แผนการจดั การเรยี นรู้
“รายวิชาเพมิ่ เตมิ การปอ้ งกันการทจุ รติ ”
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2
โรงเรียนวดั คลองหา้
ชุดหลักสตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา
(Anti - Corruption Education)
สานกั งานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ร่วมกบั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2561
คานา
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ได้กาหนด
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 สร้างสงั คมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต ประกอบด้วย กลยุทธ์ท่ี ๑ ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่
ปฐมวัยเป็นต้นไปให้สามารถแยกระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม กลยุทธ์ที่ ๒ ส่งเสรมิ ให้มีระบบ
และกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพ่ือต้านทุจริต กลยุทธ์ท่ี ๓ ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็น
เครื่องมือต้านทจุ ริต และกลยุทธ์ท่ี ๔ เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชมุ ชน และบูรณาการทุกภาคสว่ นเพ่ือต่อต้านการ
ทจุ รติ จากกลยุทธท์ ี่ ๑ คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จึงได้มคี าส่ัง
แตง่ ตง้ั คณะอนุกรรมการจัดทาหลักสตู รหรอื ชดุ การเรียนรู้และสือ่ ประกอบการเรียนรู้ ดา้ นการปอ้ งกนั การทุจรติ ซึ่ง
ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการให้การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขึ้น เพ่ือศึกษา วิเคราะห์ และ
รวบรวมข้อมลู กาหนดแนวทางและขอบเขตในการจดั ทาหลกั สูตร ยกร่างและจัดทาเนอ้ื หาหลกั สูตรหรอื ชดุ การเรียนรู้
และสื่อประกอบการเรียนรู้ รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม กาหนดแผนหรือแนวทางการนาหลักสูตรไปใช้ใน
หน่วยงานที่เกย่ี วข้อง และดาเนนิ การอ่ืนๆ ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย
คณะอนุกรรมการจัดทาหลักสตู รหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรยี นรู้ดา้ นการปอ้ งกันการทุจริต
ได้ร่วมกันสร้างชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา : Anti-Corruption Education ประกอบด้วย ๕ หลักสูตร ดังนี้ ๑. หลักสูตร
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน (รายวิชาเพ่ิมเติม การปอ้ งกันการทจุ ริต) ๒. หลกั สตู รอดุ มศึกษา (วัยใส ใจสะอาด “Youngster
with Good Heart”) ๓. หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่มทหารและตารวจ ๔. หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นา
การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไมท่ นต่อการทุจริต และ ๕. หลกั สูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต ชดุ หลกั สูตรดังกล่าวได้ผ่าน
กระบวนการนาไปทดลองใช้ เพื่อปรับปรุงให้มปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธิผล สาหรับการใช้ในกลุ่มเปา้ หมายต่อไป
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการจัดทาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการ
ทุจริตยังได้คดั เลือกส่ือการเรียนรู้ จากแหลง่ ต่างๆ ท้ังในประเทศและต่างประเทศ รวม ๕๐ ชิ้น เพอื่ ใชใ้ นการเรียนรู้
ซึง่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 โดยให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ และให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดาเนินการ เตรียมความพร้อมในด้าน
ตา่ งๆ เพื่อนาหลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนของสถานศกึ ษา
รายวิชาเพมิ่ เติมการป้องกันการทุจรติ สาหรับหลกั สูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน จัดทาขึ้นโดยอนุกรรมการ
ด้านการศึกษา ในคณะอนุกรรมการจัดทาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกัน
การทุจริตและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย (๑) การคิดแยกแยะระหว่าง
ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (๒) ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต (๓) STRONG :
จิตพอเพยี งต้านทุจริต (๔) พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ตอ่ เนอ่ื งกนั ต้ังแตร่ ะดับปฐมวยั ระดบั ประถมศึกษา
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายวิชาเพิ่มเติมการป้องกันการทุจริตสาหรับหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน ในชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) จะนาเข้าสู่ระบบการศึกษาเพ่ือเป็นกลไกระยะ
ยาวในการปลูกฝงั วธิ ีคดิ ป้องกันการทจุ ริตให้แก่ผเู้ รยี นอย่างเป็นอตั โนมัติ เพ่ือร่วมกนั สร้างประเทศไทยใสสะอาด ไทยท้ัง
ชาติตา้ นทจุ ริต
พลตารวจ เอก
(วัชรพล ประสารราชกิจ)
ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
30 พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑
ส 12201 การป้องกันการทุจรติ คำอธิบำยรำยวิชำเพิม่ เตมิ
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คาอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาเกี่ยวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวม ความละอายและความ
ไม่ทนตอ่ การทุจริต STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต รหู้ นา้ ทข่ี องพลเมืองและรบั ผิดชอบต่อสังคมในการ
ตอ่ ต้านการทุจริต
โดยใช้กระบวนการคิด วเิ คราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบตั ิจริง การทาโครงงานกระบวนการ
เรยี นรู้ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปญั หา ทกั ษะการอา่ นและการเขยี น เพอื่ ให้มีความ
ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการตอ่ ตา้ นและการปอ้ งกันการทจุ ริต
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ
3. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทจุ รติ
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
6. ปฏิบัตติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรปู แบบ
7. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ
8. ปฏิบัตติ นตามหน้าทพี่ ลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม
9. ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกนั การทุจรติ
รวมท้งั หมด 9 ผลการเรยี นรู้
โครงสรา้ งรายวิชา ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
ลาดบั หนว่ ยการเรยี นรู้ เรือ่ ง จานวน คะแนน
1. การคดิ แยกแยะระหว่าง ชั่วโมง เกบ็
1. การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ 16 20
ผลประโยชนส์ ่วนตนและ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๖ 20
1.1 การคิดแยกแยะของใช้ส่วนตน
2. ความละอายและความไม่ทนต่อ ภายในโรงเรยี นและของใช้สว่ นรวมภายใน
การทุจริต โรงเรียน
1.2 การใช้สถานท่ีสว่ นรวมในโรงเรียน
เพ่ือประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์
สว่ นรวม
2. การเปรยี บเทียบผลประโยชน์สว่ นตน
และประโยชนส์ ่วนรวมในโรงเรยี น
3. ระบบคิดฐานสอง
3.1 พฤตกิ รรมระบบคิดฐานสอง ใน
ระดับโรงเรียน
3.2 การประยุกตใ์ ชร้ ะบบคดิ ฐานสอง
ในระดบั โรงเรียน
4. พฤตกิ รรมระบบคิดฐานสบิ ในระดับ
โรงเรยี น
๕. ผลของพฤตกิ รรมระบบคิดฐานสิบ
ท่สี ่งผลในระดับโรงเรยี น
1. ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
เกย่ี วกับ
1.1 การทาการบ้าน
1.2 การทาเวร
1.3 การสอบ
1.4 กิจกรรมนกั เรยี น (การปฏิบตั ิ
หนา้ ที่
ในโรงเรียน)
2. กิจกรรมที่ปฏบิ ตั ใิ นโรงเรียนและสง่ ผล
ใหเ้ กดิ ความละอายและความไม่ทนต่อการ
ทุจริต
3. ผลดีของการปฏิบตั ติ นเป็นผู้ละอายและ
ลาดับ หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอื่ ง จานวน คะแนน
ชั่วโมง เก็บ
ไมท่ นต่อการทุจริต 20
4. ผลเสยี ของการปฏบิ ตั ิตนไมเ่ ปน็ ผูล้ ะอาย ๘ 20
และไม่ทนต่อการทจุ รติ 10
5. แนวทางการปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีความ 80
ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ (ระดับ 40
โรงเรียน)
3. STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ 1. การใชน้ า้
2. การใชไ้ ฟฟา้
3. ขยะ
4. การเลือกตงั้ ประธานนักเรียน
5. การรับประทานอาหาร
4. พลเมอื งกับความรับผิดชอบตอ่ 1. ความหมายของสิทธแิ ละหน้าทข่ี อง
สังคม พลเมอื ง
2. ยกตัวอย่างสทิ ธิและหนา้ ท่ีของพลเมอื ง
3. การจาแนกสทิ ธิและหนา้ ท่ใี นโรงเรียน
4. สทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีของตนเองในโรงเรยี น
4.๑ สิทธทิ ่ไี ด้รบั ในโรงเรียน (หนงั สอื ,
อาหาร/นม, อปุ กรณ์ ฯลฯ)
4.2 หน้าท่ที ีต่ อ้ งปฏิบัติในโรงเรียน
5. ความเปน็ พลเมอื งในโรงเรยี น
5.๑ การปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ
กติกาของโรงเรียน
5.๒ การต่อตา้ นการทจุ ริตในโรงเรยี น
รวม
สอบปลายภาค - 20
รวมตลอดภาคเรยี น ๔๐ 100
หนว่ ยท่ี 1
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน
และผลประโยชนส์ ่วนรวม
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ 1 ชอื่ หน่วย การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรอ่ื ง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ เวลา ๒ ช่ัวโมง
ผลประโยชน์ส่วนรวมในโรงเรยี น
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
1.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของผลประโยชน์ส่วนตนได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกความหมายของผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ผลประโยชน์สว่ นตน หมายถึง การคานงึ ถงึ ตัวเอง ความตอ้ งการสว่ นบคุ คล
ผลประโยชน์สว่ นรวม หมายถึง การคานงึ ถึงบุคคลอน่ื มากกว่าตนเอง
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กดิ )
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
ฟงั พูด เขยี น
๒) ความสามารถในการคดิ
วเิ คราะห์ สรปุ
๓.๓ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1) รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2) ความซ่ือสัตย์สุจริต
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี ๑
1. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการมีส่วนรว่ มในการทาคุณประโยชน์
กับกิจกรรมของโรงเรียนท่ีนักเรียนเคยปฏิบัติแล้วให้เพื่อนๆ แสดงความคิดเห็นว่าการกระทาดงั กล่าวมีประโยชน์
ต่อตวั นกั เรียนและโรงเรียนหรือไม่ อยา่ งไร
2. ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละเท่าๆ กนั
3. ให้นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้เก่ียวกับผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
4. ครูให้นักเรียนแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมโดยให้นักเรียนจัดกลุ่ม
รูปภาพกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมมากลุ่มละ ๓-๕ ภาพ แล้วร่วมกันสนทนาและ
สรุปผลดงั น้ี
4.1 จากภาพเปน็ การทากิจกรรมทเ่ี ป็นผลประโยชนส์ ว่ นตน
4.2 จากภาพเปน็ การทากิจกรรมทเ่ี ป็นผลประโยชน์สว่ นรวม
4.3 นกั เรยี นคดิ ว่ากจิ กรรมเหลา่ นมี้ ีความสาคัญอยา่ งไร
4.4 ถ้าทุกคนคานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนในการทาสิ่งต่างๆ
นกั เรียนคดิ วา่ จะเกิดผลดีอยา่ งไรบ้าง
5. ใหส้ มาชกิ ในกลุ่มร่วมกนั สรุปเกย่ี วกบั ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
6. ครูให้ความรู้เก่ียวกับผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมเพื่อเป็นการเพ่ิมพูนความรู้
อกี ครั้งหนง่ึ
ช่ัวโมงที่ ๒
7. ให้ตัวแทนนักเรียนออกมานาเสนอผลงานผังความคิดโดยแยกผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวมในโรงเรยี นหน้าชัน้ เรียน
8. นาผลงานผังความคิดติดบอร์ดประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ให้เพ่ือนนักเรียนชั้นเรียนอ่ืนๆ ได้
ศึกษาต่อไป
๔.๒ สือ่ การเรียนร/ู้ แหลง่ เรียนรู้
1) ใบความรู้ เรื่องผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
2) ภาพกิจกรรมผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
3) กระดาษ
4) สี กระดาษ กาว
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
1) ตรวจผลงานการทาผงั ความคิด เรอ่ื ง ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
2) ประเมนิ ผลการทางานกลุม่
๕.๒ เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมิน
1) แบบประเมนิ ผลงานการทาผังความคิด เร่ือง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
2) แบบประเมนิ ผลการทางานกลุ่ม
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้ ไป
บนั ทึกหลงั สอน
หนว่ ยกำรสอนที่................ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่..............
บันทกึ หลงั สอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคลองหา้
7. ภาคผนวก
7.1 ใบความรู้
7.2 ภาพนักเรียนทากจิ กรรมร่วมกนั ในโรงเรยี น
7.3 แบบประเมนิ ผลงานผังความคิด
7.4 แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
7.5 แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใบความรู้
เรือ่ ง ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
ผลประโยชน์สว่ นตน หมายถงึ การคานงึ ถงึ ตัวเอง ความต้องการส่วนบคุ คล
ผลประโยชน์ส่วนรวม หมายถึง การคานึงถึงบุคคลอื่นมากกวา่ ตนเอง
การกระทาเพอ่ื ประโยชนส์ ่วนตน เช่น
การจอดรถบนทางเท้า การขายของบนทางเท้า การทง้ิ ขยะโดยไมแ่ ยกขยะ
การปลูกพืชในทสี่ าธารณะ
การกระทาเพอ่ื ประโยชนส์ ่วนรวม เชน่
การปลูกตน้ ไม้ในสวนสาธารณะ ช่วยเกบ็ ขยะทีพ่ บเหน็ ในบรเิ วณโรงเรียน
การดูแลรกั ษาศาสนสถานในชมุ ชน
ภาพนกั เรียนทากจิ กรรมรว่ มกนั ในโรงเรยี น
แบบประเมินผลงานผงั ความคิด
เร่ือง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
เลขท่ี ช่อื – สกุล คะแนนท่ีได้ สรุปผล
ผา่ น ไมผ่ ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
สรุป
เกณฑ์การประเมิน
นกั เรยี นได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
ลงช่ือ.........................................ผู้ตรวจ
(...............................................)
แบบประเมินผลการทางานกลุ่ม
เรือ่ ง .................................................................................
รายการประเมิน
ความ การแสดง การรบั ฟงั การรว่ ม การ รวมคะแนน
รว่ มมือ ความ ผู้อื่น ปรบั ปรงุ นาเสนอ
ท่ี ช่ือกลุ่ม คิดเห็น ผลงาน ผลงาน
๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ คะแนน
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน
ลงชื่อ.........................................ผู้ตรวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
นกั เรยี นได้คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ถือว่า ผ่าน
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คาช้แี จง ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ใสเ่ ครอื่ งหมาย ลงใน
ช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะอันพึง รายการประเมิน ระดับคะแนน
ประสงคด์ ้าน 321
รักชาติ ศาสน์ 1. ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 2. เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง
และเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียน
ซื่อสตั ย์ สุจริต 3. เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏิบัติตามหลัก
ศาสนา
4. เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์
ตามทโ่ี รงเรียนจดั ขึน้
1. ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้อง และเป็นจรงิ
2. ปฏิบัตใิ นสิง่ ท่ีถูกตอ้ ง
ลงชอื่ ............................................ผู้ประเมิน
(.............................................)
เกณฑ์การให้คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ิบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยที่ 1 ชือ่ หนว่ ย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรอื่ ง การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ เวลา ๒ ชั่วโมง
ผลประโยชน์ส่วนรวมในโรงเรยี น
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกับการคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
1.๒ สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของของใชส้ ว่ นตนภายในโรงเรยี นได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของของใช้ส่วนรวมภายในโรงเรียนได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถแยกแยะของใชส้ ว่ นตนและของใชส้ ่วนรวมทใ่ี ชใ้ นโรงเรียนได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ของใช้ส่วนตนภายในโรงเรียน หมายถึง สง่ิ ของท่ีใช้เฉพาะบุคคลท่ีอยู่ในบริเวณโรงเรียน เช่น แก้ว
นา้ กระเป๋านักเรยี น รองเท้า เป็นตน้
ของใช้ส่วนรวมภายในโรงเรียน หมายถึง สิ่งของที่ใช้ร่วมกันภายในโรงเรียน เช่น โต๊ะอาหาร เครื่อง
เล่นสนาม อุปกรณ์กฬี า
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กิด)
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
อ่าน ฟงั พูด เขยี น
๒) ความสามารถในการคิด
วเิ คราะห์ สรปุ
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความซือ่ สตั ย์สจุ รติ
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
ช่วั โมงที่ ๑
๑ . นั ก เรียน ชมวี ดิ ทั ศน์ นิ ท าน เร่ือ ง “ขอ งเล่น ขอ งใช้ ” แล้วให้ นั ก เรียน ฝึก ต้ั งคาถาม
คนละ ๑ คาถาม
๒. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเพื่อหาคาตอบจากนิทานโดยมคี รูคอยให้คาปรึกษา
๓. ครอู ธิบายความหมายของของใช้ส่วนตนและของใช้ส่วนรวมภายในโรงเรยี น
4. นักเรียนอ่านออกเสยี งจากใบความรู้เกี่ยวกบั ของใช้สว่ นตนและของใช้สว่ นรวม โดยครู อา่ นให้
นกั เรียนฟงั และนกั เรยี นอา่ นตามทีละประโยค
5. นักเรียนยกตวั อยา่ งของใช้ส่วนตนและของใช้ส่วนรวมท่ีพบเหน็ ได้ในชวี ติ ประจาวันภายในโรงเรยี น
6. นกั เรียนแยกแยะของใชส้ ่วนตนและของใช้ส่วนรวมทใ่ี ช้ภายในโรงเรียน โดยการทาใบกิจกรรมท่ี ๑
ระบายสีภาพของใช้ทเ่ี ปน็ ของใชส้ ว่ นตนด้วยสีแดง และระบายสภี าพของใชท้ เี่ ปน็ ของใช้ส่วนรวมดว้ ยสีเขียว
7. ครสู รุปองค์ความรูเ้ ก่ยี วกับของใชส้ ว่ นตนและของใช้ส่วนรวม ให้กบั นักเรียนอีกคร้ัง
ชัว่ โมงที่ ๒
7. นักเรียนออกมานาเสนอผลการทาใบกิจกรรมที่ ๑ เรื่อง ของใช้สว่ นตนและของใช้ส่วนรวม หน้า
ชั้นเรยี น
8. จัดทาข้อตกลงการใชง้ านของใช้ส่วนตนและของใช้ส่วนรวมภายในโรงเรยี น พร้อมปฏิบัติ ตาม
ข้อตกลง เชน่ ไม่หยิบของใชภ้ ายในโรงเรียนมาใชเ้ พอ่ื ประโยชนส์ ว่ นตน เมื่อใช้งานของใช้นั้นแลว้ ควรเกบ็ ไว้
ทีเ่ ดมิ เปน็ ตน้
๔.๒ สอื่ การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1) นทิ าน เร่ือง ของเล่น ของใช้
2) ใบความรู้ เร่ือง ของใชส้ ว่ นตนและของใช้ส่วนรวมภายในโรงเรียน
3) ใบกจิ กรรมท่ี ๑ เรอ่ื ง ของใชส้ ว่ นตนและของใช้สว่ นรวม
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) สังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
๕.๒ เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
1) แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน
2) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
บันทกึ หลงั สอน
หนว่ ยกำรสอนท.่ี ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี..............
บันทึกหลังสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคิดเห็นของผูอ้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรียนวดั คลองหา้
7. ภาคผนวก
7.1 ใบความรู้
7.2 ใบงาน
7.3 แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
7.4 แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
7.5 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ใบความรู้
เรอื่ ง ของใชส้ ว่ นตนและของใช้ส่วนรวม
ของใชส้ ่วนตน หมายถงึ ของใช้ส่วนตัวมีมากมายหลายชนิด เช่น แปรงสีฟัน
ยาสีฟัน แกว้ น้า กางเกง ฯลฯ
ของใชส้ ่วนรวม หมายถึง ส่งิ ของใดๆ ที่สามารถนามาเพ่ือใชส้ รา้ งประโยชน์
รว่ มกนั ในชวี ิตประจาวัน
ของใช้ส่วนรวมมมี ากมายหลายชนดิ เช่น ชน้ั วางรองเท้า พัดลมในหอ้ งเรยี น
ไม้กวาด ไมถ้ ูพน้ื
ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง ของใชส้ ่วนตนและของใชส้ ว่ นรวม
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นระบายสีภาพของใชท้ ่ีเป็นของส่วนตัวดว้ ยสแี ดง และระบายสีภาพของท่ใี ช้สว่ นรวมดว้ ยสเี ขียว
แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
เลขท่ี ชือ่ - สกลุ คะแนนท่ีได้ สรุปผล
(10 คะแนน) ผา่ น ไมผ่ า่ น
สรปุ
ลงชือ่ …………………….…………………ผ้ตู รวจ
(.....….......…………………………….)
เกณฑ์การประเมิน
นกั เรยี นได้คะแนนรอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน (ไดค้ ะแนน 8 คะแนนขึ้นไป)
แบบสงั เกตพฤติกรรมตามข้อตกลงในโรงเรยี น
ช่ือ - สกลุ ...................................................................ชั้น...................ภาคเรียนที่...........ปีการศึกษา...................
คาชแ้ี จง ให้ใส่เคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งวา่ งทตี่ รงกับพฤตกิ รรมท่ีเกิดขึ้นจริง
ระดับการปฏบิ ัติ (คะแนน)
ท่ี ข้อตกลง ปฏิบัติ ไม่ปฏิบตั ิ
๑. (1 คะแนน) (๐ คะแนน)
๒.
3.
4.
5.
รวมคะแนน
ลงชอ่ื .........................................ผ้ตู รวจ
(..............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
ช่องคะแนน ผลการประเมิน
3 - 5 คะแนน ผ่าน
๐ - 2 คะแนน ไมผ่ า่ น
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาชี้แจง ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย
ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
คุณลักษณะอนั พงึ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงค์ 321
ซือ่ สัตย์ สุจรติ 1. ให้ขอ้ มลู ที่ถูกตอ้ ง และเปน็ จรงิ
2. ปฏิบัตใิ นสิง่ ที่ถูกต้อง
ลงชอ่ื ............................................ผู้ประเมิน
(.............................................)
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้ัง
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติบางครั้ง
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยที่ 1 ช่ือหนว่ ย การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 3 เรื่อง การคิดแยกแยะการใชส้ ถานท่สี ว่ นรวมในโรงเรียน เวลา ๒ ชว่ั โมง
เพอื่ ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกความหมายของสถานท่ีสว่ นตนในโรงเรียนได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของสถานทสี่ ว่ นรวมในโรงเรียนได้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถแยกแยะการใชส้ ถานทีส่ ่วนรวมในโรงเรียนเพื่อประโยชนส์ ว่ นตนและส่วนรวมได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
สถานท่สี ว่ นตนในโรงเรียน หมายถงึ สถานที่ที่ใช้เฉพาะบคุ คลที่อยใู่ นโรงเรยี น เชน่ โตะ๊ เก้าอี้
สถานท่ีส่วนรวมในโรงเรียน หมายถึง สถานท่ีที่ใช้ร่วมกันท่ีอยู่ใน โรงเรียน เช่น ห้องสมุด
ห้องคอมพิวเตอร์ สนามกฬี า สนามเด็กเลน่ โรงอาหาร
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กดิ )
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
อา่ น ฟงั พูด เขยี น
๒) ความสามารถในการคดิ
วิเคราะห์ จัดกลมุ่ สรุป
๓.๓ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1) ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ
2) มวี นิ ยั
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑
๑. ครูต้ังคาถามให้นักเรียนตอบปริศนาคาทายเก่ียวกับสถานท่ีส่วนตนและสถานที่ส่วนรวมภายใน
ชมุ ชน ดังนี้
1.1 อะไรเอย่ มีประตูหนา้ ต่าง ใชพ้ ักอาศัย มีไว้เพอื่ หลบแดดหลบฝน
1.2 อะไรเอย่ มีลานกว้างๆ มีชงิ ชา้ มีเครอ่ื งเล่น เดก็ ๆ ชอบไป
2. ครูนาภาพที่เป็นสถานท่สี ่วนตนและสถานทสี่ ่วนรวมภายในชุมชนมาให้นักเรยี นดู จากนั้นครูต้ัง
ประเดน็ คาถาม เชน่
2.๑ นกั เรียนทราบหรอื ไมว่ ่าสถานทน่ี ้ีเรยี กวา่ อะไร
2.๒ นกั เรยี นเคยไปสถานทแ่ี ห่งนีห้ รือไม่
2.๓ นักเรยี นคดิ วา่ สถานที่เหล่านี้มไี ว้เพือ่ อะไร
3. แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ ๆ ละ ๕-๖ คน
4. ครูให้นักเรียนค้นหาสถานท่ีส่วนตนและสถานท่ีส่วนรวมภายในชุมชนโดยให้นักเรียนค้นคว้า
ข้อมูลจากอนิ เทอรเ์ น็ตในห้องคอมพิวเตอรข์ องโรงเรยี นและพิมพภ์ าพออกมา
5. ครูให้นักเรียนแยกแยะภาพที่เป็นสถานที่ส่วนตนและภาพท่ีเป็นสถานท่ีส่วนรวมภายในชุมชน
ตดั ภาพแลว้ ติดลงในกระดาษ ทาเปน็ หนงั สือเล่มเลก็ และตกแต่งใหส้ วยงาม
6. ให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกนั สรุปความหมายของสถานท่สี ว่ นตนและสถานทีส่ ว่ นรวมในชมุ ชน
7. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ ก่ียวกับสถานที่สว่ นตนและสถานที่สว่ นรวมในชมุ ชน
ช่ัวโมงท่ี ๒
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลการทาหนังสือเล่มเล็ก เรื่อง สถานท่ีส่วนตน
และสถานที่สว่ นรวมในชุมชน
2. นกั เรียนนาผลงานไปจัดแสดงในหอ้ งสมดุ โรงเรียน เพ่ือเผยแพร่และแนะนาสถานทสี่ ่วนตนและ
สถานท่สี ่วนรวมในชุมชนใหก้ ับนักเรียนคนอื่นๆ
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1) ภาพสถานท่สี ่วนตนและสถานท่ีสว่ นรวมในชุมชน
2) คอมพิวเตอร์
3) ภาพสถานทีต่ ่างๆ จากอินเทอรเ์ นต็
4) กระดาษ
5) สีไม้
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
1) ประเมินผลการทาหนงั สือเล่มเลก็
2) ประเมนิ ผลการทางานกลมุ่
๕.๒ เคร่ืองมอื ที่ใช้ในการประเมนิ
1) แบบประเมินผลการทาหนังสอื เลม่ เล็ก
2) แบบประเมินผลการทางานกลมุ่
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ
นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป
บันทกึ หลังสอน
หนว่ ยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรูท้ .่ี .............
บนั ทึกหลงั สอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวดั คลองหา้
7. ภาคผนวก
7.1 ปรศิ นาคาทาย
7.2 แบบประเมินผลการทาหนงั สือเลม่ เลก็
7.3 แบบประเมนิ ผลการทางานกลมุ่
7.4 แบบประเมินผลคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ปรศิ นาคาทายเกย่ี วกับสถานท่ี
อะไรเอ่ย? มปี ระตูหนา้ ตา่ ง ใชน้ ่ังอ่านเขียน เรยี นสนุกทกุ วนั
อะไรเอย่ ? มลี านกวา้ ง มีชิงชา้ มเี คร่ืองเลน่ เดก็ ๆ ชอบเลน่
แหลง่ ทมี่ า
https://www.google.co.th/search?rlz=1C1CHBF_thTH735TH735&tbm=isch&sa=1&ei=q64dWvilGIfavATe6YiQDA&
ภาพสนามเดก็ เลน่ &oq=ภาพสนามเดก็ เลน่ &gs_l=psy-ab.3...316070.332
แบบตรวจให้คะแนนหนังสือเลม่ เลก็
รายการประเมนิ
เน้อื หาสาระ ภาพประกอบ ความคดิ รูปเล่ม รวมคะแนน
สร้างสรรค์ สวยงาม
ท่ี ชื่อ - สกุล
3 คะแนน 3 คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน 10 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสิน
นักเรยี นได้ 8 คะแนนขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
แบบประเมินการทางานกลุม่
รายการประเมนิ
ความ การแสดง ความ การรับฟงั การร่วม รวมคะแนน
ร่วมมอื ความ ต้งั ใจ ผ้อู ่นื ปรับปรุง
ท่ี ชือ่ กลมุ่ คดิ เห็น ผลงาน
๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๑๐ คะแนน
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน
ลงชื่อ.........................................ผตู้ รวจ
( ........................................... )
เกณฑ์การประเมิน
นกั เรยี นไดค้ ะแนนร้อยละ ๘๐ ถือวา่ ผ่าน
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
คาชแ้ี จง ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เครือ่ งหมาย
ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงคด์ ้าน 321
ซ่อื สัตย์ สุจริต 1. ให้ขอ้ มูลทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ
มวี ินยั
2. ปฏิบตั ใิ นสิง่ ท่ีถกู ตอ้ ง
1. ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของ
ครอบครวั มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ
ในชวี ิตประจาวัน
ลงชอื่ ............................................ผู้ประเมิน
(.............................................)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยคร้งั
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติบางคร้งั
แผนการจัดการเรียนรู้ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2
เวลา 2 ช่วั โมง
หนว่ ยที่ 1 ชอ่ื หนว่ ย การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง พฤตกิ รรมระบบคดิ ฐาน 2 ในระดับโรงเรียน
1. ผลการเรียนรู้
1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
1.2 สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวมได้
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
นกั เรยี นสามารถบอกพฤติกรรมตวั อย่างทเี่ ป็นระบบคิดฐาน ๒ ในระดบั โรงเรียนได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้
“ระบบคิดฐาน ๒ (Digital)” คือ ระบบคดิ ทสี่ ามารถแยกเรือ่ งประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
ออกจากกันได้อย่างชัดเจนไม่นามารวมกัน ส่ิงไหนถูก ส่ิงไหนผิด สิ่งไหนทาได้ ส่ิงไหนทาไม่ได้ ผลประโยชน์
สว่ นรวมย่อมสาคญั กว่าผลประโยชน์สว่ นตน ควรยดึ ผลประโยชนส์ ว่ นรวมเปน็ หลกั
3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด)
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
อา่ น ฟัง พดู เขียน
2) ความสามารถในการคิด
จัดกลุม่ สรุป
3.3 คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
มุง่ ม่นั ในการทางาน
4. กิจกรรมการเรยี นรู้
4.1 ขัน้ ตอนการเรียนรู้
ช่วั โมงที่ 1
1. ครนู าปา้ ยข้อความพฤตกิ รรมตวั อยา่ ง เรอื่ ง ระบบคิดฐาน ๒ ติดบนกระดาน
2. ครูและนักเรยี นอ่านข้อความพฤตกิ รรมตัวอยา่ ง เรอ่ื ง ระบบคดิ ฐาน ๒ พรอ้ มกัน จากนั้นครูอธบิ าย
พฤตกิ รรมดังกลา่ วแต่ละข้อให้นกั เรยี นเขา้ ใจ พร้อมท้ังถามคาถามนักเรยี นดงั ต่อไปนี้
2.1 เหตุการณ์ดังกล่าวเปน็ เหตกุ ารณ์ทด่ี หี รอื ไม่
2.2 พฤติกรรมดังกล่าวนักเรียนเคยปฏิบตั หิ รือไม่
2.3 ถา้ มคี นเอาเปรยี บนกั เรยี น นักเรียนจะรู้สึกอยา่ งไร
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ เพ่ือร่วมกันแยกตัวอย่างพฤติกรรมระบบคิดฐาน 2 และเขียนลงใน ใบ
งาน เร่อื ง การแยกแยะระบบพฤตกิ รรมคิดฐาน ๒
ช่ัวโมงท่ี 2
4. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนนาเสนอผลงานจากใบงาน โดยอภิปรายรว่ มกันและสรุปหนา้ ชนั้ เรยี น
5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้พฤติกรรมของระบบคิดฐาน ๒ จากการนาเสนอผลงานของ
นักเรียน
6. ครูสะท้อนความคดิ จากการนาเสนอของนกั เรยี นว่าพฤติกรรมหรือการกระทาใดที่เรา ควร
ปฏบิ ตั ิ และพฤติกรรมหรือการกระทาใดท่ไี มค่ วรปฏบิ ัติ
7. ให้นักเรียนนาป้ายข้อความทคี่ รูเตรียมไว้ ของตัวอยา่ งพฤติกรรมของระบบคดิ ฐาน ๒ มา
ออกแบบทาป้ายรณรงค์ในกระดาษบรู๊ฟ
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้/ แหล่งการเรยี นรู้
๑) กระดาษบรฟู๊
๒) ใบงานท่ี 1 เร่อื ง การแยกแยะพฤตกิ รรมระบบคดิ ฐาน ๒
๓) กระดาษสี / ปากกาเมจิก / สไี ม้ / กาว
4) ปา้ ยนเิ ทศ
5) ป้ายข้อความ ตัวอยา่ ง พฤตกิ รรมของระบบคิดฐาน ๒
5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5.1 วธิ ีการประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) สังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน
5.2 เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ขึน้ ไป
บันทึกหลังสอน
หนว่ ยกำรสอนท่.ี ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ี.่ .............
บนั ทกึ หลังสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคลองหา้
7. ภาคผนวก
7.1 ใบงาน
7.2 แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
7.3 แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
7.4 แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ใบงาน
เรอ่ื ง การคดิ แยกแยะพฤตกิ รรม ระบบคดิ ฐาน ๒ ในระดบั โรงเรียน
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นอา่ นและเลอื กใส่ข้อความในชอ่ งว่างใหถ้ กู ต้อง (10 คะแนน)
ตัวอย่างของระบบคดิ ฐาน ๒ เชน่ - ใชจ้ ักรยานของตัวเองไปซอ้ื ขนมท่สี หกรณ์โรงเรียน
- ใชโ้ ทรศัพทส์ าธารณะโทรหาแม่ให้มารบั ที่โรงเรยี น
- ไมใ่ ช้รถโรงเรยี นไปซื้อของที่ตลาด - เอาหนังสือกลบั มาอา่ นทบ่ี า้ นโดยขออนุญาตกอ่ น
- ไม่ใชโ้ ทรศัพทโ์ รงเรียนโทรธรุ ะสว่ นตวั - เขา้ แถวรอรับอาหารกลางวัน
- ไม่นาโทรศพั ทม์ าชาร์จท่ที างาน
- ไมน่ าไม้กวาดของโรงเรียนไปใชท้ ี่บ้าน
ตัวอย่างพฤตกิ รรมของระบบคดิ ฐาน ๒ ไมใ่ ชพ่ ฤตกิ รรมของระบบคดิ ฐาน ๒
………………………………………………………… ………………………………………………………….
………………………………………………………… ………………………………………………………….
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………… …………………………………………………………..
………………………………………………………... …………………………………………………………..
คะแนน
..….....…
ชือ่ .....………………………………….……………………..……………..……ช้นั …………....เลขที่…………..
เกณฑ์การประเมิน
-นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป ถอื ว่า ผา่ น (ตอบถกู 8 ขอ้ )
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
ชอ่ื นกั เรยี น......................................................................... ชน้ั ..............ภาคเรยี นท.่ี ..........ปีการศึกษา..............
คาชีแ้ จง การบันทึกให้ใส่เครอื่ งหมาย ลงในช่องทีต่ รงกบั พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ข้นึ จรงิ
ท่ี พฤตกิ รรม เป็นประจา ระดับการปฏบิ ัติ ไมท่ าเลย/
(๓) ไม่ชดั เจน
๑ มีความรับผดิ ชอบในหนา้ ทกี่ ารงาน บางครง้ั นอ้ ยครง้ั
๒ ต้ังใจและเอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัติหน้าที่ท่ีไดร้ บั มอบหมาย (๒) (๑) (๐)
๓ ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
๔ รจู้ ักแก้ปัญหาในการทางานเมื่อมีอปุ สรรค
๕ อดทนเพอ่ื ให้งานสาเร็จตามเปา้ หมาย
๖ ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานใหด้ ขี นึ้ ดว้ ยตนเอง
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผ้ปู ระเมิน ครู พอ่ แม่ / ผู้ปกครอง ตนเอง เพอื่ น
เกณฑ์การประเมนิ ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมิน
ระดบั คุณภาพ (.................................................)
ดีเยี่ยม
ดี เกณฑ์การตัดสนิ
พอใช้
ปรับปรงุ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕ – ๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ขอ้ ใดขอ้ หนง่ึ ตา่ กวา่ ๒ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑ – ๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ตา่ กว่า ๐ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ – ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ข้อใดขอ้ หนงึ่ ตา่ กวา่ ๐ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน
แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
เลขท่ี ชอ่ื – สกลุ คะแนนทไี่ ด้ สรปุ ผล
1 (10 คะแนน) ผา่ น ไมผ่ า่ น
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
สรุป
เกณฑก์ ารประเมิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น (ตอบถูก 8 ข้อ)
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนและใส่เคร่ืองหมาย ลงในช่อง ที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงคด์ า้ น 321
มงุ่ มัน่ ในการทางาน 1. มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
2. มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพือ่ ให้งาน
สาเรจ็
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมิน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)
พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยคร้งั
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ 1 ชือ่ หนว่ ย การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5 เร่ือง การประยกุ ต์ใช้ระบบคดิ ฐาน 2 ในระดบั โรงเรยี น เวลา 2 ชัว่ โมง
1. ผลการเรียนรู้
1.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 นักเรยี นสามารถนาระบบคิดฐาน ๒ ไปประยุกต์ใช้ในระดบั โรงเรยี นได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้
ตวั อย่าง เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขึน้ ในชีวิตประจาวนั ของระบบคิดฐาน ๒ เชน่
1) ไม่ใชร้ ถโรงเรียนไปซื้อของท่ตี ลาด
2) ไมใ่ ช้โทรศพั ท์โรงเรียนโทรธุระสว่ นตวั
3) ไมน่ าโทรศพั ทม์ าชาร์จที่ทางาน
4) ไมน่ าไมก้ วาดของโรงเรยี นไปใชท้ ่บี ้าน
5) ท้งิ ขยะลงในถังขยะ
6) ไมห่ ยิบของเล่นในห้องเรียนกลับไปเล่นทีบ่ ้าน
7) ไมน่ าส่ิงของเพอื่ นมาเปน็ ของตนเอง
8) เล่นของเล่นแล้วตอ้ งเก็บเข้าท่ี
9) ชอบทาของใชส้ ่วนรวมพังเสยี หาย
10) ชอบขีดเขียนตามฝาผนังในหอ้ งเรียน
11) เขา้ หอ้ งนา้ เสรจ็ แล้วไมร่ าดนา้ ทกุ ครั้ง
12) แทรกแถวเพื่อรับอาหารหรือนม
13) ถอดรองเท้าแล้วไมเ่ รียงรองเทา้ ให้เปน็ ระเบียบ
3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด)
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
อา่ น ฟัง พดู เขียน
2) ความสามารถในการคดิ
จัดกลุ่ม สรปุ
3) ความสามรถในการใชท้ ักษะชวี ติ
3.3 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ / ค่านิยม
มุ่งม่ันในการทางาน
4. กิจกรรมการเรียนรู้
4.1 ขนั้ ตอนการเรียนรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
1. ครูใหน้ ักเรยี นดูวีดิทศั น์ เรือ่ ง หยิบ
2. ครอู ธบิ ายเนื้อเรอ่ื งในคลิปดงั กล่าวเพอ่ื ความเขา้ ใจของนกั เรียนยิง่ ขึ้น
3. ครตู ัง้ คาถามกบั นกั เรียน ดังต่อไปนี้
3.1 เร่อื งทีน่ กั เรียนดูเกดิ ข้นึ ท่ีไหน และมตี ัวละครใดบ้าง
3.2 นกั เรยี นชอบตัวละครตวั ไหน เพราะอะไร
3.3 นกั เรียนอยากเปน็ เหมอื นตัวละคร (นกั เรียนในคลปิ ) นั้นไหม เพราะอะไร
4. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มพร้อมแจกใบความรู้ เร่ือง ตัวอย่างระบบคิดฐาน ๒ ให้นักเรียน อ่าน
พร้อมให้ร่วมกันระดมความคิดว่านักเรียนสามารถนาพฤติกรรมระบบคิดฐาน 2 ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนได้
อย่างไรบ้าง
5. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ วิธีการนาระบบคดิ ฐาน 2 ไปประยกุ ต์ใชใ้ นโรงเรียน
ช่วั โมงท่ี 2
6. ครูแจกใบงาน เร่อื ง “ระบบคิดฐาน 2” ใหน้ กั เรยี นทุกคนทาพร้อมทั้งร่วมกันแสดงความคดิ เหน็
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปตัวอย่างของระบบคิดฐาน ๒ จากการนาเสนอว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร
ปฏบิ ัติ และมผี ลกระทบกับคนรอบขา้ งอยา่ งไรบา้ ง
8. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนา โดยนาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนของระบบคิดฐาน ๒ ว่า
การกระทาใดทเี่ ราควรปฏิบัตแิ ละการกระทาใดทไี่ ม่ควรปฏิบตั ิ
9. ให้นักเรียนเขียนสิ่งท่ีจะปฏิบัติลงในใบงาน เรื่อง ระบบคิดฐาน ๒ หลังจากการเรียนการสอน
คนละ 3 ข้อ แล้วตดิ ท่ีปา้ ยนิเทศหนา้ ห้องเรยี น
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) แบบสารวจเรื่อง ระบบคดิ ฐาน ๒
2) วดี โี อ เรื่อง หยบิ
3) ป้ายนิเทศ
4) ใบความรู้ เร่ือง ตวั อยา่ งระบบคดิ ฐาน ๒
5) ใบงาน เร่ือง ระบบคิดฐาน ๒
5. การประเมินการเรยี นรู้
5.1 วธิ ีการประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น
5.2 เครอื่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน
5.3 เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่าน
บนั ทกึ หลังสอน
หนว่ ยกำรสอนท.่ี ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี..............
บนั ทกึ หลังสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ปัญหำและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรียนวัดคลองหา้
7. ภาคผนวก
7.1 ใบความรู้
7.2 แบบสารวจ
7.3 ใบงาน
7.4 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
7.5 แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใบความรู้
เรือ่ ง ตวั อย่างระบบคดิ ฐาน 2
นกั เรยี นอย่าทานะ
ครบั เพราะไมน่ า่ รกั
เลย
แบบสารวจ
เรื่อง ระบบคดิ ฐาน ๒
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นใสเ่ ครอื่ งหมาย ในขอ้ ทน่ี กั เรยี นเคยพบเจอหรอื เคยมีประสบการณ์มาแลว้
ข้อ รายการพฤตกิ รรม การปฏิบัติ
เคย ไม่เคย
1 นาไม้กวาดของโรงเรยี นไปใชท้ บ่ี ้าน
2 หยบิ ของเลน่ ในหอ้ งเรียนกลับไปเล่นทบ่ี ้านโดยไม่ได้รบั อนุญาตจากครู
3 นาสงิ่ ของเพื่อนมาเป็นของตนเอง
4 ชอบทาลายของใช้ส่วนรวมให้พังเสียหาย
5 ชอบขีดเขยี นตามฝาผนงั ในห้องเรยี น
6 นาเก้าอขี้ องโรงเรียนไปใชใ้ นงานแต่งของญาติ
7 ไม่นาโทรศัพท์ส่วนตัวมาชาร์จแบตเตอรี่ที่โรงเรยี น
8 ไมเ่ อากรรไกรของโรงเรยี นให้แม่ยมื
9 แทรกแซงแถวเพอื่ รอรับอาหาร
10 นารถโรงเรยี นไปตลาดเพอ่ื ซื้อของใหต้ ัวเอง
รวมคะแนน
สรปุ
ช่อื .....………………………………….…………………กลมุ่ ที่………..……ชัน้ …………....เลขที่…………..
ใบงาน
เร่อื งระบบคดิ ฐาน ๒
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นตวั อยา่ งของระบบ คิดฐาน ๒ จานวน 5 ข้อ ทน่ี ักเรียนจะปฏิบัติ (10 คะแนน)
ตอ่ ไปน้ี หนูจะ ต่อไปน้ี หนจู ะ ต่อไปนี้ หนูจะ
............................................... ............................................... ...............................................
............................................... ............................................... ...............................................
............................................... ............................................... ...............................................
....................... ....................... .......................
ต่อไปน้ี หนจู ะ ต่อไปน้ี หนจู ะ
............................................... ...............................................
............................................... ...............................................
............................................... ...............................................
....................... .......................
คะแนน
..….....…
ชื่อ.....………………………………….……………………..……………..……ชนั้ …………....เลขที่…………..
เกณฑก์ ารประเมนิ
นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป ถอื ว่า ผ่าน (ตอบถกู 4 ข้อๆ ละ 2 คะแนน)
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
ช่ือ-สกลุ ......................................................................... ชน้ั ..............ภาคเรยี นที่...........ปีการศกึ ษา.............
คาชีแ้ จง ใส่เคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ
ท่ี พฤตกิ รรม ระดับการปฏบิ ตั ิ
๑ มคี วามรับผดิ ชอบในหนา้ ทก่ี ารงาน เปน็ บางครงั้ นอ้ ย ไม่ทาเลย /
๒ ต้งั ใจและเอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย ประจา (๒) ครั้ง ไม่ชัดเจน
๓ ทางานด้วยความเพยี รพยายาม (๓) (๑) (๐)
๔ รจู้ กั แกป้ ัญหาในการทางานเม่ือมีอุปสรรค
๕ อดทนเพ่ือให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
๖ ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานใหด้ ีขน้ึ ดว้ ยตนเอง
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผู้ประเมนิ ครู พอ่ แม่ / ผปู้ กครอง ตนเอง เพอ่ื น
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
(.................................................)
เกณฑก์ ารประเมิน
ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสิน
ดเี ยีย่ ม
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕ – ๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ดี ขอ้ ใดข้อหน่ึงตา่ กวา่ ๒ คะแนน
พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑ – ๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ปรับปรุง ขอ้ ใดขอ้ หน่ึงตา่ กวา่ ๐ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ – ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน
ขอ้ ใดข้อหน่ึงตา่ กวา่ ๐ คะแนน
ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๐ – ๕ คะแนน
แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
เลขท่ี ชอ่ื – สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล
ตอ้ ง ผา่ น ไมผ่ า่ น
1
2 (10 คะแนน)
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
สรปุ
เกณฑก์ ารประเมิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป ถือว่า ผา่ น (ตอบถูก 4 ขอ้ ๆ ละ 2 คะแนน)