คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 1 -
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 2 - ชื่อหนังสือ : E-book พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ผู้เขียน : ศาสตราจารย์พิเศษ เดชอุดม ไกรฤทธิ์ ปีที่พิมพ์ : ๒๕๖๔ เจ้าของ : ลิขสิทธิ์ในการพิมพ์ครั้งที่ ๓ ศาสตราจารย์พิเศษ เดชอุดม ไกรฤทธิ์ ราคา : - บาท ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ ISBN (e-book) : จัดพิมพ์โดย : บริษัท เดชอุดม แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ๙๔๒/๑๔๒-๓ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ ชั้น ๙ ถนนพระราม ๔ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๐๐ โทรศัพท์ ๐-๒๒๓๓-๐๐๕๕, ๐-๒๒๓๓-๐๐๖๘ โทรสาร ๐-๒๒๓๖-๖๖๘๑, ๐-๒๒๓๓-๐๒๒๗ E-MAIL: [email protected] WEBSITE: www.dejudomlaw.com www.dcm.co.th ภาพปก : บริษัท ดิจิทัล คอร์ปอเรท เมเนจเม้นท์ จำกัด ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน ดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ : 02-2809846 โทรสาร : 02-2809846 วันที่อนุมัติ 31 สิงหาคม 2564 เดชอุดม ไกรฤทธิ์. E-book พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 รวมแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559.-- พิมพ์ครั้งที่ 3.-- กรุงเทพฯ : เดชอุดม แอนด์ แอสโซซิเอทส์, 2564. 215 หน้า. 1. เครื่องหมายการค้า -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ. I. ชื่อเรื่อง. 346.0488 ISBN 978-616-92872-7-8
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 1 - ค�ำอธิบาย พระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้ ้ า รวมแก้้ไขเพิ่่�มเติิม (ฉบัับที่่� ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และ (ฉบัับที่่� ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ การเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) และการขยายขอบเขตความคุ้มครอง การปรับปรุงหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และระยะเวลาการจดทะเบียน การปรับปรุงค่าธรรมเนียม สารบบเคร ื่ องหมายการค้า และแบบตัวอย่างค�ำสั่งนายทะเบียน จัดท�ำโดย ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์�
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 2 - ค�ำน�ำ (พิิมพ์์ครั้้�งที่่� ๑) ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์� ๑ มิิถุุนายน ๒๕๔๓ เพื่่�อให้้การศึึกษากฎหมายทรัพย์ั ์สิินทางปััญญาในวิิชาเครื่่�องหมายการค้้า เป็็นไปอย่่างต่่อเนื่่�อง จึึงได้้พิิจารณารวมกฎหมายทรััพย์์สิินทางปััญญาเกี่่�ยวกัับ เครื่่�องหมายการค้้าในประเทศไทยตั้้�งแต่่ กฎหมายเครื่่�องหมายการค้้าฉบัับแรก พุุทธศัักราช ๒๔๗๔ และพระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้า (ฉบัับปััจจุุบััน) พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมทั้้�งฉบัับที่่�แก้้ไขเพิ่่�มเติิม (ฉบัับที่่� ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้้รวบรวม อยู่่ในที่่�เดีียวกัันเพื่่�อสะดวกในการค้้นคว้้าและการอ้้างอิิง พร้้อมทั้้�งได้้นำำกฎ กระทรวง ประกาศกระทรวงพาณิิชย์์ ประกาศกรมทรัพย์ั ์สิินทางปััญญา ประกาศ นายทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า มารวบรวมไว้้ในที่่�เดีียวกัันเพื่่�อให้้ง่่ายต่่อการ เข้้าใจในภาคปฏิิบััติิด้้วย ทั้้�งได้้จััดพิิมพ์์บทคััดย่่อคำำพิิพากษาฎีีกามารวมไว้้แยก ให้้เห็็นเพื่่�อใช้้เป็็นข้้ออ้้างอิิงท้้ายมาตราที่่�เกี่่�ยวข้้อง เชื่่�อว่่าจะเป็็นประโยชน์์แก่่ นัักศึึกษาและผู้้สนใจโดยทั่่�วไปที่่� จะใช้้เป็็นแนวทางในการค้้นคว้้ากฎหมาย เครื่่�องหมายการค้้าของประเทศไทยและเป็็นพื้้�นฐานในการพััฒนาและใช้้กฎหมาย เครื่่�องหมายการค้้าของประเทศให้้ก้้าวสู่่มาตรฐานสากลมากขึ้้�น ผู้้รวบรวมหวััง ว่่าหนัังสืือนี้้�จะเป็็นประโยชน์์แก่่การศึึกษาและการค้้นคว้้าตามสมควร
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 3 - ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์� ตุุลาคม ๒๕๔๖ ค�ำน�ำ (พิิมพ์์ครั้้�งที่่� ๒) เพื่่�อให้้การศึึกษากฎหมายทรัพย์ั ์สิินทางปััญญาในวิิชาเครื่่�องหมายการค้้า เป็็นไปอย่่างต่่อเนื่่�อง จึึงได้้พิิจารณารวมกฎหมายทรััพย์์สิินทางปััญญาเกี่่�ยวกัับ เครื่่�องหมายการค้้าในประเทศไทยตั้้�งแต่่ กฎหมายเครื่่�องหมายการค้้าฉบัับแรก พุุทธศัักราช ๒๔๗๔ และพระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้า (ฉบัับปััจจุุบััน) พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมทั้้�งฉบัับที่่�แก้้ไขเพิ่่�มเติิม (ฉบัับที่่� ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้้ รวบรวมอยู่่ในที่่�เดีียวกัันเพื่่�อสะดวกในการค้้นคว้้าและการอ้้างอิิง พร้้อมทั้้�งได้้ นำำกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงพาณิิชย์์ ประกาศกรมทรััพย์์สิินทางปััญญา ประกาศนายทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า คำำสั่่�งกรมทรัพย์ั ์สิินทางปััญญา ระเบีียบ กรมทรััพย์์สิินทางปััญญา และระเบีียบคณะกรรมการเครื่่�องหมายการค้้า มา รวบรวมไว้้ในที่่�เดีียวกัันเพื่่�อให้้ง่่ายต่่อการเข้้าใจในภาคปฏิิบััติิด้้วย ทั้้�งได้้จััด พิิมพ์์บทคััดย่่อคำำพิิพากษาฎีีกามารวมไว้้แยกให้้เห็็นเพื่่�อใช้้เป็็นข้้ออ้้างอิิงท้้าย มาตราที่่�เกี่่�ยวข้้อง เชื่่�อว่่าจะเป็็นประโยชน์์แก่่นัักศึึกษาและผู้้สนใจโดยทั่่�วไปที่่� จะใช้้เป็็นแนวทางในการค้้นคว้้ากฎหมายเครื่่�องหมายการค้้าของประเทศไทย และเป็็นพื้้�นฐานในการพััฒนาและใช้้กฎหมายเครื่่�องหมายการค้้าของประเทศ ให้้ก้้าวสู่่มาตรฐานสากลมากขึ้้�น ผู้้รวบรวมหวัังว่่าหนัังสืือนี้้�จะเป็็นประโยชน์์แก่่ การศึึกษาและการค้้นคว้้าตามสมควร
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 4 - คำำนำำ (พิิมพ์์ครั้้�งที่่� ๓) ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์� ๒๗ สิิงหาคม ๒๕๖๔ ความประสงค์์ของการเรีียบเรีียงพระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้า พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมถึึงฉบัับแก้้ไขเพิ่่�มเติิม (ฉบัับที่่� ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และ (ฉบัับที่่� ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้้เป็็นปััจจุุบัันและให้้อยู่่ในรููปของ E-book โดยมีีบัันทึึก ประกอบการค้้นคว้้าที่ ่� มาของการแก้้ไขกฎหมายในแต่่ละครั้้�งท้้ายบทมาตราที่ ่� เกี่่�ยวข้้อง ซึ่่�งผู้้อ่่านที่ ่�ประสงค์์จะตรวจสอบความเป็็นมาของการแก้้ไขก็็สามารถ ใช้้มืือถืือเชื่่�อมโยงไปยััง link ของส่่วนราชการที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการร่่างกฎหมาย และการประกาศใช้้กฎหมาย อนึ่่�ง ในหนัังสืือทรััพย์์สิินทางปััญญาชุุดนี้้�ทั้้�งสามเล่่ม คืือกฎหมาย เครื่่�องหมายการค้้า ลิิขสิิทธิ์์� และสิิทธิิบััตร ก็็จะนำำเผยแพร่่ในรููปของ E-book แบบเดีียวกัันนี้้ทั้้� �งหมดถ้้าหากท่่านผู้้ใช้จ้ะให้้ความเห็็นหรืือข้้อเสนอแนะอย่่างไร ก็็สามารถแจ้้งมาได้้ที่ ่�อีีเมล์์ [email protected] ขอขอบคุุณ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 5 - สารบัญ หน้้า พระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ชื่่�อกฎหมายและคำำนิิยาม (มาตรา ๑ – มาตรา ๓) ๑๓ มาตรา ๔ เครื่่�องหมาย เครื่่�องหมายการค้้า เครื่่�องหมายบริิการ เครื่่�องหมายรัับรอง เครื่่�องหมายร่่วม ผู้้ได้้รัับอนุุญาต พนัักงาน เจ้้าหน้้าที่่� นายทะเบีียน อธิิบดีี คณะกรรมการ ๑๔ มาตรา ๕ รััฐมนตรีีว่่าการกระทรวงพาณิิชย์์รัักษาการ ๑๙ หมวด ๑ เครื่่�องหมายการค้้า ส่่วนที่่� ๑ การขอจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๖ – มาตรา ๒๘ ทวิิ) มาตรา ๖ ลัักษณะเครื่่�องหมายการค้้ารัับจดทะบีียน ๒๐ มาตรา ๗ ลัักษณะบ่่งเฉพาะของเครื่่�องหมายการค้้า ๓๘ มาตรา ๘ เครื่่�องหมายการค้้าต้้องห้้ามรัับจดทะเบีียน ๕๑ มาตรา ๙ จำำพวกสิินค้้าที่่�ขอจดทะเบีียน ๖๐ มาตรา ๑๐ ตััวแทนหรืือสถานที่่�ติิดต่่อของผู้้ขอจดทะเบีียน ๖๑ มาตรา ๑๑ หลัักเกณฑ์์และวิิธีีการขอจดทะเบีียน ๖๒ มาตรา ๑๒ นายทะเบีียนมีีอำำนาจพิิจารณาคำำขอ ๖๒ มาตรา ๑๓ กรณีีนายทะเบีียนรัับจดทะเบีียน ๖๓ มาตรา ๑๔ (ยกเลิิก) ๗๒ มาตรา ๑๕ ความเห็็นของนายทะเบีียน ๗๒ มาตรา ๑๖ การสั่่�งปฏิิเสธไม่่รัับจดทะเบีียน ๗๔ มาตรา ๑๗ เครื่่�องหมายการค้้ามีีลัักษณะตามมาตรา ๖ ๗๖ มาตรา ๑๘ สิิทธิิอุุทธรณ์์คำำสั่่�งของนายทะเบีียน ๘๐ มาตรา ๑๙ กรณีีละทิ้้�งสิิทธิิอุุทธรณ์์ (คำำขอจดทะเบีียน) ๘๒ มาตรา ๒๐ สิิทธิิของผู้้ยื่่� นขอจดทะเบีียนก่่อน ๘๓
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 6 - มาตรา ๒๑ สิิทธิิอุุทธรณ์์คำำสั่่�งนายทะเบีียนภายในหกสิิบวััน ๘๔ มาตรา ๒๒ - มาตรา ๒๖ (ยกเลิิก) ๘๕ มาตรา ๒๗ นายทะเบีียนรัับจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้าที่่�เหมืือน หรืือคล้้ายกััน ๘๗ มาตรา ๒๘ การใช้้สิิทธิิย้้อนหลััง (Priority Claim) ๙๒ มาตรา ๒๘ ทวิิ การขอใช้้สิิทธิิย้้อน หลัังกรณีีมีีการนำำสิินค้้าออกแสดงในงาน แสดงสิินค้้าในประเทศไทย/ในประเทศที่่�เป็็นภาคีีแห่่ง อนุุสััญญา/ความตกลงระหว่่างประเทศ ๙๔ ส่่วนที่่� ๒ การรัับจดทะเบีียนและผลแห่่งการรัับจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๒๙ – มาตรา๔๗) มาตรา ๒๙ การประกาศโฆษณาคำำขอจดทะเบีียน ๙๕ มาตรา ๓๐ การเพิิกถอนของนายทะเบีียนหลัังการประกาศโฆษณา ๙๖ มาตรา ๓๑ การอุุทธรณ์์คำำสั่่�งเพืืกถอนภายในหกสิิบวััน ๙๗ มาตรา ๓๒ การแจ้้งคำำสั่่�งเพิิกถอนให้้ผู้้คััดค้้านทราบ ๙๘ มาตรา ๓๓ การวิินิิจฉััยคำำคััดค้้านของนายทะเบีียน ๙๘ มาตรา ๓๔ การแจ้้งคำำวิินิิจฉััยของนายทะเบีียน ๙๙ มาตรา ๓๕ การคััดค้้านคำำขอจดทะเบีียนภายในหกสิิบวััน ๙๙ มาตรา ๓๖ การส่่งสำำเนาคำำคััดค้้าน ๑๐๑ มาตรา ๓๗ คำำวิินิิจฉััยของนายทะเบีียน ๑๐๓ มาตรา ๓๘ หนัังสืือแจ้้งคำำวิินิิจฉััยพร้้อมเหตุุผล ๑๐๓ มาตรา ๓๙ กรณีีคำำวิินิิจฉััยเป็็นที่่�สุุด ๑๐๕ มาตรา ๔๐ คำำสั่่�งนายทะเบีียนให้้จดทะเบีียน ๑๐๕ มาตรา ๔๑ กรณีีให้้จดทะเบีียนตามสิิทธิิของผู้้คััดค้้าน ๑๐๘ มาตรา ๔๒ วัันยื่่�นถืือว่่าเป็็นวัันจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า ๑๐๘ มาตรา ๔๓ นายทะเบีียนออกหนัังสืือสำำคััญแสดงการจดทะเบีียน ๑๐๘ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 7 - มาตรา ๔๔ กรณีีเจ้้าของเครื่่�องหมายการค้้ามีีสิิทธิิแต่่ผู้้เดีียว ๑๐๙ มาตรา ๔๕ สีีของเครื่่�องหมายการค้้า ๑๑๕ มาตรา ๔๖ ห้้ามฟ้้องคดีีละเมิิดสิิทธิิในเครื่่�องหมายการค้้าที่่�ไม่่ได้้ จดทะเบีียนฟ้้องคดีีได้้ ๑๑๕ มาตรา ๔๗ การจดทะเบีียนไม่่ให้้สิิทธิิโต้้แย้้งการใช้้ชื่่�อหรืือชื่่�อทางการค้้า โดยสุุจริิต ๑๒๒ ส่่วนที่่� ๓ การแก้้ไขเปลี่่�ยนแปลงการจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๔๘ – มาตรา ๕๒) มาตรา ๔๘ คำำขอจดทะเบีียนโอน/รัับมรดกได้้ ๑๒๕ มาตรา ๔๙ การโอน/รัับมรดกพร้้อมกัับกิิจการที่่�เกี่่�ยวกัับสิินค้้า ๑๒๖ มาตรา ๕๐ (ยกเลิิก) ๑๒๖ มาตรา ๕๑ การจดทะเบีียนการโอน/รัับมรดกสิิทธิิ ๑๒๗ มาตรา ๕๑/๑ กรณีีที่่�ผู้้โอน ผู้้รัับโอน ผู้้รัับมรดกยื่ ่� นคำำขอจดทะเบีียน ๑๒๘ มาตรา ๕๒ การแก้้ไขรายการเฉพาะเรื่่�อง ๑๒๘ มาตรา ๕๒/๑ สิิทธิิการโอน/รัับมรดก/การแก้้ไข ตามมาตรา ๕๑, ๕๒ ภายในหกสิิบวััน ๑๒๙ ส่่วนที่่� ๔ การต่่ออายุุและการเพิิกถอนการจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๕๓ – มาตรา ๖๗) มาตรา ๕๓ อายุุสิิบปีีนัับแต่่วัันจดทะเบีียน ๑๓๐ มาตรา ๕๔ การขอต่่ออายุุการจดทะเบีียนภายในสามเดืือนก่่อนวัันสิ้้�นอายุุ๑๓๐ มาตรา ๕๕ กรณีีการต่่ออายุุอีีกสิิบปีีนัับแต่่วัันสิ้้�นอายุุการจดทะเบีียนเดิิม ๑๓๒ มาตรา ๕๖ การไม่่ต่่ออายุุภายในกำำหนดเวลาถููกเพิิกถอน ๑๓๔ มาตรา ๕๗ การขอเพิิกถอน การจดทะเบีียนต้้องได้้รัับความยิินยอม จากผู้้ได้้รัับอนุุญาต ๑๓๔ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 8 - มาตรา ๕๘ การเพิิกถอนการจดทะเบีียนกรณีีเจ้้าของเครื่่�องหมายมิิได้้ปฏิิบััติิ ตามเงื่่�อนไขที่่�นายทะเบีียนกำำหนด ๑๓๕ มาตรา ๕๙ การเพิิกถอนการจดทะเบีียนกรณีีเจ้้าของเครื่่�องหมาย/ตััวแทน เลิิกตั้้�งสำำนัักงานในประเทศไทย ๑๓๕ มาตรา ๖๐ การแจ้้งคำำสั่่�งเพิิกถอนการจดทะเบีียน ๑๓๖ มาตรา ๖๑ ผู้้มีีส่่วนได้้เสีียขอให้้เพิิกถอน ๑๓๗ มาตรา ๖๒ การเพิิกถอนเครื่่�องหมายการค้้าที่่�ไม่่ชอบ ๑๔๐ มาตรา ๖๓ การเพิิกถอนเพราะไม่่ใช้้เครื่่�องหมายการค้้า ๑๔๑ มาตรา ๖๔ วิิธีีการเพิิกถอนเครื่่�องหมายการค้้า ๑๔๑ มาตรา ๖๕ แจ้้งคำำสั่่�งพร้้อมด้้วยเหตุุผลให้้ผู้้ร้้องขอให้้เพิิกถอน ๑๔๒ มาตรา ๖๖ การเพิิกถอนกรณีีเครื่่�องหมายกลาย เป็็นสิ่่�งสามััญ ๑๔๓ มาตรา ๖๗ การเพิิกถอน กรณีีมีีสิิทธิิในเครื่่�องหมายการค้้าดีีกว่่า และ อายุุความฟ้้องคดีี ๑๔๔ ส่่วนที่่� ๕ การอนุุญาตให้้ใช้้เครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๖๘ – มาตรา ๗๙) มาตรา ๖๘ แบบของสััญญาอนุุญาตให้้ใช้้เครื่่�องหมายการค้้า ๑๕๑ มาตรา ๖๙ การรัับจดทะเบีียนสััญญาอนุุญาต ๑๕๔ มาตรา ๗๐ ผลการใช้้เครื่่�องหมายการค้้าของผู้้ได้้รัับอนุุญาต ๑๕๕ มาตรา ๗๑ การแก้้ไขเปลี่่�ยนแปลงสััญญาอนุุญาต ๑๕๕ มาตรา ๗๒ การขอให้้เพิิกถอนสััญญาอนุุญาต ๑๕๖ มาตรา ๗๓ การยื่ ่� นคำำชี้้�แจงไม่่น้้อยกว่่าสิิบห้้าวัันและไม่่เกิินหกสิิบวัันนัับแต่่ วัันที่่�ได้้รัับหนัังสืือแจ้้ง ๑๕๗ มาตรา ๗๔ การแจ้้งและผลเพิิกถอน สััญญาอนุุญาต ๑๕๗ มาตรา ๗๕ ผลของคำำสั่่�งคณะกรรมการกรณีีเพิิกถอนสััญญาอนุุญาต ๑๕๘ มาตรา ๗๖ ผลของการเพิิกถอนเครื่่�องหมายการค้้ากัับสััญญาอนุุญาต ๑๕๘ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 9 - มาตรา ๗๗ การให้้สิิทธิิใช้้เครื่่�องหมายไม่่เป็็นการผููกขาด เว้้นแต่่ต้้องห้้าม ตามสััญญา ๑๕๘ มาตรา ๗๘ สิิทธิิของผู้้รัับอนุุญาต ๑๕๙ มาตรา ๗๙ ห้้ามโอนสิิทธิิการอนุุญาตให้้ใช้้๑๕๙ มาตรา ๗๙/๑ สััญญาอนุุญาตฯมิิได้้กำำหนดเป็็นอย่่างอื่ ่� น ๑๕๙ หมวด ๑/๑ การจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้าภายใต้้พีีธีีสารมาดริิด (มาตรา ๗๙/๒ - มาตรา ๗๙/๑๕) มาตรา ๗๙/๒ “พิิธีีสารมาดริิด” “คำำขอจดทะเบีียนระหว่่างประเทศ” “สำำนัักระหว่่างประเทศ” “สำำนัักงานต้้นทาง” ๑๖๐ มาตรา ๗๙/๓ การจดทะเบีียนเครื่่�องหมายภายใต้้พิิธีีสารมาดริิด ๑๖๑ มาตรา ๗๙/๔ คุุณสมบััติิผู้้มีีสิิทธิิยื่ ่� นคำำขอจดทะเบีียนระหว่่างประเทศ ๑๖๑ มาตรา ๗๙/๕ สิิทธิิขอรัับความคุ้้มครองต่่อภาคีีอื่่� น ๑๖๑ มาตรา ๗๙/๖ การรัับแจ้้งขอจดทะเบีียนระหว่่างประเทศขอรัับความคุ้้มครอง ๑๖๒ มาตรา ๗๙/๗ กรณีีถืือว่่าวัันที่่�ยื่ ่� นคำำขอจดทะเบีียนระหว่่างประเทศ ต่่อสำำนัักงานต้้นทางเป็็นวัันที่่�จดทะเบีียน ๑๖๓ มาตรา ๗๙/๘ กรณีีมีีการระบุุรัับความคุ้้มครองในราชอาณาจัักร ๑๖๓ มาตรา ๗๙/๙ นายทะเบีียนบัันทึึกเครื่่�องหมายการค้้าได้้รัับการจดทะเบีียน ระหว่่างประเทศและมีีผล ๑๖๓ มาตรา ๗๙/๑๐ กรณีีคำำขอจดทะเบีียนถููกถอนคืืน ละทิ้้�ง ปฏิิเสธ เพิิกถอน ๑๖๔ มาตรา ๗๙/๑๑ กรณีีการคุ้้มครองในราชอาณาจัักรถููกเพิิกถอนโดย สำำนัักระหว่่างประเทศ ๑๖๕ มาตรา ๗๙/๑๒ หนัังสืือเรีียก หนัังสืือแจ้้ง ๑๖๕ มาตรา ๗๙/๑๓ การขอ,จดทะเบีียนระหว่่างประเทศ ๑๖๖ มาตรา ๗๙/๑๔ ออกกฎกระทรวงให้้สอดคล้้องกัับพิิธีีสารมาดริิด ๑๖๖ มาตรา ๗๙/๑๕ บัังคัับใช้้โดยอนุุโลม ภายใต้้พิิธีีสารมาดริิด ๑๖๖ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 10 - หมวด ๒ เครื่่�องหมายบริิการและเครื่่�องหมายรัับรอง (มาตรา ๘๐ – มาตรา ๙๓) มาตรา ๘๐ บทบััญญััติิที่่�นำำ มาใช้้ร่่วมกัับเครื่่�องหมายบริิการ ๑๖๗ มาตรา ๘๑ บทบััญญััติิที่่�นำำ มาใช้้ร่่วมกัับเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๑ มาตรา ๘๒ การยื่ ่� นขอจดทะเบีียนเครื่่�อง หมายรัับรอง ๑๗๑ มาตรา ๘๓ การตรวจคำำขอเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๒ มาตรา ๘๔ นายทะเบีียนไม่่รัับ คำำขอจดทะเบีียนเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๒ มาตรา ๘๕ การประกาศโฆษณาเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๓ มาตรา ๘๖ การขอแก้้ไขข้้อบัังคัับ การใช้้ เครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๓ มาตรา ๘๗ การรัับจดทะเบีียนแก้้ไขข้้อบัังคัับ ๑๗๓ มาตรา ๘๘ การปฏิิเสธไม่่รัับจดทะเบีียนเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๔ มาตรา ๘๙ กรณีีได้้รัับความเสีียหายจากคำำสั่่�งสิิทธิิอุุทธรณ์์ภายในหกสิิบวััน ๑๗๔ มาตรา ๙๐ ข้้อจำำกััดสิิทธิิของผู้้เป็็นเจ้้าของเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๔ มาตรา ๙๑ การอนุุญาตให้้ใช้้เครื่่�องหมายรัับรองกัับสิินค้้า หรืือบริิการ ๑๗๔ มาตรา ๙๒ การโอนสิิทธิิเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๕ มาตรา ๙๓ การสิ้้�นสภาพของเครื่่�องหมายรัับรอง ๑๗๕ หมวด ๓ เครื่่�องหมายร่่วม (มาตรา ๙๔) มาตรา ๙๔ ให้้นำำบทบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้ามาใช้้บัังคัับเครื่่�องหมายร่่วม ๑๗๖ หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่่�องหมายการค้้า (มาตรา ๙๕ – มาตรา ๑๐๒) มาตรา ๙๕ องค์์ประกอบคณะกรรมการเครื่่�องหมายการค้้า ๑๗๖ มาตรา ๙๖ อำำนาจและหน้้าที่่�ของคณะกรรมการ ๑๗๗ มาตรา ๙๗ วาระกรรมการ ๑๗๘ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 11 - มาตรา ๙๘ การพ้้นตำำแหน่่งตามวาระ ๑๗๙ มาตรา ๙๙ การประชุุมของคณะกรรมการ ๑๗๙ มาตรา ๙๙ ทวิิ แต่่งตั้้�งคณะกรรมการเชี่่�ยวชาญเฉพาะเรื่่�อง ๑๘๐ มาตรา ๑๐๐ การแต่่งตั้้�งคณะอนุุกรรมการ ๑๘๑ มาตรา ๑๐๑ วิิธีีการยื่ ่� นอุุทธรณ์์ คำำร้้องขอให้้เพิิกถอนการจดทะเบีียน สััญญาอนุุญาตให้้ใช้้เครื่่�องหมาย ๑๘๑ มาตรา ๑๐๒ การสอบเพิ่่�มเติิมโดยคณะกรรมการ ๑๘๑ หมวด ๕ เบ็็ดเตล็็ด (มาตรา ๑๐๓ – มาตรา ๑๐๖ จััตวา) มาตรา ๑๐๓ การขอตรวจดููทะเบีียน และคััดสำำเนา ๑๘๒ มาตรา ๑๐๔ วิิธีีการส่่งหนัังสืือ และผล ๑๘๒ มาตรา ๑๐๕ ภููมิิลำำเนาเพื่่�อการฟ้้องคดีี ๑๘๓ มาตรา ๑๐๖ การยกเว้้นค่่าธรรมเนีียม ๑๘๓ มาตรา ๑๐๖ ทวิิอำำนาจของนายทะเบีียน/พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่� ๑๘๔ มาตรา ๑๐๖ ตรีี การปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของนายทะเบีียน หรืือพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่� ต้้องแสดงบััตรประจำำตััว ๑๘๕ มาตรา ๑๐๖ จััตวา เจ้้าพนัักงานตามกฎหมายอาญา ๑๘๕ หมวด ๖ บทกำำหนดโทษ (มาตรา ๑๐๗ – มาตรา ๑๑๖) มาตรา ๑๐๗ ยื่ ่� นหรืือแสดงข้้อความอัันเป็็นเท็็จจริิง ๑๘๗ มาตรา ๑๐๘ โทษปลอมเครื่่�องหมายการค้้า ๑๘๗ มาตรา ๑๐๙ เลีียนเครื่่�องหมายการค้้า/บริิการ/รัับรองหรืือเครื่่�องหมายร่่วม ๑๙๒ มาตรา ๑๐๙/๑ กรณีีความผิิดนำำหีีบห่่อ/ภาชนะที่่�แสดงเครื่่�องหมายการค้้า ของบุุคคลอื่ ่� นมาใช้้กัับสิินค้้าตน ๑๙๗ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 12 - มาตรา ๑๑๐ โทษการนำำเข้้ามาจำำหน่่าย เสนอขายฯ ๑๙๗ มาตรา ๑๑๑ โทษแสดงเครื่่�องหมายมิิได้้จดทะเบีียน ๒๐๐ มาตรา ๑๑๒ โทษฝ่่าฝืืนตามมาตรา ๙๐ ๒๐๑ มาตรา ๑๑๒ ทวิิขััดขวางการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของนายทะเบีียน/พนัักงาน เจ้้าหน้้าที่่� ๒๐๑ มาตรา ๑๑๒ ตรีี ไม่่อำำนวยความสะดวกแก่่นายทะเบีียน/พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่� ๒๐๒ มาตรา ๑๑๓ เหตุุเพิ่่�มโทษ ๒๐๒ มาตรา ๑๑๔ ผู้้กระทำำผิิดร่่วม ๒๐๓ มาตรา ๑๑๕ ให้้ริิบสิินค้้าที่่�ใช้้ให้้ริิบหรืือมีีไว้้เพื่่�อจำำหน่่าย ๒๐๔ มาตรา ๑๑๖ วิิธีีการชั่่�วคราวก่่อนเริ่่�มคดีี ๒๐๕ บทเฉพาะกาล (มาตรา ๑๑๗ – มาตรา ๑๒๓) มาตรา ๑๑๗ เครื่่�องหมายการค้้าตามกฎหมายเดิิม ๒๐๖ มาตรา ๑๑๘ คณะกรรมการเครื่่�องหมายการค้้าตามกฎหมายเดิิม ๒๐๖ มาตรา ๑๑๙ การดำำเนิินการต่่อ คำำขอที่่�ยื่ ่� นไว้้ตามกฎหมายเดิิม ๒๐๗ มาตรา ๑๒๐ การขอต่่ออายุุเครื่่�องหมายการค้้าตามกฎหมายเดิิม ๒๐๘ มาตรา ๑๒๑ การอุุทธรณ์์คำำสั่่�งหรืือคำำวิินิิจฉััยตามกฎหมายเดิิม ๒๐๘ มาตรา ๑๒๒ การเริ่่�มนัับกำำหนดเวลาการอุุทธรณ์์ตามกฎหมายเดิิม ๒๐๘ มาตรา ๑๒๓ กฎกระทรวง ประกาศ และระเบีียบที่่�ออกตามกฎหมายเดิิม ๒๐๙ ------------------------------------ สารบััญ หน้้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 13 - พระราชบััญญััติิเครื่่�องหมายการค้้า พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้้ไขเพิ่่�มเติิม (ฉบัับที่่� ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙* -------------------- ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่ องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดย ค�ำแนะน�ำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่ องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก�ำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘ ตอนที่ ๑๙๙ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ------------------------ * https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=302661&ext=html
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 14 - (๑) พระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๓ ให้ยกเลิก มาตรา ๓ ผลการยกเลิกกฎหมายเดิม ตามมาตรา ๓ (๑) และ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่ เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๘๓๕/๒๕๔๕ มาตรา ๓ วรรค แรก บัญญัติให้ยกเลิกเฉพาะพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ และพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ เท่านั้น มิได้ให้ยกเลิกความผิดตามประประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบมาตรา ๒๗๓ จำเลยเสนอจำหน่ายสินค้ากระเป๋าที่มี เครื่องหมายการค้าซึ่งมีผู้ทำปลอมที่ได้จดทะเบียน ไว้นอกราชอาณาจักร เป็นความผิดและต้องรับ โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒ ฎีกาที่ ๒๖๙/๒๕๔๙ มาตรา ๓ วรรค สอง พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ให้ใช้ (๒) พระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๕๐๔ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๑๐๙ และ ๑๑๐ แทนบทบัญญัติตาม มาตรา ๒๗๔ และตามมาตรา ๒๗๕ แห่ง ป.อ. แล้ว การปรับบทกฎหมายไม่ต้องอ้างบทบัญญัติใน มาตรา ๒๗๔ และ ๒๗๕ แห่งประมวลกฎหมาย อาญา อีก ฎีกาที่ ๘๑๕๔/๒๕๕๔ มาตรา ๓ วรรค สอง ได้บัญญัติให้การเอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ อันเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนภายใน ราชอาณาจักรไปใช้กับสินค้าย่อมได้รับความ คุ้มครองตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ไว้โดยเฉพาะแล้ว ไม่เป็นความผิดที่ต้องปรับ บทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) อีกต่อไป มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “เครื่ องหมาย” หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ช ื่อ ค�ำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือช ื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือ รูปทรงของวัตถุ เสียง หรือสิ่งเหล่านี้อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน คำว่า “เครื่องหมาย” มีการพัฒนาแก้ไขมาโดยลำดับ ดังนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 15 - (๑) ค�ำนิยาม ค�ำว่า “เครื่องหมาย” ความเดมิในพระราชบัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๓ ตามความหมายแห่ง พระ ราฃบัญญัตินี้ ถ้าตัวบทมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่าง อื่น คำว่า “เครื่องหมาย” ให้กินความถึงภาพ อัน คิดขึ้น ตรา คำจ่าหน้า ใบสลาก ตั๋ว นาม ลายมือ ชื่อ คำตัวหนังสือ ตัวเลข หรือชุมนุมแห่งสิ่งเหล่านี้ (๒) ค�ำนิยาม ค�ำว่า “เครื่องหมาย” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การ ค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมในพระราช บัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซงึ่ถูก ยกเลิก ไปดังนี้ “เครื่องหมาย” หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ หรือสิ่งเหล่านี้อย่างหนึ่งอย่างใด หรอืหลายอย่างรวมกันแต่ไมหม่ายความรวมถึงแบบ ผลิตภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร (๓) ค�ำนิยาม ค�ำว่า “เครื่องหมาย” ความเดิมในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “เครื่องหมาย” หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัว หนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่าง หรือรูปทรงของวัตถุหรือสิ่งเหล่านี้ อย่างหนึ่งอย่าง ใดหรือหลายอย่างรวมกัน (๔) ดูคำสั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อมูลสืบค้นไดจ้ากกรมทรัพย์สินทางปัญญา www. ipthailand.go.th และกฤษฎกา www.krisdika.go.th) ี (๕) ค�ำนิยาม “เครื่องหมาย” มี ค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๙๗/๒๕๔๖ เครองื่หมายการค้า มีวตถั ปุระสงค์เพื่อแยกความ แตกต่างระหว่างสินค้า ของเจ้าของเครื่องหมายการ ค้ากับสินค้าของผู้อื่น และเพื่อระบุว่าสินค้านันเ้ป็นของเจ้าของเครองื่หมาย การค้าอันเป็นประโยชน์ในการจำหน่ายสินค้าของ ตน สินค้าทอยี่ ่ในกล่องนัูน เ้ป็นของโจทก์ท ๑ บริษัท ี่ พ. เป็นเพียงผู้ให้บริการรับซ่อมเท่านัน้มิไดมี้ลักษณะ เป็นการใช้ข้อความหรอเครืองื่หมายทแี่สดงว่าสินค้า ดังกล่าวเป็นของบริษัท พ. หรือเป็นของจำเลยผู้นำ มาจำหน่าย จำเลยที่ซื้อสินค้าของโจทก์ที่ ๑ จาก ตวัแทนของ โจทก์ท ๑ ใน ี่สิงคโปร์ นำเข้ามาจำหน่าย ในประเทศไทย โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ท ๑ ี่จึงไม่เป็นการใช้เครองื่หมาย การค้าอันเป็นการ ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ ๑ ฎีกาที่ ๑๒๕๔๐/๒๕๔๗ รูปลายเส้น คล้ายปีกนกเป็นรูปรอยประดิษฐ์ที่ใช้ ประกอบการ ค้าของโจทก์ เมื่อโจทก์ได้นำรูปน ี้ไป จดทะเบียน เป็นเครองื่หมายการค้า มีผลให้ได้รับ ความคุ้มครอง ฎีกาที่ ๗๐๒๔/๒๕๔๙ มาตรา ๔ แห่ง พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ให้ ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่าง หรือรูปทรงของวัตถุหรือสิ่งของเหล่านี้อย่าง ใดอย่างหนึง่หรอืหลายอย่างรวมกันเป็นเครองื่หมาย การค้าได้ ฎีกาที่ ๒๐๔๔/๒๕๕๒ เครองื่หมายการค้า อันพึงได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมายจะต้องมี ลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจ ได้ว่า สินค้าที่ใช้ เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครองื่หมายการค้าของโจทก์เป็นภาพประดิษฐ์คล้าย หยดน้ำถือว่าเป็นภาพประดิษฐ์ตามความหมายของ คำว่า “เครองื่หมาย” ในพระราชบัญญัติเครองื่หมาย การค้าฯ มาตรา ๔ เมื่อโจทก์มีความประสงค์จะใช้ เป็นที่หมายหรอเกืยี่วข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้า ที่ใช้เครื่องหมายน ี้ของโจทก์แตกต่างจากสินค้าของ บุคคลอื่น ย่อม ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้า ตาม พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา ๔ ได้ แต่จะเป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียน หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามมาตรา ๖ (๑) และ มาตรา ๗ ว่าเครองื่หมายดังกล่าวมีลักษณะบ่งเฉพาะ หรือไม่
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 16 - “เครื่ องหมายการค้า” หมายความว่า เคร ื่ องหมายที่ใช้หรือจะใช้ เป็นที่หมาย หรือเก ี่ยวข้องกับสินค้าเพ ื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่ องหมาย ของเจ้าของเคร ื่ องหมายการค้านั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่ องหมายการ ค้าของบุคคลอ ื่ น ฎีกาที่ ๕๔๖๖/๒๕๕๒ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์เป็นรูปคลนื่ ประดิษฐ์ พจิารณา ได้ว่าเครื่องหมายของโจทก์นี้ เป็นภาพประดิษฐ์ตาม ความหมายคำว่า “เครองื่หมาย” ในมาตรา ๔ โจทก์ ประสงค์จะใช้ เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่า สินค้าทใช้เคร ี่องื่หมายนของโ ี้ จทก์แตก ต่างจาก สินค้าของบุคคลอื่น ย่อมถือว่าเป็น เครื่องหมายการค้าตาม พ.ร.บ. .เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ แตจ่ะเป็นเครองื่หมายการค้า อันพึงรับจดทะเบียนหรือไม่นั้นย่อมต้องพิจารณา ตามมาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๗ คำว่า “เครื่องหมายการค้า” มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนี้ มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ความเดิมของ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ คำว่า “เครื่องหมายการค้า” หมายความว่า เครื่องหมายซึ่งใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือ เกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อสำแดงว่าสินค้านั้นๆ เป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าโดยได้ทำขึ้น โดย การเลือก โดยให้คำรับรอง โดยทำการค้าขายสินค้านั้น หรือโดยเป็นผู้เสนอขาย” ค�ำนิยาม “เครื่องหมายการค้า” มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๓๕๔/๒๕๐๖ บุคคลใดประดิษฐ์ เครื่องหมายการค้าขึ้นเพื่อแสดงว่าสินค้านั้น ๆ เป็น ของตน แม้จะยังไม่ได้สำแดงกับสินค้าย่อมถือเป็น เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๓ พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ฎีกาที่ ๙๕๘/๒๕๐๖ โจทก์จดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารูปช้างภายในรูปดาวสำหรับ สินค้ารองเท้ายาง ต่อมาไดจด้ทะเบยนรี ูปดาวภายใน เส้น คชกริช เป็นลวดลายของพื้นรองเท้าที่โจทก์ ผลิตขึ้น โจทก์หาได้ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าไม่ รูปดาวภายในเส้นคชกริชที่พื้นรองเท้าของโจทก์ ย่อมไม่ใช่เครื่องหมายการค้า ฎีกาที่ ๕๔๔๙/๒๕๔๙ ตามพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔ ระบุว่า เครื่องหมายการค้า หมายความว่า เครื่อง หมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับ สินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของ เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างกับสินค้าที่ ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ดังนั้น เมื่อ โจทก์นำสืบว่า โจทก์มีความประสงค์ที่จะใช้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 17 - “เครื่ องหมายบริการ” หมายความว่า เคร ื่ องหมายที่ใช้หรือจะใช้ เป็นที่หมายหรือเก ี่ยวข้องกับบริการเพ ื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่ องหมาย ของเจ้าของเคร ื่ องหมายบริการนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่ องหมาย บริการของบุคคลอ ื่ น เครื่องหมายการค้าพิพาทกับสินค้าของตน คือ แอปเปิ้ลที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธี เพื่อให้สาธารณชน ทราบว่าเป็นสินค้าของโจทก์ซึ่งแตกต่างกับ สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นแล้ว เครื่องหมาย การค้าย่อมมีลักษณะเป็นเครื่องหมาย การค้าตามบทกฎหมายดังกล่าว ฎีกาที่ ๓๐๑๗/๒๕๕๔ พ.ร.บ.เครื่อง หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ เครื่องหมาย การค้า จึงหมายถึงเครื่องหมาย ไม่ใช่สินค้า ส่วน เครื่องหมายการค้าที่ติดอยู่ที่เสื้อกางเกงของกลาง ผู้ที่ทำขึ้นเป็นใครไม่ทราบจึงย่อมฟังลงโทษจำเลย ที่ ๑ ในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของ ผู้เสียหายทั้งสี่ไม่ได้ ค�ำนิยามค�ำว่า “เครื่องหมายบริการ” มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ “เครื่องหมายรับรอง” หมายความว่า เครื่องหมายที่เจ้าของ เครื่องหมายรับรองใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ ของบุคคลอื่นเพื่อเป็นการรับรองเกี่ยวกับแหล่งก�ำเนิด ส่วนประกอบ วิธีการ ผลิต คุณภาพ หรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้านั้น หรือเพื่อรับรองเกี่ยวกับ สภาพ คุณภาพ ชนิด หรือคุณลักษณะอื่นใดของบริการนั้น ฎีกาที่ ๕๔๔๘/๒๕๕๔ เครื่องหมาย บริการ ที่ข้อความจะเป็นเครื่องหมายบริการได้ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๔ คือ เป็น เครองื่หมายทใช้เ ี่ ป็นที่หมายหรอเกืยี่วข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของ เครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เครื่องหมาย บริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” แม้ จะมีลักษณะเป็นคำบรรยาย ซึ่งเมื่อผู้ใช้บริการเห็น เครองื่หมายบริการข้อความดังกล่าวก็ทราบได้ทันที ว่าเป็นเครองื่หมายบริการของโจทก์และเครองื่หมาย บริการดังกล่าวจะปรากฏเฉพาะที่ร้านอาหารที่ใช้ เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการ “BURGER KING” ของโจทก์และไม่ปรากฏอยู่ใน ร้านที่ขายอาหารประเภทเดียวกันที่ไม่ใช่ร้านของ โจทก์ เครื่องหมายมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือ ผู้ใช้บริการนั้นทราบและเข้าใจได้ว่าบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 18 - “เครื่องหมายร่วม” หมายความว่า เครื่องหมายการค้าหรือ เครื่องหมายบริการที่ใช้หรือจะใช้โดยบริษัท หรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคล หรือ องค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน “ผู้ได้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตตามพระราช บัญญัตินี้จากเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ได้จด ทะเบียนแล้วให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั้น “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติ การตามพระราช บัญญัตินี้ คำนิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับ ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ “นายทะเบียน”หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นนาย ทะเบียนเพื่อปฏิบัติ การตามพระราชบัญญัตินี้ คำนิยามคำว่า “นายทะบียน” ดูประกาศกระทรวงพาณิชย์ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา คำนิยามคำว่า “อธิบดี” ปัจจุบันได้มีการแบ่งส่วนราชการบริหารในกระทรวงพาณิชย์ใหม่ให้ เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา คำนิยามเดิมใช้คำว่า “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดี กรมทะเบียนการค้า “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 19 - มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระ ราชบัญญัตินี้ และให้มีอ�ำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงก�ำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัติ นี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และก�ำหนดกิจการอื่น ตลอดจนออกประกาศ ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๑) มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แก้ไขโดยพระ ราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมตามพระราช บัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี อำนาจแต่งตงนายทะเบั้ยนออกกฎกระทรีวงกำหนด ค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นกับออกประกาศ ทั้งน ี้ เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้” ความเดิมตามพระราชบัญญัติเครื่อง หมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งถูกยกเลิก ไปดังนี้ “มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี อำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นกับ ออกประกาศ ทั้งน ี้ เพื่อปฏิบัติการตามพระราช บัญญัตินี้” มาตรา ๕ วรรคสอง ดููกฎกระทรวง และประกาศกระทรวงพาณิิชย์์ ( http://www.ipthailand.go.th/ images/2284/DocumentTM2562.pdf และราชกิจจิานุุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/050/T_0011. PDF ) (๒) ดููประกาศกระทรวงพาณิิชย์์ ( http:// www.ipthailand.go.th/images/2284/DocumentTM2562. pdf และราชกิจจิานุุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc. go.th/DATA/PDF/2562/E/050/T_0011.PDF ) (๓) มาตรา ๕ นี้้มีีคำำพิิพากษาฎีีกาที่่ เกี่่ยวข้้องดัังนี้้ ฎีกาที่ ๒๒๘๑/๒๕๓๑ ผู้ขอต้องชำระ ค่าธรรมเนียมเมื่อยื่นคำขอ จำเลยย่อมมีอำนาจ หน้าที่ในการที่จะรับเงินนั้นไว้เงินที่จำเลยรับไว้แล้ว จึงเป็นเงินของจำเลยที่ได้รับมาตามอำนาจหน้าที่ เมื่อไม่มีกฎหมายให้ต้องคืน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียก คืนได้ ฎีกาที่ ๘๖๕๕/๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา ๕ แต่งตั้งให้ผู้อำนวยการกองตรวจสอบ ๒ ผู้อำนวย การกองบริการและเผยแพร่ ผู้อำนวยการกอง ทะเบียนและหนังสือสำคัญ และข้าราชการตั้งแต่ ระดับ ๖ ขึ้นไป ใน ๓ กองดังกล่าวเป็นนายทะเบียน เครื่องหมายการค้า ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง แต่งตั้งนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้ว ให้ใช้บังคับได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 20 - “เครื่องหมายอันพึงรับจดทะเบียนได้” มี การแก้ไขมา ดังนี้ (๑) มาตรา ๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ความเดิมของพระ ราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูก ยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๔ ท่านว่าสิ่งอันกล่าวต่อไปน ี้ เป็นสาระสำคัญต้องมีสิ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อยอยู่ใน เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ (๑) ชื่อบริษัท ชื่อเอกชนหรือชื่อห้าง แสดงโดยลักษณะพิเศษหรือเฉพาะ (๒) ลายมือชอของื่ผู้ขอจดทะเบยน ีหรอื ของผู้อย่ในูตำแหน่งของผู้นัน้มาก่อนในกิจการค้าขายนัน้ (๓) คำที่ประดิษฐ์ขึนค้ำหนึง่หรอืหลายคำ หมวด ๑ เครื่องหมายการค้า ------------ ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ---------------------- มาตรา ๖ เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ต้องประกอบด้วย ลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ มาตรา ๖ (๑) นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้ดังนี้ ฎีกาที่ ๓๕๔๓/๒๕๔๕ คำว่า “TRUSTY” มีความหมายว่า ไว้วางใจ เชื่อถือได้เมื่อนำไปใช้กับ สินค้าในจำพวกที่ ๓๑ เป็นคำที่ไม่ได้เล็งถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าสัตว์โดยตรง เป็นคำที่มี ลักษณะบ่งเฉพาะ เมื่อนำไปใช้เป็นเครื่องหมายการ ค้าตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) จึงมีลักษณะอันพึง รับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ (๑) (๔) คำเดียวหรือหลายคำอันไม่ได้เล็งถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติแห่งสินค้าโดยตรง และตาม ความหมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดาไม่เป็นชื่อใน ภูมิศาสตร์หรือนามสกุล (๕) เครื่องหมายอื่น ๆ อันมีลักษณะบ่ง เฉพาะ แต่ท่านว่า ชื่อ ลายมือชื่อคำ ๆ หนึ่ง หรือ หลายคำ อันมิได้อยู่ภายในบรรยายอันกล่าวไว้ใน วรรค (๑) (๒) (๓) และ (๔) นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐาน มาแสดงว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะก็มิให้รับจดทะเบียน ตามความหมายแห่งมาตราน ี้ คำว่า “ลักษณะบ่งเฉพาะ” หมายความว่า นำมาทำให้ เหมาะเพื่อจะใช้ให้เห็นว่าสินค้าของเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้นผิดกับสินค้าของผู้อื่น”
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 21 - ฎีกาที่ ๕๑๔๐/๒๕๔๗ สินค้าที่เป็น ของเหลวหรือมีของเหลวอยู่ด้วยซึ่งใช้กับผิวหนัง หรือเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของของเหลวหรือครีม สำหรับผิวหนัง คำว่า “DERMACREAM” เป็นคำ ที่มีความหมายเล็งถึงลักษณะของสินค้าโดยตรงอัน ไมมี่ ลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๔๖๗๖/๒๕๔๙ โจทก์ได้ขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า “NEWMAX” เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกสินค้ากระดมุแป๊บ ทยึี่ดแบบ เลื่อน ซิป ที่ยึดซิป หัวเข็มขัดใช้กับเสื้อผ้า/รองเท้า กระดุมตะขอ ตาไก่ใช้กับเสื้อผ้า ตรา/เครื่องแสดง สัญลักษณ์ติดเสื้อผ้าที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะ เป็นสินค้า เกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่น เมื่อเป็นคำรวมกันว่า “NEWMAX” ไม่มีคำแปลและไม่ได้สื่อให้เกิดความ หมายให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเครื่องหมาย การค้าที่แสดงถึงรุ่นใหม่ที่สุดหรือสมัยใหม่ที่สุด เครองื่หมายการค้า คำว่า “NEWMAX” จึงมีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ (๑), (๒) อันพึงจดทะเบียน ได้ตามมาตรา ๖ ฎีกาที่ ๕๒๔๙/๒๕๔๙ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์ เป็นอักษรโรมันคำว่า “SOFT CARE” ส่วนเครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้าน เป็น รูปผู้หญิงโอบกอดทารกและมีอักษรโรมันคำว่า “CARE” เครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้านเกือบ ทั้งหมดก็ใช้กับสินค้าต่างจำพวกกับเครื่องหมาย การค้าของโจทก์ แต่เครื่องหมายการค้าของผู้ คัดค้านจดทะเบียนรายการสินค้าเป็นแปรงสีฟัน ส่วนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ขอจดทะเบียน รายการสินค้าเป็นที่จ่ายสบู่เหลว รายการสินค้า จึง ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แม้คำว่า “SOFT” จะแปล ว่า “อ่อนนุ่ม” คำดังกล่าวจึงมิใช่คำทเล็ง ี่ถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง จึงถือเป็น คำที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เครองื่หมายการค้าของ โจทก์เป็นเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียน ได้มาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่๔๑๒๘/๒๕๕๐ เครองื่หมายการค้า ที่โจทก์ขอจดทะเบียนมีส่วนที่เป็นสาระสำคัญสอง ส่วน คือ คำว่า “POPCORN” หรือ “ข้าวโพดคั่ว” และคำว่า “CHICKEN” หรือ “ไก่” รวมกันแล้ว หมายถึง ไก่ข้าวโพดคั่ว ใช้กับสินค้าที่เป็นเนื้ อสัตว์ เน้นที่สัตว์ปีกโดยเฉพาะอาหารที่มีไก่เป็นส่วนผสม จึงนับได้ว่ามุ่งประสงค์ที่จะให้เล็งถึงลักษณะของ สินค้าโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ารายการที่ ๑๗ อาหารที่มีไก่เป็นส่วนผสม จึงไม่มีลักษณะบ่ง เฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ต้องห้ามมิให้ จดทะเบียนตามมาตรา ๖ (๑) หากยอมให้จดทะเบียนคำที่เล็งถึง ลักษณะของสินค้าโดยตรงเช่นนี้ย่อมทำให้โจทก์ ผูกขาดการใช้คำสามัญทแี่สดงถึงลักษณะของการนำ พืชหรอืสตวัม์าทำการแปรรูปเป็นอาหาร อันเป็นการ กีดกันสิทธิของบุคคลทั่วไปที่จะใช้คำเหล่านั้นโดย ชอบเกี่ยวกับการค้าของตน ฎีกาที่ ๑๑๔๖/๒๕๕๐ จำเลยทั้งสาม นำสืบว่า ชอเกาะ Raoul เ ื่ ป็นชอทื่ ี่ประชาชานทั่วไป รู้จักแต่มิได้นำสืบให้เห็นว่าประชาชนทั่วไปใน ประเทศไทยรู้จักหรือทราบถึงการมีอยู่ของเกาะนี้ ได้อย่างไร ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นชื่อทาง ภูมิศาสตร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปรู้จัก นอกจากน ี้ ชื่อ เกาะ Raoul ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสินค้า เครื่องหนังและเครื่องนุ่งห่มของโจทก์ ไม่บ่งบอก หรือสื่อความหมายให้ผู้ซื้อสินค้าเห็นหรือเข้าใจว่า สินค้าของโจทก์มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะดังกล่าว หรือทำให้ผู้ซื้อสับสนหลงผิดว่าสินค้าของโจทก์มา จากเกาะนั้น เครื่องหมายการค้าคำอักษรโรมันว่า RAOUL ของโจทก์จึงไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 22 - ประชาชนโดยทั่วไปรู้จัก ตามประกาศกระทรวง พาณิชย์ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๕) เรื่อง การกำหนด ชื่อทางภูมิศาสตร์ตามมาตรา ๗ (๒) แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าฯ ข้อ ๕ อันจะถือว่าเป็นชื่อทาง ภูมิศาสตร์ที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ (๒) แต่เป็นคำที่มีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ตามมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๕๔๓๒/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า ที่ขอจดทะเบียนของโจทก์ คือ ตัวอักษรและรูป BDF**** เป็นอักษรย่อมาจากชื่อของโจทก์ว่า “Beiersdorf AG” ซึ่งอักษรโรมัน ๓ ตัว คือ “B” “D” และ “F” แม้จะเป็นตัวอักษรโรมันลักษณะตัว พิมพ์ใหญ่ทั่วไป ไม่ใช่ตัวอักษรโรมันที่มีลักษณะ ประดิษฐ์เป็นพิเศษก็ตาม แต่การเรยงอักษรโร ีมันดัง กล่าวมีที่มาจากชื่อของโจทก์ ทั้งไม่น่าจะมีการเรียง ตวัอักษรโรมันในลักษณะเช่นนเ ี้ป็นการทั่วไปในสังคม เมื่อพจิารณาโดยรวมตามลักษณะทนี่ ำมาเรยงีต่อกัน หลังจากอักษรโรมัน เห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าที่ ขอจดทะเบยนของโ ีจทก์มีลักษณะพิเศษแตกต่างไป ถือว่าไม่เหมือนกับสิ่งสามัญที่มีอยู่มาก่อนอีกต่อไป และไม่ใช่เป็นกรณทีเี่ ป็นอุปสรรคหรอขั ืดขวางบุคคล อื่นในการที่จะใช้อักษร ภาพ หรือสิ่งสามัญใด ๆ ซึ่ง ควรจะเป็นสงทิ่ ี่สังคมสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ เครองื่หมาย การค้าของโจทก์จึงมีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๖๓๐/๒๕๕๑ โจทก์ยื่นขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดเป็นภาพขาวดำ มีจุดขาวรอบขวด ใช้กับสินค้าจำพวก ๓๒ รายการ สินค้า น้ำแร่ เครื่องดื่มชนิดอัดลม เครื่องดื่มชนิด ไม่อัดลม เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่อง หมายการค้า “รูปขวด” ของโจทก์ที่ขอจดทะเบียนมีลักษณะ พิเศษ รูปขวดของโจทก์มีลักษณะไม่เหมือนรูปขวด ทั่วไป แต่เป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๘) ถือได้ว่าเป็นเครื่องหมาย การค้าที่มี ลักษณะบ่งเฉพาะในตัวเองที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้ สินค้าทราบและเข้าใจได้ว่าสินค้าของโจทก์แตก ต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมาย การค้ารูปขวด ของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๑๗๘๓/๒๕๕๒ หากพิจารณา ว่าอักษรโรมันคำว่า “Global Sources” ไม่มีลัก ษณบ่งเฉพาะแล้ว ลำพังรูปโลกประดิษฐ์ยังไม่อาจ ทำให้เครื่องหมายการค้า/บริการนั้นได้รับการจด ทะเบียน ในการพิจารณาว่า เครื่องหมายการค้า/ บริการ ตามคำขอใดเป็นคำขอที่เล็งเห็นถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าและบริการโดยตรงหรือ ไม่นั้น มิจำต้องพิจารณาสินค้าและบริการแต่ละ ชนิดในรายการสินค้าและบริการที่ขอจดทะเบียน คำว่า “Global” นั้นแปลว่า “โลก, ทั่วโลก, เกี่ยว กับโลก” สว่นคำว่า “Sources” นันแ้ปลว่า “แหล่ง, ข้อมูล, แหล่งข้อมูล” เมื่อออกเสียงร่วมกันแล้วจึง มีความหมายว่า “แหล่งหรือข้อมูลของโลก” เมื่อ ใช้คำดังกล่าวกับคำขอซึ่งต่างมีสินค้าหรือบริการที่ เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร ย่อมเป็นคำที่เล็งถึง ลักษณะหรอคุณืสมบัติของสินค้าและบริการโดยตรง เครื่องหมาย การค้า/บริการของโจทก์ทั้งคำขอจึง ไม่อาจรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๑๖ ประกอบ มาตรา ๖ (๑) และ มาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๙๔๘๐/๒๕๕๒ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์เป็นการนำอักษรโรมัน ๓ ตัว คือ “T-C-L” มาเรยงีต่อกันในลักษณะของกลุ่มตวัอักษร ไม่มีความหมายทั่วไปในพจนานุกรม ไม่อาจออก เสียงเรียกขานให้พ้องกับคำสามัญที่มีอยู่ทั่วไปได้ ถือเป็นคำประดิษฐ์ที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจาก การเป็นตัวอักษรโรมันธรรมดา ถือเป็นคำประดิษฐ์ และมีลักษณะบ่งเฉพาะได้ตามมาตรา ๖ (๑)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 23 - ฎีกาที่ ๒๒๓๙/๒๕๕๔ เครองื่หมายหรอื คำบรรยายอันอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดเกี่ยวกับ “แหล่งกำเนิดสินค้า” หมายถึง เครองื่หมายหรอคื ำบรรยายที่สื่อความหมายถึงหรอื ทำให้เข้าใจว่าเป็นประเทศ เมือง หรือสถานที่อัน เป็นแหล่งกำเนิดหรือที่มาของสินค้าที่ใช้ เครื่องหมายการค้าดังกล่าวโดยตรงเท่านั้น ไม่อาจ ตีความโดยขยายความให้หมายความรวมถึง เครองื่หมายหรอคื ำบรรยายที่สื่อความหมายถึงหรอื ทำให้เข้าใจว่าเป็นคนสัญชาติของประเทศหรือ บุคคลซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่นั้นๆ ด้วยได้ สำหรับ เครื่องหมายการค้าคำว่า คำทั้ง สองคำรวมเข้าด้วยกันเป็น “Von Dutch” แปล ความหมายได้ว่า “มาจากชาวเนเธอร์แลนด์” มี ความหมายสื่อถึงคนชาติเนเธอร์แลนด์โดยตรง หา ได้สื่อความหมายถึงประเทศเนเธอร์แลนด์อันเป็น ชอเรื่ยกีสถานทอยี่ ่ในคูวามหมายของ “แหล่งกำเนิด ของสินค้า” ยังถือไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าดัง กล่าวมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนเพราะ อาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความ เป็นเจ้าของสินค้าด้วย โจทก์นำคำดังกล่าวมาขอ จดทะเบยนเี ป็นเครองื่หมาย การค้ากับสินค้าจำพวก ๒๕ รายการสินค้า จึงเป็นคำหรือข้อความอันไม่ได้ เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าในรายการ สินค้าจำพวก ๒๕ ดังกล่าวโดยตรง และไม่เป็นชื่อ ทางภูมิศาสตร์ คำว่า “Von Dutch” ย่อมมีลักษณะ บ่งเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับสินค้าดังกล่าวและมี ลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ (๑) (๒) และมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๔๘๖๗-๔๘๖๘/๒๕๕๔ การ พิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าใดมีลักษณะบ่ง เฉพาะหรือไม่ ต้องพิจารณาทั้งเครื่องหมาย เครื่องหมายการค้าคำว่า ไม่ได้แสดง ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง และ มิใช่สิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าทั้ง ๕๙ รายการ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงมี ลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๕๔๔๘/๒๕๕๔ เครื่องหมาย บริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” แม้ จะมีลักษณะเป็นคำบรรยาย ซึ่งเมื่อผู้ใช้บริการเห็น เครองื่หมายบริการข้อความดังกล่าวก็ทราบได้ทันที ว่าเป็นเครองื่หมายบริการของโจทก์และเครองื่หมาย บริการดังกล่าวจะปรากฏเฉพาะที่ร้านอาหารที่ใช้ เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการ “BURGER KING” ของโจทก์และไม่ปรากฏอยู่ใน ร้านที่ขายอาหารประเภทเดียวกันที่ไม่ใช่ ร้านของ โจทก์ เครื่องหมายมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือ ผู้ใช้บริการนั้นทราบและเข้าใจได้ว่าบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น ทั้งข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์ นันแ้ตกต่างไปจากบริการอน ทั ื่ งไ้ม่ได้เล็งถึงลักษณะ หรือคุณลักษณะหรือคุณสมบัติของภัตตาคาร โดยตรง ดังนั้นเครื่องหมายบริการ ดังนั้น เครื่องหมายบริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์จึงมีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๕๔๕๑/๒๕๕๔ คำว่า “Mac” เป็นคำที่ใช้กันโดยทั่วไปมิใช่คำประดิษฐ์ และไม่ได้ เป็นคำทเล็งเ ี่ห็นถึงลักษณะหรอคุณืสมบัติของสินค้า นั้นโดยตรงไม่ตัดสิทธิบุคคลอื่นมิให้นำคำดังกล่าว ไปใช้โดยเด็ดขาดเพียงแต่ผู้ที่จะนำไปใช้เป็น เครื่องหมายการค้าของตนในภายหลังจะต้องทำ เครื่องหมายการค้าให้มีความแตกต่างจากผู้อื่นที่ได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 24 - มาก่อนมากพอที่จะไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของ สินค้า รูปนกอินทรีย์เป็นภาพประดิษฐ์จึงมีลักษณะ บ่งเฉพาะและทำให้เครื่อง หมายการค้าของผู้ขอ อาจเรียกขานได้ว่า ตรานกอินทรีย์แม็คแคนดี้หรือ แม็คแคนดี้ แม้คำว่า “Candy” จะเป็นคำที่ไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะและผู้ขอจดทะเบียนแสดงปฏิเสธ ไม่ขอถือสิทธิของตนแต่ผู้เดียว เมื่อพิจารณาทั้ง เครื่องหมายแล้ว เครื่องหมายการค้าของผู้ขอจด ทะเบียนมีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจดทะเบียน ได้ตามมาตรา ๖ (๑) (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราช บัญญัตินี้ และ มาตรา ๖ (๒) นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้ดังนี้ ฎีกาที่ ๓๘๘๑/๒๕๔๙ โจทก์มิได้นำสืบ เครื่องหมายบริการพิพาทมีปริมาณการให้บริการ จำนวนมากหรือโจทก์ได้ใช้หรือโฆษณาเครื่องหมาย บริการดังกล่าวเป็นทแี่พร่หลายจนทำใหส้าธารณชน ทั่วไปหรือสาธารณชนในสาขาที่เกี่ยวข้องในไทย รู้จักเป็นอย่างดี และเครื่องหมายบริการมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภค เครื่องหมาย การค้าดังกล่าวจึงมิได้เป็นเครองื่หมายบริการที่มีชอื่ เสียงแพร่หลายทั่วไป เครื่องหมายบริการดังกล่าว จึงมิใช่เครื่องหมายบริการที่ต้องห้ามมิให้รับ จดทะเบียนตามมาตรา ๘ (๑๐) ประกอบมาตรา ๖ (๒) และมาตรา ๘๐ ฎีกาที่ ๗๒๐๒/๒๕๕๔ การพิจารณา เปรียบเทียบว่าเครื่องหมายการค้าทั้งสองคล้ายกัน จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด ต้อง พิจารณาดูภาพรวมทุกส่วนของเครื่องหมายการค้า ทั้งสำเนียง เสียงเรียกขาน เครื่องหมายการค้า รายการสินค้าที่ขอจดทะเบียนหรือที่ได้จดทะเบียน ไว้แล้ว สาธารณชนกลุ่มผู้ซื้อสินค้าใช้เครื่องหมาย การค้า และความสุจริตในการขอจดทะเบียนด้วย เครื่องหมายการค้าคำว่า เมื่อเปรียบ เทียบกับเครื่องหมายการ ค้าคำว่า เห็นได้ว่า เครื่องหมายการ ค้าคำว่า ของจำเลยประกอบด้วยอักษรโรมันที่เหมือนกับตัว อักษร ๕ ตัวแรกของเครื่องหมายการค้าของโจทก์ นับว่ามีความคล้ายกันระดับหนึ่ง แต่ก็มีความแตก ต่างกันหลายประการ บุคคลในกลุ่มผู้ใช้สินค้าชิ้น ส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ของรถยนต์โดยตรง ย่อม สามารถแยกแยะความแตกต่างได้ว่าสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่และอุปกรณ์ของรถจักรยานยนตต์ามรายการ สินค้าดังกล่าวที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า ของจำเลยไม่ใช่สินค้าที่มีเจ้าของ หรือหรือมีแหล่งกำเนิดเดียวกับสินค้ารถยนต์หรือ สินค้าชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ของรถยนต์ที่ใช้ เครื่องหมายการค้าคำว่า ซึ่งเป็น สินค้าที่มีราคาสูงกว่าราคาสินค้าจักรยานยนต์และ อะไหล่มาก ไม่อาจรับฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้า คำว่า ของจำเลยคล้ายกับ เครองื่หมายการค้าคำว่า ของโจทก์ จนอาจทำใหส้าธารณชนสับสนหรอืหลงผดิในความ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 25 - เป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งหรือแหล่งกำเนิด ของสินค้าอันจะเป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มี ลักษณะอันพึงได้รับการจดทะเบียนตามมาตรา ๖ (๓) ประกอบมาตรา ๑๓ และมาตรา ๖ (๒) ประกอบ มาตรา ๘ (๑๐) ฎีกาที่ ๔๔๙๒-๔๔๙๓/๒๕๕๕ การที่ นำข้อความว่า “INTEL INTEGRATION CO.,LTD.” มาใช้ประกอบเครอง ื่หมายการค้าของบริษัทอินเทล อินทิเกรชั่น จำกัด ด้วยในลักษณะที่ใช้คำว่า “INTEL” นำหน้าเป็นคำแรกตามด้วยคำอื่นและ รูปประดิษฐ์อันเป็นลักษณะการจัดวางคำใน เครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ แล้วโดยที่เครื่องหมายของโจทก์ใช้คำว่า “INTEL” หรือประกอบด้วยคำว่า “INTEL” เป็น เครองื่หมายการค้าที่มีชอเื่ สียงแพร่หลายทั่วไป หาก สาธารณชนผู้บริโภคได้เห็นสินค้าที่ใช้เครื่อง หมาย การค้า ... ซึ่งมีคำว่า “INTEL INTEGRATION CO.,LTD” ประกอบอยู่ด้วย อาจ จะสับสนหรือหลงผิดเข้าใจไปว่าเป็นเครื่องหมาย การค้าของบริษัทอินเทล อินทิเกรชั่น จำกัด ที่ขอ จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งเป็นเครื่องหมาย การค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปจนอาจทำให้ สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของ หรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น สินค้าต่างรายการกับที่โจทก์จดทะเบียนไว้หรือไม่ สาธารณชนก็อาจคิดเชอื่มโยงถึงเครองื่หมายการค้า ของโจทก์และอาจสับสนหลงผิดได้ว่าสินค้าภายใต้ เครื่องหมายการค้า เกี่ยวข้องกับโจทก์ จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมาย การค้าของโจทก์ซึ่งมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป จน อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็น เจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าต้องห้ามมิให้ รับจดทะเบียนตามมาตรา ๘ (๑๐) และเป็น เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะอันไม่พึงรับจด ทะเบียนตามมาตรา ๖ (๒) (๓) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมาย การค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว มาตรา ๖ (๓) นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้ดังนี้ ฎีกาที่ ๑๕๐๑/๒๕๔๒ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์กับเครื่องหมายการค้าของจำเลยต่างใช้ รูปหัวไก่เป็นส่วนสำคัญของเครื่องหมาย การค้า ซึ่ง มีส่วนคล้ายกันมาก โจทก์กับจำเลยต่างใช้ เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าคนละ ประเภทกันดังกล่าวผลิตออกจำหน่ายแก่ สาธารณชนโดยสุจริตมาเป็นเวลานานหลายสิบปี จนสาธารณชนทราบดีว่าสินค้าชนิดใดเป็นของโจทก์ ชนิดใดเป็นของจำเลย มิได้ทำให้สาธารณชนสับสน หรอืหลงผดิในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรอแืหล่ง กำเนิดของสินค้าแต่อย่างใด เครื่องหมายการค้า ของโจทก์จึงไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของ จำเลยที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว จนอาจทำให้ สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของ ของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้านั้นไม่เข้า ลักษณะต้องห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียน
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 26 - เครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๖ (๓) และ ๑๓ วรรคหนึ่ง (๒) ฎีกาที่ ๓๕๕๗/๒๕๔๒ โจทก์ใช้ชื่อและ ชื่อสกุลโจทก์มาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า ของโจทก์อันเป็นลักษณะบ่งเฉพาะ โจทก์โฆษณา สินค้าของโจทก์โดยใช้คำว่า “RYKIEL” เป็น เครื่องหมายการค้าจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันแพร่ หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ คำว่า “RYKIEL” จึงเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการ ค้าที่โจทก์ได้ขอจดทะเบียนไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณา ถ้อยคำว่า “RYKIEL” และ “RYKEL” แล้วจะเห็น ได้ว่าลักษณะตัวอักรที่ใช้และการเรียงตัวเหมือนกัน คงแตกต่างกันที่จำนวนตัวอักษรและคำทั้งสองยัง มีสำเนียงการอ่านหรือเสียงเรียกขานเป็นอย่าง เดียวกันว่า “ไรเคิ้ล” หรือ “ไรเคล” เมื่อเสียงเรียก ขานส่วนที่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้า ของจำเลยพ้องกับเสียง เรียกขานส่วนที่เป็นสาระ สำคัญของเครื่องหมายการค้าของจำเลยพ้องกับ เสียงขานเรียกขานส่วนที่เป็นสาระสำคัญของ เครองื่หมายการค้าของโจทก์ทไี่ดจด้ทะเบยนไ ีว้แล้ว ย่อมก่อให้สาธารณชนที่เลือกซื้อสินค้าซึ่งจะรับฟัง เสียงเรียกขานเป็นสำคัญเกิดความสับสนหรือหลง ผดิในความเป็นเจ้าของสินค้าหรอแืหล่งกำเนิดสินค้า ได้ เครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนให้ ตามมาตรา ๖ (๓), ๘ (๑๑) และ ๑๓ ฎีกาที่ ๓๓๔๔/๒๕๔๕ พฤติการณ์ของ จำเลยช ี้ให้เห็นว่าจำเลยจงใจลอกเลียนแบบ เครองื่หมายการค้าของโจทก์แม้ราคาสินค้าจะแตก ต่างกันอย่างมาก ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จำเลยจะยกขึ้น เป็นข้อต่อสู้ในกรณีน ี้ได้ ผู้ซื้ออาจหลงผิดไปว่าเป็น สินค้าลดราคาของโจทก์ได้นับได้ว่าเครื่องหมาย การค้าของจำเลยคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของ โจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิด ในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรอแืหล่งกำเนิดของ สินค้าได้ จึงไม่ใช่เครื่องหมายการค้าที่จะพึงรับ จดทะเบียนให้ได้ตามมาตรา ๖ (๓) และ ๑๓ (๒) ฎีกาที่ ๒๖๕/๒๕๔๖ การทนายทะเบี่ยนี ไม่รับจดทะเบียนตามคำขอของโจทก์ด้วยเหตุที่ เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามมาตรา ๖ (๓) เป็นกรณี ที่นายทะเบียนพิจารณาสั่งตามมาตรา ๑๖ โดย พิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วหรือไม่เท่านั้นซึ่งเป็นคนละปัญหา กับการที่ศาลจะวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิใน เครื่องหมายการค้าตามฟ้องดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้รับ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แม้โจทก์จะ อุทธรณ์คำสงนายทะเบั่ยนที ี่ปฏิเสธไม่รับจดทะเบยนี ของโจทก์หรือไม่ หรือคณะกรรมการเครื่องหมาย การค้าจะวินิจฉัยเรื่องความเหมือนคล้ายกันของ เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับจำเลยอย่างไร ก็ ไม่มีผลทำให้โจทก์เสียสิทธิฟ้องจำเลยตามพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา ๖๗ ฎีกาที่ ๔๐๓๔/๒๕๔๗ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์คำว่า “CHARLIE“ อ่านได้ว่า “ชาลี” เครื่องหมายการค้าของจำเลยคำว่า ROYAL CHARLE“เรียกขานว่า “รอยอล ชาร์ล” เมื่อ เครื่องหมายการค้าของจำเลยมีลักษณะและเสียง เรยกขานแีตกต่างกับของโจทก์ ผูซื้ ้อที่พถีพิถิันเลอกื ซื้อสินค้าย่อมสามารถสังเกตถึงความแตกต่างดัง กล่าวได้โดยง่ายและยากที่จะสับสนหรือหลงผิด ระหว่างสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับ สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของจำเลย เครองื่หมาย การค้าคำว่า “ROYAL CHARLE“ ของจำเลยไม่คล้าย กับเครองื่หมายการค้าคำว่า “CHARLIE“ ของโจทก์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 27 - จนอาจทำใหส้าธารณชนสับสนหรอืหลงผดิในความ เป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา ๖ (๑) การจดทะเบยนเครีองื่หมายการค้าของจำเลย ย่อมไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย การที่คณะกรรมการ เครื่องหมายการค้าวินิจฉัยไม่เพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยชอบแล้ว ฎีกาที่ ๗๖๓๑/๒๕๔๗ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจะมีรูปช้าง เป็นสาระสำคัญเช่นเดียวกับเครื่องหมาย การค้า ของจำเลยที่ ๑ เครื่องหมายการค้าตามคำขอจด ทะเบียนของจำเลยที่ ๑ มีข้อแตกต่างจาก เครื่องหมายการค้าของโจทก์หลายประการ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “TUSCO TRAFO” ใน เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๑ เป็นชื่อบริษัท จำเลยที่ ๑ และมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับรูปช้าง จึง เป็นจุดเด่น นับได้ว่าเป็นสาระสำคัญส่วนหนึ่งของ เครื่องหมายการค้าและอาจเรียกขานเครื่องหมาย การค้าของจำเลยที่ ๑ ได้ว่า ตราช้างทัสโก้ หรือ ตราทัสโก้ เมื่อเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๑ มีสว่นสำคัญที่สามารถสังเกตเห็นความแตกต่างจาก เครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยง่าย จึงไม่มีเหตุที่ จะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าของจำเลยที่ ๑ ที่ใช้เครื่องหมายของจำเลยที่ ๑ นั้นเป็นสินค้า เจ้าของเดียวกันกับของโจทก์หรือบริษัทในเครือ ของโจทก์เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๑ ที่ขอ จดทะเบียนไว้จึงไม่คล้ายเครื่องหมายการค้าของ โจทก์ที่จดทะเบียนไว้ก่อนจนอาจทำให้สาธารณชน สับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่ง กำเนิดของสินค้าอันจะถือว่าเครื่องหมายการค้า ของจำเลยที่ ๑ มิใช่เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจด ทะเบียนได้มาตรา ๖ (๓) ประกอบด้วยมาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๙๐๔๑/๒๕๔๗ โจทก์ได้นำคำ ว่า “VALENTINO” และคำว่า “COUTURE” มา ใช้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของ โจทก์และใช้กับสินค้านำออกจำหน่ายเป็นที่แพร่ หลายทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งได้มีการจด ทะเบียนไว้ด้วยแล้วก่อนที่ผู้ขอจดทะเบียนได้นำคำ ว่า “VALENTINO” และคำว่า “COUPEAU” มา จดวั างในเครองื่หมายการค้าของตน ผู้ขอจดทะเบยนี ได้ออกแบบลักษณะเครื่องหมายการค้าที่นอกจาก จะใช้คำที่เหมือนของโจทก์แล้วยังออกแบบวางรูป และคำในรูปแบบเดียวกับเครื่องหมายการค้าของ โจทก์ ยังมีสำเนียงที่เรียกขานใกล้เคียงกัน โดยนำ ไปใช้กับสินค้าต่าง ๆ อย่างเดียวกัน จึงมีโอกาส ทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ใช้สินค้าหลงผิดว่าสินค้าของผู้ขอ จดทะเบียนเป็นสินค้าของโจทก์ได้ง่าย ย่อมไม่เป็น เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้และต้อง ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าตามมาตรา ๖ (๓) และมาตรา ๑๓ วรรค หนึ่ง (๒) ฎีกาที่ ๑๗๙๓/๒๕๔๙ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์เป็นอักษรโรมัน เขียนว่า “HIGHER” ส่วนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว เป็นภาษาไทยและอักษร โรมันเขียนว่า “ไฮเออร์ HI - ER” แต่เครื่องหมาย การค้าดังกล่าวโดยรวมแล้วมีความแตกต่างกันอยู่ โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นมีภาษา ไทยกำกับไว้ด้วย และมีขนาดที่ใหญ่เห็นได้ชัดเจน กว่าอักษรโรมันแม้การเรียกขานจะคล้ายกัน โจทก์ มีเจตนาใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทโดยสุจริตมิได้ มุ่งอ้างอิงหรือแสวงหาประโยชน์จากเครื่องหมาย การค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว สาธารณชนจึงไม่สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของ หรือแหล่งกำเนิดของสินค้าเนื่องจากการใช้ เครื่องหมายการค้าพิพาทของโจทก์ เครื่องหมาย การค้าจึงไม่ใช่เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 28 - ด้วยลักษณะอันจะพึงห้ามรับจดทะเบียนตาม มาตรา ๖ (๓) และมาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๓๘๙-๓๙๐/๒๕๔๙ รูปลักษณะ ภายนอกเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๑ เน้นที่ รูปกระทิงประดิษฐ์เป็นสำคัญ ประชาชนจึงอาจ เรียกขานเครื่องหมายการค้าพิพาทของจำเลยที่ ๑ ตามรูปกระทิงประดิษฐ์ว่า “ตรากระทิง” เช่นเดียว กับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เครื่องหมาย การ ค้าพิพาทของจำเลยที่ ๑ กับเครื่องหมายการค้าของ โจทก์ต่างก็จดทะเบียนใช้กับรายการสินค้าประเภท บริโภคเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะต่างจำพวกกัน เมื่อ เครื่องหมายการค้าพิพาทของจำเลยที่ ๑ กับ เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีรูปลักษณะและ สำเนียงเรียกขานที่คล้ายคลึงกันจนอาจทำให้ สาธารณชนสับสนหลงผิดได้ เครื่องหมายการค้า ของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ชอบที่จะรับจดทะเบียนให้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาประการค้าระหว่าง ประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง นายทะเบียนและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ เครื่องหมายที่ ๘๙๙/๒๕๔๕ และที่ ๙๐๑/๒๕๔๕ นั้น ศาลฎีกาฯเห็นพ้องด้วย ฎีกาที่ ๒๖๐๐/๒๕๔๙ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์เน้นที่ตัวอักษรโรมันคำว่า “Golden Cup” มากกว่ารูปถ้วย เพราะมีขนาด ใ หญ่กว่าและเด่นกว่ารูปถ้วยในขณะที่ เครองื่หมายการค้าของจำเลยเน้นทรี่ ูปถว้ยมากกว่า ตัวอักษร กว่ารูปถ้วยในขณะที่ตัวอักษร A.P.P ใน เครื่องหมายการค้าของจำเลยแตกต่างกับคำว่า “Golden Cup” ในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ การเขียนและการอ่านออกเสียงคำว่า “Golden Cup” แปลว่าถ้วยทอง ขณะที่ตัวอักษร A.P.P. ใน เครื่องหมายการค้าของจำเลยแปลความหมายไม่ ได้ เครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงมิได้คล้ายกับ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จนอาจทำให้ สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้าตามมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๔๒๐๕/๒๕๔๙ ยา Tequin เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษามนุษย์ซึ่งต้องสั่งจ่ายโดย แพทย์และมีจำหน่ายในโรงพยาบาลหรือสถาน พยาบาลเท่านั้น ส่วนยา TRIQUIN ของจำเลยเป็น ยาที่ใช้สำหรับสัตว์ซึ่งจำหน่ายในร้านขายยาแผน ปัจจุบันสำหรับสัตว์ แม้โจทก์จะใช้เครื่องหมาย การ ค้าของโจทก์กับสินค้าจำพวกที่ ๕ เหมือนกับ เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้ แล้วสินค้าของโจทก์เป็นผลิตภัณฑ์ยาสำหรับรักษา มนุษย์ส่วนสินค้าตามเครื่องหมายการ ค้าที่มีการ จดทะเบียนแล้วเป็นยาสำหรับรักษาสัตว์ซึ่งมีสถาน ที่จำหน่ายยาแยกต่างหากจากกัน ลักษณะของตัว อักษรในเครื่องหมายการค้า เสียงเรียกขานและ ผลิตภัณฑ์สินค้าทใช้เคร ี่องื่หมายการค้าไมมี่ ลักษณะ คล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่มีการจดทะเบียนไว้ แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนเกิดการสับสนหรือ หลงผิดในตัวสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า จึง มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตาม มาตรา ๖ (๑) และ มาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๔๗๘๔/๒๕๔๙ การพิจารณา ในเรื่องความเหมือนหรือคล้ายกันของเครื่องหมาย การค้าว่าอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด ในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม ทังลักษณะของค้ำตวัอักษร และเสียงเรยกขานของี เครื่องหมายการค้าพิพาท แม้คำว่า ‘EXTRA’ จะ เป็นคำเดียวกับคำว่า ‘EXTRA’ ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วม คำ ดังกล่าวเป็นคำธรรมดาที่แปลว่า ‘พิเศษ’ มิใช่คำ ประดิษฐ์ คณะกรรมการเครื่อง หมายการค้ายอม
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 29 - ให้จำเลยร่วมจดทะเบียนเครื่อง หมายการค้าคำว่า ‘EXTRA’ เนื่องจากจำเลยร่วมใช้คำดังกล่าวร่วม กับคำว่า ‘NESCAFE’ จนกลายเป็นเครื่องหมาย การค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปและได้ลักษณะ บ่งเฉพาะโดยการใช้ สว่ นโจทก์ใช้เครองื่หมายการค้า คำว่า ‘EXTRA’ ร่วมกับคำว่า ‘FREEZE’ และนาย ทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้โจทก์สละสิทธิแต่ ผู้เดียวในการใช้คำว่า ‘EXTRA’ คำดังกล่าวจึงมิใช่ สาระสำคัญในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ สาระ สำคัญในเครื่องหมายการค้าของโจทก์อยู่ที่คำว่า ‘FREEZE’ เครื่องหมายทั้งสองจึงมีความแตกต่าง กัน ไม่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความ เป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ตาม มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๕๕๙๔/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า ที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนเป็นอักษรไทยว่า “แครี่” ส่วนเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเป็น อักษรไทยคำว่า “คาร์รี่” ภาษาอังกฤษที่มีการเลียน เสียงมาเป็นภาษาไทยนั้นเป็นคำว่า “CARRY” และ “KARRY” เห็นได้ว่ามีความคล้ายกันมากโดยแตก ต่างกันเพียงอักษรโรมันตัวแรกระหว่าง “C” กับ “K” เท่านั้น เมื่อพิจารณาส่วนของเสียงเรียกขาน จะเห็นว่าคล้ายกันมาก เมื่อพิจารณาจากภาษา อังกฤษซงโึ่จทก์เลยนเี สียงมาเป็นเครองื่หมายการค้า อักษรไทยนั้นอาจออกเสียงว่า “แครี่” หรือ “คาร์ รี่” ได้เช่นเดียวกัน จำพวกและรายการสินค้าที่ขอ จดทะเบียนเป็นจำพวกและรายการสินค้าที่เหมือน หรือมีส่วนสัมพันธ์กันโดยโจทก์ขอจดทะเบียน กลุ่ม ผู้บริโภคสินค้าเป็นกลุ่มเดียวกันหากกลุ่มผู้บริโภค ไม่ได้พิจารณาเครื่องหมายการค้าโดยละเอียดหรือ ไม่ได้นำเครื่องหมายการค้านั้นมาพิจารณาเปรียบ เทียบพร้อมกัน หรือใช้แต่เสียงเรียกขานในการ เลอกืสินค้า โดยไม่ไดส้ังเกตลักษณะของเครองื่หมาย การค้าโดยตรงแล้ว อาจเกิดความสับสนในการเลอกื สินค้า หรือแยกแยะเจ้าของสินค้าได้ ถือว่าเครื่อง หมายการค้าของโจทก์คล้ายกับเครื่องหมายการค้า ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ไม่ต้องด้วยมาตรา ๖ (๑) ฎีกาที่ ๑๔๖๙๘/๒๕๕๑ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์เป็นตัวอักษรโรมันคำว่า “COUNTRY MUD” เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเป็นอักษรโรมันคำว่า “COUNTRYLUG” สำหรับคำแรกคือคำว่า “COUNTRY” นั้น เป็นคำสามัญทั่วไป ทุกคนย่อม มีสิทธิในการใช้คำดังกล่าว โดยคำว่า “MUD” มี ความหมายว่า “โคลน” ส่วนคำว่า “LUG” มีความ หมายว่า “หูห่วง ฉุด ดึง ลาก” เป็นต้น การที่มี ตัวอักษรเพียง ๓ ตัวสาธารณชนย่อมสามารถเห็น ความแตกต่างได้โดยง่าย ถือว่าเครื่องหมายการค้า ดังกล่าวยังมีรูปลักษณะที่แตกต่างกัน สำหรับเสียง เรียกขาน แต่การออกเสียงยังแตกต่างกัน โดย คำว่า “MUD” อ่านออกเสียงว่า “มัด” ส่วนคำว่า “LUG” อ่านออกเสียงว่า “ลัก” แม้จะออกเสียง เร็วๆ ก็ไม่คล้ายกันจนถึงกับทำให้สาธารณชนทั่วไป สับสนหลงผิดได้ เครื่องหมายการค้าดังกล่าวถือว่า มีเสียงเรียกขานแตกต่างกันอยู่ เครื่องหมายการค้า ของโจทก์จึงไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมาย การค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วทั้งในส่วน ของรูปลักษณะ เสียงเรียกขาน และการสื่อความ หมาย แม้จะใช้กับสินค้าจำพวกยางรถยนต์ด้วยกัน ก็ไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความ เป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าตาม มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๑๐๕๖/๒๕๕๑ เมื่อพิจารณา เปรียบเทียบเครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของ จำเลยแล้ว แม้สาระสำคัญเครี่องหมายของโจทก์ คือคำว่า Little Home ส่วนเครื่องหมายของจำเลย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 30 - ทั้งสองคือคำว่า Little House จะมีจุดที่เหมือนกัน เป็นคำสามัญภาษาอังกฤษโดยมีคำแรกว่า Little แปลว่า เล็ก ก็ตาม แต่คำว่า House ของจำเลยทั้ง สองก็ต่างจากคำว่า Home ของโจทก์และ เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองยังมีอักษรคำ ว่า House of Waffle กำกับอยู่ข้างล่างด้วยขนาด ตัวอักษรใกล้เคียงกัน จึงนับว่าเป็นสาระสำคัญอีก ส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการ ค้าของจำเลยทั้งสอง ที่แตกต่างไปจากเครื่องหมายของโจทก์ และเป็น จุดสังเกตที่ทำให้แยกแยะความแตกต่างระหว่าง เครื่องหมายการค้าทั้งสองได้โดยง่าย เมื่อเรียกขาน เครื่องหมายการค้าทั้งสองเปรียบเทียบกันก็พบว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์เรียกขานเป็น ๓ พยางค์ว่า ลิตเติล โฮม ส่วนเครื่องหมายการค้าของ จำเลยทั้งสองเรียกขานเป็น ๗ พยางค์ว่า ลิตเติล เฮ้าส์ เฮ้าส์ ออฟ วัฟเฟิล แตกต่างกันถึง ๕ พยางค์ สำหรับรูปบ้านและต้นไม้ ในเครื่องหมาย การค้าของจำเลยทั้งสองก็มีลักษณะแตกต่างกับรูป บ้านและต้นปาล์ม ในเครื่องหมายการค้า ของโจทก์มากไม่มีเหตุที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองไม่คล้ายกับเครื่องหมาย การค้าของโจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสน หรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิด ของสินค้าตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๑๐๕๐/๒๕๕๑ รูปลักษณะ ของเครื่องหมายการค้าบริการของโจทก์เป็นคำว่า “บ้านกลางกรุง” เครองื่หมายบริการ ของจำเลยที่ ๒ เป็นคำว่า “กลางกรุง รีสอร์ท” มี รูปแบบของตัวอักษรเป็นลวดลายตัวเขียน โดยมี รูปประดิษฐ์ผีเสื้ออยู่ด้านหน้า จะ เห็นไดว้่ารูปลักษณะของเครองื่หมายบริการดังกล่าว ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่มาก ในส่วนของเสียง เรียกขาน เครื่องหมายบริการของโจทก์เรียกขาน ว่า “บ้าน-กลาง-กรุง” ในขณะที่เครื่องหมายบริการ ของจำเลยที่ ๒ มีเสียงเรียกขานว่า “กลาง-กรุง-รี- สอร์ท” แม้จะมีเสียงเรียกขานว่า “กลาง-กรุง” เหมือนกัน ๒ พยางค์ แต่ไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกัน เห็นว่าเครื่องหมายบริการของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ต่างใช้กับโครงการที่พักอาศัยเป็นหลัก ซึ่งเป็น อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาสูงบุคคลที่มีความประสงค์ จะซื้อที่พักอาศัยดังกล่าวยย่อมต้องพินิจพิเคราะห์ อย่างระมัดระวังโดยมิได้พิจารณาแต่เพียง เครื่องหมายบริการแล้วตัดสินใจเลือกซื้อทันที เพราะจะต้องพิจารณาจากข้อมูลต่างๆ ในเอกสาร โฆษณา สถานที่ก่อสร้างจริง บ้านหรือห้องชุด ตวัอย่าง รวมทัง้ผูป้ระกอบการหรอเืจ้าของโครงการ ด้วย จึงไม่ใช่เรื่องที่สาธารณชนจะสับสนหลงผิดได้ โดยง่าย ที่พักอาศัยของโจทก์มีราคาสูงเน้นจำหน่าย ให้แก่ผู้บริโภคที่มีรายได้สูงต่างจากที่พักอาศัยของ จำเลยที่ ๒ ซึ่งมีราคาต่ำกว่า กลุ่มผู้บริโภคก็จะ แตกต่างไปด้วย คำว่า “กลางกรุง” เป็นคำสามัญทั่วไป แม้โจทก์จะได้รับการจดทะเบยนเครีองื่หมายบริการ ก็ย่อมได้รับความคุ้มครองเพียงว่า บุคคลอื่นจะใช้ คำดังกล่าวในลักษณะเช่นเดียวกันกับของโจทก์ไม่ ได้เท่านั้น หาใช่ว่าโจทก์จะเป็นผู้มีสิทธิแต่ผู้เดียว ในการใช้คำว่า “กลางกรุง” คดีจึงรับฟังได้ว่า เครื่องหมายบริการ คำว่า “กลางกรุง รีสอร์ท” ของจำเลยที่ ๒ ไม่ เหมือนหรอคล้ายกับเคร ืองื่หมายบริการคำว่า “บ้าน กลางกรุง” ของโจทก์ ตามมาตรา ๖ (๓) โจทก์จึง ไม่อาจห้ามจำเลยที่ ๒ ใช้เครื่องหมายบริการดัง กล่าวรวมทั้งคำว่า “บจ.กลางกรุงรีสอร์ท” ด้วยได้ ฎีกาที่ ๑๑๐๕๑/๒๕๕๑ รูปลักษณะ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปประดิษฐ์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 31 - ประกอบดว้ยอักษรโรมัน BMW ในรูปวงกลม ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นรูปประดิษฐ์ ประกอบด้วยอักษรโรมัน BYD AUTO กับอักษร จีน ความคล้ายกันระหว่าง เครื่องหมายคงมีเพียงการใช้สีฟ้ากับสีขาวภายใน รูปทรงเรขาคณิต ส่วนของเรียกขานเครื่องหมาย การค้าของโจทก์จะเรียกว่า “บี-เอ็ม-ดับลิว” หรือ “บี-เอ็ม-ดับเบิลยู” ในขณะที่เครื่องหมายการค้า ของโจทก์จะเรยกขานีว่า “บ-ีวาย-ดี” ก็ไม่อาจถือว่า คล้ายกับเสียงเรียกขานของโจทก์ได้เลย แม้จะมี เสียงเรยกขาน แีม้เครองื่หมายการค้าของโจทก์และ จำเลยจะใช้กับสินค้ารถยนต์เหมือนกัน แต่มีกลุ่ม ลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อรถยนต์ของ โจทก์มีราคาสูงเช่นนี้ สาธารณชนย่อมจะพิจารณา เลือกซื้อสินค้ารถยนต์ด้วยความระมัดระวังเอาใจ ใส่ โอกาสที่เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดระหว่าง รถยนต์อื่นกับรถยนต์ของโจทก์เป็นไปได้ยาก คดี ฟังไม่ได้ว่าเครื่องหมาย การค้าของจำเลยเหมือน หรอคล้ายกับเคร ืองื่หมาย การค้าของโจทก์จนทำให้ สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๐๔๖๒/๒๕๕๑ เครื่องหมาย การค้า มีภาคส่วนที่เห็นได้ชัดเจนคืออักษร ไทย คำว่า “ไท” กับภาพประดิษฐ์ในขณะที่ เครื่องหมายการค้า ของโจทก์มีภาคส่วน สำคัญคอภาื พประดิษฐ์จึงแตกต่างจากกันมาก อักษร ไทยคำว่า “ไท” เป็นคำธรรมดาสามัญทบุคคลทั ี่ ่วไป รู้จักจัดวางตำแหน่งอยู่กลางเครื่องหมายเด่นชัด กว่าภาพประดิษฐ์ซึ่งเป็นเพียงส่วนประกอบของ เครื่องหมายการค้า แม้จะมีการปฏิเสธไม่ขอถือเป็น สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอักษรไทยคำว่า “ไท” แต่ มิได้หมายความว่าคำดังกล่าวจะไม่ปรากฏอยู่ใน เครื่องหมายการค้าหรือไม่ถูกนำมาพิจารณาเปรียบ เทยบคีวามเหมือนคล้ายระหว่างเครองื่หมายการค้า สว่นภาพประดิษฐ์รูปริบบินนั้น ้หาใช่ภาคสว่นสำคัญ ที่สาธารณชนจะใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้า ภาพประดิษฐ์รูปริบบิน้ดังกล่าวก็จะมีขนาดเล็กและ ไม่เด่นชัดเจนหากไม่พินิจพิจารณาอย่างละเอียด จะไม่อาจแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าธัญพืชที่ปรากฏ อยู่คืออะไร สิ่งที่คล้ายกันนี้ เป็นเพียงเรื่องแนวคิด ในการประดิษฐ์เครื่องหมายที่ใช้ริบบิ้นตรา สัญลักษณ์ วงกลม และธัญพืชร่วมกันเท่านั้น ยังไม่ ถือว่าภาพประดิษฐ์ดังกล่าวในแต่ละเครื่องหมาย จะมีความคล้ายกันจนถึงขนาดที่จะเป็นภาคส่วนที่ สำคัญของเครื่องหมายการค้า อันจะทำให้ สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือ แห่งกำเนิดสินค้า รูปลักษณะของเครองื่หมายการค้า ทั้งสองเครื่องหมายจึงไม่คล้ายกัน เสียงเรียกขาน จะเรียกว่า “ไท” หรือ “ไท-เบีย” ในขณะที่ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่าจะต้องเรียกว่า “บัด-ไว-เซอ” หรือ “บัด-ไว-เซอ-เบีย” จึงแตกต่าง กันมากทั้งการออกเสียงและจำนวนพยางค์ที่ใช้ใน การออกเสียง โอกาสที่สาธารณชนจะสับสนหลง ผิดจึงเป็นไปได้ยาก แม้จะใช้กับสินค้าจำพวก เดียวกัน ก็ไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดใน ความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ตาม มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๐๕๔๙/๒๕๕๑ เครื่องหมาย บริการของโจทก์และเครื่องหมายบริการที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วต่างมีอักษรโรมันตัว “Q” กับอักษร โรมันคำว่า “Quality Suites” เป็นสาระสำคัญ ของเครี่องหมาย แม้เครื่องหมายบริการของโจทก์ คำว่า “Quality Suites” มีตัวอักษรโรมันตัว “Q” และ “S” เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ส่วนตัวอื่นเป็นตัวพิมพ์ เล็ก และปลายของตัวอักษรโรมันตัว “Q” มีพู่ลาย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 32 - กนกไทยวางซ้อนเรียงเป็น ๓ ชั้น ส่วนเครื่องหมาย บริการที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วอักษรโรมันตัว “Q” จะปรากฏที่มุมบนด้านซ้ายไม่เต็มตัว และอักษร โรมันคำว่า “QUALITY SUITES” จะปรากฏอยู่ ด้านล่าง อักษรโรมันทุกตัวเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด สงเิ่หล่านเ ี้ป็นเพียงข้อแตกต่างในรายละเอยีดเท่านัน ้ สาธารณชนทั่วไปจะไม่พิจารณาสังเกตเห็นความ แตกต่างนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่ สาธารณชนไม่ได้นำเครื่องหมายบริการนี้มาวาง พิจารณาเปรียบเทียบพร้อมกัน ถือว่ารูปลักษณะ ของเครื่องหมายบริการของโจทก์กับเครื่องหมาย บริการที่จดทะเบียนไว้แล้วมีลักษณะคล้ายกัน เมี่อ พิจารณาในส่วนของเสียงเรียกขานแล้วจะเห็นว่า เครองื่หมายบริการของโจทก์กับเครองื่หมายบริการ ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจะถูกเรียกขานคล้ายกันว่า “คิว” หรือ “ควอลิตี้สวีท” หรือ “ควอลิตี้สูทส์” ทำให้เสียงเรยกขานของเครีองื่หมายบริการดังกล่าว คล้ายกันมากเช่นกัน ถือได้ว่าเครื่องหมายบริการ ของโจทก์กับเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนไว้ แล้วคล้ายกัน แม้โจทก์จะมีสิทธิใช้คำดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะที่เหมือนคล้ายกับเครื่องหมาย บริการที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว เมื่อเครื่องหมาย บริการดังกล่าวใช้กับบริการจำพวกเดียวกันหรือ บริการต่างจำพวกกัน แต่รายการบริการมีลักษณะ อย่างเดียวกัน ย่อมทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิด ในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของบริการ ได้ ไม่ต้องด้วยมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๐๕๔๗/๒๕๕๑ เมื่อพิจารณา เปรียบเทียบเครื่องหมายการค้าของโจทก์และของ ผู้คัดค้านแล้ว แม้เครื่องหมาย การค้าทั้งสองจะมี คำว่า TWIN อันเป็นคำสามัญแปลว่า คู่แฝด เป็น สาระสำคัญของเครื่องหมาย แต่เครื่องหมายการค้า ของโจทก์ประกอบดว้ย คำว่า “TWIN” และคำว่า “FISH” โดยอักษร T และ F เป็นตัว พิมพ์ใหญ่และเป็นอักษรประดิษฐ์ สำหรับอักษรอื่น เป็นตัวพิมพ์เล็ก เครื่องหมายการค้าคำว่า ของบริษัทผู้คัดค้าน ประกอบด้วยคำภาษาอังกฤษ ๑ คำ เป็นอักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่รวม ๔ ตัว คำ ว่า “FISH” ตามอักษร ๔ ตัวหลังนั้นก็เป็นส่วน สาระสำคัญส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการ ค้าโจทก์ ทไี่มมี่ ในเครองื่หมายของผู้คัดค้านและเป็นจดสุังเกต ที่ทำให้แยกแยะความแตกต่างของเครื่องหมายการ ค้าทั้งสองได้โดยง่าย เมื่อเรียกขานเครื่องหมายการ ค้าทัง้สองเปรยบเที ยบกันก็ ีพบว่าเครองื่หมายการค้า ของโจทก์เรียกขานเป็นสามพยางค์ว่า “ทวิน ฟิช” เครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้าน เรียกขานเป็นสอง พยางค์ว่า “ทวิน” มีส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่มีเหตุที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าของ โจทก์เป็นสินค้าเจ้าของเดียวกันกับของผู้คัดค้าน เครื่องหมายการค้าคำว่า ของโจทก์ จึงไม่คล้ายกับเครื่องหมาย การค้า ของ ผู้คัดค้านจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลง ผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดสินค้าอัน จะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา ๖ (๓) ประกอบมาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๓๙๒๐/๒๕๕๑ โจทก์ได้จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีคำว่า “INTEL” (อินเทล) ไว้หลายคำขอส่วนใหญ่จะเป็นคำว่า “INTEL” แต่เพียงคำเดียว เมื่อพิจารณาเปรียบ เทียบกับเครื่องหมายการค้าคำว่า “INTEL Lip” ลักษณะของคำจึงมีความคล้ายกัน ในส่วนของเสียง เรียกขาน เครื่องหมายการค้าของโจทก์ คือ “อินเทล” เครื่องหมายการค้าตามคำขอ คือ “อิน-เทลลิบ” ทำให้เสียงเรียกขานของเครื่องหมาย การค้า ทั้งสองเครื่องหมายเหมือนกันในสองพยางค์แรก ตำแหน่งที่สำคัญและสาธารณชนส่วนใหญ่จะจดจำ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 33 - มากที่สดุถือไดว้่าเครองื่หมายการค้าคำว่า “INTEL” (อินเทล) ของโจทก์คล้ายกับเครื่องหมาย การค้า คำว่า “INTEL Lip” ไม่ต้องด้วยมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๓๐๔๔/๒๕๕๑ “J.Lindeberg” เป็นชื่อของนาย จ. นักออกแบบเสื้อผ้าและผู้ก่อตั้ง โจทก์ และได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดังกล่าวในประเทศต่างๆ จำเลยอ้างว่าจำเลย คิดป ร ะดิษฐ์เครื่อ ง หม า ย ก า ร ค ้ า ขึ้น เ อ ง “J.LINDERBERG” มาจากคำว่า “จูหลินดีระเบิด” เป็นการนำชื่อของจำเลยและน้องสาวซึ่งประกอบ ธุรกิจร่วมกันมารวมกับคำว่า “ดีระเบิด” จากนั้น ทำการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อความเป็นสากล หากจำเลยไม่เคยเห็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ มาก่อน ก็ยากที่เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลย จะมีตัวอักษรโรมันตรงกันทุกประการ เมื่อพิจารณา ประกอบข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยประกอบธุรกิจ จำหน่ายเสื้อผ้า เคยยนคื่ ำขอจดทะเบยนเครีองื่หมาย การค้าชื่อร้านของจำเลยและรูปหญิงนั่งหันหลังชน กัน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ เนื่องจากเหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้ จดทะเบียนไว้แล้ว ขัดต่อมาตรา ๖ (๓) จำเลยนำ เครื่องหมายการค้าของโจทก์มาจดทะเบียนเป็น เครื่องหมายการค้าเพื่อใช้กับสินค้าของตน เป็นการ ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงมีสิทธิในเครื่องหมาย การค้าที่พิพาทดีกว่าจำเลย ฎีกาที่๙๗๗/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า อักษรโรมันคำว่า “CORMAN” อ่านว่า “คอร์แมน” เหมือนหรือคล้ายกับเครื่อง หมายการค้าคำว่า “Colman’s” เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียน ไว้แล้วจึงประกอบดว้ย ตวัอักษรคำว่า “Colman’s” กับรูปประดิษฐ์หน้าแพะในรูปหรีดประดิษฐ์ ซึ่งไม่มี ในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เป็นส่วนที่แตกต่าง กันอย่างเห็นได้ชัดเจน เครื่องหมายการค้าที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว รูปร่างของตัวอักษรตลอดจนการ วางตัวอักษรมีส่วนแตกต่างกัน เครื่องหมายการค้า ทั้งสองจึงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่มี ลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ ไดจด้ทะเบยนไ ีว้แล้วตามมาตรา ๖ (๓) และไม่ทำให้ สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในแหล่งกำเนิดของ สินค้าประกอบกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เป็นการนำส่วนหนึ่งของชื่อโจทก์มาใช้ ไม่ปรากฏ พฤติการณ์ว่าโจทก์มีเจตนาแสวงหาประโยชน์โดย ไม่ชอบจากชื่อเสียงเกียรติคุณของเครื่องหมายการ ค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว กรณีย่อมไม่มีเหตุปฏิเสธ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ฎีกาที่ ๔๖๐๓/๒๕๕๒ เมื่อเปรยบเทียบี รูปลักษณะระหว่างเครองื่หมาย การค้า กับ จะเห็นว่ายังมีความแตกต่างกันทั้ง ในรูปลักษณะ เสียงเรียกขาน และจำพวกสินค้าที่ ใช้กับเครื่องหมายการค้า ความแตกต่างเหล่านี้ เห็น ได้ชัดเจน ทำให้เครื่องหมาย การค้าของโจทก์กับ เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๒ ไม่คล้ายกัน สาธารณชนไม่สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของ หรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๔๕๙๘-๔๕๙๙/๒๕๕๒ คำว่า “TIGER” นั้น เป็นคำสามัญทั่วไปที่มีความหมาย ในพจนานุกรม บุคคลต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้ ตราบเท่าที่ไม่ได้ใช้ในลักษณะที่เป็นการลอกเลียน เครองื่หมายการค้าของโจทก์ เมื่อเครองื่หมายการค้า ของจำเลยไม่ได้ใช้อักษรโรมันคำว่า “TIGERPLAST” โดยลำพังแต่ใช้ควบคู่กับรูป “เสือ” ดังกล่าวจึงไม่ ทำให้เครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 34 - คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่มีอักษร โรมันคำว่า “TIGER”แต่อย่างใด เครองื่หมายการค้า ของจำเลยก็อาจเรียกว่า “ไท-เกอร์-ปลาส” ได้ เพราะไม่ใช่เสียงเรียกขานที่ยากลำบากนัก เมื่อ เครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนหรือคล้าย กับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา ๖ (๓) จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็น เจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ก็ไม่จำเป็นต้อง พิจารณาเกี่ยวกับสินค้าที่ใช้กับเครื่องหมายการค้า ดังกล่าวอีกต่อไป ฎีกาที่ ๔๕๙๗/๒๕๕๒ เครื่องหมาย บริการของโจทก์ทัง้สองเครองื่หมายมีอักษรโรมันคำ ว่า “Conoco” อ่านว่า “โค-โน-โค” ปรากฏอยู่เป็น คำแรก ถือว่าเป็นส่วนสาระสำคัญของเครื่องหมาย บริการหาได้มีเฉพาะส่วนของอักษรโรมันคำว่า “Phillips” ทเี่ ป็นสาระสำคัญของเครองื่หมายบริการ ตามที่จำเลยท ๑ อุทธรณ์ ี่ดังนัน แ้มจ้ะมีอักษรโรมัน คำว่า “Phillips” ซึ่งคล้ายกับเครื่องหมายบริการ อักษรโรมันคำว่า “PHILIPS” ก็ไม่ทำให้เครองื่หมาย บริการดังกล่าวมีความเหมือนหรอคล้ายกัน ืจนไม่อาจ รับจดทะเบียนให้ได้ และเครื่องหมายบริการของ โจทก์ทั้งสองเครื่องหมายแตกต่างจากเครื่องหมาย การค้า ทะเบียนเลขที่ ค๑๑๘๘๑๗ ในรูป ลักษณะอย่างชัดเจน จึงไมถื่อว่าเครองื่หมายดังกล่าว มีเสียงเรียกขานคล้ายกัน ถือว่าเครื่องหมายบริการ ของโจทก์ทัง้สองเครองื่หมายไม่เหมือนหรอคล้ายกับ ื เครื่องหมาย การค้า/เครื่องหมายบริการของผู้อื่นที่ จดทะเบยนไ ีว้แล้ว และไม่เป็นเหตุใหส้าธารณชนหลง ผดิในความเป็นเจ้าของหรอแืหล่งกำเนิดบริการ ตาม มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๔๕๘๙/๒๕๕๒ เครองื่หมายการค้า ของนาย พ. ตามทไี่ด้ขอจดทะเบยนไ ีว้ มีอักษรโรมัน อ่านว่า ZENITH อยู่กลางรูปวงกลม ตอนบนของ วงกลมเป็นตารางสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ด้านล่างของ อักษรโรมันเป็นลวดลายคล้ายส่วนหนึ่งของแผนที่ โลก เมื่อเปรยบเที ยบกับเคร ีองื่หมายการค้า ของโจทก์ซึ่งมีทั้งรูปใบไม้ รถแข่ง ธงตารางหมาก รุก ย่อมแตกต่างกันอย่าง เห็นได้ชัด อักษรโรมันคำว่า “ZENITH” ที่อยู่ใน เครื่องหมายการค้าของ นาย พ. กับอักษรโรมันคำ ว่า “ZENITH หรือ Zenith” ในเครื่องหมายการค้า ของโจทก์อ่านออกเสียงได้ว่า “เซนิท” เป็นคำที่มี ความหมายไม่ใช่ชื่อหรือคำเฉพาะ คำน ี้ในตัวของ มันเองมีความหมายว่า “จุดที่ดวงอาทิตย์หรือดวง จันทร์ขึ้นสูงสุดบนท้องฟ้า” ความว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ได้ขึ้นมาจนถึงจุดสุดยอดแล้ว” เป็นคำที่ใช้กัน ทั่วไป ผู้ใดก็ตามย่อมนำคำน ี้ไปใช้ในความหมาย ดังทไี่ด้กล่าวมาแล้วได้ เครองื่หมายการค้าของโจทก์ ทั้งสองคำขอดังกล่าวจึงไม่คล้ายกับเครื่องหมาย การ ค้าของนาย พ. ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจ ทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็น เจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ตาม มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๕๗๑/๒๕๕๒ เครองื่หมายการค้า อักษรโรมันคำว่า “JOHNSONDIVERSY” ของโจทก์ เป็นอักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่ เรียงติดต่อกัน ส่วน เครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า “Johnson’s KIDS” อักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ผสมกัน แม้เครื่องหมายการค้าทั้งสองเครื่องหมาย จะจดทะเบียนเพื่อใช้กับสินค้าจำพวก ๒๑ เหมือน กัน แต่รายการสินค้าของแต่ละฝ่ายนั้นแตกต่างกัน มาก กลุ่มผู้ใช้สินค้าย่อมแตกต่างกัน รวมทั้งช่อง ทางการจำหน่ายสินค้าก็แตกต่างกันมากเช่นกัน โอกาสที่สาธารณชนจะสับสนหลงผิดในความเป็น
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 35 - เจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า จึงเป็นไปได้ น้อยประกอบกับการที่โจทก์เคยได้รับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่มีคำว่า “JOHNSON” ใน ประเทศไทยมาก่อนแล้ว ย่อมแสดงให้เห็นอยู่ว่า ลำพังการใช้อักษรโรมันคำว่า “JOHNSON” เป็น ส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้า ไม่ได้เป็นเหตุที่ จะทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็น เจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าแต่อย่างใด แม้ เสียงเรียกขานของเครื่องหมายการค้าทั้งสองทั้ง สองเครื่องหมายอาจจะคล้ายกันตามที่จำเลย อุทธรณ์ก็ไม่ถึงกับเป็นเหตุสำคัญอันจะทำให้ สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้าได้ เครื่องหมายการค้าอักษร โรมันคำว่า “JOHNSONDIVERSY” ของโจทก์ไม่ คล้ายกับเครื่อง หมายการค้าอักษรโรมันคำว่า “Johnson’s KIDS” ตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๒๐๔๒/๒๕๕๒ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์เป็นรูปประดิษฐ์โดยมีลักษณะ เป็นแถบเส้นเหมือนแผ่นริบบิ้นพับทำมุมแหลม ปลายทัง้สองด้านเป็นสว่นตดัเหมือนเส้นตดตัรงของ ริบบิ้น ในขณะที่เครื่องหมายการค้า จะเป็น รูปวงกลม ๔ เส้น ล้อมรอบโดยเว้นระยะระหว่าง วงกลมที่ ๑ กับที่ ๒ และที่ ๓ กับที่ ๔ เพียงเล็ก น้อย จะมีช่องว่างระหว่างวงกลมที่ ๒ กับที่ ๓ นับ จากด้านนอกเป็นระยะพอสมควร มีอักษรโรมันคำ ว่า “KIA” และ “MOTORS” ปรากฏอยู่ นอกจาก นี้จะมีพื้นที่ว่างภายในวงกลมซึ่งมีรูปประดิษฐ์เป็น แท่งตรงแนวเฉียงจำนวน ๑ แท่ง และแท่งตรงแนว เฉียงขนานกันอีก ๑ แท่งแต่มีส่วนปลายขวางช ี้ ลง ไปด้านล่างรูปลักษณะของเครื่องหมายการค้า ดังกล่าวจึงแตกต่างกันมาก และเริ่มใช้เครื่องหมาย การค้ากับสินค้าของโจทก์จะใช้กับผลิตภัณฑ์รถ จักรยานยนต์ที่สร้างขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และมี จำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงไม่น่าเชื่อว่า โจทก์จะนำเครื่องหมายการค้าไปใช้เพื่อแสวงหา ประโยชน์โดยไม่ชอบจากชื่อเสียงของเครื่องหมาย การค้าดังกล่าว เครื่องหมายการค้ารูปประดิษฐ์ของ โจทก์จึงไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้า จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความ เป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๒๐๓๘/๒๕๕๒ เครื่องหมาย บริการและเครื่องหมายการค้าคำว่า “โรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง ”จะมีภาพประดิษฐ์ ประกอบอยู่ด้วย ในขณะที่เครื่องหมาย การค้าของ โจทก์ทั้งสองจะมีเพียงคำว่า “บ้านตะวันแดง” และ “ตะวันแดง” เท่านัน ้สาธารณชนสามารถเห็นความ แตกต่างนี้ได้อย่างชัดเจนแม้ว่าเครื่องหมายบริการ และเครื่องหมายการค้าของฝ่ายจำเลยจะมีการ ปฏิเสธไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวในคำว่า “โรงเบียร์เยอรมัน” แต่ก็ไม่ได้เป็นการตัดคำดัง กล่าวออกจากเครื่องหมาย และยังถือว่าคำดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายในการพิจารณาเช่น เดิม แม้โจทก์ทั้งสองจะเป็นเจ้าของเครื่องหมาย การค้าคำว่า “บ้านตะวันแดง” หรือ “ตะวันแดง” แต่โจทก์ก็ได้รับความคุ้มครองที่จะห้ามบุคคลอื่น ใช้คำดังกล่าวในลักษณะเดียวกันกับเครื่องหมาย การค้าของโจทก์ทั้งสอง รวมทั้งการนำไปใช้ใน ลักษณะที่จะทำให้โจทก์ทั้งสองเสื่อมประโยชน์ เท่านั้น โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิถึงขนาดที่จะหวงกัน บุคคลอื่นไม่ให้ใช้คำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด บุคคล อื่นยังคงสามารถใช้คำว่า “ตะวันแดง” ซึ่งเป็น คำสามัญทั่วไปตราบเท่าที่ไม่เป็นการรบกวนสิทธิ ในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทั้งสอง
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 36 - ในส่วนของเสียงเรียกขาน “โรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง” จะเรียกขานว่า “โรง-เบียร์- เยอร-มัน-ตะ-วัน-แดง” ในขณะทเครี่องื่หมายการค้า ของโจทก์ทั้งสองจะเรียกว่า “บ้าน-ตะ-วัน-แดง” และ “ตะ-วัน-แดง” แม้จะมีคำว่า “ตะ-วัน-แดง” เหมือนกัน แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันยังไม่ อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดได้ ตามมาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๑๓๘๘๙-๑๓๘๙๑/๒๕๕๓ เครอง ื่ หมายการค้าของจำเลยที่ ๑ ที่ยื่นขอจดทะเบียน เป็นอักษรโรมันคำว่า “BULLSPOWER” เครื่องหมายการค้าของโจทก์นอกจากมีอักษรโรมัน คำว่า “BULL” เป็นส่วนสาระสำคัญแล้วยังมีอักษร โรมันคำว่า “RED” หรือ “Red” ประกอบอยู่ข้าง หน้าด้วย เครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังมีรูป กระทิงประดิษฐ์ ๒ ตัว และคำ “กระทิงแดง ๒๕๐” หรืออักษรโรมันคำว่า “KRATINGDAENG ๒๕๐ RedBull” ประกอบอยู่ด้วยจึงไม่เหมือนหรือคล้าย กับเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๖ (๓) ประกอบกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย ที่ ๑ ใช้กับสินค้าต่างจำพวกกับสินค้าของโจทก์ ลูกค้าของโจทก์และจำเลยที่ ๑ จึงเป็นคนละกลุ่ม กัน ไม่อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความ เป็นเจ้าของหรอแืหล่งกำเนิดสินค้าเพราะไมป่รากฏ ว่าโจทก์มีสินค้าจำพวกเดียวกันกับสินค้าของจำเลย ที่ ๑ ออกจำหน่าย เครื่องหมายการค้าของจำเลย ที่ ๑ จึงไม่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๗๒๐๑/๒๕๕๔ เครื่องหมาย การค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียนคำว่า “ARTIST NATION” ส่วนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน แล้ว คำว่า นับได้ว่าทั้งสองคำมีความ หมายใกล้เคียงกัน ความสำคัญเด่นชัดของ เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงอยู่ที่คำว่า ARTLIST ซงเึ่ป็นจดสุังเกตและจดจำได้โดยง่ายมีตวสัะกดและ เสียงเรียกขานใกล้เคียงกันและไม่ได้ใช้อักษร ประดิษฐ์จนแตกต่างกันอย่างชัดเจนสาธาณชนจึง อาจสับสนหรือหลงผิดได้ ลูกค้าอาจเป็นเด็กหรือ วัยรุ่น หรือผู้มีประสบการณ์และมีความรู้ในภาษา อังกฤษไม่เพียงพอที่จะจำแนกความแตกต่างดัง กล่าวได้ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงไม่มี ลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ ประกอบมาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๑๐๓๖๐-๑๐๓๖๑/๒๕๕๔ จำเลย ร่วมได้จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าคำว่า “XENICAL” และรูปประดิษฐ์ เพื่อ ใช้กับสินค้าจำพวก ๕ เช่นเดียวกับโจทก์ แต่เป็น สินค้ามีลักษณะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน กลุ่มผู้บริโภค สินค้าก็เป็นกลุ่มผูต้ ้องการรักษาสุขภาพเช่นเดียวกัน ประกอบกับสินค้ายาหากเกิดความสับสนหลงผิด อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้สินค้าได้ ดังนั้นเครื่องหมาย การค้าคำว่า “XINICAL” และรูปประดิษฐ์ ของจำเลยร่วม จึงต้องห้ามมิให้ นายทะเบยนเครีองื่หมายการค้ารับจดทะเบยนีตาม มาตรา ๖ (๓) ประกอบมาตรา ๑๓ (๒) ฎีกาที่ ๘๗๒๕/๒๕๕๔ เครองื่หมายการค้า “California WOW WOMEN” เหมือนหรือคล้าย กับเครื่องหมาย “WOW WORLD OF WOMEN” หรือไม่ เห็นว่าแตกต่างกันมากทั้งรูปร่าง ลักษณะ การวางตัวอักษร รวมทั้งเสียงเรียกขานก็แตกต่าง กันชัดเจนซึ่งไม่น่าจะทำให้สาธารณชนสับสนหลง ผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า หรือบริการได้ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกันแล้ว เห็น ได้ชัดเจนว่าแตกต่างกัน ไม่เหมือนหรือคล้ายกันจน
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 37 - อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็น เจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์จึงไม่มีลักษณะที่ต้องห้ามมิให้รับ จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ (๓) ฎีกาที่ ๘๑๕๑-๘๑๕๒/๒๕๕๔ โจทก์ ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า HEXAXIM ใน สินค้าจำพวกที่ ๕ คือ ยา สินค้าวัคซีนของโจทก์ใช้ ฉีดสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก สมองอักเสบ โปลิโอ และตับอักเสบบี ผู้ใช้คือแพทย์ เภสัชกรหรือพยาบาล ส่วนสินค้า เครื่องหมายการค้า “EXE$XYM” เป็นสารที่เตรียม ขึ้นใช้ในการวินิจฉัยโรคกลุ่มผู้ใช้สินค้า คือ นัก เทคนิคการแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการ ผู้ใช้สินค้าเป็นคนละ กลุ่มกัน แต่ละกลุ่มต่างก็เป็นผู้มีวิชาชีพ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ย่อมสามารถแยกแยะ สินค้าทั้งสองดังกล่าวได้โดยไม่สับสนหลงผิด ช่อง ทางในการจำหน่ายก็แตกต่างกัน แม้เครื่องหมาย การค้ามีเสียงเรียกขานคล้ายกันแต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ จะทำให้สาธารณชนผู้ใช้สินค้าสับสนหรือ หลงผิด ว่าสินค้าวัคซีนทใช้เคร ี่องื่หมายการค้า “HEXAXIM” ของโจทก์เป็นสินค้าที่เตรียมขึ้นใช้ในการวินิจฉัย โรคที่เกี่ยวกับไวรัสและโรคที่เกิดจากไวรัสซึ่งใช้ เครื่องหมายการค้า “EXAXYM” ของคาวิดิ เทค เอบีหรือมีแหล่งกำเนิดจากบริษัทดังกล่าว ฉะนั้น เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมาย การค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ (๓) และมาตรา ๑๓ ฎีกาที่ ๗๒๐๒/๒๕๕๔ การพิจารณา เปรียบเทียบว่าเครื่องหมายการค้าทั้งสองดังกล่าว คล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลง ผดิต้องพจิารณาดูภาพรวมทุกสว่นของเครองื่หมาย การค้าทั้งสองนั้น ทั้งสำเนียง เสียงเรียกขาน เครื่องหมายการค้า รายการสินค้าที่ขอจดทะเบียน หรือที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วสาธารณชนกลุ่มผู้ซื้อ สินค้าใช้เครื่องหมายการค้า และความสุจริตในการ ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วย สำหรับ เครื่องหมายการค้าคำว่า เมื่อนำมา เปรียบเทียบกับเครื่องหมายการค้าคำว่า จะเห็นได้ว่า เครื่องหมายการค้า คำว่า ตามคำขอของจำเลยประกอบ ด้วยอักษรโรมันที่เหมือนกับตัวอักษร ๕ตัวแรกของ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ คือตัวอักษร P, R, O, T และ O เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีตัวอักษร “N” เพิ่มขึนเ้ป็นตวสัดุท้ายอกีตวัเดียว นับว่ามีความ คล้ายกันระดับหนึ่ง แต่ก็มีความแตกต่างกันหลาย ประการ คือ ใช้ตัวอักษรประดิษฐ์ที่มีลักษณะแตก ต่างกันอย่งชัดเจน สำเนียงเสียงเรียกขานแตกต่าง กันและเมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดตามคำขอจด ทะเบยนของี จำเลย คอ ืสินค้าจำพวกท ๑๒ รายการ ี่ สินค้า ผ้าเบรก แผ่นคลัตช์ คลัตช์ออโตเมติก ดุม ล้อ ก้ามเบรก โซ่วงล้อ ซี่ลวด และสเตอร์สำหรับ สำหรับรถจักรยานยนต์ กับสินค้าจำพวกที่ ๑๒ รายการสินค้ารถยนต์ที่ใช้เครื่องหมายการค้า ของโจทก์ เห็นได้ว่าแม้จะเป็น สินค้าที่เกี่ยวกับยานพาหนะมีข้อแตกต่างกันที่ รายการสินค้าที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้นเป็นชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ของรถ จักรยานยนต์สาธารณชนผู้ซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะ เป็นช่างซ่อมหรือตกแต่ง หรือผู้ใช้ที่มีความสนใจ ในการซ่อมหรือตกแต่งจักรยานยนต์สาธารณชน อื่นที่ไม่ใช่บุคคลในกลุ่มผู้ใช้สินค้าชิ้นส่วนอะไหล่
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 38 - และอุปกรณ์ของรถยนต์โดยตรง กลุ่มคนที่ซื้อสินค้า จะเป็นผู้คลุกคลีมีความคุ้นเคยและมีความรู้ความ เข้าใจเกยี่วกับรถจักรยานยนตน์ชิน้สว่ นอะไหล่ และ อุปกรณ์ของรถจักรยานยนต์เป็นอย่างดีพอสมควร ย่อมสามารถแยกแยะความแตกต่างได้ว่าสินค้าชิ้น ส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ของรถจักรยานยนต์ตาม รายการสินค้าดังกล่าวที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำ ว่า ของจำเลยไม่ใช่สินค้าที่มีเจ้าของ หรือหรือมีแหล่งกำเนิดเดียวกับสินค้ารถยนต์หรือ สินค้าชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์ของรถยนต์ที่ใช้ เครื่องหมายการค้าคำว่า ซึ่งเป็น สินค้าที่มีราคาสูงกว่าราคาสินค้าจักรยานยนต์และ อะไหล่มาก ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเครื่อง หมายการค้าคำว่า ของจำเลยคล้าย กับเครื่องหมายการค้าคำว่า ของ โจทก์จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด ในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้าอันจะเป็นเครองื่หมายการค้า ที่ไม่มีลักษณะอันพึงได้รับการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๓๔ มาตรา ๖ (๓) ประกอบมาตรา ๑๓ และมาตรา ๖ (๒) ประกอบมาตรา ๘ (๑๐) มาตรา ๗ เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ท�ำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบ และเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น (๑) มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่ม เติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับ ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมของพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งถูก ยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๗ เครื่องหมายการค้าที่มี ลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมี ลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบ และเข้าใจได้ว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างไปจากสินค้าอื่น” (๒) ดูคำสั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อมูลสืบค้นไดจ้ากกรมทรัพย์สินทางปัญญา www. ipthailand.go.th และกฤษฎีกา www.krisdika. go.th) (๓) มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษา ฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๒๘๙/๒๔๘๐ ชื่อยี่ห้อ “เชียว กวางฮงไถ่” จะขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการ ค้าไม่ได้ต้องมีลักษณะอื่นบ่งเฉพาะเป็นพิเศษ (ปัจจุบันคือ มาตรา ๗) ฎี ก า ที่ ๘ ๗ ๗ ๗ / ๒ ๕ ๔ ๘ คำว่ า “NETBURST” เป็นคำที่โจทก์ประดิษฐ์ขึ้น ไม่ได้ เป็นคำศัพท์ที่มีและใช้อยู่โดยปรากฏในพจนานุกรม คำว่า “NETBURST“ ไม่เป็นคำที่เล็งถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าตามที่โจทก์ขอจดทะเบียน โดยตรง แต่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๗ ฎีกาที่ ๖๓๐/๒๕๕๑ โจทก์ยื่นขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปขวดเป็นภาพขาวดำ มีจุดขาวรอบขวด ใช้กับสินค้าจำพวก 32 รายการ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 39 - สินค้า น้ำแร่ เครื่องดื่มชนิดอัดลม เครื่องดื่มชนิด ไม่อัดลม เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครองื่หมายการค้า “รูปขวด” ของโจทก์ ที่ขอจดทะเบียนมีลักษณะพิเศษโดยมีส่วนเว้า ส่วน นูน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีลวดลายที่เป็นจุดเว้า ลึกรอบขวดในระยะที่ห่างเท่ากัน รูปขวดของโจทก์ มีลักษณะไม่เหมือนรูปขวดทั่วไป แต่เป็นภาพที่ ประดิษฐ์ขึ้น ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๖) ถือได้ว่า เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะในตัว เองที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้าทราบและเข้าใจได้ ว่าสินค้าของโจทก์แตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่อง หมายการค้ารูปขวดของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมาย การค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ ฎีกาที่ ๑๐๙๒๖/๒๕๕๔ (ศาลทรัพย์ สินฯ) คำว่า “AE” อาจแปลว่า “หนึ่ง” สำหรับ ประชาชนบางเช ื้ อชาติในบางประเทศ แต่ไม่อาจ ถือว่าเป็นคำสามัญทั่วไปต้องถือว่าเป็นคำที่โดย ทั่วไปไม่มีคำแปลหรือเป็นคำที่ไม่มีความหมาย การ ที่โจทก์นำคำดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ย่อมถือไดว้่าเป็นการใช้ในลักษณะทที่ ำให้ ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าของโจทก์นั้นแตกต่างจากสินค้าอื่น อันมี ลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๙๒๔๐/๒๕๕๔ ลักษณะรูปร่าง เครองยนี่ต์ของโจทก์ซงึ่มีลักษณะเหมือนเครองยนื่ต์ ของผู้อื่นทั่วไปไม่มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษ บุคคล ทั่วไปเห็นแล้วก็มีแต่จะนึกถึงลักษณะของสินค้า เครื่องยนต์ประเภทน ี้ การที่โจทก์ใช้สีที่อ้างว่ามี ลักษณะเฉพาะของโจทก์และใช้มานานไม่ เปลี่ยนแปลงก็อาจเป็นสิ่งที่บุคคลใช้เป็นที่สังเกต แยกแยะ นอกจากน ี้ยังเห็นว่า เครื่องยนต์ของโจทก์ ใช้เครื่องหมายคำว่า “HONDA” ติดอยู่ไม่ปรากฏ ว่าโจทก์ได้นำเครื่องยนต์รุ่นนี้ ออกจำหน่ายโดยไม่ ใช้เครื่องหมายคำว่า “HONDA” จึงน่าเชื่อว่า โจทก์ ประสงค์จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูป ร่างหรือรูปทรงวัตถุของเครื่องยนต์อเนกประสงค์ รุ่น GX ของโจทก์นี้ เพียงเพื่อใช้หวงกันไม่ให้ผู้อื่น ผลิตเครองยนื่ต์ที่มีลักษณะคล้ายของโจทก์ไดต้ลอด ไปในฐานะเป็นเครองื่หมาย การค้าอันเป็นการจำกัด สิทธิของบุคคลอื่นมากเกินสมควร และเห็นได้ว่า เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียนไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ ฎีกาที่ ๔๘๖๗-๔๘๖๘/๒๕๕๔ การ พิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าใดมีลักษณะบ่ง เฉพาะหรือไม่ ต้องพิจารณาทั้งเครื่องหมาย เครื่องหมายการค้าคำว่า ไม่ได้แสดง ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง และ มิใช่สิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าทั้ง ๕๙ รายการ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงมี ลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๗ ฎีกาที่ ๕๔๔๘/๒๕๕๔ โจทก์ได้โฆษณา เครื่องหมายบริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ในนิตยสารที่สื่อสิ่งพิมพ์และการทำตลาด ร่วมกับบัตรเครดิต (VISA) ป้ายโฆษณา ซึ่งเมื่อผู้ ใช้บริการเห็นเครองื่หมายบริการดังกล่าวก็จะทราบ ทันทีว่าเป็นเครื่องหมายบริการของโจทก์ เครื่อง หมายบริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์จึงมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้ บริการนั้นทราบและเข้าใจได้ว่าบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์นั้นแตกต่างไปจากไปจากบริการ อื่น ทั้งไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของ ภัตตาคารโดยตรง จึงมีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖ และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 40 - เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นสาระส�ำคัญดังต่อไปนี้ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ มาตรา ๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมของพระราช บัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ “เครื่องหมายการค้าที่ประกอบด้วย ลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นสาระสำคัญดังต่อ ไปน ี้ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ (๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกันโดย ธรรมดาชอนิ ื่ติบุคคล หรอชื อในทางการค้า ื่ซงแึ่สดง โดยลักษณะพิเศษ (๒) คำหรือข้อความ อันไม่ได้เล็งถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรงและ ไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๓) ตวหั นังสือ ตวัเลข หรอคื ำที่ประดิษฐ์ขึน้ (๔) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือ ของเจ้าของเดิมของกิจการของผู้ขอจดทะเบียน หรือลายมือชื่อของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจาก บุคคลนั้นแล้ว (๕) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของ บุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว หรือ ในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้ว โดยได้รับอนุญาตจาก บุพการีผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว (๖) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น” ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่อง หมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งถูกยกเลิก ไปดังนี้ “เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบ ด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นสาระสำคัญ ดังต่อไปน ี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ (๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกันโดย ธรรมดา ชื่อเต็มของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย การนั้น หรือชื่อในทางการค้าที่แสดงโดยลักษณะ พิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรอคุณืสมบัติของสินค้า โดยตรง (๒) คำหรือข้อความอันไม่ได้เล็งถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรงและ ไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๓) กลุ่มของสีทแี่สดงโดยลักษณะพิเศษ หรือตัวหนังสือ ตัวเลข หรือคำที่ประดิษฐ์ขึ้น (๔) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียน หรือของเจ้าของ เดิมของกิจการของผู้ขอจด ทะเบียน หรือลายมือชื่อของบุคคลอื่น โดยได้รับ อนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว (๕) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของ บุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว หรือ ในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วโดยได้รับอนุญาตจาก บุพการีผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว (๖) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 41 - (๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุลตามความ หมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดา ชื่อเต็มของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย การนั้น หรือชื่อในทางการค้าที่แสดงโดยลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง มาตรา ๗ วรรคสอง (๑) มีคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๔๓๒/๒๕๕๑ เครื่องหมาย การค้าที่ขอจดทะเบียนของโจทก์คือ ตัวอักษรและ รูป BDF**** เป็นอักษรย่อมาจากชื่อของโจทก์ว่า “Beiersdorf AG” ซึ่งอักษรโรมัน ๓ ตัว คือ “B” “D” และ “F” แม้จะเป็นตัวอักษรโรมันลักษณะ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั่วไป ไม่ใช่ตัวอักษรโรมันที่มีลักษณะ ประดิษฐ์เป็นพิเศษก็ตาม แต่การเรียงอักษรโรมัน ดังกล่าวมีที่มาจากชื่อของโจทก์ ทั้งไม่น่ามีการเรียง ตัวอักษณโรมันในลักษณะเช่นนี้ เป็นการทั่วไปใน สังคม เมื่อพิจารณาโดยรวมตามลักษณะที่นำมา เรียงต่อกันหลังจากอักษรโรมัน เห็นได้ว่า เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนของโจทก์มี ลักษณะพิเศษแตกต่างไปถือว่าไม่เหมือนกับสิ่ง สามัญที่มีอยู่ก่อนอีกต่อไปและไม่ใช่เป็นกรณีที่เป็น อุปสรรคหรือขัดขวางบุคคลอื่นในการที่จะใช้อักษร ภาพ หรือสิ่งสามัญใดๆ ซึ่งควรจะเป็นสิ่งที่สังคม สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ เครื่องหมายการค้า ของโจทก์จึงมีลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมาย ตาม มาตรา ๗ วรรคสอง(๑) ฎีกาที่ ๘๔๐๕/๒๕๕๔ เครองื่หมายการค้า ที่ประกอบด้วยชื่อนิติบุคคลจะมีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๑) ได้ต่อเมื่อเครื่องหมาย การค้าดังกล่าวเป็นชอเื่ตม็ของนิติบุคคลทแี่สดงโดย ลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสินค้าที่ใช้เครื่อง หมายการค้า นั้นโดยตรง เครื่องหมายใดจะมีสภาพเป็นเครื่อง หมายการค้าตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ หรือไม่ จะต้องพิจารณาว่า ได้มี การใช้เครื่องหมายดังกล่าวเป็นที่หมายหรือ เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือไม่สินค้าที่โจทก์นำเข้าที่ บรรจุในถังได้มีการจำหน่ายต่อให้โรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยถังที่บรรจุสินค้าจะมี เครื่องหมายการค้าปรากฏอยู่ชัดเจนที่ด้านข้างตัว ถัง ฝาถังและใช้ร่วมกับเครื่องหมายอื่น เห็นได้ว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ถูกใช้เป็นที่หมาย ของสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าทใช้เคร ี่องื่หมายการค้า ของโจทก์ดังกล่าวนั้นแตกต่างจากสินค้าที่ใช้ เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นแล้ว ย่อมเป็น เครื่องหมายการค้าไม่ใช่เป็นเพียง ชื่อนิติบุคคลซึ่ง เป็นผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว (๑) ดูประกาศกระทรวงพาณิชย์ (ข้อมูล สืบค้นได้จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา www. ipthailand.go.th และกฤษฎีกา www.krisdika. go.th)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 42 - (๒) ค�ำหรือข้อความอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า นั้นโดยตรงและไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศก�ำหนด มาตรา ๗ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๐๘/๒๕๔๕ คำว่า “JAVACAFE” แม้จะเขียนติดต่อเป็นคำเดียวกัน แต่คำว่า “JAVA” และ “CAFE” สามารถแยกออกจากกันได้และ สามารถแปลความหมายตามพจนานุกรมได้ คำว่า “JAVA” เรียกขานว่า “จาวา” หมายถึง ชื่อเกาะ ในประเทศสาธารณรัฐอินโดนเีซีย ซงึ่ประชาชนโดย ทั่วไปรู้จักดีว่าหมายถึงเกาะชวาในประเทศ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ดังนั้น คำว่า “JAVA” หรือ “จาวา” จึงเป็นคำที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะส่วน คำ ว่า “CAFE” เรียกขานว่า คาเฟ่ ความหมายตาม พจนานุกรม หมายถึง กาแฟ หรือภัตตาคารขนาด เล็ก จึงถือเป็นคำสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะเช่น เดียวกัน คำ ๒ คำดังกล่าวมาเขียนติดกันเป็น “JAVACAFE” สำเนียงเรียกขานก็จะเป็น จาวา คาเฟ่ จะเห็นไดว้่า และแมจ้ะแปลไม่ได้ แต่ก็สามารถ สื่อความหมายให้คนทั่วไปได้ เข้าใจว่าหมายถึง กาแฟที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะชวาในประเทศ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนซึ่งมีเพียง อักษรโรมันคำว่า “JAVACAFE” เพื่อใช้กับสินค้า จำพวกที่ ๓๐ รายการสินค้ากาแฟ เมล็ดต้น โกโก้ธัญพืชที่สีแล้ว ธัญพืชที่ยังไม่ได้สี ผลิตภัณฑ์ ที่มีสว่นผสมของกาแฟ และครีมทไี่มมีส่ว่นผสมของ นม จึงเห็นได้ชัดว่าสื่อความหมายใหป้ ระชาชนทั่วไป เข้าใจว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่เล็งถึงลักษณะ และแหล่งกำเนิดของสินค้านั้นโดยตรง จึงเป็น เครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตาม มาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๔๑๒๘/๒๕๕๐ เครองื่หมายการค้า ที่โจทก์ขอจดทะเบียน เมื่อรวมกันแล้วแปลว่า “ไก่ ข้าวโพดคั่ว” ใช้กับสินค้าจำพวกที่ ๒๙ รายการ สินค้า ๑๘ รายการส่วนใหญ่เป็นสินค้าอาหารที่เป็น เน ื้ อสัตว์ เน้นที่สัตว์ปีก โดยเฉพาะอาหารที่มีไก่เป็น ส่วนผสม เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียน มีส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ๒ ส่วน คือ คำว่า “POPCORN” หรือ “ข้าวโพดคั่ว” และคำว่า “CHICKEN” หรือ “ไก่” รวมกันแล้วหมายถึง “ไก่ข้าวโพดคั่ว” จึงนับได้ว่ามุ่งประสงค์ที่จะให้เล็ง ถึงลักษณะของสินค้าโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้ารายการที่ ๑๗ อาหารที่มีไก่เป็นส่วนผสม จึง ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ต้องห้ามมิให้จดทะเบียน ฎีกาที่ ๘๒๘๕/๒๕๕๑ คำว่า “waxy” ของจำเลยใน ๒ ลักษณะ คือ ลักษณะของคำสามัญ เนื่องจากเล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า โดยตรง ตามมาตรา ๖๑ (๑) ประกอบมาตรา ๗ (๒) ประการหนึ่งกับลักษณะของคำสามัญที่กลาย เป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้า จำพวก ๒ และ ๓ ตามมาตรา ๖๖ อีกประการหนึ่ง ในชั้นจดทะเบียนคำว่า “waxy” ของจำเลยไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะโดยตัวเอง หากได้รับการจด ทะเบยนเีพราะมีลักษณะบ่งเฉพาะโดยการใช้ โจทก์ ย่อมไม่อาจขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าดัง กล่าวเพราะเหตุเป็นคำสามัญ หรือเป็นคำที่เล็งถึง คุณสมบัติของสินค้าโดยตรงได้ สำหรับการที่ผู้ จำหน่ายสินค้ารายอื่นใช้คำว่า “wax” ก็เพราะ ต้องการสื่อถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 43 - มากกว่า โจทก์ที่ระบุว่า สินค้าอื่นนอกจากสินค้า จำพวก ๒ และ ๓ เช่น สินค้าจัดแต่งทรงผม หรือ ส้ม ก็ใช้คำว่า “wax” เช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่อาจรับฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้าคำว่า “waxy” ของจำเลย ซึ่งได้รับการจดทะเบียนตาม กฎหมายได้กลับกลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการ ค้าขายสำหรับสินค้าจำพวก ๒ และ ๓ จนสามารถ ร้องขอให้เพิกถอนตามมาตรา ๖๖ ได้ ฎีกาที่ ๔๙๗๘/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า คำว่า “TechnoGel” ของโจทก์ โจทก์ยื่นขอจด ทะเบยนเครีองื่หมายการค้าดังกล่าวเพื่อใช้กับสินค้า จำพวกสินค้าตามคำขอแรกเป็นยางเรซินดิบที่ได้ จากการสังเคราะห์กับพลาสติกดิบที่ได้จากการ สังเคราะห์ ส่วนสินค้าตามคำขอสุดท้ายเป็นยาง เรซินสังเคราะห์กึ่งสำเร็จรูป พลาสติกสังเคราะห์ กึ่งสำเร็จรูป และแผ่นฟิล์มพลาสติกที่ไม่ใช้ห่อของ ส่วนสินค้าตามคำขอที่สอง ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ การแพทย์ที่ใช้ในทางออร์โธปิดิคส์ในรูปของแถบ ผ้า เข็มขัด สายรัด เตียงและเบาะของผู้ป่วย เห็น ได้ว่าในส่วนของยางเรซินและพลาสติกไม่ว่าจะอยู่ ในสภาพดิบหรือกึ่งสังเคราะห์นั้น แม้อาจพิจารณา ว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มนุษย์ผลิตขึ้นด้วยความรู้ ทางเทคโนโลยี แต่ยางเรซินกับพลาสติกในสภาพที่ เป็นสินค้านี้ต่างไม่มีลักษณะเป็นสารละลายหรือสิง ที่มีลักษณะคล้ายวุ้นหรือเจลอีก การอ้างถึงสภาพ ของวสดัุทนี่ ำมาผลิตเป็นสินค้าโดยที่สินค้าไมมีส่ภาพ เช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้นอีกแล้ว ไม่อาจ ถือได้ว่าเป็นการเล็งเห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสินค้าโดยตรงได้ ส่วนสินค้าในทางการแพทย์ ของโจทก์แม้มีลักษณะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือ วิชาการ แต่สินค้าดังกล่าวเห็นได้ชัดว่ามีลักษณะ เป็นของแข็ง ไม่มีลักษณะเป็นสารละลายหรือสิ่งที่ มีลักษณะคล้ายวุ้นหรือเจลแต่อย่างใด เครื่องหมาย การค้าจึงไม่มีลักษณะเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือ คุณสมบัติของสินค้าโดยตรงแต่อย่างใดตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๓๖๘๕/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า คำว่า “LASERJET” เป็นคำประดิษฐ์จากการผสม คำสามารถแยกแปลความหมายออกได้ ว่า “LASER” ความว่า คลื่นแสงที่ขยายกำลังแต่ถูกส่ง ออกมาเป็นลำแสงที่แคบอาจเรียกว่า “ลำแสง เลเซอร์” คำว่า “JETW หมายความว่า ของเหลว แก๊ส หรือฝุ่นที่พ่นออกมาเป็นลำสินค้าที่ยื่นขอจด ทะเบียน คือ สินค้าหมึกที่บรรจุในตลับคาร์ทริดจ์ ใช้กับเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ ของโจทก์มีลักษณะเป็นผงถือไดว้่าเป็นฝุ่นที่พ่นออก มาเป็นลำคล้ายแสงเลเซอร์ จึงเป็นคำที่เล็งถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงว่าสินค้า ผงหมึกของโจทก์มีลักษณะการทำงานด้วยการพ่น ออกมาเป็นลำคล้ายแสงเลเซอร์ไมว่ ่าจะพ่นเป็นแสง ของเหลว เป็นผง หรือเป็นฝุ่นก็ตาม เครื่องหมาย การค้าของโจทก์จึงเป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือ คุณสมบัติของสินค้าโดยลักษณะของเครื่องหมาย การค้านั้นเอง จึงไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะโดยลักษณะ ของเครื่องหมายการค้านั้นเอง ตามมาตรา ๗ วรรค สอง (๒) ฎีกาที่ ๕๗๐/๒๕๕๒ คำว่า “COOKIE CRISP” เป็นคำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของ สินค้าโดยตรงหรือไม่ คำขอจดทะเบียนระบุว่า คำว่า “COOKIE” แปลว่า “ขนมคุกก ี้” คำว่า “CRISP” แปลว่า “เปราะ” ในขณะที่พจนานุกรม เอกสารที่จำเลยนำสืบคัดค้านพจนานุกรมมีการให้ ความหมายคำว่า “COOKIE” คือ ขนมกินเล่น ขนมปังขาวก้อนกลมเล็ก คำว่า “CRISP” คอ เื ปราะ, กรอบ, แตกง่าย, สบายใจ, สดชื่น, มีชีวิตชีวา, สะอาดเรียบร้อย, หยิกงอ และเปราะบาง, กรอบ,
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 44 - สดมาก เมื่อพิจารณาจากบรรจุภัณฑ์ของโจทก์ น่า เชื่อว่าสินค้าของโจทก์มีสภาพเป็นไปตามที่ปรากฏ อยู่ที่บรรจุภัณฑ์ คือ เป็นก้อนขนมทรงกลมแบน ขนาดเล็ก สีน้ำตาล มีเม็ดสีน้ำตาลเข้มอยู่ด้านบน ของก้อนขนมซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคุกกี้ อบกรอบ โดยทั่วไปอย่างมาก ดังนั้น แม้สินค้าของโจทก์จะเป็นธัญพืช แต่เมื่อแปรสภาพหรือจัดทำให้อยู่ในรูปแบบของ คุกก ี้ ก็ย่อมเรียกว่า “คุกกี้” ได้ เครื่องหมายการค้า คำว่า “COOKIE CRISP” ของโจทก์จึงเป็นคำที่เล็ง ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงและ ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๑๗๘๓/๒๕๕๒ หากพิจารณา ว่าอักษรโรมันคำว่า “GlobalSources” ไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะแล้วลำพังรูปโลกประดิษฐ์ยังไม่ อาจทำให้เครื่องหมายการค้า/บริการนั้นได้รับการ จดทะเบยน ในการ ีพจิารณาว่า เครองื่หมายการค้า/ บริการ ตามคำขอใดเป็นคำขอที่เล็งเห็นถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้า และบริการโดยตรงหรือ ไม่นั้น มิจำต้องพิจารณาสินค้าและบริการแต่ละ ชนิดในรายการสินค้าและบริการที่ขอจดทะเบียน คำว่า “Global” แปลว่า โลก, ทั่วโลก, เกี่ยวกับ โลก ส่วนคำว่า “Sources” แปลว่า แหล่ง, ข้อมูล, แหล่งข้อมูล เมื่อออกเสียงร่วมกันแล้วจึงมีความ หมายว่า “แหล่งหรือข้อมูลของโลก” เมื่อใช้คำดัง กล่าวกับคำขอซึ่งต่างมีสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อ กับข้อมูลข่าวสาร ย่อมเป็นคำที่เล็งเห็นถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าและบริการโดยตรง เครื่องหมายการค้า/บริการ ของโจทก์ทั้งคำขอจึง ไม่อาจรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๑๖ ประกอบ มาตรา ๖ (๑) และมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๒๒๓๙/๒๕๕๔ เครื่องหมายหรือ คำบรรยายอันอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลง ผิดเกี่ยวกับ “แหล่งกำเนิดสินค้า” หมายถึง เครื่องหมายหรือคำบรรยายที่สื่อความหมายถึง หรือ ทำให้เข้าใจว่าเป็นประเทศ เมือง หรือ สถานที่อัน เป็นแหล่งกำเนิดหรือที่มาของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้าดังกล่าวโดยตรงเท่านั้น ไม่อาจตีความโดย ขยายความให้หมายความรวมถึงเครื่องหมายหรือคำ บรรยายที่สื่อความหมายถึงหรือทำให้เข้าใจว่าเป็น คนสัญชาติของประเทศหรือบุคคลที่อาศัยอยู่ใน สถานที่นั้นๆ ด้วยได้ สำหรับเครื่องหมายการค้า คำว่า “Von Dutch” แปลความหมายได้ว่า “มาจาก ชาวเนเธอร์แลนด์” มีความหมายสื่อถึงคนชาติ เนเธอร์แลนด์โดยตรง หาได้สื่อความหมายถึงประเทศ เนเธอร์แลนด์อันเป็นชอเรื่ยกีสถานทอยี่ ่ในคูวามหมาย ของ “แหล่งกำเนิดสินค้า” ยังถือไม่ได้ว่าเครื่องหมาย การค้าดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียน เพราะอาจทำให้สาธราณชนสับสนหรือหลงผิดใน ความเป็นเจ้าของสินค้าด้วย โจทก์นำคำดังกล่าวมา ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสินค้าจำพวก ๒๕ รายการสินค้า จึงเป็นคำหรือข้อความอันไม่ได้ เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติอันถึงรับจดทะเบียนได้ ตามมาตรา ๖(๑)(๒) และมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่๙๔๖๖/๒๕๕๔ คำว่า “BIOFRESH” อ่านว่า “ไบโอเฟรช” แปลว่า “สิ่งมีชีวิติที่สดใหม่” โจทก์นำเครื่องหมายมาใช้กับสินค้าจำพวก ๑๑ รายการสินค้าเครื่องแช่เย็นและเครื่องแช่แข็ง คำว่า “BIOFRESH” จึงเป็นเพียงเครื่องหมายการค้าในเชิง แนะนำ (Suggestive Mark) หมายถึง เครื่องหมาย การค้าที่มีลักษณะแนะนำให้ผู้บริโภคคิดหรือมี จินตนาการต่อไปถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า ว่า สินค้านั้นมีลักษณะหรือคุณสมบัติในการช่วยให้ สิ่งของ ผัก ผลไม้ หรือเน ื้ อสัตว์ต่างๆ สามารถคงความ สดไว้ได้เท่านั้นไม่ทำให้สาธารณชนทั่วไปเห็นเครื่อง หมายการค้าดังกล่าวแล้วเข้าใจหรือนึกถึงสินค้าของ โจทก์ จึงเป็นเพียงคำบรรยายสรรพคุณของสินค้าโดย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 45 - มิได้เป็นคำที่จะแปลความหรือสื่อความหมายให้เห็น ว่า สินค้าของโจทก์มีคุณสมบัติในการช่วยให้ผัก ผลไม้ หรือเน ื้ อสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสามารถคง ความสด อันเป็นการเล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสินค้าโดยตรง เครื่องหมายการค้าคำว่า “BIOFRESH” จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่๘๗๒๖/๒๕๕๔ คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า ที่มีคำว่า “AMP” แม้จะรับฟัง ว่า “AMP” ย่อมาจาก “AMPERE” แปลว่า แอมแปร์ หน่วยวัดกระแสไฟฟ้า และย่อมาจาก “AMPLIFIER” เครื่องขยายเสียง แต่สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าที่ ขอจดทะเบียนเป็นสินค้าแผงวงจรสวิตซ์ไฟฟ้า แผง วงจรไฟฟ้าติดผนัง สายอ่อนหรือแผงต่อไฟฟ้าแบบ ชั่วคราวสายเคเบิลไฟฟ้า อุปกรณ์เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าระบบแสง และสายเคเบิล นำแสง ไม่ใช่สินค้าเครื่องวัดหน่วยกระแสไฟฟ้าเป็น แอมแปร์หรือเครื่องขยายเสียง ดังนั้น คำว่า “AMP” จึงไม่ใช่คำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้า ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ขอจดทะเบียน โดยตรง แต่เป็นการเกี่ยวข้องโดยอ้อม มิได้เกี่ยวข้อง ในความหมายที่เป็นการเล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสินค้านั้นโดยตรงเช่นเดียวกับสินค้าเครื่องวัด หน่วยกระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์หรอเครืองขยายเื่ สียง คำว่า “NETCONNECT” หมายความว่า การเชื่อม โยงเครือข่าย ไม่ใช่คำหรือข้อความที่เล็งถึงลักษณะ หรือคุณสมบัติของสินค้าทั้ง ๗ รายการนั้นโดยตรง ดังนี้ คำว่า “AMP” และคำว่า “NETCONNECT” ในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จึง ถือได้ว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง (๒) และเป็นเครื่องหมายการค้าอันพึง ได้รับการจดทะเบียนตามมาตรา ๖ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายบริการที่มี คำว่า “AMP” และคำว่า “NETCONNECT” เป็น บริการติดตั้งระบบเดินสายไฟในอาคาร บริการการ บำรุงรักษาระบบการเดินสายไฟในอาคาร บริการการ ซ่อมแซมระบบการเดินสายไฟในอาคาร บริการให้คำ ปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้ง การบำรุงรักษา และการ ซ่อมแซมระบบการเดินสายไฟในอาคาร ไม่ใช่การให้ บริการวดหั น่วยกระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์หรอเื ป็นการ ให้บริการให้เช่าเครองขยายเื่ สียงหรอใืห้บริการในการ ขยายเสียงหรือให้บริการอื่นใดเกี่ยวกับเครื่องขยาย เสียงแต่อย่างใด ดังนี้ คำว่า “AMP” จึงมิใช่คำที่เล็ง ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของบริการที่จะใช้ เครื่องหมายบริการที่โจทก์ขอจดทะเบียนโดยตรง แม้ การให้บริการบางอย่างจะเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า อยู่บ้างแต่ก็เป็นการเกี่ยวข้องโดยอ้อม มิได้เกี่ยวข้อง ในความหมายที่เป็นการเล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของบริการนั้นโดยตรง คำว่า “AMP” ดังกล่าวจึงถือ ได้ว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๘๐ ประกอบ มาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ส่วนคำว่า “NETCONNECT” มีความหมายว่า การเชื่อมโยงเครือข่ายก็ไม่ใช่คำหรือ ข้อความทเล็งเ ี่ห็นถึงลักษณะหรอคุณืสมบัติของบริการ ทั้ง ๑๐ รายการนั้นโดยตรง ดังนี้ “AMP” และคำว่า “NETCONNECT” ถือว่าเป็นคำที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคหนึ่งและ วรรคสอง (๒) และเป็นเครื่องหมายบริการอันพึงรับ จดทะเบียนได้ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖ ฎีกาที่๗๙๖๑/๒๕๕๔ เครองื่หมายการค้า และ มีคำว่า “NO FILLER” และ“โนฟิลล์เลอร์” เป็นส่วนที่สำคัญ คำว่า “NO” มีความหมายว่า ไม่มี ไม่ใช่ ไม่เป็น ในหนังสือ “ศัพท์ ในวงการปุ๋ย” ให้ความหมายของคำว่า “FILLER” หมายถึง “สารเติมน้ำหนัก หรือสารตัวเติม : สารที่ เติมลงไปในปุ๋ยผสม เพื่อน้ำหนักรวมของปุ๋ยผสมให้ ครบและได้สูตรที่ต้องการสารเติมน้ำหนักทำหน้าที่ เพิ่มน้ำหนัก แต่มิได้เพิ่มธาตุอาหารลงในปุ๋ยนั้น สารเติมน้ำหนักทำหน้าที่เป็นวัสดุปรับสภาพปุ๋ย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 46 - (Conditioner) ด้วย” เมื่อนำไปประกอบคำว่า “NO” ที่มีความหมายว่า ไม่มี ไม่ใช่ ไม่เป็นแล้ว ย่อมเห็นได้ ว่าหากนำคำว่า “NO FILLER” ไปใช้กับปุ๋ยผสมที่มี สารอาหารล้วนๆ ไม่มีสารเติมน้ำหนักหรือสารตัวเติม ผสมอยู่ด้วย อันเป็นการแสดงถึงคุณสมบัติของสินค้า ปุ๋ยเคมีที่โจทก์ได้ขอจดทะเบียนสำหรับใช้กับสินค้านี้ โดยตรง ก็ต้องถือว่า เครองื่หมายการค้านไี้ มมี่ ลักษณะ บ่งเฉพาะ ไม่มีลักษณะอันพึงได้รับการจดทะเบียน ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๓๒๑๕/๒๕๕๔ แม้เครื่องหมาย การค้ารูปและคำของโจทก์จะมีรูปผู้หญิงและดอกไม้ อันเป็นภาพประดิษฐ์ขนาดใหญ่และเด่นกว่า เครื่องหมายคำอักษรโรมันว่า “Mikomuszuree” เครื่องหมายการค้ารูปและคำของโจทก์จึงมีลักษณะ ที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจ ได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์แตกต่าง ไปจากสินค้าอน นับเ ื่ ป็นเครองื่หมายการค้าที่มีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) และ (๖) เมื่อ โจทก์ขอจดทะเบยนี สำหรับสินค้าจำพวกท ๓ รายการี่ สินค้า สบู่ โลชั่น ครีมบำรุงผิว เครื่องหมายรูปผู้หญิง และดอกไม้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้า ตามคำขอจดทะเบียนของโจทก์ จึงเป็นสิ่งที่ใช้กัน สามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าจำพวกที่ ๓ รายการ สินค้าสบู่ เครื่องสำอาง ฎีกาที่ ๑๐๙๒๖/๒๕๕๔ ข้อเท็จจริงรับ ฟังไม่ได้ว่า “AE” เป็นคำที่มีความหมายทั่วไปใน ประเภทคำสามัญแม้คำว่า “AE” อาจแปลว่า “หนึ่ง” สำหรับประชาชนบางเช ื้ อชาติในบางประเทศ แต่ไม่ อาจถือว่าเป็นคำสามัญทั่วไปต้องถือว่าเป็นคำที่โดย ทั่วไปไม่มีคำแปลหรือเป็นคำที่ไม่มีความหมาย การ ที่โจทก์นำคำดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ย่อมถือได้ว่าเป็นการใช้ในลักษณะที่ทำให้ ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าของโจทก์นันแ้ตกต่างจากสินค้าอน อัน ื่ มีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และถือว่าเป็นคำ หรือข้อความที่ไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของ สินค้าของโจทก์โดยตรง ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ฎีกาที่ ๘๗๖๒/๒๕๕๕ เครองื่หมายการค้า อักษรไทย “อามูเร่” และอักษรโรมัน “ARMURE” เป็นคำภาษาฝรั่งเศส หมายถึง เกราะป้องกัน เมื่อ สาธารณชนในประเทศไทยเห็นเครื่องหมายการค้า โดยยังไม่ได้ดูไปถึงสินค้ายากที่สาธารณชนโดยทั่วไป จะคิดไปถึงสินค้าจำพวกที่ ๕ รายการสินค้า ยาปราบ ศัตรูพืช ยาฆ่าเชื้อรา ยาฆ่าวัชพืช และยาฆ่าแมลง เป็นสินค้าประเภทที่ใช้ทำลายมิให้ศัตรูและวัชพืชมี ชีวิตอยู่ การได้เห็นเครื่องหมาย การค้า จึงหาใช่ว่า จะสามารถทราบหรือเข้าใจได้ในทันทีหรือใช้ วิจารณญาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถทราบหรือเข้าใจ ได้ ดังนั้นเครื่องหมายการค้า คำว่า “อามูเร่” และ อักษรโรมัน “ARMURE” ของโจทก์ จึงไม่ถือเป็นคำ ทเล็ง ี่ถึงลักษณะหรอคุณืสมบัติของสินค้าโดยตรง และ ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๕๔๐๒/๒๕๕๑ เครองื่หมายบริการ ของโจทก์ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ “SOUTH AFRICAN” กับ “AIRWAYS” คำแรกไม่ใช่ชื่อทาง ภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยตรง แต่ก็ เป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับประเทศแอฟริกาใต้ หรือประชาชนของประเทศแอฟริกาใต้ คำ ว่า“AIRWAYS” ความหมายตามพจนานุกรมหมาย ถึง เส้นทางการบิน แต่ความหมายอันเป็นที่ทราบโดย ทั่วไปอีกประการหนึ่งนั้นหมายถึง สายการบิน คำว่า “AIRWAYS” ถือว่าเป็นคำที่เล็งเห็นถึงคุณลักษณะ หรอคุณืสมบัตหิรอบริการโ ืดยตรง เครองื่หมายบริการ ของโจทก์จึงไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๗ วรรคสอง(๒) เนื่องจากโจทก์ให้บริการขนส่งทาง อากาศยานและให้บริการติดตั้ง ดูแลและซ่อมบำรุง อากาศยาน ถือว่าเป็นบริการหลักของโจทก์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 47 - (๓) ค�ำที่ประดิษฐ์ขึ้น มาตรา ๗ วรรคสอง (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๔๐๓/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า คำว่า JobsDB ของโจทก์เป็นเพียงการนำอักษร โรมันคำว่า Jobs ซึ่งแปลว่า “งาน” มารวมกับ อักษรโรมัน DB แม้คำว่า JobsDB จะไม่ปรากฏ ความหมายในพจนานุกรม ขณะที่สำเนียงเรียกขาน ยังคงอ่านออกเสียง “จอบส์ดีบี” ไม่ต่างกับการ เขียนคำว่า Jobs แยกออกจากตัวอักษร DB ดัง นั้น ลำพังการนำคำที่มีความหมายมารวมกับตัว อักษรบางตัวในลักษณะเช่นนี้ยังไม่มีลักษณะถึง ขนาดที่จะเป็นคำประดิษฐ์อันควรที่จะได้รับการ คุ้มครองด้วยการจดทะเบียนตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคสอง (๓) เมื่อโจทก์ขอจด ทะเบียนเครื่องหมายบริการดังกล่าวกับการบริการ ประเภทที่ ๓๕ เครื่องหมายบริการคำว่า JobsDB ของโจทก์จึงเล็งเห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของ บริการที่โจทก์ยื่นขอจดทะเบียนโดยตรง ขัดต่อ มาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๕๔๕๓/๒๕๕๔ เครื่องหมาย การค้าทั้งสองต่างมีคำว่า “BURBERRY” เป็นภาค ส่วนหนึ่ง ทั้งโจทก์และจำเลยที่ ๑ เห็นตรงกันว่า เป็นคำแปลไม่ได้ จึงเป็นคำที่ประดิษฐ์ขี้ นมีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๓) ฎีกาที่๑๕๒๖/๒๕๕๔ตวัอักษร “MGM” เป็นส่วนของเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แม้เป็น อักษรโรมันพิมพ์ใหญ่ทั่วไปไม่มีลักษณะประดิษฐ์ พิเศษ แต่การเลือกนำเอาตัวอักษณมาเรียงใน ลักษณะเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเกิดจากความนึกคิดของ บุคคลผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมาย เพราะเป็นคำไม่มี ความหมาย ไม่น่าที่จะมีการเรยงีตวัอักษรในลักษณะ เช่นนี้ เป็นการทั่วไป ถือได้ว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๓) (๔) ตัวหนังสือหรือตัวเลขที่ประดิษฐ์ขึ้น (๕) กลุ่มของสีที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ (๖) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการ ของผู้ขอจดทะเบียนหรือลายมือชื่อของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคล นั้นแล้ว (๗) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาต จากบุคคลนั้นแล้ว หรือในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วโดยได้รับอนุญาตจาก บุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 48 - (๘) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น มาตรา ๗ วรรคสอง (๘) นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้ดังนี้ ฎีกาที่ ๓๖๘/๒๕๑๒ โจทก์เป็นผู้ ประกอบการค้าและผลิตสินค้าจำพวก ๓๙ ประเภท เครื่องเขียนสิ่งตีพิมพ์และสินค้าอื่น ๆ ส่งเข้ามา จำหน่ายในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมาย การค้า รูปคนที่ประดิษฐ์ขึ้นและอักษรโรมันคำว่า SUPERMAN “ซุปเปอร์แมน” อันเป็นลักษณะ เฉพาะที่โจทก์ประดิษฐ์ขึ้น จำเลยได้ยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าซุปเปอร์แมน (รูปการ ประดิษฐ์มีอักษร S ติดหน้าอก) อันเป็นสารสำคัญ มีรูปดาวเป็นส่วนประกอบการที่จำเลยเอาเครื่อง หมายการค้าและลิขสิทธิ์รูปซุปเปอร์แมนของโจทก์ ไปจดทะเบียนและใช้กับสินค้าของจำเลย โดย ดัดแปลงเป็นรูปคนเป็นรูปคนซุปเปอร์แมนกำลัง เหาะ และเพิ่มรูปดาวเข้าเป็นส่วนประกอบอันไม่ใช่ สารสำคัญ ก็หาทำให้แตกต่างไปจากเครื่องหมาย การค้าและลิขสิทธิของโ ์จทก์ซงไึ่ด้ใช้และจดทะเบยนี มาก่อนจำเลยไม่ ประชาชนผู้ใช้เห็นเครื่องหมาย การค้าของจำเลยทำให้หลงเข้าใจว่าเป็นสินค้าที่ ผลิตขึ้นโดยโจทก์หรือทำให้เข้าใจว่าเป็นสินค้าที่ ผลิตขึ้นโดยโจทก์ หรือทำให้เข้าใจไปได้ว่า โจทก์มี สว่นเกยี่วข้องอยดู่ว้ย เป็นการใช้สิทธิไมส่จุริต ทำให้ โจทก์เสียหาย และละเมิดสิทธิของโจทก์ ฎีกาที่ ๓๑๓๔/๒๕๓๒ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์และของจำเลยต่างมีสองส่วนคือรูปภาพ ส่วนหนึ่งกับข้อความอักษรโรมันส่วนหนึ่ง ในส่วน ที่เป็นรูปภาพซึ่งเป็นรูปครึ่งม้าครึ่งคนนั้นคล้ายกัน แต่เครื่องหมายการค้าของโจทก์ส่วนที่สองมี ข้อความว่า “E.RemyMartin&Co” อีกบรรทัด หนึ่ง และคำว่า “REMYMARTIN” อีกบรรทัดหนึ่ง เครื่องหมายการค้าของจำเลยในส่วนนี้มีเพียงคำว่า “CENTAUR” แตกต่างกับคำว่า “REMYMARTIN” เป็นชื่อเรียกขานสินค้าของโจทก์จนเป็นที่เข้าใจ ทั่วไปและมีความสำคัญยิ่งกว่าหรือเท่ากับรูปภาพ ดังกล่าว เมื่อประชาชนไม่เห็นคำนอย ี้ ดู่ว้ยย่อมเข้าใจ ได้ทันทีว่าไม่ใช่สินค้าของโจทก์ เครื่องหมายการค้า ของโจทก์กับของจำเลยจึงไม่เหมือนหรือคล้ายกัน อันจะทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดได้ว่าสินค้าของ จำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอ ให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนและห้ามจำเลยใช้ เครื่องหมายการค้าของจำเลย ฎีกาที่ ๕๑๑๒ - ๕๑๑๓/๒๕๔๓ เมื่อ เครื่องหมายการค้าคำว่า “โต๊ะกัง” เป็นที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลาย มีผูป้ ระกอบกิจการค้าทองคำหลาย รายนำคำว่า “โต๊ะกัง” มาใช้เป็นชื่อหรือเครื่อง หมายการค้าของตนเนื่องจากเห็นว่าเป็นคำที่มี ผู้รู้จักและเป็นที่นิยมโดยทั่วไป แต่ก็มิใช่ว่า ผู้ประกอบ การค้าทองคำทั่วไปนิยมใช้คำน ี้ เป็นชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าโดยเห็นว่า มีความหมาย ถึงร้านค้าทองคำ คำว่า “โต๊ะกัง” จึงเป็นคำที่ประดิษฐ์ ขึ้นและมีลักษณะบ่งเฉพาะได้ตามมาตรา ๗ วรรค สอง (๘) และมิใช่คำสามัญที่หมายถึงร้านค้าทอง รูปพรรณดังที่โจทก์ทั้งสองอ้างมาในอุทธรณ์ ฎีกาที่ ๒๐๔๓/๒๕๕๒ เครื่องหมาย บริการมีภาพประดิษฐ์ รูปปลาของ โจทก์มีลักษณะเป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึ้นไม่ใช่รูปปลา ตามธรรมชาติทั่วไป ประกอบอยู่กับรูปวงกลม ประดิษฐ์ ถือว่าเป็นภาพที่ประดิษฐ์ขึนและ้มีลักษณะ บ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ วรรคสอง (๘)