The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-11-25 10:14:21

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

สัปดาห์ที่ 13

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2…/……......……... ช่อื ผู้สอน ………………………………………………………..
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 11 การวัดปริมาตร เรื่อง การหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเกีย่ วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทีต่ ้องการวดั และนาไปใช้

ตัวช้วี ัด ป.3/13 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตรและความจทุ ีม่ ีหน่วยเป็นลิตรและมิลลลิ ติ ร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การสื่อสาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมีความคดิ รเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์
ตัวชวี้ ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา
ตวั ชี้วัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ ่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตวั ช้ีวดั ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การหาผลหารเกีย่ วกับปรมิ าตรและความจุ ทาไดโ้ ดยนาปริมาตรและความจุที่เปน็ หน่วยเดยี วกนั มาหารกนั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลหารเก่ยี วกับปริมาตรและความจุที่กาหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการหารเก่ยี วกบั ปรมิ าตรและความจุได้ถกู ต้อง (P)
3. นาความร้เู กี่ยวกับการหารเกยี่ วกับปรมิ าตรและความจไุ ปใช้ในชวี ิตจริงได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

การหารเกีย่ วกบั ปรมิ าตรและความจุ

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นา

1. ครูทบทวนการคูณเก่ียวกับปริมาตร โดยติดแถบประโยคบนกระดานให้นักเรียนช่วยกันแสดงวิธีหาคาตอบ
ดังน้ี

7 เทา่ ของ 5 ลิตร 9 มลิ ลิลติ ร เท่ากับเทา่ ไร

6 เท่าของ 13 ลติ ร 200 มิลลลิ ติ ร เท่ากบั เท่าไร

ข้นั สอน

ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูยกตัวอย่างการหารเก่ียวกับปริมาตรที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร โดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ

ให้เขยี นหนว่ ยไวบ้ รรทัดบน จากน้ันเขยี นขอ้ ความและตัวเลขท่เี ปน็ ตัวต้งั และตวั ลบ ตามลาดบั ดังนี้

8 ลิตร 350 มิลลลิ ติ ร แบง่ ออกเป็น 5 ส่วนเท่าๆ กัน เท่ากับเทา่ ไร

วธิ ที า ลติ ร ม3ลิ 3ล5ิล0ติ ร
58 670
1

ตอบ ๑ ลติ ร ๖๗๐ มลิ ลลิ ิตร

20 ลติ ร 8 มิลลลิ ิตร แบ่งออกเปน็ 4 ส่วนเท่าๆ กนั เท่ากบั เทา่ ไร

วธิ ที า ลติ ร มิลลลิ ติ ร
4 20 8
5 2

ตอบ ๕ ลติ ร ๒ มลิ ลิลิตร

ข้นั อธิบายความรู้
1. ให้นักเรยี นแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 4 – 5 คน ผแู้ ทนกลุ่มออกมาจับสลากแถบการหารเก่ียวกับปริมาตรและความจุ

กลุ่มละ 1 สลาก ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนแสดงวิธีทาหาคาตอบและตรวจคาตอบลงในกระดาษ จากนั้นผู้แทนกลุ่มนาเสนอ
ผลงานหน้าชั้นเรยี น ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง

ข้ันขยายความเขา้ ใจ
1. ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงานเรือ่ ง การหารเกี่ยวกับปรมิ าตรและความจุ เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ

ความถกู ต้อง จากนัน้ ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงาน

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การหาผลหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็น
ลติ รและมิลลลิ ติ ร ต้องเขยี นหนว่ ยไวด้ ้านบนกอ่ นจากนนั้ เขยี นข้อความและตวั เลขท่ีเป็นตวั ตั้ง และตวั ลบ ตามลาดับ
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมดุ หรือในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนักเรียนจากการอธบิ ายเกยี่ วกับความหมายของการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ าร
ประเมินผล
จุดประสงค์ 1.คาถามกระตุ้น
ความคดิ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.ใบงาน เร่อื ง การหาร 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
คณุ ลักษณะนิสัย (A) แตกต่าง
เกีย่ วกับปริมาตรและ ผา่ นเกณฑ์การ
1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม
รบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ั่งและสง่ งานได้ทนั ความจุ ประเมิน
ตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
3. สังเกตจากการมุง่ มัน่ ในการทางาน
พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบคุ คล ประเมิน

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. แถบการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ
2. ใบงานเร่ือง การหารเกยี่ วกับปริมาตรและความจุ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 13

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2…/……......……... ชอื่ ผู้สอน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 11 การวัดปริมาตร เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวกลบเกยี่ วกบั ปรมิ าตรและความจุ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเก่ียวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและนาไปใช้

ตัวชี้วดั ป.3/13 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ปรมิ าตรและความจทุ ีม่ ีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การสอ่ื สาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมีความคดิ รเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์
ตัวชว้ี ัด ป.1-3/1 ใช้วิธีการทหี่ ลากหลายแกป้ ญั หา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตวั ช้วี ัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการส่อื สาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบความ

สมเหตสุ มผลของคาตอบ

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายวิธกี ารหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั ปรมิ าตรและความจุท่มี หี นว่ ยเปน็ ลติ รและมลิ ลลิ ติ รได้ (K)
2. เขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั ปริมาตรและความจุที่มีหนว่ ยเปน็ ลติ รและมิลลิลิตรได้ (P)
3. นาความรู้เก่ียวกบั โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับปรมิ าตรไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
สาระการเรียนร้แู กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

โจทย์ปญั หาการบวกลบเก่ียวกบั ปริมาตรและความจุ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 2

ขัน้ นา

1. ทบทวนความรู้เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
แขง่ ขันกันตอบปญั หาโดยครเู ล่าสถานการณ์โจทย์ปญั หาใหน้ กั เรยี นฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคาตอบ กลุ่มใดยกมือก่อน
แลว้ ออกมานาเสนอข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้อง กลุ่มนัน้ จะเปน็ ผชู้ นะ

ขน้ั สอน

ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูติดโจทย์ปัญหาการลบเก่ียวกับปรมิ าตรและความจุบนกระดาน โดยใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี

ถงั ใบแรกมีนา้ มนั อยู่ 400 ลิตร ถงั ใบท่สี องมนี า้ มนั 200 ลิตร 390 มลิ ลิลิตร
ถงั นา้ มนั ใบทีส่ องมีน้ามันน้อยกว่าถังใบแรกเทา่ ไร

- โจทย์ถามอะไร (ถงั น้ามนั ใบท่ีสองมนี า้ มนั น้อยกว่าถังใบแรกเท่าไร)
- โจทย์กาหนดอะไร (ถังใบแรกมีน้ามันอยู่ 400 ลิตร ถงั ใบที่สองมนี า้ มัน 200 ลติ ร 390 มลิ ลลิ ิตร
- หาคาตอบได้อย่างไรเพราะเหตุใด (400 ลิตร ลบดว้ ย 200 ลิตร 390 มิลลิลิตร เพราะถังน้ามันใบที่สองมี
น้ามนั นอ้ ยกว่าถังใบแรก)
- ไดค้ าตอบเท่าไร (199 ลติ ร 610 มลิ ลลิ ติ ร)
- สรุปคาตอบว่าอยา่ งไร (ถงั ใบทสี่ องมีนา้ มนั นอ้ ยกวา่ ถังแรก 199 ลติ ร 610 มลิ ลลิ ิตร)
2. ครูเขียนแสดงวิธที าโจทยป์ ัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พร้อมทั้งอธบิ ายใหน้ ักเรียนฟงั ดงั นี้

วิธที า ลิตร มิลลลิ ติ ร

399 1000

ถังใบแรกมีนา้ มนั อยู่ 400 390 -
610
ถงั ใบทีส่ องมนี ้ามัน 200

ถงั ใบที่สองมีนา้ มนั น้อยกวา่ ถังใบแรก 199

ตอบ ถงั ใบท่สี องมนี า้ มันนอ้ ยกวา่ ถงั ใบแรก ๑๙๙ ลติ ร ๖๑๐ มลิ ลิลติ ร

ครูอธิบายข้ันตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและตัวเลขที่
เป็นตัวต้ัง และตัวลบ ตามลาดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การลบ ถ้าจานวนในหน่วยย่อยลบกันไม่ได้ ต้องมีการกระจายจาก
จานวนในหนว่ ยใหญ่

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการบวกลบเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และ

แสดงวิธีทาอีก 3 – 5 ตวั อย่าง

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกลบเก่ียวกับปริมาตรและความจุ เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียน

ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงาน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุได้น้ัน

ต้องศึกษาก่อนว่าโจทย์ต้องการให้หาอะไร โจทย์กาหนดสิ่งใดมาให้ พร้อมท้ังตรวจสอบหน่วยปริมาตรที่ให้ว่าเป็นหน่วย
เดยี วกันหรือไม่

2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนกั เรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบได้ในสมุด หรือในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์

5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกี่ยวกับความหมายของโจทย์ปัญหาการบวกลบเก่ียวกับปริมาตร

และความ

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) แตกต่าง
ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม
รบั ผดิ ชอบต่องานที่สัง่ และส่งงานได้ทัน ประเมิน
ตามทีก่ าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ 1.ใบงาน เรื่อง โจทย์ 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
3. สงั เกตจากการม่งุ มนั่ ในการทางาน
ปญั หาการบวกลบ ผ่านเกณฑ์การ

เกยี่ วกับปริมาตรและ ประเมนิ

ความ

1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมนิ

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. โจทย์ปญั หา
2. ใบงานเรื่อง โจทยป์ ญั หาการลบเกีย่ วกับปรมิ าตรและความจุ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................ .....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ี่ 13

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ชอ่ื ผ้สู อน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 11 การวดั ปรมิ าตร เร่ือง โจทยป์ ัญหาการคณู เก่ียวกบั ปรมิ าตรและความจุ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้นื ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ตี ้องการวัดและนาไปใช้

ตัวช้ีวดั ป.3/13 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกบั ปรมิ าตรและความจทุ ม่ี หี นว่ ยเป็นลติ รและมิลลิลติ ร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การสอื่ สาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ และมีความคดิ ริเรมิ่
สร้างสรรค์
ตวั ช้วี ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลายแก้ปญั หา
ตัวชี้วดั ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวชีว้ ัด ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบความ

สมเหตสุ มผลของคาตอบ

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายวิธกี ารหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตรได้ (K)
2. เขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกบั ปรมิ าตรและความจุทมี่ หี นว่ ยเปน็ ลติ รและมลิ ลิลิตรได้ (P)
3. นาความรเู้ กี่ยวกับโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตรและความจุไปใชใ้ นชวี ติ จริงได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

โจทยป์ ญั หาการคูณเกยี่ วกับปริมาตรและความจุ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ข้นั นา

1. ทบทวนความรูเ้ รื่อง โจทย์ปัญหาการลบเกี่ยวกบั ปริมาตรและความจุ จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขัน
กันตอบปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคาตอบ กลุ่มใดยกมือก่อนแล้ว
ออกมานาเสนอขัน้ ตอนการแก้โจทยป์ ัญหาได้ถูกต้อง กลุ่มนั้นจะเปน็ ผชู้ นะ

ขัน้ สอน

ข้นั สารวจค้นหา
1. ครูติดโจทยป์ ัญหาการคูณเกี่ยวกบั ปรมิ าตรและความจุบนกระดาน โดยให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้

ซอสมะเขือเทศขวดหนง่ึ มีปริมาตร 1 ลิตร 350 มิลลลิ ิตร ต้องการใช้ 5 ขวด
ต้องการใชซ้ อสมะเขือเทศเทา่ ใด

- โจทยถ์ ามอะไร (ตอ้ งการใช้ซอสมะเขือเทศเทา่ ใด)
- โจทยก์ าหนดอะไร (ซอสมะเขือเทศขวดหนง่ึ มปี รมิ าตร 1 ลิตร 350 มิลลลิ ติ ร ต้องการใช้ 5 ขวด)
- หาคาตอบไดอ้ ยา่ งไร (1 ลิตร 350 มลิ ลิลติ ร คณู ด้วย 5)
- ได้คาตอบเท่าไร (๖ ลติ ร ๗๕๐ มลิ ลลิ ิตร)
- สรุปคาตอบวา่ อย่างไร (ตอ้ งการใชซ้ อสมะเขอื เทศ ๖ ลติ ร ๗๕๐ มลิ ลิลติ ร)
2. ครูเขยี นแสดงวิธที าโจทยป์ ัญหาจากกิจกรรมข้อ 1. พร้อมทง้ั อธบิ ายให้นักเรียนฟงั ดังน้ี

วิธีทา ลติ ร มลิ ลิลิตร
ซอสมะเขือเทศขวดหน่ึงมีปรมิ าตร
ตอ้ งการใช้ 1 350 ×
5
ต้องการใช้ซอสมะเขือเทศ
ตอบ ต้องการใช้ซอสมะเขือเทศ ๖ ลิตร ๗๕๐ มลิ ลิลิตร 5 1750

6 750

ครูอธิบายข้ันตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและตัวเลขที่
เป็นตัวตั้ง และตัวลบ ตามลาดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การคูณ เมื่อได้ผลคูณแล้วต้องเปลี่ยนจานวนในหน่วยย่อยให้เป็น
หน่วยใหญ่ดว้ ยถา้ ทาได้

ขนั้ สารวจคน้ หา
1. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการคูณเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดง

วิธที าอีก 3 – 5 ตวั อยา่ ง

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูให้นักเรียนทาใบงานเรื่อง โจทย์ปัญหาการคูณเก่ียวกับปริมาตรและความจุ เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียน

ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงาน

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสัยกยี่ วกบั โจทย์ปัญหาการคณู เกยี่ วกบั ปริมาตรและความจุ
2. ครใู หน้ กั เรียนดตู ัวอยา่ งโจทย์ปัญหาการคณู เกยี่ วกบั ปริมาตรและความจุ จนนกั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจ แล้วเปดิ โอกาสให้
นกั เรยี นซักถามข้อสงสยั อีกคร้ัง

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ กั เรยี นทกุ คนร่วมกนั สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกับความหมายของโจทย์ปัญหาการคณู เกี่ยวกบั ปริมาตรและความจุ
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนกั เรยี นจากการอธิบายเกย่ี วกบั ความหมายของโจทยป์ ัญหาการคูณเกี่ยวกับปรมิ าตรและความจุ

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) แตกตา่ ง
ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ งั่ และส่งงานไดท้ ัน ประเมิน
ตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ 1.ใบงาน เรอื่ ง โจทย์ 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
3. สังเกตจากการมุ่งมนั่ ในการทางาน
ปญั หาการคูณเก่ยี วกบั ผา่ นเกณฑ์การ

ปรมิ าตรและความจุ ประเมิน

1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถอื วา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผา่ นเกณฑ์การ

รายบคุ คล ประเมิน

7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1. โจทย์ปัญหา
2. ใบงานเร่ือง โจทย์ปัญหาการคูณเก่ยี วกบั ปริมาตรและความจุ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 13

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ชอ่ื ผู้สอน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 11 การวัดปรมิ าตร เรอื่ ง โจทยป์ ญั หาการหารเกยี่ วกับปรมิ าตรและความจุ

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกี่ยวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวัดและนาไปใช้

ตัวช้ีวดั ป.3/13 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกบั ปริมาตรและความจุทม่ี ีหน่วยเปน็ ลติ รและมิลลลิ ติ ร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การสอ่ื สาร การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมีความคิดริเริม่
สร้างสรรค์
ตวั ช้วี ัด ป.1-3/1 ใช้วิธกี ารทหี่ ลากหลายแกป้ ัญหา
ตัวชี้วดั ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวชีว้ ัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสอื่ สาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบความ

สมเหตสุ มผลของคาตอบ

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกับปรมิ าตรและความจุที่มีหนว่ ยเป็นลติ รและมลิ ลิลติ รได้ (K)
2. เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั ปริมาตรและความจุทมี่ หี น่วยเป็นลติ รและมลิ ลลิ ิตรได้ (P)
3. นาความรู้เก่ียวกับโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับปรมิ าตรและความจุไปใชใ้ นชวี ติ จริงได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

โจทยป์ ญั หาการหารเกย่ี วกับปรมิ าตรและความจุ

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 4

ข้นั นา

1. ทบทวนความรเู้ รอ่ื ง โจทย์ปญั หาการคณู เกย่ี วกับปริมาตรและความจุ จากนัน้ ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขัน
กันตอบปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคาตอบ กลุ่มใดยกมือก่อนแล้ว
ออกมานาเสนอขน้ั ตอนการแกโ้ จทยป์ ญั หาไดถ้ ูกต้อง กลุ่มน้ันจะเปน็ ผ้ชู นะ

ขัน้ สอน

ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูติดโจทยป์ ัญหาการหารเกยี่ วกบั ปริมาตรและความจุบนกระดาน โดยให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้

น้าส้มเหยือกหน่ึงมี 2 ลติ ร 700 มิลลลิ ติ ร เทแบง่ ใส่แก้วได้ 9 ใบพอดี แก้วแตล่ ะใบจะมีน้าสม้ เทา่ ไร

- โจทยถ์ ามอะไร (แก้วแตล่ ะใบจะมีน้าส้มเท่าไร)
- โจทยก์ าหนดอะไร (น้าส้มเหยอื กหนงึ่ มี 2 ลิตร 700 มลิ ลลิ ิตร เทแบง่ ใสแ่ ก้วได้ 9 ใบพอดี)
- หาคาตอบไดอ้ ย่างไร (2 ลติ ร 700 มลิ ลลิ ติ ร หาร 9)
- ได้คาตอบเทา่ ไร (300 มลิ ลิลตร)
- สรปุ คาตอบว่าอยา่ งไร (แกว้ แต่ละใบจะมนี า้ ส้ม ๓๐๐ มิลลลิ ิตร)
2. ครูเขยี นแสดงวิธีทาโจทย์ปัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พร้อมทงั้ อธิบายใหน้ ักเรียนฟงั ดังน้ี

วธิ ีทา นา้ สม้ เหยอื กหน่ึงมี 2 ลิตร 700 มลิ ลิลิตร

เทแบ่งใสแ่ ก้วได้ 9 ใบ

ลิตร มลิ ลลิ ติ ร

92 700

แกว้ แต่ละใบจะมนี ้าสม้ 300

ตอบ แก้วแตล่ ะใบจะมีน้าส้ม ๓๐๐ มิลลิลติ ร

ครูอธิบายข้ันตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและตัวเลขที่
เป็นตวั ตั้ง และตัวลบ ตามลาดับ

ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดง
วิธที าอกี 3 – 5 ตวั อยา่ ง

ขน้ั อธิบายความรู้
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง โจทย์ปัญหาการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียน

ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนน้ั ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน

ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสยั กี่ยวกับโจทย์ปญั หาการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ
2. ครใู หน้ ักเรยี นดตู วั อย่างโจทยป์ ัญหาการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ จนนกั เรียนเกดิ ความเข้าใจ แล้วเปิดโอกาสให้
นักเรียนซักถามข้อสงสยั อีกครั้ง

ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูให้นกั เรยี นทกุ คนรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกบั ความหมายของโจทย์ปัญหาการหารเกย่ี วกับปริมาตรและความจุ
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์

5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเก่ยี วกบั ความหมายของโจทยป์ ญั หาการหารเกีย่ วกับปริมาตรและความจุ

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1.เปรียบเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) แตกตา่ ง
ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและสง่ งานไดท้ นั ประเมนิ
ตามทกี่ าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ 1.ใบงาน เรื่อง โจทย์ 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันในการทางาน
ปญั หาการหารเกย่ี วกับ ผา่ นเกณฑ์การ

ปรมิ าตรและความจุ ประเมิน

1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื วา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรอื ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมิน

7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
4. โจทย์ปญั หา
5. ใบงานเรื่อง โจทยป์ ญั หาการหารเกี่ยวกับปริมาตรและความจุ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมุด
3. อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... ..............
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 14

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/…....……..... ช่อื ผสู้ อน ….……………………......……………………...

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 12 เงนิ และบนั ทกึ รายรบั รายจ่าย เร่ือง การบอกจานวนเงินและเขยี นแสดงจานวนเงนิ

แบบใช้จดุ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ป. 3/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มคี วามสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรูต้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเช่อื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์

ตวั ชี้วัด ป.3/1
ใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลายแก้ปญั หา

ตวั ชี้วัด ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ตวั ชี้วัด ป.3/4
ใชภ้ าษาและสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

เงินเหรียญหรอื ธนบตั รแตล่ ะชนดิ เมอื่ นามารวมกนั จะมคี ่าของเงนิ รวมกัน ซึ่งมีจานวนเป็นบาทและสตางค์ สามารถ
เขยี นโดยใช้จุดค่ันระหวา่ งจานวนบาทและสตางค์

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกจานวนเงินแบบใช้จดุ ได้ (K)
2. เขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ ไดถ้ กู ต้อง (P)
3. อ่านจานวนเงินแบบใช้จุดจากโจทยท์ ก่ี าหนดใหไ้ ด้ถูกต้อง (P)
4. นาความรู้เกย่ี วกับการบอกจานวนเงินและเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใชจ้ ดุ และการอา่ นไปใช้ในชวี ิตจริงได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

การบอกจานวนเงนิ และเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใชจ้ ดุ

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ขั้นนา

1. ให้นักเรียนทบทวนประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับการซ้ือสินค้าต่างๆ ในชีวิตประจาวัน โดยครูให้ผู้แทน
นักเรียน 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนฟังว่าซื้ออะไรบ้าง ใช้อะไรในการซ้ือ ส่ิงที่ใช้ในการซื้อมี
ลกั ษณะอย่างไร จากน้ันครถู ามคาถามนกั เรียน ดงั นี้

- เราใช้อะไรในการซ้ือสินค้า (เงิน)
- เงินที่ใช้ในปัจจุบันมีลักษณะอย่างไร (เป็นเงินเหรียญ และธนบัตร)
2. ครูให้ผู้แทนนักเรียนครั้งละ 1 คน บอกชนิดของเงินเหรียญและธนบัตรที่นักเรียนรู้จักคนละ 1 ชนิด แล้ว
ครูนาเงินเหรียญและธนบัตรจริงมาให้นักเรียนดูประกอบ

ขนั้ สอน

ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูนาธนบตั รและเงนิ เหรียญจาลองตดิ บนกระดานตามจานวน ดงั น้ี

ธนบัตรใบละห้าร้อยบาท หน่ึงร้อยบาท ห้าสิบบาท และยี่สิบบาท อย่างละ 1 ใบ และเงินเหรียญห้าสิบ
สตางค์และย่ีสิบสตางค์อย่างละ 1 เหรียญ แล้วให้นักเรียนร่วมกันคิดว่าเป็นจานวนเงินทั้งหมดเท่าไร โดยออกมาเขียนบน
กระดาน (670 บาท 75 สตางค)์ และเขยี นคาอา่ น (หกร้อยเจ็ดสบิ บาทเจ็ดสบิ หา้ สตางค)์

2. ครูตดิ แถบโจทยบ์ นกระดาน

1. เหรยี ญหา้ บาท 2 เหรียญ เหรยี ญหา้ สบิ สตางค์ 3 เหรยี ญ

ให้ผ้แู ทนนกั เรียน 1 คน ออกมาหยิบเงินจาลองติดบนกระดานตามจานวนในแถบโจทย์ แล้วให้นักเรียนบอก
จานวนเงนิ วา่ เปน็ จานวนเงนิ เทา่ ไร (11 บาท 50 สตางค)์

3. ครูตดิ แถบโจทยบ์ นกระดาน แลว้ ให้ผู้แทนนักเรียนครั้งละ 3 คน ออกมาแข่งขันกันเขียนจานวนเงินโดยใช้จุด
และเขียนคาอา่ นบนกระดาน

นมยเู อชที 4 กล่อง ราคา 38 บาท 75 สตางค์

(38.75 บาท อ่านวา่ สามสบิ แปดบาทเจ็ดสบิ หา้ สตางค์)

ปลากระป๋องคร่งึ โหลราคา 61 บาท 25 สตางค์

(61.25 บาท อ่านวา่ หกสบิ เอ็ดบาทยสี่ บิ ห้าสตางค์)

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูวางภาพสินค้าพร้อมราคาจากส่ือโฆษณา หนังสือพิมพ์ บนโต๊ะ ให้นักเรียนเขียนจานวนเงินของสินค้าโดย
ใชจ้ ุดลงในกระดาษ คาตอบละ 1 แผน่
2. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ การเขียนจานวนเงนิ โดยใชจ้ ดุ และการอ่าน โดยครถู ามคาถามนกั เรียน ดังน้ี
- ตวั เลขหน้าจุดแทนจานวนเงนิ เปน็ หนว่ ยอะไร (บาท)
- ตวั เลขหลงั จดุ แทนจานวนเงินเปน็ หนว่ ยอะไร (สตางค์)
3. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง การบอกจานวนเงินและเขียนแสดงจานวนเงินแบบใช้จุด เมื่อเสร็จแล้วให้
นกั เรียนช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน

ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั โดยครูอธิบายการบอกจานวนเงนิ และเขยี นแสดงจานวนเงินแบบใช้จุด
2. ครูให้นักเรยี นดตู วั อยา่ งการบอกจานวนเงินและเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ จนนักเรยี นเกดิ ความเข้าใจ แลว้ เปดิ
โอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามข้อสงสัยอีกครั้ง

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี เงินเหรียญและธนบัตร เป็นเงินที่ใช้ในชีวิตประจาวัน การ
บอกจานวนเงินทาไดโ้ ดยการนาค่าของเงินทั้งหมดมารวมกัน
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชัน้ เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนักเรยี นจากการอธิบายเก่ียวกับความหมายของการบอกจานวนเงินและเขียนแสดงจานวนเงินแบบ
ใชจ้ ดุ

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ าร
ประเมินผล
จดุ ประสงค์ 1.คาถามกระตนุ้
ความคดิ 70% ขึ้นไป ถือว่า
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงาน เร่ือง การ 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) แตกตา่ ง
บอกจานวนเงินและ ผ่านเกณฑ์การ
1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สง่ั และส่งงานไดท้ นั เขียนแสดงจานวนเงนิ ประเมิน
ตามทก่ี าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ แบบใช้จุด
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการทางาน
1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบคุ คล ประเมิน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. ธนบตั รและเงนิ เหรียญจาลอง
2. แถบโจทย์
3. ใบงานเรื่อง การบอกจานวนเงนิ และเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 14

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่ ……2…/…....……..... ชื่อผสู้ อน ….……………………......……………………...

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 12 เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย เรื่อง การเปรยี บเทียบจานวนเงนิ

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ อ้ งการวดั และนาไปใช้
ตวั ชีว้ ดั ป. 3/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปญั หา การให้เหตุผล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่ืน ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ
สร้างสรรค์

ตวั ชี้วัด ป.3/1
ใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลายแก้ปญั หา

ตวั ชี้วัด ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม

ตวั ชี้วดั ป.3/4
ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเปรยี บเทยี บจานวนเงนิ ให้เปรียบเทียบจานวนบาทกอ่ น ถา้ เทา่ กนั จงึ เปรียบเทยี บจานวนสตางค์

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายขนั้ ตอนการเปรียบเทยี บจานวนเงินได้ (K)
2. เขยี นการเปรยี บเทียบและเรียงลาดบั จานวนเงินจากโจทย์ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (P)
3. นาความรเู้ กย่ี วกบั การเปรยี บเทียบจานวนเงินไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา

การเปรียบเทยี บจานวนเงิน

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 2

ขน้ั นา

1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง การบอกจานวนเงิน โดยครูติดแถบโจทย์บนกระดาน 2 แถบ แล้วให้ผู้แทน
นักเรยี นครง้ั ละ 1 คน ออกมาเขียนจานวนเงนิ บนกระดาน

ธนบตั รใบละย่ีสบิ บาท 3 ใบ กับเหรียญสบิ บาท 2 เหรยี ญ

เหรยี ญสบิ บาท 5 เหรียญ

ข้นั สอน

ข้ันสารวจค้นหา
1. จากกิจกรรมขอ้ 1 ครูถามคาถามนักเรียน ดงั นี้
- 80 บาท มากกวา่ หรือนอ้ ยกว่า 50 บาท (มากกว่า)
- ดงั นนั้ สรุปไดอ้ ย่างไร (ธนบตั รใบละย่สี บิ บาท 3 ใบ กับเหรียญสิบบาท 2 เหรียญ มากกว่าเหรียญสิบบาท

5 เหรยี ญ)
2. ครูตดิ บตั รจานวนเงินบนกระดาน 2 จานวน (61.25 บาท และ 61.50 บาท) แล้วให้นักเรียนอ่านพร้อมๆ กัน

และถามคาถาม ดงั นี้
- จานวนเงนิ เปน็ บาทเทา่ กนั หรอื ไม่ (เท่ากนั )
- จานวนเงินเป็นสตางคเ์ ท่ากนั หรือไม่ (ไมเ่ ท่ากัน)
- 25 สตางค์ มากกวา่ หรอื นอ้ ยกว่า 50 สตางค์ (น้อยกว่า)
- ดงั นน้ั 61.25 บาท มากกว่าหรือน้อยกว่า 61.50 บาท (น้อยกว่า)
- สรุปคาตอบไดอ้ ย่างไร (61.25 บาท นอ้ ยกว่า 61.50 บาท)

3. ครใู ห้นกั เรียนวาดภาพสนิ ค้าทส่ี นใจ พรอ้ มท้งั กาหนดราคาสนิ ค้า แล้วร่วมกนั เล่นเกมเปรยี บเทียบสนิ คา้ ดงั น้ี
- นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4 – 5 คน
- นกั เรียนแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมาครั้งละ 1 คน (2 กลุ่ม) แล้วเปรียบเทียบราคาสินค้าน้ัน โดยบอกว่า

ใครมรี าคาสินค้ามากกว่าหรอื นอ้ ยกวา่
- ดาเนนิ กิจกรรมจนครบทุกกลมุ่ ทุกคน
- นักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขัน้ อธิบายความรู้
1. นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้เร่อื ง การเปรยี บเทียบจานวนเงิน โดยครถู ามคาถามนักเรียน ดังน้ี
- การเปรยี บเทยี บจานวนเงนิ ให้เปรียบเทยี บจานวนในหนว่ ยใดกอ่ น (บาท)
- ถ้าไมเ่ ท่ากันเปรยี บเทียบจานวนในหนว่ ยใดต่อไป (สตางค์)
2. ครูให้นักเรยี นทาใบงานเรือ่ ง การเปรยี บเทยี บจานวนเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูก
ต้อง จากนน้ั ครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน

ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสยั โดยครูอธิบายการเปรียบเทียบจานวนเงิน
2. ครูให้นกั เรยี นดตู ัวอยา่ งการเปรียบเทยี บจานวนเงนิ จนนกั เรียนเกิดความเขา้ ใจ แล้วเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามข้อ
สงสัยอกี ครั้ง

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเปรียบเทียบจานวนเงิน ให้เปรียบเทียบจานวนบาท
กอ่ น ถา้ เท่ากันจึงเปรียบเทียบจานวนสตางค์
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนกั เรยี นจากการอธบิ ายเกยี่ วกบั ความหมายของการเปรียบเทยี บจานวนเงิน

6.การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) แตกต่าง
ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ัง่ และสง่ งานได้ทนั ประเมนิ
ตามทีก่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ 1.ใบงาน เรอื่ ง การ 70% ขึน้ ไป ถือวา่
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการทางาน
เปรียบเทียบจานวนเงิน ผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ

1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผา่ นเกณฑ์การ

รายบคุ คล ประเมิน

7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. แถบโจทย์
2. บัตรจานวนเงนิ
3. กระดาษเปลา่
4. ใบงานเร่อื ง การเปรยี บเทียบจานวนเงนิ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ .....................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 14

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/…....……..... ช่อื ผู้สอน ….……………………......……………………...

กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 12 เงนิ และบันทกึ รายรบั รายจ่าย เรอื่ ง การบวกจานวนเงิน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเกยี่ วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ีต้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด ป. 3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ญั หา การใหเ้ หตุผล การส่ือสาร การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความร้ตู า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อ่นื ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ
สร้างสรรค์

ตวั ชี้วัด ป.3/1
ใช้วธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา

ตวั ช้ีวัด ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

ตวั ช้ีวดั ป.3/4
ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การบวกจานวนเงนิ ใหน้ าจานวนเงินที่เป็นบาทรวมกับจานวนเงนิ ทเ่ี ป็นบาท และจานวนเงินท่ีเปน็ สตางค์รวมกับจานวนเงิน

ที่เป็นสตางค์ โดยให้บวกจานวนที่เป็นสตางค์ก่อน ถ้าผลบวกของจานวนเงินที่เป็นสตางค์ครบ 100 สตางค์ หรือมากกว่า ซึ่ง
100 สตางค์ เท่ากบั 1 บาท ให้นา 1 บาท ไปรวมกับจานวนเงนิ ทีเ่ ป็นบาท

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลบวกเกี่ยวกับจานวนเงนิ ที่กาหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการบวกเกี่ยวกบั จานวนเงินไดถ้ ูกตอ้ ง (P)
3. นาความรเู้ ก่ียวกบั การบวกเกี่ยวกับจานวนเงนิ ไปใช้ในชีวติ จรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา

การบวกจานวนเงนิ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขัน้ นา

1. ครทู บทวนความสมั พนั ธ์ของบาทและสตางค์ โดยแบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ให้แต่ละกลุ่ม
มนี ักเรียนความสามารถคละกนั แตล่ ะกลมุ่ ต้ังคาถาม และใหก้ ล่มุ อื่นตอบ กลุม่ ที่ตอบไดต้ ง้ั คาถามถามกลมุ่ อน่ื ต่อไป เช่น

- 1 บาท เท่ากับกี่สตางค์
- 5 บาท เท่ากับก่ีสตางค์
- 750 สตางค์ เท่ากับกี่บาท ก่ีสตางค์

ขนั้ สอน

ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครใู ห้หาคาตอบจากโจทยก์ ารบวกจานวนเงนิ โดยเรม่ิ จากการบวกไม่มีทด และการบวกมีทด โดยใช้การถาม-

ตอบ ประกอบการเขียนแสดงวธิ ีการหาคาตอบ เชน่

3.50 บาท รวมกบั 6.25 บาท เป็นเงินเทา่ ใด

วธิ ที า บาท สตางค์

3 50 +
6 25

9 75

ตอบ ๙ บาท ๗๕ สตางค์ หรอื ๙.๗๕ บาท

4 บาท รวมกับ 2.25 บาท เป็นเงินเท่าใด

วิธีทา บาท สตางค์

4 00 +
2 25

6 25

ตอบ ๖ บาท ๒๕ สตางค์ หรือ ๖.๒๕ บาท

2. ครูถามนักเรยี นดังน้ี
- 100 สตางค์ เทา่ กับกี่บาท (1 บาท)
จากน้ันครูยกตวั อย่างเพิม่ เตมิ ดังนี้

5.25 บาท รวมกับ 2.75 บาท เปน็ เงนิ เทา่ ใด

วธิ ที า บาท สตางค์ +
5 25
2 75
7 100

8 00
ตอบ ๘ บาท หรือ ๘.๐๐ บาท

8.50 บาท รวมกบั 12.75 บาท เปน็ เงนิ เทา่ ใด

วิธที า บาท สตางค์

8 50 +
12 75

20 125

21 25

ตอบ ๒๑ บาท ๒๕ สตางค์ หรอื ๒๑.๒๕ บาท

ข้นั อธิบายความรู้
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกบั การบวกจานวนเงนิ
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง การบวกจานวนเงิน เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง

จากน้นั ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน

ขัน้ ขยายความเข้าใจ
1. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั ก่ยี วกบั การบวกจานวนเงนิ
2. ครูให้นกั เรียนดตู ัวอยา่ งการบวกจานวนเงิน จนนกั เรยี นเกิดความเขา้ ใจ แล้วเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซักถามข้อสงสัยอีก
ครง้ั

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครใู หน้ ักเรียนทกุ คนร่วมกันสรปุ ความร้เู กี่ยวกบั ความหมายของการบวกจานวนเงิน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนกั เรยี นจากการอธบิ ายเกยี่ วกับความหมายของการบวกจานวนเงิน

6. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมินผล
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K)
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) แตกต่าง
ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ
รบั ผิดชอบตอ่ งานท่สี ่งั และส่งงานไดท้ นั ประเมนิ
ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ 1.ใบงาน เรอ่ื ง การ 70% ขึ้นไป ถือว่า
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการทางาน
บวกจานวนเงนิ ผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ

1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรอื ผ่านเกณฑ์การ

รายบคุ คล ประเมิน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1. โจทย์การบวก
2. ใบงานเรือ่ ง การบวกจานวนเงิน

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
2. ห้องสมุด
3. อินเทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 14

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2…/…....……..... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………......……………………...

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 12 เงินและบนั ทกึ รายรบั รายจ่าย เร่อื ง การลบจานวนเงิน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเกี่ยวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ีต้องการวัดและนาไปใช้
ตัวชี้วัด ป. 3/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื สาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรูต้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื ๆ และมคี วามคิดริเริม่
สรา้ งสรรค์

ตัวช้ีวดั ป.3/1
ใชว้ ธิ กี ารที่หลากหลายแก้ปัญหา

ตวั ชี้วดั ป.3/2
ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ตัวช้ีวัด ป.3/4
ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสือ่ ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การลบจานวนเงินให้นาจานวนเงินท่เี ปน็ บาทลบกบั จานวนเงินทเ่ี ปน็ บาท และจานวนเงินที่เป็นสตางค์ลบด้วยจานวนเงินที่

เป็นสตางค์ โดยให้ลบจานวนที่เป็นสตางค์ก่อน ถ้าจานวนเงินท่ีเป็นสตางค์ของตัวตั้งน้อยกว่าตัวลบ ให้กระจายจานวนเงินที่
เป็นบาทมา 1 บาท ซึ่งเท่ากบั 100 สตางค์ นาไปรวมกับจานวนเงินทเี่ ปน็ สตางค์ของตัวตั้งแล้วจงึ ลบ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลลบเก่ยี วกับจานวนเงินทีก่ าหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการลบเกี่ยวกับจานวนเงินไดถ้ กู ต้อง (P)
3. นาความรู้เกยี่ วกบั การลบเกี่ยวกบั จานวนเงินไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา

การลบจานวนเงนิ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 4

ขั้นนา

ขน้ึ เช่น 1. ทบทวนการบวกจานวนเงนิ โดยให้นักเรียนฝึกคิดในใจ โดยบอกโจทย์ทีละข้อ นักเรียนคนใดจะต้องให้ยกมือ

- 5 บาท รวมกบั 12 บาท เป็นเงนิ เทา่ ใด
- 8 บาท รวมกับ 4 บาท 50 สตางค์ เป็นเงนิ เท่าใด
- 4 บาท 25 สตางค์ รวมกบั 3 บาท 50 สตางค์ เปน็ เงนิ เทา่ ใด

ขั้นสอน

ขัน้ สารวจคน้ หา
1. ครูให้หาคาตอบจากโจทย์การลบจานวนเงิน โดยเร่ิมจากการลบท่ีไม่มีการกระจาย และการลบท่ีมีการ

กระจายตามลาดบั โดยใชก้ ารถาม-ตอบ ประกอบการเขียนแสดงวิธีการหาคาตอบ เช่น

มีเงนิ 7.75 บาท ใช้ไป 2.25 บาท เหลือเงินเท่าใด

วิธีทา บาท สตางค์

7 75 -
2 25

5 50

ตอบ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ หรอื ๕.๕๐ บาท

มเี งิน 8.25 บาท ใช้ไป 3.50 บาท เหลือเงินเท่าใด

วิธีทา บาท สตางค์
7 125
8 25 -
3 50
4 75

ตอบ ๔ บาท ๗๕ สตางค์ หรอื 4.75 บาท
ครูใชเ้ งนิ เหรยี ญจาลองประกอบการอธบิ าย ดังนี้
- มีเงิน 25 สตางค์ เอาออก 50 สตางค์ไม่พอ จึงกระจายเงิน 8 บาทมา 1 บาท ซึ่งเท่ากับ 100 สตางค์
รวมกับ 25 สตางค์ เป็น 125 สตางค์ แล้วจึงหาผลลบ

มเี งนิ 3 บาท 50 สตางค์ ใชไ้ ป 1 บาท 75 สตางค์ เหลือเงินเท่าใด

วธิ ที า บาท สตางค์
2 150
3 50 -
1 75
1 75

ตอบ ๑ บาท ๗๕ สตางค์ หรือ 1.75 บาท

มีเงิน 12 บาท ใช้ไป 5.50 บาท เหลือเงนิ เท่าใด

วิธีทา บาท สตางค์
11 100
12 0 -
5 50
6 50

ตอบ ๖ บาท ๕๐ สตางค์ หรือ 6.50 บาท

ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ กยี่ วกับการลบจานวนเงิน
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง การลบจานวนเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามข้อสงสัยก่ียวกบั การลบจานวนเงนิ
2. ครใู ห้นกั เรียนดตู ัวอย่างการลบจานวนเงิน จนนกั เรียนเกิดความเขา้ ใจ แล้วเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามข้อสงสัย

อกี ครั้ง

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครใู หน้ ักเรียนทุกคนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เก่ยี วกับความหมายของการลบจานวนเงนิ
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมดุ หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนกั เรียนจากการอธบิ ายเกยี่ วกับความหมายของการลบจานวนเงิน

6. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K)
1.เปรยี บเทียบความเหมือน ความ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) แตกต่าง
ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ
รับผิดชอบต่องานท่ีส่ังและสง่ งานได้ทนั ประเมิน
ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ 1.ใบงาน เรอ่ื งการลบ 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการทางาน
จานวนเงิน ผา่ นเกณฑ์การ

ประเมนิ

1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมนิ

7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
3. โจทยก์ ารลบ
4. ใบงานเรื่อง การลบจานวนเงิน

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. หอ้ งสมุด
3. อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................ .........................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 15

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/…....……..... ชอ่ื ผู้สอน ….……………………......……………………...

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 12 เงนิ และบันทกึ รายรบั รายจ่าย เรื่อง การคูณจานวนเงิน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพืน้ ฐานเก่ยี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั ป. 3/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื สาร การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์

และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคิดริเรม่ิ
สร้างสรรค์

ตวั ช้ีวดั ป.3/1
ใชว้ ธิ ีการท่หี ลากหลายแก้ปญั หา

ตัวช้ีวดั ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

ตวั ชี้วัด ป.3/4
ใชภ้ าษาและสัญลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่ือสาร การสอื่ ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การคูณจานวนเงินให้นาจานวนเงินที่เป็นบาท และจานวนเงินท่ีเป็นสตางค์คูณด้วยตัวคูณ โดยให้คูณจานวนท่ีเป็นสตางค์

ก่อน ถ้าผลคูณของจานวนเงินที่เป็นสตางค์ครบ 100 สตางค์ หรือมากกว่า ซึ่ง 100 สตางค์ เท่ากับ 1 บาท ให้นา 1 บาท ไป
รวมกบั จานวนเงินท่ีเปน็ บาท

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลคณู เก่ียวกบั จานวนเงินทกี่ าหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการคณู เก่ยี วกับจานวนเงินได้ถูกต้อง (P)
3. นาความรูเ้ ก่ียวกับการคณู เกย่ี วกบั จานวนเงนิ ไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

การคณู จานวนเงิน

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขั้นนา

ขน้ึ เชน่ 1. ทบทวนการลบจานวนเงิน โดยให้นักเรียนฝึกคิดในใจ โดยบอกโจทย์ทีละข้อ นักเรียนคนใดจะต้องให้ยกมือ

- 12 บาท ใช้ไป 7 บาท เป็นเงนิ เท่าใด
- 8 บาท ใชไ้ ป 4 บาท 50 สตางค์ เป็นเงนิ เท่าใด
- 4 บาท 25 สตางค์ ใชไ้ ป 3 บาท 50 สตางค์ เป็นเงนิ เท่าใด

ขัน้ สอน

ขนั้ สารวจค้นหา
1. ครูให้หาคาตอบจากโจทย์การคูณจานวนเงิน โดยใช้การถาม-ตอบประกอบการเขียนแสดงวิธีการหาคาตอบ

เชน่

3 เทา่ ของเงนิ 7.25 บาท เปน็ เงนิ เทา่ ใด

วธิ ีทา บาท สตางค์

7 25 ×
3

21 75

ตอบ ๒๑ บาท ๗๕ สตางค์ หรอื ๒๑.๗๕ บาท

4 เทา่ ของเงิน 5.50 บาท เป็นเงนิ เทา่ ใด

วิธที า บาท สตางค์ ×
5 50
4
20 200
22 00

ตอบ ๒๒ บาท หรอื ๒๒.๐๐ บาท

7 เท่าของเงิน มเี งิน 3 บาท 50 สตางค์ เป็นเงนิ เท่าใด

วิธที า บาท สตางค์

3 50 ×
7

21 350

24 50

ตอบ ๒๔ บาท ๕๐ สตางค์ หรอื ๒๔.๕๐ บาท

5 เทา่ ของเงนิ 9 บาท 75 สตางค์ เป็นเงินเท่าใด

วิธที า บาท สตางค์

9 75 ×
5

45 375

48 75

ตอบ ๔๘ บาท ๗๕ สตางค์ หรือ ๔๘.๗๕ บาท

ข้นั อธิบายความรู้
1. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง การคูณจานวนเงิน เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง

จากนน้ั ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสยั โดยครูอธบิ ายการคณู จานวนเงนิ
2. ครูให้นักเรียนดูตัวอยา่ งการคณู จานวนเงนิ จนนกั เรียนเกดิ ความเข้าใจ แลว้ เปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามข้อสงสัยอีก
ครงั้

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูให้นักเรยี นทุกคนรว่ มกันสรุปความรเู้ ก่ียวกบั ความหมายของการคณู จานวนเงิน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้ันเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบไดใ้ นสมดุ หรอื ในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกยี่ วกับความหมายของการคณู จานวนเงนิ

6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคาถาม ประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K)
1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.คาถามกระตุ้น 70% ข้ึนไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) แตกตา่ ง
ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ัง่ และสง่ งานไดท้ นั ประเมนิ
ตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ 1.ใบงาน เรอ่ื ง การคณู 70% ข้ึนไป ถือวา่
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการทางาน
จานวนเงิน ผา่ นเกณฑ์การ

ประเมิน

1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมิน

7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.3
2. แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.3
3. ใบงาน เร่ือง การคณู จานวนเงิน

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมดุ
3. อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผูบ้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 15

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/…....……..... ชอื่ ผู้สอน ….……………………......……………………...

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 12 เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย เรือ่ ง การหารจานวนเงนิ

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ตี อ้ งการวดั และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด ป. 3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปญั หา การใหเ้ หตผุ ล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่ืน ๆ และมีความคิดรเิ ริ่ม
สร้างสรรค์

ตวั ช้ีวดั ป.3/1
ใช้วธิ ีการทีห่ ลากหลายแก้ปัญหา

ตัวชี้วดั ป.3/2
ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม

ตวั ชี้วดั ป.3/4
ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสื่อสาร การสอื่ ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหารจานวนเงินให้นาจานวนเงินท่ีเป็นบาท และจานวนเงินท่ีเป็นสตางค์หารด้วยตัวหาร โดยให้หารจานวนท่ีเป็นบาท

ก่อน

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกวิธหี าผลหารเก่ยี วกับจานวนเงินทีก่ าหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการหารเก่ียวกับจานวนเงนิ ไดถ้ กู ต้อง (P)
3. นาความรเู้ ก่ียวกบั การหารเกีย่ วกบั จานวนเงนิ ไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

การหารจานวนเงิน

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 2

ขั้นนา

ข้นึ เชน่ 1. ทบทวนการคูณจานวนเงิน โดยให้นักเรียนฝึกคิดในใจ โดยบอกโจทย์ทีละข้อ นักเรียนคนใดจะต้องให้ยกมือ

- 5 เท่าของเงิน 10 บาท เป็นเงนิ เทา่ ใด
- 8 เทา่ ของเงิน 4 บาท 50 สตางค์ เปน็ เงนิ เทา่ ใด
- 7 เท่าของเงนิ 3 บาท 25 สตางค์ เปน็ เงนิ เท่าใด

ขน้ั สอน

ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครใู ห้หาคาตอบจากโจทย์การหารจานวนเงิน โดยใช้การถาม-ตอบประกอบการเขียนแสดงวิธีการหาคาตอบ

เช่น

เงนิ 7.50 บาท แบ่งเป็น 5 สว่ น จะไดส้ ว่ นละเทา่ ใด

วิธที า บาท ส2ต5า0งค์
57

1 50

ตอบ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ หรอื ๑.๕๐ บาท

เงนิ 33.75 บาท แบ่งเปน็ 9 สว่ น จะได้สว่ นละเทา่ ใด

วธิ ที า บาท ส6ต7า5งค์
9 33

3 75

ตอบ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ หรอื ๑.๕๐ บาท

เงนิ 66 บาท แบ่งเป็น 8 ส่วน จะได้ส่วนละเท่าใด

วิธีทา บาท ส2ต0า0งค์
8 66

8 25

ตอบ ๘ บาท ๒๕ สตางค์ หรอื ๘.๒๕ บาท

เงนิ 48 บาท 75 สตางค์ แบ่งเป็น 5 สว่ น จะได้ส่วนละเทา่ ใด

วิธีทา บาท ส3ต7า5งค์
5 48

9 75

ตอบ ๙ บาท ๗๕ สตางค์ หรอื ๙.๗๕ บาท

ขน้ั อธิบายความรู้

1. ครูให้นกั เรียนทาใบงานเร่ือง การหารจานวนเงนิ เมื่อเสร็จแลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนนั้ ครูและ
นักเรยี นร่วมกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน

ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสัย โดยครูอธิบายการหารจานวนเงนิ
2. ครูใหน้ ักเรยี นดูตวั อยา่ งการหารจานวนเงนิ จนนักเรียนเกิดความเขา้ ใจ แลว้ เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามข้อสงสยั อีกครงั้

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครใู หน้ ักเรียนทกุ คนรว่ มกันสรุปความรู้เกย่ี วกับความหมายการหารจานวนเงิน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมดุ หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์
5. ครตู รวจสอบผลนกั เรียนจากการอธบิ ายเก่ียวกบั ความหมายของการหารจานวนเงิน

การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ าร

จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล

ความร้คู วามเข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือว่า

ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ

ประเมนิ

ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.เปรยี บเทยี บความเหมือน ความ 1.ใบงาน เร่อื ง การหาร 70% ข้ึนไป ถือว่า
แตกตา่ ง
จานวนเงนิ ผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ

คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือวา่
รับผิดชอบต่องานท่สี ัง่ และส่งงานได้ทนั
ตามท่กี าหนด พฤติกรรมรายกลุ่มหรอื ผ่านเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทางาน รายบคุ คล ประเมนิ

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3
2. แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.3
3. ใบงาน เรอื่ ง การหารจานวนเงิน

7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
................................................................................................... ..............................................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 15

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……2…/…....……..... ชอื่ ผู้สอน ….……………………......……………………...

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 12 เงินและบันทึกรายรบั รายจา่ ย เร่อื ง โจทยป์ ญั หาการบวกลบเก่ยี วกับเงิน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเกี่ยวกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี อ้ งการวัดและนาไปใช้
ตัวชี้วดั ป. 3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับเงิน
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ญั หา การให้เหตผุ ล การส่อื สาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์

และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดริเรมิ่
สรา้ งสรรค์

ตวั ช้ีวดั ป.3/1
ใช้วธิ กี ารทหี่ ลากหลายแก้ปัญหา

ตวั ช้ีวัด ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ตวั ช้ีวัด ป.3/4
ใชภ้ าษาและสัญลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสื่อสาร การส่อื ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผล

ของคาตอบ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายวธิ กี ารหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เงนิ ได้ (K)
2. เขียนแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกบั เงินได้ (P)
3. นาความร้เู กยี่ วกับโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับเงินไปใช้ในชวี ิตจริงได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา

โจทยป์ ัญหาการบวกลบเกีย่ วกบั เงิน

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ข้นั นา

1. ครูทบทวนความรู้ เร่ือง การแก้โจทย์ปัญหา จากน้ันครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการแก้โจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับเงิน โดยครเู ขยี นคาตอบของนักเรียนบนกระดาน และสรุปข้นั ตอนการแกโ้ จทย์ปัญหาต่างๆ ดังนี้

- ข้ันท่ี 1 การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา
- ขั้นท่ี 2 การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา
- ขั้นที่ 3 การแก้ปัญหา
- ขั้นท่ี 4 การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ

ขนั้ สอน

ขัน้ สารวจค้นหา
1. ครูตดิ โจทย์ปัญหาการบวกเกยี่ วกบั เงินบนกระดาน โดยให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้

อมุ าซ้ือเงาะ 67.50 บาท ซอื้ มังคุด 52.75 บาท
อมุ าซื้อเงาะและมังคุดเป็นเงนิ เท่าไร

- โจทยถ์ ามอะไร (อุมาซ้อื เงาะและมังคดุ เปน็ เงนิ เท่าไร)
- โจทยก์ าหนดอะไร (อุมาซื้อเงาะ 67.50 บาท ซ้อื มังคดุ 52.75 บาท)
- หาคาตอบไดอ้ ย่างไร (67.50 บวกกับ 52.75)
- ไดค้ าตอบเทา่ ไร (120 บาท 25 สตางค์)
- สรุปคาตอบวา่ อยา่ งไร (อุมาซอ้ื เงาะและมังคดุ เปน็ เงิน 120 บาท 25 สตางค์)
2. ครูเขียนแสดงวธิ ที าโจทย์ปัญหาจากกิจกรรมข้อ 1. พร้อมทั้งอธิบายให้นักเรียนฟัง ดงั น้ี

วิธีทา บาท สตางค์
อุมาซ้อื เงาะ 67
ซอ้ื มังคดุ 52 50 +
119 75
อุมาซือ้ เงาะและมังคดุ เป็นเงนิ
ตอบ อมุ าซอื้ เงาะและมังคดุ เป็นเงนิ ๑๒๐ บาท ๒๕ สตางค์ 120 125

25

ครูอธิบายข้ันตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากน้ันเขียนข้อความและตัวเลขท่ี
เป็นตัวตั้ง และตัวบวก ตามลาดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การบวก เม่ือได้ผลบวกแล้วต้องเปล่ียนจานวนในหน่วยย่อยให้เป็น
หน่วยใหญด่ ว้ ยถ้าทาได้

ขน้ั อธบิ ายความรู้
1. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการบวกลบเก่ียวกับเงิน ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดงวิธีทาอีก 3 –

5 ตัวอย่าง
2. ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานเรอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวกลบเก่ียวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ

ความถูกต้อง จากนนั้ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานเรอ่ื ง

ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั ก่ียวกับ โจทยป์ ญั หาการบวกลบเก่ียวกบั เงนิ
2. ครใู ห้นักเรยี นดตู ัวอยา่ งโจทย์ปญั หาการบวกลบเกย่ี วกับเงนิ จนนกั เรียนเกิดความเข้าใจ แลว้ เปิดโอกาสใหน้ ักเรียน
ซักถามข้อสงสัยอกี ครั้ง

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ ักเรียนทุกคนร่วมกันสรปุ ความรู้เกย่ี วกับความหมายโจทย์ปญั หาการบวกลบเก่ยี วกับเงิน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ช้นั เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนกั เรียนจากการอธิบายเกี่ยวกับความหมายของโจทยป์ ญั หาการบวกลบเกย่ี วกับเงิน

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1.เปรียบเทยี บความเหมือน ความ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) แตกตา่ ง
ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ
รับผิดชอบตอ่ งานทส่ี งั่ และสง่ งานไดท้ ัน ประเมนิ
ตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ 1.ใบงาน เรอ่ื งโจทย์ 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการทางาน
ปญั หาการบวกลบ ผา่ นเกณฑ์การ

เกี่ยวกับเงนิ ประเมนิ

1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือวา่

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมนิ

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3
2. แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ป.3
3. ใบงาน เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวกลบเก่ยี วกบั เงิน

7.2 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องเรียน
2. ห้องสมุด
3. อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 15

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……2…/…....……..... ชอ่ื ผ้สู อน ….……………………......……………………...

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เงนิ และบันทกึ รายรับรายจา่ ย เรือ่ ง โจทยป์ ัญหาการคูณและการหารเก่ียวกบั เงิน

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเก่ียวกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั ป. 3/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับเงนิ
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ญั หา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์

และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืน ๆ และมคี วามคดิ ริเริ่ม
สร้างสรรค์

ตวั ชี้วัด ป.3/1
ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา

ตวั ช้ีวัด ป.3/2
ใช้ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ตวั ชี้วดั ป.3/4
ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผล

ของคาตอบ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4. อธบิ ายวิธกี ารหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั เงนิ ได้ (K)
5. เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับเงนิ ได้ (P)
6. นาความรเู้ ก่ยี วกบั โจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั เงนิ ไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

โจทย์ปัญหาการคณู และการหารเก่ยี วกับเงนิ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 4

ขั้นนา

1. ทบทวนความรู้เร่ือง โจทย์ปัญหาการลบเก่ียวกับเงิน จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบปัญหา
โดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคาตอบ กลุ่มใดยกมือก่อนแล้วออกมานาเสนอ
ข้ันตอนการแก้โจทย์ปญั หาได้ถกู ต้อง กลุม่ นนั้ จะเป็นผู้ชนะ

ข้ันสอน

ข้นั สารวจค้นหา
1. ครูติดโจทยป์ ญั หาการคูณเกี่ยวกับเงินบนกระดาน โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้

ซอสมะเขือเทศราคาขวดละ 39 บาท 50 สตางค์ แม่ซื้อมา 5 ขวด
แมต่ ้องจา่ ยเงนิ ทั้งหมดเทา่ ไร

- โจทย์ถามอะไร (แม่ต้องจา่ ยเงินทง้ั หมดเท่าไร)
- โจทย์กาหนดอะไร (ซอสมะเขอื เทศราคาขวดละ 39 บาท 50 สตางค์ แม่ซ้ือมา 5 ขวด)
- หาคาตอบได้อย่างไร (39 บาท 50 สตางค์ คูณด้วย 5)
- ได้คาตอบเท่าไร (197 บาท 50 สตางค์)
- สรปุ คาตอบวา่ อย่างไร (แมต่ อ้ งจ่ายเงนิ ท้ังหมด 197 บาท 50 สตางค์)
2. ครูเขยี นแสดงวธิ ีทาโจทยป์ ัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พรอ้ มท้งั อธบิ ายให้นักเรียนฟงั ดังนี้

วิธที า บาท สตางค์
ซอสมะเขือเทศราคาขวดละ
แม่ซ้อื มา 39 50 ×
5
แม่ตอ้ งจา่ ยเงนิ ทงั้ หมด
ตอบ แม่ตอ้ งจ่ายเงินทง้ั หมด ๑๙๗ บาท ๕๐ สตางค์ 195 250

197 50

ครูอธิบายขั้นตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและตัวเลขท่ี
เป็นตัวต้ัง และตัวลบ ตามลาดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การคูณ เมื่อได้ผลคูณแล้วต้องเปลี่ยนจานวนในหน่วยย่อยให้เป็น
หนว่ ยใหญ่ดว้ ยถ้าทาได้

3. ครูติดโจทย์ปัญหาการหารเก่ยี วกบั เงนิ บนกระดาน โดยให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปนี้

แมจ่ า่ ยเงินซื้อส้ม 9 กโิ ลกรมั เป็นเงิน 416 บาท 25 สตางค์
แม่ซื้อส้มมากิโลกรัมละเท่าไร

- โจทยถ์ ามอะไร (แมซ่ ้ือส้มมากิโลกรมั ละเท่าไร)
- โจทยก์ าหนดอะไร (แม่จา่ ยเงินซ้อื ส้ม 9 กิโลกรัม เป็นเงนิ 416 บาท 25 สตางค์)
- หาคาตอบได้อยา่ งไร (416 บาท 25 สตางค์ หารด้วย 9)
- ได้คาตอบเท่าไร (46 บาท 25 สตางค์)
- สรปุ คาตอบวา่ อยา่ งไร (แม่ซือ้ สม้ มากิโลกรมั ละ 46 บาท 25 สตางค์)
4. ครเู ขียนแสดงวธิ ที าโจทยป์ ัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พร้อมทง้ั อธบิ ายให้นักเรียนฟงั ดังนี้

วธิ ีทา แม่จ่ายเงินซ้ือสม้ 416 บาท 25 สตางค์

แม่ซือ้ ส้มมา 9 กโิ ลกรมั

2บาท สตางค์

9 416 25

แม่ซื้อส้มมากิโลกรัมละ 46 25

ตอบ แมซ่ ้อื สม้ มากโิ ลกรัมละ ๔๖ บาท ๒๕ สตางค์

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครูยกตัวอย่างโจทยป์ ัญหาการคณู และการหารเกย่ี วกับเงนิ ให้นักเรยี นชว่ ยกนั วิเคราะหโ์ จทย์และแสดงวิธีทา
อกี 3 – 5 ตวั อยา่ ง
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานเร่ือง โจทย์ปัญหาการคูณและการหารเกี่ยวกับเงิน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานเรื่อง

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสยั กย่ี วกับ โจทยป์ ญั หาการคณู และการหารเกย่ี วกับเงิน
2. ครูให้นักเรียนดตู วั อย่างโจทยป์ ญั หาการคูณและการหารเก่ียวกบั เงนิ จนนกั เรยี นเกิดความเข้าใจ แลว้ เปดิ โอกาสให้
นักเรียนซกั ถามข้อสงสยั อีกครั้ง

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครใู ห้นักเรยี นทุกคนรว่ มกันสรปุ ความรูเ้ กย่ี วกับความหมายโจทย์ปัญหาการคูณและการหารเกย่ี วกับเงิน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชนั้ เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมดุ หรือในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจสอบผลนกั เรียนจากการอธบิ ายเกย่ี วกับความหมายของโจทย์ปญั หาการคณู และการหารเกย่ี วกับเงนิ

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1.เปรยี บเทยี บความเหมือน ความ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) แตกต่าง
ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่งั และส่งงานได้ทนั ประเมนิ
ตามท่กี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ 1.ใบงาน เรอื่ งโจทย์ 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
3. สังเกตจากการมุง่ ม่ันในการทางาน
ปัญหาการคูณและการ ผ่านเกณฑ์การ

หารเกีย่ วกับเงิน ประเมิน

1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถอื ว่า

พฤติกรรมรายกลุ่มหรือ ผ่านเกณฑ์การ

รายบุคคล ประเมิน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3
2. แบบฝกึ หัดคณติ ศาสตร์ ป.3
3. ใบงาน เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการคูณและการหารเกีย่ วกับเงนิ

7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. หอ้ งสมุด
3. อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 16

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……2…/….....……... ช่ือผู้สอน ….…………………………………………...

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 13 การบวก ลบ คณู หารระคน เรือ่ ง การหาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวัด
มาตรฐานที่ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่

เกดิ ข้ึนจากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และการนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 3/8 หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของจานวนนบั ไม่เกิน 100,000 และ 0
มาตรฐานท่ี ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปญั หา การให้เหตผุ ล การสอ่ื สาร การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์

และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื ๆ และมคี วามคดิ ริเร่ิม
สร้างสรรค์

ตัวชี้วดั ท่ี ป.3/1
ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปญั หา
ตวั ช้ีวัดท่ี ป.3/2
ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ตัวชี้วดั ท่ี ป.3/4
ใชภ้ าษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่ือสาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคน ใหห้ าผลลพั ธใ์ นวงเลบ็ ก่อนแลว้ จึงหาผลลัพธ์สดุ ทา้ ย

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับไม่เกิน 100,000 ได้ (K)
2. แสดงวิธีการหาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไม่เกิน 100,000 ได้ (P)
3. นาความรู้เกีย่ วกบั การบวก ลบ คูณ หารระคนไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
สาระการเรียนร้แู กนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

การหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ข้ันนา

ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนเกยี่ วกับการหาคาตอบของบัตรประโยคสัญลกั ษณก์ ารบวก ลบ ตามที่เคยเรียนมาแล้ว โดยนาแถบ

ประโยคสญั ลักษณม์ าติดท่กี ระดานแลว้ ถามนกั เรยี นมีวธิ ีการหาคาตอบได้อยา่ งไร

54,942 + 23,456 =  76,118 + 12,648 =  35,043 + 31,189 = 

54,242 – 23,761 =  56,761 – 12,793 =  87,350 – 31,136 = 

ขนั้ สอน

ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูนาแถบบัตรประโยคสัญลักษณก์ ารบวก ลบระคนมาตดิ บนกระดาน เช่น

(42,461 + 25,762) – 12,134 = 

จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายวิธีหาคาตอบซ่ึงจะได้ว่าต้องหาผลลัพธ์ในวงเล็บก่อนแล้วตอบคาถ ามของ

ครู ดังนี้

- ในวงเลบ็ เป็นเท่าไร (68,223)

- ไดผ้ ลลัพธม์ าอย่างไร (42,461 + 25,762 = 68,223)

- ขอ้ น้ไี ดค้ าตอบเปน็ เทา่ ไร (56,089)

- ได้คาตอบมาอย่างไร (68,223 – 56,089 = 56,089)

ครูแสดงวธิ ีหาคาตอบให้นกั เรยี นดบู นกระดาน ดงั นี้

ขั้นที่ 1 หาผลบวกในวงกลมก่อน

11

4 2 4 6 1 +
2 5 7 6 2

68223

ขั้นท่ี 2 นา 68,223 ลบกับ 12,134

1 11 13

682 2 3 -
121 3 4

560 8 9


Click to View FlipBook Version