The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-08 11:17:11

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม1-63-ผสาน

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม1-63

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา............. เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้ําหนกั
หนว ยท่ี ช่ือหนวยการเรยี นรู ตวั ชว้ี ัด สาระสาํ คญั (ชวั่ โมง) คะแนน
1 1.1 ตัวเรา และการ
มาตรฐานที่ ว 1.2 รางกายของเรามีอวัยวะ 2 3
ตวั เรา พืช ดแู ลรกั ษา เขา ใจสมบตั ิของส่งิ มีชีวติ ตา งๆ ประกอบกันอวยั วะ ส.1
และสตั ว 1.1.1 สาํ รวจอวัยวะ หนว ยพื้นฐานของส่ิงมชี ีวิต ทเ่ี ราสามารถมองเหน็ ได
ของเรา การลําเลียงสารเขาและ เรยี กวา อวยั วะภายนอก
ออก และอวัยวะทไ่ี มส ามารถ
จากเซลล ความสมั พันธ มองเห็นไดเ รียกวา อวยั วะ
ของโครงสรางและหนาท่ี ภายใน
ของระบบตา ง ๆ ของสัตว
และมนุษยทีท่ าํ งาน
สมั พันธกนั ความสมั พนั ธ
ของโครงสรา งและหนา ที่
ของอวัยวะตา ง ๆ ของพชื
ทที่ ํางานสมั พันธก ัน
รวมท้งั นาํ ความรูไ ปใช
ประโยชน
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 1/1
ระบชุ ่ือ บรรยายลกั ษณะ

และบอกหนาที่ของสว น

ตาง ๆ ของรา งกายมนษุ ย

สตั วและพชื รวมทง้ั

บรรยายการทําหนา ท่ี

รว มกันของสวนตางๆของ

รา งกายมนษุ ยใ นการทํา

กิจกรรมตา งๆ จากขอ มูลท่ี

รวบรวมได

โครงสรา งการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นา้ํ หนกั
หนวยท่ี ชอ่ื หนว ยการเรียนรู ตัวชว้ี ดั สาระสาํ คัญ (ช่ัวโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 -รางกายของคนเรา 2 4
ตวั เรา พืช ดแู ลรกั ษา เขา ใจสมบตั ิของสง่ิ มชี วี ิต ประกอบดวยอวยั วะตางๆ ส.1
และสัตว 1.1.2 อวยั วะภายนอก หนวยพ้นื ฐานของส่งิ มชี วี ติ
ของเรา การลาํ เลียงสารเขา และออก หลายสวน อวัยวะที่มองเห็น
จากเซลล ความสมั พันธข อง ไดเ รียกวา อวยั วะภายนอก

โครงสรางและหนาทีข่ อง
ระบบตาง ๆ ของสตั วและ
มนษุ ยที่ทาํ งานสัมพนั ธก นั
ความสมั พันธข องโครงสราง
และหนา ท่ีของอวัยวะตาง ๆ
ของพชื ทที่ ํางานสัมพันธก นั
รวมท้งั นําความรูไปใช
ประโยชน
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 1/1
ระบชุ ่อื บรรยายลักษณะ

และบอกหนา ท่ีของสว นตา ง

ๆ ของรา งกายมนษุ ยสัตว

และพชื รวมทง้ั บรรยายการ

ทาํ หนา ทีร่ ว มกันของสวน

ตางๆของรางกายมนุษยใ น

การทํากิจกรรมตา งๆ จาก

ขอมลู ที่รวบรวมได

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา........... เวลา 80 ช่ัวโมง
ช่อื หนวยการเรยี นรู เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี 1.1 ตัวเรา และ มาตรฐานการเรียนรู/ สาระสาํ คญั (ชว่ั โมง) คะแนน
1 การดูแลรักษา ตัวช้ีวดั
1.1.3 หนาที่ของ รา งกายของเรามอี วยั วะ 2 2
ตัวเรา พืช อวยั วะภายนอก มาตรฐานท่ี ว 1.2 ภายนอกตางๆ ซ่งึ อวัยวะแต ส.2
และสตั ว เขาใจสมบัตขิ องสิ่งมีชีวิต ละสว นจะทําหนา ทต่ี า งกนั
หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชวี ติ ไปเชน ตามีไวมองดูสงิ่ ตา ง ๆ
การลําเลยี งสารเขาและออก หูมีไวฟ งเสียงตางๆ เปน ตน
จากเซลล ความสมั พนั ธของ
โครงสรา งและหนา ทข่ี อง
ระบบตา ง ๆ ของสตั วและ
มนษุ ยทีท่ าํ งานสัมพันธกัน
ความสัมพนั ธของโครงสรา ง
และหนาท่ีของอวัยวะตา ง ๆ
ของพืชที่ทาํ งานสัมพนั ธก ัน
รวมทงั้ นําความรูไปใช
ประโยชน
ตวั ชี้วดั ที่ ป. 1/1
ระบชุ ่ือ บรรยายลกั ษณะ
และบอกหนา ทข่ี องสวนตาง
ๆ ของรางกายมนุษยส ัตว
และพชื รวมท้งั บรรยายการ
ทําหนาที่รวมกนั ของสว น
ตางๆของรางกายมนุษยใ น
การทาํ กิจกรรมตา งๆ จาก
ขอ มูลทร่ี วบรวมได

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา........... เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นํ้าหนัก
หนวยที่ ช่ือหนว ยการเรยี นรู ตวั ชี้วดั สาระสาํ คญั (ชั่วโมง) คะแนน
1 1.1 ตัวเรา และการ -รา งกายของเรามอี วยั วะ
ดูแลรกั ษา มาตรฐานท่ี ว 1.2 ตาง ๆ ประกอบกนั อวัยวะท่ี 2 3
ตัวเรา พชื 1.1.4 อวัยวะภายใน เขาใจสมบัตขิ องสิง่ มชี วี ิต เราสามารถมองเหน็ ได ส.2
และสัตว หนว ยพนื้ ฐานของสงิ่ มีชีวติ
การลําเลียงสารเขาและออก เรียกวา อวยั วะภายนอก
จากเซลล ความสัมพนั ธของ และอวยั วะทเ่ี ราไมสามารถ
โครงสรางและหนาทขี่ อง มองเห็นได เรยี กวา อวยั วะ
ระบบตา ง ๆ ของสตั วและ ภายใน
มนษุ ยท ีท่ าํ งานสัมพนั ธก ัน
ความสมั พนั ธข องโครงสรา ง
และหนาทข่ี องอวยั วะตาง ๆ
ของพชื ที่ทํางานสัมพันธกัน
รวมทั้งนาํ ความรูไปใช
ประโยชน
ตัวชว้ี ดั ที่ ป. 1/1
ระบุชือ่ บรรยายลักษณะ

และบอกหนา ทข่ี องสว นตาง

ๆ ของรา งกายมนษุ ยสตั ว

และพืชรวมทง้ั บรรยายการ

ทําหนา ที่รว มกันของสว น

ตางๆของรางกายมนษุ ยใน

การทาํ กจิ กรรมตา งๆ จาก

ขอ มลู ทีร่ วบรวมได

\\

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา........... เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นา้ํ หนัก
หนวยท่ี ช่อื หนวยการเรยี นรู ตัวชวี้ ัด สาระสําคัญ (ชว่ั โมง) คะแนน
1 1.1 ตวั เรา และการ
ดแู ลรกั ษา มาตรฐานที่ ว 1.2 -รางกายของเรามอี วยั วะ 2 3
ตัวเรา พืช 1.1.5 หนาท่ีของ เขา ใจสมบตั ขิ องสงิ่ มชี ีวิต ตา ง ๆ ประกอบกนั อวยั วะท่ี ส.3
และสตั ว อวยั วะภายใน หนวยพน้ื ฐานของสิ่งมีชีวติ เราสามารถมองเห็นได
การลาํ เลียงสารเขา และออก เรียกวา อวัยวะภายนอก
จากเซลล ความสัมพันธข อง และอวยั วะทเ่ี ราไมสามารถ
โครงสรางและหนา ทขี่ อง มองเห็นได เรียกวา อวยั วะ
ระบบตา ง ๆ ของสัตวและ ภายใน
มนษุ ยท่ีทาํ งานสัมพนั ธกัน
ความสัมพันธข องโครงสรา ง
และหนาทีข่ องอวัยวะตา ง ๆ
ของพชื ที่ทาํ งานสัมพนั ธกัน
รวมท้งั นําความรไู ปใช
ประโยชน
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 1/1
ระบุช่ือ บรรยายลักษณะ

และบอกหนาทีข่ องสว นตาง

ๆ ของรา งกายมนษุ ยส ตั ว

และพชื รวมทงั้ บรรยายการ

ทาํ หนา ท่รี วมกันของสว น

ตางๆของรา งกายมนษุ ยใ น

การทํากจิ กรรมตา งๆ จาก

ขอ มูลท่ีรวบรวมได

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้ําหนกั
หนว ยที่ ช่ือหนวยการเรียนรู ตวั ชว้ี ดั สาระสําคญั (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 -รา งกายของเรา 2 3
ตวั เรา พชื ดแู ลรกั ษา เขาใจสมบตั ิของสิง่ มชี ีวติ ประกอบดว ยอวยั วะตางๆ ส.3
และสัตว 1.1.6 การทาํ งาน หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต ซงึ่ ทาํ หนา ทแี่ ตกตางกนั ใน
รวมกันของอวัยวะ การลําเลยี งสารเขาและออก การทํากิจกรรมตาง ๆ ของ
จากเซลล ความสัมพนั ธข อง เราตองอาศยั การทํางาน
โครงสรางและหนา ที่ รว มกันของอวยั วะ เพือ่ ชวย
ของระบบตาง ๆ ของสตั ว ใหเ ราสามารถดํารงชวี ติ ได
และมนุษยทที่ ํางานสัมพันธ ตามปกติ
กนั ความสมั พนั ธของ
โครงสรางและหนา ที่ของ
อวัยวะตา ง ๆ ของพชื ท่ี
ทํางานสัมพันธกัน รวมทงั้ นาํ
ความรไู ปใชประโยชน
ตัวชี้วดั ที่ ป. 1/1
ระบชุ ่อื บรรยายลกั ษณะ

และบอกหนา ท่ขี องสวนตาง

ๆ ของรางกายมนุษยสตั ว

และพืชรวมทง้ั บรรยายการ

ทาํ หนาทีร่ วมกันของสว น

ตา งๆของรางกายมนษุ ยใน

การทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ จาก

ขอมลู ทร่ี วบรวมได

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา............. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชัว่ โมง)
มาตรฐานการเรยี นรู/ นํา้ หนกั
หนว ยที่ ชือ่ หนวยการเรียนรู ตวั ชวี้ ัด สาระสาํ คัญ 2 คะแนน
1 1.1 ตวั เรา และการ -รา งกายของเรา ส.4
ดูแลรกั ษา มาตรฐานที่ ว 1.2 ประกอบดวยอวยั วะตา งๆ 3
ตวั เรา พชื 1.1.7 การทาํ งาน เขาใจสมบตั ิของส่งิ มชี วี ิต ซง่ึ ทําหนา ท่ีแตกตางกัน ใน
และสตั ว หนวยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชีวิต
รว มกันของอวยั วะ การลําเลียงสารเขาและออก การทํากิจกรรมตา ง ๆ ของ
จากเซลล ความสมั พนั ธข อง เราตอ งอาศัยการทํางาน
โครงสรา งและหนา ท่ี รวมกนั ของอวยั วะ เพื่อชวย
ของระบบตา ง ๆ ของสตั ว ใหเราสามารถดํารงชีวติ ได
และมนุษยท ท่ี ํางานสัมพนั ธ ตามปกติ
กนั ความสมั พันธของ
โครงสรางและหนา ท่ขี อง
อวยั วะตาง ๆ ของพืชที่
ทาํ งานสมั พันธกนั รวมทั้งนํา
ความรไู ปใชป ระโยชน
ตวั ชีว้ ัดที่ ป. 1/1
ระบชุ ื่อ บรรยายลักษณะ

และบอกหนา ทข่ี องสว นตาง

ๆ ของรา งกายมนุษยสัตว

และพืชรวมทงั้ บรรยายการ

ทําหนา ท่ีรว มกนั ของสวน

ตา งๆของรา งกายมนษุ ยใ น

การทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ จาก

ขอมลู ที่รวบรวมได

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศกึ ษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้าํ หนัก
หนว ยท่ี ชื่อหนว ยการเรยี นรู ตวั ชีว้ ดั สาระสาํ คัญ (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตัวเรา และการ มาตรฐานที่ ว 1.2 -รางกายของเรา 2 2
ตวั เรา พชื ดแู ลรกั ษา เขา ใจสมบัตขิ องส่ิงมชี ีวติ ประกอบดวยอวยั วะตางๆ ส.4
และสตั ว 1.1.8 การดูแลรักษา หนว ยพ้ืนฐานของสงิ่ มชี ีวติ ซึง่ ทาํ หนา ที่แตกตางกนั ใน
อวัยวะ (ตา) การลําเลียงสารเขาและออก การทํากิจกรรมตาง ๆ ของ
จากเซลล ความสัมพนั ธของ เราตองอาศยั การทํางาน
โครงสรางและหนา ที่ รวมกันของอวยั วะ เพ่อื ชว ย
ของระบบตาง ๆ ของสัตว ใหเราสามารถดาํ รงชีวิตได
และมนษุ ยท ท่ี ํางานสัมพันธ ตามปกติ
กนั ความสัมพันธข อง
โครงสรา งและหนาที่ของ
อวัยวะตาง ๆ ของพชื ท่ี
ทาํ งานสมั พันธกนั รวมท้งั นาํ
ความรูไ ปใชป ระโยชน
ตัวชว้ี ัดท่ี ป. 1/1
ระบุชอ่ื บรรยายลกั ษณะ

และบอกหนา ทีข่ องสว นตา ง

ๆ ของรางกายมนุษยสตั ว

และพืชรวมท้ังบรรยายการ

ทาํ หนา ท่ีรวมกนั ของสวน

ตางๆของรางกายมนษุ ยใน

การทาํ กจิ กรรมตาง ๆ จาก

ขอ มลู ทร่ี วบรวมได

ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 1/2
ตระหนกั ถึงความสําคัญของ
สว นตา ง ๆ ของรา งกาย
ตนเอง โดยการดแู ลสว นตาง
ๆ อยางถูกตอง ใหป ลอดภยั
และรกั ษาความสะอาดอยู
เสมอ

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา............. เวลา 80 ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นาํ้ หนัก
หนวยท่ี ชอื่ หนวยการเรียนรู ตวั ชี้วัด สาระสําคัญ (ชวั่ โมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 -รา งกายของเรา 2 2
ตวั เรา พืช ดูแลรกั ษา เขา ใจสมบตั ขิ องส่งิ มีชีวติ ประกอบดวยอวยั วะตางๆ ส.5
และสตั ว 1.1.9 การดูแลรกั ษา หนว ยพ้ืนฐานของสงิ่ มชี วี ติ ซึง่ ทาํ หนาท่ีแตกตา งกัน ใน
อวัยวะ (หู) การลําเลียงสารเขา และออก การทํากิจกรรมตางๆ ของ
จากเซลล ความสมั พนั ธข อง เราตอ งอาศยั การทํางาน
โครงสรางและหนา ที่ รวมกนั ของอวยั วะ เพ่อื ชว ย
ของระบบตาง ๆ ของสัตว ใหเราสามารถดํารงชวี ิตได
และมนุษยท่ที ํางานสัมพนั ธ ตามปกติ
กัน ความสัมพันธข อง
โครงสรางและหนาที่ของ
อวัยวะตา ง ๆ ของพชื ท่ี
ทาํ งานสัมพนั ธก นั รวมท้ังนาํ
ความรไู ปใชป ระโยชน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 1/1
ระบชุ ่ือ บรรยายลักษณะ

และบอกหนาทขี่ องสว นตาง

ๆ ของรา งกายมนุษยสตั ว

และพชื รวมท้งั บรรยายการ

ทาํ หนาที่รว มกนั ของสว น

ตา งๆของรา งกายมนษุ ยใ น

การทาํ กิจกรรมตาง ๆ จาก

ขอ มูลที่รวบรวมได

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป. 1/2
ตระหนักถึงความสําคัญของ
สว นตาง ๆ ของรางกาย
ตนเอง โดยการดแู ลสว นตา ง
ๆ อยางถกู ตอ ง ใหป ลอดภัย
และรักษาความสะอาดอยู
เสมอ

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศกึ ษา............ เวลา 80 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้าํ หนัก
หนว ยที่ ช่อื หนวยการเรยี นรู ตัวชวี้ ดั สาระสําคัญ (ช่วั โมง) คะแนน
1
1.1 ตัวเรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - รางกายของเรา 2 2
ตัวเรา พืช ดูแลรกั ษา เขาใจสมบตั ิของสิ่งมชี ีวติ ประกอบดวยอวยั วะตา งๆ ส.5
และสัตว 1.1.10 การดูแลรักษา หนว ยพื้นฐานของส่ิงมชี ีวิต
อวยั วะ (จมกู ) การลาํ เลียงสารเขาและออก ซ่ึงทาํ หนา ที่แตกตา งกัน ใน
จากเซลล ความสมั พนั ธข อง การทาํ กิจกรรมตางๆ ของ
โครงสรางและหนาท่ี เราตองอาศัยการทาํ งาน
ของระบบตาง ๆ ของสตั ว รวมกนั ของอวยั วะ เพ่ือชว ย

และมนุษยทีท่ ํางานสัมพันธ ใหเราสามารถดาํ รงชีวิตได
กนั ความสมั พันธข อง ตามปกติ
โครงสรางและหนา ท่ีของ
อวยั วะตา ง ๆ ของพชื ที่
ทาํ งานสัมพันธกัน รวมท้ังนํา
ความรูไปใชป ระโยชน
ตัวช้ีวดั ท่ี ป. 1/1
ระบุชื่อ บรรยายลักษณะ

และบอกหนาที่ของสวนตาง

ๆ ของรางกายมนษุ ยส ัตว

และพืชรวมทงั้ บรรยายการ

ทาํ หนาทรี่ ว มกนั ของสวน

ตางๆของรา งกายมนุษยใน

การทาํ กิจกรรมตา ง ๆ จาก

ขอ มูลท่รี วบรวมได

ตวั ช้วี ดั ท่ี ป. 1/2
ตระหนกั ถงึ ความสําคัญของ
สวนตาง ๆ ของรา งกาย
ตนเอง โดยการดแู ลสวนตาง
ๆ อยา งถูกตอ ง ใหปลอดภัย
และรกั ษาความสะอาดอยู
เสมอ

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา............... เวลา 80 ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้ําหนัก
หนวยท่ี ชือ่ หนวยการเรยี นรู ตวั ชวี้ ัด สาระสําคัญ (ช่ัวโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานที่ ว 1.2 - รางกายของเรา 2 3
ตวั เรา พืช ดูแลรักษา เขาใจสมบตั ิของส่ิงมีชวี ิต ประกอบดวยอวยั วะตางๆ ส.6
และสัตว 1.1.11 การดแู ลรกั ษา หนวยพ้ืนฐานของสิง่ มชี ีวติ
อวัยวะ (ปาก) การลาํ เลยี งสารเขา และออก ซ่งึ ทําหนา ทแ่ี ตกตา งกนั ใน
จากเซลล ความสมั พนั ธของ การทํากจิ กรรมตางๆ ของ
โครงสรา งและหนาท่ี เราตอ งอาศยั การทํางาน
ของระบบตา ง ๆ ของสัตว รว มกันของอวยั วะ เพอื่ ชวย

และมนุษยท่ีทาํ งานสัมพันธ ใหเราสามารถดาํ รงชวี ิตได
กนั ความสัมพันธของ ตามปกติ
โครงสรางและหนาที่ของ
อวยั วะตา ง ๆ ของพชื ที่
ทาํ งานสัมพนั ธกัน รวมท้งั นํา
ความรูไปใชประโยชน
ตัวชี้วดั ที่ ป. 1/1
ระบุชือ่ บรรยายลักษณะ

และบอกหนาทีข่ องสวนตา ง

ๆ ของรา งกายมนษุ ยสตั ว

และพชื รวมทงั้ บรรยายการ

ทาํ หนาทรี่ ว มกนั ของสวน

ตางๆของรางกายมนุษยใน

การทํากิจกรรมตา ง ๆ จาก

ขอมลู ท่รี วบรวมได

ตัวช้ีวดั ที่ ป. 1/2
ตระหนักถึงความสําคัญของ
สว นตา ง ๆ ของรางกาย
ตนเอง โดยการดแู ลสว นตาง
ๆ อยางถกู ตอง ใหป ลอดภัย
และรกั ษาความสะอาดอยู
เสมอ

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา.............. เวลา 80 ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้าํ หนัก
หนวยท่ี ช่ือหนว ยการเรยี นรู ตวั ชีว้ ัด สาระสําคัญ (ชัว่ โมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - รางกายของเรา 2 3
ตัวเรา พชื ดูแลรกั ษา เขา ใจสมบตั ิของสงิ่ มชี ีวติ ประกอบดวยอวยั วะตา งๆ ส.6
และสตั ว 1.1.12 การดแู ลรักษา หนวยพนื้ ฐานของสิง่ มีชวี ิต
อวยั วะ (แขนและมือ) การลําเลียงสารเขาและออก ซงึ่ ทาํ หนา ที่แตกตา งกนั ใน
จากเซลล ความสมั พนั ธของ การทาํ กจิ กรรมตา งๆ ของ
โครงสรา งและหนา ท่ี เราตอ งอาศยั การทํางาน
ของระบบตา ง ๆ ของสตั ว รว มกนั ของอวัยวะ เพอ่ื ชวย

และมนษุ ยทที่ าํ งานสัมพันธ ใหเ ราสามารถดํารงชีวติ ได
กัน ความสัมพนั ธข อง ตามปกติ
โครงสรา งและหนา ทข่ี อง
อวยั วะตาง ๆ ของพชื ที่
ทํางานสัมพันธกัน รวมท้งั นาํ
ความรไู ปใชประโยชน
ตวั ช้วี ดั ที่ ป. 1/1
ระบชุ ่อื บรรยายลักษณะ

และบอกหนา ที่ของสว นตา ง

ๆ ของรา งกายมนุษยสัตว

และพืชรวมท้งั บรรยายการ

ทาํ หนาทีร่ ว มกนั ของสว น

ตางๆของรา งกายมนุษยใ น

การทํากจิ กรรมตา ง ๆ จาก

ขอ มูลท่ีรวบรวมได

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป. 1/2
ตระหนกั ถงึ ความสําคัญของ

สวนตา ง ๆ ของรา งกาย

ตนเอง โดยการดแู ลสว นตาง

ๆ อยา งถูกตอ ง ใหปลอดภยั

และรกั ษาความสะอาดอยู

เสมอ

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา.............. เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้ําหนกั
หนวยท่ี ช่ือหนว ยการเรียนรู ตวั ชวี้ ัด สาระสําคัญ (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา และการ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - รา งกายของเรา 2 3
ตัวเรา พชื ดูแลรกั ษา เขา ใจสมบตั ิของส่งิ มีชีวติ ประกอบดว ยอวยั วะตางๆ ส.7
และสตั ว 1.1.13 การดแู ลรักษา หนวยพน้ื ฐานของสงิ่ มีชวี ติ
อวยั วะ (ขาและเทา ) การลําเลียงสารเขาและออก ซ่ึงทําหนาทแ่ี ตกตา งกัน ใน
จากเซลล ความสมั พันธข อง การทํากจิ กรรมตางๆ ของ
โครงสรา งและหนาที่ เราตองอาศัยการทํางาน
ของระบบตา ง ๆ ของสตั ว รวมกนั ของอวยั วะ เพอ่ื ชวย

และมนุษยทที่ าํ งานสมั พนั ธ ใหเราสามารถดาํ รงชีวติ ได
กัน ความสัมพนั ธของ ตามปกติ
โครงสรา งและหนา ท่ีของ
อวยั วะตาง ๆ ของพชื ที่
ทํางานสัมพันธกนั รวมท้งั นํา
ความรไู ปใชประโยชน
ตวั ช้วี ดั ที่ ป. 1/1
ระบชุ ่อื บรรยายลักษณะ

และบอกหนา ทข่ี องสว นตา ง

ๆ ของรา งกายมนษุ ยสตั ว

และพืชรวมท้งั บรรยายการ

ทาํ หนาทีร่ ว มกันของสวน

ตางๆของรา งกายมนุษยใ น

การทํากจิ กรรมตา ง ๆ จาก

ขอ มูลทีร่ วบรวมได

ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 1/2
ตระหนักถงึ ความสําคญั ของ

สวนตา ง ๆ ของรางกาย

ตนเอง โดยการดูแลสว นตา ง

ๆ อยา งถูกตอ ง ใหป ลอดภยั

และรกั ษาความสะอาดอยู

เสมอ

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา.............. เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นาํ้ หนัก
หนว ยท่ี ชอ่ื หนวยการเรียนรู ตัวช้ีวดั สาระสําคญั (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา พชื และ มาตรฐานที่ ว 1.2 - พืชโดยทว่ั ไปมีสว นตา ง ๆ 2 3
ตวั เรา พืช สัตว เขาใจสมบัตขิ องสง่ิ มีชีวติ ทีส่ ําคัญไดแก ราก ลําตน ส.7
และสตั ว 1.1.14 สตั วแ ละพชื หนว ยพื้นฐานของสง่ิ มชี วี ติ ใบดอกและผลซ่ึงสวนตา ง ๆ
นารู การลาํ เลียงสารเขา และออก แตละสวนทาํ หนา ที่แตกตา ง
จากเซลล ความสัมพนั ธข อง กนั
โครงสรา งและหนาที่
ของระบบตา ง ๆ ของสตั ว
และมนุษยท่ีทาํ งานสัมพันธ
กนั ความสมั พันธของ
โครงสรางและหนา ทีข่ อง
อวยั วะตา ง ๆ ของพชื ท่ี
ทาํ งานสมั พนั ธก นั รวมท้ังนาํ
ความรไู ปใชประโยชน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป. 1/1
ระบชุ ่อื บรรยายลักษณะ
และบอกหนาท่ีของสว นตา ง
ๆ ของรางกายมนุษยส ัตว
และพชื รวมทงั้ บรรยายการ
ทาํ หนาท่รี ว มกันของสวน
ตาง ๆ ของรางกายมนษุ ยใน
การทาํ กิจกรรมตาง ๆ จาก
ขอ มลู ที่รวบรวมได

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ช่ือหนว ยการเรยี นรู ตัวช้ีวัด สาระสําคญั (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตัวเรา พืชและ มาตรฐานที่ ว 1.2 - สตั วส ว นใหญจ ะมีอวัยวะ 2 2
ตัวเรา พชื สัตว เขา ใจสมบตั ิของสงิ่ มชี ีวติ ภายนอกคลายกับคน สตั ว ส.8
และสัตว 1.1.15 โครงสรา ง หนว ยพื้นฐานของสิง่ มีชีวิต สว นใหญมีอวยั วะภายนอกที่
ภายนอกของสตั ว การลําเลียงสารเขาและออก สําคญั ไดแ ก ตา หู จมกู
จากเซลล ความสัมพนั ธของ ปากขาและเทา ซง่ึ อวัยวะ
โครงสรางและหนา ที่ แตละสว นทาํ หนา ทแี่ ตกตา ง
ของระบบตา ง ๆ ของสัตว กนั ไป เพื่อใหเหมาะสมตอ
และมนษุ ยท่ีทํางานสมั พันธ การดาํ รงชีวิต
กนั ความสัมพันธของ
โครงสรา งและหนาทีข่ อง
อวยั วะตา ง ๆ ของพืชท่ี
ทํางานสมั พันธก นั รวมทั้งนํา
ความรูไปใชป ระโยชน
ตัวชวี้ ัดท่ี ป. 1/1
ระบชุ ื่อ บรรยายลกั ษณะ
และบอกหนา ทข่ี องสว นตา ง
ๆ ของรางกายมนุษยส ัตว
และพืชรวมทงั้ บรรยายการ
ทําหนา ทรี่ วมกันของสว น
ตา ง ๆ ของรางกายมนษุ ยใน
การทํากจิ กรรมตา ง ๆ จาก
ขอมลู ทร่ี วบรวมได

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา.................. เวลา 80 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา น้าํ หนกั
หนวยท่ี ชอ่ื หนวยการเรยี นรู ตวั ชีว้ ัด สาระสําคัญ (ชวั่ โมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา พืชและ มาตรฐานที่ ว 1.2 -- สัตวสวนใหญจะมีอวยั วะ 2 2
ตัวเรา พชื สตั ว เขาใจสมบตั ิของสิ่งมีชีวิต ภายนอกคลา ยกับคน สตั ว ส.8
และสตั ว 1.1.16 โครงสรา ง หนวยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชวี ติ สว นใหญมอี วยั วะภายนอกท่ี
ภายนอกของสตั ว การลําเลยี งสารเขาและออก สาํ คัญ ไดแ ก ตา หู จมกู
จากเซลล ความสัมพันธของ ปากขาและเทา ซึ่งอวยั วะ
โครงสรางและหนา ท่ี แตล ะสว นทําหนาที่แตกตา ง
ของระบบตาง ๆ ของสัตว กันไป เพ่ือใหเหมาะสมตอ
และมนุษยท่ีทํางานสมั พันธ การดํารงชีวิต
กัน ความสัมพันธของ
โครงสรา งและหนาท่ขี อง
อวัยวะตาง ๆ ของพชื ท่ี
ทาํ งานสัมพันธก นั รวมท้ังนํา
ความรูไปใชประโยชน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 1/1
ระบุชอื่ บรรยายลักษณะ
และบอกหนาท่ีของสว นตาง
ๆ ของรางกายมนุษยส ัตว
และพชื รวมท้ังบรรยายการ
ทาํ หนา ทร่ี วมกนั ของสวน
ตา ง ๆ ของรา งกายมนษุ ยใน
การทํากจิ กรรมตา ง ๆ จาก
ขอมลู ทีร่ วบรวมได

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา............... เวลา 80 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้าํ หนัก
หนว ยท่ี ช่อื หนว ยการเรยี นรู ตวั ช้ีวดั สาระสําคัญ (ชั่วโมง) คะแนน
1
1.1 ตวั เรา พชื และ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - สัตวส ว นใหญจะมี 2 2
ตัวเรา พืช สัตว เขา ใจสมบตั ขิ องสง่ิ มชี ีวติ อวยั วะภายนอกคลา ยกับคน ส.9
และสัตว 1.1.17 หนา ทขี่ อง หนว ยพน้ื ฐานของสงิ่ มีชีวิต สตั วแตล ะชนดิ มีอวัยวะ
อวยั วะภายนอกของ การลาํ เลยี งสารเขา และออก ภายนอกท่สี ําคัญ ไดแก ตา
สตั ว (ตา หู จมกู ) จากเซลล ความสัมพันธข อง หู จมูก ปากขาและเทา ซงึ่
โครงสรางและหนาที่ อวยั วะแตละสวนทาํ หนาที
ของระบบตา ง ๆ ของสัตว แตกตางกันไป เพื่อให
และมนุษยทที่ าํ งานสมั พนั ธ เหมาะสมตอ การดํารงชีวติ
กัน ความสัมพันธของ
โครงสรางและหนา ท่ขี อง
อวยั วะตาง ๆ ของพืชท่ี
ทํางานสัมพนั ธกนั รวมท้งั นํา
ความรไู ปใชประโยชน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 1/1
ระบุช่ือ บรรยายลกั ษณะ
และบอกหนาท่ขี องสวนตาง
ๆ ของรางกายมนษุ ยสัตว
และพชื รวมทงั้ บรรยายการ
ทาํ หนา ท่ีรวมกนั ของสว น
ตาง ๆ ของรางกายมนุษยใน
การทํากจิ กรรมตาง ๆ จาก
ขอ มลู ทีร่ วบรวมได

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา.............. เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้ําหนัก
หนว ยที่ ช่ือหนว ยการเรยี นรู ตัวชี้วัด สาระสําคัญ (ชัว่ โมง) คะแนน
1
1.1 ตัวเรา พืชและ มาตรฐานที่ ว 1.2 - สัตวส วนใหญจ ะมอี วยั วะ 2 3
ตวั เรา พชื สตั ว เขา ใจสมบตั ขิ องสิ่งมชี ีวิต ภายนอกคลายกับคน สตั ว ส.9
และสัตว 1.1.18 หนาทขี่ อง หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชวี ิต แตละชนิดมอี วยั วะภายนอก
อวยั วะภายนอกของ การลาํ เลยี งสารเขา และออก ที่สาํ คญั ไดแ ก ตา หู จมกู
สตั ว จากเซลล ความสัมพันธข อง ปากขาและเทา ซง่ึ อวัยวะ
(ปาก ขาและเทา ) โครงสรา งและหนา ที่ แตล ะสว นทําหนา ทีแตกตา ง
ของระบบตา ง ๆ ของสัตว กนั ไป เพือ่ ใหเหมาะสมตอ
และมนษุ ยท ีท่ ํางานสัมพนั ธ การดาํ รงชีวติ
กนั ความสมั พันธของ
โครงสรา งและหนาท่ขี อง
อวัยวะตาง ๆ ของพืชที่
ทาํ งานสมั พนั ธก ัน รวมทง้ั นาํ
ความรูไปใชประโยชน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป. 1/1
ระบุช่อื บรรยายลกั ษณะ
และบอกหนาทีข่ องสว นตา ง
ๆ ของรา งกายมนุษยสัตว
และพชื รวมทัง้ บรรยายการ
ทาํ หนาทีร่ ว มกนั ของสว น
ตา ง ๆ ของรา งกายมนษุ ยใน
การทํากจิ กรรมตาง ๆ จาก
ขอมูลทร่ี วบรวมได

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา.............. เวลา 80 ช่วั โมง
เวลา นา้ํ หนัก
หนวยท่ี ชื่อหนวยการเรยี นรู มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชวี้ ัด สาระสาํ คญั (ชัว่ โมง) คะแนน

1 1.1 ตัวเรา พชื และ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - อวัยวะตา งๆ ของสัตว 2 3
ตัวเรา พชื สัตว เขา ใจสมบัตขิ องสงิ่ มีชวี ติ สวนใหญท าํ หนาที่ ส.11
และสตั ว 1.1.19 การเปรยี บ- หนวยพื้นฐานของสง่ิ มชี ีวติ เหมอื นกบั อวยั วะตางๆ
เทียบหนา ทีข่ อง การลาํ เลียงสารเขา และออก ของคน
อวัยวะภายนอกของ จากเซลลค วามสัมพันธของ
คนและสตั ว โครงสรางและหนา ทข่ี อง
ระบบตา งๆของสตั วแ ละ
มนษุ ยที่ทาํ งานสัมพนั ธกัน
ความสมั พนั ธข องโครงสราง
และหนา ท่ขี องอวยั วะตางๆ
ของพืชท่ีทาํ งานสมั พนั ธก ัน
รวมทงั้ นําความรไู ปใช
ประโยชน

ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป. 1/1
ระบชุ ื่อพืชและสัตวท่อี าศยั อยู
บรเิ วณตา ง ๆจากขอ มูลท่ี

รวบรวมได

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา.............. เวลา 80 ชวั่ โมง
เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ชือ่ หนว ยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ดั สาระสําคัญ (ชวั่ โมง) คะแนน
1
1.1 ตัวเรา พืชและ มาตรฐานท่ี ว 1.2 - สตั วแ ตล ะชนดิ มี 2 2
ตวั เรา พืช สัตว เขา ใจสมบัตขิ องสงิ่ มชี วี ิต สว นตางๆ ทมี่ ลี กั ษณะและ ส.11
และสตั ว 1.1.20 อวยั วะที่ หนว ยพ้นื ฐานของสงิ่ มชี วี ิต หนาที่แตกตางกนั เพือ่ ให
แตกตางกันของสตั ว การลําเลยี งสารเขา และออก เหมาะสมกบั การดํารงชีวติ
แตละชนิด จากเซลลค วามสมั พันธข อง เชน ปลามคี รีบเปน แผน
โครงสรางและหนาท่ขี อง สว นกบ เตา แมว มีขา
ระบบตาง ๆ ของสัตวแ ละ และเทา 4 ขาง สําหรบั ใช
มนษุ ยทีท่ ํางานสัมพนั ธก นั ในการเคลือ่ นท่เี ปนตน
ความสมั พนั ธข องโครงสราง
และหนาทข่ี องอวยั วะตา ง ๆ
ของพืชท่ที ํางานสมั พนั ธก นั
รวมท้งั นาํ ความรูไปใช
ประโยชน

ตวั ช้วี ดั ท่ี ป. 1/1
ระบุช่ือพืชและสตั วท ี่อาศยั อยู

บรเิ วณตา ง ๆ จากขอ มลู ท่ี
รวบรวมได

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา............. เวลา 80 ช่ัวโมง
เวลา นาํ้ หนกั
หนว ยที่ ช่ือหนวยการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชีว้ ัด สาระสําคญั (ช่วั โมง) คะแนน
2
2.1 พชื และสัตวใ น มาตรฐานที่ ว 1.2 - พชื โดยทั่วไปมีสว นตา ง 2 2
พืชและสัตว ทองถิ่น เขา ใจสมบัตขิ องสิ่งมีชีวติ ๆ ทส่ี าํ คัญไดแ ก ราก ลํา ส.12
ในทอ งถ่นิ 2.1.1 โครงสราง หนวยพ้ืนฐานของสิง่ มีชีวิต ตน ใบ ดอก และผล
ภายนอกของพืชและ การลําเลียงสารเขา และออก ซงึ่ สว นตา ง ๆ แตล ะสว น
หนา ที่ จากเซลลความสัมพันธข อง ทาํ หนา ทีแ่ ตกตางกัน
(ราก ลําตน ใบ) โครงสรางและหนาท่ีของ
ระบบตาง ๆ ของสัตวและ
มนษุ ยท ที่ ํางานสมั พันธกัน
ความสมั พนั ธข องโครงสราง
และหนาทีข่ องอวยั วะตาง ๆ
ของพืชที่ทํางานสมั พนั ธกัน
รวมท้ังนาํ ความรูไ ปใช
ประโยชน

ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป. 1/1
ระบชุ ่ือพืชและสตั วท อี่ าศยั อยู

บริเวณตาง ๆ จากขอมูลท่ี
รวบรวมได

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา.............. เวลา 80 ชวั่ โมง
เวลา น้ําหนัก
หนว ยท่ี ชื่อหนว ยการเรียนรู มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วัด สาระสาํ คัญ (ชั่วโมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสัตวใ น มาตรฐานที่ ว 1.2 เขาใจ - พืชโดยทัว่ ไปมีสว นตา ง 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถ่นิ สมบตั ขิ องสิง่ มีชีวิต หนวย ๆ ทส่ี าํ คญั ไดแ ก ราก ลาํ ส.12
ในทองถนิ่ 2.1.2 โครงสรา ง พ้ืนฐานของสงิ่ มีชวี ิต การ ตน ใบ ดอก และผล
ภายนอกของพชื และ ลําเลยี งสารเขา และออกจาก ซึ่งสวนตา ง ๆ แตละสว น
หนา ที่ เซลลค วามสัมพันธข อง ทําหนา ทแี่ ตกตางกัน
(ดอก ผลและเมล็ด) โครงสรา งและหนา ทข่ี อง
ระบบตาง ๆ ของสัตวและ
มนษุ ยท่ที ํางานสัมพันธกัน
ความสมั พนั ธของโครงสรา ง
และหนา ที่ของอวยั วะตาง ๆ
ของพืชท่ที าํ งานสมั พนั ธกนั
รวมทั้งนําความรูไปใช
ประโยชน
ตัวชวี้ ัดท่ี ป. 1/1
ระบชุ อ่ื พชื และสตั วท ี่อาศัยอยู

บรเิ วณตาง ๆ จากขอ มูลท่ี

รวบรวมได

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา.............. เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นา้ํ หนกั
หนวยที่ ชอ่ื หนวยการเรยี นรู ตัวชี้วัด สาระสําคัญ (ชวั่ โมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสัตวใ น มาตรฐานท่ี ว1.2 - พชื มีสว นตา งๆ ที่มี 2 3
พชื และสัตว ทองถน่ิ เขาใจสมบตั ิของสง่ิ มชี วี ติ ลกั ษณะและหนา ท่ีที่ ส.13
ในทอ งถน่ิ 2.1.3 สวนตาง ๆ ท่ี หนวยพน้ื ฐานของสิง่ มีชีวติ แตกตา งกนั เพื่อใหเ หมาะสม
แตกตางกนั ของพืช การลาํ เลยี งสารเขาและออก กบั การดํารงชวี ติ เชน รากมี
จากเซลลค วามสมั พนั ธข อง ลกั ษณะเรยี วยาว หรอื มี
โครงสรางและหนาทข่ี อง ขนาดเล็กเปน กระจุก ทํา
ระบบตา ง ๆ ของสตั วแ ละ หนาทดี่ ดู นํา้ ลําตนเปน
มนุษยท ี่ทํางานสัมพันธก นั ทรงกระบอกตั้งตรงหรือมี
ความสมั พันธของโครงสรา ง ขอ ปลอ ง ทําหนา ท่ีชูกิง่ กาน
และหนาท่ีของอวัยวะตา ง ๆ และใบ เปน ตน อวยั วะตางๆ
ของพชื ท่ที ํางานสัมพนั ธกัน ของพืชจะทาํ งานรวมกนั ถา
รวมทั้งนาํ ความรูไปใช พชื ขาดสว นใดสวนหนึง่ ไป
ประโยชน จะมีผลตอการดาํ รงชีวติ ของ
พชื
ตัวช้ีวดั ที่ ป. 1/1
ระบุชอื่ พชื และสัตวท อ่ี าศยั

อยบู ริเวณตา ง ๆ จากขอมูล

ที่รวบรวมได

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา............ เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ช่ือหนว ยการเรยี นรู ตวั ชวี้ ัด สาระสาํ คัญ (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสตั วใน มาตรฐานที่ ว 1.1 เขา - บรเิ วณตา งๆ ในทอ งถน่ิ 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถิน่ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตน ไม ส.13
ในทองถนิ่ 2.1.4 สํารวจพืชและ ระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ สวนหยอ ม แหลง นํา้ อาจ
สัตวใ นทอ งถนิ่ ระหวา งส่ิงไมม ีชีวิตกับ พบพชื และสตั วห ลายชนิด
สง่ิ มีชวี ิต และความสัมพนั ธ อาศยั อยเู ชน สระน้ํา อาจ
ระหวา งส่ิงมีชวี ติ กบั สิ่งมชี ีวิต พบพชื เชน ผกั บุง และ
ตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การ สาหรา ย และอาจพบสัตว
ถายทอดพลังงาน การ เชน ปลาและหอย เปนตน
เปล่ยี นแปลงแทนทใี่ นระบบ
นิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญหาและ
ผลกระทบทมี่ ีตอ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญหา
สิ่งแวดลอ ม รวมทั้งนํา
ความรูไปใชป ระโยชน

ตวั ชีว้ ัดท่ี ป.1/1 ระบชุ ื่อ
พชื และสัตวท่อี าศัยอยู
บริเวณตาง ๆ จากขอ มูลที่
รวบรวมได
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมทเี่ หมาะสม
กับการดํารงชีวติ ของสัตวใน
บรเิ วณท่ีอาศัยอยู

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นา้ํ หนัก
หนว ยท่ี ชอ่ื หนวยการเรียนรู ตวั ชวี้ ัด สาระสาํ คญั (ชั่วโมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - บรเิ วณตางๆ ในทองถน่ิ 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถิน่ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตนไม ส.14
ในทองถนิ่ 2.1.5 สาํ รวจพชื และ ระบบนิเวศ ความสัมพนั ธ สวนหยอม แหลง นาํ้ อาจ
สตั วใ นทอ งถ่นิ ระหวา งสิ่งไมม ชี ีวติ กบั พบพชื และสัตวหลายชนิด
สง่ิ มีชวี ิต และความสัมพนั ธ อาศัยอยเู ชน สระนํา้ อาจ
ระหวา งสง่ิ มีชวี ติ กับสง่ิ มีชวี ติ พบพชื เชน ผกั บงุ และ
ตา ง ๆ ในระบบนเิ วศ การ สาหรา ย และอาจพบสัตว
ถายทอดพลังงาน การ เชน ปลาและหอย เปน ตน
เปล่ยี นแปลงแทนทีใ่ นระบบ
นิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญหาและ
ผลกระทบท่ีมตี อ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอมแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญหา
สิ่งแวดลอ ม รวมท้ังนาํ
ความรูไปใชป ระโยชน

ตวั ชว้ี ดั ที่ ป.1/1 ระบุชอ่ื
พืชและสัตวท ่อี าศัยอยู
บริเวณตา ง ๆ จากขอ มูลท่ี
รวบรวมได
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสม
กับการดาํ รงชวี ิตของสัตวใน
บรเิ วณทีอ่ าศัยอยู

โครงสรา งการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา.............. เวลา 80 ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้ําหนัก
หนว ยท่ี ชอื่ หนวยการเรียนรู ตัวชวี้ ัด สาระสําคญั (ชวั่ โมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสตั วใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - บรเิ วณตา งๆ ในทอ งถ่นิ 2 3
พชื และสตั ว ทองถนิ่ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตน ไม ส.14
ในทองถนิ่ 2.1.6 ส่งิ มชี ีวติ ใน ระบบนเิ วศ ความสมั พันธ สวนหยอม แหลงนํา้ อาจ
ทองถ่นิ ระหวา งส่ิงไมมีชวี ิตกับ พบพชื และสัตวห ลายชนดิ
ส่ิงมีชวี ิต และความสัมพันธ อาศยั อยเู ชน สระนาํ้ อาจพบ
ระหวางสง่ิ มชี ีวติ กบั สิ่งมชี วี ิต พชื เชน ผักบงุ และสาหราย
ตาง ๆ ในระบบนเิ วศ การ และอาจพบสัตว เชน ปลา
ถา ยทอดพลงั งาน การ และหอย เปน ตน
เปลย่ี นแปลงแทนทีใ่ นระบบ
นิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบที่มีตอ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอมแนวทางในการ
อนุรักษท รัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญหา
สง่ิ แวดลอม รวมทง้ั นาํ
ความรไู ปใชประโยชน

ตัวชวี้ ดั ที่ ป.1/1 ระบชุ ่ือ
พชื และสัตวท ีอ่ าศยั อยู
บริเวณตาง ๆ จากขอ มูลที่
รวบรวมได
ตัวชีว้ ัดที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมท่เี หมาะสม
กับการดํารงชีวิตของสตั วใน
บริเวณทอี่ าศยั อยู

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา.............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ชอ่ื หนว ยการเรียนรู ตวั ชี้วัด สาระสําคญั (ชัว่ โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสตั วใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - บรเิ วณตา งๆ ในทอ งถ่นิ 2 3
พชื และสตั ว ทองถ่ิน ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตนไม ส.15
ในทองถนิ่ 2.1.7 ส่งิ มีชวี ิตใน ระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ สวนหยอ ม แหลง นํา้ อาจ
ทองถ่นิ ระหวางสิง่ ไมม ชี วี ติ กับ พบพืชและสตั วห ลายชนิด
สิ่งมชี วี ิต และความสมั พนั ธ อาศยั อยูเ ชนสระน้าํ อาจพบ
ระหวา งสงิ่ มชี ีวติ กับ พชื เชน ผักบงุ และสาหราย
สิง่ มชี ีวติ ตาง ๆ ในระบบ และอาจพบสัตว เชน ปลา
นเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน และหอย เปนตน
การเปลีย่ นแปลงแทนทใี่ น
ระบบนิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบทมี่ ตี อ
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญ หา
สงิ่ แวดลอ ม รวมทัง้ นํา
ความรูไปใชประโยชน

ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 ระบุชอื่
พชื และสตั วทอ่ี าศัยอยู
บริเวณตาง ๆ จากขอมลู ที่
รวบรวมได

ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมทีเ่ หมาะสม
กบั การดาํ รงชวี ติ ของสตั วใ น
บริเวณท่ีอาศยั อยู

โครงสรา งการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา.............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ชื่อหนวยการเรียนรู ตวั ชี้วัด สาระสําคญั (ชัว่ โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - บรเิ วณตา งๆ ในทอ งถ่นิ 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถน่ิ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตนไม ส.15
ในทองถนิ่ 2.1.8 แหลงที่พบพชื ระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ สวนหยอ ม แหลง นํา้ อาจ
และสตั ว ระหวางสิง่ ไมม ชี วี ติ กับ พบพืชและสตั วห ลายชนิด
สิ่งมชี วี ิต และความสมั พนั ธ อาศยั อยูเ ชนสระน้าํ อาจพบ
ระหวา งสงิ่ มชี ีวติ กับ พชื เชน ผักบงุ และสาหราย
สิง่ มชี ีวติ ตาง ๆ ในระบบ และอาจพบสัตว เชน ปลา
นเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน และหอย เปนตน
การเปลีย่ นแปลงแทนทใี่ น
ระบบนิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบทมี่ ตี อ
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญ หา
สงิ่ แวดลอ ม รวมทัง้ นํา
ความรูไปใชประโยชน

ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 ระบุชอื่
พชื และสตั วทอ่ี าศัยอยู
บริเวณตาง ๆ จากขอมลู ที่
รวบรวมได

ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมทีเ่ หมาะสม
กบั การดาํ รงชวี ติ ของสตั วใ น
บริเวณท่ีอาศยั อยู

โครงสรา งการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา.............. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํา้ หนกั
หนว ยท่ี ชื่อหนวยการเรียนรู ตวั ชี้วัด สาระสําคญั (ชัว่ โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - บรเิ วณตา งๆ ในทอ งถ่นิ 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถน่ิ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตตนไม ส.16
ในทองถนิ่ 2.1.9 แหลงที่พบพชื ระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ สวนหยอ ม แหลง นํา้ อาจ
และสตั ว ระหวางสิง่ ไมม ชี วี ติ กับ พบพืชและสตั วห ลายชนิด
สิ่งมชี วี ิต และความสมั พนั ธ อาศยั อยูเ ชนสระน้าํ อาจพบ
ระหวา งสงิ่ มชี ีวติ กับ พชื เชน ผักบงุ และสาหราย
สิง่ มชี ีวติ ตาง ๆ ในระบบ และอาจพบสัตว เชน ปลา
นเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน และหอย เปนตน
การเปลีย่ นแปลงแทนทใี่ น
ระบบนิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบทมี่ ตี อ
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญ หา
สงิ่ แวดลอ ม รวมทัง้ นํา
ความรูไปใชประโยชน

ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 ระบุชอื่
พชื และสตั วทอ่ี าศัยอยู
บริเวณตาง ๆ จากขอมลู ที่
รวบรวมได

ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมทีเ่ หมาะสม
กบั การดาํ รงชวี ติ ของสตั วใ น
บริเวณท่ีอาศยั อยู

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศกึ ษา.................. เวลา 80 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํ้าหนกั
หนวยท่ี ชอื่ หนว ยการเรยี นรู ตวั ชวี้ ัด สาระสาํ คัญ (ช่วั โมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสัตวใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - พืชและสตั วแ ตล ะชนิด 2 3
พืชและสัตว ทองถ่ิน ใจความหลากหลายของ จะมคี วามสัมพนั ธก ับ ส.16
ในทอ งถ่นิ 2.1.10 ความสมั พนั ธ ระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ สภาพแวดลอ ม เชน พชื และ
ของพืชและสตั วใน ระหวา งสิง่ ไมม ชี วี ติ กบั สัตวมีความสมั พนั ธกับ
สภาพแวดลอม สง่ิ มชี วี ิต และความสมั พนั ธ สภาพแวดลอ มในดานแหลง
(แหลง อาหาร) ระหวา งสิ่งมีชีวิตกบั ทอี่ ยอู าศัย แหลง อาหาร
สง่ิ มีชีวติ ตาง ๆ ในระบบ เปนตน ถาสภาพแวดลอม
นเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน เกิดการเปลีย่ นแปลงไปจะ
การเปลย่ี นแปลงแทนที่ใน สงผลกระทบตอการ
ระบบนเิ วศ ความหมายของ ดํารงชีวติ ของพืชและสตั ว
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบทมี่ ีตอ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษท รัพยากรธรรมชาติ
และการแกไ ขปญหา
สิ่งแวดลอม รวมทงั้ นํา
ความรูไปใชป ระโยชน

ตัวชว้ี ัดที่ ป.1/1 ระบชุ ่ือ
พืชและสตั วท อ่ี าศัยอยู
บรเิ วณตาง ๆ จากขอ มูลที่
รวบรวมได

ตวั ช้ีวดั ที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสม
กบั การดํารงชีวิตของสัตวใ น
บรเิ วณทีอ่ าศยั อยู

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา................ เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นํ้าหนัก
หนว ยท่ี ชอ่ื หนว ยการเรียนรู ตัวช้วี ดั สาระสําคญั (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใ น มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - พชื และสัตวแตล ะชนิด 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถ่นิ ใจความหลากหลายของ จะมคี วามสมั พันธกับ ส.17
ในทองถนิ่ 2.1.11 ความสัมพนั ธ ระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธ สภาพแวดลอม เชน พืชและ
ของพืชและสัตวใน ระหวางสิง่ ไมม ีชีวติ กบั สัตวมีความสัมพันธกับ
สภาพแวดลอม สิง่ มชี ีวติ และความสมั พันธ สภาพแวดลอ มในดา นแหลง
(แหลง ทอี่ ยอู าศยั ) ระหวา งส่งิ มีชีวิตกบั ทอ่ี ยูอาศัย แหลงอาหาร
สิ่งมชี ีวิตตาง ๆ ในระบบ เปนตน ถาสภาพแวดลอ ม
นเิ วศ การถายทอดพลังงาน เกิดการเปลีย่ นแปลงไปจะ
การเปลยี่ นแปลงแทนที่ใน สง ผลกระทบตอ การ
ระบบนเิ วศ ความหมายของ ดาํ รงชีวติ ของพืชและสัตว
ประชากร ปญหาและ
ผลกระทบทม่ี ตี อ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สง่ิ แวดลอมแนวทางในการ
อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไ ขปญ หา
สิง่ แวดลอ ม รวมทง้ั นาํ
ความรูไ ปใชประโยชน

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.1/1 ระบชุ ื่อ
พชื และสัตวท ่อี าศัยอยู
บริเวณตาง ๆ จากขอมลู ที่
รวบรวมได

ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอ มท่เี หมาะสม
กับการดาํ รงชีวิตของสัตวใ น
บริเวณทอ่ี าศัยอยู

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา.............. เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา น้ําหนัก
หนวยที่ ชอ่ื หนวยการเรยี นรู ตวั ชว้ี ดั สาระสาํ คญั (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใ น มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - พืชและสัตวแ ตล ะชนิด 2 3
พืชและสัตว ทองถิ่น ใจความหลากหลายของ จะมีความสัมพันธกับ ส.17
ในทอ งถิน่ 2.1.12 ความสัมพันธ ระบบนิเวศ ความสมั พันธ สภาพแวดลอม เชน พืชและ
ของพืชและสัตวใน ระหวางสง่ิ ไมมชี วี ิตกบั สตั วม คี วามสมั พันธก บั
สภาพแวดลอม สงิ่ มีชวี ติ และความสัมพันธ สภาพแวดลอ มในดา นแหลง
(แหลง หลบภยั ) ระหวา งส่ิงมีชีวิตกบั ทอ่ี ยูอาศยั แหลงอาหาร
ส่ิงมีชวี ติ ตา ง ๆ ในระบบ เปน ตน ถาสภาพแวดลอ ม
นเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน เกิดการเปลย่ี นแปลงไปจะ
การเปล่ียนแปลงแทนทใี่ น สงผลกระทบตอ การ
ระบบนิเวศ ความหมายของ ดํารงชวี ิตของพืชและสตั ว
ประชากร ปญหาและ
ผลกระทบทม่ี ีตอ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไ ขปญ หา
สงิ่ แวดลอม รวมทง้ั นาํ
ความรูไปใชป ระโยชน

ตัวช้ีวัดท่ี ป.1/1 ระบชุ ่อื
พืชและสตั วที่อาศยั อยู
บริเวณตาง ๆ จากขอมูลท่ี
รวบรวมได

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอ มทีเ่ หมาะสม
กับการดํารงชวี ติ ของสัตวใน
บริเวณท่อี าศัยอยู

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศกึ ษา................ เวลา 80 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นาํ้ หนกั
หนว ยท่ี ชือ่ หนว ยการเรยี นรู ตวั ชี้วดั สาระสาํ คญั (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสตั วใน มาตรฐานที่ ว 1.1 เขา - พชื และสตั วแตละชนิด 2 3
พืชและสตั ว ทองถิ่น ใจความหลากหลายของ จะมคี วามสมั พนั ธกับ ส.18
ในทองถิ่น 2.1.12 ความสมั พันธ ระบบนิเวศ ความสมั พันธ สภาพแวดลอ ม เชน พืชและ
ของพชื และสัตวใ น ระหวางสง่ิ ไมมีชีวติ กบั สตั วมีความสมั พันธกบั
สภาพแวดลอ ม ส่งิ มชี ีวติ และความสัมพนั ธ สภาพแวดลอ มในดานแหลง
(แหลง สืบพนั ธแุ ละ ระหวา งสิง่ มีชวี ติ กับ ท่ีอยูอาศยั แหลงอาหาร
เลีย้ งดูลกู ออน) สง่ิ มีชีวิตตาง ๆ ในระบบ เปน ตน ถาสภาพแวดลอ ม
นเิ วศ การถา ยทอดพลงั งาน เกิดการเปลีย่ นแปลงไปจะ
การเปลี่ยนแปลงแทนทใี่ น สงผลกระทบตอ การ
ระบบนิเวศ ความหมายของ ดาํ รงชีวติ ของพืชและสตั ว
ประชากร ปญหาและ
ผลกระทบท่ีมตี อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอ มแนวทางในการ
อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
และการแกไขปญ หา
สง่ิ แวดลอ ม รวมท้งั นํา
ความรไู ปใชป ระโยชน

ตัวช้วี ดั ท่ี ป.1/1 ระบุชอ่ื
พืชและสัตวท่อี าศัยอยู
บรเิ วณตาง ๆ จากขอมูลท่ี
รวบรวมได

ตัวช้ีวัดที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมทีเ่ หมาะสม
กบั การดํารงชวี ติ ของสัตวใ น
บริเวณที่อาศัยอยู

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา.................. เวลา 80 ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นาํ้ หนกั
หนวยท่ี ชอื่ หนวยการเรยี นรู ตัวชวี้ ัด สาระสําคัญ (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสัตวใน มาตรฐานที่ ว 1.1 เขา - บริเวณตางๆ ในทอ งถ่ิน 2 3
พชื และสตั ว ทองถนิ่ ใจความหลากหลายของ เชน สนามหญา ใตต นไม ส.18
ในทอ งถิน่ 2.1.13 ทบทวน ระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธ สวนหยอ ม แหลง นํา้ อาจ
ความสมั พันธของพชื ระหวา งสิง่ ไมม ีชีวิตกับ พบพืชและสัตวห ลายชนดิ
และสัตวใ น สง่ิ มีชีวิต และ อาศยั อยู พชื และสัตวแตละ
แหลง ตา ง ๆ ความสมั พนั ธร ะหวาง ชนดิ มคี วามสมั พันธกบั
สิง่ มีชวี ติ กบั ส่ิงมีชวี ิตตา ง สิ่งแวดลอ ม เชน พืชและ
ๆ ในระบบนิเวศ การ สตั วม คี วามสัมพันธก ับ
ถา ยทอดพลงั งาน การ สิ่งแวดลอ มในดา นแหลงท่ี
เปล่ยี นแปลงแทนท่ใี น อยูอาศัย แหลง อาหาร เปน
ระบบนเิ วศ ความหมาย ตน ถาสง่ิ แวดลอมเกิดการ
ของประชากร ปญหาและ เปลี่ยนแปลงไปจะสง ผล
ผลกระทบที่มตี อ กระทบตอการดาํ รงชวี ติ ของ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ พืชและสตั ว
สิง่ แวดลอมแนวทางใน
การอนรุ กั ษ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
การแกไ ขปญ หา
สง่ิ แวดลอ ม รวมทงั้ นํา
ความรูไปใชประโยชน

ตัวชี้วดั ท่ี ป.1/1 ระบุชื่อ
พชื และสัตวท่อี าศัยอยู
บริเวณตา ง ๆ จากขอมลู ที่
รวบรวมได

ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอมท่ีเหมาะสม
กับการดาํ รงชีวิตของสัตว
ในบรเิ วณทีอ่ าศัยอยู

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา.................. เวลา 80 ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/ เวลา นาํ้ หนกั
หนว ยท่ี ชื่อหนวยการเรียนรู ตวั ชวี้ ดั สาระสาํ คัญ (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พชื และสัตวใน มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - พชื และสัตวแ ตละชนดิ จะ 2 3
พชื และสตั ว ทอ งถ่นิ ใจความหลากหลายของ มคี วามสมั พันธกบั ส.19
ในทองถนิ่ 2.1.14 สภาพแวดลอม ระบบนิเวศ ความสัมพันธ สภาพแวดลอม เชน พืชและ
ที่เหมาะสมตอพชื และ ระหวางสง่ิ ไมมีชีวิตกับ สัตวมคี วามสมั พนั ธกับ
สตั ว สง่ิ มีชวี ิต และ สภาพแวดลอ มในดานแหลง
ความสมั พันธร ะหวา ง ท่ีอยูอ าศัย แหลง อาหาร
สิ่งมชี ีวติ กับสิ่งมชี ีวติ ตาง เปนตน ถาสภาพแวดลอ ม
ๆ ในระบบนิเวศ การ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจะ
ถายทอดพลงั งาน การ สงผลกระทบตอการ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ใี น ดํารงชวี ติ ของพชื และสตั ว
ระบบนเิ วศ ความหมาย
ของประชากร ปญหาและ
ผลกระทบทีม่ ตี อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดลอมแนวทางใน
การอนรุ กั ษ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
การแกไ ขปญ หา
สิ่งแวดลอ ม รวมท้ังนํา
ความรไู ปใชป ระโยชน

ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป.1/1 ระบชุ ่ือ
พืชและสตั วทอี่ าศยั อยู
บริเวณตา ง ๆ จากขอ มลู ท่ี
รวบรวมได

ตัวชี้วัดที่ ป. 1/2 บอก
สภาพแวดลอ มทีเ่ หมาะสม
กบั การดาํ รงชวี ิตของสัตว
ในบริเวณที่อาศยั อยู

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา.................. เวลา 80 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ เวลา นาํ้ หนัก
หนว ยท่ี ชื่อหนวยการเรยี นรู ตวั ชวี้ ัด สาระสําคัญ (ชว่ั โมง) คะแนน

2 2.1 พืชและสตั วใ น มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา - พืชและสัตวแตละชนดิ 2 3
พืชและสัตว ทองถนิ่ ใจความหลากหลายของ จะมีความสมั พนั ธกบั ส.19
ในทองถิ่น 2.1.15 สภาพแวดลอ ม ระบบนเิ วศ ความสัมพันธ สภาพแวดลอม เชน พชื
ทีเ่ หมาะสมตอ พชื และ ระหวางสิ่งไมม ชี วี ติ กบั และสัตวม คี วามสัมพนั ธกับ
สตั ว สิ่งมีชีวิต และความสัมพนั ธ สภาพแวดลอ มในดา นแหลง
ระหวางส่งิ มชี วี ติ กบั สิ่งมชี วี ิต ท่ีอยูอาศยั แหลง อาหาร
ตาง ๆ ในระบบนิเวศ การ เปนตน ถาสภาพแวดลอ ม
ถา ยทอดพลงั งาน การ เกิดการเปลยี่ นแปลงไปจะ
เปล่ยี นแปลงแทนทใ่ี นระบบ สงผลกระทบตอ การ
นิเวศ ความหมายของ ดํารงชีวิตของพืชและสัตว
ประชากร ปญ หาและ
ผลกระทบท่มี ีตอ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนรุ ักษท รัพยากรธรรมชาติ
และการแกไ ขปญหา
ส่งิ แวดลอ ม รวมทงั้ นาํ
ความรไู ปใชประโยชน

ตวั ช้ีวดั ท่ี ป.1/1 ระบชุ อื่ พชื
และสัตวท ี่อาศัยอยูบรเิ วณ
ตาง ๆ จากขอ มลู ทรี่ วบรวม
ได

ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 1/2 บอก 80 100
สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสม
กับการดาํ รงชีวิตของสตั วใน
บรเิ วณท่ีอาศัยอยู

สอบปลายภาคเรียนท่ี 1 (ส.20)
รวมภาคเรยี นท่ี 1

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา สัปดาหท ่ี …1……

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรยี นที่ 1/…........… ช่ือผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรียนรทู ่ี 1 ตวั เรา พืชและสตั ว เรือ่ ง สํารวจอวัยวะของเรา

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานที่ ว 1.2 เขา ใจสมบัติของสิง่ มีชีวติ หนว ยพนื้ ฐานของสงิ่ มีชวี ิต การลาํ เลยี งสารเขา และออกจากเซลล
ความสมั พันธข องโครงสรา งและหนา ที่ของระบบตา งๆ ของสตั วและมนษุ ยท่ีทํางานสมั พันธกัน ความสัมพนั ธของ
โครงสรางและหนาทข่ี องอวัยวะตางๆ ของพชื ท่ีทํางานสมั พนั ธก นั รวมทง้ั นาํ ความรไู ปใชป ระโยชน

ตัวชี้วดั ที่ ป .1/1 ระบชุ ่ือบรรยายลกั ษณะและบอกหนาทีข่ องสวนตา ง ๆ ของรา งกายมนุษย สตั ว และพชื
รวมทง้ั บรรยายการทาํ หนา ท่ีรว มกันของสว นตาง ๆ ของรา งกายมนุษยใ นการทาํ กิจกรรมตา ง ๆ จากขอมลู ที่รวบรวมไว

2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด

รา งกายของเรามีอวัยวะตา งๆ ประกอบกนั อวัยวะทีเ่ ราสามารถมองเห็นได เรียกวา อวัยวะภายนอก และอวัยวะ
ที่ไมส ามารถมองเหน็ ได เรยี กวา อวัยวะภายใน

3. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. บอกชอ่ื อวยั วะแตละสว นของรางกายของตนเองได (K)
2. อธิบายความหมายของอวัยวะภายนอกและอวยั วะภายในได (K)
3. เขยี นระบตุ ําแหนง ของอวยั วะภายนอกและอวัยวะภายในได (P)
4. รบั ผิดชอบตอ หนา ทีท่ ่ีไดร ับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู

สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถ่ิน
1) ระบุชอ่ื อวยั วะภายนอกรา งกายของมนุษย พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
2) ระบุชอื่ อวยั วะภายในรางกายของมนษุ ย

5. กจิ กรรมการเรยี นรู

คาบท่ี 1

ข้ันนาํ

ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)

1. ครูนําบัตรคําคําศัพท มาใหนกั เรียนเรียนรแู ละอานคาํ ศัพทว ทิ ยาศาสตรเ กี่ยวกบั อวยั วะภายนอกและอวัยวะภายใน
ดงั นี้
External organ (แอ็คซ' เตอนลั ออกนั ) อวยั วะภายนอก
Internal organ (อนิ เตอนลั ออกนั ) อวัยวะภายใน
Skin (ซกิน) ผิวหนัง
Lung (ลัง) ปอด
Brain (เบรน) สมอง
Stomach ('สตมั มัค) กระเพาะอาหาร
Leg (เลก็ ) ขา
Arm (อาม) แขน
Hand (แฮ็นด) มือ
Eye (ไอ) ตา
Ear (เอยี ) หู
Nose (โนซ) จมกู
2. ครูติดบตั รขอ ความคาํ วา External organ และคาํ วา Internal organไวบนกระดานคนละฝง จากนน้ั นําบัตรคําชอื่
อวัยวะสวนตางๆ ของรา งกายใสไวใ นกลองคละกันไว
3. ครสู ุมเรียกนกั เรยี นออกมาหยบิ บตั รคําในกลองทีละคน แลว อานบตั รคาํ ใหเพอ่ื นฟง จากนั้นนาํ บัตรคาํ ไปตดิ บน
กระดานใหตรงกับขอความทค่ี รูตดิ ไวบ นกระดานจนครบบตั รคาํ ทีค่ รูเตรยี มไวใ นกลอง
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)

ขัน้ สอน

ข้นั สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครูใหน ักเรยี นแบงกลมุ กลุมละ 3-4 คน จากนัน้ ชวยกนั ศกึ ษาขอ มลู เก่ียวกับอวัยวะตางๆ ของรา งกายจากหนังสือ
เรยี นวทิ ยาศาสตรห รือครเู ปดPowerPointเร่ืองอวยั วะภายนอกของเรา และPowerPoint เร่ืองอวยั วะภายในของเรา ให
นักเรยี นรวมกันศกึ ษา
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
2. จากน้ันใหแตล ะกลมุ จัดทําบัตรปริศนาคําทายเกยี่ วกบั อวัยวะตางๆ กลมุ ละ 5 คําทาย โดยปฏบิ ัตดิ ังน้ี
1) ใหตัดกระดาษแข็งเปนแผน ขนาดตามท่ีตองการ
2) ใหแตละกลุมชวยกนั คิดและเขยี นปริศนาคาํ ทายเกยี่ วกบั อวัยวะตางๆ ลงในกระดาษ
3) ตกแตง บัตรปรศิ นาคําทายใหสวยงาม
ตัวอยา งปริศนาคําทาย เชน - อะไรเอย มีสองใบติดอยขู างหวั (ห)ู
- อะไรเอย มีลักษณะคลายผลชมพวู าอยูบนหนา (จมกู )

- ใชเ ดินไปมา เพอ่ื นจา สองขางตองไปดวยกัน (เทา ,ขา) เปนตน
โดยครกู าํ หนดเวลาใหแ ตล ะกลมุ จัดทําบตั รปรศิ นาคาํ ทายกลมุ ละ 15 นาที
3. เมือ่ นกั เรียนแตละกลุม จัดทําปรศิ นาคาํ ทายเสรจ็ แลว ครใู หแตะละกลุมนาํ บตั รปรศิ นาคําทายออกมาทายเพ่ือนกลุม
อนื่ ๆ หนาช้ันเรียน โดยใหตัวแทนของแตล ะกลุม ยกมอื ข้นึ ตอบ กลมุ ท่ีตอบถกู จะไดค ะแนนขอละ 1 คะแนน เม่อื เลน วนจน
ครบทกุ กลุม กลุมใดทไ่ี ดคะแนนมากทส่ี ดุ จะเปน ผชู นะครูใหรางวัลแกก ลมุ ทเ่ี ปนผูชนะเพื่อเปนการเสรมิ แรง

(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนาช้นั เรียน)
4. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภปิ รายและสรุปขอ มลู ทไ่ี ดจากการทํากิจกรรมเพือ่ ใหเ กิดความรูแ ละเขาใจเกย่ี วกบั อวัยวะ
สว นตา งๆ ของรา งกาย

คาบที่ 2
ขน้ั สอน

ขัน้ อธิบายความรู (Explain)
1. ครูนําบัตรปรศิ นาคําทายของนกั เรียนจากช่วั โมงท่ีแลว มาใสไ วใ นกลอง
2. ครสู ุมจบั บัตรปริศนาคาํ ทาย แลวอานปรศิ นาคําทายถามนกั เรียนแลวใหน ักเรียนยกมอื ตอบทีละคน ใครตอบถกู ครใู ห

รางวัลเปนการเสรมิ แรง
3. จากนัน้ ครูแจกใบงานเรอื่ งรา งกายของเรา โดยใหน ักเรยี นลากเสนช้แี ละบอกชื่ออวัยวะตา งๆ ทง้ั อวัยวะภายในและ

อวัยวะภายนอกใหถ ูกตอง พรอ มตกแตงใหสวยงาม (หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการ
ทาํ งานรายบคุ คล)

ขั้นสรปุ

ขัน้ ขยายความเขา ใจ (Elaborate)

1. เมอ่ื นักเรียนทาํ ใบงานเสรจ็ แลว ครใู หน กั เรยี นนาํ ผลงานของตนเองไปแลกเปล่ยี นกบั เพ่อื นๆ ในหองเรียนอยางนอย 3
คน เพ่อื ตรวจสอบความถกู ตอ งและรวมกนั อภิปรายผลจากการทํากจิ กรรม

2. ครสู ุมเรยี กเลขที่นกั เรียน 2-3 คน ใหน าํ ผลงานออกมานาํ เสนอหนา ช้ันเรยี น
(หมายเหต:ุ ครูเริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ช้ันเรียน)

3. ครูเขยี นเน้ือเพลงสว นตา งๆ ของรา งกาย แลว สอนนักเรียนรอ งพรอมกับใหนกั เรยี นทําทา ทางประกอบ
เพลง สวนตางๆ ของรางกาย

นี่คอื ผม นี่คือหนา ผาก

นคี่ อื ปาก นคี่ ือลูกตา

น่คี อื ขา นค่ี อื หวั ไหล
ทยี่ ่ืนออกไป เขาเรยี กวาแขน
ทแ่ี บนๆ เขาเรยี กวา สะโพก
เอาไวโ ยกแซมบา ๆ ทมี่ า : เพลงสอนเดก็ ปฐมวยั

4. ครูต้ังคําถามวา ในเนอ้ื เพลงกลาวถึงอวยั วะสว นใดของรางกายบาง ใหนกั เรยี นชว ยกันตอบพรอมชีบ้ อกอวัยวะบนรา งกายของ

ตนเอง

(แนวตอบ : ผม หนาผาก ปาก ตา ขา หวั ไหล แขน สะโพก)
5. ครถู ามนกั เรยี นวา รา งกายของตนเองประกอบดวยอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในอะไรบาง แลวทาํ ไมเราตอง
เรยี นรเู ก่ยี วกบั เรอ่ื งอวัยวะภายนอกและอวยั วะภายในของเรา ครใู หนักเรียนรว มกันแสดงความคิดเห็นอยา งอิสระ

ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ เก่ียวกบั ความสาํ คัญของอวยั วะภายนอกและอวยั วะภายใน
2. ครูประเมินผลนกั เรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการทํางานกลมุ และจากการ

นาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนา ชนั้ เรียน
3. ครูตรวจสอบผลจากการทาํ ใบงานที่ 1.2 เรื่องรา งกายของเรา

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑการ
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถือวา
ความรูความ 1. บอกช่ืออวยั วะแตล ะสว นของ 1.คาํ ถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) รา งกายของตนเองได ความคดิ ประเมนิ
ทักษะ/ 2. อธิบายความหมายของอวยั วะ 1. ใบงานที่ 1.1 60% ข้ึนไป ถอื วา
กระบวนการ (P) ภายนอกและอวยั วะภายในได ผานเกณฑก าร
1.เขยี นระบตุ ําแหนงของอวยั วะ ประเมนิ
ภายนอกและอวัยวะภายในได 60% ขึ้นไป ถอื วา
ผานเกณฑก าร
คุณลักษณะนิสยั (A) 1.รบั ผดิ ชอบตอ หนาท่ที ่ีไดรบั 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2.สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ มัน่ ในการทํางาน คุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค

7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู

7.1 สื่อการเรียนรู
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตวั เรา พืช และสัตว
2) ใบงาน เร่ืองรา งกายของเรา

3) บัตรคําช่ืออวัยวะตาง ๆ
4) บัตรขอความ External organและInternal organ
5) PowerPointเร่อื งอวัยวะภายนอกของเรา
6) PowerPoint เร่ืองอวัยวะภายในของเรา
7) เพลง สวนตาง ๆ ของรางกาย
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หอ งเรียน

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...........................................ผสู อน ลงชื่อ ....................................ฝายวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงช่ือ ....................................................ผูบ รหิ าร
(………………………………………)

บตั รคาํ หู 
ปาก
ตา
จมกู ขาและเทา

แขนและมือ ลาํ ไส
ตับ
หวั ใจ
สมอง กระเพาะอาหาร
ปอด

ใบงาน

เรอื่ ง รางกายของเรา

คาํ ชีแ้ จง: ใหน ักเรียนลากเสนชี้และบอกชอื่ อวยั วะภายนอกและอวยั วะภายใน

อวยั วะภายนอก อวยั วะภายนอก

อวยั วะภายนอก อวยั วะภายนอก

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา สปั ดาหท่ี …1……

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรียนท่ี ..1../…........… ช่อื ผูสอน………………………………………….
กลุมสาระ วทิ ยาศาสตร ชั้น ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรียนรูที่ 1 ตวั เรา พชื และสัตว เรื่อง อวัยวะภายนอกของเรา

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วดั

มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขาใจสมบตั ิของสิ่งมชี วี ติ หนว ยพื้นฐานของส่งิ มีชีวิต การลาํ เลียงสารเขา และออกจากเซลล
ความสัมพันธข องโครงสรางและหนา ที่ของระบบตางๆ ของสัตวแ ละมนุษยท ที่ าํ งานสัมพนั ธกนั ความสัมพนั ธของ
โครงสรางและหนา ทข่ี องอวยั วะตา งๆ ของพืชทีท่ าํ งานสมั พนั ธกัน รวมทัง้ นาํ ความรไู ปใชป ระโยชน

ตวั ชี้วดั ท่ี ป.1/1 ระบุชอื่ บรรยายลักษณะและบอกหนาทข่ี องสว นตาง ๆ ของรางกายมนษุ ย สัตว และพชื รวมทั้ง
บรรยายการทําหนาท่ีรวมกันของสว นตาง ๆ ของรา งกายมนุษยในการทํากิจกรรมตาง ๆ จากขอ มลู ทร่ี วบ
รวมไว

2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

รางกายของเรามอี วัยวะตางๆ ประกอบกนั อวยั วะทีเ่ ราสามารถมองเห็นได เรียกวา อวัยวะภายนอก และอวัยวะทไ่ี ม
สามารถมองเหน็ ได เรียกวา อวยั วะภายใน

3. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. สังเกตและบอกชอ่ื อวัยวะแตล ะสวนของรา งกายตนเองได (K)
2. เปรยี บเทียบอวยั วะภายนอกแตละสวนของตนเองกับเพอ่ื นได (K)
3. ปฏบิ ัติกจิ กรรมสํารวจอวัยวะภายนอกของตนเองได (P)
4. รบั ผดิ ชอบตอหนา ทท่ี ่ีไดรับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู

สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรยี นรทู องถิน่
1) ระบุชือ่ อวยั วะภายนอกรางกายของมนุษย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
2) ระบุชอื่ อวยั วะภายในรา งกายของมนุษย

5. กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ 1
ขัน้ นํา

ขน้ั กระตนุ ความสนใจ (Engage)

1. ครสู มุ นักเรียน 3-4 คน ออกมาบอกความหมายของอวยั วะภายนอกและอวยั วะภายใน พรอ มยกตวั อยา ง
อวัยวะมา 2 อวยั วะ แลว ใหเ พื่อน ๆ ในหอ งชวยกันแสดงความคดิ เห็นและปรบมอื ใหก ับเพื่อนทีอ่ อกมาตอบคาํ ถาม

(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
2. ครูแจงจดุ ประสงคก ารเรยี นรูทีจ่ ะเรียนในวันนีใ้ หนักเรยี นทราบ
3. ครนู าํ บัตรภาพหรือวาดแผนภาพรางกายคนทีม่ สี ว นตาง ๆ ของอวัยวะภายนอกขาดหายไปไวบนกระดาน
แลวใหนกั เรยี นสังเกต ภาพ จากนัน้ ครู สุมนกั เรียนใหอ อกมาเติมอวัยวะสวนที่ขาดหายไป แลว ใหเพื่อน ๆ ชว ยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ งและบอกชือ่ อวัยวะภายนอกทข่ี าดหายไปบนแผนภาพ
3. ครนู ําแผนภาพอวัยวะภายในมาใหน ักเรยี น ชวยกันสังเกต แลวถามนกั เรยี นวา นักเรียนสามารถมองเหน็
อวยั วะในภาพนี้ไดห รอื ไม เพราะเหตใุ ด แลว ใหนักเรียนชว ยกันตอบ

(แนวตอบ : มองไมเ ห็น เพราะอวัยวเ หลา นอี้ ยูภายในรางกายของเรา ซ่งึ มผี วิ หนังหอหุมอย)ู

ขน้ั สอน

ขน้ั สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครูครูใชรปู แบบการเรยี นการสอนแบบรว มมอื เทคนคิ เพอ่ื นคูคดิ จากนั้นใหแตล ะคู ทาํ กิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง

สาํ รวจอวยั วะของเรา โดยปฏิบัติดังนี้
1) ศกึ ษาขั้นตอนการทํากจิ กรรมเรอ่ื งสํารวจอวัยวะของเรา จากหนังสือเรยี น วิทยาศาสตรป. 1 อยาง

ละเอียด หากมีขอสงสัยใหสอบถามครู
2) ใหน ักเรียนจบั คูกบั เพือ่ นเพศเดียวกนั แลวผลดั กันสาํ รวจรา งกายของตนเองและเพือ่ นวา มอี วยั วะ

ภายนอกอะไรบางทนี่ กั เรียนสงั เกตเห็นได
3) วาดภาพตนเองลงในสมุดประจาํ ตวั นักเรียนหรอื แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตรป.1 แลว ลากเสนชี้บอกช่อื

อวัยวะภายนอกใหถ กู ตอง
4) เมอ่ื แตละคทู าํ กจิ กรรมเสรจ็ แลว ใหแ ตล ะคูรวมกนั เปรยี บเทยี บขอมูลอวัยวะภายนอกของตนเอง

กับเพ่ือน พรอ มทั้งซักถามขอ สงสยั
5) รว มกนั อภปิ รายและสรปุ ผลการทํากจิ กรรม เพอื่ นําเสนอขอมูลหนา ชั้นเรียน
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายกลุม)

2. หากนกั เรยี นเกดิ ขอ สงสัย ใหทาํ การสืบคน ขอ มูลเพม่ิ เตมิ เพอ่ื หาคาํ ตอบจากแหลง ขอ มลู ตาง ๆ เชน
อินเทอรเนต็ หอ งสมุด เปน ตน

3. ครสู ุม นักเรียนดว ยการจับฉลากช่ือ 3-4 คน ใหออกมานาํ เสนอขอมูลท่ไี ดจากการสาํ รวจอวัยวะของตนเอง
หนา ชน้ั เพ่ือแลกเปลี่ยนความรูและตรวจสอบความถูกตอ ง โดยครตู ัง้ คําถาม ดังนี้

1) นกั เรียนมองเห็นอวยั วะใดของเพื่อนบาง

(แนวตอบ : เชน ตา หู จมูก ปาก แขนและมือ ขาและเทา)
2) อวยั วะทเ่ี ราสามารถมองเห็นไดเรียกวาอะไร
(แนวตอบ : อวัยวะภายนอก)
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี นโดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนาชน้ั เรียน)
4. ใหนักเรยี นทกุ คนรว มกันอภิปรายความรูเกย่ี วกบั อวยั วะภายนอกท่ีไดจากการทาํ กิจกรรม

คาบท่ี 2
ข้ันสอน

ข้นั อธบิ ายความรู (Explain)
1. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเพื่อทบทวนความรูเดมิ จากการทํากจิ กรรมจากชั่วโมงทีแ่ ลว เก่ยี วกบั อวัยวะภายนอก

ของรางกาย
2. ครูใหนักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละ 4 คน โดยใหม ีความสามารถคละกนั คอื เกง ปานกลาง คอนขางออ น และ

ออน อยูดว ยกนั แลวทํากจิ กรรมเร่ืองสํารวจอวัยวะของเราจากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร โดยปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1) ศึกษาข้ันตอนการทํากิจกรรมเร่ืองสาํ รวจอวัยวะของเรา จากหนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตรป. 1 อยาง

ละเอยี ด หากมขี อสงสยั ใหสอบถามครู
2) ใหตวั แทนแตล ะกลุม ออกมารบั บตั รภาพอวยั วะภายในและแผนภาพอวัยวะภายใน
3) จากนัน้ ใหสมาชกิ แตละกลุมชว ยกนั ศกึ ษาเกย่ี วกับชื่อและสงั เกตตาํ แหนงของอวยั วะภายในแตล ะ

สวนจากแผนภาพท่คี รเู ตรียมให และสบื คน จากแหลง ขอมูลตา ง ๆ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเนต็ เปนตน แลวบนั ทกึ
ขอ มูลลงในสมุดประจาํ ตัวนกั เรยี นหรอื ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร

4) จากนัน้ รว มกนั อภิปรายและสรุปผลการทาํ กิจกรรมภายในกลมุ เพื่อเตรยี มตวั นาํ เสนอขอมูล
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายกลุม)
3. ครูใหนักเรียนแตล ะกลมุ สงตัวแทนออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรม เพอ่ื ตรวจสอบความรขู องนักเรยี น
หลังการทํากจิ กรรม โดยครูตงั้ คาํ ถาม ดังนี้
1) นกั เรยี นมองไมเห็นอวยั วะใดของเพ่ือนบา ง
(แนวตอบ :เชน สมอง หวั ใจ ลําไส ปอด เปน ตน)
2) อวยั วะทเี่ ราไมส ามารถมองเห็นได เรียกวา อะไร
(แนวตอบ : อวยั วะภายใน)
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนาช้นั เรยี น)
4. ครอู ธบิ ายความหมายของอวยั วะภายนอกและอวัยวะภายใน พรอ มยกตวั อยางของอวยั วะใหนกั เรียนฟง อกี
ครงั้

ขั้นสรุป

ข้ันขยายความเขา ใจ (Elaborate)

1. ครแู จกใบงานท่ี 1.1 เรือ่ งอวัยวะท่ีหายไป โดยใหน กั เรยี นทุกคนวาดภาพอวยั วะที่ขาดหายไปใหสมบูรณแ ละ
ลากเสน ช้บี อกชื่ออวัยวะทกุ สว น พรอมตกแตง ใหสวยงาม

(หมายเหต:ุ ครูประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล)
2. เมื่อนกั เรยี นแตล ะคนทําใบงานเสร็จแลวใหน าํ ใบงานมาสง คุณครูหนา ชั้นเรียน
3. ครนู ําผลงานของนกั เรยี นมาตดิ ปา ยนเิ ทศของหอ ง เพ่อื เปน การแลกเปลย่ี นขอมูลกนั และใหเพ่ือนทุกคนได
ชนื่ ชมและศกึ ษาในยามวาง
4. ครูใหน กั เรยี นแตล ะคนทาํ กิจกรรมหนูตอบไดจ ากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรลงในสมุดประจาํ ตัวนักเรียนหรอื
ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตรแลว นํามาสงในชว่ั โมงถัดไป
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สรุปวา รา งกายของคนเราทุกคนประกอบดวยอวัยวะตาง ๆ เหมอื นกนั ซงึ่ อวยั วะที่
เราสามารถมองเห็นได เรียกวา อวยั วะภายนอก เชน ตา หู จมูก ปาก แขนและมอื เปนตน และอวยั วะที่เราไมสามารถ
มองเหน็ ได เรียกวา อวัยวะภายใน เชน สมอง หัวใจ ลําไส กระเพาะอาหาร เปนตน
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม และ จาก
การนําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาช้นั เรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทํากิจกรรมเร่อื งสาํ รวจอวัยวะของเราในสมุด ประจําตวั นกั เรยี น หรอื แบบฝกหดั
วทิ ยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทําใบงาน เรอื่ งอวัยวะที่หายไป
5. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนตู อบไดใ นสมุดประจําตัวนักเรยี นหรอื แบบฝก หดั วิทยาศาสตร

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมินผล
60% ข้ึนไป ถือวา
ความรคู วามเขา ใจ (K) 1. สังเกตและบอกชื่ออวัยวะแตละ 1.คาํ ถามกระตุน ผานเกณฑการ
สว นของรางกายตนเองได ความคิด ประเมิน
2. เปรยี บเทียบอวยั วะภายนอกแต 60% ขึ้นไป ถอื วา
ละสว นของตนเองกบั เพอ่ื นได ผา นเกณฑการ
ทกั ษะ/ 1.ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมสํารวจอวัยวะ 1. ใบงานที่ 1.1 ประเมิน
กระบวนการ (P) ภายนอกของตนเองได 60% ขึ้นไป ถือวา
ผา นเกณฑก าร
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนา ที่ที่ไดรบั 1. แบบสงั เกต ประเมิน
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมวี ินัย ใฝเรียนรู และ 2. แบบประเมิน
มงุ มั่นในการทํางาน คณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค

7. สื่อ/แหลง การเรียนรู

7.1 ส่อื การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรูท่ี 1 ตวั เรา พืช และสัตว
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 ตวั เรา พืช และสตั ว
3) วสั ด-ุ อปุ กรณก ารทดลองในกจิ กรรม เชน บตั รภาพอวัยวะภายนอก แผนภาพอวัยวะภายนอก สไี ม
เปนตน
4) ใบงานเรอ่ื งอวัยวะทีห่ ายไป
5) บัตรภาพอวยั วะภายนอก
6) แผนภาพอวยั วะภายนอก

7.2 แหลงการเรยี นรู
1) ปา ยนิเทศ
2) หอ งสมุด
3) หอ งเรยี น
4) อินเทอรเน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...........................................ผูสอน ลงชื่อ ....................................ฝา ยวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงชื่อ ....................................................ผูบรหิ าร
(………………………………………)

บตั รภาพ


Click to View FlipBook Version