แผนท่ี 28 สัปดาหท์ ี่ 7
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 ทศนิยม
เรอ่ื ง การเปรยี บเทียบและเรยี งลาดบั (การเปรียบเทยี บทศนยิ ม)
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ทเ่ี กิดจากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการและนาไปใช้
ตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป.4/6 เปรียบเทยี บและเรยี งลาดับทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่งจากสถานการณต์ ่างๆ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเปรยี บเทยี บทศนิยมใช้วธิ ีการเดียวกันกบั การเปรยี บเทยี บจานวนนับ โดยเปรียบเทยี บจานวน ที่อย่หู น้าจดุ ทศนยิ ม
กอ่ น ถา้ จานวนทอ่ี ยู่หน้าจุดทศนิยม เท่ากัน ใหเ้ ปรียบเทยี บจานวนทอี่ ยหู่ ลังจดุ ทศนยิ ม ในหลักเดยี วกัน โดยเริ่มจากหลกั สว่ น
สิบ ถ้าจานวน ในหลักส่วนสิบเท่ากัน ใหเ้ ปรียบเทียบจานวนในหลกั สว่ นร้อย หลักสว่ นพัน ตามลาดับ จานวนทมี่ คี ่าของ เลข
โดดมากกวา่ จานวนนนั้ จะมากกว่า
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพ่ือใหน้ ักเรียนเข้าใจการเปรยี บเทียบทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง (K)
2. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนแสดงการเปรยี บเทียบทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่ง (P)
3. นกั เรียนรับผิดชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
การเปรยี บเทยี บทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ข้นั นา
1. ครตู ดิ แผน่ ตารางสบิ 2 แผ่น บนกระดาน แล้วขออาสาสมัครนกั เรยี น 2 คน แรเงาแผน่ ตารางสิบคนละ 1 ใบ โดยไม่ครบ
ทกุ ชอ่ ง แลว้ ถามนกั เรยี น ดงั น้ี
- แผ่นตารางสบิ ใบท่ี 1 มีสว่ นทีแ่ รเงาแสดงทศนิยมก่ีช่อง
- แผน่ ตารางสบิ ใบท่ี 2 มสี ่วนท่ีแรเงาแสดงทศนิยมกี่ช่อง
- ส่วนท่ีแรเงาในแผน่ ตารางสบิ มีพน้ื ท่ีเท่ากนั หรือไมเ่ ท่ากนั
2. ครสู ุม่ นักเรียน 1 คน เขยี นทศนิยมแสดงสว่ นท่ีแรเงาจากแผ่นตารางสิบท้งั สองใบที่เพือ่ นแรเงาไวบ้ นกระดาน แล้วให้
นักเรียนทุกคนช่วยกันเปรยี บเทียบทศนยิ มว่า เทา่ กนั หรือ
ไมเ่ ท่ากัน โดยให้นกั เรียนเขยี นเครอ่ื งหมาย = และ ≠
ขน้ั สอน
1. ครตู ดิ บตั รตัวเลขแสดงทศนิยม 2 จานวน บนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรยี นดตู วั อย่างการเปรยี บเทยี บทศนิยม โดยครูเขยี น
คาตอบบนกระดานแลว้ ร่วมกันอภิปรายซักถาม
2. ครูแจกบัตรตวั เลขแสดงทศนยิ มใหน้ กั เรยี น กลมุ่ ละ 2 ใบ นกั เรยี นร่วมกันพิจารณาเปรยี บเทียบทศนิยม แลว้ เขียนผล
การเปรียบเทยี บลงในกระดาษ โดยดตู ัวอยา่ งการเปรยี บเทียบทศนิยม จากหนังสอื เรยี น
3. ครูสมุ่ นกั เรียนกลุ่มใดกลุม่ หนึง่ เฉลยคาตอบหน้าชน้ั เรยี น โดยมคี รคู อยให้คาแนะนา
4. ครูนาบตั รตัวเลขแสดงทศนิยมหน่ึงตาแหนง่ 2 จานวน ตดิ บนกระดาน แล้วอธบิ ายวธิ พี ิจารณาเปรียบเทยี บ และเขยี น
สรุปผลการเปรยี บเทียบบนกระดาน โดยใชเ้ คร่อื งหมาย > หรือ <
5. ครแู จกบัตรตัวเลขแสดงทศนยิ มหน่ึงตาแหน่งใหน้ กั เรยี น กลมุ่ ละ 2 ใบ
แล้วใหส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั พิจารณาเปรียบเทยี บทศนยิ มดังกล่าว โดยดูตัวอยา่ งการเปรียบเทียบทศนิยม
จากหนังสอื เรียน แล้วใหน้ ักเรยี นใช้เคร่ืองหมาย > หรือ < แสดงการเปรยี บเทยี บ
6. ครูขอตวั แทนนกั เรยี นกลมุ่ ละ 1 คน นาเสนอผลการเปรยี บเทยี บหนา้ ชัน้ เรียน
7. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มเลอื กหมายเลขประจาตัวตามความสมัครใจ ตัง้ แต่หมายเลข 1-4
8. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบงาน เร่ือง การเปรียบเทียบทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ โดยการใช้เครอ่ื งหมาย > และ <
โดยใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกันคิดหาคาตอบ และอธบิ ายคาตอบให้เพอื่ นสมาชกิ ในกลมุ่ ของตนมีความเข้าใจอยา่ ง
ชดั เจนตรงกัน
9. ครสู ุ่มสมาชกิ หมายเลขใดหมายเลขหน่ึงเฉลยคาตอบของ
ใบงานใหส้ มาชกิ ทง้ั ชนั้ ฟงั (สมาชกิ หมายเลขท่ไี ดร้ ับการสุ่มเรียกนน้ั อาจจะตอบหรอื อธบิ ายคาถามเรียงตามหวั ขอ้ ท่ี
กาหนดในใบงานจนครบทุกขอ้ กไ็ ด้ ขน้ึ อยู่กบั การประยุกต์กจิ กรรมของครูผูส้ อน)
10. นกั เรียนแตล่ ะคนทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ เรอ่ื ง การเปรียบเทียบทศนยิ มหนึ่งตาแหนง่ ข้อ 2 จากหนงั สอื เรียน เปน็
การบ้าน แลว้ นาสง่ ครใู นวนั ถดั ไป
ขน้ั สรปุ
ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเก่ียวกบั การเปรยี บเทียบทศนยิ ม
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A)
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ข้นึ ไป ถือว่า
การทางานรายบุคคล/กล่มุ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
1. สงั เกตจากการเรยี นมี - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ความรับผิดชอบตอ่ งานท่ีสั่ง คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานได้ทันตามท่ี
กาหนด อนั พึงประสงค์ ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.4
3) บัตรตวั เลข
4) ใบงานเร่ือง การเปรียบเทยี บทศนิยมหนึ่งตาแหนง่ โดยการใช้เครอ่ื งหมาย > และ <
8. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................... .......
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
บตั รตวั เลข 22.3
24.4
11.1 33.6
10.8 80.8
18.5 71.3
75.7 93.5
66.2
82.4
ใบงานเร่อื ง การเปรียบเทยี บทศนิยมหนงึ่ ตาแหน่งโดย
การใช้เครือ่ งหมาย > และ <
คาชแ้ี จง ให้นักเรียนเปรียบเทยี บทศนิยม โดยเตมิ เครือ่ งหมาย > และ < ลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง
1. 11.9 11.7 2. 11.5 15.5
3. 21.8 21.9 4. 15.5 51.5
5. 38.4 23.4 6. 33.2 34.3
7. 76.1 61.2 8. 17.9 19.7
9. 98.7 82.7 10. 35.2 53.2
11. 41.7 14.7 12. 31.6 61.6
แผนที่ 29 สปั ดาห์ท่ี 8
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชื่อผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ทศนยิ ม
เรอื่ ง การเปรียบเทยี บและเรียงลาดบั (การเรียงลาดบั ทศนิยม)
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ท่ีเกดิ จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนนิ การและนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั ค 1.1 ป.4/6 เปรยี บเทียบและเรียงลาดับทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งจากสถานการณ์ตา่ งๆ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเรยี งลาดับทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ จากมากไปนอ้ ย ใหน้ าทศนิยมมาเปรียบเทียบ แล้วเรียงลาดบั จากทศนิยมทีม่ ีคา่ มาก
ท่ีสุดไปยงั ทศนยิ มทม่ี ีคา่ น้อยท่สี ุด และเรยี งลาดบั จากทศนิยมท่มี ีคา่ น้อยที่สุดไปยงั ทศนยิ มทีม่ คี ่ามากทีส่ ุด
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจการเรียงลาดบั ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ (K)
2. เพือ่ ให้นกั เรยี นแสดงการเรยี งลาดับทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหนง่ (P)
3. นกั เรียนรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
การเรยี งลาดบั ทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหนง่ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ขน้ั นา
1. นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถามกระตุ้นความคิด
2. นักเรียนเล่นเกมน้อยกว่า มากกวา่ หรอื เทา่ กับ โดยครอู ธบิ ายวิธีเลน่ กฎ กติกา จนนักเรียนเขา้ ใจ แล้วจึงเรม่ิ เลน่ เกม
ขน้ั สอน
1. ครูตดิ บัตรตวั เลขแสดงทศนิยมหนึง่ ตาแหน่งทลี ะชุด ชุดละ 3 จานวน 4 จานวน และ 5 จานวน จากน้นั ให้นกั เรยี น
พจิ ารณาและเปรียบเทยี บทศนิยมดงั กลา่ ว แล้วครูนามาเรียงลาดับจากมากไปน้อยใหน้ ักเรียนดเู ปน็ ตัวอยา่ ง แลว้ ให้
นักเรียนชว่ ยกันเรียงลาดับจานวนในชุดตอ่ ๆ ไป
2. นกั เรียนกล่มุ เดิม (จากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกันศึกษาตัวอยา่ งการเรียงลาดบั ทศนยิ มหน่ึงตาแหน่งจากมาก
ไปน้อย จากหนังสือเรยี นหรอื ค้นคว้าจากหอ้ งสมดุ
3. สมาชิกแต่ละกลุม่ จบั คแู่ ล้วผลัดกันอภปิ รายเกย่ี วกับ การเรยี งลาดับทศนิยมหน่งึ ตาแหน่งจากมากไปน้อย
4. ครสู ุ่มตัวแทนนักเรยี นอธบิ ายเกี่ยวกบั การเรียงลาดบั ทศนยิ มจากมากไปน้อยหนา้ ชนั้ เรยี น โดยมีครคู อยตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งและอธิบายเพ่ิมเตมิ ในสว่ นที่ยงั มีข้อบกพรอ่ งอยู่
5. ครตู ดิ บตั รตัวเลขแสดงทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง 5 จานวน บนกระดาน แล้วขออาสาสมัครนักเรียน 2-3 คน
เรยี งลาดับทศนยิ มจากมากไปนอ้ ย ครชู มเชยนกั เรียนทที่ าไดถ้ กู ตอ้ ง และแนะนานักเรียนที่ยงั มีข้อบกพร่องอยู่
6. นกั เรยี นทกุ คนทาใบงาน เรอ่ื ง การเรยี งลาดบั ทศนิยมหนง่ึ ตาแหนง่ จากมากไปนอ้ ย และ ใบงานเรอ่ื ง การเรียงลาดับ
ทศนิยมหนง่ึ ตาแหน่งจากน้อยไปมาก
7. ครขู ออาสาสมัครนักเรยี นเฉลยคาตอบของใบงาน โดยมคี รคู อยให้คาแนะนา และให้เพ่อื นๆ ปรบมอื ให้กับนกั เรยี นท่ี
อาสาสมัครเพื่อเสรมิ กาลังใจ
8. นกั เรียนทุกคนทากจิ กรรมฝึกทักษะ เร่ือง การเรยี งลาดบั ทศนยิ มหน่ึงตาแหนง่ ข้อ 3 จากหนงั สอื เรียน โดยครู
กาหนดเวลาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ
ขน้ั สรปุ
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปเกย่ี วกับ การเรยี งลาดับทศนิยม
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
การทางานรายบุคคล/กลุม่ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรียนมี - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรบั ผดิ ชอบต่องานท่สี ่ัง คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทนั ตามท่ี อนั พงึ ประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ใน
การทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ ป.4
3) บตั รตวั เลข
4) ใบงานเร่ือง การเรยี งลาดบั ทศนิยมจากมากไปน้อย
5) ใบงานเรอื่ ง การเรียงลาดบั ทศนยิ มจากนอ้ ยไปมาก
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
บตั รตวั เลข 22.9
11.1
37.6 98.7
87.6 76.5
ใบงานเร่ือง การเรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปนอ้ ย
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นเรียงลาดบั ทศนยิ มทีก่ าหนดใหจ้ ากมากไปนอ้ ย
1. 0.8 0.7 0.2
เรียงลาดับทศนิยมจากมากไปนอ้ ยได้ ดังนี้
2. 1.2 1.8 2.1
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปน้อยได้ ดังนี้
3. 2.3 3.4 5.3 2.7
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปนอ้ ยได้ ดังนี้
4. 5.7 6.8 5.1 7.9
เรียงลาดบั ทศนยิ มจากมากไปน้อยได้ ดังน้ี
5. 9.1 10.2 11.8 21.5 28.7
เรยี งลาดบั ทศนิยมจากมากไปนอ้ ยได้ ดงั น้ี
6. 32.1 33.2 23.3 43.2 42.3
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปน้อยได้ ดังน้ี
7. 66.5 64.3 57.1 48.1 64.4 70.5
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปน้อยได้ ดังน้ี
8. 81.2 82.3 83.2 20.8 18.9 91.2
เรียงลาดับทศนยิ มจากมากไปน้อยได้ ดงั นี้
9. 33.9 49.4 55.5 68.1 17.4 34.7
เรยี งลาดับทศนยิ มจากมากไปนอ้ ยได้ ดงั น้ี
10. 99.8 88.9 99.5 85.9 78.6 89.7
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากมากไปนอ้ ยได้ ดงั น้ี
ใบงานเรื่อง การเรยี งลาดับทศนิยมจากน้อยไปมาก
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเรียงลาดับทศนิยมที่กาหนดใหจ้ ากน้อยไปมาก
1. 0.5 0.1 1.2
เรียงลาดบั ทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดังนี้
2. 3.2 2.3 2.4
เรียงลาดับทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดังน้ี
3. 0.2 2.2 3.1 1.3
เรียงลาดบั ทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั นี้
4. 3.4 4.6 7.8 9.1
เรียงลาดบั ทศนิยมจากนอ้ ยไปมากได้ ดังน้ี
5. 8.6 6.8 10.2 12.4 31.5
เรยี งลาดบั ทศนิยมจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั น้ี
6. 18.9 19.7 38.5 35.8 81.2
เรียงลาดับทศนิยมจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั น้ี
7. 31.4 34.2 48.1 18.9 99.6 66.9
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั น้ี
8. 47.6 77.6 52.3 38.4 44.7 77.5
เรียงลาดับทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดังนี้
9. 57.1 51.7 19.9 87.2 28.7 27.8
เรยี งลาดบั ทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั น้ี
10. 87.4 84.7 98.2 92.8 78.6 76.8
เรียงลาดับทศนยิ มจากนอ้ ยไปมากได้ ดงั น้ี
แผนท่ี 30 สปั ดาหท์ ี่ 8
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชอ่ื ผ้สู อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรื่อง การบวกทศนยิ มที่ไม่มกี ารทด
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวนผล
ท่เี กิดจากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนินการและนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่ง
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การบวกทศนิยมที่ไมม่ กี ารทด ใช้หลักการเดียวกนั กบั การบวกจานวนนบั โดยนาจานวนท่อี ยใู่ นหลกั เดียวกนั มาบวกกัน
และควรบวกจานวนในหลกั ขวาสุด
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพ่ือใหน้ กั เรยี นเข้าใจการบวกทศนิยมท่ไี ม่มกี ารทด (K)
2. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนแสดงการบวกทศนิยมท่ไี มม่ ีการทด (P)
3. นักเรยี นรับผดิ ชอบต่อหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
การบวกทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหนง่ ท่ไี ม่มีการทด พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ขน้ั นา
1. ครูทบทวนการบวกจานวนนับที่ไมม่ กี ารทด
2. นกั เรียนร่วมกนั ทากจิ กรรมการบวกจานวนนบั ที่ไมม่ กี ารทด
ขน้ั สอน
1. การสอนการบวกทศนยิ มทีไ่ มม่ กี ารทด หน้า 79-80 ในหนงั สอื เรยี น ครคู วรใช้ส่อื และการถาม-ตอบประกอบการอธิบาย
เพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปว่า การบวกทศนยิ มที่ไมม่ กี ารทด ใช้หลกั การเดียวกันกบั การบวกจานวนนบั โดยนาจานวนทีอ่ ย่ใู น
หลักเดียวกนั มาบวกกนั และควรบวกจานวนในหลักขวาสดุ
2. จากน้ันให้นักเรยี นรว่ มกนั พจิ ารณาการบวกทศนิยมทีไ่ มม่ ีการทดหน้า 81 ในหนังสือเรียน
3. ครูยกตวั อยา่ งเพ่มิ เตมิ ให้นักเรยี นหาผลบวก แลว้ รว่ มกนั ทากิจกรรม
4. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั รายบุคคล เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
ขน้ั สรุป
ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เก่ยี วกบั การบวกทศนิยมทไี่ ม่มีการทด เช่น การบวกทศนิยมที่ไมม่ ีการทด ใช้
หลักการเดียวกนั กับการบวกจานวนนับ โดยนาจานวนที่อยู่ในหลกั เดียวกนั มาบวกกนั และควรบวกจานวนในหลักขวาสดุ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนิสยั (A) ประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
การทางานรายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรียนมี - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ความรบั ผดิ ชอบต่องานที่ส่งั คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑก์ าร
และส่งงานได้ทันตามที่ อนั พึงประสงค์ ประเมนิ
กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นใน
การทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.4
3) บตั รตัวเลข
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ....................................
......................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
แผนที่ 31 สัปดาหท์ ี่ 8
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/………... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ทศนยิ ม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรอ่ื ง การบวกทศนยิ มท่มี กี ารทด
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวนผล
ท่ีเกิดจากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนนิ การและนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การบวกทศนิยมทีม่ ีการทด ใช้หลักการเดียวกันกบั จานวนนับ โดยนาจานวนท่ีอยู่ในหลักเดียวกันมาบวก และควรบวก
จานวนในหลักขวาสุดก่อน ถ้าผลบวกในหลักใดครบสิบหรอื มากกว่าสิบ ให้ทดจานวนทค่ี รบสิบในหลักถดั ไปจากซ้าย
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพอื่ ใหน้ กั เรียนเข้าใจการบวกทศนิยมท่ีมีการทด (K)
2. เพื่อให้นักเรียนแสดงการบวกทศนิยมที่มีการทด (P)
3. นักเรยี นรบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
การบวกทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่ ท่ไี ม่มีการทด พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
ขน้ั นา
1. ครูทบทวนการบวกจานวนนบั ที่มกี ารทด
2. นกั เรียนร่วมกนั ทากิจกรรมการบวกจานวนนบั ท่ีมกี ารทด
ขน้ั สอน
1. การสอนเรือ่ งการบวกทศนยิ มที่มกี ารทด หนา้ 82 ในหนงั สือเรยี น ครจู ดั กิจกรรมทานองเดียวกันกบั การบวกทศนยิ ม ที่
ไม่มกี ารทด เพื่อให้ขอ้ สรปุ วา่ การบวกทศนยิ มทีม่ ีการทด ใชห้ ลกั การเดียวกนั กบั จานวนนับ โดยนาจานวนท่อี ยู่ในหลกั
เดยี วกันมาบวก และควรบวกจานวนในหลกั ขวาสุดกอ่ น ถา้ ผลบวกในหลกั ใดครบสิบหรอื มากกวา่ สิบ ใหท้ ดจานวนทคี่ รบ
สิบในหลกั ถัดไปจากซ้าย
2. ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกันพิจารณาการหาผลบวกจากตวั อย่างหน้า 83 ในหนงั สอื เรียน โดยใชก้ ารอธิบายแสดงเหตุผล แล้ว
รว่ มกนั ทากิจกรรมหนา้ 84 ในหนงั สือเรยี น
3.ตรวจสอบความเข้าใจ โดยการให้นกั เรียนทาแบบฝึกหัดรายบุคคล
หมายเหตุ ครคู วรเน้นย้าว่าถา้ มีการทด ตอ้ งนาตัวทดไปรวมกับจานวนในหลกั ถดั ไปจากซา้ ย
ขน้ั สรุป
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเก่ียวกบั การบวกทศนยิ มท่มี ีการทด เชน่ การบวกทศนยิ มท่มี ีการทด ใช้หลกั การ
เดียวกนั กับจานวนนับ โดยนาจานวนที่อย่ใู นหลกั เดียวกนั มาบวก และควรบวกจานวนในหลักขวาสุดก่อน ถ้าผลบวก
ในหลักใดครบสิบหรอื มากกว่าสิบ ให้ทดจานวนทค่ี รบสบิ ในหลกั ถดั ไปจากซา้ ย
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) ประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
การทางานรายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรียนมี - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถือว่า
ความรับผิดชอบต่องานที่สัง่ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ นั ตามท่ี อันพงึ ประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ใน
การทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ป.4
3) บตั รตัวเลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ้สู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
แผนท่ี 32 สัปดาหท์ ี่ 8
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 7 ทศนยิ ม ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรือ่ ง การลบทศนยิ มทไ่ี ม่มีการกระจาย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ท่เี กดิ จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการและนาไปใช้
ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหนง่
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การลบทศนิยมทไี่ มม่ กี ารกระจาย ใช้หลักการเดียวกนั กับจานวนนับ โดยการนาจานวนทอ่ี ยู่ในหลกั เดียวกนั มาลบกัน
และควรลบจานวนจากหลักขวาสุดกอ่ น
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพ่ือให้นักเรยี นเข้าใจการลบทศนิยมทีไ่ มม่ ีการกระจาย (K)
2. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นแสดงการลบทศนยิ มที่ไมม่ ีการกระจาย (P)
3. นกั เรยี นรับผิดชอบต่อหนา้ ที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่
การลบทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่งทไี่ ม่มกี ารกระจาย พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ขน้ั นา
1. ครทู บทวนการลบจานวนนบั ท่ีไม่มีการกระจาย
2. นกั เรียนทากิจกรรมการลบจานวนนับทไี่ ม่มีการกระจาย
ขน้ั สอน
1. การสอนเร่อื งการลบทศนยิ มท่ไี มม่ ีการกระจาย ให้นักเรยี นพจิ ารณาหนา้ 86 ในหนงั สอื เรียน ครูควรใช้ส่ือควบคู่ไป
กบั การถาม-ตอบ ประกอบการอธบิ ายเพื่อนาไปสขู่ ้อสรปุ วา่ การลบทศนยิ มท่ไี มม่ ีการกระจาย ใชห้ ลกั การ
เดียวกันกับจานวนนบั โดยการนาจานวนทอ่ี ยู่ในหลักเดยี วกนั มาลบกนั และควรลบจานวนจากหลักขวาสดุ กอ่ น
2. จากน้นั รว่ มกนั พจิ ารณาตวั อยา่ งการลบทศนิยมท่ไี ม่มกี ารกระจาย หน้า 87 ในหนังสอื เรียน
3. ครูยกตัวอย่างเพม่ิ เตมิ ใหน้ ักเรยี นหาผลลบ แล้วร่วมกันทากจิ กรรม
4. เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดรายบุคคล
ขน้ั สรุป
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั การลบทศนยิ มทไ่ี มม่ ีการกระจาย ใชห้ ลกั การเดยี วกนั กับจานวนนบั โดยการนา
จานวนท่อี ย่ใู นหลกั เดยี วกันมาลบกนั และควรลบจานวนจากหลักขวาสุดก่อน
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนิสัย (A) ประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทกั ษะและ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่
การทางานรายบุคคล/กล่มุ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรียนมี - แบบประเมนิ 80% ข้ึนไป ถือวา่
ความรบั ผดิ ชอบต่องานท่ีส่ัง คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทนั ตามท่ี อนั พึงประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ใน
การทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.4
3) บัตรตัวเลข
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............
......................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
แผนที่ 33 สปั ดาหท์ ี่ 9
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชอื่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 7 ทศนยิ ม ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
เรอ่ื ง การลบทศนยิ มทีม่ กี ารกระจาย
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ทีเ่ กดิ จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนนิ การและนาไปใช้
ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่ง
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การลบทศนิยมท่ีมกี ารกระจาย ใช้หลักการเดียวกันกบั จานวนนบั โดยการนาจานวนทอ่ี ยูใ่ นหลักเดียวกนั มาลบกัน ถา้ ใน
หลักใดตัวตง้ั นอ้ ยกว่าตัวลบ ให้กระจายตวั ตงั้ ในหลกั ถัดไปทางซ้ายมารวมกบั ตัวตั้งหลักนน้ั กอ่ น แล้วจงึ หาผลลบ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพ่ือให้นักเรียนเข้าใจการลบทศนิยมทไี่ มม่ ีการกระจาย (K)
2. เพื่อใหน้ กั เรียนแสดงการลบทศนยิ มที่ไม่มีการกระจาย (P)
3. นักเรียนรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ
การลบทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่งท่ไี มม่ กี ารกระจาย พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ขน้ั นา
1. ครทู บทวนการลบจานวนนบั ท่ีมกี ารกระจาย
2. นกั เรยี นทากิจกรรมการลบจานวนนบั ที่มกี ารกระจาย
ขน้ั สอน
1. การสอนการลบทศนิยมทม่ี กี ารกระจาย ครคู วรทบทวนเกยี่ วกับคา่ ประจาหลกั ของทศนยิ ม โดยอาจให้นักเรยี น
ตอบคาถาม เชน่
1 หนว่ ยเท่ากบั กสี่ ว่ นสิบ
1 ส่วนสบิ เทา่ กับกส่ี ว่ นรอ้ ย
1 ส่วนรอ้ ยเทา่ กบั กี่สว่ นพัน
2. จากนั้นครจู ดั กจิ กรรมทานองเดยี วกบั การลบทศนยิ มท่ไี มม่ ีการกระจาย จนไดข้ ้อสรปุ วา่ การลบทศนยิ มทม่ี ี
การกระจาย ใช้หลกั การเดียวกันกบั จานวนนับ โดยการนาจานวนที่อยใู่ นหลกั เดยี วกันมาลบกัน ถ้าในหลกั ใดตัว
ตง้ั นอ้ ยกว่าตัวลบ ใหก้ ระจายตวั ตั้งในหลกั ถัดไปทางซา้ ยมารวมกบั ตวั ตัง้ หลักนัน้ ก่อน แลว้ จงึ หาผลลบ
3. ครใู หน้ กั เรยี นพจิ ารณาการหาผลลบ จากตัวอยา่ งหนา้ 89 โดยใช้การอธบิ ายแสดงเหตผุ ล ครูควรยกตวั อยา่ ง
เพิ่มเติมให้นักเรยี นหาผลลบ แล้วรว่ มกนั ทากจิ กรรม
4. เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หัดรายบคุ คล
ขน้ั สรุป
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ เกีย่ วกับ การลบทศนิยมทมี่ กี ารกระจาย ใชห้ ลักการเดียวกันกับจานวนนับ โดยการนาจานวนท่ี
อยู่ในหลกั เดียวกนั มาลบกัน ถ้าในหลกั ใดตวั ต้ังน้อยกว่าตวั ลบ ใหก้ ระจายตวั ตัง้ ในหลกั ถดั ไปทางซ้ายมารวมกับตัวต้งั หลกั นัน้
กอ่ น แลว้ จงึ หาผลลบ
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทกั ษะและ 80% ข้ึนไป ถอื ว่า
การทางานรายบุคคล/กล่มุ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
1. สงั เกตจากการเรียนมี - แบบประเมนิ 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ั่ง คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑก์ าร
และส่งงานได้ทนั ตามที่ อันพึงประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ ป.4
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................. ....
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
แผนท่ี 34 สัปดาห์ท่ี 9
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ชือ่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 1 คาบ
เร่ือง การบวก การลบทศนิยม 2 ข้ันตอน
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ที่เกดิ จากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนนิ การและนาไปใช้
ตัวช้ีวดั ค 1.1 ป.4/16 แสดงวธิ ีการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกการลบ 2 ขัน้ ตอนของทศนยิ มไม่เกิน 3
ตาแหนง่
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การบวก การลบทศนยิ ม 2 ข้นั ตอน ให้เริม่ บวก หรือลบ ในวงเล็บก่อน ถ้าไม่มวี งเลบ็ ให้ทาจากซ้ายไปขวา
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เพือ่ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจการบวก การลบทศนยิ ม 2 ขน้ั ตอน (K)
2. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นแสดงการบวก การลบทศนิยม 2 ข้ันตอน (P)
3. นกั เรียนรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน
การบวก การลบทศนิยม 2 ขั้นตอน พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ขน้ั นา
.
1. ครูทบทวนเรื่องการบวกทศนยิ มทไ่ี ม่มกี ารทดและมีการทด
2. ครูทบทวนการลบทศนยิ มท่ไี มม่ ีการกระจายและมีการกระจาย
3. ครูทบทวนลาดับการคานวณทางคณิตศาสตร์
ขน้ั สอน
1. การสอนการบวกการลบทศนยิ ม 2 ขน้ั ตอน เปน็ เน้อื หาที่เปน็ พืน้ ฐานในการแกโ้ จทยป์ ัญหา ครคู วรทบทวนลาดับ
ขนั้ ตอน โดยอาจกาหนดโจทย์ การบวกการลบจานวนนับ 2 ขัน้ ตอน แล้วให้นักเรยี นบอกลาดับข้ันการดาเนนิ การ
เช่น
()
2. จากนนั้ ใชก้ ารอธบิ ายเพือ่ เชอื่ มโยงไปสกู่ ารบวก การลบ ทศนิยม 2 ขน้ั ตอน ซึง่ มลี าดับขน้ั การดาเนินการ
เช่นเดยี วกับจานวนนับ แล้วใชก้ ารถาม-ตอบประกอบการอธบิ ายตัวอย่างในหนังสอื เรยี นหนา้ 91 แล้วร่วมกันทา
กจิ กรรมหน้า 91-92
3. เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจให้นกั เรียนทาแบบฝึกหัดรายบุคคล
ขั้นสรปุ
ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปการบวก การลบทศนิยม 2 ขั้นตอน ใหเ้ ร่มิ บวก หรือลบ ในวงเล็บก่อน ถ้าไม่มี
วงเล็บใหท้ าจากซ้ายไปขวา
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสัย (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขึ้นไป ถือว่า
การทางานรายบุคคล/กลมุ่ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรียนมี - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ความรับผดิ ชอบต่องานท่ีสงั่ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์การ
และสง่ งานไดท้ ันตามที่ อนั พึงประสงค์ ประเมนิ
กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.4
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
แผนท่ี 35-36 สัปดาห์ที่ 9
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ชื่อผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 7 ทศนิยม ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 2 คาบ
เรื่อง โจทย์ปญั หา
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผล
ทเ่ี กิดจากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการและนาไปใช้
ตวั ช้วี ัด ค 1.1 ป.4/16 แสดงวิธกี ารหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวกการลบ 2 ขัน้ ตอนของทศนยิ มไม่เกิน 3
ตาแหน่ง
2.สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้โจทย์ปัญหาการบวกการลบทศนยิ ม 2 ขั้นตอน ต้องทาความเขา้ ใจโจทย์ปัญหาและวเิ คราะห์ โดยระบุสิง่ ที่
กาหนดให้ สิง่ ทีโ่ จทย์ตอ้ งการทราบ วางแผนการแก้ปญั หาเลือกวิธหี าคาตอบ แลว้ ตรวจสอบคาตอบ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพื่อให้นักเรยี นเข้าใจแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบทศนยิ ม 2 ขัน้ ตอน (K)
2. 2. เพอื่ ให้นักเรยี นสามารถส่ือสาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. นกั เรยี นรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่
การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวก การลบ 2 ขั้นตอน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ขน้ั นา
1. ครทู บทวนเรอ่ื งการบวกทศนิยมท่ีไม่มกี ารทดและมกี ารทด
2. ครูทบทวนการลบทศนิยมที่ไม่มีการกระจายและมีการกระจาย
3. ครทู บทวนลาดับการคานวณทางคณิตศาสตร์
ขน้ั สอน
1. การสอนโจทย์ปญั หาการบวก การลบ 2 ขน้ั ตอน ครูควรสอนโจทยป์ ัญหา 1 ขั้นตอนกอ่ น ซง่ึ ครอู าจจัดกจิ กรรม
ทานองเดยี วกนั กับโจทยป์ ัญหาจานวนนบั โดยใช้สถานการณ์จากหน้า 93 ในหนังสอื เรยี น นาสนทนาเกย่ี วกบั วิธกี าร
หาคาตอบ พรอ้ มใช้การถาม-ตอบ เพ่ือฝึกนักเรยี นคดิ อย่างเปน็ ระบบตามข้ันตอนการแกโ้ จทย์ปญั หา และอาจแนะนา
ให้เขยี นภาพประกอบเพ่ือชว่ ยในการวางแผนแกป้ ญั หา จากนนั้ ร่วมพจิ ารณาตวั อย่างหน้า 93-94 ในหนงั สอื เรยี น ครู
ใชก้ ารซกั ถามให้นกั เรยี นแสดงเหตุผล โดยเน้นแปลความหมายจากคาหรือขอ้ ความ ในโจทย์ปญั หาเพื่อเช่ือโยงไปสู่
การดาเนินการ
2. การสอนโจทยป์ ัญหา 2 ขั้นตอน ครอู าจใชส้ ถานการณจ์ ากหน้า 95 ในหนังสือเรยี น นาสนทนา แล้วใหช้ ่วยกนั เขยี น
ภาพจากโจทย์ จากน้ันช่วยกันวิเคราะหว์ า่ ในการหาคาตอบควรหาสงิ่ ใดก่อน-หลัง เพราะเหตุใด แล้วร่วมกนั พิจารณา
ตวั อย่างหน้า 96 โดยจดั กิจกรรมทานองเดยี วกันกบั หนา้ 95 จากนั้นครูอาจเสนอวธิ คิดเพิ่มเติม ท่ีต่างจากตวั อย่างดังน้ี
ตอ้ งการสร้างถนน 5 กิโลเมตร เดอื นท่ี 1 สร้างถนนได้ 1.25 กิโลเมตร
เหลอื ถนนท่ีตอ้ งสร้างอกี 5-1.25 = 3.75 กิโลเมตร
เดอื นท่ี 2 สร้างถนนได้ 1.756 กโิ ลเมตร เหลอื ถนนท่ตี ้องสรา้ งในเดอื นที่ 3 อีก
3.75 – 1.756 = 1.994 กโิ ลเมตร
3. ตรวจสอบความเข้าใจ ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั รายบุคคล
ข้นั สรปุ
ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ การแก้โจทยป์ ญั หาการบวกการลบทศนยิ ม 2 ข้นั ตอน ตอ้ งทาความเขา้ ใจโจทย์
ปญั หาและวิเคราะห์ โดยระบสุ ิ่งทีก่ าหนดให้ สง่ิ ทโ่ี จทย์ต้องการทราบ วางแผนการแกป้ ญั หาเลือกวิธีหาคาตอบ แล้วตรวจสอบ
คาตอบ
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ข้ึนไป ถือวา่
การทางานรายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรยี นมี - แบบประเมิน 80% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่งั คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ ันตามที่ อันพงึ ประสงค์ ประเมนิ
กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ ม่นั ใน
การทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) แบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.4
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
แผนที่ 41 สปั ดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/………... ชื่อผูส้ อน ….……………………………………………..……….…...
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 มุม ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
เรือ่ ง เตรียมความพรอ้ ม
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนดิ ของมุม บอกชือ่ มุม ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสญั ลักษณ์แสดงมุม
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ลกั ษณะของมมุ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกได้วา่ ส่ิงใดท่ีตรวจสอบความกวา้ งของมุมได้ (K)
2) สามารถให้เหตุผลอธบิ ายเกย่ี วกับมมุ ได้(P)
3) รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
ลกั ษณะของมมุ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนเก่ียวกบั มุมโดยใชว้ สั ดุ/อปุ กรณใ์ นชวี ติ จริงทมี่ ลี ักษณะอ้าหรือกางได้ เช่น กรรไกร
หนังสอื พดั วงเวยี น ฯลฯ พร้อมตงั้ ประเด็นคาถาม
-นักเรียนคิดวา่ กรรไกรกบั พดั ท่คี รถู ืออยู่น้ี สง่ิ ใดอ้าหรอื กางมากกว่ากันรไู้ ดอ้ ย่างไร
-ถ้าครูใหน้ ักเรียนออกมาทากรรไกรในมือครูให้อา้ มากข้ึนจะทาอยา่ งไร
-ถา้ ครใู ห้นักเรยี นออกมาทาใหพ้ ดั กางน้อยลงจะทาอยา่ งไร
ขน้ั สอน
1. ครูใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นจากคาถามข้างต้นที่ครถู ามซ่งึ คาถาม 1 ตอ้ งการให้นักเรียนมองจากภาพไม่ตอ้ งทาการ
วัดจริง สว่ นคาถาม 2 ให้นกั เรยี นตอบอย่างอิสระโดยครไู ม่ควรบอกวา่ อะไรถกู อะไรผิด แต่กลา่ วท้ิงท้ายว่า เราสามารถใช้
วิธีการตรวจสอบว่าสิ่งใด อา้ หรือกางมากเทา่ ใด โดยใชเ้ ครื่องมอื มาตรฐานท่ีเรยี กว่า โพรแทรกเตอร์
2. ครูทบทวนเร่ือง การลากเสน้ ในแนวตรงเช่ือมจุดหน่ึงกับอีกจดุ หน่งึ ให้เกิดภาพ โดยใหน้ ักเรียนกาหนดจุดลงบน
กระดาษ A4 จานวน 10 จดุ โดยกาหนดจุดต่างๆแทนกลุ่มดาวฤกษ์ แล้วเชอื่ มต่อจุดดว้ ยเสน้ ให้เป็นรูปรา่ งตา่ งๆตาม
จนิ ตนาการแล้วระบายสีให้สวยงาม พร้อมทง้ั ตง้ั ช่อื กลุม่ ดาว
3. ครูให้ความรตู้ ่างๆ เร่ือง กลุม่ ดาว
4. ครูส่มุ นกั เรยี นออกมานาเสนออธบิ ายกลุ่มดาวของตนเองวา่ มลี ักษณะอย่างไร
5. ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝกึ หัด 8.1 เปน็ รายบคุ คล
ขน้ั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ กี่ยวกับ การลากเส้นในแนวตรงเช่ือมจุดหน่ึงกับอกี จดุ หน่งึ ดงั น้ี
“การลากเส้นในแนวตรงเชื่อมจดุ หน่งึ กบั อกี จุดหน่ึงให้เกิดภาพ”
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถอื ว่า
การทางานรายบคุ คล/กล่มุ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรยี นมี - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานที่ส่ัง คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทันตามที่ อันพงึ ประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ใน
การทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. ความรู้ เร่ือง กลมุ่ ดาวต่างๆ
2. กระดาษ A4
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
เอกสารประกอบการสอน
ความรู้ เรอ่ื ง กล่มุ ดาว
กลุ่มดาว (Constellations) บนทอ้ งฟ้ามคี วามแตกตา่ งกนั ไปในแต่ละอารยะธรรม เป็นตน้ ว่าชาวยโุ รปซงึ่ อย่บู น
ภเู ขา มีอาชพี ลา่ สตั ว์ มองเห็นกล่มุ ดาว "นายพราน" (Orion) เปน็ รปู "นายพราน"แตค่ นไทยส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร
มองเห็นกลมุ่ ดาวนี้เปน็ รูป "เตา่ " และ "คนั ไถ"
กล่มุ ดาว "หมใี หญ่" (Ursa Major) กเ็ ชน่ กนั ชาวยุโรปซึ่งใชช้ วี ิตบนภูเขามองเห็นเปน็ รปู "หมีใหญ่"
แตค่ นไทยใช้ชวี ิตอยรู่ ิมนา้ จึงมองเหน็ เปน็ รูป "จระเข"้ จะเหน็ ไดว้ ่า กลุม่ ดาวเป็นเพียงเรอ่ื งของจนิ ตนาการ
ซ่งึ มคี วามแตกต่างกนั ไป ในแต่ละทอ้ งถ่ิน เชอ้ื ชาติ ภาษา และวัฒนธรรมฉะนัน้ เพ่อื ใหส้ ่ือความหมายตรงกนั
องค์การดาราศาสตร์สากล จงึ กาหนดมาตรฐานเดียวกนั โดยแบง่ กลมุ่ ดาวบนท้องฟ้า ออกเปน็ 88 กลุ่ม
โดยมีชอ่ื เรยี กใหเ้ หมอื นกัน โดยถือเอาตามยุโรป เชน่ กล่มุ ดาวนายพราน และกล่มุ ดาวหมใี หญ่ ส่วนช่อื กล่มุ ดาวเต่า
กลุ่มดาวจระเข้นน้ั ถือเป็นชอื่ ท้องถน่ิ ภายในประเทศไทย
แผนท่ี 42 สปั ดาหท์ ่ี 11
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชือ่ ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 8 มุม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรอ่ื ง จุด และเสน้ ตรง
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนิดของมมุ บอกชือ่ มุม สว่ นประกอบของมมุ และเขียนสญั ลักษณ์แสดงมมุ ได้
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
- จุด เป็นรูปเรขาคณติ ทไี่ มม่ ีมิติ ใช้บอกตาแหน่ง
- เส้นตรง เปน็ รปู เรขาคณติ 1 มติ ิ มีลกั ษณะเปน็ เสน้ ในแนวตรงทม่ี ีความยาวไม่จากดั
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกลกั ษณะของจดุ และเส้นตรงได้ (K)
2) สามารถส่ือสารและสอี ความหมายลักษณะของจุดและเสน้ ตรงได้ (P)
3) รับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
ลักษณะของจุดและเสน้ ตรง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูถามคาถามเกี่ยวกับประสบการณ์ท่ีเคยพบเจอจุด และเส้นในแนวตรงในชวี ิตจริง โดยใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างและ
อธบิ ายถึงการนาไปใช้ประโยชน์จากจุดและ เสน้ ในแนวตรง
2. ครูสุ่มนักเรยี นออกมาตอบคาถามที่ครไู ด้กระตุ้นถามคาถามไป
3. จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นพิจารณาภาพหน้า 103 เพอ่ื ใหเ้ ห็นถึงการใชจ้ ุดและเส้นในแนวตรงในชีวติ จรงิ
ขน้ั สอน
1. ครูอธิบายลกั ษณะของระนาบ จุด และวิธีการเขยี นจดุ หนา้ 104
2. ครูอธิบายลกั ษณะของเสน้ ตรง พรอ้ มทงั้ สาธิตวธิ ีเขยี น เสน้ ตรง หนา้ 105
3. ครูสุ่มนกั เรยี นออกมาสาธติ วิธีการเขียนเส้นตรง ตามโจทย์ท่ีครกู าหนดให้บนกระดานและใหเ้ พื่อนๆตรวจสอบความ
ถูกต้อง
4. ครูให้นักเรียนรว่ มกนั ทากิจกรรมหน้า 104 โดยให้นกั เรียน เขียน T H K S และ G กากบั จุดตามเงื่อนไขทีก่ าหนด
5. แล้วใหน้ กั เรียนร่วมกนั ทากิจกรรม ในหน้า 105-106 จากนั้นทาแบบฝกึ หัด 8.2 เปน็ รายบคุ คล
ข้ันสรปุ
ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปเก่ียวกับ จดุ และเสน้ ตรง ดังน้ี
- จดุ เป็นรูปเรขาคณิตที่ไมม่ ีมิติ ใช้บอกตาแหน่ง
- เส้นตรง เป็นรูปเรขาคณิต 1 มติ ิ มลี กั ษณะเปน็ เส้นในแนวตรงทีม่ คี วามยาวไม่จากดั
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) ประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมินทักษะและ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
การทางานรายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. สงั เกตจากการเรียนมี - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือว่า
ความรับผิดชอบตอ่ งานท่สี ่ัง คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี อนั พงึ ประสงค์ ประเมนิ
กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันใน
การทางาน
7. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น ป.4
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
แผนที่ 43 สัปดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ช่อื ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 8 มมุ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
เรอื่ ง รังสี และสว่ นของเส้นตรง
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรูป
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนิดของมุม บอกชือ่ มมุ ส่วนประกอบของมุมและเขยี นสัญลกั ษณ์แสดงมมุ ได้
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
- รังสี เปน็ สว่ นหน่งึ ของเส้นตรงท่มี จี ดุ ปลาย 1 จุด
- สว่ นของเส้นตรง เป็นส่วนหนง่ึ ของเสน้ ตรงท่ีมจี ุดปลาย 2 จดุ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บอกลกั ษณะของรังสี และสว่ นของเส้นตรงได้ (K)
2) สามารถสือ่ สารและสื่อความหมายลกั ษณะของรงั สี และสว่ นของเส้นตรงได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
รงั สี และส่วนของเส้นตรง พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูทบทวนความรู้เดิมของจุดและเสน้ ตรงว่ามลี ักษณะอย่างไรบ้าง
2. ครใู ห้นักเรียนยกตวั อยา่ งส่ิงท่พี บเจอในชีวิตประจาวันท่ีเก่ยี วกบั จุดและเสน้ ตรง
ขน้ั สอน
1. ครูอธิบายลกั ษณะของรงั สแี ละสว่ นของเสน้ ตรง หนา้ 107-108
2. ครูสาธิตวิธีเขยี นรงั สแี ละสว่ นของเสน้ ตรงพรอ้ มทงั้ เขียนสญั ลกั ษณใ์ หน้ กั เรยี นดู
3. ครูสุ่มนกั เรยี นออกมาสาธติ การเขียนรงั สแี ละสว่ นของเสน้ ตรงตามโจทยท์ ี่ครกู าหนดใหบ้ นกระดานและให้เพอ่ื นๆ
ตรวจสอบความถกู ต้อง
4. ครูอธิบายเนน้ ยา้ เพ่มิ เติมวา่ เสน้ ตรงและรงั สมี ีความยาวไมจ่ ากดั จึงไม่สามารถวดั ความยาวได้ แตส่ ว่ นของเสน้ ตรง
มีความยาวจากดั สามารถวดั ความยาวของสว่ นของเสน้ ตรงได
5. ครใู หน้ ักเรยี นรว่ มกนั ทากจิ กรรมหน้า 109 จากน้นั ทาแบบฝกึ หัด 8.3 เป็นรายบคุ คล
ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เก่ยี วกับ รังสี และสว่ นของเสน้ ตรง ดังนี้
- รังสี เปน็ ส่วนหนึง่ ของเส้นตรงทมี่ ีจดุ ปลาย 1 จุด
- ส่วนของเสน้ ตรง เป็นสว่ นหนึ่งของเส้นตรงที่มจี ุดปลาย 2 จุด
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ - กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึน้ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) ประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
การทางานรายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
1. สังเกตจากการเรยี นมี - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ง่ั คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑก์ าร
และส่งงานได้ทนั ตามท่ี อนั พงึ ประสงค์ ประเมนิ
กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมั่นใน
การทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นป.4
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
แผนที่ 44 สัปดาห์ท่ี 11
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……2…/………... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 8 มุม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 จานวน 1 คาบ
เรื่อง สว่ นประกอบของมุม
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนิดของมมุ บอกช่อื มมุ สว่ นประกอบของมุมและเขียนสญั ลกั ษณ์แสดงมุมได้
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
มุมเกิดจากรงั สหี รือส่วนของเสน้ ตรงสองเสน้ ที่มีจุดปลายเป็นจุดเดยี วกนั ซ่งึ ประกอบด้วยจุดยอดมมุ และแขนของมุม
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกส่วนประกอบของมุมท่กี าหนดใหไ้ ด้ (K)
2) สามารถเชือ่ มโยงส่วนประกอบของมุมได้ (P)
3) รับผิดชอบต่อหน้าท่ที ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ
ส่วนประกอบของมมุ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครุถามนักเรียนวา่ มุมเกดิ จากอะไร
2. นักเรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
3. ครใู ห้นกั เรยี นดูรปู รังสแี ละส่วนของเส้นตรง แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั บอกความแตกต่างของส่วนของเส้นตรงกบั รังสี
ขน้ั สอน
1. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเกง่ ปานกลางค่อนข้าง
อ่อน และออ่ น แล้วให้แต่ละกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้ เร่ือง สว่ นประกอบของมมุ จากหนังสือเรยี น
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันอภปิ รายแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจกัน
3. ครูติดรูปมมุ ทเ่ี กิดจากรงั สสี องเสน้ และรูปมุมที่เกดิ จาก สว่ นของเสน้ ตรงสองเส้นบนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นรว่ มกนั
บอกความแตกต่าง
4. ครใู ห้นกั เรยี นดูตัวอยา่ งรูปมมุ ทเี่ กิดจากรังสีและรปู มมุ ทเ่ี กิดจากสว่ นของเสน้ ตรง แล้วชว่ ยกันบอกส่วนประกอบของมมุ
ว่า จดุ ยอดมมุ คือจุดใด และแขนของมมุ คอื อะไร
5. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
ขั้นสรุป
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้เกยี่ วกับส่วนประกอบของมุม
2. นกั เรยี นทกุ คนทาใบงานที่ 3.1 เรื่อง สว่ นประกอบของมุม
3. ครูให้นกั เรียน 2-3 คน เฉลยคาตอบจากใบงานหนา้ ช้นั เรียน ครชู มเชยนกั เรยี นท่ที าไดถ้ ูกตอ้ งและให้กาลังใจ
นักเรยี นทยี่ งั มีข้อบกพรอ่ งอยู่
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) ประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทักษะและ 80% ข้ึนไป ถือว่า
การทางานรายบคุ คล/กล่มุ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
1. สังเกตจากการเรยี นมี - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือวา่
ความรับผิดชอบต่องานทสี่ ่งั คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทันตามท่ี อนั พงึ ประสงค์ ประเมิน
กาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ใน
การทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.4
2) บตั รภาพ
3) ใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง ส่วนประกอบของมุม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
บัตรภาพ
ล ก
ส ขค
น ภาพมุมท่เี กดิ จากส่วนของเส้นตรง
ภาพมมุ ทเ่ี กิดจากรังสี ม
ป
ฉช
ด
จ ภาพมมุ ท่เี กิดจากส่วนของเสน้ ตรง
ภาพมุมท่ีเกิดจากรังสี
กอ
จ
พ
อ ภาพมมุ ทเ่ี กดิ จากส่วนของเสน้ ตรง
ท ภม
ภาพมมุ ทเี่ กิดจากรังสี ภาพส่วนของเส้นตรง
ทบ
ภาพรงั สี
ใบงานที่ 3.1 อ
สว่ นประกอบของมมุ
,๙๙๙ ,๙
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นบอกสว่ นประกอบของมุมท่กี าหนดให้ ๙๙,๙๙๙
ลก ช
1. 2. ,๙๙๙ ,๙
๙๙,๙๙๙
ส น จดุ ยอดมมุ คอื ๙ พ
จุดยอดมมุ คือ ๙ ,๙๙๙,๙๙๙ แขนของมุม คือ ๙,๙ ค
แขนของมมุ คือ ๙,๙๙๙,๙๙๙ ,๙๙๙ ,๙
4. ฉ ๙๙,๙๙๙
3. จ
อ จ
ท จดุ ยอดมุม คอื ๙
จุดยอดมุม คือ ๙ ,๙๙๙,๙๙๙ แขนของมุม คอื ๙,๙
แขนของมุม คือ ๙,๙๙๙,๙๙๙
ก
5. ม 6.
ป
ด ข
จุดยอดมุม คือ ๙ ,๙๙๙,๙๙๙ จุดยอดมุม คือ ๙
แขนของมุม คือ ๙,๙๙๙,๙๙๙ แขนของมุม คือ ๙,๙
เฉลยใบงานท่ี 3.1
สว่ นประกอบของมุม
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นบอกสว่ นประกอบของมุมท่ีกาหนดให้ ก อ
ล
1. 2.
ส จุด ล น จุดยอดมมุ คอื ๙ จุด พพ
จุดยอดมุม คอื ลส และ ลน๙,๙๙๙,๙๙๙ แขนของมมุ คอื ๙พก และ พอ ๙๙,๙๙๙
แขนของมมุ คอื
จ ช
3.
4. ฉ
อ
จดุ ยอดมมุ คือ จุด จ ท จุดยอดมุม คือจ ๙ จดุ ฉ
แขนของมุม คอื จอ และ จท๙,๙๙๙,๙๙๙ แขนของมมุ คอื ๙ฉจ และ ฉช ๙๙,๙๙๙
ม ก
5. 6.
ป ข ค
จุดยอดมมุ คือ ๙ จุด ข
ด
จุดยอดมมุ คือ จุด ป แขนของมุม คอื ๙ขก และ ขค ๙๙,๙๙๙
แขนของมุม คือ ปม และ ปด๙,๙๙๙,๙๙๙
แผนที่ 45 สปั ดาหท์ ่ี 12
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2…/………... ชื่อผูส้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8 มมุ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
เรอื่ ง การเขยี นชอื่ และสัญลักษณม์ ุม
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนดิ ของมมุ บอกชอื่ มุม ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสญั ลกั ษณ์แสดงมมุ ได้
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นชอื่ และสญั ลักษณ์แทนมมุ ใหเ้ ขียนชอ่ื จุดยอดมมุ อยตู่ รงกลางและมชี ่ือแขนของมุมอยูท่ างซา้ ย และขวา โดย
ใช้ “ ” เป็นสญั ลกั ษณ์วางไว้บนชือ่ จดุ ยอดมุม
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถเขียนชอ่ื และสญั ลักษณ์แทนมุมได้ (K)
2. สามารถสอ่ื สารและส่ือความหมายชือ่ และสญั ลกั ษณ์มมุ ได้ (P)
3. รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถนิ่
ช่ือและสัญลกั ษณ์แทนมมุ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครูถามนกั เรยี นวา่ การตงั้ ช่อื มมุ นยิ มตงั้ จากอะไร
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
3. ครวู าดรปู มุมบนกระดาน แลว้ ให้นักเรียน 1 คน ออกมาเขยี นส่วนประกอบของมมุ โดยเขียนจุดยอดมมุ และแขนของมุม
ขน้ั สอน
1. นักเรียนกล่มุ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1) รว่ มกันศึกษาความรเู้ รอ่ื ง การเขยี นชอื่ และสัญลักษณแ์ ทนมุม จาก
หนังสือเรียน
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายแลกเปลย่ี นความรู้ ความเข้าใจกัน
3. ครยู กตัวอยา่ งการเขยี นชอ่ื มุมและสัญลกั ษณแ์ ทนมุมให้นักเรียนดูบนกระดาน
4. ครูแจกบัตรภาพมุมให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มฝึกเขียนชอ่ื มมุ และสญั ลกั ษณ์แทนมุมจากภาพมมุ ทก่ี าหนดให้
5. ครูถามนกั เรยี นวา่ ทาไมจึงนาพยญั ชนะไทยหรอื ตัวอกั ษรโรมนั มาต้งั เปน็ ชอ่ื มุม
6. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
7. ให้นักเรยี นทกุ คนทาใบงานท่ี 3.2 เรอื่ ง การเขยี นชือ่ และสัญลักษณ์แทนมุม
8. ครเู ลอื กนักเรยี น 2-3 คน หาคาตอบของใบงาน ครชู มเชยนักเรียนท่ีทาไดถ้ กู ต้องและแนะนานกั เรียนทยี่ ังมขี ้อบกพรอ่ ง
อยู่
9. นักเรยี นทากิจกรรมฝึกทกั ษะ เรื่อง มมุ ข้อ 1-2 จากหนังสือเรียน เปน็ การบ้านแลว้ นามาส่งครูในวนั ถัดไป
ข้ันสรุป
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กย่ี วกับการเขยี นชอื่ มมุ และสญั ลักษณ์แทนมุม
2. ครถู ามนกั เรียนวา่ การเขยี นชอ่ื และสัญลักษณ์แทนมุม ตอ้ งคานึงถึงอะไร
2. นักเรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคิด
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่
- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ทกั ษะ/ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ข้ึนไป ถือว่า
กระบวนการ (P) การทางานรายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือวา่
รบั ผิดชอบต่องานทีส่ ง่ั และสง่ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑก์ าร
งานไดท้ ันตามท่ีกาหนด อนั พึงประสงค์ ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4
2) บัตรภาพ
3) ใบงานที่ 3.2 เร่ือง การเขียนชื่อและสัญลกั ษณ์แทนมุม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
....................................................................................................................................................... ...............
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
บตั รภาพ
จ น
อ ท บ ป
ร ภาพท่ี 2 ค
ภาพที่ 1
ก
ส
จ ว
ภาพที่ 3
ภาพที่ 4
ช ษย
ฟ น
ภาพที่ 6
อ
ภาพที่ 5
ใบงานท่ี 3.2 3.2
การเขียนช่อื และสญั ลักษณแ์ ทนมุม
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นชอ่ื แขนของมุม จดุ ยอดมมุ ชอ่ื มมุ และสญั ลกั ษณ์แทนมุม จากภาพมุมทก่ี าหนดให้
1.
ม แขนของมุม คอื
จดุ ยอดมุม คอื
ชอ่ื มุม คอื
สญั ลกั ษณแ์ ทนมมุ คอื
สธ
2. ว ท แขนของมมุ คอื
ส จุดยอดมุม คอื
ชอ่ื มมุ คอื
สญั ลกั ษณแ์ ทนมุม คอื
3. จ แขนของมมุ คอื
อ จุดยอดมมุ คอื
ชอ่ื มุม คอื
4. สญั ลกั ษณแ์ ทนมมุ คอื
ย
ท
ศ แขนของมุม คอื
จุดยอดมมุ คอื
ชอ่ื มุม คอื
ด สญั ลกั ษณ์แทนมมุ คอื
5. ส แขนของมมุ คอื
บ จดุ ยอดมุม คอื
ชอ่ื มมุ คอื
สญั ลกั ษณแ์ ทนมมุ คอื
ม
เฉลยใบงานท่ี 3.2
การเขียนช่ือและสญั ลกั ษณแ์ ทนมุม
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นชอ่ื แขนของมุม จดุ ยอดมมุ ชอ่ื มมุ และสญั ลกั ษณ์แทนมุม จากภาพมมุ ทก่ี าหนดให้
1.
ม แขนของมุม คอื สม และ สธ
จดุ ยอดมมุ คอื จดุ ส,๙
ชอ่ื มุม คอื มุม มสธ หรอื มมุ ธสม
สญั ลกั ษณ์แทนมุม คอื ๙มสธ หรอื ธสม
สธ
2. ว ท แขนของมุม คอื วท และ วส
ส
จุดยอดมมุ คอื จดุ ว,๙
ชอ่ื มุม คอื มมุ สวท หรอื มมุ ทวส ๙
สญั ลกั ษณ์แทนมุม คอื ๙สวท หรอื ทวส,
จ
3. แขนของมมุ คอื จอ และ จท ,
อ
จดุ ยอดมุม คอื จดุ จ,๙ ๙๙,
4.
ย ชอ่ื มุม คอื มมุ อจท หรอื มมุ ทจอ
5. ส ท สญั ลกั ษณแ์ ทนมุม คอื ๙อจท หรอื ทจอ,
บ
ศ แขนของมมุ คอื ยศ และ ยด ,
จดุ ยอดมุม คอื จดุ ย,๙ ๙๙, ๙
ชอ่ื มุม คอื มมุ ศยด หรอื มมุ ดยศ ๙
สญั ลกั ษณแ์ ทนมุม คอื ๙ศยด หรอื ดยศ
ด
แขนของมมุ คอื บส และ บม ,
จดุ ยอดมุม คอื จดุ บ,๙ ๙๙, ๙๙
ชอ่ื มมุ คอื มมุ สบม หรอื มมุ มบส ๙
สญั ลกั ษณ์แทนมมุ คอื ๙สบม หรอื มบส,
ม
แผนที่ 46 สัปดาหท์ ่ี 12
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ ……2…/………... ช่อื ผสู้ อน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 มมุ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 1 คาบ
เรอื่ ง มมุ ฉาก
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ค. 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณติ สมบตั ิของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธร์ ะหวา่ งรปู
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้
ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนดิ ของมุม บอกช่อื มุม ส่วนประกอบของมมุ และเขียนสัญลกั ษณ์แสดงมุมได้
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การพบั กระดาษ 1 แผน่ เปน็ 2 สว่ นเทา่ ๆ กัน แล้วพับอกี ครงั้ ใหร้ อยพับทับกนั สนิทพอดี มุมที่เกิดจาก รอยพับจะเปน็
มมุ ฉาก ซง่ึ สองมุมฉากเท่ากบั มมุ ตรงนับนั้น
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกลักษณะของมมุ ฉากได้ (K)
2. บอกชอ่ื ส่ิงของที่มลี ักษณะเป็นมมุ ฉากได้ (K)
2. สามารถใหเ้ หตุผลเก่ยี วกบั ลักษณะของมมุ ฉากได้ (P)
3. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
ลักษณะของมุมฉาก พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครใู หน้ กั เรียนทกุ คนดบู ตั รภาพมุมฉาก จากนัน้ ขอตัวแทนนักเรียน 1 คน เขียนชอื่ มุมและสญั ลักษณ์แทนมมุ กระดาน
2. ครใู ห้นักเรยี นจับกลมุ่ กลุ่มละ 4 คนเพ่อื เล่นเกมกระดาษสร้างมุม โดยครูอธิบายวธิ เี ล่น กฎ กตกิ า จนนกั เรียนเขา้ ใจแลว้
จงึ เร่มิ เลน่ เกม
ขน้ั สอน
1. นกั เรยี นร่วมกนั คน้ หาเพ่ือสรุปให้ไดว้ ่า มุมฉากมีลักษณะอยา่ งไร และมุมฉากเกิดจากอะไร โดยให้นักเรียนศกึ ษา เร่อื ง ชนดิ
ของมุม : มุมฉาก จากหนังสือเรียน
2. ครูให้นกั เรียนร่วมกนั พิจารณาเกย่ี วกับมมุ ฉากในชวี ิตประจาวัน โดยให้นกั เรียนดูภาพของส่ิงตา่ งๆ ทีม่ บี างส่วนเปน็ มมุ ฉาก
3. สมาชกิ จบั คผู่ ลดั กนั อภิปรายเก่ียวกบั ลกั ษณะของมมุ ฉาก
4. ครูสุ่มนกั เรยี น 2-3 คน อธิบายเกย่ี วกบั ลักษณะของมมุ ฉาก พรอ้ มทัง้ ให้นกั เรียนยกตวั อย่างสิ่งของทม่ี ีบางส่วนเป็นมุม
ฉากที่นกั เรยี นพบในชวี ิตประจาวันหนา้ ชัน้ เรียน
5. ส่งิ ของทีน่ ักเรียนพบเหน็ ในชีวิตประจาวนั สิ่งใดบา้ งท่ีมีบางสว่ นเป็นมมุ ฉาก
6. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
7. นกั เรียนดูบัตรภาพ แลว้ ชว่ ยกนั พิจารณาว่า ภาพใดเปน็ มมุ ฉากหรอื ไม่เป็นมมุ ฉาก และให้เหตุผลประกอบการพจิ ารณา
8. นักเรยี นทุกคนทาใบงานที่ 3.3 เรอ่ื ง มมุ ฉาก โดยครูตกลงกบั นักเรยี นเรื่องกาหนดเวลาเสรจ็ แล้วนาส่งครู
ขน้ั สรปุ
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันพิจารณาเปรยี บเทยี บภาพของสิ่งต่างๆ ทีม่ ีบางสว่ นเปน็ มมุ ฉาก จะมีลักษณะเปน็ อยา่ งไร เพ่อื
เตรยี มสรปุ เก่ยี วกับมุมฉาก ลักษณะของมุมฉาก และความสัมพันธข์ องมมุ ฉากกับมุมตรง
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความร้เู กย่ี วกับมมุ ฉาก ลกั ษณะของมุมฉาก และความสัมพันธ์ของมุมฉากกบั มมุ ตรง
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
- กจิ กรรมฝกึ ทักษะ
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - แบบฝึกหัด 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
- ตรวจแบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
ทักษะ/ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินทักษะและ
กระบวนการ (P) การทางานรายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
คณิตศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม ประเมนิ
รบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีส่งั และสง่ - แบบประเมนิ
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด คุณลักษณะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่ อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑก์ าร
เรยี นรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.4
2) บตั รภาพ
3) เกมกระดาษสร้างมุม
4) ใบงานท่ี 3.3 เร่อื ง มุมฉาก
8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ ..........
......................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
เอกสารประกอบการสร้างมมุ
เกมกระดาษสรา้ งมุม
อปุ กรณ์ : กระดาษรไี ซเคลิ
วธิ เี ลน่ : 1. ครูแจกกระดาษให้นกั เรยี นพับเปน็ 2 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วพับอกี ครงั้ ใหร้ อยพบั ทับกนั สนทิ
ซ่ึงจะเกิดมุมฉาก แลว้ ให้นกั เรียนพบั ไปเรื่อยๆ จนนกั เรียนไม่สามารถจะพับได้อีก
2. นกั เรียนคนใดทพ่ี ับกระดาษ แล้วมขี นาดกระดาษเลก็ ท่ีสุด จะได้ 1 คะแนน
บัตรภาพ A
ก B C
ข ภาพท่ี 1 ค
ภาพท่ี 2
ภาพที่ 3 ภาพที่ 4
ภาพท่ี 5 ภาพท่ี 6
ภาพท่ี 7 ภาพท่ี 8
ใบงานที่ 3.3
มมุ ฉาก
คาชี้แจง ให้นกั เรียนดูภาพตอ่ ไปน้ี แลว้ ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาวา่ มมี มุ ใดในรูปเป็นมมุ ฉากหรือไม่
1. 2.
3. 4.
5. 6.
เฉลยใบงานท่ี 3.3
มมุ ฉาก
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนดูภาพต่อไปน้ี แล้วให้นกั เรียนพจิ ารณาวา่ มีมุมใดในรูปเปน็ มมุ ฉากหรือไม่
1. 2.
มี ไม่มี
3. 4.
มี ไมม่ ี
5. 6.
ไม่มี มี
แผนท่ี 47 สปั ดาห์ท่ี 12
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2…/………... ช่อื ผู้สอน ….……………………………………………..……….…...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 มุม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 คาบ
เรอ่ื ง มมุ แหลม
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ค. 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรปู
เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั ค 2.2 ป.4/1 จาแนกชนิดของมุม บอกช่อื มมุ ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสญั ลกั ษณแ์ สดงมุมได้
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
มุมแหลม เป็นมุมท่ีมีขนาดเลก็ กวา่ มุมฉาก
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายลกั ษณะของมุมแหลมได้ (K)
2. บอกความสัมพันธ์ของมุมแหลมกับมุมฉากได้ (K)
3. สามารถบอกความเชื่อมโยงของมุมแหลมกับมุมฉากได้ (P)
4. รับผิดชอบตอ่ หน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
มุมแหลม พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครถู ามนกั เรยี นวา่ มุมเกดิ จากอะไร
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
3. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน เล่นเกมใหญ่กวา่ เลก็ กว่า เพอื่ เช่ือมโยงความร้จู ากมมุ ฉากสู่มมุ แหลม โดยครู
อธิบายวิธีเล่น กฎ กติกา จนนักเรียนเข้าใจ แล้วจึงเรมิ่ เล่นเกม
ขน้ั สอน
1. นักเรียนศกึ ษาความรเู้ รอื่ ง ชนดิ ของมุม : มมุ แหลม จากหนงั สือเรยี น หรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite
2. นกั เรียนอภิปรายสรปุ ความรเู้ รอื่ ง ชนิดของมมุ : มุมแหลม
3. ครูให้นกั เรียนดูบัตรภาพแลว้ ชว่ ยกันบอกวา่ มุมแหลมแตกต่างจากมมุ ฉากอย่างไร
4. ครถู ามนกั เรียนวา่ มุมแหลมกับมมุ ฉาก มคี วามสมั พันธก์ นั อยา่ งไร