The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเล่มนี้เป็นหลักวิชาการทางแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แผนโบราณได้นำมาคัดลอกจากหนังสือเก่าที่กำลังชำรุดอย่างมากจากอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถก่อนที่จะสูญหายไป หรือหายากยิ่งขึ้น อาตมะ พระสุระ ฉายา สุเมโธ (นามสกุล เทียนดำ) จึงได้จัดทำหนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ และตำราเก่าจากวัดต่างที่หามาได้ เพื่อสืบทอด และอนุรักษ์ รักษาความรู้อันประเสริฐนี้ไว้เพื่อเป็นมรดกสมบัติของชาติไทยอันมีค่ายิ่งมากกว่าแก้วแหวนเงินทองและยังเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง และสำหรับนำไปในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ได้มาจากวัดต่าง ที่เจ้าอาวาสท่านให้ยืมตำรามา เช่น วัดทองหลาง ที่อาตมะจำพรรษาอยู่ วัดปากโทก ตำบลปากโทก วัดหลวงพ่อแดง ตำบลไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก วัดห้วยพลู ตำบลห้วยพลู อ.นครไชยศรี วัดดอนพุทรา ตำบลดอนพุทรา อ.ดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจารย์จำเนียร บ้านกระบัง หมู่ ๖ ตำบลมะขามสูง ท่านเรียนจบทั้งเภสัช และ เวชกรรม อาจารย์มหาชะลอ สุขม่วง หมู่ ๑ ตำบลมะขามสูง สอบเภสัชกรรมได้เมื่อ อายุได้ ๙๐ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปีและนำคณะมาเปิดการเรียนการสอนที่ วัดทองหลาง อาตมะได้มีโอกาสไปศึกษาด้วยจึงมีความรู้เรื่อง เภสัชกรรมบ้าง จึงจัดทำหนังสือนี้ขึ้นมา หวังไว้ว่าอยากเห็นบุคคลหนึ่งบุคคลใดสืบทอดวิชาเภสัชศาสตร์แผนโบราณของไทยให้แตกฉานต่อไป ก่อนที่อาตมะจะระสังขารจากโลกนี้ไปก็เพียงพอแล้ว ขออนุโมทนา เจริญพร จากพระ สุระ สุเมโธภิกขุ เทียนดำ (พระอาจารย์ ฝ้าย) ฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-06-06 04:56:25

หนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ Ep.1

หนังสือเล่มนี้เป็นหลักวิชาการทางแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แผนโบราณได้นำมาคัดลอกจากหนังสือเก่าที่กำลังชำรุดอย่างมากจากอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถก่อนที่จะสูญหายไป หรือหายากยิ่งขึ้น อาตมะ พระสุระ ฉายา สุเมโธ (นามสกุล เทียนดำ) จึงได้จัดทำหนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ และตำราเก่าจากวัดต่างที่หามาได้ เพื่อสืบทอด และอนุรักษ์ รักษาความรู้อันประเสริฐนี้ไว้เพื่อเป็นมรดกสมบัติของชาติไทยอันมีค่ายิ่งมากกว่าแก้วแหวนเงินทองและยังเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง และสำหรับนำไปในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ได้มาจากวัดต่าง ที่เจ้าอาวาสท่านให้ยืมตำรามา เช่น วัดทองหลาง ที่อาตมะจำพรรษาอยู่ วัดปากโทก ตำบลปากโทก วัดหลวงพ่อแดง ตำบลไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก วัดห้วยพลู ตำบลห้วยพลู อ.นครไชยศรี วัดดอนพุทรา ตำบลดอนพุทรา อ.ดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจารย์จำเนียร บ้านกระบัง หมู่ ๖ ตำบลมะขามสูง ท่านเรียนจบทั้งเภสัช และ เวชกรรม อาจารย์มหาชะลอ สุขม่วง หมู่ ๑ ตำบลมะขามสูง สอบเภสัชกรรมได้เมื่อ อายุได้ ๙๐ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปีและนำคณะมาเปิดการเรียนการสอนที่ วัดทองหลาง อาตมะได้มีโอกาสไปศึกษาด้วยจึงมีความรู้เรื่อง เภสัชกรรมบ้าง จึงจัดทำหนังสือนี้ขึ้นมา หวังไว้ว่าอยากเห็นบุคคลหนึ่งบุคคลใดสืบทอดวิชาเภสัชศาสตร์แผนโบราณของไทยให้แตกฉานต่อไป ก่อนที่อาตมะจะระสังขารจากโลกนี้ไปก็เพียงพอแล้ว ขออนุโมทนา เจริญพร จากพระ สุระ สุเมโธภิกขุ เทียนดำ (พระอาจารย์ ฝ้าย) ฯ

๒๒๖ โรหิณี ๑๑.กรุงงเขมา ๑๒.ลูกผักชี ๑๓.รากช้าพลู ๑๔.สะค้าน ๑๕.เจตมูลเพลิง ๑๖.มะตูมอ่อน ๑๗.แก่น สน ๑๘. รากเท้ายายม่อม ๑๙.จันทน์ทั้ง ๒) ๒๐.โกศสอ ๒๑.โกศเขมา๒๒.โกศหัวบัว ๒๓.โกศพุงปลา ๒๔. โกศก้านพร้าว ๒๕.เทียนทั้ง ๕) ๒๖.รากมะเดื่อชุมพร ๒๗.ใบมะกา ๒๘.ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก ๒๙.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกินหาย ฯ ยาขนานที่ ๗๒ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เพื่อเสมหะ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากสีฟันคันทา ๒. รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากน้ำนอง ๗.จันทน์ทั้ง ๒) ๘.เกสรทั้ง ๕) ๙.ชะลูด ๑๐.อบเชย ๑๑.ลูกกระดอม ๑๒.บอระเพ็ด ๑๓.ใบพิมเสน ๑๔.ใบมะขามแขก ๑๕.หญ้า ตีนนก ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ๑๖.โกศน้ำเต้า หนัก ๒ บาท ๑๗.ลูกสมอไทย ๓๐ ลูก ต้มกิน (ยาของ ท่านหมอไหม) ยาขนานที่ ๗๓ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เหนือ สานิบาด มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑.รากคนทา ๒.ราก หญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากขี้กาแดง ๗.รากจิงจ้อ ๘.รากมะแว้ง ทั้ง ๒) ๙.รากมะอก ๑๐.บอระเพ็ด ๑๑.ลูกกระดอม ๑๒.รากช้าพลู ๑๓.รากบัวหลวง ๑๔.ขมิ้นอ้อย ๑๕. แก่นสนเทศ ๑๖.กรุงเขมา ๑๗.จันทน์ทั้ง ๒) ๑๘.สมอทั้ง ๓) ๑๙. มะขามป้อม ๒๐.โกศสอ ๒๑.โกศหัวบัว ๒๒.ว่านกลีบแรด ๒๓.ว่านร่อนทอง ๒๔.ใบมะกา ๒๕.เมล็ดมะกรอก เผา ๓ เมล็ด ๒๖.ฝักราชพฤกษ์ ๒๗. ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ๒๘.จุกโรหิณี ต้มกิน ฯ ยาขนานที่ ๗๔ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ ไข้ ๓ ฤดู มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.โกศทั้ง ๕) ๒.เทียนทั้ง ๕) ๓.พริกไทย ๔.ช้าพลู ๕.ขิง ๖.จันทน์แดง ๗.สมอทั้ง๓) ๘.แก่นสน ๙.บอระเพ็ด ๑๐.ขมิ้นอ้อย ๑๑.ลูก กระดอม ๑๒.ผักแผ้วแดง ๑๓.ขี้กาแดง ๑๔.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ๑๕.ฝักคูณ ๓ ฝักต้มกิน หาย ฯ ยาขนานที่ ๗๕ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เพื่อกำเดาที่ทำให้อาเจียน ปากขม เบื่ออาหาร เสียสติ มือ เท้าเย็น มีตัวยาสมุนไพรดังนี้ ๑.รากสีฟันคันทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕. รากชิงชี่ ๖.รากก้างปลา ๗.รากมะนาว ๘.รากมะปรางหวาน ๙.หญ้าแพรก ๑๐.หญ้าปากควาย ๑๑.ลูก กระดอม ๑๒.บอระเพ็ด ๑๓.ลูกสมอทั้ง ๓) ๑๔.มะขามป้อม ๑๕.ดอกพิกุล ๑๖.ดอกบุนนาค ๑๗.ดอก สารภี ๑๘.เกสรบัวหลวง ๑๙.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกิน ถ้าต้องการให้ระบาย เติมดีเกลือ ตามธาตุ หนัก เบา หายมามากนักแล้ว ฯ ยาขนานที่ ๗๖ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยา แก้ไข้เชื่อมซึม มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.สีฟันคันทา ๒.รากหญ้า นาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากไม้รวก ๗.รากหวายขม ๘.แฝกหอม ๙.หัว คล้า ๑๐.รากพุงดอ ๑๑.จันทน์แดง ๑๒.จันทน์ชะมด ๑๓.โกศสอ ๑๔.โกศหัวบัว ๑๕.เกสรทั้ง ๕) ๑๖. เทียนข้าวเปลือก ๑๗.แก่นขนุน ๑๘.แก่นขี้เหล็ก ๑๙.ฝาง ๒๐. ลูกสมอไทย ๑๕ ลูก ๒๑.สมอดีงู ๑๕ ลูก ๒๒.มะขามป้อม ๑๐ ลูก ๒๓.ลูกกระดอม ๑๐ลูก ๒๔.บอระเพ็ด ๗ แว่น ๒๕.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกินเช้า เย็น ยาขนานที่ ๗๗ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาครอบไข้ ยาแก้ไข้เหนือ สาริบาด มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.ราก คนทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ทั้ง ๒) ๖.รากพุมเรียงทั้ง ๒) ๗. รากพุงดอ ๘.รากต่อไส้ ๙.รากฝักข้าว ๑๐.รากน้ำนอง ๑๑.รากหมาก ๑๒.รากมะพร้าว ๑๓.รากตาล ๑๔. รากไม้รวก ๑๕.รากหวายขม ๑๖.หัวคล้า ๑๗.กระดอม ๑๘.บอระเพ็ด ๑๙.หญ้าแพรก ๒๐.หญ้าปาก ควาย ๒๑.ใบหมากผู้ ๒๒.ใบหมากเมีย ๒๓.จันทน์ทั้ง ๒) ๒๔.ดอกพิกุล ๒๕.ดอกบุนนาค ๒๖.ดอกสารภี ๒๗.เกสรบัวหลวง ๒๘.บัวเผื่อน ๒๙.บัวขม ๓๐.สักขี ๓๑.สักป่า ๓๒.ขี้วัวแห้ง ๓๓.ใบมะกา ๓๔.ขมิ้นอ้อย ๕ แว่น ๓๕.ใบมะนาว ๑๐๘ ใบ ๓๖.ฝักราชพฤกษ์ ๓๗.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกิน ฯ


๒๒๗ ยาขนานที่ ๗๘ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาครอบไข้ทั้ง ๖ ฤดู มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากสันคันทา ๒.ราก หญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากมะกรูด ๗.รากมะนาว ๘.รากมะปราง หวาน ๙.รากฝักข้าว ๑๐.รากเหมือดคน ๑๑.หัวคล้า ๑๒.รากพุมเรียง ทั้ง ๒) ๑๓.รากระงับพิษ ๑๔.ราก หวายขม ๑๕.หญ้าแพรก ๑๖.หญ้าปากควาย ๑๗.รากขี้กาแดง ๑๘.รากไม้รวก ๑๙.พญามือเหล็ก ๒๐.ลุก กระดอม ๒๑.บอระเพ็ด ๒๒.รากคูณ ๒๓.รากแทงทวย ๒๔.รากมะแว้งต้น ๒๕. รากมะดูก ๒๖. สันพร้านางแอ ๒๗.เถาวัลย์เปรียง ๒๘.ขมิ้นอ้อย ๒๙.โคคาน ๓๐.จันทน์ทั้ง ๓ ต้มกินหาย (ยาของพ่อเทศ) ยาขนานที่ ๗๙ ยายขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้ ทำให้เจริญอาหาร มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.จันทน์ทั้ง ๒) ๒.เกสรทั้ง ๕) ๓.ยาเบญจกุล ๔.พริกไทย ๕.หัวแห้วหมู ๖.ลูกกระดอม ๗.ว่านกลีบแรด ๘.ว่านร่อนทอง ๙.สนเทศ ๑๐.ลุกจันทน์ ๑๑.ดอกจันทน์ ๑๒.เถาชิงช้าชาลี เอาหนักสิ่งละ ๑บาท ๑๓.มะตอมอ่อน หนัก ๒ บาท ๑๔.บอระเพ็ด หนัก ๒ บาท ต้มกิน ฯฯ ยาขนานที่ ๘๐ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เพื่อกำเดา ที่มันทำให้ ปากขมเบื่ออาหาร เสียสติ มือ เท้า เย็น มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากสีฟันคันทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเมื่อ ชุมพร ๕. รากชิงชี่ ๖.รากก้างปลา ๗.รากมะปรางหวาน ๘.รากมะนาว ๙.หญ้าแพรก ๑๐.หญ้าปากควาย ๑๑.ลูก กระดอม ๑๒.บอระเพ็ด ๑๓.สมอทั้ง ๓) ๑๔.มะขามป้อม ๑๕.ดอกพิกุล ๑๖.ดอกบุนนาค ๑๗.ดอกสารภี ๑๘.เกสรบัวหลวง ๑๙.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกิน ถ้าจะให้ระบาย เติมดีเกลือตาม ธาตุหนักเบา กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๘๑. ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้เชื่อมซึม มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.สีฟันคันทา ๒.รากหญ้า นาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากไม้รวก ๗.รากหวายขม ๘.แฝกหอม ๙.หัว คล้า ๑๐.รากพุงดอ ๑๑.จันทน์แดง ๑๒.จัรทร์ชะมด ๑๓.โกศสอ ๑๔.โกศหัวบัว ๑๕.เกสรทั้ง ๕) ๑๖. เทียนข้าวเปลือก ๑๗.แก่นขนุน ๑๘.แก่นขี้เหล็ก ๑๙.ฝาง ๒๐.สมอไทย ๑๕ ลูก ๒๑.สมอดีงู ๑๕ ลูก ๒๒. มะขามป้อม ๑๐ ลูก ๒๓.กระดอม ๑๐ ลูก ๒๔.บอระเพ็ด ๗ แว่น ๒๕.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกิน เช้า- เย็น ยาขนานที่ ๘๒ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ยาแก้ไข้พิษ รากสาด สานิบาด มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากตน ทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ ๖.รากหมากผู้ ๗.รากหมากเมีย ๘.รากตาล ๙.รากมะพร้าว ๑๐.หอมแดง ๑๑.โกศสอ ๑๒.โกศเขมา ๑๓.สมอไทย ๑๔.สมอเทศน์ ๑๕. สมอพิเภก ๑๖.จันทน์ทั้ง ๒) ๑๗.ดอกพิกุล ๑๘.ดอกบุนนาค ๑๙.ดอกสารภี ๒๐.ดอกมะลิ ๒๑.เกสรบัว หลวง ๒๒.บอระเพ็ด ๒๓.แก่นขี้เหล็ก ๒๔.ใบมะกา ๑ กำมือ ๒๕.ฝักคูณ ๓ ฝัก ต้มกิน (ยาของหมออ่อง) ยาขนานที่ ๘๓ ยาขนานนี้มีชื่อว่ายา แก้ไข้ป่า แก้ไข้เหนือ ไข้จับสั่น ไข้จับวันเว้นวัน ไข้เรื้อรัง ไข้พิษ มี ตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.เกสรทั้ง ๕) ๒.แก่นขนุน ๓.ยาดำ ๔.เกลือสินเธาว์ ยา ๔ อย่างนี้ นักสิ่งละ ๑ บาท ๕.เถาวัลย์เปรียง หนัก ๖ สลึง ๖.แก่นขี้เหล็ก หนัก ๓ บาท ๗.แก่นมะคำไก่ หนัก ๓ บาท ๘.รากช้าพลู หนัก ๒ สลึง ๙.มะตูมอ่อน ๗ แว่น ๑๐.สมอทั้ง ๓ สิ่งละ ๑๓ ลูก ๑๑.กระดอม ๑๓ ลูก ๑๒.ฝักราชพฤกษ์ ๕ ฝัก ๑๓.ขมิ้นอ้อย ๕ แว่น ลง นะ โม พุทธ า ยะ ๑๔.ใบมะกา ๓๒ ใบ ลง ด้วยอาการ ๓๒ ) ๑๕.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ไม่ทราบว่าลงด้วย คาถา อะไร ๑๖.บอระเพ็ด ยาว ๑ แขน รวมยาทั้งหมด เสก ด้วย สักกัตตะวา ๓ จบ ต้มกินหาย (ยาหมอสุ่น) ยาขนานที่ ๘๔ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาแก้ไข้เหนือ มันทำให้คางแข็ง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากคนทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อ ๕.รากมะปราง ๖.รากพุมเรียงทั้ง ๒) ๗.พญามือเหล็ก ๘.รากไม้รวก ๙.รากกะตังใบ ๑๐.รากกระพังโหม ๑๑.รากมะไฟ ๑๒.รากมะแว้งทั้ง ๒) ๑๓.หญ้าปากควาย ๑๔.หวายตะคล้า ต้มกิน ฯ


๒๒๘ ยาขนานที่ ๘๕ ยาแก้สารพัดไข้ มันทำให้เพ้อคลั่งหาสติมิได้ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.จันทน์ทั้ง ๒) ๒.ชะลูด ๓.ขอนดอก ๔.ดอกพิกุล ๕.ดอกบุนนาค ๖.ดอกสารภี ๗.เกสรบัวหลวง ๘.บัวเผื่อน ๙.ดอกสัต บุตร ๑๐.กระดอมทั้ง ๕) ๑๑.ผักขวงทั้ง ๕) ต้มกิน ฯ ยาขนานที่ ๘๖ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เหนือ เพื่อสานิบาด แก้ไข้เรื้อรังที่เป็นนาน ๆ หาย แก้ไข้ ๗ วัน แก้ไข้สาริบาด ตาแดง ตาเหลือง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.โกศสอ ๒.โกศเขมา ๓โกศหัวบัว ๔.โกศเชียง ๕.โกศพุงปลา (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โกศทั้ง ๕) ๖.เทียนดำ ๗.เทียนแดง ๘.เทียนขาว ๙.เทียนตาตั๊กแตน ๑๐.เทียนข้าวเปลือก (หรือเรียกว่าเทียนทั้ง ๕) ๑๑.สมอไทย ๑๒.สมอเทศน์ ๑๓.สมอดีงู (หรือสมอทั้ง ๓) ๑๔.จันทน์ทั้ง ๒) ๑๕.แก่นสน ๑๖.ลูกราชดัด ๑๗.กรุงเขมา ๑๘.สักขี ๑๙.รากมะเขือขื่น ๒๐.รากมะแว้ง ทั้ง ๒) ๒๑.รากมะอึก ๒๒.บอระเพ็ด ๒๓.ลูกกระดอม ๒๔.ขี้วัว ๒๕.สักขี้ควาย ๒๖.ดีปลี ๒๗.ช้าพลู ๒๘. สะค้าน ๒๙.แห้วหมู ๓๐.ก้านสะเดา ๑๕ หรือ ๓๓ ก้าน ก็ได้ ๓๑.เกสรพิกุล ๓๒.ดอกบุนนาค ๓๓.เกสรบัว หลวง ๓๔.จุกโรหิณี ๓๕.ตูดหมูตูดหมา ๓๖.โคกออม ๓๗.ดอกสารภี (บางตำลาใส่ ตรีผลา ด้วย) ต้มกิน ๓ เวลา ฯฯ ยาขนานที่ ๘๗ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เหนือ แก้ไข้สันนิบาด เป็นยาครอบไข้ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากคนทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อชุมพร ๕.รากชิงชี่ทั้ง ๒) ๖.รากพุมเรียงทั้ง ๒) ๗.รากพุงดอ ๘.รากต่อไส้ ๙.รากฝักข้าว ๑๐.รากน้ำนอง ๑๑.รากหมาก ๑๒.รากมะพร้าว ๑๓.ราก ตาล ๑๔.รากไม้รวก ๑๕.รากหวายขม ๑๖.หัวคล้า ๑๗.หญ้าแพรก ๑๘.หญ้าปากควาย ๑๙.ลูกกระดอม ๒๐.บอระเพ็ด ๒๑.ใบหมากผู้ ๒๒.ใบหมากเมีย ๒๓.จันทน์ทั้ง ๒) ๒๔.สักขี ๒๕.สักป่า ๒๖.ขี้วัว ๒๗.ดอก พิกุล ๒๘.ดอกบุนนาค ๒๙.ดอกสารภี ๓๐.เกสรบัวหลวง ๓๑.บัวเผื่อน ๓๒.บัวขม ๓๓.ขมิ้นอ้อย ๕ แว่น ๓๔.ใบมะกา ๑ กำมือ ๓๕.ใบมะนาว ๑๐๘ ใบ ๓๖.ฝักราชพฤกษ์ ๓๘.ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ต้มกิน ฯ ยาขนานที่ ๘๘ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้เหนือ เพื่อแก้ไข้รากสาด มันทำให้ ตาแดง ตาเหลือง มีตัว ยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.รากคนทา ๒.รากหญ้านาง ๓.รากเท้ายายม่อม ๔.รากมะเดื่อ ๕.รากพุงดอ ๖.ราก ต่อไส้ ๗.รากผักข้าว (หรือฝักข้าว อันเดียวกัน) ๘.รากสลอดน้ำ ๙.เถามวกแดง ๑๐.รากก้างปลาทั้ง ๒) ๑๑. รากหมาก ๑๒.รากมะพร้าว ๑๓.รากตาล ๑๔.รากสำโรง ๑๕.ขี้ครั่ง ๑๖.เถาลำแพน หรือ รากน้ำนอง ก็ได้ ต้มกินหาย ฯฯ ยาขนานที่ ๘๙ ยาขนานนี้มี ชื่อว่ายาแก้ไข้เหนือ มันทำให้เชื่อมมัว มีตัวยาสมุนไพรดังนี้ ๑.งจันทน์ทั้ง ๒) ๒.กฤษณา ๓.กระลำพัก ๔.ขอนดอก ๕.ชะลูด ๖.อบเชยเทศน์ ๗.แก่นสน ๘.ดอกพิกุล ๙.ดอก บุนนาค ๑๐.ดอกสารภี ๑๑.เกสรบัวหลวง ๑๒.ลูกกระดอม ๑๓.บอระเพ็ด ๑๔.ขี้กาแดง ๑๕.หญ้าแพรก ต้มกิน หาย กินวันละ ๒ เวลา ฯฯ บทที่ ๑๓ ตำรายาวัดทองหลาง หมวดยาที่ว่า ด้วย การคำนวณธาตุ หรือการคูณธาตุทั้ง ๔ สิทธิการิยะ ถ้าจะทำยาเบญจกุลโสฬส ๑)ปฐวีธาตุ คือ ธาตุดิน มี ๒๐ ประการ ใช้ ดีปลี หนัก ๖ สลึง ๒)อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ มี ๑๒ ประการ ใช้ ช้าพลู หนัก ๖ สลึง ๓)วาโยธาตุ คือ ธาตุลม มี ๖ ประการ ใช้ สะค้าน หนัก ๖ สลึง ๔)เตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ มี ๔ ประการ ใช้ เจตมูลเพลิง หนัก ๑ บาท ๕)อากาศธาตุ คือ ธาตุลม มี ๑๐ ประการได้แก่ช่องว่างในร่างกายใช้ ขิงแห้ง หนัก ๕ สลึง รวมกัน หนัก เป็น ๖ บาท กับ ๓ สลึง


๒๒๙ วิธีคำนวณ ธาตุ เอา อายุ ตั้งขึ้น แล้ว เอา ชันษา คือ วัน เดือน ปี + บวกกัน แล้ว เอา ทวาร ทั้ง ๙ มาบวกรวม แล้วจึง ตั้งเป็น ฐาน แล้วจึงเอา ธาตุ ทั้ง ๕ มาบวก ตามลำดับ ของ ฐาน ทั้ง ๕ ฐาน แล้ว จึงนำ ปัญจขันธ์ คือ เลข ๕ มาหาร ไปทีละฐาน ให้ครบ ๕ ฐาน ถ้าเศษ ฐานใดเป็น ๐ ศูนย์ ให้ทวี คือเพิ่มยาในฐาน นั้น ขึ้นเท่าตัว จะต้ม หรือ บด เป็นผง ก็ได้ ปั้นลูกกลอน ละลายน้ำร้อนก็ได้ น้ำผึ้งได้ทั้งนั้น เสกด้วย พระ คาถานี้ รูปปะชา สังขารา อายุทุกขัง อายุนิจจัง อายุอนัตตา สุกโขโหมิ เสก ๑๐๘ คาบ เวลาจะกิน เสก ด้วย สัพพะสี ไปจนจบบท ตามกำลังวัน และให้เติมยานี้หนุน ธาตุขึ้นอีกที มีตัวยาดังนี้ ๑) ว่านน้ำ ๒) พริกไทยร่อน ๓) ลูกสมอทั้ง ๓ ๔) ลูกกระดอม ๕) ลูกมะตูมอ่อน ๖) หัวแห้วหมู ๗) บอระเพ็ด เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ถ้าธาตุ พิการ ให้เพิ่ม หลักสูตรการคูณธาตุทั้ง ๔ สูตรที่ ๑ อายุ ปัจจุบัน ๔๔ เกิด วันจันทร์ ๒ + เกิด เดือน ๗ + เกิด ปีจอ ๔ + ทวารทั้ง ๙ + รวมกันแล้ว เป็น ๖๖ หารด้วยปัญจขันธ์ คือ เลข ๕ ๑)ธาตุดิน, ๒)ธาตุน้ำ, ๓)ธาตุลม, ๔)ธาตุไฟ, ๕)อากาศธาตุธาตุดิน ๒๐ ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุลม ๖ ธาตุ ไฟ ๔ ๕) อากาศธาตุ ๕ ๑๖๖ + ธาตุดิน ๒๐ เป็น ๘๖ ๒)๖๖ +ธาตุน้ำ ๑๒ เป็น ๗๘ ๓)๖๖+ธาตุลม ๖ เป็น ๗๒ ๔) ๖๖+ธาตุไฟ ๔ เป็น ๗๐ ๕) ๖๖+อากาศธาตุ ๕ เป็น ๗๑ หารด้วย เบญจขันธ์คือเลข ๕) ๘๖ ๗๘ ๗๒ ๗๐ ๗๑ หารด้วย เบญจขันธ์ ๕ ธาตุดิน 5) 86 (17=85) 86-85=1 ดีปลี หนัก ๕ สลึง ธาตุน้ำ 5) 78 (15=75) 78 -75 =3 ช้าพลู หนัก ๓ สลึง ธาตุลม 5) 72 (14 =70) 72-70=2 สะค้านหัก ๔ สลึง ธาตุไฟ 5) 70 (14 =70 ) 70-70=0 เจตมูลเพลิง หนัก ๘ สลึง อากาศธาตุ 5) 71 (14=70 ) 71-70=1 ขิงแห้ง หนัก ๔ สลึง สูตรที่ ๒ อายุ ปัจจุบัน ๔๔ เกิด วันจันทร์ ๒ + เกิด เดือน ๗ + เกิด ปีจอ ๔ + ทวารทั้ง ๙ + รวมกันแล้ว เป็น ๖๖ หารด้วยปัญจขันธ์ คือ เลข ๕ ๑)ธาตุดิน, ๒)ธาตุน้ำ, ๓)ธาตุลม, ๔)ธาตุไฟ, ๕)อากาศธาตุ ธาตุดิน ๒๐ ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุลม ๖ ธาตุไฟ ๔ ๕) อากาศธาตุ ๑๐ ๑)๖๖ +ธาตุดิน ๒๐ เป็น ๘๖


๒๓๐ ๒)๖๖ +ธาตุน้ำ ๑๒ เป็น ๗๘ ๓)๖๖+ธาตุลม ๖ เป็น ๗๒ ๔) ๖๖+ธาตุไฟ ๔ เป็น ๗๐ ๕) ๖๖+อากาศธาตุ ๑๐ เป็น ๗๖ หารด้วย ๕) ๘๖ ๗๘ ๗๒ ๗๐ ๗๖ หารด้วย ธาตุดิน 5) 86 (17=85) 86-85=1 ดีปลี หนัก ๕ สลึง ธาตุน้ำ 5) 78 (15=75) 78 -75 =3 ช้าพลู หนัก ๓ สลึง ธาตุลม 5) 72 (14 =70) 72-70=2 สะค้าน หนัก ๑ บาท ธาตุไฟ 5) 70 (14 =70 ) 70-70=0 เจตมูลเพลิง หนัก ๒ บาท อากาศธาตุ 5) 76 (15=75 ) 76-75=1 ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท (ถึงจะเป็น สูตรที่ ๑ หรือ สูตรที่ ๒ ก็ลงตัวเดียวกัน จบหารคูณธาตุแต่เพียงเท่านี้) ตำรายาวัดไผ่ค่อมรัตนาราม ตำบลปากโทก หมวดของยาธาตุ ถ้าธาตุไฟหย่อนท่านให้เอา เจตมูลเพลิง เท่ายาทั้งหลาย ถ้าธาตุดินหย่อน ท่านให้เอา รากช้าพลู เท่ายาทั้งหลาย ถ้าธาตุ ลม หย่อน เอา สะค้าน เท่ายาทั้งหลาย ถ้าธาตุน้ำ หย่อน ท่านเอา ว่านน้ำเท่ายาทั้งหลาย เรื่องยาแก้ธาตุกำเริบ คือมากเกินไป ๑ ยาธาตุ มีตัวยา ดังนี้ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ เจตมูลเพลิง ๑ พริกไทย ๑ ว่านน้ำ ๑ ขิง ๑ เอา หนักสิ่งละ ๑ บาทเท่ากัน ทำเป็นยาต้ม ก็ได้ บดเป็นผง ก็ได้ ละลายน้ำร้อนกิน ฯ ยาขนานที่ ๒ ยาแก้ ปฐวีธาตุ กำเริบ(คือยาแก้ธาตุดินกำเริบคือมากเกินไป) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ กระเทียม๑ ใบคนทิสอ๑ ใบสะเดา๑ ใบผักขวง๑ เทพทาโร๑ ใบกระเพรา๑ ขิง๑ พริกไทย๑ ตรีผลา๑ เอา แต่ละสิ่งเท่ากัน ทำเป็นผงละลายน้ำร้อนกินแก ปฐวีธาตุดีนักแล ฯ ยาขนานที่ ๓ ยาแก้อาโปธาตุ กำเริบ (ยาแก้ธาตุน้ำกำเริบ คือมากเกินไป)ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เจตมูลเพลิง ๑ เปลือกต้นมูกมัน ๑ ลูกผักชีล้อม ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑ ลูกมะตูมอ่อน ๑ ทำเป็นผง ละลายน้ำร้อนกิน แก้อาโปธาตุ ดีนักแล เอาตัวยาแต่ละอย่างเท่ากัน ฯ ยาขนานที่ ๔ ยาแก้เตโช กำเริบ(คือธาตุไฟกำเริบ คือมากเกินไป) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ลูกเอ็น ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ ว่านน้ำ ๑ ดีปลี ๑ หัวแห้วหมู ๑ โกศน้ำเต้า ๑ ขิง ๑ ว่านเปราะ ๑ สะค้าน ๑ ทำเป็นผงละลายน้ำร้อนกิน แก้เตโชธาตุกำเริบ เอาหนักสิ่งละเท่ากันฯ ยาขนานที่ ๕ ยาแก้ วาโยธาตุลมกำเริบ (คือธาตุลมกำเริบคือมากเกิน ไป) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ดีปลี ๑ พริกไทย ๑ ว่านเปราะ ๑ หัวแห้วหมู ๑ ว่านน้ำ ๑ ยาทั้งนี้เอาแต่อย่าง เท่ากัน ละลายน้ำร้อนกิน แก้ วาโยธาตุดีแล ฯ กาลดูเพลาหรือเวลา ที่เรียกกันว่า ยาม ** ดูเพลาวันหนึ่ง(หรือเวลา ความหมายเดียวกัน) เมื่อเวลาเช้าไปจนถึงเที่ยง เสมหะ ดี และกำเดา เป็นกำลัง เอาน้ำกระสายยา ที่มี รส เปรี้ยวขมเค็ม ระคนกัน เป็นน้ำกระสายยาดีนักแล ฯ ** เวลาตะวันบ่าย ไปถึงเวลาพบค่ำ อันว่า ดี กำเดา และ ลม มีกำลังกล้าแข็ง ใช้น้ำกระสายยา ที่มี รส เผ็ดร้อนเค็ม แก้ดีนักแลฯ


๒๓๑ ** ตั้งแต่ ๒ ยาม ไปจนถึงครึ่งรุ่ง ดี กำเดา และ ลม มีกำลังกล้าแข็ง ใช้น้ำ กระสายยา ที่มี รส ขม เค็ม เผ็ดร้อน รวมกัน เป็นน้ำกระสายยาดีนักแล ฯ ** ตั้งแต่ เช้า ๔ โมง มีเสลด เป็นกำลัง ตั้งแต่ ๔ โมง เช้าเป็นต้นไป แต่ยังไม่ถึง บ่าย ๑ โมงดีมี กำลัง ตั้งแต่ บ่าย ๓ โมง ไปจนพลบค่ำ ลม มีกำลัง ถ้าจะวางยาให้ถูกตามยาม ปฏิบัติตามดังนี้เถิด จะตัดเนื้อความ ตามคัมภีร์แพทย์วิทยาการของแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ กล่าวไว้ว่า ไข้ที่เกิด (ในเดือน ๔ – ๕ – ๖ –และ เดือน ๗) ธาตุดิน กำเริบ ฯ ในเดือน ( ๘ – ๙ – ๑๐ – และ เดือน ๑๑ ) ธาตุน้ำ กำเริบ ฯ ในเดือน ( ๑๒ – อ้าย ๑ – ยี่ ๒ และเดือน ๓ ) ธาตุลม กำเริบ ฯ ๑ ถ้าไข้เพื่อเสลด ของที่มีรสหวาน เป็นของแสลงแก่โรคนี้ ๒ ถ้าไข้เพื่อดี ของที่มี รสเผ็ด เป็นของที่แสลง แก่โรคนี้ ๓ ถ้าเป็นไข้เพื่อ ลม ของที่มี รสเปรี้ยว เป็นของต้องห้าม และเนื้อสด ปลาสด ก็เป็นของแสลงด้วย ๔ ถ้าไข้มันทำให้เลือดตกในช่องจมูก และ ในปาก ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ ดีปลี ๑ หัวอุตระพิษ ๑ หัวแห้วหมู ๑ หนัก สิ่งละ ๒ สลึง ขิง หนัก ๖ สลึง กานพลุ หนัก ๖ สลึง พริกไทย เอาเท่ายา ทั้งหลาย ฯ ทำเป็นผง ละลายน้ำร้อน กิน ดีนักแล ฯ ๕ ยาแก้เตโชธาตุ กำเริบ (คือธาตุไฟกำเริบ) ในเดือน ๕-๖-๗ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ลูกว่านน้ำ ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑ สะค้าน ๑ หมผะกิด ๑ กระวาน ๑ แห้วหมู ๑ โกศสอ ๑ โกศพุงปลา ๑ ว่านเปราะ ๑ทำเป็นผง ละลายน้ำท่ากินดีนักแลฯ ๕/๑ อีกขนานหนึ่งให้เอาตัวยา ดังนี้ ลูกจิงจ้อ ทั้ง ๒ ลูกช้าพลู ๑ สมอไทย ๑/ เจตมูลเพลิง ๑ ชะเอม ๑ ลูกมะขามป้อม ๑ กระเพรา ๑ ว่านเปราะ ๑ หญ้าลังกา ๑ รากรางไคร้เครือ ๑ ทำเป็นผงละลาย น้ำตาลกรวดกินดีนักแลฯ ๖ ยาแก้ วาโยธาตุกำเริบ (คือธาตุลมกำเริบ) ในเดือน ๘-๙-๑๐ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ หัวแห้วหมู ๑ ดีปลี ๑ พริกไทย ๑ แฝกหอม ๑ ว่านน้ำ ๑ ว่านเปราะ ๑ ขิง ๑ ลูกผักชีล้อม ๑ โมกหลวง ๑ รากเสนียด ๑ เกลือทะเล ๑ ทำเป็นผง ละลายน้ำร้อนกิน ดีนักแล ฯ ๗ ยาแก้อาโปธาตุ กำเริบ (คือ ธาตุน้ำกำเริบ) ในเดือน ๑๑-๑๒-๑ (คือเดือนอ้าย) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เจตมูลเพลิง ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ ลูกผักชีล้อม ๑ ลูกมูกมัน ๑ ใบผักไห่ ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑หัวยาเข้าเย็น ๑ พริกไทย ๑ โกศก้านพร้าว ๑ ชะเอม๑ ทำยาผงละลายน้ำร้อนกินดีนักแล ๘ ยาแก้ปฐวีธาตุ กำเริบ (คือธาตุดินกำเริบ) ในเดือน ๒-๓-๔ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ กระเทียม ๑ ใบ กระเพรา ๑ เทพทาโร ๑ ใบสะเดา ๑ ใบคนทิสอ ๑ เปลือกมูกดง ๑ ทำเป็นผง ละลายน้ำร้อนกิน ดีนักแล ฯ ๙ ยาแก้กำเดากล้าในเดือน ๕-๖ ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ บอระเพ็ด ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผักโหม หิน ๑ สมอไทย ๑ รากตองแตก ๑ หญ้าตีนนก ๑ โกศก้านพร้าว ๑ ดีปลี ๑ เปลือกสมุลแว้ง ๑ ทำเป็น ผงละลายน้ำร้อนกินดีนักแล ฯ ๑๐ ยาแก้เสมหะและดีกล้าในเดือน ๗-๘ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ สมอไทย ๑ หัวแห้วหมู ๑ โกศ ก้านพร้าว ๑ รากไคร้เครือ ๑ บอระเพ็ด ๑ หญ้าตีนนก ๑ ดีปลี ๑ ราดตองแตก ๑ ผักโหมหิน ๑ ตำผงละลาย น้ำร้อนกิน ฯ ๑๑ ยาแก้เสลด และ ลม ในเดือน ๑๐ – ๑๑ – ๑๒ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ตรีผลา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ รากไคร้เครือ ๑ ตำผงละลายน้ำร้อนกิน ฯ ๑๒ ยาแก้ลมและดี ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ ลูกกระดอม ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ ว่านน้ำ ๑ เทียน เยาวพาณี ๑ ตุ้มกาเครือ ๑ ฤาษีผสมแล้ว ๑ ว่านร่อนทอง ๑ สังกรณี ๑ ขิง ๑ พริกไทย ๑ ตำผงละลายน้ำร้อน กิน ฯ


๒๓๒ (ยารักษาแก้ธาตุธาตุดิน) ๑ ยาแก้ปฐวีธาตุ ออกจากกาย ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ กระเทียม ๑ ในคนทิสอ ๑ ใบสะเดา ๑ แก่น สน ๑ ใบกันเกรา ๑ เทพทาโร ๑ กระเพรา ๑ ตรีกฏุก ๑ ขิง ๑ ตำผงละลายนำร้อนกิน ฯ ๒ ยาแก้ปฐวีธาตุ อันเจือด้วยเสมหะ (ธาตุดิน) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ต้นย่างทราย ๑ กระเทียม ๑ ดีปลี ๑ ลูกมะตูมอ่อน ๑ สะค้าน ๑ เจตมูล ๑ สมอไทย ๑ ว่านน้ำ ๑ เทียนสัตตะบุตร ๑ ตำผงละลายน้ำร้อน ก็ได้ นำส้มก็ได้ กินดีนักแล ฯ ๓ ยาแก้ลมกับเสมหะปนกัน ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ รากผักแพ้วแดง ๑ สะค้าน ๑ ขิง ๑ พริกไทย ๑ หอยขม ๑ปดเป็นผงทำเป็นเม็ดไว้ละลายน้ำผึ้งกิน ๔ ยาแก้ลม และเลือดปนกัน ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ แก่นจันทน์ ๑ แก่นสน ๑ รากเสนียด ๑ ราก มะตูม ๑ สมอทั้ง ๓ สิ่งละ ๑ ส่วน ต้มกินดีนักแลฯ ๕ ยาแก้กำเดากล้า และมีลมเข้ามาปนกัน ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ แห้วหมู ๑ ผักแพ้วแดง ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ลูกจัน ๑ ดีปลี ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ หอมแดง ๑ กัญชาทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน บดเป็นผง ปั้นเป็นเม็ดเก็บไว้ ละลาย น้ำผึ้งกินแล ฯ ๖ ยาคุมธาตุ ใน เดือน ๖ – ๗ ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ ต้นหญ้าขัดมอญ ๑ แก่นจันทั้งสอง ๑ แฝกหอม ๑ แห้วหมู ๑ หญ้าตีนนก ๑ ต้มกิน ฯฯ ๗ ยาคุมธาตุ ใน เดือน ๘- ๙ ท่านให้ เอาตัวยา ดังนี้ รากผักโหมหิน ๑ หญ้าตีนนก ๑ แห้วหมู ๑ โกศก้านพร้าว ๑ บดผงทำแท่งไว้ ละลายนำสมุลแว้ง กินแล ฯฯ ๘ ยาคุมธาตุไม่ว่าเดือน อะไร ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ใบคนทิสอ ๑ พริก ๗ ขิง ๗ บดเป็นผงละลายน้ำ สมุลแว้ง กิน ถ้าจะให้ยาคงทน ปั้นเป็นเม็ดเก็บไว้ ละลายน้ำสมุลแว้งกิน ฯฯ ๙ ยา ชื่อว่า ยาสว่างอารมณ์ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ โกศหัวบัว ๑ ชะเอม ๑ หัสดำ ๑ เนระพูสี ๑ ฝน ด้วย น้ำข้าวสาร เอา ตัวยาไปคั่วไฟให้เหลือง พอดีแล้วนำไปฝนทีละอย่าง กับน้ำซาวข้าว ชื่อว่า ยาสว่าง อารมณ์ ดีนักแล ฯฯ ๑๐ ยาแก้สารพัดทั้งปวง กาฬทั้งปวง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ มะเดื่อทั้งสอง สิ่งละ ๑ ส่วน รากหญ้า นาง ๑ รากน้ำนอง ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ รากสีฟันทา ๑ ต้มกินแก้ไข้ทั้งปวงดีแล ฯฯ ๑๑ ยาแก้ไข้ ขาว ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ รากปีบ ๑ รากมะเดื่อดิน ๑ รากผักหวานบ้าน ๑ ราก หญ้านาง ๑ รากน้ำนอง ๑ รากมะเดื่อชุมพร ๑ ต้มกินแก้ไข้รากสาด จับมือเย็น เท้าเย็น หายดีนักแล ฯฯ ๑๒ ยาแก้ไข้ขาว ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เป้าทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน นมแมว ทั้ง ๒ เอา สิ่งละ ๑ ส่วน ตับเต่า ทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สุรามะริด ๑ ตานกกรด ๑ บดทำแท่งไว้ ละลาย สุรากิน แลฯฯ เรื่องยาแก้ธาตุลม วาโยธาตุหย่อน มี ๖ จำพวก ๑ ลม อุตทังคะมาวาตาแตก มันให้ดิ้นลน มือและเท้า ขวักไขว่ ไป ๆ มา ๆ ให้ทุลนทุลาย ให้หาว ให้ เรออยู่บ่อย ๆ อุตทังคะมาวาตาแตก ถ้าจะแก้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ลูกราชัด ๑ ลูก สารพัดพิษ ลูกมะแว้ง ๑ ลูกจิงจ้อทั้ง ๒ เอา สิ่งละ ๑ ส่วน ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาทั้งหมดนี้ เอาเสมอภาค คือแต่ละอย่างเอาเท่ากัน บดเป็นผงละลาย น้ำนมโค น้ำมะนาว น้ำ มะงั่ว กินแก้ลม อุตทังคะมาวาตาแตก แล ฯ ๒ ลม อัตโทคะมาวาตาแตก มันทำให้ยก มือและเท้าไม่ขึ้น มันให้เมื่อยขบ ในลำข้อแข้งขา ให้เจ็บปวด เป็นกำลัง ถ้าจะแก้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ มูกหลวง ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ใบสลอดน้ำ ๑ ใบสวาด ๑ (ใบสะ หวาด) แห้วหมู ๑ ผักแพ้วแดง ๑ หญ้าลังกา ๑ สมอไทย ๑ รากไคร้เครือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือแต่ละ


๒๓๓ อย่างเอาเท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำนมมโค น้ำส้มซ่า แก้ลม อัตโทคะมาวาตาแตก แล ตัวยาขนานนี้ มี ๑๐ อย่าง ฯฯ ๓ ยาแก้ ลม กุจฉิวาตา แตก มันให้ท้องขึ้นท้องพอง ลั่นอยู่ในท้องดัง จ๊อก ๆ ให้เจ็บปวด สวิงสวาย มันให้แดกขึ้นแดกลง ถ้าจะแก้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ มหาหิงคุ์ ๑ อำพันหางหมู ๑ ดีปลี ๑ ลูกในสวาด ๑ ลูกราชดัด ๑ ชะเอมเทศ ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือเอาแต่ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำร้อน กินแก้ กุจฉิวาตาแตก ฯฯ ๔ ยาแก้ ลมโกฏฐาสะยาวาตาแตก นั้นมันให้เหม็นข้าว ทำให้รากอาเจียน ให้จุกให้เสียด ให้รากขัด หน้าอก ถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ใบสลอดต้น มาต้มด้วยเกลือแล้ว นำไปตากแดดให้แห้ง แล้ว เอา ชะเอมเทศ ๑ รากเจตมูล ๑ รากตองแตก ๑ รากจิงจ้อ ๑ ขิงแห้ง ๑ อำพัน ๑ พริกไทยร่อน ๑ ดีปลี ๑ ใบ หนาด ๑ การบูร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือ เอายาแต่ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำนมโค น้ำร้อน น้ำผึ้ง น้ำมูตวัวดำ กินแก้ลมโกฏฐาสยาวาตาแตก แล ฯฯ ๕ ยาแก้ลม ชื่อ วาอังคะมัง ทะนุสาวาตา ที่พัดไปพัดมาทั่วสารพางกาย แตก ให้โสตประสาท คือ หู ตึง เจรจาไม่ได้ เวลายืนแล้วให้เห็นเป็นหิงห้อย ออกมาจากตัว มันให้เมื่อยต้นขา ทั้ง ๒ ข้าง ดังกระดูกจะแตก ให้ปวดเป็นกำลัง ดังว่าเป็นฝี มันทำให้สะบัดร้อน สะบัดหนาว ให้เมื่อยเท้า เป็นเหน็บชา ให้อาเจียน รากเรอ เป็นลมเปล่า ๆ กินอาหารมิได้ เป็นดังนี้ คือ ธาตุลมแตก แพทย์พระครูเทศถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ผักเสี้ยนผี ๑ ผักเป็ดแดง ๑ ผักคราด ๑ หญ้าลังกา ๑ ลูกผักชีทั้ง ๒ ลูกพันธุ์ผักกาด ๑ ดอกจงกลนี ๑ สะค้าน ๑ ลูกแตงโม ๑ ยาทั้งเอาเสมอภาค คือเอาตัวยาแต่ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผง ละลาย น้ำผึ้ง น้ำสุรา กินแก้ วาโยธาตุ อันชื่อว่า อังคะมังคานุสารีวาตา แตก แล ฯฯ ๖ อันว่าด้วย วาโยธาตุแตก นั้น ปิตัง คือ ดีแตก มันกระทำให้คนเป็นบ้าครั่ง หลงละเมอเพ้อพก นอน สะดุ้งหวาดหวั่นไหว ปากที่มันให้ลงอยู่ประดุจดังว่ากินยาลุลงแดง ลงขาว ลงเหลือง อันหาสติมิได้ ถ้าจะแก้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้เทียนดำ ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ เปลือกมะซาง ๑ เปลือกต้นไข่เน่า ๑ เทพทาโร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือเอาตัวยาแต่ละอย่างเท่ากัน บดแทรก ดีจระเข้ เอาน้ำดอกไม้เทศ เป็นน้ำ กระสายยา แทรกพิมเสน นิดหน่อย กินแก้ครั่งหลงใหล ดีนัดแล ฯ ๒ ยาแก้เพื่อธาตุแตก วาโยธาตุแตก (เพื่อธาตุแตก ๑ ยาแก้ วาโยธาตุแตก อีกขนานหนึ่ง แก้ลงท้อง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เปลือกมะตูม ๑ ขี้ครั่ง ๑ ยา ฝิ่น ๑ เปลือกลูกทับทิม ๑ กำยาน ๑ เปลือกลูกมังคุด ๑ เปลือกการบูร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือเอาตัวยาแต่ ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผงละลาย น้ำลูกทับทิม แก้ลงท้องแล ฯ ๒ ยาแก้เสมหัง (คือเป็นเสมหะ) ที่แปลว่า เสลด เป็นยาใช้แก้ เสลด มันทำให้ สะบัดร้อน สะบัดหนาว บางทีมันให้ลงท้องเป็นเสมหะ บางทีให้ลงท้องเป็นโลหิต มันทำให้ปวดท้อง ถ้าจะแก้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ใบแมลงรัก ๑ ผักชีลา ๑ อำพัน ๑ กระดอมทั้ง ๕ น้ำเต้าขม ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ ต้มใส่น้ำ ๓ เคี่ยวเอา ๑ ส่วน ให้กินแก้ไข้จับเสียก่อน แล้วจึงแต่งยาแก้เสมหะ พิการให้กินต่อไป ท่านให้เอา ใบมะขาม ๑ กำมือ ใบส้ม ปล่อย ๑ กำมือ ฝางเสน ๑ กำมือ ลูกสมอไทยเท่าอายุคนไข้ ๑ เถาวัลย์เปรียง ๑กำมือ แห้วหมู ๑ กำมือ หัว หอม ๕ หัว ต้มใส่น้ำ ๓ ส่วนเคี่ยวให้เหลือ ๑ ส่วน แทรกดีเกลือกินตามธาตุหนัก เบา ด้วยยานี้แล้ว แล้วให้แต่ง ยาแก้บิด กินต่อไปเถิด ฯฯ ๓ ยาแก้เพื่อธาตุแตก (เพื่อธาตุแตก) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เมล็ดมะม่วงกระล่อน ๑ ลูกเบญกานี ๑ ลูกจันทน์ ๑ ครั่ง ๑ ดีปลี ๑ เปลือกมะขาม ๑ เทียนดำ ๑ เปลือกลูก มังคุด ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ยางตะเคียน ๑น้ำประสารทอง ๑ สีเสียดทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ยาฝิ่น ๑ ยา ทั้งนี้เอาเสมอภาคคือ เอา สิ่งละหนึ่งส่วน เท่ากัน บดเป็นผง ยัดเข้าไปในลูกทับทิมที่เอาเมล็ดออก เต็มแล้ว ปิด


๒๓๔ รูให้สนิท แล้วเอาขี้โคสด ๆ พอกให้หนา ๆ รอบลูกทับทิม แล้วบีบให้แน่นชั้นหนึ่ง เอาไฟมาสุมให้สุกดีแล้วแกะ เอาขี้วัวออกแล้วนำยามาบด ทำแท่งไว้ เวลากิน เอามาผสมกับน้ำไพล หรือ น้ำปูนใส กินแล้วไม่หาย ก็ตายแล ฯฯ ๔ ยาแก้สารพัดทั้งปวง แก้ลง แก้เลือดแห้ง กินยานี้เลือดดี ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ไพล ๕ ตำลึง ใบ มะกา ๕ ตำลึง ข้าวสาร ๓ หยิบ มือ ต้มกินเถิด ดีนักแล ฯฯ ๕ ยาชื่อ สมมิตรใหญ่ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ จันทะนา ๑ เกสรดอกสารภี ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกมะลิ ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบัวเผียน ๑ เกสรบัวขม ๑ เกสรดอกสัตบุตร ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบัวขาว ๑ โกศเชียง ๑ โกศพุงปลา ๑ หญ้าหนวดเสือ ๑ ตุ้มกาเครือ ๑ ว่านเปราะ ๑ ชะมด ๑ กรุงเขมา ๑ ชะเอม ๑ บอระเพ็ด ๑ พรหมมิ ๑ หญ้าตีนนก ๑ แฝกหอม ๑ จันทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ดีงูเหลือม ๑ ยาทั้งนี้เอา แต่ ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำดอกไม้ ทั้งกิน ทั้งชโลม ได้ ๑๐๘ ฯฯ ๖ ยาชื่อ สมมิตรน้อย ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศเชียง ๑ เทียนทั้ง ๕ เทียนเยาวพาณี ๑ เกสรบัว ทั้ง ๕ เกสรดอกไม้ ทั้ง ๕ จันทั้ง ๒ ขอน ดอก ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ชะมดไทย ๑ พิมเสน ๑ กรุงเขมา ๑ ชะมดเชียง ๑ อำพันทอง ๑ ยาทั้งนี้ บด เป็นผง ทำเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำดอกไม้ กินแก้กระสับกระส่าย ถ้าจะสิ้นใจ มันให้ทุลนทุลาย ละลายน้ำซาวข้าว ทั้งกินทั้งชโลม แก้ร้อนแก้หนาว แก้สันนิบาต ทั้งปวง แล ฯ ๗ ยาชื่อว่า ยาจักรนารายณ์ ใหญ่ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ แก่นสน ๑ จันทั้ง ๒ หัสดำ ๑ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ รางไคร้เครือ ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ เนระพูสี ๑ นอแรด ๑ เขี้ยวแรด ๑ เขากวาง ๑ งาช้าง ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนทั้ง ๕ โกศทั้ง ๕ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ การบูร ๑ ชะเอม ๑ ลูก ประคำดีควาย ๑ บดเป็นผง ทำเป็นแท่งไว้ ถ้าสลบไป ฝนด้วยน้ำกิน ถ้าร้อนฝนด้วยน้ำซาวข้าวกิน ถ้าเย็นฝน ด้วยน้ำร้อนกิน แก้พิษทั้งปวง แก้ละอองพระบาท ก็ได้ แก้ไข้รากสาดลงท้องก็ได้ แก้เป็นไฟฟ้าก็ได้ ผื่นเพลิงก็ ได้ แก้ประหิดก็ได้ แก้สันนิบาตกุมพันทะยักก็ได้ ถ้าเจ็บคอเอาดีงูตัดกิน แล ใช้เป็นยาแก้พิษทั้งปวง ฯ ๘ ยาแก้สารพัดทั้งปวง แก้ลอมตับดับพิษทั้งปวง แก้เชื่อม แก้มัว แก้ร้อน แก้สุกเสา ลูกอ่อนก็ได้ แก้ กาฬมูตร เป็นกร่อนไม่อยู่ได้ ท่านให้เอายานี้แก้เถิดมีตัวยาดังนี้ แก่นสน ๑ แก่นจันทั้ง ๒ หัวเนระพูสี ๑ หอมแดง ๑ หวายตะคล้า ๑ หวายตะมอย ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ หัสดำ ๑ พิศนาด ๑ ระย่อม ๑ แตงเถื่อน ๑ รางไคร้เครือ ๑ ลูกประคำดีควาย ๑ นอแรด ๑ เขากวาง ๑ งาช้าง ๑ เขากุย ๑ เขากล้าย ๑ สังกรณี ๑ บดเป็นผงทำเป็นแท่ง ละลาย สุราตัดดีงู กินเป็นยาแก้ลอมตับ ล้อมใจ แก้สุกเสา ลูกอ่อนวิเศษ นัก แก้ได้ทั้งปวง แก้กาฬทั้งปวง แล ฯฯ ๙ ยานี้มีชื่อว่า ยาเขียว แก้ท้องขึ้นท้องพอง และแก้ไข้ทั้งปวง ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ใบขี้เหล็ก ๑ ใบ ฝ้ายแดง ๑ ใบแคแดง ๑ ใบพังพวยน้ำ ๑ ใบสมี ๑ ใบขี้หนอน ๑ ใบผักเข็ด ๑ ใบถั่วแระ ๑ ใบชาลีขม ๑ ใบ หญ้านาง ๑ ใบบอระเพ็ด ๑ ใบเชือกเขาหัวด้วน ๑ ใบทิ้งถ่อน ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ยาทั้งทั้งหมดนี้เอาแต่ละ อย่างเท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำกระสายยาได้ทุกอย่าง เอาเถิด ใช้ได้ ๑๐๘ ดีนักแล ฯฯ ๑๐ ตำรายาขนานนี้ ชื่อว่า สังวาลทิคุณ แก้กาฬภายในมันจับที่หัวใจ อ้าปากมิออก มันให้นอนหลับ ไปทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นหัสดมทั้ง ๔ ถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ แก่นจันทน์ทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ชะเอม ๑ โกศเขมา ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ โกศหัวบัว ๑ หวายตะคล้า ๑ หวายตะมอย ๑ พิศนาด ๑ ระย่อม ๑ หัวว่านมหากาฬ ๑ เกสรบัวหลวง ๑ ดอกบุนนาค ๑ เกสรสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกมะลิ ๑ พิมเสน ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ เนระพูสี ๑ รางไคร้เครือ ๑ ตัวยาแต่ละอย่างเอาเท่ากัน บดเป็นผงทำแท่งไว้ น้ำ กระสายยา น้ำจันทน์ น้ำดอกไม้ นำซาวข้าว แก้อ้าปากมิออก ถ้าร้อนละลายน้ำมะพร้าวอ่อนกิน ถ้าไม่ฟัง เอา ดีงูเหลือม ตัด ยาฝิ่นหน่อยหนึ่งให้กินฟื้นได้แล ฯฯ


๒๓๕ ๑๑ ยานี้มีชื่อว่า ยาอันทะพาต ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ใบฟัก ๑ ใบน้ำเต้า ๑ใบสวาด ๑ หญ้าแพรก ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบชะคราม ๑ สลัดใด ๑ ขี้วัว ๑ ลูกกระดอม ๑ ลูกชาลีขม ๑ พิศนาด ๑ พาดไฉน ๑ หัวว่าน มหากาฬ ๑ หัวว่านเปราะ ๑ ว่านกลีบแรด ๑ คุคะ ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ใบรัก ขาว ๑ ดินประสิว ๑ ยาทั้งหมดนี้เอาแต่ละอย่างเท่ากัน บดเป็นผงทำแท่งไว้ ใช้ไดกับน้ำกระสายยาทุกอย่าง ใช้ น้ำกระสายยาให้ตรงกับโรคนั้น ๆเถิด แก้หอบ แก้หน้ามืด แก้หูหนัก แก้สะอึก แก้สวิงสวาย ผุดลุกผุดนั่ง มือ เท้าตาย มันให้ตีนเย็น ยักใช้ตามน้ำกระสายยาเถิด ใช้ได้ ๑๐๘ แล ฯฯ ๑๒ ยานี้ชื่อว่า ยาเขียวแท่งทอง ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้จันทน์ทั้ง ๒ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ ราง ไคร้เครือ ๑ หัสดำ ๑ เนระพูสี ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านเปราะ ๑ ใบ พิมเสน ๑ ใบสมี ๑ พรหมมิ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบทองหลางใบมล ๑ ทองคำเปลว (ทองคำแท้) ยาทั้งนี้เอาแต่ละ อย่างเท่ากัน บดเป็นผง ทำแท่ง หรือเม็ดไว้ แก้ไข้เหนือ สันนิบาต รากสาด ทั้งปวง ละลายน้ำซาวข้าว กิน ถ้าไข้ จับละลายน้ำร้อนกิน ถ้ากระหายน้ำละลายน้ำต้มจากลูกประคำดำควายกิน ถ้ากระทุ้งพิษไข้แทรกดีงูเหลือมกิน ลำหัด พิมเสน เกรตลำ กิน แก้สลบสะไหล ละลายน้ำดอกไม้กิน แล ฯฯ ๑๓ ยาแก้ลมบ้าหมู @ ยานี้มีชื่อว่า ยาเขียวมหาอุดม แก้พิษฝีทั้งปวง ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ว่านกลีบ แรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ลูกพันธุ์ผักกาด ๑ ดีปลี ๑ จันแดง ๑ บัวหอม ๑ กระเทียม ๑ กะทือ ๑ ขิง ๑ ขมิ้น อ้อย ๑ ใบขี้กาแดง ๑ ผักบุ้งขัน ๑ ใบพุทรา ๑ ใบตำลึง ๑ ว่านหางจระเข้ ๑ ผักขวง ๑ ไม้ละงับพิษ ๑ ใบ ทองหลางใบมล ๑ ชุมเห็ดทั้ง ๒ ใบส้มซ่า ๑ ใบมะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ กระชาย ๑ ใบมะงั่ว ๑ ใบมะยม ๑ ใบ มะเฟือง ๑ กลุ่มทั้ง ๑ ใบมะผู้ ๑ ใบมะเมีย ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบพริกไทยเท่ายาทั้งหลาย ตำหอมแดงเอาน้ำเป็น น้ำกระสายยา บดเป็นผง ผสมกับน้ำหอมแดงทำเป็นแท่งไว้ ถ้าลงท้อง ละลายน้ำสุรากิน แก้ล้อมตับดับพิษ ละลายเล้าทั้งกินทั้งทาที่ท้อง ถ้าคันละลายเหล้าทา ถ้าสะอึกหอบ ละลายน้ำดอกไม้กิน ถ้าเป็นลมบ้าหมู ละลายเหล้ากิน ถ้าคอแห้งละลายน้ำส้มกิน ถ้าเป็น ตาลซางละลายเหล้ากิน ถ้าเป็นลมละลายน้ำขิงกิน ถ้าเป็น ไข้จับสั่นละลายน้ำส้มซ่ากิน ถ้าหืดไอ ละลายน้ำนมกิน ถ้าเห็บเข้าหู ละลายน้ำก้านหมากกิน ถ้าไข้มันทำให้ นอนหลับมัวซึมละลายเหล้ากินหายแล ฯฯ ๑๔ ยาดับพิษทั้งปวง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ใบมะขามแขก ๑ แก่นฝาง ๑ แก่นมะเกลือ ๑ สามร้อย ราก ๑ ยาทั้งนี้ท่านให้เอาแต่ละอย่างเท่ากัน ตำตากแดดให้แห้ง ดองสุรากินครั้งละครึ่งองคุลี แก้กาฬสิงคลี่ ทุก อย่าง และกาฬสิงคลี่ กาฬมูตรก็ดี กล่าวมาแต่หลังก็หมดชื่อกาฬแล ฯฯ ๑๕ ยาแก้เสล่ง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ มะแว้งทั้ง ๒ รากมะกอก ๑ รากมะเขือขื่น ๑ รากมะกรูด ๑ รากมะนาว ๑ รากมะงั่ว ๑ รากมะปราง ๑ โปร่งคอบ ๑ เหมือดคน ๑ ตุ้มกาแดง ๑ รากน้ำนอง ๑ ราก กระจาย ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ จันแดง ๑ เปล้าน้อย ๑ รากมะเฟือง ๑ หัวยาเข้าเย็น ๑ ยาทั้งนี้บดเป็นผงทำ เป็นแท่งไว้ ละลายน้ำซาวกินแก้เสล่งดีนัก แลฯฯ ๑๖ สิทธิการิยะจะกล่าวถึงกาฬมันเกิดขึ้นในหัวใจ มันให้ร้อนทุลนทุลาย บางทีมันทำให้เย็นไปทั้งตัว บางทีมันทำให้ลิ้นกิ่วอยู่ บางที่มันทำให้อ้าปากไม่ออก บางทีมันทำให้นอนเชื่อมอยู่ ถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ พิศนาด ๑ ระย่อม ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ใบน้ำเต้าขม ๑ ดินประสิว ๑ ใบพลูแก่ ๑ จันแดง ๑ ใบรักขาว ๑ ยาทั้งนี้บดเป็นผงทำเป็นไว้ ถ้าร้อนละลายน้ำซาวข้าวกิน แทรกดีงูเหลือมลงนิดหน่อย ถ้าไอ ละลายเหล้ากิน แก้กาฬกุมที่หัวใจ แลฯฯ ๑๗ ถ้าจะแก้กาฬกุมหัวใจ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ เปลือกตุ้มกาเครือ ๑ ตุ้มกาแดง ๑ สีหวด ๑ ช้างงา ทอก ๑ พญารากขาว ๑ เท้ายายม่อม ๑ หวายตะค้า ๑ พาดไฉน ๑ ยาทั้งบดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำ ซาวข้าวกิน แทรกดีงูเหลือมนิดหน่อย กินแก้อ้าปากมิได้แล ฯฯ


๒๓๖ ๑๘ ยาแก้ร้อนภายใน ทำให้จุกอกกระสับกระส่าย ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้รากมะไฟ ๑ รากมะนาว ๑ พญารากขาว ๑ หัวว่านมหากาฬ ๑ บดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำซาวข้าวกินแก้จุกอก กระสับกระส่ายดี นักแล ฯฯ ๑๙ มันให้ลงท้องแล้วเป็นบิดเป็นเลือดก็ดี ไม่เป็นเลือดก็ดีเป็นหนอง ก็ดีท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ โพกพาย ๑ เถากระทงลาย ๑ รากสะเดา ๑ รากมะตูม ๑ ต้มกินแก้ลงท้องหายแล ฯ ฯ ๑๙ ถ้ายังมิฟัง (คือยังไม่หยุด) ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ รากไผ่แดง ฝนด้วนน้ำกิน หยุดแล ฯฯ ๒๐ ฝีและกาฬ มันให้ลงท้องไป ถ้ามิฟัง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ รากทองหลาง ๑ รากมะเดื่อป้อง ๑ รากมะเดื่อชุมพร ๑ เอาแช่น้ำกินแก้ลงท้อง ทั้งที่เป็นและกาฬ แก้ลงท้องทั้งปวงด้วย แลฯฯ ๒๑ จะกล่าวถึง ยาอายุวัฒนะสำหรับสูตรโบราณ ให้เจริญอาหาร ให้มีกำลัง สำหรับโรคคนอันตราย แก้ได้ทั้งโลหิตและริดสีดวง ทั้งผอมแห้งซ้ำผอมไป หืดติดตัว ตัวแดงจุกเสียดแทงลม โรคขี้เรื้อน โรคสำหรับบุรุษ ดุจตะผาม และมารบ้าง และหัวเดือน จนถึง กลาก เกลื้อน เรื้อนร้าย อยู่ในไฟ องค์สุดคุดทะราด สันตะฆาต ลม ๆ เส้นเอ็นกระษัย เด็ก ๆ เป็นตาลซาง ทุกอย่าง ไป แก้ได้ไส้บาง เป็นท้องมาร ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ สมอทั้งสาม ๑ มะขามป้อม ๑ กระเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ อีกทั้ง น้ำประสารทอง ๑ ลูกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ ตัว ยาทั้ง ๙ อย่าง อย่าทิ้งคุ้มทุ่มกระสัน เอาก้านพลูกินกับหมากให้มากครัน รีบตำใส่ให้เข้ากันเทระคนกัน นำไป ตากแดด แล้วนำใส่ในน้ำผึ้ง ละลายทำให้เข้ากัน เท่าเมล็ดฝ้ายหีบ อย่ารีบร้อน ถ่ายอุจจาระวันละหนค่อยสบาย ยานี้มีคุณกรุณามากโรคที่ทำให้ลำบากกับทำให้สบาย หายสานพัดโรค ที่ทำให้อันตรายดังเดือนหงายในวันเพ็ญ เป่งปลั่งเอย ฯฯ ๒๒ สิทธิการิยะ ถ้าเป็นริดสีดวงยาแก้ริดสีดวง มันให้ไอ เป็นมองคร่อ ท่านให้ทำยานี้กินเถิด แล้วยังมี ลมอันหนึ่ง ชื่อว่า เป็นภัยทั้ง ๕ ในกองวาโย ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ สมอเทศ หนัก ๑ ตำลึง สมอพิเภก หนัก ๑ ตำลึง สมอไทยหนัก ๑ ชั่ง รากตองแตก หนัก ๑ บาท กลุ่มบก หนัก ๑ ชั่ง บอระเพ็ด หนัก ๑ ตำลึง ลูก มะตูม หนัก ๓ ชั่ง สะค้าน หนัก ๑ ชั่ง ลูกมะขามป้อม หนัก ๑ ชั่ง โกศทั้ง ๕ เอาหนัก สิ่งละ ๒ สลึง เทียน ทั้ง ๕ หนักสิ่งละ ๒ สลึง กานพลู หนัก ๔ ตำลึง ใบหนาด หนัก ๔ ตำลึง ผักเสี้ยนผี หนัก ๔ ชั่ง มหาหิงคุ์ หนัก ๑ สลึง ยาดำ หนัก ๒ ตำลึง เป้าใหญ่ หนัก ๑ ชั่ง ย่างทราย หนัก ๔ ตำลึง ใบรักขาว หนัก ๔ ชั่ง แก่น สน หนัก ๓ ชั่ง ลูกจัน หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง กาลพลู หนัก ๑ สลึง ๑เฟื้อง ใบคนทิสอ หนัก ๔ บาท ใบว่าน น้ำ หนัก ๔ ชั่ง เจตพังคี หนัก ๖ ตำลึง พริกไทย หนัก ๑ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๗ ชั่ง ยาทั้งนี้ ตำเป็นผง ละลายน้ำร้อน น้ำผึ้ง ทานก็ได้ แก้สารพัดทั้งปวง แก้ริดสีดวง ๗ จำพวก แก้ผอมเหลือง แก้เมื่อย ทั้งตัว แก้เลือดหนอง ตกมูกเลือด ตามทวารหนัก –และเบา เป็นเลือดก็ดี เป็นฝีหาเลือดมิได้ก็ดี มันให้ขัดอกอยู่ จะลุกขึ้นบ่มิได้ มันให้หน้ามืดหูหนัก มันให้เวียนหน้าตา ให้ลุกก็ล้ม ถ้าลุกขึ้นเดินไปให้หอบ ให้เมื่อย ให้หาว ให้ เรอ ให้เสียดที่สีข้าง มันให้ขัดอกทั่วทั้งตัวกินอาหารมิได้ เลย ถ้าเดินไปมันทำให้ตัวเบาเหมือนตัวลอย กินก็หาย ถ้าไอแห้ง ก็ดี เป็นเสลดก็ดี กินก็หายแล ฯฯ ๒๓ ยาแก้โรค กระษัยธรรมดา ใน สตรี และ อุบาสกทั้งหลาย มันให้เมื่อยขบ เป็นต่าง ๆนา ๆ ถ้าจะ แก้ ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ พริกไทย ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลูกคัดเคล้า ๑ บดเป็นผงละลายน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอนกิน แก้เมื่อยขบ แล ฯน ๒๔ ยาพอกฝีหัวเดียว ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ ใบพลูแก่ ๕๗ ใบ ใบชะครามพอควร ๑ กระเทียม ๓๗ กลีบ พริกไทย ๓๗ เมล็ด ขิงพอควร ๑ ปูนขาว พอควร ๑ (ขิงถ้าเป็น ฤดู ร้อน เอาแต่หน่อยเดียว) (ถ้าหน้า หนาวเอาให้มากหน่อย) ยาทั้งนี้ ท่านให้ให้เอามาตำเข้าด้วยกันมาพอกที่หัวฝีดีนักแล ฯ


๒๓๗ ๒๕ ยาขนานนี้ ชื่อ นารายณ์ ครั่งไคร้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ มหาหิงคุ์ หนัก ๑ ไพ อำพันแดง หนัก ๑ สลึง เจตมูล หนัก ๑ สลึง ๑ ไพ ลูกผักชีล้อม หนัก ๒ สลึง สะค้าน หนัก ๒ สลึง ๑ ไพ โกศสอ หนัก ๓ สลึง พริกหอม หนัก ๓ สลึง ๑ ไพ ลูกมะตูมอ่อน หนัก ๑ บาท ลูกช้าพลู หนัก ๑ สลึง ๑ ไพ ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท ๑ สลึง สมอไทย หนัก ๑ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง เทียนดำ หนัก ๑บาท ๒ เฟื้อง เกสรบุนนาค หนัก ๑บาท ๒ สลึง ๑ ไพ รากตองแตก หนัก ๑ บาท ๓ สลึง เปล้าน้อย หนัก ๑ บาท ๓ สลึง ๑ ไพ ยาทั้งนี้บดเป็นผง ละลาย น้ำร้อน กินแก้ลม คนเดินไม่สะดวก แก้ลมขึ้นตามมือ –ตามเท้า มันทำให้มือตาย- เท้าตาย ทำให้ฟกบวม และ มือเย็น-เท้าเย็น ให้บวมทุกหนทุกแห่ง ให้เจ็บสีข้าง และ ท้องน้อยเป็นกำลัง แก้สารพัดทุกอย่างดีแล ฯ ๒๖ ยาแก้ตาเจ็บ ถ้ากล่าวถึงยาชื่อว่า ยากฤษณา แก้โรคทั้งปวง จะกล่าวถึง ผักหนอกที่ขึ้นตามข้าง ทาง ห้ามมิให้หญิง-ชาย เดินข้ามผักหนอก เป็นเด็ดขาด ถ้าเจ็บตาหรือตานั้นแดง เอาผักหนอก กับ ขิง ตำบีบ เอาน้ำ นั้นทิ้งไวให้ใส เอาน้ำมาหยอดตาหาย แล ฯฯ ๒๗ ถ้าเมื่อยเจ็บแห่งใด ๆ ก็ดี ทั้งหัวและทั้งตัวขัด ท่านให้เอา ผักหนอก (หรือ ใบบัวบก) ขยี้ทา บริเวณที่เจ็บปวด หายแล ฯฯ ถ้าผู้ใดพบตำราบอกต่อ ๆ กันไป ได้อานิสงค์นักหนา แต่ถ้าผู้ใดมีไว้หวงตำรานี้ เป็นคนมิซื่อตรงตายไปตกนรก ไปเถิด ต้นตำรานี้ชื่อว่าผักหนอกมีคุณต่าง ๆ ถ้าระงับพิษ ที่เจ็บปวดกินบ้างทา บ้างหายแล ยาผักหนอกดีนักแล ฯฯ ๒๘ ถ้าเป็นฟกช้ำ ขึ้นที่แห่งใด ๆ ท่านให้เอา ผักหนอก + ขมิ้นอ้อย ทาหาย แล ฯ ๒๙ ถ้าช้างแทง หรือ ความขวิด จนตกต้นไม้ และต้องหอก หรือ ดาบ สันพร้าเจ็บ ผักหนอก บดทา แปะที่ปากแผล หายแล ฯฯ ๓๐ เป็นฝีที่รักแร้ หรือที่ คอก็ดี เอาผักหนอก กับ ขมิ้นอ้อย บดละลายน้ำมันดิบ เอาน้ำมูตร ใส่หน่อย หนึ่ง ทาลงมาหายแล ฯฯ ๓๑ ถ้าไข้จับให้สะท้าน เอา ผักหนอก นั้น บดกับ ขิงกิน หายแล ฯฯ ๓๒ ถ้าเจ็บและเจ็บเอว เอา ผักหนอก มาแล้ว ตำปน กับ ชะเอม เอาน้ำผึ้งใส่ลงหน่อยหนึ่ง กินแล้ว หายแล ฯฯ ๓๓ ถ้าตัวแดงขึ้นมา นั้นแน่น เป็นแผ่นแล้วทำให้คัน เอา ผักหนอก กับ ใบส้มปล่อย มาต้มรวมกัน เอาน้ำมาอาบดีนักแล ฯน ๓๔ ถ้าเป็นลม นั้น เอา ผักหนอก มา ๔ หนึ่งหนา พริกไทย เข้ามา ๒ เฟื้อง บดเข้าด้วยกัน ละลายน้ำ ร้อนกิน แก้ลม ๘ จำพวก ก็หายแล ฯฯ ๓๕ ถ้าขาด ระดู เลือดแห้งไซร้ อยู่ในท้อง ให้เจ็บผอมเหลือง เอา ผักหนอก ตำเป็นผง ละลาย น้ำมันดิบ ก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ กินหายแล ฯฯ ๓๖ ถ้าเป็นริดสีดวง มือเท้าตาย และตัวร้อนผิดธรรมดา ผิดหน้าผิดตา เจ็บทั่วทั้งตัว ทำให้เสียงแห้ง ชื่อว่า ลมปัตตะฆาต ๓๘ จำพวก ต้องกินยานี้ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ผักหนอก ๑ เปลือกต้นมะรุม ๑ เอา เท่ากัน ใส่เกลือลงไปหน่อยหนึ่ง แล้ว เอาหมาก ๓ คำ เบี้ย ๓ เบี้ย ฟืน ๓ ดุ้น แล้วกั้นใจปลงลง มากินเถิดหาย แล ฯฯ ๓๗ ถ้าจะประสานเนื้อบาดแผล เอา ผักหนอก ตำเข้าด้วยกัน แปะที่ปากแผลนั้น เนื้อและปากแผล จะติดกันเป็นอันดีแล ฯฯ ผักหนอก เป็น ผักพืช วิเศษ ดังนี้แล ฯฯ ๓๘ เอาผักหนนอก มาเผาไฟให้เป็นด่าง เป็นถ้ามาใส่ที่ปากแผล ใส่ ๓ วันเจ็ดวัน หายแล ฯฯ ๓๙ เอา ผักหนอก กับ ชะเอม อย่างละเท่า กัน ตำละลายนำร้อน แก้โรค ทั้งปวงทำให้เสียงดี สวด เรียนเสียงมิแห้งแลฯฯ


๒๓๘ ๔๐ ถ้าจะนาบที่กระหม่อมท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ผักหนอก ๑ กระเพราทั้ง ๒ แสม ๑ใบทองหลางใบ มน ๑ บอระเพ็ด๑เจตมูลเพลิง ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากันเผาเหล็กนาบกระหม่อมแก้หน้ามืดมึนตาหายแลฯ ๔๑ ถ้าจะให้เจริญอายุ เอา ผักหนอก ตำผง ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ละลายน้ำผึ้ง น้ำร้อน กินทุกวัน พยาธิในหายสิ้นแล ถ้ากิน ไปหนึ่งเดือนมีปัญญา กิน ๒ เดือนบริบูรณ์เป็นที่รักแก่ชนทั้งหลาย กิน ๓ เดือน ริดสีดวง ๑๒ จำพวกหาย กิน ๔ เดือน ลม ๑๒ จำพวก หาย ตาแดงเหมือนตาครุฑ หูได้ยินไปชั่วช้างร้อง กิน ๕ เดือน โรค หายสิ้น ตัวก็เบาขึ้น กิน ๖ เดือน เดินวันละโยชน์ไม่รู้จักเหนื่อยไม่เมื่อย กินเจ็ดเดือน เนื้อหนัง มี สีแดงดั่งนกการเวก กินแปดเดือน คงทนแก่ ดาบหอก ฟันแทงไม่เข้า แล กินไปหาโทษมิได้เลย ฯฯ ๔๒ ถ้าเป็น มะเร็ง พุงพอง พุงมาร พุงป่อง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ผักหนอก ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ ตำผงละลายน้ำร้อนกิน หาย แล ฯฯ ๔๓ เป็น มะเร็ง ลงท้อง ผอมเหลือง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ผักหนอก ๑ สมอทั้ง ๒ ลูกประคำดีควาย ๑ บดให้เข้ากัน กินหายแล ฯฯ ๔๔ ยานี้ชื่อว่า ยาเขียวพรหมมาศ ท่านให้ เอาตัวยา ดังนี้ พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เปลือกต้นกลุ่มบก ๑ หน่อไม้ไผ่ป่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ กระเทียม ๑ เปลือกหอยแครงเผาไฟ ๑ ดิน ประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ ปูนขาว ๑ ผิวมะกรูด ๑ ใบชุมเห็ด ๑ ใบกระเพรา ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่งไว้ กินแก้ไข้จับ แก้สะท้านร้อน –สะท้านหนาว ให้ละลายน้ำร้อนกินแก้ตัวร้อน ถ้ามือเท้าเย็น ละลายน้ำ กิน ถ้าท้องขึ้นและเป็น บิด ในทวารหนัก ทะวารเบา ละลายน้ำมะกรูด กิน ถ้าผอมเหลือง แก้ไอ ละลายน้ำมะกรูดกิน แก้เชื่อม แก้มัว แก้ชัก มือกำเท้ากำ ละลายน้ำเทียนกิน แก้ตานโจร ละลายน้ำสุรา กิน แก้ตับโต ละลายน้ำส้มซ่ากิน แก้ได้สารพัด ยักย้ายใช้น้ำกระสายเถิด วิเศษนักแล ฯฯ ๔๕ ยานี้มีชื่อว่า ยาเขียวมหากาฬ ท่านให้เอา ดังนี้ ใบเสนียด ๑ ใบหนาด ๑ ใบระงับพิษ ๑ ใบ มะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ ใบส้มซ่า ๑ ใบว่านมหากาฬ ๑ ใบทองหลางใบมน ๑ ฝักส้มปล่อย ๑ ใบสะเดา ๑ ใบ ลำโพงแดง ๑ ใบระหุงแดง ๑ ลูประตำดีควาย ๑ ลูกคัดเค้า ๑ เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ รากผักเข็ด ๑ รากถั่วพู ๑ หัวกระเทียม ๑ รากหญ้าคา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ กกลังกา ๑ หอมแดง ๑ กระชาย ๑ ตัวยา ทั้ง ๒๕ สิ่งนี้เอาแต่ละสิ่งเท่ากัน (คือเสมอภาค) เอาดีงูเหลือมฝนกับ สุรา ทำเป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผงทำ เป็นแท่งไว้ ฝน กับ สุรา ทาฝีคางทูมหาย แก้ฝีดาษหลบใน แก้คลั่งละลายน้ำ ลำหัด แทรกพิมเสนให้กินหายแล ท่านตีค่าไว้ ทอง ๑ ตำลึง แลฯฯ ๔๖ ยากำลัง ๗ ช้างสาร ขนานนี้ชื่อ ว่า ยานันทะคุณ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ใบสะเดา ๑ ใบมะตูม ๑ ใบคนทิสอ ๑ บอระเพ็ด ๑ รากว่านน้ำ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ให้เอายาแต่ละสิ่ง หนัก ๑ ตำลึง พริกไทย เท่ายา ทั้งหลาย บดเป็นผงละลายน้ำมูตรโค กินมีกำลัง เท่า ๗ ช้างสาร ถ้าแก่แล้วกับเป็นหนุ่ม ขึ้นดังเก่า สาวหรือ สตรีทั่วไป ละลายน้ำผึ้งรวง หรือน้ำผึ้งหลวง น้ำอ้อยแดง กินแก้ริดสีดวงมองคร่อ แก้หืดไอ ผอมเหลือง ละลาย น้ำส้มกิน ถ้าผู้ใดได้กินยานี้ หายทั้งครุฑราด ขี้กลาก ๗ จำพวก หายสิ้น มีปัญญามาก เป็นขี้โก้โพตะนัย ละลาย น้ำมะนาววกิน แก้ลมป่วง ละลายน้ำส้มซ่ากิน ประสูติคลอดลูกยาก ละลายน้ำขิงกิน ไข้ ๑๕ วัน มีพักอยู่ไฟมิได้ เนื้อเป็นดั่งสาว ๆ แล ฯฯ ๔๗ ยาแก้นิ่ว และเบาแสบ และ ขัดเบา ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ รากจิงจ้อน้อย ๑ โคกกระสุน ๑ ราก ปีบ ๑ หญ้าแพรก ๑ จันหอม ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ เมื่อจะเอาน้ำผึ้งแท้เทลงไปช้อนหนึ่ง ๒ ช้อนก็ได้แล้วกวนให้เข้า กันแล้วจึงกินยา ปัสสาวะออกหายได้แล ฯฯ ๔๘ สิทธิการิยะ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษา ไข้เนื้อ และ ไข้เรื้อรัง ถ้ามิรู้จักคณะนา จะบอกให้รู้ว่าออกดำ ออกแดง เมื่อมันเกิดขึ้นตามสันหลัง และกำนิดมันจับตั้งแต่ เช้าไปจนถึงเที่ยง และถึงค่ำ และเมื่อยแลร้อน เป็น กำลังมันให้จักษุแดงเป็นโลหิต มันทำให้ตัวเย็น และตัวร้อนเป็นกำลัง เป็นท่อนมิเสมอกัน ถ้ามีขึ้นมาคนทั้งปวง


๒๓๙ ก็มิรู้ว่าไข้สันนิบาต อย่าให้กินยา ร้อนยาเพชร อย่าดื่มเหล้า และน้ำมันน้ำร้อน อย่าอาบน้ำ อย่าประครบยา นวด อย่ากรกกรอก เอาน้ำโลหิต จะตายเพราะทำพิษดังนี้แล เมื่อเป็นไข้เนื้อและไข้เรื้อรัง ควรศึกษาตรงนี้ให้ดี ก่อน คนไข้จะปลอดภัยได้ดีที่สุด ไข้นี้มันชอบแต่ยาเย็น และฝาดเฝื่อน ถ้าจะให้รู้แท้ ให้เอาเทียนส่งดูจะเห็น ถ้าไม่เห็นมันยังอยู่ ลึก ให้กินยานี้กระทุ้งภายในชายตับ เมื่อตายแล้ว ก็จะเห็นเป็นสาย ขึ้นมาประดุจดังลาย กาบเผือกก็มี ดุจลายดีบุกก็มี ดำเป็นวงก็มี ถ้าล้มป่วยเป็นไข้ไ ด้ ๑-๒-๓ วัน แล้วอย่าได้รักษาเลย ร้อยคนพัน คน ก็จะรอดสัก ๑ คน ท่านบอกไว้ให้รู้ ถ้าออกเป็นดำแดงปรากฏขึ้น มาประดุจดังว่า ผลจิงจ้อสุก ก็มี เป็น ประการต่าง ๆนานา ถ้าเป็นแดงให้ปรากฏ ดังชาตอแต้มยอดเท่าเมล็ดถั่ว และเมล็ดงา ก็มี ลักษณะให้ออกดำ และ ออกแดง ควรจะพิจารณาให้รอบคอบ ใคร่ควรให้ทั่วทุกสาเหตุของคนไข้ เสียก่อนตรวจดูให้จงดี สะท้าน ร้อน สะท้านหนาว ท่านว่าเป็นปานดำและปานแดง ลักษณะของปานดำผุดขึ้นวงเดียว ประดังว่าสีน้ำคราม และสีลูกหว้าสุก เป็นวงกลม โตประมาณ ๒-๓-๔ นิ้ว เท่าวงลูกสะบ้า ก็มี ชื่อว่าปานดำ ขึ้นแต่ครึ่งเดียว ตามที่ ลักษณะออกมานั้น ตายบ้าง ได้บ้าง ถ้าขึ้นตลอดมาตั้งแต่เท้า ๑๐๐ คนจะรอดสัก ๑ คน ๔๙ ลักษณะปานแดง นั้น ปานดำมีพิษมากกว่าปานแดง มันทำให้เพลิดเพลิน ควรพิจารณาดูให้ รอบคอบ และแม่นยำ ถ้าเป็นไข้และปวดหัว เมื่อยตามเนื้อตามตัวหนัก ท่านว่าจะเป็นไข้ดาวเรือง ลักษณะไข้ ดาวเรือง เมื่อยังไม่ผุดขึ้นมา คนทั้งปวงก็ไม่รู้ มันผุดขึ้นประดุจดังลายโครมก็มี ดังชาดมอดก็มี ให้แพทย์ พิจารณาดู ให้จริงแท้เสียก่อน จึงวางยาถูกแก่โรคแล ฯฯ ๕๐ ถ้าไข้มันให้สะท้านร้อน –สะท้านหนาว ให้เสียวตัว เย็นตีน ประดุจจะดังลมสันนิบาต มันทำให้ เหมือนผีร้ายเข้าแล มันทำให้ร่ำลี้รำไรก็มี กำมือก็มี และตาแดงเป็นสายโลหิตและตัวร้อน ถ้าเป็นไข้รากสาด มัน ให้ปรากฏขึ้น มาดังลายดีบุก และก้านเผือกขาว ก็มี ดังก้านเผือกแดงก็มี เหมือนทั้ง ๓ นี้แลฯฯ ๕๑ ลักษณะ รากสาดดำ นั้นพิจารณาดูให้ดี มีพิษมากกว่า แดง แล ท่านอาจารย์บอกให้รู้ พิจารณาดู ตัวคนไข้ ให้จงเที่ยงแท้ ตีนฐานขาว ยอดดำ ตะมอย ก็ว่า มะเร็งทูมก็ว่า ให้เร่งแก้ให้จงดี ถ้าเขียวเป็นแถว ทั่วไปทั้งตัว ชื่อว่า สังวาลพระอินทร์ ถ้าผู้หญิงเป็นซ้าย ผู้ชายเป็นชวา อย่ารักษาเลยตายแล ถ้าผู้หญิงเป็นขาว ผู้ชายเป็นดำ ให้รักษาเถิดไม่ตายแล ท่านให้พิจารณาดุที่เท้าของคนไข้ให้ทั่งทั้งข้างล่างและบน เท้า ทั้ง ๒ ข้าง ของคนไข้ นั้นเป็นพวงเขียวขึ้นมา เป็นสีลูกหว้าสุก ชื่อว่าตะพานหิน ให้เร่งรักษาแต่ยังน้อย ถ้ามันแก่จะตาย อย่ารักษาเลย ให้เร่งรักษาแต่ยังอ่อน ยังมิออกนั้นเถิด ท่านให้เอาเทียนส่งดูที่คนไข้นั้นเห็นเป็นดังลูกจิงจ้อเป็น เงาใส อยู่ในเนื้อนั้น ชื่อว่ามหาเมฆให้เร่งแก้บอกไว้ให้รู้ชื่อว่า ๕๒ ประกายดาษ หงส์รันทด ๒ ประการ เมื่อคนไข้นั้นเมื่อยตัวหนัก ให้พิจารณาเห็นเป็นเม็ดโตเท่าไข่ ปลากลาย ไปทั่วทั้งตัวแล ลิ้นกระด้งคางแข็ง ให้สลบอยู่ก็ดี มันแก่แล้วมันจะออกมาให้เห็น เป็นแล้วบ่ออก ไป ก็จะตาย ให้เร่งรักษาแต่ยังอ่อน บอกให้รู้ไว้ ถ้าแลไข้ให้เป็นแถวที่ลิ้นเป็นริ้วลงมา ดำก็มี ชื่อว่าสายฟ้าฟาด ทำ ให้คนไข้อ้าปากมิออก ให้ร้อนผิวหนัง กับจักษุ (คือร้อนที่ตา ) นั้นแดงบอกไว้ให้รู้ ถ้าอุจจาระดำเป็นแก้วออกมา ชื่อว่าไฟเดือนห้า ถ้าแดงออกแล้ว กับดำลงชื่อว่าไฟฟ้าให้เร่งประกอบยารักษาอย่าแครงใจ และประดุจดัง มด ขบกัด เป็นแผ่นเป็นลาย ยอดแหลม ๆ น้อย ๆ ก็มี ทำให้ปวดกระตุกและ บิดตัว และทำให้ทุลนทุลาย กระหาย น้ำและทำให้น้ำลายเหนียว ชื่อว่าไหม้น้อย ให้เร่งแก้ให้จงดีเถิด ฯฯ ๕๓ ถ้าเหลือง คือ ฝ่าเหลือง และให้ปวดท้องแล้วให้ลงเป็นโลหิตเป็นบุพ โพ (คือหนอง) และบุพโพยัง เน่า ให้เร่งบุพโพเน่าถ้าบุพโพเน่าแล้วอย่ารักษาเลยตายแล ฯฯ ๕๔ ถ้าคนไข้หน้าเหลือง ดังสีดอกบบวบ ชื่อว่ากาฬสิงคลี่ และมันย่อมเกิดในตับและในโครง และเกิด เมื่อใดทำให้ตับแหว่ง และตับขาด แหว่งเวิกจากที่บนไปแล้วคนมิรู้ว่าเป็นพิษ ไข้อื่นตาย เพราะกาฬหมู่นี้ แล ฯ จบบทที่ ๑๓ แต่เพียงเท่านี้


๒๔๐ บทที่ ๑๔ ยาหอมต่างๆ ปรับปรุงสมบูรณ์ยาขนานที่ ๕๒ ยาขนานนี้ ชื่อ ว่า ยาหอมข่า มีตัวยา ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกพิกุล ๓) ดอกบุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกมะลิ ๖) เกสรบัวหลวง ๗) ดอกบัวเผื่อน ๘) ลูกประคำดีควาย ๙) คุคะ ๑๐) งาช้าง ๑๑) โกศหัวบัว ๑๒) เปลือกสันพร้านางแอ ๑๓) ข่าตาแดง ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือหนักสิ่ง ละสองบาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่ง น้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน เป็นน้ำกระสายยา ฯ ๑ ยาหอม แก้ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต แก้ไข้ตัวร้อน และตัวเย็นก็มี ท่านให้เอาเมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ ลูกผักชี ๑ จันหอม ๑ จันทะนา ๑ กฤษณา ๑ แก่นสน ๑ ชะเอม ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลูกขี้กา ๑ ใบหญ้านาง ๑ เชือกเขามวกแดง ๑ เอาเสมอภาค(คือเอาตัวยาแต่ละอย่าง หนักเท่ากัน) บดทำแท่งไว้ ถ้าตัวเย็น ละลายด้วย น้ำจันกิน ถ้าลงท้องละลายด้วยนำกะทือกิน ถ้ามิฟังละลายน้ำต้มจากมะเดื่อกิน ถ้ามิฟังละลายน้ำต้มเปลือกแค แดงกิน ถ้าอาเจียน เอาลูกยอเผาไฟต้มเอาน้ำมาละลายยากิน แก้ลาเจียนดีนักแล ฯฯ ยาขนานที่ ๒ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมประทุมชาติ ท่านให้เอา ๑) จันทน์ทั้ง ๒ (๒) แฝกหอม ๓) ว่าน เปราะหอม ๔) กฤษณา ๕) โกศเชียง ๖) ดอกพิกุล ๗) ดอกบุนนาค ๘) ดอกสารภี ๙) ดอกทองหลาง ๑๐) ดอกทองกวาว ๑๑) ดอกงิ้ว ๑๒) ดอกบัวหลวง ๑๓) แก่นฝางเสน เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นผง ผสมกับน้ำปูน ใส แทรกสารส้มพอสมควร แก้บิด แก้ไข้ แก้ดี แก้พิษเลือด แก้ลงท้องเด็กก็ได้ดีนัก ได้ใช้มามากแล้ว ยาพ่อ เทศ ยาขนานที่ ๓ ชื่อว่ายาหอมเนาวะโกศ ที่ ๑ แก้ไข้ทั้ง ๓ ฤดู แก้พิษโลหิต เสมหะ และ ลม แก้ดี แก้ กำเดา มันจับทำให้สะบัดร้อนสะบัดหนาว หนาวสะท้าน สะอึก มันทำให้อาเจียน ให้แน่นปะทะ แก้สันนิบาด ตาเหลือง สำประ ขวน ไข้ป่าดง (ไข้ที่เกิดจากยุง เช่น ไข้มาลาเรีย ไข้ป้าง ไข้เลือดออก ) ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ๔) กฤษณา ๕) กระลำพัก ๖) ขอนดอก ๗) ลูกจันทน์เทศน์ ๘) กระวาน ๙) กานพลู ๑๐) ชะลูด ๑๑) อบเชย ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓)แก่นสน ๑๔) กรักขี ๑๕) ระย่อม ๑๖) พิศนาด ๑๗) รางไคร้เครือ ๑๘) รากช้าพลู ๑๙) สะค้าน ๒๐) หัวแห้วหมู ๒๑) ลูกผักชี ๒๒) สมอทั้ง ๓ ๒๔) มะขามป้อม ๒๕) ลูกกระดอม ๒๖) น้ำประสารทองเทศสะตุ ๒๗) เปราะหอม ๒๘) แฝกหอม ๒๙) ลูกราชดัด ๓๐) ลูกสารพัดพิษ ๓๑) หญ้าตีนนก ๓๒) ดอกพิกุล ๓๓) ดอกบุนนาค ๓๔) ดอกสารภี ๓๕) เกสรบัวหลวง ตัวยาทั้ง ๔๙ สิ่งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง บดเป็นผง แทรกชะมดเชียง หญ้าฝรั่น อำพัน ทอง พิมเสน สิ่ง ละ ๒ สลึง บดเป็นผงละลายน้ำดอกมะลิ ทำเป็นแท่งเก็บไว้ กิน ถ้าจะแก้ไข้จับให้เชื่อมมัว ให้ เอายาละลาย น้ำดอกมะลิกินหาย แก้ไข้จับสั่น ให้เอา สะค้าน ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลุกผักชี ๑ เทียนดำ ๑ โกศสอ ๑ ต้มเป็นน้ำกระสายยากินหาย แก้อาเจียน ให้เอา เทียนดำ ลูกผักชี เถาเชือกเขาคัน ต้มเป็นน้ำกระสาย แทรกพิมเสนกินหาย แก้ลง น้ำไพล ๑ น้ำกะทือ ๑ หมกไฟ ลูกจันทร์ปิ้งไฟ บดแทรกพิมเสน กิน แก้จุก แดก เลือด ให้เอา เนื้อไม้ ๑ โกศกระดูก ๑ หนักสิ่ง ละ ๑ บาท ขิงสด ๑ ต้มเป็นน้ำกระสายกินหาย แก้ได้หลาย ประการ ตำราหลวงพ่อ วัดมหาธาตุ แล ฯ ยาขนานที่ ๔ ชื่อว่ายาหอมเนาวะโกศ ที่ ๒ แก้ไข้ทั้ง ๓ ฤดู แก้พิษโลหิต แก้เสมหะ ลม ดี ที่ทำพิษ ให้สะบัดร้อน สะท้านหนาว ให้สะอึก ให้อาเจียน ให้แน่นปะทะที่หน้าอก แก้ไข้สันนิบาด แก้สำประชวน ท่าน ให้เอา ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ๔) กฤษณา ๕) กระลำพัก ๖) ขอนดอก ๗) ลูก จันทน์เทศน์ ๘) กระวาน ๙) กาลพลู ๑๐) ชะลูด ๑๑) อบเชย ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓) แก่นสน ๑๔) กรักขี ๑๕) รางไคร้เครือ ๑๖) หัวแห้วหมู ๑๗) ลูกผักชี ๑๘) ลูกสมอทั้ง ๓ ๑๙) มะขามป้อม ๒๐) ลูกกระดอม ๒๑) น้ำประสารทองเทศ ๒๒) ว่านเปราะหอม ๒๓) แฝกหอม ๒๔) ลูกราชดัด ๒๕) ลูกสารพัดพิษ ๒๖) หญ้าตีนนก ๒๗) ดอกพิกุล ๒๘) ดอกบุนนาค ๒๙) ดอกสารภี ๓๐) เกสรบัวหลวง ๓๑) ชะเอมเทศ ๓๒)


๒๔๑ ดอกจันทร์ ๓๓) พริกไทยคั่ว ๓๔) ยาเบญจกูล (ยาเบญจกูล คือ ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง ขิง แห้ง) ตัวยาทั้งนี้เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท เมื่อจะบด เอา ชะมดเชียง พิมเสน หญ้าฝรั่น อำพันทองหนัก สิ่งละ ๒ สลึง น้ำดอกมะลิเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ถ้าจะแก้ราก หรืออาเจียน น้ำลูกผักชี หรือน้ำ ลูกยอ เทียนดำ ต้มละลายยากิ กินหาย แก้ลมจุกเสียด เอาน้ำเนื้อไม้ โกศกระดูก ต้มละลายกินหาย แก้พิษฝี พิษไข้ ละลายน้ำดอกไม้เทศ น้ำครำก็ได้กินหาย ฯ ยาหอม ๒ ขนานนี้ ชื่อเดียวกัน แต่มา คนระสำนัก และ ตอนท้ายของยาก็ไม่เหมือนกัน ยาขนานที่ ๕ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมนิพพานพรหม ท่านให้เอา ๑) โกศพุงปลา ๒) โกศก้านพร้าว ๓) โกส เชียง ๔) โกสหัวบัว ๕) โกศกระดูก ๖)โกศกักกา ๗) โกศกระกลิ้ง ๘) เทียนทั้ง ๕ ๙) ลูกจันทน์ ๑๐) ดอกจันทน์ ๑๑) ลูกกระวาน ๑๒) ใบกระวาน ๑๓) อบเชยทั้ง ๒ ๑๔) สมุลแว้ง ๑๕) ลุกเอ็นเทศน์ ๑๖) ลูกช้าพลู ๑๗) กฤษณา ๑๘) กระลำพัก ๑๙) ขอนดอก ๒๐) จันทน์ทั้ง ๒ ๒๑) ตรีกระตุก ๒๒) เกสรบัวน้ำ ทั้ง ๕ ๒๓) ดอกพิกุล ๒๔) ดอกบุนนาค ๒๕) ดอกสารภี ๒๖) ดอกมะลิ ๒๗) ดอกจำปา ๒๘) ดอก กระดังงา ๒๙) สมอพิเภก ๓๐) สมอไทย ๓๑) มะขามป้อม ๓๒) ชะมด ๓๓) พิมเสน ยาทั้งหมดทุกสิ่ง เอาเสมอภาค คือเท่ากัน หนักสิ่งละ ๑ บาท เอาสารพัดเขี้ยว สารพัดดี เป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผง ปั้น เป็นแท่ง ไว้ ถ้าจะให้ทุเลา น้ำใบสวาด รากจิงจ้อหลวง ต้ม (ถ้าจะแก้ขี้ลงท้อง ใช้เปลือกต้นแคกินดอก เปลือก ต้นมะเดื่อ ต้มเป็นน้ำกระสายยา ) ( แก้ตกมูกตกเลือด ใช้ใบกระพังโหม ใบทับทิม ต้มเป็นน้ำกระสายยา ) (แก้ ราก หรืออาเจียน ใช้ ลูกยาต้มเป็นน้ำกระสายยา แทรกน้ำผึ้งนิดหน่อยใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) (แก้ตาลซาง แก้ ไข้สันนิบาด เพื่อโลหิต และเสมหะ วาโย เป็น หัด หืด ทั้งปวง แพทย์ จงยักน้ำกระสาย ใช้ตามสมควรแก่โรค นั้น ๆเถิดฯ ยาขนานที่ ๖ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมแก่นมะซาง ท่านให้เอา ๑)จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) แก่นมะซาง ๔) เปลือกต้นไข่เน่า ๕) ชะเอมเทศ ๖) ชะลูด ๗) กรักขี ๘) ดอกพิกุล ๙) ดอกบุนนาค ๑๐) ดอกสารภี ๑๑) เกสรบัวน้ำ (ตามแต่ที่จะหาได้) ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือ เท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ เป็น กระสาย น้ำซาวข้าวก็ได้ แทรก พิมเสน ลำหัส ทั้งกิน ทั้งทา แก้ไข้สันนิบาด อันมีพิษหายดีแล เป็นยาวิเศษยิ่ง นัก ฯ ยาขนานที่ ๗ ยานี้ชื่อว่า ประทานพิษ แก้ไข้ ทั้งปวง ไข้สันนิบาด ไข้สำประชวร ไข้ปุราณะชวร ถึงกับ เป็นมาก ถ้าว่าชัก คือ มันจับที่หัวใจ ให้แน่นิ่งอยู่ก็ดี ถ้าวางยานี้ลงไปได้ ก้จะได้สติ ขึ้นมาสั่งเสียได้ ได้ใช้วาง และทดลองมาแล้ว อย่าได้ ลังเลเลย ท่าน ให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕) ๒) เทียนทั้ง ๕ ) ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ) ๔) กระลำพัก ๕) กรุงเขมา ๖) ลูกจันทร์ ๗) ดอกจันทร์ ๘) กาลพลู ๙) จุกโรหิณี ๑๐) ผักแผ้วแดง ๑๑) พริกไทย ๑๒) ดีปลี ๑๓) ขิงแห้ง ๑๔) สมอทั้ง ๓ ) ๑๕) แฝกหอม ๑๖) พิกุล ๑๗) บุนนาค ๑๘) สารภี ๑๙) ดอกจำปา ๒๐) ดอกบัวเผื่อน ๒๑) ดอกบัวขม ๒๒) ดอกสัตบงกฎ ๒๓) ดอกจงกลนี ๒๔) เนระพูสี ๒๕) หัวแห้วหมู ๒๖) ชะมดชียง ๒๗) พิมเสน ๒๘) ดีงูเหลือม ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือหนัก สิ่งละ ๒ บาท เท่ากัน บดเป็นผงละลายน้ำดอกไม้เทศ เป็นน้ำกระสาย แล้วตากแดดให้แหงนำไปบดอีกที หรือทำเป็นแท่งไว้ก็ ได้ เอาน้ำดอกไม้เทศ เป็นกระสาย ทั้งกินทั้งทา และ ชโลม ดีนักแล ฯ ยาขนานที่ ๘ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมบุนนาค ท่านให้เอา ๑) ลูกจันทน์ หนัก ๕ บาท ๒) ขิงแห้งหนัก ๕ บาท ๓) สะค้านหนัก ๕ บาท ๔) รากช้าพลู หนัก ๗ บาท ๕) พริกไทยหนัก ๗ บาท ๖) ดีปลีหนัก ๓ ตำลึง ๗) เถาชิงช้าชาลีหนัก ๓ ตำลึง ๘) สมุลแว้งหนัก ๓ ตำลึง กับ ๑ บาท ๓ สลึง ๙) ดอกบุนนาคหนัก ๕ ตำลึง กับ ๓ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำชา น้ำร้อน แก้ลงท้อง แก้อาเจียน ดีนัก ยาขนานที่ ๙ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมแท่งทอง ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๙) ๒) เทียนทั้ง ๕) ๓) ลูกจันทน์ ๔) ดอกจันทน์ ๕) ลูกกระวาน ๖) ใบกระวาน ๗) กาลพลู ๘) ตรีกระตุก เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท ๙) กฤษณา


๒๔๒ ๑๐) กระลำพัก ๑๑) ขอนดอก ๑๒) ชะลูด ๑๓) อบเชยทั้ง ๒) (๑๔) จันทน์ทั้ง ๒) (๑๕) ชะเอมทั้ง ๒) ๑๖) สมุลแว้ง ๑๗) พริกหอม ๑๘) ดอกพิกุล ๑๙) ดอกบุนนาค ๒๐) ดอกสารภี (๒๑) ดอกมะลิทั้ง ๒) (๒๒) เกสร บัวน้ำทั้ง ๕) ๒๓) ดอกคัดเค้า ๒๔) ดอกมะกล่ำ ๒๕) ดอกลำเจียก ๒๖) ดอกการะเกตุ ๒๗) ดอกกรรณิกา ๒๘) ดอกซ่อนชู้ ๒๙) ดอกกล้วยไม้ ๓๐) รากแฝกหอม ๓๑) หัวตะไคร้ ตัวยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท บดเป็น ผงแล้ว ปรุง ด้วย ชะมดเชียง ๑ พิมเสน ๑ หญ้าฝรั่น ๑ อำพันทอง ๑ กระแจะตะนาว ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง บดรวมกับยาผงทั้งหมด ปั้นเป็นเม็ดเก็บไว้ในร่ม เอาทองคำเปลวปิดทุกเม็ด ฝนด้วยน้ำดอกไม้เทศกิน แก้สารพัด ทั้งปวง ไข้อันหนักถึงกับคลั่งไคล้ถ้าได้กลืนยานี้ลงไปได้ ก็รอดจากความตาย เป็นยามหาวิเศษนัก ได้ใช้มามากแล้ว ฯ ยาขนานที่ ๑๐ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมโอสถ แก้ไข้พิษ แก้ไข้รากสาด แก้ไข้สันนิบาด แก้ ไข้เพื่อเสมหะ และ ลมเจือกัน ให้จับมันทำให้เชื่อมมัว มันทำให้สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้คลั่งเพ้อ ให้แน่นหน้าอก ให้ปะทะ อาเจียน ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) รากหญ้านาง ๒)รากเท้ายายม่อม ๓) รากฝักข้าว ๔) รากพุงดอ ๕) คุคะ ๖) เถามวกแดง ๗) เถามวกขาว ๘) รากระย่อม ๙) พิศนาด ๑๐) รางไคร้เครือ ๑๑) มะหาสดำ ๑๒) พญามือเหล็ก ๑๓) โกศเชียง ๑๔) โกศหัวบัว ๑๕) กำยาน ๑๖) ใบพิมเสน ๑๗) ใบสันพร้าหอม ๑๘) ดอกคำไทย ๑๙) ดอก คำเทศ ๒๐) ดอกคำจีน ๒๑) ฝางเสน ๒๒) ตรีผลา (คือ สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) ๒๓) หัวแห้วหมู ๒๔) ตับเต่าน้อย ๒๕) ตับเต่าใหญ่ ๒๖) ธูปจีนอย่างดี ๒๗) อำพันทอง ๒๘) อำพันขี้ปลา ๒๙) หญ้าฝรั่น ๓๐) ชะมดสด ๓๑) ชะมดเชียง ๓๒) กระแจะผสมแล้ว ๓๓) พิมเสนเกล็ด ๓๔) เกล็ดหอยเทศ ตัวยาทั้ง ๓๖ สิ่งนี้ เอาหนัก สิ่ง ๑ บาท เท่ากัน ๓๕) จันทน์แดง ๓๖) จันทน์ขาว ๓๗) กฤษณา ๓๘) กระลำพัก ๓๙) ขอนดอก ๔๐) ชะลูด ๔๑) อบเชยไทย ๔๒) อบเชยเทศ ๔๓) ชะเอมไทย ๔๔) ชะเอมเทศ ๔๕) ลูกจันทน์ ๔๖) กระวาน ๔๗) กาลพลู ๔๘) เนระพูสี ๔๙) แฝกหอม ๕๐) เปราะหอม ๕๑) ลูกเอ็นเทศ ยา ๑๗ สิ่งนี้ เอาสิ่งละ ๓ สลึง ๕๒) โกศสอ ๕๓) โกศพุงปลา ๕๔) โกศเขมา ๕๕) โกศกระดูก ๕๖) โกศนำเต้า ๕๗) เทียนทั้ง ๕ (๕๘) ดีปลี ๕๙) ขิงแห้ง ๖๐) ทศเขา (คือ เขา ๑๐ ชนิด ) ๖๑) เนาวะเขี้ยว (คือ เขี้ยว ๙ ชนิด) ๖๒) ดอกลำเจียก ๖๓) ดอก การะเกตุ ๖๔) ดอกพิกุล ๖๕) ดอกบุนนาค ๖๖) ดอกสารภี ๖๗) ดอกบัวหลวง ๖๘) ดอกมะลิซ้อน ๖๙) ดอก มะลิลา ๗๐) ดอกสัตบุตร ๗๑) ดอกสัตบัน ๗๒) ดอกสัตตะบงกช ๗๓) ดอกจำปา ๗๔) ดอกกระดังงา ๗๕) ดอกบัวเผื่อน ๗๖) ดอกบัวผัน ๗๗) ดอกบัวขม ๗๘) ดอกสลิด ๗๙) ดอกสามหาว ๘๐) ดอกละหุ่ง ๘๑) ดอก ว่านหางช้าง สิริยาทั้ง ๕๑ สิ่งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง รวมทั้ง สิ้น ๑๐๔ สิ่ง ตำรายานี้ท่านอาจารย์ เขียนไว้ ว่า มี ๑๐๕ อย่าง แต่ผู้เรียบเรียงตรวจอย่างถ้วนถี่ มีเพียง ๑๐๔ อย่างเท่านั้น บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ และ สารพัดดี เป็นน้ำกระสายยา เมื่อจะบดยานี้ให้เสกด้วย บดสวดถอนโบสถ์ ๑๐๘ จบ บดเป็นผง แล้วปั้นเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำดอกมะลิ ตามแต่จะใช้ได้ ทุกประการ ทั้งกิน ทั้งชโลม ได้ทั้งกุมารด้วย เป็นมหาวิเศษนักแล ได้ใช้มาแล้ว ดีวิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๑ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมทิพยโอสถ ท่านให้เอา ๑) จันทน์แดงเทศ ๒) จันทน์ขาวเทศ ๓) กฤษณา ๔) กระลำพัก ๕) ขอนดอก ๖) อำพันทอง ๗) เทียนดำ ๘) เทียนข้าวเปลือก ๙) เทียนแดง ๑๐) เทียนเยาวพาณี ๑๑) สังกรณี ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓)ชะลูด ๑๔) ลูกผักชี ตัวยาทั้ง ๑๔ สิ่งเอาหนักสิ่ง ๒ สลึง ๑๕) โสมเกาหลี ๑๖) หญ้าฝรั่น ๑๗) ชะมดเชียง ๑๘) ลูกจันทน์เทศน์ ๑๙) ดอกจันทน์ ๒๐) กระวาน ๒๑) กาลพลู ๒๒) อบเชยเทศ ๒๓) พิมเสน ตัวยา ๙ อย่าง นี้ หนัก สิ่งละ ๑ สลึง ๒๔) โกศสอเทศน์ ๒๕) โกศหัวบัว ๒๖) โกศ เขมา ๒๗) โกศจุฬาลำพา ๒๘) โกศพุงปลา ตังยา ๕ อย่างนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๒ บาท สิริยาทั้งนี้บดเป็นผง น้ำดอกไม้สดเป็นน้ำกระสายยาปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ถ้าจะแก้ไข้ฝีกลาย น้ำดอกไม้สด แก้กำลังอิดโรย แก้หอบ แก้ สวิงสวาย นอนไม่หลับ ละลายน้ำรากถั่วพู ต้มแทรกขันทศกร พิมเสน รำหัด แก้คลั่ง ละลายน้ำสนเทศ ต้ม กิน


๒๔๓ อาหารไม่มีรส ละลายน้ำตาลขันทศกร แก้เชื่อมละลายน้ำ ชะเอมเทศต้ม แก้ท้องเดิน ละลายน้ำเปลือกต้นมะรุมต้ม แก้พิษเสมหะ แก้ลมจับที่ดวงใจ ละลายน้ำดอกไม้เทศน์ กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๑๒ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมใหญ่ ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทร์ทั้ง ๒ ๔) ลูกจันทร์ ๕) ดอกจันทร์ ๖) กาลพลู ๗) กระวาน ๘) กำยาน ๙) ชะลูด ๑๐) อบเชยทั้ง ๒ ๑๑) กฤษณา ๑๒) กระลำพัก ๑๓) ขอนดอก ๑๔) การบูร ๑๕) ชะเอมทั้ง ๒ ๑๖) แก่นสน ๑๗) ลูกเอ็น ๑๘) เนระพูสี ๑๙) หัวว่านเปราะหอม ๒๐) พิมเสน ๒๑) ชะมดทั้ง ๒ ๒๒) ใบพิมเสน ๒๓) ดอกพิกุล ๒๔) ดอกบุนนาค ๒๕) ดอกสารภี ๒๖) เกสรดอกบัวหลวงแดง ๒๗) เกสรดอกบัวหลวงขาว ๒๘) ดอกมะลิทั้ง ๒ ๒๙) ดอกคำฝอย ๓๐) ดอกลำเจียก ๓๑) ดอกการะเกตุ ๓๒) ดอกสัตบุตร ๓๓) ดอกกระดังงา ๓๔) ดอกบัวเผื่อน ๓๕) ดอกบัวขม ๓๖) ดอกจำปา ๓๗) ดอกกรรณิกา ตัวยาทั้งหมดนี้เอาหนัก สิ่ง ๒ บาท บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ แก้สารพัด ไข้ทั้งปวง ๗จำพวก ละลายน้ำสุรา น้ำจันทร์ น้ำผึ้ง แก้ไข้ละลายน้ำซาวข้าว และ น้ำเถาหญ้านาง น้ำดอกไม้เทศน์ น้ำจันทร์เทศ แก้คลั่งทุลนทุลาย น้ำดอกไม้เทศ ละลายน้ำตาลกรวด น้ำตาลทราย น้ำดอกมะลิก็ได้ แก้สารพัดไข้ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ เป็นยาชั้นสูง ถ้าไข้พอดีพอร้ายอย่าเพิ่งวางก่อน มีคุณยิ่งนัก ให้แต่ชโลม ดูก่อน ถ้ามิฟังจึงให้กิน เมื่อจะกินให้ถอนด้วยพระคาถา ถอนโบสถ์ ๑๐๘ คาบก่อน จึงกินยานี้ ยาขนานนี้ เป็นยา ของ ครูบาธิยาย ได้แก้ อับจน มามากแล้ววิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๓ ยานี้มีชื่อว่า ยาหอมใหญ่ ใช้แก้ มหาสันนิบาด ท่านให้เอา ๑) จันทน์ทั้ง ๒ (๒) กฤษณา ๓) กระลำพัก ๔) โกศสอ ๕) โกศเขมา ๖) โกศหัวบัว ๗) โกสพุงปลา ๘) โกศก้านพร้าว ๙)โกส จุฬาลำพา ๑๐) สมุลแว้ง ๑๒) น้ำประสาร ทอง ตัวยาทั้ง ๑๒ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๕ ตำลึง กับ ๒ สลึง ๑๓) ชะมด ๑๔) อำพัน ๑๕) พิมเสน ตัวยา ๓ สิ่งนี้ เอหนัก สิ่ง ละ ๑ สลึง ๑๖) รากรางไคร้เครือ ๑๗) ชะเอมเทศ ตัวยา ๒ สิ่งนี้ หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ผสมน้ำดอกไม้ ตากไว้ในร่ม ให้แห้งดีแล้ว นำไปบด อีกที หนึ่ง หรือ น้ำชุมเห็ดไทยต้ม ละลายกิน แก้สันนิบาด ละลายน้ำมะพร้าว กินแก้สวิงสวาย ละลายน้ำ จันทน์ แ ( แก้ราก ใช้ลูกยอต้มเอาน้ำ ละลายกิแก้อาเจียน) (ถ้าจะให้ผายรม หรือละบายท้องอ่อนๆ น้ำต้มใบ กระพังโหมคือต้นตูดหมูตูดหมา แทรก รำหัด ดีเกลือ นิดหนึ่ง) ( ถ้าแก้ซางขึ้นที่ คอ ละลายน้ำขมิ้นอ้อย กวาดคอ ) ถ้าเห็บเข้าหู ละลายน้ำหัวหอมกับยา หยอดที่หู) (ถ้าเป็นไข้ตรีโทษ ใช้น้ำต้มใบกระเพราให้กิน) ถ้า กระหายน้ำ ใช้น้ำต้มจากตะไคร้หอม ละลายยากิน) ได้ทำมามากแล้วประเสริฐนัก ฯ ยา ๒ ขนานนี้ชื่อเดียวกัน ตัวยาต่างกัน ยาขนานที่ ๑๔ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาประสานน้ำขิงใหญ่ ท่านให้เอา ๑) สมอเทศน์ ๒) สมอไทย ๓) สมอพิเภก ๔) มะขามป้อม ๕) จันทน์แดง ๖) จันทน์ขาว ๗) ลูกจันทน์ ๘) ดอกจันทน์ ๙) กระวาน ๑๐) กาลพลู ๑๑) โกศหัวบัว ๑๒) โกศเชียง ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) โกศกระดูก ๑๕) โกศจุฬาลำพา ๑๖) เทียนดำ ๑๗) เทียนขาว ๑๘) เทียนข้าวเปลือก ๑๙) เทียนเยาวพาณี ๒๐) เทียนสัตบุตร ๒๑) อบเชย ๒๒) สมุลแว้ง ๒๓) ลูกเอ็น ๒๔) รางไคร้เครือ ๒๕) ว่านน้ำ ๒๖) ว่านเปราะหอม ๒๗) หัวแห้วหมู ๒๘) ชะเอมเทศ ๒๙) การบูร ๓๐) ใบกระเพรา ๓๑) ใบหมาด ๓๒) ดอกบุนนาค ยาทั้งนี้เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๓๓) ดีปลี หนัก ๑ ตำลึง ๓๔) ขิงแห้ง หนัก ๒ ตำลึง กับ ๒ บาท บดเป็นผง ละลาย น้ำผึ้ง กินดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๕ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมมหาวิเศษ ท่านให้เอา ๑) ดีปลี ๒) พริกไทย ๓) ขิงแห้ง ๔) รากช้าพลู ๕) สะค้าน ๖) เจตมูลเพลิง ๗) ว่านน้ำ ๘) กระเทียม ๙) ดอกจันทน์ ๑๐) ลูกผักชีทั้ง ๒ (๑๑) เทียนทั้ง ๕ (๑๒) โกศสอ ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) กานพลู ๑๕) ลูกประคำดีควย ๑๖) ชะเอมทั้ง ๒ (๑๗) บอระเพ็ด ๑๘) รากหญ้านาง ๑๙) แก่นสน ๒๐) รากราชพฤกษ์ ๒๑) เกลือสินเธาว์ ๒๒) อบเชยทั้ง ๒ (๒๓) เปลือกโมกมัน ๒๔) จุกโรหิณี ๒๕) รากขี้กาแดง ๒๖) ลูกยออ่อน ๒๗) หัวแห้วหมู ๒๘) ลุกสมอ พิเภก ๒๙) ขมิ้นอ้อย ๓๐) ขมิ้นชัน ๓๑) หัวไพล ๓๒) หัวบุกรอ ๓๓) หัวกลอย ๓๔) โคกกระสุน ๓๕) น้ำ


๒๔๔ ประสารทอง ๓๖) ใบคนทิสอ ๓๗) ใบรักขาว ๓๘) ลูกจันทน์ ๓๙) สังข์ บดเป็นผง (แก้กาฬมูตร ถ้าปวด ท้อง ละลายน้ำมะนาว) ( ถ้า ขัด หนัก ขัดเบา และโลหิตเน่า ละลายน้ำหัวไพลต้มกิน หรือ น้ำผึ้งหลวงก็ได้ ) ( ถ้าเจ็บ คอ หน้าอก ทวารนัก เบา มีเสมหะ ทั้ง ๓ จำพวก ไข้ผอมเหลือง เจ็บเสียดท้อง สลักอก เจ็บทั่งสารพัง ร่างกาย ก็แก้ได้เหมือนกัน ( ถ้าลงท้อง ราก หรือ อาเจียน จุกเสียด ละลายน้ำต้มจาก กานพลู ขิง ลูกจันทน์ ต้มเป็นน้ำกระสาย) ( น้ำร้อนแทรกพิมเสน แก้ลม ในลำไส้ในอก แก้ได้ทุกอย่าง ยาขนานนี้เป็นของ ท่านตา หมอ บัว ได้ถวายให้ไว้เป็นทาน ฯ ยาขนานที่ ๑๖ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมท่านเจ้าคุณ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้๑) จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) จันทน์เทศน์ ๔) ดอกจันทน์ ๕) ขอนดอก ๖) โกศสอ ๗) โกศกระดูก ๘) ดอกพิกุล ๙) ดอก บุนนาค ๑๐) ดอกสารภี ๑๑) เกสรบัวหลวง ๑๒) ขิงแห้ง ๑๓) เอาหนักสิ่ง ละ ๒ บาท ๑๔) ดอกชะลูด ๑๕) ลูกเร่ว ๑๖ พริกไทย ยาสามสิ่งนี้หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๑๗) ชะลูด ๑๘) เนื้อไม้ ๑๙) โกสหัวบัว ๒๐) อบเชย ๒๑) ชะเอมเทศ ตัวยา ๕ สิ่งนี้เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ ตำลึง ๒๒) ดีปลี หนัก ๑ ตำลึง กับ ๒ บาท ๒๓) ใบพิมเสน หนัก ๒ ตำลึง ๒๔) โกสเขมา หนัก ๑ ตำลึง กับ ๒ บาท ๒๕) ใบกระวาน หนัก ๒ ตำลึง กับ ๒ บาท ตัวยาทั้งหมดนี้ บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ใช้แก้ ไข้เพื่อลม ละลายน้ำดอกไม้ แทรกพิมเสนกิน ให้ เลือกใช้ ยัก ย้ายตามน้ำกระสาย ตามใจชอบเถิด ฯ ยาขนานที่ ๑๗ ยาหอมนี้มีชื่อว่า ยาหอมตาชู ขนานที่ ๑ ท่าน ให้เอา ๑) ใบพิมเสน ๒) ใบ สันพร้าหอม ๓) ใบหนาด ๔) จันทน์ขาว ตัวยาทั้ง ๔ อย่าง เอาหนัก สิ่งละ ๑ ตำลึง ๕) จันทน์แดง หนัก ๓ ตำลึง ๖) ลูกจันทน์เทศน์ ๓ ลูก บดเป็น ผง และ ผสมกับ สุรา ผึ่งตากลมไว้ในร่มให้แห้ง แล้วนำไปบด แทรก ดีงูเหลือม ดีวัวเถื่อน ดีหมูเถื่อน แทรกลง ทำแท่งไว้ แก้ไข้ แก้พิษฝี ในท้อง นอกท้อง กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๑๘ ยาขนานนี้ เป็น ยาหอมของตาชู ขนานที่ ๒ ท่านให้เอา ๑)ใบพิมเสน ๒) ใบ สันพร้าหอม ๓) ใบหนาด ๔)จันทน์ขาว ๕) ว่านเปราะหอม เอาหนักสิ่ง ละ ๑ตำลึง ๖) จันทน์แดง หนัก ๕ ตำลึง เมื่อจะทำยานี้ ให้บดเป็นผงก่อน แล้ว เอาทั้งนี้ คืสมหะ ดีงูเหลือม ดีวัวป่า ดีหมูป่า ผสมกับสุรา แล้ว เอามาผสมกับยาทั้งหมด ตากไว้ในร่ม เมื่อแห้งดีแล้ว นำไปบดอีกที ปั้นเป็นแท่ง แก้ไข้ทั้งปวง แก้ชัก แก้สลบ แก้หอบ แก้ สวิงสวาย น้ำดอกไม้ แทรก พิมเสน รำหัด แก้ลม แก้ซาง ตามแต่จะยักใช้ น้ำกระสายา ตามโรค นั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๑๙ ยาขนานนี้เป็นยาหอมของตาชู ขนานที่ ๓ ท่านให้เอา ๑) โกศสอ ๒) โกศหัวบัว ๓) โกศ ก้านพร้าว ๔) เทียนดำ ๕) เทียนขาว ๖) เทียนเยาวพาณี ๗) จันทน์ทั้ง ๒ (๘) กรักขี ๙) ลูกจัน ๑๐) ดอกจันทน์ ๑๑) กระวาน ๑๒) กานพลู ๑๓) แก่นมะซาง ๑๔) ลูกเบญกาณี ๑๕) ลูกจันทน์เทศน์ ๑๖) เกสรบัวหลวง ๑๗) ดอกบุนนาค ๑๘) ชะลด ๑๙) พิมเสน บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ปั้นเป็นแท่งเก็บ ไว้ แก้ไข้ฝนกับน้ำดอกไม้ใหกิน จะยักใช้น้ำกระสายยาตามสมควรแก่โรคนั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๒๐ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า จักรพระอินทร์ แก้มหาเมฆ แก้มหานิล ประดงหิน หงส์รันทด ประกาบดาษ สังวาลพระอินทร์ ไข้ดาวเรือง กัณฑ์สูตร เปลวไฟฟ้า เปลวพระอินทร์ เปลวพระเพลิง มูก เลือด มูกดำ ละอองพระบาท ละอองพระกฤช แก้ไข้รากสาด อีดำ อีแดง กระดานหิน กาฬสิงคลี่ กาฬ มูตร กาฬคูถ กาฬจับที่หัวใจ ถ้าลิ้นแดงดัง ผลตะขบ ก็ดี แก้ด้วยยาขนานนี้ ถ้ามันสั่นสะท้าน ท่านให้ เอา โคนหวายขม ตัด ถ้ามิฟัง เอา มูตร คือเยี่ยว สุรา ดีงูเหลือม ตัดลง แก้ได้ทั้งรากสาด ตัวผู้ ตัวเมีย ท่าน ให้เอา ๑) งาช้าง ๒) นอแรด ๓) เขากุย ๔) เขาแกะ ๕) เปราะหอม ๖) ระย่อม ๗) พิศนาด ๘) ว่านกีบแรด ๙) ว่านล่อนทอง ๑๐) ว่านนางคำ ๑๑) สน ๑๒) จันทน์ทั้ง ๒ (๑๓) ลูกประคำดีควาย ๑๔) ดินประสิวขาว ๑๕) เทียนทั้ง ๒ (๑๖) หัวคูณ ๑๗) ลูกสะบ้าปิ้งไฟ ให้เกรียม ๑๘) เมล็ดลำโพงกาสลักคั่วให้เหลืองหอม


๒๔๕ ๑๙) งาดำ คั่วให้เกรียม บดเป็นผง ทำเป็นแท่ง ไว้ ยักตามกระสายยา ที่ตามสมควรแก่โรคนั้นๆ เป็นยามหา วิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๒๑ ยาขนานนี้ มี ชื่อว่า ยาหอมแก้ลม มียาสมุนไพรดังนี้ ๑) โกศหัวบัว ๒) โกศพุงปลา ๓) เนื้อไม้ ๔) สมุลแว้ง ๕ป อบเชยญวน ๖) ชะลูด ๗) เปลือกหอยสังข์เผา ๘) น้ำประสารทองสะตุ ตัวยา ทั้ง ๘ อย่าง นี้เอาหนักสิ่ง ๑ บาท ๙) ชะเอมเทศ หนัก ๒ บาท ๑๐) กาลพลู ๑๑) ชะมด ๑๒) พิมเสน ตัวยา ๓ อย่างงนี้ หนักสิ่ง ๒ สลึง บดเป็นผง เอา น้ำดอกไม้เทศ เป็นกระสายยา หรือ น้ำร้อน ก็ได้กินแก้ลมต่างๆ ๆ ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๒๒ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมแก้ลม ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑)หัวหอมแดง หนัก ๒ บาท ๒) หัวว่านน้ำ หนัก ๒ บาท ๓) ดอกพิกุล หนัก ๑ ตำลึง บดเป็นผงเก็บไว้ แก้ลม ยักใช้ตามน้ำกระสายยา ตาม แก่โรค ลมนั้น ๆ เถิด ฯ ยา๒ ขนานนี้ ชื่อเดียวกัน ตัวยาต่างกัน ยาขนานที่ ๒๓ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาหอมอินทร์จักร แก้ลมพิษ ลมบาทจิต ลมจับที่หัวใจ อันทำให้ คลุ้มคลั่ง มันทำให้หลงใหล ลมกำเริบ ให้แน่นที่หน้าอก รับประ ทานอาหามิได้ แก้ลมที่ทำให้คลื่นเหียน อาเจียน บางทีทำให้ร้อน ทำให้หนาว แก้ลมทั้งปวง แก้พิษโลหิต ให้คลั่งให้ตีขึ้น แก้ลมสันนิบาดก็ดี ท่านให้เอา ตัวยาดังนี้ ๑)โกศสอ ๒) โกศเขมา ๓)โกศก้านพร้าว ๔) โกศพุงปลา ๕) โกสเชียง ๖) โกศจุฬาลำพา ๗) โกศน้ำเต้า ๘) โกศกระดูก ๙) โกศกักกา ๑๐) เทียนดำ ๑๑) เทียนแดง ๑๒) เทียนขาว ๑๓) เทียน ข้าวเปลือก ๑๔) เทียนเยาวพาณี ๑๕) จันทน์แดง ๑๖) จันทน์ขาว ๑๗) รากหญ้านาง ๑๘) ชะรูด ๑๙) อบเชย ๒๐) สมุลแว้ง ๒๑) กฤษณา ๒๒) กระลำพัก ๒๓) ขอนดอก ๒๔) ลูกจันทน์ ๒๕) ดอกจันทน์ ๒๖) กระวาน ๒๗) กาลพลู ๒๘) ดีปลี ๒๙) รากช้าพลู ๓๐) สะค้าน ๓๑) เจตมูลเพลิง ๓๒) ขิงแห้ง ๓๓) ราง ไคร้เครือ ๓๔) ลูกกระดอม ๓๕) กำยาน ๓๖) ว่านเปราะหอม ๓๗) อำพัน ๓๘) ลูกผักชีลา ๓๙) ดอกพิกุล ๔๐) ดอกบุนนาค ๔๑) ดอกสารภี ๔๒) ดอกมะลิ ๔๓) ดอกจำปา ๔๔) ดอกกระดังงา ๔๕) ดอกคำไทย ๔๖) แก่นฝาง ๔๗) สน ๔๘) เลือดแรด ๔๙) ชะมด ๕๐) พิมเสน ๕๑) อำพันทอง ๕๒) ดีวัวป่า ๕๓) ดีหมู เถื่อน (คือดีหมูป่า) ๕๔) ดีงูเหลือม สิริยาทั้ง ๕๔ อย่างนี้เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท เท่ากันทุกอย่าง บดเป็น ผง เก็บไว้ เอาน้ำดอกมะลิ เ และดีเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ เอาผักน้ำ เป็นกระสายยา หรือเอา น้ำ กระสายยายักใช้ตามโรค นั้นๆ เทอญ ฯ ยาขนานที่ ๒๔ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอม มหาศรีสว่าง เป็นยาแก้พิษไข้ทั้งปวง ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ๑) โกศสอ ๒) โกสเชียง ๓) โกศพุงปลา ๔) โกศน้ำเต้า ๕) กฤษณา ๖) กระลำพัก ๗) จันทน์ทั้ง ๓ (๘) ชะเอมเทศ ๙) กรักขี ๑๐) ชะลูด ๑๑ป แฝกหอม ๑๒) เมล็ดถั่วพู คั่วให้เหลือง ๑๓) ข้าวตาก คั่ว ๑๔) หญ้าฝรั่น ๑๕) รังนก ๑๖) ดอกมะลิสด ตัวยาทั้ง ๑๘ สิ่งนี้ เอา เสมอภาค ตำเป็นผง ปั้นทำแท่งไว้ แก้ พิษไข้ทั้งปวง เป็นยาเย็น ดับพิษฝีได้ทุกประการ ถ้าจะแก้ไข้ ให้ชื่นใจ และบ้าใบ้ ให้เชื่อมมัว มึนเจรจามิได้ นอนมิหลับ ให้ระส่ำระสาย แก้กระหายน้ำ ที่ทำพิษต่างๆ ทั้งเจ็บอก เจ็บตัว เสียงแห้งหาแรงมิได้ ให้ผอมแห้ง เหือด แก้เหือด หัด ตาลซาง ไข้เหนือ สันนิบาด ให้สะท้านร้อน สะท้านหนาว ละลายน้ำดอกไม้ ถ้าหอบยิ่งขึ้น ให้แทรก อำพันทอง อำพันขี้ปลา พิมเสน หญ้าฝรั่น (แก้ระห่วยใจ น้ำต้ม จากน้ำเต้าขม แทรก ขันทศกร ) (ถ้าเป็นลม น้ำจันทน์) (แก้ร้อน น้ำเดือน ๑๒ทั้งกิน ทั้งชโลม ) (ถ้านอนไม่หลับ น้ำดอกไม้ แทรกฝิ่นนิด หนึ่ง) แก้รากหรืออาเจียน น้ำลูกยอต้ม) แก้ไอ น้ำส้มซ่า (แก้เลือด น้ำต้ม จากฝาง) แก้คลั่ง น้ำต้ม จาก ชุมเห็ดไทย ( แก้บ้าใบ้ น้ำดอกไม้) (แก้สติฟั่นเฟือน น้ำกฤษณา) ชูกำลัง นำข้าวคั่ว แทรก ขันทศกร ถ้าลมขึ้น เบื้องสูง บดปนกับพิมเสน ห่อผ้าขาวบางดม ตีค่าไว้ เป็นราคา ทอง ๑ ชั่ง ฯ ยาขนานที่ ๒๕ ยานานนี้มีชื่อว่า ยาหอมจันทรา ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) จันทน์แดง หนัก ๑ ตำลึง ๒) จันทน์ขาว หนัก ๑ ตำลึง ๓) โกศหัวบัว หนัก ๒ ตำลึง ๔) ดอกพิกุล ๕) ดอกบุนนาค ๖) เกสรสารภี ๗)


๒๔๖ เกสรบัวหลวง เอา หนักสิ่งละ ๑ สลึง บดเป็นผง ละลาย น้ำดอกไม้ ทั้งกิน ทั้งชโลม แก้ไข้ตาล ไข้ซาง ตามแต่จะยักใช้ น้ำกระสายยา ให้สมควรแก่โรค นั้นๆ เทอญ ฯ ยาขนานที่ ๒๖ ยาขนานนี้ชื่อ ว่า ยาหอม มะโนวะแสงใหญ่ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ๑)ใบพิมเสน ๒) ใบสันพร้าหอม ๓) ใบกระเพรา ๔) ตะไคร้หอม ๕) ลูกราชดัด ๖) สารพัดพิษ ๗) ลูกประคำดีควาย ๘) ลูกบิด ๙) ลูกปราย ๑๐) ลูกเบญกานี ๑๑) เนระพูสี ๑๒) ว่านล่อนทอง ๑๓) จันทน์ทั้ง ๒ (๑๔) ลูกจันทน์ ๑๕) ดอกจันทน์ ๑๖) กฤษณา ๑๗) กระลำพัก ๑๘) ดินถนำ ๑๙) น้ำประสารทอง ๒๐) ชะเอมทั้ง ๒ (๒๑) ชะมด ๒๒) พิมเสน ๒๓) เขี้ยวเสือ ๒๔) เขี้ยวหมี ๒๕) เขี้ยวหมู ๒๖) เขี้ยวแรด ๒๗) เขี้ยวจระเข้ ๒๘) นอแรด ๒๙) กรามแรด ๓๐) กรามช้าง ๓๑) งาช้าง ๓๑) เขาวัว ๓๒) เขากระบือเผือก ๓๓) เขากุย ๓๔) เขาเลียงผา ๓๕) เขาแพะ ๓๖) เขาแกะ ตัวยาทั้งหมดนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง แล้ว เอาน้ำ ต้มดี ดังนี้ เป็นน้ำกระสายผสมยา แล้วตากไว้ในร่มให้แห้งแล้วนำไปบดอีก ทีหนึ่ง เอา ดีงูเหลือม ดีงูเห่า ดีงู ทับสมิงคลา ดีเต่าดำ ดีตะพาบน้ำ ดีเหี้ย ดีตะกวด เอาสิ่งละ ๑ เฟื้อง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำดอกไม้ กิน ดับพิษ แก้ร้อนภายใน ภายนอก สารพัดไข้ทั้งปวง ตำราหลวง แต่ครั้ง พระเจ้าประสาททอง ของ พระฤษี สิทธิจารทำ ถวาย เป็นมหาวิเศษนก ฯ ยาขนานที่ ๒๗ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมสุคนธา ท่านให้เอา ๑) จันทน์หอมเทศน์ ๒) กฤษณา ๓) กระลำพัก ๔) ขอนดอก ๕) ชะลูด ๖) อบเชย ๗) โกศหัวบัว ๘) กรักขี ๙) กำยาน ๑๐) ชะเอมไทย ๑๑) ว่านเปราะหอม ๑๒) ดอกพิกุล ๑๓) ดอกสารภี ๑๔) ดอกมะลิทั้ง ๒ ๑๕) ดอกจำปา ๑๖) ดอกระดังงา ๑๗) ดอกพุดทั้ง ๒ ๑๘) ดอกลำเจียก ๑๙) ดอกจันทน์ ๒๐) ดอกสลิด ๒๑) ดอกกระถิน ๒๒) ดอก กรรณิกา ๒๓) ดอกลำดวน ๒๔) ดอกชะเอมเทศ ๒๕) ดอก มหาหงส์ ๒๖) ดอกสายหยุด ๒๗) ดอกสัตบุตร ๒๘) ดอกการเกตุ ๒๙) ดอกจงกลนี ๓๐) ดอกกระจับ ๓๑) ชะมด ๓๒) พิมเสน ตัวยาทั้ง ๓๔ อย่างนี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ทั้งกิน ทั้งชโลม แก้สารพัดพิษไข้ แก้พิษซาง ดี วิเศษนักได้ ใช้มาแล้วฯ ยาขนานที่ ๒๘ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมสมมิตรทะกุมาร ใช้แก้ไข้ ทั้ง ๓ ฤดู แก้ สรรพตาลซาง ท่าน ให้เอา ๑)โกศหัวบัว ๒) โกศ เชียง ๓) จันท์แดง ๔) จันท์ขาว ๕) กฤษณา ๖) กระลำพัก ๗) ชอนดอก ๘) ชะลูด ๙) แฝกหอม ๑๐) ว่านเปราะหอม ๑๑) ดอกพิกุล ๑๒) ดอกบุนนาค ๑๓) ดอกสารภี ๑๔) ดอกมะลิ ๑๕) ดอกจำปา ๑๖) ดอกกระดังงา ๑๗) ดอกคำไทย ๑๘) ดอกบัวน้ำทั้ง ๕ ๑๙) ชะมดสด ๒๐) ชะมดเชียง ๒๑) พิมเสน ยาทั้ง ๒๑ สิ่งนี้ เอาเสมอภาค คือเท่ากัน หนัก สิ่ง ละ ๒บาท บดเป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็นน้ำ กระสายยา ทำแท่งไว้ แก้ระส่ำระสาย (ละลายน้ำดอกไม้ แก้ตกมูกเลือด (ละลายน้ำกะทือ หมกไฟ แทรก กระลำพัก พิมเสน รำหัด กินหาย ตามแต่จะยักย้ายใช้ตามโรค ที่ ร้อน หรือเย็น ฯ ยาขนานที่ ๒๙ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมกำลังราชสี แก้ไข้ และ ลม ชูกำลังด้วย ท่านให้เอา ๑) โกศหัวบัว ๒) โกศเชียง ๓) จันท์เทศ ๔) ชะลูด ๕) อบเชยเทศ ๖) อำพันทอง ๗) โสม ๘) สมุลแว้ง ๙) กำยาน ตัวยา ๙ อย่าง เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๑๐) เทียนทั้ง ๕ ๑๑) ลูกผักชี ๑๒) สังกรณี ตัวยา ๓ สิ่งนี้ เอา สิ่ง ละ ๑ สลึง ๑๓) ลูกจันท์ หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๔) ดอกจันท์หนัก ๑ เฟื้อง ๑๕) กระวาน หนัก ๑ เฟื้อง ๑๖) กาลพลู หนัก ๑ เฟื้อง บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง (ละลายน้ำจันท์ แก้นอนไม่หลับ และ หาแรงมิได้ ละลายน้ำดอกไม้) (แก้ เพ้อคลั่ง ละลายน้ำดอกไม้เทศ) (ถ้ากินอาไม่ได้ ละลายน้ำตาลขันทศ กร) (แก้เชื่อมมัว ละลายน้ำ ชะเอมเทศ) (ถ้าแก้ลงท้อง ละลายน้ำเปลือกต้นมะรุมต้ม กิน หาย ) ฯ ยาขนานที่ ๓๐ ยาขนานนี้ มี ชื่อ ว่า ยาหอมนพรัตน์ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียน ทั้ง ๕ ๓) จันท์ทั้ง ๒ ๔) ชะลูด ๕) อบเชย ๖) กฤษณา ๗) กระลำพัก ๘) ขอนดอก ๙) ลูกจันท์ ๑๐) ดอก จันท์ ๑๑) กาลพลู ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓) แก่นสน ๑๔) ชะเอมเทศน์ ๑๕) เนระพูสีเทศ ๑๖) เนระพูสีไทย


๒๔๗ ๑๗) พิศนาด ๑๘) รางไคร้เครือ ๑๙) มะหาสดำ ๒๐) รากระงับ ๒๑) แก่นประดู่ ๒๒) กรักขี ๒๓) เปราะหอม ๒๔) ว่านกีบแรด ๒๕) ว่านร่อนทอง ๒๖) ใบพิมเสน ๒๗) ใบสันพร้าหอม ๒๘) ชาดหรคุณ ๒๙) ลิ้นทะเล ๓๐) ดอกพิกุล ๓๑) ดอกบุนนาค ๓๒) ดอกสารภี ๓๓) ดอกมะลิซ้อน ๓๔) ดอกมะลิลา ๓๕) ดอกจำปี ๓๖) ดอกจำปา ๓๗) ดอกกรรณิกา ๓๘) ดอกกาหลง ๓๙) ดอกโยทะกา ๔๐) ดอกตำลึง ๔๑) ดอกขี้กาแดง ๔๒) ดอกขี้กาขาว ๔๓) ดอกอัญชันเขียว ๔๔) ดอกอัญชันขาว ๔๕) ดอกปีบ ๔๖) ดอกมะขาม ๔๗) ดอกพุดซ้อน ๔๘) ดอกพุดลา ๔๙) ดอกจิงจ้อทั้ง ๒ ๕๐) ดอกกุหลาบ ๕๑) เกสรบัวหลวง ทั้ง ๒ ๕๒) เกสรบัวเผื่อน ๕๓) เกสรบัวขม ๕๔) ดอกสัตตบงกช ๕๕) ดอกสัตบุตร ๕๖) ดอกลินจง ๕๗) ดอกจงกลนี ๕๘) ดอกซ่อนชู้ ๕๙) ดอกผักตบ ๖๐) ตุ๊กต่ำ ๖๑) ดินถนำ ๖๒) บัลลังคะศิลา ๖๓) นมผลา ๖๔) สังข์ ๖๕) เปลือกหอยกราบใหญ่ ๖๖) ชะมดผัด ๖๗) ชะมดเชียง ๖๘) อำพันขี้ปลา ๖๙) พิมเสนเกล็ด ๗๐) ฝิ่น ตัวยา ๗๑ อย่าง เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ ปั้นเท่า ลูกพุทธรักษา ตาก แดด เมื่อจะตาก ให้เอาผ้าขาวบาง ปกปิดบนยาจนกว่า ยาจะแห้ง เมื่อยาแห้งดีแล้ว เก็บใส่ขวด ปิดฝาเก็บไว้ (ถ้าจะใส่ตา ละลายน้ำนม ) (น้ำค้าง แก้ไข้เหนือ รากสาด ประกายดาษ หงส์ระทด ไฟเดือนห้า ข้าวไหม้น้อย ข้าวไหม้ใหญ่ อีดำ อีแดง กาฬเกิดขึ้นภายในก็ดี ) (ถ้าแกร้อน ละลายน้ำ ซาวขาว) (ถ้าหนาว ละลาย น้ำมูตร ) (ถ้า สลบ ละลายน้ำ ครำ ใต้ถุนบ้าน) (ถ้าเชื่อมมัวละลายน้ำดอกไม้) (ถ้ากระกระหายน้ำ น้ำต้มรากบัวหลวง ) (ถ้าชัก น้ำลูกสมอ แทรก พิมเสน เท่ายา) (ถ้าแก้ ราก คือ อาเจียนมีแต่ลมเป่าๆ น้ำต้ม จากลูกยอ อ่อน ๆ ที่ติด อยู่บนต้น มาละลายยาให้ กิน ) ( ถ้าอาเจียน เป็น โลหิต ละลาย น้ำต้มแก่นฝาง กับ เขากระบือ เผา ไฟ เท่ายา ที่นำมาละลาย ) (ถ้าจะแก้ ซาง ทั้ง ๗ วัน ซาง ๑ – ๒ – ๓ หัว เด็กอ่อนนัก กวดด้วยน้ำนม แทรกน้ำประสาร ทอง สะตุ (ถ้าเด็กเกิด ได้ ๑ – ๒ – ๓ เดือน น้ำมะนาว แทรกน้ำประสารทอง สะตุ) (ถ้าท้องขึ้น น้ำต้ม ใบ กะเพรา ใช้กวาด แทรก เกลือ ทะเล นิดหนึ่ง ถ้ายังไม่หาย ให้แทรก ดีงูเหลือม กำมะถันแดงเท่ายา เอาขี้ม้า สดๆ บีบเอาน้ำ เป็นกระสายกวาดหาย ) ( ถ้าฤทธิ์ ระส่ำระสาย ที่นอนไม่หลับ น้ำตาลขันทศกร แทรก พิมเสน ) (ถ้าตรีโทษ เป็นสันนิบาด ละลายน้ำ อ้อยแดง ) (สำประชวร ปุราณะชวร ทุติยชวร ตติยชวร ละลายน้ำส้ม ซ่า น้ำดีปลี ต้ม ก็ ได้) (ถ้าไข้ให้ลง ตางซางมันทำให้ลงท้อง ฝีดาษ เหือด หัด ให้ลงก็ดี น้ำต้มจากเปลือกต้น มะเกลือ แทรก ลูกเบญกานี เท่ายา ฝิ่นเท่ายา ดีงูเหลือมเท่ายา น้ำปูนใส แทรกกินหยุด ) แลการกล่าวถึง สรรพคุณยา มากมายนัก ยาขนานนี้เป็นยาประจำโรงพระโอสถ เคยได้ใช้ มามากแล้ว ท่านดีค่าไว้ ๑ พันชั่ง ทอง เมื่อจะทำยานี้ให้ดูวันดีๆ ยาจะมีฤทธิ์ ดี ตั้งบายศรี ๑ ชุด เทียนเงิน เทียนทอง ให้รักษา ศีล ๕ – ๘ แป้ง หอม น้ำมันหอม ทองคำเปลว ปิดที่ หน้า หินบดยา ไหว้ครู จึงจะประสิทธิดีแล ฯ ยาขนานที่ ๓๑ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมจันท์ ทะหฤทัย ท่านให้เอาตัวยาดังนี้๑) จันท์ทั้ง ๓ ๒) กฤษณา ๓) กระลำพัก ๔) ขอนดอก ๕) แก่นพรหม ๖) หัวว่านมหากาฬ ๗) ชะเอมเทศ ตัวยา ๙ อย่างนี้ หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๘) เนระพูสี ๙) หวายตะค้า ๑๐) หวายตะมอย ๑๑) โกศสอเทศน์ ๑๒) โกสหัวบัว ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) โกศจุฬาลำพา ๑๕) โกศพุงปลา ๑๖) ดอกพิกุล ๑๗) ดอกบุนนาค ๑๘) ดอกสารภี ๑๙) ดอกมะลิ ๒๐) เกสรบัวหลวง ๒๑) ระย่อม ๒๒) พิศนาด ๒๓) เถามวกแดง ๒๔) รางไคร้เครือ ตัวยา เหล่านี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๒ บาท ๒๕) ชะมด ๒๖) พิมเสน ๒๗) อำพันทอง ตัวยา ๓ สิ่ง นี้ เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ แก้ไข้พิษ สารพัด ไข้ ไข้เชื่อมมัว ตัวร้อน แก้กระหายน้ำ แก้ชักก็ได้ ฯ ยาขนานที่ ๓๒ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอม แก้ ซาง ท่านให้เอาตัวยาดัง นี้ ๑)โกศทั้ง ๕ ๒) โกศจุฬา ลำพา ๓) เทียนทั้ง ๕ ๔) ลูกสมอทั้ง ๓ ๕) มะขามป้อม ๖) ลูกจันท์ ๗) ดอกจันท์ ๘) กระวาน ๙) กานพลู ๑๐) ลูกผักชี ๑๑) อบเชยทั้ง ๒ ๑๒) ราง ไคร้เครือ ๑๓) ดอกบุนนาค ๑๔) ลูกซัดคั่วให้สุก ยาทั้งนี้เอาเสมอ ภาค หนัก สิ่ง ละ ๒ บาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ แก้ซาง ละลายน้ำดอกไม้กินแก้ท้องขึ้นน้ำกระ เพราต้ม แทรก เกลือ) (แก้ปวดท้อง น้ำกะทือเผาไฟ แทรก น้ำปูนใส หรือ ไพลหมกไฟก็ได้) (แก้หรือท้องเดิน


๒๔๘ น้ำต้มจาก เปลือกต้มมะเดื่อ หรือ น้ำต้มจากเปลือกต้มแคดอกแดงได้) แก้ราก คือ แก้อาเจียน น้ำลูกยอ ต้มระ ลายยา หรือ น้ำต้มลูกผักชี เทียนดำ แทรก พิมเสน (แก้เชื่อม แก้ มัว น้ำจันท์เทศน์ ตามแต่ที่จะใช้น้ำกระสาย ยา นั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๓๓ ยาขนานนี้ มี ชื่อ ว่า ยาหอมดาวเรือง ท่าน ให้เอา ๑) โกศสอ ๒)โกศหัวบัว ๓) โกศ พุงปลา ๔) โกศจุฬาลำพา ๕) เทียนเยาวพาณี ๖) ลูกผักชีลา ๗) รางไคร้เครือ ๘) ชะเอมเทศ ๙) ลูกสมอ ไทย ๑๐) ลูกสมอพิเภก เอาเสมอภาค บดเป็นผงเก็บไว้ หรือละลายน้ำดอกไม้สด ปั้นเป็นแท่งเก็บ ไว้ (แก้ร้อน ละลายน้ำรากบัวหลวง รากมะกอก ลูกประคำดีควาย คั่วให้เหลือง (ถ้าทำเป็นยาละบาย เพื่อ ถ่ายท้อง น้ำต้ม ลูกสมอไทย แทรก ดีเกลือนิดหน่อย ตามธาตุ หนัก หรือธาตุเบา) (ถ้าลงท้อง ถ่ายลงมาก น้ำต้มจากเปลือกต้น มะเดื่อชุมพร แทรกน้ำปูนใส ) (แก้มูกเลือด น้ำกะทือ น้ำไพลหมกไฟ แทรกพิมเสน ) ถ้าจะใช้ชโลมใช้น้ำซาว ข้าว ดีนักได้ใช้มามากแล้ว ฯ ยาขนานที่ ๓๔ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมแดง ท่าน ให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันท์ ทั้ง ๒ ๔) ว่านกีบแรด ๕)ว่านร่อนทอง ๖)เนระพูสี ๗) สังกรณี ๘)รากคันทรง (หรือ รากแก่นทรง ) ๙) น้ำ ประสารทอง ๑๐) ตาลทั้ง ๕ ๑๑)เปลือกสันพร้านางแอ บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งไว้ ใช้ แก้ซาง แก้ไข้ ตามแต่ จะ ใช้ตามน้ำกระสายยาเถิด ฯ ยาขนานที่ ๓๕ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาแก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ ทั้งปวง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ เอา ๑) เอาใบพิมเสน ๒) ใบพรหมมิ ๓) ว่านร่อนทอง ๔) เมล็ดถั่วพู คั่ว ให้เหลือง บดละลายน้ำซาวข้าว แก้พิษไข้ ร้อนทั้งปวง ฯ ยาขนานที่ ๓๖ ยานานนี้มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอมอินทร์จักร มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) ระย่อม ๒) พิศ นาด ๓) รากรางไคร้เครือ ๔) เนระพูสี ๕) มะหาสดำ ๖) ว่านกีบแรด ๗) ว่านร่อนทอง ๘) ว่านเปราะหอม ๙) จันท์ทั้ง ๒ ๑๐) เกสรทั้ง ๕ ๑๑) ใบพิมเสน ๑๒) ใบสันพร้าหอม ๑๓) ใบมะยม ๑๔) ใบมะเฟือง ๑๕) ใบ หมากผู้ ๑๖) ใบหมกเมีย เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ต้มกินก็ได้ ทำเป็นยาผงก็ได้ น้ำดอกไม้เป็นกระสายยา ปั้น เป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้เชื่อมมัว น้ำจันท์ น้ำลูกยอ (แก้หอบ น้ำรากบัวหลวง ต้ม เอาจันท์ ฝน ลง รำหัด กิน แก้ไข้สันนิบาด น้ำเปลือกต้นพุทรา ต้ม แก้เพ้อคลั่ง น้ำเปลือกต้น มะเดื่อชุมพร ต้ม) (แก้กาฬ ภายใน น้ำมูตร น้ำครำ เหล้า ก็ได้ ทั้งกิน ทั้งชโลม) (แก้ไข้จับทั้งปวง แก้ปวดหัว ตัวร้อน น้ำซาว ข้าว ทั้งกิน ทั้งพ่น ยาขนานนี้ เป็น ของท่าน หมอพร้อม ฯ ยาขนานที่ ๓๗ ยาขนานนี้ ชื่อ ว่า ยาหอมข่า มีตัวยาดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกพิกุล ๓) ดอก บุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกมะลิ ๖) เกสรบัวหลวง ๗) ดอกบัวเผื่อน ๘) ลูกประคำดีควาย ๙) คุคะ ๑๐) งาช้าง ๑๑) โกศหัวบัว ๑๒) เปลือกสันพร้านางแอ ๑๓) ข่าตาแดง ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือหนักสิ่ง ละสองบาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่ง น้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน เป็นน้ำกระสายยา ยาขนานที่ ๓๘ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมแท่งจันทร์ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๕ (๒) เทียนทั้ง ๕ (๓) จันทั้ง ๒ (๔) ดอกพิกุล ๕) ดอกบุนนาค ๖) ดอกสารภี ๗) ดอกมะลิ ๘) ดอกกระดังงา ๙) ดอกกรรณิกา ๑๐) ดอกการะเกตุ ๑๑) ดอกบัวน้ำทั้ง ๕ (๑๒) ระย่อม ๑๓) พิศนาด ๑๔) รางไคร้เครือ ๑๕) เนระพูสี ๑๖) มะหาสดำ ๑๗) สังกรณี ๑๘) รากถั่วพู ๑๙) รากถั่วเขียว ๒๐ ใบทองหลางใบมล ๒๑) หญ้าฝรั่น ๒๒) อำพันทอง ๒๓) ชะมด ๒๔) พิมเสน ยาทั้ง ๓๗ อย่างนี้ หนักสิ่ง ละ ๑ บาท เอาจันท์หอม เทศน์ หนัก ๓๗ บาท เท่ายาทั้งหลาย บดเป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็น น้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ สารพัดไข้ แก้ซาง แก้หืด แก้หัด ที่ทำให้เชื่อมมัว ทำอาการที่เชื่อมมัว ให้อาเพศไปต่างๆ นานา ให้ยักย้ายใช้ น้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรค นั้นๆ เถิด ท่านกล่าวว่าวิเศษนัก ฯ


๒๔๙ ยาขนานที่ ๓๙ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมประสะจันท์ใหญ่ ใช้แก้ไข้เหนือ แก้ฝีดาษ ตาลซาง พิษที่ ทำให้ลงท้อง มีตัวยาสมุน ไพร ดังนี้ ๑) จันท์แดง ๒) ว่านกีบแรด ๓) ลูกบิด ๔) ลูกกลาย ๕) ตุ้มกาทั้ง ๒ (๖) ระย่อม ๗) พิศนาด ๘) รากรางไคร้เครือ ๙) หวายตะค้า ๑๐) ลูกประคำดีควาย ๑๑) สังกรณี ๑๒) เนระพูสี ๑๓) ลูกเบญกานี ๑๔) เขากวาง ๑๕) งาช้าง ๑๖) ดีงูเหลือม ๑๗) เปลือกสีสมตัวเมีย ๑๘) ว่าน ร่อนทอง ยาทั้ง ๑๙ อย่างนี้ เอาหนักสิ่ง ๑ ส่วน ๑๙) เอาจันท์หอมเทศ หนัก ๑๙ บาท เท่าตัวยาทั้งหลาย บด เป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ แก้สารพัดพิษ ไข้เหนือ ซางทั้งปวง แก้พิษตาล โจรดีนักแล ฯ ยาขนานที่ ๔๐ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาหอมสารภี มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์แดง หนัก ๑ ตำลึง ๒) จันท์ขาว หนัก ๑ ตำลึง ๓) เกสรสารภี หนัก ๒ ตำลึง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ทั้งกิน ทั้งชโลม แก้ได้ ทั้งปวงหาย ฯ ยาขนานที่ ๔๑ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมเนาวะโกศ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๙ (๒) เทียนทั้ง ๕ (๓) จันท์ทั้ง ๒ (๔) กฤษณา ๕) กระลำพัก ๖) ขอนดอก ๗) ลูกสมอทั้ง ๓ (๘) ลูกมะขามป้อม ๙) ลูกจันท์ ๑๐) ดอกจันท์ ๑๑) กระวาน ๑๒)กาลพลู ๑๓) พริกไทย ๑๔) หัวแห้วหมู ๑๕) ยาเบญจกุล ๑๖) ลูกผักชี ๑๗) ลูกกระดอม ๑๘) ชะลูด ๑๙) อบเชยเทศ ๒๐) รากรางไคร้เครือ ๒๑) สมุลแว้ง ๒๒) ชะเอมเทศ ๒๓) แก่นสน ๒๔) สักขี ๒๕) ว่านเปราะหอม ๒๖) แฝกหอม ๒๗) หญ้าตีนนก ๒๘) ลูกราชัด ๒๙) ลูกสารพัดพิษ ๓๐) น้ำประสารทองสะตุ ๓๑) หญ้าเกล็ดหอยเทศ ๓๒) ดอกพิกุล ๓๓) ดอกบุนนาค ๓๔) ดอกสารภี ๓๕) ดอกมะลิ ๓๖) ดอกจำปา ๓๗) ดอกกระดังงา ๓๘) เกสรบัวหลวง ๓๙) ดอกบัวเผื่อน ๔๐) ดอกบัวผัน ๔๑) กำยาน ๔๒) ใบพิมเสน สิริยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ๔๓) หญ้าฝรั่น หนัก ๑ สลึง ๔๔) อำพันทอง หนัก ๑ ไพ ๔๕) พิมเสน หนัก ๑ สลึง บดเป็นผง ไว้ แก้อาเจียน น้ำลูกยอต้ม พิมเสน รำหัด ) ( นอนไม่หลับ น้ำลูกผักชี เทียนดำ ต้ม แทรกพิมเสน รำหัด ) ( แก้จุกเสียด น้ำขิงต้ม แทรกพิมเสน รำหัด) (แก้ลม น้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน รำหัด ) ( แก้ลงท้อง น้ำฝาดต่าง จากเปลือกต้น ราก ดอก หรือผล ของต้นไม ต่างๆ ละลายยากิน ดี นักแล ฯ ยาขนานที่ ๔๒ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมแสงสุริโยทัย มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) ดอกพิกุล ๒) ดอก บุนนาค ๓) ดอกสารภี ๔) ดอกมะลิลา ๕) ดอกจำปา ๖) ดอกกระดังงา ๗) เกสรบัวหลวง ๘) ดอกจงกลนี ๙) แห้วไทย ๑๐) กระจับ ๑๑) จันท์แดง ๑๒) จันท์ขาว ๑๓) จันท์หอม ๑๔) จันท์ชะมด ๑๕) เนื้อไม้ ๑๖) ชะลูด ๑๗) อบเชย ๑๘) สมุลแว้ง ๑๙) สนเทศ ๒๐) ดอกคำไทย ๒๑) ดอกคำเทศ ๒๒) ดอกจันท์ ๒๓) ว่านน้ำ ๒๔) กระชาย ๒๕) เปราะหอม ๒๖) ข่าต้น ๒๗) ชะเอมทั้ง ๒ (๒๘) สุรามะฤทธิ์ ๒๙) เหมือดคน ๓๐) ดินแดงเทศ ๓๑) หัวมะกอก ตัวยาทั้ง ๓๒ อย่าง เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาท ๓๒) โกศทั้ง ๙ ๓๓) เทียนทัง ๙ ๓๔) ชะมดเชียง ตัวยา ทั้ง ๑๙ สิ่งนี้ หนักอย่าง ละ ๒ สลึง ๓๕) การบูร ๓๖) พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ สลึง ๓๗) ฝางเสน หนักเท่ายาทังหลาย คือ หนักเท่ากับ ๔๒ บาท กับ ๑ สลึง บดเป็นผง ไว้แก้ ไข้ ทั้งปวง ฯ ยาขนานที่ ๔๓ ยานานนี้มี ชื่อว่า ยาหอมศรีสุวรรณ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ๒) โกศสอ ๓) โกศเขมา ๔) โกศเชียง ๕) โกศหัวบัว ๖) โกศพุงปลา ๗) โกศจุฬาลำพา ๘) โกศ ก้านพร้าว ๙) โกศกระดูก ๑๐) สมุลแว้ง ๑๑) กฤษณา ๑๒) กระลำพัก ๑๓) พิมเสน ตัวยาทั้ง ๑๒ อย่าง หนักสิ่งละ ๑ สลึง ๑๔) รากไคร้เครือ หนัก ๓ สลึง ๑๕) น้ำประสารทองสะตุ หนัก ๓ สลึง ๑๖) ชะเอมเทศ หนัก ๑ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ หรือปั้นเท่า เมล็ดพริกไทยเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง ยาขนานที่ ๔๔ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมสรรพคุณ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศสอ ๒) โกศเขมา ๓) โกศหัวบัว ๔) โกศเชียง ๕) โกศพุงปลา ๖) โกสกระดูก ๗) โกศก้านพร้าว ๘) โกศจุฬาลำพา ๙) จันท์ ทั้ง ๒ (๑๐) กฤษณา ๑๑) กระลำพัก ๑๒) รากมะแว้งทั้ง ๒ ๑๓) รากไคร้เครือ ๑๔) ชะเอมเทศ ๑๕) ใบ


๒๕๐ พิมเสน ๑๖) น้ำประสารทอง ๑๗) ดอกพิกุล ๑๘) ดอกบุนนาค ๑๙) ดอกสารภี ๒๐) ดอกบัวหลวง ๒๑) ดอกสัตบุตร ๒๒) ดอกสัตบัน ๒๓) ดอกจงกลนี ๒๔) ดอกบัวเผื่อน ๒๕) ดอกบัวขม ตัวยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๑บาท บดเป็นผง ละลายกับน้ำกระสายปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ (ถ้าเป็นไข้ซางแดง ซางขโมย ตาลซาง ตาล ขโมย มันทำพิษ ให้ตัวร้อน เอา ชุมเห็ดเทศ ชุมเห็ดไทย เอาทั้ง ๕ ต้มเอาน้ำ ละลายยา กิน หรือ ขมิ้นอ้อย บิดเอาแต่น้ำละลายยากิน ถ้าเป็นไข้เหนือ สันนิบาด ละลายน้ำกระเพรา หรือ ลูกสมอไทยต้มเอาน้ำ ละลายยา กิน ถ้ามันทำให้สวิงสวาย ละลายน้ำจันท์ หรือน้ำลูกยอต้ม ให้กิน ถ้าแก้อาเจียน เอาน้ำลูกยอต้ม น้ำลูกบัว น้ำต้มหัวกระจับ ละลายยาให้กิน ถ้าจะให้ผายลม ให้ลง น้ำกระพังโหม ต้มกินแทรก เกลือ รำหัด ถ้าซางขึ้นใน ลำคอ และ ที่ลิ้น ละลายน้ำขมิ้นอ้อย กิน หรือ น้ำต้มใบกระเพรากวาด น้ำในข้ออ้อยต้มกิน ถ้าคอแหบ ตกมูก น้ำหอมหัวแดงแทรก ลูกจันท์ต้ม กิน ถ้าเป็นบิดตกมูกเลือด ละลายน้ำกะทือเผาไฟกิน ถ้ามิฟังละลายน้ำต้ม จากเปลือก ต้นไข่เน่า ละลายยากิน หรือเปลือกต้นสะเดาก็ได้ ถ้าท้องขึ้นและ ราก จะให้ลง เอาต้นกระพังโหม ต้ม แทรกน้ำผึ้ง พิมเสนกิน ถ้าไข้รากสาดน้ำต้มจากต้น ผักโหม แทรก รำหัด พิมเสน ถ้าลงท้อง น้ำต้มจาก เปลือกต้นมะเดื่อ ละลายยากิน ถ้าท้องขึ้นละลายจาก น้ำต้มใบกระเพรา ละลายยากินหาย ถ้าเป็นไข้สันนิ บาด - -ไข้สำประชวร—ทุติยชวร—ตติยชวร –ปุราณชวร และไข้ตรี โทษ ละลายน้ำกระเพราต้ม กิน ถ้าไข้เพื่อ กำ เดา ให้เจ็บคอ ให้เจ็บอก นอนมิหลับ ให้เมื่อยเท้า เมื่อยมือ กินอาหารมิได้ เลย ถ้าเป็นหญิง มีครรภ์ให้เจ็บ ต่างๆ ให้เอาใบบอระเพ็ด หญ้าตีนนก จันท์เทศ ต้มละลายยากิน ถ้าไข้เพื่อกำเดา ให้ปวดศีรษะ นอนมิ หลับ ทำให้กระหายน้ำ ให้คลั่งเพ้อไป กินอาหารมิรู้ จักรส ให้เอาหญ้าตีนนก หัวแห้วหมู รากผกโหมหิน ต้มเอาน้ำละลายยากิน ถ้าไข้เพื่อเสลด หนักหน้าอก หนักเหมือนเอาหินมาทับไว้ ให้เป็นโรคต่างๆ ให้ผินหน้า ผินหลัง ทำให้บิดตัวไปมา เหมือนดังผีเข้าอยู่ มันทำให้จุกเสียด ให้เอาแก่นสน สมุลแว้ง ต้มละลายยากิน ถ้า กระหายน้ำ รากไทร หรือ รากตะไคร้ ก็ได้ ต้มเอาน้ำ ละลายยา กินวิเศษนัก (ยาของตาสุด) ยาขนานที่ ๔๕ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอม มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบหมากผู้ ๒) ใบหมาก เมีย ๓) ใบมะยม ๔) ใบมะเฟือง ๕) ใบเงิน ๖) ใบทอง ๗) ใบทองพันชั่ง ๘) ใบทองหลางใบมน ๙) ใบ พิมเสน ๑๐) ใบสันพร้าหอม ๑๑) ใบผักกระโฉม ๑๒) ใบฝักข้าว ๑๓) ใบน้ำเต้า ๑๔) จันท์หอม ๑๕) เหมือดคน บดเป็นผง ทำแท่งไว้ ละลายน้ำ ซาวข้าว น้ำดอกไม้ ไว้ แก้ซาง น้ำสุรา น้ำปลา แก้ไข้ ที่ทำให้ปวด หัวตัวร้อน น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว น้ำจันท์ทั้ง ๒ ทั้งกิน ทั้งพ่น แก้ไข้กับ จากการกินของผิด สำแดง และ ของที่ทำให้แสลง เอาเถามวกแดง น้ำฟักต้ม น้ำกล้วยตีบ น้ำตาลขันทศกร แทรกดีงูเหลือม ตัดลง ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๔๖ ยาขนานนี้ ชื่อว่า ยาหอมเนาวนารี มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียนทั้ง ๙ ๓) ลูกกระวาน ยาทั้ง ๑๙ อย่าง เอาหนักสิ่ง ละ ๒ สลึง ๔) ดอกจันท์ ๕) เปราะหอม ๖) ว่านกีบแรด ๗) เกสรทั้ง ๕ ๘ ) ลิ้นทะเล ตัวยา ๙ อย่าง นี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บท ๙) กาลพลู หนัก ๑ สลึง กับ ๑ เฟื้อง ๑๐) ว่านร่อนทอง หนัก ๕ สลึง ๑๑) อบเชยเทศ หนัก ๖ สลึง ๑๒) ชะลูด หนัก ๒ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำจันท์ กิน แก้ลมจุกเสียด แทรก การบูร แก้บิด น้ำหัวกะทือหมกไฟ ถ้าคลอดบุตร ให้สลบไป น้ำดอกไม้ แทรก ดีงู เหลือม ฝิ่น ๑ หุน ถ้าเพ้อคลั่ง น้ำว่านกีบแรด ว่านร่อนทอง ต้มเอาน้ำละลายยา ให้กิน (ยาตาเค้า วัดไทร) ยาขนานที่ ๔๗ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอม ว่านเปราะ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑)จันท์แดง ๒) จันท์ ขาว ๓) กฤษณา ๔) กระลำพัก ๕) ขอนดอก ๖) ชะลูด ๗) ลูกจันท์ ๘) ดอกจันท์ ๙) กาลพลู ตัวยา ๙ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๑๐) ว่านเปราะ หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๙ บาท บดเป็นผง ยาขนานนี้ เมื่อจะบด เอา ดินสอพองใส่ ลงไป พอมีสีขาวนวล ขึ้น นิดๆ จึงพอ ปั้นเม็ดเท่า ผลพุทราเก็บไว้เถิด แก้ไข้ได้ สารพัดทุกอย่าง น้ำกระสายยา คือ น้ำจันท์ น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว ถ้าไข้ทำให้บ้าคลั่ง หรื ปากปากเปื่อย ละลายน้ำนมโคสด น้ำจันท์ แก้ไข้พิษทั้งหลาย แก้ฝีดาษ แก้ได้ทั้งร้อนและเย็น ยักย้ายน้ำกระสายยา เอาเถิด ตามสมควรแก่โรค หรือ ไข้ ที่เกิดขึ้นเถิด ดีนัก ฯ


๒๕๑ ยาขนานที่ ๔๘ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอม เนาวะโกศ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียน ทั้ง ๙ ๓) จันท์แดง ๔) จันท์ขาว ๕) แก่นสนเทศ ๖) สักขี ๗) กฤษณา ๘) กระลำพัก ๙) ขอนดอก ๑๐) ชะลูด ๑๑) ดอกสารภี ๑๒) เกสรดอกบัวหลวง ๑๓) ว่านร่อนทอง ๑๔) สมุลแว้ง ๑๕) เทพทาโร ๑๖) พริกหอม ๑๗) พริกหาง ๑๘) ดีปลี ๑๙) ช้าพลู ๒๐) สะค้าน ๒๑) เจตมูลเพลิง ๒๒) ขิงแห้ง ๒๓) ดอกคำ จีน ๒๔) ดอกคำฝอย ๒๕) ดอกคำไทย ๒๖) สารส้ม ๒๗) เนระพูสี ๒๘) บอระเพ็ด ๒๙) จุกโรหิณี ๓๐) มดยอบ ๓๑) ลูกกระวาน ตัวยา ๔๗ อย่างนี้เอาหนัก สิ่ง ๒ บาท ๓๒ การบูร หนัก ๓ บาท ๓๓) แฝกหอม หนัก ๓หนัก บาท ๓๔) ฝางเสน หนัก ๒ บาท หรือ หนัก ๖ บาท ก็ได้ ) ลูกกระดอมเท่า อายุคนที่กินยานี้ เวลาปรุงยา เอาเลือดแรก แทรก เป็นน้ำกระสาย (ถ้าเป็นไข้สันนิบาดหน้าเพลิง สตรีคลอดบุตร อยู่ไฟไม่ได้ ให้ เอาฟักเขียว ไพล ดินประสิว ผสมกัน เข้าขยำคั้นเอาแต่น้ำ กรองเอาแต้น้ำใสๆ ละลายทั้งกิน ทั้ง พ่น หายดี นัก ( ยาของพี่แถม) ฯ ยาขนานที่ ๔๙ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยา แก้ลมกาฬสิงคลี่ มันจับที่หัวใจ อ้าปากมิออก มันทำให้เชื่อมมัว อยู่ ลมมหาสะดม ติดอยู่ด้วย มีตัวยา ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๕ (๒) จันท์ทั้ง ๒ (๓) กฤษณา ๔) กระลำพัก ๕) รากบัวหลวง ๖) รากไคร้เครือ ๗) ชะเอม ๘) หวายตะมอย ๙) หัวมหากาฬ ๑๐) เนระพูสี ๑๑) ดอกพิกุล ๑๒) ดอกบุนนาค ๑๓) ดอกสารภี ๑๔) ดอกมะลิ ๑๕) ชะมด ๑๖) พิมเสน ทำเป็น ยา ต้ม หรือ จะบดเป็น ผงก็ได้ น้ำจันท์ น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว อย่าใด อย่างหนึ่ง เป็นน้ำ กระสาย ผสมยา ทำเป็นแท่ง หรือ ปั้นเป็น เม็ด เก็บไว้ ใช้ กิน และ ทา แก้ลมกาฬสิงคลี่ มันจับที่หัวใจ อ้าปากมิออก มันทำให้เชื่อมมัวอยู่ ลมมหา สะดม ติดอยู่ด้วย ดีนัก ฯ ๕๐ ) ยาหอมใหญ่ ท่านให้เอา โกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ จันทั้ง ๒ ดอกจัน ๑ ลูกจัน ๑ กระวาน ๑ กาล พลู ๑ กำยาน ๑ ชะรูด ๑ อบเชยทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ การบูร ๑ ชะเอมทั้ง ๒ แก่นสน ๑ ลูกเอ็น ๑ เนระพูสี ๑ หัวเปราะหอม ๑ พิมเสน ๑ ชะมดทั้ง ๒ ใบพิมเสน ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบัวขาว ๑ ดอกมะลิทั้ง ๒ ดอกคำฝอย ๑ ดอกลำเจียก ๑ ดอกการะเกต ๑ ดอกสัตบุตร ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกันนิกา ๑ บดเป็นผงทำเป็น แท่ง ไว้แก้สารพัดไข้ทั้ง ปวง ๗จำพวก ละลายน้ำสุรา น้ำจันทร์ น้ำผึ้ง ใช้แก้ไข้ ละลายน้ำเซาข้าว และน้ำเถา หญ้านาง น้ำดอกไม้เทศ น้ำจันทร์เทศ แก้คลั่งทุลนทุลาย น้ำดอกไม้เทศ ละลายน้ำตาลกรวด น้ำตาลทราย น้ำดอกมะลิก็ได้ แก้สารพัดไข้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นยาชั้นสูงสำหรับยาไข้ ถ้าไข้ พอดีพอร้ายอย่าพึ่งวางก่อน มี คุณยิ่งนัก ให้แต่ชโลมดูก่อน ถ้ามิฟังจึงให้กิน เมื่อจะกินให้เสกด้วยพระคาถาถอนโบสถ์ ๑๐๘ จบ ก่อนจึงกินได้ ครูบาริยาย ได้แก้อับจนมามากแล้ว วิเศษนัก ยาขนานที่ ๕๑ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ยาหอมจุลจักร มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑. ลูกสมอทั้ง ๓ ๒. มะขามป้อม ๓. ลูกจันทร์ ๔. ดอกจันทร์ ๕. กระวาน ๖.กาลพลู ๗. ชะลูด ๘. อบเชย ๙. น้ำประสารทอง ๑๐. การบูร ๑๑. สะค้าน ๑๒. เนื้อไม้ ๑๓. ลูกเร่ว ๑๔. โกศหัวบัว ๑๕. รางไคร้เครือ ๑๖. ว่านน้ำ ๑๗. ลูกกระดอม ๑๘. เทียนขาว ๑๙. พริกไทย ๒๐.จันทร์หอม ยา ๒๒ อย่างนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ๒๓. ดีปลี หนัก ๖ บาท บดเป็นผงไว้ แก้ไข้จับสำประชวน แก้เบาร้อน แก้พิษตาลซาง แก้ซางทั้ง ๗ วัน แก้พิษ เลือด ลม เสลด พรรดึก แก้ไข้ มือเย็น เท้าเย็น แก้ลมในอกในใจ ขุ่นเพ้อ (แก้ลงท้องโกรกเป็นน้ำ น้ำต้มจากน้ำฝาด) (อาเจียน น้ำต้มลูกยอ) ทาคางคอ น้ำมะกรูด แก้เพ้อพูด น้ำดีปลี (กาฬสิงคลี่ น้ำมูตร น้ำครำ ) (แก้เพ้อพำ น้ำดอกไม้) (ปิดเบาไซร้ คันลำก้ององคชาติน้ำต้มรากหญ้าคา) (ปิดหนักถ่ายมาก น้ำต้มลูกสมอไทย แทรกดี เกลือ ๒ – ๓ เกล็ดพอประมาณ) (แก้จุกแดกที่หน้าอกหน้าใจ น้ำต้มจากกำมะถันเหลือง เวลาจะรับประทาน ยาทุกครั้งแทรกพิมเสน (ยาอาจารย์ ผาด ) จบยาหอมต่างๆ


๒๕๒ บทที่ ๑๕ ยาเขียวต่างๆ ภาคหนึ่ง ชื่อ เขียวประทานพิษ เอา พริกไทย ๑ ใบสะค้าน ๑ ใบดีปลี ๑ ใบมะตูม ๑ ใบสมี ๑ ใบลำ พัน ๑ ใบสหัสคุณ ๑ ใบกระวาน ๑ ใบผักเสี้ยนทั้งสอง ๑ ใบเถาวัลย์เปรียง ๑ ใบโหระพา ๑ ใบแมลงลัก ๑ ใบ กระเพรา ๑ ใบมะระ ๑ ใบผักกระโฉม ๑ ใบพรมมิ ๑ ใบผักกาด ๑ ใบมูลเหล็ก ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบมะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ ใบประคำไก่ ๑ ใบมะผู้ ๑ ใบมะเมีย ๑ ใบมะยม ๑ ใบมะเฟือง ๑ ใบสลอด ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่ง ละ ๒ สลึง กะทือ ๑ ไพล ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ตะไคร้หอม ๑ เปลือกกุ่ม ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ เจตมูล ๑ ผักแพวแดง ๑ กระดอม ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ผักชีล้อม ๑ ผักชีลา ๑ เทียนทั้งห้า ๑ มะแว้งทั้งสอง ๑ มะเขือขื่น ๑ สมุลแว้งทั้งสอง ๑ เอาหนัก สิ่งละ ๗ สลึง เปราะหอม หนัก ๕ สลึง ใบเดา หนักกึ่งหนึ่งของยา ใบพิมเสน หนักเท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง น้ำกระสายยา เอา แก่นสน ๑ กฤษณา ๑ แก่นไม้ปรู ๑ สักขี ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ชะลูด ๑ โกศทั้งห้า ๑ เกสรบัวน้ำทั้งห้า ๑ เกสร ดอกไม้สดทั้งห้า ๑ ดอกมะลิสดเท่ายาทั้งหลาย ตัวยาทั้งหมดนี้ ต้ม ๓ เอา ๑ มาทำเป็นน้ำกระสายยา ผสมกับ ยาผงข้างต้นนั้น บดให้เหนียว ทำเป็นเม็ดเท่าเม็ด พุทธรักษา กินครั้งละ ๕ เม็ด หรือ ๗ เม็ด ถ้าลมกาฬสิงคลี่ เอาเม็ดยาละลาย สุรา กิน ถ้าลมชิวหาสดมภ์ ลม มหาสดมภ์ ละลาย น้ำมะกรูด น้ำมะนาว น้ำมะงั่ว กิน ถ้า ลมทักขิณโรธ ละลายน้ำผึ้ง น้ำข่ากิน ถ้าลม ตติยาวิโรธ ละลายน้ำผึ้งน้ำขิงกิน ถ้าลมอีงุ้มอีแอ่น ละลายน้ำเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำมะขามเปียก ถ้าลมอิทร์ธนู ละลายน้ำยาเบญจกูลต้มกิน ถ้าลมกุมภัณฑยักษ์ ละลายน้ำร้อน น้ำ ขิง น้ำข่าก็ได้ ถ้าลมอัศมูขี ละลายน้ำไพล ถ้าลมราทยักษ์ ละลาย น้ำร้อน น้ำผึ้ง ถ้าลมบาทจิตร์ ละลายน้ำ จันทน์หอม น้ำต้มหญ้าแห้วหมู ถ้าลม พุทธยักษ์ ละลายน้ำผึ้ง น้ำขิง น้ำไพล ลมนอกกว่านี้ก็แก้ได้ ทั้งกินทั้งทา สรรพลม ทั้งหลาย ลมกระไษย (กระษัย) ลมริดสีดวง ลมกาฬวิงเวียน ลมโฮกเหียน แลลมต่าง ๆ น้ำกระสายยา ต่าง ๆ ตามแต่จะใช้ ยาขนานที่ ๑ ชื่อ ว่า ยาเขียวน้อย ตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑)ใบมะกา ๒) ใบกระเพรา ๓) ใบราช พฤกษ์ ๔) กระทียม ๕) พริกไทย ๖) ขิงแห้ง (บางตำรา เพิ่ม ใบทับทิม ใบมะกรูด ใบสะแก ใบตาลหม่อน ใบบอระเพ็ด หญ้าใต้ใบ เอาเสมอภาค คือแต่ละอย่าง หนักกัน บดเป็นผง ละลายกับ สุรา ทำแท่ง หรือเม็ด เก็บไว้ ฝน กับ สุรา กินครอบ ตาลซาง ทั้งปวง ตาลซางทั้งปวงทำให้ลง ท้อง ก็หาย ถ้ามิหายให้กิน ยาเขียว กลาง ยาขนานที่ ๒ ชื่อว่ายา เขียวน้อย มีตัวยา ดังนี้ ๑.ใบระงับ ๒.ใบน้ำเต้า ๓.ใบกระเม็ง ๔.ใบเสนียด ๕. ใบอังกาบ ๖.ตรีกฏุก ๗.ขมิ้นอ้อย ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน บดเป็นผง ละลาย สุรา กินตามกำลัง ของทารก ช่วยทำ ให้กินข้าวได้ และห้ามตานโจร อันกระทำให้เจ็บท้อง และลงท้องนั้นหายล ฯ ยาขนานที่ ๓ ชื่อว่า ยาเขียวกลาง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบน้ำเต้า ๒) ใบฝ้ายแดง ๓) ใบขี้กาแดง ๔) ใบเทียน ๕) ใบทับทิม ๖) ใบชุมเห็ด ๗) ใบขอบชะนางทั้ง ๒) ๘) หอมแดง ๙) กะทือ ๑๐) ไพล ๑๑) ขมิ้นอ้อย ๑๒) ขิงแห้ง ๑๓) กระเทียม ๑๔) มหาหิงคุ์ เอาเท่ากัน บดเป็นผง สุรา เป็นน้ำกระสาย ทำแท่ง ทำเม็ด ไว้ ฝนกับ สุรา กินครอบตาลซาง ทั้งปวง จะให้หาย ให้แทรกยาดำ ฯ ยาขานที่ ๔ มี ชื่อว่า ยาเขียวใหญ่ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) รากคนทา ( คือ รากสีฟันคันทา อย่าง เดียวกัน) ๒) หญ้านาง ๓) รากเท้ายายม่อม ๔) รากชิงชี่ ๕) รากมะเดื่อชุมพร (เรียกว่า ยา ๕ ราก) ๖) ใบ หมากผู้ ๗) ใบหมากเมีย ๘) ใบมะยม ๙) ใบมะเฟือง ๑๐) ใบเงิน ๑๑) ใบทอง ๑๒) ใบหนาด ๑๓) ใบ ทองพันชั่ง ๑๔) ใบน้ำเต้า ๑๕) ใบฝักข้าว ๑๖) ใบตำลึง ๑๗) ใบมะละ ๑๘) ใบทองหลางใบมน ๑๙) ใบ รางจืด ๒๐) ใบบอระเพ็ด ๒๑) ใบชิงช้าชาลี ๒๒) ใบหญ้านาง ๒๓) ใบฆ้องสามย่าน ๒๔) ว่านหางจระเข้ ๒๕) ใบพรหมมิ ๒๖) ใบผักขวง ๒๗) ใบผักหวาน ๒๘) ใบหญ้าน้ำดับไฟ ๒๙) ใบฤาสีผสมแล้ว ๓๐)ใบ


๒๕๓ ชุมเห็ดไทย ๓๑) ใบนมพิจิต ๓๒) ใบขี้แรด ๓๓) ใบแค ๓๔) ใบหมอน้อย ๓๕) ใบบัวบก ๓๖) ใบพริกไทย ๓๗) ใบดีปลี ๓๘) ใบกระบือ เจ็ดตัว ตัวยาทั้งหมดนี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๓๙) พิมเสน หนัก ๒ สลึง บดเป็นผงไว้กินแก้ไข้ ( ยาขนานนี้ เป็น ของ นางพร สมิทธิ วิชชาการ) ยาขนานที่ ๕ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาประสะพิมเสน มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ว่านกีบแรด ๒) ว่าน ร่อนทอง ๓) ลูกประคำดีควาย ๔) ระย่อม ๕) พิศนาด ๖)รางไคร้เครือ ๗) เนระพูสี ๘) มะหาสดำ ๙) สังกรณี ๑๐) คุคะ ตัวยา ๑๐ อย่างนี้ หนัก สิ่งละ ๑ บท ๑๑) ว่านเปราะหอม หนัก ๑ บาท กับ ๓ สลึง ๑๒) จันทะนา ๑๓) ใบสมี ตัวยา ๒ อย่างนี้ หนักสิ่ง ละ ๑ ตำลึง ๑๔) ใบมะละลิง หนักครึ่งหนึ่ง ของยา คือ หนัก ๑๔ บาท กับ ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๕) ใบพิมเสน หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๔๓ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ปั้นเป็นแท่ง หรือ เม็ดเก็บไว้ แก้ไข้ได้สารพัด แก้ไข้จับเชื่อมมัว แก้ตัวร้อน แก้นอนมิหลับ ให้กระสับกระส่าย ละลายาน้ำดอกไม้ ยักย้ายใช้ตามกระสายยาได้ตามสมควรแก่อาการของไข้ หรือโรค นั้นๆ เถิด ฯ @@@ ยาขนานที่ ๖ ชื่อว่า ยาเขียวแก้ท้องขึ้นท้องพอง และแก้ไข้ทั้งปวง ท่านให้เอา ใบขี้เหล็ก ๑ ใบ ฝ้ายแดง ๑ ใบแคแดง ๑ ใบพังพวยน้ำ ๑ ใบสมี ๑ ใบขี้หนอน ๑ ใบผักเข็ด ๑ ใบถั่วแระ ๑ ใบชาลีขม ๑ ใบ หญ้านาง ๑ ใบบอระเพ็ด ๑ ใบเชือกเขาหัวด้วน ๑ ใบทิ้งถ่อน ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ยาทั้งทั้งหมดนี้เอาแต่ละ อย่างเท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำกระสายยาได้ทุกอย่าง เอาเถิด ใช้ได้ ๑๐๘ ดีนักแล ฯฯ @@@ ยาขนานที่ ๗ ชื่อว่า ยาเขียวแท่งทอง ท่านให้เอา จันทน์ทั้ง ๒ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ ราง ไคร้เครือ ๑ หัสดำ ๑ เนระพูสี ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านเปราะ ๑ ใบ พิมเสน ๑ ใบสมี ๑ พรหมมิ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบทองหลางใบมล ๑ ทองคำเปลว (ทองคำแท้) ยาทั้งนี้เอาแต่ละ อย่างเท่ากัน บดเป็นผง ทำแท่ง หรือเม็ดไว้ แก้ไข้เหนือ สันนิบาต รากสาด ทั้งปวง ละลายน้ำซาวข้าว กิน ถ้าไข้ จับละลายน้ำร้อนกิน ถ้ากระหายน้ำละลายน้ำต้มจากลูกประคำดำควายกิน ถ้ากระทุ้งพิษไข้แทรกดีงูเหลือมกิน ลำหัด พิมเสนเกล็ดละลายยากิน แก้สลบสะไหลละลายน้ำดอกไม้กิน แลฯฯ @@@ ยาขนานที่ ๘ ชื่อว่า ยาเขียวพรหมมาศ ท่านให้ เอา พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เปลือกต้นกลุ่มบก ๑ หน่อไม้ไผ่ป่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ กระเทียม ๑ เปลือกหอยแครงเผาไฟ ๑ ดิน ประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ ปูนขาว ๑ ผิวมะกรูด ๑ ใบชุมเห็ด ๑ ใบกระเพรา ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่งไว้ กินแก้ไข้จับ แก้สะท้านร้อน –สะท้านหนาว ให้ละลายน้ำร้อนกินแก้ตัวร้อน ถ้ามือเท้าเย็น ละลายน้ำ กิน ถ้าท้องขึ้นและเป็น บิด ในทวารหนัก ทะวารเบา ละลายน้ำมะกรูด กิน ถ้าผอมเหลือง แก้ไอ ละลายน้ำมะกรูดกิน แก้เชื่อม แก้มัว แก้ชัก มือกำเท้ากำ ละลายน้ำเทียนกิน แก้ตานโจร ละลายน้ำสุรา กิน แก้ตับโต ละลายน้ำส้มซ่ากิน แก้ได้สารพัด ยักย้ายใช้น้ำกระสายเถิด วิเศษนักแล ฯฯ @@@ ยาขนานที่ ๙ ชื่อว่า ยาเขียวมหากาฬ ท่านให้เอา ใบเสนียด ๑ ใบหนาด ๑ ใบระงับพิษ ๑ ใบมะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ ใบส้มซ่า ๑ ใบว่านมหากาฬ ๑ ใบทองหลางใบมน ๑ ฝักส้มปล่อย ๑ ใบสะเดา ๑ ใบ ลำโพงแดง ๑ ใบระหุงแดง ๑ ลูประตำดีควาย ๑ ลูกคัดเค้า ๑ เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ รากผักเข็ด ๑ รากถั่วพู ๑ หัวกระเทียม ๑ รากหญ้าคา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ กกลังกา ๑ หอมแดง ๑ กระชาย ๑ ตัวยา ทั้ง ๒๕ สิ่งนี้เอาแต่ละสิ่งเท่ากัน (คือเสมอภาค) เอาดีงูเหลือมฝนกับ สุรา ทำเป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผงทำ เป็นแท่งไว้ ฝน กับ สุรา ทาฝีคางทูมหาย แก้ฝีดาษหลบใน แก้คลั่งละลายน้ำ ลำหัด แทรกพิมเสนให้กินหายแล ท่านตีค่าไว้ ทอง ๑ ตำลึง แลฯฯ ยาขนานที่ ๑๐ ชื่อว่า ยาเขียวฟ้าครอบ ท่านให้เอา ๑)จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) รากระย่อม ๔) พิศนาด ๕) รางไคร้เครือ ๖) มะหัสดำ ๗) เนระพูสี ๘) ว่านกีบแรด ๙) ว่านล่อนทอง ๑๐) เปราะหอม ๑๑) ใบมะระ ๑๒) ใบมะตูม ๑๓) ใบพิมเสน ๑๔) ใบสมี ๑๕) ใบสมอพิเภก ๑๖) เขากวาง ๑๗) งาช้าง


๒๕๔ ๑๘) หน่อแรด ตัวยาทั้ง ๑๘ สิ่งนี้ เอาเสมอภาค ตำผงไว้ทำเป็นแท่ง ด้วยน้ำดอกไม้เป็นน้ำกระสาย ยา ทั้งกิน ทั้งชโลมแก้ไข้เหนือ ไข้ใต้ แก้ไข้พิษผิดสำแดง แก้พิษกาฬ แก้ร้อนในน้ำ ร้อนในอก น้ำดอกไม้ น้ำมูตร น้ำครำ เป็นกระสาย ยา ยักใช้ตามสมควรแก่โรคนั้นเถิด ยานี้ใช้แทนยาเขียวกาฬก็ได้ ยาขนานที่ ๑๑ ยานี้ชื่อว่ายาเขียวครอบจักรวาล แก้ไข้ แก้พิษไข้เหนือ รากสาด สันนิบาด แก้พิษกาฬ ภายใน แก้เปลวไฟฟ้า แก้ไข้หงรันทด แก้ไข้ปานดำ แก้ไข้ปานแดง แก้กาฬจับที่หัวใจ ให้เชื่อมมัวหาสติมิได้ แก้หลงเพ้อพก แก้หอบ แก้สะอึก แก้ร้อนในอก แก้ลิ้นกระด้าง คางแข็ง แก้ชักมือกำ เท้ากำหงิก ตากลับ กรอก ฯ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ๑) จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) ระย่อม ๔) พิศนาด ๕) รางไคร้เครือ ๖) เนระพูสี ๗) มะหัสดำ ๘) มหาแสดง ๙) มหาละลาย ๑๐) สังกรณี ๑๑) ว่านกีบแรด ๑๒) ว่านร่อนทอง ๑๓) ว่านเปราะหอม ๑๔) ใบพิมเสน ๑๕) ใบเฉียงพร้าหอม ๑๖) ใบมะตูม ๑๗) ใบทองพันชั่ง ๑๘) ใบ ระงับพิษ ๑๙) ใบมะระ ๒๐) ใบฝ้ายแดง ๒๑) ใบสมี ๒๒) ใบน้ำเต้าขม ๒๓) ใบพรหมมิ ๒๔) ใบฝักข้าว ๒๕) ใบหญ้านาง ๒๖) รากพุมเรียงป่า ๒๗) รากพุมเรียงบ้าน ๒๘) ทศเขา (แปล ว่า เขา ๑๐ ชนิด) ๒๙) เนาวเขี้ยว (แปลว่า เขี้ยว ๙ ชนิด) ยาทั้ง ๒๙ สิ่งนี้ เอา น้ำหนักเท่ากัน นำเอาสารพัดดี มาเป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่ง ถ้าจะแก้เชื่อมมัว น้ำดอกมะลิสด แก้หอบ แก้ร้อนในอก ละลายน้ำรากบัวหลวง และ น้ำรากมะกรอก น้ำลูกประคำดีควาย เผา แก้สะอึก ละลายน้ำลูกมะกรอก รากรางไคร้เครือ รากระย่อม พิศ นาด ต้ม แทรกพิมเสนเกล็ด แก้ไข้ให้ลง ละลายน้ำเปลือกต้นมะเดื่อ ขมิ้นชัน แก้ปวดมวน ละลายน้ำกะทือ ไพล หมกไฟ แทรกลูกจันทน์เทศน์ทา ปูนแดงปิ้งไฟ ตามแต่แพทย์ จะยักใช้น้ำกระสายยาตามสมควรแก่โรค เถิด ยาขนานนี้ได้ ใช้มามากแล้ว วิเศษนักแล ฯ ยาขนานที่ ๑๒ มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอมอินทร์จักร มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ระย่อม ๒) พิศนาด ๓) รากรางไคร้เครือ ๔) เนระพูสี ๕) มะหาสดำ ๖) ว่านกีบแรด ๗) ว่านร่อนทอง ๘) ว่านเปราะหอม ๙) จันท์ ทั้ง ๒ ๑๐) เกสรทั้ง ๕ ๑๑) ใบพิมเสน ๑๒) ใบสันพร้าหอม ๑๓) ใบมะยม ๑๔) ใบมะเฟือง ๑๕) ใบหมากผู้ ๑๖) ใบหมกเมีย เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ต้มกินก็ได้ ทำเป็นยาผงก็ได้ น้ำดอกไม้เป็นกระสายยา ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้เชื่อมมัว น้ำจันท์ น้ำลูกยอ (แก้หอบ น้ำรากบัวหลวง ต้ม เอา จันท์ ฝน ลง รำหัด กิน แก้ไข้สันนิบาด น้ำเปลือกต้นพุทรา ต้ม แก้เพ้อคลั่ง น้ำเปลือกต้น มะเดื่อชุมพร ต้ม) (แก้กาฬ ภายใน น้ำมูตร น้ำครำ เหล้า ก็ได้ ทั้งกิน ทั้งชโลม) (แก้ไข้จับทั้งปวง แก้ปวดหัว ตัวร้อน น้ำซาวข้าว ทั้งกิน ทั้งพ่น ยาขนานนี้ เป็น ของท่าน หมอพร้อม ฯ ยาขนานที่ ๑๓ มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอม มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบหมากผู้ ๒) ใบหมากเมีย ๓) ใบ มะยม ๔) ใบมะเฟือง ๕) ใบเงิน ๖) ใบทอง ๗) ใบทองพันชั่ง ๘) ใบทองหลางใบมน ๙) ใบพิมเสน ๑๐) ใบสันพร้าหอม ๑๑) ใบผักกระโฉม ๑๒) ใบฝักข้าว ๑๓) ใบน้ำเต้า ๑๔) จันท์หอม ๑๕) เหมือดคน บดเป็น ผง ทำแท่งไว้ ละลายน้ำ ซาวข้าว น้ำดอกไม้ไว้ แก้ซาง น้ำสุรา น้ำปลา แก้ไข้ ที่ทำให้ปวดหัวตัวร้อน น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว น้ำจันท์ทั้ง ๒ ทั้งกิน ทั้งพ่น แก้ไข้กับ จากการกินของผิด สำแดง และ ของที่ทำให้ แสลง เอาเถามวกแดง น้ำฟักต้ม น้ำกล้วยตีบ น้ำตาลขันทศกร แทรกดีงูเหลือม ตัดลง ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๔ มี ชื่อ ว่า ยาเขียวมหาสิทธาคุณ มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบหมากผู้ ๒) ใบหมาก เมีย ๓) ใบมะยม ๔) ใบมะเฟือง ๕) ใบฆ้องสามย่าน ๖) ใบทองพันชั่ง ๗) ใบนวมหอม ๘) ใบน้ำเต้า ๙) ใบสมี ๑๐) ใบถั่วและ ๑๑) ใบกระเพรา ๑๒) ใบชุมเห็ด ๑๓) ใบผักกระโฉม ๑๔) ใบพิมเสน ๑๕) ใบ สันพร้าหอม ๑๖) ใบคนทิสอ ๑๗) ใบมะกล่ำเครือ ๑๘) ใบระงับ ๑๙) ใบทองหลางใยมน ๒๐) ใบมะตูม ๒๑) ใบผักคราด ๒๒) ใบฤาสี ผสมแล้ว ๒๒) ใบขี้หนอน ๒๓) ใบหนาด ๒๔) ใบผักเคล็ด ๒๕) ใบฝ้ายแดง ๒๖) ใบแมลงลัก ๒๗) ใบบัวบก ๒๘) ใบประคำไก่ ๒๙) ใบโหรพา ๓๐) ใบปีบ ๓๑) ใบเถาชิงช้าชาลี ๓๒) ใบพลูแก่ ๓๓) ใบผักขวง ๓๔) ใบพรหมมิ ๓๕) ใบหญ้านาง ๓๖) ใบกระพังโหม ๓๗) ใบว่านหางจระเข้


๒๕๕ ๓๘) ใบกระทืบยอด ๓๙) ใบสะค้าน ๔๐) ใบเสนียด ๔๑) ใบผักเสี้ยนผี ๔๒) ใบกระเม็ง ๔๓) ใบหญ้า น้ำดับไฟ ๔๔) ใบผักข้าว ๔๕) ใบตำลึง ๔๖) ใบจิงจ้อ ๔๗) หญ้าแพรก ๔๘) หญ้าปากควาย ๔๙) กะทือ ๕๐) ไพล ๕๑) ขมิ้นอ้อย ๕๒) ว่านน้ำ ๕๓) ข่า ๕๔) ว่านนางคำ ๕๕) กระเทียม ๕๖) ดีปลี ๕๗) ขิงแห้ง ๕๘) กระชาย ๕๙) ว่านร่อทอง ๖๐) เอื้องเพชรม้า ๖๑) ผักอีไร ๖๒) เมล็ดพันธุ์ผักกวด ๖๓) พริกไทย พอสมควร บดเป็นผง ทำแท่งไว้ ใช้ ได้ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ยักตามน้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรคที่เป็น เอา น้ำกระสายยาทำเป็นทุนเกลื้อหนุนยาให้สมควรแก่โรคที่เป็น เถิด (ยาพี่แถบ) ยาขนานที่ ๑๕ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาเขียวสรรพคุณ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ขิงแห้ง ๒) กระเทียม ๓) ขมิ้นอ้อย ๔) ไพล ๕) ดองดึง ๖) เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗) ใบจิงจ้อ ๘) ใบฟักเขียว ๙) ใบปีบ ๑๐) ใบ ชุมเห็ด ๑๒) สารส้ม ยา ๑๒ อย่างนี้ หนักอย่าง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำมะนาว ปั้นเป็นแท่ง หรือ เม็ด เก็บไว้ แก้ สารพัด ฝี ทั้งปวง แก้เจ็บตา ละลายน้ำท่า (งูกัดฝนกับ กำมะถันแดง แปะที่ ปากแผล) สุม กระหม่อม น้ำสุรา) เป็นลมสะพั้น ฝนด้วยน้ำ ไพล ท่าฝ่าเท้า ทาท้อง แก้ซางทั้งปวง ถ้าจะคลอดลูก กินไป จนกว่าจะคลอด และจนออกไฟ เป็นหวัดปวดหัว ฝนกับน้ำมะนาวทาหาย (ยาพ่อ) ยาขนานที่ ๑๖ มีชื่อว่า ยาเขียวนารายณ์ ถอนพิษ แก้ไข้แกมซาง มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบ ประคำไก่ ๒) ขี้ครามที่ย้อมผ้า ๓) ข้าวเบือ ๔) ยอดสับปะรด บดเป็นผงทำแท่ง เก็บไว้ ทั้งกิน ทั้งทา แก้พิษ ทั้งปวง ส่วนน้ำกระ ใช้ตามใจชอบ ตามที่อาจารย์กล่าวไว้ใน ตามราเถิด ใช้ได้ ๑๐๘ ตีค่าไว้ ๑๐ ชั่งทอง ยา๓ ขนานนี้ (เป็น ของพ่อ) ยาขนานที่ ๑๗ ชื่อว่ายาเขียวขี้ทอง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑.เขียวขี้ทอง หนัก ๑ บาท ๒.ลูกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง ๓.ดอกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง ๔.กระวาน หนัก ๑ เฟื้อง ๕.กานพลู หนัก ๑ เฟื้อง ๖.การบูร หนัก ๑ เฟื้อง ๗.โหราเดือยไก่ หนัก ๑ เฟื้อง เอาสุรา เป็นน้ำกระสายยา ทำแท่งเก็บไว้ แก้ ซางเขียว และ ซางทั้ง ปวง ฯ ยาขนานที่ ๑๘ ชื่อว่ายาเขียวหรดาน มีตัวยา ดังนี้ ๑.หรดานกลีบทอง หนัก ๑ บาท ๒.ลูกจันทน์ หนัก ๑ เฟื้อง ๓.ขมิ้นอ้อย หนัก ๑ เฟื้อง ๔.พิมเสน หนัก ๑ เฟื้อง กับ ๑ ไพ ๕.รงทองปิ้งไฟให้สุก หนัก ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ละลาย สุรา ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ ละลาย สุรา กินแก้ ซางเหลือง และ ซางทั้งปวง ฯ ยาขนานที่ ๑๙ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาเขียวประทานเพชร มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบพิมเสน สดๆ ๒) ใบทองพันชั่งสด ๓) ใบหญ้านางสด ๔) จันท์หอมเนื้อขาว ๕) เหมือดคน ๖) กฤษณา ๗) กระลำพัก ๘) ขอนดอก ๙) ใบสันพร้าหอมสด ๑๐) แป้งหอม ๑๑) ดินสอพอง ๑๒) ดอกพิกุล ๑๓) ดอกบุนนาค ๑๔) ดอกสารภี ๑๕) ดอกมะลิ ๑๖) เกสรบัวหลวง สด เอาให้มากๆหน่อย ตำผงเก็บไว้ แก้ไข้ที่ทำให้ร้อน กระวน กระวาย ละลายน้ำ ซาวข้าว น้ำดอกไม้ น้ำจันท์ กินดีนัก ฯ ต่อหน้า ๓๐๓ ยาวัดหลวงพ่อแดงแก้ซาง ๑ ยา เขียวแก้ซาง ท่านให้เอา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กาลพลู ดีปลี กะทือ ไพล ว่าน กลีบแรด ว่านร่อนทอง เทียนทั้ง ๕ ยา ๑๔ อย่าง เอาสิ่งละหนัก ๑ เฟื้อง ใบระงับพิษ หนัก ๑ บาท ใบ มะกล่ำเครือ หนัก ๑ บาท ทำเป็นยาผง เอาสุราเป็นนำกระสาย ทำเป็นเม็ด หรือเป็นแท่ง ฝนด้วยสุราอีกที ให้ กินแก้ซาง และแก้พิษฝีได้ด้วย ฯ ๒ ยาเขียวประกอบซางทั้งปวง แก้บิด แก้ลงแดง แก้พิษฝีทั้งปวง ท่านให้เอา กะทือ ไพล พิษนาศ สังกรณี ว่านเปราะ ว่านร่อนทอง ว่านกลีบแรด ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู ดีปลี เทียนทั้ง ๕ ยา ๑๗ อย่างนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้องเท่ากัน มะกล่ำเครือ ใบระงับพิษ ใบพลูแก ดีงูเหลือม ตัวยา ๔ อย่างนี้เอา หนักสิ่งละ ๒ สลึง ทำเป็นยาผง ละลายสุราเป็นน้ำกระสาย ทำแท่งเก็บไว้ เวลาจะกินฝนกับสุราอีกทีกิน แก้ซาง แก้บิด แก้ลงแดง แก้ซางพิษฝีทั้งปวง ฯ


Click to View FlipBook Version