คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
รับผิดชอบต่องานที่สัง่ และสง่ งาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ได้ทนั ตามทกี่ าหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. ไม้บรรทดั สายวดั ชนดิ ตลบั สายวัดตัว ไมเ้ มตร
2. แผน่ ภาพเครื่องมอื วดั ความยาว
3. ใบงานท่ี เรอ่ื ง การเลอื กเครื่องวัดความยาวท่ีเหมาะสม
7.2 แหล่งการเรียนรู้
ห้องเรยี น
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ รหิ าร
( ...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 6
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/……......……... ชื่อผู้สอน ………………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 9 การวดั ความยาว เร่อื ง การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกี่ยวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทีต่ ้องการวดั และนาไปใช้
ตัวช้วี ัด ป.3/4 คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเปน็ เซนติเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การสอ่ื สาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ และมคี วามคิดริเริม่
สร้างสรรค์
ตัวชวี้ ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธกี ารทหี่ ลากหลายแกป้ ญั หา
ตัวชี้วัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวช้ีวดั ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสอ่ื สาร การส่อื ความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การคาดคะเนความยาว ความสงู หรือระยะทางเป็นการบอกความยาว ความสงู หรอื ระยะทางใหไ้ ด้ใกล้เคียงความ
เปน็ จริงโดยไมใ่ ชเ้ ครื่องมือวดั
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเปน็ เซนติเมตรได้ (K)
2. เขยี นระบคุ วามยาวโดยการคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเปน็ เซนติเมตรได้ (P)
3. นาความรเู้ กยี่ วกับการคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตรไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้นั นา
ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครทู บทวนเรื่อง การวัดความยาว โดยครูเตรยี มดนิ สอมา 2 แท่ง ที่มีความยาวไม่เท่ากัน จากนั้นสุ่มเรียกนักเรียน
ออกมา 1 คน ใหว้ ัดความยาวของดนิ สอแทง่ หนง่ึ โดยใช้ไม้บรรทัดหาว่ามีความยาวเท่าไร แล้วบอกความยาวท่ีวัดได้กับเพ่ือน ๆ และ
ครู จากนั้นครนู าดนิ สออกี แท่งท่ีเหลอื มาชคู ูก่ ับดินสอแทง่ ทน่ี กั เรียนรู้ความยาวแล้วให้นักเรียนดู และให้นักเรียนคาดคะเนว่า ดินสอ
อีกแท่งทเ่ี หลอื น่าจะมคี วามยาวเทา่ ไร
2. ครูทบทวนการเลือกเครื่องมือวดั ความยาว ความสูง และระยะทาง
ขน้ั สอน
ขั้นสารวจค้นหา
1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนว่า การคาดคะเนความยาว ความสูง และระยะทาง เป็นการกะความยาว ความสูง
หรือระยะทางด้วยสายตาให้ได้ค่าใกล้เคียงกับค่าจริงโดยไม่ใช้เครื่องมือวัด และครูอธิบายต่อว่า การตรวจสอบว่าเราคาดคะเน
ได้ใกลเ้ คียงมากน้อยเพียงใด ทาไดโ้ ดยการวดั ความยาวจริงของส่ิงที่คาดคะเนไว้ แล้วเปรียบเทียบกับความยาวท่ีคาดคะเนด้วย
สายตา ซงึ่ ผลต่างท่ีได้ เรยี กวา่ ความคลาดเคลอื่ น
2. ครูฝึกให้นักเรียนคาดคะเนความยาวหรือความสูงว่า สิ่งของใดน่าจะมีความยาวเท่ากับที่ครูกาหนด เช่น ครู
กาหนดความยาว 10 เซนติเมตร แล้วให้นักเรียนคาดคะเนว่า สิ่งของชิ้นใดบ้างท่ีมีความยาวหรือความสูงประมาณ 10
เซนตเิ มตรและใหค้ าดคะเนความยาวของส่ิงของบ้าง เช่น เข็มกลัด สมุด ว่ามีความยาวเท่าไร แล้วตรวจสอบโดยการวัดจริงว่า
คาดคะเนผดิ ไปเทา่ ไร
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูใหน้ กั เรยี นทาใบงานที่ 5 การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 5
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
1. ครูและนักเรียนทุกกลมุ่ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ โดยการพจิ ารณาจากความสมเหตสุ มผลของ
คาตอบ
2. ครใู ห้นกั เรยี นทุกคนทาใบงาน เร่อื ง การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร เสรจ็ แล้วนาส่ง ครตู รวจ
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปส่ิงทไ่ี ด้เรยี นรรู้ ่วมกัน ดงั นี้
- การคาดคะเนความยาว ความสงู และระยะทาง เป็นการกะความยาว ความสูง หรือระยะทางด้วยสายตา
ใหไ้ ด้ค่าใกล้เคียงกบั คา่ จรงิ โดยไม่ใช้เครอ่ื งมอื วดั
- วิธีการตรวจสอบว่า การคาดคะเนถูกต้องมากน้อยเพียงใด ทาได้โดยการวัดความยาวจริงของสิ่งที่
คาดคะเนไว้ แล้วเปรยี บเทียบกับความยาวที่คาดคะเนด้วยสายตา ซ่ึงผลต่างของความยาวจริงท่ีวัดได้กับความยาวท่ีคาดคะเน
เรยี กว่า ความคลาดเคล่ือน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝกึ หัด
5. ครูตรวจสอบผลนกั เรียนจากการอธิบายเกีย่ วกับการคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระตนุ้
ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคิด 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
เข้าใจ (K) คาถาม ผา่ นเกณฑ์การ
2. เข้าใจการบวก ลบ ประเมิน
ทกั ษะ/ 1.บอกส่ิงทโ่ี จทย์กาหนดใหแ้ ละสิ่ง 1. ใบงาน เร่อื ง การ 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
กระบวนการ (P) ท่ีโจทย์ถามจากโจทยป์ ญั หาได้ คาดคะเนความยาว ผา่ นเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสัญลกั ษณแ์ สดง เป็นเมตรและ ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) ความสัมพนั ธจ์ ากโจทยป์ ัญหาได้ เซนติเมตร
3. แสดงวธิ ที าและคานวณหา 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
คาตอบโจทยป์ ัญหาได้ 1. แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์การ
พฤติกรรม ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรียนมีความ
รับผิดชอบต่องานที่ส่งั และส่งงาน
ได้ทันตามทีก่ าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1. ดนิ สอ
2. ไมบ้ รรทดั
3. ใบงานท่ี 5 การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
ห้องเรียน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผูบ้ รหิ าร
( ...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 6
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/……......……... ช่ือผูส้ อน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 9 การวดั ความยาว เรื่อง ความสมั พันธ์ระหวา่ งหน่วยความยาว
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั ป.3/3 เลอื กใชเ้ ครื่องมือวดั ความยาวทีเ่ หมาะสมวดั และบอกความยาวของสิง่ ตา่ งๆ เปน็ เซนติเมตรและ
มิลลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การส่อื สาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความร้ตู า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเร่ิม
สรา้ งสรรค์
ตวั ช้วี ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธกี ารท่หี ลากหลายแกป้ ญั หา
ตัวช้ีวัด ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตวั ชีว้ ดั ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สาร การสือ่ ความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
มิลลเิ มตร เซนตเิ มตร เมตร กโิ ลเมตร เปน็ หน่วยวดั ความยาว ความสูง หรอื ระยะทางท่ีเปน็ หนว่ ยมาตรฐาย โดยที่
10 มิลลิเมตร เทา่ กับ 1 เซนติเมตร
100 เซนติเมตร เท่ากับ 1 เมตร
1,000 เมตร เทา่ กบั 1 กิโลเมตร
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างหนว่ ยความยาวได้ (K)
2. ระบคุ วามสมั พนั ธ์ระหว่างหนว่ ยความยาวได้ (P)
3. นาความรูเ้ กีย่ วกับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาวไปใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยความยาว
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 2
ข้ันนา
ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครทู บทวนความสมั พันธข์ องหน่วยความยาว โดยให้นักเรียนบอกว่า 1 เซนติเมตรเท่ากับก่ีมิลลิเมตร 1 เมตร
เทา่ กับกีเ่ ซนติเมตร และ 1 กิโลเมตรเท่ากับกี่เมตร พร้อมท้งั เขียนความสมั พันธ์ ดังนี้
10 มลิ ลเิ มตร เท่ากบั 1 เซนตเิ มตร
100 เซนตเิ มตร เทา่ กับ 1 เมตร
1,000 เมตร เทา่ กบั 1 กิโลเมตร
ข้นั สอน
ข้นั สารวจค้นหา
1. ครูจดั กจิ กรรมโดยใหน้ ักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี (ครูอาจใหน้ ักเรยี นดูไม้บรรทัด ไม้เมตร สายวัดตัว หรือสาย
วดั ชนดิ ตลบั ประกอบการตอบคาถาม)
- ความยาว 4 เซนตเิ มตร เทา่ กบั ความยาวกี่มิลลเิ มตร (40 มิลลเิ มตร)
- ความยาว 25 มลิ ลิเมตร เท่ากบั ความยาวกี่เซนตเิ มตร ก่ีมลิ ลิเมตร (2 เซนติเมตร 5 มิลลเิ มตร)
- ความยาว 120 เซนตเิ มตร เท่ากับ ความยาวกเี่ มตร ก่เี ซนตเิ มตร (1 เมตร 20 เซนตเิ มตร)
- ความยาว 1 เมตร 75 เซนตเิ มตร เทา่ กบั ความยาวก่เี ซนตเิ มตร (175 เซนตเิ มตร)
- ความยาว 1 กโิ ลเมตร 60 เมตร เทา่ กบั ความยาวก่เี มตร (1,060 เมตร)
- ความยาว 4,600 เมตร เท่ากับ ความยาวกก่ี โิ ลเมตร กีเ่ มตร (4 กโิ ลเมตร 600 เมตร)
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครแู บ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 – 5 คน และแจกบัตรทีม่ ขี ้อความบอกความยาวเท่ากนั เป็นคู่ๆ แต่หนว่ ยตา่ งกนั คละกัน
ให้นักเรยี นกลมุ่ ละ 1 ชุด เช่น
5 เซนตเิ มตร 5 มลิ ลเิ มตร
8 เมตร 60 เซนติเมตร
860 เซนติเมตร
1 เมตร 20 เซนตเิ มตร
120 เซนตเิ มตร
35 มิลลิเมตร
3 เซนตเิ มตร 5 มลิ ลิเมตร
ให้แต่ละกลุ่มจับคู่บัตรคาท่ีมีข้อความบอกความยาวเท่ากัน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง ครสู ุ่มนกั เรยี นออกมานาเสนอแนวคดิ เชน่
- 55 มลิ ลเิ มตรเทา่ กบั 50 มิลลิเมตรกับ 5 มิลลิเมตร
ดังนั้น 55 มิลลิเมตรเทา่ กบั 5 เซนติเมตร 5 มลิ ลเิ มตร
- 8 เมตร 60 เซนตเิ มตรเท่ากับ 800 เซนติเมตรกับ 60 เซนติเมตร
ดงั นั้น 8 เมตร 60 เซนติเมตรเท่ากับ 860 เซนตเิ มตร
- 1 เมตร 20 เซนตเิ มตรเทา่ กบั 100 เซนติเมตรกบั 20 เซนติเมตร
ดงั นั้น 1 เมตร 20 เซนติเมตรเท่ากับ 120 เซนตเิ มตร
- 35 มลิ ลเิ มตรเทา่ กบั 30 มลิ ลิเมตรกบั 5 มลิ ลเิ มตร
ดงั น้ัน 35 มลิ ลเิ มตรเทา่ กบั 3 เซนตเิ มตร 5 มลิ ลิเมตร
ครูให้นักเรียนทาใบงาน เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
จากนั้นครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร กิโลเมตร เป็นหน่วยวัด
ความยาวความสูงหรือระยะทางท่ีเป็นหน่วยมาตรฐานโดยที่ 10 มิลลิเมตรเท่ากับ 1 เซนติเมตร 100
เซนติเมตรเท่ากบั 1 เมตร และ 1,000 เมตร เท่ากบั 1 กโิ ลเมตร
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝึกหดั
5. ครตู รวจสอบผลนกั เรียนจากการอธบิ ายเกยี่ วกับเรือ่ ง ความสมั พนั ธ์ระหว่างหนว่ ยความยาว
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1.คาถามกระตุน้
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
เขา้ ใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เข้าใจการบวก ลบ ประเมิน
ทักษะ/ 1.บอกสิ่งท่ีโจทย์กาหนดให้และส่งิ 1. ใบงาน เร่ือง 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
กระบวนการ (P) ทโ่ี จทย์ถามจากโจทยป์ ญั หาได้ ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ผา่ นเกณฑ์การ
2.เขยี นประโยคสัญลักษณแ์ สดง หน่วยความยาว ประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) ความสมั พันธจ์ ากโจทย์ปญั หาได้
3. แสดงวธิ ีทาและคานวณหา 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
คาตอบโจทยป์ ัญหาได้ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ
รับผิดชอบต่องานที่ส่งั และสง่ งาน
ได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1. ดินสอ
2. ไมบ้ รรทดั
3. ใบงานที่ เร่อื ง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยความยาว
7.2 แหล่งการเรียนรู้
ห้องเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผูบ้ รหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 6
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/……......……... ช่อื ผสู้ อน ………………………………………………………..
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 9 การวดั ความยาว เรื่อง การเปรยี บเทยี บความยาว
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเก่ียวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี ้องการวัดและนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ป.3/5 เปรยี บเทยี บความยาวระหว่างเซนตเิ มตรกบั มลิ ลเิ มตร เมตรและเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรกับเมตร จาก
สถานการณต์ ่างๆ
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การสือ่ สาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมีความคิดริเริม่
สร้างสรรค์
ตวั ชว้ี ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลายแก้ปญั หา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตัวช้ีวัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถูกต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเปรยี บเทยี บความยาวโดยใชค้ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเมตรและเซนตเิ มตร ความสงู หรือระยะทางทีอ่ ยู่ในหนว่ ย
เดียวกันหรอื หนว่ ยตา่ งกัน เป็นการบอกความมากกว่า น้อยกวา่ หรือเท่ากนั ของความยาว ความสงู หรือระยะทางที่วดั ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเมตรและเซนตเิ มตรได้ (K)
2. เขยี นแสดงการเปรยี บเทียบความยาวโดยใช้ความสมั พันธร์ ะหว่างเมตรและเซนติเมตรได้ (P)
3. นาความรู้เก่ียวกับการเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรและเซนติเมตรไปใช้ในชีวิตจริงได้
(A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
การเปรยี บเทยี บความยาว
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ขนั้ นา
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูถามว่า 2 เมตร 9 เซนติเมตรเท่ากบั กเี่ ซนตเิ มตร ให้นักเรียนช่วยกันหาคาตอบพร้อมทั้งนาเสนอแนวคิดซ่ึง
นกั เรียนอาจนาเสนอแนวคิด ดังนี้
2 เมตร 9 เซนตเิ มตรเทา่ กบั 200 เซนตเิ มตรกับ 9 เซนตเิ มตร
ดังนน้ั 2 เมตร 9 เซนติเมตรเท่ากบั 209 เซนติเมตร
ขั้นสอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูติดบัตรท่ีมีข้อความบอกความยาวบนกระดานเป็นคู่ แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบความยาวแต่ละคู่ว่า
แตกตา่ งกันเทา่ ใด ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายแนวคดิ ในการหาคาตอบ ดงั นี้
1 เมตร
95 เซนตเิ มตร
1 เมตรเทา่ กับ 100 เซนติเมตร และ 100 เซนตเิ มตรมากกว่า 95 เซนตเิ มตร
ดังนั้น 1 เมตร มากกว่า 95 เซนตเิ มตรอยู่ 5 เซนตเิ มตร
5 เมตร 45 เซนตเิ มตร
6 เมตร 45 เซนตเิ มตร
พิจารณาความยาวในหน่วยเมตร 5 เมตร นอ้ ยกว่า 6 เมตร
ดังน้นั 5 เมตร 45 เซนตเิ มตร นอ้ ยกวา่ 6 เมตร 45 เซนตเิ มตร
1 เมตร 10 เซนตเิ มตร
1 เมตร 20 เซนตเิ มตร
พิจารณาความยาวในหน่วยเมตรมคี วามยาว 1 เมตรเทา่ กัน
พิจารณาความยาวในหนว่ ยเซนติเมตร 10 เซนติเมตรน้อยกว่า 20 เซนติเมตร
ดังน้นั 1 เมตร 10 เซนติเมตรน้อยกว่า 1 เมตร 20 เซนตเิ มตร
365 เซนตเิ มตร
3 เมตร 65 เซนติเมตร
365 เซนติเมตรเทา่ กับ 3 เมตร 65 เซนติเมตร จะได้ 365 เซนติเมตรเท่ากบั 3 เมตร 65 เซนติเมตร
ดังน้ัน 365 เซนตเิ มตรเทา่ กับ 3 เมตร 65 เซนตเิ มตร
ข้ันอธบิ ายความรู้
1. ครูให้นกั เรยี นทาใบงานเรื่อง การเปรียบเทยี บความยาวโดยใชค้ วามสัมพันธ์ระหว่างเมตรและเซนตเิ มตร เมื่อ
เสร็จแล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนัน้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน
ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูและนักเรยี นทุกกลุ่มรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ โดยการพจิ ารณาจากความสมเหตุสมผลของ
คาตอบ
3. ครใู ห้นกั เรยี นทุกคนทาใบงาน เร่อื ง การเปรยี บเทียบความยาว เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครูตรวจ
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเปรียบเทียบความยาวต้องเปล่ียนความยาวเป็น
หน่วยเดยี วกันก่อน โดยใช้ความสมั พนั ธข์ องหนว่ ยความยาวแล้วจึงนามาเปรียบเทียบกัน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมุด หรอื ในแบบฝกึ หดั
5. ครูตรวจสอบผลนกั เรียนจากการอธบิ ายเกย่ี วกบั การเปรียบเทยี บความยาว
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1.คาถามกระตนุ้
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ ความคดิ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
เข้าใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เข้าใจการบวก ลบ ประเมิน
ทักษะ/ 1.บอกสง่ิ ทโ่ี จทย์กาหนดให้และส่งิ 1. ใบงาน เรอื่ ง การ 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
กระบวนการ (P) ท่โี จทยถ์ ามจากโจทยป์ ัญหาได้ เปรยี บเทยี บความยาว ผา่ นเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสัญลกั ษณแ์ สดง ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ัย (A) ความสัมพนั ธ์จากโจทย์ปัญหาได้ 1. แบบสงั เกต
3. แสดงวิธีทาและคานวณหา พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
คาตอบโจทย์ปัญหาได้ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม
รับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ง่ั และส่งงาน
ได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. ดินสอ
2. ไม้บรรทดั
3. ใบงานเร่อื ง การเปรยี บเทียบความยาว
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
ห้องเรียน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................. ....................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
( ...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 6
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/……......……... ชือ่ ผสู้ อน ………………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 9 การวดั ความยาว เรอ่ื ง การบวกและการลบเก่ยี วกบั ความยาวเปน็
เซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพน้ื ฐานเก่ยี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ตี ้องการวดั และนาไปใช้
ตัวช้วี ัด ป.3/6 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวที่มหี น่วยเปน็ เซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตร
และเซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การสอื่ สาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชอื่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคดิ ริเริม่
สรา้ งสรรค์
ตัวชี้วัด ป.1-3/1 ใช้วิธีการทห่ี ลากหลายแก้ปัญหา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตัวชว้ี ัด ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสอื่ ความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การหาผลบวกหรือผลลบเกยี่ วกับความยาวทาไดโ้ ดยนาความยาวทเ่ี ปน็ หนว่ ยเดียวกนั มาบวกหรอื ลบกนั
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลบวกและผลลบเกย่ี วกบั ความยาวเปน็ เซนติเมตรและมิลลเิ มตรทีก่ าหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการบวกและการลบเก่ยี วกับความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและมิลลิเมตรได้ถกู ต้อง (P)
3. นาความรู้เกย่ี วกบั การบวกและการลบเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมลิ ลเิ มตรไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
การบวกและการลบเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตร พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
และมลิ ลเิ มตร
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 4
ขัน้ นา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูถามว่า 125 มิลลิเมตรเท่ากับก่ีเซนติเมตร กี่มิลลิเมตร ให้นักเรียนช่วยกันหาคาตอบพร้อมท้ังนาเสนอ
แนวคดิ ซงึ่ นกั เรียนอาจนาเสนอแนวคิดดังนี้
125 มิลลเิ มตร เทา่ กบั 120 มลิ ลเิ มตร กบั 5 มลิ ลิเมตร
และ 120 มิลลเิ มตร เท่ากับ 12 เซนติเมตร
ดังน้ัน 125 มิลลิเมตร เท่ากบั 12 เซนติเมตร 5 มลิ ลเิ มตร
ขน้ั สอน
ขนั้ สารวจคน้ หา
1. ครูยกตัวอย่างการบวกเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตรโดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้
เขียนหน่วยไว้บรรทัดบน แล้วนาความยาวที่มีหน่วยเดียวกันมาบวกกัน ถ้าผลรวมในหน่วยมิลลิเมตรมากกว่า 10 มิลลิเมตร
ตอ้ งทด 1 เซนตเิ มตร ไปรวมกับผลบวกของความยาวในหน่วยเซนติเมตร ดงั น้ี
15 เซนติเมตร 9 มิลลเิ มตร รวมกบั 13 เซนติเมตร 6 มิลลเิ มตร เทา่ กับเท่าไร
วธิ ีทา เซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร
15 9 +
13 6
28 15
หรือ 29 5 10 มิลลิเมตร เทา่ กับ 1 เซนติเมตร
ตอบ ๒๙ เซนตเิ มตร ๕ มลิ ลเิ มตร
2. ครูยกตัวอย่างการลบเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร โดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้
เขียนหน่วยไว้บรรทัดบน แล้วนาความยาวที่มีหน่วยเดียวกันมาลบกัน ถ้าตัวตั้งในหน่วยมิลลิเมตรมีค่าน้อยกว่าตัวลบ ให้
กระจายความยาวในหน่วยเซนติเมตรมา 1 เซนตเิ มตร หรอื 10 มิลลิเมตร มารวมกบั ตัวต้ังในหนว่ ยมิลลเิ มตร ดงั น้ี
5 เซนติเมตร 4 มิลลเิ มตร มากกว่า 3 เซนติเมตร 8 มิลลิเมตร เทา่ กบั เทา่ ไร
วิธที า เซนตเิ มตร มิลลเิ มตร
4 14
5 4 -
3 8
16
ตอบ ๑ เซนติเมตร ๖ มลิ ลิเมตร
ขัน้ อธิบายความรู้
1. ครูให้นักเรียนทาใบงานเรื่อง การบวกและการลบเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เม่ือเสร็จ
แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนัน้ ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครแู ละนักเรียนทุกกลุ่มรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ โดยการพจิ ารณาจากความสมเหตุสมผลของ
คาตอบ ครูใหน้ กั เรียนทกุ คนทาใบงาน เร่ือง การบวกและการลบเกยี่ วกบั ความยาวเปน็ เซนติเมตรและมลิ ลิเมตร เสรจ็ แล้ว
นาสง่ ครตู รวจ
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การหาผลบวกหรือผลลบเก่ียวกับความยาวเป็น
เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตรทาไดโ้ ดยนาความยาวทเ่ี ป็นหนว่ ยเดยี วกันมาบวกหรอื ลบกนั
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนักเรียน
3. ครปู ระเมินผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมุด หรือในแบบฝกึ หดั
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเก่ียวกับการบวกและการลบเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและ
มิลลเิ มตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระตุน้
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
เข้าใจ (K) คาถาม ผา่ นเกณฑ์การ
2. เขา้ ใจการบวก ลบ ประเมิน
ทกั ษะ/ 1.บอกสงิ่ ทโ่ี จทย์กาหนดให้และสิ่ง 1. ใบงาน เร่อื ง การ 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
กระบวนการ (P) ทโี่ จทยถ์ ามจากโจทย์ปญั หาได้ บวกและการลบ ผา่ นเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสญั ลักษณแ์ สดง เกี่ยวกบั ความยาวเป็น ประเมนิ
ความสัมพันธจ์ ากโจทย์ปญั หาได้ เซนติเมตรและ
3. แสดงวธิ ีทาและคานวณหา มลิ ลเิ มตร
คาตอบโจทยป์ ัญหาได้
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถือวา่
รับผดิ ชอบต่องานท่สี ั่งและส่งงาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ได้ทนั ตามท่ีกาหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1. ดนิ สอ
2. ไม้บรรทดั
3. ใบงาน เร่อื ง การบวกและการลบเก่ียวกบั ความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตร
7.2 แหล่งการเรียนรู้
หอ้ งเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ รหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 7
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/……......……... ช่ือผูส้ อน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 9 การวัดความยาว เร่อื ง การคูณและการหารเก่ยี วกบั ความยาวเป็น
เซนติเมตรและมลิ ลิเมตร
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิง่ ท่ีต้องการวดั และนาไปใช้
ตัวชี้วดั ป.3/6 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับความยาวทมี่ ีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมลิ ลเิ มตร เมตร
และเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การสอ่ื สาร การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ และมคี วามคิดรเิ ร่ิม
สร้างสรรค์
ตัวชีว้ ัด ป.1-3/1 ใช้วิธกี ารที่หลากหลายแกป้ ญั หา
ตวั ชี้วดั ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตัวชี้วดั ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสอ่ื สาร การสือ่ ความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหาผลคูณหรือผลหารเกี่ยวกบั ความยาวทาไดโ้ ดยนาความยาวทเ่ี ปน็ หนว่ ยเดียวกันมาคูณหรือหารกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลคณู และผลหารเกยี่ วกับความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตรที่กาหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการคูณและการหารเกย่ี วกบั ความยาวเป็นเซนตเิ มตรและมิลลเิ มตรไดถ้ ูกต้อง (P)
3. นาความรเู้ กีย่ วกบั การคูณและการหารเกี่ยวกบั ความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตรไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
การคูณและการหารเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตร พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
และมิลลิเมตร
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขนั้ นา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนการบวกและการลบเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร โดยติดแถบประโยคบน
กระดานให้นกั เรยี นชว่ ยกนั แสดงวธิ หี าคาตอบ ดังน้ี
7 เซนตเิ มตร 5 มิลลิเมตร รวมกับ 5 เซนตเิ มตร 8 มิลลิเมตร เท่ากับเท่าไร
6 เซนตเิ มตร 6 มิลลิเมตร น้อยกว่า 13 เซนติเมตร 1 มลิ ลเิ มตร เท่ากับเทา่ ไร
ขนั้ สอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครูยกตัวอย่างการคูณเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตรโดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้
เขียนหน่วยไว้บรรทัดบน ถา้ ผลคูณในหน่วยมลิ ลเิ มตรมากกว่า 10 มิลลิเมตร ต้องทด 1 เซนติเมตร ไปรวมกับผลคูณของความ
ยาวในหน่วยเซนตเิ มตร ดงั น้ี
3 เท่าของ 15 เซนตเิ มตร 9 มิลลเิ มตร เท่ากบั เท่าไร
วธิ ที า เซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร
15 9 ×
3
45 27
หรือ 47 7 10 มลิ ลิเมตร เทา่ กับ 1 เซนติเมตร
ตอบ ๔๗ เซนติเมตร ๗ มิลลิเมตร
2. ครูยกตัวอย่างการหารเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร โดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้
เขียนหน่วยไวบ้ รรทดั บน แลว้ ทาการหารส้นั ดังนี้
5 เซนติเมตร 4 มลิ ลิเมตร แบ่งออกเป็น 2 สว่ นเท่าๆ กนั เท่ากบั เท่าไร
วิธที า เซนติเมตร มลิ ลเิ มตร
14
25
27
ตอบ ๒ เซนติเมตร ๗ มลิ ลเิ มตร
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูใหน้ ักเรยี นทาใบงานเรื่อง การคณู และการหารเกีย่ วกับความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและมลิ ลเิ มตร เมื่อเสร็จ
แลว้ ให้นักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนน้ั ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การหาผลคูณหรือผลหารเก่ียวกับความยาวเป็น
เซนตเิ มตรและมิลลเิ มตรทาได้โดยนาความยาวทเี่ ป็นหน่วยเดยี วกนั มาคูณหรอื หารกนั
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนักเรียน
3. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝกึ หดั
5. ครูตรวจสอบผลนกั เรียนจากการอธิบายเก่ยี วกบั การคูณและการหารเกยี่ วกบั ความยาวเป็นเซนติเมตรและ
มลิ ลิเมตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระตุ้น
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
เข้าใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เข้าใจการบวก ลบ ประเมนิ
ทักษะ/ 1.บอกสงิ่ ท่ีโจทย์กาหนดใหแ้ ละส่งิ 1. ใบงาน เรื่อง การ 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
กระบวนการ (P) ท่ีโจทย์ถามจากโจทยป์ ัญหาได้ คณู และการหาร ผา่ นเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์แสดง เกีย่ วกับความยาวเปน็ ประเมิน
ความสัมพนั ธจ์ ากโจทยป์ ัญหาได้ เซนตเิ มตรและ
3. แสดงวิธที าและคานวณหา มิลลเิ มตร
คาตอบโจทย์ปัญหาได้
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รบั ผดิ ชอบต่องานที่สัง่ และสง่ งาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามทกี่ าหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.2 สื่อการเรียนรู้
1. ดนิ สอ
2. ไมบ้ รรทดั
3. ใบงาน เรือ่ ง การคูณและการหารเกย่ี วกบั ความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลเิ มตร
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
ห้องเรียน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ ริหาร
( ...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 7
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/……......……... ชื่อผสู้ อน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 9 การวดั ความยาว เร่อื ง การคณู และการหารเกย่ี วกับความยาวเป็นเมตรและ
เซนตเิ มตร
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้ืนฐานเก่ยี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด ป.3/6 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวทีม่ ีหน่วยเป็นเซนตเิ มตรและมิลลิเมตร เมตร
และเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่อื สาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริ่ม
สรา้ งสรรค์
ตวั ชวี้ ัด ป.1-3/1 ใช้วิธีการท่หี ลากหลายแกป้ ัญหา
ตัวชี้วัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ญั หาในสถานการณต์ ่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวช้วี ดั ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสอ่ื สาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การหาผลคูณหรือผลหารเก่ยี วกบั ความยาวทาไดโ้ ดยนาความยาวทเ่ี ป็นหนว่ ยเดียวกนั มาคูณหรือหารกนั
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกวธิ ีหาผลคณู และผลหารเกย่ี วกับความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตรที่กาหนดให้ได้ (K)
2. หาคาตอบของการคณู และการหารเกยี่ วกบั ความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตรไดถ้ ูกต้อง (P)
3. นาความรู้เก่ยี วกับการคูณและการหารเก่ยี วกับความยาวเปน็ เมตรและเซนตเิ มตรไปใช้ในชีวติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
การคูณและการหารเก่ียวกับความยาวเป็นเมตร พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
และเซนตเิ มตร
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 2
ข้นั นา
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูทบทวนการบวกและการลบเก่ียวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร โดยติดแถบประโยคบน
กระดานให้นกั เรยี นชว่ ยกันแสดงวธิ ีหาคาตอบ ดงั น้ี
21 เมตร 39 เซนตเิ มตร รวมกบั 42 เมตร 44 เซนตเิ มตร เทา่ กบั เท่าไร
7 เมตร 25 เซนตเิ มตร น้อยกว่า 12 เมตร 95 เซนตเิ มตร เทา่ กบั เท่าไร
ขัน้ สอน
ขัน้ สารวจคน้ หา
1. ครูยกตัวอย่างการคูณเกี่ยวกับความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตรโดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้เขียน
หน่วยไว้บรรทัดบน ถ้าผลคูณในหน่วยเซนติเมตรมากกว่า 100 เซนติเมตร ต้องทด 1 เมตร ไปรวมกับผลคูณของความยาวใน
หน่วยเมตร ดังน้ี
5 เทา่ ของ 5 เมตร 25 เซนตเิ มตร เท่ากับเทา่ ไร
วธิ ที า เมตร เซนติเมตร
5 25 ×
5
25 125
หรือ 26 25 100 เซนติเมตรเทา่ กับ 1 เมตร
ตอบ ๒๖ เมตร ๒๕ เซนติเมตร
2. ครูยกตัวอย่างการหารเกี่ยวกับความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร โดยการเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ ให้เขียน
หนว่ ยไว้บรรทดั บน แลว้ ทาการหารส้ัน ดงั น้ี
8 เมตร 35 เซนติเมตร แบง่ ออกเป็น 5 ส่วนเทา่ ๆ กนั เท่ากับเทา่ ไร
วธิ ีทา เมตร เซ3น3ต5เิ มตร
8
5
1 67
ตอบ ๑ เมตร ๖๗ เซนตเิ มตร
ขน้ั อธิบายความรู้
ครูให้นักเรียนทาใบงานเรื่อง การหาผลคูณหรือผลหารเก่ียวกับความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตรเม่ือเสร็จแล้วให้
นักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ขั้นขยายความเข้าใจ
ครใู หน้ กั เรียนทาใบงานเรื่อง การคูณและการหารเก่ียวกับความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร เมื่อเสรจ็ แล้วใหน้ ักเรยี น
ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี การหาผลคูณหรือผลหารเกี่ยวกับความยาวเป็นเมตร
และเซนติเมตรทาไดโ้ ดยนาความยาวที่เปน็ หนว่ ยเดียวกนั มาคูณหรอื หารกัน
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมดุ หรอื ในแบบฝึกหัด
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเก่ียวกับการบวกและการลบเกี่ยวกับความยาวเป็นเซนติเมตรและ
มลิ ลเิ มตร
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
1.คาถามกระต้นุ
ความรู้ความ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ ความคดิ 70% ขึ้นไป ถือว่า
เข้าใจ (K) คาถาม ผา่ นเกณฑ์การ
2. เขา้ ใจการบวก ลบ ประเมิน
ทักษะ/ 1.บอกสิง่ ทีโ่ จทย์กาหนดให้และส่งิ 1. ใบงาน เรอ่ื ง การหา 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
กระบวนการ (P) ท่ีโจทย์ถามจากโจทยป์ ญั หาได้ ผลคูณหรอื ผลหาร ผ่านเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดง เก่ียวกับความยาวเป็น ประเมิน
ความสมั พันธ์จากโจทยป์ ญั หาได้ เมตรและเซนติเมตร
3. แสดงวิธีทาและคานวณหา
คาตอบโจทยป์ ัญหาได้
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถือว่า
รบั ผิดชอบตอ่ งานทส่ี ่งั และสง่ งาน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ได้ทนั ตามที่กาหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.3 ส่อื การเรยี นรู้
1. ดนิ สอ
2. ไมบ้ รรทัด
3. ใบงาน เร่ือง การหาผลคูณหรอื ผลหารเกย่ี วกับความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
ห้องเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
( ...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 7
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/……......……... ชอื่ ผสู้ อน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 9 การวดั ความยาว เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวกและการลบเก่ียวกับความยาว
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทีต่ ้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ชี้วดั ป.3/6 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวทมี่ หี น่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลเิ มตร เมตร
และเซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคดิ ริเร่มิ
สร้างสรรค์
ตวั ชี้วัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธกี ารที่หลากหลายแก้ปัญหา
ตัวช้ีวัด ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแก้ปญั หาในสถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตวั ชีว้ ดั ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสญั ลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสอ่ื สาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแกโ้ จทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา หาคาตอบ และตรวจสอบควาสมเหตสุ มผล
ของคาตอบ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ
เซนตเิ มตร กิโลเมตรและเมตรได้ (K)
2. เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ
เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตรได้ (P)
3. นาความรูเ้ ก่ยี วกบั โจทย์ปัญหาความยาวไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ (A)
4.
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
โจทย์ปัญหาการบวกและลบเกี่ยวกับความยาว พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 3
ขนั้ นา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนเร่ืองการบวกเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเดียวกัน โดยให้ตัวแทนนักเรียน 2 คนออกมาวัดความ
ยาวของปากกา ซึ่งยาว 8 เซนติเมตร และคัตเตอร์ยาว 10 เซนติเมตร จากน้ันให้นักเรียนนาส่ิงของท้ัง 2 อย่างมาต่อกัน แล้ว
นาไปวดั ความยาว ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถามว่า “สิ่งของท้ังสองเมอื่ นามาต่อกันจะยาวเท่าไร”
2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ จากกจิ กรรมการวดั ความยาวเมือ่ สักครู่ สามารถเขยี นเป็นโจทย์ปญั หาได้อยา่ งไรบา้ ง
ข้ันสอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครตู ิดโจทย์ปญั หาเก่ียวกับความยาวบนกระดาน โดยให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
ไม้อนั หน่ึงมคี วามยาว 3 เมตร 80 เซนตเิ มตร แท่งเหล็กมีความยาว 4 เมตร 30 เซนตเิ มตร ถ้านาไม้กบั แท่งเหลก็ มาวางตอ่ กัน
จะมคี วามยาวเทา่ ไร
- โจทยก์ าหนดอะไรมาให้บ้าง (ไมอ้ นั หน่ึงมีความยาว 3 เมตร 80 เซนตเิ มตร แท่งเหลก็ มีความยาว 4 เมตร
30 เซนติเมตร)
- โจทยถ์ ามอะไรบา้ ง (ถ้านาไม้กับแท่งเหล็กมาวางต่อกนั จะมคี วามยาวเทา่ ไร)
- ใชว้ ธิ ีใดหาคาตอบ (วธิ ีบวก)
2. ครูเขยี นแสดงวธิ ีทาโจทยป์ ัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พรอ้ มทัง้ อธบิ ายให้นักเรียนฟงั ดงั น้ี
วิธีทา เมตร เซนติเมตร
ไมอ้ ันหน่ึงมีความยาว 3 80 +
แท่งเหลก็ มคี วามยาว 4 30
7 110
ถ้านาไม้กับแท่งเหลก็ มาวางตอ่ กนั จะมคี วามยาว 8 10
ตอบ ถา้ นาไม้กับแท่งเหล็กมาวางตอ่ กันจะมีความยาว ๘ เมตร ๑๐ เซนติเมตร
3. ครูติดโจทย์ปญั หาเกี่ยวกับความยาวบนกระดาน โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
ถนนสายหนึง่ ยาว 25 กโิ ลเมตร 400 เมตร ลาดยางมะตอยแล้ว 5 เมตร 850 เมตร ยังเหลือท่ียังไมล่ าดยางมะตอยเท่าไร
850 เมตร) - โจทยก์ าหนดอะไรมาใหบ้ ้าง (ถนนสายหนงึ่ ยาว 25 กิโลเมตร 400 เมตร ลาดยางมะตอยแล้ว 5 เมตร
- โจทย์ถามอะไรบา้ ง (ยงั เหลือทย่ี ังไมล่ าดยางมะตอยเท่าไร)
- ใช้วิธีใดหาคาตอบ (วิธีลบ)
4. ครเู ขยี นแสดงวิธที าโจทย์ปัญหาจากกิจกรรมข้อ 1. พร้อมทงั้ อธบิ ายให้นักเรียนฟัง ดงั นี้
วธิ ที า กโิ ลเมตร เมตร
24 1400
ถนนยาว 25 400 -
ลาดยางมะตอยแล้ว 5 850
เหลอื ทีย่ ังไม่ลาดยางมะตอย 19 550
ตอบ เหลือถนนทยี่ งั ไม่ลาดยางมะตอบ ๑๙ กโิ ลเมตร ๕๕๐ เมตร
ข้นั อธบิ ายความรู้
ครูอธบิ ายข้ันตอนวธิ ีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากน้ันเขียนข้อความและตัวเลขที่เป็นตัวต้ัง
และตัวลบ ตามลาดับ แล้วครูอธิบายต่อไปว่า การบวกและลบ ถ้าจานวนในหน่วยย่อยลบกันไม่ได้ ต้องมีการกระจายจาก
จานวนในหนว่ ยใหญ่
1. ครูยกตัวอย่างโจทย์ปัญหาการบวกและลบเกี่ยวกับความยาว ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โจทย์และแสดงวิธี
ทาอกี 3 – 5 ตัวอยา่ ง
ข้นั ขยายความเข้าใจ
ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานเร่ือง โจทย์ปญั หาการบวกและลบเก่ียวกบั ความยาว เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนชว่ ยกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ทไ่ี ดเ้ รียนร้รู ่วมกนั ดังนี้ โจทย์ปัญหาการบวกและลบเกีย่ วกบั ความยาว
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรียนของนักเรียน
3. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝึกหดั
5. ครตู รวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกี่ยวกับโจทย์ปญั หาการบวกและลบเกย่ี วกับความยาว
6.การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล ประเมินผล
จุดประสงค์ 1.คาถามกระตุน้
ความคิด 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ผา่ นเกณฑ์การ
เขา้ ใจ (K) คาถาม ประเมิน
2. เข้าใจการบวก ลบ
ทักษะ/ 1.บอกสง่ิ ทีโ่ จทย์กาหนดให้และสง่ิ 1. ใบงาน เรื่อง โจทย์ 70% ข้นึ ไป ถือวา่
กระบวนการ (P) ทโ่ี จทยถ์ ามจากโจทยป์ ัญหาได้ ปญั หาการบวกและลบ ผ่านเกณฑ์การ
2.เขียนประโยคสัญลกั ษณแ์ สดง เก่ียวกบั ความยาว ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) ความสัมพนั ธจ์ ากโจทยป์ ญั หาได้
3. แสดงวธิ ที าและคานวณหา 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
คาตอบโจทย์ปัญหาได้ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่ังและส่งงาน
ได้ทนั ตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.4 สอื่ การเรียนรู้
1. ดินสอ
2. ไม้บรรทดั
3. ใบงาน เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวกและลบเก่ยี วกบั ความยาว
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
ห้องเรยี น
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บรหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 7
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/……......……... ชอื่ ผู้สอน ………………………………………………………..
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9 การวดั ความยาว เร่อื ง โจทย์ปัญหาการคูณและหารเก่ียวกับความยาว
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ีต้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ชวี้ ัด ป.3/6 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ความยาวทีม่ หี น่วยเป็นเซนติเมตรและมลิ ลิเมตร เมตร
และเซนตเิ มตร กิโลเมตรและเมตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใหเ้ หตุผล การสือ่ สาร การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความร้ตู า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ืน่ ๆ และมคี วามคดิ ริเรม่ิ
สร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลายแก้ปัญหา
ตัวชี้วดั ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแก้ปัญหาในสถานการณต์ ่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสื่อสาร การส่อื ความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาทาได้โดย อ่านทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคาต อบ และตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคาตอบ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ
เซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตรได้ (K)
2. เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ
เซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตรได้ (P)
3. นาความร้เู กย่ี วกบั โจทย์ปัญหาความยาวไปใช้ในชีวติ จริงได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
โจทย์ปัญหาการคณู และหารเก่ยี วกับความยาว พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 4
ข้ันนา
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ทบทวนความรู้เร่ือง โจทย์ปัญหาการลบเกี่ยวกับความยาว จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบ
ปัญหาโดยครูเล่าสถานการณ์โจทย์ปัญหาให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาคาตอบ กลุ่มใดยกมือก่อนแล้วออกมา
นาเสนอขั้นตอนการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ถกู ตอ้ ง กลมุ่ นน้ั จะเป็นผ้ชู นะ
ขน้ั สอน
ข้นั สารวจค้นหา
1. ครูติดโจทยป์ ญั หาการคูณเก่ียวกบั ความยาวบนกระดาน โดยใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
แก้วถกั ผ้าพันคอได้วันละ 20 เซนตเิ มตร 5 มลิ ลเิ มตร ในเวลา 7 วัน แกว้ จะถักผ้าพนั คอไดย้ าวเทา่ ไร
- โจทยก์ าหนดอะไรมาให้บ้าง (แกว้ ถกั ผา้ พันคอไดว้ ันละ 20 เซนตเิ มตร 5 มิลลเิ มตร ในเวลา 7 วนั )
- โจทย์ถามอะไรบา้ ง (แกว้ จะถักผ้าพนั คอได้ยาวเท่าไร)
- ใช้วิธีใดหาคาตอบ (วิธีคณู )
2. ครเู ขียนแสดงวธิ ที าโจทย์ปัญหาจากกจิ กรรมข้อ 1. พร้อมท้งั อธบิ ายให้นักเรียนฟงั ดงั น้ี
วธิ ที า เซนตเิ มตร มิลลิเมตร
แก้วถกั ผ้าพนั คอได้วนั ละ 20 5 × วนั
ในระยะเวลา 7
140 35
แกว้ จะถกั ผา้ พนั คอได้ 143 5
ตอบ แก้วจะถักผ้าพนั คอได้ ๑๔๓ เซนตเิ มตร ๕ มิลลเิ มตร
ครูอธิบายขั้นตอนวธิ กี ารเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากน้ันเขียนข้อความและตัวเลขท่ีเป็นตัวต้ัง
และตวั ลบ ตามลาดบั แล้วครอู ธบิ ายต่อไปวา่ การคณู เมื่อได้ผลคูณแล้วต้องเปล่ียนจานวนในหน่วยย่อยให้เป็นหน่วยใหญ่ด้วย
ถา้ ทาได้
3. ครตู ิดโจทยป์ ญั หาการหารเกยี่ วกบั ความยาวบนกระดาน โดยให้นักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
ผา้ ผืนหนงึ่ ยาว 48 เมตร 60 เซนตเิ มตร ตดั เปน็ 3 ชน้ิ เทา่ ๆ กัน จะได้ผา้ ยาวชิน้ ละเท่าไร
- โจทยก์ าหนดอะไรมาใหบ้ ้าง (ผ้าผืนหนึง่ ยาว 48 เมตร 60 เซนติเมตร ตดั เปน็ 3 ช้นิ เท่าๆ กัน)
- โจทย์ถามอะไรบา้ ง (จะได้ผ้ายาวชิ้นละเทา่ ไร)
- ใชว้ ิธีใดหาคาตอบ (วิธีหาร)
4. ครูเขียนแสดงวธิ ที าโจทย์ปัญหาจากกิจกรรมข้อ 1. พรอ้ มท้ังอธิบายใหน้ ักเรียนฟัง ดังนี้
วธิ ีทา ผ้าผืนหน่งึ ยาว 48 เมตร 60 เซนตเิ มตร
ตดั เปน็
3 ช้ิน
จะได้ผา้ ยาวชน้ิ ละ
เมตร เซนติเมตร
38 60
16 20
ตอบ จะได้ผา้ ยาวชิน้ ละ ๑๖ เมตร ๒๐ เซนติเมตร
ครูอธิบายข้นั ตอนวิธีการเขียนแสดงวิธีทา ต้องเขียนหน่วยไว้ด้านบนก่อนจากนั้นเขียนข้อความและตัวเลขท่ีเป็นตัวต้ัง
และตัวลบ ตามลาดับ
ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูยกตวั อย่างโจทย์ปัญหาการหารเก่ยี วกบั ความยาว ให้นกั เรียนชว่ ยกันวิเคราะหโ์ จทย์และแสดงวิธีทาอีก 3 – 5
ตัวอยา่ ง
2.ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานเร่ือง โจทย์ปัญหาการครู และหารเก่ียวกบั ความยาว เม่ือเสร็จแลว้ ให้นักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ส่ิงทีไ่ ดเ้ รียนรู้รว่ มกนั ดังน้ี การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวได้นั้น ต้องศึกษาก่อน
วา่ โจทยต์ ้องการให้หาอะไร โจทยก์ าหนดสง่ิ ใดมาให้ พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบหน่วยความยาวท่ีให้ว่าเป็นหน่วยเดียวกัน
หรอื ไม่
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝกึ หดั
5. ครตู รวจสอบผลนักเรยี นจากการอธบิ ายเกีย่ วกบั การโจทย์ปญั หาการคูณและหารเกย่ี วกบั ความยาว
6.การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระต้นุ
ความร้คู วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคิด 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
เขา้ ใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เขา้ ใจการบวก ลบ ประเมิน
ทกั ษะ/ 1.บอกสิง่ ทโ่ี จทย์กาหนดใหแ้ ละสิ่ง 1. ใบงาน เรือ่ ง การ 70% ขึ้นไป ถือวา่
กระบวนการ (P) ทีโ่ จทย์ถามจากโจทยป์ ัญหาได้ โจทย์ปญั หาการคูณ ผ่านเกณฑ์การ
2.เขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดง และหารเกี่ยวกบั ความ ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) ความสัมพนั ธ์จากโจทย์ปัญหาได้ ยาว
3. แสดงวธิ ที าและคานวณหา
คาตอบโจทยป์ ัญหาได้ 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถอื วา่
พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ ประเมิน
รับผิดชอบต่องานที่สงั่ และสง่ งาน
ได้ทันตามทก่ี าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.5 สอ่ื การเรยี นรู้
1. ดินสอ
2. ไมบ้ รรทดั
3. ใบงาน เรอื่ ง การโจทยป์ ญั หาการคูณและหารเกยี่ วกบั ความยาว
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
หอ้ งเรยี น
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.......................................................................................... .......................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บรหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 8
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ช่ือผสู้ อน ………………………………………………………..
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 10 การวดั นา้ หนัก เร่ือง การวัดน้าหนกั เปน็ กิโลกรมั และขีด
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเก่ียวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งทีต่ ้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ชี้วัด ป.3/7 เลอื กใช้เครื่องชง่ั ทีเ่ หมาะสม วัดและบอกน้าหนักเปน็ กิโลกรัมและขีด กโิ ลกรมั และกรมั
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การสอ่ื สาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรูต้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ และมีความคิดรเิ ร่มิ
สร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ัด ป.1-3/1 ใช้วิธกี ารทหี่ ลากหลายแก้ปัญหา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวชว้ี ัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การบอกน้าหนักของสิง่ ต่างๆ ทม่ี ากกว่า 1 กิโลกรัม อาจบอกน้าหนกั เป็นกิโลกรมั และขีด
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกหน่วยการวัดนา้ หนักเปน็ กโิ ลกรมั และขดี ได้ (K)
2. วดั นา้ หนกั เป็นกโิ ลกรมั และขดี ได้ (P)
3. นาความรเู้ กีย่ วกบั การวัดและบอกนา้ หนักเปน็ กิโลกรมั และขดี ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
การวัดนา้ หนกั เปน็ กิโลกรมั และขีด
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นา
ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ
1. ให้นักเรียนทบทวนเรื่อง การอ่านน้าหนักจากเครื่องชั่งสปริง โดยครูนาหนังสือมาวางไว้บนโต๊ะหน้าชั้น
เรยี น ใหน้ ักเรยี นทายว่า หนงั สอื มนี า้ หนักเทา่ ไร (ครูควรเตรยี มหนังสอื ให้มีน้าหนกั เป็นกิโลกรัมพอดี เชน่ 2 กโิ ลกรัม) ครูบันทึก
คาตอบไว้บนกระดาน จากน้ัน นาหนังสือไปชั่งน้าหนักโดยใช้เคร่ืองช่ังสปริง ให้ผู้แทนนักเรียนออกมาบอกน้าหนัก แล้วเขียน
คาตอบลงบนกระดาน
2. ครตู ดิ ภาพเครอื่ งชั่งสปรงิ ทไ่ี ม่มีเข็มบนกระดาน จากนัน้ ครถู ือภาพแตงโม 1 ผล แล้วบอกว่า แตงโมผลน้ีหนัก
1 กิโลกรัม ครูติดภาพแตงโมบนจานของเคร่ืองช่ัง ให้นักเรียนร่วมกันบอกว่า เข็มของเคร่ืองช่ังควรจะช้ีที่ตัวเลขใดบนหน้าปัด
(ตัวเลข 1) ครตู ิดเขม็ ชี้ท่ีตัวเลขบนหน้าปดั ตามคาบอกของนกั เรยี น
3. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั สอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครูให้นักเรียนสังเกตเคร่ืองช่ังสปริง โดยครูติดภาพเครื่องชั่งจาลองที่มีขนาดใหญ่บนกระดานเพ่ือให้นักเรียน
มองเห็นได้ชัดเจนข้ึน จากน้ัน ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ ของนักเรียน ดังนี้
- เครอื่ งชง่ั นมี้ ที ั้งหมดกี่ชอ่ งใหญ่ (7 ช่องใหญ่)
- ใน 1 ช่องใหญ่ ประกอบดว้ ยช่องเลก็ ๆ ก่ชี อ่ ง (10 ชอ่ ง)
- ถ้าเขม็ ของเคร่ืองช่ังเคลื่อนที่ไป 1 ช่องใหญ่ อ่านนา้ หนักได้เทา่ ไร (1 กโิ ลกรมั )
- ถา้ เขม็ ของเครอื่ งชัง่ เคลื่อนไป 1 ช่องเลก็ อา่ นน้าหนักได้เทา่ ไร (1 ขดี )
- ดงั นั้น น้าหนัก 1 กิโลกรัม เทา่ กับนา้ หนกั เท่าไร (10 ขีด)
- ถา้ น้าหนกั 5 ขีด จะเทา่ กบั น้าหนักก่ีกโิ ลกรัม (ครงึ่ กิโลกรัม)
2. ครนู าหนงั สือเรียนคณติ ศาสตรไ์ ปช่งั น้าหนักเพียงเล่มเดียว ให้ผู้แทนนักเรียนออกมาบอกว่าเข็มชี้อยู่ตาแหน่ง
ใด (เล่อื นจากตัวเลข 2 มา 4 ชอ่ ง) ครตู ดิ เข็มชีบ้ นภาพเคร่อื งชัง่ จาลอง แล้วให้นักเรียนร่วมกันบอกว่าหนังสือเรียนคณิตศาสตร์
หนักเท่าไร (2 กโิ ลกรัม 4 ขดี ) ครเู ขยี นคาตอบบนกระดาน แล้วรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูนาสิ่งของมาช่ังบนเครื่องชั่ง เช่น แปรงลบกระดาน หนังสือ 3 เล่ม เป็นต้น ให้ผู้แทนนักเรียนออกมาอ่าน
น้าหนักและบอกว่าสิง่ ของมีน้าหนกั เทา่ ไร ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
2. ครูให้นักเรียนทาใบงานเรื่อง การวัดน้าหนักเป็นกิโลกรัมและขีด เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง จากน้ันครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกิจกรรมในใบงาน
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
2. ครูชมเชยนกั เรียนทีท่ าได้ถูกต้อง และใหค้ าแนะนาและกาลังใจแกน่ ักเรยี นทยี่ ังมีข้อบกพร่องอยู่
3. ครใู หน้ ักเรียนทาใบงานเร่อื ง การวัดนา้ หนักเปน็ กิโลกรัมและขดี เม่ือเสร็จแล้วใหน้ ักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
จากนน้ั ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี ขีด เป็นหน่วยการชั่งส่ิงของท่ีมีน้าหนักเบา ส่วน กิโลกรัม
เปน็ หน่วยการชง่ั ส่งิ ของทีม่ ีนา้ หนักมากขึ้น กโิ ลกรมั และขดี เป็นหนว่ ยการชัง่ ท่ีนิยมใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ หรอื ในแบบฝกึ หัด
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกยี่ วกบั ความหมายของการวัดนา้ หนักเป็นกิโลกรมั และขดี
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
1.คาถามกระตนุ้
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ 70% ขึ้นไป ถือว่า
เขา้ ใจ (K) คาถาม ผา่ นเกณฑ์การ
2. เข้าใจการบวก ลบ ประเมนิ
ทกั ษะ/ เปลย่ี นหน่วยเวลาจากหนว่ ยหนงึ่ 1. ใบงาน เรอื่ ง การวัด 70% ข้ึนไป ถือวา่
กระบวนการ (P) ไปอีกหน่วยหนึง่ ได้ น้าหนักเปน็ กิโลกรมั ผ่านเกณฑ์การ
และขดี ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ง่ั และส่งงาน 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือวา่
ไดท้ ันตามทก่ี าหนด พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. เครอื่ งช่งั สปริง
2. ภาพเคร่อื งช่งั จาลอง
3. ภาพแตงโม
4. สงิ่ ของต่าง ๆ เช่น แปรงลบกระดาน หนังสอื เรยี น หนงั สอื เปน็ ตน้
5. ใบงานเร่ือง การวัดนา้ หนักเป็นกโิ ลกรมั และขดี
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
หอ้ งเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บรหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 8
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ชอ่ื ผู้สอน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การวัดน้าหนัก เรอื่ ง การเลือกเครอื่ งช่งั ท่ีเหมาะสม
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกยี่ วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทีต่ ้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด ป.3/7 เลอื กใชเ้ คร่ืองชงั่ ท่ีเหมาะสม วดั และบอกนา้ หนักเปน็ กโิ ลกรัมและขีด กโิ ลกรมั และกรมั
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การให้เหตุผล การสอื่ สาร การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ืน่ ๆ และมคี วามคิดรเิ รม่ิ
สร้างสรรค์
ตัวช้วี ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการทหี่ ลากหลายแกป้ ัญหา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตัวชวี้ ัด ป.1-3/4 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการส่อื สาร การส่อื ความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถูกต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การช่ังน้าหนักของสิ่งต่างๆ ควรเลือกเครื่องชั่งให้เหมาะสมและช่ังให้ถูกวิธี โดยใช้ กิโลกรัม กรัม และขีด เป็นหน่วย
มาตรฐานในการชง่ั
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความแตกตา่ งของเคร่อื งชั่งชนดิ ต่างๆ ได้ (K)
2. เลอื กเคร่ืองชัง่ ทีเ่ หมาะสมกบั สงิ่ ท่ีต้องการชงั่ ได้ (P)
3. นาความรู้เกี่ยวกับการเลอื กเครอื่ งช่ังทเี่ หมาะสมไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
การเลือกเคร่อื งชัง่ ท่ีเหมาะสม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 2
ข้นั นา
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเกยี่ วกับการช่งั และน้าหนกั เช่น
- นกั เรยี นแต่ละคนหนักเท่าไร
- ทาไมนักเรยี นจงึ ทราบน้าหนักของตนเอง (โดยการชัง่ )
- นกั เรยี นใช้อะไรในการช่งั นา้ หนกั ตวั (เครอื่ งชงั่ )
2. ครแู นะนาเครื่องมือช่ังชนิดต่าง ๆ ท่ีเป็นของจริง เช่น เครื่องชั่งสองแขน เครื่องชั่งน้าหนักตัว เคร่ืองชั่งสปริง
เครื่องชั่งแบบตุ้มเล่ือน
ข้ันสอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเลือกเคร่ืองช่ังช่ังน้าหนักของส่ิงต่างๆ จนได้ข้อสรุปว่า การ
เลอื กใช้เคร่อื งชง่ั ชนิดต่างๆ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสิ่งของท่ีจะช่ัง และน้าหนักของสิ่งของต่างๆ โดยครูนาภาพเคร่ืองชนิด
ตา่ งๆ ให้นักเรยี นดู พร้อมอธบิ ายประกอบ ดงั นี้
- เคร่ืองชั่งสปริงมักใช้ช่ังเนื้อสัตว์ผักผลไม้เมล็ดพืชและอื่นๆ ท่ีมีน้าหนักไม่เกินพิกัดกาลังของเคร่ืองชั่ง
เครื่องชง่ั สปรงิ มพี กิ ัดกาลัง 3 กิโลกรัม 7 กิโลกรัม 15 กโิ ลกรัม 20 กิโลกรัม 35 กิโลกรัม และ 60 กิโลกรัม (อาจมีแตกต่างจาก
นี้) เครื่องช่ังสปริงจะมีหน้าปัด 2 ด้าน เพ่ือให้ผู้ซ้ือและผู้ขายสามารถเห็นผลการชั่งได้พร้อมกัน มักนิยมใช้ในตลาดสดและ
ร้านค้าทว่ั ไป
- เคร่ืองช่ังน้าหนักตั ใช้สาหรับช่ังน้าหนักตัว ปัจจุบันมีท้ังแบบเข็มช้ีบอกน้าหนักและแบบตัวเลขเคร่ืองชั่ง
ดจิ ทิ ลั )
- เครื่องช่ังสองแขน เครื่องชั่งชนิดน้ีใช้ชั่งสิ่งของท่ีมีน้าหนักน้อย เช่น สมุนไพร แร่ธาตุขนาดเล็ก สารเคมี
นิยมใช้ชั่งสมุนไพร จึงเรียกว่า เครื่องช่ังยา ร้านขายทองก็ใช้ เครื่องชั่งชนิดนี้ไม่มีหน้าปัดบอกน้าหนัก แต่จะมีตุ้มน้าหนักอยู่
ต่างหาก เวลาช่ังจะต้องนาสิ่งของใส่ในจานข้างหน่ึง แล้วนาตุ้มน้าหนักใส่จานอีกข้างหน่ึง สังเกตให้แขนท้ังสองข้างของเครื่อง
ชง่ั อยใู่ นระดับเดียวกันแลว้ อา่ นน้าหนกั จากตมุ้ นา้ หนกั
- เคร่ืองชั่งแบบตุ้มถ่วง เครื่องชั่งชนิดนี้เป็นเครื่องช่ังขนาดใหญ่มีที่วางของเป็นแท่นช่ังน้าหนักได้ครั้งละ
มากๆ เชน่ ข้าวสาร หรือนา้ ตาลเปน็ กระสอบ หบี ห่อ หรือลงั บรรจุของขนาดใหญ่ เครื่องชั่งชนิดน้ีบางเคร่ืองสามารถชั่งน้าหนัก
ได้ถงึ 2,000 กโิ ลกรมั
ขั้นอธบิ ายความรู้
ครูใหน้ ักเรียนบอกชอื่ ส่ิงของคนละช่ือ แลว้ รว่ มกนั อภปิ รายเพอื่ เลือกเครอื่ งชัง่ ทีเ่ หมาะสมกับสง่ิ ของน้นั
ข้ันขยายความเขา้ ใจ
1. ครูทบทวนหน่วยน้าหนัก โดยให้นักเรียนบอกหน่วยน้าหนักท่ีนักเรียนรู้จัก (กิโลกรัม กรัม ขีด) จากน้ันให้
นักเรียนยกตวั อยา่ งสงิ่ ของและบอกปรมิ าณของของส่ิงน้นั พร้อมเลือกหนว่ ยน้าหนักทีเ่ หมาะสม เชน่
- นา้ หนักตัวของนกั เรียน (กิโลกรมั )
- สม้ 15 ผล (กโิ ลกรมั และขดี หรอื กิโลกรัมและกรมั )
- ผกั คะนา้ 1 ต้น (กรมั หรือขดี )
- จดหมาย 1 ซอง (กรมั หรอื ขีด)
2. ครูนาคาตอบของนักเรยี นมาร่วมกันอภิปรายจนได้ขอ้ สรปุ ว่า สง่ิ ตา่ งๆ มนี ้าหนกั ต่างกัน ดังน้ัน การช่ังน้าหนัก
ควรเลือกเคร่ืองชั่ง และหนว่ ยน้าหนักใหเ้ หมาะสมกับส่ิงของทตี่ อ้ งการช่งั และต้องชง่ั ใหถ้ ูกวธิ ี
3. ครูให้นักเรียนทาใบงาน เร่ือง การเลือกเครื่องช่ังท่ีเหมาะสม เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ ในการช่ังน้าหนักต้องชั่งให้ถูกวิธี เครื่องช่ังบางชนิดใช้ช่ัง
ของท่ีมีน้าหนักน้อยบางชนิดใช้ช่ังส่ิงของที่มีน้าหนักมาก จึงต้องรู้จักใช้เคร่ืองช่ังและหน่วยการชั่งท่ีถูกต้องและ
เหมาะสม
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมุด หรอื ในแบบฝกึ หดั
5. ครูตรวจสอบผลนกั เรยี นจากการอธบิ ายเกี่ยวกับความหมายของการเลือกเคร่ืองช่งั ทีเ่ หมาะสม
6. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ าร
การวัดและประเมินผล ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ ประเมิน
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด
2. เข้าใจการบวก ลบ 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
ผ่านเกณฑ์การ
ทกั ษะ/ อา่ นบนั ทึกกจิ กรรมหรอื เหตุการณ์ 1. ใบงาน เรอ่ื ง การ ประเมนิ
กระบวนการ (P) ทรี่ ะบเุ วลาได้ เลือกเคร่ืองชั่งที่
เหมาะสม 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม ผ่านเกณฑ์การ
รับผดิ ชอบตอ่ งานท่สี งั่ และสง่ งาน 1. แบบสงั เกต ประเมิน
ได้ทันตามท่กี าหนด พฤติกรรม
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1. ภาพเครอื่ งชั่งสองแขน
2. ภาพเครือ่ งชง่ั น้าหนกั ตวั
3. ภาพเครื่องชั่งสปรงิ
4. ภาพเคร่อื งช่งั แบบต้มุ เลอื่ น
5. ใบงานท่ี 3 การเลือกเครอื่ งชั่งที่เหมาะสม
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
หอ้ งเรียน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
( ...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ช่อื ผสู้ อน ………………………………………………………..
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 10 การวัดน้าหนัก เรอื่ ง การคาดคะเนนา้ หนักเป็นกิโลกรมั และขดี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเก่ยี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี ้องการวัดและนาไปใช้
ตัวช้วี ดั ป.3/8 คาดคะเนน้าหนกั เปน็ กโิ ลกรมั และเปน็ ขีด
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชื่อมโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ
สร้างสรรค์
ตัวช้ีวัด ป.1-3/1 ใช้วิธีการทห่ี ลากหลายแกป้ ัญหา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใช้ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวชี้วัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่ือสาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การคาดคะเนนา้ หนกั เป็นการคาดเดาหรอื การประมาณน้าหนักของสิ่งต่างๆ ด้วยสายตาและความรู้สึก โดยไม่ใช้
เครือ่ งมอื ในการช่ังให้มีค่าใกล้เคยี งค่าจริงมากท่สี ดุ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. คาดคะเนน้าหนกั เป็นกิโลกรมั และเป็นขีดได้ (K)
2. ใช้เครอ่ื งชงั่ สปรงิ เปรยี บเทยี บคา่ ทไี่ ด้จากการคาดคะเนกับคา่ ท่ีไดจ้ ากการช่งั ได้ (P)
3. นาความรูเ้ กยี่ วกบั การคาดคะเนนา้ หนกั เปน็ กโิ ลกรัมและเป็นขดี ไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
การคาดคะเนน้าหนักเปน็ กิโลกรมั และขีด
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ข้นั นา
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการนาแตงโม 2 ผล มาให้นักเรียนดู จากน้ันขออาสาสมัครนักเรียน 2
คน คาดคะเนนา้ หนักของแตงโม 2 ผล โดยให้ลองยกดแู ล้วเปรียบเทียบกนั จากนั้นจึงตรวจสอบด้วยการชัง่ ดว้ ยเครอื่ งช่ังสปริง
2. ครูช่ังน้าหนักแตงโมทั้ง 2 ผล แล้วให้ตัวแทนนักเรียนอ่านน้าหนักท่ีช่ังได้ เป็นกิโลกรัมหรือเป็นขีด จากนั้น
รว่ มกนั เปรียบเทียบวา่ แตงโมลกู ใดมีน้าหนกั มากกว่า
3. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบว่าใครคาดคะเนน้าหนักของแตงโมได้ใกล้เคียงที่สุด และมีความ
คลาดเคลอ่ื นเทา่ ใด
ขนั้ สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครนู าสิง่ ของ เช่น ผัก ผลไม้ มา 1 ชนิด มาใหน้ กั เรียนดู จากนั้นใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม ดงั นี้
- นกั เรียนคิดว่าสง่ิ ใดในห้องนห้ี นักกว่าสง่ิ ของนี้บ้าง (ตามส่ิงของที่ครนู ามา)
- หากไม่มีเครื่องช่ังน้าหนัก นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งของใดหนักกว่ากัน (คาดคะเนน้าหนัก ด้วย
การประมาณน้าหนกั จากการใชส้ ายตาและความรู้สกึ ในการลองยกนา้ หนัก)
- นักเรยี นคดิ ว่าสง่ิ ของที่ครูเตรียมมาหนกั เท่าใด (ตามสิง่ ของที่ครูนามา)
- นกั เรยี นคิดว่าสิง่ ของที่นักเรยี นคิดหนักเทา่ ใด (ตามส่ิงของท่ีนกั เรยี นคดิ )
2. ครูขออาสาสมัครนักเรียนชาย 1 คน และนักเรียนหญิง 1 คน ออกมาลองคาดคะเนน้าหนักของสิ่งของที่ครู
เตรียมมา แล้วให้ลองไปหยิบสิ่งของในห้องเรียนที่คิดว่าหนักกว่าส่ิงของที่ครูเตรียมมา จากนั้นครูนาสิ่งของทั้ง 3 ชิ้น ไปชั่ง
นา้ หนักบนตาชั่งสปริง จากนนั้ ครเู ลือกตวั แทนนักเรียนออกมาอ่านวา่ เข็มอยู่ที่ตาแหน่งใดบนตาช่งั
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครูติดเข็มช้ีของเครื่องชั่งลงบนภาพเคร่ืองช่ังสปริงจาลองบนกระดาน ให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามว่า
“สิง่ ของดังกลา่ วหนกั ก่กี โิ ลกรัม หรือกข่ี ีด” ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เปรยี บเทียบน้าหนักของสิ่งของท้ัง 3 ช้ิน ว่าสิ่งใดหนักกว่ากัน จากนั้นครูถามนักเรียน
ว่า “ใครคาดคะเนไดใ้ กล้เคยี งบ้าง และมีความคลาดเคล่อื นจากน้าหนักจรงิ เทา่ ไร” ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ
ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นักเรียนทาใบงานเรื่อง การคาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัมและขีด เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนัน้ ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงาน
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การคาดคะเนน้าหนักเป็น การคาดเดาหรือการประมาณ
น้าหนักของสิ่งตา่ งๆ ด้วยสายตาและความรสู้ กึ โดยไม่ใช้เครอ่ื งมือใน การชั่งให้มคี า่ ใกล้เคียงคา่ จรงิ มากที่สุด
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบได้ในสมุด หรอื ในแบบฝกึ หัด
5. ครูตรวจสอบผลนักเรยี นจากการอธบิ ายเกยี่ วกับความหมายของการคาดคะเนนา้ หนกั เปน็ กโิ ลกรัมและขีด
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระตุ้น
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคดิ 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
เขา้ ใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เขา้ ใจการบวก ลบ ประเมนิ
ทกั ษะ/ เขียนบนั ทกึ กจิ กรรมหรือ 1. ใบงาน เรอ่ื ง การ 70% ข้นึ ไป ถือวา่
กระบวนการ (P) เหตุการณ์ท่รี ะบุเวลา คาดคะเนน้าหนักเปน็ ผ่านเกณฑ์การ
กิโลกรัมและขดี ประเมนิ
คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม
รบั ผิดชอบตอ่ งานทส่ี ั่งและส่งงาน 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ไดท้ นั ตามทกี่ าหนด พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ ประเมิน
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. เครื่องช่งั สปรงิ
2. แตงโม
3. ผัก ผลไม้
4. ภาพจาลองเครือ่ งชั่งสปริง
5. ใบงานเรอื่ ง การคาดคะเนน้าหนกั เปน็ กโิ ลกรัมและขดี
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
ห้องเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ ริหาร
( ...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 8
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/……......……... ชื่อผู้สอน ………………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10 การวัดน้าหนัก เร่อื ง ความสัมพนั ธ์ระหว่างหน่วยนา้ หนกั
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี ้องการวดั และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ป.3/7 เลือกใช้เครื่องช่ังทีเ่ หมาะสม วัดและบอกนา้ หนกั เปน็ กิโลกรมั และขดี กโิ ลกรมั และกรมั
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ัญหา การให้เหตผุ ล การสอ่ื สาร การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชอื่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคดิ ริเริม่
สรา้ งสรรค์
ตัวช้วี ัด ป.1-3/1 ใชว้ ิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา
ตวั ชี้วัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
ตัวช้ีวัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร การสอ่ื ความหมาย และการนาเสนอได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
กโิ ลกรมั กรมั ขีด เปน็ หน่วยวดั น้าหนกั ท่ีเป็นมาตรฐาน โดยที่ 1 มิลลเิ มตร เทา่ กับ 1 ขดี
1 ขีด เท่ากบั 100 กรัม 1 กโิ ลกรมั เท่ากบั 1,000 กรมั
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยนา้ หนักได้ (K)
2. ระบุความสัมพนั ธ์ระหว่างหนว่ ยนา้ หนกั ได้ (P)
3. นาความรู้เกี่ยวกับความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยน้าหนกั ไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ความสัมพันธร์ ะหว่างหน่วยนา้ หนกั
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 4
ขน้ั นา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนความสัมพนั ธ์ของหน่วยนา้ หนกั โดยถามนักเรยี นดงั นี้
- 1 กโิ ลกรัมเท่ากบั ก่ีขดี (10 ขดี )
- 1 ขดี เทา่ กบั กี่กรมั (100 กรัม)
- 1 กิโลกรัมเทา่ กบั ก่ีกรัม (1,000 กรัม)
- 100 กรัมเทา่ กับก่ขี ีด (1 ขีด)
ขัน้ สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูตดิ แผนภูมแิ สดงความสัมพนั ธ์ของหนว่ ยนา้ หนักดังน้ี
1 กโิ ลกรมั เท่ากบั 10 ขีด
1 ขีดเทา่ กับ 100 กรัม
1 กิโลกรัมเทา่ กบั 1,000 กรัม
100 กรมั เท่ากบั 1 ขดี
2. ให้นกั เรยี นอา่ นความสัมพนั ธ์ของหนว่ ยนา้ หนกั จากนั้นครูจดั กิจกรรมการเปล่ียนหน่วยน้าหนักโดยให้นักเรียน
ตอบคาถามและบอกวธิ ีคิด เช่น
- 2 กิโลกรมั เทา่ กับทขี่ ีด
นกั เรียนอาจใหเ้ หตุผลวา่ เนื่องจาก 1 กโิ ลกรัม เทา่ กบั 10 ขีด
ดังนั้น 2 กโิ ลกรมั จึงเท่ากับ 10 + 10 = 20 ขดี
- 1 กโิ ลกรมั 5 ขดี เท่ากบั กี่ขีด
นกั เรียนอาจให้เหตผุ ลว่า 1 กิโลกรมั เท่ากับ 10 ขดี
ดงั นน้ั 1 กโิ ลกรมั 5 ขดี จึงเท่ากับ 10 + 5 = 15 ขีด
- 18 ขีด เทา่ กับก่ีกิโลกรัม ก่ีขีด
นักเรียนอาจใหเ้ หตผุ ลวา่ 18 รีด เท่ากับ 10 ขีด กับ 8 ขีด และ 10 ขีด เท่ากบั 1 กโิ ลกรัม
ดงั นน้ั 18 ขีดจึง เท่ากับ 1 กโิ ลกรัม 8 ขีด
- 4,600 กรมั เท่ากับก่ีกโิ ลกรมั กี่กรัม
นักเรียนอาจใหเ้ หตผุ ลว่า 4,600 กรมั เทา่ กบั 4,000 กรัม กับ 600 กรัมและ 1,000 กรัม เทา่ กับ 1
กโิ ลกรมั
ดงั นั้น 4,600 กรมั จึงเทา่ กบั 4 กิโลกรัม 600 กรัม
ข้ันอธิบายความรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานเรอ่ื ง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยน้าหนัก เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงาน
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครปู ระเมินความรูค้ วามเขา้ ใจของนักเรียนโดยสงั เกตจากการทากจิ กรรมตา่ งๆ ท่ผี ่านมา และพิจารณาจากการทาใบ
งาน
2. ครูใหน้ ักเรยี นทากิจกรรมฝึกฝนทกั ษะเร่อื ง ความสัมพันธร์ ะหวา่ งหน่วยนา้ หนกั จากหนังสือเรยี น เปน็ การบา้ น แลว้
นาสง่ ครใู นการเรียนครง้ั ต่อไป
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ กิโลกรัม กรัม ขีด เป็นหน่วยวัดน้าหนักท่ีเป็นมาตรฐาน
โดยท่ี 1 มิลลเิ มตร เท่ากบั 1 ขดี 1 ขดี เทา่ กบั 100 กรมั 1 กิโลกรัม เทา่ กบั 1,000 กรมั
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมุด หรือในแบบฝกึ หัด
5. ครตู รวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกี่ยวกบั ความหมายของความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยน้าหนกั
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1.คาถามกระตนุ้
ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ ความคิด 70% ข้ึนไป ถือวา่
เข้าใจ (K) คาถาม ผ่านเกณฑ์การ
2. เขา้ ใจการบวก ลบ ประเมิน
ทักษะ/ เมอ่ื กาหนดโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั 1. ใบงาน เรื่อง 70% ขึน้ ไป ถือวา่
กระบวนการ (P) เวลาให้ สามารถวิเคราะหโ์ จทย์
ปญั หาและแสดงวธิ ีหาคาตอบได้ ความสัมพันธ์ระหวา่ ง ผ่านเกณฑ์การ
หน่วยน้าหนัก ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือวา่
รบั ผิดชอบตอ่ งานที่ส่ังและสง่ งาน พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ไดท้ ันตามที่กาหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3
2) แผนภมู แิ สดงความสัมพนั ธ์ของหน่วยน้าหนกั
3) ใบงาน เร่ือง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยน้าหนัก
7.2 แหล่งการเรียนรู้
ห้องเรยี น
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ รหิ าร
( ...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 9
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/……......……... ชอ่ื ผ้สู อน ………………………………………………………..
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 การวดั นา้ หนกั เร่ือง การเปรียบเทยี บน้าหนัก
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเกย่ี วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ทต่ี ้องการวัดและนาไปใช้
ตวั ช้วี ัด ป.3/9 เปรยี บเทยี บนา้ หนกั ระหวา่ งกิโลกรัมและกรัม เมตริกตนั กับกโิ ลกรัม จากสถานการณต์ ่างๆ
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การสือ่ สาร การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมคี วามคิดริเริม่
สร้างสรรค์
ตัวชีว้ ัด ป.1-3/1 ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปญั หา
ตวั ช้ีวัด ป.1-3/2 ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
ตัวชวี้ ัด ป.1-3/4 ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสอ่ื สาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง
ถกู ต้อง
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีดของส่ิงต่างๆ สองสิ่ง สิ่งที่มีน้าหนักเป็นกิโลกรัม
มากกวา่ จะหนกั กวา่ ถ้าน้าหนักเปน็ กิโลกรัมเท่ากัน สิ่งทีม่ นี า้ หนกั เป็นกรัมหรือเปน็ ขดี มากกวา่ จะหนักกว่า
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายการเปรยี บเทยี บน้าหนกั ได้ (K)
2. เขยี นแสดงการเปรยี บเทยี บนา้ หนักได้ (P)
3. นาความร้เู ก่ียวกบั การเปรยี บเทยี บนา้ หนักไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
การเปรียบเทยี บนา้ หนกั