หนา 151
ลําดับ ชื่อหนวย มาตรฐานการเรยี นรู/ สาระสาํ คญั เวลาเรยี น นํ้าหนัก
ท่ี การเรยี นรู ตวั ชว้ี ัด - เม่อื มีแรงมากระทาํ เชน การบีบ (ช่วั โมง คะแนน
บิด ทบุ ดดั ดึง ตลอดจนการทําให
รอ นขึ้นหรือทาํ ใหเ ย็นลงจะทําให
วัสดุเกิดการเปลีย่ นแปลงรปู ราง
ลกั ษณะหรอื มีสมบตั แิ ตกตา งไป
จากเดมิ
- การเปลยี่ นแปลงของวสั ดุ อาจ
นํามาใชป ระโยชนหรอื ทําใหเ กดิ
อันตรายได โดยใชวิธกี ารและ
ทกั ษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร และเชื่อมโยงระหวา ง
สง่ิ ทีเ่ รียนกบั ชีวิตประจําวันได
4 แรงกับการ ว 4.1ป.3/1, ป.3/2 - การศึกษาการออกแรงกระทําตอ 10
เคลื่อนที่ ว 8.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, วตั ถุแลวทําใหวตั ถเุ ปล่ียนแปลง
การเคลอ่ื นท่ี โดยวตั ถทุ หี่ ยุดน่ิงจะ
ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, เคล่อื นท่แี ละวัตถุที่กําลังเคลอ่ื นที่
ป.3/7, ป.3/8 จะเคลอ่ื นทเ่ี รว็ ขึ้นหรือเคลอ่ื นท่ี
ชา ลงหรอื หยุดเคลื่อนท่หี รือเปลีย่ น
ทิศทาง
- วัตถตุ กสพู ื้นโลกเสมอ เน่ืองจาก
แรงโนม ถว งหรอื แรงดงึ ดูดของโลก
กระทําตอวัตถุและแรงน้ี คือ
นํ้าหนักของวตั ถุ โดยใชวิธกี ารและ
ทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร และเช่ือมโยงระหวาง
สิ่งท่เี รียนกับชีวิตประจําวนั ได
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 152
ลาํ ดับ ชื่อหนวย มาตรฐานการเรียนรู/ สาระสาํ คัญ เวลาเรยี น นํา้ หนกั
ที่ การเรียนรู ตวั ชว้ี ดั - การศกึ ษาการผลติ ไฟฟา ใช (ชั่วโมง คะแนน
5 แหลง พลงั งาน
และไฟฟา ว 5.1ป.3/1, ป.3/2 พลังงานจากแหลง พลังงาน 12
ว 8.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ธรรมชาติ ซง่ึ บางแหลง เปนแหลง
พลังงานท่ีมีจํากดั เชน นํ้ามนั แกส
ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ธรรมชาติบางแหลงเปน แหลง
ป.3/7, ป.3/8 พลังงานทหี่ มนุ เวียน เชน นาํ้ ลม
- พลังงานไฟฟา มีความสาํ คัญตอ
ชีวิตประจาํ วัน เชน เปน
แหลง กําเนิดแสงสวา ง จึงตองใช
ไฟฟา อยางประหยัด เชน ปด ไฟ
เมอ่ื ไมใชง าน รวมทัง้ ใชไ ฟฟา อยาง
ปลอดภัย เชน เลือกใชอุปกรณตาง
ๆ ทมี่ ีมาตรฐาน โดยใชวธิ ีการและ
ทกั ษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร และเชือ่ มโยง
ระหวางส่ิงทเ่ี รยี นรูก ับ
ชวี ติ ประจาํ วันได
6 นาํ้ ในทอ งถ่นิ ของ ว 6.1ป.3/1 - การศึกษานํ้าพบไดทง้ั ท่ีเปน 12
เรา ว 8.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ของเหลว ของแข็ง และแกส
ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, นาํ้ ละลายสารบางอยางได
ป.3/7, ป.3/8 นาํ้ เปล่ียนแปลงรปู รา งตามภาชนะ
ที่บรรจุ และรักษาระดับในแนวราบ
- คุณภาพของนํ้าพจิ ารณาจากสี
กลิ่น ความโปรงใสของนํ้า
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 153
ลาํ ดับ ชอ่ื หนวย มาตรฐานการเรยี นร/ู สาระสําคัญ เวลาเรยี น นํ้าหนัก
ที่ การเรียนรู ตัวช้ีวัด (ชั่วโมง คะแนน
- น้ําเปนทรพั ยากรธรรมชาติที่มี
ความจําเปนตอชวี ิต ทง้ั ในการ
บรโิ ภค อุปโภค จึงตองใชอ ยาง
ประหยัด โดยใชว ิธีการและทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
และเช่ือมโยงระหวางส่ิงที่เรยี นรู
กับชวี ิตประจาํ วันได
7 อากาศรอบตวั เรา ว 6.1ป.3/2, ป.3/3 - การศกึ ษาอากาศประกอบดวย 10
ว 8.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, แกส ไนโตรเจน แกสออกซิเจน
ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, แกส คารบอนไดออกไซด และแกส
ป.3/7, ป.3/8 อ่ืน ๆ รวมท้ังไอนํา้ และ
ฝนุ ละออง
- อากาศมีความสําคัญตอการ
ดํารงชีวติ ส่ิงมชี ีวติ ทกุ ชนดิ
ตองใชอากาศในการหายใจ และ
อากาศยังมีประโยชนใ นดา นอื่น ๆ
อีกมากมาย
- อากาศจะเคล่ือนจากบริเวณท่ีมี
อุณหภูมิต่ําไปยงั บรเิ วณท่มี ี
อุณหภมู ิสูงกวา โดยอากาศท่ี
เคลอ่ื นทใี่ นแนวราบทาํ ใหเ กิดลม
โดยใชว ิธีการและทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร
และเช่ือมโยงระหวางสง่ิ ทเี่ รยี นรู
กบั ชีวติ ประจําวันได
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 154
ลาํ ดั ชื่อหนวยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวัด สาระสําคัญ เวลาเรียน น้าํ หนัก
บที่ (ชั่วโมง คะแนน
8 การเคลอ่ื นทข่ี อง ว 7.1ป.3/1 - การศกึ ษาโลกหมนุ รอบตวั เองทาํ 6
ดวงอาทิตยแ ละ ว 8.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ใหเ กิดปรากฏการณต อไปนี้
ดวงจนั ทร ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, • ปรากฏการณขนึ้ -ตกของ
ป.3/7, ป.3/8 ดวงอาทติ ยแ ละดวงจนั ทร
• เกิดกลางวนั และกลางคืน โดย
ดา นทห่ี ันรับแสงอาทิตยเปน
เวลากลางวัน และ
ดา นตรงขา มทีไ่ มไดร บั -
แสงอาทติ ยเปนเวลากลางคืน
• กาํ หนดทิศโดยสงั เกตจาก
การขนึ้ และการตกของ
ดวงอาทิตย
ใหด านท่เี ห็นดวงอาทติ ยขนึ้
เปนทิศตะวนั ออก และ
ดา นที่เห็นดวงอาทติ ยตก
เปน ทิศตะวันตก
เมื่อใชท ิศตะวันออก
เปนหลัก โดยใหด า นขวามือ
อยูทางทิศตะวันออก
ดานซายมืออยูทางทิศตะวันตก
ดา นหนาจะเปน ทิศเหนือ และ
ดา นหลงั จะเปน ทิศใต
โดยใชว ธิ กี ารและ
ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร และเช่อื มโยง
ระหวางสง่ิ ทีเ่ รียนรกู ับ
ชีวิตประจําวนั
รวม 80
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 155
รายวิชาเพ่มิ เติม วิทยาศาสตร โครงสรางรายวิชา เวลาเรยี น 120 ชั่วโมง
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 3
ลาํ ดบั ชือ่ หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสําคญั เวลาเรียน นํา้ หนกั
ท่ี เรียนรู มคี วามรคู วามเขาใจ การศึกษาภายในลาํ ตน ของพืช จะมที อ (ช่ัวโมง คะแนน
1 การดาํ รงชีวติ เกย่ี วกับเรอ่ื งการ ลาํ เลียงเพ่ือลําเลียงนํ้าและอาหาร และใน
ของพชื ดาํ รงชวี ิต ใบมีปากใบทําหนา ท่ีคายนา้ํ
ของพชื
ปจจยั ท่ีสําคัญตอการเจริญเติบโตและ
2 การตอบสนองตอ มีความรูความเขา ใจ การสงั เคราะหดวยแสงของพืช ไดแ ก น้ํา
ส่ิงเราของสตั ว เกยี่ วกับเรือ่ งการ แกส -คารบ อนไดออกไซด แสง และ
ตอบสนองตอ สิ่งเราของ คลอโรฟล ล
สัตว
พชื มีการตอบสนองตอ สภาพแวดลอม
3 ดนิ ในทองถิ่น มคี วามรูค วามเขา ใจ เชน แสง เสียง การสัมผัสโดยใชว ิธกี าร
เกย่ี วกับเร่อื งดินใน และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
ทอ งถน่ิ และเชอ่ื มโยงระหวางส่งิ ทีเ่ รยี นกับ
ชวี ติ ประจําวนั
การศึกษาพฤติกรรมของสัตว เปน
ลกั ษณะทีส่ ัตวแสดงออกมา เพ่ือ
ตอบสนองตอ สง่ิ เรา เชน แสง อณุ หภมู ิ
การสัมผสั นําความรไู ปใชประโยชนใน
การจดั สภาพแวดลอ มใหเ หมาะสมกบั
สตั ว เพ่อื พัฒนาอตุ สาหกรรม-เกษตร
โดยใชว ิธีการและทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรและเชื่อมโยงระหวางสิ่งท่ี
เรยี นกับชีวิตประจําวัน
การศกึ ษาดินเกิดจากการผพุ ังของหนิ
และแร รวมกับซากพชื
ซากสัตวท ่ีเนาเปอย สว นประกอบของ
ดนิ คือ หนิ และแร ฮิวมัส นา้ํ หรือ
ความชนื้ ในดิน และอากาศในดิน
ดนิ แตล ะทองถ่ินมสี มบัติแตกตางกนั ไป
ขึ้นกบั ปริมาณ สวนประกอบของดิน ซ่งึ
ทาํ ใหล ักษณะเนื้อดิน สแี ละ
การไหลของนา้ํ ผา นดินแตกตางกนั และ
มปี ระโยชนแ ตกตา งกนั โดยใชวธิ ีการ
และทกั ษะกระบวนการ
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 156
ลําดับ ช่อื หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสาํ คัญ เวลาเรียน นาํ้ หนัก
ท่ี เรียนรู (ชั่วโมง คะแนน
4 แสงและการ ทางวทิ ยาศาสตรและเชอ่ื มโยงระหวาง
มองเห็น สง่ิ ทเี่ รยี นกับชีวิตประจาํ วัน 120
5 ระบบสรุ ยิ ะ มีความรคู วามเขา ใจ การศกึ ษาแสงเคลือ่ นท่ีเปน เสน ตรง จาก
เก่ยี วกับเร่ืองแสงและการ แหลงกําเนิดแสงทุกทิศทุกทาง
มองเหน็ แหลงกาํ เนิดแสงมี 2 แหลง คือ
แหลง กําเนดิ แสงตามธรรมชาตแิ ละ
แหลงกําเนิดแสงประดิษฐ
มนษุ ยส ามารถใชประโยชนจากแสง
โดยผานเซลลส ุรยิ ะ เซลลส รุ ิยะหมายถึง
อปุ กรณที่สามารถเปล่ียนพลงั งานแสง
เปน พลังงานไฟฟาประกอบดวย
แผน กึง่ ตวั นํา 2 ชน้ั คือ ชั้นบนทําดวย
ซลิ ิคอนผสมฟอสฟอรสั และชั้นลางทํา
ดว ยซลิ ิคอนผสมโบรอน
แสงเดนิ ทางผา นตวั กลาง ซงึ่ ตัวกลาง
แบง เปน 3 ชนิด คอื ตวั กลางโปรง ใส
ตวั กลางโปรง แสง และวัตถุทึบแสง การ
ที่แสงเดินทางกระทบตวั กลางทําใหเกดิ
การสะทอนเงา และการหักเหของแสง
โดยใชว ิธกี ารและทกั ษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรและเชือ่ มโยงระหวาง
สง่ิ ทเี่ รยี นกบั ชีวติ ประจําวนั
มีความรูความเขาใจ การศกึ ษาระบบสุรยิ ะ หมายถึง ระบบท่ี
เกี่ยวกับเรอ่ื งระบบสรุ ยิ ะ มดี วงอาทิตยเ ปนศนู ยกลางและมวี ตั ถุ
จาํ นวนหน่งึ ถกู ดงึ ดูดใหโ คจรรอบดวง
อาทติ ย ประกอบดว ยดาวเคราะหทง้ั 8
ดวง (ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวองั คาร
ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร ดาวยูเรนสั (ดาว
มฤตยู ดาวเนปจนู (ดาวสมุทรหรอื ดาว
เกตุ ดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะห
นอย ดาวหางและวัตถุอ่ืน ๆ โดยใช
วิธีการและทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรแ ละเช่ือมโยงระหวางสง่ิ ที่
เรียนกบั ชวี ิตประจําวัน
รวม
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 157
รายวชิ าเพิ่มเติม วิทยาศาสตร โครงสรางรายวชิ า เวลาเรียน 120 ช่วั โมง
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 4
ลาํ ดับ ช่อื หนวยการ ผลการเรียนรู สาระสําคัญ เวลาเรยี น นํา้ หนัก
ที่ เรียนรู (ช่ัวโมง คะแนน
1 สมบัติของวสั ดใุ น มคี วามรคู วามเขาใจ การศกึ ษา วสั ดแุ ตล ะชนิดมีสมบัติ
ชีวติ ประจําวัน เกยี่ วกับเรอ่ื งสมบัตขิ อง เหมือนกันหรือแตกตางกันในเรอ่ื ง
วัสดุใน ความแข็ง ความเหนียว สภาพยืดหยนุ
ชวี ติ ประจําวนั การถายโอนความรอน การนําไฟฟา
และความหนาแนน
เราเลอื กใชสมบัติของวัสดุท่แี ตกตา ง
กนั เฉพาะตัวมาทาํ สิง่ ของ เคร่ืองใช
อุปกรณ ส่ิงกอ สรา ง โครงสรา งตา ง ๆ
ที่ใชอยใู นชีวติ ประจาํ วัน เชน
ความแขง็ แรง และเหนยี วทนทานของไม
หรือเหล็ก ความยืดหยุนของยาง
การนําความรอนของเหล็กหรืออะลมู เิ นียม
การนาํ ไฟฟาไดด ีของทองแดง และ
การเปนฉนวนไฟฟาของยางหรือพลาสติก
โดยใชว ิธกี ารและทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร และเชือ่ มโยงระหวาง
ส่งิ ทีเ่ รยี นกับชวี ิตประจําวัน
2 การสืบพันธุข อง มคี วามรคู วามเขา ใจ การศึกษาดอก คือ ก่ิงหรือใบ
พืชและสตั ว เกี่ยวกบั เรื่องการสบื พนั ธุ ทเี่ ปล่ียนแปลงไปทาํ หนา ท่ีในการสืบพันธุ
ของพชื และสตั ว ดอกประกอบดวยกลีบเลีย้ ง กลีบดอก
เกสรเพศผู เกสรเพศเมีย กา นดอก และ
ฐานดอก
การสืบพนั ธขุ องพชื ดอกแบงเปน
2 ประเภท คือ การสบื พันธแุ บบอาศยั
เพศและการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศ
การสบื พันธแุ บบอาศยั เพศของพืชดอก
เปนการสืบพนั ธทุ ่ีอาศัยดอกมีการผสมกัน
ระหวา งเซลลส บื พนั ธุเพศผทู ี่ละอองเรณู
สรางขนึ้ กับไข ซ่ึงเปน เซลลสบื พนั ธุเพศเมีย
ทาํ ใหไ ดเมลด็ ซ่ึงงอกเปน ตนใหมได
การสบื พันธุแ บบอาศยั เพศของพชื ดอก
ประกอบดวยการถายเรณูและการ
ปฏิสนธิ
การสืบพันธแุ บบไมอาศัยเพศของ
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 158
ลําดับ ช่อื หนวยการ ผลการเรียนรู สาระสาํ คญั เวลาเรียน น้ําหนัก
ที่ เรียนรู (ชัว่ โมง คะแนน
พชื ดอก เปนการสบื พันธทุ ่ีไมมีการ
ผสมกนั ระหวางเซลลส ืบพนั ธเุ พศผแู ละ
เซลลสบื พันธุเ พศเมยี วธิ ีการสืบพันธุแบบ
ไมอาศยั เพศของพืชดอกเปน
การขยายพนั ธุพ ืชโดยไมใชเ มล็ด
วฏั จกั รชีวติ ของพืชดอก เรม่ิ ตนดว ย
การงอกของเมลด็ ทําใหไดพชื ตน ใหม
ทมี่ รี าก ลําตน ใบ เจรญิ เติบโตจนมีดอก
เกดิ การถา ยเรณูไปตกอยบู นยอดเกสร
เพศเมยี แลวละอองเรณูเขา ผสมกับไข
ในรงั ไข เกิดการปฏสิ นธไิ ดเมลด็
การสืบพันธุของสัตวมีท้ังแบบ
อาศยั เพศและไมอาศัยเพศเชนเดียวกบั
พชื การขยายพันธสุ ตั วใ ชว ธิ กี ารผสมพันธุ
สตั วทไ่ี มเปน ไปตามธรรมชาติ คือ วิธีผสม
เทยี ม และวธิ ถี า ยฝากตวั ออน
สตั วชนดิ ใดยอมเกิดจากสัตวช นิดนั้น
และลูกเม่ือโตเตม็ วัยจะมีลกั ษณะ
เหมือนกับพอแม หรือคลายคลึงกับพอแม
สตั วบางชนิดมกี ารเปลีย่ นแปลงรปู รา ง
ลักษณะขณะเจรญิ เติบโต แตบ างชนิด
ไมมีการเปลยี่ นแปลงรูปรา งลักษณะ
ขณะเจริญเตบิ โต โดยใชวธิ กี ารและทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรระหวา งสง่ิ
ที่เรยี นกับชีวติ ประจาํ วนั
3 แรงใน มีความรคู วามเขาใจ การศึกษาการออกแรง 2 แรงกระทาํ
ชีวติ ประจาํ วัน เกี่ยวกับเรอ่ื งแรงใน ตอ วัตถุในทศิ ทางเดียวกัน แรงลัพธท าํ ให
ชวี ิตประจาํ วนั วตั ถเุ คลื่อนท่ีไปในทิศทางเดยี วกบั
แรงท่ีมากระทํา ถา ออกแรงในทิศทาง
ตรงกันขา มแรงลพั ธท ําใหว ตั ถุเคล่อื นท่ีไป
ในทิศทางทีม่ ีแรงมากกวา และถาแรงลัพธ
หกั ลางกนั หมด จะทําใหวตั ถไุ มเ คลอ่ื นท่ี
การเคล่อื นทขี่ องวตั ถุไปบนพื้นผวิ วัตถุ
อน่ื จะมีแรงเสียดทานเกิดข้ึนตานทานการ
เคลื่อนท่ีของวตั ถนุ ั้น แรงเสยี ดทานทําให
วัตถเุ คลือ่ นทีช่ า ลงหรือหยดุ การเคล่อื นที่
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 159
ลาํ ดับ ชือ่ หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสําคัญ เวลาเรียน นาํ้ หนกั
ที่ เรียนรู (ชั่วโมง คะแนน
และแรงเสียดทานมที ิศทางตรงกนั ขามกับ
การเคล่ือนทข่ี องวตั ถนุ นั้ บนพื้นผิวหนง่ึ
อนภุ าคของอากาศเคล่ือนทีต่ ลอดเวลา
ทาํ ใหอ ากาศมีแรงดนั ทุกทิศทาง แรงดัน-
อากาศท่ีกระทาํ ตัง้ ฉากกบั วัตถุตอ 1 หนว ย-
พ้ืนท่ี เรียกวา ความดนั อากาศ อากาศท่ี
บรเิ วณผวิ โลกมอี ากาศในระดับทส่ี งู กวา
กดทับอยู ความดันอากาศท่ผี ิวโลกจึงมี
มากกวา ความดันอากาศในท่สี ูงขน้ึ ไป
ของเหลวออกแรงดนั ทุกทศิ ทุกทางแรง
ท่ีของเหลวกระทําในแนวตง้ั ฉากกับวตั ถุ
ตอ 1 หนว ยพนื้ ท่ี เรยี กวา ความดนั -ของ
ของเหลว ยิ่งลึกลงไปใตผ วิ นาํ้
ความดันของนํา้ จะมีคามากข้ึน แรงดนั
ของน้าํ ที่กระทาํ ตอวตั ถุกจ็ ะมีคา มากขึ้น
แรงดันของนํ้าชวยพยุงวัตถุที่อยูในน้ํา
มผี ลตอ การลอยตัวของวตั ถุในน้ําดว ย
แรงพยุงหรือแรงลอยตวั เปน แรงดันขนึ้
ของน้าํ ที่กระทาํ ตอวัตถุทลี่ งไปในนาํ้
มคี าเทากบั นา้ํ หนักของน้าํ ท่ีถูกวตั ถนุ ้นั
แทนท่ี โดยใชว ธิ ีการและทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร
และเชอื่ มโยงระหวางส่งิ ท่ีเรียนกับ
ชีวติ ประจําวัน
4 การดาํ รงพันธุ มคี วามรคู วามเขาใจ การศึกษาการถา ยทอดลกั ษณะทาง
ของสิง่ มชี ีวติ เกี่ยวกบั เรือ่ งการดาํ รง พันธุกรรมเปน การถายทอดลักษณะ
พนั ธขุ องส่งิ มีชีวติ บางอยางจากพอแมสลู กู ซ่ึงลักษณะ
บางอยา งท่ไี ดร บั การถา ยทอดของลูกอาจ
เหมอื นหรอื แตกตางจากพอ แม ปู ยา ตา
ยายได
ลกั ษณะท่มี ีการแปรผัน เปนลักษณะ
ทางพันธกุ รรมบางลักษณะที่อาจมคี วาม
เหมือนหรอื ความแตกตา งจากพอ แม ปู
ยา ตา ยาย หรือพีน่ องที่มีพอแมเ ดียวกัน
โดยลักษณะท่มี ีความแตกตางนีส้ ามารถ
ถายทอดไปยงั ลูกหลานได
พชื แบง ออกเปน 2 ประเภท คอื
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 160
ลาํ ดบั ชอื่ หนวยการ ผลการเรียนรู สาระสาํ คัญ เวลาเรยี น น้าํ หนัก
ที่ เรยี นรู (ช่วั โมง คะแนน
พชื ไรด อกกับพชื ดอก
พชื ดอกแบงออกเปน พืชใบเล้ยี งเดีย่ ว
กับพชื ใบเลี้ยงคู โดยสังเกตจากราก ลาํ ตน
และใบ
การจําแนกสัตวเ ปน กลมุ โดยใชล กั ษณะ
ภายนอกและลกั ษณะภายในบางลกั ษณะ
เปน เกณฑ แบง ไดเ ปนสัตวมีกระดกู สันหลัง
และสัตวไ มมีกระดกู สันหลัง
สตั วไ มม กี ระดูกสันหลงั แบง เปน
พวกฟองนํา้ พวกแมงกะพรนุ ปะการงั
กลั ปง หา ดอกไมทะเล พวกพยาธิและ
หนอนตัวกลม พวกลาํ ตัวเปนปลอง
ไมม ีขา พวกหอยและหมึก พวกลําตวั
เปนปลอ งและมขี าเปน ขอ และพวกลําตวั
เปนหนาม
สตั วมกี ระดูกสนั หลงั แบงเปน ปลา
สัตวส ะเทินนา้ํ สะเทนิ บก สตั วเล้ือยคลาน
สัตวป ก และสตั วเ ลี้ยงลกู ดว ยนํ้านม
การปองกนั การสญู เสยี ความหลากหลาย
ของส่งิ มีชีวติ เปนการกระทาํ ตาง ๆ ท่ีทําให
สง่ิ มชี วี ิตทุกพันธุข องแหลง ทอี่ ยนู ้นั ๆ
สามารถดํารงชวี ิตและเผา พนั ธตุ อ ไปได
อยางสมดลุ โดยใชวธิ กี ารและทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรระหวาง
ส่ิงทีเ่ รียนกับชีวติ ประจําวัน
5 น้าํ ฟา และ มีความรูความเขาใจ อากาศประกอบดวยแกส ไนโตรเจน
ดวงดาว เก่ียวกับเร่อื งนํ้า ฟา และ ออกซิเจน คารบ อนไดออกไซด ไอนํา้
ดวงดาว ฝนุ -ละออง และแกสเฉ่ือยอน่ื ๆ ท่อี ยู
ตาํ แหนง หนึง่ ตําแหนงใดบนผิวโลก สวน
บรรยากาศ หมายถงึ อากาศทัง้ หมดที่หุม
หอโลก
อากาศมีความดัน ความดนั
บรรยากาศเกิดจากความดันของอากาศ
ความดนั บรรยากาศ หมายถึง แรงท่กี ด
หรือแรง
ท่ีเกดิ จากนาํ้ หนักอากาศอนั เนือ่ งจาก
แรงโนม ถว งของโลกกระทาํ ในแนวต้ังฉาก
บนพน้ื ท่ี 1 หนว ย เครอื่ งวดั ความดัน
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 161
ลาํ ดบั ชื่อหนวยการ ผลการเรียนรู สาระสาํ คัญ เวลาเรยี น นา้ํ หนัก
ที่ เรยี นรู (ชวั่ โมง คะแนน
บรรยากาศ เรยี กวา บารอมิเตอร
วัฏจกั รของนา้ํ หมายถงึ การ
หมุนเวยี นของนา้ํ จากมหาสมุทรผา นไป
ยังบรรยากาศและกลับลงสูมหาสมทุ รอีก
โดยทางพืน้ ดินหรือใตด นิ
ในเวลากลางคืนอากาศเยน็ ตัวลง ไอ
นาํ้ ในอากาศจะควบแนน เปน หยดน้ําเลก็
ๆ เกาะอยตู ามใบหญา ใบไม หยดน้าํ
นี้เรียกวา นาํ้ คาง เมื่อไอนาํ้ ในอากาศ
ควบแนน เปน ละอองนํ้าในระดบั ใกล
พืน้ โลก เรยี กวา หมอก ไอนาํ้ ในอากาศ
ที่ลอยข้นึ สงู เมื่อเย็นลงก็จะกลั่นตัวเปน
หยดน้ํา หรือละอองน้าํ เลก็ ๆ เมอื่ ละออง
น้าํ เหลานมี้ ารวมตัวกันมาก ๆ เปน กลุม
เปนกอนเรยี กวา เมฆ เมอ่ื ละอองน้ํา
รวมตัวกันเปนกอนเมฆใหญขึ้นและหนัก
จนลอยอยูไมไหวจะตกลงมาเปนฝน หมิ ะ
เกลด็ นํ้าแขง็ หรือลูกเห็บ แลว แต
อุณหภมู แิ ละสภาพทว่ั ไปของอากาศ
ขณะนน้ั
ลมเกิดจากการเคล่ือนที่ของอากาศ
อากาศบริเวณท่ีอุณหภูมิสูงจะขยายตัว
และลอยขน้ึ อากาศในบริเวณทีอ่ ุณหภมู ิ
ตํา่ กวา จะไหลเขา ไปแทนที่ทาํ ใหเกดิ ลม
เราใชการขึน้ ตกของดวงอาทติ ยเ ปน
หลกั ในการกําหนดทิศบนโลก บริเวณ
เสนขอบฟาดา นท่ีดวงอาทิตยขึ้นเรียกวา
ทศิ ตะวนั ออก ถายนื กางแขนโดยแขนขวา
ช้ไี ปทางทิศตะวันออก แขนซายจะช้ีไป
ทางทศิ ตะวันตก สว นดานหนาจะเปน
ทิศเหนอื และดานหลงั จะเปน ทศิ ใต
เนอื่ งจากโลกหมนุ รอบตวั เองใน
ทศิ ทวนเข็มนาฬิกาจากทิศตะวนั ตกไปยัง
ทศิ ตะวันออก ดงั นัน้ เม่ือสังเกตทองฟา
บรเิ วณซกี โลกเหนือจงึ เห็นดวงอาทิตย
และดวงดาวตาง ๆ เคลื่อนทจี่ าก
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 162
ลาํ ดบั ชือ่ หนวยการ ผลการเรียนรู สาระสําคญั เวลาเรียน นา้ํ หนกั
ท่ี เรียนรู (ชัว่ โมง คะแนน
ทิศตะวนั ออกไปยังทศิ ตะวันตก
แผนทด่ี าวเปน อปุ กรณที่ใชใ นการศึกษา
ตําแหนง และรปู รา งของกลุม ดาวบน
ทองฟา กลุมดาวแตล ะกลมุ อาจจะมชี ่ือ
เรียกแตกตางกนั ตามจนิ ตนาการของมนษุ ย
ในแตล ะพ้ืนที่ โดยใชวิธกี ารและทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร และเชื่อมโย
ระหวา งสิง่ ท่เี รยี นกบั ชีวติ ประจาํ วนั
6 เสียงและการได มีความรคู วามเขาใจ การศึกษา เสียงเกิดจากการส่ันของ
ยนิ เกี่ยวกับเรื่องเสียงและ แหลง กําเนดิ เสยี ง เมื่อวัตถทุ ี่เปน
การไดย นิ แหลงกําเนดิ เสียงส่นั จะทําใหอนภุ าคของ
อากาศส่นั ไปดว ย ทําใหเกดิ เสียงที่
เดินทางมาถงึ หขู องเรา ทําใหเราไดย ิน
เสยี ง
เสียงเดินทางออกจากแหลงกําเนดิ เสียงทุก
ทศิ ทุกทางในรปู คลื่นผา นตัวกลางไปยังหูของ
เรา
ความดังของเสียงและระดับของเสียง
เปนสมบัตขิ องเสียง ความดังของเสยี ง
ไดแ ก เสยี งดังและเสยี งคอ ย
ระดบั ของเสียง ไดแก เสยี งสูงและ
เสียงต่าํ
ความดังของเสียงเปน ปริมาณ
พลังงานของเสียงที่เดินทางมาถงึ หูของเรา
ความดงั ของเสียงข้นึ กบั ระยะทางระหวาง
ตวั เรากบั แหลง กําเนิดเสยี ง
และขนาดของการสั่นของวตั ถุทีเ่ ปน
แหลง กาํ เนดิ เสียง วัตถุสั่นดวยพลงั งาน
นอ ยเสียงจะคอ ย ถาวัตถสุ ่นั ดวย
พลงั งานมากเสยี งจะดงั
การเกดิ เสยี งสงู เสยี งต่าํ ขนึ้ อยูกับ
ความถีใ่ นการส่นั ของวตั ถุ ถาวตั ถสุ ่ันดวย
ความถ่ีต่ําจะเกิดเสียงต่าํ แตถ าวตั ถสุ ่ัน
ดวยความถี่สงู จะเกดิ เสยี งสงู ระดบั เสยี ง
เปลี่ยนแปลงไดโดยการเปลย่ี น
ความหนาของวัตถุท่ีส่ัน
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 163
ลําดบั ชอ่ื หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสาํ คัญ เวลาเรียน นา้ํ หนกั
ท่ี เรียนรู รวม เสียงดงั มากเกินไปจะเปน ผลเสยี ตอ (ชัว่ โมง คะแนน
สุขภาพ โดยใชวิธีการและทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร และ
เชือ่ มโยงระหวางสงิ่ ทเ่ี รยี นกับ
ชีวิตประจําวนั
120 100
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 164
รายวชิ าเพม่ิ เติม วิทยาศาสตร โครงสรา งรายวิชา เวลาเรยี น 120 ช่ัวโมง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 5 เวลาเรียน นาํ้ หนัก
ลําดบั ชือ่ หนวยการ (ช่วั โมง คะแนน
ท่ี เรียนรู ผลการเรียนรู สาระสําคัญ
1 การเจริญเติบโต มคี วามรูความเขา ใจ การศึกษามนุษยมีการเจริญเติบโต
และระบบอวัยวะ เก่ยี วกบั เรื่องการ และมีการเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย
ภายในของมนุษย เจริญเตบิ โตและระบบ ตัง้ แตแ รกเกดิ จนเปน ผใู หญ
อวัยวะภายในของมนุษย ระบบยอ อาหารทําหนา ทีย่ อยอาหาร
ใหเ ปนสารอาหารขนาดเล็กแลวจะถกู ดูด
ซมึ เขา สรู ะบบไหลเวยี นเลอื ด แกส
ออกซิเจนที่ไดจ ากระบบหายใจจะทาํ ให
สารอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงจน
กลายเปนพลังงานทีร่ า งกายนําไปใชได
โดยใชว ธิ ีการและทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร และเช่อื มโยงระหวางส่งิ ที่
เรยี นรกู ับชวี ติ ประจําวนั ได
2 อาหารและ มีความรคู วามเขาใจ การศกึ ษาสารอาหาร ไดแก โปรตนี
สารอาหาร เก่ยี วกับเร่อื งอาหารและ คารโบไฮเดรต ไขมัน แรธ าตุ วติ ามนิ
สารอาหาร และนํา้ มีความจําเปน ตอ รางกาย มนุษย
จาํ เปนตอ งไดรับสารอาหารในสัดสว นท่ี
เหมาะสมกบั เพศและวยั เพื่อการ
เจรญิ เติบโตและการดาํ รงชวี ิตโดยใช
วธิ ีการและทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร และเชือ่ มโยงระหวา งสง่ิ ท่ี
เรยี นรกู บั ชีวิตประจาํ วนั ได
3 ชวี ติ กับ มีความรคู วามเขา ใจ การศึกษากลุมส่ิงมชี วี ิตในแหลงทอี่ ยู
สง่ิ แวดลอม เก่ยี วกับเร่อื งชวี ิตกับ ตา ง ๆ มคี วามสัมพนั ธก ัน และมี
สง่ิ แวดลอ ม ความสัมพันธกับแหลงที่อยูในลักษณะ
ของแหลงอาหาร แหลง ท่อี ยูอาศยั
แหลงสบื พันธุและแหลงเล้ยี งดูลกู ออน
ความสัมพันธข องสงิ่ มีชวี ติ กับ
สิ่งมชี วี ติ ในรูปของโซอาหาร และสายใย-
อาหารทาํ ใหเ กดิ การถา ยทอดพลังงาน
จากผผู ลิตสบู รโิ ภค
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยูในแตละแหลงท่ี
อยูจ ะมีโครงสรา งทเ่ี หมาะสมตอการ
ดาํ รงชวี ิตในแหลง ท่ีอยนู น้ั และสามารถ
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 165
ลาํ ดบั ชือ่ หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสําคัญ เวลาเรียน นํา้ หนัก
ที่ เรียนรู (ชว่ั โมง คะแนน
ปรับตัวใหเ ขากับสภาพแวดลอ มเพือ่ หา
อาหารและมชี ีวติ อยูรอด
ทรัพยากรธรรมชาติตาง ๆ ในแตล ะ
ทอ งถน่ิ มีประโยชนต อการดํารงชวี ิตของ
สงิ่ มีชีวิต
การเพ่ิมข้ึนของประชากรมนุษยทํา
ใหทรัพยากรธรรมชาติถูกใชมากขึ้นเปน
ผลทําใหทรัพยากรธรรมชาติลดนอยลง
และสง่ิ แวดลอ มเปลี่ยนแปลงไป
ภั ย พิ บั ติ จ า ก ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ ก า ร
กระทําของมนุษย ทําใหส่ิงแวดลอม
เปล่ียนแปลง เปนผลทําใหพืชและสัตว
ปา บางชนิดสญู พันธุ
การสรา งจิตสาํ นึกในการอนุรกั ษ
เฝาระวัง ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจน
การปลูกไมเพิ่มข้ึนเพ่ือเปนแนวทางหนึ่ง
ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ ม
รวมจัดทาํ โครงการเฝา ระวงั รกั ษา
คณุ ภาพของสง่ิ แวดลอ มในทอ งถน่ิ อยาง
ยัง่ ยืนโดยใชวิธีการและทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร และ
เช่อื มโยงระหวางสง่ิ ทีเ่ รยี นรูกับ
ชีวติ ประจําวันได
4 สารใน มีความรูความเขา ใจ การศึกษาสารอาจปรากฏในสถานะ
ชีวติ ประจําวนั เกยี่ วกบั เร่อื งสารใน ของแข็ง ของเหลวหรือแกส สารท้ังสาม
ชีวติ ประจาํ วนั สถานะมีสมบัติบางประการเหมือนกัน
และบางประการแตกตา งกนั
การจําแนกสารอาหารจําแนกโดยใช
สถานะ การนําไฟฟา การนําความรอน
หรือสมบัตอิ นื่ เปนเกณฑไ ด
ในการแยกสารบางชนิดท่ีผสมกัน
ออกจากกันตองใชวิธกี ารตา ง ๆ ท่ี
เหมาะสม ซงึ่ อาจจะทําไดโดยการรอน
การตกตะกอน การกรอง การระเหดิ
การระเหยแหง ทั้งน้ีขน้ึ อยกู ับสมบตั ิ
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 166
ลาํ ดับ ช่ือหนวยการ ผลการเรียนรู สาระสาํ คัญ เวลาเรียน นา้ํ หนัก
ที่ เรียนรู ของสารทีเ่ ปน สวนผสมในสารผสมน้ัน ๆ (ชว่ั โมง คะแนน
5 ไฟฟา มีความรูค วามเขาใจ จําแนกประเภทของสารตาง ๆ ท่ีใช
เก่ียวกบั เรื่องไฟฟา ในชีวิตประจําวันตามการใชประโยชน
แบงไดเปนสารปรุงรสอาหาร สารแตงสี
อาหาร สารทําความสะอาด สารกําจัด
แมลงและศัตรูพืช ซ่ึงสารแตละประเภท
มคี วามเปนกรด-เบสแตกตา งกนั
การใชสารตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน
ตองเลือกใชใหถูกตองตามวัตถุประสงค
ของการใชงาน ปลอดภัยตอส่ิงมีชีวิต
และสิ่งแวดลอม
เมื่อสารเกิดการเปล่ียนแปลงเปน
สารละลายหรือเปลย่ี นสถานะ สารแตล ะ
ชนิดยงั คงแสดงสมบตั ขิ องสารเดมิ
การเปล่ียนแปลงทางเคมี หรือการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี ทําใหมีสารใหมเกิดขึ้น
และสมบตั ิของสารจะเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิม
การเปลยี่ นแปลงของสาร ท้ังการ
ละลายการเปลยี่ นสถานะและการเกดิ
สารใหม ตา งกม็ ผี ลตอสง่ิ มีชีวิตและ
สิ่งแวดลอมโดยใชว ธิ กี ารและทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร และ
เชอ่ื มโยงระหวา งสง่ิ ทเ่ี รยี นรูกับ
ชีวติ ประจําวันได
ก า ร ศึ ก ษ า ว ง จ ร ไฟ ฟ า อ ย า ง ง า ย
ประกอบดวยแหลง กาํ เนิดไฟฟา
อปุ กรณไ ฟฟา
วัสดทุ ่กี ระแสไฟฟา ผานไดเ ปน
ตัวนําไฟฟา ถากระแสไฟฟาผานไมได
เปนฉนวนไฟฟา
เซลลไฟฟาหลายเซลลตอเรียงกัน
โดยขั้วบวกของเซลลไฟฟาเซลลหนึ่งตอ
กบั ขัว้ ลบของอีกเซลลห นึ่งเปน การตอ
แบบอนุกรม ทําใหมีกระแสไฟฟาผาน
อุปกรณไ ฟฟาในวงจรเพิ่มขนึ้
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 167
ลําดับ ช่ือหนวยการ ผลการเรียนรู สาระสําคัญ เวลาเรยี น น้ําหนัก
ท่ี เรียนรู (ชว่ั โมง คะแนน
ก า ร ต อ เซ ล ล ไ ฟ ฟ า แ บ บ อ นุ ก ร ม
ส า ม า ร ถ นํ า ไ ป ใ ช ป ร ะ โ ย ช น ใ น
ชีวิตประจําวนั เชน การตอเซลลไ ฟฟาใน
ไฟฉาย
การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรม จะ
มกี ระแสไฟฟา ปรมิ าณเดียวกันผา น
หลอดไฟฟาแตล ะหลอด การตอหลอดไฟฟา
แบบขนานกระแสไฟฟาจะแยกผา น
หลอดไฟฟาแตละหลอด สามารถนําไปใช
ประโยชน เชน การตอหลอดไฟฟาหลาย
ดวงในบา น
สายไฟท่ีมีกระแสไฟฟาผานจะเกิด
สนามแมเหล็กรอบสายไฟ สามารถ
นํ า ไป ใช ป ร ะ โย ช น เช น ก า ร ทํ า
แมเหล็กไฟฟา โดยใชวิธีการและทักษะ
ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร แ ล ะ
เชื่ อ ม โย งร ะ ห ว า งสิ่ ง ที่ เรี ย น รู กั บ
ชีวิตประจาํ วันได
6 หนิ และการ มีความรูความเขา ใจ การศึกษาหินแตละชนิดมีลักษณะ
เปลย่ี นแปลงของ เกีย่ วกับเร่อื งหิน และการ แตกตางกัน จาํ แนกตามลักษณะท่ีสังเกต
เปลอื กโลก เปลี่ยนแปลงของเปลือก ไดเปนเกณฑ เชน สี เน้ือหิน ความแข็ง
โลก ความหนาแนน
นั ก ธ รณี วิท ย าจํ าแ น ก หิ น ต าม
ลักษณะการเกิดไดสามประเภท คือ หิน
อัคนี หนิ ตะกอน และหินแปร
ลกั ษณะหินและสมบัตขิ องหนิ ท่ี
แตกตางกนั นาํ มาใชใหเหมาะกบั งานทงั้
ในดานกอสราง ดา นอุตสาหกรรมและ
อน่ื ๆ
การเปลย่ี นแปลงของหินใน
ธรรมชาตโิ ดยการผพุ งั อยูกบั ท่ี การกรอน
ทําใหหนิ มีขนาดเลก็ ลง จนเปน
สวนประกอบของดนิ
มนษุ ยค วรเรยี นรแู ละปฏบิ ตั ิตนให
ปลอดภยั จากธรณพี ิบตั ภิ ยั ที่อาจเกดิ ข้นึ
ในทองถิน่ ไดแก นํ้าปาไหลหลาก นํา้
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 168
ลําดบั ช่อื หนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสาํ คญั เวลาเรยี น น้ําหนัก
ที่ เรยี นรู (ชวั่ โมง คะแนน
ทวม แผนดินถลม แผนดินไหว สึนามิ
7 ปรากฏการณของ มีความรูค วามเขา ใจ และอ่ืน ๆ โดยใชวิธีการและทักษะ 5
โลก เก่ียวกับเรอื่ ง กระบวนการทางวิทยาศาสตร และ
ปรากฏการณของโลก เชื่ อ ม โย งร ะ ห ว า งส่ิ ง ที่ เรี ย น รู กั บ
ชีวิตประจาํ วนั ได
8 เทคโนโลยอี วกาศ มีความรูค วามเขาใจ
เกี่ยวกับเร่อื งเทคโนโลยี การท่ีโลกโคจรรอบดวงอาทิตยใน
อวกาศ เวลา 1 ป ในลักษณะที่แกนโลกเอียงกับ
แนวต้ังฉากของระนาบทางโคจร ทําให
บริเวณสวนตาง ๆ ของโลกรับพลังงาน
จากดวงอาทิตยแตกตางกันเปนผลให
เกดิ ฤดูตาง ๆ
ดวงจันทรไ มมแี สงสวา งในตวั เอง
แสงสวางทีเ่ หน็ เกดิ จากแสงอาทติ ย-
ตกกระทบดวงจันทรแลวสะทอนมายัง
โลก การที่ดวงจันทรโคจรรอบโลก
ขณะท่ีโลกโคจรรอบดวงอาทิตย ดวง
จัน ท รจึงเป ล่ี ยน ตํ าแห น งไป ทํ าให
ม อ ง เ ห็ น แ ส ง ส ะ ท อ น จ า ก ด ว ง จั น ท ร
แตกตา งกันใน
แตละคืนซ่ึงเรียกวา ขางขึ้น ขางแรม
และนาํ มาใชจดั ปฏิทินในระบบจนั ทรคติ
การท่ีโลก ดวงจันทร ดวงอาทิตยอยู
ในแนวเสนตรงเดียวกันทําใหดวงจันทร
บังดวงอาทิตย เรียกวา เกิดสุริยุปราคา
และเม่ือดวงจันทรเคลื่อนท่ีเขาไปอยูใน
เงาของโลก เรียกวา เกิดจันทรุปราคา
โดยใชว ิธีการและทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรและเชื่อมโยงระหวางสิ่งที่
เรียนรูกับชวี ติ ประจําวนั ได
ความกาวหนาของจรวด ดาวเทียม
และยานอวกาศ
ความกา วหนาของเทคโนโลยอี วกาศ
ไดน าํ มาใชในการสํารวจขอมลู ของวัตถุ
ทอ งฟา ทาํ ใหไดเรียนรเู ก่ยี วกับระบบ
สรุ ิยะท้ังในและนอกระบบสุริยะเพ่ิมข้นึ
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 169
ลาํ ดับ ช่ือหนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสาํ คญั เวลาเรียน นาํ้ หนัก
ที่ เรียนรู รวม อีกมากมายและยังมีประโยชนในการ (ชวั่ โมง คะแนน
พั ฒ น า เท ค โน โ ล ยี ใน ด า น ก า ร สํ า ร ว จ
ท รัพ ย าก รธ รรม ช าติ ก ารสื่ อ ส าร 120
การสํารวจสภาพอากาศ ดานการแพทย
และดา นอน่ื ๆ อกี มากมาย โดยใชวิธกี าร
และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
แ ล ะ เชื่ อ ม โ ย ง ร ะ ห ว า ง ส่ิ ง ที่ เรี ย น รู กั บ
ชวี ิตประจําวันได
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 170
รายวชิ าเพิม่ เติม วิทยาศาสตร โครงสรางรายวชิ า เวลาเรยี น 120 ช่วั โมง
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6
ลาํ ดับ ช่ือหนวยการ ผลการเรยี นรู สาระสําคัญ เวลาเรยี น นาํ้ หนกั
ท่ี เรียนรู สรุปเนอื้ หาวิทยาศาสตร ป.4-6 (ชว่ั โมง คะแนน
1 ทบทวน ป.4-6
2 เซลลข อง มคี วามรคู วามเขา ใจ - ลักษณะและรูปรางของเซลล
ส่ิงมชี วี ติ เกี่ยวกบั เรอ่ื งเซลลข อง สงิ่ มชี ีวิต
ส่ิงมีชีวติ
- โครงสรางและหนา ทขี่ องเซลล
- เซลลพ ืชและเซลลสัตว
3 กระบวนการ มีความรูความเขาใจ - การแพรแ ละออสโมซสิ
ดาํ รงชวี ติ ของพชื เกี่ยวกับเรอื่ ง - การสังเคราะหดว ยแสงของพชื
กระบวนการดํารงชีวิต - การลําเลยี งน้ําและอาหารของพืช
ของพชื - การสบื พนั ธขุ องพืช
- การตอบสนองตอสิ่งเราของพืช
- เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลติ ของพชื
4 แรงและการ มีความรคู วามเขา ใจ การเคลอื่ นที่ของวัตถุเก่ียวของกบั
เคลื่อนท่ี เกี่ยวกบั เรอ่ื งแรงและการ ระยะทางการกระจัด อตั ราสว น
เคลอื่ นท่ี ความเร็ว ระยะทาง คือ ความยาวท่วี ัด
ตามแนวทางการเคล่ือนท่ขี องวัตถุจาก
ตาํ แหนงเรมิ่ ตน ไปยังตําแหนง สุดทาย
ของวัตถเุ ทยี บกบั ตาํ แหนงเร่ิมตน
อัตราเรว็ คอื ระยะทางท่ีวตั ถุเคลือ่ นท่ีได
ในหนว ยเวลา ความเร็ว คือ การกระจดั
ของวตั ถุในหน่งึ หนว ยเวลา
5 สารและการ มคี วามรคู วามเขาใจ - การจาํ แนกประเภทของสาร
จําแนกสาร เกยี่ วกบั เรื่องสารและการ - สมบัติของสาร
จาํ แนกสาร - การเตรียมสารละลาย
- ประโยชนข องสารละลายดานตา งๆ
6 สารละลายกรด- มคี วามรูความเขา ใจ - ความเปน กรด-เบสของสารใน
เบส เกีย่ วกับเร่อื งสารละลาย ชวี ิตประจาํ วัน
กรด-เบส - สมบตั ิของสารละลายกรด-เบส
- คา pH กบั ความเปน กรด-เบส
ของสาร
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
ลาํ ดบั ชอื่ หนวยการ ผลการเรียนรู สาระสาํ คญั หนา 171
ท่ี เรียนรู - การเปลีย่ นแปลงสถานะของสาร เวลาเรียน น้าํ หนกั
7 การเปลย่ี นแปลง มคี วามรูค วามเขา ใจ - ปจจัยที่มผี ลตอการเปล่ยี นสถานะ (ชว่ั โมง คะแนน
ของสาร เกี่ยวกับเรอื่ งการ - การถายโอนพลงั งานระหวางระบบ
เปลี่ยนแปลงของสาร 120 100
กับสิ่งแวดลอ ม
รวม
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 172
คําอธิบายรายวชิ าคณติ ศาสตร
พ้ืนฐาน
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 173
รหสั วชิ า ค 11101
รายวิชาพนื้ ฐาน คณิตศาสตร เวลา 240 ชั่วโมง
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 1
คําอธิบายรายวิชา
การเขียน การอาน การเปรียบเทียบ และการเรียงลําดับปริมาณของสิ่งของหรือจํานวนนับไมเกินหน่ึงรอย
และศนู ย การบวก การลบ การบวก ลบ ระคน การวเิ คราะหแ ละหาคําตอบของโจทยปญ หาและโจทยปญหาระคน
ของจํานวนนับไมเกินหน่ึงรอยและศูนย พรอมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได การบอก
ความยาว น้ําหนัก ปริมาตร และความจุ โดยใชหนวยที่ไมใชหนวยมาตรฐาน การบอกชวงเวลา จํานวนวัน
และช่ือวันในสัปดาห การจําแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหล่ียม รูปวงกลม และรูปวงรี การบอกจํานวนและ
ความสัมพันธในแบบรูปของจํานวนท่ีเพ่ิมข้ึนทีละ 1 ทีละ 2 และลดลงทีละ 1 การบอกรูปและความสัมพันธ
ในแบบรปู ของรูปทมี่ รี ปู ราง ขนาด หรอื สที ่ีสมั พนั ธก นั อยา งใดอยางหนึ่ง
โดยใชกระบวนและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม
รูจกั ใชว ิธกี ารท่หี ลากหลายในการแกป ญ หา
เพื่อใหมีความรคู วามเขา ใจ มีทกั ษะในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การส่ือสาร ส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร และสามารถนาํ ไปใชในการเรียนรสู ิ่งตา งๆ และใชในชีวิตประจําวันอยางสรา งสรรค มี
ระเบียบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง สามารถทํางานอยาง เปนระบบ
รวมทงั้ เห็นคณุ คาและมีเจตคตทิ ีด่ ตี อ คณิตศาสตร
ตัวช้วี ดั
ค 1.1 ป.1/1 ป.1/2
ค 1.2 ป.1/1 ป.1/2
ค 2.1 ป.1/1 ป.1/2
ค 3.2 ป.1/1
ค 4.1 ป.1/1 ป.1/2
ค 6.1 ป.1-3/1 ป.1-3/2 ป.1-3/3 ป.1-3/4 ป.1-3/5 ป.1-3/6
รวม 15 ตัวชี้วดั
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คําอธบิ ายรายวิชา หนา 174
รหสั วชิ า ค 12101
รายวชิ าพนื้ ฐาน คณิตศาสตร เวลา 240 ชั่วโมง
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 2
คําอธบิ ายรายวิชา
การเขียนและอานตัวเลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนังสอื แสดงปริมาณของสง่ิ ของหรือจํานวนนบั
ไมเกนิ หนึ่งพันและศนู ย การเปรียบเทยี บและเรียงลาํ ดับ การบวก ลบ คณู หาร และบวก ลบ คูณ หารระคน
การวิเคราะหโ จทยและหาคาํ ตอบของโจทยป ญ หาและโจทยปญหาระคนของจํานวนนับไมเ กินหนง่ึ พนั และศนู ย
พรอ มทง้ั ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคําตอบ การบอกความยาวเปนเมตรและเซนตเิ มตร บอกนาํ้ หนกั เปน
กิโลกรมั และขดี บอกปริมาตรและความจุเปน ลิตร และเปรียบเทยี บความยาว นาํ้ หนัก ปรมิ าตร และความจใุ น
หนวยเดยี วกนั การบอกจํานวนเงนิ ทง้ั หมดจากเงนิ เหรยี ญและธนบัตร การบอกเวลาบนหนาปดนาฬกิ า (ชว ง
5 นาที การบอกวัน เดือน ปจากปฏิทิน และการแกปญหาเกี่ยวกบั การวัดความยาว การช่ัง การตวง และเงนิ
การบอกชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติวาเปน รูปสามเหลี่ยม รูปสีเ่ หลย่ี ม รูปวงกลม หรือรปู วงรี การเขยี นรูป
เรขาคณติ สองมิติโดยใชแบบของรปู เรขาคณิต การบอกชนิดของรปู เรขาคณติ สามมิตวิ า เปนทรงสเ่ี หล่ียมมมุ ฉาก
ทรงกลม หรอื ทรงกระบอก การจําแนกระหวางรูปสี่เหลี่ยมมมุ ฉากกบั ทรงสีเ่ หล่ียมมมุ ฉาก และรูปวงกลมกับ
ทรงกลม การบอกจาํ นวนและความสัมพันธใ นแบบรปู ของจํานวนท่เี พิม่ ข้นึ ทีละ 5 ทลี ะ 10 ทลี ะ 100 และลดลง
ทลี ะ 2 ทลี ะ 10 และทีละ 100 การบอกรูปและความสัมพันธใ นแบบรูปของรูปทีม่ รี ูปราง ขนาด หรอื สีที่สัมพันธ
กนั อยา งใดอยางหน่งึ
โดยใชทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ นการแกป ญหาในสถานการณตา งๆ ไดอ ยางเหมาะสม
รจู กั ใชว ิธีการทห่ี ลากหลายในการแกป ญหา เพื่อใหม ีความรูความเขา ใจ มีทกั ษะในการคิดคาํ นวณ การแกป ญหา
การใหเ หตุผล การสื่อสาร สือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และสามารถนําไปใชในการเรียนรูสง่ิ ตางๆ และใชใน
ชวี ิตประจาํ วนั อยางสรา งสรรค มรี ะเบียบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมคี วามเช่อื มน่ั ในตนเอง สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบ รวมทั้งเห็นคุณคาและมเี จตคติทด่ี ตี อคณิตศาสตร
ตวั ช้ีวดั ค 1.2 ป.2/1, ป.2/2
ค 1.1 ป.2/1, ป.2/2
ค 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6 ค 2.2 ป.2/1
ค 3.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ค 3.2 ป.2/1
ค 4.1 ป.2/1, ป.2/2
ค 6.1 ป.1-3/1, ป.1-3/2, ป.1-3/3, ป.1-3/4, ป.1-3/5, ป.1-3/6
รวม 23 ตัวชี้วดั
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 175
รหสั วิชา ค 13101
รายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร เวลา 240 ชั่วโมง
กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 3
คําอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝก ทักษะคิดคํานวณ และการแกปญ หาในสาระตอไปนี้
จํานวนนบั 1 ถึง 100,000 การอานและการเขียนตัวหนังสอื ตัวเลขแทนจาํ นวนช่ือหลัก คา ของ
ตัวเลขในแตละหลัก การเขียนในรูปกระจาย การเปรยี บเทยี บจาํ นวน การใชเครือ่ งหมาย = ≠ > < การ
เรยี งลาํ ดบั จํานวน การนบั เพิ่มทลี ะ 3 ทีละ 4 ทีละ 25 และทีละ 50 การนบั ลดทลี ะ 3 ทีละ 4 ทีละ 5 และที
ละ 50 การบวก การลบ การคูณ การหารและโจทยป ญ หา การบวกจาํ นวนท่ีมผี ลบวกไมเกิน 100,000 การ
ลบจาํ นวนทีม่ ตี ัวตง้ั ไมเ กิน 100,000 การคูณจาํ นวนท่มี หี นง่ึ หลกั กับจาํ นวนไมเกินสห่ี ลัก การคูณจํานวนที่มสี อง
หลกั กบั จาํ นวนไมเ กนิ สองหลกั การหารทตี่ วั ต้ังไมเกินสห่ี ลักและตวั หารหน่ึงหลัก การบวก ลบ คณู หารระคน
โจทยปญ หา การวัดความยาว ความสูง และระยะทางท่มี ีหนว ยเปน เมตร เซนตเิ มตร และมิลลิเมตร การ
เลือกใชเครื่องวดั และหนวยการวดั ความยาว ความสูง หรอื ระยะทางท่เี ปนมาตรฐาน ความสัมพนั ธร ะหวาง
หนว ยการวัดความยาว การเปรยี บเทียบความยาว ความสงู หรอื ระยะทาง การคาดคะเนความยาวเปน เมตรและ
เซนตเิ มตร โจทยป ญ หาการบวกและการลบเก่ียวกบั ความยาว ความสงู หรอื ระยะทางที่ใชในชวี ติ ประจําวัน การ
ช่ังเปน กิโลกรมั กรมั และขีด การเลือกใชเ คร่ืองชง่ั และหนวยการช่งั ที่เปน มาตรฐานความสมั พนั ธร ะหวางการชัง่
การเปรียบเทียบนํ้าหนัก การคาดคะเน นํ้าหนักเปน กโิ ลกรัม กรัมและขีด โจทยป ญหาการบวกและการลบ
เกีย่ วกบั น้ําหนัก การตวงเปนลิตร มลิ ลลิ ติ ร ถวยตวงและชอนตวง การเปรียบเทียบความจุ การคาดคะเน
ปรมิ าตรเปน ลิตร โจทยปญ หาการบวกและการลบเกยี่ วกบั ปรมิ าตรของสง่ิ ที่ตวงหรือความจุของภาชนะ เงนิ การ
บวกจาํ นวนเงนิ การเขียนจาํ นวนเงนิ โดยใชจุดและการอานบนั ทึกรายรบั รายจาย โจทยป ญ หาการบวกและการ
ลบเกีย่ วกบั เงิน เวลา การบอกเวลา การเขียนบอกเวลาโดยใชจดุ และการอา น ความสัมพันธระหวางหนวยเวลา
บันทกึ กิจกรรมหรือเหตุการณตาง ๆ ทีร่ ะบเุ วลา โจทยปญหา รปู เรขาคณิตและสมบัติบางประการของรูป
เรขาคณติ รูปสามเหลย่ี ม รูปสีเ่ หล่ยี ม รปู หาเหล่ยี ม รปู หกเหลี่ยม... จากสง่ิ กอสรางในชมุ ชน การจาํ แนกรปู
เรขาคณติ สองมิติ รูปทม่ี ีแกนสมมาตร รูปเรขาคณิตสามมิติ การจาํ แนกรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิตจิ าก
สิ่งของทอ่ี ยูใ กลต วั จุด สวนของเสน ตรง รงั สี เสน ตรงและมุม แบบรูปและความสัมพันธ แบบรปู ของจาํ นวนที่
เพ่มิ ขึน้ ทีละ 3 ทีละ 4 ทลี ะ 25 และทีละ 50 แบบรูปของจํานวนทลี่ ดลงทีละ 3 ทีละ 4 ทลี ะ 5 และทล่ี ะ
50 แบบรูปของรปู เรขาคณิตและรปู อ่ืน ๆ ท่ีสมั พนั ธกันในลักษณะของรปู รา ง หรือขนาด หรอื สี สองลกั ษณะ
สถติ ิและความนาจะเปน เบือ้ งตน การเก็บรวบรวมขอมูลเก่ียวกบั ตนเองและสงิ่ แวดลอ มทพ่ี บเหน็ ในชีวิตประจาํ วนั
การจําแนก จดั ประเภท นําเสนอขอมูล การอาน แผนภูมริ ูปภาพ แผนภมู ิแทงและอภิปราย
การจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณทีใ่ กลตัวใหผูเ รียนไดศึกษาคน ควาโดยปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง
สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ / กระบวนการในการคิดคาํ นวณ การแกป ญหา การใหเ หตผุ ล การส่อื
ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดไ ปใชใ นการ
เรียนรสู ง่ิ ตาง ๆ และใชในชวี ติ ประจาํ วนั อยางสรา งสรรค
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 176
เห็นคณุ คาของการนาํ ความรไู ปใชป ระโยชนในชีวติ ประจาํ วัน มวี ินัยในการทาํ งาน ทํางานมีระเบยี บ
รอบคอบ มุงม่ันในการทํางาน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค มีการวดั และประเมินผล
ใชว ธิ ีการหลากหลาย ตามสภาพความเปน จริงของเน้ือหาและทักษะทต่ี อ งการวดั
รหัสตัวชี้วดั
ค 1.1 ป.3/1 ป.3/2
ค 1.2 ป.3/1 ป.3/2
ค 2.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 ป.3/6
ค 2.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ค 3.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ค 3.2 ป.3/1 ป.3/2
ค 4.1 ป.3/1 ป.3/2
ค 5.1 ป.3/1 ป.3/2
ค 6.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 ป.3/6
รวม 28 ตัวชว้ี ดั
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 177
รหสั วิชา ค 14101
รายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร เวลา 160 ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4
คําอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา ฝก ทกั ษะคิดคํานวณ และการแกป ญหาในสาระตอไปนี้
เขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทยและตวั หนงั สอื แสดงจาํ นวนนบั และการอา น ความหมาย
การเขียน และการอาน เศษสวนและทศนยิ มหน่งึ ตาํ แหนง หลักและคา ของเลขโดดในแตล ะหลกั ของจํานวนนบั
และการใช 0 เพ่ือยดึ ตาํ แหนง ของหลกั การเขยี นตัวเลขแสดงจํานวนในรปู กระจาย การเปรียบเทยี บและ
เรยี งลาํ ดับ จาํ นวนนับ เศษสวนทมี่ ีตวั สว นเทา กันและทศนยิ มหนงึ่ ตําแหนง การเขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลข
ไทย และตัวหนังสอื แสดงจํานวนนับ ของจาํ นวนประชากรในโรงเรยี น ในชุมชน จาํ นวนสิ่งของ สัตว ตน ไม
จํานวนเงิน และการอานจาํ นวน การบอกความหมาย เขียนและอา นเศษสว นจากจาํ นวนสิง่ ของ สัตว ตน ไม
หรือประชากรในชุมชน การบอกความหมาย เขยี น อา น ทศนยิ มหน่งึ ตําแหนง จากจํานวนเงินบาท สตางค
หรือเวลา หลกั และคาของเลขโดดในแตล ะหลักของจํานวนนับจากจาํ นวนประชากรในชมุ ชนตา ง ๆ ในเทศบาล
และการใช 0 การเขยี นจํานวน จาํ นวนประชากร สัตวหรอื ส่งิ ของในชมุ ชนในรปู กระจาย การ
เปรยี บเทียบเรยี งลาํ ดบั จาํ นวนประชากร สัตว สง่ิ ของ จากนอ ยไปหามาก จากมากไป หานอ ย การ
เปรยี บเทยี บจํานวนประชากร สัตว ส่งิ ของ เปน เศษสว นและเรียงลําดับเศษสวน การเปรียบเทียบจาํ นวนเงิน
บาท สตางค เวลา เรยี งลําดับทศนยิ มหนง่ึ ตําแหนง จากนอยไปหามาก จากมาไปหานอ ย การบวก การลบ
การคณู จํานวนหน่งึ หลกั กบั จํานวนมากกวาสีห่ ลกั การคูณจํานวนมากกวาหนงึ่ หลักกับจํานวนมากกวาสองหลกั
การหารท่ตี วั หารไมเกนิ สามหลกั การบวก ลบ คูณ หารระคน การเฉลย่ี โจทยปญ หาการบวก การลบ การ
คณู จํานวนหนึ่งหลักกับจํานวนมากกวาส่ีหลกั การคูณจาํ นวนมากกวา หนึง่ หลกั กบั จาํ นวนมากกวาสองหลัก การ
หารท่ีตัวหารไมเกนิ สามหลกั และโจทยป ญหาหารบวก ลบ คณู หารระคน การสรา งโจทยปญหาการบวก การ
ลบ การคณู การหาร การบวกและการลบเศษสว นทมี่ ีตวั สวนเทากนั การบวก การลบ การคณู จํานวนหน่ึง
หลักกับจํานวนมากกวาส่ีหลกั การคูณจํานวนมากกวา หน่ึงหลกั กับจาํ นวนมากกวาสองหลกั การหารท่ีตวั หารไม
เกินสามหลกั การบวก ลบ คณู หารระคน จากจาํ นวนประชากรในชมุ ชน สัตวเ ลยี้ ง เงิน ตนไม และสิ่งของ
อ่ืน ๆ การหาคา เฉล่ียจํานวนประชากรชาย หญงิ อายุ รายได ของประชากรในชุมชน โจทยปญ หาการบวก
การลบ จํานวนประชากรในชุม รายไดจ ากอาชีพตา ง ๆ จํานวนสง่ิ ของ จํานวนราคาสินคาตาง ๆ รายไดแ ละ
รายจา ยประจาํ วนั / ประจาํ เดือน / ประจําป โจทยปญ หาการคูณหน่ึงหลักกับจาํ นวนมากกวา ส่หี ลกั จากจํานวน
เงนิ รายได รายจายจํานวนประชากรหรอื จาํ นวนสิ่งของที่ใช โจทยป ญหาการคณู จาํ นวนมากกวา หนงึ่ หลักกบั
จาํ นวนมากกวา สองหลักจากจํานวนรายได – รายจา ย โจทยปญหา การหารท่ตี ัวหารไมเ กนิ สามหลัก การแบง
จํานวนเงนิ การแบงสิง่ ของ โจทยป ญหาการบวก ลบ คณู หารระคนจากรายไดการจาํ หนา ยสินคา การสราง
โจทยปญ หาการลบ การคูณ การหารระคนจากสิง่ พมิ พโฆษณาสินคาและขอมูลจากชมุ ชนในครอบครวั จาก
ชวี ติ ประจาํ วัน ความสมั พนั ธของหนวยความยาว ( เซนตเิ มตรกับมลิ ลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กโิ ลเมตรกับ
เมตร วากบั เมตร ความสัมพันธของหนวยการชงั่ ( กรัมกบั กิโลกรัม กิโลกรัมกับเมตรกิ ตัน ขีดกับกรมั
ความสัมพันธของหนวยการตวง ( มิลลิลติ รกับลกู บาศกเ ซนติเมตร มิลลิลติ รกบั ลติ ร ลกู บาศกเซนติเมตรกับลิตร
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 178
ความสมั พนั ธข องหนวยเวลา ( วินาทกี ับนาที นาทีกับชว่ั โมง ช่ัวโมงกับวนั วันกับสปั ดาห วนั กับเดือน สปั ดาห
กบั ป เดอื นกับป วันกับป การหาพ้นื ทีเ่ ปนตารางหนวยและตารางเซนตเิ มตร การหาพ้นื ท่ีของรปู สีเ่ หลีย่ มมุม
ฉาก การบอกเวลาหนาปด นาฬิกาเปน นาฬิกาและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใชจ ุดและการอา น การบอก
ระยะเวลา การคาดคะเนความยาว ( เมตร เซนตเิ มตร วา การคาดคะเนน้ําหนกั ( กิโลกรมั ขีด การ
คาดคะเนปรมิ าตรหรือความจุ ( ลติ ร ความสัมพนั ธของหนวยความยาว ( เซนตเิ มตรกับมลิ ลเิ มตร เมตรกับ
เซนตเิ มตร กโิ ลเมตรกบั เมตร วากบั เมตร จากการวัดของใชต า ง ๆ ความยาวของถนนในหมูบ าน ชมุ ชน
จงั หวัด วดั ทน่ี า ท่ไี ร เลอื กใชห นวยท่เี หมาะสม ความสัมพันธข องหนว ยการช่ัง ( กรัมกับกโิ ลกรัม กโิ ลกรัมกับ
เมตริกตัน ขดี กบั กรมั ชงั่ ของจากสินคา ทีจ่ าํ หนา ย ศึกษาการชัง่ ของจรงิ ในชีวิตประจําวนั การคาขายผกั
ผลไม หม่ํา ไสก รอก ฯลฯ ความสมั พันธข องหนวยการตวง ( มลิ ลิลิตรกับลกู บาศกเ ซนติเมตร มิลลิลิตรกบั ลติ ร
ลกู บาศกเ ซนตเิ มตรกับลิตร ใชภ าชนะในทองถนิ่ ประยกุ ตใ ชต ามความเหมาะสม เชน ขวด ชาม แทนกระปอง
ลติ ร ความสมั พนั ธของหนว ยเวลา ( วินาทกี บั นาที นาทกี ับช่วั โมง ชว่ั โมงกับวนั วันกบั สัปดาห วันกับเดือน
สัปดาหกับป เดอื นกบั ป วันกบั ป การเปรียบเทียบเวลาจากภมู ิปญ ญาทองถ่นิ ใหนกั เรยี นประมาณเวลาเชา
แลง ใหนักเรียนเขา ใจภาษาทอ งถิน่ การหาพื้นท่ีของรปู สี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ของกระเบ้ือง วัสดขุ องใช ทน่ี า แปลง
ผัก สงิ่ กอสรา งในโรงเรยี น ชมุ ชน ฯลฯ การประดษิ ฐนาฬกิ าจากวสั ดทุ อ งถิ่น การคาดคะเนความยาว ( เมตร
เซนตเิ มตร วา จากสิง่ กอสราง ความยาวของใชต าง ๆ ระยะทางโดยประมาณ การคาดคะเนนา้ํ หนัก (
กโิ ลกรมั ขีด จากผัก ผลไม การทาํ อาหารท่ีผลติ ได หรือสงิ่ ของอ่นื ที่ใชใ นชวี ติ ป ระจาํ วัน การคาดคะเน
ปริมาตรหรือความจุ ( ลิตร ของปริมาตรของเสาบาน เสารั้ว คอนกรีต ความจขุ องบอนาํ้ โจทยปญหา
เกีย่ วกับการวัดความยาว การชง่ั การตวง เงนิ และเวลา การเขียนบันทกึ รายรบั – รายจา ย การอา นและการ
เขยี นบันทกึ กิจกรรมหรือเหตุการณท ร่ี ะบุเวลา การอานตารางเวลา โจทยปญ หาเก่ียวกบั การวดั ความยาวของ
ถนน ทีน่ า แปลงผกั สง่ิ ของเครื่องใชต าง ๆ การช่งั นา้ํ หนักสงิ่ ของท่จี าํ หนายหรือซ้อื อาหารตาง ๆ ในทองถน่ิ
การตวงขาวสาร ขา วเปลอื กเปนถัง เปนลติ ร เปนกระสอบ โจทยป ญหาเกย่ี วกับเงนิ ในการมีรายไดจ ากเงนิ เดือน
และจากการประกอบอาชีพอื่นๆ การใชจา ยเงิน การขายของ โจทยปญหาเกย่ี วกบั เวลาโดยใชข อ มูลในทองถ่นิ
การเขยี นบันทึกรายรบั – รายจา ย สว นตวั ของนักเรียนของครอบครวั การจัดทําบัญชสี รุปการดาํ เนินงานใน
กิจกรรมท่ปี ฏิบัติ การอา นและการเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตกุ ารณท ีร่ ะบเุ วลาที่นักเรียนใชกบั ชวี ิตประจาํ วนั
การอานตารางเวลาตามสภาพจริงที่พบเหน็ ในชวี ติ ประจาํ วัน สว นประกอบของมุมการเขยี นช่ือและสญั ลกั ษณ
แทนมุม ชนิดของมุม ( มมุ ฉาก มุมแหลม มมุ ปาน เสน ขนานและสญั ลักษณแ สดงการขนาน สวนประกอบ
ของรูปวงกลม ( จุดศูนยกลาง รศั มี เสนผานศนู ยกลางและเสนรอบวงหรือเสนรอบรปู วงกลม รปู ส่ีเหลี่ยมมุม
ฉาก รปู ส่ีเหลีย่ มจัตรุ สั และรปู ส่ีเหลี่ยมผนื ผา รปู ท่ีมแี กนสมมาตร สวนประกอบของมุม มุมหลังคาบาน การ
สรา งของใชทม่ี ีสวนประกอบของมมุ ชนดิ ตา ง ๆ การกอสรางตึกแถว บา น ฯลฯ การเขียนช่อื และสัญลักษณ
แทนมมุ จากขอ มลู ท่ีพบเห็นในชีวติ ประจาํ วันในทองถน่ิ ชนดิ ของมุม ( มมุ ฉาก มุมแหลม มมุ ปา น ของ
สง่ิ กอสรางในชุมชน ของใช การประดิษฐของเลน โดยใชมุมเปน สว นประกอบ เสนขนานและสญั ลกั ษณแสดง
การขนาน ของถนน สิง่ ปลกู สราง สิง่ ของ กระดาษ กระเบือ้ ง ฯลฯ ทพ่ี บเหน็ ในชีวิตประจาํ วัน สว นประกอบ
ของรปู วงกลม ( จุดศนู ยกลาง รัศมี เสน ผานศนู ยกลางและเสน รอบวงหรือเสนรอบรูปวงกลม ของฝาขวด บอ
น้ํา อา งนํ้า โองนา้ํ รปู ท่มี แี กนสมมาตรของส่ิงของท่นี ักเรียนพบเหน็ ในชีวิตประจาํ วัน การประดิษฐล วดลายโดย
ใชร ปู เรขาคณิต การประดิษฐล วดลายโดยใช รปู เรขาคณิตท่ีพบเหน็ ในชวี ิตประจาํ วัน แบบรปู ของ
จํานวนที่เพิม่ ข้ึนหรือลดลงทีละเทากัน แบบรปู ของจํานวนที่เพ่ิมขนึ้ หรือลดลงทีละเทากนั โดยใชจ ํานวนใน
ชีวติ ประจําวนั แบบรูปของรูปเรขา- คณิตและรูปอื่น ๆ โดยใชแบบรูปของใชตามส่ิงปลูกสรางรูปแบบตาง ๆ การ
เก็บรวบรวมขอมลู และการจําแนกขอมูล การอานแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแทง ตาราง และการเขียนแผนภมู ิ
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 179
รูปภาพและแผนภูมแิ ทง การเก็บรวบรวมขอ มูลและการจําแนกขอมลู เกี่ยวกบั ส่งิ ของอนื่ ๆ ขอ มลู อ่นื ๆ ในทอ งถิ่น
เชน สตั ว การอา นแผนภมู ิรปู ภาพ แผนภมู ิแทง จากจาํ นวนประชากร พชื สตั วในทอ งถิ่น การอา นตารางระบุ
จํานวนประชากร สตั ว สิ่งของในชมุ ชน และการเขยี นแผนภูมิรูปภาพและแผนภมู แิ ทง จํานวนนักเรียน รายรบั
– รายจาย
การจัดประสบการณห รือสรา งสถานการณ เพอ่ื ใหผ เู รยี นไดศึกษาคน ควา อยา งหลากหลายโดยใชท กั ษะ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร ดา นการคดิ แกปญ หา การใหเหตผุ ล การสอื่ สาร สื่อความหมายและการนาํ เสนอ
ผลงาน มคี วามคิดรเิ รม่ิ สรา งสรรค และเชอ่ื มโยงสาระการเรยี นรสู าระคณติ ศาสตรแ ละเชอ่ื มโยงสาระการเรยี นรู
อื่น ๆ
เห็นคุณคา ของการนําความรูไปใชป ระโยชนในชีวิตประจําวนั มีวินยั ในการทํางาน ทาํ งานมีระบบ
รอบคอบ มงุ มัน่ ในการทาํ งาน มคี ุณภาพ จริยธรรม ตามคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
รหสั ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.4/1 ป.4/2
ค 1.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ค 2.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5
ค 3.2 ป.4/1
ค 4.1 ป.4/1 ป.4/2
ค 5.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6
รวม 29 ตวั ชว้ี ัด
สาระทอ งถน่ิ
ค 1.1 ป.4/1 ป.4/2
ค 1.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 2.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ค 2.2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ค 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5
ค 3.2 ป.4/1
ค 4.1 ป.4/1 ป.4/2
ค 5.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
รวม 22 ตัวชวี้ ดั
รวมทั้งสิ้น 51 ตัวชี้วัด
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธิบายรายวิชา หนา 180
รหัสวชิ า ค 15101
รายวชิ าพื้นฐาน คณติ ศาสตร เวลา 160 ชั่วโมง
กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 5
คาํ อธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝก ทักษะคิดคํานวณ และการแกป ญ หาในสาระตอไปน้ี
ความหมายการอา นและการเขียนเศษสว นแท เศษเกิน จํานวนคละ และทศนิยมไมเกินสองตําแหนง
เศษสวนทเ่ี ทากับจํานวนนบั การเขยี นจาํ นวนนับในรูปเศษสว น การเขียนเศษเกิน ในรูปจํานวนคละ และการ
เขยี นจาํ นวนคละในรปู เศษเกิน เศษสวนที่เทา กนั เศษสวนอยา งตํ่า หลักคา ประจาํ หลักและคา ของเลขโดดในแต
ละหลักของจํานวนนบั และทศนิยมไมเ กนิ สองตาํ แหนง การเขยี นทศนยิ มในรูปกระจาย การเปรียบเทยี บและ
เรยี งลาํ ดับเศษสวนที่ตัวสวนตัวหน่ึง เปนพหุคูณของตัวสว นอกี ตวั หนึ่ง ความหมายการอา นและการเขียนรอยละ
การเขยี นเศษสวนที่ตัวสวนเปนตวั ประกอบของ 10 และ 100 ในรปู ทศนิยมและรอยละ การเขียนรอ ยละในรูป
เศษสวนและทศนิยม การเขียนทศนิยมไมเ กินสองตาํ แหนงในรปู เศษสว นและรอยละ ความหมาย การอา นและ
การเขยี น เศษสว นแท เศษสวนเกิน จํานวนคละและทศนิยมไมเกนิ สองตําแหนง จากส่งิ พิมพโ ฆษณา จํานวนเงนิ
ในเสรจ็ ตาง ๆ คาประจําหลัก และคาของเลขโดดในแตล ะหลักของจํานวนนับของจาํ นวนนกั เรยี นในโรงเรยี นแต
ละหอง ประชากร รายได จํานวนครวั เรือนตามคาประจาํ หลกั การเขียนทศนยิ มเปน เศษสวน และการเขยี น
เศษสวนเปน ทศนิยมโดยผูใ ชข อมูล รอ ยละจากจาํ นวนประชากร รายได การเขียนรายไดร ายจา ยของครอบครัว
นกั เรียน การบวกการลบเศษสวนตวั หนึ่งเปนพหคุ ณู ของตวั สวนอกี ตวั หนึ่ง การคูณเศษสว นกับจาํ นวนนับ การ
คูณเศษสว นกับเศษสว น การหารเศษสว นดวยจํานวนนับ การหารจํานวนนบั ดว ยเศษสว น การหารเศษสวนดว ย
เศษสว น การบวก ลบ คูณระคนของเศษสว น การบวก และการลบทศนยิ มไมเกนิ สองตําแหนง การคูณ
ทศนยิ มไมเกินสองตําแหนง กับจํานวนนบั การคณู ทศนยิ มหนงึ่ ทศนยิ มกบั ทศนิยมหนึ่งตําแหนง การบวก ลบ คูณ
ระคนของทศนยิ ม โจทยปญ หาหาการบวก การลบ การคณู การหารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของ
จาํ นวนนับ โจทยป ญหาท่ใี ชบัญญัตไิ ตรยางศ การสรา งโจทยป ญหา การบวก ลบ คูณ หาร และการบวก
ลบ คณู หารระคนของจาํ นวนนบั โจทยป ญ หาการบวก ลบ คณู หารระคนเศษสว น โจทยปญหาการบวก
ลบ คูณ หารระคนทศนิยม และการสรา งโจทยปญหา โจทยปญหารอ ยละในสถานการณต าง ๆ รวมถึงโจทย
ปญ หารอ ยละเกย่ี วกับการหากําไร ขาดทุน การลดราคา และการหาราคาขาย การบวก ลบ คูณ หาร
เศษสว นโดยใชข อ มูล จํานวนประชากร สัตวเ ล้ยี ง รายได รายจายดว ยจํานวนนบั การบวก ลบ คณู หาร
ทศนยิ ม การบวก ลบ คณู หารระคนเกย่ี วกับเงิน เวลาทเี่ ปนทศนยิ มสองตําแหนง การสรางโจทยป ญหาจาก
ขอ มูลในชีวิตประจําวันเกี่ยวกับโจทยปญหา เศษสว น โจทยป ญหาทศนยิ ม โจทยปญหาทใ่ี ชบัญญตั ไิ ตรยางศรอย
ละ โดยใชข อ มลู ประชากรในชุมชน รายได รายจายเงินอาชีพตาง ๆ ในชุมชน จํานวนนักเรียน ฯลฯ
คาประมาณใกลเคยี งจาํ นวนเต็มสบิ เต็มรอย เต็มพัน ความสัมพันธข องหนว ยการวัด ปริมาตรหรือความจุด (
ลูกบาศกซนตเิ มตร ลูกบาศกเมตร ความยาวรอบรปู ของรูปสเ่ี หลย่ี ม ความยาวรอบรูปของรปู สามเ หลยี่ ม การ
หาพน้ื ทขี่ องรูปสี่เหลีย่ มมมุ ฉาก การหาพืน้ ท่ีของรปู สามเหลย่ี ม การวัดขนาดของมุมโดยโปรแทรกเตอร การหา
ขนาดของมุมกลับ การหาปรมิ าตรเปนลกู บาศกหนวย ลกู บาศกเ ซนติเมตร หรอื ลูกบาศกเมตร การหาปริมาตร
หรือความจทุ รงสเี่ หล่ยี มมมุ ฉากโดยใชส ูตร ความสมั พันธกับหนว ยการวัด ปรมิ าตรและความจุ ( ลูกบาศก
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 181
เซนตเิ มตร ลกู บาศกเ มตร จากสิง่ ปลกู สรางในชมุ ชน ความยาวรอบรูปสเ่ี หลี่ยม โตะเรียน รูปสามเหลย่ี มของ
เสาธง ผา ผกู คอยวุ กาชาดลูกเสอื ของใชแ ละวสั ดุทพ่ี บในชีวติ ประจาํ วนั การหาพน้ื ท่ีของ รปู สามเหลยี่ มมมุ
ฉากของของใชท ีน่ าํ มาใชกับชีวิตประจาํ วัน การวัดมุม ขนาดของมุม โดยใช โปรแทรกเตอร ของสง่ิ ปลกู
สรา งตา ง ๆ การหาขนาดของมมุ กลบั ของมมุ ตรงขา มโดยใชม ุมแหลม การหาปริมาตรเปนลกู บาศกหนวย
ลกู บาศกเ ซนติเมตรและลกู บาศกเ มตร การหาปริมาตรและความจขุ องภาชนะทีใ่ ชแ ละสิ่งปลูกสรา งอาคารตา ง ๆ
โจทยป ญหาเกย่ี วกับพืน้ ทขี่ องรปู สามเหล่ียมมุมฉาก และรูปสามเหลีย่ มโจทยป ญหาเกย่ี วกบั ความยาวรอบรปู ของ
รูปส่เี หล่ียมมมุ ฉาก และรปู สามเหลีย่ ม โจทยป ญ หาเก่ียวกับพนื้ ทขี่ องรูปสเ่ี หลีย่ มมุมฉากและรปู สามเหล่ียม โจทย
ปญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรปู และพนื้ ท่ขี องพื้นท่ขี องรปู ส่เี หลีย่ ม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ มึ
พรี ะมิด รปู ส่ีเหล่ยี มจตั ุรัส รูปสีเ่ หลี่ยมผนื ผา รปู สามเหลี่ยมขนมเปย กปูน รปู ส่เี หลี่ยมดา นขนาน รูปสามเหล่ียม
คางหมู รูปสเี่ หลี่ยม รูปวา ว รปู สามเหลี่ยม แบงตามลกั ษณะของดา น รปู สามเหล่ียมแบง ตามลักษณะของมมุ
สว นประกอบของรูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรปู สามเหลยี่ ม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม พรี ะมิด
จากการประดิษฐก ลองกระดาษหรอื วสั ดทุ ่มี รี ปู ทรงตา ง ๆ จากกลอ งขวด ฯลฯ บอกชนิดของรปู สามเหลีย่ มจาก
วสั ดทุ ใ่ี ชแ ตกตา งกัน บอกสวนประกอบของรูปส่เี หลย่ี ม สามเหลี่ยมจากวัสดุตาง ๆ รอบตวั และท่พี บเห็นใน
ทองถนิ่ ชนดิ ของมุม การสรา งมุม โดยใชโปรแทรกเตอร การสรา งรูปส่เี หลีย่ มมมุ ฉาก การสรางรูปสามเหลยี่ ม
การสรางรปู วงกลม การสรา งเสนขนานใหผ า นจดุ ท่ีกําหนดใหโ ดยใชไมฉาก ชนดิ ของมุมของอาคารบา นเรือน
หรือใชอวยั วะสวนตาง ๆ ของรางกาย เชน แขน กระดาษแขง็ ฯลฯ การสรางมมุ โดยใชวัสดุอ่นื ๆ เชน ไม
กระดาษแข็ง การสรา งรูปส่เี หล่ียมมมุ ฉากจากกระดาษแข็งและวสั ดุ อ่นื ๆ ท่มี เี สน ตรง สรา งรปู สามเหลีย่ ม
จากเศษกระดาษ ไมไอศกรีม หลอดพลาสตกิ เชอื ก ดา ย ฯลฯ สรา งโดยการพับกระดาษ ใชไ มไอศกรีม ดาย
และวสั ดอุ น่ื ๆ ในทองถ่ิน ประดิษฐท รงจากเศษวัสดุ กลอ งกระดาษ แบบรปู ของจํานวน แบบรปู ของจํานวน
ตามจาํ นวนประชากรและจํานวนอนื่ ๆ ทีใ่ ชใ นชีวิตประจําวนั การเกบ็ รวบรวมขอมูลและการจาํ แนกขอมลู การ
เขยี นแผนภมู แิ ทงที่มีการยนระยะของเสนแสดงจํานวน การอานแผนภมู ิแทงเปรยี บเทียบการคาดคะเนเก่ยี วกับ
การเกิดขึ้นของเหตกุ ารณต าง ๆ การเก็บรวบรวมขอมูลและการจาํ แนกขอมูล จากจาํ นวนประชากร รายได –
รายจา ย และขอมลู ตาง ๆ ในชมุ ชน เขยี นแผนภูมิแทงโดยการยน ระยะของเสนแสดงจํานวน การอานแผนภมู ิ
แทงเปรยี บเทยี บขอ มลู จาํ นวนประชากร สัตว รายได – รายจาย และอน่ื ๆ ในชมุ ชน การคาดคะเนเกยี่ วกับ
การเกิดขน้ึ ของเหตกุ ารณตาง ๆ ในชวี ติ ประจําวัน การจัดกิจกรรมการเรยี นรูโ ดยใชโ ครงงานคณิตศาสตรจากสงิ่ ท่ี
ตอ งการทราบในทองถน่ิ
โดยใชวิธกี ารท่หี ลากหลายแกปญ หาใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและเทคโนโลยใี น
การแกป ญหาในสถานการณต าง ๆไดอยา งเหมาะสม ใหเ หตุผลประกอบการตดั สินใจ และไดส รปุ ผลไดอ ยา ง
เหมาะสม ใชภ าษาและสัญลักษณทางคณติ ศาสตรในการสอื่ สาร การส่อื ความหมายและการนาํ เสนอไดอ ยาง
ถกู ตองและเหมาะสมเชือ่ มโยงความรูตางๆในคณิตศาสตรและคณิตศาสตรก บั ศาสตรอื่น ๆ มคี วามคิดรเิ ร่ิม
สรา งสรรค
ทาํ งานอยางมรี ะบบ มีระเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วาม
เช่ือมัน่ ในตนเอง ตระหนักในคุณคาและมีเจตคติท่ีดตี อวิชาคณติ ศาสตร มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค
รหัสตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3
ค 1.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3
ค 1.3 ป.5/1
ค 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 182
ค 2.2 ป.5/1
ค 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3
ค 3.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3
ค 4.1 ป.5/1
ค 5.1 ป.5/1 ป.5/2
ค 5.2 ป.5/1
ค 6.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
รายวิชาพนื้ ฐาน คณติ ศาสตร คาํ อธิบายรายวิชา หนา 183
กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร รหัสวิชา ค 16101
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 6 เวลา 160 ชั่วโมง
คําอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝก ทกั ษะคิดคาํ นวณ และการแกปญหาในสาระตอไปนี้
ความหมายการอานและการเขยี นทศนยิ มสามตําแหนง คา ประจําหลักและคา ของเลขโดดในแตล ะหลัก
ของทศนยิ มสามตําแหนง การเขยี นทศนิยมในรปู กระจาย การเปรยี บเทยี บและเรียงลาํ ดบั ทศนยิ มไมเกนิ สาม
ตําแหนง การเขียนทศนิยมไมเ กินสามตําแหนง ในรปู เศษสวน การนบั เศษสวนท่ตี วั สว นเปนตัวประกอบของ 10 ,
100 , 1000 ในรูปทศนยิ ม การเขียนจาํ นวนขอมูลประจาํ วันใหเ ปน ทศนยิ มหนึ่งตําแหนงสองตาํ แหนง สาม
ตาํ แหนง อานและเขียนจํานวนจากรายไดร ายจายแผนโฆษณาสินคาตาง ๆ ขอมูลคนปวยในโรงพยาบาล จาํ นวน
นักเรียนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิจํานวนนกั โทษตา ง ๆ การใชน้าํ มัน ไฟฟาประจําเดือน การบวก ลบ คูณ
หารเศษสว น การบวก ลบ คณู หาร จาํ นวนคละ การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสวนและจาํ นวนคละ
การบวก ลบ คณู หารทศนิยมท่มี ีผลลัพธเปน ทศนยิ มไมเกนิ สามตําแหนง โจทยป ญหาการบวก การลบ การ
คณู การหารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของจํานวนนับ การสรางโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ
การหารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของจํานวนนบั การสรางโจทยป ญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน
ของทศนิยม โจทยป ญ หารอยละในสถานการณตาง ๆ รวมถงึ โจทยปญหารอยละเก่ียวกบั การหากําไร ขาดทุน
การลดราคา การหาราคาขาย การหาราคาทนุ และดอกเบีย้ การบวก ลบ คูณ หารเศษสวนจํานวนประชากร
สัตวเลีย้ ง รายรบั – รายจา ย บญั ชรี ายจา ยของตนเอง ครอบครัว โดยใชทศนิยมสองตาํ แหนง ดจู ากใบโฆษณา
สินคา ท่ีไดร บั ในชีวิตประจําวันนํามาศึกษาขอมลู โจทยป ญหาเก่ียวกับการคณู การหารจาํ นวนประชากร สัตว
เลีย้ ง ผลผลติ กาํ ไรขาดทุน ลดราคา ตดั จากใบโฆษณาสินคา หา งรานตาง ๆ และขอมูลในชวี ิตประจาํ วนั
คาประมาณใกลเคยี ง เปนจํานวนเต็มหมน่ื เต็มแสน และเตม็ ลา น คาประมาณใกลเคยี งทศนยิ มหนง่ึ ตาํ แหนงและ
สองตําแหนง การบวก การคูณ การบวก ลบ คูณ หารระคน ตัวประกอบจาํ นวนเฉพาะและตัวประกอบ
เฉพาะ การหา ห.ร.ม. การหาร ค.ร.น. ทศิ การบอกตําแหนงโดยใชท ิศ มาตราสว น การอานแผนผงั การหา
พืน้ ที่ของรปู ส่เี หล่ียมโดยใชค วามยาวของดาน การหาพนื้ ที่ของรปู สีเ่ หลย่ี มโดยใชสมบัติของเสน ทแยงมุม การหา
ความยาวของรูปวงกลมหรือความยาวรอบวง การหาพืน้ ที่ของรูปวงกลม ทศิ บอกทศิ ที่ตั้งโรงเรียน บา น ชุมชน
หมูบา น เขียนทิศตาง ๆ การบอกตาํ แหนง หนว ยโดยใชทศิ บอกตาํ แหนงทีต่ ั้งโรงเรยี น หมบู าน มาตราสวนการ
เขียนโดยกาํ หนดมาตราสว นจรงิ การอา นแผนผงั จากอาคารท่ตี ง้ั โรงเรยี น โรงพยาบาล สถานตี าํ รวจ หมูบา น
การหาพ้ืนทขี่ องรปู สีเ่ หล่ยี มโดยใชความยาวของดา น ขอบกระเบ้ืองและวสั ดทุ ี่ใชใ นรูปสี่เหลีย่ ม การหาพ้ืนทีข่ อง
รูปส่ีเหล่ยี มโดยใชส มบัตขิ องเสน ทแยงมมุ คาํ นวณโดยใชส ูตรและวาดภาพรปู สเี่ หล่ยี มหรือคาํ นวณจากส่งิ ของตา ง ๆ
ท่ีใชในชีวติ ประจาํ วัน การหาความยาวรอบรปู วงกลมหรือความยาวรอบวงของปากขวด ฝาขวด ฝาโอง บอนํ้า
ขอบจาน หาพ้นื ท่บี อกสวนประกอบ การคาดคะเนพ้นื ทข่ี องรูปสเี่ หลีย่ ม โจทยป ญ หาเกยี่ วกบั ความยาวรอบรปู
และพนื้ ทีข่ องรปู ส่ีเหล่ียม โจทยปญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรูปและพืน้ ท่ีของรปู วงกลม โจทยป ญหาเก่ียวกับ
ปรมิ าตรหรือความจขุ องทรงสี่เหลยี่ มมุมฉาก การเขยี นแผนผงั แสดงสิง่ ตา ง ๆ การเขยี นแผนผงั แสดงเสนทางการ
เดินทาง การเขียนแผนผงั โดยสังเขป โจทยปญหาเก่ยี วกบั ความยาวรอบรูปและพื้นทขี่ องรปู วงกลมเกย่ี วกับ
ภาชนะรูปวงกลม โจทยพ้ืนทีน่ า ไร ท่ีดิน บา น อื่น ๆ รูปส่ีเหลยี่ มและรปู วงกลม สวนประกอบของรปู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 184
เรขาคณิตสามมติ ิ ( ทรงสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม พีระมิด สมบตั ิของเสน ทแยง
มมุ ของรูปสีเ่ หลย่ี ม การพจิ ารณาเสนขนานโดยอาศยั มุมแยง การพจิ ารณาเสน ขนานโดยอาศัยผลบวกของขนาด
ของมุมภายในท่ีอยูบนขางเดยี วกนั ของเสนตัดเปน 180 องศา บอกสว นประกอบรูปเรขาคณิต สมบัติจาก
รปู ทรงส่ีเหล่ียมมมุ ฉากจากกลอ งกระดาษทรงกลมจากลูกแกว ทรงกระบอกจากขา วหลาม ทอประปา กรวยจาก
กระดาษ ปริซึมและพีระมิดจากกระดาษแขง็ และวัสดุอน่ื ๆ ท่พี บเห็นในชวี ติ ประจําวัน การพิจารณาเสนขนานโดย
อาศัยมุมแยง การพิจารณาเสน ขนานโดยอาศยั ผลบวกของขนาดของมุมภายในทีอ่ ยูขางเดยี วกันของเสน ตดั เปน
180 องศา ศึกษาเสน ขนานของวัสดุส่งิ ของที่มสี ว นประกอบของเสน ขนานท่ีอยูรอบตัว รูปคลีข่ องรปู เรขาคณิต
สามมติ ิ ( ทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม พีระมิด การประดษิ ฐรปู เรขาคณติ สาม
มิติ การสรา งรปู สี่เหลีย่ ม เมอื่ กําหนด ความยาวของดา นและขนานของมมุ หรือเม่ือกาํ หนดความยาวของเสน
ทแยงมมุ การพับรูปทรง ตาง ๆ จากเศษวสั ดุกระดาษลงั กระดาษแขง็ หรอื ฟวเจอรบอรด ปญหาเกย่ี วกับแบบ
รูป ปญ หาเกยี่ วกบั แบบรปู โดยใชข อ มูลในชวี ิตประจาํ วัน สมการเชงิ เสน ที่มตี ัวไมทราบคา หนึ่งตวั การแกส มการ
โดยใชส มบัตขิ องเลขเทากนั เก่ียวกับการบวก การลบ การคูณหรือการหาร การแกโ จทยปญหาดว ยสมการ การ
แกโ จทยปญ หาดวยสมการโดยใชจาํ นวนนับตามสภาพของทองถิ่น การอา นกราฟเสน และแผนภูมิรปู วงกลม การ
เขยี นแผนภมู แิ ทง เปรยี บเทยี บและกราฟเสน การอานกราฟเสน และแผนภมู ริ ูปวงกลมจากขอมลู จาํ นวนเงนิ
รายได รายจา ยผลผลิตดา นการเกษตร รายไดจากอาชพี อ่ืน ๆ อุณหภมู ิ ปรมิ าณนํ้าฝนในทองถิน่ การเขียน
แผนภมู ิแทง เปรียบเทยี บและกราฟเสน เขียนแผนภูมิแทง เปรียบเทียบและกราฟเสน จากรายไดใ นอาชีพ จํานวน
ประชากร อณุ หภูมิ ปริมาณนาํ้ ฝนและอ่นื ๆ ในทอ งถ่ิน การคาดคะเนเกีย่ วกบั การเกดิ ข้ึนของเหตุการณตาง ๆ
ในชวี ิตประจาํ วันมาใชในการคาดคะเน
การจดั ประสบการณห รือสรางสถานการณ เพ่ือใหผ ูเ รียนไดศกึ ษาคน ควาอยา งหลากหลายโดยใชท กั ษะ /
กระบวนการทางคณติ ศาสตรดานการคดิ แกป ญหา การใหเหตุผล การสอ่ื สาร สอื่ ความหมาย และการ
นาํ เสนอผลงาน มคี วามคิดริเร่ิมสรา งสรรคแ ละเช่ือมโยง สาระการเรียนรสู าระคณิตศาสตร และเช่อื มโยงสาระ
การเรียนรูอ่ืน ๆ
เห็นคุณคา ของการนําความรไู ปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั มีวินยั ในการทํางาน ทํางานมรี ะบบ
รอบคอบ มุง มน่ั ในการทํางานมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
รหัสตัวช้ีวัด
ค 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ค 1.2 ป.6/1 ป.6/2 ค 1.3 ป.6/1 ป.6/2
ค 2.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ค 2.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ค 3.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ค 3.2 ป.6/1 ป.6/2
ค 4.1 ป.6/1 ป.4/2 ค 4.2 ป.6/1 ค 5.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.4/3
ค 5.2 ป.6/1
ค 6.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5 ป.6/6
สาระทอ งถนิ่
ค 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ค 1.2 ป.6/1 ป.6/2
ค 1.4 ป.6/2
ค 2.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ค 2.2 ป.6/1
ค 3.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 185
ค 3.2 ป.6/1
ค 4.1 ป.6/1
ค 4.2 ป.6/1
ค 5.1 ป.6/1
ค 5.2 ป.6/1
ค 6.1 ป.6/1
รวมทง้ั ส้ิน 50 ตวั ช้ีวัด
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 186
คําอธิบายรายวิชาคณติ ศาสตร
เพม่ิ เตมิ
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 187
รหัสวชิ า ค 11201
รายวิชาพ้นื เพม่ิ เติม คณติ ศาสตร เวลา 80 ชัว่ โมง
กลุมสาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 1
คาํ อธิบายรายวิชา
การเขียนและอานตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงปริมาณของสิง่ ของหรือจาํ นวนนับ
ไมเ กนิ หนึ่งพนั และศูนย การเปรยี บเทยี บและเรยี งลาํ ดบั การบวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คณู หารระคน
การวิเคราะหโ จทยแ ละหาคาํ ตอบของโจทยป ญ หาและโจทยปญ หาระคนของจาํ นวนนับไมเ กินหนึ่งพันและศนู ย
พรอ มท้งั ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคําตอบ การบอกความยาวเปนเมตรและเซนติเมตร บอกน้าํ หนักเปน
กิโลกรมั และขีด บอกปรมิ าตรและความจเุ ปน ลิตร และเปรียบเทยี บความยาว นา้ํ หนัก ปริมาตร และความจใุ น
หนว ยเดยี วกนั การบอกจํานวนเงินทง้ั หมดจากเงินเหรียญและธนบตั ร การบอกเวลาบนหนา ปดนาฬกิ า (ชว ง
5 นาที การบอกวนั เดือน ปจากปฏิทิน และการแกป ญหาเก่ยี วกบั การวัดความยาว การชั่ง การตวง และเงนิ
การบอกชนิดของรปู เรขาคณิตสองมิตวิ าเปนรปู สามเหลย่ี ม รูปสี่เหล่ยี ม รูปวงกลม หรือรปู วงรี การเขยี นรปู
เรขาคณติ สองมิตโิ ดยใชแบบของรปู เรขาคณิต การบอกชนิดของรปู เรขาคณติ สามมติ ิวาเปนทรงสีเ่ หลย่ี มมมุ ฉาก
ทรงกลม หรือทรงกระบอก การจําแนกระหวา งรปู ส่เี หลย่ี มมุมฉากกับทรงสเี่ หลีย่ มมมุ ฉาก และรปู วงกลมกับ
ทรงกลม การบอกจาํ นวนและความสมั พนั ธใ นแบบรูปของจํานวนทีเ่ พิม่ ขึ้นทลี ะ 5 ทลี ะ 10 ทีละ 100 และลดลง
ทลี ะ 2 ทีละ 10 และทีละ 100 การบอกรูปและความสัมพันธในแบบรปู ของรูปที่มีรปู ราง ขนาด หรือสีท่ีสมั พันธ
กันอยางใดอยางหน่งึ
โดยใชทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาในสถานการณตา งๆ ไดอ ยางเหมาะสม
รูจกั ใชว ิธกี ารที่หลากหลายในการแกปญหา เพื่อใหม คี วามรูความเขาใจ มีทกั ษะในการคิดคํานวณ การแกป ญ หา
การใหเหตุผล การสอ่ื สาร ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และสามารถนําไปใชในการเรียนรูสิง่ ตา งๆ และใชใน
ชวี ติ ประจําวนั อยา งสรา งสรรค มรี ะเบยี บ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณและมีความเชื่อมัน่ ในตนเอง สามารถ
ทํางานอยางเปน ระบบ รวมทั้งเหน็ คุณคาและมเี จตคติท่ดี ีตอคณิตศาสตร
ผลการเรียนรู มีความรูค วามเขาใจ เร่ือง จาํ นวนนับไมเกิน 1,000
1 มีความรูค วามเขาใจ เรื่อง การบวกจํานวนที่มีผลบวกไมเ กนิ 1,000
2 มคี วามรูความเขา ใจ เรื่อง การลบจํานวนที่มีตวั ตั้งไมเ กิน 1,000
3 มีความรคู วามเขาใจ เร่ือง แบบรปู และความสัมพันธ
4 มีความรูความเขาใจ เร่ือง การวดั ความยาว
5 มีความรูความเขา ใจ เรื่อง การชั่ง
6 มคี วามรูความเขา ใจ เร่ือง การคณู
7 มคี วามรูความเขาใจ เร่ือง เวลา
8 มีความรคู วามเขาใจ เรื่อง เงิน
9 มีความรคู วามเขาใจ เรื่อง การหาร
10
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 188
11 มีความรคู วามเขา ใจ เร่ือง การตวง
12 มีความรูค วามเขา ใจ เรื่อง รปู เรขาคณิต
รวม 12 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวิชา
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 189
รายวิชาพน้ื เพ่ิมเติม คณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12201
กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร เวลา 80 ชวั่ โมง
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 2
คําอธบิ ายรายวิชา
เขยี น อาน เปรียบเทียบ และเรียงลําดับจํานวนนบั ไมเ กนิ หนึง่ แสนและศนู ย บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ
คูณ หารระคน วเิ คราะห และแสดงวิธีหาคาํ ตอบของโจทยป ญหาและโจทยปญหาระคนของจาํ นวนนับ พรอมท้ัง
ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบ สรางโจทยป ญหาเก่ียวกบั จาํ นวนนับ บอกความยาวเปนเมตร
เซนติเมตร และมลิ ลเิ มตร นาํ้ หนกั เปน กโิ ลกรัม กรัม และขีด ปรมิ าตรและความจเุ ปนลิตร มิลลิลิตร และ
เปรียบเทียบความยาว นํา้ หนัก ปริมาตรและความจใุ นหนวยเดยี วกนั เลอื กเครอ่ื งวัด เคร่ืองชงั่ และเครื่องตวง
ท่เี หมาะสม บอกเวลาบนหนาปดนาฬกิ า (ชวง 5 นาที อา นและเขยี นบอกเวลา และจํานวนเงินโดยใชจดุ
ความสัมพนั ธข องหนวยการวัดความยาว นา้ํ หนกั และเวลา แกปญ หาเก่ยี วกับการวัดความยาว การชัง่ การตวง
เงิน และเวลา อานและเขยี นบันทกึ รายรับ รายจา ย บันทึกกจิ กรรมหรือเหตุการณท ร่ี ะบเุ วลา บอกชนดิ ของรูป
เรขาคณติ สองมิตทิ ่ีเปน สวนประกอบของสงิ่ ของท่ีมีลกั ษณะเปน รปู เรขาคณิตสามมติ ิ รปู เรขาคณติ สองมิตทิ ีม่ ี
แกนสมมาตร เขียนชอ่ื และสญั ลักษณแทนจุด เสนตรง รงั สี สวนของเสนตรง มมุ เขียนรูปเรขาคณิตสองมิติ
ในแบบตา งๆ บอกรปู เรขาคณิตตา งๆ ที่อยใู นสิง่ แวดลอ มรอบตวั บอกจํานวนและความสัมพันธในแบบรปู
ของจํานวนทีเ่ พม่ิ ขน้ึ ทลี ะ 3 ทีละ 4 ทีละ 25 ทีละ 50 และลดลงทลี ะ 3 ทลี ะ 4 ทีละ 5 ทลี ะ 25 ทีละ 50 และ
แบบรปู ซํ้า บอกรปู และความสมั พนั ธใ นแบบรปู ของรปู ทีม่ รี ูปรา ง ขนาด หรอื สที ี่สมั พันธกันสองลักษณะ รวบรวม
และจําแนกขอ มลู เก่ยี วกับตนเองและสง่ิ แวดลอ มใกลตวั ที่พบเห็นในชีวติ ประจําวัน อา นขอมูลจากแผนภมู ริ ูปภาพ
และแผนภมู แิ ทงอยา งงาย
โดยใชวิธกี าร ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาในสถานการณตา งๆ ที่หลากหลาย
ใหเ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผล ใชภาษาและสญั ลักษณทางคณติ ศาสตรในการสอื่ สาร สื่อความหมาย
และนาํ เสนอ อยา งมีความคดิ ริเรมิ่ สรา งสรรค
เพือ่ ใหเ กิดความรูความเขา ใจ สามารถเช่อื มโยงความรูทางคณิตศาสตรกบั สถานการณจริงและนําไป
ประยกุ ตใ ชในชีวติ จรงิ และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอการเรียนคณิตศาสตร
ผลการเรียนรู มคี วามรคู วามเขาใจ เรื่อง จํานวนนบั ไมเกนิ 100,000
1 มคี วามรูความเขาใจ เร่ือง การบวกจาํ นวนที่มีผลบวกไมเกิน 100,000
2 มคี วามรคู วามเขา ใจ เร่ือง การลบจาํ นวนท่มี ตี ัวตง้ั ไมเกนิ 100,000
3 มีความรคู วามเขา ใจ เรื่อง การวิเคราะหและการนําเสนอขอมลู
4 มีความรูความเขา ใจ เร่ือง การวัดความยาว ความสูง และระยะทาง
5 มีความรูความเขาใจ เรื่อง เวลา
6 มีความรูความเขา ใจ เรื่อง การชั่ง
7
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 190
8 มีความรูความเขาใจ เรื่อง การตวง
9 มีความรคู วามเขา ใจ เรื่อง การคูณ
10 มีความรคู วามเขา ใจ เรื่อง การหาร
11 มีความรูค วามเขา ใจ เรื่อง เงิน
12 มีความรูความเขา ใจ เรื่อง รูปเรขาคณิต
13 มีความรคู วามเขา ใจ เร่ือง แบบรปู และความสมั พันธ
14 มคี วามรูความเขา ใจ เร่ือง การบวก ลบ คูณ หารระคน
รวม 14 ผลการเรยี นรู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คาํ อธิบายรายวิชา หนา 191
รหสั วิชา ค 13201
รายวิชาพ้ืนเพมิ่ เติม คณติ ศาสตร เวลา 80 ชั่วโมง
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 3
คาํ อธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคํานวณ และฝกการแกโจทยปญหาในเร่ืองการเขียนและอานสัญลักษณแสดงจํานวน
นับ ศูนย เศษสวน และทศนิยมหน่ึงตําแหนงเปนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ การเปรียบเทียบ
และเรียงลําดับจํานวนนับและศูนย เศษสวน และทศนิยมหน่ึงตําแหนงการบวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ
หารระคนของจํานวนนับและศูนย การวิเคราะหและแสดงวิธีหาคําตอบของโจทยปญหา และโจทยปญหาระคน
ของจาํ นวนนับศูนย การบวกและลบเศษสว นที่มีตัวสวนเทากัน การบอกความสัมพันธของหนวยการวัดความยาว
นํ้าหนัก ปริมาตรหรือความจุและเวลา การหาพ้ืนที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การบอกเวลาบนหนาปดนาฬิกา การอาน
และเขียนเวลาโดยใชจุดและบอกระยะเวลา การคาดคะเนความยาว นํ้าหนัก ปริมาตรหรือความจุ การแกปญหา
เกี่ยวกับการวัดความยาว การชั่ง การตวง เงินและเวลา การเขียนบันทึกรายรับ รายจาย การอานและเขียนบันทึก
กิจกรรมหรือเหตุการณทร่ี ะบุเวลา การบอกชนิดของมุม ชอื่ มมุ สวนประกอบของมุม และเขียนสัญลักษณ การบอกวา
เสนตรงหรือสวนของเสนตรงคูใดขนานกัน พรอมทั้งใชสัญลักษณแสดงการขนาน การบอกสวนประกอบของ
วงกลม การบอกวารูปใดหรือสวนใดของสิ่งมีลักษณะเปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และจําแนกไดวาเปนรูปสี่เหลี่ยม
จัตุรัสหรือรูปสี่เหลี่ยมผืนผา การบอกวารูปเรขาคณิตสองมิติรูปใดเปนรูปที่มีแกนสมมาตรและบอกจํานวนแกน
สมมาตร การนํารูปเรขาคณิตมาประดิษฐเปนลวดลายตาง ๆ การบอกจํานวนและความสัมพันธในแบบรูปของจํานวนที่
เพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละเทากัน การบอกรูปและความสัมพันธในแบบรูปของรูปท่ีกําหนดให การรวบรวมและจําแนก
ขอ มูล การอานขอมูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพ แผนภมู ิแทงและตาราง การเขียนแผนภมู ริ ูปภาพและแผนภูมิแทง
กจิ กรรมการเรียนรูเปนการเนนจัดประสบการณจากรปู ธรรม ไปสูภาพและสัญลักษณการจัดกิจกรรมกลุม
หรือเกม ใหผูเรียนมีสวนรวมในการสรางความคิดรวบยอด ใชโจทยที่หลากหลายใกลเคียงกับชีวิตประจําวัน เพ่ือ
ฝกทักษะการคิดคํานวณและฝกการแกโจทยปญหา โดยเรียงลําดับโจทย จากงายไปหาโจทยท่ีมคี วามซบั ซอนมาก
ข้ึน เพื่อใหผูเรียนไดฝกทักษะเปนลําดับขั้น สงเสริมการอธิบาย ใหเหตุผลประกอบการแกปญหา และเนนการ
แกปญ หาโดยใชวธิ กี ารท่ีหลากหลายสรา งสรรค
เพื่อใหมีความคิดรวบยอด มีทักษะในการคิดคํานวณ มีเหตุผลในการแกปญหา มีความคิดริเร่ิม
สรางสรรค และนําความรไู ปใชในชวี ิตจริงได
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูความเขา ใจ เรือ่ ง จํานวนนับมากกวา100,000
2. มีความรคู วามเขาใจ เร่ือง การบวกและการลบ
3. มีความรูความเขาใจ เร่ือง การคูณ
4. มีความรคู วามเขาใจ เรอ่ื ง การหาร
5. มีความรคู วามเขา ใจ เรอ่ื ง เวลา
6. มีความรคู วามเขาใจ เรื่อง การวัดความยาว
7. มคี วามรูความเขาใจ เรือ่ ง การชง่ั และการตวง
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 192
8. มีความรูความเขาใจ เรอ่ื ง การบวก การลบ
9. มีความรคู วามเขาใจ เรอ่ื ง การคณู และการหาร
10. มีความรูความเขาใจ เร่ือง เงิน
11. มคี วามรคู วามเขา ใจ เร่ือง เศษสว น
12. มคี วามรูความเขาใจ เร่ือง ทศนยิ ม
13. มคี วามรคู วามเขา ใจ เรื่อง เรขาคณิต
14. มีความรคู วามเขา ใจ เรื่อง พน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หล่ยี มมุมฉาก
15. มีความรคู วามเขา ใจ เร่ือง ขอ มลู แผนภมู ิ และตาราง
รวม 15 ผลการเรยี นรู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คําอธิบายรายวิชา หนา 193
รหสั วชิ า ค 14201
รายวชิ าพ้ืนเพ่ิมเติม คณติ ศาสตร เวลา 80 ช่วั โมง
กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4
คาํ อธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคํานวณ และฝกการแกโจทยปญหาในเร่ืองการเขียนและอานเศษสวน จํานวนคละ
และทศนิยมไมเกินสองตําแหนง การเปรียบเทียบและเรียงลําดับเศษสวน และทศนิยมไมเกินสองตําแหนง การ
เขียนเศษสวนในรูปทศนิยมและรอยละ การเขียนรอยละในรูปเศษสวนและทศนิยม และการเขียนทศนิยมในรูป
เศษสวนและรอยละ การบวก ลบ คูณ และบวก ลบ คูณระคนของเศษสวน การบวก ลบ คูณ และบวก ลบ คูณ
ระคนของทศนิยมท่ีคําตอบเปนทศนิยมไมเกินสองตําแหนง การวิเคราะหและแสดงวิธีหาคําตอบของโจทยป ญหา
และโจทยปญหาระคนของจํานวนนับ เศษสวน ทศนิยมและรอยละ การบอกคาประมาณใกลเคียงจํานวนเต็มสิบ เต็ม
รอย และ เต็มพันของจํานวนนับ การบอกความสัมพันธของหนวยการวัดปริมาตร หรือความจุ การหาความยาวรอบรูป
และการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม และรูปสามเหลี่ยม การวดั ขนาดของมุม การหาปริมาตรหรือความจุของทรงส่ีเหล่ียมมุม
ฉาก และการแกปญหาเก่ียวกับพื้นท่ี ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลยี่ มมุมฉากและรูปสามเหลี่ยม การบอกลักษณะและ
จําแนกรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตาง ๆ การบอกลักษณะ ความสัมพันธและจําแนกรูปส่ีเหล่ียมชนิดตาง ๆ การ
บอกลักษณะ สว นประกอบ ความสัมพันธ และจําแนกรูปสามเหลี่ยมชนดิ ตาง ๆ การสรางมุมโดยใชโ ปรแทรกเตอร
การสรางรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก รูปสามเหล่ียม และรปู วงกลม การสรางเสนขนานโดยใชไมฉาก การบอกจํานวนและ
ความสัมพันธในแบบรปู ของจํานวน การเขยี นแผนภูมิแทง ท่มี ีการยนระยะของเสนแสดงจาํ นวน การอา นขอ มลู จาก
แผนภมู ิเปรียบเทียบ การบอกวาเหตุการณท ่ีกําหนดใหนน้ั
- เกิดขึน้ อยางแนน อน - อาจจะเกดิ ขึ้นหรือไมก็ได - ไมเ กิดข้ึนอยา งแนน อน
กิจกรรมการเรียนรูเปนการเนนจัดประสบการณจากรูปธรรมไปสูภาพและสัญลักษณ การจัดกิจกรรมกลุม
หรือเกม ใหผูเรียนมีสวนรวมในการสรางความคิดรวบยอด ใชโจทยท่ีหลากหลายใกลเคียงกับชีวิตประจําวัน เพื่อ
ฝกทักษะการคิดคํานวณและฝกการแกโจทยปญหา โดยเรียงลําดับโจทยจากงายไปหาโจทยที่มีความซับซอนมากขึ้น
เพ่ือใหผูเรียนไดฝกทักษะเปนลําดับขั้น สงเสริมการอธิบาย ใหเหตุผลประกอบการแกปญหา และเนนการแกปญหาโดย
ใชว ธิ ีการท่ีหลากหลาย สรางสรรค
เพ่ือใหมคี วามคิดรวบยอด มที ักษะในการคิดคาํ นวณ มีเหตุผลในการแกปญหา มีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค
และนาํ ความรูไปใชในชวี ิตจรงิ ได
ผลการเรยี นรู
1. มีความรคู วามเขาใจ เรอื่ ง จํานวนนับ
2. มีความรูความเขา ใจ เร่ือง การบวก การลบ การคูณ และการหาร
3. มคี วามรูค วามเขาใจ เรอ่ื ง มุม
4. มคี วามรคู วามเขาใจ เรื่อง เสนขนาน
5. มคี วามรูความเขาใจ เรื่อง สถิติและความนา จะเปน
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 194
6. มีความรูค วามเขาใจ เรือ่ ง เศษสว น
7. มีความรคู วามเขา ใจ เรอ่ื ง การบวก การลบ การคูณ การหารเศษสวน
8. มคี วามรูความเขา ใจ เรื่อง ทศนิยม
9. มคี วามรคู วามเขาใจ เรอ่ื ง การบวก ลบ และคูณทศนิยม
10. มคี วามรคู วามเขาใจ เรื่อง บทประยุกต
11. มคี วามรูความเขา ใจ เรื่อง รปู ส่ีเหลีย่ ม
12. มคี วามรคู วามเขา ใจ เรื่อง รูปสามเหลี่ยม
13. มคี วามรคู วามเขา ใจ เร่ือง รูปวงกลม
14. มคี วามรูความเขาใจ เร่ือง รูปเรขาคณิตสามมิตแิ ละปรมิ าตรของทรงส่เี หลีย่ มมุมฉาก
รวม 14 ผลการเรยี นรู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คําอธิบายรายวิชา หนา 195
รหัสวิชา ค 15201
รายวิชาพื้นเพิ่มเติม คณติ ศาสตร เวลา 80 ชว่ั โมง
กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 5
คาํ อธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคํานวณ และฝกการแกโจทยปญหาในเรื่องการเขียนและอานสัญลักษณแสดงทศนิยม
ไมเกินสามตําแหนง การเปรียบเทียบและเรียงลําดับเศษสวน และทศนิยมไมเกินสามตําแหนง การเขียนทศนิยมใน
รูปเศษสวนและเขียนเศษสวนในรปู ทศนิยม การบวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสวน จํานวน
คละ และทศนิยม การวิเคราะหและแสดงวิธีหาคําตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคนของจํานวนนับ
เศษสวน จํานวนคละ ทศนิยม และรอยละ การบอกคาประมาณใกลเคียงจํานวนเต็มหลักตาง ๆ ของจํานวนนับ การ
บอกคาประมาณของทศนิยม ไมเกินสามตําแหนง การใชสมบัติการสลับที่ สมบัติการเปลี่ยนหมู และสมบัติการแจก
แจงในการคิดคํานวณ การหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจํานวนนับ การอธิบายเสนทางหรือบอกตําแหนงของ
ส่ิงตาง ๆ โดยระบุทิศทางและระยะทางจริงจากรูปภาพ แผนท่ี และแผนผัง การหาพ้ืนท่ีของรูปสี่เหล่ียม การหา
ความยาวรอบรปู และพนื้ ที่ของรูปวงกลม การแกปญหาเกยี่ วกับพน้ื ที่ ความยาวรอบรปู ของรูปสเี่ หล่ียมและรูปวงกลม การ
แกปญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก การเขียนแผนผังแสดงตําแหนงของส่ิงตาง ๆ และ
แผนผังแสดงเสนทางการเดินทาง การบอกชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติที่เปนสวนประกอบของรูปเรขาคณิตสามมิติ
การบอกสมบัติของเสนทแยงมุมของรูปส่ีเหล่ียมชนิดตาง ๆ การบอกวาเสนตรงคูใดขนานกัน การประดิษฐทรง
ส่ีเหล่ียมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย ปริซึมและพีระมิด จากรูปคลี่หรอื รูปเรขาคณิตสองมิติที่กําหนดให การสราง
รูปสี่เหล่ียมชนิดตาง ๆ การแกปญหาเกี่ยวกับแบบรูป การเขียนสมการจากสถานการณหรือปญหา และการแก
สมการพรอมทั้งตรวจคําตอบ การอานขอมูลจากกราฟเสนและแผนภูมิรูปวงกลม การเขียนแผนภูมิแทง
เปรียบเทียบและกราฟเสน การอธิบายเหตุการณโดยใชคําทีม่ ีความหมายเชนเดียวกับคําวา
- เกดิ ข้นึ อยางแนน อน - อาจจะเกิดข้ึนหรอื ไมกไ็ ด - ไมเกิดข้ึนอยา งแนน อน
กิจกรรมการเรียนรูเปนการเนนจัดประสบการณจากรูปธรรม ไปสูภาพและสัญลักษณก ารจัดกิจกรรมกลุม
หรือเกม ใหผ ูเรียนมีสวนรวมในการสรางความคิดรวบยอด ใชโ จทยทห่ี ลากหลายใกลเคียงกบั ชีวติ ประจาํ วนั เพื่อฝก
ทักษะการคิดคํานวณและฝกการแกโจทยปญหา โดยเรียงลําดับโจทย จากงายไปหาโจทยที่มีความซับซอนมากขึ้น
เพ่ือใหผูเรียนไดฝกทักษะเปนลําดับขั้น สงเสริมการอธิบาย ใหเหตุผลประกอบการแกปญหา และเนนการแกปญหา
โดยใชวิธีการทีห่ ลากหลายสรา งสรรค
เพ่ือใหมคี วามคิดรวบยอด มีทักษะในการคิดคํานวณ มเี หตุผลในการแกปญหา มีความคิดริเริ่มสรางสรรค
และนําความรไู ปใชในชีวติ จรงิ ได
ผลการเรียนรู
1. มีความรูความเขา ใจ เรือ่ ง จาํ นวนนบั
2. มีความรูความเขา ใจ เร่อื ง สมการและการแกส้ มการ
3. มคี วามรคู วามเขาใจ เร่อื ง ตวั ประกอบของจาํ นวนนบั
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 196
4. มคี วามรคู วามเขาใจ เร่ือง เสน้ ขนาน
5. มีความรูความเขา ใจ เรอ่ื ง ทศิ และแผนผงั
6. มีความรคู วามเขา ใจ เรอื่ ง เศษสว่ น
7. มีความรูความเขา ใจ เร่ือง ทศนยิ ม
8. มคี วามรคู วามเขาใจ เร่อื ง การบวก การลบ และการคณู ทศนิยม
9. มคี วามรคู วามเขา ใจ เร่อื ง การหารทศนยิ ม
10. มีความรูความเขาใจ เรื่อง รูปสเ่ี หลย่ี ม
11. มคี วามรคู วามเขาใจ เรื่อง รูปวงกลม
12. มคี วามรคู วามเขา ใจ เร่ือง บทประยกุ ต์
13. มีความรูความเขา ใจ เร่ือง รูปเรขาคณิต
14. มีความรูความเขา ใจ เรื่อง สามมติ แิ ละปรมิ าตรของทรงสเ่ี หลยี่ มมมุ ฉาก
15. มีความรูความเขา ใจ เรื่อง สถิติและความนา่ จะเป็น
รวม 15 ผลการเรียนรู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
คําอธบิ ายรายวิชา หนา 197
รหสั วิชา ค 16201
รายวชิ าพนื้ เพิ่มเติม คณติ ศาสตร เวลา 80 ชว่ั โมง
กลุมสาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 6
คาํ อธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝก ทกั ษะการคิดคํานวณ และการจัดการเรยี นรูโดยใชป ระสบการณหรือสถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ที่
ใกลต ัวนกั เรยี น เพ่ือใหนักเรยี นไดศึกษาคน ควาโดยการปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน และฝก ทักษะกระบวนการ
เก่ยี วกับจํานวนเต็มบวก จาํ นวนเตม็ ลบ และศูนย การเปรียบเทียบจาํ นวนเตม็ การบวก ลบ คณู หารจํานวนเต็ม
สมบัตขิ องจํานวนเตม็ และการนําไปใช ความหมายของเลขยกกาํ ลัง การเขยี นแสดงจํานวนในรปู สญั กรณ
วิทยาศาสตร การคูณ การหารเลขยกกาํ ลังทมี่ ฐี านเดยี วกันและเลขช้ีกาํ ลังเปนจาํ นวนเต็ม การหา ห.ร.ม.ของจาํ นวน
นับ การหา ค.ร.น.ของจํานวนนับ การนําสมบัติของจํานวนเตม็ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ไปใชแ กป ญหา การสรางรปู
เรขาคณติ โดยใชวงเวียนและสันตรง การสรา งรปู เรขาคณิตสองมิตโิ ดยใชการสรางพ้นื ฐาน การสบื เสาะ สงั เกต และ
คาดการณเก่ยี วกับสมบัติทางเรขาคณติ การอธิบายเกี่ยวกบั เหตุการณท ่ีกาํ หนดใหวา เหตุการณใดจะมโี อกาสเกิดข้ึน
มากกวา กัน
เพือ่ ใหม คี วามรูความเขา ใจ มีทักษะในการคิดคาํ นวณ การแกป ญ หา การใหเ หตผุ ล การสือ่ ความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนําไปใชในการเรยี นรสู งิ่ ตา งๆ และใชใ นชวี ิตประจําวันอยางสรา งสรรค มีระเบยี บ มี
ความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชือ่ ม่ันตนเอง สามารถทํางานอยางเปน ระบบ รวมท้งั เหน็ คุณคา และมี
เจตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร
ผลการเรียนรู มคี วามรคู วามเขา ใจ เรื่อง สมบตั ิของจํานวนนบั
1 มีความรคู วามเขาใจ เร่ือง ระบบจาํ นวนเต็ม
2 มีความรคู วามเขาใจ เรื่อง เลขยกกําลัง
3 มีความรูความเขา ใจ เร่ือง พ้ืนฐานทางเรขาคณิต
4 มคี วามรูความเขา ใจ เรื่อง โอกาสของเหตกุ ารณ
5
รวม 5 ผลการเรยี นรู
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 198
คําอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร
พนื้ ฐาน
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 199
คําอธบิ ายรายวิชา
รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหัสวิชา ว 11101
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร เวลา 80 ช่ัวโมง
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1
คําอธบิ ายรายวิชา
วิเคราะหความแตกตางระหวางส่ิงที่มีชีวิตกับสิ่งไมมีชีวิต ลักษณะของสิ่งที่มีชีวิตในทองถิ่น ราก ลําตน
ใบ ดอก ผลของพชื อวัยวะภายนอกของสตั ว ลักษณะและหนา ที่ของอวัยวะภายนอกของมนุษยแ ละการทํางาน
ทส่ี ัมพันธกัน การดูแลรักษาสขุ ภาพ ความสาํ คัญของพืชและสัตวใ นทองถิน่ และการนําไปใชในชีวิตประจาํ วัน
และการจัดกลุมวัสดุ แรงดึงแรงผลักทําใหวัสดุเคล่ือนที่และการเปลี่ยนแปลงรูปรางของวัตถุเมื่อมีแรงกระทํา
องคป ระกอบของดินการใชป ระโยชนจากดินในทองถ่นิ ส่ิงท่ีปรากฏในทองฟา เวลากลางวนั และกลางคนื ดวง
อาทติ ยท่ีเปนแหลง พลังงานของโลก
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคนขอ มูล
บันทึก จัดกลุมขอมูลและการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสาร
สิ่งท่ีเรยี นรูม คี วามสามารถในการตดั สินใจ
เห็นคณุ คาของการนําความรูไปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจําวนั มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรมและ
คานิยมท่เี หมาะสม
รหสั ตัวชว้ี ดั
ว 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ว 1.2 ป.1/1
ว 3.1 ป.1/1, ป.1/2
ว 4.1 ป.1/1
ว 6.1 ป.1/1
ว 7.1 ป.1/1
ว 8.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5, ป.1/6, ป.1/7
สาระทอ งถ่นิ
ว 6.1 ป.1/1
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์
หนา 200
คาํ อธิบายรายวชิ า
รายวชิ า วิทยาศาสตร รหสั วชิ า ว 12101
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร เวลา 80 ช่ัวโมง
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 2
คาํ อธิบายรายวิชา
วิเคราะหสิ่งที่พืช สัตว และมนุษยตองการในการเจริญเติบโตและดํารงชีวิตการตอบสนองตอสิ่งเราของ
พืช สัตวและมนษุ ย ประโยชนของพืชและสัตว สมบัตขิ องวสั ดุที่นํามาทาํ ของเลน ของใช แมเ หล็กและการ
นาํ ไปใชป ระโยชนแรงทางไฟฟา พลังงานไฟฟา จากแบตเตอร่ี พลังงานไฟฟา เปลี่ยนเปนพลังงานอื่น สมบัติ
ของดนิ ในทอ งถิ่นและการนําไปใชป ระโยชน ความสําคญั ของดวงอาทติ ยทีเ่ ปนแหลงพลังงานโลก
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การ
สืบคนขอมูล และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งท่ี
เรียนรมู ีความสามารถในการตดั สินใจ
เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนใ นชีวิตประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรมและ
คานิยมทีเ่ หมาะสม
รหัสตวั ชี้วัด
ว 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5,
ว 1.2 ป.2/1
ว 3.1 ป.2/1, ป.2/2
ว 4.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
ว 5.1 ป.2/1, ป.2/2
ว 6.1 ป.2/1
ว 7.1 ป.2/1
ว 8.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
สาระทอ งถิน่
ว 6.1 ป.2/1
โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์