบัดร้อน สะท้านหนาวให้อาเจียนมีแต่ลมเปล่าๆกินอาหารมิได้เป็นดังนี้คือลมอังคมังคานุสารีวาตาแตกฯ ๕)ถ้าจะแก้ ยาแก้ลม อังคมังคานุสารีวาตา ให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ผักคราด ๑ หญ้ารังกา ๑ ผลผักชีทั้ง สอง ๑ ผลพันธุ์ผักกาด ๑ ดอกจงกลนี ๑ เถาสะค้าน ๑ เมล็ดแตงโม ๑ เอาเสมอภาคทำเป็นจุณละลาย น้ำผึ้ง ก็ได้ให้กินแก้ลม อังคมังคานุสารีวาตา หายแลฯ ๖)อันว่าลม อัสสาสะปัสสาสะวาตา นั้น จะได้ขาดสูญหามิได้ ถ้าสิ้นลม อัสสาสะปัสสาสะวาตา แล้ว เมื่อใด ก็ตายเมื่อนั้นแล **จบธาตุลมแต่เพียงนี้**
๗๓ ลำดับนี้จะกล่าวด้วยธาตุน้ำ คือ แตกนั้นทำให้คนไข้คลั่งไคล้ ไหลหลงละเมอเพ้อพก นอนสะดุ้ง หวาดหวั่น บางทีให้ลงดุจกินยาทุเลา ให้ลงเขียวลงแดง ลงเหลืองออกมา ทำให้หาสติมิได้ ถ้าจะแก้ ยาแก้ธาตุน้ำแตก เอา เทียนข้าวเปลือก ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ เทหทาโร ๑ เปลือกมะซาง ๑ เปลือก ต้นไข่เน่า ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันทำเป็นยาผง บดแทรก ดีจระเข้ มาก ๆ ละลายน้ำดอกไม้ แทรก รำหัด พิมเสน กินแก้คลั่งไคล้ไหลหลง ละเมอเพ้อพก หายแลฯ ขนานหนึ่งแก้ลงท้อง เอา ผลจันทน์ ๑ ผลเบญจกานี ๑ เปลือกมะขามขบ ๑ ครั่ง ๑ ยาฝิ่น ๑ เปลือก ผลทับทิม ๑ กำยาน ๑ เปลือกมังคุด ๑ ผลมะตูม ๑ เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ ละลายน้ำเปลือกลูกทับทิม ต้ม กินหายแล ถ้าเสมหะตกให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาวเป็นเวลา บางทีให้ลงท้องเป็นเสมหะโลหิตเหน้าให้ปวด มวนฯ ถ้าจะแก้เอา ผลผักชี ๑ ลำพัน ๑ เปลือกโมกหลวง ๑ ผลน้ำเต้าขม ๑ กระดอม ทั้งห้า ๑ แก่นมูลเหล็ก ๑ เอาเสมอภาคต้มกินเสียก่อน แล้วจึงประกอบยาแก้เสมหะให้กินต่อไป พระอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ว่า ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้เสมหะพิการ ให้ต้มยาชำระเสมหะเหน้าเสียก่อนให้เอา ใบมะซาง ๑ ใบส้มป่อย ๑ ฝาง ๑ สิ่งละ ๑ กำมือ ผลสมอไทย เท่าอายุของคนไข้ เถาวัลย์เปรียง ๑ หัวหอม ๕ หัว ต้มใส่ดีเกลือกินตามธาตุหนักเบา แล้วจึงแต่งยากินต่อไปแลฯ ยาแก้บิดเมื่อธาตุแตก เอา เมล็ดในมะม่วงกระล่อน ๑ ผลเบญกานี ๑ ผลจันทน์ ๑ ครั่ง ๑ ดินกินได้ ๑ เปลือกมะขามขบ ๑ เปลือกมังคุด ๑ เทียนดำ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ยางตะเคียน ๑ น้ำประสารทอง ๑ สีเสียดทั้งสอง ๑ ยาฝิ่น ๑ เอาเสมอภาคทำเป็นยาผง ใส่ในผลทับทิมดิบ แล้วพอกด้วยมูลโคสด ๆ ชั้น ๑ สุมกับ ไฟแกลบให้สุกแล้วจึงบดทั้งผลทับทิม ทำแท่งไว้ ฝนกับน้ำปูนใส กับไพลกินแก้ปวดมวนเสมหะ แก้โลหิตเหน้า ร้าย ถ้ายังไม่หยุดให้ประกอบยาที่แก้ดีพิการ ดีแตก มาก็ได้เหมือนกัน แล้วจึงประกอบยาต้มบำรุงธาตุ อันชื่อว่า ยาธาตุบรรจบ นั้นให้กินต่อไป พระอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ว่า ถ้าแพทย์ผู้ใดจะประกอบยาธาตุบรรจบ ท่านให้ถามตัวคนไข้นั้นให้รู้ว่า คนไข้นั้น คลอดวันใด,เดือนใด,ข้างขึ้น หรือข้างแรม,ครั้นเขาบอกแล้วให้พิจารณาดู ว่าจะเป็น ฤดูธาตุ อันใด ก็ให้ประกอบ ยาประจำธาตุ ประจำ ฤดู อันนั้น ตั้งไว้เป็นประธาน แล้วให้คิดถอยหลังเข้าไป จับ วัน,เดือน,ฤดู,มูล,ปฏิสนธิ,(คือย้อนเข้าไปในวันที่เริ่ม ตั้งครรภ์) นั้นว่า วันใด,เดือนใด,ฤดูใด, ให้ประกอบยาประจำธาตุประจำฤดู อันนั้น มาบรรจบกันกับยาประจำ ธาตุเมื่อแรกคลอดนั้น เป็นสองขนานแล้ว แทรก ตัวยาใหม่เพิ่มเข้าไป ให้เอา จันทน์ทั้งสอง๑ กฤษณา ๑ ชะลูด ๑ เกสรบัวหลวง ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ยา ๘ สิ่งนี้แทรกเติมลงไป ต้มกินเป็นยา บำรุงธาตุดีนักแลฯ หนองแตกไหลออกเนือง ๆ ให้กายซูบผอมกินอาหารไม่รู้จักรส มักเป็นฝีภายใน ๗ ประการ ถ้าจะแก้ ให้ประกอบยาดังนี้ เอา รังมดรี่ รังหนึ่ง ใบมะกา หนัก ๕ ตำลึง เทียนดำ หนัก ๕ บาท สมอเทศ ๕๖ ผล ราก ตองแตก หนัก ๕ ตำลึง หัวหอม หนัก ๑๐ บาท ขมิ้นอ้อย ยาวคืบหนึ่ง เอา ๓ หัว กานพลู หนัก ๔ บาท น้ำ ประสารทอง หนัก ๒ บาท ต้มกินแทรกดีเกลือตามธาตุ ธาตุหนัก, ธาตุเบา เป็นยาชำระบุพโพพิการ เสียก่อน แล้วจึงประกอบประจำธาตุกินแก้เสมหะก็ได้ ถ้าไม่ฟังให้ประกอบยานี้ เอา เปลือกโมกหลวง ๑ ตรีกฏุก ๑ ผลราชดัด ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากกระพัง โหม ๑ รากเข้าค่า ๑ หอมแดง ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นจุณยาผง ละลายน้ำร้อน,น้ำเย็น กินก็ได้ฯ โลหิตพิการ หรือแตกก็ดี ท่านกล่าวไว้เมื่อแรกเป็นนั้น แพทย์สมมุติว่าไข้กำเดา เพราะโลหิตกำเริบ ถ้า แตกไซร้ก็เป็นพิษต่าง ๆ ผุดขึ้นภายนอก แพทย์ทั้งปวงสมมุติว่าเป็นลากสาด เข้าไหม้ใหญ่,เข้าไหม้น้อย,เปลว ไฟฟ้า,ประกายเพลิง, ลำลาบเพลิง ก็ว่า สมมุติเรียกชื่อต่าง ๆ เพราะโลหิตแตกกระจาย ซ่านออกตาม ผิวมังสะ (คือ ซ่านออกมาตามผิวเนื้อ ผิวหนัง) ฝ่ายข้างภายในนั้นก็ทำให้เป็นต่าง ๆ บางทีก็ให้อาเจียนเป็นโลหิต บางที
๗๔ โลหิตนั้นแล่นเข้าจับหัวใจ ให้คลั่งให้เพ้อหาสติมิได้ บ้างว่าสันนิบาตโลหิตก็ว่า เป็นเพื่อโลหิตสมุฏฐาน บางให้ ชักเท้าหงิก มือกำ บางมีให้หนาวให้ร้อน บางทีให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ อุจจาระปัสสาวะ ดำ แดง ขาว เหลือง ให้เป็นต่าง ๆ อย่างนี้ว่าแต่ที่ โลหิต แตกอย่างเดียว ในธาตุน้ำนั้นถ้าแตกเป็น ๒ อย่าง ๓ อย่าง ๔ อย่าง ๕ อย่าง เข้าแล้ว จะแก้ไม่ได้โดยเร็วพลันใน ๒ วัน ๓ วันนั้นถ้าเป็นแต่อย่าง ๑ หรือ ๒ อย่างท่านให้แก้ดูก่อนที่ โลหิตแตกซ่านออกมาถึงผิวเนื้อนั้นท่านให้ประกอบยาที่แก้ไข้เหนือ แก้ที่ทำภายใน ให้ลงโลหิตตกนั้น ท่านให้ ประกอบยาที่รักษา โรคลักปิด แก้เถิด อันว่ายาในคัมภีร์ธาตุน้ำนี้ ให้แก้แต่ธาตุน้ำ คือโลหิตแตก อย่างเดียวเท่านั้นยาขนานนี้ ให้เอา บอระเพ็ด ๑ ข่าตาแดง ๑ เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ ผลกระดอม ๑ ผลมะแว้งต้น ๑ ไพล ๑ กระชาย ๑ แก่นสนเทศ ๑ จันทน์ทั้งสอง ๑ จันทน์ทะนา ๑ เปลือกโมกหลวง ๑ หัวแห้วหมู ๑ รากขัดมอน ๑ เถาสะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ จุกโรหินี ๑ รากแฝกหอม ๑ รากตองแตก ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ชะลูด ๑ สมอทั้งสาม ๑ อบชย ๑ เกสรบัวหลวง ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ สรรพยาทั้งหมดนี้เอาเสมอภาคเท่ากัน ต้ม ถ้าจะให้ทุเลาแทรกดีเกลือตาม ธาตุหนัก,ธาตุเบา, ยาขนานนี้มีชื่อว่า ปโตฬาธิคุณให้แก้แต่ธาตุน้ำคือโลหิต แตก แก้เฉพาะแต่ ในคิมหันตะฤดู คือ ฤดูร้อนเท่านั้นฯ ภาคหนึ่งแก้ใน วัสสันตะฤดู คือ ฤดู ฝน ให้ประกอบยานี้ เอา รากเจตมูลเพลิง ๑ โกศกระดูก ๑ โกศ สอ ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ โกศเชียง ๑ โกสสอเทศ ๑ เทียนทั้งห้า ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพล ๑ ผลเอ็น ๑ ดีปลี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ รากตองแตก ๑ รากแฝกหอม ๑ บอระเพ็ด ๑ รากคนทา ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ รากพุมเรียงป่า ๑ รากมะเดื่ออุทุมพร (รากมะเดื่อชุมพร อย่าง เดียวกัน) ๑ รากหญ้านาง ๑ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ น้ำนมราชสีห์ต้น ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ ตรีผลา ๑ ผล พิลังกาสา ๑ ผลประคำดีควาย ๑ ผลมะขามป้อม ๑ พันธุ์ผักชีล้อม ๑ ผักชีลา ๑ พันธุ์โหระพา ๑ พระยามูล เหล็ก ๑ พระยารากขาว ๑ ขี้เหล็กทั้งห้า ๑ โคกกระสุน ๑ เทพทาโร ๑ จุกโรหินี ๑ ข่าต้น ๑ เปลือกสมุลแว้ง ๑ ชะลูด ๑ อบเชยเทศ ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ ส่วน ดอกชะลูด ๑ ดอกมะกรูด ๑ ดอกมะนาว ๑ ดอกคัดเค้า ๑ ดอกกรรณิกา ๑ ดอกสุพรรณทะลิกา ๑ ดอกมะลิซ้อน ๑ ดอก มะลิลา ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกการะเกด ๑ ดอกแก้ว ๑ ดอกมะกล่ำ ๑ ดอกคำไทย ๑ ดอกเกต ๑ ดอกลำเจียก ๑ ดอกกล้วยไม้ ๑ ดอกพุทธชาด ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกบัวหลวง ๑ ดอกบัวขาว ๑ ดอกบัวแดง ๑ ดอกลินจง ๑ ดอกจงกลนี ๑ ดอกสัตตะบงกช ๑ ดอกสัตตะบุษย์ ๑ ดอกสัตตะบรรณ ดอกสันตะวา ๑ ดอกสามหาว ๑ ดอกเร่ว ๑ ดอกยี่สุ่น ๑ ดอกประทุม ราชา ๑ ดอกมหาหงส์ ๑ ดอกหญ้างวงช้าง ๑ ดอกหางนกยูง ๑ ดอกละหุ่ง ๑ ดอกราชพฤกษ์ ๑ ดอกลำไย ๑ ยาทั้งนี้ทำเป็นยาผง แล้ว ให้หา สรรพ ดี เป็นต้นว่าได้แก่ ดีสัตว์ต่าง ๆปรุงลงในยานี้แล้วทำแท่งหรือเม็ดเก็บไว้ น้ำกระสายยานั้นยักย้ายใช้ตาม ควรแก่ลักษณะของโรคนั้น ๆ เถิดยานี้ชื่อว่า มหาชุมนุม เหตุว่ามั่วสุมประชุมสรรพยานั้นพร้อมโดยสำคัญซึ่งจะ แก้สรรพโรคพร้อมกันทั่วไปทั้ง ๙๖ นั้นแลฯ เหงื่อถ้าแตกให้เหงื่อตกหนัก ให้ตัวเย็นให้ตัวขาวซีด ให้สวิงสวาย ให้หากำลังมิได้ฯ ถ้าจะแก้ ยาแก้เหงื่อแตก เหงื่อตก ให้ประชุมยานี้ รักษา ให้เอา รากเจตมูลเพลิง ๑ โกศสอ ๑ ก เหงพันธุ์ผักชี ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ เปลือกทองหลางน้ำ ๑ เปลือกกุ่มน้ำ ๑ รากถั่วภู ๑ ต้มกินหายฯ ยาชโลมห้ามเหงื่อ ให้ประชุมยานี้รักษา หัวหอมแดง ๑ ลูกแป้งที่ทำสุรา ๑ ดินสอพอง ๑ เหมือดคน ๑ เมล็ดในขนุนระมุด ๑ บดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้ ห้ามเหงื่อแก้ผิวหนังสากชา เนื้อหดหู่ แก้กายซีดเพราะ โทษจากเหงื่อ แล มันข้นหาย แลฯ
๗๕ น้ำตานั้น แตกพิการก็ให้ตามัว ให้น้ำตาตกหนัก แล้วก็ตั้งแต่แห้งไป ตานั้นก็แฉะดุจเยื่อผลลำไย ถ้าจะ แก้ ยาแก้น้ำตาแตกพิการ เอา รากคนทิสอ ๑ รากเสนียด ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาเสมอภาค เท่ากันต้มกินแล้วจึงประกอบยาหยอดตา ให้ประชุมยานี้ ให้เอา หินศิลา ในโกลกหัวปลาช่อน ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ พิมเสน ๑ ฝนหยอดตาแล้ว สังเกตดู ถ้ามีน้ำตาไหลออกมาถึงแก้ม คนไข้นั้นก็ยังไม่ตายถ้าไม่มีน้ำตา รักษาไม่ได้ ตายแลฯ ตรวจแล้ว ต่อ ๑๘๗ มันเหลวนั้นนั้นถ้าแตกกระจายออกทั่วสารพางค์ ก็ให้ตัวเหลืองตาเหลือง เว้นแต่อุจจาระปัสสาวะไม่ เหลือง บางทีให้ลงท้อง ให้อาเจียนดุจเป็นป่วง ลงท้องเพราะโทษน้ำเหลือง ถ้าจะแก้ด้วย ยารสฝาด ก็ยังถ่าย ไม่หยุด ให้ชำระน้ำเหลืองเสียก่อน แล้วจึงประกอบยาบำรุงธาตุต่อไป ให้ประชุม ตรีกฏุก ๑ ผลมะขามป้อม ๑ รากช้าพลู ๑ ข่า ๑ สะค้าน ๑ ผลจันทน์๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ทำเป็นจุณยาผง ละลายน้ำใบ มะระ หรือ น้ำ กล้วยตีบ ก็ได้ ให้กินแก้ ให้กินแก้อาโปธาตุ คือ มันเหลวแตกหายแลฯ ถ้าน้ำลายแตกแล้วไซร้ ให้ปากเปื่อยน้ำลายเหนียว บางทีมีเม็ดยอดขึ้นในลิ้นในคอ ถ้าจะแก้ให้ ประกอบยา เอา จันทน์ทั้งสอง ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ผลประคำดีควาย ๑ รากทนดี ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ สมอเทศ ๑ ดีงูเหลือม ๑ บดด้วยน้ำมะนาวเป็นน้ำกระสายยา ให้กิน เท่าผลพุทรานา แล้วให้ประกอบ ยาอม ต่อไป ยาอมขนานนี้ให้เอา กรามแรด ๑ กรามช้าง ๑ นอแรด ๑ เขี้ยว เสือ ๑ เขี้ยวปลาพะยูน ๑ ผลจันทน์ ๑ เบญกานี ๑ ใบหว้าอ่อน ๑ ยาทั้งนี้คั่วให้เกรียม เอาสิ่งละส่วน น้ำ ประสารทองสะตุ แล้ว ๒ ส่วน สีเสียดทั้งสอง สิ่งละ ๔ ส่วน บดด้วยน้ำหมากดิบปั้นแท่งไว้ฝน ด้วยน้ำปูนใส กับ ทะลายหมากดิบ กวาดลิ้น กวาดคอหายแลฯแล้วทำยาป้วนปากต่อไป เอา เปลือกตะเคียน ๑ ใบขัดมอน ๑ เปลือกหว้า ๑ ทางตาล ๑ เปลือกระกำต้น ๑ ใบสลอดน้ำ ๑ ใบทับทิม ๑ เอาเสมอภาคเท่ากัน ต้มใส่เกลือสัก นิดหนึ่ง อมป้วนปากวันละ ๓ เวลาหายแลฯน้ำมูกเมื่อพิการ หรือ แตกนั้น ให้ปวดในสมอง ให้นำมูกตกอยู่ ตลอด ให้ตามัว ให้ปวดศีรษะ โทษ ๔ ประการนี้ ให้ทำยาสุมที่ศีรษะ ประกอบด้วยตัวยาดังนี้ ใบน้ำดับไฟ ๑ หัวหอม ๑ เทียนดำ ๑ ดินประสิวขาว ๑ เมล็ดฝ้ายคั่ว ๑ ใบพลูแก ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บดเคล้ามูลน้ำมันหอม สุม กระหม่อม สุมหนึ่งครั้งทิ้งไว้ ๑ วัน กับ ๑ คืน ทำ ๓ ครั้ง ๓ วันติดต่อกัน หายฯ ถ้ายังไม่หายให้ประกอบยา ขนานนี้ต่อไป เป็นยาใช้ดม หรือใช้นัตถุ์ เอา หัวหอม ๑ น้ำประสารทอง ๑ น้ำประสารดีบุก ๑ เอาเสมอภาค เท่ากัน ทำเป็นยาดมสูดเข้าไป หรือ ยานัตถุ์ก็ได้ ฯ แล้วจึงทำยากินรักษาภายในต่อไปเอา สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ขิง ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ แฝกหอม ๑ สมอไทย ๑ สมอเทศ ๑ พันธุ์ผักชี ๑ จันทน์หอม ๑ กฤษณา ๑ เปราะหอม ๑ มะขามป้อม ๑ ว่านน้ำ ๑ ดอกบัวหลวง ๑ ดอกบุนนาค ๑ เอาเสมอภาคเท่ากันต้ม กิน แก้ธาตุน้ำ คือ น้ำมูกแตกหายแลฯ มันข้นเมื่อแตก หรือ พิการ แล้วไซร้ ดุจโลหิตเสียก็เหมือนกัน มันข้นพิการ ก็ซึมซาบออกมาถึงผิวหนัง ดุจผดผุดออกมาเป็น ดวง ๆ บางทีแตกเป็นเป็นน้ำเหลือง ให้ปวดแสบปวดร้อนยิ่งนัก ถ้าจะแก้ ยาแก้โรคมันข้น พิการหรือแตกนี้ ให้ประกอบยานี้แก้ เอา ใบกะเม็งแดง ๑ ใบถั่วแระ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท เปลือกกันเกรา หนัก ๖ บาท หัวยาเข้าเย็นเหนือ หนัก ๖ บาท ต้มกินหาย แลฯ ยาทาตัวให้ประกอบด้วยตัวยาดังนี้ ผักปังแดง ๑ ข้าวสาร ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ดินสอพอง ๑ ตำชโลมทาให้ ทั่วตัวหายแลฯ ต่อ ๑๘๙ ไขข้อเมื่อ พิการหรือแตกก็ดี อันว่าไขข้อที่กล่าวถึงนี้อยู่ในกระดูก กระทำให้เมื่อยในข้อในกระดูก ดุจ จะคลาดจากกัน ให้ขัดให้ตึงทุกข้อ จะแก้เป็นอันยากนัก ด้วยอยู่ในกระดูก ให้แก้ดูตามบุญเถิด ท่านให้ ประกอบยาขนานนี้ขึ้นเพื่อทำการรักษา ให้เอา โกศกระดูก ๑ โกศกัดกลิ้ง ๑ โกศกักกรา ๑ รากมะแฟบ ๑