The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคำอธิบาย พรบ เครื่องหมายการค้า By Prof Dej-Udom Krairit

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dej-Udom Krairit, 2023-02-13 11:05:31

หนังสือคำอธิบาย พรบ เครื่องหมายการค้า

หนังสือคำอธิบาย พรบ เครื่องหมายการค้า By Prof Dej-Udom Krairit

คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 149 - กำเนิดสินค้านั้นได้ว่าเป็นของโจทก์หรือจำเลย ฎีกาที่ ๗๔๘๕/๒๕๕๓ ส่วนที่โจทก์ไม่ได้ อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ภายใน ๙๐ วัน ตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง หาตัดสิทธิ โจทก์ที่จะมาฟ้องเป็นคดีน ี้ เนื่องจากในชั้นคณะ กรรมการเครื่องหมายการค้า โจทก์ขอให้เพิกถอน การจดทะเบยนโ ีดยอ้างเหตวุ่าเครองื่หมายการค้าของ จำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าที่ขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประ ศาสโนบาย อันเป็นการเพิกถอนตามมาตรา ๖๑(๒) ประกอบมาตรา ๘(๙) เป็นคนละประเภทกับที่ศาล วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ดีกว่าจำเลย ตามมาตรา ๖๗ หรือไม่ ฎีกาที่ ๖๒๐๘/๒๕๕๓ โจทก์ใช้ เครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า “Gold Roast” กับสินค้าลูกเกดมาและจำหน่าย สินค้าลูกเกดภายใต้ เครื่องหมายการค้าอัการโรมันคำว่า “Gold Roast” ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ถือว่าเป็นเจ้าของ เครื่องหมายการค้าไม่จดทะเบียนในประเทศไทย เมื่อ จำเลยยื่นขอจดทะเบียนเมื่อปี ๒๕๔๔ โดยไม่ปรากฏ ว่าจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าของตนก่อนหน้าเช่น ใด ถือว่าโจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวใน ประเทศไทยมาก่อนจำเลย เครื่องหมายการค้าโจทก์กับจำเลย แตก ต่ า ง กั น มีสาระสำคั ญ คือ อั ก ษ ร โ ร มันคำว่ า “GOLDROAST” ถือได้ว่ารูปลักษณะของ เครื่องหมายการค้าคล้ายกัน สินค้าลูกเกดเหมือนกัน ย่อมเป็นการยากที่สาธรณชนจะเห็นถึงความแตกต่าง สำหรับเสียงเรียกขานโอกาสที่จะเรียกขานเหมือนกัน จึงเป็นไปได้สูง ถือว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์กับ ของจำเลยคล้ายกัน จนอาจทำให้สาธารณชนสับสน หลงผิด และโจทก์ใช้เครื่องหมายการค้ามาก่อนจึงมี สิทธิดีกว่าจำเลย ตามมาตรา ๖๗ ฎีกาที่ ๔๘๖๑/๒๕๕๔ คำว่า “เทวารัณย์” เป็นคำที่มีความหมายตามพจนานุกรมว่า สวนสวรรค์ จึงเป็นคำที่มีอยู่แล้วและใช้กันได้เป็นการทั่วไปไม่มี เหตุอันควรที่บุคคลใดจะถือสิทธิในการใช้คำน ี้ แต่ผู้ เดียว เพียงแต่ต้องกระทำโดยสุจริตไม่ให้เกิดความ สับสนหลงผิดหรือเกิดความเสียหายแก่ผู้ที่ได้ใช้คำน ี้ เป้นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ หรือชื่อ ทางการค้ามาก่อน ฎีกาที่ ๕๔๕๒/๒๕๕๔ โจทก์มีสิทธิใน เครื่องหมายการค้าคำว่า “JEPO” ดีกว่าจำเลยผู้ซึ่ง ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โจทก์ย่อม มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้านั้นได้ ตามมาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง อันเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจศาลพิพากษาเพิกถอน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้โดยไม่จำ ต้องให้จำเลยไปดำเนินการเพิกถอนคำขอจดทะเบียน หรือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 150 - ถ้าผู้ร้องแสดงได้แต่เพียงว่า ตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่าง ในจ�ำพวกของสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ศาลมีค�ำสั่งจ�ำกัดสิทธิแห่งการ จดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้าที่ผู้ร้องไม่ได้แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า มาตรา ๖๗ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๘๒๖๕/๒๕๕๔ คำฟ้องของโจทก์ ในส่วนที่ขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการ ค้าหลุยสว์ตติอง ทะเบยนเลขที ค๙๐๔๗๐ ไ ี่มป่รากฏ ว่าเครองื่หมายดังกล่าวจดทะเบยนเี มื่อใด และโจทก์ ได้ไปยื่นคำคัดค้านชั้นนายทะเบียนตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าฯ กำหนดไว้อย่างไร จึง ไม่ใช่การยื่นคำฟ้องที่สืบเนื่องจากการใช้สิทธิ อุทธรณ์ต่อศาลภายหลังจากที่ได้มีการโต้แย้งชั้น นายทะเบยนเครีองื่หมายการค้าหรอคณะกรรืมการ เครื่องหมายการค้าวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่อาจถือได้ว่า เป็นการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่อง หมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค๙๐๔๗๐ ด้วยเหตุ ตามมาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง เพราะ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าตนได้ยื่นขอเพิกถอนภายใน กำหนดห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนเครื่องหมาย การค้ามีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และไม่ได้แสดงด้วยว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการ ค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่อง หมายการค้านั้นอย่างไร


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 151 - ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ----------------------- มาตรา ๖๘ เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะท�ำ สัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนส�ำหรับสินค้าที่ได้ จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๒๙๔๐/๒๕๕๓ การที่โจทก์ตกลง ให้สิทธิแก่จำเลยดำเนินการสถานีบริการน้ำมันของ โจทก์ภายใต้เครื่องหมายการค้าเอสโซ่นั้น ก็เพื่อให้ จำเลยนำน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ของโจทก์ออกจำหน่าย แก่ลูกค้าต่อไป ซึ่งแม้จะมีการใช้เครื่องหมายการค้า เอสโซ่ ก็เป็นการใช้โดยโจทก์เองเพื่อแสดงว่าสินค้านี้ เป็นสินค้าของโจทก์ทนี่ ำมาใหจำ้เลยจำหน่ายแก่ลกค้า ู มิใช่เป็นการที่จำเลยจัดหาหรือผลิตสินค้าของจำเลย ขึ้นเอง แล้วนำเครื่องหมายการค้าเอสโซ่ของโจทก์มา ใช้กับสินค้าของจำเลยนั้นโดยโจทก์อนุญาต สัญญา ให้ใช้สิทธิดำเนินการสถานีบริการน้ำมัน จึงมิใช่เป็น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่อง หมายการค้า แม้มิได้นำ ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็ หาได้ตกเป็นโมฆะไม่ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งต้องท�ำเป็น หนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (๑) มาตรา ๖๘ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๑๙๐/๒๕๕๐ บทบัญญัติตาม มาตรา ๖๘ วรรคสอง กำหนดให้สัญญาอนุญาตให้ ใช้เครื่องหมายการค้าต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน สัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้าระหว่างนาย ก. กับโจทก์ที่ยัง มิได้จดทะเบียนดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒ โจทก์จึงไม่มีสิทธิตามสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว และไม่มี อำนาจฟ้องจำเลยว่าละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการ ค้านั้น ฎีกาที่ ๙๕๒๔/๒๕๔๔ การโอนสิทธิ และอนุญาตให้ใช้สิทธิในชอทางการค้า เคร ื่องื่หมาย บริการ เครองื่หมายการค้า และสิทธิในระบบปฏิบัติ การที่มีอยู่แล้วก่อนนำมาจดทะเบียนเป็นเครื่อง หมายบริการในประเทศไทยมิใช่การโอนสิทธิใน เครื่องหมายบริการที่ได้รับการจดทะเบียน จึงไม่ ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามแบบแห่ง นิติกรรมดังที่กำหนดไว้ใน มาตรา ๕๑ วรรคสอง และมาตรา ๖๘ วรรคสอง ฎีกาที่ ๗๗๗๐/๒๕๔๗ ขณะที่จำเลยทำ สัญญาอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่องหมาย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 152 - บริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของบริษัท ค. จำเลย กับบริษัท ค. ยังมิได้นำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ สิทธิในเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้ว ระหว่างจำเลยผู้รับอนุญาตกับบริษัท ค. ผู้อนุญาต ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๘ วรรคสอง จึงเป็นการมิได้ ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ สัญญา อนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวย่อมเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๕๒ จำเลยจึงยังไมมีส่ ิทธิตามสัญญา ที่จะนำเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของ บริษัท ค. ไปอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่อง หมายบริการนั้นได้ โจทก์ทราบว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ในเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้วต้องทำ เป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โจทก์ ก็มิได้ทำการตรวจสอบ โจทก์กลับเข้าทำสัญญากับ จำเลยและชำระค่าสิทธิ ให้แก่จำเลยไป การกระ ทำของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจ เหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหน ี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความ ผูกพันที่จะต้องชำระ แม้จำเลยจะรับชำระค่าสิทธิ นั้นไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ แต่ โจทก์ก็ไมมีส่ ิทธิเรยกใ ีหจำ้เลยคนค่า ืสิทธิตามป.พ.พ. มาตรา ๔๐๗ ฎีกาที่ ๕๒๑๙/๒๕๕๐ จำเลยได้รับ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายบริการ THE HIDE-AWAY และรูปภาพเด็กนอนพิงผลมะนาว (LEMON BABY) จากบริษัทไฮด์อะเวย์ กรุ๊ป (๑๙๙๑) จำกัด มีกำหนด เวลา ๕ ปี ตั้งแต่วันที่โจทก์รับโอนเครื่องหมาย บริการ วันที่โจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๖ ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาของอายุสัญญาดังกล่าว แม้สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียนต่อ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๘ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๘๐ ก็ตาม แต่เนื้ อความ ในสัญญาที่อนุญาตให้จำเลยใช้ข้อมูลทางเทคนิค เกี่ยวกับการผ่อนคลายกล้ามเน ื้ อและการหายใจ ภายใต้เครื่องหมายบริการและชื่อทางการค้า “The Hide Away Thai Herbal Steam Sauna” ซึ่ง ใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าของผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ ย่อม ทำให้จำเลยผู้ได้รับอนุญาตเข้าใจและเชื่อโดยสุจริต ว่าตนสามารถใช้เครองื่หมายบริการและชอทางการื่ ค้าดังกล่าวได้ ยิ่งกว่านั้นหลังจากบริษัทผู้อนุญาต ให้ใช้สิทธิโอนเครื่องหมายบริการดังกล่าวให้บริษัท ไฮด์อะเวย์ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด จำเลยกับ บริษัทผู้รับโอนเครื่องหมายดังกล่าวก็ยังคงปฏิบัติ ตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธินี้ดว้ยดีตลอดมา ฉะนัน ้ การที่จำเลยโฆษณาการให้บริการลูกค้าของจำเลย โดยใช้แผ่นป้ายโฆษณาที่มีเครื่องหมายบริการของ โจทก์ในช่วงเวลาก่อนโจทก์ร้องทุกข์จึงไม่เป็นการ จงใจหรอืประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์ซงเึ่ป็นเจ้าของ เครื่องหมายบริการเสียหายและถือไม่ได้ว่าจำเลย ละเมิดเครื่องหมายบริการของโจทก์โดยนำไป โฆษณา ขายหรือเพื่อขายธุรกิจบริการของจำเลย ในแผ่นป้ายโฆษณา ฎีกาที่ ๑๐๒๐๗/๒๕๕๓ สัญญาเข้า ดำเนินการสถานบริการน ี ้ำมันบางจากรวมทังบันทึก้ ต่อท้ายสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ไม่มี วัตถุประสงค์ในลักษณะเป็นการอนุญาตให้จำเลย ที่ ๑ ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ แม้ไม่ได้ทำ เป็นหนังสือและจดทะเบียนตามมาตรา ๖๘ วรรค สอง ก็ใช้บังคับได้ไม่ตกเป็นโมฆะ ฎีกาที่ ๘๙๘๕/๒๕๕๔ โจทก์ตกลงให้ สิทธิแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. เข้าไปดำเนินกิจการ สถานีบริการน้ำมันภายใต้ชื่อทางการค้าคำว่า “บางจาก” ของโจทก์ มิใช่กรณีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. บริการจัดทำหรือจัดหาผลิตภัณฑ์หรือสินค้ามา


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 153 - เองแล้วทำเครื่องหมายการค้าของโจทก์กับสินค้า ของห้างหุ้นส่วนจำกัด น. โดยโจทก์อนุญาตอันถือ เป็นกรณีโจทก์อนุญาตให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด น. ให้ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ สัญญาแต่งตั้งผู้ ประกอบการจึงมิใช่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครองื่หมาย การค้าที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนาย ทะเบียนตามที่บัญญัติไว้ มาตรา ๖๘ วรรคสอง แม้ มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ก็ไม่ตกเป็นโมฆะและสัญญาซื้อขายน้ำมันซึ่งเกี่ยว เนื่องก็ไม่อาจตกเป็นโมฆะ (๒) ดูประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อมูลสืบค้นไดจ้ากกรมทรัพย์สินทางปัญญา www. ipthailand.go.th และกฤษฎีกา www.krisdika. go.th) การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสองให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวงแต่ค�ำขอจดทะเบียนนั้น อย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ มาตรา ๖๘ วรรคสาม ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) (๑) เงื่อนไขหรือข้อก�ำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะท�ำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้น สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับ อนุญาตได้อย่างแท้จริง มาตรา ๖๘ วรรคสาม (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๑๐๔๑/๒๕๕ โจทก์และจำเลย ที่ ๓ ต่างยอมรับว่ามีการตกลงทำสัญญาอนุญาต ให้ใช้สิทธิต่อกันจริง และได้มีการนำไปยื่นขอจด ทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาตามคำขอจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า และ/หรือเครื่องหมายบริการ แต่ภายหลังไม่ได้มี การจดทะเบียนสัญญาฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ พิจารณาเน ื้ อหาของสัญญาดังกล่าวจะพบว่า สิทธิ ทอนุญาี่ตแก่กันตามสัญญานัน้มีมากกว่าเครองื่หมาย การค้าและเครื่องหมายบริการคำว่า “TSUTAYA” อ่านว่า “ซึทาญ่า” และมีเพียงเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการดังกล่าวเท่านั้นที่มาตรา ๖๘ และมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖๘ กำหนด ให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนาย ทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดังนี้ แม้ข้อสัญญาจะ ตกเป็นโมฆะตามที่โจทก์อุทธรณ์ ก็คงมีผลใช้บังคับ ต่อกันไม่ได้เฉพาะในส่วนที่ไม่ทำตามแบบแห่งบท กฎหมายข้างต้น นอกจากนี้สัญญาอนุญาตให้ใช้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 154 - สิทธิยังมีข้อความว่า “หากสัญญาฉบับนี้ข้อหนึ่งข้อ ใดตกเป็นโมฆะหรือไม่อาจบังคับได้ ให้ถือว่าสัญญา ข้ออื่นยังมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับต่อไปได้” แสดง ว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๓ ยังมีเจตนาที่จะใช้ประโยชน์ จากสัญญาข้ออื่นหรือต้องการให้ผลบังคับได้แยก ต่างหากจากสัญญาเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิ เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่ตก เป็นโมฆะ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ จึงตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับเฉพาะเพียงบางส่วนหาได้ตกเป็น โมฆะทั้งฉบับแต่อย่างใด (๒) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น มาตรา ๖๙ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๘ จะไม่เป็นการท�ำให้สาธารณชนสับสน หรือหลงผิด และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรืือรััฐประศาสโนบาย ให้้นายทะเบีียนมีีคำำสั่่งรัับจดทะเบีียน สััญญาอนุุญาตดัังกล่่าวโดยจะมีีเงื่่อนไขหรืือข้้อจำำกััดใด เพื่่อประโยชน์์ดััง กล่าวก็ได้ แต่ถ้านายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการท�ำให้ สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีค�ำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว มาตรา ๖๙ ดููประกาศกรมทรััพย์์สิินทาง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 155 - ค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด มาตรา ๗๐ การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตส�ำหรับ สินค้าในการประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการ ใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เมื่อนายทะเบียนได้มีค�ำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ มีหนังสือแจ้งค�ำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นายทะเบียนได้มีค�ำสั่งรับจด ทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจ�ำกัดหรือมีค�ำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์ค�ำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งค�ำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในก�ำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าค�ำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด มาตรา ๖๙ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนาย ทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด” มาตรา ๗๑ เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วม กันร้องขอต่อนายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือข้อจ�ำกัดที่


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 156 - เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ก�ำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และ ให้น�ำมาตรา ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตาม วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๑ วรรคสอง ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๗๒ เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วม กันร้องขอต่อนายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจ ร้องขอต่อนายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า นั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้หากแสดง ได้ว่า (๑) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นท�ำให้สาธารณชน สับสน หรือหลงผิด หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย หรือ (๒) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ไม่อาจควบคุมคุณภาพของ สินค้าที่ใช้เครื่อง หมายการค้านั้นได้อย่างแท้จริงอีกต่อไป


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 157 - การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ให้เป็น ไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๒ วรรคสี่่ ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๗๓ เมื่อได้รับค�ำร้องขอตามมาตรา ๗๒ วรรคสองหรือวรรค สามให้นายทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณีมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น หรือผู้ได้รับอนุญาตแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นค�ำ ชี้แจงของตนภายในเวลาที่ก�ำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและไม่เกิน หกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี ในการพิจารณาค�ำร้องขอตามมาตรา ๗๑ หรือมาตรา ๗๒ นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณีจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องน�ำพยานหลัก ฐานมาแสดงหรือชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้ มาตรา ๗๔ เมื่อนายทะเบียนได้มีค�ำสั่งตามมาตรา ๗๒ วรรคสอง แล้วให้มีหนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่อง หมายการค้า และผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ค�ำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้ รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน มาตรา ๗๔ วรรคหนึ่่ง ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ค�ำสั่ง ของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วัน ที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในก�ำหนดเวลาดัง กล่าว ให้ถือว่าค�ำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 158 - มาตรา ๗๔ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตาม วรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด” ค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด มาตรา ๗๔ วรรคสาม ข้อความตามมาตรา ๗๔ วรรคสาม เพิ่มเติมโดยแห่งพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๕ เมื่อคณะกรรมการได้มีค�ำสั่งตามมาตรา ๗๒ วรรคสาม แล้ว ให้มีหนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้า ผู้ได้รับอนุญาต ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นผู้ร้องขอและนายทะเบียนทราบโดยไม่ ชักช้า ค�ำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์ค�ำสั่งของคณะกรรมการ ตามวรรคหนึ่งต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะ กรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในก�ำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าค�ำสั่งของคณะ กรรมการเป็นที่สุด มาตรา ๗๕ วรรคสอง ดูกฎกระทรวง มาตรา ๗๖ ในกรณีที่มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ใดการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นย่อมสิ้นผลไปด้วย มาตรา ๗๗ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้ ก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมาย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 159 - มาตรา ๗๙ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ มาตรา ๗๙/๑ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้ ก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ระงับ ไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการท�ำ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น มาตรา ๗๙/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ฎีกาที่ ๗๗๗๐/๒๕๔๗ ขณะที่จำเลยทำ สัญญาอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่องหมาย บริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของบริษัท ค. จำเลย กับบริษัท ค. ยังมิได้นำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ สิทธิในเครื่องหมายบริการที่ไจดทะเบียนแล้ว ระหว่างจำเลยผู้รับอนุญาตกับบริษัท ค. ผู้อนุญาต ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖๘ วรรคสอง จึงเป็นการมิได้ทำให้ ถูกต้องตามแบบทกฎี่หมายกำหนดไว้ สัญญาอนุญาต ให้ใช้สิทธิดังกล่าวย่อมเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒ จำเลยจึงยังไม่มีสิทธิตามสัญญาที่จะนำ เครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของบริษัท ค. ไปอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่องหมาย บริการนั้นได้ ตามมาตรา ๗๙ การค้านั้นเสียเอง หรือจะอนุญาตให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ได้รับอนุญาตใช้ เครื่องหมายการค้านั้นอีกก็ได้ มาตรา ๗๘ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้ ก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ ทั่วประเทศส�ำหรับสินค้าทั้งหมดที่ได้จดทะเบียนไว้ตลอดอายุการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้านั้น รวมทั้งในกรณีที่มีการต่ออายุการจดทะเบียนด้วย มาตรา ๗๙ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้ ก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนการอนุญาตตามสัญญาดัง กล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ และจะอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นใช้ เครื่องหมายการค้านั้นอีกทอดหนึ่งก็ไม่ได้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 160 - หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ภายใต้พิธีสารมาดริด ---------------- หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด เพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๒ ในหมวดนี้ มาตรา ๗๙/๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ “พิธีสารมาดริด” หมายความว่า พิธีสารที่เกี่ยวกับความตกลงมาดริด เรื่องการจดทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ซึ่งได้รับรอง ณ กรุง มาดริด เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม “ค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ” หมายความว่า ค�ำขอเพื่อการ จดทะเบียนระหว่างประเทศส�ำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด “ส�ำนักระหว่างประเทศ” หมายความว่า ส�ำนักระหว่างประเทศของ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก “ส�ำนักงานต้นทาง” หมายความว่า ส�ำนักงานที่รับค�ำขอจดทะเบียน หรือรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้เป็นฐานในการยื่นค�ำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 161 - มาตรา ๗๙/๓ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสาร มาดริด ให้เป็นไปตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และให้น�ำบทบัญญัติในหมวด ๑ เครื่องหมายการค้า เว้นแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๔๐ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๙/๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๔ ผู้มีสิทธิยื่นค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราช อาณาจักรต้องเป็นผู้ซึ่งได้ยื่นค�ำขอจดทะเบียนหรือเป็นผู้ซึ่งได้รับการ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้วในราชอาณาจักร และมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีส�ำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ ในประเทศไทย หรือ (๒) มีภูมิล�ำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือ (๓) มีสถานประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและยังคง ประกอบการอย่างจริงจังในประเทศไทย มาตรา ๗๙/๔ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๕ ผู้ซึ่งได้ยื่นค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราช อาณาจักรมีสิทธิขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น และอาจขอรับความคุ้มครอง เพิ่มเติมภายหลังจากที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศแล้วก็ได้ มาตรา ๗๙/๕ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 162 - มาตรา ๗๙/๖ เมื่อได้รับแจ้งการขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจักรจากส�ำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ถือว่าเป็นค�ำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร และให้นายทะเบียนด�ำเนิน การตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งไม่มี ลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีค�ำสั่ง ไม่รับจดทะเบียน และแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังส�ำนักระหว่างประเทศ ภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎ กระทรวง ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าอาจมีการคัดค้านเกินระยะเวลาที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงตามวรรคสอง ให้มีหนังสือแจ้งไปยังส�ำนักระหว่างประเทศ ภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎ กระทรวง และในกรณีที่มีค�ำสั่งไม่รับจดทะเบียนเนื่องจากการคัดค้านนั้น ให้ นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุแห่งการคัดค้านไปยังส�ำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไปยังส�ำนักระหว่างประเทศ ตามวรรคสองหรือวรรคสาม ให้ถือว่านายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้น โดยไม่ต้องประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๙ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้เครื่องหมายการค้า ดังกล่าวได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียน ในราชอาณาจักร มาตรา ๗๙/๖ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 163 - มาตรา ๗๙/๗ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ ถือว่าวันที่ยื่นค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศต่อส�ำนักงานต้นทางเป็นวัน ที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เว้นแต่ในกรณีที่ส�ำนักระหว่างประเทศ ได้รับค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเกินระยะ เวลาที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ให้ถือว่าวันที่ส�ำนักระหว่างประเทศได้รับค�ำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ เป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จด ทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๗ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๘ ในกรณีที่มีการระบุขอรับความคุ้มครองในราช อาณาจักรภายหลังจากที่ส�ำนักระหว่างประเทศได้จดทะเบียนไว้แล้ว ให้น�ำ บทบัญญัติมาตรา ๗๙/๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่า เครื่องหมายการค้านั้นได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ส�ำนัก ระหว่างประเทศได้บันทึกการขอรับความคุ้มครองในทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันสิ้นอายุการจดทะเบียนเป็นวันเดียวกับวันสิ้นอายุในทะเบียน ระหว่างประเทศนั้น และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๘ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๙ ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียน ไว้แล้วในราชอาณาจักรเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่ได้ รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศซึ่งได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักร แล้ว และเป็นของเจ้าของเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นอาจขอให้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 164 - นายทะเบียนบันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่าง ประเทศมีผลแทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักร ส�ำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ตรงกันก็ได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงสิทธิที่ได้มาจากการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักรที่มีอยู่ก่อน มาตรา ๗๙/๙ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๐ในกรณีที่ค�ำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่น ไว้ ณ ส�ำนักงานต้นทางรวมถึงทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจด ทะเบียนตามค�ำขอดังกล่าว หรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน ไว้ ณ ส�ำนักงานต้นทาง ซึ่งใช้เป็นฐานในการยื่นค�ำขอจดทะเบียนระหว่าง ประเทศส�ำหรับเครื่องหมายการค้ารายใด ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือ เพิกถอน แล้วแต่กรณี ส�ำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างภายในระยะเวลา ที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง และเมื่อได้รับแจ้งการเพิกถอนทะเบียนระหว่าง ประเทศส�ำหรับเครื่องหมายการค้านั้นจากส�ำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ ถือว่าค�ำขอจดทะเบียนหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุขอรับความ คุ้มครองในราชอาณาจักร ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่ กรณี ส�ำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างเช่นเดียวกัน ณ วันที่ทะเบียน ระหว่างประเทศถูกเพิกถอน บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการด�ำเนินการ เกี่ยวกับการถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน ก่อนสิ้นระยะเวลาที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง แต่ผลของการด�ำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง จากระยะเวลานั้นสิ้นสุดแล้วด้วย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 165 - ในกรณีที่ประเทศไทยเป็นส�ำนักงานต้นทาง เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้นายทะเบียนแจ้งไปยังส�ำนักระหว่างประเทศ ตามหลัก เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๐ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๑ ในกรณีที่ทะเบียนระหว่างประเทศส�ำหรับ เครื่องหมายการค้าใดซึ่งระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจักรถูกเพิก ถอนโดยส�ำนักระหว่างประเทศเนื่องจากเหตุตามมาตรา ๗๙/๑๐ เจ้าของ เครื่องหมายการค้าที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอนอาจยื่นค�ำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรส�ำหรับสินค้าเดียวกันได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการยื่นภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง และให้ถือว่าวันที่จดทะเบียนระหว่าง ประเทศตามมาตรา ๗๙/๗ หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลัง การจดทะเบียนระหว่างประเทศตามมาตรา ๗๙/๘ แล้วแต่กรณี เป็นวันที่ ยื่นค�ำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๒ หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึง ผู้ขอจดทะเบียนระหว่างประเทศหรือเจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศ ตัวแทน ผู้รับมอบอ�ำนาจ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ ส่งไปยังส�ำนักระหว่างประเทศเพื่อแจ้งต่อไปให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็น กรณีที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การส่งหนังสือดังกล่าว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 166 - เมื่อได้ส่งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในวรรคหนึ่ง และเวลาได้ล่วงพ้นไปตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ให้ถือว่าบุคคลตาม วรรคหนึ่งได้รับหนังสือนั้นแล้ว มาตรา ๗๙/๑๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๓ การขอและการจดทะเบียน การขอบันทึกการจด ทะเบียนระหว่างประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราช อาณาจักร การขอรับความคุ้มครอง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียน การอุทธรณ์ค�ำสั่งของนายทะเบียน และการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้ง การด�ำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๔ การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๙/๖ มาตรา ๗๙/๗ มาตรา ๗๙/๑๐มาตรา ๗๙/๑๑ มาตรา ๗๙/๑๒ และมาตรา ๗๙/๑๓ ต้องด�ำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสารมาดริด ค่าด�ำเนินการในต่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไปตามที่ อธิบดีประกาศตามที่ส�ำนักระหว่างประเทศก�ำหนด มาตรา ๗๙/๑๔ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๑๕ บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ที่ขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด แล้วแต่กรณีด้วย มาตรา ๗๙/๑๕ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 167 - หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรอง ----------------- มาตรา ๘๐ ให้น�ำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับ แก่เครื่องหมายบริการโดยอนุโลมและให้ค�ำว่า “สินค้า” ในบทบัญญัติดัง กล่าวหมายความถึง “บริการ” (๑) มาตรา ๘๐ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๙๕๒๔/๒๕๔๔ พ.ร.บ.เครื่อง หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา๖๘ วรรคสอง, ๘๐ และ ๙๔ ซึ่งบัญญัติให้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิใน เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย ร่วมเฉพาะที่ได้จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนด้วย มีผลใช้บังคับ ในวันที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๓๕ แต่ขณะทำสัญญาบท กฎหมายดังกล่าวยังไม่ใช้บังคับ และกฎหมายที่ใช้ บังคับเกี่ยวกับเครื่องหมายบริการขณะนั้นยังไม่มี เมื่อ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการ ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายหรอเื ป็นการพ้นวสิัยหรอื เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลฑรรมอันดี ของประชาชน จึงใช้บังคับได้ และบทบัญญัติดังกล่าว เป้นกฎหมายสารบัญญัติ ไม่มีผลย้อนหลังไม่ทำให้ สัญญาซึ่งสมบูรณ์อยู่แล้วต้องเสียไปหรือตกเป็นโมฆะ ฎีกาที่ ๗๗๗๐/๒๕๔๗ ขณะที่จำเลยทำ สัญญาอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่องหมาย บริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของบริษัท ค. จำเลยกับ บริษัท ค. ยังมิได้นำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ในเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้วระหว่าง จำเลยผู้รับอนุญาตกับบริษัท ค. ผู้อนุญาต ไปจด ทะเบียนต่อนายทะเบียนตามมาตรา ๘๐ ประกอบ ด้วยมาตรา ๖๘ วรรคสอง จึงเป็นการมิได้ทำให้ถูก ต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ สัญญาอนุญาตให้ ใช้สิทธิดังกลาวย่อมเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๒ จำเลยจึงยังไม่มีสิทธิตามสัญญาที่จะนำ เครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้วของบริษัท ค. ไปอนุญาตช่วงให้โจทก์ใช้สิทธิในเครื่องหมายบริการ นั้นได้ ฎีกาที่ ๕๒๑๙/๒๕๕๐ จำเลยได้รับอนุญาต ให้ใช้เครื่องหมายบริการ THE HIDE-AWAY และ รูปภาพเด็กน้อยนอนพิงผลมะนาว(LEMON BABY) จากบริษัทไฮด์ อะเวย์ กรุ๊ป(๑๙๙๑) จำกัด มีกำหนด เวลา ๕ ปี ตั้งแต่วันที่โจทก์รับโอนเครื่องหมายบริการ วันที่โจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี อาญาแก่จำเลยยังอยู่ในช่วงเวลาของอายุสัญญาดัง กล่าว แม้สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียน ต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๘ วรรคสองประกอบมาตรา ๘๐ ก็ตาม แต่เนื้ อความใน สัญญาที่อนุญาตให้จำเลยใช้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยว กับการผ่อนคลายกล้ามเน ื้ อและการหายใจ ภายใต้ เครื่องหมายบริการและชื่อทางการค้า “The Hide Away Thai Herbal Steam Sauna” ซงใช้ ึ่ผลิตภัณฑ์ สินค้าของผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ ย่อมทำให้จำเลยผู้ได้ รับอนุญาตเข้าใจและเชื่อโดยสุจริตว่าตนสามารถใช้ เครื่องหมายบริการและชื่อทางการค้าดังกล่าวได้ ฎีกาที่ ๕๔๐๒/๒๕๕๑ เครองื่หมายบริการ ของโจทก์ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ “SOUTH


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 168 - AFRICAN” กับ “AIRWAYS” คำแรกแม้ไม่ใช่ชื่อทาง ภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศโดยตรง แต่ก็เป็นคำที่ มีความหมายเกี่ยวกับประเทศแอฟริกาใต้ หรือ ประชาชนของประเทศแอฟริกาใต้ คำว่า “AIRWAYS” ความหมายตามพจนานุกรมหมายถึง เส้นทางการบิน แต่ความหมายอันเป็นที่ทราบโดยทั่วไปอีกประการ หนึ่งนั้นหมายถึง สายการบิน คำว่า “AIRWAYS” ถือว่าเป็นคำที่เล็งเห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติหรือ บริการโดยตรง เครื่องหมายบริการของโจทก์จึงไม่มี ลักษณะบ่งเฉพาะ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ฎีกาที่ ๕๔๐๓/๒๕๕๑ เครองื่หมายการค้า คำว่า JobsDB ของโจทก์เป็นเพียงการนำอักษรโรมัน คำว่า Jobs ซึ่งแปลว่า “งาน” มารวมกับอักษรโรมัน DB แม้คำว่า JobsDB จะไม่ปรากฏความหมายใน พจนานุกรม เป็นเพียงการนำอักษรมาเรียงติดกันเพื่อ ให้แตกต่างไปจากคำเดมิเล็กน้อย ขณะที่สำเนยงเรียกี ขานยังคงอ่านออกเสียง “จอบส์ดีบี” ไม่ต่างกับการ เขียนคำว่า Jobs แยกออกจากตัวอักษร DB ดังนั้น ลำพังการนำคำที่มีความหมายมารวมกับอักษรบาง ตัวในลักษณะเช่นนี้ยังไม่มีลักษณะถึงขนาดเป็นคำ ประดิษฐ์อันควรได้รับการคุ้มครองดว้ยการจดทะเบยนี ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคสอง (๓) โดยเฉพาะเมื่อนำไปเปรียบเทียบชั่งน้ำหนักกับการที่ จะให้สิทธิในการใช้คำว่า Jobs แก่บุคคลใดบุคคล หนึ่งแต่เพียงผู้เดียว เมื่อโจทก์ขอจดทะเบียน เครื่องหมายบริการดังกล่าวกับการบริการประเภทที่ ๓๕ เครื่องหมายบริการคำว่า JobsDB ของโจทก์จึง เล็งเห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของบริการที่โจทก์ ได้ยื่นขอจดทะเบียนโดยตรง ขัดต่อมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ไม่มีลักษณะบ่ง เฉพาะตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๑๑๐๕๐/๒๕๕๑ รูปลักษณะของ เครื่องหมายบริการของโจทก์เป็นคำว่า “บ้านกลาง กรุง” เครื่องหมายบริการของจำเลยที่ ๒ เป็นคำว่า “กลางกรุง รีสอร์ท” มีรูปแบบของตัวอักษรเป็น ลวดลายตัวเขียนโดยมีรูปประดิษฐ์ผี่เสื้ออยู่ด้านหน้า เห็นได้ว่ารูปลักษณะของเครื่องหมายบริการดังกล่าว ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่มากในส่วนของเสียงเรียก ขาน เครองื่หมายบริการของโจทก์เรยกขานีว่า “บ้านกลาง-กรุง” ในขณะที่เครื่องหมายบริการของจำเลย ที่ ๒ มีเสียงเรียกขานว่า “กลาง-กรุง-รี-สอร์ท” แม้ จะมีเสียงเรียกขานว่า “กลาง-กรุง” เหมือนกัน ๒ พยางค์แต่ไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกัน เห็นว่า เครื่องหมายบริการของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ต่างใช้กับโครงการที่พักอาศัยเป็นหลัก ซึ่งเป็น อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาสูงบุคคลที่มีความประสงค์ จะซื้อที่พักอาศัยดังกล่าวย่อมต้องพินิจพิเคราะห์อย่าง ระมัดระวังโดยมิได้พิจารณาแต่เพียงเครื่องหมาย บริการแล้วตัดสินใจเลือกซื้อทันที เพราะจะต้อง พิจารณาจากข้อมูลต่างๆ ในเอกสารโฆษณาสถานที่ ก่อสร้างจริง บ้านหรือห้องชุดตัวอย่าง รวมทั้งผู้ ประกอบการหรือเจ้าของโครงการด้วย จึงไม่ใช่เครื่อง ที่สาธารณชนจะสับสนหลงผิดได้ง่าย ที่พักอาศัยของ โจทก์มีราคาสูงเน้นจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคที่มีรายได้ สูง ต่างจากที่พักอาศัยของจำเลยที่ ๒ ซึ่งมีราคาต่ำ กว่า กลุ่มผู้บริโภคก็จะแตกต่างไปด้วย เครื่องหมาย บริการาของจำเลยที่ ๒ จึงไม่เหมือนหรือคล้ายกับ เครองื่หมายบริการของโจทก์ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบ มาตรา ๖ ฎีกาที่ ๑๐๕๔๙/๒๕๕๑ เครื่องหมาย บริการของโจทก์และเครื่องหมายบริการที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ต่างมีอักษรโรมันตัว “Q” กับอักษร โรมันคำว่า “Quality Suites” เป็นสาระสำคัญของ เครื่องหมาย และเมื่อพิจารณาในส่วนของเสียงเรียก ขานแล้วจะเห็นว่า เครื่องหมายบริการของโจทก์กับ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 169 - เครื่องหมายที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจะถูกเรียกขาน คล้ายกันว่า “คิว” หรอ “ค ืวอลิตี้สวีท” หรอ “ค ืวอลิตี้ สูทส์” ถือได้ว่าเครื่องหมายบริการของโจทก์กับ เครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วคล้ายกัน เมื่อเครื่องหมายบริการดังกล่าวใช้กับบริการจำพวก เดียวกันหรือบริการต่างจำพวกกันแต่รายการบริการ มีลักษณะอย่างเดียวกัน ย่อมทำให้สาธารณชนสับสน หลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของ บริการได้ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบ มาตรา ๖ ฎีกาที่ ๒๘๘๐/๒๕๕๑ พ.ร.บ. เครองื่หมาย การค้าฯ มาตรา ๖๕ บัญญัติว่า เมื่อคณะกรรมการ เครื่องหมายการค้ามีคำสั่งเพิกถอนหรือไม่เพิกถอน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๓ ผู้ ร้องขอให้เพิกถอนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้ามี สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการต่อศาลภายใน ๙๐ วันซึ่งตามมาตรา ๘๐ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมายบริการ โดยอนุโลม แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้อุทธรณ์ โดยฟ้องผู้ใดเป็นจำเลยก็ตาม แต่เห็นได้ว่าผู้ที่ออกคำ สั่งเพิกถอนเครื่องหมายบริการของโจทก์คือคณะ กรรมการเครื่องหมายการค้า โจทก์จึงต้องฟ้องคณะ กรรมการเครื่องหมายการค้า และตามคำขอท้ายฟ้อง ของโจทก์เองก็มีคำขอบังคับขอให้ศาลพิพากษายก คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็น คำขอบังคับฝ่ายบริหารอยู่แล้ว ดังนั้นการที่โจทก์ไม่ ฟ้องคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแต่มาฟ้อง จำเลยจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาที่ ๑๐๕๔๖/๒๕๕๑ โจทก์ยื่นขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการ คำว่า “i-mode” สำหรับสินค้าและบริการในจำพวก ต่างๆรวม ๑๐ จำพวก คำว่า “i-mode” ไม่ใช่คำ แปลหรือความหมายของลักษณะหรือคุณสมบัติของ สินค้าและบริการตามที่โจทก์ขอจดทะเบียนโดยตรง พราะไม่สามารถทำให้สาธราณชนทราบได้ทันทีถึง ลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าและบริการดังกล่าว เมื่อพิจารณาต่อไป คำว่า “i-mode” เป็นคำบรรยาย หรือพรรณาที่สื่อโดยตรงถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสินค้า เห็นว่า คำน ี้ยังไม่อาจทำให้สาธารณชนพิ จาณาหรอไืตร่ตรองไปถึงสินค้าและบริการตามทโี่จทก์ ขอจดทะเบียนได้เพราะสินค้าและบริการไม่ได้มีหรือ จำเป็นต้องมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ควบคุม ระบบทไี่ด้เริ่มงาน วิธ แบบ แบบนิย ีม หรอคอืมพวิเตอร์ หรือการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต แม้จะแยกพิจารณา คำว่า “I” และ “mode” ก็ไม่อาจสื่อไปถึงสินค้าและ บ ริ ก า ร ที่ข อจด ทะเบียนข้างต้นได้ เ ช ่ น กั น เครองื่หมายการค้าและเครองบริการ ค ื่ ำว่า “i-mode” ของโจทก์ก็ไม่อาจถือว่าเป็นคำที่เล็งเห็นถึงลักษณะ หรืทอคุณสมบัติของสินค้าและบริการโดยตรง ตาม มาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ (๒) ฎีกาที่ ๑๑๐๔๑/๒๕๕๑ โจทก์และจำเลย ที่ ๓ ต่างยอมรับว่ามีการตกลงทำสัญญาอนุญาตให้ ใช้สิทธิต่อกันจริง และได้มีการนำไปยื่นจดทะเบียน ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาตามคำขอจดทะเบียนตาม สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า และ/หรือ เครองื่หมายบริการ แต่ภายหลังไม่ไดมี้การจดทะเบยนี สัญญาฉบับนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจาณาเน ื้ อหาของ สัญญาดังกล่าวจะพบว่า สิทธิที่จะอนุญาตให้แก่กัน ตามมสัญญานั้นมีมากกว่าเครื่องหมายการค้าและ เครื่องหมายบริการคำว่า “TSUTAYA” อ่านว่า “ซึ ทาญ่า” และมีเพียงเครื่องหมายการค้าและ เครื่องหมายบริการดังกล่าวเท่านั้นที่มาตรา ๖๘ และ มาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖๘ กำหนดให้ต้องทำ เป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เครื่องหมายการค้า ดังนี้ แม้ข้อสัญญาจะตกเป็นโมฆะ ตามที่โจทก์อุทธรณ์ ก็คงมีผลใช้บังคับกันไม่ได้เฉพาะ ในส่วนที่ไม่ได้ทำตามแบบแห่งบทกฎหมายข้างต้น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 170 - ฎีกาที่ ๒๐๔๓/๒๕๕๒ เครองื่หมายบริการ มีภาพประดิษฐ์รูปปลาของโจทก์มีลักษณะเป็นภาพ ที่ประดิษฐ์ขึ้นไม่ใช่รูปปลาตามธรรมชาติทั่วไป ประกอบอยู่กับรูปวงกลมประดิษฐ์ ถือว่าเป็นภาพ ประดิษฐ์ขึ้นและมีลักษณะบ่งพาะตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗(๖) ฎีกาที่ ๓๗๖๐/๒๕๕๔ อักษรโรมันคำว่า “COURTYARD” ในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แปลว่า ลานบ้าน เมื่อนำไปใช้กับบริการจำพวก ๔๓ ซึ่งได้แก่ รายการบริการโรงแรม สถานที่ตากอากาศ การบริการสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปสำหรับงาน เล ี้ยงและงานฉลองในโอกาสพิเศษ ฯลฯ เป็นเพียง การโน้มน้าวบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะใช้บริการให้เกิด ความสนใจเท่านั้น หาได้มีความหมายถึงกับบ่งบอก ถึงลักษณะห้องพักหรือบริการ จึงเป็นคำที่ไม่ได้เล็ง เห็นถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของบริการโดยตรง แต่ เป็นรูปประดิษฐ์ที่มีลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจด ทะเบียนได้ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๑๖ ฎีกาที่ ๔๘๖๑/๒๕๕๔ คำว่า “เทวารัณย์” เป็นคำที่มีความหมายตามพจนานุกรมว่า สวนสวรรค์ จึงเป็นคำที่มีอยู่แล้วและใช้กันได้เป็นการทั่วไปไม่มี เหตุอันควรที่บุคคลใดจะถือสิทธิในการใช้คำน ี้ แต่ผู้ เดียวเพียงแต่ต้องกระทำโดยสุจริตไม่ให้เกิดความ สับสนหลงผิดหรือเกิดความเสียหายแก่ผู้ที่ได้ใช้คำน ี้ เป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการหรือชื่อ ทางการค้ามาก่อน ฎีกาที่ ๕๔๔๘/๒๕๕๔ ในการพิจารณา ลักษณะบ่งเฉพาะของเครื่องหมายบริการที่ขอจด ทะเบียนนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ กล่าวคือ ต้องเป็นเครื่องหมาย บริการอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้บริการ นั้นทราบและเข้าใจได้ว่าบริการที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น และหากเป็น เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น และ หากเป็นเครื่องหมายบริการที่เป็นคำหรือข้อความ คำ หรือข้อความนั้นต้องไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของบริการนั้น โดยตรง แต่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายมาตราใดที่ ระบุว่าเครื่องหมายที่เป็นคำหรืข้อความทั่วไปถือว่า ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เพราะหากคำหรือข้อความนั้น ถูกใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้อกับบริการเพื่อแสดงว่า บริการทใช้เคร ี่องื่หมายของเจ้าของเครองื่หมายบริการ นั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายของบุคคลอื่น จนมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรทอผู้ใช้บริการนั้น ทราบ เข้าใจและสามารถแยกแยะได้ว่าบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น เครื่องหมายบริการข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” แม้จะมีลักษณะเป็นคำบรรยาย ซึ่ง เมื่อผู้ใช้บริการเห็นเครื่องหมายบริการข้อความดัง กล่าวก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเครื่องหมายบริการของ โจทก์และเครองื่หมายบริการดังกล่าวจะปรากฏเฉพาะ ที่ร้านอาหารที่ใช้เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมาย บริการ “BURGER KING” ของโจทก์และไม่ปรากฏ อยู่ในร้านที่ขายอาหารประเภทเดียวกันที่ไม่ใช่ ร้าน ของโจทก์ เครื่องหมายมีลักษณะที่ทำให้ประชาชน หรือผู้ใช้บริการนั้นทราบและเข้าใจได้ว่าบริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างไปจากบริการอื่น ทั้ง ข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์นั้น แตกต่างไปจากบริการอื่น ทั้งไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือ คุณลักษณะหรือคุณสมบัติของภัตตาคารโดยตรง ดัง นั้นเครื่องหมายบริการ ดังนั้น เครื่องหมายบริการ ข้อความว่า “HAVE IT YOUR WAY” ของโจทก์จึงมี ลักษณะบ่งเฉพาะอันพึงรับจดทะเบียนได้ ตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๖(๑) และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๘๗๒๖/๒๕๕๔ คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายบริการที่มีคำว่า “AMP” และคำว่า “NETCONNECT” เป็นบริการติดตั้งระบบเดินสาย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 171 - มาตรา ๘๑ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในหมวดนี้ให้น�ำ บทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมายรับรองโดย อนุโลม มาตรา ๘๑ ดููประกาศกระทรวงพาณิิชย์์ (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๘๒ การขอจดทะเบียนเครื่อง หมายรับรองนั้น นอกจากจะ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ขอจดทะเบียนจะต้อง ไฟในอาคาร บริการการบำรุงรักษาระบบการเดินสาย ไฟในอาคาร บริการการซ่อมแซมระบบการเดินสาย ไฟในอาคาร บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้ง การบำรุงรักา และการซ่อมแซมระบบการเดินสายไฟ ในอาคาร ไม่ใช่การให้บริการวัดหน่วยกระแสไฟฟ้า เป็นแอมแปร์หรอเื ป็นการให้บริการให้เช่าเครองขยายื่ เสียงแต่อย่างใด ดังนี้ คำว่า “AMP” จึงมิใช่คำที่เล็ง ถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของบริการที่จะใช้ เครื่องหมายบริการที่โจทก์ขอจดทะเบียนโดยตรง แม้ การให้บริการบางอย่างจะเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า อยู่บ้างแต่ก็เป็นการเกี่ยวข้องโดยอ้อม มิได้เกี่ยวข้อง ในความหมายที่เป็นการเล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติ ของบริการนั้นโดยตรง คำว่า “AMP” ดังกล่าวจึงถือ ได้ว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๘๐ ประกอบ มาตรา ๗ วรรคสอง (๒) ส่วนคำว่า “NETCONNECT” มีความหมายว่า การเชื่อมโยงเครือข่ายก็ไม่ใช่คำหรือ ข้อความที่เล็งเห็นถึงลักษณะหรทอคุณสมบัติของ บริการทัง ๑๐ รายการนั้นโ้ดยตรง ดังน ค ี้ ำว่า “AMP” และ “NETCONNECT” ถือว่าเป็นคำที่มีลักษณะบ่ง เฉพาะตามมาตรา ๘๐ ประกอบมาตรา ๗ วรรคหนี งและวรรคสอง (๒) และเป็นเครื่องหมายบริการ อันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๘๐ ประกอบ มาตรา ๖ (๒) ดููกฎกระทรวง (https://www. krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 172 - (๑) ยื่นข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นพร้อมกับค�ำขอ จดทะเบียนด้วย และ (๒) แสดงได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะ ของสินค้าหรือบริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับตาม (๑) ข้อบังคับตาม (๑) ต้องระบุถึงแหล่งก�ำเนิด ส่วนประกอบวิธีการผลิต คุณภาพ หรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้าหรือบริการที่จะรับรอง ตลอดจน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น มาตรา ๘๒ วรรคสองดููประกาศกรมทรััพย์์สิินทางปััญญา (https://www.krisdika.go.th/ librarian/get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๘๓ นายทะเบียนอาจมีค�ำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมาย รับรองแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วย การใช้เครื่องหมายรับรองตามที่ นายทะเบียนเห็นสมควรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค�ำสั่งนั้น และมี หนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ให้น�ำมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่อุทธรณ์ค�ำสั่งของ นายทะเบียนโดยอนุโลม มาตรา ๘๔ ถ้านายทะเบียนเห็นว่า ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมาย รับรองไม่มีความสามารถ เพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือ บริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้น หรือ เห็นว่าการรับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้นจะไม่เป็นประโยชน์ต่อ สาธารณชน ให้นายทะเบียนมีค�ำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้น และมีหนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 173 - ชักช้า ทั้งนี้ ให้น�ำมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่การอุทธรณ์ค�ำ สั่งของนายทะเบียนโดยอนุโลม มาตรา ๘๕ ในการประกาศโฆษณาค�ำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย รับรองให้นายทะเบียนระบุถึงสาระส�ำคัญของข้อบังคับว่าด้วยการใช้ เครื่องหมายรับรองนั้นด้วย มาตรา ๘๖ เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้ว จะ ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นก็ได้ แต่ จะต้องไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ของสาธารณชน การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๘๖ วรรคสอง ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๘๗ ถ้านายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นควรรับจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามมาตรา ๘๖ ให้นายทะเบียนมีค�ำสั่งรับ จดทะเบียนและมีค�ำสั่งให้ประกาศโฆษณาสาระส�ำคัญของข้อบังคับที่ได้แก้ไข เปลี่ยนแปลงแล้ว เมื่อได้มีค�ำสั่งให้ประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่งแล้วให้นายทะเบียน มีหนังสือแจ้งค�ำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นทราบโดยไม่ชักช้า


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 174 - มาตรา ๘๘ ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่ควรรับจดทะเบียนการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามมาตรา ๘๖ ให้นายทะเบียนมีค�ำสั่งไม่รับจดทะเบียน และมีหนังสือแจ้งค�ำสั่งพร้อมด้วยเหตุ ผลให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้น ทราบโดยไม่ชักช้า มาตรา ๘๙ เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นหรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับ หรือจะได้รับความเสียหายจากค�ำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๗ หรือ มาตรา ๘๘ มีสิทธิอุทธรณ์ค�ำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวัน นับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๘๗ หรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ค�ำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๘ แล้วแต่กรณี ค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด มาตรา ๘๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๘๙ เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นหรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับหรือจะได้รับความเสีย หายจากคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๗ หรือมาตรา ๘๘ มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะ กรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๘๗ หรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำ สั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๘ แล้วแต่กรณี” มาตรา ๙๐ เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะใช้ เครื่องหมายนั้นกับสินค้า หรือบริการของตนเองไม่ได้ และจะอนุญาตให้ บุคคลอื่นเป็นผู้รับรองโดยใช้เครื่องหมายนั้นก็ไม่ได้ มาตรา ๙๑ การอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายรับรองกับสินค้า หรือบริการของบุคคลนั้น ต้องท�ำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อเจ้าของ เครื่องหมายรับรอง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 175 - มาตรา ๙๒ การโอนสิทธิในเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียน แล้วจะกระท�ำได้ต่อเมื่อ (๑) ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว โดยผู้รับโอนสามารถ แสดงต่อนายทะเบียนได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะ ของสินค้า หรือบริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมาย รับรองนั้น (๒) ท�ำเป็นหนังสือ และ (๓) จดทะเบียนต่อนายทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนมีค�ำสั่งไม่อนุญาต หรือไม่รับจดทะเบียน การโอนสิทธิตามวรรคหนึ่งให้น�ำมาตรา ๘๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขออนุญาตโอนสิทธิและการขอจดทะเบียนการโอนสิทธิตาม วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๙๒ วรรคสาม ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=606100&ext=htm) มาตรา ๙๓ สิทธิในเครื่องหมายรับรองสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าของ เครื่องหมายรับรองนั้นตายหรือสิ้นสภาพบุคคล


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 176 - หมวด ๓ เครื่องหมายร่วม ---------------------- มาตรา ๙๔ให้น�ำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับ แก่เครื่องหมายร่วมโดยอนุโลม เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด ๑ ส่วนที่ ๕ (๑)ดููกฎกระทรวง (https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=606100&ext=htm) หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า -------------- มาตรา ๙๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการ เครื่องหมายการค้า” ประกอบด้วยอธิบดีกรมทะเบียนการค้า เป็นประธาน กรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน อัยการสูงสุดหรือ ผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมายหรือการ พาณิชย์และมีประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องหมาย การค้าไม่น้อยกว่าแปดคนแต่ไม่เกินสิบสองคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็น กรรมการ การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องแต่งตั้ง จากผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจ�ำนวนกรรมการซึ่ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 177 - คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ก็ได้ (๑) มาตรา ๙๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๙๕ ให้มีคณะกรรมการคณะ หนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า” ประกอบด้วยอธิบดีกรมทะเบียนการค้า เป็น ประธานกรรมการ อัยการสูงสุดหรือผู้แทน เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎกา ีหรอืผู้แทน และ ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินแปด คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็น เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้” (๒) มาตรา ๙๕ วรรคหนึ่ง มีค�ำ พิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๐๘๙/๒๕๕๐ (ศาลทรัพย์สินฯ) การที่โจทก์ฟ้องกรมจำเลยซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิด ชอบเกี่ยวกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามกฎหมายว่าดว้ยเครองื่หมายการค้าดังทบัญญั ี่ติ ไว้ใน พ.ร.บ. โอนอำนาจหน้าที่ และกิจการบริหาร บางส่วนของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ และของกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการไปเป็น ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓ และ พ.ร.ฎ. แบ่งสว่นราชการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓ จึงถือได้ว่าเป็นการฟ้องนาย ทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นข้าราชการกรม ทรัพย์สินทางปัญญาตามคำสั่งแต่งตั้งของรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว และประกอบกับอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นผู้แทนกรมจำเลย เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการเครื่องหมาย การค้าตามมาตรา ๙๕ ย่อมถือไดว้่าโจทก์ฟ้องจำเลย ก็เท่ากับเป็นการฟ้องอธิบดีซึ่งเป็นกรรมการผู้หนึ่ง ในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า จึงถือว่า เป็นการฟ้องคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแล้ว ไม่จำต้องฟ้องกรรมการทุกคน โจทก์จึงมีอำนาจ ฟ้องกรมจำเลยเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งของนาย ทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่รับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ มาตรา ๙๖ คณะกรรมการมีอ�ำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ มาตรา ๙๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ความเดิมของพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๑๙ ตรี คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปน ี้ (๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ ที่ได้ยื่นทางนาย ทะเบียนในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้รับจดทะเบียน คณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัด ในวิธี เขตที่แห่งการใช้ หรือข้อจำกัดอื่น หรือจะให้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของนายทะเบียนตามที่เห็น สมควรก็ได้ (๒) สั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เห็นว่าขัดต่อนโยบายแห่งรัฐ”


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 178 - (๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ค�ำสั่งหรือค�ำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามพระ ราชบัญญัตินี้ (๒) พิจารณาและมีค�ำสั่งเกี่ยวกับค�ำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมาย ร่วมหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๙๖ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “(๒) สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และเครื่องหมาย รับรองตามพระราชบัญญัตินี้” (๓) ให้ค�ำแนะน�ำหรือค�ำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา ๙๗ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในต�ำแหน่ง คราวละสี่ปี ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการ ซึ่งแต่งตั้ง ไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในต�ำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้ง ซ่อมให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในต�ำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้นกรรมการซึ่งพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่ง ตั้งอีกได้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 179 - มาตรา ๙๘ นอกจากการพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙๗ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากต�ำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ได้รับโทษจ�ำคุกโดยค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้จ�ำคุก เว้นแต่เป็นโทษส�ำหรับความผิดที่ได้กระท�ำโดยประมาทหรือความ ผิดลหุโทษ มาตรา ๙๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ความเดิมของ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๑๙ จัตวา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสองของมาตรา ๑๙ ทวิ กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่ง คณะ รัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือ ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ใดพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระคณะ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการ ซึ่งตนแทน” มาตรา ๙๙การประชุมของคณะ กรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ�ำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม มาตรา ๙๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ความเดิมของ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 180 - ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้ที่ประชุม เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาตามมาตรา ๙๖(๑) หรือ (๒) ห้ามมิให้กรรมการผู้นั้นเข้าร่วมประชุมในเรื่องดังกล่าว มาตรา ๙๙ วรรคสี่ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๙๙ ทวิ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๙๖(๑) และ (๒) คณะกรรมการมีอ�ำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องขึ้นคณะ หนึ่งหรือหลายคณะเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ค�ำสั่ง หรือค�ำวินิจฉัยของนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อด�ำเนินการแล้ว ให้รายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อมีค�ำสั่งหรือค�ำวินิจฉัยต่อไป ให้น�ำมาตรา ๙๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการ เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องโดยอนุโลม “มาตรา ๑๙ เบญจ ในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าทุกคราวต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม หากประธานไม่อยู่ ในที่ประชุมให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน การวินิจฉัยชี้ ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลง คะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงช ี้ ขาด คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เป็นที่สุด” มาตรา ๙๙ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 181 - มาตรา ๑๐๐ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ให้น�ำมาตรา ๙๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา ๑๐๑ การอุทธรณ์ค�ำสั่งหรือค�ำวินิจฉัยของนายทะเบียน และ ค�ำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายร่วม หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย การค้า หรือเครื่องหมายบริการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ตามแบบที่อธิบดีก�ำหนด มาตรา ๑๐๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ความเดิมของพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งถูกยกเลิกไปดังนี้ “มาตรา ๑๐๑ การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ให้ยืนอุทธรณ์ต่อนาย ทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกำหนดวิธีพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด” วิธีพิจารณาอุทธรณ์และค�ำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตาม วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการก�ำหนด มาตรา ๑๐๑ วรรคสองดููระเบีียบคณะกรรมการเครื่่�องหมายการค้้า (http://www.ipthailand. go.th/images/781/Notifications_of_Tradmark_Appeal_.pdf) มาตรา ๑๐๒ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้คณะกรรมการ มีอ�ำนาจมีหนังสือสอบถาม หรือเรียกนายทะเบียนผู้อุทธรณ์ หรือบุคคลอื่น ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง ค�ำอธิบายหรือความเห็นหรือให้ส่งเอกสาร หรือ หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาก็ได้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 182 - หมวด ๕ เบ็ดเตล็ด ------------------ มาตรา ๑๐๓ ในระหว่างเวลาท�ำการ บุคคลใดๆ มีสิทธิมาตรวจดู ทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และ เครื่องหมายร่วมสารบบเครื่องหมายดังกล่าว ขอคัดส�ำเนา หรือขอให้รับรอง ส�ำเนาเอกสาร หรือขอค�ำรับรองจากนายทะเบียนเกี่ยวกับรายการจดทะเบียน โดยเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๐๔ หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ ขอจดทะเบียน ผู้คัดค้าน เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมที่ได้จดทะเบียนแล้ว ผู้ได้รับ อนุญาตหรือบุคคลอื่นใด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งโดยทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ ส�ำนักงานหรือสถานที่ที่ระบุไว้ในค�ำขอจด ทะเบียนหรือที่ได้จดทะเบียนไว้ แล้วแต่กรณี ถ้าไม่สามารถส่งตามวิธีดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้ จะให้เจ้าพนักงาน น�ำหนังสือนั้นไปส่ง หรือจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอีกครั้ง หนึ่งก็ได้ ในกรณีที่ให้เจ้าพนักงานน�ำหนังสือนั้นไปส่ง ถ้าไม่พบผู้รับจะส่งให้ แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยู่หรือท�ำงานในส�ำนักงานหรือสถาน ที่ดังกล่าว หรือจะปิดหนังสือนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ ส�ำนักงานหรือสถาน ที่ดังกล่าวของผู้รับนั้นก็ได้ เมื่อได้ส่งตามวิธีการดังกล่าวในวรรคสองและเวลาได้ล่วงพ้นไปเจ็ด วันแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับหนังสือนั้นแล้ว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 183 - มาตรา ๑๐๕ เพื่อประโยชน์ในการฟ้องและด�ำเนินคดีเกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมาย ร่วมตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม มิได้มีภูมิล�ำเนา อยู่ในประเทศไทยให้ถือว่าส�ำนักงานหรือสถานที่ของบุคคลดังกล่าวหรือ ตัวแทน ตามที่ระบุไว้ในค�ำขอจดทะเบียนหรือที่ได้จดทะเบียนไว้เป็นภูมิล�ำเนา ของบุคคลดังกล่าว มาตรา ๑๐๖ ในกรณีที่นายทะเบียนร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย รับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ให้นายทะเบียนได้ รับยกเว้นค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐๖ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๒๑๐/๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ เป็น เจ้าของผู้คิดประดิษฐ์เครื่องหมาย การค้าคำว่า “MACY’S” และจดทะเบียนเครื่อง หมายการค้า ดังกล่าวไว้ยังต่างประเทศก่อนโจทก์ เป็นที่แพร่ หลายมาประมาณ ๑๐๐ ปี จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิใน เครื่องหมายการค้าคำว่า “MACY’S” ดีกว่าโจทก์ แม้จำเลยที่ ๑ จะยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าดังกล่าวในประเทศไทย และจำหน่ายสินค้า ของจำเลยที่ ๑ ในประเทศไทย พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๔ ห้าม มิให้ศาลสั่งให้นายทะเบียนเสียค่าฤชาธรรมเนียม แทนฝ่ายอื่น แต่บทบัญญัติมิได้ห้ามคู่ความฝ่ายอื่น เสียค่าฤชาธรรมเนยีมแทนนายทะเบยน ฉะนั ีน ้ศาล จึงสั่งให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้ง สองได้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 184 - มาตรา ๑๐๖ ทวิ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นาย ทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอ�ำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ท�ำการ สถานที่ผลิต สถานที่จ�ำหน่าย สถานที่ รับซื้อ หรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้ประกอบธุรกิจหรือของบุคคลใด หรือ สถานที่อื่นที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราช บัญญัตินี้ หรือเข้าไปในยานพาหนะของบุคคลใด หรือสั่งเจ้าของหรือผู้ควบคุม ยานพาหนะให้หยุดหรือจอด เพื่อตรวจสอบให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัติ นี้ หรือเพื่อตรวจค้นและยึดพยานหลักฐาน หรือทรัพย์สินที่อาจริบได้ ตามพ ระราชบัญญัตินี้ หรือจับกุมผู้กระท�ำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ ต้องมีหมายค้นในกรณีดังต่อไปนี้ (ก) เมื่อปรากฎความผิดซึ่งหน้าก�ำลังกระท�ำในสถานที่หรือยาน พาหนะ (ข) บุคคลซึ่งได้กระท�ำความผิดซึ่งหน้าขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไป หรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้ซุกซ่อนอยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะ (ค) เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าพยานหลักฐานหรือทรัพย์สินที่ อาจริบได้ตามพระราชบัญญัตินี้อยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะ ประกอบทั้ง มีเหตุอันควรเชื่อว่า เนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ พยาน หลักฐานหรือทรัพย์สินจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ท�ำลาย หรือท�ำให้เปลี่ยน สภาพไปจากเดิม (ง) เมื่อผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าของสถานที่หรือยานพาหนะ และการ จับนั้นมีหมายจับหรือจับได้โดยไม่ต้องมีหมาย ในการนี้ให้มีอ�ำนาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือเรียกบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นจากผู้ประกอบธุรกิจ เจ้าของ หรือผู้ควบคุมยาน พาหนะ หรือจากบุคคลซึ่งเกี่ยวกับข้องตลอดจนสั่งให้บุคคลดังกล่าวซึ่งอยู่ ในสถานที่หรือยานพาหนะนั้นปฏิบัติการเท่าที่จ�ำเป็น มาตรา ๑๐๖ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 185 - (๒) ในกรณีีที่่มีีหลัักฐานชััดแจ้้งเป็็นที่่เชื่่อถืือได้้ว่่ามีีการฝ่่าฝืืน บทบััญญัติัิแห่่งพระราชบััญญัติัินี้้ ให้้มีีอำำนาจอายััดหรืือยึึดสิินค้้า ยานพาหนะ เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดไปก่อนได้แต่ ต้องรายงานต่ออธิบดีเพื่อให้ความเห็นชอบภายในสามวัน ทั้งนี้ ตามหลัก เกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีก�ำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๑๐๖ ทวิิ (๒)ดููระเบีียบกรมทรััพย์์สิินทางปััญญา (http://www.ipthailand.go.th/ images/784/123344.pdf) มาตรา ๑๐๖ ตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ ทวิ นาย ทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจ�ำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจ�ำตัวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีก�ำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐๖ ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖ จัตวา ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นาย ทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๐๖ จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ ถึง มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๒ ผู้ใด (๑) เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือ ทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความ รายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือ สิ่งอื่นทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้น (๒) เลียนป้าย หรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันจนประชาชนน่าจะหลงเชื่อว่าสถานที่การค้าของตน เป็นสถานที่การค้าของผู้อื่นที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 186 - (๓) ไขข่าวแพร่หลายซงข้อค ึ่วามเท็จเพื่อให้เสียความเชอื่ ถือในสถานทการค้า ี่สินค้า อุตสาหกรรม หรือพาณิชย์การของผู้หนึ่งผู้ใด โดยมุ่งประโยชน์แก่การค้าของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดตามมาตราน ี้ เป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา ๒๗๓ ผู้ใดปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะได้จด ทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๗๔ ผู้ใดเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะได้จด ทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๒๗๕ ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักร จำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย ซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้า ที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใดๆ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๒ (๑) หรือสินค้าอันเป็นสินค้าที่มี เครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามความในมาตรา ๒๗๓ หรือมาตรา ๒๗๔ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 187 - หมวด ๖ บทก�ำหนดโทษ ---------------- มาตรา ๑๐๗ บุคคลใดยื่นค�ำขอ ค�ำคัดค้าน หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยว กับการขอจดทะเบียนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน การต่ออายุการ จดทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือการอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โดยแสดงข้อความ อันเป็นเท็จ แก่นายทะเบียนหรือคณะกรรมการ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหกเดือนหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๘บุคคลใดปลอมเครื่อง หมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้ว ในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๘ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๑๒๔/๒๕๒๐ จำเลยท ๑ ี่ ปลอม เครื่องหมายการค้า “ROLEX” ของผู้เสียหายที่ ๑ เครื่องหมายการค้า “mustdeCartier” ของผู้เสีย หายที่ ๒ เครื่องหมายการค้า “CUCCI” ของผู้เสีย หายที่ ๓ เครื่องหมายการค้า “LONGINES” ของ ผู้เสียหายที่ ๔ และเครื่องหมายการค้า “dunhill” ของผู้เสียหายที่ ๕ ซึ่งเป็นการปลอมต่างชนิดและ ของผู้เสียหายต่างเจ้าของกัน ถือได้ว่าเป็นการ กระทำต่างกรรมต่างเจตนากัน ต้องลงโทษจำเลย ท ๑ ฐานี่ ปลอมเครองื่หมายการค้าตามมาตรา ๑๐๘ ทุกกรรมเป็นกระทงความผดิไป หาใช่ความผดิกรรม เดียวกันไม่ ฎีกาที่ ๔๗๖๔/๒๕๓๘ คำฟ้องว่าโจทก์ มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำการปลอม เครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียน แล้วในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐๘ คงบรรยาย ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำมันหล่อลนทื่ ี่มีเครองื่หมายการค้า ปลอมตามมาตรา ๑๐๘ ไว้เพื่อจำหน่ายและเสนอ จำหน่ายอันเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๐ ซึ่งมี ระวางโทษดังในมาตรา ๑๐๘ เท่านั้นกรณีจึงไม่อาจ พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๐๘ ได้ศาล ฎีกาชอบที่จะแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ฎีกาที่ ๔๒๐๗/๒๕๔๓ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกปลอมเครื่องหมายการค้า (RELY) ของ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 188 - โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นได้ว่าจำเลย ทั้งหกมีเจตนากระทำผิด จำเลยที่ ๔ ได้แสดงออก ต่อจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ผู้เข้าร่วมทุนจัด ตั้งบริษัทกับจำเลยที่ ๔ ว่าเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิใช้ เครื่องหมายการค้า (RELY) จะนำมาร่วมลงทุนจัด ตั้งบริษัทจำเลยที่ ๑ ขึ้นมาผลิตสินค้าจำหน่ายโดย ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว แม้จำเลยที่ ๔ มิได้ เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าแต่เป็นหุ้นส่วนผู้ จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดที่โจทก์และจำเลยที่ ๔ เข้าร่วมหุ้นจัดตั้งขึ้นมาและได้ผลิตสินค้าโดยใช้ เครองื่หมายการค้าของโจทก์นำออกจำหน่ายตลอด มา พฤติการณ์ของโจทก์ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปรวม ทั้งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ เข้าใจได้ว่าจำเลยที่ ๔ เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้า (RELY) เมื่อภายหลังจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ทราบว่า เครื่องหมายการค้า (RELY) เป็นของโจทก์แล้ว จำเลยที่ ๑ ก็ไม่ได้ใช้ เครื่องหมายการค้าดังกล่าว อีกต่อไป การกระทำของ จำเลยที่ ๑ รวมทั้งจำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ย่อมถือได้ว่าขาดเจตนา จึงไม่มี ความผิด ตามาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐ ฎีกาที่ ๖๑๒๒/๒๕๔๔ เจ้าพนักงาน สรรพสามิตจับกุมจำเลยกับพวก พร้อมยึดได้ยาสูบ บุหรี่ซิกาแรตชนิดซองอ่อนที่มีตราเครื่องหมายการ ค้ากรองทิพย์ ๙๐ อันเป็นเครื่องหมายการค้าปลอม ที่มีผู้ทำปลอม สำหรับความผิดข้อหาเสนอจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่ายซงึ่สินค้าที่มีเครองื่หมายการค้า ปลอม จึงเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดข้อหา ในฟ้องดังกล่าว จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ การกระทำ ของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิด ต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มี โทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุก ๑ ปี และปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ให้ รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับใหจ้ดัการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ฎีกาที่ ๖๗๕๔/๒๕๔๔ จำเลยทั้งสอง ได้ร่วมกันปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ดังกล่าว ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซงแึ่ว่นตากันแดด ที่มีเครองื่หมายการค้าปลอม จำเลยทัง้สองร้อยู่แลู้ว ว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของ ผู้เสียหายทั้งสี่ จำเลยทัง้สองมีความผดติามมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นการกระทำกรรม เดียวเป็นความผดติ ่อกฎหมายหลายบทตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่เนื่องจากความผิด แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานปลอม เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๗๒๗๘/๒๕๔๔ จำเลยที่ ๑ นำ เครองื่ ปรับอากาศไมมี่ยี่ห้อไปตดติ งใั้ห้แก่นายอานัน และนำสติกเกอร์เครื่องหมายการค้า FiJi ซึ่งเป็น เครื่องหมายการค้าปลอมไปติดไว้ที่ตัวคอยล์เย็น ของเครองื่ ปรับอากาศดังกล่าว เพื่อทำให้นายอานัน หลงเชื่อว่าเครื่องปรับอากาศดังกล่าวเป็นเครื่อง ปรับอากาศมีเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสีย หาย พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 189 - ของกลาง ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ ฎีกาที่ ๑๖๙๖/๒๕๔๕ จำเลยมีกางเกง ยีนส์และกระดุมที่มีเครื่องหมายการค้า “LEVl’S” ของผู้เสียหายที่ทำปลอมขึ้นมาไว้เพื่อจำหน่าย จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ของผู้เสียหายปลอม จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ให้เรียงกระทงลงโทษฐานปลอมเครื่องหมายการค้า จำคุก ๒ ปี และปรับ ๑๕๐,๐๐๐ บาท รวมลงโทษ จำคุก ๔ ปี และปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ฎีกาที่ ๕๖๘๗/๒๕๔๕ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงให้ผู้ซื้อสินค้าเข้าใจผิดว่า สินค้าที่จำเลยผลิตขึ้นนั้นเป็นของบริษัท ส. และ บริษัท ฮ.ผู้เสียหาย โดยใช้ป้ายโฆษณาที่มีตรา เครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายติดที่สินค้า อัน เป็นการใช้ฉลากซึ่งมีเครื่องหมายการค้าของผู้เสีย หายในการขายสินค้าเพื่อลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดนั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาเดียวกันในความผิด ฐานเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ปลอม กับฐานใช้ฉลากในการขายสินค้าเพื่อให้เกิด ความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณของสินค้าดังกล่าว เป็นการกระทำกรรม เดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่ความผิดหลาย กรรมต่างกัน จึงลงโทษตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ฎีกาที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๕ ความผิดฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วใน ราชอาณาจักรนัน ้มาตรา ๑๐๘ ได้บัญญัติเป็นความ ผิดและกำหนดโทษไว้โดยเฉพาะแล้วส่วนความผิด ฐานปลอมเครองื่หมายการค้าทเกี่ยี่วกับเครองื่หมาย การค้าซึ่งได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๓ มีองค์ประกอบความผิดเช่นเดียว กับความผดติามพระราชบัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘ เพียงแต่มีโทษเบากว่า เท่านัน ้จึงต้องใช้พระราชบัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘ แทนตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๓ วรรคสอง ความผดิฐานปลอมเครองื่หมาย การค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรจึงไม่ ต้องปรับบทความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๓ ด้วย ฎีกาที่ ๓๕๘๕/๒๕๔๖ จำเลยที่ ๒ มี อาหารปลอมไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยที่ อาหารดังกล่าวมีเครื่องหมายการค้าปลอมอยู่ด้วย ก็ด้วยเจตนาเดียวที่ประสงค์จะจำหน่ายและมีไว้ เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม เมื่ออาหารปลอมนั้น มีเครื่องหมายการค้าปลอมและกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดไว้ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบท และเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) และมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๑๒๕๔๐/๒๕๔๗ แม้รูปลายเส้น ปีกนกตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์จะเป็นรูป รอยประดิษฐ์ที่ใช้ในการประกอบการค้าของโจทก์ ด้วยก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้นำรูปรอยประดิษฐ์นี้ไป จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าจนมีสภาพเป็น เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในราช อาณาจักร อันมีผลให้ได้รับความคุ้มครองอย่าง เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนที่หากผู้อื่นปลอม เครื่องหมายการค้าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๓๐๓๙/๒๕๕๑ จำเลยที่ ๑ เป็น ผู้ผลิตน้ำปลาตรา “ลัคกี้” ตามฟ้องมาแต่แรกตั้ง บริษัทโดยทั้งโจทก์ จำเลยที่ ๓ และนาย ณ. ต่างก็ ทราบเรื่องดี นาย ณ. เพียงแต่มีชื่อทางทะเบียน เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเท่านั้น แต่ สิทธิในการใช้เครองื่หมายการค้าดังกล่าวของจำเลย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 190 - ที่ ๑ โดยมีจำเลยที่ ๓ เป็นผู้แทน แม้โจทก์จะได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าว จากนาย ณ. ก็ตาม การผลิตน้ำปลาโดยใช้ เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของจำเลยที่ ๑ หลัง จากนั้นเห็นได้ชัดว่าคงดำเนินการไปตามบันทึกข้อ ตกลงระหว่างนาย ณ. กับจำเลยที่ ๓ ต่อไป การก ระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตามฟ้องจึงขาด เจตนาที่จะปลอมเครื่องหมายการค้าตามฟ้อง ไม่ เป็นความผิดตามมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๗๔๐๖/๒๕๕๓ โจทก์ได้รับการ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “CHARTER” สำหรับสินค้าไขควง ใบมีด ใบเลื่อย ไว้เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ กรณีจะเป็นความผิดการกระทำ ของจำเลยทัง้สี่ต้องเกิดขึนในช่้วงเวลาทเครี่องื่หมาย การค้าของโจทก์ดังกล่าวยังอยู่ในอายุการจด ทะเบียน การกระทำของจำเลยทั้งสี่เกี่ยวกับสินค้า นั้นย่อมไม่เป็นความผิดเพราะเป็นการกระทำหลัง จากเครื่องหมายการค้าของโจทก์สำหรับสินค้านั้น สิ้นอายุไปแล้ว ต้องฟังในทางที่เป็นคุณแก่จำเลย ทั้งสี่ คดีของโจทก์สำหรับสินค้าไขควง ใบมีด ใบ เลื่อย จึงไม่มีมูล ส่วนสินค้าชุดคีมและเครื่องมือ แบบกรรไกรตัดกิ่งไม้ โจทก์ได้รับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีข้อน่าสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสี่รู้ว่าสินค้า นั้นปลอม หรือเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ หรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้ จำเลยทั้งสี่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง ไม่ อาจลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๐๙ ได้ ฎีกาที่ ๑๓๑๐๙/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องในข้อ(ก) ว่าจำเลยเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อ จำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม กับ ข้อ(ข) ว่าจำเลยเสนอจำหน่ายสินค้า ซึ่งเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ และมีคำขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ป.อ. มาตรา ๒๗๕, ๒๗๒ (๑) และ ป.อ. มาตรา ๙๑ แม้โจทก์จะบรรยายแยก การกระทำของจำเลยออกเป็น ๒ ข้อหาแต่ความ ผิดทั้งสองฐานเกิดขึ้นตามวันเวลาและสถานที่ เดียวกัน เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลการกระทำ เป็นอย่างเดียวกัน คือ มุ่งที่จะแสวงหากำไรจาก การจำหน่ายสินค้าของกลางทั้งหมดนั้น การกระ ทำของจำเลยตามฟ้อง (ก) และ (ข) จึงเป็นความ ผิดกรรมเดียวกัน ฎีกาที่ ๖๔๓๕/๒๕๕๔ ความผิดข้อหา มีไว้ในครอบครองเพื่อขายยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต ซงเึ่ป็นยาสูบที่มิไดป้ดิแสตมปต์ามกฎหมายกับข้อหา มียาสูบที่ไม่ได้ปิดแสตมป์ไว้ในครอบครองเกินกว่า ห้าร้อยกรัมตามฟ้องเป็นคดีก่อน เป็นการกระทำ ความผิดตาม พ.ร.บ. ที่มีโทษทางอาญาคนละฉบับ กัน มีองค์ประกอบความผิดแตกต่างกัน ความผิด ข้อหาเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้า ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมในคดีน ี้ เป็นความผิด ต่อ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ซึ่งสามารถแยก เจตนาในการกระทำความผิดออกจากกันได้ การก ระทำความผิดของจำเลยในคดีก่อนจึงไม่ใช่การก ระทำความผิดกรรมเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องจำเลย ในคดีน ี้ อาจถือได้ว่าศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด ในความผิดที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องย่อมไม่ระงับไปตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาฯ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๒๖ ประกอบป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) ฎีกาที่ ๕๐๑๗/๒๕๕๔ การเอาชื่อ รูป หรือรอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของ บุคคลอื่นมาโดยทำให้ปรากฏที่หีบห่อบรรจุสินค้า


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 191 - โดยมีเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้า ของผู้อื่นอันจะเป็นความผิดตามป.อ. มาตรา ๒๗๒ (๑) นั้น ต้องเป็นการเอาชื่อ รูป หรือรอยประดิษฐ์ ที่เป็นเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับการจด ทะเบียนในราชอาณาจักรมาใช้เท่านั้น หากเป็น เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วใน ราชอาณาจักร การกระทำดังกล่าวจะเป็นความผิด ฐานปลอมเครื่องหมายการค้า ตาม พ.ร.บ. เครื่อง หมายการค้า มาตรา ๑๐๘ ได้บัญญัติไว้เป็นบท เฉพาะซึ่งมีระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา ๒๗๒ (๑) อยู่แล้ว เมื่อเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ร่วมดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้ จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร การเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ของโจทก์ร่วมมาใช้โดยทำให้ปรากฏที่หีบห่อเพื่อ ให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของโจทก์ร่วมจึง เป็นความผิดตามมาตรา ๑๐๘ ซึ่งเป็นบทเฉพาะ แล้วจึงไม่อาจเป็นความผิดตามป.อ. มาตรา ๒๗๒ (๑) ได้อีก ไม่ใช่เรื่องการกระทำกรรมเดียวอันเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามป.อ. มาตรา ๙๐ ฎีกาที่ ๕๑๒๔/๒๕๕๔ ผู้เสียหายที่ ๔ นำชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ไปจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในจำพวก ๒๘ รายการสินค้าลูกฟุตบอล จึง มีสิทธิแต่ผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้น สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้เท่านั้น ตามมาตรา ๔๔ เมื่อจำเลยนำชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ดังกล่าวไป ใช้กับสินค้าต่างจำพวกกับสินค้าที่ผู้เสียหายจด ทะเบียนไว้ จึงไม่เข้าลักษณะความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๘๑๕๔/๒๕๕๔ จำเลยนำ เครื่องหมายเดียวกันไปติดไว้ที่สิ่งห่อหุ้มสินค้าและ ติดไว้ที่สินค้า ขายไปในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เดียวกันนั้น ถือว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ไม่ อาจถือว่าเป็นความผดติ ่อกฎหมายหลายบท เพราะ ตามมาตรา 3 วรรคสอง ได้บัญญัติอันมีผลให้การ เอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ อันเป็นเครื่องหมายการค้า ทไี่ดจด้ทะเบยนภายในราชอาณา ีจักรไปใช้กับสินค้า ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ไว้โดยเฉพาะแล้ว การเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์เดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้ จดทะเบียนไปใช้กับสินค้าในลักษณะดังกล่าว ไม่เป็นความผิดที่ต้องปรับบทความผิดตาม ป.อ. มาตรา 272 (1) อีกต่อไป ฎีกาที่ ๓๐๑๗/๒๕๕๔ พ.ร.บ.เครื่อง หมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เครองื่หมายการค้า จึงหมายถึงเครื่องหมาย ไม่ใช่สินค้า จำเลยที่ 1 มี สินค้าประเภทเสื้อ กางเกง เสื้อยีนส์ และกางเกง ยีนส์ บางส่วนมีเครื่องหมายการค้าที่ปลอม เครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งสี่ที่จดทะเบียน แล้วในราชอาณาจักรติดอยู่บางส่วนเป็นสินค้าที่ เตรียมไว้สำหรับติดเครื่องหมายการค้าปลอมและ มีป้ายหนังและกระดุมที่เป็นเครื่องหมายการค้า ปลอม เครื่องจักรปั๊ มกระดุม และจักรเย็บผ้าไว้ใน ครอบครองเท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงว่า จำเลยท 1 กับ ี่พวกร่วมกันปลอมเครองื่หมายการค้า ของผู้เสียหายทัง้สี่ และเครองื่จักรเหล่านไี้ มส่ามารถ ผลิตเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ได้ แต่เป็นเครื่องจักรที่ใช้ติดเครื่องหมายการค้า ที่ทำสำเร็จแล้วลงในสินค้า ส่วนเครื่องหมายการค้า ที่ติดอยู่ที่เสื้อกางเกงของกลางผู้ที่ทำขึ้นเป็นใครไม่ ทราบจึงย่อมฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งสี่ไม่ได้ ตามมาตรา ๑๐๘ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานนี้ศาล ฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 192 - มาตรา ๑๐๙ บุคคลใดเลียนเครื่อง หมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้ว ในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น นั้น ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้ง จ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๙ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๖๘/๒๕๐๙ จำเลยมีสิทธิใน ฐานะเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามที่ขอจด ทะเบียนไว้ก็ตามแต่จำเลยไม่อาจใช้เครื่องหมาย การค้านั้นมาประดิษฐ์ดัดแปลงโดยจงใจเลียนแบบ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ เพราะเป็นการใช้สิทธิ ซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๕๙๕/๒๕๑๑ จำเลยใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า SANDREX ผิดกับของโจทก์ ซึ่งใช้ ANDREX เพียงอักษรตัวหน้าตัวเดียว ซึ่ง หากผู้พูดหรือฟังไม่ชัดอาจเข้าใจผิดหลงง่ายทั้งรูป รอยประดิษฐ์ สีก็คล้ายคลึงกัน การวินิจฉัยว่าเลียน แบบหรือไม่ ไม่ถือหลักว่าต้องใช้ความสังเกตอย่าง ละเอียดเสียก่อน สินค้าโจทก์เป็นที่นิยมแพร่หลาย การเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ย่อม แสดงเจตนาไม่สุจริตของจำเลย เป็นความผิดตาม มาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๑๑๕๑/๒๕๑๑ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์ และของจำเลย เห็นได้ว่ามีสาระ สำคัญอย่างเดียวกันคือควายกับเด็กและควายกับ นก แม้ผิดแปลกแตกต่างกันไปบ้างแต่สาระสำคัญ ของเครื่องหมายทั้งสองก็ยังคงเป็นอย่างเดียวกัน เรยกไ ีดว้่าเครองื่หมายการค้าของจำเลยเหมือนหรอื คล้ายคลึงกับของโจทก์ เมื่อการเรียกขานชื่ออย่าง เดียวกัน ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับสินค้าประเภทเดียวกัน แล้ว อาจทำให้ผู้ซื้อผิดหลงได้ เมื่อพนักงานเจ้า หน้าที่ไม่รับจดทะเบียนให้มาก่อนครั้งแรก ต่อเมื่อ จำเลยได้ดัดแปลงจนได้รับจดให้ภายหลัง ย่อมส่อ เจตนาของจำเลยว่าประสงค์จะเลียนแบบ เครื่อง หมายการค้าของโจทก์ ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๑๑๕๒/๒๕๑๑ เครื่องหมาย การค้าของจำเลยเห็นได้เด่นชัดมิได้ประดิษฐ์ ดัดแปลงให้มองดูคล้ายรูปควาย การวางรูปในท่า ยืนของสัตว์ในเครื่องหมายทั้งสองก็ไม่เหมือนกัน ทัง้ตอนบนเหนอรื ูปสตวั ์ในเครองื่หมายการค้าจำเลย ยังประทับอักษรไทยจีนว่าเต็กเซ่งเฮงและคำว่าตรา ช้างควายบ่งระบุไว้อีกชั้นหนึ่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลย เลยนเครีองื่หมายการค้าของโจทก์ ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๑๐๘๐/๒๕๑๒ แม้จำเลยจะมี สิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จำเลยขอจดทะเบียน ไว้ก็ตาม แต่จำเลยก็ไม่อาจใช้เครื่องหมายนั้นมา ประดิษฐ์ดัดแปลงโดยจงใจเลียนแบบเครื่องหมาย การค้าของโจทก์ เพื่อให้คนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้า ของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิ ซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ นับว่าเป็นการ ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 193 - ฎีกาที่ ๒๓๑๑/๒๕๑๕ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์ร่วมใช้ตัวหนังสือว่า LEVI’S มีช่อง ผ่ากลางตัวหนังสือ ส่วนเครื่องหมายที่จำเลยใช้มี ตัวหนังสือว่า LEVIE ไม่มีช่องผ่ากลางตัวหนังสือ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมยังมีตัวหนังสืออื่น ๆ ตลอดจนลวดลายผิดกับเครื่องหมายที่จำเลยใช้ ทั้งสิ้น เห็นชัดแจ้งว่าแตกต่างกันมาก ย่อมถือไม่ได้ ว่าจำเลยได้เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายของ โจทก์ร่วม ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๕๐๔๑ - ๕๐๔๒/๒๕๓๐ โจทก์ ร่วมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตราควาย พระอาทิตย์ย่อมมีสิทธิใช้หรอใืหผู้้อนใช้เคร ื่องื่หมาย การค้าที่ตนจดทะเบียนได้โดยชอบ การที่จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ นำเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ร่วมมีสิทธิ ใช้ไดต้ามกฎหมายมาใช้กับสินค้าของจำเลยท๔ โ ี่ดย โจทก์ร่วมยินยอมจึงไม่เป็นความผิดฐานเลียน เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๓๑๗๒/๒๕๓๒ จำเลยทั้งสอง ร่วมกันเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย นำ ไปติดประทับทำให้ปรากฏไว้ที่กระสอบข้าวสารเจ้า ซึ่งมีข้าวสารเจ้าบรรจุอยู่จำนวน ๒,๕๐๐ กระสอบ และทใบี่ ปลิวโฆษณาทบรรี่จุในกระสอบข้าวสารเจ้า จำนวน ๒,๕๐๐ ใบ จำเลยทัง้สองยังได้เสนอจำหน่าย และจำหน่ายข้าวสารเจ้านั้นให้แก่ อ. อีกด้วยทั้งน ี้ โดยจำเลยทั้งสองประสงค์จะให้ อ. และประชาชน ทั่วไปหลงเชื่อว่ข้าวสารเจ้าที่บรรจุอยู่ในกระสอบ ดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย เป็นความผิดตามมาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ ข้าวสารเจ้าของกลางทั้งหมดจึงเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่ง ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิดตามฟ้อง ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) ฎีกาที่ ๗๘๗๘/๒๕๓๘ การกระทำของ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในคดีก่อนมีเจตนาเสนอ จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียน เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ตามมาตรา ๑๐๙ และ มาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ การกระ ทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในคดีน ี้มีเจตนาเลียน เครื่องหมายการค้าของโจทก์ ตามมาตรา ๑๐๙ เจตนาของการกระทำผิดทั้งสองข้อหาแตกต่างกัน การกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงเป็นการ กระทำหลายกรรมต่างกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ได้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ฎีกาที่ ๓๖๑๖/๒๕๔๐ โจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการ ค้าฯ มาตรา ๑๐๙,๑๑๐,๑๑๔ และ ๑๑๕ ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๓๒,๓๓,๘๓,๙๑,๒๗๓ และ ๒๗๔ จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อการกระทำของ จำเลยทั้งสามแต่ละข้อหาตามฟ้องเป็นการกระทำ โดยมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ประกอบกับ จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความ ผดิทัง้สามข้อหาตามฟ้องโดยมีเจตนาต่างกัน จำเลย จะฎีกาโต้เถียงว่า การกระทำผิดของจำเลยตาม คำฟ้องโจทก์เป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่ ในวาระเดียว จำเลยมีเจตนาเพียงต้องการผลิต สินค้าแล้วใช้เครองื่หมายการค้าทเลี่ยนเครีองื่หมาย การค้าของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายเพื่อการ จำหน่าย เป็นการกระทำผดิกรรมเดียวหาได้ไม่ ดังนี้ ที่ศาลล่างทัง้สองพพิากษาเรยงกระทงลงโทษ ี จำเลย จึงถูกต้องแล้ว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 194 - ฎีกาที่ ๖๙๙๑/๒๕๔๒ จำเลยมีความ ผิดตามมาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบ ด้วยมาตรา ๑๐๙ อันเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่ มีโทษหนักที่สดตุามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ความผดิทัง้สอง มีระวางโทษเท่ากันจึงให้ลงโทษ จำเลยฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซงึ่สินค้าที่มีเครองื่หมาย การค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ของบุคคลอื่น ตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบด้วย มาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๑๒๘๗/๒๕๔๔ ขณะเมื่อโจทก์ ไปยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โจทก์ ระบุว่าเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนเป็นรูปและ คำเครื่องหมายการค้าในส่วนที่เป็นรูป เป็นรูปเส้น โค้งคู่สองชั้นคล้ายปีกนก แสดงว่ารูปที่โจทก์นำมา ใช้เป็นเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ได้มีพื้นฐาน มาจากการนำอักษรโรมันมาประดิษฐ์ใช้ สว่นจำเลย ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นรูป ลวดลายเส้นประคล้ายอักษร V และ W วางซ้อน ทับกัน โดยมีพื้นฐานจากการนำอักษรโรมันมา ประดิษฐ์ดัดแปลงเพื่อมาใช้ เมื่อพื้นฐานของรูปของ เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีที่มาแตก ต่างกัน และเครองื่หมายการค้าของโจทก์และจำเลย มีลักษณะรูปแบบลวดลายที่มีความแตกต่างกัน รูป เครื่องหมายการค้า ของโจทก์และจำเลยจึงไม่ เหมือนหรือคล้ายกัน ถือไม่ได้ว่าจำเลยเลียนแบบ เครื่องหมายของโจทก์ ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๕๕๖๖/๒๕๔๔ เครื่องหมาย การค้าของโจทก์เป็นเครื่องหมายการค้ารูปตา 1 ตา และเครื่องหมายการค้ารูปนกอินทรี 1 ตัว และ จำเลยได้ทำเครองื่หมายการค้ารูปตา 3 ตา ประกอบ กับนกอินทรี 3 ตัว แต่ลักษณะดวงตามีรัศมี 19 เส้น เหมือนรูปตาตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์และ รูปนกอินทรก็ีถือกิงไ่ม้ 1 กิง กับล่กูศร 3 ดอก เหมือน รูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์เช่น กัน คงต่างกันแตจำ่นวนดวงตาและจำนวนนกอินทรี เท่านั้น และจำเลยได้นำเครื่องหมายการค้าที่ทำ ขึ้นไปใช้กับสินค้าของจำเลยนำออกจำหน่าย อัน แสดงให้เห็นได้ถึงเจตนาของจำเลยที่จะทำให้ ประชาชนสับสน หลงผิด หลงเชื่อว่าเครื่องหมาย การค้าที่จำเลยทำเลียนขึ้นและนำไปใช้กับสินค้า นันเ้ป็นเครองื่หมายการค้าของโจทก์ ย่อมเป็นความ ผิดตามคำฟ้องได้ ตามมาตรา ๑๐๙ โดยไม่จำต้อง คำนึงถึงกรณีที่จำเลยทำเลียนเครื่องหมายการค้า นั้นแล้วจำเลยจะนำไปขอจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านี้หรอไืม่ หรอนายทะเบืยนีจะรับจดทะเบยนี ให้หรือไม่ ฎีกาที่ ๒๘๗๙/๒๕๔๕ เครองื่หมาย การ ค้าคำว่า “FOX-D” โจทก์ร่วมได้มีการจดทะเบียน ในประเทศไทยโดยชอบ โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้มีสิทธิ เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้าทั้งสาม สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทสไทยตาม มาตรา ๔๔ หากบุคคลอื่นเอาเครื่องหมาย การค้า ของโจทก์ร่วมดังกล่าวไปใช้กับสินค้าโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากโจทก์ร่วมโดยชอบ ย่อมมีความผิดฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนของโจทก์ ร่วม หรือถ้าได้มีการจัดทำเครื่องหมาย การค้าขึ้น โดยการดดัแปลงแก้ไขให้คล้ายกับเครองื่หมายการค้า ที่ได้จดทะเบียนของโจทก์ร่วมเพื่อให้ประชาชนหลง เชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมแล้ว ก็ ย่อมมีความผิดฐานเลียนเครื่องหมายการค้า ตาม มาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๗๑๒/๒๕๔๘ จำเลยจำหน่าย ยาเส้นภายใต้เครื่องหมายการค้ารูปวัวแดง ๒ ตัว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 195 - ชนกันเป็นการจำหน่ายสินค้าที่มีเครองื่หมายการค้า ซึ่งปู่จำเลยเป็นผู้คิดขึ้นและใช้มาก่อนที่โจทก์ร่วม จะได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตน เป็นการที่จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าที่บิดาจำเลย ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของปู่จำเลยได้รับ มรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น ไม่ปรากฏว่า บิดาจำเลยและป้าจำเลยซึ่งเป็นทายาทอีกคนหนึ่ง ได้ห้ามจำเลยมิให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแต่อย่าง ใด การที่จำเลยจำหน่ายยาเส้นภายใต้เครื่องหมาย การค้า ดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการจำหน่ายสินค้าที่มี เครื่องหมายการค้าที่เลียนเครื่องหมาย การค้าของ โจทก์ร่วมที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระ ราชบัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ ตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาที่ ๘๒๘๔/๒๕๕๑ ตัวอักษรคำว่า “wax” ที่ปรากฏด้านบนกล่องของจำเลยที่ ๑ มี ขนาดใหญ่อยู่ส่วนกลางด้านบนของกล่องใน ตำแหน่งที่เห็นเด่นชัดเช่นเดียวกับเครื่องหมายการ ค้าคำว่า “waxy” ของโจทก์ตัวอักษร “wax” ยัง มีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษร “waxy” ของโจทก์ด้วย ซ้ำ เป็นการส่อแสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์หรือ เจตนาของจำเลยที่ ๑ ที่จะใช้คำว่า “wax” เป็น เครื่องหมายการค้า เช่นเดียวกับคำว่า “waxy” ของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจย่อม ทราบดีเพราะสินค้าของทั้งโจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างเป็นน้ำยาเคลือบเบาะหนังเหมือนกัน แม้จำเลย ที่ ๑ จะพยายามเบี่ยงเบนเพื่อให้เห็นแตกต่างจาก สินค้าของโจทก์ โดยการเพิ่มคำว่า “SPED Polishing” ไว้ด้านบนคำว่า “wax” แต่เป็นตัว อักษรขนาดเล็กจนต้องมองอย่างเพ่งพินิจจึงจะเห็น คำว่า “SPED Polishing” จำเลยที่ ๑ อ้างว่านำ คำว่า “wax” ซึ่งแปลว่าขี้ผึ้งมาวางในตำแหน่งตรง กลางด้านบนของกล่องก็เพื่อเป็นการบรรยาย คุณลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าของจำเลยที่ ๑ นัน ก็เ ้ป็นความเข้าใจของจำเลยท ๑ เอง ลักษณะ ี่ เป็นเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นการเลียน เครื่องหมายการค้าของโจทก์นั่นเอง เพราะการ เลียนเครื่องหมายการค้าไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือ นเครี่องหมายการค้าคำว่า “waxy” ของโจทก์ทุก อย่าง อันเป็นความผดิฐานปลอมเครองื่หมายการค้า เมื่อพจิารณาสินค้าน้ำยาเคลอบเบาะืหนัง ทังของโ้จทก์และของจำเลยท ๑ เี่ ปรยบเที ยบกันแล้ ีว ไมว่ ่าจะเป็นกล่องบรรจสุินค้า ความกว้าง ความยาว ความหนา รูปทรง ขวดบรรจสุินค้า สีขวดบรรจสุินค้า รวมทั้งสติกเกอร์ที่ติดข้างขวดโดยรวมแล้ว มีรูป ลักษณะคล้ายสินค้าน้ำยาเคลอบเบาะืหนังของโจทก์ จนทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่าสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะ หนังของจำเลยที่ ๑ กับน้ำยาเคลือบเบาะหนังของ โจทก์เป็นสินค้าตัวเดียวกัน จำเลยที่ ๑ มีเจตนาจะ เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เมื่อจำเลย ที่ ๖ และที่ ๗ ได้ร่วมกันผลิตและพัฒนาสินค้า ปรับปรุงแบบกล่องและขวดที่บรรจุสินค้าที่พิพาท เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ซึ่งเป็นเพียงกรรมการของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องร่วม รับผิดกับจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๕๑๓๖/๒๕๕๑ การที่จำเลยที่ ๑ นำคำว่า “ดวงกมล และตัวหนังสือ “D.K.” มา ใช้เป็นเครื่องหมาย “ดวงกมลสมัย D.K.TODAY” ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่เป็นการเลียน เครื่องหมายการค้าดังกล่าวที่ตนใช้มาโดยสุจริต ก่อนแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่มีความผิดฐานเลียน เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้อื่น เมื่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่ได้กระทำความผิดฐาน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 196 - ดังกล่าว ไม่มีกรณีต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการหรือ การกระทำของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ซึ่งเป็นกรรมการ ของจำเลยที่ ๑ อันจะเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ต้องรับโทษด้วยหรือไม่ การที่จำเลยที่ ๑ ยังคง จำหน่าย เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่ง สินค้าหนังสือ ๓ เล่ม ที่มีเครื่องหมาย “ดวงกมล สมัย D.K.TODAY” ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นอยู่ ในวันเวลาที่นาย ม. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ร่วม ไปซื้อมาจากร้านของจำเลยที่ ๑ ก็ไม่เป็นความผิด ฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ตาม มาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๔๗๑/๒๕๕๑ จำเลยทั้งหก เจตนาใช้และจำหน่ายสินค้าที่มีรูปร่างสีสันและ บรรจุภัณฑ์ที่เหมือนคล้ายกับสินค้าของโจทก์โดย หลอกลวงแหล่งกำเนิดอันเป็นเท็จ เครื่องหมาย การค้า PANDA ของจำเลยทขอี่จดทะเบยนไ ีม่คล้าย กับเครองื่หมายการค้า HONDA ของโจทก์ จนทำให้ สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของ หรือแหล่งกำเนิดสินค้าและยกคำคัดค้านของโจทก์ จำเลยทั้งหกใช้รูปแบบและสีสันเครื่อง ยนต์คล้ายกับสินค้าของโจทก์ เห็นว่า คดีน ี้โจทก์ ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกกระทำความผิดฐานเลียน เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนประเภท “คำ” คำ ว่า “HONDA” และมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์มิได้ฟ้อง ว่าจำเลยทัง้หกเลยนเครีองื่หมายการค้าจดทะเบยนี ที่เป็น “กลุ่มของสี” หรือ “รูปร่างหรือรูปทรงของ เครื่องยนต์” หรือใช้แบบผลิตภัณฑ์สินค้าของโจทก์ ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ส่วนการที่จำเลย ทั้งหกใช้ชื่อรุ่น GX ๑๖๐ และ DX ๑๖๐ หรือ ข้อความในการประกอบการค้าของโจทก์ซึ่งอาจ เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๒ (๑) นั้น โจทก์ ก็มิได้ขอให้ลงโทษตามบทบัญญัตดิังกล่าวฟ้องโจทก์ จึงไม่มีมูลในความผิดตามมาตรา ๑๐๙ และมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๘๓๖๕/๒๕๕๓ สินค้าของจำเลย ที่ ๑ เป็นสินค้าประเภทยาขี้ผึ้งใช้บรรเทาอาการ หวัดประเภทเดียวกับสินค้าของโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ มิได้ใช้เครื่องหมายการค้าเฉพาะ คำว่า “VapeRub” และคำว่า “วาเปอรับ” กับสินค้าของ จำเลยท ๑ ที่ โี่จทก์อ้างว่าเพียงอย่างเดียวยังใช้อักษร โรมันสีขาวคำว่า “BRYWOOD” หรืออักษรสีขาว คำว่า “ไบร์วู๊ด” และมีอักษรสีแดงหรือสีน้ำเงินหรือ สีขาวคำว่า “ไบร์วู๊ดวาเปอรับ ยาทาระเหยบรรเทา หวัด” อยู่ด้านล่างรูปการ์ตูนประดิษฐ์ส่วนเครื่อง หมายการค้าของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ซึ่ง ใช้กับสินค้าของโจทก์ที่อ้างว่าถูกจำเลยที่ ๑ เลียน แบบ มีอักษรโรมันสีขาว คำว่า “VICKS” “VapoRub” ซึ่งพิจารณาโดยรวมแล้วฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๑ เอาอย่างหรือทำตามหรือพยายามทำให้ เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งได้จด ทะเบียนไว้แล้วทั้งรูปลักษณะและเสียงเรียกขาน ไม่ต้องด้วยมาตรา ๑๐๙ พิพากษายกฟ้อง ฎีกาที่ ๘๒๖๔/๒๕๕๕ จำเลยทั้งสาม ร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซงึ่สินค้า เสื้อกันหนาวสำหรับกีฬาฤดูหนาวที่มีเครื่องหมาย การค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ได้ จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักร และเป็นรายการ สินค้าเดียวกับรายการสินค้าที่ผู้เสียหายขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้ โดยมีคำขอ ให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ และป.อ. มาตรา ๘๓ กับป.อ. มาตรา ๒๗๒,๒๗๕, และมาตรา ๘๓ กับมาตรา ๙๑


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 197 - มาตรา ๑๐๙/๑ บุคคลใดน�ำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมาย การค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ของบุคคลอื่นที่จดทะเบียน ไว้แล้วในราชอาณาจักรมาใช้ส�ำหรับสินค้าของตนเองหรือของบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือ เครื่องหมายร่วม หรือเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย รับรองนั้น ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือ ทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๙/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๑๐ บุคคลใด (๑) น�ำเข้ามาในราชอาณาจักร จ�ำหน่าย เสนอจ�ำหน่าย หรือมีไว้ เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา ๑๐๙ หรือ มาตรา ๑๑๐ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๗๖/๒๕๔๓ เครองื่หมายการค้า ซึ่งติดอยู่กับกางเกงยีนส์ของกลางนั้น มีสาระ สำคัญอยู่ที่คำว่า “CANTONA” เช่นเดียวกับ เครองื่หมายการค้าของโจทก์ร่วม การทเครี่องื่หมาย การค้าซึ่งติดอยู่กับกางเกงยีนส์ถูกนำมาใช้กับสินค้า ประเภทเดียวกันกับสินค้าประเภทกางเกงของโจทก์ ร่วมที่ได้จดทะเบียนไว้ จึงอาจทำให้บุคคลอื่นเชื่อ ว่าเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการ ค้าของโจทก์ร่วม อันเป็นการทำขึนเล้ยนเครีองื่หมาย การค้าของโจทก์ร่วมที่ได้จดทะเบียนแล้วในราช อาณาจักรเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็น เครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมตามมาตรา ๑๐๙ การที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายกางเกงยีนส์ของกลาง ที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของ โจทก์ร่วมจึงเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) การที่โจทก์ร่วม ขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า จึงถือว่าเป็นการกระทำโดย สุจริตตามมาตรา ๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ประกอบกับโจทก์ร่วมได้ผลิตกางเกงยีนส์ ใช้ชื่อในการประกอบการว่า กิจเจริญ มาเป็นเวลา เกือบ ๑๐ ปี แล้ว โดยโจทก์และโจทก์ร่วมได้อ้าง ส่งกางเกงยีน ส์ ที่โจ ทก์ร่วมผลิตและใช้ เครื่องหมายการค้า “CANTONA” เป็นวัตถุพยาน พฤติการณ์จึงเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมจดทะเบียน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 198 - เครื่องหมายการค้าเพื่อประกอบกิจการของโจทก์ ร่วมโดยสุจริต ฎีกาที่ ๔๕๓๗ - ๔๕๔๐/๒๕๔๓ จำเลย ที่ ๒ และที่ ๕ มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่ง สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมในวันเวลา เดียวกันหรือคราวเดียว ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๕ มีเจตนาเดียวที่จะเสนอจำหน่ายสินค้าจำนวนดัง กล่าว ในคราวเดียวกัน เพียงแต่แยกวางจำหน่าย ในสถานที่ต่างกันเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๕ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวตามมาตรา ๑๑๐(๑) ฎีกาที่ ๗๕๕/๒๕๔๓ การจำหน่ายและ มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอมและ มีเครื่องหมายการค้าปลอม เป็นการกระทำที่เกิด ขึ้นภายหลัง รวมทั้งมีเจตนาที่แยกต่างหากจากการ ผลิตอาหารปลอม จึงเป็นการกระทำคนละกรรม ต่างกันจากการผลิตอาหารปลอม ต้องลงโทษจำเลย ในความผดิฐานนอ ี้ กกรรีมหนึง ่ตามมาตรา ๑๑๐(๑) ฎีกาที่ ๕๖๘๗/๒๕๔๕ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงให้ผู้ซื้อสินค้าเข้าใจผิดว่า สินค้าที่จำเลยผลิตนั้นเป็นของบริษัท ส. และบริษัท ฮ. ผู้เสียหาย โดยใช้ป้ายโฆษณาที่มีตราเครื่องหมาย การค้าของผู้เสียหายติดที่สินค้าอันเป็นการใช้ฉลาก ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายในการขาย สินค้าเพื่อลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดนั้นถือว่าเป็นการ กระทำที่มีเจตนาเดียวกันในความผิดฐานเสนอ จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ตาม มาตรา ๑๑๐(๑) กับฐานใช้ฉลากในการขายสินค้า เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณของสินค้าดังกล่าว เป็นการกระทำ กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ฎีกาที่ ๓๕๘๕/๒๕๔๖ จำเลยที่ ๒ มี อาหารปลอมไว้เพื่อจำพหน่ายและจำหน่ายโดยที่ อาหารดังกล่าวมีเครื่องหมายการค้าปลอมอยู่ด้วย ก็ด้วยเจตนาเดียวที่ประสงค์จะจำหน่ายและมีไว้ เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอมที่มีเครื่องหมายการค้า ปลอมและกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ จึงมี ความผิดตามมาตรา ๑๑๐(๑) เป็นความผิดกรรม เดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ฎีกาที่ ๑๒๐๔/๒๕๕๐ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่าจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าบุหรี่ซิกา แรตที่มีเครื่องหมายการค้าสองยี่ห้อซึ่งปลอม เครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายที่จด ทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เป็นความผิดตามพ ระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๗๗๗/๒๕๕๐ ความผิดตาม มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ มีองค์ ประกอบความผิดที่เป็นสาระสำคัญ ๒ ประการ ข้อ แรกสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิดอยู่ที่ตัว เครื่องหมายการค้าว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่แท้ จริงหรือเครื่องหมายการค้าที่เลียนเครื่องหมายการ ค้าของผู้เสียหาย เครื่องหมายการค้าบนกล่องจึง มิใช่เครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายแต่ เป็นเครื่องหมายการค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้า ของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับองค์ ประกอบความผิดข้อที่สอง เป็นสินค้าตามจำพวก ที่จดทะเบยนไ ีว้ เมื่อสินค้าตามวตถัพุยานเป็นหน่วย ประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสินค้า จำพวก ๙ ตรงตามสินค้าที่ผู้เสียหายจดทะเบียนไว้ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๑๓๑๐๙/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องในข้อ(ก) ว่าจำเลยเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อ จำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม กับ


Click to View FlipBook Version