The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทย์-คณิต2559

หนา 201

คาํ อธิบายรายวิชา

รายวิชา วิทยาศาสตร รหัสวิชา ว 13101
กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร เวลา 80 ชัว่ โมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 3

คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาวเิ คราะหล กั ษณะตา ง ๆ ของสิ่งมชี ีวิต ใกลต ัว เปรียบเทียบและระบุลกั ษณะท่ีคลา ยคลึงกันของการ

ถา ยทอดทางพันธกุ รรมและนําความรูไปใชประโยชน สงิ่ มชี วี ติ บางชนดิ ท่ี สูญพันธุไปแลว และทด่ี ํารงพนั ธุมา
จนถึงปจจบุ ัน สิง่ แวดลอมในทอ งถิ่นของตน ความสมั พนั ธของสิง่ มชี วี ิตกบั สิง่ แวดลอ ม ทรพั ยากรธรรมชาติ และ
การใชท รพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถน่ิ การใชทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ีกอใหเ กิดปญ หาส่งิ แวดลอ มในทองถนิ่ การใช
ทรพั ยากรธรรมชาติอยางประหยัดและคมุ คา และมสี วนรว มในการปฏิบตั ิ จาํ แนกชนิดและสมบตั ขิ องวัสดุ การใช
ประโยชนข องวัสดแุ ตล ะชนิด การเปลยี่ นแปลงที่เกิดขึ้นกบั วัสดุ ประโยชนและอนั ตรายท่เี กิดจากการ
เปลีย่ นแปลงของวัสดุ ของเลน ของใช ผลของการออกแรงที่กระทาํ ตอวสั ดุ แรงดงึ ดูดของโลกทาํ ใหว ัตถุมี
นา้ํ หนัก แหลง พลงั งานธรรมชาติที่ใชผลติ ไฟฟา การใชเคร่อื งใชไฟฟาอยา งถูกวิธีประหยดั และปลอดภัย สมบัติ
ทางกายภาพของนํา้ จากแหลงนา้ํ ในทอ งถ่ิน และนําความรูไ ปใชป ระโยชน สว นประกอบของอากาศและ
ความสําคัญของอากาศ อุณหภมู แิ ละการเคล่อื นท่ขี องอากาศ ปรากฏการณทองฟา การขึ้น – ตกของดวง
อาทิตย ดวงจันทร การเกดิ กลางวนั กลางคืน และการกําหนดทิศ

โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสังเกต การสาํ รวจตรวจสอบ สืบคน
ขอ มลู และการอภปิ รายเพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่งิ ท่ีเรยี นรูมี
ความสามารถในการตัดสินใจ

เหน็ คณุ คา ของการนาํ ความรไู ปใชประโยชนในชวี ิตประจาํ วนั มีจติ วทิ ยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม
และคานิยมที่เหมาะสม
ตวั ชีว้ ัด

ว 1.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4
ว 2.1 ป.3/1
ว 2.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ว 3.1 ป.3/1 ป.3/2
ว 3.2 ป.3/1 ป.3/2
ว 4.1 ป.3/1 ป.3/2
ว 5.1 ป.3/1 ป.3/2
ว 6.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ว 7.1 ป.3/1
ว 8.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 ป.3/6 ป.3/7 ป.3/8
สาระทอ งถิ่น
ว 2.1 ป.3/1
ว 2.2 ป.3/1 ป.3/2
ว 6.1 ป.3/1

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คาํ อธิบายรายวิชา หนา 202
รหสั วิชา ว 14101
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร เวลา 120 ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 4

คาํ อธิบายรายวิชา
ศกึ ษาวเิ คราะหหนา ทข่ี องทอลาํ เลยี งและปากใบของพชื การสงั เคราะหด ว ยแสงเปนปจจัยที่จาํ เปน ตอ
การเจริญเตบิ โตของพืช การตอบสนองของพชื ตอแสง เสยี ง และการสัมผัส พฤตกิ รรมของสัตวทีต่ อบสนองตอ
แสง อณุ หภูมิ การสัมผัสและนาํ ความรูไปใชประโยชน การเคล่อื นที่ของแสงจากแหลงกาํ เนดิ การสะทอ นของ
แสงท่ตี กกระทบวสั ดุ จําแนกวัสดตุ ามลักษณะการมองเหน็ จากแหลงกําเนิดแสง การหกั เหของแสงเมือ่ ผา น
ตวั กลางโปรงใสสองชนดิ การเปลีย่ นแสงเปน พลังงานไฟฟา แสงประกอบดว ยแสงสีตาง ๆ และนําความรไู ปใช
ประโยชน การเกิดดิน ชนิดและสมบตั ิของดินทใี่ ชปลูกพืชในทอ งถน่ิ ระบบสุริยะ ลักษณะและสวนประกอบ
ของระบบสุริยะ
โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสบื คน
ขอ มลู และการอภปิ ราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถสอ่ื สารส่งิ ท่ีเรยี นรู มีความสามารถใน
การตดั สินใจ
นาํ ความรูไ ปใชในชวี ติ ประจาํ วนั มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ มท่ีเหมาะสม
ตวั ชี้วัด
ว 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ว 5.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6
ว 6.1 ป.4/1 ป.4/2
ว 7.1 ป.4/1
ว 8.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7 ป.4/8
รวม 21 ตัวชว้ี ดั
สาระทอ งถ่นิ
ว 6.1 ป.4/2

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คําอธิบายรายวิชา หนา 203
รหสั วิชา ว 15101
รายวชิ า วิทยาศาสตร เวลา 120 ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 5

คาํ อธิบายรายวิชา
วิเคราะหส วนประกอบของดอกและโครงสรางทเ่ี กีย่ วของกับการสืบพันธุข องพชื ดอก การสืบพนั ธุข อง

พืชดอก การขยายพันธพชื วัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอกบางชนิด การสบื พันธแุ ละ การขายพันธขุ องสตั ว วัฏจกั ร
ชวี ิตของสัตวบางชนดิ และนําความรไู ปใชประโยชน ลกั ษณะ ของตนเองกบั คนในครอบครัว การถายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรมของส่ิงมีชวี ติ ในแตล ะรนุ การจาํ แนกพชื ดอก และพืชไมม ดี อก ลกั ษณะของพืชดอกที่
เปน พชื ใบเลยี้ งเดยี่ ว และพชื ใบเลย้ี งคู โดยใชล ักษณะภายนอกเปนเกณฑ การจาํ แนกสตั วออกเปน กลุมโดยใช
ลกั ษณะภายในบางลักษณะและลักษณะภายนอกเปน เกณฑ สมบัติของวสั ดุชนดิ ตาง ๆ เกย่ี วกับความยืดหยุน
ความแขง็ ความเหนยี วการนาํ ความรอ น การนําไฟฟา และความหนาแนน การนาํ วสั ดไุ ปใชในชีวติ ประจาํ วนั
การหาแรงลัพธข องแรงสองแรงซง่ึ อยใู นแนวเดยี วกันที่กระทาํ ตอวัสดุ ความดันอากาศ ความดนั ของของเหลว
แรงพยุงของของเหลว การลอยตัว และการจมของวัตถุ แรงเสียดทานและนาํ ความรูไปใชป ระโยชน การเกดิ
เสียงและการเคลือ่ นทข่ี องเสยี ง การเกิดเสียงสงู เสียงต่ํา เสยี งดงั เสยี งคอ ย อนั ตรายท่ีเกิดขึ้นเมื่อฟง เสยี งดัง
มาก ๆ การเกิดเมฆ หมอก นํา้ คา ง ฝน และลกู เหบ็ การเกิดวัฏจักรน้าํ เครือ่ งมืออยา งงา ยในการวัดอุณหภูมิ
ความชน้ื และความกดอากาศ การเกดิ ลม การเกดิ ทิศ และปรากฏการณก ารขึ้นตกของดวงดาวโดยใชแผนท่ดี าว

โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก ารสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมลู
บันทึกขอมลู จัดกลุม ขอมูล นําเสนอผลงาน การทดลองและการอภิปราย

เพ่อื ใหเ กดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถส่อื สารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ
นาํ ความรไู ปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วนั มีจิตวิทยาศาสตร มีจริยธรรม คุณธรรมและคา นยิ มท่ีเหมาะสม

ตวั ชว้ี ัด
ว 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ว 1.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ว 3.1 ป.5/1 ป.5/2
ว 4.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ว 4.2 ป.5/1
ว 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ว 6.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ว 7.1 ป.5/1
ว 8.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ป.5/6 ป.5/7 ป.5/8
รวม 34 ตัวชวี้ ดั
โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ

โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คําอธิบายรายวิชา หนา 204
รหสั วิชา ว 16101
รายวิชา วิทยาศาสตร เวลา 120 ช่ัวโมง
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 6

คาํ อธิบายรายวิชา
วเิ คราะหอธบิ าย การเจริญเติบโต และการเปล่ียนแปลงของรางกายในแตล ะวัย กระบวนการทํางานของ

ระบบยอยอาหาร ระบบหายใจ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด และระบบขับถาย สารอาหารที่ความจําเปน ตอรางกาย
มนุษยในสดั สว นท่เี หมาะสมกับเพศละวยั ส่งิ มีชวี ิตกบั แหลงทีอ่ ยู ความสัมพันธข องกลุม สงิ่ มชี ีวติ ในแตละแหลง ท่ี
อยูตาง ๆ ในรปู ของโซอ าหาร และสายใยอาหาร การดํารงชวี ิตของสิ่งมชี วี ิตกบั สภาพแวดลอ มในทองถิ่น แหลง
ทรพั ยากรธรรมชาติในทอ งถน่ิ การเพ่มิ ของประชากรมนษุ ยตอ การใชท รัพยากร ผลของการเปลีย่ นแปลง
ส่งิ แวดลอมโดยธรรมชาตแิ ละโดยมนษุ ย การดูแลรกั ษาสง่ิ แวดลอ มในทองถิน่ สมบัติของของแข็ง ของเหลวและ
แกส การจาํ แนกสารโดยใชสถานะเปน เกณฑ หรอื เกณฑอื่นทก่ี าํ หนดข้ึนเอง การแยกสารดวยวิธกี ารตา ง ๆ สาร
ที่ใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วัน การเลือกใชสารแตละประเภทไดอยา งถูกตองและปลอดภยั การเปลี่ยนแปลงของ
สารที่กอ ใหเ กิดผลตอส่ิงมีชวี ิตและสง่ิ แวดลอม วงจรไฟฟา ตวั นําไฟฟา และฉนวนไฟฟา การตอเซลลไฟฟา แบบ
อนกุ รม การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและแบบขนาน สนามแมเ หลก็ แมเหลก็ ไฟฟา และการใชป ระโยชน
ประเภทของหนิ เกณฑการจาํ แนกหิน การเปล่ยี นแปลงของหนิ ธรณีพบิ ตั ภิ ยั ที่มผี ลตอมนุษยและสภาพแวดลอ ม
ในทอ งถิน่ การเกิดฤดูกาล ขางขึ้น ขางแรม สรุ ยิ ุปราคา จนั ทรปุ ราคา ความกาวหนาและประโยชน
ของเทคโนโลยีอวกาศ

โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
การอภปิ รายเพ่อื ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่งิ ที่เรยี นรู มคี วามสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ

เห็นคุณคาของการนําความรไู ปใชป ระโยชนในชีวติ ประจําวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
และคา นิยมท่เี หมาะสม

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 205

ตัวชี้วดั
ว 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ว 2.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ว 2.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5
ว 3.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5
ว 3.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3
ว 5.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5
ว 6.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4
ว 7.1 ป.6/1
ว 7.2 ป.6/1
ว 8.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5 ป.6/6 ป.6/7 ป.6/5
รวม 38 ตวั ชว้ี ัด

สาระทองถ่ิน
ว 2.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5
ว 6.1 ป.6/1

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 206

คําอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร
เพิ่มเตมิ

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 207
รหัสวิชา ว 11201
รายวชิ าเพมิ่ เติม วทิ ยาศาสตร เวลา 120 ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี

คาํ อธบิ ายรายวิชา
วิเคราะหส่ิงที่พืช สัตว และมนุษยตองการในการเจริญเติบโตและดํารงชีวิตการตอบสนองตอสิ่งเราของ
พชื สัตวและมนษุ ย ประโยชนของพืชและสัตว สมบัติของวสั ดทุ ่ีนํามาทาํ ของเลน ของใช แมเหล็กและการ
นําไปใชป ระโยชนแรงทางไฟฟา พลังงานไฟฟา จากแบตเตอร่ี พลังงานไฟฟาเปล่ยี นเปนพลงั งานอื่น สมบัติ
ของดินในทองถน่ิ และการนําไปใชป ระโยชน ความสาํ คญั ของดวงอาทติ ยท ่ีเปน แหลง พลงั งานโลก
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การ
สืบคนขอมูล และการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารสิ่งท่ี
เรยี นรูมีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคณุ คาของการนําความรูไปใชประโยชนใ นชีวิตประจําวันมีจิตวิทยาศาสตร คณุ ธรรม จริยธรรมและ
คานยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรคู วามเขาใจเรื่อง ชีวิตพชื
2. มคี วามรคู วามเขาใจเร่ือง ชีวิตสตั ว
3. มคี วามรูความเขาใจเร่อื ง ตวั เรา
4. มคี วามรคู วามเขา ใจเรื่อง วัตถรุ อบตวั เรา

รวม 4 ผลการเรียนรู

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คําอธิบายรายวิชา หนา 208
รหัสวชิ า ว 12201
รายวชิ าเพม่ิ เติม วทิ ยาศาสตร เวลา 120 ชั่วโมง
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 2

คําอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาวเิ คราะหลกั ษณะตา ง ๆ ของสงิ่ มชี วี ติ ใกลตัว เปรยี บเทยี บและระบลุ ักษณะท่ีคลายคลึงกันของการ

ถายทอดทางพันธุกรรมและนําความรูไ ปใชประโยชน สง่ิ มชี วี ติ บางชนดิ ที่ สญู พันธุไปแลว และทีด่ าํ รงพันธมุ า
จนถึงปจจบุ ัน สงิ่ แวดลอ มในทอ งถิ่นของตน ความสมั พันธของสิง่ มชี วี ิตกบั สิง่ แวดลอ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และ
การใชท รพั ยากรธรรมชาตใิ นทอ งถิน่ การใชท รัพยากรธรรมชาติทีก่ อใหเ กดิ ปญหาส่งิ แวดลอมในทองถนิ่ การใช
ทรพั ยากรธรรมชาติอยางประหยัดและคุม คา และมีสวนรว มในการปฏิบตั ิ จําแนกชนิดและสมบัตขิ องวสั ดุ การใช
ประโยชนข องวสั ดุแตละชนิด การเปลีย่ นแปลงท่ีเกิดข้ึนกับวสั ดุ ประโยชนและอันตรายทเี่ กิดจากการ
เปล่ียนแปลงของวัสดุ ของเลน ของใช ผลของการออกแรงทกี่ ระทาํ ตอวสั ดุ แรงดึงดูดของโลกทําใหวัตถุมี
นํ้าหนัก แหลงพลงั งานธรรมชาตทิ ใ่ี ชผลติ ไฟฟา การใชเ คร่ืองใชไฟฟาอยา งถูกวธิ ปี ระหยัดและปลอดภัย สมบตั ิ
ทางกายภาพของนํา้ จากแหลงน้าํ ในทอ งถ่นิ และนําความรไู ปใชป ระโยชน สวนประกอบของอากาศและ
ความสําคญั ของอากาศ อณุ หภูมิและการเคล่อื นทข่ี องอากาศ ปรากฏการณทองฟา การข้ึน – ตกของดวง
อาทติ ย ดวงจนั ทร การเกิดกลางวัน กลางคนื และการกําหนดทศิ

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสังเกต การสาํ รวจตรวจสอบ สบื คน
ขอ มูลและการอภิปรายเพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถนาํ เสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรยี นรูมี
ความสามารถในการตัดสินใจ

เห็นคุณคาของการนาํ ความรูไปใชป ระโยชนในชีวติ ประจาํ วัน มจี ติ วิทยาศาสตร คุณธรรม จรยิ ธรรม
และคานิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู

1. มคี วามรูค วามเขา ใจเรอ่ื ง ส่ิงแวดลอมกับทรัพยากรธรรมชาตใิ นทองถิ่น
2 มคี วามรูความเขา ใจเรื่อง ชีวิตสัมพันธ
3. มีความรคู วามเขา ใจเรอ่ื ง การเปลีย่ นแปลงของวัสดุ
4. มีความรคู วามเขา ใจเรอื่ ง แรงกับการเคลื่อนที่
5. มคี วามรคู วามเขาใจเรอื่ ง แหลง พลังงานและไฟฟา
6. มีความรูความเขาใจเร่ือง นาํ้ ในทอ งถน่ิ ของเรา
7. มคี วามรคู วามเขา ใจเรื่อง อากาศรอบตวั เรา
8. มคี วามรูความเขาใจเรือ่ ง การเคลอ่ื นท่ีของดวงอาทติ ยและดวงจนั ทร
รวม 8 ผลการเรยี นรู

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คาํ อธบิ ายรายวิชา หนา 209
รหัสวิชา ว 13201
รายวิชาเพิ่มเติม วิทยาศาสตร เวลา 120 ชั่วโมง
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 3

คาํ อธบิ ายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะหหนาที่ของทอลําเลียงและปากใบของพืช ปจจัยที่จําเปนบางประการตอการเจริญเติบโตและ

การสงั เคราะหดว ยแสงของพืช การตอบสนองของพชื ตอแสง เสียง และการสัมผัส พฤตกิ รรมของสัตวท ่ตี อบสนอง
ตอแสง อุณหภูมิ การสัมผสั และการนําความรูไปใชประโยชน การเคล่ือนที่ของแสงจากแหลงกําเนิด การสะทอน
ของแสงที่ตกกระทบวัตถุ การจําแนกวตั ถตุ ามลักษณะของการมองเหน็ จากแหลงกําเนดิ แสง การหักเหของแสงเมอ่ื ผา น
ตัวกลางโปรงใสสองชนิด การเปลี่ยนแสงเปนพลังงานไฟฟาและการนําความรูไปใชประโยชน แสงขาวและการนํา
ความรูไปใชป ระโยชน ดนิ และการเกิดดิน ชนดิ และสมบัติของดินท่ีใชปลกู พืชในทองถิ่น ระบบสรุ ยิ ะ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา โดยตั้ง
คําถามเกี่ยวกับประเด็น หรือเร่ือง หรือสถานการณที่จะศึกษา ตามท่ีกําหนดใหและตามความสนใจ
วางแผนการสังเกต เสนอวิธีสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควา และคาดการณสิ่งที่จะพบจากการสํารวจ
ตรวจสอบ เลือกอุปกรณที่ถูกตองเหมาะสมในการสํารวจตรวจสอบ บันทึกขอมูลในเชิงปริมาณ นําเสนอผล
สรุปผล สรางคําถามใหมเพื่อการสํารวจตรวจสอบตอไป แสดงความคิดเห็นและสรุปส่ิงท่ีไดเรียนรู บันทึกและ
อธบิ ายผลการสํารวจตรวจสอบอยา งตรงไปตรงมา นาํ เสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธบิ ายดว ยวาจา หรือเขียนอธบิ าย
กระบวนการและผลของงานใหผ อู ่นื เขา ใจ

เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูความรูวิทยาศาสตรอยางถูกตอง มีกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการคนหา
ความรูดวยตนเอง ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห คิดตัดสินใจ และสามารถสื่อสารเปนที่เขาใจตรงกัน รวมทั้ง
มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม ตลอดจนเชื่อมโยงความรูและนําความรูไปใชใน
ชวี ิตประจําวันได
ผลการเรียนรู

1. มีความรคู วามเขา ใจเรื่อง การดาํ รงชีวิตของพชื
2. มีความรูความเขาใจเรื่อง การตอบสนองตอสิ่งเราของสตั ว
3. มคี วามรคู วามเขาใจเร่อื ง ดินในทอ งถน่ิ
4. มีความรคู วามเขาใจเร่ือง แสงและการมองเห็น
5. มีความรูค วามเขาใจเรอ่ื ง ระบบสุรยิ ะ
รวม 5 ผลการเรยี นรู

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คาํ อธิบายรายวิชา หนา 210
รหัสวิชา ว 14201
รายวชิ าเพ่มิ เติม วิทยาศาสตร เวลา 80 ชั่วโมง
กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4

คาํ อธิบายรายวิชา
ศกึ ษาวิเคราะหสวนประกอบของดอกและโครงสรา งท่ีเก่ียวของกบั การสืบพนั ธขุ องพืช การสืบพันธุของพืช

ดอก การขยายพันธุพืช และการนําความรูไปใชประโยชน วัฏจักรชีวิตของพืชดอกบางชนิด การสืบพันธุและการ
ขยายพันธุของสัตว วัฏจักรชีวิตของสัตวบางชนิด และการนําความรูไปใชประโยชน การเปรยี บเทียบลักษณะของ
ตนเองกับคนในครอบครัว การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของส่ิงมีชีวิตในแตละรุน พืชดอกและพืชไมมีดอก
พืชใบเลี้ยงเด่ียวและพืชใบเลี้ยงคู การจําแนกสัตวออกเปนกลุม โดยใชลักษณะภายในบางลักษณะและลักษณะ
ภายนอกเปนเกณฑ สมบัติของวัสดุชนิดตาง ๆ เกี่ยวกับความยืดหยุน ความแข็ง ความเหนียว การนําความรอน
การนําไฟฟาและความหนาแนน การนําวัสดุไปใชในชีวิตประจําวัน การหาแรงลัพธของแรงสองแรง ซึ่งอยูในแนว
เดียวกันที่กระทําตอวัตถุ ความดันอากาศ ความดันของของเหลว แรงพยุงของของเหลว การลอยตัว และการจม
ของวัตถุ แรงเสียดทานและการนําความรูไปใชประโยชน ทดลองและอธิบายการเกิดเสียงและการเคล่ือนท่ีของ
เสียง ทดลองและอธิบายการเกิดเสียงสูง เสียงต่ํา เสียงดัง เสียงคอย อันตรายที่เกิดข้ึนเมื่อฟงเสียงดังมาก ๆ การ
เกิดเมฆ หมอก น้ําคาง ฝนและลูกเห็บ การเกิดวัฏจักรน้ํา การวัดอุณหภูมิ ความชื้น และความกดอากาศ การเกิด
ลม และการนําความรไู ปใชป ระโยชนในชีวติ ประจําวัน การเกดิ ทิศ และปรากฏการณก ารขึ้นตกของดวงดาว โดยใช
แผนทด่ี าว

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหาโดยต้ัง
คําถามเกี่ยวกับประเด็น หรือเร่ือง หรือสถานการณท่ีจะศึกษาตามท่ีกําหนดใหและตามความสนใจ วางแผนการ
สังเกต เสนอการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาและคาดการณส่ิงท่ีจะพบจากการสํารวจตรวจสอบ เลือก
อุปกรณท่ีถูกตองเหมาะสมในการสํารวจตรวจสอบใหไดขอมูลท่ีเช่ือถือได บันทึกขอมูลในเชิงปริมาณและคุณภาพ
และตรวจสอบผลกับสิ่งที่คาดการณไว นําเสนอผลและขอสรุปสรางคําถามใหมเพื่อการสํารวจตรวจสอบตอไป
แสดงความคิดเห็นอยางอิสระ อธิบายและสรุปสิ่งที่ไดเรียนรู บันทึกและอธิบายผลการสาํ รวจตรวจสอบตามความ
เปนจริง มีการอางอิง นําเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายดวยวาจา หรือเขียนอธิบายแสดงกระบวนการและผล
ของงานใหผ อู น่ื เขาใจ

เพื่อใหผูเรียนเรียนรูความรวู ิทยาศาสตรอ ยา งถูกตอง มีกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ น การคนหาความรู
ดวยตนเอง ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห คิดตัดสินใจ และสามารถสื่อสารเปนท่ีเขาใจตรงกัน รวมท้ังมีจิตวิทยา
ศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมที่เหมาะสม ตลอดจนเชอ่ื มโยงความรแู ละนําความรไู ปใชใ นชวี ิตประจําวัน
ได

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 211

ผลการเรยี นรู
1. มีความรคู วามเขา ใจเร่ือง สมบัตขิ องวสั ดใุ นชีวิตประจาํ วนั
2. มีความรคู วามเขาใจเรือ่ ง การสบื พันธขุ องพชื และสัตว
3. มีความรคู วามเขาใจเรอ่ื ง แรงในชีวติ ประจาํ วนั
4. มีความรูความเขา ใจเรือ่ ง การดาํ รงพันธขุ องส่งิ มชี วี ิต
5. มีความรูค วามเขาใจเร่อื ง นํ้า ฟา และดวงดาว
6. มคี วามรูความเขาใจเร่ือง เสยี งและการไดยนิ

รวม 6 ผลการเรียนรู

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คาํ อธิบายรายวิชา หนา 212
รหัสวชิ า ว 15201
รายวชิ าเพม่ิ เติม วิทยาศาสตร เวลา 80 ช่ัวโมง
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 5

คําอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาวิเคราะหการเจริญเติบโตของมนุษยจากวัยแรกเกิดจนถึงวัยผูใหญ การทํางานที่สัมพันธกัน ของระบบ

ยอยอาหาร ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือดของมนุษย สารอาหารและความจําเปนที่รางกายตองไดรับ
สารอาหารในสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย ความสัมพันธของกลุมสิ่งมีชีวิต ในแหลงที่อยูตาง ๆ ความสัมพันธของ
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตในรูปของโซอาหารและสายใยอาหาร ความสัมพันธระหวางการดํารงชีวิตของส่ิงมีชีวิตกับ
สภาพแวดลอมในทองถ่ิน แหลงทรัพยากรธรรมชาติในแตละทองถิ่นท่ีเปนประโยชนตอการดํารงชีวิต ผลของการ
เพิ่มข้ึนของประชากรมนุษยตอการใชทรัพยากรธรรมชาติ ผลตอส่ิงมีชีวิตจากการเปลี่ยนแปลงส่ิงแวดลอมท้ังโดย
ธรรมชาติและโดยมนุษย แนวทางในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การมีสวนรวมในการดูแล
รักษาสิ่งแวดลอมในทองถิ่น สมบัติของของแข็ง ของเหลว และแกส การจําแนกสารเปนกลุม โดยใชสถานะหรือเกณฑ
อื่นที่กําหนดเอง การแยกสารบางชนิดท่ีผสมกันโดยการรอน การตกตะกอน การกรอง การระเหิด การระเหยแหง
การจําแนกประเภทของสารตาง ๆ ที่ใชในชีวิตประจําวัน โดยใชสมบัติและการใชประโยชนของสารเปนเกณฑ การ
เลอื กใชสารแตล ะประเภทไดอยา งถูกตองและปลอดภัย สมบัตขิ องสารเม่ือสารเกิดการละลายและเปลีย่ นสถานะ
การเปลี่ยนแปลงท่ีทําใหเกิดสารใหมและมีสมบัติเปล่ียนแปลงไป การเปล่ียนแปลงของสารที่กอใหเกิดผลตอส่ิงมีชีวิต
และส่ิงแวดลอม การตอวงจรไฟฟาอยางงาย ตัวนําไฟฟา และฉนวนไฟฟา การตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม การตอ
หลอดไฟฟาทั้งแบบอนุกรม แบบขนาน และการนําความรูไปใชประโยชน การเกิดสนามแมเหล็กรอบสายไฟที่มี
กระแสไฟฟาผาน และการนําความรูไปใชประโยชน การจําแนกประเภทของหินโดยใชลักษณะของหิน สมบัติของหิน
เปนเกณฑและการนําความรูไ ปใชประโยชน การเปล่ยี นแปลงของหิน ธรณีพิบตั ิภัยทีม่ ีผลตอ มนุษยและสภาพแวดลอม
ในทองถิ่น การเกิดฤดู ขา งข้ึน ขางแรม สุริยุปราคา จันทรุปราคาและการนําความรูไปใชประโยชน ความกา วหนา
และประโยชนข องเทคโนโลยีอวกาศ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การแกปญหาโดยต้ัง
คําถามเก่ียวกับประเด็น หรือเร่ือง หรือสถานการณที่จะศึกษา ตามที่กําหนดและตามความสนใจ วางแผนการ
สงั เกต เสนอการสํารวจตรวจสอบ หรอื ศกึ ษาคนควา คาดการณส่งิ ท่จี ะพบจากการสํารวจตรวจสอบ เลือกอปุ กรณ
และวิธกี ารสํารวจตรวจสอบที่ถกู ตอง เหมาะสมใหไ ดผ ลท่ี ครอบคลุมและเชอ่ื ถอื ได บันทึกขอมลู ในเชงิ ปริมาณและ
คุณภาพ วิเคราะหและตรวจสอบผลกับ สิ่งท่ีคาดการณไว นําเสนอผลและขอสรปุ สรางคําถามใหมเพื่อการสํารวจ
ตรวจสอบตอไป แสดงความคิดเห็นอยางอิสระ อธิบาย ลงความเห็นและสรุปส่ิงที่ไดเรียนรู บันทึกและอธิบายผล
การสํารวจตรวจสอบตามความเปนจรงิ มีเหตุผล และมปี ระจักษพยานอา งองิ นําเสนอจดั แสดงผลงาน โดยอธิบาย
ดวยวาจา หรอื เขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานใหผูอน่ื เขา ใจ

เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูความรูวิทยาศาสตรอยางถูกตอง มีกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการคนหา
ความรูดวยตนเอง ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห คิดตัดสินใจ และสามารถสื่อสารเปนท่ีเขาใจตรงกัน รวมทั้งมี
จิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม ตลอดจนเช่ือมโยงความรูและนําความรูไปใชใน
ชีวติ ประจาํ วนั ได

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 213

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรูความเขาใจเรื่อง การเจริญเติบโตและระบบอวัยวะภายในของมนุษย
2. มคี วามรคู วามเขาใจเร่ือง อาหารและสารอาหาร
3. มคี วามรคู วามเขาใจเรอ่ื ง ชวี ติ กบั สงิ่ แวดลอม
4. มีความรูความเขา ใจเรือ่ ง สารในชีวิตประจาํ วัน
5. มีความรูความเขา ใจเรอื่ ง ไฟฟา
6. มคี วามรคู วามเขาใจเรอื่ ง หนิ และการเปลี่ยนแปลงของเปลอื กโลก
7. มคี วามรคู วามเขาใจเรื่อง ปรากฏการณของโลก
8. มคี วามรคู วามเขา ใจเร่ือง เทคโนโลยีอวกาศ

รวม 8 ผลการเรียนรู

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

คําอธิบายรายวิชา หนา 214
รหัสวิชา ว 16201
รายวิชาเพิ่มเติม วิทยาศาสตร เวลา 80 ช่ัวโมง
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6

คาํ อธิบายรายวิชา
ศึกษา สบื คน ทดลอง เปรยี บเทยี บ รปู รางลักษณะของเซลลข องส่ิงมีชวี ติ เซลลแ ดยี วและหลายเซลล

ระบุสว นประกอบที่สาํ คัญของเซลลพ ืชและเซลลส ตั ว กระบวนการสารผา นเซลลโ ดยการแพรและออสโมซีส
ปจจัยที่จําเปน ตอการสังเคราะหดวยแสงของพชื และผลที่ไดจากการสังเคราะหด ว ยแสง ความสาํ คญั ของ
กระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพชื ตอสงิ่ มีชีวติ และสงิ่ แวดลอม กลมุ เซลลและโครงสรา งท่ีเกยี่ วของกบั ระบบ
การลาํ เลียงนา้ํ และอาหารของพชื โครงสรางของดอกไมที่เก่ียวขอ งกบั การสบื พันธุ กระบวนการสืบพันธุแบบ
อาศัยเพศของพชื ดอกและการสืบพันธุแบบไมอาศัยเพศของพืชโดยใชสว นตางๆของพืชเพือ่ ชวยในการขยายพนั ธุ
การตอบสนองของพืชตอแสง นํา้ และสมั ผัส หลกั การและผลของการใชเทคโนโลยชี วี ภาพในการขยายพนั ธุ
ปรบั ปรงุ พันธุ การเพ่ิมผลผลติ ของพืช อธิบายการใชปรมิ าณสเกลาร ปริมาณเวกเตอร ระยะทางกระจดั
อตั ราเรว็ และความเร็วในการเคล่ือนท่ีของวัตถุ รวมทั้งศึกษา ทดลองเกี่ยวกับอณุ หภูมแิ ละการวัดอุณหภมู ิ การ
ถายโอนความรอน การดดู กลนื การคายความรอน การแผรังสี สมดุลความรอนและผลของความรอนตอการ
ขยายตวั ของสาร โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจ ตรวจสอบ
สังเกต การสบื คนขอมูล การอภปิ ราย สรปุ เพอ่ื ใหเ กิดความรู ความคิด ความเขาใจ ส่ือสารส่งิ ที่เรียนรู มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรไู ปใชใ นชีวติ มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม และมีคุณลักษณะทพ่ี ึง
ประสงค
ผลการเรยี นรู

1. มคี วามรคู วามเขา ใจเรอ่ื ง เซลลของสงิ่ มชี ีวิต
2. มคี วามรคู วามเขาใจเรอ่ื ง กระบวนการดํารงชีวิตของพืช
3. มคี วามรูความเขาใจเรอ่ื ง แรงและการเคล่อื นที่
4. มคี วามรคู วามเขาใจเรอ่ื ง สารและการจาํ แนกสาร
5. มคี วามรคู วามเขาใจเรือ่ ง สารละลายกรด-เบส
6. มีความรูความเขาใจเรอื่ ง การเปลีย่ นแปลงของสาร
รวม 6 ผลการเรียนรู

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 215

กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

กิจกรรมพฒั นาผูเ รียนทก่ี ําหนดใหนักเรียนในโครงการหอ งเรยี นพเิ ศษ
วทิ ยาศาสตร เขารวมแบง เปน 2 กิจกรรมยอย คือ

1) กจิ กรรมที่ตองจัดรว มกับนักเรียนทุกคนในโรงเรยี น
2) กิจกรรมพเิ ศษเพ่ือเพิ่มพนู ประสบการณนอกหอ งเรียนใหน ักเรยี นไดร บั ความรูจากประสบการณตรง

1) กจิ กรรมท่ตี องจัดรว มกับนักเรียนทกุ คนในโรงเรียน
การจดั กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น แยกเปน 3 กิจกรรม ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ไดแ ก
1 กิจกรรมแนะแนว
2 กิจกรรมนักเรยี น และ
3 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
โดยระบุหลักการแสดงรายละเอยี ดวธิ ีการจัดของแตละกิจกรรม เวลาในการจัดกจิ กรรมตามทโ่ี รงเรยี น
กาํ หนดดังนี้
ระดับประถมศึกษา
1. กิจกรรมแนะแนว จาํ นวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห
2. กิจกรรมนกั เรียน จาํ นวน 2 ชัว่ โมง
2.1 กจิ กรรมลกู เสือ-ยุวกาชาด จาํ นวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห
2.2 ชมุ นุม - เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน จํานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห

2) กิจกรรมพิเศษเพ่อื เพิ่มพูนประสบการณนอกหองเรยี นใหน กั เรียนไดรับความรูจากประสบการณตรง
2.1 คา ยวิชาการ (คา ยวิทยาศาสตร คายคณติ ศาสตร) อยา งนอย 1 คร้ัง/ภาคเรยี น
2.2 การฟง บรรยายพิเศษ อยา งนอย 1 ครั้ง/ภาคเรียน
2.3 การศึกษาดูงาน ณ ศูนยว ิจัย/ แหลงเรียนร/ู อ่ืนๆ ตามความเหมาะสม
2.4 การนําเสนอผลงาน(แบบ IS เสนอผลการทําโครงงานไมตํ่ากวา 1 ครง้ั /ปการศึกษา
2.5 กจิ กรรมรักการอา น(วิทย-คณติ ภาคเรียนละ 5 เลม

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 216

การตดั สนิ ผลการเรยี นตามหลกั สูตรแกนกลาง

ระดบั ประถมศึกษา
1. ผูเ รยี นตองมเี วลาเรียนไมนอ ยกวา รอยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
2. ผูเ รยี นตอ งไดร บั การประเมินทุกตัวชว้ี ดั และผานตามเกณฑท ีส่ ถานศึกษากําหนด
3. ผเู รียนตองไดรบั การตัดสินผลการเรียนทกุ รายวิชา
4. ผูเรยี นตองไดร บั การประเมนิ และผลการประเมินผานเกณฑท ี่สถานศึกษากําหนด
ในการอา น คิดวิเคราะห และเขยี น คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค และกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 217

การวัดและประเมินผล

เกณฑการจบหลักสูตร
การกาํ หนดเกณฑการจบหลกั สตู รไดกาํ หนดใหสอดคลองกับหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551 แยกตามระดบั การศกึ ษาท่ีโรงเรียนเปดสอน อยา งชดั เจน

1. การตัดสนิ ผลการเรยี น
1.1. การตัดสนิ ผลการเรียน
ระดบั ประถมศกึ ษา
1. ผูเรียนตองมีเวลาเรียนไมนอ ยกวา รอยละ 80 ของเวลาเรียนท้งั หมด
2. ผเู รียนตอ งไดรบั การประเมนิ ทกุ ตวั ชี้วดั และผา นตามเกณฑท ่สี ถานศึกษากําหนด
3. ผเู รยี นตอ งไดรบั การตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวชิ า
4. ผูเรยี นตองไดรับการประเมนิ และผลการประเมินผา นเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากําหนดใน
- การอาน คิดวิเคราะห และเขียน
- คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค
- กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

1.2 การใหร ะดับผลการเรียน
ระดบั ประถมศกึ ษา
1. แกนกลาง การตดั สนิ เพ่อื ใหร ะดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถใหร ะดับผลการ

เรียน หรือระดบั คุณภาพการปฏบิ ัตขิ องผเู รียนเปนระบบตัวเลข ดังนี้

ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชวงคะแนน
4 ผลการเรยี น ดเี ยยี่ ม 80 – 100
3.5 ผลการเรียน ดมี าก 75 – 79
3 ผลการเรียน ดี 70 – 74
2.5 ผลการเรยี น คอนขา งดี 75 – 79
2 ผลการเรียน นาพอใจ 70 – 74
1.5 ผลการเรียน พอใช 55 – 59
1 ผลการเรียน ผานเกณฑขน้ั ตํ่า 50 – 54
0 ผลการเรยี น ต่ํากวาเกณฑข ัน้ ตาํ่ 0 – 49

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรยี นพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 218

ประเมนิ ดงั น้ี 2. การประเมนิ การอาน คิดวเิ คราะห และเขยี น และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค ใหระดบั ผลการ

2.1 ผา น ใหร ะดบั ผลการประเมิน 2 ระดบั คอื
 ดเี ยย่ี ม  ดี
2.2 ไมผา น เกณฑก ารประเมิน
3. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเรียน ตองพิจารณา
3.1 เวลาการเขารว มกิจกรรม
3.2 การปฏบิ ัติกิจกรรม
3.3 ผลงานของผูเรียน
ตามเกณฑท่สี ถานศึกษากําหนด ใหผลการรวมกจิ กรรมเปน
 ผาน  ไมผาน

1.3 การรายงานผลการเรยี น
1. การายงานผลการเรียนเปนการส่ือสารใหผ ูปกครองและผเู รียนทราบความกาวหนา ในการเรียนของ

ผูเ รยี น
2. สถานศกึ ษาตองสรปุ ผลการประเมิน และจัดทาํ เอกสารรายงานใหผ ปู กครองทราบเปนระยะ ๆ อยา ง

นอ ยภาคเรยี นละ 1 ครัง้

2. เกณฑก ารจบการศกึ ษา
2.1 เกณฑการจบระดับประถมศึกษา
1. ผูเรียน เรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน และรายวชิ าเพมิ่ เติม ตามโครงสรา งเวลาเรียนท่หี ลักสูตร

แกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานและหลกั สูตรโครงการหองเรียนพิเศษฯกําหนด
2. ผูเ รยี นตองมี ผลการประเมิน รายวิชาพ้นื ฐาน และรายวิชาเพมิ่ เตมิ ผา นเกณฑก ารประเมนิ

ตามที่สถานศกึ ษากําหนด
3. ผูเ รียนมี ผลการประเมนิ การอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน ในระดับผา นเกณฑ

การประเมนิ ตามท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
4. ผูเรยี นมี ผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงคใ นระดับผา นเกณฑการประเมิน ตามที่

สถานศกึ ษากาํ หนด
5. ผูเรียนเขารว มกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น และมีผลการประเมินผา นเกณฑตามทีส่ ถานศึกษากาํ หนด

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 219

คณะผจู ดั ทํา

คณะกรรมการท่ปี รึกษา ผอู ํานวยการโรงเรียนอนุบาลชยั ภูมิ
1. นายคณิต ธญั ญะภูมิ รองผอู ํานวยการโรงเรยี นอนุบาลชัยภมู ิ
2. นายบัณฑิต ชีวะตานนท รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นอนุบาลชัยภมู ิ
3. นายสมสนั ฦๅชา รองผูอํานวยการโรงเรยี นอนุบาลชัยภูมิ
4. นางนวพร รักขันแสง รองผอู าํ นวยการโรงเรยี นอนบุ าลชัยภมู ิ
5. นายสุชาติ ต้ังใจ

คณะกรรมการผูร ับผิดชอบพัฒนาหลักสตู ร ประธานกรรมการ
1. นายบัณฑติ ชีวะตานนท รองผูอาํ นวยการโรงเรียนอนบุ าลชยั ภูมิ รองประธาน
2. นางกณั ฐารตั น จิตตป ราณี หวั หนา งานวชิ าการ กรรมการ
3. นางพชั นดิ า ผิวสุข หวั หนา งานพัฒนาหลักสูตร กรรมการ
4. นางยุพวัลย อนิ ทรกรอดุ ม หวั หนางานวัดและประเมนิ ผล กรรมการ
5. นายพรชัย มที อง หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร กรรมการ
6. นางประไพศรี จันทรกุล หวั หนากลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร กรรมการ
7. นางวณี านันท พลมณี ครกู ลุม สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร กรรมการ
8. นางจารภุ า สมณะ ครูกลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร กรรมการ
9. สิบเอกบุญธนา เจนบานผือ ครกู ลุมสาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร กรรมการ
10. นางสดุ าวรรณ ขาวปน ครกู ลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร กรรมการ
11. นายบุณยาฤทธิ์ ลาวงศ ครูกลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร กรรมการ
12. นางสุธามาศ ฤทธิ์ไธสง ครกู ลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร กรรมการและเลขานุการ
13. นายธัชวุฒิ กงประโคน ครกู ลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตร

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 220

แนวทางการการพฒั นาหลักสตู ร
คาใชจา ยในการบริหารจดั การหอ งเรยี น
หนงั สือเพิ่มเติม

การจดั กิจกรรมเสริมพิเศษโครงการหอ งเรียนพเิ ศษสง เสริมศกั ยภาพทางดา นวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร

หลักสูตร กิจกรรมการสอนเสริม รปู แบบกิจกรรม
หลกั สูตรที่ 1 ชุดจดุ ประกายความฝน คา ยวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร ปรับ
ชดุ ทดสอบความสามารถดว ยเคร่อื งมือวิทยาศาสตร - พ้นื ฐาน
หลักสตู รที่ 2 คณิตศาสตรทห่ี ลากหลาย(ปรนยั อตั นยั ภาคปฏิบตั ิ จัดสอนเสรมิ เปน 2 กลมุ
ใชคะแนนสอบคดั เลือกเปนฐานการจดั กลมุ 1.กลมุ วทิ ยาศาสตร
หลักสตู รที่ 3 ชดุ ทาทายความรสู ูกระบวนการคิดดว ยกจิ กรรมทาง 2.กลุมคณติ ศาสตร
วทิ ยาศาสตร (วทิ ยากรพเิ ศษวิทยากร 3 คน
หลกั สตู รที่ 4 ชุดทา ทายความรสู ูกระบวนการคดิ ดวยกจิ กรรมทาง ฟส ิกส 1 คน เคมี 1 คน
หลกั สูตรที่ 5 คณิตศาสตร ชีววทิ ยา 1 คนจดั สลบั กนั
หลกั สตู รที่ 6 ชุดทา ทายความรูสูกระบวนการคิดดวยกจิ กรรม (วทิ ยากรพิเศษ
หลกั สตู รที่ 7 ออกแบบเทคโนโลยี (วิทยากรพิเศษ
หลกั สตู รที่ 8 ชุดสานฝนนักวิทยาศาสตรนอ ยดวยโครงงาน (วทิ ยากรพิเศษ
หลกั สูตรที่ 9 วทิ ยาศาสตร (วิทยากรพิเศษ
ชดุ สานฝน นักคณติ ศาสตรนอยดว ยโครงงาน (วทิ ยากรพิเศษ
หลกั สตู รที่ 10 คณิตศาสตร (วทิ ยากรพิเศษ
ชุดสานฝน นกั วิศวกรนอยดว ยโครงงานออกแบบ สอนการเขียนโปรแกรมดวย
หลักสูตรท่ี 11 เทคโนโลยี The Geometer’s Sketchpad)
ชุดสานฝนสูอ ัจฉริยภาพทางคอมพิวเตอรดว ยชุดกลอง จดั กลมุ ความสามารถดา นทกั ษะ
หลักสตู รท่ี 12 สมองกล กระบวนการ เปน 3 กลมุ
หลกั สตู รท่ี 13 ชดุ สานฝนสอู จั ฉริยภาพทางคณติ ศาสตรดว ยสือ่ ลา้ํ ยุค (ครู 3 คน
หลกั สตู รท่ี 14 (The Geometer’s Sketchpad)(GSP)เพื่อ จดั กลมุ ความสามารถดานทกั ษะ
สง เสริมกระบวนการคดิ สรา งสรรคท างคณิตศาสตร กระบวนการ เปน 3 กลมุ (ครู 3 คน
ชดุ สานฝน สูอจั ฉริยภาพทางวิทยาศาสตรด ว ยประลอง จัดกลมุ ความสามารถดา นทกั ษะ
โจทยปญ หาทักษะปฏบิ ตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการ เปน 3 กลมุ (ครู 3 คน
ชดุ สานฝน สูอ จั ฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตรด วยประลอง จดั กลุมความสามารถดา นทักษะ
โจทยปญหาทางวิทยาศาสตรส รา งสรรค
ชดุ สานฝน สูอัจฉรยิ ภาพทางเทคโนโลยดี ว ยชดุ ทาทาย
สมองประลองปญญา
ชุดสานฝน สอู จั ฉริยภาพทาง วทิ ยาศาสตร

โรงเรยี นอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์

หนา 221

หลกั สูตรท่ี 15 คณติ ศาสตร ดวยประลองสุดยอดโจทยวทิ ยาศาสตร กระบวนการ เปน 3 กลมุ (ครู 3 คน
หลักสตู รที่ 16 คณิตศาสตร ในอนาคต(PISA) Programme for
หลกั สตู รท่ี 17 International Student Assessment) การ คดั กรองนักเรียนที่มีศักยภาพสูงจาก
หลกั สตู รท่ี 18 ประเมนิ ผลวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตรข องนกั เรียน หลักสูตร 1-14 เขา กลุมตวิ เขม
หลักสูตรที่ 19 นานาชาติ (วิทยากรพเิ ศษ
หลักสูตรที่ 20 ชดุ สานฝนสูอจั ฉริยภาพวทิ ยาศาสตรด วยโจทยป ญหา คัดกรองนักเรยี นท่ีมศี ักยภาพสงู จาก
วทิ ยาศาสตรท ที่ าทาย หลกั สตู ร 1-14 เขา กลุมตวิ เขม
ชุดสานฝน สูอจั ฉรยิ ภาพคณติ ศาสตรดว ยโจทยปญ หา คดั กรองนักเรียนท่มี ีศักยภาพสูง
ทางคณิตศาสตรท่ีทาทาย จากหลกั สตู ร 1-14 เขา กลมุ ติวเขม
ชุดสานฝนสอู จั ฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตร ดวยชุด คัดกรองนักเรยี นที่มศี ักยภาพสูง
ทดลองมหัศจรรยป ระลองความคิด(ฟสิกส เคมี จากหลกั สตู ร 1-14 เขา กลมุ ติวเขม
ชวี วทิ ยา คดั กรองนักเรียนทีม่ ีศักยภาพสงู
ชุดสานฝนสอู จั ฉรยิ ภาพทางคณติ ศาสตรแ ละ จากหลกั สูตร 1-14 เขา กลมุ ติวเขม
วิทยาศาสตรด ว ยประลองสดุ ยอดโจทย คณติ ศาสตร
และวทิ ยาศาสตรมหศั จรรยมุงสูโอลิมปกวชิ าการ
ชดุ สานฝนสูอจั ฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตรดว ยประลอง
สดุ ยอดโจทยวิทยาศาสตร โอลมิ ปกวชิ าการระหวาง
ประเทศระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
ชดุ สานฝน สูอจั ฉรยิ ภาพทางวิทยาศาสตรด วยประลอง
สุดยอดโจทยค ณิตศาสตร โอลิมปก วิชาการระหวา ง
ประเทศระดับมธั ยมศกึ ษา

หมายเหตุ การจัดกจิ กรรมสอนเสริมพเิ ศษอยางเต็มตามศกั ยภาพเปน รายบุคคล

โรงเรียนอนุบาลชยั ภมู ิ
โครงการห้องเรียนพิเศษส่งเสริมศกั ยภาพทางด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์


Click to View FlipBook Version