The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.2
โรงเรียนวัดคลองห้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tummeng.kt, 2021-05-30 09:56:41

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.2

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.2
โรงเรียนวัดคลองห้า

แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาช้แี จง สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วใส่เครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321

มวี นิ ัย 1. ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ
ครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

ต่างๆ ในชวี ิตประจาวนั

ใฝเ่ รยี นรู้ 1. รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้

2. รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

3. เชอื่ ฟงั คาส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง

4. ตง้ั ใจเรยี น

มุ่งมน่ั ในการ 1. มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ ับ
ทางาน มอบหมาย

2. มคี วามอดทนและไม่ยอ่ ท้อตอ่ อปุ สรรคเพอื่ ให้งาน
สาเร็จ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ัติชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและบ่อยครง้ั
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตบิ างครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

หน่วยที่ 3
STRONG : จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ

แผนการจัดการเรียนรู้

หนว่ ยที่ 3 ชอื่ หนว่ ย STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง จิตพอเพียงตา้ นทุจริตเก่ียวกับการใชน้ า้ และไฟฟ้า เวลา 2 ชวั่ โมง

ในระดบั โรงเรียน

1. ผลการเรียนรู้
1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG / จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ

1.2 ปฏบิ ัติตนเป็นผ้ทู ่ี STRONG / จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 นักเรียนสามารถบอกประโยชนข์ องนา้ และไฟฟ้าในระดับโรงเรยี นได้
2.2 นักเรียนสามารถบอกวิธีการใช้น้าและไฟฟ้าในระดับโรงเรียนอยา่ งประหยัดและคุ้มคา่ ได้
2.3 นักเรยี นเห็นคณุ ค่าการใช้น้าและไฟฟา้ ในระดับโรงเรยี น

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้

“น้า” เป็นทรพั ยากรที่ใช้แล้วไม่หมดไปมีหมุนเวียนในวฏั จักรที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ท้ังโดยทางตรงและ
ทางอ้อม มนุษย์ใช้สอยนา้ เพื่อการอุปโภคบริโภคในชวี ิตประจาวัน ชาระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ใช้เป็นส่วนประกอบ
ในการผลติ อาหาร เปน็ ปจั จัยในขบวนการผลติ ภาคอตุ สาหกรรมและเกษตรกรรม นอกจากนี้ ความสาคญั ของน้ายัง

ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การพักผ่อนหย่อนใจ การประมง เพ่ือเป็นแหล่งอาหารเสริมของ
สัตว์และพืชน้า เป็นตัวรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ปริมาณน้าฝน ก๊าซต่าง ๆ ใน

บรรยากาศ เปน็ ต้น
“ไฟฟ้า” นนั้ มีประโยชน์และโทษอยู่ในตัวเปรยี บเสมือนดาบสองคมโดยถา้ ใช้ไฟฟ้าอยา่ งถกู วธิ ีจะทาให้เกิด

ประโยชน์มากมาย แตถ่ ้าใชไ้ ฟฟ้าผิดวธิ ีมันจะกอ่ ให้เกิดโทษและอันตรายมากมายเช่นกัน โดยที่สามารถก่อให้เกิด

อนั ตรายแกช่ วี ิตได้ ไฟฟ้ามปี ระโยชน์ เช่น ใหแ้ สงสว่าง ให้ความร้อน สามารถใชใ้ นดา้ นการอานวยความสะดวก
ในชีวติ ประจาวนั เป็นตน้

เราควรใช้น้าและไฟฟ้าในระดับโรงเรียนอย่างถูกต้องและเห็นคุณค่า ใช้อย่างประหยัดและคุ้มค่า เกิด
ประโยชนอ์ ยา่ งสูงสุด

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กิด)

1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
- การตอบคาถาม

- การฟังนทิ าน
- การทาใบงาน
2) ความสามารถในการคิด

บอกประโยชนแ์ ละวิธีการใชท้ รพั ยากรน้าและไฟฟ้าอย่างประหยัดและคมุ้ ค่า
3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

การใชท้ รพั ยากรนา้ และไฟฟ้าอยา่ งประหยดั และคุ้มค่า
3.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ / คา่ นยิ ม

อยู่อย่างพอเพียง

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้
4.1 ข้นั ตอนการเรียนรู้

ช่ัวโมงท่ี ๑
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ร้องเพลง “ปิดนา้ ปิดไฟ”
2. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับเพลงท่ีรอ้ ง โดยใชค้ าถาม ดังนี้

2.1 เนือ้ เพลงทร่ี ้องกลา่ วถึงอะไรบ้าง (น้า และไฟฟ้า)
2.2 นา้ ให้ประโยชนอ์ ะไรกับเราบา้ ง (ใช้ด่มื กิน, ทาอาหาร, ชาระลา้ งร่างกาย)
2.3 ไฟฟา้ ให้ประโยชนอ์ ะไรกบั เราบา้ ง (ให้แสงสว่าง, อานวยความสะดวกในชีวติ ประจาวนั )
3. ครูเลา่ นิทานเรื่อง “นอ้ งเจนช่วยโลก” ให้นักเรยี นฟงั จากนัน้ สนทนาร่วมกัน โดยใชป้ ระเด็นคาถาม ดงั นี้
3.1 นอ้ งเจนใชเ้ คร่ืองใช้ไฟฟา้ ชนิดต่างๆ อยา่ งไรบา้ ง
3.2 คณุ แมแ่ นะนาน้องเจนใหช้ ่วยประหยดั พลังงานอย่างไร
3.3 นกั เรียนเคยทาแบบน้องเจนหรือไม่
3.4 ถ้าเราไม่มไี ฟฟ้าใช้ จะเกดิ ผลอยา่ งไร
3.5 นกั เรียนมวี ธิ กี ารดแู ลรักษาน้าและไฟฟา้ ทม่ี อี ยา่ งไร
ชั่วโมงที่ 2
4. ครูนานักเรียนไปสารวจการใช้น้าและไฟฟ้าภายในโรงเรียน เช่น ห้องน้า อ่างล้างมือ ตู้เย็น โทรทัศน์
คอมพิวเตอร์ และไฟฟ้าตามหอ้ งตา่ งๆ
5. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายเกยี่ วกับการใช้น้าและไฟฟ้าภายในโรงเรียน เช่น การใช้น้า ใช้
ไฟฟ้า เป็นอย่างไรเกิดประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ จากน้ันบันทึกประโยชน์และวิธีใช้ทรัพยากรน้าและไฟฟ้าอย่าง
ประหยดั และคุม้ คา่ ลงในใบงาน เรือ่ ง น้าไหล...ไฟสว่าง จากนั้นนกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น
6. ครูให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอปังปอนด์ลดโลกร้อน ตอน “น้าใช้แล้วใช้ได้อีก” จากน้ันร่วมกันสรุปองค์
ความรู้เก่ียวกับการเห็นคุณค่าในการใช้ทรัพยากรน้าและไฟฟ้าอย่างประหยัดและคุ้มค่า เพ่ือให้มีใช้ได้นานขึ้น
(การใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด โดยปิดไฟทุกครั้งเม่ือเลิกใช้ การใช้น้าควรปิดก๊อกน้าทุกคร้ังเมื่อใช้เสร็จและใช้น้า
พอประมาณ ไม่เปิดนา้ แรงจนเกินไป เป็นการปลูกฝังนิสัยในการใช้ทรัพยากรน้าและไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า เพอื่ ให้มีไว้
ใช้ได้ยาวนานขน้ึ )
7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั จัดทาป้ายเชญิ ชวนประหยัดนา้ และไฟฟา้ ตดิ ภายในโรงเรยี น
8. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้ที่ได้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียงต้านทุจริต
เก่ยี วกับการใช้นา้ และไฟฟา้
4.2 สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้
1) เพลง “ปดิ น้าปดิ ไฟ”
2) นิทาน เรื่อง “นอ้ งเจนช่วยโลก”
3) คลิปวีดีโอ เรื่อง ปังปอนด์ลดโลกร้อน ตอน นา้ ใช้แลว้ ใชไ้ ดอ้ กี
จาก https://www.youtube.com/watch?v=bMMYYGJaXcs
4) ใบงานเรอื่ ง น้าไหล...ไฟสวา่ ง
5) รปู แบบ Model จิตพอเพยี งต้านทุจริต เกย่ี วกับการใชน้ า้ และไฟฟา้

5. การประเมินผลการเรยี นรู้
5.1 วิธีการประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
5.2 เครอื่ งมือทีใ่ ช้ในการประเมิน

1) แบบตรวจผลงานการทาใบงาน
2) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป ถอื ว่า ผา่ น

บนั ทึกหลงั สอน

หนว่ ยกำรสอนท่.ี ............... แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที.่ .............
บนั ทกึ หลงั สอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปัญหำและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผูส้ อน

ความคิดเหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรียนวดั คลองหา้

7. ภาคผนวก

7.1 เพลง
7.2 นิทาน

7.3 ใบงาน
7.4 Model จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต เกี่ยวกบั การใชน้ า้ และไฟฟา้
7.5 แบบตรวจให้คะแนนใบงาน

7.6 แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
7.7 แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

เพลง ปิดน้าปิดไฟ

ศิลปนิ : ทมี งาน Right Edutainment
อัลบัม้ : ใบตองสอนน้องร้องเพลง ชุดท่ี 3 รกั ษโ์ ลกของเรา

ปดิ น้า ปิดไฟ ปดิ น้า ปดิ ไฟ เดก็ ดีทั้งหลาย ช่วยกันปิดเม่ือเลิกใช้
กว่าจะเปน็ นา้ ตอ้ งใชเ้ งนิ มากมาย เรามีไฟใช้ ตอ้ งแลกดว้ ยเงนิ ทนุ

ปิดน้า ปิดไฟ ปิดน้า ปดิ ไฟ เดก็ ดีทุกคนทาเพื่อสงั คม
ใหเ้ ราทุกคนไดม้ นี า้ ใจ ช่วยชาติดว้ ยการ ประหยัดน้าไฟ
ใหน้ านๆ ใช้ได้นานๆ ไฟฟ้าผลติ แรงดว้ ยนา้ มนั

ขบั เคลอ่ื นให้ไปถงึ บา้ นทุกวัน ไดม้ ไี ฟใช้ประโยชน์ร่วมกนั
ให้นานๆ ใช้ไดน้ านๆ น้าทเี่ ราใช้ต้องผ่านระบบ

กล่ันกรองฆ่าเช้อื ทาความสะอาด ดืม่ น้าใสๆ รา่ งกายต้องการ
ด่มื ทุกวนั ดมื่ ไดน้ านๆ ทุกวันธรรมชาติ ต้องหมดสน้ิ ไป
คงเหลือพอใช้ ใหเ้ ราไมน่ าน สานกึ กนั ไว้ เราต้องประหยัด

ให้นานๆ ใช้ได้นานทกุ วันตลอดไป ปิดน้า ปดิ ไฟ ปิดน้า ปิดไฟ
เดก็ ดีทงั้ หลาย ชว่ ยกันปิดเม่ือเลกิ ใช้ กวา่ จะเป็นน้า ตอ้ งใช้เงนิ มากมาย

เรามีไฟใช้ ตอ้ งแลกด้วยเงินทุน ปดิ นา้ ปิดไฟ ปิดนา้ ปดิ ไฟ
เด็กดที ง้ั หลาย ชว่ ยกนั ปิดเมือ่ เลิกใช้ กว่าจะเป็นน้า ต้องใชเ้ งินมากมาย
เรามีไฟใช้ ตอ้ งแลกด้วยเงนิ ทนุ

แหลง่ ข้อมูล https://www.youtube.com/watch?v=SLard5hro6g

นทิ าน เร่อื ง นอ้ งเจนชว่ ยโลก

(ไมท่ ราบนามผู้แต่ง)

วันน้ีเปน็ วันหยดุ ปดิ เทอมวันแรกของน้องเจน น้องเจนดีใจและชอบช่วงเวลาปิดเทอมเพราะจะ
ได้หยดุ พักผอ่ นอยูก่ บั บา้ น นอ้ งเจนชนื่ ชอบการเล่นและทากิจกรรมในหอ้ งนอนและมักจะเปิดโทรทัศน์
ท้งิ ไว้ไมว่ ่าจะทาอะไรกม็ กั จะเปิดเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ทงิ้ ไว้เสมอ อยา่ งเชน่ วนั น้ีนอ้ งเจนน่งั อา่ นหนังสือนทิ าน

แล้วฟังเพลงจากวิทยไุ ปด้วย โดยท่ีเปิดโทรทัศน์ทง้ิ ไว้โดยไม่ได้ดูแลว้ น้องเจนก็เผลอหลับไปจนกระทั่ง
ชว่ งบ่ายคุณแม่มาเรยี กน้องเจนให้ไปทานอาหารกลางวัน เมื่อคุณแม่เปิดประตูเข้าไปในห้องของน้อง

เจน คุณแม่ตกใจท่ีน้องเจนเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าและยังเปิดแอร์อุณหภูมิเย็นจนเกินไปจนน้อง
เจนต้องนอนขดตัวเพราะความหนาว คุณแม่จึงปลุกน้องเจนให้ตื่นและบอกน้องเจนว่าการเปิดแอร์
เปิดโทรทัศน์ท้ิงไว้โดยไม่จาเป็นจะทาให้สิ้นเปลืองพลังงานท่ี เป็นสาเหตุทาให้โลกร้อนจะทาให้เกิด

ภยั ธรรมชาติต่างๆ มากมายบนโลกของเราน้องเจนได้ยินดังนั้นก็เกิดความกลัวแล้วถามคุณแม่ว่ามีวิธี
ไหนบ้างท่ีสามารถช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าและช่วยไม่ให้โลกร้อน แม่จึงบอกน้องเจนว่าเมื่อน้อง

เจนไมไ่ ด้ดูโทรทัศนแ์ ล้วควรปดิ ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ จนเผลอหลับไปไม่มใี ครดูทาใหส้ ้ินเปลืองพลงั งาน
อย่างมากและการเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ทั้งวันก็ควรจะเปล่ียนเป็นเปิดหน้าต่างรับลมเย็นๆ จาก
ธรรมชาติบ้าง ส่วนไฟในหอ้ งทเ่ี ปิดท้ิงไวท้ ั้งวัน คุณแม่กบ็ อกน้องเจนว่าเมื่อไม่ใช้ใหป้ ิดอยา่ เปิดท้งิ ไว้ท้ัง

กลางวัน กลางคืน ตั้งแต่น้ันมาน้องเจนก็ปฏิบัติตามท่ีแม่แนะนาและทาให้ค่าใช้จ่ายเร่ืองค่าไฟฟ้าท่ี
บา้ นลดลง ทาให้ได้ชว่ ยลดโลกร้อน ชว่ ยประหยัดพลังงาน และประหยดั เงนิ ด้วย

ใบงาน
เรอื่ ง นา้ ไหล...ไฟสว่าง

*************************************************************************************************
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นบอกประโยชนแ์ ละวิธีใชข้ องทรัพยากรน้าและไฟฟา้ อยา่ งประหยดั และคุ้มคา่

ประโยชน์ การใชอ้ ยา่ งประหยัดและคุ้มค่า

น้า

ไฟฟ้า

ประโยชน์ การใชอ้ ย่างประหยดั และคุ้มคา่

รูปแบบ Model จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ เกย่ี วกบั การใชน้ ้าและไฟฟา้

S : Sufficient (พอเพยี ง)

- บอกวธิ ีการใชน้ ้าและไฟฟา้
ภายในโรงเรยี นอย่างประหยัดและ
คุ้มค่า

G : Generosity (เอ้อื อาทร) T : Transparent (โปร่งใส)

- เชิญชวนผูอ้ น่ื ในโรงเรยี นให้ - สารวจการใชน้ ้าและไฟฟา้ ภายใน
ร่วมกันประหยดั และเหน็ คณุ ค่า โรงเรียน
ของนา้ และไฟฟา้

จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
เกี่ยวกบั การใชน้ ้าและไฟฟ้า

N : Knowledge (ความรู้) R : Realise (ต่ืนรู้)

- ทาปา้ ยเชญิ ชวนใหป้ ระหยัดนา้ - เห็นคณุ คา่ ในการใช้นา้ และไฟฟา้
และไฟฟ้าตดิ ภายในโรงเรยี น ภายในโรงเรยี น

O : Onward (มุ่งไปข้างหน้า)

- ปฏิบัติตนเป็นแบบอยา่ งในการใช้
น้าและไฟฟา้ อยา่ งประหยัดภายใน
โรงเรยี น

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

รายการประเมิน สรปุ ผล

ท่ี ช่ือ – สกุล บอกประโยชน์ บอกวธิ ีการใช้ รวม ผา่ น ไม่ผา่ น
ของทรัพยากรน้า ทรัพยากรนา้ คะแนน
(10)
และไฟฟา้ (5) และไฟฟ้าอย่าง
ประหยัดและ

คุ้มค่า (5)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

ลงช่ือ…………..…………………………….ผ้ตู รวจ
(..………………….………………….……)

…………/…………/………..

เกณฑ์การประเมนิ
นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 80 ขึน้ ไป ถอื ว่า ผา่ น (ไดค้ ะแนน 8 คะแนน)

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน

ท่ี ชอื่ – สกุล พฤติกรรมการใช้ทรัพยากรน้าและ สรปุ ผล
ไฟฟ้า รวม ผา่ น ไมผ่ า่ น
1
2 ปิดก๊อกน้า ปดิ สวิตช์ไฟทุก คะแนน
3 ขณะแปรงฟัน ครง้ั เมอื่ ไมใ่ ชง้ าน (10)
4
5 (5) (5)
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17

ลงช่อื …………..…………………………….ผ้ตู รวจ

(………………….………………….……)
…………/…………/………..

เกณฑก์ ารประเมิน

- ปฏิบัติเปน็ ประจา ได้คะแนน 5 คะแนน

- ปฏิบัติเป็นบางครัง้ ไดค้ ะแนน 4 คะแนน

- ปฏบิ ตั ินานๆ ครงั้ ได้คะแนน 3 คะแนน

- ปฏบิ ตั นิ อ้ ย ไดค้ ะแนน 2 คะแนน

- ปฏบิ ตั นิ อ้ ยทีส่ ุด ไดค้ ะแนน 1 คะแนน

- ไมเ่ คยปฏิบตั ิ ได้คะแนน 0 คะแนน

นกั เรียนไดค้ ะแนน 8 คะแนนขึน้ ไป ถือว่า ผ่าน

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

คาชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ใส่เครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 321

อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 1. ใชท้ รัพย์สนิ และสิง่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยัด

2. ใช้อุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรูค้ ุณคา่

3. ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)

พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยคร้งั ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
เวลา 2 ช่ัวโมง
หน่วยที่ 3 ช่อื หนว่ ย STRONG / จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่อื ง จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริตเกีย่ วกับประชาธปิ ไตย

ในระดับโรงเรียน

1. ผลการเรยี นรู้
1.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับ STRONG / จติ พอเพียงต้านทจุ ริต

1.2 ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้ที่ STRONG / จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 นักเรยี นสามารถบอกคุณสมบตั ิทต่ี อ้ งการในการเลอื กผนู้ าในระดับโรงเรียนได้
2.2 นกั เรยี นสามารถบอกวิธีการคดั เลอื กผู้นาในระดับโรงเรียนอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
2.3 นกั เรียนรจู้ ักเลอื กผู้นาในระดบั โรงเรียนอย่างเหมาะสม

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้

การออกเสียงเลือกตั้งผู้นาในระดับโรงเรียนเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการประชาธิปไตยที่แสดงออกถึง
ความโปร่งใส ซึ่งสมาชิกทุกคนจะต้องรู้จักการเลือกผู้นาช้ันเรยี นอย่างเหมาะสม คุณสมบัติควรเป็นคนน่าเชื่อถือ
ตรงไปตรงมา กลา้ เปิดเผยความจรงิ และไวใ้ จได้

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด)
1) ความสามารถในการสือ่ สาร

- การแสดงความคิดเหน็
- การร้องเพลง
- การทาใบงาน

2) ความสามารถในการคิด
การบอกคุณสมบัตทิ ่ีต้องการในการเลอื กเป็นผูน้ าชนั้ เรียน

3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
การเลอื กผนู้ าชนั้ เรียนอยา่ งเหมาะสม

3.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ / คา่ นิยม

ความซอ่ื สตั ย์
4. กิจกรรมการเรียนรู้

4.1 ขั้นตอนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกันร้อง เพลง “ความซื่อสัตย์” และสนทนาเกี่ยวกับเนอ้ื หาของเพลง โดยใชค้ าถาม

ดงั นี้
1.1 เพลงนม้ี ีความหมายเกยี่ วกับอะไร (ความซื่อสตั ย์)

1.2 การปฏิบตั ติ นอยา่ งไรท่แี สดงวา่ เปน็ คนซือ่ สตั ย์ (ไม่พูดโกหก, ไมล่ อกการบ้าน, ทาตามคาพดู )
2. ครูให้นักเรียนดูคลปิ วีดโี อ เรอ่ื ง “ประธานนักเรียนที่ ดี VS ไมด่ ี เราจะเลอื กประธานนักเรยี นแบบไหน”
จากนัน้ ครเู ชอ่ื มโยงโดยใช้คาถาม (นักเรียนเคยเลอื กตงั้ หรือไมใ่ นระดบั โรงเรียนและมวี ธิ กี ารคดั เลอื กอย่างไร)

3. ใหน้ กั เรยี นออกมาเล่าประสบการณ์เก่ียวกบั วธิ กี ารเลือกประธานนักเรียนแลว้ ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
3.1 ทาไมจงึ ต้องมีการเลอื กต้งั ประธานนกั เรียน

3.2 เพราะเหตใุ ดจึงตอ้ งเลอื กตง้ั

3.3 นักเรียนมีวธิ ีการคัดเลอื กผู้นาอยา่ งไร
4. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั บอกคุณสมบัติของการเป็นผ้นู าในระดบั โรงเรียนทเ่ี หมาะสม (ต้ังใจเรยี น, มี
ความซื่อสัตย์, ไม่โกหก, มีความโปร่งใส)
5. ให้นกั เรียนบอกความตอ้ งการของตนเองและสารวจคุณสมบัติของผนู้ าในระดับโรงเรียนที่เหมาะสม
โดยการสอบถามจากเพือ่ นๆ ในช้นั เรียนจานวน 5 คน จากนน้ั ให้จดบนั ทึกลงใบงาน เรอื่ ง ผนู้ าของหนู
ชว่ั โมงท่ี 2
6. ครูสมุ่ นกั เรียนเพือ่ ออกมานาผลงานมาเสนอหน้าชัน้ เรียนใหเ้ พื่อนๆ ได้ฟงั
7. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปคณุ สมบัติของผู้นาในระดบั โรงเรียนทน่ี ักเรยี นตอ้ งการ
8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลือกผู้นาช้ันเรียนความโปร่งใส (คุณสมบัติ ท่ี
เหมาะสมของการเป็นผ้นู าช้ันเรยี นควรเปน็ คนน่าเช่อื ถือ ตรงไปตรงมา กล้าเปิดเผยความจริง และไว้ใจได้)
9. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั จดั ทาป้ายรณรงคเ์ กีย่ วกับประชาธิปไตยในโรงเรยี น
10. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้ท่ีได้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียง ต้าน
ทจุ รติ เกยี่ วกบั ประชาธิปไตยในโรงเรยี น
4.2 สอื่ การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
1) เพลง “ความซ่อื สตั ย์”
2) คลิปวีดโี อ เร่ือง “ประธานนักเรยี นที่ ดี VS ไมด่ ี เราจะเลือกประธานนักเรียนแบบไหน”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=GwenC_bWco8

3) ใบงาน เร่อื ง ผูน้ าของหนู
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้

5.1 วิธีการประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน

5.2 เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการประเมนิ
1) แบบตรวจผลงานการทาใบงาน เร่ือง ผ้นู าของหนู
2) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิตนในเลอื กผู้นาในระดับโรงเรยี น

5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไปถือว่า ผ่าน

บนั ทึกหลังสอน

หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี.่ .............
บันทกึ หลงั สอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปัญหำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคิดเห็นของผ้อู านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวดั คลองหา้

7. ภาคผนวก
7.1 เพลง
7.2 ใบงาน
7.3 รูปแบบ Model จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ เก่ยี วกับประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น
7.4 แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
7.5 แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น

7.6 แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

เพลง ความซือ่ สตั ย์

ความซอ่ื สตั ย์ เป็นสมบัตขิ องผู้ดี
หากวา่ ใครไมม่ ี ชาตนิ เ้ี อาดไี ม่ได้
มคี วามร้ทู ว่ มหวั เอาตัวไม่รอดถมไป
คดโกงแล้วใคร จะรับไว้ใหร้ ่วมการงาน

ใบงาน
เรือ่ ง ผนู้ าของหนู

**************************************************************************************************

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนบอกความตอ้ งการของตนเองและสารวจคุณสมบัตขิ องผู้นาชนั้ เรียนท่ีเหมาะสม โดยการ
สอบถามจากเพ่ือนๆ ในชั้นเรยี น จานวน 5 คน จากน้นั ใหจ้ ดบันทึกและออกมานาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น

คณุ สมบัติของผ้นู าในระดบั โรงเรียน

ชอื่ เพอ่ื น คณุ สมบัตขิ องผูน้ าในระดบั โรงเรยี นที่ต้องการ

ตนเอง............................................................. ...................................................................................

คนท่ี 1.......................................................... ...................................................................................

คนที่ 2.......................................................... ...................................................................................
คนท่ี 3..........................................................
.
..................................................................................

คนที่ 4.......................................................... ...................................................................................

คนที่ 5.......................................................... ...................................................................................

.3

รปู แบบ Model จิตพอเพียงต้านทุจริต เก่ียวกับประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น

S : Sufficient (พอเพียง)
- บอกคุณสมบัตทิ ่ตี ้องการและ
วธิ กี ารเลอื กผนู้ าในระดับโรงเรียน

G : Generosity (เอื้ออาทร) T : Transparent (โปร่งใส)

- สง่ เสริมและเชิญชวนผ้อู ื่นใน - ตรวจสอบคณุ สมบัติของผนู้ าใน
โรงเรียนให้ไปใชส้ ทิ ธิเ์ ลอื กต้งั ผนู้ า ระดับโรงเรยี นแต่ละคนว่าตรง
ในระดบั โรงเรียน ตามท่ีตอ้ งการหรอื ไม่

จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต เกี่ยวกบั
ประชาธปิ ไตยในโรงเรียน

N : Knowledge (ความรู้) R : Realize (ตน่ื รู้)

- ทาปา้ ยรณรงค์เกี่ยวกบั - รจู้ ักเลอื กผนู้ าในระดบั โรงเรยี นที่
ประชาธิปไตยในโรงเรยี น มคี ุณสมบัติเหมาะสม

O : Onward (มุ่งไปขา้ งหนา้ )

- ปฏิบัติตนเปน็ แบบอยา่ งในการใช้
สทิ ธเ์ิ ลอื กตั้งผนู้ าในระดบั โรงเรยี น

แบบตรวจให้คะแนนใบงาน

รายการประเมนิ สรปุ ผล

บอกคณุ สมบตั ิของ บอกวิธกี ารเลอื ก รวม

ท่ี ช่อื – สกลุ ผนู้ าช้ันเรยี นได้ (5) ผู้นาชน้ั เรยี นอยา่ ง คะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น
ถกู ตอ้ งและ (10)

เหมาะสม (5)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

รวม

ลงช่ือ…………..…………………………….ผ้ตู รวจ
(………………….………………….……)

…………/…………/………..
เกณฑ์การประเมิน

นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป ถอื ว่า ผ่าน (ได้คะแนน 8 คะแนน)

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิตนในเลอื กผู้นาชั้นเรียน

พฤติกรรมการปฏิบตั ติ นในเลอื กผูน้ าในระดับ รวม สรุปผล

โรงเรียน คะแน

ท่ี ช่ือ – สกลุ การใชข้ ้อมลู ทีเ่ ปน็ จริง การร้จู ักเลือกผูน้ าใน (10) ไม่
และถกู ตอ้ ง (5) ระดับโรงเรียน ผา่ น
ผ่าน
อย่างเหมาะสม (5)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

รวม

ลงชอ่ื …………..…………………………….ผูส้ งั เกต
(………………….………………….……)

เกณฑก์ ารประเมิน

- ปฏบิ ตั ิเป็นประจา ได้คะแนน 5 คะแนน

- ปฏิบัติเป็นบางครั้ง ไดค้ ะแนน 4 คะแนน

- ปฏิบัตินานๆ ครงั้ ได้คะแนน 3 คะแนน

- ปฏบิ ัตนิ อ้ ย ไดค้ ะแนน 2 คะแนน

- ปฏบิ ตั ิน้อยทีส่ ดุ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน

- ไมเ่ คยปฏบิ ตั ิ ไดค้ ะแนน 0 คะแนน

นักเรยี นได้คะแนน 8 คะแนนข้นึ ไป ถอื ว่า ผา่ น

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คาช้แี จง สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ใส่เครื่องหมาย  ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 321

ซอื่ สัตย์ 1. ให้ข้อมูลที่ถกู ตอ้ ง และเป็นจรงิ

2. ปฏบิ ัตใิ นสงิ่ ท่ีถูกตอ้ ง

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัติชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยครัง้
ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

แผนการจดั การเรยี นรู้ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 2 ชัว่ โมง
หนว่ ยท่ี 3 ชื่อหนว่ ย STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ เกีย่ วกับขยะในโรงเรยี น

1. ผลการเรยี นรู้
1.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจริต
1.2 ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ท่ี STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 นกั เรียนสามารถบอกวิธกี ารคัดแยกขยะในโรงเรียนได้
2.2 นกั เรียนสามารถบอกวิธีการลดปรมิ าณขยะในโรงเรยี นได้
2.3 นกั เรยี นเห็นคณุ ค่าและประโยชนข์ องขยะในโรงเรยี น

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้
ขยะ คือ ส่ิงต่าง ๆ ที่ผู้คนไม่ต้องการ และทิ้งมันไป ขยะมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งท่ีเป็นของแข็ง

ของเหลว ขยะท่ียอ่ ยสลายไดแ้ ละท่ียอ่ ยสลายไม่ได้ ของท่ีใช้ประโยชน์ได้และที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ และขยะมีพิษต่อ

มนุษยแ์ ละสิ่งแวดลอ้ มถ้าหากวา่ มกี ารจัดการกาจัดท่ไี ม่ถกู ต้อง

การคัดแยกขยะ ถือเป็นวิธีการหนง่ึ ที่ช่วยให้ปรมิ าณขยะลดลงและเป็นการสร้างมูลค่าให้กับขยะ เพราะ
ขยะบางประเภทสามารถนาไปขายได้ อกี ทง้ั ยงั สามารถนากลับมาใชใ้ หม่ได้อกี ด้วย

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด)
1) ความสามารถในการสื่อสาร
- การแสดงความคิดเหน็
- การฟังเพลง
- การทาใบงาน
2) ความสามารถในการคิด
บอกวิธีการคัดแยกยะ และวธิ ีการลดปริมาณขยะในโรงเรียน
3) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
เหน็ คุณค่าและประโยชนข์ องขยะ

3.3 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ / ค่านิยม
ความซ่ือสัตย์

4. กิจกรรมการเรียนรู้
4.1 ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ 1
1. ครูเปิดเพลง“เขยิบมาแยกขยะ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=bBNO0iZlyGk ให้

นักเรียนฟังแลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชป้ ระเด็นคาถาม ดังนี้
1.1 เพลงน้เี ปน็ เพลงเกย่ี วกับอะไร (การคดั แยกขยะ)
1.2 นกั เรียนร้จู ักขยะอะไรบา้ ง (ถงุ พลาสตกิ , แก้วนา้ , ขวดนา้ , กล่องนม)
1.3 นกั เรยี นเคยคดั แยกขยะหรอื ไม่ เพราะอะไร (ถกู ทุกคาตอบเพราะเปน็ การแสดงความคิดเห็น

ของนักเรยี น)
1.4 ถ้าเราไม่คัดแยกขยะจะเกดิ ผลเสยี อย่างไร (ขยะปนกนั ทาใหย้ ่อยสลายยาก)

2. ครูเปิดคลิปวีดีโอให้นักเรียนดูเรื่อง “การบริหารจัดการขยะและส่ิงแวดล้อม ตอนที่ 1” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=sn7ip3RXu1o จากน้ันร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับขยะในโรงเรียน โดย
ใช้ประเด็นคาถาม ดังน้ี

2.1 นักเรียนคดิ วา่ “ขยะ” คอื อะไร
2.2 “ขยะ” มีกปี่ ระเภท อะไรบา้ ง (4 ประเภท คือ ขยะเปียก, ขยะแหง้ , ขยะทส่ี ามารถนากลบั มา
ใชไ้ ด้อกี , ขยะทต่ี ้องกาจดั )
2.3 นกั เรียนคดิ ว่าขยะชนดิ ใดบ้างท่ีสามารถสรา้ งมูลคา่ ได้ (ขวด, กระปอ๋ ง, กล่อง)
3. ครูและนักเรียนชว่ ยกันเกบ็ และคัดแยกขยะภายในโรงเรยี นบางชนดิ สามารถนามาขายและสร้างมลู คา่
ได้
4. ครูและนักเรียนรว่ มกันปฏิบัติกิจกรรม โดยแบง่ นักเรียนออกเป็น 4 กลุม่ แต่ละกล่มุ มหี นา้ ท่ีแตกต่าง
กัน ดังนี้
4.1 กลุ่มท่ี 1 มีหน้าทคี่ ัดแยกขยะ
4.2 กล่มุ ท่ี 2 มหี นา้ ท่ีนาขยะไปขาย
4.3 กลุม่ ที่ 3 มหี นา้ ท่จี ัดทาบัญชีรายรบั จากการขายขยะ
4.4 กลมุ่ ท่ี 4 มีหนา้ ทต่ี รวจสอบบญั ชี
5. ครใู หน้ ักเรียนออกมานาเสนอสิ่งทตี่ นเองไดป้ ฏิบตั ิว่าเม่อื ทาแล้วรู้สกึ อย่างไร มวี ธิ กี ารอยา่ งไร
6. ครเู ปดิ คลปิ วดี โี อ เร่อื ง “ไม่แยก... มแี ตแ่ ย”่ จาก
https://www.youtube.com/watch?v=GfQ4b6CAdWk ใหน้ ักเรียนดูจากน้นั รว่ มกันสรุปองคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการ
คดั แยกขยะในโรงเรยี น
ชว่ั โมงท่ี 2
7. ครเู ปดิ คลปิ วีดีโอ เรอื่ ง “ลดปริมาณขยะทาง่ายๆ.... เร่ิมได้ทต่ี วั เรา” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=WToQA4wukRE จากนน้ั สนทนากันโดยใชค้ าถาม ดงั นี้
7.1 นกั เรียนคิดว่าขยะในโรงเรียนเรามจี านวนมากหรอื ไม่
7.2 เพราะอะไรทาไมจงึ มีขยะในโรงเรียน
7.3 นกั เรยี นจะมีวิธีการลดปรมิ าณขยะในโรงเรียนอย่างไร
8. ครแู ละนักเรียนร่วมกันเพ่มิ มูลค่าของขยะ โดยใหน้ กั เรยี นร่วมกันประดษิ ฐ์ของใช้จากขยะทีเ่ ก็บได้ เช่น
กระถางตน้ ไมจ้ ากขวดพลาสตกิ ถุงเพาะตน้ กลา้ จากถุงนมโรงเรยี น เปน็ ต้น
9. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันจัดทาป้ายเชญิ ชวนให้รว่ มกนั คัดแยกขยะและนามาสร้างมูลคา่
10. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้ท่ีได้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียง ต้าน
ทจุ ริต เกี่ยวกบั ขยะในโรงเรียน
4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้
1) เพลง “เขยบิ มาแยกขยะ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=bBNO0iZlyGk
2) คลิปวีดโี อเร่อื ง “การบริหารจัดการขยะและส่งิ แวดล้อม ตอนท่ี 1”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=sn7ip3RXu1o
3) คลิปวดี ีโอ เรอ่ื ง “ลดปริมาณขยะทาง่ายๆ.... เร่มิ ได้ที่ตวั เรา” จาก
https://www.youtube.com/watch?v=WToQA4wukRE

5. การประเมินผลการเรยี นรู้
5.1 วธิ ีการประเมนิ
1) ตรวจผลงาน

2) การสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น

5.2 เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน
1) แบบตรวจผลงาน

2) แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
5.3 เกณฑ์การตัดสนิ

นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ข้นึ ไปถอื ว่า ผา่ น

บนั ทึกหลงั สอน

หนว่ ยกำรสอนที่................ แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ .่ี .............
บนั ทกึ หลังสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปัญหำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวัดคลองห้า

7. ภาคผนวก

7.1 รูปแบบ Model จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต เกีย่ วกับขยะในโรงเรียน
7.2 แบบประเมนิ ผลงาน
7.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
7.3 แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

รูปแบบ Model จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ เก่ียวกับขยะในโรงเรียน

S : Sufficient (พอเพยี ง)
- คดั แยกขยะในโรงเรยี น นาขยะ
บางชนดิ มาสรา้ งมูลค่า

G : Generosity (เอ้ืออาทร) T : Transparent (โปรง่ ใส)

- เชญิ ชวนเพือ่ นๆ พี่ๆ น้องๆ ใน - วางแผนการทางานอยา่ งเปน็
โรงเรียนรว่ มกนั คดั แยกขยะและ ขัน้ ตอน จัดทาบัญชรี ายรับจากการ
นามาสร้างมูลคา่ เพิม่ ขายขยะในโรงเรยี น

จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต
เกยี่ วกบั ขยะในโรงเรยี น

N : Knowledge (ความรู้) R : Realise (ต่นื รู้)

- ทาปา้ ยรณรงค์เกี่ยวกบั การคดั - มีจิตสานกึ ในการท้ิงขยะ และ
แยกขยะในโรงเรยี นอย่างถกู ต้อง คานงึ ถึงผลเสียของการไม่คัดแยกขยะ

O : Onward (มุ่งไปขา้ งหนา้ )
- ปฏิบตั ติ นเป็นแบบอยา่ งในการ
ท้ิงและคัดแยกขยะในโรงเรียน

- นาขแยบะบมตารสวรจ้าผงลมงาลู นคา่ ดว้ ยการ
ปรแะบดบติษรฐว์เจปใน็หค้ ขะอแงนในชใ้ บงาน

รายการประเมิน รวม สรปุ ผล
ผ่าน ไม่ผ่าน
ท่ี ชื่อ – สกลุ มีความคิด บอกวิธีการ/ คะแนน
(10)
1 สร้างสรรค์ (5) ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ
2
3 ได้ถูกต้อง (5)
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25

รวม

ลงชือ่ …………..…………………………….ผตู้ รวจ
(………………….………………….……)
…………/…………/………..

เกณฑ์การประเมนิ
นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป ถือว่า ผ่าน (ได้คะแนน 8 คะแนน)

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
ช่อื -สกุล................................................................................ ชั้น..............ภาคเรียนที่...........ปีการศึกษา.............
คาช้ีแจง การบันทกึ ใหใ้ ส่เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั พฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจริง

ท่ี พฤติกรรม ระดบั การปฏิบตั ิ

๑ มีความรบั ผิดชอบในหน้าท่กี ารงาน เปน็ บางครง้ั นอ้ ย ไม่ทาเลย/
๒ ต้ังใจและเอาใจใส่ตอ่ การปฏิบัติหน้าที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย ประจา (๒) ครงั้ ไม่ชดั เจน
๓ ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม (๓) (๑) (๐)
๔ รู้จกั แก้ปัญหาในการทางานเม่ือมีอุปสรรค
๕ อดทนเพอื่ ใหง้ านสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
๖ ปรับปรุงและพฒั นาการทางานใหด้ ขี ึน้ ด้วยตนเอง

รวมคะแนน / ระดับคณุ ภาพ

ผ้ปู ระเมนิ  ครู  พอ่ แม่ / ผู้ปกครอง  ตนเอง  เพอื่ น

เกณฑก์ ารประเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
ระดับคุณภาพ (.................................................)
ดเี ยีย่ ม
ดี เกณฑ์การประเมนิ
พอใช้ ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ
ปรบั ปรุง ขอ้ ใดข้อหน่ึงต่ากวา่ ๒ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมิน
ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่ากว่า ๐ คะแนน
ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ
ข้อใดขอ้ หนงึ่ ต่ากว่า ๐ คะแนน
ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๐ - ๕ คะแนน

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

คาช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ใสเ่ ครื่องหมาย  ลงในช่องทต่ี รง
กับระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 321

ซ่อื สตั ย์ 1. ให้ขอ้ มลู ที่ถูกต้อง และเปน็ จริง

2. ปฏิบัตใิ นสิง่ ที่ถูกตอ้ ง

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)
พฤติกรรมทีป่ ฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้งั
ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้งั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

แผนการจดั การเรียนรู้

หนว่ ยท่ี 3 ชอ่ื หนว่ ย STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 เร่อื ง จิตพอเพียงตา้ นทุจริตเกยี่ วกับการรบั ประทานอาหาร เวลา 2 ช่ัวโมง

1. ผลการเรียนรู้
1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต
1.2 ปฏิบัติตนเปน็ ผู้ท่ี STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจรติ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 นกั เรียนสามารถบอกวธิ กี ารปฏิบตั ติ นในการรับประทานอาหารกลางวันได้

2.2 นักเรียนปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีในการรบั ประทานอาหารได้
3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ความรู้

อาหารแต่ละชนิดใหป้ ระโยชนต์ อ่ ร่างกายแตกตา่ งกัน ควรรับประทานอาหารใหค้ รบทกุ หมู่ คนทม่ี ีร่างกาย
แข็งแรง พลานามัยดี ย่อมมีจิตใจที่แจม่ ใส ร่างกายของเราเจริญเติบโตได้เพราะเรารับประทานอาหาร ดงั นั้น

การรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และถูกสัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการจะทาให้ร่างกายของเรา
เจริญเติบโตและแข็งแรง การที่เรารับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แม้ว่าเราจะรู้สึกอ่ิมท้องแต่
ร่างกายเราก็จะไมไ่ ด้ประโยชนจ์ ากอาหารนั้นบางครงั้ กอ่ ให้เกิดโทษต่อร่างกาย

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ )
1) ความสามารถในการส่ือสาร

- การแสดงความคดิ เห็น
2) ความสามารถในการคิด

- บอกพฤติกรรมการรับประทานอาหารทีถ่ ูกต้องและเหมาะสม

3) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
- ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีในการรบั ประทานอาหาร

3.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ / คา่ นิยม
จิตสาธารณะ

4. กิจกรรมการเรยี นรู้

4.1 ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1

1. ครูและเด็กร่วมกนั ร้องเพลง อาหารดีมีประโยชน์ จาก https://www.youtube.com/watch?v
=mbiNmBHB_eo&t=35s และปรบมอื ตามจังหวะ จากนั้นครสู นทนาซกั ถามเกีย่ วกับเน้ือเพลง โดยถามคาถาม
ดังน้ี

1.1 เน้อื เพลงกลา่ วถึงอะไร
1.2 เด็กๆ เคยรับประทานอาหารตามท่ีเน้ือเพลงกล่าวถงึ หรือไม่ อยา่ งไร

1.3 เด็กๆ ชอบรบั ประทานอาหารชนดิ ใดมากทส่ี ุด เหตุใดจงึ ชอบ
2. ครพู านักเรียนไปท่โี รงอาหารของโรงเรียนเพ่อื ไปดูวัตถุดิบและการประกอบอาหาร
3. ครูให้นักเรียนกลับมาวาดภาพอาหารที่นักเรียนชอบมาคนละ 1 ชนิด พร้อมให้เหตุผลประกอบว่า

เพราะอะไรถึงชอบ
4. ครสู ุม่ ใหน้ กั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน

ชัว่ โมงที่ 2

5. ครูนาภาพ 2 ภาพมาให้นักเรียนดู (ภาพท่ี 1 คนกาลงั เข้าแถวรับประทานอาหาร, ภาพที่ 2 คน

แซงควิ รบั ประทานอาหาร) จากนัน้ สนทนารว่ มกัน ดงั นี้
- ภาพท่ี 1 และภาพท่ี 2 แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

- นกั เรียนคิดวา่ ภาพใดควรปฏิบตั ิและไมค่ วรปฏบิ ตั ิ
- ถ้าเปน็ นักเรยี นเป็นคนที่อยู่ในภาพท่ี 2 จะรูส้ ึกอยา่ งไร
6. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั การปฏบิ ัตติ นในการรับประทานอาหาร เชน่

- การปฏบิ ัติตนในการรับประทานอาหารคืออะไร
- การปฏิบตั ิตนในการรับประทานอาหารมีความสาคัญอยา่ งไรตอ่ การเจริญเติบโตของรา่ งกาย

- การปฏบิ ตั ิตนในการรบั ประทานอาหารมีประโยชน์อยา่ งไรบ้าง
7. ครูและนักเรียนรว่ มกันจัดทาป้ายให้เพ่ือนๆ พ่ีๆ น้องๆ ในโรงเรยี นรับประทานอาหารใหถ้ ูกวธิ ี ปรุง
ใหม่ สด สะอาด และต้องรบั ประทานอาหารให้หมด ตักแต่พอดีและเหมาะสม

8. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรปุ ความรู้ทไ่ี ด้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียง ต้าน
ทุจริต เกย่ี วกับการรบั ประทานอาหารในโรงเรยี น

4.2 ส่อื การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
1) เพลง อาหารดีมีประโยชน์ จาก https://www.youtube.com

/watch?v=mbiNmBHB_eo&t=35s

2) รปู ภาพประกอบ
3) รูปแบบ Model จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ เกีย่ วกับการรบั ประทานอาหารในโรงเรียน

5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5.1 วิธีการประเมนิ
1) ตรวจผลงาน

2) การสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
5.2 เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ

1) แบบตรวจผลงาน
2) แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี น
5.3 เกณฑก์ ารตัดสนิ

นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน

บนั ทึกหลงั สอน

หน่วยกำรสอนท.่ี ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ .ี่ .............
บนั ทึกหลงั สอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปญั หำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวัดคลองห้า

7. ภาคผนวก

7.1 รูปภาพประกอบ
7.2 รปู แบบ Model จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต เกี่ยวกับการรับประทานอาหารในโรงเรยี น
7.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี น
7.4 แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ภาพประกอบ
ภาพที่ 1 คนกาลังเขา้ แถวรับประทานอาหาร

ภาพท่ี 2 คนแซงควิ รับประทานอาหาร

รปู แบบ Model จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ เกีย่ วกบั การรับประทานอาหารในโรงเรียน

G : Generosity (เอื้ออาทร) S : Sufficient (พอเพยี ง)
- รบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่
- เชิญชวนเพ่ือนๆ พๆี่ นอ้ งๆ ใน อยา่ งเหมาะสมตามวยั
โรงเรียนร่วมกันเลอื กรบั ประทาน
อาหารที่มีประโยชน์ตอ่ ร่างกาย / T : Transparent (โปร่งใส)
การปฏบิ ัตติ นในการรับประทาน - ตรวจสอบอาหารท่รี ับประทานวา่
อาหาร สด สะอาด และปรุงเสรจ็ ใหม่
หรอื ไมเ่ พือ่ ประโยชนต์ อ่ ร่างกาย

จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
เก่ียวกบั การรบั ประทาน

อาหารในโรงเรยี น

N : Knowledge (ความรู้) R : Realise (ตน่ื รู้)
- จัดทาป้ายเชญิ ชวนให้
รบั ประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ / - เห็นคณุ ค่าของอาหารทรี่ ับประทาน
การเข้าแถวรับอาหาร ตอ้ งรับประทานอาหารให้หมด และ
เลือกรับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์
O : Onward (มงุ่ ไปขา้ งหน้า) ต่อรา่ งกาย
- ปฏิบตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งทใ่ี นการ
รบั ประทานอาหาร การเข้าแถวรอ
รบั อาหาร ตกั อาหารอยา่ ง
พอเหมาะไมม่ ากหรอื นอ้ ยเกินไป

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
ชอื่ -สกลุ ................................................................................ ชั้น..............ภาคเรียนที่...........ปีการศึกษา.............
คาชี้แจง การบันทึกให้ใส่เคร่อื งหมาย  ลงในช่องทตี่ รงกบั พฤติกรรมทเี่ กิดขนึ้ จริง

ท่ี พฤตกิ รรม ระดบั การปฏบิ ตั ิ

๑ มคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าท่ีการงาน เปน็ บางครง้ั นอ้ ย ไม่ทาเลย/
๒ ต้งั ใจและเอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย ประจา (๒) ครงั้ ไม่ชดั เจน
๓ ทางานด้วยความเพียรพยายาม (๓) (๑) (๐)
๔ ร้จู ักแกป้ ัญหาในการทางานเมอ่ื มีอปุ สรรค
๕ อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
๖ ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดีขนึ้ ดว้ ยตนเอง

รวมคะแนน / ระดบั คณุ ภาพ

ผู้ประเมิน  ครู  พอ่ แม่ / ผปู้ กครอง  ตนเอง  เพ่ือน

ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
(.................................................)

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การประเมนิ
ดีเยี่ยม
ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ
ดี ขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ต่ากวา่ ๒ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมิน
ปรับปรุง ข้อใดข้อหน่งึ ตา่ กวา่ ๐ คะแนน

ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มผี ลการประเมิน
ขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ต่ากว่า ๐ คะแนน

ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วใสเ่ ครอื่ งหมาย  ลงในช่องท่ีตรง
กบั ระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 321

จิตสาธารณะ 1. รจู้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน

2. รู้จกั การดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ิและส่งิ แวดลอ้ มของ
หอ้ งเรยี นโรงเรียน

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่าเสมอ (.....................................................)
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง
ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัติบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

หน่วยท่ี ๔
พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบต่อสงั คม

แผนการจดั การเรยี นรู้

หนว่ ยท่ี ๔ ชื่อหนว่ ย พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบต่อสังคม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง การเคารพสิทธิหน้าทต่ี ่อชมุ ชนและสงั คม เวลา 2 ชั่วโมง

1. ผลการเรยี นรู้
1.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมปฏิบัตติ นตามหนา้ ที่พลเมืองและมี

ความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม

1.2 ปฏิบัตติ นตามหน้าที่พลเมอื งและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

2.1 นักเรียนสามารถบอกความหมายของสิทธแิ ละหน้าทข่ี องพลเมอื งได้
2.2 นกั เรียนสามารถบอกความเปน็ พลเมอื งได้
2.3 นักเรียนสามารถบอกสทิ ธิในการศกึ ษาได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้

สิทธิ หมายถึง อานาจอันชอบธรรมของบุคคล โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย เช่น นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิใน
การศึกษาขั้นพื้นฐาน สิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุขจากโรงพยาบาลของรัฐ สิทธิในการเลือกประธาน
นกั เรียน

หนา้ ที่ หมายถงึ ภาระหนา้ ทท่ี ่บี ุคคลหรือกลุ่มบคุ คลนั้นได้รับมอบหมายหรือรบั ผดิ ชอบ เช่น ครูมีหน้าที่ใน
การสอน นักเรยี นมีหน้าที่ต้ังใจเรียนหนงั สอื เป็นต้น

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กิด)
1) ความสามารถในการสือ่ สาร
อา่ น ฟงั พดู เขียน

2) ความสามารถในการคิด
วเิ คราะห์

3.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ / คา่ นยิ ม
1) มวี นิ ัย
2) ความรบั ผิดชอบ

4. กิจกรรมการเรียนรู้
4.1 ขนั้ ตอนการเรยี นรู้

ช่ัวโมงท่ี ๑
1) ครใู หน้ ักเรยี นชมคลปิ วดี โี อ เรือ่ ง “สิทธิและหนา้ ทีข่ องนกั เรยี น” ครูซักถามนักเรียนว่าได้ความรเู้ ร่ือง
อะไรบ้างจากการชมคลิปวดี โี อ นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามครูเขยี นคาตอบบนกระดาน

2) ครูแจกใบความรเู้ รอ่ื ง “ความหมายของสิทธแิ ละหน้าที่ของพลเมือง” ใหน้ กั เรยี นอ่านพรอ้ มกับครู
3) ครสู นทนากบั นกั เรยี นถึงความหมายของสทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องพลเมอื งให้นกั เรียนชว่ ยกันยกตวั อยา่ ง เชน่

สิทธิในการเข้ารบั การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ หนา้ ที่รบั ผิดชอบในเรอื่ งของการร้องเพลงชาติ และ
สวดมนตไ์ หวพ้ ระ

ชัว่ โมงที่ ๒

4) แบ่งกลมุ่ นักเรียนช่วยกันเขียนสิทธิและหน้าทข่ี องนกั เรียนในโรงเรียนมีอะไรบ้าง โดยเขยี นเป็นแผนภาพ

ความคดิ ลงในกระดาษทค่ี รแู จกให้ จากน้ันส่งใหค้ รูตรวจ

5) นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานแผนภาพความคิดหน้าชั้นเรียน จากน้ันช่วยกันนาไปติดท่ีป้าย

นิเทศในห้องเรียน ครปู ระเมินผลงานของนกั เรยี น

6) ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคนตอบคาถามจากใบงานทค่ี รูแจกให้ สง่ ครูตรวจใหค้ ะแนน

4.2 สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้

1) ใบความรู้ เรอ่ื ง “ความหมายของสทิ ธิและหน้าท่ี”

2) คลิปวีดโี อ เรอ่ื ง “สิทธิและหน้าท่ีของนกั เรียน” ในสือ่ การเรยี นการสอนสังคม ป. 1 จาก
https://www.youtube.com/watch?v=IWbqnvNtYT0

3) ใบงาน
5. การประเมินผลการเรยี นรู้

5.1 วธิ กี ารประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น

5.2 เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการประเมนิ
1) แบบตรวจให้คะแนน

2) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน
5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน

นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป ถือว่า ผ่าน

บันทึกหลงั สอน

หนว่ ยกำรสอนท่ี................ แผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ .่ี .............
บันทกึ หลังสอน
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปญั หำและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน

ความคดิ เหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคลองห้า

7. ภาคผนวก

1) ใบความรู้
2) ใบงาน
3) แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
4) แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ใบความรู้
เร่อื ง ความหมายของสทิ ธแิ ละหน้าที่ของพลเมือง

สทิ ธิ หมายถงึ อานาจอันชอบธรรมของบคุ คล โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย เชน่ นักเรียนทุกคนได้รบั สทิ ธใ์ิ น
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุขจากโรงพยาบาลของรัฐ สิทธิในการเลือกประธาน
นกั เรียน

หนา้ ที่ หมายถงึ ภาระหน้าท่ที ่บี คุ คลหรือกล่มุ บุคคลน้ันได้รบั มอบหมายหรอื รบั ผิดชอบ เช่น ครูมีหนา้ ท่ี
ในการสอน นักเรียนมหี น้าทตี่ งั้ ใจเรยี นหนังสอื เป็นตน้

ใบความรู้

เรื่อง ความหมายของสทิ ธิและหน้าที่ของพลเมือง

คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1. เพราะเหตุใดเราจึงไมม่ ีสิทธิในทรัพยส์ นิ ของเพ่อื นในโรงเรียน
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
2. “ดวงใจแอบฟงั เพ่อื นคุยโทรศัพท์” อา่ นข้อความนี้แล้ว นักเรยี นคดิ ว่าดวงใจเป็นคนอยา่ งไร
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นอย่ใู นโรงเรยี นมสี ิทธิท่ีจะทากิจกรรมต่างๆ อะไรบ้างบอกมา 2 ข้อ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

เลขท่ี ชื่อ – สกุล คะแนนทีไ่ ด้ สรปุ ผล
(6 คะแนน) ผา่ น ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25

สรุป

ลงชอื่ .................................................ผตู้ รวจ
(....................................................)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ได้คะแนนรวม 4 คะแนนข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน (ข้อละ 2 คะแนน)

แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี น
ช่อื -สกุล................................................................................ ชั้น..............ภาคเรียนที่...........ปีการศึกษา.............
คาช้ีแจง การบันทึกให้ใส่เคร่อื งหมาย  ลงในช่องท่ตี รงกับพฤติกรรมทีเ่ กดิ ขึน้ จรงิ

ที่ พฤติกรรม ระดับการปฏิบตั ิ

๑ มคี วามรับผิดชอบในหนา้ ทก่ี ารงาน เป็น บางคร้งั นอ้ ย ไมท่ าเลย/
๒ ตัง้ ใจและเอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย ประจา (๒) ครง้ั ไม่ชัดเจน
๓ ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม (๓) (๑) (๐)
๔ รู้จกั แกป้ ัญหาในการทางานเมอื่ มีอปุ สรรค
๕ อดทนเพอื่ ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย
๖ ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานใหด้ ีขึ้นดว้ ยตนเอง

รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ

ผปู้ ระเมนิ  ครู  พอ่ แม่ / ผูป้ กครอง  ตนเอง  เพื่อน

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
(.................................................)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมิน
ดเี ยีย่ ม
ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมิน
ดี ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่ากว่า ๒ คะแนน

พอใช้ ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมิน
ปรับปรุง ขอ้ ใดขอ้ หนึ่งตา่ กวา่ ๐ คะแนน

ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมิน
ขอ้ ใดข้อหนึ่งต่ากว่า ๐ คะแนน

ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน


Click to View FlipBook Version