การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 1 คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 2 ชื่อหนังสือ คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ISBN ที่ปรึกษา 1. นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อ านวยการสถาบันบ าบัดรักษาและ ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี 2. นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อ านวยการด้านการพัฒนาระบบ สุขภาพ บรรณาธิการ 1. แพทย์หญิงภัทราภรณ์ กินร สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด แห่งชาติบรมราชชนนี 2. นายแพทย์อภิชาติ เรณูวัฒนานนท์ สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด แห่งชาติบรมราชชนนี 3. นางวันเพ็ญ ใจปทุม สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด แห่งชาติบรมราชชนนี กองบรรณาธิการ นางนฤมล อารยะพิพัฒน์ นางนภัสสรณ์ รังสิเวโรจน์ ดร.บุบผา บุญญามณี นางวิมลรัตน์ อ าพัน นางรัตติยา สันเสรี ดร.สุกัญญา กาญจนบัตร นางสาวลักขณา กลางคาร นางรัตนา เทศวงษ์ นางสาวรัชนีกร อินทุประภา คณะผู้จัดท า สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค จัดพิมพ์โดย สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี 60 ต าบลประชาธิปัตย์ อ าเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130 ปีที่พิมพ์ 2563 ครั้งที่พิมพ์ ครั้งที่ 1 พิมพ์ที่ (หนังสือฉบับนี้เรียบเรียงและพัฒนามาจากคู่มือการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ กายจิตสังคมบ าบัด Matrix Program ของกรมการแพทย์และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และคู่มือการบ าบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบก ารบ าบัดความคิดและพฤติกรรม : Matrix Program ของสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี)
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ก ค านิยม จากสถานการณ์ยาเสพติดโลกร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนผ่าน ของยุคสมัยตามแนวคิดของ VUCA ที่หมายถึง ความผันผวน (volatility) ความไม่แน่นอน (uncertain) ความซับซ้อน (complex) และความคลุมเครือ (ambiguous) ส่งผลให้บุคคลจ าเป็นต้องมีการปรับตัวให้ เท่าทันกับการเปลี่ยนผ่านของโลก โดยนักปราชญ์ท่านหนึ่งได้ให้หนทางในการปรับแก้สิ่งที่ท าให้โลก วุ่นวายด้วยแนวคิดเดียวกันแต่คนละความหมายว่า “บุคคลที่จะสามารถผ่านพ้นวิกฤติเหล่านี้ไปได้อย่าง สง่างามต้องมีวิสัยทัศน์ (vision) ที่กว้างไกล มีความเข้าใจ (understanding) ในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน (clarity) และมีความกระตือรือร้น (agility) ที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นเป็นล าดับ” ในการนี้ ทีมนักบ าบัดและนักวิชาการของสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ได้น าแนวคิด VUCA มาพัฒนางาน โดยมีความมุ่งมั่นตั้งใจ สร้างสรรค์ และพัฒนาหนังสือ คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแบบ ผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix program ชุดนี้ขึ้นซึ่งประกอบด้วย คู่มือ 4 เล่ม ดังนี้ 1) องค์ความรู้ พื้นฐานในการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 2) คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 3) คู่มือส าหรับการท ากลุ่มครอบครัวศึกษา และ 4) คู่มือส าหรับ ผู้รับการบ าบัด โดยดัดแปลงมาจากคู่มือ Matrix program ฉบับเดิม เพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนให้ทันสมัยให้ สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวัฒนาธรรมไทย รวมถึงมีการน าหลักฐานเชิงประจักษ์จากแนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องในการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใช้ยาและสารเสพติดมาผสมผสานจนเกิดเป็นคู่มือชุดนี้ขึ้น ซึ่ง นับเป็นคู่มือที่เหมาะซึ่งจะยังประโยชน์แก่ผู้ปุวย ครอบครัว และทีมนักบ าบัดผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการบ าบัด ฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดสืบไป (นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์) อธิบดีกรมการแพทย์ กันยายน 2563
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ข ค านิยม การแก้ไขปัญหาผู้ติดยาและสารเสพติดที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการเป็นสิ่งส าคัญ ซึ่งการพัฒนาองค์ความรู้นั้นเป็นภารกิจหลักของกรมการแพทย์ โดยหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ ด้านการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด ได้แก่ สถาบันบ าบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี) ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดและส่งผลกระทบในวงกว้าง แนวทางการบ าบัดรักษาทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพจึงมีความส าคัญต่อการแก้ไขปัญหานี้ การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ปุวย เข้าถึงบริการ สามารถประกอบอาชีพและอยู่กับครอบครัวได้ “Matrix Program” เป็นรูปแบบการบ าบัด ซึ่งได้รับการยอมรับว่าประสิทธิผลที่ดี เนื่องจากผ่านการศึกษาวิจัยโดย Matrix Institute ประเทศ สหรัฐอเมริกาที่ตระหนักถึงความหลากหลายของปัญหาการใช้ยาและสารเสพติด การออกแบบการบ าบัด จึงเน้นการดูแลทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และปรับเปลี่ยนความคิดพฤติกรรมของผู้ใช้ยาและสารเสพติด ให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ที่เข้าใจกระบวนการติดยาและสามารถค้นหาวิธีการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดจากการใช้ยาและสารเสพติด รวมถึงทางเลือกในการปูองกันการกลับไปเสพซ้ า เพื่อสร้างโอกาสที่ดี ที่สุดและสนับสนุนให้ผู้ที่เข้ารับการบ าบัดประสบความส าเร็จในการเลิกยาและสารเสพติด ปี 2543 กระทรวงสาธารณสุขส่งหน่วยงานที่บ าบัดผู้ติดยาและสารเสพติดในประเทศไทย จ านวน 14 แห่ง ไปศึกษาดูงานที่ Matrix Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา น ามาใช้ในประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2543 และก าหนดให้การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก ตามรูปแบบ Matrix Program เป็นรูปแบบการบ าบัดผู้ติดยาและสารเสพติดมาตรฐานรูปแบบหนึ่ง ของประเทศไทย ปี 2545 กรมการแพทย์ มีการติดตามประเมินผลรูปแบบการบ าบัด พบปัญหาด้านเนื้อหา ของโปรแกรมที่ไม่สอดคล้องกับบริบทสังคมไทย ผู้ให้การบ าบัดขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ในการท างาน จึงมอบหมายให้สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี พัฒนา โปรแกรมการบ าบัด รวมถึงสื่อต่างๆในการด าเนินงานบ าบัดรักษา และปรับปรุงเนื้อหาคู่มือที่ใช้ ในการบ าบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นการพัฒนาและปรับปรุงจากคู่มือฉบับเดิม กรมการแพทย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดคู่มือนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ให้การบ าบัด ตลอดจนผู้อ่านที่ต้องการค้นคว้าจะน าไปใช้ประโยชน์ในการดูแลช่วยเหลือและบ าบัดรักษาผู้ติดยาและ สารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก เป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการบ าบัดของผู้ปุวยยาเสพติด เพิ่มประสิทธิภาพ การบ าบัดรักษา ลดอัตราการออกจากการบ าบัดรักษาก่อนก าหนด ลดต้นทุนค่ารักษา ลดระยะเวลา การบ าบัด และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ที่เข้ารับการบ าบัดรักษาและครอบครัวต่อไป (นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์) รองอธิบดีกรมการแพทย์ กันยายน 2563
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ค ค านิยม สารเสพติดเป็นปัญหาส าคัญที่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้เสพโดยตรงแล้ว ยังส่ง ผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติเป็นอย่างมาก สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล ธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาล ธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ในสังกัด กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบด้านการบ าบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาและสารเสพติดในระดับตติยภูมิ ซึ่งรูปแบบการบ าบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบทั้งในด้านการรักษาแบบผู้ปุวยในและผู้ปุวยนอก แนวคิดการบ าบัดรักษาในรูปแบบการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม (Neuro Behavioral Model) เป็นแนวคิดส าคัญที่น ามาใช้ในรูปแบบการบ าบัดรักษาแบบเข้มข้นส าหรับผู้ติดยาและสารเสพติด แบบผู้ปุวยนอก (Intensive Outpatient Program) ผ่านการศึกษาวิจัยโดย Matrix Institute ประเทศ สหรัฐอเมริกา ผลการศึกษาพบว่า เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด จากผลการด าเนินงาน ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน พบว่ารูปแบบการบ าบัด Matrix Program เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการบ าบัดรักษา ทีมบ าบัดได้มีการทบทวนคู่มือมาเป็นระยะ เพื่อเป็น การพัฒนาและจัดการความรู้ (Knowledge Management) โดยการน าหลักฐานเชิงประจักษ์จากแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการปรับปรุงเนื้อหาการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดให้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจน กระผมในนามของสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ขอขอบคุณ และชื่นชมคณะท างาน ที่ประกอบด้วยทีมนักบ าบัดและนักวิชาการของสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ร่วมกับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง และผู้เกี่ยวข้อง ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทบทวนองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนาชุดคู่มือการบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยา และสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ทั้ง 4 เล่มนี้ นับว่าเป็นประโยชน์ส าหรับ ผู้ให้การบ าบัดและจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ของผู้ติดยาและสารเสพติด ให้กลับไปเป็นคนดีของสังคม และก าลังส าคัญของประเทศชาติต่อไป (นายแพทย์สรายุทธ์บุญชัยพานิชวัฒนา) ผู้อ านวยการสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กันยายน 2563
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ง ค านิยม สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ภูมิภาคทั้งหมดได้ร่วมกันพัฒนาคู่มือ การบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก ตามรูปแบบ Matrix Program ให้เนื้อหามีความทันสมัย เหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ของประเทศ มีการฝึกอบรม ถ่ายทอดให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องให้บริการบ าบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่เป็นหนึ่งใน ๑๔ สถานพยาบาลน าร่อง ที่น าการบ าบัดรักษาและ ฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก ตามรูปแบบ Matrix Program มาใช้ในการปฏิบัติและพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๓ เพื่อให้การบ าบัดรักษาผู้ปุวยนอกมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยปรับเปลี่ยน ความคิดและพฤติกรรมของผู้ปุวยและครอบครัวไปในทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้การด าเนินชีวิตเป็นไปอย่าง ปกติสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ รับผิดชอบด้านวิชาการและการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและ สารเสพติดในเขตบริการสุขภาพที่ ๑ และ ๒ (จังหวัดแม่ฮ่องสอนด าเนินการโดย โรงพยาบาลธัญญารักษ์ แม่ฮ่องสอน) ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขตภูเขา การคมนาคมล าบาก การน ารูปแบบ Matrix Program เต็มรูปแบบ ไปใช้มีข้อจ ากัด ผู้ปุวยไม่สามารถมาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ครบ หลายพื้นที่จึงได้มีการน าไป ประยุกต์ใช้ ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตามการเรียนรู้เนื้อหาเต็มรูปแบบ ยังเป็นเรื่องที่ ส าคัญและจ าเป็นที่จะท าให้ผู้บ าบัดเข้าใจและน าไปใช้อย่างเหมาะสม ขอขอบคุณคณะท างานและผู้เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมแรง ร่วมใจ ผนึกก าลังในการรวบรวมข้อมูล และ พัฒนาคู่มือการบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและส ารเสพติดแบบผู้ปุ วยนอกต ามรูปแบบ Matrix Program ฉบับนี้ขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือนี้จะเป็นเครื่องมือให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ได้น าไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการดูแลผู้ปุวยที่เข้ารับการบ าบัดรักษา และกลับมาด ารงชีวิตในสังคมโดยปกติสุขต่อไป (นายแพทย์วรพงษ์ ส าราญทิวาวัลย์) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กันยายน 2563
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program จ ค านิยม การเสพยาและสารเสพติด เป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งที่เกิดจากการเสพแล้วท าให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง เมื่อผู้เสพมีการใช้ยาและสารเสพติดเป็นระยะเวลานาน และมีการใช้อย่างต่อเนื่อง ท าให้เกิดผลกระทบกับผู้เสพโดยตรงทั้งภาวะแทรกซ้อนทางกายและจิต โรคสมองติดยาต้องได้รับการบ าบัดรักษาอย่างต่อเนื่องและครบกระบวนการบ าบัดรักษา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคล ครอบครัวและสังคมในระยะยาว โดยการบ าบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อ ดูแลผู้ปุวยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของผู้ปุวยให้เกิด กระบวนการเรียนรู้ใหม่ ที่จะช่วยให้ผู้ปุวยเลิกเสพยาเสพติดได้ ขอบคุณกองบรรณาธิการและคณะผู้จัดท าทุกท่าน ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ปุวย ยาและสารเสพติดที่ได้รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อใช้ในการบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและ สารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฉบับนี้ จะสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยเหลือผู้ปุวยยาเสพติด ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข (นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลมะเร็งล าปาง รักษาการแทนในฐานะผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน กันยายน 2563
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ฉ ค านิยม สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เป็นหน่วยงานหลัก ระดับชาติในก ากับของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ดูแลด้านการบ าบัดรักษาผู้ปุวยยาและ สารเสพติดของประเทศไทย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการบ าบัดรักษายาเสพติดที่ทันสมัยแก่ หน่วยงานเครือข่ายด้านการบ าบัดรักษายาเสพติดทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิมาอย่าง ต่อเนื่อง การบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program นับเป็นรูปแบบการบ าบัดรักษายาเสพติดที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และใช้ส าหรับการบ าบัดรักษาผู้ปุวย ยาเสพติดแบบผู้ปุวยนอกในประเทศไทยมาร่วม 20 ปี ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา สบยช. ด าเนินการ ปรับปรุงคู่มือบริการเป็นระยะเพื่อให้เหมาะกับลักษณะของผู้ปุวยยาเสพติดและบริบทสังคมไทยมาอย่าง ต่อเนื่อง การพัฒนาปรับปรุงชุดคู่มือครั้งนี้ ถือเป็นการปรับให้มีความกระชับและสะดวกต่อการใช้งานของ ผู้ปฏิบัติงานและผู้รับการบ าบัดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มเล่ม “องค์ความรู้พื้นฐานในการบ าบัดฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program” เข้ามาในชุดคู่มือนี้ด้วย จะช่วยให้ผู้บ าบัดมีความรู้ความเข้าใจองค์ความรู้ที่จ าเป็นในการดูแลผู้ปุวยยาเสพติดและปฏิบัติงานอย่าง มั่นใจและมีประสิทธิภาพ ในส่วนของคู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน คู่มือกลุ่มครอบครัวศึกษา และคู่มือส าหรับ ผู้รับบริการ นั้น เนื้อหาภายในเล่มยังคงไว้ซึ่งแนวคิดดั้งเดิมของรูปแบบการบ าบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ทว่ามีการปรับปรุงรายละเอียด ให้เข้าใจง่าย ตรงกับบริบททางสังคมและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ เทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของพวกเราอย่างมาก ชุดคู่มือการบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ฉบับปรับปรุง ปีพ.ศ. 2563 นี้จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการบ าบัดรักษายาเสพติดน าไปใช้ ประโยชน์ และช่วยเหลือให้ผู้ปุวยยาเสพติดฟื้นสภาพจากภาวะเสพติดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป (นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กันยายน 2563
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ช ค านิยม ปัจจุบันปัญหายาและสารเสพติด เป็นปัญหาที่มีผลกระทบอย่างมากทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง การท่องเที่ยว การแพทย์และสาธารณสุข พบว่ามีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความ รุนแรงของปัญหา ยาและสารเสพติดหลายประการทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนความ มั่นคงของประเทศ และขณะนี้ปัญหายาและสารเสพติดได้เพิ่มทั้งขนาด และความรุนแรงมีความยุ่งยาก สลับซับซ้อนตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม โดยลุกลามเข้าสู่ชุมชน สถานประกอบการ โรงเรียนและสถาบันการศึกษา แม้ว่าได้มีการปราบปราม การรณรงค์โดยวิธีการต่างๆมาโดยตลอด แต่ปัญหายาเสพติดยังไม่ดีขึ้น ผู้ปุวยยาและสารเสพติดเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งมีโรคร่วมทางจิตเวช มีแนวโน้มมากขึ้น ซึ่งยาและสารเสพติดท าให้ขาดสติ ความคิด ตัดสินใจไม่มีเหตุผล ขาดการดูแลสุขภาพ ตนเองจนเกิดโรคสมองติดยา การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program จึงเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้ผู้ปุวยและครอบครัวได้รับบริการครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ สนองตอบต่อปัญหาและความต้องการของผู้ปุวยและครอบครัว อย่างแท้จริง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ได้ยึดหลักการของสมเด็จย่าที่ว่า “คนที่ติดยาเขาเป็นคน หรือเปล่า ในเมื่อเขาเป็นคน เรามีการช่วยเหลือเขาได้ไหม ถ้าช่วยเหลือได้เท่ากับชุบชีวิตใหม่ให้เขา เราก็ควรท า” ทางโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี ขอขอบพระคุณสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด แห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทุกแห่ง ที่ร่วมกันถอดบทเรียน น าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของ Matrix program ประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตของสังคมไทย เพื่อให้ผู้ปุวย หายจากโรคสมองติดยา และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปรกติสุข (นายแพทย์ธิติ อึ้งอารี) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี กันยายน 2563
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ซ ค านิยม Matrix Program เป็นโปรแกรมบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดที่เป็นมาตรฐานและได้รับ ความนิยมอย่างกว้างขวางในประเทศไทยมาประมาณ 20 ปีหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งคณะไป ศึกษาดูงานที่ Matrix Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ.2543 และได้กลับมาพัฒนาและ ประยุกต์ใช้ในการบ าบัดรักษาในประเทศไทย การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ต้องใช้คู่มือหลายเล่มเป็นเครื่องมือในโปรแกรม ซึ่งกรมการแพทย์ก็ได้มีการแปลและพัฒนาคู่มือจาก ต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นคู่มือภาษาไทย และมีการปรับปรุงคู่มือมาเป็นล าดับหลายครั้ง เพื่อให้เป็นภาษา ที่เข้าใจง่าย สอดคล้องกับบริบทสังคม และวัฒนธรรมไทย ในปี2563 นี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กรมการแพทย์ โดยสถาบันบ าบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนีร่วมกับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี) ได้มีการพัฒนาปรับปรุงคู่มือการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและ สารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาและปรับปรุงคู่มือฯนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผู้บ าบัดและ ผู้รับการบ าบัดในโปรแกรม ได้รับความสะดวกมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกต่อไป (นายแพทย์ธวัช ลาพินี) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา กันยายน 2563
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ฌ ค านิยม การติดยาเสพติดก่อให้เกิดโทษทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจของผู้เสพติดรวมทั้งยังอาจส่งผลกระทบ ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ จึงมีความจ าเป็นที่จะต้องให้การบ าบัดรักษาให้หาย จากสภาพของการเสพติด โดยแนวคิดการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก ตามรูปแบบ Matrix Program เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ปุวยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และ การปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของผู้ปุวยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ที่จะช่วยให้ผู้ปุวย เลิกเสพยาเสพติดได้ ซึ่งเป็นแนวคิดการบ าบัดรักษาในรูปแบบการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม เป็นรูปแบบการบ าบัดที่ผ่านการศึกษาวิจัยที่พบว่ามีประสิทธิภาพในการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและ สารเสพติดหลายประเภทรวมถึงผู้ติดสารแอมเฟตามีนด้วย ทั้งนี้ต้องขอบคุณคณะผู้ร่วมจัดท าทุกท่าน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ปุวยยาและ สารเสพติด ที่ร่วมกันวิพากษ์และประชาพิจารณ์เนื้อหาและกิจกรรมในคู่มือการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Programให้เหมาะสมกับการบ าบัดรักษาที่ เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับบริบทของการดูแลผู้ปุวยที่ครอบคลุม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือนี้ จะสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการบ าบัดและรักษาผู้ปุวยยาและสารเสพติด น าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดในการดูแลผู้ปุวยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข (นายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์) ผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี กันยายน 2563
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ญ ค าน า ยาและสารเสพติดเป็นปัญหาส าคัญที่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้เสพโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งการด าเนินงานในการปูองกัน และแก้ไขปัญหายาและสารเสพติดนั้น ได้มีการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการปราบปราม ปูองกัน และแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ โดยในส่วนของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจโดยตรงในการรับผิดชอบด้านการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด ซึ่งรูปแบบการบ าบัดรักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบทั้งการบ าบัดรักษารูปแบบผู้ปุวยใน และผู้ปุวยนอก การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program (Matrix Drug Treatment Model) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “Matrix Program” เป็นรูปแบบ การบ าบัดรักษาที่ผ่านการศึกษาวิจัยโดย Matrix Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลการศึกษาวิจัย พบว่าเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดหลายประเภท รวมถึงผู้ติดสารแอมเฟตามีนด้วย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ส่งคณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานที่ดูแลบ าบัดผู้ติดยาและสารเสพติด ในประเทศไทยจ านวน 14 แห่ง ไปศึกษาดูงานที่ Matrix Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 2543 และได้เริ่มต้นมาประยุกต์ใช้ในการบ าบัดรักษาผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Drug Treatment Model ในประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2543 มีการด าเนินการติดตามและประเมินผลการน ารูปแบบโปรแกรม การบ าบัดมาใช้ในไทย โดยผู้เชี่ยวชาญของ Matrix Institute เป็นระยะๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนมีการฝึกอบรมถ่ายทอดให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องให้บริการ บ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติดอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการติดตามประเมินผลรูปแบบการบ าบัดรักษาและ ด าเนินการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การพัฒนาและปรับปรุงคู่มือที่ใช้ในการบ าบัดรักษา การพัฒนาสื่อประกอบการท ากลุ่มครอบครัวศึกษา ได้แก่ วิดีทัศน์หรือภาพพลิกประกอบการให้บริการ โดยมอบหมายให้สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีทบทวนและปรับปรุง เนื้อหาคู่มือที่ใช้ในการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เพื่อเป็นคู่มือส าหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้บ าบัด ซึ่งการปรับปรุงและพัฒนา คู่มือในครั้งนี้เป็นการปรับปรุงจากคู่มือฉบับเดิม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถอ่านและท าความเข้าใจ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื้อหาและรูปแบบการช่วยเหลือมีความทันสมัย เหมาะสมกับบริบทสถานการณ์ ของประเทศไทยในยุคปัจจุบัน ตลอดจนมีการรวมเล่มเนื้อหา การให้การปรึกษารายบุคคลและครอบครัว ทักษะการเลิกยาระยะต้น และการปูองกันการกลับไปติดซ้ า รวมเป็นเล่มเดียวกัน เพื่อให้สะดวก ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น คณะผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรผู้ซึ่งปฏิบัติงานด้านการบ าบัดฟื้นฟู ผู้ติดยาและสารเสพติดต่อไป คณะผู้จัดท า กันยายน 2563
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ฎ สารบัญ หน้า ค านิยมจากอธิบดีกรมการแพทย์..............................................................................................................ก ค านิยมจากรองอธิบดีกรมการแพทย์........................................................................................................ข ค านิยมจากผู้อ านวยการสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี.....................ค ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่.........................................................................ง ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน....................................................................จ ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น........................................................................ฉ ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี.........................................................................ช ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา...........................................................................ซ ค านิยมจากผู้อ านวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี.........................................................................ฌ ค าน า......................................................................................................................................................ญ สารบัญ....................................................................................................................................................ฎ ส่วนที่ 1 องค์ประกอบของการบ าบัดรักษา.............................................................................................1 ความเป็นมาของ Matrix Program.........................................................................................2 โครงสร้างของโปรแกรม...........................................................................................................4 เปูาหมายการให้บริการ............................................................................................................7 ส่วนที่ 2 การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว.....................................................................................9 ครั้งที่ 1 ข้อตกลงและค ายินยอมในการบ าบัด........................................................................16 ครั้งที่ 2 การหยุดใช้ยาและการจัดตารางเวลาประจ าวัน ........................................................25 ครั้งที่ 3 สารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์........................................................................33 ครั้งที่ 4 วันหยุดและการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด....................................36 ครั้งที่ 5 ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา.................................................................39 ครั้งที่ 6 การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด................................................................41 ครั้งที่ 7 ระยะฝุาอุปสรรค......................................................................................................43 ครั้งที่ 8 การสนับสนุนจากครอบครัว.....................................................................................47 ครั้งที่ 9 อารมณ์และการเลิกยาและสารเสพติด.....................................................................50 ครั้งที่ 10การประเมินภายหลังการบ าบัด...............................................................................56 ครั้งที่ 11วิเคราะห์การกลับไปเสพยาและสารเสพติด.............................................................62
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ฏ สารบัญ หน้า ส่วนที่3 กลุ่มทักษะการเลิกยาระยะเริ่มต้น ...........................................................................................64 ครั้งที่ 1 หยุดวงจรการใช้ยา...................................................................................................76 ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นภายนอก..................................................................................................83 ครั้งที่ 3 ตัวกระตุ้นภายใน......................................................................................................86 ครั้งที่ 4 แนะน ากลุ่มหลักการ 12 ขั้นตอน.............................................................................88 ครั้งที่ 5 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด...91 ครั้งที่ 6 ปัญหาต่างๆ ในการเลิกยาและสารเสพติดระยะเริ่มต้น ...........................................95 ครั้งที่ 7 ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม ...........................................................................100 ครั้งที่ 8 ข้อควรจ าง่ายๆ (เคล็ดลับจากหลักการ 12 ขั้นตอน) .............................................103 ส่วนที่ 4 กลุ่มปูองกันการกลับไปเสพซ้ า...............................................................................................108 ครั้งที่ 1 แอลกอฮอล์ กัญชา และยาที่แพทย์สั่ง ..................................................................122 ครั้งที่ 2 ความเบื่อ..............................................................................................................127 ครั้งที่ 3 การหลีกเลี่ยงการกลับไปเสพซ้ า............................................................................130 ครั้งที่ 4 งานและการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด......................................133 ครั้งที่ 5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ...........................................................................136 ครั้งที่ 6 การท าตัวไม่ให้ว่าง................................................................................................139 ครั้งที่ 7 แรงจูงใจในการเลิกยา...........................................................................................142 ครั้งที่ 8 การพูดความจริง...................................................................................................144 ครั้งที่9 การหยุดยาและสารเสพติดทุกชนิด.......................................................................147 ครั้งที่ 10 เพศสัมพันธ์และการเลิกยา...................................................................................149 ครั้งที่ 11 การปูองกันการกลับไปเสพซ้ า..............................................................................151 ครั้งที่ 12 ความไว้วางใจ.....................................................................................................155 ครั้งที่ 13จงฉลาด-ไม่ใช่เข้มแข็ง...........................................................................................157
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program ฐ สารบัญ หน้า ครั้งที่ 14 เปูาหมายและคุณค่าของชีวิต...............................................................................160 ครั้งที่ 15 การดูแลงานอาชีพและการจัดการทางการเงิน .....................................................163 ครั้งที่ 16 การหาเหตุผลในการกลับไปเสพซ้ า 1...................................................................166 ครั้งที่17 การดูแลตนเอง....................................................................................................169 ครั้งที่ 18 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นอันตราย..................................................................171 ครั้งที่ 19 ความเจ็บปุวย......................................................................................................174 ครั้งที่ 20 การตระหนักรับรู้ถึงความเครียด..........................................................................176 ครั้งที่ 21 การหาเหตุผลการกลับไปเสพซ้ า 2.......................................................................178 ครั้งที่22 การใช้ชีวิตที่ลดภาวะตึงเครียด.............................................................................181 ครั้งที่ 23 การจัดการกับความโกรธ.....................................................................................183 ครั้งที่ 24 การยอมรับ..........................................................................................................185 ครั้งที่ 25 การสร้างเพื่อนใหม่ ..............................................................................................187 ครั้งที่ 26 การฟื้นฟูสัมพันธภาพ...........................................................................................189 ครั้งที่ 27 การสวดมนต์เพื่อความสงบสุข.............................................................................191 ครั้งที่ 28 พฤติกรรมย้ าท า...................................................................................................193 ครั้งที่ 29 การจัดการกับความรู้สึกและภาวะซึมเศร้า...........................................................196 ครั้งที่ 30 โปรแกรมหลักการ 12 ขั้นตอน ............................................................................200 ครั้งที่ 31 มองไปข้างหน้า จัดการกับช่วงเวลาหยุดพัก.........................................................204 ครั้งที่ 32 หยุดเสพยาทีละวัน...............................................................................................209 ส่วนที่ 5 กลุ่มครอบครัวศึกษา.............................................................................................................212 ส่วนที่ 6 กลุ่มสนับสนุนทางสังคม ........................................................................................................217 ภาคผนวก............................................................................................................................................231 การตรวจปัสสาวะ................................................................................................................232 เอกสารอ้างอิง.....................................................................................................................................235 คณะผู้จัดท า........................................................................................................................................237
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 1 ส่วนที่ 1 องค์ประกอบของการบ าบัดรักษา
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 2 องค์ประกอบของการบ าบัดรักษา องค์ประกอบของการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เกิดจากการบูรณาการแนวคิดส าคัญๆ 5 แนวคิด ได้แก่ 1. การสัมภาษณ์เพื่อสร้าง แรงจูงใจ ( Motivation Interview) 2.แนวคิดทฤษฏีการบ าบัดความคิดและพฤติกรรมในผู้ติดยาและ สารเสพติด (Cognitive Behavioral Therapy) 3.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการให้รางวัล (Contingency Management) 4.ครอบครัวบ าบัด (Family Therapy ) และ 5.หลักการ 12 ขั้นตอน หรือธรรมเนียมปฏิบัติ 12 ข้อ โดยผ่านกระบวนการศึกษาและพัฒนาโปรแกรมมายาวนานเกือบ 20 ปี โครงสร้างในการบ าบัดรักษาเป็นการผสมผสานทั้งการบ าบัดรักษารายบุคคล รายครอบครัวและ รายกลุ่ม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมการใช้ยาและ สารเสพติด ซึ่งในคู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงานเล่มนี้จะกล่าวถึงความเป็นมาของการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program โครงสร้างของโปรแกรม และ เปูาหมายการให้บริการ ดังต่อไปนี้ ความเป็นมาของ Matrix Program ความเป็นมาของการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program (Matrix Drug Treatment Model ) การพัฒนารูปแบบการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program (Matrix Drug Treatment Model ) เกิดขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโคเคนที่ รุนแรงในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งในขณะนั้นการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและ สารเสพติดรูปแบบผู้ปุวยนอกยังไม่มีรูปแบบและวิธีการที่ดีพอในการบ าบัดผู้ปุวยกลุ่มดังกล่าว จึงมี การพัฒนา Matrix Model ร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้ให้การบ าบัดและกลุ่มนักวิจัย โปรแกรมการบ าบัดนี้ ได้รับการพัฒนามาเกือบ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ Matrix Institute มหาวิทยาลัย UCLA ประเทศ สหรัฐอเมริกา เครื่องมือและรูปแบบของโปรแกรมการบ าบัดถูกพัฒนาเพื่อให้เกิดการบ าบัดที่มี ประสิทธิภาพ สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน และมีการประเมินผลโปรแกรมโดยผู้ปฏิบัติงานทางคลินิก ตามที่ต่างๆ คู่มือการบ าบัดถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางของผู้ให้การบ าบัดในการดูแลผู้ติดยาและ สารเสพติด โดยใช้พื้นฐานของแนวคิดส าคัญๆ 5 แนวคิด ได้แก่ การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ ( Motivation Interview) รูปแบบการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) การส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก (Contingency Management) หลักการ 12 ขั้นตอน (12 Step) และครอบครัวบ าบัด (Family Therapy ) ควบคู่กับผลการศึกษาด้านประสาทวิทยา ด้วยทุน การสนับสนุนจาก National Institute of Drug Abuse (NIDA) ซึ่งทีมในการพัฒนารูปแบบ Matrix Model ได้พยายามรวบรวมความรู้และเทคนิคการบ าบัดมาเป็นคู่มือการบ าบัดส าหรับผู้ติดยาโคเคนและ สารกระตุ้นแบบเข้มข้นในการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 3 โดยใช้ระยะเวลา 16 สัปดาห์ และมีการส่งเสริมให้ผู้ที่ติดยาและสารเสพติดเกิดทักษะการหยุดยาใน ระยะแรก รวมถึงสามารถปูองกันการกลับไปเสพซ้ า ผู้ให้การบ าบัดจะบูรณาการทั้งการบ าบัดรายบุคคล และรายกลุ่มมาใช้เป็นเครื่องมือของการบ าบัดรักษา นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้ทั้งรายบุคคลและ ครอบครัวร่วมด้วย พร้อมทั้งมีกลุ่มสนับสนุนทางสังคมเป็นรายสัปดาห์ การเข้าร่วมกลุ่มหลักการ 12 ขั้นตอน ในการประคับประคองให้ผู้รับการบ าบัดสามารถด าเนินชีวิตโดยไม่เสพยาและสารเสพติด และมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดเป็นระยะๆร่วมด้วย ทั้งหมดนี้เป็นส่วนส าคัญในการบ าบัดฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกเพื่อให้ประสบความส าเร็จมากขึ้น การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program (Matrix Drug Treatment Model ) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ในปี 2543 สถานการณ์ปัญหายาและสารเสพติดของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงจากผู้ติดเฮโรอีน มาเป็นผู้ติดยาบ้า ณ ขณะนั้นประเทศในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย พบปัญหายาและสารเสพติดที่ ทวีความรุนแรง อาทิ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของยาและสารเสพติด การไม่มีรูปแบบการบ าบัด แบบผู้ปุวยนอกที่เป็นรูปธรรม มีเพียงการรักษาตามอาการและการช่วยเหลือผู้ปุวยผ่านการให้ค าปรึกษา รายบุคคล เท่านั้น ซึ่งผลการบ าบัดพบว่า ผู้ปุวยกลุ่มนี้กลับไปใช้ยาและสารเสพติดซ้ ามากถึงร้อยละ 95 ผู้ให้การบ าบัดจึงโน้มน้าวให้ผู้ปุวยกลุ่มนี้เข้ารับการบ าบัดแบบผู้ปุวยใน โดยใช้ระยะเวลาในการบ าบัด ยาวนานถึง 1 ปี 6 เดือน ซึ่ง ณ เวลานั้นประเทศไทยมีสถานบ าบัดรักษายาและสารเสพติดเพียง 6 แห่ง ทั่วประเทศ ในขณะที่การเพิ่มจ านวนของนักเสพหน้าใหม่พบสูงขึ้นถึงร้อยละ 60 ท าให้ผู้ปุวยไม่สามารถ เข้ารับการบ าบัดรูปแบบผู้ปุวยในสูงถึงร้อยละ 98 ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ความหวาดกลัวของประชาชนและผู้ต้องหาล้นคุก กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีภารกิจโดยตรง ในด้านการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดจึงได้ค้นหารูปแบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และได้พบว่า ที่ Matrix Institute, UCLA.,USA. มีโปรแกรมการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบ ผู้ปุวยนอกชื่อว่า Matrix Drug Treatment Model หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “Matrix Program” ไทยจึง ส่งคณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานที่ดูแลบ าบัดผู้ติดยาและสารเสพติดในประเทศไทย 14 หน่วยงาน (กรมการแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก ส านักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยของรัฐ) เข้าศึกษา ดูงานในช่วงปี 2543 โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก NAS แล้วน าแนวคิดการบ าบัด Matrix Program มาทดลองใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2543 และเปิดการอบรมถ่ายทอดให้กับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สถาบันธัญญารักษ์(สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี) ศูนย์บ าบัดรักษา ยาเสพติดเชียงใหม่ (โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่) ศูนย์บ าบัดรักษายาเสพติดขอนแก่น (โรงพยาบาล ธัญญารักษ์ขอนแก่น) โรงพยาบาลศรีธัญญา โรงพยาบาลราชบุรี และส านักอนามัยกรุงเทพมหานคร เพื่อทดลองน า Matrix Drug Treatment Model มาปฏิบัติในการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด แบบผู้ปุวยนอกภายในประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2544 รัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบาย “สงครามต่อต้านยาเสพติด” กระทรวง สาธารณสุข จึงมีนโยบายให้ใช้โปรแกรมการบ าบัดรักษารูปแบบผู้ปุวยนอก Matrix Drug Treatment Model หรือเรียกว่า “Matrix Program” เป็นรูปแบบมาตรฐานในการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 4 ยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอก และมอบนโยบายให้โรงพยาบาลทั้งหมดของรัฐต้องสามารถให้บริการ บ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดในรูปแบบนี้ได้ โครงสร้างของโปรแกรม การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เป็นกระบวนการบ าบัดรักษาตามรูปแบบการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) ที่เน้นการเรียนรู้และการให้ความรู้ทั้งผู้รับการบ าบัดและครอบครัว เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน มุมมองความคิด และพฤติกรรม โดยสอดแทรกแนวคิดเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ ตลอดโปรแกรม โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 : ใช้เวลา 4 เดือน หรือ 16 สัปดาห์ เรียกว่า “Intensive Phase” หรือ Intensive Outpatient Program เป็นช่วงแรกของการบ าบัดที่ส าคัญในการช่วยให้ผู้รับการบ าบัดเลิกยาและ สารเสพติด ช่วงที่ 2 : ในต่างประเทศใช้เวลา 8 เดือน ต่อจากช่วงที่ 1 (จากเดือนที่ 5 ถึงเดือนที่ 12 ) เรียกว่า “After Care Program” หรือระยะประคับประคอง ส่วนในประเทศไทยใช้เวลา 12 เดือน หรือ 1 ปี เรียกว่า “ระยะติดตามการรักษา” ช่วงนี้ของโปรแกรมจะมีกิจกรรมรองรับ 2 อย่าง ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนทางสังคม (Social support group) และกลุ่มประชุมหลักการ 12 ขั้นตอน ( 12 Step meeting ) ช่วงที่ 1: Intensive Outpatient Program (16 สัปดาห์แรก) ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 อย่าง ได้แก่ 1. การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (Individual/Conjoint Sessions) 2. กลุ่มฝึกทักษะในการเลิกยาระยะต้น (Early Recovery Skill Group) 3. กลุ่มปูองกันการกลับไปเสพซ้ า (Relapse Prevention Group) 4. กลุ่มครอบครัวศึกษา (Family Education Group) 1. การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (Individual/Conjoint Sessions) หมายถึง การให้ค าปรึกษาแก่ผู้รับการบ าบัดและครอบครัว (ครอบครัวจะต้องเข้าร่วมในบางครั้ง) ในช่วงระยะแรกๆของการบ าบัดรักษามักจะมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นอันเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ระหว่างผู้รับการบ าบัดและครอบครัว เป็นช่วงของการปรับตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการบ าบัดรักษา ตามแนวคิดการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม ดังนั้นจึงมีความจ าเป็นที่ผู้รับการบ าบัดและครอบครัว จะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เกิดความร่วมมือและแรงจูงใจที่ดีในการบ าบัดรักษา รวมถึงมีการท าข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับกระบวนการบ าบัด กฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้การบ าบัดรักษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ - Individual Session คือ ให้ค าปรึกษาเป็นการเฉพาะส าหรับผู้รับการบ าบัดเท่านั้น - Conjoint Sessions คือ การให้ค าปรึกษาส าหรับครอบครัว ญาติ โดยอาจมีผู้รับการบ าบัด ร่วมฟังอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงแรกๆของการเสพยา
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 5 กิจกรรมมีทั้งหมด 11ครั้ง (11หัวข้อ) ครั้งละประมาณ 45-50 นาทีท ากิจกรรม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในระยะ 2 เดือนแรก หลังจากนั้นท าเดือนละ 1 ครั้ง 2. กลุ่มฝึกทักษะในการเลิกยาระยะต้น (Early Recovery Skill Group) หมายถึงกลุ่มบ าบัดที่เน้นการให้ความรู้และเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการติดยา และการเลิกยาและสารเสพติด การพบกันในแต่ละครั้งจะเป็นการพูดคุยในหัวข้อต่างๆเกี่ยวกับ การตระหนักถึงตัวกระตุ้น ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ยาและสารเสพติด การจัดการกับอารมณ์ ความคิด พฤติกรรมการเสพยาและสารเสพติด การเข้ากลุ่มมีทั้งหมด 8 ครั้ง (8 หัวข้อ) ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง ท ากิจกรรม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ 3. กลุ่มปูองกันการกลับไปเสพซ้ า (Relapse Prevention Group) หมายถึงกระบวนการกลุ่มเพื่อสร้างแนวทางในการการด าเนินชีวิตให้สมดุล สามารถรับรู้สัญญาณ เตือนและจัดการกับสถานการณ์ที่เป็นความเสี่ยงในการกลับไปเสพซ้ า เนื้อหามีความหลากหลายซึ่ง รวบรวมมาจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลิกยาและสารเสพติด เป็นการรวบรวมปัจจัยที่เป็นสาเหตุของ การกลับไปเสพซ้ าจากผู้มีประสบการณ์ตรงและน ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และ มีแนวทางในการจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้เพื่อให้ยังคงสภาพของการหยุดยาและสารเสพติดได้ เนื้อหามีทั้งหมด 32 หัวข้อ ครั้งละประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ท ากิจกรรม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ 4. กลุ่มครอบครัวศึกษา (Family Education Group) หมายถึงกลุ่มบ าบัดที่เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจในตัวผู้รับการบ าบัดและครอบครัว รวมทั้ง การใช้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นปัจจัยเสริมให้ผู้รับการบ าบัดสามารถเลิกยาได้ดียิ่งขึ้น โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุของการใช้ยาและสารเสพติด กระบวนการติดยา และการเลิกยาและสารเสพติด เข้าใจบทบาทหน้าที่ของครอบครัวต่อการช่วยเหลือผู้รับการบ าบัด ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เนื้อหามีทั้งหมด 12 หัวข้อ ครั้งละประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ท ากิจกรรม 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ช่วงที่ 2: After Care Program (8-12 เดือน) ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 2 อย่าง คือ 1. กลุ่มสนับสนุนทางสังคม (Social support group) 2. กลุ่มประชุมหลักการ 12 ขั้นตอน ( 12 Step meeting ) 1. กลุ่มสนับสนุนทางสังคม (Social support group) เป็นกลุ่มที่จะช่วยให้ผู้รับการบ าบัดที่อยู่ในระยะกลางๆของการเลิกยาและสารเสพติด (หยุดใช้ยา และสารเสพติดได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ) ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่ใช้ยาและสารเสพติด โดยการสนับสนุนด้านก าลังใจจากเพื่อสมาชิกที่เคยมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ผู้รับการบ าบัดได้มี โอกาสเรียนรู้เทคนิคต่างๆที่น าไปสู่การเลิกยาและสารเสพติดจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลิกยาที่ส าเร็จ ก่อให้เกิดแรงจูงใจ ก าลังใจ เกิดความหวังและพลังในการเลิกยาและสารเสพติด ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์ เลิกยาและสารเสพติดจะเป็น Role Model หรือต้นแบบในการเลิกยาและสารเสพติดก็จะได้รับประโยชน์ โดยตรงจากการเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่น เกิดความภาคภูมิใจในความส าเร็จจากการเลิกยาและสารเสพติด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 6 รับรู้คุณค่าในตนเองและต้องการที่จะรักษาสถานภาพที่ปลอดยาและสารเสพติดของตนเองต่อไป กลุ่มนี้มีหัวข้อทั้งสิ้น 36 หัวข้อ ท ากิจกรรม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง 2. กลุ่มประชุมหลักการ 12 ขั้นตอน ( 12 Step meeting ) เป็นการประชุมพบปะกันระหว่างกลุ่มผู้ที่มีประสบการณ์ใช้ยาและสารเสพติดเท่านั้น จะไม่มีผู้ให้ การบ าบัดอยู่ด้วย กลุ่มนี้สามารถรวมตัวกันที่ใดก็ได้นอกเหนือจากสถานบ าบัด แนวคิดของกลุ่มนี้เกิดจาก การพบว่าผู้รับการบ าบัดมักประสบปัญหาการเข้าสังคม ความสัมพันธ์กับครอบครัวและผู้อื่นแม้ว่าจะ บ าบัดรักษาครบตามโปรแกรมไปแล้ว หากปล่อยให้พวกเขาด าเนินชีวิตตามล าพัง โอกาสการหวนกลับไป เสพซ้ าสูงมาก เพราะต้องเผชิญภาวะกดดัน ความเครียด เหงา เศร้า ว้าเหว่ ฯลฯ ดังนั้นการเข้าร่วมกลุ่ม ลักษณะนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการปรับตัว การเข้าสังคม การได้รับก าลังใจจากเพื่อนๆที่ประสบ ปัญหาคล้ายคลึงกัน หรือเห็นประสบการณ์จากผู้อื่นที่เลิกยาได้และประสบความส าเร็จในชีวิต ก่อให้เกิด พลังในการด าเนินชีวิตอย่างต่อเนื่อง กล่าวโดยสรุปได้ว่าการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program (Matrix Drug Treatment Model ) หรือ Matrix Program มีองค์ประกอบของ โปรแกรมทั้งสิ้น 5 องค์ประกอบโดยโครงสร้างของโปรแกรมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ - โปรแกรมช่วงแรก ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักในช่วงของการบ าบัดรักษาในระยะเวลา 4 เดือน หรือ 16 สัปดาห์แรก ได้แก่ การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (11 หัวข้อ) กลุ่มฝึกทักษะ การเลิกยาระยะเริ่มต้น (8 หัวข้อ) กลุ่มปูองกันการกลับไปเสพซ้ า ( 32 หัวข้อ) และกลุ่มครอบครัว ศึกษา(12 หัวข้อ) - โปรแกรมช่วงหลัง เป็นอีก 1 องค์ประกอบที่ส าคัญ ในการประคับประคองให้ผู้รับการบ าบัด ยังคงสภาพของการหยุดยาได้ต่อเนื่อง ได้แก่กลุ่มสนับสนุนทางสังคม (ควบคู่กับการประชุมกลุ่มหลักการ 12 ขั้นตอน) โครงสร้างโปรแกรม ( ตารางกิจกรรม) ดังตารางต่อไปนี้ สัปดาห์ที่ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์/อาทิตย์ 1-4 กลุ่มทักษะการ เลิกยาระยะต้น และกลุ่ม ปูองกันการ กลับไปเสพซ้ า กลุ่มครอบครัว ศึกษา กลุ่มทักษะการ เลิกยาระยะต้น และกลุ่ม ปูองกันการ กลับไปเสพซ้ า 5-16 กลุ่มปูองกันการ กลับไปเสพซ้ า (อาจมีกลุ่ม ทักษะการเลิก ยาระยะต้น) กลุ่มช่วยเหลือ กันเอง (12 Step) กลุ่มครอบครัว ศึกษา กลุ่มช่วยเหลือ กันเอง (12 Step) กลุ่มปูองกันการ กลับไปเสพซ้ า (อาจมีกลุ่ม ทักษะการเลิก ยาระยะต้น) กลุ่มช่วยเหลือ กันเอง (12 Step)และกลุ่ม สนับสนุนทาง สังคม 17-52 กลุ่มช่วยเหลือ กันเอง (12 Step)และกลุ่ม สนับสนุนทาง สังคม
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 7 เปูาหมายการให้บริการ (Goals of service) ในการบ าบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติดมักมีความหวังจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องการ ให้ผู้รับการบ าบัดสามารถใช้ชีวิตที่ปราศจากยาและสารเสพติดได้ยาวนานหรือตลอดไป แต่ใน การบ าบัดรักษานั้นเป็นเรื่องที่มีความยากล าบาก การที่จะประสบความส าเร็จในการเลิกยาและ สารเสพติดได้นั้นจะต้องใช้ความช านาญของบุคลากร เวลา ตลอดจนทรัพยากรที่มีอยู่รวมถึง ความช่วยเหลือจากครอบครัวและสังคมด้วย การติดยาก่อให้เกิดความผิดปกติของความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ดังนั้นการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมที่เกิดจากการเสพยาและสารเสพติดจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้กระบวนการทางจิตสังคม ที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่นานเพียงพอ การเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดจากจากเสพยาและสารเสพติด จึงมีผลต่อการวางเปูาหมายการบ าบัดรักษาโดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1. ผู้รับการบ าบัดหยุดใช้ยาและสารเสพติดโดยถาวร 2. ผู้รับการบ าบัดยังคงมีการใช้ยานอนหลับหรือดื่มแอลกอฮอล์บ้างเป็นครั้งคราว 3. ผู้รับการบ าบัดยังคงมีการใช้ยาอยู่ การช่วยเหลือให้ผู้รับการบ าบัดบรรลุชีวิตที่ปราศจากยาและสารเสพติด องค์ประกอบที่จะบรรลุชีวิตที่ปลอดจากยาและสารเสพติด ได้แก่ 1. การเพิ่มแรงจูงใจ 2. การฝึกให้สร้างชีวิตใหม่โดยการปรับตารางกิจกรรมประจ าวันให้ห่างจากยาและสารเสพติด 3. การปูองกันการกลับไปเสพซ้ า 1. การเพิ่มแรงจูงใจ หมายถึงความเป็นไปได้ที่บุคคลเข้ามาบ าบัดรักษาอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น ด้วยตนเอง ลดแรงต้าน และเห็นด้วยกับแผนการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เห็นความก้าวหน้าของ การเปลี่ยนแปลง มาตรการที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ ได้แก่ 1.1 การชี้แจงถึงเปูาหมายในชีวิตที่จะเป็นไปได้ยากล าบาก หากยังคงใช้ยาและสารเสพติดอยู่ การให้ผู้รับการบ าบัดได้ทบทวนถึงความขัดแย้งระหว่างเปูาหมายและสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ยังใช้ยาและ สารเสพติดและมองภาพอนาคตว่ายาและสารเสพติดจะเป็นอุปสรรคในการไปถึงเปูาหมาย 1.2 การหลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือทะเลาะกับผู้รับการบ าบัดรักษา 1.3 การแสดงความเห็นอกเห็นใจ การรับรู้เข้าใจในความรู้สึกของผู้รับการบ าบัด 1.4 ล้อไปตามแรงต้านของผู้รับการบ าบัด ไม่ฝืน ไม่ขัดแย้ง 1.5 สร้างความเชื่อมั่น การรับรู้คุณค่าในตนเอง ให้ก าลังใจ สนับสนุนชื่นชมในความสามารถหรือ สิ่งที่เป็นจุดแข็งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับการบ าบัด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 8 2. การฝึกให้สร้างชีวิตใหม่โดยการปรับตารางกิจกรรมประจ าวันให้ห่างจากยาและสารเสพติด 2.1 เน้นการรักษาสุขภาพ 2.2 แก้ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว 2.3 การเพิ่มประสิทธิภาพการท างานและการเงิน 2.4 มีที่พึ่งทางใจ สิ่งยึดเหนี่ยวและการพัฒนาทางจิตวิญญาณ 2.5 การปรับตารางกิจกรรมประจ าวันที่เหมาะสม การจัดสรรเวลาและกิจกรรมที่ช่วยในการเลิก ยาและสารเสพติด 2.6 การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่พักอาศัย 3. การปูองกันการกลับไปเสพซ้ า ผู้รับการบ าบัดต้องฝึกการรับรู้สัญญาณเตือนของการเสพซ้ า ต้องทบทวนความคิด อารมณ์ พฤติกรรมที่เป็นความเสี่ยงต่อการเสพซ้ าและหาแนวทางในการรับมือหรือจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้น เพื่อปูองกันการกลับไปเสพซ้ า การใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล การเกิดความทุกข์หรือแม้การต้องการความสุขที่ มากจนเกินไปก็เป็นสาเหตุหลักของการกลับไปเสพซ้ า เมื่อเกิดสถานการณ์เหล่านั้นมักเป็นความเสี่ยงที่ท า ให้ผู้รับการบ าบัดรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอลงและไม่สามารถรับมือหรือแก้ไขได้จนต้องอนุญาตให้กลับไปเสพ ซ้ าจนกลายเป็นการมีพฤติกรรมเหมือนเดิมในช่วยที่ติดยาและกลับไปเสพซ้ าในที่สุด ดังนั้นผู้รับการบ าบัด ต้องระวังตนเองและรู้เท่าทันตนเองให้ได้มากที่สุด
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 9 ส่วนที่ 2 การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 10 การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (Individual Counseling/ Conjoint Sessions) ปรัชญา การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้การบ าบัดและผู้รับการบ าบัด ซึ่งผู้รับการบ าบัดแต่ละคนจะมีผู้ให้การบ าบัด หลักหนึ่งคนส าหรับให้การปรึกษาและช่วยเหลือในการเข้ากลุ่ม ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาหากมีปัญหา ระหว่างการบ าบัด การท ากิจกรรมทั้งรายบุคคลและกลุ่มในแต่ละครั้ง ผู้ให้การบ าบัดควรปฏิบัติตามแนวทางในคู่มือ แต่ขณะเดียวกันควรเปิดโอกาสให้ผู้รับการบ าบัดมีเวลาอภิปรายเรื่องอื่น ๆ ด้วย เพราะหากยึดติดอยู่กับ เอกสารมากเกินไปจะท าให้ผู้รับการบ าบัดรู้สึกถูกลดคุณค่าซึ่งจะส่งผลลบต่อสัมพันธภาพ ในทางตรงข้าม ถ้าปล่อยตามสบายมากเกินไปโดยไม่มีการก าหนดประเด็นตามคู่มือก็อาจจะเกิดการก าหนดประเด็น ตามความต้องการของผู้รับการบ าบัด เช่น เนื้อหาที่ต้องการอภิปรายเป็นเรื่องเร่งด่วน “ผมต้องการเน้นที่ รากเหง้าของปัญหาโดยตรงเลย” มุ่งประเด็นปัญหาไปที่ผู้อื่น “ถ้ามีการปรับปรุงความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ ผมจะไม่มีปัญหาอะไรเลย” หรือชักน าผู้ให้การบ าบัดออกไปจากประเด็นส าคัญ “อย่ามัวพูดเรื่อง แอลกอฮอล์อยู่เลยไม่ใช่ปัญหาหรอก” การปล่อยให้ผู้รับการบ าบัดควบคุมในการให้ค าปรึกษารายบุคคล มากจนเกินไปอาจจะท าให้พลาดเรื่องที่ส าคัญได้ การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบ ผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับยาและ สารเสพติดซึ่งมีรูปแบบโครงสร้างการบ าบัดที่ชัดเจน นอกจากนี้การบ าบัดรายบุคคลเป็นส่วนหนึ่ง ของ Neurobehavioral Program สัมพันธภาพที่เกิดขึ้นระหว่างผู้รับการรักษาและผู้ให้การบ าบัด จึงถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ส าคัญ Gerald Corey กล่าวไว้ในหนังสือ “In Theory and Practice of Counseling and Psychotherapy” (1982) ว่า“ความเอาใจใส่ ความสนใจ ความสามารถในการช่วยเหลือและความจริงใจ ของผู้ให้การบ าบัดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสัมพันธภาพในการรักษา ผู้รับการบ าบัดเองก็มีส่วนต่อสัมพันธภาพ ดังกล่าวโดยตัวแปรที่เกี่ยวข้องได้แก่ แรงจูงใจในการรักษา ความร่วมมือ ความสนใจ ความใส่ใจ ทัศนคติ การรับรู้ ความคาดหวัง พฤติกรรม และปฏิกิริยาต่อผู้ให้การบ าบัด การให้ค าปรึกษาหรือการท าจิตบ าบัด เป็นเรื่องระหว่างบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพ และมีหลักฐานแสดงว่า ความซื่อสัตย์ความจริงใจ การยอมรับ ความอบอุ่น ความเข้าใจ และความเป็นตัวของตัวเอง เป็นองค์ประกอบพื้นฐานส าคัญ ที่ช่วยให้การบ าบัดรักษาประสบความส าเร็จ” Patterson (1973) ได้เน้นถึงความส าคัญของสัมพันธภาพในการรักษา (Therapeutic Relationship) จากการศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่มีผลต่อความส าเร็จในการรักษามากที่สุด คือ สัมพันธภาพ Patterson ชี้ให้เห็นว่าผู้ให้การบ าบัดมีบทบาทในการเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริม การเอาใจใส่ของผู้ให้การบ าบัดที่มีต่อผู้รับการบ าบัดมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้รับการบ าบัด การเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลช่วยให้ผู้รับการบ าบัดสามารถน าไปใช้ใน การพัฒนาของตนเองได้ Patterson เน้นว่า การบ าบัดไม่สามารถใช้เครื่องจักรกลแทนได้ และ กระบวนการรักษาไม่สามารถเน้นแต่เทคนิควิธีการเพียงอย่างเดียวได้ ความเป็นตัวของตัวเองของ
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 11 ผู้ให้การบ าบัดมีความส าคัญมาก เขากล่าวอีกว่า “มีข้อมูลสนับสนุนว่า การท าให้เกิดสัมพันธภาพระหว่าง ผู้ให้การบ าบัดกับผู้รับการบ าบัดเป็นส่วนประกอบส าคัญส าหรับการให้ค าปรึกษาหรือท าจิตบ าบัด ลักษณะความสัมพันธ์ถูกก าหนดโดยลักษณะของผู้ให้การบ าบัดมากกว่าเทคนิค และวิธีการที่ใช้” Traux and Carkhuff (1967) สนับสนุนข้อยืนยันของ Patterson ที่ว่า “ความเห็นอกเห็นใจ ความอบอุ่น และความจริงใจเป็นปัจจัยส าคัญต่อการสร้างสัมพันธภาพในการท าจิตบ าบัด หรือ การให้ค าปรึกษาอันเป็นทักษะของผู้ให้ค าปรึกษาหรือผู้ให้การบ าบัด” ลักษณะพื้นฐานของผู้ให้การบ าบัดที่ท าให้ผู้รับการบ าบัดมีบุคลิกภาพและพฤติกรรมเปลี่ยนไป ในทางที่ดีขึ้นนั้น Traux และ Carkhuff (1967, หน้า 25) ได้พบคุณลักษณะ 3 ประการที่ประสาน สัมพันธ์กันอยู่ในเกือบจะทุกรูปแบบของการรักษาคือ ความเห็นอกเห็นใจ ความอบอุ่น และความจริงใจ โดยสรุป การรักษาส่วนมากเน้นความส าคัญต่อลักษณะของผู้ให้การบ าบัดที่เป็นคนที่มีวุฒิภาวะ ซื่อสัตย์ และจริงใจในขณะท าการรักษา สิ่งเหล่านี้ช่วยท าให้ผู้รับการบ าบัดสามารถค้นหาและเข้าใจตนเองได้” สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาเกี่ยวกับผู้ให้การบ าบัดเป็นสิ่งส าคัญส าหรับการให้ค าปรึกษาทุกประเภท อย่างไรก็ตาม การน าไปประยุกต์ใช้กับผู้ติดยาและสารเสพติดนั้นท าได้ยากเป็นพิเศษ ในอดีตที่ผ่านมา พบว่าวงการสุขภาพมักมองว่าการติดยาและสารเสพติดเป็นปัญหาทางพฤติกรรมของผู้ติดยาและ สารเสพติดเอง จึงถูกมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการให้ค าปรึกษานั้นเกิดจากความไม่พอใจส่วนตัว ของผู้ปุวยที่มีต่อผู้ให้ค าปรึกษา ผู้ติดยาและสารเสพติดหลายคนเข้ารับการบ าบัดด้วยความรู้สึก เป็นปฏิปักษ์ เคลือบแคลง สงสัย และต่อต้านการปฏิบัติตามแนวทางการรักษา ผู้รับการบ าบัดหลายรายมี พฤติกรรมที่แสดงถึงการมีวุฒิภาวะต่ ากว่าวัย เป็นอันตรายต่อตนเอง หุนหันพลันแล่น และท าสิ่งตรงข้าม ภารกิจของผู้ให้การบ าบัด คือ การรักษาไปเรื่อย ๆ โดยได้รับค าขอบคุณหรือชื่นชมเพียงน้อยนิด การกลับไปเสพซ้ าท าให้ผู้ให้การบ าบัดรู้สึกท้อแท้ การมีพยาธิสภาพพื้นฐาน (Underlying Pathology) ที่ปรากฏได้บ่อย ๆ และผลของการติดยาและสารเสพติดที่มีต่อการงาน ครอบครัว และความสัมพันธ์ สิ่งเหล่านี้ล้วนท าให้สถานการณ์ในการช่วยเหลือดูน่าสิ้นหวัง ปัญหาที่น่าเบื่อ และภาวะสองจิตสองใจ ของผู้ติดยาและสารเสพติด พฤติกรรมการติดยาและสารเสพติดที่ไม่น่าดึงดูดใจเหล่านี้ท าให้เป็นการยาก ส าหรับผู้ให้การบ าบัดที่จะคิดในแง่บวกและมุ่งที่จะประยุกต์ใช้เทคนิคการบ าบัด นอกจากนี้ ผู้ให้การบ าบัดต้องสร้างสัมพันธภาพในการบ าบัดในบริบทของการท างานกับ ผู้รับการบ าบัดเป็นสิ่งแรก สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายในการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้น คือผู้ให้การบ าบัดรู้สึก ท้อแท้ ซึ่งท าให้หมดความอดทน และเปลี่ยนจากการชี้แนะแนวทางเป็นการออกค าสั่ง การที่ผู้รับการบ าบัดเข้ามารับการบ าบัดเพราะต้องการค าแนะน าและก าลังใจ หากผู้ให้การบ าบัด มองว่าผู้รับการบ าบัดเข้าสู่กระบวนการบ าบัดด้วยสาเหตุของการบังคับบ าบัดหรือคุมประพฤติ ก็จะท าให้ ผู้ให้การบ าบัดมีลักษณะของการพิพากษาตัดสินและใช้ความรู้สึกมากกว่าความจริงที่ปรากฏ หากผู้รับ การบ าบัดไม่ปฏิบัติตาม ผู้ให้การบ าบัดก็รู้สึกท้อแท้ใจ ยิ่งผู้ให้การบ าบัดมีท่าทีที่แข็งกร้าว ผู้รับการบ าบัด ยิ่งต่อต้าน และท าให้สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้การบ าบัดและผู้รับการบ าบัดแย่ลง ผู้ให้การบ าบัด ต้องไม่ลืมความจริงที่ว่าตนเป็นมืออาชีพในการให้บริการ ถ้าผู้ให้การบ าบัดไม่มุ่งที่การให้บริการอย่างมือ อาชีพที่ต้องมีความเห็นอกเห็นใจ ความอบอุ่น และความจริงใจแล้ว การบ าบัดก็จะเป็นหนึ่ง ในความล้มเหลวของผู้ติดยาและสารเสพติด การบ าบัดแทนที่จะเป็นการให้ความช่วยเหลือก็กลับท าให้ เพิ่มความรู้สึกดูหมิ่นเหยียดหยามตัวเองของผู้ติดยาและสารเสพติดมากยิ่งขึ้น สัมพันธภาพที่ดีเป็นโอกาส
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 12 ให้ผู้รับการบ าบัดมีความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกับคนที่เอาใจใส่ดูแลเขา การติดยาและสารเสพติด เป็นการตอบสนองต่อเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกิดกับผู้ที่มีความบกพร่อง ผู้รับการบ าบัดต้องได้รับการปฏิบัติอย่าง ให้เกียรติและมีศักดิ์ศรี การเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในภาวะที่เลวร้ายและ วิกฤติ ผู้ให้การบ าบัดต้องให้ความหวัง ให้ก าลังใจ ให้ความเมตตา และให้การสนับสนุน และต้องเห็นว่า กลุ่มสนับสนุนการยอมรับนั้นท าให้เกิดผลดีต่อการบ าบัดความคิดและพฤติกรรม การให้ครอบครัวมีส่วนร่วม (Conjoint Session) เป็นสิ่งส าคัญมากอีกอย่างหนึ่งในการดึง ผู้รับการบ าบัดให้รับการบ าบัดได้อย่างต่อเนื่องตลอดรอดฝั่ง ดังนั้นจึงมีความจ าเป็นอย่างมากที่จะต้อง สนับสนุนให้สมาชิกคนส าคัญในครอบครัวของผู้รับการบ าบัดมามีส่วนร่วมในการบ าบัดรักษาด้วย ผู้ให้การบ าบัดที่พยายามท าให้ผู้รับการบ าบัดเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ค านึงถึงความส าคัญ ของครอบครัว ในที่สุดแล้วจะท าให้กระบวนการเลิกยาและสารเสพติดยากยิ่งขึ้น ผู้ให้การบ าบัดต้อง ตระหนักเสมอว่าครอบครัวเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการเลิกยาและสารเสพติด ซึ่งหากเป็นไปได้ ต้องพยายามน าบุคคลส าคัญในครอบครัวเข้ามาร่วมในกระบวนการให้ค าปรึกษารายบุคคล (Individual Session) ด้วย รูปแบบ การเริ่มการบ าบัดทันทีมีความส าคัญมาก กิจกรรมควรเริ่มตรงเวลา ไม่ควรให้ผู้รับการบ าบัด รอนานเกินกว่า 5 นาที การตรงต่อเวลาจะช่วยให้ผู้รับการบ าบัดจะเรียนรู้ว่าการมาตามนัดมีความส าคัญ ต่อการบ าบัด ผู้ให้การบ าบัดควรจัดเวลานัดที่ยืดหยุ่นเพื่อให้ผู้รับการบ าบัดสามารถมาได้สะดวก ผู้ให้การบ าบัดควรต้อนรับทักทายผู้รับการบ าบัดและพาเข้าไปในห้อง ถ้าหากผู้รับการบ าบัด มีสมาชิกในครอบครัวมาด้วย ควรจะให้ผู้รับการบ าบัดเข้าพบก่อนแล้วจึงค่อยเชิญครอบครัวเข้ามาร่วม คุยด้วย ผู้ให้การบ าบัดควรจะทักทายผู้รับการบ าบัดและครอบครัวก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม แล้วจึงอธิบาย กระบวนการทั้งหมดให้ทราบ ควรเปิดโอกาสให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวได้กล่าวถึงเรื่องเร่งด่วนและ ให้ระบายเรื่องราวที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก ถ้ามีเรื่องเร่งด่วน เช่น การติดยาและสารเสพติดซ้ า ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุยทันที ถ้าทุกอย่างราบรื่นแล้วจึงค่อยเริ่มเรื่องตามที่ก าหนดไว้ การเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมหรือทัศนคติในทางบวกต้องได้รับแรงเสริมอย่างเต็มที่ ผู้ให้การบ าบัดต้องส่งเสริม การเปลี่ยนแปลงทางบวก ตัวอย่างเช่น ผู้รับการบ าบัดคนหนึ่งท าได้ดีโดยหยุดเสพยาและแอลกอฮอล์ จัดตารางเวลาและมาตามนัดตลอด แต่ไม่ออกก าลังกาย ผู้ให้การบ าบัดก็ต้องเน้นย้ าในเรื่องที่ผู้รับการ บ าบัดสามารถปฏิบัติได้ส าเร็จ และควรโน้มน้าวให้เห็นถึงความส าคัญของการออกก าลังกาย โดยจะต้อง ไม่เป็นการบังคับผู้รับการบ าบัดมากเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับการบ าบัดกับผู้ให้การบ าบัดเป็นสิ่งที่ส าคัญที่สุดในกระบวนการบ าบัด ผู้ให้การบ าบัดต้องมีสามัญส านึก ความสุภาพอ่อนโยน ความเมตตากรุณา และเคารพในความรู้สึกของ ผู้รับการบ าบัด
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 13 เปูาหมายของการบ าบัดรายบุคคลและร่วมกับครอบครัว 1. เปิดโอกาสให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวได้สร้างสัมพันธภาพกับผู้ให้การบ าบัด 2. ให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวจัดการกับเรื่องวิกฤต บรรยากาศ ทราบถึงวิธีจัดการกับ ปัญหา และอธิบายกระบวนการในการรักษาโดยผู้ให้การบ าบัดเป็นผู้ให้ค าแนะน า 3. เปิดโอกาสให้ผู้รับการบ าบัดได้พูดคุยเรื่องการติดยาและสารเสพติดอย่างเต็มที่ โดยไม่มี การตัดสินว่าถูกหรือผิดภายใต้ความสนใจอย่างจริงจังของผู้ให้การบ าบัด 4. น าสมาชิกคนส าคัญในครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษา 5. เน้นย้ าและกระตุ้นส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีของผู้รับการบ าบัด 6. ให้ผู้รับการบ าบัดรู้สึกว่าผู้ให้การบ าบัดเป็นเสมือนทั้งครู ผู้ฝึกสอน และมีความเอื้ออาทรใน ขณะเดียวกัน แนวทางส าหรับผู้ให้การบ าบัด การให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (Individual Counseling and Conjoint Session) ใน Matrix Program นี้ประกอบด้วย 11 กิจกรรม โดยด าเนินการให้ค าปรึกษารายบุคคลสัปดาห์ละครั้ง ในสองเดือนแรก ส่วนกิจกรรมครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นการประเมินภายหลังการบ าบัดจะท าในเดือนที่ 3 ของ โปรแกรม ส่วนกิจกรรมครั้งที่ 11 การวิเคราะห์การกลับไปใช้ยา จะท าต่อเมื่อพบว่าผู้รับการบ าบัดกลับไป เสพยาหรือสารเสพติด ผู้ให้การบ าบัดควรพบผู้รับการบ าบัดพร้อมกับสมาชิกครอบครัวในการพบกันครั้ง แรกเพื่อท าความตกลงและยินยอมในการรักษา กิจกรรมการให้ค าปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว มีทั้งหมด 11 หัวข้อดังต่อไปนี้ ครั้งที่ 1 ข้อตกลงและค ายินยอมในการบ าบัด เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างผู้ให้การบ าบัด ผู้รับการบ าบัดและสมาชิกครอบครัว เพื่อส ารวจ แรงจูงใจ ความคาดหวัง ความพร้อมในการเข้ารับการบ าบัด และความพร้อมในการให้การสนับสนุน ของครอบครัว ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวจะได้รับทราบกระบวนการและภาพรวมของโปรแกรม การบ าบัด ตลอดจนพิจารณาข้อตกลงในการเข้ารับการบ าบัดและข้อตกลงในการสนับสนุนการบ าบัด ของสมาชิกครอบครัว ครั้งที่ 2 การหยุดใช้ยาและการจัดตารางเวลาประจ าวัน ในกิจกรรมครั้งนี้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวได้ทราบถึงวิธีการหยุดใช้ยาและสารเสพติด และ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด การจัดตารางเวลา ประจ าวัน และการติดดาวในปฏิทินทุกครั้งที่ผู้รับการบ าบัดสามารถท ากิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามตารางที่ ก าหนด ครั้งที่ 3 สารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 14 การพบกันครั้งนี้ผู้ให้การบ าบัดเปิดโอกาสให้ผู้รับการบ าบัดพูดคุยเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้น ประสาทและการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และสร้างความอึดอัดใจทั้งผู้รับการบ าบัดและ ผู้ให้การบ าบัดมือใหม่หรือเป็นเพศตรงข้ามกับผู้รับการบ าบัด ลักษณะการพูดคุยควรท าให้เป็นเรื่อง ธรรมชาติเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการติดและการเลิกเสพยา การพบกันครั้งนี้อาจใช้เวลาในการให้ข้อมูล เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและส ารวจเรื่องที่อาจจะมีพื้นฐานจากเรื่องเพศ เพื่อใช้ในการติดตามการรักษา ครั้งที่ 4 วันหยุดและการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด ในกิจกรรมครั้งนี้ผู้รับการบ าบัดจะได้ทบทวนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกลับไปเสพซ้ า ความส าเร็จในการปูองกันการกลับไปเสพยากรณีที่มีวันหยุดนานๆ หรือมีวันหยุดตามเทศกาลระหว่าง ช่วงเวลาของการท ากลุ่มบ าบัด การระมัดระวังตนเองในการกลับไปเสพยาและสารเสพติดในช่วงวันหยุด และการท ากิจกรรมที่เกี่ยวกับการฟื้นคืนสภาพอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สามารถด าเนินชีวิตโดยไม่พึ่งพา ยาและสารเสพติด ครั้งที่ 5 ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาต่าง ๆ ระหว่างการเลิกยาและสารเสพติด ซึ่งมีความส าคัญแตกต่างกันในแต่ละคน กระบวนการทางเคมีของระบบประสาทอาจท าให้ความฝันนั้น ชัดเจนเหมือนจริงมาก โดยเฉพาะหลังจากหยุดใช้ยาบ้า โคเคน หรือกัญชา ผู้ให้การบ าบัดควรชี้ให้ ผู้รับการบ าบัดเข้าใจกระบวนการที่เกิดขึ้น และไม่ควรวิตกกังวลกับความฝัน แต่เน้นให้ผู้รับการบ าบัด ให้ความสนใจโดยเฉพาะความฝันในช่วงท้ายของการเลิกยาและสารเสพติด เนื่องจากความฝันในระยะนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของการกลับไปติดยาและสารเสพติดซ้ า ฉะนั้นควรหาทางปูองกันการกลับไปใช้ยา และสารเสพติดซ้ าด้วย ครั้งที่ 6 การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด การทบทวนดังกล่าวนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการปูองกันการติดยาและสารเสพติดซ้ าหลายเรื่อง เช่น การใช้เวลาว่าง การออกก าลังกาย สัมพันธภาพกับผู้อื่น อาการอยากยา ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การเลิกยาและสารเสพติดได้น ามากล่าวไว้อย่างชัดเจนในการทบทวนครั้งนี้ จงจ าไว้ว่าความส าเร็จ ในการปูองกันการติดยาและสารเสพติดซ้ าขึ้นอยู่กับการทบทวนสิ่งเหล่านี้ตลอดการรักษา การอภิปราย เรื่องที่เป็นปัญหา และควรได้ค าแนะน าในการปรับปรุง ครั้งที่ 7 ระยะฝุาอุปสรรค หลังการหยุดเสพยาและสารเสพติดประมาณ 6 สัปดาห์ ผู้รับการบ าบัดจะเข้าสู่ระยะ ฝุาอุปสรรค (The Wall Phase) ในระยะนี้ผู้รับการบ าบัดจะมีปัญหาทางความรู้สึก อารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่ผู้รับการบ าบัดไม่รู้ตัว แต่จะทราบได้จากการท าแบบสอบถาม ระยะฝุาอุปสรรค (The Wall Checklist) อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลง ของระบบสารเคมีในสมอง ผู้รับการบ าบัดจ าเป็นต้องได้รับการอธิบายให้เข้าใจและหาทางจัดการ ที่เหมาะสมเพื่อปูองกันการกลับไปเสพยาและสารเสพติด และเพื่อเข้าสู่การเลิกยาระยะต่อไป ผู้ให้การ
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 15 บ าบัดควรให้ความส าคัญกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผู้รับการบ าบัด ไม่ควรบอกว่านั่นเป็นเพียงแค่ก าแพง แต่ควรแสดงความเข้าใจ เห็นใจ และช่วยหาทางจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ครั้งที่ 8การสนับสนุนจากครอบครัว เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับความจริงที่ว่าครอบครัวมีส่วนช่วยให้ผู้รับการบ าบัดสามารถ ฝุาอุปสรรค และผ่านพ้นระยะต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ผู้ให้การบ าบัดควรช่วยให้สมาชิกครอบครัวได้เรียนรู้ เกี่ยวกับกระบวนการเลิกยาและสารเสพติด สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้รับการบ าบัด และบทบาทของสมาชิก ครอบครัวในการสนับสนุนช่วยเหลือผู้รับการบ าบัด ครั้งที่ 9 อารมณ์และการเลิกยาและสารเสพติด กิจกรรมนี้เริ่มด้วยการให้ความรู้เรื่อง “ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม” เนื่องจาก เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในระยะที่ผู้รับการบ าบัดต้องจัดการกับอารมณ์ การให้ความรู้ดังกล่าวจะช่วยให้ ผู้รับการบ าบัดเข้าใจความรู้สึกของตนเอง โดยการทบทวนประสบการณ์อดีตและส ารวจสถานการณ์ ที่ผู้รับการบ าบัดมีอารมณ์ที่มีอิทธิพลต่อการด าเนินชีวิตและการเลิกยาและสารเสพติด สามารถแยกแยะ ระหว่างความคิด อารมณ์และพฤติกรรมได้ เพื่อให้ผู้รับการบ าบัดรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ของตนเอง การ หาแนวทางจัดการกับอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมโดยการกระตุ้นให้ผู้รับการบ าบัดยอมรับว่าตนเอง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ทุกครั้ง แต่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ นอกจากนี้ควรให้ครอบครัวได้ ทบทวนความรู้สึกของตนเองและวิธีการจัดการความรู้สึกนั้น รวมถึงส ารวจกฎเกณฑ์ของครอบครัวที่ เกี่ยวข้องกับความรู้สึก (โกรธ, เสียใจ ฯลฯ) โดยไม่ตัดสินว่าความรู้สึกนั้นถูกหรือผิด ครั้งที่ 10 การประเมินภายหลังการบ าบัด ในครั้งนี้จะเป็นการประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยการก าหนดเปูาหมาย วิธีการ และ ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติ เพื่อประเมินผลการบ าบัดที่ผ่านมา และประเมินแนวโน้มการกลับไปใช้ยาและ สารเสพติดของผู้รับการบ าบัด หากพบว่าผู้รับการบ าบัดมีแนวโน้มกลับไปติดยาซ้ าจะต้องท าการวิเคราะห์ สถานการณ์ในการกลับไปใช้ยา และน าสู่การปรับเปลี่ยนแผนการบ าบัด ครั้งที่ 11 วิเคราะห์การกลับไปเสพยาและสารเสพติด(เฉพาะกรณีที่มีการกลับไปเสพยาและสารเสพ ติดซ้ า) กิจกรรมนี้จะถูกน ามาใช้เมื่อพบว่าผู้รับการบ าบัดกลับไปเสพยาและสารเสพติด โดยการให้ ผู้รับการบ าบัดร่วมกับผู้ให้การบ าบัดช่วยกันวิเคราะห์จุดอ่อนที่เป็นตัวสนับสนุนให้เกิดการกลับไปเสพยา และสารเสพติด ร่วมกันหาแนวทางการปรับพฤติกรรมที่น าไปสู่การใช้ยาและสารเสพติด และปรับเปลี่ยน แผนการรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยเน้นการเพิ่มแรงจูงใจในการบ าบัด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 16 ครั้งที่ 1 ข้อตกลงและค ายินยอมในการบ าบัด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้รับการบ าบัด ครอบครัว และผู้ให้การบ าบัด 2. เพื่อให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวมีทัศนคติที่ดี เกิดแรงจูงใจ และตระหนักถึงความส าคัญ ของการเข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง 3. เพื่อให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวเข้าใจถึงความคาดหวังที่เป็นไปได้ วิธีปฏิบัติตนเอง และ กระบวนการรักษา 4. เพื่อให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวยอมรับข้อตกลงในกระบวนการรักษา 5. เพื่อให้ผู้รับการบ าบัดใช้คู่มือเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามกระบวนการรักษา และประเมินผล การบ าบัด สาระส าคัญ 1. สัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้การบ าบัด ผู้รับการบ าบัดและครอบครัว เป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่งต่อ การสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมกระบวนการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง 2. การพิจารณาผลกระทบของพฤติกรรมการเสพยาและสารเสพติดที่มีอยู่ในปัจจุบันและอนาคต เป็นการสร้างแรงจูงใจในการเข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง 3. การพิจารณาผลกระทบของการมีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้เสพยาและสารเสพติด เป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้ความร่วมมือจากครอบครัวตลอดการบ าบัด 4. การแนะน าให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวเข้าใจถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในโปรแกรมการบ าบัด และทราบถึงประโยชน์ของการเข้าร่วมโปรแกรมการบ าบัดอย่างครบถ้วน เป็นสิ่งจ าเป็นใน การสร้างแรงจูงใจให้บ าบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง 5. การท าความกระจ่างเกี่ยวกับความคาดหวังของทั้ง 3 ฝุาย คือ ผู้รับการบ าบัด ครอบครัว และ ผู้ให้การบ าบัดเป็นสิ่งส าคัญของกระบวนการบ าบัด 6. การท าความเข้าใจร่วมกันตามเนื้อหาในหนังสือยินยอมรับการบ าบัด และหนังสือแนวทาง ช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด เป็นสิ่งส าคัญที่ผู้ให้การบ าบัด ผู้รับการบ าบัดและครอบครัว จะต้องตกลงกันก่อนเพื่อให้การบ าบัดเป็นไปตามกระบวนการและมีประสิทธิภาพ 7. การลงนามของผู้รับการบ าบัดในหนังสือยินยอมรับการบ าบัดแสดงถึงการยอมรับข้อผูกพันที่ จะต้องปฏิบัติตาม 8. คู่มือส าหรับผู้รับการบ าบัดเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้รับการบ าบัดเข้าใจกระบวนการบ าบัด มี แนวทางในการปฏิบัติตน การประเมินตน ตลอดจนประเมินผลการบ าบัดได้
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 17 วิธีการ 1. ผู้ให้การบ าบัดแนะน าตัวและพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง เพื่อสร้างให้เกิดความไว้วางใจ 2. ให้ผู้รับการบ าบัดท าแบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับผู้รับการบ าบัด (ใบกิจกรรมที่ 1/1) และให้ครอบครัวท าแบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับครอบครัว (ใบกิจกรรมที่ 1/2) 3. ให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเสพยา และการมีสมาชิกในครอบครัวเสพยา ผู้ให้การบ าบัดควรสรุปประเด็นที่มีผลกระทบกับผู้รับการบ าบัดและ ครอบครัวนั้น ๆ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง 4. ผู้ให้การบ าบัด ผู้รับการบ าบัดและครอบครัว ท าความเข้าใจร่วมกันถึงความคาดหวังที่มีต่อ การบ าบัด ซึ่งเป็นการก าหนดเปูาหมายในการบ าบัดร่วมกัน ในช่วงนี้ควรให้ก าลังใจแก่ผู้รับการบ าบัดและ ครอบครัว 5. ผู้ให้การบ าบัดแนะน าโปรแกรมการบ าบัด ตามใบความรู้ที่ 1/1 ผู้ให้การบ าบัดควรท าให้ผู้รับ การบ าบัดเกิดความกระจ่างถึงเหตุผลที่ต้องนัดตามก าหนดดังกล่าว (ทั้งนี้แนะน าให้ผู้ให้การบ าบัดอ่าน ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติดในใบ ความรู้ที่ 2/1 ของคู่มือการให้การปรึกษารายบุคคล และศึกษาเรื่องวงล้อการเปลี่ยนแปลง “Wheel of Change” ประกอบ 6. ท าความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับหนังสือยินยอมรับการบ าบัดตามใบกิจกรรมที่ 1/3 (ทั้งนี้หากมี เวลาแนะน าให้ผู้ให้การบ าบัดท าความกระจ่างข้อตกลงทีละข้อ และควรถามถึงความรู้สึก อารมณ์ที่มีต่อ การท าข้อตกลง เพื่อช่วยเหลือและผ่อนคลายความวิตกกังวล ความหนักใจของผู้รับการบ าบัดและ ครอบครัว) 7. ให้ผู้รับการบ าบัดลงนามในหนังสือยินยอมรับการบ าบัด (ใบกิจกรรมที่ 1/3) และส าเนาเก็บ เข้าแฟูมประวัติ 8. ให้คู่มือผู้รับการบ าบัดพร้อมทั้งอธิบายการใช้คู่มือ และแนะน ากิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเน้น กิจกรรมกลุ่มฝึกทักษะการเลิกยาระยะเริ่มต้น (ER) ดังนี้ - ใบความรู้ที่ 1/1 ตารางก าหนดกิจกรรม - ใบความรู้ที่ 1/2 ปฏิทิน - ใบความรู้ที่ 3/3 ตารางกิจกรรมประจ าวัน (ในคู่มือ ER) - ใบความรู้ที่ 1/4 ปฏิทินและการท าเครื่องหมายในปฏิทิน (คู่มือใน ER) 9. นัดหมายครั้งต่อไป สื่อ/อุปกรณ์ ใบกิจกรรมที่ 1/1 แบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับผู้รับการบ าบัด ใบกิจกรรมที่ 1/2 แบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับครอบครัว ใบความรู้ที่ 1/1 ตัวอย่างตารางกิจกรรม ใบกิจกรรมที่ 1/3 ข้อตกลงและหนังสือยินยอมรับการบ าบัด ใบความรู้ที่ 1/2 ปฏิทิน
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 18 หมายเหตุ 1. ควรมีการทบทวนข้อตกลงและค ายินยอมในการบ าบัดรักษาเป็นระยะๆ ทั้งนี้เพราะในช่วงต้น ของการบ าบัดรักษานั้น ผู้รับการบ าบัดอาจจะอยู่ในช่วงที่สมองส่วนคิดยังบกพร่อง และครอบครัว อาจจะยังไม่กระจ่างในข้อตกลง เนื่องจากยังไม่ได้ปฏิบัติจริงจึงอาจจะลืมหรือละเลยข้อตกลงดังกล่าว 2. กรณีผู้รับการบ าบัดอยู่ในระบบบังคับบ าบัด ควรชี้แจงวิธีการประเมินและการแจ้งผล ความก้าวหน้าของการบ าบัดตามแบบฟอร์มของแต่ละสถานที่
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 19 ใบกิจกรรมที่ 1/1 แบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับผู้รับการบ าบัด โปรดส ารวจและระบุถึงผลกระทบของการเสพยาที่มีต่อชีวิตคุณในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนความ คาดหวังสิ่งที่จะได้รับจากการเข้ารับการบ าบัด ผลกระทบ ความคาดหวัง 1. ด้านร่างกาย 2. จิตใจ 3. สัมพันธภาพใน ครอบครัว 4. การงาน/การเรียน 5. สังคม 6. กลุ่มเพื่อน 7. กฎหมาย 8. อื่น ๆ หมายเหตุ: ความคาดหวัง อาจจะเป็นเปูาหมายหรือความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังการเข้ารับ การบ าบัด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 20 ใบกิจกรรมที่ 1/2 แบบส ารวจผลกระทบและความคาดหวังส าหรับครอบครัว โปรดส ารวจและระบุถึงผลกระทบจากการที่มีคนในครอบครัวติดยาและสารเสพติด ตลอดจนความ คาดหวังสิ่งที่จะได้รับจากการที่คนในครอบครัวเข้ารับการบ าบัด ผลกระทบ ความคาดหวัง 1. ด้านร่างกาย 2. จิตใจ 3. สัมพันธภาพใน ครอบครัว 4. การงาน/การเรียน 5. สังคม 6. กลุ่มเพื่อน 7. กฎหมาย 8. อื่น ๆ หมายเหตุ: ความคาดหวัง อาจจะเป็นเปูาหมาย หรือความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังการเข้ารับ การบ าบัด
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 21 ใบความรู้ที่ 1/1 ตัวอย่างตารางกิจกรรม ก าหนดการ สัปดาห์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ + วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 1 ถึง 4 กลุ่มฝึก ทักษะในการ เลิกยาระยะ เริ่มต้น กลุ่มปูองกัน การกลับไป เสพยาซ้ า กลุ่มให้ การศึกษา ครอบครัว กลุ่มฝึก ทักษะในการ เลิกยาระยะ เริ่มต้น กลุ่มปูองกัน การกลับไป เสพยาซ้ า กลุ่ม ช่วยเหลือ กันเอง สัปดาห์ที่ 5 ถึงสัปดาห์ ที่ 16 กลุ่มปูองกัน การกลับไป เสพยาซ้ า กลุ่ม ช่วยเหลือ กันเอง กลุ่มให้ การศึกษา ครอบครัว หรือกลุ่ม ช่วยเหลือ กันเอง กลุ่ม ช่วยเหลือ กันเอง กลุ่มปูองกัน การกลับไป เสพยาซ้ า + กลุ่ม สนับสนุน ทางสังคม สัปดาห์ที่ 17 ถึง สัปดาห์ ที่ 52 กลุ่มช่วยเหลือกันเอง และ กลุ่มสนับสนุนทางสังคม หมายเหตุ : 1. ให้การปรึกษารายบุคคลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วง 2 เดือนแรก และเดือนละ 1 ครั้ง ในเดือนต่อๆ ไป 2. ตรวจปัสสาวะเพื่อหาปริมาณยาและสารเสพติดทุกสัปดาห์ 3. สามารถปรับเปลี่ยนตารางเวลาได้ตามที่หน่วยบ าบัดด าเนินการ เช่น การให้บริการ นอกเวลา
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 22 ใบกิจกรรมที่ 1/3 ข้อตกลงและหนังสือยินยอมรับการบ าบัด ขอให้ท่านอ่านข้อความต่าง ๆ ต่อไปนี้ เพื่อท าความเข้าใจในบริการที่ท่านจะได้รับ ข้าพเจ้า (นาย, นาง, นางสาว, ด.ญ., ด.ช.)………………….….ได้รับทราบข้อมูลและค าแนะน า เกี่ยวกับการบ าบัดจากเจ้าหน้าที่ ตลอดจนข้อตกลงต่าง ๆ ดังนี้ 1. บริการการบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program เป็นวิธีการใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาการติดยาและสารเสพติดได้ อย่างไรก็ตามผู้ให้การ บ าบัดไม่สามารถรับรองผลการบ าบัดได้ 2. ข้าพเจ้ายินดีจะปฏิบัติตามข้อตกลงและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การบ าบัดบรรลุผลส าเร็จ ดังต่อไปนี้ 2.1 ข้าพเจ้าจะมาตามก าหนดเวลานัดหมายทุกครั้ง และพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ปัสสาวะเพื่อทดสอบการใช้ยาและสารเสพติด 2.2 ข้าพเจ้าจะเลิกใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิด รวมทั้งเลิกดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเข้ารับการ บ าบัด 2.3 ข้าพเจ้าจะพูดคุยปรึกษาหารือเรื่องการใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเข้ารับการ บ าบัด 2.4 ข้าพเจ้ารับรู้และจะรอเข้ารับการบ าบัดโดยเข้ารับการปรึกษารายบุคคลและกลุ่มบ าบัด ตามตารางที่ได้ก าหนดไว้ หากมีความจ าเป็นที่ข้าพเจ้าไม่สามารถมาตามก าหนดเวลา ข้าพเจ้าจะต้อง ติดต่อแจ้งผู้ให้การบ าบัดให้ทราบล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง 2.5 ข้าพเจ้าจะไม่มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสมาชิกผู้รับการบ าบัด 2.6 ข้าพเจ้าจะไม่ก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของสมาชิกผู้รับการบ าบัด 2.7 ข้าพเจ้าจะไม่พูดหรือน าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดไปพูดกับบุคคล นอกกลุ่ม 2.8 หากข้าพเจ้าต้องการยุติการบ าบัด ข้าพเจ้าจะปรึกษากับผู้ให้การบ าบัดก่อน 3. ในระหว่างการบ าบัด ข้าพเจ้ายินยอมให้ท าการบันทึกเสียงหรือภาพเพื่อประโยชน์ ในการศึกษาต่อไป 4. ข้อมูลต่าง ๆ ในการบ าบัดจะถูกรักษาเป็นความลับ จะเปิดเผยได้ต่อเมื่อได้รับการยินยอม จากข้าพเจ้าหรือครอบครัวเท่านั้น ยกเว้นเป็นการเปิดเผยโดยศาลสั่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อ ตัวข้าพเจ้าหรือบุคคลอื่น 5. ข้าพเจ้าและสมาชิกครอบครัวจะให้ความร่วมมือในการบ าบัด โดยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่ ก าหนดไว้ ข้าพเจ้ารับทราบและยินดีปฏิบัติตามข้อตกลงที่กล่าวข้างต้น ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการบ าบัด ลงชื่อผู้รับการบ าบัด………………………………………………………… วันที่…………..……/………………/…………………
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 23 ใบความรู้ที่ 1/2 ปฏิทิน ปฏิทินเป็นสิ่งอ านวยประโยชน์ทั้งต่อตัวท่านเองและผู้ให้การบ าบัดเพื่อแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ ท่านก าลังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการเลิกยา ซึ่งจะเกิดประโยชน์หลายประการ ดังนี้ 1. มันจะเป็นตัวเตือนว่า ขณะนี้ท่านอยู่ที่ขั้นตอนใดของการเลิกยา 2. การเลิกยาดูเหมือนต้องใช้เวลายาวนานมาก แต่ท่านจะมองเห็นความก้าวหน้าในการบ าบัด และเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ เมื่อเห็นจ านวนวันที่ท่านหยุดเสพได้ในปฏิทิน หมายเหตุ การบันทึกปฏิทินสามารถประยุกต์ใช้สัญลักษณ์อื่นตามความเหมาะสม ถ้าท่านบันทึกวันที่ท่านไม่ได้ใช้ยาบนปฏิทินอย่างสม่ าเสมอ ปฏิทินดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ช่วยท่านและผู้ให้การบ าบัดเห็นความก้าวหน้าในการบ าบัด อย่างง่ายดาย
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 24 ปฏิทิน เดือน………………………………………………………. อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 25 ครั้งที่ 2 การหยุดใช้ยาและการจัดตารางเวลาประจ าวัน วัตถุประสงค์ 1. ให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวได้เข้าใจกระบวนการติดยา (โรคสมองติดยา) และทราบถึง วิธีการหยุดใช้ยาและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพ ติด 2. ให้ผู้รับการบ าบัดสามารถจัดตารางเวลาประจ าวันและการติดดาวในปฏิทินได้ สาระส าคัญ 1. ยาและสารเสพติดมีผลต่อการท างานของสมองทั้งสมองส่วนคิดและสมองส่วนอยาก สมอง ส่วนคิดจะถูกกดส่งผลต่อเรื่องความจ าและการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลที่ลดลง ส่วนสมองส่วนอยาก จะถูกกระตุ้นให้ท าตามความต้องการ และส่งผลต่อการเกิดอารมณ์และพฤติกรรม ผู้ใช้ยาและสารเสพติด จะควบคุมตนเองได้ลดลง 2. การทบทวนระยะต่าง ๆ ของการเลิกยาจะช่วยท าให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวได้ทราบว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างตลอดการบ าบัดรักษา 3. ค าแนะน าในแบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา (Help Checklist) จะบอกวิธีการหยุดใช้ยา ซึ่งจะช่วยน าทางให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวสามารถผ่านการบ าบัดไปได้ 4. การจัดตารางเวลาและติดดาวในปฏิทินจะช่วยให้ผู้รับการบ าบัดด าเนินชีวิตอย่างมีแผน และภาคภูมิใจในความส าเร็จ วิธีการ 1. อธิบายใบความรู้ที่ 2/1 เรื่องสมองติดยา ให้ผู้รับการบ าบัดและครอบครัวเข้าใจกระบวนการ ติดยาและใบความรู้ที่ 2/2 เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและ สารเสพติดเพื่อให้เข้าใจกระบวนการเลิกยา 2. ให้ผู้รับการบ าบัดท าแบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา (Helping Checklist) ตามใบกิจกรรมที่ 2/1 ผู้ให้การบ าบัดควรตรวจสอบความเข้าใจของผู้รับการบ าบัดและครอบครัวในแต่ละข้อ 3. อธิบายร่วมกันถึงความจ าเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 2/1 เป็นแนวทางในการอภิปราย 4. อธิบายถึงความส าคัญของครอบครัวที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบ าบัดรักษาและ ท าข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด (ระยะแรก) ในใบกิจกรรมที่ 2/2 5. ให้ผู้รับการบ าบัดบอกถึงการใช้ตารางกิจกรรมประจ าวัน และการติดดาวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในปฏิทินให้ผู้ให้การบ าบัดและครอบครัวทราบ 6. ผู้ให้การบ าบัดให้ก าลังใจผู้รับการบ าบัดในการใช้ตารางเวลาประจ าวันและการติดดาวใน ปฏิทิน
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 26 สื่อ/อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 2/1 เรื่องโรคสมองติดยา 2. ใบความรู้ที่ 2/2 เรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยา และสารเสพติด 3. ใบกิจกรรมที่ 2/1 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา (Helping Checklist) 4. ใบกิจกรรมที่ 2/2 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด (ระยะแรก)
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 27 ใบความรู้ที่ 2/1 โรคสมองติดยา การใช้ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับสมอง 2 ส่วน คือ สมองส่วนคิด (Cerebral Cortex) และสมองส่วนอยาก (Limbic System) โดยการท างานสมองส่วนคิดจะท าหน้าที่คิดตัดสินใจด้วยสติปัญญาแบบมีเหตุผล และ สมองส่วนอยากเป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม โดยภาวะปกติสมอง 2 ส่วนจะท างานสมดุลกัน แต่เมื่อใช้ยาเสพติด สมองจะถูกกระตุ้นให้หลั่งสารเคมีออกมาจ านวนมากท าให้เกิดความรู้สึกเป็นสุข เมื่อ ใช้ยามากขึ้น สมองส่วนความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลจะสูญเสียและถูกควบคุมด้วยสมองส่วนอยากแทน ส่งผลให้ผู้ใช้ยามักแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จะต้องใช้ยาเสพติดบ่อยขึ้น จนเกิดการท าลายเซลล์สมองสารเคมีในสมองมีปริมาณลดน้อยลง ความสามารถในการคิด การจ าลดน้อยลง อาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตหรือโรคจิตได้
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 28 ใบความรู้ที่ 2/2 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการเลิกยาและสารเสพติดเป็นขบวนการที่สามารถอธิบายให้เข้าใจ หลังจากการหยุดเสพยาและสารเสพติดจะมีการปรับเปลี่ยนทางชีวภาพในสมอง การปรับเปลี่ยนเพื่อให้ เกิดความสมดุลของสารเคมีในสมองเป็นสิ่งส าคัญของขบวนการฟื้นตัวของสมอง เพราะขณะเสพยาและ สารเสพติดจะมีผลให้เกิดความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง (ซึ่งการเสียสมดุลของสารเคมีในสมอง จะก่อให้เกิดความผิดปกติ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม ) ดังนั้นจึงเป็น เรื่องส าคัญที่บุคคลที่เลิกเสพยาและสารเสพติดจะต้องเข้าใจว่าท าไมในระยะแรก ๆ ของการเลิกเสพยา และสารเสพติดจึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และกระบวนการคิด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะการฟื้นคืนสภาพจากภาวะติดยาและสารเสพติดเป็นไปตาม ระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ 1. การหยุดยาช่วงต้น ประกอบด้วย - ระยะที่มีอาการขาดยา (Withdrawal Phase) - ระยะฮันนีมูน (Honeymoon Phase) 2. การหยุดยาช่วงกลาง เป็นระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อหรือเรียกว่าระยะฝุาอุปสรรค (The Wall Stage) 3. การหยุดยาช่วงปลาย เป็นระยะปรับตัวและระยะคลี่คลาย ( Adjustment / Resolution Phase ) 1. การหยุดยาช่วงต้น ระยะที่มีอาการขาดยา (Withdrawal) ระหว่างวันแรกของการหยุดเสพยาและสารเสพติด ผู้ที่เคยเสพยาและสารเสพติด บางคนจะมี อาการไม่สบาย ซึ่งก่อให้เกิดความยากล าบากในการปรับตัวหลังเลิกเสพยาและสารเสพติด อาการ ไม่สบายต่าง ๆ จะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและมีระยะเวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่เสพ ความถี่ของการเสพ ระยะเวลาของการเสพ และชนิดของยาและสารเสพติดที่ใช้เสพ ส าหรับผู้ใช้สารเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ใน 3-10 วันแรกของการหยุดเสพยา ผู้เสพยาจะ มีอาการอยากยา ซึมเศร้า ไม่มีแรง หิวบ่อย และไม่ค่อยมีสมาธิ ถึงแม้ว่าผู้เสพยาประเภทกระตุ้นประสาท จะมีความรุนแรงของอาการไม่สบายทางร่างกายน้อยกว่าผู้ที่เสพแอลกอฮอล์ก็ตาม แต่อาจจะเกิดปัญหา ทางด้านจิตใจ เช่น อาการอยากยาและอาการซึมเศร้าที่รุนแรงเกิดขึ้นได้ บุคคลซึ่งดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ก็จะมีอาการไม่สบายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงตามมาหลังจาก หยุดดื่มแอลกอฮอล์อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการคลื่นไส้ ไม่มีแรง วิตกกังวล มือสั่น ตัวสั่น ซึมเศร้า เจ้าอารมณ์ นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ และมีปัญหาในเรื่องความจ า (จ าอะไร ไม่ค่อยได้ หลง ๆ ลืม ๆ บ่อย) อาการต่าง ๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังหยุดดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 3-5 วัน
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 29 แต่ในบางรายอาจมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ผู้ดื่มแอลกอฮอล์บางรายจ าเป็นต้อง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อรับการดูแลช่วยให้ปลอดภัย ส าหรับผู้ที่ใช้ ฝิ่น และใช้ยาประเภทยากล่อมประสาทเป็นเวลานาน ๆ ในระยะ 7-10 วันแรก จะมีอาการไม่สุขสบายทางร่างกาย ซึ่งเป็นอาการแสดงของอาการขาดยา และอาจจ าเป็นต้องเข้ารับ การรักษาในโรงพยาบาลหรือรักษาโดยการให้ยาตามการรักษาของแพทย์ ส าหรับผู้ที่ติดยาและสารเสพติด ประเภทนี้ มีความจ าเป็นที่จะต้องสังเกตอาการไม่สบายต่าง ๆ ทางร่างกายที่เกิดจากอาการขาดยา อย่างใกล้ชิด ในกลุ่มผู้ที่มีอาการไม่สุขสบายทางร่างกาย หลายคนจะพบปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพจิต ด้วยเช่น อาการกระวนกระวายใจ (nervousness) นอนไม่ค่อยหลับ ซึมเศร้า ไม่ค่อยมีสมาธิ การที่บุคคล สามารถหยุดการเสพยาได้ส าเร็จในระยะเกิดอาการขาดยาถือว่าเป็นผลส าเร็จที่ส าคัญในระยะแรก ของการเลิกเสพยา ระยะฮันนีมูน (Honeymoon) อยู่ในช่วงระยะ 4-5 สัปดาห์แรก ในระยะนี้ผู้ที่สามารถหยุดเสพยาได้จะรู้สึกดีและบ่อยครั้งที่ รู้สึกว่าตนสามารถดูแลตนเองในการเลิกเสพยาได้ ในระยะเริ่มต้นหยุดเสพยานี้จะเป็นโอกาสที่ดี ในการเริ่มต้นการเลิกเสพยา เพราะระยะดื่มน้ าผึ้งพระจันทร์ไม่ใช่เป็นการสิ้นสุดของกระบวนการเลิกยา ถ้าผู้เลิกเสพยามีพลัง มีความกระตือรือร้นหรือมีความมุ่งมั่นในการเลิกเสพยาและมีความรู้สึกที่ดี ต่อการเลิกเสพยา จะมีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติตนในการเลิกเสพยา และมีผลดีอย่างมากมาย คือ ท าให้ มีความพยายามหรือความมานะในการปฏิบัติตนเพื่อน าตนเองไปสู่ความส าเร็จในการเลิกเสพยาอย่าง ถาวร ส าหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในระยะ 4-5 สัปดาห์หลังการหยุดดื่มแอลกอฮอล์การท างานของ สมองจะปรับตัวคืนสู่สภาวะปกติถึงแม้ว่าอาการขาดยาทางด้านร่างกายจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังมีอาการ บางอย่างที่เกิดหลังการหยุดดื่มแอลกอฮอล์อยู่ ความสามารถในการคิดอาจยังไม่ชัดเจน สมาธิหรือ ความมุ่งมั่นในการท ากิจกรรมลดลง ยังคงถูกรบกวนเนื่องจากอาการกระวนกระวายใจ และอาการ วิตกกังวลอยู่ รูปแบบการนอนหลับยังไม่แน่นอน (บางครั้งหลับมากบางครั้งหลับยากตื่นบ่อยหรือตื่นเร็ว เกินไป เป็นต้น) รู้สึกชีวิตช่วงนี้ถูกกระทบอย่างรุนแรง ส าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่น และใช้ยาประเภทยากล่อมประสาทเป็นเวลานาน ๆ ระยะนี้เป็นระยะที่จ าเป็น ที่จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ คล้ายกับกระบวนการเลิกดื่มแอลกอฮอล์เป็นไปอย่างช้า ๆ จะพบว่าอาการ ไม่สบายต่าง ๆ ค่อย ๆ ดีขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายของความก้าวหน้าในการเลิกเสพยา 2. การหยุดยาช่วงกลาง เป็นระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือเรียกว่าระยะฝ่าอุปสรรค (The Wall) จาก 6 สัปดาห์ถึง 4 เดือน หลังการหยุดเสพยาจะมีอาการไม่สบายหรือไม่สุขสบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความร าคาญและรบกวนผู้ที่เคยเสพยา อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการฟื้นตัว ของระบบต่าง ๆ ในสมอง อาการต่าง ๆ เหล่านี้มักจะเป็นเรื่องของปัญหาทางอารมณ์และการคิด แม้ปัญหาจะไม่รุนแรงแต่มันก็มีผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตและบทบาทหน้าที่ของผู้เลิกยา ดังนั้น จึงจ าเป็นที่จะต้องตระหนักในปัญหาทางอารมณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระบบ สารเคมีในสมอง ในระยะนี้ถ้าบุคคลสามารถหลีกเลี่ยงการเสพยาได้ เขาเหล่านี้ก็จะสามารถเลิกเสพยาได้
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 30 อาการที่พบอยู่เสมอ ๆ ในระยะนี้ได้แก่ อาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยมีแรง และ ขาดความกระตือรือร้นในการท าสิ่งต่างๆ ภาวะเสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ้ ามักจะเกิดในระยะนี้ ผู้รับการบ าบัดจะต้องมุ่งความสนใจไปที่การมีสติที่จะไม่เสพยาในแต่ละวันที่ผ่านไป การดูแลตนเองด้วย ความระมัดระวังจะเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยให้สามารถผ่านระยะที่ยากล าบากในกระบวนการเลิกเสพยานี้ไปได้ ถ้าสามารถผ่านระยะนี้ไปได้โดยไม่กลับไปเสพยาซ้ าถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญในการที่จะน าไปสู่ความส าเร็จใน การเลิกเสพยาได้อย่างถาวร 3. การหยุดยาช่วงปลาย เป็นระยะปรับตัว และ ระยะคลี่คลาย ( Adjustment / Resolution) ระยะการปรับตัว เกิดขึ้นภายหลังการหยุดเสพยา 120 วัน สมองส่วนใหญ่กลับคืนสู่ภาวะปกติ สิ่งส าคัญที่ผู้รับการบ าบัดต้องท าคือ การพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ซึ่งจะต้องปฏิบัติกิจกรรมหลายอย่าง ความส าเร็จในการด าเนินชีวิตในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้เขาสามารถเลิกเสพยาได้อย่าง ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการยากในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีการด าเนินชีวิตใหม่ในขณะอยู่ใน กระบวนการเลิกเสพยา แต่การท างานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ยากล าบากนี้เป็นสิ่งจ าเป็นในการที่จะช่วยให้ บุคคลสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ระยะคลี่คลาย หลังจากวันที่ 180 (เดือนที่ 7) เป็นต้นไป ผู้รับการบ าบัดเริ่มต้องใช้ความพยายาม ในการควบคุมอารมณ์ตัวเองมากขึ้น ต้องต่อสู้กับความคิดที่จะกลับไปใช้ยาของตัวเองที่สามารถเกิดขึ้นได้ ตลอดชีวิต กลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงเหมือนช่วงที่เคยใช้ยาและสารเสพติด เกิดปัญหาความสัมพันธ์ที่ เร่งด่วนกับคนใกล้ชิด ในระยะคลี่คลายนี้ผู้รับการบ าบัดจ าเป็นต้องมีสติในการมีสัมพันธภาพกับบุคคล รอบข้าง การเดินทางไปสถานที่ต่างๆ การพบเห็นวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและสารเสพติด และสภาวะอารมณ์ต่างๆ ที่อาจจะกระตุ้นท าให้ผู้รับการบ าบัดเริ่มกลับไปใช้ยาและสารเสพติดซ้ า
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 31 ใบกิจกรรมที่ 2/1 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา (Helping Checklist) …...1. ตารางกิจกรรมประจ าวัน …...12. ใช้การหยุดความคิดเมื่ออยากยา …...2. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย …...13. รับบริการปรึกษารายบุคคล …...3. ก าจัดอุปกรณ์เกี่ยวกับการเสพยา …...14. เข้าร่วมกลุ่มเรียนรู้เรื่องยาและสารเสพติด …...4. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ …...15. เข้าร่วมกลุ่มการเลิกยาระยะแรกและ …...5. หลีกเลี่ยงการเสพยา การปูองกันการกลับไปใช้ยา …...6. หลีกเลี่ยงบาร์/คลับ/งานรื่นเริงต่าง ๆ …...16. เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม …...7. หยุดดื่มแอลกอฮอล์ …...17. หาผู้ช่วยเหลือ …...8. หยุดเสพยาทุกชนิด …...18. ออกก าลังกายทุกวัน …...9. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของตนเอง …...19. พูดคุยเกี่ยวกับความคิดความรู้สึกและ …...10. อธิบายพฤติกรรมการติดยาของตนเองได้ พฤติกรรมอย่างตรงไปตรงมากับผู้ให้การบ าบัด …...11. หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น (เมื่อท าได้) …...20. พฤติกรรมอื่นๆ ระบุ…………………… ตามความเห็นของท่านข้อใดที่กล่าวข้างต้น : 1. ท่านสามารถท าได้ง่ายที่สุด…………………………….…………………………..……………………………………………. 2. ท่านต้องใช้ความพยายามมากที่สุด……………………………………..………..………………...……………………….. 3. ท่านยังไม่ได้ท า…………………………..………………...……………………………………………………….……............ และสาเหตุที่ท่านยังไม่ได้ท า………..………………...…………………………….………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบ าบัด ผู้รับการบ าบัดจ าเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมเดิมไปสู่พฤติกรรมใหม่
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 32 ใบกิจกรรมที่ 2/2 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด (ระยะแรก) ครอบครัวหรือสมาชิกครอบครัว : เลือกหัวข้อที่ท่านตั้งใจหรือสามารถให้การช่วยเหลือผู้ปุวยได้ ผู้ปุวย : เลือกหัวข้อที่ท่านรู้สึกว่าสามารถช่วยท่านได้ ( ผู้ปุวยและครอบครัวช่วยกันจดบันทึกหัวข้อที่เลือกตรงกัน และใช้หัวข้อที่เลือกตรงกันนั้นมาช่วยในการ ท าข้อสัญญาในการช่วยเหลือ ) ขอให้ท่านอ่านและท าความเข้าใจกับผู้รับการบ าบัดไปพร้อม ๆ กัน โดยท าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ ท่านคิดว่าเป็นประโยชน์ในการบ าบัด ครอบครัว ผู้ปุวย ........................................ 1. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้รับการบ าบัดพูดคุยด้วยเกี่ยวกับอาการอยากยาและความ ต้องการที่จะเสพยา ........................................ 2. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้รับการบ าบัดปลุกข้าพเจ้ากลางดึกเพื่อพูดคุย เมื่อผู้รับการ บ าบัดนอนไม่หลับ ........................................ 3. ข้าพเจ้าจะคอยเตือนผู้รับการบ าบัดให้นึกถึงเหตุผลในการเลิกยา/แอลกอฮอล์ ........................................ 4. ข้าพเจ้าจะหลีกเลี่ยงถ้าผู้รับการบ าบัดกระท าต่อข้าพเจ้าอย่างไม่เหมาะสม ........................................ 5. ข้าพเจ้าจะพยายามอดทน ยอมรับว่าอาการขาดยาเป็นอาการที่ต้องบ าบัด ........................................ 6. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้รับการบ าบัดหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะท าให้กลับไปใช้ยา ........................................ 7. ข้าพเจ้าจะเตือนตนเองว่า ข้าพเจ้าเลือกที่จะอยู่และช่วยเหลือผู้รับการบ าบัด ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าไม่ได้ถูกบังคับให้อยู่กับผู้รับการบ าบัด ........................................ 8. ข้าพเจ้าจะตัดสินใจร่วมกับผู้รับการบ าบัดว่าควรจะบอกเรื่องการเข้ารับ การบ าบัดกับใครและเมื่อใด ........................................ 9. ข้าพเจ้าจะระลึกเสมอว่า ปัญหาเรื่องการบ าบัดส าคัญกว่าปัญหาอื่นในขณะนี้ ........................................ 10.ข้าพเจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมฟังบทเรียนต่าง ๆ ในการบ าบัด เมื่อได้รับเชิญ ........................................ 11.ข้าพเจ้ายอมให้ผู้รับการบ าบัดเข้าร่วมกิจกรรมและนัดหมายต่างๆ โดยที่ ข้าพเจ้าไม่ได้ร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ โดยไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจ ........................................ 12.ข้าพเจ้ายินดีที่จะฝึกฝนเพื่อพูดคุยกับผู้รับการบ าบัดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆแทนที่ จะนิ่งเฉยหรือโต้แย้ง ........................................ 13.ข้าพเจ้าจะช่วยกระตุ้นผู้รับการบ าบัดให้เข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง ........................................ 14.ข้าพเจ้าจะพยายามแยกแยะให้ได้ว่า ข้าพเจ้าโกรธพฤติกรรมการติดยา ไม่ใช่ตัว ผู้รับการบ าบัด ........................................ 15.ข้าพเจ้าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการ ลด ละ เลิก ใช้สารเสพติดทุกชนิด รวมทั้ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อื่นๆโปรดระบุ……………………………………………………………………………………………..………………………........... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การบ าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาและสารเสพติดแบบผู้ปุวยนอกตามรูปแบบ Matrix Program 33 ครั้งที่ 3 สารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์ วัตถุประสงค์ 1. ให้ผู้รับการบ าบัดมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ในทางที่ถูกต้อง 2. ทราบถึงพฤติกรรมทางเพศและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการรักษาของผู้รับการบ าบัด สาระส าคัญ 1. พฤติกรรมทางเพศเป็นสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดปัญหาในระหว่างการบ าบัดรักษาและเป็น ตัวกระตุ้น ท าให้เกิดอาการอยากยา 2. การค้นหาและหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้อยากยาและสารเสพติด และตัวกระตุ้นในเรื่องเพศ ในระยะแรกของการบ าบัดเป็นสิ่งจ าเป็น วิธีการ 1. ให้ผู้รับการบ าบัดท าแบบประเมินสารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์ตามใบกิจกรรมที่ 3/1 2. ผู้ให้การบ าบัดท าความเข้าใจกับผู้รับการบ าบัดในแต่ละประเด็น ตามใบกิจกรรมที่ 3/1 3. ให้ผู้รับการบ าบัดค้นหาตัวกระตุ้นที่เสี่ยงต่อการเสพยาและสารเสพติด ตามใบกิจกรรมที่ 3/2 4. ผู้ให้การบ าบัดท าความเข้าใจกับผู้รับการบ าบัดในแต่ละประเด็น ตามใบกิจกรรมที่ 3/2 5. นัดหมายครั้งต่อไป สื่อ/อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 3/1 สารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์ 2. ใบกิจกรรมที่ 3/2 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยาและสารเสพติด
คู่มือส าหรับผู้ปฏิบัติงาน 34 ใบกิจกรรมที่ 3/1 สารกระตุ้นประสาทและเพศสัมพันธ์ ยาบ้ามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมทางเพศและความพึงพอใจทางเพศ ให้ท าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ท่านคิดว่าเป็นจริงส าหรับตัวท่าน ระยะเริ่มแรกของการใช้ยา ประสบการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ในคนที่เริ่มเสพยา แต่เมื่อเสพจนเป็นนิสัย ความรู้สึกพึงพอใจที่มีจะค่อย ๆ ลดน้อยลง ระยะวิกฤต ท่านเคยมีประสบการณ์เช่นนี้หรือไม่ …….. ระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์นานขึ้น แต่ความสุขลดน้อยลง เมื่อเทียบจากประสบการณ์ใน ครั้งก่อน ๆ …….. หาความสุขทางเพศในรูปแบบแปลก ๆ …….. คิดถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับยาและสารเสพติดว่าเป็นสิ่งน่าตื่นเต้นกว่าความเป็นจริง …….. การบรรลุถึงจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์เป็นไปได้ยากขึ้น …….. เสพยาทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ \ …….. ยาบ้าเพิ่มความพึงพอใจทางเพศ …….. ยาบ้าช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ …….. ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้าสามารถท าในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่กล้าท า …….. ยาบ้าช่วยให้ข้าพเจ้ามีโอกาสพบปะผู้คนมากขึ้น …….. ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้ากังวลน้อยลงในการเริ่มต้นมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนใหม่ …….. ยาบ้าเพิ่มความตื่นเต้นในการมีเพศสัมพันธ์ อาการที่กล่าวมานี้เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในผู้ที่เสพยาบ้า คนจ านวนมากเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์จะเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งให้อยากเสพยา ถ้าค ากล่าวนี้เป็นจริงส าหรับท่าน พึงระวังว่าท่านจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้อยากยาและตัวกระตุ้นในเรื่องเพศ อย่างน้อยในระยะแรกของการบ าบัด