3. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละคนดูตัวอย่างการหาพน้ื ทีข่ องรูปสีเ่ หลี่ยมมุมฉากโดยการนับตาราง โดยครตู ดิ บตั รภาพรปู ส่ีเหลี่ยม
มุมฉากบนกระดาน แลว้ นาแผ่นตารางเซนติเมตรมาวางเรยี งต่อกนั จนเต็มรปู พอดี แลว้ นบั จานวนแผ่นตารางเซนตเิ มตร
4. นกั เรียนทุกคนทาใบงานท่ี 10.4 เรอ่ื ง การหาพื้นท่ีของ รูปส่ีเหลย่ี มมมุ ฉากโดยการนบั ตาราง
5. ครใู ห้นกั เรียนค่เู ดมิ ผลัดกันอธบิ ายคาตอบจากใบงาน (ครอู าจกาหนดหมายเลขประจาคู่ที่ 1 จนถึงคสู่ ุดท้าย) จากนัน้
ครูเลือกนกั เรียน 1 คน จากคูท่ ี่ 1 ออกไปอธิบายคาตอบให้เพอื่ นฟงั หนา้ ช้นั เรยี น
6. นักเรยี นทกุ คนทากจิ กรรมฝกึ ทกั ษะเรื่อง การหาพ้ืนทข่ี อง รูปส่ีเหลีย่ มมมุ ฉาก ข้อ 1 จากหนงั สอื เรยี น เป็นการบ้านแลว้
นาสง่ ครูในวนั ถดั ไป
1. ขน้ั สรุป
ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปเกยี่ วกับการหาพื้นท่ีของ รูปสีเ่ หลย่ี มมุมฉากโดยการนับตาราง
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
80% ข้นึ ไป ถอื ว่าผ่าน
ความรูค้ วาม - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ เกณฑก์ ารประเมิน
เขา้ ใจ (K) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น
เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทกั ษะและ
กระบวนการ (P) 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
การทางานรายบุคคล/กลมุ่ กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม - แบบประเมนิ
รับผิดชอบต่องานท่สี ่ังและส่ง คุณลกั ษณะ
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด อนั พึงประสงค์
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมัน่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แผน่ ตารางเซนติเมตร
3) ใบงานที่ 10.4 เรื่อง การหาพื้นท่ขี องรูปส่ีเหลย่ี มมุมฉากโดยการนบั ตาราง
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
บตั รภาพ
ภาพที่ 1 ภาพที่ 2
ภาพที่ 3 ภาพท่ี 4
ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6
ภาพที่ 7 ภาพที่ 8
ภาพท่ี 9 ภาพท่ี 10
ภาพที่ 11 ภาพที่ 12
ใบงานท่ี 10.4 การหาพื้นรปู สเ่ี หล่ียมมุมฉากท่โี ดยใชต้ ารางนบั
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นหาพน้ื ทข่ี องรูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากตอ่ ไปน้ี โดยวธิ นี บั ตาราง เมอ่ื มพี น้ื ท่ี
1 ตารางเซนตเิ มตร
1.
รูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากรูปน้ี
มพี น้ื ท่ี ตารางเซนตเิ มตร
2.
รูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากรูปน้ี ตารางเซนตเิ มตร
มพี น้ื ท่ี
3. รูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากรปู น้ี
มพี น้ื ท่ี ตารางเซนตเิ มตร
4. รูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากรูปน้ี
มพี น้ื ท่ี ตารางเซนตเิ มตร
5.
รูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากรปู น้ี ตารางเซนตเิ มตร
มพี น้ื ท่ี
แผนที่ 64 สปั ดาหท์ ่ี 16
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชือ่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 9 รูปสเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก
เร่อื ง พ้ืนท่ีของรปู สเี่ หลี่ยมผืนผา้ และพ้ืนทขี่ องรูปสเี่ หลีย่ มจตั ุรสั
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกย่ี วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทตี่ อ้ งการวดั และนาไปใช้
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหว่างรูป
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชี้วดั ค 2.1 ป.4/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับความยาวรอบรูปและพ้นื ท่ขี องรปู สเ่ี หล่ยี มมุมฉาก
ตวั ชว้ี ัด ค 2.2 ป.4/2 สร้างรูปสี่เหลีย่ มมมุ ฉากเม่ือกาหนดความยาวของด้าน
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การหาพนื้ ทขี่ องรูปสี่เหลย่ี มมุมฉากโดยการคานวณ ทาได้โดยนาความกวา้ งคณู กับความยาวของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เพื่อให้นักเรียนเขา้ ใจการหาพ้นื ท่ีของรูปส่ีเหล่ียมมุมฉาก (K)
2. เพ่ือใหน้ กั เรียนหาพ้ืนท่ีของรปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากได้ (P)
3. รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
การหาพ้ืนทข่ี องรปู ส่ีเหลย่ี มมมุ ฉาก พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
ครูติดบัตรภาพรปู สี่เหลี่ยมมุมฉากบนกระดาน จากน้ันครสู ุม่ นกั เรียนออกมาหาพื้นทร่ี ปู สเี่ หลย่ี มดงั กล่าวโดยการนับ
ตาราง โดยครแู ละเพอ่ื นทีเ่ หลือร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สอน
1. ครใู ห้นักเรยี นทกุ คนศึกษาตัวอย่างการหาพน้ื ท่โี ดยการคานวณ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครูแจกบัตรภาพหรือบัตรโจทย์ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ (กลุ่มเดมิ จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1) ช่วยกนั หาพื้นท่ขี อง
รูปสี่เหลยี่ มมุมฉากจากข้อมูลทีก่ าหนดตามความรทู้ ่ีไดศ้ ึกษามา
3. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมาอธบิ ายวิธกี ารคานวณหาพนื้ ที่ของรูปสี่เหลยี่ มมมุ ฉาก พร้อมทง้ั นาเสนอวิธที าและคาตอบ
ท่คี านวณได้จากข้อมูลท่ีครกู าหนด
4. ครอู ธบิ ายความรู้เพ่ิมเตมิ ในส่วนท่ยี ังมีข้อบกพรอ่ งอยู่ และตรวจสอบความถกู ต้องของแต่ละกล่มุ
5. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
6. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มรว่ มกันคานวณหาพน้ื ที่ของโตะ๊ นักเรียน แลว้ สง่ ตัวแทนออกนาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน ครูและ
เพ่อื นกลุ่มอนื่ ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
7. นักเรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 10.5 เร่อื ง การหาพ้นื ท่ขี อง รูปสีเ่ หล่ียมมมุ ฉากโดยการคานวณ เสร็จเรียบรอ้ ยให้แต่ละ
กลมุ่ อธบิ ายแลกเปลย่ี นคาตอบจนสรุปคาตอบเปน็ มติกล่มุ
ขัน้ สรปุ
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับการหาพ้ืนทีโ่ ดยการคานวณ
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
จุดประสงค์
80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
ความรู้ความ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ เกณฑ์การประเมนิ
เขา้ ใจ (K) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะ/ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทักษะและ
กระบวนการ (P) 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผา่ น
การทางานรายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณิตศาสตร์
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม - แบบประเมิน
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ั่งและสง่ คุณลักษณะ
งานได้ทันตามที่กาหนด อันพึงประสงค์
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมัน่ ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4
2) บัตรภาพ
3) บัตรโจทย์
4) ใบงานท่ี 10.5 เรอ่ื ง การหาพน้ื ที่ของรปู สี่เหล่ยี มมุมฉากโดยการคานวณ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
บตั รภาพ
ภาพที่ 1 ภาพที่ 2
3 3
ซม. ซม.
7 9
ซมภ. าพท่ี 3 ซมภ.าพท่ี 4
4 4
ซม. ซม.
9 8
ซมภ. าพท่ี 5 ซมภ.าพท่ี 6
4 3
ซม. ซม.
10 ซม. 10 ซม.
ภาพท่ี 7 ภาพที่ 8
บตั รโจทย์
รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากกวา้ ง 3 เซนตเิ มตร ยาว 5 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากกวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ยาว 8 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากกวา้ ง 6 เซนตเิ มตร ยาว 9 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากกวา้ ง 7 เซนตเิ มตร ยาว 11 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากกวา้ ง 6 เซนตเิ มตร ยาว 12 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากกวา้ ง 8 เซนตเิ มตร ยาว 13 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากกวา้ ง 9 เซนตเิ มตร ยาว 15 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
รปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากกวา้ ง 4 เซนตเิ มตร ยาว 14 เซนตเิ มตร มพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเซนตเิ มตร
ใบงานที่ 10.5 เรือ่ ง การหาพนื้ ท่ีของรปู สเี่ หลย่ี มมมุ ฉากโดยการคานวณ
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นหาพื้นทขี่ องรปู สเ่ี หลยี่ มมุมฉากตอ่ ไปน้ีโดยการคานวณ
1. รูปสี่เหลีย่ มมมุ ฉาก กวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ยาว 6 เซนติเมตร มพี ืน้ ท่กี ่ตี ารางเซนตเิ มตร
สตู รการหาพ้นื ทข่ี องรปู ส่เี หลย่ี มมมุ ฉาก = x
ความกว้างของรูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก =
ความยาวของรปู สี่เหลีย่ มมุมฉาก =
ดงั นัน้ รปู สี่เหลย่ี มมมุ ฉากมีพน้ื ที่ = x ตารางเซนตเิ มตร
=
2. รูปส่เี หล่ยี มมมุ ฉากกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 7 เซนตเิ มตร มีพน้ื ท่ีกต่ี ารางเซนตเิ มตร
3. รูปสเ่ี หลีย่ มมุมฉากกวา้ ง 7 เซนติเมตร ยาว 8 เซนติเมตร มีพื้นท่กี ีต่ ารางเซนตเิ มตร
4. รปู สีเ่ หลย่ี มมมุ ฉากกว้าง 8 เซนตเิ มตร ยาว 9 เซนตเิ มตร มีพื้นท่กี ่ีตารางเซนติเมตร
แผนท่ี 65 สัปดาหท์ ี่ 17
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ช่ือผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 9 รูปสเ่ี หลยี่ มมมุ ฉาก
เรอ่ื ง การวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหาเก่ียวกับการหาพน้ื ที่
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเก่ยี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ทตี่ อ้ งการวัด และนาไปใช้
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 2.1 ป.4/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกับความยาวรอบรปู และพืน้ ทขี่ องรปู สี่เหลย่ี มมมุ ฉาก
ตัวช้วี ดั ค 2.2 ป.4/2 สรา้ งรปู สี่เหลยี่ มมุมฉากเม่ือกาหนดความยาวของดา้ น
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหาเกี่ยวกบั พื้นที่ จะตอ้ งวเิ คราะห์โจทย์ โดยการอ่านโจทย์ให้เข้าใจ รู้สิง่ ทโี่ จทยก์ าหนด และสิ่ง
ที่โจทย์ถาม
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เพื่อให้นักเรียนเขา้ ใจการวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหาเกียวกบั การหาพน้ื ที่ (K)
2. เพือ่ ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั การหาพื้นทไ่ี ด้ (P)
3. รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
การแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั พน้ื ท่ี พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ครูอธิบายให้นกั เรยี นเข้าใจเก่ียวกบั การวิเคราะห์โจทยป์ ัญหาวา่ นักเรียนจะตอ้ งอ่านโจทย์ให้เข้าใจ แลว้ วเิ คราะห์
วา่ ส่งิ ทีโ่ จทยก์ าหนดให้คืออะไร และส่งิ ที่โจทย์ถามคืออะไร
ขนั้ สอน
1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาใบความรู้เร่ือง การวเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหาเก่ียวกับพนื้ ท่ี
2. นกั เรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันอภปิ รายแลกเปล่ียนความรคู้ วามเข้าใจกนั
3. ครูยกตวั อย่างการวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหาเกี่ยวกบั พนื้ ทีบ่ นกระดานใหน้ ักเรียนดู โดยเน้นใหน้ กั เรียนอ่านโจทย์ปัญหา
ให้เข้าใจและฝึกสงั เกตอยา่ งถ่ีถ้วน
4. ครแู จกบัตรโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกบั พื้นที่ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ฝกึ วเิ คราะห์ โดยเขยี นลงในสมุดของแต่ละคน แล้วส่ง
ตวั แทนออกนาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น ครเู นน้ ย้ากับนกั เรียนว่า ให้นกั เรยี นอา่ นโจทย์ปัญหา แลว้ วเิ คราะห์ว่า สง่ิ ท่โี จทย์
กาหนดคืออะไร และสงิ่ ท่ีโจทยถ์ าม คืออะไร
ขน้ั สรุป
นกั เรียนรว่ มกนั สรุปเกยี่ วกบั หลกั การวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั พื้นท่ี
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
จุดประสงค์
80% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น
ความรู้ความ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ เกณฑ์การประเมนิ
เข้าใจ (K) 80% ขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
ทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด เกณฑก์ ารประเมิน
กระบวนการ (P)
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) เกณฑก์ ารประเมิน
การทางานรายบุคคล/กลมุ่ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมีความ - แบบประเมนิ
รับผดิ ชอบต่องานทสี่ ั่งและส่ง คุณลักษณะ
งานไดท้ ันตามท่กี าหนด อันพงึ ประสงค์
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1) ใบความรู้ เรอ่ื ง การวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั พนื้ ท่ี
2) บัตรโจทย์ปัญหา
3) ใบงานที่ 10.6 เรื่อง การวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับพ้นื ท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ............................
......................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
ใบความรู้
การวเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั พ้นื ท่ี
การวิเคราะห์โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั พ้นื ที่ ทาไดโ้ ดยอา่ นโจทยป์ ญั หา แลว้ วิเคราะหใ์ นหัวข้อตอ่ ไปนี้
- สิ่งท่โี จทยก์ าหนดให้คืออะไร
- สิ่งท่ีโจทย์ถามคอื อะไร
ตัวอยา่ งท่ี 1 สนามรปู สี่เหลี่ยมกวา้ ง 40 เมตร ยาว 50 เมตร สนามมีพื้นท่ีกี่ตารางเมตร
วิเคราะหโ์ จทยไ์ ด้ ดังนี้
- สง่ิ ที่โจทยก์ าหนดให้ คอื ความกว้างและความยาวของสนาม
- สิ่งทีโ่ จทยถ์ าม คอื สนามมีพน้ื ทกี่ ตี่ ารางเมตร
ตวั อยา่ งท่ี 2 โตะ๊ อาหารกว้าง 2 เมตร ยาว 9 เมตร ถ้านาโตะ๊ อาหาร 2 ตัววางต่อกันจะมพี ้ืนที่กีต่ ารางเมตร
วิเคราะห์โจทยไ์ ด้ ดงั นี้
- สิ่งทโ่ี จทย์กาหนดให้ คือ ความกว้างและความยาวของโตะ๊ อาหาร 1 ตัว
- สิง่ ที่โจทยถ์ าม คอื โต๊ะอาหารสองตัววางตอ่ กันมีพน้ื ท่ีกี่ตารางเมตร
บตั รโจทยป์ ัญหา
สนามรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 20 เมตร ยาว 30 เมตร สนามมพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเมตร
แผน่ กระเบอ้ื งรปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั ยาวดา้ นละ 26 เซนตเิ มตร แผน่ กระเบอ้ื ง
มพี น้ื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
กระดานดารปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 110 เซนตเิ มตร ยาว 350 เซนตเิ มตร
กระดานดามพี น้ื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
พน้ื หอ้ งรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 11 เมตร ยาว 14 เมตร ถา้ แบง่ ครง่ึ พน้ื หอ้ ง
เท่าๆ กนั แต่ละสว่ นจะมพี น้ื ทเ่ี ทา่ ไร
ผา้ เชด็ ตวั ยาว 160 เซนตเิ มตร กวา้ ง 60 เซนตเิ มตร ถา้ นาผา้ เชด็ ตวั ขนาด
เดยี วกนั มาวางตอ่ กนั 2 ผนื จะมพี ้นื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
พน้ื หอ้ งเรยี นทุกหอ้ งกวา้ ง 6 เมตร ยาว 8 เมตร ถา้ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษา
ปีท่ี 4 มี 6 หอ้ ง จะมพี น้ื ทท่ี งั้ หมดเทา่ ไร
พน้ื โต๊ะรปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก กวา้ ง 60 เซนตเิ มตร ยาว 80 เซนตเิ มตร
พน้ื โต๊ะตวั น้มี พี น้ื ทเ่ี ทา่ ไร
ใบงานที่ 10.6 เรือ่ ง การวเิ คราะห์โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับพื้นท่ี
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นวเิ คราะห์โจทย์ปญั หาตอ่ ไปนี้
1. สนามรปู สเี่ หล่ียมผนื ผ้า กวา้ ง 50 เมตร ยาว 60 เมตร สนามมพี น้ื ทก่ี ี่ตารางเมตร
- สง่ิ ทโ่ี จทยก์ าหนดให้
- สง่ิ ทโ่ี จทยถ์ าม
2. แผ่นกระเบ้ืองรปู สี่เหล่ยี มจัตรุ สั ยาวด้านละ 27 เซนติเมตร แผ่นกระเบอ้ื งมีพื้นท่ีกี่ตารางเซนติเมตร
- สิ่งทโ่ี จทยก์ าหนดให้
- สิง่ ที่โจทยถ์ าม
3. กระดานดารูปสีเ่ หลยี่ มผืนผา้ กว้าง 120 เซนตเิ มตร ยาว 360 เซนติเมตร กระดานดามพี น้ื ที่
ก่ีตารางเซนตเิ มตร
- สิ่งทโ่ี จทยก์ าหนดให้
- ส่ิงที่โจทยถ์ าม
4. พ้ืนห้องรูปสเ่ี หลี่ยมผนื ผา้ กวา้ ง 12 เมตร ยาว 16 เมตร ถ้าแบง่ คร่งึ พนื้ หอ้ งเท่าๆ กัน แตล่ ะส่วนจะมี
พื้นทีเ่ ท่าไร
- ส่งิ ที่โจทย์กาหนดให้
- สิ่งที่โจทย์ถาม
5. ผา้ เชด็ ตัวยาว 170 เซนตเิ มตร กว้าง 70 เซนติเมตร ถา้ นาผา้ เชด็ ตัวขนาดเดยี วกนั มาวางต่อกัน 2 ผืน
จะมพี ้ืนท่ีกต่ี ารางเซนติเมตร
- สงิ่ ที่โจทย์กาหนดให้
- สง่ิ ที่โจทยถ์ าม
6. หอ้ งเรยี นทุกหอ้ งกวา้ ง 7 เมตร ยาว 9 เมตร ถ้าระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 มี 7 หอ้ ง จะมีพ้ืนท่ีทั้งหมด
เทา่ ไร
- สง่ิ ทีโ่ จทย์กาหนดให้
- สิ่งทโ่ี จทยถ์ าม
แผนที่ 66 สปั ดาห์ท่ี 17
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชอื่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 9 รปู ส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
เรอ่ื ง การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หาเกีย่ วกับพนื้ ที่
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกี่ยวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ีตอ้ งการวัด และนาไปใช้
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.4/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู และพืน้ ท่ขี องรูปสเ่ี หลี่ยมมุมฉาก
ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/2 สร้างรปู สเ่ี หล่ียมมุมฉากเม่ือกาหนดความยาวของดา้ น
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ยี วกับพื้นที่ จะต้องวิเคราะห์โจทยป์ ัญหาก่อนแลว้ จงึ บอกไดว้ ่าต้องหาคาตอบโดยวิธใี ด
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพ่อื ใหน้ กั เรียนเข้าใจการวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หาเกย่ี วกับพ้ืนท่ี (K)
2. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นสามารถวางแผนแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวพน้ื ที่ได้ (P)
3. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกับพ้นื ที่ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเกีย่ วกับการวางแผนแก้โจทย์ปญั หาวา่ เป็นการวิเคราะห์โจทย์ปัญหาก่อน แลว้ จงึ
วางแผนเพอื่ บอกวา่ ต้องหาคาตอบโดยวิธีใด
2. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ียวกบั พ้นื ที่ ส่งิ สาคญั ท่ีสุดคอื อะไร
ขน้ั สอน
1. นกั เรียนกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1) จบั ค่กู ัน แลว้ ให้แต่ละคู่ร่วมกันศกึ ษาใบความรู้เร่อื ง การ
วางแผน
แก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับพ้ืนท่ี
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายแลกเปลีย่ นความรคู้ วามเข้าใจกัน
3. ครูเขียนตวั อย่างการวางแผนแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกบั พ้ืนที่
บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนอ่านโจทยป์ ญั หาอย่างรอบคอบและฝกึ สังเกตอยา่ งถีถ่ ้วน
4. ครแู จกบตั รโจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั พื้นท่ี (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 ) ใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ ฝึกวางแผนแก้โจทย์
ปญั หาเก่ียวกับพื้นที่ โดยครแู นะนาให้กบั นักเรียนว่า ให้นกั เรยี นอ่านโจทยป์ ญั หา แล้ววเิ คราะหว์ า่ สิ่งท่ีโจทย์กาหนดคือ
อะไร และ
สงิ่ ทีโ่ จทย์ถามคอื อะไร โดยสังเกตจากข้อความของโจทยป์ ญั หา แลว้ วางแผนว่าต้องหาคาตอบโดยวิธีใด
5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด สว่ นทา้ ยสุดของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับพ้ืนที่คืออะไร
ขน้ั สรุป
นกั เรยี นทกุ คนรว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกับหลกั การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั พ้ืนที่
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ น
ความร้คู วาม - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ เกณฑ์การประเมนิ
เข้าใจ (K) - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ
ทกั ษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมินทกั ษะและ
กระบวนการ (P) 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
การทางานรายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ - แบบประเมนิ
รับผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ่ังและสง่ คณุ ลกั ษณะ
งานไดท้ ันตามที่กาหนด อนั พงึ ประสงค์
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1) ใบความรเู้ รอ่ื ง การวางแผนแก้โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับพ้ืนท่ี
2) บัตรโจทย์ปัญหา
3) ใบงานที่ 10.7 เรอ่ื ง การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับพ้นื ท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................... ................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
ใบความรู้
การวางแผนแกโ้ จทย์ปัญหาเกยี่ วกบั พน้ื ท่ี
การวางแผนการแก้โจทย์ปญั หาเก่ยี วกับพื้นที่ ทาได้โดยอ่านโจทย์ปัญหา แล้ววางแผนการแก้โจทยป์ ัญหา
ในหัวข้อตอ่ ไปนี้
- สงั เกตจากข้อความของโจทย์
- จึงหาคาตอบโดย
ตวั อยา่ งที่ 1 สนามรูปสีเ่ หลย่ี มกว้าง 40 เมตร ยาว 50 เมตร สนามมีพื้นทก่ี ่ตี ารางเมตร
วางแผนการแก้โจทยป์ ัญหาได้ ดังน้ี
- สังเกตจากข้อความ สนามมีความกวา้ งและความยาว จึงหาพ้นื ทีโ่ ดยหาผลคณู ของความกวา้ ง
และความยาว
- จึงต้องหาคาตอบโดย วธิ ีคูณ
ตัวอยา่ งท่ี 2 โตะ๊ โรงอาหารกวา้ ง 2 เมตร ยาว 9 เมตร ถ้านาโต๊ะโรงอาหาร 2 ตวั วางต่อกนั จะมพี นื้ ทก่ี ีต่ ารางเมตร
วางแผนการแก้โจทยป์ ญั หาได้ ดังน้ี
- สงั เกตจากขอ้ ความ โต๊ะโรงอาหารมีความกวา้ งและความยาว แลว้ นามาวางต่อกัน จงึ หาพ้นื ที่
ของโตะ๊ สองตวั ไดโ้ ดยหาผลคูณของความกว้างและความยาว แลว้ นามาคูณดว้ ย 2
- จึงต้องหาคาตอบโดย วธิ ีคูณ
ใบงานท่ี 10.7 เรอื่ ง การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกับพน้ื ท่ี
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหาต่อไปน้ี
1. สนามรูปส่เี หลย่ี มผืนผ้า กวา้ ง 50 เมตร ยาว 60 เมตร สนามมีพืน้ ท่กี ่ีตารางเมตร
- โดยสังเกตจาก
- ซ่งึ ต้อง
- จงึ หาคาตอบโดยวิธี
2. แผ่นกระเบือ้ งรปู ส่เี หลย่ี มจัตรุ ัสยาวดา้ นละ 27 เซนติเมตร แผน่ กระเบ้อื งมพี ืน้ ทกี่ ี่ตารางเซนติเมตร
- โดยสงั เกตจาก
- ซึ่งต้อง
- จงึ หาคาตอบโดยวธิ ี
3. กระดานดารูปส่เี หลี่ยมผืนผ้ากว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 360 เซนติเมตร กระดานดามพี น้ื ที่
กี่ตารางเซนตเิ มตร
- โดยสังเกตจาก
- ซ่งึ ตอ้ ง
- จึงหาคาตอบโดยวธิ ี
4. พื้นห้องรูปส่ีเหลีย่ มผนื ผา้ กวา้ ง 12 เมตร ยาว 16 เมตร ถ้าแบง่ ครง่ึ พ้นื ห้องเทา่ ๆ กัน แตล่ ะสว่ นจะมี
พ้นื ทีเ่ ทา่ ไร
- โดยสงั เกตจาก
- ซ่งึ ต้อง
- จงึ หาคาตอบโดยวิธี
5. ผา้ เชด็ ตวั ยาว 170 เซนตเิ มตร กวา้ ง 70 เซนติเมตร ถา้ นาผ้าเช็ดตวั ขนาดเดียวกันมาวางต่อกัน 2 ผืน
จะมีพื้นท่ีกีต่ ารางเซนตเิ มตร
- โดยสงั เกตจาก
- ซ่ึงตอ้ ง
- จงึ หาคาตอบโดยวธิ ี
แผนท่ี 67-68 สัปดาห์ท่ี 17
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชอื่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 9 รูปสี่เหล่ียมมุมฉาก
เร่ือง การแสดงวิธที าและหาคาตอบโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั พื้นที่
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ตี อ้ งการวัด และนาไปใช้
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชี้วดั ค 2.1 ป.4/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ความยาวรอบรูปและพน้ื ที่ของรูปสเี่ หล่ียมมมุ ฉาก
ตัวชวี้ ดั ค 2.2 ป.4/2 สรา้ งรูปส่เี หล่ียมมุมฉากเม่ือกาหนดความยาวของด้าน
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแสดงวิธที าและหาคาตอบโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับพื้นท่ี ต้องเรมิ่ จากการวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา การวางแผนแก้โจทย์
ปัญหา แลว้ เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ และแสดงวิธที า แลว้ หาคาตอบพร้อมท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจการแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั พนื้ ท่ี (K)
2. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกบั พนื้ ท่ี (P)
3. รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถน่ิ
การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกบั พน้ื ที่ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
1. ครูให้นกั เรียนกล่มุ เดิม (จากแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 ) ทบทวนหลักการวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั พนื้ ที่
โดย ครแู จกบัตรโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับพน้ื ท่ใี ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ กลุ่มละ 1 ข้อ แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันศึกษา
และพจิ ารณาว่า โจทย์กาหนดอะไรมาให้บา้ ง และสง่ิ ที่โจทยถ์ ามคืออะไร
2. ครสู มุ่ ตวั แทนนักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมาวเิ คราะห์การแกโ้ จทย์ บนกระดาน โดยมีครูให้คาแนะนากบั นักเรยี นท่ยี ัง
มีข้อบกพรอ่ งอยู่ และชมเชยนกั เรยี นทที่ าได้ถูกต้อง
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด การวเิ คราะห์โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั พื้นท่มี ีหลกั
ในการวเิ คราะห์อย่างไร
ขน้ั สอน
1. ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มวางแผนแก้โจทย์ปัญหาที่ครูแจกให้ โดยดตู วั อย่างจากหนงั สอื เรียน และครู
ยกตวั อย่างการวางแผนการแก้โจทยป์ ัญหาตามประเด็นต่อไปนี้
- สงั เกตจากขอ้ ความทโ่ี จทยก์ าหนดให้
- วางแผนหาคาตอบโดยวธิ ใี ด
โดยครชู ี้ประเด็นสาคัญให้นกั เรยี นเขา้ ใจว่า การวางแผน การแก้โจทย์ปญั หานัน้ นกั เรยี นจะต้องอ่านโจทย์ปญั หาให้
เขา้ ใจอย่างถอ่ งแท้ และหาจดุ ท่ีสงั เกตได้ว่า ข้อความใดในโจทย์ท่สี ามารถนามาใช้แกโ้ จทยป์ ัญหาได้
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด การวางแผนการแก้โจทย์ปญั หาเกย่ี วกับพ้ืนที่ นักเรยี นตอ้ งสังเกตจาก
อะไรเปน็ สาคญั
3. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มรว่ มกันเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ แสดงวิธที า และหาคาตอบตามแผนทีว่ างไว้
4. ครเู ลือกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมาแสดงวธิ ีทาและหาคาตอบหนา้ ชนั้ เรียน โดยมีครูคอยให้คาแนะนาแก่
นักเรียนทย่ี ังมีข้อบกพรอ่ งอยู่
5. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบที่คานวณได้ โดยพจิ ารณาจากความ
สมเหตุสมผลของคาตอบ
6. ครใู ห้นกั เรยี นทกุ คนทาใบงานที่ 10.8 เรื่อง การแสดงวธิ ีทาและหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับพน้ื ที่
เสร็จแล้วนาสง่ ครตู รวจ
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด การตรวจสอบคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกบั พ้ืนที่ ตอ้ งพจิ ารณาจาก
อะไร
ขน้ั สรุป
นักเรยี นทุกคนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกบั หลักการแสดงวธิ ีทาและหาคาตอบเกี่ยวกบั โจทย์ปญั หาการหาพื้นท่ี
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
80% ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่าน
ความรู้ความ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ เกณฑ์การประเมิน
เข้าใจ (K) 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผา่ น
ทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมนิ
กระบวนการ (P)
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมินทกั ษะและ 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) เกณฑก์ ารประเมนิ
การทางานรายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม - แบบประเมนิ
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สัง่ และส่ง คณุ ลักษณะ
งานไดท้ นั ตามทีก่ าหนด อนั พงึ ประสงค์
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4
2) บตั รโจทยป์ ญั หา
3) ใบงานที่ 10.8 เรอื่ ง การแสดงวิธที าและหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั พ้นื ท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................... ..
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
บตั รโจทยป์ ัญหา
สนามรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 15 เมตร ยาว 25 เมตร สนามมพี น้ื ท่ี
กต่ี ารางเมตร
แผน่ กระเบอ้ื งรปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั ยาวดา้ นละ 32 เซนตเิ มตร แผน่ กระเบอ้ื ง
มพี น้ื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
กระดานดารปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 110 เซนตเิ มตร ยาว 320 เซนตเิ มตร
กระดานดามพี น้ื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
หอ้ งรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 11 เมตร ยาว 14 เมตร ถา้ แบ่งครง่ึ หอ้ งเทา่ ๆ กนั
แต่ละสว่ นจะมพี น้ื ทเ่ี ทา่ ไร
ผา้ เชด็ ตวั ยาว 140 เซนตเิ มตร กวา้ ง 45 เซนตเิ มตร ถา้ นาผา้ เชด็ ตวั ขนาด
เดยี วกนั มาวางตอ่ กนั 3 ผนื จะมพี น้ื ทก่ี ต่ี ารางเซนตเิ มตร
หอ้ งเรยี นทุกหอ้ งกวา้ ง 6 เมตร ยาว 8 เมตร ถา้ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
มี 5 หอ้ ง จะมพี น้ื ทท่ี งั้ หมดเทา่ ไร
ตใู้ สห่ นงั สอื ในหอ้ งสมดุ กวา้ ง 90 เซนตเิ มตร ยาว 280 เซนตเิ มตร ถา้ มี
ตหู้ นงั สอื แบบเดยี วกนั 4 ตู้ จะมพี น้ื ทส่ี าหรบั ใสห่ นงั สอื เท่าไร
ใบงานที่ 10.8 เรือ่ ง การแสดงวิธที าและหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั พ้นื ท่ี
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นวเิ คราะห์โจทย์ วางแผนแก้โจทย์ปญั หา เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงวธิ ที า
และหาคาตอบของโจทย์ปญั หาตอ่ ไปน้ี
1. สนามรูปสเ่ี หลีย่ มผืนผ้ากวา้ ง 50 เมตร ยาว 60 เมตร สนามมีพน้ื ทีก่ ต่ี ารางเมตร
- สิ่งทโี่ จทย์กาหนดให้ คอื
- สง่ิ ทีโ่ จทย์ถาม คือ
- โดยสังเกตจากข้อความ
- จึงหาคาตอบโดยวิธี
- เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ คือ
- วธิ ีทา
- ตอบ
2. แผน่ กระเบ้ืองรูปส่ีเหล่ียมจัตุรสั ยาวดา้ นละ 27 เซนตเิ มตร แผน่ กระเบื้องมพี ืน้ ทกี่ ่ตี ารางเมตร
- สงิ่ ท่โี จทย์กาหนดให้ คือ
- สงิ่ ท่ีโจทย์ถาม คอื
- โดยสงั เกตจากข้อความ
- จงึ หาคาตอบโดยวิธี
- เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์ คือ
- วิธีทา
- ตอบ
แผนท่ี 69 สปั ดาห์ท่ี 18
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 9 รปู ส่เี หลี่ยมมมุ ฉาก ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรื่อง การแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกบั พ้นื ท่ี
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงที่ตอ้ งการวัด และนาไปใช้
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหว่างรูป
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั ค 2.1 ป.4/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ความยาวรอบรปู และพนื้ ทขี่ องรปู สี่เหลีย่ มมุมฉาก
ตัวช้วี ดั ค 2.2 ป.4/2 สรา้ งรปู ส่เี หลีย่ มมมุ ฉากเม่ือกาหนดความยาวของดา้ น
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกับพืน้ ที่ ต้องใช้ทกั ษะความรพู้ ืน้ ฐานทางคณติ ศาสตร์ มาวเิ คราะห์ แสดงวธิ ีทา และหา
คาตอบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นเข้าใจการวเิ คราะห์โจทย์ แสดงวธิ ีทา และคานวณหาคาตอบโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั พ้ืนทไ่ี ด้ (K)
2. เพอื่ ใหน้ ักเรียนสามารถวิเคราะห์โจทย์ แสดงวธิ ที า และคานวณหาคาตอบโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั พืน้ ทไี่ ด้ (P)
3. รับผิดชอบต่อหน้าที่ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
การแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับพื้นท่ี พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา
1. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
2. ครใู ห้นักเรยี นทุกคนช่วยกนั บอกขัน้ ตอนการแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั พื้นที่
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด ขั้นตอนสาคัญในการแกโ้ จทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั พ้ืนทมี่ อี ะไรบ้าง
ขน้ั สอน
1. ครูแจกใบงานที่ 10.9 เร่อื ง การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั พ้นื ที่ ให้นักเรียนแต่ละกล่มุ (กลุ่มเดิมจากแผนการ
จัดการเรยี นรทู้ ่ี 1) จากนนั้ ใหส้ มาชกิ กลมุ่ แบ่งหนา้ ทก่ี นั ดังนี้
- สมาชกิ คนท่ี 1 มีหนา้ ทอี่ ่านโจทย์ปัญหา
- สมาชกิ คนที่ 2 มหี น้าท่ีวเิ คราะหโ์ จทย์
- สมาชิกคนท่ี 3 มีหนา้ ท่หี าคาตอบของโจทย์
- สมาชกิ คนท่ี 4 มหี น้าท่ตี รวจสอบคาตอบว่า มีความ
สมเหตุสมผลหรือไม่
2. สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ หมนุ เวยี นเปลยี่ นหนา้ ทก่ี ันทาโจทยข์ อ้ ตอ่ ไปจนเสรจ็ ทุกขอ้
3. ครูเฉลยคาตอบ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มผลัดกนั ตรวจคาตอบ และรวบรวมใบงานสง่ ครู จากนนั้ ครปู ระกาศผลกล่มุ ท่ีได้
คะแนนสูงสุด
ขน้ั สรปุ
นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ขัน้ ตอนการแกโ้ จทย์ปัญหาเกย่ี วกบั พื้นท่ีอีกคร้ัง เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
ความรูค้ วาม - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ เกณฑ์การประเมนิ
เขา้ ใจ (K) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ
กระบวนการ (P) 80% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น
การทางานรายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณติ ศาสตร์
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ - แบบประเมิน
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ั่งและสง่ คณุ ลักษณะ
งานได้ทันตามที่กาหนด อนั พึงประสงค์
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) ใบงานท่ี 10.9 เรอ่ื ง การแก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั พืน้ ท่ี
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
ใบงานที่ 10.9 เรือ่ ง การแก้โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั พน้ื ท่ี
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั วิเคราะห์ แสดงวธิ ีทา และหาคาตอบโจทย์ปญั หาเกยี่ วกับพ้นื ท่ตี ่อไปน้ี
1. ตอ้ งการปูกระเบื้องในหอ้ งเรียนรปู สีเ่ หล่ยี มผืนผ้ากว้าง 7 เมตร ยาว 12 เมตร พื้นท่ีทต่ี ้องปูกระเบอ้ื งมี
ก่ีตารางเมตร
- สง่ิ ทีโ่ จทย์กาหนดให้
- ส่งิ ทีโ่ จทย์ถาม
- วางแผนแก้ปัญหา
- วธิ ที า
- ตอบ
2. กระดานดารปู ส่ีเหลย่ี มผืนผ้ากวา้ ง 120 เซนติเมตร ยาว 380 เซนติเมตร กระดานดามพี ื้นที่
กี่ตารางเซนติเมตร
- ส่ิงที่โจทย์กาหนดให้
- สง่ิ ทโ่ี จทยถ์ าม
- วางแผนแก้ปัญหา
- วธิ ีทา
- ตอบ
แผนท่ี 70 สปั ดาหท์ ี่ 18
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 10 การนาเสนอข้อมูล
เร่อื ง การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการแกป้ ญั หา
ตวั ช้วี ดั ค 3.1 ป.4/1 ใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิแทง่ ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เป็นการเก็บรวบรวมขอ้ ความหรือตวั เลขโดยวิธตี ่างๆ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพ่อื ให้นกั เรียนเข้าใจการเก็บรวบรวมขอ้ มูลตามทีก่ าหนดหรอื ทีน่ ักเรียนสนใจได้ (K)
2. เพ่ือให้นกั เรยี นสามารถเกบ็ รวบรวมข้อมลู ตามทก่ี าหนดหรือท่นี ักเรียนสนใจได้ (P)
3. รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลุม่ กลุม่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ ง
ออ่ น และอ่อน แลว้ ให้แต่ละกลุ่มดูสถติ ิการมาเรียนของนกั เรยี น จากเอกสารประกอบการสอน แลว้ ชว่ ยกันอภิปรายว่า
สถิติการมาเรยี นของนกั เรียนเป็นข้อมูลประเภทใด จากนนั้ ครูอธิบายใหน้ ักเรยี นเข้าใจว่า สถิติการมาเรยี นของนกั เรียน
เป็นข้อมูลตวั เลข
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิด การนาเสนอข้อมลู จากข้อความและตัวเลขมีหลัก ท่ีสาคญั อย่างไร
ขน้ั สอน
1. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศกึ ษาใบความรเู้ ร่ือง การเก็บรวบรวมข้อมลู หรอื จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ แล้ว
ร่วมกันอภปิ รายวา่ การเก็บรวบรวมข้อมลู ทาไดโ้ ดยวิธีใดบ้าง แลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบันทึกการอ่าน โดยครูเนน้ ย้าให้
นักเรยี น
เข้าใจว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลทาไดห้ ลายวิธี เช่น การนบั การสมั ภาษณ์ เปน็ ต้น
2. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกสารวจข้อมูลสถติ ิการมาเรยี น ของนกั เรียนในระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทกุ หอ้ ง โดย
ให้นักเรียนแต่ละกลุม่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลสถิติการมาเรียนของนักเรยี นในวันน้โี ดยการนับ และสอบถามจากครปู ระจาชน้ั
3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การเก็บรวบรวมข้อมลู มหี ลกั การอยา่ งไร จงอธบิ าย
4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาอธบิ ายถึงข้อมลู และการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และนาเสนอสถติ จิ านวนนกั เรียนระดับชั้น
ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ที่มาเรียนในวันน้ี จากการนบั และจากการสอบถามครปู ระจาชั้นหน้าช้ันเรียน
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันวิเคราะหว์ า่ การเก็บรวบรวมข้อมลู ดังกลา่ ววธิ ีใดท่ีมีความถูกตอ้ ง รวดเร็ว และสะดวกทีส่ ดุ
6. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปว่า การเกบ็ รวบรวมข้อมูลทาไดห้ ลายวิธี เช่น การสมั ภาษณ์ การสอบถาม การนับ เป็น
ต้น
7. ครแู จกกระดาษให้นักเรยี นเขยี นวชิ าทน่ี ักเรียนชืน่ ชอบมากท่ีสุดมา 1 วิชาสง่ ครู จากน้ันครสู มุ่ นกั เรยี น 2 คน ออกมา
หน้าชั้นเรยี น โดยใหน้ ักเรียน 1 คน เป็นผู้อ่านข้อมูลท่ีเพื่อนๆ ส่งมา และนกั เรียนอกี คนเขยี นสรปุ ขอ้ มลู บนกระดาน
แล้วชว่ ยกนั นบั ว่า เพ่ือนๆ ในห้องชอบเรียนวิชาอะไรบ้าง โดยครชู ้แี นะใหน้ ักเรียนเขา้ ใจถงึ วิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ดงั กล่าว แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั สรปุ ขอ้ มลู
8. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 6.1 เรอื่ ง การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
9. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด การเกบ็ รวบรวมข้อมลู นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างไร
ขน้ั สรุป
นักเรียนร่วมกนั สรุปขนั้ ตอนการเก็บรวบรวมข้อมลู
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
80% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
ความร้คู วาม - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ เกณฑ์การประเมิน
เข้าใจ (K) 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
ทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ (P)
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถอื ว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนิสยั (A) เกณฑ์การประเมนิ
การทางานรายบุคคล/กลมุ่ กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ - แบบประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ง่ั และสง่ คุณลักษณะ
งานได้ทันตามท่กี าหนด อันพึงประสงค์
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1) ใบความรเู้ ร่อื ง การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
2) เอกสารประกอบการสอน
3) ใบงานที่ 6.1 เรือ่ ง การเก็บรวบรวมข้อมูล
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
ใบความรู้
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
ขอ้ มูล หมายถึง ขอ้ เทจ็ จรงิ ทีเ่ ปน็ ตัวเลข หรือไม่เปน็ ตวั เลขก็ไดท้ ่ีเราสนใจจะศึกษา การทาความเข้าใจ
ข้อมูลทเี่ ก็บรวบรวมมาน้ันมคี วามสาคัญมาก เพราะจะนาไปสขู่ ัน้ ตอนการจาแนกขอ้ มูล
ข้อมูลที่เป็นตัวเลข เชน่ จานวนนกั เรียนโรงเรยี นอกั ษรวทิ ย์มี 2,359 คน ข้อมูลท่ีไม่เปน็ ตัวเลข เช่น
จากการสังเกตพบวา่ นักเรยี นในโรงเรียนอกั ษรวทิ ย์สว่ นใหญม่ าโรงเรยี นสาย
วธิ ีเกบ็ รวบรวมข้อมูลมีหลายวิธี เชน่
- การนบั
- การสมั ภาษณ์
- การสารวจ
- การสงั เกต
เป็นต้น
เอกสารประกอบการสอน
สถติ กิ ารมาเรยี นของนกั เรียน
สถติ ิการมาเรียนของนักเรียนโรงเรยี นเด็กเกง่ วทิ ยา
วนั พฤหัสบดีท่ี 9 สงิ หาคม 2555
ระดบั ชน้ั จานวนนักเรียนทงั้ หมด มาเรียน ไม่มา
ป. 1 40 คน 39 คน 1 คน
ป. 2 50 คน 48 คน 2 คน
ป. 3 45 คน 45 คน - คน
ป. 4 40 คน 37 คน 3 คน
ป. 5 34 คน 30 คน 4 คน
ป. 6 30 คน 30 คน - คน
รวม 239 คน 229 คน 10 คน
ใบงานที่ 6.1 เรือ่ ง การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้
1. ข้อมลู มีลักษณะอย่างไร ๙๙๙
ตอบ
2. ยกตัวอยา่ งขอ้ มลู ท่ีเปน็ ตัวเลข ๙๙๙
ตอบ
3. ยกตวั อยา่ งการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มา 4 วิธี
ตอบ1 ๙๙๙
2 ๙๙๙
3 ๙๙๙
4 ๙๙๙
4. ยกตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมลู ด้วยการนับ
ตอบ ๙๙๙
5. ยกตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูลดว้ ยการสมั ภาษณ์
ตอบ ๙๙๙
แผนที่ 71 สปั ดาหท์ ี่ 18
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชอ่ื ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 การนาเสนอข้อมลู
เรือ่ ง การจาแนกข้อมูล
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ัญหา
ตัวชี้วดั ค 3.1 ป.4/1 ใชข้ อ้ มูลจากแผนภมู ิแทง่ ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การจาแนกขอ้ มูล เป็นการนาข้อมูลมาจัดให้เปน็ หมวดหมู่ หรอื เรียงลาดับในลกั ษณะต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ทเ่ี ราจะนา
ข้อมลู นน้ั ๆ ไปใช้ จากน้ันจึงนาเสนอขอ้ มลู ในรูปแบบต่างๆ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เพอื่ ให้นกั เรียนเข้าใจการจาแนกขอ้ มูลทกี่ าหนดใหห้ รือตามทน่ี ักเรียนสนใจออกเป็นหมวดหมไู่ ด้ (K)
2. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นสามารถจาแนกขอ้ มลู ท่กี าหนดให้หรอื ตามท่นี ักเรียนสนใจออกเป็นหมวดหมู่ได้ (P)
3. รับผิดชอบต่อหน้าที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถิ่น
การจาแนกขอ้ มลู พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูแจกบตั รคาถามให้นกั เรียนกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) โดยแต่ละกลุ่มไดร้ ับบตั รคาถามไม่เหมอื นกนั
ดังน้ี
- กีฬาท่นี กั เรียนชอบเลน่ คืออะไร
- อาหารทีน่ ักเรียนชอบรบั ประทานคอื อะไรบา้ ง
- งานอดเิ รกท่นี กั เรยี นทาคอื อะไร
- จานวนสมาชกิ ในครอบครวั ของนักเรยี นมีกคี่ น
จากนั้นใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ สอบถามเพอื่ นในกลุ่มตามบตั รคาถามทไ่ี ด้รบั แล้วเขียนคาตอบลงในกระดาษ
2. ครูสมุ่ ตวั แทนนักเรยี นกลมุ่ ละ 1 คน ออกมาบอกคาตอบของเพ่อื นทกุ คนในกลุ่ม
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด การเกบ็ รวบรวมข้อมลู มีความสมั พนั ธ์กบั การจาแนกข้อมูลอย่างไร
ขน้ั สอน
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง การจาแนกขอ้ มลู จากหนังสอื เรยี น แล้วบันทกึ ความรทู้ ีไ่ ดจ้ าก
การศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอา่ น โดยใหเ้ ป็นไปตามเวลาทกี่ าหนด
2. ครูกาหนดหัวข้อการเก็บรวบรวมและการจาแนกข้อมลู 5 หัวขอ้ ดังนี้
- การเดนิ ทางมาโรงเรียนของเพื่อนร่วมชนั้ โดยวธิ ีใดมากทส่ี ุด ใน 6 วิธีนี้ คือ เดินมา ป่ันจกั รยาน นั่งรถจกั รยานยนต์ นัง่
รถยนต์ส่วนตวั น่งั รถตู้โรงเรียน นง่ั รถโดยสารประจาทาง
- การรบั ประทานผกั ของเพื่อนรว่ มช้นั ชอบผกั ชนิดใดมากที่สุดใน 6 ชนิดนี้ คือ คะนา้ ถั่วฝักยาว กะหล่าปลี
ผกั กาดขาว ผักบุ้ง แตงกวา
- การรับประทานผลไม้ของเพอ่ื นร่วมช้นั ชอบผลไม้ชนดิ ใดมากที่สดุ ใน 6 ชนิดน้ี คือ เงาะ มังคุด แตงโม ส้ม ฝรัง่ ชมพู่
- การรับประทานอาหารของเพือ่ นรว่ มชั้น ชอบอาหารประเภทใดมากทสี่ ดุ ใน 6 ประเภทนี้ คือ ข้าวผดั ข้าวมันไก่
ขนมจนี ก๋วยเตีย๋ วผดั ซอี ิว๊ กว๋ ยเตี๋ยวราดหนา้ กว๋ ยเต๋ียวไกม่ ะระ
- การเล่นกฬี าของเพอื่ นรว่ มชัน้ ชอบเลน่ กฬี าประเภทใด มากที่สุดใน 6 ประเภทนี้ คอื วา่ ยน้า แบดมนิ ตนั
วอลเลยบ์ อล ปงิ ปอง ฟุตบอล บาสเกตบอล
3. ให้แต่ละกลุม่ ส่งตวั แทนออกมาจับฉลากบัตรคาถาม แลว้ ช่วยกนั เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยการสารวจเพอ่ื นร่วมชนั้
ตามหัวข้อทไี่ ด้รบั
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทน กลมุ่ ละ 1 คน ออกมานาเสนอผลการเก็บรวบรวมข้อมูลและจาแนกขอ้ มลู หนา้ ชัน้
เรยี น
5. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ว่า การจาแนกข้อมลู มีลกั ษณะอยา่ งไรและทาได้อย่างไรบา้ ง โดยครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ในส่วนท่ียังมี
ขอ้ บกพรอ่ งอยู่
6. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด นักเรียนนาหลกั การจาแนกขอ้ มลู ไปใชใ้ น ชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร
7. ครูแจกกระดาษใหน้ กั เรียนเขียนช่ือไอศกรีมรสต่างๆ ทน่ี กั เรยี นชนื่ ชอบมากทีส่ ุดมา 1 รส แล้วนาสง่ ครู จากน้นั ครสู มุ่
นักเรียน 2 คน ออกมาหน้าชนั้ เรียน โดยให้นักเรียน 1 คน เปน็ ผู้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยการนบั และนกั เรียนอกี คน
จาแนกขอ้ มลู บนกระดาน โดยมีครคู อยให้คาแนะนา แลว้ ให้นักเรียนทุกคนช่วยกันสรุปการจาแนกข้อมลู
8. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 6.2 การจาแนกข้อมูล
ขน้ั สรุป
นกั เรียนร่วมกนั สรุปขนั้ ตอนการจาแนกขอ้ มลู
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
80% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น
ความรคู้ วาม - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ เกณฑ์การประเมิน
เข้าใจ (K) 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผา่ น
ทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ (P)
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) เกณฑก์ ารประเมนิ
การทางานรายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ - แบบประเมนิ
รับผิดชอบตอ่ งานที่สงั่ และสง่ คุณลกั ษณะ
งานไดท้ นั ตามท่ีกาหนด อันพึงประสงค์
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป. 4
2) บตั รคาถาม
3) ใบงานท่ี 6.2 เร่ือง การจาแนกขอ้ มลู
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
บตั รคาถาม
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ของนกั เรยี นเดนิ ทางมาโรงเรยี นโดยวธิ ใี ดมากทส่ี ดุ
ใน 6 วธิ นี ้ี คอื เดนิ มา ปัน่ จกั รยาน นงั่ รถจกั รยานยนต์
นงั่ รถยนตส์ ว่ นตวั นงั่ รถตโู้ รงเรยี น นงั่ รถโดยสารประจาทาง
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ของนกั เรยี นชอบรบั ประทานผกั ชนดิ ใดมากทส่ี ดุ ใน
6 ชนดิ น้ี คอื คะน้า ถวั่ ฝักยาว กะหล่าปลี ผกั กาดขาว ผกั บงุ้ แตงกวา
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ของนกั เรยี นชอบรบั ประทานผลไมช้ นิดใดมากทส่ี ดุ
ใน 6 ชนิดน้ี คอื เงาะ มงั คดุ แตงโม สม้ ฝรงั่ ชมพู่
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ของนกั เรยี นชอบรบั ประทานอาหารประเภทใดมากทส่ี ดุ ใน
6 ประเภทน้ี คอื ขา้ วผดั ขา้ วมนั ไก่ ขนมจนี ก๋วยเตยี๋ ว ผดั ซอี ว๊ิ
ก๋วยเตยี๋ วราดหน้า ก๋วยเตยี๋ วไก่มะระ
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ของนกั เรยี นชอบเลน่ กฬี าประเภทใดมากทส่ี ดุ ใน
6 ประเภทน้ี คอื วา่ ยน้า แบดมนิ ตนั วอลเลยบ์ อล ปิงปอง ฟุตบอล
บาสเกตบอล
กฬี าทน่ี กั เรยี นชอบเล่นคอื อะไร งานอดเิ รกทน่ี กั เรยี นทาคอื อะไร
อาหารทน่ี กั เรยี นชอบรบั ประทาน จานวนสมาชกิ ในครอบครวั ของ
คอื อะไร นกั เรยี นมกี ค่ี น
ใบงานที่ 6.2 เร่ือง การจาแนกข้อมูล
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนจาแนกข้อมลู ตอ่ ไปนโี้ ดยการเตมิ คาลงในชอ่ งว่างใหส้ มบูรณ์และถกู ตอ้ งตามหลักการ
จาแนกขอ้ มลู
1. ข้อมลู เกย่ี วกบั วิชาทีน่ ักเรยี นชอบเรียน 3 วิชา มีดังนี้
- เดก็ ชายกมล ชอบเรยี นวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ การงานอาชีพฯ
- เดก็ ชายกานต์ ชอบเรยี นวิชาสุขศกึ ษาฯ การงานอาชพี ฯ วิทยาศาสตร์
- เดก็ หญงิ กชกร ชอบเรียนวชิ าภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
- เด็กหญงิ เกศรา ชอบเรยี นวชิ าภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
- เด็กชายการันต์ ชอบเรียนวชิ าภาษาไทย สังคมศึกษาฯ สขุ ศกึ ษาฯ
- เด็กชายกิตติกร ชอบเรียนวิชาภาษาไทย สังคมศึกษาฯ การงานอาชีพฯ
- เดก็ หญิงกรี ติ ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ การงานอาชพี ฯ ศิลปะ
- เดก็ หญิงกมลรัตน์ ชอบเรยี นวิชาภาษาองั กฤษ การงานอาชีพฯ สขุ ศึกษาฯ
- เดก็ ชายกรบดี ชอบเรียนวิชาการงานอาชพี ฯ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาไทย
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลสามารถจาแนกขอ้ มูลได้ ดงั น้ี
จากการสารวจนักเรยี นจานวน คน เกยี่ วกบั
เป็นดงั นี้ จานวน คน
จานวน คน
- นักเรยี นชอบเรยี นวชิ า จานวน คน
- นักเรยี นชอบเรยี นวิชา
- นักเรียนชอบเรยี นวชิ า จานวน คน
จานวน คน
- นักเรียนชอบเรยี นวชิ า
- นักเรยี นชอบเรยี นวชิ า จานวน คน
จานวน คน
- นักเรยี นชอบเรยี นวิชา จานวน คน
- นักเรยี นชอบเรยี นวชิ า
- นกั เรียนชอบเรียนวชิ า
แผนท่ี 72 สัปดาห์ท่ี 18
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชื่อผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 10 การนาเสนอขอ้ มลู
เรอ่ื ง การอ่านแผนภูมริ ปู ภาพ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ญั หา
ตัวช้ีวดั ค 3.1 ป.4/1 ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมิแท่ง ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านแผนภมู ิรูปภาพ เป็นการอา่ นขอ้ มูลทนี่ าเสนอดว้ ยรูปภาพ โดยการอา่ นแผนภูมิรปู ภาพจะต้องทราบขอ้ กาหนด
ของภาพ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจการอา่ นขอ้ มูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพท่ีกาหนดใหไ้ ด(้ K)
2. เพอื่ ให้นักเรียนสามารถอา่ นข้อมลู จากแผนภมู ิรูปภาพที่กาหนดใหไ้ ด(้ P)
3. รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน
การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูให้นกั เรียนดภู าพแผนภมู ิ แลว้ ใหช้ ่วยกันบอกว่าเปน็ ภาพเกี่ยวกับอะไร ครอู ธิบายให้นักเรียนเขา้ ใจเกี่ยวกับแผนภมู ิ
รปู ภาพว่ามลี ักษณะอย่างไร
2. นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถามกระตุ้นความคดิ ข้อมูลสามารถนาเสนอในรปู แบบใดไดบ้ ้าง
ขน้ั สอน
1. นักเรียนกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1) จบั คู่กัน แลว้ รว่ มกันศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ
จากหนังสอื เรียน
2. นกั เรียนแตล่ ะคูผ่ ลดั กันอภปิ รายเกี่ยวกบั ลกั ษณะของแผนภูมริ ปู ภาพ และส่วนประกอบของแผนภูมิรปู ภาพ จนเกดิ
ความเขา้ ใจตรงกนั
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอา่ นแผนภมู ริ ูปภาพ จากเอกสารประกอบการสอนแสดงแผนภูมริ ปู ภาพทีม่ สี ่วนประกอบ ของ
แผนภูมคิ รบ แล้วชว่ ยกนั บอกรายละเอยี ดท้งั หมดของแผนภูมิ
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มดเู อกสารประกอบการสอนแสดงแผนภมู ริ ูปภาพท่มี สี ่วนประกอบบางสว่ นขาดหายไปแลว้
เปรยี บเทยี บความแตกต่าง
5. ครสู มุ่ ตัวแทนนักเรยี นกล่มุ ใดกลมุ่ หนง่ึ ออกมาบอกความแตกต่างของแผนภมู ริ ปู ภาพทั้งสองหนา้ ช้ันเรียนโดยมีครู คอย
ใหค้ าแนะนา
6. นักเรียนทุกคนทากิจกรรมฝกึ ทักษะ เร่อื ง การอ่านแผนภมู ิรปู ภาพ จากหนงั สอื เรียน โดยครูกาหนดเวลาเสร็จแลว้
นาส่งครู
7. นกั เรยี นทุกคนทาใบงานที่ 6.3 เร่อื ง การอ่านแผนภูมริ ูปภาพ เสร็จเรียบร้อยแลว้ ให้จับคกู่ ับเพอ่ื นในกลมุ่ ผลัดกันอธบิ าย
คาตอบของใบงาน
8. นกั เรยี น 2 คู่ ในกลมุ่ เดียวกันผลัดกนั อธบิ ายคาตอบของคตู่ นใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่ึงฟัง แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มสรปุ คาตอบเปน็ มติ
ของกลุ่ม
9. ครสู ุม่ ตัวแทนกลุม่ 1-2 กลุม่ นาเสนอคาตอบของใบงาน โดยมคี รตู รวจสอบความถกู ต้องและชมเชยกลมุ่ ที่นาเสนอ
ไดถ้ ูกต้องและแนะนากล่มุ ที่ยังมขี อ้ บกพรอ่ งอยู่
10. ครใู ห้นักเรียนทุกคนทากิจกรรมท่ี 2 การอา่ นแผนภูมแิ ละตาราง ขอ้ 1 จากแบบฝึกหดั เป็นการบา้ น แลว้ นาสง่ ครูใน วนั
ถดั ไป
11. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ การอ่านแผนภูมริ ปู ภาพมีวธิ อี ่านอย่างไร
ขน้ั สรุป
ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความร้เู กยี่ วกบั การอา่ นแผนภูมิรูปภาพ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
80% ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น
ความรู้ความ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ เกณฑก์ ารประเมิน
เข้าใจ (K) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ
กระบวนการ (P) 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผา่ น
การทางานรายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม - แบบประเมิน
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ง่ั และสง่ คุณลักษณะ
งานไดท้ นั ตามทก่ี าหนด อนั พงึ ประสงค์
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป. 4
2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป. 4
3) บัตรภาพ
4) เอกสารประกอบการสอน
5) ใบงานที่ 6.3 เรื่อง การอา่ นแผนภมู ิรปู ภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
เอกสารประกอบการสอน
แผนภูมริ ปู ภาพที่มีสว่ นประกอบครบ
วนั อาทิตย์ แผนภูมิรูปภาพแสดงการใช้เงนิ ของปา้ ทอง
วนั จนั ทร์ กาหนดให้ แทนการใช้เงิน 10 บาท
วนั องั คาร
วนั พธุ
วนั พฤหสั บดี
วนั ศกุ ร์
วนั เสาร์
แผนภมู ริ ูปภาพที่มสี ว่ นประกอบบางส่วนหายไป
วนั จนั ทร์
วนั องั คาร
วนั พธุ
วนั พฤหสั บดี
วนั ศกุ ร์
บตั รภาพ
ส้ม แอบเปิ ล มะมว่ ง มงั คดุ แตงโม
กาหนดใหร้ ปู ผลไม้ 1 รูป แทนจานวนผลไม้ 10 กโิ ลกรมั
ภาพท่ี 1
อาทิตย์
จนั ทร์
องั คาร
พธุ
พฤหสั บดี
ศกุ ร์
เสาร์
ภาพที่ 2
ใบงานที่ 6.3 เรอ่ื ง การอ่านแผนภูมริ ปู ภาพ
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นอา่ นแผนภูมริ ปู ภาพ แลว้ ตอบคาถามต่อไปน้ี
แผนภมู ิรปู ภาพแสดงจานวนเส้ือทีน่ ิ ชคณุ ขายได้ใน 1 สปั ดาห์
วนั จนั ทร์ วนั องั คาร วนั พธุ วนั พฤหสั บดี วนั ศกุ ร์
กาหนดให้ แทนจานวนเสอ้ื 10 ตวั
1. วันใดนิชคุณขายเส้ือไดม้ ากท่ีสุด
ตอบ
2. วันใดนิชคณุ ขายเสอ้ื ไดน้ ้อยทส่ี ุด
ตอบ
3. วนั ใดทน่ี ชิ คณุ ขายเส้อื ไดจ้ านวนเท่ากัน
ตอบ
4. นชิ คณุ ขายเสือ้ ในวนั ศกุ ร์มากกวา่ วันอังคารก่ีตวั
ตอบ
5. ใน 1 สปั ดาห์ นชิ คณุ ขายเสื้อได้ท้ังหมดก่ีตวั
ตอบ
แผนท่ี 73 สัปดาหท์ ี่ 19
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 การนาเสนอข้อมูล
เรื่อง การอา่ นแผนภมู ิแท่ง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความร้ทู างสถิติในการแก้ปัญหา
ตัวชีว้ ดั ค 3.1 ป.4/1 ใช้ข้อมูลจากแผนภมู แิ ท่ง ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นแผนภมู ิแท่ง เปน็ การอา่ นข้อมูลที่ใชแ้ ทง่ รปู สเี่ หลีย่ มมุมฉากแทนข้อมูลต่างๆ โดยการอา่ นจะต้องทราบ
ส่วนประกอบตา่ งๆ ของแผนภมู แิ ทง่ ก่อน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจการอ่านขอ้ มูลจากแผนภมู ิแท่งท่กี าหนดให้ได้ (K)
2. เพอื่ ให้นกั เรยี นสามารถอ่านขอ้ มลู จากแผนภูมิแทง่ ที่กาหนดให้ได้ (P)
3. รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
การอา่ นแผนภมู แิ ท่ง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูตดิ แผนภมู ิรูปภาพบนกระดาน แลว้ ให้นกั เรียนบอกข้อมูลท่อี ่านได้จากแผนภูมิ แลว้ ครูเช่อื มโยงความรสู้ ่กู ารอา่ น
แผนภูมแิ ท่ง
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด แผนภูมิรปู ภาพกับแผนภมู แิ ทง่ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
ขน้ั สอน
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มจับคกู่ ัน แล้วรว่ มกันศกึ ษาใบความรูเ้ ร่ือง แผนภูมิแท่ง
2. นกั เรยี นแตล่ ะคู่ผลัดกันอภปิ รายเก่ยี วกับการอ่านแผนภูมแิ ทง่ จนเกดิ ความเขา้ ใจตรงกัน
3. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ ดูตวั อยา่ งแผนภูมแิ ท่งทม่ี สี ่วนประกอบครบกบั แผนภูมิแท่งทม่ี สี ว่ นประกอบบางส่วนหายไป
จากเอกสารประกอบการสอน แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันเปรียบเทียบความแตกตา่ ง ครูอธิบายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจเกี่ยวกับ
ลกั ษณะของแผนภมู ิแท่งที่มสี ว่ นประกอบครบทัง้ 3 สว่ น คอื ชื่อแผนภูมิ ตัวแผนภมู ิ และขอ้ กาหนดของแผนภมู ิ
4. ครูเขียนแผนภมู ิแท่งบนกระดาน แล้วครสู ุ่มนักเรยี น 1-2 คน ตอบคาถามจากแผนภูมแิ ทง่
5. นักเรยี นทุกคนทาใบงานท่ี 6.4 เรือ่ ง การอา่ นแผนภูมแิ ทง่
6. ครใู ห้นักเรยี นจับค่กู ันแลว้ ผลัดกันอธบิ ายคาตอบของใบงานกบั เพื่อน จากน้ันครสู ุม่ นักเรยี น 1 คน จากค่ใู ดคหู่ น่งึ ออกไป
อธิบายคาตอบให้เพ่อื นฟังหนา้ ชนั้ เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง และนกั เรียนทีเ่ หลือรวบรวมใบงานสง่ ครูตรวจ
7. นกั เรียนทกุ คนทากจิ กรรมฝึกทักษะ เรอื่ ง การอ่าน แผนภูมแิ ทง่ จากหนงั สือเรยี น เสร็จแล้วนาส่งครตู รวจ
8. ครใู ห้นักเรยี นทุกคนทากจิ กรรมท่ี 2 การอา่ นแผนภมู ิและตาราง ขอ้ 2 จากแบบฝกึ หดั เปน็ การบ้านแล้วนาสง่ ครูใน
วนั ถัดไป
9. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด แผนภูมิแท่งมลี กั ษณะอยา่ งไร
ขน้ั สรุป
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ เกีย่ วกับหลกั การอา่ นแผนภูมแิ ทง่
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์
80% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
ความร้คู วาม - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ เกณฑ์การประเมิน
เข้าใจ (K) 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
ทกั ษะ/ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั เกณฑก์ ารประเมนิ
กระบวนการ (P)
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถอื ว่าผา่ น
คณุ ลักษณะนิสยั (A) เกณฑก์ ารประเมนิ
การทางานรายบคุ คล/กลุม่ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม - แบบประเมนิ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี งั่ และส่ง คณุ ลกั ษณะ
งานไดท้ ันตามท่ีกาหนด อนั พึงประสงค์
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป. 4
2) แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป. 4
3) ใบความรเู้ ร่ือง แผนภมู ิแท่ง
4) เอกสารประกอบการสอน
5) บตั รภาพ
6) ใบงานที่ 6.4 เร่ือง การอ่านแผนภมู แิ ทง่
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
แผนที่ 74 สัปดาหท์ ี่ 19
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 10 การนาเสนอขอ้ มลู
เรอ่ื ง การอา่ นตาราง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแกป้ ญั หา
ตัวชี้วัด ค 3.1 ป.4/1 ใชข้ ้อมูลจากแผนภมู แิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านขอ้ มูลจากตาราง เปน็ การอา่ นขอ้ มูลท่เี ขยี นอยใู่ นรปู ของตาราง
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เพอ่ื ให้นักเรียนเขา้ ใจการอา่ นขอ้ มูลจากตารางทกี่ าหนดใหไ้ ด้ (K)
2. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถอ่านข้อมลู จากตารางที่กาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
การอ่านตาราง พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกันบอกเก่ยี วกบั การอา่ นแผนภูมริ ูปภาพ และการอา่ นแผนภมู แิ ท่งว่ามวี ิธอี ่านที่เหมอื นกันหรอื
แตกตา่ งกันอยา่ งไร แลว้ ครเู ชอ่ื มโยงสู่การอ่านตาราง
2. นักเรียนรว่ มกนั ตอบคาถามกระตุ้นความคดิ ขอ้ มูลที่นาเสนอในรปู แผนภูมิรูปภาพและ แผนภูมแิ ท่ง สามารถ
นาเสนอในรปู ตาราง ได้หรือไม่ อยา่ งไร
ขน้ั สอน
1. นกั เรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1) จบั ค่กู นั แล้วร่วมกนั ศกึ ษาใบความรูเ้ ร่ือง ตารางแสดงขอ้ มูล
2. นักเรยี นแตล่ ะคู่ผลัดกนั อภิปรายเกี่ยวกับการอา่ นตาราง จนเกิดความเข้าใจตรงกนั
3. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ดตู ัวอยา่ งตารางแสดงขอ้ มูลจากเอกสารประกอบการสอน แล้วให้นักเรียนชว่ ยกนั บอก
ลกั ษณะของตารางแสดงขอ้ มลู
4. ครูเขียนตารางแสดงข้อมูลบนกระดาน แล้วครูส่มุ นักเรยี น 1-2 คน ตอบคาถามจากตาราง
5. ครใู ห้สมาชกิ แต่ละกลมุ่ เลือกหมายเลขประจาตัวตาม ความสมคั รใจตงั้ แต่หมายเลข 1-4
6. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ ทาใบงานท่ี 6.5 เรอ่ื ง การอา่ นตาราง แล้วใหแ้ ต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันคิดหาคาตอบ และอธิบาย
คาตอบให้เพื่อนสมาชิกในกลมุ่ ของตนมีความเขา้ ใจอยา่ งชดั เจน