The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saowalak prempree, 2020-11-03 04:13:39

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

กลุ่ม 1

๒.๕ งบประมาณ







๓.๑ เคร่อื งมือการประเมนิ

ภาพที่ ๑ QR CODE สำหรบั ใช้เขำ้ เว็บ
ภาพที่ ๒ หน้ำหนกั สำหรบั ทำแบบสอบถำม
ภาพท่ี ๓ ข้อมูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถำม

ภาพที่ ๔ ภำพตัวอย่ำงขณะทำกจิ กรรม
ภาพท่ี ๔ ภำพหลังกำรทำกจิ กรรม

ภาพที่ ๕ กำรให้คะแนนในช่องตำมควำมพงึ พอใจ

ภาพท่ี ๖ ส่งคำตอบเม่ือทำแบบสอบถำมเสร็จ
ภาพที่ ๗ หน้ำบันทกึ เม่ือทำกำรสง่ คำตอบเรียบร้อย
ภาพที่ ๘ แผนภมู ิแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถำม

ภาพท่ี ๗ แผนภูมแิ สดงอำยุของผตู้ อบแบบสอบถำม
ภาพที่ ๘ แผนภมู ิแสดงควำมพึงพอใจควำมเหมำะสมของกำรจดั รปู แบบกิจกรรม

ภาพที่ ๙ แผนภมู ิแสดงควำมพงึ พอใจควำมเหมำะสมของสถำนทจ่ี ัดกจิ กรรม

ภาพที่ ๑๐ แผนภูมแิ สดงควำมพึงพอใจควำมเหมำะสมของกำรประสำนงำนกจิ กรรม
ภาพท่ี ๑๑ แผนภูมิแสดงควำมพึงพอใจกำรประชำสัมพนั ธ์

ภาพที่ ๑๒ แผนภมู ิแสดงควำมพึงพอใจกำรรำยงำนผลกำรดำเนินงำน

ภาพที่ ๑๓ แผนภมู ิแสดงควำมพงึ พอใจประโยชนท์ ่ไี ด้รับ
ภาพที่ ๑๔ แผนภมู ิแสดงควำมพึงพอใจสนองพระรำชดำริ
ภาพท่ี ๑๕ แผนภมู แิ สดงควำมพงึ พอใจนักเรยี น นกั ศึกษำตะหนกั และเลง็ เห็นคุณค่ำของกำรอนรุ ักษ์

ภาพท่ี ๑๖ แผนภมู แิ สดงควำมพึงพอใจนกั เรยี น นกั ศึกษำรว่ มลดภำวะวกิ ฤตกิ ำรณ์

๓.๒ สรปุ และรายงานผลการจัดกจิ กรรม

บันทกึ ขอ้ ความ

สว่ นราชการ ชมรมวชิ าชีพคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
ท่ี วันท่ี ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
เรอื่ ง รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ัติงานโครงการรณรงค์ปลกู ตน้ ไม้

เรยี น ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

เน่ืองจากชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้ดาเนินการจัดโครงการ
รณรงค์ปลูกต้นไม้ ตามคาส่ังที่ ๐๘๖๘/๒๕๖๓ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๓
ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ โดยไดด้ าเนนิ การตามโครงการเป็นทเ่ี รยี บรอ้ ยแลว้

ดงั นั้น ชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ ขอรายงานสรปุ ผลการประเมนิ ตามโครงการ ดังน้ี

๑. ลกั ษณะโครงการ เป็นโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริม

จิตสานึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้

นักเรียน นักศึกษาตระหนักถึงความสาคัญของการเพิ่มจานวน

ต้นไม้ให้กับธรรมชาติ

๒. ชื่อโครงการ โครงการ“รณรงคป์ ลูกต้นไม้”

๓. ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ นกั เรยี น นกั ศึกษาสาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกจิ วิทยาลัยเทคนิคระยอง

จานวน ๕๐๐ คน คดิ เป็นร้อยละ

๔. ระยะเวลา วนั ท่ี ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๕. สถานท่ี ณ พ้ืนท่บี ริเวณสวนหย่อมหนา้ อาคาร ๙

๖. สรปุ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของการทาโครงการอยู่ในระดับมาก

จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ

ลงช่อื …………………………………......…………. ลงช่อื …………………………………......………….
(นายจักรกฤช ลบั บณั ลนิ ) (นายวิทูล เยอื่ งอย่าง)

ประธานชมรมวิชาชพี คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ ครูท่ีปรึกษาชมรมวชิ าชีพคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ

ลงชอื่ …………………………………......…………. ลงชอื่ …………………………………......………….
(นายอุทัย ศรษี ะนอก) (นายธนบดี ที่สดุ )

หวั หนา้ สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ หัวหน้างานกิจกรรมนักเรยี น นกั ศึกษา

ลงชอ่ื …………………………………......…………. ลงชือ่ …………………………………......…………
(นายภูมพิ ัฒน์ แก้วมลู ) (นายชูชีพ อรุณเหลือง)

รองผอู้ านวยการฝ่ายพฒั นากิจการนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ผู้อานวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง



นักศกึ ษา นายกฤตภาส แจม่ แจง้ รหสั นักเรยี น 6122040042

นายธีรภัทร มลุ ิ รหสั นกั เรียน 6122040050

นางสาวนพรัตน์ ศรแี ก้ว รหสั นกั เรยี น 6122040052

นางสาวนวรตั น์ ศรีแกว้ รหสั นกั เรียน 6122040053

นายมณีกานต์ ขนุ ทมุ รหสั นักเรียน 6122040061

นายรัฐกาล คมุ้ มนต์ รหสั นักเรียน 6122040067

นางสาวเสาวลักษณ์ เปรมปรี รหัสนักเรยี น 6122040080

ชอื่ โครงการ โครงการอนุรักษ์พันธุก์ รรมพืช

อาจารยท์ ี่ปรึกษา นายวิทูล เยอื่ งอย่าง

ปีการศึกษา 2563

บทคัดยอ่

การจัดทาโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสนับสนุนและสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้

บุคลากร นกั เรียน นักศึกษา ในวิทยาลยั เทคนคิ ระยองมีสว่ นรว่ มสนองพระราชดารใิ นโครงการอนรุ ักษ์

พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาริฯ มีจิตสานึกการดูแลรักษาพันธุ์พืชให้สมบูรณ์ และมีส่วน

ร่วมของการเรียน การสอน (2เพ่ือสง่ เสริมการสร้างจิตสานกึ ให้นักเรียน นักศึกษา บคุ ลากรและบุคคล

ทัว่ ไป มคี วามเขา้ ใจถึงความสาคัญและประโยชน์ของทรัพยากรไทย ภูมิปญั ญาไทย โดยเฉพาะใหม้ ีการ

อนุรักษ์พันธุกรรมพืชและการนาไปใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืน (3) เพื่อส่งเสริม ให้นักศึกษามีจิตอาสา

และประยุกต์ใช้วิชาชีพไปพัฒนาให้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมชุมชนและประเทศชาติ (4) เพ่ือให้

วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นแหล่งเก็บรวบรวมพรรณไม้ ข้อมูลพรรณไม้และเก็บรักษาเพื่อประโยชน์

ทางการศึกษา

ผลการสารวจความพึงพอใจจากแบบสอบถามจานวน 500 คน ดังน้ี พบว่าเป็นเพศชาย

จานวน 210 คน คิดเป็นร้อยละ 42 และเพศหญิงจานวน 290 คน คิดเป็นร้อยละ58ของประชากร

ท้ังหมด มี อายุ 15-20 ปี จานวน 420 คน คิดเป็นร้อยละ 56 อายุ 21-25 ปี จานวน 80 คน คิดเป็น

ร้อยละ 44 ของจานวนประชาการท้ังหมด จาแนกตามระดับช้ันปวช. จานวน 280 คน คิดเป็น

ร้อยละ 56 และระดับช้ันปวส. จานวน 220 คน คิดเป็นร้อยละ 44 ของจานวนประชากรทั้งหมด

ระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสร้างจิตสานึกและสนับสนุนการอนุรักษ์

พันธุกรรมพืช ด้านผลสัมฤทธ์ิ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.21) เม่ือพิจารณารายข้อพบว่า ด้าน

ผลสัมฤทธิ์ความคิดเห็นระดับมาก จานวน 3 ข้อตามลาดับได้แก่ นักเรียน นักศึกษามีจิตสานึกในการ

ดูแลรักษาพันธุกรรมพืช ( ̅=4.24) นักเรียน นักศึกษามีจิตอาสาและสามารถประยุกต์ใช้วิชาชีพไป

พัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ชุมชนและประเทศชาติ ( ̅=4.16) นักเรียน นักศึกษามีความเข้าใจ

ถงึ ความสาคัญและประโยชนข์ องทรัพยากรไทย ภูมปิ ญั ญาไทย ( ̅=4.24)

กิตตกิ รรมประกาศ

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สาเร็จลุลวงไปได้ด้วยดีก็ด้วยคาเสนอแนะ และความกรุณา
อย่างย่ิงของท่านผู้อานวยการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง นายชูชีพ อรุณเหลือง และรองผู้อานวยการ
ทุกฝ่าย ท่ีได้ให้คาแนะนา ข้อเสนอแนะต่าง ๆ อีกท้ังยังสละเวลามาเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องต่าง ๆ
จึงใครข่ อขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสูงทา ณ โอกาสนี้

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุทัย ศรีษะนอก หวั หน้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ ที่ให้
การสนับสนุนการจดั ทาโครงการ และแนะนาแนวความคิดในการจัดทารูปเล่มเอกสารโครงการ อีกทั้ง
ยังสละเวลาเข้ารว่ มโครงการรณรงคป์ ลูกตน้ ไม้ ในคร้ังน้ี

-ขอกราบขอบพระคุณทา่ นอาจารย์วิทูล เย่อื งอยา่ ง อาจารย์ประจาวชิ าที่ให้การสนบั สนุนการ
จัดทาโครงการ และแนะนาแนวความคิดในการจัดทารูปเล่มเอกสารโครงการรวมทั้งให้คาปรึกษาใน
การดาเนนิ งานจนประสบผลสาเร็จลลุ ่วงตามวัตถุประสงค์

ขอกราบขอพระคุณท่านอาจารย์ปณิสรา บารุงรัตน์, อาจารย์ศลิษา หนูเสมียน,
อาจารย์พัณณ์ชิตา คามะฤทธิ์สินชัย, อาจารย์อนิรุตต์ิ บัวระพา, อาจารย์ปรีชา คางงูเหลือมอาจารย์
อัจฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม และอาจารย์กนกพร รักษาเคน อาจารย์ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธรุ กิจที่ให้
การสนับสนุนในการจัดทาโครงการอบรมความรูเ้ ก่ียวกับคอมพิวเตอร์ส่ชู ุมชนในครัง้ นี้

คุณค่าและประโยชน์ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ฉบับน้ีคณะผู้จัดทาขอมอบเป็น
เครื่องบูชาพระคุณบิดา มารดา ครู-อาจารย์ ครอบครัว ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านท่ีช่วยให้คณะ
ผู้จัดทามีความมานะพยายาม และประสบผลสาเร็จในการศึกษา คณะผู้จัดทามีความซาบซ้ึงใจ
ความกรุณาความดีย่งิ จากทกุ ท่านท่ีได้กล่าวมา และขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี

คณะผจู้ ดั ทา

คำนำ

รายงานเล่มน้ีเป็นผลดาเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เพื่อให้นักเรียน นักศึกษามีจิต
อาสา และประยุกต์ใช้วิชาชีพไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติ และเพ่ือ
ส่งเสริมการสรา้ งจิตสานึกให้บุคลากร นกั เรียน นกั ศึกษา และบคุ คลท่ัวไปมคี วามเข้าใจถงึ ความสาคัญ
และประโยชน์ของทรัพยากรไทย ภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะ ให้มีการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและการ
นาไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ทางชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธุรกิจจึงได้จัดทาโครงการ อนุรักษ์
พันธุกรรมพืช ข้ึนเพ่ือทาให้นักเรียน นักศึกษามีความตระหนักและเล็งเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ส่ิงแวดลอ้ มและปา่ ไม้

ทางคณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะโครงการเล่มนี้เป็นประโยชน์ต่อบุคลากร นักเรียน
นักศึกษา และบุคคลท่ัวไป ดังเจตนารมณ์ท่ีตั้งไว้ หากมีข้อเสนอนะประการใด ทางคณะผู้จัดทาขอ
นอ้ มรับดว้ ยความขอบคณุ อย่างย่งิ

คณะผจู้ ัดทา

สารบญั ฉ

เรื่อง หนา้
บทคดั ย่อ ก
กิตตกิ รรมประกาศ ข
คานา ค
สารบัญ ง
สารบญั (ตอ่ ) ง
สารบญั ตาราง จ
สารบญั ภาพ ฉ
สารบญั ภาพ (ตอ่ ) ฉ
สารบัญภาพ (ตอ่ ) ฉ
สารบัญภาพ (ต่อ) ฉ
สารบญั ภาพ (ต่อ) จ
สารบญั ภาพ (ต่อ) ฉ
สารบัญภาพ (ตอ่ ) ฉ
สารบัญภาพ (ต่อ) ฉ
สารบัญภาพ (ต่อ) ฉ
สารบัญภาพ (ต่อ) ฉ
สารบญั ภาพ (ตอ่ ) ฉ
สารบญั ภาพ (ต่อ) ฉ
สารบัญภาพ (ต่อ) ฉ
บทที่ 1 บทนา
1
1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของโครงการ 1
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ 2
1.3 ขอบเขตของโครงการ 2
1.4 ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ 2
1.5 นยิ ามเฉพาะศัพท์
บทท่ี 2 เอกสารและทฤษฎีทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 4
2.1 โครงการอนุรกั ษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ 9
2.2 ความหมายของพนั ธุ์พืช

สารบัญ (ต่อ) ฉ

เรอ่ื ง หน้า
2.3 ชื่อพนั ธุไ์ ม้ตา่ ง ๆ บริเวณหน้าอาคาร 9 10

บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนนิ การ 164
164
3.1 ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง 164
3.2 ตวั แปรการศกึ ษา 165
3.3 เครอื่ งมือทีใ่ ชใ้ นงานวจิ ัย 165
3.4 วิธกี ารสร้างเครอ่ื งมือ 165
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 166
3.6 การวเิ คราะห์ข้อมลู
3.7 สถิตทิ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู 168
บทที่ 4 ผลการดาเนินโครงการ
4.1 ผลการดาเนนิ การ 177
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 179
5.1 สรุป อภิปรายผล
5.2 ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ประวตั ผิ ้จู ดั ทา

สารบัญตาราง ฉ

ตารางที่ หน้า
4.1 การวเิ คราะห์ข้อมลู การแสดงเพศ 168
4.2 การวเิ คราะห์ข้อมูลการแสดงอายุ 169
4.3 การวเิ คราะห์ข้อมูลการแสดงระดับชั้น 170
4.4 การวเิ คราะหข์ ้อมลู การแสดงสถานะ 171
4.5 ระดบั ความพึงพอใจของผูต้ อบแบบสอบถาม 172
4.6 การวเิ คราะห์ข้อมลู การแสดงระดับความพงึ พอใจ 173
4.7 การวิเคราะหข์ ้อมูลแสดงระดบั ความพึงพอใจ 174
4.8 แสดงสรปุ ระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนนักศึกษา 175

สารบัญรปู ภาพ ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-1 สัญลกั ษณ์ของโครงการ 8
2-2 ชมพภู คู า 9
2-3 ตน้ ตีนเปด็ 10
2-4 ลาต้นของต้นตีนเปด็ 12
2-5 ใบของตน้ ตนี เปด็ 12
2-6 ดอกของต้นตนี เป็ด 13
2-7 ตน้ โพธิ์ 15
2-8 ลาตน้ ของตน้ โพธ์ิ 16
2-9 ใบของตน้ ตนี โพธ์ิ
2-10 ดอกของตน้ โพธิ์ 17
2-11 ผลของต้นโพธิ์ 17
2-12 ต้นหูกวาง 18
2-13 ลาตน้ ของต้นหูกวาง 19
2-14 ใบของตน้ หกู วาง 20
2-15 ดอกของต้นหกู วาง 21
2-16 ผลของต้นหูกวาง 22
2-17 เมล็ดของต้นหกู วาง 22
2-18 ตน้ ยางนา 23
2-19 ลาต้นของตน้ ยางนา 24
2-20 ใบของตน้ ยางนา 26
2-21 ดอกของตน้ ยางนา 26
2-22 ผลของตน้ ยางนา 27
2-23 นา้ มนั ของตน้ ยางนา 28
2-24 ตน้ ไทร 28
2-25 ลาตน้ ของตน้ ไทร 30
2-26 ใบของตน้ ไทร 31
2-27 ดอกของตน้ ไทร 32
2-28 ตน้ สนทะเล 32
33

สารบัญรปู ภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-29 ลาตน้ ของต้นสนทะเล 35
2-30 ใบของตน้ สนทะเล 35
2-31 ดอกของตน้ สนทะเล 36
2-32 ผลของต้นสนทะเล 36
2-33 เมลด็ ของตน้ สนทะเล 37
2-34 ตน้ เลบ็ มือนาง 38
2-35 ลาตน้ ของต้นเล็บมือนาง 39
2-36 ใบของตน้ เลบ็ มือนาง 40
2-37 ดอกของต้นเลบ็ มือนาง 40
2-38 ผลของตน้ เลบ็ มือนาง 41
2-39 ตน้ นนทรี 42
2-40 ลาต้นของต้นนนทรี 43
2-41 ใบของต้นนนทรี 43
2-42 ดอกของต้นนนทรี 44
2-43 ผลของตน้ นนทรี 44
2-44 ต้นมะม่วงปา่ 45
2-45 ลาต้นของตน้ มะมว่ งปา่ 47
2-46 ใบของตน้ มะม่วงป่า 47
2-47 ดอกของต้นมะม่วงปา่ 48
2-48 ผลของตน้ มะม่วงป่า 48
2-49 ตน้ พะยอม 50
2-50 ลาต้นของตน้ พะยอม 51
2-51 ใบของตน้ พะยอม 51
2-52 ดอกของตน้ พะยอม 52
2-53 ผลของตน้ พะยอม 52
2-54 ตน้ สนฉัตร 53
2-55 ลาตน้ ของตน้ สนฉัตร 54
2-56 ใบของตน้ สนฉัตร 55

สารบญั รปู ภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-57 ดอกของตน้ สนฉตั ร 55
2-58 เมลด็ ของต้นสนฉตั ร 56
2-59 ต้นกระถนิ ณรงค์ 57
2-60 ลาตน้ ของตน้ กระถนิ ณรงค์ 58
2-61 ใบของตน้ กระถินณรงค์ 59
2-62 ดอกของตน้ กระถนิ ณรงค์ 59
2-63 ผลของตน้ กระถนิ ณรงค์ 60
2-64 ต้นประดู่ 61
2-65 ลาตน้ ของตน้ ประดู่ 62
2-66 ใบของตน้ ประดู่ 62
2-67 ดอกของต้นประดู่ 63
2-68 ผลของต้นประดู่ 64
2-69 เมลด็ ของต้นประดู่ 64
2-70 ต้นยูคาลปิ ตัส 65
2-71 ลาต้นของตน้ ยคุ าลปิ ตัส 66
2-72 ใบของตน้ ยคู าลปิ ตสั 67
2-73 ดอกของตน้ ยคู าลิปตสั 67
2-74 ผลของตน้ ยคู าลิปตัส 68
2-75 เมลด็ ของต้นยูคาลปิ ตัส 68
2-76 ต้นมะขาม 69
2-77 ลาต้นของต้นมะขาม 70
2-78 ใบของตน้ มะขาม 71
2-79 ดอกของตน้ มะขาม 71
2-80 ผลของต้นมะขาม 72
2-81 ต้นจามจุรี 73
2-82 ลาตน้ ของต้นจามจรุ ี 74
2-83 ใบของต้นจามจุรี 75
2-84 ดอกของต้นจามจรุ ี 75

สารบัญรปู ภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-85 ผลหรอื ฟักของต้นจามจรุ ี 76
2-86 เนื้อไมต้ น้ จามจุรี 76
2-87 ต้นหพู ลบั 78
2-88 ลาต้นของต้นพลับ 79
2-89 ใบของตน้ พลับ 79
2-90 ดอกของต้นพลบั 80
2-91 ผลของตน้ พลับ 80
2-92 ตน้ หางนกยูงไทย 81
2-93 ลาตน้ ของต้นหางนกยูงไทย 82
2-94 ใบของต้นหางนกยูงไทย 83
2-95 ดอกของต้นหางนกยูงไทย 83
2-96 ผลของตน้ หางนกยงู ไทย 84
2-97 เมล็ดของต้นหางนกยงู ไทย 84
2-98 ตน้ ปาลม์ หางกระรอก 85
2-99 ลาตน้ ของต้นปาลม์ หางกระรอก 86
2-100 ใบของตน้ ปาล์มหางกระรอก 87
2-101 ดอกของตน้ ปาล์มหางกระรอก 87
2-102 ผลของตน้ ปาล์มหางกระรอก 88
2-103 ต้นสบิ สองปนั นา 88
2-104 ลาตน้ ของตน้ สบิ สองปนั นา 89
2-105 ใบของตน้ สิบสองปนั นา 89
2-106 ดอกของต้นสิบสองปันนา 90
2-107 ผลของต้นสบิ สองปนั นา 90
2-108 ตน้ อนิ ทผลมั 91
2-109 ลาต้นของต้นอนิ ทผลมั 92
2-110 ใบของตน้ อนิ ทผลัม 92
2-111 ดอกของตน้ อินทผลัม 93
2-112 ผลของตน้ อนิ ทผลมั 93

สารบัญรูปภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-113 เมล็ดของต้นอนิ ทผลัม 94
2-114 ต้นปาล์มขวด 95
2-115 ลาตน้ ของตน้ ปาล์มขวด 96
2-116 ใบของต้นปาล์มขวด 96
2-117 ดอกของตน้ ปาลม์ ขวด 97
2-118 ผลของต้นปาล์มขวด 97
2-119 ตน้ หมากเหลือง 98
2-120 ลาต้นของตน้ หมากเหลือง 99
2-121 ใบของต้นหมากเหลอื ง 99
2-122 ดอกของต้นหมากเหลือง 100
2-123 ผลของต้นหมากเหลือง 100
2-124 ตน้ ตาลฟ้า 102
2-125 ลาต้นของต้นตาลฟา้ 102
2-126 ใบของต้นตาลฟ้า 103
2-127 ดอกของตน้ ตาลฟา้ 103
2-128 ผลของตน้ ตาลฟา้ 104
2-129 ตน้ หมากเขียว 104
2-130 ลาตน้ ของต้นหมากเขียว 105
2-131 ใบของตน้ หมากเขียว 105
2-132 ดอกของตน้ หามกเขียว 106
2-133 ผลของตน้ หมากเขียว 106
2-134 ตน้ ปาลม์ แชมเปญ 107
2-135 ลาตน้ ของต้นปาล์มแชมเปญ 108
2-136 ใบของตน้ ปาล์มแชมเปญ 108
2-137 ดอกของต้นปาล์มแชมเปญ 109
2-138 ผลของตน้ ปาล์มแชมเปญ 109
2-139 ต้นปาลม์ เป็ตตโิ ค้ช 110
2-140 ลาต้นของต้นปาลม์ เป็ตติโคช้ 110

สารบญั รูปภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-141 ใบของตน้ ปาล์มเปต็ ติโคช้ 111
2-142 ตน้ ปรงญ่ีปนุ่ 111
2-143 ลาต้นของต้นปรงญี่ปุ่น 112
2-144 ใบของตน้ ปรงญีป่ ุน่ 112
2-145 ต้นเต่าร้างแดง 113
2-146 ลาตน้ ของตน้ เตา่ รา้ งแดง 114
2-147 ใบของตน้ เต่าร้างแดง 115
2-148 ดอกของต้นเตา่ ร้างแดง 116
2-149 ผลของตน้ เต่ารา้ งแดง 116
2-150 ต้นจนั ผา 118
2-151 ลาต้นของตน้ จนั ผา 119
2-152 ใบของต้นจนั ผา 119
2-153 ดอกของตน้ จันผา 120
2-154 ผลของต้นจันผา 120
2-155 ตน้ หางต้นชะมวง 121
2-156 ลาต้นของตน้ ชะมวง 123
2-157 ใบของตน้ ชะมวง 123
2-158 ดอกของต้นชะมวง 124
2-159 ผลของตน้ ชะมวง 125
2-160 ต้นสะเดา 126
2-161 ลาต้นของตน้ สะเดา 128
2-162 ใบของตน้ สะเดา 128
2-163 ดอกของตน้ สะเดา 129
2-164 ผลของตน้ สะเดา 130
2-165 เมล็ดของต้นสะเดา 130
2-166 ต้นราชพฤษ์ (ต้นคนู ) 132
2-167 ลาต้นของตน้ ราชพฤษ์ (ต้นคนู ) 133
2-168 ใบของตน้ ราชพฤษ์ (ต้นคูน) 133

สารบญั รปู ภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หนา้
2-169 ดอกของตน้ ราชพฤษ์ (ต้นคนู ) 134
2-170 ผลของตน้ ราชพฤษ์ (ต้นคนู ) 134
2-171 ต้นอโศกอนิ เดีย 136
2-172 ลาตน้ ของต้นอโศกอินเดยี 137
2-172 ใบของต้นอโศกอินเดีย 137
2-173 ดอกของต้นอโศกอนิ เดยี 138
2-173 ผลของตน้ อโศกอินเดีย 138
2-174 ต้นหางต้นปบี 139
2-175 ลาตน้ ของต้นปีบ 140
2-176 ใบของตน้ ปีบ 140
2-177 ดอกของต้นปีบ 141
2-178 ต้นหางต้นขนุน 143
2-179 ลาต้นของต้นขนนุ 144
2-180 ใบของตน้ ขนนุ 144
2-180 ดอกของต้นขนุน 144
2-181 ผลของตน้ ขนนุ 145
2-182 ตน้ หางตน้ มะฮอกกานี 146
2-183 ลาต้นของต้นมะฮอกกานี 147
2-183 ใบของตน้ มะฮอกกานี 147
2-184 ดอกของต้นมะฮอกกานี 148
2-184 ผลของต้นมะฮอกกานี 148
2-185 ต้นต้นอนิ ทนลิ นา้ 148
2-186 ลาตน้ ของตน้ อินทนิลนา้ 149
2-187 ใบของตน้ อนิ ทนลิ น้า 150
2-188 ดอกของตน้ อินทนิลน้า 151
2-189 ผลของตน้ อินทนลิ น้า 151
2-190 ตน้ จัง๋ 152
2-191 ลาตน้ ของต้นจ๋งั 153

สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-192 ใบของตน้ จง๋ั 153
2-193 ดอกของตน้ จง๋ั 154
2-194 ผลของต้นจ๋ัง 154
2-195 ต้นเขม็ 155
2-196 ลาต้นของตน้ เข็ม 155
2-197 ใบของตน้ เข็ม 156
2-198 ดอกของตน้ เขม็ 156
2-199 ผลของต้นเขม็ 157
2-200 ต้นสาวน้อยประแป้ง 157
2-201 ลาตน้ ของต้นสาวนอ้ ยประแปง้ 158
2-202 ใบของตน้ สาวน้อยประแปง้ 159
2-203 ดอกของต้นสาวนอ้ ยประแปง้ 159
2-204 ตน้ วาสนา 161
2-205 ลาตน้ ของตน้ วาสนา 162
2-206 ใบของต้นวาสนา 162
2-207 ดอกของต้นวาสนา 163
2-208 ว่านหางจระเข้ 163
2-209 ใบของวา่ นหางจระเข้ 164
2-210 ดอกวา่ นหางจรเข้ 164
2-211 ซองออฟอนิ เดยี 168
2-212 ลาต้นของซองออฟอินเดีย 168
2-213 ใบซองออฟอนิ เดยี 169
2-214 ดอกซองออฟอินเดีย 169
2-215 ผลซองออฟอนิ เดยี 169
2-216 ตน้ หูกระจง 170
2-217 ลาตน้ ของตน้ หูกระจง 171
2-218 ใบของหกู ระจง 171
2-219 ดอกของต้นหูกระจง 172

สารบัญรปู ภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-220 ผลของตน้ หูกระจง 172
2-221 ตน้ แสงจนั ทร์ 173
2-222 ลาตน้ ของตน้ แสงจันทร์ 174
2-223 ใบของตน้ แสงจนั ทร์ 174
2-224 ดอกของตน้ แสงจันทร์ 175
2-225 ต้นแกว้ 176
2-226 ลาตน้ ของตน้ แก้ว 177
2-227 ใบของตน้ แก้ว 177
2-228 ดอกของตน้ แกว้ 178
2-229 ผลของต้นแกว้ 178
2-230 ตน้ ลีลาวดี 180
2-231 ลาต้นของตน้ ลีลาวดี 181
2-232 ใบของตน้ ลีลาวดี 182
2-233 ดอกของตน้ ลลี าวดี 182
2-234 ตน้ จาปี 183
2-235 ลาต้นของต้นจาปี 184
2-236 ใบของตน้ จาปี 184
2-237 ดอกต้นจาปี 185
2-238 ผลตน้ จาปี 185
2-239 กล้วยไมห้ วาย 186
2-240 ลาตน้ ของกล้วยไม้หวาย 187
2-241 ใบของกลว้ ยไม้หวาย 187
2-242 ดอกของกลว้ ยไมห้ วาย 188
2-243 สับปะรดสี 188
2-244 ตน้ ข่อย 190
2-245 ลาตน้ ของตน้ ข่อย 191
2-246 ใบของตน้ ข่อย 191
2-247 ดอกของตน้ ข่อย 192

สารบัญรปู ภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพท่ี หน้า
2-248 ผลของตน้ ขอ่ ย 192
2-249 ต้นไทรทอง 194
2-250 ลาต้นของตน้ ไทรทอง 194
2-251 ใบของตน้ ไทรทอง 195
2-252 ผลของต้นไทรทอง 195
2-253 ต้นพลูดา่ ง 196
2-254 ใบของตน้ พลูดา่ ง 197
2-255 ต้นมะยม 198
2-256 ลาตน้ ของตน้ มะยม 199
2-257 ใบของต้นมะยม 199
2-258 ดอกมะยมเพศผู้ 200
2-259 ดอกมะยมเพศเมยี 200
2-260 ผลของมะยม 201
2-261 ต้นโกสน 202
2-262 ลาตน้ ของต้นโกสน 203
2-263 ใบของตน้ โกสน 204
2-264 ดอกของต้นโกสน 204
2-265 ผลตน้ โกสน 205
2-266 ต้นไทรใบกลม 206
2-267 ผลของต้นไทรใบกลม 207
2-268 เขียวหมืน่ ปี 208
2-269 ลาตน้ ของเขยี วหมื่นปี 209
2-270 ใบของเขียวหม่นื ปี 209
2-271 ดอกของเขยี วหม่นื ปี 210
2-272 ผลของเขียวหมื่นปี 210
2-273 เศรษฐเี รือนนอก 212
2-274 ลาต้นของเศรษฐเี รอื นนอก 212

สารบญั รปู ภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หนา้
2-275 ใบของเศรษฐเี รอื นนอก 213
2-276 ดอกของเศรษฐีเรอื นนอก 213
2-277 เศรษฐีเรือนใน 214
2-278 ลาตน้ เศรษฐเี รือนใน 214
2-279 ใบของเศรษฐเี รอื นใน 215
2-280 ดอกของเศรษฐีเรือนใน 215
2-281 เฟริ น์ บอสตัน 216
2-282 ใบของเฟิร์นบอสตนั 217
2-283 ต้นโมก 217
2-284 ลาตน้ ของตน้ โมก 218
2-285 ใบของต้นโมก 219
2-286 ดอกของตน้ โมก 220
2-287 ตน้ กระโดน 221
2-288 ลาต้นของตน้ กระโดน 222
2-289 ใบของตน้ กระโดน 223
2-290 ดอกของต้นกระโดน 224
2-291 ผลของต้นกระโดน 224
2-292 ตน้ ตะแบก 226
2-293 ลาตน้ ของตน้ ตะแบก 227
2-294 ใบของตน้ ตะแบก 228
2-295 ดอกของต้นตะแบก 228
2-296 ผลของตน้ ตะแบก 229
2-297 ขอนดอกของตน้ ตะแบก 229
2-298 ตน้ ตีนเป็ดน้า 231
2-299 ลาตน้ ของตน้ ตนี เป็ดน้า 232
2-300 ใบของต้นตนี เป็ดน้า 232
2-301 ดอกของต้นตีนเป็ดน้า 233
2-302 ผลของต้นตนี เป็ดนา้ 233

สารบญั รูปภาพ (ต่อ) ฉ

ภาพท่ี หนา้
2-303 ผลของตน้ ตีนเป็ดน้า(แห้ง) 234
2-304 ตน้ สนแผง 236
2-305 ลาตน้ ของตน้ สนแผง 237
2-306 ใบของตน้ สนแผง 237
2-307 ดอกของต้นสนแผง 238
2-308 ผลของตน้ สนแผง 238
2-309 ตน้ ไผแ่ คระ 239
2-310 ตน้ มะขามปอ้ ม 240
2-311 ลาตน้ ของตน้ มะขามปอ้ ม 241
2-312 ใบของต้นมะขามป้อม 241
2-313 ดอกของต้นมะขามป้อม 242
2-314 ผลของตน้ มะขามป้อม 243
2-315 ต้นมะหาด 244
2-316 ลาต้นของต้นมะหาด 245
2-317 ใบของต้นมะหาด 246
2-318 ดอกของตน้ มะหาด 247
2-319 ผลของต้นมะหาด 247
2-320 ผงปวกหาด 248
2-321 ต้นชมพู่ 250
2-322 ลาตน้ ตน้ ชมพู่ 250
2-323 ใบของตน้ ชมพู่ 251
2-324 ดอกของต้นชมพู่ 251
2-325 ผลและเมล็ดของต้นชมพู่ 252
2-326 เฟื่องฟ้า 254
2-327 ลาต้นของเฟ่ืองฟา้ 255
2-328 ใบของเฟ่ืองฟา้ 255
2-329 ดอกของเฟ่ืองฟ้า 256
2-330 เฟิรน์ ข้าหลวง 257

สารบญั รปู ภาพ (ตอ่ ) ฉ

ภาพที่ หน้า
2-331 ใบของเฟิร์นข้าหลวง 258
2-332 ดอกพุด 259
2-333 ลาตน้ ของดอกพุด 259
2-334 ใบของดอกพุด 260
2-335 ดอกของดอกพุด 260
2-336 ผลของดอกพุด 261
2-337 ล้นิ มังกร 262
2-338 ลาต้นของลิ้นมงั กร 263
2-339 ใบของลิ้นมังกร 263
2-340 ดอกของล้นิ มังกร 264
2-341 กลว้ ยพัด 265
2-342 ลาตน้ ของกล้วยพดั 266
2-343 ใบของกลว้ ยพัด 266
2-344 ดอกของกลว้ ยพัด 267
4.1 แผนภูมแิ สดงเพศของผ้ตู อบแบบสอบถาม 168
4.2 แผนภมู ิแสดงอายุของผตู้ อบแบบสอบถาม 169
4.3 แผนภมู ิแสดงระดับช้ันของผตู้ อบแบบสอบถาม 170
4.4 แผนภมู แิ สดงสถานะของผู้ตอบแบบสอบถาม 171
4.5 แผนภูมแิ สดงความพึงพอใจด้านการดาเนนิ การ 172
4.6 แผนภูมแิ สดงความพึงพอใจดา้ นความพงึ พอใจ 173
4.7 แผนภูมแิ สดงความพึงพอใจด้านผลสมั ฤทธ์ิ 174
4.8 แผนภมู ิแสดงสรุประดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี นนักศึกษา 176

บทที่ ๑
บทนำ

บทท่ี 1
บทนำ

1.1 ควำมสำคัญและควำมเปน็ มำของโครงกำร
ด้วยวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีนักเรียน นักศีกษาจานวน ๖,๐๗๑

คน จดั การเรยี นการสอน จานวน ๒๕ สาขาวชิ า และมพี ้ืนทีจ่ านวน ๗๖ ไร่ ๒ งาน ซึ้งพืน้ ทีส่ ว่ นมากยัง
เป็นสวนต้นไม้ธรรมชาติ และ ด้วยแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มีการเรยี นการสอน “วิชาโครงการ” โดย
รายละเอียดจะเป็นการสอนให้นักเรียนนักศึกษาได้คิดโครงการนาความรู้ที่ได้เรียนมา ไปเผยแพร่เพื่อ
พัฒนาตนเอง หรือพัฒนาชมุ ชน แล้วสรุปผลจดั ทารายงานเปน็ รปู แบบวิจัย ท้งั นเ้ี พื่อเปน็ การสนองต่อ
พระราชดาริฯการอนุรกั ษพ์ ันธกุ รรมพืชวา่ “การสอนและการอบรมให้เดก็ มีจิตสานกึ ในการอนุรักษ์พืช
พรรณน้ัน ควรใช้วิธิปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจและเกิดความปิติที่จะทาการศึกษา
และอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนที่ให้เกิดความรูสึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์จะเกิดผลเสีย
และเป็นอันตรายต่อตนเองจะทาให้เกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว ”
จากพระราชดาริของพระองค์ท่าน ทาให้มองเห็นว่า การจัดทาสวนพันธ์ุไม้ในเขตร้อนบริเวณหน้า
อาคาร ๙ และยังจัดทาป้ายติดช่ือพันธ์ุไม้ต่างๆภายในวิทลัยน้ัน เพ่ือให้นักเรียน นักศึกษา ได้ศึกษา
พันธ์ุไม้ต่างๆ และมีการส่งมอบงานประสานต่อรุ่นน้องๆ กันอย่างต่อเนื่องทุกรุ่น และยังเป็นการปลูก
จิตสานึกให้นักเรียน นักศึกษา ได้เห็นเป็นแหล่งศึกษาในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ธรรมชาติ อนุรักษ์
ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม พันธุ์พืช และช่วยการปลูกจิตสานึกให้กับบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
ให้มกี ารหวงแหนและรักษาทรัพยากรธรรมชาตติ ่างๆ คงอยสู่ บื ไป และมีความสมบูรณ์ตอ่ เน่อื ง

1.2 วตั ถปุ ระสงค์
1.2.1 เพ่ือสนับสนุนและสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ใน

วิทยาลัยเทคนิคระยองมีส่วนร่วมสนองพระราชดาริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริฯ มีจิตสานึกการดูแลรกั ษาพันธพ์ุ ืชให้สมบูรณ์ และมสี ่วนรว่ มของการเรยี น การสอน

1.2.2 เพ่ือส่งเสริมการสร้างจิตสานึกให้นักเรียน นักศึกษา บุคลากรและบุคคลทั่วไป มีความ
เข้าใจถึงความสาคัญและประโยชน์ของทรัพยากรไทย ภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะให้มีการอนุรักษ์
พันธุกรรมพืชและการนาไปใช้ประโยชน์อยา่ งยั่งยนื

1.2.3 เพื่อส่งเสริม ให้นักศึกษามีจิตอาสา และประยุกต์ใช้วิชาชืพ ไปพัฒนาให้ให้เกิดประโยชน์
แกส่ ังคมชุมชนและประเทศชาติ

1.2.4 เพ่ือให้วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นแหล่งเก็บรวบรวมพรรณไม้ ข้อมูลพรรณไม้และเก็บ
รักษาเพ่ือประโยชนท์ างการศึกษา

2

1.3 เป้ำหมำย
1.3.1 เป้าหมายเชงิ ปรมิ าณ
1.3.1.1 สารวจ เก็บรวบรวม จดั ทาฐานขอ้ มลู พันธุไ์ ม้ภายในวทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
1.3.1.2 ทาปา้ ยชอื่ พันธไุ์ ม้ภายในวทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง จานวน 200 ตน้
1.3.1.3 จัดสวนพนั ธุไ์ มใ้ นเขตร้อน จานวน 1 สวน
1.3.1.4 บอร์ดประชาสัมพันธ์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระ

ราชดาริ ฯ จานวน 1 บอร์ด
1.3.2 เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
1.3.2.1 สร้างทักษะชีวติ ความภาคภมู ใิ จ และคณุ คา่ ของบคุ ลากรทางการศกึ ษา

นกั เรยี นนกั ศึกษา
1.3.2.2 เพ่ือดูแลรกั ษาพันธุ์พืชของวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง ให้สมบูรณ์ และมีปริมาณ

เพมิ่ ขึน้
1.3.2.3 นักเรียน นักศกึ ษามีสว่ นรว่ มทาคุณประโยชน์ ให้กบั วทิ ยาลยั ฯ สังคม และ

ชุมชน

1.4 ผลท่คี ำดวำ่ จะไดร้ ับ
1.4.1 นักเรียน นักศึกษาและบุคลากรภายในสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วม

สนองพระราชดาริในโครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดารฯิ มีจติ สานึกการรักษา
พนั ธ์ุพชื ใหส้ มบรู ณ์ อกี ทั้งยงั มีส่วนร่มวมในการเรยี นการสอน

1.4.2 สามารถสร้างจิคสานึกให้นักเรียน นักศึกษา บุคลากรและบุคคลท่ัวไป มีความเข้าใจถึง
ความสาคัญและประโยชน์ของทรัพยากรไทย ภูมิปญั ญาไทย โดยเฉพาะให้มีการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
และการนาไปใชป้ ระโยชนอ์ ย่างยงั่ ยืนได้

1.4.3 สามารถส่งเสริมใหน้ ักศึกษามีจิตอาสา และประยุกต์ใช้วิชาชืพ ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์
แก่ สงั คม ชุมชนและประเทศชาติได้

1.4.4 สามารถสร้างให้วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลพรรณไม้ภายใน
สถานศกึ ษาและเกบ็ รักษาเพ่อื ประโยชนท์ างการศึกษาได้

1.5 นยิ ำมศัพท์เฉพำะ
1.5.1 โครงการพนั ธพุ์ ชื อันเนือ่ งมาจากพระราชดาริ
ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นความสาคัญของการอนุรักษ์

พันธุกรรมพืช ทรงเร่ิมงานพัฒนาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายทางชีวภาพต้ังแต่ปี

3

พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา โดยมีพระราชดาริให้ดาเนินการรวบรวมรักษาพรรณพืชต่างๆ ที่หายากและ
กาลงั จะหมดไป

1.5.2 ชมพูภูคา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้ ชมพูภูคา
เป็นดอกไม้สญั ลกั ษณใ์ นโครงการอนุรกั ษ์พันธกุ รรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดารฯิ

1.5.3 พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น หมายความว่า พันธ์ุพืชที่มีอยู่เฉพาะในชุมชนใดชุมชนหน่ึง
ภายในราชอาณาจักรและไม่เคยจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ซ่ึงได้จดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชพื้นเมือง
เฉพาะถน่ิ ตามพระราชบัญญัตินี้

บทที่ ๒
เอกสารและทฤษฎที ี่เก่ยี วขอ้ ง

บทที่ 2
เอกสารและทฤษฎีที่เก่ยี วขอ้ ง

คณะผู้จัดทำได้ศึกษำเอกสำร และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องในกำรจัดทำโครงกำรในครั้งน้ีและได้
ทำกำรศึกษำหำควำมรู้จำกอินเทอร์เน็ต และะบทควำมต่ำงๆ ท่ีเก่ียวข้องกับโครงกำรสร้ำงจิตสำนึก
และสนับสนุนอนุรักษ์พันธุ์พืช ตำมหัวข้อดังน้ี (1) โครงกำรอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเนื่องมำจำก
พระรำชดำริ (2) ควำมหมำยของพันธพ์ุ ชื (3) ชอ่ื พันธุ์ไมต้ ำ่ งๆภำยในวิทยำลัยเทคนคิ ระยอง

2.1 โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
2.1.2 ควำมเป็นมำของโครงกำรฯ
โครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จพระเทพ

รตั นรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี เป็นโครงกำรท่ีจัดต้ังข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2536 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
สร้ำงควำมเข้ำใจ และทำให้ตระหนักถึงควำมสำคัญของพันธุกรรมพืชต่ำงๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย
ก่อให้เกดิ กิจกรรมเพ่ือให้มีกำรร่วมคิด ร่วมปฏิบัติทนี่ ำผลประโยชน์มำถึงประชำชนชำวไทย ตลอดจน
ให้มกี ำรจัดทำระบบข้อมูลพนั ธกุ รรมพชื ให้แพรห่ ลำยสำมำรถส่อื ถึงกันได้ทั่วประเทศ
ทัง้ นี้สืบเน่ือง มำจำกสำยพระเนตรอันยำวไกลของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ตั้งแต่เม่ือครั้งปี พ.ศ.
2503 ที่ทรงมีพระรำชดำริให้อนุรักษ์ต้นยำงนำ และทรงให้รวบรวมพืชพันธุ์ไม้ของภำคต่ำง ๆ ท่ัว
ประเทศปลูกไว้ในสวนจิตรลดำ โครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริฯ จึงเป็น
โครงกำรที่เกิดขึ้นเพ่ือสนองแนวพระรำชดำริ และสืบสำนพระรำชปณิธำนแหง่ พระองค์ โดยปรำกฏใน
รูปแบบกิจกรรมต่ำงๆ ประกอบด้วยกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชในพ้ืนท่ีป่ำธรรมชำติ กำรสำรวจ
รวบรวมพนั ธุกรรมพืชทีม่ แี นวโน้มวำ่ ใกล้สูญพนั ธ์ุ อันเกดิ จำกกำรเปลีย่ นแปลงของสภำพแวดล้อม กำร
นำพันธุ์พืชท่ีรวบรวมเพำะปลูก และรักษำในพื้นที่ท่ีเหมำะสมทำงกำยภำพ และปลอดภัยจำกกำร
รุกรำน กำรอนุรักษ์ และใชป้ ระโยชน์พันธุกรรมพืช โครงกำรศึกษำประเมินพนั ธุกรรมพืชในด้ำนตำ่ งๆ
ให้ทรำบองค์ประกอบ คุณสมบัติ และกำรใช้ประโยชน์พืชพรรณ กำรจัดทำระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช
ด้วยคอมพิวเตอร์ กำรวำงแผน และพัฒนำพันธุกรรมพืชระยะยำว 30 - 50 ปี และกิจกรรมกำรสร้ำง
จิตสำนึกในกำรอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชแก่กลุ่มเป้ำหมำยต่ำงๆ ได้แก่ เยำวชน บุคคลทั่วไป ให้มีควำม
เข้ำใจ ตระหนักในควำมสำคัญเกิดควำมปิติ และสำนึกที่จะร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ พืชพรรณของ
ไทยให้คงอยู่เป็นทรัพยำกรอันทรงคุณค่ำประจำชำติสืบไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถ่ินกำเนิดใน
ประเทศไทยสำมำรถนำมำใช้ให้เกิดประโยชน์ ท่ีเกี่ยวกับ "ปัจจัยสี่" อันเป็นพื้นฐำนหลักในกำร
ดำรงชีวติ ของมนุษย์ จึงนบั ได้ว่ำพันธ์ุไม้เหล่ำน้ีมีควำมผูกผนั กับชีวิตควำมเปน็ อยู่ของคนไทยมำช้ำนำน
นบั จำกอดีตจนถงึ ปัจจุบนั อย่ำงไรก็ตำมเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ประโยชน์ท่ีเคยได้รับจำกพรรณพืชอำจ
แ ป ร ไ ป ต ำ ม ส ภ ำ พ แ ว ด ล้ อ ม ท ำ ง ธ ร ร ม ช ำ ติ ค ว ำ ม ต้ อ ง ก ำ ร ข อ ง สั ง ค ม แ ล ะ ผู้ บ ริ โ ภ ค

5

กำรสำรวจค้นคว้ำ และวิจัยตำมหลักวิทยำกำรสมัยใหม่เก่ียวกับพฤกษศำสตร์ ดังท่ีโครงกำรอนุรักษ์
พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำริ ฯ ดำเนินกำรอยู่ในขณะนี้จึงสำมำรถทำให้คนไทยได้ทรำบ
ถึงคุณประโยชน์ของพืชพรรณหลำยชนิดซ่ึงบำงชนิดเป็นท่ีรู้จักแพร่หลำย มีกำรนำมำใช้ประโยชน์แต่
ขำดกำรดูแลรักษำ จนปริมำณลดลง และเกือบสูญพันธุ์จำกถ่ินกำเนิดพืชบำงชนิดมีมำช้ำนำน แต่มิได้
เป็นทล่ี ว่ งรูถ้ ึงคณุ ประโยชน์ จนอำจถกู ละเลย หรอื ถกู ทำลำยไปอยำ่ งนำ่ เสยี ดำย

2.1.2 พระรำโชวำทสมเด็จพระเทพรตั นรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี
สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี พระรำชทำนพระรำโชวำทให้

คณะกรรมกำรอำนวยกำร คณะกรรมกำรบริหำร ผู้ร่วมสนองพระรำชดำริ และผู้ทูลเกล้ำฯ ถวำย ที่
เฝ้ำทูลละอองพระบำทในกำรประชุมประจำปีโครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมำจำก
พระรำชดำรฯิ เมือ่ วันท่ี 14 สงิ หำคม 2540 ณ ศำลำดสุ ิดำลัย สวนจติ รลดำ กรุงเทพมหำนคร ว่ำ

"ข้าพเจ้ายินดีและขอบคุณทุกคนท่ีเข้ามาประชุมกันพร้อมหน้าในวันนี้ดังท่ีได้กล่าว
มาแล้วว่าโครงการอนุรกั ษ์พันธุกรรมพืชฯ นี้ได้ดาเนินการมาเป็นเวลาถงึ 5 ปี แล้วและคิดกันว่าจะทา
ต่อในช่วงท่ีสองอีก 5 ปี และคิดมาใหม่ว่าในขั้นที่สองนี้จะทาในลักษณะไหน ท่ีจริงในเบ้ืองต้นนั้น
ข้าพเจ้าก็มิได้เป็นนักพฤกษศาสตร์หรือศึกษาทางน้ีมาโดยตรง ถึงแม้ศึกษาตอนนี้ก็คงจะสายไปเสีย
แล้ว เพราะว่าขณะน้ีไม่สามารถจาช่ือคนสัตว์ สิ่งของได้มากเทา่ ที่ควร แต่ว่าเหตุที่สนใจพืชพรรณและ
ทรัพยากรของประเทศเรามานานแล้วโดยเฉพาะอย่างย่ิงทางพืช เหตุผลท่ีศึกษา เพราะถือว่าง่ายต่อ
การศึกษามากกว่าอย่างอื่น เวลาไปไหนทีมีคนตามกันเยอะแยะ ถ้าจะศึกษาสัตว์สัตว์ก็วิ่งหนีหมด แต่
พชื น้ันเขาอยู่ให้ศึกษาได้ พอศึกษาไปสักพักก็เกิดความสนใจว่า นอกจากทางกรมป่าไม้ซ่ึงได้ติดต่อกัน
ในครง้ั แรกในเบ้อื งต้นเพราะวา่ ชอบไปท่องเที่ยวในทต่ี ่างๆ ตามปา่ เขาดวู ่าเมืองไทยมีสภาพภูมิประเทศ
ภูมิศาสตร์อย่างไรและก็ได้ศึกษาเรื่องต้นไม้ต่างๆ ตามท่ีกล่าวมาแล้วน้ีก็ยังเห็นว่ามีหน่วยงานท้ัง
หน่วยงานของรฐั ของเอกชน ทั้งเป็นหน่วยงานราชการ เช่น กรมป่าไม้ กรมวชิ าการเกษตร และกบั ทั้ง
ท่ีเป็นสถาบันการศึกษาท่ีทางานเกย่ี วกับเร่อื งของพชื ศกึ ษาวา่ พชื กีช่ นิดทง้ั เรื่องของพืชชนิดตา่ งๆ เรอ่ื ง
งานอนุกรมวิธาน อย่างนี้เปน็ ต้น ก็ศึกษากันหลายแหง่ จึงเกิดความคิดขนึ้ มาว่าน่าจะมีการการรวบรวม
ว่าแต่ละสถาบันได้ทางานในส่วนของตนอย่างไร และงานน้ันอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่นพืช ก็ได้ศึกษา
ในส่วนที่แต่ละแหง่ ได้รวบรวมนั้น ช่ือต่างหรือซ้ากันอย่างไร เพื่อที่จะให้รวมกันว่าทั้งประเทศนั้นเรามี
อะไรบ้าง ทจ่ี ริงแล้วงานที่จะศกึ ษาพืชหลายชนิดนี้เป็นเรื่องทท่ี าได้ยากและทาได้ชา้ คนๆ เดียวหรือว่า
สถาบันๆ เดยี วนั้นจะครอบคลุมไม่ได้ทั้งหมดถ้ามีหลายๆ หน่วยงานช่วยกันครอบคลุมก็อาจจะได้มาก
ถ้าต่างคนต่างไม่รู้กันนั้นก็อาจจะเกิดเป็นท่ีน่าเสียดายว่าจะไม่ได้ข้อมูลเต็มที่ จึงนึกถึงว่าอยากจะทา
ฐานข้อมูลที่นักวิชาการทุกคนจะใช้ในการค้นคว้าได้ด้วยกัน ที่วังนี้ซึ่งก็มีความรู้สึกว่า 1 ตาราง
กิโลเมตรของวังนีก้ ็ใหญโ่ ตพอสมควร แตว่ า่ ท่จี รงิ แลว้ ถา้ จะเอางานทุกสิง่ ทุกอยา่ งมาสุมกนั ก็ย่อมจะไม่
พอพ้ืนท่ีไม่ได้ก็ต้องทางานอะไรท่ีจะประหยดั ท่ที ี่สุดในตอนน้ันก็เลยคิดว่าทาฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์

6

ซง่ึ ใช้การเรียกช่อื พชื ที่ทกุ คนจะเข้าถึงได้จึงพัฒนาจากจุดน้ันมาเป็นงานต่างๆ ที่ ดร.พิศิษฐ์ ได้กล่าวถึง
เม่ือสักครู่นี้ออกไปหลายๆ อย่าง ซ่ึงงานท่ีกล่าวถึงนี้ก็เป็นงานท่ีหน่วยราชการต่างๆ ได้ทามาแล้วเป็น
จานวนมากและหลังจากโครงการฯ น้ีก็มีการต้ังขึ้นใหม่ เพราะฉะน้ันก็ยังคิดว่าถ้ามีการได้ประชุมกัน
พร้อมกันอย่างน้ี จะได้มาตกลงกันแน่นอนว่าใครทาอะไรและในส่วนที่เหลือกัน ถ้าซา้ กันโดยไม่จาเป็น
ก็อาจจะตกลงกันได้วา่ แบ่งกันวา่ อันนง้ี านนใ้ี ครจะทา หรืองานท่ีโครงการทางดา้ นสานักพระราชวังเคย
ทาอยู่ แต่ว่าเม่ือมีหน่วยงานที่มีช่ือของหน่วยงานท่ีควรจะรับผิดชอบโดยตรงรับไปทาแล้วทางสานัก
พระราชวงั กค็ ิดว่าน่าจะตัดไดใ้ นส่วนนนั้ และก็หันมาทางานทางด้านการประสานงานหรือความรว่ มมือ
อย่างนี้เป็นต้น ซ่ึงเข้าใจว่าก็เป็นการสมสมัยในปัจจุบันซ่ึงประเทศค่อนข้างจะฝืดเคือง เพราะฉะนั้น
ทางานอะไรถึงแม้จะเป็นงานที่ดีถ้าตกลงกันได้แล้วก็จะเป็นการประหยัดพลังคนหรื อพลังเงิน
งบประมาณ ท่ีว่าให้ในส่วนน้ีแล้วก็จะได้จาเป็นจะไม่ต้องให้ในหน่วยงานอ่ืน หรือถ้าให้หน่วยงานอ่ืนก็
ต้องให้ทาไป และงานนี้เราอาจจะต้องมาน่ังพิจารณาคิดดูว่าจะทางานได้โดยประหยัดอย่างไร
บางส่วนที่อาจจะยังไม่จาเป็นในขั้นนี้หรือว่าทาได้ไม่ต้องเน้นเร่ืองความหรูหราหรือความสวยงามมาก
นัก เอาเฉพาะทใ่ี ชจ้ ริงๆ และกป็ ระหยดั ไปไดเ้ ปน็ บางส่วนกด็ ี

ส่วนสาหรับเรื่องของโรงเรียนนั้น ก็ได้มีประสบการณ์ในการที่ไปเย่ียมโรงเรียนในภาค
ต่างๆ มาหลายแห่ง กเ็ ห็นว่าเรื่องที่จะสอนให้นักเรียนหรือให้เดก็ มีความรู้ และมคี วามรักในทรัพยากร
คอื ความรักชาติรักแผ่นดนิ น้ี ก็คือรกั สิ่งทเ่ี ป็นสมบัตขิ องตวั เขาการท่ีจะให้เขารักษาประเทศชาติ หรือ
รักษาสมบัติของเขาน้ัน ทาได้โดยก่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจ ถ้าใครไม่รู้จักกันเราก็ไม่มี
ความสัมพันธ์ ไม่มีความผูกพันต่อกัน แต่ว่าถ้าให้เขารู้จักว่าสิ่งนั้นคืออะไร หรือว่าทางานก็จะรู้สึกช่ืน
ชม และรักหวงแหนในสงิ่ นั้นว่าเป็นของตน และจะทาให้เกิดประโยชน์ได้ เคยได้แนะนาโรงเรียนตา่ งๆ
ที่ได้ไปเยีย่ ม ไม่เฉพาะแตโ่ รงเรยี นท่ีเข้าร่วมโครงการๆ นี้ โรงเรียนทวั่ ๆ ไปดว้ ยว่าเร่ืองของนอกจากพืช
พรรณแลว้ สิ่งที่มใี นธรรมชาติ สง่ิ ท่ีหาไดง้ ่ายๆ น้นั กอ็ าจจะเป็นอปุ กรณ์การสอนในวิชาต่างๆ ได้หลาย
อยา่ งแมแ้ ตว่ ิชาศิลปะก็ให้มาวาดรูปต้นไม้ กไ็ ม่ต้องหาของอื่นให้เป็นตัวแบบ หรือในเร่อื งภาษาไทยการ
เรยี งความก็อาจจะทาใหเ้ รื่องของการเขียนรายงาน ทาใหห้ ัดเขยี นหนังสอื หรืออาจแต่งคาประพนั ธใ์ น
เรือ่ งของพชื เหลา่ นี้ หรือเป็นตวั อย่างงานศกึ ษางานวทิ ยาศาสตร์และวิชาอืน่ ๆ ดังท่ี ดร.พิศษิ ฐ์ ได้กลา่ ว
มา นอกจากนั้นในวิชาพฤกษศาสตร์โดยเฉพาะ ซ่ึงอาจจะช่วยได้ในท่ีนี้ยังไม่เคยกล่าว คือเร่ืองของ
วิชาการท้องถิ่นซ่ึงก็เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้วท่ีว่าจะให้นักเรียนได้ศึกษาความ รู้
ท้องถิ่นนอกจากความรูท้ ี่เปน็ มาตรฐานจากส่วนกลางมาแล้ว แมแ้ ต่ตาราก็มีการสง่ เสริมให้ครู อาจารย์
ในท้องถิ่นน้ันได้รวบรวมความรู้หรือได้แต่งข้ึนในระยะน้ี ซ่ึงเท่าที่ได้เห็นมาก็มีการศึกษาวิชาการ
ทางด้านศิลปวัฒนธรรม อาชีพท้องถ่ินมาบ้าง แต่ในด้านของธรรมชาตินั้นยังมีค่อนข้างน้อย เท่าท่ีไป
แนะนามาในเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ันได้เสนอว่าไม่ใช่เป็นเฉพาะท่ีว่าจะให้เด็กนักเรียนปลูก
ป่าหรือว่าให้อนุรักษ์ดินปลูกหญ้าแฝกอย่างเดียว ก็พยายามจะให้ออกไปดูข้างๆ โรงเรียนว่าท่ีนั่นมี

7

อะไรอยู่ และต้นไม้นั้นชื่ออะไร เป็นอะไร และพอดีมีประสบการณ์จากการท่ีได้เคยออกไปส่งเสริมใน
เร่ืองของโภชนาการงานในระยะแรกๆ ท่ีเร่ิมทางานเม่อื พ.ศ. 2523 ในช่วงน้ันออกไปทางานก็ทางาน
อย่างค่อนข้างจะเบ้ียน้อยหอยน้อย คือเงินไม่ค่อยมีตอ้ งออกเอง ก็ไม่มีเงินที่จะส่งเสริมเร่ืองเมล็ดพันธุ์
ผักหรืออุปกรณ์ท่ีใช้มากนัก ได้ครบทุกแห่งท่ีไปก็ให้ใช้พืชผักในท้องถิ่นท่ีพอจะมีอยู่ ผักพื้นบ้านผัก
พ้ืนเมืองหรือของท่เี ขากินอยแู่ ล้วเสริมเข้าไปในม้อื อาหารน้ันด้วย เร่อื งนี้กเ็ ป็นเรอ่ื งท่ีน่าศึกษาเพราะได้
พบว่ามีพืชพรรณหลายอย่าง ซ่ึงก็ยังไม่เป็นที่รู้จักกันในส่วนกลาง ในท้องถิ่นน้ันเขาก็รู้และก็มีชื่อ
พื้นเมือง แต่ว่าพอเอาเข้าจริง แม้แต่ชื่อวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีใครแน่ใจว่าชื่ออะไร ก็นามาศึกษา และ
เวลาน้ีก็ได้เห็นว่ามีการศึกษาอย่างกว้างขวาง คือได้ศกึ ษาวา่ คุณค่าทางอาหารของผกั พนื้ เมืองเหลา่ น้ัน
มีอะไรบ้าง และได้มีการวิเคราะห์พิษภัยของพืชเหล่าน้ันไว้ด้วยเดิมเท่าท่ีคิดก็ยอมรับว่าไม่ได้คิดเร่ือง
พิษภยั เพราะเห็นว่าคนรบั ประทานกันอยู่ประจายังมีอายยุ ืนอยู่ แตเ่ ห็นว่าจากการวิจยั ของนักวิชาการ
ก็ได้ทราบว่ามีพืชพื้นบ้านบางอย่างท่ีรับประทานกันอยู่ซึ่งมีพิษบ้าง ทาให้เป็นข้อคิดท่ีว่าถ้าบริโภคกัน
ในส่วนทีเ่ ป็นท้องถ่ินก็อาจจะไม่เป็นพิษภัยมากเพราะว่าในวันนั้นเก็บผักชนดิ น้ีได้ก็นามาบริโภคอีกวัน
ก็เก็บได้อีกอย่างก็นามาบริโภค แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นการส่งเสริมเป็นโครงการขึ้นมา แล้วก็จะมีการ
ขยายพันธุ์เป็นจานวนมาก และก็รับประทานอย่างนี้ซ้าๆ ซากๆ ซ่ึงจะมีอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่าง
ย่ิงก็อาจจะเป็นได้ อันนี้ที่ยกตัวอย่างแสดงว่าวิชาการน้ีแตกแขนงไปหลายอย่าง และมีการศึกษาได้
หลายอย่าง และกม็ ีบคุ คลหลายคนท่ีช่วยกันคิดช่วยกนั ทาถา้ จะชว่ ยกันจริงๆ นี้กอ็ าจจะต้องแบ่งหนา้ ที่
ถึงข้ันตอนน้ีก็คงต้องแบ่งหน้าท่ีกันเพ่ือท่ีจะแบ่งในด้านปริมาณงานท่ีทาหรืองบประมาณท่ีทาก็ได้รับ
การสั่งสอนจากผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เสมอว่า ถ้าคนเรามีความคิดพุ่งแล่นอะไรต่างๆ นานา ก็คิดได้แต่ถึง
ตอนทาจริงมีขั้นตอนเหมือนกัน การใช้คนให้ทาอะไรน่ีก็ต้องคิดถึงกระบวนการว่าจะไปถึงเป้าหมายที่
เราต้องการน้ันจะต้องใช้ทั้งเงินใช้ท้ังเวลา ใช้ท้ังความคิด ความอ่านต่างๆ ซึ่งจะไปใช้ใครทาก็ต้องเอา
ให้แน่ว่าเขาเต็มใจหรืออาจเต็มใจ แต่ว่ามีภารกิจมาก มีเวลาจะทาให้เท่าใดหรือเขาอาจทาให้ด้วย
ความเกรงใจเราแล้วว่าทีหลังอย่างน้ีเป็นต้น ก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะว่าเวลาทาอะไรกม็ ิได้บังคบั ก็ขอ
เชิญเข้าร่วมช่วยกัน แต่ถ้าคนใดมีข้อขัดข้องหรือมีข้อสงสัยประการใดก็ไถ่ถามกันได้ ไม่ต้องเกรงใจ
เพราะถือว่าทางานวิชาการ แบบนี้ไม่เคยจะคิดว่าโกรธเคืองถ้าใครทาไม่ได้ก็แล้วไป ก็ทาอย่างอื่น ทา
อย่างนี้ไม่ได้ก็ต้องทาได้สักอย่าง คิดว่าโครงการนี้ข้ันตอนต่อไปอาจจะต้องดูเร่ืองเหล่าน้ีให้ละเอียด
ยิ่งขึ้น ใครทาอะไรได้และประโยชน์ อาจจะมีอีกหลายอย่างเช่น งานบางอย่าง หรืออย่างพืชน้ีจะมี
ประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้อีกก็มีด้วยซ้าถ้าเราทราบสรรพคุณของเขาและนามาใช้ในส่วนที่ว่าถ้า
ขยายพันธ์แุ ลว้ ไมอ่ ันตราย คือการขยายพันธเ์ุ หล่านีก้ ็อาจจะเปน็ การช่วยในเรื่องของการสง่ เสริมอาชีพ
ให้แก่ราษฎรเพิ่มขึ้นอีกก็อาจเป็นได้ ท้ังนี้ก็ต้องไม่ละเลยในเร่ืองของวิชาการส่ิงท่ีถูกต้อง อะไรท่ีเป็น
คณุ อะไรท่ีเป็นโทษ และยงั มีเรื่องที่เกี่ยวข้องในเร่ืองของงานของเงิน ในที่น้ยี ังมีเรื่องเพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง
คือเร่ืองของที่ดิน อาจจะต้องมีการกาหนดแน่นอนว่าท่ีดินนั้น อยู่ในสภาพไหน สภาพการถือครองใน

8
ลักษณะไหน ศึกษาในเร่ืองของกฎหมายให้ถูกต้องว่าใครมีสิทธิหรือหน้าที่ทาอะไรบ้างใครทาอะไรได้
ใครทาอะไรไม่ได้เรอื่ งเหล่านี้เป็นเรือ่ งที่จะต้องศกึ ษาเป็นเรอื่ งที่จะต้องจกุ จิกมากอีกหลายอย่าง ท่พี ดู นี้
มิได้หมายความถึงว่าจะเป็นการจะจับผิดว่าใครทาผิดใครทาถูก แต่ว่างานในโลกปัจจุบันน้ี ทาอะไรก็
รู้สึกวา่ เร่อื งการรกั ษามาตรฐานน้ันเป็นเร่ืองที่สาคัญ เพราะว่าต่อไปงานนี้ของเราอาจจะไม่ใช่จากัดอยู่
แต่ภายในประเทศอาจจะตอ้ งมกี ารติดต่อไปถงึ ประเทศอน่ื ด้วยเป็นการสร้างความเจรญิ ให้แกป่ ระเทศ
เพราะฉะน้ันจะต้องมีการทางานในลักษณะท่ีคนอื่นยอมรับได้ นี่ก็เป็นความคิดเก่ียวกับเร่ืองโครงการ
นี้"

2.1.3 สญั ลักษณ์ของโครงกำร

ภาพท่ี 2-1 สัญลกั ษณ์ของโครงกำร
สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี พระรำชทำนให้ ชมพูภูคำ เป็น
ดอกไมส้ ัญลักษณใ์ นโครงกำรอนรุ กั ษ์พนั ธกุ รรมพืชอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำรฯิ
2.1.3.1 ชมพูภูคำ เป็นพันธุ์ไม้หำยำกของไทยที่พบได้เพียงแห่งเดียว คือ อุทยำน
แห่งชำติดอยภูคำ จังหวัดน่ำน ดอกของชมพูภูคำออกเป็นช่อใหญ่ มีดอกย่อยเรียงซ้อนกันแน่น กลีบ
ดอกบำนมีสีชมพูสวยงำม จนเป็นต้องกำรชื่นชมของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะข้ึนชมได้ในช่วงเดือน
กุมภำพันธ์-มีนำคม ของทุกปี
2.1.3.2 ชื่อวทิ ยำศำสตร์ : Bretschneidera sinensis Hemsl.
2.1.3.3 ชอ่ื วงศ์ : BRETSCHNEIDERACEAE
2.1.3.4 ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์

ภาพท่ี 2-2 ชมพูภูคำ

9

ในประเทศไทยมีรำยงำนกำรสำรวจพบพันธุ์ไม้ชนิดน้ีเม่ือมี พ.ศ. 2532 บริเวณ
ปำ่ ดงดิบเขำดอยภูคำ อุทยำนแห่งชำติดอยภูคำ อำเภอปัว จังหวัดน่ำน โดยลักษณะต้นชมพูภูคำน้ีจะ
สูงประมำณ 25 เมตร เส้นผ่ำศูนย์กลำงลำต้นประมำณ 50 เซนติเมตร เปลือกเรียบเป็นสีเทำ ใบ
ประกอบแบบขนนกชั้นเดียวมใี บยอ่ ยรูปไข่แกมรูปใบหอก ปลำยใบแหลมยำว แผ่นใบดำ้ นล่ำงมีนวลสี
ขำว ช่อดอกต้ังตรงแยกแขนงออกตำมปลำยก่ิงกลีบเลี้ยงติดกันคล้ำยรูประฆัง กลีบดอกสีชมพูมีร้ิวสี
แดง ออกดอกประมำณเดือนกุมภำพันธ์-มีนำคม ผลคล้ำยมะกอกแต่มีขนำดใหญ่กว่ำ พันธุ์ไม้ชนิดน้ี
จำกกำรศกึ ษำพบว่ำจะเจริญเติบโตได้ดีบริเวณป่ำดงดบิ เขำตำมไหล่เขำสูงชันท่ีมีควำมสูงตั้งแต่ 1,200
เมตรจำกระดับน้ำทะเลขึ้นไป และมีควำมช้ืนของอำกำศสูงอุณหภูมิเฉล่ียค่อนข้ำงต่ำตลอดท่ังปี
ปัจจุบันได้มีกำรทดลองเพำะกล้ำไม้ชมพูภูคำจำกเมล็ดเป็นผลสำเร็จซึ่งคำดว่ำจะช่วยให้ชมพูภูคำไม่
สูญพันธุ์จำกโลกน้ีต่อไป

ด้วยควำมสูงจำกระดับน้ำทะเลถึง 1,980 เมตร ดอยภูคำนับเป็นยอดดอยท่ีสูง
ที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขำหลวงพระบำง และเป็นยอดดอยท่ีสูงในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ซ่ึง
จำกสภำพดังกล่ำวน้ีทำให้เทือกดอยภูคำ มีลักษณะโดดเด่น ในด้ำนระบบนิเวศของพืชพรรณภูเขำสูง
อันอุดมไปด้วยป่ำดงดิบเขำ ป่ำดงดิบชื้น รวมทั้งป่ำเบญจพรรณและป่ำเต็งรงั อีกทั้งเป็นป่ำต้นน้ำของ
แม่น้ำน่ำนอีกด้วย พันธ์ุไม้ท่ีสำคัญที่สุดและพบเพียงแห่งเดียวในโลกท่ีน่ีคือ ชมพูภูคำ ซึ่งเป็นต้นไม้
พ้ืนเมืองของไทย และเป็นพนั ธ์ุไม้หำยำก ใกล้สูญพันธ์ุชนิดหน่ึงของโลก โดยเมื่อประมำณ 30 ปีทผี่ ่ำน
มำ มรี ำยงำนว่ำพบพนั ธุ์ไม้ชนดิ น้ี ท่มี ณฑลยนู ำนประเทศจีน แตป่ จั จุบนั คำดว่ำสูญพนั ธ์ุไปแลว้
2.2 ความหมายของพนั ธุพ์ ืช

พนั ธ์ุพชื ตำมควำมหมำยพระรำชบัญญัตคิ มุ้ ครองพนั ธุพ์ ืช พ.ศ. 2542
2.2.1 พันธ์ุพืชพื้นเมืองเฉพำะถิ่น หมำยควำมว่ำ พันธุ์พืชท่ีมีอยู่เฉพำะในชุมชนใดชุมชนหน่ึง
ภำยในรำชอำณำจักรและไม่เคยจดทะเบียนเป็นพันธ์ุพืชใหม่ซ่ึงได้จดทะเบียนเป็นพันธ์ุพืชพื้นเมือง
เฉพำะถิ่น ตำมพระรำชบัญญัตนิ ี้
2.2.2 พันธุ์พืชป่ำ หมำยควำมว่ำ พันธุ์พืชท่ีมีหรือเคยมีอยู่ในประเทศตำมสภำพธรรมชำติ และ
ยังมิไดน้ ำมำใช้เพำะปลูกอย่ำงแพรห่ ลำย
2.2.3 พันธ์ุพืชพ้ืนเมืองท่ัวไป หมำยควำมว่ำ พันธ์ุพืชที่กำเนิดภำยในประเทศหรือมีอยู่ใน
ประเทศ ซึ่งได้มีกำรใช้ประโยชน์อย่ำงแพร่หลำย และใหห้ มำยควำมรวมถงึ พนั ธพุ์ ืชท่ีไม่ใช่พนั ธ์ุพืชใหม่
พันธุ์พชื พ้ืนเมืองเฉพำะถิ่น หรอื พนั ธ์ุพชื ป่ำ
2.3 ชอ่ื พันธ์ไุ ม้ต่างๆภายในวทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
2.3.1 ต้นตนี เป็ด

10

ภาพที่ 2-3 ตน้ ตนี เปด็
ต้นตีนเป็ด หรือ นิยมเรียก พญำสัตบรรณ เป็นไม้โตเร็ว ลำต้นสูงใหญ่ นิยมปลูกเป็นไม้
มงคล และไม้ประดับ ให้ใบดกเป็นร่มเงำ ดอกมีกลิ่นหอมแรงมำกถึงฉุน เน้ือไม้นำมำแปรรูปใช้
ประโยชน์ได้หลำยด้ำน อำทิ เก้ำอี้ โต๊ะ ไม่ตะเกียบ เป็นต้น แต่ไม่นิยมทำเป็นไม้ก่อสร้ำง เน่ืองจำกไม่
คงคงทน เนอ้ื ไมม้ ีควำมหนำแนน่ ต่ำ
2.3.1.1 ชื่อวิทยำศำสตร์ : (Alstonia scholaris (L) R.Br.)
2.3.1.2 วงศ์ : Apocynaceae
2.3.1.3 ช่อื สำมญั : Dita, Shaitan wood, Devil Tree
2.3.1.4 ช่อื ทอ้ งถิ่น :

1) ตีนเป็ด
2) ตีนเป็ดขำว
3) พญำสัตบรรณ
4) หสั บรรณ หสั บัน
5) จะบัน
6) บะซำ
7) ปลู ำ
8) ปแู ล
2.3.1.5 กำรกระจำยพันธุ์

ตน้ ตีนเปด็ /เปน็ พชื ท้องถน่ิ ในเขตรอ้ น พบไดใ้ นประเทศอนิ เดยี จีนตอนใต้
อนิ โดนีเซีย มำเลเซีย ในประเทศไทยพบไดท้ ั่วไปในทุกภำค เป็นไม้ทีช่ อบควำมชน้ื สงู ดนิ ระบำยนำ้ ดี
พบมำกบรเิ วณใกล้แหล่งนำ้ ในปำ่ เบญจพรรณ หรือชำยป่ำพรุ ไม่พบในป่ำเต็งรงั หรือบริเวณทส่ี งู
(สว่ นปลูกป่ำภำคเอกชน, 2544)

11
2.3.1.6 ลักษณะทำงพฤกษศำสตร์

1) ลำตน้
ต้นตีนเป็ด/พญำสัตบรรณ เป็นไม้ยืนต้นขนำดใหญ่ สูง 35-40 เมตร

ต้นอำยุน้อยมีเรือนยอดเป็นรูปเจดีย์ทรงแบนเม่ือต้นใหญ่เต็มที่ โคนจะเป็นพูพอนขยำยใหญ่ ลำต้นมี
ร่องตำมแนวยำวของควำมสูง เปลือกมีสีเทำอมเหลือง หรือสีน้ำตำล เม่ือถำดเปลือกออกจะมีสีขำว
เปลือกช้ันในสีน้ำตำลมีน้ำยำงสีขำวไหลมำก เน้ือไม้ และกิ่งเปรำะหักง่ำย เนื้อไม้เรียบ แตกเป็นร่อง
ง่ำย ก่ิงท่ีแตกออกมีรอยแตก เพื่อใช้แลกเปลี่ยนอำกำศ เนื้อไม้ต้นตีนเป็ดมีสีขำวอมเหลือง แตกเป็น
เสยี้ นตรงตำมแนวยำว เนื้อหยำบเหนียว เน้อื ไมอ้ ่อนไสกบง่ำยมำก

ภาพที่ 2-4 ลำต้นของต้นตีนเปด็
2) ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นวงรอบก่ิง วงละ 5-8 ใบ ก้ำนใบยำว
1.5-3 ซม. แผ่นใบเหนียวเหมือนหนังคล้ำยใบต้นดอกรัก แผ่นใบรูปรีถึงรปู หอก ปลำยใบแหลม และมี
ต่ิงเล็กน้อย ขอบ และผิวใบเรียบ ใบอ่อนมีสีด้ำนบน และด้ำนล่ำงใกล้เคียงกัน ใบแก่มีใบด้ำนบนสี
เขียวเข้ม ส่วนดำ้ นล่ำงใบมีสขี ำวนวล มีเส้นใบมำก มองเห็นชัดเจน เส้นใบกำงออกเป็นมมุ ฉำกกับเส้น
กลำงใบ


Click to View FlipBook Version