โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา สัปดาหท ่ี …11…
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรยี นที่ ..1../…........... ช่อื ผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 1 จํานวน 2 คาบ
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 ตัวเรา พืชและสัตว เรอื่ ง อวยั วะทีแ่ ตกตางกันของสัตวแ ตละชนดิ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา ใจสมบตั ิของสิง่ มีชวี ติ หนวยพืน้ ฐานของสิง่ มีชวี ิต การลาํ เลยี งสารเขา และออกจากเซลล
ความสัมพนั ธข องโครงสรางและหนาที่ของระบบตา ง ๆ ของสัตวแ ละมนุษยท ี่ทาํ งานสมั พนั ธกนั ความสมั พนั ธของ
โครงสรา งและหนา ท่ขี องอวยั วะตา ง ๆ ของพชื ทท่ี ํางานสมั พันธก นั รวมทง้ั นาํ ความรไู ปใชประโยชน
ตัวช้ีวัดท่ี ป.1/1 ระบุช่อื บรรยายลกั ษณะและบอกหนาทข่ี องสว นตางๆ ของรางกายมนุษย สัตว และพชื รวมท้งั
บรรยายการทําหนาท่ีรว มกันของสว นตางๆ ของรา งกายมนุษยในการทํากจิ กรรมตา งๆ จากขอมูลที่รวบรวมได
2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
สัตวแ ตละชนดิ มีสวนตางๆ ทม่ี ลี ักษณะและหนา ทแ่ี ตกตางกัน เพือ่ ใหเ หมาะสมกบั การดํารงชวี ิต เชน ปลามีครีบ
เปน แผน สวนกบ เตา แมว มขี าและเทา 4 ขา ง สําหรบั ใชใ นการเคลือ่ นทเ่ี ปนตน
3. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. สงั เกตและระบุชือ่ อวัยวะตา งๆ ของสัตวไ ด (K)
2. บอกหนา ที่ของอวัยวะตางๆ ของสัตวได (K)
3. เขยี นเปรยี บเทยี บลักษณะและหนาท่อี วยั วะภายนอกทแี่ ตกตางกนั ของสัตว (P)
4. รบั ผิดชอบตอหนา ทีท่ ไ่ี ดรับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรยี นรูท อ งถน่ิ
1.อวยั วะภายนอกของสตั ว พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
2.หนา ท่ีอวัยวะภายนอกของสตั ว
3.ลกั ษณะที่แตกตา งกนั ของอวยั วะภายนอกของสตั ว
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบท่ี 1
ข้ันนาํ
ขัน้ กระตุน ความสนใจ (Engage)
1. ครนู ํานักเรียนรองเพลง เปด อาบนาํ้ ในคลอง โดยมเี น้อื เพลงเขยี นไวบนกระดานดังน้ี
เพลง เปดอาบนํา้ ในคลอง
กา บ กาบ กา บ เปดอาบนํ้าในคลอง
ตากจ็ องแลมอง เพราะในคลองมี หอย ปู ปลา
กา บ กาบ กา บ เปดอาบนา้ํ ในคู
ตาก็จองแลดู เพราะในคู มี หอย ปู ปลา
ท่ีมา : เพลงสอนเด็กปฐมวยั
2. ครูใหนักเรยี นรอ งเพลงพรอ มกันและทาํ ทาทางประกอบเพลงเพ่อื ความสนุกสนาน
3. ครูถามคาํ ถามวาเนอ้ื เพลงไดก ลา วถึงสตั วช นดิ ใดบาง ใหนกั เรียนยกมอื ตอบ
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)
(แนวตอบ : เปด หอย ปู ปลา)
ขัน้ สอน
ขัน้ สํารวจคน หา (Explore)
1. ใหน ักเรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 4-5 คน จากนนั้ เปดหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร โดยใหแตละกลมุ วาดภาพ
สตั วท่ีสนใจมา 1 ชนิด โดยทส่ี ัตวตัวนั้นมอี วัยวะสวนใดสว นหน่ึงหายไปลงในสมดุ ประจาํ ตัวนกั เรยี น
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมินนักเรียนโดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
2. ใหแ ตล ะกลมุ รวมกนั อภปิ รายวา ถา สตั วข าดอวยั วะสว นใดสว นหนงึ่ ไปจะสง ผลตอ การดํารงชีวิตของ
สัตวห รอื ไม อยางไร
3. เม่ือแตล ะกลุมรวมกันอภปิ รายผลเสรจ็ แลว ใหเ ตรยี มตวั ออกมานําเสนอหนาชนั้ เรียน โดยครสู ุ มเรยี ก
ออกมานาํ เสนอทีละกลุม
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบประเมินการนําเสนอหนาชน้ั เรียน)
4. ครูอธิบายความสาํ คญั ของอวัยวะภายนอกของสตั วท ม่ี ีผลตอการดาํ รงชวี ิตของสัตว โดยใหนกั เรียน
เปดหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร
คาบท่ี 2
ข้ันสอน
ขั้นอธิบายความรู (Expain)
1. ครใู หน กั เรียนวาดรปู สตั วที่นักเรยี นชอบลงในสมดุ ภายในเวลา 1 นาที จากน้นั ครูสุมเรียกเลขท่ี
นักเรียนทีละคน แลวใหบอกลักษณะของสตั วที่นกั เรยี นวาดใหเพ่ือนๆ ฟง และใหเ พื่อน ๆ ทายวา สัตวท ่ีนกั เรยี น
วาดเปน สัตวช นดิ ใดเชน ตวั อยา งคําใบบอกลักษณะของสัตว
- เปน สัตวท ่อี ยบู นบกมี 4 ขา มใี บหใู หญ แตม ีตาเล็กเปนสตั วบ กท่มี ีขนาดใหญท ี่สุดตวั ผูมเี ขย้ี วยาว
(ชาง)
- มีหางไวส าํ หรบั วา ยนาํ้ มีเหงือกไวห ายใจในนาํ้ ลาํ ตวั แบนๆ มเี กลด็ (ปลา)
- มีปกลาํ ตัวมขี น มี 2 ขา มปี ากแหลมและแขง็ (นก)
ใหนักเรียนบอกลักษณะจนกวา เพ่ือนจะทายถูกวา เปนสตั วช นดิ ใด เปนตน
2. เมือ่ ทาํ กิจกรรมจบครูใหน ักเรยี นรวมกันสรุปขอ มูลท่ไี ดจากทํากจิ กรรมวาสตั วแตละชนิดมีลกั ษณะ
แตกตางกนั อยางไร โดยใหน กั เรียนยกมือแสดงความคิดเห็น (หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบ
สงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
3. ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาในหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร หรอื เปด PowerPoint เร่ืองอวยั วะเฉพาะตวั ของสตั วแต
ละชนดิ เพอ่ื ใหน กั เรียนเขา ใจมากยิง่ ขนึ้
4. ครใู หนักเรียนทํากิจกรรมสรปุ ความรูประจําบทท่ี 2ลงในสมดุ ประจําตวั นกั เรยี นหรอื ในแบบฝกหั ด
วทิ ยาศาสตร
ข้ันสรุป
ข้นั ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1.ครูแบง กลมุ ใหน ักเรยี น กลมุ ละ 3-4 คน ใหแตละกลมุ ทาํ กิจกรรมสรา งสรรคผลงานจากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร หรือในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร โดยจดั ทําสมดุ ภาพอวยั วะภายนอกของสัตวช นดิ ตา ง ๆ โดยวาด
ภาพหรอื ตดิ ภาพสตั วท่กี ลุมตนเองรจู ักลงในสมดุ ภาพแลวชี้บอกชื่ออวัยวะและหนา ท่ีของอวัยวะพรอ มตกแตง
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนกั เรยี นโดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
2. ครกู ําหนดเวลาในการทําสมดุ ภาพ 40 นาที แลวใหแ ตล ะกลุมนําสมดุ ภาพมาสงครูหนาชน้ั เรียน
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบประเมินผลงาน/ชิ้นงาน)
3. ครูนําสมุดภาพของแตละกลมุ มาวางไวหนาหอง เพือ่ ใหกลมุ อน่ื ๆ ไดศ ึกษาสมดุ ภาพ
4. ครใู หน ักเรยี นทํากจิ กรรมฝก ทักษะ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรล งในสมดุ ประจําตวั นักเรียนหรอื
แบบฝก หดั วิทยาศาสตร และกิจกรรมคาํ ถามทาทายการคดิ ขน้ั สูงในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรเ ปน การบานนํามา
สงในชว่ั โมงถดั ไป
5. ครใู หน กั เรียนรวมกนั สรปุ ความรูท่ไี ดจ ากการทาํ กจิ กรรมในช่ัวโมงนี้ หรอื ทําทบทวนทายบทใน
แบบฝก หัดวิทยาศาสตร
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน ักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่อื วดั ความเขาใจหลังจากเรียนจบหนวยการเรียนรทู ่ี 1
2. ครใู หน ักเรียนทาํ ตรวจสอบตนเองหลังจากท่ีไดเรยี นบทที่2 เรื่องพืชและสัตวนารู
3. ครูประเมินผลนักเรยี นจากการทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น
4. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคลพฤติกรรมการทํางานกลมุ และจากการ
นาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ช้ันเรียน
5. ครูตรวจผลจากชน้ิ งานท่ีนักเรยี นไดส รางขนึ้ จากข้ันขยายความเขา ใจของนกั เรยี นเปนกลมุ
6. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรทู ี่ 2 ในสมุดประจําตัวนกั เรียน
7. ครตู รวจสอบผลการทาํ สรปุ สาระสาํ คญั ประจาํ บทที่ 2 ในสมุดประจาํ ตัวนักเรยี นหรอื แบบฝกหัด
วิทยาศาสตร
8. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมฝก ทกั ษะไดในสมุดประจาํ ตัวนักเรียนหรือแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
9. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมทา ทายการคิดขัน้ สูงในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
10. ครตู รวจสอบผลการทําทบทวนทายหนวยในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑการ
ประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล 60% ข้ึนไป ถือวา
จดุ ประสงค ผา นเกณฑการ
ประเมนิ
ความรูค วาม 1. สังเกตและระบชุ ่ืออวยั วะตา งๆ 1.คาํ ถามกระตุน 60% ขึน้ ไป ถือวา
เขา ใจ (K) ของสตั วไ ด ความคิด ผา นเกณฑก าร
ทกั ษะ/ 2. บอกหนา ท่ขี องอวัยวะตา งๆ 1. ใบงาน ประเมนิ
กระบวนการ (P) ของสตั วไ ด 60% ขึน้ ไป ถอื วา
1.เขียนเปรียบเทยี บลกั ษณะและ ผานเกณฑการ
หนา ทีอ่ วัยวะภายนอกทีแ่ ตกตา ง ประเมนิ
กนั ของสัตว
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1.รับผิดชอบตอ หนาทที่ ี่ไดร ับ 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมีวินัย ใฝเรยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ ม่ันในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค
7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝกหดั วิทยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรยี นรูท่ี 1 ตวั เรา พชื และสตั ว
3) PowerPoint เรื่องอวัยวะเฉพาะตัวของสัตวแ ตละชนิด
4) แบบทดสอบหลังเรียน
5) เพลงเปด อาบนา้ํ ในคลอง
7.2 แหลง การเรียนรู
หองเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา สัปดาหท่ี …12…
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนท่ี ..1../…........… ช่อื ผูส อน………………………………………….
กลุม สาระ วิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 ตัวเรา พืชและสตั ว เรื่อง โครงสรางภายนอกของพชื และหนาที่
(ราก ลําตน ใบ)
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานที่ ว 1. 2 เขาใจสมบตั ขิ องส่งิ มีชีวิต หนวยพืน้ ฐานของส่ิงมีชวี ิต การลาํ เลียงสารเขาและออกจาก
เซลลค วามสัมพันธของโครงสรา งและหนา ที่ของระบบตา ง ๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยท ่ที ํางานสมั พนั ธกันความสัมพนั ธข อง
โครงสรางและหนา ท่ขี องอวยั วะตาง ๆ ของพชื ท่ที ํางานสมั พนั ธก นั รวมท้ังนาํ ความรไู ปใชประโยชน
ตวั ชี้วัดท่ี ป .1/1 ระบชุ ่ือบรรยายลักษณะและบอกหนา ทข่ี องสวนตางๆ ของรางกายมนษุ ย สตั ว และพชื
รวมทง้ั บรรยายการทําหนาทร่ี ว มกนั ของสวนตางๆ ของรางกายมนษุ ยใ นการทํากิจกรรมตา งๆ จากขอมูลทีร่ วบรวมได
2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
พชื โดยทั่วไปมีสว นตา ง ๆ ท่สี าํ คัญไดแ ก ราก ลาํ ตน ใบ ดอก และผล ซงึ่ สว นตา ง ๆ แตละสว นทําหนาท่ี
แตกตางกัน
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. ระบชุ ่อื อวยั วะตา งๆของพชื ได (K)
2. บอกหนา ทขี่ องอวยั วะตา งๆ ของพชื ได (K)
3. สงั เกตและวาดภาพอวัยวะตาง ๆ ของพืชได (P)
4. รบั ผดิ ชอบตอ หนาที่ทีไ่ ดรับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูทองถนิ่
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรูแกนกลาง
1. สว นตาง ๆ ของพืช
2. หนาท่ขี องสวนตาง ๆ ของพืช
3. ความสําคญั ของสวนตาง ๆ ของพืช
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบที่ 1
ขนั้ นาํ
ขั้นกระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครเู ตรยี มตวั อยา งตนพืชทีส่ ามารถหาไดงา ยมา 2-3 ชนิดมาวางไวหนา ช้นั เรยี น แลว ใหน ักเรยี น
สังเกต
2. ครูถามคําถามเพื่อใหนกั เรียนแสดงความคดิ เห็นรว มกันวา ตน พชื ที่นกั เรยี นสงั เกตมโี ครงสรา ง
สว นใดบาง
(แนวตอบ : สวนตาง ๆ ของพืช ไดแก ราก ลาํ ตน ใบ)
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล)
3. ครูแจงชือ่ เรือ่ งทจี่ ะเรยี นรูในวนั นแี้ ละจดุ ประสงคก ารเรียนรใู หนักเรียนทราบ
ขน้ั สอน
ขั้นสํารวจคนหา (Explore)
1. ครูเตรยี มอุปกรณท ีใ่ ชในกจิ กรรมเรื่องรูจกั สวนตา ง ๆ ของพชื จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร
นาํ มาวางไวห นาหองเรยี น
2. ครใู หนักเรยี นแตล ะคนทํากจิ กรรม เรือ่ งรูจักสวนตาง ๆ ของพชื โดยปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดังน้ี
1) ใหเ ลอื กสังเกตตน พชื 1 ชนดิ ท่คี รูเตรียมไวห นา หอ งเรียน
2) วาดภาพตนพชื ลงในสมุดประจาํ ตวั นกั เรียนหรอื ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร ลากเสน
ชีบ้ อกชื่อสว นตา ง ๆ ของพืชที่นักเรยี นสังเกตเห็นและรจู ัก
3) ใหนกั เรยี นแตละคนจับกลุม กบั เพ่อื นทีว่ าดตนพชื ชนดิ เดยี วกนั แลวชวยกันสืบคนขอมลู
เก่ียวกับหนา ทข่ี องสวนตางๆ ของพืชวา สวนตา ง ๆ ของพืชทําหนาที่อะไร แลว บันทกึ ลงในสมดุ ประจาํ ตัว
นกั เรียนหรอื แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ใหแตล ะกลมุ ชวยกันสรุปช่ือและหนาท่ีสวนตาง ๆ ของพืช
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม )
คาบท่ี 2
ข้ันสอน
ขน้ั อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูใหน ักเรยี นจบั กลมุ เดมิ จากชัว่ โมงทแี่ ลว แลวใหแ ตล ะกลมุ รว มกบั อภปิ รายและสรปุ ผลจากการ
ทํากจิ กรรม และเตรยี มตวั ออกมานําเสนอหนา ชน้ั เรียน
2. ครใู หแ ตละกลุมสง ตัวแทนออกมานําเสนอผลจากการทาํ กิจกรรม เพ่ือตรวจสอบความรขู อง
นักเรียนหลงั การทํากจิ กรรมโดยครูตง้ั คาํ ถาม ดังน้ี
1) ตนพืชท่กี ลุม นกั เรยี นสังเกตช่อื วา ตนอะไร
(แนวตอบ :มะเขอื พริก กลวย ฝรง่ั )
2) ตน พชื ท่ีกลุมของนักเรียนสังเกตมสี วนตา ง ๆ ใดบา ง แลว แตล ะสว นทําหนา ทอ่ี ะไร
(แนวตอบ :อวยั วะภายนอกของพืชไดแ ก
ราก ทาํ หนา ที่ ยดึ ลาํ ตน ของพืชใหต ั้งบนดนิ ไดโ ดยไมล ม รวมทงั้ ดดู น้ําและแรธ าตใุ นดนิ ไป เลย้ี ง
สว นตา งๆ
ลาํ ตน ทําหนา ที่ ชูก่ิง กานและใบ และเปน ทางลําเลยี งน้าํ และแรธ าตุทร่ี ากดดู ขึน้ มา เพ่ือไปเลี้ยง
สวนตา งๆ ใบ ทาํ หนาที่ สรางอาหาร หายใจ และคายน้าํ )
(หมายเหต:ุ ครูประเมินนักเรียน โดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนา ชั้นเรยี น)
3. จากน้นั ใหนักเรยี นแตละคนทาํ หนูตอบไดล งในสมดุ ประจําตัวนกั เรียนหรอื แบบฝก หดั
วทิ ยาศาสตร
4. ครสู มุ เรียกชอื่ นักเรยี นออกมาเฉลยคําตอบของหนตู อบไดขอ 1 และขอ 2 แลวใหเพ่อื นๆ ในหอง
ชวยกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยมคี รคู อยแนะคาํ ตอบท่ีถูกตอง
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
5. ครสู มุ นักเรียน 4 คน ออกมาตอบคําถามหนูตอบไดขอ 3ใหเ พอ่ื นในหอ งฟง โดยมีครแู นะนาํ วา
ท้งั 4 คน อาจจะมีคําตอบท่เี หมอื นกนั หรอื แตกตางกันไปตามเหตุผลท่ีแตละคนตอบ
6.จากน้ันครใู หน กั เรยี นศกึ ษาขอมูลเกยี่ วกบั อวัยวะและหนา ที่ของอวัยวะของพชื จาก PowerPoint
เรอ่ื งโครงสรางภายนอกของพืช พรอมศกึ ษาควบคูกบั หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร
ข้นั สรุป
ขนั้ ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูและนักเรยี นรวมกันทบทวนความรูเก่ียวกับสว นตา ง ๆ และหนาทีข่ องสวนตา ง ๆ ของพืช
2. ครวู าดตนพืชไวบ นกระดานเชน ตนมะเขอื ตน พริก เปน ตน ที่มีโครงสรา งสว นประกอบครบ
สมบรู ณ
3. จากนั้นครูสุม เรยี กนกั เรียนใหอ อกมาเขียนชอื่ สวนตา ง ๆ ของพืชพรอมชีบ้ อกตําแหนงของสว น
ตาง ๆใหถูกตองคนละ 1 ช่ือ จนครบทกุ สว น
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)
4. ครูและนกั เรยี นชวยกันตรวจสอบขอมลู ใหถูกตอ ง โดยมีครูคอยแนะนาํ สว นที่บกพรอ ง
5. ครใู หน กั เรียนจบั กลุม กลุมละ 3-4 คน จากนัน้ ครถู ามคําถามทาทายการคิดขน้ั สูง จากหนังสอื
เรยี นวทิ ยาศาสตร วา หากนักเรยี นนําเมลด็ พชื ไปปลูก โครงสรางสว นใดของพชื จะงอกออกมาเปนสว น
แรก เพราะเหตุใด
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายกลุม )
(แนวตอบ : สว นท่ีงอกออกมาเปนสวนแรก คือ ราก เพราะรากมหี นาที่ดูดน้ําและแรธาตุท่ีมีความ
จําเปน ตอ การเจรญิ เตบิ โตของพชื ซึ่งจะทาํ ใหส วนอื่น ๆ ของพชื จะงอกออกจากเมล็ดและมีการ
เจริญเติบโตตอไป)
6. ใหแ ตล ะกลุมสืบคนขอมูลจากแหลง ขอ มูลตา งๆ เชน หนังสือเรยี น อินเทอรเ น็ต หองสมดุ เปน ตน
แลวบันทึกขอ มูลลงในสมดุ ประจาํ ตัวของนกั เรยี นของแตละคน และรวมกันอภิปรายขอ มลู ทีไ่ ดจากการ
สืบคน
7. ครูสุมนักเรียน 2-3 กลมุ ออกมานําเสนอขอมลู ท่ีแตละกลมุ รวมกันอภิปราย
(หมายเหต:ุ ครปู ระเมินนักเรยี น โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ช้ันเรียน)
ขน้ั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1 . ครูใหน ักเรยี นรว มกนั สรุปเกยี่ วกับอวยั วะภายนอกของพืช โดยสมุ เรยี กตามเลขท่แี ลว ใหบอก
ชื่ออวัยวะภายนอกของพืชทีละคนและบอกหนา ทขี่ องสว นนั้นใหถูกตอ งเพือ่ ทดสอบความเขาใจ
2. ครตู รวจสอบผลการทาํ กิจกรรมเร่ืองรจู กั สว นตา ง ๆ ของพชื ในสมุดประจาํ ตัวนกั เรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนตู อบไดใ นสมดุ หรอื แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
4. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทาํ งาน
กลุม และการออกมานาํ เสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ช้นั เรียน
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถอื วา
ความรูค วาม 1. ระบชุ ่ืออวัยวะตา งๆของพชื ได 1.คําถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขา ใจ (K) 2. บอกหนา ทข่ี องอวัยวะตางๆ ความคิด ประเมิน
ของพืชได 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
ผานเกณฑก าร
ทักษะ/ 1. สังเกตและวาดภาพอวยั วะตา งๆ 1. ใบงาน ประเมิน
กระบวนการ (P) ของพืชได 60% ขน้ึ ไป ถือวา
ผา นเกณฑการ
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนา ที่ท่ไี ดรบั 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมีวินยั ใฝเ รียนรู 2. แบบประเมนิ
และมุงมน่ั ในการทํางาน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค
7. ส่อื /แหลงการเรียนรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรูที่ 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรียนรทู ี่ 1 ตวั เรา พืช และสตั ว
3) PowerPoint เร่ืองโครงสรา งภายนอกของพืช
4) วสั ด-ุ อุปกรณทใี่ ชใ นกจิ กรรมท่ี 1 ไดแก ตนพืช เชน ตน พริก ตน มะเขือ เปนตน
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หองสมุด
2) หอ งเรยี น
3) อนิ เทอรเ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...........................................ผูสอน ลงช่ือ ....................................ฝายวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สัปดาหท่ี …12…
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนที่ ..1../…........… ชอื่ ผูสอน………………………………………….
กลุม สาระ วิทยาศาสตร ช้ัน ประถมศกึ ษาปที่ 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตัวเรา พืชและสัตว เรือ่ ง โครงสรางภายนอกของพืชและหนาที่
(ดอก ผล และเมล็ด)
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 1. 2 เขาใจสมบัตขิ องสิ่งมีชวี ิต หนวยพื้นฐานของสิ่งมชี วี ิต การลําเลยี งสารเขา และออกจาก
เซลลความสัมพนั ธของโครงสรา งและหนาทขี่ องระบบตาง ๆ ของสัตวและมนษุ ยทท่ี าํ งานสมั พันธกนั ความสมั พนั ธของ
โครงสรางและหนา ท่ขี องอวยั วะตา ง ๆ ของพชื ที่ทํางานสมั พนั ธกัน รวมทงั้ นาํ ความรูไปใชประโยชน
ตัวชวี้ ัดท่ี ป .1/1 ระบุช่ือบรรยายลกั ษณะและบอกหนาท่ขี องสว นตางๆ ของรา งกายมนุษย สตั ว และพืช
รวมท้ังบรรยายการทาํ หนาทีร่ วมกันของสวนตา งๆ ของรางกายมนุษยในการทํากิจกรรมตางๆ จากขอ มลู ทีร่ วบรวมได
2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
พชื โดยทั่วไปมีสว นตาง ๆ ที่สําคญั ไดแก ราก ลาํ ตน ใบ ดอก และผล ซึง่ สวนตาง ๆ แตล ะสวนทําหนา ที่
แตกตางกัน
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. ระบชุ อ่ื อวัยวะตา งๆของพชื ได (K)
2. บอกหนา ทขี่ องอวยั วะตา งๆ ของพชื ได (K)
3. สังเกตและวาดภาพอวัยวะตาง ๆ ของพืชได (P)
4. รบั ผดิ ชอบตอ หนา ที่ทีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู องถ่ิน
พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรูแกนกลาง
1. สว นตา ง ๆ ของพืช
2. หนาท่ขี องสวนตา ง ๆ ของพชื
3. ความสําคญั ของสวนตา ง ๆ ของพืช
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบที่ 1
ขนั้ นํา
ขนั้ กระตุน ความสนใจ (Engage)
1. ครูเตรียมตวั อยา งตนพืชทีส่ ามารถหาไดง ายมา 2-3 ชนิดมาวางไวห นาชัน้ เรียน แลวใหน ักเรียนสังเกต
2. ครถู ามคําถามเพ่ือใหนกั เรียนแสดงความคิดเหน็ รวมกันวา ตนพืชท่ีนกั เรยี นสังเกตมีโครงสรางสว นใดบา ง
(แนวตอบ : สว นตา ง ๆ ของพืช ไดแ ก ดอก ผลและเมลด็ )
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล)
3. ครูแจงชอ่ื เรือ่ งท่ีจะเรียนรใู นวันนีแ้ ละจุดประสงคการเรยี นรูใ หนักเรยี นทราบ
ขนั้ สอน
ขน้ั สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครเู ตรียมอุปกรณท ่ีใชในกิจกรรมเรื่องรูจ กั สว นตาง ๆ ของพชื จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตรนํามาวางไวห นา
หอ งเรยี น
2. ครูใหน ักเรียนแตละคนทาํ กิจกรรม เร่ืองรจู กั สวนตา ง ๆ ของพชื โดยปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดังน้ี
1) ใหเลอื กสังเกตดอก ผล และเมลด็ ของพืชท่คี รูเตรียมไวห นาหองเรียน
2) วาดภาพดอก ผล และเมล็ดลงในสมุดประจําตวั นักเรียนหรือในแบบฝก หดั วิทยาศาสตรที่นักเรียน
สังเกตเห็นและรจู ัก
3) ใหน ักเรียนแตละคนจบั กลมุ กบั เพอื่ นแลว ชวยกันสบื คนขอมลู เกย่ี วกบั หนา ทีข่ องสวนตา งๆ ของพืช
วา สว นตา ง ๆ ของพชื ทาํ หนา ทอ่ี ะไร แลวบนั ทกึ ลงในสมุดประจาํ ตวั นักเรียนหรือแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ใหแ ตล ะ
กลุมชว ยกนั สรุปช่ือและหนาทส่ี วนตาง ๆ ของพืช
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)
คาบที่ 2
ขน้ั สอน
ขน้ั อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครใู หนกั เรยี นจบั กลุมเดมิ จากช่วั โมงที่แลว แลว ใหแตล ะกลมุ รว มกบั อภปิ รายและสรปุ ผลจากการทํากิจกรรม
และเตรยี มตัวออกมานําเสนอหนาชน้ั เรยี น
2. ครูใหแ ตล ะกลมุ สง ตัวแทนออกมานําเสนอผลจากการทาํ กิจกรรม เพ่อื ตรวจสอบความรูของนกั เรียนหลงั
การทํากจิ กรรมโดยครตู งั้ คาํ ถาม ดังน้ี
1) ตน พืชที่กลมุ นักเรยี นสงั เกตชอื่ วา ตน อะไร
(แนวตอบ :มะเขอื พรกิ ชบา ฝรง่ั )
2) ตนพืชที่กลุมของนักเรียนสังเกตมสี ว นตา ง ๆ ใดบาง แลว แตล ะสว นทําหนา ทอ่ี ะไร
(แนวตอบ :อวยั วะภายนอกของพืชไดแ ก ดอก ทาํ หนา ที่ ชว ยลอแมลงใหม าผสมเกสรดอก จึงทาํ หนา ท่ี
สืบพนั ธุ ผล ทาํ หนาท่ี หอหมุ เมล็ด เมล็ด ทําหนา ที่ ขยายพันธุ)
(หมายเหต:ุ ครปู ระเมินนกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ช้นั เรียน)
3.จากนน้ั ใหน กั เรยี นแตล ะคนทําหนูตอบไดลงในสมดุ ประจําตัวนักเรยี นหรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร
4. ครูสมุ เรยี กช่ือนักเรียนออกมาเฉลยคาํ ตอบของหนูตอบไดขอ 1 และขอ 2 แลว ใหเ พื่อนๆ ในหอ งชว ยกัน
แสดงความคิดเห็น โดยมคี รูคอยแนะคําตอบที่ถกู ตอง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
5. ครสู มุ นกั เรยี น 4 คน ออกมาตอบคําถามหนูตอบไดใหเ พอื่ นในหองฟง โดยมีครูแนะนาํ วา ทั้ง 4 คน อาจจะ
มีคําตอบท่เี หมือนกันหรือแตกตางกันไปตามเหตุผลที่แตละคนตอบ
6.จากน้ันครใู หนกั เรยี นศกึ ษาขอ มูลเก่ยี วกบั อวยั วะและหนา ทีข่ องอวัยวะของพืช จาก PowerPoint เรอื่ ง
โครงสรา งภายนอกของพชื พรอมศกึ ษาควบคูก บั หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร
ข้นั สรปุ
ขน้ั ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. ครแู ละนักเรียนรวมกนั ทบทวนความรูเกย่ี วกบั สว นตาง ๆ และหนา ท่ีของสว นตาง ๆ ของพชื
2. ครวู าดตน พืชไวบ นกระดานเชน ตน มะเขือ ตนพรกิ เปนตน ท่มี โี ครงสรางสว นประกอบครบสมบูรณ
3. จากนัน้ ครูสมุ เรียกนกั เรียนใหออกมาเขยี นช่อื สวนตาง ๆ ของพชื พรอมชีบ้ อกตําแหนง ของสว นตาง ๆให
ถูกตองคนละ 1 ช่ือ จนครบทุกสว น
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
4. ครแู ละนักเรยี นชว ยกันตรวจสอบขอ มูลใหถกู ตอ ง โดยมีครูคอยแนะนําสว นท่บี กพรอง
5. ครใู หน ักเรียนจับกลมุ กลมุ ละ 3-4 คน จากน้นั ครูถามคาํ ถามทาทายการคดิ ข้นั สูง จากหนงั สอื เรียน
วทิ ยาศาสตร
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายกลมุ )
ใหแ ตล ะกลมุ สบื คน ขอมลู จากแหลง ขอมลู ตา งๆ เชน หนังสอื เรยี น อนิ เทอรเ นต็ หองสมดุ เปนตน แลว
บันทึกขอมลู ลงในสมุดประจําตัวของนกั เรยี นของแตละคน และรวมกนั อภิปรายขอ มูลทไ่ี ดจากการสบื คน
6. ครสู มุ นกั เรียน 2-3 กลมุ ออกมานําเสนอขอ มลู ท่แี ตล ะกลุมรวมกันอภิปราย
(หมายเหต:ุ ครูประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบประเมินการนําเสนอหนาช้นั เรยี น)
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1 . ครใู หนกั เรยี นรวมกนั สรปุ เก่ยี วกบั อวยั วะภายนอกของพชื โดยสมุ เรยี กตามเลขทแ่ี ลวใหบ อกช่อื อวยั วะ
ภายนอกของพชื ทีละคนและบอกหนา ท่ีของสว นนน้ั ใหถ ูกตองเพ่ือทดสอบความเขาใจ
2. ครตู รวจสอบผลการทํากิจกรรมเรื่องรูจักสวนตา ง ๆ ของพชื ในสมดุ ประจาํ ตวั นกั เรียนหรอื แบบฝกหดั
วทิ ยาศาสตร
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนูตอบไดใ นสมุดหรือแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
4. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทํางานกลมุ และการ
ออกมานําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนาชน้ั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก าร
ประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล 60% ข้นึ ไป ถอื วา
จุดประสงค ผานเกณฑการ
ประเมิน
ความรูค วาม 1. ระบุชือ่ อวยั วะตางๆของพืชได 1.คําถามกระตนุ 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
เขา ใจ (K) 2. บอกหนาที่ของอวยั วะตา งๆ ความคิด ผานเกณฑก าร
ของพืชได ประเมนิ
60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ทกั ษะ/ 1. สงั เกตและวาดภาพอวัยวะตา งๆ 1. ใบงาน ผา นเกณฑการ
กระบวนการ (P) ของพชื ได ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนาท่ีที่ไดร บั 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2.สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ มั่นในการทํางาน คุณลักษณะอนั พึง
ประสงค
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 ตวั เรา พืช และสตั ว
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตวั เรา พชื และสตั ว
3) PowerPoint เรอื่ งโครงสรางภายนอกของพชื
4) วสั ด-ุ อุปกรณท ใี่ ชในกจิ กรรมที่ 1 ไดแก ตนพืช เชน ตนพรกิ ตนมะเขือ ชบา เปน ตน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หอ งสมดุ
2) หองเรยี น
3) อินเทอรเ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา สปั ดาหท ี่ …13…
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรยี นท่ี ..1../…........… ช่อื ผสู อน………………………………………….
กลุม สาระ วิทยาศาสตร ช้ัน ประถมศึกษาปที่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตัวเรา พืชและสัตว เร่อื ง สวนตา งๆ ที่แตกตา งกันของพชื
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานที่ ว 1. 2 เขาใจสมบัติของสิ่งมีชวี ิต หนวยพ้นื ฐานของส่ิงมชี ีวิต การลาํ เลยี งสารเขาและออกจาก
เซลลความสมั พันธข องโครงสรา งและหนาท่ีของระบบตาง ๆ ของสัตวแ ละมนุษยท ่ีทํางานสมั พันธกนั ความสมั พันธข อง
โครงสรางและหนา ทีข่ องอวยั วะตาง ๆ ของพืชทที่ าํ งานสัมพันธก นั รวมท้ังนําความรไู ปใชประโยชน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป .1/1 ระบุช่อื บรรยายลกั ษณะและบอกหนาทข่ี องสวนตางๆ ของรางกายมนุษย สตั ว และพืช
รวมทงั้ บรรยายการทาํ หนา ทร่ี วมกนั ของสว นตาง ๆ ของรางกายมนุษยใ นการทาํ กจิ กรรมตาง ๆ จากขอมลู ท่รี วบรวมได
2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด
พืชมีสว นตางๆ ท่ีมลี กั ษณะและหนาท่ีที่แตกตา งกนั เพือ่ ใหเหมาะสมกบั การดาํ รงชีวติ เชนรากมลี ักษณะเรยี ว
ยาว หรือมีขนาดเลก็ เปน กระจุก ทําหนาท่ดี ูดนํ้า ลําตน เปน ทรงกระบอกต้ังตรงหรอื มขี อปลอ ง ทาํ หนา ท่ชี กู ิ่งกา น
และใบ เปน ตน อวัยวะตางๆ ของพืชจะทํางานรว มกนั ถา พืชขาดสว นใดสว นหน่ึงไปจะมีผลตอการดาํ รงชีวิตของพชื
3. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายความสําคญั ของสวนตา ง ๆ ของพชื แตละสวนได (K)
2. ระบชุ ื่อและบอกหนา ทขี่ องสวนตางๆ ของพชื ได (K)
3. เขยี นเปรยี บเทยี บลักษณะของสวนตาง ๆ ท่ีแตกตางกันของพืชแตล ะชนิด (P)
4. รับผดิ ชอบตอ หนาทีท่ ่ไี ดรบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรยี นรูแ กนกลาง สาระการเรยี นรูทอ งถิ่น
1.ความสาํ คญั ของสว นตาง ๆ ของพืชท่ีมผี ลตอ การ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ดาํ รงชีวิตของพชื
2.สว นตา ง ๆ ของพืชทม่ี ลี ักษณะที่คลายคลงึ กันหรอื
แตกตางกนั
5. กจิ กรรมการเรียนรู คาบท่ี 1
ขั้นนาํ
ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครเู ขยี นเนอ้ื เพลง กงิ่ กา น ใบ บนกระดานดงั น้ี
เพลง กิง่ กาน ใบ
กง่ิ กา น ใบ ชะ ชะ ใบ กาน ก่งิ
ฝนตกลมแรงจรงิ ๆ ฝนตกลมแรงจริงๆ
ชะ ชะ กิ่งกา น ใบ
ท่ีมา : เพลงสอนเดก็ ปฐมวัย
2. ครูสอนนักเรยี นรอ งเพลง โดยครูรอ งใหน กั เรยี นฟง กอ น 1 รอบ แลวใหนกั เรียนรองตามพรอมทาํ
ทา ทางประกอบเพลงเพอื่ ความสนกุ สนาน
3. จากนน้ั ครูถามนักเรียนวา เนอ้ื เพลงไดกลาวถึงโครงสรา งสว นใดของพืช ใหน กั เรยี นยกมอื ตอบ
(แนวตอบ : เนือ้ เพลงกลา วถึง กิง่ กา น ใบ ของพชื )
4. ครนู ํานักเรยี นเลนเกมสงตอ สิง่ ของ โดยครอู ธิบายกติกาการเลน ดังนี้
1) ครเู ตรียมกระดาษเขียนขอ ความไวห ลายๆ แผน แลวนํามาหอ รวมกันเปนลูกบอล
ตวั อยางขอ ความ - วาดสวนทเ่ี ปน รากของพชื
- วาดสว นของพืชทท่ี ําหนาที่ สืบพันธุ
- บอกหนาทีข่ องราก
- เขียนลกั ษณะของใบเปนตน
2) ใหน ักเรยี นนงั่ ลอมกนั เปนวงกลม แลวสง ตอ ลูกบอลกระดาษไปเปนวงกลม โดยใหรองเพลง กง่ิ กา น
ใบ ไปพรอ มๆ กบั สง ลูกบอล หรอื อาจเปลี่ยนเพลงตามความเหมาะสมเพอื่ ใหเ กิดความสนุกสนาน
3) เมื่อครใู หสัญญาณหยุดลกู บอลอยใู นมอื ใคร ใหแกะกระดาษออกมา 1 แผน แลวอา นขอ ความใหเ พอ่ื น
ฟง และปฏิบัตติ ามขอ ความท่ีได ถา หากใครปฏบิ ตั ติ ามขอ ความไมไ ดใหน ั่งรอทกี่ ลางหอ ง
4) ปฏิบัตซิ ํ้าจนกวา กระดาษขอความทค่ี รูเตรยี มมาหมด เม่อื เลน เกมเรียบรอย ครอู าจมีบทลงโทษเล็ก
ๆ นอย ๆ ใหก บั นักเรยี นที่ปฏิบตั กิ ิจกรรมไมไ ด
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)
ขนั้ สอน
ขั้นสาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครูใหน กั เรียนแบงกลมุ กลุม ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นทํากจิ กรรมพจากหนงั สือเรยี น
วทิ ยาศาสตร ลงในสมดุ ประจําตวั นักเรียนโดยใหแตล ะกลมุ สงั เกตภาพตน พืชทม่ี สี วนใดสวนหนง่ึ ขาดหายไป
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
2. จากน้ันใหแ ตล ะกลุม รว มกนั อภิปรายถงึ ผลทจี่ ะเกดิ กบั ตน พืชทีม่ สี วนใดสวนหนง่ึ หายไปวามีผลตอ
การดํารงชวี ิตของตน พชื อยางไร
3. ใหแตละกลมุ สรปุ ผลจากการรวมกันอภปิ รายผล เพื่อเตรียมนาํ เสนอขอมูลหนาช้นั เรยี น
4. ครใู หแตล ะกลมุ สงตวั แทนกลุมออกมานาํ เสนอขอ มลู เพอื่ ใหเพ่อื นกลมุ อน่ื ๆ ชวยกนั แสดงความ
คิดเห็น
(หมายเหต:ุ ครูประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ชน้ั เรียน)
5. ครูใหน กั เรียนศกึ ษาขอมลู ความสาํ คัญของอวัยวะของพืชที่มีผลตอการดาํ รงชีวิตของพืชจากหนงั สอื
เรยี นวิทยาศาสตร
6. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปเก่ยี วกบั ความสําคญั ของสวนตาง ๆ ของพชื ท่มี ผี ลตอ การดํารงชีวติ ของ
พืช
คาบท่ี 2
ขั้นสอน
ข้ันอธิบายความรู (Expain)
1. ครใู หน กั เรยี นจบั กลมุ เดมิ จากช่วั โมงที่ผานมา จากนัน้ ครแู จกใบงานเรือ่ งสวนตาง ๆ ของพชื ท่ี
แตกตา งกันของพืช แลว ใหแ ตล ะกลมุ ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
1) ใหแตละกลมุ ไปสาํ รวจพชื ในบรเิ วณโรงเรียน แลวเลือกศกึ ษาพืชมา2 ชนิด
2) สงั เกตลกั ษณะของสวนตาง ๆ ของพชื ทั้ง 2 ชนดิ นนั้
3) เปรียบเทียบลักษณะของสว นตา ง ๆ ของพืชทั้ง 2 ชนิด
4) นําขอ มลู ที่ไดมาบนั ทึกลงในใบงานที่ครูแจกใหแลว ตกแตง ใหสวยงาม
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
2. จากน้ันใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ วางแผนการทํางานโดยแบง หนาท่กี ันในกลมุ ซง่ึ ครูอาจช้แี นะแนวทาง
เพือ่ ใหน กั เรียนเกิดกระบวนการทํางานทีเ่ ปน แบบแผนและรวดเรว็
3. ครกู ําหนดเวลาใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ ทาํ งาน 30 นาที ในการทํากจิ กรรม
ขั้นสรปุ
ข้ันขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. เม่อื ทุกกลุมทํางานเสร็จ ใหแ ตละกลุมนาํ ผลงานการศกึ ษาคน ควาออกมานาํ เสนอหนาช้นั ทลี ะกลมุ
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ชน้ั เรียน)
2. เมื่อทุกกลมุ นาํ เสนอผลงานครบทุกกลุมแลว ครูใหน ักเรียนศึกษาขอ มลู เรือ่ งลักษณะของอวยั วะ
ภายนอกทคี่ ลา ยกันหรอื แตกตางกันของพชื จากหนงั สอื เรยี นหรอื PowerPoint เรื่องลกั ษณะสวนตาง ๆ ของ
พืช
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครสู มุ เรียกรายชือ่ นกั เรียน 2-3 คนใหอ อกมาสรปุ ความรทู ีไ่ ดจ ากการทาํ กจิ กรรม และครใู หค วามรู
เพ่มิ เติมในสวนทีบ่ กพรอง
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม พฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล และ
การนาํ เสนอผลจากการทํากิจกรรมหนาช้นั เรียน
3. ครตู รวจสอบผลการทาํ กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรูลงในสมดุ ประจําตัวนกั เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทําใบงาน เร่อื งรูจกั ลกั ษณะสวนตาง ๆ ของพชื ทแ่ี ตกตางกัน
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑการ
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถือวา
ความรคู วาม 1.อธิบายความสาํ คัญของสวน 1.คาํ ถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) ตาง ๆ ของพืชแตละสวนได ความคดิ ประเมนิ
ทกั ษะ/ 2. ระบุชอื่ และบอกหนา ท่ขี องสวน 1. ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) ตาง ๆ ของพืชได ผา นเกณฑการ
1. เขยี นเปรียบเทยี บลกั ษณะของ ประเมิน
สว นตา ง ๆ ทแี่ ตกตางกนั ของพชื 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
แตล ะชนดิ ผา นเกณฑก าร
ประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1.รับผิดชอบตอ หนา ทีท่ ไ่ี ดร ับ 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2.สงั เกตความมีวินัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมุง มั่นในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค
7. สื่อ/แหลง การเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรียนรู
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรียนรูท่ี 1 ตวั เรา พืช และสตั ว
2) ใบงาน เรอ่ื งสว นตาง ๆ ของพชื ทีแ่ ตกตางกนั
3) PowerPoint เรือ่ งลกั ษณะสวนตาง ๆ ของพชื
4) เพลงกง่ิ กาน ใบ
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หอ งเรียน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
ใบงาน
เรื่อง รจู ักลกั ษณะสวนตา ง ๆ ของพืชทีแ่ ตกตา งกนั
คาํ ชี้แจง: ใหน กั เรยี นสํารวจและเปรียบเทยี บลักษณะสว นตาง ๆ ของพืช 2 ชนิด
พชื ตน้ น้ี คอื ตน้ พรกิ
พชื ตน้ น้ี คอื ตน้ พรกิ
บตั รภาพ
ภาพตนทานตะวัน ภาพตนมะมว ง ภาพตน มะพราว
ภาพตน กลว ย ภาพบัว ภาพฟก ทอง
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาหที่ …13…
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนที่ ..1../…....... ชื่อผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรูท ่ี 2 พืชและสตั วในทองถิน่ เรื่อง สาํ รวจพชื และสัตวใ นทองถนิ่
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธระหวางสิง่ ไมม ชี ีวิตกบั สิ่งมีชีวติ และ
ความสัมพนั ธร ะหวางส่ิงมีชวี ติ กับส่งิ มีชีวิตตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา ยทอดพลงั งาน การเปล่ียนแปลงแทนท่ใี นระบบ
นิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาและผลกระทบท่ีมตี อ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมแนวทางในการอนรุ กั ษ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไขปญ หาสิ่งแวดลอ ม รวมทัง้ นําความรไู ปใชประโยชน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป.1/1 ระบชุ ่อื พชื และสัตวท่อี าศยั อยูบรเิ วณตาง ๆ จากขอมูลทรี่ วบรวมได
ตวั ช้ีวดั ที่ ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมกบั การดาํ รงชวี ิตของสตั วในบรเิ วณท่ีอาศัยอยู
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
บริเวณตางๆ ในทอ งถิ่น เชน สนามหญา ใตตนไม สวนหยอ ม แหลงนํา้ อาจพบพชื และสตั วห ลายชนดิ อาศัย
อยเู ชน สระน้ํา อาจพบพืช เชน ผกั บงุ และสาหราย และอาจพบสตั ว เชน ปลาและหอย เปน ตน
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. ระบุช่อื ของพืชและสตั วที่พบในบรเิ วณตางๆ ได (K)
2. ระบบุ ริเวณที่สามารถพบพชื และสัตวไ ด (K)
3. ปฏิบตั กิ จิ กรรมสํารวจพชื และสตั วในบริเวณตา งๆได (P)
4. รบั ผิดชอบตอ หนาทท่ี ่ไี ดร บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรียนรทู องถ่ิน
1.ชอื่ พืชและสัตวท อ่ี าศยั อยใู นบริเวณตางๆ พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
2.บรเิ วณทส่ี ามารถพบพืชและสตั ว
5. กจิ กรรมการเรยี นรู คาบที่ 1
ข้ันนาํ
ขั้นกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคาํ ถามนกั เรียนเพ่อื กระตุนความคดิ โดยใหนักเรยี นชวยกันบอกช่อื สถานท่หี รือชอ่ื บริเวณที่
สามารถพบพชื และสตั วได แลว ครเู ขียนชอ่ื บริเวณตางๆ ไวบนกระดาน
2. ครเู ลอื กบริเวณหนึ่งบนกระดาน แลวสุมเรยี กนักเรียนทลี ะคนใหบอกช่อื พชื และสัตวทีส่ ามารถพบไดใ น
บรเิ วณนน้ั แลว ใหเพือ่ นๆ ชวยกนั แสดงความคิดเหน็
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)
ขั้นสอน
ขั้นสํารวจคนหา (Explore)
1. ครูใหน ักเรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ4-5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นใหแตละกลมุ ทาํ กจิ กรรมสํารวจพืชและสั
ในบรเิ วณตา ง ๆ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร โดยปฏิบตั ิ ดังน้ี
1) โดยใหแตละกลมุ ออกไปสาํ รวจพืชและสัตวทอ่ี ยูในบรเิ วณตางๆ ของโรงเรยี น
2) แลวบนั ทกึ ช่อื พืชและสตั ว และตําแหนง ทพี่ บลงในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรยี นหรอื แบบฝก หดั
วิทยาศาสตร
คาบที่ 2
ขั้นสอน
ข้นั อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครแู ละนักเรยี นชวยกันอภิปรายและสรปุ ผลการทํากจิ กรรมของช่ัวโมงทแ่ี ลวอีกครัง้
2. ครใู หน ักเรียนเขา กลุมเดิมท่ีทํากิจกรรมสาํ รวจสตั วแ ละพชื ในบริเวณตาง ๆ
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมินนกั เรียนโดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
ข้ันสรุป
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
ครูใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดจากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ลงในสมุดประจําตวั นกั เรยี นหรอื ใน
แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หนกั เรยี นรว มกนั สรุปเก่ียวกบั พืชและสตั วใ นบริเวณตางๆทแี่ ตล ะกลมุ ออกไปสาํ รวจ
2. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการทํางานกลุม และ
การนําเสนอผลการทํากิจกรรมหนา ช้นั เรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมท่ี 1 เร่ืองสาํ รวจพชื และสตั วในบริเวณตา งๆในสมุดประจาํ ตัวนกั เรยี น
หรอื แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
4. ครวู ดั และประเมินผลจากช้นิ งานทน่ี กั เรียนไดส รางข้ึนจากขน้ั อธิบายความรูข องนักเรยี น
5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใ นสมุดประจาํ ตวั นกั เรียนหรอื ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑการ
จุดประสงค ประเมินผล
60% ขึ้นไป ถือวา
ความรคู วาม 1. ระบชุ อื่ ของพชื และสัตวท พ่ี บใน 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) บรเิ วณตา งๆ ได ความคดิ ประเมิน
ทกั ษะ/ 2. ระบุบริเวณท่ีสามารถพบพชื 1. ใบงาน 60% ขน้ึ ไป ถือวา
กระบวนการ (P) และสัตวไ ด ผา นเกณฑก าร
1. ปฏิบตั กิ ิจกรรมสํารวจพชื และ ประเมิน
สัตวใ นบริเวณตางๆได 60% ขึน้ ไป ถอื วา
ผา นเกณฑก าร
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนา ทท่ี ี่ไดรบั 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมุง ม่นั ในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค
7. สือ่ /แหลงการเรียนรู
7.1 สื่อการเรียนรู
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรียนรูที่ 2 พืชและสัตวใ นทองถน่ิ
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรูท ี่ 2 พืชและสัตวใ นทอ งถ่ิน
3) วัสด-ุ อปุ กรณการทดลองในกจิ กรรมไดแก แวนขยาย และสีไม
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
สปั ดาหที่ …14…
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู
ภาคเรียนท่ี ..1../…........… ชือ่ ผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรียนรูท่ี 2 พืชและสตั วในทอ งถ่นิ เรือ่ ง สํารวจพชื และสตั วในทอ งถน่ิ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 1.1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธร ะหวางสิง่ ไมม ีชวี ติ กบั สิ่งมีชีวติ และ
ความสมั พันธร ะหวางส่งิ มีชีวิตกบั สง่ิ มีชีวติ ตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงแทนท่ใี นระบบ
นิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาและผลกระทบท่ีมีตอทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมแนวทางในการอนรุ กั ษ
ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญหาสิ่งแวดลอม รวมทั้งนาํ ความรไู ปใชประโยชน
ตวั ชี้วดั ที่ ป.1/1 ระบุช่อื พชื และสัตวทีอ่ าศัยอยูบรเิ วณตาง ๆ จากขอมูลที่รวบรวมได
ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอมทเี่ หมาะสมกับการดาํ รงชวี ติ ของสัตวใ นบริเวณทีอ่ าศัยอยู
2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
บริเวณตา งๆ ในทองถนิ่ เชน สนามหญา ใตต นไม สวนหยอม แหลงน้ํา อาจพบพืชและสัตวห ลายชนดิ อาศัย
อยูเ ชน สระน้ํา อาจพบพชื เชน ผักบุง และสาหรา ย และอาจพบสัตว เชน ปลาและหอย เปนตน
3. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. ระบชุ อื่ ของพืชและสตั วท ่พี บในบรเิ วณตา งๆ ได (K)
2. ระบบุ ริเวณท่ีสามารถพบพืชและสตั วไ ด (K)
3. ปฏบิ ัติกิจกรรมสาํ รวจพืชและสตั วในบริเวณตางๆได (P)
4. รับผดิ ชอบตอหนา ท่ีที่ไดรบั มอบหมาย (A)
4.สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถ่ิน
1.ช่อื พืชและสัตวที่อาศัยอยูในบริเวณตา งๆ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
2.บริเวณท่สี ามารถพบพืชและสัตว
5. กิจกรรมการเรยี นรู คาบที่ 1
ขน้ั นาํ
ขัน้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคําถามนักเรียนเพอื่ กระตนุ ความคิด โดยใหนักเรียนชวยกนั บอกชื่อสถานท่ีหรอื ชอ่ื บรเิ วณทีส่ ามารถพบ
พชื และสัตวไ ดต อ จากชว่ั โมงท่แี ลว จากน้ันครูเขยี นช่อื บรเิ วณตา งๆ ไวบนกระดานอีกคร้งั
2. ครเู ลือกบรเิ วณหนงึ่ บนกระดาน แลวสมุ เรยี กนักเรยี นทลี ะคนใหบ อกชอื่ พืชและสตั วทส่ี ามารถพบไดในบรเิ วณ
น้ัน แลวใหเ พอื่ นๆ ชวยกันแสดงความคิดเห็น
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล)
ขั้นสอน
ขนั้ สาํ รวจคนหา (Explore)
1. หลังจากนกั เรยี นแตล ะกลมุ ทํากิจกรรมสาํ รวจพืชและสตั วใ นบรเิ วณตาง ๆ จชา่ัวกโมงที่ผานมาแลว
1) ใหน กั เรียนแตล ะกลุมรว มกนั อภิปรายและสรุปผลจากการทํากิจกรรมภายในกลุม
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนกั เรียนโดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
2) ครูใหนกั เรียนแตละกลุมสงตัวแทนมานําเสนอผลการทาํ กจิ กรรม เพือ่ ตรวจสอบความรขู องนักเรียนหลงั
การทาํ กจิ กรรมโดยครตู ้งั คาํ ถาม ดงั น้ี
1) บรเิ วณในโรงเรียนทน่ี กั เรียนสามารถพบพืชและสัตวไ ดแกบรเิ วณใดบาง
(แนวตอบ สนามหญา สวนหยอ ม แปลงผัก สระน้าํ เสาธง)
2) บรเิ วณท่นี ักเรยี นสํารวจพบพืชและสตั วชนดิ ใดบาง
(แนวตอบ ขนึ้ อยกู ับผลการสาํ รวจของนักเรยี น)
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ช้นั เรยี น)
2. ครใู หแตล ะกลมุ เตรยี มอปุ กรณส ําหรบั ใชทํากจิ กรรมในช่วั โมงถดั ไปดงั น้ี แผน ฟวเจอรบอรด กระดาษ สี กาว
และของตกแตงเพื่อใชใ นการทาํ กจิ กรรมในชัว่ โมงตอไป
ข้ันสอน
ขน้ั อธิบายความรู (Expain)
1. ครมู อบหมายภาระงานใหนกั เรียนแตล ะกลมุ นําขอ มูลที่ไดจ ากการสาํ รวจจากช่วั โมงที่แลว มาจดั ทําขอ มลู
เปน รูปแบบตางๆ เชน ตาราง แผนผัง ภาพวาด เปน ตน ลงในแผน ฟวเจอรบอรด ตามความคดิ เหน็ ของสมาชิกในกลุม
พรอมท้ังตกแตงใหสวยงามโดยมีครคู อยแนะนําการทาํ กิจกรรม
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบประเมินผลงาน/ชิน้ งาน)
2. ครูใหแ ตล ะกลมุ ลงมอื ปฏบิ ตั ิตามความคิดเหน็ ของกลมุ โดยครูกําหนดเวลาในการทํากิจกรรม30 นาที
3. เม่อื แตล ะกลมุ ทาํ ช้ินงานเสรจ็ แลว ใหน ําผลงานออกมานําเสนอหนาชัน้ เรียนและนําไปจัดวางไวตามจดุ ทคี่ รู
กาํ หนด เพ่อื ใหเพือ่ นทุกคนไดชื่นชมและศกึ ษาในยามวา ง
ข้ันสรปุ
ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคําถามนกั เรียนเพื่อกระตนุ ความคดิ โดยใหน กั เรยี นชวยกันบอกช่ือสถานท่หี รือช่ือบริเวณที่
สามารถพบพืชและสัตวไ ด แลว ครูเขียนช่อื บรเิ วณตางๆ ไวบนกระดาน
2. ครเู ลอื กบริเวณหนง่ึ บนกระดาน แลว สุมเรียกนกั เรยี นทลี ะคนใหบอกชอ่ื พืชและสัตวทส่ี ามารถพบไดใน
บรเิ วณน้นั แลวใหเ พื่อนๆ ชว ยกันแสดงความคดิ เหน็
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
ข้ันสอน
ขั้นสาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครใู หน กั เรียนแบงกลมุ กลุม ละ4-5 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันใหแตล ะกลมุ ทาํ กิจกรรมสํารวจพชื และสตั
บริเวณตาง ๆ จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร โดยปฏิบัติ ดงั นโี้ดยใหแตละกลุมออกไปสํารวจพืชและสัตวท่ีอยใู น
บรเิ วณตางๆ ของโรงเรยี น แลว บันทึกชื่อพชื และสตั ว และตาํ แหนงท่พี บลงในสมุดประจําตวั นกั เรยี นหรอื
แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร
คาบท่ี 2
ข้ันสอน
ขน้ั อธิบายความรู (Expain)
1. ครแู ละนกั เรียนชวยกนั อภปิ รายและสรปุ ผลการทํากิจกรรมของชั่วโมงทแี่ ลว อีกครงั้
2. ครใู หนักเรียนเขา กลมุ เดิมท่ีทํากจิ กรรมสาํ รวจสัตวและพืชในบริเวณตา ง ๆ
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนักเรียนโดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
ขั้นสรปุ
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
ครูใหนกั เรยี นทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ลงในสมดุ ประจําตัวนักเรยี นหรือใน
แบบฝก หดั วิทยาศาสตร
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หนักเรียนรว มกนั สรุปเกยี่ วกบั พืชและสัตวใ นบริเวณตา งๆทแ่ี ตละกลุม ออกไปสํารวจ
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทํางานกลมุ และ
การนําเสนอผลการทํากิจกรรมหนาชน้ั เรียน
3. ครตู รวจสอบผลการทาํ กิจกรรมที่ 1 เรือ่ งสํารวจพชื และสตั วใ นบริเวณตา งๆในสมดุ ประจําตวั นักเรียน
หรือแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
4. ครูวัดและประเมินผลจากช้ินงานทีน่ กั เรยี นไดส รางขน้ึ จากข้ันอธบิ ายความรขู องนักเรียน
5. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนูตอบไดในสมดุ ประจําตวั นักเรยี นหรือในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑการ
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ความรูความ 1. ระบชุ อื่ ของพชื และสัตวท พ่ี บใน 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑก าร
เขา ใจ (K) บรเิ วณตา งๆ ได ความคดิ ประเมิน
ทักษะ/ 2. ระบบุ ริเวณที่สามารถพบพชื 1. ใบงาน 60% ขน้ึ ไป ถือวา
กระบวนการ (P) และสัตวไ ด ผา นเกณฑการ
1. ปฏิบตั กิ ิจกรรมสํารวจพชื และ ประเมิน
สตั วใ นบริเวณตางๆได 60% ขึ้นไป ถอื วา
ผานเกณฑการ
คุณลักษณะนิสยั (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนา ทท่ี ี่ไดรบั 1. แบบสังเกต ประเมิน
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมุง ม่นั ในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค
7. สือ่ /แหลง การเรยี นรู
7.1 สอื่ การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรียนรูที่ 2 พืชและสัตวใ นทองถน่ิ
2) แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรูท ี่ 2 พืชและสัตวใ นทอ งถ่ิน
3) วสั ด-ุ อุปกรณก ารทดลองในกจิ กรรมไดแก แวนขยาย และสีไม
7.2 แหลง การเรียนรู
1) หอ งเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา สปั ดาหท ่ี …14…
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรยี นที่ ..1../….......… ชอ่ื ผสู อน ………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนว ยการเรียนรูท่ี 2 พชื และสัตวในทองถิน่ เรอื่ ง สงิ่ มชี วี ติ ในทอ งถิ่น
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธร ะหวา งส่งิ ไมมีชวี ิตกบั สงิ่ มชี วี ติ
และความสมั พนั ธร ะหวางส่งิ มชี วี ิตกบั ส่ิงมชี ีวิตตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา ยทอดพลงั งาน การเปล่ียนแปลงแทนท่ีใน
ระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาและผลกระทบที่มตี อทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนุรักษท รัพยากรธรรมชาติและการแกไ ขปญหาสงิ่ แวดลอ ม รวมท้งั นําความรไู ปใชประโยชน
ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 ระบชุ ่อื พืชและสตั วท ี่อาศยั อยบู ริเวณตาง ๆจากขอ มลู ที่รวบรวมได
ตัวช้ีวดั ที่ ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมกับการดาํ รงชวี ิตของสตั วในบริเวณท่ีอาศัยอยู
2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
บริเวณตางๆ ในทองถนิ่ เชน สนามหญา ใตต น ไม สวนหยอ ม แหลงนํ้า อาจพบพืชและสตั วหลายชนดิ อาศัยอยู
เชนสระนํา้ อาจพบพชื เชน ผกั บุง และสาหราย และอาจพบสตั ว เชน ปลาและหอย เปนตน
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. ระบุช่อื พชื และสัตวทอี่ าศัยอยูบรเิ วณตา งๆ ได (K)
2. สาํ รวจพืชและสตั วทีอ่ าศัยอยบู ริเวณตางๆ ได (K)
3. เขยี นและบอกลกั ษณะของพชื หรือสัตวไ ด (P)
4. รับผดิ ชอบตอหนาทท่ี ไ่ี ดร ับมอบหมาย (A)
4.สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถ่นิ
1.บริเวณตา งๆ ในทอ งถิน่ อาจพบพชื และสตั วหลาย พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ชนิดอาศยั อยู
2. บริเวณท่ีแตกตางกันอาจพบพชื และสตั วแตกตา งกนั
5. กจิ กรรมการเรียนรู คาบท่ี 1
ขน้ั นํา
ขัน้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูแจง จุดประสงคก ารเรยี นรูใหนกั เรยี นทราบ
2. ครูใหน กั เรียนทําแบบทดสอบกอนเรยี น เพ่อื วัดความรูเดมิ ของนักเรยี นกอนเขา สกู ิจกรรม
3. ครกู ระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นเกี่ยวกับเรอื่ งทจ่ี ะเรียนในวนั น้ี โดยใหนกั เรียนออกมาเขียนชือ่ พชื หรอื สัตวที่
มีอยใู นทอ งถน่ิ ของตนเองท่นี ักเรยี นรจู กั บนกระดานคนละ 1 ช่ือ จะเปนชื่อพชื หรอื สัตวก ็ได ตามความพอใจของ
นกั เรยี นโดยไมซ้าํ กบั เพื่อน
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล)
4. เมอ่ื นักเรยี นทกุ คนเขยี นช่อื พืชหรอื สตั วเสร็จเรยี บรอยแลว จากนั้นครสู ุมวงกลมลอ มรอบช่อื พชื หรอื สตั วท ีละ
ชอื่ ชื่อท่คี รูวงกลมเปน ของนกั เรียนคนใดที่เขียนชอื่ น้นั ใหล กุ ขึ้นแลว บอกลกั ษณะของพชื หรือสัตวช นิดนัน้ ๆ ใหเ พ่อื น
ฟง
5. ครูนาํ บตั รภาพพืชและบัตรภาพสตั วท ม่ี ีในทอ งถิ่นมาวางคว่ําหนาและคละกนั ไวหนาหอง จากนนั้ แบงนักเรยี น
ออกเปน สองฝา ยตามความเหมาะสม
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียนโดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมรายกลุม)
ข้นั สอน
ขัน้ สาํ รวจคน หา (Explore)
1. ครถู ามคําถามสําคัญประจาํ บทจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.1 วา สิ่งมชี วี ติ ในทองถนิ่ มอี ะไรบา ง
2. ครูใหนกั เรียนเรียนรคู าํ ศพั ทท ี่เกี่ยวของกับการเรียนจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสโดตยรครูเปน ผูอ า นนํา แลวใหน กั เรยี น
อานตาม
3. ครใู หนกั เรยี นสังเกตภาพในหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร แลว บอกวา ในภาพพบพชื และสัตวชนิดใดบาง โดยใหนกั เรยี นยกมือตอบที
ละคน
คาบที่ 2
ข้ันสอน
ข้ันอธิบายความรู (Expain)
1. ครูใหน กั เรียนทุกคน เขยี นลักษณะของพืชหรือสตั วท นี่ กั เรียนรูจักอยางละ 1 ชนิด ลงในกระดาษแผนเล็ก
หรอื ในสมุดของตนเอง
ตวั อยา งคําใบเกยี่ วกบั พชื เชน
- มลี ําตน สูง มใี บเปนทางยาวๆ ขึน้ อยูตามชายทะเล (มะพรา ว)
- เปน พชื ทขี่ น้ึ ในน้ํามใี บเปน แผน ลาํ ตนกลวงใชกนิ เปน อาหารได (ผกั บงุ )
- มีใบใหญๆ ข้ึนเปนกอ ออกผลเปน เครือ (กลวย)
ตัวอยางคาํ ใบเก่ียวกับสตั ว เชน
- มีใบหใู หญ มจี มกู ยาวๆ มีเขีย้ วยาว (ชาง)
- มี 6 ขา มปี ก สีสันสวยงามเกาะตามดอกไม (ผีเสือ้ )
-
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล)
ขั้นสรุป
ขั้นขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. ครูนาํ บตั รภาพพชื และสตั วจากชั่วโมงทีแ่ ลวมาใหน กั เรยี นสงั เกต แลวใหชว ยกนั บอกช่ือของพืชและสัตวทอ่ี ยู
ในบตั รภาพอกี ครง้ั
2. ครถู ามคาํ ถามวา พชื และสตั วบ างในทองถิ่นมีอะไรบา ง โดยใหน กั เรยี นจับคแู ลวชวยกนั สบื คนขอมลู เกยี่ วกบั
ส่ิงมชี วี ติ ในทองถ่ินเชน หนงั สือเรียน อินเทอรเนต็ เปน ตน
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมรายกลุม)
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบกอนเรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขาใจกอนเรยี นของนักเรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทาํ งานกลมุ และการนําเสนอผล
การทํากจิ กรรมหนาช้ันเรยี น
3. ครูตรวจสอบผลจากการทํากจิ กรรมนําสกู ารเรียนรใู นแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถือวา
ความรคู วาม 1. ระบุชือ่ พืชและสัตวท ่ีอาศยั อยู 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) บรเิ วณตา งๆ ได ความคิด ประเมนิ
ทักษะ/ 2. สาํ รวจพชื และสัตวท ี่อาศัยอยู 1. ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) บรเิ วณตา งๆ ได ผานเกณฑก าร
1. เขยี นและบอกลักษณะของพชื ประเมิน
หรือสัตวไ ด
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1.รบั ผดิ ชอบตอหนาที่ท่ีไดรับ 1. แบบสงั เกต 60% ขึน้ ไป ถอื วา
มอบหมาย พฤตกิ รรม ผา นเกณฑการ
2.สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมนิ ประเมนิ
และมงุ ม่ันในการทํางาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค
7. ส่ือ/แหลง การเรยี นรู
7.1 ส่อื การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 2 พืชและสัตวใ นทอ งถิ่น
2) แบบฝกหดั วิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 พชื และสัตวใ นทอ งถ่ิน
3) แบบทดสอบกอนเรยี นหนวยการเรียนรทู ี่ 2 พชื และสัตวใ นทอ งถ่นิ
4) บัตรภาพพชื และสตั ว
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หอ งสมดุ
2) หอ งเรียน
3) อินเทอรเน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ...........................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชื่อ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพ
บตั รภาพ
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา สปั ดาหท ่ี …15…
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรยี นที่ ..1../….......… ชื่อผูสอน ………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนว ยการเรียนรูที่ 2 พืชและสัตวในทอ งถนิ่ เร่อื ง สงิ่ มชี วี ติ ในทอ งถิ่น
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 1.1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธร ะหวา งส่งิ ไมมีชวี ิตกบั สงิ่ มชี วี ติ
และความสมั พันธร ะหวางสิ่งมชี ีวิตกบั สง่ิ มชี ีวติ ตา ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา ยทอดพลงั งาน การเปล่ียนแปลงแทนท่ีใน
ระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญ หาและผลกระทบทมี่ ีตอทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มแนวทางในการ
อนุรักษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ ขปญหาสง่ิ แวดลอม รวมทัง้ นําความรไู ปใชประโยชน
ตัวช้ีวดั ท่ี ป.1/1 ระบชุ ่อื พชื และสตั วทีอ่ าศัยอยบู ริเวณตา ง ๆจากขอ มลู ที่รวบรวมได
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอมทเี่ หมาะสมกับการดาํ รงชวี ิตของสตั วในบริเวณท่ีอาศัยอยู
2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
บริเวณตางๆ ในทอ งถนิ่ เชน สนามหญา ใตต นไม สวนหยอม แหลงนํ้า อาจพบพืชและสตั วหลายชนดิ อาศัยอยู
เชนสระนํา้ อาจพบพืช เชน ผกั บงุ และสาหรา ย และอาจพบสัตว เชน ปลาและหอย เปนตน
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. ระบชุ ือ่ พชื และสตั วท ่ีอาศยั อยบู ริเวณตา งๆ ได (K)
2. สาํ รวจพืชและสัตวทอี่ าศัยอยบู รเิ วณตางๆ ได (K)
3. เขยี นและบอกลกั ษณะของพืชหรอื สัตวไ ด (P)
4. รับผิดชอบตอ หนาท่ีท่ีไดร ับมอบหมาย (A)
4.สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถ่นิ
1.บริเวณตางๆ ในทองถิน่ อาจพบพชื และสตั วหลาย พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
ชนดิ อาศยั อยู
2. บริเวณที่แตกตางกนั อาจพบพชื และสัตวแ ตกตา งกนั
5. กิจกรรมการเรยี นรู คาบท่ี 1
ขนั้ นาํ
ขนั้ กระตุน ความสนใจ (Engage)
1. ครูนาํ บัตรภาพพืชและบัตรภาพสตั วท ี่มใี นทองถ่นิ มาวางควา่ํ หนาและคละกนั ไวหนา หอ ง จากนั้นแบง
นักเรยี นออกเปน สองฝายตามความเหมาะสม
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี นโดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมรายกลมุ )
2. ใหนกั เรยี นเลน เกมเปด แผน ปา ยทายชื่อพชื หรือสตั ว โดยครูอธบิ ายกตกิ าการเลน ดังนี้
1) ใหท้งั สองฝง เลือกวา จะไดเ ปดแผน ปา ยกอนหรอื หลงั อาจใชวธิ กี ารโยนเหรียญ
2) ใหผ ูท ี่ไดเ ลอื กกอน เลือกแผนปา ยวาจะเปดแผนไหน แลว ทายวาเปน ภาพพชื หรือสัตวทอี่ ยใู ตภาพ
3) เมื่อทายแลว ครเู ปดแผนปายเฉลย ถา ตอบถูกไดภ าพละ 1 คะแนน
4) สลบั กนั เลอื กฝงละ 1 ภาพสลับกนั จนครบแผนปายท่ีตดิ ไวบ นกระดาน
5) เม่อื จบเกม ครูสรปุ คะแนนฝายใดทายถกู มากกวา เปน ฝา ยชนะ
ขนั้ สอน
ขั้นสํารวจคน หา (Explore)
1. จากชวั่ โมงทแ่ี ลว ครูใหน กั เรียนสงั เกตภาพในหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร แลว บอกวา ในภาพพบพชื และสัตว
ชนิดใดบา ง โดยใหนักเรียนยกมือตอบทลี ะคน หรอื ครใู หน ักเรียนทํากจิ กรรมนาํ สูการเรยี นในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
ป.1 เสร็จแลว ใหนาํ มาสง ครหู นาหอ งเรยี น
2. ครูใหนักเรียนชว ยกนั สรปุ ความรเู กย่ี วกบั ช่อื พืชและชอื่ สตั วทีไ่ ดเ รียนในช่วั โมงน้ี
คาบที่ 2
ขน้ั สอน
ขน้ั อธิบายความรู (Expain)
1. จากชั่วโมงทแี่ ลวครูใหนักเรยี นทกุ คน เขยี นลกั ษณะของพืชหรือสัตวทนี่ กั เรียนรจู กั อยา งละ 1 ชนิด เมอื่ ทุก
คนเขียนเสรจ็ ครูสมุ รายช่อื นกั เรยี นใหอ อกมาอา นขอมลู ท่ีตนเองเขยี นใหเพ่ือนๆ ฟง แลว ใหเพื่อนๆ ทายวา ขอมูลนั้น
เปนพืชหรือสตั วชนิดใด
2. จากน้นั ใหคนทอี่ อกมาเลือกเพอ่ื นคนตอไปใหออกมาอา นคาํ ใบสลบั กันไปเรอ่ื ยๆ โดยใชเวลาโดยประมาณ
20 นาที และถาใครทายถูกครูอาจมีรางวัลเปนการเสรมิ แรง
ขน้ั สรปุ
ขนั้ ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครนู าํ บตั รภาพพืชและสตั วจากช่ัวโมงทแ่ี ลว มาใหน กั เรยี นสงั เกต แลว ใหชว ยกันบอกชื่อของพชื และสตั วท ีอ่ ยู
ในบัตรภาพอีกครั้ง
2. ครูสุม นกั เรยี น 4-5 คู ออกมานาํ เสนอขอ มลู ทีไ่ ดจากการสืบคนมาหนา ชน้ั เรยี น เพอ่ื แลกเปลยี่ นความรกู ับ
เพ่อื นๆ ในหอ งเรียน
(หมายเหต:ุ ครูประเมินนักเรียน โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น)
3. จากน้ันครูใหนักเรียนศึกษาขอ มูลและรูปภาพในหวั ขอสํารวจพชื และสัตวใ นบริเวณตาง ๆ จากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร แลวครูอธบิ ายเนอ้ื หาเพ่มิ เตมิ ในหนา น้ีใหน กั เรียนฟง เพอื่ ใหน ักเรียนเกดิ ความเขา ใจมากย่งิ ขนึ้
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอ นเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจกอ นเรยี นของนกั เรียน
2. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการทํางานกลุม และการนําเสนอผล
การทํากจิ กรรมหนา ชั้นเรียน
3. ครตู รวจสอบผลจากการทํากิจกรรมนาํ สูการเรียนรูในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถอื วา
ความรูค วาม 1. ระบุชอ่ื พชื และสัตวท อ่ี าศยั อยู 1.คาํ ถามกระตุน ผานเกณฑก าร
เขา ใจ (K) บริเวณตา งๆ ได ความคดิ ประเมนิ
ทักษะ/ 2. สาํ รวจพืชและสัตวท อี่ าศยั อยู 1. ใบงาน 60% ข้นึ ไป ถือวา
กระบวนการ (P) บริเวณตางๆ ได ผานเกณฑก าร
1. เขียนและบอกลักษณะของพชื ประเมิน
หรอื สัตวไ ด
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนาทที่ ไ่ี ดร บั 1. แบบสงั เกต 60% ข้ึนไป ถอื วา
มอบหมาย พฤติกรรม ผา นเกณฑก าร
2.สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมิน ประเมนิ
และมุงมั่นในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค
7. ส่ือ/แหลง การเรยี นรู
7.1 ส่อื การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 2 พืชและสัตวใ นทอ งถิ่น
2) แบบฝกหดั วิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 พชื และสัตวใ นทอ งถ่ิน
3) แบบทดสอบกอนเรยี นหนวยการเรียนรทู ี่ 2 พชื และสัตวใ นทอ งถ่นิ
4) บัตรภาพพชื และสตั ว
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หอ งสมดุ
2) หอ งเรียน
3) อินเทอรเน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ...........................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชื่อ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
สัปดาหที่ …15…
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู
ภาคเรียนท่ี ..1../…........… ชอ่ื ผูสอน………………………………………….
กลุม สาระ วทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 พชื และสัตวใ นทอ งถ่ิน เรอ่ื ง แหลงทีพ่ บพชื และสัตว
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานท่ี ว 1. 1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธร ะหวา งสงิ่ ไมม ีชวี ติ กับส่งิ มีชีวติ และ
ความสมั พนั ธระหวางสิง่ มชี ีวติ กบั สง่ิ มชี วี ติ ตาง ๆ ในระบบนเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน การเปล่ยี นแปลงแทนท่ีในระบบ
นิเวศ ความหมายของประชากร ปญ หาและผลกระทบท่มี ตี อทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มแนวทางในการอนรุ ักษ
ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญ หาสง่ิ แวดลอ ม รวมทงั้ นาํ ความรูไปใชป ระโยชน
ตัวชี้วัดที่ ป.1/1 ระบุช่อื พืชและสตั วท อี่ าศัยอยูบ ริเวณตา ง ๆจากขอมลู ทร่ี วบรวมได
ตัวชวี้ ัดท่ี ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมกับการดํารงชวี ิตของสตั วในบริเวณทีอ่ าศัยอยู
2. สาระสําคญั
บริเวณตางๆ ในทองถิน่ เชน สนามหญา ใตตนไม สวนหยอม แหลง นํ้า อาจพบพืชและสตั วห ลายชนดิ อาศยั อยู
เชน สระนํา้ อาจพบพืช เชน ผักบงุ และสาหรา ย และอาจพบสัตว เชน ปลาและหอย เปนตน
3. จุดประสงคการเรยี นรู
1. บอกบริเวณทพี่ บพืชและสัตวไ ด (K)
2. ระบุชื่อของพชื และสตั วท่ีพบได (K)
3. เขยี นชอื่ พชื และสตั วท ส่ี ามารถพบในสภาพแวดลอ มบรเิ วณตางๆได (P)
4. รับผิดชอบตอ หนา ท่ที ีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)
2. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรทู องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
1.ช่อื บริเวณท่ีสามารถพบพชื และสตั ว
2.ชอ่ื พชื และสตั วท อ่ี าศยั อยใู นบรเิ วณตา งๆ
5. กิจกรรมการเรยี นรู คาบที่ 1
ข้นั นํา
ขั้นกระตุนความสนใจ (Engage)
1.ครนู ําบัตรภาพเกย่ี วกบั สภาพแวดลอ มในบรเิ วณตา งๆ มาวางคละกนั ไวหนาช้ันเรยี น
จากนน้ั ใหน ักเรียนจบั กลุม กลุมละ 3-4 คน โดยครใู หน กั เรยี นออกมาจากท่ีน่งั แลวครูนบั 1-10 แลวใหคนทมี่ ี
หมายเลขเดยี วกันจับกลมุ กนั และนงั่ ลงเปนวงกลม
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
2. ใหแ ตล ะกลุม สงตัวแทนมารับบตั รภาพ แลว ตัง้ ชอื่ กลมุ ของตนเองตามภาพทไ่ี ด จากน้นั ใหแ ตล ะกลุมชวยกนั
ระดมความคิดเหน็ เกีย่ วภาพ แลวเขียนชื่อของพืชและสัตวท่ีสามารถพบในภาพไดลงในกระดาษ A4 ทค่ี รูแจกให
3ข.ั้นสอน
ขน้ั สาํ รวจคน หา (Explore)
1. ครูใหเ วลาแตล ะกลมุ เตรยี มความพรอมประมาณ 5 นาที เม่ือทกุ กลุมพรอม ครูเขียนฉลากชอ่ื กลมุ ใสไ วใ น
กลอง
2. ครสู ุม เรยี กเลขท่ีนักเรียน 1 คน ออกมาจบั ฉลากวากลุมใดจะไดออกมานําเสนอเปน กลมุ แรก
3. จากน้นั ใหก ลมุ แรกนําเสนอผลงาน แลว ตวั แทนกลุม แรกจบั ฉลากใหกลุมตอ ไปออกมานาํ เสนอ สลับกันจน
ครบทุกกลมุ
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนา ชนั้ เรยี น)
4. ครูสมุ เรยี กรายช่ือนกั เรียน 3-4 คน ออกมาสรปุ ผลการทาํ กิจกรรมน้ใี หเพื่อนๆ ฟง อกี ครัง้
คาบที่ 2
ขนั้ สอน
ขัน้ อธิบายความรู (Expain)
1. ครูชบู ตั รภาพสภาพแวดลอ มจากช่ัวโมงท่ีแลว ใหนักเรียนดแู ลวชว ยกนั ตอบวา ในบตั รภาพควรมพี ชื และสัตวชนิ
อาศัยอยู
2. ครอู ธบิ ายเนอื้ หาเก่ยี วกับบรเิ วณที่พบพชื และสตั ว โดยใหนักเรียนเปด หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร หรอื QสRแกcoนde
เรอ่ื งพืชและสตั วทพี่ บบริเวณสระนาํ้ หรอื ครูเปPดowerPoint เรอ่ื งพชื และสัตวท ่พี บในบริเวณทุงหญPาowerPoint เรอื่ งสัตวท ี่
พบในบรเิ วณใตดนิ และPowerPoint เร่อื งพืชและสตั วท ่ีพบในบรเิ วณสวนหยอ ม
ข้นั สรปุ
ขน้ั ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครใู หน กั เรียนแตล ะคนทํากิจกรรมจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร โดยดูภาพแลว บอกวาพชื หรอื สตั วในภาพ
ควรดํารงชวี ิตในสภาพแวดลอมท่ีมีลักษณะอยางไร เพราะเหตใุ ด ลงในสมุดประจําตัวนักเรยี น
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
2. ครใู หนักเรยี นจบั กลุม กลุมละ3-4 คน ตามความสมคั รใจ แลวนําขอมลู ของตนเอง มาเลาใหเพ่อื นในกลมุ ฟง จากน
ใหแ ตละกลมุ ชว ยกันอภปิ รายและสรุปขอมลู แลวเตรียมตัวนาํ เสนอผลของแตละกลมุ
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรียนโดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม )
3. ครสู ุมเรยี กนกั เรียนแตละกลมุ ออกมานําเสนอ2-3 กลุม แลวรวบรวมสมุดนําสง ครู
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนาชน้ั เรียน)
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูและนักเรียนชว ยกนั สรุปความรูท ไี่ ดเรียนจากชัว่ โมงน้ี เก่ยี วกับบริเวณทพ่ี บพืชและสตั ว
2. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทาํ งานกลุม และการ
นาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชัน้ เรียน
3. ครูตรวจการทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรลู งในสมดุ ประจาํ ตวั นกั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ข้ึนไป ถือวา
ความรูความ 1. บอกบริเวณที่พบพชื และสตั วได 1.คาํ ถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขา ใจ (K) 2. ระบชุ อื่ ของพืชและสัตวท ่ีพบได ความคิด ประเมิน
ทกั ษะ/ 1. เขยี นช่อื พชื และสตั วท ่ีสามารถ 1. ใบงาน 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) พบในสภาพแวดลอมบริเวณตางๆ ผานเกณฑก าร
ได ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอหนา ที่ทีไ่ ดรับ 1. แบบสังเกต 60% ขึ้นไป ถือวา
มอบหมาย พฤตกิ รรม ผา นเกณฑการ
2.สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน ประเมิน
และมงุ ม่ันในการทาํ งาน คุณลักษณะอันพงึ
ประสงค
7. สอื่ /แหลง การเรียนรู
7.1 ส่ือการเรยี นรู
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 พืชและสตั วใ นทอ งถนิ่
2) QR Codeเรอื่ งพชื และสัตวท ่พี บบรเิ วณสระนํ้า
3) PowerPoint เรือ่ งพืชและสัตวท ่ีพบในบริเวณทงุ หญา
4) PowerPoint เรือ่ งสัตวที่พบในบรเิ วณใตดนิ
5) PowerPoint เรอ่ื งพืชและสตั วท ีพ่ บในบริเวณสวนหยอ ม
6) บตั รภาพสภาพแวดลอ ม
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หอ งเรยี น
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชื่อ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพ
ปาไม แมน า้ํ
ทุงหญา ทะเล
บนตน ไม แปลงผัก
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา สปั ดาหท ี่ …16…
แผนการจัดการเรยี นรู
ภาคเรยี นท่ี ..1../…........… ชอ่ื ผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรียนรูท่ี 2 พชื และสตั วใ นทองถิ่น เรอ่ื ง แหลงทีพ่ บพชื และสัตว
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้วี ัด
มาตรฐานท่ี ว 1. 1 เขา ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธร ะหวา งสงิ่ ไมม ีชวี ติ กับสงิ่ มีชวี ิต และ
ความสมั พนั ธระหวา งส่ิงมีชีวติ กบั สิ่งมีชวี ิตตา ง ๆ ในระบบนเิ วศ การถา ยทอดพลังงาน การเปล่ยี นแปลงแทนท่ใี นระบบ
นเิ วศ ความหมายของประชากร ปญ หาและผลกระทบท่มี ตี อทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มแนวทางในการอนุรกั ษ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ ขปญ หาสิง่ แวดลอ ม รวมทงั้ นาํ ความรูไปใชป ระโยชน
ตัวชว้ี ัดที่ ป.1/1 ระบชุ ่อื พืชและสตั วท อ่ี าศัยอยูบ ริเวณตา ง ๆจากขอมลู ทร่ี วบรวมได
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป. 1/2 บอกสภาพแวดลอมทเ่ี หมาะสมกับการดํารงชวี ิตของสตั วในบริเวณทีอ่ าศัยอยู
2. สาระสาํ คญั
บริเวณตางๆ ในทองถ่นิ เชน สนามหญา ใตตนไม สวนหยอม แหลง นํ้า อาจพบพืชและสตั วห ลายชนดิ อาศยั อยู
เชน สระน้ํา อาจพบพืช เชน ผกั บงุ และสาหรา ย และอาจพบสัตว เชน ปลาและหอย เปนตน
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. บอกบริเวณที่พบพืชและสตั วไ ด (K)
2. ระบุช่ือของพืชและสัตวทีพ่ บได (K)
3. เขยี นช่อื พืชและสตั วท ่สี ามารถพบในสภาพแวดลอ มบรเิ วณตางๆได (P)
4. รบั ผิดชอบตอหนา ทีท่ ี่ไดร บั มอบหมาย (A)
4.สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรยี นรทู องถ่ิน
1.ช่ือบรเิ วณท่ีสามารถพบพืชและสตั ว พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
2.ช่อื พืชและสตั วท่ีอาศยั อยใู นบรเิ วณตา งๆ
5. กจิ กรรมการเรียนรู คาบที่ 1
ขัน้ นาํ
ข้นั กระตุนความสนใจ (Engage)
1. จากชวั่ โมงทแ่ี ลว ครใู หแตล ะกลมุ สงตัวแทนมารับบัตรภาพ แลว ตงั้ ชอื่ กลมุ ของตนเองตามภาพทีไ่ ด จากน้ัน
ใหแ ตละกลมุ ชวยกันระดมความคิดเหน็ เกย่ี วภาพ แลว เขียนชอื่ ของพชื และสัตวท่ีสามารถพบในภาพไดล งในกระดาษA4
ทคี่ รูแจกให
2. ครูกาํ หนดเวลาใหนกั เรียนแตละกลุมทาํ กิจกรรม 20 นาที และเตรียมความพรอมในการนาํ เสนอผลการ
ทาํ กิจกรรมหนา ชัน้ เรยี น
ข้ันสอน
ข้นั สาํ รวจคน หา (Explore)
1. ครูใหเวลาแตละกลมุ เตรียมความพรอมประมาณ 5 นาที เมอ่ื ทกุ กลมุ พรอม ครเู ขยี นฉลากชอื่ กลมุ ใสไ วใน
กลอง
2. ครูสมุ เรียกเลขทีน่ กั เรียน 1 คน ออกมาจับฉลากวา กลุม ใดจะไดอ อกมานาํ เสนอเปน กลุมแรก
3. จากนั้นใหก ลุมแรกนาํ เสนอผลงาน แลวตัวแทนกลมุ แรกจบั ฉลากใหกลุมตอไปออกมานาํ เสนอ สลับกนั จน
ครบทุกกลุม
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนาชน้ั เรยี น)
4. ครสู ุมเรียกรายช่อื นักเรียน 3-4 คน ออกมาสรุปผลการทาํ กิจกรรมน้ีใหเพอื่ นๆ ฟงอีกครั้ง
คาบที่ 2
ขัน้ สอน
ขัน้ อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูชูบัตรภาพสภาพแวดลอ มจากช่ัวโมงที่แอลกี วครงั้ และใหต วั แทนนักเรยี นออกมาติดภาพพืชและสัตวบนกระดานดํา
โดยใหส ัมพันธก บั แหลง ท่พี บพชื และสตั ว
2. ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาเกย่ี วกบั บรเิ วณที่พบพืชและสัตว โดยใหนักเรียนเปด หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร หรือQสRแกน
code เร่ืองพชื และสตั วท ี่พบบรเิ วณสระนาํ้ หรือครเู ปPดowerPoint เร่ืองพชื และสัตวท ่พี บในบรเิ วณทงุ หญPา owerPoint
เร่ืองสตั วที่พบในบรเิ วณใตดนิ แลPะowerPoint เรือ่ งพชื และสัตวท พ่ี บในบรเิ วณสวนหยอม
ขน้ั สรุป
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. จากชัว่ โมงทีแ่ ลวครูใหน กั เรยี นแตล ะคนทํากจิ กรรมจากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร
2. ครสู ุมเรยี กนกั เรยี นแตล ะกลุม ออกมานาํ เสนอ2-3 กลุม แลว รวบรวมสมดุ นาํ สง ครู
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนาช้นั เรียน)
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูและนักเรยี นชวยกนั สรุปความรทู ี่ไดเ รยี นจากช่วั โมงนี้ เกีย่ วกับบรเิ วณท่ีพบพชื และสัตว
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทาํ งานกลุม และการ
นําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนา ชั้นเรียน
3. ครูตรวจการทาํ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรูลงในสมดุ ประจําตัวนกั เรยี น
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ข้ึนไป ถอื วา
ความรคู วาม 1. บอกบริเวณที่พบพืชและสัตวไ ด 1.คาํ ถามกระตุน ผา นเกณฑก าร
เขาใจ (K) 2. ระบชุ อื่ ของพชื และสตั วท ี่พบได ความคิด ประเมิน
ทกั ษะ/ 1. เขียนชอ่ื พืชและสัตวท ่สี ามารถ 1. ใบงาน 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) พบในสภาพแวดลอมบรเิ วณตา งๆ ผานเกณฑการ
ได ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนาท่ที ่ไี ดรบั 1. แบบสงั เกต 60% ข้นึ ไป ถอื วา
มอบหมาย พฤตกิ รรม ผานเกณฑการ
2.สงั เกตความมวี ินัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน ประเมนิ
และมุง ม่นั ในการทาํ งาน คุณลักษณะอนั พึง
ประสงค
7. ส่ือ/แหลงการเรยี นรู
7.1 สื่อการเรียนรู
1) หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 พืชและสัตวในทองถนิ่
2) QR Codeเรอ่ื งพืชและสัตวท่พี บบรเิ วณสระน้าํ
3) PowerPoint เรื่องพืชและสตั วทีพ่ บในบรเิ วณทุง หญา
4) PowerPoint เรื่องสตั วทีพ่ บในบริเวณใตด นิ
5) PowerPoint เรอ่ื งพชื และสตั วท่พี บในบรเิ วณสวนหยอ ม
6) บัตรภาพสภาพแวดลอม
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หอ งเรียน