The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

หนา 1

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นพเิศษ
ส่งเสรมิ ศกั ยภาพทางด้านวทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภูมิ
พุทธศกั ราช 2559

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภูมิ
สงั กดั สาํ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชยั ภูมิ เขต 1
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 2

ความนํา

หลักสูตรหอ งเรียนพิเศษสงเสรมิ ศักยภาพทางดานวิทยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร พุทธศักราช
2557 ฉบับน้ี ไดดําเนินการจดั ทําและออกแบบมาพัฒนาศักยภาพนกั เรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ
และสงเสรมิ ใหน ักเรียนทม่ี ีความสามารถไดร ับการฝก ฝนใหเ กิดทักษะกระบวนการทางดาน
วิทยาศาสตรและคณิตศาสตร เกดิ ความรคู วามสามารถ ในระดับท่ีสงู ขน้ึ นอกจากนีแ้ ลว ยงั เชื่อมโยงให
สอดคลองกบั หลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551และหลักสูตรมาตรฐานสากล โดยใช
ขอ มูลจากการประชุมระดมความคดิ ระหวา งผูทรงคุณวุฒิ ผบู ริหาร ครูผูสอน ตลอดจนขอ มลู จาก
การศกึ ษาหลักสูตร และกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรยี น
วิทยาศาสตร และหลกั สูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล มาหลอมรวมใหเกดิ กระบวนการและวถิ ีทางท่ี
เหมาะสมในการพัฒนาผูเรียนใหเ กดิ การเรยี นรูแ ละเรียนรอู ยา งเต็มที่ตามศกั ยภาพของตนเองตรงตาม
ความตองการของนกั เรียนและผูปกครอง ตามโครงการหองเรียนพเิ ศษสงเสริมศักยภาพทางดา น
วิทยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร

ภายในหลกั สูตรฉบบั นีไ้ ดก าํ หนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู เปนเกณฑในการกาํ หนด
คณุ ภาพของผูเรียน เม่ือผูเรยี นจบการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ซงึ่ กาํ หนดไวเ ฉพาะสว นทจี่ ําเปนสาํ หรับเปน
พืน้ ฐานในการดํารงชีวิต ใหมีคณุ ภาพสําหรับสาระและมาตรฐานการเรียนรตู ามความสามารถ ความ
ถนัด และความสนใจ ของผเู รยี น โดยยดึ ถอื ตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ัน
พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 และไดดําเนินการพัฒนาเพ่ิมเตมิ โครงสรางหลักสูตร สาระสาํ คัญใน
รายวชิ าเพิม่ เตมิ โดยไดจ ดั ใหมีความยดื หยนุ หลากหลาย สอดคลองกับศกั ยภาพ ความถนดั และความ
สนใจของนักเรียนใหเ กิดการเรียนรูมากยิง่ ขนึ้
ซึ่งจะเนน สรางกระบวนการคดิ ข้ันสงู และจิตวญิ ญาณในการเรยี นรูอยา งลึกซึ้ง ผานกระบวนการศกึ ษา
คน ควา และรว มแลกเปล่ยี นเรียนรูกับครูผูสอน โดยเร่ิมต้งั แตการกําหนดประเดน็ ปญ หา ต้งั สมมติฐาน
สบื คนขอมูลเพม่ิ เติมเพอื่ นํามาวิเคราะห สงั เคราะห เปนขอมูลประกอบ การเรียนรู ตลอดจนเผยแพร
ผลงานของตนสสู าธารณชนไดอยางมีประสิทธภิ าพ

สําหรบั กิจกรรมพฒั นาผเู รียน ไดกําหนดใหม กี ิจกรรมตามหลกั สตู รหอ งเรียนพิเศษสง เสริม
ศักยภาพทางดา นวทิ ยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร เพื่อเนนสรางความตระหนักและจิตวทิ ยาศาสตร และ
คณิตศาสตร และสงเสรมิ ใหนักเรียนไดท ํากิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 3
ทิศทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลชัยภมู ิ
วสิ ยั ทศั น
ภายในป พ.ศ. 2560 โรงเรยี นอนบุ าลชยั ภูมิ จัดการศึกษาอยางมีคุณภาพไดต ามมาตรฐานการศึกษาขนั้
พ้ืนฐานและเทยี บเคียงมาตรฐานสากล บนพนื้ ฐานของความเปนไทยและตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พันธกจิ
1. พฒั นาหลักสตู รเทยี บเคียงมาตรฐานสากล
2. บริหารจดั การศึกษาดว ยระบบคุณภาพโดยการมสี ว นรว มของทุกฝา ย
3. พฒั นาคณุ ภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีความรแู ละทักษะในการจดั การเรยี นรดู วยวิธีการท่ี
หลากหลาย
4. พัฒนาศักยภาพของผเู รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล เปนพลโลกโดยการจดั กระบวนการเรียนรทู ่ี
หลากหลาย
5. ปลูกฝงคานิยม ใหเกดิ ความภูมใิ จในทองถิ่น ดาํ รงชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
6. พฒั นาส่อื นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหลงเรยี นรใู หม มี าตรฐานทันสมัย เอื้อตอการจัดการเรียนรู
เปา ประสงค
1. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาท้ังระดับปฐมวัยและระดับขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรเทียบเคียง
มาตรฐานสากลและสง เสรมิ ความสามารถดา นเทคโนโลยีเพอ่ื เปนเครือ่ งมือในการเรียนรู
2. ปลูกฝงคุณธรรม ความเปนไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรับผิดชอบ
ตอสงั คมและสงิ่ แวดลอม
3. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ใหสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไดอยางมี
คณุ ภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล
4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามแนวทางการกระจายอํานาจทางการศึกษา หลักธรรมาภิ
บาล เนนการมีสวนรวมจากทุกภาคสวนและความรวมมือกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น เพื่อสงเสริมและ
สนบั สนนุ การจดั การศึกษา
อัตลักษณโรงเรียนอนุบาลชัยภมู ิ
“เรียนดี มคี ณุ ธรรม”
เอกลกั ษณโรงเรยี นอนุบาลชัยภมู ิ
“จัดกิจกรรมการเรยี นรูแ บบบูรณาการ”

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 4
กลยทุ ธ
โรงเรยี นอนบุ าลชยั ภมู ไิ ดจ ัดทาํ กลยุทธ ประกอบ 4 ดานดงั น้ี
กลยุทธท่ี 1 พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาทงั้ ระดับปฐมวยั และระดบั ข้ันพน้ื ฐานตามหลักสตู ร

เทยี บเคยี งมาตรฐานสากลและสงเสรมิ ความสามารถดา นเทคโนโลยเี พ่อื เปนเครื่องมือในการ
เรยี นรู
กลยุทธท ี่ 2 ปลกู ฝง คณุ ธรรม ความเปนไทย และวถิ ชี ีวิตตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ความ
รับผดิ ชอบตอสงั คมและสงิ่ แวดลอ ม
กลยทุ ธที่ 3พฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาทั้งระบบ ใหส ามารถจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนไดอยา ง
มีคณุ ภาพเทียบเคยี งมาตรฐานสากล
กลยุทธท่ี 4 พฒั นาประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการตามแนวทางการกระจายอํานาจทางการศึกษา หลักธรร-
มาภิบาล เนน การมีสว นรวมจากทุกภาคสวนและความรวมมอื กับองคกรปกครองสว นทองถ่นิ
เพ่อื สง เสรมิ และสนับสนุนการจัดการศึกษา

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 5
หลักสตู รหองเรียนพเิ ศษสงเสริมศักยภาพทางดานวิทยาศาสตรแ ละคณติ ศาสตร

โรงเรียนอนบุ าลชัยภมู ิ
พทุ ธศักราช 2559

ปรชั ญาและวัตถปุ ระสงคก ารจัดการศึกษา
จดั การศกึ ษาแบบบรู ณาการความรูทางวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร และ เทคโนโลยี โดยยึดผเู รียนเปน

สาํ คัญเพื่อใหไดรบั การพัฒนาอยางเตม็ ตามศักยภาพเปนรายบุคคล เนนทักษะการคิดระดับสงู ดานกระบวนการ
แกป ญ หา การคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ และการคิดสรางสรรค โดยมคี วามสามารถในการสืบเสาะหาความรูไดด ว ย
ตนเองอยา งเปนระบบ และมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม บนพน้ื ฐานของความเปนไทยสูสากล
จุดมุงหมายในการจดั การศกึ ษาหองเรยี นพิเศษสงเสริมศักยภาพทางดานวิทยาศาสตรและคณติ ศาสตร

1. เพือ่ สรางบรรยากาศการเรียนซึง่ จะชวยใหน กั เรียนทีมีความสามารถพิเศษไดพัฒนาศักยภาพตนเองให
ถึงขีดสูงสดุ โดยเฉพาะอยา งยิ่งในดานการตัดสินใจ การวางแผน การแสดงความสามารถ การใหเหตผุ ล การ
สรางสรรค และการสื่อสารกับผูอนื่

2. เพ่อื สรางสภาพแวดลอ มที่กระตนุ การเรยี นรูใหน กั เรียนทกุ คนแสดงความคิดและนําความสามารถพิเศษ
แสดงออกมา

3. เพือ่ เพิ่มอจั ฉริยภาพใหแกนกั เรยี นใหโดดเดนและรสู ึกวาตนเองมีคณุ คาขึน้
4. เพื่อสรา งโอกาสใหแกนกั เรียนในการเพิ่มพนู ประสบการณของตนตามความสนใจของนกั เรียน
5. เพื่อเปน การเตรียมผูน ําสงั คมในอนาคต
6. เพ่อื พฒั นาการจดั การเรยี นการสอนในรูปแบบการใชส ื่อผสม และการใชแหลงการเรียนรูทีห่ ลากหลาย
เพ่อื ใหนักเรียน เรยี นรตู ามความสามารถของตนเอง
หลกั การและรปู แบบในการจัดการศกึ ษาสาํ หรับนกั เรียนหองเรยี นพเิ ศษสงเสรมิ ศักยภาพทางดานวิทยาศาสตร
และคณติ ศาสตร
1. จัดเน้ือหายากและทา ทายกวา หลกั สูตรสาํ หรับเด็กทัว่ ไป
2. มีการเชื่อมโยงและบรู ณาการกันในหลาย ๆ วชิ า
3. ใหเด็กมสี วนรวมในการเลือกส่งิ ทีต่ นเองตองการเรยี น
4. จดั กระบวนการเรียนการสอนทีส่ ลบั ซบั ซอน ลึกซ้ึงกวา หลักสตู รปกติ
5. เนน กระบวนการทางความคดิ ระดับสูง
6. มกี จิ กรรมที่ตอบสนองความหลากหลายของกระบวนการเรียนรู
7. ต้ังเกณฑในการพิจารณาผลงานหรือผลการเรยี นรูของเด็กใหชัดเจน
8. ใหความสนใจกบั ความมงุ มั่นในความสาํ เรจ็ ความกระตือรือรน และการเปล่ยี นแปลงภายใน

ทีม่ คี ณุ คาตอ การเรียนรขู องเด็กท่ีสง ผลดตี อ สังคม
9. เนนพฒั นาการทางคุณธรรม จรยิ ธรรมเปนแกนนาํ
10. เนน การพัฒนาสมองทกุ สวน(Whole Brain Approach)

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 6
การจดั หลักสตู รและกจิ กรรมการเรียนการสอนในการจัดการศกึ ษาสําหรับนกั เรยี นหอ งเรียนพเิ ศษสง เสรมิ
ศักยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรแ ละคณติ ศาสตร

1. เปนหลกั สูตรเฉพาะท่ีตา งจากหลกั สตู รของนักเรยี นทวั่ ไป เสรมิ ดว ยวชิ าท่มี ีความเขมขน ทาง
เนอื้ หา และกระบวนการทางวิทยาศาสตร คณิตศาสตรและเทคโนโลยี และมุง เนนรองรับการทําโครงงาน

2. เปนหลักสตู รท่ีเปด โอกาสใหเยาวชนไดแ สดงศกั ยภาพทางวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี
อยางเตม็ ที่ คดิ เปน ใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร และคณิตศาสตร สรางองคค วามรแู ละเรยี นรู แนวคิดใหม ๆ
มาใชใ นการเรยี นรู

3. หลักสูตรนักเรียนหองเรียนพิเศษวิทยาศาสตร คณิตศาสตร ครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู และ
สอดคลองกับเปาหมายของ สสวท. เพื่อใหมั่นใจวานักเรียนจะตองไดเรียนรูเนื้อหาครบถวนตามเกณฑที่กําหนด
ซึ่งรวมท้ังวิชาในกลุมสาระการเรียนรูอื่น ๆ ดังนั้น นักเรียนท่ีเรียนในหลักสูตรน้ีจึงสามารถไปสอบเขาศึกษาตอ
หรอื สอบแขงขนั เขา สูระดับอุดมศึกษาไดอยา งเต็มความสามารถ ดังนัน้ หลักสูตร จงึ มกี จิ กรรม

เสริมหลกั สูตร ทเี่ นน การแลกเปลี่ยนประสบการณท ั้งผูเรียนและผสู อน
เนนการเรียนรูผา นการลงมอื ทาํ (hand on) เปนหลกั การเรียนจะไดล งมอื ปฏิบัติ
ในวิชาตาง ๆ ท้ังในหองปฏิบัติการ จะเนนการประยุกตใชคณิตศาสตร คอมพิวเตอรในการแกปญหา นักเรียนจะ
ไดเรียนรูกระบวนการตางๆและเทคนิคตางๆ การใชแบบจําลอง การทําSimulation หรือ mind map หรือ
เทคนคิ ในการสรา งสรรคแบบตา ง ๆ
การจดั หลกั สูตรในการจัดการศึกษาสําหรบั นกั เรียนหองเรยี นพเิ ศษสงเสริมศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรและ
คณติ ศาสตร
การจดั หลกั สตู ร แบงออกเปน 4 วธิ ี คือ
1. วธิ ีเพ่มิ พูนประสบการณ (Enrichment)
วธิ นี ้ชี วยใหนกั เรยี นพัฒนาสิง่ สงิ่ ทสี่ นใจลกึ ซึง้ ยงิ่ ข้นึ อีกทงั้ เปนการปูพ้ืนฐานการเรยี นรู การคดิ วิเคราะห
การสืบเสาะหาความรู ความจรงิ และสนับสนุนใหน กั เรยี นศึกษาหาความรนู อกเหนอื จากจุดประสงคท ว่ั ไปในการ
เรียน
2. วธิ ีขยายหลักสตู ร (Extension)
วิธนี ีช้ ว ยสง เสรมิ ใหผเู รยี นสามารถเรยี นเกนิ หลักสตู ร ผานการทํากจิ กรรม โครงงาน การเรียนรใู นแหลง
เรยี นรูตางๆ การจัดกิจกรรมเขา คา ยวชิ าการเสริมหลักสูตร
3. วิธลี ดระยะเวลาการเรยี น (Acceleration)
วธิ ีนีช้ วยใหเ กดิ ความยืดหยนุ ทางการศึกษา นกั เรียนสามารถพฒั นาตนเองตามศักยภาพของตวั เอง เปด
โอกาสใหนักเรยี นไดเ รียนในสิ่งท่ียากขึน้ เหมาะกบั ความสามารถของตนเอง และปอ งกันไมใ หเ กดิ การทอถอยทาง
ศกั ยภาพของนักเรยี นหรือทาํ ลายศกั ยภาพของตนเอง
4. การใชผเู ชี่ยวชาญพเิ ศษเปนผูใ หค ําปรกึ ษาดแู ล (Mentoring
เปนวธิ ีการทีจ่ ะชว ยทําใหนกั เรียนมคี วามสามารถโดดเดน และมีทักษะพื้นฐานทางสงั คม จดั ระบบวิธีการ
เรียนของตนเองไดดยี ิง่ ขึ้น

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 7
แนวทางกจิ กรรมการจดั การศึกษาในการจัดการศกึ ษาสาํ หรับนักเรียนหองเรยี นพเิ ศษสง เสรมิ ศักยภาพ
ทางดา นวิทยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร

1. การจัดโครงการวันเสาร และระหวา งปดภาคเรยี น
2. ทาํ โครงการพเิ ศษ เชน โครงงานวทิ ยาศาสตร โครงงานคณิตศาสตร
3. ยน เวลาเรยี นบางวชิ า/บางช้ัน
4. เรียนภาษาอ่นื หรือสาขาวชิ าใดทนี่ ักเรยี นสนใจเฉพาะใหลึกซงึ้ มากขึน้
5. แนะแนวเสรมิ ความสามารถ
6. จดั ชุมนุม เชน ชุมนุมวทิ ยาศาสตร ชมุ นุมคณิตศาสตร
7. จัดโครงการพเิ ศษ เชน โครงการคาย โครงการแขงขันทักษะทางวิชาการระดับตางๆ
8. จดั โครงการฝกทักษะความคดิ ระดับสูง ความสามารถทางสังคม และเรยี นรูดว ยตนเอง
9. จัดโครงการเสริมความกา วหนาโดยใหเรยี นในส่งิ ทีย่ ากและซับซอ นหรือใหเรียนในชั้นที่สงู กวาในบาง
วชิ า
โครงสรา งหลักสตู ร
การจัดสาระการเรยี นรสู าระการเรยี นรใู นหลักสูตรหอ งเรยี นพิเศษสงเสริมศักยภาพทางดา นวทิ ยาศาสตร
และคณิตศาสตรใหเปนไปตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของ
กระทรวงศึกษาธิการ และออกแบบรายวิชาเพม่ิ เติมโดยเพิ่มเวลาเรียนวชิ าวิทยาศาสตร และคณิตศาสตร
เพม่ิ ขึ้น ใหมเี นอื้ หาทเี่ ขมขน ดว ยคณุ ลกั ษณะของนักเรียนที่มคี วามสามารถพิเศษสามารถเรียนรไู ดเรว็ กวานักเรยี น
ปกตทิ ัว่ ไปพรอมทั้งใหน กั เรยี นมเี วลาในการคน ควา หาความรูไดดว ยตนเองอยางมปี ระสทิ ธภิ าพและมเี วลาในการ
พฒั นาศักยภาพในการคิดแกปญ หาไดอยางสรางสรรค ครอบคลมุ ตามหลักสตู รมาตรฐานสากล และเพ่ือใหต รงกบั
ปรัชญาการพัฒนาและสง เสริมผูม ีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร ไดกําหนดโครงสรางของ
หลกั สูตรดงั นี้

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 8

โครงสรางหลกั สูตรสถานศึกษาโครงการหองเรียนพิเศษสงเสริมศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร

(ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ชน้ั /เวลาเรยี น เวลาเรยี น/ป

กลุมสาระการเรียนรู ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6

สาระการเรยี นรูพน้ื ฐาน 240 240 240 160 160 160

๏ ภาษาไทย

๏ คณติ ศาสตร 240 240 240 160 160 160

๏ วิทยาศาสตร 80 80 80 120 120 120

๏ สังคมศกึ ษา ฯ 80 80 80 80 80 80

๏ ประวตั ศิ าสตร 40 40 40 40 40 40

๏ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40 40 40 40 40 40

พลศึกษา 40 40 40 40 40 40

๏ ศิลปะ ทศั นศลิ ป 40 40 40 40 40 40

ดนตรนี าฏศลิ ป 40 40 40 40 40 40

๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตา งๆ 40 40 40 40 40 40

คอมพวิ เตอร - - - 40 40 40

๏ ภาษาตางประเทศ 80 80 80 120 120 120

รายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติมและจุดเนน 80 80 80 80 80 80

๏ คณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม

๏ วิทยาศาสตรเพิ่มเติม 120 120 120 120 120 120

๏ อังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 40 40 40 40 40 40

๏ คอมพวิ เตอร 40 40 40 40 40 40

๏ วา ยนา้ํ /อาเซียน 40 40 40 40 40 40

๏ การศกึ ษาเพื่อเรียนรู - - - 40 40 40

กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น 40 40 40 40 40 40

๏ แนะแนว

๏ ลูกเสือ/ยุวกาชาด 40 40 40 40 40 40

๏ ชมุ นมุ /คา ยวิชาการ 30 30 30 30 30 30

๏ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน 10 10 10 10 10 10

รวมเวลาเรยี นท้งั หมด 1,400 1,400 1,400 1,400 1,400 1,400

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 9

โครงสรางหลกั สตู รกลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

1. รายวิชาพ้นื ฐาน

ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1 คณติ ศาสตร 6 ชัว่ โมง / สัปดาห
ค 11101 คณติ ศาสตร รวม 240 ชั่วโมง/ป
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 2 คณิตศาสตร 6 ช่ัวโมง / สปั ดาห
ค 12101 คณติ ศาสตร รวม 240 ชวั่ โมง/ป
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 3 คณติ ศาสตร 6 ชั่วโมง / สัปดาห
ค 13101 คณิตศาสตร รวม 240 ชว่ั โมง/ป
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 4 4 ช่วั โมง / สปั ดาห
ค 14101 รวม 160 ชวั่ โมง/ป
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 5 4 ชั่วโมง / สัปดาห
ค 15101 รวม 160 ชัว่ โมง/ป
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 6 4 ช่ัวโมง / สัปดาห
ค 16101 รวม 160 ชัว่ โมง/ป

2. รายวิชาเพ่มิ เติม

ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตร ป.2 3 ชว่ั โมง / สปั ดาห
ค 11201 เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตร ป.3 รวม 80 ชว่ั โมง/ป
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 2 เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร ป.4 3 ชั่วโมง / สัปดาห
ค 12201 รวม 80 ช่ัวโมง/ป
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 3 3 ชัว่ โมง / สัปดาห
ค 13201 รวม 80 ช่ัวโมง/ป

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 เสริมทักษะคณิตศาสตร ป.5 หนา 10
ค 14201 เสริมทกั ษะคณติ ศาสตร ป.6
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 5 คณิตศาสตร ทบทวน ป.4 – ป.6 3 ชั่วโมง / สัปดาห
ค 15201 รวม 80 ชัว่ โมง/ป
ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 3 ชว่ั โมง / สปั ดาห
ค 16201 รวม 80 ช่วั โมง/ป
3 ชว่ั โมง / สปั ดาห
รวม 80 ช่ัวโมง/ป

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 11

โครงสรางหลกั สตู รกลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร

1. รายวชิ าพ้นื ฐาน

ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 1 วิทยาศาสตร 2 ชวั่ โมง / สปั ดาห
ว 11101 วิทยาศาสตร รวม 80 ช่วั โมง/ป
วิทยาศาสตร 2 ชว่ั โมง / สปั ดาห
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 2 วิทยาศาสตร รวม 80 ชัว่ โมง/ป
ว 12101 วทิ ยาศาสตร 2 ชวั่ โมง / สัปดาห
วิทยาศาสตร รวม 80 ช่วั โมง/ป
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 3 3 ชัว่ โมง / สัปดาห
ว 13101 รวม 120 ชัว่ โมง/ป
3 ชั่วโมง / สปั ดาห
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 4 รวม 120 ชว่ั โมง/ป
ว 14101 3 ช่วั โมง / สัปดาห
รวม 120 ชั่วโมง/ป
ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 5
ว 15101

ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 6
ว 16101

2. รายวิชาเพิ่มเตมิ

ช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 เสรมิ ทกั ษะวิทยาศาสตร ป.2 2 ชั่วโมง / สปั ดาห
ว 11201 เสรมิ ทักษะวิทยาศาสตร ป.3 รวม 120 ชว่ั โมง/ป
เสริมทกั ษะวทิ ยาศาสตร ป.4 2 ชั่วโมง / สัปดาห
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 2 รวม 120 ช่วั โมง/ป
ว 12201 2 ชั่วโมง / สปั ดาห

ช้นั ประถมศึกษาปที่ 3
ว 13201

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

ช้ันประถมศึกษาปที่ 4 เสริมทักษะวทิ ยาศาสตร ป.5 หนา 12
ว 14201 เสรมิ ทักษะวิทยาศาสตร ป.6 รวม 120 ชวั่ โมง/ป
วทิ ยาศาสตรท บทวน ป.4 - 6 2 ชวั่ โมง / สปั ดาห
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 5 รวม 120 ชวั่ โมง/ป
ว 15201 2 ช่วั โมง / สัปดาห
รวม 120 ชว่ั โมง/ป
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 6 2 ชว่ั โมง / สัปดาห
ว 16201 รวม 120 ชั่วโมง/ป

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 13

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กําหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรูเปนเกณฑในการกําหนดคุณภาพ
ของผูเรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ซึ่งกําหนดไวเฉพาะสวยที่จําเปนสําหรับเปนพ้ืนฐานในการดํารงชีวิตใหมี
คุณภาพสําหรับสาระและมาตรฐานการเรียนรูตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน
สถานศึกษาสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได สาระและมาตรฐานการเรียนรูการศึกษาข้ันพื้นฐาน มีรายละเอียด
ดงั ตอ ไปน้ี
กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
สาระที่ 1 จํานวนและการดําเนนิ การ

มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจาํ นวนและการใชจาํ นวนในชวี ิตจริง
มาตรฐาน ค 1.2 เขา ใจถงึ ผลทเี่ กดิ ขนึ้ จากการดําเนินการของจาํ นวนและความสัมพนั ธร ะหวางการ

ดําเนนิ การตา งๆ และสามารถใชก ารดาํ เนนิ การในการแกป ญหา
มาตรฐาน ค 1.3 ใชก ารประมาณคา ในการคํานวณและแกปญหา
มาตรฐาน ค 1.4 เขาใจระบบจาํ นวนและนําสมบัตเิ กยี่ วกบั จํานวนไปใช
สาระที่ 2 การวดั
มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพ้นื ฐานเก่ยี วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ องการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 แกป ญหาเก่ยี วกับการวัด
สาระที่ 3 เรขาคณติ
มาตรฐาน ค 3.1 อธบิ ายและวิเคราะหรปู เรขาคณติ สองมติ แิ ละสามมิติ
มาตรฐาน ค 3.2 ใชก ารนกึ ภาพ (visualization ใชเ หตผุ ลเกี่ยวกบั ปรภิ มู ิ ( spatial reasoning

และใชแบบจําลองทางเรขาคณิต (geometric model ในการแกปญ หา
สาระที่ 4 พีชคณติ

มาตรฐาน ค 4.1 เขา ใจและวิเคราะหร ปู แบบ (pattern ความสมั พันธ และฟงชนั
มาตรฐาน ค 4.2 ใชน ิพจน สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชงิ คณติ ศาสตร (mathematical

model อน่ื ๆ แทนสถานการณตา งๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนาํ ไปใช
แกป ญ หา
สาระท่ี 5 การวิเคราะหข อมูลและความนาจะเปน
มาตรฐาน ค 5.1 เขา ใจและใชว ิธกี ารทางสถติ ใิ นการวเิ คราะหขอมูล
มาตรฐาน ค 5.2 ใชว ิธกี ารทางสถติ ิและความรูเกยี่ วกับความนา จะเปนในการคาดการณไดอยาง
สมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใชค วามรเู ก่ยี วกับสถิตแิ ละความนา จะเปนชวยในการตัดสินใจและแกป ญหา
สาระท่ี 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป ญ หา การใชเ หตผุ ล การสอ่ื สาร การสอื่ ความหมายทาง
คณติ ศาสตรแ ละการนาํ เสนอ การเชื่อมโยงความรตู างๆ ทางคณติ ศาสตรแ ละ
เชือ่ มโยงคณิตศาสตรก บั ศาสตรอนื่ ๆ และมีความคิดริเร่มิ สรา งสรรค

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 14
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
สาระที่ 1 ส่ิงมีชีวิตกับกระบวนการดาํ รงชวี ิต

มาตรฐาน ว 1.1 เขาใจหนว ยพน้ื ฐานของสิง่ มชี ีวิต ความสมั พันธของโครงสรา ง และหนาทข่ี องระบบ
ตา งๆ ของสิ่งมชี ีวติ ทที่ ํางานสัมพนั ธก นั มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู ส่ือสารสิง่ ท่ี
เรยี นรูและนําความรไู ปใชใ นการดาํ รงชวี ิตของตนเองและดแู ลสงิ่ มชี ีวติ

มาตรฐาน ว 1.2 เขา จกระบวนการและความสาํ คัญของการถา ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม วิวฒั นาการ
ของสงิ่ มชี วี ติ ความหลากหลายทางชวี ภาพ การใชเทคโนโลยชี วี ภาพท่ีมีผลกระทบ
ตอ มนุษยและส่งิ แวดลอม มกี ระบวนการสบื เสาะหาความรแู ละจิตวิทยาศาสตร
ส่อื สาร สิง่ ทเี่ รียนรู และนาํ ความรูไ ปใชประโยชน

สาระท่ี 2 ชีวิตกบั สง่ิ แวดลอ ม
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสงิ่ แวดลอ มในทอ งถน่ิ ความสัมพันธระหวา งสง่ิ แวดลอมกบั สง่ิ มชี ีวติ
ความสัมพันธระหวา งสิ่งมชี ีวิตตางๆ ในระบบนเิ วศ มกี ระบวนการสืบเสาะหาความรู
และจติ วิทยาศาสตร สอ่ื สารส่งิ ทเ่ี รียนรูและนําความรไู ปใชประโยชน
มาตรฐาน ว 2.2 เขาใจสง่ิ แวดลม และทรัพยากรธรรมชาติ การใชท รัพยากรธรรมชาตใิ นระดับทอ งถิน่
ประเทศ และโลก นาํ ความรูไปใชใ นการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม
ในทอ งถิน่ อยางยั่งยืน

สาระท่ี 3 สารและสมบัติของสาร
มาตรฐาน ว 3.1 เขา ใจสมบัติของสาร ความสัมพนั ธระหวา งสมบตั ิของสารกบั โครงสรา งและแรงยึด
เหนยี่ วระหวางอนุภาค มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู และจิตวิทยาศาสตรสือ่ สาร
สิง่ ที่เรียนรู และนาํ ความรไู ปใชประโยชน
มาตรฐาน ว 3.2 เขา ใจหลกั การและธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย
การเกิดปฏกิ ิรยิ า มีกระบวนการสบื เสาะ หาความรูแ ละจติ วทิ ยาศาสตร สื่อสารส่งิ
ที่เรยี นรู และนาํ ความรไู ปใชประโยชน

สาระที่ 4 แรงและการเคลือ่ นที่
มาตรฐาน ว 4.1 เขาใจธรรมชิของแรงแมเ หล็กไฟฟา แรงโนมถวงและแรงนิวเคลียร มีกระบวนการ
สบื เสาะหาความรู สือ่ สารสง่ิ ท่ีเรยี นรูและนําความรไู ปใชป ระโยชนอยา งถูกตองและ
มคี ุณธรรม
มาตรฐาน ว 4.2 เขาใจลกั ษณะการเคล่ือนทแี่ บบตางๆ ของวตั ถุในธรรมชาติ มีกระบวนการ
สืบเสาะหาความรแู ละจติ วิทยาศาสตร สือ่ สารสงิ่ ทีเ่ รยี นรูแ ละนําความรูไ ปใช
ประโยชน

สาระที่ 5 พลงั งาน
มาตรฐาน ว 5.1 เขาใจความสมั พันธระหวางพลงั งานกบั การดาํ รงชวี ิต การเปลยี่ นรูปพลงั งาน
ปฏสิ มั พันธระหวางสารและพลงั งาน ผลของการใชพ ลังงานตอ สิ่งมีชวี ติ และ
สง่ิ แวดลอม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวทิ ยาศาสตร ส่ือสารส่ิงทเี่ รยี นรู
และนาํ ความรูไปใชประโยชน

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 15
สาระท่ี 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก

มาตรฐาน ว 6.1 เขา ใจกระบวนการตางๆ ทเ่ี กิดข้นึ บนผิวโลกและภายในโลก ความสมั พนั ธของ
กระบวนการตางๆ ทมี่ ีผลตอ การเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐาน
ของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ ละจิตวทิ ยาศาสตร ส่ือสารสิง่ ที่เรียนรแู ละ
นําความรูไปใชประโยชน

สาระที่ 7 ดาราศาสตรแ ละอวกาศ
มาตรฐาน ว 7.1 เขา ใจววิ ัฒนาการของระบบสุรยิ ะ กาแลก็ ซ่ีและเอกภพ การปฏสิ ัมพนั ธภายในระบบ
สรุ ิยะ และผลตอ ส่ิงมีชวี ิตบนโลด มกี ระบวนการสบื เสาะหาความรูแ ละจิตวิทยา-
ศาสตร สอ่ื สารสิง่ ทเ่ี รียนรูและนําความรูไปใชประโยชน
มาตรฐาน ว 7.2 เขาใจความสําคัญของเทคโนโลยอี วกาศที่นาํ มาใชใ นการสาํ รวจอวกาศและ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ดา นการเกษตรและการสอื่ สาร มีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรแู ละจติ วทิ ยาศาสตร สือ่ สารสิ่งท่ีเรียนรูและนําความรไู ปใชป ระโยชนอยา งมี
คณุ ธรรมตอชีวติ และสง่ิ แวดลอ ม

สาระท่ี 8 ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.1 ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ นการสืบเสาะหาความรู
การแกปญ หา รวู า ปรากฏการณท างธรรมชาติทเ่ี กิดข้นึ สวนใหญมีรูปแบบที่แนน อน
สามารถอธิบายและตรวจสอบได ภายใตขอ มลู และเคร่อื งมือที่มีอยูในชวงเวลาน้ันๆ
เขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สงั คม และสิ่งแวดลอมมีความเก่ียวของสัมพนั ธก ัน

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 16

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโครงการหอ งเรยี นพเิ ศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร
(ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ชั้นประถมศึกษาปที่ 1

วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรยี น

สาระการเรียนรพู ้นื ฐาน 960 ชม./ป

๏ ภาษาไทย 240
240
๏ คณติ ศาสตร 80
80
๏ วทิ ยาศาสตร 40
40
๏ สังคมศึกษา ฯ 40
๏ ประวัติศาสตร 40
40
๏ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40
-
พลศึกษา 80

๏ ศลิ ปะ ทัศนศลิ ป 320 ชม./ป

ดนตรนี าฏศลิ ป 80
120
๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตา งๆ 40
40
คอมพวิ เตอร 40
-
๏ ภาษาตางประเทศ
120 ชม./ป
รายวิชา/กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ และจดุ เนน
40
๏ คณติ ศาสตรเพ่มิ เติม 40
30
๏ วิทยาศาสตรเพ่มิ เติม 10

๏ องั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร 1,400

๏ คอมพวิ เตอร

๏ วา ยน้ํา/อาเซียน

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู

กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

๏ แนะแนว

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด

๏ ชุมนุม/คายวชิ าการ

๏ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 17

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโครงการหอ งเรยี นพเิ ศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร
(ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ชั้นประถมศึกษาปที่ 2

วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรยี น

สาระการเรียนรพู ้นื ฐาน 960 ชม./ป

๏ ภาษาไทย 240
240
๏ คณติ ศาสตร 80
80
๏ วทิ ยาศาสตร 40
40
๏ สังคมศึกษา ฯ 40
๏ ประวัติศาสตร 40
40
๏ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40
-
พลศึกษา 80

๏ ศลิ ปะ ทัศนศลิ ป 320 ชม./ป

ดนตรนี าฏศลิ ป 80
120
๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตา งๆ 40
40
คอมพวิ เตอร 40
-
๏ ภาษาตางประเทศ
120 ชม./ป
รายวิชา/กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ และจดุ เนน
40
๏ คณติ ศาสตรเพ่มิ เติม 40
30
๏ วิทยาศาสตรเพ่มิ เติม 10

๏ องั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร 1,400

๏ คอมพวิ เตอร

๏ วา ยน้ํา/อาเซียน

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู

กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

๏ แนะแนว

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด

๏ ชุมนุม/คายวชิ าการ

๏ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 18

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโครงการหอ งเรยี นพเิ ศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร
(ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ชั้นประถมศึกษาปที่ 3

วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรยี น

สาระการเรียนรพู ้นื ฐาน 960 ชม./ป

๏ ภาษาไทย 240
240
๏ คณติ ศาสตร 80
80
๏ วทิ ยาศาสตร 40
40
๏ สังคมศึกษา ฯ 40
๏ ประวัติศาสตร 40
40
๏ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40
-
พลศึกษา 80

๏ ศลิ ปะ ทัศนศลิ ป 320 ชม./ป

ดนตรนี าฏศลิ ป 80
120
๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตา งๆ 40
40
คอมพวิ เตอร 40
-
๏ ภาษาตางประเทศ
120 ชม./ป
รายวิชา/กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ และจดุ เนน
40
๏ คณติ ศาสตรเพ่มิ เติม 40
30
๏ วิทยาศาสตรเพ่มิ เติม 10

๏ องั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร 1,400

๏ คอมพวิ เตอร

๏ วา ยน้ํา/อาเซียน

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู

กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

๏ แนะแนว

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด

๏ ชุมนุม/คายวชิ าการ

๏ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 19

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษาโครงการหอ งเรยี นพิเศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณติ ศาสตร
(ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 4

วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรียน

สาระการเรยี นรพู ้นื ฐาน 920 ชม./ป

๏ ภาษาไทย 160
160
๏ คณติ ศาสตร 120
80
๏ วทิ ยาศาสตร 40
40
๏ สงั คมศกึ ษา ฯ 40
๏ ประวัติศาสตร 40
40
๏ สุขศึกษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40
40
พลศึกษา 120

๏ ศลิ ปะ ทัศนศิลป 360 ชม./ป

ดนตรีนาฏศิลป 80
120
๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตางๆ 40
40
คอมพิวเตอร 40
40
๏ ภาษาตางประเทศ
120 ชม./ป
รายวชิ า/กิจกรรมเพิ่มเตมิ และจดุ เนน
40
๏ คณิตศาสตรเพ่ิมเติม 40
30
๏ วทิ ยาศาสตรเพ่มิ เติม 10

๏ องั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1,400

๏ คอมพวิ เตอร

๏ วา ยนํ้า/อาเซยี น

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู

กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น

๏ แนะแนว

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด

๏ ชุมนุม/คา ยวชิ าการ

๏ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 20

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษาโครงการหอ งเรียนพิเศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร
(ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 5
วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรียน

สาระการเรยี นรพู ้นื ฐาน 920 ชม./ป
๏ ภาษาไทย 160

๏ คณติ ศาสตร 160

๏ วทิ ยาศาสตร 120

๏ สงั คมศกึ ษา ฯ 80

๏ ประวัติศาสตร 40

๏ สุขศึกษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40

พลศึกษา 40

๏ ศลิ ปะ ทัศนศิลป 40

ดนตรีนาฏศิลป 40

๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตางๆ 40

คอมพิวเตอร 40

๏ ภาษาตางประเทศ 120

รายวชิ า/กิจกรรมเพิ่มเตมิ และจดุ เนน 360 ชม./ป

๏ คณิตศาสตรเพ่ิมเติม 80

๏ วทิ ยาศาสตรเพ่มิ เติม 120

๏ องั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 40

๏ คอมพวิ เตอร 40

๏ วา ยนํ้า/อาเซยี น 40

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู 40

กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น 120 ชม./ป

๏ แนะแนว 40

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด 40

๏ ชุมนุม/คา ยวชิ าการ 30

๏ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน 10

รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 1,400

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 21

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษาโครงการหอ งเรียนพิเศษสงเสรมิ ศกั ยภาพทางดานวทิ ยาศาสตรล ะคณิตศาสตร
(ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 6
วชิ าเรียน/กจิ กรรม เวลาเรียน

สาระการเรยี นรพู ้นื ฐาน 920 ชม./ป
๏ ภาษาไทย 160

๏ คณติ ศาสตร 160

๏ วทิ ยาศาสตร 120

๏ สงั คมศกึ ษา ฯ 80

๏ ประวัติศาสตร 40

๏ สุขศึกษาและพลศึกษา สขุ ศึกษา 40

พลศึกษา 40

๏ ศลิ ปะ ทัศนศิลป 40

ดนตรีนาฏศิลป 40

๏ การงานอาชพี และเทคโนโลยี การงานตางๆ 40

คอมพิวเตอร 40

๏ ภาษาตางประเทศ 120

รายวชิ า/กิจกรรมเพิ่มเตมิ และจดุ เนน 360 ชม./ป

๏ คณิตศาสตรเพ่ิมเติม 80

๏ วทิ ยาศาสตรเพ่มิ เติม 120

๏ องั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 40

๏ คอมพวิ เตอร 40

๏ วา ยนํ้า/อาเซยี น 40

๏ การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู 40

กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น 120 ชม./ป

๏ แนะแนว 40

๏ ลกู เสอื /ยวุ กาชาด 40

๏ ชุมนุม/คา ยวชิ าการ 30

๏ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน 10

รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 1,400

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 22

โครงสรา งการแบง เวลา
รายชว่ั โมงในการจัดการเรียนรู
กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 23

รายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร โครงสรางรายวชิ า เวลาเรียน 240 ช่ัวโมง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1

ลําดบั ช่อื หนวย มาตรฐานการ สาระสําคัญ เวลา น้ําหนกั
ที่ การเรยี นรู เรยี นรู/ (ชว่ั โมง (คะแนน
1 จํานวนนบั ตัวชวี้ ัด
1-10 และ 0 ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2 จาํ นวนนบั ใชบอกจาํ นวนสง่ิ ของ
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/3, ในหมูต าง ๆ และใชตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ และ 26
2 การบวก
จาํ นวนนบั ค 6.1 ป.1/4, ป.1/5 ตวั เลขไทยเปนสัญลกั ษณแสดงจาํ นวน จํานวน
สองจํานวน สองจํานวน เมอื่ นาํ มาเปรยี บเทียบกันอาจมคี า
ที่มผี ลบวก เทา กนั หรือจํานวนหนงึ่ มากกวาอีกจาํ นวนหนึ่ง
ไมเกนิ 9 หรอื จาํ นวนหนง่ึ นอ ยกวาอกี จํานวนหน่ึง การ
เรียงลําดบั จํานวน อาจเรยี งจากนอ ยไปมาก
3 การลบ หรือจากมากไปนอย นักเรยี นสามารถนํา
จํานวนนบั ความรเู กยี่ วกับจาํ นวนนบั 1-10 และ 0 ไปใช
สองจาํ นวน เปน พน้ื ฐานในการเรียนคณิตศาสตรตอไปและ
ทม่ี ตี วั ตง้ั ใชในชวี ิตประจาํ วันได
ไมเกิน 9 ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 การบวก เปนการนําจาํ นวนตั้งแต
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, สองจาํ นวนขึน้ ไปมารวมกนั 14

ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, การแกโจทยป ญ หาอาจใชกระบวนการแก
ค 6.1 ป.1/5 โจทยปญหา 4 ขนั้ คือ
ทําความเขาใจโจทย วางแผน ลงมอื ทํา และ
ตรวจสอบ นกั เรยี นสามารถ
นําความรูน ้ไี ปใชแกปญหาการบวกจาํ นวนตาง
ๆ ในชีวติ ประจําวันได
ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 การลบ เปนการนําจาํ นวนหนึ่ง
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, ออกจากอกี จาํ นวนหนึง่ แลวหาจาํ นวนทเี่ หลอื 20

ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, การแกโ จทยป ญหาอาจใชกระบวนการแกโ จทย
ค 6.1 ป.1/5 ปญ หา 4 ขนั้ คือ ทาํ ความเขาใจโจทย วางแผน
ลงมอื ทํา และตรวจสอบ นักเรยี นสามารถนาํ
ความรนู ี้ไปใชแ กปญหาการลบจํานวนตาง ๆ
ในชวี ติ ประจาํ วันได

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 24

ลําดับ ชื่อหนวย มาตรฐานการ สาระสําคญั เวลา น้ําหนกั
ที่ การเรยี นรู เรยี นร/ู (ชัว่ โมง (คะแนน
4 จํานวนนบั ตัวชีว้ ดั
11-20 ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2 จาํ นวนนบั 11-20 เปนจาํ นวนทีม่ ี 16
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/3, สองหลัก คือ หลักหนวยและหลกั สิบ
5 การบวก ค 6.1 ป.1/4, ป.1/5 จํานวนนบั ใชบอกจาํ นวนสิง่ ของ
จาํ นวนนบั ในหมูตาง ๆ และใชต ัวเลขฮินดอู ารบกิ และ
ท่ีมีผลบวก ตัวเลขไทยเปน สัญลกั ษณ จาํ นวนสองจํานวน
ไมเกิน 20 เมอื่ นาํ มาเปรยี บเทียบกัน อาจมีคา เทา กนั หรือ
และการลบ จาํ นวนหน่ึงมากกวา อกี จาํ นวนหน่ึง หรือ
จํานวนนบั จาํ นวนหนึง่ นอ ยกวาอีกจาํ นวนหนงึ่ สามารถใช
ที่มีตวั ตงั้ เครอ่ื งหมาย = หรือ ≠ หรือ >
ไมเกนิ 20 หรือ < แสดงการเปรียบเทยี บได
การเรยี งลาํ ดบั จํานวน อาจเรียงจากนอ ยไป
มาก หรอื จากมากไปนอย นกั เรียนสามารถนํา
ความรนู ี้ไปใชเ ปน พนื้ ฐานในการเรยี น
คณติ ศาสตรตอไป
และใชใ นชวี ิตประจาํ วนั ได
ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 การบวกจํานวนนบั ท่มี ผี ลบวกไมเกนิ 20 อาจทาํ 24
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, ไดโ ดยการนับตอจากจํานวนใดจาํ นวนหน่งึ
ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, หรอื กระจายจํานวน
ค 6.1 ป.1/5 แลวบวกจํานวนทีม่ ีหนึง่ หลัก
เขาดว ยกันกอน การลบจํานวนนับ
ที่มีตัวตัง้ ไมเ กนิ 20 อาจทําไดโดยนับจํานวนท่ี
เหลอื หรอื การนบั ตอจาก
ตัวลบ หรอื เขยี นจาํ นวนในรูปกระจาย การแก
โจทยป ญ หาการบวก การลบ อาจใช
กระบวนการแกโ จทยป ญหา
4 ขน้ั คอื ทําความเขา ใจโจทย วางแผน ลงมอื
ทาํ และตรวจสอบ นกั เรยี นสามารถนาํ ความรู
นไ้ี ปใชแกป ญหาเก่ยี วกับจํานวนตา ง ๆ
ในชวี ติ ประจําวันได

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 25

ลําดับ ชอื่ หนวย มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา น้ําหนกั
ท่ี การเรยี นรู เรียนรู/ (ชัว่ โมง (คะแนน
6 การวัด- ตัวชว้ี ดั
ความยาว ค 2.1 ป.1/1 การเปรยี บเทียบความยาวหรือความสูง 19
การช่งั ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, น้ําหนัก ปรมิ าตร และความจุ ทําให
และการตวง ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, ทราบวา สิง่ ตาง ๆ มคี วามยาว หรอื
ค 6.1 ป.1/5, ป.1/6 ความสูง น้ําหนกั ปรมิ าตร และความจุ
7 จํานวนนบั
21-100 เทากนั มากกวา กัน หรอื นอยกวากัน
การใชห นวยกลาง ซง่ึ เปน หนวย
ที่ไมเปนหนว ยมาตรฐานทาํ ใหทราบ
ความยาว ความสูง ระยะทาง นํ้าหนกั
ปริมาตร และความจุของส่ิงตาง ๆ
นกั เรียนสามารถนําความรนู ี้ไปใช
ในชวี ติ ประจําวนั ได

ค 1.1 ป.1/1, ป.1/2 จํานวนนบั 21-99 เปน จํานวนที่มี 23
ค 4.1 ป.1/1 สองหลกั คือ หลกั หนวยและหลักสิบ จาํ นวน
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, นบั 100 เปนจาํ นวนท่ีมี
ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, สามหลัก คอื หลกั หนวย หลกั สิบ
ค 6.1 ป.1/5 และหลกั รอย จาํ นวนนับใชบอก

จํานวนสิง่ ของในหมูต า ง ๆ และ
ใชตวั เลขฮินดูอารบกิ และตวั เลขไทย
เปน สัญลักษณแสดงจาํ นวน
การเปรียบเทียบจาํ นวนที่มสี องหลัก
ใหเ ปรยี บเทยี บจาํ นวนในหลักสิบ
กอน ถาจํานวนในหลักสบิ เทากัน
จึงเปรียบเทยี บจํานวนในหลักหนวย
การเรยี งลําดับจํานวน อาจเรียงจาก
นอ ยไปมาก หรอื จากมากไปนอย
นักเรยี นสามารถนาํ ความรูน ไี้ ปใช
เปนพ้ืนฐานในการเรยี นคณิตศาสตร
ตอ ไป และใชในชวี ิตประจําวันได

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 26

ลาํ ดบั ชอ่ื หนวย มาตรฐานการ เวลา นาํ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู เรยี นร/ู สาระสําคัญ (ช่วั โมง (คะแนน
8 เวลา ตวั ชี้วัด
ค 2.1 ป.1/2 เชา สาย เทยี่ ง บา ย เยน็ คํ่า กลางวัน 11
9 การบวก ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, กลางคืน เปน คาํ ที่ใชบอกเวลา
จํานวนนบั ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, ตาง ๆ กนั ในแตละวัน โดยสังเกตจาก
ที่มผี ลบวก ค 6.1 ป.1/5 ตําแหนง ของดวงอาทิตย
ไมเกนิ 100 วนั และสปั ดาห มคี วามสัมพนั ธ
และการลบ กัน 1 สัปดาห มี 7 วัน เรยี งลําดับไดด ังน้ี
จาํ นวนนบั วนั อาทติ ย วันจันทร วนั อังคาร วนั พธุ
ท่มี ีตัวตงั้ วนั พฤหัสบดี วันศุกร และวันเสาร
ไมเ กนิ 100 นกั เรยี นสามารถนําความรนู ไ้ี ปใช
บอกเวลาและวันในชวี ิตประจาํ วนั ได
10 เรขาคณติ ค 1.2 ป.1/1, ป.1/2 การบวกจํานวนนบั สองจาํ นวน 34
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, ท่มี ผี ลบวกไมเ กนิ 100 ใชวธิ บี วก
ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, จํานวนในหลักเดยี วกันเขา ดว ยกนั
ค 6.1 ป.1/5 การลบจํานวนนบั ทมี่ ตี ัวตง้ั ไมเกิน 100
ใชวธิ ีนาํ จํานวนท่ีอยูในหลกั เดียวกนั
มาลบกนั เม่ือมจี าํ นวนหลายจํานวน
บวกลบกัน ตอ งหาผลลพั ธข องจาํ นวน
ในวงเล็บกอนแลวจงึ บวก ลบกับ
จํานวนทีเ่ หลือ การแกโ จทยป ญหา
อาจใชก ระบวนการการแกโ จทยปญหา
4 ขนั้ ไดแ ก ทาํ ความเขาใจโจทย
วางแผน ลงมอื ทาํ และตรวจสอบ
นกั เรยี นสามารถนําความรูนไี้ ปใช
แกปญหาการบวกและการลบ
จํานวนในชวี ิตประจาํ วนั ได
ค 3.1 ป.1/1 รปู เรขาคณติ สองมิติมหี ลายชนิด ซ่งึ มี 13
ค 4.1 ป.1/2 รปู รา งแตกตางกัน แบบรูปของภาพ
ค 6.1 ป.1/1, ป.1/2, ซงึ่ เปนรูปเรขาคณติ เปนความสัมพันธ
ค 6.1 ป.1/3, ป.1/4, ท่ีแสดงลกั ษณรวมกันของ
ค 6.1 ป.1/5 ชดุ รปู เรขาคณิตท่มี ีรปู ราง ขนาด
หรือสีทีส่ มั พันธกันอยา งใดอยางหนึง่ นกั เรยี น
สามารถนาํ ความรนู ้ีไปใช
เปน พ้นื ฐานในการเรียนคณิตศาสตร
ตอไป และใชในชวี ิตประจาํ วันได
รวม 240

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 27

รายวิชาพ้นื ฐาน คณติ ศาสตร โครงสรางรายวิชา เวลาเรยี น 240 ชว่ั โมง
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 2

ลาํ ดบั ชอื่ หนวยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสําคัญ เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นรู/ตัวชีว้ ัด (ช่ัวโมง คะแนน

1 จาํ นวนนบั ไมเ กนิ ค 1.1 ป.2/1 จํานวนนับไมเ กิน 1,000 สามารถเขยี น 19
1,000 ป.2/2 และอา นเปน ตวั เลขฮินดูอารบิก ตวั เลข

ค 6.1 ป.1-3/3- ไทย และตวั หนังสือ เปรียบเทียบ
ป.1-3/5 จํานวนท่ีเทากันหรือ
ไมเทากัน มากกวา หรือนอยกวาและ
เรยี งลําดบั จาํ นวนจากมากไปนอ ย
และจากนอยไปมาก ตลอดจนนบั เพิม่
และนบั ลดทลี ะเทาๆ กนั

2 การบวกจาํ นวนท่ีมี ค 1.2 ป.2/1 การบวกจาํ นวนทมี่ ีผลบวกไมเ กิน 1,000 16
ผลบวกไมเกนิ 1,000 ป.2/2 มีวธิ กี ารที่หลากหลายและใชทกั ษะ

ค 6.1 ป.1-3/1- กระบวนการทางคณิตศาสตร
ป.1-3/6 ในการหาคําตอบและตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ สวนการแก
โจทยป ญ หาการบวก ตองวิเคราะหโ จทย
และแสดงวธิ ที ําเพื่อหาคาํ ตอบ รวมทั้ง
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคําตอบ

3 การลบจํานวนที่มี ค 1.2 ป.2/1 การลบจํานวนทม่ี ีตัวต้งั ไมเ กนิ 1,000 มี 17
ตวั ต้ังไมเ กนิ 1,000 ป.2/2 วิธีการทีห่ ลากหลายและใชทักษะ

ค 6.1 ป.1-3/1- กระบวนการทางคณิตศาสตรในการ
ป.1-3/6 หาคาํ ตอบและตรวจสอบความ
สมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ สวนการ
แกโ จทยป ญ หาการลบ ตองวิเคราะห
โจทย และแสดงวิธที ําเพ่ือหาคําตอบ
รวมท้งั ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
คาํ ตอบ

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 28

ลาํ ดับ ชอื่ หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสําคัญ เวลา นา้ํ หนกั
ท่ี เรยี นร/ู ตัวชวี้ ัด (ช่วั โมง คะแนน

4 แบบรูปและ ค 4.1 ป.2/1 ความสมั พันธใ นแบบรปู ของจํานวนที่ 14
ความสมั พนั ธ ป.2/2 เพิม่ ขน้ึ ทลี ะ 5 ทีละ 10 ทีละ 100 และ

ค 6.1 ป.1-3/3- ลดลงทลี ะ 2 ทลี ะ 10 ทลี ะ 100 อยา ง
ป.1-3/6 คงท่ี สามารถบอกจาํ นวนตอ ไปหรือ
จํานวนท่ีหายไปได สวนความสมั พนั ธใน
แบบรปู ของรปู ของรูปรา ง ขนาด หรือสีที่
สัมพนั ธกัน สามารถบอกรูปตอไปหรือรูป
ทีห่ ายไปได

5 การวดั ความยาว ค 2.1 ป.2/1 เมตร และเซนติเมตร เปน หนวยมาตรฐาน 13
ค 2.2 ป.2/1 ที่ใชบ อกความยาว ความสูง และ
6 การชั่ง ค 6.1 ป.1-3/3- ระยะทาง ซง่ึ นําความยาวมาเปรียบเทยี บ
7 การคูณ
ป.1-3/5 ในหนว ยเดียวกนั ได และการแกป ญ หา
เก่ยี วกับการวัดความยาว สามารถทําได
หลายวิธี แตค วรเลือกวธิ ีแกป ญหาท่ดี ีทสี่ ุด

ค 2.1 ป.2/2 กิโลกรัมและขดี เปนหนวยมาตรฐาน 12
ค 2.2 ป.2/1 ทใ่ี ชบ อกนํ้าหนกั และการแกปญ หา
ค 6.1 ป.1-3/3- เก่ียวกบั การช่งั สามารถทําไดหลายวธิ ี

ป.1-3/5 แตค วรเลือกวธิ ีแกปญหาที่ดีที่สดุ

8 เวลา ค 1.2 ป.2/1 การคูณจํานวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจํานวนที่ 19
ป.2/2 ไมเกนิ สองหลัก มวี ธิ ีการทีห่ ลากหลาย 14

ค 6.1 ป.1-3/1- และใชท ักษะกระบวนการทาง
ป.1-3/6 คณติ ศาสตรในการหาคําตอบและ
ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคําตอบ
สวนการแกโ จทยป ญ หา
การคณู ตองวิเคราะหโ จทย และแสดงวธิ ี
ทําเพื่อหาคําตอบ รวมท้ังตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ

ค 2.1 ป.2/5 การบอกเวลาบนหนาปดนาฬิกา
ป.2/6 จะบอกเปน นาฬิกากบั นาที สวนการ

ค 6.1 ป.1-3/4- บอกวัน เดอื น ป จะดูไดจากปฏิทนิ
ป.1-3/5 โดยใน 1 ป จะมี 12 เดือน

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 29

ลําดับ ช่อื หนวยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสําคญั เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นรู/ตัวช้วี ัด (ช่วั โมง คะแนน

9 เงนิ ค 2.1 ป.2/4 การบอกจํานวนเงินเหรยี ญและธนบตั ร 16
ค 2.2 ป.2/1 ใหน าํ คา ของเงนิ แตละชนิด
ค 6.1 ป.1-3/3- มารวมกนั การแกโ จทยปญ หาเกี่ยวกบั

ป.1-3/5 เงิน สามารถทําไดหลายวิธี แตควรเลอื ก
วิธแี กป ญหาทีด่ ที สี่ ุด

10 การหาร ค 1.2 ป.2/1 การหารทตี่ วั หารและผลหารมี 18
ป.2/2 หนงึ่ หลัก มีวธิ กี ารที่หลากหลายและ

ค 6.1 ป.1-3/1- ใชทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใน
ป.1-3/6 การหาคาํ ตอบและตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคาํ ตอบ สวนการแก
โจทยป ญ หาการหาร ตอ งวเิ คราะหโ จทย
และแสดงวธิ ที าํ เพ่ือหาคาํ ตอบ รวมทง้ั
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ

11 การตวง ค 2.1 ป.2/3 ลติ ร เปน หนว ยมาตรฐานที่ใชบ อก 15
12 รูปเรขาคณิต ค 2.2 ป.2/1 ปรมิ าตรส่งิ ของและความจุของภาชนะ
ค 6.1 ป.4-6/3- ซ่ึงนํามาเปรยี บเทยี บในหนว ยเดยี วกันได

ป.4-6/5 และการแกป ญ หาเก่ยี วกับการตวง
สามารถทําไดหลายวธิ ี แตค วรเลอื กวิธี
แกป ญ หาท่ีดที ่สี ดุ

ค 3.1 ป.2/1- ลักษณะของรูปเรขาคณติ สองมิตินน้ั 16
ป.2/3 พจิ ารณาจากจาํ นวนดาน จํานวนมุม เสน

ค 3.2 ป.2/1 รอบรูป และการเขียนรูปเรขาคณติ ทําได
ค 6.1 ป.1-3/4- โดยลากเสนไปตามขอบส่ิงที่นํามาเปน

ป.1-3/6 แบบ สวนรูปเรขาคณติ
สามมติ จิ ะมคี วามหนา

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 30

ลําดับ ช่อื หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสาํ คญั เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นรู/ตัวชีว้ ดั (ช่วั โมง คะแนน

13 การบวก ลบ คณู ค 1.2 ป.2/1 การบวก ลบ คูณ หารระคน มวี ธิ ีการท่ี 11
หารระคน ป.2/2 หลากหลายและใชทักษะกระบวนการ

ค 6.1 ป.1-3/1- ทางคณิตศาสตรในการหาคาํ ตอบและ
ป.1-3/6 ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
สว นการแกโจทยปญ หาการบวก ลบ คูณ
หารระคน ตอ งวเิ คราะหโจทย และแสดง
วิธีทําเพอื่ หาคําตอบ รวมทง้ั ตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 31

รายวชิ าพ้นื ฐาน คณิตศาสตร โครงสรา งรายวิชา เวลาเรียน 240 ชั่วโมง
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 3

ลาํ ดับ ชอ่ื หนวยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นรู/ตัวช้ีวดั (ช่วั โมง คะแนน
1 จํานวนนับไมเ กิน ค 1.1 ป.3/1- จํานวนนบั ไมเ กนิ หน่ึงแสน และการ 18
100,000 ป.3/2 นบั เพิ่ม นับลดทีละเทา ๆ กนั สามารถ
ค 6.1 ป.1-3/3- เขียนเปนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย
ป.1-3/5 และตัวหนังสือ แสดงในรูปการบวกคา
ของ
เลขโดดในหลักตางๆ จาํ นวนสองจํานวน
อาจมคี าเทากัน มากกวากัน หรอื นอย
กวากันเพยี งอยางเดยี วเทา นั้น สวนการ
เรยี งลาํ ดับจํานวนหลายๆ จาํ นวน ทาํ ได
โดยการเปรียบเทยี บจาํ นวนทีละคู

2 การบวกจํานวนทมี่ ี ค 1.2 ป.3/1, การบวกจํานวนทม่ี ผี ลบวกไมเกิน 18
ผลบวกไมเ กนิ 100,000 ป.3/2 100,000 มวี ธิ กี ารทีห่ ลากหลายและใช

3 การลบจํานวนท่มี ตี วั ตงั้ ค 6.1 ป.1-3/1, ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใน
ไมเกนิ 100,000 ป.1-3/2, การหาคําตอบและตรวจสอบความ
ป.1-3/4 สมเหตุสมผลของคําตอบ สวนการแก
4 การวิเคราะหและการ โจทยป ญหาการบวก ตองวเิ คราะห
นาํ เสนอขอมูล โจทยแ ละแสดง
วธิ ีทําเพอ่ื หาคําตอบ รวมทัง้ ตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคําตอบ

ค 1.2 ป.3/1, การลบจาํ นวนท่มี ตี ัวตั้งไมเกิน 100,000 19
ป.3/2 มวี ิธกี ารท่ีหลากหลายและใชท ักษะ

ค 6.1 ป.1-3/1, กระบวนการทางคณิตศาสตรในการหา
ป.1-3/2, คําตอบและตรวจสอบความ
ป.1-3/4 สมเหตสุ มผลของคําตอบ สวนการแก
โจทยป ญหาการลบ ตอ งวเิ คราะหโ จทย
และแสดงวธิ ที าํ เพือ่ หาคาํ ตอบ รวมทัง้
ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
คาํ ตอบ

ค 5.1 ป.3/1, การรวบรวมและการจาํ แนกขอมูลเปน 7
ป.3/2 วธิ กี ารทางสถติ เิ บื้องตน ซ่ึงสามารถ

ค 6.1 ป.1-3/2, นําเสนอขอมูลอยูในรปู แผนภูมริ ปู ภาพ
ป.1-3/4 และแผนภมู แิ ทง

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 32

ลําดับ ชอ่ื หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นร/ู ตัวชวี้ ดั (ชว่ั โมง คะแนน
5 การวัดความยาว ค 2.1 ป.3/1, เมตร เซนตเิ มตร และมลิ ลเิ มตรเปน 19
ความสงู และระยะทาง ป.3/5 หนวยมาตรฐานทใ่ี ชบอกความยาว ความ

ค 2.2 ป.3/1 สูง หรอื ระยะทาง และมีความสมั พนั ธกนั
ค 6.1 ป.1-3/1, สวนการแกป ญ หาเก่ียวกบั การวัดความ

ป.1-3/3- ยาว ความสูง และระยะทาง สามารถทาํ
ป.1-3/5 ไดห ลายวธิ ี

แตค วรเลือกวิธีแกปญ หาทดี่ ีท่ีสดุ
6 เวลา ค 2.1 ป.3/4, นาฬกิ าเปน เครือ่ งมือทีใ่ ชบอกเวลา การ 11
ป.3/5 เขียนบอกเวลานยิ มใชจุดคน่ั ระหวาง

ค 2.2 ป.3/1, ชั่วโมงกับนาที โดยอา นหนว ยเปน นาฬิกา
ป.3/3 และนาที ซงึ่ หนวยของเวลาจะมี

ค 6.1 ป.1-3/1, ความสมั พนั ธกัน
ป.1-3/3- การบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณท ี่ระบุ
ป.1-3/5 เวลา จะชวยใหเ ขา ใจชัดเจนข้ึน

7 การช่ัง ค 2.1 ป.3/2, กรมั กิโลกรมั และขีด เปนหนวย 14
ป.3/5 มาตรฐาน

ค 2.2 ป.3/1 ทใ่ี ชบอกนํ้าหนกั และมคี วามสมั พันธกัน
ค 6.1 ป.1-3/1, สวนการแกปญหาเกี่ยวกบั นา้ํ หนกั

ป.1-3/3- สามารถทาํ ไดหลายวิธี แตควรเลอื กวิธี
ป.1-3/5 แกป ญ หา

ทดี่ ที สี่ ุด

8 การตวง ค 2.1 ป.3/3 ลิตร มลิ ลิลติ ร เปน หนว ยมาตรฐาน 15
9 การคูณ ค 2.2 ป.3/1 ท่ใี ชบอกปริมาตรและความจุ และมี 19
ค 6.1 ป.1-3/1, ความสัมพันธก ัน สว นการแกปญหา
10 การหาร 14
ป.1-3/3- เก่ยี วกับการตวง สามารถทําไดหลายวธิ ี
ป.1-3/4 แตค วรเลอื กวธิ แี กปญ หาท่ดี ีท่ีสุด
ค 1.2 ป.3/1, การคณู จาํ นวนนบั ไมเ กนิ หนึ่งแสน
ป.3/2 และศูนย มีวธิ กี ารท่หี ลากหลายและ
ค 6.1 ป.1-3/1- ใชท ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร
ป.1-3/2, ในการหาคาํ ตอบ สวนการแกโจทย
ป.1-3/4 ปญหาการคูณจํานวนนบั ไมเ กินหน่ึงแสน

และศนู ย ตองใชความรูพ้ืนฐานการคณู
และกระบวนการแกปญ หาทาง
คณติ ศาสตร
ค 1.2 ป.3/1 การหารจาํ นวนนบั ไมเ กนิ หน่ึงแสนและ
ป.3/2 ศูนย มีวธิ กี ารทีห่ ลากหลายและใชทกั ษะ
ค 6.1 ป.1-3/1- กระบวนการทางคณติ ศาสตรในการหา
ป.1-3/2, คําตอบ สว นการแกโ จทยปญหาการหาร
ป.1-3/4 จํานวนนบั ไมเกินหนึง่ แสนและศนู ย ตอง

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 33

ลําดบั ชือ่ หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรียนร/ู ตัวชี้วดั (ชัว่ โมง คะแนน
ใชความรูพ้นื ฐานการหารและ
กระบวนการแกป ญ หาทางคณติ ศาสตร

11 เงิน ค 2.1 ป.3/6 การเขยี นบอกจาํ นวนเงินนยิ มใชจ ดุ คน่ั 10
ค 2.2 ป.3/1, ระหวางจาํ นวนเงินที่เปน บาท กับจาํ นวน
ค 6.1 ป.3/2 เงินท่ีเปน สตางค สวนการแกปญ หา
ป.1-3/1, เกย่ี วกบั เงิน สามารถทาํ ไดห ลายวิธี แต
ควรเลอื กวิธีแกป ญหาท่ีดที ส่ี ุด การบันทึก
ป.1-3/3- รายรับ รายจา ย จะชว ยใหอานไดสะดวก
ป.1-3/5 และเปนหลักฐานเพอื่ ตรวจสอบและ
ประมาณการใชเ งินไดอยางเหมาะสม

12 รูปเรขาคณติ ค 3.1 ป.3/1- จุดใชแสดงตาํ แหนง เสน ตรงและ 13
ป.3/3 สว นของเสน ตรง มลี กั ษณะตรง เสน ตรง
ค 3.2 ป.3/1, และรังสมี ีความยาวไมสิน้ สดุ รังสสี อง
ค 6.1 ป.3/2 เสนท่ีมีจุดปลายเปนจุดเดยี วกันทําใหเ กิด
ป.1-3/3- มมุ รปู เรขาคณิตสองมติ เิ ปน
สวนประกอบหนึง่ ของสิ่งของทีม่ ีลกั ษณะ
ป.1-3/6 เปนรปู เรขาคณิตสามมติ ิ การเขียนรูป
เรขาคณติ สองมิตใิ หลากเสนไปตามขอบ
ของสิง่ ทน่ี ํามาเปนแบบ และรูปที่มีแกน
สมมาตรบางรปู มี
แกนสมมาตรมากกวาหนึง่ แกน

13 แบบรูปและ ค 4.1 ป.3/1, แบบรปู ของจาํ นวนเปน ชุดของจาํ นวนที่ 16
ความสมั พนั ธ ป.3/2 มคี วามสัมพันธก ันอยางใดอยางหน่งึ
ค 6.1 ป.1-3/4- อยา งคงท่ี สวนแบบรปู ของรูปที่มี
14 การบวก ลบ คูณ ป.1-3/5 ความสมั พันธก นั ตามรูปราง ขนาด หรือ
หารระคน สี จะมคี วาม สมั พันธของรปู ชุดนน้ั ๆ เปน
ตัวกาํ หนด

ค 1.2 ป.3/1 การบวก ลบ คูณ หารระคน มีวธิ กี ารที่ 7
ป.3/2 หลากหลายและใชท ักษะกระบวนการ

ค 6.1 ป.1-3/1, ทางคณิตศาสตรในการหาคําตอบและ
ป.1-3/2, ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
ป.1-3/4 สว นการแกโจทยป ญหาการบวก ลบ คูณ
หารระคน ตอ งวิเคราะหโ จทย และแสดง
วิธที าํ เพือ่ หาคาํ ตอบ รวมทงั้ ตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 34

รายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร โครงสรางรายวิชา เวลาเรียน 160 ชั่วโมง
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 4

ลาํ ดบั ชอ่ื หนวยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสําคญั เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรยี นรู/ตัวช้วี ดั (ช่วั โมง คะแนน

1 จาํ นวนนบั ทีม่ ากกวา ค 1.1 ป.4/1 จํานวนนับทีม่ ากกวา 100,000 สามารถ 7
100,000 ป.4/2 เขียนและอา นเปนตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ

ค 4.1 ป.4/1 ตวั เลขไทย และตวั หนังสอื เปรยี บเทียบ
ค 6.1 ป.4-6/1- จํานวนทีเ่ ทา กันหรือไมเทา กัน มากกวา

ป.4-6/5 หรอื นอ ยกวา และเรียงลาํ ดับจาํ นวน
จากมากไปนอย และจากนอ ยไปมาก
ตลอดจนกําหนดเปนแบบรูปของ
จาํ นวนที่เพ่ิมขน้ึ และลดลงทีละ
เทา ๆ กนั

2 การบวกและการลบ ค 1.2 ป.4/1 การบวกและการลบจาํ นวน มีวิธกี าร ท่ี 19
ป.4/2 หลากหลายและใชทักษะกระบวนการ

ค 6.1 ป.4-6/1 ทางคณิตศาสตรในการหาคาํ ตอบและ
ป.4-6/2 ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
ป.4-6/4 สวนการ แกโจทยป ญ หาการบวกและ
ป.4-6/5 การลบ ตอ งวิเคราะหโ จทย และแสดงวิธี
ทําเพื่อหาคาํ ตอบ รวมทงั้ ตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคําตอบ

3 เรขาคณิต ค 3.1 ป.4/1 รงั สีและสวนของเสน ตรงสองเสน ท่มี ี จุด 16
ป.4/2 ปลายเปนจุดเดียวกนั เรยี กวา มมุ
ป.4/3 เสนตรงหรือสวนของเสน ตรงสองเสน ท่มี ี
ป.4/4 ระยะหางเทากันจะเรยี กวา เสน
ป.4/5 ขนาน รปู สเี่ หล่ยี มมมุ ฉากและ
รปู วงกลมเปนรูปเรขาคณิตสองมติ ิทม่ี ี
ค 3.2 ป.4/1 แกนสมมาตร สามารถนํามาประดิษฐ
ค 4.1 ป.4/2 หรอื ออกแบบลวดลายตา งๆ ซึง่ บาง

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 35

ลําดับ ชอ่ื หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสําคญั เวลา น้ําหนกั
ท่ี เรียนร/ู ตัวชว้ี ดั (ชัว่ โมง คะแนน

3 เรขาคณิต (ตอ ค 6.1 ป.4-6/3- ลวดลายอาจเปนแบบรปู ทีบ่ อกความ
ป.4-6/6 สัมพันธได

4 การคณู ค 1.2 ป.4/1 การคณู จาํ นวนมีวธิ กี ารท่ีหลากหลาย 15
ป.4/2 และใชท กั ษะกระบวนการทาง

ค 6.1 ป.4-6/1- คณิตศาสตรในการหาคาํ ตอบ และ
ป.4-6/5 ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
สวนการแกโจทยปญ หา
การคณู ตองวิเคราะหโจทย และ
แสดงวธิ ที าํ เพ่อื หาคําตอบ รวมท้ัง
ตอ งตรวจสอบความสมเหตุสมผล
ของคําตอบ

5 การหาร ค 1.2 ป.4/1 การหารจาํ นวนมวี ธิ กี ารทห่ี ลากหลายและ 14
ป.4/2 ใชท ักษะกระบวนการทางคณิต- ศาสตรใ น
6 ขอมูลและการนาํ เสนอ
ขอมูล ค 6.1 ป.4-6/1- การหาคําตอบ และการแกโ จทยปญหา
ป.4-6/5 การหาร ตอ งวิเคราะหโ จทย และแสดงวิธี
7 การวดั ความยาว ทาํ เพ่ือหาคําตอบ รวมทัง้ ตองตรวจสอบ
ความสมเหตุ
สมผลของคาํ ตอบ

ค 5.1 ป.4/1 การรวบรวมและจาํ แนกขอมูล 7
ป.4/2 เปนวิธีการทางสถิตเิ บ้ืองตน สําหรบั
ป.4/3 แผนภูมิรปู ภาพ แผนภมู แิ ทง และตาราง

ค 6.1 ป.4-6/4 เปน วธิ ีการนาํ เสนอขอมูล
ป.4-6/5 อยางหน่งึ

ค 2.1 ป.4/1 การคาดคะเนความยาว เปนการบอก 12
ป.4/4 ความยาวใหไ ดใ กลเคียงความเปน จริง

ค 2.2 ป.4/1 โดยไมใ ชเคร่ืองมือวัดทม่ี หี นว ยสมั พันธ
ค 6.1 ป.4-6/1 กัน สําหรับการแกปญหาเกย่ี วกบั การวัด

ป.4-6/4 ความยาวสามารถทําไดหลายวธิ ี แตค วร
เลือกวิธีทีเ่ หมาะสม และดําเนินการตาม
ขน้ั ตอนของการ แกโ จทยปญหา

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 36

ลําดบั ชื่อหนวยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสาํ คัญ เวลา นาํ้ หนกั
ท่ี เรยี นร/ู ตัวชีว้ ัด (ชวั่ โมง คะแนน
ค 2.1 ป.4/1
8 การชง่ั กโิ ลกรัม กรัม ขดี และเมตริกตนั เปน 7
ป.4/4 หนว ยการชัง่ ทม่ี คี วามสมั พนั ธกนั การ
ค 2.2 ป.4/1 คาดคะเนนาํ้ หนักเปน กิโลกรมั และขดี
ค 6.1 ป.4-6/1 เปน การบอกนํ้าหนกั ใหได ใกลเคยี ง
ความจริงโดยไมใชเครอ่ื งชั่ง สวนการแก
ป.4-6/4 โจทยปญหาเก่ียวกบั การชง่ั จะตอง
วิเคราะหวางแผนแกป ญหา แสดงวิธีทาํ
ค 2.1 ป.4/1 และหาคาํ ตอบ
ป.4/4
9 การตวง หนวยการตวงมคี วามสมั พนั ธก ัน การ 11
ค 2.2 ป.4/1 คาดคะเนปรมิ าตรหรือความจุ เปนการ
10 พ้ืนท่ี ค 6.1 ป.4-6/1 ประมาณใหม ีคาที่ใกลเ คียงการตวงจริง
11 เงนิ ใหม ากทสี่ ุดโดยไมใชเ คร่ืองตวง สวนการ
ป.4-6/4 แกโ จทยปญ หาเกยี่ วกบั การตวง ตอง
วเิ คราะหโ จทย วางแผนแกป ญหา แสดง
ค 2.1 ป.4/2 วิธีทํา และคาํ นวณหาคําตอบ
ค 6.1 ป.4-6/1
การหาพืน้ ทข่ี องรูปส่เี หล่ียมมุมฉาก ทํา 9
ป.4-6/4 ไดโดยการนับตารางและการคํานวณ
ป.4-6/5
ค 2.2 ป.4/1 การแกโจทยปญหาเกย่ี วกบั เงินจะตอง 7
ป.4/2 อานโจทยใหเ ขาใจ แลว แสดงวิธที ํา และ
ค 6.1 ป.4-6/1 หาคาํ ตอบ สวนการเขียนบันทกึ รายรับ
ป.4-6/4 รายจา ย ตอ งเขยี นสวนประกอบใหค รบ
ป.4-6/5 และบันทึกรายรบั รายจา ย และคํานวณ
เงินคงเหลอื ใหถ กู ตอง

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 37

ลาํ ดับ ชอื่ หนวยการเรียนรู มาตรฐานการ สาระสําคัญ เวลา นาํ้ หนกั
ที่ เรยี นรู/ตัวช้ีวดั (ชวั่ โมง คะแนน

12 เศษสวน ค 1.1 ป.4/1 เศษสว นทม่ี ีตัวสว นเทา กนั สามารถเขยี น 9
ป.4/2 และอา น แลวนาํ มาเปรียบเทียบ

ค 1.2 ป.4/3 เรียงลําดับ บวกหรอื ลบกนั โดยใชว ธิ กี าร
ค 6.1 ป.4-6/3- ดาํ เนินการทางคณิตศาสตร

ป.4-6/5

13 ทศนยิ ม ค 1.1 ป.4/1 การเขยี น การอา น การเปรียบเทยี บ และ 6
14 เวลา ป.4/2 การเรยี งลําดับทศนยิ มหนึง่ ตําแหนง

ค 6.1 ป.4-6/4 พจิ ารณาจากคา ของเลขโดดหนาจุด
ป.4-6/5 ทศนยิ มและหลงั จดุ ทศนิยม

ค 2.1 ป.4/1 การบอกเวลาบนหนา ปดนาฬิกา 12
ป.4/3 สามารถอา นและบอกเวลาโดยใชจดุ

ค 2.2 ป.4/1 และบอกระยะเวลาซ่งึ มหี นวยเวลาทีม่ ี
ป.4/3 ความสมั พนั ธกัน โดยการเขยี น

ค 6.1 ป.4-6/1- บันทึกกจิ กรรมหรือเหตกุ ารณท่รี ะบุ
ป.4-6/5 เวลาจะชวยใหอ า นไดส ะดวกและชดั เจน
ขึ้น และนําไปแกป ญหาเก่ียวกับเวลา

15 การบวก ลบ คูณ หาร ค 1.2 ป.4/1 การบวก ลบ คณู หารระคน เปน การ 9
ระคน ป.4/2 ดําเนนิ การที่มากกวา หนึ่งข้ันตอน และ

ค 6.1 ป.4-6/1 การแกปญหาการบวก ลบ คูณ หาร
ป.4-6/2 ระคน สามารถทาํ ไดห ลายวธิ ี ควรเลอื ก
ป.4-6/4 วิธีแกป ญ หาที่เหมาะสม และดาํ เนินการ
ป.4-6/5 ตามขั้นตอนของการแกป ญหา รวมถึง
การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ
คําตอบ

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 38

รายวิชาพนื้ ฐาน คณติ ศาสตร โครงสรา งรายวชิ า เวลาเรียน 160 ชั่วโมง
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 5
มาตรฐาน สาระสาํ คัญ เวลา นาํ้ หนัก
ลาํ ดบั ชอ่ื หนวยการ การเรียนรู/ เรยี น (คะแนน
ท่ี เรยี นรู (ชัว่ โมง
1 จาํ นวนนับ ตัวชี้วดั การหาคา ประมาณใกลเคยี ง 5
ค 1.3 ป.5/1 จาํ นวนเตม็ สบิ จํานวนเตม็ รอย
2 การบวก การลบ ค 4.1 ป.5/1 และจํานวนเตม็ พนั ของจํานวน
การคณู และการ ค 6.1 ป.5/1, ใดทาํ ไดโดยพิจารณาจํานวนใน
หาร หลกั หนว ย หลักสิบ และหลัก
ป.5/2, รอยของจํานวนนบั นัน้ ตามลําดบั
ป.5/3, ถานอยกวา 5, 50, 500 ใหใ ช
เลขโดดในหลกั สบิ หลกั รอ ย
ป.5/4, และหลกั พันไวตามเดมิ ถา
ป.5/5 มากกวาหรือเทากับ 5, 50, 500
ค 1.2 ป.5/3 คา ประมาณใกลเ คยี งจาํ นวนเต็ม
ค 6.1 ป.5/1, สบิ เตม็ รอย และเต็มพัน จะ
เทากบั จํานวนเต็มสบิ เต็มรอ ย
ป.5/2, และเต็มพันทมี่ ากกวา แบบรูป
ป.5/3, ของจํานวนนับ เปนการ
เรียงลาํ ดับจาํ นวนโดยมี
ป.5/4, ความสัมพันธทเี่ ปน ระบบและ
ป.5/5, กฎเกณฑท่แี นน อน
การบอกจาํ นวนท่ีมหี ลายหลัก 13
ป.5/6 ผลบวกหาไดจ ากการนาํ จํานวน
ทอ่ี ยูในหลักเดยี วกันบวกกนั เมื่อ
ผลบวกในหลักใดไดเ ปน สอง
หลัก ใหท ดจาํ นวนในหลกั สิบไป
รวมกับผลบวกในหลกั ถดั ไปทาง
ซายมอื การลบจํานวนท่มี ีหลาย
หลกั ผลลบหาไดจากการนํา
จํานวนในหลักเดียวกันลบกัน
เมื่อตวั ต้ังในหลักใดนอยกวา ตัว
ลบ ใหกระจายตวั ตั้งจากหลกั ที่
อยูถดั ไปทางซายมือมาหนึ่งสิบ
รวมกบั ตัวตงั้ เดิม แลวจงึ ลบกัน
การคณู จํานวนที่มีหลายหลกั ให

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 39

ลําดับ ช่ือหนวยการ มาตรฐาน เวลา นํ้าหนัก
ที่ เรียนรู การเรียนร/ู สาระสําคญั เรียน (คะแนน
(ช่วั โมง
ตัวช้วี ดั นําตัวคณู แตละหลกั ไปคูณกับตัว

ต้ังใหค รบทุกจาํ นวน แลว จึงนาํ
ผลคณู เหลา น้นั มาบวกกนั การ
หารทต่ี วั หารมีหลายหลัก
เริม่ ตนหารจากจาํ นวนในหลัก
ทางซายมือสดุ กอน แลวจงึ หาร
จํานวนในหลักถดั ไปทางขวามือ
ตามลาํ ดับ โจทยก ารบวก ลบ
คูณ หารระคน เปนโจทยท ีม่ ี
หลายเคร่ืองหมายในขอเดียวกัน
และมกี ารจัดกลุมการคาํ นวณ
โดยใสเครื่องหมายวงเลบ็ ไว ให
เรียงลําดับการคาํ นวณ โดยหา
คาํ ตอบในวงเลบ็ กอน
กระบวนการแกโจทยป ญ หา 4
ข้ัน คือ ทําความเขา ใจโจทย
วางแผน ลงมอื ทํา และ
ตรวจสอบ ใชในการแกโจทย
ปญหาการบวก การลบ การคูณ
และการหาร และโจทยป ญหา
เกีย่ วกบั การบวก ลบ คูณ หาร
ระคนได การสรางโจทยป ญ หา
เกี่ยวกบั การบวก การลบ การ
คูณ และการหาร และการสราง
โจทยป ญหาเกี่ยวกบั การบวก
ลบ คณู หารระคน ตองสรา งให
มีขอ มูลเพียงพอท่ีจะหาคาํ ตอบ
และส่งิ ที่ถามตองมีความชดั เจน
นักเรียนสามารถนาํ ความรเู ร่อื ง
การบวก การลบ การคณู และ
การหาร ไปใชใ นชวี ติ ประจําวัน
ได

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 40

ลาํ ดับ ชอื่ หนวยการ มาตรฐาน เวลา น้ําหนัก
ที่ เรยี นรู การเรยี นรู/ สาระสําคัญ เรยี น (คะแนน
3 มุม (ช่วั โมง
ตัวชวี้ ัด ชนดิ ของมุม แบง ตามขนาดของ 7
ค 2.1 ป.5/4 มมุ มีทั้งหมด 5 ชนดิ คือ มุม
ค 3.2 ป.5/1 แหลม มุมฉาก มมุ ปาน มุมตรง
ค 6.1 ป.5/1, และมมุ กลับมมุ ท่มี ขี นาด
เดียวกบั เรียกวา มมุ ฉาก
ป.5/2, มีขนาด 90 องศา มุมที่มขี นาด
ป.5/3, เลก็ กวา มมุ ฉาก เรยี กวา มุม
แหลม มุมที่มีขนาดใหญก วามุม
ป.5/4,
ป.5/5

ฉาก แตเล็กกวา สองมุมฉาก
เรยี กวา มมุ ปาน มมุ ทีม่ ีขนาด
สองมุมฉาก เรียกวา มุมตรง มมุ
ท่ีมีขนาดใหญกวาสองมมุ ฉาก
แตเลก็ กวา
สมี่ ุมฉาก เรยี กวา มมุ กลับ
โปรแทรกเตอรเปนเครื่องมือ
สําหรับวดั มมุ โปรแทรกเตอรมี
ทัง้ ชนิดครึง่ วงกลม แ0ละชนิด
สี่เหลีย่ มผนื ผา หนว ยการวัด
ขนาดของมุม เรียกวา องศา
เขียนแทนดว ย “ ” การวัด
ขนาดของมุมกลบั โดยใช
โปรแทรกเตอร มีวิธกี ารคอื ตอ
แขนของมุมออกไปพอสมควร
วแัดลขว นนําาขดนขอาดงมขมุอทงมตี่ มุ อ ทแวี่ขัดนไอดอรกว0ไมป
กับ 180 การสรางมมุ โดยใชโ ปร
แทรกเตอรท ําใหมุมทสี่ รางมี
ขนาดตามทกี่ าํ หนด นักเรียน
สามารถนําความรเู ร่ืองมมุ ไปใช
แกป ญ หาทางเรขาคณติ หรือใช
สรา งรปู เรขาคณิตตา ง ๆ ได

4 เสน ขนาน ค 3.2 ป.5/3 เสนตรงสองเสน จะขนานกนั 5
ค 6.1 ป.5/1, ก็ตอเมอื่ มรี ะยะหา งเทากนั เสมอ
ป.5/2, // เปนสัญลกั ษณที่ใชแ ทนการ

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 41

ป.5/3, ขนานกันการใชไ มฉากในการ
ป.5/4, สรา งเสนขนานทาํ ใหไดเ สน ตรง
ที่มรี ะยะหางต้ังฉากกนั นักเรียน
ป.5/5 สามารถนาํ ความรูไปใชใน
การสรางรูปเรขาคณิต หรือ
ภาพอื่น ๆ ท่ีมีเสนขนานเปน
สวนประกอบ

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 42

ลําดบั ท่ี ชอื่ หนวยการ มาตรฐาน สาระสําคญั เวลา นํา้ หนัก
เรียนรู การเรียนร/ู เรยี น (คะแนน
ตัวชว้ี ดั (ช่ัวโมง
5 สถิติ ค 5.1 ป.5/1, ป. ขอเทจ็ จรงิ ที่ไดจ ากการเกบ็ 8
และความนา จะ 5/2 รวบรวมเรียกวา ขอ มลู การ
เปน ค 5.2 ป.5/1 จําแนกขอมลู จะทําใหไดข อมูลที่
ค 6.1 ป.5/1, ป. เรยี งลําดับตามที่ตองการโดย
5/2, ป. อาจนําเสนอเปนขอความหรือ
5/3, ป. เปนตาราง แผนภูมแิ ทง เปนการ
5/4, ป. ใชแทงรปู สีเ่ หล่ียมมมุ ฉากแสดง
5/5, ป.5/6 จาํ นวนของส่งิ ตา ง ๆ โดยให
ความสงู หรือความยาวของแตละ
แทงแสดงจํานวนแตล ะรายการ
แทง รูปส่ีเหล่ยี มมมุ ฉากแตละ
แทง ตองมีความกวางเทา กนั
และเร่ิมตน เขียนจากระดบั
เดียวกัน การยนระยะของเสน
แสดงจาํ นวนใชเสน หยัก ( )
เพือ่ ละการแสดงขอมูลในชวงนน้ั
เหมาะกบั ขอมูลทม่ี ีคา มากหรือ
ขอมูลท่ีมคี าใกลเ คยี งกนั
การยน ระยะของเสนแสดง
จํานวน ทําใหอา นหรือเขียน
แผนภมู แิ ทงไดถ ูกตองมากข้ึน
แผนภูมิแทง ทนี่ ําขอ มูลตัง้ แต
สองชดุ ขึน้ ไป มาเขียนไวใ น
แผนภมู ิเดยี วกนั เปนการแสดง
แผนภูมิแทง เปรียบเทียบความ
นาจะเปน หมายถึง โอกาสท่ี
เหตุการณหนงึ่ ๆ จะเกดิ ขนึ้ ซึ่ง
เหตุการณนนั้ จะเกดิ ขึ้นอยา ง
แนนอน อาจจะเกิดข้นึ หรอื ไมก็
ได หรอื ไมเกดิ ขน้ึ อยา งแนน อน
นกั เรยี นสามารถนําความรไู ปใช
ในชีวิตประจาํ วัน และเปน
พืน้ ฐานในการเรยี นขั้นสูงตอไป

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 43

ชือ่ หนวยการ มาตรฐาน เวลา นาํ้ หนกั
ลาํ ดบั ที่ เรยี นรู การเรยี นร/ู สาระสาํ คญั เรียน (คะแนน
ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง
6 เศษสว น ค 1.1 ป.5/1, ป. เศษสวน ใชก ารแสดงการ 15
5/2 เปรียบเทยี บสวนแบงทีก่ ลา ว
ค 6.1 ป.5/1, ป. ถึงกบั สว นแบงท้ังหมดท่ีเทา ๆ
5/2, ป. กัน ตวั เลขตวั บนของเศษสว น
5/3, ป. เรยี กวา ตวั เศษ ซึง่ เปนจํานวน
5/4, ป.5/5 สวนแบงท่กี ลา วถึง การใชภ าพ
แสดงเศษสวนจะทาํ ใหเราทราบ
วาเศษสวนตา ง ๆ มีคาเทากัน
หรือไม เศษสวนทีม่ ีพน้ื ท่ีเทา กัน
จะเปนเศษสวนทีเ่ ทากนั
การทาํ เศษสว นใหต วั สว นเทากับ
ตัวสวนท่ีกาํ หนดให เมอ่ื ตวั สว นที่
กาํ หนดใหเปนพหุคูณของตัวสวน
เดิม ทําไดโ ดยนําจาํ นวนนับมา
คณู ทงั้ ตวั เศษและตัวสวน โดยที่
จํานวนนบั ท่นี าํ มาคูณน้นั เมื่อคูณ
ตวั สวนแลว ตองไดผ ลคูณเทา กบั
ตัวสวนทีก่ าํ หนดให การทาํ
เศษสว นใหตวั สว นเทา กับตัวสวน
ทีก่ ําหนดใหเมอ่ื ตัวสว นเดิมเปน
พหคุ ณู ของตวั สว นที่กําหนดให
ทาํ ไดโดยนาํ จาํ นวนนับมาหาร
ท้ังตวั เศษและ
ตวั สวน โดยท่จี าํ นวนนบั ที่นาํ มา
หารนัน้ เม่ือหารตวั สวนเดิมแลว
ตอ งไดผลหารเทากับตัวสว นที่
กาํ หนดให การเปรียบเทียบ
เศษสวนทีม่ ีตัวสวนเทา กัน ให
พจิ ารณาท่ีตัวเศษ ถาตัวเศษของ
เศษสว นใดมากกวา เศษสวนนัน้
จะมากกวาการเปรยี บเทยี บ
เศษสวนทตี่ วั สว นตวั หนง่ึ เปน
พหุคณู ของ

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 44

ช่อื หนวยการ มาตรฐาน เวลา นาํ้ หนัก
ลาํ ดบั ที่ เรียนรู การเรียนร/ู สาระสาํ คัญ เรียน (คะแนน
(ชว่ั โมง
ตัวช้ีวดั ตัวสวนอีกตวั หน่ึง ใชวธิ เี ขยี น

เศษสวนใหเปน เศษสวนที่มีตัว
สวนเทากันกับตวั สว นที่เปน
พหุคณู ของตัวสว นอีกตัวหน่งึ แลว
จึงนาํ มาเปรยี บเทยี บกัน โดย
อาศยั หลกั การท่ีวา เศษสวนที่มี
ตวั สว นเทา กนั เศษสวนใดมตี ัว
เศษมากกวา เศษสวนนนั้ จะ
มากกวา
การเรียงลําดับเศษสว นให
เปรียบเทียบเศษสวนทลี ะคู
โดยทาํ เศษสว นใหมตี ัวสว นเทากัน
แลวจงึ นํามาเรียงลําดบั จากนอย
ไปมาก หรอื จากมากไปนอย
เศษสว นทไี่ มมีจํานวนนับใดท่ี
มากกวา 1 หารท้ังตัวเศษและตวั
สว นไดล งตวั เรียกเศษสวนน้ันวา
เศษสว นอยา งต่ํา
การทาํ เศษสว นใหเปนเศษสว น
อยางตํา่ ทาํ ไดโดยนาํ จํานวนนับ
มาหารเศษสวนท่ีกําหนดทั้งตัว
เศษและ
ตวั สว น จนไมม ีจาํ นวนนบั ใดที่
มากกวา 1 หารไดล งตวั เศษสวน
ทม่ี ตี ัวเศษเทากบั ตัวสวนเปน
เศษสวน
ท่ีมตี ัวเศษเทากบั ตัวสวนเปน
เศษสวนทเ่ี ทากบั จาํ นวนนับ 1
เศษสวนที่
ตวั สวนหารตวั เศษไดลงตัว
เศษสว นน้นั สามารถเขยี นใหอ ยใู น
รปู จาํ นวนนบั ไดเ ศษสวนท่ี
ตัวเศษนอ ยกวา ตวั สว น เรยี กวา
เศษสวนแท เศษสว นท่ตี ัวเศษ

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 45

ลาํ ดบั ท่ี ช่ือหนวยการ มาตรฐาน สาระสําคัญ เวลา นาํ้ หนกั
เรียนรู การเรียนรู/ เรียน (คะแนน
ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง
เทา กบั หรือมากกวาตวั สว น
เรียกวา เศษเกิน เศษเกนิ ทีต่ ัว
เศษเทา กับตวั สวน เปนเศษสวนที่
มีคา เทา กับ 1 เศษสว นท่เี ขยี นใน
รูปจํานวนนับกบั เศษสวนแท
เรยี กวา จํานวนคละ การเขียน
เศษเกินในรูปจํานวนคละ
ทาํ ไดโดยนาํ ตัวสวนไปหารตวั เศษ
ผลหารทีไ่ ดจะเปน จาํ นวนนับ เศษที
เหลือเปน ตวั เศษโดยมีตัวสวนคงเดิม
การเขยี นจาํ นวนคละในรปู เศษเกนิ
ทาํ ไดโ ดยนําตวั สวนไปคูณจํานวน
นบั นบั แลวบวกกบั ตัวเศษ โดยมี
ตัวสว นคงเดมิ นกั เรียนสามารถ
นาํ ความรูน้ีไปใชใ นชีวติ ประจาํ วัน
และใชเปนพื้นฐานในการเรียนขน้ั
สูงตอ ไป
7 การบวก การลบ ค 1.2 ป.5/1, ป. การบวกหรอื การลบเศษสวนท่มี ี 27
การคูณ 5/3 ตัวสว นเทา กัน ใหนาํ ตัวเศษมา
การหารเศษสวน ค 4.1 ป.5/1 บวกหรือลบกัน โดยตัวสว นคง
ค 6.1 ป.5/1, ป. เดิม
5/2, การบวก และการลบเศษสวนท่มี ี
ป.5/3, ตัวสว นไมเทากัน โดยตัวสว นเปน
ป.5/4, พหุคูณของตัวสว นอกี ตัวหนงึ่ ให
ป.5/5 ทาํ เศษสวน ใหม ีตวั สว นเทา กัน
กอ น แลวจงึ หาผลบวก หรอื ผล
ลบเหมอื นกับการบวกหรือการลบ
เศษสว นทม่ี ตี ัวสวนเทากนั การ
คูณจํานวนนบั กบั เศษสว นทาํ ได
โดยนําจํานวนนับมาคูณกับตวั
เศษโดย
ตัวสว นยงั คงเดมิ เศษสวนของ
จํานวนนบั สามารถหาคําตอบได
โดยการแบง จาํ นวนนบั ออกเปน

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 46

ลาํ ดับท่ี ช่ือหนวยการ มาตรฐาน สาระสําคญั เวลา นาํ้ หนกั
เรียนรู การเรียนรู/ เรียน (คะแนน
(ช่วั โมง
ตวั ช้ีวัด สว นทเ่ี ทา ๆ กัน การคูณเศษสวน
กบั จาํ นวนนบั หาผลคณู ไดโดยใช
วิธีเดยี วกับการคูณจาํ นวนนบั กับ
เศษสวน คือ นาํ จาํ นวนนับมาคูณ
กับตัวเศษ โดยตวั สว นคงเดมิ
เศษสวนของเศษสวน หาคําตอบ
ไดโดยแบง เศษสว นที่มีอยเู ดมิ
ออกเปนสวนที่กาํ หนดให แลว หา
จาํ นวนทรี่ ะบายสที ับซอนกนั เปน
ตวั เศษจาํ นวนสว นทง้ั หมดท่แี บง
ไดเ ปนตวั สวน การคูณเศษสวน
กบั เศษสวนใชวธิ นี ําตวั เศษคูณกบั
ตวั เศษและตวั สวนคูณกับ
ตวั สวน การหาสว นกลับของ
เศษสว น คอื การกลบั ตวั เศษเปน
ตัวสว น และกลบั ตวั สวนเปน ตัว
เศษ
การหาผลหารของการหาร
เศษสวนดวยจํานวนนบั หาไดโดย
คณู เศษสวนท่เี ปน ตวั ตัง้ กบั สวน
กลับของจาํ นวนนบั การหา
ผลหารของการหารจํานวนนับ
ดวยเศษสวน หาไดโ ดยนําจํานวน
นบั ทเี่ ปนตวั ต้ัง คณู กับสว นกลับ
ของตัวหาร ในการหารเศษสวน
ดวยเศษสว น หาไดจากการนํา
เศษสว นทเ่ี ปนตวั ต้ัง คูณกับสวน
กลับของตวั หาร การบวก ลบ
และ
คูณระคนของเศษสว น ใหหา
ผลลพั ธใ นวงเล็บกอ นแลวจึงหา
ผลลพั ธกับจาํ นวนท่เี หลือ แบบ
รูปของเศษสว น คือการนาํ
เศษสว นมาเรยี งลาํ ดบั กนั โดยให
ความสัมพันธระหวางเศษสวน

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 47

เปนไปในลกั ษณะเดยี วกัน
กระบวนการแกโ จทยป ญ หา 4
ข้นั คือ ทําความเขา ใจโจทย
วางแผนลงมอื ทํา และตรวจสอบ
ใชในการแกโ จทยป ญหาการบวก
และการลบเศษสวน การแกโจทย
ปญหาการคูณเศษสว น การแก
โจทยปญ หาการหารเศษสวน
และการแกโจทยป ญหา
การบวก ลบ และคูณระคนของ
เศษสว น นกั เรียนสามารถนํา
ความรูนไ้ี ปใชแกปญ หาเก่ียวกับ
จํานวนตา ง ๆ ในชีวิตประจาํ วัน
ได

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 48

ลาํ ดับที่ ช่ือหนวยการ มาตรฐาน สาระสาํ คัญ เวลา นํา้ หนัก
เรยี นรู การเรียนร/ู เรียน (คะแนน
ตัวช้วี ัด (ช่ัวโมง
8 ทศนยิ ม ค 1.1 ป.5/1, ป. การเขียนทศนยิ ม ใสจุดเพ่อื 13
5/2 แสดงทศนิยมไวห นาตวั เลข
ค 6.1 ป.5/1, ป. ตวั เลขหนาจุดทศนยิ มแสดง
5/2, จาํ นวนนบั (ถาไมมีจาํ นวนนบั
ป.5/3, ควรเขียน 0 ไวห นาจดุ ตัวเลข
ป.5/4, หลงั จดุ ทศนยิ มหนึ่งตวั แสดง
ป.5/5 ทศนิยมหนง่ึ ตําแหนง การอา น
ทศนิยมมวี ธิ อี านตวั เลขหนา
จดุ ทศนิยม เชน เดียวกบั จาํ นวน
นบั แลวอานวา จุด ตอ ไป อา น
ตวั เลขหลังจุดทศนยิ มแบบเรียง
ตัวทศนยิ มสองตาํ แหนง มีตวั เลข
หลงั
จดุ ทศนยิ มสองตวั ตัวเลขหลงั
จดุ ทศนยิ มน้ี แสดงจํานวนวา
เปน
กสี่ ว นใน 100 สวน การเขยี น
ทศนยิ มในรปู เศษสว นและ
การเขยี นเศษสว นใหอ ยูในรูป
ทศนยิ มทําไดโดยทศนิยมหน่งึ
ตาํ แหนง เมือ่ เขียนเปน เศษสวน
จะมีสวนเปน 10 ทศนิยม
สองตําแหนง เม่ือเขียนเปน
เศษสว นจะมสี ว นเปน 100
เศษสว นทม่ี สี ว นเปน 10 เขียน
เปนทศนยิ มหนึ่งตาํ แหนง
เศษสวนท่ีมสี วนเปน 100 เขียน
เปน ทศนยิ มสองตาํ แหนง
เลขโดดทีอ่ ยหู ลงั จดุ ทศนิยมใน
ตาํ แหนง ที่หนงึ่ อยูในหลักสว น
สบิ เลขโดดท่ีอยูห ลงั จุดทศนิยม
ในตําแหนงที่สอง อยูในหลัก
สว นรอ ยเลขโดดอยูใ นหลกั ใด มี
คาตาม

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 49

ลาํ ดับท่ี ช่ือหนวยการ มาตรฐาน สาระสําคญั เวลา นํา้ หนัก
เรยี นรู การเรียนร/ู เรยี น (คะแนน
ตัวชี้วัด (ช่วั โมง
คา ประจาํ หลกั ของหลักนน้ั
การเขียนทศนิยมในรปู กระจาย
เปนการเขยี นในรปู การบวกคา
ของเลขโดดในหลกั ตาง ๆ ของ
ทศนิยมนน้ั
การเปรยี บเทียบทศนยิ มไมเกิน
สองตาํ แหนง อาจใชการ
เปรียบเทียบทลี ะหลัก โดย
เปรยี บเทียบคาของตัวเลขหนา
จุดทศนิยมกอน ถาเทากนั จึง
เปรยี บเทยี บคา ของเลขโดดหลัง
จุดทศนยิ มในหลักสว นสิบ
(ทศนยิ มตาํ แหนงที่หน่ึง และถา
เทา กนั อกี จงึ เปรียบเทยี บคา
ของ
เลขโดดในหลักสวนรอย
(ทศนิยมตาํ แหนงทส่ี อง การ
เรียงลําดับทศนิยมทาํ ไดโดยการ
เปรียบเทียบทศนยิ มทีละคูแลว
เรยี งลาํ ดับจากนอยไปมาก หรือ
จากมากไปนอย นักเรียน
สามารถนําความรนู ี้ไปใชใ น
ชีวติ ประจาํ วันและใชเปน
พื้นฐานในการเรยี นข้ันสงู ตอ ไป
9 การบวก ลบ ค 1.2 ป.5/2, ป. การบวกทศนิยม ใชหลกั การ 18
และคณู ทศนยิ ม 5/3 เดียวกันกับการบวกจาํ นวนนบั
ค 4.1 ป.5/1 คือ นาํ จํานวนท่ีอยูในหลัก
ค 6.1 ป.5/1, ป. เดยี วกนั มาบวกกัน ถา ผลบวกใน
5/2, ป. หลักใดเปนสองหลัก ใหทด
5/3, ป. จํานวนทค่ี รบสบิ ไปรวมกบั
5/4, ป.5/5 ผลบวกของจาํ นวนในหลักถัดไป
ทางซา ยมือ การลบทศนิยมใช
หลักการเชนเดยี วกบั การลบ
จํานวนนับ คอื นําจํานวนท่ีอยู

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 50

ลาํ ดับที่ ช่อื หนวยการ มาตรฐาน สาระสําคญั เวลา น้ําหนกั
เรียนรู การเรยี นร/ู ในหลกั เดียวกนั มาลบกนั ถาตัว เรยี น (คะแนน
ตั้งนอ ยกวาตวั ลบ จึงมีการ (ชว่ั โมง
ตวั ชีว้ ัด กระจายจํานวน การคณู ทศนิยม
ไมเ กนิ สองตาํ แหนงกบั จํานวน
นับ อาจทําไดโดยการบวก
ทศนิยมนน้ั ซาํ้ ๆ กัน การหาผล
คณู โดยใชค วามสมั พนั ธของ
ทศนิยมและเศษสว น หรือใช
วิธกี ารนําจาํ นวนนับไปคูณ
ทศนิยมทีละหลกั จากขวาไปซาย
แลว ใสจุดทศนิยมที่ผลลัพธ ให
จํานวนตําแหนงทศนยิ มทเี่ ปน
ผลลัพธเทา กบั จํานวนของ
ทศนยิ มที่เปน ตวั ต้งั การคูณ
ทศนิยมหนึ่งตําแหนง กบั ทศนิยม
หนงึ่ ตาํ แหนงอาจใช
ความสัมพันธข องทศนยิ มและ
เศษสว นเปน วธิ ใี นการหาผลคูณ
โดยการคณู ทศนยิ มหน่งึ
ตาํ แหนง กับทศนยิ มหนง่ึ
ตาํ แหนง ผลคูณที่ไดจ ะเปน
ทศนยิ มสองตําแหนง หรือใช
วธิ ีการคณู เชน เดียวกนั กับ
จํานวนนบั แลว ใสจุดทศนยิ มท่ี
ผลลัพธ ใหจ าํ นวนตาํ แหนง
ทศนิยมท่ีผลลพั ธเ ทากับผลบวก
ของจาํ นวนตําแหนงทศนิยมท่ี
นาํ มาคณู กัน โจทยก ารบวก ลบ
คูณระคนของทศนิยมเปนโจทย
ท่ีมีหลายเคร่ืองหมายในขอ
เดียวกนั และมีการจดั กลมุ การ
คาํ นวณ โดยใสเ คร่ืองหมายใน
วงเลบ็ ไวใ หเรยี งลาํ ดบั การ
คํานวณ โดยหาคําตอบในวงเล็บ

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์


Click to View FlipBook Version