The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเล่มนี้เป็นหลักวิชาการทางแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แผนโบราณได้นำมาคัดลอกจากหนังสือเก่าที่กำลังชำรุดอย่างมากจากอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถก่อนที่จะสูญหายไป หรือหายากยิ่งขึ้น อาตมะ พระสุระ ฉายา สุเมโธ (นามสกุล เทียนดำ) จึงได้จัดทำหนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ และตำราเก่าจากวัดต่างที่หามาได้ เพื่อสืบทอด และอนุรักษ์ รักษาความรู้อันประเสริฐนี้ไว้เพื่อเป็นมรดกสมบัติของชาติไทยอันมีค่ายิ่งมากกว่าแก้วแหวนเงินทองและยังเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง และสำหรับนำไปในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ได้มาจากวัดต่าง ที่เจ้าอาวาสท่านให้ยืมตำรามา เช่น วัดทองหลาง ที่อาตมะจำพรรษาอยู่ วัดปากโทก ตำบลปากโทก วัดหลวงพ่อแดง ตำบลไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก วัดห้วยพลู ตำบลห้วยพลู อ.นครไชยศรี วัดดอนพุทรา ตำบลดอนพุทรา อ.ดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจารย์จำเนียร บ้านกระบัง หมู่ ๖ ตำบลมะขามสูง ท่านเรียนจบทั้งเภสัช และ เวชกรรม อาจารย์มหาชะลอ สุขม่วง หมู่ ๑ ตำบลมะขามสูง สอบเภสัชกรรมได้เมื่อ อายุได้ ๙๐ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปีและนำคณะมาเปิดการเรียนการสอนที่ วัดทองหลาง อาตมะได้มีโอกาสไปศึกษาด้วยจึงมีความรู้เรื่อง เภสัชกรรมบ้าง จึงจัดทำหนังสือนี้ขึ้นมา หวังไว้ว่าอยากเห็นบุคคลหนึ่งบุคคลใดสืบทอดวิชาเภสัชศาสตร์แผนโบราณของไทยให้แตกฉานต่อไป ก่อนที่อาตมะจะระสังขารจากโลกนี้ไปก็เพียงพอแล้ว ขออนุโมทนา เจริญพร จากพระ สุระ สุเมโธภิกขุ เทียนดำ (พระอาจารย์ ฝ้าย) ฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-06-06 04:56:25

หนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ Ep.1

หนังสือเล่มนี้เป็นหลักวิชาการทางแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แผนโบราณได้นำมาคัดลอกจากหนังสือเก่าที่กำลังชำรุดอย่างมากจากอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถก่อนที่จะสูญหายไป หรือหายากยิ่งขึ้น อาตมะ พระสุระ ฉายา สุเมโธ (นามสกุล เทียนดำ) จึงได้จัดทำหนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม ๒ และตำราเก่าจากวัดต่างที่หามาได้ เพื่อสืบทอด และอนุรักษ์ รักษาความรู้อันประเสริฐนี้ไว้เพื่อเป็นมรดกสมบัติของชาติไทยอันมีค่ายิ่งมากกว่าแก้วแหวนเงินทองและยังเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง และสำหรับนำไปในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ได้มาจากวัดต่าง ที่เจ้าอาวาสท่านให้ยืมตำรามา เช่น วัดทองหลาง ที่อาตมะจำพรรษาอยู่ วัดปากโทก ตำบลปากโทก วัดหลวงพ่อแดง ตำบลไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก วัดห้วยพลู ตำบลห้วยพลู อ.นครไชยศรี วัดดอนพุทรา ตำบลดอนพุทรา อ.ดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจารย์จำเนียร บ้านกระบัง หมู่ ๖ ตำบลมะขามสูง ท่านเรียนจบทั้งเภสัช และ เวชกรรม อาจารย์มหาชะลอ สุขม่วง หมู่ ๑ ตำบลมะขามสูง สอบเภสัชกรรมได้เมื่อ อายุได้ ๙๐ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ปีและนำคณะมาเปิดการเรียนการสอนที่ วัดทองหลาง อาตมะได้มีโอกาสไปศึกษาด้วยจึงมีความรู้เรื่อง เภสัชกรรมบ้าง จึงจัดทำหนังสือนี้ขึ้นมา หวังไว้ว่าอยากเห็นบุคคลหนึ่งบุคคลใดสืบทอดวิชาเภสัชศาสตร์แผนโบราณของไทยให้แตกฉานต่อไป ก่อนที่อาตมะจะระสังขารจากโลกนี้ไปก็เพียงพอแล้ว ขออนุโมทนา เจริญพร จากพระ สุระ สุเมโธภิกขุ เทียนดำ (พระอาจารย์ ฝ้าย) ฯ

๑๒๖ มิได้เสมอกัน บางทีจับแต่รุ่งจนเที่ยง บางทีจับแต่เที่ยงจนค่ำ บางทีจำแต่ค่ำจนรุ่ง บางทีให้ปวดศีรษะ ให้ผุดเป็น แผ่นนิ้วหนึ่งก็มี สองนิ้วก็มี เท่าใบพุทราก็มี บางทีผุดขึ้นมาเท่าใบเทียนก็มี ทั่วทั้งตัว แดงก็มี ดำก็มี แดงนั้นเบา กว่าดำ ถ้าเห็นยังลึกอยู่ยังไม่ขึ้นมาที่ผิวหนัง ให้เอาเทียนจดไฟส่องมือดู แล้วให้แต่งยากระทุ้ง ให้กิน ชื่อว่า แก้วห้าดวง (ยาที่ว่าแก้ว ๕ ดวง) ท่านให้เอา รากคนทา ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ รากมะเดื่อชุมพร ๑ ราก หญ้านาง ๑ รากชิงชี่ ๑ ยาทั้งนี้เอา เสมอภาค ต้มให้กิน แล้วจึงแต่งยาประสะภายนอก ท่านให้เอา ใบหญ้า นาง ๑ ใบมะขาม ๑ เอาเท่ากัน เอา ดินประสิวใส่ลงแต่พอควร ละลายน้ำซาวข้าวพ้น ถ้ามิขึ้นกระทำให้ตัว ร้อนเป็นเปลว เอา เถาขี้กาแดง ทั้งรากเถาใบ ๑ เถาหญ้านางทั้ง เถารากใบ ๑ เอาเสมอภาค แทรกดินประสิว ละลายด้วยน้ำซาวข้าว ทั้งกิน หน้า ๓๑๐.ทั้งพ่น ถ้ามิฟัง ให้เอา ใบทองหลางใบมน ๑ เปลือกต้นทองหลางใบ มน ๑ข้าวสารด้วย เอาเสมอภาค แทรกดินประสิว ทั้งกินทั้งพ่น ทีนี้จะว่าด้วยปานดำ – ปานแดง –ต่อไป ลักษณะ ปานดำ-ปานแดง นั้น ให้เท้า-มือ เย็น ลางทีให้เท้า ร้อน มือร้อน ตัวร้อน เป็นเปลว ให้ปวดสีสะ จักษุแดงเป็นสายโลหิต ให้ร้อนในอก ให้เชื่อมให้มัว ลางทีพิษ กระทำภายใน ยากะทุ้งกินมิออก ให้ร้อนในกระหายน้ำ ลางทีทำให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้ผุดออกเป็นวงดัง สะบ้ามอญบ้าง เท่าใบพุทราบ้าง เท่านิ้วหนึ่ง หรือ สองนิ้วบ้าง ถ้าแพทย์รับรักษา ให้นะวังจงได้ ปานแดงนั้น เบากว่าปานดำ ถ้าขึ้นครึ่งตัวรักษารอดบ้างตายบ้าง ถ้าขึ้นทั้งตัวสีผิวหนังแดงเป็นดังผลตำลึงสุก สีดังผลหว้า สุก สีดังน้ำคราม สีดำดังน้ำหมึก สีลักกษณะดังนี้ตาย แล ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะของ ดานหิน ขึ้นที่ต้นขาทั้งสองข้าง เป็น วงเขียวก็มี เป็น ผลสีหว้า สีคราม สีผล ตำลึงสุก หรือ สีมึก ลักษณะ จับให้ตัวเย็นดังหิน ให้ร้อนในกระหายน้ำทำพิษ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้ปาก แห้ง คอแห้ง ฟันแห้ง เชื่อมมัวทำพิษจน สลบ หน้า ๓๑๑ ไม่มี หน้า ๓๑๒ เป็นกำลัง ให้ผุดขึ้นที่อก เป็นสีดำ ก็มี สีแดงก็มี สีดังเปลวไฟ ให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้เชื่อมมัวไม่มี สติสมปฤดี ให้ลิ้นกระด้างคางแข็งให้สลบ ให้ แพทย์พึงรู้ ถ้าแก้ดีจะรอดสักส่วนหนึ่งเสียสามส่วน ทีนี้จะกล่าวด้วยลักษณะไข้เปลวไฟฟ้า ถ้าทำพิษให้ร้อนเป็นกำลัง ให้ร้อนเป็นเปลวจับเอาหน้าดำ จมูก ดำ อกดำ เป็นควันในปากแห้ง ลิ้นแห้ง ฟันแห้ง ให้ปากแลลิ้นแตกระแหง ลิ้นดำเพตาลุลอก (คือเพดาน) ให้ สลบไม่รู้จักสติสมปฤดี ถ้าอาการเหมือนที่กล่าวมานี้ จะรอดสักส่วนหนึ่ง ตายสักสี่ส่วน ทีนี้จักกล่าวถึงลักษณะไข้ข้าวไหม้น้อย ให้จับตัวร้อนเป็นเปลวไฟ ให้มือเท้าเย็น ให้เจ็บไปทั่ว สารพางค์กาย ให้เจ็บในเนื้อในกระดูกเป็นกำลัง ให้หอบ ให้สะอึก ให้เชื่อมมัว ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้ผุด ขึ้นมาดังมดกัดเป็นแผ่นทั่วตัว มียอดแหลมขาว ๆ ถ้าแพทย์จะแก้เร่งให้ประทับยาให้หนัก ได้บ้างเสียบ้าง ถ้า รากปอกหมูไปตายทีเดียว ไม่รอดสักคนหนึ่ง ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะของข้าวไหม้ใหญ่ ให้จัดสะบัดร้อนสะท้านหนาว ให้ปวดศีรษะเป็นกำลัง ให้จักษุ ดังโลหิต ให้เท้าเย็นมือเย็นให้เจ็บในเนื้อในกระดูก ทำพิษ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ผุดขึ้นมาเหมือนมดกัด เป็น แผ่นทั่วตัว มียอดแหลมขาว ๆ ถ้าแพทย์จะแก้ให้เร่งประทับยาให้หนัก ได้บ้างเสียบ้าง ถ้าลอกปอกหมู หน้า ๓๑๓ ไม่มี หน้า ๓๑๔ เหมือนมดกัดก็มีแล้วกับไปดำอยู่ ถ้าแพทย์แก้ดีจะรอดได้ สักส่วนหนึ่ง จะเสียสักสาม ส่วน ถ้าคลายจากพิษที่ผุดขึ้น เป็นทิวแล้วกับดำ เป็นหนังแรดอยู่หกเดือนตาย ถ้าลงกินตับกินปอดขาด ออกมา ตาย ร้อยคนไมรอดสักคนหนึ่ง ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะไข้ดาวเรือง ให้จับเท้าเย็น มือเย็น ให้ตัวร้อนเป็นเปลว ให้จักษุแดงเป็นโลหิต ให้ปวดศีรษะ เป็นกำลังดังว่าจักษุจะแตกออกมา ให้อาเจียนเป็นกำลัง ให้เชื่อมมัวร้อนในกระหายให้หอบสะอึก ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ลางทีทำพิษถึงกลับสลบ ให้ผุดขึ้นเป็นเหมือนลายโคมครึ่งลูก ถ้าแก้ดี จะได้ส่วนหนึ่ง เสียส่วนหนึ่ง


๑๒๗ ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะ หงส์รันทด ให้จับตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็น มือเย็น ทำให้เชื่อมมัว ไม่มีสติ สมปฤดีให้หอบ ให้สะอึก จับตัวแข็งเป็นเหมือนท่อนไม้ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง จับไม่เป็นเวลา ไม่ผุดให้ตัว เตรียมทั้งตัว ถ้าแพทย์ผู้มีสติปัญญาจะแก้ได้ จะเสียส่วนหนึ่ง รอดส่วนหนึ่ง ทีนี้จะกล่าวถึง ลักษณะไข้ จันทร์สูตร ให้จับตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็น มือเย็น ให้เชื่อมมัวไม่มีสติ สมปฤดี ให้หอบ ให้สะอึก จับตัวแข็งเป็นไปเหมือนท่อนไม้ ทำให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง จับไม่เป็นเวลา แต่ว่าไม่ ผุด ต่อพระจันทร์ขึ้น จึงกระพิษให้สลบ ถ้าพระจันทร์ไม่ขึ้น พิษถอยลง ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะของไข้ สุริยะสูตร มีลักษณะเหมือนไข้จันทร์สูตร ผิดกันแต่ลักษณะพระอาทิตย์ ขึ้นแล้วทำพิษมากขึ้น จนพระอาทิตย์ตก ลางทีให้สลบ ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะของไข้ เมฆสูตร ลักษณะของไข้มีอาการเหมือนไข้ สุริยะ แต่ผิดกันบ้าง เกิด พายุห์ฟ้าฝน เมฆ ตั้งขึ้นทั่วทิศ กระทำพิษให้สลบ ไข้สามประการนี้ ถ้าแก้ดีจะรอดสักส่วนหนึ่ง จะตายสักส่วน หนึ่ง ถ้าไม่รู้จักแก้ ร้อยคนไม่รอดสักคนหนึ่ง ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะไข้กาฬ ไข้ลากสาดมี ๙ ประการ ประการหนึ่ง ทำให้เท้าเย็น มือเย็น ให้ตัว ร้อนเป็นเปลวไฟ ให้ปวดศีรษะ เป็นกำลัง ให้จักษุแดงเป็นโลหิต ให้จับเพ้อพกให้ร่ำรี้ร่ำไร เป็นเหมือนปีศาจเข้า อยู่ ให้มือกำ เท้ากำ จักษุเหลือก จักษุช้อน ให้ร้อนเป็นตอนหนึ่ง ให้เย็นตอนหนึ่ง ลางทีจับเหมือนหลับ จับตัว เย็น ทำให้เหงื่อตกผ้าปิดได้ แต่ร้อนในอกเป็นกำลัง ให้หอบ ให้สะอึก ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้เชื่อมมัวไม่มีสติ สมปฤดี บางทีกระทำพิษภายในให้ลงเป็นโลหิต ไอเป็นโลหิต ให้อาเจียนเป็นเสมหะโลหิต เหน้าก็มี ผุดขึ้นมา เหมือนลายต้นกระดาษก็มี ผุดขึ้นมาเป็นทรายขาวทั่วทั้งตัวก็มี ลายเหมือน งูลายแมลงสาบก็มี ลายเหมือน สายเลือดก็มี ลายเหมือนดีบุกก็มี ลักษณะดังนี้เรียกว่ารากสาด ปานขาว ให้แพทย์เร่งแก้ จะได้สักส่วน จะเสีย จักส่วน (๒) ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะไข้ รากสาดปานแดง มีลักษณะผุดขึ้นมาเป็น เมล็ดถั่งเล็ก ๆ แดง ๆ เป็น หมู่ เท่านิ้ว สองนิ้ว ทั้งตัวเรียกว่ารากสาด ปานแดงตาย หน้า ๓๑๖ ไม่มี หน้า ๓๑๗ ถ้าผู้ใดจะเป็นแพทย์ ไปวันข้างน่า ให้เร่งตรึกตรองพิจารณา แก้ไข้ให้จงละเอียดจึงควร ถ้าแพทย์คนใด ได้เรียนต่อครูจักแก้ได้ส่วนหนึ่ง จะตายสักสามส่วน ถ้าแพทย์คนใดมิได้เรียนต่อครู รู้แต่ตำรา เป็นหาคติ แก้ ไม่ได้ร้อยคนจะรอดสักคนหนึ่ง ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะของไข้กาฬ ที่จะเกิดแทรกในไข้พิษทั้ง ๘ ประการ ให้จับเท้าเย็น มือเย็น ให้ตัว ร้อนเป็นเปลว ให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้หอบให้สะอึก ให้เมื่อยในกระดูก ให้เสียวไปทั้งตัว ให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัวปวดศีรษะเป็นกำลัง ให้ปากขม ปากเปื่อย ปากหวาน เป็นกำลัง ให้ปากแห้งคอแห้ง ลิ้นแห้งเป็นกำลัง ให้เพ้อพก กลุ้มอกกลุ้มใจ ทั้งนี้เป็นลักษณะที่ไข้กาฬ จะแทรกใน ๘ ประการ คือ กาฬจะมา แทรกนั้นมีนามปรากฏ ชื่อว่าอะไรบ้าง ๑)มิสัณฐานผุดขึ้นเป็นดังยุงกัดทั้งตัว ชื่อว่าประดงมด ให้คันมีพิษสง ให้แสบร้อน ๒)ทีนี้จะว่าด้วยไข้ประดงช้าง สืบไป มีสัณฐานขึ้นเหมือน ผิวมะกรูด ทำพิษให้ปวดแสบปวดร้อนให้คัน ๓)ทีนี้จะกล่าวด้วยไข้ประดงควายต่อไป มีสัณฐานผุดขึ้นมาเหมือนเงาหนอง มีพิษสง ให้ปวดแสบปวด ร้อน ๔)ทีนี้จะว่าด้วยประดงวัวต่อไป มีสัณฐานดังผลมะยมสุก มีพิษสง ให้ปวดแสบให้ปวดร้อน ๕)ทีนี้จะว่าด้วยประดงลิงมีพิษสงให้ปวดแสบปวดร้อนขึ้นทั้งตัว หน้า ๓๑๘ ๖)ทีนี้จะว่าด้วยประดงแมว ผุดขึ้นมามีสัณฐานดังตาปลา มีพิษสง ให้ปวดแสบปวดร้อน ๗)ทีนี้จะว่าด้วยประดงแรด ผุดขึ้นมามีสัณฐานแดงหนา ดังหนังแรด แล้วให้ค้ำดำเข้าเป็นเกล็ดเหมือน หนังแรดมีพิษสง ให้ปวดแสบปวดร้อน


๑๒๘ ๘)ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะประดงไฟ ผุดขึ้นมามีสัณฐานเหมือนไข้ระบุชาติ ก็ดี มีเม็ดแดงยอดดำ ให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว เชื่อมมัว กระหายน้ำเป็น กำลัง ประดง ๘ ประการนี้ ให้แพทย์ผู้มีปัญญาพิจารณาให้จงละเอียด ให้เร่งวางยาดับพิษกาฬ แลยากระทุ้ง กาฬ อย่าให้พิษกับเข้าไปในข้อกระดูกได้ บางทีก็รอดบางทีก็ตาย ถ้าแพทย์รักษาชอบด้วยยา แล้วไม่ทุ้งพิษไข้ ให้สิ้นเชิง กลับมาทำพิษคุดเข้าไปในข้อในกระดูก ย่อมให้กลับกลายไปเป็นโรคเรื้อน เป็นพยาธิเป็นลมจำโปง แลลมปะโคมหิน ให้บวมไปทุกข้อ ทุกลำ ทำให้มีพิษสง ให้ไหวตัวมิได้ ให้ร้องไปทั้งกลางวัน และ กลางคืน ราวกะว่าตอจะแตกออกจากกัน เพราะเกิดจากพิษประดง ๗ ประการ แต่ลักษณะ ประดงแรด นั้น แก้พิษตก คลายได้ปีหนึ่งเป็นเม็ดยอด ไม่หายกลายไปทำพิษ ให้คันผิวหนาดังผิวหนังของแรด คลายลงอยู่ปีหนึ่ง ให้ตก โลหิตกินตับ กินปอดขาดออกมา ตาย @@ไข้กาฬ ๑๐ ประการ ทีนี้พระผู้เป็นเจ้าจะแสดงซึ่งเรื่องราว ไข้กาฬจะมาบังเกิด แก่สัตว์ทั้งหลาย ๑๐ ประการ คือ อันใดบ้าง คือ ไข้ประกายดาษ ๑ หน้า ๓๑๙ ประกายเพลิง ๑ หัด ๑ เหือด ๑ งูสวัด ๑ เริม น้ำค้าง เริมน้ำเข้า ๑ ลำลาบเพลิง ๑ ไฟลามทุ่ง ๑ กำแพงทะลาย ๑ เข้ากันเป็น ๑๐ การ ๑ ประกายดาษนั้น มีลักษณะไข้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้จับเท้าเย็น มือเย็น ให้ปวดศีรษะ ให้ จักษุแดงดังโลหิต ให้เชื่อมมัวเป็นกำลัง ให้ปวดกระดูกให้ปวดในเนื้อ ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้หอบ ให้สะอึก ผุด ขึ้นมาเป็นเม็ดดังฝีดาษทั่วตัว ทำพิษให้สลบ ให้เร่งวางยาให้จงดี แก้ไม่ดีตาย ๒ ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะของไข้ประกายเพลิง ต่อไป อาการของไข้นั้นมีอาการเหมือน ไข้ประกาย ดาษ แต่เม็ดผิดกัน เม็ดใหญ่เท่าเม็ดเทียน เท่าเม็ดทรายขึ้นทั่วตัว ร้อนเป็นไฟ หัวนั้นให้ร้อนดังไฟรวก ทำพิษ เป็นกำลังให้แพทย์รักษาให้จงดี ๓ ทีนี้จะแสดงถึงอาการของไข้ออกหัด ออกเหือดต่อไป ให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัว ให้ปวดศีรษะ วันหนึ่ง หรือ สองวัน ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดทราย ไปทั่วทั้งตัวมียอดแหลม ๆ ถ้าหลบเข้าในท้องให้ลง ลักษณะของ หัด และ เหือด มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ๔ ทีนี้จะว่าด้วยเรื่องของไข้ งูสวัด (หรือ งูตวัด) ต่อไป บางให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้ปวด ศีรษะบางทีก็ไม่จับ เป็นเม็ดทรายขึ้นมา เป็นแถวขึ้นมามีสัณฐานดังงู เป็นเม็ดพองๆ เป็นเงาหนองก็มี ถ้าผู้หญิง มักจะเป็นข้างซ้าย ถ้าผู้ชายมักจะเป็นข้างขวา และข้ามสันหลังไป รักษาไม่ได้ แต่มีพิษสง ดังไฟจุด หน้า ๓๒๐ ๕ ทีนี้จะกล่าวถึง ลักษณะไข้เริมน้ำค้าง เริมน้ำข้าว นั้นต่อไป มีลักษณะจับทำให้ สะท้านร้อน สะท้าน หนาว ให้จับเชื่อมมัว และทำให้ปวดศีรษะ แล้วให้ผุดขึ้นมาเป็นแผ่น นิ้ว ๑—๒—๓—๔ นิ้วก็มี เป็นเหล่า ๆ กัน ถ้ามีน้ำใส เรียกว่า เริมน้ำค้าง ถ้าเป็นน้ำขุ่น ๆท่านเรียกว่า เริมน้ำข้าว ให้เร่งประทับยา ๖ ทีนี้จะแสดงถึง ลำลาบเพลิง ต่อไป ลักษณะ ลำลาบเพลิงนั้น ให้ผุดขึ้นมาเป็นแผ่น ๆให้จับสะท้าน ร้อน สะท้านหนาว ให้ปวดศีรษะเชื่อมมัวไปทำพิษต่าง ๆ วางยาไม่ดีน้ำเหลืองแตกตาย ๗ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะของไฟลามทุ่ง อาการก็เหมือนกับ ลำลามเพลิงเหมือนกัน ๘ ทีนี้จะกล่าวด้วย ลักษณะ ของกำแพงทลาย เมื่อจะตั้งเป็นขึ้นมานั้น จะมีหัว ผุดขึ้นมา หัวเดียว ทำ พิษสงเป็นกำลัง ให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัวทำให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้ฟกบวมขึ้น เมื่อ น้ำเหลืองแตกพังออก วางยาไม่หยุด ให้พังออกตายได้ พระอาจารย์จึงสาธกเข้า เป็น ๑๐ ประการด้วยกัน ให้ผู้ แพทย์ทั้งปวงพิจารณา โรคจงละเอียด จะได้รักษาสัตว์ต่อไปในวันข้างหน้า ๙ ทีนี้พระผู้เป็นเจ้าจะแสดง ซึ่ง ฝีกาฬจะมาเกิด ในไข้พิษ ๑๐ ประการ ให้แพทย์ได้รู้ อาการของไข้ พิษต่อไป กาฬ ทั้ง ๑๐ ประการนั้น คือ อันใดบ้าง จึง วิสัชนา ไว้ ดังนี้ ว่า คือ ๑. ฟองสมุทร ๒.เลี่ยม สมุทร ๓. ทามสมุทร ๔. ทามควาย ๕.ละลอกแก้ว ๖.กาฬทูม ๗.กาฬทาม หน้า ๓๒๑ ๘.มะเร็งตะมอย ๙.มะเร็งปากทูม ๑๐. มะเร็งเปลวไฟฟ้า รวมกันเป็น ๑๐ ประการด้วยกัน เรียกชื่อว่า ฝีกาฬแล


๑๒๙ ๑๐ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะกาฬ ที่เกิดในปาก ในลิ้น ในเพดาลุ ชื่อว่า ฟองสมุทร มีลักษณะผุดขึ้นมา เท่าเมล็ดงา เมล็ดถั่ว เท่าผลผักปรังสุก เท่าเมล็ดถั่งดำ นูนสูงขึ้นมาเป็นหลังเบี้ย ก็มี ขึ้นมาในปากด้านใน ทำ พิษให้กินข้าว กินนมมิได้ ให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัว ให้ตัวร้อนเป็นเปลว ๑๑ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะ เลี่ยมสมุทร เกิดแต่ริมฝีปากทั้งสอง ริมฝีปากข้างบนข้าง ล่างก็มี บางทีเป็น เม็ดเท่าเมล็ดถั่วดำ ก็มี ให้แตกร้าวเป็นโลหิตไหล ทำพิษให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัว ให้แพทย์ เร่งประทับยา ให้จงดี ถ้าทำไม่ดีตาย แล ๑๒ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะทามสมุทร เกิดบวมยาวขึ้นมาตามข้างลิ้น ข้างขาตะไกร รายฟันต้นลิ้น ให้ จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อม ให้มัว ให้ลิ้นแข็ง เจรจามิได้ เร่งแก้จงเร็ว ถ้าจะประทับยาอม มิฟังตาย แล ๑๓ ทีนี้จะว่าลักษณะ ทามควาย บังเกิดแต่ต้นกรามทั้งสองข้าง มีสัณฐานยาวไปเหมือนตัวปลิง ทำพิษ สงให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมมัว ให้แพทย์เร่งแก้โดยเร็ว ๑๔ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะไข้ละลอกแก้ว เกิดในท่ามกลางไข้พิษ มีลักษณะสัณฐานเกิดเท่าผลผักปรังก็ มี เท่าเมล็ดถั่วดำก็มี เท่าเมล็ดถั่วเขียวก็มี เท่าเมล็ดจิงจ้อก็มี เป็นเงาหนองก็มี ให้แพทย์เร่งรักษา ให้จงดี หน้า ๓๒๒ ๑๕ ทีนี้จะกล่าวด้วยลักษณะไข้กาฬทูม ให้บวมตามขาตะไกรทั้งสอง ข้าง บางทีบวมแต่ข้างเดียว ทำ พิษ ให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้จับเชื่อมมัว ให้ตัวร้อนเป็นเปลว ให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้เร่งแก้ให้จงดี ๑๖ ทีนี้จะว่าด้วยเรื่อง ลักษณะ ไข้ กาฬทาม ต่อไป มีลักษณะเหมือนกันกับไข้กาฬทูม แต่ผิดกันที่บวม แต่ขากรรไกร มาถึงคอทั้งสอง ข้าง ให้แพทย์เร่งประทับยา ให้จงดี ถ้าแก้มิดี ตาย ๑๗ ทีนี้จะว่าด้วยเรื่องลักษณะ ไข้มะเร็งตะมอย มีสัณฐานผุดขึ้นมา เท่าหัวแม่มือผล จิงจ้อ ถ้าฐาน ขาวหัวดำทำพิษหนัก ให้จับ สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมให้มัว บางทีผุดขึ้นมาขึ้นที่ตัวที่แขนที่ขา ให้ แพทย์เร่งรักษาให้จงดี ถ้าแตกออกไปได้ ถ้าจุดยามิฟัง แตกออกไป ถ้าไม่ตายกลายเป็นมะเร็ง ๑๘ ทีนี้จะว่าด้วย ลักษณะ ไข้มะเร็งปากทูม ผุดบวมขึ้นมาจากหลังทั้งสองข้างก็มี ข้างเดียวก็มี มี สัณฐานยอดเขียวเหมือนน้ำคราม ทำพิษต่าง ๆ ถ้าแพทย์จุดมิหายแตกออกมา จะลงไปเหมือนปากทูม ถ้าแก้ดี ไม่ตาย กลายเป็นมะเร็งปากหมู ๑๙ ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะไข้มะเร็งเปลวไฟ มีสัณฐานผุดขึ้นมา เท่าวงสะบ้า ยอดเขียว ทำพิษเหมือน ถูกไฟ ให้สลบ ให้แพทย์เร่งแก้ให้จงดี ถ้าแตกหวะออกไปได้ตาย ๒๐ ทีนี้จะว่าด้วยเรื่องลักษณะของ ฝีกาฬ เกิดขึ้นมาที่นิ้วมือ ทั้งสองข้าง หน้า ๓๒๓หรือข้างเดียวก็มี มีสัณฐานเท่าเมล็ดถั่วเขียว เท่าเมล็ดถั่วดำก็มี เท่าผลผักปรังก็มี เลื่อมเป็นเหมือนหลังเบี้ย เท่าผลมะยม แลเท่า เม็ดหิน ก้มีสัณฐาน ให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้เชื่อมให้มัว ให้ปวดศีรษะ ทำพิษให้ผุดขึ้นมาเหมือนถูก ไฟ ให้มือดำเหมือนดินหม้อ ทำพิษให้กลุ้มหัวใจนิ่งแน่ไป ชื่อมะเร็งนาคราช ให้เร่งรักษาให้จงดี ถ้าแก้ไม่ฟัง ให้ มือดำแขนดำ ตาย พระผู้เป็นเจ้าจึงสาธก เป็นเอกเทศแต่น้อย ๆ เข้ากันเป็น ๑๘ ประการ ด้วยกัน ๒๑ไข้กระโดง ๔ ประการ ทีนี้พระผู้เป็นเจ้าจะแสดงซึ่งไข้กาฬ มาเกิดแก่สัตว์ทั้งหลาย คือไข้ กระโดง ทั้ง ๔) ๑ไข้กระโดงไฟ ๒ ไข้กระโดงน้ำ ๓ ไข้กระโดงหิน ๔ ไข้กระโดงแกลบ เข้ากันเป็น ๔ ประการด้วยกัน ๑)ลักษณะไข้กระโดงไฟ ทำพิษเหมือนถูกเปลวไฟเผา ไปทั่วกาย ๒)ลักษณะ ไข้กระโดงน้ำ นั้น จับให้นอนเชื่อมมัวไป ไม่เป็นสติสมปฤดี ถึงจะเอารังมดแดงเข้ามา เคราะห์ ให้ทั่วตัวก็ไม่รู้สึกตัว ๓)ทีนี้จะว่าด้วยลักษณะ ของไข้กระโดงแกลบ นั้น มีสัณฐานผุดขึ้นมาเหมือนเม็ดทรายทั่วตัว ให้ คันเป็นกำลัง มาทว่า จะเกาให้ทั่วตัวก็ไม่หายคัน


๑๓๐ ๔)ทีนี้จะกล่าวด้วยลักษณะของไข้กระโดงหิน ทำพิษ ต่าง ๆ ไม่รู้ที่จะแก่ใครได้ ให้ยืนที่เดียว ถ้าจะให้ นั่งลงถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะ แทบจะขาดใจตาย แต่ลักษณะของไข้กระโดงทั้ง ๔ นี้ มีอายุแต่ ๑ วัน หรือ ๒ วัน ถ้าแพทย์จะแก้ก็ให้แก้วันที่ ๑ ถ้าไม่ถอย ตาย หน้า ๓๒๔ ๒๒ ทีนี้จะว่าด้วยไข้ช่องสมุทร เกิดแก่สัตว์ทั้งหลาย มีลักษณะให้เชื่อมให้มัว ให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้ ตัวร้อนเป็นเปลว ให้ตาแดงดังโลหิต ให้ลิ้นกระด้างคาง แข็ง ให้หอบ ให้สะอึก ให้ปากแห้ง คอแห้ง ฟันแห้ง ให้ปวดศีรษะ ให้อาเจียน ให้เป็นกำลัง ให้มีสัณฐานผุดขึ้นมาตาม ช่องอก ตามราวนม โตเท่าวงสะบ้ามอญ เขียว ก็มี ดำก็มี โต ๒ นิ้ว ๓ นิ้ว ยาวรีไปก็มี ถ้าผู้หญิงเป็นขวา ผู้ชายเป็นซ้าย แก้ได้บ้าง ตายบ้าง ถ้าผู้ชายเป็น ขวา ถ้าผู้หญิงเป็น ซ้าย ให้แพทย์เร่งแก้ให้จงดี ๒๓ ทีนี้จะแสดงซึ่งไข้สองจำพวกต่อไป ไข้อันหนึ่งชื่อว่าไข้ คด ไข้อีกอันหนึ่ง ชื่อว่า ไข้แหงน พระผู้ เป็นเจ้าจึง แสดงให้มนุษย์ หญิง ชาย พึงได้รู้ถึงลักษณะของไข้ คด นั้น ให้จับชักงอเข้าจนหลังค่อม กระทำให้ เส้นหลังขาดจนตาย ส่วนไข้ แหงนนั้น เมื่อจับทำให้หงายหลังแอ่นจนเส้นหน้าท้อง ขาด ตาย ไข้ทั้ง สอง ประการนั้น มีอายุที่แพทย์จะแก้ได้แต่วันเดียวเท่านั้น พระอาจารย์เจ้าจึงแสดงไว้ ที่ผู้จะเป็นแพทย์ ไปข้างน่า จงพิจารณาให้ละเอียด บอกไว้แต่ เอกเทศ ให้พึงรู้แต่ละน้อย ๒๔ ทีนี้พระผู้เป็นเจ้า จะแสดงบอกไว้แก่แพทย์ จะได้รักษามนุษย์ ทั้ง หญิง และ ชายไปข้างหน้า ยังมี ลักษณะ กาฬ อีกบางจำพวก ชื่อ ว่า แม่ตะงาว ๑ ชื่อ ตะบองพะลำ ๑ ชื่อ ตะบองชนวน ๑ ทั้งสาม ประการนี้ ที่จะมาแทรกในไข้พิษ ผู้เรียนเป็นแพทย์ ให้พิจารณาดู รูปพรรณสัณฐาน เภทไข้ที่ผุดขึ้นมานั้น จงให้ ละเอียด ๒๕ ลักษณะ กาฬ ตะบองพะลำ นั้น บางทีขึ้นในขา หนีบ, ทั้งสองข้าง ในที่ลับ มีสัณฐานโตเท่านิ้วหนึ่ง ก็มี หน้า ๓๒๕ แดงก็มี ดำก็มี เขียวก็มียาวเท่านิ้วมือ ทำพิษ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง จับนิ่งแน่ไป ให้แพทย์ ประทับยาให้จงดี ถ้าประทับยามิได้ตาย ๒๖ ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะไข้แม่ตะงาว ผุดขึ้นมายาวรีใหญ่ นิ้วหนึ่งหรือสองนิ้วก็มี ขึ้นที่ขาหนีบ ต้น ขา ที่ลับทั้งสองข้าง ขึ้นตามรักแร้ ขึ้นตามหลังตามอก ถ้าจะขึ้นมานั้นทำพิษ ให้สลบ ให้แพทย์เร่งระวังแก้ให้จง ดี ถ้ารู้ไม่ถึงโรคสำคัญว่าลมจับ ให้วิเคราะห์ดูให้ละเอียด ถ้าไม่เห็นให้เอาเทียนส่องดู ถ้าพบแล้วให้ประทับยา ให้จงดี ถ้าจุดยาไม่ฟังตาย ๒๗ ลักษณะของไข้ ตะบองชนวน มีสัณฐานเรียวเล็ก เท่าหวายตะคล้า โตนิ้วหนึ่ง สองนิ้วก็มี แดงก็มี ดำก็มี เขียวก็มี ยาวเท่านิ้วมือ และทำพิษ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง จับนิ่งแน่ไป ให้แพทย์ประทับยาให้จงดี ถ้า ประทับยามิได้ ตาย ๒๘ ทีนี้จะกล่าวถึงลักษณะไข้ แม่ตะงาว ผุดขึ้นมายาวรีใหญ่ นิ้วหนึ่ง สองนิ้วก็มี ขึ้นที่ขาหนีบต้นขาใน ที่ลับทั้งสองข้าง ขึ้นตามรักแร้ ขึ้นตามหลังตามอก ถ้าจะขึ้นมานั้นทำพิษให้สลบ ให้แพทย์เร่งระวังให้จงดี ถ้ารู้ ไม่ถึงโรคที่สำคัญ ว่าลมจับ ให้พิเคราะห์ดูให้จงละเอียด ถ้าไม่เห็นให้เอาเทียนส่องดู หาพบแล้วให้ประทับยาให้ จงดี ถ้าจุดยาไม่ฟังตาย จะกล่าวถึงลักษณะไข้ ตะบอง ชนวน มีสัณฐานเรียวเล็ก เท่าหวายตะค้า โตเท่านิ้ว หนึ่งสองนิ้ว ยาวรีผุดขึ้นมาที่บั้นเอว ที่ก้นขบขาทั้งสอง ในที่ลับ ท้องน้อยราวข้างทั้งใต้รักแร้ ทำพิษต่าง ๆ ดำก็ มี แดงก็มี เขียวก็มี ทำพิษให้สลบ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้แพทย์เร่งวางยาให้จงดี ถ้าไม่ฟังตาย พระอาจารย์ จึงแสดงไว้ ถ้าผู้จะเป็นแพทย์ไปข้างหน้า ให้รู้จักลักษณะไข้จงถ่องแท้ จะได้รักษามนุษย์ทั้ง หญิง- ชาย ๒๙ ทีนี้จะแสดงซึ่งไข้กาฬต่อไปอันหนึ่งมีนามปรากฏชื่อละบองกาฬเกิดแต่มนุษย์ หญิง—ชาย ทั้งหลาย ถ้าแพทย์มีรู้สำคัญว่า เป็น ลมจะโปง เป็นปัตตะฆาฏ สะดุ้ง ไม่รู้ถึงโรคสีสันวรรณะนั้นดูพิการ แล้วให้


๑๓๑ ปล่อยปลิงปะครบเท้า ยาร้อนกอกลม ซับโลหิตออก ให้หมอนวด คนไข้นั้นไม่สู้เจ็บนัก เที่ยวเดินไปได้ บวมตาม ข้อตามเกลียวปัตตะฆาฏ ถ้าแพทย์ไม่รู้ถึงโรค ทำพิษจะตาย ด้วยกาฬหมู่นี้หน้า ๓๒๖ ๓๐ ทีนี้พระผู้เป็นเจ้าจะแสดงถึงลักษณะไข้ ละบองกาล นั้น มีลักษณะ สัณฐาน บางทีเจ็บลง พูดอยู่ดี ๆ เดินเหินได้ ผุดขึ้นมาตามราวข้าง โตเท่าผลมะตูม ขึ้นตามบั้นเอว คอต่อ ตามหัวไหล่ ทั้งสองข้าง ตามข้อศอก ทั้งสองข้าง ตามข้อมือทั้งข้าง ตามเท้าแลขาทั้งสองข้าง ตามโคนขาทั้งสองข้าง ตามเข่าทั้งข้าง บวมเลื่อนขึ้นมา ทำพิษสง เป็นกำลัง แต่จะไหวตัวก็ไม่ได้ ให้จับเชื่อมมัว ปากแห้ง ฟันแห้ง ลิ้นแห้ง คอแห้ง ให้หอบ ให้สะอึก ลิ้นกระด้างคางแข็ง ให้จับเชื่อมให้มัวไป ไม่เป็นสติสมปฤดี ให้ร้อนในกระหายน้ำ ให้คลั่งเพ้อละเมอไป แต่จะ ไหวตัวก็ไม่ได้ ให้แพทย์เร่งแก้ให้จงดี ยาไม่ถึงที่ไข้นั้นก็ตาย พระผู้เป็นเจ้าบอกไว้ให้พึงรู้ ๓๑ ไข้หวัดน้อยหวัดใหญ่ สิทธิการิยะ พระผู้ เป็นเจ้าแสดงถึงลักษณะของ ไข้ หวัดน้อย ไข้ หวัดใหญ่ ไข้หวัดมีลักษณะเป็น ๒ จำพวก แลกำเดาสองจำพวก และ ฤดูสาม และ ไข้ตาเหลืองหนึ่ง และไข้สันนิบาต ๙ ประการ และลมจะแทรกในไข้ และสันนิบาตอีกจะพวกหนึ่ง สืบต่อไป อันว่าคนทั้งหลายใดเมื่อจะบังเกิดไข้เป็น หวัดนั้น ให้สะบัดร้อน สะท้านหนาว ปวดศีรษะเป็นกำลัง ระวิงระไว ไอจามให้น้ำมูกตก ลักษณะเช่นนี้ อาการ ของไข้เพื่อหวัดน้อย ๓๒ อันว่าคนไข้ทั้งหลายนั้น ไม่กินยาก็หาย อาบน้ำก็หาย ใน ๓ วัน หรือ ๕ วัน อันว่า ระยะ ไข้ ทั้งหลายใด เมื่อจะเป็นไข้นั้น ชื่อว่าหวัดใหญ่ ให้จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้ปวด ศีรษะ ให้ไอ ให้จาม นำ มูกตกเป็นกำลัง หน้า ๓๒๗ ให้ตัวร้อน ให้อาเจียน ให้ปากแห้ง ปากเปรี้ยว ปากขมกินข้าวไม่ได้ แล้วแปรให้ ไอเป็นกำลัง และทำพิษปากแห้ง คอแห้ง ฟันแห้ง จะมูกแห้ง บางทีกระทำให้น้ำมูกไหล หยดย้อย เหตุดังนี้ เพราะเหตุว่ามันสมอง สมองนั้นเหลวออกไปหยดออกมาจากนาสิกทั้งสอง (หยดมาทางช่องจมูกทั้งสองข้าง) ไป ปะทะ กับ สอเสมหะ (คือ เสลดในลำคอ) จึงให้ไอไป แก้มิฟังกลายเป็นริดสีดวง มองคร่อ หืดไอ แลฝีเจ็ด ประการ จะบังเกิดนั้นว่าคนไข้ทั้งหลายนั้นก็ ดี เมื่อแพทย์วางยามิฟังแล้ว อันว่าความตายจักมีแก่คนไข้นั้น แท้จริงอันว่าอาจารย์ จะแสดงไข้หวัด ๒ ประการ ให้แก่แพทย์ทั้งหลายพึงรู้ หวัดทั้งสองประการเป็นเหตุอะไร จึง วิสัชนาว่า เกิดเพราะเหตุ ฤดู ๓ ประการ คือ คิมหันต์ฤดู ประการ ๑ วัสสานะฤดู ประการ ๑ เหมันต์ ฤดู ประการ ๑ เป็น ๓ ฤดู ด้วยกัน โรคเกิดแต่คนทั้งหลายต้องร้อนอย่าง ๑ ต้องน้ำค้าง อย่าง ๑ ต้อง ละอองฝน อย่าง ๑ จึงว่าจะเป็นไข้หวัด แลผู้จะเป็นแพทย์ไปข้างน่าอย่าพึงประมาทว่าเป็นเพียงแค่ไข้หวัดดอก ถ้าแก้ไม่ ทันแปรไปเป็นไข้ มรณะ ๓๓ สิทธิการิยะว่าด้วยไข้กำเดา พระอาจารย์เจ้าผู้ปรีชาญาณอันอุดม จะแสดงไข้กำเดา สืบต่อไป อัน ว่า ลักษณะไข้กำเดา มีสองประการนั้น มีอาการให้ปวด ศีรษะ ให้จักษุแดง ให้ตัวร้อนเป็นเปลว ให้ไอสะบัด ร้อน สะบัดหนาว ให้ปากขม ให้ปากเปรี้ยว ปากกินข้าวไม่ได้ แล ให้ อาเจียน ให้นอนไม่หลับ ลักษณะ ดังนี้ เป็นเพื่อไข้กำเดาน้อย ไข้กำเดาใหญ่ ทีนี้จะแสดงถึงลักษณะของไข้กำเดาใหญ่ นั้น ต่อ ไป มีอาการนั้น ให้ปวด หน้า ๓๒๘ ศีรษะ เป็น กำลัง ให้จักษุแดง ให้ตัวร้อนเป็นเปลว ให้ไอ ให้สะบัดร้อน สะบัดหนาว ให้ปากแห้ง คอแห้ง เพดาลุแห้ง ฟันแห้ง ให้เชื่อม ให้มัว ให้เมื่อยไปทั้งตัว จับสะบัดร้อน สะท้านหนาว ให้เป็นเวลา บาง ทีผุดขึ้นเป็นเม็ด เท่ายุงกัด ทั้งตัว แต่เม็ดนั้นยอดไม่มี บางทีให้ไอเป็นโลหิตออกมา ทางจมูกทางปาก บางทีชัก ให้มือกำเท้ากำ ถ้าแพทย์แก้มิฟัง ภายใน ๓ วัน หรือ ๕ วัน สำคัญว่าเป็นไข้เพื่อเส้น เพื่อ ลมอัมพฤกษ์ แล ไข้สันนิบาต มิรู้ในไข้กำเดา ก็จะเกิดกาฬ ๕ จำพวก แทรกขึ้นมา คือ กาฬฝีพิษหนึ่ง กาฬฝีฟก หนึ่ง กาฬคูถ หนึ่ง กาฬมูตรหนึ่ง กาฬสิงคลี่หนึ่ง ก็จะบังเกิดแก่คนไข้ อันว่าความตายจักเกิดมีแก่บุคคลเป็นไข้นั้น แท้จริง พระอาจารย์เจ้า จึงจะบอกให้ผู้เรียนที่จะเป็นแพทย์ไปข้างหน้า ให้พึงรู้ ซึ่งลักษณะไข้กำเดา มิใช้ไข้เล็กน้อย จะว่าง่าย ๆ เป็นไข้ทีสำคัญ เปรียบเสมือนว่าพระอาทิตย์ขึ้นดวงหนึ่ง โลกนั้นพอเป็นสุข ครั้นขึ้นมาเป็นสอง


๑๓๒ ดวงโลกนั้นนั้นก็เกิดความ กระวน กระวายนัก ครั้นเมื่อขึ้นมาสามดวงสัตว์ทั้งหลายก็ตาย หมด ฉันใดก็ดี พระ อาจารย์เจ้าได้เปรียบไข้กำเดา เหมือนกันที่พระอาจารย์เจ้าจึงยกสาธกไว้ ให้ผู้ที่จะเป็นแพทย์ไปดูไข้ จะเป็นไข้ พิษ หรือ ไข้กำเดา แล ลักษณะไข้กำเดานั้น อาการที่จะผุด นอกนั้นไม่มี ที่จะว่าเป็นแผ่น เป็นวงนั้น ก็ไม่มี มี แต่ว่าจะบังเกิด กาฬทีเดียว ถ้าไม่ตาย ภายใน ๗ วัน – ๙ วัน – ๑๑ วัน ก็จะกลายไปเป็น สันนิบาต สำ ประชวร ปุราณชวร บอกไว้ให้แพทย์พึงรู้ ๓๔ ลักษณะไข้ ๓ ฤดู พระอาจารย์เจ้าจะแสดงซึ่งไข้ทั้งสามสืบต่อไปแล ไข้ใน คิมหันต์ฤดู นั้น คือ ฤดูร้อน เดือน ๕-๖-๗ -๘ เป็นไข้เพื่อโลหิต เป็นใหญ่ กว่าลม กว่าเสมหะ ทั้งปวง ทุกประการ ไข้ใน ฤดู วัสสานะ ฤดู คือ ฤดูฝน ใน เดือน ๙-๑๐-๑๑-๑๒ นี้ เป็นไข้เพื่อลม เป็นใหญ่กว่าเลือด กว่า เสมหะ ทั้งปวง ทั้งสองประการนี้ ไข้ในฤดู เหมันต์ ฤดู คือ ฤดูหนาว คือ เดือน ๑-๒-๓-๔ นี้ เป็นไข้เพื่อกำเดา แล เพื่อดีพลุ่ง เป็นใหญ่กว่า เสมหะ แล ลม ทั้งสองประการ อาการมีต่าง ๆ ให้นอน ละเมอฝันร้าย แลเพ้อไป ย่อมเป็นหวัด มองคร่อ หิว หาแรงมิได้ ให้เจ็บปาก ให้เท้าเย็น มือเย็น แล น้ำลายไหลมาก แลให้กระหายน้ำเนือง ๆ แลให้อยาก เนื้อพล่า ปลายำ สด ๆคาว ๆ ให้ให้อยากกินหวานกินคาว มักให้บิดขี้เกียจขี้คร้าน มักเป็นฝีพุพอง เจ็บข้อเท้าข้อมือ ย่อม สะท้านหนาวดังนี้ ท่านให้วางยา อันร้อนจึงชอบด้วยโรคนั้นแล จบพระคัมภีร์ ตักกะศิลาโดยสังเขป แต่เพียง เท่านี้ฯ บทที่ ๑๑ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พระคัมภีร์โรค ไกษย โดยสังเขป เล่ม ๑ ว่าด้วยเรื่องโรคกระษัย ๒๖ โยโพธิปลฺลํกวเรนิสินฺโน มารํวิธํเสติ ลเภติญาณํ นรามเร เหว สุปูชิตคฺคํ ตนฺตาทิสาหํ ปนมามิ พุทฺธํ (พุทฺโธ) อันว่าสมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์ใด (นิสินฺโน) เสด็จประทับนั่งแล้วแท้จริง (โพธิปลฺลํกวเร) ใน โพธิบัลลังก์ อันประเสริฐ (วิธํเสติ) กำจัดเสีย (มารํ) ซึ่งมาร (ลเภติ) ท่านให้ (ญาณํ) ซึ่งพระสัพพัญญุตัญญาณ (อหํปิ) แม้อันว่าข้า (นมามิ) นมัสการบัดนี้ (ตํพุทฺธํ) ซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น (นรามเรหิเอว) อันมะ นุษย์แลเทพยดาทั้งหลาย แท้จริง (สุปูชิตํ) บูชาเป็นอันดีแล้ว (อคฺคํ) เป็นผู้เลิศ (ตาธิสํ) ผู้มิได้จลาจลด้วยโรค ธรรม ธมฺโมพุทฺเธนาปิจเทสิโต โย รกฺเขติสตฺเตรกฺขนฺเตอตฺตานํ นรามเรเหวสุปูชิตคฺคํ ตนฺตาทิสาหํ ปนมามิธมฺมํ (โย ธมฺโม) อันว่าพระธรรมใด (พุทฺเธนาปิจ) แม้อันสมเด็จพระพุทธเจ้า (เทสิโต) ตรัสเทศนาแล้ว (รกฺเข ติ) ย่อมรักษา (สตฺเต) ซึ่งสัตว์ทั้งหลาย (รกฺขนฺเต) ผู้รู้รักษษไว้ (อตฺตานํ) ซึ่งตน (อหํปิ) แม้อันว่าข้า (นมามิ) นมัสการบัดนี้ หน้า ๓๒๗ (ตํธมฺมํ) ซึ่งพระธรรมนั้น (นรามเรหิเอว) อันว่า มนุษย์ และ เทพยดาทั้งหลายแท้จริง (สุปูชิตํ) บูชาเป็นอันดีแล้ว (อคฺคํ) อันลิศ (ตาทิศํ) อันประกอบไปด้วย ตาทิคุณ สุภเขตฺตสัเฆปวปฺปนฺติพีชํ เตนนฺตผลานิลทฺธานปจฺฉานรามเรเหวสุปูชิตคฺคํ ตนฺตาทิสาหํปนมามิสํฆํ (เยชนา) อันว่าชนทั้งหลายเหล่าใด (ปวปฺปนฺติ) หว่านลง (พีชํ) ซึ่งพืช คือ กุศล (สุกเขตฺตสํเฆ) ในสงฆ์ อันเป็นเนื้อนาบุญ อดุลย์เขต (เตชนา) อันว่าชนทั้งหลายเหล่านั้น (รตฺธาน) ได้แล้ว (อนนฺตผลานิ) ซึ่งผล ทั้งหลายไม่มีที่สิ้นสุด (ปจฺฉา) ในภายหลัง (อหํปิ) แม้อันว่าข้า (นมามิ) นมัสการบัดนี้ (ตํสํฆํ) ซึ่งพระอริยสงฆ์ เหล่านั้น (นรามเรหิเอว) อันมนุษย์แลเทพยดาทั้งหลายแท้จริง (สุปูชิตํ) บูชาเป็นอันดีแล้ว (อคฺคํ) อันยอด (ตาทิสํ) อันประกอบไปด้วยศีลาธิคุณมิได้หวั่นไหว เอวํ โหติ มยากโต รตนตฺตยปนาโม เตนสพฺเพอนฺตราเย


๑๓๓ ปฏิพาหิตฺตวา วกฺขามิ คนฺถํเกษยฺยนามกํ ปรมฺปรายอาภตํ หน้า ๓๒๘ (รตนตฺตยปณาโม) อันว่า ประ นามะคุณ พระรัตนตรัย (มยา) อันข้า (กโต) กระทำแล้ว (โหติ) ย่อมมี (เอวํ) คือว่า (วุตฺตนเยน) โดยนัยอัน กล่าวมาแล้วนี้ (อหํ) อันว่าข้า (ปฏิพาหิตฺตวา) ห้ามเสียแล้ว (อนฺตราเย) ซึ่งอันตรายทั้งหลาย (สพฺเพ) ทั้งปวง (วกฺขามิ) จักกล่าว (คนฺถํ) ซึ่งพระคัมภีร์ เกษยฺยนามกํ) อันชื่อว่ากษัย (ปะรัมปะรายะ) อันอาจารย์ได้สืบ ๆกัน มา (อากะตัง) นำมา (โลกานุกัมปายะ) เพื่อจะอนุเคราะห์แก่สัตว์โลกย์ อนาวุโธภะวะติโยโธ ปะราชิโตอะมิตตะนะวา ยัญจะเวชโชอะชานันโต โรคามิตตังปราเชติ. โยโธ อันว่า สงครามยุทธโยธา (อะนาวุโธ) ปราศจากอาวุธ (อะมิตเตนะ) อันข้าศึก (ปะราชิโต) ให้พ่าย แพ้ (ภะวะติ) มี (อิวะ) คือว่า (ยะถา) ฉันใด (เวชโช) อันว่าแพทย์ (อะชานันโต) เมื่อมิได้รู้ (ยัญจะกะเษยยะคัน ถัง) ซึ่งพระคัมภีร์ กษัยอันใดก็ดี (ปะราเชติ) ได้ชื่อว่าแพ้ (โรคามิตตัง) แก่ข้าศึกคือโรคภัยไข้เจ็บ อาวุธังวา คะเหตตะวานะ สังคามังเชติทุชชะยัง ยัญจะเวชโชชานะเหตุ ชินาติอะมิตตะโรคัง. (โยโธ) อันโยธามาตย์ (คะเหตตะวานะ) ถือเอาแล้ว (อาวุธัง) ซึ่งอาวุธ (เชติ) ผจญเสียได้ (สังคามัง) ซึ่ง สงคราม (ทุชชะยัง) อันบุคคลจะชนะเป็นอันยาก (อิวะ) คือว่า (ยะถา) ฉันใด (เวชโช) อันว่าแพทย์ (ชินาติ) ชะนะ (อะมิตตัง) ซึ่งข้าศึก (โรคัง) กล่าว คือ โรค (ชานะเหตุ) เพราะเหตุความรู้ หน้า ๓๒๙ (ยัญจะกะเสยยะ คันถัง) ชื่อว่าคัมภีร์กษัย อันใดก็ดี ตัสสะมาหิ เอตัญจะเวชชัตถิกาเย สุณันตุสัพเพปิ กะเษยฺยะคันถัง ฉะวีสะตาการะมะนุยุตตาหิ สุธิมะเตวัญจะเต เวทิตัพพา. (ยัสสะมา) เหตุใด (ตัสสะมาหิ) เหตุนั้นแท้จริง (เยกุละปุตตา) อันว่ากุลบุตรทั้งหลายใด (เวชชัตติกา) ปรารถนาเพื่อจะเป็นแพทย์ (เตกุละปุตตา) อันว่ากุลบุตรทั้งหลายนั้น (สัพเพปิ) แม้ทั้งปวง (สุณันตุ) จงฟัง (เอตังกะเสยยะคันถัง) ซึ่ง พระคัมภีร์กษัยนี้ (หิ) แท้จริง (เตกะเสยยา) อันว่ากษัยทั้งหลายนั้น (อะนุยุตตา) ประกอบไป (ฉะวี สะตากา รัง) คือว่า (ฉะวีสะติอากาเรหิ) ด้วยอาการทั้งหลาย ๒๖ จำพวก (สุธีมะตา) อันว่าแพทย์ผู้ประกอบไปด้วย ปัญญาเป็นอันดี (เวทิตัพพา) พึงรู้แจ้ง (เอวัง) คือว่า (อิติวุจจะมา นะนะ เยนะ) โดยนัยอันกล่าว ไว้ดังนี้ โรคกระษัย ๒๖ ประการ พระอาจารย์จึงซ้ำสาธก ไว้ว่า ถ้าบุคคลผู้ใดปรารถนา ที่จะเป็นแพทย์สืบไป เมื่อภายน่านั้น ให้มีปัญญาสอดส่องพิจารณาคัมภีร์แพทย์ทั้งหลายให้แม่นยำ แล้วให้สดับตรับฟัง ในคัมภีร์กษัย ศาสตร์ นี้ ซึ่งพระอาจารย์เจ้าประมวลไว้ เป็นลักษณะ ๒๖ จำพวก ต่าง ๆกันพอเป็นที่สำคัญพึงรู้โดยนัยสังเขป ไว้ดังนี้เถิด สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะ กษัยโรค ซึ่งพระอาจารย์ประมวลไว้ มีประเภท ๒๖ ประการ แต่กษัยแปด จำพวกนั้น คือกษัยกร่อน ๕ หน้า ๓๓๐ กษัยน้ำ ๑ กษัยลม ๑ กษัยไฟ ๑ ทั้ง ๘ จำพวกนี้ เกิดแต่กองสมุฏฐาน ธาตุ แจ้งอยู่ในคัมภีร์ วุฒิกะโรค กล่าวคือ กร่อน ๕ ประการ การโน้นเสร็จแล้วในที่นี้ จะกล่าวแต่ กษัย อัน บังเกิดเป็น อุปปาติกะโรค ๑๘ จำพวกนี้ คือ ๑.กษัยล้น ๒.กษัยราก ๓.กษัยเหล็ก ๔.กษัยปู ๕.กษัยจุก ๖. กษัยปลาไหล ๗.กษัยปลาหมอ ๘.กษัยปลาดุก ๙.กษัยปลวก ๑๐.กษัยลิ้นกระบือ ๑๑.กษัยเต่า ๑๒.กษัย ดาน ๑๓.กษัยท้น ๑๔.กษัยเสียด ๑๕.กษัยไฟ ๑๖.กษัยน้ำ ๑๗.กษัยเชือก ๑๘.กษัยลม ประมวลเป็น ๑๘ จำพวก ด้วยกันดังกล่าวมานี้ ๑ กระษัยล้น (หรือกระษัยท้น) ในลำดับนี้ จะกล่าวแต่ ลักษณะ กษัยล้น นั้น เป็นปฐมไป อันว่า กษัย ล้น นั้น เกิดเพื่อน้ำเหลือง โดยกำลังลมพัดให้เป็นฟอง แล น้ำ กระทำให้ท้องลั่นขึ้นแลล้นลง ถ้าข้างขึ้นให้แดก อก ถ้าข้างแรมให้ถ่วงหัวเหน่า ดังจะขาดใจตายดังนี้


๑๓๔ ยาแก้ ถ้าจะแก้เอา หอยโข่งเผา ๑ หอยขมเผา ๑ หอยกราบเผา ๑ รากผักโหมหิน ๑ ลูกสวาด ๑ ตรี กฏุก ๑ เอาสิ่งละหนึ่งส่วนเท่ากัน ตำเป็นผงให้ละ เอียด บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำเหล้า แทรกหัวน้ำมันยางกิน แก้ กษัยล้นดีนัก ฯ อนึ่งเอา กระดูกโคเอา ๑ หอยกาบเผา ๑ หอยแครงเผา ๑ หอยขมเผา ๑ หอยอีรม เผา ๑ หอย มือเสือเผา ๑ หอยพิมพการังเผา ๑ หอยนมนางเผา ๑ เบญจมูล ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๒๕ ส่วน ทำ เป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำปูนใสกิน แก้ กษัย ล้น ทั้ง ปวงดีนักแล หน้า ๓๓๑ อนึ่ง เอา เปลือกงิ้วเผา ๑ เปลือกลูกสำโรงเผา ๑ ผักโหมหนามเผา ๑ มะกรูดชะมดเผา ๑ ลูก พิลังกาสา ขั้ว ๑ เมล็ดฝ้ายขั้วขี้ใต้เสม็ด ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน สมอร่องแร่ง ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ๗ ส่วน ทำเป็น ผงบดทำแท่งไว้ ละลายน้ำมะกรูดกิน แก้ กษัยล้นทั้งปวง หายแล ฯ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ตรีภักตร เอา มหาหิงคุ์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน กาลพลู ๑ การบูร ๑ เอาสิ่ง ละ ๒ ส่วน ตรีกฏุก เอาสิ่งละ ๓ ส่วน ยาดำ ๑ ทองประสะ ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ตำเป็นผง เอายางสลัดใดเป็นน้ำกระสาย บดทำแท่งไว้ละลายน้ำผึ้งกินครั้งหนัก ๑ สลึง ประจุกษัยล้นหายวิเศษนักแล ฯ ๒ กระษัยราก สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะกษัยโรค อันบังเกิดขึ้นเป็นอุปปาติกะ คือ กษัยราก นั้นเป็น คำรพ ๒ สอง บังเกิดเพื่อลมร้อน ให้อาเจียนออกมามีแต่ลมเปล่า ๆ แลให้ลั่นอยู่ในท้องดังอยู่จ๊อก ๆ แล้วให้ตึง ไปทั้งกาย ดุจดังบุคคลถูกเอาเชือกมารัดไว้ ให้ผู้นั้นร้องครางอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน มิได้ขาด ดังจักลัดใจ ตาย ดุจกล่าวมาดังนี้ ถ้าจะแก้ท่านให้เอา เปลือกมะตูม ๑ ลูกกระเบา ๑ เมล็ดในลูกฟักเข้า ๑ ขี้โคที่เขาทาข้างกระพร้อม ข้าว ๑ ขี้ใต้เสม็ด ๑ เอาแต่ละส่วนเท่ากัน บดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำปูนใสกิน แก้กษัยรากวิเศษนักแล ฯ อนึ่งเอา กระเทียม ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ดีปลี ๑ ลูกสวาด ๑ ลูก กระเบา ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ เอาแต่ละส่วนเท่ากัน บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ ละลายน้ำร้อนกิน แก้กษัยรากหายแล ฯ อนึ่งเอา ตรีกฏุก ๑ เบญจมูล ๑ (คือ เจตมูล ทั้ง ๕) โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศเชียง ๑ โกศหัวบัว ๑ โกศน้ำเต้า ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน กระวาน ๑ กาลพลู ๑ อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ ลูกราชดัด ๑ ลูกสารพัดพิษ ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ลูกยอ อ่อน ๑ รากยอ ๑ ใบยอ ๑ ตรีผลา ๑ เปลือกมะกรอกน้ำ ๑ เมล็ดในมะกรอก ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน เทียน สัตตบุษย์ ๔ ส่วน บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ ละลาย น้ำรากมะกรอก ต้มก็ได้ น้ำรากยอต้มก็ได้ แทรก พิมเสน กินแก้กษัยรากทั้งปวงหายดีนัก ฯ อนึ่ง เอา รากมะตูม ๑ ลูกราชดัด ๑ ลูกกระเบา ๑ ลูกโคกกระออม ๑ ลูกฟักเข้า ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สิ่ง ละ ๑ ส่วน ราก ลูกเขยตาย ๒ ส่วน สะค้าน ๓ ส่วน ขี้ใต้เสม็ด ๔ ส่วน บดเป็นผง ทำเป็นแท่งเก็บไว้ ละลายน้ำ รากยอต้มก็ได้ น้ำรากมะกรอกต้มก็ได้ น้ำรากประคำดีควายต้มก็ได้ แทรก การบูร กินแก้ กษัยราก อันเพื่อ บังเกิดลมร้อง กระทำให้อาเจียนมีแต่ลมเปล่า ๆ แลให้ลั่นอยู่ในท้อง นั้นหายแล ฯ ๓ กระษัยเหล็ก สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงลักษณะ กษัยโรคอันบังเกิดขึ้นเป็น อุปปาติกะ คือ กษัยเหล็ก เป็น คำรบ ๓ หน้า ๓๓๓ มีประเภทกระทำให้ปวดหัวเหน่า และท้องน้อยนั้นแข็งดังแผ่นหิน และจะไหวตัวไป มามิได้ ครั้นแก่เข้าแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก แล้วทำให้บริโภคอาหารมิได้ ให้ปวดขบดังจะขาดใจตายดังนี้ ฯ ถ้าจะแก้ท่านให้เอา ขมิ้นอ้อย ๑ เปลือกไข่เป็ด ๑ เบี้ยผู้เผา เขม่าเหล็ก ๑ เอาแต่ละส่วนเท่ากัน บด เป็นผงละลายน้ำมะนาว กินแก้ กษัยเหล็ก ซึ่งกล่าวมานั้นหายแล ฯ


๑๓๕ อนึ่งเอา ใบกระเพรา ๑ ใบแมงลัก ๑ ใบผักเสี้ยนผี ๑ กระชาย ๑ กัญชา ๑ พริกไทย ๑ ขิง ๑ หอมแดง ๑ หญ้าไซร ๑ เกลือ ๑ ลูกคัดเค้า ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาน้ำสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงเหลือแต่ น้ำมันแล้วจึงเอา ลูกจันท์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ การบูร ๑ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ตำเป็นผงให้ละเอียด ปรุงลงในน้ำมันนั้น แล้วจึงเอามาทาที่ท้อง รีดให้ได้ ๓ วันก่อน แล้วจึงกิน น้ำมันนี้ อีก ๓ วัน วิเศษ นัก ฯ ยาขนานนี้มีชื่อ สนั่นไตรภพ ครอบ กษัย ทั้งปวง ดีนัก อนึ่งท่านให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ใบกระเม็ง ๑ ใบ ย่างทราย ๑ ใบคนทีเขมา ๑ ใบคนทิสอ ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ดองดึง ๑ พริกไทย ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งนี้ตำเอา แต่น้ำ สิ่งละ ๑ ทะนาน เอาน้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงเหลือแต่น้ำมันแล้ว จึงเอา ลูก จันทน์ ๑ เทียนทั้ง ๕ สิ่งละ ๑ ส่วน กาลพลู ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง การบูร หนัก ๑ บาท ตำให้เป็นผงปรุง ลงในน้ำมันนั้น แล้วเอามา รีดท้องบ้าง กินบ้าง แก้ กษัยเหล็ก หายวิเศษนัก ฯ หน้า ๓๓๔ อนึ่ง เอา ตรีกฏุก ๑ กระเทียม ๑ กระชาย ๑ หอม ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ตำเอาแต่ น้ำ สิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน น้ำใบมะคำไก่ ๒ ทะนาน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วจึงเอาเทียนดำ ๑ ทะนาน เทียนเยาวพาณี ๒ ทะนาน การบูร ๓ ทะนาน เทียนขาว ๔ ทะนาน ตำเป็นผงปรุงลงในน้ำมัน รีด และทาที่ท้องทั้งกินด้วย แก้ กษัย ซึ่งกล่าวมานั้น หายวิเศษนัก ยาน้ำมัน ๓ ขนานนี้ ได้ใช้มามากแล้ว ฯ ๔ กระษัยปู สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงลักษณะของ โรคกษัย เป็นโรคอันบังเกิดขึ้น เป็น อุปปาติกะ คือ กษัยปู เป็น คำรบ ๔ เกิดเพื่อโลหิตคุมกัน มีสัณฐานดังปูทะเล เข้ากินอยู่ในกระเพาะอาหาร กระทำให้ปวดขบ ท้องน้อย เป็นกำลัง บริโภคอาหารทราบลงไปเมื่อใด ค่อยสงบลง ครั้นสิ้นอาหารแล้วกระทำให้พัดอยู่ดุจดังกง เกวียน ลั่นอยู่ตามลำไส้ เจ็บดังจะขาดใจตาย หน้า ๓๓๔ ถ้าจะแก้ เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางแดง ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ กุ่มทั้ง ๒ หัวหอม ๑ หัวกระเทียม ๑ ใบคนทิสอ ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ หญ้ไซร ๑ กระพังโหม ทั้ง ๒ เบี้ยผู้เผา ๑ หอยโข่งเผา ๑ หอยกาบ เผา ๑ หอยขม เผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน พริกไทย ๑๙ ส่วน ยาขนานนี้หายไปหนึ่ง อย่างตัวหนังสือมันจางและสับสนมาก ยาขนานนี้ มี ๒๐ สิ่ง หายไปหนึ่ง บดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำ เหล้ากิน ก็ได้ ละลายน้ำผึ้งรวงกินก็ได้ แก้กษัยปูนั้นหายวิเศษนักกกแล ฯ อนึ่งเอา เปลือกกุ่มน้ำ ๑ เปลือกกุ่มบก ๑ เปลือกมะรุม ๑ ต่อ หน้า ๓๓๕ เปลือกทองหลาง ๑ เปลือก ตาเสือ ๑ เปลือกสะท้อน ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เอื้องเพชรม้า ๑ โลทนง ๑ แส้ม้าทลาย ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน หอยแครงเผา ๑ หอยกาบล่อน เผา ๑ หอยมือเสือเผา ๑ หอยอีรม เผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน ดีปลี ๕ ส่วน พริกไทย ๑๗ ส่วน ทำเป็นผง บดทำแท่งไว้ละลายน้ำมะนาว น้ำส้ม สายชู ก็ได้ ละลายเหล้าก็ได้ หรือ น้ำมะงั่วก็ได้ กินแก้ กษัยปูทำพิษหายแล ฯ ยาที่ใช้ในการ ตัดราก กษัยปู เอา โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศเชียง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนดำ ๑ กาลพลู ๑ ลูกเอ็น ๑ จันทน์ทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ส่วน ว่านร่อนทอง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ดองดึงหัวขวาน ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ลูกสลอดประสะแล้ว ๒๕ ส่วน บดเป็นผงไว้ แล้วจึงเอาน้ำตาลหม้อ หนัก ๔ ตำลึง กับ ๒ บาท (คือ หนัก ๑๘ บาท) ละลายด้วยน้ำมะพร้าวนาลิเก ๑ ผล ใส่กระทะเคี่ยวให้เป็นยางมะตูม เอายาผงใส่ลงปรุงกวนไป อย่าให้ยาไหม้เป็นอันขาด ตัวยาจะเสื่อมถอยคุณภาพ พอปั้นเป็นเม็ดได้ กินหนัก ๒ ไพ ต่อครั้ง ประจุ กษัยปู ลงสิ้นโทษร้ายหายแล ฯ ๕ กระษัยจุก สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะ กษัยโรค อันบังเกิดขึ้น เป็น อุปปาติกะ คือ กษัยจุก เป็นคำ รบ ๕ กล่าวคือ ลมเดินแทงเข้าไปในเส้น ภายใน เป็น อาคันตุวาต และเส้นพองขึ้นในท้อง ให้นอนคว่ำร้องอยู่ เป็นนิจ ถ้านอนหงาย ย (ยาขนานนี้ มีปัญหา เกี่ยวกับการบรรยาย) ถ้าจะแก้ท่านให้เอายา ที่ชื่อว่า เนาวะ หอย มาแก้ จึงจะควร


๑๓๖ ยาชื่อว่าเนาวะหอย เอา กระดูกเสือ เผา ๑ กระดุกโคเผา ๑ กระดูแพะเผา ๑ กระดูกงูเหลือมเผา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน หอยขมเผา ๑ ต่อหน้า ๓๓๖ หอยแครงเผา ๑ หอยตาวัวเผา ๑ หอยพิมพการังเผา ๑ หอย อีรม เผา ๑ หอยกาบเผา ๑ หอยจุ๊บแจงเผา ๑ หอยมุกเผา ๑ หอยสังข์เผา ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน รากทนดี ๓ ส่วน เจตมูลเพลิง ๔ ส่วน สะหัดสะคุณเทศ ๔ ส่วน พริกไทย ๓๒ ส่วน ทำเป็นบดเป็นแท่งเก็บไว้ ละลาย น้ำผึ้ง กินครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้ กษัยจุก หายวิเศษนัก ถ้ามิฟังให้ละลายน้ำปูนใสกินดูก่อน ถ้ามิฟังให้หุง น้ำมันแก้ต่อไป ยาน้ำมันแก้ กษัยจุก เอา น้ำขอบชะนาง ทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำเอื้องเพชรม้า ๑ ทะนาน น้ำ ผักเสี้ยนผี / ทะนาน น้ำเปลือกกลุ่มทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำกระเทียม ๑ ทะนาน น้ำหอมแดง ๑ ทะนาน น้ำเปลือกทองหลางใบมน ๑ ทะนาน น้ำกะทือ ๑ ทะนาน น้ำพริกไทย ๑ ทะนาน น้ำใบคนทิสอ ๑ ทะนาน น้ำเปลือกมะรุม ๑ ทะนาน น้ำหญ้าไซร ๑ ทะนาน น้ำกระพังโหมทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วจึงเอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดีปลี ๑ การบูร ๑ หิงคุยางโพ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง ทำเป็นผง ปรุงลงในน้ำมัน แล้วจึงเอามากินบ้าง รีดตาม เส้นท้องนั้นบ้าง แก้ กษัยจุกวิเศษ นัก ฯ แล้วแต่งยาตัดราก กษัยจุกให้กินต่อไป ยาตัดราก กษัยจุก ท่านให้เอา เบี้ยจั่น ๗ เบี้ยเผา เบี้ยแก้ ๙ เบี้ยเผา เบี้ยโป่งเผา ๑๑ เบี้ย เบี้ยลายเผา ๑๓ เบี้ย เบี้ยพองลม ๑๕ เบี้ย ขิงแห้ง หนัก ๒ สลึง ดีปลี หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๑ บาท กับ ๒ สลึง ทำเป็นผงบดทำแท่งไว้ละลาย น้ำมะนาวกิน ตัดราก กษัยจุกทั้งปวง นั้นหายวิเศษนักได้ใช้มาแล้ว ฯ หน้า ๓๓๗ ๖ กระษัยปลาไหล สิทธิการิยะ จะกล่าวถึง ลักษณะ กษัยโรคอันบังเกิดขึ้น เป็น อุปปาติกะ คือ กษัย ปลาไหล เป็นคำรบ ๖ ครั้นเมื่อแก่เข้ากระทำโทษ เอาหางนั้นชอนลงไปแทงเอาที่หัวเหน่า แลที่ ทวารหนัก ทวารเบา แล้วทำให้ขัด อุจจาระ ปัสสาวะ ให้อุจจาระเหลืองดังสีขมิ้น บางทีให้แดงดังสีน้ำฝาง ต้ม แลน้ำดอก คำ แล ตัว กษัยนั้น พันขึ้นไปตามลำไส้ หัวนั้นหยั่งขึ้นไป ถึงชายตับ และที่กระเพลาะอาหาร ถ้าบริโภคอาหาร ลงไปเมื่อใด ตัว กษัยนั้นกินอาหารด้วยทุกเวลา ถ้ามิได้บริโภคอาหารลงไป ตัว กษัยนั้นก็กัดเอาที่ชายตับ และ ชายม้าม ทำให้เจ็บปวดยิ่งนัก บางทีให้เมื่อยขบทุกข้อทุกกระดูก บางทีทำให้ขนชูชันดุจดังไข้จับ ตามดังกล่าว มานี้ ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา ผักเป็ดแดง ๑ กำมือ (กั้นใจตัดหัวตัดท้าย)พริกไทย ๗ เมล็ด ขิง ๗ ชิ้น ข่า ๗ ชิ้น กระชาย ๗ ชิ้น ไพล ๗ ชิ้น กะทือ ๗ ชิ้น ขมิ้นอ้อย ๗ ชิ้น หอม ๗ หัว กระเทียม ๗ กลีบ ผิวมะกรูด ๗ ผล ตำละลายน้ำ เจ้าตัวคนไข้เองให้กิน ครั้งละค่อนถ้วยแกง กินวันละ ๓ เวลา กินได้แต่วันดับสิ้นเดือนเท่านั้น แล้วจึงแต่งบรรจุขาดให้กินต่อไป ยากินแก้บรรจุขาดโรค กษัยปลาไหล ท่านให้เอา ตรีกฏุก ๑ หิงคุยางโพ ๑ ยาดำ ๑ การบูร ๑ กาลพลู ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท กระเทียมสด หนัก ๑ บาท รงทอง ตำให้เป็นผงแล้ว เอาน้ำมะกรูดบีบใส่ลงไป พอ ปั้นเป็นก้อนได้ ห่อด้วยใบบัวหลวง ๗ ชั้น เอาปิ้งไฟให้เกรียม เอาหนัก ๑ ตำลึง กับ ๒ บาท แล้วตำเป็นผงอีก ครั้งหนึ่ง เอาน้ำ มะขามเปียกเป็นน้ำ กระสาย บดทำแท่งไว้ ถ้าธาตุหนัก ให้กินหนักครั้งละ ๒ สลึง ธาตุเบากิน หนัก ๑ สลึง ประจุขาดโรค กษัยปลาไหลดีนัก ฯ หน้า ๓๓๘ ยาแกงเป็นยารุกษัยปลาไหล เอา หัวเข้าข้า ๑ ตำลึง ใบว่านหางช้าง ๙ ใบ พริกไทย ๗ เมล็ด ขิง ๗ ชิ้น ข่า ๗ ชิ้น ไพล ๗ ชิ้น กะทือ ๗ ชิ้น ขมิ้นอ้อย ๗ ชิ้น หอม ๗ หัว กระเทียม ๗ กลีบ ปลาไหล ๑ ตัว แกงใสกะปิปลาร้า ให้อร่อยดีแล้ว จึง เอา ปีกนาคราช ผิว มะกรูด มาหั่นใส่ ในแกงยานั้น ให้กินถ้วยแกง ๑ ลง จนเสมหะ ตัวกษัยขาด ออกมา เป็นท่อนใหญ่ ท่อนน้อย ดุจโลหิตเป็นลิ่ม เป็นแท่งออกมา วิเศษนักแล ฯ


๑๓๗ อนึ่งเอา ส้มเช้า ๑ สลัดได ๑ ใบว่านหางช้าง ๑ เอาสิ่งละ ๑กำมือ พริกไทย ๗ เมล็ด พริกเทศ ๗ เมล็ด ขิง ๗ ชิ้น กระเทียม ๗ กลีบ ทำเป็นยาสดกินแก้กษัยปลาไหลดีนัก ฯ ๗ กระษัยปลาหลด สิทธิการิยะ จะถึงลักษณะ กษัยโรค อันบังเกิดขึ้นเป็น อุปปาติกะ คือ กษัยปลาหลด เป็นคำรบ ๗ มีจิตรวิญญาณ เกิดขึ้นใน ลำไส้ ถ้าข้างขึ้น กษัยบ่าย สีสะ ขึ้นมากัดที่ชายตับ ชายม้าม และชาย ปอด กระทำให้จุก ให้แดก ถ้าข้างแรก กษัยบ่าย สีสะ ลงไป ที่ท้องน้อย และ หัวเหน่า กระให้ขัด อจจาระ และ ปัสสาวะ และกระทำให้ผู้นั้นเจ็บปวด มีความเป็น เวทนา เป็นกำลัง ให้ปวดร้องครางอยู่ ดังจะขาดใจตาย และลักษณะดังนี้ ถ้าจะแก้ เอา แกงยาที่แก้ กษัยปลาไหล นั้นมาวางดูก่อน ถ้ามิฟังจึงแต่ง ยาขานนี้ ให้กิน ต่อไป ๘ กระษัยปลาหมอ ยาแก้ กษัยปลาหมอ แต่ยังอ่อนอยู่นั้น เอา ปลาหมอ ๓ ตัว เอาทั้งเกล็ดด้วยและ หางด้วย ครีบด้วย แล้ว เอา ยางสลัดไดทาให้ทั่วปลาหมอทุกตัว ปิ้งไฟให้เกรียม หน้า ๓๓๙ แล้วเอามาทา อักให้ครบ ๓ ครั้ง ทุกตัว ปิ้งไฟให้แกรียมทุกครั้ง จึงแต่งยาพริกขิง เหมือนกันกับพริกขิงของแกงยากษัยปลา ไหล นั้นแล้วจึงเอาปลาหมอ ๓ ตัวนั้น ตำลงทั้งเกล็ด ทำเป็นแกงยาให้ดี แล้วจึงเอาใบเหงือกปลาหมอ ใส่ลงเป็น ผัก กินแก้กษัยปลาหมอ หายแล ฯ อนึ่งยาแกงคั่วนกออก แก้ กษัยปลาหมอ เอานกออก ๑ ตัว มาถอนขนให้หมดเอาทั้งตับไตไส้พุง ล้างแต่ มูลออกเสีย (ล้างขี้ออกให้หมด) แล้วสับให้แหลก แล้วจึงใส่พริกขิงเหมือนคั่วกิน เอามะพร้าวไฟเป็นกะทิ ใส่ลง คั่ว เอาลูกหัวลิงเป็นผัก แล้วจึงเอา เทียนทั้ง ๕ โกศพุงปลา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลกระวาน ๑ กาลพลู ๑ ใบกระวาน ๑ ผลผักชี ๑ เมล็ดในลูกสะแก ๑ เมล็ดในผลมะนาว ๑ ผลผลาญสัตรู ๑ ทำเป็นผงปรุงลงในแกงยาให้กิน กินยานี้แล้วเว้นไป ๓ วัน จึงแต่งยาประจุขาดให้กินเถิด ยาประจุ กษัยปลาหมอ เอาผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลกระวาน ๑ กาลพลู ๑ ใบกระวาน ๑ โกศ ทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ จันทน์ ทั้ง ๒ ผลเอ็น ๑ เมล็ดในผลฟักเข้า ๑ ว่านร่อนทอง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ดองดึง ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน (โกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ก็เอาสิ่งละ ๑ ส่วนเหมือนกัน) ลูกสลอด กับเปลือกนอกของลุกสลอด เอา ๒๒ ส่วน ทำเป็นผงแล้วจึงเอาน้ำตาลหม้อ หนัก ๔ ตำลึง ๒ บาท ละลายด้วยน้ำมะพร้าว นาฬิเก ๑ ผล ใส่ลงกวนลงไปอย่าให้ไหม้ เอาแต่พอปั้นได้ ให้กินคราวละหนัก ๒ ไพ ลงจนสิ้นโทษร้ายหายวิเศษนัก ฯ หน้า ๓๔๐ อีกขนานหนึ่ง เอา ตรีกฏุก ๑ ตรีผลา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน เทียนขาว ๒ ส่วน สลัดได ๑๕ ส่วน ทำเป็น ผง ละลาย สุรา กินครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้สรรพกษัยหายแล ฯ ๙ กระษัยปลาดุก สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงลักษณะของโรคกษัย อันบังเกิดขึ้นเป็น อุปปาติกะ คือ กษัยปลาดุก เป็น คำรบ ๘ เกิดเพื่อโลหิตและน้ำเหลือง ระคนกันมีจิตรวิญาณดุจปลาดุก จริง ๆ เกิดขึ้นในกระ เพราะอาหาร ถ้าสตรีจับเอามดลูก มีสัณฐานดุจแม่หญิงตั้งครรภ์ ได้ ๗ เดือน หรือ ๘ เดือน บางทีแทงไปข้าง ซ้าย,ข้างขวา, ถ้าข้างขึ้นยันไปถึงยอดอก ให้เจ็บอกต้องลมมิได้ บางทีให้หอบให้สะอึก ถ้าข้างแรมเลื่อนมาอยู่ที่ ท้องน้อยและที่หัวเหน่า บางทีต่ำลงไปถึงกระดูกสันหลัง ตึงลงไปที่ต้นขาทั้งสองมิทันรู้ก็ว่ามีครรภ์ ถ้าแพทย์จะ รักษาให้พิจารณา ให้แม่นยำดังนี้ ถ้าจะแก้ให้เอายาที่แก้ กษัยปลาไหลนั้นมาแก้ดุจกัน ถ้ามิฟังให้แต่งยานี้แก้ ต่อไป ยาแก้ กษัยปลาดุก เอา เปลือกราชพฤกษ์ ๑ เปลือกตาเสือ ๑ รากตองแตก ๑ พาดไฉนนุ่น ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ กระเทียม ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ข่า ๑ กระชาย ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ กะปิ ๑ ปลาดุกย่าง ๑ ตัว ปลาร้าปลาสร้อย ๕ ตัว ยา ๒๐ สิ่งนี้ทำ เป็นแกง แล้ว เอา ใบมะกา ที่เพสลาด นั้น มาหั่นใส่ลงเป็นผัก กินให้ได้ ๑ ถ้วยแกงต่อหนึ่งครั้ง ลงจนสิ้นโทษ ร้ายหายสิ้นแล วิเศษนักแล ฯ หน้า ๓๔๑


๑๓๘ ยารุ ตัดรากกษัยปลาดุก เอา โหราเดือยไก่ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ กระเทียม ๑ การบูร ๑ ยาทั้งนี้ เอา สิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๑๖ ส่วน ดีงูเหลือม ๑ ดีตะพาบน้ำ ๑ ดีปลาไหล ๑ ดีนาค ๑ เอาแทรกลง พอควรอย่ามากนัก รวมยาทั้ง ๑๐ สิ่งนี้ ตำเป็นผง เอา รากลำโพงกาสลักต้มเป็นน้ำกระสายยา บดทำแท่งไว้ แต่พอประมาณ แล้ว เอา ยางสลัดได มาเคล้าให้เข้ากันให้จงดีแล้วนำมาผึ่งแดดแต่พอยางสลัดไดแห้ง แล้วเอา มาเคล้าอีกให้ได้ ๓ หน กิน ๔ เม็ด ลง ๔ หน กิน ๕ เม็ด ลง ๕ หน ให้กินไปตามกำลังธาตุ หรือกลังคนไข้ทีมีความสามารถที่จะสู้ยาได้ ลงจน สิ้นร้ายตัดตัว กษัย ตายขาด ออกมาหายแล้ว จึงต้มยาสมานให้กินต่อไป ยาสมานลำไส้ กษัยปลาดุก เอา เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ถั่วและ ๑ ใบผักเป็ด ๑ ใบกระเม็ง ๑ เอา สิ่งละ ๔ ส่วน ยาเข้าเย็น ๑๐ ส่วน เปลือกกันเกรา ๒๐ ส่วน มะพร้าวไฟทุบใส่ทั้งน้ำทั้งเยื่อ ๑ ผล รวมยาทั้งนี้ ต้ม ๓ เอา ๑ กินเป็นยาตัดรากสมานลำไส้ กษัยปลาไหล, กษัยปลาหมอ, กษัยปลาดุก, และ กษัยเต่า, กษัยดาน , กษัยปลวก, ทั้ง ๖ จำพวกนี้หายวิเศษนัก ฯ ๑๐ กระษัยปลวก สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะ กษัยโรค อันบังเกิดขึ้นมาเป็น อุปปาติกะ คือ กษัย ปลวก เป็นคำรบ ๙ เกิดเพื่อ สันตะฆาต กระทำให้ปวดขบเอาที่ทรวงอกดังจะขาดใจตาย เป็นแล้วหายไปได้ ๑ เดือน หรือ ๒ เดือน ๓เดือน แล้วจึงกลับมาใหม่อีกเล่า แต่เป็นเช่นนี้หลายครั้งหลายหน ครั้นแก่เข้าทำให้ผิงเนื้อ นั้น ซีด และ เผือดผอมแห้งลง มิทันรู้ก็ว่า ฝีปลวก ผิดกันแต่ว่ามีหนอง และ ไม่มีหนอง ถ้าฝีปลวกจะมีหนอง หน้า ๓๔๒ ถ้า กษัยปลวกหาหนองมิได้ ลักษณะดังนี้ แพทย์พึงพิจารณา ให้ละเอียดเถิด ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา ใบ ส้มซ่า ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มปล่อย ๑ ใบส้มเสี้ยว ๑ ใบส้มสันดาน ๑ ใบส้มสรุง ๑ ใบมะตาดเครือ ๑ สิ่งละ ๑ กำมือ ใบมะกา ๓ กำมือ รังมดลี่ ๑ รัง แท่นปลวก ๑ แท่น สมอทั้ง ๓ หัวหอม ๑ สิ่งละเท่าอายุ คนไข้ เทียนดำ หนัก ๑ บาท ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ รากตองแตก ๑ หนัก สิ่งละ ๓ ตำลึง รวมยา ทั้ง ๑๖ สิ่งนี้ต้มตาม วิธี ให้กิน แก้ กษัยปลวกที่กระทำให้ สะบัดร้อน สะบัดหนาว ถ้าจะทุเลา แทรกดีเกลือตามสมุฏฐานของธาตุ ที่หนัก – หรือ ธาตุที่เบา ให้กินจนสิ้นโทษร้าย แล้วจึงเอายาประจำธาตุให้กินต่อไป ยาประจำธาตุ กษัยปลวก เอา เขาควายเผา ๑ ผลสะเบ้าเผา ๑ ปูนแห้งข้างเต้าเผา ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน พริกไทย ๓ ส่วน ตำเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ ละลานน้ำปูนใสกิน แก้กษัยปลวก และเจริญธาตุให้ เป็น ปรกติ วิเศษนัก ฯ อนึ่งเอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนแดง ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศกัตรา ๑ กาลพลู ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ยาดำ เอา ๔ ส่วน การบูร เอา ๙ ส่วน สะหัสคุณเทศ ๑ พริกไทย ๑ เอา สิ่งละ ๕ ส่วน รากจิงจ้อ ๑ รากทนดี ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เอา สิ่งละ ๖ ส่วน สมอไทย ๑๔ ส่วน ตำเป็นผง บดด้วยน้ำผึ้ง น้ำมะกรูด น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า ก็ได้ กินแก้ กษัย ปลวก ซึ่งกระทำพิษต่าง ๆ และสรรพกษัย และสรรพโรค ทั้งปวง หายวิเศษ นักท่านตีค่าไว้ แสนตำลึงทอง ฯ หน้า ๓๔๓ อนึ่งเอาโกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ตรีผลา ตรีกฏุก กานพลู เอาสิ่งละ ๑ ส่วน รากส้มกุ้ง ทั้ง ๒ ราก ขี้เหล็ก ๑ แก่นแสมทะเล ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน รากทนดี ๕ ส่วน ตำเป็นผง บดละลายน้ำผึ้ง หรือน้ำขิงก็ได้ กินแก้ กษัยทั้งปวงหาย วิเศษดี นัก ๑๑ กระษัยลิ้น กระบือ สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะ กษัยโรค อันบังเกิดขึ้นเป็น อุปปาติกะ คือ กษัยกระบือ เป็นคำรบ ๑๐ บังเกิดเพื่อโลหิตลิ่ม ติดอยู่ชายตับ เป็นตัวแข็ง ยาวออกมาจากชายโครงข้างขวา มี สัณฐานดังลิ้นกระบือ กระทำให้ครั่นตัว ให้ร้อน ให้จับเป็นเวลา ให้จุก ให้แน่นอก ให้บริโภคอาหารมิได้ ให้ นอนมิหลับอยู่เป็นนิจ ให้กายนั้นซูบผอมแห้งไป ครั้นแก่เข้า ตัวกษัยแตกออกเป็นโลหิตและนำเหลือง ให้ซึมไป


๑๓๙ ในไส้ใหญ่ ไส้น้อย ทำให้ไส้พองท้องใหญ่ ดังกล่าวมานี้ จึงได้ชื่อว่ามาร กษัย เป็น อสาทิยโรค (แปลว่า โรคร้าย ๒ ประการ ทั้ง ไส้ใหญ่ และไส้น้อย) แพทย์จะเยียวยานั้นยากนัก ถ้าแก่จนถึงตัว กษัยแตกออกแล้ว แก้มิได้ เลย ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังอ่อน ๆ อยู่ บางทีก็จะได้บ้าง เสียบ้าง ให้แก้ด้วยยา เนาวหอย อันมีอยู่ในลักษณะ ว่า ด้วย กษัยจุก ในคำรบ ๕ โน้นแล้ว ให้น้ำกระสาย ๖ ประการ นี้ให้กิน ด่างสำโรง ๑ ด่างงวงตาล ๑ ด่าง ไม้ขี้หนอน ๑ ด่างไม้ขี้เหล็ก ทั้ง ๕ ด่างหญ้าพันธุ์แดง ๑ ด่างไม้ตาตุ่ม ๑ น้ำด่างทั้ง ๖ ประการนี้ เป็นน้ำ กระสาย ละลาย ยาเนาวหอย กิน ๗ วัน แล้วจึงแต่งยารุให้กิน ต่อไป ฯหน้า ๓๔๔ ยารุ กษัยลิ้นกระบือ ตรีกฏุก ๑ เทียนดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ว่านน้ำ ๑ กานพลู ๑ การบูร ๑ หนักสิ่งละ ๑ ส่วน ลูกสลอดปะสะ แล้ว ๙ ส่วน บดเป็นผงละลาย น้ำตาลหม้อ น้ำมะขามเปียกเป็นน้ำกระสาย บดทำ แท่งเก็บไว้ ถ้าธาตุหนัก ให้กินหนัก ๒ ไพ ถ้าเบา กินหนัก ๑ ไพ ลงสิ้นเชิงแล้ว จึงให้กิน เนาวหอย ๕ วัน กิน ยาขนานเดิม รุทีหนึ่ง กินยา เนาวหอยต่อไปอีก ๗ วัน แล้วกินยาขนานเดิม รุอีกทีหนึ่ง กินให้ได้ ๓ ครั้ง ถ้า โรคหนักล่วงไป ให้บวมท้อง จึงแต่งยาแก้ ต่อไปดังนี้ ยาแก้ กษัย ลิ้นกระบือ มักให้บวมนั้น เอา พญามือเหล็ก ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ หัวยาเข้าเย็น ๑ หนัก สิ่งละ ๑๐ ตำลึง สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑ รงทอง ๑ หนักสิ่งละ ๑ ตำลึง ต้มตามวิธีให้กิน ๖ วัน หรือ ๗ วัน ให้กินยารุ วัน ๑ แล้วจึงแต่งยาดองให้กิน ต่อไปดังนี้ ยาดองแก้ กษัย ลิ้นกระบือ บั้นปลาย เอา เปลือกมะรุม ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ แก่นขี้เหล็ก ๑ ราก มะกรูด ๑ รากเสนียด ๑ หนักสิ่งละเท่ากัน ดองด้วย เหล้า ๓ ทะนาน ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน กินครั้งละ ๑ ถ้วยชา กิน ๗ วัน จึงกินยารุวันหนึ่ง แล้วกินยาดองนี้ ประจำต่อไป แก้ กษัยลิ้นกระบือ บั้นปลายดีนัก ๑๒ กระษัยเต่า สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงโรค กษัย อันบังเกิดเป็น อุปปาติกะ คือ กษัยเต่า เป็นคำรบที่ ๑๑ เกิดเพื่อดาน เสมหะ ตั้งอยู่ที่ชายโครง ซ้าย-ขวา ก็มีสัณฐานโตเท่าฟองไข่เป็ด แล้วลามขึ้นมาจุกอยู่ที่ยอด อก กระทำให้จับทุกเวลาน้ำขึ้น ให้กายซูดผอมผิวเนื้อเหลืองดังทา ขมิ้น ครั้นแก่เข้าให้โลหิตตกทาง ทวารหนัก และ ทวารเบา โทษทั้งนี้ คือ ตัวกษัยแตกออกเป็น อสาทิยะโรค หน้า ๓๔๕ ถ้าจะแก้เอา โคกกระสุน ๓ กำมือ มะกรูด ๑ ฝานขวางผล ๓ ท่อน ขมิ้นอ้อย ๕ ชิ้น ลงด้วย (นะ โมพุธายะ) องค์ละชิ้น เอาปูนขาวต้มเป็นกระสายยา ต้มให้กิน ๓ วันหายจับ แล้วจึงแต่งยาละลายตัวเต่า ให้ กินต่อไป ยาละลายตัวเต่า เอา พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ กระเทียม ๑ แก่นปรู ๑ เอาสิ่งละ ๑ส่วน ตำเป็นผงทำแท่งเก็บไว้ เอาผักเป็ดแดงต้มเอาน้ำเป็นกระสายยา กินละลาย กษัยเต่าวิเศษนัก ถ้ามิฟัง กษัย จำพวกนี้ แปรมาเป็นม้ามย้อยหย่อน กระทำให้เพศดุจกัน บางทีเป็นเต่า บางทีเป็นบ้าง บางทีเป็นตับใหญ่ ก็มี ให้เอายาแก้เต่า แก้ป้าง แก้ตับนั้นมากิน แก้เสียก่อน ถ้ามิฟังจึงเอายา เข้า เขาแพะ เข้ากระดูกแพะ นั้นให้กิน ถ้ามิฟังจึงเอายา เนาวะหอย อันมีอยู่ที่ว่า ในลักษณะกษัยจุก ที่เป็นคำ รบ ๕ นั้นแล้ว มาละลายน้ำ ด่าง ๖ ประการ มีอยู่ในที่ว่า ลักษณะ กษัย ลิ้นกระบือ นั้นมาแก้ต่อเมือภายหลัง แล้วจึงแต่งยา ประจุขาด ให้กินต่อไป ยาชื่อว่า พรหมพักตร์ เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เอาสิ่งละ ๑ส่วน การบูร ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยา ดำ ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน ยางสลัดใด ๑๒ ส่วน พริกไทย ๑๔ ส่วน ทำเป็นผง เอา น้ำเปลือกมะรุม เป็นน้ำ กระสายยา บดทำแท่งไว้เท่าเมล็ดพริกไทย กินเม็ด ๑ ลงทีหนึ่ง หน้า ๓๔๖ ถ้าจะให้ลงมาก ทวียากินตาม กำลังธาตุ ที่หนัก –ที่เบา ชำระกษัยเต่าตกสิ้น และแก้ กษัย ทั้ง ๒๖ จำพวก และแก้ท้องรุ้งพุงมาร ริดสีดวง มองคร่อ และ แก้โลหิต สตรี ระดู แห้งผอมเหลือง บริโภคอาหารที่ค้างอยู่ที่ทรวงอก แก้ลมแก้หอบ ประจุ


๑๔๐ เสมหะ ให้ตกทะวารหนัก และ ประจุสรรพลมทั้งปวงอันมีพิษ แลหาพิษมิได้ แก้สรรพโรคอันมี อยู่ใน คัมภีร์ ทั้งหลายต่าง ๆนั้นหายวิเศษนัก ได้ใช้มาแล้วอย่าสนเท่ห์เลย อีกขนาน หนึ่ง เอา มหาหิงคุ์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กาลพลู ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ยาดำ ๑ รงทอง ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ตรีกฏุก ๓ ส่วน ยางสลัดได ๑๔ ส่วน ตำเป็นผงบดทำแท่งไว้ ละลายน้ำผึ้งกิน ครั้งละ หนัก ๑ สลึง แก้กระ กษัยเต่า ตกสิ้นแล ๑๓ กระษัยดาน สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะ กษัยโรค อันบังเกิดเป็นอุปปาติกะ คือ กษัยดาน อัน เป็นคำรบที่ ๑๒ ตั้งอยู่ที่ยอดอก แข็งดังแผ่น ศิลา ถ้าตั้งลามลงไปถึงท้องน้อย แล้วเมื่อใด กระทำให้ร้องคราง อยู่ ทั้งกลางวัน และ กลางคืน ถูกเย็นเข้ามิได้ ถ้าถูกร้อนค่อยสงบลงหน่อย หนึ่งแล้วค่อยกลับมาปวดขึ้นใหม่ อีกเล่า กระทำให้จุกเสียดแน่นหน้าอกบริโภคอาหารมิได้ ถ้าลามไปถึงที่หัวเหน่าแล้วเมื่อใด เป็น อติสยะโรค แพทย์กล่าวว่า โรคที่ จะ รักษามิได้เลย ถ้าจะรักษา ก็ให้รักษาตั้งแต่ยังลงไม่ถึงที่หัวเหน่า เมื่อถึงหัวเหน่า จะ รักษาไม่หาย ดุจดังกล่าวไว้นี้ ถ้าจะแก้ ให้เอายา เนาวะหอย อันมีอยู่ในลักษณะยาที่ว่าด้วย กษัยจุก ในคำรบ ๕ นั้น มาแก้ก่อน ถ้ามิฟังจึงทำยาดองนี้ ต่อไป หน้า ๓๔๗ ยาดองแก้ กษัยดาน เอา เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ มดยอบ ๑ แก่นปรู ๑ แก่มะหาด ๑ กระพังอาด ๑ ขมิ้นเครือ ๑ หัวเบญจปัด ๑ เอาสิ่งละ ๒ ส่วน ส้มเสี้ยว ๑ ส้มสันดาน ๑ ส้มเช้า ๑ สลัดใด ๑ มะตาดเครือ ๑ มหาละลาย ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาสิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทยเมล็ดอ่อน ๑๐ ส่วน สหัศคุณเทศ ๑๒ ส่วน ตำเป็นผงห่อผ้าขาว ดองด้วยน้ำเหล้า ๕ ทะนาน ฝังข้าวเปลือกไว้ ๓ วัน เมื่อจะกินให้พลี กินเช้า- กิน เย็น ให้ได้ ๗ วัน แล้วจึงแต่งยา ประจุขาดให้กินต่อไป ยาประจุ กษัยดาน เอา เปลือกสะท้อน ๑ เปลือกราชพฤกษ์ ๑ มะพร้าวไฟ ๓ ผล ผ่าเอาผลละ ๑ ซีก เอาแต่ซีกข้างกลาง ขูดคั้นเป็น กะทิ ให้ข้นคุรีการเข้าด้วยกัน หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วเอาเมล็ดสลอด ๑๐๘ เม็ด ผ่าเอาเมล็ดละ ๑ ซีก บดให้ละเอียด แล้วบดลงในน้ำมันให้เตรียม แล้วให้กินแต่ ๑ ช้อนหอย ลงสิ้นเชิง แก้ กษัยดาน ให้ตก แล้วเว้นไว้ ๗ วัน ให้กินวัน ๑ แล้วจึงแต่งยา ชื่อ นารายณ์พังค่าย ให้กินต่อไป ยาชื่อ นารายณ์พังค่าย เอา มหาหิงคุ์ ๑ อำพัน ๒ เจตมูลเพลิง ๓ ผักชีล้อม ๔ โกศสอ ๕ พริกไทย ๖ มะตูมอ่อน ๗ ลูกช้าพลู ๘ ขิงแห้ง ๙ สมอ ๑๐ เทียนดำ ๑๑ แก่นบุนนาค ๑๒ เปล้าน้อย ๑๓ รากทนดี ๑๔ ทำเป็นผงละลายน้ำร้อน กินครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้ กษัยดาน ซึ่งได้กล่าวมานั้น แลกษัยทั้งปวงที่ได้ กล่าวมานั้น หายวิเศษนัก ฯหน้า ๓๔๘ อีกขนานหนึ่ง เอา ตรีกฏุก ๑ มหาหิงคุ์ ๑เจตพังคี ๑เอาสิ่งละ ๑ส่วน สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑สิ่งละ๓ ส่วน เทียนดำ ๔ ส่วนโกศน้ำเต้า ๖ ส่วน ตำเป็นผงละลายน้ำมะขามเปียก กินครั้งละหนัก ๑ สลึง แก้กษัยดาน หายวิเศษนัก ฯ ๑๔ จะกล่าวถึง กษัยกร่อน ๕ ประการ คือ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, จะว่า ปริยายออกไป กษัยดินนั้น มัน เกิดขึ้นเพื่อ ปฐวีธาตุ คือเส้นกร่อนมันตั้งเป็นก้อน อยู่ตามหัวเหน่า ซ้าย-ขวา ก็ดี มันก็เลื่อนลงไปที่ลูกอัณฑะ ให้กำเริบฟกขึ้น จับต้องมิได้ทำให้เจ็บยิ่งนัก มันทำให้เสียวถึงหัวใจ เมื่อกินยาที่ถูกกับโรคมันก็หดขึ้นไป ตั้งเป็น ก้อนเป็นเถาขึ้นมาที่หัวเหน่า มันก็ให้เสียดสีข้างถึงยอดอก แล้วมันให้ปวดยอดอก อันว่าเส้นอันนั้นมันแท่งเข้า เมื่อใด มันให้โทษ ๑๑ ประการ มันให้เจ็บเสียดแทง เป็น พรรดึก ให้เป็นก้อนอยู่ในท้อง แล้วมันทำให้เจ็บไป ทั่วสารพางค์กาย มันให้เจ็บสะเอว มันให้ มือตาย—เท้าตาย ให้เมื่อยขบขัดหัวเหน่า และตะโพก ให้ท้องตึง ๆ ลงไป สองราวข้างและ ทะวารเบา มันให้เจ็บศีรษะ มันให้วิงเวียนหน้าตา ให้ตาฟางหูตึง ให้ขัดสีข้าง ให้ท้อง ขึ้น ท้องพอง บริโภคอาหารไม่มีรส โรคทั้งนี้เกิดเพราะเสมหะ แห้งอยู่นอกไส้ มักเกิด พรรดึก เมื่อจะเป็นนั้น ให้ขึ้นเนื้อขึ้นตัว ให้ถอยอาหาร บางทีมันให้จับร้อน จับหนาว มักอยากเปรี้ยวหวาน มันอยากอย่างนี้ ชอบที่


๑๔๑ แห่งของโรค ดังนี้ บุรุษ หรือ สตรี ก็เป็นเหมือนกัน อันว่า กษัยกร่อนเหล่านี้ มันเกิดเพื่อเส้นและ อุจจาระ ผูกพรรดึก อยู่ในปฐวีธาตุ หน้า ๓๔๙ ๑ กระษัยดิน ถ้าจะแก้ท่านให้เอา สะค้าน ๑ ว่านน้ำ ๑ ผักแพ้วแดง ๑ ยาดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ โกศ สอ ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศจุฬาลำพา ๑ กัญชา ๑ ชะเอมเทศ ๑ ดีปลี ๑ แก่นแสมทะเล ๑ ราก เจตมูลเพลิง ๑ หัวอุตระพิษ ๑ หัวดองดึง ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค เอา พริกไทย เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งกินครั้งละหนัก ๑ สลึง กินยานี้ ๗ วัน แล้วกินยาทุเลาเสียครั้งหนึ่ง แล้วจึงทำยา ขนานนี้กิน ต่อไป เถิด ท่านให้เอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ สมุลแว้ง ๑ เทียนดำ ๑ ผักแพ้วแดง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ดีปลี ๑ ขิงแห้ง ๑ กระเทียม ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวอุตระพิษ ๑ หัวกระดาษ ทั้ง ๒ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท เอา พริกไทย หนัก ๕ ตำลึง การบูร หนัก ๒ บาท ทำเป็นผง ละลาย น้ำผึ้งก็ได้ น้ำส้มสายชูก็ได้ กินหายแล ฯ ๒ อันว่า กษัยน้ำ นั้นเกิดเพื่อกองน้ำ คือ โลหิต ๑ น้ำเหลือง ๑ เสลด ๑ ทั้งสมาประการนี้เป็นแต่ เพียงประการใดประการหนึ่ง ก็ดี ถ้าเป็นทั้งสาม ๓ กระษัยเลือด ประการ ๑ ก็ดี มีชื่อว่า กษัยเลือด ถ้าเป็นผู้หญิงมันตั้งที่ใต้ สะดือ ๓ นิ้ว มันทำให้ ปวดขัดถึงยอดอก เจ็บเอาดังจะขาดใจ ลางทีมันให้ลามขึ้นไปถึงยอดอก ประดุจเป็นผีมะเร็งทรวง และ ฝี ปลวก ถ้าจะแก้ให้เอา แก่นขี้เหล็ก หนัก ๑ ตำลึง แก่นแสมทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ตำลึง กาลพลู หนัก ๑ ตำลึง มดยอบ หนัก ๑ ตำลึง รากเจตมูล หนัก ๑ ตำลึง ต่อ หน้า ๓๕๐ ส้มกุ้ง หนัก ๓ บาท รากผักเป็ดแดง หนัก ๒ บาท สะหัดสะคุณเทศ หนัก ๒ บาท ปูนขาว หนัก ๑ บาท พริกญี่ปุ่น หนัก ๑ บาท พริกล่อน หนัก ๑ บาท ขิงแห้ง หนัก ๑ บาท ผิวมะกรูด หนัก ๑ บาท ดีปลี หนัก ๑ บาท ยาทั้งนี้ดองด้วย สุรา ๓ ทะนาน ให้ กินจอก ๑ ครั้นเมื่อถึง ๗ วัน แล้วจึงกินยา ประจุขาดเสีย ก็อาจสามารถที่ว่าจะแก้ กษัยโลหิต ถ้าผู้หญิงท่าน ว่าโลหิตเข้าฝัก และเลือดแห้งติดกระดุก สันหลัง และ หัวเหน่า ลางทีเลือดมันจับเอาหัวใจให้คลั่งไคล้ ดังผี เข้าอยู่ ถ้าผู้ชายเป็นก้อนเลือดขึ้นจับหน้าอก มันให้กลายเป็นฝีในอกเป็นฝีหัวคว่ำ ลางทีมันกลายเป็นมาร เลือด มันก็ทำต่าง ๆ ลางทีมันกลายเป็น มุตกิจ มุตฆาต สันตะฆาฏ เป็นต้นด้วยเพราะ กษัยเลือด มันขึ้นด้วย กร่อนน้ำ คือ โลหิต ท่านให้ทำยา ขนานนี้แก้ ท่านให้เอา น้ำหญ้าไซร ๑ ทะนาน น้ำเถาวัลย์เปรียง ๑ ทะนาน น้ำลูกบวบขม ๑ ทะนาน เถา เปลือกสำโรง หนัก ๒ สลึง เปลือกหอยขม หนัก ๒ สลึง เปลือกหอยแครง หนัก ๒ สลึง เปลือกหอยจุ๊บแจง หนัก ๒ สลึง ลูกมะกล่ำขาว หนัก ๒ สลึง ลูกมะกล่ำดำ หนัก ๒ สลึง รากตองแตก หนัก ๒ สลึง หางไหล แดง หนัก ๒ สลึง ลูกจิงจ้อน้อย หนัก ๒ สลึง เปล้าน้อย หนัก ๒ สลึง แก่นแสมทะเล หนัก ๒ สลึง ดินประสิว ขาว หนัก ๒ สลึง รางไคร้เครือ หนัก ๒ สลึง ยางสลัดใด หนัก ๒ สลึง ยางมะตูม หนัก ๒ สลึง ยาดำ หนัก ๖ สลึง สีรียาทั้งหมดนี้ บดเป็นผง เอาน้ำผึ้งหลวงแท้ แต่พอควร กวน เข้าด้วย กันปั้นเป็นเม็ดให้กินตาม ธาตุ ถ้าธาตุเบา ให้กินหนัก ๑ ไพ –ถ้าธาตุหนักให้กินหนัก ๒ ไพ ลงจนเสลดหมดสิ้นแล แล้วหยุดยาที่กินนี้ไว้ ๑๐ วัน จึงกินที ๑ แล้วกินยาเดิมไปเถิดหายแล ฯ ๔ อันว่า กษัยเพลิง (ไฟ) นั้นมันเกิดมันเกิดด้วยกร่อนไฟ ด้วย ธาตุไฟอัน ชื่อว่า อัคนีมุคะ หน้า ๓๕๑ คือ ธาตุไฟ พัดไม่ตลอด ดังอยู่เพียงที่อันนั้น และมันก็ให้วิปริตแปรปรวนไปต่าง ๆ ลางทีมันตั้งขึ้นในทรวงอก แล้วมันให้จุกขึ้นไป ดังจะขาดใจตาย มันให้ร้อนดังไฟให้เหงื่อไหลแตกออกทุกเส้นขน


๑๔๒ ยาแก้กระษัยไฟ ท่านให้เอา ยาเข้าเย็นหนัก ๑ บาท สารส้มหนัก ๑ บาท ตรีกฏุก หนักสิ่งละ ๒ สลึง โคกกระสุน ๑ กำมือ ตัดหัวตัดท้าย ต้ม ๓ เอา ๑ เสกด้วย บท สัพพาสี ให้กิน อย่าให้ผู้อื่นกินร่วมเป็นเด็ดขาด แก้จุกแก้ร้อนหายแล ยาแก้กษัยกร่อนมันทำให้ร้อนท้องร้อนหลังให้เอาแสมทะเล หนัก ๑บาท ขิง หนัก ๑ บาท ดีปลีหนัก ๑ บาท ลูกจันทน์หนัก ๑ บาท กาลพลูหนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๕ บาท ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง กินแก้ กษัยไฟ กินไป ๗ วันแล้วจึงกินยาประจุเสีย แล้วจึงทำยานี้ต่อไป ท่านให้เอา แก่นขี้เหล็ก หนัก ๑ ตำลึง แก่นมะหาด หนัก ๖ บาท แก่นแสมทะเล หนัก ๒๒ บาท แก่น แสมสาร หนัก ๒๒ บาท แก่นมะเกลือ หนัก ๒๒ บาท กรักขีหนัก ๕ บาท กระเทียม หนัก ๖ บาท ราก โคกกระออม หนัก ๕ บาท รากช้าพลูหนัก ๑๐ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๑๐ บาท รากตองแตก หนัก ๕ ตำลึง ผักเสี้ยนกินได้หนัก ๓ ตำลึง รากผักเสี้ยนผีหนัก ๓ บาท รากส้มกุ้งทั้งสอง เอาหนักสิ่งละ ๓ บาท หัวยาเข้าเย็นจีน หนัก ๓๐ บาท ถ้าจะดองให้ดองด้วยเหล้า พอท่วมยาเถิด ถ้าจะทำเป็นยาผง ให้เติม มหาหิงคุ์หนัก ๕ บาท ลูกจันทน์หนัก ๑ บาท ดีปลีหนัก ๑ บาท กระเทียม หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๑ บาท เกลือและรำหัดเอาแต่พอควร เมื่อกินยาตั้งขวัญเข้า เทียน ๓ เล่ม มะพร้าว ๑ ผล เมี่ยงคำ ๑ เงินหนัก ๑ บาท ขนมเล็กน้อยบูชาจงดี ถ้าทำเป็นยาดองเอาทองผูกตอหม้อ ๑ บาท ฝังข้าวเปลือกไว้๓ วัน จึงเอามา กินเถิดวิเศษนัก ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล ฯ ๕ กระษัยกร่อนลม อนึ่งจะกล่าวถึง กษัยกร่อน บังเกิดเพื่อลมนั้น ว่าด้วยลมกษัยจำพวกหนึ่ง เมื่อจะ กำเริบในเวลาข้างขึ้น หรือข้างแรมก็คล้ายกัน ถ้าเย็นเช้าคล้ายเหมือนหนึ่งคนดีถ้ามันจะเป็นขึ้นมาแล้วมันจุก ขึ้นมา แล้วมันก็ขัดมาขบตอด เอาในท้องให้ร้องอยู่อกนั้นเย็นดังน้ำ แล้วมันให้กลับขบยิ่งนัก แต่ว่ากินอาหาร แล้วก็ร้อนลงไป มันคลายแต่ละน้อย ถ้าจะแก้ท่านเอายาที่แก้กษัยลม นั้นมาแก้เถิดฯ ๖ อันว่ากษัยเถา นั้น มันเกิดเพื่อลมสันทะฆาฏ และลมปัตตะฆาฏ แล่นเข้าไปในลำเส้นนั้น มันทำให้ เส้นพองแข็งขวางอยู่ที่หัวเหน่า มาประจบที่เกลียวข้าง ถ้าผู้ชายมันขึ้นข้างขวา ถ้าผู้หญิงมันขึ้นข้างซ้าย มัน เสียดมาตามชายโครง ถึงยอดอก มันก็ให้ปวดขบ เอาในอกตลอดเสียวถึงลำคอ ลางทีมันมักให้อาเจียนน้ำลาย ถ้าเมื่ออาเจียนออกมาแล้วที่ปวดขบนั้นก็ค่อยสงบ ลงสักหน่อย ก็ทำเพศพิษอาการ ประดุจ ฝีปลวก ฝีมะเร็ง ทรวง ผิดกันที่เป็นน้ำมูตร ถ้าเป็น กษัยน้ำมูตรจะแดง แต่ว่าติดอยู่ข้างจะเหลือง สักหน่อย ให้เอาถ้วยรองไว้ดู เมื่อมันนอนลง อยู่ที่ก้นถ้วยนั้นสีแดงดังปูนกินหมาก ถ้าเป็นฝีสีน้ำมูตรมันจะ ดำ และโรคอันนี้เกิดมาจากกิน ของคราว และของหวานนัก จึงเป็น แต่เป็น ๆ หายๆไปประมาณ ๑๒ ปีถึง ๑๓ ปีแล้วมันก็จะกลายเป็นมาร กษัย รักษาไม่ได้ถ้าจะแก้ก็ให้แก้ต่อเมื่อยังอ่อน อยู่นั้น ท่านให้ชำระด้วยยา เบญจอัมพฤกษ์อันอยู่ข้างต้นนั้น กินวันละ ๑ ครั้ง เว้นเสีย ๕ วัน จึงกินอีกครั้ง ๑ แล้วจึงกินยา นารายณ์พังค่าย ๕วันจึงกินยาชำระทีหนึ่งแล้ว ท่านให้ทำยานี้กินเวลาเย็น หน้า ๓๕๓ ยานี้ชื่อว่า ดาวดึงสา ท่านให้เอา จิงจ้อ หนัก ๑ ตำลึง รากตองแตก หนัก ๖ บาท สมอไทย หนัก ๖ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๖ บาท สะหัดสะคุณเทศ หนัก ๑ บาท เทียนดำ หนัก ๑ บาท เทียนขาว หนัก ๑ บาท เทียนแดง หนัก ๑ บาท เทียนตาตั๊กแตน หนัก ๑ บาท โกศสอ หนัก ๑ บาท โกศเขมา หนัก ๑ บาท โกศกัตรา หนัก ๑ บาท ยาดำ หนัก ๑ บาท มหาหิงคุ์ หนัก ๑ บาท กาลพลูหนัก ๑ บาท ดีปลีหนัก ๑ บาท การบูร หนัก ๓ สลึง เอา พริกไทย หนัก ๕ บาท ๒ สลึง ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง น้ำร้อน น้ำมะนาว น้ำ มะกรูด น้ำส้มซ่าอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้แก้สารพัดกษัย สารพัดโรคทั้งปวง แล ยาขนานนี้มีชื่อว่าดาวดึงษา พระอินทรา เธอให้ทานแก่คนทั้งหลาย ตีค่าไว้แสนตำลึงทอง ๑ แลฯ


๑๔๓ แล้วจึงต้มยาให้กิน แก้กระษัยเถา เอา มะกรูด มะนาว อย่างละ ๗ ลูก ขิง ๗ แว่น ดีปลี ๗ ดอก กระเทียม ๗ หัว พริกไทย หนัก ๑ บาท ไพล หนัก ๑ บาท สารส้ม หนัก ๑ บาท ดินประสิวขาว หนัก ๖ สลึง เกลือ ๑ กำมือ ต้ม ๓ เอา ๑ กินในเพลาเย็น ทุกวันเป็นยาตัดรากกษัยดีนักแลฯ ยาแกงเป็นยารุท่านให้เอา เปลือกทองหลางใบมน ทั้ง ๒ เปลือกมะรุม ๑ ใบสวาด ๑ ลูกคัดเค้า ๑ เครื่องยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๗ เอาปลาร้าปลาสร้อย ๗ ตัว ปลาดุกย่าง ๑ ตัว เอาใบสลอดที่กินลง ที่ใบอ่อน ๆ นั้น ๗ ใบ หั่นเป็นผักนั้นใส่ลง ทำเป็นยาแกงกินเถิด ลงเสลดเขียวเหลืองออกมาหายแล ฯหน้า ๓๕๔ ยาถ่ายกระษัยเถา อนึ่งท่านให้ถ่าย ด้วยยานี้ เอา กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ ลูกจันทน์๑ ดอกจันทน์๑ กระวาน ๑ กาลพลู๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ เทียนข้าวเปลือก ๑ โกศ พุงปลา ๑ โกศก้านพร้าว ๑ โกศบัว ๑ โกศกระดูก ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง เอาสมอ ทั้ง ๓ หนักสิ่งละ ๒ สลึงลูกสลอดปลอกเอาเปลือกออกเสียและผ่าเอาไส้ในทิ้งเสียแล้วเอาข้าวสุกห่อให้มิดชิดแล้วเอาผ้าขาวห่อ ต้มให้น้ำแห้ง ๓ หน แล้วเอาไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอาไปต้มรวมกับใบมะขาม ๑ ใบส้มปล่อย ๑ เกลือ ๑ ต้ม ไปให้น้ำแห้งถึง ๓หน แล้วตากแดดให้แห้ง เอาเท่ายาทั้งหลายตำเป็นผงละลายน้ำผึ้ง น้ำผึ้งกินดีนักกล่ำลง ๕ หน กิน ๗ กล่ำลง ๗ หน ยานี้มีคุณนักแก้โรคทั้งปวงวิเศษ นัก แลอย่าสนเท่ห์เลยฯ ๗ กระษัยจุกเสียดและยาแก้กระษัยจุกเสียด ท่านให้เอา ตรีกฏุก ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ สะหัดสะคุณ ทั้ง ๒ เจตมูลเพลิง ๑ ฝักส้มปล่อยคั่ว ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๓ บาท สมุลแว้ง หนัก ๖ บาท ลูกจันทน์หนัก ๑ สลึง ดอกจันทน์หนัก ๑ สลึง กาลพลูหนัก ๑ สลึง ทำเป็นผงละลาย น้ำผึ้ง น้ำกระเทียม กินแก้กระ กษัยจุก เสียด แลถ้าจะแก้ลมอัมพฤกษ์ ลมที่ชื่อว่า มหาสะดม ละลาย น้ำขิง ข่า กระเทียม ตามแต่จะละลายกินเถิด ห้ามน้ำมะนาว แล อีกขนานหนึ่งเล่า ท่านให้เอา ลูกเอ็นเทศ หนัก ๕ บาท อบเชยเทศ หนัก ๓ บาท ๓ สลึง ชะเอมเทศ หนัก ๕ บาท ๒ สลึง ลูกกระวาน หนัก ๒ บาท ๒ สลึง ลูกมะขามป้อม หนัก ๑๐ บาท พริกล่อน หนัก ๒ ตำลึง กับ ๓ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๕ บาท ดีปลี หนัก ๖ บาท ดอกบุนนาค หนัก ๑ ตำลึง ทำเป็นผงแล้วเอา นำตาลทราย เท่ายาทั้งหลาย คุลีการเข้าด้วยกับยา น้ำผึ้งกิน แก้ลม กษัย ซึ่งเจ็บอก ขัดในอก แก้ พรรดึกดีนัก แล ฯ อีกขนานหนึ่งเล่า ท่านให้เอา ลูกเอ็นเทศ หนัก ๕ บาท อบเชยเทศ หนัก ๓ บาท ๓ สลึง ชะเอม เทศ หนัก ๕ บาท ๒ สลึง ลูกกระวาน หนัก ๒ บาท ๒ สลึง ลูกมะขามป้อม หนัก ๑๐ บาท พริกล่อน หนัก ๒ ตำลึง กับ ๓ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๕ บาท ดีปลี หนัก ๖ บาท ดอกบุนนาค หนัก ๑ ตำลึง ทำเป็นผงแล้วเอา นำตาลทราย เท่ายาทั้งหลาย คุลีการเข้าด้วยกับยา น้ำผึ้งกิน แก้ลม กษัย ซึ่งเจ็บอก ขัดในอก แก้ พรรดึกดีนัก แล ฯ หน้า ๓๕๕ ๘ กระษัยท้น และยาแก้กระษัยท้น อันว่าเวลาท้องว่าง จะค่อยดีหน่อย ค่อยสงบลง ครั้นกินอาหาร เข้า ไปมันก็ท้นขึ้นมาเอายอดอก เมื่อมันแน่นอกแน่นใจ ในโครงหายใจอยู่อัด ๆ ดังจะสิ้นใจ มันแน่นขึ้นมาแต่ ท้องน้อย มันชักเอากระเพราะอาหาร ขึ้นไปไว้จะกินอาหารมิได้ถ้าจะแก้ท่านให้เอา ดีปลี หนัก ๑๐ บาท ขิง แห้ง หนัก ๑ ตำลึง ยาดำ หนัก ๓ บาท การบูร หนัก ๖ สลึง พริกไทย หนัก ๒ บาท กาลพลู หนัก ๓ สลึง กระวาน หนัก ๒ สลึง ทำเป็นผงแก้ กษัย ท้นท้องละลายน้ำผึ้งกิน หายแล แล้วท่านให้ทำยาแกง ที่ เข้า หัวเข้าข้า ๑ ว่านหางช้าง ๑ นั้นให้กินแล้ว จึงทำยาขนานนี้กินเถิด ท่านให้เอา เทียน ทั้ง ๕ โกศ ทั้ง ๕ เปล้าทั้ง ๒ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง พริกหอม ๑ พริกหาง ๑ ลูกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ คราม ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง บอระเพ็ด ๑ หัวแห้วหมู ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ รากไคร้เครือ ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท สะหัดสะคุณ หนัก ๑ ตำลึง ใบกระเพราแห้ง หนัก ๒ ตำลึง ดีปลี หนัก ๑ บาท กัญชา หนัก ๒


๑๔๔ สลึง ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งกิน แก้ลม กษัยเสียดหายแล ฯ ถ้ามิฟังท่านให้ทำยานี้กินเถิด ท่านให้เอา กระเทียม ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ลูกในสวาด ๑ ลุกในสะบ้า ๑ หัวบุกรอ ๑ หัวอุตระพิษ ๑ หัวกระดาษ ๑ หัว ยาทั้งนี้เอา หนักสิ่งละ ๖ สลึง รากเจตมูลเพลิง หนัก ๑ ตำลึง ต่อ หน้า ๓๕๖ พริกเทศ หนัก ๑ ตำลึง พริกไทย เอาทั้ง ยาทั้งหลาย ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินครั้งละ หนัก ๑ สลึง แก้ กษัยท้นจุกเสียดในอกเสียดแทงไปทั่วทั้งตัว ก็ดี ให้สะท้านหนาวเย็นดังลูกเห็บก็ดี กินยานี้หายแล ยาที่มีชื่อว่า ไฟมะลัยกัลป์ แล ฯ ๙ จะกล่าวถึง กระษัยเสียดและยาแก้กระษัยเสียดนั้นเกิดแต่แม่เท้าตามเส้นตะคริว มันให้ปวดขบ สะดุ้งทั้งตัว แล้วมันก็ขึ้นไปเสียดเอาที่ชายโครง ดังจะขาดใจ บางทีมันก็ขบเอาทั้งตัว ครั้นเมื่อสะดุ้งขึ้นมาทั้งตัว มันก็เสียด แทงเอาที่ชายโครงทั้งข้างซ้ายและข้างขวาก็ดี มันก็ทำให้คนผู้นั้นร้องดังอยู่จะสิ้นใจ ท่านให้แก้ด้วย นวดแล้ว ให้แต่งยาให้กิน ท่านให้เอา ตัวยาดังนี้ คากรอง ๑งาช้าง ๑ นอแรด ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑ เขี้ยวหมู ๑ เขาแพะ ๑ เขากุย เขากวาง ๑ เขาควายเผือ ๑ ยาทั้งนี้เผาไฟให้ไหม้ แล้ว เอาโกศทั้ง ๕เทียนทั้ง ๕ เปล้าทั้ง ๒ ตับเต่า ทั้ง ๒ จันทน์ทั้ง ๒ กลุ่มทั้ง ๒ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ลูกเบญกานี ๑ สะค้าน ๑ พิศนาด ๑ รากไคร้เครือ ๑ รากช้าพลู ๑ รากหมอน้อย ๑ รากโลทนง ๑ ข่าต้น ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบสะเดา ๑ ใบย่างทราย ๑ สิริยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ ฝนด้วยน้ำ ร้อนแทรกดีงูลงกิน แก้ กษัยเสียดขบไปทั้งตัว ตามเส้นสะดุ้งแทง เอาหัวอก และชายโครงหายสิ้น แล ลม กษัย เช่นนี้ ชอบแต่ยาเย็นและยาสุขุม เท่านั้นแลฯ ยาประจุกษัยทั้งปวง ท่านให้เอา ลูกมะตูมอ่อน ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ ต่อหน้า ๓๕๗ บอระเพ็ด ๑ หัว แห้วหมู ๑ เปลือกมะหาด ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ กรุงเขมา ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ ลูกสลอด ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๒ สลึง รากไคร้เครือ หนัก ๖ สลึง ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินครั้งละ หนัก ๑ สลึง หรือเท่าลูกพุทรา แก้เสียดหน้าอกหายทุกประการแล ไข้พิษ ๗ จำพวก ลมเป็นก้อนในทรวง และ แก้ พรรดึก และท้องมาร ๆ กษัย ๘ จำพวก สะอึก ๔ จำพวก ขี้เรื้อน หิด สันนิบาต ๗ จำพวกหายทุก ประการแล ฯ อนึ่งท่านให้ทำยาครอบ กษัย ท่านให้เอา แก่นสน ๑ รากคัดเค้า ๑ รากขี้เหล็ก ๑ รากแสมสาร ๑ มะฆัง ทั้ง ๒ ทั้งรากทั้งใบ จำปา ๑ กระดังงา ๑ เอาทั้งรากทั้งใบด้วย ลูกพิลังกาสา ๑ หมูเครือ ๑ เจตมูล ๑ หญ้าไซร ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ สะค้าน ๑ รากข้าวสาร ๑ รากมะดูกทั้ง ๒ รากสะหัดสะคุณเทศ ๑ รากถั่ว แปบผี ๑ รากตาเสือ ๑ รากคันทรง ๑ รากมะเกลือ ๑ รากขนุน ๑ กลุ่มบก ๑ ทองหลาง ๑ บอระเพ็ด ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หัวหอม ๑ กะทือ ๑ กระชาย ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ ผิวมะนาว ๑ ผิวมะกรูด ๑ สริยาทั้งนี้ เอาเสมอภาค ทำเป็นผงแล้วเอาน้ำผึ้งหมักไว ๗ วัน กินครอบ กษัยเจ็ดจำพวก หายทุกประการแล ฯ อีกขนานหนึ่งท่านให้เอา ผัดเป็ด ๑ กะบุง ขิง หนัก ๑ ชั่ง กระเทียม ๑ จุก น้ำผึ้ง ๓ ทะนาน เขี้ยว ให้เป็นยางมะตูม แล้วเอา พริกไทย ๑ ทะนาน ลูกสะบ้าเผา ๓ ลูก การบูร หนัก ๑ ตำลึง บดปรุงลงกวนไป ให้พอปั้นได้แต่พึงระวังยาจะไหม้ไฟ ให้กิแก้ กษัย ๑๖ จำพวก นั้นหายทุกประการ หน้า ๓๕๘ ยาผงชื่อว่า พรหมพักตร์ ประจุกษัย ครอบกษัย ท้องมารหืดไอ ทั้งปวง แก้ลมตีนตาย เสลดตกผอม เหลือง เป็นลมง่วงเหงา เจ็บในอก ท่านให้เอา มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ สีเสียดเทศ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ กัญชา ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ลูกจันทน์ หนัก ๒ บาท การบูร หนัก ๓ บาท โหราเท้าสุนัข หนัก ๕ บาท รงทอง หนัก ๖ บาท ฝิ่น หนัก ๑ ตำลึง สิริ ยาทั้งนี้ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งเป็นกระสายยา กินครั้งละหนัก ๑ สลึง เป็นยาตัดราก กษัย ทั้ง ๑๒๖ จำพวก ดังกล่าวมานั้นหายแล ฯ


๑๔๕ ๑๐ กระษัยเกิดเพื่อลม ๖ จำพวก จะกล่าวถึงโรค กษัย อีกจำพวกหนึ่ง เกิดเพื่อลม ๖ จำพวก จำพวก หนึ่งเกิดเพื่อลมในไส้มันก็ให้เป็นดานกลมโตเท่าประมาณลูกตาล เมื่อมันแก่เข้ามันให้แข็งไปทั้ง ๒ ข้าง แล้วมัน ให้จุกเสียดแน่นในอก ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผีคั่ว ๑ ลูกในสะบ้าเผา ๑ บดละลายเหล้ากินหายแล ฯ ๑ กษัยลมจำพวกหนึ่ง มันเกิดเพื่อนอกไส้ แล้วมันแล่นเข้าไปในกระดูก มันให้เมื่อยไปทุกกระดูก ดัง จะแตกจากกัน ถ้าจะแก้ท่านให้เอา กระดูกงูเหลือมเผา ๑ กระดูกแพะเผา ๑ เปลือกหอยขมเผา ๑ เปลือก หอยกาบเผา ๑ บดละลายเหล้าให้กินหายแล ฯ ๒ กษัยลมจำพวกหนึ่ง บังเกิดเพื่อลมทั้งกาย แลลมอันนั้นก็ประมวล กันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูก มะเดื่อ มันให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง ถ้าจะแก้ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ หญ้าไซร ๑ ต่อหน้า ๓๕๙ ผักคาด ๑ ผักโขมหิน ๑ กระพังโหม ๑ ใบ คนทิสอ ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ กก ๑ คา ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาแต่น้ำสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันงา ๑ ทะนาน หุงให้คงเหลือแต่น้ำมัน เอายาทั้งนี้ ปรุงลง ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูร ๑ เทียนทั้ง ๕ เอายาทั้งบดเป็นผงให้ละเอียดปรุงลงในน้ำมัน ให้กินบ้าง ทาภายนอกบ้าง หายแล ฯ ๓ กษัยเกิดใน อุทะระวาตา นั้น มันเกิดขึ้นมาแต่ปลายเท้า ขึ้นมาถึง ศีรษะ เมื่อจะเป็นเหตุแก่บุคคลผู้ นั้น แลลมนั้นพัดอยู่แต่เพียงยอดอก แลมันก็แล่นเข้าไปในลำไส้ มันก็ให้เป็นเม็ดขึ้นในลำไส้ และมันก็ให้เป็นฝี รวงผึ้ง มันก็ให้เจ็บปวดพ้นประมาณ ถ้าจะแก้ ให้เอา กระดูกวัว ๑ หอยตาวัว ๑ หอยกาบ ๑ บดละลายน้ำ ปูนใสให้กินหายแล ฯ ๔ กษัยมันเกิดเพื่อลม มันพัดแต่ปลายเท้าตลอดถึงกระหม่อม นั้น ลมอันนี้มันพัดไม่ตลอด ตันอยู่เพียง ไหนมันให้เจ็บปวดอยู่เพียงนั้น แล ชื่อว่า กษัยลม มันตั้ง ๔ สะฐานะ ที่ใต้สะดือนั้นแห่ง ๑ เหนือสะดือนั้น แห่ง ๑ ที่ริมสะดือ ซ้าย-ขวา ตามแต่มันจะตั้งขึ้นแห่งใดแห่งหนึ่ง ๑ ประดุจ ฝีหัวด้วน นั้น ถ้าจะแก้ ท่านให้ เอา เปลือกงิ้ว ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สารส้ม ๑ มะกรูด ๑ ยา ๔ สิ่งนี้เผาไฟ บดละลายน้ำมะกรูดกินหายแล ฯ ๕ กษัยไฟ นั้นเกิดเพื่อเตโช ชื่อว่า อะพิตา ชื่อว่า ปาคะนี มันให้จับเป็นเพลา แล้วมันทำให้ลูกตานั้น แดง เจ็บปางตาย แลมันเข้าเจ็บรวบที่ยอดอก เหมือน ฝีมะเร็งทรวง มันให้เจ็บในเวลาบ่ายแล้ว บวมหน้า บวม ท้อง บวมตีนแล หน้า ๓๖๐ ถ้าจะแก้ท่านให้เอา ลูกมะม่วงพรวน ๑ ลูกในมะระ ๑ หอยขม ๑ หอยทราย ๑ หอยกาบ ๑ หอยแครง ๑ หอยสังข์ ๑ ยาทั้งนี้เผาไฟให้ไหม้บดเป็นผง ละลายเหล้ากินหายแล ฯ ๖ กษัยไฟกองหนึ่ง ชื่อ ว่า ปริทัยหัคคี และเพลิงที่เผาย่อยอาหารพิการ กินอาหารเข้าไปมันทำให้ พะอืดพะอม ให้ท้องขึ้น มิได้ผายลม หรือให้เจ็บอก แน่นอกกินอาหารมิได้ ท่านให้เอา มะกรูดมาต้มให้สุก เอา ยาเบญจขันธ์ ทั้งกินทั้งทาเท่าผลมะกรูด แล้วจึงเอา มหาหิงคุ์ หนัก ๑ บาท การบูร หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๑ บาท กระเทียม หนัก ๑ บาท ไพล หนัก ๑ บาท บดให้ละเอียดเข้าด้วยกันปั้นเป็นลูกลอน กินหายแล ฯ ๗ กษัยอันหนึ่งมันเกิดมาเพื่อเตโชธาตุ อันมีชื่อว่า สันตัปปัคคี มันให้เย็นทั่วตัว แต่ทำให้ว่าร้อน ภายในเป็นกำลัง มันตั้งขึ้นใต้สะดือ ๓ นิ้ว มันให้จุกแดก มันให้ลั่นขึ้นลั่นลง ให้เสียดสีข้าง จะพลิกตัวไปมามิได้ ประดุจเป็น ปัตตะฆาต ให้เจ็บให้ปวดศีรษะ ให้วิงเวียนหน้าตา ถ้าจะแก้ให้เอา ตรีผลา ๑ ดองดึง ๑ เทียน ทั้ง ๕ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท มหาหิงคุ์ หนัก ๒ สลึง กระเทียม เอา ทั้ง ราก-หัว –ใบ เอาเท่ายา ทั้งหลายทำ เป็นผงละลายน้ำผึ้งกินหาย ฯ อีกขนานหนึ่งท่านให้เอา เปลือกกลุ่มทั้ง ๒ เปลือกหอยกาบ ๑ เปลือกหอยโข่ง ๑ หอยขม ๑ หอยแครง ๑ หอยสังข์ ๑ เปลือกหอยทั้งหมดนี้ เผาไฟให้โชน แล้วเอา ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ เอาเท่ากัน พริกไทย


๑๔๖ เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นผงแล้วให้เอา รำหัด การบูร ๑ ปูนผง ๑ ละลายน้ำผึ้ง ปั้นเป็น ลูกกลอนกินหาย ต่อ หน้า ๓๖๑ ถ้าจะแก้หืด ละลายน้ำ สุรากิน หายแล ฯ อีกขนานหนึ่ง เล่า ถ้ามันให้จุกเสียดปวดขบเป็นกำลัง ท่านให้เอา พริกเทศ ๑๐๘ เม็ด พริกล่อน ๑๐๘ ผักกระชับ เอา ทั้ง ต้น-ราก-ใบ-ลูก เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท รากไซรย้อย ๑ หญ้าไซรแห้ง ๑ เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท หญ้ายองไฟ หนัก ๑ บาท ไพลแห้ง หนัก ๑ บาท ทำเป็นผง ละลายน้ำ สุรา น้ำส้มซ่า น้ำขิง น้ำ มะนาว น้ำกระเทียม ก็ได้ ยักน้ำกระสายยาให้ชอบแก่โรคนั้น ๆ เถิด ยาชื่อว่า พรหมพักตร์น้อย ประจุก กษัย ๑๘ จำพวก ท่านให้เอา มหาหิงคุ์ หนัก ๑ บาท ยาดำ หนัก ๑ บาท การบูร หนัก ๑ บาท ลุกจันทน์ หนัก ๑ สลึง ดอกจันทน์ หนัก ๑ สลึง ยางสลัดได หนัก ๓ บาท พริกไทย หนัก ๓ บาท ๒ สลึง ทำเป็นผงบดละลายด้วย น้ำมะรุม เป็นน้ำกระสาย ปั้นเป็นเม็ดเท่าเมล็ด พริกไทย กินแต่เม็ดหนึ่ง จงกินทุกวัน ฆ่าไส้เดือนตกสิ้นแล ถ้าเป็นท้องรุ้งท้องมารก็หาย ปนหืดไอเพื่อเสลด มองคร่อ ก็หาย ถ้าผู้หญิงเป็น ด้วยโลหิต ผอมเหลือง กินอาหารมักค้างอยู่ที่อกก็หาย แลลมท้นท้อง หอบอยู่พัก หนึ่งก็หาย ยานี้วิเศษนักแล ฯ ฉบับหนึ่งสิ้นแต่เท่านี้ ยังฉบับหนึ่งเล่าเหมือนกัน แต่ว่าแปลกกันแต่ละน้อย @@ ยาแก้ลมกระษัย จะกล่าวยาแก้ลม กษัย ท่านให้เอา แก่นคูณ ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นมะหาด ๑ แก่นสน ๑ เชือกเขาหนัง ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ดองด้วยเหล้าไว้ ๗ วันให้กิน แก้ลม กษัยและ ลมมวนไส้หาย สิ้นแล อีกกษัยหนึ่ง มันให้จุกมันเกิดเป็นลม บิดเป็นเสลด แลเลือดเข้าในเส้น มันให้ร้อนยิ่งนัก ถ้าจะแก้ลมอัน นี้ไซร้ เอา มะกรูด ๑ ต่อหน้า ๓๖๒ มะนาว ๑ ฝักส้มปล่อย ๑ กำแพงทะลาย ๑ หญ้าเกล็ดหอย ๑ ข่อยหยอง ๑ ใบหนาด ๑ ตะไคร้น้ำ ๑ ลูกมะเกลือ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ หัวบุก ๑ หัวกลอย ๑ หัวบุกรอ ๑ ยา ทั้งนี้เอาเสมอภาค ตำเอาน้ำสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมัน ๑ ทะนาน เอา ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดีปลี ๑ การบูร๑บดเป็นผง ปรุงลงหุงให้คงแต่น้ำมัน ทั้งกินทั้งทา แก้ กษัย จุกเสียดหายแล ฯ อันว่า ลม กษัย อันหนึ่ง มันให้ร้อนในอก แลท้อง มันเกิดเพราะลมเสลด ถ้าจะแก้ กษัย เหล่านี้ท่านให้ เอา เปลือกถั่วเขียว ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สารส้ม ๑ ส้มกุ้ง ๑ มะรุม ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน เผาไฟละลายเหล้ากิน หาย แล อนึ่งยาชื่อว่าแก้กษัยท้นนนั้น มันเกิดเพราะเลือด ค้างอยู่ที่สันหลัง มันให้เจ็บสันหลัง อยู่ไม่รู้หาย ถ้า จะแก้ให้เอา พุงวัว ๑ พุงเขน ๑ หญ้าไซร ๑ กระทุ่มเลือด ๑ กระทุ่มหลวง ๑ ชาเลือด ๑ กลุ่มบก ๑ ทองหลาง ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ กระเทียม ๑ เชิงกก ๑ สะเดา ๑ เป็นตัวยาสด ๆ เอาแต่สิ่งเท่ากัน ตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ สิ่งละ ๑ ทะนาน เอาน้ำมันงา ๑ ทะนาน เอา ยาที่คั้นไว้ปรุงลง แล้วตัวยาดังนี้บด ให้ละเอียดปรุงลงไปพร้อมกัน คือ ลุกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ ยาทั้งนี้ปรุงลงหุงให้คงแต่น้ำมัน ให้กินแก้ กษัยข้นต่อไป หายแล อนึ่งลมกษัยขึ้นน้ำ มันให้เป็นเพราะลม แลน้ำในกระเพราะ นั้น มันให้เจ็บดังจะตาย ถ้าจะแก้ให้เอา หอยขม ๑ หอยกาบ ๑ ผักโหมหัด ๑ ผักโหมหิน ๑ ลูกสวาด ๑ ยาทั้งนี้เผาให้ไหม้ ละลายน้ำมันยางกินหาย แล ฯ หน้า ๓๖๓ ลมกษัยอันหนึ่งมันทำให้ราก มันให้ลั่นในท้อง ประดุจดังปลาว่ายเสียงอยู่ในโพรง ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา เปลือกมะตูม ๑ ลูกกระเบา ๑ ขี้วัว ๑ ขี้ไก่ ๑ เผาให้ไหม้ ละลายน้ำปูนใสให้กินหายแล ฯลม กษัยดาน นั้น มันแข็งอยู่ในท้อง ประดุจดังว่าแผ่นกระดานตีบพื้นท้องอยู่ มันให้เจ็บปวดนัก ถ้าจะแก้เอา ขมิ้นอ้อย ๑ เบี้ยจั่น ๑ เปลือกไข่บด ๑ ข้าวเหนียว ๑ เผาไฟละลายน้ำปูนใส กินหายแล ฯ ถ้าไม่ฟัง ให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ หญ้าไซร ๑ ขี้อ้าย ๑ ลูกคัดเค้า ๑ ใบกระเพราแดง ๑ แมลงลัก ๑ ตะไคร้ ๑ กระชาย ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งทั้งนี้ตำเอาแต่น้ำ สิ่งละ ๑ ทะนาน เอา


๑๔๗ น้ำมันงา ๑ ทะนาน ให้หุงแต่น้ำมัน เอา ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนขาว ๑ การบูร ๑ บดเป็นผงปรุงลงในน้ำมัน ที่หุงไว้ กินแก้ กษัยลงท้องก็ได้ กษัยฟก ก็ได้ น้ำมันนี้มีชื่อว่า สนั่นโสฬส แล อันว่า ลมกษัย อันหนึ่งมันพัดอยู่ในเลือด ทำให้อาพาธ นั้น มันแล่นขึ้นมา ให้ระส่ำระสาย ดุจดังกง เกวียน มันให้จุกเสียด เป็นเพราะลม แลเลือด ถ้าจะแก้ท่านให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชะนางแดง ๑ เอื้อง เพชรม้า ๑ กลุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ หญ้าไซร ๑ ใบคนทิสอ ๑ กระพังโหม ๑ ผักคราด ๑ ผักโหม หิน ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ขิง ๑ ไพล ๑ เบี้ยจั่น ๑ หอยโข่ง ๑ หอยกาบ ๑ เอาเท่ากันเผาไฟ ละลายน้ำผึ้ง สุรา ก็ได้กินหายแล ฯ ต่อ หน้า ๓๖๔ อันว่า กระษัย อันหนึ่งมันเกิดเพราะลมมันแล่นเข้าไปในกระดูก มันให้เจ็บทั่วตัวไม่รู้วายเลย ถ้าจะแก้ ท่านให้เอา หินปูน ๑ กระดูกงูเหลือม ๑ หอยกาบ ๑ เผาไฟบดละลายน้ำสุรากินหายแล ฯลมกระษัยหัวตับ ลมอันหนึ่งมันเป็นก้อนแข็ง อยู่เท่าลูกตาล ร้องขานอยู่ในหัวตับ มันให้เจ็บทั่วตัว ถ้าจะแก้ให้เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ลูกสะบ้า เผา ละลายเหล้ากินหาย ฯ อันว่า ลมกระษัย อันหนึ่ง เลือดเข้าไปอยู่ในเอ็น มันย่อมให้ขัดข้อก็ดี เป็นลูกอยู่ก็ดี ถ้าจะแก้ท่านให้ เอา เบี้ยจั่น ๑ หอยโข่งเผา ๑ หอยกาบเผา ๑ ละลายเหล้ากินดูก่อนเถิด ถ้ามิฟัง เอา ผักเสี้ยนผี ๑ ผักโหม หิน ๑ ขอบชะนางแดง ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ หญ้าไซร ๑ ใบคนทิสอ ๑ กลุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ กระพังโหม ๑ พริก ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ เกลือ ๑ ไพล ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาแต่น้ำสิ่งละ ๑ ทะนาน น้ำมันดิบ ทะนาน ๑ เอามารวมกับน้ำยา หุงให้คงแต่น้ำมันแล้ว เอาตัวยาเหล่านี้ปรุงลงไปอีกที หนึ่ง ลูก จันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ การบูร ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ดีปลี ๑ บด ปรุงลงในน้ำมันนั้นให้กิน หายแล ฯ ยาแก้ลมกษัย เอา หินปูน ๑ กระดูกงูเหลือม ๑ หอยกาบ เผา ๑ ละลายเหล้ากิน เมื่อโรคมิฟังยานี้ แล้วก็เป็นกรรมของผู้นั้นตายแล อย่าสนเท่ห์เลย สิทธิการิยะ อันว่า กระ ษัย ทั้ง ๗ จำพวกนั้น ต่อ หน้า ๓๖๕ ๑ โรคกระษัย อัน หนึ่ง ชื่อว่า กษัยเชือกควาย นั้นมันให้เป็นเกลียวอยู่ที่ริมสะดือ มันให้ปวดนักหนา หาความสุขมิได้ เลย หัวมันจุกอยู่ที่สะดือ มันให้มารยา หนัก –เบา พานเหลือง ๆดังขมิ้นก็ดี ถ้าจะแก้ท่าน ให้ เอา บอระเพ็ด ๑ เปลือกมะกรูด ๑ เปลือกมะนาว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่าตาแดง ๑ ผิวมะงั่ว ๑ เกลือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ กก ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ ผักแพ้ว ทั้ง ๒ กลุ่ม ทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ ตำเป็นผงละลาย น้ำผึ้ง สุรา ก็ได้กินหายแล ฯ ๒ อนึ่ง ลม กษัย ชื่อ ว่า กษัยปลา มันเอาหัวนั้นเสียดขึ้นมาจุกเอาหัวตับ หางมันนั้นก็รีไปตามสาย สะดือ มันก็ให้ปวดอยู่ ลิว ๆ รุด ๆ สุดกำลังจะหงาย จะค่ำลงก็บ่มิได้ มันให้เสลดน้ำลายไหล ออกมามิรู้ขาด ลางทีมันทำให้ สะอึก ขึ้นมาเจ็บต้องลงมิได้ ถ้าจะแก้ให้เอา เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกมะกล่ำต้น ๑ เปลือกมะ กรอก ๑ ดอกผักแพ้วทั้ง ๒ กลุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ กระเช้าผีมด ๑ ว่านหางจระเข้ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เกลือ ๑ ไพล ๑ กก ๑ กระชาย ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งกินก็ได้ แช่เหล้าไว้เจ็ด วันกินหายแล ฯ ๓ ลม กษัย อันหนึ่ง มีชื่อว่า ลิ้นกระบือ มันเกิดเพราะเลือด มันก็ให้เป็นขึ้นในท้อง ครั้นเมื่อกินของ แสลงเข้าไป เลือดนั้นมันก็ดำคล้ำ ละลายออกไป มันก็ให้ปวดนัก ถ้ากินน้ำร้อนเข้าไป มันก็ผ่อนคลายสักหน่อย หนึ่ง แล้วมันก็ปวดขึ้นมาใหม่อีกเล่า ถ จะแก้ ให้เอา สะค้าน ๑ เปลือกมะม่วง ๑ เปลือกแก่นประคำ ๑ กำแพงทะลาย ๑ ต่อหน้า ๓๖๖ ดอกผักแพวแดง ๑ ดอกผักแพวขาว ๑ กลุ่มทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑


๑๔๘ บอระเพ็ด ๑ กระดาษ ๑ ผิวมะกรูด ๑ ผิวมะนาว ๑ ผิวมะงั่ว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ หอม ๑ กระเทียม ไพล ๑ กะทือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง น้ำเหล้า ก็ได้ ถ้าแช่เหล้าเอาไปฝังในข้าวเปลือกไว้ ๗ วัน กินหายแล ฯ ๔ กษัยอันหนึ่ง ชื่อว่า กษัยเลือด มันพัดเลือดแข็งเข้ามันให้เจ็บในท้อง ครั้นนวดลงไปมันก็หายเจ็บไป ครั้นแก่เข้ามันก็ให้หน้าเผือด ตาเหลืองซูบผอมไป ถ้าจะแก้ให้เอา รากเจตพังคี ๑ รากคัดเค้า ๑ รากสัตคูณ ๑ รากแสมสาร ๑ รากมะตูม ๑ ขี้เหล็กทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ บอระเพ็ด ๑ หัวดองดึง ๑ หัวบุกรอ ๑ หัวกลอย ๑ หัวกระดาษ ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เกลือ ๑ ไพล ๑ ตะไคร้ ๑ กระขาย ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินก็ได้ แช่เหล้าไว้ ๗ วัน กินหายแล ฯ ๕ ลมอันหนึ่งชื่อ ว่า กษัยปลาไหล มันเอาหัวลงถึงขามันให้เจ็บสันหลังครั้นเมื่อ ถึงวันมันจะขึ้น มัน ให้รุบๆ ตามเส้น จุกเสียดครั้นนวดลงมันก็ปวดเสียว ไปทั่วทั้งตัว มักกินอาหารไม่ได้เลย ถ้าจะแก้ให้เอา เปลือกกระถินพิมาน ๑ เปลือกมะม่วง ๑ เปลือกแก่นประคำ ๑ กำแพงทะลาย ๑ ดอกผักแพวแดง ๑ ดอก ผักแพวขาว ๑ กลุ่มทั้ง ๒ ทองหลาง ๑ มะรุม ๑ บอระเพ็ด ๑ กระดาษ ๑ ผิวมะกรูด ๑ ผิวมะงั่ว ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ หอม ๑ ต่อ หน้า ๓๖๗ กระเทียม ๑ เกลือ ๑ ไพล ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง น้ำเหล้า ละลายกินก็ได้ ถ้าจะแช่เหล้าให้ฝังข้าวเปลือก ไว้ ๗ วัน กินหายแล ฯ ๖ กษัย อันหนึ่งชื่อว่า กษัยเลือด มันพัดเลือดแข็งเข้าไป ให้เจ็บใน ท้อง ครั้นนวดลงมันก็หายเจ็บไป ครั้นมันแก่เข้ามันก็ให้หน้าเผือด ตาเหลืองซูบผอมไป ถ้าจะแก้ให้เอา รากเจตพังคี ๑ รากดีงูต้น ๑ รากพิษงู งอด ๑ รากคัดเค้า ๑ รากพรหม ๑ รากพุงดอ ๑ แก ๑ รากปู่เจ้า ๑ รากขี้อ้าย ๑ รากส้มกุ้ง รากส้ม ปล่อย ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ รากสะดึงช้างเผือก ๑ รากสีหวดทั้งสอง ๒ รากเสมอทั้ง ๒ รากสีเสียด ทั้ง ๒ กลุ่มทั้ง ๒ ทองหลาง ๑ มะรุม ๑ เปลือกทิ้งถ่อน ๑ เปลือกจันทน์ต้น ๑ เปลือกละมุดสีดา ๑ พาดไฉน ๑ ปลาไหลเผือก ๑ มะรุมป่า ๑ ตับเต่าน้อย แคแดง ๑ แคขาว ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ ช่อผักหนาม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ กะทือ ๑ ไพล ตะไคร้น้ำ ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งรับประทาน ก็ได้ ถ้าจะแช่สุราดอง ในข้าวเปลือกไว ๗ วัน รับประทานหายแล ) ๗ ลมอันหนึ่ง ชื่อว่า กษัย แช่ และมันก็พัดกลับเข้าเท่าฟองไข่เป็ด ถ้ายืนขึ้นมันก็จุกเอาหัวตับ ครั้น เมื่อมันแก่แล้วมันก็ถอยลงมันขับ ทวารทั้ง ๙ แห้ง แล้วจะเข้าถึงแก่ความ มรณะ ถ้าจะแก้ท่านให้เอา แก่นสน ๑ แก่นแสมสาร ๑ รากสะเดา ๑ รากขี้เหล็ก ๑ รากเครือเข้าหมูสี พิลังกาสา ๑ เอาทั้งราก ทั้งใบ ๑ จำปา ทั้ง ราก –ทั้ง ใบ พิษหมาบ้า ๑ หญ้าไซร ๑ ผักแพ้ว ทั้ง ๒ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ พริก ขิง ๑ หอม ๑ กระเทียม ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ยาทั้งนี้ทำผง ละลายน้ำผึ้งน้ำขิงสุราก็ได้ ถ้าจะแช่เหล้า แช่ ไว้ ๗วัน จึงกิน หายแลฯ หน้า ๓๖๘ ยาแก้กระษัยเลือด กระษัยจุกเสียด อีกขนานหนึ่งเป็น ตำราหลวง ยานี้ มีชื่อ ไฟสุม ขอน เสวยแก้ กษัยเลือด และ กษัยลมจุกเสียด ท่านให้เอา ท่านให้เอา หอยแครงเผา ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สมุลแว้ง ๑ หญ้ายอนไฟ ๑ ขิงแห้ง ๑ ปูนผง ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๔ ส่วน เอา แก่นแสม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เอาสิ่งละ ๘ส่วน ดีปลี เอา ๖ ส่วน ทำเป็นผง ละลาย สุรา เสวยดีนัดแล ฯ ยานี้มีชื่อว่า อมฤทธิ์โอสถ อีกขนานหนึ่ง แก้ลม กษัย ทั้งปวง เอา สะหัดสะคุณ ๑ แก่นแสมทะเล ๑ รากส้มกุ้ง ๑ ลูกมะตูม ๑ ลูกมะแหน ๑ ลูกพิลังกาสา ๑ สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ โกศเขมา ๑ เทียน ดำ ๑ เทียนขาว ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ดีปลี ๑ ตัวยาทั้งนี้เอาเสมอภาค เอา เปลือกหอยโข่ง ๑ เปลือกหอยขม ๑ เปลือกหอยแครง ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ เอาสิ่งละ ๓ ส่วน เอา กัญชา ๑๐ ส่วน เอา พริกไทย ๒ เท่า ของยาทั้งหลาย (คือ สมมุติว่า ยาทั้งหมด รวมกันแล้วหนัก ครึ่งกิโล พริกไทย


๑๔๙ ต้องหนัก ๑ กิโลกรัม) ทำเป็นผง นำกระสายยา ใช้ได้ตามความชอบแก่ โรค ทั้งหลายที่เป็น ตำราหลวง ๒ ขนานเท่านี้แล ฯฯ ต่อหน้า ๓๖๙. ยาประจุสำหรับโรคกระษัย ทั้งปวง ท่านให้เอา มหาหิงคุ์ ๑ เปลือกมะเกลือ ๑ เอา ลูกสลอด เท่ายา ทั้งนั้น เอา การบูร เท่ากับยาทั้งนั้น ทำเป็นผง บดด้วยน้ำผึ้งรวงปั้นเม็ดเท่าลูกมะกล่ำกินแก้ลมมือตายเท้า ตาและบวมทั่วทั้งตัว ท้องมารเลือดตกอยู่ก็หาย ยานี้ชื่อว่าพรหมพักตร์ใหญ่ได้ทำมาแล้วดีนักแล ยาประจุแก้โรคทิ้งปวงอีกขนานหนึ่งท่านให้เอา หัว บุกรอ หนัก ๑ ตำลึง บอระเพ็ด หนัก ๑ บาท สลอด หนัก ๑ บาท ขิง หนัก ๒ สลึงลูกพิลังกาสา หนัก ๒ สลึง แห้วหมู หนัก ๒ สลึง ลูกมะตูม หนัก ๒ สลึง ผักแพ้วแดง หนัก ๓ สลึง พริกไทย หนัก ๑ สลึง ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งรวง ปั้นเท่าเมล็ดฝ้ายกินครั้งละ ๑ เม็ด ลง ๑ ที กิน ๗ เม็ด ลง ๗ ที จำเพราะยาแก้ หืด –ไอ – ริดสีดวง หายแล ยานี้ ชื่อว่า พรหมพักตร์แล ฯ ยาประจุครอบโรค ทั้งปวงเอา พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ การบูร ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เทียนดำ ๑ ยา ๘ สิ่งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ยาดำ หนัก ๒ บาท รงทอง หนัก ๑ สลึง พิมเสน หนัก ๑ สลึง ดีงูเหลือม หนัก ๑ สลึง ลูกสลอด ประสะแล้ว เอาเท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นผง บดด้วยน้ำมะนาว ปั้นเท่า เม็ด มะกล่ำ ละลายน้ำร้อนกินครั้งละ ๕ เม็ด หญิงชาย ก็ดีที่กำลังน้อยให้กินครั้งละ ๓ เม็ด ประกอบ ด้วย ฝี เหือด แล เลือด ลม หายมามากแล้ว อย่าสนเท่ห์เลย ฯ อีกขนานหนึ่งวิเศษนักท่านให้เอา ขมิ้นอ้อย หนัก ๑ สลึง ดองดึง หนัก ๑ สลึง ดีปลี หนัก ๒ สลึง ขันทศกร หนัก ๒ สลึง ตรีผลา หนัก ๓ สลึง ขิงแห้ง หนัก ๓ สลึง พริกไทย ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง หนัก ๑ บาท รากทนดี หนัก ๓ บาท ๒ สลึง ทำเป็นผงแล้วละลายน้ำผึ้ง ๔ ส่วน น้ำอ้อยแดง ๑ ส่วน คุลีการเข้า ด้วยกัน กินหนักครั้งละ ๑ สลึง กินครั้งหนึ่งคุ้มได้เดือน ๑ เช่น กินวันที่ ๑ มกราคม ก็ไปกินในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ กินไปเดือนคุ้มไปปีหนึ่ง แลรูปงามแล ฯ ยานี้มีชื่อว่า จันทะหฤทัย แก้ไข้ทั้งปวง ท่านให้เอา เกสรบัวหลวง ๑ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ๑ ดอกสารภี ๑ ลูกสมอทั้ง ๓ สิ่ง เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ลูกมะขามป้อมหนัก ๑ บาท ว่านน้ำ หนัก ๒ สลึง หอม หนัก ๒ สลึง ต่อหน้า ๓๗๐ กระเทียม หนัก ๒ สลึง ชะลูด หนัก ๑ บาท อบเชยทั้ง ๒- หนักสิ่งละ ๑ สลึง ลูกจันทน์ หนัก ๒ สลึง เปราะ หนัก ๓ บาท จันท์เทศ ลูกผักชีหนัก ๒ สลึง ชะเอมเทศ หนัก ๑ บาท จันทะนา หนัก ๑ ๐ บาท จันชะมด หนัก ๑๐ บาท ชะมด –พิมเสน เป็นกระสายยา ทำเป็นผง น้ำต้ม ชะมด และพิมเสน ทำเป็นน้ำกระสายยา บดให้เหนียว ถ้าจะกินแก้เชื่อม แก้มัวละลายน้ำจันทน์ –หรือ น้ำดอกไม้ ก็ได้ ถ้าจะแก้ กระหายน้ำ น้ำไส้ฟัก -น้ำขันทศกร น้ำรากฟักเข้า แก้ระทดระทวยทิ้งอาหาร รากบัวรากมะกรอก เข้าขั้ว ตำเอาน้ำมาละลายยากินเป็นยาชูกำลัง แก้ชัก ฝีดาษ ละลาย สุรากิน เอา ดี ตัดลง ว่านน้ำ กระเทียม หัวหอม ๓ สิ่งนี้คั่วให้กรอบ นำกระสายยักตามสมควรแก่โรคเถิด วิเศษนัก ฯ ยาดองแก้เลือดของขรัว พ่อฉิม ให้เอา กระเทียม หนัก ๕ ตำลึง การบูร หนัก ๑๐ บาท ว่านน้ำ หนัก ๕ ตำลึง ผักเป็ดแดง หนัก ๕ ตำลึง บอระเพ็ด หนัก ๕ ตำลึง ไพล หนัก ๕ ตำลึง เกลือ หนัก ๕ ตำลึง ดีเกลือ ๑ มะกรูด ๓๓ ยาดองแก้เลือดของขรัว พ่อฉิม ลูก ต้มกับผักเป็ดแดง ตำคั้นเอาดอง จึงเอายาทั้งนั้น ลงกินดีนักแลฯ ยาอายุยืนถึง ๒๐๐ ปีให้เอา มหาหิงคุ์ หนัก ๑ บาท ว่านน้ำ หนัก ๑ สลึง เจตมูลเพลิง หนัก ๒ สลึง เกลือสินเธาว์ หนัก ๒ สลึง พริกไทย หนัก ๖ สลึง การบูร หนัก ๒ สลึง กาลพลู หนัก ๑ สลึง แห้วหมู หนัก ๒ สลึง โกศพุงปลา หนัก ๑ เฟื้อง โกศสอ หนัก ๑ เฟื้อง ยาดำ หนัก ๑ บาท รากตองแตก หนัก ๑ บาท ดีปลี หนัก ๖ สลึง รากช้าพลู หนัก ๑ สลึง ผลกระดอม หนัก ๖ สลึง บอระเพ็ด หนัก ๒ สลึง ลูกกระวาน หนัก ๒ สลึง กระเทียม หนัก ๒ สลึง ขมิ้นอ้อย หนัก ๒ สลึง หัสดำเทศ หนัก ๑ บาท ใบสะเดา หนัก ๑


๑๕๐ ตำลึง ทำเป็นผง ละลาย น้ำร้อน หรือ น้ำส้ม ก็ได้ หรือ น้ำส้มซ่า ก็ได้ น้ำผึ้ง น้ำร้อน ก็ได้ แก้ลมอันเกิดแต่เท้า ให้เท้าตาย มือตาย แก้ลมริดสีดวงก็หายสิ้นแล ให้รับประทาน เท่า ผลสมอ แก้ ลม ๑๐๐ จำพวกก็หาย ถ้ารับ ประธานได้ ๗ วัน เสียงดัง จั๊กกระจั่น เรไร ถ้ารับทาน ถึง ๑๕ วัน เสียงดังนกการะเวก ถ้ารับประทานได้ นาน ๆ เสียงดังหงส์ทอง อยู่ถ้ำคูหาสวรรค์ ถ้ารับประทานได้ถึงเดือน ๑ เรียนพระไตรปิฎก จบ ๘๔๐๐๐ จบพระ คาถาพระธรรมขันธ์ ปัญญาสว่าง ปราศจาก พยาธิ ๕๐๐ จำพวก ก็หายสิ้นแล รับประทาน ถึง ๖ เดือน จักษุ สว่างทั้ง ๒ ข้าง รับประทานนาน ๗ เดือน รู้กำเนิดเทวดาในชั้นฟ้า รับประทานนาน ๘ เดือน พระเวสสุวรรณ ลงมาสู่เราแล รับประทานนานถึง ๒ เดือน อายุยืน ถึง ๒๐๐ ปีให้ทำยานี้กินเถิด ถ้าผู้ใดได้ตำรายานี้แล้ว ไม่ทำ กินเหมือน เหยียบแผ่นดิน ผิดทีเดียวแล ตำรานี้ท่านคิด ปริศนา อย่าได้สนเท่ห์เลย ถ้าได้พบท่านให้ทำกิน จำเริญ อาหารด้วยแล ฯ จบคัมภีร์ กษัย จบคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แต่เพียงเท่านี้ =================== บทที่ ๑๒ หมวดยาแก้ไข้ต่างๆ ต่อ ๑๒๒ @@@ ยานี้ชื่อว่า ยาเขียวแท่งทอง ท่านให้เอา จันทน์ทั้ง ๒ ระย่อม ๑ พิศนาด ๑ รางไคร้เครือ ๑ หัส ดำ ๑ เนระพูสี ๑ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ว่านร่อนทอง ๑ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านเปราะ ๑ ใบพิมเสน ๑ ใบสมี ๑ พรหมมิ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบทองหลางใบมล ๑ ทองคำเปลว (ทองคำแท้) ยาทั้งนี้เอาแต่ ละอย่างเท่ากัน บด เป็นผง ทำแท่ง หรือเม็ดไว้ แก้ไข้เหนือ สันนิบาต รากสาด ทั้งปวง ละลายน้ำซาวข้าว กิน ถ้าไข้จับละลายน้ำ ร้อนกิน ถ้ากระหายน้ำละลายน้ำต้มจากลูกประคำดำควายกิน ถ้ากระทุ้งพิษไข้แทรกดีงูเหลือมกิน ลำหัส พิมเสน เกร็ดลำ กิน แก้สลบสะไหล ละลายน้ำดอกไม้กิน แล ฯฯ @@@ ยานี้ชื่อว่า ยาเขียวพรหมมาศ ท่านให้ เอา พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ เจตมูลเพลิง ๑ เปลือกต้น กลุ่มบก ๑ หน่อไม้ไผ่ป่า ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ กระเทียม ๑ เปลือกหอยแครงเผาไฟ ๑ ดินประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ ปูนขาว ๑ ผิวมะกรูด ๑ ใบชุมเห็ด ๑ ใบกระเพรา ๑ ยาทั้งนี้เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท บดเป็นผง ทำ เป็นแท่งไว้ กินแก้ไข้จับ แก้สะท้านร้อน –สะท้านหนาว ให้ละลายน้ำร้อนกินแก้ตัวร้อน ถ้ามือ-เท้าเย็น ละลาย น้ำ กิน ถ้าท้องขึ้นและเป็น บิด ในทวารหนัก ทะวารเบา ละลายน้ำมะกรูด กิน ถ้าผอมเหลืองแก้ไอ ละลายน้ำ มะกรูดกิน แก้เชื่อม แก้มัว แก้ชัก มือกำเท้ากำ ละลายน้ำเทียนกิน แก้ตานโจร ละลายน้ำสุรากินแก้ตับโต ละลายน้ำส้มซ่ากิน แก้ได้สารพัด ยักย้ายใช้น้ำกระสายเถิด วิเศษนักแล ฯฯ @@@ ยานี้มีชื่อว่า ยาเขียวมหากาฬ ท่านให้เอาใบเสนียด ๑ ใบหนาด ๑ ใบระงับพิษ ๑ ใบมะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ ใบส้มซ่า ๑ ใบว่านมหากาฬ ๑ ใบทองหลางใบมน ๑ ฝักส้มปล่อย ๑ ใบสะเดา ๑ ใบลำโพงแดง ๑ ใบระหุงแดง ๑ ลูประตำดีควาย ๑ ลูกคัดเค้า ๑ เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ รากผักเข็ด ๑ รากถั่วพู ๑ หัวกระเทียม ๑ รากหญ้าคา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ กกลังกา ๑ หอมแดง ๑ กระชาย ๑ ตัวยาทั้ง ๒๕ สิ่งนี้เอา แต่ละสิ่งเท่ากัน (คือเสมอภาค) เอาดีงูเหลือมฝนกับ สุรา ทำเป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผงทำเป็นแท่งไว้ ฝน กับ สุรา ทาฝีคางทูมหาย แก้ฝีดาษหลบใน แก้คลั่งละลายน้ำ ลำหัด แทรกพิมเสนให้กินหายแล ท่านตีค่าไว้ ทอง ๑ ตำลึง แลฯฯ @@สิทธิการิยะ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษา ไข้เนื้อ และ ไข้เรื้อรัง ถ้ามิรู้จักคณะนา จะบอกให้รู้ว่าออกดำ ออกแดง เมื่อมันเกิดขึ้นตามสันหลัง และกำเนิดมันจับตั้งแต่ เช้าไปจนถึงเที่ยง และถึงค่ำ และเมื่อยแลร้อนเป็น กำลังมันให้จักษุแดงเป็นโลหิต มันทำให้ตัวเย็น และตัวร้อนเป็นกำลัง เป็นท่อนมิเสมอกัน ถ้ามีขึ้นมาคนทั้งปวง ก็มิรู้ว่าไข้สันนิบาต อย่าให้กินยา ร้อนยาเพชร อย่าดื่มเหล้า และน้ำมันน้ำร้อน อย่าอาบน้ำ อย่าประครบยา นวด อย่ากรกกรอก เอาน้ำโลหิต จะตายเพราะทำพิษดังนี้แลเมื่อเป็นไข้เนื้อและไข้เรื้อรัง ควรศึกษาตรงนี้ให้ดี


๑๕๑ ก่อน คนไข้จะปลอดภัยได้ดีที่สุด ไข้นี้มันชอบแต่ยาเย็น และฝาดเฝื่อน ถ้าจะให้รู้แท้ ให้เอาเทียนส่งดูจะเห็น ถ้าไม่เห็นมันยังอยู่ ลึก ให้กินยานี้กระทุ้งภายในชายตับ เมื่อตายแล้ว ก็จะเห็นเป็นสาย ขึ้นมาประดุจดังลาย กาบเผือกก็มี ดุจลายดีบุกก็มี ดำเป็นวงก็มี ถ้าล้มไข้ได้ ๑-๒-๓ วัน แล้วอย่าได้รักษาเลย ร้อยคนพันคน ก็จะ รอดสัก ๑ คน ท่านบอกไว้ให้รู้ ถ้าออกเป็นดำแดง ให้ปรากฏขึ้น มาประดุจดังว่า ผลจิงจ้อสุก ก็มี เป็นประการ ต่าง ๆนานา ถ้าเป็นแดงให้ปรากฏ ดังชาตอแต้มยอดเท่าเมล็ดถั่ว และเมล็ดงา ก็มี ลักษณะให้ออกดำ และ ออกแดง ควรจะพิจารณาให้รอบคอบ ใคร่ควรให้ทั่วทุกสาเหตุของคนไข้ เสียก่อนตรวจดูให้จงดี สะท้านร้อน สะท้านหนาว ท่านว่าเป็นปานดำและปานแดง ลักษณะของปานดำผุดขึ้นวงเดียว ประดังว่าสีน้ำคราม และสีลูก หว้าสุก เป็นวงกลม โตประมาณ ๒-๓-๔ นิ้ว เท่าวงลูกสะบ้า ก็มี ชื่อว่าปานดำ ขึ้นแต่ครึ่งเดียว ตามที่ลักษณะ ออกมานั้น ตายบ้าง ได้บ้าง ถ้าขึ้นตลอดมาตั้งแต่เท้า ๑๐๐ คนจะรอดสัก ๑ คน ลักษณะปานแดง นั้น ปานดำมีพิษมากกว่าปานแดง มันทำให้เพลิดเพลิน ควรพิจารณาดูให้รอบคอบ และแม่นยำ ถ้าเป็นไข้และปวดหัว เมื่อยตามเนื้อตามตัวหนัก ท่านว่าจะเป็นไข้ดาวเรือง ลักษณะไข้ดาวเรือง เมื่อยังไม่ผุดขึ้นมา คนทั้งปวงก็ไม่รู้ มันผุดขึ้นประดุจดังลายโครมก็มี ดังชาดมอดก็มี ให้แพทย์พิจารณาดู ให้จริง แท้เสียก่อนวางยาถูกแก่โรคแล ฯฯ ถ้าไข้มันให้สะท้านร้อน –สะท้านหนาว ให้เสียวตัว เย็นตีน ประดุจจะดังลมสันนิบาต มันทำให้เหมือน ผีร้ายเข้าแล มันทำให้ร่ำลี้รำไรก็มี กำมือก็มี และตาแดงเป็นสายโลหิตและตัวร้อน ถ้าเป็นไข้รากสาด มันให้ ปรากฏขึ้น มาดังลายดีบุก และก้านเผือกขาว ก็มี ดังก้านเผือกแดงก็มี เหมือนทั้ง ๓ นี้แลฯฯ ลักษณะ รากสาดดำ นั้นพิจารณาดูให้ดี มีพิษมากกว่า แดง แล ท่านอาจารย์บอกให้รู้ พิจารณาดูตัว คนไข้ ให้จงเที่ยงแท้ ตีนฐานขาว ยอดดำ ตะมอย ก็ว่า มะเร็งทูมก็ว่า ให้เร่งแก้ให้จงดี ถ้าเขียวเป็นแถว ทั่วไป ทั้งตัว ชื่อว่า สังวาลพระอินทร์ ถ้าผู้หญิงเป็นซ้าย ผู้ชายเป็นชวา อย่ารักษาเลยตายแล ถ้าผู้หญิงเป็นขาว ผู้ชาย เป็นดำ ให้รักษาเถิดไม่ตายแล ท่านให้พิจารณาดุที่เท้าของคนไข้ให้ทั่งทั้งข้างล่างและบน เท้า ทั้ง ๒ ข้างของ คนไข้ นั้นเป็นพวงเขียวขึ้นมา เป็นสีลูกหว้าสุก ชื่อว่าตะพานหิน ให้เร่งรักษาแต่ยังน้อย ถ้ามันแก่จะตาย อย่า รักษาเลย ให้เร่งรักษาแต่ยังอ่อน ยังมิออกนั้นเถิด ท่านให้เอาเทียนส่งดูที่คนไข้นั้นเห็นเป็นดังลูกจิงจ้อเป็นเงาใส อยู่ในเนื้อนั้น ชื่อว่ามหาเมฆให้เร่งแก้บอกไว้ให้รู้ชื่อว่า ประกายดาษ หงส์รันทด ๒ ประการ เมื่อคนไข้นั้นเมื่อยตัวหนัก ให้พิจารณาเห็นเป็นเม็ดโตเท่าไข่ปลา กลาย ไปทั่วทั้งตัวแล ลิ้นกระด้งคางแข็ง ให้สลบอยู่ก็ดี มันแก่แล้วมันจะออกมาให้เห็น เป็นแล้วบ่ออก ไปก็จะ ตาย ให้เร่งรักษาแต่ยังอ่อน บอกให้รู้ไว้ ถ้าแลไข้ให้เป็นแถวที่ลิ้นเป็นริ้วลงมา ดำก็มี ชื่อว่าสายฟ้าฟาด ทำให้ คนไข้อ้าปากมิออก ให้ร้อนผิวหนัง กับจักษุ (คือร้อนที่ตา ) นั้นแดงบอกไว้ให้รู้ ถ้าอุจจาระดำเป็นแก้วออกมา ชื่อว่าไฟเดือนห้า ถ้าแดงออกแล้ว กับดำลงชื่อว่าไฟฟ้าให้เร่งประกอบยารักษาอย่าแครงใจ และประดุจดัง มด ขบกัด เป็นแผ่นเป็นลาย ยอดแหลม ๆ น้อย ๆ ก็มี ทำให้ปวดกระตุกและ บิดตัว และทำให้ทุลนทุลาย กระหาย น้ำและทำให้น้ำลายเหนียว ชื่อว่าไหม้น้อย ให้เร่งแก้ให้จงดีเถิด ฯฯ ถ้าหน้า เหลือง คือ ฝ่ามือ เหลือง และให้ปวดท้องแล้วให้ลงเป็นโลหิต เป็นบุพโพ (คือหนอง) และ บุพโพยังเน่า ให้เร่งบุพโพเน่าถ้าบุพโพเน่าแล้ว อย่ารักษาเลยตายแล ฯฯ ถ้าคนเป็น ไข้หน้าเหลือง ดังสีดอกบบวบ ชื่อว่ากาฬสิงคลี่ และมันย่อมเกิดในตับและในโครง และเกิด เมื่อใดทำให้ตับแหว่ง และตับขาด แหว่งเวิกจากที่บนไปแล้วคนมิรู้ว่าเป็นพิษ ไข้อื่นตาย เพราะกาฬหมู่นี้ แล ฯ @ สิทธิการิยะ ถ้าออกดำและออกแดง และรากสาด สันนิบาต ไข้เหนือประกายดาษ หงส์ลันทด คัน ทะสูด ดาวเรือง ฟองสมุทร ปานดำ และ ปานแดง สายฟ้าฟาด เข้าไหม้น้อย แสงพระอาทิตย์ การะดานหิน สังวาลพระอินทร์ หรือสังวาลพระอาทิตย์ ถ้าประดงทั้ง ๔ ชื่อว่า มหาเมฆ มหานิล ละละอองไฟฟ้า ดังกล่าวมา


๑๕๒ นี้ ชื่อว่าไข้เหนือ ทั้งสิ้นแลอย่าสงสัยเลย ถ้าแพทย์จะรักษาเห็นว่าไข้ เป็นไข้อะไรแท้จริงแล้ว ท่านให้เอายานี้กิน กระทุ้ง เสียก่อนให้มันแสดงที่ชัดเจน @@@ ยาชื่อว่า ยาหอมใหญ่ ใช้แก้กร่อน ๕ จำพวก ให้อาเจียนออกมา ท่านให้เอา รากน้ำนอง ๑ รากมะเดื่อชุมพร ๑ รากสีฟันคันทา ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ ต้มกินเถิดมีท่าใดรากออกมาสิ้นแล ฯฯ @@@ สิทธิการิยะ ถ้าจะทำยาหอม แก้ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต แก้ไข้ตัวร้อน และตัวเย็นก็มี ท่านให้เอา เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๑ ลูกผักชี ๑ จันหอม ๑ จันทะนา ๑ กฤษณา ๑ แก่นสน ๑ ชะเอม ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลูกขี้กา ๑ ใบหญ้านาง ๑ เชือกเขามวกแดง๑ เอาเสมอภาค (คือเอาตัวยาแต่ละอย่างหนักเท่ากัน) บดทำแท่ง ไว้ ถ้าตัวเย็น ละลายด้วยน้ำจันกิน ถ้าลงท้องละลายด้วยนำกะทือกิน ถ้ามิฟังละลายน้ำต้มจากมะเดื่อกิน ถ้ามิ ฟังละลายน้ำต้มเปลือกแคแดงกิน ถ้าอาเจียน เอาลูกยอเผาไฟต้มเอาน้ำมาละลายยากิน แก้ลาเจียนดีนักแล ฯฯ @@@ ถ้ามิฟัง เอา รากกระทุ่ม ๑ รากตาล ๑ รากผักเข็ด ๑ รากชุมเห็ด ๑ กระดูกควาย ๑ ข้าวสุกคั่ว ให้เกรียม เอามาฝนแก่ยาให้กิน แลฯฯ @@@ ยาธาตุท่านให้เอา สะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ พริกไทย ๑ ขิงสด ๑ ดีปลี ๑ ตัวยา ๕ อย่างนี้เอา หนักสิ่งละ ๑ สลึง เจตมูลเพลิง เอาหนัก ๓ บาท ๑ สลึง ตำผงกินกับน้ำร้อน ถ้าจะกินแก้ร้อนใน ละลายน้ำจัน น้ำคราม น้ำซาวข้าว นำดอกไม้ ถ้าจะแก้ลม ละลายน้ำขิง แทรกพิมเสน ถ้าจะแกเสมหะ น้ำข่า ถ้าจะแก้แสบ หน้าอกน้ำกระเทียมต้ม ถ้ากินอาหารมิได้ เอาหัวคล้า บอระเพ็ด เกลือพอสมควรต้มเป็นน้ำกระสายยา ถ้าจะ แก้ ขี้เรื้อน กุฏฐัง เอาน้ำมูตรโค ละลายปั้นเป็นลูกกลอนกิน แล ฯฯ @@@ ยาแก้ไข้มิพัด มันให้คลั่ง ให้มัวให้ร้อน ภายใน ท่านให้เอา จันทั้ง ๒ มะแว้งทั้ง ๒ แก่นสน ๑ ข่า ๑ ไพล ๑ กระชาย ๑ กระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ ลูกพันธุ์ผักกาด ๑ แห้วหมู ๑ ยาทั้งนี้บดเป็นผง แก้ไข้สารพัด ทั้งปวง ละลายน้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน เป็นน้ำกระสายยา ดีแล ฯฯ @@@ ยาแดง แก้อาเจียน (แก้ราก) แก้หอบหิว ท่านให้เอา โกศก้านพร้าว ๑ โกศพุงปลา ๑ โกศ หัวบัว ๑ โกศเขมา ๑ เทียนข้าวเปลือก เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนตาตั๊กแตน ๑ เทียนเยาวพาณี ๑ ดอก จัน ๑ กระวาน ๑ อบเชยเทศ ๑ ว่านเปราะ ๑ ลูกจัน ๑ กาลพลู ๑ ขิงแห้ง ๑ ส่าแก่นสักขี ๑ ฝางเสน ๑ สมุลแว้ง ๑ ดองดึง ๑ พริกหอม ๑ พริกหาง ๑ พริกไทยร่อน ๑ พริกวา ๑ พริกพราน ๑ยา ๒๕ สิ่งนี้เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาท ดอกคำไท ๑ หนัก ๑ ตำลึง ๑ บาท ลูกผักชี ๑ หนัก ๒ ตำลึง ๑ บาท บดแทรกพิมเสน ชะมด ละลายน้ำร้อน น้ำดอกไม้ แก้หอบแทรกดีงูเหลือม กินหาย แก้ราก น้ำลูกยอ ละลายกินหาย แล ฯฯ @@@ ยานัด ชื่อปัญจคุณ ท่านให้เอาตรีกฏุก ๑ ลิ้นทะเล ๑ หอยสังข์ ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ โกศสอ ๑ โกศ เขมา ๑ โกศหัวบัว ๑ ว่านเปราะหอม ๑ ว่านน้ำ ๑ ชะเอมทั้ง ๒ แก้วแกลม ๑ เปลือกไข่ไก่ฟัก ๑ บดเป็นผงแก้ สารพัดแก้มวก แก้มัว แล ฯ @@@ สิทธิการิยะ ยาแก้ไข้เหนือ ท่านให้เอา ขี้เหล็กทั้ง ๕ ใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ โคนไม้ไผ่ป่า ๑ โคนไม้รวก ๑ โคนหวายโปร่ง ๑ โคนหวายขม ๑ รากมะแว้ง ทั้ง ๒ รากมะเดื่อดิน ๑ รากมะอึก ๑ รากขอบชะ นาง ๑ รากหญ้าคา ๑ ใบมะนาว ๑ ตาอ้อยแดง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากชุมเห็ด ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ จันทั้ง ๒ ต้ม กินแก้ไข้เหนือแล ฯฯ @@@ ยาขับไข้เหนือ ท่านให้เอา ใบเสนียด ๑ ใบหญ้านาง ๑ ใบผักเข็ด ๑ หัวตำลึง พริกไทยเมล็ด ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดเป็นแท่งไว้ละลายน้ำซาวข้าวกิน เป็นยาขับไข้ทั้งปวง แล ฯฯ @@@ ยากินภายใน แก้ไข้เหนือ ท่านให้เอา ขี้เหล็กทั้ง ๕ คูณทั้ง ๕ ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ดินประสิว ขาว ๑ ต้มกินเป็นยาแก้ภายใน แก้ไข้เหนือทั้งปวง ฯฯ @@@ ยาต้มแก้ไข้เหนือ ท่านให้เอา จันทั้ง ๒ แก่นสน ๑ รากหญ้าคา ๑ รากชุมเห็ดไทย ๑ ดอกบัว หลวง ๑ สมอไทย ๓ ลูก ต้มกินแก้ไข้เหนือแล ฯฯ


๑๕๓ @@@ ถ้าไข้เหนือ อ้าปากมิออก เอา ขี้วัว ๑ หญ้าแพรก ๑ มะขามเปียก ๑ ต้มกินอ้าปากออกได้ เอา นำมูตร ใส่ต้มกินหายแล ฯฯ @@@ ยาแก้อ้าไม่ออก อีกขนานหนึ่ง เอา มือฟัก ๑ มือนำเต้า ๑ จันทั้ง ๒ รากข้าวไหม้ ๑ หัวคูณ ๑ ดิ่งต้น ๑ (ยังไม่เข้าใจ อาจจะเป็น ติ่งต้น ก็ ได้ เพราะตำราโบราณ เก่ามาก ตังหนังสือไม่ชัดด้วย) บดเป็นผงทำ แท่งไว้ ละลายน้ำซาวข้าว กินแก้เชื่อมแก้มัวก็ได้ ดีนักแลฯฯ @@@ ยาทุเลาไข้เหนือ เอา ต้นขัดมอญ ๑ จันทั้ง ๒ สมอไทย ๑ ลูกกระดอม ๑ คูณทั้ง ๕ ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน แก่นสน ๑ แห้วหมู ๑ ฝักคูณ ๓ ฝักเอามาขยำเอาแต่น้ำใส่ลง แล้วจึงใส่ ดีเกลือ ลงให้กินเป็นยาทุเลา ไข้เหนือแล ฯ @@@ ถ้าไข้นอนมิหลับ ท่านให้เอา ดีปลาช่อน ๑ แก่นจันทน์แดง ๑ รากอัญชัน ๑ ใบคนทา ๑ ราก ชุมเห็ด ๑ บดฝนด้วยน้ำท่า พิมเสนตัดลงทาที่หนังตา หลับดีแล ฯ @@@ อีกขนานหนึ่ง เอา แก้ฝนเอาแต่น้ำ ทาที่หนังตาหลับดีแลฯ @@ ถ้าหลับหนักผิดปรกติ ท่านให้เอา ใบมะขามต้มให้งวด เอาน้ำมาล้างหน้าเสีย หายดีแล ฯฯ @@@ ยาต้มแก้ไข้เหนือ เอา รากก้างปลา ทั้ง ๒ รากชิงชี่ ๑ รากทองหลางน้ำ ๑ รากสีฟันคันทา ๑ รากกระทกลก ๑ หัวคล้า ๑ รากทุมเทงทั้ง ๒ รากมะเดื่อ ๑ รากบัวหลวง ๑ รากผักหวานบ้าน ๑ ลูกฝ้ายหีบ แล้ว ๑ ต้มกินแก้เหนือ ดีนักแล ฯฯ @@@ สิทธิการิยะ ถ้าเป็นไข้เหนือ ท่านให้เอา ขี้เหล็กทั้ง ๕ ใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ โคนไม้ไผ่ป่า ๑ โคนไม้รวก ๑ โคนหวายโปร่ง ๑ โคนหวายขม ๑ รากมะแว้ง ทั้ง ๒ รากมะเดื่อดิน ๑ รากมะอึก ๑ รากขอบชะ นาง ๑ รากหญ้าคา ๑ ใบมะนาว ๑ ตาอ้อยแดง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากชุมเห็ด ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ จันทั้ง ๒ ต้ม กินแก้ไข้เหนือแล ฯฯ @@@ ยาขับไข้เหนือ ท่านให้เอา ใบเสนียด ๑ ใบหญ้านาง ๑ ใบผักเข็ด ๑ หัวตำลึง พริกไทยเมล็ด ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดเป็นแท่งไว้ละลายน้ำซาวข้าวกิน เป็นยาขับไข้ทั้งปวง แล ฯฯ @@@ ยากินภายใน แก้ไข้เหนือ ท่านให้เอา ขี้เหล็กทั้ง ๕ คูณทั้ง ๕ ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ดินประสิว ขาว ๑ ต้มกินเป็นยาแก้ภายใน แก้ไข้เหนือทั้งปวง ฯฯ @@@ ยาต้มแก้ไข้เหนือ ท่านให้เอา จันทั้ง ๒ แก่นสน ๑ รากหญ้าคา ๑ รากชุมเห็ดไทย ๑ ดอกบัว หลวง ๑ สมอไทย ๓ ลูก ต้มกินแก้ไข้เหนือแล ฯฯ @@@ ถ้าไข้เหนือ อ้าปากมิออก เอา ขี้วัว ๑ หญ้าแพรก ๑ มะขามเปียก ๑ ต้มกินอ้าปากออกได้ เอา นำมูตร ใส่ต้มกินหายแล ฯฯ @@@ ยาแก้อ้าไม่ออก อีกขนานหนึ่ง เอา มือฟัก ๑ มือนำเต้า ๑ จันทั้ง ๒ รากข้าวไหม้ ๑ หัวคูณ ๑ ดิ่งต้น ๑ (ยังไม่เข้าใจ อาจจะเป็น ติ่งต้น ก็ ได้ เพราะตำราโบราณ เก่ามาก ตังหนังสือไม่ชัดด้วย) บดเป็นผงทำ แท่งไว้ ละลายน้ำซาวข้าว กินแก้เชื่อมแก้มัวก็ได้ ดีนักแลฯฯ @@@ ยาทุเลาไข้เหนือ เอา ต้นขัดมอญ ๑ จันทั้ง ๒ สมอไทย ๑ ลูกกระดอม ๑ คูณทั้ง ๕ ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน แก่นสน ๑ แห้วหมู ๑ ฝักคูณ ๓ ฝักเอามาขยำเอาแต่น้ำใส่ลง แล้วจึงใส่ ดีเกลือ ลงให้กินเป็นยาทุเลา ไข้เหนือแล ฯ @@@ ถ้าไข้นอนมิหลับ ท่านให้เอา ดีปลาช่อน ๑ แก่นจันทน์แดง ๑ รากอัญชัน ๑ ใบคนทา ๑ ราก ชุมเห็ด ๑ บดฝนด้วยน้ำท่า พิมเสนตัดลงทาที่หนังตา หลับดีแล ฯ @@@ อีกขนานหนึ่ง เอา แก้ฝนเอาแต่น้ำ ทาที่หนังตาหลับดีแลฯ @@ ถ้าหลับหนักผิดปรกติ ท่านให้เอา ใบมะขามต้มให้งวด เอาน้ำมาล้างหน้าเสีย หายดีแล ฯฯ


๑๕๔ @@@ ยาต้มแก้ไข้เหนือ เอา รากก้างปลา ทั้ง ๒ รากชิงชี่ ๑ รากทองหลางน้ำ ๑ รากสีฟันคันทา ๑ รากกระทกลก ๑ หัวคล้า ๑ รากทุมเทงทั้ง ๒ รากมะเดื่อ ๑ รากบัวหลวง ๑รากผักหวานบ้าน ๑ ลูกฝ้ายหีบ แล้ว ๑ต้มกินแก้เหนือ ดีนักแล ฯ ๒๒๒) ยาหอมใหญ่ ท่านให้เอา โกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ จันทั้ง ๒ ดอกจัน ๑ ลูกจัน ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ กำยาน ๑ ชะรูด ๑ อบเชยทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ การบูร ๑ ชะเอมทั้ง ๒ แก่นสน ๑ ลูก เอ็น ๑ เนระพูสี ๑ หัวเปราะหอม ๑ พิมเสน ๑ ชะมดทั้ง ๒ ใบพิมเสน ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอก สารภี ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบัวขาว ๑ ดอกมะลิทั้ง ๒ ดอกคำฝอย ๑ ดอกลำเจียก ๑ ดอกการะเกต ๑ ดอก สัตบุตร ๑ ดอกกระดังงา ๑ ดอกบัวเผื่อน ๑ ดอกบัวขม ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกันนิกา ๑ บดเป็นผงทำเป็นแท่ง ไว้แก้สารพัดไข้ทั้ง ปวง ๗จำพวก ละลายน้ำสุรา น้ำจันทร์ น้ำผึ้ง ใช้แก้ไข้ ละลายน้ำเซาข้าว และน้ำเถาหญ้า นาง น้ำดอกไม้เทศ น้ำจันทร์เทศ แก้คลั่งทุลนทุลาย น้ำดอกไม้เทศ ละลายน้ำตาลกรวด น้ำตาลทราย น้ำ ดอกมะลิก็ได้ แก้สารพัดไข้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นยาชั้นสูงสำหรับยาไข้ ถ้าไข้ พอดีพอร้ายอย่าพึ่งวางก่อน มีคุณ ยิ่งนัก ให้แต่ชโลมดูก่อน ถ้ามิฟังจึงให้กิน เมื่อจะกินให้เสกด้วยพระคาถาถอนโบสถ์ ๑๐๘ จบ ก่อนจึงกินได้ ครู บาริยาย ได้แก้อับจนมามากแล้ว วิเศษนัก @** ตำรายาของวัดห้วยพลูตำบลห้วยพลู อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม หมวดที่ว่าด้วยยาแก้กาฬแก้ไข้ต่างๆ ทำแล้ว ***ยาแก้ไข้กาฬ การวินิจโรค การวินิจฉัย ที่ ๑ โรคที่เป็นมักบวมที่ไข่ดัน และที่หัวเหน่า รักแร้ บางทีขึ้นเป็นเม็ด เป็นผื่น แล้วทำโทษ แต่ บางที่ก็ไม่มีบวมในที่ใดๆเลยก็มี และบางที่ก็ ทั้งลงทั้งอาเจียน คล้ายเหมือนเป็น อหิวาตักโรค อาการของโรค กาฬ ของกาฬโรค มีปวดศีรษะ ตัวร้อนก่อน หรือบางทีมีบวมขึ้นในที่ใดที่หนึ่งก่อนแล้ว จึงมีอาการปวดที่ศีรษะ หรือตัวร้อนเมื่อภายหลังก็ดี ถ้าแก้โรคนี้ไม่ตกก็ดี อาการร้อนกลุ้ม กระหายน้ำ และใจพลุ่งพล่านคลั่งเพ้อ มือ และแขนกวัดแกว่ง ขวักไขว่ไปมาไม่ปกติ ***วินิจฉัยที่ ๒ ของแสลงที่จะทำให้เป็นพิษ ผิดสำแดง นั้นคือ กลิ่นน้ำมัน ที่เจียว หรืออทอด ถ้าได้กลิ่น มักจะทำให้ไอ มีเสมหะเจือปนกับโลหิตสด ๆ ออกมาได้ เมื่อเป็น ดังนี้ ก็ให้รู้สึกได้ว่า ภายในชำรุดมากอยู่แล้ว เมื่อไข้หายแล้ว แต่ยังมีเขตุหวงห้าม ของที่แสลง ต่อไปอีก ๑๕ วันชนิดของแสลงที่หวงห้ามต่อไข้ดังนี้ ๑) ของ ที่มีรสหวาน รสมัน รสเปรี้ยว รสเผ็ดร้อน ทุกอย่างจนกระทั่ง จนที่ สุดกล้วยต่าง ๆ ก็ไม่ควรรับประทาน ของที่ควรแก่ไข้นั้น คือ ข้าวสุก ข้าวต้ม กับปลาแห้ง กลาเกลือ หรือเกลือเท่านั้น บรรดาผักและแตง ก็ รับประทานไม่ได้เหมือนกัน ต้อเขาใจว่าโรคนี้เป็นโรคตายง่ายหายยากเมื่อรักษาหายแล้ว ให้ตรวจดูที่ต้นลิ้น ถ้า ยังมีศีรษะเป็นเม็ด อยู่ที่โคนลิ้น ที่ริมลิ้นไก่แล้ว ก็ให้เข้าใจว่า ยังหายไม่ขาด ต้องพาดยา นั้น ให้หัวของกาฬยุบ ฝ่อ หายเป็นเม็ดแล้ว จึงจะนับได้ว่าเป็นอันหายจากไข้แล้ว ถ้าไม่เช่น นั้นไข้คงจะกลับมาอีก บางทีหายไปนาน จนกว่า ๒๐ วัน ก็กับมาเป็นได้อีก ก็มีเมื่อหายจากไข้ใหม่ๆ คนไข้มักอยากทานอาหารที่ผิดปกติ ผู้พยาบาล คนไข้ควรระวังอย่ายอมให้คนไข้รับประทานเป็นเด็ดขาดอาดทำให้คนไข้ตายอย่างกะทันหันได้ ทำให้แน่นท้อง และกลายเป็นพิษ กำเริบจนถึงเป็นอันตรายแห่งชีวิตได้บางทีในที่สุดปลายไข้กับกลายเป็นไข้จับต่อไปอีกก็มี *** ยาแก้ไข้กาฬ โรคที่จะกล่าวต่อไปนี้ พระประสาทศุรานิมิต ได้แจ้งว่า ได้ทำขึ้น ๓ครั้ง เพื่อเป็นทาน และได้ใช้ช่วยแก้ไขเพื่อนมนุษย์ ตั้งแต่ลมเจ็บจนกระถึงเจ็บหนักอยู่แล้วให้หาย มากกว่า ๑๐๐ ที่ตายก็มีบ้าง แต่ก็ไม่เกิน ๒๐ คน ยาทั้ง ๓ ขนานนี้ มีชื่อ ที่คล้าย คลึงกัน มีสรรพคุณที่เหมือนกัน บรรดาท่านหมอได้เคยใช้ และชมเชยสรรเสริญกันมาก


๑๕๕ *ขนานที่ ๑ ยาชื่อว่า จักรวาลฟ้าครอบ แก้พิษไข้ แก้กาฬทั้งปวงสารพัดพิษอันใด ๆ ก็ดี พิษกาฬ ภายใน ภายนอก ให้กลุ้มหัวใจก็ดี พิษกาฬทั้งปวง ๗๐๐ จำพวก ที่มิได้ขึ้นมา มันคุดอยู่ในหัวใจ และตับปอดทั้ง ภายในก็ดี หลบอยู่ตามผิวหนังภายในก็ดี และพิษฝีกาฬ ฝีหัวเดียวก็ดี ตาลซางก็ดี ท่านให้ทำยาขนานใหญ่นี้ไว้ แก้ เว้นไว้แต่ บุราณกรรม ถ้าปัจจุบันกรรมหายสิ้นแล ท่านหมอ หรือ แพทย์ทั้งปวง จงเร่งทำยาขานนี้ ไว้ใช้ จึงจะสู้กับกาฬ ๗๐๐ จำพวกนี้ได้ ยาแก้ไข้กาฬ *ยาขนานที่ ๑ ชื่อว่า จักรวาลฟ้าครอบ ท่านให้อา ๑) เขี้ยวเสือ ๒) เขี้ยวหมี ๓) เขี้ยว หมู ๔) งวงปลาฉนาก ๕) เงี่ยงปลากระเบน ๖) หน่อแรด ๗) งาช้าง ๘) เขากวาง ๙) เขากุย ๑๐) เขาแพะ ๑๑) เขาแกะ ยาเหล่านี้คั่วให้เหลือง แล้ว เอา ๑๒) หวายตะคล้า ๑๓) หวายตะมอย ๑๔) เจตพังคี ๑๕) สังกรณี ๑๖) ดอกพิกุล ๑๗) ดอกบุนนาค ๑๘) ดอกสารภี ๑๙) เกสรบัวหลวง ๒๐) ดอกมะลิซ้อน ๒๑) ดอก มะลิลา ๒๒) ดอกสัตบุตร ๒๓) ดอกสัตตบรรณ ๒๔) ดอกสัตตบงกช ๒๕) บัวขม ๒๖) บัวเผื่อน ๒๗) ดอก จงกลนี ๒๘) ดอกจำปา ๒๙) ดอกกระดังงา ๓๐) กฤษณา ๓๑) กระลำพัก ๓๒) ขอนดอก ๓๓) ใบพิมเสน ๓๔) พิมเสนเกล็ด ๓๕) การบูร ๓๖) น้ำประสารทอง ๓๗) โกศทั้ง ๕ ๓๘) เทียนทั้ง ๕ ๓๙) ดอกจันทร์ ๔๐) ลูกจันทร์ ๔๑) กระวาน ๔๒) กาลพลู ๔๓) สมุลแว้ง ๔๔) เห็ดกระถินขาว ๔๕) เห็ดกระถินพิมาน ๔๖) เห็ดมะพร้าว ๔๗) เห็ดตาล ๔๘) เห็ดงูเห่า ๔๙ ) เห็ดมะขาม ๕๐) เห็ดไม้รัง ๕๑) เห็ดไม้แดง ๕๒) เห็ดตับเต่า ๕๓) หัวว่านมหากาฬ (ทั้ง ๕ คือ มหากาฬน้อย มหากาฬใหญ่ มหากาฬชะมด มหากาฬเลือด มหากาฬเขาวัว)ตัวยาทั้ง ๕๓ สิ่งนี้ เอาเสมอภาค เอาสารพัดดี เป็นน้ำกระสายยา บดเป็นแท่ง ไว้ แก้กาฬ ๗๐๐ จำพวก ได้ทุกประการ น้ำกระสายยักย้ายใช้ ตามโรค นั้นๆ เถิด ถ้าจะใช้แก้กาฬ น้ำครำ หรือ น้ำมูตร เจือ น้ำซาวข้าว ก็ได้ ฯ ยาขนานที่ ๒ ชื่อว่า ยาเขียวฟ้าครอบ ท่านให้เอา ๑)จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) รากระย่อม ๔) พิศนาด ๕) รางไคร้เครือ ๖) มะหัสดำ ๗) เนระพูสี ๘) ว่านกีบแรด ๙) ว่านล่อนทอง ๑๐) เปราะหอม ๑๑) ใบมะระ ๑๒) ใบมะตูม ๑๓) ใบพิมเสน ๑๔) ใบสมี๑๕) ใบสมอพิเภก ๑๖) เขากวาง ๑๗) งาช้าง ๑๘) หน่อแรด ตัวยาทั้ง ๑๘ สิ่งนี้ เอาเสมอภาค ตำผงไว้ทำเป็นแท่ง ด้วยน้ำดอกไม้ เป็นน้ำระสายยา ทั้งกิน ทั้งชโลมแก้ไข้เหนือ ไข้ใต้ แก้ไข้พิษผิดสำแดง แก้พิษกาฬ แก้ร้อนในน้ำ ร้อนอก น้ำดอกไม้ น้ำมูตร น้ำครำเป็น กระสาย ยา ยักใช้ตามสมควรแก่โรคนั้นเถิด ยานี้ใช้แทนยาเขียวกาฬก็ได้ ยาขนานที่ ๓ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมประทุมชาติ ท่านให้เอา ๑) จันทน์ทั้ง ๒ (๒) แฝกหอม ๓) ว่าน เปราะหอม ๔) กฤษณา ๕) โกศเชียง ๖) ดอกพิกุล ๗) ดอกบุนนาค ๘) ดอกสารภี ๙) ดอกทองหลาง ๑๐) ดอกทองกวาว ๑๑) ดอกงิ้ว ๑๒) ดอกบัวหลวง ๑๓) แก่นฝางเสน เท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นผง ผสมกับน้ำ ปูนใส แทรกสารส้มพอสมควร แก้บิด แก้ไข้ แก้ดี แก้พิษเลือด แก้ลงท้องเด็กก็ได้ดีนัก ได้ใช้มามากแล้ว ยา พ่อเทศ ยาขนานที่ ๔ ยานี้ชื่อว่ายาเขียวครอบจักรวาลแก้ไข้ แก้พิษไข้เหนือรากสาด สันนิบาด แก้พิษกาฬ ภายใน แก้เปลวไฟฟ้า แก้ไข้หงรันทด แก้ไข้ปานดำ แก้ไข้ปานแดง แก้กาฬจับที่หัวใจ ให้เชื่อมมัวหาสติมิได้ แก้หลงเพ้อพก แก้หอบ แก้สะอึก แก้ร้อนในอก แก้ลิ้น กระด้าง คางแข็ง แก้ชักมือกำ เท้ากำหงิก ตากลับ กรอก ฯ ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ๑) จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) ระย่อม ๔) พิศนาด ๕) รางไคร้เครือ ๖) เนระพูสี ๗) มะหัสดำ ๘) มหาแสดง ๙) มหาละลาย ๑๐) สังกรณี ๑๑) ว่านกีบแรด ๑๒) ว่านร่อนทอง ๑๓) ว่านเปราะหอม ๑๔) ใบพิมเสน ๑๕) ใบเฉียงพร้าหอม ๑๖) ใบมะตูม ๑๗) ใบทองพันชั่ง ๑๘) ใบ ระงับพิษ ๑๙) ใบมะระ ๒๐) ใบฝ้ายแดง ๒๑) ใบสมี ๒๒) ใบน้ำเต้าขม ๒๓) ใบพรหมมิ ๒๔) ใบฝักข้าว ๒๕) ใบหญ้านาง ๒๖) รากพุมเรียงป่า ๒๗) รากพุมเรียงบ้าน ๒๘) ทศเขา (แปล ว่า เขา ๑๐ ชนิด) ๒๙) เนา วะเขี้ยว (แปลว่า เขี้ยว ๙ ชนิด) ยาทั้ง ๒๙ สิ่งนี้ เอา น้ำหนักเท่ากัน นำเอาสารพัดดี มาเป็นน้ำกระสายยา


๑๕๖ บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่ง ถ้าจะแก้เชื่อมมัว น้ำดอกมะลิสด แก้หอบ แก้ร้อนในอก ละลายน้ำรากบัวหลวง และ น้ำรากมะกรอก น้ำลูกประคำดีควาย เผา แก้สะอึก ละลายน้ำลูกมะกรอก รากรางไคร้เครือ รากระย่อม พิศ นาด ต้ม แทรกพิมเสนเกล็ด แก้ไข้ให้ลง ละลายน้ำเปลือกต้นมะเดื่อ ขมิ้นชัน แก้ปวดมวน ละลายน้ำกะทือ ไพล หมกไฟ แทรกลูกจันทน์เทศน์ทา ปูนแดงปิ้งไฟ ตามแต่แพทย์ จะยักใช้น้ำกระสายยาตามสมควรแก่โรค เถิด ยาขนานนี้ได้ ใช้มามากแล้ว วิเศษนักแล ฯ ยาขนานที่ ๕ ชื่อว่ายาหอมเนาวะโกศ ที่ ๑ แก้ไข้ทั้ง ๓ ฤดูแก้พิษโลหิต เสมหะ และ ลม แก้ดี แก้ กำเดา มันจับทำให้สะบัดร้อน สะบัดหนาว หนาวสะท้าน สะอึก มันทำให้อาเจียน ให้แน่นปะทะ แก้สันนิบาด ตาเหลือง สำประ ขวน ไข้ป่าดง (ไข้ที่เกิดจากยุง เช่น ไข้มาลาเรีย ไข้ป้าง ไข้เลือดออก ) ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ๔) กฤษณา ๕) กระลำพัก ๖) ขอนดอก ๗) ลูกจันทน์เทศน์ ๘) กระวาน ๙) กานพลู ๑๐) ชะลูด ๑๑) อบเชย ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓)แก่นสน ๑๔) กรักขี ๑๕) ระย่อม ๑๖) พิศนาด ๑๗) รางไคร้เครือ ๑๘) รากช้าพลู ๑๙) สะค้าน ๒๐) หัวแห้วหมู ๒๑) ลูกผักชี ๒๒) สมอทั้ง ๓ ๒๔) มะขามป้อม ๒๕) ลูกกระดอม ๒๖) น้ำประสารทองเทศสะตุ ๒๗) เปราะหอม ๒๘) แฝกหอม ๒๙) ลูกราชดัด ๓๐) ลูกสารพัดพิษ ๓๑) หญ้าตีนนก ๓๒) ดอกพิกุล ๓๓) ดอกบุนนาค ๓๔) ดอกสารภี ๓๕) เกสรบัวหลวง ตัวยาทั้ง ๔๙ สิ่งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง บดเป็นผง แทรกชะมดเชียง หญ้าฝรั่น อำพัน ทอง พิมเสน สิ่ง ละ ๒ สลึง บดเป็นผงละลายน้ำดอกมะลิ ทำเป็นแท่งเก็บไว้ กิน ถ้าจะแก้ไข้จับให้เชื่อมมัว ให้ เอายาละลาย น้ำดอกมะลิกินหาย แก้ไข้จับสั่น ให้เอา สะค้าน ๑ หัวแห้วหมู ๑ ลุกผักชี ๑ เทียนดำ ๑ โกศสอ ๑ ต้มเป็นน้ำกระสายยากินหาย แก้อาเจียน ให้เอา เทียนดำ ลูกผักชี เถาเชือกเขาคัน ต้มเป็นน้ำกระสาย แทรกพิมเสนกินหาย แก้ลง น้ำไพล ๑ น้ำกะทือ ๑ หมกไฟ ลูกจันทร์ปิ้งไฟ บดแทรกพิมเสน กิน แก้จุก แดก เลือด ให้เอา เนื้อไม้ ๑ โกศกระดูก ๑ หนักสิ่ง ละ ๑ บาท ขิงสด ๑ ต้มเป็นน้ำกระสายกินหาย แก้ได้หลาย ประการ ตำราหลวงพ่อ วัดมหาธาตุ แล ฯ ยาขนานที่ ๖ ชื่อว่ายาหอมเนาวะโกศ ที่ ๒ แก้ไข้ทั้ง ๓ ฤดูแก้พิษโลหิต แก้เสมหะ ลม ดี ที่ทำพิษ ให้ สะบัดร้อน สะท้านหนาว ให้สะอึก ให้อาเจียน ให้แน่นปะทะที่หน้าอก แก้ไข้สันนิบาด แก้สำประชวน ท่านให้ เอา ๑) โกศทั้ง ๙ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ๔) กฤษณา ๕) กระลำพัก ๖) ขอนดอก ๗) ลูกจันทน์ เทศน์ ๘) กระวาน ๙) กาลพลู ๑๐) ชะลูด ๑๑) อบเชย ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓) แก่นสน ๑๔) กรักขี ๑๕) รางไคร้เครือ ๑๖) หัวแห้วหมู ๑๗) ลูกผักชี ๑๘) ลูกสมอทั้ง ๓ ๑๙) มะขามป้อม ๒๐) ลูกกระดอม ๒๑) น้ำประสารทองเทศ ๒๒) ว่านเปราะหอม ๒๓) แฝกหอม ๒๔) ลูกราชดัด ๒๕) ลูกสารพัดพิษ ๒๖) หญ้า ตีนนก ๒๗) ดอกพิกุล ๒๘) ดอกบุนนาค ๒๙) ดอกสารภี ๓๐) เกสรบัวหลวง ๓๑) ชะเอมเทศ ๓๒) ดอก จันทร์ ๓๓) พริกไทยคั่ว ๓๔) ยาเบญจกูล (ยาเบญจกูล คือ ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง ขิงแห้ง) ตัวยาทั้งนี้เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท เมื่อจะบด เอา ชะมดเชียง พิมเสน หญ้าฝรั่น อำพันทองหนัก สิ่งละ ๒ สลึง น้ำดอกมะลิเป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ถ้าจะแก้ราก หรืออาเจียน น้ำลูกผักชี หรือน้ำลูกยอ เทียน ดำ ต้มละลายยากินหาย แก้ลมจุกเสียด เอาน้ำเนื้อไม้ โกศกระดูก ต้มละลายกินหาย แก้พิษฝี พิษไข้ ละลาย น้ำดอกไม้เทศ น้ำครำก็ได้กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๗ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมนิพพานพรหม ท่านให้เอา ๑) โกศพุงปลา ๒) โกศก้านพร้าว ๓) โกส เชียง ๔) โกสหัวบัว ๕) โกศกระดูก ๖)โกศกักกา ๗) โกศกระกลิ้ง ๘) เทียนทั้ง ๕ ๙) ลูกจันทน์ ๑๐) ดอกจันทน์ ๑๑) ลูกกระวาน ๑๒) ใบกระวาน ๑๓) อบเชยทั้ง ๒ ๑๔) สมุลแว้ง ๑๕) ลุกเอ็นเทศน์ ๑๖) ลูกช้าพลู ๑๗) กฤษณา ๑๘) กระลำพัก ๑๙) ขอนดอก ๒๐) จันทน์ทั้ง ๒ ๒๑) ตรีกระตุก ๒๒) เกสรบัวน้ำ ทั้ง ๕ ๒๓) ดอกพิกุล ๒๔) ดอกบุนนาค ๒๕) ดอกสารภี ๒๖) ดอกมะลิ ๒๗) ดอกจำปา ๒๘) ดอก กระดังงา ๒๙) สมอพิเภก ๓๐) สมอไทย ๓๑) มะขามป้อม ๓๒) ชะมด ๓๓) พิมเสน ยาทั้งหมดทุกสิ่ง


๑๕๗ เอาเสมอภาค คือเท่ากัน หนักสิ่งละ ๑ บาท เอาสารพัดเขี้ยว สารพัดดี เป็นน้ำกระสายยา บดเป็นผง ปั้น เป็นแท่ง ไว้ ถ้าจะให้ทุเลา น้ำใบสวาด รากจิงจ้อหลวง ต้ม (ถ้าจะแก้ขี้ลงท้อง ใช้เปลือกต้นแคกินดอก เปลือก ต้นมะเดื่อ ต้มเป็นน้ำกระสายยา ) ( แก้ตกมูกตกเลือด ใช้ใบกระพังโหม ใบทับทิม ต้มเป็นน้ำกระสายยา ) (แก้ ราก หรืออาเจียน ใช้ ลูกยาต้มเป็นน้ำกระสายยา แทรกน้ำผึ้งนิดหน่อย ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) (แก้ตาลซาง แก้ ไข้สันนิบาด เพื่อโลหิต และเสมหะ วาโย เป็น หัด หืด ทั้งปวง แพทย์ จงยักน้ำกระสาย ใช้ตามสมควรแก่โรค นั้น ๆเถิด ฯ ยาขนานที่ ๘ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมแก่นมะซาง ท่านให้เอา ๑)จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) แก่นมะซาง ๔) เปลือกต้นไข่เน่า ๕) ชะเอมเทศ ๖) ชะลูด ๗) กรักขี ๘) ดอกพิกุล ๙) ดอกบุนนาค ๑๐) ดอกสารภี ๑๑) เกสรบัวน้ำ (ตามแต่ที่จะหาได้) ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือ เท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ เป็น กระสาย น้ำซาวข้าวก็ได้ แทรก พิมเสน ลำหัส ทั้งกิน ทั้งทา แก้ไข้สันนิบาด อันมีพิษหายดีแล เป็นยาวิเศษยิ่ง นัก ฯ ยาขนานที่ ๙ ยานี้ชื่อว่า ประทานพิษ แก้ไข้ ทั้งปวง ไข้สันนิบาด ไข้สำประชวรไข้ปุราณะชวร ถึงกับ เป็นมากถ้าว่าชัก คือ มันจับที่หัวใจให้แน่นิ่งอยู่ก็ดี ถ้าวางยานี้ลงไปได้ ก็จะได้สติ ขึ้นมาสั่งเสียได้ ได้ใช้วาง และทดลองมาแล้ว อย่าได้ ลังเลเลย ท่าน ให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕) ๒) เทียนทั้ง ๕ ) ๓) จันทน์ทั้ง ๒ ) ๔) กระลำพัก ๕) กรุงเขมา ๖) ลูกจันทร์ ๗) ดอกจันทร์ ๘) กาลพลู ๙) จุกโรหิณี ๑๐) ผักแผ้วแดง ๑๑) พริกไทย ๑๒) ดีปลี ๑๓) ขิงแห้ง ๑๔) สมอทั้ง ๓ ) ๑๕) แฝกหอม ๑๖) พิกุล ๑๗) บุนนาค ๑๘) สารภี ๑๙) ดอกจำปา ๒๐) ดอกบัวเผื่อน ๒๑) ดอกบัวขม ๒๒) ดอกสัตบงกฎ ๒๓) ดอกจงกลนี ๒๔) เนระพูสี ๒๕) หัวแห้วหมู ๒๖) ชะมดชียง ๒๗) พิมเสน ๒๘) ดีงูเหลือม ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือหนัก สิ่งละ ๒ บาท เท่ากัน บดเป็นผงละลายน้ำดอกไม้เทศ เป็นน้ำกระสาย แล้วตากแดดให้แหงนำไปบดอีกที หรือทำเป็นแท่งไว้ก็ ได้ เอาน้ำดอกไม้เทศเป็นกระสาย ทั้งกินทั้งทา และ ชโลม ดีนักแล ฯ ยาขนานที่ ๑๐ ยานี้ชื่อว่า มหาวิวา ราธิคุณ แก้พิษไข้ แก้พิษกาฬ แก้ซาง แก้ชัก แก้หอบ แก้เสลด ท่านให้เอา ๑) โกศสอ ๒) โกศเขมา ๓) โกศหัวบัว ๔) โกศจุฬาลำพา ๕) จันทน์ทั้ง ๒) ๖) กฤษณา ๗) กระลำพัก ๘) พิศนาด ๙) รางไคร้เครือ ๑๐) ชะเอมเทศ ๑๑) หวายตะมอย ๑๒) หัวว่านมหากาฬ ๑๓) ดอกพิกุล ๑๔) ดอกมะลิ ๑๕) เกสรบัวหลวง ๑๖) ชะมดเชียง ๑๗) พิมเสน ตัวยาทั้ง ๑๗ สิ่งนี้ เอาเสมอ ภาค คือ หนักสิ่งละ ๒ บาท เท่ากัน บดเป็นผง ละลายน้ำร้อน น้ำอ้อยแดง น้ำผึ้ง น้ำมะพร้าวนาลิเก น้ำตาล ทราย ตีค่า ๕ ชั่ง ทองคำ เมื่อจะกิน ต้องตีค่าตัวจึงวางยา ทั้งกิน ทั้งกวาด เป็นมหาวิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๑ ยานี้ชื่อว่า มหาคงคาใหญ่ ท่านให้เอา ๑)รากฝักข้าว ๒) รากตำลึงตัวผู้ ๓) รากทองหลาง น้ำ ๔) รากสลอดน้ำ ๕) รากสลอดบก ๖) รากพุงดอ ๗) รากพุมเรียงป่า ๘) รากหญ้านาง ๙) รากเท้ายายม่อม ๑๐) รากมะเดื่อชุมพร ๑๑) เปลือกต้นไข่เน่า ๑๒) คุคะ ๑๓) มะหัสดำ ๑๔) อบเชย ๑๕) โกศสอ ๑๖) โกศ หัวบัว ๑๗) จันทน์ทั้ง ๒) ๑๘) กฤษณา ๑๙) กระลำพัก ๒๐) ใบพิมเสน ๒๑) ดอกพิกุล ๒๒) ดอกบุนนาค ๒๓) ดอกมะลิลา ๒๔) ดอกจำปา ๒๕) เกสรบัวหลวง ๒๖) ดอกบัวเผื่อน ๒๗) ดอกสัตบุตร ๒๘) ชะมด ๒๙) พิมเสน ตัวยาทั้ง ๒๙ สิ่งนี้ เอเสมอภาค คือหนักสิ่ง ละ ๒ บาท เท่ากัน บดเป็นผงทำเป็นแท่ง ละลายน้ำดอกไม้ กินแก้ร้อนภายใน มันให้ทุลนทุลาย ละลายน้ำดอกไม้ เป็นกระสายยา (แก้กระหายน้ำ แก้ไข้เหนือ แก้สันนิบาด แก้เชื่อม แก้มัว แก้มึน น้ำรากบัวหลวง ละลายน้ำดอกไม้ ทั้งกินทั้งชโลม หายดีนัก ฯ หน้า ๑๗ ยาขนานที่ ๑๒ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมบุนนาค ท่านให้เอา ๑) ลูกจันทน์ หนัก ๕ บาท ๒) ขิงแห้งหนัก ๕ บาท ๓) สะค้านหนัก ๕ บาท ๔) รากช้าพลู หนัก ๗ บาท ๕) พริกไทยหนัก ๗ บาท ๖) ดีปลีหนัก ๓ ตำลึง ๗) เถาชิงช้าชาลีหนัก ๓ ตำลึง ๘) สมุลแว้งหนัก ๓ ตำลึง กับ ๑ บาท ๓ สลึง ๙) ดอกบุนนาคหนัก ๕ ตำลึง กับ ๓ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำชา น้ำร้อน แก้ลงท้อง แก้อาเจียน ดีนัก


๑๕๘ ยาขนานที่ ๑๓ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมแท่งทอง ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๙) ๒) เทียนทั้ง ๕) ๓) ลูกจันทน์ ๔) ดอกจันทน์ ๕) ลูกกระวาน ๖) ใบกระวาน ๗) กาลพลู ๘) ตรีกระตุก เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท) ๙) กฤษณา ๑๐) กระลำพัก ๑๑) ขอนดอก ๑๒) ชะลูด ๑๓) อบเชยทั้ง ๒) (๑๔) จันทน์ทั้ง ๒) (๑๕) ชะเอมทั้ง ๒) ๑๖) สมุลแว้ง ๑๗) พริกหอม ๑๘) ดอกพิกุล ๑๙) ดอกบุนนาค ๒๐) ดอกสารภี (๒๑) ดอกมะลิทั้ง ๒) (๒๒) เกสร บัวน้ำทั้ง ๕) ๒๓) ดอกคัดเค้า ๒๔) ดอกมะกล่ำ ๒๕) ดอกลำเจียก ๒๖) ดอกการะเกตุ ๒๗) ดอกกรรณิกา ๒๘) ดอกซ่อนชู้ ๒๙) ดอกกล้วยไม้ ๓๐) รากแฝกหอม ๓๑) หัวตะไคร้ ตัวยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท บดเป็น ผงแล้ว ปรุง ด้วย ชะมดเชียง ๑ พิมเสน ๑ หญ้าฝรั่น ๑ อำพันทอง ๑ กระแจะตะนาว ๑ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง บดรวมกับยาผงทั้งหมด ปั้นเป็นเม็ดเก็บไว้ในร่ม เอาทองคำเปลวปิดทุกเม็ด ฝนด้วยน้ำดอกไม้เทศกิน แก้สารพัด ทั้งปวง ไข้อันหนักถึงกับคลั่งไคล้ถ้าได้กลืนยานี้ลงไปได้ก็รอดจากความตาย เป็นยามหาวิเศษนัก ได้ใช้มามากแล้ว ฯ ยาขนานที่ ๑๔ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมโอสถ แก้ไข้พิษ แก้ไข้รากสาด แก้ไข้สันนิบาด แก้ ไข้เพื่อเสมหะ และ ลมเจือกัน ให้จับมันทำให้เชื่อมมัว มันทำให้สะท้านร้อน สะท้านหนาว ให้ คลั่งเพ้อ ให้แน่นหน้าอก ให้ปะทะ อาเจียน ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) รากหญ้านาง ๒)รากเท้ายายม่อม ๓) รากฝักข้าว ๔) รากพุงดอ ๕) คุคะ ๖) เถามวกแดง ๗) เถามวกขาว ๘) รากระย่อม ๙) พิศนาด ๑๐) รางไคร้เครือ ๑๑) มะหาสดำ ๑๒) พญามือเหล็ก ๑๓) โกศเชียง ๑๔) โกศหัวบัว ๑๕) กำยาน ๑๖) ใบพิมเสน ๑๗) ใบสันพร้าหอม ๑๘) ดอกคำไทย ๑๙) ดอก คำเทศ ๒๐) ดอกคำจีน ๒๑) ฝางเสน ๒๒) ตรีผลา (คือ สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) ๒๓) หัวแห้วหมู ๒๔) ตับเต่าน้อย ๒๕) ตับเต่าใหญ่ ๒๖) ธูปจีนอย่างดี ๒๗) อำพันทอง ๒๘) อำพันขี้ปลา ๒๙) หญ้าฝรั่น ๓๐) ชะมดสด ๓๑) ชะมดเชียง ๓๒) กระแจะผสมแล้ว ๓๓) พิมเสนเกล็ด ๓๔) เกล็ดหอยเทศ ตัวยาทั้ง ๓๖ สิ่งนี้ เอาหนัก สิ่ง ๑ บาท เท่ากัน ๓๕) จันทน์แดง ๓๖) จันทน์ขาว ๓๗) กฤษณา ๓๘) กระลำพัก ๓๙) ขอนดอก ๔๐) ชะลูด ๔๑) อบเชยไทย ๔๒) อบเชยเทศ ๔๓) ชะเอมไทย ๔๔) ชะเอมเทศ ๔๕) ลูกจันทน์ ๔๖) กระวาน ๔๗) กาลพลู ๔๘) เนระพูสี ๔๙) แฝกหอม ๕๐) เปราะหอม ๕๑) ลูกเอ็นเทศ ยา ๑๗ สิ่งนี้ เอาสิ่งละ ๓ สลึง ๕๒) โกศสอ ๕๓) โกศพุงปลา ๕๔) โกศเขมา ๕๕) โกศกระดูก ๕๖) โกศนำเต้า ๕๗) เทียนทั้ง ๕ (๕๘) ดีปลี ๕๙) ขิงแห้ง ๖๐) ทศเขา (คือ เขา ๑๐ ชนิด ) ๖๑) เนาวเขี้ยว (คือ เขี้ยว ๙ ชนิด) ๖๒) ดอกลำเจียก ๖๓) ดอก การะเกตุ ๖๔) ดอกพิกุล ๖๕) ดอกบุนนาค ๖๖) ดอกสารภี ๖๗) ดอกบัวหลวง ๖๘) ดอกมะลิซ้อน ๖๙) ดอก มะลิลา ๗๐) ดอกสัตบุตร ๗๑) ดอกสัตบัน ๗๒) ดอกสัตตะบงกช ๗๓) ดอกจำปา ๗๔) ดอกกระดังงา ๗๕) ดอกบัวเผื่อน ๗๖) ดอกบัวผัน ๗๗) ดอกบัวขม ๗๘) ดอกสลิด ๗๙) ดอกสามหาว ๘๐) ดอกละหุ่ง ๘๑) ดอก ว่านหางช้าง สิริยาทั้ง ๕๑ สิ่งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ สลึง รวมทั้ง สิ้น ๑๐๔ สิ่ง ตำรายานี้ท่านอาจารย์ เขียนไว้ ว่า มี ๑๐๕ อย่าง แต่ผู้เรียบเรียงตรวจอย่างถ้วนถี่ มีเพียง ๑๐๔ อย่างเท่านั้น บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ และ สารพัดดี เป็นน้ำกระสายยา เมื่อจะบดยานี้ให้เสกด้วย บดสวดถอนโบสถ์ ๑๐๘ จบ บดเป็นผง แล้วปั้นเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำดอกมะลิ ตามแต่จะใช้ได้ ทุกประการ ทั้งกิน ทั้งชโลม ได้ทั้งกุมารด้วย เป็นมหาวิเศษนักแล ได้ใช้มาแล้ว ดีวิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๕ ยานี้ชื่อว่า ยาหอมทิพยโอสถ ท่านให้เอา ๑) จันทน์แดงเทศ ๒) จันทน์ขาวเทศ ๓) กฤษณา ๔) กระลำพัก ๕) ขอนดอก ๖) อำพันทอง ๗) เทียนดำ ๘) เทียนข้าวเปลือก ๙) เทียนแดง ๑๐) เทียนเยาวพาณี ๑๑) สังกรณี ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓)ชะลูด ๑๔) ลูกผักชี ตัวยาทั้ง ๑๔ สิ่งเอาหนักสิ่ง ๒ สลึง ๑๕) โสมเกาหลี ๑๖) หญ้าฝรั่น ๑๗) ชะมดเชียง ๑๘) ลูกจันทน์เทศน์ ๑๙) ดอกจันทน์ ๒๐) กระวาน ๒๑) กาลพลู ๒๒) อบเชยเทศ ๒๓) พิมเสน ตัวยา ๙ อย่าง นี้ หนัก สิ่งละ ๑ สลึง ๒๔) โกศสอเทศน์ ๒๕) โกศหัวบัว ๒๖) โกศ เขมา ๒๗) โกศจุฬาลำพา ๒๘) โกศพุงปลา ตังยา ๕ อย่างนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๒ บาท สิริยาทั้งนี้บดเป็นผง น้ำดอกไม้สดเป็นน้ำกระสายยาปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ถ้าจะแก้ไข้ฝีกลาย น้ำดอกไม้สด แก้กำลังอิดโรย แก้หอบ แก้ สวิงสวาย นอนไม่หลับ ละลายน้ำรากถั่วพู ต้มแทรกขันทศกร พิมเสน รำหัด แก้คลั่ง ละลายน้ำสนเทศ ต้ม กิน


๑๕๙ อาหารไม่มีรส ละลายน้ำตาลขันทศกร แก้เชื่อมละลายน้ำ ชะเอมเทศต้ม แก้ท้องเดิน ละลายน้ำเปลือกต้นมะรุมต้ม แก้พิษเสมหะ แก้ลมจับที่ดวงใจ ละลายน้ำดอกไม้เทศน์ กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๑๖ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมใหญ่ ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันทร์ทั้ง ๒ ๔) ลูกจันทร์ ๕) ดอกจันทร์ ๖) กาลพลู ๗) กระวาน ๘) กำยาน ๙) ชะลูด ๑๐) อบเชยทั้ง ๒ ๑๑) กฤษณา ๑๒) กระลำพัก ๑๓) ขอนดอก ๑๔) การบูร ๑๕) ชะเอมทั้ง ๒ ๑๖) แก่นสน ๑๗) ลูกเอ็น ๑๘) เนระพูสี ๑๙) หัวว่านเปราะหอม ๒๐) พิมเสน ๒๑) ชะมดทั้ง ๒ ๒๒) ใบพิมเสน ๒๓) ดอกพิกุล ๒๔) ดอกบุนนาค ๒๕) ดอกสารภี ๒๖) เกสรดอกบัวหลวงแดง ๒๗) เกสรดอกบัวหลวงขาว ๒๘) ดอกมะลิทั้ง ๒ ๒๙) ดอกคำฝอย ๓๐) ดอกลำเจียก ๓๑) ดอกการะเกตุ ๓๒) ดอกสัตบุตร ๓๓) ดอกกระดังงา ๓๔) ดอกบัวเผื่อน ๓๕) ดอกบัวขม ๓๖) ดอกจำปา ๓๗) ดอกกรรณิกา ตัวยาทั้งหมดนี้เอาหนัก สิ่ง ๒ บาท บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ แก้สารพัด ไข้ทั้งปวง ๗จำพวก ละลายน้ำสุรา น้ำจันทร์ น้ำผึ้ง แก้ไข้ละลายน้ำซาวข้าว และ น้ำเถาหญ้านาง น้ำดอกไม้เทศน์ น้ำจันทร์เทศ แก้คลั่งทุลนทุลาย น้ำดอกไม้เทศ ละลายน้ำตาลกรวด น้ำตาลทราย น้ำดอกมะลิก็ได้ แก้สารพัดไข้ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ เป็นยาชั้นสูง ถ้าไข้พอดีพอร้าย อย่าเพิ่งวางก่อน มีคุณยิ่งนัก ให้แต่ชโลม ดูก่อน ถ้ามิฟังจึงให้กิน เมื่อจะกินให้ถอนด้วยพระคาถา ถอนโบสถ์ ๑๐๘ คาบก่อน จึงกินยานี้ ยาขนานนี้ เป็นยา ของ ครูบาอธิบาย ได้ แก้อับจน มามากแล้ววิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๗ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาประสานน้ำขิงใหญ่ ท่านให้เอา ๑) สมอเทศน์ ๒) สมอไทย ๓) สมอพิเภก ๔) มะขามป้อม ๕) จันทน์แดง ๖) จันทน์ขาว ๗) ลูกจันทน์ ๘) ดอกจันทน์ ๙) กระวาน ๑๐) กาลพลู ๑๑) โกศหัวบัว ๑๒) โกศเชียง ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) โกศกระดูก ๑๕) โกศจุฬาลำพา ๑๖) เทียนดำ ๑๗) เทียนขาว ๑๘) เทียนข้าวเปลือก ๑๙) เทียนเยาวพาณี ๒๐) เทียนสัตบุตร ๒๑) อบเชย ๒๒) สมุลแว้ง ๒๓) ลูกเอ็น ๒๔) รางไคร้เครือ ๒๕) ว่านน้ำ ๒๖) ว่านเปราะหอม ๒๗) หัวแห้วหมู ๒๘) ชะเอมเทศ ๒๙) การบูร ๓๐) ใบกระเพรา ๓๑) ใบหมาด ๓๒) ดอกบุนนาค ยาทั้งนี้เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๓๓) ดีปลี หนัก ๑ ตำลึง ๓๔) ขิงแห้ง หนัก ๒ ตำลึงกับ ๒ บาท บดเป็นผง ละลาย น้ำผึ้ง กินดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๘ ยานี้มีชื่อว่า ยาหอมใหญ่ ใช้แก้ มหาสันนิบาด ท่านให้เอา ๑) จันทน์ทั้ง ๒ (๒) กฤษณา ๓) กระลำพัก ๔) โกศสอ ๕) โกศเขมา ๖) โกศหัวบัว ๗) โกสพุงปลา ๘) โกศก้านพร้าว ๙)โกสจุฬาลำพา ๑๐) สมุลแว้ง ๑๒) น้ำประสาร ทอง ตัวยาทั้ง ๑๒ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๕ ตำลึง กับ ๒ สลึง ๑๓) ชะมด ๑๔) อำพัน ๑๕) พิมเสน ตัวยา ๓ สิ่งนี้ เอหนัก สิ่ง ละ ๑ สลึง ๑๖) รากรางไคร้เครือ ๑๗) ชะเอมเทศ ตัว ยา ๒ สิ่งนี้ หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ผสมน้ำดอกไม้ ตากไว้ในร่ม ให้แห้งดีแล้ว นำไปบดอีกที หนึ่ง หรือ น้ำชุมเห็ดไทยต้ม ละลายกิน แก้สันนิบาด ละลายน้ำมะพร้าว กินแก้สวิงสวาย ละลายน้ำจันทน์ แ ( แก้ราก ใช้ลูกยอต้มเอาน้ำ ละลายกิแก้อาเจียน) (ถ้าจะให้ผายรม หรือละบายท้องอ่อนๆ น้ำต้มใบกระพังโหมคือต้นตูด หมูตูดหมา แทรก รำหัด ดีเกลือ นิดหนึ่ง) ( ถ้าแก้ซางขึ้นที่ คอ ละลายน้ำขมิ้นอ้อย กวาดคอ ) ถ้าเห็บเข้าหู ละลายน้ำหัวหอมกับยา หยอดที่หู) (ถ้าเป็นไข้ตรีโทษ ใช้น้ำต้มใบกระเพราให้กิน) ถ้ากระหายน้ำ ใช้น้ำต้มจาก ตะไคร้หอม ละลายยากิน) ได้ทำมามากแล้วประเสริฐนัก ฯ ยาขนานที่ ๑๙ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมมหาวิเศษ ท่านให้เอา ๑) ดีปลี ๒) พริกไทย ๓) ขิงแห้ง ๔) รากช้าพลู ๕) สะค้าน ๖) เจตมูลเพลิง ๗) ว่านน้ำ ๘) กระเทียม ๙) ดอกจันทน์ ๑๐) ลูกผักชีทั้ง ๒ (๑๑) เทียนทั้ง ๕ (๑๒) โกศสอ ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) กานพลู ๑๕) ลูกประคำดีควย ๑๖) ชะเอมทั้ง ๒ (๑๗) บอระเพ็ด ๑๘) รากหญ้านาง ๑๙) แก่นสน ๒๐) รากราชพฤกษ์ ๒๑) เกลือสินเธาว์ ๒๒) อบเชยทั้ง ๒ (๒๓) เปลือกโมกมัน ๒๔) จุกโรหิณี ๒๕) รากขี้กาแดง ๒๖) ลูกยออ่อน ๒๗) หัวแห้วหมู ๒๘) ลุกสมอ พิเภก ๒๙) ขมิ้นอ้อย ๓๐) ขมิ้นชัน ๓๑) หัวไพล ๓๒) หัวบุกรอ ๓๓) หัวกลอย ๓๔) โคกกระสุน ๓๕) น้ำ ประสารทอง ๓๖) ใบคนทิสอ ๓๗) ใบรักขาว ๓๘) ลูกจันทน์ ๓๙) สังข์ บดเป็นผง (แก้กาฬมูตร ถ้าปวด


๑๖๐ ท้อง ละลายน้ำมะนาว) ( ถ้า ขัด หนัก ขัดเบา และโลหิตเน่า ละลายน้ำหัวไพลต้มกิน หรือ น้ำผึ้งหลวงก็ได้ ) ( ถ้าเจ็บ คอ หน้าอก ทวารนัก เบา มีเสมหะ ทั้ง ๓ จำพวก ไข้ผอมเหลือง เจ็บเสียดท้อง สลักอก เจ็บทั่งสารพัง ร่างกาย ก็แก้ได้เหมือนกัน ( ถ้าลงท้อง ราก หรือ อาเจียน จุกเสียด ละลายน้ำต้มจาก กานพลู ขิง ลูกจันทน์ ต้มเป็นน้ำกระสาย) ( น้ำร้อนแทรกพิมเสน แก้ลม ในลำไส้ในอก แก้ได้ทุกอย่าง ยาขนานนี้เป็นของ ท่านตา หมอ บัว ได้ถวายให้ไว้เป็นทาน ฯ ยาขนานที่ ๒๐ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมท่านเจ้าคุณ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้๑) จันทน์แดง ๒) จันทน์ขาว ๓) จันทน์เทศน์ ๔) ดอกจันทน์ ๕) ขอนดอก ๖) โกศสอ ๗) โกศกระดูก ๘) ดอกพิกุล ๙) ดอก บุนนาค ๑๐) ดอกสารภี ๑๑) เกสรบัวหลวง ๑๒) ขิงแห้ง ๑๓) เอาหนักสิ่ง ละ ๒ บาท ๑๔) ดอกชะลูด ๑๕) ลูกเร่ว ๑๖ พริกไทย ยาสามสิ่งนี้หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๑๗) ชะลูด ๑๘) เนื้อไม้ ๑๙) โกสหัวบัว ๒๐) อบเชย ๒๑) ชะเอมเทศ ตัวยา ๕ สิ่งนี้เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ ตำลึง ๒๒) ดีปลี หนัก ๑ ตำลึง กับ ๒ บาท ๒๓) ใบพิมเสน หนัก ๒ ตำลึง ๒๔) โกสเขมา หนัก ๑ ตำลึง กับ ๒ บาท ๒๕) ใบกระวาน หนัก ๒ ตำลึง กับ ๒ บาท ตัวยาทั้งหมดนี้ บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ ใช้แก้ ไข้เพื่อลม ละลายน้ำดอกไม้ แทรกพิมเสนกิน ให้ เลือกใช้ ยัก ย้ายตามน้ำกระสาย ตามใจชอบเถิด ฯ ยาขนานที่ ๒๑ ยาหอมนี้มีชื่อว่า ยาหอมตาชู ที่ ๑ ท่าน ให้เอา ๑) ใบพิมเสน ๒) ใบสันพร้าหอม ๓) ใบหนาด ๔) จันทน์ขาว ตัวยาทั้ง ๔ อย่าง เอาหนัก สิ่งละ ๑ ตำลึง ๕) จันทน์แดง หนัก ๓ ตำลึง ๖) ลูกจันทน์เทศน์ ๓ ลูก บดเป็น ผง และ ผสมกับ สุรา ผึ่งตากลมไว้ในร่มให้แห้ง แล้วนำไปบด แทรก ดีงูเหลือม ดีวัวเถื่อน ดีหมูเถื่อน แทรกลง ทำแท่งไว้ แก้ไข้ แก้พิษฝี ในท้อง นอกท้อง กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๒๒ ยาขนานนี้ เป็น ยาหอมของตาชู ขนานที่ ๒ ท่านให้เอา ๑)ใบพิมเสน ๒) ใบ สันพร้าหอม ๓) ใบหนาด ๔) จันทน์ขาว ๕) ว่านเปราะหอม เอาหนักสิ่ง ละ ๑ตำลึง ๖) จันทน์แดง หนัก ๕ ตำลึง เมื่อจะทำยานี้ ให้บดเป็นผงก่อน แล้ว เอาทั้งนี้ คือเสมหะ ดีงูเหลือม ดีวัวป่า ดีหมูป่า ผสมกับสุรา แล้ว เอามาผสมกับยาทั้งหมด ตากไว้ในร่ม เมื่อแห้งดีแล้ว นำไปบดอีกที ปั้นเป็นแท่ง แก้ไข้ทั้งปวง แก้ชัก แก้สลบ แก้หอบ แก้ สวิงสวาย น้ำดอกไม้ แทรก พิมเสน รำหัด แก้ลม แก้ซาง ตามแต่จะยักใช้ น้ำกระสายา ตามโรค นั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๒๓ ยาขนานนี้เป็นยาหอมของตาชู ขนานที่ ๓ ท่านให้เอา ๑) โกศสอ ๒) โกศหัวบัว ๓) โกศก้านพร้าว ๔) เทียนดำ ๕) เทียนขาว ๖) เทียนเยาวพาณี ๗) จันทน์ทั้ง ๒ (๘) กรักขี ๙) ลูกจัน ๑๐) ดอกจันทน์ ๑๑) กระวาน ๑๒) กานพลู ๑๓) แก่นมะซาง ๑๔) ลูกเบญกาณี ๑๕) ลูกจันทน์เทศน์ ๑๖) เกสรบัวหลวง ๑๗) ดอกบุนนาค ๑๘) ชะลด ๑๙) พิมเสน บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ปั้นเป็นแท่งเก็บ ไว้ แก้ไข้ฝนกับน้ำดอกไม้ให้กิน จะยักใช้น้ำกระสายยาตามสมควรแก่โรคนั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๒๔ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า จักรพระอินทร์ แก้มหาเมฆ แก้มหานิล ประดงหิน หงส์รันทด ประกาบดาษ สังวาลพระอินทร์ ไข้ดาวเรือง กัณฑ์สูตร เปลวไฟฟ้า เปลวพระอินทร์ เปลวพระเพลิง มูก เลือด มูกดำ ละอองพระบาท ละอองพระกฤช แก้ไข้รากสาด อีดำ อีแดง กระดานหิน กาฬสิงคลี่ กาฬ มูตร กาฬคูถ กาฬจับที่หัวใจ ถ้าลิ้นแดงดัง ผลตะขบ ก็ดี แก้ด้วยยาขนานนี้ ถ้ามันสั่นสะท้าน ท่านให้เอาโคน หวายขม ตัด ถ้ามิฟัง เอา มูตร คือเยี่ยว สุรา ดีงูเหลือม ตัดลง แก้ได้ทั้งรากสาด ตัวผู้ ตัวเมีย ท่าน ให้เอา ๑) งาช้าง ๒) นอแรด ๓) เขากุย ๔) เขาแกะ ๕) เปราะหอม ๖) ระย่อม ๗) พิศนาด ๘) ว่านกีบแรด ๙) ว่าน ล่อนทอง ๑๐) ว่านนางคำ ๑๑) สน ๑๒) จันทน์ทั้ง ๒ (๑๓) ลูกประคำดีควาย ๑๔) ดินประสิวขาว ๑๕) เทียนทั้ง ๒ (๑๖) หัวคูณ ๑๗) ลูกสะบ้าปิ้งไฟ ให้เกรียม ๑๘) เมล็ดลำโพงกาสลักคั่วให้เหลืองหอม ๑๙) งา ดำ คั่วให้เกรียม บดเป็นผง ทำเป็นแท่ง ไว้ ยักตามกระสายยา ที่ตามสมควรแก่โรคนั้นๆ เป็นมหาวิเศษนัก ฯ ทำแล้วเป็นยาแก้พิษไข้ทั้งปวง


๑๖๑ ยาขนานที่ ๒๘ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาหอมมหาศรีสว่าง ท่านให้เอา ตัวยา ดังนี้ ๑) โกศสอ ๒) โกส เชียง ๓) โกศพุงปลา ๔) โกศน้ำเต้า ๕) กฤษณา ๖) กระลำพัก ๗) จันทน์ทั้ง ๓ (๘) ชะเอมเทศ ๙) กรักขี ๑๐) ชะลูด ๑๑ป แฝกหอม ๑๒) เมล็ดถั่วพู คั่วให้เหลือง ๑๓) ข้าวตาก คั่ว ๑๔) หญ้าฝรั่น ๑๕) รังนก ๑๖) ดอกมะลิสด ตัวยาทั้ง ๑๘ สิ่งนี้ เอา เสมอภาค ตำเป็นผง ปั้นทำแท่งไว้ แก้พิษไข้ทั้งปวง เป็นยาเย็น ดับ พิษฝีได้ทุกประการ ถ้าจะแก้ไข้ ให้ชื่นใจ และบ้าใบ้ ให้เชื่อมมัว มึนเจรจามิได้ นอนมิหลับ ให้ระส่ำระสาย แก้ กระหายน้ำ ที่ทำพิษต่างๆ ทั้งเจ็บอก เจ็บตัว เสียงแห้งหาแรงมิได้ ให้ผอมแห้ง เหือด แก้เหือด หัด ตาลซาง ไข้เหนือ สันนิบาด ให้สะท้านร้อน สะท้านหนาว ละลายน้ำดอกไม้ ถ้าหอบยิ่งขึ้น ให้แทรก อำพันทอง อำพันขี้ ปลา พิมเสน หญ้าฝรั่น (แก้ละห่วยใจ น้ำต้ม จากน้ำเต้าขม แทรก ขันทศกร ) (ถ้าเป็นลม น้ำจันทน์) (แก้ร้อน น้ำเดือน ๑๒ทั้งกิน ทั้งชโลม ) (ถ้านอนไม่หลับ น้ำดอกไม้ แทรกฝิ่นนิดหนึ่ง) แก้รากหรืออาเจียน น้ำ ลูกยอต้ม) แก้ไอ น้ำส้มซ่า (แก้เลือด น้ำต้ม จากฝาง) แก้คลั่ง น้ำต้ม จากชุมเห็ดไทย ( แก้บ้าใบ้ น้ำดอกไม้) (แก้สติฟั่นเฟือน น้ำกฤษณา) ชูกำลัง นำข้าวคั่ว แทรก ขันทศกร ถ้าลมขึ้นเบื้องสูง บดปนกับพิมเสน ห่อผ้า ขาวบางดม ตีค่าไว้ เป็นราคา ทอง ๑ ชั่ง ฯ ยาขนานที่ ๒๙ ยานานนี้มีชื่อว่า ยาหอมจันทรา ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) จันทน์แดง หนัก ๑ ตำลึง ๒) จันทน์ขาว หนัก ๑ ตำลึง ๓) โกศหัวบัว หนัก ๒ ตำลึง ๔) ดอกพิกุล ๕) ดอกบุนนาค ๖) เกสรสารภี ๗) เกสรบัวหลวง เอา หนักสิ่งละ ๑ สลึง บดเป็นผง ละลาย น้ำดอกไม้ ทั้งกิน ทั้งชโลม แก้ไข้ตาล ไข้ซางตามแต่ จะยักใช้ น้ำกระสายยา ให้สมควรแก่โรค นั้นๆ เทอญ ฯ ยาขนานที่ ๓๐ ยาขนานนี้ชื่อ ว่า ยาหอม มะโนวะแสงใหญ่ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้๑)ใบพิมเสน ๒) ใบ สันพร้าหอม ๓) ใบกระเพรา ๔) ตะไคร้หอม ๕) ลูกราชดัด ๖) สารพัดพิษ ๗) ลูกประคำดีควาย ๘) ลูกบิด ๙) ลูกปราย ๑๐) ลูกเบญกานี ๑๑) เนระพูสี ๑๒) ว่านล่อนทอง ๑๓) จันทน์ทั้ง ๒ (๑๔) ลูกจันทน์ ๑๕) ดอกจันทน์ ๑๖) กฤษณา ๑๗) กระลำพัก ๑๘) ดินถนำ ๑๙) น้ำประสารทอง ๒๐) ชะเอมทั้ง ๒ (๒๑) ชะมด ๒๒) พิมเสน ๒๓) เขี้ยวเสือ ๒๔) เขี้ยวหมี ๒๕) เขี้ยวหมู ๒๖) เขี้ยวแรด ๒๗) เขี้ยวจระเข้ ๒๘) นอ แรด ๒๙) กรามแรด ๓๐) กรามช้าง ๓๑) งาช้าง ๓๑) เขาวัว ๓๒) เขากระบือเผือก ๓๓) เขากุย ๓๔) เขา เลียงผา ๓๕) เขาแพะ ๓๖) เขาแกะ ตัวยาทั้งหมดนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง แล้ว เอาน้ำต้มดี ดังนี้ เป็นน้ำกระสายผสมยา แล้วตากไว้ในร่มให้แห้งแล้วนำไปบดอีก ทีหนึ่ง เอา ดีงูเหลือม ดีงูเห่า ดีงูทับสมิงคลา ดีเต่าดำ ดีตะพาบน้ำ ดีเหี้ย ดีตะกวด เอาสิ่งละ ๑ เฟื้อง บดเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำดอกไม้ กินดับพิษ แก้ร้อน ภายใน ภายนอก สารพัดไข้ทั้งปวง ตำราหลวง แต่ครั้ง พระเจ้าประสาททอง ของ พระฤษี สิทธิจารทำ ถวาย เป็นมหาวิเศษนก ฯ ยาขนานที่ ๓๑ ยาขนานนี้ชื่อ ว่า ยาปราบอากาศ แก้พิษฝีร้าย แก้ไข้ที่ทำให้สลบ แก้อติสาร ท่านให้เอา ๑) กระดองปูป่า ๒) กระดองเต่าเหลือง ๓) กระดูกหมาดำ ๔) กระดูกงูเหลือม ๕) กระดูกงูเห่า ๖) กระดูกงู ทับทาง ๗) ต้นก้างปลาทั้ง ๒ ๘) รากมะเฟือง ๙) รากะงับพิษ ๑๐) รากพุงดอ ๑๑) บอระเพ็ด ๑๒) โคน หวายขม ๑๓) ใบหมากผู้ ๑๔) ใบหมากเมีย ๑๕) ใบประดู่ ๑๖) ใบหญ้าพองลม ๑๗) ใบโทงเทง ๑๘) สน ๑๙) กรักขี ๒๐) ผักบุ้งล้อม ๒๑) จันทน์ทั้ง ๒ ๒๒) หญ้าปากควาย ๒๓) ลูกผักชี ๒๔) รากบัวหลวง ๒๕) ขี้ โค ตากแห้ง คั่วให้เหลือง เอามากหน่อย ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค เมื่อจะบดต้องไหว้ครูเสียก่อน แล้วให้บดกับ หินเสียก่อน จึงปิดทอง จุดกาฬ น้ำกระสายยา สุรา แก้พิษทั้งปวง น้ำเขี้ยว น้ำงา ใบเงิน ใบทอง แทรกด้วย น้ำข้าวคั่ว แทรกฝิ่น แทรกดีงูเหลือม ยาขนานนี้ ของ หมอ กล่อม จันทบุรี วิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๓๒ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่ายามหาระงับ คู่กับยาปราบอากาศ แก้พิษตาลซาง แก้ไข้เหนือ ไข้ สันนิบาด จุดกาฬก็ได้ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) เห็ดไม้แดง ๒) เห็ดกระถินพิมาน ๓) เห็ดตาล ๔) ระย่อม


๑๖๒ ๕) พิศนาด ๖) มหาละลาย ๗) โกศก้านพร้าว ๘) ฝาหอยโข่ง ๙) รากลำโพงกาสลัก ๑๐) ยาทั้งนี้เอาเสมอ ภาค บดเป็นผง ปั้นแท่งเก็บไว้ใช้ได้ทุกวัน ฯ ยาขนานที่ ๓๖ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมสมมิตรทะกุมาร ใช้แก้ไข้ ทั้ง ๓ ฤดู แก้ สรรพตาลซาง ท่าน ให้เอา ๑)โกศหัวบัว ๒) โกศ เชียง ๓) จันท์แดง ๔) จันท์ขาว ๕) กฤษณา ๖) กระลำพัก ๗) ชอนดอก ๘) ชะลูด ๙) แฝกหอม ๑๐) ว่านเปราะหอม ๑๑) ดอกพิกุล ๑๒) ดอกบุนนาค ๑๓) ดอกสารภี ๑๔) ดอกมะลิ ๑๕) ดอกจำปา ๑๖) ดอกกระดังงา ๑๗) ดอกคำไทย ๑๘) ดอกบัวน้ำทั้ง ๕ ๑๙) ชะมดสด ๒๐) ชะมดเชียง ๒๑) พิมเสน ยาทั้ง ๒๑ สิ่งนี้ เอาเสมอภาค คือเท่ากัน หนัก สิ่ง ละ ๒บาท บดเป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็นน้ำ กระสายยา ทำแท่งไว้ แก้ระส่ำระสาย (ละลายน้ำดอกไม้ แก้ตกมูกเลือด (ละลายน้ำกะทือ หมกไฟ แทรก กระลำพัก พิมเสน รำหัด กินหาย ตามแต่จะยักย้ายใช้ตามโรค ที่ ร้อน หรือเย็น ฯ ยาขนานที่ ๓๗ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมกำลังราชสี แก้ไข้ และ ลม ชูกำลังด้วย ท่านให้เอา ๑) โกศหัวบัว ๒) โกศเชียง ๓) จันท์เทศ ๔) ชะลูด ๕) อบเชยเทศ ๖) อำพันทอง ๗) โสม ๘) สมุลแว้ง ๙) กำยาน ตัวยา ๙ อย่าง เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๑๐) เทียนทั้ง ๕ ๑๑) ลูกผักชี ๑๒) สังกรณี ตัวยา ๓ สิ่งนี้ เอา สิ่ง ละ ๑ สลึง ๑๓) ลูกจันท์ หนัก ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๔) ดอกจันท์หนัก ๑ เฟื้อง ๑๕) กระวาน หนัก ๑ เฟื้อง ๑๖) กาลพลู หนัก ๑ เฟื้อง บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง (ละลายน้ำจันท์ แก้นอนไม่หลับ และ หาแรงมิได้ ละลายน้ำดอกไม้) (แก้ เพ้อคลั่ง ละลายน้ำดอกไม้เทศ) (ถ้ากินอาไม่ได้ ละลายน้ำตาลขันทศ กร) (แก้เชื่อมมัว ละลายน้ำ ชะเอมเทศ) (ถ้าแก้ลงท้อง ละลายน้ำเปลือกต้นมะรุมต้ม กิน หาย ) ฯ ยาขนานที่ ๓๘ ยาขนานนี้ มี ชื่อ ว่า ยาหอมนพรัตน์ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันท์ทั้ง ๒ ๔) ชะลูด ๕) อบเชย ๖) กฤษณา ๗) กระลำพัก ๘) ขอนดอก ๙) ลูกจันท์ ๑๐) ดอก จันท์ ๑๑) กาลพลู ๑๒) สมุลแว้ง ๑๓) แก่นสน ๑๔) ชะเอมเทศน์ ๑๕) เนระพูสีเทศ ๑๖) เนระพูสีไทย ๑๗) พิศนาด ๑๘) รางไคร้เครือ ๑๙) มะหาสดำ ๒๐) รากระงับ ๒๑) แก่นประดู่ ๒๒) กรักขี ๒๓) เปราะหอม ๒๔) ว่านกีบแรด ๒๕) ว่านร่อนทอง ๒๖) ใบพิมเสน ๒๗) ใบสันพร้าหอม ๒๘) ชาดหรคุณ ๒๙) ลิ้นทะเล ๓๐) ดอกพิกุล ๓๑) ดอกบุนนาค ๓๒) ดอกสารภี ๓๓) ดอกมะลิซ้อน ๓๔) ดอกมะลิลา ๓๕) ดอกจำปี ๓๖) ดอกจำปา ๓๗) ดอกกรรณิกา ๓๘) ดอกกาหลง ๓๙) ดอกโยทะกา ๔๐) ดอกตำลึง ๔๑) ดอกขี้กาแดง ๔๒) ดอกขี้กาขาว ๔๓) ดอกอัญชันเขียว ๔๔) ดอกอัญชันขาว ๔๕) ดอกปีบ ๔๖) ดอกมะขาม ๔๗) ดอกพุดซ้อน ๔๘) ดอกพุดลา ๔๙) ดอกจิงจ้อทั้ง ๒ ๕๐) ดอกกุหลาบ ๕๑) เกสรบัวหลวง ทั้ง ๒ ๕๒) เกสรบัวเผื่อน ๕๓) เกสรบัวขม ๕๔) ดอกสัตตบงกช ๕๕) ดอกสัตบุตร ๕๖) ดอกลินจง ๕๗) ดอกจงกลนี ๕๘) ดอกซ่อนชู้ ๕๙) ดอกผักตบ ๖๐) ตุ๊กต่ำ ๖๑) ดินถนำ ๖๒) บัลลังคะศิลา ๖๓) นมผลา ๖๔) สังข์ ๖๕) เปลือกหอยกราบใหญ่ ๖๖) ชะมดผัด ๖๗) ชะมดเชียง ๖๘) อำพันขี้ปลา ๖๙) พิมเสนเกล็ด ๗๐) ฝิ่น ตัวยา ๗๑ อย่าง เอาหนักสิ่งละ ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ ปั้นเท่า ลูกพุทธรักษา ตาก แดด เมื่อจะตาก ให้เอาผ้าขาวบาง ปกปิดบนยาจนกว่า ยาจะแห้ง เมื่อยาแห้งดีแล้ว เก็บใส่ขวด ปิดฝาเก็บไว้ (ถ้าจะใส่ตา ละลายน้ำนม ) (น้ำค้าง แก้ไข้เหนือ รากสาด ประกายดาษ หงส์ระทด ไฟเดือนห้า ข้าวไหม้น้อย ข้าวไหม้ใหญ่ อีดำ อีแดง กาฬเกิดขึ้นภายในก็ดี ) (ถ้าแกร้อน ละลายน้ำ ซาวขาว) (ถ้าหนาว ละลาย น้ำมูตร ) (ถ้า สลบ ละลายน้ำ ครำ ใต้ถุนบ้าน) (ถ้าเชื่อมมัวละลายน้ำดอกไม้) (ถ้ากระกระหายน้ำ น้ำต้มรากบัวหลวง ) (ถ้าชัก น้ำลูกสมอ แทรก พิมเสน เท่ายา) (ถ้าแก้ ราก คือ อาเจียนมีแต่ลมเป่าๆ น้ำต้ม จากลูกยอ อ่อน ๆ ที่ติด อยู่บนต้น มาละลายยาให้ กิน ) ( ถ้าอาเจียน เป็น โลหิต ละลาย น้ำต้มแก่นฝาง กับ เขากระบือ เผา ไฟ เท่ายา ที่นำมาละลาย ) (ถ้าจะแก้ ซาง ทั้ง ๗ วัน ซาง ๑ – ๒ – ๓ หัว เด็กอ่อนนัก กวดด้วยน้ำนม แทรกน้ำประสาร ทอง สะตุ (ถ้าเด็กเกิด ได้ ๑ – ๒ – ๓ เดือน น้ำมะนาว แทรกน้ำประสารทอง สะตุ) (ถ้าท้องขึ้น น้ำต้ม ใบ กะเพรา ใช้กวาด แทรก เกลือ ทะเล นิดหนึ่ง ถ้ายังไม่หาย ให้แทรก ดีงูเหลือม กำมะถันแดงเท่ายา เอาขี้ม้า


๑๖๓ สดๆ บีบเอาน้ำ เป็นกระสายกวาดหาย ) ( ถ้าฤทธิ์ ระส่ำระสาย ที่นอนไม่หลับ น้ำตาลขันทศกร แทรก พิมเสน ) (ถ้าตรีโทษ เป็นสันนิบาด ละลายน้ำ อ้อยแดง ) (สำประชวร ปุราณะชวร ทุติยชวร ตติยชวร ละลายน้ำส้ม ซ่า น้ำดีปลี ต้ม ก็ ได้) (ถ้าไข้ให้ลง ตางซางมันทำให้ลงท้อง ฝีดาษ เหือด หัด ให้ลงก็ดี น้ำต้มจากเปลือกต้น มะเกลือ แทรก ลูกเบญกานี เท่ายา ฝิ่นเท่ายา ดีงูเหลือมเท่ายา น้ำปูนใส แทรกกินหยุด ) แลการกล่าวถึง สรรพคุณยา มากมายนัก ยาขนานนี้เป็นยาประจำโรงพระโอสถ เคยได้ใช้ มามากแล้ว ท่านดีค่าไว้ ๑ พันชั่ง ทอง เมื่อจะทำยานี้ให้ดูวันดีๆ ยาจะมีฤทธิ์ ดี ตั้งบายศรี ๑ ชุด เทียนเงิน เทียนทอง ให้รักษา ศีล ๕ – ๘ แป้ง หอม น้ำมันหอม ทองคำเปลว ปิดที่ หน้า หินบดยา ไหว้ครู จึงจะประสิทธิดีแล ฯ ยาขนานที่ ๓๙ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมจันท์ ทะหฤทัย ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๓ ๒) กฤษณา ๓) กระลำพัก ๔) ขอนดอก ๕) แก่นพรหม ๖) หัวว่านมหากาฬ ๗) ชะเอมเทศ ตัวยา ๙ อย่างนี้ หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๘) เนระพูสี ๙) หวายตะค้า ๑๐) หวายตะมอย ๑๑) โกศสอเทศน์ ๑๒) โกสหัวบัว ๑๓) โกศก้านพร้าว ๑๔) โกศจุฬาลำพา ๑๕) โกศพุงปลา ๑๖) ดอกพิกุล ๑๗) ดอกบุนนาค ๑๘) ดอกสารภี ๑๙) ดอกมะลิ ๒๐) เกสรบัวหลวง ๒๑) ระย่อม ๒๒) พิศนาด ๒๓) เถามวกแดง ๒๔) รางไคร้เครือ ตัวยา เหล่านี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๒ บาท ๒๕) ชะมด ๒๖) พิมเสน ๒๗) อำพันทอง ตัวยา ๓ สิ่ง นี้ เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ แก้ไข้พิษ สารพัด ไข้ ไข้เชื่อมมัว ตัวร้อน แก้กระหายน้ำ แก้ชักก็ได้ ฯ ยาขนานที่ ๔๐ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอม แก้ ซาง ท่านให้เอาตัวยาดัง นี้ ๑)โกศทั้ง ๕ ๒) โกศจุฬา ลำพา ๓) เทียนทั้ง ๕ ๔) ลูกสมอทั้ง ๓ ๕) มะขามป้อม ๖) ลูกจันท์ ๗) ดอกจันท์ ๘) กระวาน ๙) กานพลู ๑๐) ลูกผักชี ๑๑) อบเชยทั้ง ๒ ๑๒) ราง ไคร้เครือ ๑๓) ดอกบุนนาค ๑๔) ลูกซัดคั่วให้สุก ยาทั้งนี้เอาเสมอ ภาค หนัก สิ่ง ละ ๒ บาท บดเป็นผง ทำเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ แก้ซาง ละลายน้ำดอกไม้กินแก้ท้องขึ้นน้ำกระ เพราต้ม แทรก เกลือ) (แก้ปวดท้อง น้ำกะทือเผาไฟ แทรก น้ำปูนใส หรือ ไพลหมกไฟก็ได้) (แก้หรือท้องเดิน น้ำต้มจากเปลือกต้นมะเดื่อ หรือ น้ำต้มจากเปลือกต้มแคดอกแดงได้) แก้ราก คือ แก้อาเจียน น้ำลูกยอ ต้มระ ลายยา หรือ น้ำต้มลูกผักชี เทียนดำ แทรก พิมเสน (แก้เชื่อม แก้ มัว น้ำจันท์เทศน์ ตามแต่ที่จะใช้น้ำกระสาย ยา นั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๔๒ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมแดง ท่าน ให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) เทียนทั้ง ๕ ๓) จันท์ ทั้ง ๒ ๔) ว่านกีบแรด ๕)ว่านร่อนทอง ๖)เนระพูสี ๗) สังกรณี ๘)รากคันทรง (หรือ รากแก่นทรง ) ๙) น้ำ ประสารทอง ๑๐) ตาลทั้ง ๕ ๑๑)เปลือกสันพร้านางแอ บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งไว้ ใช้ แก้ซาง แก้ไข้ ตามแต่ จะ ใช้ตามน้ำกระสายยาเถิด ฯ ยาขนานที่ ๔๓ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาแก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ ทั้งปวง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ เอา ๑) เอาใบพิมเสน ๒) ใบพรหมมิ ๓) ว่านร่อนทอง ๔) เมล็ดถั่วพู คั่ว ให้เหลือง บดละลายน้ำซาวข้าว แก้พิษไข้ ร้อนทั้งปวง ฯ ยาขนานที่ ๔๔ ยาขนานนี้ มี ชื่อ ว่า ยาเทพนิมิต ท่านให้เอา ๑) โกศทั้ง ๕ ๒) ลูกจันท์ ๓) ดอกจันท์ ๔) กระวาน ๕) กาลพลู ๖) ลูกผักชี ๗) จันท์หอม ๘) เนื้อไม้ ๙) กระลำพัก ๑๐) กำยานเหนือ ๑๑) สมุลแว้ง ๑๒) อบเชยเทศน์ ๑๓) สังกรณี ๑๔) ลูกสมอเทศ ๑๕) แก่นสน ๑๖)ดอกพิกุล ๑๗) บุนนาค ๑๘) ดอกสารภี ๑๙) ดอกบัวหลวง ๒๐) ดอกบัวเผื่อน ยาทั้งนี้เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ละลาย น้ำ ดอกไม้ แทรก ชะมดเชียง อำพันทอง หญ้าฝรั่น พิมเสน แก้ไข้พิษ สันนิบาด ที่ ทำให้_ชัก มือกำ ตีนกำ และ นัยตาช้อน แก้พิษกำเดา แก้เสมหะ แก้วาโย คือ ลมให้แดกขึ้น ให้ปะทะ ให้รากเหียน แก้พิษฝีดาษ ฝี หัวเดียว และ ตาลซาง เชื่อมมัว แก้ปิตตะ สมุฏฐาน กำเริบ ( ปิตตะกำเริบ คือดี กำเริบ ) ตามแต่แพทย์ และ หมอจะยักใช้น้ำกระสาย ตามสมควรแก่โรค นั้นๆ เถิด ดี นัก ฯ


๑๖๔ ยาขนานที่ ๔๕ ยาขนานนี้ มี ชื่อ ว่า ยามหาพิมเสนใหญ่ ท่านให้เอา ๑) จันท์แดง ๒) จันท์เทศน์ ๓) จันทะนา ๔) รากระย่อม ๕) พิศนาด ๖) รากรางไคร้เครือ ๗) เนระพูสี ๘) มะหาสดำ ๙) ว่านกีบแรด ๑๐) ว่านร่อนทอง ๑๑) ลูกประคำดีควาย ๑๒) ใบมะตูม ๑๓) ใบสมี ๑๔) ใบพรหมมิ เอาหนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๑๕) เปราะหอม หนัก ๓ บาท ๑๖) ใบมะละ หนัก กึ่งยา คือ หนัก ๘ บาท ๒ สลึง ๑๗) ใบพิมเสน เท่า ยา ทั้งหลาย คือ หนัก ๖ ตำลึง ๑ บาท ๒ สลึง บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ แก้อับจน (น้ำซาวข้าว น้ำ จันท์เทศ แก้ กินของผิด กินของแสลง ด้วยอาหาร เอา น้ำรากมะนาว รากมะปรางหวาน ฝน กับยา กิน แก้ ของแสลง (แก้ลม แก้สะอึก น้ำขิง ) (แก้ไข้ น้ำลูกมะแว้ง กิน) (แก้ราก หรือ อาเจียน น้ำลูกยอต้มเป็นน้ำ กระสายยา กิน) (แก้เชื่อมมัว น้ำดอกไม้เทศ ) ( น้ำดอกมะลิ กินแก้กาฬภายใน ภายนอก ) (น้ำลูก ประคำดีควาย ต้ม กินแก้ ร้อน แก้กลุ้ม ผิดสำ แดง ใช้น้ำมูตร น้ำดอกไม้ น้ำจันท์ทั้ง ๒ กินดีนัก ยาขนานนี้ เป็น ของ ทิดม่อม ให้ไว้เป็นทาน ฯ ยาขนานที่ ๔๖ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยามหาพิมเสนน้อย มีตัวยาดังนี้๑) รากระย่อม ๒) พิศนาด ๓) รางไคร้เครือ ๔) มะหาสดำ ๕) ว่านกีบแรด ๖) ว่านร่อนทอง ๗) เปราะหอม ๘) เนระพูสี ๙) ลูก ประคำดีควาย ๑๐) หัวแห้วหมู ๑๑) จันท์ทั้ง ๒ ๑๒) เกสรทั้ง ๕ ๑๓) ใบฝ้ายแดง ๑๔) ใบพรหมมิ ๑๕) ใบ สมี ๑๖) ใบมะตูม ๑๗) ใบมะละ ๑๘) ใบพิมเสน ยาทั้งหมดนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท บดเป็นผง ละลาย น้ำ ดอกไม้ ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ (น้ำซาวข้าว น้ำจันท์ ทั้งกิน ทั้งชโลม แก้ไข้ทำพิษ ต่างๆ นานา ปวดหัว ตัวร้อน เชื่อม มัว เพ้อคลั่ง หาสติมิได้ แก้กาฬภายใน ล้อมตับ ดับพิษ มิให้กาฬจับที่หัวใจ แก้ตกมูกเลือด แก้หัว ละลอก แก้หงส์รันทด เปลวไฟฟ้า แก้ละอองฝีกาฬ ทั้ง ปวง ก็หายท่านตีค่าไว้ ๑บาททองแล ยาของ ฑิตม่อม ฯ ยาขนานที่ ๔๗ ยาขนานนี้มี ชื่อว่ายาประทานเพชร แก้ไข้ แปล ไข้ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกพิกุล ๓) ดอกบุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกมะลิ ๖) เกสรบัวหลวง ๗) ตาอ้อยแดง ๘) ไพล ๙) ข่าน้อย บดเป็นผง แก้เชื่อมมัว ละลายน้ำจันท์กิน แก้สั่นสะท้าน น้ำดอกไม้ ตามแต่จะใช้น้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรคเถิด ดีนัก ได้ใช้มามากแล้ว ฯ ยาขนานที่ ๔๘ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาประสะพิมเสน มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑)จันท์แดง ๒) ระย่อม ๓) พิศนาด ๔) รางไคร้เครือ ๕) มะหาสดำ ๖) เนระพูสี ๗) ว่านกีบแรด ๘) ว่านร่อนทอง ๙) ใบน้ำเต้า ๑๐) ใบสมี ๑๑) ใบพรหมมิ ตัวยา ๑๑ อย่างนี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๑๒) เปราะหอม หนัก ๓ บาท ๑๓) จันท์เทศน์ หนัก ๓ บาท ๑๕) ใบมะละ หนักกึ่งยา คือหนัก ๘ บาท ๒ สลึง ๑๖) ใบพิมเสน เท่า ยา ทั้งหลาย คือ หนัก ๖ ตำลึง ๑ บาท ๒ สลึง บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ ๓ ฤดู ไขพิษ ต่างๆ ชโลม นำซาวข้าว แก้ร้อนภายใน น้ำมูตร น้ำครำ แก้เชื่อม นำดอกไม้ แทรก ดีงูเหลือม ยักใช้ตามน้ำ กระสายยาตามสมควร แก่โรค นั้นๆ เถิด ฯ ยาขนานที่ ๔๙ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาประสะชุมเสน แก้ไข้ทั้ง ๖ ฤดู ถอนพิษไข้ผิดสำ แดง มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๓ หนักสิ่งละ ๓ บาท ๒) ระย่อม ๓) รางไคร้เครือ ๔) มะหาสดำ ๕) เนระพูสี ๖) เปราะหอม ๗) อบเชยไทย ๘) อบเชยเทศ ๙) รากมะกรูด ๑๐) แฝกหอม ๑๑) รากมะปรางหวาน ๑๒) ใบ บอระเพ็ด ๑๓) ใบมะตูม ๑๔) ใบพรหมมิ ๑๕) ใบน้ำเต้า ตัวยาทั้ง ๑๔ อย่างหนัก สิ่ง ละ ๔ บาท ๑๖) ใบ สะเดา หนักกึ่งยา คือหนัก ๘ ตำลึง กับ ๒ บาท ๒ สลึง ๑๗) ใบพิมเสน หนักเท่ายาทั้งหลาย คือหนัก ๒๕ ตำลึง กับ ๓ บาท ๒ สลึง (ท่ากับ หนัก ๑๐๓ บาท ๒ สลึง) บดเป็นผงไว้กิน ดี นัก ยักย้ายใช้ตามน้ำกระสายยา เถิด (ยาท่านพ่อเทศ ) ยาขนานนี้ ควรจะเพิ่ม พิศนาด ฯ ยาขนานที่ ๕๐ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอมอินทร์จักร มีตัวสมุนไพร ดังนี้๑) ระย่อม ๒) พิศนาด ๓) รากรางไคร้เครือ ๔) เนระพูสี ๕) มะหาสดำ ๖) ว่านกีบแรด ๗) ว่านร่อนทอง ๘) ว่านเปราะหอม ๙) จันท์ทั้ง ๒ ๑๐) เกสรทั้ง ๕ ๑๑) ใบพิมเสน ๑๒) ใบสันพร้าหอม ๑๓) ใบมะยม ๑๔) ใบมะเฟือง ๑๕) ใบ


๑๖๕ หมากผู้ ๑๖) ใบหมกเมีย เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ต้มกินก็ได้ ทำเป็นยาผงก็ได้ น้ำดอกไม้เป็นกระสายยา ปั้น เป็นแท่งเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้เชื่อมมัว น้ำจันท์ น้ำลูกยอ (แก้หอบ น้ำรากบัวหลวง ต้ม เอาจันท์ ฝน ลง รำหัด กิน แก้ไข้สันนิบาด น้ำเปลือกต้นพุทรา ต้ม แก้เพ้อคลั่ง น้ำเปลือกต้น มะเดื่อชุมพร ต้ม) (แก้กาฬ ภายใน น้ำมูตร น้ำครำ เหล้า ก็ได้ ทั้งกิน ทั้งชโลม) (แก้ไข้จับทั้งปวง แก้ปวดหัว ตัวร้อน น้ำซาว ข้าว ทั้งกิน ทั้งพ่น ยาขนานนี้ เป็น ของท่าน หมอพร้อม ฯ ยาขนานที่ ๕๑ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาทิพยโสภา แก้ไข้ทั้ง ๓ ฤดู แก้มิให้เป็นพรรดึกได้ มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) เทียนเยาวพาณี ๒) ลูกผักชีลา ๓) ลูกเร่ว ๔) ชะอมเทศ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่ง ละ ๓ บาท ๕) สมอไทย ๖) สมอเทศ ๗) มะขามป้อม เอาหนักสิ่งละ ๑ ตำลึง ๘) สมอพิเภก หนัก ๑ ตำลึง กับ ๑ บาท ๙) โกศสอ ๑๐) โกศน้ำเต้า ๑๑) รางไคร้เครือ ตัวยา ๓ สิ่งนี้ หนักสิ่งละ ๒ บาท บดเป็นผง ปั้น เป็นแท่ง เก็บไว้ ถ้าจะทำเป็นยาถ่ายยาระบาย แทรกดีเกลือ ตามธาตุ หนัก เบา (ถ้าจะแก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ละลายน้ำลูกสมอไทย ต้ม (แก้อาราก แก้อาเจียน น้ำลูกยอต้ม แทรกพิมเสน) ( แก้ลงท้อง เปลือกต้นมะเดื่อ ต้ม) ( แก้ไข้จับ น้ำจันท์ ต้ม ) กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๕๒ ยาขนานนี้ ชื่อ ว่า ยาหอมข่า มีตัวยาดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกพิกุล ๓) ดอก บุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกมะลิ ๖) เกสรบัวหลวง ๗) ดอกบัวเผื่อน ๘) ลูกประคำดีควาย ๙) คุคะ ๑๐) งาช้าง ๑๑) โกศหัวบัว ๑๒) เปลือกต้นสันพร้านางแอ ๑๓) ข่าตาแดง ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค คือหนักสิ่ง ละสองบาทบดเป็นผง ทำเป็นแท่ง น้ำดอกไม้ แทรกพิมเสน เป็นน้ำกระสายยา ฯ ยาขนานที่ ๕๓ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า พระโอสถเนาวะโกศ มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) โกศสอ ๒) โกศเขมา ๓) โกศเชียง ๔) โกศพุงปลา ๕) โกศจุฬาลำพา ๖) โกศกระดูก ๗) โกศก้านพร้าว ๘) โกศน้ำเต้า ๙) โกศ กรักกา ๑๐) เทียนทั้ง ๕ ๑๑) จันท์แดง ๑๒) จันท์ขาว ๑๓) ชะลูด ๑๔) อบเชยเทศ ๑๕) กฤษณา ๑๖) มะหาสดำ ๑๗) คุคุ ๑๘) สะบ้าดำ ๑๙) สะบ้าลาย ๒๐) หัวว่านมหากาฬ ๒๑) มหาละลาย ๒๒) ยาราก ดำ ๒๓) ยารากขาว ๒๔) รากขี้กาทั้ง๒ ๒๕) เขากวาง ๒๖) นอแรด ๒๗) เขาโค ๒๘) เขาเลียงผา ๒๙) เขา แพะ ๓๐) เขาแกะ ๓๑) งาช้าง ๓๒)เขี้ยวเสือ ๓๓) เขียวหมี ๓๔) เขี้ยวแรด ๓๕) เขี้ยวจระเข้ ๓๖) นมผา ๓๗) เถามวกทั้ง๒ ๓๘) ดอกบุนนาค ๓๙) ดอกสารภี ๔๐) ดอกมะลิ ๔๑) ดอกกรรณิกา ๔๒) ดอกจำปา ๔๓) ดอกกระดังงา ๔๔) ดอกบัวหลวง ๔๕) ดอกบัวขม ๔๖) ดอกอุบล ๔๗) ดอกจงกลนี ๔๘) ดอกสัต บุตร ๔๙) ดอกสัตบัน ยาทั้ง ๔๙ อย่างนี้ เอาหนักสิ่งละ ๑ สลึง ๕๐) อำพันทอง ๕๑) อำพันขี้ปลา ๕๒) หญ้าฝรั่น ๕๓) ชะมด ๕๔) พิมเสน ตัวยา ๕ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ เฟื้อง ยาทั้งนี้บดเป็นผง เอาน้ำ กระสายยาแต่ละอย่างผสมแล้ ปั้นเป็นแท่ง ที่สมควรแก่โรคเก็บไว้ แก้ไข้เชื่อมมัว แก้คลั่ง แก้กาฬภายใน แก้ หอบ แก้ลมอันเป็นพิษ ต่างๆ แก้ลิ้นกระด้าง คางแข็ง แก้สวิงสวาย ละลายน้ำดอกไม้ ถ้าน่ามืด ตามัว ไม่ รู้สึกตัว ละลายน้ำมูตร หรือน้ำครำ ก็ได้ แก้ระส่ำระสาย ให้ร้อน เป็นกำลัง ให้ละลาย ด้วยน้ำ นอแรด งาช้าง กินหาย เป็นมหาวิเศษนัก ฯ ยาขนานที่ ๕๔ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมแท่งจันทร์ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศทั้ง ๕ (๒) เทียนทั้ง ๕ (๓) จันทั้ง ๒ (๔) ดอกพิกุล ๕) ดอกบุนนาค ๖) ดอกสารภี ๗) ดอกมะลิ ๘) ดอกกระดังงา ๙) ดอกกรรณิกา ๑๐) ดอกการะเกตุ ๑๑) ดอกบัวน้ำทั้ง ๕ (๑๒) ระย่อม ๑๓) พิศนาด ๑๔) รางไคร้เครือ ๑๕) เนระพูสี ๑๖) มะหาสดำ ๑๗) สังกรณี ๑๘) รากถั่วพู ๑๙) รากถั่วเขียว ๒๐ ใบทองหลางใบมล ๒๑) หญ้าฝรั่น ๒๒) อำพันทอง ๒๓) ชะมด ๒๔) พิมเสน ยาทั้ง ๓๗ อย่างนี้ หนักสิ่ง ละ ๑ บาท เอาจันท์หอม เทศน์หนัก ๓๗ บาท เท่ายาทั้งหลาย บดเป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็น น้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ แก้ สารพัดไข้ แก้ซาง แก้หืด แก้หัด ที่ทำให้เชื่อมมัว ทำอาการที่เชื่อมมัว ให้อาเพศไปต่างๆ นานา ให้ยักย้ายใช้ น้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรค นั้นๆ เถิด ท่านกล่าวว่าวิเศษนัก ฯ


๑๖๖ ยาขนานที่ ๕๕ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมประสะจันท์ใหญ่ ใช้แก้ไข้เหนือ แก้ฝีดาษ ตาลซาง พิษที่ ทำให้ลงท้อง มีตัวยาสมุน ไพร ดังนี้ ๑) จันท์แดง ๒) ว่านกีบแรด ๓) ลูกบิด ๔) ลูกกลาย ๕) ตุ้มกาทั้ง ๒ (๖) ระย่อม ๗) พิศนาด ๘) รากรางไคร้เครือ ๙) หวายตะค้า ๑๐) ลูกประคำดีควาย ๑๑) สังกรณี ๑๒) เนร พูสี ๑๓) ลูกเบญกานี ๑๔) เขากวาง ๑๕) งาช้าง ๑๖) ดีงูเหลือม ๑๗) เปลือกสีสมตัวเมีย ๑๘) ว่าน ร่อนทอง ยาทั้ง ๑๙ อย่างนี้ เอาหนักสิ่ง ๑ ส่วน ๑๙) เอาจันท์หอมเทศ หนัก ๑๙ บาท เท่าตัวยาทั้งหลาย บด เป็นผง เอาน้ำดอกไม้เป็นน้ำกระสายยา ปั้นเป็นแท่ง เก็บไว้ แก้สารพัดพิษ ไข้เหนือ ซางทั้งปวง แก้พิษตาล โจรดีนักแล ฯ ยาขนานที่ ๕๖ ยาขนานนี้ มีชื่อ ว่า ยาประสะเพชร แก้ร้อน แก้ไข้ แก้ลิ้นกระด้างคางแข็ง มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) เกสรบัวหลวง ๓) ดอกบุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกมะลิ ๖) เปลือก สันพร้านางแอ ๗) ไพลอ่อน ๘) ตาข่าตาแดง บดเป็นผง ละลายน้ำซาวข้าว กิน ไข้ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๕๗ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาตรีคำฉันท์ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศกระดูก ๒) โกศ พุงปลา ๓) เทียนเยาวะภาณี ๔) ดอกสัตบุตร ๕) น้ำประสารทอง ๖) เปราะหอมสุด ๗) ทั้งลูกซัด ๘) ลูกผักชี ๙) ชะเอมเทศ ๑๐) รางไคร้เครือ ตัวยาทั้ง ๑๐ นี้ เมื่อมีการจำจงดีแล้ว เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท ตาม วิธี มะขามป้อม ดี ตรีผลา หนึ่งโสต โกศน้ำเต้า แพทย์ พึงเอาหนัก ๓ เท่านา คือ หนัก ๖ บาท บดเป็นผง ปั้น เป็นแท่ง ทำเป็นเม็ด กลมๆ ก็ได้ เม็ดโตพอดีกับ กลืนกินได้ แก้เชื่อมมัว น้ำดอกไม้เป็นกระสายยา ) กินแก้ได้ ใช้น้ำนวล อริสารประกอบกวน รู้รุน แล แก้เน่าทำ ปัดเป่ากำเดาค้าง ทางพิษไข้ ได้จงจำ ทำเถิดเลิศล้ำ ( น้ำ สมอไทยแทรกดีเกลือ ทำเป็นยาถ่าย ยาละบาย กินถ่ายลง ต่อสาย ) เพลาบ่ายคุมโทษ เผื่อยาธาตุ น้ำฝาดเจือ คือ น้ำเปลือกแคดอกแดง ต้มน้ำเปลือกต้นมะเดื่อต้ม เหลือดีแล้ว แก้วกับตน ฯ ยาขนานที่ ๖๔ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้จับ แก้ไข้จับสั่น ไข้จับเชื่อม มัว มีตัวยาสมุนไพร๗) ดังนี้ ๑) ดอกพิกุล ๒) ดอกบุนนาค ๓) ดอกสารภี ๔) เกสรบัวหลวง ๕) จันท์ทั้ง ๒ ๖) ใบสันพร้าหอม ตัวยา ๖ อย่างนี้ หนักสิ่งละ ๒ บาท ๗) ฝางเสน หนัก ๖ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ทำแท่งเก็บไว้ แ รกพิมเสน กินแก้ไข้ทั้งปวง ยาขนานที่ ๖๕ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาแก้ไข้สันนิบาด มันให้ชักหลังแอ่น มือกำ ตีนงอ คอบิด เรียกว่า อีงุ้ม อีงับ อีเงย อีเงา อีแอ่น ท่านให้เอายาขนานนี้ แก้ให้หาย ในทันใดนั้นแล ถ้าแก้มิทันตายแน่แล มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) เขาควายเผือกเผา ๒) กรามแรดเผา ๓) กรามช้างเผา ๔) กระดูกงูเหลือมเผา ๕) หนังแรด เผา ๖) เกล็ดปลากระโห้เผา ๗) มหาหิงคุ์ คั่ว ๘) กระเทียมราง ๙) พริกไทยคั่ว ๑๐) ดีปลีคั่ว ๑๑) ใบ มะตูม ๑๒)ใบกระเพราทั้ง ๒ ๑๓) ใบสวาด ตัวยาทั้ง ๑๓ อย่าง เอา หนัก สิ่งละ ๒บาท บดเป็นผง ละลายน้ำ กะทือ กะทือ ทำแท่งเก็บไว้กิน แก้ไข้สันนิบาด ทั้งปวง หาย ฯ ยาขนานที่ ๖๖ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมชนะลม มีไว้สำหรับ แก้ลม และเลือด แก้ไข้จับหัวใจ ทำให้ สลบ ลิ้นกระด้างคางแข็ง ในเรือนไฟ สตรีคลอดบุตรอยู่ไฟมิได้ ก็ดี ไข้พิษ ไข้รากสาด ลม ๑๖ จำพวก มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศหัวบัว ๒) โกศพุงปลา ๓) โกศเขมา ๔) โกศเชียง ๕) เทียนดำ ๖)เทียนขาว ๗) เทียน สัตบุตร ๘) เทียนตาตั๊กแตน ๙) แก่นสน ๑๐) กรักขี ๑๑) พริกหอม ๑๒) ลูกผักชีทั้ง ๒ (๑๓) ชะเอมเทศ ๑๔) ลูกจันท์ ๑๕) ดอกจันท์ ๑๖) กระวาน ๑๗) กาลพลู ๑๘) จันทร์ขาว ๑๙) กระรำพัก ๒๐) กฤษณา ๒๑) ขอนดอก ๒๒) เมล็ดถั่วพูคั่ว ๒๓) อบเชย ๒๔) ขิงแห้ง ๒๕) ดอกพิกุล ๒๖) ดอกบุนนาค ๒๗) ดอก สารภี ๒๘) เกสรบัวหลวง ๒๙) กำยาน ตัวยาทั้ง ๓๐ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๓๐) ลูกเอ็น หนัก ๓ สลึง ๓๑) สะค้านหนัก ๖ บาท ๓๒) ช้าพลู หนัก ๑ ตำลึง ๓๓) อำพันทอง หนัก ๑ เฟื้อง ๓๔) พิมเสน หนัก ๑ บาทบดเป็นผง ปั้นแท่งเก็บไว้ น้ำร้อน หรือ น้ำเย็นเป็นกระสายก็ได้ ตามสมควรแก่ไข้ แก้สารพัดเลือดลม แก้ไข้พิษ รากสาด สันนิบาด ดีนัก แก้สันนิบาดหน้าเพลิงดีนัก ยาขนานนี้เป็น ของท่านพ่อเทศ แต่งไว้


๑๖๗ ยาขนานที่ ๖๘ ยาขนานนี้มีชื่อว่า นารายณ์ คลายจักร มีตัวยาสมุนไพดังนี้1) จันท์แดง ๒) จันท์หอม ๓) กฤษณา ๔) ชะลูด ๕) อบเชยเทศ ๖) โกศหัวบัว ๗) เนื้อไม้ ๘) เปราะหอม ๙) เหมือดคน ๑๐) ราก มะกรูด ๑๑) รากมะนาวหวาน ๑๒) รากมะปรางทั้ง ๒ ๑๓ ฝางเสน ตัวยาทั้ง ๑๓ อย่างนี้ เอาหนักสิ่ง ละ ๔ บาท บดเป็นผงไว้ กินแก้ไข้ ฯ ยาขนานที่ ๖๙ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาแดงดับพิษ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑)โกศหัวบัว ๒) จันท์เทศ ๓) ฝางเสน ๔) รากเหมือดคน ๕) รากมะปรางหวาน ๖)รากมะนาว ๗) ว่านเปราะหอม ตัวยาทั้ง ๗ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๔ บาท ๘) ดอกบุนนาค ๙) ดอกสารภี ๑๐) ดอกมะลิซ้อน ๑๑) เกสรบัวหลวง ตัวยา ๔ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท จันท์แดง เอาเท่ายา ทั้งหลาย คือ หนัก ๓๒ บาท ตัวยาขนานนี้ รวมกัน ทั้งหมด หนัก ๖๔ บาท บดเป็นผง ไว้แก้ไข้อันทำให้ร้อน ไข้ให้เชื่อมมัว กระหายน้ำ แก้คูถ แก้เสมหะ ที่มีพิษ ละลายน้ำดอกไม้ เหมือดคน รากมะปรางหวาน รากนะนาวฝนกิน แก้พิษไข้ต่างๆ ฯ ยาขนานที่ ๗๐ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาแดง แก้ไข้ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) โกศทั้ง ๕ (๒) จันท์ทั้ง ๒ (๓) แก่นสน ๔) แก่นไม้สัก ๕) แก่นไม้ปรู ๖) แก่นไม้ประดู่ ๗) แก่นกระถินแดง ๘) แก่นสักขี ๙) แก่น พรหม ๑๐) เถามวกแดง ๑๑) หัวว่านมหากาฬ ๑๒) เกสรบัวหลวง ๑๓) ชะมด ๑๔) พิมเสน ตัวยา ทั้ง ๑๙ อย่าง เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๑๕) ฝางเสน หนักเท่ายา ทั้งหลาย คือ ๑๙ บาท บดเป็นผงเก็บไว้ เป็นยา แก้ ไข้ แก้ไข้ จับ แก้ไข้เหนือ แก้ไข้รากสาด แก้ลงท้อง น้ำซาวข้าว แก้เชื่อม น้ำดอกไม้ แก้อาเจียน น้ำ ลูกยอต้ม แก้กระสับกระส่าย น้ำจันท์ แก้ลมแทรกพิมเสน ฯ ยาขนานที่ ๗๑ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาหอมแสงสุริโยทัย มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) ดอกพิกุล ๒) ดอก บุนนาค ๓) ดอกสารภี ๔) ดอกมะลิลา ๕) ดอกจำปา ๖) ดอกกระดังงา ๗) เกสรบัวหลวง ๘) ดอกจงกลนี ๙) แห้วไทย ๑๐) กระจับ ๑๑) จันท์แดง ๑๒) จันท์ขาว ๑๓) จันท์หอม ๑๔) จันท์ชะมด ๑๕) เนื้อไม้ ๑๖) ชะลูด ๑๗) อบเชย ๑๘) สมุลแว้ง ๑๙) สนเทศ ๒๐) ดอกคำไทย ๒๑) ดอกคำเทศ ๒๒) ดอกจันท์ ๒๓) ว่านน้ำ ๒๔) กระชาย ๒๕) เปราะหอม ๒๖) ข่าต้น ๒๗) ชะเอมทั้ง ๒ (๒๘) สุรามะฤทธิ์ ๒๙) เหมือดคน ๓๐) ดินแดงเทศ ๓๑) หัวมะกอก ตัวยาทั้ง ๓๒ อย่าง เอาหนักสิ่ง ละ ๑ บาท ๓๒) โกศทั้ง ๙ ๓๓) เทียนทัง ๙ ๓๔) ชะมดเชียง ตัวยา ทั้ง ๑๙ สิ่งนี้ หนักอย่าง ละ ๒ สลึง ๓๕) การบูร ๓๖) พิมเสน หนักสิ่งละ ๑ สลึง ๓๗) ฝางเสน หนักเท่ายาทังหลาย คือ หนักเท่ากับ ๔๒ บาท กับ ๑ สลึง บดเป็นผง ไว้แก้ ไข้ ทั้งปวง ฯ ยาขนานที่ ๗๒ ยานานนี้มี ชื่อว่า ยาหอมศรีสุวรรณ มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) จันท์ทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ๒) โกศสอ ๓) โกศเขมา ๔) โกศเชียง ๕) โกศหัวบัว ๖) โกศพุงปลา ๗) โกศจุฬาลำพา ๘) โกศ ก้านพร้าว ๙) โกศกระดูก ๑๐) สมุลแว้ง ๑๑) กฤษณา ๑๒) กระลำพัก ๑๓) พิมเสน ตัวยาทั้ง ๑๒ อย่าง หนักสิ่งละ ๑ สลึง ๑๔) รากไคร้เครือ หนัก ๓ สลึง ๑๕) น้ำประสารทองสะตุ หนัก ๓ สลึง ๑๖) ชะเอมเทศ หนัก ๑ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ หรือปั้นเท่า เมล็ดพริกไทยเก็บไว้ แก้ไข้ทั้งปวง ยาขนานที่ ๗๔ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาแก้ไข้เหนือ ที่ทำให้เชื่อม ให้มัวที่หน้า มีตัวยาสมุนไพรดังนี้ ๑) โกศหัวบัว ๒) จันท์ทั้ง ๒ (๓) เกสรสารภี ๔) ดอกบุนนาค ๕) เกสรบัวหลวง ๖) ชะลูด ๗) ว่านเปราะ ๘) ใบพิมเสน ๙) เปลือกสันพร้านางแอ ๑๐) ไพล ๑๑) ข่า บดเป็นผงละลายน้ำดอกไม้ น้ำจันท์ น้ำซาวข้าว ก็ได้กินหาย พ่อ ฯ ยาขนานที่ ๗๕ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาหอมสรรพคุณ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) โกศสอ ๒) โกศเขมา ๓) โกศหัวบัว ๔) โกศเชียง ๕) โกศพุงปลา ๖) โกสกระดูก ๗) โกศก้านพร้าว ๘) โกศจุฬาลำพา ๙) จันท์ ทั้ง ๒ (๑๐) กฤษณา ๑๑) กระลำพัก ๑๒) รากมะแว้งทั้ง ๒ ๑๓) รากไคร้เครือ ๑๔) ชะเอมเทศ ๑๕) ใบ พิมเสน ๑๖) น้ำประสารทอง ๑๗) ดอกพิกุล ๑๘) ดอกบุนนาค ๑๙) ดอกสารภี ๒๐) ดอกบัวหลวง ๒๑) ดอกสัตบุตร ๒๒) ดอกสัตบัน ๒๓) ดอกจงกลนี ๒๔) ดอกบัวเผื่อน ๒๕) ดอกบัวขม ตัวยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่ง


๑๖๘ ละ ๑บาท บดเป็นผง ละลายกับน้ำกระสายปั้นเป็นแท่งเก็บไว้ (ถ้าเป็นไข้ซางแดง ซางขโมย ตาลซาง ตาล ขโมย มันทำพิษ ให้ตัวร้อน เอา ชุมเห็ดเทศ ชุมเห็ดไทย เอาทั้ง ๕ ต้มเอาน้ำ ละลายยา กิน หรือ ขมิ้นอ้อย บิดเอาแต่น้ำละลายยากิน ถ้าเป็นไข้เหนือ สันนิบาด ละลายน้ำกระเพรา หรือ ลูกสมอไทยต้มเอาน้ำ ละลายยา กิน ถ้ามันทำให้สวิงสวาย ละลายน้ำจันท์ หรือน้ำลูกยอต้ม ให้กิน ถ้าแก้อาเจียน เอาน้ำลูกยอต้ม น้ำลูกบัว น้ำต้มหัวกระจับ ละลายยาให้กิน ถ้าจะให้ผายลม ให้ลง น้ำกระพังโหม ต้มกินแทรก เกลือ รำหัด ถ้าซางขึ้นใน ลำคอ และ ที่ลิ้น ละลายน้ำขมิ้นอ้อย กิน หรือ น้ำต้มใบกระเพรากวาด น้ำในข้ออ้อยต้มกิน ถ้าคอแหบ ตกมูก น้ำหอมหัวแดงแทรก ลูกจันท์ต้ม กิน ถ้าเป็นบิดตกมูกเลือด ละลายน้ำกะทือเผาไฟกิน ถ้ามิฟังละลายน้ำต้ม จากเปลือก ต้นไข่เน่า ละลายยากิน หรือเปลือกต้นสะเดาก็ได้ ถ้าท้องขึ้นและ ราก จะให้ลง เอาต้นกระพังโหม ต้ม แทรกน้ำผึ้ง พิมเสนกิน ถ้าไข้รากสาดน้ำต้มจากต้น ผักโหม แทรก รำหัด พิมเสน ถ้าลงท้อง น้ำต้มจาก เปลือกต้นมะเดื่อ ละลายยากิน ถ้าท้องขึ้นละลายจาก น้ำต้มใบกระเพรา ละลายยากินหาย ถ้าเป็นไข้สันนิ บาด - -ไข้สำประชวร—ทุติยชวร—ตติยชวร –ปุราณชวร และไข้ตรี โทษ ละลายน้ำกระเพราต้ม กิน ถ้าไข้เพื่อ กำ เดา ให้เจ็บคอ ให้เจ็บอก นอนมิหลับ ให้เมื่อยเท้า เมื่อยมือ กินอาหารมิได้ เลย ถ้าเป็นหญิง มีครรภ์ให้เจ็บ ต่างๆ ให้เอาใบบอระเพ็ด หญ้าตีนนก จันท์เทศ ต้มละลายยากิน ถ้าไข้เพื่อกำเดา ให้ปวดศีรษะ นอนมิ หลับ ทำให้กระหายน้ำ ให้คลั่งเพ้อไป กินอาหารมิรู้ จักรส ให้เอาหญ้าตีนนก หัวแห้วหมู รากผกโหมหิน ต้มเอาน้ำละลายยากิน ถ้าไข้เพื่อเสลด หนักหน้าอก หนักเหมือนเอาหินมาทับไว้ ให้เป็นโรคต่างๆ ให้ผินหน้า ผินหลัง ทำให้บิดตัวไปมา เหมือนดังผีเข้าอยู่ มันทำให้จุกเสียด ให้เอาแก่นสน สมุลแว้ง ต้มละลายยากิน ถ้า กระหายน้ำ รากไทร หรือ รากตะไคร้ ก็ได้ ต้มเอาน้ำ ละลายยา กินวิเศษนัก (ยาของตาสุด) ยาขนานที่ ๗๘ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาเขียวหอม มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) ใบหมากผู้ ๒) ใบหมากเมีย ๓) ใบมะยม ๔) ใบมะเฟือง ๕) ใบเงิน ๖) ใบทอง ๗) ใบทองพันชั่ง ๘) ใบทองหลางใบมน ๙) ใบพิมเสน ๑๐) ใบสันพร้าหอม ๑๑) ใบผักกระโฉม ๑๒) ใบฝักข้าว ๑๓) ใบน้ำเต้า ๑๔) จันท์หอม ๑๕) เหมือดคน บด เป็นผง ทำแท่งไว้ ละลายน้ำ ซาวข้าว น้ำดอกไม้ ไว้ แก้ซาง น้ำสุรา น้ำปลา แก้ไข้ ที่ทำให้ปวดหัวตัวร้อน น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว น้ำจันท์ทั้ง ๒ ทั้งกิน ทั้งพ่น แก้ไข้กลับ จากการกินของผิด สำแดง และ ของที่ทำให้ แสลง เอาเถามวกแดง น้ำฟักต้ม น้ำกล้วยตีบ น้ำตาลขันทศกร แทรกดีงูเหลือม ตัดลง ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๗๙ ยาขนานนี่มีชื่อ ว่า ยาทำลาย สารพัดพิษไข้ ทั้งปวง ทุกอย่าง ไม่ว่า ไข้ อะไร มีตัวยา สมุนไพร ดัง นี้๑) กระดูกแร้ง ๒) กระดูกงูเหลือม ๓) กระดองปูทะเล ๔) แก่นไม้สน ๕) แก่นไม้สัก ๖) สักขี ๗) เถาหัวลิง ๘) ตาไม้ไผ่สีสุก ๗ ตา ๙) ลูกประคำดีควาย ๑๐) จันท์ทั้ง ๒ ๑๑) ผักเป็ดแดง ตัวยาทั้ง ๑๒ อย่าง เอาสุมไฟให้ไหม้ แล้ว เอา ๑๓) ใบหญ้านางสด ๑๔) ใบผักข้าว ๑๕) ใบทองพันชั่ง ๑๖) ใบ พิมเสน ๑๗) ใบสันพร้าหอม เอาแต่ใบสดๆ ยาทั้งนี้ทำเป็น ผง ให้ละเอียด แล้วคุริการให้เข้ากัน บด ด้วยน้ำ ฆ้องสามย่าน น้ำว่านหางจระเข้ บดให้ละเอียด ทำเป็นเม็ดไว้ แก้กาฬภายใน มันทำให้หอบ น้ำจันท์ แก้ไข้ น้ำ ดอกไม้ น้ำจันท์ ถ้าจะใช้จุด กาฬ ใช้เหล้า จุดกาฬเถิดได้ใช้มาแล้ว ดีนัก (ยาท่าน อาจารย์ผาดวัดสิงห์) ยาขนานที่ ๘๒ ยาขนานนี้ชื่อว่า ยาเขียนประทานเพชร มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) ใบพิมเสนสดๆ ๒)ใบ ทองพันชั่งสด ๓) ใบหญ้านางสด ๔) จันทน์หอมเนื้อขาว ๕) เหมือดคน ๖) กฤษณา ๗) กระลำพัก ๘) ขอน ดอก ๙) ใบสันพร้าหอมสด ๑๐) แป้งหอม ๑๑) ดินสอพอง ๑๒) ดอกพิกุล ๑๓) ดอกบุนนาค ๑๔) ดอก สารภี ๑๕) ดอกมะลิ ๑๖) เกสรบัวหลวง สด เอาให้มากๆหน่อย ตำผงเก็บไว้ แก้ไข้ที่ทำให้ร้อน กระวน กระวาย ละลายน้ำ ซาวข้าว น้ำดอกไม้ น้ำจันท์ กินดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๘๓ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอมว่านเปราะ มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑)จันท์แดง ๒) จันท์ขาว ๓) กฤษณา ๔) กระลำพัก ๕) ขอนดอก ๖) ชะลูด ๗) ลูกจันท์ ๘) ดอกจันท์ ๙) กาลพลู ตัวยา ๙ อย่างนี้ เอาหนัก สิ่งละ ๑ บาท ๑๐) ว่านเปราะ หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๙ บาท บดเป็นผง ยาขนานนี้เมื่อจะ


๑๖๙ บด เอา ดินสอพองใส่ ลงไป พอมีสีขาวนวล ขึ้น นิดๆ จึงพอ ปั้นเม็ดเท่า ผลพุทราเก็บไว้เถิด แก้ไข้ได้สารพัด ทุกอย่าง น้ำกระสายยา คือ น้ำจันท์ น้ำดอกไม้ น้ำซาวข้าว ถ้าไข้ทำให้บ้าคลั่ง หรื ปากปากเปื่อย ละลาย น้ำนมโคสด น้ำจันท์ แก้ไข้พิษทั้งหลาย แก้ฝีดาษ แก้ได้ทั้งร้อนและเย็น ยักย้ายน้ำกระสายยา เอาเถิด ตาม สมควรแก่โรค หรือ ไข้ ที่เกิดขึ้นเถิด ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๘๔ ยาขนานนี้ ชื่อว่า ทิพยะรักษา มหาเปราะ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกพิกุล ๓) ดอกบุนนาค ๔) ดอกสารภี ๕) ดอกบัวหลวง ๖) ผิวมะกรูด ๗) ว่านน้ำ ตัวยาทั้ง ๗ อย่าง หนักสิ่งละ ๒ บาท ๘) การบูร เอาแต่น้อย หนัก ๑ เฟื้อง ๙) ว่านเปราะหอม หนัก ท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๑๔ บาท กับ ๑ เฟื้อง บดเป็นผง ทำแท่งเก็บไว้ เอา น้ำดอกไม้ น้ำจันท์ เป็นน้ำกระสายละลายยา ทั้งกินทั้ง ชโลม พ่นถอนพิษไข้ ทั้งกินทั้งชโลม แก้ พิษตางซาง ทุกประการ ฯ ยาขนานที่ ๘๘ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยามหานิล มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑)โกศสอ ๒) โกศหัวบัว ๓) โกศ เชียง ๔) โกศก้านพร้าว ๕) โกศจุฬาลำพา ๖) เทียนทั้ง ๕ ๗) จันท์ทั้ง ๒ ๘) กฤษณา ๙) กระลำพัก ๑๐) ขอนดอก ๑๑) ระย่อม ๑๒) พิศนาด ๑๓) รางไคร้เครือ ๑๔) เนระพูสี ๑๕) มะหาสดำ ๑๖) ลูก ประคำดีควาย ๑๗) ว่านกีบแรด ๑๘) ว่านร่อนทอง ๑๙) ว่านนางคำ ๒๐) หัวว่านมหากาฬ ๒๑) ชะเอม เทศ ๒๒)พาดไฉน ๒๓) ถ่านไม้ซาก ๒๔) เปลือกน้ำเต้าขมเผาไฟ ๒๕) น้ำประสารทอง ๒๖) การบูร ๒๗) กระดูกงูเหลือม ๒๘) กระดูกงูเห่า ๒๙) กระดูกงูทับสมิงคา ๓๐) กระดูกงูกระบองพลำ ๓๑) นอแรด ๓๒) งาช้าง ๓๓) เขากวาง ๓๔) เขาควาย ๓๕) เขี้ยวเสือ ๓๖) เขี้ยวหมู ๓๗) เขี้ยวแรด ๓๘) เขี้ยวหมาดำ จำพวก กระดูก เขี้ยว งา คั่วให้เกรียม ๓๙) ชะมด ๔๐) พิมเสน เอาเท่ากัน บดเป็นผง เวลาทำ คือ วัน ๓ – ๗ บูชาด้วย ข้าวตอกดอกไม้ ธูป เทียน เมื่อ จะบด เอา ดีแร้ง ดีกา ดีหมูเถื่อน ดีวัวเถื่อน ละ ลายน้ำดอกไม้ ดอกมะลิลา เป็นน้ำกระสายยา ทำแท่งไว้เท่าโต ยาวเท่าเมล็ดพุทรา ไว้แก้ไข้อับจนทั้งปวง น้ำครำ กัดปาก กรอกเข้าไป แล้วให้ทาที่ คาง ที่คอ ถ้ายังไม่ฟื้น เอาราก ดินมาคั่วให้เกรียม ( รากดิน ก็คือ ไส้เดือน ตัวที่ขด กลมๆ) เอาดีงูเหลือม แทรกพิมเสนละลายยากรอกเข้าไป แล้วเอา ยาทาที่คาง ที่คอ ลงไปจนถึงท้องน้อย แก้ ไข้ละออง ทั้งปวง แก้พิษกาฬทั้งปวง ละลายน้ำมะนาว ทั้งกิน ทั้งทา จุดกาฬก็ได้ทั้งสิ้น แก้ไข้ทั้งปวง ละลาย น้ำท่าแก้ตาลซางทั้งปวงหาย ท่านตีค่า ไว้ แท่ง ละ ๕ ชั่งทอง ยาขนานที่ ๘๙ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาเขียวมหา สิทธาคุณ มีตัวยา สมุนไพร ดังนี้๑) ใบหมากผู้ ๒) ใบหมากเมีย ๓) ใบมะยม ๔) ใบมะเฟือง ๕) ใบฆ้องสามย่าน ๖) ใบทองพันชั่ง ๗) ใบนวมหอม ๘) ใบ น้ำเต้า ๙) ใบสมี ๑๐) ใบถั่วและ ๑๑) ใบกระเพรา ๑๒) ใบชุมเห็ด ๑๓) ใบผักกระโฉม ๑๔) ใบพิมเสน ๑๕) ใบสันพร้าหอม ๑๖) ใบคนทิสอ ๑๗) ใบมะกล่ำเครือ ๑๘) ใบระงับ ๑๙) ใบทองหลางใยมน ๒๐) ใบ มะตูม ๒๑) ใบผักคราด ๒๒) ใบฤาษีผสมแล้ว ๒๒) ใบขี้หนอน ๒๓) ใบหนาด ๒๔) ใบผักเคล็ด ๒๕) ใบฝ้าย แดง ๒๖) ใบแมลงลัก ๒๗) ใบบัวบก ๒๘) ใบประคำไก่ ๒๙) ใบโหรพา ๓๐) ใบปีบ ๓๑) ใบเถาชิงช้าชาลี ๓๒) ใบพลูแก่ ๓๓) ใบผักขวง ๓๔) ใบพรหมมิ ๓๕) ใบหญ้านาง ๓๖) ใบกระพังโหม ๓๗) ใบว่านหางจระเข้ ๓๘) ใบกระทืบยอด ๓๙) ใบสะค้าน ๔๐) ใบเสนียด ๔๑) ใบผักเสี้ยนผี ๔๒) ใบกระเม็ง ๔๓) ใบหญ้า น้ำดับไฟ ๔๔) ใบผักข้าว ๔๕) ใบตำลึง ๔๖) ใบจิงจ้อ ๔๗) หญ้าแพรก ๔๘) หญ้าปากควาย ๔๙) กะทือ ๕๐) ไพล ๕๑) ขมิ้นอ้อย ๕๒) ว่านน้ำ ๕๓) ข่า ๕๔) ว่านนางคำ ๕๕) กระเทียม ๕๖) ดีปลี ๕๗) ขิงแห้ง ๕๘) กระชาย ๕๙) ว่านร่อทอง ๖๐) เอื้องเพชรม้า ๖๑) ผักอีไร ๖๒) เมล็ดพันธุ์ผักกวด ๖๓) พริกไทย พอสมควร บดเป็นผง ทำแท่งไว้ ใช้ ได้ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ยักตามน้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรคที่เป็นเอา เถิด (ยาพี่แถบ) ขนานที่ ๙๒ ยาขานนี้มีชื่อว่า ยาปราบอากาศ มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) กระดูกแร้ง ๒) กระดูกกา ๓) กระดูกหมาดำ ๔) กระดูกงูเหลือม ๕) กระดูกงูทับสมิงคา (คือกระดูดงูทับทาง) ๖) กระดองปูป่า ๗) กระดอง


๑๗๐ เต่าเหลือง ๘) ก้ามปูทะเล ๙) รากดิน ๑๐) คางคกตายซาก ๑๑) ขี้คนแห้ง ๑๒) ก้านลาน ๑๓) ขมิ้นอ้อย ๑๔) หวายตะค้า ๑๕) หัวว่านมหากาฬ ๑๖) รากละหุ่งแดง ๑๗) รากลำโพงกาสลัก ๑๘) ลูกสะบ้ามอญ ๑๙) ลุกสะบ้าลาย ๒๐) ลูกสะบ้าลิง ๒๑) เนระพูสี ๒๒) ลูกประคำดีควาย ๒๓) น้ำประสารทองสะตุ ตัวยา ทั้ง ๒๓ สิ่งนี้ เอาอย่า ละ เท่ากัน แล้วสุมไฟให้ไหม้ แล้วบดเป็น ผง ทำเป็นแท่ง แล้วเอาทองคำเปลว ปิดยาให้ มิดทุกเม็ดเก็บไว้ แก้ไข้อันมีพิษ ให้เอาเหล็กตะปูเผาไฟ แล้วชุบลงใน น้ำมูตร(คือเยี่ยว) แล้วนำไปละลายยาให้ คนไข้กิน แก้ไข้พิษที่ทำให้กระสับกระส่าย เอาไส้ฟักมาต้มเอาน้ำละลายยาให้คนไข้กิน กวาดซางที่มีพิษ น้ำ สุรา แก้ไข้กาฬ สารพัดกาฬ ที่ทำให้สลบ และแก้กาฬสิงคลี่ ก็ได้ ใช้น้ำ จันท์ น้ำดอกไม้ ก็ได้ วิเศษนัก ท่านตี ค่าไว้ ๑ ชั่งทอง ยาขนานที่ ๙๓ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาขาวสว่างอารมณ์ แก้ร้อน แก้หอบ แก้กระหายน้ำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ที่อ่อนเพลีย แก้ไข้ไดทุกชนิด แก้ลมวิงเวียนหน้ามืด ตาลาย มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์แดง ๒)จันท์ขาว ๓) แฝกหอม ๔) ว่านเปราะหอม ๕) ชะเอมเทศ ๖) ชะเอมไทย ๗) กฤษณา ๘) เนื้อไม้ ๙) ราก มะปรางหวาน ๑๐) เหมือดคน ๑๑) รากข้าวเหนียวดำ ๑๒) รากผักบุ้งล้อม ๑๓) กาลพลู ๑๔) ดอกพิกุล ๑๕) ดอกบุนนาค ๑๖) ดอกสารภี ๑๗) เกสรบัวหลวง ๑๘) บัวเผื่อน ๑๙) บัวผัน ๒๐) ดอกสัตตบุษย์ ๒๑) ดอกสัตบัน ๒๒) ดอกสัตตบงกช ๒๓) โสมคน ตัวยาทั้ง ๒๓ สิ่งเอาหนักสิ่งละ ๑ บาท ๒๔ ขันทศกร หนัก ๒ สลึง ๒๕) ชะมดเชียงหนัก ๑ สลึง ๒๖) ดินสอพอง หนัก ๒๕ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้เทศ แก้ สลบ ทองคำเปลว ผสมเป็นกระสาย ยักใช้ตามน้ำกระสายยา ตามสมควรแก่โรคนั้นๆ เถิด (ยาของหมอพร้อม) ยาขนานที่ ๙๔ ยาขนานนี้มีชื่อว่า ยาเทพนิมิต ใช้แก้ไข้สันนิบาด มันทำให้เชื่อม ไม่รู้จักสมปฤดี ให้ชัก ลิ้นกระด้างคางแข็ง หลับตามิลง ให้ลองเอายานี้พ่นดู ถ้าตากะพริบไม่ได้ท่านว่าอย่า ทำการรักษาเลย ถ้ายัง กระพริบตาได้จงจาง ยานี้เถิด ท่านให้เอา ลูกมะแว้งทั้ง ๒ พริกไทย ดีปลี ขิงสด กระเทียม เอาเสมอภาค บดทำแท่งไว้ แก้ไข้ ละลายน้ำ ซาวข้าวทั้งกิน ทั้งพ่น แก้สันนิบาด (แก้เลือดตีขึ้น ละลาย สุรา แทรก ดีงูเหลือม ดีหมูเถื่อน ดีจระเข้ กินหาย ฯ ยาขนานที่ ๙๗ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ยาแก้ไข้ที่ทำให้เชื่อม มัว มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) จันท์ทั้ง ๒ (๒) ดอกบุนนาค ๓) ดอกสารภี ๔) เกสรบัวหลวง ๕) หัวถั่วพู เผาไฟให้สุก ผสมกับน้ำตาลทราย ปั้นทำแท่ง หรือ เป็นเม็ด เก็บไว้กินแก้ไข้ที่ทำให้เชื่อม ให้มัว ฯ ยาขนานที่ ๙๘ ยาขนานนี้มี ชื่อ ว่า ยาหอม เนาวะโกศ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑)โกศทั้ง ๙ ๒) เทียน ทั้ง ๙ ๓) จันท์แดง ๔) จันท์ขาว ๕) แก่นสนเทศ ๖) สักขี ๗) กฤษณา ๘) กระลำพัก ๙) ขอนดอก ๑๐) ชะลูด ๑๑) ดอกสารภี ๑๒) เกสรดอกบัวหลวง ๑๓) ว่านร่อนทอง ๑๔) สมุลแว้ง ๑๕) เทพทาโร ๑๖) พริกหอม ๑๗) พริกหาง ๑๘) ดีปลี ๑๙) ช้าพลู ๒๐) สะค้าน ๒๑) เจตมูลเพลิง ๒๒) ขิงแห้ง ๒๓) ดอกคำ จีน ๒๔) ดอกคำฝอย ๒๕) ดอกคำไทย ๒๖) สารส้ม ๒๗) เนระพูสี ๒๘) บอระเพ็ด ๒๙) จุกโรหิณี ๓๐) มดยอบ ๓๑) ลูกกระวาน ตัวยา ๔๗ อย่างนี้เอาหนัก สิ่ง ๒ บาท ๓๒ การบูร หนัก ๓ บาท ๓๓) แฝกหอม หนัก ๓หนัก บาท ๓๔) ฝางเสน หนัก ๒ บาท หรือ หนัก ๖ บาท ก็ได้ ) ลูกกระดอมเท่า อายุคนที่กินยานี้ เวลาปรุงยา เอาเลือดแรก แทรก เป็นน้ำกระสาย (ถ้าเป็นไข้สันนิบาดหน้าเพลิง สตรีคลอดบุตร อยู่ไฟไม่ได้ ให้ เอาฟักเขียว ไพล ดินประสิว ผสมกัน เข้าขยำคั้นเอาแต่น้ำ กรองเอาแต้น้ำใสๆ ละลายทั้งกิน ทั้ง พ่น หายดี นัก ( ยาของพี่แถม) ฯ ยาขานที่ ๑๐๑ ยาขนานนี้ มี ชื่อว่า ยาเขียวใหญ่ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) รากคนทา ( คือ รากสีฟัน คันทา อย่างเดียวกัน) ๒) หญ้านาง ๓) รากเท้ายายม่อม ๔) รากชิงชี่ ๕) รากมะเดื่อชุมพร (เรียกว่า ยา ๕ ราก) ๖) ใบหมากผู้ ๗) ใบหมากเมีย ๘) ใบมะยม ๙) ใบมะเฟือง ๑๐) ใบเงิน ๑๑) ใบทอง ๑๒) ใบหนาด ๑๓) ใบทองพันชั่ง ๑๔) ใบน้ำเต้า ๑๕) ใบฝักข้าว ๑๖) ใบตำลึง ๑๗) ใบมะละ ๑๘) ใบทองหลางใบมน


๑๗๑ ๑๙) ใบรางจืด ๒๐) ใบบอระเพ็ด ๒๑) ใบชิงช้าชาลี ๒๒) ใบหญ้านาง ๒๓) ใบฆ้องสามย่าน ๒๔) ว่านหาง จระเข้ ๒๕) ใบพรหมมิ ๒๖) ใบผักขวง ๒๗) ใบผักหวาน ๒๘) ใบหญ้าน้ำดับไฟ ๒๙) ใบฤาษีผสมแล้ว ๓๐) ใบชุมเห็ดไทย ๓๑) ใบนมพิจิต ๓๒) ใบขี้แรด ๓๓) ใบแค ๓๔) ใบหมอน้อย ๓๕) ใบบัวบก ๓๖) ใบ พริกไทย ๓๗) ใบดีปลี ๓๘) ใบกระบือ เจ็ดตัว ตัวยาทั้งหมดนี้ เอา หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๓๙) พิมเสน หนัก ๒ สลึง บดเป็นผงไว้กินแก้ไข้ ( ยาขนานนี้ เป็น ของ นางพร สมิทธิ วิชชาการ) ยาขนานที่ ๑๐๒ ยาขนานนี้มีชื่อ ว่า ยาประสะพิมเสน มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ว่านกีบแรด ๒) ว่าน ร่อนทอง ๓) ลูกประคำดีควาย ๔) ระย่อม ๕) พิศนาด ๖)รางไคร้เครือ ๗) เนระพูสี ๘) มะหาสดำ ๙) สังกรณี ๑๐) คุคะ ตัวยา ๑๐ อย่างนี้ หนัก สิ่งละ ๑ บท ๑๑) ว่านเปราะหอม หนัก ๑ บาท กับ ๓ สลึง ๑๒) จันทะนา ๑๓) ใบสมี ตัวยา ๒ อย่างนี้ หนักสิ่ง ละ ๑ ตำลึง ๑๔) ใบมะละลิง หนักครึ่งหนึ่ง ของยา คือ หนัก ๑๔ บาท กับ ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๕) ใบพิมเสน หนักเท่ายาทั้งหลาย คือ หนัก ๔๓ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำดอกไม้ ปั้นเป็นแท่ง หรือ เม็ดเก็บไว้ แก้ไข้ได้สารพัด แก้ไข้จับเชื่อมมัว แก้ตัวร้อน แก้นอนมิหลับ ให้กระสับกระส่าย ละลายาน้ำดอกไม้ ยักย้ายใช้ตามกระสายยาได้ตามสมควรแก่อาการของไข้ หรือโรค นั้นๆ เถิด ฯ จบบทที่ ๑ ของตำรายา วัดห้วยพลู อำเภอนครไชยศรี จังหวัด นครปฐม ฯ ยาขนานที่ ๑๐ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยามหานิล มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) หัวแร้ง ๒) หัวกา ๓) ลูกประคำดี ๔) หวายตะค้า ๕) แววหางนกยูง ๖) น้ำประสาร ทองสะตุ ๗) กระดูกงูเหลือม ๘) ฝักส้มปล่อย ๙) หางปลาช่อนตากแห้ง ยา ๙ สิ่ง นี้ เผาไฟให้ไหม้ บดเป็นผงทำเป็นแท่งเก็บไว้ ละลายน้ำครำ อม หรือ กวาด แก้หัวละลอก แก้ หละ แก้ลมอัครหมูขี ดีนัก ฯ ยาขนานที่ ๔๘ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาเขียวสรรพคุณ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้๑) ขิงแห้ง ๒) กระเทียม ๓) ขมิ้นอ้อย ๔) ไพล ๕) ดองดึง ๖) เมล็ดพันธุ์ผักกาด ๗) ใบจิงจ้อ ๘) ใบฟักเขียว ๙) ใบปีบ ๑๐) ใบ ชุมเห็ด ๑๒) สารส้ม ยา ๑๒ อย่างนี้ หนักอย่าง ละ ๑ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำมะนาว ปั้นเป็นแท่ง หรือ เม็ด เก็บไว้ แก้ สารพัด ฝี ทั้งปวง แก้เจ็บตา ละลายน้ำท่า (งูกัดฝนกับ กำมะถันแดง แปะที่ ปากแผล) สุม กระหม่อม น้ำสุรา) เป็นลมสะพั้น ฝนด้วยน้ำ ไพล ท่าฝ่าเท้า ทาท้อง แก้ซางทั้งปวง ถ้าจะคลอดลูก กินไป จนกว่าจะคลอด และจนออกไฟ เป็นหวัดปวดหัว ฝนกับน้ำมะนาวทาหาย (ยาพ่อ) ยาขนานที่ ๔๙ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาเขียวน้อย ตัวยาสมุนไพรดังนี้ ๑) ใบมะกา ๒) ใบกระเพรา ๓) ใบราชพฤกษ์ ๔) กระทียม ๕) พริกไทย ๖) ขิงแห้ง (บางตำรา เพิ่ม ใบทับทิม ใบมะกรูด ใบสะแก ใบตาล หม่อน ใบบอระเพ็ด หญ้าใต้ใบ เอาเสมอภาค คือแต่ละอย่าง หนักกัน บดเป็นผง ละลายกับ สุรา ทำแท่ง หรือ เม็ดเก็บไว้ ฝน กับ สุรา กินครอบ ตาลซาง ทั้งปวง ตาลซางทั้งปวงทำให้ลง ท้อง ก็หาย ถ้ามิหายให้กิน ยาเขียวกลาง ยาขนานที่ ๕๐ ยาขนานนี้มี ชื่อว่า ยาเขียวกลาง มีตัวยาสมุนไพรดังนี้๑) ใบน้ำเต้า ๒) ใบฝ้ายแดง ๓) ใบขี้กาแดง ๔) ใบเทียน ๕) ใบทับทิม ๖) ใบชุมเห็ด ๗) ใบขอบชะนางทั้ง ๒) ๘) หอมแดง ๙) กะทือ ๑๐) ไพล ๑๑) ขมิ้นอ้อย ๑๒) ขิงแห้ง ๑๓) กระเทียม ๑๔) มหาหิงคุ์ เอาเท่ากัน บดเป็นผง สุรา เป็นน้ำ กระสาย ทำแท่ง ทำเม็ด ไว้ ฝนกับ สุรากินครอบตาลซางทั้งปวง จะให้หาย ให้แทรกยาดำ ฯ ยาขนานที่ ๕๑ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ยาเขียวนารายณ์ ถอนพิษ แก้ไข้แกมซาง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) ใบประคำไก่ ๒) ขี้ครามที่ย้อมผ้า ๓) ข้าวเบือ ๔) ยอดสับปะรด บดเป็นผงทำแท่ง เก็บไว้ ทั้งกิน ทั้งทา แก้ พิษทั้งปวง ส่วนน้ำกระ ใช้ตามใจชอบ ตามที่อาจารย์กล่าวไว้ใน ตามราเถิด ใช้ได้ ๑๐๘ ตีค่าไว้ ๑๐ ชั่งทอง ยา ๓ ขนานนี้ (เป็น ของพ่อ)


๑๗๒ ยาขนานที่ ๕๒ ยาขนานนี้ มีชื่อว่า ประสะจันทร์แดงใหญ่ มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศสอ ๒) โกศ เขมา ๓) โกศหัวบัว ๔) โกศก้านพร้าว ๕) โกศเชียง ๖) โกศจุฬาลำพา ๗) โกศพุงปลา ๘) จันทร์ เทศ ๙) จันทร์ชะมด ๑๐) เนื้อไม้ ๑๑) ชะมด ๑๒) อบเชยเทศ ๑๓) เถามวกขาว ๑๔) แฝกหอม ๑๕) ว่านกีบแรด ๑๖) ว่านร่อนทอง ๑๗) เปราะหอม ๑๘) รากหญ้านาง ๑๙) พญารากขาว ๒๐) พญารากดำ ๒๑) บอระเพ็ด ยา ทั้ง ๒๑ สิ่งนี้เอา หนักสิ่งละ ๒ บาท ๒๒) หัวว่านมหากาฬ ๒๓) รากมหาละลาย ๒๔) ราก ปลาไหลเผือก ๒๕) พญามือเหล็ก ๒๖) รากระย่อม ๒๗) รากพิศนาด ๒๘) ราง ไคร้เครือ ๒๙) เนระพูสี ๓๐) กรุงเขมา ๓๑) ดีงูต้น ยา ๑๐ อย่างนี้ หนักสิ่งละ ๓ บาท ๓๒) ฝาง ๓๓) ดอกคำฝอย ๓๔) ดอกพิกุล ๓๕) ดอกบุนนาค ๓๖) ดอกสารภี ยา ๕ อย่าง หนักสิ่งละ ๑ บาท ๓๗) ดอกมะลิ หนัก ๑ บาท กับ ๒ สลึง ๓๘) ดอกสะเดา หนัก ๑ บาท กับ ๒ สลึง ๓๙) ดอกบัวน้ำ ทั้ง ๕ เอาหนักสิ่ง ละ ๒ สลึง ๔๐) จันท์แดง หนัก ๒๔ บาท รวมตัวยาทั้ง ๔๔ อย่างนี้ บดเป็นผง ไว้แก้ไข้ทั้งปวง ทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ ละลายกับน้ำดอกไม้ หรือ น้ำซาวข้าว ก็ได้ แก้ร้อนดีนัก ใช้ได้ทั้ง รับประทาน และทั้งทา และชโลม (ยานี้สมควรมีไว้ประจำบ้าน ดีที่สุด ) ยาขนานที่ ๕๓ ยาขนานนี้ มีชื่อ ว่า ยาประสะจันทร์แดง มีตัวยาสมุนไพร ดังนี้ ๑) โกศสอ ๒) โกศ เขมา ๓) โกศหัวบัว ๔) โกศก้านพร้าว ๕) โกศเชียง ๖) โกศจุฬาลำพา ๗) โกศพุงปลา ๘) จันทร์เทศ ๙) จันทร์ชะมด ๑๐) เนื้อไม้ ๑๑) ชะลูด ๑๒) อบเชยเทศ ๑๓ พญารากขาว ๑๔) พญารากดำ ๑๕) ขอนดอก ตัวยา ๑๕ สิ่ง หนัก สิ่งละ ๒ บาท ๑๖) หัวว่านมหากาฬ ๑๗) รากมหาละลาย ๑๘) รากปลาไหลเผือก ๑๙) พญามือเหล็ก ๒๐) รากระย่อม ๒๑) พิศนาด ๒๒) รางไคร้เครือ ๒๓) เนระพูสี ๒๔) กรุงเขมา ๒๕) เปราะหอม ๒๖) รากหญ้านาง ๒๗) บอระเพ็ด ๒๘) เถามวกทั้ง ๒ ๒๙) คุคะ ยา ๑๕ อย่างนี้ หนัก สิ่ง ละ ๓ บาท ๓๐) พิกุล ๓๑) บุนนาค ๓๒) สารภี ยา ๓ อย่างนี้ หนัก สิ่ง ละ ๑ บาท ๓๓) ดอกสะเดา หนัก ๖ สลึง ๓๔) ดอกมะลิหนัก ๖ บาท ๓๕) ดอกบัวหลวง ๓๖) ดอกบัวสัตตบงกช ๓๗) ดอกบัวเผื่อน ๓๘) ดอกบัวผัน ๓๙) ดอกบัวขม ดอกบัว อย่างนี้ หนักสิ่งละ ๒ สลึง ๔๐) จันทร์แดง หนัก ๖ ตำลึง บดเป็นผงเก็บไว้ แก้ไข้ พิษ ต่าง ๆ แก้ร้อน กระหายน้ำ แก้เชื่อม แก้มัว ละลายกับน้ำดอกไม้สด กิน ฯ ๕๔ ยาต้มแก้ไข้เนื้อ ของตา สมาน มีตัวยาดังนี้ แสมทั้ง ๒ สมอทั้ง ๓ เถาวัลย์เปรียง แก่นขี้เหล็ก ขมิ้นเครือ ใบมะยม ใบมะกา ฝักราชพฤกษ์ เกลือทะเลพอสมควร ต้มกินแก้ไข้เนื้อดีนัก กินครั้งละครึ่งแก้ว ก่ออาหร เช้า-เย็น –ก่อนนอน ได้ใช้มามากแล้วฯฯ ๕๕. ยาชื่อ ยาแดงหอมใหญ่แก้ไข้กำเดาแก้ไข้จับแก้ไข้เนื้อ ไข้ลากสาด ทั้งกินทั้งทา ท่านให้เอาตัวยา ดังนี้ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ โกศทั้ง ๕ จันทร์ทั้ง๒ ตัวยาทั้งหมดนี้เอาหนักสิ่งละ ๑ บาท แก่นสน สักขี แก่นไม้ สัก แก่นปรู แก่นพรหมมิ แก่นประดู่ แก่นไม้แดง กระถินแดง เชือกเขาหมวกแดง เนระพูสี หัวว่าน มหากาฬ เกสรบัว ยาทั้งนี้ เอาหนักสิ่งละ ๒ บาท ฝางเสนเท่ายา แช่น้ำซาวข้าว แก้เชื่อม แช่น้ำดอกไม้ แก้ กระสับกระส่ายแก้สลบ แช่น้ำจันทั้งสองกิน กฤษณาแทรกพิมพ์เสน ท่านที่ค่าไว้ ตำลึงทอง ได้ใช้มาแล้วดีนัก แล บดเป็นผงแช่น้ำที่สะอาดฯฯ ๕๖. ยาประสะเหล็ก ขนานนี้ ใช้แก้กาฬทั้งหลาย กาฬภายนอก ภายใน ให้หาวสะท้านก็ดี ให้มือเท้า เย็นเป็นลูกเห็บก็ดี ให้ตาเหลืองก็ดี ตัวเหลืองดังทองทาก็ดี และเขียวดังสีครามก็ดี ดำดังน้ำหมึกก็ดี ดังลูก ตะขบสุกก็ดี ท่านว่าเป็นฝีกาฬ และ ลมขะหมูขี และเปลวไฟฟ้า มหาเมฆ มหานิล ท่านว่าฝีกาฬหมู่นี้เกิดแก่ ผู้ใด ร้อยคนจะรอดสักคน ท่านให้เอายานี้แก้ เหล็กดีกวาง หนัก ๑ บาท ชาเทศ หนัก ๒ ชั่ง เปลือกอ้อยช้าง หนัก ๒ตำลึง รากหญ้าคา ๒ บาท หญ้าแพรก ตำ ๑ตำลึง หญ้าปากควาย หนัก ๑ตำลึง มะนาว ๗ ลูก คั่วเหล็ก ให้กรอบ บดเป็นผงละลายน้ำทา น้ำส้มมะขามเปียก ถ้าจะให้ถ่ายมาก เอาน้ำผึ้งท่านตีค่าไว้ทอง ๑ตำลึง แลฯฯ


๑๗๓ ๕๗ ยาแก้ไข้รากสาดท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ลูกกระดอม ๒๑ลูก หอมโทน๒๑หัว ขมิ้นอ้อย๒๑แว่น เกลือตัวผู้๒๑เม็ด บอระเพ็ด๒คืบคนไข้ ต้มกิน กินก่อนอาหาร เช้า-เย็น-ก่อนนอนกินครั้งละค่อนๆแก้วถ้าไข้ ลดลงให้กินไปจนกว่าจะหายดีฯฯ ๕ ๘.ยาแก้ไข้รากสาดอีกขนานหนึ่ง ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ เชือกเขามวกทั้ง๒ จันทั้ง ๒ รากหญ้านาง รากขี้กาแดง รากผักเข้า รากละงับพิษ เกสรบัวหลวง ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ตัวยาอย่างละ๑ กำมิ ต้มกินแก้ ไข้รากสาดดีนักแล ดูรายละเอียด ๑๑๘แรกฯฯ ๕๙. ยาต้มแก้ไข้รากสาดท่านให้เอาตัวยาดังนี้ รากหญ้านาง รากจิงจ้อ บอระเพ็ด ก้านสะเดา เถา สะคร้าน รากช้าพลู ลูกมะตูมอ่อน รากคัดมอน หัวแห้วหมู จันทั้ง๒ ดอกสาระพี ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ขมิ้นอ้อย เปลือกไข่เน่า ลูกกระดอม ขิง พริกไทย ดีปลี ใบมะกา ฝักราชพฤกษ์ ลูกจันดอกจัน แก่นสน สักขี แก่นขี้เหล็ก โกศทั้ง๕ เทียนทั้ง ๕ เกสรบัวหลวง ยาดำ ต้มแก้ไข้รากสาดและไข้ทั้งปวงดีนักแล กินก่อน อาหารเช้าเย็นก่อนนอนหรือทุก ๒ ชั่วโมงในกรณีที่มีไข้ดีนักแลฯฯ ๖๐. ยาแก้เสลดหางวัว หรือ เสลดเถา ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ใบตำลึงตัวผู้ น้ำผึ้งละลายกินแก้เสลดได้ ดีฯฯ ๖๑ .ยาต้มกินแก้ไข้เนื้อ รากต้นปีบ ๑ แคแดง ๑ หัวผักหนาม ๑ หัวคล้า ๑ รากไม้รวก ๑ ต้มกินแก้ ไข้เนื้อดีนักแล ฯฯ ๖๒ ยาต้มแก้ไข้สำประชวน จตุยะชวน ไข้ตรีทูต มีตัวยาดังนี้ รากมะแว้งทั้ง ๒ รากมะอึก ๑ ราก มะเขือขื่น ๑ รากขี้กาแดง ๑ รากช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ รากหญ้าคา / ก้นสะเดา ๓๓ ก้าน บอระเบ็ด ๓๓ แว่น ข่าตาแดง ๓๓ แว่น ลูกกระดอม ๗ ลูก จันทั้ง ๒ สน ๑สมอทททั้ง ๓ ว่านกลีบแรด ๑ ว่านล่อนทอง ๑ เนระพูสี ๑ โกศทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ แก่นไม้ปรู๑ แก่นไม้ประดู่ ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ขิงแห้ง ๑ ต้มกินหายแล ฯ ฯ ๖๓ ยาต้มตัดรากไข้เหนือ ประดง ปานดำปานแดง กาฬสิงคี่ สายฟ้าฟาด สังวาลพระอินทร์ ง่อยเปลี้ย ฟองสมุทร มหาเมฆ มหานิล ละอองไฟฟ้าเดือนห้า ท่านให้เอาตัวยาสมุนไพรดังนี้ ต้มกินจนกว่าจะหาย จันทั้ง ๒ สักขี ๑รากไม้รวก ๑ รากสะเดา ๑ หัวหายขม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ หัวคล้า ๑ก้านสะเดา ๑ กาบหอยกราบ ๒ กราบ ขี้เหล็กทั้ง ๕ ฝักคูณ ๑ บอระเพ็ด ๑ ใบส้มปล่อย ๑ ใบมะขาม ๑ ยาดำหนัก ๑ สลึง ต้มกินไปจนกว่าจะ หาย ท่านตีค่าไว้ ๑ทองแลฯ ๖๔ ยา แก้มือเย็นเท้าเย็น เหงื่อตก ยาต้มแก้กาฬมูตร บางทีมันทำให้ล้มลง อ้าปากมิออก บางทีมันทำ ให้เย็นไปทั้งตัว บางทีมันทำให้ร้อน บากที่มันทำให้เหงื่อตกที่หน้าผากไม่หยุด มันทำให้ตาแดงท่านให้ทำยานี้กิน มีส่วนของสมุนไพรดังนี้ หัวคูณที่ที่ก้านกินได้ ๑ ว่านล่อนทอง ๑ ระย่อม ๑ เนระพูสี ๑ รากต้นส้มกบ ๑ ราก ต้นไก่ไห ๑ รางไคร้เครือ ๑ ชะเอม ๑ สีหวดน้อย ๑ ต้มแล้วเอาดีงูตัดลงไปกินเถิดหายแล ฯฯ ๖๕ ยาต้มคู่กัน ท่านให้เอา หัวคล้า ๑ หัวยาเข้าเย็น ๑ เชือกเขาน้ำ ๑ องคุลี รากหญ้านาง ๑ จันแดง ๑ บอระเพ็ด ๑ แฝกหอม ๑ ว่านน้ำ ๑ ลูกกระดอม ๑ ตาอ้อยแดง ๗ ตา ลูกผักชี ๑ ต้มกินตัดเหงื่อกาฬหายแล ฯฯ ๖๖ ยาต้มแก้ไข้มันทำให้มึน ท่านให้เอาตัวยาสมุนไพรดังนี้ แก่นไม้ปรู ๑ แก่นไม้ประดู่ ๑ แก่นไม้สัก ๑ แก่นไม้มะหาด ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑แก่นไม้กันเกลา ๑ แก่นไม้แสมสาร ๑ รากขี้กาแดง ๑ รากเสนียด ๑ พันธุ์งู แดง ๑ เทียนดำ ๑ รากก้างปลาแดง ๑หัวแห้วหมู ๑ ต้มกินเถิดหายแลฯฯ ๖๗ ถ้าจะแก้ไข้มันทำให้เท้าเย็น มือเย็น มิรู้วายถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ขอบชะนางทั้ง ๒ จิงจ้อทั้ง ๒ รากคูณ ๑ ชุมเห็ด ๑กระดอมทั้ง ๒ สมอทั้ง ๒ รากช้าพลู ๑หัวแห้วหมู ๑ บอระเพ็ด ๑สะคร้าน ๑


๑๗๔ ใบมะกรูด ๑ ใบมะนาว ๑ ใบส้มมะงั่ว ๑ ต้ม ๒ เอา ๑ กินเป็นยาแก้ไข้ตาเหลือง ตาแดงต้มกินไปเถิดหาย แลฯฯฯ ๖๘ ยาขับกระทุ้งไข้ทั้งปวงมีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นไม้ประดู่ / แก่นไม้สัก ๑แก่น ไม้มะหาด ๑ สมอทั้ง ๒ เชือกเขามวก ทั้ง ๒ จันทั้ง ๒ รากชะพลู ๑ ลูกประคำดีควาย ๓ ลูก ตาไม้ไผ่ ๓ ตา รากมะละ ๑ รากคนทา ๑ รากหญ้านาง ๑รากชิงช้าชาลี ๑หางนกลิง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บอระเพ็ด ๑ อ้อยแดง ๑ หัวแห้วหมู ๑ ใบน้ำเต้า ๑ ขี้วัวแห้งปิ้งไฟ ๑ รากน้ำใจใคร ๑ใบมะกา ๑ เอาเท่ากันต้มกิน ถ้าจะทำเป็นยาละ บาย ตัดดีเกลือลงไปหน่อยหนึ่งละบายดีนักแล ฯฯ ๖๙ ยาต้มแก้ไข้จับสั่น มีส่วนสมุนไพรดังนี้ แก่นไม้ปรู ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นไม้มะหาด ๑ แก่นต้น มะกา ๑ แก่นไม้มะดูก ๑ แก่นขนุน ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ แก่นไม้กระพี้เขาควาย ๑ แก่นไม้แกแล ๑ จันทั้ง – แก่นไม้สัก ๑ รากตะไคร้น้ำ ๑ รากมะเดื่อชุมพร ๑ รากน้ำนอง ๑ รากหญ้านาง ๑ รากเท้ายายม่อม ๑ราก ก้างปลาทั้ง ๒ รากสีฟันคันทา๑ แก่นฝาง ๑ แก่นสน ๑ หนามพรหม ๑ รากซองแมว ๑ สีฟันนางแอ ๑ ก้าน ตาล ๑ต้มกินเป็นยาแก้ไข้จับสั่นกินไปจนกว่าจะหาย ฯฯ ๗๐ ยาต้มแก้ไข้ทั้งปวง มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ สมอทั้ง๓ จันทั้งสอง ๒ มะแว้งทั้ง๒ รากมะอึก ๑ หัวแห้วหมู ๑ก้านสะดา ๑ เถากระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ รากมะขามป้อม ๑ต้มกินแก้ไข้ทั้งปวงก็หายแล ฯฯ ๗๑ ยาต้มแก้ไข้ทั้งปวง มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ รากมะเดื่อชุมพร ๒ กำมือ รากคนทา ๒ กำมือ ราก เท้ายายม่อม ๒ กำมือ รากน้ำนอง ๒ กำมือ รากหญ้านาง ๒ กำมือ ต้มแก้ทั้งปวงดีนักแล ฯฯ ๗๒ ถ้ามิฟังท่านให้เอา รากกระทุงลาย ๑ รากพุงดอ ๑ หัวยาเข้าเย็นทั้งสอง ๑ หัวผักหนาม ๑ รากฝัก เข้า ๑รากมะแว้งทั้ง ๒ รากมะอึก ๑ รากมะเขือขื่น ๑ ต้มกินหายแลฯ ๗๓ ถ้ามิฟัง ท่านให้เอา รากตะไคร้ทั้ง ๒ รากตาล ๑ รากหมาก ๑ รากโคคลาน ๑ รากหวายขม ๑ มะตูมทั้ง ๕ รากหัสกุล ๑ ต้มกินเถิดดีนักแล ฯฯ ๗๔ ยาต้มแก้ไข้เส้น มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ รากมะแว้งทั้ง ๒ รากมะอึก ๑ รากมะเขือขื่น ๑ราก ช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ รากคูณ ๑ ฝักคูณ ๑ แก่นสน ๑จันทั้ง ๒ ลูกแหน ๑ลูกมะขามป้อม ๑ ข่า ๑ โคนไม้รวก ๑หญ้ากร่อน ๑ ลูกสมอ ทั้ง ๒ แฝกหอม ๑ ก้านสะเดา ๑รากกระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ เชือกเขาหัวด้วน ๑ต้ม กินเถิดแก้ไข้เส้นดีนักแล ฯฯ ๗๕ ยาต้มแก้ไข้ที่เป็นระดูก่อน แล้วจึงเป็นไข้ที่หลัง มีตัวยาดังนี้ รากราชพฤกษ์ ๑ เจตมูลเพลิง ๑รา รกมะอึก ๑ รากช้าพลู ๑ หญ้าหัวแห้วหมู๑ สะคร้าน ๑ รากขัดมอญ ๑ รากขี้กาแดง ๑ ก้านสะเดา ๑ บอระเพ็ด ๑ เทียนดำ ๑ สมอทั้ง ๓ มะแว้งทั้ง ๒ ขี้เหล็กทั้ง ๕ ฝักคูณ ๑ ลูกกระดอม ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ สน ๑ จัน ๑ ใบมะกา ๑ต้มกินแก้ไข้ระดูหายมามากแล้ว ฯฯ ๗๖ ทีแรกล้มเป็นไข้ลงให้มัว เมื่อย ขบขัดหน้าตาแดงเป็นสายเลือด แก้หนาวแก้สั่นห่มผ้าแล้วจึงจะดี ใจปลูกจึงลูกมีปลูกมีลูกใครปลุกจึงลุกขึ้น มิมีใครปุกไม่ยอมลุกขึ้นถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ มะแว้งทั้ง ๒ รากมะอึก ๑ มะเขือขื่น ๑ รากช้าพลู ๑ ก้านสะเดา ๑เถากระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ ข่าตาแดง ๑ รากคูณ ๑ ฝัก คูณ ๑โคนไม้รวก ๑หญ้าก่อน ๑ แฝกหอม ๑ เมล็ดมะขาม ๑ ลูกมะขามป้อม ๑สมอทั้ง ๓ จันทั้ง ๒แก่นสน ๑ ต้มกินหายแล ฯฯ ๗๗ สิทธิการิยะถ้าจะแก้ไข้ที่ลงกระเพราะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะเป็นเลือดขับพิษกาฬในทรวงอกสั่น ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ มะม่วงทั้ง ๒ ผักเสี้ยนผี ๑รากทรงบาดาล ๑ รากตะไคร้บก ๑ ขี้กาแดง ๑ คัดเค้า ทั้ง ๒ รากเสนียด ๑เชือกเขาหนัง ๑รากมะอึก ๑รากมะเขือขื่น ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑รากทิ้งถ่อน รากคูณ ๑รากกระจาย ๑บอระเพ็ด ๑รากช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ ก้านสะเดา ๑เถากระดอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ สมอทั้ง ๓ จันทั้ง ๒แก่น


๑๗๕ สน ๑รากเชือกเขาทองคันคู้ ๑ รากกระทงลาย ๑ ต้มกินดับพิษไข้ทั้งปวงดีแก้ปัสสาวะเหลือง แดง ดำได้ทั้งสิ้น รากสาดสันนิบาดทั้งปวงดีนักแล ฯฯ ๗๘ ยาครอบฟ้ายาแก้ไข้รากสาดสานิบาด มีส่วนประสมสมุนไพรดังนี้ รากพิกุล ๑ ตะไคร้น้ำ ๑ ตะไคร้หางนาค ๑ สนุ่นน้ำ ๑ ปู่เจ้าปรุงแกง ๑พญารากดำ ๑ รากหญ้านาง ๑ รากราชดัด ๑ เชือกเขาหนัง ตับเต่าทั้ง๒ นมแมวทั้ง ๒ ผักเสี้ยนผี ๑ขมิ้นอ้อย ๑หางนกลิง ๑รากประคำดีควาย ๑ต้นข่าแก่ ๑ต้นมวนหมู ๑ เท้ายายม่อม ๑ไก่ไห ๑ พุงดอ ๑ มะดูก ๑รากมะตูม ๑ทรงบาดาล ๑ จันทั้ง ๒ แก่นสน ๑ แก่นปรู ๑ แก่นไม้ ประดู่ แก่นไม้สัก ๑ แก่นไม้มะหาด ๑ แก่นขนุน ๑ใบมะยม ๑ ใบมะเฟือง ๑หมากผู้หมากเมีย ๑ แก่นฝาง ๑ รากคูณ ๑ ต้มแก้ไข้สันนิบาท และร้อนหายแลฯฯ ๗๙ ยาที่ทำให้เสน่ห์ ข้าว เอาข้าวสาร ๓ หยิบ กับ ๓ กำมือมาคั่วให้ไหม้ แล้วจึงเอาจันขาว ๑ราก หญ้านาง ๑ แช่ด้วยกันเถิดดีนักแลฯฯ ๘๐ ยาขนานนี้แก้ไข้หาย แล้วกลับมาเป็นใหม่ เรียกว่าไข้เนื้อขาด มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ รากมะเขือ ขื่น ๑ โคกกระออม๑ ปู่เจ้าร้อยท่า๑ รากเพกา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑กระดอม ๑บอระเพ็ด ก้านสะเดา ๓๓ก้าน ต้ม ๓ เอา ๑กินแก้ไข้เรื้อรัง หายแล ฯฯ ๘๑ ยาแก้ไข้หลังแข็ง มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ ลำโพงกาสลัก ๑ ใบมะเกลือ ๑ใบคราม ๑ ตำลง ละลายน้ำทาแก้หลังแข็งหายแลฯฯ ๘๒ ยาแก้ดำ แดง ขาว เหลือง ๑ ท่านให้เอา ปู่เจ้าปรุงแกง ๑ พญายา ๑ หนามพรหม ๑ น้ำใจใคร ๑ หางนกลิง ๑ ไก่ไห ๑รังแดง ๑ รางไคร้เครือ ๑ ลูกประคำดีควาย ๑ ปากอีกาข้างบน ๑ ปาก ฝนด้วยน้ำกินแก้ ดำแดงหายแล ฯฯ ๘๓ ถ้าเป็นไข้เวลากินข้าวมันทำให้อาเจียน มีส่วนผสมสมุนไพรดังนี้ เวลาอาเจียนมีแต่ลมเปล่าๆ ก็มี ท่านให้เอา ตัวยาดังนี้ น้ำใจใคร ๑ ผักหวานบ้าน ๑ หัวยาเข้าเย็นทั้ง ๒ ฝนด้วยน้ำซาวข้าวกินก็ได้ต้มกินก็ได้ฯฯ ๘๔ .ยาถอนฝีสารคุณ ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ กระดองเต่าเหลือง ๑ แมลงดาน้ำ ๑ ตาไม้ไผ่ป่า ๓ ตา หัวปลาไหล ๓หัว ต้นแม่ม่าย ๑ อกตะพาบน้ำ ๑เผาให้ไหม้ บอพอกหัวแม่เท้าหายแล ฯฯ ๘๕ยาต้มตัดรากไข้ทั้งปวงดีนักแล มีตัวยาดังนี้ มะคังแดง ๑ รากตะโกนา ๑ หัวคล้า ๑ หัวแห้วหมู ๑ บอระเพ็ด ๑ ต้มกินตัดรากไข้ทั้งปวงดีนักแลฯฯ ๘๖ ยาแก้ไข้ที่ทำให้เมื่อยตึง และเชื่อมมัวกระหนกระหาย และไข้กุมพันน้อยใหญ่ และรากสาด สานิ บาด อีดำ อีแดง และกาฬทั้งปวง นอนเชื่อมอยู่ก็ดี ถ้าจะแก้ท่านให้เอาตัวยาดังนี้ ใบมะผู้ ๑ ใบมะเมีย ๑ ใบ มะยม ๑ใบมะเฟือง ๑หญ้าแพรก ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบเงิน ๑ ใบทอง ๑ใบพิมเสน ๑ใบไผ่ป่า ๑ใบไผ่สีสุก ๑ ใบไม้รวก ๑ ใบย่าทราย ๑ใบไม้บง ๑ใบมะเดื่อทั้ง ๒ ใบก้างปลาทั้ง ๒ ใบฝ้ายทั้ง ๒ ใบผักเปลว ๑ ผักปราบ ๑ ใบตำลึง ทั้ง ๒ ใบครามทั้ง ๒ ใบผักเข็ด ๑ เนระพูสี ๑ ใบเสนียด ๑ ใบสวาด ๑ ใบมวนหมู ๑ใบช้าพลู ๑ ใบกัด มอญทั้ง ๒ ใบละหุงแดง ๑ ใบลำโพลงกาสลัก ๑ ใบมะแว้งทั้ง ๒ ใบมะเขือขื่น ๑ใบถั่วและ ๑ใบน้ำเต้า ๑ใบมะ ละป่า ๑ ใบชะอืดน้ำ ๑ ตาอ้อยแดง ๑หัวผักหนาม ๑ หัวคูณ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ว่านเปราะ ๑ ว่านกีบแรด ๑ ว่านล่อนทอง๑ ใบบัวบก ๑ หญ้าไซร ๑ รากหญ้าคา ๑ ว่านน้ำ ๑ใบหนาด ๑ พรหมมิ ๑ ใบเชือกเขาผ้ามอญ ๑ บดทำแท่งไว้ ละลายน้ำซาวเข้าแก้ร้อน น้ำจันแก้มัว ดีงูตัด กินแก้ดังกล่าวมานั้นเถิดเรื่องที่อุปมามาแล้ว เอยฯฯ ๘๗ ยานัดแก้ไข้ สันนิบาด ๕๐๐จำพวก มีส่วนผสมสมุนไรดังนี้ เปลือกทองหลางใบมน ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกกลุ่มทั้ง๒ ว่านน้ำ ๑ พรหมมิ ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑กระชาย ๑ ข่าแก่ ๑ ใบมะงั่ว ๑ใบมะกรูด ๑ ใบ มะนาว ๑ ใบส้ม ซ่า ๑ พริก ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑กระเทียม ๑ใบหมอน้อย ๑ ใบมะดูก ๑ใบพิลังกาสา ๑ใบ ย่างทราย ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบค้อนกรอง ๑ ใบน้ำนอง ๑ แฝกหอม ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ สังกรณี ๑ เจตพังคี ๑ ลูก พันธุ์ผักกาด ๑ลูกจัน ๑ ดอกจัน ๑ กระวาน ๑กาลพลู ๑ เทียนทั้ง ๕ สมุลแว้ง ๑ โกศสอ ๑ โกศเขมา ๑ โกศ


Click to View FlipBook Version