ใบงาน
เรือ่ ง อวยั วะทห่ี ายไป
คําชี้แจง: ใหนักเรยี นวาดภาพอวยั วะภายนอกทขี่ าดหายไป พรอ มลากเสน ช้บี อกช่อื อวัยวะภายนอกตา ง ๆ
เรื่อง อวยั วะทีห่ ายไป
คาํ ช้แี จง: ใหนกั เรยี นวาดภาพอวัยวะภายนอกทีข่ าดหายไป พรอมลากเสนช้ีบอกชื่ออวัยวะภายนอกตาง ๆ
ตา หู
ปาก จมกู
มือ แขน
ขา
เทา
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาหที่ …2……
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรียนที่ ..1../….........… ชอื่ ผสู อน………………………………………….
กลุม สาระ วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรูที่ 1 ตัวเรา พชื และสตั ว เรอื่ ง หนาทขี่ องอวยั วะภายนอก
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานท่ี ว 1. 2 เขาใจสมบตั ขิ องสิง่ มีชีวิต หนวยพนื้ ฐานของสง่ิ มชี วี ติ การลําเลยี งสารเขา และออก
จากเซลลค วามสมั พนั ธของโครงสรา งและหนาทีข่ องระบบตาง ๆ ของสตั วและมนษุ ยที่ทํางานสัมพนั ธก นั ความสัมพนั ธ
ของโครงสรา งและหนา ท่ขี องอวยั วะตาง ๆ ของพชื ทท่ี ํางานสมั พันธก นั รวมท้ังนาํ ความรไู ปใชป ระโยชน
ตัวชี้วดั ที่ ป.1/1 ระบุชือ่ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา ทขี่ องสวนตา ง ๆ ของรา งกายมนุษยสัตวแ ละพชื
รวมทง้ั บรรยายการทาํ หนาท่รี วมกันของสว นตา งๆของรา งกายมนุษยในการทาํ กจิ กรรมตางๆ
จากขอมลู ที่รวบรวมได
2. สาระสาํ คัญ/ ความคดิ รวบยอด
รา งกายของเรามีอวัยวะภายนอกตางๆ ซึง่ อวัยวะแตล ะสว นจะทําหนา ท่ตี า งกนั ไป เชน ตามไี วม องดูส่ิงตาง ๆ หมู ไี ว
ฟง เสียงตางๆ เปนตน
3. จุดประสงคการเรียนรู
1. สังเกตหนาที่ของอวัยวะตางๆ ได (K)
2. อธิบายหนาทขี่ องอวัยวะตา งๆ ได (K)
3. ปฏิบัติกิจกรรมเพ่ืออธิบายหนาที่ของอวัยวะตา ง ๆ ได (P)
4. ใหค วามรว มมอื ในการทาํ กิจกรรมกลุม (A)
4. สาระการเรียนรู สาระการเรยี นรูทองถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
หนาทีข่ องอวัยวะแตละสวน
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบท่ี 1
ขัน้ นาํ
ข้นั กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียน โดยเขยี นเน้ือเพลง ตาไวดู หไู วฟ งไวบนกระดาน แลวใหนกั เรยี น
ชว ยกนั รอง ดังน้ี
เพลง ตาไวด ู หูไวฟ ง
เรามีตาไวดู เรามหี ไู วฟ ง
คุณครทู านสอนทานสงั่
ตองตั้งใจฟง ตอ งตั้งใจดู
ท่ีมา : เพลงสอนเด็กปฐมวัย
2. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 3-4 คน ใหออกมาหนาชน้ั เรียน เพอื่ ทาํ ทา ประกอบเพลง แลวใหเพื่อนๆชวยกนั
ปรบมือและรองเพลง
3. ครูถามคาํ ถามกระตุน ความคดิ วา จากเนือ้ ของเพลงตาและหมู หี นา ท่ีอยางไร
(แนวตอบ : ตา ทาํ หนาทดี่ ูหรอื มองสง่ิ ตาง ๆ สวนหู ทําหนาท่ฟี งเสียงตาง ๆ)
4. แลวนกั เรียนคดิ วาอวัยวะสว นอืน่ ๆ ของรางกายเราทําหนาท่ีเหมือนกับตาและหหู รือไมเพราะเหตใุ ด โดย
ใหน ักเรียนชวยกนั ระดมความคิดในการตอบคาํ ถาม
(แนวคาํ ตอบ: ไมเหมอื นกนั เพราะอวยั วะตา งๆ จะมีหนาท่แี ตกตางกัน เชน จมูก มหี นา ทด่ี มกลนิ่ และหายใจ
ผวิ หนงั มีหนา ท่ีปกคลุมและปอ งกันรางกาย เปนตน)
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
ขั้นสอน
ขน้ั สาํ รวจคน หา (Explore)
1. ครแู บง กลมุ ใหน กั เรยี น กลุม ละ 4 คน ทม่ี คี วามสามารถคละกนั คอื เกง ปานกลาง คอนขางออ น และออน
ใหอ ยูดว ยกันจากนัน้ ครแู จงจุดประสงคข องการทาํ กจิ กรรมใหนักเรยี นทราบกอนทํากจิ กรรม
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมินนกั เรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายกลุม)
2. ครูใชร ปู แบบการเรยี นการสอนแบบรว มมือเทคนคิ คคู ิดส่ีสหาย โดยใหส มาชกิ ภายในกลมุ จบั คกู ันแลว
ชว ยกนั ทาํ กจิ กรรม เรือ่ งหนาท่ีของอวยั วะ จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตรโดยปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ดงั นี้
1) ใหแตละคสู ังเกตพฤติกรรมคขู องตนเองระหวา งทํากิจกรรมวา เพอ่ื นใชอวัยวะสว นใดบา งและอวัยวะแต
ละสว นทาํ หนาทอี่ ยา งไร แลว บันทกึ ผลลงในสมดุ ประจาํ ตัวนกั เรยี นหรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
2) เมือ่ นกั เรยี นแตละคบู ันทึกผลการทํากิจกรรมเสรจ็ แลว ใหกลบั มารวมกลุม 4 คน เหมือนเดมิ
3) ใหแตละคอู ธบิ ายผลการทาํ กจิ กรรมและนาํ คําตอบมาเปรียบเทียบกับเพื่อนอกี คู
4) จากน้นั ใหแตล ะกลมุ รว มกันอภิปรายและสรปุ ผลที่ไดจากการทํากิจกรรมเพ่อื นําเสนอผลจากการทํา
กจิ กรรม
3. ครใู หแ ตล ะกลุม สง ตัวแทนออกมานําเสนอผลจากการทํากิจกรรม เพ่ือตรวจสอบความรขู องนกั เรยี นหลัง
การทาํ กจิ กรรมโดยครูต้งั คําถาม ดงั น้ี
1) เราใชอ วยั วะสว นใดในการกินขนม (แนวตอบ ปากและฟน )
2) เราใชอวัยวะสว นใดในการหยิบหนงั สอื (แนวตอบ มอื และนิ้วมอื )
3) เราใชอวยั วะสวนใดในการดมกลน่ิ ดอกไม (แนวตอบ จมูก)
4) เราใชอวัยวะสว นใดในการเตน ตามจงั หวะเพลง (แนวตอบ แขนและมอื ขาและเทา)
5) เราใชอวยั วะสว นใดในการมองดูตัวเลขในบตั รภาพ (แนวตอบ ตา)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอ)
4. ใหนกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนา ที่ของอวยั วะภายนอกของตนเอง โดยครูขออาสาสมัคร
นักเรยี น 2-3 คน ออกมาพดู อภปิ รายวาในแตละวนั นกั เรยี นไดใชอ วยั วะของตนเองทํากิจกรรมอะไรบาง เชน ต่นื
เชา มา ใชขาในการเดินไปเขาหองนาํ้ ใชมือในการตักน้ําลางหนา และแปรงฟน ใชปากในการพดู และกนิ อาหารเปน
ตน โดยครูคอยแนะนําและใหค วามรเู พ่มิ เตมิ
5. ครใู หนักเรยี นแตละคนทํากจิ กรรมหนูตอบไดจ ากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ลงในสมุดประจาํ ตัวนักเรยี น
หรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
คาบที่ 2
ข้นั สอน
ขัน้ อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูชวนนักเรยี นสนทนาเพื่อทบทวนความรเู ดิมเกย่ี วกบั หนาทข่ี องอวยั วะภายนอกของเราจากช่วั โมงท่ีผา น
มา
2. ครเู ขียนเนื้อเพลง กาํ มอื ขน้ึ ไวบ นกระดาน แลว นํานักเรียนรอ งเพลง
เพลง กาํ มือขน้ึ
กํามอื ขนึ้ แลวหมุนๆ ชูมือขนึ้ โบกไปมา กาํ มอื ขนึ้ แลว หมนุ ๆ ชมู อื ขึน้ โบกไปมา
กางแขน ขน้ึ และลง พับแขนมือแตะไหล กางแขนขน้ึ และลงชูมือข้นึ หมไุ ปรอบตวั
ท่มี า : เพลงสอนเดก็ ปฐมวัย
3. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 3-4 คน ออกมาทาํ ทาประกอบเพลงใครทําทาไดป ระทบั ใจเพอ่ื นมากทีส่ ุด ครมู ี
รางวลั ใหเ ปน การเสริมแรง
4. ครูแจกใบงานเรอ่ื งความสําคัญของอวยั วะภายนอก จากนน้ั ใหแ ตละคนสบื คน ขอ มูลจากแหลง ขอ มลู ตา งๆ
เชน หนังสอื เรียน อนิ เทอรเน็ต เปน ตน แลวบนั ทกึ ขอมลู ลงในใบงาน
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
5. เมื่อนักเรยี นทาํ ใบงานเสรจ็ แลว ครใู ชร ปู แบบการเรียนการสอนแบบรวมมอื เทคนิคเพือ่ นคคู ิด โดยให
นกั เรยี นจับคูก บั เพื่อนเพอ่ื แลกเปลย่ี นความคดิ เห็นเกี่ยวกับความสาํ คัญของอวัยวะภายนอกตอการดํารงชีวิตของ
เรา แลวรว มกนั อภิปรายและสรปุ ความรทู ไี่ ด
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม)
6. ครสู ุมเลือกนักเรยี น 2-3 คู ใหอ อกมานําเสนอใบงาน แลว ใหนกั เรียนท้ังหอ งรว มกันอภิปรายและสรปุ ผล
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนา ช้ันเรยี น)
7. ครูใหนกั เรยี นศึกษาขอ มลู เก่ียวกับหนา ทแ่ี ละความสําคัญของอวยั วะจากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร หรือดู
จาก PowerPoint เร่ืองหนาท่ขี องอวัยวะภายนอก
8. ครูและนักเรยี นชว ยกนั สรปุ เก่ียวกับหนา ทแ่ี ละความสาํ คัญของอวัยวะภายนอก
ขนั้ สรปุ
ขน้ั ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูสนทนากับนกั เรียนวา รางกายของเราประกอบดว ยอวัยวะภายนอกใดบา ง ทาํ หนา ที่อยางไร ใหน กั เรียน
ชว ยกนั ตอบ
(แนวตอบ : ตา ทําหนา ที่ มองดูสงิ่ ตา ง ๆ รอบตัวเรา ถาตาของเราดรี บั บาดเจบ็ อาจทําใหเรามองส่ิงตา ง ๆ
ไดไ มชดั เจน
หู ทาํ หนา ที่ ฟงเสียงตางๆ ถา เราหูหนวก เราจะไดยินเสียงตา ง ๆ ไมช ัดหรือไมไ ดยนิ เสยี งตางๆ
จมกู ทําหนาที่ หายใจและดมกลิน่ ถาเราเปน หวัด เราจะหายใจไมสะดวกและไมส ามารถไดกลนิ่
บางอยางได
ปาก ทําหนาท่ี พดู และกนิ อาหาร ถาปากของเราเปน แผล เราจะพดู และกินอาหารไมสะดวก
แขนและมือ ทําหนา ที่ แขนชวยในการเคลอื่ นไหวรา งกาย สวนมือชวยหยบิ จบั สิ่งตาง ๆ ถาแขนหรือมอื เรา
ไดรบั บาดเจบ็ จะทาํ ใหเราเคลอ่ื นไหวหรอื หยิบจับสิ่งของไมถ นัด
ขาและเทา ทาํ หนา ที่ ขาชว ยทําใหร า งกายเคลื่อนท่ี โดยมเี ทารบั นํา้ หนกั ตัว ถา ขาและเทาของเราไดร บั
บาดเจบ็ จะทาํ ใหเราเคลื่อนทีแ่ ละทรงตัวไมได)
2. ครูใหนกั เรยี นจับคูกัน จากนัน้ ครแู จกใบงาน เรอื่ งหนา ทีข่ องอวัยวะภายใน โดยใหแ ตล ะคเู ลอื กอวัยวะ
ภายในมา 1 อวัยวะ แลวสืบคน ขอ มลู เกย่ี วกับการทาํ งานของอวยั วะภายในทแ่ี ตล ะคูเ ลือกจากแหลงขอมูลตางๆ
เชน หนงั สอื เรยี น อนิ เทอรเ น็ต เปนตนแลว บนั ทกึ ขอ มูลลงในใบงาน พรอ มตกแตงใหส วยงาม
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
3. เม่ือแตละคูบนั ทกึ ขอมูลลงในใบงานเรยี บรอ ยแลว ใหนาํ มาสง ครหู นาชน้ั เรยี น
4. ครูสมุ ใบงานของนักเรยี นท่สี บื คน อวยั วะภายในแตกตางกนั มา 5 ใบ แลวใหเจาของใบงานออกมานําเสนอ
ขอมูลท่ีไดจากการสบื คน หนา ช้นั เรียน เพ่อื เปนการแลกเปล่ียนความรกู ัน โดยมคี รคู อ ยแนะนําขอ มลู ท่ถี กู ตอ งดวย
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบประเมินการนาํ เสนอหนาชนั้ เรยี น)
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครเู ขยี นแผนผงั ความคิดเกย่ี วกับหนา ทข่ี องอวยั วะภายนอกใหน กั เรียนบนกระดาน จากนั้นสมุ นกั เรียน
ออกมาบอกหนา ทข่ี องอวยั วะคนละ 1 อวัยวะ
2. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมท่ี 2 เรอ่ื งหนา ทข่ี องอวัยวะ ในสมุดประจําตวั นกั เรยี นหรอื ในแบบฝกหดั
วทิ ยาศาสตร
3. ครูตรวจสอบผลการทําใบงาน เรือ่ งความสาํ คัญของอวยั วะภายนอก
4. ครตู รวจสอบผลการทาํ ใบงาน เรือ่ งหนา ท่ขี องอวยั วะภายใน
5. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทาํ งานกลุม และการ
นําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ช้ันเรียน
6. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดในสมดุ ประจําตัวนักเรียนหรือในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมินผล
60% ข้ึนไป ถอื วา
ความรคู วาม 1.สังเกตหนาทข่ี องอวัยวะตา งๆ ได 1.คําถามกระตุน ผา นเกณฑก าร
เขา ใจ (K) 2.อธิบายหนาท่ขี องอวยั วะตางๆ ความคิด ประเมิน
ได 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
ผานเกณฑการ
ทกั ษะ/ 1.ปฏิบัติกจิ กรรมเพ่ืออธบิ ายหนาที่ 1. ใบงาน ประเมิน
กระบวนการ (P) ของอวัยวะตา ง ๆ 60% ขึน้ ไป ถอื วา
ผา นเกณฑก าร
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนา ทีท่ ่ีไดรับ 1. แบบสังเกต ประเมิน
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเรียนรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ ม่ันในการทํางาน คุณลักษณะอันพึง
3.ใหความรว มมือในการทํา ประสงค
กจิ กรรมกลมุ
7. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
7.1 สอ่ื การเรียนรู
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1เลม 1 หนวยการเรียนรทู ี่ 1 ตวั เรา พชื และสัตว
2) แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1เลม 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 ตวั เรา พชื และสัตว
3) วัสด-ุ อุปกรณก ารทดลองกจิ กรรมท่ี 2 ไดแกข นม วิทยุ ดอกไม หนังสือ และบัตรภาพตวั เลข
4) ใบงาน เร่ืองความสาํ คัญของอวยั วะภายนอก
5) ใบงานเรอ่ื งหนาทีข่ องอวยั วะภายใน
6) PowerPoint เร่อื งหนา ที่ของอวยั วะภายนอก
7) บตั รภาพอวัยวะภายนอก
8) บตั รคาํ ชอ่ื อวยั วะภายนอก
9) เพลงตาไวด ู หไู วฟ ง
10) เพลงหนาที่ของอวยั วะภายนอก
11) เพลงกาํ มือขึน้
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) ปายนเิ ทศ
2) หอ งสมดุ
3) หอ งเรยี น
4) อนิ เทอรเน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผูส อน ลงช่อื ....................................ฝา ยวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชื่อ ....................................................ผบู รหิ าร
(………………………………………)
บตั รภาพอวยั วะสว นตา งๆ ของคน
บตั รภาพอวยั วะสว นตา งๆ ของคน
ใบงาน
เรื่อง ความสาํ คัญของอวัยวะภายนอก
คาํ ชแี้ จง: ใหน กั เรียนเขยี นความสําคญั ของอวยั วะภายนอกทีม่ ีผลตอ การดาํ รงชวี ิตของเรา
ชว่ ยทาํ ใหเ้ รามองเหน็ ชว่ ยทาํ ใหเ้ รามองเหน็
สงิ่ ตา่ งๆ ได้ .----------- สง่ิ ตา่ งๆ ได้ .-----------
------------------------------ ------------------------------
ใชใ้ นการหายใจและดม ใชใ้ นการกนิ อาหาร และ
กลนิ่ .ขขขขขขขขขขขข พูดคุยขขขขขขขขขขข
ขขขขขขขขขขขขขขขข ขขขขขขขขขขขขขขขข
ใชม้ อื ในการหยบิ สงิ่ ของ ใชเ้ ทา้ และขารบั น้ําหนกั
และทาํ กจิ กรรมต่างๆ ตวั และเคล่อื นท่ี .ขขขข
.ขขขขขขขขขขขขขขข ขขขขขขขขขขขขขขข
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา สปั ดาหท่ี …2……
แผนการจัดการเรยี นรู
ภาคเรียนท่ี ..1../….........… ชือ่ ผูสอน………………………………………….
กลุมสาระ วทิ ยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตวั เรา พืชและสตั ว เรอ่ื ง อวยั วะภายในของเรา
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา ใจสมบัตขิ องส่ิงมชี ีวติ หนวยพน้ื ฐานของส่งิ มชี วี ิต การลาํ เลียงสารเขา และออกจากเซลล
ความสัมพันธข องโครงสรางและหนาที่ของระบบตา ง ๆ ของสัตวและมนุษยท ่ที าํ งานสมั พนั ธก ัน ความสมั พนั ธข องโครงสราง
และหนาที่ของอวัยวะตาง ๆ ของพชื ท่ที ํางานสัมพันธก ัน รวมท้ังนาํ ความรไู ปใชป ระโยชน
ตัวช้ีวดั ที่ ป .1/1 ระบชุ ื่อ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา ทข่ี องสวนตาง ๆ ของรา งกายมนษุ ยส ตั วและพชื รวมท้ัง
บรรยายการทาํ หนา ที่รวมกนั ของสวนตางๆของรางกายมนษุ ยใ นการทาํ กิจกรรมตางๆ จากขอมลู ทร่ี วบรวมได
2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
รา งกายของเรามอี วัยวะตา ง ๆ ประกอบกันอวัยวะทเ่ี ราสามารถมองเห็นได เรยี กวา อวยั วะภายนอก และอวยั วะท่ี
เราไมสามารถมองเหน็ ได เรียกวา อวยั วะภายใน
3. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. บอกอวัยวะภายในได (K)
2. สังเกตและบอกชือ่ อวัยวะภายในของรางกายได (K)
3. จําแนกภาพอวัยวะภายในและอวยั วะภายนอกได (P)
4. มีความมุงม่ันและตั้งใจในการทํางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรยี นรูทองถิน่
1. ความหมายของอวยั วะภายใน พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
2. บอกชื่อและระบุตําแหนง ของอวยั วะภายใน
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบท่ี 1
ข้ันนาํ
ขัน้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครสู ุม นักเรียน 3-4 คน ออกมาบอกความหมายของอวยั วะภายนอกและอวยั วะภายใน พรอ มยกตวั อยา ง
อวัยวะมา 2 อวยั วะ แลวใหเ พือ่ น ๆ ในหองชวยกันแสดงความคดิ เห็นและปรบมอื ใหก ับเพือ่ นทอ่ี อกมาตอบ
คําถาม (หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
2. ครูแจง จุดประสงคก ารเรยี นรูท่จี ะเรียนในวนั น้ีใหนักเรยี นทราบ
3. ครนู าํ บัตรภาพหรอื วาดแผนภาพรา งกายคนที่มีสวนตา ง ๆ ของอวยั วะภายนอกขาดหายไปไวบนกระดาน
แลวใหน กั เรียนสังเกตภาพ จากน้ันครสู ุมนกั เรียนใหอ อกมาเติมอวยั วะสวนทขี่ าดหายไป แลวใหเ พ่ือน ๆ
ชวยกันตรวจสอบความถกู ตองและบอกชอื่ อวยั วะภายนอกทข่ี าดหายไปบนแผนภาพ
4.ครนู าํ แผนภาพอวัยวะภายในมาใหนักเรยี นชวยกนั สงั เกต แลว ถามนกั เรียนวา นักเรยี นสามารถมองเห็ น
อวยั วะในภาพนไี้ ดห รือไม เพราะเหตุใด แลว ใหน กั เรียนชวยกนั ตอบ
(แนวตอบ : มองไมเห็น เพราะอวัยวะเหลา นีอ้ ยูภายในรา งกายของเรา ซง่ึ มผี ิวหนงั หอหมุ อยู)
ขน้ั สอน
ข้ันสํารวจคน หา (Explore)
1.ครใู ชรปู แบบการเรยี นการสอนแบบรว มมือเทคนิคเพ่อื นคูค ิดจากนนั้ ใหแตละคทู ํากิจกรรมเร่อื งสาํ รวจอวัยวะ
ของเรา โดยปฏิบตั ดิ ังนี้
1) ศึกษาข้ันตอนการทํากิจกรรม เรอ่ื งสํารวจอวยั วะของเรา จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรป .1 อยา งละเอยี ด
หากมขี อสงสัยใหส อบถามครู
2) ใหนักเรียนจับคกู บั เพื่อนเพศเดียวกัน แลวผลดั กนั สํารวจรา งกายของตนเองและเพือ่ นวา มอี วัยวะ
ภายนอกอะไรบางทีน่ ักเรียนสังเกตเห็นได
3) วาดภาพตนเองลงในสมุดประจาํ ตัวนกั เรียนหรอื แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1 แลวลากเสน ช้บี อกชอ่ื
อวัยวะภายนอกใหถกู ตอ ง
4) เมอื่ แตละคทู ํากจิ กรรมเสร็จแลว ใหแตละคูรวมกันเปรยี บเทียบขอมูลอวยั วะภายนอกของตนเองกับเพือ่ น
พรอมทงั้ ซกั ถามขอ สงสัย
5) รว มกนั อภิปรายและสรปุ ผลการทาํ กิจกรรม เพ่อื นาํ เสนอขอ มลู หนาชั้นเรยี น
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายกลมุ )
2. หากนกั เรยี นเกิดขอสงสัย ใหท าํ การสบื คนขอ มูลเพมิ่ เตมิ เพอ่ื หาคาํ ตอบจากแหลงขอมูลตาง ๆ เชน
อนิ เทอรเ นต็ หอ งสมุด เปน ตน
3. ครสู มุ นักเรยี นดวยการจับฉลากชอื่ 3-4คน ใหอ อกมานําเสนอขอ มลู ทีไ่ ดจากการสาํ รวจอวัยวะของตนเอ
หนาช้ัน เพอ่ื แลกเปล่ียนความรูและตรวจสอบความถูกตอง โดยครูต้ังคาํ ถาม ดังน้ี
1) นกั เรยี นมองเหน็ อวยั วะใดของเพือ่ นบาง
(แนวตอบ : เชน ตา หู จมูก ปาก แขนและมือ ขาและเทา)
2) อวยั วะที่เราสามารถมองเห็นไดเรยี กวาอะไร
(แนวตอบ : อวัยวะภายนอก)
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนกั เรียนโดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนาชั้นเรยี น)
4. ใหน ักเรยี นทกุ คนรว มกนั อภิปรายความรเู กี่ยวกับอวัยวะภายนอกทีไ่ ดจ ากการทาํ กิจกรรม
คาบท่ี 2
ขน้ั สอน
ข้ันอธิบายความรู (Expain)
1.ครชู วนนักเรยี นสนทนาเพอ่ื ทบทวนความรเู ดมิ จากการทํากจิ กรรมจากช่ัวโมงทีแ่ ลว เกยี่ วกบั อวยั
ภายนอกของรา งกาย
2. ครใู หนักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละ 4 คน โดยใหมคี วามสามารถคละกนั คือ เกง ปานกลาง คอนขางออ น
และออ น อยดู ว ยกันแลวทํากจิ กรรม เรอ่ื งสํารวจอวัยวะของเราจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
1) ศึกษาขั้นตอนการทาํ กจิ กรรม เรื่องสํารวจอวยั วะของเรา จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1
อยา งละเอยี ด หากมขี อสงสัยใหส อบถามครู
2) ใหต วั แทนแตล ะกลมุ ออกมารบั บตั รภาพอวัยวะภายในและแผนภาพอวยั วะภายใน
3) จากนั้นใหสมาชกิ แตละกลุมชว ยกนั ศึกษาเกีย่ วกบั ชือ่ และสังเกตตําแหนงของอวัยวะภายในแต
ละสว นจากแผนภาพทีค่ รูเตรียมให และสบื คน จากแหลง ขอมูลตา ง ๆ เชน หนังสือเรียน อนิ เทอรเ น็ต เปนตน
แลว บันทึกขอมลู ลงในสมดุ ประจําตวั นกั เรยี นหรอื ในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
4) จากนน้ั รว มกนั อภิปรายและสรปุ ผลการทํากจิ กรรมภายในกลมุ เพื่อเตรียมตัวนาํ เสนอขอมลู
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายกลมุ )
3. ครูใหน ักเรียนแตล ะกลมุ สง ตัวแทนออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรม เพื่อตรวจสอบความรูข อ ง
นักเรยี นหลังการทํากิจกรรม โดยครตู ้งั คาํ ถาม ดงั น้ี
1) นกั เรียนมองไมเหน็ อวัยวะใดของเพ่อื นบา ง
(แนวตอบ :เชน สมอง หวั ใจ ลําไส ปอด เปนตน)
2) อวยั วะท่เี ราไมส ามารถมองเห็นได เรียกวา อะไร
(แนวตอบ : อวัยวะภายใน)
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบประเมินการนําเสนอหนา ชัน้ เรียน)
4. ครูอธบิ ายความหมายของอวยั วะภายนอกและอวัยวะภายใน พรอมยกตวั อยา งของอวัยวะใหนักเรยี น
ฟงอีกครง้ั
ขนั้ สรุป
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
1.ครูแจกใบงานเร่อื งอวยั วะที่หายไป โดยใหนกั เรียนทุกคนวาดภาพอวยั วะทขี่ าด หายไปใหส มบูรณและ
ลากเสนชี้บอกชอื่ อวยั วะทกุ สว น พรอมตกแตง ใหสวยงาม
(หมายเหต:ุ ครปู ระเมินนักเรียน โดยใชแ บบประเมินผลงานรายบคุ คล)
2. เม่อื นกั เรียนแตละคนทําใบงานเสร็จแลว ใหน าํ ใบงานมาสง คณุ ครหู นา ชน้ั เรียน
3. ครนู าํ ผลงานของนักเรยี นมาตดิ ปายนิเทศของหอ ง เพื่อเปน การแลกเปลี่ยนขอ มูลกันและใหเพอ่ื นทุกคน
ไดช ื่นชมและศกึ ษาในยามวาง
4. ครใู หน ักเรียนแตล ะคนทํากจิ กรรมหนตู อบไดจากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรลงในสมุดประจาํ ตวั นกั เรยี น
หรือในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร แลว นาํ มาสงในชั่วโมงถดั ไป
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูและนักเรยี นรวมกันสรปุ วา รา งกายของคนเราทกุ คนประกอบดวยอวัยวะตาง ๆ เหมอื นกัน ซ่งึ
อวัยวะท่เี ราสามารถมองเหน็ ได เรยี กวา อวยั วะภายนอก เชน ตา หู จมกู ปาก แขนและมอื เปนตน และ
อวยั วะท่ีเราไมสามารถมองเห็นได เรียกวา อวัยวะภายใน เชน สมอง หวั ใจ ลําไส กระเพาะอาหาร เปน ตน
2. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม และ
จากการนาํ เสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ชนั้ เรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรม เรอื่ งสาํ รวจอวัยวะของเราในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรียนหรือแบบฝก หัด
วิทยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทําใบงาน เร่ืองอวยั วะทีห่ ายไป
5. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนตู อบไดใ นสมุดประจาํ ตัวนักเรยี นหรือแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมินผล
60% ขึ้นไป ถอื วา
ความรูความ 1.บอกอวยั วะภายในได 1.คาํ ถามกระตุน ผานเกณฑก าร
เขาใจ (K) 2. สงั เกตและบอกช่อื อวัยวะ ความคิด ประเมนิ
ภายในของรา งกายได 60% ขึ้นไป ถอื วา
ผา นเกณฑก าร
ทกั ษะ/ 1.จําแนกภาพอวยั วะภายในและ 1. ใบงาน ประเมิน
กระบวนการ (P) อวยั วะภายนอกได 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ผานเกณฑการ
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รับผิดชอบตอหนาทท่ี ไี่ ดร ับ 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2.สงั เกตความมีวินัย ใฝเ รียนรู และ 2. แบบประเมนิ
มุงมน่ั ในการทาํ งาน คุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค
7. ส่ือ/แหลงการเรียนรู
7.1 สือ่ การเรยี นรู
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 ตวั เรา พชื และสตั ว
3) วัสด-ุ อุปกรณก ารทดลองในกจิ กรรมท่ี1 เชน บัตรภาพอวัยวะภายใน แผนภาพอวัยวะภายใน สีไมเปน
ตน
4) ใบงานเรือ่ งอวยั วะทีห่ ายไป
5) บตั รภาพอวัยวะภายใน
6) แผนภาพอวยั วะภายใน
7.2 แหลง การเรียนรู
1) ปายนเิ ทศ
2) หองสมดุ
3) หอ งเรยี น
4) อินเทอรเน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผสู อน ลงชื่อ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชอื่ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพอวัยวะภายใน
แผนภาพอวัยวะภายใน
แผนภาพอวัยวะภายใน
\
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา สปั ดาหท ่ี …3……
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนที่ ..1../…2563… ช่อื ผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ช้ัน ประถมศึกษาปท ี่ 1 จํานวน 2 คาบ
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 ตัวเรา พืชและสัตว เรื่อง หนา ทข่ี องอวยั วะภายใน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา ใจสมบตั ิของสิง่ มีชีวติ หนวยพืน้ ฐานของสิง่ มชี วี ิต การลําเลยี งสารเขา และออกจากเซลล
ความสมั พนั ธของโครงสรางและหนา ท่ขี องระบบตาง ๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยที่ทํางานสมั พนั ธกัน ความสมั พันธของโครงสราง
และหนา ทีข่ องอวัยวะตาง ๆ ของพชื ที่ทํางานสมั พันธกัน รวมทงั้ นาํ ความรูไปใชประโยชน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป .1/1 ระบชุ ่ือ บรรยายลกั ษณะและบอกหนา ท่ีของสว นตา ง ๆ ของรา งกายมนุษยส ตั วและพชื รวมทัง้
บรรยายการทําหนาท่รี วมกันของสวนตา งๆของรางกายมนษุ ยในการทาํ กิจกรรมตา งๆ จากขอมูลทีร่ วบรวมได
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
รางกายของเรามอี วัยวะตาง ๆ ประกอบกันอวัยวะที่เราสามารถมองเห็นได เรยี กวา อวัยวะภายนอก และอวยั วะท่ี
เราไมสามารถมองเห็นได เรยี กวา อวยั วะภายใน
3. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. บอกอวัยวะภายในได (K)
2. สังเกตและบอกช่อื อวยั วะภายในของรา งกายได (K)
3. จําแนกภาพอวัยวะภายในและอวัยวะภายนอกได (P)
4. มคี วามมงุ ม่นั และตัง้ ใจในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรยี นรูทอ งถนิ่
1. ความหมายของอวยั วะภายใน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
2. บอกชอ่ื และระบตุ าํ แหนง ของอวยั วะภายใน
5. กิจกรรมการเรียนรู
คาบที่ 1
ขนั้ นาํ
ข้นั กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครสู มุ นกั เรยี น 3-4 คน ทบทวนความหมายของอวยั วะภายนอกและอวัยวะภายใน พรอ มยกตวั อยา งอวัยวะมา 2
อวยั วะ แลว ใหเพื่อน ๆ ในหองชว ยกนั แสดงความคิดเหน็ และปรบมือใหกับเพื่อนทอ่ี อกมาตอบคาํ ถาม (หมายเหต:ุ ครู
เรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
2. ครูแจงจดุ ประสงคการเรียนรทู ่ีจะเรียนในวนั นีใ้ หนกั เรยี นทราบ
3. ครูนาํ แผนภาพอวยั วะภายในมาใหน กั เรยี นชวยกนั สังเกตอกี ครั้ง แลวถามนักเรยี นวาอวยั วะภายในตา งๆ เหลาน้นั
มหี นาทีอ่ ะไรบา ง
ขัน้ สอน
ขั้นสํารวจคน หา (Explore)
1. ครูแบงกลุม ใหน กั เรยี น กลมุ ละ 4 คน ทม่ี คี วามสามารถคละกนั คอื เกง ปานกลาง คอนขา งออน
และออ นใหอ ยดู วยกันจากนั้นครูแจงจดุ ประสงคข องการทาํ กิจกรรมใหนกั เรียนทราบกอนทาํ กจิ กรรม
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายกลุม)
2. ครใู ชรปู แบบการเรียนการสอนแบบรว มมือเทคนิคคคู ดิ สสี่ หาย โดยใหส มาชิกภายในกลุมจับคกู นั แลว
ชวยกันทาํ กิจกรรม เรื่องหนาท่ีของอวยั วะ จากแผนภาพอวยั วะภายใน ดงั นี้
1) ใหแ ตล ะคสู ังเกต แผนภาพวา อวยั วะแตละสวนทาํ หนาทอี่ ยา งไร แลวบันทึกผลลงในสมุดประจําตวั
นักเรยี นหรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
2) เมือ่ นักเรียนแตล ะคูบ ันทกึ ผลการทํากจิ กรรมเสรจ็ แลว ใหกลบั มารวมกลุม 4 คน เหมอื นเดิม
3) ใหแ ตล ะคูอธิบายผลการทํากจิ กรรมและนําคําตอบมาเปรยี บเทียบกับเพื่อนอีกคู
4) จากนั้นใหแ ตล ะกลมุ รว มกันอภิปรายและสรปุ ผลทไ่ี ดจ ากการทํากิจกรรมเพ่ือนาํ เสนอผลจากการทํา
กิจกรรม
3. ครใู หแ ตละกลมุ สง ตัวแทนออกมานาํ เสนอผลจากการทํากจิ กรรม เพอื่ ตรวจสอบความรูของนักเรยี นหลงั
การทํากจิ กรรมโดยครตู ้ังคําถาม ดงั น้ี
1) อวัยวะสว นใดในการควบคมุ และสั่งการการเคลอิ นไหว (แนวตอบ สมอง)
2) อวยั วะสว นใดแลกเปลี่ยนกา ซออกซเจนและคารบอนไดออกไซด (แนวตอบ ปอด)
3) อวยั วะสวนใดสบู ฉดี เลอื ดผานระบบไหลเวียนเพอ่ื ไปเล้ียงรา งกาย (แนวตอบ หวั ใจ)
4) อวัยวะสวนใดยอยสลายสารอาหารโมเลกลุ ใหญใ หเลก็ ลง (แนวตอบ กระเพาะอาหาร)
5) อวัยวะสวนใดสังเคราะหห รือสรางเอนไซม วิตามนิ ตางๆ (แนวตอบ ลําไส)
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอ)
4. ใหนกั เรียนรวมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั หนา ท่ีของอวยั วะภายในของตนเอง โดยครูขออาสาสมคั ร
นกั เรียน 2-3 คน ออกมาพูดอภปิ ราย โดยครูคอยแนะนําและใหค วามรเู พ่ิมเติม
5. ครใู หนกั เรียนแตละคนทํากจิ กรรมหนูตอบไดจากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ลงในสมุดประจาํ ตวั นกั เรียน
หรอื ในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
คาบท่ี 2
ขัน้ สอน
ขัน้ อธิบายความรู (Expain)
1. ครชู วนนกั เรยี นสนทนาเพือ่ ทบทวนความรเู ดมิ เกีย่ วกบั หนา ท่ขี องอวยั วะภาย ในของเราจากช่ัวโมงทีผ่ า น
มา
2. ครูเขยี นเน้อื เพลง กํามือข้ึนไวบ นกระดาน แลว นํานกั เรียนรอ งเพลง
เพลง กาํ มอื ขึน้
กาํ มอื ข้ึนแลว หมนุ ๆ ชูมอื ข้นึ โบกไปมา กํามือข้นึ แลวหมนุ ๆ ชูมือขึ้นโบกไปมา
กางแขน ขึ้นและลง พับแขนมือแตะไหล กางแขนข้นึ และลงชูมือขึ้นหมไุ ปรอบตวั
ทมี่ า : เพลงสอนเด็กปฐมวยั
3. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 3-4 คน ออกมาทาํ ทา ประกอบเพลงใครทําทาไดป ระทบั ใจเพ่อื นมากทส่ี ุด ครมู ี
รางวัลใหเ ปนการเสริมแรง
4. ครแู จกใบงานเร่อื งความสาํ คัญของอวัยวะภาย ใน จากนน้ั ใหแตละคนสบื คนขอ มลู จากแหลงขอ มูลตางๆ
เชน หนังสือเรยี น อินเทอรเน็ต เปน ตนแลว บันทึกขอมูลลงในใบงาน
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
5. เมือ่ นกั เรยี นทําใบงานเสรจ็ แลว ครใู ชรปู แบบการเรียนการสอนแบบรว มมอื เทคนคิ เพื่อนคคู ดิ โดยให
นกั เรียนจับคกู ับเพ่ือนเพอ่ื แลกเปล่ยี นความคิดเห็นเกี่ยวกับความสําคญั ของอวยั วะภายในตอการดาํ รงชีวิตของเรา
แลวรว มกันอภปิ รายและสรปุ ความรทู ีไ่ ด
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ )
6. ครูสุมเลือกนักเรยี น 2-3 คู ใหออกมานําเสนอใบงาน แลวใหน กั เรียนท้งั หองรวมกนั อภิปรายและสรุปผล
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบประเมินการนาํ เสนอหนา ช้นั เรียน)
7. ครใู หนกั เรยี นศกึ ษาขอ มูลเก่ยี วกับหนาทแี่ ละความสาํ คัญของอวยั วะจากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร หรือดู
จาก PowerPoint เรือ่ งหนา ทขี่ องอวัยวะภายใน
8. ครูและนกั เรยี นชวยกันสรุปเกยี่ วกับหนาทแี่ ละความสาํ คัญของอวัยวะภายใน
ขั้นสรุป
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครสู นทนากบั นักเรยี นวา รางกายของเราประกอบดว ยอวยั วะภาย ในใดบาง ทาํ หนา ทอ่ี ยา งไร ใหน กั เรียน
ชวยกนั ตอบ
2. ครูใหนักเรียนจบั คกู ัน จากนัน้ ครูแจกใบงาน เรอ่ื งหนา ทขี่ องอวัยวะภายใน โดยใหแตละคูเ ลือกอวยั วะ
ภายในมา 1 อวยั วะ แลว สืบคน ขอมูลเกย่ี วกับการทาํ งานของอวยั วะภายในทแี่ ตละคูเลอื กจากแหลง ขอมลู ตา งๆ
เชน หนงั สือเรียน อินเทอรเน็ต เปน ตน แลว บันทึกขอมูลลงในใบงาน พรอมตกแตงใหสวยงาม
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
3. เมอ่ื แตล ะคูบนั ทึกขอมูลลงในใบงานเรียบรอยแลว ใหน าํ มาสงครหู นา ชน้ั เรยี น
4. ครูสมุ ใบงานของนักเรยี นท่ีสบื คน อวัยวะภายในแตกตางกนั มา 5 ใบ แลว ใหเจาของใบงานออกมานาํ เสนอ
ขอมลู ที่ไดจากการสืบคนหนา ชัน้ เรียน เพอ่ื เปนการแลกเปล่ียนความรกู ัน โดยมีครคู อ ยแนะนาํ ขอ มูลทถี่ ูกตองดว ย
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบประเมนิ การนําเสนอหนา ชน้ั เรยี น)
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูเขยี นแผนผังความคดิ เก่ียวกบั หนาท่ขี องอวยั วะภาย ในใหนักเรยี นบนกระดาน จากนนั้ สุมนกั เรยี น
ออกมาบอกหนา ทขี่ องอวยั วะคนละ 1 อวยั วะ
2. ครตู รวจสอบผลการทาํ กิจกรรม เรอ่ื งหนาท่ีของอวัยวะ ในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรยี นหรอื ในแบบฝก หดั
วทิ ยาศาสตร
3. ครตู รวจสอบผลการทาํ ใบงาน เร่อื งความสําคัญของอวยั วะภายใน
4. ครูตรวจสอบผลการทาํ ใบงาน เร่ืองหนาท่ขี องอวัยวะภายใน
5. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ และการ
นําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชน้ั เรียน
6. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนตู อบไดในสมุดประจําตัวนักเรยี นหรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
6. การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึ้นไป ถือวา
ความรูความ 1.สงั เกตหนา ท่ีของอวยั วะตางๆ ได 1.คําถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขา ใจ (K) 2.อธบิ ายหนาทีข่ องอวัยวะตางๆ ความคดิ ประเมนิ
ได 60% ขนึ้ ไป ถือวา
ผานเกณฑการ
ทกั ษะ/ 1.ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอื่ อธิบายหนาท่ี 1. ใบงาน ประเมิน
กระบวนการ (P) ของอวยั วะตา ง ๆ 60% ข้ึนไป ถือวา
ผานเกณฑก าร
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนาทท่ี ไ่ี ดรบั 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมีวนิ ยั ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ ม่ันในการทํางาน คณุ ลักษณะอันพงึ
3.ใหค วามรว มมอื ในการทํา ประสงค
กิจกรรมกลุม
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.1เลม 1 หนวยการเรยี นรูท่ี 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร ป.1เลม 1 หนวยการเรยี นรูท ่ี 1 ตัวเรา พืช และสัตว
3) ใบงาน เร่อื งความสําคัญของอวยั วะภายใน
4) ใบงานเรอื่ งหนา ท่ีของอวัยวะภายใน
5) PowerPoint เร่อื งหนา ที่ของอวยั วะภายใน
6) บัตรภาพอวยั วะภายใน
7) บัตรคาํ ชอ่ื อวัยวะภายใน
8) เพลงกาํ มอื ข้นึ
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) ปา ยนิเทศ
2) หอ งสมดุ
3) หองเรยี น
4) อินเทอรเ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผูสอน ลงชื่อ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชื่อ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา สปั ดาหท ่ี …3……
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรยี นท่ี ..1../….........… ช่อื ผูส อน………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนว ยการเรียนรูที่ 1 ตัวเรา พืชและสัตว เรือ่ ง การทาํ งานรว มกันของอวัยวะ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา ใจสมบตั ิของส่งิ มชี ีวิต หนวยพนื้ ฐานของสงิ่ มชี ีวิต การลาํ เลยี งสารเขาและออกจากเซลล
ความสมั พันธข องโครงสรางและหนา ทข่ี องระบบตางๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยท ท่ี าํ งานสมั พนั ธก ัน ความสมั พนั ธของโครงสรา ง
และหนา ทข่ี องอวยั วะตา ง ๆ ของพชื ท่ีทํางานสมั พนั ธกัน รวมท้ังนําความรูไปใชป ระโยชน
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.1/1 ระบุช่ือบรรยายลกั ษณะและบอกหนาที่ของสวนตาง ๆ ของรา งกายมนษุ ย สัตว และพืช รวมท้งั
บรรยายการทาํ หนาทร่ี ว มกันของสว นตาง ๆ ของรา งกายมนษุ ยในการทาํ กิจกรรมตาง ๆ จากขอ มูลที่รวบรวมได
2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด
รางกายของเราประกอบดวยอวัยวะตา งๆ ซ่งึ ทาํ หนา ทแ่ี ตกตา งกนั ในการทํากจิ กรรมตางๆ ของเราตอ งอาศยั การ
ทํางานรว มกันของอวัยวะ เพื่อชว ยใหเราสามารถดาํ รงชวี ติ ไดต ามปกติ
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. สงั เกตการทํางานรวมกนั ของอวยั วะตา ง ๆ ได (K)
2. อธิบายการทาํ งานรวมกันของอวยั วะตาง ๆ ได (K)
3. ปฏบิ ัติกจิ กรรมเพือ่ อธบิ ายการทํางานรวมกันของอวัยวะได (P)
4. ใหค วามรวมมือในการทํากิจกรรมผูอ น่ื ได (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรยี นรทู องถ่ิน
1. ชอ่ื และหนาท่ขี องอวยั วะภายนอก พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
2. การทาํ งานรวมกนั ของอวัยวะ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู
คาบที่ 1
ขน้ั นาํ
ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครกู ระตนุ ความสนใจของนักเรียนกอ นที่จะเรียนในวนั น้ี โดยใหนักเรียนเลน เกมปลาเปน ปลาตาย ซ่งึ มี
กติกาการเลนดังนี้
1) กําหนดใหม ผี เู ลน มากกวา 5 คนขน้ึ ไป โดยใหผูเ ลน 1 คน เปน คนจับปลา และผเู ลนทเี่ หลือเปน ปลา
2) ใหคนจับปลา สงั เกตปลาวามใี ครเปนปลาบา ง และอยตู าํ แหนงใดบา ง จากนนั้ ใหค นจบั ปลาใชผ าปดตา
ใหส นิท
3) ใหผ เู ลนทีเ่ ปนปลาเคลอ่ื นทจ่ี ากตําแหนงเดมิ แลวถามคนจบั ปลาวา ปลาเปน หรอื ปลาตาย ถา คนจบั ปลา
บอกวา ปลาเปน ใหผูเลนทเ่ี ปนปลาเคล่อื นทไ่ี ปเรอ่ื ยๆ แตถาตอบวา ปลาตาย ใหผ เู ลนที่เปนปลาหยุดนงิ่ อยูกับท่ี
4) คนจับปลาตองเดินไปจับปลา แลว ทายวา ปลาทีต่ นเองจับไดเ ปนใคร
5) ถา ทายถูก ปลาท่โี ดนจบั ไดจะตอ งมาเปนคนจับปลาแทน
2. เมอ่ื เลนเกมเสรจ็ ครูใหนักเรยี นทีไ่ ดเปนคนหาปลา ออกมาตอบคาํ ถามดังตอ ไปน้ี
1) รูสึกอยา งไรเมื่อตนเองตอ งโดนปด ตา
2) ถาใหเ ลือกเปนผูเลนระหวา งเปนปลากบั เปน คนจบั ปลาจะเลอื กเปน ผเู ลน ใด เพราะอะไร
3) ถาเปลี่ยนใหค นจบั ปลาไมตองปด ตา นักเรียนคิดวา จะสามารถจับปลาไดม ากกวา น้ีหรอื ไมเ พราะอะไร
3. เม่อื ทาํ กิจกรรมจบครใู หนักเรยี นรว มกันสรปุ ขอ มูลทไ่ี ดจากการเลนเกมน้ี จะเก่ยี วของกบั การใชอ วัยวะ
หลายๆ สว นทาํ งานรวมกัน โดยใหน กั เรียนยกมอื แสดงความคดิ เหน็
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล)
ขน้ั สาํ รวจคน หา (Explore)
1. ครูใหน กั เรียนแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนน้ั ครูแจง จุดประสงคของการทาํ กจิ กรรม
ใหนักเรยี นทราบกอ นทํากิจกรรม
2. ใหแ ตล ะกลุมทาํ กิจกรรม เร่อื งการทาํ งานรว มกันของอวัยวะ ในหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร โดยปฏิบัติ ดังน้ี
1) ใหตัวแทนกลมุ 1 คนเปน ผทู าํ กิจกรรมและใหส มาชิกที่เหลือเปน ผสู ังเกตเพื่อนทที่ าํ กจิ กรรม แลว
บันทึกผลลงในสมดุ ประจําตวั นักเรยี นหรือในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
2) ครูกาํ หนดเวลาในการทาํ กจิ กรรมกลมุ ละ 30 นาที และเตรยี มความพรอมในการนําเสนอผลการทํา
กจิ กรรมในครง้ั ตอไป
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
คาบท่ี 2
ขัน้ สอน
ขัน้ อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูใหนักเรยี นรวมกลุม เดิมท่ไี ดแบงไวเ มอ่ื ชวั่ โมงที่ผานมาจากน้นั ใหแ ตละกลมุ เตรยี มความพรอ มในการ
นาํ เสนอขอมูลประมาณ 5 นาที
2. เม่ือทุกกลมุ พรอ ม ใหแ ตละกลุม นาํ ผลการทาํ กิจกรรมจากช่ัวโมงท่ีแลว ออกมานําเสนอหนา ชน้ั ทีละกลมุ
โดยใหแ ตล ะกลุมใชเ วลาในการนาํ เสนอกลมุ ละ 5 นาที
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบประเมินการนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน)
3. ครูสุมเรยี กรายชื่อนกั เรยี น 2 คน ใหอ อกมาสรปุ ผลการทํากิจกรรมใหเ พือ่ นๆ ฟง อีกคร้ัง
ขั้นสรปุ
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูใชร ูปแบบการเรยี นการสอนแบบรว มมือเทคนิคเพื่อนคคู ิด โดยใหนกั เรียนจับคกู นั แลวตอบคําถาม
ทาทายความคดิ ข้ันสงู วา การเดินทรงตัวบนสะพานแคบๆ นักเรยี นตองอาศัยการทาํ งานของอวัยวะใดบาง
และอวยั วะแตละสว นทาํ งานรวมกนั อยางไร จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร แลวบันทกึ ลงในสมุดประจาํ ตัว
นกั เรยี น
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม )
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน กั เรยี นรวมกันสรปุ เกี่ยวกบั การทาํ งานรวมกนั ของอวยั วะ วา ในขณะท่เี ราทาํ กิจกรรมตา ง ๆ เรา
ตอ งอาศัยการทาํ งานรวมกันของอวัยวะ เพ่ือชว ยใหส ามารถดํารงชีวิตไดตามปกติ
2. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทํางานกลมุ และ
การนําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ชัน้ เรียน
3. ครตู รวจผลการทํากิจกรรมเร่ืองการทํางานรวมกนั ของอวัยวะในสมุดประจําตวั นกั เรียนหรือในแบบฝก หดั
วิทยาศาสตร
4. ครูตรวจผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดในสมดุ หรอื ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑการ
จุดประสงค ประเมินผล
60% ขนึ้ ไป ถือวา
ความรคู วาม 1. สงั เกตการทาํ งานรว มกันของ 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขาใจ (K) อวัยวะตาง ๆ ได ความคดิ ประเมิน
ทักษะ/ 2. อธบิ ายการทํางานรว มกนั ของ 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) อวยั วะตาง ๆ ได ผานเกณฑการ
1.ปฏิบตั ิกิจกรรมเพื่ออธิบายหนา ท่ี 1. ใบงาน ประเมิน
ของอวยั วะตาง ๆ 60% ข้ึนไป ถือวา
ผานเกณฑการ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. รับผิดชอบตอ หนาทที่ ี่ไดรบั 1. แบบสังเกต ประเมิน
มอบหมาย พฤติกรรม
2. สงั เกตความมีวินัย ใฝเ รียนรู 2. แบบประเมิน
และมุงมนั่ ในการทาํ งาน คุณลกั ษณะอนั พงึ
3. ใหค วามรว มมอื ในการทํา ประสงค
กิจกรรมกลมุ
7. ส่ือ/แหลง การเรียนรู
7.1 สอื่ การเรยี นรู
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตัวเรา พืช และสตั ว
3) QR Code เรือ่ งการทาํ งานรวมกันของอวยั วะ
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หองสมดุ
2) หอ งเรยี น
3) อนิ เทอรเนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผสู อน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชอื่ ....................................................ผูบรหิ าร
(………………………………………)
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา สปั ดาหที่ …4……
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนท่ี ..1../….........… ชอ่ื ผสู อน………………………………………….
กลุม สาระ วทิ ยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 ตัวเรา พชื และสัตว เรอ่ื ง การทาํ งานรวมกันของอวยั วะ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขาใจสมบตั ิของสิ่งมชี วี ิต หนว ยพ้นื ฐานของสิ่งมชี วี ิต การลาํ เลยี งสารเขา และออกจากเซลล
ความสัมพนั ธของโครงสรา งและหนาที่ของระบบตา งๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยท ี่ทาํ งานสมั พันธกนั ความสัมพันธของโครงสรา ง
และหนา ท่ีของอวัยวะตา ง ๆ ของพชื ที่ทาํ งานสัมพันธกัน รวมทัง้ นําความรไู ปใชป ระโยชน
ตัวช้วี ัดที่ ป .1/1 ระบุชอ่ื บรรยายลักษณะและบอกหนาทข่ี องสวนตาง ๆ ของรางกายมนุษย สัตว และพชื รวมทัง้
บรรยายการทาํ หนาที่รว มกนั ของสวนตา ง ๆ ของรางกายมนุษยใ นการทํากจิ กรรมตาง ๆ จากขอมลู ท่รี วบรวมได
2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
รางกายของเราประกอบดว ยอวัยวะตางๆ ซ่ึงทําหนา ท่ีแตกตางกัน ในการทํากิจกรรมตางๆ ของเราตองอาศยั การ
ทาํ งานรวมกันของอวยั วะ เพ่อื ชวยใหเ ราสามารถดาํ รงชวี ิตไดต ามปกติ
3. จุดประสงคการเรยี นรู
1. สังเกตการทํางานรว มกนั ของอวยั วะตาง ๆ ได (K)
2. อธิบายการทํางานรว มกนั ของอวยั วะตาง ๆ ได (K)
3. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเพื่ออธิบายการทาํ งานรว มกันของอวัยวะได (P)
4. ใหความรวมมอื ในการทํากจิ กรรมผอู ืน่ ได (A)
4. สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรทู อ งถน่ิ
1. ชือ่ และหนาทขี่ องอวยั วะภายนอก พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
2. การทํางานรวมกนั ของอวัยวะ
5. กิจกรรมการเรียนรู
คาบท่ี 1
ขน้ั นาํ
ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครกู ระตนุ ความสนใจของนักเรียนกอ นท่ีจะเรยี นในวันน้ี โดยใหนกั เรียน ทบทวนการ เลน เกมปลาเปน
ปลาตาย
2. เมอ่ื เลนเกมเสร็จครูใหน กั เรียนรว มกันสรุปขอมูลท่ไี ดจากการเลนเกมน้ี จะเกย่ี วของกับการใชอวยั วะ
หลายๆ สว นทาํ งานรว มกัน โดยใหนกั เรียนยกมอื แสดงความคดิ เหน็
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล)
ข้นั สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครใู หน กั เรียนแบงกลมุ กลุมละ 3-4 คน ตามความสมคั รใจ จากนัน้ ครแู จงจุดประสงคข องการทํา
กจิ กรรมใหน กั เรียนทราบกอ นทาํ กจิ กรรม
2. ใหแ ตละกลมุ ทํากิจกรรม เรือ่ งการทํางานรวมกันของอวยั วะ ในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร โดยปฏบิ ัติ
ดังน้ี
3. ใหต ัวแทนกลุม 1 คนเปนผทู ํากิจกรรมและใหส มาชิกท่ีเหลอื เปน ผูสงั เกตเพอ่ื นท่ที าํ กจิ กรรม แลว บนั ทกึ
ผลลงในสมุดประจําตวั นักเรยี นหรอื ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
4. ครูกําหนดเวลาในการทํากิจกรรมกลมุ ละ 30 นาที และเตรียมความพรอมในการนําเสนอผลการทาํ
กจิ กรรมในครั้งตอไป
(หมายเหต:ุ ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
คาบที่ 2
ขน้ั สอน
ขน้ั อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูใหนักเรียนรวมกลมุ เดิมท่ีไดแบงไวเมื่อช่วั โมงที่ผานมาจากนนั้ ใหแ ตละกลมุ เตรียมความ
พรอ มในการทาํ กิจกรรม
2. จากนนั้ ครูนํานักเรียนทํากิจกรรมเก่ียวกับการทํางานรวมกันของอวยั วะอีกกจิ กรรม โดยครูนํา
ตะกราและลกู บอลมาวางไวห นา ช้ันเรียน จากนั้นแบง นักเรยี นออกเปนสองฝา ยตามความเหมาะสมแลว ปฏิบตั ิ
กจิ กรรมดังน้ี
1) รอบที่ 1 ใหแตละฝายสง ตวั แทนออกมา 5 คน ยนื เขาแถว โดยคนแรกของแถวยนื หางจาก
ตะกรา 5 เมตร
2) จากน้ันใหแ ตละฝายโยนลูกบอลใหล งในตะกรา ฝา ยใดท่โี ยนลูกบอลลงในตะกรา ไดจ ะไดล กู ละ 1
คะแนนสลบั กนั โยนจนครบทุกคนแลวนบั คะแนน
3) รอบท่ี 2 ใหใชผา ปด ตาตัวแทนของแตละฝาย แลวใหโยนลูกบอลลงในตะกรา ถาลูกบอลลง
ตะกรา จะไดล ูกละ 2 คะแนน
4) สลับกนั โยนลูกบอลทลี ะฝายจนครบทกุ คนจากนั้นนับคะแนนฝายไหนทาํ คะแนนไดมากทสี่ ุดเปน
ฝายชนะ
6. ครูใหนกั เรยี นสง ตัวแทนออกมาอธบิ ายความรูทไ่ี ดจ ากการทํากิจกรรมวาเกีย่ วขอ งกบั การทาํ งาน
รวมกันของอวยั วะใดบา ง
(แนวตอบ : ในการโยนลกู บอลให้ลงในตะกร้ าต้องอาศัยการทาํ งานร่ วมกันของอวยั วะ คือ ตา แขน
และมือ ขาและเท้า)
7. จากนัน้ ครใู หน กั เรียนเปด หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร แลวใหศ กึ ษาเกี่ยวกบั การทาํ งานรวมกันของอวยั วะ
หรอื ใหน กั เรยี นสแกน QR codeเรอ่ื งการทาํ งานรว มกนั ของอวยั วะ เพ่อื ประกอบในการเรียนการสอน
ขัน้ สรปุ
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูใชร ูปแบบการเรยี นการสอนแบบรว มมือเทคนคิ เพ่ือนคคู ิด โดยใหนักเรียนจบั คูกนั แลวตอบคําถาม
นักเรียนตองอาศยั การทาํ งานของอวัยวะใดบาง และอวัยวะแตล ะสวนทํางานรวมกันอยางไร จากหนงั สอื เรยี น
วิทยาศาสตร แลว บนั ทึกลงในสมุดประจําตวั นักเรียน
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม)
2. ใหแตล ะคสู ืบคนขอ มลู เพิ่มเตมิ ไดจากแหลง ขอ มูลตา งๆ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเ นต็ เปน ตนจากนน้ั
ใหแ ตละคูร วมกันอภิปรายและสรปุ ขอ มูลทไี่ ดจ ากการสืบคน
3. ครสู มุ นักเรียน 4-5 คู ใหออกมานําเสนอผลทไ่ี ดจ ากการสบื คน โดยครูตัง้ คาํ ถาม ดงั นี้
1) ในการเดนิ ทรงตัวบนสะพานแคบๆ นกั เรยี นตองอาศัยการทํางานอวยั วะใดบาง
(แนวตอบ ตอ งอาศัย ตา แขนและมอื ขาและเทา ทาํ งานรวมกนั ในการเดินทรงตวั บนสะพานแคบๆ)
2) แลวอวัยวะแตล ะสวนทาํ หนาท่อี ยา งไรบาง
(แนวตอบเราใช ตา ในการมองดูทางบนสะพานทีแ่ คบ
เราใช ขาและเทา ในการเดนิ ไปขางหนาบนสะพาน
เราใช แขนและมือ ในการทรงตวั ขณะเดนิ บนสะพานแคบๆ)
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบประเมนิ การนาํ เสนอหนาชั้นเรยี น)
4. ครใู หน กั เรียนทาํ กิจกรรมหนูตอบไดจ ากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ลงในสมดุ ประจาํ ตัวนกั เรียนหรอื ใน
แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร แลวนํามาสงในชัว่ โมงถัดไป
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน ักเรียนรวมกันสรปุ เก่ียวกับการทาํ งานรว มกนั ของอวัยวะ วา ในขณะทเ่ี ราทํากจิ กรรมตาง ๆ เรา
ตอ งอาศยั การทาํ งานรว มกนั ของอวัยวะ เพ่ือชวยใหส ามารถดํารงชีวิตไดตามปกติ
2. ครูประเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ และ
การนาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนา ช้ันเรียน
3. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมเร่อื งการทํางานรว มกันของอวัยวะในสมุดประจาํ ตัวนักเรยี นหรอื ในแบบฝก หัด
วิทยาศาสตร
4. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมหนตู อบไดในสมุดหรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก าร
ประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล 60% ขึน้ ไป ถือวา
จดุ ประสงค ผา นเกณฑการ
ประเมนิ
ความรูความ 1. สงั เกตการทํางานรวมกันของ 1.คาํ ถามกระตนุ 60% ข้ึนไป ถอื วา
เขาใจ (K) อวยั วะตา ง ๆ ได ความคิด ผานเกณฑการ
ทกั ษะ/ 2. อธบิ ายการทาํ งานรว มกันของ ประเมิน
กระบวนการ (P) อวยั วะตาง ๆ ได 60% ขน้ึ ไป ถือวา
1.ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพ่ืออธบิ ายหนาท่ี 1. ใบงาน ผานเกณฑก าร
ของอวัยวะตาง ๆ ประเมิน
คุณลักษณะนิสัย (A) 1. รบั ผิดชอบตอหนาทที่ ่ไี ดรบั 1. แบบสงั เกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2. สงั เกตความมีวินัย ใฝเ รียนรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มน่ั ในการทํางาน คณุ ลกั ษณะอันพงึ
3. ใหค วามรวมมือในการทํา ประสงค
กจิ กรรมกลุม
7. ส่ือ/แหลงการเรยี นรู
7.1 สื่อการเรยี นรู
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1หนวยการเรียนรทู ่ี 1 ตัวเรา พชื และสตั ว
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนวยการเรียนรูท่ี 1 ตวั เรา พชื และสัตว
3) QR Code เร่อื งการทาํ งานรวมกนั ของอวยั วะ
4) วสั ดุ-อปุ กรณการทดลองในกิจกรรมไดแก ผาสาํ หรบั ปด ตา และสมุด
5) ตะกรา 1 ใบ และลกู บอล 5 ลูก
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองสมุด
2) หองเรยี น
3) อนิ เทอรเ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผสู อน ลงชือ่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชอื่ ....................................................ผูบรหิ าร
(………………………………………)
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาหท ี่ …4……
แผนการจัดการเรยี นรู
ภาคเรียนที่ ..1../….........… ช่ือผสู อน………………………………………….
กลุมสาระ วิทยาศาสตร ช้ัน ประถมศึกษาปท่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนวยการเรียนรูท่ี 1 ตวั เรา พืชและสัตว เร่ือง การดแู ลรกั ษาอวัยวะ (ตา)
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 1. 2 เขาใจสมบัตขิ องสง่ิ มีชวี ิต หนว ยพน้ื ฐานของส่ิงมีชวี ิต การลําเลยี งสารเขาและออกจากเซลล
ความสมั พนั ธของโครงสรางและหนาทขี่ องระบบตาง ๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยท่ีทํางานสัมพนั ธก ัน ความสมั พนั ธข องโครงสราง
และหนาทีข่ องอวยั วะตา ง ๆ ของพืชทีท่ ํางานสมั พันธก นั รวมทัง้ นําความรูไปใชประโยชน
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.1/1 ระบชุ ่ือบรรยายลักษณะและบอกหนาทขี่ องสว นตา งๆ ของรางกายมนษุ ย สตั ว และพืช รวมทั้ง
บรรยายการทาํ หนา ทร่ี วมกนั ของสวนตา งๆ ของรางกายมนษุ ยใ นการทํากิจกรรมตางๆ จากขอมลู ท่ีรวบรวมได
ตวั ช้ีวดั ที่ ป .1/2 ตระหนักถึงความสาํ คญั ของสวนตาง ๆ ของรางกายตนเอง โดยการดแู ลสวนตาง ๆ อยา ง
ถูกตองใหป ลอดภยั และรกั ษาความสะอาดอยูเสมอ
2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด
รา งกายของเราประกอบดว ยอวัยวะตา งๆ ซึ่งทําหนา ทแ่ี ตกตา งกนั ในการทาํ กิจกรรมตา งๆ ของเราตอ งอาศัยการ
ทํางานรวมกนั ของอวยั วะ เพือ่ ชวยใหเ ราสามารถดํารงชีวติ ไดต ามปกติ
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายวธิ กี ารรกั ษาอวยั วะตา งๆอยางถกู วิธแี ละใหเกดิ ความปลอดภัยได (K)
2. สาธติ วธิ กี ารดูแลรักษาอวัยวะตา งๆ ได (P)
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบตองานทีไ่ ดร บั มอบหมาย (A)
4. มีความมงุ มั่นและตง้ั ใจในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูแ กนกลาง สาระการเรียนรูท อ งถน่ิ
การดแู ลรกั ษาอวัยวะของรา งกาย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรียนรู
คาบที่ 1
ขนั้ นาํ
ขั้นกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครเู ขยี นขอ ความเกยี่ วกบั หนาที่ของอวยั วะตา งๆ ไวบ นกระดานเปนขอๆ ดงั น้ี
1) ใชมองดสู ิ่งตางๆ
2) กินอาหาร และพดู
3) ยนื เดิน และวงิ่
4) ใชฟงเสียงตา งๆ
5) หยิบจบั สง่ิ ของ
2. ครูนําบัตรคาํ และบัตรภาพอวยั วะภายนอก มาใสก ลอ งคละกนั และวางไวหนาชน้ั เรยี นจากนน้ั สมุ
รายชื่อนกั เรียนใหอ อกมาหยิบบตั รคาํ หรอื บตั รภาพคนละ 1 ใบ แลวนําไปตดิ บนกระดานใหต รงกับ
หนา ท่ที ่ีครเู ขยี นไว จนครบบตั รคาํ ท่อี ยูใ นกลอง
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
3. เม่อื ครสู มุ เรียกนกั เรียนมาหยิบบตั รคาํ และบตั รภาพจนครบทุกใบ ครูและนักเรียนชว ยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตองของขอมูลบนกระดาน
4. ครกู ระตนุ ความสนใจของนักเรยี นกอนทจี่ ะเรยี นในวนั นี้วา ในแตล ะวนั เรามวี ธิ ีดูแลรกั ษาอวัยวะตา
อยางไรบาง โดยใหน กั เรยี นยกมือตอบคําถามทลี ะคน
(แนวตอบ :เชน เราดแู ลรกั ษาตา ไดแ ก อานหนงั สอื ในทีท่ ี่มแี สงสวา งเพียงพอ และลางหนา ให
สะอาดอยูเสมอ
ขน้ั สอน
ขัน้ สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครใู หแ ตละคนทํากจิ กรรมเร่อื งการดแู ลรกั ษาอวยั วะ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร โดยปฏบิ ตั ิ
กิจกรรม ดงั น้ี
1) ศึกษาขน้ั ตอนการทํากิจกรรมจากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรอ ยางละเอียด หากมขี อสงสยั ให
สอบถามครู
2) ใหแตล ะคนสํารวจตนเองวา เคยดแู ลรกั ษาอวัยวะตา ดว ยวธิ ใี ดบา ง แลว บันทกึ ผลลงในสมดุ
ประจําตวั นกั เรยี นหรือแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
3) สืบคน ขอมูลวธิ ีการดูแลรกั ษาอวยั วะตาของรางกายเพมิ่ เติมจากแหลง ขอ มลู ตางๆ เชน
หนังสอื เรียน อินเทอรเน็ต เปนตน
(หมายเหต:ุ ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)
2. เมื่อแตล ะคนทาํ กิจกรรมเสรจ็ แลว ครใู ชรูปแบบการเรียนการสอนแบบรวมมอื เทคนิคเพ่ือนคคู ิด
โดยใหน ักเรียนจบั คูกับเพื่อน จากนนั้ นาํ คําตอบของตนเองมาเปรยี บเทยี บกับเพือ่ น แลว ผลัดกัน
ซกั ถามขอสงสยั และรวมกันอภิปรายผล
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม )
3.ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 2-3 คู ออกมานําเสนอผลจากการทาํ กิจกรรมของตนเอง แลวใหเ พอื่ นๆ
รวมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูเปน ผูต รวจสอบความถกู ตอ ง
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนา ชน้ั เรียน)
4. ครแู ละนกั เรียนรว มกันอภิปรายเกยี่ วกับความสําคญั ของการดูแลรักษาอวัยวะตา
คาบที่ 2
ขน้ั สอน
ขั้นอธบิ ายความรู (Expain)
1. ครใู ชว ิธีการสอนโดยใชก ารสาธิต โดยใหน กั เรียนจบั กลมุ ตามความสมัครใจ กลุมละ 4-5 คน แลว
ใหแตล ะกลุมสง ตัวแทนออกมาจบั ฉลากเพ่อื เลือกบตั รขอความเกย่ี วกบั พฤติกรรมการดูแลอวัยวะ
2. ใหส มาชิกในกลุมรว มกนั แสดงความคิดเหน็ วา
1) พฤติกรรมทจี่ ับไดใ นฉลากนน้ั เปนพฤติกรรมการดแู ลอวยั วะท่ถี ูกวิธีหรอื ไม
2) ถา หากไมถูกตอง วธิ ีการดูแลอวัยวะทถี่ กู วิธตี องปฏบิ ตั ิอยางไร
3. ใหส มาชกิ เตรยี มการสาธิตกิจกรรมตามขอ ความท่จี ับฉลากไดประกอบการอธิบาย
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม)
4. ครูใหแ ตล ะกลุมออกมาสาธติ กจิ กรรมประกอบการอธบิ ายโดยใชเวลาในการสาธิตกลมุ ละ 5 นาที
แลวใหแ ตล ะกลมุ ชวยตรวจสอบความถูกตองของการสาธติ
(หมายเหต:ุ ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบประเมินการนําเสนอหนาชนั้ เรียน)
ข้ันสรปุ
ข้ันขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. ครูใหนกั เรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เห็นวา หากนักเรียนปฏิบตั ิตนตามทีจ่ ับฉลากไดท งั้ หมดแลว จะ
ทําใหนักเรยี นมสี ุขภาพทแ่ี ข็งแรงหรือไม เพราะอะไร
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
ครูใหน กั เรยี นทาํ กิจกรรมหนูตอบไดจ ากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรล งในสมุดประจําตัวนกั เรยี นหรอื
แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหนกั เรียนรว มกนั สรุปความรูเก่ียวกบั วธิ กี ารดแู ลอวัยวะตาทถ่ี กู วิธี
2. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมเร่ืองการทาํ งานรวมกนั ของอวัยวะในสมดุ ประจาํ ตัวนักเรียนหรอื
แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
3. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนตู อบได ในสมดุ ประจําตวั นกั เรยี นหรือแบบฝกหดั
วิทยาศาสตร
4. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางาน
กลมุ และการนาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชัน้ เรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑการ
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ความรูความ 1. อธบิ ายวิธีการรกั ษาอวัยวะตางๆ 1.คาํ ถามกระตุน ผานเกณฑการ
เขาใจ (K) อยา งถกู วธิ ีและใหเกิดความ ความคิด ประเมิน
ปลอดภยั ได 60% ขึน้ ไป ถือวา
ผา นเกณฑก าร
ทักษะ/ 1.สาธิตวิธกี ารดูแลรกั ษาอวยั วะ 1. ใบงาน ประเมนิ
กระบวนการ (P) ตา งๆ ได 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
ผา นเกณฑการ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. มีความรบั ผิดชอบตองานท่ีไดรบั 1. แบบสงั เกต ประเมิน
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2. มคี วามมุง มัน่ และตัง้ ใจในการ 2. แบบประเมนิ
ทํางาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
7.1 สื่อการเรยี นรู
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 ตวั เรา พืช และสตั ว
2) แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1เลม 1 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 ตวั เรา พชื และสตั ว
3) บัตรภาพอวัยวะภายนอก
4) บัตรคาํ อวัยวะภายนอก
5) บัตรขอความพฤตกิ รรมการดแู ลรักษาอวัยวะ
7.2 แหลง การเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หองเรียน
3) อนิ เทอรเน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผูสอน ลงช่ือ ....................................ฝา ยวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชือ่ ....................................................ผบู รหิ าร
(………………………………………)
บัตรคาํ
ตา หู
จมูก ปาก
แขนและมอื ขาและ
เทา
ผวิ หนัง
บัตรขอความ
ใชด นิ สอแหยจมูก
อาบนํ้าฟอกสบูท กุ วัน
ตดั เลบ็ มือใหสนั้ อยูเสมอ
เดินเทาเปลา ออกนอกบา น
แปรงฟน วันละ 1 ครงั้
อา นหนังสือในทีท่ แ่ี สงสวา งเพียงพอ
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา สปั ดาหท่ี …5……
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนท่ี ..1../…........… ชือ่ ผสู อน………………………………………….
กลุมสาระ วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 ตวั เรา พชื และสัตว เรอ่ื ง การดแู ลรกั ษาอวยั วะ (ห)ู
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ว 1. 2 เขาใจสมบัติของสิ่งมชี วี ติ หนว ยพ้นื ฐานของสิ่งมีชวี ิต การลาํ เลยี งสารเขา และออกจากเซลล
ความสมั พันธของโครงสรา งและหนา ท่ีของระบบตาง ๆ ของสัตวแ ละมนษุ ยท ี่ทํางานสมั พนั ธกันความสมั พนั ธข องโครงสรา ง
และหนา ท่ขี องอวยั วะตาง ๆ ของพชื ที่ทํางานสัมพนั ธกัน รวมทง้ั นาํ ความรไู ปใชป ระโยชน
ตัวชี้วดั ท่ี ป.1/1
ระบชุ อื่ บรรยายลักษณะและบอกหนา ท่ขี องสว นตางๆ ของรางกายมนษุ ย สัตว และพืช รวมท้ังบรรยายการ
ทําหนาทีร่ วมกนั ของสว นตา งๆ ของรางกายมนุษยในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ จากขอ มลู ท่ีรวบรวมได
ตวั ชี้วัดที่ ป.1/2
ตระหนักถึงความสําคญั ของสว นตา ง ๆ ของรา งกายตนเอง โดยการดูแลสวนตาง ๆ อยา งถูกตอง ให
ปลอดภัยและรักษาความสะอาดอยเู สมอ
2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
รางกายของเราประกอบดวยอวัยวะตา งๆ ซงึ่ ทําหนาที่แตกตางกัน ในการทาํ กจิ กรรมตางๆ ของเราตองอาศัย
การทาํ งานรวมกันของอวัยวะ เพ่ือชวยใหเ ราสามารถดํารงชวี ิตไดตามปกติ
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1. อธบิ ายวธิ ีการรกั ษาอวัยวะตางๆอยางถกู วิธแี ละใหเกดิ ความปลอดภัยได (K)
2. สาธิตวธิ กี ารดูแลรักษาอวยั วะตา งๆ ได (P)
3. มคี วามรับผดิ ชอบตองานทไี่ ดร บั มอบหมาย (A)
4. มคี วามมงุ มนั่ และต้ังใจในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรูทองถ่นิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรูแ กนกลาง
การดแู ลรกั ษาอวัยวะของรา งกาย
5. กิจกรรมการเรยี นรู
คาบท่ี 1
ข้ันนํา
ข้ันกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครเู ขยี นขอความเก่ียวกับหนา ท่ีของอวยั วะตางๆ ไวบนกระดานเปน ขอๆ ดงั น้ี
1) ใชม องดูสง่ิ ตางๆ
2) กนิ อาหาร และพูด
3) ยืน เดิน และวิ่ง
4) ใชฟ ง เสียงตางๆ
5) หยิบจบั ส่งิ ของ
2. ครูนําบัตรคําและบัตรภาพอวัยวะภายนอก ท่เี คยใชเ ลนเกมในแผนฯ ท่ี 4 มาใสกลอ งคละกนั และวางไวห นาช้นั
เรียนจากนน้ั สมุ รายชอื่ นักเรยี นใหออกมาหยบิ บตั รคาํ หรอื บัตรภาพคนละ 1 ใบ แลว นําไปตดิ บนกระดานให
ตรงกับหนา ท่ีท่ีครเู ขียนไว จนครบบัตรคําทอ่ี ยูในกลอ ง
(หมายเหต:ุ ครูเริ่มประเมินนกั เรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล)
3. เมือ่ ครูสมุ เรียกนักเรียนมาหยบิ บตั รคาํ และบตั รภาพจนครบทุกใบครแู ละนกั เรยี นชว ยกันตรวจสอบความถกู
ตองของขอมลู บนกระดาน
4. ครกู ระตุนความสนใจของนักเรียนกอ นทจี่ ะเรียนในวันนวี้ า ในแตล ะวนั เรามีวิธดี ูแลรักษาอวัยวะตา ง ๆ อยางไร
บาง โดยใหน ักเรยี นยกมอื ตอบคาํ ถามทลี ะคน
(แนวตอบ : เชน เราดแู ลรักษาหู ไดแ ก ไมใ หเ พ่ือนตะโกนใสหู และไมใ ชไ มห รือของแขง็ แตะหู)
ขั้นท่ี 2 สํารวจคนหา (Explore)
1. ครูใหแ ตล ะคนทํากิจกรรมเรื่องการดูแลรักษาอวยั วะ จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร โดยปฏิบตั ิกิจกรรม ดังน้ี
1) ศกึ ษาข้นั ตอนการทํากจิ กรรมจากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตรอยา งละเอยี ด หากมีขอสงสัยใหสอบถามครู
2) ใหแตละคนสํารวจตนเองวา เคยดูแลรักษาอวยั วะหู ดว ยวธิ ีใดบา ง แลว บันทึกผลลงในสมดุ ประจําตวั
นกั เรียนหรือแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
3) สบื คนขอ มูลวิธกี ารดแู ลรกั ษาอวัยวะหขู องรา งกายเพมิ่ เติมจากแหลง ขอ มูลตางๆ เชน หนังสอื เรยี น
อินเทอรเ น็ต เปน ตน
(หมายเหต:ุ ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
2. เมอื่ แตล ะคนทาํ กจิ กรรมเสรจ็ แลว ครูใชรูปแบบการเรยี นการสอนแบบรว มมือเทคนิคเพือ่ นคูคดิ โดยให
นกั เรยี นจับคูกบั เพือ่ น จากนั้นนาํ คาํ ตอบของตนเองมาเปรยี บเทยี บกับเพือ่ น แลว ผลดั กนั ซกั ถามขอ สงสัยและ
รวมกันอภิปรายผล
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม )
3. ครขู ออาสาสมคั รนักเรยี น 2-3 คู ออกมานําเสนอผลจากการทาํ กจิ กรรมของตนเอง แลวใหเ พ่อื นๆ รว มกัน
แสดงความคิดเห็น โดยครูเปน ผตู รวจสอบความถูกตอง
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ บบประเมินการนาํ เสนอหนาชั้นเรียน)
4. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภิปรายเกีย่ วกบั ความสาํ คญั ของการดแู ลรกั ษาอวยั วะหู
คาบท่ี 2
ขั้นสอน
ขั้นอธิบายความรู (Expain)
1. ครูใชว ธิ กี ารสอนโดยใชการสาธิต โดยใหน ักเรียนจับกลมุ ตามความสมคั รใจ กลุมละ 4-5 คน แลวใหแ ตล ะ
กลุมสง ตวั แทนออกมาจบั ฉลากเพื่อเลอื กบตั รขอความเกยี่ วกับพฤตกิ รรมการดแู ลอวัยวะ
2. ใหส มาชิกในกลุม รวมกนั แสดงความคดิ เหน็ วา
1) พฤตกิ รรมท่จี ับไดใ นฉลากนนั้ เปน พฤตกิ รรมการดแู ลอวยั วะท่ถี ูกวิธหี รือไม
2) ถา หากไมถ กู ตอง วิธีการดแู ลอวยั วะทีถ่ กู วิธตี อ งปฏบิ ตั อิ ยางไร
3. ใหส มาชกิ เตรยี มการสาธิตกิจกรรมตามขอ ความทจ่ี ับฉลากไดประกอบการอธิบาย
(หมายเหต:ุ ครูเรมิ่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ )
4. ครูใหแ ตล ะกลมุ ออกมาสาธิตกิจกรรมประกอบการอธิบายโดยใชเ วลาในการสาธติ กลมุ ละ 5 นาทแี ลว ใหแ ต
ละกลมุ ชว ยตรวจสอบความถกู ตอ งของการสาธติ
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแบบประเมนิ การนาํ เสนอหนา ชัน้ เรยี น)
ขัน้ สรปุ
ข้ันขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครใู หน กั เรียนรว มกันแสดงความคดิ เหน็ วาหากนักเรยี นปฏบิ ตั ิตนตามที่จับฉลากไดท้งั หมดแลว จะทาํ ให
นกั เรยี นมีสขุ ภาพท่ีแขง็ แรงหรอื ไม เพราะอะไร
(หมายเหต:ุ ครูเร่ิมประเมินนกั เรียน โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ )
ครใู หนักเรียนทํากจิ กรรมหนตู อบไดจากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรลงในสมดุ ประจําตวั นักเรยี นหรอื แบบฝกหัด
วิทยาศาสตร
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรูเ กยี่ วกับวธิ กี ารดแู ลอวัยวะหูที่ถกู วิธี
2. ครูตรวจสอบผลการทาํ กิจกรรมเรอื่ งการทํางานรว มกันของอวัยวะในสมุดประจาํ ตัวนักเรยี นหรือแบบฝกหดั
วทิ ยาศาสตร
3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนตู อบได ในสมุดประจาํ ตัวนักเรียนหรือแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
4. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ และ
การนําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ชน้ั เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑการ
ประเมินผล
การวัดและประเมินผล 60% ขึ้นไป ถอื วา
จดุ ประสงค ผานเกณฑการ
ประเมนิ
ความรูค วาม 1.อธบิ ายวธิ กี ารรักษาอวยั วะตา งๆ 1.คาํ ถามกระตนุ 60% ขึ้นไป ถือวา
เขา ใจ (K) อยางถกู วธิ ีและใหเ กดิ ความ ความคิด ผา นเกณฑก าร
ปลอดภัยได ประเมนิ
60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ทักษะ/ 1.สาธิตวธิ กี ารดูแลรกั ษาอวยั วะ 1. ใบงาน ผา นเกณฑการ
กระบวนการ (P) ตางๆ ได ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนา ที่ทีไ่ ดร บั 1. แบบสงั เกต
มอบหมาย พฤตกิ รรม
2.สังเกตความมวี ินยั ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมุงม่ันในการทาํ งาน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค
7. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
7.1 สื่อการเรยี นรู
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 เลม 1 หนว ยการเรียนรูที่ 1 ตัวเรา พืช และสตั ว
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1เลม 1 หนวยการเรียนรทู ี่ 1 ตัวเรา พชื และสัตว
3) บตั รภาพอวัยวะภายนอก
4) บัตรคาํ อวัยวะภายนอก
5) บตั รขอความพฤติกรรมการดแู ลรักษาอวัยวะ
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งสมดุ
2) หอ งเรียน
3) อินเทอรเ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผูสอน ลงช่ือ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงชอื่ ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
ใบงาน เรอ่ื งการดูแลรักษาหู
คาํ ช้ีแจง ใหน ักเรยี นดกู ารกระทําในภาพ แลว อธิบายวาควรทาํ หรือไม เพราะเหตุใด
1. ตะโกนใสห เู พ่อื น 2. ใชไ มห รอื ของแข็งแคะหู
ควรทํา ไมค วรทํา ควรทํา ไมควรทํา
เพราะ เพราะ ไมเ คยทาํ
นกั เรียนเคยทาํ อยางในภาพหรอื ไม นักเรยี นเคยทําอยางในภาพหรือไม
เคยทํา ไมเ คยทํา เคยทาํ
3. เมอ่ื อาบนาํ้ เสร็จใชผาแหงเชด็ นา้ํ ทใ่ี บหู
ควรทํา ไมค วรทํา
เพราะ ไมเคยทาํ
นกั เรียนเคยทาํ อยางในภาพหรอื ไม
เคยทาํ
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาหที่ …5……
แผนการจัดการเรียนรู
ภาคเรียนที่ ..1../…........… ชอื่ ผสู อน………………………………………….
กลุมสาระ วิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ตวั เรา พืชและสัตว เรือ่ ง การดแู ลรักษาอวยั วะ (จมกู )
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานท่ี ว 1.2 เขา ใจสมบัตขิ องสงิ่ มีชวี ิต หนว ยพ้นื ฐานของสิง่ มีชีวิต การลําเลียงสารเขา และออกจาก เซลล
ความสมั พนั ธของโครงสรางและหนา ท่ขี องระบบตาง ๆ ของสตั วและมนษุ ยท่ที ํางานสมั พนั ธก ันความสมั พันธข องโครงสราง
และหนา ท่ีของอวยั วะตา ง ๆ ของพืชทท่ี าํ งานสมั พนั ธกัน รวมทง้ั นําความรูไ ปใชประโยชน
ตวั ช้วี ัดที่ ป .1 ระบุชื่อบรรยายลักษณะและบอกหนา ทขี่ องสวนตางๆ ของรา งกายมนษุ ย สัตว และพืช รวมท้ัง
บรรยายการทาํ หนาทรี่ วมกันของสว นตา งๆ ของรา งกายมนษุ ยในการทํากิจกรรมตางๆ จากขอมลู ที่รวบรวมได
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป .1/2 ตระหนักถึงความสําคญั ของสว นตาง ๆ ของรา งกายตนเอง โดยการดแู ลสว นตาง ๆ อยาง
ถูกตอ งใหป ลอดภยั และรกั ษาความสะอาดอยเู สมอ
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
รางกายของเราประกอบดว ยอวัยวะตางๆ ซึง่ ทาํ หนาท่แี ตกตา งกัน ในการทํากจิ กรรมตางๆ ของเราตอ งอาศัยการ
ทํางานรว มกันของอวยั วะ เพอ่ื ชวยใหเ ราสามารถดาํ รงชีวติ ไดต ามปกติ
3. จุดประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายวธิ กี ารรกั ษาอวัยวะตางๆอยา งถูกวธิ ีและใหเ กดิ ความปลอดภัยได (K)
2. สาธติ วธิ ีการดแู ลรกั ษาอวัยวะตา งๆ ได (P)
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบตองานทีไ่ ดรับมอบหมาย (A)
4. มคี วามมุง มั่นและต้ังใจในการทํางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถน่ิ
การดแู ลรกั ษาอวัยวะของรา งกาย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู
คาบท่ี 1
ขน้ั นาํ
ข้ันกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูเขียนขอ ความเก่ยี วกับหนา ที่ของอวยั วะตางๆ ไวบนกระดานเปน ขอ ๆ ดังนี้
1) ใชม องดูสิง่ ตางๆ
2) กนิ อาหาร และพดู
3) ยืน เดนิ และวงิ่
4) ใชฟงเสียงตางๆ
5) หยิบจบั สิ่งของ
2. ครูนําบตั รคาํ และบัตรภาพอวัยวะภายนอก มาใสก ลอ งคละกันและวางไวห นาชัน้ เรียนจากนนั้ สมุ รายชื่อ
นักเรียนใหออกมาหยบิ บัตรคาํ หรอื บัตรภาพคนละ 1 ใบ แลว นาํ ไปติดบนกระดานใหตรงกับหนา ท่ที ่ีครูเขยี นไว จน
ครบบตั รคาํ ทีอ่ ยูในกลอ ง
(หมายเหต:ุ ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)
3. เม่อื ครูสมุ เรียกนักเรยี นมาหยิบบัตรคาํ และบัตรภาพจนครบทกุ ใบ ครแู ละนกั เรยี นชว ยกันตรวจสอบความถกู
ตอ งของขอมูลบนกระดาน
4. ครูกระตุน ความสนใจของนกั เรยี นกอ นที่จะเรียนในวันน้วี า ในแตละวนั เรามีวธิ ีดูแลรักษาอวยั วะจมูกอยางไร
บา ง โดยใหน ักเรยี นยกมอื ตอบคําถามทลี ะคน
(แนวตอบ : เชน ไมใ ชน ้วิ มอื หรือสิ่งของตาง ๆ แคะจมกู ไมส ่ังนา้ํ มกู แรง ๆ ไมอยใู นบรเิ วณท่มี ีควนั หรอื ฝนุ
ละอองมาก ๆ)
ขนั้ ที่ 2 สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครใู หแตล ะคนทาํ กจิ กรรมเรื่องการดแู ลรกั ษาอวัยวะ จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร โดยปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
ดงั น้ี
1) ศกึ ษาขน้ั ตอนการทาํ กิจกรรมจากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตรอยางละเอยี ด หากมขี อสงสยั ใหส อบถาม
ครู
2) ใหแตละคนสาํ รวจตนเองวา เคยดูแลรกั ษาอวยั วะจมกู ดว ยวิธีใดบาง แลวบันทึกผลลงในสมดุ
ประจาํ ตัวนักเรยี นหรือแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
3) สบื คน ขอ มูลวธิ กี ารดูแลรกั ษาอวยั วะจมกู ของรา งกายเพมิ่ เติมจากแหลงขอ มูลตางๆ เชน หนงั สือเรียน
อินเทอรเน็ต เปน ตน
(หมายเหต:ุ ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
2. เม่อื แตละคนทาํ กจิ กรรมเสรจ็ แลว ครูใชรูปแบบการเรียนการสอนแบบรว มมือเทคนคิ เพ่ือนคคู ดิ โดยให
นกั เรยี นจับคูก บั เพ่อื น จากนนั้ นาํ คําตอบของตนเองมาเปรยี บเทยี บกบั เพ่อื น แลว ผลัดกันซกั ถามขอ สงสยั และ
รวมกันอภปิ รายผล
(หมายเหต:ุ ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
3. ครูขออาสาสมคั รนกั เรยี น 2-3 คู ออกมานําเสนอผลจากการทาํ กจิ กรรมของตนเอง แลวใหเ พ่อื นๆ รวมกัน
แสดงความคิดเห็น โดยครเู ปนผตู รวจสอบความถูกตอ ง
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแบบประเมินการนําเสนอหนา ชัน้ เรียน)
4. ครูและนักเรียนรวมกนั อภปิ รายเก่ียวกับความสาํ คญั ของการดูแลรกั ษาอวัยวะจมกู
คาบท่ี 2
ข้นั สอน
ขั้นอธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูใชวิธีการสอนโดยใชการสาธิต โดยใหนกั เรียนจบั กลมุ ตามความสมคั รใจ กลมุ ละ 4-5 คน แลวใหแตละ
กลุม สง ตวั แทนออกมาจบั ฉลากเพ่ือเลือกบตั รขอ ความเกีย่ วกับพฤติกรรมการดูแลอวยั วะ
2. ใหส มาชกิ ในกลุมรวมกันแสดงความคดิ เหน็ วา
1) พฤตกิ รรมท่ีจบั ไดในฉลากนน้ั เปนพฤตกิ รรมการดูแลอวัยวะท่ถี ูกวิธีหรือไม
2) ถา หากไมถ กู ตอง วธิ กี ารดแู ลอวยั วะทถ่ี ูกวธิ ีตอ งปฏบิ ัติอยางไร
3. ใหส มาชกิ เตรยี มการสาธิตกจิ กรรมตามขอ ความท่จี บั ฉลากไดป ระกอบการอธบิ าย
(หมายเหต:ุ ครเู ริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
4. ครใู หแตละกลุมออกมาสาธติ กิจกรรมประกอบการอธบิ ายโดยใชเ วลาในการสาธติ กลุมละ 5 นาทแี ลวใหแต
ละกลมุ ชว ยตรวจสอบความถูกตอ งของการสาธติ
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบประเมินการนําเสนอหนา ช้นั เรยี น)
ขนั้ สรุป
ข้ันขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูใหน กั เรียนรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา หากนกั เรยี นปฏบิ ัตติ นตามท่จี ับฉลากไดท ้งั หมดแลวจะทาํ ให
นักเรียนมีสขุ ภาพท่แี ขง็ แรงหรอื ไม เพราะอะไร
(หมายเหต:ุ ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
ครูใหน กั เรยี นทาํ กิจกรรมหนูตอบไดจ ากหนังสือเรียนวิทยาศาสตรล งในสมุดประจําตวั นักเรียนหรือแบบฝกหดั
วิทยาศาสตร
ข้นั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน ักเรยี นรว มกนั สรปุ ความรูเ ก่ยี วกับวธิ ีการดแู ลอวัยวะจมกู ที่ถกู วิธี
2. ครูตรวจสอบผลการทาํ กิจกรรม4ทเร่ี ่อื งการทํางานรว มกนั ของอวยั วใะนสมดุ ประจาํ ตวั นกั เรยี นหรอื แบบฝกหดั
วทิ ยาศาสตร
3. ครตู รวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได ในสมดุ ประจาํ ตวั นกั เรียนหรือ
แบบฝก หดั วิทยาศาสตร
4. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรมการทํางานกลมุ และ
การนาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาชัน้ เรยี น