การตัดเฉือนโลหะดวยเครือ่ งมอื กล 145
ระยะพติ ชจ ะคิดเปน สัดสว นของจาํ นวนเกลียวในระยะ 1 นว้ิ การเรียกเกลียวชนิดน้ี จะเรียกตาม
ขนาดวัดนอกเกลียวและจํานวนเกลียวตอนิ้วโดยมีตัวอักษร Inc กํากับอยู เชน 1/2Inc-20
หมายถึง เกลียวระบบนิ้ว ขนาดวัดนอกเกลียว 1/2 น้ิว และมีจํานวนเกลียวตอนิ้วเทากับ 20
เกลียว สว นเกลียวในระบบเมตริกจะเรียกตามขนาดวัดนอกเกลียวและระยะพิตชโดยข้ึนดวยตัว
M เชน M6×0.75 หมายถึง เกลียวระบบเมตริก ขนาดวัดนอกเกลียว 6 มิลลิเมตรและมี
ระยะพิตช 0.75 มลิ ลเิ มตร
(ก) (ข)
(ค) (ง)
รูปท่ี 6.28 เกลยี วชนดิ ตาง ๆ (ก) เกลียวส่เี หล่ยี ม (ข) เกลียวแอคเม (ค) เกลยี วบัตเทรด และ
(ง) เกลยี วทอ (ชลิตตและคณะ, 2544)
ข. ขนาดของรูเจาะ การทําเกลียวในดวยดอกตาปจะตองเจาะชิ้นงานดวยดอกสวาน
กอ นเสมอ โดยขนาดรูเจาะทเ่ี หมาะสมสามารถคาํ นวณไดโดยใชสูตรดงั นี้ตอ ไปนี้
- เกลียวระบบน้วิ
ขนาดรเู จาะ = d-(1/N)
โดยที่ d คือ ขนาดของเกลยี ว (น้วิ )
N คือ จํานวนเกลียวตอ นว้ิ
146 การตัดเฉือนโลหะดวยเครอื่ งมือกล
- เกลยี วระบบเมตริก
ขนาดรเู จาะ = d-P
โดยท่ี d คอื ขนาดของเกลียว (มลิ ลเิ มตร)
P คอื ระยะพติ ช (มิลลิเมตร)
นอกจากเกลียวในระบบนิว้ และระบบเมตรกิ แลว ยงั มีเกลียวชนิดอ่ืน ๆ อีก เชน เกลียว
ส่เี หล่ียม (Square thread) เกลียวแอคเม (Acme thread) เกลียวบัตเทรด (Buttress thread)
และเกลียวทอ (Pipe thread) ดงั แสดงในรูปท่ี 6.28 ซงึ่ เหมาะสําหรับการใชกบั งานที่ตองรับแรง
มาก ๆ
ตัวอยางที่ 6.7 ตองการตาปเกลียวขนาด 1/2Inc-13 จะตองเจาะรูชิ้นงานใหมีขนาดเสนผาน
ศนู ยกลางเทาไร
ขนาดรูเจาะ = d-(1/N)
= (1/2)-(1/13)
= 11/26 นวิ้
ตัวอยางที่ 6.8 ตองการตาปเกลียวขนาด M8×1.25 จะตองใชดอกสวานท่ีมีขนาดเสนผาน
ศูนยก ลางเทาไร
ขนาดรูเจาะ = d-P
= 8-1.25
= 6.75 มิลลเิ มตร
6.4.2 ดาย
เปนเครื่องมือทําเกลียวนอกดวยมือ ดายมี 2 ชนิด คือชนิดปรับไมไดและชนิดปรับได
และจะตอ งใชร ว มกับดา มจับดาย ดังแสดงในรปู ท่ี 6.29
การตัดเฉือนโลหะดว ยเครอื่ งมือกล 147
ดายชนดิ ปรบั ไดส ามารถตัดเกลยี วใหมขี นาดเล็กหรือใหญกวา ขนาดของดายปกติได ซึ่ง
ดายจะถกู จับดว ยดา มจบั ดายและหมุนเพื่อเขา ตดั เกลียวเพียงคร้ังเดียว สวนดายชนิดปรับไมได
จะมีวิธีการตัดเกลียวเหมือนกับดายชนิดปรับได แตตางกันที่ขนาดเกลียวที่ไดจะมีขนาดเดียว
ตามขนาดของดายทเ่ี ลอื กใชเ พียงเทา นนั้ ซึ่งเกลียวนอก (External thread) ที่ไดจะเปนเกลียว
ท่ีอยบู นผิวของแทง ชน้ิ งานรปู ทรงกระบอกหรอื ทรงกรวย เชน เกลียวที่อยูบนสลักหรือสกรู เปน
ตน โดยระบบเกลียวทใ่ี ชม ีอยู 2 ระบบ เหมือนกับตาปซงึ่ เปน ระบบเกลยี วมาตรฐาน
ลักษณะของเกลียวนอกสามารถแบงไดเปน 2 แบบ คือเกลียวขวา (Right-hand
thread) และเกลียวซาย (Left-hand thread) ดังแสดงในรูปที่ 6.30 วิธีการใชงาน หาก
ตองการสวมนัตเขากับเกลียวขวา จะตองหมุนนัตในทิศตามเข็มนาฬิกา และหากตองการ
สวมนตั เขา กับเกลยี วซา ย จะตองหมนุ นตั ในทศิ ตามทวนนาฬิกา
(ก) (ข) (ค)
รูปท่ี 6.29 ดาย (ก) ชนดิ ปรับไมไ ด (ข) ชนิดปรับได และ (ค) ดา มจบั ดาย
(คดั มาจาก http://commons.wikimedia.org และ http://buy1.snapon.com)
(ก) (ข)
รูปที่ 6.30 (ก) เกลยี วขวา และ (ข) เกลยี วซา ย (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
6.5 เครอ่ื งกดั (Milling machine)
เปนเครื่องจักรหรือเคร่ืองมือกลพ้ืนฐานอีกประเภทหน่ึงที่สามารถใชแปรรูปชิ้นงานได
หลากหลายรปู แบบ เชน การกดั มมุ กัดรอ งฟน เฟอ ง การเจาะรู ควานรู ทําเกลียวนัต สกรู และ
การทาํ ผวิ ชิ้นงานสําเรจ็ เปนตน โดยการใชเครอื่ งมอื ตดั ทเี่ รยี กวา มีดกัด (Milling cutter) ซึ่งมี
ลกั ษณะพ้นื ท่ีหนา ตดั กลมและมีสันคมตัดโดยรอบเพ่ือใชในการหมุนตัดโลหะ โดยช้ินงานจะถูก
148 การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่ืองมอื กล
ยึดบนโตะงานซึ่งจะถูกออกแบบใหเคลื่อนท่ีเขาหามีดกัดในแนวระนาบและแนวต้ังโดยใช
ระบบไฮดรอลกิ (Hydraulic) หรอื แรงกล
6.5.1 ชนิดของเคร่ืองกัด
เครอื่ งกดั สามารถแบงออกไดเปน 2 ชนิด ตามลักษณะการกัดงาน โดยลักษณะการกัด
งานมี 2 แบบ คือการกัดในแนวตั้ง (Face milling) และการกัดในแนวนอน (Peripheral
milling) ดังแสดงในรูปที่ 6.31 ซ่ึงการกัดในแนวตั้ง แกนของตัวกัดจะตั้งฉากกับช้ินงาน สวน
การกัดในแนวนอน แกนของตัวกัดจะขนานกับช้ินงาน โดยรูปรางของมีดกัดที่ใชในการกัดใน
แนวตัง้ และการกดั ในแนวนอนจะมีหลากหลายรูปแบบขนึ้ อยกู บั ชนดิ ของงานกดั
(ก) (ข)
รปู ท่ี 6.31 ลักษณะการกดั งาน (ก) การกัดในแนวนอน และ (ข) การกัดในแนวตั้ง
(ชลติ ตและคณะ, 2544)
รูปที่ 6.32 เครื่องกดั แนวตั้ง (คัดมาจาก http://www.cccme.org.cn)
การตัดเฉือนโลหะดว ยเครอื่ งมือกล 149
ก. เคร่ืองกัดแนวตั้ง (Vertical milling machine) มีดกัดท่ีใชถูกจับยึดกับ
แกนเพลาท่ีหมุนอยูในแนวตั้ง โตะงานสามารถเคลื่อนท่ีไดทั้งในแนวระนาบและแนวต้ังโดยใช
กําลังขับเคลื่อนจากมอเตอรไฟฟาหรือการควบคุมดวยมือก็ได และหัวเคร่ืองกัด (Milling
head) สามารถปรับเพอ่ื ใชงานทีม่ ุมเอียงตาง ๆ ได ดังแสดงในรปู ท่ี 6.32
รปู ท่ี 6.33 เครอ่ื งกัดแนวนอน (http://www.rxmilling.com)
ข. เคร่ืองกัดแนวนอน (Horizontal milling machine) มีดกัดที่ใชถูกจับยึดกับ
แกนเพลาที่หมุนอยูในแนวนอน โตะงานสามารถเคลื่อนที่ไดท้ังในแนวระนาบและแนวตั้ง
เหมือนกับเครื่องกัดแนวตงั้ ดงั แสดงในรปู ที่ 6.33
6.5.2 สวนประกอบของเครอื่ งกัด
สว นประกอบพ้นื ฐานของเครื่องกัด ดังแสดงในรปู ที่ 6.34 มีดงั ตอไปนี้
ก. โตะงาน (Table) ใชสําหรับวางช้ินงานและรองรับอุปกรณจับยึดสําหรับจับยึด
ชน้ิ งานกัด โดยท่ีโตะงานสามารถเคล่ือนท่ีไปมาอยูในแนวระนาบและแนวต้ัง โดยการประกอบ
เขา กับรางเลื่อน (Saddle) และแทน รองรางเลื่อน (Knee)
ข. รางเลอื่ น (Saddle) ใชสาํ หรับรองรับโตะงาน ทําใหโตะงานสามารถเคลื่อนท่ีไปมา
อยูใ นแนวระนาบเพ่อื ปอ นช้ินงานกดั
ค. แทนรองรางเล่ือน (Knee) ใชสําหรับรองรับรางเลื่อน และทําหนาที่เคลื่อนท่ีโตะ
งานในแนวตัง้ เพื่อปอนช้นิ งานกัดและอัตราปอ นกดั วัสดุ
150 การตัดเฉือนโลหะดวยเครื่องมอื กล
ง. เพลามีดกัด (Arbor) ใชสําหรับจับยึดมีดกัด โดยมีดกัดจะถูกสวมและยึดอยูบน
เพลามีดกัด ซ่ึงเกิดการเคลื่อนที่แบบหมุนจากการสงถายกําลังจากชุดหัวเคร่ือง (Milling
head) ทําใหมดี กดั เกิดการหมนุ เขากัดชน้ิ งาน
จ. คานจับเพลามีดกัด (Overarm) เปนคานที่ใชสําหรับจับยึดปลายดานนอกของ
เพลามีดกัดของเคร่ืองกัดแนวนอน ซง่ึ ออกแบบมาใหสามารถปรับระยะตามความยาวของเพลา
ไดต ามตอ งการ
รูปที่ 6.34 สวนประกอบของเคร่อื งกัด (คัดมาจาก http://www.custompartnet.com)
6.5.3 มีดตดั สาํ หรบั งานกัด สามารถแบง ตามลักษณะรูปรา งและการทาํ งานไดดงั น้ี
ก. มีดกัดราบ (Plain milling cutter) มีพ้ืนที่หนาตัดกลมและมีสันคมตัดหรือฟน
โดยรอบ ลกั ษณะฟน มีท้งั แบบฟน ตรงและฟน บดิ เปน เกลียว ดังแสดงในรปู ที่ 6.35
(ก) (ข)
รูปท่ี 6.35 มีดกัดราบ (ก) แบบฟน ตรง และ (ข) แบบคมเลื้อย
(คัดมาจาก http://en.wikisource.org)
การตดั เฉือนโลหะดวยเคร่อื งมือกล 151
รปู ที่ 6.36 มดี กดั ดานขาง (คดั มาจาก http://en.wikisource.org)
รปู ท่ี 6.37 มดี กดั ฟน เลื่อย (คดั มาจาก http://en.wikisource.org)
(ก) (ข)
รปู ท่ี 6.38 มีดกัดมุม (ก) แบบมุมเดย่ี ว และ (ข) แบบมมุ คู
(คัดมาจาก http://en.wikisource.org)
ข. มดี กดั ดานขาง (Side milling cutter) มลี ักษณะคลา ยกับมีดกัดราบ มีฟนกัดอยู
ดานขางตามแนวเสนรอบวง ดังแสดงในรูปท่ี 6.36 มีดกัดชนิดน้ีถูกออกแบบมาเพื่อใหสามารถ
กัดงานไดจากดานใดดานหน่งึ ของมีดกัด โดยไมท าํ ใหมีดกัดเกิดการโกง งอเหมอื นการกดั ชน้ิ งาน
ดวยมีดกัดฟนเล่ือย (Metal slitting saw cutter) หรือมีดกัดรองที่ไมมีฟนกัดดานขาง (Slot
cutter)
ค. มดี กดั ฟน เลอื่ ย (Metal slitting saw cutter) มีลักษณะคลายกับมีดกัดราบและ
มีดกดั ดานขาง แตม ีขนาดบางกวา (นอ ยกวา 4.8 มลิ ลิเมตร) ดังแสดงในรปู ท่ี 6.37
152 การตดั เฉือนโลหะดว ยเคร่อื งมอื กล
ง. มดี กัดมุม (Angular milling cutter) ฟนกดั มีลกั ษณะเอียงทํามมุ กบั แกนมีด มีด
กดั มมุ มี 2 แบบคอื แบบมุมเดี่ยว (Single angle) และแบบมุมคู (Double angle) ดังแสดงใน
รูปท่ี 6.38 ซึ่งเหมาะสําหรบั ใชใ นงานกดั เกลียว กดั รอง และผายรู เปน ตน
จ. มดี กัดขน้ึ รูป (Form milling cutter) เปนมดี กัดแบบพิเศษ มีรปู รา งและลักษณะ
ทห่ี ลากหลายซ่ึงขน้ึ อยูกบั การใชงาน ดงั แสดงในรูปท่ี 6.39 เหมาะสําหรับงานกัดท่ีมีลักษณะนูน
โคง เวา หรือมคี วามตา งระดับกันระหวางพ้ืนผวิ เปนตน
รปู ที่ 6.39 มดี กัดขึ้นรูป (คดั มาจาก http://en.wikisource.org)
ฉ. มีดปลายกัด (End-mill cutter) มีฟนกัดอยูที่ปลายดานหนึ่งของกานมีด ดัง
แสดงในรูปที่ 6.40 ลักษณะฟนมีทั้งแบบฟนตรงและฟนบิดเปนเกลียวรอบทรงกระบอก มักใช
กับเครื่องกดั แนวตง้ั ในงานกัดปาดผิวหนา กัดรอง และเจาะรู เปนตน
(ก) (ข)
รปู ที่ 6.40 มดี ปลายกัด (ก) แบบฟนตรง และ (ข) แบบคมเลอ้ื ย
(คดั มาจาก http://chestofbooks.com)
ช. มีดกัดรอง (Slot cutter) มีลักษณะคลายกับมีดกัดดานขาง แตมีขนาดเล็กกวา
โดยทีป่ ลายอีกดา นหน่งึ ของกา นมดี จะถูกยดึ เขากับเพลาตรงหรอื เพลาเอยี งซง่ึ คลายกับมีดปลาย
กัด ดังแสดงในรปู ท่ี 6.41 ใชสําหรบั งานกดั รองและเซาะรอง
การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่ืองมอื กล 153
รูปที่ 6.41 มดี กดั รอง (คดั มาจาก http://blog.supertoolinc.com)
ซ. มีดกัดชนิดใสฟนมีด (Inserted tooth cutter) เปนมีดกัดท่ีถูกออกแบบมา
เพ่ือใหส ามารถถอดเปลีย่ นฟนมีดไดเ ม่ือฟนมดี เกดิ การสกึ หรอหรอื แตกหัก มลี กั ษณะเปนมีดเล็บ
(Indexable insert) ซึ่งถูกนาํ มายึดตดิ กบั วัสดุมีดกัดตรงตําแหนงฟนของมดี กดั (รูปท่ี 6.42)
รูปท่ี 6.42 มีดกดั ชนิดใสฟนมีด (คดั มาจาก http://en.wikipedia.org)
6.5.4 สตู รคาํ นวณสาํ หรบั งานกัด
ก. ความเรว็ ตัด (Cutting speed)
Vc = πDN/12 (6.10)
โดยท่ี Vc คือ ความเรว็ ตัด (ฟตุ ตอ นาท)ี
D คือ ขนาดเสน ผานศูนยก ลางของมดี กัด (นวิ้ )
คือ ความเรว็ รอบของเพลากัด (รอบตอนาท)ี
N
หรอื หากเขียนในระบบ SI (The International System of Units) จะไดวา
Vc = πDN/1,000 (6.11)
โดยที่ Vc คอื ความเรว็ ตัด (เมตรตอ นาที)
D คือ ขนาดเสนผานศนู ยกลางของมดี กัด (มิลลิเมตร)
154 การตัดเฉือนโลหะดว ยเครอ่ื งมือกล
ตัวอยางที่ 6.9 จงหาความเร็วตัดของมีดกัดรองท่ีมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 1 น้ิว โดยใช
ความเรว็ รอบเทากับ 700 รอบตอ นาที
Vc == π(πD×N1×/17200)/12
= 183.26 ฟุตตอนาที
ตัวอยา งที่ 6.10 ตอ งการกดั หยาบวัสดทุ ่ีทาํ จากเหล็กกลาเครื่องมือ (Tool steel) โดยใชขนาด
เสนผา นศูนยก ลางของมดี กดั 63.5 มลิ ลิเมตร หากมีดกัดเปนวัสดุที่มีคาความเร็วตัดเทากับ 60
เมตรตอนาที จะตอ งใชความเรว็ รอบเทาไร
VNc === π((V6D0c×N×11/,,100,000000)0)//(ππD×63.5)
= 300.76 รอบตอนาที
ในการเลือกใชความเร็วตัดในงานกัด ผูปฏิบัติจะตองคํานึงถึงความเหมาะสมของชนิด
วัสดมุ ดี กดั ทใี่ ชและชนดิ วสั ดุของชิ้นงานท่ีนาํ มากดั ตารางท่ี 6.3 แสดงความเร็วตัดที่เหมาะสมที่
ใชในการกดั ช้นิ งานชนิดตา ง ๆ สําหรบั มีดกัดทที่ ําจากเหลก็ รอบสงู และเหล็กคารไบด
ตารางที่ 6.3 ความเรว็ ตดั ทีใ่ ชในการกดั ชิ้นงานสาํ หรับมีดกดั ที่ทาํ จากเหล็กรอบสูงและเหล็กคาร
ไบด (ชลิตตและคณะ, 2544)
การตดั เฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมอื กล 155
ข. อตั ราปอ นกดั (Federate)
อตั ราปอ นกดั หมายถงึ ระยะทางการเคลื่อนท่ีของชิน้ งานบนโตะ งานท่ีเดินเขาหา
มดี กัดในระหวา งการตดั เฉอื น มีหนว ยเปนมลิ ลเิ มตรตอ นาทีหรอื นิ้วตอ นาที
F = fzZN (6.12)
โดยที่ F คือ อัตราปอ นกัด (มิลลิเมตรตอนาที)
คอื การปอ นกดั ตอ ฟน (มลิ ลิเมตรตอฟน )
fz คือ จาํ นวนฟนมดี กัด (ฟน)
Z
ตารางท่ี 6.4 อัตราปอนกดั ชิน้ งานสําหรับมดี กัดชนิดตา ง ๆ (ชลิตตแ ละคณะ, 2544)
ตารางท่ี 6.4 แสดงอัตราปอ นกัดท่เี หมาะสมท่ใี ชในการกัดชิ้นงานชนดิ ตา ง ๆ สําหรับมีด
กัดทท่ี าํ จากเหลก็ รอบสงู และเหล็กคารไบดท ี่มีรูปรา งลักษณะแตกตางกัน ไดแก มีดกัดปาดหนา
156 การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่ืองมอื กล
(Face mills) มีดกัดเกลียว (Helical mills) มีดกัดรองและมีดกัดดานขาง (Slot and Side
mills) มีดปลายกัด (End mills) มีดกัดข้ึนรูป (Form-relieved cutters) และเล่ือยวงเดือน
(Circular saws)
มีดกัดปาดหนาที่ใชสําหรับเคร่ืองกัดแนวต้ังสามารถใชอัตราปอนกัดไดสูงกวามีดกัด
ชนดิ อ่ืน ๆ ซึง่ ในการกดั ชิน้ งานทท่ี ําจากเหลก็ หลอ เหล็กกลา เคร่ืองมือ และเหล็กกลาสแตนเลส
มดี กัดที่ทําจากเหล็กคารไบดจะสามารถใชอัตราปอนกัดไดสูงกวามีดกัดที่ทําจากเหล็กรอบสูง
แตก ารกดั ช้ินงานท่ีมีความออน อาทิเชน อะลูมิเนียม ทองเหลือง และบรอนซ มีดกัดที่ทําจาก
เหล็กรอบสูงจะสามารถใชอ ัตราปอ นกดั ไดสงู กวามดี กดั ทที่ าํ จากเหลก็ คารไ บด
ตัวอยางที่ 6.11 กําหนดใหการปอนกัดตอฟนเทากับ 0.1 มิลลิเมตรตอฟน โดยใชมีดกัดที่มี
จาํ นวนฟน 8 ฟน และเพลากัดมคี วามเรว็ รอบเทากับ 1,500 รอบตอนาที ช้ินงานจะมีอัตราปอน
กัดเทา ไร
F = fzZN
= 0.1×8×1,500
= 1,200 มิลลเิ มตรตอนาที
ค. เวลา (Time)
ตัวแปรที่ใชในการคํานวณเวลาของการกัดมดี งั น้ี
t = Li/F (6.13)
โดยที่ t คือ เวลา (นาที)
คือ ความยาวกดั = l+la+lu (มิลลเิ มตร)
L คอื ความยาวของชนิ้ งานกัด (มลิ ลเิ มตร)
คือ ระยะกอนมดี กดั (มลิ ลเิ มตร)
l คือ ระยะกัดเลยออกไป (มิลลเิ มตร)
คือ จาํ นวนชิน้ งานกดั
la คือ อัตราปอนกดั (มิลลเิ มตรตอ นาที)
lu
i
F
การตดั เฉือนโลหะดวยเครื่องมือกล 157
ตวั อยางที่ 6.12 ช้ินงานทาํ จากเหล็กหลอยาว 176 มิลลิเมตร จํานวน 2 ช้ิน ถูกกัดดวยมีดกัด
ขนาดเสนผานศูนยกลาง 125 มิลลิเมตร มีดกัดมีฟน 18 ฟน การปอนกัดตอฟนเทากับ 0.15
มลิ ลเิ มตรตอ ฟน และเพลากดั มคี วามเรว็ รอบเทา กบั 63 รอบตอ นาที จงหาเวลาทีใ่ ชใ นการกัด
L = l+la+lu
= 176+(125/2)+(125/2)
= 301 มลิ ลเิ มตร
t = Li/F
= Li/(fzZN)
= (301×2)/(0.15×18×63)
= 3.54 นาที
6.6 เคร่อื งไส (Shaper)
เปน เคร่ืองจักรหรือเครื่องมือกลพื้นฐานท่ีมีลักษณะการตัดปาดโลหะอยูในแนวเสนตรง
เคลอื่ นที่แบบไปกลับ (Reciprocating) เพื่อลดขนาดผิวหนาของช้ินงาน โดยเครื่องมือในการ
ตดั ปาดโลหะเรยี กวา มีดไส ทําหนาที่ตัดเฉือนชิ้นงานในแนวเสนตรงดวยความเร็วท่ีไมสูงมาก
นัก มลี ักษณะเหมอื นกบั มีดกลึงแตมีความปานมากกวา ซ่ึงลักษณะการเคลื่อนที่ของมีดไสและ
158 การตดั เฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมือกล
ชน้ิ งานไสมอี ยู 2 แบบ คอื Shaping และ Planing ดังแสดงในรูปที่ 6.43 (ก) Shaping คือการ
ไสที่ช้ินงานถูกยึดอยูบนโตะงาน โดยท่ีมีดไสจะเคล่ือนท่ีเขาตัดเฉือนชิ้นงานท่ีอยูนิ่งในจังหวะ
เดินหนาโดยการพาของแครเล่ือน (Ram) และ (ข) Planing คือการไสท่ีมีดไสอยูกับท่ีและ
ชิ้นงานทถี่ กู ยดึ อยบู นโตะงานจะเคลอ่ื นท่เี ขา หามดี ไสโดยการพาของโตะงาน ซ่ึงการไสลักษณะ
แบบนี้เหมาะกบั การไสงานที่มีขนาดใหญม าก ๆ
เครอ่ื งไสนอกจากจะใชในงานไสราบแลว ยงั สามารถไสงานในรูปแบบอื่น ๆ ไดอีก เชน
การไสรองลิ่ม รองหางเหยย่ี ว รองตวั ที และการไสฟนเฟองสะพาน เปน ตน
(ก) (ข)
รปู ที่ 6.43 ลักษณะการไส (ก) Shaping และ (ข) Planing (ชลิตตแ ละคณะ, 2544)
6.6.1 ชนดิ ของเครอื่ งไส
เครอ่ื งไสสามารถแบง ออกไดเ ปน 2 ชนิดหลกั ตามลกั ษณะของการทาํ งานดังนี้
ก. เคร่อื งไสแนวนอน (Horizontal shaper) มักใชในการไสชิ้นงานท่ัวไป ดังแสดง
ในรูปที่ 6.44 เครื่องไสชนิดน้ีประกอบดวยฐานเครื่องและโครงสรางที่รองรับแครเล่ือน (Ram)
ในแนวนอน การเคลอ่ื นท่ขี องแครเล่ือนจะถูกออกแบบมาใหชวงชักกลับเร็วกวาชวงการไสเพื่อ
ลดเวลาสูญเปลาในระหวางการทํางานไส ดังน้ันสัดสวนของเวลาในชวงการไสเทียบกับเวลา
ในชวงชกั กลับจะตอ งมากกวาหนง่ึ เสมอ กลไกการขับและกลไกการเคล่ือนที่กลับเร็วของเคร่ือง
ไส ดังแสดงในรูปที่ 6.45 จะประกอบดวยแขนแกวงยึดติดกับเพลาขอเหว่ียงท่ีสามารถปรับตั้ง
ระยะหมนุ เพอื่ ปรบั เปล่ยี นชว งชกั ของการไสได
การตัดเฉือนโลหะดว ยเครอ่ื งมือกล 159
รูปท่ี 6.44 เครอ่ื งไสแนวนอน (คัดมาจาก http://www.jiwan.in)
รูปท่ี 6.45 กลไกการเคลื่อนทก่ี ลับเรว็ ของเครือ่ งไส (ธนรัตนแ ละมณฑล, 2546)
160 การตดั เฉือนโลหะดวยเครอื่ งมอื กล
รูปที่ 6.46 เครอื่ งไสแนวต้ัง (ธนรตั นแ ละมณฑล, 2546)
ข. เคร่ืองไสแนวต้ัง (Vertical shaper) หรืออาจเรียกอีกอยางหน่ึงวาเคร่ืองทํารอง
เนื่องจากมักใชผลิตช้ินงานท่ีมีลักษณะเปนรอง สามารถใชตัดปาดโลหะภายในชิ้นงานและ
ชนิ้ งานท่ีมผี วิ ราบทีม่ มุ ตา ง ๆ โดยที่แครเลอ่ื นจะเคล่ือนท่ีแบบไปกลับในแนวตั้งและจะมีชวงชัก
กลับเรว็ กวา ชวงการไสเชน เดียวกับชวงชักของเครื่องไสแนวนอน ดังแสดงในรูปที่ 6.46 เคร่ือง
ไสชนิดน้ีจะมีโตะงานที่สามารถหมุนได ทําใหสามารถตัดปาดผิวชิ้นงานใหมีรูปรางโคงเวาได
เชน การไสฟนเฟอง พเู ลย (Pulley) ลอชว ยแรง (Flywheel) และช้ินสวนเคร่ืองจักรอ่ืน ๆ ท่ีมี
ลักษณะคลายคลึงกัน
6.6.2 มีดตัดสําหรับงานไส สามารถแบงตามลักษณะรูปรางและการทํางานไดดังนี้
(รปู ที่ 6.47)
รปู ที่ 6.47 ลกั ษณะรปู รา งและการทาํ งานมดี ไส (ธนรัตนและมณฑล, 2546)
การตดั เฉือนโลหะดว ยเคร่อื งมือกล 161
ก. มีดไสมุม เหมาะสําหรับใชกับเครื่องไสในแนวตั้ง ใชสําหรับการไสรองและไสผิว
เอียง เชน รอ งหางเหยี่ยว มีดไสจะเอียงทํามุมกับแนวระนาบ โดยลักษณะการไสมุมมี 2 แบบ
คอื การไสโดยการเอียงช้ินงานและการไสโดยการเอียงหวั จับมีดไส
ข. มีดไสผวิ ราบหยาบ ใชสําหรับไสชนิ้ งานท่มี ผี วิ ราบเพอื่ ใหขนาดชิ้นงานเล็กลง ตรง
สวนปลายของมีดไสท่ใี ชใ นการตัดปาดผวิ ชน้ิ งานจะทําจากเหล็กรอบสูงหรือโลหะหลอผสมนอก
จาํ พวกเหลก็ ซึ่งเหมาะกับงานไสหนกั และหยาบ
ค. มีดไสผิวราบละเอียด ใชสําหรับไสช้ินงานท่ีมีผิวราบเชนเดียวกับมีดไสผิวราบ
หยาบ ลักษณะมีดไสจะมีพื้นผิวหนาเรียบ มักทําจากเหล็กคารไบด ใชสําหรับไสผิวช้ินงาน
หลังจากการไสหยาบหรอื ใชส ําหรบั ไสผิวของชิ้นงานสาํ เร็จเพื่อปรับความละเอยี ดของผวิ งาน
ง. มดี ไสขาง เหมาะสําหรับใชกับเครอ่ื งไสในแนวตง้ั เชน เดยี วกับมีดไสมุม ทิศทางการ
เคลื่อนทีข่ องมีดไสอยใู นแนวดง่ิ ใชส ําหรบั ไสขอบดานขางของชน้ิ งาน
6.6.3 สูตรคํานวณเวลา (Time)
ตวั แปรที่ใชใ นการคาํ นวณเวลาของการไสมีดังนี้
t = (L/vA+L/vR)×(bi/s) (6.14)
หรือ
t = bi/ns (6.15)
และ
s = bi/Z (6.16)
โดยท่ี t คอื เวลา (นาที)
L
l คือ ความยาวชว งไส = l+la+lu (มลิ ลิเมตร)
la คือ ความยาวของชิ้นงานไส (มลิ ลเิ มตร)
คือ ระยะกอ นมดี ไส (มิลลิเมตร) มคี าประมาณ 25 มิลลิเมตร
162 การตดั เฉือนโลหะดว ยเครอื่ งมอื กล
lu คอื ระยะหลงั มดี ไส (มลิ ลิเมตร) มีคา ประมาณ 10 มลิ ลเิ มตร
vA คอื ความเร็วชว งไส (เมตรตอ นาที)
vR คือ ความเรว็ ชว งชักกลบั (เมตรตอนาที)
b คือ ความกวางของชิ้นงาน (มลิ ลิเมตร)
i คอื จาํ นวนช้นั การไส
s คือ อัตราปอ นตอคไู ส (มลิ ลิเมตร)
n คือ จาํ นวนคูไสตอ นาที
Z คอื จาํ นวนคไู ส
ตวั อยา งท่ี 6.13 จงหาเวลางานไส เมื่อกําหนดความยาวของชิ้นงานไสเทากับ 405 มิลลิเมตร
โดยท่ีช้ินงานมีความกวางเทากับ 240 มิลลิเมตร ใชความเร็วชวงไสเทากับ 14 เมตรตอนาที
ความเร็วชว งชกั กลับ 21 เมตรตอนาที อตั ราปอนตอคไู สเทา กบั 1.2 มิลลิเมตร และไสชัน้ เดียว
t = (L/vA+L/vR)×(bi/s)
= ((0.44/14)+(0.44/21))×((240×1)/1.2)
= 10.47 นาที
ตวั อยางที่ 6.14 จงหาเวลางานไส เมื่อกําหนดความยาวชวงไสเทากับ 200 มิลลิเมตร ความ
กวางของชิน้ งานเทา กับ 130 มิลลเิ มตร อัตราปอนตอคูไ สเทา กบั 1 มิลลิเมตร จาํ นวนคูไสเทากับ
43 คไู สตอนาที และไส 2 ช้นั
t = bi/ns
= (130×2)/(43×1)
= 6.05 นาที
การตดั เฉือนโลหะดวยเคร่อื งมือกล 163
6.7 เครื่องแทงขน้ึ รูป (Broaching)
รปู ท่ี 6.48 สวนประกอบของมีดแทงและลักษณะการตดั เฉือนในการแทงขึ้นรูป
(คัดมาจาก http://en.wikipedia.org และ ชลิตตแ ละคณะ, 2544)
เปน เครอื่ งจกั รท่มี ีการตดั ปาดผวิ ชิน้ งานดวยเครอื่ งมือตดั ทีม่ ีลักษณะเปน ฟนเรียกวา มีด
แทง (Broach) ดงั แสดงในรปู ที่ 6.48 ทศิ ทางการตดั เฉือนชิ้นงานอยูในแนวเสนตรง ฟนที่ใชใน
งานแทงขน้ึ รปู จะมขี นาดไมเ ทา กนั เรยี งจากส้ันไปหายาว แรงท่ีใชในการกดมีดแทงผานช้ินงาน
จะใชแรงท่สี ม่าํ เสมอและตอ เนื่อง เหมาะสําหรับงานที่ตอ งการความรวดเร็วและมีจาํ นวนมาก ๆ
การแทงขึ้นรปู มอี ยู 2 แบบ คือการแทงข้นึ รูปภายนอก (External broaching) และการ
แทงข้ึนรูปภายใน (Internal broaching) ดังแสดงในรูปท่ี 6.49 (ก) การแทงขึ้นรูปภายนอก
เปนการตัดเฉอื นผวิ ช้ินงานดานนอกออกไป ชน้ิ งานแทงทีไ่ ดจะมรี ูปรา งหลากหลายลักษณะ และ
(ข) การแทงข้ึนรูปภายใน เปนการตัดเฉือนผิวชิ้นงานดานในเพ่ือทํารองหรือทํารูในลักษณะ
ตาง ๆ ตามตองการ โดยเคร่ืองแทงข้ึนรูปสามารถแบงออกไดเปน 2 ชนิด ตามลักษณะการ
วางตัวของมีดแทงดังน้ี
164 การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่อื งมือกล
(ก)
(ข)
รปู ท่ี 6.49 การแทงข้นึ รูปในลกั ษณะตา ง ๆ (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
รูปที่ 6.50 เคร่อื งแทงข้นึ รูปในแนวนอน (คดั มาจาก http://www.americanbroach.com)
ก. เครือ่ งแทงข้ึนรูปในแนวนอน (Horizontal broaching machine) ดังแสดงใน
รูปท่ี 6.50 มดี แทงจะวางตวั อยใู นแนวนอน สามารถใชแทงขนึ้ รูปไดท ้ังแบบภายนอกและภายใน
โดยท่ัวไปจะใชวิธีการขับเคลื่อนดวยระบบไฮดรอลิก เนื่องจากเปนระบบท่ีมีการเคลื่อนท่ี
แบบตอเน่อื งและสมํ่าเสมอ
ข. เคร่ืองแทงขึ้นรูปในแนวต้ัง (Vertical broaching machine) ลักษณะการ
ทํางานเหมือนเคร่ืองแทงขึน้ รูปในแนวนอน แตตางกันท่ีมีดแทงจะวางตัวอยูในแนวต้ัง เพ่ือชวย
ลดพน้ื ท่ใี นการทํางานแทง ดังนั้นเครื่องแทงขึ้นรูปชนิดนี้จึงไดรับความนิยมมากกวาเคร่ืองแทง
ข้นึ รูปในแนวนอน ดังแสดงในรูปท่ี 6.51
การตดั เฉือนโลหะดวยเคร่ืองมือกล 165
รูปที่ 6.51 เครอ่ื งแทงข้นึ รูปในแนวตงั้ (คัดมาจาก http://www.americanbroach.com)
6.8 เครื่องเลอ่ื ย (Sawing)
เปนเครอ่ื งจกั รหรอื เคร่อื งมอื กลพื้นฐานอยางงายอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะการทํางานท่ี
ไมยุงยากซับซอน ลักษณะการตัดปาดผิวช้ินงานเปนแบบรองแคบ ตัดปาดโดยเคร่ืองมือตัดท่ี
เรยี กวา ใบเลื่อย ซ่ึงเคลอื่ นที่เขา ตัดเฉอื นชน้ิ งานในทิศทางตามแนวการวางตวั ของชนิ้ งานโดยใช
แรงกลหรือแรงคน (Hacksaw) ผิวของชิ้นงานสําเร็จท่ีไดคอนขางมีพ้ืนผิวขรุขระเม่ือเทียบกับ
การตัดเฉือนชิ้นงานดวยเครื่องมือกลพื้นฐานชนิดอื่น ๆ ซ่ึงโดยทั่วไปเครื่องเล่ือยสามารถแบง
ออกไดเ ปน 3 ชนิด ไดแ ก
ก. เล่ือยกล (Power hacksaw) ดังแสดงในรูปที่ 6.52 ใบเลื่อยจะมีการเคล่ือนที่แบบ
ไปกลับ (Reciprocating) โดยการเคลือ่ นทเี่ ดินหนาของใบเล่อื ยจะเปนจังหวะการตัดงาน นิยม
ใชสาํ หรับตดั งานทว่ั ไป
รูปที่ 6.52 เลือ่ ยกล (คัดมาจาก http://osamacnc.blogspot.com)
166 การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่อื งมือกล
ข. เล่ือยสายพาน (Band sawing) ใบเล่ือยจะเคลื่อนท่ีตัดแบบตอเนื่อง
(Continuous) โดยการสงถายกําลังจากพูเลยตัวขับ ซึ่งสายพานจะมีทิศทางเคลื่อนท่ีไปใน
ทิศทางเดียวกับการหมุนของพูเลย สามารถใชตัดงานท่ีมีรูปรางคดไปมาได โดยใบเล่ือยอาจ
วางตวั ไดท ง้ั แนวตง้ั และแนวนอน ดังแสดงในรปู ที่ 6.53
รูปที่ 6.53 เลอื่ ยสายพาน (คัดมาจาก http://trongkamol.nanasupplier.com)
ค. เลอ่ื ยวงเดอื น (Circular sawing) ใบเลื่อยจะมีลักษณะแตกตางจากเลื่อยกลและ
เล่อื ยสายพาน กลาวคือใบเลื่อยจะมีลักษณะเปนวงกลมมีฟนอยูโดยรอบ ดังแสดงในรูปท่ี 6.54
สามารถใชค วามเรว็ รอบสงู ในการตดั ชิ้นงาน จึงเหมาะสาํ หรับใชต ัดงานเบาท่ีตองใชความเร็วตัด
สูง ๆ เชน การตดั ทอ ชิน้ งานที่มีผนังบางและออน เปนตน
รูปท่ี 6.54 เลอื่ ยวงเดือน (คัดมาจาก www.professional-power-tool-guide.com)
6.9 เครอ่ื งเจียระไน (Grinding machine)
เปนเคร่ืองจักรหรือเคร่ืองมือกลพื้นฐานที่ใชในกระบวนการตกแตงผิวช้ินงานสําเร็จ
(Surface finishing) โดยใชเ ครื่องมือตดั ที่เรียกวา หินเจยี ระไน ในการหมุนเขา ตัดเฉอื นช้ินงาน
โดยใชคมตัดที่ทําจากวัสดุแข็งอนุภาคขนาดเล็ก ทําใหเกิดความเสียดทานระหวางลอหิน
เจียระไนกับช้ินงาน ซ่ึงลักษณะการตัดเฉือนช้ินงานจะคลายกับการกัด แตการเจียระไนจะ
สามารถตกแตงผวิ ชิ้นงานสาํ เรจ็ ใหม คี วามเรียบและความละเอยี ดมากกวา
การตัดเฉือนโลหะดวยเครือ่ งมือกล 167
6.9.1 ชนดิ ของเครอื่ งเจยี ระไน
เคร่อื งเจียระไนสามารถแบงออกไดเ ปน 3 ชนดิ ตามลกั ษณะของการเจียระไนดงั น้ี
ก. เครอื่ งเจยี ระไนผวิ ราบ (Surface grinding machine) ดงั แสดงในรูปที่ 6.55 ใช
ในการเจียระไนชิน้ งานที่มีผิวราบ เพื่อทําใหผิวหนาของชิ้นงานราบเรียบ โดยลักษณะของการ
เจียระไนผิวราบมี 2 แบบ คอื การเจียระไนผิวราบตามยาว (โตะ งานท่มี ีชนิ้ งานวางอยูจะเคลื่อนที่
ไปกลบั ตามแนวยาว) และการเจียระไนผิวราบแบบโตะงานหมุน โดยการเจียระไนราบท้ังสอง
ลักษณะดังกลาว อาจมีการออกแบบใหเพลาของลอหินเจียระไนวางตัวอยูในแนวตั้งหรือ
แนวนอนก็ได ดังแสดงในรูปท่ี 6.56 (ก) เพลาของลอหินหมุนอยูในแนวนอน และช้ินงาน
เคลอื่ นที่แบบไปกลบั ตามแนวยาวผานลอหนิ เจียระไน (ข) เพลาของลอหินหมุนอยูในแนวนอน
และช้ินงานทรงกลมเคล่ือนท่ีแบบหมุนผานลอหินเจียระไน (ค) เพลาของลอหินหมุนอยูใน
แนวต้ัง และช้ินงานเคล่ือนที่แบบไปกลบั ตามแนวยาวผา นลอ หนิ เจียระไน และ (ง) เพลาของลอ
หนิ หมุนอยใู นแนวตง้ั และช้ินงานเคลอ่ื นทแ่ี บบหมุนผา นลอหนิ เจยี ระไน
รูปท่ี 6.55 เคร่อื งเจียระไนผิวราบ (คัดมาจาก http://www.americanmachinetools.com)
168 การตัดเฉือนโลหะดว ยเคร่อื งมอื กล
(ก) (ข)
(ค) (ง)
รปู ท่ี 6.56 ลกั ษณะของการเจียระไนผิวราบ (ชลติ ตและคณะ, 2544)
ข. เครื่องเจียระไนทรงกระบอก (Cylindrical grinding machine) หรือเคร่ือง
เจยี ระไนกลม ดงั แสดงในรปู ท่ี 6.57 ใชส าํ หรับการเจียระไนผิวช้นิ งานทรงกระบอก ลักษณะการ
เจยี ระไนมที ั้งการเจียระไนภายนอกและภายใน
รูปที่ 6.57 เคร่อื งเจียระไนทรงกระบอก (คัดมาจาก http://www.made-in-china.com)
การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่อื งมือกล 169
ลักษณะการจับยึดช้ินงานเปนแบบยันศูนย โดยทิศทางหลักในการเคล่ือนที่ของลอหิน
เจียระไนและชิ้นงานของเครอื่ งเจียระไนทรงกระบอกมี 3 แบบ คือการเคลื่อนที่หมุนของลอหิน
เจียระไน การเคลื่อนที่หมุนของช้ินงาน และการเคลื่อนที่ไปกลับตามแนวยาวของโตะงาน ดัง
แสดงในรูปที่ 6.58 ซึ่งการเจียระไนภายนอกช้ินงาน ลอหินเจียระไนจะหมุนไปในทิศทาง
เดียวกันกับช้ินงาน สวนการเจียระไนภายในชิ้นงาน ลอหินเจียระไนและช้ินงานจะหมุนใน
ทศิ ทางตรงกันขาม โดยความเร็วตัดของการเจียระไนทรงกระบอกสามารถคํานวณโดยใชสูตร
ตอ ไปนี้
Vc = DcN (6.17)
โดยที่ Vc คือ ความเร็วตัด (เมตรตอ นาที)
Dc คอื ขนาดเสนผานศนู ยกลางของลอ หินเจยี ระไน (เมตร)
N คือ ความเร็วรอบของลอหินเจียระไน (รอบตอนาท)ี
รูปท่ี 6.58 ทศิ ทางหลักในการเคลอ่ื นทข่ี องลอหนิ เจยี ระไนและชนิ้ งาน (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
ค. เครือ่ งเจียระไนไรศนู ย (Centerless grinding machine) ดงั แสดงในรปู ท่ี 6.59
ลกั ษณะการทาํ งานคลา ยกับเครอื่ งเจียระไนทรงกระบอก แตต างกนั ท่ีเคร่ืองเจียระไนไรศูนยจะมี
ลักษณะการจับยึดชิ้นงานดวยลอกดปอน (Regulating wheel) ซ่ึงเอียงทํามุมกับแนวดิ่ง เพ่ือ
ชวยเดินปอนและประคองช้ินงาน ดังแสดงในรูปที่ 6.60 ช้ินงานจะวางอยูบนแผนรองชิ้นงาน
(Rest blade) ซ่ึงอยรู ะหวางลอหินเจียระไนและลอกดปอน โดยลอหินเจียระไนจะมีขนาดใหญ
กวาลอกดปอนในกรณีของการเจียระไนภายนอก และตรงกันขามสําหรับการเจียระไนภายใน
ดังแสดงในรูปท่ี 6.61 และการขึ้นรูปลอหินเจียระไนมักใชวัสดุผสานประเภทยาง (Rubber
170 การตดั เฉือนโลหะดวยเครื่องมอื กล
bond) เนื่องจากลอ หนิ เจียระไนจะตอ งมีความเสยี ดทานท่ีเพยี งพอในการทําใหช ้นิ งานหมุน โดย
มีลอกดปอนทําหนาที่ดันช้ินงานใหเคลื่อนที่แบบไปกลับ อัตราการเดินปอนชิ้นงานของลอกด
ปอน สามารถคาํ นวณไดจ ากสตู รดังน้ี
F = πDNsinα (6.18)
โดยท่ี F คือ อัตราการเดนิ ปอ นชน้ิ งาน (มลิ ลเิ มตรตอนาที)
D คือ ขนาดเสน ผานศนู ยกลางของลอกดปอน (มลิ ลเิ มตร)
N คือ ความเร็วรอบของลอกดปอ น (รอบตอนาท)ี
α คือ มุมเอยี งของลอ กดปอ น (โดยทว่ั ไปจะมีคาอยูร ะหวาง 0-10 องศา)
รปู ที่ 6.60 ลักษณะการจบั ยดึ ชิ้นงานดว ยลอกดปอ น (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
รูปที่ 6.61 การเจียระไนไรศ นู ยภ ายใน (ชลติ ตและคณะ, 2544)
การตดั เฉือนโลหะดว ยเครอ่ื งมอื กล 171
รปู ท่ี 6.59 เครอ่ื งเจียระไนไรศูนย (คดั มาจาก http://www.made-in-china.com)
ตัวอยางที่ 6.15 ถาลอกดปอนของเคร่ืองเจียระไนไรศูนยมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 300
มิลลเิ มตร เอียงทํามุม 5 องศา และหมุนดวยความเร็ว 30 รอบตอนาที จงหาอัตราการปอนเดิน
ชิน้ งาน
F = πDNsinα
= π×300×30×sin5°
= 2.46 เมตรตอ นาที
นอกจากลักษณะการเจียระไนทั้ง 3 ชนิดขางตน ยังมีการขัดผิวเรียบในลักษณะอ่ืน ๆ
อีก เชน
- การขัดผิวรูใน (Honing) ดังแสดงในรูปท่ี 6.62 เปนกระบวนการขัดผิวโดยใช
ความเรว็ ทไ่ี มส งู มากนัก โดยความเร็วรอบท่ีใชมีคาประมาณ 1-15 เมตรตอนาที ผิวโลหะจะถูก
ขัดออกเพียงเล็กนอ ย ซง่ึ ในขณะขัดผิวงานจะใชสารหลอเย็นชนิดนํ้ามันเพื่อชวยในการหลอลื่น
ระบายความรอน และกําจัดเศษโลหะออกจากตําแหนงงานขัด ใชสําหรับขัดผิวภายในชิ้นงาน
ทรงกระบอก เชน ตลบั ลูกปน กระบอกสบู เปนตน
- การถูเรียบ (Lapping) ดังแสดงในรูปท่ี 6.63 เปนกระบวนการขัดผิวช้ินงานที่
ตองการความเรียบมาก ๆ เชน เลนสแวนตา ผิวแบริ่ง ลูกสูบ วาลว หรือช้ินสวนอ่ืน ๆ ของ
เคร่ืองจักรที่ตองการความเรียบมาก ๆ เปนตน ซึ่งผิวช้ินงานท่ีไดจะมีความละเอียดประมาณ
172 การตัดเฉือนโลหะดวยเคร่ืองมือกล
0.025-0.1 ไมโครเมตร ทาํ ใหช ิ้นงานท่ไี ดมีขนาดที่เที่ยงตรงขึ้น เคร่ืองถูเรียบประกอบดวยแทง
แล็ป 2 ชิ้น คือแทงแล็ปดานลาง (Lower lap) และแทงแล็ปดานบน (Upper lap) โดยแทง
แล็ปดานลางจะรองรับชิ้นงานไวและมีการเคล่ือนที่แบบหมุนดวยความเร็วรอบตํ่า สวนแทง
แล็ปดานบนจะเปนตัวสรางแรงกดขณะขัดผิวงาน สารหลอเย็นที่ใชในขณะขัดผิวงาน เชน
นํา้ มนั จารบี หรือนาํ้ เปน ตน
(ก) (ข)
รปู ท่ี 6.62 การขัดผวิ รูใน (ก) ทิศทางการเคลือ่ นท่ขี องเครอื่ งมอื ขดั ผิวรูใน และ (ข) ผิวช้นิ งาน
สําเรจ็ (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
(ก) (ข)
รปู ท่ี 6.63 การถูเรยี บ (ก) ความเรียบของผิวช้ินงานสาํ เรจ็ และ (ข) ทิศทางการเคลือ่ นทแ่ี ละ
องคป ระกอบของเครื่องถเู รียบ (ชลิตตแ ละคณะ, 2544)
การตัดเฉือนโลหะดวยเครือ่ งมอื กล 173
- ซูเปอรฟนิชชิ่ง (Superfinishing) ดังแสดงในรูปที่ 6.64 มีลักษณะการทํางาน
คลายกับการขัดรูใน (Honing) แตตางกันที่ลักษณะการเคล่ือนที่ของหินขัด (Stone) ซึ่งจะมี
การเคลื่อนท่ีแบบไปกลับดวยความถี่สูงประมาณ 1,500 คร้ังตอนาที และใชแรงกดลงไปบน
ผวิ ช้นิ งานในขณะขัดประมาณ 275 กโิ ลปาสคาล โดยที่ชน้ิ งานจะหมนุ รอบแกนเพลาในแนวนอน
ผิวโลหะจะถูกขัดออกนอยมากจนไมม ผี ลตอ ขนาดของชน้ิ งาน ผิวช้ินงานท่ีไดคอนขางเรียบโดย
จะมคี า ความละเอยี ดประมาณ 1 ไมโครเมตร
รูปท่ี 6.64 ซูเปอรฟ นชิ ช่งิ ผวิ งานทรงกระบอก (ชลิตตและคณะ, 2544)
- การขดั เงา (Polishing) กรรมวธิ ีนี้จะใชลอ ขัดหรือสายพานทที่ าํ มาจากผา หนังสัตว
หรอื สักหลาดโดยมีการเคลอื บผงขดั ลงบนลอ ขัดหรือสายพานดว ย โดยใชค วามเร็วรอบสูงในการ
ขัดผวิ ชน้ิ งานประมาณ 190 เมตรตอ นาที
- การขัดมัน (Buffing) เปนการขัดผิวช้ินงานสําเร็จในขั้นตอนสุดทายท่ีตองการ
ความละเอียดของผิวชิ้นงานสูง โดยมีลักษณะการทํางานคลายกับการขัดเงา (Polishing) แต
ตางกนั ท่ีจะใชผ งขดั ทีม่ ขี นาดเลก็ กวา เพือ่ เพมิ่ ความมนั เงาใหกับชิน้ งาน
6.9.2 หนิ เจียระไน
หินเจยี ระไนทําจากวัสดุแข็งอนุภาคขนาดเล็กที่เรียกวา วัสดุผงขัด ซึ่งมีสมบัติทนทาน
ตอการสึกหรอ เหนียว และมีความรวนที่พอเหมาะ วัสดุที่นิยมใชทําผงขัด ไดแก อะลูมิเนียม
ออกไซด (Al2O3) ซลิ ิกอนคารไบด (SiC) ควิ บิกโบรอนไนไตรด (CBN) และเพชร เปนตน ซึ่ง
คา ความแข็งของวสั ดผุ งขดั ดังกลาวไดแสดงในตารางท่ี 6.4 วัสดุผงขดั ทีม่ ีคาความแข็งท่ีตองการ
จะถูกนํามาผสมเขากับวัสดุผสาน (Bond material) และขึ้นรูปเปนรูปทรงขนาดตาง ๆ ตาม
มาตรฐาน ดังแสดงในรูปที่ 6.65 โดยลักษณะการขึ้นรูปลอหินเจียระไนมี 2 แบบ คือการขึ้นรูป
วัสดุผงขดั เปนเนอื้ เดยี วกันตลอดท้งั อนั และการข้ึนรูปวัสดผุ งขดั เฉพาะสวนที่เปนคมตัด ดังแสดง
ในรปู ที่ 6.66
174 การตัดเฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมอื กล
รปู ท่ี 6.65 รูปทรงลอหนิ เจยี ระไนขนาดมาตรฐาน (ธนรตั นและมณฑล, 2546)
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 6.66 ลอหนิ เจยี ระไน (ก) แบบขึน้ รูปวัสดุผงขดั เปน เน้อื เดียวกนั ตลอดท้ังอัน (ข) และ (ค)
แบบขึน้ รปู วัสดผุ งขัดเฉพาะสวนทเ่ี ปนคมตัด (คัดมาจาก http:// www.diamondcbn.cn
และ www.martindaleco.com)
ตารางท่ี 6.4 คา ความแข็งของวัสดุผงขัด (ชลิตตและคณะ, 2544)
วัสดุผงขดั ความแขง็ (HK)
Aluminium Oxide (Al2O3) 2,100
Silicon Carbide (SiC) 2,500
Cubic Boron Nitride (CBN) 5,000
Diamond 7,000
การตดั เฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมอื กล 175
นอกจากน้ีองคป ระกอบทีใ่ ชพิจารณาในการเลือกลอหินเจียระไนมดี ังน้ี
ก. ขนาดเกรน มีความสาํ คญั ตออตั ราการตัดเฉือนชิ้นงาน การเลือกขนาดเกรนขึ้นกับ
ชนิดของวัสดุชนิ้ งานทน่ี ํามาเจยี ระไน กลา วคอื ลอ หินหยาบท่ีมขี นาดเกรนใหญจะใชกับวัสดุท่ีมี
ความออนทต่ี อ งการตัดปาดผิวช้ินงานออกครั้งละมาก ๆ สวนลอหินละเอียดที่มีขนาดเกรนเล็ก
จะใชกบั วัสดุท่ีมคี วามแข็งและเปราะ ขนาดของเกรนไดจากรอนผานตะแกรงท่ีมีรูขนาดตาง ๆ
ตามความละเอียดทต่ี องการ โดยการใชเบอรตะแกรงคามากจะไดเกรนขนาดเล็ก เนื่องจากคา
เบอรต ะแกรง หมายถึง จํานวนรูตะแกรงใน 1 ตารางน้วิ
ข. เกรด หรือความแข็งแรงของวัสดุผสาน ความแข็งของวัสดุผสานจะขึ้นกับชนิด
ของวัสดุผสาน ซ่ึงวสั ดุผสานท่ีมีความแข็งมาก จะมีแรงยึดเกิดขึ้นระหวางอนุภาคเกรนมาก จึง
ทําใหวัสดุผงขัดหลุดออกจากลอ หนิ เจยี ระไนไดยาก ซึ่งเหมาะกบั การเจียระไนวัสดุทม่ี ีความออน
สวนลอ หินเจยี ระไนทม่ี ีเกรดออน จะทําใหวัสดผุ งขัดหลดุ ออกจากลอหินเจียระไนไดงาย เหมาะ
สําหรบั การเจยี ระไนวัสดทุ มี่ คี วามแข็งและเปราะ
ค. โครงสรา งของลอ หนิ เจียระไน สามารถระบุไดเปนตัวเลข กลาวคือตัวเลขคานอย
หมายถึงชองวางระหวางเกรนนอย โครงสรางละเอียด เรียกวา โครงสรางแบบปด ลอหิน
เจียระไนที่มีตัวเลขโครงสรางนอย เหมาะสําหรับใชในการเจียระไนผิวชิ้นงานสําเร็จท่ีมีความ
ละเอียด สว นลอหนิ เจียระไนท่มี ีโครงสรา งหยาบ (โครงสรางแบบเปด ) จะใชส ําหรบั การเจียระไน
วัสดทุ ี่มคี วามออ น
ง. ชนดิ ของวสั ดุผสาน สมบัติของวัสดุผสานจะตองมีความแข็ง เหนียว แข็งแรง และ
ทนตออุณหภูมิสูงไดดี โดยท่ัวไปนิยมใชวัสดุผสานประเภทนํ้าแกว (Vitrified bond)
นอกจากนีว้ ัสดผุ สานประเภทอื่น ๆ ไดแ ก
- วสั ดุผสานประเภทพลาสตกิ (Resinoid bond) ลอหินเจียระไนจะมีความ
แข็งและแข็งแรงสูงมาก สามารถใชความเร็วรอบสูงในการตัดเฉือนชิ้นงาน นิยมใชในงาน
อตุ สาหกรรม เน่ืองจากสามารถตดั ปาดผวิ ชิน้ งานไดอยางรวดเรว็
- วัสดุผสานประเภทเชลแล็ก (Shellac bond) ลอหินเจียระไนจะมีความ
บางและมีความยดื หยนุ ซ่งึ เหมาะสําหรบั ใชในงานเจยี ระไนทต่ี อ งใชค วามเร็วรอบสงู
- วัสดุผสานประเภทยาง (Rubber bond) ทํามาจากยางธรรมชาติท่ีมี
สวนผสมของกาํ มะถันซ่งึ ผานกระบวนการวัลคาไนเซชั่น (Vulcanization) โดยลักษณะของลอ
หินหนิ เจียระไนที่ไดจะมีความบางมาก ๆ เหมาะสําหรับใชในงานเจียระไนท่ีตองการความเร็ว
รอบในการตดั สูง ๆ เชน งานเจียระไนตกแตงและงานตัด
- วัสดุผสานประเภทซิลิเกต (Silicate bond) ลอหินเจียระไนจะมีความ
แข็งแรงไมส ูงมาก จงึ เหมาะกบั การเจียระไนลับคมเครือ่ งมือทต่ี อ งใชค วามเร็วรอบต่ํา
176 การตดั เฉือนโลหะดว ยเครือ่ งมอื กล
ในการเลือกลอหินเจียระไนผูใชสามารถดูรายละเอียดท่ีเก่ียวของกับสมบัติตาง ๆ
ขางตนได จากรหัสโคดท่ีระบุบนลอหินเจียระไนตามมาตรฐาน ANSI (American National
Standards Institute) ดังแสดงในรปู ท่ี 6.67
Prefix Abrasive Abrasive Grade Bond
type Grain type
size Structure Manufacturer’s
record
51 - A - 36 - L - 5 - V - 23
Manufacturer’s symbol Manufacturer’s
indicating exact kind of private marking to
abrasive (Use optional) identify wheel
(Use optional)
Coarse Medium Fine Very Dense
fine 1 B Resinoid
8 30 70 220 2 BF Resinoid reinforced
10 36 80 240 3 E Shellac
12 46 90 280 4 O Oxychloride
A Aluminium oxide 14 54 100 320 5 R Rubber
16 60 120 400 6 RF Rubber reinforced
C Silicon carbide 20 150 500 7 S Silicate
24 180 600 8 V Vitrified
9
10
11
12
13
14
15
Open 16
etc.
(Use optional)
Soft Medium Hard
ABCDEFGHIJKLM N OPQRSTUVWXYZ
Grade scale
รูปท่ี 6.67 รหัสโคดทีร่ ะบุบนลอหินเจยี ระไนตามมาตรฐาน ANSI (ชลติ ตแ ละคณะ, 2544)
การตดั เฉือนโลหะดว ยเครอื่ งมอื กล 177
คาํ ถามทายบทท่ี 6
จงเติมคาํ ตอบลงในชองวา งใหถกู ตอ งสมบรู ณ
1. จงอธิบายถึงความแตกตางระหวางลักษณะของการจับงานดวยหัวจับชนิด 3 ฟน (3-jaw
chuck) และหัวจบั ชนดิ 4 ฟน (4-jaw chuck)
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
2. จงอธิบายถึงความแตกตางระหวางลักษณะการกลึงแบบปาดหนา (Facing) และการกลึง
ปอก (Straight turning)
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
3. หนาแปลนขนาด 250 mm มีรูตรงกลางโต 80 mm ตองการกลึงปาดหนา 2 ครั้ง ดวย
ความเรว็ รอบ 45 rpm และอัตราปอ นเทากับ 0.4 mm/rev จะตอ งใชเวลาในการกลึงเทาไร
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
4. จงอธิบายขั้นตอนการทําเกลียวใน
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
178 การตัดเฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมือกล
5. ตองการเจาะเหล็กออนที่ความลึก 48 mm ขนาดรูเจาะ 40 mm โดยใชอัตราปอน 0.2
mm/rev และความเร็วตัด 20 m/min จะใชเวลาในการเจาะเทา ไร
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
6. ตองการตาปเกลียวขนาด M7×1.5 จะตอ งเจาะรชู ้ินงานขนาดเสน ผา นศนู ยกลางเทา ไร
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
7. มดี กดั มีกี่ชนดิ อะไรบาง และแตล ะชนิดใชส าํ หรับการกัดงานในลักษณะใด
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
8. ชิ้นงานทาํ จากเหลก็ หลอยาว 160 mm กดั ดวยมดี กัดที่มจี ํานวนฟน 20 ฟน ใชค วามเรว็ รอบ
50 rpm การปอนกัดตอฟน 0.14 mm และเวลาในการกัดชิ้นงาน 2 min จะตองใชมีดกัด
ขนาดเทา ไร
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
การตดั เฉือนโลหะดว ยเครอื่ งมือกล 179
9. จงอธิบายถึงความแตกตางระหวา งการไสแบบ Shaping และ Planing
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
10. จงหาความเรว็ ไส โดยกําหนดใหค วามเร็วชักกลับมีคาเทากับ 24 m/min ความยาวชวงไส
420 mm ความกวา งของช้นิ งาน 240 mm อัตราปอนตอคูไส 1.2 mm เวลางานไส 10 min
และไสชั้นเดยี ว
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
11. ลอกดปอนของเคร่ืองเจียระไนไรศูนยมีขนาดเสนผานศูนยกลาง 300 mm หมุนดวย
ความเร็ว 30 rpm จงหามุมเอียงของลอท่ีทําใหอัตราการปอนเดินชิ้นงานมีคาเทากับ
5 m/min
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
12. จงอธบิ ายความหมายของโคดบนลอหินเจียระไน 32-C-100-P-14-B
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
180 การตัดเฉือนโลหะดวยเครอ่ื งมือกล
เอกสารอา งอิง
ชลิตต มธรุ สมนตรี และคณะ. กระบวนการผลิต. กรุงเทพฯ: ศนู ยส งเสรมิ อาชีวะ, 2544.
ธนรัตน แตวัฒนา และมณฑล แสงประไพทิพย. กรรมวิธีการผลิต. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคช่ัน,
2546.
วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน. เคร่ืองกลึง และงานกลงึ 2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอ มลู :
http://www.bspc.ac.th/files/1104271616401592_11082820205333.pdf
วิทยาลัยการอาชพี บางสะพาน. เครื่องเจาะ และงานเจาะ 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มลู :
http://www.bspc.ac.th/files/1104271616401592_11082820205204.pdf
Sherif D. El Wakil, Processes and Design for Manufacturing, 2nd edition,
Waveland Pr Inc 2002, 10-digit ISBN: 1-57766-255-5, 13-digit ISBN: 978-
1-57766-255-6.
American Broach & Machine Company. Broach Machines and Broach Sharpening
2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอมูล: http://www.americanbroach.com/
broaching-machines.php
American Machine Tools Corp. Surface Grinder Machines 2556. (ระบบออนไลน)
แหลงขอ มูล: http://www.americanmachinetools.com/surface_grinder.htm
CJT KOOLCARB Inc. Extra length drill 2545. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมลู :
http://www.cjtkoolcarb.com/catalog/koolcarb/style175/style175.htm
CNCCookbook, Inc. Steady Rest 2553. (ระบบออนไลน) แหลง ขอ มูล:
http://www.cnccookbook.com/CCBlogSep2007.htm
CustomPartNet. Milling 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มูล:
http://www.custompartnet.com/wu/milling
Focus Technology Co., Ltd. Centerless Grinding Machine 2556. (ระบบออนไลน)
แหลง ขอ มูล: http://www.made-in-china.com/showroom/hugesharp/product-
detailAIQJmqTvtnaG/China-Centerless-Grinding-Machine-HFC-1206-
1808S-.html
Focus Technology Co., Ltd. Cylindrical Grinding Machine 2556. (ระบบออนไลน)
แหลง ขอ มูล: http://www.made-in-china.com/showroom/cylindricalgrinder/
product-detailFqemOkhTXfpu/China-Cylindrical-Grinding-Machine-
M1320-500MM-.html
การตัดเฉือนโลหะดวยเครือ่ งมอื กล 181
Focus Technology Co., Ltd.. Drilling Machine 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มูล:
http://czjyjc.en.made-in-china.com/product-group/XeFnHgNMLQhS/
DRILLING-MACHINE-catalog-1.html
GregDesigns. Lathe Dog 2549. (ระบบออนไลน) แหลง ขอ มลู :
http://gregdesigns.com/LatheDog.html
Harbor Freight Tools. 2 piece titanium nitride coated high speed steel step drill bits
2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมลู : http://www.harborfreight.com/2-piece-
titanium-nitride-coated-high-speed-steel-step-drills-96275.html
Harbor Freight Tools. Heavy duty 16 speed bench drill press 2556. (ระบบออนไลน)
แหลง ขอมูล: http://www.harborfreight.com/heavy-duty-16-speed-bench-
drill-press-38142.html
Jiwan Singh & Sons. Products 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มูล:
http://www.jiwan.in/products.html
MACHINERY CANADA. Radial Arm Drilling Machines 2556. (ระบบออนไลน)
แหลงขอ มลู : http://www.machinerycanada.com/HMT%20radial%20drills.htm
Machine Shop 1. Drill Press Operations 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอมูล:
http://its.fvtc.edu/machshop1/drillpress/drillparts.htm
Martindale. Grinding Wheels 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอมูล:
http://martindaleco.com/HTML/Abrasives/GrindingWheels.htm
Osama Hussein. Power Saws 2554. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มลู :
http://osamacnc.blogspot.com/2011/05/principles-of-workshop-ii-power-
saws.html
robotroom. Drilling Motor Shaft and LEGO Cross Axle Holes on a Lathe 2556.
(ระบบออนไลน) แหลง ขอมูล: http://www.robotroom.com/LatheCoupler2.html
robotroom. Machining Cylinders from a Rod on a Lathe 2556. (ระบบออนไลน)
แหลงขอ มูล: http://www.robotroom.com/Sturdy-Lego-Coupler-3.html
Sifang Diamond Tools CO,.Ltd. Products 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอมูล:
http://www.diamondcbn.cn/products.asp
Snap-on. Nonadjustable and adjustable die 2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมลู :
http://buy1.snapon.com/catalog/item.asp?item_ID=652099&group_ID=683028
182 การตดั เฉือนโลหะดวยเครือ่ งมือกล
StasoSphere. End Mills 2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมูล:
http://chestofbooks.com/home-improvement/workshop/Machine-Shop-
Work/End-Mills.html
Super Tool-Precision Cutting Tool Manufaturer. Milling Cutters 2553.
(ระบบออนไลน) แหลงขอมูล: http://blog.supertoolinc.com/2013/05/21/milling-
cutters/
Tengzhou Xili Machine Tool Co., Ltd. Products 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มูล:
http://www.cccme.org.cn/shop/cnxlmachine/product---3.aspx
The home depot U.S.A. Inc. Bosch DareDevil 10-Pieces Spade Bit Set 2556.
(ระบบออนไลน) แหลงขอมลู : http://www.homedepot.com/p/t/203274429
Tools in Action. Festool Circular Saw 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอมูล:
www.professional-power-tool-guide.com
trongkamol.com. Band Saw Machine 2555. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมลู :
http://www.trongkamol.com/filehtm/products/light_duty_band_saw_machin
e.htm
Wikimedia commons. Die wrench handle holding a die 2556. (ระบบออนไลน)
แหลง ขอ มูล: http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Die_wrench_handle_
holding_a_die,_plus_a_second_die.jpg
Wikipedia. Broaching (Metal working) 2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอ มูล:
http://en.wikipedia.org/wiki/Broaching_(metalworking)
Wikipedia. Tap wrench 2556. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมลู :
http://en.wikipedia.org/wiki/Tap_wrench
Wikisource. Practical Treatise on Milling and Milling Machines/Chapter 6 2556.
(ระบบออนไลน) แหลงขอ มูล: http://en.wikisource.org/wiki/Practical_Treatise_
on_Milling_and_Milling_Machines/Chapter_6
Wikipedia. Milling Cutter 2556. (ระบบออนไลน) แหลงขอ มลู :
http://en.wikipedia.org/wiki/Milling_cutter
www.rxmilling.com. Milling machine 2554. (ระบบออนไลน) แหลง ขอมูล:
http://www.rxmilling.com/article/milling_machine_52.html
บทท่ี 7
การตอโลหะ
(Joining of Metals)
การตอโลหะ (Metal joining) หมายถงึ การนําเอาโลหะมาตอประกอบกันใหเปนรูปราง
ตามที่ตองการเพอื่ นําไปใชง าน โดยโลหะนั้นอาจจะเปนชนิดเดียวกันหรือตางชนิดกันก็ไดขึ้นกับ
การออกแบบ ประโยชนที่จะนําไปใชงาน การตอโลหะมีหลายวิธี การพิจารณาเลือกใชวิธีใดน้ัน
จะตองคํานึงถึงความเหมาะสมของชนิดของวัสดุ ความแข็งแรง คุณภาพของงานที่ได รวมถึง
คาใชจ า ยและผลกระทบอ่ืน ๆ ท่ีตามมา เปนตน รูปที่ 7.1 เปนแผนภูมิแสดงการจําแนกกรรมวิธี
การตอโลหะซง่ึ สามารถทาํ ไดหลายวิธี ดังนี้
รปู ท่ี 7.1 แผนภูมแิ สดงการจําแนกกรรมวิธีการตอ โลหะ (ชลิตตแ ละคณะ, 2544)
จากรูปท่ี 7.1 สามารถจําแนกกรรมวิธีการตอโลหะออกเปน 3 วิธีคือ การตอโดยใชตัว
ประสาน (Adhesive bonding) การเชื่อม (Welding) และการตอยึดทางกล (Mechanical
fastening)
7.1 การตอ โดยใชตัวประสาน (Adhesive bonding)
กรรมวิธีการตอโดยใชตัวประสานเปนการตอยึดวัสดุดวยตัวประสาน (Adhesive
bonding) หรอื กาวโดยใชความรอ นหรือไมตองใชความรอนเขาชวย โดยมีหลักทั่วไปในการตอ
184 การตอโลหะ
ยึดคือ พืน้ ทผ่ี ิวสัมผสั ของวสั ดุตองมากพอ จุดที่ตอยึดตองแข็งแรงสามารถทนตอแรงดึงและแรง
เฉือนได และจุดท่ีมีการตอยึดตองไมฉีกหรือแยกออกจากกัน ซ่ึงตัวประสานแตละชนิดท่ีใชตอ
ยึดจะมสี มบตั แิ ละการใชง านทีแ่ ตกตางกันดังตอไปนี้
- Anaerobic เปนสารประกอบเดี่ยวพวกเทอรโมเซทพลาสติก มีอะคริลิคเปนตัวยึด
หลัก ทําการยึดท่ีอุณหภูมิหอง ทนแรงเฉือนได 20 MPa และทนตอแรงดึงได 40 MPa ใชยึด
งานหรอื โครงสรา ง
- Modified acrylics เปนสารประกอบ 2 ชนิด ประกอบดวยเรซ่ินและตัวทําใหแข็ง
(Hardener) ทําการยึดที่อุณหภูมิหอง ภายหลังการผสมกันแลว ทนแรงเฉือนได 34 MPa และ
ทนตอแรงดึงได 25 MPa เชน ไฟเบอรกลาส ใชย ดึ วัสดุช้ินงานในรถยนตแ ละเครื่องบนิ
- Cyanoacrylate เปนสารประกอบเด่ียว มีอะคริลิคเปนตัวยึดหลัก ทําการยึดที่
อุณหภูมิหองได แตช้ินงานตองมีผิวเปนดาง ทนตอแรงดึงได 17 MPa ใชยึดยาง โลหะ และ
พลาสตกิ ไดดี
- Epoxy เปนตัวยึดทมี่ คี วามหลากหลายมากมายหลายชนดิ บางชนิดตองใชความรอน
ชวยทนแรงเฉือนได 40 MPa และทนแรงดึงได 50 MPa ใชยึดอะลูมิเนียมรังผ้ึงในเคร่ืองบิน
และงานทว่ั ไป
- Hot melt เปนสารประกอบเด่ียวพวกเทอรโมพลาสติก กอนใชงานตองใหความรอน
จนหลอมเหลว เมื่อเย็นลง ก็นําไปใชงานได ทนแรงเฉือนได 7 MPa และทนตอแรงดึงได 9
MPa สวนมากใชกับงานบรรจุภณั ฑ เฟอรนิเจอร รองเทา พรม และการประกอบช้ินสวนตาง ๆ
ภายในรถยนต
- Pressure-sensitive tape and films เปนตัวยึดท่ีมีองคประกอบเด่ียวในรูป
ของแข็ง ของโพลิเมอรที่มนี ้าํ หนกั โมเลกุล และมีแรงยึดสูง ทนแรงเฉือนได 49 MPa และทนตอ
แรงดงึ ได 40 MPa ใชย ึดไดท้งั พลาสตกิ ไมแ ละโลหะ
- Silicone เปนสารประกอบเดี่ยว หรือคูประเภทเทอรโมเซทพลาสติกแบบเหลว ทน
แรงเฉือนได 3 MPa และทนตอแรงดงึ ได 5 MPa ใชยึดอปุ กรณอ เิ ลคทรอนกิ สและพลาสตกิ
- Urethane เปนสารประกอบเดี่ยว หรือคูประเภทเทอรโมเซทพลาสติก ทนแรงเฉือน
ได 19 MPa และทนตอแรงดงึ ได 50 MPa ใชยดึ ไฟเบอรกลาสและพลาสตกิ
7.2 การเชื่อม (Welding)
กรรมวิธีการเชื่อม (Welding) เปนกระบวนการที่ทําใหเน้ือโลหะประสานติดกันโดยใช
ความรอนเผาใหเนื้อโลหะละลายเขาหากัน หรือทําใหออนตัวเปนพลาสติกแลวประสานกันได
การเช่ือมสามารถจําแนกออกไดตามลักษณะการใหความรอนและอุปกรณเปน 3 กลุมหลัก ๆ
คอื การเช่อื มแบบหลอมละลาย การเชือ่ มแบบไมห ลอมละลาย และการบดั กรี
การตอ โลหะ 185
7.2.1 การเชื่อมหลอมแบบหลอมละลาย (Fusion welding process) เปนการ
เชื่อมประสานโลหะชนิดเดียวกันใหติดกัน โดยใชวัสดุลวดเช่ือมหลอม เติมลงในแนวเชื่อมหรือ
ขณะท่ีหลอมละลายอาจเติมตัวประสานลงไป โดยความรอนท่ีใหแกชิ้นงานจะแปรผันตรงกับ
ความหนาของช้ินงาน ในกรณีที่ช้ินงานมีความหนามาก ๆ จําเปนตองทําการบากหนาชิ้นงาน
กอนทําการเชื่อม เพื่อใหบริเวณรอยตอหลอมละลายโดยทั่วถึงตลอด กรรมวิธีน้ีไดแก การเชื่อม
แกส การเช่ือมอารค แบบตาง ๆ การเช่อื มอเิ ลคตรอนบีม การเชื่อมเลเซอรบีม การเช่ือมเทอรมิท
เปนตน
ก. การเชื่อมดวยแกส (Oxy-fuel gas welding: OFW) การเช่ือมดวยแกสจะ
ครอบคลุมถึงกระบวนการเชื่อมที่นําเอาเปลวความรอนท่ีไดจากการเผาไหมของแกสมาใช ซ่ึง
โดยปกติแกสท่ีใชไดแก อะเซทิลีน กาซธรรมชาติ และไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน ในการใช
งานเชิงพาณิชย ไดมีการพัฒนาการเชื่อมออกซิ-ไฮโดรเจน (Oxy-Hydrogen Welding:
OHW) สามารถทําอณุ หภูมไิ ดสูงถึง 3,600 °F (1,982 °C) ซึ่งไฮโดรเจนสามารถผลิตไดจากน้ํา
โดยการแยกดวยไฟฟาหรือโดยการใชไอน้ําผานถานโคก แตตอมาก็ไดพัฒนาใชกระบวนการ
เช่ือมแบบออกซิ-อะเซทิลีน (Oxy-Acetylene Welding: OAW) ซ่ึงใหเปลวไฟรอนถึง
6,300 °F (3,482 °C) และถูกนํามาใชงานแพรหลายมากที่สุดในปจจุบัน ลวดเชื่อมที่ใชเติมมี
ความยาว 90 มิลลิเมตร เสนผานศูนยกลาง 1.6-9.5 มิลลิเมตร และตองเปนโลหะชนิดเดียวกัน
กับโลหะงาน โดยระดับของเปลวไฟเช่ือมแกสสามารถแบงออกไดเปน 3 ระดับคือ เปลว
คารบูไรซ่ิง (Carburizing flame) เปลวกลาง (Neutral flame) และเปลวออกซิไดซ่ิง
(Oxidizing flame) ซึ่งเปลวคารบูไรซิ่งออน ๆ เหมาะแกการเช่ือมอะลูมิเนียมและการบัดกรี
เปลวกลางเหมาะแกการเชือ่ มเหลก็ ท่ัวไป สวนเปลวออกซิไดซ่ิงไมเหมาะสําหรับการเช่ือมแตจะ
ใชในการตัดเหลก็
ข. การเช่อื มอารค (Arc welding) เปนกระบวนการในการประสานกันของโลหะที่เกิด
จากความรอนจากการอารคของไฟฟาระหวางชิ้นงานและอิเล็กโทรด (Electrode) หรือลวด
เช่ือมไฟฟา อเิ ลก็ โทรดหรอื ลวดเช่ือมไฟฟาน้ันจะถูกทําใหรอนจนมีสภาพเปนของเหลว และจะ
ถูกเติมลงในรอยตอของช้ินงานที่ตองการเชื่อม วิธีการคือนําลวดเชื่อมจับเขากับหัวจับลวด
เช่ือม (Electrode holder) หัวจับลวดเช่ือมจะตอสายไฟฟาเขากับขั้วของเคร่ืองเชื่อมไฟฟา
และอีกข้ัวหนึ่งของเคร่ืองเช่ือมจะตอเชาช้ินงานเรียกวา ขั้วช้ินงาน (Grounding clamp)
อิเล็กโทรดจะสัมผัสกับชิ้นงาน ทําใหวงจรไฟฟาครบวงจร ดังน้ันตัวนําไฟฟาจะถูกแยกออกทํา
ใหเกิดการอารคขึ้น การอารคทําใหพลังงานไฟฟาเปล่ียนเปนพลังงานความรอนซ่ึงสามารถทํา
อุณหภูมิไดสูงถึง 10,000 °F (5,538 °C) และทําใหลวดเชื่อมกับชิ้นงานหลอมละลายเขา
ดวยกัน โดยบริเวณบอหลอมละลาย (Molten pool) จะมีแกสปกคลุม (Gas shield) ซ่ึงเกิด
186 การตอ โลหะ
จากฟลักซ (Flux coating) ท่ีหลอมละลาย ทําหนาท่ีปองกันไมใหแกสออกซิเจนและแกส
ไนโตรเจนในอากาศเขามาทําปฏิกิริยากับโลหะหลอมละลายซ่ึงจะเปนผลเสียกับแนวเชื่อมและ
การควบคมุ การอารค เนื่องจากจะทาํ ใหร อยเช่อื มไมแ ขง็ แรงได
รูปที่ 7.2 เคร่อื งเชื่อมกระแสตรงแบบเครื่องกาํ เนิดไฟฟา (คัดมาจาก
http://www.jasicthailand.com)
กระแสไฟฟาที่ใชในการเชื่อมแบบอารคสามารถใชไดทั้งกระแสไฟตรง (DC) และ
กระแสสลับ (AC) แตโดยทั่วไปแลวจะนิยมใชการเช่ือมแบบกระแสไฟตรง (รูปท่ี 7.2) เพราะ
จะใหกระแสไฟที่คงที่และเหมาะกับอิเล็กโทรดทุกชนิด เคร่ืองเชื่อมแบบกระแสไฟตรงน้ี
ตัวเครื่องที่ผสมกระแสไฟมี 2 แบบคือ แบบใชชุดมอเตอรขับเคร่ืองกําเนิดไฟฟา (Motor-
generator) และแบบทรานสฟอรเมอรใชเรกติไฟเออร (Transformer-rectifier) การปรับ
กระแสไฟเช่ือมจะพิจารณาตามขนาดของลวดเชื่อมและความหนาของชิ้นงาน โดยท่ัวไปขนาด
ของลวดเชื่อมจะมขี นาดเสนผานศูนยก ลางตงั้ แต 2-6 มลิ ลเิ มตร ชวงของการใชกระแสไฟจะอยู
ระหวาง 20-550 แอมแปร สามารถใชเชื่อมชิ้นงานที่มีความหนาต้ังแต 3-38 มิลลิเมตร
ลกั ษณะการตอมีทั้งแบบตอชน ตอเกย ตอตัวที และตอมุม บางครั้งอาจจําเปนตองทําการบาก
หนาชิน้ งานดว ยเพ่อื เพมิ่ ความแขง็ แรงใหกับแนวเชื่อม ดงั แสดงในรูปที่ 7.3
กระบวนการเช่ือมแบบอารคมีดวยกันหลายวิธี โดยการเลือกใชงานตองพิจารณาถึง
ความแข็งแรงของรอยตอ ความเหมาะสม ชนิดของวัสดุ และผลกระทบตอชิ้นงาน เปนตน
ตวั อยา งของการเช่อื มแบบอารค มีดังนี้
ข.1 การเช่ือมดวยลวดเชื่อมหุมฟลักซ (Shielded Metal Arc Welding:
SMAW) เปนกระบวนการตอโลหะใหติดกันโดยใชความรอนจากอารคระหวางชิ้นงานกับลวด
เช่ือมหุม ฟลักซ เพ่ือหลอมละลายโลหะช้ินงานใหติดกัน แสดงดังรูปที่ 7.4 ความรอนที่ได
ประมาณ 5,000 °C โดยแกนลวดเช่ือมทําหนาท่ีเปนตัวนําไฟฟาและเปนโลหะเติมลงไปในแนว
เชื่อม สวนฟลักซที่หอหุมแกนลวดเช่ือมจะหลอมละลายปกคลุมแนวเชื่อมและกลายเปนแกส
การตอ โลหะ 187
คลุมบอหลอมละลายไมใหอากาศภายนอกเขาไปทําปฏิกิริยากับน้ําโลหะที่บอหลอมละลาย
ฟลักซท ่หี ลอมละลายจะลอยตวั ชิ้นมาปกคลมุ แนวเชอ่ื มไว เมอ่ื แนวเชอ่ื มเยน็ ตัวลงฟลักซท่ีหลอม
ละลายปกคลุมแนวเชื่อมจะกลายเปนของแข็งและเปราะซึ่งเรียกวา สแลก (Slag) นอกจากนี้
ฟลักซยังทําหนาท่ีในการเติมโลหะผสมลงในแนวเชื่อม ลักษณะของงานท่ีทําการเช่ือมดวยลวด
เช่ือมหุมฟลักซ เชน งานโครงสราง งานเช่ือมทอ โครงสรางเคร่ืองจักร ตอเรือ งานประกอบ
และงานซอ มบํารงุ รกั ษาทวั่ ไป โลหะท่มี ักใชใ นงานเช่ือมจะเปนเหล็ก สแตนเลส อะลูมิเนียม และ
เหล็กหลอ เปน ตน
รปู ท่ี 7.3 ชนดิ ของรอยตอ เชื่อม (ธนรัตนแ ละมณฑล, 2546)
188 การตอ โลหะ
อิเล็กโทรด (Electrode) หรือลวดเชื่อมไฟฟาเปนแทงโลหะที่จะทําใหเกิดการ
อารคขณะทําการเชื่อม และแทงโลหะนี้จะตองมีสวนผสมทางเคมีใกลเคียงกับโลหะชิ้นงาน ลวด
เช่ือมมีหลายชนิด โดยสามารถแบงตามชนิดของสารฟอกหุมได 4 ชนิดคือ เบสิค รูไทล กรด
และเซลลูโลส ลวดเชื่อมทั้ง 4 ชนิดนี้ จะแตกตางกันท่ีสมบัติทางกล และสวนผสมของเนื้อโลหะ
เชื่อมที่เติมลงไป คุณลักษณะลวดเช่ือมที่ใชในการเช่ือมโลหะแสดงดังตารางท่ี 7.1 ซ่ึงโดยท่ัวไป
ลวดเช่ือมแตละชนิดจะมีสัญลักษณเขียนกํากับไวตามมาตรฐานของ AWS สัญลักษณน้ีจะบง
บอกความหมายตา ง ๆ ยกตัวอยา งเชน E 480 2 8 โดยที่
E หมายถึง ลวดเชื่อมไฟฟา (Electrode)
480 คือ คาความตานทานแรงดึงตํ่าสุด (Tensile strength) คูณดวย 1,000 หนวยเปน
ปอนดต อตารางน้วิ
2 หมายถึง ทาเช่อื ม (Position) (รูปท่ี 7.5)
1 คอื เชือ่ มไดท ุกทา กลาวคือ ทา ราบ ทาต้งั ทา ขนานนอน และทา เหนอื ศีรษะ
2 คอื ทาราบและทา ขนานนอน
3 คือ ทา ราบ
8 หมายถึง คณุ สมบัติพเิ ศษของลวดเชอ่ื ม
รปู ท่ี 7.4 การเชื่อมดวยลวดเชือ่ มหุม ฟลักซ (ชลติ ตและคณะ, 2544)
ตารางที่ 7.1 คุณลกั ษณะลวดเช่อื มทใ่ี ชในการเชอื่ มโลหะ (ธนรตั นแ ละมณฑล, 2546)
ชนิด ชนดิ ของสาร ระบบ คณุ ลักษณะของอเิ ลก็ โทรด การประยกุ ตใ ชง าน
ลวดเชื่อม หุม ฟลกั ซ กระแสไฟ
E41010 เซลลโู ลส Dc+ ซมึ ลึก สแลกบางและขจดั เชอ่ื มไดท กุ ทา
(E6010) (โซเดียม) ออกงาย มีการกระเดน็
บางเลก็ นอ ย
E41011 เซลลูโลส Ac/Dc+ ซึมลึก สแลกบางและขจัด เช่อื มไดทกุ ทา
(E6011) (โซเดยี ม) ออกงา ย มีการกระเดน็
บา งเลก็ นอ ย
การตอ โลหะ 189
E41012 รูไทล Dc-/Ac ซึมปานกลาง อารคไม เชื่อมไดท ุกทา อารค
(E6012) (โซเดยี ม) รนุ แรง ควบคุมสแลกงา ย ระยะส้ัน งานทไ่ี ดหยาบ
E41013 มีการกระเดน็ บา งเล็กนอย
(E6013) รไู ทล Ac/Dc+ เชอ่ื มไดทกุ ทา อารค
E48014 เหมอื นกบั E41012 แตใ ห ระยะสั้น งานทีไ่ ดหยาบ
(E7014) (โปแตสเซียม) Ac/Dc แนว เช่ือมเรียบ
Ac/Dc+
E41016 รูไทล/ ซึมปานกลาง อารคไม เชือ่ มไดทกุ ทา อารค
(E6016) ผงเหลก็ รุนแรง แนวเรียบ สแลก ระยะสนั้ หรือเช่อื มแตม
ขจดั ยาก มกี ารกระเดน็ จุด เชอื่ มทา ตง้ั ลงดี
E48018 ไฮโดรเจนตา่ํ Ac/Dc+ บางเลก็ นอ ย
(E7018) (โปแตสเซียม) ซึมปานกลาง อารคไม เชอ่ื มไดทกุ ทา สําหรบั
รนุ แรง มีการกระเดน็ บา ง เหลก็ พิเศษดี หรอื เหล็ก
E41020 ไฮโดรเจนตา/ Ac/Dc+ เลก็ นอย คุณภาพดี ทีม่ ีความหนา
(E6020) ผงเหลก็ การซึมลกึ นอ ย อารค ไม เชื่อมไดทุกทา สาํ หรบั
รนุ แรง สแลกขจัดยาก มี เหลก็ พิเศษดี หรอื เหลก็
E48024 เหล็กออกไซด Ac/Dc+ การกระเดน็ บางเลก็ นอย ทีม่ ีความหนา
(E7024) มีคุณสมบัตทิ ่ีดี
E48027 รไู ทล/ Ac/Dc+ ความเรว็ สงู สแลกมาก เชื่อมไดเ ฉพาะทา ราบ
(E7027) ผงเหลก็ และขจดั ยาก ไมเ ปราะ และทานอนเทานั้น
การซมึ ปานกลางถงึ ลกึ อารค ระยะสั้น กระแสสูง
E48028 เหลก็ ออกไซด/ Ac/Dc+ ถงึ ปานกลาง
(E7028) ผงเหล็ก การซึมลกึ นอย อารค ไม เชอื่ มไดเ ฉพาะทาราบ
รนุ แรง สแลกมากและขจัด และทานอนเทานน้ั
ไฮโดรเจนตา/ Ac/Dc+ ยาก กระเด็นบา งเลก็ นอย อารค ระยะสัน้ หรือลากได
ผงเหลก็ เหมอื นกบั E41020 เชอ่ื มไดเ ฉพาะทา ราบ
และทา นอนเทา นัน้
เหมอื นกบั E48018 อารคระยะส้ัน หรอื ลาก
(7018) แตอ ตั ราการฝง ตัว หรือแตม ดี
สูงกวา เหมือนกบั E48018
(7018) แตเชื่อมได
เฉพาะทาราบและทา
นอนเทา น้ัน
190 การตอ โลหะ (ข)
(ก) (ง)
(ค)
รูปที่ 7.5 ทาเช่อื ม (ก) ทา ราบ (ข) ทาขนานนอน (ค) ทาต้งั และ (ง) ทา เหนือศรี ษะ
(คัดมาจาก http://www.oknation.net)
ข.2 การเช่ือมมิก (Metal Inert Gas Welding: MIG) เปนกรรมวิธีการ
เช่ือมที่ใชลวดเชื่อมแบบสิ้นเปลือง (Consumable electrode) ขนาดเล็กท่ีปอนจากมวนลวด
(Spool) เปนอิเล็กโทรด ซึ่งภายในสวนหัวเช่ือมจะมีรูสําหรับการปอนลวดเช่ือมและมีสวิตช
(Trigger) ในการควบคุมการอารคและเครื่องปอนลวด ลวดเช่ือมจะถูกปอนผานหัวเช่ือม
ออกมาอยางตอเนื่องตามความเร็วที่ตองการผานทอนําลวดและทอนํากระแส (Contact tip)
เม่ือปลายลวดแตะกับผิวของชน้ิ งานจะเกดิ การอารค ขึ้น ความรอนจากการอารคจะหลอมชิ้นงาน
และลวดเช่ือมเขาดวยกันเติมลงไปเปนแนวเชื่อม ขณะเดียวกันแกสเฉ่ือยจากทอบรรจุจะไหล
เขาทอจา ยสหู ัวฉดี พุงออกมาปกคลุมบอหลอมละลายและบริเวณรอบปลายอารค ดังแสดงในรูป
ที่ 7.6 เพื่อทําหนาท่ีเปนมานปองกันไมใหออกซิเจนหรือแกสอ่ืน ๆ ในบรรยากาศเขาไปทํา
ปฏิกิริยากับโลหะที่หลอมเหลว แกสเฉ่ือยท่ีใชในการเช่ือมมิก ไดแก แกสอารกอน แกสฮีเลียม
และอาจจะเปนแกส ผสม เชน อารกอนผสมฮเี ลียม หรืออารก อนผสมคารบ อนไดออกไซด
โลหะท่ีนิยมใชกับกระบวนการเชื่อมมิก ไดแก เหล็กกลาคารบอน อะลูมิเนียม
เหลก็ กลาสแตนเลส บรอนซ ทองแดง เปนตน ขอดีของการเช่ือมมิกมีหลายประการ เชน เช่ือม
ไดดวยอัตราเร็วสูง ความรอนไมสะสมที่ชิ้นงานมาก ลวดเช่ือมปอนอยางตอเนื่อง ใหการซึมลึก
ทดี่ ีกวา ไมต อ งขจัดสแลก สามารถเช่ือมไดท ้งั โลหะและอโลหะ
การตอโลหะ 191
รูปที่ 7.6 การเช่อื มแบบมิก (MIG) (ธนรัตนและมณฑล, 2546)
รปู ที่ 7.7 การเชื่อมดวยลวดเชอ่ื มชนิดแกนฟลกั ซ (FCAW) (คัดมาจาก
http://www.docstoc.com)
ข.3 การเช่ือมดวยลวดเชื่อมชนิดแกนฟลักซ (Flux-Cored Arc
Welding: FCAW) มลี ักษณะการทํางานเหมือนกับการเช่ือมมิก (MIG) กลาวคือใชลวดเชื่อม
ท่ีปอนอัตโนมัติจากมวนลวด โดยฟลักซที่ใชจะมีความยืดหยุนสูง ไมแตกหักงาย แตตางกันท่ี
ลวดเชื่อมภายในจะมีรูสําหรับบรรจุฟลักซและสวนผสมอื่น ๆ เชน สารปองกันการเกิดออกซิ
เดช่ันและสารเคมีบางชนิด ดังแสดงในรูปที่ 7.7 ซึ่งเมื่อไดรับความรอนจะกลายเปนแกสเฉ่ือย
กระจายตัวออกมาปกคลุมบอหลอมละลาย ทําใหอากาศภายนอกไมสามารถเขาไปทําปฏิกิริยา
กับน้ําโลหะที่บอหลอมละลายได ซึ่งคลายกับการเชื่อมดวยลวดเชื่อมหุมฟลักซ (SMAW) หรือ
บางทีอาจใชแกสเฉื่อยจากภายนอกรวมดวย เชน แกสอารกอน แกสฮีเลียม แกส
คารบอนไดออกไซด เพื่อชว ยปกคลุมแนวเชอื่ มในขณะหลอมละลาย
192 การตอ โลหะ
โลหะที่นิยมใชกับกระบวนการเชื่อมแบบ FCAW ไดแก โลหะจําพวกเหล็ก
ตาง ๆ และเหล็กกลาสแตนเลส ที่ตองการรอยเชื่อมกวาง หนา คุณภาพสูง และงานท่ีตองการ
งานเชื่อมแบบตอเนือ่ ง
ข.4 การเช่อื มอิเลคโตรแกส (Electrogas Welding: EGW) มีลักษณะการ
ทํางานคลา ยกบั การเชอ่ื มมิก (MIG) โดยมีการปอนลวดเช่ือมเปนแบบตอเนื่อง สามารถใชไดทั้ง
ลวดเชื่อมชนิดตันและชนิดแกนฟลักซ ในกรณีใชลวดเชื่อมชนิดแกนฟลักซ หลักการทํางานจะ
คลายการเช่ือมดวยลวดเชื่อมชนิดแกนฟลักซ (FCAW) โดยกระแสที่ใชจะสูงถึง 750 แอมแปร
ถา เปน ลวดเชือ่ มชนดิ ตนั จะใชกระแส 400 แอมแปร แกสเฉื่อยที่ใชปกคลุมแนวเช่ือม ไดแก แกส
อารกอน แกสฮีเลียม แกสคารบอนไดออกไซด ซึ่งการเลือกใชงานข้ึนอยูกับชนิดของวัสดุงาน
โดยแกส เฉื่อยที่ใชจะไดจากสารท่ีเปนฟลักซในแกนลวดเชื่อมหรือจากภายนอกหรือท้ังสองอยาง
ชิ้นงานเชื่อมอยูในลักษณะตอชนในแนวต้ัง บริเวณรอยตอตองใชฝาประกบ (Molding shoes)
ที่ทําจากเซรามิกหรือทองแดงก็ได และมีระบบหลอนํ้าหลอเย็นอยูภายในฝาประกบ ดังแสดงใน
รปู ที่ 7.8
การเช่ือมดวยวิธีน้ีจะเปนระบบอัตโนมัติ เหมาะกับช้ินงานที่ทําจากโลหะจําพวก
เหล็ก ไททาเนียม และอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีขนาดใหญ ความหนาตั้งแต 12-75 มิลลิเมตร
ลักษณะของชิ้นงานจะเปนพวกช้ินสวนของเครื่องจักรกล ถังทนแรงดันสูง ภาชนะผนังหนา ถัง
เก็บของขนาดใหญ และเรือ เหมาะสําหรับชนิ้ งานทม่ี ีหนามากและตอ งการความแขง็ แรงสูง
ข.5 การเช่ือมอิเลคโตรสแลก (Electroslag Welding: ESW) มีลักษณะ
การทํางานคลายกับการเช่ือมอิเลคโตรแกส (EGW) กลาวคือเปนการเชื่อมโดยใชไฟฟาเปนตัว
ทําใหเกิดความรอนระหวางช้ินงานและลวดเชื่อม ลักษณะลวดเช่ือมท่ีใชสามารถเปนไดท้ังชนิด
ลวดตันและชนิดแกนฟลักซ ช้ินงานเช่ือมจะอยูในลักษณะตอชนในแนวต้ัง บริเวณรอยตอเช่ือม
จะมีการใชฝาประกบ และขณะเช่ือมจะตองใชน้ําหลอเย็นแนวเช่ือมตลอดเวลา แตมีขอแตกตาง
คือที่กระบวนการเช่ือมน้ีไมตองใชแกสเฉื่อยชวยในการปกคลุมแนวเชื่อม โดยมีวิธีการคือจะใส
ฟลักซเขาไป เมื่อไดรับความรอนที่เกิดจากการอารค ฟลักซจะหลอมละลายจนกลายเปนสแลก
(Slag) เหลว โดยเม่ือเวลาการเช่ือมผานไป บอหลอมละลายของสแลกจะข้ึนมาถึงปลายของลวด
เชื่อมซ่ึงเปนอิเล็กโทรด ทําใหการอารคส้ินสุดลง ดังแสดงในรูปท่ี 7.9 กระบวนการนี้เหมาะ
สําหรับงานที่มีความหนาตั้งแต 50-900 มิลลิเมตร ความเร็วในการเช่ือม 12-36 มิลลิเมตรตอ
นาที ใชกระแสไฟฟา 600 แอมแปร แรงดันไฟฟา 40-50 โวลต งานเช่ือมที่ไดจะมีคุณภาพดี
ลักษณะงานจะเปนงานโครงสรางท่ีใชเหล็กหนา เชน ช้ินสวนเครื่องจักรกลและเตาปฏิกรณ
นวิ เคลียร เปน ตน
การตอโลหะ 193
รปู ที่ 7.8 การเช่อื มอเิ ลคโตรแกส (EGW) (คัดมาจาก http://www.alltimewelding.com)
รปู ท่ี 7.9 การเชอื่ มอิเลคโตรสแลก (ESW) (คัดมาจาก http://www.substech.com)
ข.6 การเช่ือมทิก (Tungsten Inert Gas Welding: TIG) เปนกรรมวิธี
การเช่อื มที่ใชล วดเช่อื มแบบไมส้ินเปลอื ง (Non-consumable electrode) ทีท่ าํ จากทังสเตนเปน
อิเลก็ โทรด โดยสวนมากนยิ มใชแกส อารกอนปกคลุมแนวเช่ือม บางทีเรียกวา การเช่ือมอารกอน
กระแสไฟที่ใชประมาณ 200-300 แอมแปร ขึ้นอยูกับชนิดของวัสดุที่นํามาทําการเช่ือม ที่หัว
เชื่อมอาจมรี ะบบนํ้าหลอเย็นหากกระแสไฟฟาที่ใชสูงกวาที่กําหนดไว และเนื่องจากทังสเตนเปน
วัสดุท่ีมีสมบัติในการทนความรอนไดสูงถึง 3,410 °C ความรอนจากการอารคจะหลอมละลาย
194 การตอโลหะ
ช้ินงานท่ีเปนโลหะได แตอิเล็กโทรดจะไมหลอมละลาย ซ่ึงในกรณีท่ีตองการเติมโลหะในแนว
เช่ือมจําเปนตองนําลวดเชื่อม (Filler wire) จากภายนอกมาเติมในบอหลอมละลายโดยใชมือ
ปอน ดังแสดงในรูปท่ี 7.10 กระบวนการเชื่อมน้ีเหมาะสําหรับใชกับไฟกระแสสลับ (AC)
เพราะวา กระแสไฟ AC สามารถชว ยขจดั ออกไซดท ี่ผวิ งานได
โลหะท่ีนิยมใชกับการเช่ือมทิก ไดแก อะลูมิเนียมและเหล็กกลาสแตนเลส งาน
เช่อื มทีไ่ ดจ ะมคี ณุ ภาพดี สามารถเชอ่ื มงานท่มี ขี นาดหนา ๆ ได และไมมีการกระเด็นของน้ําโลหะ
ในระหวางการอารค จึงทําใหบริเวณผิวหนางานและแนวเชื่อมสะอาด สวนเหล็กหลอหรือเหล็ก
ออ น หากใชก ระบวนการเชอ่ื มนี้มักจะเช่ือมไดย าก
รูปท่ี 7.10 การเช่ือมทกิ (TIG) (คดั มาจาก http://www.substech.com)
ข.7 การเชื่อมใตฟลักซ (Submerge Arc Welding: SAW) หรืออาจ
เรียกวาการเช่ือมแบบจุมอารค เปนการเชื่อมที่มีการปกคลุมแนวเชื่อมขณะอารค เพ่ือปองกัน
ประกายไฟ การกระเด็นของน้ําโลหะ และการแผรังสีขณะทําการเชื่อม ดังแสดงในรูปท่ี 7.11
ดังน้ันจึงไมสามารถมองเห็นการอารคขณะทําการเชื่อมได ทําใหตองอาศัยการควบคุมแบบ
ก่ึงอัตโนมัติและอัตโนมัติ ลวดเช่ือมเปนแบบลวดตัน ขณะทําการเช่ือมจะมีการปอนลวดและ
ปลอ ยฟลักซป กคลมุ บอหลอมโลหะ ฟลักซท่ีใชจะมีลักษณะเปนผงเม็ดเล็ก ๆ โดยจะถูกปอนจาก
กระบะกรวย (Hopper) ดา นบนลงมา สว นทห่ี ลอมละลายทําหนาที่ปกคลุมแนวเช่ือมเพื่อปองกัน
อากาศจากภายนอก สวนที่ไมหลอมละลายดานบนจะเปนฉนวนปองกันความรอนจากบอหลอม
ละลายออกมาสูภายนอก และจะถูกดูดกลับไปใชใหม กระแสไฟที่ใชต้ังแต 300-2,000 แอมแปร
ความเร็วการเชื่อมสูงสุดประมาณ 5 เมตรตอนาที แนวเชื่อมที่ไดมีคุณภาพดีทางดานความ