คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 199 - ข้อ(ข) ว่าจำเลยเสนอจำหน่ายสินค้า ซึ่งเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ และมีคำขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. เครองื่หมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบ มาตรา ๑๐๘, ป.อ. มาตรา ๒๗๓, ๒๗๒ (๑) และ ป.อ. มาตรา ๙๑ แม้โจทก์จะบรรยายแยกการกระ ทำของจำเลยออกเป็น ๒ ข้อหาแต่ความผิดทั้งสอง ฐานเกิดขึ้นตามวันเวลาและสถานที่เดียวกัน เห็น ได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลการกระทำเป็นอย่าง เดียวกัน คือ มุ่งที่จะแสวงหากำไรจากการจำหน่าย สินค้าของกลางทั้งหมดนั้น การกระทำของจำเลย ตามฟ้อง (ก) และ (ข) จึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ฎีกาที่ ๘๑๕๑/๒๕๕๓ ความผิดฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าเป็นความผิดตามพ.ร.บ. เครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘ สว่น ความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มี เครื่องหมายการค้าปลอมเป็นความผิดตามพ.ร.บ. เครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) เป็นคนละมาตรากัน และแต่ละฐานความผดิอาจแยก การกระทำออกจากกันได้ เมื่อจำเลยท 3 ใ ี่ห้การรับ สารภาพว่ากระทำความผดิจึงเป็นความผดหิลายกรรม ที่ศาลต้องเรยงกระทงลงโทษ ีตามป.อ. มาตรา ๙๑ ฎีกาที่ ๗๔๐๔/๒๕๕๓ ความผิดฐานมี ไว้เพื่อจำหน่ายซงยาึ่สูบที่มีเครองื่หมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ตามมาตรา ๑๑๐(๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ มีระวางโทษจำคุก ไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ จำเลยที่ 1 มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาสูบที่มีผู้ทำ เครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้ เสียหายจำนวน ๑,๕๐๐ ซอง ที่ศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาฯ ลงโทษในส่วนของโทษปรับให้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นโทษปรับขั้นสูงสุดตามกฎหมายก่อน ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่ง ตามป.อ. มาตรา ๗๘ เป็นการใช้ดุลพินิจในการลงโทษปรับแก่จำเลยที่ ๑ สูงเกินไป เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดที่ไม่ เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี เห็นสมควรกำหนด โทษจำเลยที่ ๑ สำหรับความผิดฐานน ี้ เสียใหม่ ฎีกาที่ ๘๑๕๔/๒๕๕๔ จำเลยนำ เครื่องหมายเดียวกันไปติดไว้ที่สิ่งห่อหุ้มสินค้าและ ติดไว้ที่สินค้า ขายไปในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เดียวกันนั้น ถือว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ไม่ อาจถือว่าเป็นความผดติ ่อกฎหมายหลายบท เพราะ ตามมาตรา ๓ วรรคสอง ได้บัญญัติอันมีผลให้การ เอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ อันเป็นเครื่องหมายการค้า ทไี่ดจด้ทะเบยนภายในราชอาณา ีจักรไปใช้กับสินค้า ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๕๑๒๔/๒๕๕๔ ผู้เสียหายที่ ๔ นำชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ไปจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในจำพวก 28 รายการสินค้าลูกฟุตบอล จึง มีสิทธิแต่ผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้น สำหรับสินค้าที่ได้จดทเบียนไว้เท่านั้น ตามมาตรา ๔๔ เมื่อจำเลยนำชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ดังกล่าวไป ใช้กับสินค้าต่างจำพวกกับสินค้าที่ผู้เสียหายจด ทะเบียนไว้ จึงไม่เข้าลักษณะความผิดตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ฎีกาที่ ๕๔๒๖/๒๕๕๕ จำเลยใช้ชื่อ รูป รอยประดิษฐ์คำว่า “ชาแนล” ของผู้เสียหาย โดยการนำเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ คำว่า “ชาแนล” ของผู้เสียหายมาพิมพ์ติดแสดงทำให้ ปรากฏที่สินค้าประเภทที่หนีบผมอันเป็นสินค้าของ จำเลยเพื่อนำออกตจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนหลง เชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้เสียหาย การก ระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเสนอจำหน่ายซึ่ง สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของผู้อื่นตาม มาตรา ๑๑๐ (๑)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 200 - มาตรา ๑๑๑ บุคคลใด (๑) แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมที่มิได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรว่าเป็นเครื่องหมาย ดังกล่าวที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรแล้ว (๒) จ�ำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมตาม (๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือ (๓) ให้บริการหรือเสนอให้บริการโดยแสดงเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมตาม (๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ (๒)ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย รับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมาย บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๐ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๒๒๐๕/๒๕๔๗ การกระทำที่จะ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เครื่องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๒) ต้องเป็นการให้บริการที่ ใช้เครื่องหมายบริการที่เลียนเครื่องหมายบริการ ของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เท่านัน การใ้ห้บริการทใช้เคร ี่องื่หมายบริการทเลี่ยนี เครื่องหมายบริการของโจทก์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ นอกราชอาณาจักรไม่อาจเป็นความผิดตามบท กฎหมายมาตรานไี้ ด้ ทังไ้มป่รากฏจากฟ้องของโจทก์ ดังกล่าวเป็นการให้บริการใดและเครองื่หมายบริการ ของโจทก์เป็นอย่างไร ฟ้องที่โจทก์บริการดังกล่าว จึงไม่มีมูลที่จะเป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๐ (๒) ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 201 - มาตรา ๑๑๑ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๑๒๔-๑๑๒๕/๒๕๐๖ โจทก์ ซื้อสินค้าเสื้อผ้าจากจำเลยเพราะเห็นว่าราคาถูก มิใช่เพราะถูกจำเลยหลอกลวง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสีย หายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) ในความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๗๒, ๒๗๔ และพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๕ (ปัจจุบันคือ มาตรา ๑๑๑ (๑)) ฎีกาที่ ๖๔๕/๒๕๐๗ เครองื่หมายการค้า ของโจทก์เป็นรูปเครื่องหมายตรา “คนขี่ควาย” ซึ่ง ได้จดทะเบียนแล้ว ส่วนสินค้าของจำเลยใช้ เครื่องหมายตรา “ลิงขี่ควาย” ไม่ได้จดทะเบียน แต่เมื่อมองดูแล้วจะเห็นไว้ว่าเครื่องหมายการค้า ของจำเลยมีลักษณะเกอบเื หมือนเครองื่หมายการค้า ของโจทก์ ซึ่งบุคคลธรรมดาอาจหลงเข้าใจผิดได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นสินค้า ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยจึงมีความ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๔ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายพิเศษในการกระทำ ผิดของจำเลยในความผิดฐานแสดงเครื่องหมาย การค้า ซึ่งมิได้จดทะเบียนว่าเป็นเครื่องหมายที่จด ทะเบียนแล้วตามพระราฃบัญญัติเครื่องหมายการ ค้าฯ มาตรา ๑๑๑(๑) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องใน ความผิดฐานน ี้ ฎีกาที่ ๓๐๗๙/๒๕๒๒ เครื่องหมาย การค้าตราควาย คำขอจดทะเบียนเลขที่ ๒๔๐๕๗ เลขทะเบียน ๑๖๐๔๙ จดทะเบียนแล้ว จำเลย ส่งผ้าไปขายมีสลากปิดรูปควายทอง ซึ่งเจ้า พนักงานไม่รับจดและมีคำบอกว่า “เครื่องหมาย จดทะเบียนเลขที่ ๒๔๐๕๗” เพื่อให้ประชาชนหลง เชอื่ว่าเป็นเครองื่หมายที่จดทะเบยนเลขที ๒๔๐๕๗” ี่ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายที่ จดทะเบียนแล้ว มีความผิดตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔๕ (ปัจจุบันมาตรา ๑๑๑ (๑)) มาตรา ๑๑๒ บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท มาตรา ๑๑๒ ทวิ ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ ทวิ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๑๒ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 202 - มาตรา ๑๑๒ ตรี ผู้ใดไม่อ�ำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ ทวิ ต้องระวางโทษจ�ำ คุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๑๑๓ บุคคลใดกระท�ำความผิดต้องระวางโทษตามพระราช บัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบก�ำหนดห้าปี กระท�ำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ มาตรา ๑๑๒ ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๓ มาตรา ๑๑๓ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๐๗/๒๕๔๒ การวางโทษทวีคณู ตามมาตรา ๑๑๓ ไม่ได้ระบุไว้ จะต้องเคยต้อง โทษจำคุก และการปรับก็ถือเป็นโทษอย่างหนึง เ่ มื่อ จำเลยเคยกระทำความผิดในข้อหาเดียวกันนี้ และ ศาลได้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยแล้วจำเลยกลับ กระทำความผิดในคดีน ี้ อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่ วันพ้นโทษ จึงต้องระวางโทษทวีคูณแก่จำเลย ฎีกาที่ ๔๐๙/๒๕๔๒ เมื่อศาลลงโทษ ปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนในวัน เวลาใด ย่อมถือว่าจำเลยได้พ้นโทษในวันที่ชำระค่า ปรับนั้นแล้ว การที่จำเลยเคยกระทำความผิดใน ข้อหาเดียวกันนี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษปรับ จำเลย และจำเลยมากระทำความผิดในคดีน ี้ เมื่อ จำเลยพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีจึงต้อง วางโทษทวีคูณแก่จำเลยตามมาตรา ๑๑๓ ดังกล่าว ฎีกาที่ ๘๘๗๗/๒๕๔๒ จำเลยต้องโทษ ตามพระราชบัญญัติเครองื่หมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ให้จำคุก ๖ เดือนและปรับ ๕,๕๐๐ บาท แต่โทษจำ คุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด๑ ปี บัดนี้จำเลย มากระทำผิดเป็นคดีน ี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบ กำหนด ๕ ปี ศาลจะต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลย ตามอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่ ตามมาตรา ๑๑๓ จำคุก ๔ ปี ปรับ ๑๒๐,๐๐๐บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษ ให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๒ ปี ปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท ฎีกาที่ ๘๘๗๘/๒๕๔๒ แม้คดีก่อนศาล จะลงโทษจำคุกและรอการลงโทษให้จำเลยแต่ ปรากฏว่าคดีนัน้ศาลก็ได้ลงโทษปรับจำเลยอกีสถาน หนึง่ดว้ย เมื่อมีการชำระค่าปรับครบถว้นในวันเวลา ใดย่อมถือว่าจำเลยได้พ้นโทษในวันที่ชำระค่าปรับ นันแล้้ว เมื่อคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกศาลลงโทษ ปรับตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาแล้วและพ้นโทษปรับมายังไม่ครบ ๕ ปี จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ซึ่งเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติเครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ เช่นเดียวกันจึงต้องวางโทษทวีคูณแก่จำเลย ฎีกาที่ ๑๕๑๕/๒๕๔๓ มาตรา ๑๑๓ มี เจตนารมณ์ที่จะลงโทษผู้ที่กลับมากระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำอีกภายในกำหนดห้าปีนับ แตพ่ ้นโทษในการกระทำผดิครังก่อนใ้หห้ นักขึน โ้ดย ไม่ได้คำนึงว่าโทษที่ได้รับจากการกระทำผิดครั้ง ก่อนจะเป็นโทษชนิดใด
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 203 - มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่ผู้กระท�ำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระ ท�ำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ การกระท�ำ หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระท�ำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระท�ำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือ บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการด�ำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษ ตามที่บัญญัติไว้ส�ำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย (๑) มาตรา ๑๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ความเดิมของพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ “มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่ผู้กระทำผิด ซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการหรือตัวแทนของ นิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตน มิได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้น” (๒) มาตรา ๑๑๔ มีค�ำพิพากษาฎีกา ที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๘๙๕ - ๖๘๙๖/๒๕๔๐ จำเลย ที่ ๒ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท จำเลยที่ ๑ มิได้นำสืบหรือฎีกาว่ามิได้รู้เห็นหรือ ยินยอมในการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ จึง รับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกระทำความผิดฐาน ปลอมเครื่องหมายการค้าและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่ง สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมด้วย ฎีกาที่ ๔๖๕๘/๒๕๔๖ จำเลยทั้งสอง ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ เครองื่หมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ ดังโจทก์ฟ้อง จำเลย ทั้งสองจึงเป็นตัวการร่วมกันตาม ป.อ.มาตรา ๘๓ โดยไม่ต้องปรับบทตามมาตรา ๑๑๔ อีก แม้จำเลย ที่ ๑ จะเป็นนิติบุคคลและจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการ ผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทก็ตาม ฎีกาที่ ๒๗๘๘/๒๕๔๕ เมื่อขณะทโี่จทก์ ฟ้องคดีนี้จนถึงเวลาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๔ ดังกล่าวโดย พระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๕ จึงเป็น กรณีที่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๔ เดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ใน ขณะกระทำความผิดแตกต่างกับมาตรา ๑๑๔ ที่ แก้ไขใหม่ และปรากฏว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็น คุณแก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้กระทำความ ผิดมากกว่ากฎหมายเดิม เพราะตามมาตรา ๑๑๔ เดิม โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์เพียงว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็น นิติบุคคลได้กระทำความผิดเท่านั้น จำเลยที่ ๒ และ ที่ ๓ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้แทนของบริษัทจำเลย ที่ ๑ ก็ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นหรือ ยินยอมในการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ด้วย หน้าที่พิสูจน์ให้พ้นความผิดจึงตกอยู่แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ แต่ตามมาตรา ๑๑๔ ที่แก้ไขใหม่หน้าที่ พิสูจน์ว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กระทำความผิดตก อยู่แก่โจทก์ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าการกระทำความผิด ของจำเลยที่ ๑ เกิดจากการสั่งการหรือกระทำของ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงจะ ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความ ผิดนั้น กรณีจึงต้องใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๑๔ ที่ แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ผู้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 204 - มาตรา ๑๑๕ บรรดาสินค้าที่ได้น�ำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ จ�ำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย อันเป็นการกระท�ำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามค�ำพิพากษาหรือไม่ มาตรา ๑๑๕ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ กระทำความผิดทั้งน ี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่า สินค้าที่ จำเลยทั้งสามผลิตโดยใช้เครื่องหมายการค้าซึ่ง เป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมจะ ไม่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยโจทก์จำเลยทั้ง สามส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศทัง้หมดก็ตาม แต่เจตนาพิเศษที่จำเลยทั้งสามได้กระทำขึ้นเพื่อให้ ประชนหลงเชอื่ว่าเป็นเครองื่หมายการค้าของโจทก์ ร่วมนั้น เป็นเจตนาพิเศษของจำเลยทั้งสามที่เกิด ขึ้นในอนาคตว่า เมื่อมีผู้พิพากษาแล้วจะได้หลงเชื่อ ในเครื่องหมายการค้าที่จำเลยทั้งสามได้เลียนแบบ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม ตามมาตรา ๑๑๔ ประกอบมาตรา ๑๐๙ ฎีกาที่ ๖๖๒๙/๒๕๕๐ ในการกระ ทำความผดิของจำเลยท ๒ ี่ซงเึ่ป็นนิติบุคคลมีจำเลย ที่ ๓ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของจำเลย ที่ ๒ ตามมาตรา ๑๑๔ จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับ ผิดกับจำเลยที่ ๒ ฎีกาที่ ๘๘๑๑/๒๕๕๘ เครื่องหมาย การค้าของจำเลยที่ ๑ มีสาระสำคัญคล้ายกับ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เกือบทุกประการ เมื่อ จำเลยที่ ๑ เคยผลิตน้ำดื่มโดยใช้เครื่องหมายการค้า อื่นซึ่งไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์มา ก่อน การที่จำเลยที่ 1 เลียนเครื่องหมายการค้าของ โจทก์มีมูลเหตุจากน้ำดื่มของโจทก์เป็นน้ำดื่มที่มี ภาพลักษณ์ที่ดีและยอดจำหน่ายสูง จำเลยที่ ๑ ใช้ เครื่องหมายการค้า “คิสส์” และ “KISS” ภายใน รูปวงกลมสีฟ้าโดยมีเจตนาเลียนแบบเครื่องหมาย การค้าของโจทก์เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้า ของโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความ ผิดฐานเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้ จดทะเบยนไ ีว้แล้วในราชอาณาจักรเพื่อใหป้ระชาชน หลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นนั้น อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๙ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ จำเลยที่ ๑ จึงมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 กับมีอำนาจสั่งการและควบคุมดูแลการผลิตน้ำดื่ม บรรจุขวดซึ่งมีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมาย การค้าของโจทก์ จำเลยที่ ๒ จึงมีความผิดและต้อง รับโทษสำหรับความผดิที่จำเลยท ๑ ี่ซงเึ่ป็นนิติบุคคล ได้กระทำตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๔ ฎีกาที่ ๑๗๘๗/๒๕๔๑ ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ริบของกลางตามมาตรา ๑๑๕ และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓ ศาล อุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกในส่วนที่ศาลชั้น ต้นบังคับจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐ และริบของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 205 - มาตรา ๓๒ เสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำ พิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไข คำพพิากษาศาลชัน้ต้นในเรองการื่ ปรับบทกฎหมาย ให้ถูกต้องโดยมิได้พิพากษาให้ยกการริบของกลาง และศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษาให้ริบของกลางตาม มาตรา ๑๑๕ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ อยู่ เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้ยกคำขอ ให้เรื่องการริบของกลางของกลางคดีนี้จึงยังเป็น ของกลางที่ศาลสั่งริบอยู่ ฎีกาที่ ๒๕๒๑/๒๕๔๓ คดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสามเป็นผู้กระทำความผิดตามพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ และพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ จึงถือไม่ได้ว่าใบส่งของ ใบปะหน้าส่ง สินค้า และกล่องเปล่าของกลางตามฟ้องเป็น ทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสามได้ใช้กระทำความผิดหรือ มีไว้เพื่อใช้กระทำความผิดคดีน ี้ หรือเป็นทรัพย์สิน ที่มีไว้เป็นความผิดจึงไม่ใช่ทรัพย์สินอันพึงริบตาม มาตรา ๑๑๕ ฎีกาที่ ๑๖๖๔/๒๕๔๙ เครองยนื่ตดี์เซล เพื่อการเกษตรของกลางมีเครองื่หมายการค้าปลอม ปรากฏอย่ ูจึงเป็นสินค้าที่มีเครองื่หมายการค้าปลอม ซึ่งจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นความผิดตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบมาตรา ๑๐๘ ศาลมีอำนาจ พพิากษาให้ริบของกลางดังกล่าวไดต้ามมาตรา ๑๑๕ ฎีกาที่ ๑๕๗๐๕-๑๕๗๐๖/๒๕๕๗ เมื่อ สินค้าข้าวจำนวน ๓,๔๙๑ กระสอบ ของกลางมิใช่ สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการ ค้าจดทะเบียนของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีไว้เพื่อจำหน่าย จึงไม่อาจริบตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๕ ได้ ส่วนรถยนต์บรรทุกพร้อมหางพ่วงจำนวน ๕ คัน ของกลางที่ใช้บรรทุกข้าวสารนึ่งจำนวน ๓,๔๙๑ กระสอบ ของกลาง และอุทธรณ์ขอให้ริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ นั้น เมื่อการก ระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่เป็นความผิดฐาน เลียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบุคคลอื่น ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๖ ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระท�ำการ หรือก�ำลังกระท�ำการอย่างใด อย่างหนึ่งตามมาตรา ๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ หรือ มาตรา ๑๑๐ เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย รับรอง หรือเครื่องหมายร่วม อาจขอให้ศาลมีค�ำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับ หรือละเว้นการกระท�ำดังกล่าวนั้นได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 206 - บทเฉพาะกาล -------------------- มาตรา ๑๑๗ เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ตามพระ ราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ และยังคงจดทะเบียน อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๑๗ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๘๐๐/๒๕๔๒ เครองื่หมายการค้า “S.K.P.” ตามคำร้องขอจดทะเบียนของโจทก์ และ เครื่องหมายการค้า “SKF” ของผู้คัดค้าน แม้ เครื่องหมายการค้าทั้งสองดังกล่าวจะแตกต่างกัน ไปบ้าง แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว การที่ เครื่องหมายการค้าของโจทก์และเครื่องหมาย การ ค้าของผู้คัดค้านต่างใช้ตัวอักษร ๒ ตัวแรก จากตัว อักษรทั้งหมด ๓ ตัว เป็นอักษรตัวเดียวกันทำให้ เครองื่หมายการค้าของโจทก์และเครองื่หมายการค้า ของจำเลยดูคล้ายคลึงกัน คำเรียกขานของโจทก์ ซึ่งออกเสียงว่า “เอสเคพี” ก็ใกล้เคียงกับคำเรียก ขานของผู้คัดค้านที่ออกเสียงว่า “เอสเคเอฟ” จน อาจทำให้เกิดความสับสนในการเรียกขานสินค้าได้ เมื่อพจิารณาประกอบกับข้อที่ว่าเครองื่หมายการค้า ที่โจทก์ขอจดทะเบียนจะใช้สำหรับสินค้าจำพวก เดียวกันกับสินค้าที่ผู้คัดค้านได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าไว้แล้วทั้งจำพวก และได้มีการ ต่ออายุเรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันที่โจทก์ยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้า จึงยังคงถือได้ว่าเป็น เครื่องหมายการค้าตามพ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๗ จึงถือได้ว่า เครื่องหมาย การค้าตามคำร้องขอจดทะเบยนของโ ีจทก์มีลักษณะ คล้ายกันกับเครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้านที่ได้ จดทะเบียนไว้แล้ว ในสินค้าจำพวกเดียวกันจนอาจ ทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็น เจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ มาตรา ๑๑๘ ให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งอยู่จนถึง วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 207 - มาตรา ๑๑๙ บรรดาค�ำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ค�ำขอ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ค�ำขอจดทะเบียน ค�ำขอจดทะเบียนการเปลี่ยน แปลง ข้อความที่ได้จดทะเบียนแล้ว ค�ำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า และค�ำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้แล้วตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ (๑) นายทะเบียนยังมิได้มีค�ำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับค�ำขอดัง กล่าว ให้ถือว่าเป็นค�ำขอที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ด�ำเนิน การ เกี่ยวกับค�ำขอดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) นายทะเบียนได้มีค�ำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับค�ำขอดังกล่าว แล้วการด�ำเนินการเกี่ยวกับค�ำขอดังกล่าวให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ต่อไปจนกว่าจะ ถึงที่สุด มาตรา ๑๑๙ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๔๒๒/๒๕๓๙ จำเลยยื่นคำขอ จดทะเบยนเครีองื่หมายการค้า เมื่อวันท ๑๘ ี่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า พิจารณาเครื่องหมายการค้าของจำเลยแล้ว เห็น ควรรับจดทะเบียน เครื่องหายการค้าดังกล่าว จึง มีคำสงใั่ห้โฆษณาคำขอจดทะเบยนเครีองื่หมายการ ค้าของจำเลย และโจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านลงวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ถือว่านายทะเบียนได้มีคำสั่ง อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าของจำเลย ก่อนวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซี่งเป็นวันที่พ.ร.บ. เครองื่หมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มีผลใช้บังคับ กรณี จึงต้องด้วย มาตรา ๑๑๙ (๒) ซี่งบัญญัติให้ใช้ บทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด เครื่องหมายการค้าของจำเลยและของ โจทก์มีสาระสำคัญอยู่ที่มงกุฎห้ายอดประชาชนผู้ ซื้อสินค้าอาจเรียกขานว่าตรามงกุฎแม้จะมีข้อแตก ต่างอยู่บ้างตรงที่รูปเครื่องหมายการค้าของจำเลย มีรูปปีกอยู่ข้างมงกุฎทั้งสองด้านก็เป็นเพียงส่วน ประกอบที่ไม่สำคัญมากนัก โจทก์ได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าตรามงกุฎมานานจำเลยเพิ่งยื่น คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหลังจากที่ โจทก์ได้จดทะเบียนมาแล้ว ๒๐ ปี แสดงให้เห็นว่า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 208 - จำเลยมีเจตนาที่จะเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ของโจทก์โดยทำให้เครื่องหมายการค้าของจำเลย คล้ายกับของโจทก์เป็นคู่ ๆ โดยมุ่งหมายที่จะอาศัย แอบอ้างชื่อเสียงจากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จนอาจทำให้สาธารณชนกับสับสนหลงผิดว่าเครื่อง หมายการค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการ ค้า ของโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตจำเลยจึงไม่มี สิทธิขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ มาตรา ๑๒๐ การขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ แล้ว ตามพระราช บัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่ง เจ้าของได้ขอจดทะเบียนไว้ส�ำหรับสินค้าจ�ำพวกใดจ�ำพวกหนึ่งทั้งจ�ำพวก ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับความ คุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง ในกรณีดังกล่าวนี้ให้น�ำมาตรา ๙ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๒๑ การอุทธรณ์ค�ำสั่งหรือค�ำวินิจฉัยของนายทะเบียน และ การคัดค้านการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้อยู่ในบังคับ ของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ จนกว่าจะถึงที่สุด มาตรา ๑๒๒ ก�ำหนดเวลาในการอุทธรณ์ ก�ำหนดเวลาในการ คัดค้านการจดทะเบียนก�ำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นค�ำโต้แย้งที่อาศัย เป็นหลักในการขอจดทะเบียน และก�ำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียน ทราบว่าผู้ขอจดทะเบียนได้ตกลงกันแล้วหรือได้น�ำคดีไปสู่ศาลแล้วตามพระ ราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้เริ่มนับก�ำหนดเวลาดังกล่าวใหม่ตั้งแต่วัน ที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 209 - มาตรา ๑๒๓ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือค�ำสั่งที่ ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ให้ยังคง ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งจนกว่าจะมี กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 210 - อัตราค่าธรรมเนียม* ------------------ (๑) คำขอจดทะเบียนเคร ื่ องหมายการค้า เคร ื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรองหรือเคร ื่ องหมายร่วม (ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕ อย่าง อย่างละ ๑,๐๐๐ บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕ อย่าง จำพวกละ ๙,๐๐๐ บาท (๒) รูปเคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เคร ื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม ที่มีด้านกว้างหรือด้านยาวเกิน ๕ เซนติเมตร ให้คิดเฉพาะส่วนท ี่เกินเศษของเซนติเมตร เซนติเมตรละ ๒๐๐ บาท ให้คิดเป็นหนึ่งเซนติเมตร (๓) คำคัดค้านการขอจดทะเบียนตาม (๑) ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๔) คำขอโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียน เคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เคร ื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม คำขอละ ๒,๐๐๐ บาท (๕) การจดทะเบียนเคร ื่ องหมายการค้า เคร ื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรองหรือเคร ื่ องหมายร่วม (ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕ อย่าง อย่างละ ๖๐๐ บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕ อย่าง จำพวกละ ๕,๔๐๐ บาท (๖) ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ ๒๐๐ บาท (๗) คำขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิ ในเครื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เคร ื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม คำขอละ ๒,๐๐๐ บาท (๘) คำขอแก้ไขเปล ี่ ยนแปลงรายการ การจดทะเบียนตาม (๕) คำขอละ ๔๐๐ บาท ------------------------------------ *อััตราค่่าธรรมเนีียม ยกเลิิกโดยพระราชบััญญััติิเคร่ื่�อง่หมายการค้้า (ฉบัับที่่� ๓) พ.ศ.๒๕๕๙ https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=749951&ext=htm
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 211 - (๙) การต่ออายุการจดทะเบียนตาม (๕) (ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕ อย่าง อย่างละ ๒,๐๐๐ บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕ อย่าง จำพวกละ ๑๘,๐๐๐ บาท (๑๐) คำร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอน การจดทะเบียนตาม (๕) ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๑) คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้ เคร ื่ องหมายการค้าหรือเคร ื่ องหมายบริการ คำขอละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๒) การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่ องหมายการค้า หรือเคร ื่ องหมายบริการ สัญญาละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๓) คำขอแก้ไขเปล ี่ ยนแปลงรายการ การจดทะเบียนตาม (๑๒) คำขอละ ๔๐๐ บาท (๑๔) คำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตาม (๑๒) คำขอละ ๔๐๐ บาท (๑๕) คำขอแก้ไขเปล ี่ ยนแปลงคำขอจดทะเบียน ตาม (๑) (๗) หรือ (๑๑) คำขอละ ๒๐๐ บาท (๑๖) คำขอแก้ไขเปล ี่ ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วย การใช้เครื่ องหมายรับรอง (ก) ก่อนการจดทะเบียนเคร ื่ องหมายรับรอง คำขอละ ๒๐๐ บาท (ข) หลังการจดทะเบียนเคร ื่ องหมายรับรอง คำขอละ ๔๐๐ บาท (๑๗) คำอุทธรณ์ (ก) อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๗ หรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๗ ฉบับละ ๔,๐๐๐ บาท (ข) อุทธรณ์ตามมาตราอ ื่ น ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๘) การตรวจค้นข้อมูลทะเบียนเคร ื่ องหมายการค้า เคร ื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม หรือสารบบเคร ื่ องหมายดังกล่าว ชั่วโมงละ ๒๐๐ บาท เศษของชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 212 - (๑๙) การขอสำเนาทะเบียนเคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เคร ื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม พร้อมคำรับรอง ฉบับละ ๔๐๐ บาท (๒๐) การขอคัดสำเนาเอกสาร หน้าละ ๒๐ บาท (๒๑) การขอให้รับรองสำเนาเอกสารเร ื่ องเดียวกัน (ก) เอกสารไม่เกิน ๔๐ หน้า หน้าละ ๒๐ บาท (ข) เอกสารเกิน ๔๐ หน้า ฉบับละ ๘๐๐ บาท (๒๒) การขอหนังสือรับรองรายการการจดทะเบียน ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๒๓) คำขออ ื่ น ๆ คำขอละ ๒๐๐ บาท (๒๔) การจัดเตรียมและจัดส่งคำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศและคำขออ ื่นภายใต้พิธีสารมาดริด (ก) บริการจัดเตรียมและจัดส่งคำขอจดทะเบียน คำขอละ ๒,๐๐๐ บาท (ข) บริการจัดเตรียมและจัดส่งคำขอต่ออายุ คำขอโอน คำขอแก้ไขเปล ี่ ยนแปลง และคำขออ ื่ น ๆ คำขอละ ๑,๐๐๐ บาท (ค) คำขอให้บันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศ แทนการจดทะเบียนในราชอาณาจักร คำขอละ ๒,๐๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติ เคร ื่ องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติ ต่าง ๆ จึงล้าสมัยและไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของเจ้าของเครื่ องหมายการค้าได้เพียงพอ ประกอบทั้งในส่วนท ี่ เก ี่ ยวกับเครื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง และสัญญาอนุญาต ให้ใช้เครื่ องหมายการค้า หรือเคร ื่ องหมายบริการ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ แพร่หลายและได้รับ ความคุ้มครองในกฎหมายของต่างประเทศหลายประเทศแล้วก็ยังไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายไทย นอกจากนั้น พระราช บัญญัติดังกล่าวยังมีบทบัญญัติบางประการท ี่ไม่ เหมาะสม เช่น มิได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของนายทะเบียนและคณะกรรมการ เคร ื่ องหมายการค้า ตลอดจนสิทธิของผู้ขอจดทะเบียนไว้ให้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาใน ทางปฏิบัติอยู่มาก สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 213 - พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก ี่ ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย หมายเหตุุ :- เหตุผุลในการประกาศใช้พ้ระราชบััญญัติันี้้ิ� คืือ โดยที่่�การเจรจาการค้้าพหุุภาคีี รอบอุุรุุกวััยที่่�นานาประเทศได้้ทำำความตกลงว่่าด้้วยสิิทธิิในทรััพย์์สิินทางปััญญาที่่�เกี่่�ยวกัับ การค้้าและจััดตั้้�งองค์์การค้้าโลกได้้เสร็็จสิ้้�นลงและมีีผลใช้้บัังคัับแล้้ว ทำำ ให้้ประเทศไทยซึ่่�ง เป็็นภาคีีสมาชิิกองค์์การค้้าโลกมีีพัันธกรณีีที่่� จะต้้องออกกฎหมาย อนุุวััติิการให้้สอดคล้้อง กัับความตกลงดัังกล่่าว เพื่่�อให้้การคุ้้มครองทรััพย์์สิินทางปััญญาเป็็นไปอย่่างมีีประสิิทธิิภาพ และโดยที่่�เป็็นการสมควรปรัับปรุุงหลัักเกณฑ์์เกี่่�ยวกัับการกำำหนดลัักษณะของเครื่่�องหมาย และเครื่่�องหมายที่ ่� ต้้องห้้ามมิิให้้รัับจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า การสั่่�งเพิิกถอนการจด ทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้าและการดำำเนิินการที่่�เกี่่�ยวข้้องการเก็็บค่่าธรรมเนีียมในการ โฆษณาคำำขอจดทะเบีียนเครื่่�องหมายการค้้า และองค์์ประกอบและอำำนาจหน้้าที่่�ของคณะ กรรมการเครื่่�องหมายการค้้า รวมทั้้�งเพิ่่�มเติิมให้้มีีการแต่่งตั้้�งพนัักงานเจ้้าหน้้าที่่�ให้้มีีอำำนาจ หน้้าที่ ่�ปฏิิบััติิการตามพระราชบััญญััติินี้้�กัับเพิ่่�มเติิมอำำนาจของนายทะเบีียนในส่่วนของการ พิิจารณาคำำคััดค้้าน จึึงจำำเป็็นต้้องตราพระราชบััญญััติินี้้� (ประกาศราชกิิจจานุุเบกษาเล่่ม ๑๑๗ ตอนที่่� ๒๙ ก ๑ เมษายน ๒๕๔๓) http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00018826.PDF พระราชบััญญััติิเครื่่องหมายการค้้า (ฉบัับที่่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๖ บรรดาคำขอท ี่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำเนินการดังต่อไปน ี้ (๑) ในกรณีท ี่ นายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดไว้แล้ว ให้การดำเนินการ เก ี่ ยวกับคำขอดังกล่าวอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะ ถึงที่สุด
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 214 - (๒) ในกรณีท ี่ นายทะเบียนยังมิได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ให้การดำเนินการ เก ี่ ยวกับคำขอดังกล่าวอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การดำเนินการเกี่ ยวกับค่าธรรมเนียมสำหรับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้อยู่ในบังคับ ของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในวัน ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด เคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมาย ร่วม ที่มีคำสั่งให้จดทะเบียนเป็นเครื่ องหมายชุดไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ถือเป็นเครื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม ที่มิได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเป็นเครื่ องหมายชุดตามพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖ ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่ นคำขอจดทะเบียนเป็น เจ้าของเครื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม ไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และนายทะเบียนมีคำสั่งแล้วว่าเครื่ องหมายดังกล่าว เป็นเครื่ องหมายท ี่ เหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่ยังมิได้มีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนตกลงกัน ว่าจะให้รายหนึ่งรายใดเป็นผู้ขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่ องหมายนั้นแต่ผู้เดียว ให้การ ดำเนินการเฉพาะในกรณีดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๗ คำสงเั่พิกถอนการจดทะเบยนี สำหรับเครอง ื่ หมายการค้า เครอง ื่ หมาย บริการ เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ แห่ง พระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ นายทะเบียนได้มีคำสั่งก่อนวันที่พระ ราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้การดำเนินการเกี่ ยวกับคำสั่งเพิกถอนและค่าธรรมเนียมในเรื่ อง ดังกล่าวอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ท ี่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีการเพิกถอน หรือไม่เพิกถอนการจดทะเบียน แล้วแต่กรณี มาตรา ๓๘ บรรดากฎกระทรวงหรือประกาศท ี่ ออกตามพระราชบัญญัติ เคร ื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 215 - พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศ ท ี่ ออกตามพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการคุ้มครอง เคร ื่ องหมายการค้าในระดับสากลได้มีการขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองไปยัง เคร ื่ องหมายประเภทใหม่ ๆ ซึ่งบทบัญญัติของพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ยังไม่ครอบคลุม ประกอบกับประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีแห่งพิธีสารท ี่ เก ี่ ยวกับ ความตกลงมาดริดเร ื่ องการจดทะเบียนระหว่างประเทศของเคร ื่ องหมาย (พิธีสารมาดริด) ซึ่งพิธีสารดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีการย ื่ นคำขอรับความคุ้มครอง เคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายบริการ เครื่ องหมายรับรอง และเครื่ องหมายร่วม ใน ประเทศภาคีแห่งพิธีสารมาดริด โดยการย ื่ นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเพียงครั้ง เดียวเพื่อขอรับความคุ้มครองไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ เป็นภาคีแห่งพิธีสารมาดริดได้ สมควร ขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองเคร ื่ องหมายการค้า และแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติใน ส่วนท ี่ เก ี่ ยวข้องให้สอดคล้องกับพิธีสารมาดริดดังกล่าว นอกจากน ี้ ในปัจจุบันมีการนำ หีบห่อหรือภาชนะท ี่ แสดงเคร ื่ องหมายการค้า เครื่ องหมายรับรอง หรือเคร ื่ องหมายร่วม ของบุคคลอ ื่ นที่จดทะเบียนไว้แล้วมาใช้ ในลักษณะเป็นการหลอกลวงซึ่งก่อให้เกิดความ เสียหายต่อสาธารณชนและเจ้าของเครื่ องหมายดังกล่าวสมควรกำหนดฐานความผิดและ โทษทางอาญาสำหรับการกระทำดังกล่าว รวมทั้งสมควรปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลา ในการดำเนินการจดทะเบียนให้มีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น และปรับอัตราค่าธรรม เนียมท้ายพระราชบัญญัติให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ (ประกาศราชกิิจจานุุเบกษา เล่่ม ๑๓๓/ตอนที่่� ๓๘ ก/หน้้า ๒๓/๒๙ เมษายน ๒๕๕๙) http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/038/23.PDF
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า - 218 -